The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการเขียนข้อสอบอัตนัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Rachapoom Somsamai, 2022-04-18 01:48:23

แนวทางการเขียนข้อสอบอัตนัย

แนวทางการเขียนข้อสอบอัตนัย

คะแนน 5 4
ประเด็น

- เขยี นเรืองได้ สาํ คญั ของเรอื ง

สอดคลอ้ งกบั บทนาํ ของเรอื ง

ประเด็นทีโจทย์ - เขียนเรืองสว่ น
กาํ หนดตลอด ใหญ่ไดส้ อดคลอ

เรือง กบั ประเดน็ ที

- ย่อหนา้ สดุ ทา้ ย โจทยก์ าํ หนด

เสนอภาพสรุป - ย่อหนา้ สดุ ทา้ ย

รวมทีสาํ คญั ของ สอดคลอ้ งกับบท

เรือง นาํ และเนือเรือง

7

32 1

งใน ของเรืองไวใ้ นบท - ลกั ษณะการ

นาํ เขยี นไมใ่ ชก่ าร

น - เขียนเรืองซาํ ไป เชิญชวน
อ้ ง ซาํ มาและไม่จบ - ไม่มีขอ้ ความที

สมบูรณ์ แสดงการจบเรือง

- เขยี นเรืองเป็นไป - ประเด็นที

ย ตามโจทยท์ ี นาํ เสนอไม่ชดั เจน

ท กาํ หนดแต่มกี าร

ง เขียนออกนอก
ประเดน็ เป็นบาง

จดุ

78

คะแนน 5 4
ประเด็น

- เขียนประเด็นที

ตอ้ งการนาํ เสนอ

ไดช้ ดั เจน

.รายละเอยี ด - การเขียน - มกี ารเขียน
เนือหาสาระที รายละเอยี ดเพอื รายละเอยี ดเพอื

นาํ เสนอ ขยายความทุก ขยายความ

ประเด็นของเรอื ง ประเด็น

ดว้ ย สว่ นใหญ่ของเร

ขอ้ มลู ทถี กู ตอ้ ง ดว้ ยขอ้ มลู ที

และมคี วามสมดลุ สอดคลอ้ งกนั

7

321

- จบการเขยี น

เรืองดว้ ยประโยค

สนั ๆ

- มกี ารเขียน - มีการเขยี น - เขยี นขอ้ ความ
อ รายละเอยี ดเพอื รายละเอียดเพอื เป็นประเด็นๆโดย

ขยายใจความ ขยายใจความ ไม่มรี ายละเอียด

สาํ คญั และ สาํ คญั บาง ขยาย

รือง รายละเอยี ดมี ประเดน็ และมี - มกี ารเขียน

ใจความสมบรู ณ์ รายละเอยี ดนอ้ ย รายละเอยี ดใน

- รายละเอียดที หรือมีใจความไม่ บางประเด็นแตม่ ี
นาํ มาขยาย สมบรู ณ์ ความสบั สนวกวน

79

คะแนน 5 4
ประเด็น

- มีการใชค้ าํ หรือ - ปรมิ าณขอ้ มลู

วลีทนี า่ สนใจใน ใชข้ ยายแต่ละ

การเขียนขยาย ประเด็นไม่สมด
ความประเด็น กนั

สาํ คญั ของเรอื ง - มกี ารใชค้ าํ หรือ

- สาํ นวนการเขยี น วลที ดี ึงดดู ความ

มีความเหมาะสม สนใจผอู้ ่าน

กบั ชอื เรือง - สาํ นวนการเขีย

จดุ ม่งุ หมาย นา่ สนใจแต่ขาด
และผอู้ ่าน ความคงเสน้ คง

8

321

ลที ใจความสาํ คญั ยงั - เขียน - เนือหาสาระที

ขาดความลกึ ซงึ รายละเอียด เขยี นตาํ กวา่ หนงึ

ดลุ - ใชค้ าํ งา่ ยหรอื ทวั ๆไปไม่ตรง หนา้ กระดาษ
ซาํ ๆ ประเดน็ ทีกาํ หนด

อ - สาํ นวนการเขียน หรือเขียนซาํ ไปซาํ

ม ไม่เหมาะสมกบั มา

เรืองและผอู้ ่าน

ยน


วา

80

คะแนน 5 4
ประเด็น

.การจดั องค์ - การเรียบเรยี ง - การจดั เรยี ง

ประกอบของ สาระทีนาํ เสนอ เนือหาสาระแต่ล

เรืองทนี าํ เสนอ เหมาะสมและ ย่อหนา้ มีความ
ประเดน็ ทีนาํ เหมาะสมทงั ใน

เสนอมีความ ส่วนของบทนาํ

สมเหตสุ มผล เนือหาและ

- เรืองทเี ขยี นนาํ บทสรุป

เสนอบทนาํ - สาระทีนาํ เสน

เนือหาและ ส่วนใหญ่มคี วาม
บทสรุปอย่าง สมเหตสุ มผล

ชดั เจนและเสนอ

8

321

- การนาํ เสนอ - การนาํ เสนอ - การเรียบเรยี ง

ละ เรือง ราวมกี าร เนือหาแบง่ ย่อ เนือหาสบั สน

แบ่งย่อหนา้ หนา้ ไม่ หรือไมป่ รากฏ
น ไดเ้ หมาะสมแต่ เหมาะสม หลกั ฐานว่ามีการ

โครงสรา้ งของ - การนาํ เสนอ วางแผนกอ่ นการ

เรืองยงั ไม่ปรากฏ เรืองไม่ลนื ไหล เขยี นเรอื ง

ส่วนนาํ เนือหา ประเด็นทีนาํ เสนอ - การดาํ เนิน

นอ และสว่ นสรุป ในแตล่ ะตอนไม่ เรืองราวไม่จบ

ม อยา่ งชดั เจน เชือมโยงกนั อยา่ งสมบูรณต์ าม
- การเชือมโยง - การเรียงประโยค หลกั การเขียน

