The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารหรือคู่มือสำหรับแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน ระเบียบ ประกาศ และแนวปฏิบัติตน ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ของโรงเรียนที่เกี่ยวกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
นักเรียนและผู้ปกครองจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดดังกล่าว เพื่อการดูแลความประพฤติ และเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสืบไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kru.night92, 2021-03-25 05:53:03

คู่มือนักเรียนใหม่ DS-MCRU 2564

คู่มือนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารหรือคู่มือสำหรับแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน ระเบียบ ประกาศ และแนวปฏิบัติตน ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ของโรงเรียนที่เกี่ยวกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
นักเรียนและผู้ปกครองจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดดังกล่าว เพื่อการดูแลความประพฤติ และเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสืบไป

Keywords: DS-MCRU,คู่มือนักเรียนใหม่

กก

สาสนจ ากผอู ำนวยการโรงเรียน

โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง กอตั้งดวย
วัตถุประสงคของการเปนโรงเรียนตนแบบในการจัดการศึกษา และพัฒนา
ทอ งถิ่น มองเห็นควรความจำเปนที่ตองสงเสริมผูเรียนอันเปนเยาวชนของ
ชาติใหเปน ผูที่มที ักษะในดา นการคดิ เปนสำคัญ ในอนั ทจี่ ะไดรับการพัฒนาให
ผูเรียนมีผลลัพธการเรียนรูในทักษะการเรียนรูสิ่งที่ซับซอน ที่สามารถจำ
เขาใจ ประยุกต วิเคราะห ประเมนิ และสรางสรรค มีคุณลักษณะของผูเรยี น
ในการยืดหยุนและปรับตัว การเปนตัวของตัวเอง มีความเปนผูนำมีความ
รับผิดชอบ เปนผูมีความคิดสรางสรรคและนวัตกรรม การคิดอยางมี
วิจารณญาณ การแกปญหา การสื่อสาร มีคุณลักษณะที่พึงประสงคของ
ผูเรียนในศตวรรษที่ 21 ควรประกอบดวยคุณลักษณะ 4 ดาน ไดแก
คุณลักษณะดานความรู คือเปนผูใฝรูใฝเรียนและกลาแสดงออกในทาง
สรางสรรค รักการเรียนรูและทักษะการสรางองคความรูดวยตนเอง มี
คุณลักษณะดานความคิด ไดแ ก การคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิด
อยางมีวิจารณญาณ และการคิดสรางสรรค สามารถสรางสรรคนวัตกรรม มี
ทักษะชีวิตและการทำงาน ทักษะดานสื่อเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ
คุณลักษณะดานคุณธรรมคือ การมีจิตสำนึกและคานิยมที่ดีงามที่ดีการมีจิต
สาธารณะ ความซื่อสัตยสุจริต ความมีระเบียบวินัยและความรบั ผิดชอบตอ
ตนเองและสงั คมไดกำหนดมีปรัชญาหลักสูตรเพื่อตอบสนองแนวคิดดงั กลา ว
วา “การคิดเปนเมล็ดพันธุแหงความงอกงามของมนุษย” ฐานสำคัญการ
พัฒนานักเรียนสาธิตฯ เพื่อบรรลุเปาหมายดังกลาวคือเอกลักษณของครู
โรงเรยี นสาธิตแหงมหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบงึ

“การสอนเดน เนน เทคโนโลยี ครูดีของสงั คม”

(ผูชว ยศาสตราจารยวจิ ารณ สงกรานต)
ผอู ำนวยการโรงเรยี นสาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภฏั หมูบานจอมบงึ

ขข

คำนำ

คูมือนักเรียน ประจำปการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง จัดทำขึ้นเพื่อเปนเอกสารหรือคูมือ
สำหรับแนะนำขอมลู เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน ระเบยี บ ประกาศ
และแนวปฏิบัติตน ตลอดจนขอมูลตาง ๆ ของโรงเรียนที่เกี่ยวกับการเปน
นกั เรยี นโรงเรียนสาธิตแหงมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบงึ

นักเรียนและผูปกครองจำเปนตองศึกษารายละเอียดดังกลาว เพ่ือ
การดแู ลความประพฤติ และเพอ่ื เปน แนวทางในการปฏิบัติตนอยางเหมาะสม
กับการเปนนักเรียนโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
สบื ไป

ฝายบรหิ ารงานวชิ าการ
โรงเรียนสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู านจอมบึง

มีนาคม 2564

คค

สารบัญ

เร่ือง หนา
สาสนจากผูอำนวยการโรงเรียน......................................................... ก
คำนำ.................................................................................................. ข
สารบญั ............................................................................................... ค
ปฏทิ นิ วชิ าการ ปก ารศกึ ษา 2564....................................................... ฉ
ตอนท่ี 1 แนะนำโรงเรียนสาธติ แหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏ-

หมบู า นจอมบึง.............................................................. 1
1.1 ประวัติโรงเรยี น................................................................... 2
1.2 ปรัชญาโรงเรยี น................................................................... 3
1.3 คำขวัญโรงเรยี น................................................................... 3
1.4 สปี ระจำโรงเรยี น................................................................. 4
1.5 คตธิ รรมประจำโรงเรยี น...................................................... 4
1.6 อัตลักษณ. ........................................................................... 4
1.7 อักษรยอ โรงเรยี น................................................................ 4
1.8 ตน ไมประจำโรงเรยี น.......................................................... 4
1.9 ตราสัญลกั ษณโ รงเรียน........................................................ 4
1.10 วสิ ยั ทัศน........................................................................... 5
1.11 พันธกจิ ............................................................................. 5
1.12 เปาประสงค. ...................................................................... 5
1.13 ภารกิจของโรงเรียน........................................................... 6
1.14 เพลงมารช โรงเรยี น............................................................ 6
1.15 ชอ งทางการติดตอ ............................................................. 7
1.16 ทำเนยี บผูบริหาร.................................................................8
1.17 ทำเนียบครูและบคุ ลากร................................................... 9
1.18 โครงสรา งการบรหิ ารโรงเรียนสาธติ ฯ................................ 18
1.19 ขอมูลนักเรียน................................................................... 19
ตอนท่ี 2 แนวทางการจัดการเรยี นรูโ รงเรียนสาธติ แหง

มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบา นจอมบงึ .................................25




เรื่อง หนา
ตอนที่ 3 หลักสูตรสถานศกึ ษา.........................................................48

คำนำ.......................................................................................... 49
สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น........................................................ 51
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค. ........................................................ 52
โครงสรางเวลาเรยี นหลกั สูตรสถานศึกษา ระดับมัธยมศกึ ษา
ตอนตน....................................................................................... 53
โครงสรา งเวลาเรยี นหลกั สตู รสถานศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษา
ตอนปลาย.................................................................................. 61
กิจกรรมพัฒนาผเู รียน................................................................ 72
1. กิจกรรมแนะแนว.................................................................. 76
2. กจิ กรรมลกู เสือเนตรนารสี ามญั รุนใหญ................................... 78
3. กจิ กรรมชุมนมุ ....................................................................... 78
4. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน. ............................. 80
5. กิจกรรมอัตลกั ษณส าธติ ......................................................... 82
เปาหมายในการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรียนสาธติ แหง
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมูบานจอมบึง........................................... 83
ตอนท่ี 4 ระเบียบ ขอบังคบั ประกาศ และแนวปฏบิ ตั ิ.................... 88
ระเบยี บสถานศึกษาวา ดวยการประเมินผลการเรยี นตาม
หลกั สตู รการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โรงเรียน
สาธติ แหง มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมูบานจอมบึง พ.ศ. 2558........ 89
ระเบยี บโรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบงึ
วา ดว ย วถิ ชี ีวิตและการพัฒนาพฤตกิ รรมนักเรยี น พ.ศ.
2563........................................................................................ 109
ประกาศโรงเรยี นสาธติ แหง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบงึ
วา ดว ยการสอบ........................................................................... 121
ประกาศโรงเรยี นสาธติ แหงมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมูบ า นจอมบึง
วาดว ยเครื่องแบบและการแตง กาย............................................. 124
ขอ ปฏบิ ัติในการใชห อ งสมุดทรพั ยค ริ .ี ......................................... 137




เร่อื ง หนา
การใชหอ งปฏิบัตกิ ารและการยืมวสั ดแุ ละอปุ กรณทาง
วิทยาศาสตร. .............................................................................. 139
กฎระเบียบและความปลอดภยั ในการใชห องปฏิบัตกิ าร
วิทยาศาสตร. ............................................................................... 140
ขอปฏิบตั ิในการเขาใชหองคอมพิวเตอร...................................... 141
ขอปฏบิ ัติการเขาใชห องพยาบาล................................................. 142
งานการเงนิ และการชำระเงนิ ตาง ๆ.......................................... 143

ตอนท่ี 5 ผลงานนักเรียน และภาพกจิ กรรม.................................. 144
ผลการทดสอบระดบั ชาตขิ นั้ พืน้ ฐาน ม.3 และ ม.6 ปก ารศกึ ษา
2562........................................................................................ 145
ผลงานนกั เรียน........................................................................... 146
ภาพกจิ กรรม............................................................................... 150

ตอนที่ 6 ภาพเครอื่ งแตง กาย..........................................................166
คณะทำงาน.................................................................................. 170

