บทท่ี อากาศยานไรนักบินของกองทพั บก
- . . อากาศยาน รนกั บน RAVEN บรรจอย น หนวยทหารดา นนกลยทธ
กรมทหารราบ
ภาพท่ี - อากาศยานไรนักบนิ ขนาดเล็กมาก MINI UAV
คณลกั ษณะทัว ป
เปนเครือ่ งบนิ ตรวจการณขนาดเล็กมากควบคุมระยะไกลโดยไมใชนกั บนิ
รัศมีปฏบิ ตั กิ าร กโิ ลเมตร
ระยะเวลาปฏบิ ัตกิ ารบิน . ชว่ั โมง
เพดานบนิ สูงสดุ , ฟตุ
ความเรว็ สูงสุด กิโลเมตร/ ชวั่ โมง
ความเรว็ ปฏิบตั ิการ - กิโลเมตร/ช่ัวโมง
มรี ะบบปฏิบัตกิ ารในการวางแผนลวงหนา
สามารถกลับมายังจุดสงข้นึ หากขาดการติดตอกับภาคพ้นื
การสงสัญญาณภาพแบบ Real Time
ลกั ษณะการถายภาพน่ิงและภาพเคลือ่ นไหว
คณลักษณะ ฉพาะ
ความยาวปก . เมตร
ความยาวลาตวั . เมตร
กาลงั ขับเคร่ืองยนต . แรงมา
น้าหนักตัวเปลา . กิโลกรัม
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏิบตั ิภารกจิ ของอากาศยาน รนักบิน
ภาคท่ี ๒
การใชงานและการดารงความตอเนื่องในการใชงานอากาศยานไรนักบิน
---------------------------------------------------------------------------------------------------
บทท่ี ๔
ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ตั ภิ ารกิจของอากาศยานไรนกั บิน
(Unmanned Aircraft Systems Mission Planning Considerations)
ตอนที่ ๑ กลาวทว่ั ไป
๔-๑ อากาศยาน รนักบินเปนเครืองมือทีเพิมขีดความสามารถในการวางแผน เพือหาขอมูลขาสาร ใหกับ
นายทหารฝายการขาว (ฝอ. ) /สธ. และนายทหารยุทธการและการฝก (ฝอ. )/ สธ. (แมวาจะทาใหเวลา
ในการวางแผนเพิมขึนกตาม) แตกเปนเครืองมือหาขอมลู ขาวสารและขาวกรองทมี ีความนาเชือถือ ครอบคลุม
และคุมคากวาเมือเทียบกบั อปุ กรณชนดิ อืน ในภาพรวม เปนประโยชนสาหรบั การวางแผนในดานตาง ดแก
การคนหาขอมูลขาวสาร การขาวกรองในสนามรบ,การเฝาตรวจสนามรบและการลาดตระเวน การรวบรวมขอมูล
ขาวสารทังหมด จะตองพิจารณาใหความสาคัญเทา กัน เพือตอบสนองหัวขอขาวสารขอมูล และความ
ตองการขอมูลขาวกรองสาคญั ทผี บู งั คับหนวยตองการ หนวยของอากาศยาน รนักบินเปนหนวยทีมีบทบาทใน
การรวบรวมขอมลู ขาวสาร ดดีทีสุด สนบั สนนุ โดยตรง ใหกับชดุ ปฏิบัตกิ ารรบในระดับกองพล
๔-๒ การวางแผนสาหรับการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบิน ถูกกาหนด วเปนหลักนิยมเพือปฏิบัติ
ภารกิจ เมือ รกตามทีหนวยตอง ปสนับสนุน หนวยที มเคยปฏิบัติภารกิจรวมกันมากอน สิงสาคัญทีสุดคือ
จะตองมีการประสานกันระหวางหนวยสนับสนุนและหนวยรับการสนับสนุน เพือวางแผนภารกิจ,การปฏิบัติ
และการควบคมุ บังคับบญั ชาหวงอากาศ นายทหารติดตอของหนวยอากาศยาน รนกั บนิ จะตองพรอมใหขอมูล
ขาวสาร ระหวางการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบินและหนวยรับการสนับสนุนโดยนายทหารติดตอ
จะตองมนั ใจวาหนวยรบั การสนับสนุนทราบขีดความสามารถและขดี จากดั ของอากาศยาน รนักบนิ ดวย
๔-๓ ภารกิจใด กตามทีหนวยอากาศยาน รนักบิน ดรับ ผูบังคับหนวยจะตองแสวงหาหนทางปฏิบัติเพือ
ตังสมมุติฐานของความสาเรจสูงสุดทีเปน ป ด ดังนัน จากแนวทางหรือหลักเกณฑ ในการตัดสินใจทีเคย
ปฏิบัติ กอนการปลอยอากาศยานวิงขึน ผูบังคับหนวยรับการสนับสนุน จะ ดรับการแนะนาจาก หนวย
อากาศยาน รนกั บนิ เพอื ตดั สนิ ใจพจิ ารณาเลือนเวลา, รอเวลา หรือยกเลิกการปฏิบัติ หากพิจารณาวาการปฏิบัติ
ทังกอนและระหวางปฏิบตั จิ ะ มประสบผลสาเรจ
๔-๔ อากาศยาน รนักบินมีสวนสนบั สนนุ ผลสาเรจของการหาขาวสาร, การเฝาตรวจสนามรบ, การลาดตระเวน
ทางอากาศ ระยะปฏิบัติการและการบิน ดนานของอากาศยาน รนักบินมีสวนชวย ใหผูบังคับหนวย ด
มองเหนภาพจริงของสนามรบ ตามเวลาและสถานทีทีตองการ โดยปราศจากความเสียงของอากาศยานที
บังคับดวยนักบิน อากาศยาน รนักบินสามารถบินลึกเขา ปในพืนทีปฏิบัติการ( Area of Operation: AO)
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏิบตั ภิ ารกจิ ของอากาศยาน รนกั บิน
และมีความออนตัวเพียงพอสาหรบั การปรับแผนกจิ เฉพาะใหม เพอื ให ดขอมลู ขาวสารทตี รงเวลากับความเปน
จรงิ บนพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารนัน
๔-๕ หลักการพืนฐานการสนบั สนุนของอากาศยาน รนกั บนิ ของกองทัพบก มีหลกั การใชกับภารกิจ เชน
- . การลาดตระเวน (Reconnaissance): เพือให ดขอมูลขาวสารเวลาใกลเคียงกับความ
เปนจรงิ ในการรบ (NRT Combat information) เกยี วกับภูมปิ ระเทศ การปฏบิ ตั ิของกาลังทหารฝายเดียวกัน
และการเคลือนยายทตี ังของหนวยทหารขาศึกทเี ปน ป ด
- . เฝาตรวจสนามรบ (Surveillance): เฝาตรวจสนามรบของพืนทีหนวยทหารฝาย
เดียวกนั หรือเฝาตรวจดินแดนฝายขาศกึ
- . การแจงเตือนสถานการณ (Situation Awareness: SA)ทาใหผูบังคับหนวยทราบถึง
การแจงเตอื นสถานการณ/ มีความเขาใจในสถานการณ (Situation Understanding, SU) และขอมูลในการ
วางแผนการปฏบิ ตั ิภารกิจ
- . การรักษาความปลอดภัย (Security): ขณะปฏิบัติการโตตอบ และการดาเนินกลยุทธ
ของพนื ทีหลกั และพืนทีรักษาความปลอดภยั
- . การตรวจจับเปาหมาย (Targeting): สนับสนุนการตรวจจับ และพิสูจนทราบ
เปาหมาย (TA, Target Detection and Recognition) การกาหนดเปาหมาย (Target designation) และ
การเปดเผยเปาหมาย (illumination) และการประเมินคาความเสียหายจากการรบ ( Battle Damage
Assessment: BDA)
- . การสนับสนุนการติดตอสือสาร (Communication Support): ทางดานกระจายเสียง
และสงขอมูลการติดตอสือสารใหม (RETRANS) เชน ยานพาหนะถายทอด
- . การสนบั สนุนการเคลอื นยาย (Movement Support): การรกั ษาความปลอดภัยคุมกัน
ขบวนยานยนตบรรทุกสัมภาระ (Convoy Security) การตรวจจับทุนระเบิด/เครืองมือตรวจจับทุนระเบิด
แสวงเครอื ง (Mine/improvised Explosive device)
- . การปรับการยิงปนใหญ และจรวด (Artillery and Rocket Adjustment) สนับสนุน
ภารกิจของเหลาทหารปนใหญและจรวดในการกาหนดพิกดั เปาหมายดวยความถูกตองแมนยา
๔-๖ แมวาอากาศยาน รนักบินจะถูกขาศึกมองวา มสามารถ ทาลายการปฏิบัติของขาศึกได แตขาศึกกยังให
ความสนใจการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบิน ทีมีการยายพืนทีบินบอยครัง และมีสิงบอกเหตุของการ
เพิมการติดตอสือสาร สรางความสับสนใหกับกาลังฝายขาศึกมีผลตอการประสานการปฏิบัติการ, การดารง
ความตอเนอื งของระบบการสงกาลงั บารุง กับทงั ยงั ลดประสทิ ธิภาพทางดานกายภาพ สมรรถนะรางกายของ
กาลังพล ขวัญและกาลังใจฝายขาศกึ
๔-๗ ชนิดและแบบของอากาศยาน รนักบิน และความสูงทีทาการบิน สามารถกดดันใหขาศึกเปดเผยทีตัง
ของ ตน เมอื อากาศยานทาการ ลาดตระเวน, เฝาตรวจสนามรบ และภารกิจรักษาความปลอดภยั
ม.ี ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏิบัตภิ ารกจิ ของอากาศยาน รนกั บนิ
๔- อากาศยาน รนักบินส ม รถใชงาน ดหลายรูปแบบ ระหวางการปฏบิ ัติภารกิจซงึ ใชเวลา นานผูบังคับ
หนวยรับการสนบั สนนุ จะเปนผูพิจารณามอบภารกิจ ซึงอาจจะรวมถึงบทบาทหลาย อยางที ดกลาวมาแลว
ขางตน และกาหนดใหมกี ารเตรียมการเผือ วดวย (Be Prepared) เกียวกบั นาหนักบรรทกุ ของอุปกรณทถี ูกตอง
ในการบรรทกุ บนอากาศยาน อปุ กรณครบชดุ ของระบบเครอื งตรวจจบั (Sensor)บางอยางสามารถใชรวมเปน
Sensors อเนกประสงค ติดตงั บนอากาศยาน รนกั บินเครืองเดยี วกัน ด
ตอนท่ี ๒ ขอพิจารณาการใชงานของอากาศยานไรนักบนิ (EMPLOYMENT
CONSIDERATIONS)
๔- ความสาเรจของการปฏิบตั ิการ บางครังอาจขึนอยูกบั การสนับสนุนของอากาศยาน รนักบิน แตบางครัง
กสามารถใชเครอื งมอื หาขาวหรือระบบรวบรวมขาวสารและขาวกรองชนดิ อนื เสรมิ หรือเพิม มในสวนที
อากาศยาน รนักบนิ มสามารถปฏิบตั ิภารกจิ สาเรจไ สมบรู ณ เกณฑการยกเลกิ ภารกจิ ของอากาศยาน ร
นักบินนัน ดมาจากเจตนารมณของผูบังคบั บญั ชา และระดับความสาคัญของภารกิจ หากวาภารกิจทาง
ภาคพนื นนั มีความสาคญั นอย และเกนิ กวาขดี ความสามารถทีอากาศยาน รนักบินจะปฏิบตั ิ ด ผบู ังคบั หนวย
ภาคพืนจะตองตดั สนิ ใจถึงระดบั ความสาคญั วาจะรองขอรบั การสนับสนนุ จากเครอื งมอื หาขาวชนดิ อนื ทีมอี ยู
หรอื รองขอการสนบั สนนุ จากอากาศยาน รนกั บนิ
๔-๑๐ ขอพิจารณาในการวางแผนสาหรับการใชงานของอากาศยาน รนักบินมีความคลายคลึงกับหนวยทหาร
ทางภาคพืนดิน และเกือบจะเหมือนกับหนวยบินทีใชนักบินในการปฏิบัติการบิน ตางกันทีการใชงานของ
อากาศยาน รนักบินสามารถขยายผล ดทัง มติ ิ ความรับผดิ ชอบของภารกิจมกี ารแบงสวน วชัดเจน ระหวาง
อากาศยานทมี นี ักบนิ บงั คับ และอากาศยาน รนกั บิน มีการแบงการใชหวงอากาศใชงานรวมกัน ด
๔-๑๑ ขอพิจารณาสาหรับการวางแผนคือปจจัย METT-TC ( Mission, Enemy, Terrain and Weather,
Troop and Support Available , Time Available and Civil Consideration) ดแกภารกจิ , ขาศึก , ภูมิ
ประเทศ และ สภาพภูมอิ ากาศ, กาลงั ฝายเราและการสนับสนนุ ,เวลาทีเอืออานวย และขอพิจารณาดานพลเรอื น
๔-๑๒ ขอพจิ ารณาในการวางแผนโดยทั่วไปในการใชงานอากาศยานไรนักบนิ
๔-๑๒.๑ ท่ตี ้งั ของระบบอากาศยานไรนักบนิ (LOCATION OF UNMANNED AIRCRAFT SYSTEMS)
- . . อากาศยาน รนักบินสนับสนุนการปฏิบัติการรบทุกหนทุกแหงในสนามรบ รวมถึงแนว
หนาสดุ ของเขตแนวหนาของกองกาลงั ทหารฝายเดยี วกัน อากาศยาน รนักบินจะใหภาพขอมูลในสนามรบ ทัง
กลางวันและกลางคืน เมือ ดรับการตดิ ตังดวยระบบเครืองตรวจจับ(Sensors) ทถี ูกตอง เปนอุปกรณทีสามารถ
ถายภาพ ดอยางมีประสิทธภิ าพทีใหขอมูลกับผบู ังคบั หนวยดวยการลาดตระเวนในเวลาใกลเคียงกับความเปน
จริง และเฝาตรวจสนามรบโดยปราศจากอัตราความเสียงตอนักบินทีบังคับอากายาน ระบบนีทาใหผูบังคับ
หนวยมีเวลาตดั สินใจและสามารถจัดกาลังเฉพาะกิจ ดอยางรวดเรว สามารถมองภาพสนามรบ ดอยางทัวถึง
ทังความกวางและความลึก ดดีเทา กัน ระหวางการเตรียมแผนสาหรับภารกิจของอากาศยาน รนักบิน
ความเรงดวนในการเปลียนแปลงภารกิจหรือการพิสูจนทราบเปาหมายใหม อาจเกิดขึน ด ผูบังคับหนวย
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏิบตั ภิ ารกจิ ของอากาศยาน รนักบิน
สามารถปรับภารกิจการใชงานอากาศยาน รนักบิน ในการสนับสนุนภารกิจทีเกดิ ขึนใหม หรือเฝาสังเกตการณ
พืนทอี ืน ในเวลาเปนจริงขณะนัน ด
- . . หนวยอากาศยาน รนักบนิ สามารถปลอยอากาศยานวิงขึน ดทัง จากสนามบินถาวร
หรือสนามบินชัวคราวก ด ทีตังของสถานีควบคุมทางพืนดิน ( Ground Control Station :GCS) กับหนวย
รับการสนับสนุน โดยทัว ปสามารถติดตอเชือมโยง ดวยชองทางเขาของขอมูลขาวสภาพอากาศ ใชระบบ
วิเคราะหแหลงขอมูลทังหมด, ระบบวางแผนภารกิจของการบิน/ระบบการวางแผนการบินอเนกประสงค
เคลือนที ด และกาหนดเสนทางเคลือนทีของฝายเรา สามารถประสานการปฏิบัติ ดอยางรวดเรว หนวยบิน
อากาศยาน รนกั บินสามารถปฏบิ ัตกิ าร ดเปนหนวยหรือแยกปฏิบัติการ ด
๔-๑๒.๒ การปฏบิ ตั กิ ารเปนหนวยพ้ืนทเี่ ดยี ว (SINGLE-SITE OPERATIONS)
ในการปฏิบัติการเปนหนวยพืนทีเดียว หนวยอากาศยาน รนักบินตังอยูในทีตังเดียวกัน มีความ
เหมาะสม ทาใหงายตอการควบคุมบังคับบัญชา และการติดตอสือสาร (Command Control and
Communication: C3) และการสงกาลังบารุง อยาง รกตามการประสานงานกับหนวยรับการสนับสนุน
อาจจะมคี วามยุงยากมากขึน ถาระยะหางและการติดตอสือสารกับหนวยรับการสนับสนุนมีมาก นอกจากนัน
การปฏิบตั ิการเปนหนวยพนื ทเี ดียวจะแพรกระจายอเิ ลกทรอนิกสและปรากฏรองรอยกายภาพมาก
๔-๑๒.๓ การปฏบิ ตั กิ ารเปนหนวยยอยแยกพนื้ ท่ี (SPLIT-SITE OPERATIONS)
ในการปฏิบัติการเปนหนวยยอยแยกพืนที หนวยบินอากาศยาน รนักบินจะแบงหนวยออกเปน
สวน ประกอบดวย
- . . สวนการวางแผนภารกิจและการควบคุม(Mission Planning and Control Site) โดย
ปกติจะตังอยูทีศนู ยปฏิบัติการทางยุทธวิธี(Tactical Operation Center: TOC) หรือตังอยูทีทีบังคับการสวน
หนา ประกอบดวยสถานีควบคุมทางพืนดิน/หนวยควบคุมทางพืนดิน เจาหนาทีประจาสถานีควบคุมทาง
พืนดนิ และอุปกรณสนับสนุน สวนการวางแผนภารกิจและการควบคุม จะรับภารกิจเฉพาะมาวางแผนภารกิจ
และเขาควบคุมอากาศยาน รนักบินสาหรับการปฏิบัตภิ ารกจิ จรงิ และรายงานขอมูลขาวสาร
- . . สวนปลอยอากาศยานวิงขึนและรอนลงจอด (Launch and Recovery) ปกติจะตังอยู
พืนทีสวนหลังของหนวยรับการสนับสนุน วิธีการนีจะ มใชกับการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบินแบบ
Raven เนืองจากหนวยจัดเปนชุดขนาดเลกในการปฏิบัติการ สวนนีประกอบดวย อากาศยาน,ระบบการ
ปลอยอากาศยานวิงขึนและรอนลงจอด สถานีควบคุมทางพืนดิน อุปกรณซอมบารุง (Maintenance
Equipment) บริภัณฑสนับสนุนภาคพืน (Ground Support Equipment :GSE) และเจาหนาทีสนับสนุน
(Supporting Personnel) มือสวนการปลอยอากาศยานวิงขึนและรอนลงจอด รับภารกิจจากสวนวางแผน
ภารกจิ และการควบคมุ กจะเตรียมการและปลอยอากาศยานวิงขึน หลังจากอากาศยานวิงขึน ปถึงความสูงที
กาหนด วแลว สถานีควบคุมทางพืนดินทีตังอยูทีหนวยรับการสนับสนุนจะรับการควบคุมอากาศยานตอ ป
สาหรับการรอนลงจอดของอากาศยานจะดาเนินกรรมวิธีตรงขามกบั การวิงขนึ หนวยอากาศยาน รนักบินควร
จะพจิ ารณาเลือกพืนทีสาหรับการวิงขึนและรอนลงจอด ดงั ตอ ปนี:
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏิบตั ิภารกิจของอากาศยาน รนักบิน
มีระยะตรวจการณจากการมองเหนในระดับสายตา(เพือสงสัญญาณวิทยุ) ปยังอากาศยาน
ซึงอยูพนื ทเี ปาหมาย ด
มีพืนทีวางอยางเพียงพอสาหรบั ระบบการวิงขนึ และรอนลงจอดของอากาศยาน หรือ
ร สร ร ขยายพืนทีส ร ร ร ร
ควรจะมพี นื ทเี พยี งพอทปี ลอดภยั จากสงิ กีดขวางขณะอากาศยานวิงขนึ หรอื รอนลงจอด
หลีกเลียงพืนทีทีมีประชาชนอยูอยางหนาแนน และมีระบบสาย ฟฟาแรงสูงอยูจานวนมาก
ปฏิบตั ิการในพนื ทีเหลานตี องเพิม มระม ระ ารปฏบิ ตั ิภารกจิ
หลกี เลียงพนื ทีทีมีการติดตังอุปกรณการติดตอสือสารและการสงกระจายขาวการ สือสารอยู
อยางหนาแนน ซึงอาจจะรบกวนระบบการควบคุมของอากาศยาน รนักบิน ด
พนื ทีควรจะอยูใกลกับสวนการวางแผนภารกิจและการควบคุม เพือใหมีประสิทธิภาพในการ
ตดิ ตอสอื สาร, การสงมอบหนาที และการรบั การควบคมุ ของอากาศยาน รนกั บนิ
ควรมมาตรการรกั ษาความปลอดภัย เพอื ลดความเสยี งจากการถูกตรวจจบั และทาลาย
จากกองกาลังของขาศกึ
ถาสนามวิงขึนแ ะรอนลงจอดของอากาศยาน รนักบิน ดถูกจัดให ร ม อากาศยาน
ทมี นี กั บนิ ควบคมุ ตองจดั ทาแผนผงั การจอดอากาศยานและการจัดการจราจรทางอากาศ ตองจัด ววางอยาง
เปนระเบยี บ
ร ยูใกล กับบริภณั ฑสนบั สนุนทางพนื ดิน ตวั อยางเชน สถานขี อมลู ทางพนื ดนิ
( Ground Data Terminal) และ เครืองกาเนิดพลังงาน ฟฟา ( Generators) นอกจากขอจากัดของสาย
เคเบิล และอุปกรณอืน แลว เจาหนาทีตองพิจารณาปจจัยอืน ดวย เชน ขอจากัดเรืองเสียงดัง และการ
รกั ษาความปลอดภัย
๔-๑๒.๔ การปฏิบตั กิ ารของอากาศยานไรนักบนิ ขนาดเล็ก บนหลงั คาส่งิ ปลกู สราง
ส สร มหลังคาสูงส ม รถ อากาศยาน รนักบินขนาดเลกมาก
ดวยสายอากาศ Uplink และ Downlink ส มีความสาคัญทาใหเพิมสมรรถนะการทางานของหนวย
ควบคุมทางพืนดิน ทาใหสมรรถนะการทางานของสัญญาณและระยะการทางาน ดดีขึน เพือใหบรรลุผล
ประโยชนของการปฏิบัติการบนหลังคาของอาคาร ตัวอาคารควรจะสูงกวาตึกและภูมิประเทศทีอยูบริเวณ
โดยรอบ การปฏิบตั ิการจากหลังคาอาคารมีความปลอดภัยจากสงิ กีดขวาง สาหรบั การปลอยอากาศยานวิงขึน
เมอื ความเรวลมเปนศนู ย หรอื ลมสงบ การปลอยอากาศยานวงิ ขึนจากหลังคาอาคารจะทาให ดระยะทางมาก
ขึนแ ะม ม ส งทีจะ ะ ะ ส เกิดไ สถานีควบคุม Remote Video Terminal (RVT)
อาจจะติดตังระบบควบคมุ ระยะ กล วบนหลงั คาของศูนยปฏิบัติการทางยุทธวิธี(TOC) หรือสถานีควบคุมการ
โจมตี (Tactical Acquisition Control:TAC) ซงึ ซอน วในโครงสรางของอาคาร
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏิบตั ภิ ารกิจของอากาศยาน รนกั บนิ
๔-๑๓ การดารงความตอเนอ่ื งของการปฏบิ ตั กิ าร (SUSTAINED OPERATIONS)
- . หนวยอากาศยาน รนักบิน ควร ดรับคาสัง กอนเริมปฏิบัติภารกิจ อยางนอย ชัวโมง
สาหรับใชในการเตรยี มแผนการบนิ และเตรยี มความพรอมของระบบอากาศยาน รนกั บนิ รวมทังเจาหนาทที กุ สวน
- . ภายหลงั จากทอี ากาศยาน รนกั บนิ วิงขึนปฏบิ ตั ิภารกิจ (T/O ) จากพนื ทวี ิงขึน (Launch &
Recovery Site )แลวควรมีการหมุนเวียนปฏิบัติหนาทีของนักบิน และเจาหนาทีภายในหองควบคุมภาคพืน
โดยมหี ลกั การดงั นี
- . . นักบินและเจาหนาทีแตละตาแหนงในสวนควบคุมภาคพืน ปฏิบัติการบิน
ตอเนือง มเกนิ ชัวโมง และกอนการเปลยี นผลัด ทุกผลัด ตองใหนักบินและเจาหนาทีผลัดตอ ป มารับ –
สงหนาที เพอื ถายทอดภารกจิ และรับทราบสถานการณปจจุบนั เพือรบั ชวงปฏบิ ตั ิหนาทตี อ ป
- . . ภายหลังจากปฏบิ ัตหิ นาทแี ตละผลดั นกั บนิ และเจาหนาที ควร ดรับการพักผอน
(Crew Rest )อยางนอย ชัวโมง กอนปฏิบัติภารกิจในผลัดตอ ป โดยชัวโมงรวมปฏิบัติภารกิจตอวัน ม
ควรเกิน ชัวโมง ตอนักบนิ หรือเจาหนาที คน
- . ในสวนของระบบอากาศยาน รนกั บิน เมืออากาศยานบินกลับเขามาลง (Landing ) แลว
ควรใหมีการพักระบบอากาศยาน รนักบนิ และปรนนบิ ัติบารุงอากาศยาน อยางนอย ชัวโมง กอนทาการ
วงิ ขึน (Take off) สาหรับทาภารกจิ ในครังตอ ป
๔-๑๔ หลักเกณฑและขอพิจารณาทวั่ ไป
๔-๑๔.๑ ภมู ิประเทศและสภาพอากาศ (TERRAIN AND WEATHER)
- . . ภูมปิ ระเทศ หมายถึง สิงทเี กิดขนึ โดยธรรมชาติ และรวมถึงสิงทีมนุษยสรางขึนดวย เชน
ตัวเมือง, สนามบิน สะพาน, ทางรถ ฟ, ทาเรือ, สายสงกระแส ฟฟา และสถานีสงกระจายระบบการ
ตดิ ตอสอื สารโทรคมนาคม และหอบังคับการบิน ภูมิประเทศมีบทบาทสาคัญในการทีจะทาใหระบบรับ – สง
สัญญาณ เครืองตรวจจับภาพ (Sensors) ทังระบบควบคุมและบังคับบัญชา ทางาน ดอยางมีประสิทธิภาพ
ภมู ิประเทศทเี ปนทีโลงกวาง หรอื ทะเลทรายจะทาใหสภาพการทางานของระบบทางาน ดอยางดีทีสุดในการ
ตรวจสอบกจิ กรรม หรือความเคลอื น หวของขาศึก,ภมู ิประเทศทเี ปนภูเขา,บริเวณทีมีตน มขึนอยูหนาแนนซึง
จะทาใหลดประสิทธิภาพการทางานของระบบเครืองตรวจจับภาพ(Sensors)ลง ภูมิประเทศทีเปนพืนราบ
ทาใหลดขอจากดั เรืองเสนแนวการสือสาร (Line of Sight issues) ในขณะทีภูมิประเทศทีเปนภูเขาอาจทาให
มีความกดดันผูบังคับหนวยใหตองจัดตังสถานีควบคุมทางพืนดินขึนมาอีกหลายสถานี หรือตองเสียระยะ
ปฏบิ ตั กิ ารของอากาศยาน รนักบนิ
- . . เพือให ดเปรียบทางยุทธวิธี ผูบังคับหนวยและฝายอานวยการ ตองวิเคราะหและ
เปรียบเทียบขดี จากัดของอากาศยาน รนักบินและอุปกรณครบชุดสาหรับตอตานขีดความสามารถของขาศึก
ในการตรวจจับและการโจมตีทีเปนผลตออากาศยาน รนกั บิน
- . . ตองใหความสาคัญเปนอันดับแรกตอสภาพอากาศทีเอืออานวยตออาการบินของ
อากาศยาน รนักบนิ แตกมีขอพิจารณาพเิ ศษบางประการสาหรบั อากาศยาน รนกั บิน(ดูตาราง - ) ไม แ
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ัตภิ ารกจิ ของอากาศยาน รนกั บิน
สภาพอากาศ มีอิทธิพลตอสมรรถนะของอากาศยาน รนักบินเทานัน แต ตองคานึงถึงประสิทธิภาพของ
อุปกรณ (PAYLOAD) ดวย
๔-๑๔.๒ หยาดนา้ ฟา, ลม และอณุ หภูมอิ ากาศ(PRECIPITATION, WIND, AND TEMPERATURE) : หยาด
นาฟา (ฝน,หมิ ะ,ลูกเหบและนาคาง ),ลม และ อุณหภมู อิ ากาศ จะลดขีดความสามารถในการปฏบิ ัติการของ
อากาศยาน รนักบิน
- . . หยาดนาฟา (ฝน, หิมะ,ลูกเหบและนาคาง) (Precipitation ) มทาใหประสิทธิภาพ
ของการปฏิบัติการทีสถานีควบคุมทางพนื ดินลดลง แตระบบปองกันเคลือนทีจะทาใหมีการเปดเผยทีตังหนวย
ผูบังคับหนวยจึงตองสังเกตการณอยางใกลชิด เพือพิจารณาความเหมาะสมบริเวณทางวิงขึน/รอน ลงจอด
เพอื เปนการยืนยนั พนื ทที างวงิ /ลงจอด (Runway/Landing Area) มคี วามเหมาะสมสาหรบั การปฏบิ ัติการของ
อากาศยาน รนักบิน อากาศยาน รนักบินสามารถปฏิบัติการ ดในสภาพฝนตกบาง (Light Rain ) แมวา
ประสทิ ธิภาพของการถายภาพของอากาศยาน รนกั บนิ จะลดลง ปบาง แตภาพถายที ดยังใชประโยชน ด
- . . ลมขวาง (Crosswinds) อากาศยาน รนักบินทีตองใชสนามบินหรือทางวิง ควร
พจิ ารณาลมขวาง ซึงเกินขีดจากัดของอากาศยาน รนักบินจะทาใหเกิดอันตรายตอการวิงขึนและการรอนลง
จอดของอากาศยาน รนักบิน
- . . ลมแรงในระยะสูง (High Wind) ทีระดับความสูงทีมีลมแรงเกินขีดจากัดของอากาศยาน
รนกั บิน จะทาใหเกดิ อนั ตรายตอการบิน
- . . อุณหภูมิอากาศ การเกิดนาแขงเกาะ (Icing) เมืออากาศยาน รนักบินปฏิบัติการ
ภายในอุณหภูมิ องศาเซนเซียส และในสภาพอากาศทีมีความชืนจะมีนาแขงเกิดขึนทีปกและโครงลาตัว
ทาใหเกิดแรงตานและนาหนักเพิมมากขึน(Increasing drag and weight) อากาศยาน รนักบินของ
กองทัพบก มมีระบบละลายนาแขงเกาะ (Deicing Capability ) ดังนันผูควบคุมอากาศยานจะตองสังเกต
ผลกระทบทีเกิดขึน เพือนาอากาศยานออกจากสภาพแวดลอมทีเกิดภาวะนาแขงจับเกาะ (Icing
Environment) หรอื ลดระยะสงู ลงมาถาสามารถกระทา ด
๔-๑๔.๓ หมอกและเมฆต่า (FOG AND LOW CLOUDS)
หมอกและฐานเมฆตามีผลกระทบโดยตรงกับประสิทธิภาพการทางานของ PAYLOAD กลอง
อินฟราเรด (IR Camera) สามารถถายภาพเจาะทะลุในหมอกบาง ด แต มสามารถเจาะทะลุหมอกทีหนา
ทึบ หรอื เมฆ ด เพอื เปนการสะสมรวบรวมภาพทตี องการขยายผล อากาศยาน รนักบินตองบินตาลงมาเพือ
เพิมประสิทธิภาพสาหรับตรวจจับและเปดเผยระบบปนใหญปองกันภัยทางอากาศของขาศึก ( ADA)
นอกจากนนั หมอกยังทาใหการรอนลงจอดของอากาศยานมคี วามเสยี งสูง
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏิบตั ิภารกิจของอากาศยาน รนกั บนิ
ตารางที - สภาพอากาศทีเปนขดี จากัดในการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบิน (Weather
Limitation)
สภาพอากาศ ระบบอากาศยานไรนกั บนิ การตรวจจับสญั ญาณภาพของ
(Weather) (Unmanned Aerial System) UAS (UAS Sensors)
ภาวะเกิดนาแขงเกาะ - มมขี ดี ความสามารถในการ N/A
(Icing) ปองกัน/ทาลายนาแขง (No
deicing/anti-icing capability)
- หามทาการบนิ ถาทราบจากการ
พยากรณอากาศวาจะเกิดภาวะ
นาแขงเกาะเกิดขนึ
(Flight prohibited if icing
forecasted/known)
ลมขวางสนามบนิ มากกวา - ทาใหเกนิ ขดี ความสามารถของ N/A
นอต (Crosswinds >15 kts ) การปฏบิ ตั ิการ (Exceeds
operational capabilities.)
