The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลงานรางวัลเลิศรัฐ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประจำปี 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by opdc.hss, 2023-08-22 03:19:57

ผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2566 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ผลงานรางวัลเลิศรัฐ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประจำปี 2566

Keywords: รางวัลเลิศรัฐ,PMQA,กรม,สนับสนุนบริการสุขภาพ

41 รูปที่ 2.3 การก ากับ ติดตาม และประเมินผล ตํอบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ให๎ความส าคัญกับการสํงเสริม พัฒนา ระบบการบริหารอัตราก าลัง และศักยภาพบุคลากรสูํความ เป็นเลิศ และพัฒนาคุณภาพชีวิต จัดสวัสดิการที่เหมาะสมให๎แกํบุคลากร โดยเน๎นให๎บุคลาการเป็นคนเกํง คนดี และมี ความสุข ภายใต๎แผนกลยุทธ์ด๎านการบริหารทรัพยากรบุคคล พ.ศ.2563-2566 โดยยึดหลักของ HR Scorecard มาใช๎เป็น เครื่องมือในการประเมินผลส าเร็จด๎านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร เพื่อน าไปสูํการพัฒนาและการเพิ่มขีดสมรรถนะ ก าลังคนของกรมฯ ให๎มีความเข๎มแข็งและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต วิเคราะห์ชํองวํางในด๎านสมรรถนะของ บุคลากรทุกระดับและจัดท าเป็นแผนพัฒนาบุคลากรของทุกหนํวยงานให๎สอดคล๎องกับแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากร บุคคล การสร๎างเครือขํายด๎าน HR ภายในกรมฯ ที่เข๎มแข็ง เน๎นการมีสํวนรํวมเพื่อให๎การบริหารงานด๎านทรัพยากรบุคคล ตอบสนองตํอนโยบายของกรมได๎อยํางมีประสิทธิภาพ การเสริมสร๎างสมรรถนะและเพิ่มทักษะด๎านยุทธศาสตร์ คิดเป็น ระบบสร๎างสรรค์ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สอดรับกับแผนปฏิบัติราชการของกรมฯ และพัฒนาทักษะด๎านดิจิทัลให๎มี ความเทําทันตํอการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรมด๎วยการเปิดโลกทัศน์ใหมํๆ โดยเฉพาะในเรื่องของระบบบริการสุขภาพ โดยน าระบบการยกยํองชมเชย การให๎รางวัลแกํบุคลากร ทั้งในระดับ หนํวยงานและระดับบุคคล เชื่อมโยงกับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานมาเป็นแรงจูงใจให๎บุคลากรปฏิบัติงาน อยํางมีประสิทธิภาพ การให๎รางวัลจากการก าหนดเกณฑ์ในการจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษให๎แกํหนํวยงานที่มีผลการ ปฏิบัติงานตามค ารับรอง (รอบ 6เดือน และ 12เดือน) และมีการสร๎างและพัฒนาเครือขํายและเชื่อมโยงระบบข๎อมูล ปรับปรุงคุณภาพของข๎อมูลและใช๎ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศตําง ๆ ได๎แกํการพัฒนาเครือขํายในการเฝูาระวัง คุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ กรมฯ มอบอ านาจให๎ สสจ. ทั่วประเทศ ในการอนุญาตประกอบกิจการและ ด าเนินการสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมฯ รํวมกับ สสจ. รพ.สต. ในการพัฒนาศักยภาพภาคี เครือขําย ในระดับอ าเภอ ต าบล หมูํบ๎าน เฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพ สื่อสารสุขภาพ และขับเคลื่อนงานสุขภาพภาค ประชาชนในระดับพื้นที่ กรมฯได๎MOUรํวมกับสภาสถาปนิก ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด สภาวิศวกร สมาคมวิชาชีพสุข ศึกษา สํงเสริม สนับสนุน และประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ กรมฯ ได๎พัฒนาฐานข๎อมูลรํวมกับมหาวิทยาลัยแมํ ฟูาหลวง มหาวิทยาลัยนเรศวร การพัฒนา e-Service และการขออนุญาตฯ ผํานระบบ Biz Portal รํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. การเผยแพรํประชาสัมพันธ์และการเจรจาจับคูํในธุรกิจสุขภาพรํวมกับกระทรวงการตํางประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสถานทูต ผลักดันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข สํงเสริมนวัตกรรมและศูนย์ความเป็น เลิศทางการแพทย์ การทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ การผลิตและพัฒนาก าลังคน ประชาชนได๎รับบริการที่ทันสมัย เพิ่มมูลคําทาง เศรษฐกิจและเพิ่มรายได๎ให๎ประเทศ 2.4 การติดตามผลการบรรลุเป้าหมาย การแก้ไขปัญหา และการรายงานผล กรมฯ พัฒนาระบบก ากับติดตามทั้งเชิงรุกและเชิงรับทั้งในสํวนกลางและในสํวนภูมิภาค ตามรูปที่ 2.3 รายงาน ผลการด าเนินงานตามตัวชี้วัดเชิงนโยบายที่ส าคัญในการประชุมผู๎บริหารระดับสูงทุกสัปดาห์ ผู๎บริหารสํวนกลาง และการ ประชุมกรมฯ ทุกเดือน เพื่อกลั่นกรองเป็นตัวชี้วัดส าคัญที่ผู๎บริหารจะติดตามเป็นประจ าทุกเดือน โดยด าเนินการผําน ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจผลการด าเนินงานที่ส าคัญ ประกอบด๎วย (1) ระบบ SMART65 การรายงานผลการด าเนินงานตามตัวชี้วัดและการเบิกจําย งบประมาณออนไลน์แบบ Real time (2) ระบบการติดตามผลการด าเนินการ ตามตัวชี้วัดของกรมฯ (HSS Management Cockpit) โดยจัดกลุํมตัวชี้วัด ออกเป็น 4 ประเภท ได๎แกํ (1)ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ (2) ตัวชี้วัดงบประมาณ (3) ตัวชี้วัดตามมาตรา 44 และ(4) ตัวชี้วัดอธิบดี (PA)ติดตามงบประมาณผําน ระบบ GFMIS ทั้งในรูปแบบรายงาน กราฟ Analog Meter ส าหรับการก ากับ ติดตามผลการด าเนินงานแบํงเป็น 3 ระยะ ได๎แกํ1) ตัวชี้วัดระยะยาว เพื่อวัดผลส าเร็จของวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ 2) ตัวชี้วัดระยะสั้น เป็นการวัดผลการด าเนินงานตามแผนงาน/โครงการในระดับหนํวยงานภายใต๎กรอบค ารับรองฯ 3) ตัวชี้วัดผลโครงการที่ส าคัญเรํงดํวนวิธีการรวบรวมข๎อมูลสารสนเทศ เพื่อติดตามความก๎าวหน๎าของผลการด าเนินการตาม


42 ตัวชี้วัดตําง ๆ ที่ส าคัญได๎ระบุไว๎ภายในแผนงาน โครงการ เป็นประจ าทุกสัปดาห์ ทุกเดือน รายงานรอบ 3,6,9 และ 12 เดือน และรายงานผลการด าเนินการตามตัวชี้วัดของค ารับรองปฏิบัติราชการระดับหนํวยงาน รอบ 5 เดือน และ 11 เดือน ใช๎ประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานผู๎บริหารและบุคลากร โดยน าระบบ SMART65 มาใช๎สนับสนุนการปฏิบัติงาน ทั้งกระบวนการที่สร๎างคุณคํา และกระบวนการสนับสนุน มีระบบ Warning สามารถเรียกดูข๎อมูลแบบ Real time ของ แผนปฏิบัติราชการประจ าปี ผู๎บริหารสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานสารสนเทศที่มีความถูกต๎อง แมํนย ารวดเร็ว น าไปสูํการ บริหารจัดการ ควบคุม สั่งการได๎อยํางมีประสิทธิภาพ แก๎ไขการด าเนินงานที่ไมํเป็นไปตามแผนได๎ทันทํวงที น าไปสูํการ พัฒนาตํอยอดและสร๎างนวัตกรรมของบุคลากรและองค์การ กรม สบส. มีการเปรียบเทียบแผน/ผลการด าเนินงานกับเปูาหมายผลการด าเนินงานที่ผํานมา จัดล าดับ ความส าคัญของการใช๎ทรัพยากร และมีการคาดการณ์แนวโน๎มความส าเร็จของการด าเนินงานในอนาคต และใช๎ประกอบ ในการตัดสินใจ ปรับยุทธศาสตร์ วิธีการท างาน กรมฯ ก าหนดเปูาหมายการด าเนินงานของปีถัดไปต๎องมีแนวโน๎มที่เพิ่ม สูงขึ้นหรือมีคุณภาพมากขึ้น ก าหนดหนํวยงานที่รับผิดชอบหลักและผู๎รับผิดชอบรํวมไว๎อยํางชัดเจน ก ากับ ติดตามและ ประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงาน โครงการที่รับผิดชอบ เชํน การรายงานผลการด าเนินงานตามโครงการส าคัญของ กระทรวงสาธารณสุข อาทิ การพัฒนาศักยภาพ อสม. เป็นหมอประจ าบ๎าน การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให๎ผู๎สูงอายุมี คุณภาพชีวิตที่ดี การทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ และน าผลจากการทบทวน มาคัดเลือกเรื่องที่ต๎องการน ามาจัดล าดับ ความส าคัญในการปรับปรุง พิจารณาน้ าหนักของตัวชี้วัดและผลกระทบที่ส าคัญของการด าเนินการ ปรับปรุง กระบวนการท างานอยํางตํอเนื่องรํวมกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง รวมทั้งน าไปก าหนดกลยุทธ์ สร๎างนวัตกรรม ผลักดันให๎ บุคลากรทุกระดับรํวมกันผลิตนวัตกรรม สื่อสารถํายทอดไปสูํผู๎รับบริการ ผู๎สํงมอบ ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย น าไปสูํการ ปฏิบัติอยํางสอดคล๎องไปในทิศทางเดียวกัน กรม สบส. เป็นหนํวยงานหลักในการขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายด๎านการสํงเสริมการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) ได๎จัดท ายุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให๎เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) พ.ศ. 2560 – 2569 สํงผลให๎การทํองเที่ยวเชิงการแพทย์เติบโตอยํางตํอเนื่อง สํงเสริมสนับสนุนให๎ โรงพยาบาลเอกชนเรํงเพิ่มประสิทธิภาพการให๎บริการ สถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ได๎รับการสํงเสริมให๎มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากลเพิ่มขึ้น ร๎อยละ 10.29 ท าให๎ได๎รับการยอมรับในระดับสากลและมี ข๎อได๎เปรียบด๎านคุณภาพการให๎บริการและประสิทธิภาพการรักษา และมีคํารักษาพยาบาลที่ถูกกวําเมื่อเทียบกับ ประเทศที่มีมาตรฐานการรักษาระดับเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ ท าให๎ กรม สบส. ต๎องมีการ ปรับเปลี่ยนแผน แตํยังคงยึดเปูาหมายที่ส าคัญไว๎ โดยกลุํมแผนงาน ได๎จัดวางระบบติดตามและประเมินผลที่ สอดคล๎องกับระบบติดตามประเมินผลของส านักงบประมาณ เพื่อให๎เกิดการใช๎จํายงบประมาณเกิดผลสัมฤทธิ์ สูงสุดตํอประชาชนและประเทศ ก าหนดหลักเกณฑ์การปรับเปลี่ยนแผนงาน โครงการ หรือเปลี่ยนแปลง งบประมาณ การมอบหมายอ านาจให๎ผู๎อ านวยการในการอนุมัติให๎หนํวยงานปรับกิจกรรม งบประมาณ ภายใต๎ แผนงาน โครงการ และการปรับกิจกรรม งบประมาณ ระหวํางแผนงาน โครงการตามที่ได๎รับอนุมัติ โดยไมํ กระทบวงเงินงบประมาณภาพรวม และการปรับแผนงาน โครงการ หรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ให๎ขออนุมัติ เมื่อสิ้นไตรมาสที่ 2 และ 3 เกิดความคลํองตัวในการด าเนินงานและใช๎งบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ก าหนด กรอบระยะเวลาในการปรับแผนการด าเนินงาน เชํน ในกรณีเรํงดํวนภายใน 7 วันปกติภายใน 15 วัน การ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพื่อให๎ทันตํอความก๎าวหน๎าการสื่อสารและเทคโนโลยี จัดท า Action plan ทั้งในระยะสั้น และระยะ ยาว การด าเนินการตามนโยบายการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) สํงเสริมและ พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ การเปิดรับผู๎เดินทางเข๎าราชอาณาจักรในรูปแบบ Test & Go Wellness Sandbox สถานพยาบาลเสมือนจริง ระบบการขออนุญาตเพิ่มเติมบริการการแพทย์ทางไกล Healthcare Metaverse ศูนย์ความเป็นเลิศด๎านเวชศาสตร์จีโนม ฯลฯ การปรับโครงสร๎างภายในของกองแบบแผน กองวิศวกรรม การแพทย์เพื่อให๎รองรับกับภารกิจใหมํ เชํน การออบกแบบ EMS(Environment Modernization and Smart


43 รูปที่ 3.1 ระบบจัดการสารสนเทศ กรม สบส. Service) การออกแบบเสมือนจริงโดยใช๎ BIM พัฒนากฎหมาย เพิ่มกลไกและประสิทธิภาพการบังคับใช๎กฎหมาย กับ หมอกระเป๋า เพื่อให๎ประชาชนได๎รับบริการด๎านสุขภาพที่ปลอดภัย ลดข๎อร๎องเรียนและการไมํปฏิบัติตามกฎหมายของ สถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพลดลง ผลลัพธ์ส าคัญในหมวด 7 ที่เป็นผลจากการด าเนินงานของหมวด 2 กรม สบส. ด าเนินงานบรรลุเปูาหมายตามพันธกิจและยุทธศาสตร์ ภายใต๎แผนปฏิบัติราชการทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ และสอดคล๎องกับความต๎องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป เน๎นการพัฒนา ยกระดับระบบคุ๎มครองประชาชนด๎าน บริการสุขภาพให๎มีมาตรฐาน รวมทั้งการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขมูลฐาน ตลอดจนพัฒนากฎหมายให๎ทันสมัยตาม สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีด๎านบริการสุขภาพจ านวนกวํา 10 ฉบับ บรรลุเปูาหมายการให๎บริการที่ สํงผลให๎คนไทยมีสุขภาวะที่ดี โดยยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง ได๎แกํ 1. พัฒนาและยกระดับมาตรฐาน สถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ควบคุมก ากับให๎มีมาตรฐานตามที่กฎหมายก าหนด และได๎รับอนุญาตประกอบกิจการตามที่กฎหมายก าหนด ร๎อยละ 84.12 ซึ่งสํงผลให๎สถานพยาบาลและสถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพได๎รับการเฝูาระวังตามที่กฎหมายก าหนด ร๎อยละ 88.63 ประชาชนได๎รับบริการที่ได๎มาตรฐาน จากสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่มีมาตรฐานร๎อยละ 81.58 2. พัฒนาและยกระดับการจัดการ สุขภาพภาคประชาชน สํงผลให๎ครอบครัวมีศักยภาพในการจัดการสุขภาพตนเองได๎ร๎อยละ 89.69 และผู๎ปุวย กลุํมเปูาหมายได๎รับการดูแลจาก อสม. หมอประจ าบ๎านมีคุณภาพชีวิตที่ดีได๎ร๎อยละ 95.65 และประชาชนวัยเด็กและวัย ท างานมีศักยภาพใยการจัดการสุขภาพตนเองได๎ร๎อยละ 84.6 ปัจจุบัน มีหมอประจตัว 3 คน คิดเป็นร๎อยละ 68.74 3.การยกระดับคุณภาพการให๎บริการของสถานพยาบาลและการประกอบการเพื่อสุขภาพให๎เป็นที่ยอมรับและ ได๎รับความเชื่อมั่นในระดับสากล พบวําอัตราการเพิ่มขึ้นจ านวนสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได๎มาตรฐานการ ทํองเที่ยวเพิ่มขึ้นถึงร๎อยละ 5.76 และ สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีคุณภาพเข๎าสูํมาตรฐานสากล ร๎อยละ 10.29 นอกจากนี้ในปีพ.ศ. 2565 กรม สบส. ได๎รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 2 การวางแผนยุทธศาสตร์และการสื่อสารเพื่อน าไปสูํการปฏิบัติ ระดับดีเดํน หมวด 3 การให้ความส าคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3.1 ระบบข้อมูลและสารสนเทศที่ทันสมัยเพื่อน ามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการให้บริการและการเข้าถึง กรม สบส. มีการค๎นหารวบรวมและจัดเก็บข๎อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข๎องกับผู๎รับบริการแลผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียตํอ ภารกิจของกรมฯ จากการรํวมประชุมวาระตําง ๆ เอกสารข๎อมูลสถานการณ์ ข๎อมูลจากรายงาน การนิเทศ การติดตามและ การประเมิน ฐานข๎อมูลการด าเนินงาน การบริการด๎านตําง ๆ รวมทั้งการเรียนรู๎ ความพึงพอใจและไมํพึงพอใจ และรับฟังความต๎องการและความคาดหวังของ ผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย พัฒนาชํองการสื่อสารให๎มีประสิทธิภาพและ หลากหลายทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์เชํน การรับฟังความคิดเห็นทาง โทรศัพท์ แบบสอบถามออนไลน์ สายดํวน 1426 E-mailการสอบถามรับฟัง เรียนรู๎เฉพาะกลุํม (Focus group) ประชาวิจารณ์เว็บไซต์Facebook เป็นต๎น และชํองทางที่ส าคัญยิ่ง คือ กลไกของการตรวจราชการ การนิเทศงานของกรม ทั้งในสํวนกลางและสํวนภูมิภาค น าข๎อมูลมาสะท๎อนในการประชุมผู๎บริหาร รูป ที่ 3.1 โดยมีการทบทวน วิเคราะห์ ปรับปรุงมาอยํางตํอเนื่อง รวมทั้งได๎พัฒนา กรอบแนวคิด “HSS” คือ I Hear- I Study –I Service ค๎นหา รับฟังความ ต๎องการและความคาดหวัง ข๎อเสนอแนะของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย(I Hear) สอดคล๎องกับกระบวนงานตาม พันธกิจ ยุทธศาสตร์ของหนํวยงานและกรมฯ วิเคราะห์ข๎อมูลความต๎องการและความคาดหวังตลอดจนน าข๎อค๎นพบ (I Study) ไปใช๎ก าหนดข๎อก าหนดที่ส าคัญในการออกแบบกระบวนงาน ผลผลิต และบริการ วิธีสํงมอบผลผลิตและบริการ วิธีการสร๎างความสัมพันธ์การประเมินผลและวิเคราะห์ความพึงพอใจและไมํพึงพอใจ ตลอดจนการน าผลที่ได๎ (I Service)


44 น าไปทบทวน ปรับปรุง จัดท าแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ พัฒนาระบบและกระบวนการท างานและเทคโนโลยี สารสนเทศ เป็นกรอบในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ สร๎างความสัมพันธ์และความผูกพันของผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียในภาพรวมและเฉพาะกลุํม ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได๎อยํางมีประสิทธิภาพ ตรงกับความต๎องการ ของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียได๎อยํางเป็นระบบ การคาดการณ์ และจ าแนกสารสนเทศของผู๎รับบริการที่พึงมีในอนาคต จากข๎อมูลสถานการณ์ทั้งในประเทศและ ตํางประเทศ ผลการส ารวจความพึงพอใจของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียในแตํละปี การเข๎าสูํสังคมผู๎สูงอายุอัตรา ปุวย-ตาย ข๎อร๎องเรียนด๎านระบบบริการสุขภาพ และทบทวนประสิทธิภาพของชํองทางการสื่อสารให๎มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองพฤติกรรมของผู๎รับบริการในยุคดิจิตอล การสื่อสารผํานเครือขํายสังคมออนไลน์ (Social Network) ปรับปรุงรูปแบบชํองทางการสื่อสารที่หลากหลายทันสมัย เชํน การ สื่อสารด๎วย Info graphics ผํานทาง Social Media ตํางๆ Facebook, Line Application, Twitter YouTube โดยใช๎ SWOT Analysis ปรับ กลยุทธ์การด าเนินงาน ออกแบบระบบกระบวนการ องค์ความรู๎ เทคโนโลยี และการบริการที่เป็นนวัตกรรม เพื่อให๎บริการแกํ ผู๎รับบริการ และการท างานรํวมกับเครือขํายผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียใน อนาคตได๎อยํางเหมาะสม เชํน การพัฒนา ยกระดับการให๎บริการ ออนไลน์แบบ Fully Digital พัฒนางานบริการผําน Biz Portal ให๎ครบ ทุกกระบวนงาครอบคลุมทั่วประเทศและเพิ่มงานบริการใน Citizen Portal อาทิ การลงทะเบียน ยุว อสม. และบัตรประจ าตัว ผู๎ใช๎เครื่องวิทยุคมนาคม การรายงานผลการปฏิบัติงาน อสม. ผําน Dashboard อสม.ระบบ CRM รับเรื่องร๎องเรียน เป็นต๎น ซึ่งการด าเนินการเชิงรุก ส ารวจความคิดเห็น ความพึงพอใจ และความเชื่อมั่นตํอการรับรู๎ขําวสารองค์ความรู๎ การรับบริการ และภาพลักษณ์ของกรม เชํน การส ารวจออนไลน์ผํานเว็บไซต์กรม www.hss.moph.go.th และ Social Media ได๎แกํ Facebook กรม สบส. สารวัตรออนไลน์Twitter Application Smart อสม และ อสค.4.0 ออนไลน์ Google Form Line ของกลุํมเครือขํายตํางๆ จุลสารออนไลน์ ส.บ.ส. ซอย 8 การรับเรื่อง ร๎องเรียนผํานเว็บไซต์ระบบ CRM ในเชิงรับ ได๎แกํ ระบบรับเรื่องร๎องเรียนออนไลน์ ไปรษณีย์ ตู๎รับความคิดเห็น ศูนย์รับเรื่องร๎องเรียน การเปิดสายดํวน 02-1937999 Call Center 1426 App Line Facebook การจัด ประชุม Open House และประชุมวิชาการกรมประจ าปี พร๎อมทั้งรับฟังข๎อเสนอแนะ ความต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มี สํวนได๎สํวนเสียที่มีตํอภารกิจกรมฯ เพื่อน าไปพัฒนาผลผลิตสํงมอบให๎แกํผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย รวมทั้งมอบ รางวัลประเภทตําง ๆ สร๎างขวัญก าลังใจ อาทิ ประกาศรางวัล, โลํรางวัล แกํ Partner ของกรม เชํน อสม.ดีเดํนระดับชาติ เป็นต๎น กรมฯ ยังได๎ข๎อมูลจากผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียและเครือขํายที่เกี่ยวข๎อง เชํน สถานการณ์ด๎านบริการสุขภาพ อัตราปุวย-ตาย ข๎อร๎องเรียนด๎านระบบบริการสุขภาพ ฐานข๎อมูลที่ส าคัญ เชํน ด๎านสาธารณสุขจากกระทรวง สาธารณสุข ข๎อมูลแพทย์จากแพทยสภา เครื่องมือแพทย์จากส านักงาน อ.ย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข๎อมูล อสม.และ อสค.จาก www.thaiphc.net มาตรฐานสถานพยาบาลจาก ส.ร.พ. พฤติกรรมสุขภาพตาม กลุํมวัยจากกรมอนามัย ระบบคลังข๎อมูลด๎านการแพทย์และสาธารณสุข (HDC) และฐานข๎อมูลของชาวตํางชาติ จากกระทรวงการทํองเที่ยวและการกีฬาฯลฯ น าไปสูํการวางนโยบายเชิงรุก คือการจัดท าประกาศ “หลักเกณฑ์การ ปฏิบัติงาน และการรายงานผลงาน อสม. ฉบับใหมํผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ประจ าเดือน รํวมกับกรมบัญชีกลางและ กระทรวงการคลัง ในการยืนยันผลงาน อสม.ผํานระบบ e – Social welfareท าให๎เบิกจํายคําปุวยการมีความคลํองตัว โปรํงใส มีประสิทธิภาพมากขึ้น การจัดให๎มีชํองทาง Fast Track ส าหรับผู๎พิการและผู๎ที่จองคิวผํานระบบการจองคิวออนไลน์ที่ OSS วางนโยบายเชิงรุกที่มุํงเน๎นตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียทั้งในปัจจุบันและ อนาคต เชํน การให๎บริการทางการแพทย์ผํานระบบTelemedicine รวมถึงสํงตํอผู๎ปุวยฉุกเฉินด๎วย Sky Doctor เพิ่ม รูปที่ 3.2 ชํองทางการสื่อสาร


45 ศักยภาพสุขศาลาพระราชทานสูํหนํวยบริการสาธารณสุขปฐมภูมิที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได๎มาตรฐาน ประชาชนสามารถ เข๎าถึงบริการที่เป็นธรรมและเทําเทียมการออกแบบสถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM) เพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบ กํอสร๎างที่มีคุณภาพและได๎มาตรฐาน เป็นต๎น กรม สบส. มีนโยบายการด าเนินงานในการพัฒนาองค์การสูํการเป็น Digital Department โดยยึดหลัก5 SMART HSS ได๎แกํ 1) Smart Service การปฏิบัติงานเชิงรุก แก๎ไขปัญหา และตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการและ ประชาชนผํานชํองทางที่หลากหลาย ปรับรูปแบบการให๎บริการเป็น e-Service แบบ Fully Digital ผําน Web Application และ Mobile Application ระบบรับเรื่องร๎องเรียนผําน App. CRM และระบบการจองคิวออนไลน์ ประชาชนสามารถเข๎าถึง บริการได๎อยํางมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว คุ๎มคํา และตอบสนอง Life Style2) Smart Connection เปิดเผยและ เชื่อมโยงข๎อมูลระหวํางภาครัฐอ านวยความสะดวกผู๎ประกอบการและปรับปรุงคุณภาพ อาทิ การออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล ผํานแพลตฟอร์มหมอพร๎อมเป็นความรํวมมือของกระทวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวง แรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมสนับสนุนข๎อมูลสถานพยาบาลและผู๎ประกอบโรคศิลปะ และการขับเคลื่อนนโยบาย 3 หมอ เชื่อมโยง”หมอพร๎อม”3)Smart Collaboration สร๎างพัฒนาเครือขํายพันธมิตรและบูรณาการการท างานทุกภาค สํวนทั้งภายในและตํางประเทศ สร๎างเครือขํายในการเฝูาระวังคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านธุรกิจบริการสุขภาพ และการพัฒนา ผลิตสื่อความรู๎ด๎านสุขภาพในรูปแบบตํางๆ อาทิ TV Online กรม สบส. สบส.คุ๎ยขําว น าเสนอขําสารภารกิจของกรมฯและ กระทรวงสาธารณสุขในรูปแบบขําวแกํ อสม. ยุว อสม. และประชาชน ผํานwww.hsstv.tv และ RerunทางYou Tube การ พัฒนายุว อสม. ผํานห๎องเรียนออนไลน์ (Gen X Health Hero) ระบบการตรวจสอบข๎อมูลใบประกอบวิชาชีพแพทย์เชื่อม กับแพทยสภา การเป็นเจ๎าภาพการจัดงาน ณ จังหวัดภูเก็ต ภายใต๎งาน EXPO 2028-Phuket,Thailand รํวมกับ สสปน. จังหวัดภูเก็ต กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงตํางประเทศ และการจัดนิทรรศการไทยในงาน Expo 2025 Osaka Kansai ณ นคร โอซากา ญี่ปุุน 4) Smart Work System พัฒนาและปรับกระบวนการท างาน Re-Design และ Re-Process รูปแบบและ วิธีการท างาน เพิ่มประสิทธิภาพการท างานด๎วยเทคโนโลยีการวิจัย องค์ความรู๎ นวัตกรรม พัฒนาระบบการบริหารจัดการ (e-System)อยํางเต็มรูปแบบ ปลดล็อคกฎหมาย ยกระดับการให๎บริการผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ Telemedicineการ ออกแบบสถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM)และศูนย์ความเป็นเลิศเวชศาสตร์จีโนม 5) Smart Office พัฒนาระบบงานและ เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด๎วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบบริหารแผนงาน งบประมาณและการติดตามประเมินผล การติดตามตัวชี้วัด(Cockpit)ด๎วยระบบSMART65 ระบบบริหารพัสดุ และระบบการสื่อสารภายในองค์การด๎วย Application HSS Office สํงผลให๎บุคลากรสามารถให๎บริการแกํผู๎รับบริการได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 3.2 การประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อน ามาใช้ ประโยชน์ กรม สบส. มีการส ารวจความพึงพอใจและความไมํพึงพอใจและความเชื่อมั่นของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวน เสียให๎ครบทุกกลุํมตามภารกิจของกรม ก าหนดเป็นตัวชี้วัดในค ารับรองการปฏิบัติราชการของหนํวยงานปีละ 2ครั้ง โดยใช๎ แบบสอบถาม (Survey Questionnaire) เป็นแบบประเมินที่กรมฯ สร๎างขึ้นและมีการหาความเที่ยง ความเชื่อมั่นของ แบบสอบถาม โดยแบบส ารวจความพึงพอใจและการประเมินชํองทางการให๎บริการทางออนไลน์ทางเวปไซต์กรมฯ ผํานทาง Google Form Google trend และSocial Listening ชํองทางตํางๆ ได๎แกํ Line Facebook มีการประเมินความพึงพอใจที่ ทันตํอการตอบสนอง เชํน การประเมินความพึงพอใจที่ OSSจุดให๎บริการหนํวยงานตําง ๆ ผํานระบบจองคิวออนไลน์ ข๎อมูลปูอนกลับทั้งที่เป็นทางการและไมํเป็นทางการ ข๎อมูลการให๎บริการ ข๎อร๎องเรียน รายงานจากหนํวยบริการ การ แนะน าจากผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียเดิม และอัตราความส าเร็จของการท าธุรกรรม เพื่อใช๎เป็นข๎อมูลปูอนกลับใน การพัฒนารูปแบบการให๎บริการและแก๎ไขพฤติกรรมการบริการให๎ตรงความต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย และน ามาแก๎ไขปัญหาทันทีเมื่อพบปัญหาสํงผลตํอความพึงพอใจผู๎รับบริการ กรมฯ พัฒนาระบบการประเมินความพึงพอใจของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียของกรมฯ มาอยํางตํอเนื่อง โดยการน าสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช๎ในการสื่อสาร และสร๎างความสัมพันธ์ เพื่อวางแผนงานการพัฒนาคุณภาพผลผลิต


46 และบริการที่ตอบสนองความต๎องการและความคาดหวังของผู๎รับบริการพร๎อมทั้งปรับปรุงรูปแบบวิธีการให๎งํายและ เหมาะสมตํอผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียแตํละกลุํม โดยมีการปรับปรุงสํวนข๎อค าถามความไมํพึงพอใจ การประเมิน ความผูกพันของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียจากประเด็นภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นตํอองค์กร น ามาวิเคราะห์เชิง ลึก เพื่อหาโอกาสในการสร๎างกลุํมผู๎รับบริการและตลาดใหมํ ปรับปรุงและสร๎างผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการให๎ทัน ตํอความต๎องการของผู๎รับบริการในแตํละพันธกิจ และทิศทางของตลาด และค๎นหาวิธีการใหมํๆ นวัตกรรมบริการให๎ ตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการอยํางตํอเนื่อง การน าผลการส ารวจ VOC ของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ และรวบรวม ข๎อมูลความต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียจากแหลํงข๎อมูลตําง ๆ Social Media (Facebook, Line, Twitter, YouTube) รายงานอุบัติการณ์ ข๎อร๎องเรียน ข๎อมูลจากผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียและเครือขํายที่เกี่ยวข๎อง เชํน สถานการณ์ด๎านบริการสุขภาพ อัตราปุวย-ตาย ข๎อร๎องเรียนด๎านระบบบริการสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพตามกลุํมวัยจาก กรมอนามัย ระบบคลังข๎อมูลด๎านการแพทย์และสาธารณสุข (Health data center: HDC) เป็นต๎น น าไปทบทวนออกแบบ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และกระบวนการให๎ตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการทั้งปัจจุบันและอนาคตแตํละปี สร๎าง นวัตกรรมการให๎บริการด๎านตําง ๆ เชํน 1) จากผลการส ารวจ ผู๎รับบริการบางกลุํมไมํสะดวกมารับบริการที่ OSSวิธีการ แก๎ไขเชิงรุกคือการพัฒนาระบบการให๎บริการผํานระบบ e-Service ระบบการจองคิวออนไลน์ เป็นการลดคําใช๎จําย คุ๎มคํา เข๎าถึงงําย ตอบสนอง Life styleและการพัฒนาระบบการขออนุญาตสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ การ ประกอบโรคศิลปะผํานระบบออนไลน์ และผํานทาง ระบบ Biz Portalแบบ Fully Digital รํวมกับ ส านักงาน ก.พ.ร. ให๎ ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในปี2566 2) จากข๎อมูลด๎านสุขภาพของประชาชน พบวํามีการสํงข๎อมูลสุขภาพที่ไมํถูกต๎องใน สื่อสังคมออนไลน์ วิธีการแก๎ไขเชิงรุก พัฒนา Application SMART อสม.. เป็นชํองทางถํายทอด Health Literacyสูํ ประชาชนในพื้นที่ได๎ เพื่อให๎ประชาชนมีความรอบรู๎ด๎านสุขภาพทันตํอสถานการณ์อยํางทั่วถึงและรวดเร็ว และรับรู๎ข๎อมูล ขําวสารจากกรมโดยตรง สามารถแจ๎งเรื่องร๎องเรียนหรือแจ๎งผําน Applicationได๎ 3.3 การสร้างนวัตกรรมการบริการที่สร้างความแตกต่าง และสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะ กรมใช๎ประโยชน์จากเทคโนโลยีวิเคราะห์ข๎อมูลความต๎องการและความคาดหวังของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎ สํวนเสียทั้งปัจจุบันและอนาคต น าไปสูํการก าหนดนโยบายเชิงรุก ปรับปรุง ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต๎องการ ของผู๎รับบริการทั้งปัจจุบันและอนาคต เพื่อหาโอกาสการสร๎างกลุํมผู๎รับบริการและตลาดใหมํ ปรับปรุงและสร๎างผลิตภัณฑ์ บริการให๎ทันตํอความต๎องการของผู๎รับบริการและน าไปวางแผนยุทธศาสตร์ รวมทั้งสร๎างนวัตกรรมบริการด๎วยวิธีการที่ หลากหลายให๎ครอบคลุมทุกกลุํม การจัดท าฐานข๎อมูลที่มีความส าคัญในการให๎บริการ ได๎แกํ การจัดท าระบบธุรกิจสุขภาพ ตามรูปที่ 3.3 พัฒนาระบบการอนุญาตและการขึ้นทะเบียนประเภทตําง ๆ ผํานระบบออนไลน์ ได๎แกํ การพัฒนาระบบการ อนุญาตสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และการขึ้นทะเบียนใบประกอบโรคศิลปะผํานระบบ Biz Portal รํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. เชื่อมโยงข๎อมูลประกอบการขออนุญาตฯ กับกรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค๎า และการ ช าระคําธรรมเนียมเชื่อมโยงระบบ e-Paymentกรมบัญชีกลาง การให๎บริการ E-Service แบบ Fully Digital ภายในปี2566 จากข๎อมูลการส ารวจพบวําผู๎รับบริการบางกลุํมไมํสะดวกมารับบริการที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จการท าธุรกรรมแบบออนไลน์ พัฒนาระบบจองคิวออนไลน์ ลดคําใช๎จําย คุ๎มคําผู๎รับบริการสามารถเลือกเวลาในการเข๎ารับบริการ ได๎อยํางงําย ตอบสนอง Life style ในปัจจุบัน รวมทั้งพัฒนาชํองให๎บริการแบบ Fast Track ให๎กับหมอนวดที่มีความพิการทางสายตาและผู๎สูงอายุ เพื่อเพิ่มความสะดวกและให๎บริการอยํางทั่วถึงและเทําเทียมกัน กรม สบส. ได๎มีการเรียนรู๎และปรับปรุงรูปแบบการบริการ และกลไกสนับสนุนที่เหมาะสมกับกลุํม ผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียที่มีความต๎องการเฉพาะที่หลากหลาย คาดการณ์และจ าแนกสารสนเทศของ ผู๎รับบริการในอนาคต เพื่อให๎บริการแกํผู๎รับบริการ และการท างานรํวมกับเครือขํายผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียทั้งใน ปัจจุบัน และอนาคตได๎อยํางเหมาะสมตามภารกิจ ได๎แกํ มาตรฐานระบบบริการสุขภาพของสถานพยาบาลการ พัฒนาห๎องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบได๎ผํานการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 การพัฒนาระบบการประเมิน


