The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการเขียนข้อสอบอัตนัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Rachapoom Somsamai, 2022-04-18 01:48:23

แนวทางการเขียนข้อสอบอัตนัย

แนวทางการเขียนข้อสอบอัตนัย

แนวทาง
การเขียนข้อสอบ

ชนิดเขียนตอบ
(อัตนัย)

นายรัชภูมิ สมสมัย
ศึกษานิเทศก์



คาํ นํา

แนวทางการเขียนข้อสอบชนิดเขียนตอบ (อัตนัย) เล่มนี
ไดจ้ ดั ทาํ ขึนโดยมีวตั ถุประสงคส์ าํ คญั เพอื เป็นเอกสารเสริมความรูเ้ รือง
การเขียนขอ้ สอบชนิดเขียนตอบ (อตั นยั ) ใหก้ บั ผบู้ รหิ าร ครูผสู้ อน และ
ผู้ส น ใ จ ไ ด้มี ค ว า ม รู ้ค ว า ม เ ข้า ใ จ เ กี ย ว กั บ ก า ร เ ขี ย น ข้ อ ส อ บ ช นิ ด
เขียนตอบ (อตั นยั )

ทังนีข้าพเจ้าได้เรียบเรียงจากเอกสาร หนังสือ ตาํ ราของ
นกั การศึกษาหลาย ๆ ท่าน รวมทงั ประสบการณจ์ ากการปฏิบตั ิหนา้ ที
ดา้ นการนิเทศ และการเป็นวิทยากร ทงั นีเพือใหง้ ่ายต่อการอ่านและ
ทาํ ความเข้าใจ และทีสาํ คัญสามารถนาํ ไปสู่กระบวนการออกแบบ
การวัดและประเมินผลในชันเรียน โดยเฉพาะการเขียนข้อสอบชนิด
เ ขี ย น ต อบ ( อัต นัย ) สํา ห รับ ค รู ผู้ส อน ได้อย่ า งถูก ต้องแ ละ
เต็มประสิทธภิ าพ

เนือหาของแนวการเขียนข้อสอบชนิดเขียนตอบ (อัตนัย)
เล่มนีมีเนือหาประกอบดว้ ย มโนทัศน์เบืองตน้ เกียวกับแบบทดสอบ
อัตนัย การวิเคราะหม์ าตรฐานและตัวชีวัดในการสรา้ งแบบทดสอบ
อัตนัย การสร้างเครืองมือวัดผลสัมฤทธิทางการเรียนแบบอัตนัย
เกณฑก์ ารประเมนิ (Rubric) และการตรวจสอบคณุ ภาพ

ขอกราบขอบพระคุณคณาจารยภ์ าควิชาประเมินผลและวิจัย
การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ทีไดป้ ระสิทธิ



ป ร ะ ส า ท วิ ช า ค ว า ม รู ้ด้า น ก า ร วั ด แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า
แกข่ า้ พเจา้

ขอขอบคุณสํานักทดสอบทางการศึก ษา สํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขนั พืนฐานทีไดจ้ ัดอบรมเชิงปฏิบตั ิการเรือง
การพฒั นาศักยภาพครูผูส้ อนและศึกษานิเทศกใ์ นการสรา้ งเครืองมอื
วัดผลสัมฤทธิทางการเรียนแบบเขียนตอบตามแนวการทดสอบ
ระดบั ชาติ จนทาํ ใหข้ า้ พเจา้ เกดิ แนวคิดสาํ หรบั การจดั ทาํ เอกสาร

ขอขอบคุณศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ รองศึกษาธิการ
จังหวัดเชียงใหม่ ผู้อํานวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล
ผู้อํานวยการกลุ่มงาน บุคลากรทุกกลุ่มงาน และศึกษานิเทศก์
สาํ นักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ทุกท่านทีไดร้ ่วมปฏิบัติงาน
ให้ข้อคิด และข้อเสนอแนะแนวทางทีเป็นประโยชน์ต่อการจัดทํา
เอกสาร

หากเอกสารเล่มนีมีความผิดพลาดจากความตังใจก็ดี หรือ
ความไม่ตงั ใจก็ดี ขา้ พเจา้ ขอนอ้ มรบั ในความผิดพลาดดงั กล่าว และ
จักขอบพระคุณยิงถ้าท่านได้ให้ข้อเสนอแนะทีเป็ นประโยชน์
เพือทีขา้ พเจา้ จะไดน้ าํ ขอ้ เสนอแนะดังกล่าวมาใชเ้ ป็นฐานคิดสาํ หรบั
การจดั ทาํ เอกสารอืนๆ ในโอกาสต่อไป

รกั ศรทั ธา และเชือมนั ในวชิ าชีพ
รชั ภมู ิ สมสมยั
ศกึ ษานิเทศก์



สารบัญ

คาํ นาํ หน้า
สารบญั ก
มโนทศั นเ์ บืองตน้ เกียวกบั แบบทดสอบอตั นยั ค
การวเิ คราะหม์ าตรฐานและตวั ชีวดั ในการสรา้ งแบบทดสอบ 1
อตั นยั
การสรา้ งเครอื งมือวัดผลสมั ฤทธิทางการเรียนแบบอตั นยั 24
เกณฑก์ ารประเมิน (Rubric) 56
การตรวจสอบคณุ ภาพของเครืองมอื วดั ผลสมั ฤทธิ 64
ทางการเรยี นแบบอัตนยั
บรรณานุกรม 89
105



การเขยี นขอ้ สอบชนิดเขยี นตอบ (อัตนัย)

มโนทัศนเ์ บืองตน้ เกยี วกับแบบทดสอบอัตนัย
ก า ร วั ด แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล สัม ฤ ท ธิ ท า ง ก า ร เ รี ย น ข อ ง ผู้เ รี ย น

เป็นกลไกทีสาํ คัญทีจะสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงความสาํ เร็จของการจดั การ
เรียนรู้ในชันเรียน ซึงได้แก่ คุณภาพของผู้เรียนตามเป้าหมายของ
หลกั สูตร นอกจากนีการวัดและประเมินผลสมั ฤทธิทางการเรียนของ
ผูเ้ รียนยังสามารถสะท้อนประสิทธิภาพในการสอนของครูผูส้ อนอีก
ดว้ ย ดงั นัน ถา้ ระบบการวดั และประเมินผลสมั ฤทธิทางการเรียนของ
ผูเ้ รียนมีประสิทธิภาพไดม้ าตรฐาน ก็สามารถสะทอ้ นคุณภาพของ
ผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ

ปั จ จุ บัน ก า ร วัด แ ล ะ ป ระ เ มิ น ผ ล สัม ฤ ท ธิ ท า ง ก า ร เรีย น ข อ ง
ผเู้ รียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั พืนฐาน พทุ ธศกั ราช
ยึดมาตรฐานและตัวชีวัดในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรูเ้ ป็นกรอบใน
การสรา้ งเครืองวัดและประเมินผลสัมฤทธิผู้เรียน ซึงมาตรฐานและ
ตัวชีวัดในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรูส้ ามารถจาํ แนกออกไดเ้ ป็น
กล่มุ พฤติกรรม ไดแ้ ก่ ) กล่มุ พฤติกรรมดา้ นความรู้ (Knowledge: K)
เป็นพฤติกรรมทางสติปัญญาของมนุษยโ์ ดยผ่านกระบวนการทาํ งาน
ของสมอง ซึงความรูด้ ังกล่าวประกอบดว้ ย ความรูท้ ีเป็นขอ้ เท็จจริง
ความรูท้ ีเป็นความคิดรวบยอด ความรูเ้ กียวกับวิธีและกระบวนการ

1

และความรู้ทีเกียวกับทักษะหรือกระบวนการความคิดของตนเอง
(อภิปัญญา) ) กลุ่มพฤติกรรมดา้ นทักษะกระบวนการ (Process &
skill: P) เป็นพฤติกรรมทีเกิดจากการทีอวัยวะของร่างการหลายส่วน
ทํางานร่วมกันอย่างแคล่วคล่องและเป็ นระบบ และมีขันตอน
กระบวนการทีชดั เจน ) กลมุ่ พฤติกรรมดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attribute:
A) เป็นพฤติกรรมทีเป็นค่านิยม เจตคติ และคณุ ลกั ษณะเชิงคณุ ธรรม
และจริยธรรมทีแฝงอยู่ภายในไม่สามารถตรวจสอบไดโ้ ดยตรง ดงั นัน
สถานศึกษาจะตอ้ งออกแบบการเรียนรูแ้ ละการวัดและประเมินผลให้
สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานและตวั ชีวดั ของหลกั สูตรฯ ทีเป็นเปา้ หมายใน
การจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิงในการวัดและประเมินผล
คณุ ภาพผูเ้ รียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั พนื ฐาน ครูผูส้ อน
จะตอ้ งเลือกใชว้ ธิ ีการวดั และประเมินผลทีสอดคลอ้ งกบั พฤติกรรมของ
ตวั ชีวดั โดยตวั ชีวดั ทีเป็นกล่มุ พฤติกรรมดา้ นความรู้ (Knowledge: K)
สว่ นใหญ่จะใชก้ ารทดสอบ การซกั ถาม และการสมั ภาษณ์ สว่ นตวั ชวี ดั
ทีเป็นกลมุ่ พฤติกรรมดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process & skill: P) จะ
ใชก้ ารทดสอบภาคปฏบิ ตั ิ (Performance Assessment) และตวั ชวี ดั ที
เป็นกลุ่มพฤติกรรมดา้ นคุณลักษณะ (Attribute: A) จะใชก้ ารสังเกต
พฤตกิ รรมนกั เรียนอยา่ งตอ่ เนอื ง