ลมแรงในระยะสงู มากกวา - ทาใหเกิดอนั ตรายตอสภาพ N/A
นอต (High winds at altitude การบนิ (Creates dangerous
> 50 kts) flying conditions.)
ฝนตกบาง อากาศยาน รนกั บินสามารถบนิ - คณุ ภาพของภาพลดลงแตยัง
(Light rain) ปฏบิ ตั กิ าร ด สามารถใชประโยชน ด
(UAS can operate.) (Degrades quality of
imagery, but product may
be exploitable.)
ฝนตกหนกั มิลลิเมตรตอ อากาศยาน รนกั บนิ มสามารถ
ชวั โมงหรือมากกวา (Heavy rain บนิ ปฏบิ ตั ิการ ด
50 millimeters per hour or (UAS cannot operate.)
more)
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ัติภารกจิ ของอากาศยาน รนักบิน
สภาพอากาศ ระบบอากาศยาน รนกั บิน การตรวจจบั สญั ญาณภาพของ
(Weather) (Unmanned Aerial System) UAS (UAS Sensors)
หมอกและเมฆตา อากาศยาน รนกั บินสามารถบิน มสามารถเจาะทะลุหมอกหนา/
(Fog and low clouds) ปฏิบัติการ ด แตเพิมความเสยี ง เมฆ ด
กบั อากาศยานระหวางการวิงขนึ (UAS cannot penetrate
และรอนลงจอด (UAS can heavy fog/clouds.)
operate, but increases the
risk to the UA during
takeoffs/landings.)
๔-๑๕ ขอพิจารณาสาหรบั การใชอปุ กรณตรวจจับสญั ญาณภาพ
(SENSOR CONSIDERATIONS)
ผูบังคับภารกิจ (Mission Commander) เลือกชนิดของอุปกรณการตรวจจับสัญญาณภาพทีทาให
ดรบั ภาพทชี ัดเจนทสี ดุ สาหรบั ภารกจิ สภาพอากาศ, อณุ หภูมิอากาศ และเวลาของแตละวัน เปนตัวแปรใน
การพิจารณาเลอื กอปุ กรณการตรวจจบั สัญญาณภาพทีดที ีสุด ตามตาราง -
ตารางที - แสดงขอดีและขอเสียของอปุ กรณการตรวจจับสญั ญาณภาพของอากาศยาน รนักบนิ
ทีมีใชในปจจบุ นั
ขอดี (Advantages) ขอเสีย (Disadvantages)
ระบบ Electro-Optical
ใหภาพเหมอื นคลายกบั สนามรบจริง หากใชเทคนิคการพรางและการซอนเรนสามารถ
ลวงระบบ Sensor ด
ระบบทีนาเสนอ มมีความสามารถในการจาแนก จากัดโดยสภาพอากาศ, ทัศนวิสัยของแสง ม
เปาหมายในระบบ optical อนื หรอื ในการแสดง สามารถเจาะผานเมฆหรือหมอก ด
ภาพทเี กิดจากความรอนหรอื เรดาร
มีมาตรการวเิ คราะหในรายละเอียดมากกวา จากัดโดยสภาพภมู ิประเทศและพชื พนั ธุตน ม
นาเสนอดวยกลองมองภาพสามมิติ หรือมองสวน มขี อจากัดใช ดในเวลากลางวนั เทานนั
ลึกของวัตถุ
ระบบแสง Infrared
เปนระบบรับสัญญาณทียากตอการถูกรบกวน มมปี ระสิทธิภาพระหวางผานคลนื ความรอน
(Jam) ( ถึง . ชัวโมง หลังพระอาทิตยขึนหรือพระ
อาทติ ยตกดนิ )
ม.ี ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ของอากาศยาน รนักบนิ
ขอดี (Advantages) ขอเสีย (Disadvantages)
สามารถเจาะทะลุผานการพรางตัว ดในระดับหนงึ ถูกภยั คุกคามทางยทุ ธวิธีโดยภัยคุกคามปองกันภัย
ทางอากาศ
มคี วามสามารถในการจาแนกเปาหมาย ดดี หากสภาพอากาศ มดีจะทาใหคณุ ภาพลดลง
มขี ีดความสามารถถายภาพเวลากลางคืน ด
ตอนท่ี ๓ ขอพจิ ารณาเก่ยี วกบั ภยั คกุ คามของอากาศยานไรนกั บนิ (Threat
Considerations)
๔-๑๖ ขอพิจารณาเก่ียวกับขาศกึ (Enemy)
ระบบอาวุธของขาศึกทีเปนภัยคุกคามตอการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบินของฝายเรา
มากทีสุด กคือ อาวุธปองกันภัยทางอากาศ และอากาศยานทีมีขีดความสามารถในการสูรบทางอากาศของ
ขาศึก อากาศยานทัว ปมักถูกตรวจพบ ดงายจากการตรวจการณ เพราะอากาศยานทัว ปมีขนาดใหญและ
จาเปนตองบินสูง แตสาหรับอากาศยาน รนักบินแลว หากใชงานอยางเหมาะสม ยิงยากตอการถูกตรวจพบ
หรอื แมถกู ตรวจพบ กยากตอการถกู ทาลาย เพราะอากาศยาน รนกั บินมขี นาดเลก ทาใหขาศึกตรวจการณพบ
ดยาก อีกทังกอใหเกิดสัญญาณแมเหลก ฟฟานอย ทาใหระบบอาวุธวิถีของขาศึกตรวจจับและติดตาม
เปาหมาย ดยาก อยาง รกตาม ดวยอาวุธยิงปองกันภัยทางอากาศธรรมดาของขาศกึ กอาจสรางความเสียหาย
หรือทาลายอากาศยาน รนักบินของฝายเรา ดเชนกัน ดังนัน การเคลือน หวใด ของขาศึกตามเสนทางบิน
หรือในเขตจากัดการปฏิบัติการบินของอากาศยาน รนักบิน กอาจเปนภัยคุกคามทีสามารถสรางความ
เสียหายแกอากาศยาน รนักบินของฝายเรา ทาใหฝายเราอาจตองสูญเสียอากาศยาน รนักบิน หรืออาจ
จาเปนตองยกเลกิ ภารกิจของอากาศยาน รนกั บิน ปเลยก ด
โดยทัว ปแลว ระบบเรดาร ดรับการออกแบบมาใหตรวจจับอากาศยานในขณะบินดวย
ความเรวสูง มากวาการตรวจจับอากาศยานทีบินดวยความเรวตา เนืองจากอากาศยาน รนักบิน เปน
อากาศยานทีบนิ ดวยความเรวตา และมพี ืนผวิ ลาตวั ทสี รางดวยวสั ดผุ สมซึงสะทอนคลืนเรดารนอย ทาใหเรดาร
ของขาศึกตรวจจบั อากาศยาน รนักบิน ดยาก และภาพตัดขวางของอากาศยานทีปรากฏบนจอเรดารขาศึกกมี
ขนาดเลก ซึงยากตอการพิสูจนทราบ นอกจากนีแลว ดวยเครอื งยนตขนาดเลกทีกอใหเกิดสัญญาณอินฟราเรด
ตาและมีเสียงเบา ทาใหอากาศยาน รนักบินยากตอการถูกตรวจจับจากขีปนาวุธพืนสูอากาศนาวิถีดวย
อินฟราเรด และเครืองตรวจจับสัญญาณเสียงของขาศึก อากาศยาน รนักบิน จึงเหมาะอยางยิงสาหรับการ
ปฏิบัติภารกิจการลาดตระเวนลับ แตตองพิจารณาใชใหเหมาะสมกับขีดความสามารถและภัยคุกคามทีมีอยู
เชน ใชการบินโดยอาศยั การกาบงั และการซอนพรางจากสภาพภมู ิประเทศเพอื ปองกันการตรวจการณและการ
ตรวจจับดวยเรดารของขาศกึ ใชการบินดวยความเรวตา เพอื ปองกนั การตรวจจับเสียงสัญญาณและลดการแผ
รังสอี นิ ฟราเรด เปนตน
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ัติภารกจิ ของอากาศยาน รนกั บิน
๔-๑๗ ขอพจิ ารณาเกย่ี วกบั เวลา/ทรัพยากรทมี่ ีอยู (Time/Resources Available)
๔-๑๗.๑ ระบบ/อากาศยานทม่ี ีอยู (System/Aircraft Available)
ในกรณีทีระบบสถานีควบคุมภาคพืน มีปญหาดานการสงกาลังบารุง หรือมีภารกิจทีจาเปน
ตองใชอากาศยาน รนักบินมากกวาทีมีอยู (เนืองจากการสูญเสียจากการรบ การงดใชการจากปญหาดานการ
สงกาลัง หรือการขาดแคลนเจาหนาทีประจาระบบ) กอนที ผบ.หนวยบินอากาศยาน รนักบินจะพิจารณา
ยกเลกิ ภารกจิ ใหพจิ ารณาปจจัยตาง ทเี กียวของ ดงั นี
- . . การขาดแคลนอานาจกาลังรบทีจาเปนสาหรับการปฏิบัติภารกิจ (Lack of
Mission-Essential Combat Power)
ผูบังคับหนวยบินอากาศยาน รนักบิน สามารถพิจารณายกเลิกภารกิจ ด หาก
พิจารณา ดวา การสนับสนุนของหนวยเหนือและหนวยขางเคียงทีมีอยู มเพียงพอตอการบรรลุภารกิจของ
อากาศยาน รนกั บิน ดเลย เพราะการขาดแคลนอานาจกาลังรบทีจาเปนสาหรับการปฏิบัติภารกิจ อาจทาให
ขีดความสามารถของฝายขาศึกเพมิ ขึน หรือทาใหขดี ความสามารถของฝายเราลดลง เชน ในกรณีทีอากาศยาน
รนักบินตองเผชิญกับภัยคุกคามจากอาวุธปองกันภัยทางอากาศทีหนาแนน หรือ มมีอาวุธยิงเลงตรงหรือ
เครืองมือเฝาตรวจคอยใหการคุมกันตามเสนทางบิน ผบ.หนวยบินอากาศยาน รนักบินอาจรองขอการ
สนับสนนุ เพิมเติม ปรับเปลยี นภารกิจ หรือยกเลิกภารกิจ ปเลยก ด
- . . หนวยทหารและการสนับสนุนทีมีอยู (Troops and Support Available)
กอนเริมการปฏิบัติภารกิจใด ผูบังคับหนวยบินอากาศยาน รนักบินตองประเมิน
คาการฝกและระดับความพรอมรบของกาลังทหารฝายเราวา เพียงพอตอการบรรลุภารกิจหรือ ม การ
วเิ คราะหหนวยทหารและการสนับสนุนทีมอี ยู ประกอบดวย การวิเคราะหระบบความสาคัญยิงทีมีอยู การยิง
สนับสนุน และการสนับสนุนจากกาลังรบรวม นอกจากนีแลว ผบ.หนวยบินอากาศยาน รนักบิน ตอง
ตรวจสอบยุทโธปกรณสาหรับการรบและการดารงสภาพทีมอี ยู หากพิจารณา ดวาระดับความพรอมรบ และ
การสนบั สนนุ มเพียงพอตอการบรรลภุ ารกิจ ผบ.หนวยบนิ อากาศยาน รนักบนิ กอาจพิจารณายกเลิกภารกิจ ด
๔-๑๗.๒ เวลาทเ่ี อือ้ อานวย (Time Available)
ผูบังคับบัญชา เปนผูประเมินเวลาทีสามารถใช ดในการวางแผน การเตรียมการ และการ
ปฏิบัติภารกิจ สาหรับขอพิจารณาอืน ทีเกียวกับเวลาทีจาเปนตองใชสาหรับการวางแผนภารกิจ
ประกอบดวย เวลาทีใชสาหรับอนุมัติใหอากาศยาน รนักบินขึนบิน เวลาบิน ปยังพืนทีปฏิบัติการ ระยะเวลา
ประจาสถานี เวลารบั และวเิ คราะหขอมลู ของระบบอากาศยาน รนักบิน เวลาทีใชสาหรับการซอมบารุงระบบ
เพือใหอากาศยานพรอมใชงานในภารกิจตอ ป เปนตน ผูบังคับบัญชา ควรพิจารณาการใชเวลาทีมีอยูและ
ผลลพั ธทเี ปน ป ดทงั ในมมุ มองของฝายเราและฝายขาศกึ การใชเวลาทีมีอยูอยางเหมาะสม เปนกุญแจสาคัญที
นา ปสูความสาเรจ เนืองจากการวางแผนการปฏิบัติการของระบบอากาศยาน รนักบินมีความซับซอนมากกวา
การปฏิบัติการภาคพืนดินตามปกติ หากเปน ป ด ผูบังคับบัญชา ควรใชหลักเกณฑการใชเวลาหนึงในสาม
สาหรับหนวยเหนือ และสองในสามสาหรับหนวยรอง แตการใชเวลาทีดีทีสุดสาหรับการวาง แผน กคือ
ม.ี ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ัตภิ ารกจิ ของอากาศยาน รนักบนิ
การวางแผนของหนวยเหนือและหนวยรองพรอมกัน และการใชเครืองชวยวางแผนระบบดิจิตอลชวยในการ
วางแผน
เวลาทีใชสาหรบั การวางแผน เปนปจจัยทีมีความสาคัญยิงตอการปฏิบัติภารกิจทางทหาร
ทุกประเภท รวมทงั การปฏิบัติการของระบบอากาศยาน รนักบิน การใชอากาศยาน รนักบิน ดอยางรวดเรว
ขึนอยูกับความสามารถในการบนิ ขนึ สูอากาศหลังจาก ดรับแจงภารกิจแมในชวงเวลากระชันชิด เพือใหอากาศยาน
รนักบินสามารถบินเขาถึงพืนทีปฏิบัติการ ดอยางรวดเรว อยาง รกตาม ขอจากัดเรืองเวลา มอาจใชเปน
ขออางยกเลิกภารกิจ ด แตระยะเวลาทเี พียงพอสาหรับการวางแผน ยงั เปนสิงจาเปนสาหรับการใชอากาศยาน
รนกั บนิ ใหเกดิ ประโยชนสงู สดุ เนืองจากอากาศยาน รนักบิน ตองการเวลาสาหรับการประเมินคาภัยคุกคาม
การเลือกและจัดวางอุปกรณใหเหมาะสมกับภารกิจ การวางแผนใชเสนทางบินและความสูงสาหรับการ
เดนิ อากาศ การขออนุมัติเสนทางบิน การประสานหวงอากาศ และการบรรยายสรุปการปฏิบัติการบินใหกับ
เจาหนาทปี ระจาระบบอากาศยาน รนกั บิน ดวยเหตนุ ี การแจงคาสังเตอื น และคาสงั เปนสวน จะเปนตัวชวย
ในเรืองการบริหารเวลาทีมีอยู ดดีทีสุด เนืองจากคาสังเตือน และคาสังเปนสวน ชวยใหหนวยรอง ดมีเวลา
เตรียมการสาหรับการปฏิบัติภารกิจทีมาถึง ดมากยิงขึน นอกจากนีแลว การใชระเบียบปฏิบัติประจา (รปจ.)