เรือง ราวในแต่ละ ยงั ไมม่ ี เรยี งความ

81

คะแนน 5 4
ประเด็น

ความคิดเป็น - สาระทีนาํ เสน

ลาํ ดบั สว่ นใหญ่มคี วาม

- ขอ้ ความในทกุ เชือมโยงระหว่า
ยอ่ หนา้ มีประโยค ประเด็น

ทเี ป็นใจความ - ขอ้ ความในแต

สาํ คญั และมกี าร ละยอ่ หนา้ สว่ น

สรุปในตอนทา้ ย ใหญ่มปี ระโยคท

ของย่อหนา้ เป็นใจความ

- นาํ เสนอ สาํ คญั
โครงสรา้ งของ - การเรยี บเรยี ง

ประโยคและ ประโยคและขอ้

8

32 1

นอ ยอ่ หนา้ สรา้ ง จดุ มงุ่ หมายที
ม ความสบั สนหรือ แนน่ อน
าง เสนอซาํ ๆ

- การเรียบเรยี ง
ต่ ประโยคไม่

สอดคลอ้ งกบั
ที ประโยคทเี ป็น

ใจความสาํ คญั


82

คะแนน 5 4
ประเด็น

สาํ นวนที ความในแต่ละย

หลากหลาย หนา้ มีความ

- การเรียบเรยี ง เหมาะ สมเขา้ ใจ
เรืองราวในแตล่ ะ งา่ ยแตย่ งั ใชซ้ าํ

ยอ่ หนา้ มกี ารรอ้ ย กนั หลายจุด

รดั ดี

.ความ - มีการวาง - มีการวาง

สอดคลอ้ ง โครงสรา้ งรูปแบบ โครงสรา้ งรูปแบ

และเชือมโยง การเขียนชดั เจน การเขียนชดั เจน

ของเรือง และใชร้ ูปแบบ และใชร้ ูปแบบ
การเขียน การเขยี น

8

321
ย่อ


าๆ

- มกี ารวาง - งานเขียนปรากฏ - เขยี นเรืองวกวน

บบ โครงสรา้ งรูปแบบ หลกั ฐานการใช้ สบั สนตลอดเรอื ง

น การเขียนชดั เจน รูปแบบการเขียน - ความเชือมโยง

และใชร้ ูปแบบ เรียงความเพอื ของเรืองขาดเป็น
การเขยี น เชิญชวน ตอนๆ

83

คะแนน 5 4
ประเด็น

เรียงความเพอื เรยี งความเพอื

เชิญชวน เชิญชวน

- เรืองทเี ขยี นมี - เรืองทเี ขียนมี
ความยาก ความยาก

เหมาะสมกบั เหมาะสมกบั

ระดบั ชนั ทเี รียน ระดบั ชนั ทเี รียน

- งานเขียนมกี าร - เรืองทเี ขยี นใช

ระบรุ ายละเอยี ด โครงสรา้ งทงี า่ ย

สาํ คญั มากและ และเหมาะสม
สมดลุ ชว่ ยให้ - งานทีเขยี นมีก

ผูอ้ า่ นเขา้ ใจ ระบุรายละเอยี ด

8

32 1

เรยี งความเพอื - เรืองทเี ขียนยงั มี

เชญิ ชวน ความสบั สนวกวน

- เรืองทเี ขยี นมี
ความยาก

เหมาะสมกบั

น ระดบั ชนั ทเี รียน

ช้ - ผอู้ ่าน

ย จาํ เป็นตอ้ งอาศยั

การนึกภาพ
การ เพมิ เติมเพือทาํ

ดที ความเขา้ ใจเรืองที

84

คะแนน 5 4
ประเด็น

เรืองราวอย่าง ชว่ ยใหผ้ อู้ ่าน

ชดั เจน เขา้ ใจเรอื งราวไ

- มกี ารเรียบเรียง
เรืองราวกลมกลืน

8

3 2 1

ผูเ้ ขียนนาํ เสนอ
ด้ เนืองจากมี

บางสว่ นเขยี นไม่
สมบรู ณ์

85

ตวั อยา่ ง เกณฑก์ ารประเมินในข้อสอบตามแนวทางการ
ทดสอบระดบั นานาชาติ (PISA)

สาํ หรับเกณฑ์การประเมินในการทดสอบระดับนานาชาติ
(PISA) แบง่ ไดเ้ ป็น ประเภท

. แบบใหค้ ะแนนเป็น ค่า กลา่ วคือ ตอบถกู ได้ คะแนน
ตอบผิดได้ คะแนน ซึงจะกาํ หนดขอบเขตในการตอบของผูเ้ ขา้ สอบ
กรณีไดค้ ะแนนและไมไ่ ดค้ ะแนน

. ใหค้ ะแนนมากกว่า ค่า ซงึ จะกาํ หนดขอบเขตในการตอบ
ของผูเ้ ขา้ สอบทีไดค้ ะแนนในแต่ละระดบั ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปนี

แบบที แบบใหค้ ะแนนเป็น ค่า
ขอ้ คาํ ถามขอ้ ความต่อไปนมี หี ลายคาํ ในขอ้ ความถกู ขีดเสน้ ใต้
ไว้
“นักดาราศาสตรท์ าํ นายว่าการมองจากดาวเนปจูน จะเห็น
การเคลือนผา่ นของดาวเสารผ์ า่ นดวงอาทิตย์ ในชว่ งปลายศตวรรษนี”
คาํ ทีขีดเสน้ ใต้ สามคาํ ใด ทีเป็นคาํ ทีมีประโยชนท์ ีสุด ในการ
คน้ หาข้อสนเทศจากอินเทอรเ์ น็ต หรือหอ้ งสมดุ เพือคน้ หาว่าจะเกิด
การเคลือนผ่านเมอื ใด

