91 รูปที่ 4.1 ระบบการคัดเลือกตัวชี้วัด กรม สบส. สัมมนา การถํายทอดเทคโนโลยี และน าข๎อมูลมาวิเคราะห์ผลักดันให๎น านวัตกรรมใหมํๆ เกิดเป็นความส าเร็จอันโดดเดํน เพื่อให๎บรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กร มีการคาดการณ์และจ าแนกสารสนเทศของผู๎รับบริการในอนาคต จากข๎อมูลสถานการณ์ทั้ง ในประเทศและตํางประเทศและผลการส ารวจความพึงพอใจของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียในแตํละปี น าไปใช๎ พิจารณาปรับกลยุทธ์การด าเนินงาน ตลอดจนออกแบบระบบ กระบวนการ องค์ความรู๎และเทคโนโลยีและการบริการที่เป็น นวัตกรรมในแผนยุทธศาสตร์ของกรมฯ 20 ปี เพื่อรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางระบบบริการสุขภาพที่เกิดขึ้น สร๎าง นวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการ การท างานกับเครือขําย และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียเฉพาะกลุํมได๎ อยํางเหมาะสม พัฒนาการให๎บริการเป็น e-Service แบบ Fully Digital ให๎ครบทุกกระบวนงาน เชํน การขออนุญาตฯ ผําน ระบบ Biz Portal ของส านักงาน ก.พ.ร. ตั้งแตํปี 2561- ปัจจุบัน จ านวน 17 งานบริการ และขยายการให๎บริการให๎ครอบคลุม ทั่วประเทศภายในปี 2566 การจัดให๎มีชํองทาง Fast Trackส าหรับผู๎พิการและผู๎ที่จองคิวผํานระบบการจองคิวออนไลน์ที่ OSSสายดํวน 1426 ศูนย์สํงเสริมระบบงานบริการดิจิทัล ให๎ค าปรึกษาใช๎ระบบ e-Service แกํผู๎รับบริการการให๎บริการทาง การแพทย์ผํานระบบTelemedicine รวมถึงสํงตํอผู๎ปุวยฉุกเฉินด๎วย Sky Doctor เพิ่มศักยภาพสุขศาลาพระราชทานสูํหนํวย บริการสาธารณสุขปฐมภูมิที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได๎มาตรฐาน ประชาชนสามารถเข๎าถึงบริการที่เป็นธรรมและเทําเทียม การออกแบบสถานพยาบาลเสมือนจริง (BIM) เพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบกํอสร๎างที่มีคุณภาพและได๎มาตรฐาน เป็นต๎น นอกจากนี้ กรมฯ มุํงพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสุขภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให๎บริการในด๎านตําง ๆ สํงเสริมการ แลกเปลี่ยนเรียนรู๎ มุํงสูํองค์กรแหํงการเรียนรู๎ ภายใต๎คํานิยมองค์กร “สบส” การขับเคลื่อนการเสริมสร๎างความรอบรู๎ น าคน ไทยสูํสุขภาพที่ดี ที่ 4.0สร๎างเครือขํายและบูรณาการท างานรํวมกัน การพัฒนาระบบบริการบ าบัดรักษาผู๎ปุวยยาเสพติด เปูาหมายเพื่อให๎ได๎ อสม. มีศักยภาพในการติดตามดูแลผู๎ปุวยยาเสพติดในระบบสมัครใจบ าบัดในชุมชนได๎อยํางตํอเนื่อง จ านวน 923 คน (เปูาหมาย 900 คน) สํงผลให๎ผู๎ปุวยยาเสพติดได๎รับการบ าบัดยาเสพติดแล๎วสามารถใช๎ชีวิตในชุมชนได๎อยําง มั่นคง และไมํเป็นที่รังเกียจของสังคม ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.6-11 การพัฒนาและเสริมสร๎างศักยภาพคนไทยกลุํมวัยสูงอายุ ได๎รับการคัดกรองสุขภาพแบบไร๎รอยตํอ และเข๎าถึงบริการ พึ่งพาตนเองทางสุขภาพได๎ และในปี 2565 กรมฯ ได๎รับรางวัลการ บริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ระดับดีเด่น และรางวัลพิเศษ สานพลังร่วมใจต้านโควิด ระดับดีเด่น ผลงาน อสม.กลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 4.1 การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการด าเนินการของส่วนราชการ ก. การวัดผลการด าเนินการ 1) ตัววัดผลการด าเนินการ กรมฯก าหนดตัวชี้วัดหลายระดับตั้งแตํตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ระดับกระทรวง กรม และหนํวยงาน ตลอดจนตัวชี้วัดบุคคลเชื่อมโยงไปยังข๎อมูลและสารสนเทศที่ส าคัญ ซึ่งได๎ก าหนดเกณฑ์ในการคัดเลือก ตัวชี้วัดที่ครอบคลุมกรอบด าเนินงานที่ส าคัญให๎มีความสอดคล๎อง เชื่อมโยง และสํงผลกับตัวชี้วัดระดับชาติ กระทรวง กรม ซึ่งตัววัดผลการด าเนินการ ของกรมฯ พิจารณาจากภารกิจหลักที่ตอบสนองวิสัยทัศน์และพันธกิจ รวมทั้งคํานิยมและวัฒนธรรมองค์กร ความต๎องการของผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย กระบวนการปฏิบัติงาน นโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข๎อง ผํานกระบวนการจัดท า ยุทธศาสตร์ ค ารับรองปฏิบัติราชการประจ าปี แผนปฏิบัติการ 4 ปี และ แผนปฏิบัติการประจ าปี เพื่อใช๎ในการติดตามความก๎าวหน๎าและผลส าเร็จ ของการด าเนินงานของกรมฯ โดยตัวชี้วัดที่ส าคัญที่ใช๎ในการติดตาม ประเมินผลการด าเนินการ ประกอบด๎วย 1) ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์และนโยบาย 2) ตัวชี้วัดที่บรรลุพันธกิจ และตัวชี้วัดตาม มาตรการปรับปรุงฯตาม ม.44 3) ตัวชี้วัดกระบวนงาน 4) ตัวชี้วัดแผนกลยุทธ์ และ 5) ตัวชี้วัดของแผนงาน/โครงการ โดยจะ ก าหนดคําเปูาหมาย วางแผน รวบรวม ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนถํายระดับเป็นค ารับรองการปฏิบัติ ราชการระหวํางกรม หนํวยงาน และบุคลากรในสังกัดกรมฯ วิธีการรวบรวมข๎อมูลสารสนเทศ ติดตามความก๎าวหน๎าของผลการ
92 ด าเนินการตามตัวชี้วัดตํางๆ ที่ส าคัญเป็นประจ าสัปดาห์ ทุกเดือน รายงานรอบ 3, 6,9 และ 12 เดือน และรายงานผลการ ด าเนินการตามตัวชี้วัดของค ารับรองปฏิบัติราชการระดับหนํวยงาน รอบ 5และ 11 เดือน ใช๎ประกอบการประเมินผลการ ปฏิบัติงานของผู๎บริหารและบุคลากร การพัฒนาน าระบบ SMART65 มาใช๎สนับสนุนการปฏิบัติงานทั้งกระบวนการที่สร๎าง คุณคํา และกระบวนการสนับสนุน พัฒนาระบบ Back Office & Front Officeโดยมีการน าข๎อมูลจากเจ๎าหน๎าที่ผู๎รับผิดชอบ ในทุกวันท าการหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ท าให๎สามารถติดตามสถานะความก๎าวหน๎าของตัวชี้วัดผลผลิตและการบริหารงาน ภายใต๎แผนปฏิบัติราชการกรม ได๎แบบ Real Timeผํานระบบ SMART65 การก าหนดตัวชี้วัดผลการด าเนินการเพื่อใช๎ติดตามความก๎าวหน๎าและผลส าเร็จของการด าเนินงาน โดย คณะกรรมการบริหารมีอธิบดีเป็นประธาน วางแผนและรวบรวมข๎อมูลจากระบบและการรายงานตําง ๆ ผํานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ ได๎แกํ ระบบข๎อมูล Data Center และ Data Site ส าหรับ ศบส. 1-12 และ สสจ. ระบบรายงาน MISส าหรับ ผู๎บริหาร ผู๎ปฏิบัติงาน นักวิชาการทุกระดับ ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) สืบค๎นข๎อมูลส าหรับประชาชน กลุํม ผู๎บริหารและผู๎ปฏิบัติ แสดงข๎อมูลเป็นพิกัดพื้นที่ในแผนที่ ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร (PMS) ฐานข๎อมูลยุทธศาสตร์ ระบบ SMART 65 ก ากับติดตามผลการด าเนินการตามตัวชี้วัด (HSS Cockpit) ผลการปฏิบัติงานและ งบประมาณตามแผนงานโครงการตําง ๆ ระบบ GFMIS สามารถติดตามสถานะได๎แบบ Real Time ผํานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบ CRM รับข๎อร๎องเรียน ระบบ DPIS น าข๎อมูลความต๎องการและความคาดหวังของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียใน ทุกกลุํม ก าหนดเป็นตัวชี้วัดในระดับปฏิบัติการและยุทธศาสตร์ให๎มีความยืดหยุํน โดยก าหนดเป็นตัวชี้วัดระยะสั้น ระยะ กลาง และระยะยาว และก าหนดเจ๎าภาพในการก ากับดูแลภาพรวมของตัวชี้วัดแตํละตัว โดยกลุํมแผนงานและกลุํมพัฒนา ระบบบริหาร สื่อสารตัวชี้วัดระดับองค์กรที่ได๎รับอนุมัติไปยังหนํวยงานผํานชํองทางการสื่อสารที่ก าหนด ตัวชี้วัดระดับ องค์กรจะถํายทอดสูํระดับปฏิบัติการผํานการจัดท าค ารับรองการปฏิบัติราชการและประเมินผลการปฏิบัติงานตั้งแตํระดับ ผู๎บริหาร กอง/ศูนย์/กลุํม/บุคคล ส าหรับตัวชี้วัดหนํวยงาน ผู๎บริหารหนํวยงานสื่อสารตัวชี้วัด แนวทางการด าเนินงาน การ ติดตาม รวบรวมผล รํวมกันก าหนดและจัดท าแผนปฏิบัติการของหนํวยงานให๎มีความสอดคล๎องกับแผนขององค์กร โดยกลุํม แผนงานและหนํวยงานผู๎รับผิดชอบตัวชี้วัดต๎องรายงานข๎อมูลผลการด าเนินงานพร๎อมการวิเคราะห์ผลและการเบิกจําย งบประมาณเทียบกับเปูาหมาย ผลการคาดการณ์ ปัญหาอุปสรรค และปัจจัยสนับสนุนให๎บรรลุเปูาหมายผําน SMART65ใน กรณีเรํงดํวนจะน าเข๎าประชุมผู๎บริหารกรม การประชุมติดตามโครงการและนโยบายเรํงดํวน และการประชุมกรมเป็นประจ า ทุกเดือน กลุํมแผนงานประมวลผลน าเสนอผู๎บริหาร ติดตามความก๎าวหน๎าและเรํงรัดการด าเนินการให๎เป็นไปตามแผนงาน โครงการตําง ๆ และรายงานผลการด าเนินงานตามค ารับรองการปฏิบัติราชการในหนํวยงาน (IPA) ผลการด าเนินงานตาม แผนการจัดซื้อจัดจ๎าง ประกาศผู๎ชนะการเสนอราคาจัดซื้อจัดจ๎างประเภทตําง ๆ เผยแพรํหน๎าเว็บไซต์กรมฯ สร๎างความ โปรํงใส ตรวจสอบได๎ นอกจากนี้ยังมีศูนย์ข๎อมูลขําวสารของราชการ กรมฯ ที่ให๎บริการ ณ ชั้น 2 อาคารกรมฯ และผํานระบบ ออนไลน์ (https://hss.moph.go.th/info_act/) สร๎างความรู๎ ความเข๎าใจ และเปิดเผยข๎อมูลขําวสารแกํประชาชน บริหาร จัดการข๎อมูลตาม พ.ร.บ.ข๎อมูลขําวสารของราชการ พ.ศ. 2540 2) ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ กรมฯ มีการใช๎แหลํงข๎อมูลทั้งภายในและภายนอกประเทศ (P 11) ประกอบกับ ข๎อเสนอแนะของคณะ กรรมาธิการฯ พิจารณางบประมาณรายจํายประจ าปี และข๎อสังเกตของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เป็นข๎อมูลน าเข๎า ในการปรับวิสัยทัศน์ พันธกิจ เปูาประสงค์ และตัวชี้วัด ให๎ชัดเจน สอดคล๎องกันในทุกมิติ ก าหนดตัวชี้วัดวัดความส าเร็จ ระดับผลลัพธ์ ผลกระทบ และแสดงให๎เห็นถึงความเชื่อมโยงแผนบูรณาการกับหนํวยงานอื่นๆ ก าหนดกลยุทธ์ แผนงาน โครงการที่เข๎มแข็งและมีความชัดเจนทัดเทียมกับคูํแขํง เป็นการผลักดันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร สมรรถนะหลัก ด๎านระบบบริการสุขภาพน าไปสูํการสร๎างนวัตกรรมในด๎านตํางๆ ที่สํงผลตํอการปฏิบัติงานและการให๎บริการที่มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอยํางตํอเนื่องตอบสนองยุทธศาสตร์กรม สบส. เชํน โครงการพัฒนาศักยภาพการบริการสุขภาพเชิงรุก เกี่ยวกับการใช๎เทคโนโลยีระบบการแพทย์ทางไกลTelemedicine)ในโรงพยาบาลเอกชน โดยกรมฯมีการปรับกฎหมายและ ประกาศรองรับการให๎บริการ ซึ่งสิงคโปร์และมาเลเซีย ยังไมํมีกฎหมายรองรับ โครงการ Healthcare Metaverse ศูนย์ความ
93 เป็นเลิศเวชศาสตร์จีโนม และสถานพยาบาลเสมือนจริง เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ สนับสนุน ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพ และสร๎างมูลคําเพิ่มให๎ประเทศไทย โครงการพัฒนาและเสริมสร๎างศักยภาพคนไทยกลุํมวัย สูงอายุ กลุํมผู๎สูงอายุได๎รับการคัดกรองสุขภาพแบบไร๎รอยตํอ แลผู๎สุ.อายุในขุมขนได๎รับการสํงเสริมสุขภาพ ปูองกันโรค และ การดูแลแบบผสมผสานอยํางตํอเนื่อง จ านวน 30 ล๎านครอบครัว และยกระดับคุณภาพการให๎บริการในสุขศาลาพระราชทาน ซึ่งปัจจุบันมีสุขศาลาพระราชทานได๎รับการจัดตั้งขึ้นกระจายตัวอยูํในพื้นที่10 จังหวัด จ านวนกวํา26 แหํง และมี12 แหํงที่ ผํานเกณฑ์คุณภาพที่ก าหนดและได๎รับการรับรองให๎เป็นสุขศาลาคุณภาพ สะท๎อนผลลัพธ์ภาพที่ 7.5-7 เพื่อสํงเสริมและ พัฒนาด๎านบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานให๎กับประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร หํางไกล ตามแนวตะเข็บชายแดนและพื้นที่พิเศษ ด๎านความมั่นคง ให๎เข๎าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เป็นต๎น (3) ความคล่องตัวของการวัดผล กรมฯ ได๎พัฒนาระบบและจัดตั้งห๎องศูนย์ปฏิบัติการกรมฯ(DOC) เชื่อมโยง ข๎อมูลสารสนเทศระบบบริหารจัดการภาพรวมของกรมฯ ตั้งแตํปี 2560 โดยมีการพัฒนาปรับปรุงมาอยํางตํอเนื่องถึงปัจจุบัน รูปแบบคลังข๎อมูลเพื่อบริหารจัดการอยํางเป็นระบบ ครอบคลุมข๎อมูลสารสนเทศทุกภารกิจ การเปลี่ยนแปลงข๎อมูลทั้งรายวัน รายเดือน หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เชํน ระบบติดตามและประเมินผลการด าเนินงานตามยุทธศาสตร์ค ารับรองการ ปฏิบัติราชการของกรม ประเมินผลความเสี่ยงของงาน แสดงให๎เห็นถึงตัวชี้วัดที่เร็วกวําแผน ตามแผน และช๎ากวําแผน ระบบ ติดตามผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณก ากับติดตามการใช๎เงินงบประมาณ ที่สํงผลตํอการด าเนินงานที่อาจลําช๎าไมํเป็นไป ตามแผนได๎ จ าเป็นต๎องเรํงรัด หรือทบทวนปรับปรุงแผน ระบบติดตามผลการด าเนินงานของแผนงานและโครงการ ก ากับ ติดตามผลการปฏิบัติงานและงบประมาณตามแผนงานโครงการตํางๆ โดยมีการเชื่อมโยงกับระบบ GFMIS สามารถติดตาม สถานะความก๎าวหน๎าของผลการด าเนินงานและตัวชี้วัดด๎านผลผลิตและการบริหารงานภายใต๎แผนปฏิบัติราชการกรม ซึ่งการ รายงานผลการด าเนินการในทุกกิจกรรมและผลผลิตผํานระบบ Smart เป็นระบบก ากับติดตามผลการด าเนินการตามตัวชี้วัด ของกรมฯ (HSS Management Cockpit)และใช๎ก ากับติดตามผลการปฏิบัติงานและงบประมาณตามแผนงานโครงการตํางๆ โดยมีการเชื่อมโยงกับระบบ GFMIS สามารถติดตามสถานะความก๎าวหน๎าของผลการด าเนินงานและตัวชี้วัดด๎านผลผลิตและ การบริหารงานภายใต๎แผนปฏิบัติราชการกรมได๎แบบ Real time เพื่ออ านวยความสะดวกในการประเมินผลและน าข๎อมูล ประกอบการตัดสินใจของผู๎บริหาร ให๎เกิดความถูกต๎อง ลดขั้นตอน ระยะเวลา จนท าให๎การปฏิบัติงานด๎านการเบิกจําย งบประมาณเป็นไปตามเปูาหมายที่ตั้งไว๎ ซึ่งในการติดตามความก๎าวหน๎าของแผนการใช๎จํายงบประมาณ และในกรณีเรํงดํวน จะน าเข๎าที่ประชุมผู๎บริหารกรมฯ การประชุมผู๎บริหารสํวนกลาง และการประชุมกรมฯเป็นประจ าทุกเดือน โดยกลุํมแผนงาน เป็นผู๎ประมวลผล และน าเสนอผู๎บริหาร ติดตามความก๎าวหน๎า รวมทั้งเรํงรัดการด าเนินการให๎เป็นไปตามแผนงานโครงการ ตํางๆเพื่อใช๎ในการทบทวนผลการด าเนินงานจากระบบน าไปวิเคราะห์และใช๎ประกอบการตัดสินใจในการจัดท ายุทธศาสตร์ ตามกระบวนการในหมวด 2 และผลการด าเนินงานที่ถูกรวบรวมผํานการวิเคราะห์ทบทวนจะถูกน าไปรายงานตํอผู๎บริหาร เพื่อ น าไปใช๎ประกอบในการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรในหมวด 1 การทบทวนยุทธศาสตร์ทั้งในกรณีปกติและกรณี เรํงดํวนตามกระบวนการในการปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ (หมวด 2 ) การน าผลการด าเนินงานไปปรับปรุงกระบวนการ ท างาน (หมวด 6) และน าไปรวบรวมองค์ความรู๎เพื่อเผยแพรํแกํบุคลากร ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย ภาคีเครือขําย และประชาชน ตามกระบวนการจัดการความรู๎ รวมทั้งมีการสอบทานความสอดคล๎องของตัวชี้วัด ทบทวนและก าหนด Leading Indicator และ LaggingIndicator ของตัวชี้วัดระดับยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ระหวํางแผนปฏิบัติการของแผนกับเปูาประสงค์ พร๎อมจัดล าดับและก าหนดน้ าหนักความส าคัญของผลกระทบตัวชี้วัด และก าหนดแนวทางและเหมายในการด าเนินงานในปี ถัดไป โดยเปูาหมายการด าเนินงานของปีถัดไปต๎องมีแนวโน๎มที่เพิ่มสูงขึ้น ส าหรับแผนงาน โครงการที่ก าหนดเบ๎าหมายเชิง ปริมาณ และมีแนวโน๎มที่ดีขึ้นหรือมีคุณภาพขึ้นในกรณีก าหนดเปูาหมายเชิงคุณภาพ สะท๎อนผลลัพธ์ที่ 7.1 7.6 และ7.5 ข. การวิเคราะห์และทบทวนผลการด าเนินการ (4) การวิเคราะห์ และทบทวนผลการด าเนินการ กรมฯ มีการวิเคราะห์ข๎อมูลและตัวชี้วัดเชิงยุทธศาสตร์ โดยใช๎ ระบบ SMART 65 ในรูปแบบ Dashboard ใช๎ประกอบในการตัดสินใจ ติดตามผลการด าเนินการตามตัวชี้วัดของกรมฯ และ การใช๎จํายงบประมาณ ตลอดจนการรายงานสถานการณ์ตามภารกิจตํางๆ และนโยบายที่ส าคัญ เพื่อตัดสินใจเลือกและน าไปสูํ