และการฝกการปฏิบตั ิการของระบบอากาศยาน รนักบนิ เปนอยางดีมากอน จะเปนตัวชวยใหการวางแผนและ
การปฏบิ ัติภารกิจในสวนทเี กียวของกบั หนวยใหการสนับสนนุ และหนวยรบั การสนบั สนนุ สามารถกระทา ดงาย
ยงิ ขนึ
- . . การใชคาสงั เตือน (Warning Order)
คาสังเตือน เปนการแจงคาสังหรือการปฏิบัติทีกาลังจะมาถึงลวงหนา คาสังเตือน
จึงเปนนโยบายการวางแผนของหนวยเหนือทีใหรายละเอียดเกียวกับ สถานการณ การแบงมอบกาลังและ
ทรัพยากร การกาหนดความสัมพันธดานการบังคับบัญชา การใหแนวทางในการวางแผนขันตน และการสัง
การใหหนวยรองเริมการวางแผนปฏิบัติภารกิจ เมือหนวยรอง ดรับคาสัง เตือน การวางแผนและการ
ประสานงานจะเกิดขนึ ทันที เมือ ดรบั คาสังเตือน ผูบงั คับหนวยบินอากาศยาน รนักบิน นายทหารติดตอ และ
ฝายอานวยการทีเกียวของ อาจจาเปนตองเดนิ ทาง ปยัง กองบัญชาการ/กองบังคบั การ หนวยรบั การสนบั สนุน
เพือชวยเหลือหนวยรับการสนับสนุนในเรืองการวางแผนการสนับสนุนของระบบอากาศยาน รนักบินใหกับ
หนวยรับการสนับสนุน ดงั นนั การออกคาสังเตือนในเวลาทเี หมาะสม จะชวยใหหนวยบินอากาศยาน รนักบิน
เริมพจิ ารณาติดตังอุปกรณทีเหมาะสมกบั ภารกิจ และเตรียมการเคลอื นยายระบบเพือสนับสนุนการปฏิบัติการ
ทีกาลังจะมาถึง รวมถึงปรับเปลียนวงรอบบริหารจัดการเจาหนาทีประจาระบบ และวิเคราะหพืนทีตาง ที
เกียวของกับการปฏบิ ตั ิการของอากาศยาน รนกั บนิ ในพืนทีปฏิบัติการ ดทนั ที
- . . การใชคาสังเปนสวน (Fragmentary Order)
คาสังเปนสวน เปนการเปลียนแปลงหรือการปรับแกคาสังเดิมในระหวางการ
ปฏบิ ตั ิภารกจิ เนืองจากการปฏิบตั ิการของอากาศยาน รนักบินจาเปนตองใชเวลาบินใหนานทีสุด การใชคาสัง
เปนสวน ในหวงเวลาการปฏิบัติการดังกลาว จึงเหมาะสาหรับการเปลียนแปลงลาดับความเรงดวนของ
ภารกิจ และการเคลือนยายระบบอากาศยาน รนักบนิ เขาทตี ังใหม การใชคาสงั เปนสวน อาจเกดิ จากความ
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏิบัติภารกิจของอากาศยาน รนกั บนิ
ตองการขอรับการสนับสนุนจากอากาศยาน รนกั บินทีเกิดขนึ ใหม หรอื การเปลียนแปลงหัวขอขาวกรองสาคัญ
(Priority Intelligence Requirements (PIR)) และความตองการขาวสารสาคัญของ ผูบังคับบัญชา
(Commander’s Critical Information Requirements (CCIR)) นอกเหนือจากการจัดกิจเฉพาะใหมที มมี
คาแนะนาเพิมเติมแลว การใชคาสงั เปนสวน เปนวธิ กี ารทีพึงประสงคสาหรับการเปลยี นแปลงภารกิจตอเนือง
หรอื การเริมภารกจิ ใหมของระบบอากาศยาน รนักบิน
๔-๑๗.๓ การจดั กิจเฉพาะใหม (Dynamic Retasking)
เนืองจากการปฏิบัติภารกิจตาง ของระบบอากาศยาน รนักบินมักใชเวลานาน แตในหวง
เวลาดังกลาว หนวยเหนือกยังสามารถเปลียนแปลงภารกิจของหนวยบินอากาศยาน รนักบิน ดตลอดเวลา
แมวาหนวยตาง ทีเกียวของ ดมีการวางแผนและการประสานงานกันเปนอยางดีแลว หรืออากาศยาน ร
นักบิน ดรับอนุมัติใหขึนบินแลวกตาม ดังนัน ผูวางแผนของหนวยบินอากาศยาน รนักบินและหนวยรับการ
สนบั สนนุ ควรจัดเตรียมแผนเผชญิ เหตุ และรับประกนั ดวา มีการประสานหวงอากาศเรียบรอยแลว
การจัดกิจเฉพาะใหมอาจมีความจาเปนเนืองจาก แผนการดาเนินกลยุทธ หรือกาหนดเวลา
ตาง ของ ผูบังคับหนวยดาเนินกลยุทธภาคพืนดินมักมีการเปลียนแปลงอยูเสมอ เชน การเปลียนแปลง
เกียวกับพืนที (เชน พืนทนี าสงอากาศยานขึนสูอากาศ พืนทีคนหากูภัย หรือพืนทีปฏิบัติภารกิจ เปนตน) การ
เปลียนแปลงลาดับความเรงดวน การอนุมัติหวงอากาศของ กองบัญชาการหนวยเหนือเพือสนับสนุนการ
ปฏบิ ัติภารกิจของระบบอากาศยาน รนักบิน หรือการเปลียนแปลงตาง ทีเกิดจากสถานภาพความพรอมรบ
ของระบบอากาศยาน รนักบินเอง (เชน การลดจานวนอากาศยาน รนักบิน การเลือนเวลาขึนบิน หรือยกเลิก
ภารกิจอันเนืองมาจากปญหาดานการสงกาลงั บารงุ เปนตน)
โดยทวั ปแลว การจดั กจิ เฉพาะใหม ทาใหหนวยบินอากาศยาน รนักบินจาเปนตองวางแผน
และขออนุมัติแผนการบินอยางเรงรีบทุกครังทีมีการเปลียนแปลงภารกิจตามคารองขอของ หนวยรับการ
สนับสนุน สิงทีสาคัญยิงในกระบวนการวางแผนการจัดกิจเฉพาะใหม กคือ การประสานขอใชหวงอากาศ
กระบวนการวางแผนดังกลาวจะชวยใหหนวยบินอากาศยาน รนักบิน ดรับขาวสารทีจาเปนตอการ
เปลียนแปลง การยกเลกิ หรือการรเิ รมิ ภารกิจใหม
ขอเสยี ของการกาหนดการจัดกจิ เฉพาะใหมกคอื ในระหวางการปฏิบัติตามภารกิจใหม อาจ
ทาใหการปฏิบัติตามภารกิจเดิมมีประสิทธิภาพลดลง ดรับขาวสารสาคัญนอยลงหรือ มสมบูรณ นอกจากนี
แลว ขาวสารเกยี วกับภัยคุกคามตามเสนทางบินใหมที ดอาจ มเพียงพอ หรือการประสานใชเสนทางบินใหม
อาจ มดพี อ จนอาจกอใหเกิดอนั ตรายตออากาศยาน และสงผลเสยี หายตอทังภารกิจเดิมและภารกจิ ใหม หาก
เปน ป ด หนวยบินอากาศยาน รนักบิน ควรวางแผนจัดใหมีอากาศยานอีกอยางนอย เครือง เพือเปน
อากาศยานสารอง และใหพรอมขึนบิน ดตลอดเวลา รวมทังมีการประสานการใชหวงอากาศลวงหนา และ
เตรียมความพรอมสาหรับการปฏิบัติตามภารกิจใหมอยูตลอดเวลา ทังนีเพือชวยใหหนวยบินอากาศยาน ร
นักบนิ สามารถปฏิบัติทังภารกิจเดิมและภารกิจใหม ดตามเวลาทกี าหนด
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ตั ภิ ารกิจของอากาศยาน รนกั บนิ
ในกรณีทมี ีการรองขอหรอื มคี วามจาเปนตองเปลยี นแปลงเปาหมายในระหวางการปฏิบัติการบิน
ผูบงั คบั บัญชา หรือผบู ังคบั ภารกิจบิน ตองตรวจสอบความมีเหตุผลหรือความจาเปนของการรองขอดังกลาว
โดยพจิ ารณาถงึ ปจจัยตาง ทีเกียวของ ดงั ตอ ปนี
ผลกระทบตอการรวบรวมขาวสารทเี หลืออยู
ลาดบั ความเรงดวนของเปาหมายทีเปลียนแปลงเมือเปรียบเทียบกับลาดับความเรงดวนของ
เปาหมายเหลอื อยู
ผลสาเรจของการรวบรวมขาวสารในอดีต
เครอื งมือทมี อี ยู
ขดี ความสามารถของระบบตรวจจบั
การแสวงประโยชนจากการรองขอดงั กลาว
ความสมั พันธกับหวั ขอขาวกรองสาคัญตามความเรงดวน
ความลอแหลม/ภาวะวิกฤตเิ กียวกบั เวลา
ขดี ความสามารถในการเชอื มโยงขอมูล
การประสานการใชหวงอากาศ
ตอนท่ี ๔ กระบวนการวางแผนภารกจิ (Mission Planning Process)
๔-๑ ขอพิจารณาเกียวกับการใชระบบอากาศยาน รนักบินตามความตองการของภารกิจทีผูบังคับบัญชา
กาหนดขึน กคือ ขีดความสามารถ และขีดจากัดของระบบอากาศยาน รนักบินแตละเครือง อากาศยาน ร
นักบิน มวาจะเปนแบบใด ตางกทาภารกิจคลายกันทังสิน เชน การลาดตระเวนเสนทาง หรือการเฝาตรวจ
ทางอากาศ เปนตน ผูบังคับหนวยและ ฝายอานวยการของหนวยรับการสนับสนุนตองพิจารณาสิงทีตองการ
ตาง ของแตละภารกิจ ในขณะที ผูบังคับหนวย ชุดระบบอากาศยาน รนักบินหรือนายทหารติดตอจะเปน
ผใู หขาวสารทีเกียวกับระบบเพือสนับสนุนการบรรลุภารกิจ สาหรับ ผบ.หนวยรับการสนับสนุนตองกาหนด
หัวขอขาวสาร (หขส.)ทีชัดเจน เพือแสวงประโยชนจากการใชระบบอากาศยาน รนักบินใหมากทีสุด
ตวั อยางเชน การกาหนดพืนทีสนใจกาหนด (Name Areas of Interest : NAIs) ทีกาหนดหลักเกณฑเฉพาะ
ใหเหมาะสมกับขีดความสามารถของระบบอากาศยาน รนักบิน จะทาใหระบบอากาศยาน รนักบินสามารถ
กาหนดทตี งั และรายงานความเคลอื น หวทังหมดของขาศกึ ในเขตรบั ผดิ ชอบ ดดียงิ ขึน
๔-๑ ภารกิจของหนวยรบั การสนบั สนุน (Mission Supported Unit)
การวางแผนภารกิจของ ฝายอานวยการ ของหนวยรับการสนับสนุน และฝายยุทธการของหนวยบิน
อากาศยาน รนักบิน มขี าวสารทีเกียวของ ดงั นี
๔-๑ .๑ ผบู ังคบั หนวยรบั การสนับสนุน (Supported Commander)
ผบ.หนวยรับการสนับสนุน ควรคานงึ ถึงขอพจิ ารณาในการวางแผนสาหรับการใชงานระบบ
อากาศยาน รนักบิน โดยอาจตังคาถามเกียวกับระบบอากาศยาน รนักบินเพือกาหนดทิศทางให ฝ าย
อานวยการ สามารถวางแผนและการปฏบิ ตั ิภารกจิ ดังนี
ม.ี ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ตั ิภารกิจของอากาศยาน รนักบนิ
- . . จานวนชัวโมงบินทีสามารถใชอากาศยาน รนกั บิน ดมากทสี ดุ ตอวัน
- . . พนื ทีปฏบิ ตั ิการทีตองการใชระบบอากาศยาน รนักบินใน ชวั โมง
- . . ปญหาความปลอดภยั เกยี วกับหนวย/ชุดระบบอากาศยาน รนกั บนิ มีอะ รบาง
- . . ขอพิจารณาเกยี วกบั สภาพลมฟาอากาศซงึ จะมอี ิทธพิ ลตอการปฏบิ ตั กิ ารของ
ระบบอากาศยาน รนกั บินในหวง , และ ชัวโมง ขางหนา
- . . ขันตอนและปจจยั เวลาทมี ผี ลกระทบตอการเปลยี นแปลงภารกิจของระบบ
อากาศยาน รนักบิน
๔-๑ .๒ นายทหารฝายขาวกรอง/ฝอ.๒ (Intelligence Staff Officer)
นอกเหนือจากขอพิจารณาดังกลาวของ ผูบังคบั หนวยรับการสนบั สนุนแลว
ฝายอานวยการ(ฝอ. )ควรพจิ ารณาปจจยั ตาง ทเี กยี วของเพมิ เตมิ ดังนี
- . . มีขอจากัดเรืองเวลา หรือมีขาวสารทีจาเปนเรงดวนหรือ ม
- . . ตองการรายละเอียดทีจาเปนของการลาดตระเวนหรือ ม
- . . จาเปนตองขยายเวลาการเฝาตรวจหรอื ม
- . . มที หี มายอยใู นพนื ทีทางลึกในระยะปฏบิ ัตกิ ารหรอื ม
- . . มีความจาเปนตองพสิ จู นทราบเปาหมายหรือ ม
- . . มภี ยั คุกคามหรือความเสยี งสูงตออปุ กรณภาคพืนหรือ ม
- . . มีขอจากัดจากสภาพภูมิประเทศตอการบินและการตรวจการณของหนวยทหาร
ภาคพนื ดินของฝายเราหรอื ม
- . . สภาพภูมิประเทศและลมฟาอากาศเกือกลู ตอการใชงานระบบอากาศยาน ร
นกั บนิ หรอื ม
- .๓ นายทหารฝายยุทธการ/ฝอ.๓ (Operations Staff Officer)
- . . ในการวางแผนภารกิจ ฝอ. ควรดาเนินการ ดังนี
แลกเปลยี นระเบียบปฏิบัติประจา( รปจ.)กบั หนวยบินอากาศยาน รนักบิน
ทใี หการสนับสนุนและทบทวนกิจสาคัญยงิ ตอการบรรลุภารกิจ
สรางความคนุ เคยกับ ผบ.หนวยบินอากาศยาน รนกั บิน นายทหารหรอื
นายสบิ ผรู ับผิดชอบทีมาอยกู ับหนวย และศกึ ษาบทบาทและการปฏิบตั ิการของระบบอากาศยาน รนักบินทีมา
สนับสนนุ
กาหนดหลักเกณฑการบงั คับบญั ชาและการควบคมุ ใหกับระบบอากาศยาน รนกั บนิ
- . . ฝอ. ตองมันใจ ดวา การใชหวงอากาศมีการประสานสอดคลองกัน โดยการ
ประสานกบั นายทหารประสานงานหวงอากาศ นายทหารฝายการบิน นายทหารปองกันภัยทางอากาศ และ
นายทหารติดตอของหนวยบินอากาศยาน รนักบิน ทังนี ตองแนใจดวยวา มีหวงอากาศเพียงพอตอการ
สนบั สนุนการปฏบิ ตั ิการทังหมดของระบบอากาศยาน รนักบิน
ม.ี ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏบิ ัติภารกจิ ของอากาศยาน รนักบนิ
- . . ขาวสารทเี กยี วของกับภารกิจ ประกอบดวยขาวสารสาคญั ดังตอ ปนี
พืนทีแถลงการณของภารกจิ
หวงเวลาสาหรบั การปฏบิ ตั ภิ ารกิจ
การจัดหนวยเฉพาะกจิ
ทีหมายสาหรับการลาดตระเวน
ปฏิบตั กิ ารของหนวยบินอากาศยาน รนักบิน
หัวขอขาวสาร (หขส.) และความตองการขาวกรองทีจาเปนตอง ดรับคาตอบ
เสนทางการบนิ ออก หรอื เสนทางการตดิ ตอ
พนื ทีสนใจกาหนดขนั ตน (NAIs)
เสนทางบนิ ปยงั พนื ทปี ฏบิ ตั กิ าร
มาตรการประสานการยิงสนับสนนุ และมาตรการควบคมุ หวงอากาศ
การติดตอสอื สาร และการสนับสนนุ ดานการสงกาลังบารุง
ตอนท่ี ๕ การจัดการหวงอากาศ (AIRSPACE MANAGEMENT)
๔-๒๐ การจัดการหวงอากาศเปนการปองกันการขัดขวางซึงกันและกันจากผูใชหวงอากาศทังหมด,เปน
ประโยชนตอการพสิ จู นฝายในการปองกันภัยทางอากาศ, อานวยความสะดวกตอการเลือน หลของการจราจร
ทางอากาศทงั มวล บอยครังทีอากาศยาน รนักบนิ ปฏบิ ตั ิการจากทีตังทางยทุ ธวิธีในสนาม การติดตอสือสารกับ
สวนควบคุมการจัดหวงอากาศในยุทธบริเวณ ผูจัดการหวงอากาศรวมกับสวนบังคับบัญชา และควบคุม
หวงอากาศกองทัพบก (Army Airspace Command and Control :A2C2) ควรจะพิจารณาความตองการ
หวงอากาศของอากาศยาน รนกั บนิ อยางรวดเรวเทาทจี ะทา ดและสงคารองขอ ปยังผูอนมุ ัตอิ ยางเรงดวน
๔-๒๑ การปฏิบตั กิ ารทางทหาร
การจดั การหวงอากาศในยุทธบรเิ วณจะทาใหการปฏิบัตกิ ารทางทหารเพิมประสิทธภิ าพในการรบดวย
การสงเสริมใหมีความปลอดภัย, เพิมขีดความสามารถ และมีความออนตัวในการใชหวงอากาศดวยการมี
ขอจากัดตอผใู ชหวงอากาศตาง ของฝายเรานอยทีสดุ การจดั การหวงอากาศประกอบดวยการประสาน, การ
สนธิและการวางระเบียบหวงอากาศเพือเพิมประสิทธิภาพในการรบทุกระดับ ในขันแรกจะกลาวถึงผูจัดการ
หวงอากาศในการสนับสนุนการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบินซึงจะครอบคลุม ปถึงมาตรการควบคุม
หวงอากาศรวมตาง อีกดวย
๔-๒๒ มาตรการควบคมุ หวงอากาศ
การจัดการหวงอากาศจาเปนตองมีมาตรการควบคุมตาง ทีจะอานวยความสะดวกตอทีตังฐาน
ปลอย/เกบคนื , เสนทางการบนิ , และการกาหนดภารกจิ มาตรการควบคุมเหลานีประกอบดวยพืนทีจากัดการ
ปฏิบตั กิ าร และการประสานเกยี วกับความสูง
ม.ี ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏิบัตภิ ารกิจของอากาศยาน รนักบิน
- . พืนทีจากัดการปฏิบัติการ พืนทีจากัดการปฏิบัติการเปนปริมาณหวงอากาศทีกาหนด
ขอบเขตทชี ดั เจนซึงกาหนดขนึ สาหรับภารกจิ ทางการยุทธหรือความตองการโดยเฉพาะซึงพืนทีดังกลาวจากัด
ผูใชบางสวนหรอื ทังหมดจากพนื ทนี ีจนกวาจะจบภารกิจ พืนทจี ากัดการปฏิบัติการมีเสนผาศูนยกลาง ถึง
กโิ ลเมตร โดยปกตจิ ะมีทีตงั สถานปี ลอยและเกบคนื จาเปนตอง ดรบั อนุมตั กิ อน จงึ จะสามารถนามาใชในพืนที
ปฏิบตั ิการ(Mission area) ด
- . พนื ทที ีครอบคลุมการปฏบิ ตั กิ ารของอากาศยาน รนักบิน (The UAV blanket) คือลักษณะ
กลองอากาศซึงมีลักษณะ มจากัดพืนทีทีครอบคลุมการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบิน จะกาหนดให
ครอบคลุมพืนทีปฏิบัติการของกองทัพเปนสวนนอยหรือนอยมาก ตามความจาเปนมันจะชวยใหมีความออน
ตวั ในการเปลียนภารกิจดวยการ มจากดั อากาศยาน รนักบินให ปในชองทางบังคับ (corridor) เฉพาะพืนทีที
ครอบคลุมการปฏบิ ัตกิ ารของอากาศยาน รนักบิน ทาให มมีการขัดขวางเสนทางบิน(en route) กันเองของ
อากาศยาน รนักบิน หรือในขณะกาลังปฏิบัติภารกิจ เพือลดโอกาสทีจะ ปรบกวนกับการปฏิบัติการของ
เฮลิคอปเตอร ความสูงของพืนทีทีครอบคลุมการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบินควรอยูเหนือความสูงที
ประสานและแปลงเปนระดับนาทะเลปานกลาง (Mean Sea Level: MSL) เมือคาดวาการปฏิบัติการของ
อากาศยาน รนักบิน จะมคี วามหนาแนนสูงสามารถจะกาหนด วมากกวาหนงึ ระดับชันความสูง ระดับความสูง
ของพืนทีทีครอบคลุมการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบิน นามาใชสาหรับอากาศยาน รนักบินระยะ กล
ขนาดเลก ด
- . ความสูงทีประสาน (Coordinating altitude) เปนการกาหนดขึนเพือแยกอากาศยานปก
ติดลาตัว และอากาศยานปกหมุน โดย ม ดมีขอหามทังอากาศยานปกติดลาตัวหรืออากาศยานปกหมุนใน
การใชหวงอากาศทีสูงกวาหรือตากวาความสูงทีประสานนี อากาศยานทีจาเปนตองบินตัดผานความสูงที
ประสานนีสาหรับความจาเปนในการปฏิบัติการจะตองตรวจสอบกับองคกรทีควบคุมของกองทัพอากาศหรือ
กองทัพบกกอนทีจะทาการบินตัดผานความสงู ทปี ระสาน เมืออากาศยานผานเขา ปยังหวงอากาศทีอยูสูงกวา
หรือตากวาความสูงทีประสานนีแลวการควบคุมจะเปลียน ปสูการควบคุมของหนวยทีจัดการหวงอากาศนัน
การอนมุ ตั ิใหเขา/ออกจากชองทางบงั คับ (ฉนวนอากาศ) สามารถนามาใชเพือเขา ปยังพืนทีจากัดการบินตาง
และกลับ ปสคู วามสงู ในการปฏบิ ัตภิ ารกจิ ทถี ูกตองตามเสนทาง ปยงั พืนทีเปาหมาย
- . การจัดสวนควบคุมและบังคับบัญชาหวงอากาศ (Airspace Command and Control
(C2) Organization)
โครงสรางการควบคุมและการบังคับบัญชาหวงอากาศ ดกาหนดขึนเพือสนธิเขากับการ
ควบคุมและการบังคับบัญชาหวงอากาศของกองทัพบกเพือทีจัดเตรียมการสนับสนุนการปฏิบัติการอยาง
ทันเวลา ภายใตโครงสรางนีการจดั สวนงาน เจาหนาที และสิงอานวยความสะดวกเปนสิงจาเปนเพือดารง วซึง
การจัดการหวงอากาศ
สาหรับการรบรวม ผูบัญชาการทหารอากาศ ทีมาทาการรบรวม โดยปกติมักจะ ดรับการ
แตงตังใหเปนผูบัญชาการกาลังรบรวมทางอากาศ, ผูบัญชาการปองกันภัยทางอากาศพืนที และผูบัญชาการ
จดั การหวงอากาศ โดยปฏบิ ัตหิ นาทีความรับผิดชอบตาง ปตามวัตถุประสงคของผบู ัญชาการกองกาลังรบ
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ตั ิภารกจิ ของอากาศยาน รนักบนิ
รวมทางภาคพืนดิน ในฐานะทีเปนผูบัญชาการจัดการหวงอากาศเขาจะปฏิบัติหนาทีความรับผิดชอบผาน
ระบบการควบคุมหวงอากาศที ดสนธิเขาดวยกันเรียบรอยแลว ระบบควบคุมหวงอากาศนี ดรับการจัด
โครงสรางใหครอบคลุมระบบควบคมุ หวงอากาศของยทุ ธบริเวณและระบบบังคับบัญชาและควบคมุ หวงอากาศ
กองทพั บก
๔-๒๓ การจดั สวนบงั คบั บญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทพั บก
การจดั สวนบังคับบญั ชาและควบคมุ หวงอากาศกองทัพบก ประกอบดวยสวนของฝายอานวยการตาง
ในแตละระดับการบงั คับบัญชาจากกองพันดาเนินกลยุทธ ปจนถึงกองทัพบกยุทธบริเวณ ซึงจะประกอบ ป
ดวยสวนปองกันภัยทางอากาศ, สวนประสานการยิงสนับสนุน, สวนบริการการจราจรทางอากาศกองทัพบก
และเจาหนาทตี ิดตอควบคมุ หวงอากาศ สวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบกจะตังอยูภายใน
ทก.ทีจัดตังขึนในแตละระดับหนวยทางยุทธวิธีเฉพาะในระดับยุทธบริเวณ, กองทัพนอย และกองพล การ
ควบคุมหวงอากาศ ในระดับกรมและกองพันตาง จัดตังสวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศ โดยใช
เจาหนาทีในอัตราของตนและชดุ ควบคมุ อากาศยานทางยุทธวิธี ผูบัญชาการ สวนควบคุมและบังคับบัญชาการ
จัดการหวงอากาศกองทัพบกของกาลังรบรวมทางภาคพืนดินและสวนประสานสนามรบ สวนบังคับบัญชา
และควบคุมหวงอากาศกองทพั บกในระดับนีจะจดั เตรยี มการเชอื มตอทีจาเปนตอการรบรวม
๔-๒๓.๑ สวนบังคบั บญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบกในระดบั กองทพั บกยุทธบรเิ วณ
สวนบังคบั บัญชาและควบคมุ หวงอากาศกองทัพบก ณ กองทัพบกยุทธบริเวณสนับสนุนการ
วางแผน การยุทธ, ดาเนินการยุทธทีเกิดขึนในขณะนัน และปฏิบัติหนาทีตาง ตามที ทก.กองทัพบกยุทธ
บรเิ วณกาหนด สวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบกเปนจุดรวมสาหรับกิจกรรมในการควบคุม
หวงอากาศทีเกียวของกับการปฏิบตั ิการในพืนทสี วนหลงั และการปฏิบัตกิ ารทางลึกของกองทัพบกยุทธบริเวณ
และรวมถงึ การวางแผนสาหรับการปฏิบัติการในอนาคต สวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก
ปฏิบัตงิ านใหกบั สธ. แตโดยปกตจิ ะอยภู ายใตการกากบั ดูแลโดย สธ. อากาศ
๔-๒๓.๒ สวนบังคบั บญั ชาและควบคมุ หวงอากาศกองทพั บกในระดับกองทัพนอย
สวนบงั คับบญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก ณ กองทพั นอยสนบั สนนุ การวางแผนการ
ยุทธในอนาคต, ดาเนินการยุทธทเี กิดขึนในขณะนนั , และปฏิบัตหิ นาทตี าง ตามทีแตละ ทก.กาหนด
- . . สวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก ณ ทก. หลักกองทัพนอยจะ
แบงมอบใหกับ สวนยิงสนับสนุน (สยส.) โดยเปนจุดรวมสาหรับกิจกรรมในการควบคุมหวงอากาศทังมวลที
เกยี วของกบั การปฏบิ ตั กิ ารในพนื ทีสวนหลัง, การปฏิบัตกิ ารทางลกึ และการวางแผนปฏิบัติการในอนาคตของ
กองทัพนอย สวนบงั คบั บญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบกทางานใหกับ สธ. แตปกติจะกากับดูแลโดย
สธ. อากาศ สวนบังคับบญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก ณ ทก.หลกั จะประกอบ ปดวยหนวย นปอ.,
สวนการบินทหารบก, นายทหารอากาศติดตอ สวนยิงสนับสนุน(สยส.), หนวยบรกิ ารจราจรทางอากาศที ดรับ
การบรรจมุ อบใหกับกองทัพนอย, สวนวิเคราะหและควบคุมของกองทัพนอย ถามีความจาเปนตองจัด, ตอน
สธ. ถามีความจาเปนตองจัด เจาหนาทีจากตอนและสวนตาง เหลานีจะปฏิบัติหนาทีตามกิจเฉพาะสอง
กิจทีแยกจากกัน กิจแรกคือการปฏิบัติหนาทีในฐานะฝายอานวยการหลัก กิจทีสอง คือชวยจัดใหเกิดการ
ม.ี ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏบิ ัติภารกิจของอากาศยาน รนกั บิน
ประสานสอดคลองในความตองการใชหวงอากาศของหนวยบังคับบัญชาของตนกับผูใชหวงอากาศของชุดรบ
รวมและสวนสนบั สนุนการรบอืน
- . . สวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก ณ ทก.ทางยุทธวิธีของกองทัพ
นอยจะดาเนินกิจกรรมในการจัดการหวงอากาศและสนับสนุนการปฏิบัติการระยะใกลกับสวนบังคับบัญชา
และควบคุมหวงอากาศกองทัพบก ณ ทก.หลัก สวนบงั คับบัญชาและควบคมุ หวงอากาศ กองทพั บก ทังที ทก.
