The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือพรรณไม้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rattanachat9644, 2021-11-10 22:04:32

หนังสือพรรณไม้

หนังสือพรรณไม้

สรรพคุณทางยาของช้องนาง
ดอกชอ้ งนาง จะมี 2 ชนิด คือ ชนิดท่ีเป็นสีขาวกบั สมี ่วง นิยมปลกู ประดบั
ตามบา้ น สานกั งาน หรอื สวนสาธารณะมาชา้ นาน ปัจจบุ นั พบวา่ มี
“ชอ้ งนางดอกด่าง” วางขายท่ีตลาดนดั ไมด้ อกไมป้ ระดบั สวนจตจุ กั ร ทกุ
วนั พธุ -พฤหสั ฯ โดยดอก จะมีความแตกตา่ งไปจาก 2 ชนิดพนั ธุท์ ่ีกลา่ ว
ขา้ งตน้ คือ ในดอกเดียวจะมีสีเป็น 2 สี คือ สขี าวและสมี ว่ ง ดสู วยงาม
แปลกตาน่ารกั มาก จงึ กาลงั เป็นท่ีนิยมปลกู แพรห่ ลายอยใู่ นเวลานี้

เขม็ อนิ เดยี

ชอ่ื ท่วั ไป เขม็ อินเดีย

ชอ่ื สามัญ Egyptian Star-cluster, Starflower
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Pentas lanceolata(Forssk.) Deflers
ชอ่ื วงศ์ Rubiaceae
ช่ืออ่ืนๆ เขม็ พระราม , เข็มปลายสาน , เข็มขาว, เขม็ ไม้

การใช้ประโยชนข์ องตน้ เข็มอนิ เดยี

•ไมป้ ระดบั
•รากใชต้ ม้ กบั นา้ กินเป็นยาชว่ ยเจรญิ อาหาร
•ใชป้ รุงเป็นยารกั ษาโรคตาตา่ ง

บานเยน็

ชอ่ื ท่วั ไป บานเยน็

ชอื่ สามัญ Marvel of Peru, Four o'clock
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Mirabilis jalapa L.
ชอ่ื วงศ์ NYCTAGINACEAE
ช่ืออ่ืนๆ Marvel of Peru, Four o'clock

การใช้ประโยชนข์ องตน้ บานเยน็

• ช่วยแกไ้ ข้ ระงบั ความรอ้ นในรา่ งกาย

• หวั บานเยน็ ใชร้ บั ประทานเป็นยาขบั เหง่ือ หวั หรอื รากชว่ ยแก้
โรคเบาจืด

ฤาษีผสม

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Solenostemon scutellarioides
ถน่ิ กาเนิด : เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ประเทศมาเลเซีย และทวีปแอฟรกิ าใต้

วงษ์ : LABIATAE
ลักษณะ : ไมอ้ วบนา้ สงู 40-80 เซนติเมตร ตน้ รูปทรงส่เี หล่ยี ม มีขนสนั้ ๆ
ปกคลมุ ทงั้ ตน้

ใบ : ใบเด่ียว เรยี งตรงขา้ ม รูปไข่ ปลายแหลม โคนมนหรอื สอบเรยี ว
ขอบหยกั เวา้ แผน่ ใบหยิกยน่ มีขน ลวดลายและสใี บตา่ งกนั ตามพนั ธุ์

ดอก : ออกดอกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง บรเิ วณปลายก่ิง ดอกสีขาวหรอื
ดอกสีม่วง โคนกลีบดอกเช่ือมตดิ กนั กลบี ดอกเช่ือมติดกนั เป็นรูปปากเปิด 5
แฉก เกสรเพศผมู้ ี 2 คยู่ าวไมเ่ ทา่ กนั

การดแู ลรักษา
ดนิ : ดนิ รว่ นปนทรายท่ี ตอ้ งการนา้ มาก แสงแดดเตม็ วนั
การขยายพนั ธุ์ : ปักชา เพาะเมลด็
ประโยชน์ : ปลกู ประดบั สวนเป็นแปลง ปลกู รมิ ถนน รมิ ทางเดนิ เม่ือไดร้ บั
แสงแดดจดั ย่งิ มีสีสนั จดั จา้ น

พุดสามสี

ชอ่ื อน่ื ๆ:สามราศี พดุ สี พทุ ธชาดมว่ ง พทุ ธชาดสามสี
ชอื่ สามัญ:Yesterday-today-and-tomorrow, Morning-

noon-and-night

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร:์ Brunfelsia hopeana Benth. หรอื

Brunfelsia uniflora (Pohl) D. Don

วงศ:์ SOLANACEAE
ถนิ่ กาเนิด:ประเทศอเมรกิ าเขตรอ้ น และหมเู่ กาะอินดีส

ลักษณะท่ัวไป:ไมพ้ มุ่ เตีย้ ขนาดเลก็ มีการแตกก่ิงกา้ นสาขามาก
ฤดกู ารออกดอก:ออกดอกตลอดปี
เวลาทดี่ อกหอม:ชว่ งเชา้ และเยน็ (ชว่ งท่ีอณุ หภมู ิต่า แสงแดดออ่ นหรอื ไมม่ ี)