94 รูปที่ 4.2 ระบบ Smart การปรับปรุงกระบวนการท างานอยํางตํอเนื่องรํวมกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง ทั้งในสํวนราชการและพื้นที่ (สสจ.) โดยมีการประชุมกรมทุกเดือน การ ประชุมของอธิบดีและรองอธิบดีทุกสัปดาห์ การประชุมติดตามนโยบาย เรํงดํวน และ การประชุมกรมฯ ผํานVDO Conference กับผู๎บริหารสํวน ภูมิภาคทุกเดือน ติดตามผลการปฏิบัติงาน และวิเคราะห์สถานการณ์ที่ เกิดขึ้น พร๎อมทั้งมีการเปรียบเทียบแผน/ผลการด าเนินงานกับเปูาหมายผล การด าเนินงานที่ผํานมา และมีการคาดการณ์แนวโน๎มความส าเร็จของการ ด าเนินงานในอนาคต โดยมีการน าข๎อมูลสารสนเทศและผลการด าเนินการ ตามตัวชี้วัดส าคัญวิเคราะห์ค๎นหาสาเหตุที่ท าให๎การด าเนินการไมํเป็นไปตามเปูาหมายและปรับกลยุทธ์การด าเนินการ รวมทั้งทรัพยากรและวิธีการท างาน รวมทั้งมีการประเมินคุณภาพภายในทุกปี เพื่อประเมินความส าเร็จและค๎นหาโอกาสใน การพัฒนาตํอเนื่อง และแก๎ปัญหาเชิงนโยบาย มีการน าเทคโนโลยีมาใช๎ในการจัดการข๎อมูลขนาดใหญํจัดท าระบบฐานข๎อมูล 3 ระบบ เชื่อมโยงการวิเคราะห์ คาดการณ์ผลลัพธ์ และสนับสนุนการตัดสินใจอยํางมีประสิทธิภาพในทุกระดับ ได๎แกํพัฒนา และยกระดับความรู๎ของ อสม. ให๎เป็น อสม. หมอประจ าบ๎าน และสมาร์ท อสม. เพื่อให๎ อสม.ทุกคนเป็นหมอคนที่ 1 ตาม นโยบายคนไทยทุกคนมีหมอประจาตัว3 คน ในปี2564 –2565 ประชากรไทยกวํา31,057,962 คน มีหมอประจ าตัว3 คน คิด เป็นร๎อยละ68.74 โดย อสม. หมอคนที่ 1 ดูแลผู๎สูงอายุกลุํมติดสังคม จ านวน 4,106,572 คน ผู๎สูงอายุกลุํมติดบ๎าน จ านวน 527,212 คน และผู๎สูงอายุกลุํมติดเตียง จ านวน 49,213 คน มีการเชื่อมโยงฐานข๎อมูล อสม. รํวมกับสภากาชาดไทยผําน Application พ๎นภัย และรายงานผลผํานระบบออนไลน์ Smart อสม. และ อสม.ออนไลน์ เพื่อให๎เจ๎าหน๎าที่สาธารณสุขรวบรวม และรายงานผลการปฏิบัติงานผําน Thaiphc.net สํงข๎อมูลปูอนกลับมาให๎กรมฯ ในการก ากับ ติดตาม และประเมินผลการ ด าเนินการ พร๎อมทั้งน าไปวิเคราะห์และใช๎ประกอบการตัดสินใจ ในการปรับยุทธศาสตร์ และวิธีการท างาน รวมทั้งกรมได๎มี การประเมินคุณภาพภายในทุกปี เพื่อประเมินความส าเร็จและค๎นหาโอกาสในการพัฒนาตํอเนื่องตามระบบการปรับปรุงผล การด าเนินการ สร๎างนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ทั้งนี้ ในการก ากับติดตามผลการด าเนินการและ ประเมินผลตัวชี้วัดแตํละประเด็น ได๎ก าหนดหนํวยงานกลางที่รับผิดชอบไว๎อยํางชัดเจน ได๎แกํ กลุํมแผนงาน รับผิดชอบในการ ก ากับ ติดตาม และประเมินผลตัววัดตามการปฏิบัติราชการตามพันธกิจ (แผนยุทธศาสตร์) กลุํมพัฒนาระบบริหาร ก ากับ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการตามค ารับรองปฏิบัติราชการฯ กลุํมบริหารทรัพยากรบุคคล ประเมินผลการ ปฏิบัติงานของบุคลากรภายในหนํวยงาน กลุํมคลัง บริหารก ากับติดตามประเมินผลการใช๎จํายงบประมาณ (ระบบ GFMIS) และต๎นทุนผลผลิตในการปฏิบัติงาน ศูนย์คุ๎มครองผู๎บริโภคฯ ก ากับติดตามข๎อคิดเห็นและข๎อร๎องเรียนตํางๆ จากกลุํม ผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย และส านัก/กลุํม/กอง และหนํวยงานในสํวนภูมิภาค ศบส.ที่1-12 และ สสม. ทั้ง 5 แหํง ก ากับ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงาน/โครงการที่รับผิดชอบรวมถึงการก ากับติดตามข๎อคิดเห็นและข๎อ ร๎องเรียนตํางๆ จากกลุํมผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย เชํน การพัฒนาศักยภาพ อสม. หมอประจ าบ๎าน และสมาร์ท อสม. เพื่อดูแลผู๎ปุวยกลุํมเปูาหมายได๎รับการดูแลจาก อสม. หมอประจ าบ๎านมีคุณภาพชีวิตที่ดี โครงการยกระดับมาตรฐานบริการ สุขภาพรองรับการแขํงขันอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร และการจัดตั้งและพัฒนามาตรฐานสุขศาลาพระราชทานตาม พระราชด าริ ดังผลลัพธ์ที่7.1-4 7.1-7 และ7.5-7 พร๎อมทั้งสํงเสริมการพัฒนาปรับปรุงอยํางตํอเนื่องและสร๎างนวัตกรรม เชํน ระบบการรายงานผลการปฏิบัติงาน อสม. ผํานระบบ Dashboard อสม. บูรณาการข๎อมูลรํวมกับกรมบัญชีกลางและ ธกส. ใน การประกอบการจํายคําปุวยการ อสม เป็นต๎น ค. การปรับปรุงผลการด าเนินการ (5) ผลการด าเนินการในอนาคต กรมฯ ได๎น าผลจากการทบทวนผลการด าเนินการที่ผํานมาตามภารกิจหลัก เพื่อ คาดการณ์และน าไปสูํการแก๎ไขปัญหาด๎านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในแตํละกลุํมวัย เชํน โรคอ๎วน ฟันผุ ท๎องไมํพร๎อม อุบัติเหตุและ ความรุนแรง โรคไมํติดตํอเรื้อรังและวัณโรค พฤติกรรมสุขภาพที่ไมํถูกต๎อง และข๎อมูลด๎านสุขภาพที่เผยแพรํผํานสื่อตํางๆมี การบิดเบือนจากความเป็นจริงท าให๎เกิดอันตรายตํอสุขภาพ การแก๎ไขปัญหาเชิงนโยบาย การพัฒนาคลังความรู๎สุขภาพ
95 กระทรวงสาธารณสุข เชื่อมโยงแหลํงความรู๎ของหนํวยงานตํางๆ น าเข๎าระบบ http://ความรู๎สุขภาพ.comเป็นแหลํงรวม ข๎อมูลด๎านสุขภาพแบบองค์รวมแกํประชาชน เพื่อให๎ประชาชนรู๎เทําทันสื่อ มีความรอบรู๎ด๎านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่ ถูกต๎อง และสืบค๎นข๎อมูลความรู๎สุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขได๎ในชํองทางเดียว ลดความยุ่งยาก ซับซ้อนของข๎อมูลและ คุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านข๎อมูลขําวสารที่มีการบิดเบือนไมํเป็นความจริง สามารถคาดการณ์ผลการด าเนินงานในอนาคตวําอีก ประมาณ 3 -5 ปี พบวําในปี 2565 ครอบครัวมีศักยภาพในการจัดการสุขภาพตนเองได๎ตามเกณฑ์ ร๎อยละ 89.69 และผู๎ปุวย กลุํมเปูาหมายได๎รับการดูแลจาก อสม. หมอประจ าบ๎าน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นถึงร๎อยละ 95.65 อีกทั้งกรมฯ สามารถ ตอบสนองตํอการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล๎อมที่เกิดขึ้นอยํางรวดเร็วหรือคาดไมํถึง เชํน กรณีเกิดภัยพิบัติตําง ๆ จะมีการ คาดการณ์จากข๎อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยเบื้องต๎น แล๎วมีการเตรียมแผนรองรับเพื่อแก๎ไขปัญหาดังกลําว เชํน เกิดพายุโพดุลในภาค อีสานและภาคเหนือ กรมฯ ได๎สํงทีมสนับสนุนในสภาวะฉุกเฉิน (MSERT) ทีมเคลื่อนที่เร็วเข๎าไปให๎ความชํวยเหลือ ส ถ า น พ ย า บ า ล แ ล ะ ผู๎ ปุ ว ย ท า ง า น รํ ว ม กั บ ภ า คี เ ค รื อ ขํ า ย ใ น พื้ น ที่ ทั น ที ภ า ย ใ น 1 วัน กู๎ระบบสาธารณูปโภคและวางแผนปูองกันระยะยาว เป็นต๎น (6) การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและสร้างนวัตกรรม กรมฯมีการวิเคราะห์ผลจากการทบทวนผลการด าเนินงาน รายละเอียดตามข๎อ4.1ข ข๎อมูลเชิงเปรียบเทียบ และปัจจัยเสี่ยง โดยใช๎หลัก PDCA ในการทบทวนกระบวนการ แผนงาน โครงการ เพื่อด าเนินการตํอ ปรับลดกิจกรรมหรืองบประมาณ หรือยกเลิก เสนอโครงการใหมํ หรือเพิ่มเปูาหมายและ งบประมาณ จากนั้นมีการจัดล าดับความส าคัญในสิ่งที่จะต๎องปรับปรุงอยํางตํอเนื่องและปรับปรุงอยํางก๎าวกระโดด รวมทั้ง โอกาสในการสร๎างนวัตกรรม ให๎บรรลุวัตถุประสงค์เชิงยุทะศาสตร์และแผนปฏิบัติการ โดยจัดท าแผนปฏิบัติราชการ แผนปฏิบัติราชการตามค ารับรองการปฏิบัติราชการของหนํวยงาน และก าหนดเป็นตัวชี้วัดของหนํวยงานประจ าปี รวมทั้ง น าไปก าหนดกลยุทธ์ด๎านนวัตกรรม และกระบวนการสร๎างนวัตกรรม โดยผลักดันให๎บุคลากรทุกระดับรํวมกันผลิตนวัตกรรม เพื่อสํงเสริมให๎หนํวยงานมีการพัฒนานวัตกรรมการบริการ และการเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงกระบวนงานโดยใช๎ เทคโนโลยีสารสนเทศมาชํวย (End to End Process) และมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู๎แนวทางปฏิบัติที่ดีและน าไปสูํการ ปรับปรุงอยํางตํอเนื่อง เพื่อกระตุ๎นการพัฒนาการด าเนินงานให๎เป็นนิสัยจนเกิดเป็นวัฒนธรรมของกรม สบส. ในการเป็น องค์กรแหํงการเรียนรู๎ อีกทั้ง สํงเสริม สนับสนุนให๎หนํวยงานในสังกัดกรมฯ สมัครขอรับรางวัลประเภทตํางๆ ทั้งจาก ส านักงาน ก.พ.ร. และหนํวยงานอื่นๆ เป็นประจ าทุกปี และมีการสื่อสารถํายทอดนวัตกรรมไปสูํผู๎รับบริการ ผู๎สํงมอบ ผู๎มีสํวน ได๎สํวนเสีย น าไปสูํการปฏิบัติอยํางสอดคล๎องไปในทิศทางเดียวกันและเกิดการตํอยอด เป็นกลไกในการขับเคลื่อนให๎กรม สบส. ประสบผลส าเร็จอยํางตํอเนื่อง เชํน กรมฯ รํวมกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องในการพัฒนาใบรับรองแพทย์ดิจิทัลบน แพลตฟอร์ม หมอพร้อม การเชื่อมตํอฐานข๎อมูลสถานพยาบาลเอกชนใน1)การตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาล ที่อยูํ โดยรอบแหํงนั้นที่ได๎รับอนุญาตอยํางถูกต๎องตามกฎหมาย 2)เพิ่มการแสดงข้อมูลของแพทย์หรือผู้ประกอบโรคศิลปะที่ ได๎รับอนุญาตให๎ประกอบวิชาชีพ 3) สามารถร้องเรียนสถานพยาบาลเอกชนผํานหมอพร๎อมโดยตรง ชํวยอ านวยความสะดวก ให๎ประชาชนเรื่องเอกสาร ลดการสัมผัส และตรวจสอบข๎อมูลย๎อนหลังได๎หากเอกสารฉบับจริงสูญหายหรือช ารุด การขอ อนุญาตผํานระบบ E-Service ผํานระบบ Biz Portal งานบริการบนระบบ Citizen Portalสถานพยาบาลเสมือนจริง Healthcare Metaverse ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ และTele medicine เป็นต๎น 4.2 การจัดการสารสนเทศ และการจัดการความรู้ ก. ข้อมูลและสารสนเทศ (7) คุณภาพของข้อมูลและสารสนเทศ คุณภาพของข้อมูลและสารสนเทศ กรมฯ มีการบริหารจัดการข๎อมูลของ กรมฯ ตามมาตรฐานสากล ISO 270001 และมีการแตํงตั้งคณะกรรมการและคณะท างานรักษาความมั่นคงปลอดภัยด๎าน สารสนเทศ เพื่อให๎รักษาความมั่นคงปลอดภัยด๎านสารสนเทศของกรมฯ ให๎เป็นไปอยํางตํอเนื่องมีประสิทธิภาพตามนโยบาย กระทรวงสาธารณสุข แผนปฏิบัติการด๎านดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 5 ปี นโยบายรัฐบาล DGA Thailand 4.0 โดยมีการ วิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงด๎านเทคโนโลยีสารสนเทศ วางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อระบบบริการสุขภาพ และระบบสุขภาพภาคประชาชน ระยะ 5 ปี กรม สบส. (พ.ศ.2564-2568) พัฒนาและทบทวนมาตรการ ก าหนดแนวทาง
96 ปฏิบัติการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การคุ๎มครองข๎อมูลสํวนราชการ รวมทั้งข๎อมูลสํวน บุคคลและหนํวยงานให๎เป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ กรมฯ มีการจัดท าแผนแมํบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามมาตรฐาน ISO ทั้งในระดับกรมและระดับหนํวยงาน ดังนี้ 1) การบริหารจัดการ ระบบข๎อมูลสารสนเทศที่ใช๎ในงานวิชาการ งานบริหาร และงานบริการ 2) การบริหารจัดการสินทรัพย์ 3) การบริหาร ทรัพยากรบุคคล 4) การบริหารความเสี่ยง การรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการเตรียมความพร๎อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด๎านสารสนเทศ การให๎บริการข๎อมูลสารสนเทศ ตามประเภทสารสนเทศและกลุํมผู๎ใช๎บริการ เพื่อให๎สามารถเข๎าใช๎ระบบได๎ สะดวก งํายและรวดเร็ว ดังนี้ 1) ระบบรายงาน MIS ส าหรับผู๎บริหารและผู๎ปฏิบัติงาน นักวิชาการทุกระดับ มีรูปแบบ มาตรฐานเดียวกัน น าเสนอให๎เลือกใช๎งานหลากหลายรูปแบบ 2) ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ส าหรับการสืบค๎น ข๎อมูล แสดงข๎อมูลเป็นพิกัดพื้นที่ ท าให๎งํายตํอการสืบค๎นข๎อมูล เพื่อใช๎ในการบริหารจัดการและปฏิบัติงาน ได๎แกํ 1) ฐานข๎อมูลยุทธศาสตร์ 2) ฐานข๎อมูลภารกิจหลักของกรม 3) ฐานข๎อมูลองค์ความรู๎ มีระบบการส ารองข๎อมูลตามมาตรฐาน ISO 27001รวมทั้งการประเมินความสะดวกและความพึงพอใจตํอการใช๎งานระบบ IT ของกรมฯ ซึ่งผลอยูํในระดับดีมาก การสร๎าง ระบบรักษาความปลอดภัยของข๎อมูล โดยมีล าดับสิทธิผู๎ใช๎ (Access Rights) ในการเข๎าถึงข๎อมูลในล าดับชั้นตํางๆ ระบบ AntiVirus ระบบไฟฟูาส ารอง มีมาตรการปูองกันความเสียหายของข๎อมูล มีระบบการส ารองข๎อมูลและการกู๎คืนข๎อมูล ผลการ ส ารวจระดับความพร๎อมรัฐบาลดิจิทัลหนํวยงานภาครัฐของประเทศไทย (DGA) มีคะแนนรวมสูงกวํา คําเฉลี่ยของหนํวยงาน ภายใต๎สังกัดกระทรวงสาธรารณสุข สูงกวําคําเฉลี่ยของหนํวยงานระดับกรม 3 ปีซ๎อน มิติที่โดดเดํนที่สุด คือ มิติบริการ ภาครัฐ และโครงสร๎างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แสดงให๎เห็นวํากรมฯ มีศักยภาพในการน าเทคโนโลยี ดิจิทัลไปใช๎ในการบริหารจัดการรูปแบบการให๎บริการแกํประชาชน พร๎อมทั้งมีความมั่นใจวําเข๎าถึงได๎อยํางปลอดภัยอีกทั้ง กรมฯ มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงของระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ด๎านภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Ransom Ware) กรมฯ จึงได๎ก าหนด มาตรการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศและแนวทางการปูองกัน Ransom ware และมีมาตรการและวิธีการรักษาความ มั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ โดยใช๎เทคโนโลยี Secured Socket Layer (SSL) ปูองกันการท าธุรกรรมทางการเงินผํานเครือขําย อินเตอร์เน็ตของกรมฯและการปูองกันข๎อมูลสํวนตัว ได๎แกํ 1) Firewall เป็นระบบซอฟท์แวร์ที่จะอนุญาตให๎เฉพาะผู๎ที่มีสิทธิ 2) Scan Virus Software 3) Cookies เป็นไฟล์คอมพิวเตอร์เล็กๆที่เก็บข๎อมูลชั่วคราวที่จ าเป็น 4) Auto Log offระบบจะท า การ Log offอัตโนมัติภายในเวลาที่เหมาะสมของแตํละบริการ รวมทั้งควบคุม ตรวจสอบ ประเมินผลการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยด๎านสารสนเทศภายในหนํวยงานให๎เป็นไปตามมาตรฐานและแนวทางที่กรมฯ ก าหนดเป็นประจ าทุกปี (8) ความพร้อมใช้งานของข้อมูลและสารสนเทศ กรมฯ มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีออกแบบระบบตามประเภท สารสนเทศและกลุํมผู๎ใช๎บริการ เพื่อให๎สามารถเข๎าใช๎ระบบได๎สะดวก งํายและรวดเร็ว และสนับสนุนการบริหารงานตาม ภารกิจของกรมฯ ได๎แกํ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ขับเคลื่อนกรม สบส. ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ปรับแนวทางระบบการบริหารและ ระบบบริการด๎วยดิจิทัล สนับสนุนข๎อมูลออนไลน์และการใช๎นวัตกรรมดิจิทัล การเชื่อมโยงระบบข๎อมูล Data Center และ Data siteส าหรับ ศบส.ที่ 1-12 และ สสจ. การบูรณาการฐานข๎อมูลหนํวยงานภายในกระทรวงสาธารณสุข ได๎แกํ กรม สบส. อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให๎บริการแกํประชาชนแบบองค์รวม ผํานระบบ MOPH Biz Portalยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนานวัตกรรมบริการสุขภาพดิจิทัล พัฒนานวัตกรรมระบบ อสม. ระบบการรายงานผลการปฏิบัติงาน อสม. ผําน ระบบ Dashboard อสม. ApplicationSmart อสม. ระบบธุรกิจบริการสุขภาพ ยกระดับให๎บริการเป็น e-Serviceครบทุกงานบริการ และครอบคลุมทั่วประเทศ ผํานระบบ Biz Portal, Citizen Portalและ Super License เป็นต๎น ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาสู่ รัฐบาลดิจิทัลการพัฒนาองค์การสูํการเป็น Digital Department พัฒนาโครงสร๎างพื้นฐาน การบริหารจัดการฐานข๎อมูลและ บูรณาการข๎อมูลที่มีประสิทธิภาพ เชํน การสอบความรู๎เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู๎ประกอบโรคศิลปะแบบออนไลน์ในปี 2564ถึง ปัจจุบัน มีจ านวนผู๎สอบออนไลน์แตํละสาขาวิชาชีพ จ านวน 3,791 คน เป็นการผลิตก าลังคนด๎านสุขภาพสามารถด าเนินการ ได๎อยํางตํอเนื่อง เป็นต๎น และยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารการสนับสนุนยุทธศาสตร์งบประมาณ การเงิน พัสดุ สารบรรณ และ บุคลากร ได๎แกํ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด๎านการใช๎เทคโนโลยี การพัฒนาระบบ SMART65 เป็นระบบการรายงานผลการ ด าเนินการและงบประมาณแบบออนไลน์และเชื่อมโยงกับระบบ GFMISติดตามสถานะแบบ Real time การพัฒนาระบบสาร
