The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือพรรณไม้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rattanachat9644, 2021-11-10 22:04:32

หนังสือพรรณไม้

หนังสือพรรณไม้

หนังสอื พรรณไม้เล่มนี้ นักศกึ ษาชัน้ ปี ท2่ี สถาบนั เทคโนโลยี
พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วทิ ยาเขตชุมพร เขตรอุดม
ศักดิ์ ได้จัดทาขนึ้ เพอื่ ศกึ ษา เพมิ่ พนู หาความรู้ทางด้านพรรณไม้ชนิด
ตา่ งๆ และเพอ่ื เป็ นความรู้ใหแ้ ก่นักเรียน นักศกึ ทต่ี ้องการทจี่ ะศกึ ษา
ในเร่ืองนีด้ ว้ ย

หวังว่าหนังสอื เล่มนีจ้ ะเป็ นประโยชนแ์ ก่นักเรียน นักศกึ ษา
และผู้ทส่ี นใจไดเ้ ป็ นอยา่ งดี และขออภัยหากผดิ พลาดประกาณใดไว้
ณ ทน่ี ี้

ผู้จัดทา
นายทักษด์ นัย แสงแดง
นายรัตนชาติ มเี จ้ย
นางสาวสุภาภรณ์ คงทอง

ไม้ยนื ตน้



ประโยชนม์ ะคา่ โมง
1. ไมม้ ะคา่ โมงเป็นไมเ้ นือ้ แขง็ เนือ้ ไมม้ ีลวดลายสวยงาม เนือ้ ไมส้ นี า้ ตาลอม
แดง นยิ มใชแ้ ปรรูปเป็นไมแ้ ผ่นปพู ืน้ ไมว้ งกบ เสาบา้ น และไมช้ ายคาสาหรบั
ก่อสรา้ งบา้ น และเฟอรน์ ิเจอรต์ า่ งๆ
2. เปลอื กมะคา่ โมงมีนา้ ฝาด นิยมใชส้ าหรบั ฟอกหนงั
3. ฝักออ่ นนาเนือ้ เมลด็ มาตม้ รบั ประทาน ทงั้ รบั ประทานเป็นของคบเคยี้ ว
และรบั ประทานคกู่ บั อาหารอ่ืนๆ
4. เมลด็ แก่นามาเผาไฟหรอื ค่วั รบั ประมาณ เนือ้ เมลด็ ใหร้ สมนั

สรรพคณุ มะคา่ โมง

เปลอื กลาตน้ (ตม้ นา้ ด่มื ) - ใชเ้ ป็นยาถ่ายพยาธิ- รกั ษารดิ สีดวง

- แกท้ อ้ งเสยี - รกั ษาโรคบิด

ขีเ้ หลก็

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby
ชอ่ื สามัญ : Cassod tree, Thai copper pod
วงศ์ : Leguminosae - ceasalpinioideae
ชอ่ื อนื่ : ขีเ้ หลก็ ใหญ่ (ภาคกลาง) ขีเ้ หลก็ แก่น (ราชบรุ )ี ขีเ้ หลก็ หลวง (ภาคเหนือ)
ขีเ้ หลก็ บา้ น (ลาปาง, สรุ าษฎรธ์ านี) ผกั จีล้ ี้ (เงีย้ ว-แมฮ่ ่องสอน) แมะขีแ้ หละพะโด
(กะเหร่ยี ง-แมฮ่ อ่ งสอน) ยะหา (มลาย-ู ปัตตานี)
ส่วนทใี่ ช้ : ดอก ราก ลาตน้ และก่ิง ทงั้ ตน้ เปลอื กตน้ แกน่ ใบ ฝัก เปลือกฝัก ใบ
แก่
ลักษณะเดน่ ดอกเป็นชอ่ สีเหลือง

สรรพคุณ
ดอก - รกั ษาโรคเสน้ ประสาท นอนไมห่ ลบั ทาใหห้ ลบั สบาย
ราก - รกั ษาไข้ รกั ษาโรคเหนบ็ ขา ทาแกเ้ สน้ อมั พฤกษใ์ หห้ ยอ่ น แกฟ้ กชา้ แกไ้ ขบ้ ารุงธาตุ ไขผ้ ดิ
สาแดง

ลาตน้ และกงิ่ - เป็นยาระบาย รกั ษาโรคผวิ หนงั แกโ้ รคกระษัย แกน้ ่ิว ขบั ปัสสาวะ ขบั ระดขู า
ทัง้ ตน้ - แกก้ ระษัย ดบั พษิ ไข้ แกพ้ ษิ เสมหะ รกั ษาโรคหนองใน รกั ษาอาการตวั เหลอื ง เป็นยา
ระบาย บารุงนา้ ดี ทาใหเ้ สน้ เอน็ หยอ่ น

เปลือกต้น - รกั ษาโรครดิ สดี วงทวาร โรคหิด แกก้ ระษัย ใชเ้ ป็นยาระบาย
ใบ- รกั ษาโรคบิด โรคเบาหวาน แกร้ อ้ นใน รกั ษาฝีมะมว่ ง
ฝัก - แกพ้ ิษไขเ้ พ่ือนา้ ดี พษิ ไขเ้ พ่ือเสมหะ แกล้ มขนึ้ เบือ้ งสงู เบือ้ งบน โลหติ ขนึ้ เบือ้ งบน ทาให้
ระส่าระสายในทอ้ ง