2

ในปัจจุบัน สถานศึกษาส่วนใหญ่มักใช้แบบทดสอบเป็น
เครืองมือในการวัดตัวชีวัดทีเป็ นกลุ่มพฤติกรรมด้านความรู้
(Knowledge: K) โดยมีรูปแบบการขอ้ สอบใน รูปแบบ คือ ขอ้ สอบ
แบบปรนยั และขอ้ สอบแบบอตั นยั ซึงขอ้ สอบทงั สองรูปแบบมีทงั ขอ้ ดี
และข้อจํากัดทีแตกต่างกัน สถานศึกษาต่าง ๆ นิยมใช้ทังข้อสอบ
แบบปรนัย และข้อสอบแบบอัตนัยในการวัดและประเมินคุณภาพ
ผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิงกา รใช้ข้อส อบ อัต นัยใ นก า ร วัด
ความสามารถดา้ นการคิดขันสูงของผูเ้ รียน ซึงไดแ้ ก่ การวิเคราะห์
การสังเคราะห์ การประเมินค่า และการสรา้ งสรรค์ ดังนันเอกสาร
ในเล่มนีจึงขอกล่าวถึงรายละเอียดของข้อสอบอัตนัยพอสังเขป
ดงั ตอ่ ไปนี

ความหมายของแบบทดสอบแบบอตั นัย
แบบทดสอบแบบอัตนัย หมายถึง แบบทดสอบแบบเขยี นตอบ

ทีผูส้ อบจะตอ้ งเรียบเรียงความคิดและความรูใ้ หส้ อดคลอ้ งกับคาํ ถาม
แลว้ เขียนบรรยายหรือแสดงความคิดเห็น วิพากษ์ วิจารณเ์ รืองราว
พฤติกรรมต่างๆ ตามความรู้และประสบการณ์ทีมีลักษณะของ
แบบทดสอบอตั นยั อาจจะเป็นโจทยห์ รือคาํ ถามทีกาํ หนดสถานการณ์
หรือปัญหาอย่างกว้างๆ หรือเฉพาะเจาะจงโดยทัวไปจะไม่จาํ กัด

3

เสรีภาพของผูต้ อบในการเรียบเรียงความรู้ ความคิด และขอ้ เท็จจริง
ตา่ งๆ อนั เป็นขอ้ มลู ของคาํ ตอบ

จุดมงุ่ หมายของการใช้แบบทดสอบแบบอตั นัย มดี งั นี
ต้องการให้ผู้เข้าสอบแสดงความสามารถด้านความคิด

สร้างสรรค์ (Creativity) และบรรยายความคิดออกมาได้อย่างเป็น
อสิ ระและตอ้ งคาํ นึงถึงความสามารถทกั ษะการเขยี นของนกั เรียนดว้ ย

ตอ้ งการเนน้ การวดั ความรูข้ นั ลึกซงึ เชน่ ความสามารถในการ
สงั เคราะหห์ รือตอ้ งการวดั ความเขา้ ใจในเนอื หาทีเรียนมาทงั หมด

ประเภทของแบบทดสอบอัตนัย
. แบบทดสอบอัตนัยตามแนวทางการทดสอบโดยทัวไป

แบง่ ออกเป็น ประเภท คอื
. แบบทดสอบแบบไม่จาํ กัดคาํ ตอบหรือตอบอย่างอิสระ

(Unrestricted Response) เป็ นแบบทดสอบทีไม่จํากัดคําตอบ
แต่ผูส้ อบจะต้องจาํ กัดคาํ ตอบใหเ้ หมาะสมกับคาํ ถามและเวลาโดย
จะตอ้ งเรยี บเรียงความรู้ ความคดิ และจดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั แลว้ เรียบ
เรียงออกมาเป็นคาํ ตอบตามความคิดและเหตุผลของตน โดยให้มี
ความยาวทีเหมาะสมกับหลักและเหตุผลทีคาํ ถามต้องการ ขอ้ ดีของ
แบบทดสอบประเภทนี คือ สามารถใช้วัดความสามารถระดับ

4

การวิเคราะห์ การสงั เคราะหแ์ ละการประเมินผลไดเ้ ป็นอย่างดี จึงมกั
ใชก้ ับผูเ้ รียนในระดับชันสูง ลักษณะคาํ ถามมักมีคาํ ว่า “จงอธิบาย
อภิปราย เปรียบเทียบ วิเคราะห์ สรุปประเด็นสาํ คัญ แสดงความ
คิดเห็น ขอ้ เสนอแนะ ประเมินผล แนวทางแกป้ ัญหา” เป็นตน้ แต่มกั มี
ปัญหาในการควบคมุ ทศิ ทางการตอบและการตรวจใหค้ ะแนน

. แบบทดสอบแบบจํากัดคําตอบหรือตอบแบบสัน
(Restricted Response or Shot Essay Item) เป็ นแบบทดสอบที
จาํ กดั กรอบของเนือหาหรือรูปแบบของแนวทางคาํ ตอบ และกาํ หนด
ข อ บ เ ข ต ข อ ง ป ร ะ เ ด็ น ใ ห้ ต อ บ ใ น เ นื อ ห า ที แ ค บ ล ง แ ล ะ สั น ก ว่ า
แบบทดสอบทีไม่จาํ กัดความยาว ขอ้ ดีของแบบทดสอบประเภทนีคือ
ใชว้ ดั ความรูค้ วามสามารถทีเฉพาะเจาะจงไดด้ ีกว่าแบบทดสอบแบบ
ไม่จาํ กดั ความยาว ซึงเหมาะทีจะวดั ผลการเรียนทีสาํ คญั โดยทีผูส้ อบ
จะตอ้ งเลอื กความรูท้ ีดีทีสดุ สาํ หรบั คาํ ถามนนั ๆ ลกั ษณะคาํ ตอบมักอยู่
ในรูป “จงอธิบายสนั ๆ จงบอกประโยชน์ จงอธิบายสาเหตหุ รือจงบอก
ขันตอน” แต่แบบทดสอบนีไม่ไดเ้ ปิดโอกาสใหผ้ ูต้ อบไดแ้ สดงความรู้
ความสามารถอย่างเตม็ ที

. แบบทดสอบอัตนัยตามแนวทางการทดสอบระดับ
นานาชาติ (PISA) แบง่ ออกเป็น ประเภท คือ

5

. แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบปิด มีลักษณะเป็นข้อสอบทีมีข้อ
คําถามแล้วให้ผู้เข้าสอบเขียนคําตอบทีเป็ นคําตอบถูกต้องทีมี
ลกั ษณะเฉพาะและชดั เจน

. แบบเขียนตอบสนั ๆมีลกั ษณะเป็นขอ้ สอบทีมีขอ้ คาํ ถาม
และใหผ้ เู้ ขา้ สอบเขยี นคาํ ตอบ สนั ๆ ในทีวา่ งทีเตรยี มไวใ้ นแบบทดสอบ
ซงึ อาจเขียนคาํ ตอบเป็นตวั หนงั สือ วาดภาพ และ/หรอื เขยี นตวั เลข

. แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบอสิ ระมีลกั ษณะเป็นขอ้ สอบทีมีขอ้
คาํ ถามแลว้ ใหผ้ เู้ ขา้ สอบอธิบายคาํ ตอบหรือใหเ้ หตผุ ลประกอบคาํ ตอบ
ทีแสดงความเข้าใจทีมีต่อคาํ ถาม ผูเ้ ขา้ สอบควรเขียนคาํ ตอบในเสน้
บรรทัดทีกาํ หนดไว้ให้ จาํ นวนเสน้ บรรทัดจะเป็นตัวบอกความยาว
อย่างครา่ ว ๆ ทีควรเขยี นตอบ

ดังนัน เมือพิจารณาลักษณะของข้อสอบทีใช้ทดสอบใน
การทดสอบทวั ไปและการทดสอบในระดบั นานาชาติมีความคลา้ ยคลงึ
ซงึ สามารถสรุปไดด้ งั ตารางต่อไปนี

6

ขอ้ สอบทใี ชใ้ นการทดสอบ ขอ้ สอบทใี ช้ในการทดสอบ
โดยทวั ไป ในระดบั นานาชาติ (PISA)

. แบบจาํ กดั คาํ ตอบหรือตอบ . แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบปิด
สนั . แบบเขียนตอบสนั ๆ