97 รูปที่ 4.3 ระบบจัดการความรู๎ บรรณทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการรับ-สํงหนังสือราชการ การท าบันทึก และการมอบหมายงานหนํวยงานภายในกรมฯ ระบบการ รายงานและประเมินผลการปฏิบัติราชการตามค ารับรองของหนํวยงานผํานระบบ SMART65 ระบบการประเมินผลการ ปฏิบัติงานของบุคลากร PMSระบบการบริหารพัสดุ เป็นต๎น ข. ความรู้ของส่วนราชการ (9) การจัดการความรู้กรมฯ มีการบริหารจัดการความรู๎อยํางเป็นระบบ มีการะบวนการจัดการความรู๎ KM HSS ตามรูปที่ 4.3 ประกอบด๎วย การได๎มาขององค์ความรู๎ การจัดเก็บความรู๎ การเผยแพรํ และการน าความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ มีการ รวบรวม วิเคราะห์คัดเลือกองค์ความรู๎ที่จ าเป็นและมีความส าคัญที่สนับสนุนการด าเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์หรือ ความรู๎ที่จ าเป็นตามภารกิจประจ า ค๎นหาองค์ความรู๎จากบุคลากร ผู๎รับบริการ คูํความรํวมมือ ผู๎สํงมอบ และผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย ผู๎เกษียณ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎จากการปฏิบัติงานประจ าเดือน ตั้งแตํการ ส ารวจองค์ความรู๎ที่จ าเป็น ก าหนดเปูาหมายของความรู๎ แหลํงความรู๎ วิธี รวบรวมและคัดเลือกความรู๎ จัดท ารูปแบบที่เหมาะสม สะดวกตํอการ จัดเก็บ เข๎าถึงงําย พร๎อมใช๎งาน โดยมีการจัดตั้งกลุํมวิชาการ เป็น หนํวยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการจัดตั้งคณะกรรมการวิชาการและการ จัดการความรู๎ และจัดตั้งหนํวยงานสํวนภูมิภาค คือ ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน 5 แหํง ขับเคลื่อน สํงเสริม พัฒนา และสนับสนุนการท างานของภาคีเครือขํายในระดับพื้นที่ เกิดต๎นแบบในการจัดการสุขภาพ การคัดเลือก อสม. ดีเดํน ระดับ เขต ภาค การพัฒนาวิชาการ พัฒนาหลักสูตรการอบรม และการค๎นหานวัตกรรมและองค์ความรู๎ในการจัดการสุขภาพของ ชุมชนด๎วยการจัดการความรู๎และถอดบทเรียนการด าเนินงาน (Best Practice) เพื่อรวบรวมองค์ความรู๎ที่สร๎างความเข๎มแข็ง ด๎านสังคม ชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตามยุทธศาสตร์ของประเทศ ด๎านการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบริการ สุขภาพและระบบสุขภาพภาคประชาชน เชํน การทบทวนบทเรียนหลังการปฏิบัติงาน (AAR) การจัดท าคลังความรู๎สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ส าหรับประชาชน http://ความรู๎สุขภาพ.com การพัฒนาความรอบรู๎ทางสุขภาพตามกลุํมวัย การจัดเวที แลกเปลี่ยนที่ใช๎ในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพ การประชุมวิชาการ อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงองค์ความรู๎กับองค์กร ภายนอก การเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานส าคัญทั้งในระดับประเทศและตํางประเทศ การ Sharing ผลงาน/วิจัย และ นวั ตกร รม และว า รส า รวิ ช าก า รแบบออนไลน์ เว็ บไซต์ KM & Innovation https://sites.google.com/view/kminnovation ซึ่งจะมีการจ าแนกผลงานออกเป็นรายปีและรายหนํวยงานเพื่อให๎งํายตํอ การสืบค๎น ดังจะเห็นได๎จากในปี 2565 มีองค์ความรู๎และนวัตกรรมทั้งสิ้น 71 ผลงาน ซึ่งมากกวําปี 2564 จ านวน 24 ผลงาน (ปี 2564 มี 47 ผลงาน) (10) วิธีปฏิบัติที่ดีเยี่ยม กรมฯ มีการวิเคราะห์ รวบรวม ผลการด าเนินการตํางๆ เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน ส าคัญทั้งในระดับประเทศและตํางประเทศ โดยสํงเสริมให๎ทุกหนํวยงานมีการปรับปรุงและสร๎างนวัตกรรมการท างานจากการ ใช๎ข๎อมูลและความรู๎ภายในองค์การ การพัฒนาเครือขําย พัฒนาชุมชน เชื่อมโยงกับองค์ความรู๎เพื่อตํอยอดสูํการแก๎ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น เพื่อสร๎างเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศและมาตรฐานใหมํในการให๎บริการ น าไปถํายทอดสูํการปฏิบัติของหนํวยงานอื่น โดยมีการเชื่อมโยงกับองค์ความรู๎กับองค์กรภายนอก ได๎แกํ พัฒนาศักยภาพ ยุว อสม. ผ่านห้องเรียนออนไลน์เพื่อให๎ยุว อส ม. เป็นแกนน าในการสํงเสริมปูองกันเฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน ตลอดจนเป็นกลไกและพลังใน การขับเคลื่อนประเด็นส าคัญด๎านสุขภาพ เป็นต๎นแบบด๎านสุขภาพ พัฒนาความรู๎และทักษะที่จ าเป็นด๎านสุขภาพให๎สามารถ ดูแลผู๎อื่นได๎ การเกิดนวัตกรรมและต๎นแบบที่ดี อาทิ “3 หมอออนไลน์” รักษาและจํายยาโดยหมอคนที่ 2,3 และสหวิชาชีพ ออนไลน์grab drug โดยหมอคนที่ 1 ติดตามเยี่ยมบ๎าน โดยหมอคนที่ 2,3 และ การสร๎าง Health Literacy โดยกลไก3 หมอ ในการขับเคลื่อนงาน NCD โดยเครือขํายชุมชนต าบลวังเสือไฟ” NPCU วังเสือไฟ (นากวาง) อ.แมํทะ จ.ล าปาง เป็นต๎น การ ถํายทอด Health Literacy ในสถานพยาบาล โดยมีผลงานที่โดดเดํน เชํน มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ Application smart อสม. ซึ่งเป็น platform ข๎อมูล อสม. และยุว อสม.รองรับการเชื่อมโยงข๎อมูล และระบบการสื่อสารด๎านสุขภาพแกํประชาชน
98 รูปที่ 5.1 ระบบบริหารจัดการบุคคล กรม สบส. โดยผํานระบบสังคมออนไลน์ระหวํางหนํวยงานทั้งสํวนกลางและสํวนภูมิภาค กับ อสม. ผู๎ปฏิบัติงานในพื้นที่ การสอบความรู๎ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู๎ประกอบโรคศิลปะแบบออนไลน์ในปี 2564-ปัจจุบัน มีจ านวนผู๎สอบออนไลน์แตํละสาขาวิชาชีพ จ านวน 3,791 คน เป็นการผลิตก าลังคนด๎านสุขภาพสามารถด าเนินการได๎อยํางตํอเนื่อง การให๎บริการขออนุญาตผํานระบบ Online ซึ่งสามารถอ านวยความสะดวก ลดระยะเวลา และลดคําใช๎จํายของผู๎รับบริการ (11) การเรียนรู้ระดับองค์การ กรมฯ มีกระบวนการรวบรวมและถํายทอดองค์ความรู๎ที่จ าเป็นและเป็นประโยชน์ ตั้งแตํการส ารวจองค์ความรู๎ที่จ าเป็น ก าหนดเปูาหมายของความรู๎ แหลํงความรู๎ วิธีรวบรวมและคัดเลือกความรู๎ จัดท า รูปแบบที่เหมาะสม สะดวกตํอการจัดเก็บ เข๎าถึงงําย พร๎อมใช๎งาน โดยให๎ความส าคัญตั้งแตํระดับยุทธศาสตร์ โดยก าหนดให๎ ทุกหนํวยงานจัดท าโครงการพัฒนานวัตกรรม และสร๎างองค์ความรู๎ที่มีการศึกษา ทบทวน วิเคราะห์ภารกิจ นโยบายที่ส าคัญ และน ามาก าหนดเป็นองค์ความรู๎ที่จ าเป็นในแตํละประเด็นยุทธศาสตร์ ส าหรับระดับปฏิบัติการ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ กับ ผู๎เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอก เพื่อให๎น าองค์ความรู๎มาใช๎สนับสนุนให๎บรรลุเปูาหมายของยุทธศาสตร์ ส าหรับระดับ ปฏิบัติการก าหนดในค ารับรองการปฏิบัติราชการระดับหนํวยงาน ในมิติภายนอก การประเมินคุณภาพ ตั้งแตํปี 2560 จนถึง ปัจจุบัน และมีการพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนงานตามภารกิจหลักที่ส าคัญของหนํวยงาน โดยใช๎ IT มาชํวยเพิ่ม ประสิทธิภาพการด าเนินงานให๎ได๎ร๎อยละ 15 ตามล าดับ มีการมอบหมายผู๎รับผิดชอบแตํละกระบวนการท างานที่ส าคัญให๎ ถํายทอดองค์ความรู๎ที่สร๎างคุณคํา ปัจจัยแหํงความส าเร็จ การแก๎ไขปัญหา อุปสรรค ข๎อจ ากัด แนวทางการพัฒนา มีการ รวบรวมแนวปฏิบัติที่ดีทั้งจากภายนอกและภายในหนํวยงาน ทั้งในและตํางประเทศ น ามาปรับและสร๎างเป็นคูํมือแนวปฏิบัติ ที่ดีขององค์กร น ามาถอดองค์ความรู๎และน าไปสูํการประยุกต์ใช๎ในการท างาน และสร๎างนวัตกรรมให๎กับกรม เชํน ในชํวง สถานการณ์การแพรํระบาดของโรคโควิด-19 กรมได๎น าองค์ความรู๎ด๎านตําง ๆ ได๎แกํ มาตรฐานอาคารและสิ่งแวดล๎อมของ สถานบริการภาครัฐ ระบบบ าบัดน้ าเสียและสิ่งแวดล๎อม มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ งานวิศวกรรมการแพทย์ เครื่องมือ แพทย์และระบบการสื่อสารทางการแพทย์น ามาวางแผนรองรับผู๎ติดเชื้อจ านวนมากเกินที่โรงพยาบาลทั่วไปรองรับได๎ กรมจึง ใช๎องค์ความรู๎ ความเชี่ยวชาญ และสมรรถนะหลักของกรมฯไปใช๎ในการปรับปรุงการท างาน/แก๎ปัญหาจนเกิดเป็นแนวปฏิบัติ ที่ดี (Best Practice)/มาตรฐานใหมํ คือ มาตรฐานการออกแบบสถานพยาบาลภาครัฐรองรับโรคอุบัติใหมํแนวทางปฏิบัติการ ปูองกันการติดเชื้อในคลินิก นวัตกรรมชุมชน อสม.ดีเดํน นวัตกรรมตํางๆ เชํน Grab Drug โดยหมอคนที่ 1 นอกจากนี้ยังมีการ สนับสนุนให๎ทุกหนํวยงานทั้งในสํวนกลางและสํวนภูมิภาค สํงประกวดผลงานวิชาการในการประชุมวิชาการกรม ฯ และ กระทรวงสาธารณสุขซึ่งจัดเป็นประจ าทุกปี จนเกิดเป็นนวัตกรรมแหํงการเรียนรุ๎ของบุคลากรในกรม และส าหรับการสื่อสาร และถํายทอดองค์ความรู๎ มีการจัดบรรยากาศแหํงการเรียนรู๎ เชํน เวทีแลกเปลี่ยนในการประชุมกรม ตลาดนัดเพื่อสุขภาพ วารสารออนไลน์ สบส. ซอย 8 YouTube Facebook เป็นต๎น และกรมฯ ได๎รับรางวัลPMQA หมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และ การจัดการความรู๎ ในปี พ.ศ. 2563 หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร 5.1 สภาพแวดล้อมด้านบุคลากร ก. ขีดความสามารถและอัตราก าลังด้านบุคลากร (1) ขีดความสามารถและอัตราก าลังกรมฯตระหนักดีวําการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดีจะสํงเสริมให๎คนใน องค์การทุํมเทท างานอยํางเต็มที่สามารถขับเคลื่อนผลการด าเนินงานขององค์การก๎าวไปสูํเปูาหมายอยํางมีประสิทธิภาพ ท า ให๎องค์การเข๎มแข็ง มั่นคงและยั่งยืน ดังนั้นบุคลากรมีแรงจูงใจในการ ท างาน น าไปสูํผลการด าเนินการที่ดีกรมฯ น าโดยผู๎บริหารระดับสูงใช๎ คํานิยม “สมรรถนะเป็นฐาน สร๎างสรรค์สิ่งใหมํ บริการด๎วยใจใฝุสามัคคี” เสริมสร๎างวัฒนธรรมในการท างาน มีปรับบทบาทและกลยุทธ์เป็นเชิงรุก เพิ่มขึ้น ทบทวน วิเคราะห์ความต๎องการด๎านขีดความสามารถอัตราก าลัง ด๎านบุคลากรสมรรถนะเฉพาะสายงาน ความเชี่ยวชาญของกรมฯเป็น ประจ าทุกปีเพื่อวางกรอบอัตราก าลังให๎เหมาะสมกับบทบาทภารกิจที่มี
99 การเปลี่ยนแปลงในอนาคต (P11)ด าเนินการภายใต๎คณะกรรมการกรมฯการบริหารงานด๎านทรัพยากรบุคคลด าเนินการ ภายใต๎กรอบมาตรฐานความส าเร็จด๎านการบริหารทรัพยากรบุคคล(HR Scorecard) ตามแผนกลยุทธ์ด๎านการบริหาร ทรัพยากรบุคคล พ.ศ. 2562-2566 การจัดโครงสร๎างภายในและอัตราก าลังของหนํวยงานสํวนกลางและสํวนภูมิภาครวมทั้ง การวางแผนก าลังคนให๎เหมาะสมให๎สอดคล๎องภารกิจและยุทธศาสตร์กรมฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพของการบริหารงานของกรมฯโดยมีแผนอัตราก าลัง ทบทวน Retreat ภารกิจให๎ตรงตามยุทธศาสตร์การจัด โครงสร๎างและวิเคราะห์อัตราก าลังให๎เหมาะสมกับภารกิจของกรมฯ ซึ่งกรมมีสหสาชาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในงานตํางๆ 37 สายงาน (P4) รองรับการปฏิบัติภารกิจด๎านการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ด๎านการจัดการสุขภาพภาค ประชาชน และกฎหมายพระราชบัญญัติตํางๆ ที่เพิ่มขึ้น ภายใต๎ข๎อจ ากัดด๎านอัตราก าลังที่จ ากัดการพิจารณาต าแหนํงวําง สนับสนุนหนํวยงานตํางๆ ที่มีความจ าเป็นเรํงดํวนในการปฏิบัติภารกิจของหนํวยงานตั้งใหมํที่เกิดขึ้น เชํน ศูนย์บริหาร จัดการข๎อร๎องเรียนและคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานทั้ง5 แหํง ศูนย์บริการ ธุรกิจสุขภาพ ซึ่งกรมสามารถจัดบุคลากรตามกรอบอัตราก าลังได๎เพิ่มขึ้นอยํางตํอเนื่องได๎ร๎อยละ 83.90 (2) บุคลากรใหม่ การสรรหา/คัดเลือกบุคลากร ที่มีความรู๎ทักษะคุณลักษณะและสมรรถนะที่จ าเป็นตํอการ ผลักดันภารกิจกรม ภายใต๎หลักเกณฑ์ที่ส านักงาน ก.พ. ก าหนดโดยการสรรหาจากภายนอกใช๎วิธีการประกาศรับสมัครที่ หลากหลายชํองทางเชํน Internet การลงประกาศการใช๎หนังสือแจ๎งเวียนทั้งในและนอกหนํวยงาน การแนะน าผู๎สมัครโดย บุคลากรกรมฯและบุคลากรในสังกัด ก.สธ. รวมทั้งการใช๎รูปแบบของการสรรหาเชิงรุกเพื่อแก๎ไขปัญหาการขาดแคลน ผู๎ปฏิบัติงานระดับปฏิบัติการในสายงานหลักระบบการบริหารอัตราก าลังที่มีอยูํอยํางจ ากัด เชํน การก าหนดต าแหนํงและ จัดสรรอัตราก าลังสายงานหลัก/วิชาชีพเฉพาะจากสํวนกลาง ไปปฏิบัติราชการในสํวนภูมิภาคกรมฯยังได๎มอบอ านาจให๎ หนํวยงานเจ๎าของต าแหนํงสังกัดสํวนกลางที่ตั้งอยูํในสํวนภูมิภาค มีสํวนรํวมในการสรรหา และคัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ๎างเหมาบริการเพื่อให๎ได๎บุคลากรในพื้นที่ซึ่งเป็นผู๎ที่มีความรู๎ความเข๎าใจในวัฒนธรรมของพื้นที่ที่สํงผลให๎เกิดความ ผูกพันกับองค์การ มีความสุขในการท างานและลดอัตราการสูญเสียบุคลากรและการสรรหาภายในเพื่อให๎ได๎มาซึ่งบุคลากรที่มี ศักยภาพและผลสัมฤทธิ์สูง(HIPPS) ของกรมฯเน๎นจูงใจและดึงดูดคนดังกลําวให๎อยูํกับองค์กรและสร๎างสรรค์ผลงานให๎กับ องค์กรอยํางยั่งยืน ทั้งยังได๎สรรหาบุคลากรเพื่อทดแทนต าแหนํงเกษียณลํวงหน๎ากํอนต าแหนํงวํางเพื่อให๎เกิดการถํายโอนงาน เป็นไปด๎วยความราบรื่น (3) การท างานให้บรรลุผล กรมฯ มีการแตํงตั้งคณะกรรมการฯ ระดับกรม เพื่อสร๎างความโปรํงใส เป็นธรรม มีการ เปิดเผยข๎อมูลปูอนกลับ เพื่อสร๎างแรงจูงใจให๎เกิดการพัฒนา รวมทั้งมีการประมวลผลทั้งภาพรวม เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การ บริหารงาน และ ปรับโครงสร๎างของหนํวยงานสํวนภูมิภาคให๎สอดคล๎องกับภารกิจของกรม วางแผนก าลังคนให๎เพียงพอในการ ปฏิบัติงานใหมํ ปรับเกลี่ยอัตราก าลังจากสํวนกลางไปยังสํวนภูมิภาค ท าให๎อัตราก าลังของ ศบส.เขตที่ 1-12 และ สสม. ทั้ง 5 แหํง และเกลี่ยอัตราก าลังภายในหนํวยงานสํวนภูมิภาคให๎เป็น Core Function ส าหรับสํวนกลางซึ่งเป็นHead Quarter เพื่อให๎การท างานมีความยืดหยุํน เชื่อมโยงสนองตํอสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและรองรับอนาคต การก าหนดสาย งานหลักเป็น Cluster ตามยุทธศาสตร์กรมฯ โดยแตํละ Cluster ประกอบด๎วย Key Actor จากทุกหนํวยงานในกาสร๎างรูปแบบ การท างานที่ตอบเปูาประสงค์ในเชิงยุทธศาสตร์ เชื่อมโยงและบูรณาการ ลดความซ้ าซ๎อน เพื่อการบริหารจัดการครบทุกมิติ สร๎างกลไกการท างานแบบครํอมสายงาน เพื่อให๎เกิดประสิทธิภาพในการท างานอยํางสูงสุดสะท๎อนผลลัพธ์ที่ 7.1 7.6 และ สํงผลให๎ประชาชนเชื่อมั่นตํอการให๎บริการกรมฯ ดังผลลัพธ์ที่ 7.2 (4) การจัดการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากรกรมฯมีนโยบายในการพัฒนาองค์การให๎เป็นองค์กรดิจิทัลสมรรถนะสูง และสร๎างเสริมหลักธรรมาภิบาล ซึ่งได๎ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให๎บริการและกระบวนการท างาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) สูํการเป็นรัฐบาลดิจิทัลอยําสมบูรณ์ (Fully Digital) อ านวยความสะดวก รวดเร็ว สอด รับกับรูปแบบพฤติกรรม ความต๎องการรับบริการผํานชํองทางออนไลน์ของประชาชน และผู๎ประกอบการภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้น โดยได๎มีการพัฒนาระบบบริหารอัตราก าลัง เพื่อก าหนดกรอบอัตราก าลังให๎มีความเหมาะสม สอดรับกับภาระงาน มีเส๎นทาง ความก๎าวหน๎าในอาชีพที่เหมาะสม และสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพมาขับเคลื่อนงานของกรมฯ และการพัฒนาบุคลากรทั้ง