การขยายพนั ธุ์
การปักชา เป็นวธิ ีการท่ีเหมาะสมมากท่ีสดุ เน่ืองจากเป็นพนั ธุไ์ ม้

หอมขนาดเลก็
การตอน สามารถทาไดแ้ ตต่ อ้ งเป็นก่ิงท่ีมีอายปุ ระมาณ 1 ปีขนึ้ ไป

เพราะก่ิงคอ่ นขา้ งเปราะอาจหกั ไดง้ า่ ย

ราเพย

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Thevetia peruviana (Pers.) K. Schum
ชอื่ สามัญ Yellow oleander, Lucky bean, Trumpet flower
ชอ่ื วงศ์ APOCYNACEAE
ช่ืออ่ืนๆ กระบอก กระทอก ย่ีโถฝร่งั ราพน แซะศาลา แซน่าวา นารรี าพงึ นารสี ะดงุ้
การขยายพนั ธขุ์ องราเพย ปักชา/ตอนก่ิง

ประโยชนข์ องราเพย
ปลกู เป็นไมด้ อกไมป้ ระดบั เปลือกใชร้ กั ษาไขม้ าลาเรยี แกไ้ ข้ เป็นยาถ่าย เพ่มิ ความดนั
โลหิตใหส้ งู ใบและเมลด็ ทาใหอ้ าเจียนเป็นยาถ่ายและทาใหแ้ ทง้ ได้

สรรพคุณทางยาของราเพย
ใบ มีรสเอียนเมา เป็นยาถา่ ย ทาใหอ้ าเจียน และใชร้ กั ษาโรคเอดส์
เมลด็ มีรสเมาเบ่ือ ใชเ้ ลก็ นอ้ ยเป็นยาบารุงหวั ใจ ใชม้ ากเป็นพษิ ทาใหห้ วั ใจเป็นอมั พาต
ลาไสเ้ ลก็ บีบตวั ตวั เยน็ ลงถงึ ตายได้
เปลอื กตน้ มีรสอมเอียน แกไ้ ขม้ าลาเรีย เป็นยาถา่ ย
ตน้ มีรสเอียนเมา แกโ้ รคผวิ หนงั
ขอ้ ควรระรงั เมลด็ และยางมีพษิ มาก เม่ือกินเขา้ ไปถงึ ตาย ได้

ผกากรอง

ชอ่ื ท่ัวไป ผกากรอง
ชอื่ สามัญ Cloth of gold
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Lantana camar Linn.
ชอื่ วงศ์ VERBENACEAE
ช่ืออ่ืนๆ กา้ มกงุ้ เบญจมาศป่า ขะจาย ตาปู มะจาย ขีก้ า
คาขีไ้ ก่ เบง็ ละมาศ ไมจ้ ีน
ถนิ่ กาเนิด อเมรกิ าเขตรอ้ น

การใช้ประโยชนข์ องตน้ ผกากรอง
ไมป้ ระดบั
สมนุ ไพร
กาจดั แมลง มีสารท่ีมีพิษตอ่ ระบบประสาทของแมลง

กุหลาบ

ชอ่ื ท่วั ไป กหุ ลาบ
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Rosa hybrid
ชอ่ื สามัญ -
ชอ่ื อนื่ -
วงศ์ ROSACEAE
ถน่ิ กาเนิด ตน้ กาเนิดจากทวีปเอเชีย

การใช้ประโยชนข์ องต้นกุหลาบ
-ปลกู ประดบั สวน
-ปลกู เป็นไมก้ ระถาง
-ไมต้ ดั ดอก

ข้าวตอกพระร่วง

ชอ่ื ท่ัวไป ขา้ วตอกพระรว่ ง
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Serissa japonica (Thunb.) Thunb.
ชอื่ สามัญ snowrose
ชอ่ื อน่ื –
วงศ์ RUBIACEAE
ถน่ิ กาเนิด ในจีนและเวียดนาม

การใช้ประโยชนข์ องต้นขา้ วตอกพระร่วง
ปลกู ประดบั เป็นไมก้ ระถาง ปลกู ประดบั ตามแนวรวั้ หรอื ทาเป็นไม้
แคระ

กวนอมิ เงนิ

ชอ่ื ท่ัวไป กวนอิมเงิน
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Dracaena braunii Engl.
ชอ่ื สามัญ Belgian Evergreen
ชอื่ อน่ื ไผก่ วนอิมดา่ ง
วงศ์ ASPARAGACEAE
ถน่ิ กาเนิด ในประเทศแคเมอรูนและคองโก

การใช้ประโยชนข์ องต้นกวนอมิ เงนิ
นิยมปลกู เป็นไมป้ ระดบั เป็นไมม้ งคล ไมใ้ นอาคาร

คริสตนิ า

ชอื่ ท่วั ไป ครสิ ตินา
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Syzygium austral

(J.C.Wendl. ex Link) B.Hyland

ชอื่ สามัญ Australian Rose Apple, Brush Cherry, Creek

lily Pilly, Creek Satinash

ชอ่ื อน่ื –
วงศ์ MYRTACEAE
ถนิ่ กาเนิด ในป่าดิบชืน้ ของออสเตรเลีย

การใช้ประโยชนข์ องต้นครสิ ตนิ า
นิยมนามาปลกู เป็นไมป้ ระดบั ตามสองขา้ งถนน และตกแตง่ สวน

ขาไกเ่ ขยี ว

ชอ่ื ท่ัวไป ขาไก่เขียว
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Justicia fragilis Wall.
ชอื่ สามัญ Flame flower
ชอ่ื อน่ื ขาไก่
วงศ์ ACANTHACEAE
ถนิ่ กาเนิด ในเขตรอ้ นท่วั โลก