. แบบไมจ่ าํ กดั คาํ ตอบหรือตอบ . แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบอสิ ระ
อย่างอสิ ระ

ข้อดแี ละข้อจาํ กดั ของแบบทดสอบแบบอตั นัย

ข้อดี ข้อจาํ กัด

- สามารถวดั พฤติกรรมตา่ งๆได้ - คาํ ถามไมส่ ามารถครอบคลมุ

ทกุ ระดบั แตส่ ามารถวดั ดา้ นการ เนือหาทีเรียน เนืองจากจาํ นวน

คิดวิเคราะหส์ งั เคราะห์ และการ ขอ้ มจี าํ กดั เป็นการยากทจี ะส่มุ

ประเมินค่า ไดเ้ ป็นอย่างดี เนือหาใหค้ รอบคลมุ ความรูท้ ี
- ผูต้ อบมีโอกาสใชค้ วามรูแ้ สดง ตอ้ งการจะวดั ไดค้ รบถว้ น

ความคดิ เห็นและความสามารถ - การตรวจใหค้ ะแนนไม่คงที

ในการใชภ้ าษา แนน่ อน มกั มคี วามคลาดเคลือน

- ผตู้ อบทีไมม่ คี วามรูใ้ นเรืองนนั มาก และควบคมุ ใหเ้ กิดความ

จะไมส่ ามารถเดาคาํ ตอบไดเ้ ลย ยตุ ิธรรมไดย้ าก

7

ขอ้ ดี ขอ้ จาํ กดั

จะชว่ ยลดความคาดเคลือนใน - ไม่เหมาะทีจะใชก้ บั ผูส้ อบ
การวดั ไดเ้ ป็นอย่างดี จาํ นวนมากๆ เพราะใชเ้ วลาใน
- สรา้ งไดง้ า่ ยและประหยัด การตรวจ
คา่ ใชจ้ ่าย - ลายมือของผูต้ อบและ
ความสามารถในการเขียน
บรรยายอาจจะมผี ลต่อคะแนน
- มคี วามเชือมนั ตาํ และมกั ขาด
ความเทยี งธรรม

แนวคดิ ทฤษฎคี วามรูข้ องบลูม (Bloom Taxonomy’s Revised)
ในปี 1956, Benjamin Bloom นาํ กล่มุ นกั จิตวิทยาการศึกษา

กลมุ่ หนึงพฒั นาการจดั กลมุ่ พฤติกรรมทางสมองทสี าํ คญั ต่อการเรียนรู้
ระหว่างปี 1990 มีนักจิตวิทยากลุ่มใหม่นําโดย Anderson and
Krathwohl (2001) ซึงเป็ นลูกศิษย์เ ก่าข อง Bloomไ ด้ปรับปรุ ง
กลุ่มพฤติกรรมขึนมาใหม่และสะท้อนผลงานในศตวรรษที 21
เป็นรูปภาพทีเป็นตัวแทนของคาํ กริยาใหม่ทีมีความเกียวเนืองกับ
Bloom’s Taxonomy ทีเราคุน้ เคยมานานบนั ทึกนีเปลียนจากนามเป็น

8

ก ริย าเพืออธิ บาย ระดับทีแต กต่า งกันข อง กลุ่มพ ฤติก ร รร ม
ดงั ภาพประกอบ

ภาพประกอบ:พฤติกรรมทางสมองทีสาํ คญั ต่อการเรียนรูต้ าม
แนวคดิ ทฤษฎี ความรูข้ องบลมู ตามแนวคดิ เดมิ และทีปรบั ปรุงใหม่

9

กระบวนการทางปัญญา ด้านพุทธิพิสัยของบลูมมีลาํ ดับขัน 6 ขัน
ซงึ สามารถอธิบายไดด้ งั นี

จาํ (Remembering) หมายถึง ความสามารถในการระลึกได้
แสดงรายการได้ บอก/ระบุชือได้ การบอกตาํ แหน่ง การใหส้ ญั ลกั ษณ์
ยกตัวอย่าง บอกความสัมพันธ์ การจัดกลุ่ม คัดเลือกได้ อธิบายใต้
รูปภาพ เรียงลาํ ดบั จบั คู่ บนั ทกึ ขอ้ มลู

ตวั อย่างของคาํ ถามทแี สดงถึงพฤติกรรมระดบั จาํ มีดงั นี

พฤติกรรม ตัวอยา่ งคาํ ถาม
รูจ้ กั จาํ ได้
จดั ทาํ รายการ พยญั ชนะไทยแบ่งไดเ้ ป็นกีหมู่ อะไรบา้ ง

อธิบาย นกั เรยี นเขียนรายการอาหารทีมปี ระโยชนม์ า
มอื / วนั
การระบุ
นกั เรยี นอธิบายความหมายของสามเหลียม
บอกความ ดา้ นเท่า
แตกตา่ ง
นกั เรียนระบปุ ระเภทของใบเลียงเดยี วและใบ
เลียงค่มู าทงั หมด

สตั วน์ าํ แตกตา่ งกบั สตั วบ์ กอย่างไรบา้ ง

10

เข้าใจ (Understanding) หมายถึง ความสามารถในการ
แปลความหมาย การอธิบาย ยกตัวอย่าง สรุปอา้ งอิง การเรียบเรียง
ใหม่ การจาํ แนกหมวดหมู่ สงั เกต ทาํ เคา้ โครงเรือง ใหค้ าํ จาํ กัดความ
แปลความหมาย ประมาณค่า

ตวั อย่างของคาํ ถามทแี สดงถึงพฤติกรรมระดบั เขา้ ใจมีดงั นี

พฤติกรรม ตวั อยา่ งคาํ ถาม
การสรุปความ
จากขอ้ ความทีนกั เรยี นไดส้ รุปสาระสาํ คญั ได้
การแปล อยา่ งไร
ความหมาย
การเปรียบเทียบ บทรอ้ ยกรองขา้ งตน้ ตรงกบั สภุ าษิตไทยคือ
อะไร
อธิบาย
บรรยาย จงเปรียบเทียบสภาพภมู อิ ากาศของภาคเหนือ
กบั ภาคใต้

จงอธิบายสภาพทอ้ งถนิ ของนกั เรียน

จากภาพวงจรชีวิตของผีเสือใหน้ กั เรยี น
บรรยายรายละเอียด

11

ประยุกต์ใช้ (Applying) หมายถึง ความสามารถในการ
นําไปใช้ ประยุกต์ใช้ แก้ไขปัญหา ลงมือทํา แปลความหมาย
ใชภ้ าพประกอบ การคาํ นวณ เรียงลาํ ดบั การแกป้ ัญหา ประยุกตใ์ ช้
คาดคะเน

ตวั อย่างของคาํ ถามทแี สดงถึงพฤตกิ รรมระดบั ประยกุ ตใ์ ชม้ ีดงั นี

พฤติกรรม ตัวอย่างคาํ ถาม

การนาํ ไปปฏิบตั ิ นกั เรียนสามารถใชค้ วามรูใ้ นการแกไ้ ขปัญหา
ไดอ้ ยา่ งไร

การลงมือทาํ ถา้ เราจะขงึ ลวดใหต้ ึงเพอื ทาํ ราวตากผา้ จะตอ้ ง

ทาํ อย่างไร

การใช้ จงยกอาหารทีมคี ณุ คา่ และราคาถูกใน

ชวี ติ ประจาํ วนั และอธิบายดว้ ยว่ามคี ณุ ค่าต่อ

รา่ งกายอยา่ งไร

การจดั การ ถา้ นกั เรียนมีเงนิ รายรบั เป็นรายเดือน นกั เรยี น

จดั ระบบการใชจ้ ่ายเงนิ อย่างไรถงึ จะมเี งนิ ใช้

ทงั เดือน

การแปล “โคมสวรรคพ์ ราวพราย” โคมสวรรคห์ มายถงึ
ความหมาย สิงใด

12

วิ เ ค ร า ะ ห์ ( Analyzing) ห ม า ย ถึ ง ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น
การเปรียบเทียบ อธิบายลักษณะ การจัดการทดลอง แยกกลุ่ม
คาํ นวณ วิพากษ์วิจารณ์ ลาํ ดบั เรอื ง ทาํ แผนผงั หาความสมั พนั ธ์

ตวั อยา่ งของคาํ ถามทแี สดงถึงพฤตกิ รรมระดบั วเิ คราะหม์ ีดงั นี

พฤติกรรม ตัวอย่างคาํ ถาม
การจดั ระบบ
เลขโดด - นาํ มาสรา้ งจาํ นวนเตม็ หลกั
การสืบเสาะ แลว้ หารดว้ ย ลงตวั มีกีจาํ นวน
สบื สวน
การใหเ้ หตผุ ล ขอ้ ใดบา้ งกลา่ วถึงวธิ ีการโครงสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั
การอา้ งเหตผุ ล ไขห้ วดั นก
จาํ แนกความ
แตกต่าง ลกู ทีดีของพ่อแม่ควรมีพฤติกรรมอยา่ งไรบา้ ง
การตีคา่ เพราะเหตใุ ด