100 ความรู๎ สมรรถนะ และทักษะให๎สอดคล๎องกับภารกิจทั้ง 3 Cluster เพื่อให๎สามารถขับเคลื่อนงานได๎อยํางมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลซึ่งมีประเด็นการพัฒนาที่ส าคัญ 4 ประเด็น ดังนี้ 1) จัดท ากรอบอัตรากาลังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ทบทวน และวิเคราะห์อัตราก าลังตามหลักเกณฑ์การจัดท ากรอบอัตราก าลังจัดท าแผนการบริหาร จัดการบุคลากรให๎มีสมรรถนะ ตรงกับภารกิจของหนํวยงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต 2) การบริหารจัดการต าแหนํงวํางกรม สนับสนุนบริการสุขภาพ ให๎มีอัตราวํางไมํเกินร๎อยละ 5การสรรหาและบรรจุบุคลากรที่มีความรู๎ความสามารถตามกรอบอัตรา กาลังที่ก าหนด ผลการด าเนินงานปัจจุบันมีอัตราก าลังวําง ร๎อยละ 4.74 (ต าแหนํงวําง จ านวน 45ต าแหนํง จากต าแหนํง ทั้งหมด 954ต าแหนํง) และมีแผนการบรรจุตามต าแหนํงอยํางตํอเนื่องให๎ครบตามจ านวน 3) จัดท าแบบบรรยายลักษณะงาน (Job Description) เพื่อก าหนดรายละเอียดลักษณะ ขอบเขต หน๎าที่ความรับผิดชอบในแตํละต าแหนํงให๎มีความชัดเจน 4) สํงเสริมความก๎าวหน๎าในสายอาชีพ โดยก าหนดต าแหนํงในระดับช านาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ เพิ่มขึ้น ภายใน 5 ปี ข. บรรยากาศการท างานของบุคลากร (5) สภาพแวดล้อมการท างาน คือ 1) การสร๎างบรรยากาศการบริหาร วัฒนธรรมการท างานของเพื่อให๎บริการที่ดี แกํผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย การมีสํวนรํวมในการพัฒนา ปรับปรุง และสร๎างวัฒนธรรมในการให๎บริการที่มีคุณภาพ ได๎มาตรฐาน ตรงกับความต๎องการของผู๎รับบริการ/ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย สํงเสริมการมีสํวนรํวม การแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ มีระบบ ติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ถํายทอดตัวชี้วัดตามค ารับรองการปฏิบัติราชการลงสูํระดับบุคคล การรายงานผลการ ปฏิบัติราชการ รวมถึงการก ากับระบบการควบคุมภายใน 2) การสร๎างบรรยากาศในการพัฒนาบุคลากร มีนโยบายการบริหาร และพัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่มุํงเน๎นให๎เป็นคนเกํง คนดี มีความสุข เปิดโอกาสให๎บุคลากรทุกระดับมีสํวนรํวมและรับรู๎ใน การก าหนดกรอบยุทธศาสตร์ ผํานเวทีการประชุมวิชาการ ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข๎อง การค๎นหาบุคลากรที่มีสมรรถนะ สูง (HSS Talent) ตลอดจนให๎ความส าคัญในการเตรียมความพร๎อมในการพัฒนาผู๎น าทุกระดับผํานหลักสูตรตําง ๆ รวมทั้ง พัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ 3) การกระจายอ านาจการตัดสินใจ โดยจัดท าค าสั่งมอบอ านาจให๎หัวหน๎าทุกหนํวยงานใน การบริหารงานและงบประมาณ เพื่อให๎เกิดความคลํองตัว 4) พัฒนาบุคลากรให๎มีศักยภาพในการปฏิบัติงานรํวมกับเครือขําย 5) สร๎างภาคีเครือขํายเฝูาระวังสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู๎ให๎บริการที่ไมํได๎มาตรฐาน 6) การ พัฒนาระบบติดตามประเมินผลแผนงาน/โครงการ การใช๎งบประมาณ ติดตามผลการด าเนินการ สามารถน าไปแก๎ไขปัญหาได๎ อยํางทันทํวงที กรมฯ มีการประเมิน วิเคราะห์ความต๎องการในการปรับปรุงสภาพแวดล๎อมในการท างานของบุคลากร น าผล การวิเคราะห์มาใช๎ปรับปรุงปัจจัยและสภาพแวดล๎อมในการท างานด๎านสุขภาพ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพ เชํน มี มาตรการระบุตัวตน จนท. แสดงบัตรประจ าตัวในการเข๎า-ออกอาคาร ลานกิจกรรม การซ๎อมแผนอัคคีภัย มีการจัดท า ฐานข๎อมูลเพื่อใช๎สนับสนุนการท างาน และการแก๎ปัญหาการท างานอยํางมีประสิทธิภาพ ฐานข๎อมูลด๎านทรัพยากรบุคคล เชํน ระบบของส านักงาน ก.พ.(DPIS),ระบบบ าเหน็จบ านาญ, ระบบจํายตรงเงินเดือน ลดขั้นตอนการท างานและประหยัดเวลา สร๎างเครือขํายและสามารถปฏิบัติงานรํวมกันทั้งในภาครัฐและเอกชน และสํงเสริมให๎บุคลากร สร๎างสรรค์ผลงานนวัตกรรม การพัฒนาแบบอาคารสมรรถนะสูง Green Hospitalรํวมกับ ม.เกษตรศาสตร์ ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.3-3 และ 7.3-7 (6) นโยบายและสวัสดิการ กรมฯ ให๎ความส าคัญกับการสํงเสริม พัฒนา ระบบการบริหารอัตราก าลัง และ ศักยภาพบุคลากรสูํความเป็นเลิศ และพัฒนาคุณภาพชีวิต จัดสวัสดิการที่เหมาะสมให๎แกํบุคลากร ดังผลลัพธ์ภาพที่ 7.3-4 และ 7.3-5 โดยเน๎นให๎บุคลาการเป็นคนเกํง คนดี และมีความสุข ภายใต๎แผนกลยุทธ์ด๎านการบริหารทรัพยากรบุคคล และ แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากร พัฒนาระบบโดยน าเทคโนโลยีมาชํวย เชํน การประกาศรายชื่อผู๎มีคุณสมบัติเลื่อนระดับสูง ขึ้น การประเมินผลการปฏิบัติราชการ การโยกย๎ายผํานระบบออนไลน์ฯ การสร๎างเครือขํายด๎าน HR ภายในกรมฯ ที่เข๎มแข็ง เน๎นการมีสํวนรํวมเพื่อให๎การบริหารงานด๎านทรัพยากรบุคคลตอบสนองตํอนโยบายของกรมได๎อยํางมีประสิทธิภาพ เชํน แผน สร๎างความก๎าวหน๎าในสายอาชีพ และระบบการพัฒนาบุคลากร มีการก าหนดหลักสูตรพัฒนา ที่มีความส าคัญตํอสมรรถนะ หลักบรรลุเปูาหมายของกรมฯซึ่งจากโครงสร๎างอายุของบุคลากร พบวําในอีก 5 –10 ปี จะมีผู๎เกษียณอายุราชการ คิดเป็นร๎อย
101 รูปที่ 5.2 การประเมินความพึงพอใจและความผูกพัน ละ 4 ในปี 2567 ก าหนดให๎มีการถํายทอดองค์ความรู๎จากข๎าราชการที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 5 ปีข๎างหน๎า เพื่อสํงมอบ องค์ความรู๎ที่ส าคัญในการปฏิบัติงานจากรุํนสูํรุํนไมํให๎สูญหายไป 5.2 ความผูกพันของบุคลากร ก. การประเมินความผูกพันของบุคลากร (7) องค์ประกอบของความผูกพัน กรมฯ มีแนวทางการสร๎างวัฒนธรรมให๎แกํบุคลากรในการท างานอยํางมือ อาชีพ ตั้งแตํเริ่มเข๎ามาปฏิบัติงานที่กรมฯ ผํานการอบรมข๎าราชการบรรจุใหมํ รับโอนย๎าย และพนักงานราชการใหมํของกรมฯ รับทราบโครงสร๎างการแบํงสํวนราชการ นโยบายการบริหารงาน บทบาท ภารกิจ และอ านาจหน๎าที่ความรับผิดชอบ กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ รวมทั้งปลูกจิตส านึกการเป็นบุคลากรภาครัฐที่ดี เสริมสร๎างความสัมพันธ์อันดีระหวําง เพื่อนรํวมงานเกิดการเรียนรู๎ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์รํวมกันน าไปสูํผลการด าเนินการที่ดี น าโดยผู๎บริหารระดับสูง ใช๎ คํานิยม สบส เสริมสร๎างวัฒนธรรมการท างาน ประกาศนโยบายด๎านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล เริ่มต๎นจากบุคลากร ใหมํถึงเกษียณอายุราชการ ก าหนดหลักสูตรการพัฒนาให๎สอดคล๎องกับบุคลากรทุกระดับ ก าหนดให๎มีจิตสาอาเราท าความดี ด๎วยหัวใจ กิจกรรมสร๎างความรับผิดชอบตํอสังคมและสิ่งแวดล๎อม เชํน การเก็บขยะและกวาด ท าความสะอาดบริเวณอาคารกรม ฯ ก าหนดให๎มีโครงการสานสัมพันธ์เสริมสร๎างวัฒนธรรมองค์กรแหํงการเรียนรู๎ กิจกรรมกีฬา มีการขับเคลื่อนคํานิยมและ สํงเสริมให๎บุคลากรเป็นคนเกํง และคนดี สอดคล๎องตามวัฒนธรรมองค์การ ยกยํองชมเชยสร๎างขวัญก าลังใจผู๎ที่มีผลงานดีเดํนที่ เสริมสร๎างผู๎รับบริการและภารกิจจนบรรลุผลส าเร็จ และจรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน สํงเสริมคํานิยม สร๎างสรรค์สิ่งใหมํ บริการด๎วยใจ โครงการสานสัมพันธ์เสริมสร๎างวัฒนธรรมรํวมกัน สาธารณะประโยชน์ตําง ๆ เชํน กิจกรรมจิตอาสา ท าบุญตัก บาตตามประเพณี เพื่อให๎บุคลากรได๎มีโอกาสแบํงปัน รู๎จักการเสียสละ เป็นการสานสัมพันธ์ระหวํางบุคลากร ผู๎บริหาร ดัง ผลลัพธ์ภาพที่ 7.3-6 (8) การประเมินความผูกพัน การทบทวน วิเคราะห์ ผลการประเมินความผูกพันของบุคลากรตํอองค์การทุก ปีทั้งผลในภาพรวมของกรมฯ และระดับหนํวยงาน จ าแนกตามประเภทของบุคลากร ผํานแบบสอบถามออนไลน์ โดยมี การสะท๎อนของผลการประเมินให๎ผู๎บริหารรับทราบ น าผลการวิเคราะห์มาใช๎ในการปรับปรุงปัจจัยและกิจกรรมในการ สร๎างความผูกพันของบุคลากร และเป็นข๎อมูลประกอบการจัดท าแผนยุทธศาสตร์ทรัพยากรบุคลากรตํอไป โดยมีแนวทาง ด าเนินการดังนี้ 1) การจัดท าเส๎นทางความก๎าวหน๎าในสายอาชีพให๎สอดคล๎องกับผลงานและสมรรถนะ 2) การเตรียม ก าลังคนเพื่อรองรับการสูญเสียจากการเปลี่ยนแปลง3)การจัดท าแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ที่สอดคล๎องกับความจ าเป็น ขององค์การ4) การพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตํางๆ ในการปฏิบัติราชการ5) การเพิ่ม ประสิทธิภาพและพัฒนาระบบงานให๎เหมาะสม สอดคล๎องกับภารกิจ ทิศทางและนโยบายการพัฒนาของกรมฯ 6)การจัด กิจกรรมตามวันส าคัญประเพณี และกิจกรรมบ าเพ็ญ การประเมินความผูกพันของบุคลากรเป็นสิ่งที่กรมฯ ให๎ความส าคัญ โดยการสํงแบบสอบถามให๎กับบุคลากรเป็นประจ าทุกปีและการตรวจประเมินอยํางไมํเป็นทางการตามชํองทางตํางๆ ได๎แกํ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการสวัสดิการ การที่ผู๎บริหารพบปะพูดคุยกับผู๎ปฏิบัติงาน ตู๎แสดงความคิดเห็นและ ข๎อเสนอแนะ ซึ่งพบวําปัจจัยส าคัญที่สํงผลตํอความผูกพันของบุคลากร คือ ความมั่นคงในอาชีพที่ปฏิบัติงานอยูํที่ หนํวยงานได๎รับการปฏิบัติจากกรมฯ การจัดสภาพแวดล๎อมที่เอื้อตํอการท างาน คําตอบแทนที่ได๎คุ๎มคําเมื่อเทียบกับความ เสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการท างาน การมีโอกาสได๎แสดงความคิดเห็น มีสํวนรํวมในการให๎ข๎อเสนอแนะกับผู๎บังคับบัญชา รวมทั้งยกยํองชมเชย การคัดเลือกคนดี บุคลากรต๎นแบบ เพื่อยกยํองบุคคลและสร๎างขวัญก าลังใจให๎ผู๎ที่ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรมให๎เป็นแบบอยํางที่ดีของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เชํน ข๎าราชการพลเรือนและลูกจ๎างประจ าดีเดํน คนดีศรี สาธารณสุข คนดีศรี สบส. และหนํวยงานดีเดํนด๎านคุณธรรมจริยธรรม บุคลากรมีความสุขและมีความภาคภูมิใจที่ได๎ ท างานในกรม รวมทั้งมีความเป็นเจ๎าของรํวมกันขององค์การ ดังผลลัพธ์ที่ 7.3-4 และ 7.4-2 และ 7.4-4 (9) ความเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ของส่วนราชการ ผู๎บริหารและบุคลากรกรมสนับสนุนบริการสุขภาพให๎ ความส าคัญในการปรับปรุง พัฒนาระบบบริหารอัตราก าลังให๎มีประสิทธิภาพ พบวํากรมฯ มีการจัดสรรบุคลากรตาม กรอบอัตราก าลังได๎ร๎อยละ 83.90 (เปูาหมาย 80) โดยมีการก าหนดตัวชี้วัดแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) เพื่อเป็นการพัฒนา
102 ทบทวน และเพิ่มพูนความรู๎และทักษะตําง ๆ ที่จะน ามาประยุกต์ใช๎ในการปฏิบัติงาน พบวํา บุคลากรกลุํมเปูาหมายได๎รับ การพัฒนาตามแผนและผู๎บริหารแตํละระดับได๎รับการพัฒนาศักยภาพตามแผนได๎ร๎อยละ 100 โดยบุคลากรมีสมรรถนะที่ เพิ่มขึ้น ร๎อยละ 87 (เปูาหมาย 85) และมีผลการประเมินอยูํในระดับดีเดํนถึงร๎อยละ 30.67 นอกจากนี้ยังผลักดันให๎เกิด ความก๎าวหน๎าในสายอาชีพ เชํน มีการจัดติวการสอบ ภาค ก. ของส านักงาน ก.พ. ให๎แกํบุคลากรที่สนใจ และการ ปฐมนิเทศให๎แกํบุคลากรใหมํเป็นประจ าทุกปี เพื่อสร๎างความรู๎ความเข๎าใจถึงสภาพแวดล๎อมการท างาน ความรู๎พื้นฐาน ตําง ๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ปลูกจิตส านึกการเป็นบุคลากรที่ดี และสร๎างความสัมพันธ์อันดีระหวํางเพื่อนรํวมงาน พบวําบุคลากรมีความ ผูกพันในองค์การ ร๎อยละ 88.05 สํงผลกํอให๎เกิดประสิทธิผลและ ประโยชน์สูงสุดตํอองค์การและบุคลากรของกรมฯ ส่งผลให้กรมฯได้รับ รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ระดับดีเด่นและระดับดี ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน จากการคิดค๎นพัฒนานวัตกรรมการให๎บริการแกํ ประชาชนมาอยํางตํอเนื่อง ข. วัฒนธรรมส่วนราชการ (10) การสร้างวัฒนธรรมองค์การ กรมฯ มีแนวทางการสร๎างวัฒนธรรมให๎แกํบุคลากรในการท างานอยํางมืออาชีพ ตั้งแตํเริ่มเข๎ามาปฏิบัติงานที่กรมฯ ผํานการอบรมข๎าราชการบรรจุใหมํ และรับโอนย๎ายจากสํวนราชการอื่น และพนักงาน ราชการที่จัดจ๎างใหมํของกรมฯ รับทราบโครงสร๎างการแบํงสํวนราชการ นโยบายการบริหารงาน บทบาท ภารกิจ และอ านาจ หน๎าที่ความรับผิดชอบ กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ รวมทั้งปลูกจิตส านึกการเป็นบุคลากรภาครัฐที่ดี เสริมสร๎างความสัมพันธ์อันดีระหวํางเพื่อนรํวมงานเกิดการเรียนรู๎ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์รํวมกัน ซึ่งน าไปสูํผลการ ด าเนินการที่ดี น าโดยผู๎บริหารระดับสูง ใช๎คํานิยม สบส เสริมสร๎างวัฒนธรรมการท างาน ดังนี้ 1.ระดมความคิดเห็นรํวมกัน ก าหนดคํานิยมของกรมฯ ที่สอดคล๎องกับคํานิยมของกระทรวงสาธารณสุข "MOPH" และคํานิยมของกรม ส.บ.ส. คือ สมรรถนะเป็นฐาน สร๎างสรรค์สิ่งใหมํ บริการด๎วยใจใฝุสามัคคี2. ขับเคลื่อนคํานิยมและสํงเสริมให๎บุคลากรเป็นคนเกํง และ คนดี สอดคล๎องตามวัฒนธรรมองค์การ ยกยํองชมเชยสร๎างขวัญก าลังใจผู๎ที่มีผลงานดีเดํนที่เสริมสร๎างผู๎รับบริการและภารกิจ จนบรรลุผลส าเร็จ เข๎ารํวมกิจกรรมองค์การสม่ าเสมอ มีวินัย ซื่อสัตย์ มีจริยธรรม และจรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน 3. สํงเสริมให๎มีการสื่อสาร แลกเปลี่ยนความรู๎ทั้งองค์การ การแบํงเป็นทักษะบุคลากร เชํน การจัดตั้ง Small Group ในทุก หนํวยงานเพื่อให๎เกิดความรํวมมือ แบํงปันทักษะภายใน การใช๎ VDO Conference สื่อสารกับบุคลากรทุกกลุํมที่ปฏิบัติงาน อยูํในพื้นที่สํวนภูมิภาค เพื่อให๎บุคลากรมีความสามารถและทักษะที่หลากหลาย4. สํงเสริมคํานิยม สร๎างสรรค์สิ่งใหมํ บริการ ด๎วยใจ Empowerment ให๎ผู๎ปฏิบัติงานสามารถแก๎ไขปัญหาได๎อยํางรวดเร็ว เกิดความคิดริเริ่ม และสร๎างนวัตกรรมทั้งใน รายบุคคลและหนํวยงาน ท าให๎เกิดการคลํองตัว ลดเวลาการท างาน โดยคณะกรรมการกรมฯ เผยแพรํกิจกรรมที่โดดเดํนผําน Website, KM Day, การจัดประชุมวิชาการ และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ ซึ่งมีผู๎บริหารระดับสูงเข๎ารํวมกิจกรรม และมอบรางวัล ด๎านการเรียนรู๎และนวัตกรรม 5. เสริมสร๎างคํานิยม ส.บ.ส. ผํานค ารับรองการปฏิบัติราชการของหนํวยงาน สื่อประชาสัมพันธ์ คํานิยม ส.บ.ส. ผํานชํองทางประชาสัมพันธ์ เผยแพรํทาง website Application และบอร์ดประชาสัมพันธ์ โครงการสาน สัมพันธ์เสริมสร๎างวัฒนธรรมรํวมกัน สาธารณะประโยชน์ตํางๆ เชํน การท ากิจกรรมจิตอาสา การสวัสดีปีใหมํ การรดน้ าด าหัว เพื่อขอพรในวันสงกรานต์ การท าบุญในวันส าคัญทางศาสนา เป็นต๎น เพื่อให๎บุคลากรได๎มีโอกาสในการท าบุญรํวมกัน รู๎จัก การเสียสละเพื่อประโยชน์สํวนรวมและสังคม เป็นการสานสัมพันธ์ระหวํางบุคลากรทั้งระดับผู๎บริหารและผู๎ปฏิบัติงานในแตํ ละหนํวยงานให๎มีโอกาสพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ค. การบริหารจัดการและการพัฒนาบุคลากรและผู้บริหาร (11) ประเมินผลการปฏิบัติงาน กรมฯ ทบทวนปรับแผนพัฒนาบุคลากรทั้งระยะสั้นและระยะยาว ให๎สอดรับกับ การปฏิรูปกรม และปรับแผนยุทธศาสตร์ให๎ทันตํอการเปลี่ยนแปลง เชํน วิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เพื่อ พัฒนาการเป็นศูนย์ทดสอบสอบเทียบเครื่องมือการแพทย์ที่ทันตํอเทคโนโลยี สถาปนิกด๎านการออกแบบตามหลักเกณฑ์วิธี