การใช้ประโยชนข์ องต้นขาไกเ่ ขยี ว
นิยมปลกู เป็นกลมุ่ ขนาดใหญ่ ใชป้ ระดบั ตกแตง่ สวนหรอื
บรเิ วณท่ีตอ้ งการเป็นแนว

ชบาฮาวาย ส้ม

ชอ่ื ท่ัวไป ชบาฮาวาย สม้
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Hibicus hybrid
ชอ่ื สามัญ Hibiscus, Chinese Rose, Shoe flower
ชอื่ อน่ื –
วงศ์ MALVACEAE
ถน่ิ กาเนิด ในแถบจีน อินเดีย และฮาวาย

การใช้ประโยชนข์ องตน้ ชบาฮาวาย ส้ม
นิยมปลกู ลงแปลง ประดบั ตกแตง่ สวน รมิ รวั้ หรอื รมิ ทางเดนิ

ชาฮกเกยี้ น

ชอ่ื ท่วั ไป ชาฮกเกีย้ น
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Carmona retusa (Vahl) Masam.
ชอ่ื สามัญ –
ชอื่ อนื่ –
วงศ์ BORAGINACEAE
ถน่ิ กาเนิด ในประเทศจีน

การใช้ประโยชนข์ องตน้ ชาฮกเกยี้ น
ทาเป็นแนวรวั้ ปลกู รมิ ทางเดนิ ตดั แตง่ ทาไมด้ ดั และบอนไซได้

ทองอุไร

ชอื่ ท่วั ไป ทองอไุ ร
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Tecoma stans (L.) Juss. ex Kunth
ชอ่ื สามัญ Yellow bell, Yellow elder, Yellow trumpet flower
ชอ่ื อน่ื เหลืองอไุ ร
วงศ์ BIGNONIACEAE
ถน่ิ กาเนิด ในอเมรกิ า เมก็ ซโิ ก ทางตอนเหนือของอารเ์ จนตนิ า และแถบหมเู่ กาะ
อนิ ดีสตะวนั ตก

การใช้ประโยชนข์ องต้นทองอุไร
นิยมปลกู เป็นไมป้ ระดบั ตกแตง่ สวน หรอื ไมก้ ระถาง

บานเช้า

ชอื่ ท่วั ไป บานเชา้
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Turnera subulata Sm.
ชอื่ สามัญ Dark-eyed turnera, Politician’s flower, Sulphur

alder, White alder, White buttercup

ชอ่ื อน่ื บานเชา้ สขี าว
วงศ์ PASSIFLORACEAE
ถนิ่ กาเนิด ในอเมรกิ าเขตรอ้ น

การใช้ประโยชนข์ องต้นบานเช้า
-ปลกู เป็นไมป้ ระดบั

บโี กเนีย ช็อคโก้

ชอื่ ท่ัวไป บีโกเนีย ช็อคโก้
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Begonia sp.
ชอื่ สามัญ –
ชอื่ อน่ื –
วงศ์ BEGONIACEAE
ถน่ิ กาเนิด ในประเทศเขตรอ้ น

การใช้ประโยชนข์ องต้นบโี กเนีย ชอ็ คโก้
นิยมปลกู ประดบั เป็นไมก้ ระถางหรอื แปลง มีประสทิ ธิภาพใน
การลดมลพษิ ในอากาศ โดยเฉพาะฟอรม์ าลดีไฮด์

ไม้คลมุ ดินGroundcove

ไมค้ ลมุ ดิน คือพนั ธุไ์ มท้ ่ีมีขนาดเตีย้ เลก็ ขยายพนั ธงุ์ า่ ย โตเร็ว แผข่ ยายออกดา้ นขา้ ง
เรว็ มีลกั ษณะเป็นพมุ่ คลมุ ดนิ มีความสงู ประมาณ 0.50 เมตร

ไมค้ ลมุ ดนิ หรอื พืชคลมุ ดนิ นนั้ หมายถึง พืชท่ีมีลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตโดย
การแผค่ ลมุ หนา้ ดิน โดยหวงั ประโยชนจ์ ากการชว่ ยลดการชะลา้ ง หรอื กดั กร่อนจาก
ธรรมชาติ อาทิเชน่ ลม,ฝน,ความแหง้ แลง้ และ ยงั ชว่ ยในการตกแตง่ สวนใหม้ ีความ
สวยงามไดอ้ ีกดว้ ย

ไมค้ ลมุ ดนิ มีอยหู่ ลากหลายสายพนั ธุ์ บางสายพนั ธกุ์ ็เป็นไมใ้ บ บางสายพนั ธุใ์ หด้ อกสวย
สสี รรสดใส บางสายพนั ธุม์ ีกลนิ่ หอมดว้ ย ซง่ึ แตล่ ะสายพนั ธุน์ นั้ กเ็ หมาะสาหรบั การปลกู
ในพืน้ ท่ีและสภาพแวดลอ้ มท่ีแตกตา่ งกนั ไมว่ า่ จะเป็นการเลือกปลกู ในท่ีรม่ ,แดดราไร หรอื
ปลกู ในท่ีท่ีมีแสงแดดจดั ตลอดทงั้ วนั อีกทงั้ ความตอ้ งการนา้ และ การเอาใจใสด่ แู ลกไ็ ม่
เทา่ นนั้

พรมญ่ีป่ ุน

ชอื่ พนื้ เมอื งอน่ื : พรมญ่ีป่นุ
ชอื่ สามัญ: Flame violet
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร:์ Episcia cupreata (Hook.) Hanst
ชั้น: Magnoliopsida
ตระกูล: Scrophulariales
ชอ่ื วงศ:์ Gesneriaceae