47 มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ HS4 (Health Service Support Standard System) ประเด็นงานออกแบบที่ไมํ ทันสมัย ปริมาณงานไมํทันตํอความต๎องการของผู๎รับบริการ จึงได๎พัฒนาแบบ Popular Building forBIM ในการออกแบบ กํอสร๎างโรงพยาบาลระดับ M2 เพื่อให๎ได๎แบบกํอสร๎างที่ทันสมัย สร๎างแบบจ าลองเสมือนจริงแบบ 3 มิติ แสดงปริมาณงาน และราคาวัสดุกํอสร๎าง (BOQ) ได๎อยํางรวดเร็วขึ้นถึง 90%ซึ่งปัจจุบันออกแบบอาคารสถานพยาบาลภาครัฐมากกวํา 20 แบบอาคาร แบบกํอสร๎างที่สมบูรณ์ 5 อาคาร และตอบสนองตํอการใช๎งานของผู๎รับบริการ การคุ้มครองผู้บริโภคระบบ บริการสุขภาพ การพัฒนาการยื่นขออนุญาตและขึ้นทะเบียนและระบบการช าระคําธรรมเนียมประจ าปีออนไลน์ (Central Biz Box) อ านวยความสะดวกให๎แกํผู๎รับบริการในการประกอบธุรกิจ การขออนุญาตสถานประกอบการดูแลผู๎สูงอายุแบบ Fully Digital และพัฒนาเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านระบบ API กับฐานข้อมูลแพทยสภาตรวจสอบแพทย์ที่มี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในการขึ้นทะเบียน การจัดการสุขภาพภาคประชาชน การจัดท าประกาศ “หลักเกณฑ์ การปฏิบัติงาน และการรายงานผลงาน อสม. ฉบับใหมํ ผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์รํวมกับกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ในการยืนยันผลงาน อสม.ผําน e – Social welfareเบิกจํายคําปุวยการอสม. คลํองตัว โปรํงใส มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่ม ศักยภาพสุขศาลาพระราชทานสูํหนํวยบริการสาธารณสุขปฐมภูมิที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได๎มาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้ง เพิ่มขึ้น 4 แหํง รวม 26 แหํง ประชาชนสามารถเข๎าถึงบริการที่เป็นธรรมและเทําเทียม และพัฒนาศักยภาพ ยุว อสม. ในยุค ดิจิทัล (Gen-H Health Hero) เป็นแกนน าในการสํงเสริมปูองกันเฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน สร๎างความมั่นคงด๎านสังคม สร๎างความรํวมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนอยํางเป็นรูปธรรม การพัฒนาประเทศ ไทยให้เป็นศูนย์กลาง Medical Hub การพัฒนาศูนย์กลางการ รักษาพยาบาลเฉพาะทางชั้นสูงอาทิ โรงพยาบาลเฉพาะทางชั้นสูงเพื่อ การรักษาโรคมะเร็ง อมตะซิตี้ จ.ชลบุรีการสํงเสริมการตลาดและ ประชาสัมพันธ์ในการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพ นานาชาติได๎แกํ การเป็นเจ๎าภาพจัดงาน Specialized Expo 2028 Phuket, Thailand และการจัดงาน Expo 2025 Osaka Kansai ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุุน พัฒนาสถานพยาบาลต๎นแบบ อาทิบริการ เวชศาสตร์จีโนม บริการการแพทย์ทางไกลและศูนย์การดูแลผู๎สูงอายุ แบบครบวงจรสํงพัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลด๎านการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพและอุตสาหกรรมการแพทย์4 แหํงe-Health Service ของประชาคมอาเซียน ระบบบริการเวลเนสกิจการการแพทย์และการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ สํงผลให๎ประเทศไทย มีรายได๎ที่เพิ่มขึ้นและชาวตํางชาติมาใช๎บริการเพิ่มขึ้น Medical Hub ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก 3.4 กระบวนการการแก้ไขข้อร้องเรียนที่รวดเร็วและสร้างสรรค์ กรมฯ มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการเรื่องร๎องทุกข์และคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านบริการสุขภาพ พิทักษ์สิทธิและ คุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพอยํางครบวงจร สร๎างความเชื่อมั่นให๎กับผู๎รับบริการผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย สื่อสาร สร๎างความเข๎าใจปัญหาข๎อร๎องเรียนของผู๎รับบริการ การแก๎ไขข๎อร๎องเรียน บูรณาการการท างานรํวมกับเครือขํายในการ คุ๎มครองผู๎บริโภค ได๎แกํ สคบ. อย. ปปช. ค๎นหาแนวทางการแก๎ไขข๎อร๎องเรียนรํวมกัน เชํน นโยบาย “เจ็บปุวยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP)”การบูรณาการรํวมกับ สพฉ. ในการตรวจสอบข๎อร๎องเรียนที่เกิดจากการรักษาพยาบาลกับโรงพยาบาล เอกชนเรียกเก็บคํารักษาพยาบาล การบังคับใช๎มาตรการทางกฎหมายคุ๎มครองผู๎รับบริการ และเกิดภาคีเครือขํายในการ บริหารจัดการเรื่องร๎องเรียน เชํน ส านักงานต ารวจแหํงชาติ เครือขํายโรงพยาบาลเอกชน ท าให๎เกิดกระบวนการจัดการ ร๎องเรียนที่มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท าให๎เรื่องร๎องเรียนลดน๎อยลง ปัจจุบันจ านวนคลินิกในกรุงเทพมหานคร มีจ านวนถึง 5,295 แหํง ท าให๎กรมตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการได๎ทันตํอความต๎องการเกิดผลกระทบตํอการ ด าเนินการธุรกิจสุขภาพที่ลําช๎าได๎ จึงได๎มีการพัฒนาระบบการอนุญาตผํานระบบออนไลน์ และระบบ Biz Portal การ พัฒนา QR Code ตรวจสอบสถานพยาบาลเพื่อการเฝูาระวังสถานพยาบาลเถื่อน พัฒนาชํองทางการรับฟังเสียงผู๎รับบริการ ให๎ทันตํอสภาวการณ์ ผํานสื่อออนไลน์ทั้ง Facebook และ Application ตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการ น ามาสูํ


48 การพัฒนาการให๎บริการ สร๎างนวัตกรรมบริการมีมาตรฐาน เหมาะสม รวดเร็ว เพิ่มโอกาสการสร๎างบริการในรูปแบบใหมํๆ ที่สร๎างคุณคํามากขึ้น กรม สบส. มีศูนย์รับเรื่องร๎องเรียน ผู๎รับผิดชอบที่ชัดเจน และคณะท างานจัดการเรื่องร๎องเรียน อีกทั้งมี กระบวนการจัดการข๎อร๎องเรียนโดยใช๎เทคโนโลยีการสื่อสารเช๎ามาชํวยในหลายชํองทาง ได๎แกํ การร๎องเรียนผําน ชํองทางออนไลน์ Website ระบบ CRM Facebook กรม สบส. App.สารวัตรออนไลน์Official@ lineสารวัตรสถานพยาบาล Call centerและE-mail พัฒนาปรับปรุงชํองทางการรับเรื่องร๎องเรียนเป็นประจ าทุกปี ได๎แกํ หนังสือราชการ จดหมาย เว็บไซต์ และ Social Network ระบบ Call Center และมาติดตํอด๎วยตนเอง โดยท างานเชื่อมโยงกับส านัก นายกรัฐมนตรีและหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง มีระบบการจัดการข๎อร๎องเรียนอยํางมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสามารถ สร๎างความเชื่อมั่นในการให๎บริการแกํผู๎รับบริการ การคัดกรองข๎อร๎องเรียนตามระดับขั้นความเรํงดํวน ความจ าเป็น และความรุนแรงเป็น 2 ประเภท เรื่องที่ไมํยุํงยากซับซ๎อน เวลาในการด าเนินการ 30 วันท าการ และเรื่องที่ยุํงยาก ซับซ๎อน 60-90 วันท าการในการยุติเรื่อง การแจ๎งเตือนไปยังหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง สรุปรายงานการจัดการเรื่อง ร๎องเรียนประจ าเดือนเสนออธิบดีและผู๎บริหาร พร๎อมทั้งมีการด าเนินการจัดการข๎อร๎องเรียน เสนอคณะกรรมการ จัดการข๎อคิดเห็นและข๎อร๎องเรียนของกรมฯ พิจารณาสั่งการ มอบหมายให๎หนํวยงานที่เกี่ยวข๎องด าเนินการตอบสนอง ตํอข๎อร๎องเรียนตามกรอบระยะเวลาที่ก าหนด และน าข๎อมูลสารสนเทศมาทบทวนออกแบบวิธีการท างานใหมํ เพื่อ ไมํให๎เกิดความผิดพลาดซ้ าได๎อีก ขยายผลยกระดับมาตรฐานการท างานทั่วทั้งองค์กร พร๎อมทั้งมีการพัฒนา Application CRM รับเรื่องร๎องเรียน มีระบบติดตาม ขั้นตอน ความคืบหน๎าของเรื่องร๎องเรียน (tracking) ได๎อยําง รวดเร็ว อ านวยความ สะดวกให๎กับประชาชน ผู๎รับบริการสามารถติดตามสถานะของการจัดการข๎อร๎องเรียน เพื่อให๎เกิดความชัดเจนในการแก๎ไขปัญหาจากข๎อร๎องเรียนได๎อยํางมีประสิทธิภาพ และน าผลไปใช๎ในการพัฒนา และปรับปรุงวิธีการสร๎างความสัมพันธ์ที่สอดคล๎องกับกระบวนงานหลักของกรมฯในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ตํอไปในอนาคต สร๎างนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการการท างานกับเครือขําย และผู๎มีสํวนได๎ สํวนเสียเฉพาะกลุํม (Segmentation Service) ได๎อยํางเหมาะสม เสริมสร๎างความผูกพันของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎ สํวนเสียเกิดความพึงพอใจอยํางสูงสุดและเป็นระบบอยํางยั่งยืน จากผลการด าเนินการดังกลําวมาอยํางตํอเนื่อง และการจัดการข๎อร๎องเรียนของกรมฯที่เป็นระบบเพิ่มขึ้นเป็นร๎อยละ 100 เนื่องจากประชาชนได๎รับบริการที่รวดเร็ว ครบถ๎วน ถูกต๎อง ซึ่งสํงผลให๎ไมํต๎องเสียเวลา และประหยัดคําใช๎จํายในการมารับบริการด๎วยตนเอง แสดงให๎เห็นวํากรม สบส. มีระบบการบริหารสื่อสารข๎อมูลขําวสารของสํวนราชการที่ส าคัญในการให๎บริการแกํผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวน เสียได๎อยํางมีประสิทธิภาพ และมีการน าเป็นข๎อมูลปูอนกลับในการพัฒนารูปแบบชํองทางการให๎บริการที่มีประสิทธิภาพ และตรงตามความต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียเฉพาะกลุํมได๎อยํางทั่วถึง และเกิดความเชื่อมั่นตํอกรมฯ ในการให๎บริการได๎อยํางยั่งยืน และบรรลุเปูาหมายขององค์กร ผลลัพธ์ส าคัญในหมวด 7 ที่เป็นผลจากการด าเนินงานของหมวด 3 การตอบสนองตํอความต๎องการของประชาชนได๎สร๎างความเชื่อมั่นให๎แกํประชาชน ในระบบการบริหารจัดการระบบ บริการสุขภาพและระบบสุขภาพภาพประชาชนในภาพรวมของประเทศให๎มีคุณภาพ การบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ คุ๎มครอง ผู๎บริโภคและการเฝูาระบบแบบเชิงรุกมากกวําเชิงรับ การน าข๎อมูลมาใช๎ประโยชน์จริง มีความพร๎อมในการตอบโต๎ภัยทางด๎าน สุขภาพและระบบบริการสุขภาพที่ไมํได๎มาตรฐานอยํางมีประสิทธิภาพ ได๎แกํ พัฒนาศักยภาพ อสม. ให๎เป็น อสม.หมอประจ า บ๎าน และสมาร์ทอสม. ได๎ร๎อยละ108.98 สามารถดูแลผู๎ปุวยกลุํมเปูาหมายให๎มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได๎ร๎อยละ 95.65 ประชาชน มีหมอประจ าตัว3 คน คิดเป็นร๎อยละ68.74 ประชาชนได๎รับบริการที่ได๎มาตรฐานจากสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อ สุขภาพที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์ที่ก าหนด ร๎อยละ 81.58การจัดการข๎อร๎องเรียนของกรมฯที่เป็นระบบมากขึ้น พบวําข๎อ ร๎องเรียนและการไมํปฏิบัติตามกฎหมายของสถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได๎รับการแก๎ไข ภายในระยะเวลาที่ก าหนด ร๎อยละ 98.83การบูรณาการข๎อมูลระหวํางหนํวยงาน และสามารถใช๎ประโยชน์รํวมกันอยํางมี ประสิทธิภาพ เชํน การดูแลผู๎สูงอายุในพื้นที่น ารํอง20 แหํงผู๎สูงอายุได๎รับการคัดกรองสุขภาพพื้นฐาน จ านวน 350,535 คน


49 รูปที่ 4.1 ระบบคัดเลือกตัวชี้วัด กรม สบส. การออกใบรับรองแพทย์แบบดิจิทัลผํานระบบหมอพร๎อม ระบบการตรวจสอบแพทย์เชื่อมโยงข๎อมูลแพทยสภา ซึ่งผลการ ประเมินความพึงพอใจของผู๎รับบริการที่มีตํอมาตรฐานสถานพยาบาลเอกชนได๎ร๎อยละ84.05 มีความพึงพอใจระดับมากสํงผล ให๎ประชาชนได๎รับบริการที่ได๎มาตรฐานจากสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์ที่ก าหนด ได๎ร๎อยละ 81.58ในปี พ.ศ. 2565 กรมฯได๎รับรางวัลเลิศรัฐพิเศษ สานพลังรํวมใจต๎านโควิด ผลงาน อสม. กลไกการมีสํวนรํวม ของชุมชนในการจัดการปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระดับดีเดํน รางวัลเปิดใจใกล๎ชิดประชาชน:การเปิดระบบราชการ 4.0 ระดับดีเดํน และ รางวัลประเภทยกระดับการอ านวยความสะดวกในการให๎บริการ ระดับดีเดํน ผลงาน การยกระดับการ ให๎บริการผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Fully Digital หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 4.1 การใช้ข้อมูลในการก าหนดตัววัดเพื่อติดตามงาน และการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ กรม สบส. มีการก าหนดตัวชี้วัดหลายระดับตั้งแตํตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ระดับกระทรวง ระดับกรม และหนํวยงาน ตลอดจนตัวชี้วัดระดับบุคคล โดยจะเชื่อมโยงไปยังข๎อมูลและสารสนเทศที่ส าคัญ ซึ่งได๎ก าหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกตัวชี้วัด ที่ครอบคลุมกรอบด าเนินงานที่ส าคัญของกรมฯ ให๎มีความสอดคล๎อง เชื่อมโยง และสํงผลกับตัวชี้วัดระดับชาติ ระดับ กระทรวง ระดับกรม ตัววัดผลการด าเนินการของกรม สบส.พิจารณาจากภารกิจหลักที่ตอบสนองวิสัยทัศน์และพันธกิจ รวมทั้งคํานิยมและวัฒนธรรมองค์กร ความต๎องการของผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย กระบวนการปฏิบัติงาน นโยบายรัฐบาลที่ เกี่ยวข๎อง ผํานกระบวนการจัดท ายุทธศาสตร์ ค ารับรองปฏิบัติ ราชการประจ าปี แผนปฏิบัติการ 4 ปี และแผนปฏิบัติการประจ าปี เพื่อใช๎ในการติดตามความก๎าวหน๎าและผลส าเร็จของการด าเนินงาน ของกรม สบส. โดยตัวชี้วัดที่ส าคัญของกรม สบส. ที่ใช๎ในการติดตาม ประเมินผลการด าเนินการของกรม สบส.ประกอบด๎วย 1) ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์และนโยบาย2) ตัวชี้วัดที่บรรลุพันธกิจ และตัวชี้วัดตาม มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ ตาม มาตรา 44 3) ตัวชี้วัดกระบวนงาน 4) ตัวชี้วัดแผนกลยุทธ์ และ 5) ตัวชี้วัดของ แผนงาน โครงการ ซึ่งในการขับเคลื่อนการด าเนินงานตามตัวชี้วัด จะก าหนดคําเปูาหมาย วางแผน รวบรวม ติดตาม และ ประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนถํายระดับเป็นค ารับรองการปฏิบัติราชการระหวํางกรม สบส. และหนํวยงาน และ บุคลากรในสังกัดกรมฯ โดยผู๎บริหารระดับสูงจะได๎รับการรายงานผํานการประชุมผู๎บริหารทุกสัปดาห์ การประชุมติดตาม นโยบายการประชุมส านัก/กองสํวนกลาง การประชุมกรม เพื่อกลั่นกรองเป็นตัวชี้วัดส าคัญที่ทํานอธิบดี จะติดตามเป็น ประจ าทุกเดือนผํานระบบ SMART65 ตามรูปที่ 4.1 กรม สบส. มีการก าหนดตัวชี้วัดผลการด าเนินการเพื่อใช๎ติดตามความก๎าวหน๎าและผลส าเร็จของการด าเนินงาน โดยคณะกรรมการบริหาร ซึ่งมีอธิบดีเป็นประธาน มีการวางแผนและรวบรวมข๎อมูลจากระบบและการรายงานตําง ๆ ผําน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ได๎แกํ ระบบข๎อมูล Data Center และ Data Site ส าหรับ ศบส. 1-12 และ สสจ. ระบบรายงาน MISส าหรับผู๎บริหาร ผู๎ปฏิบัติงาน นักวิชาการทุกระดับ ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) สืบค๎นข๎อมูลส าหรับ ประชาชน กลุํมผู๎บริหารและผู๎ปฏิบัติ แสดงข๎อมูลเป็นพิกัดพื้นที่ในแผนที่ ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร (PMS) ฐานข๎อมูลยุทธศาสตร์ ระบบ SMART 65ก ากับติดตามผลการด าเนินการตามตัวชี้วัด (HSS Management Cockpit) และใช๎ก ากับติดตามผลการปฏิบัติงานและงบประมาณตามแผนงานโครงการตําง ๆ ระบบ GFMIS สามารถติดตามสถานะได๎ แบบ Real Time ผํานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบ CRM รับข๎อร๎องเรียน ระบบ DPIS ข๎อมูลและสารสนเทศเชิง เปรียบเทียบ น าข๎อมูลความต๎องการและความคาดหวังของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียในทุกกลุํม ก าหนดเป็น ตัวชี้วัดในระดับปฏิบัติการและยุทธศาสตร์ให๎มีความยืดหยุํน สามารถวัดกระบวนการและผลลัพธ์ ได๎ก าหนดเป็นตัวชี้วัด ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และมีการก าหนดเจ๎าภาพในการก ากับดูแล เพื่อดูภาพรวมของตัวชี้วัดแตํละตัว โดยมี กลุํมแผนงานและกลุํมพัฒนาระบบบริหารสื่อสารตัวชี้วัดระดับองค์กรที่ได๎รับอนุมัติไปยังหนํวยงานผํานชํองทางการสื่อสาร


50 ที่ก าหนด ตัวชี้วัดระดับองค์กรจะถํายทอดสูํระดับปฏิบัติการผํานการจัดท าค ารับรองการปฏิบัติราชการและประเมินผลการ ปฏิบัติงานตั้งแตํระดับผู๎บริหาร กอง ศูนย์ กลุํมงาน รายบุคคล ส าหรับตัวชี้วัดหนํวยงาน ผู๎บริหารหนํวยงานท าการสื่อสาร ตัวชี้วัด แนวทางการด าเนินงาน การติดตาม รวบรวมผล พร๎อมทั้งรํวมกันก าหนดและจัดท าแผนปฏิบัติการแตํละหนํวยงาน ให๎มีความสอดคล๎องกับแผนขององค์กร โดยกลุํมแผนงานและหนํวยงานผู๎รับผิดชอบตัวชี้วัดต๎องรายงานข๎อมูลผลการ ด าเนินงานพร๎อมการวิเคราะห์ผลและการเบิกจํายงบประมาณเทียบกับเปูาหมาย ผลการคาดการณ์ ปัญหาอุปสรรค และ ปัจจัยสนับสนุนให๎บรรลุเปูาหมายผํานระบบ SMART65โดยผู๎บริหารหนํวยงานใช๎ก ากับติดตามผลการปฏิบัติงานและ งบประมาณตามแผนงานโครงการตํางๆ ให๎เป็นไปตามเปูาหมายที่ตั้งไว๎ ในกรณีเรํงดํวนจะน าเข๎าประชุม Weekly Meeting ผู๎บริหารกรม การประชุมผู๎บริหารสํวนกลาง และการประชุมกรมเป็นประจ าทุกเดือน กลุํมแผนงานประมวลผลและน าเสนอ ผู๎บริหาร ติดตามความก๎าวหน๎าและเรํงรัดการด าเนินการให๎เป็นไปตามแผนงานโครงการตําง ๆ และมีการรายงานผลการ ด าเนินงานตามค ารับรองการปฏิบัติราชการในหนํวยงาน (Internal Performance Agreement: IPA) ผลการด าเนินงานตาม แผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ๎าง พร๎อมทั้งประกาศผู๎ชนะการเสนอราคาจัดซื้อจัดจ๎างประเภทตําง ๆ ขึ้นเผยแพรํหน๎าเว็บไซต์ ของกรมฯ เพื่อสร๎างความโปรํงใส ตรวจสอบได๎ นอกจากนี้ยังมีศูนย์ข๎อมูลขําวสารของราชการ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ที่ให๎บริการ ณ ชั้น 2 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผํานระบบออนไลน์ (https://hss.moph.go.th/info_act/) สร๎างความรู๎ ความเข๎าใจ และเปิดเผยข๎อมูลขําวสารแกํประชาชน รวบรวม จัดเก็บ บริหารจัดการข๎อมูลตาม พ.ร.บ.ข๎อมูล ขําวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มีการน าข๎อมูลสารสนเทศมาวิเคราะห์ ประมวลผลและเผยแพรํในรูปแบบที่เข๎าใจงํายเพื่อการใช๎ประโยชน์ของ สาธารณะ เชํน กรมฯได๎น าผลจากการทบทวนผลการด าเนินการ เพื่อประเมินแนวโน๎ม และคาดการณ์ ผลที่จะเกิดขึ้นเป็น รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส และรายปีที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย นําเชื่อถือ สะดวกตํอผู๎ใช๎งาน ทันสมัย ทันสถานการณ์และพร๎อมใช๎งาน เป็นประโยชน์ตํอการก าหนด ทิศทาง การด าเนินงานและคําเปูาหมายเพื่อมุํงสูํผลลัพธ์ “ประชาชนปลอดภัย ผู๎ประกอบการก๎าวไกล ระบบบริการสุขภาพ ระบบสุขภาพภาคประชาชนยั่งยืน” มีการพัฒนา นวัตกรรมสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศหลากหลาย ได๎แกํ SMART อสม. เป็นชํองทางในการรับ-สํงข๎อมูลระหวํางกรมกับ อสม. ให๎ความรู๎ด๎านสุขภาพสื่อสารได๎ตรงประเด็น ถูกต๎อง ครบถ๎วน เพื่อการเฝูาระวังและคุ๎มครองโรคภาคประชาชน ท าให๎กรม ได๎รับข๎อมูลและวิเคราะห์ข๎อมูลได๎ทันการณ์ เป็นสารสนเทศน าเสนอผู๎บริหารฯเพื่อออกมาตรการปูองกันควบคุมโรคอยําง ทันทํวงทีโดยไมํต๎องร๎องขอ เชํน การพัฒนาระบบสุขภาพสุขภาพชุมชนเชื่อมโยงเครือขํายปฐมภูมิ(พชอ.) การคุ๎มครอง ผู๎บริโภคด๎านผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพ และรายงานข๎อมูลสถานพยาบาลภาครัฐที่ผํานและไมํผํานเกณฑ์ มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ สถานพยาบาลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพกลุํมเสี่ยงที่ได๎รับการเฝูาระวังตามกฎหมาย เพื่อแก๎ไขปัญหาด๎านระบบสุขภาพและการเข๎าถึงระบบบริการสุขภาพเทําเทียมกัน และข๎อมูลการพัฒนาศักยภาพ อสม. เป็นหมอประจ าบ๎าน การพัฒนายกระดับคุณภาพการให๎บริการในสุขศาลาพระราชทาน จ านวนชุมชน อสม. อสค. อสม. ตํางด๎าว และ ศสมช.ข๎อมูลด๎านสุขภาพที่เผยแพรํผํานสื่อตํางๆ มีการบิดเบือนจากความเป็นจริงท าให๎เกิดอันตรายตํอ สุขภาพ การแก๎ไขปัญหาเชิงนโยบาย การพัฒนาคลังความรู๎ด๎านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เชื่อมโยงแหลํงความรู๎ของ หนํวยงานตํางๆ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยตํางๆ สปสช. สส.ฯลฯ น าเข๎าระบบคลังความรู๎สุขภาพ http://ความรู๎ สุขภาพ.com เป็นแหลํงรวมข๎อมูลด๎านสุขภาพแบบองค์รวมแกํประชาชน เพื่อให๎ประชาชนรู๎เทําทันสื่อ มีความรอบรู๎ด๎าน สุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต๎องและสืบค๎นข๎อมูลความรู๎สุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขได๎ ลดความยุํงยาก ซับซ๎อนของข๎อมูลและคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านข๎อมูลขําวสารที่มีการบิดเบือนไมํเป็นความจริง 4.2 การวิเคราะห์ผลจากข้อมูล และตัววัด เพื่อน าไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปัญหา กรมฯ มีการรวบรวมและจัดท าข๎อมูลขนาดใหญํ (big data) เพื่อน ามาใช๎ในการปรับปรุง/พัฒนาการท างาน โดยข๎อมูล คือ 1) ด๎านการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ได๎แกํ ข๎อมูลของโรงพยาบาลเอกชน คลินิก ผู๎ ประกอบกิจการ ผู๎ด าเนินการ ทั่วประเทศที่ได๎รับอนุญาต สถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั้งกิจการสปา นวดเพื่อ สุขภาพ กิจการดูแลผู๎สูงอายุ และนวดเพื่อเสริมความงาม ข๎อมูลผู๎ประกอบการ ผู๎ให๎บริการนวด และผู๎ด าเนินการ


51 สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ข๎อมูลสถาบันและโรงเรียนที่ผํานการรับรองหลักสูตรตํางๆ ข๎อมูลของการขึ้นทะเบียน และการได๎รับใบอนุญาตเป็นผู๎ประกอบโรคศิลปะทุกสาขาวิชาชีพ ข๎อมูลเด็กที่เกิดโดยเทคโนโลยีเจริญพันธุ์และ สถานพยาบาลที่ขอรับรองฯ 2) ด๎านระบบสุขภาพภาคประชาชน ได๎แกํ ข๎อมูลด๎านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพทุก กลุํมวัย ข๎อมูลของ อสม. และ อสค. ทั่วประเทศ ข๎อมูลผู๎ปุวยติดเตียง ผู๎สูงอายุ ข๎อมูลคลังความรู๎ด๎านสุขภาพ ข๎อมูลอ สม.หมอประจ าบ๎าน และข๎อมูลต าบลจัดการคุณภาพชีวิต ข๎อมูลยุวอสม. โรงเรียนสุขบัญญัติแหํงชาติ หมูํบ๎าน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3) ด๎านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ได๎แกํ ข๎อมูลสถานพยาบาลภาครัฐทุกขนาดทั่วประเทศ ทางด๎านเครื่องมือแพทย์ แบบอาคารสถานที่ สิ่งแวดล๎อม ความปลอดภัย ประกอบการประเมินมาตรฐานระบบบริการ สุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มาตรฐานงานกํอสร๎าง ทะเบียนแบบแปลนสถานพยาบาลภาครัฐทั่วประเทศ กรมฯ มีการวิเคราะห์ข๎อมูลและตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์ โดยใช๎ระบบ SMART 65 ในรูปแบบ Dashboard ใช๎ ประกอบในการตัดสินใจ ติดตามผลการด าเนินการตามตัวชี้วัดของกรมฯ และการใช๎จํายงบประมาณ ตลอดจนการรายงาน สถานการณ์ตามภารกิจตํางๆ และนโยบายที่ส าคัญ เพื่อตัดสินใจเลือกและน าไปสูํการปรับปรุงกระบวนการท างานอยําง ตํอเนื่องรํวมกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องทั้งในสํวนราชการและพื้นที่ (สสจ.) โดยมีการประชุมกรมทุกเดือน การประชุมของ อธิบดีและรองอธิบดีทุกสัปดาห์ การประชุมติดตามนโยบายเรํงดํวน และ การประชุมกรมฯ ผํานVDO Conference กับ ผู๎บริหารสํวนภูมิภาคทุกเดือน ติดตามผลการปฏิบัติงาน และวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร๎อมทั้งมีการเปรียบเทียบ แผน/ผลการด าเนินงานกับเปูาหมายผลการด าเนินงานที่ผํานมา และมีการคาดการณ์แนวโน๎มความส าเร็จของการ ด าเนินงานในอนาคตโดยมีการน าข๎อมูลสารสนเทศและผลการด าเนินการตามตัวชี้วัดส าคัญวิเคราะห์ค๎นหาสาเหตุที่ท าให๎ การด าเนินการไมํเป็นไปตามเปูาหมายและปรับกลยุทธ์การด าเนินการ รวมทั้งทรัพยากรและวิธีการท างาน รวมทั้งมีการ ประเมินคุณภาพภายในทุกปี เพื่อประเมินความส าเร็จและค๎นหาโอกาสในการพัฒนาตํอเนื่อง และแก๎ปัญหาเชิงนโยบาย มี การน าเทคโนโลยีมาใช๎ในการจัดการข๎อมูลขนาดใหญํจัดท าระบบฐานข๎อมูล 3 ระบบ เชื่อมโยงการวิเคราะห์ คาดการณ์ ผลลัพธ์ และสนับสนุนการตัดสินใจอยํางมีประสิทธิภาพในทุกระดับ ได๎แกํพัฒนาและยกระดับความรู๎ของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจาหมูํบ๎าน (อสม.) ให๎เป็น อสม. หมอประจ าบ๎าน และสมาร์ท อสม. เพื่อให๎อสม.ทุกคนเป็นหมอคนที่ 1 ตามนโยบายคนไทยทุกคนมีหมอประจาตัว3 คน ในปี2564 –2565 ประชากรไทยกวํา31,057,962 คน มีหมอประจ าตัว 3 คน คิดเป็นร๎อยละ 68.74 (ฐานข๎อมูลประชากร จาก HDC43 แฟูม จ านวน 45,178,672 คน) โดย อสม. หมอคนที่ 1 ดูแลผู๎สูงอายุกลุํมติดสังคม จ านวน 4,106,572 คน ผู๎สูงอายุกลุํมติดบ๎าน จ านวน 527,212 คน และผู๎สูงอายุกลุํมติดเตียง จ านวน 49,213 คน โดยมีการเชื่อมโยงฐานข๎อมูล อสม. รํวมกับสภากาชาดไทย Application พ๎นภัย และรายงานผลผําน ระบบออนไลน์ Smart อสม. และ อสม.ออนไลน์ เพื่อให๎เจ๎าหน๎าที่สาธารณสุขรวบรวมและรายงานผลการปฏิบัติงานผําน Thaiphc.net สํงข๎อมูลปูอนกลับมาให๎กรมฯ ในการก ากับ ติดตาม และประเมินผลการด าเนินการ 4.3 การจัดการความรู้ และใช้องค์ความรู้เพื่อเรียนรู้ พัฒนา แก้ปัญหา และสร้างนวัตกรรม กรม สบส. มีการจัดตั้งกลุํมวิชาการ เป็นหนํวยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ในการจัดตั้งคณะกรรมการวิชาการและ การจัดการความรู๎ และจัดตั้งหนํวยงานสํวนภูมิภาค คือ ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน 5 แหํง ในการขับเคลื่อน สํงเสริม พัฒนา และสนับสนุนการท างานของภาคีเครือขํายในระดับพื้นที่ การสํงเสริมให๎เกิดต๎นแบบในการจัดการสุขภาพ การคัดเลือก อสม. ดีเดํน ระดับเขต ภาค และการพัฒนาวิชาการ พัฒนาหลักสูตรการอบรม และการค๎นหานวัตกรรมและ องค์ความรู๎ในการจัดการสุขภาพของชุมชนด๎วยการจัดการความรู๎และถอดบทเรียนการด าเนินงาน (Best Practice) เพื่อ รวบรวมองค์ความรู๎ที่สร๎างความเข๎มแข็งด๎านสังคม ชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตามยุทธศาสตร์ของประเทศ มีคลังข๎อมูลโดยจัดเก็บในรูปแบบฐานข๎อมูลวิชาการ เอกสาร คูํมือ แนวทางปฏิบัติ มีการจัดการและถํายทอดความรู๎อยําง เป็นระบบที่เผยแพรํหนํวยงานภายในและภายนอกได๎ใช๎ประโยชน์ เป็นตัวอยํางเพื่อการพัฒนากระบวนการจัดการความรู๎ และเครื่องมือการจัดการความรู๎ถูกก าหนดให๎เหมาะสมกับบุคคล และจุดมุํงหมายของงานแตํละประเภท เชํน การทบทวน บทเรียนหลังการปฏิบัติงาน (AAR) การจัดท าคลังความรู๎สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ส าหรับประชาชน http://ความรู๎ สุขภาพ.com และการพัฒนาความรอบรู๎ทางสุขภาพตามกลุํมวัย www.hed.go.th การจัดเวทีแลกเปลี่ยนแนวทางความรู๎


52 รูปที่ 4.3 การจัดการความรู๎ กรม สบส. ด๎านตํางๆ ที่ใช๎ในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพ การประชุมวิชาการกรมฯ ทุกปี และการ Sharing ผลงาน/วิจัย และ นวัตกรรม Open House และวารสารวิชาการแบบออนไลน์ เว็บไซต์ KM & Innovation https://sites.google.com/view/kminnovation การเทียบเคียงกับหนํวยงานที่เป็นเลิศอีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงองค์ ความรู๎กับองค์กรภายนอก เชํน กรมฯ มีการวิเคราะห์ รวบรวม ผลการด าเนินการตําง ๆ เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน ส าคัญทั้งในระดับประเทศและตํางประเทศ โดยสํงเสริมให๎ทุกหนํวยงานมี การปรับปรุงและสร๎างนวัตกรรมการท างานจากการใช๎ข๎อมูลและความรู๎ ภายในองค์การ การพัฒนาเครือขําย พัฒนาชุมชน เชื่อมโยงกับองค์ความรู๎ เพื่อตํอยอดสูํการแก๎ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีการเชื่อมโยงกับองค์ความรู๎กับ องค์กรภายนอก เชํน พัฒนารูปแบบ ทักษะและกระบวนการเรียนด๎าน สุขภาพของยุว อสม. ผํานชํองทางการเรียนรู๎ทางระบบออนไลน์ เพื่อให๎ยุว อสม. เป็นแกนน าในการสํงเสริมปูองกันเฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพของ ตนเอง ครอบครัว ชุมชน ตลอดจนเป็นกลไกและพลังในการขับเคลื่อนประเด็นส าคัญด๎านสุขภาพ เป็นต๎นแบบที่มีสุขภาพ แข็งแรงสมบูรณ์ มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมตามวัย พัฒนาความรู๎และทักษะที่จ าเป็นด๎านสุขภาพให๎สามารถดูแล ผู๎อื่นได๎และพัฒนาระบบ Health Gate ประเมินการพัฒนาหมูํบ๎านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและโรงเรียนสุขบัญญัติ แหํงชาติสูํความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ โดยมีเปูาหมาย ต าบลละ 1 หมูํบ๎าน 1 โรงเรียน (7,255แหํง คือ โรงพยาบาลสํงเสริม สุขภาพต าบล หมูํบ๎าน และโรงเรียน สามารถประเมินตนเองผํานระบบ Health Gate ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด และ ส านักงานสาธารณสุขอ าเภอ สามารพิจารณาข๎อมูลผลการประเมินบนหน๎าจอแบบออนไลน์ เพื่ออ านวยความสะดวก ให๎กับผู๎รับบริการ จนเกิดเป็นนวัตกรรมและต๎นแบบที่ดี อาทิ “3 หมอออนไลน์” รักษาและจํายยาโดยหมอคนที่ 2,3 และสหวิชาชีพออนไลน์grab drug โดยหมอคนที่1 ติดตามเยี่ยมบ๎าน โดยหมอคนที่2,3 และ การสร๎าง Health Literacy โดยกลไก3 หมอในการขับเคลื่อนงาน NCD โดยเครือขํายชุมชนต าบลวังเสือไฟ” NPCU วังเสือไฟ (นากวาง) อ.แมํทะจ. ล าปางเป็นต๎น หนํวยงานมีกระบวนการจัดการความรู๎ (รวบรวม วิเคราะห์) คือ กรมฯ มีการะบวนการจัดการความรู๎ KM HSSตามรูปที่ 4.3 ประกอบด๎วย การได๎มาขององค์ความรู๎ การจัดเก็บความรู๎ การเผยแพรํ และการน าความรู๎ไปใช๎ ประโยชน์ มีกระบวนการรวบรวม วิเคราะห์คัดเลือกองค์ความรู๎ที่จ าเป็นและมีความส าคัญที่สนับสนุนการด าเนินงาน ตามประเด็นยุทธศาสตร์หรือความรู๎ที่จ าเป็นตามภารกิจประจ า ค๎นหาองค์ความรู๎จากบุคลากร ผู๎รับบริการ คูํความรํวมมือ ผู๎สํง มอบ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย ผู๎เกษียณ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ จากการปฏิบัติงานประจ าเดือน รวบรวม กลั่นกรอง วิเคราะห์ จัด หมวดหมูํองค์ความรู๎ ตั้งแตํการส ารวจองค์ความรู๎ที่จ าเป็น ก าหนด เปูาหมายของความรู๎ แหลํงความรู๎ วิธีรวบรวมและคัดเลือกความรู๎ จัดท ารูปแบบที่เหมาะสม สะดวกตํอการจัดเก็บ เข๎าถึงงําย พร๎อม ใช๎งาน กรมฯ ให๎ความส าคัญตั้งแตํระดับยุทธศาสตร์ ก าหนดให๎ทุก หนํวยงานจัดท าโครงการพัฒนานวัตกรรม และสร๎างองค์ความรู๎ที่มีการศึกษา ทบทวน วิเคราะห์ภารกิจ นโยบายที่ ส าคัญ และน ามาก าหนดเป็นองค์ความรู๎ที่จ าเป็นในแตํละประเด็นยุทธศาสตร์ ส าหรับระดับปฏิบัติการ มีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู๎ กับผู๎เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอก เพื่อให๎น าองค์ความรู๎มาใช๎สนับสนุนให๎บรรลุเปูาหมายของ ยุทธศาสตร์ ก าหนดเป็นตัวชี้วัดในค ารับรองการปฏิบัติราชการระดับหนํวยงานตั้งแตํปี 2560 จนถึงปัจจุบัน การเพิ่ม ประสิทธิภาพการท างานด๎วยเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนงานตามภารกิจหลักที่ส าคัญ ของหนํวยงาน (End to End Process) โดยใช๎ IT มาชํวยเพิ่มประสิทธิภาพการด าเนินงานให๎ได๎ร๎อยละ 15 และ นวัตกรรมที่หนํวยงานสร๎างใหมํและน าไปใช๎ประโยชน์ ตามล าดับ ซึ่งกรมฯมีนวัตกรรมและการพัฒนาระบบตํางๆ โดย