ฉฉ

ประกาศโรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ า นจอมบงึ
เรอ่ื ง ปฏิทินวิชาการ ปการศกึ ษา 2564
โรงเรียนสาธติ แหงมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบงึ
..............................................................................................
เพื่อใหการดำเนินการจัดการเรียนการเรียนการสอนเปนไปตาม
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ-
หมูบา นจอมบงึ ไดจ ัดทำปฏิทนิ วิชาการ ปก ารศึกษา 2564 ดังนี้
ท่ี รายการ กำหนดวนั
1 ประกาศรบั สมคั รนกั เรยี นใหมปการศึกษา 2564 (ม.1 และ ม.4) 14 กุมภาพันธ 2564 (วันสุดทา ย)
2 สอบคดั เลือกนกั เรียนใหมป การศกึ ษา 2564 (ม.1 และ ม.4) 20 กุมภาพันธ 2564
3 ประกาศผลสอบคดั เลอื กนักเรยี นใหมป การศึกษา 2564 (ม.1 5 มนี าคม 2564
และ ม.4)
4 รบั รายงานตวั นกั เรยี นใหมป การศกึ ษา 2564 (ม.1 และ ม.4) 15-16 มนี าคม 2564
5 รับมอบตวั นกั เรยี นใหมป การศกึ ษา 2564 (ม.1 และ ม.4) 8 พฤษภาคม 2564
6 โครงการเตรยี มความพรอ มสำหรับนกั เรียนใหม (ปรบั พ้ืนฐาน) 9-16 พฤษภาคม 2564
7 เปดภาคเรยี นท่ี 1/2564 17 พฤษภาคม 2564
8 นักเรียนยนื่ คำรอ งขอแกไขผลการเรยี น ครั้งที่ 1 ภาคเรียนที่ 17-28 พฤษภาคม 2564
2/2563
9 หยุดวนั วิสาขบูชา 26 พฤษภาคม 2564
10 นักเรียนยน่ื คำรอ งขอแกไขผลการเรียน คร้งั ที่ 2 ภาคเรยี นที่ 31 พฤษภาคม -11 มิถุนายน 2564
2/2563
11 หยดุ วันคลา ยวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจา สุทดิ าฯ 3 มิถนุ ายน 2564
12 กจิ กรรมวนั สนุ ทรภแู ละวันภาษาไทย (กลุมสาระฯภาษาไทย) 25 มถิ นุ ายน 2564
13 สอบกลางภาคเรยี นท่ี 1/2564 19 - 23 กรกฎาคม 2564
14 หยุดชดเชยวนั อาสาฬบชู า 26 กรกฎาคม 2564
15 วนั หยดุ เพ่ิมเปนกรณพี ิเศษตามมติ ครม. 29 ธ.ค.2563 27 กรกฎาคม 2564
16 หยดุ วันเฉลมิ พระชนมพรรษาพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหัว 28 กรกฎาคม 2564
มหาวชิราลงกรณฯ
17 พิธีไหวค รู ประจำปก ารศึกษา 2564 (ชว งเชา ) 10 มถิ ุนายน 2564
18 กิจกรรมทศั นศึกษา (นกั เรียนช้นั มัธยมศึกษาตอนปลาย) 6 สงิ หาคม 2564
19 กิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจาสิริกิตต์ิ 11 สิงหาคม 2564
พระบรมราชินี
พระบรมราชชนนพี ันปห ลวง (ชว งเชา )
20 หยดุ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจา สิรกิ ิตติ์ พระ 12 สงิ หาคม 2564
บรมราชินี พระบรมราชชนนพี ันปห ลวง

ชช

ท่ี รายการ กำหนดวัน
21 งานสปั ดาหว ทิ ยาศาสตร 16-20 สิงหาคม 2564
22 สอบ TCAS Mock Exam ม.3 และ ม.6 สงิ หาคม - กันยายน 2564
23 คายเยาวชน คนคุณธรรมสูผูนำยคุ 4.0 (ม.2 และ ม.5) 18-19 กันยายน 2564
24 สอบปลายภาคเรียนที่ 1/2564 27 กันยายน-1 ตุลาคม 2564
25 นักเรยี นตดิ ตามผลคะแนนกับอาจารยป ระจำวิชา 4-8 ตลุ าคม 2564
26 อาจารยประจำวิชาสงผลคะแนนใหฝ า ยวิชาการ (วันสุดทา ย) 15 ตุลาคม 2564
27 ปด ภาคเรียนที่ 1/2564 18-29 ตลุ าคม 2564
28 หยุดวันคลายวนั สวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร 13 ตลุ าคม 2564
มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช พบรมนาถบพิตร
29 หยดุ วันออกพรรษา 21 ตุลาคม 2564
30 หยดุ ชดเชยวนั ปยมหาราช (เลือ่ นจาก 25 ตุลาคม 2564 ตาม 22 ตลุ าคม 2564
มติ ครม. 29 ธ.ค.2563)
31 เปดภาคเรียนที่ 2/2564 1 พฤศจิกายน 2564
32 นักเรียนย่นื คำรองขอแกไขผลการเรยี น ครง้ั ท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1-12 พฤศจิกายน 2564
1/2564
33 นักเรียนยืน่ คำรองขอแกไขผลการเรยี น ครง้ั ท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 15-26 พฤศจิกายน 2564
1/2564
34 วันคลา ยวันสถาปนาโรงเรียน 5 พฤศจกิ ายน 2564
35 ประชุมผปู กครอง ภาคเรยี นที่ 1/2564 13-14 พฤศจกิ ายน 2564
36 นักเรียนทดสอบในโครงการประเมินและพัฒนาสูค วามเปน เลิศ กนั ยายน 2564
ทางคณิตศาสตรและวทิ ยาศาสตร หรอื TEDET (Thailand
Educational Development and Evaluation Tests)
(เฉพาะนกั เรียนที่รว มโครงการฯ)
37 โครงการธรรมศกึ ษาในโรงเรยี น พฤศจกิ ายน 2564
38 โครงการทดสอบ ASMO THAI 2020 (คณิตศาสตร พฤศจิกายน 2564
ภาษาองั กฤษ และวิทยาศาสตร) (เฉพาะนักเรยี นทร่ี วมโครงการ)
39 หยดุ ชดเชยวนั เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเดจ็ พระบรม 6 ธนั วาคม 2564
ชนกาธเิ บศรมหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช พบรมนาถบพิตร
40 หยดุ วันรัฐธรรมนญู 10 ธันวาคม 2564
41 คายคณิตศาสตร- ดาราศาสตร ปท่ี 3 (เฉพาะนักเรยี นทรี่ วม 11-12 ธนั วาคม 2564
โครงการ)
42 สปั ดาหหองสมุด 20-24 ธันวาคม 2564
43 กจิ กรรมวนั คริสตม าส 24 ธันวาคม 2564
44 วนั หยุดสิน้ ป 31 ธันวาคม 2564
45 วันหยดุ ขึ้นปใ หม 1 มกราคม 2565
46 วันชดเชยหยดุ ขนึ้ ปใหม 3 มกราคม 2565
47 สอบกลางภาคเรียนที่ 2/2564 4-6 มกราคม 2565
48 คายปฏิบตั กิ ารวิทยาศาสตร ครง้ั ที่ 4 8-9 มกราคม 2565
49 หยดุ วนั มาฆบูชา 15 กุมภาพนั ธ 2565

ซซ

ที่ รายการ กำหนดวัน
50 การทดสอบ Oxford Online Placement (CEFR) ม.3 และ 8-12 มนี าคม 2565
ม.6
51 สอบ O-Net ม.3 ปการศกึ ษา 2564 (คาดการณ) กุมภาพันธ-มีนาคม 2565
52 สอบ O-Net ม.6 ปการศึกษา 2564 (คาดการณ) มนี าคม 2565
53 สอบ GAT-PAT (คาดการณ) มนี าคม 2565
54 สอบ 9 วิชาสามัญ (คาดการณ) มนี าคม 2565
55 สอบปลายภาคเรียนที่ 2/2564 14-18 มีนาคม 2565
56 นกั เรยี นติดตามคะแนนและผลการเรยี น 21-25 มีนาคม 2565
57 อาจารยประจำวิชาสงผลคะแนนใหฝ า ยวิชาการ (วนั สุดทา ย) 25 มนี าคม 2565
58 ประกาศผลการเรียนภาคเรียนที่ 2/2564 31 มีนาคม 2565
59 อนมุ ัติผลการจบหลกั สูตร ม.3 และ ม.6 31 มนี าคม 2565
60 กิจกรรมปจฉมิ นิเทศ ม.3 และ ม.6 31 มีนาคม 2565
หมายเหตุ : ปฏิทนิ อาจมกี ารเปลย่ี นแปลงตามความเหมาะสม

1

11

ตอตนอทน่ี 1ที่ 1
แนแะนะำนโรำงโเรรงยี เนรียสนาธสิตาธแิตหแงหมหงมาหวิทาวยิทาลยยัาลรายั ชรภาชัฏภหัฏมหูบมาูบนาจนอจมอบมึงบึง

2

2

1.1 ประวตั ิโรงเรียน
ดวยมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบึง เหน็ ถึงความจำเปนในการ

พัฒนาการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานใหมีคุณภาพ เทียบเทา
มาตรฐานสากล และสอดคลองกับบริบทของศตวรรษที่ 21 ที่มุงใหการจัด
การศึกษาตองพัฒนาผูเรยี นตั้งแตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อใหมีทักษะ
แหงศตวรรษที่ 21 อันประกอบดวย ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ
ทักษะการคิดแกปญหา ทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางมี
ประสิทธิภาพเพื่อการสรางสรรคนวัตกรรม ทักษะชีวิตเพื่อความรวมมือใน
การทำงานเปนทีม ทักษะการสื่อสาร ทักษะทางภาษา ตลอดจนการมี
คุณธรรมจรยิ ธรรม เพ่อื การเปน พลเมอื งทด่ี ี และการเปน พลโลกท่มี คี ณุ ภาพ

การนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ านจอมบึง ซึ่งเปนสถาบัน อุดมศกึ ษา
ท่ีมุงพัฒนาทองถิ่นใหมีความเจริญกาวหนาทัดเทียมนานาอารยประเทศ มี
พันธกิจสำคัญประการหนึ่งคือการจัดการศึกษาและการใหบริการทาง
การศึกษาอยางมีคุณภาพจึงไดดำเนินการจัดทำโครงการเสนอตอสภา
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบ า นจอมบงึ เพอื่ จัดต้งั โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมูบานจอมบึงใหเปนโรงเรียนตนแบบ และเปนแหลงเรียนรูใ นการ
จัดการเรียนการสอนที่มุงพัฒนาทักษะการคิด และทักษะการสื่อสารได
หลากหลายภาษา โดยสรางความโดดเดนใหแกผูเรียน ดานวิทยาศาสตร
คณติ ศาสตร และภาษาตา งประเทศ สภามหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู า นจอมบึง
ในคราวประชุมคร้ังท่ี 10/2554 เม่ือวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ไดมีมติให
ความเห็นชอบการจัดตั้งโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบงึ
โดยใหมหาวิทยาลัยเปดรับนักเรียนไดตั้งแตปการศึกษา 2556 เปนตนไป
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยไดกำหนดใหโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมูบานจอมบึงเปนหนวยงานภายในตามกฎหมายมีฐานะเทียบเทาคณะ
ข้นึ ตรงตออธกิ ารบดี ซง่ึ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบา นจอมบึงไดประกาศจัดต้ัง
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบา นจอมบึง เมื่อวันพฤหัสบดที ี่ 7

3

3

พฤศจกิ ายน 2556 จึงถือเปน วนั ทก่ี อ กำเนิดโรงเรยี นอยางเปน ทางการในวันน้ี
และผอู ำนวยการโรงเรียนคนแรกคอื นายประพัฒน คหินทรพงษ

โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงเปดทำการ
สอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1
โดยมีผูช วยศาสตราจารย ดร. ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดีมหาวิทยาลยั ราช-
ภัฏหมูบานจอมบึงทำหนาที่ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียน และ
ผูอำนวยการคนปจจุบัน คือ ผูชวยศาสตราจารยวิจารณ สงกรานต
การจัดการเรียนการสอนโดยใชอาคารเรียนโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมูบานจอมบึง ที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณแผนดินใน
ปง บประมาณ พ.ศ. 2558 มูลคาการกองสราง 80 ลานบาท เปนอาคารเรยี น
สมบูรณแบบประกอบไปดวย หองเรียนมาตรฐาน หองปฏิบัติการทาง
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร ภาษาตางประเทศ คอมพิวเตอร หองสมุด
หองอาหาร และสนามกีฬาในอาคาร ตง้ั อยูเ ลขท่ี 174 หมทู ี่ 5 ถนนเล่ียงเมอื ง
ราชบุรี (ถนนบายพาส) ตำบลดอนตะโก อำเภอเมอื ง จงั หวดั ราชบรุ ี ทีม่ ีความ
เหมาะสมอยางยิ่งในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนใหมีสมรรถนะตาม
แผนการศึกษาชาติ ฉบับป พ.ศ. 2560-2579 ครูผูสอนประกอบดวยครู
ประจำการของโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง และ
คณาจารยจากมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู า นจอมบงึ

1.2 ปรชั ญาโรงเรียน
“การคิดเปนเมลด็ พนั ธแุ หง ความงอกงามของมนษุ ย”
(Thought is the seed of Exuberant.)

1.3 คำขวญั โรงเรยี น
ความคิดคูคณุ ธรรม ล้ำเลศิ วชิ าการ สรรคส รา งนวัตกรรม

4

4

1.4 สปี ระจำโรงเรียน
น้ำเงนิ คือ สถาบันพระมหากษัตรยิ ผูใหก ำเนิดและพระราชทานนาม
“สถาบันราชภฏั ”
เขียว คอื เมลด็ พนั ธุแหงความงอกงามของมนุษย
เหลอื ง คอื ความเจรญิ รงุ เรืองทางคุณธรรมและปญ ญา

1.5 คตธิ รรมประจำโรงเรยี น
สุโข ปญฺ า ปฏิลาโภ
ความไดป ญ ญา กอ ใหเกิดสุข

1.6 อัตลกั ษณ
“จติ อาสา กลา คิด กลาทำ กลานำอยางสรางสรรค”

1.7 อักษรยอโรงเรียน
สธ.มจ.

1.8 ตนไมประจำโรงเรียน
ตนราชพฤกษ

1.9 ตราสญั ลักษณโ รงเรยี น

ตราสญั ลกั ษณประจำมหาวิทยาลยั ราชภัฏ
เปนรูปพระราชลัญจกรประจำพระองค รชั กาลที่ 9
ใตตราสัญลักษณ เปนชื่อโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบึง

5

5

1.10 วสิ ัยทศั น
เปนโรงเรียนที่สรางนักเรยี นใหเปนนักคิดที่สามารถปฏิบัติไดอยาง

สรางสรรค ดวยทักษะและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร

1.11 พันธกิจ
1. จัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพมาตรฐาน

การศึกษา มุงเนนการเรียนการสอนคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และ
ภาษาตางประเทศ โดยเนนผูเรียนเปนสำคัญและสงเสริมพัฒนาการของ
นักเรียนทั้งรางกาย อารมณ สังคม สติปญญา โดยคำนึงถึงความแตกตาง
ระหวางบุคคล นำนักเรียนเขา สสู งั คมการเรยี นรทู ย่ี ัง่ ยนื

2. สงเสริมการทำวิจัย และงานสรางสรรคที่นำมาใชในการจัด
การเรียนการสอน เพอื่ ยกระดบั ศกั ยภาพของนักเรยี นและครู

3. มุงสงเสริมและแลกเปลี่ยนความสัมพันธกับสถานศึกษาช้ันนำ
ทัง้ ในและตางประเทศ

4. อนรุ ักษแ ละเผยแพรว ัฒนธรรมอันดงี ามของทองถิ่น

1.12 เปา ประสงค
1. นักเรียนทุกคนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

และมาตรฐานสากล
2. นักเรียนระดับมธั ยมศึกษาไดร ับโอกาสในการศึกษาอยางทั่วถึง

และมคี ุณภาพ
3. ครูและบุคลากรทางการศึกษาไดรับการพัฒนาสูมืออาชีพ

และไดร ับสงเสริมเขาสวู ทิ ยฐานะท่สี งู ขึน้
4. สถานศึกษาจัดการศึกษาไดคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา

ขน้ั พ้ืนฐานและมาตรฐานการปฏิบัตงิ านโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา
5. โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ

มาตรฐานและเปน องคก รที่มคี ณุ ภาพโดยการมีสว นรว มของทกุ ภาคสวน

6

6

1.13 ภารกิจของโรงเรียน
1. เพ่ือจดั การเรยี นการสอนและการจดั กจิ กรรมตา ง ๆ ทีส่ นับสนุน

สงเสริมการเรียนรูของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาใหมีจุดเดนดาน
คณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร และภาษาตางประเทศ

2. เพื่อใหนักเรยี นไดมีโอกาสเรียนรูและเขาใจความกา วหนาของ
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยีโดยอาศัยการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภฏั
หมูบานจอมบึงในดานการจัดหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการ
บริหารจัดการ

3. เพ่อื ผลิตนักเรียนทม่ี ีความสามารถในกระบวนการเรียนรู การคิด
วิเคราะหความเปนเลิศในดานวิชาการ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีความ
พรอม ความสามารถท่ีจะศึกษาตอในระดับอุดมศึกษา และการเขาสู-
ประชาคมอาเซียน

1.14 เพลงมารช โรงเรียน

โรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัย ราชภฏั หมบู า นจอมบึง

โรงเรยี นดมี ีคณุ คาตราตรงึ ซาบซ้ึงใจเราเนานาน

ปณิธานเทดิ ไวใ นดวงจติ กลา คดิ กลา ทำ นำสรา งสรรค

มีคุณธรรมเลิศลำ้ วชิ าการ มผี ลงานนวตั กรรมนำไทย

* สนี ำ้ เงนิ เขียว เหลอื ง เรอื งอรา ม งามสมนามเล่ืองลือระบือไกล

ลูกสาธติ จอมบงึ มีวนิ ยั ดำรงไวซ ่ึงคณุ คา ความดี

พวกเราพีน่ องรวมใจใหเ ปนหนง่ึ ราชภฏั จอมบงึ เปน ศักด์ิศรี

โรงเรียนสาธติ งามสงา ทว่ั ธานี คูร าชบรุ ี คไู ทย ไชโย

(* ซ้ำ)

(ผูประพันธ นายสวุ ัฒน แสนทว)ี

7

77

1.115.1ช5อชงทองาทงกางากรตารดิ ตตดิ อ ตอ
ที่อทย่ีอู ยู โรงโเรรงียเนรียสนาธสิตาธแิตหแง หมหง มาหวิทาวยทิาลยัยาลรายั ชรภาชัฏภหัฏมหูบมาบูนาจนอจมอบมึงบงึ

เลขเลทขี่ 1ท7ี่ 147ห4มหู 5มูต5ำตบำลบดลอดนอตนะตโกะโอกำเอภำอเภเมอือเมงือง
จังหจังวหดั วรดัาชรบาชุรบี 7ุร0ี 700000
เบอเบรอโ ทรรโ ทศรัพศทัพ ท 06026-322-30206206000
เว็บเวไซ็บตไซโ รตงโ เรรงียเนรยี น htthpt:t/p/w://wwww.swa.tsiatmtitcmruc.rauc..atch.th
FacFeacbeobookok @s@atsiatmtitcmrucru