ยุทธวิธีและ ทก.หลัก ตองดารงการประสาน วอยางใกลชิดเพือใหมันใจวาความตองการใชหวงอากาศเมือ
สถานการณทางยุทธวิธีเปลียนแปลง ปจะสามารถจัดการหวงอากาศ ดอยางทันเวลาและมีประสิทธิภาพ
ตัวแทนของสวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก ณ ทก. ทางยุทธวิธีของกองทัพนอย
ประกอบดวย นายทหารการยิงสนับสนุน (นยส.,) นายทหารหรือนายสิบติดตอการบินทหารบก, นายทหาร
หรือนายสิบปองกันภัยทางอากาศและนายทหารอากาศติดตอ โดยนายทหารการยิงสนับสนุน(นยส.) หรือ
นายทหารติดตอการบินทหารบกจะทาหนาทีเปนหัวหนาสวน
๔-๒๓.๓ สวนบังคบั บญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทพั บกในระดบั กองพล
การจัดสวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก ณ ทก.หลักและ ทก.ทางยุทธวิธี
ของกองพลใกลเคียง กับการจัดในระดับกองทัพนอย จุดเพงเลงหลักของกองพลกคือการทาการรบและ
ทาการโจมตีในสวนหนาของพนื ทกี ารรบ (ตังแตเสนเขตหลังของกองพลขึน ป) ดังนันกิจเฉพาะในการจัดการ
หวงอากาศตาง จึงจาเปนตองสอดคลองกับผูใชหวงอากาศทังมวลของชุดรบรวมและการสนับสนุนการรบ
ตาง กบั การปฏบิ ัติการระยะใกล ความแตกตางทางดานทิศทางทางภูมิศาสตร (สวนหนากับสวนหลัง) มีผล
แตกตางกันนอยมากในเรืองกรรมวิธีในการควบคุมหวงอากาศทีนามา ใชและระดับความจาเปนในการ
ประสาน
- . . สวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก ณ ทก.หลักของกองพล
ประกอบดวย สธ. อากาศ, หนวย นปอ., สวนการบินทหารบก , สวนยิงสนับสนุนของหนวยตาง ,
นายทหารติดตอของหนวยตาง (สธ. , สธ. ทีเกียวของรวมถึงเจาหนาทีพลเรือน) สวนบริการจราจรทาง
อากาศ
- . . สวนบังคับบญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก ณ ทก.ทางยุทธวิธีของกองพล
ประกอบดวย สธ. เปนหัวหนา,นายทหารการยิงสนับสนุน(นยส.) เปนผูชวย,ตัวแทนของ สธ. , ตัวแทน
ของหนวยบินทหารบก, ตวั แทน ของหนวย นปอ. และนายทหารอากาศติดตอ
๔-๒๓.๔ สวนบงั คับบญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบกในระดับกรมและกองพนั
หนาทีในสวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบกจะดาเนินการโดยฝาย
อานวยการ, นายทหารติดตอทีเปนตัวแทนของหนวยสนับสนุนตาง , และตัวแทนของหนวยยิงสนับสนุนตาง
ทีมีอยู สวนอานวยการในการบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศประกอบดวย ฝอ. , ฝอ. อากาศ,
นายทหารการยิงสนับสนุน(นยส.), และนายทหารติดตอหนวยปองกันภัยทางอากาศ ทังนีอาจจะมีหรือ มมี
นายทหารติดตอของหนวยบนิ ทหารบก และนายทหารตดิ ตอของชดุ อากาศยาน รนกั บินอยกู ด
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏิบตั ิภารกิจของอากาศยาน รนกั บิน
๔-๒๓.๕ การบริการการจราจรทางอากาศ การบริการการจราจรทางอากาศจะเพงเลง ปทีการมี
สวนรวมในการใชหวงอากาศและการประสานกับหนวยงานรวมอืน ของกองทัพบกเมือจาเปน ในแตละ
กองทพั นอย สวนบริการการจราจรทางอากาศจะประกอบ ปดวย ศนู ยปฏิบัติการทางอากาศ ตัวแทนตาง
ของสวนบงั คบั บญั ชาและควบคมุ หวงอากาศกองทพั บก และชดุ นารอง เพือควบคุมการบินเขาสนามบิน
๔-๒๔ ความรับผิดชอบของสวนบงั คับบญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบก
สวนบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศกองทัพบกทังมวลจะกอใหเกิดชองทางประสานทังทางดิง
และทางระดับในการประสานความตองการในการควบคมุ หวงอากาศ, ความสอดคลอง, และการกระจายคาสัง
ยทุ ธการตาง ภารกจิ หลักของสวนบงั คบั บญั ชาและควบคุมหวงอากาศกองทพั บกมดี งั ตอ ปนี
- . การพัฒนาและประสานในการจดั ทาระเบียบปฏบิ ตั ปิ ระจา(รปจ.) ควบคุมหวงอากาศ, คาสัง
ยทุ ธการ และผนวกตาง
- . การประสานและสนธิความตองการของผใู ชหวงอากาศภายในพนื ทีปฏิบัตกิ าร
- . การประสานและสนธิความตองการใชหวงอากาศภายในพืนทีปฏิบัติการกับสวนบริการอืน
และหนวยขางเคียงตาง
- . การพสิ จู นทราบและแก ขขอความขัดแยงของผูใชหวงอากาศ
- . การอนุมัติ, อานวยการ และสงคารองขอใชหวงอากาศพิเศษ ปยงั บก.หนวยเหนือตอ ป
- . ดารง วซึงการแสดงขอมูลขาวสารและแผนทีตาง ของสวนบังคับบัญชาและควบคุม
หวงอากาศกองทพั บกอยางตอเนอื ง
๔-๒๕ กรรมวิธใี นการบังคบั บัญชาและควบคมุ หวงอากาศกองทพั บก
ความสาเรจในสนามรบขึนอยูกับวิธีการใชหวงอากาศเหนือสนามรบนันอยางมีประสิทธิภาพ ระบบ
อาวุธตาง ของฝายเราทีมีอยูอยางมากมายซึงมีวิถีทีลาเหลือมกันและปฏิบัติการอยูในกรอบพืนทีเดียวกัน
เพือทาใหการรบมีประสิทธิผลสูงสุดโดย มมีความขัดแยงกัน การจัดการหวงอากาศจะเพิมประสิทธิภาพใน
การรบใหสงู สดุ โดยปราศจากการยับยงั ทังกาลงั ทางภาคพืนดนิ และผูใชหวงอากาศทีใหการสนับสนุน กรรมวิธี
เหลานจี ะกาหนดวธิ ีการใชเพือใหพนั ธกจิ ในการควบคุมหวงอากาศประสบผลสาเรจ, มีเอกภาพ,และทาใหการ
ควบคุมหวงอากาศเปนมาตรฐาน ซงึ กรรมวิธีดงั กลาวจะตองมคี วามออนตัวเพยี งพอและสามารประยุกตใหเขา
กับการเปลยี นแปลงแผนทีวาง วและการเปลียนภารกจิ ของเครืองทีอยูในระหวางปฏบิ ัติการ ดอยางทนั ทีทนั ใด
๔-๒๖ ชองทางการรองขอใชหวงอากาศและการกาหนดกจิ เฉพาะ
การกาหนดกจิ เฉพาะและการขอใชหวงอากาศอยูในอานาจการอนุมัติของ ผูบัญชาการรบรวม สวน
ควบคุมหวงอากาศจะเปนผูกาหนดกรรมวิธีในการควบคุมและการประสานหวงอากาศภายในพืนทีควบคุม
หวงอากาศทีกาหนด หนวยควบคุมหวงอากาศจะกาหนดแผนการควบคุมหวงอากาศ และพิมพแจกจาย ปยัง
ผใู ชทงั หมดทนั ทที ี ดรบั อนุมตั ิจากผูบัญชาการรบรวม โดยใชสงิ อานวยความสะดวกที ดกลาวมาแลว แผนการ
ควบคุมหวงอากาศจะ ดรับการสนับสนุนจากวงรอบคาสังการควบคุมหวงอากาศ คาสังการควบคุม
หวงอากาศจะจัดเตรยี มรายละเอียดของคารองขอสาหรับมาตรการควบคุมหวงอากาศที ดรับอนุมัติแลวและ
จะจดั พมิ พทงั เปนสวนหนงึ ของคาสงั ภารกิจทางอากาศ หรอื จัดพิมพเปนเอกสารแยกตางหาก ตามนโยบายที
ม.ี ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ของอากาศยาน รนักบิน
กาหนด วในแผนการควบคุมหวงอากาศ ผูบัญชาการกาลังทางบกตาง จะสงคารองขอสาหรับมาตรการ
ควบคุมหวงอากาศตาง ผานทางสายยทุ ธการ
สวนประสานสนามรบ จะสนธคิ วามตองการใชหวงอากาศของกองทัพบกเขา ปในคาสังการควบคุม
หวงอากาศและแจงขอมูลขาวสารเกียวกับกิจกรรมการใชหวงอากาศข องกองทัพบกกับหนวยค วบคุม
หวงอากาศตลอดเวลา เมอื คาสงั การควบคมุ หวงอากาศมผี ลบงั คับใช ศนู ยควบคมุ และรายงาน จะกลายเปน
แหลงอานวยความสะดวกหลักทีรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ัติ การขจัดความขัดแยงตรงจุดนีโดยปกติจะดาเนินการ
โดยศนู ยควบคมุ และรายงาน ภายใตการชวยเหลือของสวนบญั ชาการและควบคุมหวงอากาศของกองทัพบก
๔-๒๗ เครือ่ งมอื ในการบญั ชาการและควบคมุ หวงอากาศ
การกาหนดมาตรการในการควบคมุ หวงอากาศแทบทังหมดจาเปนตอง ดรับอนุมัติจากหนวยควบคุม
หวงอากาศ ผูบังคบั หนวยกาลังรบทางภาคพนื ดินตาง ตองรายงานความตองการใชหวงอากาศ ปยังหนวย
ควบคมุ หวงอากาศ ผานทางสายยทุ ธการ แบบฟอรมการรองขอใชหวงอากาศจะปรากฏหัวขอขอมูลขาวสารที
จาเปนอนั ประกอบ ปดวยทีตัง, เขตจากดั ทางขางและทางดิง และหวงเวลาทีมาตรการมผี ลบงั คบั ใช
การประสานและขจดั ความขดั แยงในการใชหวงอากาศของอากาศยาน รนกั บนิ จริง แลวจะเริมขึนที
ระดับหนวยผูวางแผนใชอากาศยาน รนักบิน โดยผูวางแผนตองกาหนดพืนทีปฏิบัติการทีครอบคลุม การ
ปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบิน แลวสงขอมูลขาวสารนี ปยังสวนบัญชาการและควบคุมหวงอากาศ
กองทพั บก สวนบญั ชาการและควบคุมหวงอากาศกองทัพบกรองขอมาตรการควบคุมทีเหมาะสมตามภารกิจ
และทีตังของสถานีสงขึน (ฐานปลอย) เกบคืนทีกาหนด ว ผูบังคับหนวยอากาศยาน รนักบินจะเขา ปมีสวน
เกียวของในขันตอนนีเพือใหมันใจวาความตองการเฉพาะเพือปฏิบัติภารกิจนัน ดรับการตอบ สนอง เมือ
มาตรการควบคุม ดรับอนุมัติแลวถึงจะเริมปฏิบัติภารกิจ ด ถาอากาศยาน รนักบินเริมปฏิบัติ แตพืนที
ครอบคลุมหวงอากาศ ยัง ม ดกาหนดขึน ความตองการใชหวงอากาศกยังคงทา ด แตจะตองประสานอยาง
ใกลชดิ ระหวางสวนบญั ชาการและควบคุมหวงอากาศกองทพั บกและหนวยควบคุมหวงอากาศทีเหมาะสมอนื
๔-๒ ขอพิจาณาในการวางแผนกาหนดมาตรการควบคุมหวงอากาศ
ขอพจิ ารณาในการวางแผนซึงมปี ระโยชนในการกาหนดมาตรการควบคุมหวงอากาศมดี ังตอ ปนี
- . ควบคุมใหมากทีสุดดวยการใชมาตรการควบคุมหวงอากาศ มาตรการเหลานีชวยสงวน
หวงอากาศและควบคุมการปฏบิ ัตขิ องผใู ชหวงอากาศเฉพาะตาง
- . ฝกควบคุมเพือใหมนั ใจดวยวธิ ตี าง เชน การพิสูจนทราบ, การพิสูจนฝาย (Identification
Friend or Foe: IFF), และการพิสูจนทราบและกาหนดทตี งั ผูใชหวงอากาศตาง นอกจากนีแลวยังตองดารง
การตดิ ตอสอื สารกับผูใชหวงอากาศอืน อกี ดวย
- . ตองมนั ใจวา ดนาแผนกลยุทธและเจตนารมณของผูบังคับบัญชามาพิจารณาและใชในการ
กาหนดมาตรการควบคมุ ตาง
- . กาหนดมาตรการควบคมุ ตาง ทีจะชวยใหมีเสรีในการปฏิบตั ิมากทสี ุดทีสอดคลองกับความ
เสียงทียอมรับ ดของผูบังคับบัญชา รวมทังผูใชหวงอากาศอืน และเจาหนาทีประจาอาวุธทางภาคพืนดิน
สามารถจดจา ด
ม.ี ค. / รส. - . -
บทที ขอพิจารณาการวางแผนปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ของอากาศยาน รนกั บิน
- . มันใจวามาตรการควบคุมหวงอากาศชัวคราวตาง ในพืนทีปฏิบัติการเปนการรองขอของ
หนวยระดับตาง
- . แนวทางในการปฏิบัติการตาง ทสี ามารถนามาประยกุ ตใชกับอากาศยาน รนกั บนิ
- . . ทีตังปฏิบัติการ มควรตังอยูใกลชุมชน หรือพืนทีที มตองการเสียงรบกวน เชน
สวนสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล หรือวัด
- . . หลีกเลียงการปฏิบัติการของอากาศยาน รนักบินในขณะอยูในระหวางการ
ทดสอบ จนกวาจะ ดทดสอบการบนิ เรยี บรอยแลวและพรอมทีจะปฏบิ ัตกิ าร ด
- . . การปฏิบัติการทีกระทาภายในรัศมี มลของสนามบินหรือสนามเฮลิคอปเตอร
ตองแจงใหเจาหนาทีประจาสนามบินหรือสนามเฮลคิ อปเตอรทราบ
- . . การบนิ ของอากาศยาน รนกั บนิ ตองปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยในการบินและ
มควรบินเขา ปใกล กับอากาศยานทมี ีนกั บนิ
- . . ใชผูสังเกตการณตาง ชวยในการหลีกเลยี งอากาศยานที มมีสวนเขารวม
- . . อากาศยาน รนักบินและเครอื งวทิ ยคุ วบคมุ แตละเครืองทเี กียวของจะตอง ดรบั
การตรวจสอบวาทางานเปนปกตกิ อนทจี ะปลอยขึน ป
- . . การฝกยงิ กระสุนจริงรวมกบั อากาศยาน รนักบินจะตองกระทาในสนามยิงปนทีมี
การควบคมุ หรอื พนื ทีจากดั โดยเฉพาะ
- . . ในภาวะปกติ กอนทาการฝกบินตองแจงรายละเอียดการฝกใหศูนยปฏิบัติการ
กองทัพบกทราบลวงหนาอยางนอย วัน เพอื ประสานการใชหวงอากาศกับหนวยทเี กยี วของ
๔-๒ การรองขอใชหวงอากาศ
การรองขอใชหวงอากาศ ควรจะประกอบ ปดวยทีตังสถานีสง/เกบคืน, ความสูงสูงสุดและความสูง
ตาสุด, พืนทีทีจะใช, และความตองการพิเศษอืน คารองขอเพือใหอากาศยาน รนักบินปฏิบัติการออก ป
นอกพนื ทหี วงอากาศทจี ากัด วควรจะสง ปยงั สธ. และ ฝอ. อากาศ มชากวา วันกอนทีจะถึงวันทีเริม
ปฏิบัติการ คารองขอดังกลาวควรจะประกอบ ปดวย
- . วันทีเริมปฏบิ ัติการ
- . ตารางกาหนดหวงเวลาทอี ากาศยานจะสงขึน ปและกลับเขามายังพืนทีหวงอากาศทีจากัด
การปฏบิ ัตกิ าร
- . แนวบินและความสูงทกี าหนด ว
- . ตาบลทีตังในการลงฉกุ เฉิน
- . ความตองการเครืองบินสงั เกตการณ/บินนาลง (Chase plane)
สธ. และ ฝอ. อากาศจะประสานกับนายทหารจัดการหวงอากาศและการจราจรทางอากาศ
ในทองถินหรือศูนยควบคุมการจราจรทางอากาศขององคการบริหารการบินประจาพืนทีสาหรับพืนที
หวงอากาศทีจากัดการปฏบิ ัตกิ ารและสาหรับการปฏบิ ัติการออก ปนอกพนื ทหี วงอากาศทีจากัดการปฏิบัติการ
มี.ค. / รส. - . -
บทที ขอพจิ ารณาการวางแผนปฏบิ ัตภิ ารกิจของอากาศยาน รนกั บนิ
ตามความเหมาะสม แผนตาง ทกี าหนดขนึ โดยปจจยั ตาง ทังหมด ดกาหนดขึนและคง วอยางเดิม(Stereo
flight plans) อาจจะเกบ วในแฟมที สธ. อากาศเพอื ลดเวลาในการจดั เกบเอกสาร
มี.ค. / รส. - . -
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บนิ
บทที่ ๕
การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บิน
(Unmanned Aircraft System Employment)
๕-๑ การปฏิบัติการของอากาศยานไรนักบิน เปนเครื่องมือสนับสนุนสาคัญ ท้ังในระหวางการวางแผน การ
ประสาน และการอานวยการยุทธ ของผูบังคับบัญชา และฝายอานวยการในสนามรบ รวมถึงชวยให
ผูบังคับบัญชา สามารถติดตามสถานการณในระหวางการปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและเฝาตรวจดวย
อากาศยานไรนักบินบังคับของกองทัพบกสามารถปฏิบัติภารกิจไดอยางหลากหลาย เชน การกาหนดท่ีตั้ง
เปาหมายเพิม่ เตมิ ดวยการคนหาเปาหมาย การตรวจจับเปาหมาย การระบุเปาหมาย และการประเมินคาความ
เสยี หายจากการรบ ในอนาคต อากาศยานไรนักบินทไ่ี ดรับการออกแบบมาเปนพิเศษ อาจนามาใชในภารกิจ
ดานการตดิ ตอสือ่ สารผานการถายทอดการติดตอ สื่อสารดวยระบบดิจิตอล อาจใชสนับสนุนการตรวจจับ
ทุนระเบิด การตรวจสภาพลมฟาอากาศ และลาดตระเวนคนหาสารเคมี อาวุธชีวภาพ สารกัมมันตภาพรังสี
และอาวธุ นวิ เคลยี ร ทงั้ น้ีก็เพือ่ อานวยความสะดวกในการเคล่อื นยาย รวมถงึ การสรางสภาพที่เก้ือกูลตอการใช
อาวุธทาลายลางสูงและการทาสงครามอิเล็กทรอนิกสของหนวยทหารฝายเรา หรือขัดขวางการปฏิบัติการ
ดังกลาวเหลาน้ีของขาศึก ภารกิจอ่ืนๆ ที่สาคัญของอากาศยานไรนักบิน ก็คือ การเพิ่มประสิทธิภาพใหกับ
หนวยทหารขนาดเล็กในการปฏิบัติการทางยุทธวิธี การเชื่อมโยงขอมูลระหวางสถานีควบคุมภาคพื้นดินของ
อากาศยานไรนักบินกับสถานีควบคุมทั่วไป สถานีควบคุมการถายภาพเคล่ือนไหวระยะไกล สถานีควบคุม
ภาคพ้ืนดินเคลื่อนท่ี และระหวางชุดปฏิบัติการอากาศยานไรนักบินกับชุดเฮลิคอปเตอรบังคับบัญชาและ
ควบคมุ หวงอากาศของกองทพั บก ซ่ึงจะชวยใหผูบังคับบญั ชา และฝายอานวยการ สามารถติดตามและเขาใจ
สถานการณไดดีย่ิงข้ึน ทั้งนี้โดยอาศัยการปอนภาพของการปฏิบัติการท่ัวไป ซึ่งจะทาใหทราบสภาพการณท่ี
เกิดข้ึนจริงในขณะน้ันและสรางสภาพที่เกื้อกูลตอผลสาเร็จของการปฏิบัติการของหนวยทหารฝายเราใน
อนาคต
ตอนท่ี ๑ การลาดตระเวน และการเฝ้าตรวจ (Reconnaissance and
Surveillance)
๕-๒ การลาดตระเวน (Reconnaissance)
-๒.๑ วัตถุประสงคของภารกิจการลาดตระเวนของอากาศยานไรนักบิน ก็คือ การไดมาซึ่งขาวสาร
เกยี่ วกับกจิ กรรมและทรัพยากรตางๆ ของขาศึก ศักยภาพของขาศึก หรอื ขอมูลสาคัญในพืน้ ท่เี ฉพาะท่ีเกี่ยวกับ
คุณลักษณะดานอุตุนิยมวิทยา อุทกศาสตร และภูมิศาสตร ในสนามรบที่ไมมีแนวรบท่ีชัดเจนหรือมีพื้นที่
ขนาดใหญ อันทาใหเกิดชองวางตางๆ ระหวางหนวยทหารฝายเรา ในสถานการณเชนน้ี อากาศยานไรนักบิน
เหมาะอยางยงิ่ ตอการลาดตระเวนตรงชองวางท่ีเกิดขน้ึ เหลาน้ี การลาดตระเวนน้ี สามารถกระทาไดทั้งกอน
ระหวาง และภายหลังการปฏิบัติการรบ และใหขาวสารที่จาเปน ตอผูนาหนวยทางยุทธวิธีและผูใช โดยอาศัย
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนักบนิ
การแจงขาวสารติดตามสถานการณใหท้ังหนวยเหนือ หนวยขางเคียง และหนวยทหารฝายเราท่ีเกี่ยวของกับ
การรบไดรบั ทราบตอไป
-๒.๒ ผูบงั คับหนวยทางยุทธวธิ ีจะสามารถดารง หรือครองความรเิ ริ่ม และรวมอานาจกาลงั รบใน
เวลา และสถานที่ทเี่ หมาะสม ขึน้ อยกู ับการมขี าวสารท่ีเกีย่ วของกับภยั คุกคามท่ีทันสมยั ดังน้ี
-๒.๒.๑ ทต่ี ้งั กาลังฝายขาศึก (Location)
-๒.๒.๒ ความเคลอ่ื นไหวท่ีขาศึกกาลงั ปฏิบัติ (Activity)
-๒.๒. ขนาดของหนวย (Size)
-๒.๒. การประกอบกาลงั (Composition)
-๒.๒. ทศิ ทางการเคล่ือนท่ีของขาศึก (Direction of movement)
-๒.๒. อัตราการเคลอ่ื นท่ี (Rate of advance)
-๒. อากาศยานไรนกั บนิ สามารถใหขาวสารที่ผูบังคบั บัญชาหนวยรบั การสนบั สนนุ ตองการ เพ่อื
มุงความสนใจไปทกี่ ารใชอานาจกาลังรบสาหรับการดาเนินกลยทุ ธ ขาวสารเหลานอี้ าจรวมถงึ เสนทาง และภมู ิ
ประเทศนอกเสนทาง ท่ีเหมาะสมกับการดาเนนิ กลยทุ ธเพ่ือการรบขน้ั แตกหกั กับขาศึก
-๒. ขาวสารที่ไดรับจากชุดอุปกรณที่ติดต้ังบนอากาศยานไรนักบินจะชวยใหผูบังคับบัญชา
หนวยรับการสนับสนุน กาหนดสภาพภูมิประเทศท่ีเหมาะสม และตรวจพบภัยคุกคามท่ีเปนไปได ท่ีอาจมี
อิทธิพลตอภูมิประเทศน้ัน หนวยรับการสนับสนุน อาจนาขาวสารที่ไดจากหนวยอากาศยานไรนักบินน้ีไปใช
และสงรายงานดวนไปยังหนวยที่ตองการขาวสารการรบนี้ทันที ในระหวางการลาดตระเวน สถานีควบคุม
ภาพเคลื่อนไหวระยะไกล ที่อยูในหรือใกลกับศูนยปฏิบัติการทางยุทธวิธี จะไดรับอนุญาตใหเขาถึงภาพถาย
จากอากาศยานไรนักบนิ ซง่ึ เปนขาวสารที่ใกลเคยี งเวลาจริงดวย
-๒. อากาศยานลาดตระเวนโจมตีทีม่ ีนกั บนิ ควบคมุ และอากาศยานไรนกั บนิ ซ่ึงเปนสวนหนง่ึ
ของการลาดตระเวนของหนวยเหนือ อาจดาเนนิ ปฏิบตั กิ ารรวมกับเหลาทพั อ่ืน หรอื อยูในการจัดหนวยของ
กองทพั บกต้งั แตระดับกองทัพนอยลงไปจนถงึ ระดบั หมู
-๒. รปู แบบการลาดตระเวนของอากาศยานไรนักบินมอี ยู รปู แบบ คอื
-๒. .๑ การลาดตระเวนเสนทาง (Route Reconnaissance)
-๒. .๒ การลาดตระเวนเขต (Zone Reconnaissance)
-๒. . การลาดตระเวนพ้นื ท่ี (Area Reconnaissance)
-๒. . การลาดตระเวนดวยกาลงั (Reconnaissance in Force)
โดยทั่วไปแลว ภารกิจสวนใหญเหลานี้ มักปฏิบัติการรวมกันระหวางหนวยลาดตระเวน
ภาคพื้นดิน และหนวยลาดตระเวนทางอากาศ เพื่อใหสามารถชวยเหลือซึ่งกันและกันในระหวางการ
ลาดตระเวนได๑ ตวั อยางเชน หนวยลาดตระเวนภาคพ้ืนดิน สามารถชวยเหลือหนวยลาดตระเวนทางอากาศ
ตามปกติ หนวยลาดตระเวนทางภาคพนื้ ดนิ และหนวยลาดตระเวนทางอากาศ จะมีทัง้ ขอดี และขอดอยอยูในตวั เองเสมอ
หลกั การใชหนวยลาดตระเวนในอุดมคติ ก็คือ การใชท้ังหนวยลาดตระเวนทางภาคพน้ื ดิน และหนวยลาดตระเวนทางอากาศ
รวมกนั เพือ่ สงเสรมิ ขอดแี ละชดเชยขอดอยซึ่งกันและกัน เชน หนวยลาดตระเวนภาคพน้ื ดินมีขอดีในเรือ่ งกาลงั พล และ
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๒