นกั เรยี นบอกความแตกต่างระหว่างกบกับ
กระต่ายมาตามเกณฑท์ นี กั เรยี นกาํ หนด

“วชิ ยั ทาํ การบา้ นส่งครูทกุ วนั ” นกั เรียนคิดวา่
วิชยั เป็นคนอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด

13

ประเมินค่า (Evaluating) หมายถึง ความสามารถในการ
ตรวจสอบ วิจารณ์ ตัดสิน ให้คะแนน ประมาณค่า เปรียบเทียบผล
ตคี า่ สรุป แนะนาํ สืบคน้ ตดั สนิ ใจ คดั เลอื ก วดั

ตวั อย่างของคาํ ถามทแี สดงถึงพฤติกรรมระดบั ประเมนิ คา่ มีดงั นี

พฤติกรรม ตวั อยา่ งคาํ ถาม
การตรวจสอบ
ตงั สมมติฐาน “รองเทา้ กีฬาทีดีควรมคี ณุ สมบตั ิครบทงั
วิพากษว์ จิ ารณ์ ประการ” คณุ สมบตั เิ หลา่ นนั ควรมีอะไรบา้ ง
ทดลอง
ถา้ ทอ้ งฟา้ มืดครมึ แลว้ ฝนจะตก นกั เรียนคิด
ตดั สิน วา่ เป็นเช่นนนั หรือไมเ่ พราะเหตใุ ด

ทาํ ไมในสนิ คา้ ทนี กั เรียนเลือกซือตอ้ งมี ”วนั ที
ควรบรโิ ภค” กาํ กบั มาดว้ ย

นกั เรียนคนหนงึ ทาํ การทดลอง ใสห่ นิ อา่ นชิน
เลก็ ๆในนาํ บรสิ ทุ ธแ์ ละนาํ อดั ลมอย่างละ
เท่าๆ กนั เพอื ทดลองเรืองอะไร

นกั เรยี นสามารถตดั สนิ คณุ ค่าของนาํ อดั ลม
และนาํ บรสิ ทุ ธิไดอ้ ย่างไร

14

คิดสร้างสรรค์ (Creating) หมายถึง ความสามารถใน
การออกแบบ (Design) วางแผน ผลิตประดิษฐ์ พยากรณ์ ออกแบบ
ทาํ นาย สรา้ งสตู ร วางแผน จนิ ตนาการ ติดตงั

ตวั อย่างของคาํ ถามทแี สดงถึงพฤติกรรมระดบั คดิ สรา้ งสรรคม์ ดี งั นี

พฤติกรรม ตวั อย่างคาํ ถาม
ออกแบบ
ใหน้ กั เรียนออกแบบหอ้ งนอนทีนกั เรียนคิดวา่
สรา้ ง เหมาะสมและถกู สขุ ลกั ษณะ

วางแผน ใหน้ กั เรียนนาํ เสนอวธิ ีการสรา้ งหนุ่ ยนตใ์ หม่ที
แตกตา่ งไปจากหนุ่ ยนตเ์ ดมิ
ปรบั ปรุง
นกั เรียนช่วยเขียนขนั ตอนการทาํ รายงาน”
พยากรณ์ ทอ้ งถินในฝันของขา้ พเจา้ ”

จงบอกวิธีปรบั ปรุงดินใหเ้ หมาะกบั การปลกู
ขา้ ว

จากขอ้ มลู ของกราฟเสน้ ตรง นกั เรียนคิดว่าใน
ปี พ.ศ. จะเป็นอยา่ งไร

15

รูปแบบของเครอื งมอื วดั ผลสมั ฤทธิทางการเรียนแบบอตั นัย
การ วัดผ ล สัม ฤทธิ ทาง ก าร เ รีย นแ บบอัตนัยเ ป็ น กา รส ร้า ง

ขอ้ สอบใหผ้ เู้ ขา้ สอบเขียนตอบโดยมีความเชือว่าถา้ ผูเ้ ขา้ สอบมีความรู้
ในเรืองนนั ดี ก็จะสามารถเขียนอธิบายไดอ้ ยา่ งชดั เจน โดยรูปแบบของ
ขอ้ สอบอตั นยั สามารถจาํ แนกตามบริบทของการทดสอบไดด้ งั ต่อไปนี

. ข้อสอบอัตนัยทีใช้ในการทดสอบโดยทัวไป กําหนดให้
ผูเ้ ขา้ สอบตอบขอ้ คาํ ถามใน 2 รูปแบบ คอื

. แบบตอบสันหรือจํากัดคําตอบ (Restriced-answer
essay) เป็นขอ้ สอบทีผูต้ อบตอ้ งตอบใหต้ รงประเด็นทีตอ้ งการ ถา้ ตอบ
เป็นอยา่ งอนื จะไมไ่ ดค้ ะแนนแบง่ เป็น 2 แบบ ไดแ้ ก่

) แบบเติมคาํ ใหส้ มบูรณ์ (Completion Item) มีลกั ษณะเป็น
ข้อคาํ ถามทีเวน้ คาํ หรือวลีไวแ้ ล้ว ใหผ้ ู้เข้าสอบเติมคาํ หรือวลีทีเป็น
คําตอบทีถูกทีสุดเพียงคําตอบเดียว ทังนี Cocks และ Bormuth
( ) ได้เสนอแนะว่าบางครังอาจจาํ เป็นต้องใหค้ ะแนนสาํ หรับ
คาํ ตอบทีคลา้ ยกนั หรอื ขอ้ ความทีใชแ้ ทนกนั ดว้ ยความเหมาะสม

) แบบตอบสนั (short-answer essay) ขอ้ สอบแบบตอบสนั
มีเจตนาใหผ้ ู้เขา้ สอบเสนอคาํ ตอบออกมา ซึงข้อสอบแบบตอบสันนี
ถูกเลือกใชใ้ นการเขียนขอ้ สอบแบบอัตนยั บ่อยครงั มากเพราะสามารถ
ถามได้ครอบคลุมและลึกกว่าข้อสอบแบบเติมคาํ ให้สมบูรณ์ แต่มี

16

ขอ้ จาํ กัดเรืองการตรวจใหค้ ะแนนโดยตอ้ งใหค้ วามสาํ คัญกับเกณฑ์
การใหค้ ะแนนทีชดั เจนเพอื ลดความคลาดเคลือนในการใหค้ ะแนน

. แบบตอบแบบอิสระหรือไม่จาํ กัดคาํ ตอบ (Unrestriced-
answer essay หรือ Extended-answer essay) เป็ นข้อสอบที มี
วัตถุประสงคใ์ นการตรวจสอบความเข้าใจทังหมดในเรืองทีเรียนรู้
โดยผูเ้ ขา้ สอบจะตอ้ งเขียนคาํ ตอบไดอ้ ย่างรวบรดั และชัดเจน ผูอ้ อก
ขอ้ สอบตอ้ งกาํ หนดรูปแบบคาํ ตอบ/ขอบเขตของการตอบเป็นเกณฑใ์ น
การใหค้ ะแนนอยา่ งชดั เจน จึงสามารถตรวจ ใหค้ ะแนนไดต้ รงกนั

. ขอ้ สอบอตั นยั ทีใชใ้ นการทดสอบในระดบั นานาชาติ (PISA)
จะมสี ถานการณท์ ใี ชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการตอบคาํ ถามใหแ้ ละมีคาํ ถามใหผ้ ู้
เขา้ สอบพิจารณา และนาํ เสนอคาํ ตอบใน แบบ ไดแ้ ก่

. แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบปิด มีลักษณะเป็นขอ้ สอบทีมีขอ้
คําถามแล้วให้ผู้เข้าสอบเขียนคําตอบทีเป็ นคําตอบถูกต้องทีมี
ลกั ษณะเฉพาะและชดั เจน เชน่

คาํ ถาม
บรษิ ทั ทีทาํ ขนมปังกรอบชอื บรษิ ัทอะไร

17

. แบบเขียนตอบสนั ๆ มลี กั ษณะเป็นขอ้ สอบทีมีขอ้ คาํ ถาม
และใหผ้ เู้ ขา้ สอบเขียนคาํ ตอบสนั ๆ ในทีวา่ งทีเตรียมไวใ้ นแบบทดสอบ
ซึงอาจเขียนคาํ ตอบเป็นตัวหนังสือ วาดภาพ และ/หรือเขียนตัวเลข
เชน่

คาํ ถาม
ลกั ษณะอย่างใดของภาพยนตร์ ทที าํ ใหค้ นในเมอื งมา

ซอนโดโกรธแคน้

. แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบอิสระมีลกั ษณะเป็นขอ้ สอบทีมีขอ้
คาํ ถามแลว้ ใหผ้ เู้ ขา้ สอบอธิบายคาํ ตอบหรือใหเ้ หตผุ ลประกอบคาํ ตอบ
ทีแสดงความเข้าใจทีมีต่อคาํ ถาม ผูเ้ ขา้ สอบควรเขียนคาํ ตอบในเสน้
บรรทัดทีกาํ หนดไว้ให้ จาํ นวนเส้นบรรทัดจะเป็นตัวบอกความยาว
อย่างครา่ ว ๆ ทีควรเขียนตอบ เชน่