พรมญ่ีป่นุ หรอื พรมกามะหย่ี ไมด้ อกกระจมุ๋ กระจ๋ิม สสี ด ใบดนู มุ่ เหมือนกามะหย่ี เลยมี
คนเรยี กช่ือวา่ พรมกามะหย่ี อกี ช่ือหน่งึ
เหมาะกบั มมุ “แสงนอ้ ย” เพราะเป็นตน้ ไมท้ ่ีชอบแดดราไรๆ จะใสก่ ระถางปากกวา้ งตงั้
หรอื ถา้ อยากไดค้ วามแปลกตาขนึ้ ไปอกี ก็ปลกู ในกระถางแขวน ปลอ่ ยใหล้ าตน้ ยาว
ยอ้ ยลงมาเป็นสายก็ไดส้ วนแนวตงั้ สวยๆ

ลกั ษณะของใบ
ใบดนู มุ่ คลา้ ยกามะย่ี และดว้ ยความท่ีมีอยหู่ ลายสายพนั ธุ์ แตล่ ะสายพนั ธุก์ เ็ ลยใหส้ ีใบ
และสดี อกแตกตา่ งกนั เชน่ สีเงินวาว สเี ขียวสด สชี มพู สนี า้ ตาลเขม้ ถา้ นาพรมญ่ีป่นุ ท่ี
มีสีใบแตกตา่ งกนั มาปลกู รวมๆ กนั แลว้ ไลโ่ ทนสกี จ็ ะได้ กระถางตน้ พรมญ่ปี ่นุ ท่ีไลเ่ ฉดสี
ใบ สวยแปลกตา

ลักษณะของดอก
ยามไมอ่ อกดอกก็น่งั ชมใบสสี วยๆ ยามออกดอก กน็ ่งั เพลนิ กบั สีสนั สดใส
ของดอก ท่ีมีทงั้ ดอกสแี ดง สีมว่ ง สเี หลือง สีสม้ แตส่ ว่ นใหญ่จะออกดอก
บอ่ ย ออกดอกครงั้ หนง่ึ กบ็ านอยู่ 7-8 วนั

การดูแลรักษา
สว่ นเร่อื งการดแู ล นิสยั ของเจา้ พรมญ่ีป่นุ ชอบชืน้ แตไ่ ม่ชอบแฉะ นา้ ขงั
เพราะรากของมนั จะเน่าได้ วสั ดปุ ลกู ท่ีใชก้ ค็ วรเป็นดนิ ผสมพวกกาบ
มะพรา้ วสบั หยาบเพ่ือใหม้ ีช่องวา่ งใหอ้ ากาศถ่ายเทสะดวก ถา้ จะปลกู ลง
ดิน ตอ้ งระวงั เรอ่ื งนา้ เป็นพเิ ศษ ในช่วงหนา้ ฝน เพราะถา้ ฝนตกมากแลว้ นา้
ทว่ มขงั รากจะเนา่ ตายได้ หรอื ถา้ ปลกู รว่ ม หรอื ปลกู อยใู่ ตต้ น้ ไมใ้ หญ่ ก็
ควรเลือกตน้ ไมท้ ่ีนิสยั คลา้ ยๆ กนั เพ่ือใหง้ ่ายในการดแู ลไดท้ ่วั ถงึ

เพาะขยายพันธุ์
ก็แสนงา่ ย แคต่ ดั ก่ิงมาปักชาในถงุ เพาะ เรอ่ื งอ่ืนๆ ก็ไมม่ ีอะไร
นา่ หว่ งเป็นพเิ ศษ เพราะเป็นตน้ ไมใ้ นกลมุ่ “กินงา่ ย อยงู่ ่าย”
ปลกู ในกระถาง ตน้ กจ็ ะแผเ่ ลอื้ ยออกไป หรอื จะปลกู ใน
กระถางแขวน ปลอ่ ยใหล้ าตน้ ยาวยอ้ ยลงมาเป็นสายกไ็ ดส้ วน
แนวตงั้ สวยๆ

เปปเปอรโ์ รเมีย

ชอ่ื สามัญ : American Rubber Plant,

Baby Rubber Plant, Pepper Faces

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Peperomia obtusifolia
วงศ์ : Piperceae
เปปเปอรโ์ รเมีย เป็นไมล้ ม้ ลกุ อายหุ ลายปี อวบนา้ ลาตน้ ตงั้ ตรง สีแดง
กระจายพนั ธุต์ งั้ แต่ เมก็ ซิโก หมเู่ กาะอินเดียตะวนั ตกถึงตอนเหนือของ
ทวีปอเมรกิ าใต้

ใบ : ใบเด่ียว รูปใบมีหลายแบบ รูปรี รูปไขก่ ลบั หรอื คอ่ นขา้ งกลม ปลาย
มน โคนสอบแคบ ขอบเรยี บ แผน่ ใบหนาและคอ่ ยขา้ งแข็ง สเี ขียว เสน้
กลางใบเป็นรอ่ ง ใตใ้ บสเี ขียวออ่ น กา้ นใบสมี ว่ งแดง

