93
ั
การจดท าสารสนเทศ
้
้
ิ
ึ
ิ
ี
้
ู
ในการจัดการความร จะมการรวบรวมและสรางองค์ความรทเกิดจากการปฏบัตข้นมากมาย การ
ู
่
ี
้
ู
ู
ึ
้
จัดท าสารสนเทศจงเปนการสรางช่องทางให้คนทต้องการใช้ความรสามารถเข้าถงองค์ความรได้ และ
็
้
่
ี
ึ
้
่
ั
็
ู
้
ู
ก่อให้เกิดการแบ่งปนความรร่วมกันอย่างเปนระบบ ในการจัดเก็บเพือให้ค้นหาความรได้ง่ายนั้น องค์กร
ี
ู
ิ
ั
ึ
ต้องก าหนดส่งส าคัญทจะเก็บไว้เปนองค์ความรและต้องพิจารณาถงวิธการในการเก็บรกษา และน ามาใช้
่
ี
็
้
ั
่
ี
ให้เกิดประโยชนตามต้องการองค์กรต้องเก็บรกษาส่งทองค์กรเรยกว่าเปนความรไว้ให้ดทสด
ี
่
์
ุ
ี
ี
ิ
ู
้
็
การจัดสารสนเทศ ควรจัดท าอย่างเปนระบบ และควรเปนระบบทสามารถค้นหาและส่งมอบได้
็
ี
่
็
็
อย่างถกต้องและรวดเรว ทันเวลาและเหมาะสมกับความต้องการ และจัดให้มการจ าแนกรายการต่าง ๆ
ี
ู
่
ุ
ทอยู่บนพื้นฐานตามความจ าเปนในการเรยนร องค์กรต้องพิจารณาถงความแตกต่างของกล่มคนในการ
ี
ี
็
ึ
้
ู
้
้
ู
ค้นคนความร องค์กรต้องหาวิธการให้พนักงานทราบถงช่องทางการค้นหาความร เช่น การท าสมดจัดเก็บ
ู
ุ
ื
ึ
ี
ื
ึ
็
ื
ุ
่
รายชอและทักษะของผู้เชยวชาญเครอข่ายการท างานตามล าดับชั้น การประชม การฝกอบรม เปนต้น
ี
่
ู
้
ส่งเหล่าน้จะน าไปส่การถ่ายทอดความรในองค์กร
ี
ิ
ู
วัตถุประสงคการจดท าสารสนเทศ
ั
์
1. เพือให้มระบบการจัดเก็บข้อมูลและองค์ความรอย่างเปนหมวดหมู่ และเหมาะสมต่อการ
ู
้
ี
็
่
ใช้งาน สามารถค้นหาได้ตลอดเวลา สะดวก ง่าย และรวดเรว
็
่
้
ี่
ั
2. เพือให้เกิดระบบการสอสาร การแลกเปลยน แบ่งปน และถ่ายทอดองค์ความร ระหว่างกัน
่
ู
ื
ิ
ี
ื
ิ
่
ผ่านสอต่าง ๆ อย่างมประสทธภาพ
ู
้
ื
ึ
่
3. เพือให้เกิดการเข้าถงและเชอมโยงองค์ความรระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกอย่าง
่
เปนระบบ สะดวกและรวดเรว
็
็
่
ึ
ี
์
ู
ี
ู
้
4. เพือรวบรวมและจัดเก็บความรจากผู้มประสบการณ รวมถงผู้เชยวชาญในรปแบบต่าง ๆ ให้
่
เปนรปธรรม เพื่อให้ทกคนสามารถเข้าถงความรและพัฒนาตนเองให้เปนผู้รได้
ุ
ึ
็
ู
็
้
ู
ู
้
ึ
้
่
็
ื
ื
ู
5. เพื่อน าเทคโยโลยีสารสนเทศ มาใช้เปนเครองมอในการถ่ายทอดระหว่างความร ฝงลกกับ
ั
่
้
ความรชัดแจ้ง ทสามารถเปลยนสถานะระหว่างกันตลอดเวลา ท าให้เกิดความรใหม่ ๆ
ี
ู
ี
ู
้
่
่
การถายทอดความรู ้
ี
เปนการน าความรทได้รบมาถ่ายทอดให้บคลากรในองค์กรได้รบทราบ และให้มความรเพียงพอ
้
ั
ู
็
่
ุ
ู
้
ี
ั
้
้
ิ
ู
ู
็
้
ึ
ู
ต่อการปฏบัตงาน การเผยแพร่ความรจงเปนองค์ประกอบหนงของการจัดการความร การเผยแพร่ความรม ี
ึ
ิ
่
ิ
ุ
ี
ิ
การปฏบัตกันมานานแล้ว สามารถท าได้หลายทาง คอ การเขยนบันทกรายงาน การฝกอบรม การประชม
ื
ึ
ึ
ี
ิ
ิ
การสัมมนา จัดท าเปนบทเรยนทั้งในรปแบบของหนังสอ บทความ วิดทัศน์ การอภปรายของเพื่อน
็
ู
ื
ี
ิ
ุ
็
ิ
ึ
ร่วมงานในระหว่างการปฏบัตงานการอบรมพนักงานใหม่อย่างเปนทางการห้องสมด การฝกสอนอาชพ
็
ี
ู
้
ี่
และการเปนพี่เล้ยง การแลกเปลยนเรยนรในรปแบบอน ๆ เช่น ชมชนนักปฏบัต เรองเล่าแห่งความส าเรจ
็
ี
ิ
่
ื
ิ
ู
ื่
ุ
94
้
ี
ู
ื
ู
็
การสัมภาษณ การสอบถาม เปนต้น การถ่ายทอดหรอเผยแพร่ความร มการพัฒนารปแบบโดยอาศัย
์
เทคโนโลยีเพื่อการสอสาร และเทคโนโลยีมการกระจายไปอย่างกว้างขวาง ท าให้กระบวนการถ่ายทอด
ี
ื่
ิ
ิ
็
้
ึ
ู
์
ความรผ่านเทคโนโลยีโดยเฉพาะอนเทอรเนตได้ความนยมอย่างแพร่หลายมากข้น
ู
้
ี
ื่
ู
้
ี
์
ั
็
การเผยแพร่ความรและการใช้ประโยชน มความจ าเปนส าหรบองค์กร เนองจากองค์กรจะเรยนรได้ด ี
็
ื่
ี
ี
้
ู
่
ื
ึ
ี่
ข้นเมอมความร มการกระจายและถ่ายทอดไปอย่างรวดเรว และเหมาะสมทั่วทั้งองค์กร การเคลอนทของ
้
ุ
ู
็
ี
ึ
ุ
่
่
ึ
ึ
สารสนเทศและความรระหว่างบคคลหนงไปอกบคคลหนงนั้น จงเปนไปโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
กิ จ ก ร ร ม ท้ า ย บ ท
ื
ุ
็
กิจกรรมที่ 1 ท่านสามารถเปน “คุณอ านวย” ได้หรอไม่ เพราะเหตใด
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
้
กิจกรรมที่ 2 ท่านเคยเข้าร่วมแลกเปลยนเรยนรในลักษณะ “ชมชนนักปฏบัต CoPs” เรองอะไร และชมชน
ุ
ู
ี
่
ิ
ื่
ุ
ี
ิ
ิ
ิ
ี
่
นักปฏบัตทท่านเข้าร่วมมลักษณะอย่างไร
ี
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ู
ี
่
้
ู
้
ั
กิจกรรมที่ 3 ความรทจ าเปนในการแก้ปญหาหรอพัฒนาตัวท่านคออะไร และขอบข่ายความรนั้น
ื
ื
็
ี
มอะไรบ้าง
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
95
ี
่
ุ
ุ
ู
่
้
ี
ี
กิจกรรมที่ 4 การจัดท าสารสนเทศเพือเผยแพร่ความร ท่านว่าวิธใดดทสด เพราะเหตใด
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ั
ึ
ั
เรองที่ 2 : การฝกหดทักษะและกระบวนการจดการความรู ้
ื่
้
ั
้
กระบวนการจดการความรูดวยตนเอง
้
ู
้
การจัดการความรด้วยตนเอง จะท าให้ผู้เรยนเรยนรหลักการอันแท้จรงในการพัฒนา ตนเอง
ู
ี
ี
ิ
็
ุ
และจงใจตนเองให้ก้าวไปส่การพัฒนาคณภาพชวิตและคณภาพในการท างาน เปนผู้มสัมฤทธ์ ิผลสงสด
ี
ี
ุ
ุ
ู
ู
ู
โดยการน าองค์ความรทเปนประโยชน์ไปประยุกต์ใช้ในชวิตจรง และการท างานได้อย่างมประสทธภาพ
ี
ิ
็
ิ
ี่
ู
้
ิ
ี
ี
์
้
ี่
ี
และสามารถปรบตัวทันต่อโลกยุคโลกาภวัตน มโอกาสแลกเปลยนเรยนรประสบการณชวิตและ
ั
์
ี
ู
ิ
ี
ิ
ประสบการณการท างานร่วมกัน มทัศนคตทดต่อชวิตตนเองและผู้อนมความกระตอรอรนและเสรมสราง
ี
ี
้
ี
ี
ื
์
้
ิ
่
่
ื
ื
ู
ุ
็
่
ี
ิ
ี
่
ทัศนคตทดต่อการท างาน น าไปส่การเหน คณค่าของการอยู่ร่วมกันแบบพึงพาอาศัยกัน ช่วยเกื้อกูลกัน
เรยนรซงกันและกัน ก่อให้เกิดการเปนชมชนแห่งการเรยนร ในลักษณะของทมทมประสทธภาพ
ุ
ี
ึ
ี
้
ี่
ิ
ู
ี
่
ิ
้
ี
ู
็
ี
้
ิ
่
็
็
่
ี
ิ
การจัดการความรเปนเรองทเร่มต้นทคน เพราะความรเปนส่งทเกิดมาจากคน มาจาก
่
ื
่
ู
้
ู
ี
็
้
ี
ี่
ู
้
ู
ิ
้
กระบวนการเรยนรการคดของคน คนจงมบทบาททั้งในแง่ของผู้สรางความร และเปนผู้ทใช้ความร ซง
ี
ู
่
ึ
้
ึ
ั
ุ
็
ื
ั
ถ้าจะมองภาพกว้างออกไปเปนครอบครว ชมชน หรอแม้แต่ในหน่วยงาน ก็จะเหนได้ว่าทั้งครอบครว
็
ุ
ุ
ึ
ชมชน หน่วยงาน ล้วนประกอบข้นมาจากคนหลาย ๆ คน ดังนั้น หากระดับปจเจกบคคลมความสามารถ
ี
ั
ู
ุ
้
ู
ในการจัดการความร ย่อมส่งผลต่อความสามารถในการจัดการความรของกล่มด้วย
้
ู
่
้
ู
่
ิ
ี
วิธการเรยนรทเหมาะสมเพือให้เกิดการจัดการความรด้วยตนเอง คอ ให้ผู้เรยนได้เร่ม
ี
้
ื
ี
ี
ื
ิ
ิ
ื
กระบวนการเรยนรตั้งแต่การเร่มคด คดแล้วลงมอปฏบัต และเมอปฏบัตแล้วจะเกิดความรจากการปฏบัต
้
ู
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
้
ิ
่
ี
ู
่
ึ
ึ
ี
ซงผู้ปฏบัตจะจดจ าทั้งส่วนทเปนความรฝงลกและความรทเปดเผยมการบันทกความรในระหว่างเรยนร ้ ู
้
ู
ั
ึ
ิ
ู
ู
้
่
ี
ิ
ี
่
็
้
ี
ิ
ิ
กิจกรรม หรอโครงการลงในสมดบันทก ความรปฏบัตทบันทกไว้ในรปแบบต่าง ๆ จะเปนประโยชน์
ื
ิ
ุ
ึ
็
้
ู
ึ
่
ี
ู
ื่
ิ
ี
ิ
ั
ุ
่
้
ั
ุ
ส าหรบตนเองและผู้อน ในการน าไปปฏบัตแก้ไขปญหาทชมชนประสบอยู่ให้บรรลเปาหมาย และ
ื
ี
ุ
ั
ี
ู
้
ู
ุ
ขั้นสดท้ายคอ ให้ผู้เรยนได้พัฒนาปรบปรงส่งทก าลังเรยนรอยู่ตลอดเวลา ย้อนดว่าในกระบวนการเรยนร ู ้
ี
ิ
่
ี
ี
ุ
ื
นั้น มความบกพร่องในขั้นตอนใด ก็ลงมอพัฒนาตรงจดนั้นให้ด ี
96
้
ี
้
่
ั
ทักษะการเรยนรูเพือจดการความรูในตนเอง
ู
ี
ผู้เรยนจะต้องพัฒนาตนเอง ให้มความสามารถและทักษะในการจัดการความรด้วยตนเองให้ม ี
้
ี
ความรทสงข้น ซงสามารถฝกทักษะเพือการเรยนรได้ดังน้ ี
ึ
ี
ึ
่
้
้
่
่
ึ
ู
ู
ู
ี
์
ื
็
ู
ื
ฝกสงเกต ใช้สายตาและหเปนเครองมอ การสังเกตจะช่วยให้เข้าใจในเหตการณหรอ
ื่
ุ
ึ
ั
ปรากฏการณนั้น ๆ
์
ึ
ู
ู
้
้
ึ
ี
ู
้
ฝกการนาเสนอ การเรยนรจะกว้างข้นได้อย่างไร หากรอยู่คนเดยว ต้องน าความรไปส่การ
ี
ู
้
่
่
ี
ู
ี
่
้
ู
ั
่
ื
ี
แลกเปลยนเรยนรกับคนอน การน าเสนอให้คนอนรบทราบจะท าให้เกิดการแลกเปลยนความรกันอย่าง
ื
กว้างขวาง
ฝกตังค าถาม ค าถามจะเปนเครองมออย่างหนงในการเข้าถงความรได้ เปนการตั้ง ค าถามให้
ึ
ื
ื่
ึ
่
็
้
็
ู
้
ึ
ึ
ื
ิ
้
ู
ู
้
ู
้
ตนเองตอบ หรอจะให้ใครตอบก็ได้ ท าให้ได้ขยายขอบข่ายความคดความร ท าให้รลก และรกว้าง
ื
ึ
ี
่
่
่
ยิ่งข้นไปอก อันเนองมาจากการทได้ศกษาค้นคว้าในค าถามทสงสัยนั้น ค าถามควรจะถามว่า ท าไม
ี
ี
ึ
่
ึ
ู
อย่างไร ซงเปนค าถามระดับสง
็
ี
้
ู
ฝกแสวงหาค าตอบ ต้องรว่าความร หรอค าตอบทต้องการนั้นมแหล่งข้อมูลให้ค้นคว้าได้จากท ี ่
ี
ู
้
่
ื
ึ
ไหนบ้าง เปนความรทอยู่ในห้องสมด ในอนเทอรเนต หรอเปนความรทอยู่ ในตัวคนทต้องไปสัมภาษณ ์
ุ
ื
ี
ู
้
้
ู
ี่
์
็
็
ี
็
ิ
่
่
็
ไปสกัดความรออกมา เปนต้น
ู
้
ฝกบูรณาการเชอมโยงความรู เนองจากความรเรองหนงเรองใดไม่มพรมแดนกั้น ความรนั้น
้
ื
่
่
ื
่
่
ึ
่
ึ
ื
ู
ู
้
ื
้
ี
ื
่
็
ึ
๋
ุ
สัมพันธเชอมโยงกันไปหมด จงจ าเปนต้องรความเปนองค์รวมของเรองนั้น ๆ อย่าง ยกตัวอย่างปยหมัก
็
ู
้
่
์
ื
ี
่
้
ื
ไม่เฉพาะแต่มความรเรองวิธท าเท่านั้น แต่เชอมโยงการก าหนดราคาไว้ เพื่อจะขาย โยงไปทวิธใช้ถ้าจะ
ี
ู
ื
ี
่
ี่
ุ
ุ
ื่
ึ
ุ
น าไปใช้เอง หรอแนะน าให้ผู้อนใช้ โยงไปถงบรรจภัณฑ์ว่าจะ บรรจกระสอบแบบไหน ทกอย่างบูรณา
ื
การกันหมด
ื
ึ
ุ
ื่
็
ื
ฝกบันทึก จะบันทกแบบจดลงสมดหรอเปนภาพ หรอใช้เครองมอบันทกใด ๆ ก็ได้ ต้องบันทกไว้
ึ
ึ
ื
ึ
ื่
บันทกให้ปรากฏร่องรอยหลักฐานของการคดการปฏบัต เพื่อการเข้าถงและการ เรยนรของบคคลอนด้วย
ึ
ึ
ู
ี
ุ
ิ
้
ิ
ิ
ี
ฝกการเขียน เขยนงานของตนเองให้เปนประโยชนต่อการเรยนรของตนเองและผู้อน งานเขยน
็
ี
ี
์
่
ื
ู
้
ึ
หรอข้อเขยนดังกล่าวจะกระจายไปเพือแลกเปลยนเรยนรกับผู้คนในสังคมทมาอ่านงานเขยน
่
ี
ี
่
ี
้
่
ื
ี
ี
ู
้
้
ั
ั
ขนตอนการจดการความรูดวยตนเอง
้
ู
้
่
ี
ู
้
ู
้
์
ในการเรยนรเพื่อจัดการความรในตนเอง นอกจากวิเคราะหตนเองเพือก าหนดองค์ความรท ่ ี
ี
็
ี
ี่
้
จ าเปนในการพัฒนาตนเองแล้วนั้น การแลกเปลยนเรยนรเพื่อให้ได้มาซงความร เปนวิธการค้นหาและ
ู
้
็
ึ
ู
่
็
้
ู
ึ
เข้าถงความรทง่ายเปนการเรยนรทางลัด นั่นคอดว่าทอนท าอย่างไร เลยนแบบ best practice และท าให้
ี
่
ี
ี
ู
่
ื
่
ื
ี
้
ู
ดกว่า เมอปฏบัตแล้วเกิดความส าเรจแม้เพียงเล็กน้อยก็ถอว่าเปน best practice ในขณะนั้น กระบวนการ
ื
็
ี
ื
ิ
ิ
็
่
ิ
เรยนรเพือพัฒนาตนเองสามารถด าเนนการตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้ ดังน้ ี
้
ู
่
ี
97
้
ู
่
่
้
ั
ุ
ุ
้
์
ี
1. ขนการบงชความรู ผู้เรยนวิเคราะหตนเอง เพือรจดอ่อน จดแข็งของตนเอง ก าหนด
ี
้
่
ี
ั
้
ี
ิ
ุ
้
ู
ู
้
ู
ื
เปาหมายในชวิต ก าหนดแนวทางเดนไปส่จดหมาย และรว่าความรทจะแก้ปญหา และพัฒนาตนเองคอ
อะไร
2. ขนสรางและแสวงหาความรู ผู้เรยนจะต้องตระหนักและเหนความส าคัญของการแสวงหา
ี
็
ั
้
้
้
้
ี่
ี
ู
่
ี
ู
ู
้
ี
ความร เข้าถงความรทต้องการด้วยวิธการทหลากหลาย แหล่งเรยนรทใช้ในการแสวงหาความร ได้แก่การ
้
ึ
้
ู
ี่
ิ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การแสวงหาความรจากผู้เชยวชาญ ภมปญญาท้องถ่น และเพื่อน โดยยอมรบใน
ั
ู
ิ
ี่
ั
้
ู
ู
้
่
ึ
ความรความสามารถซงกันและกัน และต้องใช้ทักษะต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสรางความร เช่น ฝกสังเกต
ึ
้
้
ู
ฝกน าเสนอ ฝกการตั้งค าถาม ฝกการแสวงหาค าตอบ ฝกบูรณาการเชอมโยงความร ฝกบันทก และฝกการ
ู
ึ
ึ
ึ
ึ
ึ
ึ
ึ
้
ื่
เขยน
ี
ู
้
3. การจดการความรูใหเปนระบบ จัดท าสารบัญจัดเก็บความรประเภทต่าง ๆ ท จ าเปนต้องร ้ ู
็
ี่
้
็
้
ั
็
้
และน าไปใช้เพื่อการพัฒนาตนเอง การจัดการความรให้เปนระบบจะท าให้เก็บรวบรวม ค้นหา และน ามา
ู
ใช้ได้ง่าย รวดเรว
็
ี่
4. ขนการประมวลและกลันกรองความรู ความรทจ าเปนอาจต้องมการค้นคว้า และแสวงหา
ี
่
ั
็
้
้
ู
้
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
ู
้
เพิ่มเตม เพื่อให้ความรมความทันสมัย น าไปปฏบัตได้จรง
้
ู
ู
้
ี
ิ
ี
ิ
ู
5. การเขาถึงความรู เมอมความรจากการปฏบัตแล้วมการเก็บความรในรปแบบต่าง ๆ เช่น
ื
่
้
้
ู
สมดบันทกความร แฟมสะสมงาน วารสาร หรอใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บรปแบบเว็บไซต์ วีดทัศน์
ื
ิ
ู
้
ึ
ุ
้
ึ
ึ
็
่
ี
่
์
แถบบันทกเสยง และคอมพิวเตอร เพือให้ตนเองและผู้อนเข้าถงได้ง่ายอย่างเปนระบบ
ื
ั
้
่
ี
้
ี
่
่
่
ู
้
ั
6. ขนการแบงปนแลกเปลียนความรู ผู้เรยนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลยนเรยนรกับเพือน ๆ
ี
ู
้
็
ึ
หรอชมชนเพือเรยนรร่วมกัน อาจเปนลักษณะของการสัมมนาเวทเรองเล่าแห่งความส าเรจ การศกษาด ู
่
็
ื
ุ
ี
ี
่
ื
ี
่
ื
็
ี
งานหรอแลกเปลยนเรยนรผ่านทางอนเทอรเนต เปนต้น
ู
้
์
ิ
็
้
ิ
ู
ุ
ี
7. ขนการเรยนรู ผู้เรยนจะต้องน าเสนอความรในโอกาสต่าง ๆ เช่น การจัดนทรรศการ การพบกล่ม
้
ั
้
ี
ื
ู
การเข้าค่าย หรอการประชมสัมมนา รวมทั้งมการเผยแพร่ความร ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น วารสารเว็บไซต์
ี
้
ุ
็
จดหมายข่าว เปนต้น
ความสาเรจของการจดการความรูดวยตนเอง
้
็
้
ั
1. ผู้เรยนเกิดการเรยนรตามแผนพัฒนาตนเองทได้ก าหนดไว้
ี
ี
ี
่
ู
้
ี
ึ
ี
้
ู
2. ผู้เรยนตระหนักถงความรบผิดชอบในการพัฒนาตนเองเพื่อเรยนรวิชาต่าง ๆ อย่างเข้าใจ และ
ั
ี
น าไปใช้ประโยชน์ในชวิตประจ าวันได้
ี
่
ู
้
ุ
ั
3. ผู้เรยนมความรททันสมัยเหมาะสมกับสถานการณปจจบัน สามารถปรบตัวให้อยู่ในสังคม