53 บุคลากรเพิ่มขึ้นมาอยํางตํอเนื่อง ได๎แกํ การจัดท าจดหมายเหตุ Covid -19 สาธารณสุขมูลฐาน กับการรับมือวิกฤตโค วิด 19 เป็นรูปเลํม เผยแพรํและถํายทอดองค์ความรู๎ตามชํองทางตํางๆ เพื่อเป็นแนวทางการด าเนินตํอไปในอนาคต อีก ทั้งมีการรวบรวมแนวปฏิบัติที่ดีทั้งจากภายนอกและภายในหนํวยงานทั้งในและตํางประเทศ น ามาปรับและสร๎างเป็น คูํมือ แนวปฏิบัติที่ดีขององค์กร น าไปสูํการประยุกต์ใช๎ในการท างาน และสร๎างนวัตกรรมบริการให๎ทันตํอสถานการณ์ เชํน ในชํวงสถานการณ์การแพรํระบาดของโรคโควิด-19 กรมได๎น าองค์ความรู๎ด๎านตํางๆ ได๎แกํ มาตรฐานอาคารและ สิ่งแวดล๎อมของสถานบริการภาครัฐ ระบบบ าบัดน้ าเสียและสิ่งแวดล๎อม มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ งานวิศวกรรม การแพทย์ เครื่องมือแพทย์และระบบการสื่อสารทางการแพทย์ น ามาวางแผนรองรับผู๎ติดเชื้อจ านวนมากเกินที่ โรงพยาบาลทั่วไปรองรับได๎ กรมจึงใช๎องค์ความรู๎ ความเชี่ยวชาญ และสมรรถนะหลักของกรมฯไปใช๎ในการปรับปรุง การท างาน/แก๎ปัญหาจนเกิดเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice)/มาตรฐานใหมํ คือ มาตรฐานการออกแบบ สถานพยาบาลภาครัฐรองรับโรคอุบัติใหมํ 4.4 การบริหารจัดการข้อมูล สารสนเทศ และปรับระบบการท างานให้เป็นดิจิทัล กรม สบส. มีการจัดท าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัล ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2564 –2568) เพื่อพัฒนาองค์กรไปสูํ นโยบาย “รัฐบาลดิจิทัลด๎านระบบบริการสุขภาพ (Digital Government; Healthcare Service System” มีการปรับ Mindset บุคลากร สร๎างแนวคิดและนวัตกรรมใหมํ ให๎เกิดคุณคําของการใช๎เทคโนโลยีในระดับที่สูงขึ้น พร๎อมทั้งวิเคราะห์ และวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัล ตอบสนองทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ของกรมฯ ได๎แกํ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยกระดับกรมไปสู่ องค์กรดิจิทัล มีการปรับเปลี่ยนข๎อมูลให๎เป็นข๎อมูลดิจิทัล ปรับปรุงกระบวนการและพัฒนาบริการดิจิทัลตามความต๎องการ ของประชาชน พร๎อมทั้งสร๎างความพร๎อมของบุคลากรและเครื่องมือเพื่อพัฒนาไปสูํองค์กรดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนา และบูรณาการแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให๎ประชาชนสามารถใช๎บริการดิจิทัลอยํางเต็มรูปแบบ ยกระดับการบริหารงาน ภายในและภาคีเครือขําย และสํงเสริมให๎เกิดการท างานรํวมกันบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกับภาคสํวนที่เกี่ยวข๎อง และ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลดิจิทัลและการใช้ข้อมูลเพื่อระดับข๎อมูลเปิดและสํงเสริมการใช๎ประโยชน์จาก ข๎อมูลเปิดเพื่อความโปรํงใส สร๎างการมีสํวนรํวมและสํงเสริมนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายที่ส าคัญ ดังนี้ 1) มีระบบจดทะเบียน สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (e-Registration) 2) เป็นหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องกับการเก็บรักษาข๎อมูลสํวน บุคคล (Data Privacy Protection Regulation) 3) เป็นหนํวยงานบริการเบ็ดเสร็จ ด๎านบริการธุรกิจสุขภาพรองรับการ ด าเนินงานระหวํางภาครัฐและเอกชน โดยสนับสนุนการท าธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ด๎วยนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation) ด๎านระบบบริการสุขภาพทั้งภายในประเทศและตํางประเทศ ตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล 4) มีศูนย์ คอมพิวเตอร์ (Data Center) ทั้งสํวนกลางและภูมิภาค และ 5) เป็นหนํวยงานที่มีโครงสร๎างพื้นฐานส าคัญทางสารสนเทศ (CII: Critical Information Infrastructure) สํงผลกระทบตํอประชาชนโดยตรง (Impact Security Risk และ Economics Public Health) จากการเชื่อมโยงข๎อมูลระบบบริการสุขภาพกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงของระบบเทคโนโลยีดิจิทัล โดยแตํงตั้งคณะกรรมการ และคณะท างานรักษาความ มั่นคงปลอดภัยด๎านสารสนเทศ เพื่อให๎รักษาความมั่นคงปลอดภัยด๎านสารสนเทศของกรมฯ ให๎เป็นไปอยํางตํอเนื่องมี ประสิทธิภาพ วิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงด๎านเทคโนโลยีสารสนเทศ วางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัล ระยะ 5 ปี พัฒนาและทบทวนมาตรการ ก าหนดแนวทางปฏิบัติการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ การคุ๎มครองข๎อมูลสํวนราชการ รวมทั้งข๎อมูลสํวนบุคคลและหนํวยงานให๎เป็นไปตามมาตรฐาน ได๎แกํ ระบบการตรวจจับและปูองกันการบุกรุก การโจมตีผํานเครือขํายคอมพิวเตอร์ ระบบจัดการข๎อมูลจราจรทาง คอมพิวเตอร์ ระบบปูองกันและก าจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ ระบบส ารองข๎อมูลอัตโนมัติ ด๎านกายภาพของห๎องเซิร์ฟเวอร์ ระบบส ารองไฟฟูา ระบบความเย็นและควบคุมความชื้น เมื่อเกิดภัยพิบัติบุคลากรที่ก ากับดูแลด๎านเทคโนโลยีจะ ปฏิบัติตามแนวทางและแผนการจัดการในการแก๎ปัญหาจากภัยพิบัติตํอสารสนเทศนั้น ด๎านภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Ransom ware) สํงผลให๎ระบบงานเกิดความเสียหาย จึงมีการก าหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศ และ แนวทางการปูองกัน Ransom ware เพื่อปูองกันและวิเคราะห์ความเสี่ยงของข๎อมูลและระบบดิจิทัล พร๎อมทั้งมี


54 มาตรการและวิธีรักษาความปลอดภัย โดยใช๎เทคโนโลยี Secured Socket Layer (SSL)และ มีแผนงานรองรับการ เปลี่ยนรูปแบบการท างานเพื่อจัดการข๎อมูลและสารสนเทศ ตามมาตรฐาน ก ากับข๎อมูล และรองรับระบบเทคโนโลยี ดิจิทัล โดยสาระส าคัญของแผน คือ การจัดท าแผนแมํบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และพัฒนาระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศตามมาตรฐาน ISO 270001 ทั้งในระดับกรมและระดับหนํวยงาน ดังนี้ 1)การบริหารจัดการระบบ ข๎อมูลสารสนเทศที่ใช๎ในงานวิชาการ งานบริหาร และงานบริการ 2) การบริหารจัดการสินทรัพย์สารสนเทศ เชํน คอมพิวเตอร์ โปรแกรมส าเร็จรูป ระบบเครือขําย และการสื่อสาร 3) การบริหารทรัพยากรบุคคล 4) การบริหารความ เสี่ยง การรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการเตรียมความพร๎อมในสถานการณ์ฉุกเฉินด๎านสารสนเทศ การให๎บริการ ข๎อมูลสารสนเทศ ตามประเภทสารสนเทศและกลุํมผู๎ใช๎บริการ เพื่อให๎สามารถเข๎าใช๎ระบบได๎สะดวก งํายและรวดเร็ว ดังนี้ 1) ระบบรายงาน MIS ส าหรับผู๎บริหารและผู๎ปฏิบัติงาน นักวิชาการทุกระดับ มีรูปแบบมาตรฐานเดียวกัน น าเสนอ ให๎เลือกใช๎งานหลากหลายรูปแบบ 2) ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ส าหรับการสืบค๎นข๎อมูลส าหรับประชาชน ทั่วไป กลุํมผู๎บริหาร และผู๎ปฏิบัติ แสดงข๎อมูลเป็นพิกัดพื้นที่ ในรูปภาพแผนที่ ท าให๎งํายตํอการสืบค๎นข๎อมูล อีกทั้งมี การจัดท าฐานข๎อมูลกลาง เพื่อใช๎ในการบริหารจัดการและปฏิบัติงาน ได๎แกํ 1) ฐานข๎อมูลยุทธศาสตร์ 2) ฐานข๎อมูล ภารกิจหลักของกรม 3) ฐานข๎อมูลองค์ความรู๎ มีระบบการส ารองข๎อมูลตามมาตรฐาน ISO 27001 มีการเผยแพรํที่หน๎า เว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รวมทั้งการประเมินความสะดวกและความพึงพอใจตํอการใช๎งานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศของกรมฯ ซึ่งผลอยูํในระดับดีมาก การสร๎างระบบรักษาความปลอดภัยของข๎อมูล โดยมีล าดับสิทธิผู๎ใช๎ (Access Rights) ในการเข๎าถึงข๎อมูลในล าดับชั้นตําง ๆ ระบบ Anti-Virus ระบบไฟฟูาส ารอง มีมาตรการปูองกันความ เสียหายของข๎อมูล มีระบบการส ารองข๎อมูลตามมาตรฐาน ISO 27001 และการกู๎ข๎อมูล (Recovery) ผลการส ารวจระดับ ความพร๎อมรัฐบาลดิจิทัลหนํวยงานภาครัฐของประเทศไทย (DGA) มีคะแนนรวมสูงกวํา คําเฉลี่ยของหนํวยงานภายใต๎ สังกัดกระทรวงสาธรารณสุข สูงกวําคําเฉลี่ยของหนํวยงานระดับกรม 3 ปีซ๎อน มิติที่โดดเดํนที่สุด คือ มิติบริการภาครัฐ และโครงสร๎างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แสดงให๎เห็นวํากรมฯมีศักยภาพในการน าเทคโนโลยี ดิจิทัลไปใช๎ในการบริหารจัดการรูปแบบการให๎บริการแกํประชาชน พร๎อมทั้งมีความมั่นใจวําเข๎าถึงได๎อยํางปลอดภัย กรมฯ มีระบบการติดตามการท างานได๎อยํางรวดเร็วโดยใช๎เทคโนโลยีดิจิทัลเชํน 1) ระบบ SMART 65ระบบบริหาร แผนงานและงบประมาณ วิเคราะห์และติดตามผลการด าเนินการตามตัวชี้วัดของกรมฯ การใช๎จํายงบประมาณ ตลอดจน การรายงานสถานการณ์ตามภารกิจและนโยบาย พร๎อมทั้งมีการเปรียบเทียบผลการด าเนินงานกับเปูาหมาย จัดล าดับ ความส าคัญของการใช๎ทรัพยากร และคาดการณ์แนวโน๎มความส าเร็จของการด าเนินงานในอนาคต ท าให๎สามารถติดตาม สถานะความก๎าวหน๎าของตัวชี้วัดได๎แบบ Real Time โดยมีเครื่องมือประกอบการติดตาม ได๎แกํ E-Inspection System ระบบการตรวจราชการออนไลน์ ระบบฐานข๎อมูลแผน และผลการปฏิบัติงานและการใช๎จํายงบประมาณ (BB EvMis) Health kpi e-MENSCR เป็นต๎น พร๎อมทั้งสร๎างนวัตกรรมการให๎บริการ เชํน Application smart อสม. ซึ่งเป็น platform ข๎อมูล อสม. และยุวอาสาสมัครสาธารณสุข รองรับการเชื่อมโยงข๎อมูล และระบบการสื่อสารด๎านสุขภาพแกํ ประชาชนโดยผํานระบบสังคมออนไลน์ (Chat Application) ระหวํางหนํวยงานทั้งสํวนกลางและสํวนภูมิภาค กับ อสม. ผู๎ปฏิบัติงานในพื้นที่ การสอบความรู๎เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู๎ประกอบโรคศิลปะแบบออนไลน์ในปี 2564-ปัจจุบัน มี จ านวนผู๎สอบออนไลน์แตํละสาขาวิชาชีพ จ านวน 3,791 คน เป็นการผลิตก าลังคนด๎านสุขภาพสามารถด าเนินการได๎ อยํางตํอเนื่อง การก าหนดยุทธศาสตร์คุ๎มครองผู๎บริโภคกับการบังคับใช๎กฎหมาย การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการตรวจสอบ การกระท าผิดทางเทคโนโลยี ในการโฆษณาสถานพยาบาล และพัฒนาปรับปรุงกฎหมายให๎รองรับกับการให๎บริการแบบ อิเล็กทรอนิกส์ และการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ การจัดท าผังแมํบทโดยอากาศยานไร๎คนขับ (โดรน) สุขวิถีใหมํ Living with Covid -19 รองรับการเปิดประเทศ เฝูาระวังพฤติกรรมและสื่อสารสุขภาพเพื่อปูองกันโรคโควิด-19 ได๎แกํ การพัฒนาสื่อ Social Media ความรู๎การปูองกันโรคโควิด-19 และสื่อสารเตือนภัยสุขภาพ และการเฝูาระวังพฤติกรรม สุขภาพ และการเลือกใช๎บริการสาธารณะ พร๎อมทั้งมีการประเมินผลพบวํา ร๎อยละ 98.86 ของประชาชนมีความรู๎การ ปูองกันตนเองตาม UP และการเลือกใช๎บริการในสถานที่ที่มีมาตรการ Covid Free Setting Zระดับดี) เป็นต๎น


55 รูปที่ 5.1 การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล กรม สบส. ผลลัพธ์ส าคัญในหมวด 7 ที่เป็นผลจากการด าเนินงานของหมวด 4 กรม สบส. มีการก าหนดตัวชี้วัดติดตามผลการปฏิบัติงานของทุกหนํวยงาน พร๎อมทั้งถํายทอดตัวชี้วัดและคํา เปูาหมายตั้งแตํระดับกรมไปจนถึงบุคคล และขับเคลื่อนงานให๎บรรลุเปูาหมายตามพันธกิจและยุทธศาสตร์ สร๎างนวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) พบวํา ร๎อยละความส าเร็จของการด าเนินการตามแผนปฏิบัติราชการ ได๎ร๎อยละ 100 และพบวําต๎นทุนที่ลดลงจากการให๎บริการผํานระบบออนไลน์ ได๎ถึงร๎อยละ 95อัตราการเพิ่มขึ้นของจ านวนสถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพด๎านการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได๎มาตรฐานการทํองเที่ยวได๎ร๎อยละ 5.76 สูงกวําเปูาหมาย (ร๎อยละ 5) สถานพยาบาลกลุํมเปูาหมายมีศักยภาพในการแขํงขันด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์ ได๎ร๎อยละ 12 (เปูาหมาย 10) สอดรับ กับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยไปสูํการเป็น Medical Hub รวมทั้งมีการก าหนดเปูาหมายการด าเนินงานของปีถัดไป ต๎องมีแนวโน๎มที่เพิ่มสูงขึ้น หรือมีคุณภาพมากขึ้น และมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด๎านการติดตามประเมินผลกรม สนับสนุนบริการสุขภาพ จ านวน 70 คน พัฒนาทักษะองค์ความรู๎ และสร๎างความเข๎าใจในการทางานตามระบบติดตาม ประเมินผลที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพก าหนดกรมฯ ได๎รับรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) รายหมวด หมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และการจัดการความรู๎ ในปี พ.ศ. 2563 หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร 5.1 ระบบการจัดการบุคลากรที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์และสร้างแรงจูงใจ กรม สบส.ตระหนักดีวําการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดี จะสํงเสริมให๎คนในองค์การทุํมเทท างานอยํางเต็มที่ สามารถขับเคลื่อนผลการด าเนินงานขององค์การก๎าวไปสูํเปูาหมายอยํางมีประสิทธิภาพ ท าให๎องค์การเข๎มแข็ง มั่นคงและ ยั่งยืน ดังนั้นบุคลากรมีแรงจูงใจในการท างาน น าไปสูํผลการ ด าเนินการที่ดี กรมฯน าโดยผู๎บริหารระดับสูงใช๎คํานิยม “สมรรถนะเป็นฐาน สร๎างสรรค์สิ่งใหมํ บริการด๎วยใจ ใฝุ สามัคคี”เสริมสร๎างวัฒนธรรมในการท างาน มีปรับบทบาทและ กลยุทธ์เป็นเชิงรุกเพิ่มขึ้น ทบทวน วิเคราะห์ความต๎องการด๎าน ขีดความสามารถอัตราก าลังด๎านบุคลากรสมรรถนะเฉพาะสาย งาน ความเชี่ยวชาญของกรมฯเป็นประจ าทุกปี เพื่อวางกรอบ อัตราก าลังให๎เหมาะสมกับบทบาทภารกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงใน อนาคตด าเนินการภายใต๎คณะกรรมการกรมฯการบริหารงาน ด๎านทรัพยากรบุคคลด าเนินการตามแผนกลยุทธ์ด๎านการบริหารทรัพยากรบุคคลการจัดโครงสร๎างภายในและอัตราก าลัง ของหนํวยงานสํวนกลางและสํวนภูมิภาค การวางแผนก าลังคนให๎เหมาะสมให๎สอดคล๎องภารกิจและยุทธศาสตร์กรมฯ ทั้ง ในระยะสั้นและระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารงาน โดยมีแผนอัตราก าลัง ทบทวน Retreat ภารกิจให๎ตรง ตามยุทธศาสตร์ การจัดโครงสร๎างและวิเคราะห์อัตราก าลังให๎เหมาะสมกับภารกิจของกรมฯ รองรับการปฏิบัติภารกิจด๎าน การคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ด๎านการจัดการสุขภาพภาคประชาชน และกฎหมายพระราชบัญญัติตํางๆ ที่เพิ่มขึ้น ภายใต๎ข๎อจ ากัดด๎านอัตราก าลังที่จ ากัด การพิจารณาต าแหนํงวํางสนับสนุนหนํวยงานตํางๆ ที่มีความจ าเป็น เรํงดํวนในการปฏิบัติภารกิจของหนํวยงานตั้งใหมํที่เกิดขึ้น เชํน ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ ศูนย์บริหารจัดการเรื่องร๎อง ทุกข์และคุ๎มครองผู๎บริโภคบริการสุขภาพ ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานทั้ง 5 แหํง เป็นต๎น การพัฒนาระบบบริหารอัตรากาลังที่มีประสิทธิภาพ วางแผนและคาดการณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการ ทรัพยากรบุคคลได๎อยํางเหมาะสม และสอดคล๎องภารกิจและยุทธศาสตร์แตํละหนํวยงานของกรมฯขับเคลื่อนงานได๎อยําง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประเด็นการพัฒนาที่ส าคัญ ดังนี้1) จัดท ากรอบอัตราก าลังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ทบทวน และวิเคราะห์อัตราก าลังตามหลักเกณฑ์การจัดท ากรอบอัตราก าลัง เพื่อจัดท าแผนการ บริหารจัดการบุคลากรให๎มีสมรรถนะตรงกับภารกิจของหนํวยงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต 2) การบริหารจัดการ ต าแหนํงวํางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให๎มีอัตราวํางไมํเกินร๎อยละ 5 โดยการสรรหาและบรรจุบุคลากรที่มีความรู๎ รปที่52การบริหารทรัพยากรบคคลกรมสบส


56 ความสามารถตามกรอบอัตราก าลังที่ก าหนดแผนการบรรจุตามต าแหนํงอยํางตํอเนื่องให๎ครบตามจ านวน 3) จัดท าแบบ บรรยายลักษณะงาน (Job Description)ก าหนดรายละเอียดลักษณะ ขอบเขต หน๎าที่ความรับผิดชอบในแตํละต าแหนํง ให๎มีความชัดเจน และ 4) สํงเสริมความก๎าวหน๎าในสายอาชีพ ก าหนด ต าแหนํงในระดับช านาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับ ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นภายใน 5 ปีการสรรหา/คัดเลือกบุคลากรที่มี ความรู๎ ทักษะ คุณลักษณะและสมรรถนะที่จ าเป็นตํอการผลักดัน ภารกิจกรมฯ ภายใต๎หลักเกณฑ์ที่ส านักงาน ก.พ. ก าหนด โดยการสรร หาจากภายนอก ใช๎วิธีการประกาศรับสมัครที่หลากหลายชํองทาง เชํน Internet ประกาศ หนังสือแจ๎งเวียนทั้งในและนอกหนํวยงาน การ แนะน า การสรรหาเชิงรุกเพื่อแก๎ไขปัญหาการขาดแคลนผู๎ปฏิบัติงาน ระดับปฏิบัติการในสายงานหลัก การมอบอ านาจให๎หนํวยงานเป็นผู๎คัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ๎างเหมาบริการ เพื่อให๎ ได๎บุคลากรในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู๎ที่มีความรู๎ความเข๎าใจในวัฒนธรรมของพื้นที่ที่สํงผลให๎เกิดความผูกพันกับองค์การ มี ความสุขในการท างานและลดอัตราการสูญเสียบุคลากร และการสรรหาภายในเพื่อให๎ได๎มาซึ่งบุคลากรที่มีศักยภาพและ ผลสัมฤทธิ์สูง (HIPPS) ของกรมฯ เน๎นจูงใจและดึงดูดคนดังกลําวให๎อยูํกับองค์การและสร๎างสรรค์ผลงานส าคัญๆ ให๎กับ องค์การอยํางยั่งยืน สรรหาบุคลากรเพื่อทดแทนต าแหนํงเกษียณลํวงหน๎ากํอนต าแหนํงวําง เพื่อให๎เกิดการถํายโอนงาน เป็นไปด๎วยความราบรื่น กรมฯ มีการแตํงตั้งคณะกรรมการฯ ระดับกรม เพื่อสร๎างความโปรํงใส เป็นธรรม มีการเปิดเผยข๎อมูลปูอนกลับ เพื่อสร๎างแรงจูงใจให๎เกิดการพัฒนา รวมทั้งมีการประมวลผลทั้งภาพรวม เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การบริหารงานอีกทั้งมี การวิเคราะห์เส๎นทางความก๎าวหน๎าของบุคลากรในแตํละกลุํม การด าเนินการจัดท า Career Path ให๎บุคลากร/ความ มั่นคงของงาน การจัดท าแผนเส๎นทางความก๎าวหน๎าในสายงาน โดยการมีสํวนรํวมของบุคลากรในสายงานตํางๆ จ านวน 37 สายงาน จัดท าแผนเส๎นทางความก๎าวหน๎าในสายงาน เปิดโอกาสให๎บุคลากรในสายงานตํางๆ ได๎พิจารณาข๎อคิดเห็น การเปิดโอกาสให๎มีการโยกย๎ายสายงาน มีระบบในการเลื่อนระดับสูงขึ้น การจัดท าฐานข๎อมูลบุคลากรเตรียมความพร๎อมสูํ การเลื่อนระดับสูงขึ้น และระบบการคัดเลือกเพื่อเลื่อนให๎ด ารงต าแหนํงสูงขึ้นให๎สอดคล๎องกับแนวทางที่ส านักงาน ก.พ. ก าหนด พร๎อมทั้งมีการติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพื่อน ามาปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการด าเนินงาน และ เชื่อมโยงผลการปฏิบัติงานให๎สอดคล๎องกับการบริหารคําตอบแทนเพื่อเป็นการเสริมสร๎างแรงจูงใจของผู๎ปฏิบัติงาน กรมฯ มุํงเน๎นการจัดการด๎านระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงรุก มีการวางแผนการท างานเพื่อปรับระบบเข๎าสูํ การบริหารงานแนวใหมํ สํงเสริมกระบวนการสร๎างความผูกพันตํอการปฏิบัติราชการให๎เห็นคุณคําตํอหน๎าที่ที่รับผิดชอบ เพื่อการสร๎างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ตํอกรมฯได๎แกํ 1) พัฒนาระบบโดยน าเทคโนโลยีมาชํวยใน การด าเนินงาน เชํน การประกาศรายชื่อผู๎มีคุณสมบัติเลื่อนระดับสูงขึ้น การประเมินผลการปฏิบัติราชการ การโยกย๎าย ผํานระบบออนไลน์ฯระบบการเรียนออนไลน์ 2) การสร๎างเครือขํายด๎าน HR ภายในกรมฯ ที่เข๎มแข็ง เน๎นการมีสํวนรํวม เพื่อให๎การบริหารงานด๎านทรัพยากรบุคคลตอบสนองตํอนโยบายของกรมได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 3)การสรรหาบุคลากร และรักษาบุคลากร มีการสร๎างกลยุทธ์การสรรหาบุคลากรเชิงรุก มุํงเน๎นการค๎นหาบุคลากรที่ใชํและตรงกับความต๎องการ ขององค์กร4) ด๎านการสร๎าง Engagement ให๎กับบุคลากรสร๎างความผูกพันตํอการปฏิบัติราชการเพื่อการปฏิบัติหน๎าที่ ได๎อยํางเหมาะสมโดยเน๎นการสร๎างคุณคํา ความภาคภูมิใจในงานที่รับผิดชอบเพิ่มขึ้น 5) การวางแผนก าลังคน มีพัฒนา ระบบการวางแผนก าลังคน ให๎ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เชํน แผนสร๎างความก๎าวหน๎าในสายอาชีพ แผนสร๎างความ ตํอเนื่องในการปฏิบัติราชการ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากรฯและระบบการพัฒนาบุคลากร มีการ ก าหนดหลักสูตรการพัฒนาทั้งในประเทศและตํางประเทศ เพื่อเพิ่มพูน สั่งสม ทักษะ ความรู๎ ความเชี่ยวชาญที่มี ความส าคัญตํอสมรรถนะหลักบรรลุเปูาหมายของกรมฯ รวมทั้งการเพิ่มทักษะให๎มีสมรรถนะที่จ าเป็น สามารถ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง เพื่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงระบบการท างานได๎อยํางมีประสิทธิภาพ การสร๎าง


57 ระบบการถํายทอดองค์ความรู๎ คลังความรู๎ของหนํวยงานจากกลุํมบุคลากรผู๎มีความรู๎ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ประสบการณ์ที่หลากหลายในวิชาชีพ ซึ่งจากโครงสร๎างอายุของบุคลากร พบวําในอีก 5 –10 ปี จะมีผู๎เกษียณอายุ ราชการ คิดเป็นร๎อยละ 4 ในปี 2567 จึงได๎ก าหนดให๎มีการถํายทอดองค์ความรู๎จากข๎าราชการที่จะเกษียณอายุราชการ ในอีก 5 ปีข๎างหน๎า เพื่อสํงมอบองค์ความรู๎ที่ส าคัญในการปฏิบัติงานจากรุํนสูํรุํนไมํให๎สูญหายไปรวมทั้งได๎ก าหนดแผน สืบทอดต าแหนํงการบริหาร (Succession Plan) เพื่อเตรียมบุคลากรส าหรับต าแหนํงบริหารและต าแหนํงอื่นๆที่มี ความส าคัญตํอกรมฯ 5.2 ระบบการท างานที่มีประสิทธิภาพ คล่องตัว มุ่งผลสัมฤทธิ์ กรมฯ มีการประเมินสภาพแวดล๎อมในการท างาน วิเคราะห์ความต๎องการในการปรับปรุงสภาพแวดล๎อมในการ ท างานของบุคลากร น าผลการวิเคราะห์มาใช๎ปรับปรุงปัจจัยและสภาพแวดล๎อมในการท างานด๎านสุขภาพ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพ ซึ่งมีข๎อเสนอการปรับปรุงหรือด าเนินการตามล าดับ คือ การปรับปรุงสภาพแวดล๎อมและสิ่งอ านวยความ สะดวกที่เอื้อตํอการปฏิบัติงาน การจัดหาอุปกรณ์ให๎เพียงพอ เหมาะสม และทันสมัยส าหรับการปฏิบัติงาน การดูแลให๎ บุคลากรได๎รับความปลอดภัยขณะปฏิบัติงาน บุคลากรทุกระดับได๎รับการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมและเทําเทียมกันและ การพัฒนาบุคลากรให๎มีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยน ามาจัดท าแผนการปรับปรุงสภาพแวดล๎อมในการท างาน ด๎านสุขภาพ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพ ในการท างานของบุคลากรมาปรับปรุง ซึ่งมีการด าเนินงานปรับปรุงดังนี้ 1. การจัดสรร พื้นที่ในอาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อสร๎างบรรยากาศในการท างาน คลํองตัว และมีความปลอดภัย เหมาะสม ทั้งทางกายภาพและบรรยากาศ เชํน มุมพักผํอน ห๎องสมุด/แหลํงเรียนรู๎ มุมออกก าลังกาย ลานเอนกประสงค์ ลาน สบส. สุขใจ ฯลฯ รวมทั้งการวางระบบรองรับภาวะฉุกเฉิน เชํน การซ๎อมแผนอัคคีภัย กิจกรรม 5ส.2.การปรับโครงสร๎างภายใน กรมฯให๎มีความเหมาะสม รวมทั้งจัดตั้งหนํวยงานเพื่อเป็นศูนย์กลางข๎อมูลที่ส าคัญตามภารกิจกรมฯเชํน ศูนย์บริหาร จัดการเรื่องร๎องทุกข์และคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านบริการสุขภาพ และศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ 3. การเชื่อมโยงข๎อมูล เครือขํายระหวํางหนํวยงานสํวนกลางและหนํวยงานระดับ เพื่อสร๎างความคลํองตัวในการปฏิบัติงานให๎เกิดประสิทธิภาพ เชํน ระบบการรับ -สํงหนังสือผํานระบบสารบรณอิเล็กทรอนิกส์ การประชุมผํานระบบ VDO Conference เป็นต๎น อีก ทั้งกรมฯ มีนโยบายในการสร๎างสภาพแวดล๎อมที่เอื้อให๎บุคลากรปฏิบัติงานได๎อยํางเต็มความสามารถและมีประสิทธิภาพ ได๎แกํ การจัดอัตราก าลังตามโครงสร๎างภายในกรมฯ การก าหนดความรับผิดชอบของผู๎บังคับบัญชาตามสายการบังคับ บัญชาที่ชัดเจนเพื่อให๎เกิดความรับผิดชอบมีอ านาจการตัดสินใจเชํน รองผู๎อ านวยการ หัวหน๎ากลุํม/งาน ฯลฯ และการ ก าหนดผู๎รับผิดชอบ ทีมประสานงานในระดับพื้นที่สอดคล๎องกับเขตตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสุข มีระบบการ กระจายอ านาจการตัดสินใจสูํผู๎บังคับบัญชาระดับหนํวยงานอยํางเป็นระบบ มีการจัดท าฐานข๎อมูลเพื่อใช๎สนับสนุนการ ท างาน และการแก๎ปัญหาการท างานอยํางมีประสิทธิภาพ เชํน ระบบ smart65 ฯลฯ พร๎อมทั้งการปรับปรุงฐานข๎อมูล ด๎านทรัพยากรบุคคล พร๎อมสนับสนุนการท างานอยํางมีประสิทธิภาพ เชํน ระบบของส านักงาน ก.พ. (DPIS), ระบบ กรมบัญชีกลาง (ระบบบ าเหน็จบ านาญ, ระบบจํายตรงเงินเดือน) ลดขั้นตอนการท างานและประหยัดเวลา กรมฯ มีการพัฒนาระบบการท างานที่เป็นทีม สร๎างความรํวมมือกับทั้งภายในและภายนอกเน๎นการท างานแบบ บูรณารํวมกับทีมสหสาขาวิชา การวางแผนการท างานอยํางเป็นระบบ เพื่อรํวมกันแก๎ปัญหาที่ซับซ๎อนได๎อยํางมี ประสิทธิผล เน๎นการสร๎างสรรค์นวัตกรรม ปรับกระบวนการทางความคิด ปรับรูปแบบการท างานด๎วยการเชื่อมโยงระบบ ดิจิทัลในกระบวนการตํางๆ ดังนี้1. สร๎างเครือขํายด๎านทรัพยากรบุคลในภาพกระทรวงสาธารณสุข สร๎างความเข๎มแข็ง การมีสํวนรํวม ประสานงาน เกิดการท างานเป็นทีมในภาพรวม 2. สร๎างเครือขํายและสามารถปฏิบัติงานรํวมกันทั้งใน ภาครัฐและเอกชน การสรรหาและพัฒนาบุคลากรให๎มีประสิทธิภาพ เชํน ส านักงาน ก.พ. สถาบันการศึกษา หนํวยงาน หลักสูตรผู๎บริหาร ได๎แกํการอบรมข๎าราชการใหมํรํวมกับสถาบันฝึกอบรม และส านักงาน ก.พ.การปรับปรุงฐานข๎อมูล ด๎านทรัพยากรบุคคล เชํน ระบบของส านักงาน ก.พ. (DPIS),ระบบกรมบัญชีกลาง (ระบบบ าเหน็จบ านาญ,ระบบจํายตรง เงินเดือน)3. สํงเสริมให๎บุคลากรมีสมรรถนะเหมาะสม สร๎างสรรค์ผลงาน นวัตกรรม โดยใช๎ความเชี่ยวชาญ สติปัญญา อยํางมีคุณคําเป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได๎แกํ การพัฒนาแบบอาคาร


58 สมรรถนะสูง Green & Clean Hospital รํวมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของกรมฯ รํวมกับมหาวิทยาลัยแมํฟูาหลวง เป็นต๎น โดยในปี 2565 ได๎มีการก าหนดตัวชี้วัดให๎ทุกงานใช๎ระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์แบบ 100% เพื่อลดการใช๎กระดาษ เกิดความสะดวก รวดเร็วในการติดตํอประสานงาน และยังลดอุปสรรค เกี่ยวกับระยะเวลาและระยะทาง พร๎อมทั้งปรับรูปแบบการจัดประชุมให๎เป็นแบบออนไลน์ให๎ได๎มากที่สุด 5.3 การสร้างวัฒนธรรมการท างานที่เป็นมืออาชีพ การสร้างความผูกพันและความเป็นเจ้าของให้แก่ บุคลากร กรมฯ มีแนวทางการสร๎างวัฒนธรรมให๎แกํบุคลากรในการท างานอยํางมืออาชีพ ตั้งแตํเริ่มเข๎ามาปฏิบัติงานที่ กรมฯ ผํานการอบรมข๎าราชการบรรจุใหมํ และรับโอนย๎ายจากสํวนราชการอื่น และพนักงานราชการที่จัดจ๎าง ใหมํของกรมฯ รับทราบโครงสร๎างการแบํงสํวนราชการ นโยบายการบริหารงาน บทบาท ภารกิจ และอ านาจ หน๎าที่ความรับผิดชอบ กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ รวมทั้งปลูกจิตส านึกการเป็นบุคลากร ภาครัฐที่ดี เสริมสร๎างความสัมพันธ์อันดีระหวํางเพื่อนรํวมงานเกิดการเรียนรู๎ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รํวมกัน ซึ่งน าไปสูํผลการด าเนินการที่ดี น าโดยผู๎บริหารระดับสูง ใช๎คํานิยม สบส เสริมสร๎างวัฒนธรรมการ ท างาน ดังนี้ 1. ระดมความคิดเห็นรํวมกันก าหนดคํานิยมของกรมฯ ที่สอดคล๎องกับคํานิยมของกระทรวง สาธารณสุข "MOPH" และคํานิยมของกรม ส.บ.ส. คือ สมรรถนะเป็นฐาน สร๎างสรรค์สิ่งใหมํ บริการด๎วยใจ ใฝุ สามัคคี2. ขับเคลื่อนคํานิยมและสํงเสริมให๎บุคลากรเป็นคนเกํง และคนดี สอดคล๎องตามวัฒนธรรมองค์การ ยก ยํองชมเชยสร๎างขวัญก าลังใจผู๎ที่มีผลงานดีเดํนที่เสริมสร๎างผู๎รับบริการและภารกิจจนบรรลุผลส าเร็จ เข๎ารํวม กิจกรรมองค์การสม่ าเสมอ มีวินัย ซื่อสัตย์ มีจริยธรรม และจรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน 3. สํงเสริมให๎มีการ สื่อสาร แลกเปลี่ยนความรู๎ทั้งองค์การ การแบํงเป็นทักษะบุคลากร เชํน การจัดตั้ง Small Group ในทุก หนํวยงานเพื่อให๎เกิดความรํวมมือ แบํงปันทักษะภายใน การใช๎ VDO Conference สื่อสารกับบุคลากรทุกกลุํม ที่ปฏิบัติงานอยูํในพื้นที่สํวนภูมิภาค เพื่อให๎บุคลากรมีความสามารถและทักษะที่หลากหลาย 4. สํงเสริมคํานิยม สร๎างสรรค์สิ่งใหมํ บริการด๎วยใจ Empowerment ให๎ผู๎ปฏิบัติงานสามารถแก๎ไขปัญหาได๎อยํางรวดเร็ว เกิด ความคิดริเริ่ม และสร๎างนวัตกรรมทั้งในรายบุคคลและหนํวยงาน ท าให๎เกิดการคลํองตัว ลดเวลาการท างาน โดยคณะกรรมการกรมฯ เผยแพรํกิจกรรมที่โดดเดํนผําน Website, KM Day, การจัดประชุมวิชาการ และเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู๎ ซึ่งมีผู๎บริหารระดับสูงเข๎ารํวมกิจกรรม และมอบรางวัลด๎านการเรียนรุ๎และนวัตกรรม 5. เสริมสร๎างคํานิยม ส.บ.ส. ผํานค ารับรองการปฏิบัติราชการของหนํวยงาน สื่อประชาสัมพันธ์คํานิยม ส.บ.ส. ผํานชํองทางประชาสัมพันธ์ เผยแพรํทาง website Application และบอร์ดประชาสัมพันธ์ โครงการสาน สัมพันธ์เสริมสร๎างวัฒนธรรมรํวมกัน สาธารณะประโยชน์ตํางๆ เชํน การท ากิจกรรมจิตอาสา กิจกรรมตลาดน้ า เพื่อสุขภาพ การสวัสดีปีใหมํ การรดน้ าด าหัวเพื่อขอพรในวันสงกรานต์ การท าบุญในวันส าคัญทางศาสนา เป็น ต๎น เพื่อให๎บุคลากรได๎มีโอกาสในการท าบุญรํวมกัน รู๎จักการเสียสละเพื่อประโยชน์สํวนรวมและสังคม รวมถึง เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ระหวํางบุคลากรทั้งระดับผู๎บริหาร และผู๎ปฏิบัติงานในแตํละหนํวยงานให๎มีโอกาส พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน การทบทวน วิเคราะห์ ผลการประเมินความผูกพันของ บุคลากรตํอองค์การทุกปี ทั้งผลในภาพรวมของกรมฯ และระดับ หนํวยงาน จ าแนกตามประเภทของบุคลากร ผํานแบบสอบถาม ออนไลน์ โดยมีการสะท๎อนของผลการประเมินให๎ผู๎บริหารรับทราบ น าผลการวิเคราะห์มาใช๎ในการปรับปรุงปัจจัยและกิจกรรมในการ สร๎างความผูกพันของบุคลากร และเป็นข๎อมูลประกอบการจัดท า แผนยุทธศาสตร์ทรัพยากรบุคลากรตํอไป โดยมีแนวทาง ด าเนินการดังนี้ 1) การจัดท าเส๎นทางความก๎าวหน๎าในสายอาชีพ รูปที่ 5.3 การประเมินความพึงพอใจ ความผูกพัน