คาํ ถาม
คาํ พดู ของนกั ข่าวคนนี เป็นการแปลความหมายกราฟ

อย่างสมเหตสุ มผลหรือไม่ พรอ้ มเขียนคาํ อธิบายสนบั สนนุ คาํ ตอบ

18

ดังนัน เมือพิจารณาลกั ษณะของขอ้ สอบทีใชท้ ดสอบในการ
ทดสอบทัวไปและการทดสอบในระดับนานาชาติมีความคล้ายคลึง
ซงึ สามารถสรุปไดด้ งั ตารางตอ่ ไปนี

ข้อสอบทใี ชใ้ นการทดสอบ ขอ้ สอบทใี ชใ้ นการทดสอบใน
โดยทวั ไป ระดับนานาชาติ (PISA)

. แบบจาํ กดั คาํ ตอบ . แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบปิด

. แบบเขียนตอบสนั ๆ

. แบบไม่จาํ กดั คาํ ตอบหรอื . แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบอสิ ระ

ตอบอย่างอสิ ระ

นอกจากนีการขอ้ สอบอตั นัยทีในการทดสอบระดับนานาชาติ
(PISA) ยงั มีลกั ษณะพิเศษเกียวกบั การกาํ หนดเกณฑก์ ารประเมิน คือ
มกี ารกาํ หนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนทีชดั เจน โดยเกณฑใ์ หค้ ะแนนแบ่ง
ไดเ้ ป็น ประเภทดงั นี

แบบให้คะแนนเป็น ค่า กล่าวคือ ตอบถูกได้ คะแนน
ตอบผิดได้ คะแนน ซึงจะกาํ หนดขอบเขตในการตอบของผูเ้ ขา้ สอบ
กรณีไดค้ ะแนนและไม่ไดค้ ะแนน เช่น

19

คาํ ถาม

บรษิ ทั ทีทาํ ขนมปังกรอบชอื บรษิ ทั อะไร

การใหค้ ะแนน
คะแนนเต็ม

รหสั : ระบชุ ือผูผ้ ลิตไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

 ไฟนฟ์ ้ดู ส์ หรอื บรษิ ัท ไฟนฟ์ ดู้ ส์ จาํ กดั

ไม่ไดค้ ะแนน

รหสั : ใหค้ าํ ตอบทีไม่เพยี งพอหรือกวา้ งเกนิ

 ผผู้ ลติ  ใครก็ไดบ้ างคน

 บริษัท

แสดงความเขา้ ใจเนอื เรอื งทีคลาดเคลือนหรอื ใหค้ าํ ตอบที

เป็นไปไมไ่ ดห้ รอื ไมเ่ กียวขอ้ ง
 ครีมมะนาว  ซุปเปอรม์ าเก็ต

 คนทาํ ขนมปัง

รหสั : ไม่ตอบ

ใหค้ ะแนนมากกว่า ค่า ซึงจะกาํ หนดขอบเขตในการตอบ
ของผเู้ ขา้ สอบทีไดค้ ะแนนในแตล่ ะระดบั เชน่

20

คาํ ถาม
ลกั ษณะอย่างใดของภาพยนตร์ ทีทีทาํ ใหค้ นในเมืองมา

ซอนโดโกรธแคน้
การใหค้ ะแนน
คะแนนเต็ม
รหสั : อา้ งถึง ความเป็นนิยายของภาพยนตร์ หรอื โดยเฉพาะตวั
นกั แสดงทีตายแลว้ จะปรากฎตวั ขึนมาใหม่อกี อาจคดั ลอก
ประโยคทสี ามจากเนือเรืองมาโดยตรง (“...เพราะว่าตวั ละครทีตาย
และถกู ฝังแลว้ ในเรืองหนงึ ซงึ พวกเขาไดเ้ ศรา้ โศกและเสียนาํ ตาไป
อยา่ งมาก กลบั มชี ีวติ ขึนมาและกลายเป็นชาวอาหรบั ในเรืองใหม่
...”) หรือในขอ้ ความสดุ ทา้ ย (“สิงทีมเี ป็นเพียงภาพในจนิ ตนาการ
เทา่ นนั ”)

 คนทีพวกเขาคิดว่าตายไปแลว้ กลบั มามชี ีวิตอีก
พวกเขาคิดว่าภาพยนตรเ์ ป็นเรอื งจรงิ แต่กลบั ไม่ใช่
 พวกเขาคิดว่าคนในภาพยนตรแ์ กลง้ ตาย และพวกเขา
ถกู หลอกเหมอื นคนโง่
ตวั ละครทีตายและถูกฝังแลว้ ในภาพยนตรเ์ รืองหนงึ
กลบั มีชวี ิตขึนมาอกี ในภาพยนตรเ์ รืองต่อมา

21

ไดค้ ะแนนบางสว่ น
รหสั : อา้ งถึง ความหลอกลวงหรอื เล่หเ์ หลียมหรือความคาดหวงั
ของผดู้ ทู ีถกู ทาํ ลายลง อาจอา้ งคาํ ว่า“สิงหลอกลวง” หรอื “เหยอื
ของธรุ กจิ หนงั เร”่ โดยตรง
ไมไ่ ดค้ ะแนน
รหสั : ใหค้ าํ ตอบทีไม่เพยี งพอหรือไมต่ รงประเด็น

 พวกเขาโกรธ บรูโน เครสปี
พวกเขาไม่ชอบภาพยนตรท์ นี าํ มาฉาย
พวกเขาตอ้ งการเงนิ คืน
พวกเขาคดิ ว่าพวกเขาตกเป็นเหยือ
พวกเขาเป็นคนรุนแรง
พวกเขาโง่
เพราะพวกเขาจา่ ยเงนิ สองเซ็นตาโวแตไ่ มไ่ ดส้ ิงที
ตอ้ งการ (คาํ ว่า “สิงทีตอ้ งการ” กวา้ งเกินไป)
หรือ แสดงถงึ ความไมเ่ ขา้ ใจ ในเนือหาทีอ่าน หรือใหค้ าํ ตอบทีไม่มี
เหตผุ ลหรือทีไม่เกียวขอ้ ง
พวกเขารูส้ กึ วา่ ไมค่ วรย่งุ กบั ปัญหาผูอ้ นื (ผดิ คนเรา
ตอ้ งการย่งุ กบั ปัญหาจรงิ ๆ ของคนอนื )
เป็นวิธีทีพวกเขาประทว้ งการเสียเงนิ โดยเปลา่
ประโยชน์

22

พวกเขาโกรธทีตอ้ งมาดคู นตายและถกู ฝัง (อา้ งประโยค
ทที าํ ใหค้ ิดว่า “พวกเขาไม่ชอบเห็นคนตายในภาพยนตร”์ เป็นการ
แปลความทีไมถ่ กู )
รหสั : ไมต่ อบ

ซึ ง เ มื อ พิ จ า ร ณ า ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ข้ อ ส อ บ ที ใ ช้ ท ด ส อ บ ใ น
การทดสอบทวั ไปและการทดสอบในระดบั นานาชาตมิ ีความคลา้ ยคลงึ
ซงึ สามารถสรุปไดด้ งั ตารางตอ่ ไปนี

ขอ้ สอบทใี ช้ในการทดสอบ ขอ้ สอบทใี ช้ในการทดสอบใน
โดยทวั ไป ระดับนานาชาติ (PISA)

. แบบจาํ กดั คาํ ตอบหรือตอบ . แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบปิด
สนั . แบบเขียนตอบสนั ๆ

. แบบไม่จาํ กดั คาํ ตอบหรือ . แบบสรา้ งคาํ ตอบแบบอิสระ
ตอบอยา่ งอสิ ระ

ดังนัน การเขียนข้อสอบแบบอัตนัย อาจสร้างได้ง่ายกว่า
ขอ้ สอบแบบเลือกตอบ (Multiple-choice) เพราะมีเพยี งขอ้ คาํ ถามไม่
ต้องมีตัวเลือกให้กับผู้เข้าสอบ ผู้เข้าสอบเป็ นผู้เขียนตอบเอง

23

แต่ขอ้ สอบลกั ษณะนีหากไม่มีเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนทีชดั เจน จะทาํ ให้
เกดิ ความคลาดเคลือนในการใหค้ ะแนนได้

อย่างไรก็ตามผูอ้ อกขอ้ สอบตอ้ งตรวจสอบคณุ ภาพของเกณฑ์
การใหค้ ะแนน โดยเกณฑ์การใหค้ ะแนนทีมีประสิทธิภาพจะทําให้
ผูต้ รวจขอ้ สอบใหค้ ะแนนจากการตรวจผลงานของผเู้ ขา้ สอบไดต้ รงกนั