ี
ี
์
ั
ได้
98
ั
ตัวอยางตาพรากับการจดการความรู ้
่
์
สุรนทร กิจนตยชว ์
ิ
์
ี
ิ
ตาพรา เสนานาท อายุ 55 ป ี ราษฎรต าบลบ้านหลวง อ าเภอเสนา จังหวัดพระนครศรอยุธยา พา
ี
ี
ั
ุ
ั
ิ
ุ
ื่
่
ี
ครอบครวไปหากินทกรงเทพ ฯ เมอหลายปมาแล้ว แต่สดท้ายก็ต้องตัดสนใจกลับบ้าน เพราะครอบครว มี
แต่ความทกข์ยาก กินอยู่แบบอด ๆ อยาก ๆ
ุ
ู
ี
ิ
ี
่
ี
เขามทดนเหลออยู่ 3 งาน จงขุดร่องสวนและปลกผักโดยใช้สารเคม ทั้งปย และยาปราบศัตรพืช
ึ
ุ
๋
ู
ื
ี
่
ั
ี่
ี
ให้ภรรยาน าไปขายทตลาด และเขายังรบจ้างฉดยาฆ่าหญ้าให้แก่เพือนบ้านอกด้วย
ิ
ี
มช้ามนานเขาเร่มเจ็บปวย ตัวซดเหลอง จงต้องไปหาหมอทสถานอนามัยข้างบ้านไม่ได้หยุด
ื
ี
ิ
่
ี
่
ึ
ิ
ึ
ิ
่
ู
ถงหมอจะบอกต้นเหตของความเจ็บปวย แต่เขาก็เลกไม่ได้เพราะลกทั้ง 4 คน ต้องกินใช้มากข้นและไป
ุ
ึ
ี
โรงเรยนกัน
ึ
ึ
ื
ี
ี
ิ
หน้สนพอกพูนข้น ตัวเขาเจ็บออดแอดมากข้น รายจ่ายสารพัดแต่รายได้ม 2 ทาง คอ ขายผักกับ
ิ
ั
ี
ุ
ั
ี
ู
้
รบจ้างฉดยาฆ่าหญ้า ไม่รจะจัดการกับครอบครวอย่างไร หาทางออกไม่ได้ก็กล้มใจ เร่มมปากเสยงกับ
ี
ื
ุ
ี
ิ
ั
่
สมาชกในครอบครว ทพึงของเขาคอเหล้ากับบหร ่ ี
่
ิ
์
้
ู
ึ
่
ุ
วันหนง นายเชด พันธเพ็ง นักจัดการความรของชมชนวัฒนธรรมคลองขนมจนไปพบเข้า
ี
ุ
ื
ุ
่
่
็
ึ
ุ
จงไต่ถามสารทกข์สขดบในฐานะเพือนบ้าน เขาได้เล่าเรองโครงการชมชนเปนสขให้ฟง และชวนตาพร า
ุ
ั
ุ
ิ
เข้าเปนสมาชกเพือแก้ไขปญหาทเผชญอยู่
ิ
่
ี
่
ิ
ั
็
้
ิ
ู
ั
ู
ุ
ึ
ิ
ั
ตาพร าฟงนายเชดอธบายถงการปลกผักแบบยั่งยืนด้วยการจัดการความร เพื่อครอบครวและชมชน
ั
ิ
็
้
ุ
ิ
ื
เปนสขไปพรอมกัน เปนการจัดการด้วยสตปญญาเพื่อพัฒนาปากท้อง คอ เศรษฐกิจ จตใจ ครอบครว
ั
็
ุ
ุ
้
ิ
ชมชน สังคม วัฒนธรรม ส่งแวดล้อม และความสขไปพรอมกันแบบองค์รวมไม่แยกส่วน
่
ุ
ื
ื
่
็
็
ิ
ั
ี
่
ทกเรองทกประเดนทนายเชดช้แจงเปนเรองใหม่ส าหรบตาพรา และตาพราก็ไม่ สเข้าใจนัก แต่ท ี ่
ี
ู
้
ุ
่
ุ
ี
ิ
่
ื
ี
ี
ื
ตัดสนใจเข้าร่วมทันทเพราะเขาอยากออกจากความทกข์ทประสบอยู่และเขาก็ไม่มทางเลอกอน
ี
ั
ในช่วงต้นของการเข้าโครงการตาพราแทบจะลาออกเสยหลายคร้ง เพราะเขาต้องแบ่งเวลาท ากิน
่
ี
่
่
ื
ี
่
ื
่
ี
ู
ไปเรยนรกับส่งทเขาไม่ค่อยจะเชอนัก แต่เขาก็สนใจเรองทจะท าให้เขาไม่เจ็บปวย นอกจากนั้นการเข้า
ิ
้
ั
ุ
กล่มท าให้เขาได้รบความเหนใจจากเพือน ๆ
่
็
้
่
ู
้
่
ื
ิ
เชดได้พาตาพราไปเรยนรเรองเกษตรยั่งยืนจากเครอข่ายในต่างจังหวัดพรอมกับเพือน ๆ ตาพรา
ี
ื
้
ู
ั
ื่
ี
้
เรยนรเรองการจัดการทรพยากรเชงระบบ เขาให้ความสนใจกับการท าน ้าสมควันไม้จากถ่านไม้ เพื่อ
ิ
ุ
ี
ิ
น าไปทดแทนสารเคมก าจัดศัตรพืชและในหมู่บ้านของเขาก็มเศษต้นไม้ กิ่งไม้ ทชมชนตัดท้งไว้มากมาย
ี
ี
่
ู
เขาสามารถน ามาจัดการใช้ประโยชนได้โดยไม่ต้องซ้อหา
ื
์
ื
่
ี่
เมอกลับมาถงบ้านตาพราลงมอท าเตาเผาถ่านแบบใหม่ทันท เปนเตาทสามารถให้ทั้งถ่านและ
ี
็
ื
ึ
น ้าสมควันไม้ เขาท าแล้วท าอกจนส าเรจ ซงนอกจากเขาจะได้น ้าสมควันไม้ไปใช้ในสวนผักแล้ว ยังได้
็
้
้
ี
ึ
่
ี
ื
ถ่านไว้ใช้ในครวเรอนอกด้วย
ั
99
ื
่
ื
ิ
ึ
่
ี
เมอเหลอใช้แล้วตาพราก็ขายให้กับเพือนบ้าน เขาขายดจนผลตไม่ทัน ต้องเพิ่มจ านวนเตาข้น
๋
เดยวน้เขาไม่ต้องไปรบจ้างฉดยาฆ่าหญ้าแล้ววัน ๆ หนงเขาท าสวนผักใช้น ้าสมควันไม้แทนสารเคมก าจัด
้
ี
ี
ี
ึ
ั
ี
่
ู
ุ
้
ุ
ศัตรพืช กรองน ้าสมควันไม้ใส่ขวดขายขวดละ 50 บาท กรอกถ่านใส่ถงขายถงละ 15 บาท ซงนอกจากเขา
่
ึ
จะลดรายจ่ายในครวเรอนได้จรงแล้ว เขายังมรายได้เพิ่มข้นด้วย
ิ
ื
ึ
ั
ี
ุ
วัน ๆ หนงตาพราขลกอยู่กับสวนผัก ขลกอยู่กับเตาถ่าน วางแผนงานในวันร่งข้น ว่าจะจัดการกับ
่
ึ
ุ
ึ
ุ
ุ
ี่
ื
ื่
ผักอะไรบ้าง อย่างไร จะจัดการกับการตลาดของถ่านและน ้าสมควันไม้อย่างไร จนลมเรองเหล้าบหรไป
้
ิ
ื
่
ั
็
ี
ุ
ปจจบันเขาเกือบจะไม่ได้แตะต้องมันจะมบ้างก็กับเพือนๆ และสมาชกเครอข่ายบางคนเปนคร้ ังคราว
ึ
ิ
ี
เท่านั้น หน้สนจงลดลงไปมาก แม้จะยังไม่หมด แต่ก็มความหวังเพราะเขาจัดการได้ ความทกข์หลายด้าน
ี
ุ
ึ
่
ู
ลดลง ทั้งโรคภัยไข้เจ็บและความสขของครอบครว ลกคนหนงลาออกจากโรงงานท ารองเท้าช่วยพ่อแม่
ุ
ั
ิ
ทกคนกินอ่มนอนหลับ
ุ
็
ี
ั
ช่วงหลังน้ตาพราเปนทยอมรบของเพือนบ้าน ของสมาชกกล่มและเครอข่ายเกษตรยั่งยืน เขาเปน
่
ื
ี
็
ุ
ิ
่
่
ื
่
วิทยากรเรองน ้าสมควันไม้ด้วยความมั่นใจ เขาสรางความรเรองน้ด้วยหนงสมองกับสองมอ และถ่ายทอด
ี
ื
่
้
ึ
ู
้
้
ื
ึ
็
่
ถงมรรควิธการจัดการทรพยากร รวมทั้งการจัดการกับปญหาต่าง ๆ ซงเปนทกข์ของครอบครวด้วย
ั
ุ
ั
ั
ึ
ี
ั
ุ
ี
ึ
ี
่
้
ื
ื
็
ุ
ใบหน้ายิ้มแย้มด้วยน ้าใจและเปนสข ปจจบันเขาสรางเครอข่ายเรองน้ถง 4 อ าเภอในจังหวัดพระนครศรอยุธยา
ิ
ิ
่
ุ
เมอว่างจากงานเขานั่งมองดสวน และคดทบทวนสาระต่าง ๆ ในส่งทนายเชดพูดคยกับเขาใน
ื
่
ิ
ี
ู
วันแรก อ้อ ! การจัดการความรเปนอย่างน้เอง มันคอการเรยนร น าความรมาจัดการเชงระบบ สราง
็
ี
ู
้
ู
ื
้
ิ
ู
ี
้
้
ความรใหม่เพือปรบตัวให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ด้วยสตปญญา ปรบรปแบบการพัฒนาแต่รกษาความ
ั
ั
ิ
่
ั
ู
ู
้
ั
์
ุ
ุ
ุ
่
ิ
ุ
ื
สมดลของระบบความสัมพันธระหว่างมนษย์กับมนษย์ มนษย์กับส่งแวดล้อม เพือให้เกิดการยั่งยืนสบไป
้
ู
ุ
นคอการสรปเรองการจัดการความรของตาพร า !!!
ื
ี่
ื่
์
การสรุปองคความรูและการจดท าสารสนเทศ
้
ั
้
ั
้
การจดการความรูดวยตนเอง
การสรุปองคความรู ้
์
้
ุ
ู
การจัดการความร เราม่งหา “ความส าเรจ” มาแลกเปลยนเรยนร เราม่งหาความส าเรจ
ี่
็
ุ
็
ู
้
ี
ุ
ในจดเล็ก ๆ จดน้อยต่างจดกัน น ามาแลกเปลยนเรยนร เพือให้เกิดการขยายผลไปส่ความส าเรจทใหญ่ข้น
ู
ี่
ี
่
ุ
็
่
ี
้
ึ
ุ
ู
ี
องค์ความรเปนความรมาจากการปฏบัตเรยกว่า “ปญญา” กระบวนการเรยนรเปดโอกาสให้
ิ
ี
็
ิ
ู
้
ิ
้
ู
้
ู
ั
ผู้เรยนเปนผู้สรางความรด้วยตนเอง สังเกตส่งทตนอยากรลงมอปฏบัตจรง ค้นคว้า และแสวงหาความร ู ้
้
ิ
ิ
็
ื
้
ิ
ู
ู
่
ิ
้
ี
ี
้
ู
ู
้
้
์
ี
เพิ่มจนค้นพบความร สรางสรรค์เกิดเปนองค์ความรและเกิดประสบการณใหม่ การเรยนรแบบน้จะ
็
ู
้
ี
ิ
ู
ั
ิ
ื
ส่งเสรมให้ผู้เรยนได้พัฒนาความสามารถในการคดส่การปฏบัต และเกิด “ปญญา” หรอองค์ความรเฉพาะ
ี
้
ู
ิ
ิ
ของตนเอง
100
ู
ั
็
ิ
ิ
้
ี
องค์ความรมอยู่อย่างมากมาย การปฏบัตงานจนประสบผลส าเรจ รวมทั้งการแก้ปญหาต่าง ๆ ท ี่
ู
เกิดข้นในระหว่างการท างานทส่งผลให้งานส าเรจลล่วงตามเปาประสงค์ ถอว่าเปนองค์ความรทเกิดข้น
่
้
้
็
ึ
ุ
ึ
ี
็
ี
่
ื
ิ
ี
ิ
้
ู
ทั้งส้น และเปนองค์ความรทมค่าต่อการเรยนรทั้งส้น
ู
ี
่
็
้
ี
้
ุ
การสรปองค์ความรมความส าคัญต่อกระบวนการจัดการความรเปนอย่างยิ่ง เพราะการสรปองค์
ู
็
ี
ุ
ู
้
ื
ู
่
ื่
้
ุ
ื
้
ู
็
ความรจะเปนการต่อยอดความรให้กับตนเองและผู้อน หากบคคลอนต้องการความช่วยเหลอในการ
แก้ปญหาบางเรอง เราจะใช้ความรทมอยู่ช่วยเหลอเพือนได้อย่างไร และเมอเราจะเร่มต้นท าอะไร เราร ู ้
่
ี
่
ี
ู
ื
่
ั
่
ิ
้
ื
ื
็
ี
ี
ุ
่
ี
่
ึ
บ้างไหมว่ามใครท าเรองน้มาบ้าง อยู่ทไหนในชมชนของเรา เพือทเราจะท างานให้ส าเรจได้ง่ายข้น และ
ี
่
่
ื
้
ู
ิ
ไม่ท าผิดซ ้าซ้อน การด าเนนการจัดการองค์ความรอาจต้องด าเนนการตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังน้ ี
ิ
้
ื
1. การก าหนดความรหลักทจ าเปนหรอส าคัญต่องาน หรอกิจกรรมของกล่ม หรอองค์กร
ู
ื
็
ี
่
ุ
ื
2. การเสาะหาความรทต้องการ
ี่
้
ู
้
ื
ั
3. การปรบปรง ดัดแปลง หรอสรางความรบางส่วนให้เหมาะต่อการใช้งานของตน
้
ุ
ู
ู
4. การประยุกต์ใช้ความรในกิจกรรมงานของตน
้
์
้
5. การน าประสบการณจากการท างาน และการประยุกต์ใช้ความรมาแลกเปลยน
ู
ี่
ี
เรยนรและสกัดขุมความร ออกมาบันทกไว้
้
ู
้
ู
ึ
ู
้
็
ุ
ุ
ึ
ั
ู
ั
6. การจัดบันทก “ขุมความร” และ “แก่นความร” ส าหรบไว้ใช้งาน และปรบปรงเปนชด
้
ึ
ึ
ุ
ื
้
ู
ึ
่
ี่
ความรทครบถ้วน ล่มลก และเชอมโยงมากข้น เหมาะต่อการใช้งานมากข้น
่
้
ู
้
ื
ิ
ี
ู
่
้
การจัดการความรเพือให้เกิดองค์ความรทต้องการ เร่มจากการก าหนด “เปาหมายของงาน” นั่นคอ
ุ
่
ื
การบรรลผลสัมฤทธ์ ในการด าเนนการตามทก าหนดไว้ คอ
ิ
ี
ิ
ื
1. การตอบสนอง คอ การสนองตอบความต้องการของทกคนทเกียวข้อง
ี
่
ุ
่
ี
2. การมนวัตกรรม คอ 1) นวัตกรรมในการท างาน
ื
2) นวัตกรรมทางผลงาน
่
ี
้
ู
ื
3. ขดความสามารถ คอ การมสมรรถนะทเกิดจากการเรยนรของตนเอง
ี
ี
ี
4. ประสทธภาพ คอ องค์ความร หรอ คลังความร ู ้
ู
้
ื
ิ
ิ
ื
การจดท าสารสนเทศการจดการความรูดวยตนเอง
ั
้
้
ั
้
ู
ู
์
้
ู
การจัดการความรด้วยตนเอง องค์ความรก็ยังอยู่ในสมองคนในรปของประสบการณจากการ
ู
ื
้
ู
ี
ู
้
็
่
ี
ท างานทประสบผลส าเรจนั้น เราต้องมการถอดองค์ความรซงอาจไหลเวียนองค์ความรจากคนส่คน หรอ
่
ึ
ึ
้
ิ
ิ
ู
ู
ู
็
จากคนมาจัดท าเปนสารสนเทศในรปแบบต่าง ๆ เพือให้คนเข้าถงความรได้ง่ายและน าไปส่การปฏบัตได้
่
้
้
้
ื่
่
ี
ู
ู
็
ู
ื
ี
้
โดยการน าความรทได้มาจัดเก็บเปนหมวดหมู่ของความรการช้แหล่งความร การสรางเครองมอในการ
ึ
เข้าถงความร การกรองความร การเชอมโยงความร การจัดระบบองค์ความรยังหมายรวมถงการท าให้
ึ
ู
้
้
ู
้
ู
้
ู
ื่
ู
ึ
้
ความรละเอยดชัดเจนข้น องค์ความรอาจจัดเก็บไว้ในรปแบบต่าง ๆ เช่น บันทกความร แฟมสะสมงาน
ู
ึ
ู
้
้
้
ู
ี
็
ี
ี
ี
เอกสารจากการถอดบทเรยน แผ่นซด เว็บไซต์ เว็บบล็อค เปนต้น
101
่
ั
ั
้
้
กระบวนการจดการความรูดวยการรวมกลุมปฏิบติการ
กระบวนการจดการความรูดวยกลุมปฏิบัติการ
ั
้
่
้
ึ
ั
ี
ี
็
็
ในยุคของการเปลยนแปลงทรวดเรวนั้น ปญหาจะมความซับซ้อนมากข้น เราจ าเปนต้องม ี
ี
่
่
ู
้
ู
ี่
ความรทหลากหลาย ความรส่วนหนงอยู่ในรปของเอกสาร ต ารา หรออยู่ในรปของสออเล็กทรอนกส
่
ึ
ู
่
์
ื
ิ
ื
ิ
้
ู
ุ
ู
้
่
ี
ี
่
ี
ี
เช่น เทปวิดโอ แต่ความรทมอยู่มากทสดคออยู่ในสมองคน ในรปแบบของประสบการณ ความจ า การ
์
ู
ื
็
ุ
ี
ท างานทประสบผลส าเรจ การด ารงชวิตอยู่ในสังคมปจจบัน จ าเปนต้องใช้ความรอย่างหลากหลาย น า
็
ู
้
ี่
ั
ู
้
้
ิ
ั
้
์
ื่
ู
ความรหลายวิชามาเชอมโยง บูรณาการให้เกิดการคด วิเคราะห สรางความรใหม่จากการแก้ปญหาและ
ู
พัฒนาตนเอง ความรบางอย่างเกิดข้นจากการรวมกล่มเพือแก้ปญหา หรอพัฒนาในระดับกล่ม องค์กร
้
ุ
ื
ึ
ั
ุ
่
่
ี
ุ
ู
้
ุ
ื
หรอชมชน ดังนั้น จึงต้องมการรวมกล่มเพือจัดการความรร่วมกัน
ปจจยที่ท าใหการจดการความรูดวยการรวมกลุมปฏิบัติการประสบผลสาเรจ
ั
ั
็
้
่
้
้
ั
ุ
ี
ิ
1. วัฒนธรรมและพฤติกรรมของคนในกลุม คนในกล่มต้องมเจตคตทดในการ แบ่งปน
่
ี
ั
ี
่
ิ
ุ
ื
ุ
ความรซงกันและกัน มความไว้เน้อเชอใจกัน ให้เกียรตกัน และเคารพความคดเหนของคนในกล่มทกคน
ี
่
ื
็
ิ
้
ู
ึ
่
ุ
้
ู
์
2. ผูนากลุม ต้องมองว่าคนทกคนมคณค่า มความรจากประสบการณ ผู้น ากล่มต้องเปน
ี
ี
็
ุ
ุ
้
่
้
้
ู
้
ี
ั
ต้นแบบในการแบ่งปนความร ก าหนดเปาหมายของการจัดการความรในกล่มให้ชัดเจน หาวิธการให้คน
ู
ุ
ิ
ุ
ู
้
ในกล่มน าเรองทตนรออกมาเล่าส่กันฟง การให้เกียรตกับทกคนจะท าให้ทกคนกล้าแสดงออกในทาง
ุ
ู
ื
ั
่
ี
่
ุ
้
สรางสรรค์
่
ี
ิ
ี
ิ
ั
้
ู
่
ู
3. เทคโนโลยี ความรทเกิดจากการรวมกล่มปฏบัตการเพือถอดองค์ความร ปจจบันมการใช้
ุ
้
ุ
่
เทคโนโลยีมาใช้เพือการจัดเก็บ เผยแพร่ความรกันอย่างกว้างขวาง จัดเก็บในรปของเอกสารในเว็บไซต์
ู
ู
้
วิดโอ VCD หรอจดหมายข่าว เปนต้น
ื
ี
็
ิ
ู
้
4. การนาไปใช การตดตามประเมนผล จะช่วยให้ทราบว่าความรทได้จากการรวมกล่ม
่
ี
ิ
ุ
้
ื
ี
ิ
ิ
ื
ิ
ี
ปฏบัตการ มการน าไปใช้หรอไม่ การตดตามผลอาจใช้วิธการสังเกต สัมภาษณ หรอ ถอดบทเรยน
ี
์
ี
์
็
ผู้เกียวข้อง ประเมนผลจากการเปลยนแปลงทเกิดข้นในกล่ม ความสัมพันธความเปนชมชนทรวมตัวกัน
ิ
่
ี
่
ึ
ี
ุ
่
่
ุ
ี
ึ
ู
เพือแลกเปลยนความรกันอย่างสม าเสมอ รวมทั้งการพัฒนาด้านอน ๆ ทส่งผลให้กล่มเจรญเตบโตข้นด้วย
่
ิ
่
่
ื
ี
่
ุ
่
้
ิ
่
ตั ว อ ย่ า ง ก ลุ ม ห อ ม ท อ ง ยั ด เ ยี ย ด
ุ
่
ี
บ้านปางปอมกลาง ต าบลลอ อ าเภอจน จังหวัดพะเยา เปนพื้นททปลกกล้วยกันมาก ราคากล้วย
็
้
่
ู
ี
ี
ึ
่
ตกต า และมกล้วยชนดหนงทชาวบ้านเรยกว่า “กล้วยสม” ชาวบ้านไม่ค่อยนยมรบประทาน เนองจากเมอ
่
้
ื่
ิ
ี
ั
ิ
ื่
่
ี
ุ
่
ี
ิ
ื
ี้
ี
ี
ิ
ี
ื
สกแล้วจะมรสออกเปรยว จะน าไปให้ไก่กิน เน้อกล้วยทั้งทยังดบหรอสกจะมสเหลองนวล นางอชรา
ื
ุ
ี
ี
ึ
็
ั
ปญญาฟู ซงเปนหัวหน้ากล่ม ได้ศกษาวิธการท ากล้วยฉาบจากกล่มสตรอ าเภอแม่ใจ และทดลองท ากล้วย
ุ
ึ
่
ุ
ื
ี
ี
ฉาบจากกล้วยส้ม หรอเรยกอกชอหนงว่า “กล้วยหอมทอง” ทดลองหลายคร้งและน าเนยมาเปนส่วนผสม
็
่
ื่
ั
ึ
102
ี
ิ
่
ุ
ื่
่
ื
ี
ิ
ี
ของเครองปรง ท าให้สกล้วยฉาบสวยเปนธรรมชาต มความกรอบและมรสชาตทกลมกล่อมเนองจากม ี
็
ี
ี้
ุ
ิ
ู
ี
ุ
ความเปรยวอยู่ในตัว ท าให้ได้สตรในการท ากล้วยฉาบเฉพาะกล่ม จากนั้นสมาชกกล่มสตรได้รวมตัวกัน
ุ
ื่
ิ
ี
ุ
่
9 คน ลงห้นกันคนละ 200 บาท เมอป 2544 จัดตั้งกล่มเพือผลตกล้วยฉาบขาย และได้น ากล้วยฉาบไป
้
ื
ิ
ี
เสนอ ขายให้คนทรจักและเจ้าหน้าทจากส่วนราชการต่าง ๆ ซงทกคนมองว่า “รสชาตก็คงเหมอนกล้วย
ู
่
่
ี
่
ุ
ึ
ึ
่
ึ
็
ื
ฉาบธรรมดา” แต่เมอทดลองชมแล้วจงเหนถงความแตกต่างระหว่างรสชาตของกล้วยฉาบ จากกล้วยน ้าว้า
ิ
ิ
กับกล้วยฉาบจากกล้วยหอมทอง จงให้ความสนใจสั่งซ้อมากข้น และรจักในนาม “กล้วยยัดเยียด” ซงเปน