แผแนผทนี่โรทงี่โเรรงยี เรนียสนาสธิตาธแิตหแง หมงหมาหวาทิ วยทิ ายลาัยลรยัาชราภชัฏภหัฏมหบู มาบูนาจนอจมอบมึงบึง
(พ(กิ พดั กิ 1ัด31.530.580981961, 69,99.890.830936906)0)

8

8

1.16 ทำเนยี บผูบริหาร

ที่ ชอ่ื – สกลุ ตำแหนง ระยะเวลาการ
ดำรงตำแหนง
1. นายประพัฒน คหนิ ทรพงษ ผอู ำนวยการโรงเรยี น 2556 - 2558
2. นายสุวฒั น แสนทวี ผอู ำนวยการโรงเรยี น 2558 - 2561
3. ผศ.วจิ ารณ สงกรานต ผูอำนวยการโรงเรยี น 2561 – ปจจุบนั

9

1.17 ทำเนยี บครูและบุคลากร
1.17.1 ขอมูลบุคลากรสายบรหิ าร
ท่ี ชื่อ – ชื่อสกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วชิ าเอก หนา ทร่ี ับผดิ ชอบ
1. ผูชวยศาสตราจารยว จิ ารณ สงกรานต ผอู ำนวยการ วท.ม./การศึกษาวทิ ยาศาสตร ผอู ำนวยการโรงเรยี น, ครทู ป่ี รึกษา,
(คอมพวิ เตอร) สอนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสาร
2. ผูชว ยศาสตราจารย ดร.จรรยา พรหมเฉลมิ รองผูอ ำนวยการ Ph.D./Bioinorganic Chemistry รองผูอำนวยการฝา ยงบประมาณ และ 9

3. อาจารยพ ฐั จักร พราวไธสง งานบริหารบคุ ลากร, สอนวชิ าเคมี
รองผอู ำนวยการ วท.ม./วทิ ยาศาสตรส ่งิ แวดลอ ม รองผอู ำนวยการฝายวชิ าการ,
ค.บ./ วทิ ยาศาสตร (เกียรตนิ ยิ ม) ครทู ีป่ รึกษา, สอนวชิ าวิทยาศาสตร
ศษ.บ./ การวดั และประเมินผล
การศึกษา
กำลังศึกษาตอ ป.โท การบรหิ าร
การศกึ ษา

10

ท่ี 1.17.2 ขอ มูลครูประจำโรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง
ชือ่ – ชอ่ื สกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วิชาเอก หนา ท่รี บั ผดิ ชอบ
1. นางสาวภชิ าดา เตชนิ ธนาพร ครู ค.บ./ชวี วิทยา (เกยี รตินิยม) หัวหนา กลมุ สาระ, ครูทป่ี รึกษา,
กำลงั ศึกษาตอ ป.โท นวตั กรรมการศึกษา สอนวิชาชีววิทยา
(วิทยาศาสตรศ ึกษา)
2. วา ท่รี อ ยตรหี ญิงธนั ยพร ชอมเซยี ง ครู วท.บ./ฟส กิ สป ระยกุ ต ครูท่ปี รึกษา, สอนวิชาฟสกิ ส
กำลังศึกษาตอ ป.โท นวัตกรรมการศึกษา
(ฟสิกสศ ึกษา)
3. นางสาวธนัญชกร วงคส ขุ ครู ค.บ./คณิตศาสตร หวั หนากลมุ สาระ, ครูที่ปรกึ ษา,
10

4. นายสิรวชิ ญ แกวเกดิ กำลังศึกษาตอ ป.โท คณติ ศาสตรศ กึ ษา สอนวชิ าคณิตศาสตร
ครู วท.บ./คณติ ศาสตรป ระยุกต ครทู ่ีปรึกษา, สอนวิชาคณติ ศาสตร
กำลังศกึ ษาตอ ป.โท นวัตกรรมการ
จดั การเรยี นรูคณติ ศาสตร
5. นายวงศธร สมทุ รเกา ครู ศษ.บ./ภาษาองั กฤษ (เกยี รตินยิ ม) หัวหนา กลมุ สาระ, ครทู ี่ปรกึ ษา,
กำลงั ศึกษาตอ ป.โท การสอนภาษาองั กฤษ สอนวิชาภาษาองั กฤษ
6. นายอฑั ฒ สมะถะธญั กรณ ครู ศษ.บ./ภาษาอังกฤษ ครูท่ีปรกึ ษา, สอนวชิ าภาษาองั กฤษ
7. นางสาวจริ ัชญา ปน ทอง ครู ศศ.บ./ภาษาไทย ครูทป่ี รกึ ษา, สอนวิชาภาษาไทย

11

ที่ ชอ่ื – ช่อื สกลุ ตำแหนง วฒุ กิ ารศกึ ษา/วิชาเอก หนา ทร่ี ับผดิ ชอบ
8. นางสาวนนั ทญณภัค พรมมา ครู ศษ.บ./ภาษาไทย (เกียรตนิ ยิ ม) หัวหนากลมุ สาระ, ครูทปี่ รึกษา,
9. นายพิชยั ศลิ ป พรมจนั ทร กำลงั ศกึ ษาตอ ป.โท การสอนภาษาไทย สอนวชิ าภาษาไทย
10. นายณฐั ภัทร แสนมลู เมอื ง ครู ค.บ./สังคมศึกษา หวั หนากลมุ สาระ, ครูท่ปี รึกษา, สอน
11. วาทีร่ อยตรีวรพงค สขุ ไสว วชิ าสงั คมศึกษา
12. นางสาวเบญจวรรณ ขนุ ประเสริฐ ครู ศษ.ม./พัฒนาสงั คม ครูท่ปี รกึ ษา, สอนวิชาสังคมศึกษา
13. นายปุญญากรณ วรี ะพงษานันท ครู ศษ.บ./ดนตรีศึกษา หวั หนากลมุ สาระ, ครทู ี่ปรกึ ษา, สอนวชิ าดนตรี
14. นายชญาชัช ใจม่ัน
15. นายพฐั จักร พราวไธสง ครู บธ.บ./คอมพิวเตอรธ รุ กิจ หวั หนากลมุ สาระ, ครูท่ีปรึกษา, 11
กำลงั ศกึ ษาตอ ป.โท เทคโนโลยีการศึกษา สอนวิชาการงานอาชีพ, เทคโนโลยี
ครู กศ.ม./การวจิ ัยและพฒั นาศกั ยภาพ แนะแนวและสง เสรมิ การศกึ ษาตอ
มนษุ ย (จิตวทิ ยาการศกึ ษา)
ครู ค.บ./พลศกึ ษา หัวหนา กลุมสาระ, ครูทปี่ รกึ ษา,
สอนวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ครู วท.ม./วทิ ยาศาสตรสิง่ แวดลอม ครูที่ปรกึ ษา, สอนวิชาวทิ ยาศาสตร
ค.บ./วทิ ยาศาสตร (เกียรตนิ ิยม)
ศษ.บ./การวดั และประเมินผลการศกึ ษา
กำลังศึกษาตอ ป.โท การบริหารการศกึ ษา

12

1.17.3 ขอมลู อาจารยผทู รงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบ า นจอมบงึ และอาจารยพ เิ ศษ
ที่ ชอื่ – ชือ่ สกลุ ตำแหนง วฒุ ิการศกึ ษา/วชิ าเอก หนาทรี่ ับผดิ ชอบ
1. อาจารย ดร.ภมู ินทร สุมาลยั อาจารย ปร.ด/การสอนคณติ ศาสตร อาจารยผ สู อนวชิ าคณติ ศาสตร
2. อาจารย ดร.อนุรกั ษ ธญั ญเจรญิ อาจารย ปร.ด./คณติ ศาสตร อาจารยผ สู อนวชิ าคณติ ศาสตร
3. อาจารยธ นกร ฉตั รสพุ รรณ อาจารย วท.ม./การสอนคณติ ศาสตร อาจารยผ ูสอนวิชาคณติ ศาสตร
4. อาจารยม ุทติ า ทองใบ อาจารย บธ.ม./การจดั การท่ัวไป อาจารยผ ูสอนวชิ าคณติ ศาสตร
5. อาจารยเ ยาวเรศ ขนเขม็ อาจารย วท.ม./คณติ ศาสตร อาจารยผ สู อนวชิ าคณติ ศาสตร
6. อาจารยร ตั ตกิ าล ทาโบราณ อาจารย วท.ม./สถติ ปิ ระยกุ ต อาจารยผ ูสอนวิชาคณติ ศาสตร
7. อาจารยส ุรีรตั น อนเุ พญ็ อาจารย วท.ม./สถติ ิประยุกต อาจารยผ สู อนวิชาคณติ ศาสตร 12

8. อาจารยอ นุชา สมานมติ ร อาจารย วท.ม. /คณติ ศาสตรป ระยุกต อาจารยผ สู อนวชิ าคณติ ศาสตร
9. อาจารยอ นุสรา กจิ พงศพาณชิ ย อาจารย วท.ม./คณติ ศาสตรการเงิน อาจารยผ สู อนวิชาคณติ ศาสตร
10. ผศ.ดร.ประพนธ เลิศลอยปญ ญาชัย อาจารย ปร.ด./ฟสกิ ส อาจารยผ สู อนวิชาฟสิกส
11. อาจารย ดร.เอกพล แกว นวม อาจารย ปร.ด./ฟสิกส อาจารยผ สู อนวิชาฟสกิ ส
12. อาจารย ดร.สทิ ธิเชนทร พราหมณช ู อาจารย ปร.ด./ฟส กิ สป ระยกุ ต อาจารยผ สู อนวิชาการศกึ ษาคน ควา
อิสระทางวทิ ยาศาสตร

