ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จัดโดยส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ 1. รางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ หรือ Super เลิศรัฐ 2. สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 (PMQA 4.0) 3. สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ระดับดีเด่น 4. สาขาบริการภาครัฐ: ประเภทพัฒนาการบริการ 4.1 การพัฒนาระบบการจัดการและประเมินคุณภาพมาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ในสถานพยาบาลภาครัฐ ระดับดี
บทน า การพัฒนาประสิทธิภาพการให๎บริการของหนํวยงานภาครัฐ เป็นเรื่องที่มีความส าคัญตํอการพัฒนาระบบ ราชการ โดยมีการก าหนดแนวทางหรือมาตรการตําง ๆ ให๎หนํวยงานของรัฐถือปฏิบัติไว๎ในพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการแผํนดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 3/1 ให๎การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของ ประชาชน การอ านวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ตามพระราชกฤษฎีกาวําด๎วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ๎านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ก าหนดเปูาหมายของการบริหารกิจการบ๎านเมืองที่ดีให๎ เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน นอกจากนี้ในยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) ยุทธศาสตร์ที่ 6 ด๎านการปรับ สมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐได๎วางเปูาหมาย การยกระดับงานบริการประชาชนและการอ านวย ความสะดวกของภาครัฐสู่ความเป็นเลิศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยุทธศาสตร์ที่ 6 ซึ่งมีสาระส าคัญ 2 ประการ คือ 1) สํงเสริมและสนับสนุนหนํวยงานของรัฐในการพัฒนาระบบราชการ ให๎บริการ ให๎มีประสิทธิภาพ และ 2) อ านวยความสะดวก พัฒนาคุณภาพการให๎บริการประชาชน ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ได๎เชิญชวนให๎สํวนราชการพัฒนาระบบงาน ระบบการ ให๎บริการ และสมัครรับรางวัลเลิศรัฐประเภทตําง ๆ ตั้งแตํปี พ.ศ. 2547 ถึงปัจจุบัน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได๎พัฒนาการให๎บริการและผลการด าเนินงานพร๎อมทั้งสํงสมัครรับรางวัล ประเภทตําง ๆ และได๎รับรางวัล ดังนี้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 กรมฯ ได๎รับรางวัลสาขาความเป็นเลิศด๎านการบริหาราชการแบบมีสํวน รํวม : ต าบลจัดการสุขภาพชุมชน ระดับดีเยี่ยม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 กรมฯ ได๎รับรางวัลสาขาความเป็นเลิศด๎านการบริหาราชการแบบมีสํวน รํวม (ตํอยอดพัฒนา) : ต าบลจัดการสุขภาพชุมชน ระดับดีมาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 กรมฯ ได๎รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีสํวนรํวม ประเภทเปิดใจใกล๎ชิดประชาชน (Good Governance) ระดับดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กรมฯ ได๎รับรางวัลเลิศรัฐประเภทตําง ๆ ดังนี้ 1) สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ PMQA รายหมวด : หมวด 4 ด๎านการวัดการวิเคราะห์ และการจัดการความรู๎ 2) สาขาการบริหารราชการแบบมีสํวนรํวม ประเภทเปิดใจใกล๎ชิดประชาชน (Good Governance) ระดับดี 3) สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ : ตู๎ควบคุมปูองกันการแพรํกระจายเชื้อจุดพํนยา (A2M2) ระดับดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กรมฯ ได๎รับรางวัลเลิศรัฐประเภทตําง ๆ ดังนี้ 1) สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ PMQA รายหมวด : หมวด 1 การน าองค์การและความ รับผิดชอบตํอสังคม 2) สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ : การพัฒนาระบบสื่อสารส าหรับงานบริการด๎าน การแพทย์ฉุกเฉินและสาธารณสุข ระดับดีเด่น 3) สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ : การพัฒนาระบบการบริหารจัดการศูนย์เครื่องมือ แพทย์ในโรงพยาบาล ระดับดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กรมฯ ผ่านการประเมินรางวัลฯ ประเภทต่าง ๆ ดังนี้ 1. สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 (PMQA 4.0) 2. สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 2 ด๎านการวางยุทธศาสตร์และการสื่อสารเพื่อน าไปสูํ การปฏิบัติ
3. สาขาบริการภาครัฐ ประเภทยกระดับการอ านวยความสะดวกในการให๎บริการ : ยกระดับการ ให๎บริการผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Fully Digital ระดับดีเด่น 4. สาขารางวัลพิเศษ สานพลังรํวมใจ ต๎ายภัยโควิด: อสม.กลไกการมีสํวนรํวมของชุมชนในการจัดการ ปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระดับดีเด่น 5. สาขาการบริหารราชการแบบมีสํวนรํวม ประเภทเปิดใจใกล๎ชิดประชาชน: การเปิดระบบราชการ สบส. 4.0 ระดับดีเด่น 6. สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ: เครื่องมือแพทย์พร๎อมใช๎ เที่ยงตรง ปลอดภัย คน ไทยเข๎าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 ระดับดี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมฯ มีผลงานที่ผ่านการประเมินรางวัลฯ 2 ผลงาน ดังนี้ 1. สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 (PMQA 4.0) *อยูํระหวํางรอประกาศอยํางเป็น ทางการ (ข๎อมูล ณ 22 ส.ค. 66) 2. สาขาสาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ: การพัฒนาระบบการจัดการและประเมิน คุณภาพมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ในสถานพยาบาลภาครัฐ ระดับดี กลุํมพัฒนาระบบบริหารในฐานะหนํวยงานที่มีภารกิจหลัก ในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริหารจัดการ ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพให๎เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ และเกิดความคุ๎มคํา เพื่อประโยชน์สุขของ ประชาชน จึงได๎ด าเนินการศึกษาหลักเกณฑ์การประเมินรางวัลฯ รวบรวมข๎อมูลการพัฒนาองค์กร และรํวมกับ หนํวยงานที่เกี่ยวข๎องในการรวบรวมข๎อมูลพร๎อมทั้งจัดท ารายงานผลการด าเนินการ สํงให๎ส านักงาน ก.พ.ร. เข๎าสูํ กระบวนการพิจารณา กลุํมพัฒนาระบบบริหารหวังเป็นอยํางยิ่งวํารายงานฉบับนี้ จะเป็นสิ่งที่บํงบอกถึงผลงานและ ความภาคภูมิใจรํวมกันของชาวกรม สบส. และที่นอกเหนือจากนั้น คือ ใช๎เป็นฐานข๎อมูลในการอ๎างอิงและแสดงให๎เห็น ถึงผลการพัฒนาระบบราชการ รวมทั้งการบริหารจัดการของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กลุํมพัฒนาระบบบริหาร กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สิงหาคม 2566
สารบัญ หน้า 1. ลักษณะส าคัญองค์การ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ..............................................................................1 2. รางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ ..............................................................................................................................5 3. รางวัลสาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ................................................................................21 4. รางวัลสาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ระดับดีเด่น.....................................................................67 5. รางวัลสาขาบริการภาครัฐ ระดับดี.........................................................................................................113 การพัฒนาระบบการจัดการและประเมินคุณภาพมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ในสถานพยาบาลภาครัฐ ภาคผนวก 1. ภาพบรรยากาศการตรวจประเมิน ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน (Site Visit) ....................................................121 2. Infographic .........................................................................................................................................123
1 ลักษณะส าคัญองค์การ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
2 ผู้ส่งมอบ พันธมิตร และผู้ให้ความร่วมมือ: หนํวยงานภาครัฐสป.สธ. สสจ. กระทรวงการตํางประเทศ กระทรวงการทํองเที่ยว กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ สนง. ต ารวจแหํงชาติ สถานทูต กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน ส านักงาน ก.พ.ร. สพร. กองปราบปราม สคบ. อย. กสทช. หนํวยงานภาคเอกชนสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข๎อง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแหํงประเทศไทย หอการค๎าสถาบันการศึกษา เครือขํายระดับพื้นที่ชมรมอสม. สสอ. รพศ. รพท. รพช. รพ.สต. อปท. กทม. สมาคม มูลนิธิ NGO ความต้องการ: 1. ความมีสํวนรํวม 2. ความโปรํงใส 3. การสนับสนุนงบประมาณสื่อ ข๎อมูลเชื่อมโยงถูกต๎อง 4. การประสานงานที่สะดวกรวดเร็ว 5. ความชัดเจนของแนวทางปฏิบัติงานรํวมกัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: 1. ประชาชนผู๎มารับบริการ 2. เจ๎าหน๎าที่สถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 3. หนํวยงานที่รับนโยบายไปสูํการปฏิบัติ ความต้องการ/ ความคาดหวัง: 1. บริการมีคุณภาพ ได๎มาตรฐาน ปลอดภัย ราคาเป็นธรรม 2. ผู๎ให๎บริการมีจรรายบรรณวิชาชีพ 3. ได๎รับข๎อมูลขําวสาร ความรู๎และจัดการด๎านสุขภาพที่ถูกต๎อง ครบถ๎วน 4. เข๎าถึงข๎อมูลของกรมฯ รวดเร็ว สืบค๎นงําย 5. ความชัดเจนของแนวทางการปฏิบัติ ผู้รับบริการ: 1. ผู๎ประกอบการ/ด าเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 2. ผู๎ประกอบโรคศิลปะ ผู๎ให๎บริการ 3. สถานพยาบาลภาครัฐ/เอกชน (รพ. คลินิก) 4. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 5. ประชาชนทุกกลุํมวัย 6. ภาคีเครือขํายสุขภาพภาคประชาชน ภาครัฐ เอกชนท๎องถิ่นอสม.ความต้องการ: 1. การอนุญาต/การขึ้นทะเบียนมีความโปรํงใสเป็นธรรม รวดเร็ว 2. มีความรู๎ความเข๎าใจเรื่องข๎อกฎหมายชัดเจน 3. การบังคับใช๎กฎหมายมีความเสมอภาคเทําเทียมและเป็นธรรม 4. ผู๎ตรวจประเมินมีความรู๎ ทักษะ และโปรํงใสในการตรวจ ประเมินมาตรฐาน 5. รูปแบบแนวทางการด าเนินการพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนที่ ชัดเจน มีประสิทธิภาพ 6. มีองค์ความรู๎ สื่อ สอดคล๎องกับปัญหาสุขภาพ 7. ความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการ พันธกิจ: 1. พัฒนามาตรฐานระบบบริการสุขภาพ และกลไกการขับเคลื่อนให๎สถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มีคุณภาพมาตรฐานสากล 2. พัฒนาและบังคับใช๎กฎหมายอยํางมีประสิทธิภาพ ในการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ 3. พัฒนาและขับเคลื่อนให๎ประเทศไทยมีศักยภาพในการแขํงขัน ด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร 4. พัฒนาและขับเคลื่อนการจัดการระบบสุขภาพภาคประชาชน โดยการมีสํวนรํวมของประชาชนและภาคีเครือขําย 5. พัฒนาการวิจัย องค์ความรู๎ นวัตกรรม และการถํายทอดเทคโนโลยีด๎านระบบบริการสุขภาพ และการจัดการ สุขภาพภาคประชาชน 6. พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของระบบบริหารจัดการองค์กร วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักในการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพภาคประชาชน ให๎มีคุณภาพ เพื่อการคุ๎มครองผู๎บริโภค และการพึ่งตนเองด๎านสุขภาพที่ยั่งยืนแบบมีสํวนรํวม ค่านิยม: ส. สมรรถนะเป็นฐานสร๎างสรรค์สิ่งใหมํ บ. บริการด๎วยใจ ส. ใฝุสามัคคี วัฒนธรรมองค์การ: คนส าราญ งานส าเร็จ น าพาองค์กรไปสูํความยั่งยืน มั่นคง และพัฒนา งบประมาณ: 13,140,936,900บาท จ านวนบุคลากร: 1,011 คน เป็นบุคลากรสํวนกลาง 646 อัตรา และบุคลากรสํวนภูมิภาค จ านวน 365 อัตรา เป็นข๎าราชการ 788 คน พนักงานราชการ 156 คน ลูกจ๎างประจ า 67 คน ชาย (51.73%) หญิง (48.27%) อายุต่ ากวํา 45 ปี (55.49%) อายุ 45-60ปี (44.51%) มีการศึกษา ต่ ากวําปริญญาตรี (28.09%) ปริญญาตรี (59.24%) ปริญญาโท (11.97%) ปริญญาเอก (0.70%) ปฏิบัติในสายงานหลัก (45.56%) (14 สายงาน เชํน นายแพทย์/วิศวกร/เภสัชกร/ทันตแพทย์/ มัณฑนากร/สถาปนิก/นิติกร) สายงานสนับสนุนวิชาการ (33.75%) (9 สายงาน) และสายงานสนับสนุน (20.69%) (14 สายงาน)นอกจากนั้นยังมี อสม. จ านวน1,054,729 คนซึ่งเป็นเครือขํายที่ส าคัญในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ: 1.พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 2.พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541และที่แก๎ไขเพิ่มเติม 3.พ.ร.บ. การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 และที่แก๎ไขเพิ่มเติม 4.พ.ร.บ. คุ๎มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีชํวยการเจริญพันธ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 5.พ.ร.บ. วิศวกร พ.ศ.2542 วําด๎วยการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม 6.พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และที่แก๎ไขเพิ่มเติม 7.พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และที่แก๎ไขเพิ่มเติม 8.พ.ร.บ. ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 9.ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขวําด๎วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมูํบ๎าน พ.ศ.2554 10.พ.ร.บ. คุ๎มครองผู๎บริโภค พ.ศ.2522 และที่แก๎ไขเพิ่มเติม 11. ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ๎มครองแรงงาน พ.ศ.2549 12.มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพตํางๆ (การแพทย์และการสาธารณสุข) 13.มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ กรม สบส. พ.ศ. 2563 14. พ.ร.บ.สํงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2556 15. พ.ร.บ.สถาปนิก พ.ศ. 2543 16. พ.ร.บ. การสํงเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 17. พ.ร.บ.สํงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล๎อมแหํงชาติ พ.ศ. 2535 18. กฎกระทรวง ก าหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล๎อมในการท างานเกี่ยวกับงานกํอสร๎าง พ.ศ. 2553 ระบบการปรับปรุงผลการด าเนินการ: PMQA , SWOT Analysis, Balance Score Card, Strategy Map, Risk Management, PDCA, SMART HSS, KM, HR Score Card,บริหารความเสี่ยงการอนุมัติ อนุญาต ผํานระบบ Biz Portal รํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. ระบบ BIM (การออกแบบจ าลองเสมือนจริง) ผลผลิต/บริการหลัก: การคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ 1. การขออนุญาต/การขึ้นทะเบียน สถานพยาบาลสถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู๎ประกอบโรคศิลปะและผู๎ให๎บริการ 2. การบริหารยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติและอุตสาหกรรมการแพทย์ แบบครบวงจร 3.การพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย ควบคุม ก ากับ และบังคับใช๎ กฎหมายด๎านระบบบริการสุขภาพ 4. การคุ๎มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีชํวยการเจริญพันธ์ ทางการแพทย์ ระบบสุขภาพภาคประชาชน 1. การพัฒนาระบบสุขภาพภาคประชาชน 2. พัฒนาและเสริมสร๎างการดูแลสุขภาพของบุคคลครอบครัว และชุมชน เสริมสร๎างความเข๎มแข็งผํานเครือขําย อสม. มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ 1. มาตรฐานสถานพยาบาล 2. มาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 3. มาตรฐานอาคารสถานบริการภาครัฐ 4. มาตรฐานระบบบริการสุขภาพภาครัฐ คุณลักษณะโดดเด่นของผลผลิต/บริการ: 1. การขออนุญาตสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อ สุขภาพ การขึ้นทะเบียนผู๎ประกอบวิชาชีพและผู๎ให๎บริการ สามารถยื่นค าขอผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ได๎แบบ fully digital รวมทั้ง e-Paymentได๎ผํานระบบ Biz Portal 2. การประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล สถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพ สามารถประเมินผํานระบบ ออนไลน์(HS4) ได๎แบบ real time 3. การบริการออกแบบอาคารสภาพแวดล๎อมใช๎เทคโนโลยี BIMซึ่งจะท าให๎สามารถออกแบบอาคารเป็นแบบ ภาพเสมือนจริง 3มิติ และเมื่อต๎องการแก๎ไข ปรับปรุง สามารถด าเนินการได๎อยํางรวดเร็ว 4.การทดสอบสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ มีห๎องปฏิบัติการทดสอบ สอบเทียบที่ได๎มาตรฐาน ISO 17025 และเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช๎ทดสอบสอบเทียบที่ทันสมัย แมํนย า ได๎มาตรฐาน 5. บุคลกรของกรมมีความสามารถเชียวชาญเฉพาะทาง และทักษะการด าเนินงานเฝูาระวังสถานพยาบาลและสถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพกลุํมเสี่ยงตามกฎหมายที่เกี่ยวข๎อง 6. มีเครือขํายด๎านสุขภาพที่เข๎มแข็งและครอบคลุมทุกพื้นที่ สมรรถนะหลักขององค์กร: 1. การทดสอบและสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ 2. การสร๎างเครือขํายการมีสํวนรํวมภาคประชาชน 3. มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ 4. การออกแบบอาคารและสภาพแวดล๎อม 5. บุคลากรมีความเชียวชาญด๎านการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎าน ระบบบริการสุขภาพ
3 แหล่งข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ : ภายในประเทศสถาบันการศึกษา หนํวยงานเครือขํายที่เกี่ยวข๎อง กรมอนามัย ส านักงาน คณะกรรมการอาหารและยา กรมการแพทย์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน กรมการแพทย์แผน ไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงการตํางประเทศ กระทรวงการทํองเที่ยวและกีฬา สถานทูตสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแหํงประเทศไทย ภายนอกประเทศสถานพยาบาลที่ได๎รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล (JCI) สิงคโปร์ มาเลเซีย ความส าคัญเชิงเปรียบเทียบของพันธกิจหรือหน้าที่ต่อความส าเร็จของส่วนราชการ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศคืออะไร : 1. การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนให๎สถานพยาบาล และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีคุณภาพมาตรฐานสากล และมีศักยภาพในการ แขํงขันด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และ Wellness ซึ่งเป็นกลไกส าคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศ 2. พัฒนาและขับเคลื่อนการจัดการระบบสุขภาพภาคประชาชน โดยการมีสํวน รํวมของประชาชนและภาคีเครือขํายที่เน๎นการพัฒนาโดยยึดสุขภาพประชาชน เป็นศูนย์กลาง เพื่อให๎คนไทยมีสุขภาวะที่ดี 3. การสร๎างความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพตามมาตรฐานงานสุขศึกษา ท าให๎ประชาชนมีความรอบรู๎และสามารถจัดการสุขภาพของตนเองได๎ 4. การตรวจประเมินมาตรฐานสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน (โรงพยาบาล , คลินิกฯ) สปาเพื่อสุขภาพ ฯ ผู๎ประกอบวิชาชีพ และผู๎รับบริการ ให๎เป็นไปตาม มาตรฐานตามที่กฎหมายก าหนด ท าให๎ผู๎รับบริการได๎รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ในการท างาน บุคลากรมีจ าเป็นต้องที่ต้องดูแลเกี่ยวกับความเสี่ยงภัยอะไรบ้าง: 1. ในการปฏิบัติงานเฝูาระวังสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ รวมทั้ง เครื่องมือแพทย์ที่ไมํมีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย เชํน การตรวจประเมิน มาตรฐานสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หมอกระเป๋า (หมอเถื่อน) 2. มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operation Center)เพื่อให๎ การบริหารงานของกรมฯ เป็นไปอยํางคลํองตัว มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลใน การปฏิบัติงาน และรองรับภารกิจในการสํงเสริม สนับสนุน ควบคุม ก ากับ พร๎อมทั้ง พัฒนาระบบบริการสุขภาพ ในภาวะปกติและภาวะวิกฤติได๎อยํางตํอเนื่อง โดยเฉพาะใน ภาวะวิกฤติที่เผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดจากภัยพิบัติตําง ๆ เชํน วาตภัย ดินโคลน ถลํม อุทกภัย อัคคีภัย ตลอดจนการแพรํระบาดของโรคตําง ๆ ซึ่งเป็นภารกิจส าคัญของ กรมในการสร๎างความพร๎อมและด าเนินการให๎ความชํวยเหลือทางด๎านการแพทย์และ สาธารณสุขในพื้นที่ที่ได๎รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 3. มีการจัดตั้งทีมวิศวกรฉุกเฉิน (MSERT) เป็นทีมเคลื่อนที่เร็ว ในการเข๎าชํวยเหลือพื้นที่ เกิดเหตุ โดยมุํงเน๎นการให๎การดูแลและชํวยเหลือ ฟื้นฟูสถานพยาบาลในระบบที่ส าคัญ 5 ด๎าน ได๎แกํ ระบบไฟฟูา ระบบประปา ระบบสื่อสาร ระบบเครื่องมือแพทย์ และ อาคารสถานที่ ให๎สามารถใช๎งานได๎ตามปกติพร๎อมใช๎งานและบริการประชาชนได๎ 24 ชั่วโมง ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์: (ด้านพันธกิจ ปฏิบัติการ บุคลากร สังคม) : 1. เป็นองค์กรเดียวที่คุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพและระบบบริการ สุขภาพภาคประชาชน ของประเทศไทย 2. มีกฎหมายชั้น พ.ร.บ. ที่ตอบสนองภารกิจหลัก 3. มีเครือขํายความรํวมมือที่เข๎มแข็ง (อสม.) ในระดับชุมชนทั่วประเทศ 4. วิทยาการ เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ เทคโนโลยีและองค์ความรู๎ ด๎านระบบ บริการสุขภาพ 5. โอกาสทางการพัฒนาภายใต๎โครงสร๎างพื้นฐานด๎านเทคโนโลยีของประเทศ และนโยบายประเทศไทย 4.0 6. มีบุคลากรสหวิชาชีพในการก าหนดและประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ในสถานพยาบาล การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน: 1. การวางยุทธศาสตร์ให๎สอดคล๎องกับยุทธศาสตร์ชาติแผนแมํบท ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 2. การเปลี่ยนแปลงด๎านประชากร อายุ ความต๎องการ เศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล๎อม 3. ความก๎าวหน๎าทางเทคโนโลยีที่ฉับพลัน/Digital Transformation 4. การผลักดันและบังคับใช๎กฎหมาย ให๎มีประสิทธิภาพ 5. ระบบบริการก๎าวหน๎า การวางระบบออกแบบสถานพยาบาลให๎มีความทันสมัย ภายใต๎ concept “Innovative Healthcare Management : EMS (Environment, Modernization and Smart Service” การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน: 1. การวางยุทธศาสตร์ให๎สอดคล๎องกับยุทธศาสตร์ชาติแผนแมํบท ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 2. การเปลี่ยนแปลงด๎านประชากร อายุ ความต๎องการ เศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล๎อม 3. ความก๎าวหน๎าทางเทคโนโลยีที่ฉับพลัน/Digital Transformation 4. การผลักดันและบังคับใช๎กฎหมาย ให๎มีประสิทธิภาพ 5. ระบบบริการก๎าวหน๎า การวางระบบออกแบบสถานพยาบาลให๎มีความทันสมัย ภายใต๎ concept “Innovative Healthcare Management : EMS (Environment, Modernization and Smart Service” เทคโนโลยีการสื่อสารและการให้บริการที่ส าคัญมีอะไรบ้าง : เทคโนโลยีการสื่อสาร 1. ระบบวิทยุสื่อสารทางไกล แบบ E-Radio 2.ระบบ TeamSpeak, TV online กรม สบส. 3. ระบบ Video Conference 4. การประชุมผํานระบบ Teleconference Webex 5. Application HSS Office, วารสารออนไลน์ สบส. ซอย 8 6. Application Line ,Tiktok เทคโนโลยีการให๎บริการและการท างาน 1. E-Service -ระบบการจองคิวออนไลน์ 1. E-Liceansing –ระบบการสอบโรคศิลปะออนไลน์ 2. E-Examination 3. E-Complain 4. Talemedicine 5. E-Learningของกองสุขศึกษาและกลุํมบริหารทรัพยากรบุคคล 6. E-data Service 7. ระบบงานสอบเทียบเครื่องมือแพทย์(HS4) 8. บัตร SMART CARD อสม. 9. Application Smart อสม. และDashboard Smartอสม. 10. การช าระคําธรรมเนียมผํานระบบ KTC E-Service และ E-payment 11. โปรแกรมประเมินพฤติกรรมสุขภาพ (Health Gate) 12. ระบบจัดการจัดการเรื่องร๎องเรียน (CRM) 13. ระบบ TV Online 14. ระบบ Central Biz Portal 15. ระบบการให๎บริการผําน Citizen Portal 16. ระบบบริการข๎อมูลผําน Web Site 17. ระบบประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ (HS4) กฎหมายและกฎระเบียบอะไรที่มีอยู่และเอื้อให้ส่วนราชการท างานอย่างมีความคล่องตัวและตอบสนองการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ : 1) พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 2) พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และฉบับที่แก๎ไขเพิ่มเติม 3) พ.ร.บ. การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 และฉบับที่แก๎ไขเพิ่มเติม 4) พ.ร.บ. คุ๎มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีชํวยการเจริญพันธ์ฯพ.ศ. 2558 5) พ.ร.บ. วิศวกร พ.ศ.2542 วําด๎วยการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม 6) พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และที่แก๎ไขเพิ่มเติม 7) พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และที่แก๎ไขเพิ่มเติม 8. พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์พ.ศ. 2565 9) พ.ร.บ. ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 10) ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขวําด๎วยอาสาสมัครสาธารณสุขฯพ.ศ. 2554 11) พ.ร.บ. คุ๎มครองผู๎บริโภค พ.ศ.2522 และที่แก๎ไขเพิ่มเติม 12). ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ๎มครองแรงงาน พ.ศ.2549 13) มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพตําง ๆ (การแพทย์และการสาธารณสุข) 14) มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ กรม สบส. พ.ศ. 2563 15) พ.ร.บ.การอ านวยความสะดวกฯ พ.ศ. 2558 16) พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2562