59 รูปที่ 5.4 HR Scorecard ให๎สอดคล๎องกับผลงานและสมรรถนะ2) การเตรียมก าลังคนเพื่อรองรับการสูญเสียจากการเปลี่ยนแปลง 3)การจัดท า แผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ที่สอดคล๎องกับความจ าเป็นขององค์การ4) การพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรเพื่อรองรับ การเปลี่ยนแปลงตํางๆ ในการปฏิบัติราชการ 5) การเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาระบบงานให๎เหมาะสม สอดคล๎องกับ ภารกิจ ทิศทางและนโยบายการพัฒนาของกรมฯ 6)การจัดกิจกรรมตามวันส าคัญประเพณี และกิจกรรมบ าเพ็ญ การ ประเมินความผูกพันของบุคลากรเป็นสิ่งที่กรมฯ ให๎ความส าคัญ โดยการสํงแบบสอบถามให๎กับบุคลากรเป็นประจ าทุกปี และการตรวจประเมินอยํางไมํเป็นทางการตามชํองทางตํางๆ ได๎แกํ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการสวัสดิการ การที่ ผู๎บริหารพบปะพูดคุยกับผู๎ปฏิบัติงาน ตู๎แสดงความคิดเห็นและข๎อเสนอแนะ ซึ่งพบวําปัจจัยส าคัญที่สํงผลตํอความผูกพัน ของบุคลากร คือ ความมั่นคงในอาชีพที่ปฏิบัติงานอยูํที่หนํวยงานได๎รับการปฏิบัติจากกรมฯ การจัดสภาพแวดล๎อมที่เอื้อ ตํอการท างาน คําตอบแทนที่ได๎คุ๎มคําเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการท างาน การมีโอกาสได๎แสดงความ คิดเห็น มีสํวนรํวมในการให๎ข๎อเสนอแนะกับผู๎บังคับบัญชา รวมทั้งยกยํองชมเชย การคัดเลือกคนดี บุคลากรต๎นแบบ เพื่อ ยกยํองบุคคลและสร๎างขวัญก าลังใจให๎ผู๎ที่ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมให๎เป็นแบบอยํางที่ดีของกรมสนับสนุนบริการ สุขภาพ เชํน ข๎าราชการพลเรือนและลูกจ๎างประจ าดีเดํน คนดีศรีสาธารณสุข คนดีศรี สบส. และหนํวยงานดีเดํนด๎าน คุณธรรมจริยธรรม บุคลากรมีความสุขและมีความภาคภูมิใจที่ได๎ท างานในกรม สบส. รวมทั้งมีความเป็นเจ๎าของรํวมกัน ขององค์การ 5.4 ระบบการพัฒนาบุคลากร กรมฯ มีการวิเคราะห์ความต๎องการขององค์กรในด๎านศักยภาพของบุคลากร และทบทวนเส๎นทางการพัฒนา บุคลากรในแตํละสายงาน เพื่อให๎สอดคล๎องกับแผนยุทธศาสตร์ของกรม และบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน โดยมีแผนการพัฒนาบุคลากร ดังนี้ 1. ด าเนินงานตามมาตรฐานด๎านการบริหารทรัพยากร บุคคล (HR Scorecard) พัฒนาบุคลากรให๎มีความรู๎ความสามารถที่จ าเป็นส าหรับต าแหนํงตามที่ก าหนด เชํน การ ฝึกอบรมทั้งในและตํางประเทศ การประชุมสัมมนา การมอบหมายงาน การเรียนรู๎ด๎วยตนเอง เพื่อน าความรู๎ที่ได๎มาปรับใช๎ในการปฏิบัติงานได๎ อยํางมีประสิทธิภาพ 2. สํงเสริมให๎บุคลากรเข๎ารับการพัฒนาในสาขา วิชาชีพตามสายงาน โดยมีการพิจารณาบุคลากรเข๎ารับการฝึกอบรมใน หลักสูตรตํางๆ ที่เกี่ยวข๎องในสายงานนั้นๆ และการพัฒนาทักษะที่ จ าเป็นในการปฏิบัติงานได๎แกํ ทักษะทางดิจิทัล ทักษะภาวะผู๎น า การ คิดเชิงบวก การท างานเป็นทีม เป็นต๎น 3. มีการจัดสรรงบประมาณ ส าหรับการพัฒนาบุคลากร เชํน การพัฒนาตามสายงาน สายวิชาชีพ ทุนปริญญาโทและการให๎ทุนการศึกษา ตาม ประเด็นความเชี่ยวชาญของหนํวยงานที่กรมฯจ าเป็นต๎องพัฒนา นอกจากนี้การพัฒนาศักยภาพเครือขําย ได๎แกํ อสม. อสค. ผู๎ปฏิบัติงานด๎านระบบริการสุขภาพและสุขภาพภาคประชาชน ให๎สามารถเป็นตัวแทนในการดูแลสุขภาพ ประชาชนและชุมชนได๎ด๎วยตนเอง 4. สํงเสริมให๎บุคลากรศึกษาในระดับที่สูงขึ้นโดยพิจารณาอนุมัติให๎บุคลากรได๎รับ การศึกษาตํอเพื่อให๎บุคลากรมีความรู๎ในสายวิชาชีพเพิ่มขึ้น 5. พิจารณาพัฒนาบุคลากรให๎เข๎ารับการพัฒนาในหลักสูตร ที่เกี่ยวข๎องกับด๎านดิจิทัล เน๎นให๎บุคลากรตระหนักและเรียนรู๎ถึงผลกระทบจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยํางเฉียบพลัน (Disruptive) สามารถน าความรู๎ ทักษะและประสบการณ์ไปประยุกต์ใช๎ในการวางแผนการด าเนินงานได๎อยํางมี ประสิทธิภาพ 6. จัดกิจกรรมวันส าคัญทางศาสนาตามประเพณีนิยม เชํน การสวัสดีปีใหมํ การรดน้ าด าหัวในวัน สงกรานต์ การท าบุญตักบาตร การเป็นจิตอาสา การท า CSR รํวมกับหนํวยงานตํางๆทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นต๎น ซึ่ง เป็นการสร๎างความสัมพันธ์ที่ดีระหวํางบุคลากรทุกระดับและเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีรํวมกัน 7. การเข๎ารํวม กิจกรรมส าคัญที่เกี่ยวข๎องกับชาติ พระมหากษัตริย์ และกระทรวงสาธารณสุข เชํน วันคล๎ายวันพระราชสมภพ วัน ข๎าราชการ พลเรือน วันสถาปนากระทรวงสาธารณสุข เป็นต๎น ทั้งนี้รวบรวมองค์ความรู๎จากพนักงานที่ใกล๎เกษียณซึ่งมี ความรู๎ความช านาญในงาน และบุคลากรที่ลาออกหรือย๎ายงานไว๎ใน KM Website เพื่อให๎ความรู๎อยูํคูํกับองค์การตํอไป


60 ทั้งนี้กรมฯได๎พัฒนาหลักสูตรการอบรมผู๎บริหารระดับต๎นของกรมฯ โดยใช๎ Core Competencyของกรมฯ พัฒนา คุณสมบัติการเป็นผู๎น าเฉพาะบุคคล นอกจากนี้บรรจุเรื่องหลักธรรมาภิบาลเป็นเนื้อหาแทรกในหลักสูตรอบรมด๎าน คุณธรรมจริยธรรม แกํบุคลากรทุกคนเป็นประจ าทุกปี กรมฯ สํงผู๎บริหารระดับสูงเข๎าอบรมหลักสูตรธรรมาภิบาลของ สถาบันพระปกเปล๎า หลักสูตรผู๎บริหารทางการสาธารณสุข และสนับสนุนด๎านเวลา/งบประมาณให๎ผู๎บริหาร และ บุคลากรเข๎ารํวมกิจกรรมศาสนา เข๎ารํวมประเพณีกับชุมชนในพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อแสดงเจตจ านงในการด าเนินงาน อยํางโปรํงใสมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบตํอผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย ค านึงถึงสังคมและสภาพแวดล๎อม กรมฯ มีการทบทวนปรับแผนพัฒนาบุคลากรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให๎สอดรับกับการปฏิรูปกรมและ การปรับแผนยุทธศาสตร์เพื่อให๎ทันตํอการเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร๎อมรองรับความท๎าทายเชิงกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ การปรับปรุงระบบการท างานรวมทั้งเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหมํ สอดคล๎องกับแผนสร๎างความ ตํอเนื่องในการด ารงต าแหนํงที่มีความส าคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Succession Plan)ของกรมฯเชํน วิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยมีกรอบการพัฒนาบุคลากร ดังนี้ 1) การก าหนดการประเมินสมรรถนะบุคลากร ตาม มาตรฐานและแนวทางการก าหนดความรู๎ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จ าเป็น 2) การจัดท าแผนพัฒนาบุคลากร รายบุคคล (Individual Development Plan: IDP) ให๎มีรูปแบบที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน เชํน การสอนงาน การ เป็นพี่เลี้ยง การมอบหมายโครงการ สามารถผลักดันให๎บุคลากรพัฒนาตนเองไปสูํเปูาหมายของกรมได๎อยํางมี ประสิทธิภาพ 3) การพัฒนาบุคลากร ด๎านทักษะ ความรู๎ สมรรถนะตามกรอบการพัฒนาบุคลากรทุกระดับทั้งหลักสูตร ภายในและหลักสูตรภายนอกกรมฯ ในระดับผู๎บริหาร/ผู๎อ านวยการ เน๎นการพัฒนาตามสมรรถนะทางการบริหาร ใน ระดับผู๎ปฏิบัติงานมุํงเน๎นด๎านทักษะ ความรู๎ความสามารถที่ตรงกับต าแหนํงและภารกิจที่ได๎รับมอบหมาย เพื่อให๎ สามารถน าความรู๎และประสบการณ์ที่ได๎รับมาปรับใช๎ในการปฏิบัติงานให๎มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เชํน ระบบราชการ 4.0 ผู๎ประกอบการภาครัฐ ผู๎น าการเปลี่ยนแปลง การคิดเชิงออกแบบ และการเรียนรู๎เครื่องมือในการพัฒนาองค์กรตํางๆ PMQA 4.0 IT Disruptive และความรู๎และทักษะการใช๎ภาษาอังกฤษ ภาษาตํางประเทศ เป็นต๎น 4) พิจารณาขอรับการ จัดสรรทุนรัฐบาลทั้งภายในประเทศและศึกษา ณ ตํางประเทศ สอดคล๎องกับภารกิจของกรมฯ มาตรฐานการก าหนด ต าแหนํงและความก๎าวหน๎าในสายอาชีพในแตํละวิชาชีพ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือขํายผู๎ปฏิบัติงานด๎านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ เชํน สถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู๎ประกอบวิชาชีพ ผู๎ให๎บริการฯ สสจ.และการจัดการสุขภาพภาค ประชาชน เชํน อสม. อสค. ผู๎น าชุมชน และการจัดหลักสูตรพัฒนาข๎าราชการกลุํมศักยภาพสูงเป็นประจ าทุกปี เชํน ผู๎น า อัศวินด๎านสาธารณสุข หลักสูตรอบรมผู๎บริหารระดับต๎น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และนักบริหารด๎านการสนับสนุน บริการสุขภาพในยุคใหมํ การเงิน การคลัง เป็นต๎น โดยได๎ก าหนดเป็นตัวชี้วัดของบุคคลในการจัดท าแผนพัฒนาบุคคล ประจ าปี 2565 พร๎อมทั้งมีการจัดท ารายงานผลการพัฒนารอบ 6 และ 12 เดือน มีระบบประกันคุณภาพการฝึกอบรม เพื่อให๎หนํวยงานใช๎ในการพัฒนาบุคลากรอยํางมีประสิทธิภาพ โดยมีการติดตามประเมินผลการพัฒนาบุคลากร และ ทบทวนผลการด าเนินงานในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ส าหรับเป็นข๎อมูลในการจัดสรรงบประมาณ ในปีตํอไป ผลลัพธ์ส าคัญในหมวด 7 ที่เป็นผลจากการด าเนินงานของหมวด 5 ผู๎บริหารและบุคลากรกรมสนับสนุนบริการสุขภาพให๎ความส าคัญในการปรับปรุง พัฒนาระบบบริหาร อัตราก าลังให๎มีประสิทธิภาพ พบวํากรมฯ มีการจัดสรรบุคลากรตามกรอบอัตราก าลังได๎ร๎อยละ 83.90 (เปูาหมาย 80) โดยมีการก าหนดตัวชี้วัดแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) เพื่อเป็นการพัฒนา ทบทวน และเพิ่มพูนความรู๎และทักษะตําง ๆ ที่ จะน ามาประยุกต์ใช๎ในการปฏิบัติงาน พบวํา บุคลากรกลุํมเปูาหมายได๎รับการพัฒนาตามแผนและผู๎บริหารแตํละระดับ ได๎รับการพัฒนาศักยภาพตามแผนได๎ร๎อยละ 100 โดยบุคลากรมีสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น ร๎อยละ 87 (เปูาหมาย 85) และมีผล การประเมินอยูํในระดับดีเดํนถึงร๎อยละ 30.67 นอกจากนี้ยังผลักดันให๎เกิดความก๎าวหน๎าในสายอาชีพ เชํน มีการจัดติว การสอบ ภาค ก. ของส านักงาน ก.พ. ให๎แกํบุคลากรที่สนใจ และการปฐมนิเทศให๎แกํบุคลากรใหมํเป็นประจ าทุกปี เพื่อ


61 รูปที่ 6.1 SIPOC Model กรม สบส. รูปที่ 6.2 Value Chain กรม สบส. สร๎างความรู๎ความเข๎าใจถึงสภาพแวดล๎อมการท างาน ความรู๎พื้นฐานตําง ๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ปลูกจิตส านึกการ เป็นบุคลากรที่ดี และสร๎างความสัมพันธ์อันดีระหวํางเพื่อนรํวมงาน พบวําบุคลากรมีความผูกพันในองค์การ ร๎อยละ 88.05 สํงผลกํอให๎เกิดประสิทธิผลและประโยชน์สูงสุดตํอองค์การและบุคลากรของ กรม สบส. หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ 6.1 กระบวนการท างานที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นจนจบสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ กรม สบส. มีการทบทวนและออกแบบกระบวนงานที่ส าคัญ และวิเคราะห์ข๎อก าหนดที่ส าคัญของผลผลิต การบริการ ทั้งกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนที่ส าคัญปีละ 1 ครั้ง ด๎วย SIPOC MODEL ตามรูปที่ 6.1 โดยพิจารณา วิสัยทัศน์ พันธกิจ เพื่อให๎เกิดความมั่นใจได๎วําการด าเนินงานจะ ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข นโยบาย รัฐบาล กฎหมายตําง ๆ ความต๎องการ ความคาดหวังของผู๎รับบริการและ ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย มีการก าหนดยุทธศาสตร์แผนงาน โครงการให๎ ตอบสนองตํอความต๎องการดังกลําว และน าข๎อก าหนดด๎านเทคโนโลยี สารสนเทศ ความคลํองตัวที่จ าเป็นในอนาคต น ามาจัดท าข๎อก าหนดของ กระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุน เพื่อก าหนดเป็นจุดควบคุม กระบวนการ และการบริหารต๎นทุน ท าให๎การน ากระบวนการไปปฏิบัติ สามารถควบคุมผลการด าเนินการโดยรวมของกรมฯ ได๎ โดยก าหนดตัวชี้วัดที่แสดงถึงความส าเร็จของการจัดการกระบวนการที่ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กรมฯ ได๎วิเคราะห์จัดท าข๎อก าหนดของกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนอยําง ครอบคลุมทุกภารกิจ โดยก าหนดเป็น 3 กระบวนงานหลักที่ส าคัญ ได๎แกํ กระบวนงานคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการ สุขภาพและบริหารยุทธศาสตร์ Medical Hub กระบวนงานสํงเสริม สนับสนุน และประเมินมาตรฐานระบบบริการ สุขภาพ และกระบวนงานพัฒนาระบบสุขภาพภาคประชาชน และ 7กระบวนงานสนับสนุน ได๎แกํ 1) กระบวนการบริหาร ยุทธศาสตร์และงบประมาณ 2) กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล 3) กระบวนการพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย 4) กระบวนการพัฒนาระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ 5) กระบวนการจัดการความรู๎ 6) กระบวนการพัฒนาองค์กร 7) กระบวนการประชาสัมพันธ์ตามภาพที่ 6.2 ทุกหนํวยงานได๎มีการจ าแนกกระบวนงานหลักที่ส าคัญตามพันธ กิจและสมรรถนะหลัก และพิจารณาผู๎รับบริการ ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียผู๎ สํงมอบและพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพ เพื่อให๎ ประชาชนมีความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ ได๎รับบริการสุขภาพที่มีมาตรฐาน คุณภาพ ปลอดภัย อีกทั้งยังมีการจัดท าคูํมือ ปฏิบัติงาน ทั้งกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนที่ส าคัญ ทั้งระดับกรมฯ และทุกหนํวยงาน และผัง กระบวนการที่ชัดเจน โดยมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อก าหนดเป็นจุดควบคุมกระบวนการและ การบริหารต๎นทุน ท าให๎สามารถน ากระบวนการไปปฏิบัติได๎อยํางถูกต๎อง และสามารถควบคุมผลการด าเนินการโดยรวม ของกรมฯ ได๎ ในกระบวนงานการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อก าหนดเป็นจุดควบคุมกระบวนการและการบริหารต๎นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ มีความ คุ๎มคํา ลดความเสี่ยง และลดต๎นทุน เชํน การอนุญาตให๎ประกอบกิจการและด าเนินการสถานพยาบาลเอกชน มีจุดควบคุม ขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นตอนการรับเรื่องตรวจสอบหลักฐานค าขอ มีการควบคุมโดยปรับวิธีการปฏิบัติงานและให๎บริการ เพื่อ ลดความเสี่ยง 2) ขั้นตอนการตรวจอนุญาตสถานพยาบาลใหมํ มีการเพิ่มทีมตรวจประเมินมาตรฐานฯให๎เพียงพอและ พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่รํวมตรวจประเมิน ตัวชี้วัดคือ ร๎อยละของผู๎ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลได๎รับ การตรวจมาตรฐานตามกรอบเวลาที่ก าหนดและร๎อยละความพึงพอใจของผู๎รับบริการตํอกระบวนการอนุญาตให๎ประกอบ


62 กิจการและด าเนินการสถานพยาบาล และสามารถควบคุมผลการด าเนินการได๎ ซึ่งการขออนุญาตสถานพยาบาลและสถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพระบบออนไลน์ผําน Central Biz Box ส านักงาน ก.พ.ร. รวมทั้งการช าระคําธรรมเนียมผํานระบบ e-payment ของกรมบัญชีกลาง การยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู๎ให๎บริการฯ โดยใช๎บัตรประชาชน มีการก าหนดแนวทางการ ปฏิบัติงานรํวมกัน เชํน การช าระคําธรรมเนียม (E-banking) กับธนาคารกรุงไทย การยื่นเอกสารทางราชการด๎วยเลข 13 หลัก (Zero Copy) โดยเชื่อมโยงข๎อมูลการยืนยันตัวตนกับกรมการปกครอง กระบวนงานการประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ การพัฒนาระบบการประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ (HS4 Software)ซึ่งเป็นโปรแกรมออนไลน์ที่ใช๎เพื่อตรวจสอบ ก ากับ และประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ คือ 1) ฐานข๎อมูลประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ 2) ฐานข๎อมูลทดสอบคุณภาพเครื่องมือแพทย์ และ 3) ระบบรายงานผล โดย หลักเกณฑ์ดังกลําวต๎องผํานการตรวจประเมินและพิจารณารับรองจากคณะกรรมการ ประกอบด๎วยเจ๎าหน๎าที่ผู๎ตรวจประเมิน ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1-12 กรมได๎MOUรํวมกับสภาสถาปนิก ส านักงาน สาธารณสุขจังหวัดสภาวิศวกร สมาคมวิชาชีพสุขศึกษา ในการสํงเสริม สนับสนุน และประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ได๎แกํ มาตรฐานด๎านการบริหารจัดการ ด๎านการบริการสุขภาพ ด๎านอาคาร สถานที่ และสิ่งอ านวยความสะดวก ด๎าน สิ่งแวดล๎อม ด๎านความปลอดภัย ด๎านเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ด๎านระบบสนับสนุนบริการที่ส าคัญ ด๎านสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ และด๎านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์งานด๎านเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมฯ ได๎ พัฒนาฐานข๎อมูลกับหนํวยงานตําง ๆ เชํน MOUกับมหาวิทยาลัยแมํฟูาหลวง มหาวิทยาลัยนเรศวร กระบวนงานระบบสุขภาพภาคประชาชน กรมฯ รํวมกับส านักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลสํงเสริม สุขภาพต าบล ในการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือขําย ในระดับอ าเภอ ต าบล หมูํบ๎าน และเป็นคณะกรรมการรํวมในการ คัดเลือก อสม. ระดับจังหวัด ระดับเขต ระดับภาค และระดับประเทศ เฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพ สื่อสารสุขภาพ และ ขับเคลื่อนงานสุขภาพภาคประชาชนในระดับพื้นที่ และ MOUรํวมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนา และประยุกต์ใช๎ งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในงานสุขภาพภาคประชาชน และMOUกับมหาวิทยาลัยมหิดล (สถาบันสุขภาพอาเซียน) สร๎างกลไกตามหลักการสาธารณสุขมูลฐาน ในการขับเคลื่อนนโยบายระบบสุขภาพไทย ให๎เป็นแบบอยํางในด๎านการพัฒนา สุขภาพของประชาชนในชุมชน 6.2 การสร้างนวัตกรรมในการปรับปรุงผลผลิต กระบวนการ และบริการ กรม สบส. มีการทบทวนและหาโอกาสในการขับเคลื่อนนวัตกรรมหารยกระดับระบบธุรกิจบริการสุขภาพเข๎าสูํ ระบบสุขภาพภาครัฐรํวมกับผู๎บริหารขององค์กร และมีการสร๎างบรรยากาศและสนับสนุนหนํวยงานในสังกัด น ามาซึ่ง กระบวนการวิจัย สร๎างนวัตกรรมและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ให๎สอดคล๎องกับความต๎องการและความคาดหวังของ ผู๎รับบริการ การสนับสนุน และการท าธุรกรรม (กระบวนภายใน) และด๎านการบริการ มีการพัฒนาและก าหนดมาตรฐาน เพื่อให๎ผู๎รับบริการเข๎าถึงและเชื่อมั่นในการบริการที่สนับสนุนการให๎บริการได๎สะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา มีการสนับสนุน งบประมาณ เพื่อให๎เกิดนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนการให๎ทันตํอสภาวะการแขํงขันที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อ ความส าเร็จอยํางยั่งยืนขององค์กร การ Re-Design Process เพื่อเชื่อมโยงระบบการบริการภาครัฐแบบคนบวงจร (Biz Portal) และเตรียมความพร๎อมในการขับเคลื่อนสูํองค์กรดิจิทัล ตามพ.ร.บ. การบริหารงานและการให๎บริการภาครัฐผําน ระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ได๎ด าเนินการดังนี้ 1. บูรณาการงานธุรกิจบริการสุขภาพสูํกระบวนงานดิจิทัล จ านวน 80 กระบวนงาน เป็นงานบริการสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ 67 กระบวนงาน สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 13 กระบวนงาน 2. Operating Model (แบบมาตรฐานการให๎บริการ) ทั้ง Front Office Back Office และแบบฟอร์มตํางๆปรับเป็น Single Form 3.คูํมือการ ปฏิบัติงาน (SOP) ส าหรับปรับปรุงกระบวนงานรองรับดิจิทัล และพัฒนา Digital Application อาทิ มาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา เพื่อสุขภาพระดับสากล การอนุญาตสถานพยาบาลและการประกอบโรค รูปที่ 6.3 การพัฒนาระบบ Back Office กรม สบส.


63 ศิลปะ โดยปรับปรุงกระบวนการลดระยะเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติงานใช๎เทคโนโลยีมาชํวย พบวําระยะเวลาการให๎ริ การหลังปรับปรุงกระบวนการของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยเทํากับ 71.22 และ สถานพยาบาลเทํากับ 38.95 การสร๎าง Application เพิ่มความสะดวกในการท าธุรกรรม ในลักษณะ E-Payment เพื่อ อ านวยความสะดวกให๎แกํผู๎ประกอบการ คือ ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน Customer Focused โดยเชื่อมโยงกับสถาบัน การเงินหลักและข๎อมูลเป็น Real Time เชื่อมโยงกับ Big Data และระบบ E-Logisticsสํวนกระบวนงานสนับสนุน ได๎แกํ การจัดการข๎อร๎องเรียนการให๎ค าปรึกษาการช าระคําธรรมเนียม ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ การจองห๎องประชุม ออนไลน์สลิปเงินเดือนอิเล็กทรอนิกส์ระบบทะเบียนสินทรัพย์ระบบจองรถยนต์และระบบพัสดุเป็นต๎น กรมฯ ได๎มีการพัฒนาห๎องปฏิบัติการทดสอบสอบเทียบ จนได๎รับการรับรองห๎องปฏิบัติการมาตรฐานการสอบ เทียบด๎านมวล ISO/IEC 17025 จาก สมอ. สํงผลให๎สถานบริการสุขภาพได๎รับการทดสอบ สอบเทียบเครื่องมือแพทย์จาก เครื่องมือมาตรฐานที่มีมาตรฐานในระดับนานาชาติ มีความถูกต๎อง แมํนย า การพัฒนาแผนแมํบทที่สอดคล๎องกับ Service Plan ของระทรวงสาธารณสุข และ การออกแบบมาตรฐานตามแนวทาง Green & Clean Hospitalการพัฒนาความรํวมมือ ทางวิชาการด๎านอาคารและสภาพแวดล๎อมสาธารณสุข ระดับประเทศและนานาชาติและSMART Hospital โดยพัฒนาเป็น ศูนย์การออกแบบ ด๎วย AI เชื่อมโยงกับ Big Data ให๎แล๎วเสร็จภายในปี 2579 นอกจากนี้กรมฯ มีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อ ยกระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานการให๎บริการ ประกอบด๎วยการจัดท า SMART Card อสม.4.0 บัตรเดียวเป็นทั้ง บัตรประจ าตัว อสม. ให๎ครอบคลุมทั่วประเทศ (จ านวน 1,054,729 คน) เป็นทั้งบัตร ATM และบัตรเดบิต Card เบิกจํายคํา ปุวยการผําน e-payment เป็นชํองทางถํายทอด Health Literacy สูํประชาชนทั่วถึงและรวดเร็ว รับข๎อมูลขําวสารจากกรม โดยตรง สามารถร๎องเรียนหรือแจ๎งเหตุได๎ ระบบการรายงานผลการปฏิบัติงานของ อสม.ผํานะบบ Dashboard อสม. ประกอบการจํายคําปุวยการที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บาทตํอเดือน การยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู๎ให๎บริการสถานประกอบการ เพื่อสุขภาพโดยใช๎บัตรประชาชนใบเดียว (Zero Copy) การขออนุญาตและขึ้นทะเบียนผํานระบบ Biz Portal แบบ Fully Digital ให๎ครอบคลุมทุกงานบริการ ทั่วประเทศ รํวมกับส านักงาน ก.พ.ร.และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มี การเชื่อมโยงข๎อมูลกรมการปกครองและกรมพัฒนาธุรกิจการค๎า การออกแบบเสมือนจริง (BIM) ระบบ Claim Center เก็บ คํารักษาพยาบาลของชาวตํางชาติที่มาใช๎บริการ การพัฒนา E-Service แบบ Fully Digital และการพัฒนาระบบติดตาม ประเมินผลด๎วยระบบ SMART65 และ HSS Cockpit ที่สะท๎อนเปูาหมายตามยุทธศาสตร์กรมและยุทธศาสตร์ชาติ 6.3 การลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน กรมฯ มีการบริหารจัดการควบคุมต๎นทุนภายใน โดยการแตํงตั้งมอบหมายผู๎รับผิดชอบที่ชัดเจนในกรประชุม วางแผนจัดการกระบวนการท างานไมํให๎เกิดการท างานที่ซับซ๎อน ก าหนดวิธีการด าเนินงานที่รัดกุม มีการวิเคราะห์ ขอบเขตขั้นตอนการด าเนินการ มีหนํวยตรวจสอบภายใน ท าหน๎าที่ในการตรวจสอบการควบคุมภายใน และระบบบริหาร ความเสี่ยง และมีการเปิดเผยข๎อมูลขําวสาร แผนงานและงบประมาณให๎ผู๎ที่เกี่ยวข๎องทราบ ก าหนดจริยธรรมข๎าราชการ ส าหรับเป็นแนวปฏิบัติให๎ข๎าราชการยึดถือในการท างาน เปิดโอกาสให๎ภาคประชาชนเข๎ามาสํวนรํวมให๎ความคิดเห็นใน การก าหนดมาตรการ และร๎องเรียนเมื่อพบการกระท าที่ไมํสุจริต โดยยึดตามกฎระเบียบข๎อบังคับ ก าหนดเปูาหมาย กระบวนการด าเนินงานให๎สัมพันธ์กันและเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ จัดสรรทรัพยากรอยํางคุ๎มคํา รวมทั้งมีการน าผล จากงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมตําง ๆ ของกรมฯ ไปใช๎ในการด าเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ปูองกัน ข๎อผิดพลาดหรือการท างานซ้ าซ๎อน และยังมีแผนการลดต๎นทุนอยํางเป็นระบบที่มีการรวบรวมข๎อมูลต๎นทุนตํางๆ โดยการ ประสานงานและบูรณาการท างานรํวมกันทั้งหนํวยงานภายใน และเครือขํายของกรมฯ ในการจัดท าโครงการตํางๆ แบบ บูรณาการเพื่อควบคุมและลดต๎นทุนที่ซ้ าซ๎อนและจัดท าแหลํงทุนภายนอกสนับสนุนการด าเนินงานของกรมฯ นอกจากนี้ ยังเอาองค์ความรู๎ เครื่องมอ เทคโนโลยีใหมํๆ มาประยุกต์ใช๎ในการด าเนินโครงการ เชํน มีการพัฒนาระบบ SMART และ ระบบ HSS Cockpit ซึ่งเป็นระบบการจัดการสารสนเทศเกี่ยวกับข๎อมูลผลการด าเนินการและตัวชี้วัดของสํวนราชการและ หนํวยงานของกรมฯ เชื่อมโยงกับระบบ GFMIS ซึ่งจะท าให๎ได๎ข๎อมูลรายงานผลการเบิกจํายเงินงบประมาณของหนํวยงาน ตํางๆที่ครอบคลุมเป็นรายโครงการ รายหนํวยงาน และแบบสรุปในภาพรวมแสดงเป็นกราฟ สามารถแปลผลแบบ Real


64 time พร๎อมเสนอผู๎บริหารได๎อยํางรวดเร็ว ถูกต๎อง สามประกอบการตัดสินได๎อยํางทันทํวงที ติดตามเรํงรัดการเบิกจํายได๎ เร็วมากขึ้น เป็นข๎อมูลในการตัดสินใจได๎อยํางมีประสิทธิภาพ เชํน คําสาธารณูปโภค คําบริหารโครงการ การเบิกคํา ลํวงเวลา เป็นต๎น กรมฯ น าผลการวิเคราะห์ทบทวนต๎นทุนและการลงทุนในทรัพยากรตํางๆ มาก าหนดแผนและเปูาหมายในการ ลดต๎นทุน/เพิ่มผลิตภาพของกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุน โดยมีเปูาหมายในการลดต๎นทุน ดังนี้เปูาหมาย ระยะสั้น ได๎แกํการควบคุมต๎นทุนภายในหนํวยงาน โดยได๎ก าหนดมาตรการประหยัดในเรื่องตํางๆ เชํน มาตรการประหยัด พลังงาน กระดาษ และน้ าตามมติคณะรัฐมนตรี มาตรการประหยัดในการเบิกจํายเงินงบประมาณตํางๆ รวมทั้งมีการรวม ศูนย์ต๎นทุนการจัดซื้อจัดจ๎างในภาพรวมของกรมฯ เพื่อลดต๎นทุนและประหยัดงบประมาณตลอดจนน าเทคโนโลยีมาชํวย อ านวยความสะดวกในการปฏิบัติงานโดยพัฒนาโปรแกรมการใช๎งานในรูปแบบออนไลน์/อิเล็กทรอนิกส์ และก าหนด เปูาหมายระยะยาว ได๎แกํการพัฒนาระบบบริการกรมฯ พัฒนาวิธีการลดต๎นทุน คําใช๎จํายทั้งในสํวนการจัดบริการของ กรม และเครือขํายผู๎ปฏิบัติงานในพื้นที่ และผู๎รับบริการ กรมฯ มีการน านวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช๎ในการปรับปรุงระบบงาน กระบวนการท างานและการให๎บริการ เพื่อการลดต๎นทุนของกระบวนการ ที่สํงผลตํอการสร๎างขีดความสามารถขององค์การ เพื่อให๎ประชาชนได๎รับบริการ สุขภาพที่ได๎มาตรฐาน ปลอดภัย อยูํในชุมชนสุขภาพดี และได๎รับการคุ๎มครองด๎านบริการสุขภาพด๎วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได๎แกํการจัดท าต๎นแบบสถานบริการสุขภาพผู๎สูงอายุตามแนวทางอาคารเขียว เพื่อรองรับกับการเป็นสังคมผู๎สูงอายุของ ประเทศไทย การออกแบบสถานพยาบาลแบบ 3 มิติ ด๎วยโปรแกรม BIM (e-Model) การอนุญาตและขึ้นทะเบียน สถานพยาบาล ผู๎ประกอบโรคศิลปะ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพออนไลน์ (e- Service) ระบบร๎องเรียนออนไลน์ ผําน Line Facebook และ Websiteกรมฯ การช าระคําธรรมเนียมออนไลน์ เป็นต๎น เพื่อให๎ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ลด อัตราการปุวย ลดต๎นทุนคําใช๎จํายในการรักษาพยาบาล ลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความสามารถในการเข๎าถึงบริการ สุขภาพที่เหมาะสม สะดวก รวดเร็ว อยํางทั่วถึงเป็นธรรม 6.4 การมุ่งเน้นประสิทธิผลทั่วทั้งองค์การ และผลกระทบต่อยุทธศาสตร์ชาติ กรม สบส. ก าหนดกรอบยุทธศาสตร์ 3 ประเด็น และก าหนดระบบงานที่ส าคัญอยํางครอบคลุมรอบด๎านทั้ง ระบบงานหลักและระบบงานสนับสนุน ซึ่งกรมฯ ได๎ก าหนดตัวชี้วัด เปูาหมายของวิสัยทัศน์ และก าหนดตัวชี้วัดตาม นโยบายเรํงดํวนที่ได๎รับมอบหมายเป็นพิเศษของกระทรวงสาธารณสุข และใช๎ตัวชี้วัดเหลํานี้ในการประเมิน ความส าเร็จของการบรรลุยุทธศาสตร์กรมและยุทธศาสตร์ชาติ ได๎แกํ 1) อัตราการเพิ่มขึ้นของจ านวนสถาน ประกอบการด๎านการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได๎รับมาตรฐานตามที่ก าหนด ร๎อยละ5 2) ผู๎ปุวยกลุํมเปูาหมายได๎รับการ ดูแลจาก อสม.หมอประจ าบ๎าน มีคุณภาพชีวิตที่ดีได๎ร๎อยละ 75 3) ร๎อยละ 75 ของประชาชนและชุมชนกลุํมเปูาหมาย มีศักยภาพในการจัดการสุขภาพตนเอง 4) จ านวนผู๎สูงอายุเปูาหมายที่ได๎รับการดูแลสํงเสริมสุขภาพและลดพฤติกรรม เสี่ยงโดยชุมชน จ านวน 15,879 คน (เปูาหมาย 10,000 คน) 5) สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กลุํมเปูาหมายผํานเกณฑ์มาตรฐานตามที่ก าหนด ได๎ร๎อยละ 84.12 (เปูาหมาย ร๎อยละ 80) สํงผลให๎ประชาชนได๎รับ บริการที่ได๎มาตรฐานจากสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์ที่ก าหนด ร๎อยละ 81.58 เป็นต๎น โดยมีการปรับปรุงกระบวนการที่สร๎างคุณคํา วิเคราะห์กระบวนงานที่ด าเนินการอยูํในปัจจุบัน และ กระบวนการที่ควรจะด าเนินการแตํยังไมํได๎ด าเนินการกิจกรรมแตํละกระบวนการ ได๎แกํ การพัฒนามาตรฐานระบบริ การสุขภาพ การคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านบริการสุขภาพ การจัดการสุขภาพภาคประชาชน พร๎อมทั้งวิเคราะห์ปัญหาและ อุปสรรคของแตํละกิจกรรมในแตํละด๎าน และคัดเลือกกระบวนการที่จะด าเนินการปรับปรุงในทุกกลยุทธ์ ก าหนด ตัวชี้วัดทั้งกระบวนงานหลักและกระบวนงานสนับสนุน วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และผํานระบบการรายงานผลการ ปฏิบัติราชการและระบบการติดตามตัวชี้วัดของกระบวนการหลักในมิติตําง ๆ ผํานฐานข๎อมูล HSS Big Dataและ เทียบเคียงตัวชี้วัดกับมาตรฐานระดับสากลในด๎านตําง ๆที่เกี่ยวข๎อง อาทิ การบูรณาการการท างานในเรื่องของการ ดูแลผู๎สูงอายุในพื้นที่น ารํอง 20 แหํงการพัฒนาระบบ e-Saraban การรับ-สํงเอกสารและหนังสือราชการผํานระบบ