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนักบนิ
ลาดตระเวนในภูมิประเทศที่มีการกาบังและการซอนพรางดี ซ่ึงการตรวจการณทางอากาศกระทาไดยาก
ในขณะท่ีอากาศยานไรนักบิน ในฐานะหนวยลาดตระเวนทางอากาศ สามารถตรวจการณเหนือภูมิประเทศ
เปนบรเิ วณกวาง ภายในเวลาท่รี วดเร็ว และครอบคลุมหวงมิตกิ ารรบของผบู ังคับบัญชาหนวยรับการสนับสนุน
ไดทงั้ หมด
๕-๓ หลักมูลฐานการลาดตระเวนของระบบอากาศยานไรนักบิน (Unmanned Aircraft
System Reconnaissance Fundamentals)
อากาศยานไรนักบิน ทาการลาดตระเวนโดยอาศยั หลกั มลู ฐานของการลาดตระเวน ประการ ดงั น้ี
๕-๓.๑ เกาะและดารงการเกาะกับขาศึก (Gain and Maintain Enemy Contact)
ผูบังคับบัญชา ตองกาหนดระดบั ของการเกาะกับขาศึกที่ผูบังคับบัญชาตองการกอนเร่ิมปฏิบัติภารกิจ ทันทีที่
หนวยลาดตระเวนรวมถึงอากาศยานไรนักบิน สามารถเกาะกับขาศึกไดแลว พวกเขาตองดารงการเกาะกับ
ขาศึกไว จนกวาจะมีการผลัดเปล่ียนกาลัง หรือไดรับคาสั่งใหผละออกจากการเกาะกับขาศึก อากาศยานไร
นักบิน จะตองรายงานขาวสารทันที และรายงานสถานการณทางยุทธวิธีลาสุด ใหผูบังคับบัญชาทราบอยาง
ตอเนื่อง อากาศยานไรนกั บนิ สามารถดารงการเกาะดวยสายตาในระยะ ไกล โจมตีเปาหมายเม่ือมีอาวุธพรอม
สงมอบการโจมตีเปาหมายใหกับเฮลิคอปเตอรลาดตระเวนโจมตี หรือสงคาขอยิงไปยังอาวุธยิงเล็งจาลองก็ได
ดวยเหตุนี้ ในระหวางการดารงการเกาะกับขาศึก หนวยอากาศยานไรนกั บนิ ท่ีมีอยูในหนวยระดับตางๆ จึงชวยให
หนวยดาเนินกลยทุ ธมีเสรีในการดาเนนิ กลยทุ ธไดมากย่งิ ข้ึน
๕-๓.๒ กาหนดทิศทางใหสอดคลองกับที่หมายของการลาดตระเวน (Orient on the
Objective) การกาหนดทีต่ ้ังหรือการเคล่ือนยายของหนวยลาดตระเวน ตองมุงไปในทศิ ทางสูที่หมายของการ
ลาดตระเวน ท่ีหมายของการลาดตระเวน อาจจะเปนลักษณะภูมิประเทศ สถานท่ี หรือกาลังขาศึกก็ได
อากาศยานลาดตระเวนทีม่ ีนกั บนิ ควบคุม ควรลาดตระเวนดวยการกาหนดทิศทางมงุ ไปสทู หี่ มาย และกาหนด
ตาแหนงตนเอง เพ่ือใหไดมาซ่ึงเสรีในการดาเนินกลยุทธ โดยใชความสูงระดับต่าของการบินโดยอาศัย
ยทุ โธปกรณทมี่ พี รอมสาหรบั การลาดตระเวนในรายละเอียด และใชเวลานาน แตก็มขี อดอยในเรอื่ งการเคลอื่ นที่ผานภมู ิ
ประเทศทยี่ ากลาบากบางประเภท (แมวาเปนหนวยยานยนต กย็ ังมีอุปสรรคในการเคลอ่ื นทีผ่ านภมู ปิ ระเทศที่ยากลาบาก เชน
พ้นื ทป่ี าภเู ขา ลมุ น้า สภาพดินออน เปนตน) ทาใหไมสามารถเขาถึงจดุ ท่ตี องการลาดตระเวนไดอยางรวดเรว็ และทนั เวลา
ในขณะทหี่ นวยลาดตระเวนทางอากาศมีขอดีในเรื่องการเคลอื่ นทอี่ ยางรวดเร็ว สามารถเขาถงึ ที่หมายท่ีตองการในระยะไกลได
อยางรวดเร็วโดยไมมอี ุปสรรคจากสภาพภูมิประเทศ แตมีขอดอยจากการปฏบิ ัตกิ ารในสภาพอากาศจากัด ไมสามารถ
ลาดตระเวนท่ีตองการรายละเอียดและใชเวลานานๆ มากได ดวยเหตุน้ี ในการลาดตระเวนเขตทีม่ ีพ้นื ทก่ี วางใหญ การใชทัง้
หนวยลาดตระเวนภาคพ้ืนดิน และหนวยลาดตระเวนทางอากาศท่เี หมาะสมและเก้ือกลู ซง่ึ กนั และกนั ก็คือ การใชหนวย
ลาดตระเวนทางอากาศทาการลาดตระเวนเขต หรอื ลาดตระเวนเสนทาง เพอื่ หาขาวสารเกีย่ วกับขาศึกหรือสภาพภมู ปิ ระเทศ
ในภาพรวมทางดานหนาของหนวยลาดตระเวนทางภาคพ้ืนดนิ ในขณะทใี่ ชหนวยลาดตระเวนภาคพน้ื ดนิ ทาการลาดตระเวน
เสนทาง หรือลาดตระเวนพน้ื ที่ ในจุดทห่ี นวยลาดตระเวนทางอากาศไมสามารถลาดตระเวนในรายละเอียด ในจุดทท่ี ราบหรอื
ท่ีสงสยั ได และในระหวางที่หนวยลาดตระเวนภาคพื้นดินทาการลาดตระเวนดงั กลาวนน้ั หนวยลาดตระเวนภาคพื้นดนิ ควรอยู
ภายใตการคมุ กนั จากหนวยลาดตระเวนทางอากาศ ในบรเิ วณรายรอบจุดหรือพ้ืนที่ทีห่ นวยลาดตระเวนภาคพ้นื ดินกาลังทา
การลาดตระเวน
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนักบนิ
ลักษณะภูมิประเทศ ในขณะท่ีอากาศยานไรนักบิน ควรทาการลาดตระเวนเหนือที่หมายจากมุมสูง โดยไม
จาเปนตองเอาชีวิตของนักบินไปเสี่ยงอันตราย อากาศยานไรนักบินสามารถสรางภาพมุมมองแผนท่ีจากการ
ลาดตระเวนเหนือทหี่ มาย/การลาดตระเวนเสนทาง โดยมีขนาด และรายละเอียดทแ่ี ตกตางกัน แตทั้งน้ีก็ขึ้นอยู
กับประเภทเคร่ืองมือตรวจจับ(Sensor) ขอบเขตของเคร่ืองมือตรวจจับ ความสามารถในการดึงภาพจาก
ระยะไกล (Zoom) มุมเอียง (Slant angle) และระดับความชัดเจน (Resolution) ของอากาศยานไรนักบิน
ดวย
๕-๓.๓ รายงานข่าวสารอยา่ งรวดเร็วและถกู ตอง (Report Rapidly and Accurately) หนวย
ลาดตระเวน จะตองรายงานขาวสารอยางรวดเร็วและถูกตอง ขาวสารท่ีปรากฏนี้ อาจไมสาคัญในข้ันตน แต
อาจกลายเปนขาวสารทม่ี คี า เม่ือนามาผสมผสานกับขาวสารอื่น ๆ กไ็ ด การทราบกาลังขาศึก ณ ท่ีตั้งแหงหนึ่ง
อาจทาใหทราบกาลงั ขาศกึ ในที่ตั้งอื่น ๆ ไดดวย สาหรบั ขอขาวสารท่ีเปนประโยชนแลว หนวยลาดตระเวนตอง
รายงานใหหนวยท่ีเก่ียวของทราบทันที ดวยเหตุน้ี อากาศยานในอนาคต จึงมีขีดความสามารถในการสงตอ
ขาวสารเปนเสยี งพดู (Retrans of Voice) ขอมูลดิจิตอล (Digital data) และภาพนิ่ง (imagery) ซ่ึงทาใหงาย
ตอการรายงานขาวสารจากการลาดตระเวนไดดีย่งิ ข้นึ สาหรบั หนวยรบ สามารถแสวงหาขาวสารท่ีตองการได
จากภาพน่ิง ขอมูลจากเครอ่ื งตรวจจับ และขอมูลจากระบบการรายงานดวนอัตโนมัติของหนวยภาคพ้ืนดิน และ
หนวยทางอากาศ รวมถึงเครื่องมือตรวจจับและอากาศยานทั้งที่มีนักบินควบคุม และอากาศยานไรนักบิน
นอกจากน้แี ลว สถานีควบคุมและวางแผนภารกจิ (MPCSs) และ/หรือสถานีควบคมุ ภาคพื้นดิน(GCS) สามารถ
แจกจายขาวสาร หรือสงขอมูล/ภาพน่ิงไปยังระบบแสดงภาพเคลื่อนที่ และสถานีควบคุมภาคพ้ืนดิน รวมถึง
หนวยรบทัง้ ทางภาคพนื้ ดนิ และทางอากาศไดโดยตรง
๕-๓.๔ ดารงเสรีในการการดาเนินกลยุทธ (Retain Freedom to Maneuver) การไดมาซ่ึง
ขาวสารและการดารงความอยรู อดของอากาศยานไรนักบิน เปนลักษณะของกระทาแบบลักลอบ แตสิ่งท่ีชวย
ใหอากาศยานไรนักบิน มีเสรใี นการดาเนินกลยุทธได ก็คือ การใชการยิงขม ความคลองแคลวในการเคลื่อนท่ี
และการเฝาระวังสถานการณอยางตอเน่ือง ขาวสารท่ีไดรับจากอากาศยานไรนักบินนี้ จะชวยใหชุด
ลาดตระเวนสามารถดาเนินกลยุทธโดยหลีกเล่ียงการรบแตกหักกับขาศึก ในระหวางที่กาลังทหารฝายเรา
กาลังเคล่ือนท่ี อากาศยานไรนกั บนิ ของแตละหนวย ตองอยภู ายใตการควบคมุ การเคลื่อนท่ี โดยเปนผูสงขอมูล
รายงาน และสงภาพนง่ิ ใหกับหนวยลาดตระเวนและ หนวยรบเคล่อื นท่ีอื่น ๆ
๕-๓.๕ คลี่คลายสถานการณไดอย่างรวดเร็ว (Develop the Situation Rapidly) การคลี่คลาย
สถานการณของอากาศยานไรนักบิน ข้ึนอยูกับคาสั่งยุทธการ ระเบียบปฏิบัติประจาของหนวย หรือ
เจตนารมณของผบู ังคับบัญชา อยางไรก็ตามอากาศยานไรนกั บนิ ตองดารงการติดตอกับเจาหนาที่ผูปฏิบัติงาน
ทง้ั ในสถานีควบคมุ ภาคพ้ืนดินและยานรบท้ังทางภาคพ้ืนดินและทางอากาศไวตลอดเวลาโดยเฉพาะ อยางยิ่ง
การรายงานเกีย่ วกบั การปะทะกบั ขาศึก การยงิ และการดาเนินกลยุทธอืน่ ๆ ตามความเหมาะสม
๕-๓.๖ มั่นใจไดว่าไดวางหน่วยลาดตระเวนไวทางดานหนาใหมากที่สุด (Ensure Maximum
Reconnaissance Forces Forward) การลาดตระเวนท้ังทางอากาศ และทางภาคพื้นดิน รวมถึงการ
ลาดตระเวนของอากาศยานไรนักบิน จะมีประโยชนสูงสุด ก็ตอเม่ือใชหาขาวสารท่ีจาเปนในสนามรบ
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บิน
ผูบังคับบัญชาจึงควรใชเคร่ืองมือรวบรวมขาวกรองทั้งหมดที่มีอยู สาหรับการลาดตระเวนเหลานี้ตามความ
เหมาะสม อยางไรก็ตาม ผูบังคับบัญชา ควรใชอากาศยานไรนักบิน ทาการลาดตระเวนทางดานหนาใหมาก
ที่สุด แตทงั้ นก้ี ็ข้นึ อยกู ับปจจยั METT-TC๒ เวลาบนิ นานสุด และการเชือ่ มโยงขอมูลท่ีมีอยูดวย อากาศยานไร
นักบิน สามารถทางานรวมกบั หนวยลาดตระเวนอื่นๆ ไดเปนอยางดี ไมวาจะเปนหนวยลาดตระเวนภาคพื้นดิน
หนวยลาดตระเวนทางอากาศ (ประกอบดวยอากาศยานทมี่ นี กั บนิ บังคบั ) รวมถงึ หนวยระวงั ปองกันอื่นๆ และ
กาลงั สวนหลักทอ่ี ยูภายใตการระวงั ปองกันดวย
๕-๓.๗ ม่ันใจไดว่ามีการลาดตระเวนอย่างต่อเน่ือง (Ensure Continuous Reconnaissance)
การลาดตระเวนท่ีมปี ระสิทธิผล คอื การลาดตระเวนอยางตอเนื่อง และดาเนินการท้ังกอน ระหวาง และหลัง
การปฏิบัติการ กอนการปฏิบัติการ การลาดตระเวนทางอากาศ จะมุงหาขาวสารเก่ียวกับขาศึก และภูมิ
ประเทศทย่ี ังไมชดั เจนหรือขาดหายไป ในระหวางการปฏิบัติการ อากาศยานไรนักบินจะมุงหาขาวสารลาสุด
เพ่ือยืนยนั การประกอบกาลัง การวางกาลงั และเจตนารมณในการรบของขาศึก หลังการปฏิบัติการ อากาศยาน
ไรนักบินจะมุงดารงการเกาะกบั ขาศึกไว เพ่ือพจิ ารณาใหไดวา ขาศึกจะทาอะไรตอไป และรวบรวมขาวสารท่ี
จาเปนสาหรับการวางแผนการปฏบิ ตั ิการของฝายเราในอนาคต
๕-๔ วิธีการลาดตระเวน (Reconnaissance Methods)
วิธกี ารใชอากาศยานไรนกั บนิ สาหรับการลาดตระเวน มอี ยหู ลายวิธี ท้งั น้ีขน้ึ อยกู บั สถานี ภาคพ้ืนดิน
ซง่ึ จะเปนผูควบคุมการลาดตระเวนดังกลาว การลาดตระเวนของอากาศยานไรนักบิน มักมุงเนนในเร่ืองการ
กาหนดสถานการณ ใหเปนไปตามที่ผูบังคับบัญชาตองการ และการติดตามสถานการณการรบแตกหักกับ
ขาศึก สาหรับการลาดตระเวนของอากาศยานไรนักบิน ที่อยูภายใต การควบคุมของหนวยต้ังแตระดับกรม
ลงไป ซงึ่ เปนหนวยรบภาคพ้นื ดนิ และสถานคี วบคุมภาคพ้ืนดินนั้น มแี นวโนมทจี่ ะหาขาวสารในรายละเอยี ดใน
พน้ื ท่ขี นาดเลก็ ตามหวงมติ กิ ารรบ และประเภทของเคร่อื งตรวจจับที่มีอยูของหนวยในระดับดังกลาวน้ี เพ่ือให
บรรลุภารกิจ หนวยดาเนินกลยุทธ อาจใชวิธีการลาดตระเวนอยางใดอยางหน่ึง หรือผสมผสานวิธีการ
ลาดตระเวนตางๆ ไดตามความเหมาะสม
๕-๕ หลกั การลาดตระเวน (Reconnaissance Principles)
ในกรณที ่ีอากาศยานไรนักบนิ ทาการลาดตระเวนทางดานหนาของหนวยภาคพน้ื ดิน การประสาน
ในรายละเอียดระหวางหนวยเหลานี้ยอมเปนส่ิงจาเปน ทั้งน้ีก็เพื่อปองกันการยิงหนวยทหารฝายเดียวกัน
ในระหวางการปฏบิ ตั กิ าร อากาศยานไรนักบิน อาจทาการลาดตระเวนทางดานหนาหางจากหนวยภาคพื้นดิน
และกาลงั ทางอากาศ ใกลกับหนวยภาคพื้นดินและกาลังทางอากาศ อยูเหนือหนวยภาคพ้ืนดิน หรืออยูเคียง
ขางกับหนวยภาคพื้นดินและกาลังทางอากาศของฝายเราก็ได ภารกิจหลักของอากาศยานไรนักบินในการ
ลาดตระเวน ก็คือ การตรวจสอบ ติดตามหนวยทหารฝายเดียวกันกับที่ต้ังของขาศึก และการพิสูจนทราบ
เปาหมาย ย่งิ ไปกวาน้นั การลาดตระเวนของอากาศยานไรนักบนิ เปนการรกั ษายุทโธปกรณสาคัญของกองทัพ
๒ ปจจัย METT-TC ประกอบปจจัยพิจารณาตางๆ ดังน้ี คอื ภารกิจ (mission) ขาศกึ (Enemy) ภมู ปิ ระเทศและลมฟาอากาศ
(Terrain and Weather) กาลงั ทหารและการสนบั สนุนทม่ี อี ยู (Troops and Support available) เวลาทเ่ี อื้ออานวย
(Time Available) และขอพจิ ารณาเกย่ี วกับพลเรือน (Civil considerations)
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -
บทท่ี การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บิน
ท่อี าศยั มนุษยควบคมุ จากภารกิจท่ีมีอนั ตรายเกนิ ไป ตอทงั้ ชวี ิตและทรพั ยสนิ ของกองทัพ หนวยอากาศยานไร
นกั บนิ สามารถทาการลาดตระเวนในพ้ืนท่ี อ่ืนๆ นอกพื้นที่รับผิดชอบของหนวยลาดตระเวนภาคพื้นดิน และ
หนวยลาดตระเวนทางอากาศได ทั้งน้ีก็โดยอาศัยการแบงพื้นที่รับผิดชอบสาหรับการลาดตระเวนระหวาง
หนวยเหลานีใ้ หชัดเจน อยางไรก็ตาม การลาดตระเวนท่ีเหมาะสาหรับการใชอากาศยานไรนักบิน มีหลักการ
ดังตอไปนี้
- .๑ ใชลาดตระเวนพื้นท/ี่ ทห่ี มายในภมู ปิ ระเทศหรอื สถานที่ที่มภี ัยคกุ คาม ซึ่งยากตอการใชหนวย
ลาดตระเวนภาคพื้นดิน หรอื หนวยลาดตระเวนทางอากาศ
- .๒ ใชลาดตระเวนในระยะทไ่ี กล หรือในหวงเวลาที่หนวยลาดตระเวนภาคพืน้ ดนิ และหนวย
ลาดตระเวนทางทางอากาศ ไมสามารถปฏิบัตไิ ด
- . ใชคนหาเปาหมาย และลาดตระเวนที่หมายในระยะปฏิบัติการไกลสดุ ท้ังนกี้ ็เพอ่ื ใหไดมาซงึ่
ผลของการจูโจม และดารงความอยรู อดใหกับทั้งอากาศยานไรนักบินและอากาศยานท่ีมีนกั บนิ บังคบั
- . ใชภาพเคลือ่ นไหวทไี่ ดจากอากาศยานไรนกั บิน และเครอื่ งมือตรวจจบั อน่ื ๆ เพื่อใหไดมาซ่ึง
ขาวสารการรบ ประมวลเขากับขาวสารตางๆ ทีไ่ ดจากเครอื่ งมอื รวบรวมขาวสารอ่นื ๆ ท่ีมอี ยู และรายงานให
ผบ.หนวยรบ และผนู าหนวยสาคัญอน่ื ๆ ทีเ่ กย่ี วของไดรับทราบ เพือ่ ใหพวกเขาไดรบั ทราบสถานการณลาสุด
๕-๖. การปฏิบตั ิ ณ ท่ีหมาย (Actions on the Objective)
- .๑ อากาศยานไรนกั บนิ จะทาการลาดตระเวนตามเสนทางบนิ ตามแผนทไี่ ดเลือกไวโดยอาศัย
ขอพจิ ารณาตางๆ เชน ประเภทของอากาศยานไรนกั บนิ และภาระกรรมบรรทกุ อยางไรก็ตาม ขอพิจารณา
เหลานี้ ตางขนึ้ อยูกับปจจัย METT- TC ท้งั ส้นิ และอากาศยานไรนักบนิ ตองดารงความออนตวั ทสี่ ามารถ
เปลีย่ นแปลงเสนทางบินไดตลอดเวลา
ตามปกติ การปฏิบตั ิ ณ ท่ีหมาย จะเกิดขึน้ กอนอากาศยานไรนักบินเขาถึงจุดปลอย นาที โดยมี
ลาดบั เหตุการณสาคัญทเี่ ก่ียวของ ดังตอไปน้ี
- .๑.๑ เม่ือพิสูจนทราบเปาหมายไดแลว ผูบังคับภารกิจบิน เปนผูรับผิดชอบแจงการเริ่ม
ปฏิบัติ ณ ท่ีหมาย โดยแจงผานทางวิทยุ ดวยคาวา “เหนือเปาหมาย” (On Target) ใหผูท่ีเก่ียวของไดรับ
ทราบ และปฏบิ ตั ิตามแผนท่ีไดกาหนดไว
- .๑.๒ ชุดขยายผลขอมูล/ชุดประมวลผลขอมูลของอากาศยานไรนักบิน เริ่มบันทึกภาพ
เคล่ือนไหว (ข้ึนอยูกับอุปกรณท่ีติดตั้งตามความเหมาะสม) และถายภาพตอเนื่องไป จนกระทั่ง นาทีหลัง
ออกจากเปาหมาย (เวนแตจะไดรับคาส่ังใหใหปฏิบตั เิ ปนอยางอื่น)
- .๑. ผูบังคบั ภารกิจบนิ จะเปนผอู อกคาส่ังโดยแจงทางวทิ ยุ ดวยคาวา “ออกจาก
เปาหมาย” (Off Target) เพือ่ บินไปยงั จดุ ปลอยของเปาหมายตอไป
- .๑. ภายหลังคนพบเปาหมาย ชุดขยายผลขอมูล ตองสงขาวสารเปนรายงานดวน
ภายใน นาที ในกรณที ขี่ าวสารทไี่ ดนนั้ ปฏิเสธสมมุติฐานขาวกรองท่ีผูบังคบั บญั ชาไดกาหนดข้ึน หรือพิสูจน
ทราบ ไดวา เปนการลวงของขาศึก ผบู ังคับภารกิจบิน ตองแจงใหกบั ผบ.การรบทางอากาศทราบทันที
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -
บทท่ี การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บนิ
- .๑. ภายหลงั ตรวจพบเปาหมาย ชดุ ขยายผลขอมลู /ชุดประมวลผลขอมูลของ อากาศยาน
ไรนักบิน จัดเตรียมภาพนง่ิ (ข้นึ อยกู ับอุปกรณทีม่ ี) โดยเร็ว
- .๑. ในกรณีที่ขาวสารท่ีไดจากเปาหมาย มีส่ิงบอกเหตุใดๆ ท่ีเก่ียวกับการปฏิบัติของขาศึก
ชุดขยายผลขอมูล/ชุดประมวลผลขอมูลของอากาศยานไรนักบิน จะตองเตรียมการและพิสูจนทราบ
ภาพเคล่ือนไหว รวมถึงการบันทกึ /ตดั ตอภาพเปนฐานขอมูลของหนวยโดยเร็ว
ไมวาจะมเี ปาหมายจานวนเทาใด เจาหนาที่ประจาอากาศยาน ตองปฏิบัติตามข้ันตอนการปฏิบัติใน
แตละจดุ ปลอยเชนเดียวกันทง้ั ส้ิน ในการบินระหวางจุดปลอย ผูควบคุมภาระกรรมบรรทุกของอากาศยานไร
นักบนิ จะตองตดิ ตามสถานการณ และคนหาเปาหมายตามเหตกุ ารณ ตามคาสั่งของผูบังคับภารกิจบิน การตรวจ
พบเปาหมาย ตองจัดทาเปนรายงานดวน ( ขนึ้ อยกู บั การตัดสินใจของ ผบ.ภารกจิ บิน ) เพ่อื แจงให ผบ.การรบ
ทางอากาศทราบ และเร่ิมปฏบิ ัติ ณ ทีห่ มาย
- .๒ อากาศยานไรนักบินขนาดเล็ก จะปฏิบัติภารกิจการลาดตระเวนไปตามเสนทางบินที่ได
วางแผนไวแลวลวงหนา ตามปกติ ผคู วบคมุ อากาศยานไรนักบินขนาดเล็ก มักคุนเคยกับพื้นที่ปฏิบัติการ และ
เลือกท่ีจะควบคุมการบินดวยตนเอง (Manually) อยางไรก็ตาม พ้ืนที่สนใจกาหนด (NAIs) สาหรับการ
ปฏิบัติการของอากาศยานไรนกั บินขนาดเล็กเหลาน้ี มักอยใู กลกนั ดวยเหตุน้ี การบินสวนใหญของอากาศยาน
ไรนักบินขนาดเล็ก จึงอาจถูกพิจารณาไดวา “อยูเหนือเปาหมาย” แลว สาหรับการบันทึก/การกระจาย
ขาวสารของอากาศยานไรนกั บินขนาดเลก็ มีเทคนคิ สาคัญ ดังตอไปน้ี
- .๒.๑ จัดทาแฟมมาตรฐาน เพอื่ จัดเก็บ และกาหนดทะเบยี นรายช่ือขอมูล
- .๒.๒ บันทกึ ภารกจิ ตงั้ แตเร่ิมตนจนสิน้ สุดการปฏบิ ตั ิ โดยใชแถบบนั ทึกภาพขนาด มม.
- .๒. ถาเปนไปได ใหจับภาพการปฏบิ ัติภารกจิ ดวยการถายภาพจากมุมสงู (Falcon View)
- .๒. ถายเปนภาพนง่ิ และตัดตอเปนภาพเคลื่อนไหวขนาดเล็ก โดยบนั ทกึ ลงในแทงบนั ทึก
ขอมลู ขนาดเล็ก (Memory Stick)
- .๒. โอนแฟมขอมูลจากกลองบันทึกภาพไปยังเคร่อื งคอมพิวเตอร
- .๒. ปรับแตงภาพนิ่ง และตดั ตอภาพเคล่อื นไหวตามตองการ
- .๒. จดั วางขอมูลทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลือ่ นไหว ไวในแฟมฐานขอมูลทเี่ ก่ยี วของตาม
ความเหมาะสม
- การจดั แยกขอมลู (Data Exfiltration)
เจาหนาท่ีประจาสถานีภาคพ้ืน จะใชการสงขาวดวยเสียงหรือการสงขาวดวยขอมูล เพื่อให
รายละเอียดเก่ียวกับกจิ กรรมท่ีตรวจการณพบ และสงรายงานจากผลผลิตของสถานีควบคุมภาคพื้นดินไปให
๓ ตามปกติ แนวคิดในการจัดแยกขอมูล (Data Exfiltration) เปนการแยก หรือเคลอื่ นยายขาวสารทีม่ คี วามออนไหวออก
จากเครือขายการติดตอสื่อสารของหนวย โดยเฉพาะอยางยง่ิ เมอ่ื เปนสวนหน่งึ ของการสอบสวนหาสาเหตุของการรั่วไหลของ
ขอมลู จากการเจาะขอมลู และการโจมตีตอฐานขอมลู จากการจารกรรมทางกายภาพของฝายตรงขาม หรอื การถายโอนขอมูล
ของเจาหนาที่จากเครื่องมอื ภายในของหนวยงานเอง ซึง่ การสญู เสียขอมูลทีม่ คี วามออนไหวเหลานี้ อาจกอใหเกิดความ
เสยี หายตอหนวยทหารฝายเราอยางรายแรง
๒ ม.ี ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บนิ
ฝายยุทธการและการขาวของหนวยเหนือ หรือผูใชขาวสารอื่นๆ ตามที่กาหนดทราบ การรายงานนี้ จะตอง
เปนไปตามชองทางการรายงานขาวกรองตามปกติ และควรอยูในรูปแบบของรายงานดวน (เวนแต
ผูบงั คบั บัญชาจะกาหนดไวเปนอยางอื่น) ดวยรปู แบบการรายงานเชนน้ี จะชวยเช่ือมโยง และกระจายขาวสาร
ทไ่ี ดจากการวเิ คราะห ทั้งภาพถายและภาพเคล่ือนไหว และการลาดตระเวนทางยุทธวิธีของฝายยุทธการและ
ขาวกรอง ท้ังของหนวยเองและของหนวยเหนือ ซึ่งจะเปนผูวิเคราะหผลผลิตที่ไดจากอากาศยานไรนักบินใน
รายละเอียดตามท่ตี องการ
- การดาเนนิ การกับภาพเคลอ่ื นไหวและภาพนิ่ง (Video and Images)
เปนการใชซอฟทแวรและฮารดแวรทม่ี ีอยู และนักวเิ คราะหภาพนิง่ และภาพเคล่ือนไหวที่ไดจากการ