4 สภาพแวดล้อมด้านการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกประเทศของส่วนราชการเป็นเช่นใด? ประเด็นการแข่งขันคืออะไร และมีผลต่อการด าเนินการของส่วนราชการอย่างไร : ภายใน 1. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได๎จัดท าประกาศกระทรวงสาธารณสุข มาตรา 5 ของ พ.ร.บ.สถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 เพื่อพัฒนา ยกระดับสถานบริการสุขภาพภาครัฐทุกสังกัดให๎ได๎มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ดังนี้ ด๎านการบริหารจัดการ ด๎านการบริการสุขภาพ ด๎านอาคาร สถานที่และสิ่งอ านวยความสะดวก ด๎าน สิ่งแวดล๎อม ด๎านความปลอดภัย ด๎านเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ด๎านระบบสนับสนุนบริการที่ส าคัญ ด๎านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ ด๎านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 2. นโยบายของประเทศและกระทรวงสาธารณสุข ด๎านการคุ๎มครองผู๎บริโภค ด๎านระบบบริการสุขภาพ การดูแล ผู๎สูงอายุ การปูองกัน ควบคุมโรคไวรัส Covid-19 การคุ๎มครองสิทธิผู๎ปุวยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) 3. การมีสํวนรํวมของภาคประชาชนและภาคีเครือขํายตําง ๆ และองค์กรภาคเอกชนในการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบ บริการสุขภาพ ภายนอก 4. นโยบายการเรํงรัดเปิดเสรีภายใต๎ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ACE) 5. บุคลากรทางการแพทย์ไทยได๎รับการยอมรับด๎านความสามารถในระดับสากลรับรางวัลระดับโลก/อาเซียน 6. อัตราคําบริการรักษาพยาบาลของไทยต่ ากวําเมื่อเทียบกับคูํแขํงเชํนสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินเดีย 7. จัดท าข๎อตกลงยอมรับรํวม (Mutual Recognition Arrangement: MRA) ในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และเคลื่อนย๎ายบุคลากร มีสํวนชํวยรองรับการลงทุนในธุรกิจการรักษาพยาบาลในอาเซียนเพื่อปรับตัวรับกับ สถานการณ์การแขํงขันที่รุนแรงขึ้น ความส าคัญของสมรรถนะหลักของส่วนราชการที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของ ประเทศคืออะไรทั้งทางตรงและทางอ้อม : ด้านเศรษฐกิจ : การพัฒนาขับเคลื่อนประเทศไทยให๎มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) เพื่อเพิ่มรายได๎ให๎แกํ ประเทศด๎านเศรษฐกิจสุขภาพ ด้านสังคม : 1.การสร๎าง พัฒนายุว อสม. 2.การพัฒนาระบบการเฝูาระวังเตือนภัยพฤติกรรมสุขภาพเชิงรุก 3.การบังคับใช๎กฎหมายอยํางจริงจัง 4.การทดสอบสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ ท าให๎ผู๎ปุวยได๎รับบริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย บุคลากรทางการแพทย์ใช๎ เครื่องมือได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 5.การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการตรวจสอบการกระท าความผิดทางเทคโนโลยี ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม : 1.การพัฒนา อสม.หมอประจ าบ๎าน และ อสม. นักจัดการสุขภาพชุมชน 2.การพัฒนามาตรฐานอาคารสถานบริการภาครัฐ อาคารและสภาพแวดล๎อมสถานพยาบาล 3.การพัฒนาดูแลระบบบ าบัดน้ าเสียและสิ่งแวดล๎อม 4.การจัดท าแบบกํอสร๎างตามเกณฑ์อาคารสีเขียวและการพัฒนาสถานบริการสุขภาพต๎อนแบบ Green & Clean Hospital 5. การจัดตั้งศูนย์ dental Hubโรงพยาบาลรัฐ ประเด็นการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากรที่ส าคัญคืออะไรพื้นฐานของบุคลากรที่มีผลต่อการวางแผนการพัฒนาและการสร้าง ขีดความสามารถในการเป็นองค์การสมรรถนะสูงมีอะไรบ้าง : การเกษียณอายุราชการ การย๎ายงาน การบริหารบุคลากรหลาย Generationบุคลากรจะต๎องมีความเชี่ยวชาญในการ ปฏิบัติงาน รวบรวมและวิเคราะห์ข๎อมูลได๎อยํางแมํนย ารอบด๎าน และต๎องมีวัฒนธรรมรํวมกันโดยเป็นวัฒนธรรมที่เน๎นด๎านการ เรียนรู๎ การปรับปรุงตํอเนื่อง เพื่อวางแผนการท างานให๎เกิดประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ ตรงเวลา และพร๎อมรับทุกสถานการณ์และพัฒนาทักษะด๎าน Digital การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการแข่งขันที่ส าคัญคืออะไร ส่งผลต่อสถานการณ์แข่งขันของประเทศอย่างไร : 1. การวางยุทธศาสตร์ให๎สอดคล๎องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแมํบท เพื่อบรรลุวิทัศน์ 20 ปี 2. การพัฒนาประเทศไทยให๎เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) 3. การเปลี่ยนแปลงด๎านประชากร สังคมผู๎สูงอายุ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล๎อม 4. ความก๎าวหน๎าทางเทคโนโลยีสารสนเทศด๎าน AI IOT Block Chain 5G หุํนยนต์ทางการแพทย์ telemedicine Digital Disruption เป็นต๎น 5. โรคอุบัติใหมํ 6. การผลักดันและบังคับใช๎กฎหมาย Digital Disruption 7. การพัฒนาและเสริมสร๎างศักยภาพการแพทย์ปฐมภูมิ 8. ระบบบริการก๎าวหน๎า การวางระบบออกแบบสถานพยาบาลให๎มีความทันสมัย ภายใต๎ concept “Innovative Healthcare Management : EMS (Environment, Modernization and Smart Service” 9. Climate change
5
6
7 แบบฟอร์มรายงานผลการด าเนินการ มิติที่ 1 การเป็นองค์การต้นแบบ 1. ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2563 - 2565) หน่วยงานได้รับรางวัลอะไรบ้าง ชื่อรางวัล หน่วยงาน ที่มอบรางวัล ปีที่ได้รับ รางวัล 1. รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และการจัดการความรู๎ ส านักงาน ก.พ.ร. 2563 2. รางวัลการบริหารราชการแบบมีสํวนรํวม ประเภทเปิดใจใกล๎ชิดประชาชน ระดับดี ส านักงาน ก.พ.ร. 2563 3. รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ : ตู๎ควบคุมปูองกันการแพรํกระจายเชื้อ จุดพํนยา (A2M2) ระดับดี ส านักงาน ก.พ.ร. 2563 4. รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 1 การน าองค์การและความรับผิดชอบ ตํอสังคม ส านักงาน ก.พ.ร. 2564 5. รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ : การพัฒนาระบบสื่อสารส าหรับ งานบริการด๎านการแพทย์ฉุกเฉินและสาธารณสุข ระดับดีเด่น ส านักงาน ก.พ.ร. 2564 6. รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ : การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ศูนย์เครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาล ระดับดี ส านักงาน ก.พ.ร. 2564 7. รางวัลเลิศรัฐยอดเยี่ยม ส านักงาน ก.พ.ร. 2565 8. รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า (Advance) ส านักงาน ก.พ.ร. 2565 9. รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ส านักงาน ก.พ.ร. 2565 10. รางวัลการบริหารราชการแบบมีสํวนรํวม ประเภทเปิดใจใกล๎ชิดประชาชน ระดับดีเด่น ส านักงาน ก.พ.ร. 2565 11. รางวัลพิเศษ สานพลังรํวมใจ ต๎านภัยโควิด : อสม. กลไกการมีสํวนรํวมของชุมชนในการ จัดการปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระดับดีเด่น ส านักงาน ก.พ.ร. 2565 12. รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทยกระดับการอ านวยความสะดวกในการให๎บริการ ระดับดีเด่น ส านักงาน ก.พ.ร. 2565 13. รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ : เครื่องมือแพทย์พร๎อมใช๎เที่ยงตรง ปลอดภัย คนไทยเข๎าถึงบริการสุขภาพ ระดับดี ส านักงาน ก.พ.ร. 2565 2. ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานมีปัญหา อุปสรรค โอกาสและความท้าทายอย่างไร กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีภารกิจที่ส าคัญในการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพภาค ประชาชนของประเทศไทยให๎มีคุณภาพ เพื่อคุ๎มครองผู๎รับบริการในระบบบริการสุขภาพและสํงเสริมให๎ประชาชนสามารถ ดูแลและพึงตนเองด๎านสุขภาพได๎อยํางยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันพบวําความท๎าทายด๎านระบบบริการสุขภาพมีมากขึ้นในทุกมิติ ได๎แกํ 1) การแขํงขันที่สูงขึ้นทั้งในระบบบริการสุขภาพภาคเอกชน 2) คําใช๎จํายบริการสุขภาพของประเทศไทยมีแนวโน๎ม เพิ่มขึ้น 3) ความเหลื่อมล้ าในระบบบริการสาธารณสุขและและความไมํเป็นธรรมในการเข๎าถึงบริการสุขภาพ 4) ปัญหาการ ใช๎ยาเกินจ าเป็นและปัญหาเชื้อโรคดื้อยา 5) ปัญหาโรคอุบัติใหมํกลับมีแนวโน๎มเพิ่มสูงขึ้น 6) ความก๎าวหน๎าทางเทคโนโลยี การแพทย์ มีผลตํอการเลือกเทคโนโลยีมาใช๎ในการให๎บริการสุขภาพ 7) การสื่อสารในยุค Social Media โลกที่เชื่อมตํอกัน ในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติการรับรู๎ผํานการกระจายข๎อมูลขําวสารสารพัดเนื้อหา รูปแบบ และชํองทาง 6) การเปลี่ยนแปลง ด๎านประชากร อายุ ความต๎องการ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล๎อม การเพิ่มขึ้นของประชากรผู๎สูงอายุและในปี 2575 มี อัตราสํวนของผู๎สูงอายุถึง 28 % จากจ านวนประชากรทั้งหมด 7) กระแสความนิยมของประชาชนในการดูแลและพึ่งพา ตนเองด๎านสุขภาพที่สูงขึ้น สํงผลความต๎องการและคาดหวังของประชาชนเพิ่มมากขึ้นในทุกด๎าน และพร๎อมที่จะออกมา เรียกร๎องหรือสร๎างแรงกดดันเพื่อให๎ได๎มาซึ่งสิ่งที่กลุํมของตนเห็นวําถูกต๎อง 8) การผลิตบุคลากรทางการแพทย์ให๎เพียงพอ รองรับระบบสาธารณสุข 9) ระบบประกันสุขภาพกับแนวคิดการลงทุนเพื่อสํงเสริมสุขภาพ 10) การผลักดันและการบังคับ ใช๎กฎหมาย การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบให๎เป็นปัจจุบัน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด๎านระบบบริการสุขภาพ และ
8 ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไป นับวําเป็นความท๎าทายที่ส าคัญอยํางยิ่งของระบบสาธารณสุขและ ระบบบริการสุขภาพของประเทศ สํงผลกระทบตํอความมั่นคงทั้งทางด๎านสาธารณสุข สุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมของ ประเทศ ซึ่งกรมฯ ต๎องมีการเตรียมความพร๎อม งานแผนกลยุทธ์ ปรับตัวในทุกมิติ ปรับปรุง และพัฒนาระบบบริการ สุขภาพของไทยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3. ที่ผ่านมาหน่วยงานมีการวางแผนยุทธศาสตร์ หรือแนวทางในการปรับปรุง และวิธีการน าไปสู่การปฏิบัติ เพื่อตอบสนองต่อปัญหา อุปสรรค และความท้าทาย ตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 อย่างไร กรมฯ เป็นองค์กรหลักในการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพและระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพ ภาคประชาชนของประเทศไทย ได๎จัดท าแผนยุทธศาสตร์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ก าหนด ยุทธศาสตร์ เพื่อใช๎เป็นแนวทางการขับเคลื่อน 3 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ 1) พัฒนา และยกระดับมาตรฐานสถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน และสถานประกอบการเพื่อ สุขภาพสูํมาตรฐานและพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร 2) พัฒนาและ ยกระดับการจัดการสุขภาพประชาชนโดยการมีสํวนรํวมของประชาชนและเครือขําย 3) พัฒนาองค์กรให๎เป็นองค์กรสมรรถนะสูงตามหลักธรรมาภิบาล และมีการจัด แผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี โดยแบํงเปูาหมายความส าเร็จของแผน (Milestone) เป็น 4 ระยะและเพื่อให๎การขับเคลื่อนการด าเนินงานเห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมีแนวทางในการพัฒนา แก๎ไข ปรับปรุง และ วิธีการน าไปสูํการปฏิบัติ เพื่อตอบสนองตํอปัญหา อุปสรรค โอกาส และความท๎าทาย ด๎วยการก าหนดแผนปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2562-2566 ประเด็นที่ต๎องเรํงรัดปฏิรูปไว๎ 9 ประเด็น ตาม 3 ยุทธศาสตร์ ได๎แกํ 1) พัฒนาและยกระดับมาตรฐาน สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 2) การพัฒนาและบังคับใช๎กฎหมายคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการ สุขภาพ 3) พัฒนาเครือขํายและระบบการเฝูาระวังสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 4) พัฒนาและยกระดับ มาตรฐานสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพให๎มีศักยภาพในการแขํงขันด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์และการ ทํองเที่ยวเชิงสุขภาพแบบครบวงจร 5) สํงเสริมและพัฒนาประชาชนให๎มีศักยภาพในการดูแลและจัดการสุขภาพตนเอง 6) เสริมความเข๎มแข็งของชุมชนในการจัดการสุขภาพแบบมีสํวนรํวมของภาคีเครือขําย 7) พัฒนาและยกระดับคุณภาพการ รักษาพยาบาลและการให๎บริการสาธารณสุขในสุขศาลาพระราชทาน 8) พัฒนาองค์กรให๎เป็นองค์กรแหํงการเรียนรู๎ 9) พัฒนา ระบบบริหารอัตราก าลังและสํงเสริมคุณภาพชีวิต 10) น าเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาองค์กรให๎มีศักยภาพการบริหารจัดการ ตามหลักธรรมาภิบาล กรมฯ มีเปูาหมายหลักเพื่อให๎ “ ประชาชนมีความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ สามารถจัดการสุขภาพตนเองที่ ถูกต๎องได๎ และประชาชนได๎รับบริการจากสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์ในระดับนานาชาติ”มุํงเน๎นหลัก5 SMART HSS ประกอบด๎วน 1) Smart Service การพัฒนายกระดับการให๎บริการเป็น e-Service แบบ Fully Digital ภายในปี2566 ระบบรับเรื่องร๎องเรียนผําน Application CRM ประชาชนเข๎าถึงบริการได๎สะดวก รวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา 2) Smart Connection เปิดเผยข๎อมูล เพิ่มชํองทางการ เข๎าถึงบริการ เชื่อมโยงข๎อมูลระหวํางภาครัฐชํวยอ านวยความสะดวกผู๎ประกอบการ เชํน การออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล ผําน Application หมอพร๎อม การรายงานผล การปฏิบัติงาน อสม. ผําน Dashboard อสม. พัฒนางานบริการบน Application “ทางรัฐ” เชํน กิจการดูแลผู๎สูงอายุ การตรวจสอบสถานพยาบาล 3)Smart Collaboration สร๎างพัฒนาเครือขํายพันธมิตร และบูรณาการการท างานทุกภาคสํวนทั้งภายในและตํางประเทศ อาทิ การพัฒนายุว อสม. ผํานห๎องเรียนออนไลน์ (Gen X Health Hero) ระบบการตรวจสอบแพทย์เชื่อมกับข๎อมูลแพทยสภา 4) Smart Work System พัฒนาระบบการบริหาร จัดการ (e-System) อยํางเต็มรูปแบบ ปลดล็อคกฎหมาย ยกระดับการให๎บริการผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ระบบ การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) การออกแบบสถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM)และศูนย์ความเป็นเลิศเวชศาสตร์จีโนม 5) Smart Office พัฒนาระบบงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด๎วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ การรับ-สํงหนังสือ
9 ราชการและการลงนามมอบหมายงาน ผํานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสูํความเป็นมือ อาชีพ สํงผลให๎บุคลากรสามารถให๎บริการแกํผู๎รับบริการได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 4. ให้หน่วยงานแสดงผลความส าเร็จที่โดดเด่น ที่สามารถเป็นต้นแบบและเป็นแนวปฏิบัติให้กับหน่วยงานอื่น น าไปใช้ประโยชน์ได้ ผลงานที่ 1 “สมาร์ท อสม. ป้อมปราการต้านโควิด” จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในรอบ 2 ที่ได๎ แพรกระจายการติดเชื้อในวงกว๎างทั่วทั้งประเทศ กรมฯ พัฒนาศักยภาพและยกระดับของ อสม. และยุว อสม ผําน App. Smart อสม. ซึ่งปัจจุบัน มี อสม.และยุว อสม. กวํา 1.05 ล๎านคน ครอบคลุมทุกหมูํบ๎านทั่วประเทศ สูํการเป็น Smart อสม. และ อสม. หมอประจ าบ๎าน ให๎มีความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ ทักษะที่จ าเป็นด๎านปฐมพยาบาลและการชํวยชีวิตเบื้องต๎นพร๎อม ดูแลและชํวยเหลือประชาชน คัดกรอง สังเกตอาการผู๎ติดเชื้อที่พักอาศัย กลุํมผู๎เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงระบาดของโรค โควิด19 ทักษะในการใช๎เทคโนโลยีการสื่อสารผํานระบบออนไลน์ Application Smart อสม.ในการปฏิบัติงานในชุมชน และ เป็นต๎นแบบผู๎น าด๎านสุขภาพ (Change Agent) ตอบสนองตํอสถานการณ์ คาดการณ์ผลลัพธ์แก๎ปัญหาอยํางทันทํวงที กรมฯ ใช๎หลักการ เข้าถึง–เข้าใจ-ให้ความรู้ สู่ความส าเร็จเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ดังนี้ 1. ก าหนดกลยุทธ์ วางแผน ถ่ายทอด ไปสู่การปฏิบัติ ในรูปแบบตํางๆ ทั้งทางหนังสือราชการ จัดประชุม ประชุมทางไกล แถลงขําว ถํายทอดผํานสื่อตํางๆ ในการ ด าเนินงาน (รํวมคิด รํวมตัดสินใจ รํวมท า รํวมประเมิน) ดังนี้ 2.จัดหา ระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุน ได๎แกํ แนวทาง สื่อ ความรู๎ การการสนับสนุนด๎านตํางๆ ให๎เกิดขวัญก าลังใจในการปฏิบัติงาน 3. พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเป็น เครื่องมือปฏิบัติงาน ได๎แกํ แอปพลิเคชั่น “อสม.ออนไลน์” smartอสม.กลุํมไลน์ ฐานข๎อมูล แอปพลิเคชัน “พ๎นภัย” แบบ ส ารวจออนไลน์ เพื่อสื่อสาร ถํายทอดองค์ความรู๎ ติดตามความก๎าวหน๎า และรายงานประชาชนที่ได๎รับผลกระทบและต๎องการ ขอรับความชํวยเหลือ 4. ปฏิบัติการในพื้นที่ โดย อสม. เป็นแกนน าหลักในการด าเนินงานตามกลยุทธ์ ได๎แกํ รณรงค์ให๎ ประชาชนปูองกันตนเอง เคาะประตูบ๎าน ให๎ความรู๎แกํประชาชน 14,074,193 หลังคาเรือน ประชาชนมีพฤติกรรมในการ ปูองกันตนเองจากโรคโควิด 19 ได๎ร๎อยละ 87.0 รํวมกับชุมชน ค๎นหา คัดกรอง เฝูาระวังกลุํมเสี่ยงครบจบ 14 วัน เยี่ยม ติดตามกลุํมเสี่ยงที่บ๎านอีก 1,016,711 คน (ร๎อยละ 98.2) รํวมกับทีม 3 หมอ เชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีนโควิด 19 และสร๎าง ชุมชนสูํวิถีชีวิตใหมํ ปลอดภัยโควิด 19 (New Normal) 5.ก ากับติดตามและประเมินผล รายงานผลการปฏิบัติงาน ผําน แอปพลิเคชันให๎กับเจ๎าหน๎าที่สาธารณสุข ประชุมติดตามความก๎าวหน๎าผํานระบบประชุมทางไกล จัดตั้งและจัดประชุมศูนย์ ปฏิบัติการตอบโต๎ภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อติดตามความก๎าวหน๎าประเมินผลการด าเนินงาน และมีการวิเคราะห์ทบทวน พัฒนาวิธีการสื่อสาร และสร๎างความสัมพันธ์กับบุคลากร ผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย รับรู๎ข๎อมูลของ สบส. ที่ ตรงกัน เพื่อบรรลุเปูาหมายรํวมกัน ซึ่งสํงผลให๎ประเทศไทยผํานวิกฤติ เป็นที่ยอมรับจากนานาชาติในการรับมือกับสภาวะ วิกฤติโควิด-19 และได๎เผยแพรํผลงานในวารสารวิชาการทั้งในและตํางประเทศ เกิดนวัตกรรมต๎นแบบในการขับเคลื่อนระดับ ชุมชนตํางๆ เชํน อสม. Drug Delivery สํงยาถึงบ๎าน ตะกร๎าความสุข เยี่ยมบ๎านวัดความดันผู๎สูงอายุและการขยายผลไปยัง พื้นที่อื่นๆ อยํางตํอเนื่อง โดยผลการด าเนินการขับเคลื่อนระดับชุมชนของโนนฆ๎อง Model จ.ขอนแกํน มีความโดดเดํนใน การดูแลชุมชนได๎เป็นมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมเป็นที่ประจักษ์ ได้รับรางวัลเลิศรัฐ รางวัลพิเศษ สานพลังร่วมใจ ต้านภัยโควิด ประจ าปี 2565 ผลงานเรื่องที่ 2 “การยกระดับการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Fully Digital”กรมฯ น าเทคโนโลยี มาใช๎ในการปรับปรุงระบบและกระบวนการให๎บริการให๎มีประสิทฺธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสื่อสารคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎าน ระบบบริการสุขภาพ ให๎ประชาชนรับรู๎และสามารถดูแลสุขภาพตนเองและชุมชนได๎ กรมฯ มีการจัดตั้ง “ศูนย์บริการแบบ เบ็ดเสร็จ (One Stop Service)” บริเวณชั้น 1 ของกรมฯ สามารถช าระคําธรรมเนียมได๎ผํานบัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือ สแกน QR Code สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ลดการแพรํกระจายเชื้อโควิด-19การพัฒนารูปแบบบริการให๎เป็น e-Service พร๎อมทั้งเผยแพรํคู่มือส าหรับประชาชนผํานศูนย์รวมข๎อมูลเพื่อติดตํอราชการ (info.go.th) จ านวน 74 กระบวนการ ลด ขั้นตอน (จาก 139 เหลือ 90 ขั้นตอน) ลดระยะเวลา(จาก 33,661 เหลือ 12,851 ชั่วโมง) ยกเลิกส าเนา(88 ฉบับ) พร๎อมทั้ง ปรับเปลี่ยนเป็นการช าระค่าธรรมเนียมแทนการยื่นค าขอต่ออายุใบอนุญาต (5 ใบอนุญาต) รวมทั้งปรับปรุง แก้ไข