เปลอื กฝัก - แกเ้ สน้ เอน็ พิการ
ใบแก่ - ใชท้ าป๋ ยุ หมกั

ไทรย้อย

ชอื่ เครื่องยา ไทรยอ้ ย
ชอ่ื พชื ทใี่ หเ้ คร่ืองยา ไทรยอ้ ย

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Ficus benjamina L.
ชอ่ื วงศ์ Moraceae
ลักษณะ : ไมต้ น้ สงู 5-10 เมตร ไมผ่ ลดั ใบ มีรากอากาศหอ้ ยยอ้ ยสวยงาม ใบ
เด่ียว เรยี งสลบั แผน่ ใบรูปรแี กมรูปไข่ กวา้ ง 2.5-5 เซนตเิ มตร ยาว 5-11
เซนตเิ มตร ปลายเรียวแหลมโคนสอบ แผน่ ใบคอ่ นขา้ งหนาเป็นมนั ดอกออกเป็น
ช่อตามซอกใบเกิดภายในฐานรองดอก ทรงกลมคลา้ ยผลไมม่ ีกลบี ดอก ผล

กลม เสน้ ผ่าศนู ยก์ ลางประมาณ 0.8 เซนติเมตร เม่ือสกุ สเี หลือง

ลักษณะภายนอกของเคร่ืองยา รากอากาศ รากเลก็ เป็นเสน้ สี
นา้ ตาล กลมๆ ยาวเหมือนเสน้ ลวดยอ้ ยลงมาจากตน้ รากอากาศขนาด
ใหญ่จะมีเนือ้ ไม้ รสจืด ฝาด

สรรพคุณ ตารายาไทย: ใชร้ ากอากาศ ตม้ ด่มื ขบั ปัสสาวะ แกข้ ดั เบา
ขบั ปัสสาวะใหค้ ลอ่ ง แกน้ ่ิว แกป้ ัสสาวะมสี ีตา่ งๆ บารุงนา้ นม แกก้ ระษัย
ไตพกิ าร แกก้ าฬโลหติ

ฉาฉา

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Samanea saman (Jacq.)
ชอ่ื วงศ์ Mimosaceae
มีถ่ินกาเนิดอยใู่ นทวปี อเมรกิ ากลาง และอเมรกิ าใต้ และในแถบยโุ รป

ลักษณะท่ัวไปของจามจุรี
ลาต้น : สงู ประมาณ 15-20 เมตร แผพ่ มุ่ กวา้ งคลา้ ยกบั รม่ หรอื หมวก โคนรากเป็นพพู อน
แผข่ ยายกวา้ ง ลาตน้ ขรุขระมเี ปลือกไมส้ ีนา้ ตาล
ใบ : เหมือนขนนกสองชนั้ เรยี งสลบั มีปลายใบแหลม ผิวใบดา้ นบนสเี ขียวเขม้ เป็นมนั
ดา้ นลา่ งเป็นขนน่มุ ขอบใบเรยี บ
ดอก : มีสเี หลืองปนเขียว กลีบดอกเช่ือมตดิ กนั เหมือนถว้ ย ดอกออกเป็นช่อแบบกระจกุ
แน่น
ผล : เป็นฝักแหง้ รูปขอบขนาน สีนา้ ตาลดา

จามจรุ ี เป็นไมป้ ระดบั ยืนตน้ ท่ีสวยงามและใหร้ ม่ เงาได้
ดี เพราะมเี รอื นยอดแผ่กวา้ งและสงู จงึ นิยมปลกู กนั
อยา่ งแพรห่ ลาย เพ่อื ใหร้ ม่ เงาตามทางเดนิ ในสถานท่ีท่ี
มีบรเิ วณกวา้ งหรอื สวนสาธารณะ ตน้ จามจรุ เี วลาออก
ดอกจะสง่ กล่นิ หอมออ่ นๆ ทงั้ ในช่วงฤดรู อ้ นและฤดฝู น

มะม่วงป่ า

วงศ์ : Anacardiaceae

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Mangifera caloneura Kurz (6)
ชอ่ื สามัญ : Mango tree (Mangifera caloneura Kurz)

ชอื่ ทอ้ งถน่ิ
ภาคกลาง และท่วั ไป - มะมว่ งป่า
ภาคเหนือ - มะมว่ งป่า- จอ๋ งบวั้ กู่ (มง้ )- แผละเสด้ โย (ลวั้ ะ)
ภาคอีสาน - หมากมว่ งป่า
ภาคตะวนั ตก - มะมว่ งเทพรส (ราชบรุ )ี
ภาคใต้ - มะมว่ งละวา้ - มะมว่ งละโว-้ มะมว่ งขีใ้ ต-้ มะมว่ งกะลอ่ น (ประจวบคีรขี นั ธ)์

ประโยชนม์ ะม่วงป่ า
1. ผลสกุ มะมว่ งป่ามีสีเขียวอมเหลืองหรอื สีเหลืองทงั้ ผล เปลือก
ผล และเนือ้ ผลคอ่ นขา้ งบาง แตม่ ีรสหวาน และมีกลน่ิ หอมมาก
จงึ ใชร้ บั ประทานเป็นผลไม้
2. ผลดิบมะมว่ งป่า นิยมเกบ็ สอยมารบั ประทานจิม้ กบั พรกิ
เกลือ เพราะมีกล่นิ หอม มีรสเปรยี้ วพอเหมาะ และมีความ
กรอบ นอกจากนนั้ ชาวอสี านยงั นิยมนาผลดบิ มาทานา้ พรกิ
หรอื ตาใสก่ ะปอมหรอื แยท้ ่ีเรยี กวา่ กอ้ ยแยห้ รอื กอ้ ยกะปอม
เพราะใหก้ ลิน่ หอมต่างจากมะมว่ งชนิดอ่ืน

งวิ้ ดอกแดง

ชอ่ื สามัญ Cotton tree, Kapok tree, Red cotton tree, Silk cotton, Shving

brush

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Bombax ceiba L.
(ช่ือพอ้ งวิทยาศาสตร์ Bombax malabaricum DC., Gossampinus malabarica

Merr.)