65 อิเล็กทรอนิกส์ ลดการใช๎กระดาษและคําใช๎จํายในการจัดสํงที่ไมํจ าเป็น การพัฒนา แก๎ไขกฎหมายให๎ทันสมัยตาม สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีด๎านบริการสุขภาพ จ านวนกวํา10 ฉบับ เพิ่มประสิทธิภาพในการคุ๎มครอง ผู๎บริโภคให๎ได๎รับบริการที่มีคุณภาพควบคูํกับความปลอดภัย และด าเนินคดีกับผู๎ประกอบการที่กระทาผิดกฎหมาย อยํางเหมาะสม การพัฒนาระบบบริหารแผนงานและงบประมาณอิเล็กทรอนิกส์SMART65เพิ่มประสิทธิภาพของการ เบิกจํายงบประมาณของหนํวยงานในสังกัด และมีการติดตามควบคุมกระบวนการสนับสนุนโดยใช๎ข๎อมูลและตัวชี้วัด ของกระบวนการสนับสนุนในมิติตําง ๆ เพื่อให๎เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ กรม สบส. มีระบบรองรับภาวะฉุกเฉินตํางๆ ที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบกับภารกิจกับการจัดการกระบวนการ เพื่อเตรียมความพร๎อมรับภัยสามารถบรรเทาความเสียหายและลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการด าเนินงานได๎ ได๎แกํ 1) เหตุการณ์อัคคีภัย2) เหตุการณ์ประชุมประท๎วง/จลาจล มีการวิเคราะห์กลยุทธ์ความตํอเนื่อง ให๎สามารถด าเนินการได๎ อยํางตํอเนื่องและบรรลุเปูาหมายตามที่ก าหนดไว๎ จัดท าแผนบริหารความตํอเนื่อง (EOC) ปูองกันผลกระทบในกรณีเกิด ภาวะฉุกเฉินในด๎านตํางๆ เชํน ด๎านสถานที่ปฏิบัติงานส ารอง ด๎านวัสดุอุปกรณ์ ด๎านเทคโนโลยีสารสนเทศและข๎อมูล ด๎าน บุคลากรส าหรับความตํอเนื่องเพื่อปฏิบัติงาน ด๎านผู๎ให๎บริการที่ส าคัญ เป็นต๎น การจัดท าแผนบริหารความตํอเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP)สื่อสารโดยทางหนังสือแจ๎งเวียนให๎ทุกหนํวยงานในสังกัดกรมฯ ทราบและถือปฏิบัติ พร๎อมทั้งเผยแพรํลงใน Web site กรมฯ www.hss.moph.go.th วิเคราะห์ข๎อมูลสถานการณ์ตํางๆ ที่อาจมีผลกระทบตํอ การปฏิบัติภารกิจของกรมฯ ตลอดจนภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นข๎อมูลในการทบทวนและปรับปรุงแผนบริหารความ ตํอเนื่องให๎มีความเหมาะสมและทันสมัยสามารถน าไปใช๎ได๎อยํางมีประสิทธิภาพ สื่อสารให๎ผู๎เกี่ยวข๎องรับทราบ ทบทวน ปรับปรุงและซักซ๎อมให๎ผู๎เกี่ยวข๎องรับทราบถึงแนวทางในการปฏิบัติด าเนินการตามภารกิจได๎อยํางตํอเนื่องซักซ๎อมแผน เป็นประจ าทุกปี เกิดความมั่นใจวําภารกิจในการให๎บริการประชาชนของ กรมจะด าเนินไปอยํางตํอเนื่องไมํหยุดชะงัก บรรลุผลสัมฤทธิ์ในทุก สภาวการณ์ โดยเฉพาะในห๎วงเวลาที่อาจเกิดวิกฤตตํอชีวิตและทรัพย์สิน ครอบคลุมทั้งบุคลากร ผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย มีการจัดตั้งทีม วิศวกรฉุกเฉิน (Medical Supportive Emergency Response Team: MSERT) เป็นทีมเคลื่อนที่เร็ว เข๎าไปด าเนินการให๎ความชํวยเหลือ สถานพยาบาลและประชาชน กรณีเกิดภัยพิบัติตํางๆ ทีมงาน ได๎แกํ วิศวกร ไฟฟูา วิศวกรสื่อสาร วิศวกรด๎านอาคารและสภาพแวดล๎อมและสถาปนิก ท างานรํวมกับภาคีเครือขําย เข๎าไปในพื้นที่อยํางทันทีภายใน 1 วัน เพื่อกู๎ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟูา ประปา เครื่อง ก าเนิดไฟฟูา ระบบสื่อสารหลักและมีการฟื้นฟูหนํวยงานตํางๆ OPD ER Ward OR ICU ทันตกรรม Supply ห๎องยา ซักฟอก ฯลฯ รวมทั้งมีการวางแผนปูองกันระยะยาวในการรํวมส ารวจออกแบบ แนวทางการวางผังเครื่องมือแพทย์และ โครงสร๎าง ปูองกันในระยะยาวหลังจากฟื้นฟู กรมฯ ก าหนดนโยบายและยุทธศาสตร์โดยอาศัยข๎อมูลสารสนเทศที่จ าเป็นผํานระบบการน าองค์การ ขับเคลื่อนนโยบายน าไปสูํการปฏิบัติ มีผลลัพธ์ของการด าเนินการที่สํงผลกระทบตํอการบรรลุยุทธศาสตร์ชาติ และแผน เศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ ฉบับที่ 13 ที่ส าคัญ ดังนี้ ด๎านเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในประเด็น การทํองเที่ยวเน๎นคุณคําและความยั่งยืน การแพทย์และสุขภาพครบวงจร คือ พัฒนาและยกระดับให๎สถานพยาบาลและ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพให๎มีศักยภาพในการแขํงขันด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรของประเทศและเป็นที่ ยอมรับในระดับสากล ระบบบริการเวลเนสกิจการการแพทย์ และการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ 4 แหํง และสถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพได๎รับการรับรองผํานเกณฑ์มาตรฐานสากล จ านวน 28 แหํง คิดเป็นร๎อยละ 11.20 การ จัดบริการทางการแพทย์และสุขภาพที่มีศักยภาพดึงดูดชาวตํางชาติสูง 11 แหํง บริการเวชศาสตร์จีโนม การบริการ การแพทย์ทางไกลและ e-Health Serviceสํงผลให๎ประเทศไทยมีรายได๎ที่เพิ่มขึ้น และชาวตํางชาติมาใช๎บริการเพิ่มขึ้น Medical Hub ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก (ปัจจุบัน Health Care Index ประเทศไทยติดอันดับ 7 โลก) ด้านสังคม รูปที่ 6.4 ทีม MSERT กรม สบส.


66 แห่งโอกาส และความเสมอภาค คือ การปรับปรุงประกาศฯ ตามมาตรา 33 UCEP ประชาชนสามารถเข๎ารักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในกรณีเจ็บปุวยวิกฤตฉุกเฉิน โดยไมํเสียคําใช๎จํายมากขึ้น “ฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิ์ทุก ที่”และ พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขของสุขศาลาพระราชทาน จ านวน 23 แหํง อยูํระหวํางการจัดตั้ง 3 แหํง ซึ่งผํานการรับรองคุณภาพ 12 แหํง เพื่อเพิ่มโอกาสให๎ประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร กลุํมเปราะบางตามแนวชายแดนและพื้นที่พิเศษ เข๎าถึงบริการขั้นพื้นฐานแหํงรัฐด๎านสาธารณสุข นับเป็นนวัตกรรมใน การบูรณาการความรํวมมือในการให๎บริการด๎านสุขภาพเพื่อลดความ เหลื่อมล๎าสร๎างความมั่นคงทางสุขภาพและสังคมมนุษย ์ด้านปัจจัย สนับสนุนการพลิกโฉมประเทศ คือ การพัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศรองรับการเป็นองค์กรดิจิทัล พัฒนาระบบการให๎บริการ แบบ e-Service แบบ Fully Digital พัฒนาระบบงานการขึ้น ทะเบียนและการออกใบอนุญาตประเภทตํางๆผํานระบบ Biz portal ให๎ครอบคลุมทึกงานบริการและทั่วประเทศ เพื่อให๎ประชาชนเกิด ความรวดเร็ว และสะดวกในการใช๎บริการและสามารถตรวจสอบ ข๎อมูลสถานภาพของสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ โดยประชาชนและเครือขํายสามารถเข๎าถึงข๎อมูล สุขภาพได๎อยํางมีคุณภาพ เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให๎บริการ ยึดหลักภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและ ประโยชน์สํวนรํวม ผลลัพธ์ส าคัญในหมวด 7 ที่เป็นผลจากการด าเนินงานของหมวด 6 กรม สบส. มีการปรับปรุงกระบวนงานและสร๎างนวัตกรรมในระดับหนํวยงาน มีการพัฒนาปรับปรุง กระบวนงาน โดยเน๎นการน าเทคโนโลยีมาใช๎ในการลดต๎นทุน ขั้นตอน และระยะเวลา มาอยํางตํอเนื่อง โดยในปี 2565 หนํวยงานพัฒนา ปรับปรุงกระบวนงาน พบวําการ Re-Design Process 19 กระบวนงานของงานสถานพยาบาล การ ประกอบโรคศิลปะและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สามารถลดขั้นตอน 49 ขั้นตอน และลดระยะเวลา 20,810 ชั่ว โม ระบบการรายงานผลการปฏิบัติงาน อสม. ผํานระบบ Dashboard อสม. การออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัลผําน แพลตฟอร์มหมอพร๎อมเป็นความรํวมมือของกระทวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม การสอบความรู๎เพื่อขึ้นทะเบียนผู๎ประกอบโรคศิลปะแบบออนไลน์ แตํละ สาขาวิชาชีพ (ในปี 2564-ปัจจุบัน) จ านวน 3,791 คน เป็นการอ านวยความสะดวกแกํผู๎สอบ ประหยัดเวลา ชํวยลด คําใช๎จํายจากการเดินทาง ลดงบประมาณในการจัดสอบ และลดระยะเวลาและลดขั้นตอนในการตรวจข๎อสอบ การขอ อนุญาตและขึ้นทะเบียนประกอบกิจการดูแลผู๎สูงอายุหรือผู๎ที่มีภาวะพึ่งพิงออนไลน์แบบ Fully Digitalผํานระบบ Biz Portal และ ests.hss.moph.go.th จ านวน 12,358 ราย สามารถประหยัดคําใช๎จํายได๎ถึง 17,823,000 บาท และผล การประเมินความพึงพอใจของผู๎รับบริการอยูํในที่ร๎อยละ 95.7 การช าระคําธรรมเนียมแทนการตํอใบอายุใบอนุญาต และระบบจองคิวออนไลน์ มีจ านวนผู๎ใช๎บริการ 1,241 ราย สามารถจองเวลาการท าธุรกรรมตามความต๎องการของ ผู๎รับบริการลํวงหน๎า 7 วันท าการ นอกจากนี้ยังมีผู๎รับบริการยื่นขอรับบริการผํานระบบ Biz Portal ติด TOP 10 ถึง 4 งานบริการ เป็นต๎น นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2565 กรมได๎รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทยกระดับการ อ านวยความสะดวกในการให๎บริการ: การยกระดับการให๎บริการผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Fully Digital ระดับ ดีเดํน และ ประเภทพัฒนาบริการ เครื่องมือแพทย์พร๎อมใช๎ เที่ยงตรง ปลอดภัยคนไทยเข๎าถึงบริการสุขภาพ ระดับดี ---------------------------------------------------------------------------------


67 .


68


69 แบบฟอร์มที่ 5 บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) 1. แนะน าหน่วยงานในภาพรวม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นองค์การหลักในการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพภาค ประชาชนให๎มีคุณภาพ เพื่อคุ๎มครองผู๎รับบริการในระบบริการสุขภาพและสํงเสริมให๎ประชาชนสามารถดูแลและพึ่งตนเองด๎าน สุขภาพได๎อยํางยั่งยืน โดยมีนโยบายการด าเนินงานในการพัฒนาองค์การสูํการเป็น Digital Department สนับสนุนหนํวย บริการสุขภาพทุกระดับให๎มีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของประชาชน การคุ๎มครองประชาชนด๎านระบบบริการสุขภาพ สํงเสริมและพัฒนามาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ รวมทั้งการพัฒนาการมีสํวนรํวมของประชาชนและองค์กร ภาคเอกชนเพื่อการบริการสุขภาพ โดยมีระบบการน าองค์การที่ยึดหลักประชาชนสามารถพิทักษ์สิทธิและเข๎าถึงบริการสุขภาพ ที่มีคุณภาพ ได๎มาตรฐาน ปลอดภัย และสมประโยชน์ ประชาชนทุกคนสามารถดูแลสุขภาพตนเองได๎และชุมชนจัดการสุขภาพ เพื่อการพึ่งพาตนเองได๎อยํางยั่งยืน รวมทั้งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์ในระดับนานาชาติ พร๎อมด๎วย บุคลากร 1,054 คน มีสํวนรํวมในการขับเคลื่อนองค์การ สํงผลให๎บุคลากรสามารถให๎บริการแกํผู๎รับบริการได๎อยํางมี ประสิทธิภาพ และน าพาองค์กรก๎าวสูํความส าเร็จในการบรรลุวิสัยทัศน์อยํางยั่งยืน 2. การด าเนินการพัฒนาองค์การที่หน่วยงานเห็นว่ามีความโดดเด่น สมัครขอรับรางวัลระดับดีเด่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีการพัฒนางานอยํางมาอยํางตํอเนื่อง จนมีผลงานที่โดดเดํนอยํางก๎าวกระโดด โดยได๎รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รายหมวดมาอยํางตํอเนื่องตั้งแตํปี พ.ศ.2563-2565 และมีความพร๎อมในการสมัครขอรับรางวัลคุณภาพการบริการจัดการภาครัฐระดับดีเดํน ดังนี้ ระบบการน าองค์การเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน กรม สบส. ขับเคลื่อนการบริหารจัดการภายใต๎กรอบนโยบายการบริหารงานกรม สบส. 8 ประการ ได๎แกํ1) การ พัฒนางานด๎านสาธารณสุขตามแนวพระราชด าริและเฉลิมพระเกียรติ 2) สื่อสารสร๎างความรอบรู๎ด๎านสุขภาพแกํประชาชน 3) เสริมสร๎างศักยภาพการแพทย์ปฐมภูมิ พัฒนาศักยภาพ อสม. หมอคนที่ 1 4) คุ๎มครองผู๎บริโภคและเฝูาระวังและปราบปราม การกระท าผิดกฎหมาย 5) พัฒนานวัตกรรมบริการทางการแพทย์ 6) ยกระดับการออกแบบโรงพยาบาลให๎ทันสมัย รองรับ สภาวการณ์ปัจจุบัน 7) เพิ่มมูลคําทางเศรษฐกิจสุขภาพและการทํองเที่ยวเชิงการสุขภาพ 8) พัฒนาองค์การสูํการเป็น องค์กร ดิจิทัล (Digital Department) พร๎อมทั้งพัฒนาการให๎บริการตําง ๆ ผํานการสร๎างวัฒนธรรมการท างานที่มุํงเน๎นผู๎รับบริการ เป็นศูนย์กลาง สร๎างและพัฒนาเครือขํายทั้งภายในและภายนอกประเทศ สถาบันการศึกษา พัฒนาความรํวมมือกับพหุภาคี และทวิภาคีการด าเนินการตามค่านิยม “สบส” และปลูกฝังคํานิยมให๎เป็นวัฒนธรรมของกรม สบส. ในการปฏิบัติหน๎าที่ และการอยูํรํวมกันจนน าไปสูํวัฒนธรรมองค์การกรมฯให๎ความส าคัญกับการน าองค์การอยํางมีธรรมาภิบาลในการบริหาร จัดการองค์การสร๎างจิตส านึกและปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริต นโยบายการก ากับองค์การที่ดีเผยแพรํ ปลูกฝังสํงเสริม ยก ยํองข๎าราชการที่เป็นแบบอยํางที่ดีก ากับติดตามประเมินผลคุณธรรมตามกรอบการประเมิน และน าหลักการ GRD มาใช๎ใน การออกกฎหมายและประชาพิจารณ์การออกกฎกระทรวงฯการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎าน ระบบบริการสุขภาพ ปรับระบบการท างาน การบังคับใช๎กฎหมายกับหมอกระเป๋า การขออนุญาตผํานระบบ E-Service และ ระบบ Biz Portal Tele medicineการแพทย์ปฐมภูมิด๎วย 3 หมอ พัฒนาศักยภาพยุวอาสาสมัคร ผํานห๎องเรียนออนไลน์การ เป็น Lab Reference เครื่องมือแพทย์ระดับประเทศ จากผลการด าเนินงานดังกลําวท าให๎ ในปี พ.ศ. 2564กรมฯ ได้รับ รางวัลPMQA หมวด 1 การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่ความส าเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน กรมฯก าหนดทิศทางและนโยบายของกรมฯ ทบทวนและก าหนดวิสัยทัศน์ตั้งแตํปี พ.ศ.2545 จนถึงปัจจุบัน ภายใต๎ หลักการ Retreat โดยมีเปูาหมาย “ประชาชนสุขภาพดีเจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” เชื่อมโยงและ สอดคล๎องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ20 ปีแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ นโยบายตํางๆก าหนดทิศทางและเปูาหมายในอนาคต


70 ทบทวนและจัดท าแผนยุทธศาสตร์กรมฯระยะ20 ปีแผนปฏิบัติราชการกรมฯ พ.ศ. 2562-2566 เพื่อใช๎เป็นกรอบในการ ขับเคลื่อนภารกิจของกรมฯ พร๎อมทั้งพัฒนาระบบก ากับติดตามทั้งเชิงรุกและเชิงรับผํานระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจผล การด าเนินงานที่ส าคัญ คือ ระบบ SMART 65 รายงานผลการด าเนินงานตามตัวชี้วัดและการเบิกจํายงบประมาณออนไลน์ แบบ Real time และการติดตามผลการด าเนินการตามตัวชี้วัดผํานCockpit บูรณาการการด าเนินงานรํวมกับภาคีเครือขํายที่ เกี่ยวข๎องทั้งในและตํางประเทศ พัฒนาศักยภาพและสร๎างขีดความสามารถในการแขํงขันในการขับเคลื่อนให๎ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติเชํน การพัฒนาศักยภาพ อสม. เป็นหมอประจ าบ๎าน การทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ สถานพยาบาล เสมือนจริงศูนย์ความเป็นเลิศด๎านเวชศาสตร์จีโนม เป็นต๎น การพัฒนาองค์กรไปสูํนโยบาย“รัฐบาลดิจิทัลด๎านระบบบริการ สุขภาพ” ปรับ Mindset บุคลากรสร๎างแนวคิดและนวัตกรรมใหมํ ให๎เกิดคุณคําของการใช๎เทคโนโลยีในระดับที่สูงขึ้น ได๎แกํ E-Service การขออนุญาตผํานระบบ Biz Portal ระบบจองคิวออนไลน์ App. Smart อสม. การอนุญาตสถานประกอบกิจการ ดูแลผู๎สูงอายุแบบ Fully Digital เป็นต๎น จากผลการด าเนินงานดังกลําวท าให๎ ในปี พ.ศ. 2565 กรมฯ ได้รับรางวัล PMQA หมวด 2 การเปิดระบบราชการ 4.0 กรม สบส.โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง กรมฯ ให๎ความส าคัญกับกลุํมผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียของกรมฯ จ าแนกเป็น 3 กลุํม สอดคล๎องตาม ภารกิจหลักของกรมฯ รวมถึงให๎ความส าคัญกับการด าเนินงานที่ตอบสนองตํอความต๎องการและความคาดหวังที่แตกตํางกัน ระหวํางผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียผํานชํองทางในการรับฟังที่หลากหลายในรูปแบบทั้งเชิงรับและเชิงรุกเชํน แบบสอบถามออนไลน์ ระบบร๎องเรียน Focus group และการตรวจราชการ โดยน าข๎อมูลมาจัดท าแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติ การ น าไปปรับปรุงพัฒนาระบบงาน กระบวนงาน พัฒนาเทคโนโลยี และสร๎างความสัมพันธ์และความผูกพันของผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียในปัจจุบันและในอนาคตได๎อยํางมีประสิทธิภาพ พัฒนาชํองทางการรับฟังเสียงผู๎รับบริการให๎ทันตํอ สภาวการณ์ และพัฒนาเทคโนโลยี ตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการ น าเทคโนโลยีมาใช๎ในการปรับปรุงระบบและ กระบวนการบริการรวมถึงการเพิ่มโอกาสการสร๎างบริการในรูปแบบใหมํๆที่สร๎างคุณคํามากขึ้น ตลอดจนสื่อสารคุ๎มครอง ผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ประชาชนรับรู๎และสามารถดูแลสุขภาพตนเองและชุมชนได๎ เชํน การขออนุญาตและการขึ้น ทะเบียนผําน Biz Portalลดการยื่นเอกสารหลักฐานซ้ าซ๎อน สามารถเข๎าถึงบริการตําง ๆ ได๎จากจุดเดียว ซึ่งมีค าขอทั้งสิ้น 1,181 รายและมีจ านวนค าขอมากที่สุดติด TOP10 จ านวน 4 กระบวนงาน จากผลส ารวจความพึงพอใจของผู๎รับบริการที่มี ตํอการให๎บริการของกรมฯร๎อยละ 85.80 และมีความเชื่อมั่นตํอการับบริการ ร๎อยละ90.21 เป็นต๎น สํงผลให๎ผลการด าเนินการ ของ สบส. เป็นไปตามเปูาหมาย และสูงกวําคําเปูาหมายตามแผนยุทธศาสตร์กรม และกรม สบส. ได๎รับรางวัลเปิดใจใกล้ชิด ประชาชนระดับดีสองปีซ้อน (2562 -2563) และในปี พ.ศ. 2565 กรมฯ ได้รับรางวัลเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ระดับดีเด่น การบริหารจัดการองค์การสู่ระบบดิจิทัลอย่างยั่งยืน กรมฯ ให๎ความส าคัญตํอการท างานที่เป็นระบบมีความสอดคล๎องไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์การและตํอเนื่อง ตั้งแตํกระบวนการวางแผนน าไปสูํการปฏิบัติ การติดตามประเมินผล และการพัฒนาปรับปรุง คัดเลือกตัวชี้วัดที่ครอบคลุม กรอบด าเนินงานที่ส าคัญให๎มีความสอดคล๎อง เชื่อมโยง และสํงผลตํอตัวชี้วัดระดับชาติ ระดับกระทรวง ระดับกรม พิจารณา จากภารกิจหลักที่ตอบสนองวิสัยทัศน์และพันธกิจรวมทั้งคํานิยมและวัฒนธรรมองค์กร โดยใช๎ระบบบริหารแผนงานและ งบประมาณ SMART HSS 65 มี Dashboard ใน Monitor ตัวชี้วัดการด าเนินงานได๎แบบ Real Timeในการก ากับติดตาม วิเคราะห์ความก๎าวหน๎าของผลการด าเนินการตามตัวชี้วัดที่ส าคัญ การรายงานสถานการณ์ตามภารกิจตํางๆและนโยบายที่ ส าคัญ ระบบฐานข๎อมูลสารสนเทศที่ครอบคลุม การวัด วิเคราะห์และทบทวนผลการด าเนินการ การบริหารจัดการความรู๎ อยํางเป็นระบบ สร๎างเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) และมาตรฐานใหมํในการปฏิบัติงานและการให๎บริการและ สร๎างนวัตกรรมมาอยํางตํอเนื่อง เชํน ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) การออกแบบสถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM) และศูนย์ความเป็นเลิศเวชศาสตร์จีโนม การออกแบบสถานพยาบาลภาครัฐรองรับโรคอุบัติใหมํการพัฒนายุว อสม. ผําน ห๎องเรียนออนไลน์ (Gen X Health Hero) นวัตกรรมชุมชน Grab Drug จดหมายเหตุ COVID -19 สาธารณสุขมูลฐาน กับการ


71 รับมือวิกฤตโควิด-19 สํงผลให๎บุคลากรสามารถให๎บริการแกํผู๎รับบริการได๎อยํางมีประสิทธิภาพ ท าให๎ในปี พ.ศ.2563 กรมฯ ได้รับรางวัลPMQA หมวด 4 การบริหารก าลังคน สบส. อย่างมืออาชีพและมีความผาสุก กรมฯตระหนักดีวําการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดี จะสํงเสริมให๎คนในองค์การทุํมเทท างานอยํางเต็มที่ สามารถ ขับเคลื่อนผลการด าเนินงานขององค์การก๎าวไปสูํเปูาหมายอยํางมีประสิทธิภาพ ท าให๎องค์การเข๎มแข็ง มั่นคงและยั่งยืน ดังนั้นบุคลากรมีแรงจูงใจในการท างาน น าไปสูํผลการด าเนินการที่ดี โดยผู๎บริหารระดับสูงใช๎คํานิยม “สบส”เสริมสร๎าง วัฒนธรรมในการท างาน ปรับบทบาทและกลยุทธ์เป็นเชิงรุกเพิ่มขึ้น ทบทวน วิเคราะห์ความต๎องการด๎านขีดความสามารถ อัตราก าลังด๎านบุคลากรสมรรถนะเฉพาะสายงาน ความเชี่ยวชาญของกรมฯ เป็นประจ าทุกปี เพื่อวางกรอบอัตราก าลังให๎ เหมาะสมกับบทบาทภารกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตด าเนินการภายใต๎คณะกรรมการกรมฯการบริหารงานด๎าน ทรัพยากรบุคคลด าเนินการตามแผนกลยุทธ์ด๎านการบริหารทรัพยากรบุคคลการจัดโครงสร๎างภายในและอัตราก าลังของ หนํวยงานสํวนกลางและสํวนภูมิภาค การวางแผนก าลังคนให๎เหมาะสมให๎สอดคล๎องภารกิจและยุทธศาสตร์กรมฯ ทั้งในระยะ สั้นและระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารงาน การพัฒนาระบบบริหารอัตรากาลังที่มีประสิทธิภาพ วางแผนและ คาดการณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลได๎อยํางเหมาะสม กรมฯ มุํงเน๎นการจัดการด๎านระบบบริหารทรัพยากร บุคคลเชิงรุก มีการวางแผนการท างานเพื่อปรับระบบเข๎าสูํการบริหารงานแนวใหมํ สํงเสริมกระบวนการสร๎างความผูกพันตํอ การปฏิบัติราชการให๎เห็นคุณคําตํอหน๎าที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งผลการด าเนินการ สามารถจัดสรรบุคลากรตามกรอบอัตราก าลังได๎ ร๎อยละ 83.90 และบุคลากรกลุํมเปูาหมายได๎รับการพัฒนาตามแผนและผู๎บริหารแตํละระดับได๎รับการพัฒนาศักยภาพตาม แผนได๎ร๎อยละ 100 บุคลากรมีสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น ร๎อยละ 87 (เปูาหมาย 85) และมีผลการประเมินอยูํในระดับดีเดํนถึงร๎อยละ 30.67 และมีความผูกพันในองค์การ ร๎อยละ 88.05 สํงผลกํอให๎เกิดประสิทธิผลและประโยชน์สูงสุดตํอองค์การและบุคลากร ของ กรม สบส. การยกระดับการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบ Fully Digital การให๎ความส าคัญกับการวางแผนการท างานอยํางเป็นระบบ สอดคล๎องเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กรอยําง ตํอเนื่อง ประกอบกับการน าเทคโนโลยีสารสนเทศเข๎ามาให๎เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล มุํงเน๎นการพัฒนากระบวนการ ท างานให๎มีคุณภาพและปรับปรุงการให๎บริการประชาชน การปฏิบัติงาน บูรณาการและเชื่อมโยงข๎อมูลกับหนํวยงานตําง ๆ พัฒนารูปแบบบริการให๎เป็น e-Service พร๎อมทั้งเผยแพร่คู่มือส าหรับประชาชนผํานศูนย์รวมข๎อมูลเพื่อติดตํอราชการ (info.go.th) จ านวน 70 กระบวนการ รวมทั้งปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย กฎ หรือประกาศต่าง ๆอย่างต่อเนื่อง เกิดความ คลํองตัวในการให๎บริการ อ านวยความสะดวกให๎แกํประชาชน และยิ่งในสถานการณ์การแพรํระบาดของโรคโควิด-19 ประชาชนสามารถยื่นท าธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ได้ทันทีชํวยลดต๎นทุนคําใช๎จํายตําง ๆ ไมํวําจะเป็นคําใช๎จํายการ เดินทางหรือการพิมพ์เอกสาร เชํน ในงานสถานประกอบกิจการผู๎สูงอายุหรือผู๎มีภาวะพึ่งพิง และการออกใบอนุญาต อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ขอรับใบอนุญาตสามารถพิมพ์จากระบบได้ด้วยตนเอง ท าให๎สามารถประหยัดคําใช๎จํายได๎ถึง 2,739,000 บาท (3,000 บาทตํอราย/913 ราย) เป็นต๎น และหากต๎องการมารับบริการ ณ ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ สามารถจองคิวผําน ระบบออนไลน์ เกิดความรวดเร็ว ลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย และลดการแพรํกระจายเชื้อโควิด-19 การให๎บริการผําน ระบบ Biz Portal ทั้งหมด 567 ค าขอโดยมียื่นท าธุรกรรมการช าระคําธรรมเนียมประจ าปีคลินิกมากที่สุด และให๎บริการ ณ ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ จ านวน 44,978ธุรกรรม ซึ่งผู๎รับบริการเกิดความพึงพอใจและประโยชน์ที่ได๎รับอยูํในระดับร๎อย ละ 95.75 และผลจาการประเมินการรับรู๎ เข๎าใจในการให๎บริการระบบจองคิวออนไลน์ คิดเป็นร๎อยละ 91.22 และยังมีการเข๎า ใช๎บริการระบบจองคิวออนไลน์เพิ่มขึ้นอยํางตํอเนื่อง 3. ปัจจัยแห่งความส าเร็จ 1.ผู๎บริหารและบุคลากร รํวมก าหนดวิสัยทัศน์และ ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน สื่อสารสร๎างการรับรู๎และความเข๎าใจ แกํบุคลากร คูํความรํวมมือ และผู๎รับบริการ สํงผลให๎เกิดความรํวมมือที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม


72 2. กรมฯ มีระบบบริหารแผนงาน งบประมาณ ก ากับติดตามและประเมินผลอยํางมีประสิทธิภาพ ผํานระบบ SMART 64 แบบ Real Time และการน ายุทธศาสตร์ไปสูํการปฏิบัติ โดยมีการก าหนดแนวทางการถํายทอดตัวชี้วัด ผํานการจัดท าค ารับรองการปฏิบัติราชการ ระดับหนํวยงาน จนถึงการถํายทอดสูํระดับบุคคลอยํางเป็นระบบ 3. การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกรมฯ ได๎รับความรํวมมืออยํางดียิ่งจากเครือขํายพันธมิตร คูํความรํวมมือ ซึ่ง มีสํวนชํวยผลักดันยุทธศาสตร์ของกรมฯให๎บรรลุเปูาหมาย 4. นโยบายการบริหารของผู๎บริหารมีทิศทาง เปูาหมาย ที่ชัดเจน มุํงเน๎นการใช๎ระบบ IT พัฒนาระบบงานให๎มี ประสิทธิภาพ การเพิ่มระบบ service ของ สบส. จนเกิดผลเป็นรูปธรรม เชํน ระบบ E- serviceและ E-System ตํางๆ 5. สภาพแวดล๎อมและบรรยากาศในการท างาน ที่สนับสนุนให๎เกิดการมีสํวนรํวมจากบุคลากรในองค์กร เกิดนวัตกรรม เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการด าเนินงาน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ระหวํางหนํวยงาน บรรลุเปูาหมายวิสัยทัศน์ .......................................................................................