ลาดตระเวนทางยุทธวิธี เพื่อตีความผลผลิตดังกลาว สาหรับชุดขยายผลขอมูลน้ัน เปนผูรับผิดชอบรายงาน
ขาวสารที่ใกลเคียงเวลาจริง ในขณะท่ีชุดประมวลผลขอมูลของอากาศยานไรนักบิน จะเปนผูใหขาวสาร
เพ่ิมเติม และวิเคราะหขาวสารหลังการปฏิบัติภารกิจ อยางไรก็ตาม เจาหนาท่ีของชุดขยายผลขอมูลน้ี ตอง
เปนผูท่ีมีความชานาญการทางทหาร (ชกท.) ทางดานการขาวกรองดวย ในขณะที่เจาหนาท่ีของชุด
ประมวลผลขอมลู ของอากาศยานไรนักบิน กค็ วรไดรับการฝกทางดานการประมวลกรรมวิธีขาวสารใหเปนขาว
กรองมาแลวเปนการเฉพาะ
๕-๙ การเฝ้าตรวจ (Surveillance)
อากาศยานไรนกั บินที่เหมาะสาหรบั การเฝาตรวจ ควรเปนอากาศยานไรนักบินขนาดใหญ เนื่องจาก
อากาศยานไรนักบินขนาดใหญ มีขีดความสามารถบินอยูในอากาศไดนาน ทาใหสามารถเฝาตรวจ แนวทาง
เคลื่อนที่ (พื้นที่สนใจกาหนด (NAIs) เปาหมายสนใจ (TAIs) จุดตกลงใจ (DPs) และพื้นท่ีอ่ืนๆ) ณ จุดวิกฤติท่ี
ผูบงั คับบัญชาตองการได ในหนวยขนาดเล็ก บทบาทการเฝาตรวจของอากาศยานไรนักบินมักใชคาวา “การ
เฝาระวัง” (Staring) แทนการใชคาวา การเฝาตรวจ (Surveillance) เพื่อบงชี้ในเรื่องการตรวจการณใน
พ้นื ที่เฉพาะอยางตอเน่ือง
อยางไรก็ตาม ภัยคุกคามอาจโจมตตี อกาลังทหารฝายเราไดตลอด ทั้งทางดานกวางและทางดานลึก
ของสนามรบ ในกรณที ่ีหวงมิติการรบมีลกั ษณะทเี่ ปนแนว ผูบงั คับบญั ชาอาจใชหนวยอากาศยานไรนักบิน เฝา
ตรวจในพื้นที่สวนหลังดวยก็ได ดวยการกระทาเชนน้ี อากาศยานไรนักบินจะชวยเสริมขีดความสามารถของ
หนวยอืน่ ๆ ทปี่ ฏิบัติการในพืน้ ทสี่ วนหลงั หรือลดภาระของหนวยรบ ตอการปฏิบัติภารกิจตามแผนเผชิญเหตุ
นอกเหนอื จากภารกิจหลัก ในหวงมิติการรบที่ไมมีลักษณะเปนแนว อากาศยานไรนักบิน อาจถูกใชเพื่อการ
เฝาตรวจที่ต้ังคายทหาร สนามบิน ทต่ี ้งั สงกาลังบารงุ ทีส่ าคญั ในพืน้ ที่หางไกลจากสรู บ และในพ้ืนที่ท่ีไมมีหนวย
รบปฏิบัติการอยใู นพน้ื ท่ี และปองกนั การจโู จมจากฝายขาศึก
หนวยตางๆ สามารถปฏิบัติภารกิจเฝาตรวจ โดยเปนสวนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจ
ลาดตระเวน และ/หรือภารกิจระวังปองกันได ในระหวางการลาดตระเวน ถาหนวยอากาศยานไรนักบิน
สามารถกาหนดทตี่ ้ังหนวยทหารขาศึกไดแลว หนวยอากาศยานไรนกั บิน อาจจาเปนตองทาการเฝาตรวจอยาง
ตอเนื่อง และหากไดรับคาส่ัง ก็อาจตองดารงการเกาะกับหนวยทหารขาศึกน้ันไว ในทานองเดียวกัน
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -
บทท่ี การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บนิ
ในภารกิจระวังปองกัน ผูบังคับบัญชา ก็อาจจาเปนตองใชอากาศยานไรนักบินทาการเฝาตรวจ เพื่อชวย
คลคี่ ลายสถานการณ เม่อื เกดิ การปะทะกับขาศกึ ดวยก็ได
ตอนท่ี ๒ การระวงั ปอ้ งกัน (Security Operations)
๕-๑๐ วัตถุประสงคของการระวังปองกนั มีดงั ตอไปนี้
เพอ่ื แจงเตือนการปฏิบัติการของขาศึกแตเนน่ิ และอยางถูกตอง
เพื่อใหหนวยทอ่ี ยภู ายใตการระวังปองกนั ไดมเี วลา และพ้นื ที่ดาเนนิ กลยทุ ธสาหรับการ
ตอบโตตอการปฏบิ ัตขิ องขาศกึ
เพ่อื คลคี่ ลายสถานการณ และสรางสภาพที่เก้อื กลู ใหผูบงั คบั บัญชาสามารถใชหนวยท่อี ยู
ภายใตการระวงั ปองกันไดอยางเตม็ ที่
ระยะหางจากหนวยรับการสนับสนุนท่ีหนวยลาดตระเวนสามารถปฏิบัติการไดน้ัน ข้ึนอยูกับปจจัย
METT–TC และระยะเวลาบินนานสุดของอากาศยานไรนักบิน แตโดยท่ัวไปแลว ตาแหนงของหนวย
ลาดตระเวน ควรอยูทางดานหนาในระยะที่หางพอ ท่ีจะใหการแจงเตือนผูบังคับหนวยดาเนินกลยุทธทาง
ภาคพ้นื ดินไดแตเน่ิน เพอ่ื ใหสามารถดาเนินกลยุทธไดกอนทจี่ ะรบปะทะกบั ขาศึก
ผูบังคับบัญชา จะตองคิดและวางแผน ในเร่ืองเวลาและพื้นท่ีที่ตองการ รวมถึงการดาเนินกลยุทธ
และมุงใชหนวยรองเขาโจมตีตอจุดออนของขาศึก สาหรับการลาดตระเวนหรือการระวังปองกันท่ีกระทา
ทางดานหนา และทางปกของกาลังสวนหลกั นน้ั หนวยระวงั ปองกนั มีหนาท่ีคล่ีคลายสถานการณ และชวยให
ผูบังคับบัญชา ไมตองรบในสถานการณท่ีเสียเปรียบ อากาศยานไรนักบิน สามารถชวยเหลือหนวยระวัง
ปองกันได โดยจะเปนผูชวยใหผูบังคับบัญชา ไดมีเวลาในการประเมินสถานการณ กาหนดหนทางปฏิบัติ
ออกคาสง่ั ยุทธการ และเร่มิ ดาเนนิ กลยุทธ รวมถึงชวยใหมีพ้ืนท่ีสาหรับการดาเนินกลยุทธ สรางความออนตัว
ใหผูบังคับบัญชา สามารถตอบสนองตอความริเร่ิมของขาศึก ท่ีฝายเรามิไดคาดการณไวลวงหนา ดวยเหตุน้ี
เจตนารมณของผบู ังคับบัญชา รวมทั้งภารกิจของการเปนฉากกาบัง หนวยคุมกัน หนวยกาบัง และการระวัง
ปองกนั พ้นื ท่ี จงึ เปนตวั กาหนดขนาดเขตกนั ชน ทัง้ ในเรอ่ื งของปจจยั เวลา และพื้นที่ของการปฏิบตั ิการดงั กลาว
สาหรบั หนวยในระดับกองทัพนอยและกองพล อาจไดรับขอมูลทั้งจากเรดาร และผลผลิตการภาพ
จากอากาศยานไรนักบินโดยตรง ทั้งนี้ก็เพื่อชวยใหหนวยกาบังหรือกองระวังหนา สามารถปฏิบัติการไดงาย
ย่ิงขนึ้ สาหรบั หนวยระวงั ปองกนั ของหนวยดาเนินกลยุทธที่มีหนวยอากาศยานไรนักบินอยูในอัตรานั้น ก็อาจ
จะใชหนวยอากาศยานไรนักบนิ น้ี เพือ่ ชวยเหลอื การปฏิบัติภารกจิ ระวังปองกันไดดวย
เนอ่ื งจากการดารงสภาพหนวยและการอนุรักษอานาจกาลังรบ เปนส่ิงสาคัญย่ิงตอประสิทธิผลการ
รบ และการมชี ัยชนะเหนือการรบ เปนเพยี งสวนหนึง่ ของการสูรบเทานน้ั หนวยระวงั ปองกันจึงมีหนาที่พิทักษ
และอนุรกั ษอานาจกาลังรบน้ีไว จนกวาผูบังคับบัญชา จะสามารถพิจารณากาหนด สถานที่ที่จะรวมกาลังให
สามารถดาเนินกลยุทธในการรบปะทะกับขาศึก ในระหวางการรบดวยวิธีรุก หนวยระวังปองกัน พรอมดวย
หนวยอากาศยานไรนักบิน จะเปนผูชวยเหลอื กาลังสวนหลัก เพือ่ ไมใหกาลังสวนหลกั จาตองปรบั รปู ขบวน
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนักบิน
กอนเวลาอนั ควร และลดิ รอนอานาจกาลงั รบของหนวยทหารฝายเรากอนเขาถงึ ทห่ี มาย ในการรบดวยวธิ ตี ั้งรับ
หรือการรนถอยนั้น หนวยระวงั ปองกันพรอมดวยอากาศ-ยานไรนักบิน จะเปนผูแจงเตือนการเขามาของขาศึก
แตเนิน่ ทาลายหรอื ขับไลหนวยลาดตระเวนของขาศกึ บงั คบั ใหขาศกึ ปรบั รูปขบวนเขาตีกอนเวลาอันควร และ
เขาทาการรบกบั หนวยนาของขาศึกไดตามความจาเปน ในกรณีจาเปน หนวยระวังปองกัน พรอมดวยหนวย
อากาศยานไรนกั บิน จะทาหนาทพ่ี ทิ กั ษกาลังสวนหลกั จากการรบปะทะกับขาศึก เพ่ือใหผูบังคับบัญชาไมตอง
แบงกาลงั ไปปฏบิ ตั ิ การนอกเหนอื จากแผนการปฏิบัตกิ ารหลักท่กี าหนดไว
ภารกจิ ระวังปองกนั สาหรับการปฏบิ ตั ิการของอากาศยานไรนักบิน มอี ยู ประเภท คือ
ฉากกาบงั (Screen) การคมุ กัน (Guard) การกาบัง (Cover) และการระวงั ปองกนั พืน้ ที่ (Area Security)
๕-๑๑ ฉากกาบัง (Screen)
วัตถุประสงคหลักของการเปนฉากกาบัง ก็คือ การแจงเตือนลวงหนาใหแกกาลังสวนหลัก โดย
ธรรมชาตแิ ลว ภารกิจของหนวยฉากกาบัง มีลักษณะของการปฏิบัติการเชิงรับ ความสาเร็จของการเปนฉาก
กาบังสวนใหญ ขน้ึ อยูกับ การจัดต้ังท่ีตรวจการณ (Observation Posts) และการตรวจตรา (Patrol) เพื่อให
มั่นใจไดวา มีการเฝาตรวจในเขตที่ไดรับมอบหมายอยางเพียงพอ ในจานวนภารกิจระวังปองกันดวยกันแลว
หนวยฉากกาบังเปนหนวยท่ีใหการพิทักษแกหนวยท่ีอยูภายใตการระวังปองกันนอยท่ีสุด ทั้งนี้ข้ึนอยูกับ
เจตนารมณของผบู งั คบั บัญชา และขีดความสามารถของหนวยฉากกาบังดวย หนวยฉากกาบังสามารถทาลาย
หนวยลาดตระเวนขาศกึ และอาจไดรบั กิจใหขดั ขวาง และรบกวนตอกาลังสวนหลักของขาศึก โดยใชอาวุธยิง
สนบั สนุนเล็งตรงและเล็งจาลองที่มอี ยู ดวยเหตุนี้ อากาศยานทั้งท่ีมีนักบินหรือไรนักบิน จึงเหมาะอยางย่ิงตอ
การปฏิบตั ิภารกจิ เปนฉากกาบงั
๕-๑๑.๑ กจิ สาคัญของหน่วยฉากกาบัง (Critical Tasks)
อากาศยานไรนักบิน มกี จิ สาคัญของการเปนฉากกาบัง ดงั ตอไปนี้
-๑๑.๑.๑ แจงเตือนการเขามาของขาศึกแตเน่ิน ชุดอากาศยานไรนักบินและอากาศยานท่ีมี
นักบนิ บงั คบั ทป่ี ฏิบัติการทางดานหนาหรือเฝาระวังดวยเคร่ืองตรวจจับตางๆ จะสามารถตรวจพบการเขามา
ของขาศกึ ไดกอนการตรวจพบดวยเคร่อื งมอื ขาวกรอง เครือ่ งมือเฝาตรวจ และเคร่อื งมือ ลาดตระเวนอืน่ ๆ
-๑๑.๑.๒ ดารงการเฝาตรวจแนวทางการเคลือ่ นทข่ี องหนวยระดบั กองพันทเี่ ขามายงั เขต
รับผิดชอบของกองพลอยางตอเนื่อง จากตาแหนงที่พิจารณาจากการจัดเตรียมสนามรบการดานขาว (IPB)
ชดุ อากาศยานไรนักบนิ และอากาศยานที่มนี ักบินบังคับสามารถปองกันกาลังขาศึกตอการโจมตีดวยการจูโจม
ตอกาลังสวนหลักของฝายเราได
-๑๑.๑. เกาะและดารงการเกาะกับขาศึก ภายหลังจากการเกาะกับขาศึกไดแลว อากาศยาน
ไรนักบินเปนเครื่องมือเหมาะที่สุดที่จะดารงการเกาะกับขาศึกไว ในขณะท่ีกาลังสวนหลัก สามารถใชหนวย
คอยเหตภุ าคพ้ืนดิน และหนวยลาดตระเวนทางอากาศทีม่ ีนักบินบังคับ ลาดตระเวนในพื้นที่อื่น ดาเนินกลยุทธ
ในจดุ ท่ีไดเปรยี บแตหลกี เลีย่ งการรบแตกหกั กับขาศึก หรือสงกาลงั เพม่ิ เติมไปยังตาบลเติม สป. และเพ่ิมเติม
สป. สวนหนาตอไป
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑๐
บทท่ี การใชงานระบบอากาศยานไรนักบนิ
-๑๑.๑. รายงานกิจกรรมตาง ๆ ของขาศึก อากาศยานไรนักบินมีหนาที่รายงานการตรวจ
พบกิจกรรมใดๆ ของขาศึก โดยรายงานในรปู แบบของการรายงานดวน
-๑๑.๑. นาทางใหกับกาลังตอบโตของฝายเรา เจาหนาที่ผูรับผิดชอบจะใชขาวสารการรบที่
ไดจากอากาศยานไรนักบิน เพื่อชวยเหลือหนวยตาง ๆ ของกาลังสวนหลัก สาหรับการเคล่ือนยายหนวยไป
ขางหนาไปยงั ทตี่ ั้งและเขารบปะทะกบั ขาศึกในจดุ ทีม่ คี วามเหมาะสมมากทีส่ ุด
๕-๑๑.๒ ขดี ความสามารถของหน่วยฉากกาบงั (Screen Capabilities)
ดวยอากาศยานไรนักบิน มีความสามารถในการเคล่ือนท่ีท่ีเหนือกวาหนวยประเภทอ่ืนๆ
สามารถปฏบิ ัตกิ ารไดทง้ั ในเวลากลางวันและกลางคนื ติดตอส่ือสารหรือถายทอดขอมูลทั้งดวยระบบเสียงและ
ระบบดจิ ิตอลระยะไกล และตดิ ต้งั ดวยเครื่องมือตรวจจับภาพเคลอ่ื นไหว ทาใหอากาศยาน ไรนักบินเหมาะอยาง
ยงิ่ ตอการปฏิบตั ภิ ารกิจเปนฉากกาบัง หนวยอากาศยานไรนักบินอาจปฏิบัติการเปนฉากกาบังตามลาพัง เปน
สวนหนงึ่ ของชุดอากาศยานไรนักบิน/อากาศยานทม่ี ีนักบนิ บงั คบั หรือเปนสวนหน่ึงของการจัดหนวยเฉพาะกิจ
ที่ใหญกวาก็ได โดยทวั่ ไปแลวหนวยอากาศยานไรนักบนิ มกั ถกู ใชเพ่อื ขยายขอบเขตการมองเห็นของหนวยเฝา
ตรวจทางภาคพน้ื ดิน และเปนทีต่ รวจการณรวมกับหนวยลาดตระเวนทางอากาศอน่ื ๆ เน่ืองจากขีดความสามารถ
ของอากาศยานไรนักบินท่ีสามารถเฝาตรวจมุมสูง ทาใหเกิดมุมมองที่แตกตางจากระบบที่ใชมนุษยควบคุม
ซ่ึงใหมุมมองพ้ืนที่ในระดับความสูงของการบินโดยอาศัยลักษณะภูมิประเทศ แตไมวาจะจัดหนวยอยางไร
ทกุ หนวย ตางก็มีขดี ความสามารถดานการแจงเตือนการเขามาของขาศึกแตเนิ่นใหแกกาลังสวนหลัก ในกรณี
ที่ปฏิบัติการรวมกับหนวยคุมกันและหนวยกาบัง ชุดอากาศยานไรนักบินและอากาศยานที่มีนักบินบังคับ
สามารถเปนฉากกาบัง หรอื ลาดตระเวนเขต โดยเปนสวนหนง่ึ ของหนวยทใ่ี หญกวาได
๕-๑๑.๓ การจัดหน่วยเฉพาะกิจของหนว่ ยฉากกาบัง (Task Organization)
กิจเฉพาะของหนวยฉากกาบัง จะเปนตัวกาหนดการจัดหนวย และการแบงมอบหนวย
อากาศยานไรนักบนิ ใหทาหนาท่ีเปนฉากกาบัง และกาหนดใหอากาศยานไรนักบินเคร่อื งใดเคร่ืองหนึ่ง หรือชุด
อากาศยานไรนกั บิน มีการหมุนเวียนการปฏบิ ตั หิ นาทเ่ี ปนฉากกาบงั เพื่อดารงการเฝาตรวจอยางตอเน่ือง ใน
กรณีทีห่ นวยฉากกาบงั จาเปนตองมกี ารผลดั เปล่ียน หรอื สงมอบพื้นทกี่ ารรบใหกับหนวยอีกหนวยหนึ่ง ทั้งสอง
หนวย จะตองประสานงานกัน เพอ่ื กาหนดส่งิ ท่ีตองการตาง ๆ สาหรับการผลัดเปลี่ยน หรือสงมอบพนื้ ที่การรบ
ดังกลาวนน้ั นอกจากนแ้ี ลว ชุดอากาศยานที่มีนักบินบังคับและไรนักบิน อาจสงมอบการควบคุมใหกับหนวย
อากาศยานไรนักบิน เพ่ือผลัดเปลี่ยนใหชุดอากาศยานท่ีมีนักบินบังคับ หรือสถานีควบคุมภาคพ้ืนดินแหงใด
แหงหนึ่ง สามารถควบคุมอากาศยานที่มีนักบินบังคับหรืออากาศยานไรนักบิน ไปยังตาบลเติม สป. และ
ติดตั้ง สป. สวนหนา ตอไป
๕-๑๑.๔ การวางแผนเปนฉากกาบัง (Screen Planning)
เน่ืองจากธรรมชาติของภูมิประเทศ และความเร็วในการเคล่ือนยายกาลังของภัยคุกคาม
เปนปจจัยพิจารณาสาคัญตอการกาหนดขนาดแนวบินของอากาศยานไรนักบิน ดังน้ัน หนวยอากาศยานไร
๔ การบินโดยอาศยั ลักษณะภมู ปิ ระเทศ (Terrain Flight) มีอยู ๓ ประเภท คอื การบนิ ระดับต่า (Low level flight) การบิน
ตามความสงู ตา่ ของภมู ปิ ระเทศ (Contour Flight) และการบนิ แนบผิวพ้ืน (Nap-of-the earth Flight)
๒ ม.ี ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑๑
บทท่ี การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บนิ
นักบินที่มสี วนรวมในภารกิจเปนฉากกาบัง อาจยอมใหอากาศยานที่มีนักบินบังคับ ปฏิบัติการอยู ณ ที่ตรวจ
การณแหงใดแหงหน่ึงแทนก็ได ในขณะที่อากาศยานไรนักบิน จะทาหนาท่ี บันทึกภาพ และใชเคร่ืองตรวจจับ
อื่น ๆ เพ่ือหาขาวสารเกี่ยวกับขาศึกในพื้นท่ีรับผิดชอบ จนกวาการเปนฉากกาบังจะสิ้นสุดลง ณ แนวฉาก
กาบงั ข้ันสุดทาย หนวยอากาศยานทง้ั ท่ีมีนักบินบังคับและไรนักบินสามารถประสานการปฏิบัติในพ้ืนที่ทับซอน
รับประกันไดวา ไดตรวจตราพ้ืนที่อยางถี่ถวนและทั่วถึงทุกพ้ืนที่อยางตอเน่ือง ในกรณีท่ีมีอากาศยานไร
นักบิน ๒ เคร่ือง ทาหนาที่ เปนฉากกาบังในเขตรับผิดชอบเดียวกัน อากาศยานทั้ง ๒ เครื่อง สามารถ
ปฏบิ ตั กิ ารบนิ เปนฉากกาบัง ณ ดานนอกสดุ ท้ังสองดานของแนวฉากกาบังเดยี วกันได
๕-๑๑.๕ การกาหนดแนวฉากกาบงั ขัน้ ตน (Initial Screen Line)
วธิ ีที่ปลอดภัยทสี่ ุดของกาหนดแนวฉากกาบังขั้นตน ก็คือ การลาดตระเวนเขตบริเวณแนว
ฉากกาบังขั้นตนเสียกอน อากาศยานไรนักบิน สามารถชวยเหลือการลาดตระเวนเขตน้ีได โดยจะทาหนาท่ี
ลาดตระเวนเสนทางไปขางหนา ชองทางบังคับ และท่ีต้ังที่สงสัยวาเปนที่ตั้ง ปตอ.ขาศึก หลักการท่ีควรยึดถือ
ไว ก็คอื ใชอากาศยานไรนักบิน ทาการลาดตระเวนบริเวณแนวฉากกาบังข้ันตนกอนเสมอ เม่ือหนวยดาเนิน
กลยทุ ธทัง้ ทางภาคพ้นื ดินและทางอากาศเคล่อื นที่มาถึงแนวฉากกาบังขั้นตน ก็ใหพวกเขาทาลาดตระเวน และ
กลนั่ กรองในรายละเอียดอีกคร้ัง นอกจากน้ีแลว ทั้งสองหนวย ควรวางกาลังไวในท่ีต้ังที่เก้ือกูลตอการตรวจ
การณ มีพ้ืนที่การยิง (Field of Fire) ท่ีดี และอยูในพ้ืนท่ีที่อากาศยานไรนักบิน สามารถเฝาระวังพื้นที่
(Staring) ไดอยางเตม็ ท่ี หนวยอากาศยานไรนกั บนิ และหนวยดาเนนิ ดาเนินกลยทุ ธ ท้งั ทางภาคพื้นดินและทาง
อากาศ ควรเลือกอยใู นที่มน่ั ทย่ี ากตอการตรวจจับของขาศึก ในขณะท่ียังสามารถรายงานกิจกรรมตางๆ ของ
ขาศกึ ได และเกาะกับขาศึกไว โดยอาศยั การยงิ เล็งจาลองไดต้งั แตระยะยงิ หวังผลไกลสุด อยางไรกต็ าม สิ่งท่ีจะ
ชวยใหหนวยคอยเหตุท้ังทางภาคพื้นดินและทางอากาศ และหนวยฉากกาบัง สามารถขัดขวางการเคล่ือนที่
ของกาลังสวนลวงหนาของขาศึก ดารงการเกาะ และหลีกเลี่ยงการรบแตกหักกับกาลังรบขาศึกไดอยางมี
ประสิทธิภาพ ก็คือ การผสมผสานการใชเครื่องกีดขวาง กับการยิงภายใตการประสานยิงอยางเหมาะสม
ดวยการกระทาเชนน้ี จะชวยใหกาลังสวนหลัก มีเวลาสาหรับการตอบโตการปฏิบัติของขาศึก และมีพ้ืนท่ีใน
การดาเนนิ กลยุทธ ท่สี ามารถโจมตีขาศกึ ไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพ นอกจากนี้แลว การเปนฉากกาบังบริเวณแนว
ฉากกาบงั ขน้ั ตนน้ี หนวยอากาศยานไรนกั บิน และหนวยดาเนนิ กลยทุ ธทงั้ ทางภาคพืน้ ดินและทางอากาศ อาจ
ตองทาการลาดตระเวนทางดานหนา เพื่อพิสูจนทราบกาลังระลอกสองและระลอกท่ีจะติดตามมาขาศึกดวย
ก็ได ในทันทีที่สามารถเกาะกับขาศึกไดแลว หนวยอากาศยานไรนักบิน และหนวยดาเนินกลยุทธท้ังทาง
ภาคพื้นดนิ และทางอากาศ อาจตองปฏิบตั หิ นาที่ทาลายหนวยลาดตระเวนตางๆ ของขาศกึ ดวย โดยใชอาวุธยิง
ทั้งเลง็ ตรงและเลง็ จาลองที่มีอยู กอนที่หนวยคอยเหตุของขาศึกจะสามารถเจาะแนวฉากกาบังข้ันตนของฝาย
เราเขามาได
๕-๑๑.๖ การเปนฉากกาบงั ใหกบั กาลงั ส่วนหลกั ทีก่ าลังเคล่ือนที่ (Moving Screen)
ในขณะที่กาลังสวนหลักเคลื่อนที่ หนวยฉากกาบังและหนวยอากาศยานไรนักบินท่ีให
การสนับสนนุ กจ็ ะเคล่ือนทเ่ี ปนฉากกาบงั เคล่อื นทใี่ หกับกาลังสวนหลักดวย การพิจารณาวาจะใชเทคนิคการ
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑๒
บทท่ี การใชงานระบบอากาศยานไรนักบิน
เคลื่อนท่ีของหนวยท่ีเปนฉากกาบังนี้อยางไร ขึ้นอยูกับการพิจารณาปจจัย METT-TC เจตนารมณของ
ผูบังคบั บญั ชาของหนวยเอง เจตนารมณของผูบังคับบัญชาหนวยเหนือ และการกาหนดทิศทางและตาแหนง
ของกาลังสวนหลัก ดวยเหตุนี้ ผูบังคับบัญชาท่ีมอบภารกิจฉากกาบัง ควรกาหนดขอบเขตของการเปนฉาก
กาบงั เวลา และสถานที่ที่จะสถาปนาฉากกาบัง นอกจากนี้แลว ผูบังคับบัญชา ควรกาหนดระยะหางใหกับ
กาลงั สวนตางๆ โดยกาหนดให กาลงั ตางๆ เหลาน้ีเคลื่อนท่ีเปนหนวยนา เคลื่อนที่ตามเปนหนวยเคล่ือนที่เร็ว
เคล่ือนท่ีเคียงกันในเขตรับผิดชอบ หรือเคล่ือนท่ีตามทางปกหรือทางดานหลังในระยะหางที่กาหนด สาหรับ
หนวยอากาศยานไรนักบินแลว ไมวาจะปฏิบัติการตามลาพัง หรือรวมกับกาลังทางอากาศอ่ืนๆ จะยังคงเปน
เครื่องมือของผูบังคับบัญชาที่เหมาะอยางย่ิงตอการ เปนหนวยนาในภูมิประเทศเปด ซ่ึงตองการเครื่องมือ
ตรวจจับระยะไกลและมีสภาพลมฟาอากาศที่เกื้อกูลตอการใชอากาศยาน ทั้งอากาศยานที่มีนักบินและ
อากาศยานไรนกั บนิ บงั คบั แตในภมู ิประเทศทีม่ ลี ักษณะรกทึบที่ใหการกาบังและการซอนพรางดี และในพ้ืนท่ี
ที่มีชุมชนหนาแนนแลว ผูบังคับบัญชาอาจพิจารณาใชหนวยลาดตระเวนทางภาคพื้นดิน เปนหนวยนาก็ได
ในกรณีเชนน้ีหนวยอากาศยานไรนักบิน สามารถเปนฉากกาบังในพ้ืนที่ท่ีอยูระหวางหนวยฉากกาบังกับกาลัง
สวนหลักได อยางไรก็ตาม ผบู งั คบั บัญชาอาจมอบหมายใหหนวยใดหนวยหนึ่ง หรือหลายๆ หนวยปฏิบัติหนาที่
เปนฉากกาบงั โดยกาหนดรายละเอียดไวในแผนบรวิ ารยุทธการ และกาหนดมาตรการควบคุมตางๆ เอาไวดวยกไ็ ด
โดยท่ัวไปแลว การเปนฉากกาบังใหกับกาลังสวนหลักท่ีกาลังเคล่ือนที่ มีอยู ๒ ประเภท