จดั อยใู่ นวงศช์ บา (MALVACEAE) และอยใู่ นวงศย์ อ่ ย BOMBACOIDEAE
สมนุ ไพรงิว้ มีช่ือทอ้ งถ่ินอ่ืน ๆ วา่ งิว้ บา้ น (ท่วั ไป), งิว้ แดง (กาญจนบรุ )ี , งิว้ ปง งิว้ ปกแดง สะเนม้
ระกา (ชอง-จนั ทบรุ )ี , งิว้ ป่า, งิว้ ปงแดง, งิว้ หนาม, น่นุ นาง, ตอเหมาะ (กะเหรย่ี งแดง), ปั้งพวั ะ
(มง้ ), บกั มี้ (จีน)
สรรพคุณต้นงวิ้
รากใชเ้ ป็นยาบารุงกาลงั (ราก)
ยางใชเ้ ป็นยาบารุงโลหิต
ช่วยแกโ้ รคมะเรง็ (เมลด็ )

เปลอื กตน้ ช่วยบารุงระบบการไหลเวียนของโลหิต (เปลอื กตน้ )
ชว่ ยรกั ษาโรคความดนั โลหิตสงู ดว้ ยการใชเ้ ปลือกตน้ งิว้ แดง 1 กิโลกรมั นามาลา้ งใหส้ ะอาด
และห่นั เป็นชิน้ เลก็ ๆ แลว้ นาไปใสใ่ นหมอ้ ตม้ ยาสมนุ ไพร เติมนา้ สะอาดลงไป 5 ลติ รและตม้
จนเดือด แลว้ ใหร้ นิ เอาแตน่ า้ มาด่ืมครงั้ ละ 1 แกว้ (250 มิลลเิ มตร) วนั ละ 2 ครงั้ ทกุ เชา้ และ
เยน็ (นา้ งิว้ ท่ีไดจ้ ะมีสีแดงเหมือนนา้ กระเจีย๊ บ) (เปลอื กตน้ )
ดอกแหง้ ใชท้ าเป็นยาแกพ้ ิษไขไ้ ดด้ ีมาก (ดอก)สว่ นหนามมีสรรพคณุ แกไ้ ข้ ลดความรอ้ น ดบั
พิษรอ้ น (หนาม)ชว่ ยแกไ้ ขพ้ ษิ ไขก้ าฬ (หนาม) -ช่วยระงบั ประสาท (ดอก) -ช่วยแกอ้ าการ
กระหายนา้ (ดอก) -รากนามาตม้ กบั นา้ ด่ืมเป็นยาทาใหอ้ าเจียนถอนพิษ (ราก), เปลอื กตน้ -
ชว่ ยรกั ษาตอ่ มทอนซิลอกั เสบ ตอ่ มในคออกั เสบ (ใบ)

มะพลับ

ชอ่ื สามัญ Bo tree, Sacred fig tree, Pipal tree, Peepul tree
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Diospyros malabarica var. siamensis (Hochr.)

Phengklai

(ช่ือพอ้ งวิทยาศาสตร์ Diospyros siamensis Hochr.)
จดั อยใู่ นวงศม์ ะพลบั (EBENACEAE)
สมนุ ไพรมะพลบั มีช่ือทอ้ งถ่ินอ่ืน ๆ วา่ ขะนิง ถะยงิ (นครราชสีมา), มะเข่ือเถ่ือน
(สกลนคร), ตะโกสวน ปลาบ (เพชรบรุ )ี , ตะโกไทย (ภาคกลาง), ตะโกสวน พลบั
มะพลบั ใหญ่ (ท่วั ไปเรยี ก), มะสลุ วั ะ (ลาปาง-กะเหรย่ี ง)

สรรพคุณของมะพลับ
-เปลือกตน้ มรี สฝาดใชต้ ม้ กบั นา้ ด่ืมเป็นยาบารุงธาตุ (เปลือกตน้ , เนือ้ ไม)้
-ใชเ้ ปลอื กตน้ นามาตม้ กบั นา้ ด่ืมชว่ ยทาใหเ้ จรญิ อาหาร (เปลือกตน้ , เนือ้ ไม)้
-เปลอื กตน้ เป็นยาลดไข้ (เปลือกตน้ )
ประโยชนข์ องมะพลบั
-ผลมะพลบั แก่สามารถใชร้ บั ประทานได้
-เนือ้ ไมม้ ะพลบั สามารถนามาใชท้ าเครอ่ื งมือทางการเกษตร เคร่อื งกลงึ และใชใ้ นงาน
แกะสลกั ได้
-เปลอื กตน้ ใหน้ า้ ฝาดท่ีนามาใชส้ าหรบั การฟอกหนงั

ประดปู่ ่ า

ชอ่ื สามัญ Burmese Padauk[2], Burmese ebony[4], Burma

Padauk, Narva

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Pterocarpus macrocarpus Kurz
(ช่ือพอ้ งวิทยาศาสตร์ Pterocarpus parvifolius Pierre)
จดั อยใู่ นวงศถ์ ่วั (FABACEAE หรอื LEGUMINOSAE) และอยใู่ นวงศย์ อ่ ยถ่วั
FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรอื PAPILIONACEAE)
สมนุ ไพรประดปู่ ่า มีช่ือทอ้ งถ่ินอ่ืน ๆ วา่ ประดเู่ สน (ราชบรุ ,ี สระบรุ )ี , ดู่ ดปู่ ่า
(ภาคเหนือ), ประดู่ ประดปู่ ่า (ภาคกลาง), จิต๊อก (ฉาน-แมฮ่ ่องสอน), ตะเลอ เตอะ
เลอ (กะเหร่ยี ง-แมฮ่ อ่ งสอน), ฉะนอง (เขมร)