การวิเคราะหม์ าตรฐานและตวั ชวี ัดในการสร้างแบบทดสอบ
อัตนัย

เพือทีจะประเมินการเรียนรู้ของผูเ้ รียนให้ถูกต้อง สามารถ
สะทอ้ นผลสมั ฤทธิของผูเ้ รียนตามผลการเรียนรูท้ ีตอ้ งการ จาํ เป็นตอ้ ง
เ ลื อ ก ใ ช้ข้อ ค ํา ถ า ม ใ ห ม่ ใ ห้เ ห ม า ะ ส ม ส ํา ห รับ ท ด ส อ บ โ ด ย ทั ว ไ ป
ขอ้ คาํ ถามแบบอัตนัย (เขียนตอบ) จะเหมาะกับการประเมินเพือดู
ความเขา้ ใจในเนือหาของผูเ้ รยี น และประเมินความสามารถในการให้
เหตุผลโดยใช้ความรู้ทีมีในวิชานันๆ ซึงมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชีวัดจะประกอบด้วยคาํ กริยาทีจะใหท้ ิศทางสาํ หรบั การเลือกใช้
วิธีการประเมิน บอกทิศทางการตอบสนองของผูเ้ รยี น เช่น สรา้ งสรรค์
อธิบาย จะบ่งบอกว่าผู้เรียนต้อง “สร้างคําตอบ” มากกว่า
“การเลอื กตอบ” ขณะที “การระบ”ุ บง่ ชใี หก้ ารเลอื กตอบ อยา่ งไรก็ตาม
มีคาํ กริยาบางคาํ เช่น “ตีความ” ทีอาจใชก้ ารประเมินแบบเขียนตอบ
หรือเลือกคาํ ตอบก็ได้ เนืองจากไม่บ่งบอกว่าจะใชร้ ูปแบบใด กรณีนี

24

ผู้ออกแบบเครืองมือทีจะ ใช้ใ น การประ เมินจําเป็ น ต้องตัด สิน ใจ ว่า
จะเลือกใชข้ อ้ คาํ ถามรูปแบบใดจึงจะเหมาะสม อาจตอ้ งพิจารณาว่ามี
ทักษะในการเขียนขอ้ คาํ ถามชนิดเลือกตอบเพียงใด มเี วลา/ทรพั ยากร
ในการตรวจใหค้ ะแนนเพยี งใด

กรณี มีทกั ษะในการเขียนขอ้ คาํ ถามแบบเลือกตอบนอ้ ย และ
มีเวลา/ทรพั ยากรในการตรวจใหค้ ะแนนเพียงพอ ควรเลือกขอ้ คาํ ถาม
แบบอตั นยั (เขยี นตอบ)

กรณี มีทกั ษะในการเขียนขอ้ คาํ ถามแบบเลือกตอบมาก และ
มีเวลา/ทรพั ยากรในการตรวจใหค้ ะแนนจาํ กัด ควรเลือกขอ้ คาํ ถาม
แบบปรนยั (เลอื กตอบ)

ทงั นี ในการวิเคราะหค์ าํ สาํ คญั ของแต่ละมาตรฐานการเรียนรู/้
ตวั ชีวดั ใหพ้ ิจารณาระดับพฤติกรรมการวัดของคาํ นันๆ จากบริบทที
เกียวขอ้ งดว้ ย

ความรู้เกยี วกับลักษณะพฤติกรรมของตัวชวี ดั (K-A-P)
สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน ไดก้ าํ หนด

กรอบการวิเคราะหเ์ ป็นแนวทางเชือมโยงและความสอดคลอ้ ง จากการ
วิเคราะห์ตัวชีวัดตามมาตรฐานการเรียนรูข้ องหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขันพืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เพือระบุสดั ส่วนพฤติกรรม
การเรียนรู้ทีเป็ นเป้าหมายการจัดการเรียนรู้แบบอิงมาตรฐาน

25

(Standard based learning) โดยบูรณาการทฤษฎีการเรียนรู้ตาม
ทฤษฎีของบลูม (Bloom’s Taxonomy,1956)และ Bloom’s Revised
Taxonomy,2001 แ อ น เ ด อ อ สั น แ ล ะ แ ค ร ธ โ ว ล ( Anderson
&Krathwolh,2001)

พฤติกรรมการเรียนรูท้ ีปรากฏในมาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชีวดั
แบ่งเป็น3 ดา้ น ไดแ้ ก่ดา้ นความรู้ (Knowledge: K) ดา้ นคุณลักษณะ
(Attribute: A) และดา้ นกระบวนการและทักษะ (Process and Skill:
P) ดงั นี

ด้านความรู้ (Knowledge: K) เป็นพฤตกิ รรมทางดา้ นความรู้
และสติปัญญาของมนุษยโ์ ดยผ่านกระบวนการทางสมอง ซึงความรู้
ดังกลา่ วประกอบดว้ ย ความรูท้ ีเป็นขอ้ เท็จจริง ความรูท้ ีเป็นความคิด
รวบยอด ความรูเ้ กียวกับวิธีและกระบวนการและความรูท้ ีเกียวกับ
ทักษะหรือกระบวนการความคิดของตนเอง (อภิปัญญา) โดยด้าน
ความรู้ส่วนใหญ่จะยึดตามทฤษฎีทางความรู้ของบลูม (Bloom
Taxonomy) ซงึ มลี าํ ดบั ขนั 6 ขนั ซงึ สามารถอธิบายไดด้ งั นี

) จาํ (Remembering) หมายถึง ความสามารถในการระลึก
ได้ แสดงรายการได้ บอกได้ ระบชุ ือได้ การบอกชือ การบอกตาํ แหน่ง
การใหส้ ญั ลกั ษณ์ ยกตวั อย่าง บอกความสมั พนั ธ์ การจดั กลมุ่ คดั เลอื ก
อธิบายใตร้ ูปภาพ เรียงลาํ ดบั จบั คู่ บนั ทกึ ขอ้ มลู

26

) เขา้ ใจ (Understanding) หมายถึง ความสามารถในการ
แปลความหมาย ยกตัวอย่าง สรุปอ้างอิง การเรียบเรียงใหม่
การจําแนกหมวดหมู่ สังเกต ทําเค้าโครงเรือง ให้คาํ จํากัดความ
แปลความหมาย ประมาณคา่

) ประยุกต์ใช้ (Applying) หมายถึง ความสามารถในการ
นําไปใช้ ประยุกต์ใช้ แก้ไขปัญหา ลงมือทํา แปลความหมาย
ใชภ้ าพประกอบ การคาํ นวณ เรียงลาํ ดบั การแกป้ ัญหา ประยุกตใ์ ช้
คาดคะเน

) วิเคราะห์ (Analyzing) หมายถึง ความสามารถในการ
เปรียบเทียบ อธิบายลกั ษณะ การจัดการทดลอง แยกกล่มุ คาํ นวณ
วพิ ากษว์ จิ ารณ์ ลาํ ดบั เรอื ง ทาํ แผนผงั หาความสมั พนั ธ์

) ประเมินค่า (Evaluating) หมายถึง ความสามารถในการ
ตรวจสอบ วิจารณ์ ตัดสิน ใหค้ ะแนน ประมาณค่า เปรียบเทียบผล
ตคี ่า สรุป แนะนาํ สบื คน้ ตดั สนิ ใจ คดั เลอื ก วดั

) คิดสรา้ งสรรค์ (Creating) หมายถึง ความสามารถในการ
ออกแบบ (Design) วางแผน ผลิตประดิษฐ์ พยากรณ์ ออกแบบ
ทาํ นาย สรา้ งสตู ร วางแผน จนิ ตนาการ ตดิ ตงั

27

ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute: A) หมายถึง ลกั ษณะทีตอ้ งการ
ใหเ้ กิดกบั ผูเ้ รียนอันเป็นคณุ ลกั ษณะทีสงั คมตอ้ งการในดา้ นคณุ ธรรม
จริยธรรม ค่านิยม จิตสาํ นึก สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมี
ความสุข ซึงคณุ ลกั ษณะทีดีคือให้ผูเ้ รียนเป็นคนดี คนเก่ง และคนมี
ความสขุ

คนดี คือ คนทีดาํ เนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีจิตใจทีดีงาม
มีคุณธรรมจริยธรรม มีคุณลักษณะทีพึงประสงคท์ ังด้านจิตใจและ
พฤติกรรมทีแสดงออก เช่น มีวินัย มีความเอือเฟื อเผือแผ่ มีเหตุผล
รูห้ นา้ ที ซือสตั ย์ พากเพียร ขยนั ประหยดั มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย
เคารพความคิดเห็นและสิทธิของผู้อืน มีความเสียสละ รักษา
สิงแวดลอ้ ม สามารถอย่รู ่วมกบั ผอู้ ืนไดอ้ ยา่ งสนั ตสิ ขุ