ดอก : ออกเป็นช่อเชิงลด ชตู งั้ ดอกยอ่ ยเลก็ อดั กนั แนน่ บนกา้ นช่อดอก
ประโยชน์ : ปลกู คลมุ ดิน ปลกู ช่วยรกั ษาความช่มุ ชืน้ ใหก้ บั ตน้ ไมใ้ หญ่
ปลกู เป็นไมก้ ระถาง
เปปเปอรโ์ รเมีย ชอบดินรว่ น ตอ้ งการนา้ ปานกลาง แสงแดดราไร

ถ่ัวปิ นโต

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร:์ Arachis pintoi Krapov. & W.C.Gregory
วงศ:์ Leguminosae – Papilionoideae
ประเภท:ไมล้ ม้ ลกุ อายหุ ลายปี
ทรงพุม่ :ลาตน้ ทอดเลอื้ ยคลมุ ดนิ รากออกตามขอ้
ใบ: ประกอบแบบขนนกออกตรงขา้ ม ใบยอ่ ย 4 ใบ รูปไข่ กวา้ ง 1 - 3 เซนติเมตร
ยาว 1 - 7 เซนตเิ มตร

ดอก: รูปถ่วั สเี หลือง เสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางดอก 2 - 4 เซนตเิ มตร ออกดอกตลอดปี
อัตราการเจริญเตบิ โต: เรว็

ดนิ : ดนิ รว่ นและดินรว่ นปนทราย
แสงแดด: เตม็ วนั ถึงแสงครง่ึ วนั เชา้

นา้ : ปานกลาง
ขยายพันธุ:์ ปักชาก่ิง
การใชง้ านและอ่ืนๆ: หากปลกู ในท่ีแฉะ จะเน่าง่าย

หญ้าเกล็ดหอย

ชอื่ จนี : โพวต่ีกิม้ (แตจ้ ๋ิว), เทียงโอว่ ซยุ (จีนกลาง)
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Hydrocotyle sibthorpioides Lam.
ชอ่ื วงศ์ : UMBELLIFERAE
ลักษณะท่ัวไป : เป็นพชื ลม้ ลกุ ขนาดเลก็ ลาตน้ ตงั้ ตรงเสน้ ผ่าน
ศนู ยก์ ลางขนาด 0.5-1 มิลลเิ มตร ใบตอ่ ตรงกบั ลาตน้ แตกขอ้ ต่อไหล
ไปเร่อื ย ๆ และแผ่สาขาเลอื้ ยปกคลมุ ดินโดยมีรากฝอยละเอียดยดึ
บรเิ วณผิวดิน

ใบ : ใบมีลกั ษณะคอ่ นขา้ งกลม หยกั โคง้ เวา้ รอบ ๆ ขอบใบ หรือคลา้ ยรูปไต โคนใบ
เวา้ เหากนั เป็นรูปหวั ใจ รมิ ขอบใบมีรอยหยกั 8-9 ช่วง ในแตล่ ะชว่ งมีรอยหยกั โคง้ เวา้
อีก ชว่ งละ 3 หยกั พืน้ ผิวใบมีสีเขียวมนั เงา ใตท้ อ้ งใบเป็นสเี ขียวมีขนออ่ นน่มุ ขนึ้
เลก็ นอ้ ย ขนาดของใบมีเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ 1.6-2.2 ซม. กา้ นใบหรอื ลาตน้
เป็นเสน้ ตรงเลก็ ยาว ประมาณ 3-3.5 ซม.ดอก : ดอกออกรวมกนั เป็นกระจกุ รวม 7-8
ดอกยอ่ ย โดยดอกยอ่ ยมีลกั ษณะกลบี เลก็ สีขาวอมชมพอู อ่ นปลายกลีบกางแผ่ออก
คลา้ ยรม่ ร กลบี ออกตามบรเิ วณขอ้ ลาตน้
ผล : ผลมีลกั ษณะอวบอว้ นปลอ่ งตรงกลางคลา้ ยเมลด็ ขา้ ว ขนาดยาวประมาณ 1.5-
2 มม. เกาะติดกนั ท่ีกา้ นดอก แผจ่ ากจดุ กึ่งกลางคลา้ ยกา้ นรม่ ติดเมลด็ ประมาณ 7-8
เมลด็ ตอ่ 1 ดอก
การขยายพนั ธุ์ : เป็นพรรณไมท้ ่ีขนึ้ ไดด้ ีในดินดารว่ นซยุ ชมุ่ ชนื้ แฉะ ขยายพนั ธุด์ ว้ ย
การใชเ้ มลด็ หรอื การแยกลาตน้ ปลกู ลงดิน

ส่วนทใ่ี ช้เป็ นยา : ใชท้ งั้ ตน้ ตงั้ แตร่ าก ลาตน้ ใบ ดอก เมลด็ ทงั้ แบบสดและตากแหง้

บัวดนิ

ชอื่ วทิ ยาศาสตร:์ Zephyranthes spp. and hybrid
วงศ:์ Amaryllidaceae
ประเภท: ไมห้ วั อายหุ ลายปี
ความสูง: 15-30 เซนตเิ มตร
ลาต้น: มีหวั สะสมอาหารใตด้ นิ รูปทรงกลมถงึ รี เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง 1.5 - 2
เซนตเิ มตร เย่ือหมุ้ สีนา้ ตาลถงึ สีนา้ ตาลคลา้

ใบ: ใบเด่ียว เรยี งสลบั รูปแถบหรอื รูปเสน้ แคบแบนยาวไดถ้ งึ 30 เซนตเิ มตร ปลาย
ใบมนหรอื แหลม