13. ผศ.รพพี รรณ กองตูม อาจารย วท.ม./เคมวี ิเคราะหและอนิ ทรยี ป ระยุกต อาจารยผ ูส อนวิชาเคมี

13

ท่ี ชอื่ – ชือ่ สกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วชิ าเอก หนา ที่รับผดิ ชอบ
14. ผศ. ดร.จรรยา พรหมเฉลมิ อาจารย Ph.D./Bioinorganic Chemistry อาจารยผ ูส อนวชิ าเคมี
15. อาจารย ดร.วราภรณ บุญยรตั น อาจารย ปร.ด./เคมี อาจารยผ สู อนวิชาเคมี
16. อาจารย ดร.สทุ ธริ ักษ อว นศิริ อาจารย ปร.ด./เคมี อาจารยผ สู อนวชิ าเคมี
17. อาจารย ดร.เสาวณยี  ชูจิต อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยชี ีวภาพ อาจารยผ สู อนวชิ าเคมี
18. อาจารยณ ิชากร ปทมุ รังสรรค อาจารย วท.ม./ปโตรเคมีและวทิ ยาศาสตรพ อลิเมอร อาจารยผ สู อนวิชาเคมี
19. อาจารย ดร.กรกนก ตง้ั จิตม่ัน อาจารย วท.ด./ความหลากหลายทางชีวภาพและ อาจารยผ สู อนวิชาชีววิทยา
ชวี วทิ ยาชาตพิ ันธุ
13

20. อาจารย ดร.อเุ ทน จันละบตุ ร อาจารย ปร.ด./ชีววทิ ยา อาจารยผ สู อนวิชาการศกึ ษาคนควา
อิสระทางวทิ ยาศาสตร
21. ผศ.จนิ ตศกั ด์ิ กาญจนอโนทัย อาจารย ศษ.ม./อุตสาหกรรมศกึ ษา อาจารยผ สู อนวิชาการออกแบบและ
เทคโนโลยี
22. อาจารย ดร.เสรี เพิม่ ชาติ อาจารย กศ.ด./เทคโนโลยกี ารศกึ ษา อาจารยผ สู อนวิชาการออกแบบและ
เทคโนโลยี
23. อาจารยว าที่รอ ยเอกภทั รกฤต คัชมาตย อาจารย วศ.ม./วิศวกรรมไฟฟา (วศิ วกรรม อาจารยผ สู อนการออกแบบและ
อเิ ล็กทรอนิกส) เทคโนโลยี

14

ท่ี ชือ่ – ชอ่ื สกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วิชาเอก หนา ทร่ี บั ผดิ ชอบ
24. อาจารยว าทร่ี อ ยตรศี ภุ กฤษ สขุ เจริญ อาจารย ปร.ด./วิศวกรรมไฟฟา อาจารยผ สู อนวิชานวัตกรรมเชงิ
สรา งสรรค
25. อาจารยส ันติภาพ ก้ัวพรหม อาจารย วศ.ม./การจดั การงานวศิ วกรรม อาจารยผ สู อนวิชานวตั กรรมเชงิ
สรา งสรรค
26. ผศ.ดร.นฤมล ชเู มอื ง อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยสี ารสนเทศ อาจารยผ ูส อนวิชาปญญาประดิษฐ
27. อาจารย ดร.บุรินทร นรนิ ทร อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยสี ารสนเทศและการ อาจารยผ สู อนวิชาวทิ ยาการคำนวณ
สอื่ สารเพือ่ การศกึ ษา อาจารยผ ูสอนวชิ าวทิ ยาการคำนวณ
28. อาจารย ดร.พนารตั น แสงวิจติ ร อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยสี ารสนเทศ อาจารยผ สู อนวชิ าวิทยาการคำนวณ 14
อาจารยผ ูสอนวิชาโครงงาน
29. อาจารย ดร.ภัทรานิษฐ ศรสี กลทรพั ย อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยสี ารสนเทศและการ อาจารยผ ูสอนวชิ าการแปรรปู อาหาร
ส่อื สารเพอื่ การศึกษา อาจารยผ สู อนวชิ าประวตั ิศาสตร
30. อาจารย ดร.โกเมศ กาบแกว อาจารย Ph.D./Technology Management อาจารยผ สู อนวิชาประวตั ศิ าสตร
31. อาจารย ดร.สวรรยา ปญ ญานันท อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยชี ีวภาพ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาไทย
32. อาจารยป ณชิ า จริ กุลวัฒนา อาจารย ศศ.ม./สังคมศาสตรเ พอื่ การพฒั นา
33. อาจารยว ิศรตุ เยอ่ื ใย อาจารย ศศ.ม./สงั คมศาสตรเ พอ่ื การพฒั นา
34. ผศ.กษรนิ วงศก ิตตชิ วลติ อาจารย อ.ม./ภาษาไทย

15

ท่ี ชื่อ – ช่อื สกลุ ตำแหนง วุฒกิ ารศกึ ษา/วิชาเอก หนาท่รี ับผดิ ชอบ
35. ผศ.ปณุ ยจ รยี  สมสีสม อาจารย อ.ม./ภาษาศาสตร อาจารยผ สู อนวิชาภาษาไทย
36. ผศ.วรรณนสิ า ปานพรม อาจารย ศษ.ม./ภาษาไทย อาจารยผ สู อนวชิ าภาษาไทย
37. อาจารยส ุภางค วงษท รพั ย อาจารย ศษ.ม./บริหารการศกึ ษา อาจารยผ สู อนวิชาภาษาไทย
38. ผศ.ธนวฒั น จารุภทั รศิริ อาจารย ศศ.ม. /ภาษาศาสตรป ระยุกต อาจารยผ สู อนวิชาภาษาองั กฤษ
(ภาษาองั กฤษสำหรบั วทิ ยาศาสตรแ ละ
39. อาจารย ดร.กานตณ รงค สอนสกลุ เทคโนโลยี) อาจารยผ สู อนวชิ าภาษาองั กฤษ
40. อาจารย ดร.นภธรี า จวอรรถ อาจารย ปร.ด./หลกั สตู รและการสอน อาจารยผ สู อนวิชาภาษาอังกฤษ
41. อาจารยช ญานี ชนุ ฟง ภาษาอังกฤษ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาอังกฤษ 15
42. อาจารยธ ติ ิ นวพนั ธ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาองั กฤษ
43. อาจารยว นั ทกานต ปต ิชนกนนั ท อาจารย ศศ.ด/ภาษาองั กฤษเปนภาษานานาชาติ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาองั กฤษ
44. อาจารยศ ราวฒุ ิ บตุ รดาวงค อาจารยผ สู อนวิชาภาษาอังกฤษ
อาจารย ศศ.ม./ภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สารเชิง
ธุรกจิ และอตุ สาหกรรม

อาจารย ศศ.ม./ภาษาและการสอ่ื สาร
อาจารย M.A./Thaching English to Speakers

of Other Languages
อาจารย ศศ.ม. /ภาษาศาสตรป ระยกุ ต

16

ท่ี ชอื่ – ชื่อสกลุ ตำแหนง วฒุ ิการศกึ ษา/วิชาเอก หนาท่รี บั ผดิ ชอบ
45. อาจารยศ รรี ตั น พพู ริ ุฬพ อาจารย ค.ม./การสอนภาษาองั กฤษเปน อาจารยผ ูสอนวชิ าภาษาองั กฤษ
46. อาจารยอ ินธิรา เกือ้ เสนาะ ภาษาตางประเทศ
47. อาจารย ดร.กฤษดา กฤตเมธกลุ อาจารย ศศ.ม./ภาษาอังกฤษ อาจารยผ สู อนวชิ าภาษาอังกฤษ
48. อาจารย ดร.นกุ ลู ธรรมจง อาจารย ปร.ด./ภาษาศาสตรแ ละภาษาศาสตร อาจารยผ ูสอนวชิ าภาษาจนี
49. อาจารย ดร.ประไพร จนั ทะบณั ฑติ ประยกุ ต
50. อาจารยอ าทิตยธ เนศ อุไรกลุ อาจารย "ปร.ด./ภาษาจนี ในระบบเศรษฐกิจโลก, อาจารยผ ูสอนวชิ าภาษาจีน
51. ผศ.ทรงศักด์ิ เกษมรุจภิ าคย ผนู าํ ทางสังคม ธุรกจิ
52. อาจารย ดร.นิตยา เรืองมาก อาจารย ปร.ด., M.A./มวยไทยศึกษา, การสอน อาจารยผ ูสอนวชิ าภาษาจีน 16
53. อาจารยว ัฒนพงศ ออ นนมุ
54. อาจารยพ งศพันธ พนั ธพงษ ภาษาจนี ใหก ับชาวตางชาติ
อาจารย M.A./การสอนภาษาจนี ใหกบั ชาวตา งชาติ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาจีน
อาจารย ศศ.ม./จติ รกรรม อาจารยผ สู อนวชิ าศิลปะ
อาจารย ปร.ด./วทิ ยาศาสตรก ารกีฬา อาจารยผ สู อนวิชาพลศึกษา
อาจารย ว.ทม./วทิ ยาศาสตรการกีฬา วิทยาศาสตร อาจารยผ ูสอนวชิ าพลศกึ ษา
การออกกำลงั กาย
อาจารย วศ.ม./การจดั การกฬี า อาจารยผ ูสอนวชิ าพลศกึ ษา