สรรพคุณของประดปู่ ่ า
-เปลือกตน้ นามาตม้ กบั นา้ ด่ืมเป็นยาบารุงรา่ งกาย (เปลอื กตน้ )
-แก่นมีรสขมฝาดรอ้ น มีสรรพคณุ เป็นยาบารุงกาลงั (แก่น)
-แก่นมีสรรพคณุ เป็นยาบารุงโลหติ ช่วยแกโ้ ลหิตจาง (แก่น)

ประโยชนข์ องประดปู่ ่ า
-ใบมีรสฝาด นามาชงกบั นา้ ใชส้ ระผมได้
-ใชเ้ ป็นฟื นและถ่าน โดยไมป้ ระดจู่ ะใหค้ วามสงู ถงึ 5,022 และ 7,539 แคลอรตี อ่ กรมั

การบูร

ชอ่ื สามัญ Camphor, Gum camphor, Formosan camphor, Laurel

camphor

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Cinnamomum camphora (L.) J.Presl[1],[5],[6]
(ช่ือพอ้ งวิทยาศาสตร์ Camphora officinarum Nees, Laurus

camphora L.)
จดั อยใู่ นวงศอ์ บเชย (LAURACEAE)

สรรพคุณของการบรู
-ช่วยบารุงธาตใุ นรา่ งกาย (การบรู , เนือ้ ไม)้ ชว่ ยแกธ้ าตพุ กิ าร (การบรู )[9] ชว่ ยคมุ
ธาตุ (เมลด็ ใน, เปลือกตน้ )

-การบรู มีสรรพคณุ เป็นยาบารุงหวั ใจและเป็นยากระตนุ้ หวั ใจ (การบรู )
-ใชเ้ ป็นยาระงบั ประสาท (การบรู )
-ช่วยแกเ้ ลือดลม (การบรู ) รากและก่ิงเป็นยาชว่ ยทาใหเ้ ลือดลมไหลเวียนดี (รากและก่ิง)
-ชว่ ยแกโ้ รคตา (การบรู )

ประโยชนข์ องการบูร
นา้ มนั การบรู จะชว่ ยกระตนุ้ ความรูส้ กึ และทาใหจ้ ิตใจโลง่ และปลอดโปรง่ ช่วยบรรเทา
อาการปวดศีรษะและทาใหต้ ่ืนตวั ชว่ ยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ เมารถ เมาเรือ
ใชเ้ ป็นยาชาเฉพาะท่ี
ชว่ ยแกร้ อยผิวหนงั แตกในช่วงฤดหู นาว

กฤษณา

ชอ่ื สามัญ Eagle wood, Agarwood, Aglia, Aloewood, Akyaw,

Calambac, Calambour, Lignum aloes

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte
(ช่ือพอ้ งวิทยาศาสตร์ Aquilaria crasna Pierre)
จดั อยใู่ นวงศก์ ฤษณา (THYMELAEACEAE)
สมนุ ไพรกฤษณา มีช่ือทอ้ งถ่ินอ่ืน ๆ วา่ สเี สยี ดนา้ (บรุ รี มั ย)์ , ตะเกรานา้ (จนั ทบรุ )ี , ไม้
หอม (ภาคตะวนั ออก, ภาคใต)้ , ไมพ้ วงมะพรา้ ว (ภาคใต)้ , กายกู ารู กายกู าฮู กายดู งึ ปู
(ปัตตานี, มาเลเซีย), เซงเคง (ภาษากะเหรย่ี ง), อครุ ตคร (บาล)ี , ต่มิ เฮียง (ไมห้ อมท่ี
จมนา้ ) (จีน), จะแน, พวมพรา้ ว ปอหา้ (คนเมือง), ชควอเซ ชควอสะ (กะเหร่ยี ง
แมฮ่ อ่ งสอน)

สรรพคุณของกฤษณา
-ใชเ้ ป็นยาอายวุ ฒั นะ (เนือ้ ไม)้
-ชว่ ยบารุงกาลงั (เนือ้ ไม)้
-ไมล้ กู แกน่ เม่ือนามาใชเ้ ผาจนเกิดกลน่ิ หอม ใชส้ ดู ดมจะชว่ ยทาใหเ้ กิดกาลงั วงั ชา
(ไมล้ กู แกน่ )
-ชว่ ยบารุงธาตุ คมุ ธาตใุ นรา่ งกาย (เนือ้ ไม)้
-ชว่ ยบารุงโลหติ (เนือ้ ไม)้

ประโยชนข์ องกฤษณา
-เนือ้ ไมก้ ฤษณาเกรดคณุ ภาพระดบั กลาง เช่น ไมต้ กตะเคียน ไมป้ ากขวาง นามาใช้
กล่นั ทาเป็นหวั นา้ หอมกฤษณาได้
-นา้ มนั หอมระเหยจากกฤษณา สามารถนามาใชใ้ นอตุ สาหกรรมการผลติ นา้ หอมและ
เครอื่ งสาอางได้ ซง่ึ ทางยโุ รปนยิ มนามาปรุงเป็นนา้ หอมกฤษณาชนิดคณุ ภาพดี ท่ีใช้
แลว้ ติดผวิ กายไดน้ านย่งิ ขนึ้