คนเก่งคือ คนทีมีสมรรถภาพสูงในการดําเนินชีวิต โดยมี
ความสามารถดา้ นใดดา้ นหนึงหรือรอบดา้ นหรือมีความสามารถพิเศษ
รอบด้าน เช่น มีภาวะผู้นํา รู้จักตนเอง ควบคุมตนเองได้ เป็นคน
ทนั สมยั ทนั เหตกุ ารณ์ ทนั โลก ทนั เทคโนโลยี มคี วามเป็นไทย สามารถ
พฒั นาตนเองไดอ้ ย่างเต็มศกั ยภาพ และทาํ ประโยชนใ์ หเ้ กิดแก่ตนเอง
สงั คม และประเทศชาตไิ ด้

คนมีความสขุ คอื คนทีมสี ขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตดี เป็นคน
ร่าเริงแจ่มใส ร่างกายแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง มีมนุษยสัมพันธ์ทีดี

28

มคี วามรกั ต่อทุกสรรพสิง มีความปลอดภยั จากอบายมขุ และสามารถ
ดาํ รงชีวติ ไดอ้ ย่างพอเพียงตามอตั ภาพ

ด้านกระบวนการและทักษะ (Process and Skill: P)
ไดจ้ าํ แนกดงั นี

ทักษะการสือสาร ไดแ้ ก่ทักษะการฟัง การพูด การอ่านและ
การเขยี น

ทกั ษะและกระบวนการทาํ งาน
ทักษะและกระบวนการคณิตศาสตร์ ไดแ้ ก่ ความสมารถใน
การแก้ปัญหา ความสารถในการให้เหตุผล ความสามารถในการ
สือสาร สือความหมายทางคณิตศาสตรแ์ ละนาํ เสนอ ความสามารถใน
การเชอื มโยงความรูแ้ ละการคดิ รเิ รมิ สรา้ งสรรค์ เป็นตน้
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไดแ้ ก่ ทกั ษะการกาํ หนดและ
ควบคมุ ตวั แปร ทกั ษะการคาํ นวณ ทกั ษะการจดั ทาํ และสือความหมาย
ขอ้ มลู ทักษะการจาํ แนกประเภท ทักษะการตังสมมติฐาน ทักษะการ
ตีความหมายข้อมูล ทักษะการทดลอง ทักษะการกําหนดนิยาม
เชิงปฏิบัติการ ทักษะการพยากรณ์ ทักษะการลงความเห็นข้อมูล
ทกั ษะการวดั ทกั ษะการสงั เกต ทกั ษะการหาความสมั พนั ธร์ ะหว่างมิติ
กบั มติ ิ

29

กระบวนการวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ ไดแ้ ก่การตงั ประเด็นที
จะศึกษาสืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู การวิเคราะหแ์ ละตีความขอ้ มลู ทาง
ประวตั ิศาสตรก์ ารคดั เลือกและประเมินขอ้ มูลการเรียบเรียงรายงาน
ขอ้ เทจ็ จรงิ ทางประวตั ศิ าสตรเ์ ป็นตน้

กระบวนการคิดแก้ปัญหา ได้แก่ ทําความเข้าใจปัญหา
วางแผนออกแบบแกป้ ัญหา ดาํ เนินการตามแผน สรุปและตรวจสอบ
การแกป้ ัญหา เป็นตน้

ทักษะการใชเ้ ทคโนโลยีไดแ้ ก่เขา้ ใจและใชร้ ะบบเทคโนโลยี
เลือกและใชโ้ ปรแกรมประยุกตอ์ ย่างเหมาะสม เรียนรูโ้ ปรแกรมใหม่ๆ
ผา่ นเทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์ เป็นตน้

ทกั ษะการปฏิบตั ิงาน ไดแ้ ก่ วเิ คราะหง์ าน วางแผนการทาํ งาน
ลงมอื ทาํ งาน ประเมินผลการทาํ งาน การทาํ งานเป็นทมี เป็นตน้

30

ตัวอย่างการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีวัดเพือ
การสรา้ งเครืองมอื วดั ผลสมั ฤทธทิ างการเรียนแบบอัตนัย

ในการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชีวัดเพือนาํ ไป
สร้างเครืองมือวัดผลสัมฤทธิทางการเรียนแบบอัตนัยตามแนว
การทดสอบระดบั นานาชาติ ดาํ เนินการ ดงั นี

ขันที 1 ระบุ คาํ สาํ คัญ (key word) หรอื พฤติกรรมทีนกั เรียน
แสดงออกจากตวั ชีวดั

รหัส ตัวชวี ดั คาํ สาํ คญั
ตัวชวี ดั
ว. อธิบายการเจริญเติบโตของ -อธิบายการ
ป/ มนษุ ย์ จากวยั แรกเกดิ จนถึงวยั เจรญิ เติบโตของ
ผใู้ หญ่ มนุษย์
ว. อธิบายการทาํ งานทีสมั พนั ธ์กนั -อธิบายการ
ป/ ของระบบย่อยอาหาร ระบบ ทาํ งานทสี มั พนั ธ์
หายใจและระบบหมนุ เวียนเลือด กนั
ว. ของมนุษย์
ป/ วเิ คราะหส์ ารอาหารและอภปิ ราย -วเิ คราะห์
ความจาํ เป็นทีรา่ งกายตอ้ งไดร้ บั สารอาหาร

31

รหสั ตวั ชวี ัด คาํ สาํ คญั
ตวั ชวี ดั
สาร อาหารในสดั สว่ นทเี หมาะสม -อภปิ รายความ
ค. กบั เพศและวยั จาํ เป็นที
ป/ เขยี นและอา่ นทศนิยมไม่เกนิ สาม -เขียนทศนิยม
ค. ตาํ แหนง่ -อา่ นทศนิยม
ป/ เปรยี บเทียบและเรียงลาํ ดบั -เปรยี บเทยี บ
เศษสว่ นและทศนิยมไม่เกนิ สาม เศษสว่ น/ทศนยิ ม
ค. ตาํ แหนง่ -เรียงลาํ ดบั
ป/ เศษสว่ น/ทศนยิ ม
เขยี นทศนยิ มในรูปเศษสว่ นและ -เขยี นทศนยิ มใน
ค. เขียนเศษสว่ นในรูปทศนิยม รูปเศษสว่ น
ป/ -เขียนเศษสว่ นใน
ค. อา่ นขอ้ มลู จากกราฟเสน้ และ รูปทศนิยม
ป/ แผนภมู ริ ูปวงกลม -อ่านขอ้ มลู จาก
ต. เขยี นแผนภมู แิ ทง่ เปรียบเทยี บ กราฟและแผนภมู ิ
ป/ และกราฟเสน้ - เขยี นแผนภมู ิ
ปฏิบตั ิตามคาํ สงั คาํ ขอรอ้ งและ
คาํ แนะนาํ ทีฟังและอา่ น -ปฏิบตั ิตาม

32

รหัส ตัวชวี ัด คาํ สาํ คญั
ตัวชวี ัด
ต. อา่ นออกเสียงขอ้ ความ นิทาน -อา่ นออกเสียง
ป/
และบทกลอนสนั ๆ ถูกตอ้ งตาม
ต.
ป/ หลกั การอ่าน

ต. เลอื ก/ระบปุ ระโยคหรือขอ้ ความ -เลอื ก/ระบุ
ป/
สนั ๆ ตรงตามภาพ สญั ลกั ษณ์ ประโยคหรือ
ท.
ป/ หรือเครืองหมายทอี า่ น ขอ้ ความ
ท.
ป/ บอกใจความสาํ คญั และตอบ -บอกใจความ
ท.
ป/ คาํ ถามจากการฟังและอา่ นบท สาํ คญั
สนทนา นทิ านงา่ ย ๆ และเรือง -ตอบคาํ ถาม

เล่า

อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบท -อา่ นออกเสียง

รอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง

อธิบายความหมายของคาํ -อธิบาย

ประโยคและขอ้ ความทเี ป็นโวหาร ความหมาย

อา่ นเรืองสนั ๆ อย่างหลากหลาย -อ่านเรืองสนั แลว้

โดยจบั เวลาแลว้ ถามเกียวกบั เรอื ง ถามเกียวกบั เรือง

ทอี า่ น ทอี ่าน

33

รหสั ตวั ชวี ดั คาํ สาํ คญั
ตวั ชวี ัด
ท. แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเห็นจาก -แยกขอ้ เทจ็ จรงิ
ป/
ท. เรืองทอี า่ น และขอ้ คิดเหน็
ป/
อธิบายการนาํ ความรูแ้ ละ -อธิบายการนาํ
ท.
ป/ ความคดิ จากเรืองทีอา่ นไป ความรูแ้ ละ
ท.
ป/ ตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาํ เนิน ความคดิ จากเรือง

ท. ชีวติ ทอี ่านไปตดั สินใจ
ป/
ท. แกป้ ัญหา
ป/
ส. อา่ นงานเขียนเชิงอธิบาย คาํ สงั -อ่านงานเขียน
ป/ ขอ้ แนะนาํ และปฏิบตั ติ าม -ปฏิบตั ิตาม