10 กฎหมาย กฎ หรือประกาศต่าง ๆ จ านวน 15 ฉบับ ให๎สอดคล๎องกับการพัฒนากระบวนการและการให๎บริการผํานระบบ ออนไลน์ได๎ ลดอุปสรรคด๎านกฎหมาย เชํน ออกประกาศกรมฯ ยกเลิกการขอส าเนาเอกสารที่ทางราชการออกให๎จาก ประชาชน (Zero Copy) ลดส าเนาเอกสารได๎ถึง 35,466 แผํน/ปี การพัฒนาการขออนุญาตและการขึ้นทะเบียนผําน Biz Portal รํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. สพร. และ สพธอ. มาตั้งแตํปี 2561 อ านวยความสะดวกให๎ประชาชนในการติดตํอท า ธุรกรรมตํางๆ ลดการยื่นเอกสาร หลักฐานซ้ าซํอน ลดการขอเอกสารหลักฐานที่ออกโดยราชการ สามารถเข๎าถึงบริการได๎จาก จุดเดียวผํานทางออนไลน์ (http://biz.govchanel.go.th/) เชื่อมโยงระบบ e-Payment กรมบัญชีกลาง ตั้งแตํเปิดให๎บริการมี ผู๎ใช๎บริการยื่นค าขอมากที่สุดติดTOP10 จ านวน 3 กระบวนงานสร๎างเศรษฐกิจและรายได๎ให๎แกํประเทศเพิ่มมากขึ้น และได๎ ขยายงานบริการให๎ครอบคลุมทุกภารกิจหลักของกรมฯ พร๎อมทั้งขยายผลการให๎บริการไปสํวนภูมิภาคให๎ครอบคลุมทั้ง ประเทศ การเชื่อมโยงข๎อมูลระบบ Citizen Portal บนแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ค๎นหาข๎อมูลและรับบริการภาครัฐได๎สะดวก ยิ่งขึ้น ได๎แกํ สิทธิประโยชน์ อสม. กิจการดูแลผู๎สูงอายุและผู๎ที่มีภาวะพึ่งพิง การพัฒนาระบบการยื่นขออนุญาตกิจการการ ดูแลผู๎สูงอายุและผู๎ที่มีภาวะพึ่งพิงส าหรับผู๎ประกอบการและผู๎ให๎บริการในรูปแบบออนไลน์ (www.esta.hss.moph.go.th) ประหยัดคําใช๎จํายได๎ถึง 25,812,000 บาท(3,000 บาทตํอราย) และระบบจองคิวออนไลน์ ผําน queue.hss.moph.go.th ผู๎รับบริการสามารถเลือกวันและเวลาที่ต๎องการเข๎ารับบริการได๎ผํานระบบออนไลน์ได๎ทุกที่ ทุกเวลา สามารถท ารายการได๎ ตลอด 24 ชั่วโมง และจองคิวลํวงหน๎าได๎ 7 วันท าการ สร๎างความพึงพอใจของผู๎รับบริการตํอระบบจองคิวออนไลน์ได๎ร๎อยละ 94.46 และกรมฯ ได๎รับรางวัลบริการภาครัฐ สาขาการยกระดับการอ านวยความสะดวกในการให้บริการ ระดับดีเด่น ใน ปี 2565 และได๎รับเลือกให๎เป็นหนํวยงานน ารํองในการศึกษาการปรับเปลี่ยนการใช๎ระบบอนุญาตเป็นระบบจดแจ๎งฯ ตํอไป ผลงานเรื่องที่ 3 “การยกระดับมาตรฐานสถานพยาบาล สานประกอบการเพื่อสุขภาพ และพัฒนาประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)” พัฒนาและยกระดับมาตรฐานสถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน และ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ควบคุม ก ากับ มาตรฐาน และอนุญาตประกอบกิจการ พัฒนายกระดับมาตรฐานระบบบริการ สุขภาพ 9 ด๎าน ในสถานบริการสุขภาพภาครัฐให๎ได๎รับการรับรองคุณภาพที่สูงขึ้นได๎จ านวน 156 แหํงตรวจประเมินคุณภาพ สถานพยาบาล ประกอบด๎วยโรงพยาบาลเอกชน คลินิกเอกชน และสถานพยาบาลที่ให๎บริการด๎านเทคโนโลยีชํวยการเจริญ พันธุ์ทางการแพทย์จ านวน 594 แหํงและสถานประกอบกิจการดูแลผู๎สูงอายุหรือผู๎มีภาวะพึ่งพิง682 แหํงรวมทั้งปรับปรุง พัฒนาแก๎ไขกฎหมายจ านวน 10 ฉบับ เพื่อบังคับใช๎กฎหมายเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ๎มครองผู๎บริโภคให๎ได๎รับบริการที่มี คุณภาพควบคูํกับความปลอดภัย และด าเนินคดีกับสถานพยาบาล 35 เรื่อง จัดการเรื่องร๎องเรียนจนยุติ424 เรื่อง การ พัฒนายกระดับคุณภาพของสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให๎เป็นที่ยอมรับและได๎รับความเชื่อมั่นใน ระดับสากล การรับรองคุณภาพรางวัลสปาสากล (Thai World class spa) 10 แหํง รางวัลนวดไทยพรีเมียม (NUAD Thai Premium) 18 แหํงและรางวัลเวลเนสสปา(Wellness Spa) 7 แหํง สํงเสริม พัฒนาสถานพยาบาลเอกชนให๎ได๎รับการรับรอง มาตรฐานระดับสากล Global Healthcare Accreditation (GHA) 8 แหํง รวมทั้งพัฒนาสถานพยาบาลให๎มีศักยภาพในการ แขํงขันด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์สํงเสริมการจัดบริการทางการแพทย์และสุขภาพที่มีศักยภาพดึงดูดชาวตํางชาติสูง11 แหํง พร๎อมทั้งติดอาวุธทางความรู๎ให๎ประชาชนหรือผู๎รับบริการให๎สามารถเลือกเข๎าถึงบริการสุขภาพใหมํๆได๎อยําง ปลอดภัยและการขับเคลื่อนนโยบายกลไก และมาตรการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติเพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจสุขภาพ และเพิ่มศักยภาพการแขํงขันด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรและการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยมีการ พัฒนาศูนย์กลางการรักษาพยาบาลเฉพาะทางชั้นสูงอาทิ โรงพยาบาลเฉพาะทางชั้นสูงเพื่อการรักษาโรคมะเร็งอมตะซิตี้จ. ชลบุรีและโรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง จ.อุดรธานี การพัฒนา Wellness Hub ของประเทศ การสํงเสริมการตลาดและ ประชาสัมพันธ์ในการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติได๎แกํ การจัดงาน Thailand International Health Expo 2022 มีผู๎เข๎ารํวมงานมากกวํา50,000 คน และเกิดการจับคูํธุรกิจ441 คูํการเป็นเจ๎าภาพจัดงาน Specialized Expo 2028 Phuket, Thailand และการจัดงาน Expo 2025 Osaka Kansai ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุุน พัฒนาสถานพยาบาล ต๎นแบบ อาทิบริการเวชศาสตร์จีโนม (รพ.พระปกเกล๎า) บริการการแพทย์ทางไกล(รพ.ราชวิถี) และศูนย์การดูแลผู๎สูงอายุ แบบครบวงจร (รพ.กล๎วยน๎าไท) สํงเสริม พัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลด๎านการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพและอุตสาหกรรม
11 การแพทย์จ านวน 4 แหํง และการพัฒนาวิชาการและการจัดการความรู๎ได๎แกํ e-Health Service ของประชาคมอาเซียน ระบบบริการเวลเนสกิจการการแพทย์เป็นต๎น มิติที่ 2 การพัฒนาจนเกิดผลส าเร็จอย่างต่อเนื่อง 5. หน่วยงานได้มีการวิเคราะห์ คาดการณ์ ความท้าทายขององค์การที่ก าลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และมีการวางยุทธศาสตร์ หรือก าหนด Road Map แนวทางการพัฒนาเพื่อไปตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านั้นอย่างไร เพื่อให้องค์การสามารถบรรลุ ตามพันธกิจและอ านาจหน้าที่และตอบสนองตรงความต้องการความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กรมฯ ทบทวนและวิเคราะห์ผลกระทบของเปูาประสงค์ และตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนการปฏิบัติ ราชการ และผลการด าเนินการ ปัจจัยสิ่งแวดล๎อมภายนอกที่ส าคัญและความเสี่ยงตําง ๆ ที่กระทบตํอองค์การ เชํน ความก๎าวหน๎าทางเทคโนโลยี แนวโน๎มการเข๎าสูํสังคมผู๎สูงอายุอยํางสมบูรณ์ความต๎องการและความคาดหวังของผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียหลักที่ส าคัญ รวมทั้งนโยบายการปฏิรูปประเทศ การวิเคราะห์และก าหนดยุทธศาสตร์ โดยอาศัย ข๎อมูลเชิงยุทธศาสตร์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนสารสนเทศที่เกี่ยวข๎อง เพื่อน าไปวิเคราะห์ปัจจัยส าคัญตํอการ จัดท ายุทธศาสตร์ กรมฯ ได๎ก าหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์กรมฯ ในการบริหารจัดการแนวใหมํ เพื่อแก๎ไขปัญหาด๎านระบบ สุขภาพและการเข๎าถึงระบบสุขภาพอยํางเทําเทียมกัน โดยน าความได๎เปรียบและความท๎าทายเชิงยุทธศาสตร์ กลําวคือ กรม สบส. เป็นองค์กรเดียวในการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพภาคประชาชนของประเทศไทย มี บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด๎านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ และการสร๎างเครือขํายการมีสํวนรํวมของประชาชน รวมถึง ทิศทางนโยบายรัฐบาลสนับสนุน กระแสความต๎องการการแพทย์เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาสุขภาพจากการท างานมากขึ้น การก๎าว เข๎าสูํสังคมผู๎สูงอายุ มีภาคีเครือขํายระดับชาติและพื้นที่เข๎มแข็ง โดยขับเคลื่อนผํานการสร๎างและพัฒนาเครือขํายแกนน าวัย เด็ก (ยุว อสม.) แกนน าวัยท างาน (อสม.) และ อสค. ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และน าความท๎าท๎ายเชิงยุทธศาสตร์มา ก าหนดเป็นกลยุทธ์ของกรมฯ ขับเคลื่อนการคุ๎มครองผู๎บริโภคได๎รับบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัยด๎านผลิตภัณฑ์ สุขภาพและบริการสุขภาพ การพัฒนากฎหมายและบังคับใช๎กฎหมายการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ Medical Hub Policy พัฒนาและยกระดับสถานประกอบการด๎านการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ Model Develop ได๎แกํ สุข ศาลาพระราชทาน อสม บัดดี้ ระบบการแพทย์ปฐมภูมิเข๎มแข็งด๎วยกลไก 3 หมอ การเชื่อมโยงฐานข๎อมูลผู๎ปุวยใน สถานพยาบาลเอกชน โดยใช๎ Big Data Technology และการสื่อสารสุขภาพทางออนไลน์ และเตรียมบุคลากรให๎พร๎อมและ เพียงพอตํอการบรรลุผลส าเร็จเพื่อประโยชน์สูงสุดในการให๎บริการสาธารณะของประเทศด๎านระบบบริการสุขภาพและการ สาธารณสุขไทย ตอบสนองความต้องการของประชาชนและสร้างความเท่าเทียมในทุกชนชั้น ประชาชนทุกคนสามารถ เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และสมประโยชน์โดยในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบริการสุขภาพ และด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรกรมฯ มีการพัฒนา/ปรับปรุงกฎหมายมาอย่างต่อเนื่องลดความซ้ าซ๎อนและ ปรังปรุงให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต อ านวยความสะดวกใน การให๎บริการ/การปฏิบัติงาน จ านวน 15 ฉบับ เชํน ประกาศกรมฯ การยื่นค าขอตามกฎหมายวําด๎วยสถานประกอบการเพื่อ สุขภาพทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ อ านวยความสะดวกให๎ประชาชน และเป็นการลดคําใช๎จํายตําง ๆ ด้านระบบสุขภาพภาค ประชาชน ภายหลังการแพรํระบาดของโรคโควิด-19 กรมฯ ได๎ชู “ต าบลวิถีใหมํปลอดภัยจากโควิด 19” เป็นกลไกขับเคลื่อน สังคมและเศรษฐกิจ น าพลัง อสม. รํวมเป็นแกนน าชุมชนอยูํรํวมกับโควิด 19 อยํางปลอดภัย โดยงานสาธารณสุขนับเป็นหนึ่ง ในปัจจัยส าคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพราะการลงทุนด้านสุขภาพของคนในชาติ คือการลงทุนที่ยั่งยืนที่สุด เมื่อประชาชนมีสุขภาพที่ดีจะชํวยลดคําใช๎จํายของภาครัฐ เพิ่มรายได๎ให๎กับประชาชน ท าให๎เศรษฐกิจของประเทศแข็งแรง การด าเนินงาน “ต าบลวิถีใหม่ ปลอดภัยจากโควิด 19” จึงเป็นกลไกส าคัญในการขับเคลื่อนสังคม และเศรษฐกิจให้เดิน ไปข้างหน้าได้ซึ่งนอกจากการด าเนินงานของภาครัฐและเอกชนแล๎ว ยังมีพลังของภาคประชาชน อยําง อสม. และ อสต.รํวม เป็นดํานหน๎าในการเฝูาระวัง ปูองกัน ควบคุมโรคโควิด 19 และรับบทบาทหน๎าที่ หมอคนที่ 1 ภายใต๎กลไก 3 หมอ ประสาน ความรํวมมือระหวํางภาคสํวน โดยด าเนินงานด๎วยหลัก 3 ป ประกอบด๎วย 1) ประชาสัมพันธ์: แนะน าความรู๎ปูองกันตนเอง
12 จากโรค วิธีการปฏิบัติตัวตามหลัก Universal Prevention 2) ป้องกัน: ชักชวนฉีดวัคซีนเข็มกระตุ๎น เฝูาระวัง ค๎นหากลุํม เสี่ยง และ 3) ปลอดภัย:รํวมด าเนินการให๎เกิดพื้นที่ Covid Free Setting ให๎ประชาชน/ชุมชนปลอดภัย พร๎อมทั้งพัฒนา ศักยภาพ อสม. นวัตกรสังคม แกนน าขับเคลื่อนในการใช๎ระบบปฏิบัติการตัดตอนวงจรโควิด 19 ในชุมชนแบบพึ่งตนเอง โดย เฝูาระวัง ติดตาม ด๎วยระบบปฏิบัติการดิจิทัล ซึ่งจะสํงเสริมให๎ระบบสุขภาพชุมชน เกิดความเข๎มแข็ง สุขกาย สุขใจ สุขเงิน สุขสามัคคี พัฒนาและสร๎างแกนน าสุขภาพในนักเรียน และเยาวชน (ยุว อสม.) การเฝูาระวังและสื่อสารเตือนภัยสุขภาพ สร๎างมาตรฐานชุมชน/ต าบล สุขภาพดีวิถีใหมํปลอดภัยโควิดทั้งในเขตเมืองและชนบท และสร๎างสุขภาพดีวิถีใหมํ Living with Covid-19 รองรับการเปิดประเทศ พัฒนาและยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลและการให๎บริการของสุขศาลา พระราชทาน หมูํบ๎านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และโรงเรียนสํงเสริมสุขบัญญัติ ปัจจุบันอุตสาหกรรมการทํองเที่ยวเชิง สุขภาพของไทย มีอัตราการเติบโตอยํางรวดเร็วและมีแนวโน๎มเพิ่มมากขึ้นอยํางตํอเนื่องกรมฯ ได๎จัดท าแผนยุทธศาสตร์การ พัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ(Medical Hub) พ.ศ. 2560-2569 เพื่อขับเคลื่อนการด าเนินงานให๎ เห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น แบํงออกเป็น 2 ระยะ โดยในระยะเรํงดํวน (ปี 2560 -2561) และระยะปานกลาง -ระยะยาว (ปี 2562 เป็นต๎นไป) และมีส านักสํงเสริมอุตสาหกรรมและบริการการแพทย์ครบวงจร เป็นหนํวยงานหลักรับผิดชอบในการ ขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Medical and Wellness Tourismสํงเสริม และพัฒนารูปแบบการรักษาพยาบาลที่มีศักยภาพสูง (Magnet) ให๎มีศักยภาพในการแขํงขันด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์ แบบบูรณาการ เชํน พัฒนา Wellness Hub ของประเทศ ศูนย์กลางทันตกรรมนานาชาติ การพัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจเวล เนสอันดามัน (AWC) โดยใช๎ศักยภาพความแข็งแกรํงด๎านระบบบริการสุขภาพของประเทศ ดึงดูดนักทํองเที่ยวให๎เดินทางเข๎า มาเพื่อรับบริการจนสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ นอกจากนี้กรมฯ มีการจัดท าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัล เพื่อ พัฒนาองค์กรไปสู่นโยบาย “รัฐบาลดิจิทัลด้านระบบบริการสุขภาพ (Digital Government; Healthcare Service System)” ปรับ Mindset บุคลากร สร๎างแนวคิดและนวัตกรรมใหมํ ให๎เกิดคุณคําของการใช๎เทคโนโลยีในระดับที่สูงขึ้น โดย ปรับเปลี่ยนข๎อมูลให๎เป็นข๎อมูลดิจิทัล ปรับปรุงกระบวนการและพัฒนาบริการดิจิทัลตามความต๎องการของประชาชน พร๎อม ทั้งสร๎างความพร๎อมของบุคลากรและเครื่องมือเพื่อพัฒนาไปสูํองค์กรดิจิทัล พัฒนาและบูรณาการแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับการบริหารงานภายในและภาคีเครือขําย และสํงเสริม การเปิดเผยข๎อมูลดิจิทัลและการใช๎ประโยชน์จากข๎อมูลเปิดเพื่อความโปรํงใส ดังจะเห็นได๎จากการพัฒนาการให๎บริการผําน ระบบ Biz Portal และ Citizen Portalรํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. และหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง ขยายงานบริการเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อให๎ครอบคลุมภารกิจหลักของกรมฯการพัฒนา e-Service ได๎แกํ ระบบจองคิวออนไลน์ ระบบการขออนุญาตกิจการดูแล ผู๎สูงอายุ/ผู๎มีภาวะพึ่งพิงผํานระบบออนไลน์ สํงผลให๎กรมฯ บรรลุตามพันธกิจ อ านาจหน๎าที่ ตอบสนองความต๎องการและ ความคาดหวังของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย พร๎อมทั้งพัฒนาระบบบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพและระบบ การคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ท าให๎ประชาชนมีสุขภาพดี พิทักษ์สิทธิและเข๎าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และสมประโยชน์ มิติที่ 3 การสร้างคุณค่าต่อสังคมและประเทศ 6. ให้แสดงผลลัพธ์ที่โดดเด่นของการด าเนินการของหน่วยงานที่ส่งผลกระทบเชิงบวกในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านสาธารณสุข (ให้ตอบอย่างน้อย 2 ด้าน) ด้านสาธารณสุข พัฒนาและยกระดับมาตรฐานสถานพยาบาลภาครัฐเอกชน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ควบคุม ก ากับให๎มีมาตรฐานตามที่กฎหมายก าหนด และได๎รับอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมายก าหนด โดยได๎ ด าเนินการพัฒนายกระดับมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ 9 ด๎าน ในสถานบริการสุขภาพภาครัฐให๎ได๎รับการรับรองคุณภาพ ที่สูงขึ้นได๎จานวน 156 แหํง ตรวจประเมินคุณภาพสถานพยาบาล ประกอบด๎วย โรงพยาบาลเอกชน คลินิกเอกชน และ สถานพยาบาลที่ให๎บริการ ด๎านเทคโนโลยีชํวยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ จ านวนกวํา 594 แหํง และอนุญาตสถาน ประกอบกิจการดูแลผู๎สูงอายุหรือผู๎มีภาวะพึ่งพิงจ านวนกวํา682 แหํงรวมทั้งปรับปรุง พัฒนาแก๎ไขกฎหมายให๎ทันสมัย ตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีด๎านบริการสุขภาพ จ านวนกวํา 10 ฉบับ บังคับใช๎กฎหมาย เพิ่ม
13 ประสิทธิภาพในการคุ๎มครองผู๎บริโภคให๎ได๎รับบริการที่มีคุณภาพควบคูํกับความปลอดภัยและด าเนินคดีกับผู๎ประกอบการที่ กระท าผิดกฎหมายอยํางเหมาะสม ยกระดับคุณภาพของสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให๎เป็นที่ยอมรับ และได๎รับความเชื่อมั่นในระดับสากล พร๎อมทั้งติดอาวุธทางความรู๎ให๎ประชาชนหรือผู๎รับบริการให๎สามารถเลือกเข๎าถึง บริการสุขภาพใหมํๆได๎อยํางปลอดภัยและพัฒนาระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพภาคประชาชนด๎วยนวัตกรรมดิจิทัล อยํางตํอเนื่อง ประกอบด๎วย พัฒนาระบบ e-Service ของกรมฯ และการให๎บริการผํานระบบ Biz Portal แบบ Fully Digital ครบทุกกระบวนงานให๎ครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นต๎น ด้านเศรษฐกิจสุขภาพ ขับเคลื่อนนโยบาย กลไก และมาตรการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพ นานาชาติโดยมีการสํงเสริม พัฒนา และยกระดับมาตรฐานสถานพยาบาลจ านวน 6 แหํง คิดเป็นร๎อยละ 12และสถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพได๎รับการรับรองผํานเกณฑ์มาตรฐานสากลจ านวน 28 แหํงคิดเป็นร๎อยละ11.20 โดยได๎ด าเนินการ รับรองคุณภาพรางวัลสปาสากล(Thai world class spa) 10 แหํงรางวัลนวดไทยพรีเมียม (NUAD Thai Premium) 18 แหํง และรางวัลเวลเนส สปา (Wellness Spa) 7 แหํง สํงเสริม พัฒนาสถานพยาบาลเอกชนให๎ได๎รับการรับรองมาตรฐานระดับ สากล Global Healthcare Accreditation (GHA) 8 แหํง รวมทั้งพัฒนาสถานพยาบาลให๎มีศักยภาพในการแขํงขันด๎าน อุตสาหกรรมการแพทย์โดยการสํงเสริมการจัดบริการทางการแพทย์และสุขภาพที่มีศักยภาพดึงดูดชาวตํางชาติสูง11 แหํง การพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย มาตรฐานบริการในสถานพยาบาลเสมือนจริง และมาตรฐานบริการปัญญาประดิษฐ์ทาง การแพทย์ในสถานพยาบาลการพัฒนาศูนย์กลางการรักษาพยาบาลเฉพาะทางชั้นสูงเชํน โรงพยาบาลเฉพาะทางชั้นสูงเพื่อ การรักษาโรคมะเร็งอมตะซิตี้จ.ชลบุรีและโรงพยาบาลศูนย์มะเร็งจ.อุดรธานี การพัฒนาWellness Hub ของประเทศการ สํงเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ในการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติได๎แกํ การจัดงาน Thailand International Health Expo 2022 มีผู๎เข๎ารํวมงานมากกวํา50,000 คน และเกิดการจับคูํธุรกิจ441 คูํการเป็นเจ๎าภาพจัด งาน Specialized Expo 2028 Phuket, Thailand พัฒนาสถานพยาบาลต๎นแบบ อาทิต๎นแบบบริการเวชศาสตร์จีโนม (รพ. พระปกเกล๎า) ต๎นแบบบริการการแพทย์ทางไกล(รพ.ราชวิถี) และต๎นแบบศูนย์การดูแลผู๎สูงอายุแบบครบวงจร(รพ.กล๎วยน๎า ไท) สํงเสริม พัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลด๎านการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพและอุตสาหกรรมการแพทย์จ านวน 4 แหํงและการ พัฒนาวิชาการและการจัดการความรู๎ได๎แกํ e-Health Service ของประชาคมอาเซียน และ ระบบบริการเวลเนสกิจการ การแพทย์และการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต๎น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ ตอบสนองและเพิ่มศักยภาพการแขํงขัน ด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรและการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นการเตรียมความพร๎อมและขับเคลื่อนประเทศไทยให๎ สามารถฟื้นตัวภายหลังวิกฤตโควิด19 คลี่คลายไป ด้านสังคม การขับเคลื่อนพัฒนางานด๎านสาธารณสุขในโครงการสุขศาลาพระราชทาน โดยกรมฯ เข๎าไปด าเนินการ พัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ า (อสรจ.) พัฒนาผู๎ต๎องขังตามหลักสูตรการฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจ า เพื่อให๎ผู๎ต๎องขังชํวยเจ๎าหน๎าที่ซึ่งมีอยูํอยํางจ ากัดให๎บริการสาธารณสุขแกํผู๎ต๎องขังในเรือนจ า ทั้งด๎านการสํงเสริม ปูองกัน รักษาและฟื้นฟูสุขภาพอยํางมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีสัดสํวน อสรจ. ตํอผู๎ต๎องขังไมํน๎อยกวํา1:50 จ านวนกวํา125 เรือนจ า ทั่วประเทศ โครงการสุขศาลาพระราชทานเป็นโครงการตามพระราชดาริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ๎า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีมีจุดมุํงหมายเพื่อสํงเสริมและพัฒนาด๎านบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานให๎กับประชาชนใน พื้นที่ทุรกันดาร หํางไกล ตามแนวตะเข็บชายแดนและพื้นที่พิเศษด๎านความมั่นคง ให๎เข๎าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ โดย กรมฯ มีการจัดตั้งคณะท างานขับเคลื่อนฯ พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขของสุข ศาลา อบรมฟื้นฟูศักยภาพครูพยาบาล เจ๎าหน๎าที่ อสม. และนักเรียนแกนน าสุขภาพ เป็นต๎นปัจจุบันมีสุขศาลาพระราชทาน ได๎รับการจัดตั้งขึ้นกระจายตัวอยูํในพื้นที่10 จังหวัดจ านวนกวํา26 แหํงและมี12 แหํง ที่ผํานเกณฑ์คุณภาพที่ก าหนดและ ได๎รับการรับรองให๎เป็นสุขศาลาคุณภาพ การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพห๎องพยาบาลในโรงเรียนต ารวจตะเวนชายแดน ศูนย์ ดูแลเด็กเล็ก ศูนย์การเรียนรู๎ชาวไทยภูเขาแมํฟูาหลวง และสถานบริการสาธารณสุขให้เป็นสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิที่มี คุณภาพ แบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายเพื่อเพิ่มโอกาสให๎ประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร กลุํมผู๎ด๎อยโอกาส ชนเผํา ผู๎ไร๎สัญชาติ