86

การใหค้ ะแนน
คะแนนเตม็
รหสั : คาํ ตอบประกอบดว้ ย การเคลือนผา่ นดาวเนปจูน และ
ดาวเสาร์
ไม่มคี ะแนน
รหัส : คาํ ตอบอืนๆ เช่น มี คาํ ได้แก่ การเคลือนทีผ่าน
ดาวเสาร์ ดวงอาทติ ย์ ดาวเนปจนู เป็นตน้
รหสั : ไมต่ อบ
แบบที แบบใหค้ ะแนนมากกวา่ ค่า

คาํ ถาม: ขอ้ สารสนเทศใดในตาราง ทีแสดงวา่ มา้ ในยคุ ปัจจบุ นั มี
ววิ ฒั นาการมาจากซากฟอสซลิ ทงั สามชนิดในตาราง จงอธิบาย
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
การใหค้ ะแนน

คะแนนเตม็
รหสั : คาํ ตอบทีอา้ งถึงการเปลียนแปลงของโครงสรา้ ง
ของโครงกระดกู ขา เช่น

87

 โครงกระดูกขาเหมือนกันมาก แต่มีการ
เปลียนแปลงทีละนอ้ ย

 นิวเท้า/กีบเทา้ มา้ เชือมโยงกันในช่วง ถึง
ลา้ นปีกอ่ น

 กีบเทา้ มา้ มกี ารเปลียนแปลง
 จาํ นวนนิวเทา้ ลดลง
คะแนนบางส่วน
รหัส : คาํ ตอบทีอ้างอิงการเปลียนแปลงของรูปร่าง
ทงั หมด เชน่
 พวกมันมีรูปร่างทีเหมือนกนั แลว้ เริมมีรูปร่างที
ใหญ่ขึน
 มา้ ตวั ใหญ่ขึน
รหสั : คาํ ตอบอนื ๆ
 ขาหลงั
 ขาของมา้ ยาวขึนในชว่ งเวลาทีผ่านมา
 พวกมนั ถกู เรียกว่า ฮปิ ปสุ
 เมอื เวลาผ่านไป มา้ สญู หายไปหลายลา้ นปี

88

การตรวจสอบคณุ ภาพของเครอื งมอื วดั ผลสมั ฤทธทิ างการเรียน
แบบอตั นัย

แบบทดสอบแบบอตั นยั (Essay) เป็นขอ้ สอบทีใหผ้ ูส้ อบเขียน
ตอบตามความคิดของตนเอง แมว้ ่าโดยทัวไปจะมีการนาํ ไปใชน้ ้อย
แต่ก็เป็นเครืองมือทีจาํ เป็นในการวดั ผล โดยเฉพาะในการวัดเกียวกับ
การสังเคราะห์ (Synthesis) ความสามารถในการอธิบายให้คนอืน
เขา้ ใจ และความสามารถในการบูรณาการความรู้ การวดั ในลักษณะ
เหล่านีข้อสอบแบบอัตนัยจะวัดได้ดีมาก เนืองจากการทีจะตอบ
ข้อสอบชนิดนีได้ต้องอาศัยความรอบรู้ ประสบการณ์ และ
ความสามารถในการบรู ณาการความรู้

การตรวจสอบคณุ ภาพของแบบทดสอบแบบอตั นยั มลี กั ษณะ
เช่นเดียวกบั แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิทางการเรียนชนิดอืน ๆ เช่น
แบบเลือกตอบ ถกู ผิด เติมคาํ จบั คู่ เป็นตน้ ซงึ มีคณุ ลกั ษณะสาํ คัญที
ตอ้ งตรวจสอบ ประกอบดว้ ย ความเทียงตรง (Validity) ความยากง่าย
(Difficulty) อาํ นาจจาํ แนก (Discrimination power) และความเชือมนั
(Reliability) ดงั รายละเอยี ดต่อไปนี

ความเทยี งตรง (Validity)
ความเทียงตรง เป็นคุณลักษณะของเครืองมือทีแสดงถึง

ความสามารถในการวดั ในสิงทีตอ้ งการวัดไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง แม่นยาํ วดั

89

ไดต้ รงตามสิงทีตอ้ งการวดั คุณสมบตั ิดา้ นความเทียงตรงถือเป็นหวั ใจ
ของการวัดและประเมินผล เครืองมือทีมีความเทียงตรงสูงนันทาํ ให้
ผลการวดั มคี วามหมาย ถกู ตอ้ งแน่นอน

ความเทียงตรงของเครืองมือวัดผลมีหลายประเภท แต่ความ
เทียงตรงทีตอ้ งตรวจสอบเป็นอบั ดับแรกคือความเทียงตรงเชิงเนือหา
(Content Validity) ซึงการหาค่าความเทียงตรงเชิงเนือหาของ
แบบทดสอบตามวิธีของโรวิแนลลี (Rovinelli) และแฮมเบิลตัน
(Hambleton) เรียกว่า ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับ
จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ เ ชิ ง พ ฤ ติ ก ร ร ม ( IOC: Index of item Objective
Congruence) (พวงรตั น์ ทวีรตั น.์ 2543: 137)

การหาค่า IOC ดําเนินการโดยให้ผู้เชียวชาญอย่างน้อย
จํานวน 3 คน ประเมินความสอดคล้องของข้อสอบแต่ละข้อกับ
จดุ ประสงคห์ รอื ตวั ชวี ดั และพิจารณาใหค้ ะแนนแต่ละขอ้ ดงั นี

ให้ +1 ถ้า แ น่ ใ จ ว่ า ข้อ คํา ถ า ม ห รื อ ข้อ ค ว า ม
สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคห์ รอื ตวั ชีวดั ทตี อ้ งการวดั

ให้ 0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อคําถามหรือข้อความ
สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคห์ รือตวั ชีวดั ทตี อ้ งการวดั

ให้ -1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคําถามหรือข้อความไม่
สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคห์ รอื ตวั ชีวดั ทตี อ้ งการวดั

90

ทงั นีอาจเตรียมแบบตรวจสอบความสอดคลอ้ งของขอ้ สอบกบั
จดุ ประสงค์ ดงั ตวั อยา่ ง

แบบตรวจสอบควา มสอด คล้องของข้อสอ บกับ
จุดประสงค์ (รายบุคคล)