103 แบบจ าลองสารสนเทศ (BIM Protocol) และสมรรถนะหลักขององค์การ การทดสอบและสอบเทียบเครื่องมือแพทย์และการสร๎าง เครือขํายการมีสํวนรํวมภาคประชาชน มีแผนพัฒนาบุคลากรที่ตอบสนองสมรรถนะหลัก คือ การพัฒนาและจัดตั้ง ห๎องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบเครื่องมือวัดทางการแพทย์ตามาตรฐาน ISO/IEC 17025 การพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน และเครือขํายปฐมภูมิ การพัฒนารูปแบบและการด าเนินงานสาธารณสุขมูลฐานเพื่อพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน มีการพัฒนา บุคลากรทุกระดับทั้งหลักสูตรภายในและภายนอกกรมฯ ให๎ครอบคลุมในด๎านตําง ๆ เชํน หลักสูตรอบรมผู๎บริหารระดับต๎นและ นักบริหารด๎านการสนับสนุนบริการสุขภาพในยุคใหมํ ความรู๎และทักษะดิจิทัล ได๎แกํ PMQA 4.0Disruptive technologies ผู๎ประกอบการภาครัฐ ผู๎น าการเปลี่ยนแปลง การคิดเชิงออกแบบ IT Security Awareness Cyber Security Awareness for HSS การปฏิบัติงานสูํราชการ 4.0 HR Networkผํานระบบออนไลน์ รวมทั้งการปฏิบัติงานอยํางมืออาชีพ ความพร๎อมเข๎าสูํต าแหนํง ส าคัญเชิงยุทธศาสตร์ การเสริมสร๎างศักยภาพและพัฒนาดุลยภาพ การปฐมนิเทศบุคลากรใหมํ ในสถานการณ์โควิด 19 มีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบในการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือขําย เชํน สถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู๎ประกอบวิชาชีพ ผู๎ให๎บริการฯ สสจ. อสม. อสค. และผู๎น าชุมชน ผํานระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก าหนดระบบประกันคุณภาพการฝึกอบรม เพื่อให๎ หนํวยงานใช๎ในการพัฒนาบุคลากรอยํางมีประสิทธิภาพ ติดตามประเมินผลการพัฒนา มีการทบทวนผลการด าเนินงานในที่ ประชุมคณะกรรมการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เป็นข๎อมูลในการจัดสรรงบประมาณในปีตํอไป สะท๎อนผลลัพธ์ที่ 7.1 7.3-1, 7.3-7 และ 7.4-4 (12) ระบบการเรียนรู้และการพัฒนา กรมฯ มีการวิเคราะห์ความต๎องการขององค์กรในด๎านศักยภาพของบุคลากร และทบทวนเส๎นทางการพัฒนาบุคลากรในแตํละสายงาน ให๎สอดคล๎องกับแผนยุทธศาสตร์ของกรม และบทบาทที่เปลี่ยนแปลง ไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน โดยมีแผนการพัฒนาบุคลากร ดังนี้ 1. ด าเนินงานตามมาตรฐานด๎านการบริหาร ทรัพยากรบุคคล (HR Scorecard) พัฒนาบุคลากรให๎มีความรู๎ความสามารถที่จ าเป็นส าหรับต าแหนํงตามที่ก าหนด เชํน การ ฝึกอบรมทั้งในและตํางประเทศ การประชุมสัมมนา การมอบหมายงาน การเรียนรู๎ด๎วยตนเอง เพื่อน าความรู๎ที่ได๎มาปรับใช๎ใน การปฏิบัติงานได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 2. สํงเสริมให๎บุคลากรเข๎ารับการพัฒนาในสาขาวิชาชีพตามสายงาน พิจารณาบุคลากร เข๎ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรตํางๆ ที่เกี่ยวข๎องในสายงานนั้นๆและการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นในการปฏิบัติงาน เชํน ทักษะ ทางดิจิทัล ภาวะผู๎น า การท างานเป็นทีม เป็นต๎น 3. การจัดสรรงบประมาณส าหรับการพัฒนาบุคลากรเชํน การพัฒนาตาม สายงาน/วิชาชีพ ทุนปริญญาโทและการให๎ทุนการศึกษา ตามประเด็นความเชี่ยวชาญของหนํวยงานที่กรมฯจ าเป็นต๎องพัฒนา นอกจากนี้การพัฒนาศักยภาพเครือขําย ได๎แกํ อสม. อสค. ผู๎ปฏิบัติงานด๎านระบบริการสุขภาพและสุขภาพภาคประชาชน เป็นตัวแทนในการดูแลสุขภาพประชาชนและชุมชนได๎ด๎วยตนเอง 4. สํงเสริมให๎บุคลากรศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โดยพิจารณา อนุมัติให๎บุคลากรได๎รับการศึกษาตํอเพื่อให๎บุคลากรมีความรู๎ในสายวิชาชีพเพิ่มขึ้น 5. พิจารณาพัฒนาบุคลากรให๎เข๎ารับการ พัฒนาในหลักสูตรที่เกี่ยวข๎องกับด๎านดิจิทัล เน๎นให๎บุคลากรตระหนักและเรียนรู๎ถึงผลกระทบจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยําง เฉียบพลัน สามารถน าความรู๎ ทักษะและประสบการณ์ไปประยุกต์ใช๎ในการวางแผนการด าเนินงานได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 6. จัดกิจกรรมวันส าคัญทางศาสนาตามประเพณีนิยม ซึ่งเป็นการสร๎างความสัมพันธ์ที่ดีระหวํางบุคลากรทุกระดับและเป็นการ สืบสานประเพณีที่ดีรํวมกัน ทั้งนี้ มีการรวบรวมองค์ความรู๎จากบุคลากรใกล๎เกษียณที่มีความรู๎ความช านาญในงาน และ บุคลากรที่ลาออกหรือย๎ายงานไว๎ใน KM Website เพื่อให๎ความรู๎อยูํคูํกับองค์การตํอไป และได๎พัฒนาหลักสูตรการอบรม ผู๎บริหารระดับต๎นของกรมฯ โดยใช๎ Core Competencyของกรมฯ พัฒนาคุณสมบัติการเป็นผู๎น าเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ บรรจุเรื่องหลักธรรมาภิบาลเป็นเนื้อหาแทรกในหลักสูตรอบรมด๎านคุณธรรมจริยธรรม แกํบุคลากรทุกคนเป็นประจ าทุกปี (13) ประสิทธิผลของการเรียนรู้และการพัฒนา กรมฯ มีการทบทวนปรับแผนพัฒนาบุคลากรทั้งในระยะสั้นและ ระยะยาว เพื่อให๎สอดรับกับการปฏิรูปกรมและการปรับแผนยุทธศาสตร์เพื่อให๎ทันตํอการเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร๎อม รองรับความท๎าทายเชิงกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ การปรับปรุงระบบการท างานรวมทั้งเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหมํ สอดคล๎อง กับแผนสร๎างความตํอเนื่องในการด ารงต าแหนํงที่มีความส าคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Succession Plan)ของกรมฯเชํน วิศวกรรม ชีวการแพทย์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยมีกรอบการพัฒนาบุคลากร ดังนี้ 1) การก าหนดการประเมินสมรรถนะบุคลากร ตาม มาตรฐานและแนวทางการก าหนดความรู๎ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จ าเป็น 2) การจัดท าแผนพัฒนาบุคลากร
104 รายบุคคล (Individual Development Plan: IDP) ให๎มีรูปแบบที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน เชํน การสอนงาน การเป็นพี่ เลี้ยง การมอบหมายโครงการ สามารถผลักดันให๎บุคลากรพัฒนาตนเองไปสูํเปูาหมายของกรมได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 3) การ พัฒนาบุคลากร ด๎านทักษะ ความรู๎ สมรรถนะตามกรอบการพัฒนาบุคลากรทุกระดับทั้งหลักสูตรภายในและหลักสูตร ภายนอกกรมฯ ในระดับผู๎บริหาร/ผู๎อ านวยการ เน๎นการพัฒนาตามสมรรถนะทางการบริหาร ในระดับผู๎ปฏิบัติงานมุํงเน๎นด๎าน ทักษะ ความรู๎ความสามารถที่ตรงกับต าแหนํงและภารกิจที่ได๎รับมอบหมาย เพื่อให๎สามารถน าความรู๎และประสบการณ์ที่ ได๎รับมาปรับใช๎ในการปฏิบัติงานให๎มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เชํน ระบบราชการ 4.0 ผู๎ประกอบการภาครัฐ ผู๎น าการ เปลี่ยนแปลง การคิดเชิงออกแบบ และการเรียนรู๎เครื่องมือในการพัฒนาองค์กรตํางๆ PMQA 4.0 IT Disruptive และความรู๎ และทักษะการใช๎ภาษาอังกฤษ ภาษาตํางประเทศ เป็นต๎น 4) พิจารณาขอรับการจัดสรรทุนรัฐบาลทั้งภายในประเทศและ ศึกษา ณ ตํางประเทศ สอดคล๎องกับภารกิจของกรมฯ มาตรฐานการก าหนดต าแหนํง และความก๎าวหน๎าในสายอาชีพในแตํละ วิชาชีพ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือขํายผู๎ปฏิบัติงานด๎านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ เชํน สถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู๎ประกอบวิชาชีพ ผู๎ให๎บริการฯ สสจ.และการจัดการสุขภาพภาคประชาชน เชํน อสม. อสค. ผู๎น าชุมชน และการจัดหลักสูตรพัฒนาข๎าราชการกลุํมศักยภาพสูงเป็นประจ าทุกปี เชํน ผู๎น าอัศวินด๎านสาธารณสุข หลักสูตรอบรมผู๎บริหารระดับต๎นและนักบริหารด๎านการสนับสนุนบริการสุขภาพในยุคใหมํ การเงิน การคลัง เป็นต๎น โดยได๎ ก าหนดเป็นตัวชี้วัดของบุคคลในการจัดท าแผนพัฒนาบุคคล ประจ าปี2565 พร๎อมทั้งมีการจัดท ารายงานผลการพัฒนารอบ 6 และ 12 เดือน มีระบบประกันคุณภาพการฝึกอบรมเพื่อให๎หนํวยงานใช๎ในการพัฒนาบุคลากรอยํางมีประสิทธิภาพ โดยมี การติดตามประเมินผลการพัฒนาบุคลากร และทบทวนผลการด าเนินงานในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ส าหรับเป็นข๎อมูลในการจัดสรรงบประมาณในปีตํอไป (14) ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน กรมฯ มุํงเน๎นการจัดการด๎านระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงรุก มีการวาง แผนการท างานเพื่อปรับระบบเข๎าสูํการบริหารงานแนวใหมํ สํงเสริมกระบวนการสร๎างความผูกพันตํอการปฏิบัติราชการการ สร๎างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ ได๎แกํ 1) พัฒนาระบบโดยน าเทคโนโลยีมาชํวยในการด าเนินงาน เชํน การประกาศรายชื่อผู๎มีคุณสมบัติเลื่อนระดับสูงขึ้น การประเมินผลการปฏิบัติราชการ การโยกย๎ายผํานระบบออนไลน์ฯระบบ การเรียนออนไลน์ 2) การสร๎างเครือขํายด๎าน HR ภายในกรมฯ ที่เข๎มแข็ง เน๎นการมีสํวนรํวมเพื่อให๎การบริหารงานด๎าน ทรัพยากรบุคคลตอบสนองตํอนโยบายของกรมได๎อยํางมีประสิทธิภาพ 3)การสรรหาบุคลากรและรักษาบุคลากร มีการสร๎าง กลยุทธ์การสรรหาบุคลากรเชิงรุก มุํงเน๎นการค๎นหาบุคลากรที่ใชํและตรงกับความต๎องการขององค์กร4) ด๎านการสร๎าง Engagement ให๎กับบุคลากรสร๎างความผูกพันตํอการปฏิบัติราชการเพื่อการปฏิบัติหน๎าที่ได๎อยํางเหมาะสมโดยเน๎นการสร๎าง คุณคํา ความภาคภูมิใจในงานที่รับผิดชอบเพิ่มขึ้น 5) การวางแผนก าลังคน มีพัฒนาระบบการวางแผนก าลังคน ให๎ชัดเจนและ เป็นรูปธรรม เชํน แผนสร๎างความก๎าวหน๎าในสายอาชีพแผนสร๎างความตํอเนื่องในการปฏิบัติราชการ แผนยุทธศาสตร์การ พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากรฯและระบบการพัฒนาบุคลากร มีการก าหนดหลักสูตรการพัฒนาทั้งในประเทศและตํางประเทศ เพื่อเพิ่มพูน สั่งสม ทักษะ ความรู๎ ความเชี่ยวชาญที่มีความส าคัญตํอสมรรถนะหลักบรรลุเปูาหมายของกรมฯ รวมทั้งการเพิ่ม ทักษะให๎มีสมรรถนะที่จ าเป็น สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองเพื่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงระบบการท างานได๎ อยํางมีประสิทธิภาพ การสร๎างระบบการถํายทอดองค์ความรู๎ คลังความรู๎ของหนํวยงานจากกลุํมบุคลากรผู๎มีความรู๎ความ เชี่ยวชาญเฉพาะ ประสบการณ์ที่หลากหลายในวิชาชีพ อีกทั้งมีการวิเคราะห์เส๎นทางความก๎าวหน๎าของบุคลากรในแตํละกลุํม การด าเนินการจัดท า Career Path ให๎บุคลากร/ความมั่นคงของงาน การจัดท าแผนเส๎นทางความก๎าวหน๎าในสายงาน โดยการ มีสํวนรํวมของบุคลากรในสายงานตํางๆ จ านวน 37 สายงาน จัดท าแผนเส๎นทางความก๎าวหน๎าในสายงาน เปิดโอกาสให๎ บุคลากรในสายงานตํางๆ ได๎พิจารณาข๎อคิดเห็น การเปิดโอกาสให๎มีการโยกย๎ายสายงาน มีระบบในการเลื่อนระดับสูงขึ้น การ จัดท าฐานข๎อมูลบุคลากรเตรียมความพร๎อมสูํการเลื่อนระดับสูงขึ้น และระบบการคัดเลือกเพื่อเลื่อนให๎ด ารงต าแหนํงสูงขึ้น ให๎สอดคล๎องกับแนวทางที่ส านักงาน ก.พ. ก าหนด พร๎อมทั้งมีการติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพื่อน ามาปรับปรุง และพัฒนาแนวทางการด าเนินงาน และเชื่อมโยงผลการปฏิบัติงานให๎สอดคล๎องกับการบริหารคําตอบแทนเพื่อเป็นการ เสริมสร๎างแรงจูงใจของผู๎ปฏิบัติงาน ซึ่งจากโครงสร๎างอายุของบุคลากร พบวําในอีก 5 –10 ปี จะมีผู๎เกษียณอายุราชการ คิด
105 เป็นร๎อยละ 4 ในปี 2567 จึงได๎ก าหนดให๎มีการถํายทอดองค์ความรู๎จากข๎าราชการที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 5 ปีข๎างหน๎า เพื่อสํงมอบองค์ความรู๎ที่ส าคัญในการปฏิบัติงานจากรุํนสูํรุํนไมํให๎สูญหายไปรวมทั้งได๎ก าหนดแผนสืบทอดต าแหนํงการ บริหาร เพื่อเตรียมบุคลากรส าหรับต าแหนํงบริหารและต าแหนํงอื่นๆที่มีความส าคัญตํอกรมฯ หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ 6.1 กระบวนการท างาน ก. การออกแบบผลผลิต การบริการ และกระบวนการ (1) ประสิทธิผลของผลผลิต การบริการ และกระบวนการท างาน ทบทวนและออกแบบกระบวนงานที่ส าคัญ และ วิเคราะห์ข๎อก าหนดที่ส าคัญของผลผลิต การบริการ ทั้งกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนที่ส าคัญปีละ 1ครั้ง ด๎วย SIPOC MODEL ตามรูปที่ 6.1จัดท าข๎อก าหนดของกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุน เพื่อก าหนดเป็นจุดควบคุม กระบวนการ และการบริหารต๎นทุน ท าให๎การน ากระบวนการไปปฏิบัติสามารถควบคุมผลการด าเนินการโดยรวมของกรมฯ ได๎ ก าหนดตัวชี้วัดที่แสดงถึงความส าเร็จของการจัดการกระบวนการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล วิเคราะห์จัดท าข๎อก าหนด ของกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนอยํางครอบคลุมทุกภารกิจ โดยแบํงเป็นกระบวนงานหลักที่ส าคัญและ กระบวนงานสนับสนุน ดังภาพที่ 6.1 การจ าแนกกระบวนงานหลักที่ส าคัญตามพันธกิจและสมรรถนะหลัก และพิจารณา ผู๎รับบริการ ผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย ผู๎สํงมอบและพันธมิตร เพื่อให๎ประชาชนมีความรอบรู๎ด๎านสุขภาพ ได๎รับบริการสุขภาพที่มี มาตรฐาน คุณภาพ ปลอดภัย อีกทั้งยังมีการจัดท าคูํมือปฏิบัติงาน ทั้งกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนที่ส าคัญ ทั้งระดับกรมฯ หนํวยงาน และผังกระบวนการที่ชัดเจน วิเคราะห์ความเสี่ยง ของปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ก าหนดเป็นจุดควบคุมกระบวนการและการ บริหารต๎นทุน ท าให๎สามารถน ากระบวนการไปปฏิบัติได๎อยํางถูกต๎อง และ ควบคุมผลการด าเนินการโดยรวมของกรมฯ ได๎ เชํน กระบวนงานการ คุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ การอนุญาตให๎ประกอบ กิจการและด าเนินการสถานพยาบาลเอกชน มีจุดควบคุมขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นตอนการรับเรื่อง ตรวจสอบหลักฐานค าขอ มีการควบคุมโดยปรับ วิธีการปฏิบัติงานและให๎บริการเพื่อลดความเสี่ยง 2) ขั้นตอนการตรวจอนุญาตสถานพยาบาลใหมํ เพิ่มทีมตรวจประเมิน มาตรฐานฯ ให๎เพียงพอ ปรับรูปแบบวิธีการตรวจประเมิน และพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่รํวมตรวจประเมิน ตัวชี้วัดคือ ร๎อยละของผู๎ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลได๎รับการตรวจมาตรฐานตามกรอบเวลาที่ก าหนด และร๎อยละ ความพึงพอใจของผู๎รับบริการตํอการอนุญาตให๎ประกอบกิจการและด าเนินการสถานพยาบาล การขออนุญาต สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพระบบออนไลน์ผําน Biz Box ส านักงาน ก.พ.ร. การยื่นเอกสารทาง ราชการด๎วยเลข 13 หลัก (Zero Copy) เชื่อมโยงข๎อมูลกับกรมการปกครอง กระบวนงานการประเมินมาตรฐานระบบ บริการสุขภาพ พัฒนาระบบการประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ (HS4) ประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ทดสอบคุณภาพเครื่องมือแพทย์ รํวมกับสสจ.และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1-12 พัฒนาฐานข๎อมูลและMOU กับ ม. แมํฟูาหลวง ม.นเรศวร พัฒนาและประยุกต์ใช๎งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งงานให๎บริการและงานด๎านสุขภาพภาคประชาชน กระบวนงานระบบสุขภาพภาคประชาชน พัฒนาศักยภาพภาคีเครือขําย ในระดับอ าเภอ ต าบล หมูํบ๎าน และเป็น คณะกรรมการรํวมในการคัดเลือก อสม. ระดับจังหวัด ระดับเขต ระดับภาค และระดับประเทศ เฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพ สื่อสารสุขภาพ และขับเคลื่อนงานสุขภาพภาคประชาชนในระดับพื้นที่ (2) แนวคิดในการออกแบบ วิเคราะห์จัดท าข๎อก าหนดของกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนอยําง ครอบคลุมทุกภารกิจ กระบวนงานหลัก ได๎แกํ งานคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพและบริหารยุทธศาสตร์ Medical Hub งานสํงเสริม สนับสนุน และประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ และงานพัฒนาระบบสุขภาพภาคประชาชน และ 4 และกระบวนงานสนับสนุน ได๎แกํ 1) การบริหารยุทธศาสตร์และงบประเมิน 2) การพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย 3) การพัฒนา ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และ 4) การบริหารทรัพยากรบุคคล และการประชาสัมพันธ์ การจัดท าคูํมือปฏิบัติงาน ทั้ง รูปที่ 6.1 Value Chain กรม สบส.