ื
ึ
ู
้
่
ึ
็
ึ
ื
้
ี
ทมาของการน าไปเสนอขายด้วยการขอรองกึ่งบังคับให้คนซ้อนั่นเอง
่
้
ี
ิ
ุ
ึ
ต่อมาส่วนราชการในอ าเภอได้ให้การสนับสนนมากข้น เสนอให้มการท าปายผลตภัณฑ์ใหม่
้
ุ
ื
่
ี
ื่
ุ
ู
ี่
ื
็
และให้เปลยนชอเปน “กล้วยหอมทองเมองจน” แต่เมอน าไปขายแล้วไม่มคนรจักและไม่แน่ใจในคณภาพ
ี
่
ื
ิ
ึ
ึ
ั
ิ
ื
ุ
ของสนค้า จงขายได้ไม่ด ท าให้ต้องกลับมาใช้ชอเหมอนเดมว่า “กล้วยหอมทองยัดเยียด” จนถงปจจบัน
่
ในการบรหารจัดการของกล่ม ได้มการแบ่งหน้าทสมาชกกล่มให้รบผิดชอบเปนฝายต่าง ๆ
ี
ั
็
ุ
่
ุ
ิ
ิ
ี
ี
่
ประกอบด้วย ประธานกล่ม กรรมการฝายต่าง ๆ ฝายการตลาด ฝายผลต ฝายการ เงนบัญช และม ี
่
ุ
ิ
่
ิ
่
ุ
ิ
ึ
ุ
ุ
ี
ุ
ี
ุ
ิ
็
ี
ุ
เลขานการกล่ม มสมาชกเพิ่มข้นเปน 20 คน มการลงห้นเพิ่มและมเงนทนหมนเวียนให้สมาชกกล่มได้
ิ
กู้ยืม กล่มได้สรางงานให้กับคนในชมชนนั่นคอส่งเสรมให้ปลกกล้วยขายให้กับกล่ม และเมอมกล้วยเข้า
ุ
ู
้
ื
ุ
ุ
ื่
ิ
ี
ุ
ื
ู
ี
มาเปนจ านวนมาก จะจ้างแรงงานจากคนในชมชนมาปอกกล้วยเพื่อทอดไว้ และจะฉาบเมอมลกค้าสั่ง
่
็
ิ
่
ี
สนค้าเข้ามาท าให้ได้กล้วยทใหม่และกรอบอยู่ตลอดเวลา
็
การพัฒนาผลตภัณฑ์ กล่มได้มการประชมแลกเปลยนความคดเหนร่วมกันทกเดอน และมการ
ี
ิ
่
ี
ิ
ื
ี
ุ
ุ
ุ
่
ุ
ุ
ิ
น าสมาชกกล่มไปศกษาดงานกล่มอาชพอน ๆ เพือน าความรใหม่ ๆ มาพัฒนาผลตภัณฑ์ และมการ
ี
ิ
้
ู
ื
่
ึ
ู
ี
เชอมโยงกับเครอข่ายซงเปนกล่มสตรอน ๆ ในการหาตลาดร่วมกัน แลกเปลยนความรเรองการบรหาร
ี่
ิ
่
ื
ึ
ุ
ื
็
ื่
่
่
ื
ู
้
ี
ิ
ุ
ี
ี่
ุ
จัดการกล่มให้ยั่งยืน และจากการทกล่มได้ไปศกษาดงานการผลตกล้วยฉาบทจังหวัดสโขทัย ท าให้กล่ม
ึ
ู
ุ
ุ
่
ู
้
ื
ิ
ี
ู
้
ู
่
ึ
ได้เครอข่ายในการแลกเปลยนเรยนรการพัฒนาผลตภัณฑ์กว้างข้น ความรจากการไปศกษาดงานท าให้
ึ
ี
ิ
ิ
กล่มได้แนวคดเกียวกับการฝานกล้วยฉาบให้ได้ในปรมาณมาก ๆ ได้เรยนรและขยายการผลตสนค้าชนด
ุ
่
ิ
้
ิ
ิ
ี
ู
ิ
อน ๆ เพิ่ม เช่น การท าเผือกฉาบ มันฝร่งทอด และการพัฒนารสชาตของผลตภัณฑ์ให้มความหลากหลาย
ิ
ี
ั
ื่
่
ึ
ุ
ี
ี
ึ
ี
่
็
ุ
ื
มากข้น ท าให้กล่มได้รับการพัฒนา มใบอนญาตทเรยกว่า อย. มาเปนเครองก ากับถงคณภาพของ
ุ
ึ
ิ
ี
ุ
ี
่
ผลตภัณฑ์มการขยายตลาดไปต่างจังหวัด และต่างประเทศ กล่มจงเปนทรจักและด ารงอยู่ได้มาจนถงทก
ุ
ู
้
ึ
็
วันน้ ี
ู
้
ุ
จากตัวอย่างการด าเนนการกล่มกล้วยหอมยัดเยียด ได้มการน าการจัดการความรมาใช้เพื่อการ
ี
ิ
ู
พัฒนากล่มกระบวนการจัดการความรของกล่มเปนดังน้ ี
ุ
ุ
็
้
้
่
้
ื
ุ
ี
1. การบงชความรู เปาหมายของการรวมกล่มกล้วยหอมยัดเยียด คอ สรางรายได้ให้กับ
้
้
ี
้
สมาชกกล่มอาชพ และพัฒนากล่มอาชพให้เข้มแข็ง ยั่งยืน มรายได้อย่างต่อเนอง กล่มต้องมความรใน
ู
ุ
ิ
ื
ี
ุ
ี
่
ุ
ี
ื
ุ
ิ
ิ
ุ
้
เรองวัตถดบ กระบวนการผลต การตลาด การรวมกล่ม การสรางเครอข่าย
ื่
103
็
ี
้
ู
ี
่
ุ
้
่
2. การสรางและแสวงหาความรู เมอก าหนดองค์ความรทจ าเปนในการพัฒนากล่มอาชพแล้ว
ื
้
้
่
ู
ิ
ี
ิ
่
กล่มมการส ารวจหาแหล่งความรทด าเนนการเกียวกับการท ากล้วยฉาบ ซงก่อนด าเนนการแสวงหาความร ู ้
ุ
ี
ึ
่
ุ
ุ
ึ
ี
ื
ี
่
่
ได้มการปรกษาหารอกันในกล่ม รวมทั้งส่วนราชการทให้การสนับสนน จากนั้นได้รวบรวมรายชอกล่ม
ุ
ื
ี
ี
ู
ี่
่
อาชพทท าเรองกล้วยในจังหวัดพะเยา เพือเปนข้อมูลในการวางแผนการแลกเปลยนเรยนรร่วมกัน
ื่
็
่
ี
้
้
ู
ี
้
็
ี
ื่
3. การจดการความรูใหเปนระบบ เมอมการแสวงหาความรแล้ว ได้มการจัดท าท าเนยบกล่ม
ุ
ี
ั
้
ี
่
ี
ี
อาชพต่าง ๆ ทั้งทอยู่ในจังหวัดพะเยา และจังหวัดใกล้เคยง เพือการแลกเปลยนเรยนรร่วมกันต่อไป
่
ี
ี
่
ู
้
้
ุ
ี
่
ี
ึ
4. การประมวลและกลันกรองความรู ความรทได้จากกล่มต่าง ๆ กล่มได้มการแยกแยะถง
ุ
ู
้
่
ุ
ิ
ิ
ุ
ั
ี
ุ
ปญหาและจดเด่นของการด าเนนการพัฒนากล่มอาชพในแต่ละกล่ม และน ามาจัดท าเวทเพื่อให้สมาชก
ี
ุ
ุ
่
ุ
ุ
ึ
ึ
ุ
ี
กล่มร่วมกันวิเคราะหถงจดเด่นจดด้อยของกล่ม เพือการพัฒนากล่มให้ดยิ่งข้นต่อไป
์
ู
้
่
ุ
ื
้
5. การเขาถึงความรู กล่มได้สรางเครอข่ายเพือการเรยนรในองค์ความรทจ าเปนต่อการพัฒนา
ี
่
็
้
ี
้
ู
้
้
ิ
ิ
ุ
ื
กล่มร่วมกัน ทั้งความรในเรองวัตถดบ กระบวนการผลต การตลาด การบรหารจัดการกล่ม
่
ุ
ู
ุ
ิ
6. การแบงปนแลกเปลียนความรู กล่มมการแลกเปลยนเรยนรร่วมกันอยู่ตลอด สรางความ
้
ี
้
ี
ั
่
้
ี
่
่
ุ
ู
ื
่
ี
ุ
่
ุ
ี
่
ี
สามัคคภายในกล่ม แลกเปลยนเรยนรกับกล่มอน ๆ ทั้งกล่มทอยู่ในจังหวัดพะเยา และกล่มทอยู่ในจังหวัดอน
้
ี
่
ี
่
ื
ู
ุ
ุ
ุ
็
ู
้
ู
ี
ี
่
ึ
จากการศกษาดงาน และประชมสัมมนา รวมทั้งการแลกเปลยนเรยนรอย่างไม่เปนทางการจากการพบเจอ
่
็
ี
กันในการออกรานในงานต่าง ๆ ทส่วนราชการเปนผู้จัด
้
ุ
ิ
้
ิ
7. การเรยนรู สมาชกในกล่มเกิดการเรยนรร่วมกัน ยกระดับความรในเรองวัตถดบ ท าให้ม ี
ู
ี
้
ี
ุ
ื่
้
ู
ี
ุ
่
ิ
็
ี
ิ
ิ
ี
่
วัตถดบเพือใช้ในการผลตตลอดทั้งป มกระบวนการผลตทง่ายไม่ยุ่งยากและเปนอันตราย ผลตได้จ านวน
ิ
ุ
มาก ๆ เพียงพอต่อความต้องการ มการขยายตลาดเพิ่ม มการรวมห้นในกล่มเพือเปนเงนทนของกล่มและ
ี
ี
ุ
ุ
ุ
่
ิ
็
ื
ิ
ี
้
ช่วยเหลอสมาชกทเดอดรอน
ื
่
์
ั
ั
้
การสรุปองคความรูและการจดท าสารสนเทศการจดการความรู ้
่
ดวยการรวมกลุมปฏิบัติการ
้
็
ในการปฏบัตงานแต่ละคร้ง กล่มจะต้องมการสรปองค์ความรเพือจัดท าเปนสารสนเทศเผยแพร่
ั
้
ุ
ู
ี
ิ
ุ
่
ิ
ู
ื
้
ิ
ี่
่
ความรให้กับสมาชกกล่ม และกล่มอน ๆ ทสนใจในการเรยนร และเมอมการ ด าเนนการจัดหาหรอสราง
ิ
ุ
ื
ี
้
ุ
ื่
ี
้
ู
ความรใหม่จากการพัมนาข้นมา ต้องมการก าหนดส่งส าคัญทจะเก็บไว้เปนองค์ความร และต้องพิจารณา
้
ู
ึ
ู
่
็
ี
ิ
ี
้
ุ
ถงวิธการในการเก็บรกษาและน ามาใช้ให้เกิดประโยชนตามความต้องการ ซงกล่มต้องจัดเก็บองค์ความร ู ้
่
ึ
ึ
ี
ั
์
ุ
้
็
ึ
ี
ึ
ไว้ให้ดทสด ไม่ว่าจะเปนข้อมูลข่าวสารสนเทศ การวิจัย การพัฒนา โดยต้องค านงถงโครงสรางและ
ี่
ื
ี่
ู
ี
สถานทหรอฐานของการจัดเก็บ ต้องสามารถค้นหาและส่งมอบได้อย่างถกต้อง มการจ าแนกหมวดหมู่
้
ู
ของความรไว้อย่างชัดเจน
104
่
์
การสรุปองคความรูดวยการรวมกลุมปฏิบัติการ
้
้
ุ
ี
ุ
ิ
้
่
ี
้
ู
ิ
ุ
ุ
็
ู
การจัดการความรกล่มปฏบัตการ เปนการจัดการความรของกล่มทรวมตัวกัน มจดม่งหมายของ
็
ิ
ุ
่
ิ
ิ
การท างานร่วมกันให้ประสบผลส าเรจ ซงมกล่มปฏบัตการหรอทเรยกว่า “ชมชนนักปฏบัต” เกิดข้นอย่าง
ี
ี
ิ
ี
ื
ึ
ึ
่
ุ
ุ
ิ
ุ
ุ
มากมาย เช่น กล่มฮักเมองน่าน กล่มเล้ยงหมู กล่มเล้ยงกบ กล่มเกษตรอนทรย์ กล่มสัจจะออมทรพย์ หรอ
ื
ี
ื
ี
ุ
ี
ุ
ั
กล่มอาชพต่าง ๆ ในชมชน กล่มเหล่าน้พรอมทจะเรยนรและแลกเปลยนประสบการณซงกันและกัน
ู
์
ึ
ุ
่
้
ี
่
ี
ี
่
้
ุ
ุ
ี
ี
ู
้
ี
็
่
ั
ู
้
ึ
ิ
องค์ความรจงเปนความรและปญญาทแตกต่างกันไปตามสภาพและบรบทของชมชน การสราง
้
ุ
้
้
ู
ื
้
ู
ุ
ุ
้
ู
็
ิ
ุ
ู
ุ
ื
องค์ความรหรอชดความรของกล่มได้แล้ว จะท าให้สมาชกกล่มมองค์ความร หรอชดความรไว้เปน
ี
่
่
ู
เครองมอในการพัฒนางาน และแลกเปลยนเรยนรกับคนอนหรอกล่มอนอย่างภาคภมใจ เปนการต่อยอด
ี
ู
็
ื่
ิ
ุ
ื
่
ื
้
ื
ี
ื
่
ี
ความรและการท างานของตนต่อไปอย่างไม่มทส้นสดอย่างทเรยกว่าเกิดการเรยนรและพัฒนากล่มอย่าง
ี
ี
ุ
่
ุ
ู
้
ู
ี
ิ
ี
้
ี
ต่อเนองตลอดชวิต
่
ื
ี
ุ
ุ
ในการสรปองค์ความรของกล่ม กล่มจะต้องมการถอดองค์ความรทเกิดจากการ ปฏบัต การ
ี
่
ิ
ู
ิ
้
ู
ุ
้
ู
ู
ถอดองค์ความรจงมลักษณะของการไหลเวียนความรจากคนส่คน และจากคนส่กระดาษ นั่นคอการองค์
ื
้
ู
ึ
ี
้
ู
ู
ื
ึ
์
ี่
ึ
ความรมาบันทกไว้ในกระดาษ หรอคอมพิวเตอรเพือเผยแพร่ให้กับ คนทสนใจได้ศกษาและพัฒนาความร ู ้
่
้
ิ
่
็
ี
ต่อไป ปจจัยทส่งผลส าเรจต่อการรวมกล่มปฏบัตการ คอ
ั
ุ
ิ
ื
ี
้
1. การสรางบรรยากาศของการท างานร่วมกัน กล่มมความเปนกันเอง
ุ
็
่
ุ
2. ความไว้วางใจซงกันและกัน เปนหัวใจส าคัญของการท างานเปนทม สมาชกทกคนควร
็
ึ
ี
ิ
็
ี
ื
่
ื
่
ิ
ไว้วางใจกัน ซอสัตย์ต่อกัน สอสารกันอย่างเปดเผย ไม่มลับลมคมใน
3. การมอบหมายงานอย่างชัดเจน สมาชกทกคนงานเข้าใจวัตถประสงค์ เปาหมาย และ
้
ิ
ุ
ุ
ยอมรบภารกิจหลักของทมงาน
ั
ี
4. การก าหนดบทบาทให้กับสมาชกทกคน สมาชกแต่ละคนเข้าใจและปฏบัตตามบทบาท
ิ
ุ
ิ
ิ
ิ
ี
ุ
ู
่
ี
้
ุ
ของตนเอง และเรยนรเข้าใจในบทบาทของผู้อนในกล่ม ทกบทบาทมความส าคัญ รวมทั้งบทบาทในการ
ื
ี
ุ
็
ช่วยรกษาความเปนกล่มให้มั่นคง เช่น การประนประนอม การอ านวย ความสะดวก การให้ก าลังใจ เปนต้น
็
ั
ี
ี
5. วิธการท างาน ส่งส าคัญทควรพิจารณา คอ
่
ิ
ื
็
1) การสอความ การท างานเปนกล่มต้องอาศัยบรรยากาศ การสอความทชัดเจน เหมาะสม
ื่
ื่
ี่
ุ
ึ
ี่
ู
้
ิ
ุ
ิ
่
็
ซงจะท าให้ทกคนกล้าเปดใจแลกเปลยนความคดเหน และแลกเปลยนเรยนรซงกันและกันจนเกิดความ
ึ
่
ี
่
ี
่
ู
ี
ิ
เข้าใจ และน าไปส่การท างานทมประสทธภาพ
ี
ิ
ื่
ิ
ิ
้
ุ
2) การตัดสนใจ การท างานเปนกล่มต้องใช้ความรในการตัดสนใจร่วมกัน เมอ เปด
็
ู
ิ
โอกาสให้สมาชกในกล่มแสดงความคดเหน และร่วมตัดสนใจแล้ว สมาชกย่อมเกิดความ ผูกพันทจะท า
ิ
ุ
ิ
ิ
็
ิ
ี่
่
ิ
ี
ี
ให้ส่งทตนเองได้มส่วนร่วมตั้งแต่ต้น
3) ภาวะผู้น า คอ บคคลทได้รบการยอมรบจากผู้อน การท างานเปนกล่มควร ส่งเสรมให้
ุ
ั
ั
ี่
ื
ุ
ื่
ิ
็
ั
่
สมาชกในกล่มทกคนได้มโอกาสแสดงความเปนผู้น า เพือให้ทกคนเกิดความรสกว่า ได้รบการยอมรบ
็
ุ
ุ
ึ
ู
้
ี
ิ
ั
ุ
ุ
็
ี
ี
ี
จะได้รสกว่าการท างานร่วมกันเปนกล่มนั้นมความหมายปรารถนาทจะท าอก
ู
่
ึ
้
105
ี
ื
ิ
่
้
ุ
ื
4) การก าหนดกตกาหรอกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ทจะเอ้อต่อการท างานร่วมกันให้บรรลเปาหมาย
ื
ิ
ิ
ิ
ี
่
ควรเปดโอกาสให้สมาชกได้มส่วนร่วมในการก าหนดกตกา หรอกฎเกณฑ์ทจะน ามาใช้ร่วมกัน
ี
ิ
็
6. การมส่วนร่วมในการประเมนผลการท างานของกล่ม ควรมการประเมนผลการท างานเปน
ี
ุ
ิ
ี
ุ
็
ิ
ระยะในรปแบบทั้งไม่เปนทางการและเปนทางการ โดยสมาชกทกคนมส่วนร่วมใน การประเมนผลงาน
ี
ู
็
ิ
ท าให้สมาชกได้รบทราบความก้าวหน้าของงาน ปญหาอปสรรคทเกิดข้น รวมทั้งพัฒนากระบวนการ
ุ
ั
่
ึ
ิ
ี
ั
ื
่
้
ุ
ุ
ึ
ท างาน หรอการปรบปรงแก้ไขร่วมกัน ซงในทสดสมาชกจะได้ทราบ ว่าผลงานบรรลเปาหมาย และม ี
ิ
ุ
ั
ี่
คณภาพมากน้อยเพียงใด
ุ
ตัวอยางการสรุปองคความรูกลุมกลวยหอมยัดเยียด
์
้
่
้
่
106
107
108
ั
้
่
ั
้
สารสนเทศการจดการความรูดวยการรวมกลุมปฏิบติการ
ิ
็
ู
สารสนเทศการจัดการความรด้วยการรวมกล่มปฏบัตการ หมายถงการรวบรวมข้อมูลทเปน
้
ี่
ึ
ิ
ุ
ู
้
ื
ุ
็
ึ
์
่
ุ
ประโยชนต่อการพัฒนางาน พัฒนาคน หรอพัฒนากล่ม ซงอาจจัดท าเปนเอกสารคลังความรของกล่ม
ั
่
ื
้
ู
ี่
หรอเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ เพือแบ่งปนแลกเปลยนความร และน ามาใช้ประโยชน์ในการท างาน
ุ
ิ
ิ
ตัวอย่างของสารสนเทศจากการรวมกล่มปฏบัตการ ได้แก่
่
่
็
ี่
ื
่
ี
ี
ึ
ึ
1. บันทกเรองเล่า เปนเอกสารทรวบรวมเรองเล่า ทแสดงให้เหนถงวิธการท างานให้ประสบ
ื
็
็
ื่
ผลส าเรจ อาจแยกเปนเรอง ๆ เพื่อให้ผู้ทสนใจเฉพาะเรองได้ศกษา
ี่
็
ึ
ื่
ี
็
ื
2. บันทกการถอดบทเรยนหรอการถอดองค์ความร เปนการทบทวนสรปผลการท างานท ี่
้
ึ
ู
ุ
็
็
จัดท าเปนเอกสาร อาจจัดท าเปนบันทกระหว่างการท างานและหลังจากท างานเสรจแล้ว เพื่อให้เหน
ึ
็
็
ั
ี
็
วิธการแก้ปญหาในระหว่างการท างาน และผลส าเรจจากการท างาน
่
ั
ี
ื
ู
ี
ี่
่
็
ี
ี
3. วีซดเรองสั้น เปนการจัดท าฐานข้อมูลความรทสอดคล้องกับสังคมปจจบัน ทมการใช้
้
ุ
ี
ี
็
็
ิ
่
ิ
์
ุ
้
เครองอเล็กทรอนกสกันอย่างแพร่หลาย การท าวีซดเปนเรองสั้น เปนการเผยแพร่ให้บคคลได้เรยนรและ
ู
ื
ี
่
ื
น าไปใช้ในการแก้ปญหา หรอพัฒนางานในโอกาสต่อไป
ื
ั
็
้
ู
4. ค่มอการปฏบัตงาน การจัดการความรทประสบผลส าเรจจะท าให้เหนแนวทางของการ
ี่
ิ
ื
ู
ิ
็
ื
็
่
ี่
ู
่
ิ
ิ
ท างานทชัดเจน การจัดท าเปนค่มอเพือการปฏบัตงาน จะท าให้งานมมาตรฐานและผู้เกียวข้องสามารถ
ี
น าไปพัฒนางานได้
ิ
็
5. อนเทอรเนต ปจจบันมการใช้อนเทอรเนตกันอย่างแพร่หลาย และมการสอสาร
ื่
ี
์
ี
ั
ุ
ิ
็
์
ึ
ู
ู
้
ู
็
์
ิ
้
ี
ี
แลกเปลยนความรผ่านทางอนเทอรเนตในเว็บไซต์ต่าง ๆ มการบันทกความรทั้งในรปแบบของ เว็บ
่
ื่
ู
์
ั
บล็อก เว็บบอรด และรปแบบอน ๆ อนเทอรเนตจงเปนแหล่งเก็บข้อมูลจ านวนมากในปจจบัน เพราะคน
ุ
์
ิ
็
็
ึ
ี่
ุ
ุ
ึ
สามารถเข้าถงข้อมูลได้อย่างรวดเรว ทกท ทกเวลา
็
กิจกรรม
้
กิจกรรมที่ 1 การจัดการความรด้วยตนเองต้องอาศัยทักษะอะไรบ้าง และผู้เรยนมวิธการจัด
ี
ี
ี
ู
้
ู
การความรด้วยตนเองอย่างไร ยกตัวอย่าง
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
109
ู
้
ื
ั
้
ี่
ี
ู
กิจกรรมที่ 2 องค์ความรทผู้เรยนได้รบจากการจัดการความรด้วยตนเองคออะไร
็
(แยกเปนข้อ ๆ)
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
็
ี
ี
่
ื
ี
่
่
่
ี
กิจกรรมที่ 3 ให้ผู้เรยนเขยนเรองเล่าแห่งความส าเรจ และรวมกล่มกับเพือนทมเรองเล่าลักษณะ
ุ
ื
่
์
คล้ายกันผลัดกันเล่าเรอง สกัดความรจากเรองเล่าของเพือน ตามแบบฟอรม
้
ู
่
ื
่
ื
ดังน้ ี
่
่
ื
้
์
แบบฟอรมการบนทึกขุมความรูจากเรองเกา
ั
ื่
ชอเรอง
ื่
.....................................................................................................................................................................