คาํ ชีแจง โปรดพิจารณาขอ้ สอบแต่ละขอ้ ทีแนบมาใหว้ า่ วดั ไดต้ รงกบั
จดุ ประสงค/์ ตวั ชวี ดั หรือไม่ พรอ้ มทงั แสดงความคิดเห็นและ
ขอ้ เสนอแนะ โดยทาํ เครืองหมาย ลงในชอ่ งความคิดเห็น
ของผูเ้ ชียวชาญ ซงึ มีความหมายดงั นี
+1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคําถามหรือข้อความสอดคล้องกับ

จดุ ประสงคห์ รอื ตวั ชวี ดั ทตี อ้ งการวดั
0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อคําถามหรือข้อความสอดคล้องกับ

จดุ ประสงคห์ รือตวั ชวี ดั ทตี อ้ งการวดั
-1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคําถามหรือข้อความไม่สอดคล้องกับ

จดุ ประสงคห์ รอื ตวั ชวี ดั ทตี อ้ งการวดั

จดุ ประสงค/์ ขอ้ สอบ ความคดิ เหน็ ของ ขอ้ เสนอแนะ
ตวั ชวี ัด ขอ้ ที ผเู้ ชียวชาญ

+1 0 -1

91

จ า ก นั น นํา ค ะ แ น น ข อ ง ผู้ เ ชี ย ว ช า ญ ทุ ก ค น ที ป ร ะ เ มิ น ม า

คาํ นวณหาค่า IOC ตามสูตรแปลความหมายค่า IOC ทีคาํ นวณได้
แ ล ะ ก ร อ ก ล ง ใ น แ บ บ ส รุ ป ผ ล ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม ส อ ด ค ล ้อ ง ข อ ง

ขอ้ คาํ ถามกบั จดุ ประสงคด์ งั นี

สตู รคาํ นวณคา่ IOC R

IOC = N

เมอื IOC แทน ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งระหว่าง

ขอ้ สอบกับจดุ ประสงค์ (Index of item Objective Congruence)
R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของ

ผูเ้ ชยี วชาญทงั หมด

N แทน จาํ นวนผเู้ ชยี วชาญทงั หมด

92

เกณฑก์ ารแปลความหมายค่า IOC

IOC ≥ 0.5 แสดงวา่ ขอ้ คาํ ถามวดั ไดต้ รงตามเนือ
IOC < 0.5 แสดงว่า ขอ้ คาํ ถามวดั ไมต่ รงตามเนือ

ตวั อยา่ งแบบสรุปผลการตรวจสอบควา

จดุ ประสง ขอ้ สอบ คะแนนความคดิ เห
ค์ ข้อที ผเู้ ชียวชาญ

123

1.1 +1 +1 +1

1 1.2 0 +1 +1

1.3 +1 +1 -1

2 2.1 0 -1 -1

2.2 +1 -1 0

9

อหาและสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคท์ ีตอ้ งการวดั
อหาและไม่สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคท์ ีตอ้ งการวดั

ามสอดคล้องของขอ้ คาํ ถามกับจุดประสงค์

หน็ ของ รวม ค่า แปลผล
ญ IOC

45

0 +1 4 .80 ใชไ้ ด้

0 +1 3 .60 ใชไ้ ด้

+1 +1 3 .60 ใชไ้ ด้

-1 +1 -2 -.40 ใชไ้ ม่ได้

+1 -1 0 0 ใชไ้ มไ่ ด้

93

คา่ ความยากง่าย (Difficulty) และคา่ อาํ นาจจาํ แนก
(Discrimination Power)

การตรวจสอบคณุ ภาพขอ้ สอบดา้ นความยากงา่ ยและอาํ นาจ
จาํ แนกของขอ้ สอบแบบอตั นยั สามารถทาํ ไดโ้ ดยการประยกุ ตห์ ลกั การ
วิเคราะหข์ ้อสอบแบบเลือกตอบมาใช้ โดยการหาค่าสัดส่วนของ
คะแนนทีสอบไดใ้ นกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนแลว้ คาํ นวณค่าความยาก
ง่ายและอาํ นาจจาํ แนกตามหลักการวิเคราะหข์ อ้ สอบแบบเลือกตอบ
(ศิรชิ ยั กาญจนวาส,ี 2552:244)

ความยากง่ายของขอ้ สอบ (p) หมายถงึ สดั สว่ นของจาํ นวนคน
ทีตอบขอ้ สอบขอ้ นนั ถูก ซึงมีค่าตังแต่ 0–1 ถ้าขอ้ สอบขอ้ ใดมีคนตอบ
ถูกมาก p จะมีค่าสูง (เขา้ ใกล้ 1) แสดงว่าขอ้ นันง่าย ในทางตรงกัน
ขา้ มถา้ ขอ้ สอบขอ้ ใดมีคนตอบถูกนอ้ ย p จะมีค่าตาํ (เขา้ ใกล้ 0) แสดง
ว่าขอ้ นันยาก โดยทัวไปขอ้ สอบทีมีความยากง่ายพอเหมาะจะมีค่า p
ตงั แต่ 0.2 – 0.8

อาํ นาจจาํ แนก (r) หมายถึง ความสามารถของขอ้ สอบในการ
จําแนกความแตกต่างระหว่างผู้สอบทีมีผลสัมฤทธิทางการเรียน
ต่างกันออกจากกันได้ หรือผลต่างระหว่างสัดส่วนจาํ นวนตอบถูกใน
กลุ่มสูงกับสัดส่วนจํานวนตอบถูกในกลุ่มตํา อาํ นาจจาํ แนกของ
ขอ้ สอบจะมีค่าตงั แต่ -1 ถึง 1 แต่ขอ้ สอบทีมีอาํ นาจจาํ แนกเหมาะสม
ควรมีคา่ เป็นบวก และมีค่าตงั แต่ 0.2 เป็นตน้ ไป