ดอก: ออกจากซอกใบใกลย้ อด ดอกบานมีเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง 2.5 - 4 เซนตเิ มตร มี
6 กลบี มีหลายสีทงั้ สีชมพู ขาว ขาวอมเหลอื ง และเหลืองเขม้ กา้ นดอกกลม ยาว
20 - 30 เซนติเมตร ออกดอกดกช่วงฤดฝู น

ผล: ฝักแหง้ และหยกั เวา้ เป็น 3 พู เม่ือแกจ่ ะแตกออก ภายในมีเมลด็
รูปกลมแบนสีดาจานวนมาก
อัตราการเจริญเตบิ โต: เรว็
ดนิ : ดนิ รว่ นหรอื ดนิ เหนียวท่ีช่มุ ชืน้ มีอนิ ทรยี วตั ถสุ งู
แสงแดด: ครง่ึ วนั ถงึ ตลอดวนั
นา้ : ปานกลาง ทนแลง้ และทนนา้ ทว่ มขงั

ขยายพนั ธุ:์ แยกหนอ่ หรอื เพาะเมลด็

วา่ นกาบหอย

ชอื่ พนื้ เมอื ง : วา่ นกาบหอย วา่ นหอยแครง
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Tradescantia spathacea Swartz
ชอ่ื วงศ์ : COMMELINACEAE
ชอื่ สามัญ : Boat-lily, Oyster Lily, Oyster Plant,

White-flowered Tradescantia

ลักษณะ : ไมล้ ม้ ลกุ สงู 20-60 ซม. ลาตน้ อวบใหญ่ ใบเด่ียว เรยี งซอ้ นเป็นวงรอบ รูปใบ
หอก ปลายแหลม โคนตดั และโอบลาตน้ ขอบเรยี บ แผน่ ใบหนา ดา้ นบนสีเขียวเขม้
ดา้ นลา่ งสมี ว่ งแดง ช่อดอกออกตามง่ามใบ มีทงั้ ช่อเด่ียวและหลายชอ่ แตล่ ะชอ่
ประกอบดว้ ยใบประดบั ท่ีเป็นกาบ 2 กาบ สีม่วงแซมเขียว โคนกาบทงั้ สองประกบเกยซอ้ น
และโอบหมุ้ ดอกสขี าวขนาดเลก็ ท่ีอยรู่ วมกนั เป็นกระจกุ กลบี เลยี้ ง 3 กลีบ สขี าว รูปไขแ่ กม
รูปขอบขนาน บางใส กลบี ดอก 3 กลบี สีขาว รูปไข่ แผ่นกลีบหนา เกสรเพศผู้ 6 อนั รงั ไข่
ผนงั เรยี บ ภายในมี 3 ชอ่ ง ผลเลก็ รูปรี เมลด็ เลก็

ประโยชน์ : นิยมปลกู เป็นไมป้ ระดบั ใชเ้ ป็นยาแผนโบราณ ไทยใชแ้ กไ้ อ แกร้ อ้ นใน
กระหายนา้ และฟกชา้ จีนใชด้ อกแกอ้ าการตกเลือดในลาไส้ แกบ้ ดิ และแกไ้ อ ในไตห้ วนั ใช้
พอกแผล มีดบาด และแกบ้ วม

พทิ เู นีย

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร:์ Petunia hybrida Vilm.
ชอ่ื สามัญ: Petunia
ชอ่ื อนื่ : –
วงศ:์ SOLANACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น ไมพ้ มุ่ เตีย้ แตกเป็นพมุ่ แน่น ก่ิงกา้ นสเี ขียว มีขนปกคลมุ
ใบ ใบเด่ียว รูปไข่ ปลายมนหรอื แหลม โคนสอบ ขอบเรยี บ ใบคอ่ นขา้ งอวบนา้ แผน่ ใบ
สเี ขียว มีขนสขี าว
ดอก ดอกเด่ียว ออกท่ีปลายก่ิง มีหลายสี ดอกสมี ว่ งเขม้ ดอกสชี มพเู ขม้ ดอกสีขาว
หรอื มีสองสีในดอกเดียวกนั โคนกลบี ดอกเช่ือมตดิ กนั เป็นหลอด รูปแตร ปลายแยก 5
แฉก เวา้ ตนึ้ ขอบกลีบหยกั เป็นคล่นื เลก็ นอ้ ย

การปลูกเลีย้ ง
ดินรว่ นระบายนา้ ดี นา้ ปานกลาง แดดปานกลางถงึ แดดจดั

การขยายพนั ธุ์
ปักชา เพาะเมลด็

การใช้ประโยชน์
ปลกู เป็นไมป้ ระดบั นิยมปลกู เป็นไมก้ ระถางแขวน หรอื ประดบั รวั้

ใบตา่ งเหรียญ

ชอื่ วทิ ยาศาสตร:์ Evolvulus nummularius (L.) L.
วงศ:์ Convolvulaceae
ประเภท: พืชลม้ ลกุ อายหุ ลายปี/วชั พืช
ลาต้น: ใบตา่ งเหรยี ญ ทอดเลอื้ ยตามผิวดิน ออกรากตามขอ้ มีขนท่วั ไป
ใบ: ออกสลบั รูปไขถ่ งึ เกือบกลม ปลายมนถงึ ปา้ น โคนเวา้ เลก็ นอ้ ยหรือรูป