มะลดิ ไม้ เพกา

ชอื่ สามญั Broken bones tree, Damocles tree,

Indian trumpet flower

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Oroxylum indicum (L.) Kurz
จดั อยใู่ นวงศแ์ คหางคา่ ง (BIGNONIACEAE)
สมนุ ไพรเพกา มีช่ือทอ้ งถ่ินอ่ืน ๆ อกี เชน่ ลนิ้ ฟา้ (เลย, ภาคอสี าน), กาโดโ้ ดง้
(กาญจนบรุ )ี , ดแุ ก ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ (แมฮ่ อ่ งสอน), เบโด (จงั หวดั นราธิวาส), มะลนิ้ ไม้
มะลดิ ไม้ ลดิ ไม้ (ภาคเหนือ), โชยเตียจวั้ (จีน)

สรรพคุณของเพกา
-เพกาสมนุ ไพรเพกาช่วยต่อตา้ นอนมุ ลู อิสระในรา่ งกาย ชว่ ยชะลอการเส่อื มของเซลต์ า่ ง ๆ
ในรา่ งกาย (ฝักออ่ น)
-ชว่ ยชะลอการเกิดรวิ้ รอยแหง่ วยั และชว่ ยชะลอวยั (ฝักออ่ น)
-ช่วยลดความเส่ยี งของการเกิดโรคมะเรง็ ได้ (ฝักออ่ น)
-ใชเ้ ป็นยาบารุงธาตุ (ราก, ฝักออ่ น, เพกาทงั้ 5 สว่ น)
-ชว่ ยทาใหเ้ จรญิ อาหาร (ราก, ใบ)

สนทะเล

ชอ่ื สามัญ Australian pine, Beefwood, Common iron wood, False

iron Wood, False pine, Queensland swamp oak, Sea oak, She oak,
Tree Beefwood

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Casuarina equisetifolia L.

จัดอยใู่ นวงศส์ นทะเล (CASUARINACEAE)

ลกั ษณะเดน่ ไมผ่ ลดั ใบขนาดกลางถงึ ขนาดใหญ่ ลกั ษณะของทรงพมุ่ เป็นรูปกรวยแคบ
สรรพคุณของสนทะเล
-แกน่ สนทะเลมีสรรพคณุ แกอ้ าการออ่ นเพลีย (แกน่ )
-เมลด็ สนทะเล นามาบดหรือป่นใหล้ ะเอียด ใชเ้ ป็นยาแกอ้ าการปวดศีรษะ (เมลด็ )
-แกน่ มีสรรพคณุ เป็นยาแกไ้ ข้ (แก่น)
-ชว่ ยแกอ้ าการคล่นื เหียนอาเจียน (แกน่ )

ประโยชนข์ องสนทะเล
-เนือ้ ไมส้ นทะเลเป็นสีแดงแกมสีนา้ ตาลออ่ นถงึ เขม้ เสยี้ นไมต้ รง เนือ้ ไมห้ ยาบปาน
กลาง เล่อื ยผ่าตกแต่งไดไ้ มย่ าก มีความแขง็ ผง่ึ ยาก ใชใ้ นรม่ ไดท้ นทานพอสมควร
สามารถนามาใชใ้ นงานก่อสรา้ งตา่ งๆ ได้ เช่น การทาเสาเข็ม เสาบา้ น เสาไฟฟา้ เสา
โป๊ ะ ทาเป็นโครงน่งั รา้ น รวมไปถงึ ใชท้ าดา้ มเคร่อื งมือตา่ ง ๆ ดา้ มแจว แอก ลอ้ เกวียน
เป็นตน้
-เนือ้ ไมส้ ามารถนามาใชท้ าเป็นกระดาษไดโ้ ดยใช้ Neutral sulfite semi-

chemical

นนทรี

วงศ์ : Leguminosae หรอื Caesalpinioideae

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Peltophorum pterocarpum (DC.) K.Heyne
ชอื่ สามัญ :- Yellow flame - Moulmein Lancewood- Yellow Poinciana

ชอ่ื ท้องถน่ิ :- นนทรี สารเงิน- กระถินป่า- กระถินแดง- ซา้ ขม- รา้ ง (อีสาน)

ประโยชนน์ นทรี
1. ตน้ นนทรแี ตกก่ิงแขนงจานวนมาก แลดเู ป็นทรงพมุ่ หนา ชว่ ยใหเ้ ป็นรม่ เงาบงั แดดไดด้ ี
จงึ นิยมปลกู ไวใ้ นสถานท่ีราชการตา่ งๆ อาทิ ตามโรงเรยี น มหาวทิ ยาลยั วดั วาอาราม
และท่ีราชการ เป็นตน้
2. นอกจากปลกู เพ่ือใหร้ ม่ เงาแลว้ นนทรถี ือเป็นไมป้ ระดบั อีกชนิด เพราะออกดอกดก
ออกดอกเป็นชอ่ ใหญ่ ดอกมีสีเหลอื งสวยงาม

สรรพคุณนนทรี
เปลือก และแก่นลาตน้ (รสฝาด นามาตม้ นา้ ด่ืม)
- ชว่ ยละลายเสมหะ
- รกั ษาโรคบดิ แกอ้ าการทอ้ งรว่ งทอ้ งเสยี
- ชว่ ยขบั ลม

จาปา

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Michelia champaca L.
ชอ่ื สามัญ : Champak
วงศ์ : MAGNOLIACEAE
ชอื่ อน่ื : จาปากอ (มลาย-ู ใต)้ จาปาเขา จาปาทอง (นครศรีธรรมราช)
จาปาป่ า (สรุ าษฎรธ์ านี) Champak, Orange Chempaka,