94

การวิเคราะหค์ ่าความยากง่ายและอาํ นาจจาํ แนกของขอ้ สอบ
ตามหลักการดังกล่าวขา้ งตน้ สามารถกระทาํ ไดโ้ ดยการวิเคราะห์ผล
การตอบของผูส้ อบทุกคน (เทคนิค 50%) แต่ในกรณีมีผูส้ อบจาํ นวน
มาก เพือความสะดวกในการวิเคราะหส์ ามารถใชผ้ ลการตอบของผู่
สอบเพียงบางส่วนได้ เช่น ใชก้ ลุ่มสูงและกลุ่มตาํ เพียงกลุ่มละ 25%,
27% และ 30%

การวเิ คราะหค์ ่าความยากงา่ ยและอาํ นาจจาํ แนกของขอ้ สอบ
แบบอัตนยั ดาํ เนินการได้ดงั นี

ตรวจใหค้ ะแนนขอ้ สอบแตล่ ะขอ้ แลว้ รวมคะแนนทกุ ขอ้
เรียงกระดาษคาํ ตอบจากคะแนนสูงสดุ ลงมาหาตาํ สุด ถา้ ใช้
เทคนิค 25% ใหค้ ัดเอาเฉพาะผูท้ ีไดค้ ะแนนสงู สุด 25% ของทังหมด
เป็นกลุ่มสูง และผูท้ ีได้คะแนนตาํ สุด 25% ของทังหมดเป็นกลุ่มตาํ
กลุม่ ทีเหลือเป็นกล่มุ กลางมีจาํ นวน 50% ของทงั หมด ไม่นาํ มาใชใ้ น
การวิเคราะห์
บนั ทึกคะแนนของแต่ละคนในแต่ละขอ้ ลงในตาราง โดยแยก
ตามกลุ่ม จากนันใหร้ วมคะแนนแต่ละขอ้ ของแต่ละกล่มุ ทังนีอาจใช้
แ บ บ ฟ อ ร์ม ดั ง ตั ว อ ย่ า ง ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้ อ ส อ บ แ บ บ อั ต นั ย วิ ช า
คณิตศาสตร์ ชนั ประถมศกึ ษาปีที 6 ดงั นี

95

ตวั อยา่ ง ตารางการวเิ คราะหข์ อ้ สอบแบบอตั น

กลมุ่ ผู้สอบ 1
กลมุ่ สงู 19
28
กลุ่มตาํ 38
ผลการวิเคราะหร์ วม 48
รวม 33
15
25
34
42

รวม 16

p .61
r .42
สรุป ใช้ได9้

นยั วชิ าคณติ ศาสตร์ ชนั ประถมศกึ ษาปี ที 6

ขอ้ สอบข้อที 5 รวม
234

8 7 8 10 42
8 6 7 10 38
7 6 7 9 37
7 6 6 9 36

30 25 28 38

5 5 7 5 27
5 3 8 4 25
6 3 6 3 22
3 2 7 2 16

19 13 28 14

.61 .47 .70 .65

.27 .30 .00 .60
96 ใช้ได้
ใชไ้ ด้ ใชไ้ ม่ได้ ใชไ้ ด้

จากตารางจะเหน็ ว่าขอ้ สอบวิชาคณิตศาสตรม์ จี าํ นวนทงั หมด
5 ขอ้ คะแนนเต็ม ขอ้ ละ 10 คะแนน นักเรียนทีสอบมีจาํ นวนทังหมด
16 คน จึงมีกลุ่มสงู และกลมุ่ ตาํ กล่มุ ละ 4 คน ซึงเท่ากบั 25% ของ 16
คน

ผูท้ ีไดค้ ะแนนสงู สุดทาํ ได้ 42 คะแนน ตอบขอ้ 1 ถึง ขอ้ 5 ได้
คะแนนตามลาํ ดบั ดงั นี 9, 8, 7, 8, 10

ผูท้ ีไดค้ ะแนนตาํ สุดทาํ ได้ 16 คะแนน ตอบขอ้ 1 ถึงขอ้ 5 ได้
คะแนนตามลาํ ดับดังนี 2, 3, 2, 7, 2 ขอ้ 1 มีกล่มุ สงู ทาํ ไดค้ ะแนนรวม
ทงั หมด 33 คะแนน กลมุ่ ตาํ ทาํ ได้ 16 คะแนน

คาํ นวณค่าความยากงา่ ยและอาํ นาจจาํ แนก โดยใชส้ ตู รดงั นี

ค่าความยากง่ายหาจากสตู ร

H L

p = 2NM

ค่าอาํ นาจจาํ แนกหาจากสูตร

H  L

r = NM

97

เมอื p แทน ค่าความยาก

r แทน คา่ อาํ นาจจาํ แนก

H แทน ผลรวมของคะแนนกลมุ่ สงู

L แทน ผลรวมของคะแนนกลมุ่ ตาํ

N แทน จาํ นวนคนในแต่ละกลมุ่

M แทน คะแนนเตม็ ของขอ้ สอบขอ้ นนั

หรืออาจเขียนสตู รในรูปขอ้ ความไดด้ งั นี

คา่ ความยาก = ผลรวมของคะแนนกลมุ่ สงู + ผลรวมของคะแนนกล่มุ ตาํ
จาํ นวนคนทงั สองกล่มุ × คะแนนเต็มของขอ้ สอบขอ้ นนั

ค่าอาํ นาจจาํ แนก = ผลรวมของคะแนนกล่มุ สงู - ผลรวมของคะแนนกลมุ่ ตาํ
จาํ นวนคนในแต่ละกล่มุ × คะแนนเต็มของขอ้ สอบขอ้ นนั