14 กลุํมเปราะบางในพื้นที่หํางไกลตามแนวชายแดนเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานแหํงรัฐด๎านสาธารณสุข ลดความเหลื่อมล้ า สร้าง ความมั่นคงทางสุขภาพและสังคมมนุษย์ ด้านสิ่งแวดล้อม กรมฯ มีบทบาทภารกิจในการออกแบบอาคารและสภาพแวดล๎อมสถานพยาบาลให๎มีความพร๎อม ได๎มาตรฐาน มีความปลอดภัยเหมาะสมตํอการใช๎งานและเป็นหนํวยงานหลักในการออกแบบสถานพยาบาลภาครัฐรองรับโรค อุบัติใหมํ “โรงพยาบาลสนามบุษราคัม” รองรับผู๎ปุวยติดเชื้อโควิด-19 โดยมีหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งทั้งระบบตัวอาคาร ระบบปรับและระบายอากาศ ระบบแก๏สทางการแพทย์ ระบบน้ าเสียและสิ่งแวดล๎อม รวมทั้งการจัดโซนนิ่งให๎หํางไกลชุมชน การออกแบบสร๎างห๎องแยกโรค จ านวน 1,000 ห๎อง การออกแบบอาคารสถานพยาบาลเสมือนจริง โดยใช๎เทคโนโลยี ระบบ สารสนเทศอาคาร (BIM) ใช๎ในการออกแบบอาคารสถานพยาบาลภาครัฐ จ านวนมากกวํา 897 แหํง จัดท าแบบกํอสร๎าง เพื่อให๎โรงพยาบาลระดับ M2 มีอาคารภาพลักษณ์ที่ทันสมัย สร๎างแบบจ าลองเสมือนของอาคารในรูปแบบ 3 มิติ ประมาณ ราคาการกํอสร๎างได๎ และประเมินปรับปรุงวิเคราะห์สมรรถนะอาคาร เชํน ประสิทธิภาพด๎านพลังงานของอาคาร คุณภาพด๎าน สิ่งแวดล๎อมที่มีผลตํอผู๎ใช๎อาคารและผลกระทบตํอสิ่งแวดล๎อมของอาคาร สามารถทราบถึงสมรรถนะอาคารที่เปลี่ยนไป เชํน ตรวจวัดสมรรถนะอาคารตามเกณฑ์อาคารเขียวได๎ทันที ลดเวลาในการแก๎ไขแบบได๎มากถึง 80% และแสดงปริมาณงานและ ราคาวัสดุกํอสร๎าง (BOQ) ได๎อยํางรวดเร็วและปราศจากความผิดพลาด เร็วขึ้นถึง 90%เพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบ ลด ต๎นทุน ลดการใช๎ทรัพยากร เพื่อให๎ได๎แบบกํอสร๎างที่มีคุณภาพและได๎มาตรฐานสามารถออกแบบอาคารสถานพยาบาล ภาครัฐ มากกวํา 20 แบบอาคาร แบบกํอสร๎างที่สมบูรณ์ 5 อาคาร สถานพยาบาลภาครัฐ ได๎ใช๎งานอาคารที่ปลอดภัย ได๎ มาตรฐาน และเป็นมิตรตํอสิ่งแวดล๎อม ที่เกิดจากการด าเนินการออกแบบอาคารที่มีการวิเคราะห์ครบถ๎วนรอบด๎าน ประชาชนใช๎บริการโรงพยาบาลได๎มีอาคารรักษาที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย เทําเทียมและทั่วถึง การก ากับติดตามคุณภาพ มาตรฐานผ่านกลไกการเยี่ยมประเมินมาตรฐานระบบริการสุขภาพ รพ. เป็นสถานบริการทางการแพทย์ที่มีบทบาท ครอบคลุมทั้งในด๎านการรักษาพยาบาล การปูองกันควบคุมโรค การฟื้นฟู การสํงเสริมสุขภาพ และการสํงเสริมอนามัย สิ่งแวดล๎อม ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู๎มารับบริการเป็นจ านวนมาก ทั้งผู๎ปุวยหรือบุคคลทั่วไป ท าให๎เกิดของเสียจ านวนมากจาก กิจกรรมตําง ๆ ของ รพ. เชํน ขยะมูลฝอยทั่วไป ขยะติดเชื้อ ขยะอันตราย สิ่งปฏิกูล เป็นต๎น ดังนั้น การจัดการด๎าน สุขาภิบาลและความปลอดภัยใน รพ. จึงเป็นสิ่งส าคัญ เพราะหากจัดการไม่ดี จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้มารับ บริการและเจ้าหน้าที่ของ รพ. และพื้นที่โดยรอบได้เพื่อเป็นการลดผลกระทบตําง ๆ รวมทั้งเพื่อให๎จัดการสิ่งแวดล๎อมใน โรงพยาบาลให๎มีคุณภาพ ต๎องมีการพัฒนาสิ่งแวดล๎อมในโรงพยาบาลให๎มีมาตรฐานการปฏิบัติงาน เพื่อให๎ รพ. เป็นสถานที่ที่ เอื้อตํอการสํงเสริมสุขภาพ กรมฯ ในฐานะเป็นองค์กรหลักในการพิทักษ์และคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ได้ จัดท ามาตรฐานระบบบริการสุขภาพ เพื่อให๎ รพ. ใช๎ในการสํงเสริมพัฒนาคุณภาพบริการ ซึ่งได๎บูรณาการมาตรฐานและ สร๎างความรํวมมือกับสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ควบคูํกับการพัฒนากลไกการก ากับคุณภาพ มาตรฐานระบบบริการสุขภาพอยํางเป็นระบบ ที่มุํงเน๎นการคุ๎มครองผู๎บริโภคในระบบบริการสุขภาพด๎านความปลอดภัยของ ผู๎ปุวย รวมทั้งผู๎รับบริการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต๎อง สามารถจัดการ/ดูแลสุขภาพตนเองได๎ นอกจากนี้มาตรฐานดังกลําว ยังมีความสอดคล๎องกับมาตรฐานสากล (JCI) ในสํวนของการจัดการอาคารสถานที่และความปลอดภัย (FMS)ซึ่งในปี 2565 มี รพ.ต๎นแบบและสูํสากลที่ผํานมาตรฐาน 9 ด๎าน จ านวน 13 แหํง เป็นต๎นแบบในการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู๎ ให๎ ค าแนะน ากับโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล๎เคียง พัฒนามาตรฐานระบบบริการสุขภาพให้อยู่ในระดับคุณภาพ สร๎างความเชื่อมั่น ให๎กับประชาชนในการใช๎บริการในโรงพยาบาลและสามารถยกระดับในการเป็นโรงพยาบาลต้นแบบและสู่มาตรฐานสากล ต่อไป 7. ให้แสดงผลการด าเนินงานที่ส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างก้าวกระโดด น าไปสู่การขยับอันดับส าคัญของประเทศ หรือส่งผลต่อเงื่อนไข กฎ ระเบียบต่าง ๆ ในระดับประเทศ และ มาตรฐานสากล จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เศรษฐกิจในอนาคตและการผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยการตํอ ยอดอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ ในด๎านอุตสาหกรรมการทํองเที่ยวกลุํมรายได๎ดี การทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปสูํ
15 อุตสาหกรรมแหํงอนาคตในด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) รองรับการขยายตัวของกลุํมสินค๎าและ ธุรกิจบริการสุขภาพ กรมฯ เป็นหนํวยงานหลักในการบริหารขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายด๎านการสํงเสริมการทํองเที่ยว เชิงสุขภาพ Medical and Wellness Tourismเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเปูาหมายที่ส าคัญของรัฐบาล ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศมาตั้งแตํปี 2558 จึงได๎จัดท ายุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให๎เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ พ.ศ. 2560 -2569 (Medical Hub) ประกอบด๎วย 4 ด๎าน คือ 1) ด๎านบริการสุขภาพ (Medical Service Hub) 2) ด๎านสํงเสริม สุขภาพ (Wellness Hub) 3) ด๎านบริการวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub) และด๎านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product Hub) อีกทั้งยังมีแนวทางในการผลักดันประเทศไทยไปสูํการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ 5 เรื่อง ได๎แกํ 1) การ พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจสุขภาพอันดามัน (AWC) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระหวํางการแพรํระบาดและหลังการแพรํระบาดของโรค โควิด-19 (พื้นที่น ารํอง; ภูเก็ต กระบี่ พังงา และระนอง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความพร๎อมและศักยภาพสูง เชํน การรักษาโรค สลับซับซ๎อน การผําตัดแปลงเพศ สปา และแหลํงน้ าพุร๎อนระดับโลก เป็นต๎น 2) การพัฒนาต๎นแบบ Wellness Industry ด๎ายนวัตกรรมสีเขียว (Green Medicine) และเศรษฐกิจสร๎างสรรค์ ยกระดับการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์โดยใช๎ พืชกัญชา กัญชง และสมุนไพร 3) การพัฒนาการเป็นศูนย์กลางกัญชาโลกในรูปแบบโลกเสมือนจริง (Metaverse) พัฒนา ต๎นแบบธุรกิจ Cannabis Digital Asset ที่ชํวยให๎ประชาชนเข๎าถึงธุรกิจกัญชาและกัญชงได๎อยํางครบวงจรด๎วยเทคโนโลยีโลก เสมือนจริง 4) ปักหมุดบริการรักษาพยาบาลเฉพาะทางขั้นสูง (World Class Super Center) ได๎แกํ จัดตั้ง รพ.เฉพาะทางขั้น สูงเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง และ 5) การปักหมุดให๎ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนทางการแพทย์ โดยการเพิ่ม ก าลังการผลิตแพทย์รองรับนโยบาย Medical Hub ทั้งหลักสูตรแพทยศาสตร์นานาชาติ และหลักสูตรการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกการขับเคลื่อน พัฒนา และยกระดับให๎สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มีศักยภาพ ในการให๎บริการอยํางมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล การจัดท าฐานข๎อมูลและสํงเสริม พัฒนาองค์ความรู๎ระบบ คุณภาพมาตรฐานระดับสากลให๎กับสถานพยาบาลที่ยังไมํได๎รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล เชํน HA, JCI, DNV GL, GHA, AACI เป็นต๎น ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงพยาบาลถึง 66แห่ง ที่ได้รับการรับรองในระดับมาตรฐานสากลจากองค์กร Joint Commission International (JCI) ซึ่งมากกวําประเทศอื่น ๆ ในเอเชียหลายประเทศ และติดอันดับ 1 ใน 4 ของโลก รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย และบราซิล (ข๎อมูลจาก Tourism Authority of Thailand) เป็นอันดับที่ 3 ของเอเชียและเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน อีกทั้งยังปรับปรุง พัฒนากฎหมายเพื่อรองรับ และส่งเสริมศักยภาพการ แข่งขันด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรตามกฎหมายวําด๎วยสถานพยาบาล 2 ฉบับ ได๎แกํ (รําง) ประกาศกระทรวง สาธารณสุขวําด๎วยมาตรฐานบริการในสถานพยาบาลเสมือนจริง และวําด๎วยมาตรฐานบริการปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ ในสถานพยาบาล พร๎อมทั้งสํงเสริม พัฒนาสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพระดับสากล ได๎แกํ มาตรฐานสปาสากล (Thai World Class Spa) และมาตรฐานกิจการนวดเพื่อ สุขภาพและนวดเพื่อเสริมความงามสากล (NUAD Thai Premium) ซึ่งมีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรอง ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสากล จ านวน 28 แห่งแบํงเป็น Thai World Class Spa10 แหํง และ NUAD Thai Premium18 แหํง และเมื่อวันที่ 22-26 ส.ค. 65 ในการประชุมระดับสูงเอเปควําด๎วยสาธารณสุขและเศรษฐกิจ ครั้งที่ 12 และการประชุม คณะท างานด๎านสุขภาพของเอเปค ครั้งที่ 2/2565 หรือ APEC Health Week กรมฯ ได๎จัดนิทรรศการภายใต๎แนวคิด “Thailand Global Healthcare Destination” น าเสนอถึงการขับเคลื่อนสูํการเป็นศูนย์กลางด๎านสุขภาพ (Medical Hub) ของไทย ศักยภาพของอุตสาหกรรมการแพทย์ เพื่อสร๎างเศรษฐกิจไทยภายหลังการแพรํระบาดของโรคโควิด-19 ได๎แกํ การให๎บริการทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูง มีชื่อเสียงและดึงดูดชาวตํางชาติ (Magnets) และอุตสาหกรรมที่สํงเสริมการ ทํองเที่ยวทางการแพทย์ ได๎แกํ การดูแลรักษาสุขภาพบริการชั้นเลิศ (Wellness and Medical Retreat) เชํน การนวดรักษา การนวดกดจุด สปา เป็นต๎น การน าเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเพื่อการดูแลสุขภาพ (High Products Hub) จากองค์การ เภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ๎าพระยาอภัยภูเบศร และบริษัทขาวลออ เป็นต๎น บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขไทย (อสม.) ในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้รับค าชื่นชมจาก WHO รวมถึงการ เตรียมความพร๎อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo 2028 Phuket รํวมกับส านักงาน
16 สํงเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมและการพัฒนารูปแบบการให๎บริการ สาธารณสุขในอนาคต และสร๎างภาพลักษณ์เชิงการแพทย์ระดับโลก รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในบริบทหลังการแพรํ ระบาดของโควิด-19 และสร๎างความรํวมมือในทุกมิติ เพื่อเตรียมรับมือกับโรคอุบัติใหมํในอนาคตอยํางมีประสิทธิภาพ มิติที่ 4 ความยั่งยืน 8. เพื่อให้องค์การเกิดความยั่งยืน และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หน่วยงานมี การเตรียมความพร้อมขององค์การในมิติต่าง ๆ อย่างไรในประเด็น ดังนี้ 8.1 การสร้างผู้น าในอนาคต การเตรียมความพร๎อมของผู๎บริหารด๎านระบบบริการสุขภาพรู๎เทําทันตํอสถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงทุกมิติ และความก๎าวหน๎าของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ฉับพลัน เป็นผู๎น าการเปลี่ยนแปลงที่มีความมุํงมั่นทุํมเทใน การปฏิบัติงาน ให๎กับความส าเร็จของงานเป็นส าคัญ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยตั้งเปูาหมายงานที่ท๎าทาย ใช๎มาตรการ เชิงรุกในทุกมิติ ในการท างานพยายามปรับปรุงวิธีการท างานให๎ดีที่สุด การบริหารงานด๎วยความโปรํงใส มีธรรมาภิบาล สํงเสริมให๎บุคลากรปฏิบัติงานด๎วยความซื่อสัตย์ ยึดกฎระเบียบ ประชาชนเป็นส าคัญ การพัฒนาสมรรถนะตามสมรรถนะ หลักขององค์กร ได๎แกํสมรรถนะด๎านการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ สมรรถนะด๎านการสร๎างเครือขํายการมี สํวนรํวมภาคประชาชน สมรรถนะด๎านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ประกอบด๎วย การทดสอบและสอบเทียบเครื่องมือ แพทย์ และการออกแบบอาคารและสภาพแวดล๎อม เชื่อมโยงและบูรณาการความรํวมมือของทุกภาคสํวนในการท างานเพื่อให๎ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และประชาชนได๎ประโยชน์อยํางแท๎จริง 8.2 การบริหารความเสี่ยงองค์การ กรมฯ มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงขององค์การที่ส าคัญตามสถานการณ์ด๎าน วิกฤติสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป ได๎แกํ การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อให๎การบริหารงานของกรมฯ เป็นไป อยํางคลํองตัว มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน และรองรับภารกิจในการสํงเสริมสนับสนุน ควบคุม ก ากับ พร๎อมทั้งพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ในภาวะปกติและภาวะวิกฤติได๎อยํางตํอเนื่อง ซึ่งเป็นภารกิจที่ส าคัญของกรมฯในการ สร๎างความพร๎อมและด าเนินการให๎ความชํวยเหลือทางด๎านการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่ที่ได๎รับผลกระทบจาก สถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจัดเตรียมสนับสนุนในสภาวะฉุกเฉิน (Medical Supportive Emergency Response Team: MSERT) ทีมเคลื่อนที่เร็วในการเข๎าชํวยเหลือพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให๎สามารถพร๎อมรับมือและเข๎าปฏิบัติการกู๎ชีพ สถานพยาบาลในชํวงฝนตกหนัก ดินโคลนถลํม และพายุ โดยมุํงเน๎นในการให๎การดูแลและชํวยเหลือ ฟื้นฟูสถานพยาบาลใน ระบบที่ส าคัญ 5 ด๎าน ได๎แกํ ระบบไฟฟูา ระบบประปา ระบบสื่อสาร ระบบเครื่องมือแพทย์ และอาคารสถานที่ให๎สามารถใช๎ งานได๎ตามปกติพร๎อมใช๎งานและบริการประชาชนได๎ 24 ชั่วโมงแม๎จะเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน (ระยะสั้น) ฟื้นฟูภายใน 30 วัน เป็นการกู๎หนํวยงาน เชํน ER OPD OR ICU Dental Supply เป็นต๎น (ระยะกลาง และการวางแผนการปูองกันระยะยาว 5-20 ปี มีการส ารวจ ออกแบบแนวทางวางผังเครื่องมือแพทย์และโครงสร๎าง เพื่อปูองกันในระยะยาวหลังจากฟื้นฟูแล๎วเสร็จ 30 วัน กรมฯ ให๎ความส าคัญกับการเฝูาระวัง ปูองกัน และควบคุมการแพรํระบาดของโรคโควิด-19 ในการวางแผน ติดตาม และ ประเมินสถานการณ์ ซึ่งกรมฯ เป็นหนํวยงานหลักในการจัดท ามาตรการและแนวปฏิบัติของสถานกักกันโรคแหํงรัฐประเภท ตํางๆ พร๎อมทั้งแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม มีการปรับแผนการด าเนินงานให๎สอดคล๎องกับสถานการณ์ดังกลําว การจัดท าแผนรับรองการปรับเปลี่ยนรูปแบบการท างานและการให๎บริการโดยใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศ และการรวบรวม ข๎อมูลมาเป็นระบบดิจิทัลอยํางตํอเนื่องทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยวางแผนระบบงานให๎สอดคล๎องกับ Digital Transformation วิเคราะห์กระบวนการและโอกาสในการพัฒนารูปแบบการท างาน ลดขั้นตอน ลดความซ้ าซ๎อนในการพัฒนา ระบบงาน เริ่มจากการปรับกระบวนความคิด (Mindset ) เพิ่มองค์ความรู๎ให๎กับบุคลากร เพื่อเตรีมความพร๎อมเข๎าสูํการเป็น องค์กรดิจิทัล โดยท างานให๎สอดคล๎องกัน 4 งานหลัก ได๎แกํ งานบุคลากร งานการเงินและบัญชี งานทรัพยากร และงาน แผนงานโครงการ ให๎ระบบข๎อมูลเป็นไปในรูปแบบ Single Platform ตามกรอบแนวคิดการพัฒนาระบบงาน SMART HSS ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการท างานและฐานข๎อมูล ท าให๎เกิดการใช๎ทรัพยากรและการท างานรํวมกันในองค์กรได๎อยํางมี ประสิทธิภาพ
17 8.3 การบริหารความต่อเนื่องในสภาวะวิกฤติ และการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เทคโนโลยี และด้าน ระบบงาน กรมมีการทบทวนและจัดท าแผนบริหารความตํอเนื่อง (BCP) เพื่อสามารถตอบสนองตํอปัญหาและสามารถ ให๎บริการประชาชนได๎อยํางตํอเนื่อง ไมํสะดุดหยุดลงเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินตําง ๆ ไมํวําจะเกิดจาก ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ โรคระบาด หรือการมุํงร๎ายตํอองค์กร หากไมํมีกระบวนการรองรับการด าเนินงานอยํางตํอเนื่อง อาจ สํงผลกระทบตํอหนํวยงานในด๎านตําง ๆ ไมํวําจะเป็นด๎านการให๎บริการ สังคม ชุมชน หรือสิ่งแวดล๎อม ซึ่งจะชํวยลดความ รุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้นตํอหนํวยงานได๎ โดยก าหนดกลยุทธ์ความตํอเนื่อง (Business Continuity Strategy) เป็น แนวทางในการจัดหาและบริหารจัดการทรัพยากร ให๎มีความพร๎อมเมื่อเกิดสภาวะวิกฤติซึ่งพิจารณาทรัพยากรใน 5ด๎าน ได๎แกํ 1) อาคารสถานที่/ปฏิบัติงานส ารองก าหนดให๎มีพื้นที่ปฏิบัติงานส ารอง ณ อาคารกองวิศวกรรมการแพทย์ ภายใน กระทรวงสาธารณสุข แตํหากเกิดความเสียหายเป็นวงกว๎างจนท าให๎ไมํสามารถใช๎พื้นที่ภายในกระทรวงสาธารณสุขได๎ ได๎ ก าหนดให๎ใช๎พื้นที่ของหนํวยงานในสังกัดที่ตั้งอยูํในสํวนภูมิภาค คือ สสม.ภาคกลาง จ.ชลบุรี หรือการปฏิบัติงานที่บ๎าน ปรับ รูปแบบการท างาน และก าหนดมาตรการ/แนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ท างานและการปฏิบัติงานเหลื่อมเวลา การ ปูองกันการแพรํระบาดโดยออกมาตรการปูองกันหรือแนวทางการปฏิบัติเมื่อเข๎าใช๎อาคารสถานที่ของกรมฯ รวมทั้งการ พัฒนาความปลอดภัยในอาคารกรมฯ เพื่อให๎บุคลากรมีความรู๎ด๎านอัคคีภัยและซ๎อมแผนอพยพ โดยจ าลองสถานการณ์ เหมือนจริงเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม๎ 2) วัสดุอุปกรณ์/การจัดหาจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ที่ส าคัญ ให๎มีการจัดหาคอมพิวเตอร์ ส ารองที่มีคุณลักษณะเหมาะสมกับการใช๎งานพร๎อมอุปกรณ์เชื่อมตํอ และคอมพิวเตอร์แบบพกพาเป็นการชั่วคราวหากมี ความจ าเป็นเรํงดํวนในระหวํางการจัดหาคอมพิวเตอร์ส ารอง รวมทั้งการสรรหาวัสดุ อุปกรณ์ ยานพาหนะที่จ าเป็นส ารองใน การปฏิบัติงานตามภารกิจ 3) เทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลที่ส าคัญ กรมฯ มีการจัดระบบการส ารองข้อมูลจาก สํวนกลางไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ ศบส.ที่ 3และ สสม.ภาคกลาง จ.ชลบุรี ส ารองข๎อมูลทุกวันเพื่อปูองกันการสูญหายของข๎อมูลที่ ส าคัญของกรม อีกทั้งให๎หนํวยงานเตรียมความพร๎อมในการส ารองข๎อมูลไว๎ด๎วยโดยจัดท าฐานข๎อมูลแยกตามภารกิจส ารอง ไว๎ในระบบ Internet กรณีไมํสามารถเชื่อมตํอเครือขํายระบบอิเล็กทรอนิกส์ได๎ ให๎ปฏิบัติงานโดยไมํใช๎ระบบงานเทคโนโลยี (Manual) ไปพลางกํอน 4) บุคลากรก าหนดให๎มีบุคลากรหลักและบุคลากรส ารอง ปฏิบัติงานแทนกันได๎ภายในหนํวยงาน เดียวกัน และ 5) ผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการอ านวยความสะดวกในการให้บริการจัดหาให๎มีพื้นที่บริการ ส ารอง หรือเพิ่มชํองทางให๎บริการผํานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เชํน ระบบจองคิวออนไลน์ หรือการให๎บริการ ณ จุดเดียว ที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ และมีการทบทวนและปรับปรุงแผนบริหารความตํอเนื่อง ให๎มีความเหมาะสมและทันสมัย สามารถน าไปใช๎ได๎อยํางมีประสิทธิภาพ มีการสื่อสารให๎ผู๎เกี่ยวข๎องรับทราบถึงแนวทางในการปฏิบัติ มีการซักซ๎อมแผนเป็น ประจ าทุกปี การจัดท าแผนบริหารความตํอเนื่อง ปูองกันผลกระทบในกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินในด๎านตําง ๆ รวมทั้งมีการ วางแผนปูองกันระยะยาวในการรํวมส ารวจออกแบบ แนวทางการวางผังเครื่องมือแพทย์และโครงสร๎าง เพื่อปูองกันในระยะ ยาวหลังจากฟื้นฟู 9. อธิบายกระบวนการและความส าเร็จของการน าผลงานที่ได้รับรางวัลไปเป็นแนวปฏิบัติในวงกว้าง หรือ น าไปขยายผลการด าเนินการในพื้นที่หรือหน่วยงานอื่น “อสม. กลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019”เป็นผลงานที่น าไปสูํ ความส าเร็จของกรมฯ ในการจัดการกับการแพรํระบาดของโรคโควิด-19 ท าให้กรมฯ ได้รับรางวัลพิเศษ สานพลังร่วมใจ ต้านภัยโควิด ระดับดีเด่น ในปี 2565และได๎รับค าชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ถึงแนวทางการปฏิบัติงานของ อสม. ในการดูแลประชาชนจากภาวะฉุกเฉินด๎านสาธารณสุข และยกยํองให๎ อสม. เป็น “UNSUNG HERO”โดยกรมฯ เป็น หนํวยงานหลักในการด าเนินงานสาธารณสุขมูลฐาน ได๎น า “การสาธารณสุขมูลฐาน”เป็นกลวิธีที่ด าเนินการโดยการมีสํวน รํวมของภาคประชาชน เพื่อแก๎ปัญหาสาธารณสุขของชุมชน ซึ่งด าเนินการมากวํา 40 ปี จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและ ระดับสากล มาใช๎ในการจัดการเพื่อรับมือกับปัญหาการแพรํระบาดของโรคโควิด 19 โดยมี อสม. ที่มีจ านวนมากกว่า 1.05 ล้านคน กระจายอยู่ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เป็นกลไกส าคัญในการขับเคลื่อนการด าเนินงาน การสาธารณสุข มูลฐานเป็นบริการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิ ที่เน้นการป้องกันการเกิดโรค เป็นการแก๎ไขปัญหาเชิงรุกที่ต๎นเหตุ หาก