ชอผู้เล่า
ื
่
.....................................................................................................................................................................
่
1. เน้อเรองย่อ
ื
ื
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
110
ื
่
ู
2. การบันทกขุมความรจากเรองเล่า
้
ึ
ั
2.1 ปญหา
............................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ี
ั
2.2 วิธแก้ปญหา (ขุมความร)..............................................................................................................
ู
้
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ี
2.3 ผลทเกิดข้น
ึ
่
..................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ู
้
ึ
2.4 ความรสกของผู้เล่า / ผู้เล่าได้เรยนรอะไรบ้าง จากการท างานน้ ี
ู
ี
้
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
111
3. แก่นความร ้ ู
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ู
ุ
ุ
ี
้
ี
กิจกรรมที่ 4 ให้ผู้เรยนจับกล่ม 3 - 5 คน ไปถอดองค์ความรกล่มอาชพต่าง ๆ ในชมชน และ
ุ
็
ุ
น ามาสรปเปนองค์ความร ตามแบบฟอรมดังน้ ี
์
้
ู
สรุปองคความรูกลุม.....................................................................................................................
่
้
์
ี
ทอยู่กล่ม......................................................................................................................................................
ุ
่
ชอผู้ถอดองค์ความร ้ ู 1........................................................................................................................
ื่
2........................................................................................................................
3........................................................................................................................
112
่
ื
ั
แบบทดสอบเรองการจดการความรู ้
่
้
่
่
ค าชแจง : จงกากบาท X เลือกขอทีทานคิดวาถูกตองทีสุด
้
ี
่
้
้
ู
1. การจัดการความรเรยกสั้น ๆ ว่าอะไร
ี
ก. MK
ข. KM
ค. LO
ง. QA
้
ู
ื
้
2. เปาหมายของการจัดการความรคออะไร
ก. พัฒนาคน
ข. พัฒนางาน
ค. พัฒนาองค์กร
ู
ง. ถกทกข้อ
ุ
3. ข้อใดถกต้องมากทสด
ู
ี่
ุ
ู
้
ก. การจัดการความร หากไม่ท า จะไม่ร ู ้
ื
้
ู
ู
้
ี่
ข. การจัดการความรคอการจัดการความรของผู้เชยวชาญ
ู
้
ื
ค. การจัดการความรถอเปนเปาหมายของการท างาน
้
็
ี่
ู
ง. การจัดการความรคอการจัดการความรทมในเอกสาร ต ารา มาจัดให้เปน
ื
้
้
ู
็
ี
ระบบ
ู
้
4. ขั้นสงสดของการเรยนรคออะไร
ื
ู
ี
ุ
ก. ปญญา
ั
ข. สารสนเทศ
ค. ข้อมูล
ง. ความร ู ้
ิ
ื
ุ
5. ชมชนนักปฏบัต (Cop) คออะไร
ิ
ก. การจัดการความร ้ ู
ข. เปาหมายของการจัดการความร ู ้
้
ี
ค. วิธการหนงของการจัดการความร ู ้
ึ
่
ง. แนวปฏบัตของการจัดการความร ู ้
ิ
ิ
113
้
ู
ู
6. รปแบบการจัดการความรตามโมเดลปลาทู ส่วน “ท้องปลา” หมายถงอะไร
ึ
้
ก. การก าหนดเปาหมาย
ี่
ี
ข. การแลกเปลยนเรยนร ู ้
็
ค. การจัดเก็บเปนคลังความร ้ ู
ง. ความรทชัดแจ้ง
ี่
้
ู
ี
่
ี
่
ู
ี
ื
้
7. ผู้ทท าหน้าทกระต้นให้เกิดการแลกเปลยนเรยนรคอใคร
ุ
่
ี
ุ
ื
ก. คณเอ้อ
ุ
ข. คณอ านวย
ุ
ค. คณกิจ
ุ
ิ
ง. คณลขต
ิ
้
่
ี
ุ
8. สารสนเทศเพือเผยแพร่ความรในปจจบันมอะไรบ้าง
ั
ู
ก. เอกสาร
ี
ข. วีซด ี
ค. เว็บไซต์
ง. ถกทกข้อ
ู
ุ
่
้
ุ
ู
ี
9. การจัดการความรด้วยตนเองกับชมชนแห่งการเรยนรมความเกียวข้องกัน
ู
ี
้
หรอไม่ อย่างไร
ื
ุ
็
้
่
ู
ก. เกียวข้องกัน เพราะการจัดการความรในบคคลหลาย ๆ คน รวมกันเปน
ุ
ชมชน เรยกว่าเปนชมนมแห่งการเรยนร ู ้
ี
ุ
ุ
ี
็
ู
้
ื
่
ข. เกียวข้องกัน เพราะการจัดการความรให้กับตนเองก็เหมอนกับจัดการความร ้ ู
ให้ชมชนด้วย
ุ
้
ั
ู
็
่
ค. ไม่เกียวข้องกัน เพราะจัดการความรด้วยตนเองเปนปจเจกบคคล ส่วน
ุ
็
ื
ี
้
ุ
่
ู
ชมชนแห่งการเรยนรเปนเรองของชมชน
ุ
ง. ไม่เกียวข้องกัน เพราะชมชนแห่งการเรยนรเปนการเรยนรเฉพาะกล่ม
้
ู
ุ
ุ
็
ู
ี
ี
้
่
ั
ิ
็
ู
ุ
10. ปจจัยทท าให้การจัดการความรการรวมกล่มปฏบัตการประสบผลส าเรจคออะไร
้
ื
ิ
ี่
ก. พฤตกรรมของคนในกล่ม
ุ
ิ
ข. ผู้น ากล่ม
ุ
ค. การน าไปใช้
ู
ุ
ง. ถกทกข้อ
เฉลย 1) ข 2) ง 3) ก 4) ก 5) ค 6) ข 7) ข 8) ง 9) ก 10) ง
114
แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ต น เ อ ง ห ลั ง เ รี ย น
้
ี
่
บทสะทอนทีไดจากการเรยนรู ้
้
ี
่
ี
ู
้
ิ
1. ส่งทท่านประทับใจในการเรยนรรายวิชาการจัดการความร ้ ู
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ั
ี
2. ปญหา/อปสรรคทพบในการเรยนรรายวิชาการจัดการความร ู ้
ุ
ี่
ู
้
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ิ
3. ข้อเสนอแนะเพิ่มเตม
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
115
บทที่ 4
คิดเปน
็
สาระสาคัญ
ู
่
ื
ึ
ื
่
ี
ทบทวนท าความเข้าใจกับความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่ และเชอมโยงไปส่การเรยนร ้ ู
ั
ิ
็
็
็
ิ
ั
ิ
ื
่
์
เรองของการคดเปน กระบวนการแก้ปญหาของคนคดเปนและปรชญาคดเปน ศกษาวิเคราะหลักษณะ
ึ
่
ิ
ิ
ของข้อมูลทั้งด้านวิชาการ ตนเอง และสังคม ส่งแวดล้อม รวมทั้งเทคนคการเก็บข้อมูล เพือน าไปใช้ใน
ิ
การเลอกเก็บข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบการคดตัดสนใจอย่างคนคดเปน
ิ
ิ
็
ื
ี
้
่
ผลการเรยนรูทีคาดหวัง
ู
่
ื
ื
ึ
ิ
่
ิ
1. อธบายทบทวนความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่ กับความเชอมโยงส่กระบวนการคด
เปนและปรชญาคดเปนได้
ั
็
ิ
็
ี
2. จ าแนก เปรยบเทยบ ตรวจสอบ ลักษณะของข้อมูลด้านวิชาการ ตนเอง และสังคม
ี
์
่
ั
ิ
ิ
ส่งแวดล้อมทจะน ามาใช้ประกอบการคดและการวิเคราะหข้อมูล เพือแก้ปญหาของคน
่
ี
็
คดเปนได้
ิ
ื
่
ขอบขายเน้อหา
ื
ื
่
่
็
ั
ิ
ู
1. ความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่ และการเชอมโยงส่กระบวนการคดเปนและปรชญา
ึ
ิ
็
คดเปน
ิ
2. ลักษณะและความแตกต่างของข้อมูลด้านวิชาการ ตนเอง และสังคมส่งแวดล้อม รวมทั้ง
ิ
เทคนคการเก็บข้อมูลและวิเคราะห สังเคราะหข้อมูล การคดเปนทจะน ามาใช้ประกอบการ
์
ี
์
่
็
ิ
ั
ิ
ิ
็
ิ
คด การตัดสนใจ แก้ปญหาของคนคดเปน
ิ
ี
ึ
่
3. กรณตัวอย่างเพือการฝกปฏบัต ิ
้
ั
ี
ขอแนะนาการจดการเรยนรู ้
์
ิ
1. คดเปน เปนวิชาทเน้นให้ผู้เรยนได้เรยนรด้วยการคด การวิเคราะห และแสวงหาค าตอบด้วย
็
็
ี
ู
ิ
้
ี
ี่
ี
่
่
้
ู
ื
ิ
การใช้กระบวนการทหลากหลาย เปดกว้าง เปนอสระมากกว่าการเรยนรทเน้นเน้อหาให้
ิ
ี
ี
็
ี
ู
ิ
ี
ื
็
์
ุ
ี
ท่องจ าหรอมค าตอบส าเรจรปให้ โดยผู้เรยนไม่ต้องคด ไม่ต้องวิเคราะหเหตและผลเสยก่อน
116
ู
ี
้
ี
ึ
2. ขอแนะน าว่า กระบวนการเรยนรในระดับมัธยมศกษาตอนต้นนั้น ผู้เรยนในระดับ
มัธยมศกษาตอนต้นบางคนเท่านั้นทเคยเรยนมาจากหลักสตร กศน. 51 ระดับประถมศกษาท ี ่
ู
ึ
ี
ี
ึ
่
ู
ุ
้
เคยเรยนรแบบพบกล่ม เคยอภปรายถกแถลงมาก่อน แต่ส่วนใหญ่เรยนมาจากการศกษาใน
ี
ึ
ี
ิ
ึ
์
ี
ระบบ จงควรให้ได้ฝกประสบการณการเรยนด้วยวิธพบกล่มได้ร่วมการอภปรายถกแถลง
ึ
ี
ิ
ุ
่
็
่
ี
เพือให้ผู้เรยนและครช่วยกันแสวงหาค าตอบตามประเดนทก าหนด และช่วยให้ผู้เรยนได้
ู
ี
ี
์
ี
่
ุ
ี
้
ุ
ี
ค้นเคยและมั่นใจในการเรยนรด้วยกระบวนการกล่มสัมพันธต่อไป ส่วนผู้ทเคยเรยนการ
ู
ิ
่
ุ
ึ
ี
ึ
อภปรายกล่มมาแล้ว ก็ใช้โอกาสน้ฝกทักษะให้มั่นใจเพิ่มข้น และจะได้ช่วยเพือน ๆ ให้ร่วม
ึ
็
กิจกรรมได้รวดเรวมากข้น
ึ
ี
์
ื่
็
ี่
ิ
3. เนองจากเปนวิชาทประสงค์จะให้ผู้เรยนได้ฝกการคด การวิเคราะห เพื่อแสวงหาค าตอบด้วย
ิ
ิ
ึ
้
ิ
ู
ตนเองมากกว่าท่องจ าเพือหาความรแบบเดม ครและผู้เรยนจงควรจะต้องปฏบัตตาม
่
ู
ี
ิ
ึ
ี
่
้
ิ
ี
ู
ี
กระบวนการทแนะน า โดยไม่ข้ามขั้นตอนจะช่วยให้การเรยนรเกิดข้นอย่างมประสทธภาพ
117
็
ื่
เรองที่ 1 ปฐมบทของการคิดเปน
็
้
ิ
“คดเปน คออะไร ใครรบ้าง
ู
ื
มทศทางมาจากไหน ใครเคยเหน
็
ี
ิ
่
ิ
จะเรยนราท าอย่างไรให้ “คดเปน”
ี
็
ไม่ล้อเล่นใครตอบได้ขอบใจเอย”
ื
่
ึ
้
ความเชอพื้นฐานทางการศกษาผูใหญ ่
่
ี
่
ี
ี
ื
็
ุ
ทกวันน้นอกจากเดกและเยาวชนทคราเคร่งเรยนหนังสออยู่ในโรงเรยนกันมากมายทั่วประเทศ
ี
แล้ว ก็ยังมเยาวชนและผู้ใหญ่จ านวนไม่น้อยทสนใจใฝรใฝเรยนต่างก็ใช้เวลาว่างจากการท างาน หรอ
ี
ื
ู
้
่
ี
่
ี
่
ู
ิ
ี
้
ื
ึ
วันหยุดไปเรยนรเพิ่มเตมทั้งวิชาสามัญ วิชาอาชพ หรอการฝกทักษะการเรยนรต่าง ๆ จากสอและ
ี
ี
่
ื
้
ู
ี
่
ึ
เทคโนโลยีทแพร่หลายมากมายทเรยกว่า การศกษาผู้ใหญ่ การศกษานอกโรงเรยน การศกษานอกระบบ
ี
ึ
่
ี
ี
ึ
ึ
ี
ี
ี
่
ึ
ี
และการศกษาตามอัธยาศัย ผู้เรยนเหล่าน้บางคนเปนเยาวชนทยังเรยนไม่จบมัธยมศกษาตอนต้น แต่ต้อง
็
ี
ออกมาท างานเพราะครอบครวยากจน มพีน้องหลายคน บางคนไม่ได้เรยนหนังสอแต่ท างานเปนเจ้าของ
่
็
ื
ี
ั
ี
กิจการใหญ่โต บางคนจบปรญญาแล้วก็ยังมาเรยนอก บางคนอายุมากแล้วก็ยังสนใจมาฝกวิชาชพและวิชา
ึ
ี
ิ
ี
่
็
้
ู
ื
ี
ี
่
้
ี
ี
่
ี
ู
ทสนใจ เช่น รองเพลง ดนตร หมอด พระเครอง เปนต้น และมจ านวนไม่น้อยทเรยนร การท ารานอาหาร
้
การท ารานขายทอง หรอการท าการเกษตรปลกสมโอตามทพ่อแม่ ปู ย่า ตา ยาย ท ามาหากินมาหลาย
ู
ี
่
้
ื
่
้
ชั่วอายุคน
กิจกรรมที่ 1
ู
ึ
ี
้
คนทกคนมความแตกต่างกันเปนธรรมดา ท่านเคยรบ้างไหมว่า เหตใดนักศกษาเหล่าน้จงคดมา
ุ
ึ
ุ
ิ
ี
็
ี
ื่
ี่
ื
ี
ี
เรยนหนังสอ เมออายุเลยวัยทจะเรยนในโรงเรยนแล้ว ค าตอบมหลากหลายแตกต่างกันไป เช่น
ี
ี
็
- อยากมโอกาสได้เรยนสง ๆ ได้เปนเจ้าคนนายคน
ี
ู
- เรยนจบระดับประถมศกษาแล้วตั้งแต่เดก ๆ อยากเรยนต่อระดับมัธยมศกษาบ้าง
ึ
็
ี
ี
ึ
ึ
ิ
ู
้
ี
ี
ี
- ต้องการน าความรไปใช้พัฒนาตนเอง พัฒนาอาชพให้ดข้น มรายได้ดกว่าเดม
ี
่
ี
ุ
่
ิ
- ต้องการพบเพือนร่นเดยว วัยเดยวกัน ได้แลกเปลยนความคดด้วยกัน
ี
ี
ี
ู
ี
ึ
ี
ี
ิ
็
ี
็
- มเงนมทอง มงานท าเปนหลักเปนฐาน มชอเสยงเด่นดังแล้ว อยากมวุฒการศกษาสง ๆ มาประดับ
ี
ิ
่
ื
ตัวเอง
ึ
ี
- มฐานะด เปนเจ้าของกิจการใหญ่โตระดับประเทศและนานาชาต แต่มวุฒทางการศกษาเพียงแค่
็
ี
ี
ิ
ิ
ม. 3 ก็อายเขา
ิ
- อยากเรยนปรญญาบ้าง ตั้งใจจะสมัครเปนนักการเมองท้องถ่น แต่วุฒการศกษาไม่เพียงพอ จง
็
ื
ึ
ี
ึ
ิ
ิ
ี
ต้องมาเรยนให้ได้วุฒตามทกฎหมายก าหนด
ี
่
ิ
118
ึ
็
- มาเรยนให้จบมัธยมศกษาตอนปลาย เพือจะได้มโอกาสประเมนเลอนต าแหน่งเปนนายทหารชั้น
ี
ื
่
ิ
่
ี
สัญญาบัตร
ี
ู
้
ุ
- มาเรยนวิชาชพท าอาหารตามทเพือน ๆ ชวนมา ตั้งใจจะน าความรไปท าอาหารขายในชมชน เมอ
ี
ื
่
ี
่
่
ี
็
เรยนส าเรจ ฯลฯ
่
ี
ี
ี
ี
ื
ุ
ค าตอบอาจจะมอกมากมายตามเหตผลของแต่ละคนทไม่เหมอนกัน หรอบางคนอาจมเหตผล
ื
ุ
ื
่
ื
เหมอนกับคนอนบ้าง แม้แต่ตัวท่านเอง เคยถามตัวเองบ้างไหมว่า มาเรยนทนเพราะอะไร?