อธิบายความหมายของขอ้ มูลจาก -อธิบาย

การอา่ นแผนผงั แผนที แผนภูมิ ความหมายของ

และกราฟ ขอ้ มลู

อ่านหนงั สือตามความสนใจและ -อ่านหนงั สอื และ-

อธิบายคณุ ค่าทไี ดร้ บั อธิบายคณุ คา่

มมี ารยาทในการอ่าน -มมี ารยาทในการ

อ่าน

วิเคราะหค์ วามสาํ คญั ของ -วิเคราะห์

พระพทุ ธศาสนาในฐานะเป็น ความสาํ คญั

34

รหสั ตวั ชวี ดั คาํ สาํ คญั
ตวั ชวี ัด
ศาสนาประจาํ ชาติ หรอื -สรุปพทุ ธประวตั ิ
ส. ความสาํ คญั ของศาสนาทตี นนบั
ป/ ถือ -เหน็ คณุ ค่า
สรุปพทุ ธประวตั ติ งั แต่ปลงอายุ -ประพฤติตนตาม
ส. สงั ขารจนถึง แบบอยา่ ง
ป/ สงั เวชนยี สถานหรือประวตั ิ
ศาสดาทีตนนบั ถือตามทีกาํ หนด -วเิ คราะห์
ส. เห็นคณุ ค่าและประพฤติตนตาม ความสาํ คญั
ป/ แบบอย่างการดาํ เนนิ ชีวิต และ -เคารพพระ
ขอ้ คิดจากประวตั ิสาวก ชาดก รตั นตรยั
เรืองเล่า และ ศาสนิกชน ตวั อยา่ ง
ตามทกี าํ หนด
วเิ คราะหค์ วามสาํ คญั และเคารพ
พระรตั นตรยั ปฏิบตั ติ าม
ไตรสิกขาและหลกั ธรรมโอวาท
ในพระพทุ ธศาสนาหรือหลกั ธรรม
ของศาสนาทีตนนบั ถือตามที
กาํ หนด

35

รหัส ตวั ชวี ดั คาํ สาํ คญั
ตวั ชวี ัด
ชืนชมการทาํ ความดีของบุคคลใน -ปฏบิ ตั ิตาม
ส. ประเทศตามหลกั ศาสนาพรอ้ มทงั ไตรสกิ ขาและ
ป/ บอกแนวปฏิบตั ิในการดาํ เนินชวี ิต หลกั ธรรมโอวาท
-ชืนชมการทาํ
ความดี
-บอกแนวปฏิบตั ิ
ในการดาํ เนนิ ชวี ิต

ขันที พิจารณา คาํ สาํ คัญ (key word) หรือ พฤติกรรมที
นักเรียนแส ดงออก ตาม ตัวชีวัดว่าเป็ นพฤ ติ กรรมก ารเรีย นรู ้ใ น ด้า น
ความรู้ (K) ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) หรือ ดา้ นกระบวนการและทกั ษะ (P)

รหัส ประเภทพฤติกรรมการเรียนรู้
ตัวชวี ดั
คาํ สาํ คญั ความรู้ คณุ ลกั ษณะ ทกั ษะ

(K) (A) (P)

ว . อธิบายการ - -
ป / เจรญิ เตบิ โตของ

มนษุ ย์

36

รหสั ประเภทพฤตกิ รรมการเรียนรู้
ตวั ชวี ัด
ว. คาํ สาํ คัญ ความรู้ คณุ ลกั ษณะ ทักษะ
ป/ (K) (A) (P)
ว. อธิบายการทาํ งาน
ป/ ทสี มั พนั ธก์ นั - -
วเิ คราะห์
ค. สารอาหารและ - -
ป/ อภปิ รายความ
ค. จาํ เป็นทีรา่ งกาย - -
ป/ ตอ้ งไดร้ บั - -
สารอาหาร
ค. เขียนและอา่ น - -
ป/ ทศนิยม
เปรยี บเทียบและ
เรยี งลาํ ดบั
เศษสว่ นและ
ทศนิยม
เขยี นทศนิยมและ
เศษสว่ น

37

รหสั คาํ สาํ คัญ ประเภทพฤติกรรมการเรียนรู้
ตัวชวี ัด ความรู้ คณุ ลกั ษณะ ทักษะ

(K) (A) (P)

ค . อา่ นขอ้ มลู จากราฟ  - -

ป / และแผนภูมิ

ค . เขยี นแผนภมู แิ ท่ง  - -

ป / และกราฟเสน้

ต . ปฏบิ ตั ิตามคาํ สงั - -

ป / คาํ ขอรอ้ ง

คาํ แนะนาํ

ต . อา่ นออกเสียง - -
ป/

ต . เลอื ก/ระบปุ ระโยค  - -

ป / หรอื ขอ้ ความสนั ๆ

ต . บอกใจความ  - -

ป / สาํ คญั และตอบ

คาํ ถามจากการฟัง

และอ่าน

38

รหสั คาํ สาํ คัญ ประเภทพฤติกรรมการเรียนรู้
ตวั ชวี ดั ความรู้ คุณลกั ษณะ ทักษะ

(K) (A) (P)

ท . อา่ นออกเสียงบท - -

ป / รอ้ ยแกว้ และบท

รอ้ ยกรอง

ท . อธิบาย - -

ป / ความหมาย

ท . อ่านเรืองสนั แลว้  - 

ป / ถามเกียวกบั เรืองที
อา่ น

ท . แยกขอ้ เทจ็ จรงิ  - -

ป / และขอ้ คิดเหน็

ท . อธิบายการนาํ  - -

ป / ความรูแ้ ละ

ความคดิ จากเรือง

ทอี า่ นไปตดั สินใจ

แกป้ ัญหา

ท . อา่ นงานเขียนและ - -
ป / ปฏิบตั ิตาม

39

รหัส ประเภทพฤติกรรมการเรียนรู้
ตวั ชวี ัด
คาํ สาํ คญั ความรู้ คณุ ลกั ษณะ ทกั ษะ

(K) (A) (P)

ท . อธิบาย - -
ป / ความหมายของ
-
ขอ้ มลู
--
ท . อ่านหนงั สือและ
ป / อธิบายคณุ ค่า - -

ท . มมี ารยาทในการ - -
ป / อา่ น
- 
ส . วเิ คราะห์
ป / ความสาํ คญั -

ส . สรุปพทุ ธประวตั ิ
ป/

ส . เหน็ คณุ คา่ และ
ป / ประพฤติตนตาม

แบบอยา่ ง

ส . วเิ คราะห์
ป / ความสาํ คญั และ

เคารพพระ

40

รหัส คาํ สาํ คัญ ประเภทพฤติกรรมการเรียนรู้
ตวั ชวี ัด ความรู้ คุณลักษณะ ทักษะ

(K) (A) (P)

รตั นตรยั ปฏบิ ตั ิ

ตามไตรสกิ ขาและ

หลกั ธรรมโอวาท

ส . ชืนชมการทาํ ความ -  -

ป / ดีของบคุ คล และ

บอกแนวปฏิบตั ใิ น
การดาํ เนนิ ชวี ิต

ขนั ที เลอื กคาํ สาํ คญั (key word) หรอื พฤติกรรมทีนกั เรียน
แสดงออกมาจากตัวชีวัดในพฤติกรรมการเรียนรู้ ในดา้ นความรู้ (K)
แ ล้ว พิ จ า ร ณ า ว่ า ค ํา ส ํา คั ญ ดั ง ก ล่ า ว ส อ ด ค ล้อ ง กั บ ล ํา ดั บ ขั น ใ ด
ตามทฤษฎคี วามรูข้ องบลมู (Bloom’s Taxonomy)

41

รหสั คาํ สาํ คญั พฤติ
ตัวชวี ัด กรรม
อธิบายการเจรญิ เตบิ โต การ
ว. ของมนษุ ย์ เรียนรู้
ป/ อธิบายการทาํ งานที (K)
ว. สมั พนั ธก์ นั
ป/ วเิ คราะหส์ ารอาหาร ความรู้
ว. (K)
ป/
ความรู้
(K)

ความรู้
(K)

4

ลาํ ดับขันของพฤตกิ รรมตามทฤษฎี

ความรู้ของบลูม

จาํ เขา้ ประ วิ ประ คดิ
ใจ ยกุ ตใ์ ช้ เครา เมิน สร้าง
ะห์ คา่ สรรค์







42

รหสั คาํ สาํ คัญ พฤติ
ตัวชวี ัด กรรม
อภิปรายความจาํ เป็นที การ
ว. รา่ งกายตอ้ งไดร้ บั เรยี นรู้
ป/ สารอาหาร (K)
เขียนทศนิยม ความรู้
ค. (K)
ป/ อา่ นทศนิยม
ค. ความรู้
ป/ (K)
ความรู้
(K)

4

ลาํ ดับขันของพฤตกิ รรมตามทฤษฎี

ความรู้ของบลมู

จาํ เขา้ ประ วิ ประ คิด
ใจ ยุกตใ์ ช้ เครา เมิน สร้าง
ะห์ คา่ สรรค์






43


Click to View FlipBook Version