คือ ฉากกาบงั ทางปกใหกบั กาลงั สวนหลกั ท่ีกาลังเคลอื่ นท่ี และฉากกาบังทางดานหลังใหกับกาลังสวนหลักท่ี
กาลังเคล่อื นที่ ฉากกาบังทั้ง ๒ ประเภท มีรายละเอียดที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติการของอากาศยานไรนักบิน
ดงั ตอไปนี้
-๑๑. .๑ การเปนฉากกาบงั ทางปกใหกับกาลงั สวนหลักทก่ี าลงั เคลื่อนท่ี (Moving Frank Screen)
เราอาจถือไดวา การเปนฉากกาบังทางปกใหกับกาลังสวนหลักที่กาลังเคลื่อนท่ี เปน
ภารกจิ ฉากกาบงั ทป่ี ฏบิ ตั ิยากที่สุด เนอ่ื งจากหนวยฉากกาบังตางๆ ตองเคล่ือนที่บนเสนทางที่ขนานไปกับแนว
ทางการเคล่ือนท่ีของกาลังสวนหลัก ทั้งน้ี ผูบังคับบัญชา จะเปนผูกาหนดพื้นที่รับผิดชอบของการเปนฉาก
กาบงั แนวฉากกาบังตามลาดับขั้น และเสนเขตหลังของหนวยฉากกาบัง โดยมีหนวยดาเนินกลยุทธ ทั้งทาง
ภาคพ้ืนดินและทางอากาศ รับผิดชอบเขาครอบครองที่ตรวจการณที่กระจายอยูตามแนวฉากกาบังตางๆ
ในขณะที่หนวยฉากกาบังตางๆ เคล่ือนที่ไปยังแนวฉากกาบังข้ันตนน้ัน หนวยอากาศยานไรนักบิน จะเปน
หนวยใหการสนับสนุนหนวยฉากกาบัง โดยมักจะใชรูปแบบการบินข้ันตนที่เกื้อกูลตอการใชเครื่องตรวจจับ
ตางๆ ที่มีอยู ใหสามารถตรวจจับขาศึกในพื้นที่ดานนอกทางปกของหนวยฉากกาบัง หนวยฉากกาบังและ
หนวยอากาศยานไรนักบินท่ีใหการสนับสนุน จะเปนฉากกาบังใหกับหนวยกาลังรบ ทั้งที่เปนหนวยนาทาง
ดานหนา และหนวยตามทางดานหลัง โดยเฉพาะอยางย่ิงใหกับกองระวังหนา และกองระวังหลังของกาลัง
สวนหลัก อยางไรก็ตาม กาลังสวนหลักและหนวยฉากกาบัง ตองดารงการติดตอระหวางกันอยูตลอดเวลา
ใน ก ร ณีท่ีปฏิ บัติภ าร กิ จ ฉาก ก าบัง ทาง ปก ให กั บก าลัง ส ว น ห ลัก ที่ก าลัง เคล่ือ น ที่ ร ว มกั บ หน ว ยทหา ร ทา ง
๕ อยางนอยทีส่ ดุ ผูบังคับบญั ชาควรกาหนดแนวฉากกาบังขน้ั ตน (Initial Screen Line) และแนวฉากกาบังขน้ั สุดทาย (Final
Screen Line) ใหกบั หนวยฉากกาบัง รส. -๐ .๑ -๑
๒ ม.ี ค. /๑ ๐๐
บทท่ี การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บิน
ภาคพื้นดนิ หนวยอากาศยานไรนักบิน เหมาะอยางย่งิ ท่ีจะเปนผูดารงการติดตอกับกาลังสวนหลัก หรือทาการ
ลาดตระเวนหางออกไปทางปกมากกวาหนวยฉากกาบังทางภาคพ้ืนดิน หากเปนไปได หนวยอากาศยานไร
นักบิน ควรทาการลาดตระเวนออกไปทางดานนอก จนถึงระยะยิงหวังผลไกลสุดของอาวุธยิงสนับสนุนเล็ง
จาลองท่ีจะสามารถใหการสนับสนุนได ตามปกติแลว การวางแผนปฏิบัติภารกิจของการเปนฉากกาบัง
เคล่ือนท่ี จะมีลักษณะเชนเดียวกับการวางแผนปฏิบัติภารกิจของการเปนฉากกาบังท่ีอยูประจาท่ี เวนแต
ในกรณที ี่หนวยฉากกาบัง ใชเทคนิคการเคล่ือนที่ และการเขาครองที่ตรวจการณแบบกาวขามหรือแบบสลับ
ข้ันเทาน้ัน ในขณะท่ียังดารงการติดตอกับกาลังสวนหลักอยูนั้น หนวยอากาศยานไรนักบิน จะตองทราบ
ระยะหางของหนวยฉากกาบงั ทางภาคพื้นดินกบั กาลงั สวนหลักตลอดเวลา และจะตองแจงเตือนใหหนวยฉาก
กาบังทางภาคพ้นื ดินไดรับทราบทันที ในกรณที ่ีหนวยดังกลาวอยูหางจากกาลงั สวนหลกั เกนิ ระยะที่กาหนด
-๑๑. .๒ การเปนฉากกาบงั ทางดานหลังใหกับกาลงั สวนหลกั ทีก่ าลังเคลอ่ื นท่ี (Rear Screen)
การเปนฉากกาบังทางดานหลังใหกับกาลังสวนหลักท่ีกาลังเคลื่อนที่ มีลักษณะการ
ปฏบิ ตั ิเชนเดยี วกบั การเปนฉากกาบังใหกับหนวยท่ีอยูประจาท่ี ในขณะท่ีกาลังสวนหลักที่อยูภายใตการระวัง
ปองกันเคล่ือนที่ หนวยฉากกาบังทางดานหลัง จะเขาครอบครองแนวฉากกาบังตามลาดับข้ัน ดวยเหตุนี้ การ
เคลอื่ นทภี่ ายใตการควบคุมทเ่ี ขมงวด จึงเปนสิ่งท่ีจาเปนตอการรักษาเวลา และระยะหางตามที่ผูบังคับบัญชา
ของกาลังสวนหลักตองการ ในขณะที่เปนฉากกาบังใหกับหนวยท่ีอยูประจาท่ี หรือหนวยที่ยังไมเคล่ือนที่นั้น
หนวยตางๆ จะไดรับมอบเขตและความรับผิดชอบตามท่ีผูบังคับบัญชาจะเปนผูกาหนด ในสถานการณเชนนี้
หนวยฉากกาบงั ทางดานหลงั อาจเคลอื่ นทไี่ ปยังแนวฉากกาบงั ตามลาดบั ขนั้ โดยไมจาเปนตองรอรับคาส่ังจาก
ผบู งั คับบัญชาของกาลังสวนหลัก ตราบใดท่ีหนวยฉากกาบังยังคงอยูในระยะยิงของปนใหญสนามของหนวย
ทหารฝายเรา และสามารถเปนฉากกาบังทางดานหลังใหกับกาลังสวนหลักไดอยางมีประสิทธิภาพ ในกรณีท่ี
หนวยฉากกาบังทางดานหลังเขาทาการเกาะกับขาศึก การดาเนินการใดๆ เก่ียวกับการเกาะกับขาศึก จะมี
ลักษณะเชนเดียวกับการเกาะกบั ขาศึกของการเปนฉากกาบังใหกับหนวยท่ีอยูประจาท่ี นอกจากน้ีแลว หนวย
อากาศยานไรนักบิน สามารถใหการสนับสนุนการเปนฉากกาบงั พ้ืนท่ี ใหกับเสนหลักการสงกาลัง (สลก.) และ
พ้นื ท่สี วนหลงั อืน่ ๆ ท้งั นี้ ก็เพอ่ื ใหขาวสาร และรวบรวมขาวสารตามแผนการขาวกรอง การเฝาตรวจ และการ
ลาดตระเวน ของหนวยฉากกาบงั ทางดานหลงั แตโดยท่ัวไปแลว หนวยอากาศยานไรนักบนิ จะไมเปนหนวย
สนับสนุนโดยตรง ใหกับหนวยฉากกาบังทางดานหลัง เน่ืองจากหนวยอากาศยานไรนักบิน อาจตองใหการ
สนับสนุนการปฏิบัติตางๆ ของหนวยทางปกที่ปฏิบัติการรวมกับกองระวังหนาและกองระวังหลังท่ีมี
ความสาคัญมากกวา ในกรณีที่มีภัยคุกคามในพ้ืนที่สวนหลัง หนวยฉากกาบังทางดานหลังอาจจาเปนตอง
ปฏิบัติหนาที่เปนกาลังตอบโตในพื้นที่สวนหลังดวยก็ได ในสถานการณเชนน้ี หนวยอากาศยานไรนักบินอาจ
ไดรับมอบกิจใหม ใหชวยเหลือกาลังตอบโตในพ้ืนที่สวนหลังในเรื่องการบังคับบัญชาและการควบคุม (C2)
การรบในพืน้ ทีส่ วนหลงั
๒ ม.ี ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑
บทท่ี การใชงานระบบอากาศยานไรนักบิน
๕-๑๒ การคุมกันและการกาบงั (Guard๖ and Cover)
แมวาภารกิจและการจดั หนวยเฉพาะกิจของการคุมกันและการกาบัง จะแตกตางจากการเปนฉาก
กาบังคอนขางมาก แตหนวยอากาศยานไรนักบิน ก็สามารถสนบั สนุนตอภารกจิ ทัง้ สองได เชนเดยี วกับการ
ดาเนินปฏิบตั ิการของการเปนฉากกาบงั
๕-๑๓ การระวงั ปอ้ งกนั พนื้ ที่ (Area Security)
การระวังปองกันพ้ืนที่ ประกอบดวย การลาดตระเวน และการเฝาตรวจของเจาหนาท่ีท่ีไดรับ
มอบหมาย ตอสนามบิน ฐานปฏบิ ตั กิ ารหนา ขบวนยานพาหนะของหนวย ส่ิงอานวยความสะดวก เสนหลัก
การสงกาลงั เสนทางคมนาคม ยทุ โธปกรณ และตาบลวกิ ฤติตางๆ ในขณะที่ใชเครอ่ื งมือทางดานการขาวกรอง
การเฝาตรวจ และการลาดตระเวนอืน่ ๆ ในพื้นท่ปี ฏบิ ตั กิ ารเขตหนา หนวยอากาศยานไรนักบิน จึงเหมาะอยาง
ย่งิ ตอการสนับสนุนการเฝาตรวจตอเสนทาง และสถานที่สาคญั ในพื้นที่สวนหลังอยางตอเนื่อง ในกรณีท่ีหนวย
ระวังปองกันพื้นที่ ปฏิบัติการในลักษณะเปนกาลังตอบโตเคล่ือนที่เร็วน้ัน ผูบังคับบัญชา อาจใชหนวย
อากาศยานไรนักบิน เปนผูรายงานเก่ียวกับภารกิจการลิดรอน หรือการเอาชนะการปฏิบัติการของขาศึกใน
พ้ืนทท่ี ี่กาหนด
ผบู งั คับบัญชา สามารถสถาปนาการระวังปองกันพื้นท่ี ดวยการเปนฉากกาบังใหกับกาลังสวนหลัก
โดยสนธิเครอ่ื งมอื การเฝาตรวจของหนวยอากาศยานไรนักบิน ที่ตรวจการณ เรดารเฝาตรวจภาคพ้ืนดิน และ
การตรวจตราพ้ืนที่ ท้งั นี้ ผบู งั คับบญั ชา สามารถปรบั วงจรการบิน เพ่ือใหอากาศยานไรนักบิน สามารถทาการ
บินอยางตอเนอื่ งเหนือพืน้ ท่ขี นาดใหญหลาย ๆ พนื้ ท่ที อ่ี ยหู างกนั ได อยางไรก็ตาม การใชอากาศยานไรนักบิน
มากกวา ๑ เคร่ืองในวงจรการบิน จะชวยเพิ่มความถี่ของการบินวนเหนือพื้นท่ีไดมากยิ่งขึ้น ในทันทีท่ี
ผูบั ง คับ บั ญ ช า ไ ดเ ห็ น ภ า พเ ค ลื่ อน ไ หว ท่ี ไ ด จ า กอ า กา ศ ยา น ไ รนั ก บิน ใ น ศู น ย ปฏิ บั ติก า รท า ง ยุท ธ วิธี แ ล ว
ผูบังคับบัญชาสามารถใชหนวยดาเนินกลยุทธภาคพ้ืนดิน หนวยบินทหารบก หรือหนวยยิงสนับสนุน เพ่ือ
เอาชนะตอภัยคุกคามท่ีเกิดขึ้นได รวมถึงผูบังคับบัญชาหนวยภาคพื้นดิน อาจแสวงประโยชนจากขาวสาร
ใกลเคียงเวลาจริงที่ไดรับจากสถานีควบคุมภาพเคลื่อนไหวระยะไกล เพื่อใหทราบขาวสาร เกี่ยวกับจุดแข็ง
ท่ีตงั้ และกจิ กรรมตาง ๆ ของขาศกึ
๕-๑๔ การระวังป้องกันใหกับหนว่ ยยทุ ธเคล่อื นทท่ี างอากาศ และหน่วยเคลื่อนยายทางอากาศ
(Air Assault and Air Movement Security)
หนวยอากาศยานไรนักบิน หนวยอากาศยานลาดตระเวนโจมตีทางอากาศ หรือทั้ง ๒ หนวย
สามารถใหการคมุ กนั ทางอากาศ การเฝาระวงั ดวยการยิง การลาดตระเวนเสนทาง และการระวังปองกันใหกับ
การยุทธเคล่ือนท่ีทางอากาศ ลาดับของการวางแผนยอนกลับในรายละเอียดและอยางถูกตองของการยุทธ
๖ คาวา “Guard ทบ.ไทยนิยมใชคาทบั ศัพทวา “การคมุ กนั หรือ “การระวังเหตุ และเรยี กหนวยทที่ าหนาท่นี ้ีโดยท่วั ไปวา
“หนวยคุมกนั หรือ “หนวยระวังเหตุ (แตนิยมใชคาวา “คุมกัน มากกวาคาวา “ระวังเหตุ ) อยางไรก็ตาม ในกรณีที่หนวย
คุมกันปฏิบตั หิ นาทีใ่ นพื้นทีเ่ ฉพาะ ทบ.ไทยนิยมเรยี กชอื่ หนวยเหลาน้ีแตกตางกันดวย กลาวคือ เรียกหนวยคมุ กันทางดานหนา
(Advance Guard) วา “กองระวังหนา หนวยคุมกันทางดานหลงั (Rear Guard) วา “กองระวงั หลัง และหนวยคุมกัน
ทางปก (Flank Guard) วา “กองกระหนาบ
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนักบนิ
เคลื่อนที่ทางอากาศ ซ่ึงจะนาไปสูการปฏิบัติภารกิจที่ประสบผลสาเร็จนั้น ขึ้นอยูกับ การวิเคราะหปจจั ย
METT-TC อยางระมัดระวัง การวางแผนและการสนธิหนวยอากาศยานไรนักบิน ใหเปนหน่ึงของภารกิจน้ี เร่ิม
จากการวางแผนยทุ ธวธิ ีทางภาคพน้ื ดิน แผนการลงสูพื้นดิน แผนการเคลื่อนยายทางอากาศ แผนการบรรทุก
และแผนการเขาพ้ืนท่ีรับขึ้น ตามลาดับ การวางแผนในลักษณะเชนน้ี เปนการวางแผนในแตละแผน โดย
วางแผนในเหตุการณท่ีเกิดข้ึนที่หลัง (แตมีผลกระทบตอเหตุการณที่เกิดขึ้นกอนหนาโดยตรง) กอนที่จะ
วางแผนในเหตุการณทเี่ กดิ ขึ้นกอนหนา ตามลาดบั
พรข. พสล. จคอ.
(สาหรับการสงกลบั จจรป. . จคอ.
ทางอากาศ) พส จร.
พสล. ล.
ทม.
พรข.
แผนยทุ ธวธิ ีทาง แผนการลงสพู ื้นดนิ แผนการเคลือ่ นยาย แผนการบรรทกุ แผนการเขา
ภาคพื้นดนิ ทางอากาศ พ้ืนที่รบั ขี้น
อากาศ
ภาพที่ ๕–๑ ลาดับขั้นการวางแผนการยทุ ธเคล่อื นทท่ี างอากาศ
ข้ันการเขาพนื้ ทร่ี ับขนึ้ (Staging Phase)
หนวยอากาศยานไรนักบิน อาจเปนฉากกาบัง เพอ่ื ใหการแจงเตือนกาลังสวนหลัก แตเน่ิน
และเปนหนวยระวังปองกันอยางจากัด ในระหวางท่ีหนวยทหารฝายเราอยูในหรือใกลพื้นที่รับข้ึนก็ได หาก
ขาศึกอยูใกลพื้นที่รับขึ้น หรือกาลังปะทะอยกู ับหนวยทหารฝายเราในพนื้ ท่ีอน่ื ๆ ใกลเคียงกัน หรือพ้ืนท่ีรับขึ้น
มีความเส่ียงตอการถูกระดมยิงจากอาวุธยิงเล็งจาลองของขาศึกแลว หนวยอากาศยานไรนักบิน และหนวย
เฮลิคอปเตอรโจมตี อาจตองปฏบิ ัติหนาท่ีเปนหนวยคนหาและขบั ไลกาลงั ขาศกึ และทาลายเคร่ืองยิงลูกระเบิด
ของขาศึกกไ็ ด
ข้นั การบรรทุก (Loading Phase)
กอนท่ีเฮลิคอปเตอรจโู จมตางๆ จะบินมาถึงพ้ืนที่รับข้ึน หนวยอากาศยานไรนักบิน สามารถ
ลาดตระเวนพ้นื ท่ีรับข้ึนท่หี นวยดาเนินกลยุทธทางภาคพ้ืนดินกาหนดใหอยูนอกพ้ืนที่ระวังปองกัน ทันทีที่การ
บรรทกุ สมั ภาระตางๆ บนอากาศยานในพื้นที่รับขึ้นเริ่มข้ึน หนวยอากาศยานไรนักบิน อาจตองทาการบินไป
ยังบริเวณจุดผาน เพ่ือรอเท่ียวบินยกหิ้วเท่ียวแรกยกตัว หรืออาจเปนฉากกาบังทางปกของพ้ืนท่ีรับขึ้นใหกับ
หนวยยทุ ธเคลื่อนท่ีทางอากาศกไ็ ด ในระหวางรอคอยการบรรทุกสัมภาระบนอากาศยานนั้น หนวยทหารทาง
๒ ม.ี ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บิน
ภาคพื้นดินและหนวยระวังปองกันในอัตรา จะยังคงอยูในพ้ืนที่รวมพล จนกวาจะไดรับคาสั่งใหเคลื่อนยาย
หนวยไปยังพื้นท่ีรวมพลสาหรบั การบรรทุกสมั ภาระบนอากาศยานตามท่ีกาหนดไว นายทหารควบคุมพื้นที่รับ
ขึน้ อาจใชภาพมมุ สูงของพ้ืนที่รับขึ้นจากสถานีควบคุมภาคพ้ืนดิน เพ่ือใชควบคุมการเขา และการออกพื้นที่
รับข้ึน ของทั้งหนวยทหารทางภาคพ้ืนดินและหนวยทางอากาศ นอกจากน้ีแลว หนวยยานเกราะหรือหนวย
รถถงั ในระดบั กองรอย ก็เหมาะอยางยงิ่ ที่จะใชเปนหนวยใหการระวงั ปองกัน ท้งั ในระหวางการเขาพื้นท่ีรับข้ึน
และการบรรทกุ ของหนวยยทุ ธ เคลอื่ นทท่ี างอากาศ
ตารางท่ี -๑ เทคนคิ การทาเครื่องหมายพนื้ ที่รบั ขนึ้ ในเวลากลางวนั และเวลากลางคืน
ตาแหนงในพน้ื ท่รี บั ขน้ึ การทาเครอื่ งหมายในเวลากลางวัน การทาเครอ่ื งหมายในเวลากลางคืน
ณ จดุ เขาพื้นทรี่ ับขนึ้ ใชคนนาทางและใหสัญญาณ นาทางโดยใชไฟเคมีสนี ้าเงิน ๒ ดวง
ณ สถานีควบคมุ พนื้ ทีร่ บั ข้ึน วางแผนผาสญั ญาณ ใชไฟเคมีสีเขยี ว ๒ ดวง ติดบนเสา
ณ ท่ตี ง้ั ทพ่ี ยาบาลของหนวย วางแผนผาสญั ญาณ อากาศ
ใชเครอ่ื งมือใหแสงสวาง
( Steiner Device )
ณ จดุ วางตัวของเฮลิคอปเตอรแต ใชชุดควบคมุ พน้ื ทร่ี ับขึน้ นาทางและให นาทางโดยใชไฟเคมสี ีน้าเงิน ๑ ดวงตอ
อากาศยาน ๑ เครือ่ ง
ละเครื่องในพ้ืนทร่ี บั ขน้ึ สญั ญาณแกอากาศยาน
ณ จดุ สัมผสั พื้นของอากาศยาน วางแผนผาสญั ญาณ/ใชควันสี วางไฟสัญญาณ หรือไฟฉายอินฟราเรด
เครอ่ื งแรกของหัวหนาหมูบนิ รูปตัว Y หวั คว่า
ณ จุดวางตัวของอากาศยานแตละ ใหทหารอยใู นทานั่งคุกเขา และยกปนขน้ึ ใชไฟเคมีอินฟราเรด ๑ ดวงตอ
เครอื่ งตามตาแหนงท่กี าหนดใน เหนอื ศรี ษะ อากาศยาน ๑ เครอ่ื ง
พนื้ ท่ีรับข้ึน
ณ ตาแหนงสงิ่ กีดขวางตาง ๆ แจงใหนักบินทราบทางวิทยุ ใชไฟเคมีสีแดงวางเปนรปู วงกลม
ลอมรอบสง่ิ กีดขวาง
ณ จดุ ทสี่ ัมภาระจะถูกบรรทุกบน ชดุ เกี่ยว/ยกหวิ้ สัมภาระเขาประจาที่ ณ จดุ ท่ี แกวงไฟเคมีอนิ ฟราเรด ณ จดุ ที่สัมภาระ
อากาศยานแตละเครอื่ ง สมั ภาระจะถกู บรรทุก จะถกู บรรทุกบนอากาศยานแตละเครอ่ื ง
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บิน
ขน้ั การเคล่อื นยายทางอากาศ (Air Movement Phase)
ตามปกติ หนวยอากาศยานไรนักบนิ จะเปนหนวยนาไปตามเสนทางบินของเท่ียวบิน ยกหิ้ว
โดยจะเปนหนวยลาดตระเวนเสนทาง ลาดตระเวนพื้นท่ีสงลง และหากเปนไปได ก็จะลาดตระเวนพ้ืนที่ ท่ี
หมายใหกับหนวยยทุ ธเคลื่อนท่ีทางอากาศ ท้งั นี้ ขนึ้ อยกู ับปจจยั METT-TC ดวย อยางไรกต็ าม หนวยอากาศยาน
ไรนักบิน จะตองขามแนวหนาการวางกาลังของหนวยทหารฝายเดียวกัน (นกฝ.) ในหวงเวลาท่ีกาหนด
ตามลาดับของเทย่ี วบินยกห้วิ และดาเนินการหรือชวยเหลือการผานแนวทางอากาศใหกับหนวยทั้งที่ผานเขา
และผานออก ในระหวางที่อยูในเสนทางบิน อากาศยานทมี่ นี กั บินบังคบั ควรบินนาหรอื บนิ คขู นานกับอากาศยาน
ของเท่ียวบนิ ยกหวิ้ โดยมอี ากาศยานไรนกั บินบินอยทู างดานหนา อากาศยาน ท้ังท่ีมีนักบินบังคับและไรนักบิน
จะตองพยายามกาหนดท่ีต้ังขาศึกที่สงสัย ไดแก อาวุธยิงภาคพื้นดิน อาวุธปองกันภัยทางอากาศ และสถานี
เรดารขาศึก เปนตน โดยใหพยายามยิงขมตอระบบเหลาน้ี หรือหาเสนทางบินออมผานที่ต้ังของระบบเหลานี้
ใหกบั หนวยยทุ ธเคล่อื นที่ทางอากาศ หาเสนทางบนิ ทป่ี ลอดภัยจากภยั คุกคาม รวมถึงหลีกเล่ียงสภาพอากาศท่ี
ไมดี และสง่ิ กดี ขวางท้งั ทางธรรมชาติและสิ่งกดี ขวางทีม่ นุษยสรางขึ้น หนวยอากาศยานไรนักบิน อาจเปนฉาก
กาบังเคลือ่ นท่ีทางปกใหกับหนวยทีอ่ ยูในที่มั่นรบตามลาดับหรือตามแผน ซึ่งอยูในเสนทางบินสั้นๆ ในพ้ืนท่ีที่
คาดวาจะเปนอันตรายตอหนวยทหารฝายเรากไ็ ด นอกจากนี้แลวหนวยอากาศยานไรนักบนิ อาจตองรบั ผิดชอบ
เปนผูประสานกับหนวยเฉพาะกิจอื่นๆ เพื่ออานวยความสะดวกในเรื่องการคนหาและกูภัยเจาหนาท่ีประจา
อากาศยานทีป่ ระสบอบุ ตั เิ หตดุ วยกไ็ ด
ข้ันการลงสูพนื้ ดนิ (Landing Phase)
ในขั้นตอนการลงสูพื้นดินน้ี หนวยอากาศยานไรนักบิน มีกิจตางๆ เชนเดียวกับขั้น การเขา
พ้ืนที่รับข้ึน และขั้นการบรรทุก โดยทั่วไปแลว อากาศยานไรนักบิน จะทาการบินสูงเหนือบริเวณพื้นท่ีสงลง
เพ่อื คนหาภยั คกุ คามทกี่ าลังเคล่ือนท่ีใกลเขามาในพ้ืนที่สงลง โดยมุงเนนการลาดตระเวนบริเวณพื้นท่ีท่ีหมาย
ของการยุทธเคล่ือนท่ีทางอากาศเปนพิเศษ หลังจากเที่ยวบินยกหิ้วแรกลงสูพ้ืนที่สงลงเรียบรอยแลว
ผูบงั คับบญั ชา อาจจดั ใหมีอากาศยานไรนักบนิ ๑ เครือ่ ง คงปฏบิ ตั ิการเหนือบริเวณพ้ืนท่ีสงลงท่ีอยูภายใตการ
ควบคมุ ของกาลังภาคพ้ืนดินตอไป ในขณะทใี่ หอากาศยานไรนักบินเครื่องอน่ื ๆ บินตดิ ตามไปกับเที่ยวบินยกห้ิว
เพ่ือชวยเหลือใหเท่ียวบินยกหิ้วดังกลาวออกจากพื้นท่ีสงลงอยางปลอดภัย และใหการระวังปองกันใหกับ
เท่ียวบินยกห้วิ เที่ยวตอไป ผูบังคบั บญั ชาอาจสั่งการใหอากาศยานไรนักบินบางสวน ทาการบนิ เหนือพื้นที่สงลง
ลวงในพื้นทท่ี ี่ผบู งั คับบญั ชาไดวางแผนไว สาหรับนาสงกาลังเขาพื้นท่ีเพื่อการลวงขาศึกก็ได ในกรณีที่พ้ืนที่สง
ลงหลักไมสามารถใชงานไดไมวาจะกรณีใดๆ หนวยอากาศยานไรนักบิน สามารถชวยเหลือผูบังคับหนวย
เฉพาะกิจยุทธเคล่ือนที่ทางอากาศในการคนหาพื้นที่สงลงสารองเพิ่มเติม ในกรณีที่ตองใชพื้นท่ีสงลงหลายพื้นที่
อากาศยานไรนกั บินอาจบินเปนวงจรระหวางพ้ืนท่ีสงลงเหลาน้ี เพื่อชวยใหศูนยปฏิบัติการทางยุทธวิธีในพื้นที่
สวนหลัง และสถานีควบคมุ ภาคพ้ืนดิน หรืออากาศยานบังคับบัญชาและควบคุมหวงอากาศของกองทัพบก ที่
มีผูบังคับหนวยเฉพาะกิจยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศอยูบนอากาศยานน้ี สามารถแจงขาวสารเกี่ยวกับกิจกรรม
ตางๆ ของหนวยทหารฝายเราใหทุกหนวยท่เี กย่ี วของไดรบั ทราบตลอดเวลา
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑
บทท่ี การใชงานระบบอากาศยานไรนักบนิ
ขัน้ การปฏิบัตกิ ารยุทธวิธีภาคพนื้ ดนิ (Ground Tactical Phase)
ในขณะที่กาลังภาคพ้ืนดินเคลื่อนท่ีไปขางหนาและเขายึดครองท่ีหมายน้ัน หนวยอากาศยานไร
นกั บิน อาจทาการลาดตระเวน และเปนฉากกาบงั เพือ่ สนับสนนุ แผนยทุ ธวิธภี าคพนื้ ดินกไ็ ด หนวยอากาศยาน
ไรนักบนิ สามารถลาดตระเวนเสนทางภาคพื้นดินเขาสทู หี่ มาย และบรเิ วณพ้ืนท่ีท่ีหมายเองจากระยะไกล โดย
มีอากาศยานตดิ อาวธุ ใหการคุมกนั ดวยการยิง ดวยการใชแถบความรอน และเทคนิคการพิสูจนทราบฝายการ
รบทเี่ กีย่ วของกับไฟเคมีและสญั ญาณมอื ตาง ๆ จะชวยใหหนวยอากาศยานไรนักบิน สามารถแยกฝายระหวาง
กาลังทหารฝายเรากบั ฝายขาศึก โดยสังเกตจากจุดเล็กๆ ท่ีมองเห็นในกลองอินฟราเรด (FLIR) รวมถึงแสดง
พกิ ดั ตารางท่ีถกู ตองใหกับการโจมตขี องปนใหญสนามของฝายเราไดอกี ดวย
ตอนท่ี ๓ การกาหนดเปา้ หมายของอากาศยานไรนกั บนิ (Unmanned System
Targeting)
๕-๑๕ การสนับสนนุ การกาหนดเป้าหมาย (Facilitate Targeting)