17

ที่ ช่ือ – ชื่อสกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วิชาเอก หนา ทร่ี ับผดิ ชอบ
55. อาจารยณ รงคช ัย ยอดปรดี า อาจารย ศษ.บ., ค.ม. /ฟส กิ ส, บรหิ ารการศกึ ษา อาจารยผ ูสอนวิชาฟสิกส

1.17.4 ขอ มลู บคุ ลากรสายสนบั สนุน ตำแหนง วฒุ กิ ารศกึ ษา/วชิ าเอก หนา ทีร่ ับผดิ ชอบ
ท่ี ชื่อ – ช่ือสกลุ งานสารบรรณ
1. นางสาวพริ ิยา กรมมา บรหิ ารงานท่ัวไป รฐั ศาสตรมหาบณั ฑิต งานการเงนิ และบญั ชี
2. นางสาวสุราวรรณ หว ยหงษท อง การเงนิ และบัญชี บัญชีบัณฑิต งานหอ งสมุด 17
งานซอ มบำรงุ , ดแู ลอาคารและสถานท่ี
3. นางสาวฉันทนา มงั กรกิม บรรณารักษ ศศ.บ. /บรรณารักษศาสตรแ ละ ทะเบยี น-วัดผล
สารนเิ ทศศาสตร
4. นายกษม สนั ธศิ ิริ ชา งเทคนิค ทล.บ./เทคโนโลยไี ฟฟา
5. นายอนรุ กั ษ ชยั จนั ทร บรหิ ารงานทวั่ ไป บธ.บ. /ระบบสารสนเทศทาง
คอมพวิ เตอร

18

18

1.18 โครงสรางการบริหารโรงเรียนสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู านจอมบงึ

19

19

1.19 ขอมูลนกั เรยี น (ขอ มูล ณ วนั ท่ี 4 มกราคม 2564)
เพศ
ระดบั ชั้น ชาย หญิง รวม (คน)
21
มัธยมศกึ ษาปที่ 1/1 12 9 21
มธั ยมศึกษาปที่ 1/2 13 8 20
มัธยมศึกษาปท ี่ 1/3 10 10 62
รวมนักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 1 35 27 23
มัธยมศึกษาปที่ 2/1 15 8 25
มัธยมศึกษาปท ี่ 2/2 13 12 23
มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2/3 14 9 71
รวมนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 2 42 29 27
มธั ยมศึกษาปที่ 3/1 9 18 28
มัธยมศึกษาปที่ 3/2 19 9 32
มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3/3 20 12 87
รวมนกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 48 39 18
มัธยมศึกษาปท ่ี 4/1 8 10 9
มธั ยมศึกษาปท ่ี 4/2 45 7
มัธยมศึกษาปท ่ี 4/3 61 34
รวมนกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 18 16 26
มัธยมศกึ ษาปที่ 5/1 14 12 4
มธั ยมศึกษาปท่ี 5/2 40 30
รวมนกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 18 12 24
มัธยมศึกษาปที่ 6/1 12 12 10
มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6/2 64 34
รวมนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 18 16
รวม(คน)
ยอดรวมนักเรยี นโรงเรียนสาธิตฯ ชาย หญิง 220
ระดบั ชั้น 125 95 98
54 44 318
มธั ยมศึกษาตอนตน 179 139
มธั ยมศึกษาตอนปลาย

รวมท้งั หมด

20

ผู ้บริหารโรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบ่ า้ นจอมบึง

ผู ้ช่ วยศาสตราจารยณ์ ฐพรภัทร์ อนิ ทรศ์ ิรพิ งษ์

รักษาราชการแทนอธกิ ารบดี
มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมู่บ้านจอมบึง

ผู ้ช่ วยศาสตราจารย์วิจารณ์ สงกรานต์

ผู อ้ าํ นายการโรงเรียนสาธติ แห่ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ่ า้ นจอมบึง

ผู ช้ ่ วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา พรหมเฉลมิ นายพฐั จกั ร พร้าวไธสง

รองผู ้อํานายการโรงเรียนสาธติ แห่ง รองผู อ้ าํ นายการโรงเรียนสาธิตแหง่
มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบึง มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบงึ

21

กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นางสาวภชิ าดา เตชิ นธนาพร

หัวหนา้ กลุ่มสาระฯ
สอนวชิ าชี ววทิ ยา

วา่ ท่ีรอ้ ยตรีหญิงธันยพร ช่ อมเซี ยง นายพฐั จกั ร พร้าวไธสง

รองหัวหนา้ กลุม่ สาระฯ เลขานุการกลมุ่ สาระฯ
สอนวชิ าฟิ สกิ ส์ สอนวชิ าวิทยาศาสตร์

กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

นางสาวธนัญชกร วงค์สุข นายสิรวิชญ์ แกว้ เกดิ

หัวหน้ากลมุ่ สาระฯ รองกลุม่ สาระฯ
สอนวชิ าคณติ ศาสตร์ สอนวชิ าคณติ ศาสตร์

22
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

นายวงศธร สมุทรเกา่ นายอัฑฒ์ สมะถะธญั กรณ์

หวั หนา้ กล่มุ สาระฯ รองกลมุ่ สาระฯ
สอนวิชาภาษาอังกฤษ สอนวิชาภาษาอังกฤษ

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

นางสาวนนั ทญณ์ ภัค พรมมา นางสาวจริ ชั ญา ป่ิ นทอง

หวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ รองกลุ่มสาระฯ
สอนวชิ าภาษาไทย สอนวชิ าภาษาไทย

กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา

นายพิชัยศลิ ป์ พรมจันทร์ นายณฐั ภทั ร แสนมูลเมือง

หวั หน้ากลมุ่ สาระฯ รองกล่มุ สาระฯ
สอนวชิ าสังคมศึกษา สอนวชิ าสังคมศึกษา

23
กล่มุ สาระการเรียนรูด้ นตรีศึกษา

วา่ ท่ีร้อยตรีวรพงค์ สขุ ไสว

หัวหนา้ กลุม่ สาระฯ
สอนวิชาดนตรี

กลมุ่ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชี พ

นางสาวเบญจวรรณ ขุนประเสรฐิ

หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
สอนวชิ าการงานอาชี พ, เทคโนโลยี

กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

นายชญาชัช ใจมัน่

หวั หน้ากลุ่มสาระฯ
สอนวิชาสุขศกึ ษาและพลศึกษา

24

แนะแนวและส่งเสริมการศกึ ษาต่อ

นายปุญญากรณ์ วีระพงษานนั ท์

สอนวิชาแนะแนว

บุคลากรสายสนับสนนุ

นางสบารวิหพารริ งิยานาทัว่ กไปรมมา

นางสาวสรุ าวรรณ ห้วยหงษท์ อง นางสาวฉนั ทนา มังกรกิม

การเงนิ และบัญชี บรรณารกั ษ์

นายกษม สันธศิ ิริ นายอบนริหุรากั รษงา์ นทชัว่ ัยไปจนั ทร์

ช่ างเทคนคิ

25

25 25

ตอนทต่ี อ2นท่ี 2
แนวทแานงวกทาราจงกดั ากราจรดัเรกียานรรเรู ียนรู
โรงเรโียรนงสเราียธนิตสแาหธงิตมแหหางวมิทหยาวลิทัยยราลชยัภรัฏาหชมภบู ัฏา หนมจบู อามนบจึงอมบึง

26

26

แนวทางการจดั การเรยี นรู
โรงเรียนสาธติ แหงมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง

โรงเรียนสาธิตแหง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง กอ ตั้งดวย
วัตถุประสงคของการเปนโรงเรียนตนแบบในการจัดการศึกษาและพัฒนา
ทองถิ่น มองเห็นความจำเปนที่ตองสงเสริมผูเรียนอนั เปนเยาวชนของชาติให
เปนผูทีม่ ีทักษะในดา นการคิดเปนสำคัญ ในอันที่จะไดร ับการพัฒนาใหผูเรยี นมี
ผลลัพธก ารเรียนรู มีทักษะการเรียนรูที่สลับซบั ซอน ที่ผูเรียนสามารถระลึกที่
เรยี นรูมาแลว ได ดวยความเขา ใจ สามารถประยกุ ตค วามรูไปใชใ นสถานการณที่
แตกตางได ผูเรียนตองมีทักษะการคิดขั้นสูงอันไดแก ความสามารถในการคิด
วิเคราะห จำแนก แจกแจง และแยกแยะองคประกอบตาง ๆ ของสิ่งใดสิ่งหน่ึง
หรอื เร่อื งใดเรอ่ื งหน่งึ หาความสัมพนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวางองคประกอบเหลาน้ัน
เพื่อคนหาสาเหตุที่แทจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น ผูเรียนมีความสามารถในการคิด
ประเมินคุณคาได ซึง่ เปนความสามารถในการใชดลุ พินิจตัดสินคุณคาของสิ่งใด
สิ่งหนึง่ วาส่ิงนั้นดหี รือไมดี เปนคุณหรือเปนโทษ มีประโยชนห รอื ไมมีประโยชน
โดยตองประเมินดว ยกฎเกณฑท ีด่ ี สรปุ ขั้นตอนวิธคี ิดเชิงประเมินคาไดดว ยความ
เขาใจ หรือทำความรูจักส่ิงที่จะประเมินใหชัดเจน รวมถึงตองพิจารณาวา จะใช
เกณฑอ ะไรเปนเครื่องตัดสินคุณคาของส่ิงที่จะประเมิน และสุดทา ยความสามารถ
ในการสรางสรรคนวัตกรรมที่ตองอาศัยทักษะของคิดสังเคราะห เปนทักษะ
การคิดในการรวบรวมความรูในแตละศาสตรเขาดวยกัน เพื่อสรางสรรคงาน
ตามจุดมุงหมาย รวมทั้งมีวัตถุประสงคในการที่จะสรรคสรางสิ่งใหมนั้นเพ่ือ
ประโยชนอะไร หรือเพื่อใหทำหนาที่อะไร ผูเรียนจึงจำเปนที่ตองหาความรู
เกี่ยวกับหลักการ ทฤษฎี หรือแนวทางที่เหมาะสม เพื่อนำมาใชเปนหลักใน
การสังเคราะห เพื่อใหไดนวัตกรรมใหมขึ้น โรงเรียนสาธิตฯ ตองพัฒนา
คุณลักษณะของผูเรียน ใหมีการยืดหยุนและปรับตัว การเปนตัวของตัวเอง
มคี วามเปนผูน ำ มีความรับผดิ ชอบ มีทกั ษะการคดิ อยา งมีวจิ ารณญาณ ในการ-
แกปญ หา การส่ือสาร มีคุณลักษณะที่พึงประสงคของผูเรยี นในศตวรรษที่ 21