หวั ใจ ขอบเรยี บขนาด 1-2 เซนตเิ มตร กา้ นใบสีมว่ งแดง มีขนยาว
ดอก: เด่ียวออกตามซอกใบ สีขาว 5 กลีบ โคนกลีบเช่ือมติดกนั ปลายแยก 5
แฉกซอ้ นเหล่อื มกนั บานเป็นรูปกรวย ขนาด 0.5-1 เซนตเิ มตร

ผล: กลมแปน้ เป็นสนั ตามยาว มี 4 เมลด็ ขนาดเลก็ มาก
อตั ราการเจรญิ เติบโต: เรว็

ดนิ : ดินปนทราย
นา้ : นอ้ ย-ปานกลาง
แสงแดด: ตลอดวนั
การใช้งานและอน่ื ๆ: ใบตา่ งเหรยี ญ ในธรรมชาติพบตามพืน้ ท่ีโลง่ รมิ ถนนทกุ
ภาคของไทย ใชป้ ลกู แทนหญา้ ได้ ไมต่ อ้ งตดั แตง่

กระดุมทอง

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Melampodium divaricatum (Rich. ex Pers.) DC.
วงศ์ : Asteraceae (Compositae)
ประเภท : ไมด้ อกอายสุ นั้ หรอื 2 ปี
ความสูง : 15 - 25 เซนตเิ มตร
ลาต้น : มีขน
ใบ : รูปรแี กมรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรยี บหรอื หยกั ซ่ีฟัน กา้ นใบสนั้ ผวิ ใบมี
ขนสากมือ

ดอก : ออกเป็นช่อกระจกุ ตามซอกใบ เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางดอก 2 - 3 เซนติเมตร กลีบดอกวง
นอกรูปรี สเี หลอื งทอง กลบี ดอกวงในสเี หลือง รูปหลอด เป็นกระจกุ กลางดอก ดอกดก ออก
ดอกตลอดปี

ผล : รูปสามเหล่ยี ม ยอดแบน เมลด็ เลก็ สดี าเป็นมนั
ดนิ : ดินรว่ นปนทราย ระบายนา้ ดี
แสงแดด : เตม็ วนั ถงึ ครง่ึ วนั ในฤดรู อ้ นหากไดร้ บั แสงแดดจดั ตลอดวนั ใบและดอก
จะเห่ียวง่าย

นา้ /ความชนื้ : ปานกลาง
ขยายพันธุ์ : เพาะเมลด็ โดยกลบเมลด็ บางๆ ในวสั ดปุ ลกู วางภาชนะเพาะในท่ีท่ีมี
แสงราไรประมาณ 7 - 10 วนั จงึ งอก หลงั เพาะ 2 เดือนจะเรม่ิ ออกดอก

การใช้งานและอน่ื ๆ : นิยมปลกู เป็นไมด้ อกกระถาง ไมป้ ระดบั แปลง และไมค้ ลมุ
ดนิ

หนวดปลาดุก

ชอื่ วทิ ยาศาสตร:์ Ophiopogon japonicas (L.f.) Ker Gawl.
วงศ:์ Convallariaceae
ประเภท: ไมล้ ม้ ลกุ อายหุ ลายปี
ความสูง: 15 - 30 เซนติเมตร
ลาต้น: ลาตน้ สนั้ มีไหลใตด้ นิ เจรญิ เป็นกอคลา้ ยหญา้
ใบ: เสน้ แบนเลก็ ๆ ยาว 30 - 35 เซนติเมตร
ดอก: ดอกสขี าวถงึ สเี หลอื งนวล
อตั ราการเจรญิ เตบิ โต: เรว็ แผข่ ยายปกคลมุ พืน้ ดินไดด้ ี

ดนิ : ดินรว่ นปนทราย
แสงแดด: ปลกู ไดท้ งั้ กลางแจง้ และแสงราไร
นา้ :ปานกลางชอบความชืน้ สงู
ขยายพนั ธุ:์ แยกกอ
การใช้งานและอนื่ ๆ: ปลกู แทนหญา้ ในบรเิ วณท่ีเขา้ ไปตดั หญา้ ไม่ได้ หรอื
บรเิ วณท่ีมีแสงราไร

สังส้ม/ส้มดนิ

ชอ่ื วทิ ยาศาสตร:์ Oxalis corniculata L.
วงศ:์ Oxalidaceae
ประเภท: ไมล้ ม้ ลกุ อายปุ ีเดียวหรอื หลายปี/วชั พืช
ความสูง: 5-15 เซนตเิ มตร
ลาต้น: เป็นเถาเลก็ แตกก่ิงกา้ นมาก ยาว 30-50 เซนติเมตร
ใบ: ใบประกอบ มีใบยอ่ ย 3 ใบ ออกจากจดุ เดียวกนั ท่ีปลายกา้ น รูปหวั ใจถงึ
รูปไข่กลบั ขนาดเลก็

ดอก: เด่ียวหรอื เป็นชอ่ 2-6 ดอก รูปถว้ ย สีเหลอื ง มี 5 กลีบ ออกดอกตลอดปี
ผล: กลม ยาว มี 5 เหล่ยี ม เมลด็ จานวนมาก