หนวยอากาศยานไรนกั บนิ สามารถสนบั สนนุ การกาหนดเปาหมาย โดยอาศัยวิธีการ ดงั นี้
-๑ .๑ การคนหาเปาหมาย และการประเมินเปาหมาย
-๑ .๒ การตรวจจับเปาหมาย และการจาแนกเปาหมาย
-๑ . การระบแุ ละชเี้ ปาหมายดวยแสงเลเซอร
-๑ . การประเมินความเสียหายจากการรบ
๕-๑๖ การคนหาเป้าหมาย (Target Acquisition)
การคนหาเปาหมาย/การประเมินเปาหมาย หมายถึง :
-๑ .๑ การตรวจจบั การพสิ จู นทราบ และการกาหนดที่ต้ังเปาหมาย โดยมีรายละเอยี ดท่เี พยี งพอ
ตอการใชอาวธุ ตาง ๆ อยางมีประสิทธภิ าพ
-๑ .๒ การตรวจสอบศักยภาพของเปาหมาย เพื่อกาหนดความสาคัญดานการทหาร ลาดับความ
เรงดวนของการโจมตี และระบบอาวธุ ทจี่ าเปน เพ่ือใหไดมาซง่ึ ระดับความเสียหายหรอื การสูญเสียท่ีตองการ
เม่ือเปนหนวยใหการสนับสนุน หรือทาหนาที่ในบทบาทอื่นๆ นอกเหนือจากภารกิจหลัก หนวย
อากาศยานไรนกั บนิ อาจปฏบิ ัตภิ ารกิจคนหาเปาหมาย เพอื่ สนบั สนนุ ใหกบั การยิงสนับสนุน และการโจมตีทาง
อากาศของกาลงั รบรวม หรือหนวยกาลงั รบของกองทพั บกก็ได ดวยขดี ความสามารถของอากาศยานไรนักบิน
ทส่ี ามารถกาหนดทต่ี ั้งเปาหมายที่เปนไปไดและแจงพิกัดตารางของท่ีต้ังเปาหมายน้ัน อากาศยานไรนักบิน จะ
ชวยใหหนวยควบคุมการยงิ และประเมนิ ผลกระทบจากการยิง (Fire and Effects Cell (FEC)) สามารถควบคุม
การยิงตามแผน (Preplaned Fire) และการยิงตามคาขอ (On-call Fire) ไดอยางมีประสิทธิภาพ ย่ิงไปกวา
น้ัน การแจงพิกดั ตารางดังกลาว ยังชวยสนับสนุนการขัดขวางทางอากาศ การสนับสนุนทางอากาศโดยใกลชิด
และหนวยบนิ ดาเนินกลยทุ ธของกองทพั บกไดอกี ดวย
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๑
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนักบิน
เพ่ือใหการแจงพิกัดตารางของเปาหมายที่เปนไปไดมีความถูกตองมากย่ิงข้ึน หนวยอากาศยานไร
นกั บิน อาจจาเปนตองติดต้ังเครื่องวัดระยะดวยแสงเลเซอรเพิ่มเติม รวมถึงเจาหนาท่ีผูควบคุมอากาศยานไร
นักบิน อาจจาเปนตองใชระบบกาหนดท่ีตั้งดวยดาวเทียม (GPS) และเครื่องมือกาหนดความสูงและมุมทิศ
ผสมผสานกนั เพื่อชวยกาหนดทีต่ ัง้ เปาหมายใหถูกตองและแมนยามากยิง่ ข้นึ
๕-๑๗ การตรวจจับเป้าหมาย และการจาแนกเป้าหมาย(Target Detection and
Recognition)
การตรวจจับเปาหมาย และการจาแนกเปาหมาย เปนขีดความสามารถเฉพาะอากาศยานไรนักบิน
ท่ีสามารถใหมุมมองเปาหมายจากมุมสูงของการปฏิบัติการตามปกติของอากาศยานไรนักบิน ดังน้ัน หนวย
ทหารฝายเรา จึงคาดหวงั ใหอากาศยานไรนกั บนิ ตรวจจบั และจาแนกเปาหมายสงสัยตางๆ ที่มีอยูไดท้ังหมด
๕-๑๘. ความแม่นยาของการกาหนดท่ตี ั้งเป้าหมาย (Precision of Target Locations)
อากาศยานไรนกั บนิ สวนใหญ สามารถคานวณพิกดั ของจดุ ท่สี นใจตรวจจับ และแสดงเปนภาพคลาย
แผนบรวิ ารลงบนจอภาพ ความแมนยาของการคานวณเหลานขี้ นึ้ อยูกับ ระยะทางระหวางอากาศยานไรนักบิน
กับจุดทส่ี นใจ และมมุ กดที่เครอื่ งตรวจจับใช ในระยะทางท่ีเทากันเคร่ืองตรวจจับที่ใชมุมเล็กจะใหผลลัพธที่มี
ความถกู ตองแมนยานอยกวาเคร่อื งตรวจจบั ทใี่ ชมุมใหญกวา (ดภู าพท่ี -๒) สาหรับมุมกดของเครื่องตรวจจับ
ของอากาศยานไรนักบินทีม่ ีความถูกตองและแมนยามากที่สุด จะอยรู ะหวางมมุ กด ๐- ๐ องศา
มุมกดใหญ มุมกดเลก็
ไดมุมมองขนาดเล็ก ไดมมุ มองขนาดใหญ
แตความถูกตองมาก แตความถูกตองนอย
ภาพท่ี –๒ แสดงความสมั พนั ธระหวางมมุ กดของเคร่ืองตรวจจบั และความถกู ตองแมนยาของพกิ ัดท่ีได
แมวาจะอยูในสภาพท่เี หมาะสมเพียงใด อากาศยานไรนักบินจะไมสามารถวัดพิกัดตารางท่ีตองการ
ไดอยางถูกตองและแมนยา เพื่อใชโจมตีเปาหมายเปนจุดดวยระบบอาวุธที่นาวิถีดวยระบบคนหาท่ีต้ังดวย
ดาวเทียมได ดวยเหตุนี้ การใชเทคโนโลยีเพม่ิ เติมรวมกับระบบสรางภาพของอากาศยานไรนักบิน เชน ระบบสราง
๒ มี.ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๒๐
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บนิ
ภาพดิจิตอล หรือชุดโจมตีดิจิตอลที่มีความแมนยาสูง จึงเปนสิ่งจาเปนสาหรับการวัดพิกัดตารางที่ตองการ
ความถกู ตองและความแมนยาสงู ของอากาศยานไรนักบนิ
๕-๑๙ การประเมินความเสยี หายจากการรบ (Battle Damage Assessment)
ภายหลงั จากการเกาะกับขาศึกไดแลว เจาหนาท่ีประจาสถานีควบคุมภาคพ้ืนดิน ผูท่ีไดรับการฝก
เก่ียวกบั การประเมนิ ความเสยี หายจากการรบมาแลว จะเปนผูประเมินคาขนาดของความเสียหาย และความ
จาเปนสาหรับการโจมตีเพิ่มเติม การประเมินคาความเสียหายจากการรบนี้ อาจเกิดขึ้นพรอมกับการกาหนด
ทต่ี ั้งเปาหมาย การปรับการยิงของปนใหญสนาม การประสานท่ีตั้งเปาหมาย และการสรางภาพท่ีไดจากการ
ปฏิบัติการของอากาศยานไรนักบิน หลังจากน้ัน สวนยิงสนับสนุน จะตรวจการณผลท่ีไดจากการยิงของ
ปนใหญสนาม ปรับการยิงเรงดวนใหกับอาวุธยิงเล็งจาลอง และกาหนดความจาเปนสาหรับภารกิจการยิง
เพิ่มเติม หนวยอากาศยานไรนักบินที่ทาหนาท่ีช้ีเปาหมายดวยแสงเลเซอรใหกับระบบอาวุธท่ีนาวิถีดวยแสง
เลเซอร อาจทาหนาทีป่ ระเมนิ ความเสยี หายจากการรบภายหลังจากการเกาะกับขาศึกไดแลวก็ได ในกรณีเชนน้ี
อากาศยานไรนักบินในหนวยเดียวกันที่ใชสนับสนุนกระบวนการกรรมวิธีเปาหมาย จะตองพรอมสาหรับการ
สนบั สนุนภารกิจการประเมินความเสียหายจากการรบดวย
๕-๒๐ การสนบั สนนุ การบงั คบั บญั ชาและการควบคุม (Facilitate Command and
Control)
โดยทวั่ ไปแลว พ้ืนที่สนามรบที่มีขนาดใหญ การไมมีศูนยบังคับขายอยางเพียงพอ การรบกวนการ
ติดตอส่ือสารจากขาศึก หรอื การเคลื่อนยายหนวย และการกระจายกาลังของหนวยทหารฝายเราที่อยูเกินกวา
ระยะการตดิ ตอส่อื สารระหวางกนั ตางเปนอุปสรรคตอการใชระบบการติดตอส่ือสารที่อยูนอกเหนือแนวเสน
สายตาทั้งส้ิน อยางไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล อากาศยานไรนักบิน จะมีระบบถายทอดการติดตอสื่อสาร
(Communications Relay Packages (CRPs)) ท่ีทันสมัย ซ่ึงจะชวยใหผูบังคับบัญชา สามารถดารงการ
ติดตอส่ือสารกับหนวยรองไดอยางมีประสิทธิภาพ อีกท้ัง ระบบถายทอดการติดตอส่ือสารนี้ จะมีขนาดและ
รปู แบบของคล่ืนวทิ ยุทีห่ ลากหลาย ทั้งนี้ก็ข้นึ อยกู ับ ขดี ความสามารถดานการบรรทุกสัมภาระของอากาศยาน
ไรนักบินในแตละแบบดวย สาหรับระบบถายทอดการติดตอสื่อสารขนาดเล็กนั้น อาจเก้ือกูลตอการใช
คลื่นวทิ ยุสาหรบั การสงขอมูล/ถายทอดเสียงไดเพียงอยางเดียวในข้ันตน ในขณะที่ระบบวิทยุทางยุทธวิธีรวม
(Joint Tactical Radio System (JTRS)) จะชวยถายทอดการติดตอสื่อสารดวยคลื่นวิทยุไดถึง รูปแบบ
อยางไรก็ตาม รูปแบบของคลื่นวิทยุที่ตองการใหมีในระบบถายทอดการติดตอส่ือสารในขนาดท่ีใหญกวาใน
ปจจุบัน ควรมตี ้ังแต รูปแบบข้นึ ไป ในปจจุบัน อากาศยานไรนักบินที่มีขีดความสามารถนี้ ก็คือ อากาศยาน
ไรนกั บินแบบ ฮันเตอร (Hunter) ซง่ึ มกี ารตดิ ตั้งระบบวทิ ยุตาง ๆ แยกออกจากกัน แตในอนาคตอันใกล ระบบ
ถายทอดการติดตอสื่อสารนี้ จะมีอยูในระบบวทิ ยุทางยุทธวิธีรวมของอากาศยานไรนกั บนิ ท้ังหมด
๕-๒๑ การสนบั สนุนการเคลือ่ นยาย (Facilitate Movement)
ส่ิงกีดขวางในสนามรบ เชน สนามทุนระเบิด และสารเคมีชนดิ คงตวั ไดนาน อาจหยุดหรือทาใหการ
เคลือ่ นท่ีของหนวยทหารชาลง หรอื เปนอปุ สรรคตอประสิทธิภาพการยิงและการดาเนินกลยุทธ ในอนาคตอัน
ใกล อากาศยานไรนักบิน อาจชวยสนับสนุนการเคล่ือนท่ีของหนวยทหารฝายเรา โดยใชตรวจจับสนามทุน
๒ ม.ี ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๒๑
บทที่ การใชงานระบบอากาศยานไรนกั บนิ
ระเบิดท่ีวางบนผิวพื้นของขาศึก และพื้นท่ีปนเปอนสารเคมีเหลว หรือสารเคมีท่ีเปนกาซท่ีอาจลอยมาตาม
กระแสลม ทศั นวสิ ัยที่จากดั จากการเกิดหมอก ฐานเมฆต่า ฝุนทรายหรือควัน ท่ีฟุงกระจาย หรือมีพ้ืนดินที่มี
ลกั ษณะเปนโคลนหรือพื้นน้าแข็ง สภาพลมฟาอากาศ ส่ิงเหลานี้อาจขัดขวาง หรือทาใหการเคลื่อนท่ี ของท้ัง
หนวยดาเนินกลยุทธทางภาคพ้ืนดิน และหนวยดาเนินกลยุทธทางอากาศชาลง ในปจจุบันอากาศยานไร
นักบิน สามารถชวยตรวจจับสภาพลมฟาอากาศท่ีไมดี และพิสูจนทราบอุปสรรคตอการเคล่ือนท่ีอ่ืนๆ ของ
หนวยทหารฝายเราไดดวย
การควบคุมการเคล่ือนท่ีของหนวยท่ีดี อาจจาเปนตองใชอากาศยานไรนักบิน ตรวจการณการ
เคลือ่ นที่ของหนวย จากประวัติศาสตรท้ังในอดีตและในปจจุบันของสงครามดาเนินกลยุทธ ไดแสดงใหเห็น
อยางชัดเจนวา การเคล่ือนที่ของหนวย เปนกิจที่หนวยทหารในระดับกองพลปฏิบัติบอยคร้ังมากที่สุด
โดยเฉพาะในหวงของการปฏบิ ัตกิ าร ดังตอไปนี้
-๒๑.๑ การขนถายสมั ภาระจากทาเรอื ไปยงั พน้ื ที่รวมพล
-๒๑.๒ การเคลอ่ื นทีข่ องหนวยจากพนื้ ท่รี วมพลไปยังที่มน่ั โจมตี หรือเขตต้งั รับ
-๒๑. การเคลอ่ื นที่ของหนวยระหวางท่ีมน่ั ในระหวางการต้งั รบั
-๒๑. การเคลื่อนท่ขี องหนวยในระหวางการเขาตีโตตอบ
-๒๑. การเคลื่อนทเี่ ขาท่ีตง้ั แหงใหมสาหรับการเขาตี
หนวยอากาศยานไรนกั บิน อาจสนับสนุนภารกจิ สาคญั เหลานี้ได โดยอาศัยการลาดตระเวน และการ
เฝาตรวจเปนสวนใหญ หนวยอากาศยานไรนักบิน จึงเปนหนวยแจงเตือนความกาวหนาของหนวยรองให
ผบู ังคับบัญชาทราบ รวมถึง การตรวจการณจุดพบและจุดผาน ชวยใหฝายอานวยการ สามารถประสาน และ
ขจดั ขอพพิ าทท่เี กิดขน้ึ กบั หนวยเหนือ หนวยขางเคียง หรือที่บญั ชาการตางๆ ได
--------------
๒ ม.ี ค. /๑ ๐๐ รส. -๐ .๑ -๒๒
บทท่ี การดารงสภาพความตอเนอ่ื งของการปฏิบตั กิ าร
บทท
การดารงสภาพความตอ นองของการปฏบัตการ
(Sustainment Operations)
- กลาวทัว ป (GENERAL)
การปฏบิ ตั กิ ารของอากาศยานไรนักบินประกอบดวยการทางานท่ีมีความสัมพันธซึ่งกันและกันและ
หลาย ๆ อยาง ซ่งึ ขน้ึ อยูกับการตอบสนองของระบบสงกาลงั และโครงการซอมบารุงที่สมบูรณ, การวางแผน,
การจัดการและการสนับสนุนการปฏิบัติการสงกาลังและการซอมบารุงท่ีเก่ียวของกับการประสานสอดคลอง
และการสนธิรอยตอ การปฏิบัติการทุกระดับ, การสงกาลังและการซอมบารุงเปนกุญแจสาคัญของการดารง
สภาพความตอเนือ่ งของการทางาน
- การสงกาลังบารง (LOGISTICS)
นายทหารฝายอานวยการดานสงกาลังบารุง เมื่อพัฒนาวิธีการเฝาสังเกตการณและคาดการณ
ลวงหนาถงึ ความตองการดานสงกาลังบารุงของอากาศยานไรนกั บินควรจะพจิ ารณาหัวขอดังตอไปน้ี
-๒.๑ สถานภาพของอากาศยานไรนกั บนิ
-๒.๒ สถานีควบคุมทางพื้นดนิ (Ground Control Station : GCS)
-๒.๓ สถานีขอมลู ทางพ้นื ดิน/สถานีปลอยการวิ่งขนึ้ และรอนลงจอด
-๒. ระบบฐานลอ ( Landing Gear )
-๒. สถานภาพส่ิงอุปกรณบรรทกุ (Payload Status)
-๒. สถานภาพสิ่งอปุ กรณสนับสนุน (Supporting Equipment status)
-๒. ความตองการน้ามนั เชอื้ เพลงิ อากาศยานนา้ มันเครอื่ ง/ชัว่ โมง/วัน และแบตเตอรที่ ใี่ ชการได
-๒. ความตองการชน้ิ สวนอะไหลในการซอมบารงุ ตามตารางเวลา
-๒. การรองขอช้นิ สวนสงกาลังทีไ่ มเกย่ี วกับภารกิจ
-๒.๑๐ ความตองการการสนบั สนุนการสงกาลังบารงุ ตามเกณฑมาตรฐานคุณลักษณะของแตละ
ยทุ โธปกรณ
- การซอมบารง (MAINTENANCE)
-๓.๑ เจาหนาท่ผี ูซอมแซมระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ดาเนินการซอมบารุงตอชิ้นสวนแตละชิ้นของระบบ
อากาศยานไรนักบินดงั ตอไปนี้
-๓.๑.๑ การตรวจหาขอผิดพลาดและการแยกขอผิดพลาดออก
-๓.๑.๒ การถอดประกอบและการเปลี่ยนอุปกรณทีเ่ ปนโครงฐานของอุปกรณที่ชารุด และหนวย
ตามสายงานสามารถเปลยี่ นได ลงไปถงึ หนวยระดบั ลาง
-๓.๑.๓ การตรวจสอบระบบการทางานและระบบการตรวจสอบดวยตนเอง (Built-in test,
BITs)
๒ ม.ี ค. /๑๓๐๐ รส.๓-๐ .๑ -๑
บทท่ี การดารงสภาพความตอเน่อื งของการปฏิบตั ิการ
-๓.๑. การตรวจและการปรนนิบัติบารุงตามระยะเวลาหรือการเปลี่ยนชิ้นสวนที่เปนไปตาม
ตารางกาหนดเวลาของการซอมบารงุ , การปองกันการผกุ รอน,การตรวจพบและการถอดเปลย่ี น
-๓.๑. การซอมบารุงอุปกรณอิเล็กทรอนิกส ครอบคลุมถึงอุปกรณบรรทุกและฐานการ
ซอมชิ้นสวนอเิ ลก็ ทรอนกิ สโดยการถอดและการเปลี่ยนของหนวยตามสายงาน
-๓.๒ ชางซอมอุปกรณเคร่ืองกาเนิดพลังงาน ดาเนินการซอมบารุงเกี่ยวกับชิ้นสวนแตละชิ้นของ
ระบบอากาศยานดงั ตอไปนี้.-
-๓.๒.๑ ตรวจสอบขอผิดพลาดและแยกขอผิดพลาดออก
-๓.๒.๒ ถอดและเปล่ียนฐานตดิ ต้งั ของชิ้นสวนโครงลาตัวทช่ี ารุดตามสายงานการซอมบารงุ
-๓.๒.๓ ทดสอบการทางาน และตรวจสอบการทดสอบการทางานดวยตนเอง
-๓.๒. การตรวจและปรนนิบัติบารุงตามระยะเวลาหรือการเปลี่ยนอุปกรณช้ินสวนใหปฏิบัติ
ตามตารางการซอมบารงุ , การปองกนั การผกุ รอนเปนสนมิ , การตรวจและการถอดเปลยี่ น
-๓.๓ เจาหนาท่ีซอมบารุงตามขอ -๓.๑ และ -๓.๒ จะไดรับความชานาญเพิ่มเติมสาหรับ
อากาศยานไรนกั บนิ แตละแบบเปนการเฉพาะเมื่อไดรับการฝกจากโรงเรียน
-๓. การซอมบารงุ ขนั้ สนามสาหรับผูควบคมุ อากาศยานไรนักบิน ประกอบดวยการซอมเฉพาะกิจ
มเี จตนารมณเพื่อรักษาการปฏิบัติงานของระบบและปองกนั การชารดุ ผคู วบคุมจะดาเนินการดังน้ี:-
-๓. .๑ ทาการตรวจซอมปรนนบิ ัติบารงุ และการใหการบรกิ าร
-๓. .๒ ทาการตรวจสอบการทางานกอนเพ่ือพิสูจนวาระบบน้ัน ๆ พรอมที่จะทางานดวยการใช
ระบบตรวจสอบดวยตนเอง
-๓. .๓ ตรวจสอบดวยสายตา และตรวจสอบดวยระบบวเิ คราะหของ Analyzer
-๓. นักบินหรอื ผคู วบคุมซ่ึงมี ชกท.จะไดรับความชานาญเพ่มิ เติมสาหรับอากาศยานไรนกั บินแตละ
แบบเปนการเฉพาะเมอ่ื ไดรับการฝกจากโรงเรียน
-๓. เพื่อดารงความตอเน่ืองของการซอมบารุง เจาหนาท่ีซอมบารุง ตองดาเนินการซอมแซม
อปุ กรณชน้ิ สวนของอากาศยานไรนักบนิ , การเปลี่ยนชิน้ สวน, การคนหาขอผิดพลาด และการแยกขอผิดพลาด
ของชิน้ สวนสาคัญออก ในการซอมบารุงระดับนี้, เจาหนาที่ซอมบารุงจะมุงเนนตอการซอมแซมชิ้นสวนและ
หมุนเวียนกลับไปใชงานตอไป การซอมแซมอุปกรณช้ินสวนจะรวมถึงรายการตางๆ เชนสวนประกอบหลัก
สาคญั อปุ กรณในสายงานท่เี ปลี่ยนได และอุปกรณในสายงานที่ซอมคืนสภาพได การปฏิบัติการซอมบารุง
ของกองทัพและหนวยในยุทธบริเวณ และการปฏิบัติการซอมพิเศษหรือมีผูทาสัญญาสนับสนุนการสงกาลัง
บารุงในสนามรบ สามารถทาใหเกิดการดารงสภาพความตอเน่อื งของการซอมบารงุ ได
-๓. การดารงความตอเนื่องในการซอมบารุงโดยปกติการปฏิบัติจะเกี่ยวของกับการซอมแซม
ช้นิ สวนอปุ กรณที่ซอมคืนสภาพไดและการซอมนอกระบบ เพื่อหมุนเวียนกลับไปสูระบบสงกาลัง เจาหนาท่ี
ซอมบารุงของทางราชการหรือผูทาสัญญาสนับสนุนการสงกาลังบารุงสามารถดาเนินการในการดารงความ
ตอเนื่องในการซอมบารุงได ในการตัดสินใจใหมีการดารงสภาพตอเนื่องของก ารซอมบารุงจะรวมถึง
รายละเอยี ดของการซอมนอกระบบภายในขอบเขตการซอมบารงุ อุปกรณในสายงานที่เบิกเปล่ียนได ผานทาง
๒ ม.ี ค. /๑๓๐๐ รส.๓-๐ .๑ -๒
บทที่ การดารงสภาพความตอเนื่องของการปฏิบตั กิ าร
หนวยเก็บอปุ กรณทเ่ี บกิ เปลี่ยนได และหนวยงานการซอม/การถอดเปล่ียน, การซอมสรางเครื่องยนต,ระบบ
ถายทอดกาลงั และระบบอ่นื ๆ ทค่ี ลายคลงึ กนั
- การบรหารการซอมบารง ( MAINTENECE MANAGEMENT )
การบรหิ ารการซอมบารุง ตัวอยางหน่งึ เชนระบบ UAV SEARCHER MK II มรี ายละเอียดดังน้ี
- . . การซอมบารง ระบบ UAV ( ขัน )
- .๑.๑ หนวย
ตามระยะเวลา
ไมตามระยะเวลา
- .๑.๒ สนับสนุนโดยตรง
- .๑.๓ สนับสนนุ ทั่วไป
- .๑. ขั้นสนาม
- .๑. ขน้ั คลัง
- . การสงกาลัง สป. ระบบ UAV
- .๒.๑. สป. ๒ –
- .๒.๒. สป. ๓ ยานยนต, สป. ๓ อ.
- .๒.๓. ชน้ิ สวนอะไหลอ่นื ๆ
- การขอทาบัญชีสงิ่ อปุ กรณเบื้องตน, การขนึ้ บญั ชี สป. ของหนวยตาม อจย.
- สป. ๒ – , สป. ๓, สป. ๓ อ. รวมถึงสวนสัมพนั ธตางๆ
- วางแผนการเบิก – รบั - เก็บรกั ษา – แจกจาย – การ ปบ. – การเบิกทดแทน – การจาหนาย
- การข้ึนบัญชีคุม สป. ตางๆ, การตัดจาย
- การรายงานสถานภาพตางๆ ตามสายการสงกาลัง
- การติดตาม – ทวงถาม การเบิก สป.
- .๒. . ชิ้นสวนอะไหล UAV และตูควบคมุ ระบบ (ขส.ทบ., สส.)
- การขึน้ บัญชชี ้นิ สวนอะไหล, หลกั ฐานคมู ือตางๆ ในการเบิก
- การรายงานสถานภาพตางๆ ตามสายสงกาลงั
ตารางท่ี -๑ บญั ชีแบงมอบความรับผิดชอบอากาศยานไรนักบนิ (UAV SEARCHER MK II)
รายการ UAV SEARCHER MK II สาย จานวน ราคา
ตัว ครอง
ตวั เคร่อื ง UAV และเครอ่ื งยนต ขส.ทบ.
อปุ กรณอเิ ล็กทรอนิกส และระบบนารองติดต้งั อากาศยาน สส.
รถบรรทุกขนาด ๑ ตนั ชนิด ๓๓ พรอมปนจนั่ และอะไหล สพ.ทบ. ๒
๒ มี.ค. /๑๓๐๐ รส.๓-๐ .๑ -๓
บทท่ี การดารงสภาพความตอเนอ่ื งของการปฏบิ ัตกิ าร
อปกรณตดตังบนตวั ครอง สส. ๒ ราคา
กลอง MOSP (Multi-purpose Optical Stabilized Payload) สส.
กลอง CCD (Charge Coupled Device) สส. ๒
DGPS (Differential GPS) ๒
อปกรณควบคมภาคพนดน สส. ๒
ตูควบคุมระยะไกล ๒๐๐ กม. AGCS สพ.ทบ. ๒
รถบรรทุก ขนาด ๑ ตัน ชนิด ๓๓ พรอมอะไหล ๒
ตคู วบคมุ ระยะใกล ๑๒๐ กม. ALRS สส. ๒
รถบรรทุก ขนาด ๑ ตนั ชนดิ ๓๓ พรอมอะไหล สพ.ทบ. จานวน
ตูสงสัญญาณควบคุมระยะไกล GDT (Ground Data Terminal) ๑๐
รถบรรทุก ขนาด ๑ ตนั ชนิด ๓๓ พรอมอะไหล สส.
สพ.ทบ. ๒
รายการ ระบบท สาย
เครอ่ื งกาเนิดไฟฟา ขนาด ๓ - ๐ KVA,๓ ๐ VAC (อยบู น GDT ๒ ชดุ ) ๒
รถพวง สาหรับติดตั้งเครือ่ งกาเนดิ ไฟฟา กช.
อุปกรณชวยในการเขามาลง (RAPS) สพ.ทบ. ๒
อปกรณควบคมภาคพนดน (ตอ) ๒
FLT.(FLIGHT LINE TESTER) คอมพิวเตอรตรวจสอบอากาศยานกอนขึน้ บนิ สส. ๒
บริภณั ฑภาคพ้นื ๒
สส.
รถลากอากาศยาน (แทรคเตอร คโู บตา) ขส.ทบ. ๒
รถเตมิ น้ามันอากาศยานขนาดเล็ก (Refueling cart) ขส.ทบ. ๑๐๐
รถระบายความรอนอากาศยานบนพ้ืนทางขับ (Cooling cart) ขส.ทบ.
รถชวยในการติดเครอ่ื งอากาศยาน (Starter cart) ขส.ทบ. ๒
อปุ กรณชวยหยุดอากาศยานในการรอนลง (HOOK ขส.ทบ. ๒
ARRESTIMG SYSTEM) ขส.ทบ.
อุปกรณชารจแบตเตอรอ่ี ากาศยาน
โรงเก็บอากาศยานในสนาม ขส.ทบ.
แผนปูพืน้ โรงเก็บอากาศยานในสนาม ขส.ทบ.
อปกรณอน ทจา ปน ขส.ทบ.
เครอื่ งมือตรวจวดั และชนิ้ สวนซอมเครื่องอีเลก็ ทรอนกิ สและเครือ่ งสือ่ สาร
เครอ่ื งมือตรวจวดั และชิ้นสวนซอมเคร่ือง UAV และเครือ่ งยนตอะไหล สส.
เคร่ืองซอมรถบรรทกุ ๑ ตัน เบ้อื งตนประจารถ ขส.ทบ.
สพ.ทบ.
๒ มี.ค. /๑๓๐๐ รส.๓-๐ .๑ -