่
ี
่
ี
ี
ื
ค าตอบของท่าน คอ
เพราะ _____________________________________________________________________
(ลองเตมตามใจท่าน) ถ้าจะถามต่ออกว่า ท าไมเหตผลของหลายคนทกล่าวมาแล้วใน การเรยนทนจงไม่
ี
ิ
ี
ี
ึ
ุ
่
ี
่
่
ี
เหมอนกันทกคนและอาจจะไม่เหมอนกับเหตผลของท่าน? หลายคนตอบว่า เพราะเขาไม่ใช่ท่าน
ุ
ื
ุ
ื
ิ
ความคด ความประสงค์ ความต้องการของเขาจงแตกต่างไปจากของท่าน
ึ
ท่านว่าจรงไหม? (ลองคด แต่ไม่ต้องเขยนตอบ)
ิ
ิ
ี
ู
ุ
ี
้
ี
ู
ู
ิ
้
ิ
ู
ถ้าเรยนจบหลักสตรและคณครประเมนผลการเรยนรแล้วปรากฏว่า ท่านมความรจรงผ่านการ
ี
้
ื
่
ึ
่
ิ
ประเมนจบหลักสตรตามทท่านตั้งความหวังไว้ ท่านจะรสกอย่างไร (โปรดกาเครองหมาย ลงในกรอบ
ู
ู
ี
เหนด้วย)
็
ี
ี
ดใจ มความสข เสยใจ ไม่มความสข
ี
ี
ุ
ุ
ู
ี
ี
ิ
ี
่
แต่ถ้าเรยนจบหลักสตรตามทท่านตั้งใจมาเรยนแล้ว ปรากฏว่า ท่านไม่สามารถผ่านการประเมนจบ
ื
ึ
ู
ู
่
้
ึ
ี
ี
่
่
ี
หลักสตรได้ ความตั้งใจทจะมาเรยนทนจงไม่ส าเรจ ท่านจะรสกอย่างไร (โปรดกาเครองหมาย ลงในกรอบ
ี
่
็
็
เหนด้วย)
ดใจ ม ความสข เสยใจ ไม่มความสข
ุ
ี
ี
ุ
ี
ี
ุ
ิ
่
ื
ื
ื
่
เชอว่า ค าตอบของท่านก็คงเหมอนกันทกคน นั่นก็คอ คนทุกคนมีความแตกตางกัน มีการด าเนน
่
ชวิตที่ตางกัน ความคาดหวัง ความตองการตาง ๆ ในชวิตก็แตกตางกัน แตทุกคนก็ตองการความสาเรจใน
็
ี
่
ี
้
้
่
่
็
ชวิตดวยกันทุกคน ซงถาประสบความสาเรจก็จะมีความสุข ความเชอดังกล่าวน้ เปนความจรงในชวิต 1
่
ื
ี
ี
ิ
้
ี
่
็
้
ึ
ิ
็
ี
ิ
ี
ใน 5 ข้อ ของคน ทดร. โกวิท วรพิพัฒน์ อดตอธบดกรมการศกษานอกโรงเรยนได้ใช้เปนพื้นฐานความคดท ี ่
ี
ี่
ึ
ึ
ส าคัญในการจัดการศกษาผู้ใหญ่หลายโครงการ ตั้งแต่ป พ.ศ. 2513 เปนต้นมา ความจรงในชวิตของคน 5
ี
็
ิ
ี
็
่
ี
ประการ ทต่อมาเรยกกันว่า ความเชอพื้นฐานทางการศกษาผูใหญน้นับว่าเปนปฐมบท หรอทมาของค าว่า
้
่
ี
่
ี
่
ื
ื
ึ
ี
คิดเปน
็
119
ใบงานที่ 1 การเรยนรูรวมกัน
ี
้
่
ใบงานน้จะเน้นการอธบายถงกระบวนการเรยนรร่วมกันทจะช่วยให้ผู้เรยนได้รจักคด รจัก
ิ
ิ
่
ึ
ี
้
ู
ี
ี
ู
้
้
ู
ี
วิเคราะห รจักการแสวงหาค าตอบด้วยตนเอง หรอจากกระบวนการอภปรายกล่ม โดยทครไม่บอก
้
ี
ุ
์
ู
ิ
ื
ู
่
หรอมค าตอบส าเรจรปให้ กระบวนการทว่าน้อาจเปนดังน้ ี
ี
็
ี
ี
ู
็
ื
่
ครแบ่งกล่มผู้เรยนออกเปน 2 - 3 กล่มย่อย ให้ผู้เรยนเลอกประธานกล่มและเลขานการกล่ม
ี
ู
ุ
ุ
ื
็
ุ
ุ
ุ
ี
เพือเปนผู้น าอภปรายและผู้จดบันทกผลการอภปรายของกล่ม และน าผลการอภปรายของกล่มเสนอ
ิ
่
ึ
ิ
ุ
็
ุ
ิ
ต่อทประชมกล่มใหญ่ ครน าเสนอกรณตัวอย่าง พรอมประเดนอภปรายให้ผู้เรยนทกกล่มย่อย อภปราย
้
ู
็
ี
ิ
ุ
ี
ิ
ุ
ุ
่
ี
ุ
ถกแถลงเพื่อหาค าตอบตามประเดนทก าหนดให้ ครตดตาม สังเกตเหตผลของกล่ม หากข้อมูลยังไม่
ี
่
ุ
ุ
็
ู
ิ
เพียงพอ ครอาจช้แนะให้อภปรายเพิ่มเตม ในส่วนของข้อมูลทยังขาดอยู่ได้ เลขานการกล่มซงอาจะม ี
ุ
ุ
ิ
ู
่
ี
่
ิ
ี
ึ
ได้ 1 - 2 คน บันทกผลการพิจารณาหาค าตอบตามประเดนทก าหนดให้เปนค าตอบสั้น ๆ เพียงให้ได้
่
ี
ึ
็
็
ใจความ แล้วน าค าตอบนั้น ๆ ไปรายงานในทประชมกล่มใหญ่
่
ุ
ุ
ี
ในการประชมกล่มใหญ่ ผู้แทนกล่มย่อยน าเสนอรายงาน ครช่วยผู้เรยนทท าหน้าทเลขานการ
ี
ู
่
ี
ี
ุ
่
ุ
ุ
ุ
กล่มบันทกข้อคดเหนของกล่มย่อยไว้ทกระดาษบรฟซงเตรยมจัดไว้ก่อนแล้ว เมอทกกล่มรายงานแล้ว
ุ
ึ
ุ
่
ึ
่
ุ
็
ี
ื
ิ
่
ี
ู
๊
ุ
ครน าอภปรายในกล่มใหญ่ ถงค าตอบของกล่ม ซงจะหลอมรวมบูรณาการค าตอบของกล่มย่อยออกมา
ุ
ึ
่
ึ
ิ
ู
ุ
ุ
เปนค าตอบประเดนอภปรายของกรณตัวอย่าง หากมผู้เรยนไม่มากนัก ครอาจไม่ต้องแบ่งกล่มย่อย ให้
ิ
ุ
็
็
ู
ี
ี
ี
ผู้เรยนทกคนอภปรายถกแถลง หรอสนทนาและแลกเปลยนความคดกันในกล่มใหญ่เลย โดยม ี
ื
ุ
ุ
ิ
ิ
่
ี
ี
ประธานหรอหัวหน้ากล่มเปนผู้น าและให้เลขานการกล่มใหญ่ เปนผู้บันทกข้อคดเหนของคนในกล่ม
ื
็
ุ
ิ
ุ
ึ
็
็
ุ
ุ
โดยครอาจเปนผู้ช่วยได้ จากนั้นครน าสรปค าตอบทได้เปนข้อเขยนทสมบูรณข้น และน าค าตอบนั้น
ู
่
ี
ี
ุ
่
ู
ึ
็
็
์
ี
บันทกในกระดาษบรฟตดไว้ให้เหนชัดเจน เปรยบเทยบกับตัวอย่างข้อสรปของกรณตัวอย่างทได้
่
ี
ู
ี
๊
ิ
ุ
ี
ึ
็
ี
เตรยมไว้ก่อนแล้ว ซงอาจใกล้เคยงกับข้อสรปของกล่ม
ี
ุ
ึ
่
ุ
ี
120
้
ื
ู
ี
ี
การเรยนรเรองความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่ให้เข้าใจได้ด ผู้เรยนต้องท าความเข้าใจด้วย
ี
่
ื
ึ
่
่
่
ื
ื
็
ิ
์
็
การร่วมกิจกรรมการคด การวิเคราะหเรองราวต่าง ๆ เปนขั้นเปนตอนตามล าดับอย่างต่อเนองตั้งแต่
่
่
ี
ิ
กิจกรรมท 1 ทผู้เรยนได้ร่วมกิจกรรมมาแล้วไปจนจบกิจกรรมท 5 และสรปความคดเปนขั้นเปนตอนตาม
ี
่
ี
ี
ุ
็
็
ี
ื
่
ู
ไปด้วยโดยไม่ต้องกังวลว่า ค าตอบหรอความคดทได้จะผิดหรอถกมากน้อยเพียงใด เพราะจะไม่มค าตอบ
ี
ื
ิ
ี
่
ู
ใดถกทั้งหมดและไม่มค าตอบใดผิดทั้งหมด เมอได้ร่วมกิจกรรมครบตามก าหนดทั้ง 5 กิจกรรมแล้ว
ื
ึ
ิ
ผู้เรยนจะสามารถสรปแนวคดเรองความเชอพื้นฐานทางการศกษา ผู้ใหญ่ด้วยตนเองได้ ซงก็จะน าไปส่ ู
่
่
ื
ี
ื
ุ
่
ึ
่
ื
้
ู
ี
ิ
็
การท าความเข้าใจเรองคดเปนต่อไป กิจกรรมการเรยนรเรองความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่
่
ื
ึ
่
ื
ี
ี
ี
ุ
่
ิ
ทั้ง 5 ขั้นตอนน้ ขอแนะน าให้ได้เรยนโดยวิธพบกล่ม เพือให้ได้มการอภปรายถกแถลงต่อยอดความคด
ิ
ี
ิ
็
็
โดยให้ผู้เรยนได้ใช้ประสบการณตรงของทกคนมาเปนข้อมูลในการสนทนาแสดงความคดเหนร่วมกัน
์
ุ
ี
กิจกรรมที่ 2
่
ู
ี
่
ื
็
ู
ครและผู้เรยนนั่งสบาย ๆ เปนกล่มเล็กหรอใหญ่แล้วแต่จ านวนผู้เรยน ครแจกใบงานท 2 ทเปน
ี
ุ
็
ี
ี
ี
ั
ู
ี
ิ
ี
ี
่
ื
ุ
๊
ู
กรณตัวอย่างเรอง “แปะฮง” ให้ผู้เรยนทกคน ครอธบายให้ผู้เรยนทราบว่า ครจะอ่านกรณตัวอย่างให้ฟง 2
ี
ื
่
ู
ี่
ั
่
ิ
เทยวช้า ๆ ใครทพออ่านได้บ้างก็อ่านตามไปด้วย ใครทอ่านยังไม่คล่องก็ฟงครอ่านและคดตามไปด้วย เมอ
ี
่
่
ื
ิ
ึ
๊
ู
่
ื
ุ
ี
ครอ่านจบแล้วก็จะพูดคยกับผู้เรยนในเชงทบทวนถงเน้อหาในกรณตัวอย่างเรอง “แปะฮง” เพือให้แน่ใจว่า
ี
ี
็
่
็
ื
ึ
ิ
ุ
ี
ึ
ผู้เรยนทกคนเข้าใจเน้อหาของกรณตัวอย่างตรงกัน จากนั้นครจงอ่านประเดน ซงเปนค าถามปลายเปด
ู
็
่
(ค าถามทไม่มค าตอบส าเรจรป แต่เปนค าถามทกระต้นให้ผู้เรยนร่วมกันแสดงความคดเหน) ทก ากับมากับ
ี
็
ี
ุ
่
ี
ู
ี
ิ
่
็
ี
กรณตัวอย่างให้ผู้เรยนฟง
ั
ี
ี
121
ใบงานที่ 2 กรณีตัวอยางเรอง แปะฮง
๊
่
ื่
แปะฮง
๊
็
็
ี
่
ิ
ื
่
ี
ุ
้
ี
ี
ท่านขุนพิชตพลพ่าย เปนคหบดมชอเสยงมากในด้านความเมตตากรณาท่านเปนคนทพรอม
ิ
ิ
ุ
่
ิ
ื
ั
ี
ไปด้วยทรพย์สมบัต ข้าทาสบรวาร เกียรตยศ ชอเสยง และความสขกายสบายใจ
่
ี
็
ิ
ี
๊
ี
ตาแปะฮง เปนชายจนชราตัวคนเดยว ขายเต้าฮวย อาศัยอยู่ทห้องแถวเล็ก ๆ หลังบ้านขุนพิชต
ี
็
่
๊
็
แปะฮงขายเต้าฮวยเสรจกลับบ้านตอนเย็นตกค าหลังจากอาบน ้าอาบท่า กินข้าวเสรจก็นั่งสซอ
ุ
ิ
ิ
เพลดเพลนทกวันไป
ี
ุ
ิ
ี
ิ
๊
ู
ุ
ึ
ี
ึ
่
ี
วันหนงท่านขุนคดว่า แปะฮงดมความสขดแต่ถ้าได้มเงนมากข้นคงจะมความสขอย่าง
ึ
ิ
่
๊
ึ
์
่
ึ
ึ
็
ิ
สมบูรณมากข้น ท่านขุนจงเอาเงนหนงแสนบาทไปให้แปะฮง จากนั้นมาเปนเวลาอาทตย์หนงเต็ม ๆ
ื
ี
่
ี
้
ึ
๊
ึ
ู
ี
่
ท่านขุนไม่ได้ยินเสยงซอจากบ้านแปะฮงอกเลย ท่านขุนรสกเหมอนขาดอะไรไปอย่างหนง เย็นวันทแปด
่
ื
๊
ื
ี
ื
๊
้
่
ิ
ี
แปะฮงก็มาพบท่านขุน พรอมกับน าเงนทยังเหลออกหลายหมนมาคน แปะฮงบอกท่านขุนว่า
ิ
ี
ื
ิ
ั
ื
่
ึ
ื
“ผมเอาเงนมาคนท่านครบ ผมเหนอยเหลอเกิน มเงนมากก็ต้องท างานมากข้น ต้องคอยระวัง
่
่
ึ
ั
ี
ุ
ิ
ุ
ื
รกษาเงนทอง เต้าฮวยก็ไม่ได้ขาย ต้องไปลงทนทางอน เพือให้รวยมากข้นอก ลงทนแล้วก็กลัว
ิ
ุ
ื
ั
ื
่
ขาดทน เหนอยเหลอเกิน ผมไม่อยากได้เงนแสนแล้วครบ”
ื
่
๊
ี
ื
คนนั้นท่านขุนก็หายใจโล่งอก เมอได้ยินเสยงซอจากบ้านแปะฮง แทรกเข้ามากับสายลม
ี
ื
่
็
ุ
ิ
่
ื
ประเดน ในเรองของความสขของคนในเรองน้ ท่านได้แนวคดอะไรบ้าง
122
แนวทางการท ากิจกรรม
่
1. ให้ครน าผู้เรยนท ากิจกรรมตามทแนะน าไว้ในใบงานท 2
ี
ี
ู
ี
่
ี
่
ิ
ื
ื
ุ
่
ี
ี
ิ
2. กล่มเลอกข้อคดหรอค าตอบทกล่มคดว่าดทสดไว้ 1 ค าตอบ
ุ
ุ
ุ
่
ี
ี
่
ื
ื
ึ
ี
ิ
่
ุ
ี
3. ค าตอบทกล่มคดว่าดทสด ทเลอกบันทกไว้ คอ
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ี
่
ุ
ี
ผู้เรยนหลายกล่มทเคยเสนอไว้
่
ตัวอย่างข้อสรปของกรณตัวอย่าง ตัวอยาง
ุ
ี
ุ
ิ
็
๊
ื่
เรอง “แปะฮง” จากความเหนของ ข้อสรปผลการอภปรายจากกรณ ี
ื
่
่
ี
ุ
ผู้เรยนหลายหล่มทเคยเสนอไว้ ตัวอย่างเรอง
ี
๊
ดังปรากฏในกรอบด้านขวามอ “แปะฮง”
ื
ี
ุ
ตัวอย่างข้อสรปน้อาจใกล้เคยง --------------
ี
ื่
ี
ุ
กับข้อสรปของกล่มของท่านก็ได้ เมอคนมความแตกต่างกัน
ุ
ุ
ุ
แต่ทกคนต่างก็ต้องการความสข
ุ
ดังนั้น ความสขของแต่ละคนก็อาจไม่
ื
เหมอนกัน ต่างกันไปตามสภาวะของ
ุ
่
ี
แต่ละบคคลทแตกต่างกันด้วย
123
ใบงานที่ 3 กรณีตัวอยางเรอง “ธญญวดี”
่
ั
ื่
ธญญวดี
ั
ธัญญวดได้รบการบรรจเปนครในโรงเรยนมัธยมทต่างจังหวัด พอเปนครได้ 1 ป ก็มอัน
ี
็
่
ี
ุ
ั
็
ี
ู
ู
ี
ี
ต้องย้ายเข้ามาอยู่ในกรงเทพมหานคร โรงเรยนทธัญญวดย้ายเข้ามาท าการสอนเปนโรงเรยน
็
ี
ี่
ุ
ี
ี
มัธยมเช่นเดยวกัน แต่มการสอนการศกษาผู้ใหญ่ ระดับท 3 - 4 และ 5 ในตอนเย็นอกด้วย มาเมอ
ี
ึ
ื่
่
ี
ี
ี
เทอมทแล้ว ธัญญวดได้รบการชักชวนจากอาจารย์ใหญ่ให้สอนการศกษาผู้ใหญ่ ในตอนเย็น
ึ
ั
ี
่
ี
ธัญญวดเหนว่าตัวเองไม่มภาระอะไรก็เลยตกลงโดยไม่ต้องคดถงเรองอน ซ ้ายังจะมรายได้
ี
ี
ึ
่
ี
่
ื
ิ
ื
็
เพิ่มข้นอกด้วย
ึ
ี
แต่ธัญญวดจะคดผิดหรอเปล่าไม่ทราบ เร่มต้นจากเสยงกระแนะกระแหนจากครเก่า
ี
ิ
ู
ื
ิ
ี
บางคนว่ามาอยู่ยังไม่ทันไรก็ได้สอนภาคค า ส่วนครเก่าทสอนภาคค า ก็เลอกสอนเฉพาะชั่วโมง
ี
่
่
ู
่
ื
ต้น ๆ โดยอ้างว่า เขามภารกิจทบ้าน ธัญญวดยังสาว ยังโสดไม่มภาระอะไรต้องสอนชั่วโมง
ี
ี
่
ี
ี
ท้าย ๆ ท าให้ธัญญวดต้องกลับบ้านดกทกวัน ถงบ้านก็เหนอย อาบน ้าแล้วหลับเปนตายทกวัน
ึ
่
ื
ุ
็
ึ
ุ
ี
การสอนของครภาคค า ส่วนใหญ่ไม่ค่อยค านงถงผู้เรยน เขาจะรบสอนให้หมดไปชั่วโมง
ี
ึ
ึ
ู
่
ี
หนง ๆ เท่านั้น เทคนคการสอนทได้รบการอบรมมา เขาไม่น าพา ท างานแบบขอไปท เช้าชามเย็น
ี
ั
ึ
่
ี
ิ
่
ชาม ธัญญวดเหนแล้วก็คดว่า คงจะร่วมสังฆกรรมไม่ได้ จงพยายามท่มเทก าลังกายก าลังใจและ
ี
ิ
็
ุ
ึ
เวลา ท าทก ๆ วิถทางเพือหวังจะให้ครเหล่านั้นได้เอาเยียงอย่างของตนบ้าง แต่ก็ไม่ได้ผลทกอย่าง
ู
ุ
ี
ุ
่
่
เหมอนเดม ธัญญวดแทบหมดก าลังใจไม่มความสขเลย คดจะย้ายหนไปอยู่ทอนมาฉกคดว่าท ี ่
ุ
ื
่
ี
่
ี
ิ
ี
ิ
ิ
ุ
ื
ี
ไหน ๆ คงเหมอน ๆ กัน คนเราจะให้เหมอนกันหมดทกคนไปไม่ได้
ุ
ื
ื
ประเด็น ถ้าท่านเปนธัญญวด ท าอย่างไรจงจะอยู่ในสังคมนั้นได้อย่างมความสข
ี
ี
็
ึ
ุ
124
แนวทางการท ากิจกรรม
ู
1. ครน าผู้เรยนท ากิจกรรมตามทเสนอไว้ในใบงานท 3
่
ี
ี
ี
่
ิ
ื
ื
ุ
่
ี
่
2. กล่มเลอกข้อคดหรอค าตอบทคดว่าดทสดไว้ 1 ค าตอบ
ุ
ี
ิ
ี
ุ
3. ค าตอบทกล่มคดว่าดทสดทเลอกบันทกไว้คอ
ี
่
ี
่
ื
ื
ึ
ี
ิ
่
ุ
ี
..........................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ตัวอย่างข้อสรปของกรณตัวอย่าง ตัวอยาง
่
ี
ุ
่
ื
ี
ุ
ิ
ี
ื่
็
เรอง “ธัญญวด” จากความเหนของ ข้อสรปผลการอภปรายจากกรณตัวอย่างเรอง
่
ุ
ี
ี
ผู้เรยนหลายกล่มทเคยเสนอไว้ “ธญญวดี”
ั
ดังปรากฏในกรอบด้านขวามอ --------------
ื
่
ี
็
ี
ี
ุ
ี
ตัวอย่างข้อสรปน้อาจใกล้เคยง การทคนเราจะมชวิตอยู่ได้อย่างเปน
ี
ุ
้
ั
กับข้อสรปของกล่มของท่านก็ได้ สขนั้ นต้องรจักปรบตัวเองให้เข้ากับ
ุ
ุ
ู
สถานการณ ส่งแวดล้อมหรอปรบสถานการณ ์
์
ั
ื
ิ
ส่งแวดล้อมให้เข้ากับตนเองหรอปรบทั้งสอง
ั
ื
ิ
ทางให้เข้าหากันได้อย่างผสมกลมกลนอย่าง
ื
ุ
น่าพอใจก็จะเกิดความสขได้
125
ใบงานที่ 4 กรณีตัวอยางเรอง “วุน”
ื่
่
่
่
วุน
่
ี
่
ี
ี
ึ
หมู่บ้านดอนทรายมูลทเคยสงบเงยบมาแต่กาลก่อน กลับคกคักด้วยผู้คนทอพยพเข้าไป
อยู่เพิ่มกันมากข้น ๆ ทกวัน ทั้งน้เปนเพราะการค้นพบพลอยในหมู่บ้าน มการต่อไฟฟา ท าให้
ึ
ี
็
ี
ุ
้
สว่างไสว ถนนลาดยางอย่างด รถราวิ่งดขวักไขว่ไปหมด ส่งทไม่เคยเกิดข้นมาก่อนก็เกิดข้น
่
ี
ึ
ู
ิ
ี
ึ
ุ
ู
ุ
ู
ื
่
เช่น เมอวานเจ้าจกลกผู้ใหญ่จ้าง ถกรถจากกรงเทพฯ ทับตายขณะวิ่งไล่ยิงนก เมอเดอนก่อน
ื
ื
่
น.ส.เหรยญเงน เทพีสงกรานต์ปน้ ถกไฟฟาดดขณะรดผ้าอยู่ ซ่องผู้หญงเกิดข้นเปนดอกเหด
ิ
ึ
้
ี
็
็
ู
ี
ี
ี
ู
ิ
ี
่
่
ี
้
ี
ี
่
ี
ั
เพื่อต้อนรบผู้คนทมาท าธรกิจ ทรายก็คอเปนทเทยวของผู้ชายในหมู่บ้านน้ไปด้วย ท าให้ผัวเมยตกัน
ี
็
ุ
ื
่
ี
แทบไม่เว้นแต่ละวัน
ครสงหแกนั่งดเหตการณต่าง ๆ ทเกิดข้นแล้ว ได้แต่ปลงอนจจัง “เออ ไอ้พวกน้เคยสอน
ี
่
์
ิ
ิ
ี
ู
ู
ึ
์
ุ
ิ
ู
๋
ี
จ ้าจ้จ ้าไชมา ตั้งแต่หัวเท่าก าปน เดยวน้ดมันขัดหขัดตากันไปหมด จะสอนมันอย่างเดมคงจะไป
ี
ี
ู
ั้
ไม่รอดแล้ว เราจะท าอย่างไรด”
ี
ประเด็น
ึ
ั
ึ
ี
1. ท าไมจงเกิดปญหาต่าง ๆ เหล่าน้ข้นในหมู่บ้านดอนทรายมูล
็
ั
2. ถ้าท่านเปนคนในหมู่บ้านทรายมูล ท่านจะแก้ปญหาอย่างไร
ี
ี
ู
็
่
้
ุ
ี
ิ
3. ท่านคดว่า การเรยนรทเหมาะสมกับสภาพของชมชนเช่นน้ ควรเปนอย่างไร
126
แนวทางการท ากิจกรรม
ี
่
ี
1. ครน าผู้เรยนท ากิจกรรมตามทเสนอไว้ในใบงานท 4
ู
ี่
ื
ี
ุ
2. กล่มเลอกข้อคดหรอค าตอบทดทสดไว้ 1 ค าตอบ
ุ
ี
่
ี
ิ
ื
่
่
ี