106 กระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนที่ส าคัญ และผังกระบวนการที่ชัดเจน ทบทวนการออกแบบกระบวนการ โดย 1) น าข๎อมูลจากแผนงาน โครงการตําง ๆ ผลการด าเนินการที่ผํานมา (หมวด 2.1) บริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความต๎องการ ความคาดหวังของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย P1(7) กฎ ระเบียบ และข๎อบังคับตําง ๆ P1(5) มาเป็นข๎อมูลน าเข๎า (Input) ทบทวนกระบวนการทั้งหมด 2) น าผลที่ได๎จากการทบทวนกระบวนการมาปรับปรุงกระบวนการให๎สอดคล๎องกัน 3) จัดท าข๎อก าหนดที่ส าคัญของกระบวนการ น าผลส ารวจความต๎องการความคาดหวังของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย จากการรับฟังความคิดเห็น ข๎อร๎องเรียน ข๎อเสนอแนะ รวมทั้งความคิดเห็นของบุคลากร ฯลฯ มาจัดท าข๎อก าหนดที่ส าคัญ และออกแบบกระบวนการ 4) ออกแบบนวัตกรรมและการพัฒนาบริการให๎เป็นไปตามข๎อก าหนดที่ส าคัญ ท าให๎เกิด ประสิทธิภาพและประสิทธิผล 5) ติดตาม ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล ปรับปรุงผลการด าเนินงานอยํางตํอเนื่อง โดย มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อก าหนดเป็นจุดควบคุมกระบวนการและการบริหารต๎นทุน ท าให๎ สามารถน ากระบวนการไปปฏิบัติได๎อยํางถูกต๎อง และสามารถควบคุมผลการด าเนินการโดยรวมของกรมฯ ได๎ เชํน กระบวนการอนุญาตให๎ประกอบกิจการและด าเนินการสถานพยาบาล(คลินิก) มีการลดรอบระยะเวลา จากเดิม 67วัน เหลือ เพียง 33วัน และให๎บริการการขออนุญาตผํานระบบ Biz Portal รวมทั้งเชื่อมโยงข๎อมูลกับหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องในการ ให๎บริการตําง ๆ ได๎แกํ การขึ้นทะเบียนผู๎ให๎บริการเชื่อมโยงข๎อมูลกับสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรนวด และการ เชื่อมโยงข๎อมูลแพทยสภาในการตรวจสอบข๎อมูลแพทย์ เป็นต๎น (3) ข้อก าหนดของผลผลิต การบริการ และกระบวนการท างาน การจัดท ากระบวนการผํานตัวชี้วัด ควบคุมให๎การ ด าเนินการเป็นไปตามข๎อก าหนด โดยมีกลไกควบคุมกระบวนการแบํงออกเป็น 3 ขั้นตอน ได๎แกํ 1) ควบคุมกํอนด าเนินการ (Pre-Control) พิจารณาปัจจัยน าเข๎าด๎านตําง ๆ ของทรัพยากรในแตํละกระบวนการ 2) ควบคุมขณะด าเนินการ (ActionControl)การควบคุมให๎เป็นไปตามขั้นตอน ระยะเวลา มาตรฐานที่ก าหนดของกระบวนการนั้น ให๎สอดคล๎องกับความต๎องการ ของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสีย และ 3) ควบคุมตามหลังด าเนินการ ติดตามตรวจสอบและประเมินผลการด าเนินงาน ของกระบวนงานตําง ๆ น ามาทบทวนปรับปรุงและพัฒนากระบวนการอยํางตํอเนื่อง รวมทั้งวางมาตรการแก๎ไขและการปูองกัน ในอนาคต ในแตํละกระบวนการท างาน การจัดท าคูํมือการปฏิบัติงาน และผังกระบวนการที่ชัดเจน วิเคราะห์ความเสี่ยงของ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อก าหนดแนวทางการควบคุมกระบวนการ และการบริหารต๎นทุน น าไปสูํการปฏิบัติได๎อยํางถูกต๎อง สามารถควบคุมผลการด าเนินการโดยรวม ได๎ ทบทวนจุดควบคุมของกระบวนการเพื่อเป็นแนวทางในการด าเนินการเพิ่ม ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ ข. การจัดการและการพัฒนากระบวนการ (4) การน ากระบวนการไปปฏิบัติ วิเคราะห์กระบวนการในปัจจุบัน และกระบวนการที่ต๎องด าเนินการ แตํยังไมํได๎ ด าเนินการ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคของแตํละกิจกรรม คัดเลือกกระบวนการที่จะด าเนินการปรับปรุง โดยมุํงเน๎นความสมดุลใน 4 มิติตามหลัก Balanced Scorecard รวมทั้งได๎จัดท าแผนที่ยุทธศาสตร์ พัฒนากระบวนการภายในให๎มีประสิทธิภาพทั้ง ทางด๎านกฎหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศ สนับสนุนการปฏิบัติงานพัฒนาสมรรถนะบุคลากร พัฒนาองค์กรให๎เป็นหนํวยงานที่ มีการเรียนรู๎อยํางตํอเนื่อง สร๎างนวัตกรรมและปรับปรุงงานให๎เกิดผลลัพธ์และมีประสิทธิภาพ ก าหนดเปูาหมายและผลลัพธ์ ในการปฏิบัติงานให๎บริการเป็นไปอยํางมีคุณภาพ รวดเร็ว เป็นธรรม และสอดคล๎องกับความต๎องการของประชาชน ปลูกฝัง บุคลากรให๎มีจิตส านึกในการให๎บริการ ก าหนดตัวชี้วัดของกระบวนการท างานทั้งกระบวนงานหลักและกระบวนงานสนับสนุน ผํานระบบการรายงานผลการปฏิบัติราชการ และระบบการติดตามข๎อมูลของกรมฯ ผํานตัวชี้วัด ได๎แกํ ระบบ HSS Cockpit เพิ่มประสิทธิภาพในการท างาน เพื่อให๎มั่นใจวํากระบวนงานหลักและกระบวนงานสนับสนุนจะสามารถตอบสนองความ ต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียได๎อยํางมีประสิทธิภาพ ทันตํอการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม เศรษฐกิจของ ประเทศและเทียบเคียงตัวชี้วัดกับมาตรฐานระดับสากลในด๎านตําง ๆ โดยกลุํมตรวจสอบภายใน ก าหนดให๎ทุกหนํวยงาน วิเคราะห์ความเสี่ยงของทุกกระบวนงาน และตัวชี้วัดควบคุมฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ เชํน การพัฒนาห๎องปฏิบัติการทดสอบสอบเทียบเครื่องมือทางการแพทย์ได๎รับการรับรองห๎องปฏิบัติการมาตรฐานการสอบเทียบ
107 ด๎านมวล ISO/IEC 17025จาก สมอ. สํงผลให๎สถานบริการสุขภาพได๎รับการทดสอบ สอบเทียบเครื่องมือแพทย์จาก ห๎องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือมาตรฐาน มีความถูกต๎อง แมํนย า เป็นต๎น (5)กระบวนงานสนับสนุน การออกแบบกระบวนการสนับสนุน กรมฯ พิจารณาจากกระบวนงานหลักที่ส าคัญ วํา ต๎องได๎รับการสนับสนุนในเรื่องใดบ๎าง เพื่อให๎การด าเนินงานบรรลุตามเปูาหมายอยํางมีประสิทธิผล รวมทั้งการด าเนินงาน ภายใต๎กฎ ระเบียบ ข๎อบังคับที่ส าคัญ จากนั้นจะน ามาก าหนดเป็นกระบวนการสนับสนุน ข๎อก าหนดที่ส าคัญ ตัวชี้วัดควบคุม และแนวทางการควบคุม ซึ่งแตํเดิมกรมฯก าหนดเป็นตัวชี้วัดค ารับรองฯ โดยให๎ทุกหนํวยงานจัดท าคูํมือการปฏิบัติงาน ทั้ง กระบวนงานหลักและกระบวนงานสนับสนุน เพื่อให๎มั่นใจได๎วําการท างานเป็นไปตามข๎อก าหนดที่วางไว๎ จากนั้นมีการสื่อสาร คูํมือสร๎างความรู๎ความเข๎าใจแกํบุคลากรหนํวยงาน เพื่อให๎เกิดการรับรู๎และเข๎าใจการปฏิบัติงานโดยทั่วกัน อีกทั้งกรม สบส. มีการพัฒนาระบบ SMART 65 มาอยํางตํอเนื่อง เพื่อใช๎ในการบริหารงบประมาณและผลการด าเนินการ รายงานผลการ ด าเนินงานตามตัวชี้วัด ผลการเบิกจํายเงินงบประมาณแบบ Real Time เชื่อมตํอกับระบบ GFMIS ในการตรวจสอบความ ถูกต๎องของการเบิกจํายเงินงบประมาณ เป็นข๎อมูลประกอบการตัดสินใจของผู๎บริหาร เพื่อให๎มั่นใจวํากระบวนงานหลักและ กระบวนงานสนับสนุนจะสามารถตอบสนองความต๎องการของผู๎รับบริการและผู๎มีสํวนได๎สํวนเสียได๎อยํางมีประสิทธิภาพ (6) การปรับปรุงผลผลิต การบริการ และกระบวนการท างาน ทบทวนและหาโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการ อยํางมีนวัตกรรมรํวมกับผู๎บริหารขององค์กร สร๎างบรรยากาศและสนับสนุนหนํวยงานในสังกัด น ามาซึ่งกระบวนการวิจัย สร๎างนวัตกรรมและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ให๎สอดคล๎องกับความต๎องการและความคาดหวังของผู๎รับบริการ การ สนับสนุน และการท าธุรกรรม (กระบวนภายใน) และด๎านการบริการ พัฒนาและก าหนดมาตรฐานเพื่อให๎ผู๎รับบริการเข๎าถึง และเชื่อมั่นในการบริการที่สนับสนุนการให๎บริการได๎สะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา สนับสนุนงบประมาณ เพื่อให๎เกิดนวัตกรรม ในการปรับปรุงกระบวนการให๎ทันตํอสภาวะการแขํงขันที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อความส าเร็จอยํางยั่งยืนขององค์กร การ ปรับปรุงกระบวนการโดยการลดระยะเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติงาน โดยใช๎เทคโนโลยีมาชํวย ได๎แกํ การพัฒนา ห๎องปฏิบัติการทดสอบสอบเทียบ จนได๎รับการรับรองห๎องปฏิบัติการมาตรฐาน การสอบเทียบด๎านมวล ISO/IEC 17025 จาก สมอ. การออกแบบมาตรฐานตามแนวทาง Green & Clean Hospital การขออนุญาตและขึ้นทะเบียนออนไลน์ (Central Biz Box) รํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เชื่อมโยงข๎อมูลกรมการปกครองและกรมพัฒนา ธุรกิจการค๎า ระบบ Claim Center เก็บคํารักษาพยาบาลของชาวตํางชาติที่มาใช๎บริการที่สะท๎อนเปูาหมายตามยุทธศาสตร์ กรมและยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนกระบวนงานสนับสนุน เชํน ระบบ SMART ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ การจองห๎อง ประชุมออนไลน์ สลิปเงินเดือนอิเล็กทรอนิกส์ และระบบพัสดุ เป็นต๎น ค. การจัดการเครือข่ายอุปทาน (7) การจัดการเครือข่ายอุปทาน กรม สบส. ได๎ให๎ความส าคัญกับผู๎สํงมอบ ผู๎ให๎ความรํวมมือของกรมฯ เพื่อ ประโยชน์สูงสุดในการสํงมอบบริการของกรมฯ ซึ่งได๎รับความรํวมมือจากหลายภาคสํวน ทั้งภาครัฐ เอกชน อปท. และภาค ประชาสังคม โดยความมุํงหวังวําประชาชนจะได๎รับระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย มีศักยภาพในการ พึ่งพาตนเองด๎านสุขภาพได๎อยํางยั่งยืน และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมทางการแพทย์ในระดับนานาชาติ โดยในด๎านการ คุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพและยุทธศาสตร์ Medical Hub กรมฯ จัดให๎มีศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ ซึ่ง ผู๎รับบริการสามารถยื่นค าขอและรับบริการ (ใบอนุญาตขอประกอบกิจการ หรือประกอบการ และธุรกรรมอื่นๆ)ตามที่กฎหมาย ก าหนด และยังเพิ่มชํองทางในการให๎บริการโดยสามารถยื่นค าขอทางระบบ e-Service ตํางๆ ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พัฒนาเอง และระบบ Biz Portal ซึ่งพัฒนารํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. สพร. และหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องเพื่อให๎ประชาชนเกิดความ สะดวกรวดเร็ว ในการใช๎บริการและสามารถตรวจสอบข๎อมูลสถานภาพของสถานพยาบาลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และมี การมอบหมายให๎นายแพทย์สสจ. เป็นผู๎อนุญาตแทนอธิบดีตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541ในเขตจังหวัดที่มีอ านาจหน๎าที่ ก ากับดูแลและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ รวมทั้งตาม พ.ร.บ.คุ๎มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีฯ พ.ศ.2558 สามารถ ยื่นที่สสจ. ที่ผู๎ยื่นค าขออนุญาตใช๎เป็นสถานที่ให๎บริการตั้งอยูํในจังหวัดนั้น ๆ พร๎อมทั้งพัฒนาและยกระดับให๎สถานพยาบาล และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให๎มีศักยภาพในการแขํงขันด๎านอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรของประเทศและเป็น
108 ที่ยอมรับในระดับสากล ระบบบริการเวลเนสกิจการการแพทย์ และการทํองเที่ยวเชิงสุขภาพ 4 แหํง และสถาน ประกอบการเพื่อสุขภาพได๎รับการรับรองผํานเกณฑ์มาตรฐานสากล จ านวน 28 แหํง คิดเป็นร๎อยละ 11.20 เป็นต๎น ด้าน มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ กรมฯเป็นหนํวยงานหลักในการคุ๎มครองผู๎บริโภคด๎านระบบบริการสุขภาพ โดยมี กฎหมายและระเบียบในการก ากับ และการบังคับใช๎กฎหมายเพื่อให๎สถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มี คุณภาพมาตรฐานในการให๎บริการแกํประชาชนอยํางมีคุณภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดตํอประชาชนผู๎รับบริการ โดยกรมฯ ได๎รํวมกับ สภาสถาปนิกสสจ. สภาวิศวกร สมาคมวิชาชีพสุขศึกษา ในการสนับสนุน สํงเสริม และประเมินมาตรฐาน ระบบบริการสุขภาพใน รพศ. รพท.และ รพช. ทุกแหํง โดยผลการพัฒนาสถานพยาบาลภาครัฐกลุํมเปูาหมายผํานเกณฑ์ มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ จากระบบประเมิน HS4 ผํานเกณฑ์มาตรฐานระบบบริการสุขภาพด๎านสุขศึกษา ระดับ คุณภาพ จ านวน 541 แหํงจาก896 แหํงคิดเป็นร๎อยละ60.38เป็นต๎น และในด้านระบบสุขภาพภาคประชาชน พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขของสุขศาลาพระราชทาน จ านวน 23 แหํง อยูํ ระหวํางการจัดตั้ง 3 แหํง ซึ่งผํานการรับรองคุณภาพ 12 แหํง เพื่อเพิ่มโอกาสให๎ประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร กลุํม เปราะบางตามแนวชายแดนและพื้นที่พิเศษ เข๎าถึงบริการขั้นพื้นฐานแหํงรัฐด๎านสาธารณสุข นับเป็นนวัตกรรมในการบูร ณาการความรํวมมือในการให๎บริการด๎านสุขภาพเพื่อลดความเหลื่อมล๎า สร๎างความมั่นคงทางสุขภาพและสังคมมนุษย ์ และระบบการพัฒนายุว อสม.ออนไลน์ โดยส่งเสริมพัฒนาทีมพี่เลี้ยงระดับจังหวัด อ าเภอ และต าบลให๎ด าเนินการตามคูํมือ และใช๎เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นในการก ากับและประเมินผลการด าเนินงาน และยังร่วมกับส านักงานสาธารณสุขจังหวัด ในการ พัฒนาศักยภาพภาคีเครือขําย ในระดับ อ าเภอ ต าบล หมูํบ๎าน และเป็นคณะกรรมการรํวมในการคัดเลือก อสม. ระดับจังหวัด เฝูาระวังพฤติกรรมสุขภาพ สื่อสารสุขภาพ และขับเคลื่อนงานสุขภาพภาคประชาชนในระดับพื้นที่ เป็นต๎น ง. การจัดการนวัตกรรม (8) การจัดการนวัตกรรม กรมฯ มีการทบทวนและหาโอกาสในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและยกระดับระบบธุรกิจ บริการสุขภาพ มีการสร๎างบรรยากาศและสนับสนุนหนํวยงานในสังกัด น ามาซึ่งกระบวนการวิจัย สร๎างนวัตกรรมและพัฒนา คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ให๎สอดคล๎องกับความต๎องการและความคาดหวังของผู๎รับบริการ การสนับสนุน และการท าธุรกรรม (กระบวนภายใน) และด๎านการบริการ มีการพัฒนาและก าหนดมาตรฐานเพื่อให๎ผู๎รับบริการเข๎าถึงและเชื่อมั่นในการบริการที่ สนับสนุนการให๎บริการได๎สะดวก รวดเร็ว มีการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อให๎เกิดนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนการให๎ทัน ตํอสภาวะการแขํงขันที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อความส าเร็จอยํางยั่งยืนขององค์กร การRe-Design Processเพื่อเชื่อมโยงระบบการ บริการภาครัฐแบบคนบวงจร (Biz Portal) และเตรียมความพร๎อมในการ ขับเคลื่อนสูํองค์กรดิจิทัล โดย 1) บูรณาการงานธุรกิจบริการสุขภาพสูํ กระบวนงานดิจิทัล จ านวน 80 กระบวนงาน เป็นงานบริการสถานพยาบาล และการประกอบโรคศิลปะ 67 กระบวนงาน สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 13กระบวนงาน 2) Operating Model (แบบมาตรฐานการให๎บริการ) ทั้ง Front Office Back Office และแบบฟอร์มตํางๆปรับเป็น Single Form 3) คูํมือการปฏิบัติงาน (SOP) ส าหรับปรับปรุงกระบวนงานรองรับดิจิทัล และ พัฒนาDigital Application โดยปรับปรุงกระบวนการ ลดระยะเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติงาน น า IT มาชํวย พบวําสามารถลด ระยะเวลาการให๎บริการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยเทํากับ 71.22 และสถานพยาบาล เทํากับ 38.95 เพิ่มความสะดวกในการท าธุรกรรมด๎วย e-Payment เพื่ออ านวยความสะดวกให๎แกํผู๎ประกอบการ คือ ลด ขั้นตอนการปฏิบัติงานโดยเชื่อมโยงกับสถาบันการเงินหลัก และเป็นข๎อมูลReal Time เชื่อมโยงกับ Big Data และระบบ eLogisticsเป็นต๎น นอกจากนี้ กรมฯ ได๎มีการพัฒนาห๎องปฏิบัติการทดสอบสอบเทียบ จนได๎รับการรับรองห๎องปฏิบัติการ มาตรฐานการสอบเทียบด๎านมวล ISO/IEC 17025 จาก สมอ. สํงผลให๎สถานบริการสุขภาพได๎รับการทดสอบ สอบเทียบเครื่องมือ แพทย์จากเครื่องมือมาตรฐานที่มีมาตรฐานในระดับนานาชาติ มีความถูกต๎อง แมํนย า การพัฒนาแผนแมํบทที่สอดคล๎องกับ Service Plan ของกระทรวงสาธารณสุข และการออกแบบมาตรฐานตามแนวทาง Green & Clean Hospitalการพัฒนาความ รูปที่ 6.2 การพัฒนาระบบ Back Office กรม สบส.