ตวั อย่าง การหาคา่ ความยาก (p) ของขอ้ 1

33  16  49  .61
8 x 10 80

98

ตวั อย่าง การหาคา่ อาํ นาจจาํ แนก (r) ของขอ้ 1

33  16  17  .42
4 x 10 40

นาํ ค่าความยากและค่าอาํ นาจจาํ แนกทีคาํ นวณไดบ้ ันทึกลง
ในตาราง และสรุปคณุ ภาพขอ้ สอบขอ้ นนั ว่าใชไ้ ดห้ รือไม่ โดยขอ้ สอบที
ใชไ้ ดต้ อ้ งมีค่าทเี หมาะสมทงั คา่ ความยากงา่ ยและอาํ นาจ จากตวั อย่าง
วิเคราะหข์ อ้ สอบแบบอตั นยั ดังกลา่ วขา้ งตน้ แสดงว่าขอ้ 1, 2, 3, และ
5 มีคุณภาพเหมาะสม สว่ นขอ้ 4 ถึงแมว้ ่าค่าความยากจะใชไ้ ด้ แต่ไม่
มอี าํ นาจจาํ แนก จงึ เป็นขอ้ ทใี ชไ้ มไ่ ด้

ความเชอื มัน (Reliability)
ความเชือมันเป็ นคุณลักษณะของเครืองมือทีแสดงว่า

เครอื งมอื นนั วดั สิงทีตอ้ งการวดั ไม่วา่ จะวดั กีครงั หรือวดั ในสภาพการณ์
ทแี ตกต่างกนั ก็ยงั คงไดผ้ ลการวดั คงเดมิ

การตรวจสอบคณุ ภาพเครืองมอื ดา้ นความเชือมนั กระทาํ โดย
การคาํ นวณสมั ประสิทธิสหสมั พนั ธค์ วามเชือมนั ค่าทีคาํ นวณไดจ้ ะมี
คา่ ตงั แต่ -1 ถงึ +1 คา่ ความเชือมนั ทีเหมาะสมควรมีค่าเป็นบวกและมี
ค่าสูง โดยแบบทดสอบทีครูสรา้ งขึนเพือใชใ้ นชันเรียนนันควรมีค่า

99

สัมประสิทธิความเชือมันตังแต่ 0.60 ขึนไป (เยาวดี วิบูลย์ศรี,
2539:102)

วิธีการคาํ นวณค่าสมั ประสิทธิความเชือมนั มีหลายวิธี สาํ หรบั
วิธีทีเหมาะสมสาํ หรบั แบบทดสอบแบบอัตนัย คือ วิธีหาค่าแอลฟา
ของครอนบคั (Cronbach’ s alpha) ซงึ มสี ตู รคาํ นวณในการประมาณ

คา่  จากกลมุ่ ตวั อย่างดงั นี (ศริ ชิ ยั กาญจนวาสี, 2552:71)

k 1  s 2 
 i 
s2
 = k 1 x

เมอื  แทน สมั ประสทิ ธิความเชือมนั ของ

แบบทดสอบ

k แทน จาํ นวนขอ้ คาํ ถาม

si2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนขอ้ ที i

s 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม x
x

s2  x  x 2
i
โดย n

เมอื n คือ จาํ นวนผสู้ อบ

100

ตวั อย่าง แสดงคะแนนจากการคาํ นวณคา่ สมั ประสิทธิแอลฟา

ผสู้ อบ 1 ข้อคาํ ถาม 5 คะแนนรวม
2 34

1 6 8 917 31

2 8 8 824 30

3 0 3 613 13

4 2 1 102 6

รวม 16 20 24 4 16 80

คา่ เฉลยี 4 5 6 1 4 20

ขนั ตอนการคาํ นวณ

s 2 k=5
x  x  x 2

=n
=

(31  20)2  (30  20)2  (13  20)2  (6  20)2

= 116.5 4

101

s12 =  x  x 2

n

(64)2 (84)2 (04)2 (24)2

=4

s2 = 10
2
= 9.5
s2 9.5
3 =

s2 = 0.5
4 3.5

s2 =
5

 s2 = 10 + 9.5 + 9.5 + 0.5 + 3.5 =
i

33.0

แทนคา่ ในสตู ร

 = 5 5 1  13136.0.5
1

= 0.90
102

เนืองดว้ ยการใหค้ ะแนนในขอ้ สอบตามแนวการทดสอบระดับ
นานาชาติมีการตดั สินผลการวดั ตามความเหน็ ของผูป้ ระเมินเป็นหลกั
ความถูกตอ้ งและความน่าเชือถือของการวัดจึงขึนกับผูป้ ระเมินเป็น
หลัก ในการตรวจขอ้ สอบอัตนัยจึงกาํ หนดเกณฑก์ ารให้คะแนนทีมี
ความชัดเจน เป็นมาตรฐานและเป็นทียอมรบั เนืองจากผลงานของ
ผูเ้ รียนจะแสดงออกมาในรูปของงานเขียน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนนิยม
ใช้เกณฑแ์ บบรูบริกส์ (scoring rubrics) การตรวจสอบความคงเสน้
คงวาของการวัดจึงเป็นการตรวจสอบความคงทีของการใหค้ ะแนน
ตามเกณฑ์

ดงั นนั การตรวจสอบความคงทีของการวดั จึงสะทอ้ นคณุ ภาพ
ของเกณฑ์การให้คะแนนไปด้วย การตรวจสอบความคงทีของผล
การวดั ในขอ้ สอบอัตนยั จงึ นิยมวัดความสอดคลอ้ งของการใหค้ ะแนน
ของผูป้ ระเมิน เป็นหลกั ซงึ มีทงั การตรวจสอบความสอดคลอ้ งระหวา่ ง
ผูป้ ระเมิน (inter-rater reliability) หรือภายในผูป้ ระเมิน (intra-rater
reliability) โดยในเอกสารฉบบั นี นาํ เสนอผลการตรวจสอบคณุ ภาพ
ของเกณฑ์การให้คะแนนประเภทการตรวจสอบความสอดคล้อง
ร ะ ห ว่ า ง ผู้ป ร ะ เ มิ น โ ด ย ใ ช้ดั ช นี ค ว า ม ส อ ด ค ล้ อ ง ข อ ง เ ค น ด อ ล ล์
(Kendall’s coefficient of concordance: W) ซึงเป็ นดัชนีทีแสดง
ความสอดคลอ้ งหรือความคงทีของการใหค้ ะแนน โดยผูป้ ระเมินคน
เดียวกันทําการประเมิน ตัดสิน หรือใหค้ ะแนนเป้าหมายทีต้องการ