Sonchampa

สว่ นท่ีใช้ : ดอก เปลือกตน้ เปลือกราก ใบ กระพี้ เนือ้ ไม้ เมลด็ ราก นา้ มนั
กล่นั จากดอก

สรรพคุณ
ใบ - แกโ้ รคเสน้ ประสาทพกิ าร แกป้ ่วงของทารก
ดอก - แกว้ ิงเวียนออ่ นเพลยี หนา้ มืดตาลาย บารุงหวั ใจ กระจายโลหติ
เปลอื กตน้ - ฝาดสมาน แกไ้ ข้ ทาใหเ้ สมหะในลาคอเกิด
เปลือกราก - เป็นยาถา่ ย ทาใหป้ ระจาเดือนมาปกติ รกั ษาโรคปวดตามขอ้
กระพี้ - ถอนพิษผดิ สาแดง
เนือ้ ไม้ - บารุงโลหติ
ราก - ขบั โลหติ สตรที ่ีอยใู่ นเรอื นไฟใหต้ ก
นา้ มนั กล่นั จากดอก - แกป้ วดศีรษะ แกต้ าบวม

จาปี

ชอ่ื สามัญ White champaka, White sandalwood,

White jade orchid tree

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Michelia alba DC.
(ช่ือพอ้ งวทิ ยาศาสตร์ Michelia longifolia var. racemosa

Blume)

จัดอยู่ในวงศจ์ าปา (MAGNOLIACEAE)
สมนุ ไพรจาปี มีช่ือทอ้ งถ่ินอ่ืน ๆ วา่ จมุ ปี จมุ๋ ป๋ี (ภาคเหนือ)

สรรพคุณของจาปี
-ใชเ้ ป็นยาบารุงธาตใุ นรา่ งกาย (ดอก, ผล)
-ชว่ ยแกค้ ล่นื เหียน อาเจียน (ดอก, ผล)
-ดอกมีสรรพคณุ เป็นยาช่วยบารุงหวั ใจ (ดอก)
-ช่วยบารุงประสาท (ดอก)
-กลบี ดอกมีนา้ มนั หอมระเหย สามารถใชท้ าแกอ้ าการปวดศีรษะได้ (กลีบดอก)

ประโยชนข์ องจาปี
ใชป้ ลกู ไวเ้ ป็นไมด้ อกไมป้ ระดบั โดยสามารถออกดอกไดต้ ลอดทงั้ ปี
-ดอกใชท้ าอบุ ะ หอ้ ยชายพวงมาลยั
-ดอกใชบ้ ชู าพระได้
-ดอกสามารถนามาใชแ้ ตง่ กลิ่นเคร่อื งสาอางได้

หกู วาง

วงศ์ : Combretaceae
สกุล : Termonalia
สปี ชสี ์ : T.catappa
ชอ่ื อังกฤษ : Tropical almond , India almond
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Terminalia catappa L.

ประโยชนต์ ้นหูกวาง
- ปลกู เป็นไมป้ ระดบั จากใบหกู วางท่ีแตกใหมม่ ีลกั ษณะใบใหญ่ สีเขียวออ่ น แลดสู วยงาม
และสดช่ืน จงึ นยิ มนามาปลกู เพ่ือวตั ถปุ ระสงคเ์ ป็นไมป้ ระดบั นอกเหนือจากการใหร้ ม่ เงา
- เน่ืองจากเป็นไมท้ ่ีมีทรงพมุ่ ใหญ่ ประกอบดว้ ยใบขนาดใหญ่ และมีใบมาก ทาใหเ้ กิดรม่ เงา
สรา้ งความรม่ รน่ื ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
- เนือ้ ไมน้ ามาแปรรูปเป็นไมแ้ ผน่ สาหรบั ก่อสรา้ งบา้ น ทาเคร่อื งเรอื น เคร่ืองดนตรี อปุ กรณ์
จบั สตั ว์ เฟอรน์ ิเจอร์ และอ่ืนๆ เนือ้ ไมท้ ่ีไดจ้ ากตน้ หกู วางท่ีมีอายมุ ากจะมีสแี ดงหรอื นา้ ตาล
ออกดาบรเิ วณแกน่ ตน้

ข่อย

ชอื่ สามัญ Siamese rough bush, Tooth brush tree
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Streblus asper Lour.

จัดอยใู่ นวงศข์ นุน (MORACEAE)
สมนุ ไพรข่อย มีช่ือทอ้ งถ่ินอ่ืน ๆ วา่ ตองขะแหน่ (กาญจนบรุ )ี , สม้ พอ (เลย รอ้ ยเอด็ ),
ซะโยเส่ (กะเหร่ยี งแมฮ่ อ่ งสอน), กกั ไมฝ้ อย (ภาคเหนือ), สะนาย (เขมร), สมนาย
เป็นตน้

สรรพคุณของข่อย
-ตน้ ข่อยมีสรรพคณุ ชว่ ยบารุงธาตใุ นรา่ งกาย (เปลอื ก)
-ชว่ ยทาใหเ้ จรญิ อาหาร (เมลด็ )
-เปลอื กเม่ือนามาตม้ กบั เกลอื จะไดเ้ ป็นยาอมช่วยแกร้ ามะนาดได้ (เปลือก)
ประโยชนข์ องข่อย

-ยางมีนา้ ยอ่ ยท่ีช่ือวา่ milk (lotting enzyme) มีประโยชนใ์ นการช่วยยอ่ ยนา้ นม
-ก่ิงขอ่ ยสามารถนามาใชแ้ ปรงฟันแทนการใชแ้ ปรงสีฟันได้ และยงั ทาใหฟ้ ันแข็งแรงอกี
ดว้ ย แตต่ อ้ งนามาทบุ ใหน้ ่ิม ๆ ก่อนนามาใช้ (ก่ิงขอ่ ย)
-ยางสามารถนามาใชก้ าจดั แมลงได้