18 ประชาชนดูแลตนเองได๎ ก็จะสามารถปูองกันและควบคุมการแพรํระบาดของโรคได๎ การมีสํวนรํวมทั้งในรูปของแรงงาน วัสดุ สิ่งของ ที่ส าคัญคือความรํวมมือในการปฏิบัติตนที่ถูกต๎องในการปูองกันโรค การสร๎างระบบการเฝูาระวังปูองกันโรคของ ชุมชน จะเป็นเกราะปูองกันการแพรํระบาดของโรคโควิด 19 ในระดับชุมชนได๎ โดยหลักการมีสํวนรํวม ได๎แกํ การให๎ข๎อมูล ขําวสารที่ถูกต๎อง เปิดโอกาสให๎รํวมแสดงความคิดเห็น รํวมตัดสินใจทุกขั้นตอน มีวิธีการ คือ 1) ก าหนดกลยุทธ์ วางแผน ถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติในรูปแบบตําง ๆ ทั้งหนังสือราชการ จัดประชุม ประชุมทางไกล แถลงขําว ถํายทอดผํานสื่อตําง ๆ 2) จัดหา/ระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุน เชํน หน๎ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจล ฯลฯ แนวทาง/สื่อความรู๎ การสนับสนุนด๎าน ขวัญก าลังใจในการปฏิบัติงาน 3) พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือปฏิบัติงาน เชํน แอปพลิเคชัน “อส ม.ออนไลน์” กลุํมไลน์ ฐานข๎อมูล www.thaiphc.net แอปพลิเคชัน “พ๎นภัย” แบบส ารวจออนไลน์ สื่อสาร ถํายทอดความรู๎ ติดตามความก๎าวหน๎า รายงานประชาชนที่ได๎รับผลกระทบและต๎องการขอรับความชํวยเหลือ เฝูาระวังพฤติกรรมของ ประชาชน 4) ปฏิบัติการในพื้นที่ โดย อสม. เป็นแกนน าหลักในการด าเนินงานตามกลยุทธ์ได๎แกํ รณรงค์ให๎ประชาชน ปูองกันตนเอง เคาะประตูบ๎านให๎ความรู๎ รํวมกับชุมชนค๎นหา คัดกรอง และติดตามกลุํมเสี่ยง เชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีนโค วิด 19 และสร๎างชุมชนวิถีชีวิตใหมํ (New Normal) และ 5) ก ากับ ติดตามและประเมินผลโดย อสม.รายงานผลการ ปฏิบัติงานผํานแอปพลิเคชัน ให๎กับเจ๎าหน๎าที่สาธารณสุข จัดประชุมติดตามความก๎าวหน๎าผํานระบบประชุมทางไกล จัดตั้ง และจัดประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต๎ภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อติดตามความก๎าวหน๎า และประเมินผลผํานการด าเนินงานใน ระดับพื้นที่ ทั้งระดับภาค (ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานทั้ง 5 แหํง; ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต๎ และชายแดนภาคใต๎) และระดับเขต (ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 -12) ซึ่งกระจายอยูํทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยัง มีโครงสร๎างงานสุขภาพภาคประชาชนในระดับจังหวัด อ าเภอ และต าบล ท าหน๎าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแล สนับสนุนการปฏิบัติงาน ของ อสม. อยํางใกล๎ชิด และครั้งนี้ไมํใชํครั้งแรก ที่ WHO เอํยปากชมบทบาทของ อสม. ในการควบคุมโรคระบาดที่คุกคาม โลก ในปี 2550 หลังการระบาดครั้งใหญํของไข๎หวัดนก WHO เคยเขียนชื่นชมบทบาทการท างานที่แข็งแกรํงของ อสม. ในการ ควบคุมและเฝูาระวังการระบาดของไข๎หวัดนกไว๎แล๎ว โดยในปีนั้น WHO ส านักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎กรุงนิ วเดลี ได๎ตีพิมพ์หนังสือชื่อ Role of Village Health Volunteers in Avian Influenza Surveillance in Thailand พูดถึง บทบาทของ อสม. ในการเฝูาระวังไข๎หวัดนก โดยระบุวําเป็นหนึ่งในสองปัจจัยส าคัญที่ท าให๎ประเทศไทยประสบความส าเร็จ ในการเฝูาระวังไข๎หวัดนก และแนะน าให๎ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคให๎ความส าคัญกับการสร๎างระบบ อสม. และสร๎างเครือขําย การท างานที่แข็งแกรํงเหมือนประเทศไทย ทั้งนี้เคยมีงานวิจัยของนักวิจัยในประเทศไทยที่ศึกษาบทบาทของ อสม. และพบวํา จุดแข็งที่ส าคัญมากของ อสม. คือ การท างานส าเร็จเป็นครั้งคราวในชํวงระยะเวลาอันสั้น เชํน การแจ๎งความรู๎ขําวสารแกํคน ในชุมชน การส ารวจข๎อมูลหมูํบ๎าน รวมถึงการรณรงค์เพื่อการควบคุมโรคที่เกิดเป็นครั้งคราวตามฤดูกาล เชํน ไข๎เลือดออก โดยเมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้น บทบาทหน๎าที่ในการควบคุมและเฝูาระวังโรคระบาดนั้น ๆ จะถูกก าหนดให๎เป็นภาระหน๎าที่ของ อสม. ในขณะนั้นทันที ดังนั้น “ความร่วมมือของประชาชน” คือ หัวใจของการสาธารณสุขมูลฐาน สามารถสร้างการมี ส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการปัญหา เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน 10. แสดงตัวอย่างผลงานที่มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานของรัฐที่ส่งผลลัพธ์และผลกระทบในเชิงบวกต่อ ประชาชนในวงกว้าง ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 ต.ค. 60 เห็นชอบในหลักการข๎อเสนอการพัฒนาระบบอ านวยความสะดวก ในการประกอบธุรกิจแบบครบวงจรให๎แกํภาคเอกชนและประชาชน ท าให๎สามารถอ านวยความสะดวกได๎อยํางเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวแบบออนไลน์ ในปี 2561 กรมฯ ได้รับเลือกให้เป็นกรมน าร่อง พัฒนารํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. สพร. และ สพธอ. ในการขออนุญาตและการขึ้นทะเบียนผํานระบบการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จทางอิเล็กทรอนิกส์ (Biz Portal) ซึ่ง เป็นระบบพอทัลกลางให๎บริการด๎านการออกหนังสือรับรอง ใบอนุญาต และเอกสารตําง ๆ แบบเบ็ดเสร็จทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความนําเชื่อถือและมั่นคงปลอดภัย มีการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลและระบบการให๎บริการทาง e-Serviceของ หนํวยงานรัฐ ที่จะชํวยอ านวยความสะดวกให๎ประชาชนในการติดตํอท าธุรกรรมตําง ๆ ลดการยื่นเอกสารหลักฐานซ้ าซ้อน ลดการขอเอกสารหลักฐานที่ออกโดยราชการ และประชาชนสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้จากจุดเดียวผ่านทางออนไลน์
19 โดยประชาชน/ผู๎ประกอบการสามารถติดตํอขอเริ่มประกอบธุรกิจผํานชํองทางออนไลน์ (https://biz.govchannel.go.th/) กรอกแบบฟอร์มและยื่นเอกสารหลักฐาน แบบ Single Form ผํานชํองทางดังกลําวได๎ทันที ลดความซ้ าซ๎อนในการกรอก ข๎อมูล/สํงเอกสาร และให๎สามารถจัดเก็บและเชื่อมโยงใบอนุญาตข๎ามหนํวยงาน กรมฯ มีการ Re-Design Process ทุก กระบวนงาน ทบทวน/ปรับปรุงคูํมือส าหรับประชาชน จ านวน 74 ฉบับ กฎหมาย ปรับเปลี่ยนข๎อมูล/แบบฟอร์มให๎เป็น ข๎อมูลดิจิทัล เชํน e-Form e-Doc เป็นต๎น โดยในปี 2561 เริ่มให๎บริการ ใบอนุญาตประกอบกิจการสปา 1 ใบอนุญาต และใน ปี 2562 เพิ่มงานบริการของโรงพยาบาลเอกชนและคลินิก (5 ใบอนุญาต) เพิ่มชํองทางการช าระคําธรรมเนียมผําน ePaymentกรมบัญชีกลาง ในปี 2563 กรมฯ จัดท าประกาศ การยกเลิกการขอ ส าเนาเอกสารที่ทางราชการออกให๎จากประชาชน เพื่อประกอบการขออนุมัติ อนุญาต ขึ้นทะเบียน รับรอง รับแจ๎ง หรือการด าเนินการอื่น โดยน า Smart Card Reader มาใช๎โดยเชื่อมโยงข๎อมูลกับกรมการปกครอง การสร๎างระบบ พิสูจน์และยืนยันตัวตน (Digital Authentication)ของบุคคลและนิติบุคคลแบบ ออนไลน์ทดแทนการลงนามในเอกสาร โดยใช๎แนวคิด Digital ID เพื่อท าธุรกรรมกับภาครัฐและสถาบันการเงินได๎อยําง ปลอดภัย ในปี 2564 เพิ่มงานบริการอีก 8 ใบอนุญาต พร๎อมทั้งปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให๎สามารถด าเนินการทาง อิเล็กทรอนิกส์ได๎ และมีใบอนุญาต 5 ใบ ที่สามารถช าระคําธรรมเนียมแทนการตํออายุใบอนุญาตได๎ ตาม พ.ร.ฎ. การช าระ คําธรรมเนียมแทนการตํออายุฯ พ.ศ. 2564 โดยในปี 2565 เพิ่มงานบริการอีก 12 ใบอนุญาต ซึ่งเป็นการให๎บริการแบบ Fully Digital ตั้งแตํต๎นจนจบกระบวนการขออนุมัติ อนุญาต และปัจจุบัน กรมฯ รํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. ในการขยายงานบริการ ของสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพไปยังสํวนภูมิภาคให๎ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีจังหวัดน ารํอง 3 จังหวัด ได๎แกํ นนทบุรี ชลบุรี และนครราชสีมา ซึ่งมี 12 ใบอนุญาต (งานสถานพยาบาล 5 ใบ และงานสถานประกอบการฯ 7 ใบ) และมีการพัฒนางานบริการเพิ่มอีก 5 ใบอนุญาต ด๎านวิศวกรรมทางการแพทย์ และการประกอบโรคศิลปะให๎ครอบคลุม ทั้ง 3 ศาสตร์ นอกจากนี้ กรมฯ ยังได๎รับเลือกให๎เป็นกรมน ารํองในการศึกษาการปรับเปลี่ยนการใช๎ระบบอนุญาตเป็นระบบ จดแจ๎ง จดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียน และการปรับเปลี่ยนการพิจารณาอนุญาตโดยคณะกรรมการเป็นหัวหน๎างาน ตาม พระราชบัญญัติการอ านวยความสะดวกฯ พ.ศ. 2558 ดังนั้น จะเห็นได๎วําระบบ Biz Portal นับเป็นความก๎าวหน๎าส าคัญของ ภาครัฐในการบูรณาการศูนย์กลางการบริการภาครัฐผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อภาคธุรกิจ เพื่ออ านวยความสะดวกแกํ ประชาชน/ผู๎ประกอบการที่ประสบปัญหาจากการเริ่มต๎นประกอบธุรกิจ ซึ่งกรมฯ ยังได๎ด าเนินการพัฒนาการให๎บริการผําน ระบบระบบ Biz Portal รํวมกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องอยํางตํอเนื่อง เพื่อมุํงหวังในการพัฒนาและแก๎ไขปัญหาจากเสียง สะท๎อนของประชาชน/ผู๎ประกอบการเกี่ยวกับ 1) จ านวนแบบฟอร์มเอกสารและหลักฐานที่มีหลายชุดและซ้ าซ๎อนกัน 2) การ ที่ต๎องติดตํอยื่นแบบฟอร์ม เอกสารและหลักฐานด๎วยตนเอง 3) การใช๎ดุลยพินิจในการพิจารณาของเจ๎าหน๎าที่เสี่ยงตํอความ ไมํโปรํงใส 4) การขาดการเชื่อมโยงฐานข๎อมูลและงานบริการรํวมกันระหวํางหนํวยงานราชการที่เกี่ยวข๎อง และจะขยาย บริการให๎ครบคลุมทุกภารกิจของกรมฯ เพื่อให๎ประชาชน/ผู๎รับบริการ สามารถเข๎าถึงการให๎บริการของกรมฯ ได๎อยํางสะดวก รวดเร็ว ลดคําใช๎จําย โปรํงใส ตรวจสอบได๎ และจะสํงผลตํอการจัดอันดับความยากงํายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย ในปีตํอไปให๎มีอันดับที่ดีขึ้น อันเป็นสํวนหนึ่งที่จะดึงดูดให๎นักลงทุนเข๎ามาลงทุนในประเทศไทย เกิดการจ๎างงานประชาชนมี รายได๎ สร๎างรายได๎ทางเศรษฐกิจสุขภาพที่สูงขึ้น และสํงผลตํอภาพรวมที่ดีของประเทศตํอไป
20
21
22
23 แบบฟอร์มที่ 4 บทสรุปผู้บริหาร วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักในการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพ ระบบสุขภาพภาคประชาชนให้มี คุณภาพ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค และการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพที่ยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม กรอบแนวคิด/ Concept ของการก้าวสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เป็นองค์การหลักในการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพและระบบ สุขภาพภาคประชาชนให๎มีคุณภาพ เพื่อคุ๎มครองผู๎รับบริการในระบบริการสุขภาพและสํงเสริมให๎ประชาชนสามารถดูแล และพึ่งตนเองด๎านสุขภาพได๎อยํางยั่งยืน ก าหนดทิศทางในการ ขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และภารกิจของ สบส. โดยมี นโยบายการด าเนินงานในการพัฒนาองค์การสูํการเป็น Digital Department ปรับปรุงการท างานเชิงรุก ยึดหลัก5 SMART HSS ประกอบด๎วน 1) Smart Service การพัฒนายกระดับการ ให๎บริการเป็น e-Service แบบ Fully Digital ภายในปี 2566 ระบบรับเรื่องร๎องเรียนผําน Application CRM ประชาชนเข๎าถึง บริการได๎สะดวก รวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา 2) Smart Connection เปิดเผยข๎อมูล เพิ่มชํองทางการเข๎าถึงบริการ เชื่อมโยงข๎อมูล ระหวํางภาครัฐชํวยอ านวยความสะดวกผู๎ประกอบการ อาทิ การออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล ผําน Appication หมอ พร๎อม การรายงานผลการปฏิบัติงาน อสม. ผําน Dashboard อสม. พัฒนางานบริการบน Application “ทางรัฐ” อาทิ กิจการดูแลผู๎สูงอายุ การตรวจสอบสถานพยาบาล 3)Smart Collabration สร๎างพัฒนาเครือขํายพันธมิตรและบูรณา การการท างานทุกภาคสํวนทั้งภายในและตํางประเทศอาทิ การพัฒนายุว อสม. ผํานห๎องเรียนออนไลน์ (Gen X Health Hero) ระบบการตรวจสอบแพทย์เชื่อมกับข๎อมูลแพทยสภา 4) Smart Work System พัฒนาระบบการบริหารจัดการ (e-System) อยํางเต็มรูปแบบ ปลดล็อคกฎหมาย ยกระดับการให๎บริการผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ระบบการแพทย์ ทางไกล (Telemedicine) การออกแบบสถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM) และศูนย์ความเป็นเลิศเวชศาสตร์จีโนม 5) Smart Office พัฒนาระบบงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด๎วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ การรับ-สํง หนังสือราชการและการลงนามมอบหมายงาน ผํานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ สํงผลให๎บุคลากรสามารถให๎บริการแกํ ผู๎รับบริการได๎อยํางมีประสิทธิภาพ ผลการด าเนินงานที่สอดคล้องสู่ระบบราชการ 4.0 กรม สบส. ใช๎หลัก 5 Smart HSS ขับเคลื่อนและพัฒนาองค์การไปสูํระบบราชการ 4.0 สนับสนุนหนํวยบริการ สุขภาพในทุกระดับให๎มีศักยภาพในการดูแลประชาชน พัฒนาการมีสํวนรํวมของภาคประชาชน สามารถดูแลสุขภาพตนเองได๎ และชุมชนจัดการสุขภาพได๎ บนพื้นฐานการมีสํวนรํวม สอดรับการพัฒนาระบบราชการทั้ง 3 มิติ ดังนี้ มิติระบบราชการที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงกัน (Open & Connected Government) กรม สบส. ก าหนดทิศทางองค์การเพื่อมุํงสูํการเป็นองค์การดิจิทัล (Digital Organization) สอดรับกับ ยุทธศาสตร์ชาติ และ Thailand 4.0 เน๎นการท างานที่เปิดเผย โปรํงใส ประกาศเจตนารมณ์นโยบายไมํรับของขวัญ และ ของก านัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน๎าที่ (No Gift Policy) น าเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช๎ในการออกแบบการท างานให๎มีความ เชื่อมโยงตั้งแตํต๎นจนจบ ยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให๎บริการ ตามหลัก Smart Connection และ Smart Collaboration ผลักดันและเพิ่มงานบริการในระบบ Citizen Portal ได๎แกํ ใบอนุญาตสถานพยาบาล ใบประกอบ รูปที่ 1 หลัก 5 SMART HSS
24 วิชาชีพ งานการลงทะเบียน ยุว อสม. และการขอมีและการตํออายุบัตรประจ าตัวผู๎ใช๎เครื่องวิทยุคมนาคมสังเคราะห์ ความถี่ การจัดท าประกาศ “หลักเกณฑ์การปฏิบัติงาน และการรายงานผลงาน อสม. ฉบับใหมํผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจ าเดือน รํวมกับกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ในการยืนยันผลงาน อสม. ผํานระบบ e –Social welfare ท า ให๎เบิกจํายคําปุวยการมีความคลํองตัว โปรํงใส มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพัฒนา ยุว อสม. ผํานห๎องเรียนออนไลน์ การ ขับเคลื่อนนโยบาย Medical Hub และเศรษฐกิจสุขภาพ โดยเป็นเจ๎าภาพการจัดงาน Specialised Expo ของประเทศไทย ภายใต๎ชื่องาน Expo 2028Phuket Thailand และ Thailand International Health Expo 2022 น าไปสูWorld Expo 2025 Osaka, Kansai เป็นต๎น มิติระบบราชการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen- Centric Government) กรม สบส. ด าเนินการตามหลัก Smart Service ด๎วยการปฏิบัติงานเชิงรุก แก๎ไขปัญหา และตอบสนองความ ต๎องการของผู๎รับบริการและประชาชนผํานชํองทางที่หลากหลาย ทั้งติดตํอด๎วยตนเองที่ OSS สมาร์ทโฟน เว็บไซต์ พัฒนาการให๎บริการเป็น e-Service แบบ Fully Digital ให๎ครบทุกกระบวนงาน อาทิ การขออนุญาตฯ ผํานระบบ Biz Portal ของส านักงาน ก.พ.ร. ตั้งแตํปี 2561- ปัจจุบัน จ านวน 17 งานบริการ และขยายการให๎บริการให๎ครอบคลุมทั่ว ประเทศภายในปี 2566การจัดให๎มีชํองทาง Fast Track ส าหรับผู๎พิการและผู๎ที่จองคิวผํานระบบการจองคิวออนไลน์ที่ OSSสายดํวน 1426 ศูนย์สํงเสริมระบบงานบริการดิจิทัล ให๎ค าปรึกษาใช๎ระบบ e-Service แกํผู๎รับบริการ การ ให๎บริการทางการแพทย์ผํานระบบTelemedicine รวมถึงสํงตํอผู๎ปุวยฉุกเฉินด๎วย Sky Doctor เพิ่มศักยภาพสุขศาลา พระราชทานสูํหนํวยบริการสาธารณสุขปฐมภูมิที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได๎มาตรฐาน ประชาชนสามารถเข๎าถึงบริการ ที่เป็นธรรมและเทําเทียม การออกแบบสถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM) เพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบกํอสร๎างที่มี คุณภาพและได๎มาตรฐาน เป็นต๎น มิติระบบราชการที่มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart & High Performance Government) กรม สบส. ก าหนดทิศทางนโยบายในการพัฒนาองค์การสูํการเป็นองค์การดิจิทัล (Digital Departmet) โดย ความรํวมมือของบุคลากรทุกภาคสํวนในการพัฒนาระบบงานและการให๎บริการ น าหลัก Smart Office และ Smart Work System เพิ่มประสิทธิภาพในระบบบริหารจัดการองค์การ ระบบการท างานและการปฏิบัติงาน โดยยึดความ ต๎องการของผู๎รับบริการและประชานเป็นส าคัญ น าแนวคิด PDCA , END to END Process LEAN Process สํงเสริม พัฒนานวัตกรรม เพื่อให๎การท างานมีประสิทธิภาพ เกิดความคลํองตัว ลดความสูญเสียของเวลา ทรัพยากร และลด ขั้นตอน ประหยัดคําใช๎จําย อาทิ ระบบบริหารแผนงานและงบประมาณ SMART HSS 65 มี Dashboard ใน Monitor ตัวชี้วัดการด าเนินงานได๎แบบ Real Time การรับ-สํง หนังสือราชการ ผํานระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ แบบ Fully Digital ระบบจัดเก็บเอกสารของหนํวยงานบนคลาวน์ ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล DPIS ผลงานเรื่องที่1: การพัฒนาแบบ POPULAR BUILDING FOR BIM เปิดกว๎างและเชื่อมโยงกัน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีขีดสมรรถนะสูง ทันสมัย รูปแบบ/ลักษณะ/ Concept ของผลงาน กรม สบส. โดยกองแบบแผน น าเทคโนโลยี ระบบสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling: BIM) เข๎ามาใช๎ในการออกแบบอาคารสถานพยาบาลภาครัฐ ซึ่งมีจ านวนมากกวํา 897 แหํง เป็นการน า BIM มาใช๎ในการจัดท า แบบกํอสร๎างเพื่อให๎โรงพยาบาลระดับ M2 มีอาคารภาพลักษณ์ที่ทันสมัย สร๎างแบบจ าลองเสมือนของอาคารในรูปแบบ 3 มิติ ท าให๎ผู๎ออกแบบอาคารทุกวิชาชีพออกแบบอาคารบนแบบจ าลองเดียวกันแบบสามมิติ สามารถสํงตํอข๎อมูลให๎กันได๎ อยํางเที่ยงตรงเป็นปัจจุบัน ลดข๎อผิดพลาดเมื่อน าแบบไปกํอสร๎าง เมื่อมีการเขียนแปลนและแก๎ไขแบบที่แปลนจะมีการ แก๎ไขทุกๆ รูปที่เกี่ยวข๎อง รวมถึงแก๎ไขปริมาณวัสดุโดยอัตโนมัติ ไมํต๎องตามไปแก๎ทีละรูปๆ ท าให๎กระบวนการออกแบบ อาคารรวดเร็ว สามารถประมาณราคาการกํอสร๎างได๎ และวิเคราะห์สมรรถนะอาคาร เชํน ประสิทธิภาพด๎านพลังงานของ อาคาร คุณภาพด๎านสิ่งแวดล๎อมที่มีผลตํอผู๎ใช๎อาคารและผลกระทบตํอสิ่งแวดล๎อมของอาคาร เมื่อมีการปรับ -แก๎ไขแบบ อาคาร สามารถทราบถึงสมรรถนะอาคารที่เปลี่ยนไป เชํน ตรวจวัดสมรรถนะอาคารตามเกณฑ์อาคารเขียวได๎ทันที การใช๎
25 งานระบบ BIM ลดเวลาในการแก๎ไขแบบได๎มากถึง 80% เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการเดิมแบบสองมิติ และแสดงปริมาณงาน และราคาวัสดุกํอสร๎าง (Bill of Quantities: BOQ) ได๎อยํางรวดเร็วและปราศจากความผิดพลาด เร็วขึ้นถึง 90%ซึ่งปัจจุบัน ระบบ BIM นั้นได๎มีการออกแบบอาคารสถานพยาบาลภาครัฐ มากกวํา 20 แบบอาคาร แบบกํอสร๎างที่สมบูรณ์ 5 อาคาร เป็นต๎น คุณค่าต่อประชาชน/ส่วนราชการ/ประเทศ (ผลกระทบทางบวกในวงกว๎าง (Impact) ที่เกิดขึ้นจากผลงาน) 1. ประชาชนที่เข๎าใช๎บริการโรงพยาบาลได๎มีอาคารรักษาที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และสมประโยชน์กับ การรักษาของระบบบริการสุขภาพอยํางเทําเทียมและทั่วถึง 2. สถานพยาบาลภาครัฐ ได๎ใช๎งานอาคารที่ปลอดภัย ได๎มาตรฐาน และเป็นมิตรตํอสิ่งแวดล๎อม ที่เกิด จากการด าเนินการออกแบบอาคารที่มีการวิเคราะห์ที่ครบถ๎วนรอบด๎าน ผลงานเรื่องที่2 : ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลในการตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์กับแพทยสภา ใช้ประกอบการขอใบอนุญาตเป็นผู้ด าเนินการและผู้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล เปิดกว๎างและเชื่อมโยงกัน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีขีดสมรรถนะสูง ทันสมัย รูปแบบ/ลักษณะ/ Concept ของผลงาน กรม สบส. โดยกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ด าเนินการพัฒนาเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข๎อมูล ผํานระบบ API กับฐานข๎อมูลแพทยสภา เพื่อใช๎ในการตรวจสอบแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในการ ขึ้นทะเบียน ผํานระบบการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข๎อมูลภาครัฐ (GDX) ที่เป็นมาตรฐานของประเทศ ในการ ตรวจสอบข๎อมูลแพทย์ในการขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู๎ขอรับใบอนุญาตเป็นผู๎ด าเนินการสถานพยาบาล ผู๎ แสดงความจ านงเป็นผู๎ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลประเภทที่รับผู๎ปุวยไว๎ค๎างคืนและประเภทที่ไมํรับผู๎ปุวยไว๎ค๎างคืน เพื่อปูองกันหมอเถื่อนหรือการปลอมแปลงเอกสารราชการ และลดส าเนาเอกสารที่ใช๎ในการตรวจสอบแพทย์ทีมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม นอกจากนั้นยังมีการเชื่อมโยงกับหนํวยงานภาครัฐอื่นๆ ได๎แกํ ส านักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการตรวจสอบและส านักงานคณะกรรมการคุ๎มครองผู๎บริโภค ประกอบการออกใบ สพ.7 และ สพ.9 และกรมการปกครองในการขอใช๎ข๎อมูลทะเบียนราษฎร์โดยมีสถิติการ ตรวจสอบแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในการขึ้นทะเบียนเป็นผู๎ด าเนินการและผู๎ปฏิบัติงานใน สถานพยาบาล มีจ านวน 275 ครั้ง คุณค่าต่อประชาชน/ส่วนราชการ/ประเทศ (ผลกระทบทางบวกในวงกว๎าง (Impact) ที่เกิดขึ้นจากผลงาน) การพัฒนาระบบการตรวจสอบชื่อแพทย์ การใช๎งานระบบ การสืบค๎นข๎อมูล แบบสถานพยาบาลเสมือนจริง การตรวจสอบโครงสร๎างภายใน สถานพยาบาลสถานพยาบาล อาคารแยกโรคติดเชื้อ
26 1. สามารถเชื่อมโยงและตรวจสอบข๎อมูลแพทย์จากฐานข๎อมูลแพทยสภาโดยตรง ในการขึ้นทะเบียนเพื่อรับ ใบอนุญาตเป็นผู๎ขอรับใบอนุญาตเป็นผู๎ด าเนินการสถานพยาบาล ผู๎แสดงความจ านงเป็นผู๎ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล 2. หนํวยงานผู๎อนุญาต พนักงานเจ๎าหน๎าที่ สามารถปฏิบัติงานตรวจสอบ ควบคุม ก ากับ และ เฝูาระวังคุณภาพ มาตรฐานสถานพยาบาล ได๎อยํางถูกต๎อง รวดเร็ว ลดข๎อผิดพลาดในการตรวจสอบเอกสาร ผลงานเรื่องที่3 : ยุว อสม. Health Hero ในยุคดิจิทัล (Gen-H Health Hero) เปิดกว๎างและเชื่อมโยงกัน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีขีดสมรรถนะสูง ทันสมัย รูปแบบ/ลักษณะ/ Concept ของผลงาน กรม สบส. โดยกองสุข พัฒนารูปแบบ ทักษะและกระบวนการเรียนด๎านสุขภาพของยุว อสม. ผํานชํอง ทางการเรียนรู๎ทางระบบออนไลน์ เพื่อให๎ยุว อสม. เป็นแกนน าในการสํงเสริมปูองกันเฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพของ ตนเอง ครอบครัว ชุมชน ตลอดจนเป็นกลไกและพลังในการขับเคลื่อนประเด็นส าคัญด๎านสุขภาพ เป็นต๎นแบบที่มี สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมตามวัย พัฒนาความรู๎และทักษะที่จ าเป็นด๎านสุขภาพให๎ สามารถดูแลผู๎อื่นได๎ โดยพัฒนาชํองทางการเรียนรู๎ผํานระบบออนไลน์ สามารถเรียนรู๎ได๎ทุกที่ทุกเวลา ปรับปรุง เนื้อหาความรู๎ในการพัฒนาศักยภาพให๎มีความสอดคล๎องในทุกมิติ ขยายเครือขําย ยุว อสม.ให๎ครอบคลุมทุกพื้นที่ มากขึ้น เปิดโอกาสให๎ทุกโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา เข๎ามาเรียนรู๎ และพัฒนาเป็น ยุว อส ม. ได๎ จากผลการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนแกนน ารายบุคคล พบวํามีศักยภาพด าเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสา ด๎านสุขภาพในโรงเรียนและชุมชนได๎ ผลการทดสอบความรู๎หลังจากการอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพยุว อสม. ทั้ง 8 บทเรียน เพิ่มขึ้นร๎อยละ 21.73 และผลการวัดความรอบรู๎ด๎านสุขภาพของนักเรียนแกนน าหรือยุวอาสาสมัคร สาธารณสุข อยูํในระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร๎อยละ 86.00 พฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนแกนน าหรือยุวอาสาสมัคร สาธารณสุขอยูํในระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร๎อยละ 81.25 นอกจากนี้นักเรียนที่ได๎รับการสํงเสริมก็มีความรอบรู๎ด๎าน สุขภาพในระดับดีขึ้นไป ร๎อยละ 68.42 และมีพฤติกรรมสุขภาพอยูํในระดับดีขึ้นไป 54.50 คุณค่าต่อประชาชน/ส่วนราชการ/ประเทศ (ผลกระทบทางบวกในวงกว๎าง (Impact) ที่เกิดขึ้นจากผลงาน) 1. ประชาชนที่เข๎าใช๎บริการโรงพยาบาลได๎มีอาคารรักษาที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และสมประโยชน์กับ การรักษาของระบบบริการสุขภาพอยํางเทําเทียมและทั่วถึง 2. สถานพยาบาลภาครัฐ ได๎ใช๎งานอาคารที่ปลอดภัย ได๎มาตรฐาน และเป็นมิตรตํอสิ่งแวดล๎อม ที่เกิดจากการ ด าเนินการออกแบบอาคารที่มีการวิเคราะห์ที่ครบถ๎วนรอบด๎าน ผลงานเรื่องที่4 : การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) เปิดกว๎างและเชื่อมโยงกัน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีขีดสมรรถนะสูง ทันสมัย รูปแบบ/ลักษณะ/ Concept ของผลงาน กรม สบส.ขับเคลื่อนนโยบายกลไก และมาตรการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติโดย มีการพัฒนาศูนย์กลางการรักษาพยาบาลเฉพาะทางชั้นสูงอาทิ โรงพยาบาลเฉพาะทางชั้นสูงเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง แผนยุทธศาสตร์พัฒนา ยุว อสม. 5 ปี ห๎องเรียนยุว อสม ออนไลน์ หลักสูตรการพัฒา ยุว อสม.