73 รูปที่ 1.1 ระบบการน าองค์การ (HSS Leadership) ส่วนที่ 2 การด าเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ส่วนที่ 2 -3 การด าเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐในหมวดที่ควรมุ่งเน้น (ดีเด่น) หมวด 1 การน าองค์การและความรับผิดชอบต่อสังคม 1.1 การน าองค์การโดยผู้บริหารของส่วนราชการ ก. วิสัยทัศน์ และค่านิยม (1) วิสัยทัศน์ และค่านิยม กรม สบส. มีกระบวนการทบทวนและก าหนดวิสัยทัศน์ตั้งแตํ พ.ศ. 2545 ถึงปัจจุบัน วิเคราะห์สถานการณ์และทบทวนประเด็นยุทธศาสตร์ให๎สอดคล๎องกับยุทธศาสตร์ชาติ วิสัยทัศน์ เปูาประสงค์ระยะสั้นและ ระยะยาว คํานิยม กลยุทธ์และเปูาหมายการด าเนินงานที่คาดหวัง โดยคาดการณ์และประเมินความพร๎อมของทรัพยากร เพื่อ ก าหนดทิศทางและจุดหมายที่ต๎องการส าเร็จในอนาคต จากพันธกิจที่ได๎รับมอบหมาย (P1-2) ผู๎บริหารระดับสูงได๎ก าหนด นโยบายการบริหารงาน สบส. เพื่อใช๎เป็นกรอบในการขับเคลื่อนภารกิจตาม แผนงาน โครงการตําง ๆ ให๎สอดคล๎องแบบบูรณาการ8 นโยบาย ประกอบด๎วย 1) การพัฒนางานด้านสาธารณสุขตามแนวพระราชด าริและเฉลิมพระ เกียรติ2)สื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน สํงเสริมให๎ ประชาชนมีความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ สามารถดูแล และจัดการด๎านสุขภาพของ ตนเอง ครอบครัว และชุมชนได๎อยํางเหมาะสม เข๎าถึงข๎อมูลขําวสารด๎าน สุขภาพที่ถูกต๎อง รวดเร็ว และเป็นปัจจุบัน 3) เสริมสร้างศักยภาพการแพทย์ ปฐมภูมิเชํน การพัฒนาศักยภาพ อสม. หมอคนที่ 1 รองรับการดูแลและให๎บริการด๎านสุขภาพแกํประชาชนยํางเป็นระบบ สูํ การเป็นชุมชนสุขภาพดี 4) คุ้มครองผู้บริโภคจากการรับบริการสุขภาพ ยกระดับคุณภาพ มาตรฐานการให๎บริการของ สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เฝูาระวังและปราบปรามการกระท าผิดกฎหมายให๎เกิดอยํางเป็นรูปธรรม ประชาชนได๎รับบริการที่ได๎มาตรฐาน ปลอดภัย และสมประโยชน์ 5) พัฒนานวัตกรรมบริการทางการแพทย์พัฒนาและ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมทางการแพทย์ให๎เป็นที่ยอมรับระดับสากล 6)ยกระดับการออกแบบโรงพยาบาลให้มีความ ทันสมัย เหมาะสม รองรับสภาวการณ์ปัจจุบันและน าเทคโนโลยีมาใช๎ในการออกแบบ เพื่อให๎เกิดความรวดเร็ว ลดข๎อผิดพลาด 7) เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสุขภาพผ่านการให้บริการทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูงและการท่องเที่ยว พัฒนาศักยภาพและ ขีดความสามารถด๎านการจัดการและบริการทางการแพทย์ (Medical Hub) ของประเทศ และสํงเสริมการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ แบบครบวงจร และ 8) พัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล พัฒนาระบบงานเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการ ให๎บริการด๎วยระบบดิจิทัล พัฒนาการให๎บริการตําง ๆ ผํานการสร๎างวัฒนธรรมการท างานที่มุ่งเน้นผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง สร้างและพัฒนาเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ สถาบันการศึกษา พัฒนาความรํวมมือกับพหุภาคีและทวิภาคี อีก ทั้งยังให๎ความส าคัญในการด าเนินการตามค่านิยม “สบส” และให้ความส าคัญกับการปลูกฝังค่านิยมให้เป็นวัฒนธรรมของ กรมฯ ในการปฏิบัติหน้าที่และการอยู่ร่วมกันของบุคลากรในองค์การก าหนดหลักเกณฑ์และกิจกรรมสร๎างความสัมพันธ์ เพื่อให๎เกิดพฤติกรรมการปฏิบัติงานที่พึงประสงค์ของบุคลากรกรมฯ ด๎วยการเป็นผู๎น า Role Model ในการท ากิจกรรมตําง ๆ เสมอ เชํน การออกก าลังกาย งานวิ่งก๎าวท๎าใจ งานกาชาดประจ าปี การบริจาคโลหิต และการท าบุญตามเทศกาล และเพื่อให๎การ ด าเนินงานตามภารกิจของกรมสอดคล๎องกับแผนยุทธศาสตร์กระทรวง ทบทวนและจัดท าประเด็นยุทธศาสตร์ สบส. พ.ศ. 2562 -2566 เป็นกรอบขับเคลื่อนภารกิจตามแผนงาน/โครงการตําง และบูรณาการน าไปสูํการก าหนดแผนปฏิบัติราชการประจ าปี แผนปฏิบัติการ โครงการ กิจกรรม และเปูาหมายที่ชัดเจน มุํงผลสัมฤทธิ์ ในการก าหนดวิสัยทัศน์และคํานิยม ตาม P1(2) KPI ผํานกระบวนการมีสํวนรํวมของบุคลากร ผู๎รับบริการ ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย และเครือขําย รํวมก าหนดยุทธศาสตร์ ประจ าปีของกรมฯ เปูาประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่ท๎าทาย ตัวชี้วัดที่ส าคัญตอบสนองทั้งในระดับกรม ก.สธ. และ ยุทธศาสตร์ชาติ และบรรลุเปูาหมาย“ประชาชนมีความรอบรู๎ด๎านสุขภาพสามารถจัดการสุขภาพตนเองที่ถูกต๎องได๎ และประชาชนได๎รับบริการจากสถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐานและ ปลอดภัย”ตามตัวชี้วัดที่ 7.1-1 ถึง 7.1-9


74 รูปที่ 1.2 ระบบการสื่อสารทิศทางกรม สบส. (2) การส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตามหลักนิติธรรม ความโปร่งใสและความมีจริยธรรม ผู๎บริหารให๎ความส าคัญ กับการน าองค์การอยํางมีธรรมาภิบาล จัดท าแผนการป้องกันการทุจริตและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 –2570) โดยให๎ทุกหนํวยงานของกรมฯ จัดท าแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริตเป็นประจ าทุกปีเพื่อเป็นเครื่องมือที่จะ รับประกันวํา หนํวยงานในสังกัดกรมฯ จะให้บริการแก่ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ปลอดจากการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ใน 3 ประเด็น ได๎แกํ 1) การทุจริตที่เกี่ยวกับการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต 2) การทุจริตของการใช๎อ านาจ ต าแหนํงหน๎าที่ และ 3) การทุจริตการใช๎จํายงบประมาณและการบริหารจัดการทรัพยากรภาครัฐ ซึ่งจะสํงผลตํอภาพลักษณ์ที่ดี ของกรมฯ ท าให๎ประชาชนผู๎รับบริการเกิดการยอมรับและเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของกรมฯ ซึ่งในปี 2565 กรมฯ มีผลการ ประเมินความเชื่อมั่นจากผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการให้บริการของกรมฯ อยูํที่ร้อยละ 85.80กรมฯ ก าหนด มาตรการปูองกันการทุจริตเชิงรุกและแนวทางการสํงเสริมการปฏิบัติปฏิบัติตามหลักนิติธรรม ความโปรํงใส และความมี จริยธรรม เพื่อให๎บุคลากรเกิดความเข๎าใจตรงกัน มีแนวปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เชํน การประกาศเจตนารมณ์ตํอต๎านทุจริต และนโยบายไมํรับของขวัญทุกชนิดจากการปฏิบัติหน๎าที่ (No Gift Policy) การน าหลัก GRD มาใช๎ในการออกกฎหมาย โดยเปิด โอกาสให๎ผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียได๎เข๎ามามีสํวนรํวมในการพิจารณารํางกฎหมายและการท าประชาพิจารณ์ ระบบ รับเรื่องร๎องเรียน (CRM)และในปี2562-ปัจจุบัน กรมฯ ได๎รับรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด๎านการเงิน การคลัง และได๎รับรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ระดับดีจากกรมบัญชีกลาง โดยในปี 2565 กรมฯ ผําน การประเมิน ITA ที่ส านักงาน ป.ป.ช. ก าหนด (ร๎อยละ 85) ด๎วยคะแนน 88.78 คะแนน และมีผลคะแนนอยู่ในระดับ A ซึ่งกรม ฯ ก าหนดเป็นตัวชี้วัดค ารับรองหนํวยงาน พบวําหนํวยงาน ผํานเกณฑ์ ITA ตามเกณฑ์ที่ก าหนด (ร๎อยละ 95) จ านวน 34 หนํวยงาน คิดเป็นร้อยละ 97.14อีกทั้งบุคลากรยังได๎รับการยกยํองจากหนํวยงานภายนอก ได๎แกํ ข๎าราชการพลเรือนดีเดํน นัก บริหารสาธารณสุขดีเดํน รางวัลคนสุจริตของส านักงาน ป.ป.ช. และรางวัลต๎นแบบด๎านความโปรํงใสมาอยํางตํอเนื่อง กรมฯ มี คณะกรรมการสํงเสริมคุณธรรมและคัดเลือกบุคลากรของกรมฯ เพื่อพิจารณารับรางวัลคนดีศรี สบส. และสํงไปคัดเลือกคนดีศรี สาธารณสุขในระดับกระทรวง อีกทั้งผู๎บริหารระดับสูงได๎รับรางวัลด๎านการบริหารและบุคคลต๎นแบบด๎านตํางๆ ในปี 2564 ผู๎บริหารได๎รับโลํเกียรติคุณผู๎สนับสนุนสมาคมเวชศาสตร์ปูองกันและในปี 2565 อธิบดีได๎รับรางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์จุฬา ต๎นแบบแหํงความส าเร็จ ซึ่งแสดงให๎เห็นถึงศักยภาพของผู๎น าองค์กรที่มีความพร๎อมและมีศักยภาพในการน าองค์กร สะท๎อน จากผลลัพธ์ที่ 7.4-1ถึง7.4-8 ข. ระบบการสื่อสารทิศทาง กรม สบส. (3) การสื่อสาร ผู๎บริหารให๎ความส าคัญสูงสุดในการสื่อสารทิศทางองค์การ นโยบาย แผนการด าเนินงานให๎มี ประสิทธิภาพมากขึ้น การประชุมผํานระบบ VDO Conference ส าหรับประชุมผู๎บริหาร ประชุมกรม และการประชุมตําง ๆ สร๎างความเข๎าใจทิศทางบริหารองค์การตรงกัน เพื่อน าไปสูํการปฏิบัติอยํางเป็นรูปธรรมและบรรลุเปูาหมายผํานระบบการน า องค์การ ตามรูปที่ 1.1 กรม สบส. พัฒนาระบบการสื่อสารโดยใช๎เทคโนโลยี ดิจิทัลให๎เหมาะสมกับผู๎รับบริการแตํละกลุํมรวมทั้งประเมินประสิทธิภาพผล การสื่อสาร และถํายทอดทิศทางองค์การเกี่ยวกับระบบบริการสุขภาพและ สุขภาพภาคประชาชน ผํานชํองทางตําง ๆ Smart TVFacebook วารสาร ออนไลน์ SMART Card อสม. เว็บไซต์คลังความรู๎สุขภาพ http://ความรู๎ สุขภาพ.comเป็นต๎น การเลือกใช๎สื่อที่เหมาะสมกับกลุํมเปูาหมาย 4 กลุํม ดังนี้ 1) การสื่อสารกับประชาชนและกลุ่มเสี่ยง ติดตามขําวสารและ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจ า รายงาน สอบถามข๎อมูลการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ รับฟังปัญหาและข๎อ ร๎องเรียน 2) การสื่อสารภายในองค์กรเพื่อให๎บุคลากรเข๎าใจข๎อมูลขําวสารและภัยสุขภาพที่ก าลังเป็นปัญหาส าคัญสามารถน า ข๎อมูลไปเผยแพรํตํอ รวมทั้งนโยบาย จุดเน๎นกิจกรรมความเคลื่อนไหวขององค์กร ได๎แกํ 1.1)การสื่อสารระหวํางผู๎บริหาร ระดับสูงกับทีมน าองค์การ ได๎แกํ อธิบดี รองอธิบดี ผู๎เชี่ยวชาญ หัวหน๎าหนํวยงานทั้งสํวนกลางและสํวนภูมิภาค การสื่อสาร ผํานการประชุมผู๎บริหาร ประชุมติดตามแผนงานและนโยบายเรํงดํวน และการสื่อสารผํานระบบ VDO Conference Line และ


75 รูปที่ 1.3 รางวัลเปิดใจฯ ระดับดีเดํน หนังสือราชการ เพื่อติดตามความก๎าวหน๎าของโครงการที่ส าคัญของกรม มีการประชุมกรมสัญจรเป็นประจ าเดือนในจังหวัดที่ เป็นที่ตั้งของหนํวยงานสํวนภูมิภาค เพื่อติดตาม รายงานผลการด าเนินการ ตรวจเยี่ยม เสริมพลัง และสร๎างความสัมพันธ์ใกล๎ชิด บุคลากรของหนํวยงานที่ตั้งอยูํตํางจังหวัด 1.2) ผู๎บริหารกับบุคลากร แบบออฟไลน์ เชํน หนังสือราชการ บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต๎น และปัจจุบันกรมฯ ได๎เพิ่มชํองทางการสื่อสารแบบออนไลน์ภายในองค์กรผําน HSS Office ในการรับขําวสารตําง ๆ หนังสือราชการที่แจ๎งเวียน สลิปเงินเดือน ฯลฯ 1.3) การประชุมคณะกรรมการและคณะท างานตําง ๆ และสามารถประชุมผําน ระบบ VDO Conference พบวําสามารถลดค่าใช้จ่ายลดลงได้ประมาณ 88,890 บาทต่อครั้งต่อเดือน คิดเป็นงบประมาณที่ ประหยัดได้ 1,066,680 บาทต่อปี3) การสื่อสารของสื่อมวลชน เพื่อให๎เผยแพรํข๎อมูลที่ถูกต๎อง ทันเวลา น าไปใช๎ประโยชน์ได๎ และสร๎างการรับรู๎ให๎ประชาชนในวงกว๎าง 4) การสื่อสารระหว่างองค์กรชํองทางออฟไลน์ เชํน หนังสือ การประชุมตําง ๆ รํวมกับ สสจ. สถานพยาบาล สถานประกอบการ ผู๎รับบริการ ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย และประชาชนทั่วไป เป็นต๎น ชํองทางออนไลน์ เชํน YouTube Facebook Twitter สื่อสารขําวสาร สร๎างความเข๎าใจและความผูกพัน ซึ่งหลังจาก ประเมินพบวําการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารดังกลําวสํงผลท าให๎ผู๎บริหารเข๎าถึงกลุํมเปูาหมาย บุคลากรกรม เครือขํายความรํวมมือเข๎าใจทิศทางของกรมฯ อยํางชัดเจน และมีความผูกพันเพิ่มขึ้น สํงผลให๎ผลการด าเนินการของ สบส. เป็นไปตามเปูาหมาย และสูงกวําคําเปูาหมายตามแผน ยุทธศาสตร์กรมฯ พบวําร๎อยละความส าเร็จในการบรรลุตามแผนปฏิบัติการของกรมฯ ที่มีผลการ ด าเนินการที่ดีขึ้นมาอยํางตํอเนื่อง 3 ปีซ๎อน ร๎อยละ 100 ดังเห็นได๎จากภาพที่ 7.4-9และ7.4-10 ท า ให๎กรม สบส. ได๎รับรางวัลเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ระดับดี 2 ปีซ้อน (2562 -2563) จากส านักงาน ก.พ.ร. และในปี 2565 ได้รับรางวัลเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ระดับดีเด่น ค. พันธกิจและประสิทธิภาพขององค์การ (4) การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อมุ่งความส าเร็จ จากคํานิยม “ส.บ.ส.” ผู๎บริหารได๎ผลักดันให๎บุคลากรทุกคนใช๎เป็น หลักส าคัญทางความคิด น าไปสูํการปฏิบัติจริงอยํางจริงจัง คือ 1) การสร้างบรรยากาศการบริหาร วัฒนธรรมการท างาน เพื่อ ให๎บริการที่ดีแกํผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย การมีสํวนรํวมในการพัฒนา ปรับปรุง และสร๎างวัฒนธรรมในการให๎บริการ ที่มีคุณภาพ ได๎มาตรฐาน และตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการ/ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย การแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ของบุคลากร มีระบบติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ถํายทอดเป็นตัวชี้วัดตามค ารับรองการปฏิบัติราชการลงสูํระดับบุคคล การรายงาน ผลการปฏิบัติราชการ รวมถึงการก ากับระบบการควบคุมภายใน 2) การสร้างบรรยากาศในการพัฒนาบุคลากร มีนโยบายการ บริหารและพัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่มุํงเน๎นให๎เป็นคนเกํง คนดี มีความสุข เปิดโอกาสให๎บุคลากรทุกระดับมีสํวนรํวมและ รับรู๎ในการก าหนดกรอบยุทธศาสตร์ผํานเวทีการประชุมตํางๆ การค๎นหาบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง ตลอดจนให๎ความส าคัญกับ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ 3) การกระจายอ านาจการตัดสินใจ มอบอ านาจให๎หัวหน๎าทุกหนํวยงานในการ บริหารงานและงบประมาณเพื่อให๎เกิดความคลํองตัว การมอบอ านาจให๎ผู๎อ านวยการศบส.ที่1-12 เป็นผู๎อนุญาตสถานประกอบ กิจการดูแลผู๎สูงอายุแบบออนไลน์ สํงผลให๎สามารถให๎บริการได๎ถึง 8,604 ราย และลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 25,812,000 บาท 4) พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานร่วมกับเครือข่ายเชํน การท า MOU ทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาหรือ หนํวยงานตําง ๆ เชํน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล๎าฯ ม.เกษตรศาสตร์ หรือ ม.นเรศวร ในการพัฒนาระบบการให๎บริการ ผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์5) สร้างภาคีเครือข่ายทุกจังหวัดทั่วประเทศ เฝูาระวังสถานพยาบาล/สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และผู๎ให๎บริการที่ไมํได๎มาตรฐาน เชํน การจัดตั้งเครือขํายเฝูาระวัง การจัดตั้งเครือขํายการด าเนินงาน พบวําร๎อยละความส าเร็จ การมีสํวนรํวมกับเครือขํายในการด าเนินงานคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ร๎อยละ 5 บรรลุตามเปูาหมาย 6) การ พัฒนาระบบติดตามประเมินผลแผนงาน/โครงการ การใช๎งบประมาณผ่าน SMART65 การก ากับตัวชี้วัดผํานระบบ HSS Cockpitติดตามผลการด าเนินการ สามารถน าไปแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที แสดงผลลัพธ์ดังภาพตัวชี้วัดที่7.5-1ถึง7.5-4 (5) การท าให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให๎บรรลุเปูาหมายขององค์การ ผู๎บริหารได๎ด าเนินการจัดท าค าขอ งบประมาณ จัดท าแผนปฏิบัติการ การจัดท าค ารับรองการปฏิบัติราชการ และถํายทอดสูํหนํวยงานและบุคคล รวมทั้งก าหนด ตัวชี้วัดที่ส าคัญและติดตามการรายงานผลด าเนินการและการใช๎งบประมาณผํานระบบ SMART 65 และ Cockpit มีการ


76 รูปที่ 1.4 ระบบการก ากับดูแลองค์การที่ดี สบส. วิเคราะห์และน ามาสรุปถอดบทเรียน แผนปฏิบัติที่เป็นเลิศ การสํงเสริมให๎น าไปสร๎างนวัตกรรมและทบทวนกระบวนการท างาน ในหมวด 6 ปรับปรุงมาตรการ/แนวทางโดยพัฒนาระบบ IT มาชํวยในการพัฒนาการปฏิบัติงานและการให๎บริการทั้งในระบบงาน หลักและระบบงานสนับสนุน เพื่อให๎เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสะท๎อนผลการด าเนินการในตัวชี้วัดภาพที่ 7.6-1ถึง7.6- 6สํงผลให๎ในปี 2564 กรมฯ ได้รับรางวัลPMQA หมวด 1 การน าองค์การและความรับผิดชอบต่อสังคม และในปี 2565 รางวัลยกระดับอ านวยความสะดวกในการให้บริการ ระดับดีเด่น 1.2. การก ากับดูแลองค์กรและการสร้างคุณูปการต่อสังคม ก. การก ากับดูแลองค์การ (6) ระบบการก ากับดูแลองค์การ กรมฯ ด าเนินการภายใต๎การ ก ากับดูแลของหนํวยงานภายนอก เชํน สนง.คณะกรรมการกฤษฎีกา สงป. กรมบัญชีกลาง ส านักงาน ก.พ. ส านักงาน ก.พ.ร. สตง. ป.ป.ท. เป็นต๎น สํงเสริม สนับสนุนและเน๎นย้ าให๎เจ๎าหน๎าที่ทุกระดับปฏิบัติงานตาม กฎระเบียบ ดังนี้ 1) มีกลุ่มงานจริยธรรม โดยมีรองอธิบดีเป็นหัวหน๎ากลุํม ฯ 2) ศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการสํงเสริมคุณธรรมภายในองค์กร3)ทบทวน และจัดท าแผนปฏิบัติการและก ากับติดตามประเมินผล 4) ทบทวนและ จัดท าประกาศการแสดงเจตจ านงสุจริต เสริมสร๎างคุณธรรม และความ โปรํงใสในการบริหารงาน 5) สื่อสารถ่ายทอดสู่การปฏิบัติให๎กับหนํวยงานผํานชํองทางตําง ๆ 6) ก ากับ ติดตามผลการ ด าเนินงาน และการใช๎จํายงบประมาณโดยเน๎นความโปรํงใส คุ๎มคําตํอภารกิจของกรมฯ รวมทั้งเรํงรัดการใช๎จํายงบประมาณตาม กรอบระยะเวลาในการประชุมกรม ฯ อยํางสม่ าเสมอ และมีระบบการก ากับดูแลองค์การให๎ครอบคลุมการด าเนินงาน 3 ด๎าน ได๎แกํ 1) ด้านความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติงาน ยึดพันธกิจ แผนงาน/โครงการ และตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานเพื่อก ากับการ ปฏิบัติงาน โดยผู๎บริหารรํวมจัดท าพร๎อมทั้งสื่อสารแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ ตลอดจนก าหนดแนวทางในการก ากับ ติดตาม ประเมินผลผํานการจัดท าค ารับรองการปฏิบัติราชการในทุกระดับ มีการถํายทอดตัวชี้วัดและคําเปูาหมาย มีการปรับ โครงสร๎างการบริหารและการท างาน อธิบดีได๎มีค าสั่งการมอบอ านาจให๎รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีในการบริหารงาน งบประมาณและการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังได๎กระจายอ านาจไปยังหัวหน๎าหนํวยงาน เชํน มอบอ านาจให๎ผู๎อ านวยการ ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพเป็นผู๎อนุญาตในการตํออายุและช าระคําธรรมเนียมราบปีของสถานพยาบาลผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ สํงผลให๎มีผู๎รับบริการมากกวํา 23,000 ราย การบริหารจัดการเป็นไปอยํางรวดเร็ว ทันตํอสถานการณ์ ลดขั้นตอน พร๎อมทั้ง ก ากับ ติดตามและประเมินผล 2) ด้านความรับผิดชอบด้านการเงิน ติดตามการรายงานและบริหารผลงานและงบประมาณของ ทุกหนํวยงานผํานระบบบริหารแผนงานและงบประมาณ (SMART65) และ GFMIS ในการประชุมผู๎บริหารทุกเดือน ก าหนดวาระ การประชุมติดตามการเบิกจํายงบประมาณ หากยังไมํถึงเปูาหมายให๎หัวหน๎าหนํวยงานชี้แจงและรํวมกันก าหนดแนวทางการ เรํงรัด เพื่อให๎ผลการเบิกจํายให๎เป็นไปตามเปูาหมาย และด าเนินงานตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ๎างจัดจ๎างฯ พ.ศ. 2560 ได๎มอบรอง อธิบดีก ากับติดตามการใช๎งบประมาณ และมีกลุํมแผนงานท าหน๎าที่ในการจัดท าแผนงาน แผนงบประมาณ ติดตามประเมินผล ตามแผน และ 3) ด้านการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ กลุํมงานจริยธรรม ท าหน๎าที่สํงเสริมด๎านคุณธรรมจริยธรรม และปูองกันการทุจริต และมีการรายงานการเงิน Risk Management การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน สํงผลให๎ หนํวยงานรับตรวจตามแผนการตรวจสอบที่น าผลการตรวจสอบไปใช๎ปรับปรุงการด าเนินงานได๎ร๎อยละ 100 มาอยํางตํอเนื่อง 3 ปีซ๎อน และมีการแตํงตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการชุดตําง ๆ เพื่อพิจารณาข๎อเท็จจริงและลงโทษผู๎กระท าความผิด พร๎อม ทั้งจัดท าคูํมือตําง ๆ เชํน คูํมือมาตรฐานการปฏิบัติงาน คูํมือส าหรับประชาชนแบบ Info Graphicในระบบกลางของประเทศ คูํมือจรรยาข๎าราชการกรมฯ คูํมือปูองกันผลประโยชน์ทับซ๎อน เพื่อใช๎เป็นแนวทางให๎บุคลากรยึดถือปฏิบัติได๎อยํางถูกต๎อง และจัดท าแผนการปูองกันการทุจริตและสํงเสริมคุณธรรมจริยธรรม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 -2570) สร๎างจิตส านึก ปลูกฝัง ความซื่อสัตย์สุจริต และสร๎างกลไกปูองกันการทุจริต รวมถึงสร๎างความตระหนักรู๎และทัศนคติเชิงบวกแกํบุคลากรในการ ปฏิบัติหน๎าที่อยํางมีธรรมาภิบาล โปรํงใส ปราศจากการทุจริต นอกจากนี้ยังมีศูนย์รับเรื่องร๎องเรียน (ส าหรับประชาชน) เพื่อ


77 รูปที่ 1.5 การติดตาม ประเมินระบบธรรมาภิบาล เป็นการอ านวยความสะดวกและลดคําใช๎จํายตําง ๆ ประชาชนสามารถร๎องเรียน/แจ๎งเบาะแส ได๎หลายชํองทาง เชํน เว็บไซต์ โทรศัพท์ อีเมล์ Walk-in เป็นต๎น (7) การประเมินผลการด าเนินการ ผู๎บริหารได๎ก าหนดตัวชี้วัดส าคัญที่เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ จัดท าข๎อตกลงการปฏิบัติงาน เพื่อใช๎ติดตามความก๎าวหน๎าของแผนปฏิบัติการให๎บรรลุเปูาหมายกรม มีการถํายทอดตัวชี้วัด ค ารับรองสูํระดับหนํวยงานและบุคคล จัดสรรทรัพยากรให๎เพียงพอ โดยผู๎บริหารมีการก าหนดแนวทางการก ากับติดตาม วัดผลการด าเนินการ ได๎แกํ 1) การประชุมผู๎บริหารระดับสูงและทีมน าองค์การทุกสัปดาห์ 2) การประชุมผู๎บริหารสํวนกลาง 2 ครั้งตํอเดือน 3) การประชุมกรมฯ ทุกเดือนผํานระบบ VDO Conference 4) การประชุมคณะกรรมการติดตามผลการ ด าเนินการ 5) การตรวจราชการและนิเทศงาน 6) การประชุมกรม สบส. สัญจร ทุกเดือน 7) พัฒนาระบบการรายงานผลการด าเนินการและงบประมาณผําน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถก ากับการด าเนินงานตามแผน ติดตามการใช๎ งบประมาณผํานระบบ SMART 65 รวมทั้งเรํงรัดการใช๎จํายงบประมาณตาม กรอบระยะเวลา มีการวิเคราะห์และติดตามประเมินผลโดยใช๎ AAR และ PDCA สํงผลให๎ผลการด าเนินการของกรมบรรลุตามเปูาหมายที่ตั้งไว๎ และเกิดองค์ ความรู๎ในการพัฒนางาน หากพบวําผลการด าเนินการไมํเป็นไปตามเปูาหมาย ผู๎บริหารจะให๎ความส าคัญ เรํงรัด ก ากับ ติดตามอยํางใกล๎ชิดทุกสัปดาห์ผําน ที่ประชุมผู๎บริหาร และน าผลการด าเนินงานประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของหัวหน๎าหนํวยและบุคลากรตาม แนวทางที่ส านักงาน ก.พ. ก าหนด เชื่อมโยงกับขึ้นเงินเดือน รอบ 6 และ 12 เดือน ผู๎บริหารให๎ความส าคัญกับการเบิกจําย งบประมาณผําน SMART 65 และ GFMIS ก าหนดมาตรการเรํงรัดการใช๎จํายงบประมาณ เชํน งบลงทุนทั้งหมดต๎องตกลงราคา ให๎แล๎วเสร็จภายในไตรมาสแรก งบฝึกอบรมต๎องด าเนินการให๎แล๎วเสร็จภายในไตรมาสที่สอง ทุกหนํวยงานจัดท าแผนการใช๎ งบประมาณเป็นรายเดือนผํานระบบภายในวันที่ 25 ของทุกเดือนผํานระบบ SMART นอกจากนี้ กรมฯ มีการยกยํองชมเชยให๎ รางวัลแกํบุคลากร ทั้งในระดับหนํวยงานและระดับบุคคล โดยเชื่อมโยงกับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานและพฤติกรรม การปฏิบัติราชการมาเป็นแรงจูงใจให๎บุคลากรปฏิบัติงานอยํางมีประสิทธิภาพ โดยมีการให๎รางวัล ซึ่งที่ผํานมาผู๎บริการกรมฯ ได๎ก าหนดเกณฑ์ในการจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษให๎แกํหนํวยงานที่มีผลการปฏิบัติงานตามค ารับรอง โดยหนํวยงานที่มีคะแนน 3 ล าดับแรก จะได๎รับเงินเพิ่มพิเศษให๎หนํวยงานน าไปจัดสรรเพิ่มให๎บุคลากรของหนํวยงาน และมีการประกาศเกียรติคุณในที่ ประชุมตามวาระตําง ๆ สํงผลให๎กรมได๎รับรางวัลประกาศเกียรติคุณด๎านการเงินการคลัง จากกรมบัญชีกลาง2 ปีซ๎อน (ปี 2561-2562) ข. การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและอย่างมีจริยธรรม (8) การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ กรมฯ มีวิเคราะห์ผลกระทบทางลบจากการด าเนินงานตาม ภารกิจหลัก และจากการบังคับใช๎กฎหมายที่อยูํในความรับผิดชอบรวมทั้งที่เกี่ยวข๎อง โดยผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได๎ในแตํ ละกระบวนงาน เชํน พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 มีการแตํงตั้งคณะอนุกรรมการและคณะท างานใน การศึกษาวิเคราะห์ รวมทั้งเปิดเวทีเพื่อรับฟังข๎อคิดเห็นจากผู๎มีสํวนได๎เสียทุกกลุํมกํอนที่จะออกมาตรการด าเนินการตาม กฎหมาย และจัดให๎มีการรายงานผลในการประชุมคณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ปลัด ก.สธ. เป็นประธาน) ทราบและพิจารณาทุกเดือน ถึงผลการด าเนินการทั้งผลดีและผลกระทบจากการด าเนินการตาม พ.ร.บ.ดังกลําว ท าให๎สถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพมีคุณภาพมาตรฐานมากขึ้น มีมาตรการสํงเสริมศักยภาพพนักงานเจ๎าหน๎าที่ ผู๎ประกอบการทั่ว ประเทศให๎มีความรู๎ความเข๎าใจและปฏิบัติตามกฎหมาย ผู๎ให๎บริการและผู๎ด าเนินการมีคุณภาพมาตรฐาน โดยการพัฒนา หลักสูตรกลางและขึ้นทะเบียน มีการตรวจประเมินมาตรฐานกํอนและหลังอนุญาต ด๎านการสํงเสริมและพัฒนาให๎ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ อาจจะเกิดผลกระทบได๎ในหลาย ๆ ด๎าน เชํน คํารักษาพยาบาลโรงพยาบาลเอกชนสูง จนไมํ สามารถใช๎บริการได๎ และอาจจะมีผู๎ปุวยโรคร๎ายแรงเข๎ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้น ท าให๎มาใช๎ทรัพยากรหรือเงินทุนการรักษา ของคนไทยในการให๎บริการ เป็นต๎น กรมฯได๎ก าหนดมาตรการคือ การออกกฎหมาย/ระเบียบในการควบคุมคํายาและคํา


78 รักษาพยาบาลให๎มีมาตรฐานกลางทั้งประเทศ การสร๎างมาตรการรองรับและเข๎มงวดกับประเภทของผู๎ปุวย ส าหรับด๎านสุขภาพ ภาคประชาชนได๎ด าเนินการสํงเสริมเสริมการมีสํวนรํวมของประชาชนและเครือขํายองค์กร อสม. อาจจะเกิดผลกระทบ เกี่ยวกับการใช๎เครือขํายองค์กร อสม. ในการหาประโยชน์สํวนตนหรือพวกพ๎อง และมีการใช๎บทบาทของผู๎น าองค์กร อสม. ใน การหาผลประโยชน์ มาตรการ คือการพัฒนาความรู๎ความสามารถด๎านการพิทักษ์สิทธิและเฝูาระวังการปูองกันการทุจริตใน ชุมชน การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการเรื่องร๎องทุกข์และคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านบริการสุขภาพ พัฒนาระบบการเฝูาระวัง แจ๎ง เบาะการท างานเป็นเครือขํายในการเฝูาระวัง ติดตาม ปูองกันไมํให๎เกิดผลกระทบเชิงลบในวงกว๎าง ได๎แกํ การแจ๎งเบาะแสผําน เครือขําย สสจ. ศบส.ที่ 1-12 เขตสุขภาพ ภาคประชาชน อสม.จิตอาสา และสมาคมคลินิก สํงผลให๎สามารถจัดการข๎อร๎องเรียน ของผู๎บริโภคด๎านระบบริการสุขภาพได๎รับการแก๎ไขจนได๎ข๎อยุติ ร๎อยละ 100 ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.4-5 นอกจากนี้ ผู๎บริหารให๎ นโยบายและเน๎นย้ าให๎ผู๎บริหารทุกกระดับสํงเสริม ก ากับให๎บุคลากรปฏิบัติงานตามกฎ ระเบียบและข๎อบังคับที่เกี่ยวข๎อง เครํงครัด รวมทั้งมีการก ากับติดตามอยํางสม่ าเสมอ (9) การประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม กลุํมงานจริยธรรม เป็นหนํวยงานที่ท าหน๎าที่ในการสํงเสริมคุณธรรม จริยธรรมและสร๎างความโปรํงใส และด าเนินการเกี่ยวกับการปูองกันการทุจริต สํงเสริมคุณธรรม จริยธรรม แผนการปูองกัน การทุจริตและประพฤติมิชอบ ได๎จัดท าแผนที่สอดคล๎องกับยุทธศาสตร์ชาติวําด๎วยการปูองกันการปราบปรามการทุจริต ภาครัฐ และนโยบายของรัฐที่เกี่ยวข๎อง ด าเนินการเกี่ยวกับข๎อร๎องเรียนการทุจริต การปฏิบัติหรือการละเว๎นการปฏิบัติหน๎าที่ โดยมิชอบของเจ๎าหน๎าที่ของกรมฯ คุ๎มครองจริยธรรมตาม ป.จริยธรรมข๎าราชการพลเรือน มีระบบการรายงานผลการ ด าเนินการที่ชัดเจน เชํน จัดท าคูํมือขั้นตอนการด าเนินการจัดซื้อจัดจ๎าง ประชาสัมพันธ์รณรงค์ตํอต๎านการทุจริต จัดอบรม สํงเสริมการปฏิบัติงานด๎วยความโปรํงใสภายโครงการตําง ๆ เชํน การอบรมข๎าราชการที่ดีให๎กับบุคลากรใหมํ การพัฒนาและ การจัดท าแผนบริหารความเสี่ยงทางทุจริต รวมถึงมีการจัดท าคูํมือสํงเสริมการปฏิบัติงานเพื่อปูองกันผลประโยชน์ทับซ๎อน เป็นต๎น และในด๎านการประพฤติปฏิบัติอยํางมีจริยธรรมคุณธรรม ผู๎บริหารเป็นผู๎น าในการจัดท าประกาศเจตจ านงสุจริต ประกาศจรรยาบรรณของข๎าราชการ สบส. เข๎ารํวมคณะกรรมการตําง ๆ ก าหนดข๎อห๎าม และข๎อควรปฏิบัติในการปฏิบัติตน เชํน การงดรับของขวัญและของก านัลตําง ๆ ในการให๎บริการ ติดประกาศที่ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพและหนํวยงานที่ ให๎บริการตําง ๆ เพื่อให๎มั่นใจได๎วําการปฏิบัติงานและการให๎บริการของกรมฯ กิจกรรมจิตอาสาตําง ๆ ผู๎บริหารเป็นผู๎น าใน การท าบุญตักบาตรตามวันส าคัญทางศาสนาตําง ๆ การจัดท าพิธีแหํเทียนในวันเข๎าพรรษา ทอดกฐิน ผ๎าปุาสามัคคี เป็นต๎น นอกจากนี้ยังมีการจัดท าข้อก าหนดจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในสังกัดกรม สบส. พ.ศ. 2566เพื่อให้หน่วยงานใช้เป็น แนวทางในการปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ที่ต้องยึดถือปฏิบัติและก าหนดเป็นตัวชี้วัดในค ารับรองของหนํวยงานฯ ดังตัวชี้วัด ที่ 7.4-6 ท าให๎กรมฯ มีคะแนนการสร๎างความโปรํงใสสูงขึ้นอยํางตํอเนื่อง ผลลัพธ์ตามภาพที่ 7.4-1 ท าให๎กรมฯ ได๎รับประกาศ เกียรติคุณและโลํรางวัลจากส านักงาน ป.ป.ท. และได๎รับโลํจากกระทรวงสาธารณสุขในปี2563-2565 ในด๎านการประพฤติ ปฏิบัติอยํางมีจริยธรรมคุณธรรม ค. การสร้างคุณูปการต่อสังคม (10) ความผาสุกของสังคม ผู๎บริหารกรมฯ ได๎ตระหนักถึงความผาสุกของสังคมและชุมชนโดยได๎ก าหนดทิศ ทางการบริหารองค์การไว๎อยํางชัดเจนวําการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพตามวิสัยทัศน์ ผลลัพธ์ คือ ผู๎รับบริการปลอดภัยมั่นใจในเรื่องของระบบการให๎บริการโดยให๎ความส าคัญไปที่ 1) สุขภาพของผู๎รับบริการ และประชาชน โดยมีการสํงเสริม ก ากับมาตรฐานของสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ให๎มีคุณภาพ ปลอดภัย ได๎มาตรฐาน 2) การสํงเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ครัวเรือนและชุมชน สํงเสริมและยกระดับบริการด๎านสุขภาพ ประเภทตําง ๆ ให๎ได๎มาตรฐานอีกทั้งสํงเสริมในเรื่องผลิตภัณฑ์ด๎านสุขภาพจ าหนํายและแขํงขันกับตํางประเทศได๎ การ สํงเสริมอุตสาหกรรมด๎านระบบบริการสุขภาพเพื่อสร๎างรายได๎ให๎กับสังคมชุมชนและประเทศ 3) สิ่งแวดล๎อม โดยพัฒนา มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 9 ด๎าน เพื่อให๎สถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ได๎มาตรฐาน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ให๎บริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สะท๎อนที่ผลลัพธ์ภาพที่ 7.1-1 ถึง 7.1-4 ซึ่ง สถานพยาบาลเหลํานี้จะต๎องปฏิบัติตามกฎหมายที่ก าหนดอยํางเครํงครัด และไมํกํอให๎เกิดมลพิษตํอสิ่งแวดล๎อม 7.1-8 และ