บุนนาค

ชอื่ ท่ัวไป บนุ นาค

ชอ่ื สามัญ Iron Wood , Ceylon Iron Wood
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Mesua ferrea L.
ชอื่ วงศ์ GUTTIFERAE (CLUSIACEAE )
ช่ืออ่ืนๆ นาคบตุ ร ปะนาคอ สารภีดอย ก๊ากอ่ กา้ ก่อ

การใช้ประโยชนข์ องต้นบุนนาค
ราก แกล้ มในลาใส้
เปลอื ก ใชก้ ระจายหนอง กระพีแ้ กเ้ สมหะในลาคอ
ไม้ เป็นยาแกล้ กั ปิดลกั เปิด
ใชท้ าหมอนรองรางรถไฟ กอ่ สรา้ งเสา รอด ต่อเรอื ทาพานทา้ ยและรางปืน ดา้ มรม่ ใบพอก
แผลสดดอกบารุง โลหติ ระงบั กลน่ิ ตวั

ใชผ้ สมสีเพ่ือใหส้ ตี ดิ ทน เมลด็ นา้ มนั ท่ีกล่นั จากเมลด็ ใชจ้ ดุ ตะเกียง

หางนกยูงฝร่ัง

ชอ่ื ท่วั ไป หางนกยงู ฝร่งั

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Delonix regia (Boj. ex Hook.)

วงศ์ LEGUMINOSAE-CAESALPINOIDEAE
ชอื่ สามัญ Flame Tree, Royal Poinciana, Flamboyant
ช่ืออ่ืน นกยงู ฝร่งั อนิ ทรี (ภาคกลาง), สม้ พอหลวง (ภาคเหนือ), หงอนยงู
(ภาคใต)้

การใช้ประโยชนข์ องต้นหางนกยงู ฝร่ัง
ตน้ หางนกยงู ฝร่งั เป็นตน้ ไมท้ ่ีเป็นทรงพมุ่ สวยงดงามมาก สขี องดอกดสู วยสดใส

เป็นตน้ ไมท้ ่ีปลกู ไดง้ ่ายและทนทานตอ่ สภาพอากาศแหง้ แลง้ มกั นิยมปลกู ไว้

ประดบั ตามสถานท่ีราชการตา่ ง ๆ รวมไปถงึ สวนสาธารณะและตามขอบถนน

หนทางตา่ ง ๆ

ไม้พ่มุ (Shrub & Bush)

พนั ธุท์ ่ีมีความสงู ไมเ่ กิน 6 เมตร ลกั ษณะ ของการแตกก่ิงกา้ นสาขาในระดบั ใกลก้ บั ผวิ ดิน

ทาใหไ้ มน้ นั้ ๆ ดเู หมือนกบั ไมพ้ มุ่ ไมพ้ มุ่ บางชนิดเม่ือมีอายมุ ากขนึ้ กจ็ ะมีเนือ้ ไมเ้ หมือนกบั
ตน้ ไมใ้ หญ่ แตก่ ม็ ีตน้ ไมบ้ างชนิดเม่ือขยายพนั ธุด์ ว้ ยการปักก่ิง หรอื ชาก่ิงเม่ือโตมากจ็ ะมี
ลกั ษณะเป็นพมุ่ ไดเ้ หมือนกนั

นอกจากนีไ้ มพ้ มุ่ ยงั มีพนั ธุท์ ่ีเตบิ โตจากก่ิงกา้ นจากโคนตน้ อาจมีลาตน้ เดียว มีพมุ่ กลม เช่น
เขม็ สามสี เขม็ กดุ ่นั หมากผหู้ มากเมีย สบั ปะรดสี อากาเว่ เป็นตน้ หรอื มีเหงา้ เลอื้ ย มหี วั ใต้
ดิน เชน่ ขิงแดง คลา้ เฮลิโคเนีย พลบั พลงึ

ประเภทของไม้พุม่
1. ไมพ้ มุ่ ใหญ่ หรือ ไมพ้ มุ่ ขนาดใหญ่ ไมน่ ีจ้ ะมีความสงู 2 - 6 เมตร ปลกู เป็นไมป้ ระธานใน
สวนหยอ่ ม อาจปลกู เป็นตน้ เด่ียวหรอื ปลกู เป็นกลมุ่ ใหญ่ระหวา่ งตน้ ไมโ้ ดยไลร่ ะดบั ความ
สงู กนั ปลกู เพ่ือใหร้ ม่ เงา สรา้ งจดุ เดน่ หรอื เป็นฉากหลงั ระดบั กลาง หรอื ปลกู เพ่ือเป็น
ขอบเขตพืน้ ท่ี ใชบ้ งั สายตาได้
2. ไมพ้ มุ่ กลาง หรอื ไมพ้ มุ่ ขนาดกลาง เป็นไมม้ ีความสงู 0.5
- 2 เมตร เป็นไมท้ ่ีปลกู ก่อน หรอื หนา้ ไมพ่ มุ่ ใหญ่ จะปลกู เป็นตน้ เด่ียว หรอื ปลกู เป็นกลมุ่ ก็
ได้ นิยมปลกู เป็นเขต เป็นฉากหลงั ปลกู รมิ กาแพง ปลกู รมิ ทางเดิน
3. ไมพ้ มุ่ เลก็ หรอื ขนาดเลก็ มีความสงู 30 - 50 เซนติเมตร โยปลกู ไวห้ นา้ ไมพ้ มุ่ ขนาด
กลาง นิยมปลกู เป็นแปลงดา้ นหนา้ ของสวน เพ่ือแสดงขอบเขตระดบั ไมบ่ งั สายตา