103

ประเมินซาํ ในเวลาทีแตกต่างกัน จาํ นวนครังอาจใช้ ครัง หรือ
มากกว่า นาํ ผลทีไดม้ าคาํ นวณหาความคงทีหรือความสอดคลอ้ งเพือ
ใชเ้ ป็นดชั นขี องความเทียงแบบ Intra-rater Reliability

--------------------------------------
เรียนเชิญเพอื นครูเขา้ เยยี มชมช่อง Youtube ของผมไดท้ ี

104

บรรณานุกรม

กนกทิพย์ พฒั นาพวั พนั ธ.์ ( ) . สถิติอา้ งองิ เพือการวจิ ยั ทาง
การศึกษา. เชยี งใหม่ : ภาควชิ าประเมนิ ผลและวจิ ยั
การศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาเชียงใหม่.

กนกทิพย์ พฒั นาพวั พนั ธ.์ ( ). สถติ ิเบืองต้นทางการศกึ ษา.
เชียงใหม่ : ภาควิชาประเมินผลและวิจัยการศึกษา คณะ
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาเชียงใหม.่

เกียรติสดุ า ศรีสขุ . ( ) . ระเบยี บวธิ วี ิจัย . ภาควิชาประเมินผล
และวจิ ยั การศึกษา คณะศกึ ษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม.่

เกียรตสิ ดุ า ศรสี ขุ . ( ) . ระเบียบวิธีวิจัย . ภาควิชาประเมนิ ผล
แ ล ะ วิ จั ย ก า ร ศึ ก ษ า ค ณ ะ ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร์
มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่.

โกวิท ประวาลพฤกษ์ . ( ) . เครืองมือวัดด้านจิตพิสัย. เอกสาร
การสอนชุดวิชาสถิติ วิจัย และการประเมินผลการศึกษา
หนว่ ยที - . มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช.

105

โกวิท ประวาลพฤกษ์ . ( ) . สถิติวิจัยและการประเมินผล
การศึกษา อุษาวดี จันทรสนธิ (บรรณาธิการ). การวัดและ
ประเมินการศึกษา. (หน้า - ). กรุงเทพ : โรงพิมพ์
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช.

ชวาล แพรัตกุล . ( ) . เทคนิคการวัดผล . กรุงเทพฯ : วัฒนา
พานชิ .

ชวาล แพรตั นกุล . ( ) . เทคนิคการเขียนข้อสอบ. กรุงเทพฯ :
โรงพมิ พพ์ ทิ กั ษอ์ กั ษร.

ชัยพฤกษ์ เสรีรกั ษ์ . ( ) . คู่มือการประเมินผลโดยใช้แฟ้ม
สะสมผลงานดีเด่น . กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาคุณภาพ
วิชาการ (พว.).

ชาญชัย ยมดิษฐ์ . (2548) . เทคนิคและวิธีสอนร่วมสมัย.กรุงเทพ :
หลกั พิมพ.์

ชาญวิทย์ เทียมบุญประเสริฐ . ( , ก.ย.-ธ.ค.) . การประเมินผล
ด้วยแฟ้มสะสมงาน . วารสารการวดั ผลการศกึ ษา ( ) ,
61-82.

ดร. ส.วาสนาประวาลพฤกษ์ . (2553) .การสร้างเกณฑก์ ารประเมนิ
Rubric Sampler ขอ ง Relearning by Design, Inc.สํานัก
ทดสอบทางการศึกษาสาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั
พนื ฐานกระทรวงศึกษาธิการ.

106

ต่าย เซียงฉี . ( ). หลักการวัดผลและประเมินผลการศึกษา .
เชียงใหม่ : คณะศกึ ษาศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั เชยี งใหม.่

ต่าย เซียงฉี และ ดรุณ หาญตระกูล . ( ) . คู่มือ : การวัดและ
ประเมินผลการศึกษา .เชียงใหม่ : กองบริการการศึกษา
สาํ นกั งานอธิบดี มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่.

เตือนใจ เกตุษา . (2532) . การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ.
กรุงเทพ : มหาวิทยาลยั รามคาํ แหง.

ทิวตั ถ์ มณีโชต.ิ (2549). การวัดและการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตาม
หลกั สูตรการศกึ ษาขนั พนื ฐาน. กรุงเทพ :เกรท เอด็ ดเู คชนั .

นิโลบล นิมกิงรตั น์ . ( ) . การวัดผลการศึกษา แบบอิงกลุ่ม-
แ บ บ อิ ง เ ก ณ ฑ์ . เ ชีย ง ใ ห ม่ : ค ณ ะ ศึก ษ า ศ า ส ต ร์
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม.่

นิโลบล นิมกิงรัตน์ .( ). การตรวจสอบความเทียงตรง :
การวิเคราะห์งานภาคปฏิบัติ. คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ (เอกสารโรเนียวอดั สาํ เนา).

บุญใจ ศรีสถิตนรากรู . ( ) . การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพ
เครืองมือวิจัย คุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยา . โรงพิมพ์
แหง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

บุญชม ศรีสะอาด . ( ) . วิจัยทางการวัดผลและประเมินผล .
กรุงเทพฯ : สวุ รี ะยาสาสน์ .

107

บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์.( ) การทดสอบแบบอิงเกณฑ์ :
แนวคิดและวธิ กี ารกรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร.์

บุญธรรม กิจปรีดาบริสทุ ธิ . ( ) . เทคนิคการสร้างเครืองมือ
รวบรวมข้อมูลสําหรับการวิจัย . คณะสงั คมศาสตรแ์ ละ
มนษุ ยศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล นครปฐม.

บุญสง่ นิลแกว้ . ( ) . การวัดผลทางจิตวิทยา . กรุงเทพฯ : โรง
พิมพแ์ พร่วทิ ยา.