27 อมตะซิตี้จ.ชลบุรีและโรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง จ.อุดรธานี การพัฒนา Wellness Hub ของประเทศ การสํงเสริม การตลาดและประชาสัมพันธ์ในการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติได๎แกํ การจัดงาน Thailand International Health Expo 2022 มีผู๎เข๎ารํวมงานมากกวํา 50,000 คน และเกิดการจับคูํธุรกิจ 441 คูํ การเป็น เจ๎าภาพจัดงาน Specialized Expo 2028 Phuket, Thailand และการจัดงาน Expo 2025 Osaka Kansai ณ นคร โอซากา ประเทศญี่ปุุน พัฒนาสถานพยาบาลต๎นแบบ อาทิ ต๎นแบบบริการเวชศาสตร์จีโนม (รพ.พระปกเกล๎า) ต๎นแบบบริการการแพทย์ทางไกล (รพ.ราชวิถี) และต๎นแบบศูนย์การดูแลผู๎สูงอายุแบบครบวงจร (รพ.กล๎วยน๎าไท) สํงเสริม พัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลด๎านการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพและอุตสาหกรรมการแพทย์ จ านวน 4 แหํง และการพัฒนาวิชาการและการจัดการความรู๎ได๎แกํ e-Health Service ของประชาคมอาเซียน และ ระบบบริการ เวลเนสกิจการการแพทย์และการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต๎น คุณค่าต่อประชาชน/ส่วนราชการ/ประเทศ (ผลกระทบทางบวกในวงกว๎าง (Impact) ที่เกิดขึ้นจากผลงาน) 1. ประชาชนที่เข๎าใช๎บริการโรงพยาบาลได๎มีอาคารรักษาที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และสมประโยชน์กับ การรักษาของระบบบริการสุขภาพอยํางเทําเทียมและทั่วถึง 2. สถานพยาบาลภาครัฐ ได๎ใช๎งานอาคารที่ปลอดภัย ได๎มาตรฐาน และเป็นมิตรตํอสิ่งแวดล๎อม ที่เกิด จากการด าเนินการออกแบบอาคารที่มีการวิเคราะห์ที่ครบถ๎วนรอบด๎าน การจัดงาน Health Expo ที่ สยามพารากอน การมอบรางวัล Thai world class spa มาตรฐานกอน
28 ส่วนที่ 1.2 แผนงานการปรับปรุงเพื่อยกระดับการพัฒนาสู่ระบบราชการ 4.0 - แผนพัฒนาด้านเทคโนโลยี ชื่อแผนงาน/โครงการ ปีที่ด าเนินการ ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. Healthcare Metaverse 2564 - 2566 1. การสนับสนุนให๎ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง สุขภาพ สร๎างมูลคําเพิ่มให๎กับประเทศไทย 2. ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการทาง การแพทย์ 2. ศูนย์ความเป็นเลิศเวชศาสตร์จีโนม 3. สถานพยาบาลเสมือนจริง 4. ระบบจองคิวออนไลน์ 2565-2566 อ านวยคว ามสะดวก ตอบสนอง Life Style ของผู๎รับบริการ เพิ่มประสิทธิภาพการให๎บริการ 5. การพัฒนาศักยภาพการบริการสุขภาพเชิงรุก ในสถานพยาบาลเกี่ยวกับการใช๎เทคโนโลยี ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) 2564-2566 การพัฒนาศักยภาพกระบวนงานด๎านบริการสุขภาพ เชิงรุกเกี่ยวกับการใช๎เทคโนโลยีระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ในโรงพยาบาลเอกชน 6. ระบบการขออนุญาตการโฆษณาใน สถานพยาบาล ผํานระบบออนไลน์ และ Biz Portalแบบ Fully Digital 2565-2566 กระบวนการขออนุญาตการโฆษณาในสถานพยาบาล รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ Fully Digital ผําน Biz portal 7. การพัฒนา Application CRM ผําน Mobile Phone 2565-2566 ประชาชนผู๎ ร๎องเรียนสามารติดตามสถานะของ เรื่องร๎องเรียนได๎ด๎วยตนเอง และลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และความซ้ าซ๎อนการปฏิบัติงาน ของเจ๎าหน๎าที่ 8. การท าธุรกรรมสถานพยาบาล การประกอบ โรคศิลปะครบ 9 สาขา 3 ศาสตร์ สถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพ และการรับรอง มาตรฐานในการให๎บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยี ชํวยการเจริญพันธ์ทางการแพทย์ผํานระบบ ออนไลน์ /Biz Portal แบบ Fully Digitalและ ขยายสูํสํวนภูมิภาคทั่วประเทศ 2564 - 2566 1. ประชาชนให๎ได๎รับบริการ ที่มีความสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลาอยํางมีประสิทธิภาพ 2. การขออนุญาตฯ ผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตาม นโยบาย พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรฐานที่กฎหมายก าหนด 9. โครงการพัฒนาระบบตรวจสอบและประเมิน สถานพยาบาล คลินิก สถานประกอบการเพื่อ สุขภาพออนไลน์พร๎อมปักหมุด เฝูาระวังด๎าน ระบบบริการสุขภาพ 2565-2566 1. บูรณาการงานคุ๎มครองผู๎บริโภคฯ ที่เป็นระบบ มีมาตรฐาน เกิดการคุ๎มครองผู๎บริโภคที่มีความ ตํอเนื่องและยั่งยืน ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียได๎รับ ประโยชน์อยํางสมดุลและเป็นธรรม 2. มีระบบการเชื่อมโยงข๎อมูลและตรวจสอบข๎อมูล ที่ เกี่ยวข๎องกับสถานพยาบาล และสถานประกอบการ เพื่อสุขภาพ และผู๎ประกอบโรคศิลปะ ฯลฯ - แผนพัฒนานวัตกรรม ชื่อแผนงาน/โครงการ ปีที่ด าเนินการ ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. การพัฒนายุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) ผํานห๎องเรียนออนไลน์ (GEN-H Health Hero) 2565-2566 1. นักเรียนแกนน าได๎รับโอกาสในการเรียนรู๎ด๎าน สุขภาพอยํางทั่วถึง สามารถน าความรู๎ไปดูแลสุขภาพ คนในครอบครัว โรงเรียน ชุมชนได๎ 2. คนในโรงเรียน ครอบครัว ชุมชน ได๎รับการสํงเสริม
29 ปูองกันเฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง 2. โครงการออกแบบอาคารสถานพยาบาล ภาครั ฐเชิงสมรรถนะและเชิงประจักษ์ (ชํวงที่ 2) กระบวนการมีสํวนรํวมและการ รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2565-2566 ได๎แบบจ าลองสารสนเทศอาคารความละเอียด ระดับแบบกํอสร๎างตามแนวทางการออกแบบ บูรณาการ แบบโมดูลาร์ และแนวทางการสร๎าง นวัตกรรมด๎วยการใช๎วิธี Participatory Design และ Climate Action Design 4. การจัดท าผังบริเวณโดยใช๎อากาศยาน ไร๎คนขับ (Drone) 2564-2565 สถานพยาบาลได๎รับการออกแบบที่ตรงตาม ความต๎องการของผู๎ให๎บริการและผู๎รับบริการ ได๎รับบริการที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย มีความ ปลอดภัย 5. การออกแบบสถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM)/อัตลักษณ์ของพื้นที่ 6. โครงการวิจัยสร๎างต๎นแบบเครื่องยํอยขวด แก๎ว โดยใช๎พลังงานสะอาด ส าหรับโรงพยาบาล 2564 1. ต๎นแบบเครื่องยํอยขวดแก๎ว โดยใช๎พลังงาน สะอาด (Solar Cell) 2. ลดการใช๎ทรัพยากรที่ดินในการฝังกลบของ โรงพยาบาล 3. เพิ่มระดับการจัดการในการบ าบัดมูลฝอยขวด แก๎วให๎มีความปลอดภัยและมีประสิทธิผลและ รักษาสิ่งแวดล๎อมในชุมชนและพื้นที่ใกล๎เคียง 4.ประหยัดงบประมาณภาครัฐในการจ๎างเอกชน บ าบัดมูลฝอยประเภทขวดแก๎ว - แผนพัฒนาเครือข่าย และความร่วมมือ ชื่อแผนงาน/โครงการ ปีที่ด าเนินการ ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. การพัฒนาศักยภาพ อสม. หมอประจ าบ๎าน 2564-2565 1. พัฒนาศักยภาพและยกระดับ อสม. เป็น อสม. หมอประจ าบ๎าน และ สมาร์ท อสม. 2. ผู๎ปุวยกลุํมเปูาหมายได๎รับการดูแลจาก อสม. หมอประจ าบ๎านมีคุณภาพชีวิตที่ดี 2. การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบ บริการสุขภาพทั้ง 9 ผํานระบบออนไลน์ (HS4) 2564 - 2566 1. สถานบริการสุขภาพภาครัฐทั่วประเทศ ได๎รับประเมิน ตรวจสอบ ทราบผลการประเมิน ใน แตํ ล ะด๎ านได๎ เพื่ อก า รพัฒน าน าไป สูํ มาตรฐานในระดับสากลตํอไป 2. เกิดความรํวมมือกับสํวนราชการ ได๎แกํ สสจ. กระทรวงสาธารณสุข สถานบริการสุขภาพ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพ กรมสนับสนุน บริการสุขภาพ และ สพร. 3. ประชาชนได๎รับบริการที่ดี สถานที่และ สิ่งแวดล๎อมมีความปลอดภัย เครื่องมือทาง การแพทย์มีความพร๎อมใช๎ เจ๎าหน๎าที่มีความสุข ในการให๎บริการ เกิดความพึงพอใจและความ เชื่อมั่นในการรับบริการของประชาชน 4. สถานบริการสุขภาพได๎รับการยอมรับใน
30 ระดับประเทศ ระดับนานาชาติ ตํางชาติเข๎ามา ใช๎บริการสร๎างรายได๎ให๎กับประเทศ 3. สํงเสริม พัฒนา ยกระดับสถานพยาบาล ภาครัฐสูํมาตรฐานสากล โดยสนับสนุนการ บริหารจัดการเชิงคุณภาพของเครือขําย มาตรฐานระบบบริการสุขภาพในระดับเขต พื้นที่ 2564 - 2565 1. สถานพยาบาลภาครัฐเข๎าสูํมาตรฐานระบบ บริการสุขภาพของประเทศไทยตามกฎหมายวํา ด๎วยสถานพยาบาล 2. เกิดเครือขํายมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ 3. โครงการพัฒนาและเสริมสร๎างศักยภาพ คนไทยกลุํมวัยผู๎สูงอายุ (แผนงานบูรณาการ เตรียมความพรอมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย) 2564-2565 1. กลุํมผู๎สูงอายุในชุมชนได๎รับการคัดกรอง สุขภาพแบบไร๎รอยตํอ และ เข๎าถึงบริการและ พึ่งพาตนเองทางสุขภาพได๎ทั้ง 5 ภูมิภาค 2. ผู๎สูงอายุในชุมชนได๎รับการสํงเสริมสุขภาพ ปูองกันโรค การดูแลอยํางตํอเนื่องและการดูแล แบบผสมผสาน จ านวน 30 ล๎านครอบครัว 4. โครงการสุขศาลาพระราชทาน 2564-2566 1. ประชาชนในพื้นที่สุขศาลาพระราชทานเข๎าถึง บริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอยํางเทําเทียม ทั่วถึง 2 . สุ ขศ าล าพ ร ะ ร า ชท านมีคุณภ าพก า ร ให๎บริการได๎รับการยอมรับในระดับสากล 3. การบู รณาการการท างาน ทรั พยากร ในการพัฒนาสุขศาลาพระราชทานรํวมกันอยําง มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล 5. โครงการพัฒนาประชาชนให๎มีศักยภาพ ในการจัดการสุขภาพตนเองที่ถูกต๎อง เหมาะสม 2565-2566 ป ร ะ ช า ช น มี ค ว า ม ร อ บ รู๎ ด๎ า น สุ ข ภ า พ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ สามารถดูแล สุขภาพตนเองและชุมชนได๎อยํางมั่นคงและยั่งยืน 6. สํงเสริมและพัฒนาต าบลจัดการคุณภาพ สูํการพัฒนาคุณภาพชีวิตอยํางยั่งยืน 2565-2566 1. ประชาชนมีความรู๎ความเข๎าใจ สามารถดูแล ตนเองให๎ปลอดภัยจากการติดเชื้อหรือแพรํกระจาย เชื้อให๎แกํผู๎อื่น 2. ประชาชนมีศักยภาพในการเฝูาระวังและเตือน ภัยสุขภาพ สามารถสื่อสารสุขภาพดีวิถีใหมํให๎แกํ ครอบครัวหรือผู๎ใกล๎ชิดได๎อยํางมีคุณภาพ 3.ชุมชนมีศักยภาพในการปูองกันควบคุมโรคได๎ อยํางมีประสิทธิภาพและสามารถฟื้นฟูสุขภาวะ ชุมชนสร๎างต าบลวิถีใหมํปลอดภัยจากโควิด-19 7.โครงการยกระดับมาตรฐานบริการ สุขภาพรองรับการแขํงขันอุตสาหกรรม การแพทย์ครบวงจร 2565-2566 สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อ สุขภาพกลุํมเปูาหมาย มีศักยภาพการให๎บริการ อยํางมีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับ สากล เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแขํงขันด๎าน อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรของประเทศ 8. โครงการพัฒนาระบบบริการบ าบัดรักษา ผู๎ปุวยยาเสพติด 2565-2566 1. อสม. มีศักยภาพในการติดตามดูแลผู๎ปุวยยาเสพ ติดในระบบสมัครใจบ าบัดในชุมชนได๎อยํางตํอเนื่อง
31 2. ผู๎ปุวยยาเสพติดที่ผํานการบ าบัดยาเสพติด แล๎วมีสุขภาพแข็งแรงทั้งรํางกายและจิตใจ ไมํ กลับไปยุํงเกี่ยวกับยาเสพติดอีก 3. ผู๎ปุวยยาเสพติดที่ผํานการบ าบัดยาเสพติด แล๎วสามารถด ารงชีวิตในชุมชนได๎อยํางมั่นคง และไมํเป็นที่รังเกียจของสังคมสังคม 9. โครงการสํงเสริมการทํองเที่ยวเชิง สุขภาพ 2565-2566 สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ในพื้นที่เปูาหมาย ยกระดับเป็นสถานประกอบการด๎ านการ ทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ ผําน 1) มาตรฐานกิจการ เวลเนส สปา 2) มาตรฐานสปาสากล (Thai World Class Spa) 3) Nuad Thai Premium
32 รูปที่ 1.1 ระบบการน าองค์การ (HSS Leadership) ส่วนที่ 2 การด าเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 หมวด 1 การน าองค์การ 1.1 ระบบการน าองค์การที่สร้างความยั่งยืน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เป็นองค์กรหลักในการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพ ภาคประชาชนให๎มีคุณภาพ เพื่อคุ๎มครองผู๎รับบริการในระบบบริการสุขภาพและสํงเสริมให๎ประชาชนสามารถดูแลและพึง ตนเองด๎านสุขภาพได๎อยํางยั่งยืน โดยการน าของผู๎บริหารสบส. มีความมุํงมั่นในการขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และงาน ตามภารกิจของ สบส. บรรลุวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขให๎ความส าคัญกับข๎อมูลและสารสนเทศตําง ๆ ได๎แกํ ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล ความคิดเห็นของประชาชน และผลการด าเนินการที่ส าคัญ โดยมีระบบการน า องค์การที่ยึดหลักประชาชนเข๎าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย และสมประโยชน์ ประชาชนทุกคน สามารถดูแลสุขภาพตนเองได๎และชุมชนจัดการสุขภาพเพื่อ การพึ่งพาตนเองได๎อยํางยั่งยืน รวมทั้งประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์ในระดับนานาชาติ ยึดหลัก ธรรมาภิบาลเป็นกลไกการก ากับการดูแลองค์กรรํวมกัน ผําน การประชุมที่มีผู๎บริหารระดับสูง ผู๎บริหารสํวนกลาง ผู๎บริหาร สํวนภูมิภาค ทีมน าองค์กร และคณะกรรมการตําง ๆ ก ากับ ดูแล และติดตามงานที่ส าคัญ พร๎อมด๎วยบุคลากร 1,011 คน มีสํวนรํวมในการขับเคลื่อนองค์การผํานทางค ารับรองการปฏิบัติราชการ ท าให๎การด าเนินการของ สบส. ขับเคลื่อนไป พร๎อม ๆ กันในทุกระดับ และน าพาองค์กรก๎าวสูํความส าเร็จบรรลุวิสัยทัศน์อยํางยั่งยืน ตามรูปที่ 1.1 ผู๎บริหารได๎ก าหนดนโยบายการด าเนินงานของกรม สบส. 8 ประการใช๎เป็นกรอบในการขับเคลื่อนงานตามภารกิจ ของกรมฯตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขประกอบด๎วย 1) การพัฒนางานด้าน สาธารณสุขตามแนวพระราชด าริและเฉลิมพระเกียรติ การพัฒนามาตรฐานการให๎บริการของสุขศาลาพระราชทาน 2) สื่อสาร สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน (Health Literacy) ให๎สามารถดูแลและจัดการด๎าน สุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชนได๎อยํางเหมาะสม และประชาชนเข๎าถึงข๎อมูลขําวสารด๎านสุขภาพที่ ถูกต๎อง รวดเร็ว เป็นปัจจุบัน 3) เสริมสร้างศักยภาพการแพทย์ปฐมภูมิพัฒนาศักยภาพ อสม. หมอคนที่ 1 ให๎เป็น Smart Aor Sor Mor. รองรับการดูแล และให๎บริการด๎านสุขภาพแกํประชาชนในชุมชนอยํางเป็น ระบบ อันน าไปสูํการเป็นชุมชนสุขภาพดี4) คุ้มครองผู้บริโภคจากการรับบริการสุขภาพ ยกระดับคุณภาพ มาตรฐานการให๎บริการของสถานพยาบาล และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เฝูาระวังและปราบปรามการ กระท าผิดกฎหมายให๎เกิดอยํางเป็นรูปธรรม 5) พัฒนานวัตกรรมบริการทางการแพทย์พัฒนาและยกระดับ มาตรฐานอุตสาหกรรมทางการแพทย์ให๎เป็นที่ยอมรับระดับสากล 6) ยกระดับการออกแบบโรงพยาบาล ให๎ มีความทันสมัย เหมาะสม รองรับสภาวการณ์ปัจจุบัน และน าเทคโนโลยีมาใช๎ในการออกแบบเพื่อให๎เกิดความ รวดเร็ว ลดข๎อผิดพลาด 7) เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสุขภาพ ผ่านการให้บริการทางการแพทย์ที่มีศักยภาพ สูง และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สํงเสริมพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถด๎านการจัดการและการ บริการทางการแพทย์ (Medical hub) ของประเทศ และการทํองเที่ยวเชิงการสุขภาพ มุํงเน๎นการสํงเสริม สุขภาพแบบครบวงจร 8) พัฒนาองค์การสู่การเป็น องค์กรดิจิทัล (Digital Department) พัฒนา ระบบงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และการให๎บริการด๎วยระบบดิจิทัล เปูาหมายหลักเพื่อให๎ “ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพสามารถจัดการสุขภาพตนเองที่ถูกต้องได้ และประชาชนได้รับบริการจาก สถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย” พัฒนาการให๎บริการตําง ๆ ผํานการสร๎างวัฒนธรรม
33 การท างานที่มุํงเน๎นผู๎รับบริการเป็นศูนย์กลาง สร๎างและพัฒนาเครือขํายทั้งภายในและภายนอกประเทศ สถาบันการศึกษา พัฒนาความรํวมมือกับพหุภาคีและทวิภาคี ผู๎บริหารยังให๎ความส าคัญในการด าเนินการตามค่านิยม “สบส” และการ ปลูกฝังคํานิยมให๎เป็นวัฒนธรรมของกรม สบส. ในการปฏิบัติหน๎าที่และการอยูํรํวมกันของบุคลากรในองค์การ ด าเนินงาน ในรูปแบบคณะท างานขับเคลื่อนคํานิยมและวัฒนธรรมของกรมฯ ก าหนดหลักเกณฑ์ และกิจกรรมสร๎างความสัมพันธ์ เกิด พฤติกรรมการปฏิบัติงานที่พึงประสงค์ของบุคลากรกรม สบส. ทั่วองค์การ ด๎วยการเป็นผู๎น า Role Model ในการท า กิจกรรมตําง ๆ อยํางสม่ าเสมอ ได๎แกํ การออกก าลังกาย การบริจาคโลหิต และการท าบุญตามเทศกาลตําง ๆ รวมทั้งการ ปฏิบัติงานที่มุํงมั่นทุํมเท เป็นต๎น การขับเคลื่อนพัฒนาตามนโยบายประเทศไทย 4.0 สร๎างความรู๎ความเข๎าใจแกํบุคลากรใน การพัฒนาประสิทธิภาพการท างาน โดยใช๎ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช๎ ก าหนดนโยบายการบริหารงานตาม ภารกิจหลัก 3 ด๎าน ได๎แกํ ภารกิจการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ การบังคับใช๎กฎหมายกับหมอ กระเป๋า และหนํวยบริการที่ผิดกฎหมาย บูรณาการการด าเนินงานรํวมกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง การเฝูาระวังและสุํม ตรวจกลุํมเสี่ยง การประเมินโครงการ หากท าแล๎วไมํเกิดคุณคํา ปรับโครงการ และให๎ทุกหนํวยงานปรับบทบาทให๎ สอดคล๎องกับระบบราชการ 4.0 การพัฒนากฎหมายให๎สอดคล๎องกับการด าเนินงานและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป การ ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพื่อผู๎สูงอายุ การตรวจสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทีได๎รับอนุญาต ผํานระบบออนไลน์ และ Application ทางรัฐ การขออนุญาตผํานระบบ E-Service และระบบ Biz Portal เป็นต๎น และ การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ กระตุ๎นระบบเศรษฐกิจสุขภาพ เน๎นการเพิ่มมูลคําเผลิต ภัณฑ์ บริการและการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ เพิ่มเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ สํงเสริมและพัฒนาศักยภาพ สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและเมืองทํองเที่ยวรองรับการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพและการเปิด ประเทศ Wellness Sandbox เพิ่มขีดความสามารถทางวิชาการด๎านบริการและเทคโนโลยีการแพทย์ก๎าวหน๎าของ ประเทศไทย ได๎แกํ สถานพยาบาลเสมือนจริง Healthcare Metaverse ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ และTele medicine ภารกิจส่งเสริมการมีส่วนร่วมสุขภาพภาคประชาชน การพัฒนางานด๎านสาธารณสุขตามแนวพระราชด าริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ จ านวน 24 แหํง การพัฒนาและเสริมสร๎างศักยภาพการแพทย์ปฐมภูมิด๎วย 3 หมอ พัฒนา ศักยภาพยุวอาสาสมัคร ผํานห๎องเรียนออนไลน์ (Gen -H Health Hero) ภารกิจงานมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ การเป็น Lab Reference เครื่องมือแพทย์ระดับประเทศ การออกแบบโรงพยาบาลให๎ทันสมัยภายใต๎ “Innovation Healthcare Management : EMS (Environment, Modernization and Smart Service”) เป็นต๎น 1.2 การป้องกันทุจริตและสร้างความโปร่งใส ผู๎บริหารให๎ความส าคัญกับการน าองค์การอยํางมีธรรมาภิบาล โดยยึดหลักนิติธรรม ความโปรํงใส และความมี จริยธรรม ในการบริหารจัดการองค์การทุกขั้นตอนผํานระบบการน าองค์การตามรูปที่ 1.1 โดยมีการจัดท าแผนการป้องกัน การทุจริตและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม กรม สบส. ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 –2570) โดยจัดตั้งกลุ่มงานจริยธรรม เป็น หนํวยงานหลักก าหนดและทบทวน นโยบายการก ากับองค์การที่ดี (OG) เผยแพรํ ปลูกฝัง สํงเสริม ยกยํองข๎าราชการที่เป็น แบบอยํางที่ดี ก ากับติดตามประเมินผลคุณธรรมตามกรอบการประเมิน การจัดท าแนวทางและมาตรการปูองกันการทุจริต เชิงรุกมาตั้งแตํปี 2557 จนถึงปัจจุบัน และมีการมอบหมายให๎ทุกหนํวยงานของกรมฯ ต๎องจัดท าแผนบริหารความเสี่ยงการ ทุจริตเป็นประจ าทุกปีเพื่อเป็นเครื่องมือที่จะรับประกันวํา หนํวยงานในสังกัดกรม สบส. จะให้บริการแก่ประชาชนด้วย ความซื่อสัตย์ สุจริต ปลอดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบ พร๎อมทั้งจัดท าแผนปฏิบัติราชการ แผนปฏิบัติการประจ าปี แผนงานขับเคลื่อนงานด๎านคุณธรรม จริยธรรม และก ากับติดตาม ประเมินผลแผน การสํงเสริมคุณธรรมตามกรอบการประเมิน ITA และตอบสนองตัวชี้วัดตามยุทธศาสตร์ของ สบส. ซึ่งผู๎บริหารมี มาตรการปูองกันการทุจริตเชิงรุก และแนวทางการสํงเสริมการ ประพฤติปฏิบัติตามหลักนิติธรรม ความโปรํงใส และความมี รูปที่ 1.2 การก ากับดูแลองค์การ