27

27

ทป่ี ระกอบดว ยคุณลกั ษณะ 4 ดา น ไดแ ก 1) คณุ ลักษณะดานความรู คอื เปนผูใฝรู
ใฝเรียนและกลาแสดงออกในทางสรางสรรค รักการเรียนรู มีทักษะการสราง
องคความรูดวยตนเอง 3) คุณลักษณะดานความคิด ไดแก การคิดวิเคราะห
การคิดสังเคราะห การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดสรา งสรรค สามารถ
สรางสรรคนวัตกรรม มีทักษะชีวิต และการทำงาน ทักษะดานสื่อเทคโนโลยี
และสารสนเทศ 4) คณุ ลกั ษณะดา นคุณธรรม คือ การมีจิตสำนกึ และคานยิ มท่ดี ีงาม
ท่ีดีการมีจิตสาธารณะ ความซื่อสัตยสุจริต ความมีระเบียบวินัย และความ
รับผิดชอบตอตนเองและสังคม ไดกำหนด มีปรัชญาหลักสูตรเพื่อตอบสนอง
แนวคิดดังกลาววา “การคิดเปนเมล็ดพันธุแหงความงอกงามของมนุษย”
ประกอบกับคานิยมรวม (Shared Values) ของครูโรงเรียนสาธิตฯ คือ “DS
MCRU” ที่เปนกรอบความคิดหลัก ความเชื่อที่แสดงถงึ บรรทัดฐานของครูและ
บคุ ลากรในโรงเรยี นสาธติ แหง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู านจอมบึง

ครูโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
รวมกันกำหนดนิยมรวม (Shared Value) เปนสรางคุณคากับองคกร คือ
“DS MCRU” ที่ใชกรอบแนวคิดตามปรัชญาหลักสูตรโรงเรียนที่วา...
“การคิดเปนเมล็ดพันธุแหงความงอกงามของมนุษย” ประกอบกับ
อัตลักษณ “จิตอาสา กลาคิด กลาทำ กลานำ อยางสรางสรรค” เปน
แนวทางในการพัฒนานักเรียนไปสูคุณคาขององคกร ครูโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง มีความคิดรวบยอดในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของนักเรียนวา “การเรียนรูเปนกระบวนการทาง
สติปญญา หรือกระบวนการทางสมอง ที่นักเรียนใชในการสรางความ
เขาใจหรือการสรางความหมายของสิ่งตาง ๆ ใหแกตนเอง กระบวนการ
เรียนรูจึงเปนกระบวนการของการจัดกระทำตอขอมูลหรือประสบการณ
มิใชเพียงการรับขอมูลหรือประสบการณเทานั้น เปนงานเฉพาะตนหรือ
เปนประสบการณสวนตัวที่ไมมีผูใดเรียนรูหรือทำแทนกันได การเรียนรู
เปนกระบวนการที่ตื่นตัว สนุก ทำใหผูเรียนรูสึกผูกพัน เกิดความใฝรู
การเรยี นรเู ปนกจิ กรรมทนี่ ำมาซง่ึ ความสนกุ หรือทา ทายใหผเู รียนใฝรสู สู ง่ิ ที่

28

28

ยากขึ้น การเรียนรูตองอาศัยสถานการณที่เหมาะสม สภาพแวดลอมที่ดี
เขามาชวย โดยกำหนดเปาหมายของการเรยี นรูคอื การนำความรูไปใชเพื่อ
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเองทั้งทางดาน เจตคติ ความรูสึก ความคิด
ความเขาใจ และการกระทำตาง ๆ เพื่อพัฒนาตนเอง การดำรงชีวิต
ประจำวันรวมกับผอู น่ื ” ซึ่งมรี ายละเอียดดงั น้ี

Determination:
ครูสาธิตฯ มีความมุงมั่นดวยพลังขับเคลื่อนจากภายใน

ของตนเอง (Passion) ดวยความรูสกึ หรืออารมณค วามปรารถนาที่แรงกลา
ภายใตกรอบของ “ความรัก” และ “ความชอบ” อยางแรงกลา ที่มี
เอกลักษณที่แสดง ออกความกระตอื รือรน ความไมยอทอตออุปสรรคและมี
พลังที่จะขับเคลื่อน สูความสำเร็จที่ผูกติดกับความคิดความเชื่อ ทัศนคติ
รวมถึงภูมิปญญาในการพัฒนาระบบคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสาธิต
แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง อยางเปนระบบตั้งแตดวยปจจัย
นำเขา (Input) กระบวนการพัฒนา (Process) และผลลัพธการเรียนรู
(Learning Outcomes) เปนพฤติกรรมของบุคลากรที่แสดงออกมาเพ่ือ
ตอบสนองความรูส กึ ภายในมนี ยั ทางบวก ประพฤตปิ ฏิบัติตามส่ิงท่ีตง้ั ใจอยาง
แนวแนที่เปนการพัฒนาตอยอดจากฐานเดิมที่มิใชเพียงแควินัยและ
ความขยนั หมั่นเพียรเทา น้ัน ลวนแลว จะนำพาใหกอ เกิดความสขุ ความสำเร็จ
ตอตัวผูเรียน ที่สามารถสรางสรรคผลงานไดอยางเต็มความสามารถ ท่ี
ปราศจากความมุงมั่นในทางลบซึ่งเปนพลังขับเคลื่อนอันไดแ ก กิเลส ตัณหา
ราคะ ความหลงใหล

Sacrifice:
ครูสาธิตฯ พลีตน อุทิศตนดวยจิตวิญญาณครูที่ฝงอยูใน

“ใจ” มี “จิตสำนึก” ดวยศรทั ธา อดทน มุงมั่น ทมุ เท รเู ทาทันการเปล่ยี นแปลง
มีความปรารถนาดดี ว ยจรยิ ธรรมในระดบั พ้ืนฐานของการเชื่อฟงและการลงโทษ

29

29

ดวยพฤติกรรม “ดี” คือ พฤติกรรมที่ทำแลวไดรางวัล พฤติกรรม “ไมดี” คอื
พฤติกรรมทีท่ ำแลวไดรับการลงโทษ สูจริยธรรมขั้นที่ใชกฎเกณฑเปนเครือ่ งมือ
เพื่อประโยชนของตนเองจะเช่ือฟงหรือทำตามถาคดิ วาตนเองจะไดรบั ประโยชน
หรือไดรับความพงึ พอใจ สูจ ริยธรรมหลักการทำตามที่ผอู ่นื เห็นชอบ เปน การทำ
ตามกฎเกณฑของสังคมเพื่อจะไดรับการยอมรับวาคนดี สูจริยธรรมของ
หลักการทำตามกฎระเบียบสังคมเปนขั้นที่ยอมรับในอำนาจและกฎเกณฑของ
สังคม พรอมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑของสังคม สูจริยธรรมหลักการทำตาม
สญั ญาสังคมเปนขนั้ ทเ่ี นน ความสำคญั ของมาตรฐานทางจรยิ ธรรมทคี่ นสว นใหญ
ในสงั คมยอมรบั วา เปนส่ิงท่ีถูกตองสมควรปฏิบตั ิตาม โดยพิจารณาถึงประโยชน
และสิทธิซ่ึงกันและกนั ในข้ันนี้ส่ิง ถูก-ผดิ จะขึ้นอยูกับคานยิ มและความคิดเห็น
ของแตละบุคคล จริยธรรมของครูสาธิตพัฒนาไปสูระดับจริยธรรมที่อยูเหนือ
ระดับเหตุผลและตรรกะ เปนความคิดที่มาจากจิตวิญญาณหรือจิตใตสำนึก ที่มี
ดวยจริยธรรมระดับเหนือกฎเกณฑสังคม เปนหลักการทางจริยธรรมที่เปน
สากล ที่แตละบุคคลเลือกที่จะปฏิบัติตามหลักการทางจริยธรรมดวยตนเอง
และเมื่อเลือกแลวก็ปฏิบัติอยางคงเสนคงวาเปนหลักการเพือ่ มนษุ ยธรรม และ
เพื่อความยุตธิ รรมของมนุษยทุกคน ซึ่งจะมีความสัมพันธระหวางจริยธรรมกับ
ระดับสตปิ ญ ญา ความสามารถที่จะผลไดท ีด่ กี วา เปนผูม สี มาธิดสี ามารถควบคมุ
อารมณของตน และมีความภาคภูมิใจในตนเองและสภาพแวดลอม ใชเหตุผล
เพื่อการตัดสินใจที่จะเลือกการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสถานการณตาง ๆ ยอม
แสดงใหเหน็ ถึงความเจรญิ ทางจิตใจของบุคคลไดอยางมแี บบแผนที่เปนผลจาก
การคดิ ไตรต รองซึ่งจำเปน ตอ งอาศัยขอมลู ท่นี ำมาพิจารณา และครทู ุกคนเขาใจ
วาจริยธรรมไมอาจเกิดไดดวยการสอน หรือการปฏิบัติเปนตัวอยางใหดู แต
พัฒนาขึ้นมาดวยการนึกคิดของแตละบุคคลตามวุฒิภาวะทางสติปญญาที่มี
จริยธรรมเกายังจะมีรากแกวฝงอยู พรอมที่จะหวานเมล็ดพันธุใหผูเรียนเกิด
แรงผลักจากภายในที่มุงมั่นพัฒนาทักษะการเรียนรูนำพาไปสูอัตลักษณ
“จิตอาสา กลา คิด กลา ทำ กลานำ อยางสรางสรรค”