บูรชัย ศิริมหาสาคร . ( ) . การสร้างและการใช้แฟ้มสะสม
ผลงาน มติ ิใหม่ทางการศึกษา.นนทบุรี : บริษัทไทยรม่ เกลา้
จาํ กดั .

ปริยา นิลแก้ว. ( ) . การป ระเ มินผ ลแ ละกา ร ส ร้ า ง
แบบทดสอบ. เชยี งใหม่ : โรงพมิ พก์ ลางเวียง.

เผียน ไชยศร . (ม.ป.ป.) . การทดสอบ การวัดและประเมินผล.
ภาควิชาประเมินผลและวิจัยการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลยั เชยี งใหม.่ (เอกสารอดั สาํ เนา).

เผียน ไชยศร . ( ) . การทดสอบ การวัดและประเมินผล .
เชียงใหม่ : ภาควิชาประเมินผลและวิจัยการศึกษา คณะ
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่. (เอกสารอดั สาํ เนา).

108

เผียน ไชยศร. ( ) . เอกสารประการสอนวิชาการวัดเชาวน์
ปั ญญาและความถนัดภาควิชาประเมินผลและวิจัย
การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
(เอกสารอดั สาํ เนา).

พิมพา สวุ รรณฤทธิ . (2542) . การสร้างเครืองมือวัดผลการเรียน.
กาญจนบุรี : สถาบนั ราชภฏั กาญจนบรุ .ี

ภัทรา นิคมานนท์. ( ) . การประเมินผลการเรียน. กรุงเทพ:
อกั ษรพิพฒั น์ จาํ กดั พิมพค์ รงั ที .

เยาวดี วิบูลยศ์ รี . (2545) . การวดั และการสร้างแบบสอบสัมฤทธิ.
พมิ พค์ รงั ที 3. กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

ฤตินนั ท์ สมทุ รท์ ยั . (2545) . เอกสารประกอบการสอน กระบวน
วิชา 055400 (การวัดและประเมินผลการศกึ ษาเบอื งต้น)
. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.

ลว้ น และอังคณา สายยศ . ( ) . เทคนิคการสร้างและสอบ
ขอ้ สอบความถนัดทางการเรยี น. กรุงเทพ ฯ : สวุ ีรยิ าสาสน์ .

ลว้ น สายยศ . (ม.ป.ป.) . เทคนิคการวัดจติ พิสัย. (ฉบบั ยอ่ ) (เอกสาร
โรเนียวอดั สาํ เนา). ม.ป.ท.

ศกั ด์ สนุ ทรเสณี . ( ) . เจตคต.ิ กรุงเทพ : โรงพิมพร์ ุง่ วฒั นา.

109

ศิรชิ ยั กาญจนวาสี. ( ). การประเมินการเรียนรู้ : ข้อเสนอแนะ
เชิงนโยบาย.กรุงเทพฯ : สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษา
แหง่ ชาติ สาํ นกั นายกรฐั มนตรี.

สมบูรณ์ ชิตพงศ์ . ( ) . การวัดด้านจิตพิสัย. เอกสาร
ประกอบการปฐมนิเทศอาจารยใ์ หม่ ประจาํ ปีการศึกษา
งานพัฒนาคณาจารย์. เชียงใหม่ : กองบริการการศึกษา
สาํ นกั งานอธิการบดี มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่

สมบรู ณ์ ชติ พงศ์ และสนุ นั ท์ ศลโกสมุ . ( ). เอกสารประกอบการ
ปฐมนิเทศอาจารย์ใหม่ ประจําปี การศึกษา .
เชียงใหม่ : กองบริการการศึกษา สํานักงานอธิการบดี
มหาวิทยาลยั เชียงใหม่.

สมบรู ณ์ ชติ พงศ.์ ( ). สถติ วิ จิ ยั และการประเมนิ ผลการศกึ ษา อษุ า
วดี จันทรสนธิ(บรรณาธิการ), การวัดและประเมิน
การศึก ษา (หน้า – ). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช.

สมบูรณ์ ตันยะ . (2545) .การประเมินทางการศึกษา.กรุงเทพ :
สวุ รี ยิ าสาสน์ .

สวรรค์ อ่อนนาค . ( ) . เอกสารประการสอนวิชา การวัดและ
ประเมินผลการศึกษาเบืองต้น. ภาควิชาประเมินผลและ
วจิ ยั การศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.

110

สาํ นักทดสอบทางการศึกษา สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั
พืนฐาน . (2553) . ชุดฝึ กอบรมหลักสูตรการพัฒนา
ศักยภาพในการสร้างข้อสอบแบบอัตนัยหรือเขียนตอบ
(ฉบบั ปรับปรุง ).โรงพิมพช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่ง
ประเทศไทยจาํ กดั .

สาํ นักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สาํ นักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขันพืนฐาน . (2553) . ชุดฝึ กอบรมการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน
พืนฐ านพุ ทธ ศั ก ราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทยจาํ กดั .

สาํ นกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา . (2553) . แนวปฏิบตั กิ ารวัด
แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก า ร เ รี ย น รู้ ต า ม ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง
การศกึ ษาขันพนื ฐาน พ.ศ.2551 . กรุงเทพ : โรงพมิ พช์ มุ นมุ
สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย.

สธุ รรม์ จนั ทรห์ อม . ( ) . หลกั การวดั และประเมนิ ผลการศึกษา
. เชยี งใหม่ : คณะศึกษาศาสตรม์ หาวิทยาลยั เชียงใหม่.

อรรณพ คณุ พนั ธ์ . (ม.ป.ป.). เอกสารประการสอนวชิ า การวดั และ
ประเมินผลการศึกษาเบืองต้น. ภาควิชาประเมินผลและ
วิจยั การศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.

111



ร่วมพัฒนา
การคิดวิเคราะห์

ของนักเรียน
ด้วยข้อสอบอัตนัย


Click to View FlipBook Version