34 จริยธรรม 3 ประเด็นหลัก ได๎แกํ 1) การทุจริตที่เกี่ยวกับการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต 2) การทุจริตของการใช๎อ านาจ ต าแหนํงหน๎าที่ และ 3) การทุจริตการใช๎จํายงบประมาณและการบริหารจัดการทรัพยากรภาครัฐ ซึ่งจะสํงผลตํอภาพลักษณ์ที่ ดีของกรมฯ และท าให๎ประชาชนผู๎รับบริการเกิดการยอมรับและเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของกรมฯ ซึ่งในปี 2565 กรมมีผล การประเมินความเชื่อมั่นจากผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการให้บริการของกรมฯ อยูํที่ร้อยละ 90.21 นอกจากนี้ ผู๎บริหารยังมีมาตรการปูองกันการทุจริตเชิงรุกและแนวทางการสํงเสริมการปฏิบัติปฏิบัติตามหลักนิติธรรม ความโปรํงใส และความมีจริยธรรม เพื่อให๎บุคลากรเกิดความเข๎าใจตรงกัน มีแนวปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เชํน การประกาศเจตนารมณ์ ตํอต๎านทุจริตและนโยบาย No Gift Policyการสนับสนุนกิจกรรมตํอต๎านการทุจริต การน าหลัก GRD (Good Regulatory Practice) มาใช๎ในการออกกฎหมาย โดยเปิดโอกาสให๎ผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียได๎เข๎ามามีสํวนรํวมในการพิจารณา รํางกฎหมายและการท าประชาพิจารณ์ การพัฒนาระบบการรับเรื่องร๎องเรียนแบบอิเล็กทรอนิกส์(ระบบ CRM) เป็นต๎น และ ในปี 2563-2565 กรมฯ ผํานการประเมินมาตรฐานรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด๎านการเงินการคลัง และได๎รับรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ระดับดีจากกรมบัญชีกลาง และในปี 2563-2564 กรมได๎รับ รางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส จากส านักงาน ป.ป.ช. และกรม สบส. ยังได๎รับคัดเลือกในระดับกระทรวงสาธารณสุขในการเป็น แนวรํวมปฏิบัติของภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนปีแหํงการอ านวยความสะดวกในการพิจารณาอนุมัติอนุญาตของทางราชการ ตํอต๎านการรับสินบนทุกรูปแบบกับส านักงาน ป.ป.ท. ท าให๎ส านักงานเลขานุการการมได๎รับรางวัลการพัฒนาหนํวยงาน คุณธรรมรับโลํพระราชทานฯ บุคลากรได๎รับการยกยํองจากหนํวยงานภายนอกได๎แกํข๎าราชการพลเรือนดีเดํน นักบริหาร สาธารณสุขดีเดํน รางวัลคนสุจริตของส านักงาน ป.ป.ช. ระดับประเทศและรางวัลต๎นแบบด๎านความโปรํงใส ทั้งนี้กรมฯได๎จัด ให๎มีคณะกรรมการสํงเสริมคุณธรรมและคัดเลือกบุคลากรของกรมฯเพื่อพิจารณารับรางวัลคนดีศรีสบส. และคนดีศรี สาธารณสุขในระดับกระทรวงซึ่งผู๎บริหารระดับสูงได๎รับรางวัลด๎านการบริหารและบุคคลต๎นแบบด๎านตํางๆ มาอยํางตํอเนื่อง ซึ่งแสดงให๎เห็นถึงศักยภาพของผู๎น าองค์กรที่มีความพร๎อมและมีศักยภาพในการน าองค์กรจากผลการด าเนินการสํงผลให๎ผล การประเมินคุณธรรมและความโปรํงใสในการด าเนินงานของหนํวยงานภาครัฐ(ITA) ประจ าปี2565 กรม สบส. ผํานเกณฑ์การ ประเมิน ITA ของส านักงาน ป.ป.ช. (ร๎อยละ85) ได๎คะแนน 88.78 อยู๋ในระดับ A และหนํวยงานในสังกัดกรม สบส. ผําน เกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปรํงใส(ITA) ตามเกณฑ์ที่ก าหนด(ร๎อยละ95) ซึ่งมีหนํวยงานผํานเกณฑ์จ านวน 34 หนํวยงาน คิดเป็นร้อยละ97.14รายงานผลการด าเนินการด๎านคุณธรรมจริยธรรมขององค์กรตํอสาธารณะและหนํวยงาน ในสังกัดกรมฯ ผํานทางหนังสือเวียนเว็บไซต์ สบส. Facebook และ Application HSS Office ในการแจ๎งเวียนเรื่องตําง ๆ แบบ Real timeการน าหลักการ GRD (Good Regulatory Practice) มาใช๎ในการออกกฎหมาย เปิดโอกาสให๎ผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียเข๎ามามีสํวนรํวมในการพิจารณารํางกฎหมาย และท าประชาพิจารณ์การออกกฎกระทรวงตํางๆ การพัฒนาปรับปรุงแก๎ไขกฎหมาย สอดรับ E-Serviceในการให๎บริการ การปูองกันทุจริตและสร๎างความโปรํงใส น า เทคโนโลยีสารสนเทศมาชํวยได๎แกํ ระบบเรื่องร๎องเรียนผําน Application CRM สามารถติดตามสถานะเรื่องร๎องเรียน (eTracking) พัฒนาชํองทางในการแจ๎งเบาะแส ได๎แกํ FacebookLine Website App สารวัตรพยาบาลออนไลน์ สร๎างความ โปรํงใสํในการให๎บริการผลการจัดการข๎อร๎องเรียนเพิ่มขึ้นเป็นร๎อยละ 100 แสดงให๎เห็นวําผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวน เสีย มีความเชื่อมั่นในด๎านธรรมาภิบาลขององค์กร และรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด๎านการเงินการ คลัง ตั้งแตํ 2562-2565 และได๎รับการประเมินเป็นองค์กรคุณธรรมต๎นแบบในปี 2563-2565 เป็นต๎น 1.3 การมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ผ่านการมีส่วนร่วมจากเครือข่ายทั้งภายในและภายนอก ผู๎บริหารให๎ความส าคัญสูงสุดในการสื่อสารทิศทางนโยบาย แผนการด าเนินงานของกรม สบส. มีการพัฒนา รูปแบบ ระบบการสื่อสารของ สบส. ให๎มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการออกแบบสร๎างห๎องประชุมผํานระบบ VDO Conferenceระบบ WebEx เพื่อใช๎ส าหรับประชุมผู๎บริหาร ประชุมกรม และการประชุมตําง ๆ ในการขับเคลื่อนนโยบายสูํ ผู๎ปฏิบัติงานทุกระดับในทุกพื้นที่ ตลอดจนเป็นเครื่องมืออ านวยความสะดวกให๎กับเจ๎าหน๎าที่ผู๎ปฏิบัติงานซึ่งท าหน๎าที่ ให๎บริการประชาชน กรมฯ มีระบบการสื่อสารและเลือกใช๎สื่อที่เหมาะสมกับกลุํมเปูาหมาย4 แนวทาง ได๎แกํ 1) การสื่อสาร กับประชาชนและกลุํมเสี่ยง สามารถติดตามขําวสารและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจ า ติดตามรายงาน ตลอดจนการ
35 สอบถามข๎อมูลการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ 2) สื่อสารภายในองค์กร เพื่อให๎บุคลากรเข๎าใจข๎อมูลขําวสาร นโยบาย กิจกรรมความเคลื่อนไหวขององค์กร 3) สื่อสารกับสื่อมวลชน เผยแพรํข๎อมูลที่ถูกต๎อง ทันเวลา สร๎างการรับรู๎ให๎ ประชาชนในวงกว๎าง 4) สื่อสารระหวํางองค์กร เกิดความเข๎าใจรํวมมือในการด าเนินการ แก๎ปัญหา บูรณาการประสานความ รํวมมือและสามารถสื่อสารข๎อมูล ที่ถูกต๎อง ครบถ๎วน ก าหนดกระบวนการสื่อสาร เพื่อใช๎สื่อสารและถํายทอดขําวสารที่ ส าคัญไปยังบุคลากร ผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียอยํางตรงไปตรงมา ผํานชํองทางตําง ๆ แบบ 2 ทาง การรายงาน ผลด าเนินการและให๎ข๎อมูลปูอนกลับทางระบบออนไลน์ และระบบ SMART 65 สามารถทราบข๎อมูลได๎แบบ Real time สํงผลให๎สร๎างเครือขํายความรํวมมือในการด าเนินงานได๎อยํางมีประสิทธิภาพ พบวําร๎อยละความส าเร็จในการบรรลุตาม แผนปฏิบัติการของ สบส. ที่มีผลการด าเนินการที่ดีขึ้นมาอยํางตํอเนื่อง และได๎รับรางวัลเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ระดับดี สองปีซ้อน (2562 -2563)และในปี 2565 กรมฯ ได้รับรางวัลเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ระดับดีเด่น จากคํานิยม “สมรรถนะเป็นฐาน สร๎างสรรค์สิ่งใหมํ บริการด๎วยใจใฝุสามัคคี” ผู๎บริหารได๎ผลักดันให๎บุคลากรทุก คนใช๎เป็นหลักส าคัญทางความคิด น าไปสูํการปฏิบัติจริงอยํางจริงจัง คือ 1) การสร้างบรรยากาศการบริหารวัฒนธรรม การท างานของเพื่อให๎บริการที่ดีแกํผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย การมีสํวนรํวมในการพัฒนา ปรับปรุง และสร๎าง วัฒนธรรมในการให๎บริการที่มีคุณภาพ ได๎มาตรฐาน ตรงกับความต๎องการของผู๎รับบริการ ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย สํงเสริมการ มีสํวนรํวม การแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ของบุคลากร มีระบบติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ถํายทอดตัวชี้วัดตามค า รับรองการปฏิบัติราชการลงสูํระดับบุคคล การรายงานผลการปฏิบัติราชการ รวมถึงการก ากับระบบการควบคุมภายใน 2) การสร้างบรรยากาศในการพัฒนาบุคลากร มีนโยบายการบริหารและพัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่มุํงเน๎นให๎เป็น คนเกํง คนดี มีความสุข เปิดโอกาสให๎บุคลากรทุกระดับ มีสํวนรํวมและรับรู๎ในการก าหนดกรอบยุทธศาสตร์ ผํานเวทีการประชุม วิชาการ ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข๎อง การให๎ความส าคัญในการเตรียมความพร๎อมในการพัฒนาผู๎น าทุกระดับผําน หลักสูตรตําง ๆ รวมทั้งพัฒนา ศักยภาพบุคลากรทุกระดับ 3) การกระจายอ านาจการตัดสินใจโดยจัดท าค าสั่งมอบ อ านาจให๎หัวหน๎าทุกหนํวยงานในการบริหารงานและงบประมาณ เพื่อให๎เกิดความคลํองตัว การมอบอ านาจ ศบส.ที่ 1-12 ให๎เป็นผู๎อนุญาตกิจการดูแลผู๎สูงอายุหรือผู๎ที่มีภาวะพึ่งพิงและการขยายการให๎บริการผํานระบบ Biz Portal ทั่วประเทศ มอบอ านาจให๎แกํ สสจ. 4) พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานร่วมกับเครือข่ายได้แก่การท า MOU ทาง วิชาการกับสถาบันการศึกษา เชํน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล๎าฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต๎น 5) สร้างภาคีเครือข่ายทุกจังหวัดทั่วประเทศ เฝูาระวังสถานพยาบาล (โรงพยาบาล และคลินิก) สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และผู๎ให๎บริการที่ไมํได๎มาตรฐาน เชํน การจัดตั้งเครือขํายเฝูาระวังทางไลน์ การจัดตั้งเครือขํายการด าเนินงานทาง Facebook 6) การพัฒนาระบบติดตามประเมินผลแผนงาน โครงการการจัดท า ค าของบประมาณ แผนปฏิบัติการ การจัดท าค ารับรองการปฏิบัติราชการของหนํวยงานและบุคคล รวมทั้งก าหนดตัวชี้วัด ที่ส าคัญ ติดตามการรายงานผลด าเนินการและการใช๎งบประมาณผํานระบบ SMART 65 แบบ Real Timeการสํงเสริมให๎ น าไปสร๎างนวัตกรรมและทบทวนกระบวนการท างาน ปรับปรุง มาตรการ แนวทาง โดยพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาชํวยในการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให๎บริการทั้งในงานหลักและงานสนับสนุน จากการสร๎างการมีสํวนรํวมของภาคสํวนตํางๆ ด๎วยวิธีดังกลําว สํงผลให๎เกิดนวัตกรรมในระบบบริการสุขภาพ และแก๎ไขปัญหาที่ซับซ๎อน โดยเน๎นการพัฒนาโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชํน ระบบการรายงานผลการปฏิบัติงาน อสม. ผํานระบบ Dashboard อสม. การพัฒนาศักยภาพ อสม. หมอประจ าบ้าน และระบบการพัฒนายุว อสม.ผําน ห๎องเรียนออนไลน์ การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือขําย ในระดับ อ าเภอ ต าบล หมูํบ๎าน และเป็นคณะกรรมการรํวมในการ คัดเลือก อสม. ระดับจังหวัด เฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพ สื่อสารสุขภาพ และขับเคลื่อนงานสุขภาพภาคประชาชนใน ระดับพื้นที่ นอกจากนี้ กรม สบส. ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาและ ประยุกต์ใช๎ระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการให้บริการสุขภาพผ่านเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน (อสม.) รํวมกันในพัฒนาระบบสารสนเทศส าหรับระบบงานเครือขํายภาคประชาชนและระบบบริการสุขภาพ รองรับการแพทย์ และการสาธารณสุขวิถีใหมํ (New Normal Medical Services and Public Health) รวมถึงการเชื่อมโยงฐานข๎อมูลของ
36 รูปที่ 1.3 การจัดการผลกระทบทางลบตํอสังคม หนํวยบริการทุกระดับ รํวมกันพัฒนาระบบการขอใบรับรองแพทย์ผํานแอปพลิเคชัน “หมอพร๎อม”เป็นการใช๎ เทคโนโลยีที่ชํวยให๎เกิดระบบการเรียนรู๎ด๎านข๎อมูลสุขภาพที่ถูกต๎อง งํายตํอการเข๎าถึง รวมถึงการปรึกษาทางการแพทย์ ทางไกลผําน Telemedicine ประชาชนสามารถใช๎เทคโนโลยีในการดูแลสุขภาพตนเองได๎ตลอดเวลาแม๎อยูํในพื้นที่ หํางไกล ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ การพัฒนาระบบประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ 9 ด๎าน เพื่อให๎สถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ได๎มาตรฐาน และการพัฒนาระบบเฝูาระวังและการตรวจมาตรฐาน สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ให๎บริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และไมํกํอให๎เกิดมลพิษตํอสิ่งแวดล๎อม 1.4 การค านึงถึงผลกระทบต่อสังคมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว กรม สบส. มีวิเคราะห์ผลกระทบทางลบจากการด าเนินงานตามภารกิจหลักของกรมฯและจากการบังคับใช๎ กฎหมายที่อยูํในความรับผิดชอบรวมทั้งที่เกี่ยวข๎อง รวมทั้งประชาชนได๎รับบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีมาตรการ สร๎างความรู๎ความเข๎าใจแกํประชาชนผํานสื่อตําง ๆ ตรวจประเมินมาตรฐานกํอนและหลังอนุญาต จัดตั้งศูนย์คุ๎มครอง ผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ พัฒนาระบบการเฝูาระวังและ แจ๎งเบาะ การท างานเป็นเครือขํายในการเฝูาระวังติดตาม ปูองกัน ไมํให๎เกิดผลกระทบเชิงลบในวงกว๎าง ได๎แกํการแจ๎งเบาะแสผําน เครือขําย สสจ.ศบส.ที่ 1-12เขตสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ภาค ประชาชน อสม.จิตอาสา และสมาคมคลินิก เป็นต๎น การสร๎าง ความสัมพันธ์ระหวํางองค์กรและชุมชนที่สามารถตํอยอดเป็นความ รํวมมือได๎ในอนาคต โดยจัดท าเป็นประจ าทุกปีกรม สบส.ได๎จัด กิจกรรมเพื่อสังคม ดังนี้ โครงการชุมชนสร้างสุข เพื่อให๎ประชาชน ในแถบบริเวณใกล๎เคียงสบส. โดยมีอสม. และ อสค. เป็นตัวแทนและแกนน าด๎านสุขภาพ ในการส ารวจ รวบรวมข๎อมูล ทางด๎านสุขภาพของประชาชนและสภาพชุมชน จึงน ามาวางแผนงานโครงการให๎สอดคล๎องกับพื้นที่นั้น เชํน การให๎ ความรู๎การดูแลรักษาโรคพยาธิใบไม๎ในตับ ในพื้นที่ภาคอีสาน ชุมชนวัดพุทธปัญญาเป็นชุมชนที่อยูํใกล๎กรม สบส. และ มีวัดเป็นศูนย์กลางของการรํวมมือรํวมใจของชุมชน พัฒนาพื้นที่ปลอดยาเสพติดและบุหรี่ การรณรงค์การใสํหน๎ากาก อนามัยและใช๎แอลกอฮอล์ในการรักษาความสะอาด ปูองกันการแพรํระบาดโควิด 19 การให๎ความรู๎และแจกอุปกรณ์ ปูองกันแกํชุมชนรอบวัดพุทธปัญญา การท าบุญรํวมกับประชาชนในเทศการทางศาสนา ได๎แกํ วันเข๎าพรรษา ทอดกฐิน ผ๎าปุาสามัคคี และท าความสะอาดชุมชนและวัด รํวมกับประชาชนเป็นประจ าอยํางสม่ าเสมอ ท าได๎รับความรํวมมือและ มีจ านวนจิตอาสาเพิ่มมากขึ้นอยํางตํอเนื่อง การสนับสนุนชุมชนชุมชน กรม สบส. ก าหนดชุมชนที่ส าคัญ สํงเสริม สนับสนุนการสร๎างความเข๎มแข็งให๎กับ ชุมชนที่ส าคัญ เพื่อให๎เป็นต๎นแบบด๎านสุขภาวะที่ดีของชุมชน มีหลักเกณฑ์การก าหนดชุมชนที่ส าคัญ ดังนี้1) ชุมชนที่อยูํ โดยรอบส านักงาน ซึ่งมีการสร๎างเครือขํายความรํวมมือกับชุมชนในการสร๎างความตระหนักในเรื่องของการดูแลสุขภาพตนเอง ผู๎สูงอายุและการสร๎างชุมชนที่เข๎มแข็ง 2) ชุมชนมีความเสี่ยงได๎รับผลกระทบด๎านสิ่งแวดล๎อม เชํน ชุมชนที่อยูํใกล๎ สถานพยาบาลตํางๆสบส. ได๎ด าเนินการสนับสนุนชุมชนให๎มีความเข๎มแข็ง เริ่มจากการน าข๎อมูลจากแหลํงตํางๆได๎แกํ ข๎อเสนอแนะข๎อร๎องเรียน นโยบายของกรม จัดเป็นแนวทางการด าเนินงานให๎แกํชุมชน ที่กรมฯได๎ด าเนินการและผู๎บริหารได๎ เข๎ามามีสํวนรํวม เชํน โครงการ3 หมอโดยมีหมอใกล๎ตัวคืออสม. หมอประจ าบ๎าน (1 : 20 หลังคาเรือน การจัดกิจกรรมใน พื้นที่ โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู๎สูงอายุในชุมชนแบบไร๎รอยตํอ พัฒนาศักยภาพผู๎ดูแลสูงอายุในครอบครัวเพื่อการดูแล ผู๎ปุวยติดเตียงที่มีประสิทธิภาพ โครงการชุมชนสร๎างสุขเพื่อให๎ประชาชนในแถบบริเวณใกล๎เคียงกรม สบส. โดยมีอสม. และ อสค. เป็นตัวแทนแกนน าด๎านสุขภาพ ส ารวจรวบรวมข๎อมูลทางด๎านสุขภาพของประชาชนและสภาพชุมชน น ามาวางแผนงาน ให๎สอดคล๎องกับพื้นที่นั้น เชํน การให๎ความรู๎การดูแลรักษาโรคพยาธิใบไม๎ในตับในพื้นที่ภาคอีสาน การพัฒนาชุมชนวัดพุทธ ปัญญาเป็นชุมชนที่อยูํใกล๎กรม สบส. และมีวัดเป็นศูนย์กลางของการรํวมมือรํวมใจของชุมชน พัฒนาพื้นที่ปลอดยาเสพติด และบุหรี่การท าบุญรํวมกันในเทศกาลทางศาสนาได๎แกํ เข๎าพรรษา ทอดกฐิน ผ๎าปุาสามัคคีการท าความสะอาดชุมชนและ