อัตราการเจรญิ เตบิ โต: เรว็
ดนิ : ดนิ ท่วั ไป
นา้ : ปานกลาง -มาก
แสงแดด: ตลอดวนั
ขยายพันธุ:์ เพาะเมลด็
การใช้งานและอน่ื ๆ: พบตามรมิ ทางเดิน สนามหญา้ กระถางตน้ ไม้ หรอื ใน
สวนเพาะปลกู ท่วั ไป สามารถนามาปลกู ไวต้ ามซอกหินหรอื ระหวา่ งทางเทา้ ได้
โดยไมต่ อ้ งดแู ลตดั แตง่ เป็นสนุ ไพร ตน้ มีฤทธิ์เยน็ รสเปรยี้ ว วิตามินซีสงู ใชด้ บั พิษ
แกร้ อ้ นใน ชา้ ใน หวดั รอ้ น หรอื อมแกฝ้ ีในคอ เจ็บคอ ปวดฟัน ลกั ปิดลกั เปิด ฯลฯ
ใบมีกรดออกซาลิก ถา้ ใชม้ ากจะเป็นพิษ

ก้ามปหู ลุด

ชอื่ พนื้ เมอื ง : กา้ มปหู ลดุ
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Tradescantia zebrina Hort. ex Bosse
ชอ่ื วงศ์ : COMMELINACEAE
ชอ่ื สามัญ : Wandering Jew
ลักษณะ : ไมล้ ม้ ลกุ แตกแขนงมาก ลาตน้ ทอดราบไปตามพืน้ และชสู ว่ นปลายก่ิงสงู
10-30 ซม. ลาตน้ อวบสีเขียวหรอื เขียวประมว่ งจนถงึ มว่ งลายเขียว มีขอ้ และปลอ้ งชดั
ใบเด่ียว เรยี งสลบั กาบใบเป็นปลอกหมุ้ รอบขอ้ ใบรูปไข่หรอื รูปรี ปลายแหลม โคนมน
เบีย้ ว ขอบเรยี บ เสน้ กลางใบสีมว่ ง แผน่ ใบดา้ นบนสีเขียวสลบั แถบสีเงินและประสีมว่ ง
ดา้ นลา่ งสมี ว่ งหรอื มว่ งสลบั เขียว ช่อดอกสนั้ ออกท่ียอด มีใบประดบั ใหญ่ 2 ใบ ซง่ึ มี
ขนาดไมเ่ ทา่ กนั ประกบหมุ้ ชอ่ ดอกออ่ นไว้ กลีบเลยี้ งสีขาว บาง โคนตดิ กนั เป็นหลอด
ปลายแยกเป็น 2 แฉก กลบี ดอกโคนตดิ กนั เป็นหลอดเรยี วสีขาว ปลายแยกเป็นกลบี รูป
ไข่ 3 กลบี กลบี ดา้ นบนสมี ่วง เกสรเพศผู้ 6 อนั รงั ไขเ่ ลก็ ยอดเกสรเพศเมียมี 3 แฉก ผล
เลก็ มาก

ประโยชน์ : นาเขา้ มาปลกู เป็นไมป้ ระดบั ในไตห้ วนั ใชใ้ บพอกแกบ้ วม

เฟิ รน์ เงนิ

ชอื่ วทิ ยาศาสตร:์ Pityrogramma calomelanos (L.) Link
วงศ:์ Adiantaceae
ประเภท: ไมใ้ บ/เฟินดิน
ความสูง: 50-60 เซนตเิ มตร
ลาตน้ : เป็นพมุ่ โปรง่ ขนาดกลาง
ใบ: ใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชนั้ ยาว 15-45 เซนติเมตร ปลายแหลมถึงเรยี ว
แหลม ใบยอ่ ยแคบเรยี วยาว ขอบใบหยกั ลกึ ถงึ กลางใบ ดา้ นบนสเี ขียวเขม้ เป็นมนั
ใตใ้ บมีผงสีขาวเงินปกคลมุ
อตั ราการเจรญิ เตบิ โต: ปานกลาง

ขยายพันธุ:์ เพาะสปอร์
การใช้งานและอน่ื ๆ : ชอบอากาศเยน็ มีถ่ินกาเนิดในเขตรอ้ นของอเมรกิ า นาเขา้
มาปลกู ในไทยนานแลว้ แตไ่ มน่ ิยม เพราะปลกู ใหง้ ามไดย้ าก

รางทอง

ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Hymenocallis littoralos Salosb cv.variegata

วงศ์ : AMARYLLIDACEAE
ชอื่ สามัญ : Amaryllis
ชอื่ อนื่ ๆ : วา่ นส่ที ิศดา่ ง
ลักษณะท่ัวไป
ไมล้ ม้ ลกุ พืชบก กลางแจง้ สงู 35 เซนตเิ มตร รูปโคนสามเหล่ยี ม ลาตน้ เหนือดิน ตงั้ ตรง
ไดเ้ อง ผิวเป็นชนั้ เรยี บ เหน็ ขอ้ ปลอ้ งชดั เจน ไมม่ ียาง ใบเด่ียว ใบออ่ น สีเขียวออ่ นปน
เหลือง ใบแกส่ เี ขียวเขม้ ปนเหลอื งออ่ น กวา้ ง 3 เซนติเมตร ยาว 35 เซนตเิ มตร ผวิ เรยี บ
เป็นมนั เรยี งสลบั บนลาตน้ รูปคลา้ ยเคียว ปลายใบแหลมคลา้ ยหอก โคนใบรูปเหล่ยี ม
ขอบใบเรยี บ ออกดอกเป็นดอกเด่ียว สขี าว ออกดอกปลายยอด กลบี ดอกสขี าว เกสรตวั
ผู้ 5 อนั สขี าว เกสรตวั เมีย 1 อนั สีชมพู รงั ไขใ่ ตว้ งกลีบ กลน่ิ ฉนุ กลบี ดอกติดกนั


Click to View FlipBook Version