3. ค าตอบทกล่มเลอกบันทกไว้ คอ
ุ
ื
ึ
ื
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ี
ตัวอย่างข้อสรปของกรณตัวอย่าง ตัวอยาง
ุ
่
็
ื่
เรอง “วุ่น” จากความเหนของ ข้อสรปผลการอภปรายจากกรณตัวอย่างเรอง
่
ุ
ี
ื
ิ
ผู้เรยนหลายกล่มหลายคน “วุน”
ุ
ี
่
ี่
ทเคยเสนอไว้ดังทปรากฏ --------------
ี่
ในกรอบด้านขวามอ สังคมปจจบันมการเปลยนแปลงอย่างรวดเรว
ื
ั
ี
่
ุ
็
ี
ี
ตัวอย่างข้อสรปน้อาจใกล้เคยง ความเจรญทางวัตถและเทคโนโลยีวิ่งเข้าส่ชมชนอย่าง
ี
ุ
ิ
ุ
ู
ุ
กับข้อสรปของกล่มของท่านก็ได้ รวดเรวและรนแรงตลอดเวลา จนคนในชมชนตั้งรบ
ุ
ุ
ุ
ั
ุ
็
ไม่ทัน ปรบตัวไม่ได้จงเกิดปญหาทหลากหลาย
ี
่
ั
ึ
ั
ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมอง การปกครอง
ื
การศกษา อาชพ ความมั่นคง และความปลอดภัยของ
ึ
ี
คนในชมชน การจัดการเรยนการสอน ในปจจบันจะใช้
ั
ุ
ุ
ี
วิธสอนโดยการบอกการอธบายของครให้ผู้เรยนจ าได้
ี
ิ
ู
ี
เท่านั้นคงไม่เพียงพอแต่ต้องให้ผู้เรยนรจักคด รจักการ
ู
้
ิ
ู
้
ี
แก้ปญหาทต้องได้ข้อมูลทหลากหลายมาประกอบการ
ั
่
ี่
ี
คดแก้ปญหาให้สอดคล้องกับความเชอ ความจ าเปน
ั
ื
่
ิ
็
ของตนเอง และความต้องการของชมชนด้วย
ุ
127
ใบงานที่ 5 กรณีตัวอยางเรอง “สูไหม”
่
ื่
้
“สูไหม”
้
ผมตกใจสะด้งตนข้นเมอเกิดเสยงเอะอะ พอลมตาข้นมา เหนทกคนยืนกันเกือบหมดรถ
ื
ื
ี
่
ึ
ื
ุ
่
ึ
็
ุ
“ทกคนนั่งลงอยู่น่ง ๆ อย่าเคลอนไหวไม่งั้นยิงตายหมด” เสยงตวาดลั่นออกมาจากปากของ
ุ
ิ
่
ื
ี
เจ้าชายหน้าเห้ยม คอสั้นทยืนอยู่หน้ารถ ก าลังใช้ปนจ่ออยู่ทคอของคนขับ
่
ื
ี
ี
ี
่
ผมรทันทว่ารถทัวรทผมโดยสารคันน้ ีถกเล่นงานโดยเจ้าพวกวายรายแน่ หันไปด ู
้
้
่
ี
์
ี
ู
ู
ด้านหลัง เหนไอ้วายรายอกคนหนงถอปนจังก้าอยู่ ผมใช้มออันสั่นเทาล้วงลงไปในกระเปา
ึ
ื
ี
่
็
ื
๋
ื
้
กางเกง คล า .38 เห่าไฟของผมซงซ้อออกมาจากรานเมอบ่ายน้เอง นกในใจว่า “โธ่เพิ่งซ้อเอา
ื
ี
ึ
ื
่
้
ึ
ื
่
มายังไม่ทันยิงเลย เพียงใส่ลกเต็มเท่านั้นเองก็จะถกคนอนเอาไปเสยแล้ว”
ู
ี
ู
่
ื
เสยงเจ้าตาพองหน้ารถตะโกนขู่บอกคนขับรถ “หยุดรถเดยวน้ มงอยากตายโหงหรอ
ึ
ี
๋
ี
ี
ื
ไง” ผมนกในใจว่า เดยวพอรถหยุดมันคงต้องให้เราลงจากรถแล้วกวาดกันเกล้ยงตัว แต่ผมต้อง
ี
ึ
๋
ี
แปลกใจแทนทรถจะหยุดมันกลับยิ่งเรวข้นทกท ทกท ยิ่งไปกว่านั้นรถกลับส่ายไปมาเสยด้วย
ึ
ี
ี
ี
็
ี
ุ
่
ุ
ไอ้พวกมหาโจรเซไปเซมา แต่เจ้าตาพองยังไม่ลดละ แม้จะเซออกไปมันก็กลับวิ่งไปยืนประชด
ิ
คนขับอก พรอมตะโกนอยู่ตลอดเวลา “หยุดโว้ย หยุด ไอ้น กูลงไปได้ละมง จะเหยียบให้คาสน
้
้
ึ
ี
ี่
ทเดยว”
ี
ี
รถคงตะบงไปต่อ คนขับบ้าเลอดเสยแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าเขาคดอย่างไร ขณะนั้นผม
ิ
ี
ื
ึ
กวาดสายตาเหนผู้ชายทนั่งถัดไปทางม้านั่งทางด้านซ้าย เปนต ารวจยศจ่าก าลังจ้องเขม็งไปทไอ้
ี
่
ี่
็
็
วายรายและถัดไปอกเปนชายผมสั้นเกรยนอก 2 คน ใส่กางเกงสกากี และสข้ม้า ผมเข้าใจว่าคง
ี
็
ี
้
ี
ี
ี
ี
จะเปนต ารวจหรอทหารแน่ ก าลังเอามอล้วงกระเปากางเกงอยู่ทั้งสองคน
ื
็
ื
๋
บรรยากาศตอนนั้นช่างเครยดจรง ๆ ไหนจะกลัวปล้น ถกยิง ไหนจะกลัวรถคว า ทกคน
ุ
่
ิ
ู
ี
เกรงไปหมด ทกส่งทกอย่างถงจดวิกฤตแล้ว
ึ
ิ
ุ
ุ
็
ุ
ประเด็น
1. ถ้าคณอยู่ในเหตการณอย่างผม คณจะตัดสนใจอย่างไร
ุ
ิ
ุ
์
ุ
2. ก่อนทคณจะตัดสนใจ คณคดถงอะไรบ้าง
ิ
ุ
ิ
ึ
ี
่
ุ
128
แนวทางการท ากิจกรรม
ุ
ี
ู
่
ุ
ี
ื
ุ
ุ
็
ุ
ครแบ่งกล่มผู้เรยนออกเปน 2 - 3 กล่มย่อย ให้ผู้เรยนเลอกประธานกล่มและเลขานการกล่มเพือ
ึ
ุ
ิ
็
เปนผู้น าและผู้จดบันทกผลการอภปรายของกล่มตามล าดับ และน าผลการอภปรายทบันทกไว้ไปเสนอต่อ
ึ
ิ
ี
่
ี
่
ุ
ี
่
ุ
ุ
ี
่
ทประชมใหญ่ จากนั้น ให้ผู้เรยนทกกล่มอภปรายถกแถลงเพือหาค าตอบตามประเดนทก าหนดให้ คร ู
ิ
็
ิ
ุ
ี
ู
ิ
ิ
ตดตามสังเกต การใช้เหตผลของแต่ละกล่ม หากข้อมูลยังไม่เพียงพอ ครอาจช้แนะให้อภปรายเพิ่มเตมได้
ุ
็
ุ
เลขานการกล่มบันทกผลการพิจารณาหาค าตอบตามประเดนทก าหนด และน าค าตอบนั้นไปรายงานในท ี ่
ึ
่
ี
ุ
ิ
ุ
ี
ุ
ื
ู
ุ
ี
ประชมกล่มใหญ่ (หากมผู้เรยนไม่มาก ครอาจให้มการสนทนาหรออภปรายถกแถลงกันในกล่มใหญ่เลย
ี
ุ
โดยไม่ต้องแบ่งกล่มย่อยก็ได้)
ี
ุ
ุ
ู
๊
็
ู
ในการประชมกล่มใหญ่ ครเตรยมกระดาษบรฟแบ่งเปน 3 ช่อง ให้หัวข้อแต่ละช่องว่า ข้อมูลทาง
ึ
ุ
ิ
่
ิ
วิชาการ ข้อมูลด้านตนเอง และข้อมูลด้านสังคมส่งแวดล้อมน ามาตดไว้ล่วงหน้า เมอแต่ละกล่มรายงานถง
ื
ู
้
ุ
ึ
ุ
้
ู
่
ี
ี่
ู
ุ
เหตผลของกล่มว่าสหรอไม่ ส เพราะเหตผลอะไร ข้อมูลทน ามาเสนอจะถกบันทกลงในช่องทเหมาะสม
ื
ื
ิ
ู
ิ
ื
้
ู
ิ
้
ุ
กับข้อมูลนั้น ๆ เช่น ถ้ายกเหตผลว่าส หรอไม่ส เพราะสังเกตจากปฏกิรยาหรอพฤตกรรมของผู้คนรอบ
่
ุ
ุ
ี
ึ
ี
ิ
ข้างในรถ ก็น่าจะบันทกเหตผลนั้นลงในช่องท 3 เรยกข้อมูลด้านสังคมส่งแวดล้อม หากเหตทเสนอเปน
็
่
ี
ิ
่
ุ
ื
่
ี
ื
ึ
เรองความมั่นใจหรอความเข้มแข็งทางจตใจของตนเองก็บันทกเหตผลลงในช่องท 2 ข้อมูลด้านตนเอง
ิ
้
ื
ี
่
ู
ุ
ื
ี
ุ
่
ื
ื
่
ื
ึ
่
หรอถ้าเหตผลทเสนอเปนเรองของความรเรองการยิงปน ชนดของปน ก็บันทกเหตผลลงในช่องท 1
็
ุ
ุ
ึ
็
่
ึ
ู
ุ
ข้อมูลทางวิชาการ เปนต้น เมอทกกล่มรายงานและข้อมูลถกบันทกลงในแบบบันทกข้อมูลทั้ง 3 กล่มแล้ว
ื
ู
๊
ู
ี่
ึ
ึ
ี
ิ
ี
ครน ากระดาษบรฟทบันทกข้อมูลทั้ง 3 ด้านข้นมาให้ผู้เรยนพิจารณาแล้วจะถามผู้เรยนว่า พอใจกับการคด
ู
การตัดสนใจหรอยัง ถ้ายังไม่พอใจให้ทกคนเพิ่มเตมตามทต้องการ จากนั้น ครสรปให้ผู้เรยนเข้าใจว่า การ
ุ
ี
ี
ื
่
ุ
ิ
ิ
คดการแก้ปญหาต่าง ๆ ผู้แก้ปญหาจะมการน าข้อมูลมาประกอบการคดอย่างน้อย 3 ประการ เสมอ คอ
ื
ิ
ิ
ี
ั
ั
่
ื
ิ
ี
ิ
ึ
ข้อมูลวิชาการ ข้อมูลตนเอง และข้อมูลสังคมส่งแวดล้อม อาจมคนคดถงข้อมูลด้านอน ๆ อกก็ได้ แต่จะม ี
ี
ั
ิ
ข้อมูลหลักยืนยัน 3 ประการเสมอ การคดแก้ปญหานั้นจงจะรอบคอบและพอใจ ถ้ายังไม่พอใจก็ต้อง
ึ
ึ
ิ
ึ
่
ี
ิ
กลับไปคดถงปญหาและข้อมูลทน ามาคดแก้ไข พยายามคดหาข้อมูลเพิ่มเตมแต่ละด้านให้มากข้น จน
ิ
ิ
ั
พอเพียงทจะใช้แก้ปญหาจนพอใจก็ถอว่า การคดการแก้ปญหานั้นเสรจส้นด้วยด ี
ี
่
ั
ิ
็
ั
ื
ิ
129
่
ึ
์
ุ
ิ
ี
ี
ตัวอยาง แบบฟอรมในการเตรยมบันทกข้อมูลจากการคดการสรปของผู้เรยน หลังจากอภปรายถกแถลง
ิ
้
ึ
ู
ู
่
ี
กรณตัวอย่างเรอง “สไหม” แล้วครน ามาบันทกลงตารางในกระดาษบรฟข้างล่างน้ ี
ื
๊
ู
1 2 3
้
่
ิ
้
ั
้
่
้
ขอมูลทางวิชาการ ขอมูลเกียวกับตนเอง ขอมูลทางสงคมและสงแวดลอม
............................................. ............................................. ...................................................
............................................. ............................................. ...................................................
............................................. ............................................. ...................................................
............................................. ............................................. ...................................................
............................................. ............................................. ...................................................
............................................. ............................................. ...................................................
ตัวอย่างข้อสรปของกรณตัวอย่าง ตัวอยาง
ุ
ี
่
เรอง “สไหม” จากความเหนของ ข้อสรปผลการอภปรายจากกรณตัวอย่างเรอง
็
ื่
้
ู
ื
่
ี
ิ
ุ
ผู้เรยนหลายกล่มหลายคนทเคย “สูไหม”
่
ี
ุ
ี
้
ี่
เสนอไว้ ดังทปรากฏในกรอบ --------------
ุ
ื
ี
ด้านขวามอ ตัวอย่างน้ข้อสรปน้ ี ปญหาในสังคมปจจบันซับซ้อนและ
ั
ุ
ั
อาจจะใกล้เคยงกับข้อสรปของ เปลยนแปลงรวดเรว การเรยนรโดยการฟง การจ า
ุ
ี
็
้
ี
ั
ู
ี่
กล่มของท่านก็ได้ จากการสอนการอธบายของครอย่างเดยวคงไม่
ุ
ิ
ู
ี
ี
่
ั
ุ
พอทจะแก้ปญหาได้อย่างยั่งยืน ทันต่อเหตการณ ์
้
ิ
ี
ู
การสอนให้ผู้เรยนรจักคดเอง โดยใช้ข้อมูล
ทหลากหลายอย่างน้อย 3 ประการ คอ ข้อมูล
ี
่
ื
ทเกียวข้องกับหลักวิชาการ ข้อมูลเกียวกับตนเอง
ี
่
่
่
และข้อมูลเกียวกับสภาพของสังคมส่งแวดล้อม มา
ิ
่
ประกอบในการคด การตัดสนใจอย่างพอเพียง
ิ
ิ
ก็จะท าให้การคด การตัดสนใจเพือแก้ปญหานั้นม ี
ั
ิ
ิ
่
ความมั่นใจและถกต้องมากข้น
ู
ึ
130
ื
ี
่
่
ึ
ื
เมอผู้เรยนได้ร่วมท ากิจกรรม ความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่ ครบทั้ง 5 กิจกรรมแล้ว คร ู
ี
ุ
ู
ุ
น ากระดาษบรฟทสรปกรณตัวอย่างทั้ง 5 แผ่นตดผนังไว้ เชญทกคนเข้าร่วมประชมกล่มใหญ่แล้วให้
ิ
ุ
ี
่
ิ
๊
ุ
ึ
ี
ื
่
ุ
ู
ผู้เรยนบางคนอาสาสมัครสรปความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่ให้เพือนฟง จากนั้นครสรปสดท้าย
ุ
ั
่
ุ
ด้วยบทสรปตัวอย่างดังน้ ี
ุ
่
ื
่
ี
ความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่ เชอว่าคนทกคนมพื้นฐานทแตกต่างกัน ความต้องการก็ไม่
่
ื
ุ
ึ
ี
ี
ุ
ุ
ุ
็
่
ู
ื
ี
ิ
เหมอนกันแต่ทกคนก็มจดม่งหมายปลายทางของตนทจะก้าวไปส่ความส าเรจ ซงถ้าบรรลถงส่งนั้นได้เขา
ึ
ึ
ุ
่
่
ุ
ี
ึ
็
ื
ก็จะมความสข ดังนั้น ความสขเหล่าน้จงเปนเรองต่างจตต่างใจทก าหนดตามสภาวะของตน อย่างไรก็ตาม
ิ
ุ
ี
่
ี
้
็
ู
ั
ื
การจะมความสขอยู่ได้ในสังคม จ าเปนต้องรจักปรบตัวเอง และสังคมให้ผสมกลมกลนกันจนเกิดความ
ี
ุ
ี
ี
่
ี
ิ
็
่
ี
ุ
พอดแก่เอกัตภาพ และบางคร้ ังหากเปนการตัดสนใจทได้กระท าดทสดตามก าลังของตัวเองแล้ว ก็จะม ี
ี
ึ
็
ความพอใจกับการตัดสนใจนั้น อกประการหนงในสังคมทมการเปลยนแปลงอย่างรวดเรวน้ การทจะ
ี
ี
่
่
ี
่
ิ
ี
่
ี
ี
ั
ู
้
็
ั
ปรบตัวเองและส่งแวดล้อมให้เกิดความพอดนั้น จ าเปนต้องรจักการคด การแก้ปญหา การเรยนการสอนท ่ ี
ิ
ี
ิ
้
ู
ู
ี
้
จะให้คนรจักแก้ปญหาได้นั้น การสอนโดยการบอกอย่างเดยวคงไม่ได้ประโยชนมากนัก การสอนให้รจัก
ั
์
้
ู
ิ
ิ
็
ี
ั
ึ
ี
คด รจักวิเคราะหจงเปนวิธทควรน ามาใช้ กระบวนการคด การแก้ปญหามหลากหลายวิธแตกต่างกันไป
่
์
ี
ี
ิ
ื
ิ
ั
์
ี
่
แต่กระบวนการคด การแก้ปญหาทต้องใช้ข้อมูลประกอบการคด การวิเคราะหอย่างน้อย 3 ประการ คอ
่
่
่
ื
่
ิ
ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลเกียวกับตัวเอง และข้อมูลเกียวกับสังคมและส่งแวดล้อม ซงเมอน าผลการคดน้ ี
ึ
ิ
ิ
ิ
ิ
ุ
ี
ไปปฏบัตแล้วพอใจ มความสข ก็จะเรยกการคดเช่นนั้นว่า คิดเปน
็
ี
บทสรุป
้
เราได้เรยนรถงความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่ โดยการท ากิจกรรมร่วมกันทั้ง 5 กิจกรรม
ึ
ู
ึ
ี
ื
่
็
่
ี
ิ
ื
ื
ดังบทสรปทได้ร่วมกันเสนอไว้แล้ว ความเชอพื้นฐานทสรปไว้น้คอ ความเชอพื้นฐานทเปนความจรงใน
่
่
ื
ี
ุ
ี
ุ
ี
่
่
ี่
็
ี
ชวิตของคนท กศน. น ามาเปนหลักให้คนท างาน กศน. ตลอดจนผู้เรยนได้ตระหนักและเข้าใจแล้ว
ี
ี
ิ
ิ
น าไปใช้ในการด ารงชวิตเพือการคด การแก้ปญหา การท างานร่วมกับคนอน การบรหารจัดการในฐานะ
ื
ั
่
่
ั
เปนนายเปนผู้น าหรอผู้ตาม ในฐานะผู้สอน ผู้เรยน ในฐานะเปนสมาชกในครอบครว สมาชกในชมชน
ื
็
ิ
ี
็
็
ิ
ุ
และสังคม เพื่อให้รจักตัวเอง รจักผู้อน รจักสภาวะส่งแวดล้อม การคดการตัดสนใจต่าง ๆ ทค านงถง
ิ
ิ
ื
ู
้
ึ
ู
้
ิ
ี
ึ
ู
่
่
้
่
ข้อมูลทเพียงพออย่างน้อยประกอบด้วยข้อมูล 3 ด้าน คอ ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลเกียวกับตนเองและ
่
ื
ี
ื
ข้อมูลเกียวกับสังคม ส่งแวดล้อม ด้วยความใจกว้าง มอสระ ยอมรบฟงความคดเหนของผู้อนไม่เอาแต่ใจ
ิ
ั
ิ
ั
ี
่
็
ิ
่
ี
ตนเอง จะได้มสต รอบคอบ ละเอยดถถ้วน ไม่ผิดพลาดจนเกินไป เราถอว่าความเชอพื้นฐานทางการศกษา
ี
่
ี
ื
่
ื
ึ
ิ
ื
ู
ิ
็
ี
ื
ื
ผู้ใหญ่ ดังกล่าวน้ ี คอ พื้นฐานเบ้องต้นของการน าไปส่การคดเปน หรอเรยกตามภาษานักวิชาการว่า
ปฐมบทของกระบวนการคิดเปน
็
131
็
็
เรองที่ 2 คิดเปนและกระบวนการคิดเปน
ื่
่
ื
ึ
่
ื
ี
ี
่
ู
่
ื
้
ในเรองท 1 เราได้เรยนรเรองของความเชอพื้นฐานทางการศกษาผู้ใหญ่มาแล้วว่า เปนพื้นฐาน
็
็
ื
ี
ิ
ี
ื
หรอปฐมบทของคดเปน เปนความจรงหรอสัจธรรมในชวิตทสามารถน าไปใช้ในการด ารงชวิตให้ม ี
ี่
ิ
็
็
่
ี
ื
็
ิ
ึ
ี
ความสขได้ ดังนั้น คดเปนจงควรจะเปนเรองทอยู่ในแวดวงของความจรงทอยู่ในวิถการด ารงชวิตของ
่
ี
ุ
่
ิ
ี
มนษย์และสามารถน ามาปรบใช้ในการเรยนรและการมชวิตอยู่ร่วมกับเพือนมนษย์เปนอย่างสขได้ เพือให้
ี
ุ
่
ุ
ั
ุ
ี
้
็
ู
ี
่
ี
่
ึ
็
ิ
ี
ี
ู
่
ื
ผู้เรยนได้เรยนรเรองคดเปนอย่างกว้างขวางเพิ่มข้น ขอให้ผู้เรยนได้ร่วมกิจกรรมทก าหนดให้ต่อไปน้ ี
้
ี
กิจกรรมที่ 1
ี
ุ
ิ
็
ให้ผู้เรยนไปหาความหมายของค าว่า คดเปนในแง่มมต่าง ๆ ทั้งโดยการอ่านหนังสอ สนทนา
ื
ี
ธรรม ฟงวิทยุ คยกับเพือน ฯลฯ แล้วบันทกการคดดังกล่าวลงในหน้าว่างของแบบเรยนน้อย่างสั้น ๆ โดย
ึ
ิ
ี
ั
่
ุ
ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ถกต้อง
ู
็
ื
ิ
1. คดเปน คอ .........................................................................................................................