37 รูปที่ 2.1 Strategic Planning Process กรม สบส. วัดรํวมกับประชาชน กิจกรรมเดินวิ่ง ปั่นจักรยาน จัดเป็นประจ าทุกปีโดยผู๎บริหารและบุคลากรเข๎ารํวมกิจกรรมทุกครั้ง อยํางสม่ าเสมอและเมื่อได๎ด าเนินการกิจกรรมตํางๆผู๎รับผิดชอบ ติดตามประเมินผลจากการสอบถามผู๎เข๎ารํวมกิจกรรม ผู๎แทนชุมชน เพื่อน าไปปรับปรุงกระบวนการและกิจกรรมให๎มีความเหมาะสมมากขึ้นในครั้งตํอไป ผลลัพธ์ส าคัญในหมวด 7 ที่เป็นผลจากการด าเนินงานของหมวด 1 จากการน าองค์การของอธิบดีและทีมน าองค์การ ท าให๎การพัฒนาระบบบริการสุขภาพบรรลุเปูาหมายตามพันธกิจและ ยุทธศาสตร์ โดยด าเนินการได๎ตามแผนงาน โครงการ สูงกวําเปูาหมายที่ตั้งไว๎ การเป็นต๎นแบบ สบส. ได๎รับผลการประเมิน รางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด๎านการเงินการคลัง 4 ปี ซ๎อนตั้งแตํปีพ.ศ. 2562-2565 ได๎รับการ ประเมินเป็นองค์กรคุณธรรมต๎นแบบมาตํอเนื่องตั้งแตํปี พ.ศ. 2563-2565 และได๎รับรางวัลเป็นคุณภาพการบริหารจัดการ ภาครัฐ หมวด 1 การน าองค์การและความรับผิดชอบตํอสังคม ปี พ.ศ. 2564 ซึ่งในปีพ.ศ. 2565 กรมฯได๎รับรางวัลเลิศรัฐ จ านวน 7 รางวัล ได๎แกํ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก๎าวหน๎า PMQA รายหมวดดีเดํน หมวด2 การ บริหารราชการแบบมีสํวนรํวม ประเภทเปิดใจใกล๎ชิดประชาชน ระดับดีเดํน รางวัลพิเศษสานพลังรํวมใจต๎านภัยโควิด รางวัลบริการภาครัฐ ประเภทยกระดับการอ านวยความสะดวกฯ ระดับดีเดํนและได๎รับรางวัลเลิศรัฐยอดเยี่ยม ประจ าปี 2565 แกํกรมฯที่ได๎รับรางวัลระดับดีเดํน 3 สาขาในปีเดียวกันจากส านักงาน ก.พ.ร. หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ 2.1 แผนยุทธศาสตร์ที่ตอบสนองความท้าทาย สร้างนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลง และมุ่งเน้นประโยชน์สุข ประชาชน กรม สบส. ให๎ความส าคัญตํอกระบวนการก าหนดทิศทางและนโยบายขององค์การ ทบทวนและก าหนด วิสัยทัศน์ ตั้งแตํปี พ.ศ.2545 จนถึงปัจจุบัน ภายใต๎ระบบการน าองค์การ ก าหนดทิศทาง วางแผนยุทธศาสตร์และ ถํายทอดสูํการปฏิบัติตามรูปที่ 2.1 รวมทั้งมีการวิเคราะห์สถานการณ์ และทบทวนประเด็นยุทธศาสตร์ต าแหนํงปัจจุบัน ทางยุทธศาสตร์ของกรม เป็นปัจจัยน าเข๎าในการจัดท าแผน ยุทธศาสตร์กรมฯ 20 ปี เชื่อมโยงและสอดคล๎องกับแผน ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติฉบับที่13 (พ.ศ. 2566-2570)ซึ่งได๎มีการทบทวนและจัดท าแผนยุทธศาสตร์ กรม ระยะ 5 ปี และแผนปฏิบัติราชการกรม สบส. พ.ศ. 2566 –2570 ใช๎เป็นกรอบในการขับเคลื่อนภารกิจตาม แผนงาน โครงการตําง ๆ และน าไปสูํการก าหนด แผนปฏิบัติราชการประจ าปี แผนปฏิบัติการ โครงการ และกิจกรรม ก าหนดเปูาหมายที่ชัดเจน มุํงผลสัมฤทธิ์ มุํงเน๎นการสร๎างบรรยากาศโดยผู๎บริหารรํวมกันก าหนดยุทธศาสตร์เปูาประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่ท๎าทาย ตัวชี้วัดที่ส าคัญ ตอบสนองทั้งในระดับกรม สบส. และกระทรวงสาธารณสุข การเชื่อมโยงแผนบูรณาการกับหนํวยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข๎อง เชํน กรมอนามัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส านักงาย อย. และ สคบ. การปรับโครงสร๎างภายใน การจัดกลุํมภารกิจ (Cluster) สนับสนุนหนํวยบริการสุขภาพในทุกระดับให๎มีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของประชาชน และพัฒนาระบบ บริหารจัดการระบบบริการสุขภาพ และระบบคุ๎มครองประชาชนด๎านบริการสุขภาพ ท าให๎ประชาชนมีสุขภาพที่ดี พิทักษ์ สิทธิและเข๎าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย ภายใต๎กระบวนการจัดท ายุทธศาสตร์ กรมฯ ให๎ความส าคัญกับการสร๎างและขับเคลื่อนนวัตกรรม แผน ยุทธศาสตร์ 5 ปี ได๎ก าหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาองค์กรให๎เป็นองค์กรสมรรถนะสูงตามหลักธรรมาภิบาล เปูาประสงค์คือ การเป็นองค์กรแหํงการเรียนรู๎ ทั้งนี้เพื่อให๎เกิดความชัดเจนในการด าเนินงานให๎เกิดนวัตกรรมที่เป็น รูปธรรมจนสามารถขับเคลื่อนในเชิงยุทธศาสตร์ กรมฯ จัดตั้งศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานทั้ง 5 แหํง ขับเคลื่อน
38 สํงเสริม พัฒนา และสนับสนุนการท างานของภาคีเครือขํายในระดับพื้นที่การท าแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ ความรู๎ วิจัย และนวัตกรรมขึ้น ใช๎กระบวนการจัดการความรู๎ KM HSS อยํางเป็นระบบ ขับเคลื่อนนโยบายสูํการวาง กรอบแผนงาน โครงการริเริ่ม นอกเหนืองานประจ าและถํายทอดสูํบุคลากรค ารับรองการปฏิบัติราชการระดับหนํวยงาน และระดับบุคคลการสร๎างฐานข๎อมูลกลางระดับกรม เชื่อมโยงกับกระทรวง หนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง เพื่อเป็นข๎อมูลในการ พัฒนาระบบบริการ การให๎บริการ การเฝูาระวังการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ และระบบสุขภาพภาค ประชาชน ซึ่งกรมฯก าหนดให๎การสร๎างนวัตกรรม งานวิจัย เป็นนโยบาย สร๎างบรรยากาศ แรงจูงใจให๎บุคลากรได๎แสดง ศักยภาพเป็นนวัตกร นักวิจัยรุํนใหมํ การจัดการความรู๎อยํางเป็นระบบ สร๎างและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นแนวปฏิบัติที่ เป็นเลิศ (Best Practice) ในการให๎บริการ และปรับรูปแบบการบริหารจัดการองค์กรให๎เข๎าสูํระบบดิจิทัล จัดท าแผน ยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัล ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2564 – 2568) เพื่อพัฒนาองค์กรไปสูํนโยบาย “รัฐบาลดิจิทัลด๎านระบบบริการ สุขภาพ” การปรับ Mindset บุคลากร สร๎างแนวคิดและนวัตกรรมใหมํ ให๎เกิดคุณคําของการใช๎เทคโนโลยีในระดับที่สูงขึ้น พร๎อมทั้งวิเคราะห์และวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัล ตอบสนองทั้ง 3 ยุทธศาสตร์กรมฯ ตามแผนที่ยุทธศาสตร์ ในด๎าน การทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ ยกระดับการเป็นศูนย์กลางสุขภาพด๎านสุขภาพในการสร๎างมูลคําเพิ่มให๎กับประเทศไทย(Medical Wellness Hub) ประกอบกับความก๎าวหน๎าของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นตัวจัก ส าคัญที่ผลักดันให๎องค์การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานสถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน สถานประกอบการเพื่อสุขภาพสูํ มาตรฐานสากลและพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร การปรับโครงสร๎างภายใน แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ ให๎สอดรับกับนโยบายที่เรํงดํวน เกิดการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์บริการ อาทิปรับเปลี่ยนรูปแบบการท างานใน เชิงรุก เพิ่มชํองทางการสื่อสารข๎อมูลขําวสาร พัฒนาระบบ e-Service” แบบ Fully Digital การให๎บริการสถานพยาบาล ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแบบออนไลน์ ระบบการรายงานผลการปฏิบัติงาน อสม. ผําน ระบบ Dashboard อสม. บูรณาการข๎อมูลรํวมกับกรมบัญชีกลางและ ธกส. ในการประกอบการจํายคําปุวยการ อสม ที่ เพิ่มขึ้นตามกภาระงานเป็น 2,000 บาทตํอเดือน พัฒนาและยกระดับศักยภาพของบุคลากรเทคโนโลยีนวัตกรรม องค์ ความรู๎และพัฒนากฎหมายเกิดเป็นนวัตกรรมที่สร๎างคุณคําและมูลคําเพิ่มให๎กับระบบบริการสุขภาพของไทย 2.2 เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวสอดคล้องพันธกิจและยุทธศาสตร์ชาติ กรมฯ มีการจัดท าแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ก าหนดเปูาประสงค์เชิงกลยุทธ์ และตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระยะ สั้นและระยะยาว ทบทวนระบบงานส าคัญ เสริมสร๎างสมรรถนะหลักของกรมและจัดท าแผนที่ยุทธศาสตร์กรม สบส. ก าหนดกรอบการจัดท าแผนกลยุทธ์ระยะสั้น 1 ปี เพื่อให๎สอดคล๎องกับรอบปีงบประมาณ สภาพแวดล๎อมที่เปลี่ยนแปลง ไป และกระบวนการวัดและการประเมินผลการด าเนินงานของกรมฯ สํวนแผนระยะยาวก าหนดไว๎5 ปี และ 20 ปี ก าหนด เปูาหมายเพื่อรองรับและคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต ท าประชาพิจารณ์แกํผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียส าคัญ กรม สบส. ได๎ก าหนดเปูาประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่ส าคัญ เป็นเครื่องมือส าคัญในการบรรลุตามวิสัยทัศน์พร๎อมทั้งก าหนด ตัวชี้วัดและคําเปูาหมายเพื่อวัดความส าเร็จของเปูาประสงค์ในแตํละปีในการวางแผนยุทธศาสตร์ของให๎ความส าคัญกับ 1) ความท๎าทายและความได๎เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในด๎านพันธกิจ ปฏิบัติการ บุคลากรและสังคม ความเสี่ยงที่คุกคามตํอ ความยั่งยืนขององค์การที่ส าคัญ 3) จุดบอดที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์และสารสนเทศที่ส าคัญ ได๎แกํ การใช๎ประโยชน์จากข๎อมูลขนาดใหญํ (Big Data) ที่น ามาก าหนดเป็นสมรรถนะหลักขององค์กรในอนาคตและ4) ความสามารถขององค์การในการน าแผนยุทธศาสตร์ไปสูํการปฏิบัติทั้งในด๎านการจัดท าแผนปฏิบัติราชการการถํายทอดสูํ การปฏิบัติและการคาดการณ์ผลการด าเนินการก าหนดแนวทางเพื่อรองรับความท๎าทายเชิงยุทธศาสตร์และลดความเสี่ยงที่ คุกคามองค์การลดจุดบอดที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งใช๎ประโยชน์จากความได๎เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพ การน ายุทธศาสตร์ไปปฏิบัติให๎เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด ซึ่งในการถํายทอดทิศทางองค์การ ผู๎บริหารใช๎ ระบบการประชุมคณะกรรมการบริหารของกรมฯ ทุกสัปดาห์ ถํายทอดวิสัยทัศน์และนโยบายตําง ๆ สูํบุคลากรเป็นประจ า ทุกเดือน สื่อสารโดยใช๎เทคโนโลยีมาชํวยเชํน HSS Officee-mail Line กลุํมผู๎บริหาร, กลุํมบุคลากร Facebook บุคลากร รับรู๎เข๎าใจ มีสํวนรํวมในการปฏิบัติงานไปสูํจุดมุํงหมายเดียวกัน การลงพื้นที่นิเทศงานทั้งหนํวยงานสํวนกลางและ
39 หนํวยงานสํวนภูมิภาคทั้งในรูปแบบลงพื้นที่และแบบออนไลน์ อีกทั้งมีการจัดท าค ารับรองหนํวยงานและกรอบการ ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร เป็นต๎น ในกรณีนโยบายเรํงดํวนและส าคัญ ผู๎บริหารจะสื่อสารผําน Video Conference ทุกหนํวยงานและสํวนภูมิภาค รํวมกับการใช๎คํานิยมเป็นแรงขับเคลื่อนให๎เกิดการมีสํวนรํวมของบุคลากรในองค์การ รํวมคิดรํวมปฏิบัติ สํงผลให๎มี ผลลัพธ์การด าเนินการตามเปูาประสงค์ที่วางไว๎ในแตํละประเด็นยุทธศาสตร์กรมฯ มีแผนปฏิบัติการในการปรับปรุง ประสิทธิภาพ ลดต๎นทุน เปิดโอกาสสร๎างการมีสํวนรํวมกับหนํวยงานและองค์กรที่เกี่ยวข๎อง ก าหนดนโยบายและแผนงาน ที่ส าคัญรํวมกัน น าเทคโนโลยีเข๎ามาชํวยในการสร๎างความเชื่อมั่น อ านวยความสะดวกให๎แกํผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎ สํวนเสียเชํน การพัฒนาระบบอนุญาตฯ ผํานระบบ Biz Portal รํวมกับ ส านักงาน ก.พ.ร. การพัฒนาศักยภาพ อสม.หมอ ประจ าบ๎าน กรมฯ ให๎ความส าคัญกับการสื่อสารถํายทอด ให๎ทุกหนํวยงานใช๎เป็นกรอบการพัฒนา การบริหารจัดการ ทรัพยากรตามภารกิจ เชื่อมโยงสูํการปฏิบัติงานของกลุํมงาน และบุคลากร ก าหนดตัวชี้วัด ได๎แกํ 1) ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ 2) ตัวชี้วัดที่บรรลุภารกิจ 3) ตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ 4) ตัวชี้วัดกระบวนงาน 5) ตัวชี้วัดของแผนงาน โครงการ ตลอดจนถํายระดับเป็นค ารับรองการปฏิบัติราชการระหวํางกรมฯ หนํวยงาน และบุคลากร ในสังกัดกรมฯก าหนดแผนงานยุทธศาสตร์กรม สบส. เพื่อเป็นกรอบแนวทางน าไปสูํวิสัยทัศน์ และรองรับการเปลี่ยนแปลง ที่อาจจะเกิดขึ้นที่จะท าให๎แผนงาน โครงการที่ส าคัญไมํบรรลุตามเปูาหมาย จึงจัดท าแผนบริหารความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ ลดปัญหาหรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและสร๎างความเสียหายหรือความสูญเสียให๎กับองค์การ ความเสี่ยงดังกลําว ครอบคลุมปัญหาในทุกๆ ด๎าน ดังเชํน ความเสี่ยงด๎านธรรมาภิบาล โดยด าเนินการวิเคราะห์มาตรฐาน COSO และจัดท า คูํมือการบริหารความเสี่ยง สื่อสารให๎กับทุกหนํวยงานจัดท าแผนบริหารความเสี่ยงในระดับหนํวยงาน ด าเนินการและมีการ ติดตามผลการด าเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยงฯ เปรียบเทียบผลการด าเนินงานกํอนและหลัง หลังจากการถํายทอด ตัวชี้วัดไปสูํการปฏิบัติในองค์การ ทุกหนํวยงานจะจัดท ารายละเอียดแผนงาน โครงการ กรอบการด าเนินงาน ตัวชี้วัดผล การปฏิบัติงาน ผลการด าเนินงาน ตัวชี้วัด และงบประมาณ ผํานระบบ SMART 65 พร๎อมทั้งมีการติดตามและรายงาน อยํางตํอเนื่องแบบ Real Timeในการติดตามก ากับ (Monitoring) และการประเมินผล (Evaluation) ของกรมฯ ที่ ครอบคลุม เป็นระบบ น าผลมาใช๎ในการปรับปรุงการด าเนินงานได๎อยํางเป็นรูปธรรม และพิจารณาจัดสรรสิ่งจูงใจให๎กับ บุคลากร กรม สบส. ทบทวนและวิเคราะห์ผลกระทบของเปูาประสงค์ และตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนการ ปฏิบัติราชการ และผลการด าเนินการ ปัจจัยสิ่งแวดล๎อมภายนอกที่ส าคัญและความเสี่ยงตําง ๆ ที่กระทบตํอองค์การ เชํน ความก๎าวหน๎าทางเทคโนโลยี แนวโน๎มการเข๎าสูํสังคมผู๎สูงอายุอยํางสมบูรณ์ ความต๎องการและความคาดหวังของ ผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียหลักที่ส าคัญ รวมทั้งนโยบายการปฏิรูปประเทศ หากพบวําผลการด าเนินการไมํ บรรลุตามแผนที่ก าหนดไว๎ มีการปรับแผนงาน โครงการ จัดเตรียมทรัพยากรทั้งด๎านบุคลากร งบประมาณ และ เครื่องมืออุปกรณ์ที่จ าเป็นให๎สอดคล๎องกับแผนปฏิบัติการใหมํ เชํน ปรับเกณฑ์การประเมินผลตัวชี้วัดต่าง ๆ ให้ชัดเจน วัดผลที่สุขภาพประชาชนเป็นหลักวําดีขึ้นอยํางไร ซึ่งในปี 2565 พบวํา ร๎อยละของประชาชนวัยเด็กและวัยท างาน มี ศักยภาพในการจัดการสุขภาพตนเอง ร๎อยละ 84.27 นอกจากนี้ ยังได๎รํวมกันวิเคราะห์และก าหนดยุทธศาสตร์โดยอาศัย ข๎อมูลเชิงยุทธศาสตร์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ประกอบกับข๎อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ พิจารณางบประมาณ รายจํายประจ าปีและข๎อสังเกตของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการตลอดจนสารสนเทศที่เกี่ยวข๎อง เพื่อน าไปวิเคราะห์ ปัจจัยส าคัญต่อการจัดท ายุทธศาสตร์กรมฯได๎ก าหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์กรมฯในการบริหารจัดการแนวใหมํ เพื่อ แก๎ไขปัญหาด๎านระบบสุขภาพและการเข๎าถึงระบบสุขภาพอยํางเทําเทียมกัน โดยน าความได้เปรียบและความท้าทายเชิง ยุทธศาสตร์กลําวคือกรม สบส. เป็นองค์กรเดียวในการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพภาค ประชาชนของประเทศไทย มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด๎านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ และการสร๎างเครือขํายการมีสํวน รํวมของประชาชน รวมถึงทิศทางนโยบายรัฐบาลสนับสนุน กระแสความต๎องการการแพทย์เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาสุขภาพจากการ ท างานมากขึ้น การก๎าวเข๎าสูํสังคมผู๎สูงอายุมีภาคีเครือขํายระดับชาติและพื้นที่เข๎มแข็ง โดยขับเคลื่อนผ่านการสร้างและ
40 พัฒนาเครือข่ายแกนน าวัยเด็ก (ยุว อสม.) แกนน าวัยท างาน (อสม.) และอสค. ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และน าความ ท๎าท๎ายเชิงยุทธศาสตร์มาก าหนดเป็นกลยุทธ์ของกรมฯขับเคลื่อนการคุ๎มครองผู๎บริโภคได๎รับบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัยด๎านผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพ การพัฒนากฎหมายและบังคับใช๎กฎหมายการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎าน ระบบบริการสุขภาพ Medical Hub Policy พัฒนาและยกระดับสถานประกอบการด๎านการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ Model Develop ได๎แกํ สุขศาลาพระราชทาน อสม บัดดี้ ระบบการแพทย์ปฐมภูมิเข๎มแข็งด๎วยกลไก 3 หมอ การเชื่อมโยง ฐานข๎อมูลผู๎ปุวยในสถานพยาบาลเอกชน โดยใช๎ Big Data Technology และการสื่อสารสุขภาพทางออนไลน์ และเตรียม บุคลากรให๎พร๎อมและเพียงพอตํอการบรรลุผลส าเร็จ 2.3 แผนขับเคลื่อนในทุกระดับและทุกภาคส่วน กรมฯ มุํงเน๎นการถํายทอดกลยุทธ์ให๎บุคลากรในองค์การเข๎าใจถึงนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ เปูาประสงค์ ขององค์การ กรมฯ ได๎จัดท าแผนที่ยุทธศาสตร์เพื่อแสดงให๎บุคลากรของกรมฯ ได๎รับทราบและเข๎าใจถึงยุทธศาสตร์ ขององค์การ ในสํวนที่แตํละหนํวยงานรับผิดชอบ และน าไปเป็นแนวทาง ปฏิบัติเพื่อบรรลุเปูาหมายขององค์การรํวมกัน กรมฯ ได๎จัดท า แผนปฏิบัติราชการประจ าปี แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และสื่อสาร ถํายทอดแผนปฏิบัติราชการดังกลําวแกํบุคลากรทุกระดับ ให๎เห็นความ เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของกรมฯสามารถตอบสนองตํอยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขและยุทธศาสตร์ของประเทศ สร๎างการมีสํวนรํวม และสร๎างความเข๎าใจในสาระส าคัญของแผนปฏิบัติราชการ การจัดท า งบประมาณและแผนงาน โครงการ กิจกรรม ภายใต๎แผนปฏิบัติราชการ ให๎สามารถตอบสนองตามเปูาหมายในแตํละระดับและทิศทางการ ขับเคลื่อนงานตามภารกิจส าคัญเรํงดํวนของกรมฯ และประเทศได๎ โดยมีการสื่อสาร ท าความเข๎าใจและสร๎างความ เชื่อมั่นตํอผู๎รํวมด าเนินการ ผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียแตํละกลุํมตามแผนปฏิบัติราชการของกรมฯ ในทุก ระดับ เพื่อเตรียมความพร๎อมและสร๎างความรํวมมือ รวมทั้งชี้ให๎เห็นถึงความส าคัญของการด าเนินการ การจัดสรร ทรัพยากรสนับสนุนด๎านตํางๆ ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการด าเนินการ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไปสูํการปฏิบัติ ก าหนดแนวทางการถํายทอดตัวชี้วัดและเปูาหมาย ตั้งแตํระดับกระทรวง ระดับกรม สูํระดับหนํวยงาน ระดับบุคคลลง ถึงระดับพื้นที่อยํางเป็นระบบและสอดคล๎องเชื่อมโยงทั่วทั้งองค์การให๎ก๎าวหน๎าอยํางตํอเนื่อง มีระบบการสื่อสาร ถํายทอดน าแผนไปสูํการปฏิบัติได๎อยํางชัดเจน การก าหนดทิศทางของกรมฯ และการวางแนวทางในการปฏิบัติเพื่อ ไปสูํเปูาหมายที่ก าหนดไว๎นั้น ต๎องอาศัยความรํวมมือของภาคีเครือขํายสุขภาพในระดับพื้นที่ ได๎แกํ ส านักงาน สสจ. รพศ. รพท. รพช รพสต. หนํวยงานท๎องถิ่น องค์กรเอกชน หนํวยงานรัฐอื่น ๆ และภาคประชาชน โดยใช๎ชํองทางการ สื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร ได๎แกํ Application HSS Office เว็บไซต์กรมฯ หนังสือแจ๎งเวียนทุกหนํวยงาน คูํมือแผนงบประมาณตามยุทธศาสตร์ การประชุมชี้แจงนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการด าเนินงาน กรม สบส. ภายใต๎ยุทธศาสตร์ชาติทุกปี การบริหารก าลังคนรองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระยะสั้นและระยะยาว โดยมองที่ภาพยุทธศาสตร์ระยะ ยาว 20 ปี ด๎านคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพและสํงเสริมผู๎ประกอบการด๎านบริการสุขภาพ กรมฯ มี ทบทวนและแตํงตั้งคณะกรรมการพัฒนาก าลังคน ประจ าปีงบประมาณ 2565 ก าหนดนโยบาย แนวทาง กรอบการ พัฒนาก าลังคน ในมิติที่เกี่ยวข๎อง สร๎างก าลังคนที่มีคุณภาพตามสมรรถนะ ความรู๎ ความสามารถและทักษะที่เหมาะสม และเป็นระบบให๎ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เชํน แผนสร๎างความก๎าวหน๎าในสายอาชีพ และระบบการพัฒนาบุคลากร ก าหนด หลักสูตรพัฒนาที่มีความส าคัญตํอสมรรถนะหลักบรรลุเปูาหมายของกรมฯ ซึ่งจากโครงสร๎างอายุของบุคลากร พบวําในอีก 5 –10 ปี จะมีผู๎เกษียณอายุราชการ คิดเป็นร๎อยละ 4 ในปี 2567 จึงได๎ก าหนดให๎มีการถํายทอดองค์ความรู๎จากข๎าราชการที่จะ เกษียณอายุราชการในอีก 5 ปีข๎างหน๎า สํงมอบองค์ความรู๎ที่ส าคัญในการปฏิบัติงานจากรุํนสูํรุํนไมํให๎สูญหายไปตอบสนอง รูปที่ 2.2 แผนที่ยุทธศาสตร์ กรม สบส.