79 รูปที่ 2.1 แผนที่ยุทธศาสตร์ กรม สบส. 7.1-9 นอกจากนี้ กรมฯ มีการด าเนินการ ก ากับ ตรวจจับคลินิกเถื่อน ผู๎ให๎บริการที่ไมํมีใบประกอบวิชาชีพ การให๎บริการ สุขภาพที่ผิดกฎหมาย ผู๎บริหารได๎ให๎ความส าคัญและเข๎ารํวมในการตรวจจับสถานพยาบาล สถานประกอบการตํางๆ เพื่อให๎ ประชาชนได๎รับบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย อีกทั้ง กรมฯ มีการก าหนดมาตรฐาน เรื่อง การบ าบัดน้ าเสียของ สถานพยาบาลภาครัฐให๎ได๎มาตรฐาน เพื่อปูองกันการสร๎างมลพิษกับสิ่งแวดล๎อมและชุมชน มีการก าหนดเป็นตัวชี้วัดใน โครงการตํางๆในเรื่องของการก ากับมาตรฐานของ สบส. สํงผลให๎ประชาชนมีความมั่นใจในการให๎บริการในภาพรวมของกมฯ ดังสะท๎อนตัวชี้วัดภาพที่ 7.2-1 7.2-2 และ 7.2-4 (11) การสนับสนุนชุมชน กรม สบส. ก าหนดชุมชนที่ส าคัญ สํงเสริม สนับสนุนการสร๎างความเข๎มแข็งให๎กับชุมชน ที่ส าคัญ เพื่อให๎เป็นต๎นแบบด๎านสุขภาวะที่ดีของชุมชน มีหลักเกณฑ์การก าหนดชุมชนที่ส าคัญ ดังนี้ 1) ชุมชนที่อยูํโดยรอบ ส านักงาน ซึ่งมีการสร๎างเครือขํายความรํวมมือกับชุมชนในการสร๎างความตระหนักในเรื่องของการดูแลสุขภาพตนเอง ผู๎สูงอายุ และการสร๎างชุมชนที่เข๎มแข็ง 2) ชุมชนมีความเสี่ยงได๎รับผลกระทบด๎านสิ่งแวดล๎อม เชํน ชุมชนที่อยูํใกล๎ สถานพยาบาล กรมฯ ได๎ด าเนินการสนับสนุนชุมชนให๎มีความเข๎มแข็ง เริ่มจากการน าข๎อมูลจากแหลํงตํางๆ ได๎แกํ ข๎อเสนอแนะ ข๎อร๎องเรียน นโยบายของกรม จัดเป็นแนวทางการด าเนินงานให๎แกํชุมชน กรมฯ ได๎ด าเนินการและผู๎บริหารได๎ เข๎ามามีสํวนรํวม เชํน โครงการ 3 หมอ โดยมีหมอใกล๎ตัว คือ อสม. หมอประจ าบ๎าน (1 : 20 หลังคาเรือน) ดังผลลัพธ์ที่ 7.1-4 การจัดกิจกรรมในพื้นที่ โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู๎สูงอายุในชุมชนแบบไร๎รอยตํอ พัฒนาศักยภาพผู๎ดูแลสูงอายุใน ครอบครัวเพื่อการดูแลผู๎ปุวยติดเตียงที่มีประสิทธิภาพ โครงการชุมชนสร๎างสุข เพื่อให๎ประชาชนในแถบบริเวณใกล๎เคียงกรมฯ โดยมี อสม. และ อสค. เป็นตัวแทนแกนน าด๎านสุขภาพ ส ารวจ รวบรวมข๎อมูลทางด๎านสุขภาพของประชาชนและสภาพชุมชน น ามาวางแผนงานให๎สอดคล๎องกับพื้นที่นั้น เชํน การให๎ความรู๎การดูแลรักษาโรคพยาธิใบไม๎ในตับในพื้นที่ภาคอีสาน ดัง ผลลัพธ์ที่ 7.6-10 และ 7.6-11 และการพัฒนาชุมชนวัดพุทธปัญญา เป็นชุมชนที่อยูํใกล๎กรม สบส. และมีวัดเป็นศูนย์กลาง ของการรํวมมือรํวมใจของชุมชน พัฒนาพื้นที่ปลอดยาเสพติดและบุหรี่ การท าบุญรํวมกันในเทศกาลทางศาสนา เชํน งาน เข๎าพรรษา ทอดกฐิน/ผ๎าปุา การท าความสะอาดชุมชนและวัดรํวมกับประชาชน ซึ่งจัดเป็นประจ าทุกปี และเมื่อได๎ด าเนินการ กิจกรรมตํางๆ ผู๎รับผิดชอบ ติดตามประเมินผลจากการสอบถามผู๎เข๎ารํวมกิจกรรม ผู๎แทนชุมชน เพื่อน าไปปรับปรุง กระบวนการและกิจกรรมให๎มีความเหมาะสมมากขึ้นในครั้งตํอไป หมวด 2 การวางแผนยุทธศาสตร์และการน าไปสู่การปฏิบัติ 2.1 การจัดท ายุทธศาสตร์ ก. กระบวนการจัดท ายุทธศาสตร์ (1) กระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์ กรม สบส. ให๎ความส าคัญตํอกระบวนการก าหนดทิศทางและนโยบายของ องค์การ ทบทวนและก าหนดวิสัยทัศน์ มาตั้งแตํปี 2545ถึงปัจจุบัน ภายใต๎ระบบการน าองค์การ ก าหนดทิศทาง วางแผน ยุทธศาสตร์ และถํายทอดสูํการปฏิบัติ ผู๎บริหารได๎รํวมกันก าหนดทิศทางองค์การด๎วยวิธีการระดมสมองรํวมกับ บุคลากร ผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียหลัก น าความต๎องการความคาดหวัง ปัญหาและข๎อเสนอแนะ มาวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อก าหนดทิศทางของกรมฯ เป็นประจ าทุกปี เพื่อเป็นปัจจัยน าเข๎าในการจัดท าแผนยุทธศาสตร์กรมฯ 20 ปี ให๎สอดรับกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ด๎านสาธารณสุข) ภายใต๎หลักการ Retreat โดยมีเปูาหมาย “ประชาชนสุขภาพดี เจ๎าหน๎าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” ซึ่งมีเชื่อมโยงและสอดคล๎องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแหํงชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) วิสัยทัศน์ เปูาประสงค์ระยะ สั้นและระยะยาว คํานิยม กลยุทธ์และเปูาหมายการด าเนินงานที่คาดหวัง โดยคาดการณ์และประเมินความพร๎อมของทรัพยากร เพื่อก าหนดทิศทาง และจุดหมายที่ต๎องการส าเร็จในอนาคต จากพันธกิจที่ได๎รับมอบหมาย ตาม P1 (2) จึงได๎ทบทวนและจัดท าแผนยุทธศาสตร์กรม สบส. ระยะ 20 ปี แผนยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ.2560-2569) และแผนปฏิบัติ ราชการกรมฯ พ.ศ. 2566-25670 เป็นกรอบในการขับเคลื่อนภารกิจตาม


80 รูปที่ 2.2 การวิเคราะห์และทบทวนยุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการตําง ๆ น าไปสูํการก าหนดแผนปฏิบัติราชการประจ าปี แผนปฏิบัติการ โครงการ และกิจกรรม ในการ ก าหนดวิสัยทัศน์และคํานิยม ตาม P1(2) ก าหนด KPI ผํานกระบวนการมีสํวนรํวมของบุคลากรทุกระดับ รวมทั้งผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย อาทิ สสจ. ผู๎ประกอบการ เครือขํายรํวมในการก าหนดยุทธศาสตร์ประจ าปีของ การสร๎างบรรยากาศ โดยผู๎บริหารรํวมกันก าหนดยุทธศาสตร์ เปูาประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่ท๎าทาย ตัวชี้วัดที่ส าคัญตอบสนองทั้งในระดับกรมฯ และกระทรวงสาธารณสุข การเชื่อมโยงแผนบูรณาการกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง การปรับโครงสร๎างภายใน การจัดกลุํมภารกิจ (Cluster) สนับสนุนหนํวยบริการสุขภาพในทุกระดับให๎มีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของประชาชน และพัฒนาระบบ บริหารจัดการระบบบริการสุขภาพ และการคุ๎มครองประชาชนด๎านบริการสุขภาพ ท าให๎ประชาชนมีสุขภาพที่ดี พิทักษ์สิทธิ และเข๎าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย (2) นวัตกรรม ภายใต๎กระบวนการจัดท ายุทธศาสตร์ กรมฯ ให๎ความส าคัญกับการสร๎างและขับเคลื่อนนวัตกรรม โดยในแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาองค์กรให๎เป็นองค์กรสมรรถนะสูงตามหลักธรรมาภิบาล มีเปูาประสงค์คือ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ขับเคลื่อนในเชิงยุทธศาสตร์ กรมฯ มีศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน 5 แหํง ขับเคลื่อน ส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนการท างานของภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่การท าแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการความรู๎ วิจัย และนวัตกรรมขึ้น ใช้กระบวนการจัดการความรู้ KM HSS อย่างเป็นระบบ ขับเคลื่อนนโยบายสูํการวางกรอบแผนงาน/ โครงการ นอกเหนืองานประจ า บรรลุ Goal SO และ KPI ที่ระดับหนํวยงานน าไปสูํการจัดท าแผนปฏิบัติการของหนํวยงาน และถํายทอดสูํบุคลากรค ารับรองการปฏิบัติราชการระดับหนํวยงานและระดับบุคคล จัดท าแผนงานโครงการให๎มีความ ครอบคลุมความต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียที่ส าคัญอยํางสมดุล ทั้งทางด๎านพันธกิจ การปฏิบัติการ รับ ฟังความคิดเห็นตํอยุทธศาสตร์ของบุคคลภายในและภายนอกกรมฯ บรรลุเปูาหมายสูงสุด ประชาชนมีความรู๎ด๎านสุขภาพ จัดการสุขภาพที่ถูกต๎องได๎ และได๎รับบริการจากสถานบริการสุขภาพ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย การสร๎างฐานข๎อมูลกลางระดับกรมเชื่อมโยงกับกระทรวง/หนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง เพื่อเป็นข๎อมูลในการพัฒนาระบบการ ให๎บริการ การเฝูาระวัง การคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ และระบบสุขภาพภาคประชาชน ดังผลลัพธ์ภาพที่7.5- 5 และ 7.6-6 สํงผลให๎ชุดข๎อมูลที่สามารถเชื่อมตํอกับสํวนรางการอื่นได๎ถึงร๎อยละ 90 เชํน ระบบการตรวจสอบแพทย์เชื่อมกับ ข๎อมูลแพทยสภางานบริการบน Application “ทางรัฐ” อาทิ กิจการดูแลผู๎สูงอายุ การตรวจสอบสถานพยาบาล การปรับ รูปแบบการบริหารจัดการองค์กรให๎เข๎าสูํระบบดิจิทัล จัดท าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัล ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2564 –2568 ตามนโยบายการด าเนินงานกรมฯ ในการพัฒนาองค์การสูํการเป็น Digital Department การท างานเชิงรุก ปรับ Mindset บุคลากร สร๎างแนวคิดและนวัตกรรมใหมํตอบสนองทั้ง 3 ยุทธศาสตร์กรมฯ ยกระดับการเป็นศูนย์กลางสุขภาพด๎านสุขภาพ สร๎างมูลคําเพิ่มให๎กับประเทศไทย พัฒนาและยกระดับศักยภาพของบุคลากร เทคโนโลยี และพัฒนากฎหมาย เกิดเป็น นวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับระบบบริการสุขภาพของไทยได๎แกํ การรายงานผลการปฏิบัติงาน อสม. ผําน Dashboard อสม. ปลดล็อคกฎหมาย ยกระดับการให๎บริการผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) การออกแบบสถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM) และศูนย์ความเป็นเลิศเวชศาสตร์จีโนม ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.7.6-1ถึง 7.6-3 (3) การวิเคราะห์และก าหนดยุทธศาสตร์ กรมฯ ได๎ทบทวนภารกิจ ปรับยุทธศาสตร์และทิศทางในการท างานของ กรมฯ ผํานแผนยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2560-2569) โดยปรับเกณฑ์การประเมินผลตัวชี้วัดต่าง ๆ ให้มีความท้าทาย และชัดเจน วัดผลลัพธ์ที่สุขภาพประชาชนเป็นหลักวําดีขึ้น อยํางไร ซึ่งในปี 2565 พบวํา ร๎อยละของประชาชนวัยเด็กและวัย ท างาน มีศักยภาพในการจัดการสุขภาพตนเอง ร๎อยละ 84.27 ดัง ผลลัพธ์ที่ 7.1-4 และ 7.1-6 วิเคราะห์และก าหนดยุทธศาสตร์ โดย อาศัยข๎อมูลเชิงยุทธศาสตร์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ประกอบ กับข๎อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ พิจารณางบประมาณ รายจํายประจ าปี และข๎อสังเกตของคณะกรรมการพัฒนาระบบ


81 ราชการ ตลอดจนสารสนเทศที่เกี่ยวข๎อง เพื่อน าไปวิเคราะห์ปัจจัยส าคัญต่อการจัดท ายุทธศาสตร์ปรับวิธีการบริหาร จัดการระบบบริการสุขภาพให๎เหมาะสม ก าหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์กรมฯ เพื่อให๎ประชาชนได๎รับบริการสุขภาพที่มี มาตรฐาน มีคุณภาพ ปลอดภัย สมประโยชน์ มีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองด๎านสุขภาพได๎อยํางยั่งยืน และเพื่อแก๎ไขปัญหา ด๎านระบบสุขภาพและการเข๎าถึงระบบสุขภาพอยํางเทําเทียมกัน นอกจากนี้กรมฯ น าความได้เปรียบและความท้าทายเชิง ยุทธศาสตร์กรมฯ เป็นองค์กรเดียวในการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพภาคประชาชนของ ประเทศไทย มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด๎านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ สร๎างเครือขํายการมีสํวนรํวมของประชาชน รวมถึงทิศทางนโยบายรัฐบาลสนับสนุน กระแสความต๎องการการแพทย์เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาสุขภาพจากการท างานมากขึ้น การ ก๎าวเข๎าสูํสังคมผู๎สูงอายุ มีภาคีเครือขํายระดับชาติและพื้นที่เข๎มแข็ง โดยขับเคลื่อนผ่านการสร้างและพัฒนาเครือข่ายแกน น าวัยเด็ก (ยุว อสม.) แกนน าวัยท างาน (อสม.) และอสค. ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และน าความท๎าท๎ายเชิงยุทธศาสตร์ มาก าหนดเป็นกลยุทธ์ของกรมฯ เตรียมบุคลากรให๎พร๎อมและเพียงพอตํอการบรรลุผลส าเร็จ ก าหนดตัวชี้วัดและคําเปูาหมาย เพื่อวัดความส าเร็จของเปูาประสงค์ในแตํละปี ในการวางแผนยุทธศาสตร์กรมฯ ให๎ความส าคัญกับ 1) ความท๎าทายและความ ได๎เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในด๎านพันธกิจ ปฏิบัติการ บุคลากร และสังคม ความเสี่ยงที่คุกคามตํอความยั่งยืนขององค์การที่ ส าคัญ 2) จุดบอดที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์และสารสนเทศที่ส าคัญ ได๎แกํ การใช๎ประโยชน์จากข๎อมูล ขนาดใหญํ (Big Data) ที่น ามาก าหนดเป็นสมรรถนะหลักขององค์กรในอนาคต วิเคราะห์ข๎อมูลและสารสนเทศการคุ๎มครอง ผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ระบบสุขภาพภาคประชาชน และ 3) ความสามารถขององค์การในการน าแผนยุทธศาสตร์ ไปสูํการปฏิบัติ ทั้งในด๎านการจัดท าแผนปฏิบัติราชการ การถํายทอดสูํการปฏิบัติ และการคาดการณ์ผลการด าเนินการ กรมฯ ได๎ก าหนดแนวทางเพื่อรองรับความท๎าทายเชิงยุทธศาสตร์ P(12) และลดความเสี่ยงที่คุกคามองค์การ ลดจุดบอดที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งใช๎ประโยชน์จากความได๎เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ตลอดจนการน ายุทธศาสตร์ไปปฏิบัติให๎เกิดประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลสูงสุดอีกทั้ง กรมฯ จัดท าแผนบริหารความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ รองรับการปรับเปลี่ยนจากปัจจัยภายนอกผําน การก าหนดแนวทางการด าเนินงาน เชํน แตํงตั้งคณะท างาน ทบทวนแนวทางการจัดการประเด็นความเสี่ยงส าคัญ จัดท า มาตรการจัดการประเด็นความเสี่ยงส าคัญ สรุปบทเรียนและหามาตรการจัดการเพิ่มเติมในการด าเนินการในปีตํอไป เชํน การ เตรียมพร๎อมจัดการความเปลี่ยนแปลงที่กระทบการด าเนินงานจากปัจจัยภายนอก วางแผนบริหารความเสี่ยงและควบคุม ภายในทั้งองค์กร จุดบอดในกระบวนการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ คือ การด าเนินงานภายใต้กฎหมายวําด๎วย พ.ร.บ. สถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ที่เป็นไปอยํางลําช๎าไมํสอดรับการพัฒนาการให๎บริการผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึง มีการปรับปรุงกฎหมายรองรับการพัฒนาระบบการให้บริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และจากการเปลี่ยนแปลงเชิง เศรษฐกิจที่ชะลอตัว สํงผลให๎งบประมาณที่ได๎รับจัดสรรมีแนวโน๎มลดลง กรมฯ จึงปรับการด าเนินภารกิจอย่างประหยัดและ คุ้มค่ากับงบประมาณที่ได๎รับ ตลอดจนมุํงพัฒนาแพลตฟอร์มการให๎บริการธุรกิจสุขภาพใหมํ เชํน ระบบการอนุญาตกิจการ การดูแลผู๎สูงอายุหรือผู๎มีภาวะพึ่งพิงและการขึ้นทะเบียนผู๎ประกอบโรคศิลป์แบบ Fully Digital ลดรายจํายด๎านสุขภาพ เสริมสร๎างรายได๎ให๎กับประเทศเพิ่มมากขึ้น เป็นต๎น 4) ระบบงานและสมรรถนะหลักของส่วนราชการกรมฯ ทบทวนและออกแบบระบบงานที่ส าคัญและวิเคราะห์ ข๎อก าหนดที่ส าคัญของผลผลิต การบริการ ทั้งกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนที่ส าคัญปีละ 1ครั้ง ด๎วย SIPOC MODEL พิจารณา วิสัยทัศน์ พันธกิจ ตาม P.1(1)-P1(2) เพื่อให๎เกิดความมั่นใจได๎วําการด าเนินงานจะตอบสนองยุทธศาสตร์ ชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข นโยบายรัฐบาล กฎหมายตําง ๆ ความต๎องการ ความคาดหวังของผู๎รับบริการและผู๎มี สํวนได๎สํวนเสีย ตาม P.1(7) มีการก าหนดยุทธศาสตร์แผนงาน โครงการให๎ตอบสนองตํอความต๎องการดังกลําว และน า ข๎อก าหนดด๎านเทคโนโลยีสารสนเทศ ความคลํองตัวที่จ าเป็นในอนาคต น ามาจัดท าข้อก าหนดของกระบวนการหลักและ กระบวนการสนับสนุน เพื่อก าหนดเป็นจุดควบคุมกระบวนการและการบริหารต้นทุน โดยก าหนดตัวชี้วัดที่แสดงถึง ความส าเร็จของการจัดการกระบวนการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล วิเคราะห์จัดท าข๎อก าหนดของกระบวนการหลัก และกระบวนการสนับสนุนอยํางครอบคลุมทุกภารกิจตามหมวด 6 ซึ่งการสํงมอบบริการหรือสินค๎าให๎กับผู๎รับบริการนั้น การ สร๎างและพัฒนาเครือขํายโดยใช๎ข๎อมูลอยํางเหมาะสม พัฒนาและเชื่อมโยงระบบข๎อมูล ปรับปรุงคุณภาพของข๎อมูลและใช๎


82 ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศตําง ๆ ตามหมวด P.1(8) พัฒนาศักยภาพเครือขํายพันธมิตรและรํวมจัดท าแผนการ ด าเนินงานในด๎านการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ตามหมวด 6 การจัดการเครือขํายอุปทาน พร๎อมทั้งผลักดัน พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข สํงเสริมนวัตกรรมและศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ทั้ง ระบบบริการ การสร๎างเสริมสุขภาพ การทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ การศึกษาวิจัย การผลิต และพัฒนาก าลังคน ประชาชนได๎รับ บริการที่ทันสมัย เพิ่มมูลคําทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได๎ให๎ประเทศ ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.2-7 7.2-9 และ 7.2-10 7.5-5 และ7.5- 6 เป็นต๎น ข. วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ (5) วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่ส าคัญกรมฯ มีการจัดท าแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี (สอดคล๎องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี) และแผนยุทธศาสตร์ ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2560-2569) ก าหนดเปูาประสงค์เชิงกลยุทธ์ และตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์ทั้งใน ระยะสั้นและระยะยาว ทบทวนระบบงานส าคัญ เสริมสร๎างสมรรถนะหลักของกรม และจัดท าแผนที่ยุทธศาสตร์กรม สบส. ก าหนดกรอบการจัดท าแผนกลยุทธ์ระยะสั้น 1 ปี เพื่อให๎สอดคล๎องกับรอบปีงบประมาณ สภาพแวดล๎อมที่เปลี่ยนแปลงไป และกระบวนการวัดและการประเมินผลการด าเนินงานของกรมฯ สํวนแผนระยะยาวก าหนดไว๎ 5 ปี 10 ปี และ 20 ปี ก าหนด เปูาหมายเพื่อรองรับและคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต ท าประชาพิจารณ์แกํผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียส าคัญ ในการ ถํายทอดทิศทางองค์การ ผู๎บริหารใช๎ระบบการประชุมคณะกรรมการบริหารของกรมฯ ทุกสัปดาห์ ถํายทอดวิสัยทัศน์และ นโยบายตําง ๆ สูํบุคลากรเป็นประจ าทุกเดือนผํานระบบออนไลน์ เพื่อให๎บุคลากรรับรู๎เข๎าใจ มีสํวนรํวมในการปฏิบัติงาน เพื่อให๎ไปสูํจุดมุํงหมายเดียวกัน เชื่อมโยงกับการบริหารยุทธศาสตร์ ผู๎บริหารมีลงพื้นที่นิเทศงานทุกหนํวยงาน โดยใช๎ระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศในการสื่อสารระหวํางบุคคลในองค์กร เชํน HSS Office e-mail Line กลุํมผู๎บริหาร กลุํมบุคลากร Facebookเป็นต๎น (6) การพิจารณาวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ กรมฯ ทบทวนและวิเคราะห์ผลกระทบของเปูาประสงค์ และตัวชี้วัด เชิงยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนการปฏิบัติราชการ และผลการด าเนินการ ปัจจัยสิ่งแวดล๎อมภายนอกที่ส าคัญและความเสี่ยงตําง ๆ ที่กระทบตํอองค์การ เชํน ความก๎าวหน๎าทางเทคโนโลยี การเข๎าสูํสังคมผู๎สูงอายุอยํางสมบูรณ์ ความต๎องการและความ คาดหวังของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียหลักที่ส าคัญ รวมทั้งนโยบายการปฏิรูปประเทศ และหากพบวําผลการ ด าเนินการไมํบรรลุตามแผนที่ก าหนดไว๎ มีการปรับแผนงาน โครงการ จัดเตรียมทรัพยากรทั้งทางด้านบุคลากร งบประมาณ และเครื่องมืออุปกรณ์ที่จ าเป็นให๎สอดคล๎องกับแผนปฏิบัติการใหมํ เชํน การลดผลกระทบจากข๎อบังคับทาง กฎหมาย มีการทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากฎหมายที่กรมฯ ก ากับดูแลมาอยํางตํอเนื่อง ดังภาพที่ 7.1-1 และ 7.1-2 สอดรับ กับแผนยุทธศาสตร์ และให๎เอื้อตํอการปฏิบัติงานและการให๎บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ให๎มีประสิทธิภาพมากขึ้น เชํน การ อนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตามกฎกระทรวงสาธารณสุข พ .ศ . 2560 ก าหนดให๎สามารถยื่นค าขอ ผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ได๎ ประกาศกรมฯ ได๎แกํ ชํองทางอิเล็กทรอนิกส์ส าหรับติดตํอกรมฯ และวิธีการแสดงใบอนุญาตโย วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ประชาชนมีความคลํองตัว สะดวกในการรับบริการมากยิ่งขึ้น ระบบการขออนุญาตกิจการดูแล ผู๎สูงอายุหรือผู๎ที่มีภาวะพึ่งพิงแบบออนไลน์ การพัฒนาระบบการดูแลผู๎ปุวยสูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังผลลัพธ์ภาพที่7.6- 10การเพิ่มมูลคําผลิตภัณฑ์ บริการและการทํองเที่ยวสุขภาพ เพิ่มเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจของประเทศ สํงเสริมการ น าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมาใช๎ในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตามนโยบายการพัฒนาประเทศไทยให๎เป็นศูนย์กลาง สุขภาพนานาชาติ ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.7-5 ถึง 7.5-7 2.2 การน ายุทธศาสตร์ไปปฏิบัติ ก. การจัดท าแผนปฏิบัติการและการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ (7) การจัดท าแผนปฏิบัติการกรม สบส. ได๎จัดท าแผนปฏิบัติราชการประจ าปี ขับเคลื่อนภารกิจการด าเนินงานให๎ สอดคล๎องสอดรับยุทธศาสตร์ชาติและกระทรวงสาธารณสุข และยุทธศาสตร์ของกรม สบส. (ปี พ.ศ.2562-2566) ที่ได๎รํวมกัน ก าหนดไว๎ พร๎อมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาเป็นการบูรณาการแบบองค์รวมเพื่อให๎เกิดการพัฒนาที่สมดุล รองรับสภาพ ปัญหาในระบบบริการสาธารสุข ปัญหาสุขภาพที่เปลี่ยนไปและมีแนวโน๎มที่รุนแรงมากขึ้น ประกอบกับความก๎าวหน๎าของการ พัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข ด๎วยการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของบุคลากร เทคโนโลยี นวัตกรรม


83 องค์ความรู๎ พัฒนากฎหมายที่สอดคล๎องกับระบบบริการสาธารณสุขของประเทศไทยและของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อใช๎เป็น ข๎อมูลประกอบการในการจัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565ให๎มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีแผน รองรับที่ชัดเจน และมีโอกาสบรรลุเปูาหมายตามที่ก าหนดไว๎ ทั้งนี้แผนในปัจจุบันถูกก าหนดให๎สามารถยืดหยุํนได๎ตาม สถานการณ์และมีการปรับเปลี่ยนแผนได๎หากประเมินแล๎ววําไมํมีโอกาสบรรลุเปูาหมายหรือไมํสามารถด าเนินการได๎ โดย ก าหนดแผนงานยุทธศาสตร์กรม สบส. 3แผนงานยุทธศาสตร์ 10 โครงการ โครงการตามแผนงานพื้นฐาน จ านวน 13โครงการ และ โครงการตามแผนงานบูรณาการ จ านวน 3 โครงการ โดยจัดท าแผนบริหารความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ ลดปัญหาหรือ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและสร๎างความเสียหายหรือความสูญเสียให๎กับองค์การ เชํน ความเสี่ยงด๎านธรรมาภิบาล โดยด าเนินการวิเคราะห์มาตรฐาน COSO และจัดท าคูํมือการบริหารความเสี่ยง สื่อสารให๎กับทุกหนํวยงาน เพื่อจัดท าแผน บริหารความเสี่ยงในระดับหนํวยงานด าเนินการและมีการติดตามผลการด าเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยงฯ เพื่อ เปรียบเทียบผลการด าเนินงานกํอนและหลัง (8) การน าแผนปฏิบัติการสู่การปฏิบัติกรมฯ มุํงเน๎นการถํายทอดกลยุทธ์ให๎บุคลากรในองค์การเข๎าใจถึงนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจเปูาประสงค์ขององค์การ โดยจัดท าแผนที่ยุทธศาสตร์เพื่อให๎บุคลากรได๎รับทราบและเข๎าใจถึงยุทธศาสตร์ ขององค์การ และน าไปเป็นแนวทางปฏิบัติให๎บรรลุเปูาหมายขององค์การรํวมกัน กรมฯ ได๎จัดท าแผนปฏิบัติราชการประจ าปี แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และสื่อสารถํายทอดแผนปฏิบัติราชการดังกลําวแกํบุคลากรทุกระดับ ให๎เห็นความเชื่อมโยง ยุทธศาสตร์ของกรมฯ สามารถตอบสนองตํอยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขและยุทธศาสตร์ของประเทศ สร๎างการมีสํวนรํวม และสร๎างความเข๎าใจในสาระส าคัญของแผนปฏิบัติราชการ การจัดท างบประมาณและแผนงาน โครงการ กิจกรรม ภายใต๎ แผนปฏิบัติราชการให๎สามารถตอบสนองตามเปูาหมายในแตํละระดับและทิศทางการขับเคลื่อนงานตามภารกิจส าคัญเรํงดํวน ของกรมฯ และประเทศได๎ โดยมีการสื่อสาร ท าความเข๎าใจและสร๎างความเชื่อมั่นตํอผู๎รํวมด าเนินการ ผู๎รับบริการ และผู๎มี สํวนได๎สํวนเสียแตํละกลุํมตามแผนปฏิบัติราชการของกรมฯ ในทุกระดับ เพื่อเตรียมความพร๎อมและสร๎างความรํวมมือ รวมทั้งชี้ให๎เห็นถึงความส าคัญของการด าเนินการ การจัดสรรทรัพยากรสนับสนุนด๎านตํางๆ ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการ ด าเนินการ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไปสูํการปฏิบัติ ก าหนดแนวทางการถํายทอดตัวชี้วัดและเปูาหมาย ตั้งแตํระดับ กระทรวง ระดับกรม สูํระดับหนํวยงาน ระดับบุคคลลงถึงระดับพื้นที่อยํางเป็นระบบและสอดคล๎องเชื่อมโยงทั่วทั้งองค์การให๎ ก๎าวหน๎าอยํางตํอเนื่อง มีระบบการสื่อสารถํายทอดน าแผนไปสูํการปฏิบัติได๎อยํางชัดเจน โดยอาศัยความรํวมมือของภาคี เครือขํายสุขภาพในระดับพื้นที่ ได๎แกํ ส านักงาน สสจ. รพศ. รพท. รพช รพสต. หนํวยงานท๎องถิ่น องค์กรเอกชน หนํวยงานรัฐ อื่น ๆ และภาคประชาชน โดยใช๎ชํองทางการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร ได๎แกํ Application HSS Office เว็บไซต์ กรมฯ หนังสือแจ๎งเวียนทุกหนํวยงาน คูํมือแผนงบประมาณตามยุทธศาสตร์ การประชุมชี้แจงนโยบายและแนวทางการ ขับเคลื่อนการด าเนินงาน กรม สบส. ภายใต๎ยุทธศาสตร์ชาติทุกปีสะท๎อนที่ผลลัพธ์ภาพที่ 7.1 และ7.6 บรรลุตามเป้าหมาย อย่างต่อเนื่อง ท าให้ในปี 2565 กรมได้รับรางวัล PMQA หมวด 2 การวางแผนยุทธศาสตร์และการสื่อสารเพื่อน าไปสู่ การปฏิบัติ (9) การจัดสรรทรัพยากร กรมฯให๎ความส าคัญตํอการจัดสรรทรัพยากรให๎เกิดความคุ๎มคําเชิงภารกิจ มีความ โปรํงใส ตอบสนองตํอนโยบายรัฐบาล ปัญหาและความต๎องการของประชาชนและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียที่มีผลกระทบตํอ ประชาชนสังคม ก าหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดสรรงบประมาณรายจํายประจ าปี ดังนี้ 1) การด าเนินงานตามภารกิจ พื้นฐานให๎เพียงพอและคุ๎มคํา เชํน การคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ มาตรฐานระบบบริการสุขภาพและระบบ สุขภาพภาคประชาชน สัดสํวนร๎อยละ 30-40 2) การด าเนินงานตามยุทธศาสตร์ งานที่มีความส าคัญ จ าเป็น เรํงดํวน และ สํงผลตํอประชาชน เชํน การพัฒนาศักยภาพ อสม. หมอประจ าบ๎าน สัดสํวนร๎อยละ 40-50 3) บูรณาการงานระดับประเทศ เน๎นการท างานรํวมกับหนํวยงานภาคสํวนอื่น อาทิเชํน การพัฒนาระบบดูแลผู๎สูงอายุในชุมชนแบบไร๎รอยตํอ สัดสํวนคิดเป็น ร๎อยละ 20-30 4) สนับสนุนนโยบายเรํงดํวน สัดสํวนร๎อยละ 10-20 กรมฯจัดสรรทรัพยากร พิจารณาและให๎ความส าคัญกับ แผนปฏิบัติราชการที่สํงผลกระทบตํอพันธกิจ ยุทธศาสตร์ และกระบวนงานหลักกํอนเป็นอันดับแรก จัดระบบการตรวจสอบ ความคุ๎มคํา ความโปรํงใส โดยคณะท างานติดตามเรํงรัดการใช๎จํายงบประมาณก ากับให๎เป็นไปตามแผนและถูกต๎องตาม


84 รูปที่ 2.3 แผนยุทธศาสตร์บุคลากร ระเบียบ ผํานการประชุมติดตามผลการด าเนินงานตามนโยบายเรํงดํวน การประชุมผู๎บริหารกรมและการประชุมกรมฯ ทุก เดือน ควบคุมก ากับให๎เกิดความมั่นใจวําทรัพยากรเพียงพอตํอการสนับสนุนการด าเนินการตามแผนที่ได๎วางไว๎ให๎บรรลุ วัตถุประสงค์ที่ก าหนด สะท๎อนที่ผลลัพธ์ที่ 7.5-1ถึง 7.5-4 (10) แผนกลยุทธ์ด้านบุคลากร ทบทวนและแตํงตั้งคณะกรรมการพัฒนาก าลังคน ประจ าปี 2565 รองรับการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระยะสั้นและระยะยาว โดยมองที่ภาพยุทธศาสตร์ระยะยาว 20 ปี เพื่อก าหนดนโยบาย แนวทาง กรอบ การพัฒนาก าลังคน ในมิติที่เกี่ยวข๎อง สร๎างก าลังคนที่มีคุณภาพตาม สมรรถนะ ความรู๎ ความสามารถและทักษะที่เหมาะสมและเป็นระบบชัดเจน เป็นรูปธรรม เชํน แผนสร๎างความก๎าวหน๎าในสายอาชีพ ระบบการพัฒนา บุคลากร ก าหนดหลักสูตรพัฒนา ที่มีความส าคัญตํอสมรรถนะหลักบรรลุ เปูาหมาย ซึ่งจากโครงสร๎างอายุของบุคลากร พบวําในอีก 5 –10 ปี จะมีผู๎ เกษียณอายุราชการ คิดเป็นร๎อยละ 4 ในปี 2567 จึงได๎ก าหนดให๎มีการ ถํายทอดองค์ความรู๎จากข๎าราชการที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 5 ปี ข๎างหน๎า สํงมอบองค์ความรู๎ที่ส าคัญในการปฏิบัติงานจากรุํนสูํรุํนไมํให๎สูญหายไปตอบสนองตํอบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป พัฒนาระบบการบริหารอัตราก าลัง และศักยภาพบุคลากรสูํความเป็นเลิศ และพัฒนาคุณภาพชีวิต จัดสวัสดิการที่เหมาะสม โดยเน๎นให๎บุคลาการเป็นคนเกํง คนดี และมีความสุข ภายใต๎กลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล พ.ศ. 2563-2566ยึด หลักของ HR Scorecard เป็นเครื่องมือในการประเมินผลส าเร็จด๎านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร เพื่อน าไปสูํการ พัฒนาและการเพิ่มขีดสมรรถนะก าลังคน ให๎มีความเข๎มแข็งและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดังผลลัพธ์ภาพที่7.3-2 7.3-6 และ 7.3-9 (11) ตัววัดผลการด าเนินการ กรม สบส. ก าหนดตัวชี้วัดหลายระดับตั้งแตํตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ระดับกระทรวง ระดับกรม และหนํวยงาน ตลอดจนตัวชี้วัดระดับบุคคล ก าหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกตัวชี้วัดที่ครอบคลุมกรอบด าเนินงานที่ ส าคัญของพิจารณาจากภารกิจหลักที่ตอบสนองวิสัยทัศน์และพันธกิจ คํานิยม และวัฒนธรรมองค์กร ความต๎องการของผู๎มี สํวนได๎สํวนเสีย ค ารับรองปฏิบัติราชการ แผนปฏิบัติการ 4 ปี และแผนปฏิบัติการประจ าปี โดยก าหนดคําเปูาหมาย วางแผน รวบรวม ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนถํายระดับเป็นค ารับรองการปฏิบัติราชการระหวํางกรม สบส. หนํวยงาน และบุคลากรในสังกัด โดยพัฒนาระบบก ากับติดตามทั้งเชิงรุกและเชิงรับทั้งในสํวนกลางและในสํวนภูมิภาค การ รายงานผลการด าเนินงานตามตัวชี้วัดผํานระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจผลการด าเนินงานที่ส าคัญ คือ (1) ระบบ SMART65 รายงานผลการด าเนินงานตามตัวชี้วัดและการเบิกจํายงบประมาณออนไลน์แบบ Real time (2) ระบบการติดตาม ผลการด าเนินการตามตัวชี้วัดของกรมฯ (HSS Management Cockpit) กลุํมตัวชี้วัด 4 ประเภท ได๎แกํ (1) ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ (2) ตัวชี้วัดงบประมาณ (3) ตัวชี้วัดตามมาตรา 44 และ (4) ตัวชี้วัดอธิบดี (PA)ติดตามงบประมาณผํานระบบ GFMIS ทั้งใน รูปแบบรายงาน กราฟ Analog Meter การก ากับติดตามผลการด าเนินงานแบํงเป็น 3 ระยะ ได๎แกํ1) ตัวชี้วัดระยะยาวเพื่อ วัดผลส าเร็จของวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ 2) ตัวชี้วัดระยะสั้น เป็นการวัดผลการด าเนินงานตามแผนงาน/โครงการในระดับ หนํวยงานภายใต๎กรอบค ารับรองฯ 3) ตัวชี้วัดผลโครงการที่ส าคัญเรํงดํวน วิธีการรวบรวมข๎อมูลสารสนเทศ เป็นประจ าทุก สัปดาห์ ทุกเดือน รายงานรอบ 3, 6, 9 และ 12 เดือน และรายงานผลการด าเนินการตามตัวชี้วัดของค ารับรองปฏิบัติราชการ ระดับหนํวยงาน รอบ 5 เดือน และ 11 เดือน ใช๎ประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานผู๎บริหารและบุคลากร โดย SMART65 มีระบบ Warning สามารถเรียกดูข๎อมูลแบบ Real Time ของแผนปฏิบัติราชการประจ าปี ผู๎บริหารสามารถตัดสินใจบน พื้นฐานสารสนเทศที่มีความถูกต๎อง แมํนย า รวดเร็ว น าไปสูํการบริหารจัดการ ควบคุม สั่งการได๎อยํางมีประสิทธิภาพ แก๎ไข การด าเนินงานที่ไมํเป็นไปตามแผนได๎ทันทํวงที น าไปสูํการพัฒนาตํอยอดและสร๎างนวัตกรรมของบุคลากรและองค์การ และ การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการตํอไป (12) การคาดการณ์ผลการด าเนินการ กรมฯ ได๎คาดการณ์ผลการด าเนินการตามกรอบเวลาของการวางแผนทั้ง ระยะสั้นและระยะยาว โดยเทียบเคียงผลการด าเนินงานด๎านการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพและมาตรฐาน


85 รูปที่ 2.4 การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ ระบบบริการสุขภาพกับประเทศอื่นๆ ตามหมวด P(12) เพื่อเป็นสํวนหนึ่งของกระบวนการจัดท ายุทธศาสตร์ จากผลการ วิเคราะห์คูํเทียบเคียงด๎านห๎องปฏิบัติการทดสอบสอบเทียบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ ด๎านอัตราการไหลของของเหลว และ ด๎านอุณหภูมิ ได๎รับการรับรอง ISO 17025ซึ่งสมาคมสํงเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุุน) ยังไมํผํานการรับรองและได๎รับรองเป็น LAB แหํงแรกของประเทศไทย และจากการเทียบเคียงกับตํางประเทศพบวําประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในประเทศแถบเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต๎ ด๎านTelemedicineของโรงพยาบาลเอกชน กรมฯ มีการปรับแก๎กฎหมายรองรับการให๎บริการ ซึ่งสิงคโปร์ มาเลเซียยังไมํมีกฎหมายรองรับ ซึ่งกรม สบส. เป็นหนํวยงานหลักในการขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายด๎านการสํงเสริมการ ทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) ได๎จัดท ายุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให๎เป็นศูนย์กลาง สุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) พ.ศ. 2560 –2569 สํงผลให๎การทํองเที่ยวเชิงการแพทย์เติบโตอยํางตํอเนื่อง สํงเสริม สนับสนุนให๎โรงพยาบาลเอกชนเรํงเพิ่มประสิทธิภาพการให๎บริการ สถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน และสถานประกอบการเพื่อ สุขภาพ ได๎รับการสํงเสริมให๎มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากลเพิ่มขึ้น ร๎อยละ 28.40 (ร๎อยละ 5) ท าให๎ได๎รับการยอมรับใน ระดับสากลและมีคํารักษาพยาบาลที่ถูกกวําเมื่อเทียบกับประเทศที่มีมาตรฐานการรักษาระดับเดียวกัน สะท๎อนที่ผลลัพธ์ ภาพที่ 7.5-5 ถึง 7.5-8 และมีการคาดการณ์แนวโน๎มความส าเร็จของการด าเนินงานในอนาคตใช๎ประกอบในการตัดสินใจ ปรับ ยุทธศาสตร์ วิธีการท างาน การก าหนดเปูาหมายการด าเนินงานของปีถัดไปต๎องมีแนวโน๎มที่เพิ่มสูงขึ้นหรือมีคุณภาพมากขึ้น เชํน การรายงานผลการด าเนินงานตามโครงการส าคัญของกระทรวงสาธารณสุข เชํน การพัฒนาศักยภาพ อสม. เป็นหมอ ประจ าบ๎าน การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให๎ผู๎สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี การทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.1และ 7.2 รวมทั้งน าไปก าหนดกลยุทธ์ สร๎างนวัตกรรม ผลักดันให๎บุคลากรทุกระดับรํวมกันผลิตนวัตกรรม สื่อสารถํายทอดไปสูํ ผู๎รับบริการ ผู๎สํงมอบ ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย น าไปสูํการปฏิบัติอยํางสอดคล๎องไปในทิศทางเดียวกัน ข. การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ (13) การปรับเปลี่ยนแผนการปฏิบัติการ จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ ท าให๎ กรม สบส. ต๎องมีการเตรียม ความพร๎อมและคาดการณ์ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเป็นการปรับเปลี่ยนแผนแต่ยังคงยึดเป้าหมายที่ ส าคัญไว้เพื่อให๎เกิดประสิทธิผลและคุ๎มคําในการใช๎จํายงบประมาณตามแผนปฏิบัติงาน โดยกลุํมแผนงาน ได๎จัดวางระบบ ติดตามและประเมินผล พร้อมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในต๎นปีงบประมาณ หนํวยงานขออนุมัติแผนงาน/ โครงการ เมื่อกลุํมแผนงานตรวจสอบความถูกต๎ององค์ประกอบของโครงการและแหลํงงบประมาณ หากหนํวยงานต๎องการ แก๎ไข จะต๎อง ด าเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันท าการเพื่อให๎เกิดการใช๎จํายงบประมาณเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดตํอ ประชาชนและประเทศ ก าหนดหลักเกณฑ์การปรับเปลี่ยนแผนงาน/โครงการ หรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณ มีการมอบหมาย อ านาจให๎ผู๎อ านวยการหนํวยงานในการอนุมัติให๎หนํวยงานปรับกิจกรรม งบประมาณ ภายใต๎แผนงาน โครงการ และการปรับ กิจกรรม งบประมาณ ระหวํางแผนงาน โครงการตามที่ได๎รับอนุมัติ โดยไมํกระทบวงเงินงบประมาณภาพรวม และการปรับแผนงาน โครงการ หรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ให๎ขออนุมัติ เมื่อสิ้นไตรมาส ที่2 และ 3 ขออนุมัติอธิบดี เพื่อให๎เกิดความคลํองตัวในการ ด าเนินงานและใช๎งบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ก าหนดกรอบ ระยะเวลาในการปรับแผนการด าเนินงาน เชํน ในกรณีเรํงดํวนภายใน 7 วันปกติภายใน 15 วัน ด๎วยการใช๎การสื่อสารภายในประสานงาน ท าให๎รวดเร็วขึ้น หมวด 3 การให้ความส าคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วยเสีย 3.1 ความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก. สารสนเทศผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (1) ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในปัจจุบัน กรม สบส. เป็นสํวนราชการ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มี บทบาทหน๎าที่ส าคัญในการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพภาคประชาชนให๎มีคุณภาพ เพื่อการคุ๎มครอง


86 รูปที่ 3.1 ระบบจัดการสารสนเทศ กรม สบส. ผู๎บริโภคระบบบริการสุขภาพและการพึ่งตนเองด๎านสุขภาพที่ยั่งยืน โดยการมีสํวนรํวมของประชาชนและเครือขําย และ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์ในระดับนานาชาติ (P1(2)) กรมฯ ให๎ความส าคัญ คือ การเข๎าถึงกลุํม ประชาชน ผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียที่ส าคัญที่เป็นเปูาหมาย ท า อยํางไรที่จะสร๎างความเชื่อมั่น เชื่อถือ และไว๎วางใจ ที่จะสํงข๎อมูลเรื่องภัย สุขภาพและปัญหาด๎านบริการสุขภาพ ที่จะน าไปสูํการเฝูาระวัง ปูองกัน และ ตอบโต๎ปัญหารํวมกันทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กลายเป็น เครือขํายที่ส าคัญในการขับเคลื่อนการด าเนินงานของกรมฯ ให๎มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และบรรลุเปูาหมายขององค์กร มีการก าหนดให๎หนํวยงานมีการ ทบทวนวิเคราะห์และจ าแนกกลุ่มผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของกรม ฯ ตามกระบวนงานหลักของทุกหนํวยงานในสังกัดกรมฯ เป็นประจ าทุกปี โดย ก าหนดเป็นกระบวนงานในตัวชี้วัดค ารับรองของหนํวยงาน ในการประเมินความ พึงพอใจและความเชื่อมั่นของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียตํอการ ให๎บริการของหนํวยงาน และรวบรวม จัดเก็บข๎อมูลสารสนเทศจากการรํวมประชุมวาระตําง ๆ เอกสารข๎อมูลสถานการณ์ ข๎อมูลจากรายงาน การนิเทศ การติดตามและการประเมิน ฐานข๎อมูลการด าเนินงาน การบริการด๎านตําง ๆ เป็นต๎น กรมฯ ได๎มี การทบทวน และวิเคราะห์ ปรับปรุงมาอยํางตํอเนื่อง รวมทั้งได๎พัฒนากรอบแนวคิด “HSS” คือ I Hear- I Study –I Service โดยมีการออกแบบแนวทางให๎ หนํวยงานระบุ ค๎นหา รับฟังความต๎องการและความคาดหวัง ข๎อเสนอแนะของผู๎รับบริการและ ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย (I Hear) ที่สอดคล๎องกับกระบวนงานตามพันธกิจ ยุทธศาสตร์ของหนํวยงานและของกรมฯ วิเคราะห์ข๎อมูล ความต๎องการและความคาดหวังตลอดจนน าข๎อค๎นพบ (I Study) ไปใช๎ในการก าหนดข๎อก าหนดที่ส าคัญส าหรับการออกแบบ กระบวนงาน ผลผลิต และบริการ วิธีสํงมอบผลผลิตและบริการ วิธีการสร๎างความสัมพันธ์การประเมินผลและวิเคราะห์ความ พึงพอใจและไมํพึงพอใจ ตลอดจนการน าผลที่ได๎ (I Service) ไปทบทวน ปรับปรุง และจัดการกระบวนการ จัดท าแผน ยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ น าไปปรับปรุงพัฒนาระบบงาน กระบวนการท างาน และพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็น กรอบในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ และสร๎างความสัมพันธ์และความผูกพันของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎ สํวนเสียในปัจจุบันและในอนาคตได๎อยํางมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพตรงกับความต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎ สํวนเสียได๎อยํางเป็นระบบ อาทิ การพัฒนาระบบการจองคิวออนไลน์ ตลอด 24ชั่วโมง การสร๎างชํองทาง Fast Track ส าหรับ ผู๎สูงอายุและผู๎มีความพิการทางสายตา การพัฒนา e-Service แบบ Fully Digital และระบบการอนุญาตผํานระบบ Biz Portal ครอบคลุมทุกงานบริการและทั่วประเทศ (2) ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอนาคต กรมฯ มีการคาดการณ์ เตรียมการและจ าแนกสารสนเทศของ ผู๎รับบริการที่พึงมีในอนาคต จากข๎อมูลสถานการณ์ทั้งในประเทศและตํางประเทศ เพื่อให๎บริการแกํผู๎รับบริการ และการ ท างานรํวมกับเครือขํายผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียในอนาคตได๎อยํางเหมาะสม น ามาวางแผนในการพัฒนาผลผลิตและบริการให๎ สอดคล๎องและเหมาะสมกับพันธกิจขององค์กร และสามารถตอบสนองความต๎องการ ความคาดหวังในแตํละกลุํมผู๎รับบริการ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียได๎ตรงจุดตรงประเด็น ประกาศเป็นนโยบายระดับกรมฯ ถํายทอดสูํการปฏิบัติ พัฒนาปรับปรุงผลผลิต บริการ กระบวนการท างาน ให๎ครอบคลุมกลุํมผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียทั้งในปัจจุบันและอนาคต เชํน การพัฒนา ห๎องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบได๎ผํานการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อทดสอบสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ให๎ ได๎มาตรฐานให๎กับเขตและโรงพยาบาล เพื่อสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ทั้งภายในและภายนอก การวิเคราะห์ศักยภาพของ สถานพยาบาลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเพื่อแขํงขันในระดับสากล เพื่อสํงเสริม พัฒนา และยกระดับคุณภาพการ ให๎บริการของสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให๎เป็นที่ยอมรับและได๎รับความเชื่อมั่นในระดับสากล โดยได๎ ด าเนินการรับรองคุณภาพรางวัลสปาสากล (Thai World Class Spa) จ านวน 10 แหํง รางวัลนวดไทยพรีเมี่ยม (NUAD Thai Premium) 18 แหํง รางวัลเวลเนส สปา (Wellness Spa) 7 แหํง และสถานพยาบาลเอกชนให๎ได๎รับการรับรองมาตรฐานระดับ สากล Global Healthcare Accreditation (GHA) 8 แหํง รวมทั้งพัฒนาสถานพยาบาลให๎มีศักยภาพในการแขํงขันด๎าน


87 รูปที่ 3.2 การเปิดเผยข๎อมูลขําวสาร อุตสาหกรรมการแพทย์ โดยสํงเสริมการจัดบริการทางการแพทย์และสุขภาพที่มีศักยภาพดึงดูดชาวตํางชาติสูง อีก 11 แหํง เป็นต๎น ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.5-6 ถึง 7.5-8 สํงผลให๎ประชาชนมีความเชื่อมั่นตํอการให๎บริการของกรม ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.2-4, 7.2-8 และ7.2-9 ข. การจ าแนกผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผลผลิตและการบริการ (3) การจ าแนกผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกรมฯ ยึดมั่นในการบริหารองค์กรอยํางยั่งยืน ภายใต๎แนวคิด การใช๎ทรัพยากรที่มีอยูํอยํางจ ากัดให๎เกิดมูลคําสูงสุด ผํานระบบการน าองค์กร โดยก าหนดวิสัยทัศน์และก าหนดยุทธศาสตร์ กรมฯ 20 ปี ด๎านสาธารณสุข โดยบูรณาการและท าให๎สอดคล๎องกับยุทธศาสตร์ชาติ ให๎ทันตํอการเปลี่ยนแปลงของสังคม ระบบสาธารณสุขของประเทศ รวมทั้งแนวโน๎มของตัวชี้วัดส าคัญตําง ๆ การปรับสมดุลภาครัฐ บทบาทและโอกาสเข๎าถึง บริการภาครัฐ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง การพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ EEC/SEC อุตสาหกรรมและบริการทางการแพทย์ ครบวงจร การทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงามและแพทย์แผนไทย การลดความเลื่อมล้ าและความเสมอภาคทางสังคมและการ ปรับปรุงพัฒนากฎหมายในการให๎บริการประชาชน โดยน าไปทบทวนวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ของกรม ปรับโครงสร๎าง ภารกิจให๎ มีความชัดเจนมากขึ้นเป็น 3 ภารกิจ ได๎แกํ ภารกิจด๎านคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพและพัฒนาอุตสาหกรรม การแพทย์ครบวงจร ด๎านระบบสุขภาพภาคประชาชน และภารกิจด๎านมาจรฐานระบบริการสุขภาพ มีแนวทางการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์เชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการด าเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติปี พ.ศ.2562-2566 ซึ่งให๎ความส าคัญในการ มีสํวนรํวมของทุกภาคสํวน ก าหนดทุกหนํวยงานยึดหลักการท างานแบบมีสํวนรํวมของประชาชนในการขับเคลื่อนภารกิจของ กรม ซึ่งการจ าแนกกลุํมผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียโดยใช๎ SIPOC Model แบํงออกเป็น 3 ด๎านสอดคล๎องกับภารกิจ ของกรมฯ (ตาม หมวด P (7))รวมทั้งมีการคาดการณ์ผู๎รับบริการพึงมีในอนาคต ได๎แกํ กลุํมผู๎สูงอายุ ทั้งที่เป็นคนไทยและกลุํม ชาวตํางชาติ ที่มีแนวโน๎มและมีความส าคัญเพิ่มสูงขึ้น ที่จะต๎องดูแลเรื่องโรคและภัยสุขภาพที่ก าลังจะเกิดขึ้น ทั้งนี้เมื่อทราบ กลุํมเปูาหมายที่ชัดเจนแล๎วน าไปสูํการก าหนดชํองทางการสื่อสาร เพื่อการค๎นหาข๎อมูลสารสนเทศที่ส าคัญอันจะน าไปสูํการ ให๎บริการ การปฏิบัติงาน และการจัดการความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับแตํละกลุํมเปูาหมายตํอไป (4) ผลผลิตและการบริการ กรมฯ มีการเปิดเผยข๎อมูลขําวสารพร๎อมทั้งสื่อสารไปยังประชาชนและผู๎รับบริการ เกี่ยวกับการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ระบบสุขภาพภาค ประชาชน เพื่ออ านวยความสะดวกแกํประชาชนในการเข๎าถึงข๎อมูล และให้ ประชาชนรับทราบ เข้าใจ สามารถดูแลตนเองและชุมชนจัดการสุขภาพ ได้ผํานชํองทางตําง ๆ ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เชํน แผํนพับ หนังสือแจ๎งเวียน สื่อโทรทัศน์ (สถานีโทรทัศน์ PSI ชํอง 99) จุลสาร ออนไลน์ เว็บไซต์ Facebook YouTube SMART อสม. เป็นต๎น โดยมีกลุํม ประชาสัมพันธ์ ท าหน๎าที่ในการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร เกี่ยวกับการ ด าเนินงานของกรมฯ เพื่อเพิ่มระดับการรับรู๎ตลอดจนสร๎างทัศนคติที่ดีตํอ กรมฯ โดยมีการเลือกใช๎สื่อที่เหมาะสมกับกลุํมเปูาหมายที่หลากหลาย เพื่อเผยแพรํข๎อมูลที่ถูกต๎อง ทันเวลา สามารถน าไปใช๎ ประโยชน์ได๎ สร๎างการรับรู๎ให๎ประชาชนในวงกว๎าง เพื่อคุ๎มครองผู๎บริโภคและลดการเผยแพรํข๎อมูลขําวสารที่มีการบิดเบือนไป จากความเป็นจริงที่แอบแฝงการหาก าไรจากการขายบริการและสินค๎าที่อาจเป็นอันตรายกรมฯมีการทบทวนแนวทาง วิธีการ และชํองทางการเรียนรู๎ พร๎อมทั้งรับฟังข๎อเสนอแนะ ความต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย ที่มีตํอภารกิจกรม ฯ เพื่อน าไปพัฒนาผลผลิตและผลลัพธ์ของกรมฯสํงมอบให๎แกํผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย รวมทั้งมอบรางวัลประเภท ตําง ๆ เพื่อเป็นการสร๎างขวัญก าลังใจ อาทิ ประกาศรางวัล/โลํรางวัล แกํ Partner ของกรมฯ และผู๎รับบริการผู๎มีสํวนได๎สํวน เสียดีเดํนประเภทตําง ๆ เชํน อสม.ดีเดํนระดับชาติ เป็นต๎น และมีการรับฟังจากการมีปฏิสัมพันธ์และการสังเกตพฤติกรรม ของผู๎รับบริการทั้งลูกค๎าปัจจุบันและความคาดหวังในอนาคต ได๎แกํ ระบบรับเรื่องร๎องเรียนออนไลน์ ข๎อคิดเห็น ข๎อเสนอแนะ ค าชมเชย และผําน Line Facebook ข๎อมูลความต๎องการ ความคาดหวัง พึงพอใจ/ไมํพึงพอใจ การแสดงความคิดเห็นทาง Website สายดํวน 1426 การประชุมระดมความคิดเห็น และการจัดประชุมวิชาการเป็นต๎น กรมฯ ใช๎ประโยชน์จากเทคโนโลยี


88 ในการวิเคราะห์ข๎อมูลความต๎องการและความคาดหวังของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียทั้งปัจจุบันและอนาคต เพื่อ น าไปสูํการก าหนดนโยบายเชิงรุก ปรับปรุงและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการทั้งปัจจุบันและ อนาคต มีการบูรณาการข๎อมูลสภาพแวดล๎อมภายนอก เพื่อหาโอกาสการสร๎างกลุํมผู๎รับบริการและตลาดใหมํ ปรับปรุงและ สร๎างผลิตภัณฑ์บริการให๎ทันตํอความต๎องการของผู๎รับบริการและน าไปวางแผนยุทธศาสตร์ รวมทั้งสร๎างนวัตกรรมบริการ ด๎วยวิธีการที่หลากหลายให๎ครอบคลุมทุกกลุํม และจากการเข๎าสูํการเป็นสังคมผู๎สูงอายุ กรมฯได๎จัดท ากฎกระทรวงฯ “กิจการการดูแลผู๎สูงอายุและผู๎มีภาวะพึ่งพิง” พัฒนากฎหมายให๎มีรพ.ผู๎สูงอายุและรพ.สํงเสริมฟื้นฟูผู๎สูงอายุ และพัฒนา ระบบการอนุญาตสถานประกอบกิจการดูแลผู๎สูงอายุผํานระบบออนไลน์ มีการจัดท าฐานข๎อมูลที่มีความส าคัญและเกี่ยวข๎อง กับการให๎บริการของกรมฯ นอกจากนี้กรมฯ ได๎พัฒนาการให๎บริการที่ตอบสนองความต๎องการและความคาดหวังของ ผู๎รับบริการให๎ได๎รับความสะดวกรวดเร็วได๎ด๎วยปลายนิ้วเดียว จากข๎อมูลการส ารวจ พบวําผู๎รับบริการบางกลุํมไมํสะดวกมา รับบริการที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ จึงได๎พัฒนาระบบการช าระคําธรรมเนียมแทนการยื่นค าขอตํออายุ เพื่อลดคําใช๎จําย คุ๎มคํา ผู๎รับบริการสามารถเข๎าถึงและใช๎บริการงําย ตอบสนอง Life style ในปัจจุบัน สะท๎อนผลลัพธ์ภาพที่7.6-1 ถึง7.6-3 3.2 การสร้างความผูกพัน ก. ความสัมพันธ์และการสนับสนุนผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (5) การจัดการความสัมพันธ์ การจัดการความสัมพันธ์ครอบคลุมทั้งผู๎รับบริการปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งให๎ ความสัมพันธ์ในการพัฒนาศักยภาพเครือขํายที่ท างานรํวมกัน โดยมีการน าข๎อเสนอแนะและถอดบทเรียนมาพัฒนางาน รํวมกัน ทั้งทางด๎านความสัมพันธภาพตําง ๆ และมีการจัดกิจกรรมที่ตํอเนื่องที่เหมาะสมกับแตํละกลุํม ได๎แกํ การเชิญชวน เครือขํายรํวมจัดงานนิทรรศการหรือเข๎ารํวมประชุม สัมมนาทางวิชาการ การจัดท าข๎อตกลงความรํวมมือ เชํน การพัมนา ศักยภาพ อสม.หมอประจ าบ๎าน มีเปูาหมาย พัฒนาศักยภาพและยกระดับ อสม. เป็น อสม. หมอประจ าบ๎าน และสมาร์ท อสม. ได๎ 81,831 คน (เปูาหมาย 75,086 คน) สามารถดูแลผู๎ปุวยกลุํมเปูาหมายให๎มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.1-4 การ พัฒนา ยุว อสม. ผํานห๎องเรียนออนไลน์ เปูาหมาย นักเรียนแกนน าได๎รับโอกาสในการเรียนรุ๎ด๎านสุขภาพ และสามารถน า ความรู๎ไปดูแลสุขภาพคนในครอบครัวและชุมชนได๎ ผลการวัดความรอบรู๎ด๎านสุขภาพของนักเรียนแกนน าหรือยุวอาสาสมัคร สาธารณสุข อยูํในระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร๎อยละ 86.00 พฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนแกนน าหรือยุวอาสาสมัครสาธารณสุข อยูํในระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร๎อยละ 81.25การจัดงานวัน อสม.แหํงชาติเป็นประจ าทุกปี เพื่อเป็นเชิดชูเกียรติและมอบรางวัล ให๎แกํ อสม.ดีเดํนระดับชาติและเครือขํายดีเดํน ท าให๎กรม สบส. สามารถสร๎างเครือขํายภาคประชาชนที่มีความเข๎มแข็งและ ผลการด าเนินการเป็นที่ประจักษ์ โดยมีการปรับเพิ่มชํองทางการรับเรื่องร๎องเรียนหลากหลายรูปแบบผํานสื่อออนไลน์ และ พัฒนาระบบการรับเรื่องร๎องเรียนออนไลน์ และน าสารสนเทศของผู๎รับบริการมาเป็นข๎อมูลปูอนเข๎ากระบวนการวางแผนกล ยุทธ์และแผนยุทธศาสตร์ เพื่อให๎ผู๎รับบริการได๎รับการตอบสนองอยํางรวดเร็ว เชํน พัฒนาระบบการตรวจสอบสถานพยาบาล ผําน QR Codeระบบการตรวจสอบข๎อมูลแพทย์จากฐานข๎อมูลแพทยสภา UCEP ฉุกเฉินวิกฤติ รักษาได๎ทุกที การออกแบบ สถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM) เพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบกํอสร๎างที่มีคุณภาพและได๎มาตรฐาน การให๎บริการทาง การแพทย์ผําน Telemedicine รวมถึงสํงตํอผู๎ปุวยฉุกเฉินด๎วย Sky Doctor เพิ่มศักยภาพสุขศาลาพระราชทานสูํหนํวยบริการ สาธารณสุขปฐมภูมิที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได๎มาตรฐาน ประชาชนสามารถเข๎าถึงบริการที่เป็นธรรมและเทําเทียม (6) การเข้าถึงและการสนับสนุนผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรม สบส. ได๎มีการเรียนรู๎และปรับปรุง รูปแบบการบริการและกลไกการสนับสนุนที่เหมาะสมกับกลุํมผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียที่มีความต๎องการเฉพาะที่ หลากหลาย ปรับปรุงคุณภาพของกระบวนการตามพันธกิจ และน ามาออกแบบกระบวนงาน วิธีการสํงมอบบริการที่สอดคล๎อง กับปัญหา ความต๎องการ ความคาดหวัง และข๎อก าหนดที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในแตํละชํวงแผนยุทธศาสตร์อยํางเหมาะสม โดยมีวิธีการที่แตกตํางกันตามกระบวนการ และเพื่อสํงมอบผลผลิตและการบริการสูํผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียของ กรมฯ และสร๎างความสัมพันธ์และความผูกพันอยํางเหมาะสม เพื่อให๎ผู๎รับบริการเกิดความพึงพอใจสูงสุด เพื่อให๎บรรลุ วิสัยทัศน์ขององค์กร การจัดตั้งศูนย์เครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นศูนย์กลางการบริหาร จัดการเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องมือแพทย์ได๎อยํางเป็นระบบมีมาตรฐาน เพียงพอ พร๎อมใช๎งานได๎ตลอด 24


89 รูปที่ 3.3 ระบบจัดการเรื่องร๎องเรียน รูปที่ 3.3 ระบบจัดการเรื่องร๎องเรียน ชั่วโมง การพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนและบริการปฐมภูมิ การพัฒนาระบบการประเมินสถานพยาบาลและสถานประกอบการ เพื่อสุขภาพ ด๎วย App: e-Private Health Audit เพื่อให๎ผู๎รับบริการสามารถค๎นหา และตรวจสอบสถานะวําสถานบริการได๎รับ การอนุญาตและรับรอง (7) การจัดการกับข้อร้องเรียน กรม สบส. มีศูนย์บริหารจัดการเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคด้าน บริการสุขภาพ จัดการข้อร้องเรียน ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ค าชมเชย และเป็นศูนย์รับแจ๎งเบาะแสการทุจริต หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติงานของเจ๎าหน๎าที่ ซึ่งในกรณีการร๎องเรียนที่เกี่ยวกับบุคคล จะมีการเก็บ รักษาเรื่องราวไว๎เป็นความลับ และปกปิดชื่อผู๎ร๎องเรียน เพื่อปูองกันมิให๎ผู๎ร๎องเรียนได๎รับผลกระทบหรือความเดือดร๎อน จากการร๎องเรียน และติดตามเรื่องข๎อร๎องเรียนจากชํองทางตําง ๆ ที่ก าหนดขึ้น คัดกรองข๎อเรื่องเรียนตามระดับขั้น ความเรํงดํวน ความจ าเป็น มีการแตํงตั้งคณะท างานจัดการเรื่องร้องเรียนฯ พร๎อมทั้งก ากับติดตามเป็นประจ าทุก เดือน แบํงความรุนแรง 2 ประเภท เรื่องที่ไมํยุํงยากซับซ๎อน เวลาใน การด าเนินการ 30 วันท าการ และเรื่องที่ยุํงยากซับซ๎อน 60-90 วันท า การในการยุติเรื่อง บันทึกข๎อมูลผํานทางระบบรับเรื่องร๎องเรียน (CRM) แจ๎งเตือนไปยังหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง เพื่อแก๎ไขและให๎ข๎อมูล ตอบกลับผู๎ร๎องเรียนอยํางทันทํวงที และมีระบบติดตาม ขั้นตอน ความคืบหน๎าของเรื่องร๎องเรียน (tracking) ให๎ประชาชนสามารถ ติดตามสถานะของการจัดการข้อร้องเรียนได้และรายงานผลการ จัดการข๎อร๎องเรียนให๎กรมฯ ทราบทุกเดือน พร๎อมทั้งน าข๎อมูลสูํการปรับปรุงพัฒนาการท างานและให๎บริการเพื่อ ปูองกันมิให๎เกิดการร๎องเรียนซ้ า และอ านวยความสะดวกให๎ประชานในการติดตํอรับบริการเกี่ยวกับธุรกิจบริการสุขภาพ นอกจากนี้ กรมฯ มีการประเมินประสิทธิภาพและปรับปรุงชํองทางการรับเรื่องร๎องเรียนตามข๎อเสนอแนะของ ผู๎รับบริการเป็นประจ าทุกปี พัฒนาชํองทางการรับร๎องเรียนผํานชํองทางออนไลน์ตํางๆ 9 ชํองทาง ได๎แกํ การติดตํอ ด๎วยตนเอง โทรศัพท์ e-Mail Facebook เว็บไซต์ ไปรษณีย์ สปณ1111 หนังสือราชการ หรือผํานหนํวยงานอื่น ซึ่ง ประชาชนสามารถเลือกรับบริการได๎ตามชํองทางที่ตนสะดวก พัฒนาระบบรับเรื่องร๎องเรียนผํานระบบออนไลน์ เพื่อน า ผลที่ได๎มาปรับปรุงกระบวนการท างาน และปรับปรุงวิธีการสร๎างความสัมพันธ์กลุํมผู๎รับบริการเฉพาะกลุํมได๎อยํางมี ประสิทธิภาพ สอดคล๎องกับกระบวนงานหลักของกรมฯ ในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีตํอไป สร๎างนวัตกรรมที่สามารถ ตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการ การท างานกับเครือขําย และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียเฉพาะกลุํมได๎อยํางเหมาะสม และเป็นแนวทางการเสริมสร๎างความผูกพันของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียเกิดความพึงพอใจอยํางสูงสุดและเป็น ระบบอยํางยั่งยืน จากผลการด าเนินการดังกลําวมาอยํางตํอเนื่อง ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.2-6, 7.2-8 ถึง7.2-11 ข. การประเมินความพึงพอใจผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (8) ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจและความผูกพัน กรมฯ มีการส ารวจความพึงพอใจของผู๎รับบริการและผู๎มี สํวนได๎สํวนเสียในภาพรวมของกรมฯ โดยใช๎แบบสอบถาม (Survey Questionnaire) เป็นแบบประเมินที่กรมฯ สร๎างขึ้นและมี การหาความเสี่ยง ความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เพื่อเป็นเครื่องมือในการวัดผลในทุกกลุํมทั้งกลุํมผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎ สํวนเสียภายนอกและภายใน ปีละ 2 ครั้ง โดยมีการจ าแนกกลุํมผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียให๎ครบทุกกลุํมตาม กระบวนงานหลักของหนํวยงาน โดยมีการส ารวจความพึงพอใจ ความไมํพึงพอใจ และความเชื่อมั่น พร๎อมทั้งการประเมินชํอง ทางการให๎บริการทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ มีการประเมินความพึงพอใจที่ทันตํอการตอบสนอง เชํน การประเมินความ พึงพอใจที่จุดให๎บริการหนํวยงานตําง ๆ ผํานระบบจองคิวออนไลน์ ข๎อมูลปูอนกลับทั้งที่เป็นทางการและไมํเป็นทางการ ข๎อมูลการให๎บริการ ข๎อร๎องเรียน รายงานจากหนํวยบริการ การแนะน าจากผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียเดิม และอัตรา ความส าเร็จของการท าธุรกรรม น ามาแก๎ไขปัญหาทันทีเมื่อพบปัญหาสํงผลตํอความพึงพอใจผู๎รับบริการ กรมฯ พัฒนาระบบ การประเมินความพึงพอใจของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียของกรมฯ มาอยํางตํอเนื่อง ตลอดจนวิธีการวิเคราะห์ข๎อมูล ที่ได๎ออกแบบไว๎มาใช๎ในการปรับปรุงเครื่องมือและวิธีการประเมินความพึงพอใจอยํางสม่ าเสมอ รอบทุก 6 เดือน เพื่อน ามา


90 วิเคราะห์ พัฒนา ปรับปรุงรูปแบบ การให๎บริการให๎เหมาะสมตํอผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียแตํละกลุํม โดยมีการ เพิ่มเติมในสํวนข๎อค าถามความไมํพึงพอใจ การประเมินความผูกพันของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียจากประเด็น ภาพลักษณ์องค์กร ซึ่งเป็นประเด็นการประเมินความเชื่อมั่นตํอองค์กร น าไปทบทวน ปรับปรุงการท างาน จัดการกระบวนการ อยํางเป็นระบบ โดยในปี 2565 -2566 ก าหนดตัวชี้วัดความพึงพอใจ ความไมํพึงพอใจ และความเชื่อมั่นตํอผู๎รับบริการและผู๎ มีสํวนได๎สํวนเสีย เป็นตัวชี้วัดค ารับรองการปฏิบัติราชการ ระดับหนํวยงาน ซึ่งในปี 2565 มีผลการประเมินความพึงพอใจ ของผู้รับบริการต่อการให้บริการภาพรวมของกรมฯ อยูํที่ร้อยละ 85.80 และมีระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียตํอการให๎บริการของกรมฯร้อยละ 90.21 และผลการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการ ณ ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ ร้อยละ 91.60 นอกจากนี้ยังมีการจัดท าสรุปจ านวนผู๎ใช๎งานและความพึงพอใจที่มีตํอระบบการ ออกใบอนุญาตทั้ง 3 ประเภท ดังนี้ 1) ผู๎ใช๎งานระบบออกใบอนุญาตกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงสะสม จ านวน 11,998 ราย มีผลการประเมินความพึงพอใจในการให๎บริการ คิดเป็นร๎อยละ 86.97% 2) ผู๎ใช๎งานระบบออก ใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพสะสมจ านวน 12,358 ราย มีผลการประเมินความพึงพอใจในการให๎บริการ คิดเป็น ร๎อยละ 97.50% และ 3) ผู๎ใช๎งานระบบออกใบอนุญาตสถานพยาบาลสะสมจ านวน 265 ราย มีผลการประเมินความพึงพอใจ ในการให๎บริการ คิดเป็นร๎อยละ 91.65% (9) ความพึงพอใจเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น กรมฯ ใช๎ข๎อมูลสารสนเทศจากผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวน เสีย รายงานอุบัติการณ์ ข๎อร๎องเรียน การสังเกต ชํองการสื่อสาร มีการน าไปทบทวนออกแบบปรับปรุงผลิตภัณฑ์และ กระบวนการให๎ตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการทั้งปัจจุบันและอนาคตแตํละปี และรวบรวมข๎อมูลจากหนํวยงานอื่น ๆ จากภายนอกทางสื่อออนไลน์ในรูปแบบตําง ๆ เชํน ศูนย์บริการ OSS ของ อย. และข๎อมูลขําวสารตําง ๆ เชํน TV วิทยุ Facebook YouTube และหนังสือพิมพ์ เป็นต๎น น ามาวิเคราะห์เชิงลึก มีการบูรณาการกับข๎อมูลสภาพแวดล๎อมภายนอก เพื่อหาโอกาสในการสร๎างกลุํมผู๎รับบริการและตลาดใหมํ ปรับปรุง สร๎างผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการในแตํละพันธกิจ และทิศทางของตลาด ค๎นหานวัตกรรมบริการใหมํ ๆ เชํน ในชํวงโควิด-19 ระบาด การพัฒนาระบบการสอบความรู๎เพื่อขึ้น ทะเบียนเป็นผู๎ประกอบโรคศิลปะแบบออนไลน์ เพื่ออ านวยความสะดวกแกํผู๎เข๎าสอบ ประหยัดเวลา ลดคําใช๎จําย สํงผลให๎ ผลิตก าลังคนในสาขาวิชาชีพ (9 สาขา 3 ศาสตร์)สามารถด าเนินการได๎ตํอเนื่อง และข๎อมูลร๎องเรียนของผู๎รับบริการในการรับ บริการเสริมความงาม มีอาการติดเชื้อต าแหนํงที่ท าศัลยกรรมตกแตํง เชํน การเสริมจมูก แก๎ไขรูปหน๎า กรมฯ ได๎จัดท าแนว ปฏิบัติการปูองกันการติดเชื้อในสถานพยาบาลส าหรับคลินิก เผยแพรํทางออนไลน์ด๎วย QR Code แนวปฏิบัติการปูองกัน การติดเชื้อ พร๎อมทั้งมีการจัดการความสัมพันธ์ครอบคลุมทั้งผู๎รับบริการปัจจุบันและอนาคต ผํานการสื่อสาร การสร๎างความ พึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีตลอดวงจรชีวิตของผู๎รับบริการ จากการส ารวจพบวําผู๎รับบริการบางกลุํมไมํสะดวกมารับ บริการที่ OSS จึงได๎พัฒนาระบบจองคิวออนไลน์ ระบบ e-Service และพัฒนาระบบขออนุญาตผํานระบบ Biz Portal ของ ส านักงาน ก.พ.ร. ซึ่งมีการยื่นค าขออนุญาตผํานระบบ Biz Portal มากที่สุด ติด 4 อันดับใน 10 อันดับ เป็นการลดคําใช๎จําย คุ๎มคํา เข๎าถึงงําย โดยในปี 2565 กรมฯได้รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทยกระดับอ านวยความสะดวกใน การให้บริการ ระดับดีเด่น ค. การใช้ข้อมูลและสารสนเทศของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง (10) การใช้ข้อมูลและสารสนเทศของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วยเสียและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกรมฯ ได๎ พัฒนา SMART Card อสม. ซึ่งเป็นทั้งบัตรประจ าตัว อสม. จํายคําปุวยและเป็นชํองทางการสื่อสารกับกรมฯ โดยตรง ในการ รับข๎อมูลขําวสารทางด๎านสุขภาพที่ถูกต๎องและเฝูาระวัง มีการรายงานผลด าเนินการ อสม. ผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจ าเดือน พัฒนารํวมกับกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ในการยืนยันผลงาน อสม. ผํานระบบ e – Social welfare ท าให๎เบิกจํายคําปุวยการมีความคลํองตัว โปรํงใส มีประสิทธิภาพมากขึ้น กรมฯ มีการพัฒนาระบบการรับเรื่องร๎องเรียน ออนไลน์ ระบบ HSS Information Management System บูรณาการ VOC ที่มาหลากหลายชํองทาง ให๎สามารถบริหาร จัดการและติดตามผลได๎อยํางมีประสิทธิภาพ และน ามาเป็นข๎อมูลปูอนเข๎ากระบวนการวางแผนกลยุทธ์และแผนยุทธศาสตร์ ทุกปี อีกทั้งกรมฯ ยังมีการสร๎างบรรยากาศการท างานรํวมกับเครือขํายทุกภาคสํวนด๎วยนวัตกรรม การถอดบทเรียน การ


Click to View FlipBook Version