พยับหมอก

ชอื่ ท่วั ไป พยบั หมอก

ชอื่ สามัญ Cape leadwort, Leadwort
ชอ่ื วทิ ยาศาสตรP์ lumbago auriculata Lam.
วงศ:์ PLUMBAGINACEAE
ประเภท: ไมพ้ มุ่ ขนาดกลาง
ความสงู : 0.5-1.5 ม.
ทรงพมุ่ : แตกก่ิงกา้ นเป็นพมุ่ โปรง่

ใบ: ใบเด่ียว เรยี งเวียนสลบั รอบก่ิง รูปไขก่ ลบั ปลายใบมน โคนใบสอบ
เรยี ว ขอบใบเรยี บ แผน่ ใบบางสีเขียวสด ผวิ ใบดา้ นลา่ งมีขนสากระคาย
มือ
ดอก: ออกเป็นช่อกระจะเชิงลด กระจกุ แน่นท่ีปลายก่ิง กลบี เลีย้ งมีขน
ตอ่ ม โคนเช่ือมติดกนั เป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก ดอกบานสีฟา้
อมมว่ งออ่ น กลบี ดอกบอบบาง ออกดอกตลอดปี แตอ่ อกดกในชว่ ง
เดือน พ.ย.-ม.ค.
ผล: ผลรูปขอบขนานแหง้ แลว้ แตกไดเ้ ป็น 5 รอ่ ง
อตั ราการเจรญิ เตบิ โต: ปานกลาง
ดนิ : ดินรว่ น ระบายนา้ ดี
แสงแดด: เตม็ วนั ถงึ ครง่ึ วนั
โรคและแมลงศตั รูพืช: ควรตดั แตง่ หลงั หมดดอก เพราะดอกแหง้ คาตน้
มกั ใบไหม้ ยอดเนา่ และเกิดราดาในฤดฝู น จงึ ควรพน่ ยากนั รา
การใชง้ านและอ่ืนๆ: นิยมปลกู เป็นฉากหลงั ของสวนหยอ่ ม (สวนสน)
ไมร้ มิ ทะเล ตาแหนง่ ท่ีปลกู ไมค่ วรจากดั ความสงู เพราะถา้ ตดั แตง่
บอ่ ยๆ จะไมม่ ีดอก

นางแย้ม

ชอื่ ท่ัวไป นางแยม้

ชอ่ื สามัญ Glory Bower
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Clerodendrum Philippinium
ชอื่ วงศ์ VERBENACEAE
ช่ืออ่ืนๆ Burma Conehead นางแยม้

สรรพคุณของนางแยม้
-รากช่วยบารุงประสาท (ราก)
-นางแยม้ มีสรรพคณุ ช่วยแกไ้ ข้ (ราก)
-ชว่ ยลดความดนั โลหติ สงู ดว้ ยการใชร้ ากและใบแหง้ ประมาณ
15-30 กรมั นามาตม้ กบั นา้ ด่ืม (ราก, ใบ)
-ชว่ ยแกห้ ลอดลมอกั เสบ ดว้ ยการใชร้ ากและใบแหง้ ประมาณ
15-30 กรมั นามาตม้ กบั นา้ ด่ืม (ราก, ใบ)
-ชว่ ยรกั ษาลาไสอ้ กั เสบ (ราก)

ประโยชนข์ องนางแย้ม
-ประโยชนน์ างแยม้ นิยมปลกู ไวเ้ ป็นไมป้ ระดบั เพ่ือความสวยงาม
อีกทงั้ ดอกยงั มีกล่ินหอมทงั้ กลางวนั และกลางคืน และสามารถ
ออกดอกไดต้ ลอดทงั้ ปี
-ชาวไทยสมยั กอ่ นนิยมนาดอกนางแยม้ ไปใชเ้ ป็นเคร่อื งบชู าพระ

เดหลี

ชอ่ื ภาษาอังกฤษ Peace Lily
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Spathiphyllum Clevelandii

วงศ์ ARACEAE
ความหมาย เดหลี เป็นไมล้ ม้ ลกุ ท่ีมีอายนุ านหลายปี
ความเช่ือ มีความเช่ือวา่ เดหลนี นั้ เป็นไมม้ งคลท่ีจะช่วยสง่ เสรมิ
ใหผ้ ปู้ ลกู มีอายมุ ่นั ขวญั ยืน
ถ่ินกาเนิดประเทศในแถบทวปี อเมรกิ าใต้ อาทิ โคลมั บีย

การใช้ประโยชนข์ องต้นเดหลี
-ไมป้ ระดบั
-ไมม้ งคลท่ีเช่ือวา่ จะทาใหผ้ ปู้ ลกู มีอายมุ ่นั ขวญั ยืน ชว่ ยปัดเป่าภยั
และนาโชคลาภมาให้
-ดอกเดหลีเม่ือออกดอกจะมกี ลน่ิ หอม

ช้องนาง

ชอ่ื อนื่ ๆ : ชอ้ งนางเลก็ , ชอ้ งนางใหญ่
ต้นกาเนิด : แอฟรกิ าตะวนั ตก
ชอ่ื สามัญ : Bush Clockvine
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Thunbergia affinis S. moore
ชอื่ วงศ์ : ACANTHACEAE

ประโยชนข์ องชอ้ งนาง
ชอ้ งนางเป็นไมป้ ระดบั


Click to View FlipBook Version