...........................................................................................................................................
2. คดเปน คอ .........................................................................................................................
ิ
็
ื
...........................................................................................................................................
3. คดเปน คอ .........................................................................................................................
็
ื
ิ
...........................................................................................................................................
็
ิ
ื
4. คดเปน คอ .........................................................................................................................
...........................................................................................................................................
กิจกรรมที่ 2
ขอให้ผู้เรยนลองให้ความเหนของผู้เรยนเองบ้างว่า คดเปนคออะไร โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่
ี
ี
ิ
็
็
ื
ู
ถกต้อง
็
คดเปน คอ ...........................................................................................................................
ื
ิ
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
132
ี
่
ึ
ิ
ี
็
่
ึ
ขอให้ผู้เรยนน าบันทกความเข้าใจทได้ศกษาเรอง คดเปน ในกิจกรรมท 1 และ 2 ไปปรกษาคร ู
ี
ึ
่
ื
ู
ี
่
ื
ว่าท่านมความเข้าใจเรองคดเปนมากน้อยเพียงใด ครประเมนความเข้าใจของผู้เรยนแต่ละคนด้วย
ิ
ิ
็
ี
เครองหมาย
ื่
เข้าใจดมาก เข้าใจดพอควร
ี
ี
ี
้
ี
ึ
่
ิ
็
ิ
ื
ี
็
ให้ผู้เรยนได้ศกษาเรองของคดเปนและกระบวนการคดเปนต่อไปน้อย่างช้า ๆ ไม่ต้องรบรอน
ิ
แล้วให้คะแนนความเข้าใจของตัวเองด้วยเครองหมาย ลงในกรอบการประเมนหลังจากการท าความ
ื่
เข้าใจเสรจแล้ว
็
2.1 แนวคิดและทิศทางของคิดเปน
็
็
ึ
ุ
็
“คดเปน” เปนค าไทยสั้น ๆ ง่าย ๆ ทดร.โกวิท วรพิพัฒน ใช้เพืออธบายถงคณลักษณะท ี ่
ิ
ิ
่
์
่
ี
ุ
พึงประสงค์ของคนในการด ารงชวิตอยู่ในสังคมทมการเปลยนแปลงอย่างรวดเรว รนแรง และซับซ้อน ได้
ี
็
่
ี
ี
ี
่
่
ุ
ิ
อย่างปกตสข “คดเปน” มาจากความเชอพื้นฐานเบ้องต้นทว่าคนมความแตกต่างกันเปนธรรมดา แต่ทกคน
่
ื
ิ
ี
ุ
ื
็
ี
็
ี
ี
ู
ุ
ี
ุ
ุ
ื
ี
ื
ื
่
ั
มความต้องการสงสดเหมอนกันคอความสขในชวิต คนจะมความสขได้ก็ต่อเมอมการปรบตัวเองและ
ิ
ี
ุ
ี
ู
สังคม ส่งแวดล้อมให้เข้าหากันอย่างผสมกลมกลนจนเกิดความพอด น าไปส่ความพอใจและมความสข
ื
อย่างไรก็ตามสังคมส่งแวดล้อมไม่ได้หยุดน่ง แต่จะมการเปลยนแปลงอย่างรวดเรวและรนแรงอยู่
ี
่
็
ุ
ี
ิ
ิ
ั
ุ
ึ
ั
ตลอดเวลาก่อให้เกิดปญหา เกิดความทกข์ ความไม่สบายกายไม่สบายใจข้นได้เสมอ กระบวนการปรบ
ตนเองกับสังคมส่งแวดล้อมให้ผสมกลมกลนจงต้องด าเนนไปอย่างต่อเนองและทันการ คนทจะท าได้
ิ
ื
่
ี
่
ื
ึ
ิ
้
ู
ี
็
้
้
ู
ั
ิ
ิ
ิ
ู
เช่นน้ ีต้องรจักคด รจักใช้สตปญญา รจักตัวเองและธรรมชาตสังคมส่งแวดล้อมเปนอย่างด สามารถ
ิ
แสวงหาข้อมูลทเกียวข้องอย่างหลากหลายและพอเพียง อย่างน้อย 3 ประการ คอ ข้อมูลทางวิชาการ
ี
่
่
ื
ื
ิ
ั
่
ี
ข้อมูลทางสังคมส่งแวดล้อม และข้อมูลทเกียวข้องกับตนเองมาเปนหลักในการวิเคราะหปญหาเพือเลอก
็
่
์
่
ี่
ุ
ี่
ี
ี
่
ี
แนวทางการตัดสนใจทดทสดในการแก้ปญหา หรอสภาพการณทเผชญอยู่อย่างรอบคอบ จนมความ
์
ิ
ื
ั
ิ
พอใจแล้วก็พรอมจะรบผิดชอบการตัดสนใจนั้นอย่างสมเหตสมผล เกิดความพอดความสมดลในชวิต
ิ
ั
ุ
ี
้
ุ
ี
ิ
็
ี
ุ
ิ
็
ุ
ิ
อย่างสันตสข เรยกได้ว่า “คนคดเปน” กระบวนการ คดเปน อาจสรปได้ดังน้ ี
133
็
“คิดเปน”
ุ
ั
ิ
ปญหา กระบวนการคดเปน ความสข
็
ี่
ข้อมูลทต้องน ามาพิจารณา
ตนเอง สังคม วิชาการ
ไม่พอใจ พอใจ
การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล
ทหลากหลายและพอเพียง
ี่
ี
อย่างละเอยดรอบคอบ
ิ
ลงมอปฎบัต ิ การตัดสนใจ ลงมอปฎบัต ิ
ิ
ื
ิ
ื
เลอกแนวทางปฏบัต ิ
ิ
ื
ิ
ท่านอาจารย์ ดร.โกวิท วรพิพัฒน เคยกล่าวไว้ว่า “คดเปน” เปนค าเฉพาะทหมายรวม
ี่
็
็
์
่
็
ี
ุ
ทกอย่างไว้ในตัวแล้ว เปนค าทบูรณาการเอาการคด การกระท า การแก้ปญหา ความเหมาะสม ความพอด ี
ิ
ั
็
ุ
ิ
ี
ความเชอ วัฒนธรรมประเพณ คณธรรมจรยธรรม มารวมไว้ในค าว่า “คดเปน” หมดแล้ว นั่นคอ ต้อง
ื
ื
ิ
่
ิ
ิ
ิ
็
ี
็
คดเปน คดชอบ ท าเปน ท าชอบ แก้ปญหาได้อย่างมคณธรรมและความรบผิดชอบ ไม่ใช่เพียงแค่คดอย่าง
ั
ั
ุ
ิ
เดยว เพราะเรองดังกล่าวเปนข้อมูลทต้องน ามาประกอบการคด การวิเคราะหอย่างพอเพียงอยู่แล้ว
็
่
ี
ี
ื
่
์
ี
ี
่
็
กระบวนการเรยนรตามทศทางของ “คดเปน” น้ ผู้เรยนส าคัญทสด ผู้สอนเปนผู้จัดโอกาส
ี
ุ
้
ิ
ี
ิ
็
ู
ุ
ี
ิ
้
จัดกระบวนการ จัดระบบข้อมูล และแหล่งการเรยนร รวมทั้งการกระต้นให้กระบวนการคด การวิเคราะห ์
ู
ึ
ุ
ได้ใช้ข้อมูลอย่างหลากหลาย ลกซ้ ึงและพอเพียง นอกจากนั้น “คดเปน” ยังครอบคลมไปถงการหล่อ
็
ิ
ึ
ี
็
ี
ู
ั
ิ
หลอมจตวิญญาณของคนท างาน กศน. ทปลกฝงกันมาจากพีส่น้องนับสบ ๆ ป เปนต้นว่า การเคารพ
่
่
ู
ิ
ี
่
ุ
คณค่าของความเปนมนษย์ของคนอย่างเท่าเทยมกัน การท าตัวเปนสามัญเรยบง่าย ไม่มมม ไม่มเหลยม
็
ุ
ี
ี
ุ
ี
ี
็
134
ี
ี
ี
ี
ี
ื
่
ี
ิ
ี
ิ
ี
ไม่มอัตตา ให้เกียรตผู้อนด้วยความจรงใจ มองในดมเสย ในเสยมด ในขาวมด า ในด ามขาว ไม่มอะไรท ่ ี
ี
ี
ี
ขาวไปทั้งหมด และไม่มอะไรทด าไปทั้งหมด ทั้งน้ต้องมองในส่วนดของผู้อนไว้เสมอ
ี
ี
่
่
ี
ื
ิ
จากแผนภมดังกล่าวน้ จะเหนว่า คดเปนหรอกระบวนการคดเปนนั้นจะต้องประกอบด้วย
็
ื
็
ิ
ิ
ี
ู
็
องค์ประกอบต่าง ๆ ดังต่อไปน้ ี
์
ี
็
ิ
ี่
้
ู
1. เปนกระบวนการเรยนรทประกอบด้วยการคด การวิเคราะห และสังเคราะหข้อมูล
์
ประเภทต่าง ๆไม่ใช่การเรยนรจากหนังสอหรอลอกเลยนจากต าราหรอรบฟงการสอน
ี
ื
ั
้
ื
ี
ื
ู
ั
ู
การบอกเล่าของครแต่เพียงอย่างเดยว
ี
2. ข้อมูลทน ามาประกอบการคด การวิเคราะหต่าง ๆ ต้องหลากหลาย เพียงพอ ครอบคลม
ิ
ี
์
ุ
่
อย่างน้อย 3 ด้าน คอ ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลเกียวกับตนเอง และข้อมูลเกียวกับสังคม
ื
่
่
ส่งแวดล้อม
ิ
ี
3. ผู้เรยนเปนคนส าคัญในการเรยนร ครเปนผู้จัดโอกาสและอ านวยความสะดวกในการ
็
ู
ู
ี
้
็
ี
จัดการเรยนร ้ ู
ั
ี
ี
์
้
ิ
4. เรยนรจากวิถชวิต จากธรรมชาตและภูมปญญา จากประสบการณและการปฏบัตจรง
ู
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
่
ี
ึ
็
ี
่
ซงเปนส่วนหนงของการเรยนรตลอดชวิต
้
ึ
ู
็
ั
5. กระบวนการเรยนรเปนระบบเปดกว้าง รบฟงความคดของผู้อนและยอมรบความเปน
ี
ิ
ั
็
ิ
้
ู
ื่
ั
ี
่
ี
ั
ิ
่
มนษย์ทศรทธาในความแตกต่างระหว่างบคคล ดังนั้นเทคนคกระบวนการทน ามาใช้ใน
ุ
ุ
ึ
ุ
การเรยนรจงมักจะเปนวิธการสานเสวนา การอภปรายถกแถลง กล่มสัมพันธหรอกล่ม
้
ี
ู
์
ุ
ิ
ื
็
ี
สนทนา
6. กระบวนการคดเปนนั้น เมอมการตัดสนใจ ลงมอปฏบัตแล้วจะเกิดความพอใจ ม ี
ิ
ิ
ื
็
ื
่
ิ
ิ
ี
้
ี
ื
ุ
ุ
ิ
ื
ิ
ความสข แต่ถ้าลงมอปฏบัตแล้วยังไม่พอใจก็จะมสต ไม่ทรนทราย ไม่เดอดเน้อรอนใจ
ุ
ิ
ื
แต่จะกลับย้อนไปหาสาเหตแห่งความไม่ส าเรจ ไม่พึงพอใจกับการตัดสนใจดังกล่าว
็
ุ
ิ
แล้วแสวงหาข้อมูลเพิ่มเตม เพือหาทางเลอกในการแก้ปญหาแล้วทบทวนการตัดสนใจ
ั
ิ
ื
ิ
่
ั
ใหม่จนกว่าจะพอใจกับการแก้ปญหานั้น
ั
็
่
2.2 คิดเปนและการเชอมโยงสูปรชญาคิดเปน
่
ื
็
ั
ิ
ุ
ิ
พจนานกรมไทยฉบับราชบัณฑตยสถาน พ.ศ. 2543 ให้นยามค าว่า ปรชญา ไว้ว่า วิชาว่าด้วย
้
หลักแห่งความรและหลักแห่งความจรง
ู
ิ
ี
ื
ี
่
่
ี
ี
ิ
็
คดเปน คอ ลักษณะอันพึงประสงค์ทช่วยให้คนสามารถด ารงชวิตอยู่ในสังคมทเปลยนแปลง
่
ื
อยู่ตลอดเวลาได้อย่างสันตสข เพราะคนคดเปนเชอมั่นในหลักแห่งความเปนจรงของมนษย์ทยอมรบใน
ุ
่
่
็
ี
ิ
ุ
ั
ิ
ิ
็
ความแตกต่างของบคคล รจักปรบตัวเองและสังคมให้ผสมกลมกลนจนเกิดความพอดและพอเพียง และ
้
ื
ั
ู
ุ
ี
่
ิ
ี
ิ
ั
เชอมั่นในการตัดสนใจแก้ปญหาทใช้ข้อมูลประกอบการคด การวิเคราะหอย่างน้อย 3 ประการ จนเกิด
ื
่
์
ั
่
ี
ึ
ความพอใจกับการตัดสนใจนั้นก็จะเปนการแก้ปญหาทประสบความสข ถ้ายังไม่พอใจก็จะกลับไปศกษา
ิ
็
ุ
ิ
ี
์
่
์
ุ
ี
วิเคราะหข้อมูลใหม่ทเพียงพอ และทันเหตการณจนกว่าจะพอใจกับการตัดสนใจของตนเอง คนทจะท าได้
่
135
็
ี
ิ
้
ู
ั
้
ี
ี
ิ
ู
ู
้
ิ
้
ู
ิ
เช่นน้ต้องรจักคด รจักใช้สตปญญา รจักตัวเอง รจักธรรมชาต สังคมส่งแวดล้อมเปนอย่างด มความรอบร ู ้
ทจะแสวงหาข้อมูลมาประกอบการคด การวิเคราะหของตนเองได้
ิ
ี่
์
ุ
ิ
คดเปน นอกจากจะเปนความเชอในหลักความเปนจรงตามธรรมชาตของมนษย์ดังกล่าวแล้ว
ิ
็
ิ
็
ื
่
็
ิ
็
ึ
ึ
คดเปนยังเปนหลักการและแนวคดส าคัญในการจัดด าเนนโครงการต่าง ๆ ทางการศกษาผู้ใหญ่ การศกษา
็
ิ
ิ
ึ
็
นอกโรงเรยนตั้งแต่ในอดตทผ่านมาถงปจจบัน โดยเฉพาะในเรองของความเปนธรรมชาต ความเรยบง่าย
ั
ี
ุ
่
ี
ิ
ี
ี
่
ื
ทหลากหลาย มข้อมูลให้พิจารณาทั้งด้านบวกและด้านลบ มประเดนให้คด วิเคราะห แสวงหาเหตผลใน
ี
ิ
ี
ี
ุ
์
่
็
ี
ุ
่
การหาค าตอบทเหมาะสมให้กับตนเองและชมชน
็
ิ
ึ
คดเปน นอกจากจะเปนหลักในการด าเนนโครงการการศกษาผู้ใหญ่ การศกษานอก
ิ
็
ึ
โรงเรยนแล้ว ยังเปนหลักคดและแนวทางในการด าเนนชวิตประจ าวันของคนท างานการศกษานอก
็
ึ
ิ
ิ
ี
ี
ี
โรงเรยนและบคคลทั่วไป เปนต้นว่า การเคารพในคณค่าของความเปนมนษย์ของคนอย่างเท่าเทยมกัน
ี
ุ
็
็
ุ
ุ
ั
ี
ี
ี
ั
่
็
ื
ิ
ี
่
การท าตัวเปนคนเรยบง่าย ไม่มอัตตายึดเหนยวจนไม่รบฟงความคดของผู้อน รวมทั้งการมทักษะการ
ี
ี
ี
เรยนรเพื่อการเรยนรตลอดชวิตด้วย
้
ู
้
ู
็
็
็
ิ
็
ี
่
ุ
ิ
จากการทคดเปน เปนทั้งความเชอในหลักความเปนจรงของมนษย์ เปนทั้งหลักการ
ื
่
็
ี
ิ
แนวคด และทศทางการด าเนนกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ของ กศน. และเปนพื้นฐานทส าคัญในวิถการ
ี
ิ
่
ิ
่
็
ู
้
้
ิ
ู
ี
ี
ี
ี
ี
ุ
ด าเนนชวิตของบคคลทั่วไป รวมทั้งเปนการส่งเสรมให้มทักษะการเรยนรเพือการเรยนรตลอดชวิตใน
ิ
ั
อนาคต คดเปนจงเปนทยอมรบและก าหนดให้เปน “ปรชญาคดเปน” หรอปรชญาการศกษานอกโรงเรยนท ี่
ี
็
ั
ื
ิ
่
ึ
ี
็
ิ
ั
็
ึ
็
็
เหมาะสมกับความเปน กศน. เปนอย่างยิ่ง
็
็
ั
้
2.3 กระบวนการและขันตอนการแกปญหาของคนคิดเปน
้
ื
ิ
ึ
่
็
ื
ิ
ี
่
ุ
็
ั
ิ
คนคดเปนเชอว่าทกข์หรอปญหาเปนความจรงตามธรรมชาตทเกิดข้นได้ก็สามารถแก้ไขได้
่
ู
ื
ถ้ารจักแสวงหาข้อมูลทหลากหลายและพอเพียงอย่างน้อย 3 ด้าน คอ ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลเกียวกับ
ี
้
่
ี
ิ
่
ี
ุ
ี
สภาวะแวดล้อมทางสังคมในวิถชวิต วิถวัฒนธรรมประเพณ วิถคณธรรมจรยธรรม และข้อมูลทเกียวกับ
่
ี
ี
ี
ู
ึ
้
ึ
ตนเอง รจักตนเองอย่างถ่องแท้ ซงครอบคลมถงการพึงพาตนเองและความพอเพียง พอประมาณ
ุ
่
่
ิ
ื
ิ
์
ุ
์
ั
ิ
็
ิ
มาวิเคราะหและสังเคราะหประกอบการคดและการตัดสนใจแก้ปญหา คนคดเปนจะเผชญกับทกข์หรอ
ู
ปญหาอย่างรเท่าทัน มสตไตร่ตรองอย่างละเอยดรอบคอบในการเลอกวิธการแก้ปญหาและตัดสนใจ
้
ั
ี
ั
ี
ิ
ี
ื
ิ
ี
ื
ี
ั
่
ุ
ั
ี
ิ
่
แก้ปญหาตามวิธการทเลอกแล้วว่าดทสด ก็จะมความพอใจและเต็มใจรบผิดชอบกับผลการตัดสนใจ
ี
ี
ี
ุ
็
ี
่
ิ
์
็
เช่นนั้น อย่างไรก็ตาม สังคมในยุคโลกาภวัตนเปนสังคมแห่งการเปลยนแปลงทรวดเรวและรนแรง ปญหา
่
ั
ี่
ก็เปลยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทกข์ก็เกิดข้น ด ารงอยู่ และดับไป หรอเปลยนโฉมหน้าไปตามกาลสมัย
ุ
ื
ี
ึ
่
กระบวนทัศนในการดับทกข์ก็ต้องพัฒนารปแบบให้ทันต่อการเปลยนแปลงเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลาให้
์
ุ
่
ี
ู
ุ
ี
์
ี
่
่
ุ
ั
เหมาะสมกับสถานการณทเปลยนแปลงไปด้วย กระบวนการดับทกข์หรอแก้ปญหาก็จะหมนเวียนมา
ื
ี
จนกว่าจะพอใจอกเปนเช่นน้อยู่อย่างต่อเนองตลอดชวิต
ื
่
็
ี
ี