109 รํวมมือทางวิชาการด๎านอาคารและสภาพแวดล๎อมสาธารณสุข ระดับประเทศและนานาชาติและ SMART Hospital โดยพัฒนา เป็นศูนย์การออกแบบด๎วย AI เชื่อมโยงกับ Big Data ให๎แล๎วเสร็จภายในปี 2579 นอกจากนี้กรมฯ มีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อ ยกระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานการให๎บริการ ประกอบด๎วยการจัดท า SMART Card อสม.4.0 บัตรเดียวเป็นทั้งบัตร ประจ าตัว อสม. ให๎ครอบคลุมทั่วประเทศ (จ านวน 1,054,729 คน) เป็นทั้งบัตร ATM และบัตรเดบิต Card เบิกจํายคําปุวยการ ผําน e-payment เป็นชํองทางถํายทอด Health Literacy สูํประชาชนทั่วถึงและรวดเร็ว รับข๎อมูลขําวสารจากกรมโดยตรง สามารถร๎องเรียนหรือแจ๎งเหตุได๎ ระบบการรายงานผลการปฏิบัติงานของ อสม.ผํานะบบ Dashboard อสม. ประกอบการจํายคํา ปุวยการที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บาทตํอเดือน การยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู๎ให๎บริการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยใช๎บัตร ประชาชนใบเดียว (Zero Copy) การขออนุญาตและขึ้นทะเบียนผํานระบบ Biz Portal แบบ Fully Digital ให๎ครอบคลุมทุกงาน บริการ ทั่วประเทศ รํวมกับส านักงาน ก.พ.ร. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีการเชื่อมโยงข๎อมูลกรมการปกครอง และกรมพัฒนาธุรกิจการค๎า การออกแบบเสมือนจริง (BIM) ระบบ Claim Centerเก็บคํารักษาพยาบาลของชาวตํางชาติที่มาใช๎ บริการ การพัฒนา E-Service แบบ Fully Digital และการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลด๎วยระบบ SMART65 และ HSS Cockpit ที่สะท๎อนเปูาหมายตามยุทธศาสตร์กรมและยุทธศาสตร์ชาติ ดังจะเห็นได๎จากรางวัลเลิศรัฐที่กรมฯ เปิดโอกาสให๎ หนํวยงานหรือผู๎ที่สนใจสํงสมัครขอรับรางวัลฯ จากส านักงาน ก.พ.ร. มาตั้งแตํปี 2558 จนถึงปัจจุบัน และได๎รับรางวัลมาอยําง ตํอเนื่อง และท าให๎ในปี 2565 กรมฯ ได้รับรางวัลเลิศรัฐยอดเยี่ยม จากการได๎รับรางวัลระดับดีเดํนทั้ง 3 สาขา รวมผลงาน ทั้งสิ้น 6 รางวัล และมีการจัดประชุมวิชาการ กรม สบส. “สร๎างสรรค์นวัตกรรมด๎านระบบบริการสุขภาพ” และน าเสนอการถอด บทเรียนการด าเนินงานในการพัฒนางานของกรมฯ ให๎ประชาชนได๎รับบริการด๎านระบบบริการสุขภาพที่ปลอดภัยและสม ประโยชน์ตํอไป 6.2 ประสิทธิผลการปฏิบัติการ ก. การควบคุมต้นทุน (9) การควบคุมต้นทุน กรมฯ มีการบริหารจัดการควบคุมต๎นทุนภายใน โดยการตํางตั้งมอบหมายผู๎รับผิดชอบที่ ชัดเจนในกรประชุมวางแผนจัดการกระบวนการท างานไมํให๎เกิดการท างานที่ซับซ๎อน โดยก าหนดวิธีการด าเนินงานที่รัดกุม มี การวิเคราะห์ขอบเขตขั้นตอนการด าเนินการ มีหนํวยตรวจสอบภายใน ท าหน๎าที่ในการตรวจสอบการควบคุมภายใน และระบบ บริหารความเสี่ยง และ มีการเปิดเผยข๎อมูลขําวสาร แผนงานและงบประมาณให๎ผู๎ที่เกี่ยวข๎องทราบ ก าหนดจริยธรรมข๎าราชการ ส าหรับเป็นแนวปฏิบัติให๎ข๎าราชการยึดถือในการท างาน เปิดโอกาสให๎ภาคประชาชนเข๎ามาสํวนรํวมให๎ความคิดเห็นในการ ก าหนดมาตรการ และร๎องเรียนเมื่อพบการกระท าที่ไมํสุจริต โดยยึดตามกฎระเบียบข๎อบังคับ มีการก าหนดเปูาหมาย กระบวนการด าเนินงานให๎สัมพันธ์กันและเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ เพื่อการจัดสรรทรัพยากรอยํางคุ๎มคํา รวมทั้งมีการน าผล จากงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมตําง ๆ ของกรมฯ ไปใช๎ในการด าเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ปูองกัน ข๎อผิดพลาดหรือการท างานซ้ าซ๎อน และยังมีแผนการลดต๎นทุนอยํางเป็นระบบที่มีการรวบรวมข๎อมูลต๎นทุนตํางๆ โดยการ ประสานงานและบูรณาการท างานรํวมกันทั้งหนํวยงานภายใน และเครือขํายของกรมฯ ในการจัดท าโครงการตํางๆ เพื่อควบคุม และลดต๎นทุนที่ซ้ าซ๎อนและจัดท าแหลํงทุนภายนอกเพื่อสนับสนุนการด าเนินงานของกรมฯ นอกจากนี้ยังเอาองค์ความรู๎ เครื่องมือ เทคโนโลยีใหมํๆ มาประยุกต์ใช๎ในการด าเนินโครงการ เชํน ระบบ SMART 65และระบบ HSS Cockpit ซึ่งเป็นระบบ การจัดการสารสนเทศเกี่ยวกับข๎อมูลผลการด าเนินการและตัวชี้วัดของสํวนราชการและหนํวยงานของกรมฯ เชื่อมโยงกับระบบ GFMIS ซึ่งจะท าให๎ได๎ข๎อมูลรายงานผลการเบิกจํายเงินงบประมาณของหนํวยงานตํางๆที่ครอบคลุมเป็นรายโครงการ ราย หนํวยงาน และแบบสรุปในภาพรวมแสดงเป็นกราฟ สามารถแปลผลแบบ Real time พร๎อมเสนอผู๎บริหารได๎อยํางรวดเร็ว ถูกต๎อง สามารถน าไปประกอบการตัดสินได๎อยํางทันทํวงที สามารถใช๎เวลาในการติดตามเรํงรัดการเบิกจํายได๎มากขึ้น และเป็นข๎อมูลใน การตัดสินใจได๎อยํางมีประสิทธิภาพ เชํน คําสาธารณูปโภค คําบริหารโครงการ การเบิกคําลํวงเวลา เป็นต๎น อีกทั้ง กรมฯ น าผล การวิเคราะห์ทบทวนต๎นทุนและการลงทุนในทรัพยากรตําง ๆ มาก าหนดแผนและเปูาหมายในการลดต๎นทุน/เพิ่มผลิตภาพของ กระบวนการหลัก และกระบวนการสนับสนุน โดยมีเปูาหมายในการลดต๎นทุน ดังนี้ เปูาหมายระยะสั้น ได๎แกํ การควบคุมต๎นทุน ภายในหนํวยงาน ก าหนดมาตรการประหยัดในเรื่องตํางๆ เชํน มาตรการประหยัดพลังงาน กระดาษ และน้ าตามมติคณะรัฐมนตรี
110 มาตรการประหยัดในการเบิกจํายเงินงบประมาณตํางๆ การรวมศูนย์ต๎นทุนการจัดซื้อจัดจ๎างในภาพรวมของกรมฯ ตลอดจนการ น านวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช๎ในการปรับปรุงระบบงาน กระบวนการท างานและการให๎บริการ เพื่อการลดต๎นทุนของ กระบวนการ และประหยัดงบประมาณที่สํงผลตํอการสร๎างขีดความสามารถขององค์การ เพื่อให๎ประชาชนได๎รับบริการสุขภาพที่ ได๎มาตรฐาน ปลอดภัย อยูํในชุมชนสุขภาพดี และได๎รับการคุ๎มครองด๎านบริการสุขภาพด๎วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได๎แกํ ระบบ ขึ้นทะเบียนเป็นผู๎ให๎บริการ (กิจการการดูแลผู๎สูงอายุฯ) แบบออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีผู๎ขอขึ้นทะเบียนผู๎ให๎บริการที่ผํานการ รับรองแล๎ว จ านวน 7,943 ราย (ข๎อมูล ณ วันที่ 20/3/66) ระบบจองคิวออนไลน์ การจัดท าต๎นแบบสถานบริการสุขภาพผู๎สูงอายุ ตามแนวทางอาคารเขียว เพื่อรองรับกับการเป็นสังคมผู๎สูงอายุของประเทศไทย การออกแบบสถานพยาบาลแบบ 3 มิติ ด๎วย โปรแกรม BIM (e-Model) การอนุญาตและขึ้นทะเบียนสถานพยาบาล ผู๎ประกอบโรคศิลปะ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ออนไลน์ (e- Service) การพัฒนา Application CRM รับเรื่องร๎องเรียน เป็นต๎น เพื่อให๎ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ลดอัตรา การปุวย ลดต๎นทุนคําใช๎จํายในการรักษาพยาบาล ลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความสามารถในการเข๎าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสม สะดวก รวดเร็ว อยํางทั่วถึงเป็นธรรม ข. การจัดการความมั่นคงทางข้อมูลสารสนเทศ (10) การจัดการความมั่นคงทางข้อมูลและสารสนเทศ กรมฯ เป็นหนํวยงานที่มีหน๎าที่ก ากับหนํวยงานโครงสร๎าง พื้นฐานส าคัญทางสารสนเทศระบบบริการสุขภาพที่สํงผลกระทบตํอประชาชนโดยตรง จากการเชื่อมโยงข๎อมูลด๎านระบบบริการ สุขภาพ และหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องต๎องผํานเกณฑ์มาตรฐาน และยังเป็นหนํวยงานที่เกี่ยวข๎องกับการเก็บรักษาข๎อมูลสํวนบุคคล ด๎านธุรกิจบริการสุขภาพรองรับการด าเนินงานระหวํางภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข๎องกับการท าธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ด๎าน ระบบบริการสุขภาพทั้งภายในและตํางประเทศ รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย เชื่อมั่น ในการเข้าใช้บริการในระบบบริการสุขภาพ รวมทั้งการท าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จึงจ าเป็นที่จะต๎องมีความมั่นคง ปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสูง เพื่อคุ๎มครองประชาชนหรือประโยชน์ที่ส าคัญของประเทศ กรมฯ มี MOU กับกรมการปกครอง ในการขอใช๎ประโยชน์ข๎อมูลทะเบียนประวัติราษฎร์จากฐานข๎อมูลทะเบียนกลาง โดยวิธีบริการข๎อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์และ โปรแกรมส าหรับอํานข๎อมูลจากบัตรประชาชนในการให๎บริการอนุญาตธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ และเพื่อให๎การ บริหารจัดการระบบความมั่นคงปลอดภัยด๎านสารสนเทศ มีความมั่นคงปลอดภัย มีความนําเชื่อถือ และให๎บริการได๎อยําง ตํอเนื่อง สามารถปูองกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช๎ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในลักษณะที่ไมํถูกต๎อง และถูกคุกคามจาก ภัยตําง ๆ ซึ่งอาจกํอให๎เกิดความเสียหายแกํกรมฯ หนํวยงานในสังกัด รวมทั้งประชาชนผู๎รับบริการ จึงมีประกาศกรมฯ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ โดยมีนโยบายที่จะให๎บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ แกํผู๎ใช๎งานและประชาชนอยํางทั่วถึง เพื่อให๎ผู๎ใช๎งานสามารถเข๎าถึงและใช๎งานสารสนเทศได๎อยํางสะดวก รวดเร็ว และให๎การ คุ๎มครองข๎อมูลที่ไมํเปิดเผย นอกจากนี้ยังมีการควบคุมการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศของผู้รับจ้าง เพื่อให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมฯ มีความปลอดภัยต่อการถูกบุกรุกโจมตี และลดความเสี่ยงต่อการลักลอบ เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศ กลุํมเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหนํวยงานหลัก ในการควบคุมการเข๎าถึงข๎อมูลสารสนเทศ และ อุปกรณ์ในการประมวลผลข๎อมูล ตลอดจนการดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ ซึ่ง ได๎ก าหนดสิทธิในการควบคุมการเข๎าถึงระบบคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศออกเป็น 2สํวน ได๎แกํ สิทธิของผู๎ใช๎งาน (User) สามารถอําน สร๎าง แก๎ไข และลบข๎อมูลเทํานั้น และสิทธิผู๎ดูแลระบบ (Administrator) ในการก าหนดสิทธิตรวจสอบสิทธิ ทบทวนสิทธิ บริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ เมื่อมีความจ าเป็นต๎องให๎บุคคลภายนอกเข๎าถึงระบบ คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ และอุปกรณ์ในการประมวลผลข๎อมูล ทั้งทางกายภาพ และจากระยะไกล ซึ่งบุคคลภายนอก จะต๎องแจ๎งเหตุผลความจ าเป็น เพื่อขออนุมัติจากกลุํมเทคโนโลยีสารสนเทศ และต๎องรักษาความลับทางราชการ หากเกิดความ เสียหายขึ้นบุคคลดังกลําวต๎องรับผิดชอบผลที่เกิดจากการกระท าของตน การปรับปรุงการใช๎งานระบบคอมพิวเตอร์ ระบบ สารสนเทศ สอดคล๎องตามภารกิจและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ผู๎ดูแลระบบต๎องทบทวนสิทธิการเข้าถึงของผู้ใช้งาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ได๎แกํ ย๎าย โอน ลาออก หรือสิ้นสุดการจ๎าง ก าหนดสิทธิให้สอดคล้องตาม ภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลนั้น
111 ค. การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและต่อภาวะฉุกเฉิน (11) ความปลอดภัยการน าระบบคอมพิวเตอร์แมํขํายเสมือน มาจัดสรรทรัพยากรให๎ระบบสารสนเทศที่ท างานบน ระบบปฏิบัติการเดียวกัน เป็นการใช๎ทรัพยากรรํวมกันได๎อยํางคุ๎มคําและมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และลดพื้นที่ใน การใช๎งานห๎องแมํขําย รองรับปัญหาขาดแคลนเครื่องคอมพิวเตอร์แมํขํายที่มีอายุการใช๎งานเกินกวําที่ก าหนดหรือไมํสามาร ท างานได๎ เชื่อมตํอระบบเครือขําย (Network) ที่มีความเร็วในการรับ-สํงข๎อมูล ภายในประเทศ ไมํน๎อยกวํา 200 Mbps และ ภายนอกประเทศ ที่ความเร็วไมํน๎อยกวํา 100 Mbps โดยมีบริการระบบเครือขํายอินเทอร์เน็ตทั้งแบบมีสายและแบบไร๎สาย เชื่อมโยงข๎อมูลเพื่อให๎บริการระบบงานสารสนเทศแกํหนํวยงานในสังกัด ประชาชน และมีระบบตรวจจับและยับยั้งการโจมตี จากภัยคุกคามต่าง ๆเชํน Virus, Malware รวมถึงการควบคุมการเข้าถึงระบบสารสนเทศและระบบฐานข้อมูล มีการจัดท า ศูนย์ข๎อมูลและสารสนเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความส าคัญที่กั้นแยกเฉพาะ เติดตั้งอุปกรณ์ในการประมวลผลข๎อมูล เครือขําย คอมพิวเตอร์ ระบบจัดเก็บข๎อมูล ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย ระบบไฟฟูา ระบบปรับอากาศและระบบปูองกันอัคคีภัย ท างานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให๎บริการระบบคอมพิวเตอร์ ระบบข๎อมูลและระบบสารสนเทศ ซึ่งประกอบด๎วย 1) ศูนย์กลาง ข๎อมูล เป็นศูนย์กลางข๎อมูลและสารสนเทศของกรมซึ่งตั้งอยูํที่สํวนกลาง 2) ศูนย์ส ารองข๎อมูล เป็นศูนย์กลางส ารองข๎อมูล และสารสนเทศของกรมที่ตั้งอยูํที่ศูนย์ฯ จ.ชลบุรี 3) ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ ยให๎บริการข๎อมูลและการบริการด๎านระบบ บริการสุขภาพแบบเบ็ดเสร็จครบวงจรและ 4) ห๎องเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นศูนย์ข๎อมูลและสารสนเทศของ ศบส.ที่ 1-12 เชื่อมโยงถึง กัน โดยมีการทดสอบสภาพความพร๎อมใช๎งานของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ข๎อมูลสารสนเทศ และระบบส ารอง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อให๎ระบบข๎อมูลและสารสนเทศของกรมฯ อยูํในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอและมีการทบทวน แผนบริหารความเสี่ยงด้านสารสนเทศปีละ 1 ครั้งเพื่อให๎การด าเนินการบริหารความเสี่ยงจะชํวยสะท๎อนให๎เห็นภาพรวมของ ความเสี่ยงตําง ๆ ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงที่มีเหตุมาจากปัจจัยภายใน เชํน วัฒนธรรม โครงสร๎างองค์กร และบุคลากร เป็นต๎น ปัจจัยภายนอก เชํน การเมือง เศรษฐกิจ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ท าให๎ผู๎บริหารมีฐานข๎อมูลความรู๎ที่มีประโยชน์ตํอ การบริหารและการปฏิบัติงานในหนํวยงาน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงและตั้งอยูํบนสมมติฐานในการตอบสนองตํอเปูาหมาย ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได๎ เชํน การวางแผน การก าหนดกลยุทธ์ การติดตามควบคุมและวัดผลการปฏิบัติงาน ซึ่งสํงผลให๎ การด าเนินงานของกรมฯ เป็นไปตามเปูาหมายที่ก าหนด ปกปูองผลประโยชน์ และเพิ่มมูลคําตํอภารกิจของกรมฯ ท าให๎การ พัฒนาการบริหารและการจัดสรรทรัพยากรเป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ท าให๎หนํวยงานสามารถจัดการ กับปัญหา อุปสรรค และอยูํรอดได๎เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มิอาจคาดเดาได๎ หรือสถานการณ์ที่อาจท าให๎หนํวยงานเสียหาย การ อบรมการใช๎งานระบบคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศของกรมฯ ให๎แกํผู๎รับบริการ บุคลากร โดยเฉพาะบุคลากรใหมํ เพื่อให๎ ผู๎ใช๎งานมีความรู๎ความเข๎าใจและสามารถใช๎งานได๎อยํางถูกต๎อง สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานได๎เป็นอยํางดี ตลอดจน ตระหนักถึงภัยจากการใช๎งานเครือขํายทั้งภายในและภายนอกได๎อยํางปลอดภัย และการใช๎สื่อ Social Media ในการสํงตํอ ข๎อมูลขําวสารที่มีการบิดเบือนข๎อเท็จจริง บังคับใช๎กฎหมายในการควบคุมการสํงตํอข๎อมูลอยํางจริงจัง ตามพ.ร.บ.วําด๎วยการ กระท าผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เป็นต๎น (12) การเตรียมพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน กรม สบส. มีระบบรองรับภาวะฉุกเฉินตําง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบกับ ภารกิจกับการจัดการกระบวนการ เพื่อเตรียมความพร๎อมรับภัยสามารถบรรเทาความเสียหายและลดผลกระทบจากการ หยุดชะงักในการด าเนินงานได๎ ได๎แกํ 1) เหตุการณ์อัคคีภัย2) เหตุการณ์ประชุมประท๎วง/ จลาจล วิเคราะห์กลยุทธ์ความตํอเนื่อง ให๎สามารถด าเนินการได๎อยํางตํอเนื่องและบรรลุ เปูาหมายตามที่ก าหนดไว๎ จัดท าแผนบริหารความตํอเนื่อง (EOC) ปูองกันผลกระทบใน กรณีเกิดภาวะฉุกเฉินในด๎านตํางๆ เชํน ด๎านสถานที่ปฏิบัติงานส ารอง ด๎านวัสดุอุปกรณ์ ด๎านเทคโนโลยีสารสนเทศและข๎อมูลด๎านบุคลากรส าหรับความตํอเนื่องเพื่อปฏิบัติงาน ด๎านผู๎ให๎บริการที่ส าคัญ เป็นต๎น การจัดท าแผนบริหารความตํอเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) ตอบสนองต่อปัญหาและสามารให้บริการประชาชนได้อย่าง รูปที่ 6.3 คณะท างานบริหารความตํอเนื่อง
112 ต่อเนื่องไมํสะดุดหยุดลงเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินไมํวําจะเกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ โรคระบาด หรือการมุํงร๎ายตํอองค์กร มีการทบทวนแผนบริหารความตํอเนื่องและซ๎อมแผนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อให๎มั่นใจวําแผนฯ สอดคล๎องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสามารถน าไปใช๎ได๎อยํางมีประสิทธิภาพ โดยมีการแตํงตั้งคณะท างานบริหารจัดการ ความตํอเนื่อง ประกอบด๎วย 1) คณะท างานบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤติบริหารงาน ทดสอบ ปรับปรุง ประเมิน จัดหา ทรัพยากร ด าเนินตามขั้นตอนและแนวทางการบริหารความพร๎อม พร๎อมทั้งตรวจสอบก ากับติดตาม รวบรวมข๎อมูลและรายงาน สถานการณ์ให๎ผู๎บริหารระดับสูงรับทราบ 2) ทีมบริหารความต่อเนื่องดูแล ติดตาม ปฏิบัติงาน และกู๎คืนเหตุการณ์ฉุกเฉินใน สํวนงานของตนเองให๎กลับสูํภาวะปกติโดยเร็วตามแผนฯ ซึ่งก าหนดรายชื่อบุคลากรและบทบาทของทีม และ 3) ผู้ประสานงาน คณะท างานบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤติติดตํอและประสานงานภายในหนํวยงานตามกระบวนการ Call Treeสื่อสาร ให๎ผู๎เกี่ยวข๎องรับทราบ ทบทวนปรับปรุง และซักซ๎อมให๎ผู๎เกี่ยวข๎องรับทราบถึงแนวทางในการปฏิบัติด าเนินการตามภารกิจได๎ อยํางตํอเนื่อง ซักซ๎อมแผนเป็นประจ าทุกปี เกิดความมั่นใจวําภารกิจในการให๎บริการประชาชนของกรมจะด าเนินไปอยําง ตํอเนื่องไมํหยุดชะงัก บรรลุผลสัมฤทธิ์ในทุกสภาวการณ์ การจัดตั้งทีมวิศวกรฉุกเฉิน (Medical Supportive Emergency Response Team: MSERT) เป็นทีมเคลื่อนที่เร็ว เข๎าไปด าเนินการให๎ความชํวยเหลือ สถานพยาบาลและประชาชน กรณีเกิดภัยพิบัติตํางๆ ทีมงาน ได๎แกํ วิศวกรไฟฟูา วิศวกรสื่อสาร วิศวกรด๎านอาคารและสภาพแวดล๎อมและสถาปนิก ท างานรํวมกับภาคี เครือขําย เข๎าไปในพื้นที่อยํางทันทีภายใน 1 วัน เพื่อกู๎ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟูา ประปา เครื่องก าเนิดไฟฟูา ระบบสื่อสารหลักและมีการฟื้นฟูหนํวยงานตํางๆ OPD ER Ward OR ICU ทันตกรรม Supply ห๎องยา ซักฟอก ฯลฯ รวมทั้งมีการวางแผน ปูองกันระยะยาวในการรํวมส ารวจออกแบบ แนวทางการวางผังเครื่องมือแพทย์และโครงสร๎าง ปูองกันในระยะยาวหลังจากฟื้นฟู นอกจากนี้ กรมฯ มีการจัดอบรมการปูองกันและระงับอัคคีภัย ฝึกซ๎อมแผนการอพยพเจ๎าหน๎าที่ การชํวยเหลือผู๎ประสบภัย และการใช๎อุปกรณ์ดับเพลงที่ติดตั้งในอาคารให๎ถูกวิธี โดยมีการจัดฝึกซ๎อมเป็นประจ าทุกปี และจัดท าคูํมือควบคุมการ กํอสร๎างอาคารโรงพยาบาลทุกขนาด เพื่อใช๎เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบการกํอสร๎างให๎เป็นไปตามมาตรฐานและความปลอดภัย ทั้งระบบ สามารถรับแรงสะเทือนแผํนดินไหว วาตภัย อุทกภัยได๎
113
114
115 แบบฟอร์มสมัครประเภทพัฒนาการบริการ (โปรดแนบส่วนนี้ในระบบสมัครรางวัล) โปรดกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานที่ขอรับรางวัล ดังนี้(กรุณา √ ในชํองสี่เหลี่ยมตามการด าเนินการของผลงาน) เป็นผลงานการให๎บริการที่เป็นการพัฒนา/ปรับปรุงงานบริการที่แตกตํางไปจากเดิม หรือเป็นผลงาน การให๎บริการที่เกิดขึ้นจากกระบวนการท างานในเชิงบริหารจัดการเพื่อให๎เกิดประโยชน์ตํอประชาชน ผลงานที่เสนอไมํเป็นรูปแบบเดียวกับที่หนํวยงานเคยได๎รับรางวัลมาแล๎ว เป็นผลงานที่น าไปใช๎แล๎วจริง และมีผลส าเร็จอยํางเป็นรูปธรรมที่สามารถตรวจสอบได๎ เป็นระยะเวลา ไมํน๎อยกวํา 1 ปี (ในวันที่ปิดรับสมัคร) - หนํวยงานได๎น าผลงานไปเริ่มใช๎แล๎ว เมื่อ (โปรดระบุ วัน/เดือนปี)....1 ตุลาคม 2563.............................. ชื่อผลงาน : การพัฒนาระบบการจัดการและประเมินคุณภาพมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ในสถานพยาบาลภาครัฐ ชื่อส่วนราชการ : ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 12 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หน่วยงานที่รับผิดชอบผลงาน : ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 12 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ชื่อผู้ประสานงาน นายเอกพงษ์ แก๎วราบ ต าแหน่ง วิศวกร (ด๎านชีวการแพทย์) ส านัก/กอง ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 12 เบอร์โทรศัพท์ 074336087 เบอร์โทรศัพท์มือถือ 0836478941 เบอร์โทรสาร 074336088 e – Mail: [email protected]
116 ส่วนที่ 1 สรุปผลการด าเนินการในภาพรวม บทสรุปส าหรับผู้บริหาร (Executive Summary) (ความยาวไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ A4) 1. ปัญหา/สาเหตุ/ที่มาของการให้บริการ จากปัจจุบันกระแสการเปรียบเทียบการใช๎บริการสุขภาพในสถานพยาบาลในภาครัฐและภาคเอกชนที่มี ความแตกตํางกัน ทั้งการบริการของบุคลากร ขั้นตอนการด าเนินงาน และเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย สํงผลตํอ ภาพลักษณ์ ความพึงพอใจ และความศรัทธาของผู๎รับบริการ ทั้งจากประชาชนมีการรวบรวมรายชื่อกวํา 50,000 รายชื่อ เสนอปรับแก๎ไขกฎหมายให๎สถานพยาบาลภาครัฐได๎รับการควบคุม ก ากับตามมาตรฐาน ที่ ได๎รับการยกเว๎น ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การก าหนดลักษณะของสถานพยาบาลและมาตรฐาน ซึ่งได๎รับการยกเว๎นไมํต๎องอยูํในบังคับกฎหมายวําด๎วยสถานพยาบาล สูํการบริการแกํประชาชนตามมาตรฐานที่ ก าหนด เทําเทียม และเสมอภาค ซึ่งสอดคล๎องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก าหนดกรอบแนวทางในการ พัฒนาชาติที่เกี่ยวกับด๎านสาธารณสุข อันได๎แกํ ยุทธศาสตร์ที่ 2, 3, 4 และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 12 ได๎ด าเนินการสอดคล๎องกับพันธกิจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เกี่ยวกับการสนับสนุนหนํวยบริการสุขภาพ ทุกระดับให๎มีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของประชาชน และเป็นหนํวยงานที่มีกลไกส าคัญของการรักษา ความถูกต๎องและคุณภาพเครื่องมือแพทย์ เพื่อการรองรับเครื่องมือแพทย์จ านวนมากที่มีใช๎อยูํในสถานพยาบาล ภาครัฐมากกวํา 90,000 เครื่อง โดยได๎จัดหาเครื่องมือมาตรฐาน สถานที่ บุคลากร และวิธีการ ถํายทอดคํา มาตรฐานทางการวัดและรับรองความถูกต๎องเครื่องมือแพทย์ให๎เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช๎งาน ตามหลัก มาตรวิทยาทางการแพทย์ และการพัฒนาระบบงานเครื่องมือแพทย์ในทุกด๎าน เพื่อให๎มีศักยภาพสอดคล๎องตาม มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก จากการด าเนินงานตามภารกิจในสถานพยาบาลภาครัฐพื้นที่ 7 จังหวัด ภาคใต๎ตอนลําง จ านวน 90 แหํง พบวําสถานพยาบาลภาครัฐผํานการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ ในระดับพัฒนาขึ้นไปเพียงร๎อยละ 68.89 เทํานั้น และต๎องใช๎งบประมาณจ านวนมากหลาย 10 ล๎านบาทตํอปีในการ พัฒนาระบบสูํมาตรฐานที่ก าหนด มีผลกระทบตํอประชาชนที่ได๎รับบริการที่ไมํเทําเทียบ ไมํเสมอภาค และได๎ใช๎ เครื่องมือแพทย์ที่ไมํมีความพร๎อมใช๎ ไมํเที่ยงตรง และไมํได๎มาตรฐานหรือไมํปลอดภัย และภาพลักษณ์ความ เชื่อมั่นตํอขององค์กรและประเทศในด๎านการแพทย์และสาธารณสุข และประเทศชาติต๎องเสียงบประมาณ เพื่อ บ ารุงรักษาเครื่องมือแพทย์ และการเฝูาระวังสุขภาพที่ผิดพลาด ดังนั้น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 12 จึงมีแนวทางการแก๎ไข ปัญหาเหลํานี้โดยการพัฒนาระบบการจัดการและประเมินคุณภาพมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ในสถานพยาบาล ภาครัฐ ทั้งตระหนักถึงการปรับตัว ปรับเปลี่ยนรูปแบบการท างานเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เพื่อดูแล สุขภาพคนไทยในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต๎ตอนลําง จ านวนกวํา 5 ล๎านคน ให๎มีเครื่องมือแพทย์ที่พร๎อมใช๎ เที่ยงตรง ปลอดภัยและ ได๎มาตรฐาน เกิดความยั่งยืนในเชิงรุกอยํางตํอเนื่อง ไร๎ขีดจ ากัด อยํางเทําเทียม เสมอ ภาคทั้งสถานการณ์ปกติและฉุกเฉิน 2. การด าเนินการ (วิธีการ/รูปแบบ/จุดเด่นของผลงาน) การพัฒนาระบบการจัดการและประเมินคุณภาพมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ในสถานพยาบาลภาครัฐพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต๎ตอนลําง ได๎ด าเนินการตั้งแตํการแก๎ไขกฎ ระเบียบ มาตรฐาน กระบวนการจัดหา ติดตั้ง การใช๎ งาน การซํอมบ ารุงรักษา และยกเลิกการใช๎งาน ครอบคลุมทั้งบุคลากร กระบวนการท างาน และเครื่องมือ โดย มีการอบรม สอนพร๎อมพัฒนารํวมกัน และให๎ค าปรึกษาให๎มีความรู๎ความเข๎าใจ และสนับสนุนให๎การพัฒนา ระบบบริการสุขภาพด๎านเครื่องมือแพทย์ และแก๎ไขระบบให๎สามารถใช๎งานในเป็นปกติ ทั้งประกันคุณภาพการ บริการให๎ผู๎รับบริการไว๎วางใจตํอระบบบริการสุขภาพ โดยน าเทคโนโลยีมาพัฒนาประยุกต์ใช๎สูํระบบ อิเล็กทรอนิกส์ คือ โปรแกรม HS4 และสื่อออนไลน์ตํางๆ ในการประเมินและรับรองคุณภาพของระบบ และท า ให๎สํงมอบงานได๎รวดเร็วขึ้น ประหยัดคําใช๎จําย มีเครื่องมือแพทย์ที่พร๎อมใช๎ เที่ยงตรง ปลอดภัย และมีคุณภาพ
117 ตามมาตรฐานก าหนด ด ารงไว๎ทั้งในสถานการณ์ปกติและฉุกเฉิน เกิดความยั่งยืนในเชิงรุกอยํางตํอเนื่อง ไร๎ ขีดจ ากัด อยํางเทําเทียม เสมอภาค โดยรํวมกับสถานพยาบาลภาครัฐ หนํวยงานวิชาการที่เกี่ยวข๎องทั้งภายใน และภายนอกหนํวยงาน 3. ผลผลิตและผลลัพธ์จากการด าเนินการ ประชาชนผู๎รับบริการและผู๎ให๎บริการมีสถานพยาบาลภาครัฐที่มีคุณภาพมาตรฐานตามกฎหมายก าหนด ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต๎ตอนลําง อยํางเทําเทียม และเสมอภาค (ข๎อมูลปีงบประมาณ 2564 – 18 มกราคม 2566)ดังนี้ -สถานพยาบาลภาครัฐผํานการรับรองคุณภาพระดับพัฒนาขึ้นไป จาก 62แหํง คิดเป็นร๎อยละ 68.89 เพิ่มขึ้นเป็น 73 แหํง คิดเป็นร๎อยละ 81.11 - ระดับความพึงพอใจและความเชื่อมั่นตํอการพัฒนาระบบ จากประชาชนผู๎รับบริการจากสถานพยาบาล ภาครัฐ ภาพรวม คิดเป็นร๎อยละ 88.62 จากผลการส ารวจจ านวน 10,411 ตัวอยําง และจากเจ๎าหน๎าที่ผู๎ให๎บริการ ในสถานพยาบาลภาครัฐ คิดเป็นร๎อยละ 93.49 จากผลการส ารวจจ านวน 28 ตัวอยําง -การพัฒนาและปรับกระบวนการประเมินคุณภาพมาตรฐาน โดยการน าเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช๎งาน คือ โปรแกรม HS4 สํงผลให๎ลดระยะเวลาในการประเมินสถานพยาบาลภาครัฐได๎จาก 6ชั่วโมง เหลือเพียง 1-2 ชั่วโมงตํอแหํงเทํานั้น ลดเวลาการท างานลง คิดเป็นร๎อยละ 66.67 และลดงบประมาณในการประเมินสถานพยาบาล ภาครัฐได๎ปีละ 254,800 บาท -การพัฒนาศักยภาพผู๎รับบริการและเจ๎าหน๎าที่ผู๎ให๎บริการ มีชํองทางในการอบรมมาตรฐานระบบบริการ สุขภาพด๎านเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ ที่หลากหลาย สามารถเข๎าถึงได๎มากขึ้น คือ Facebook live, YouTube, เว็บไซต์ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 12, Webex meeting และ Line และประหยัดงบประมาณได๎ปี ละ 130,000 บาท และรํวมกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่เปิดการเรียนสูตร ปวส. สาขาอิเล็กทรอนิกส์ทางการ การแพทย์ได๎เพิ่มขึ้นจาก 1แหํง เป็น 4 แหํง สามารถรองรับการผลิตนักศึกษาได๎ปีละจ านวน 30 คน/ปี/แหํง -ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 12 สามารถบริการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ให๎ได๎รับการตรวจสอบ ความเที่ยงตรง จ านวนกวํา 2.2 หมื่นเครื่อง เพื่อบริการแกํผู๎รับบริการในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต๎ตอนลําง ลด งบประมาณในการจัดจ๎าง เป็นจ านวนเงินกวํา 26 ล๎านบาท -สถานพยาบาลมีศูนย์เครื่องมือแพทย์แมํขํายระดับจังหวัดได๎ครอบคลุมพื้นที่ จ านวน 6 จังหวัด คิดเป็น ร๎อยละ 85.71 และมีสถานพยาบาลภาครัฐมีห๎องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือวัดทางการแพทย์ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จ านวน 1แหํง คือ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา - สามารถด าเนินการแก๎ไข ฟื้นฟูสถานพยาบาลที่ได๎รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในการซํอม บ ารุงรักษาเครื่องมือแพทย์ให๎สามารถกลับมาใช๎งาน บริการแกํผู๎รับบริการได๎ ภายในระยะเวลาไมํเกิน 7 วัน หลังเกิดสถานการณ์ เชํน ยูนิตท าฟัน เป็นต๎น โดยปี 2564 จ านวน 5 แหํง และปี 2566 จ านวน 2 แหํง
118 4. ประโยชน์ต่อผู้รับบริการ/ประชาชน (ระบุข้อมูลเชิงประจักษ์) - ปีงบประมาณ 2564 จนถึงปัจจุบัน พบวําประชาชนและผู๎ให๎บริการ เชํน แพทย์ พยาบาล มีเครื่องมือ แพทย์ในสถานพยาบาลภาครัฐที่มีคุณภาพตามมาตรฐานระดับพัฒนาขึ้นไป จ านวน 73 แหํง คิดเป็นร๎อยละ 81.11 และได๎ใช๎เครื่องมือแพทย์ที่มีความเที่ยงตรง ได๎มาตรฐานและปลอดภัย สํงผลให๎การวินิจฉัยโรค ได๎ความถูกต๎อง แมํนย า การรักษาได๎อยํางทันทํวงที ลดอัตราการเสียชีวิต ลดระยะเวลาการรอคอยการรับบริการลง โดยมี ห๎องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือวัดทางการแพทย์ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จ านวน 1 แหํงคือ โรงพยาบาล สงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา และศูนย์เครื่องมือแพทย์แมํขํายระดับจังหวัด จ านวน 6 จังหวัด คิดเป็นร๎อยละ 85.71 พร๎อมทั้งศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 12 ที่รํวมกันดูแล ซํอม บ ารุงรักษา สอบเทียบเครื่องมือแพทย์ได๎ จ านวนกวํา 2.2 หมื่นเครื่อง เพื่อบริการแกํผู๎รับบริการในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต๎ตอนลําง โดยมีความพึงพอใจและ ความเชื่อมั่นตํอการรับบริการของประชาชน เฉลี่ยร๎อยละ 88.62 และตํอเจ๎าหน๎าที่ผู๎ให๎บริการ เฉลี่ยร๎อยละ 93.49 - ภาครัฐประหยัดงบประมาณในการด าเนินงานระบบบริการภาครัฐเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ ใน ปีงบประมาณ 2564–ปัจจุบัน เป็นมูลคํากวํา 26 ล๎านบาท พร๎อมทั้งเป็นการลดความเสี่ยงอันตรายตํอสุขภาพจาก มลพิษในอากาศ ลดโลกร๎อนและรักษาสิ่งแวดล๎อม ด๎วยการลดการใช๎กระดาษ พลังงานเชื้อ เพลิง และการขนสํง -สํงเสริม สนับสนุนให๎สถานพยาบาลภาครัฐ น าเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช๎เพื่อพัฒนาการเข๎าสูํยุคดิจิตอล 4.0 คือ มี โปรแกรม HS4 ในการประเมินและรับรองผลมาตรฐานระบบบริการสุขภาพด๎านเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ แบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และบริการแกํเจ๎าหน๎าที่ผู๎ให๎บริการในสถานพยาบาล ภาครัฐได๎รวดเร็วขึ้น สูํการเพิ่มระยะเวลาดูแลประชาชนผู๎รับบริการมากขึ้น จาก 6ชั่วโมง เหลือเพียง 1-2 ชั่วโมงตํอ แหํงเทํานั้น ลดเวลาการท างานลงได๎คิดเป็นร๎อยละ 66.67 ****************************************************
119 ภาคผนวก 1. ภาพบรรยากาศการตรวจประเมิน ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน (Site Visit) 2. Infographic
120
121 ภาพบรรยากาศการตรวจประเมิน ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน (Site Visit)
122 ภาพบรรยากาศการตรวจประเมิน ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน (Site Visit) (ต่อ)
123 Infographic
124 Infographic (ต่อ)
125
การจัดท าผลงานรางวัลเลิศรัฐ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่ปรึกษา นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (รอง CCO) นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายแพทย์สามารถ ถิระศักดิ์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นัยนา อภิวัฒนพร ผู้อ านวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร บรรณาธิการ นัยนา อภิวัฒนพร ผู้อ านวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ฐิตาภรณ์ ปานขลิบ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ นัทธ์ฐภัค แท่นทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ผู้เรียบเรียง ฐิตาภรณ์ ปานขลิบ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ นัทธ์ฐภัค แท่นทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ต้นฉบับ ฐิตาภรณ์ ปานขลิบ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ นัทธ์ฐภัค แท่นทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นริตา ดอกแส นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ผู้จัดพิมพ์ กลุ่มงานพัฒนานวัตกรรมและการบริหารการเปลี่ยนแปลง กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร พิมพ์ครั้งที่ 1 ปีที่พิมพ์ : 2566 จ านวน 10 เล่ม สถานที่พิมพ์ : เอทีเอส ซัพพลาย 2016