136
็
้
ั
กระบวนการและขันตอนการแกปญหาของคนคิดเปน
้
ั
ุ
ั
1. ปญหา กระบวนการแก้ปญหา ความสข
2. วิเคราะหหาสาเหตุของปญหาจากข้อมูลทหลากหลายและพอเพียง
์
ี่
ั
อย่างน้อย 3 ประการ
ิ
ตนเอง สังคมส่งแวดล้อม วิชาการ
6. ประเมินผล
ื
่
ั
ี
3. วิเคราะหหาทางเลอกในการแก้ปญหาจากข้อมลทหลากหลาย 6. ประเมินผล
ู
์
(ยังไม่พอใจ) อย่างน้อย 3 ประการ (พอใจ)
่
ข้อมลเกียวกับ ข้อมูลด้าน
ู
ตนเอง สังคม
ส่งแวดล้อม
ิ
ข้อมูลด้าน
วิชาการ
ิ
ิ
ี
ั
ิ
ี่
ุ
ื
ี่
ี
5. ปฏบัต ิ 4. ตัดสนใจเลอกวิธการแก้ปญหาทดทสด 5. ปฏบัต ิ
ขันตอนการแกปญหาของคนคิดเปน
็
้
ั
้
ุ
ื
ี
ี
ี
่
ื
ื
ุ
ิ
1. คนคดเปนเชอว่า ทกข์หรอปญหาใด ๆ ย่อมมอยู่ในวิถชวิตของมนษย์ เมอใดทตนเองและ
ี
็
่
ั
่
ุ
ิ
สภาพสังคมส่งแวดล้อมไม่สามารถปรบเข้าหากันจนเกิดความพอด ก็จะเกิดความทกข์ ความไม่สบายกาย
ี
ั
่
ื
ุ
ไม่สบายใจ ทกข์หรอปญหาอาจเปนของบคคลหรอชมชนและสังคม เมอเกิดทกข์หรอปญหาก็จะม ี
ื
ุ
ั
็
ื
ุ
ุ
ื
ั
่
ั
กระบวนการแก้ปญหาเพือให้เกิดความสขทพึงปรารถนา
่
ี
ุ
137
ั
ิ
็
ุ
ั
่
2. ขั้นหาสาเหตของปญหา กระบวนการแก้ปญหาของคนคดเปนจะเร่มทการรจักปญหา รจัก
ู
ี
้
้
ั
ู
ิ
ั
ุ
์
่
ื
ุ
ี
สาเหตของปญหาเหล่านั้น โดยการวิเคราะหข้อมูลทเกียวข้องอย่างน้อย 3 ประการ ว่า ปญหาหรอทกข์นั้น
่
ั
เกิดจากการไม่ผสมกลมกลนระหว่างตนเองกับภาวะแวดล้อมหรอข้อมูลทางวิชาการตรงไหน อย่างไร ม ี
ื
ื
ุ
็
อะไรเปนสาเหตส าคัญบ้าง เช่น
ี
ั
ุ
ุ
- สาเหตส าคัญมาจากตนเอง จากพื้นฐานของชวิตตนเองและครอบครว ความไม่สมดลของ
การงานอาชพทพึงปรารถนา ความขัดข้องทเกิดจากโรคภัยของตนเอง ความโลภ โกรธ หลง
ี
ี
่
่
ี
ในใจของตนเอง ความคับข้องใจในการรกษาคณธรรม จรยธรรมของตนเอง ฯลฯ
ั
ุ
ิ
ิ
ุ
ุ
- สาเหตส าคัญมาจากสังคม ชมชนและสภาวะแวดล้อม ความไม่พึงพอใจต่อพฤตกรรม
ุ
ิ
่
ุ
ไม่พึงปรารถนาของเพือนบ้าน การขาดแหล่งเงนทนในการประกอบอาชพ ชมชนมการ
ี
ี
ทะเลาะเบาะแว้ง ขาดความสามัคค ฯลฯ
ี
ุ
- สาเหตส าคัญมาจากการขาดแหล่งข้อมูล แหล่งความรความเคลอนไหวทเปนปจจบันของ
ื
่
่
็
ี
ุ
ู
้
ั
่
ั
ี
ู
วิชาการและเทคโนโลยีทเกียวข้อง ขาดภมปญญาทจะช่วยเตมข้อมูลทางปญญาในการ
ี
่
ิ
ิ
่
ั
บรหารจัดการ ฯลฯ
ิ
3. ขั้นวิเคราะหเสนอทางเลอกของปญหา เมอรสาเหตของปญหาจากการศกษาวิเคราะหข้อมูล
ุ
ั
ั
ึ
ู
่
์
ื
้
์
ื
ื
ั
ี
่
็
ุ
ื
ึ
ดังกล่าวแล้ว ก็มาถงขั้นตอนการก าหนดทางเลอกต่าง ๆ ทน่าจะเปนในการแก้ทกข์ หรอแก้ปญหาท ี ่
็
ั
ี
่
็
เกิดข้น การก าหนดทางเลอกต่าง ๆ ทจะใช้เปนแนวทางแก้ปญหาน้ ี เปนการกระท าโดยการศกษา
ึ
ึ
ื
์
่
วิเคราะหข้อมูลทหลากหลายและพอเพียงทั้งในด้านวิชาการ ด้านสังคมส่งแวดล้อม และข้อมูลเกียวกับ
ี
่
ิ
ึ
่
็
ี่
ิ
ตนเอง ซงเปนตัวแปรทส าคัญในการตัดสนใจด้วย
็
ื
ี
ี
ื
ิ
่
ั
4. ขั้นการเลอกวิธแก้ปญหา ขั้นตอนน้เปนการตัดสนใจ เลอกแนวทางการแก้ปญหาทเหมาะสม
ั
ี
ุ
ื
ุ
์
่
ี
ื
ี่
ทสดตามข้อมูลทวิเคราะหได้ เปนทางเลอกทดทสดในกล่มทางเลอกทได้เลอกไว้
ื
ี่
่
็
ี
ี
ุ
่
ี
่
ื
ี
ิ
ุ
่
ิ
ี
ิ
ื
ื
5. การน าทางเลอกการแก้ปญหาไปปฏบัต เมอได้ตัดสนใจเลอกทางเลอกทดทสดในการ
ี
่
ั
ื
ั
ิ
ิ
ึ
แก้ปญหาแล้วก็มาถงขั้นน าทางเลอกนั้นไปปฏบัตเพือการแก้ปญหา
ั
่
ื
ี
ี
6. การประเมนผลการแก้ปญหา เมอมการปฏบัตการแก้ปญหาแล้วก็จะต้องมการประเมนผลการ
ั
ั
ิ
ิ
ื
่
ิ
ิ
ั
็
ึ
็
ิ
ี
ุ
ิ
่
ี
ู
ั
ด าเนนงาน ถ้าผลทเกิดข้นเปนทพอใจก็จะน าไปส่ความสข แก้ปญหาได้ส าเรจ แต่ถ้าปฏบัตการแก้ปญหา
่
ิ
ู
่
ี
ิ
ุ
แล้วยังไม่พอใจ ยังไม่บรรลตามทคดไว้ก็จะน าไปส่การพิจารณาปญหากันใหม่ เข้าส่กระบวนการ
ั
ู
ึ
ึ
ิ
ั
ี
ั
ุ
ื
แก้ปญหา การศกษาข้อมูลเพิ่มเตมอกจนกว่าจะพอใจและพบกับความสขกับการแก้ปญหานั้นจงจะถอว่า
จบกระบวนการแก้ปญหาของคนคดเปน
ิ
ั
็
ึ
2.4 ฝกทักษะการคิดเปน
็
ี
ี
์
้
ิ
่
คดเปน เปนเรองของการสรางสมประสบการณทจะท าความเข้าใจกับความจรงของชวิต
ิ
็
่
็
ื
ิ
็
คดเปนนอกจากจะเปนการท าความเข้าใจกับหลักการและแนวคดแล้ว กระบวนการเรยนรจะเน้นหนักไป
ี
ู
้
็
ิ
ี
่
ี
ิ
ี
ิ
่
ี
ึ
ิ
ิ
ทการฝกปฏบัตจากกรณตัวอย่าง และจากการปฏบัตจรงในวิถการด ารงชวิตประจ าวัน รวมทั้งการได้แลกเปลยน
ี
ิ
ู
ิ
ุ
ิ
ื
ี
่
์
ความคดและประสบการณจากการสานเสวนาหรออภปรายถกแถลงกับเพือนในกล่มด้วย คนมทักษะสงก็
138
็
็
ั
จะสามารถมองเหนทางเลอกและช่องทางในการแก้ปญหาได้รวดเรวและคล่องแคล่วมากข้น ฉะนั้น การ
ื
ึ
ั
ึ
ิ
ิ
ั
ุ
่
ี
ี
ฝกปฏบัตบ่อยคร้ง และด้วยวิธทหลากหลายก็จะช่วยให้การแก้ปญหาไม่ผิดพลาดมากนัก ในตอนสดท้าย
ิ
ิ
ิ
ู
่
ี
็
็
น้ ีเปนการเสนอกิจกรรมตัวอย่างให้ครและผู้เรยนได้ร่วมกันปฏบัตเพือเพิ่มพูนทักษะ “คดเปน” ให้
ิ
็
ี่
ี
็
เข้มแข็ง เฉยบคม ฉับไว จนเกิดสภาพคล่องเปนธรรมชาต และใช้เวลาในการคด การตัดสนใจทรวดเรว
ิ
ิ
ึ
ข้นด้วย
้
่
ใบงานที่ 1 กรณีตัวอยาง “สูไหม”
ึ
ผมตกใจสะด้งตนข้นเมอเกิดเสยงเอะอะ พอลมตาข้นมา เหนทกคนยืนกันเกือบหมดรถ “ทกคนนั่ง
ุ
ื
่
็
ุ
ึ
ื
่
ื
ุ
ี
่
ลงอยู่นิ่ง ๆ อย่าเคลือนไหวไม่งันยิงตายหมด” เสียงตวาดลันออกมาจากปากของเจ้าชายหน้าเหี้ยม คอสันที ่
่
้
้
ยืนอยู่หน้ารถ ก าลังใช้ปืนจ่ออยู่ทีคอของคนขับ
่
์
้
ู
็
ี
ี
่
้
ู
ผมรทันทว่ารถทัวรทผมโดยสารคันน้ถกเล่นงานโดยเจ้าพวกวายรายแน่ หันไปดด้านหลัง เหนไอ้
ี
ู
วายร้ายอีกคนหนึ่งถือปืนจังก้าอยู่ ผมใช้มืออันสั่นเทาล้วงลงไปในกระเป๋ ากางเกง คล า .38 เห่าไฟของผม
ซึ่งซื้อออกมาจากร้านเมือบ่ายนี้เอง นึกในใจว่า “โธ่เพิ่งซื้อเอามายังไม่ทันยิงเลย เพียงใส่ลูกเต็มเท่านันเองก็
้
่
จะถูกคนอื่นเอาไปเสียแล้ว”
ี
๋
ื
ึ
ี
ึ
ี
เสยงเจ้าตาพองหน้ารถตะโกนขู่บอกคนขับรถ “หยุดรถเดยวน้ มงอยากตายโหงหรอไง” ผมนก
่
๋
ในใจว่า เดียวพอรถหยุดมันคงต้องให้เราลงจากรถแล้วกวาดกันเกลี้ยงตัว แต่ผมต้องแปลกใจแทนทีรถจะ
หยุดมันกลับยิ่งเร็วขึ้นทุกที ทุกที ยิ่งไปกว่านั้นรถกลับส่ายไปมาเสียด้วย ไอ้พวกมหาโจรเซไปเซมา แต่เจ้า
ตาพองยังไม่ลดละ แม้จะเซออกไปมันก็กลับวิ่งไปยืนประชิดคนขับอีก พร้อมตะโกนอยู่ตลอดเวลา “หยุด
โว้ย หยุด ไอ้นี่ กูลงไปได้ละมึง จะเหยียบให้คาส้นทีเดียว”
ื
ิ
ึ
ี
รถคงตะบงไปต่อ คนขับบ้าเลอดเสยแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าเขาคดอย่างไร ขณะนั้นผมกวาดสายตา
เห็นผู้ชายทีนั่งถัดไปทางม้านั่งด้านซ้าย เป็นต ารวจยศจ่าก าลังจ้องเขม็งไปทีไอ้วายร้ายและถัดไปอีกเป็น
่
่
ชายผมสันเกรียนอีก 2 คน ใส่กางเกงสีกากี และสีขี้ม้า ผมเข้าใจว่าคงจะเป็นต ารวจหรือทหารแน่ ก าลังเอา
้
มือล้วงกระเป๋ ากางเกงอยู่ทั้งสองคน
ู
ิ
ี
่
ุ
็
บรรยากาศตอนนั้นช่างเครยดจรง ๆ ไหนจะกลัวปล้น ถกยิง ไหนจะกลัวรถคว า ทกคนเกรงไปหมด
ทุกสิ่งทุกอย่างถึงจุดวิกฤตแล้ว
ประเด็น : ทานจะสูหรอจะยอม เพราะอะไร
้
่
ื
ี
ื
ึ
ิ
ี
ู
ุ
้
ึ
ู
ี
ให้ครกับผู้เรยนศกษากรณตัวอย่าง เรอง “สไหม” แล้วร่วมกันถกแถลงอภปรายถงเหตผลทใช้ใน
่
่
การตัดสนใจแก้ปญหาวิกฤตตามประเดนทก าหนดให้ ครและผู้เรยนร่วมกันบันทกข้อมูลลงในแบบบันทก
ึ
็
่
ี
ั
ิ
ึ
ี
ิ
ู
ิ
ิ
ี
ิ
ึ
ิ
่
ื
หรอฝกปฏบัตการจ าแนกข้อมูลทั้ง 3 ด้านทจะน ามาใช้ประกอบการคด การตัดสนใจ
139
ั
ิ
้
แบบบนทึกการจาแนกขอมูลประกอบการตัดสนใจ
ขอมูลทางวิชาการ ขอมูลเกียวกับตนเอง ขอมูลเกียวกับสงคมสงแวดลอม
้
้
้
่
้
ั
ิ
่
่
140
่
่
ใบงานที่ 2 กรณีตัวอยาง “เหตุเกิดทีโนนหมากมุน”
่
ิ
ี
่
ิ
ี
ี
ิ
ี
ี
ื
่
ผมสบตรมั่น มเขยน ประจ าอยู่ ร.พัน 11 ขณะน้ปฏบัตการอยู่ทอรญประเทศ คนนั้นผมกับเพือน
ั
็
์
อยู่หมวดลาดตระเวน เราจะต้องแบ่งกันออกลาดตระเวนเปนหมู่ ๆ ในขณะทเรารออยู่ในบังเกอร บางคน
่
ี
ุ
ก็นั่ง บางคนก็เอนนอน ... คยกันอย่างกระซบกระซาบ เสยงปนดังอยู่เปนจังหวะไม่ไกลนัก เราจะต้อง
ิ
ื
ี
็
ู
ื
ึ
ี
่
ึ
ุ
ั
ออกลาดตระเวนตรวจดว่า พวกข้าศกทชายแดนจะรกล ้าเข้ามาหรอไม่ เราไม่เคยนกดอกครบว่า ทหาร
ุ
ิ
ี
่
ญวนกับเขมรเสรทก าลังต่อส่กันนั้น จะรกล ้าเข้ามาในเขตของเราแม้เขาก าลังรบตดพันกันอยู่
ู
ี
ื
ื
พอได้เวลาหมู่ของเราต้องออกไปลาดตระเวน เดอนก็มด คันนาทเราเหยียบย ามานั้น เราเหนเปน
็
็
ี
่
่
้
ุ
เสนด า ๆ ยืดยาว... ข้างหน้าคอหมู่บ้านโนนหมากม่น
ื
ึ
ี
ี
ี
เราเดนอย่างแน่ใจว่า จะไม่มอะไรเกิดข้น เพราะเราไม่ได้อยู่ทเสนกั้นเขตแดน ทันใดนั้นเองเสยง
่
้
ิ
ี
่
ึ
ี
ื
ึ
ปนดังข้น จากข้างซ้าย จากข้างขวา ดเหมอนจะมาทั้งสามด้าน อะไรกันน เกิดอะไรข้นทบ้านโนนหมาก
่
ู
ื
ื
ื
ื
ิ
ุ
ม่น... เราจะท าอย่างไร ผมคดว่าเสยงปนมาจากปนหลายกระบอกจ านวนมากกว่าปนเราหลายเท่านัก ผม
ี
กระโดดลงในปลักควายข้างทาง ลกน้องของผมก็กระโดดตาม ทกคนคดถงตัวเองก่อน หลบกระสนเอา
ู
ุ
ิ
ุ
ึ
้
ู
ึ
ึ
ตัวรอด มอผมกุมปนไว้ ผมจะท าอย่างไร สั่งสร อาจจะตายหมด ถอยร ไม่ได้ ไม่ได้ เราจะถอยไม่รอด มัน
ื
ื
์
้
่
ู
็
ื
ู
ั
มดจนไม่รว่าเราตกอยู่ในสถานการณอย่างไร เพือนผมล่ะ ผมเปนหัวหน้าหมู่ต้องรบผิดชอบลกน้องของ
ู
้
ุ
ผมด้วย เราทกคนมปนคนละกระบอก มกระสนจ ากัด จะส หรอจะถอย ค่ายทหารอยู่ไม่ห่างไกลนักช่วย
ี
ุ
ื
ื
ี
ั
ี
ี
ั
ั
ผมทเถอะครบ ผมต้องรบผิดชอบต่อหน้าทลาดตระเวน ผมต้องรบผิดชอบชวิตลกน้องผมทกคน ผมจะท า
ุ
ี
ู
่
้
ู
ิ
อย่างไร โปรดช่วยผมตัดสนใจว่า ผมจะสั่งสหรอสั่งถอย เพราะอะไร
ื
ู
ุ
ู
ี
ุ
่
ี
ื
่
ให้ครกับผู้เรยนศกษากรณตัวอย่างเรอง “เหตเกิดทโนนหมากม่น” แล้วครกับผู้เรยนร่วมกันถก
ึ
ี
ี
ึ
ู
ุ
่
ิ
ึ
ิ
ั
แถลงถงเหตผลทใช้ในการตัดสนใจแก้ปญหาวิกฤตตามประเดนทก าหนดให้ ครและผู้เรยนร่วมกันบันทก
่
ี
ี
ี
็
ิ
ิ
่
ิ
ึ
ึ
ี
ข้อมูลลงในแบบบันทกเพือฝกปฏบัตการจ าแนกข้อมูลทั้ง 3 ด้าน ทจะน ามาใช้ประกอบการคด การ
่
ิ
ตัดสนใจ แก้ปญหา
ั
141
ื
่
่
้
ใบงานที 3 กรณีตัวอยางเรอง สมกับหนุม
่
่
ั
ี
็
่
ี
ึ
นักศกษา กศน. เปนคนอยู่ในวัยร่นวัยท างานประกอบอาชพ เพือเล้ยงตนเองและครอบครวเปน
ุ
็
ส่วนใหญ่ เปนคนในวัยทจะต้องพบกับปญหาทต้องแก้ไขอยู่ตลอดเวลา ยิ่งในปจจบันเทคโนโลยีก้าวหน้า
ั
ี
ุ
่
็
ี
ั
่
ี
ี
่
ื
ี
์
็
ิ
และหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่มวันหยุดยั้ง มทั้งเรองด เจรญก้าวหน้า สะดวกสบาย เปนประโยชนต่อการ
ิ
ุ
ื
ี
พัฒนาคณภาพชวิต แต่ในเวลาเดยวกันก็ก่อให้เกิดความเดอดรอนไม่ปลอดภัยต่อชวิตและทรพย์สน ท าให้
้
ี
ี
ั
ี
ี
ครอบครวแตกแยกไม่มความสข การศกษาเล่าเรยนทลอกเรยนจากต่างประเทศทั้งวิชาการและวัฒนธรรม
ุ
่
ี
ั
ึ
ี
ี
็
ั
ี
ี
ทแตกต่างโดยไม่มการปรบให้สอดคล้องกับความเปนไทย ท าให้ยิ่งเรยน ยิ่งมปญหาชวิตและสังคม สม
้
ั
ี
่
ี
็
ั
่
็
ึ
ึ
ุ
เปนนักศกษา กศน. ท างานเปนพนักงานต้อนรบของห้างสรรพสนค้าแห่งหนงรจักกับหน่มโดยการใช้วิธ ี
ู
้
ิ
ู
็
ู
ิ
แชททางอนเทอรเนต หน่มท างานเปนพนักงานขายในบรษัท หน่มเปนคนรปหล่อ เจ้าช้มหญงสาว
ี
็
ิ
็
ุ
ุ
็
์
ิ
ั
ื
้
้
่
็
ิ
้
ี
ี
ุ
มาสนใจหลายคน แต่หน่มก็มท่าทชอบสมเปนพิเศษกว่าคนอน คอยมารบส่ง สรางความสนทสนมกับสม
้
็
ุ
ี
ื
่
เปนพิเศษ แต่ก็ยังไม่เลกราจากสาว ๆ คนอน มไมตรให้เหนอยู่เสมอ ทั้งหน่มและสมคบหากันมาหลายป ี
ิ
็
ี
ู
้
่
ี
็
ุ
้
็
เปนทรเหนของเพือน ๆ ทั้งหน่มและสม ในระยะหลัง ๆ น้ มชายหน่มจากทท างานของสมมฐานะการงาน
ี
ี
่
่
ี
้
ุ
ี
้
ี
้
ี
ี
ดมาชอบสมอกคน ถงสมจะไม่ชอบเท่าหน่ม แต่พอใจในความรกเดยวใจเดยวของเขาอยู่มาก เขาไม่ใช่คน
ุ
ึ
ี
ั
ุ
่
ู
่
รปงามแต่เปนคนนสัยด รจักเก็บหอมรอบรบ เปนทรกและไว้วางใจของเพือน ๆ ทกคน วันหนงหน่ม
ึ
ุ
ิ
็
่
ี
ั
็
ี
ู
ิ
้
ุ
้
ึ
้
ื
มาขอสมแต่งงาน สมมความรสกลังเลว่าจะยอมรบหน่มหรอไม่
ี
้
ู
ั
142
้
็
ื
ุ
ั
ถ้าท่านเปนสม ท่านจะตัดสนใจอย่างไร จะยอมรบแต่งงานกับหน่มหรอไม่ เพราะอะไร ให้ท่าน
ิ
่
ิ
ี
ุ
์
ระบข้อมูลทั้ง 3 ประการทหลากหลายและพอเพียงประกอบการตัดสนใจของท่านลงในแบบฟอรมท ่ ี
ิ
ุ
็
ุ
ิ
ิ
ก าหนดแยกแยะให้เหนทั้งข้อมูลเชงปรมาณและคณภาพ และหากต้องหาข้อมูลเพิ่มเตมให้ระบให้ชัดเจน
ด้วย
ขอมูลทางวิชาการ ขอมูลเกี่ยวกับตนเอง ขอมูลเกียวกับสงคมสงแวดลอม
่
้
้
่
้
ั
้
ิ