30

30

Mastery :
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง

เปนโรงเรียนความรอบรูแหงตน (Personal mastery) ความรอบรูแหงตน
เปน องคก ารแหง การเรียนรโู ดยเขาใจวา ตนมสี วนรว มรบั ผิดชอบตอการสราง
ผลงานหรือความสำเร็จของโรงเรียนโดยรวม โดยครูแตละคนตระหนักวาตน
ตองปฏิบัติงานในฐานะเปนสมาชิกของทีมงานที่จะตองรวมกันนำพาและ
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนใหส ูงขึ้น ครูทุกคนจะมีพันธะผูกพันตอการ
ประกอบวิชาชพี ครูของตนเยี่ยงมืออาชพี เปนสมาชิกที่ดีชวยเหลือใหทีมงาน
ของตนมีผลงานระดับสงู ยิ่งข้นึ เทาที่จะทำได มีความผูกพันตอเพื่อนรวมงาน
ดวยการสรางบรรยากาศที่ดีของที่ทำงาน และรวมมือรวมใจกันยกระดับ
คุณภาพการเรียนการสอนของนักเรียนใหดีที่สุด รวมกันสรางวิสัยทัศน
รวม (Shared vision) ของโรงเรยี นทเี่ ปน ภาพในอนาคตของโรงเรยี นท่ที ุกคน
รวมกันวาดฝนและปรารถนาทจี่ ะใหเกิดขึน้ จริงกับโรงเรียนของตน วสิ ัยทัศน
รว มจึงทรงพลังท่ีชว ยยึดเหนีย่ วทกุ คนใหเกดิ ความเปนนำ้ หนึ่งใจเดียวขึ้นและ
มีความรูสึกรวมในเปาหมายที่จะตองกาวไปใหถึง เปนพลังขับเคลื่อนให
ภารกจิ ทุกอยา งของโรงเรยี นมงุ ไปสเู ปาหมายเดียวกนั

Creativity :
การกาวผานจากโลกปฏิวัติอุตสาหกรรมไปสูโลกดิจิตอล

ทำใหค วามตองการของตลาดแรงงานเปลีย่ นไป ทกั ษะตาง ๆ ท่เี ปน การทำซำ้ ๆ
ไมเพียงพออีกตอไป โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
สรางทักษะที่จะเขามามีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 21 คือทักษะดานสังคม
และอารมณ (Social & Emotional Skill) และความตองการที่มีตออาชีพที่มี
ทกั ษะเหลา น้ีมีเพ่ิมขนึ้ ทง้ั หมด 16 ทักษะ โดยแบงเปน 3 หมวด ซง่ึ ตอบโจทยใ น
เรื่องของทักษะการใชชีวิตใหเหมาะกับบริบทของโลกปจจุบัน ทักษะใน
การจัดการกับความทาทายในชีวิต และทักษะการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไป
อยางรวดเร็ว โดยกระบวนการทใี่ ชใ นการสรางทักษะเหลานี้ไมสามารถสรางได

31

31

จากจากกระบวนการที่ใชในหองเรียนแบบเดิม ๆ การใช Gamification &
Game-Based Learning, Simulation Game แ ล ะ Coach & Facilitator
เปนหนึ่งในกระบวนการที่ชวยขับใหเกิดการสรางทักษะแหงศตวรรษที่ 21
การศึกษายุคใหมนักเรียนสาธิตฯ จำเปนตองรูวิธีการเรียนรูที่ถูกตองและมี
Growth Mindset ใหมากขึ้น ครูสาธิตฯ เปลี่ยนบทบาทจากการบรรยายมา
เปนผูอำนวยการในการจัดการเรียนรู (Facilitator) หองเรียนรูปแบบใน
ศตวรรษที่ผานมาไมเพยี งพออกี ตอ ไป

ครูในปจจบุ ันลวนเติบโตมากับหองเรียนยุคเกาดวยหองเรียนที่มี
ครูอยูหนาหอง พรอมสไลด Power Point นักเรียนนั่งอยูบนเกาอี้ดวย
บรรยากาศเงยี บกริบ ครูพูด นักเรยี นมหี นาท่ฟี ง ใครพูดแทรกถือวาไมเคารพ ที่
เปนภาพของ “หองเรียนแมพิมพ” ที่ผลิตนกั เรียนพิมพเดียว ๆ กันออกมามี
ความรูเหมือน ๆ กันตามที่โลกแหงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่สรางใหนักเรียน
พรอมจะออกไปเผชิญโลกแคนั้นก็เพียงพอแลว แตในขณะนี้ “หองเรียน
แมพมิ พไ มไ ดผดิ แตต กยุคไปแลว” ความรูข องโลกปจ จุบันมีการเปล่ียนแปลง
ทุกวัน ความรูจากที่ครูถายทอด หรือความรูจากหนังสือ จึงไมเพียงพอสำหรับ
ผูเรียน หองเรียนยุคใหมของโรงเรียนสาธิต ฯ จึงตองเปน “หองเรียนแหง
ทกั ษะแหง ความคดิ สรา งสรรค” ที่มี 3 กลุม หลกั ๆ คอื

1. กลุมทักษะพื้นฐาน ไดแกการใชภาษา (Literacy)
การคำนวณ (Numeracy) การใชเทคโนโลยี (ICT Literacy) การใช
วิทยาศาสตรก ับสิ่งรอบตัว (Scientific Literacy) การเรียนเปนสวนหนึ่งของ
สังคมและวัฒนธรรม (Cultural & Civic Literacy)

2. กลุมทักษะสำหรับการแกปญหา หรือความทาทายที่
ตองใชชีวิต ซึ่งความทาทายเหลานั้นจะมีความซับซอนขึ้นกวาเมื่อเทียบกับ
ความทาทายในโลกเกา กลุมทักษะนี้เปนทักษะสำคัญที่ใชรวมกันในการ
วิเคราะหปญหาใหถูกจุด (Critical Thinking) สรางวิธีการแกปญหาอยาง
สรางสรรค (Creativity) มีทักษะในการการสื่อสารและทำงานรวมกับผูอื่น
(Communication & Collaboration) เพื่อแกปญหานั้นใหได จัดไดวาเปน

32

32

ทักษะหลกั ที่ทำใหมนุษยเ ราเหนือกวาคอมพิวเตอร คอื เปนส่ิงท่ีคอมพิวเตอรยัง
ทำไมได

3. กลุมทักษะที่สรางตนและสังคมคุณภาพ เปนการ
จัดการตัวเองและสภาพสังคม ไดแก ความอยากรูอยากเห็น (Curiosity)
การริเริ่มสรางสรรค (Initiative) ความพยายามในการบรรลุเปาหมายที่ตั้งไว
(Persistence/Grit) ความ สาม ารถใน การปรั บตัวเขากับ สังคมและ
สภาพแวดลอม (Adaptability) ความเปนผูนำ (Leadership) และความ
ตระหนักถึงสงั คมและวฒั นธรรม (Social & Cultural Awareness)

ม โ น ท ั ศ น  ก า ร จ ั ด ก า ร ศ ึ ก ษ า ข อ ง โ ร ง เ ร ี ย น ส า ธ ิ ต แ ห ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงจึงเปน “Lifelong Learning” ที่ไมได
จบเพียงเปน นักเรียนในหองเรียนเทานั้น ครูโรงเรยี นสาธิต ฯ ทุกคนจึงเปนผูมี
ลักษณะแหงการคิดสรางสรรค ที่มีสมรรถนะในการสรา งนวัตกรรมการเรียนรู
ท่เี ปล่ยี นบทบาทจากการเปนผูถ ายทอดความรู (Lecturer) เปน “ผูอำนวยการ
สรางประสบการณในการเรียนรู” (Facilitator) ที่จำเปนตองใชกระบวนการ
ออกแบบการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนไดฝกฝนผานการคิดขั้นสูง ไดแก การคิด
วิเคราะห การคิดประเมินคุณคา การคิดเชิงวิจารณญาณ การคิดสังเคราะห
ดวยกระบวนการการมีสวนรวมกับชุมชนวิชาชีพแหงการเรียนรูในโรงเรียนท่ี
ผลลัพธการเรียนรูของนักเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบึง
จกั ตอ งเปน ผมู คี ุณลกั ษณะและสมรรถนะในการแกป ญหาท่ซี ับซอน (Complex
Problem Solving) การคิดอยางมีวิจารญาณ (Critical Thinking) มีความคิด
สรางสรรค (Creativity) มีความสามารถในความรวมมือกับผูอื่น
(Coordinating with Others) ม ี คว า ม ฉ ล าด ท า งอ า ร มณ (Emotional
Intelligence) สามารถลงความเห็นและการตัดสินใจ (Judgement and
Decision Making) เปนผูมีความเขาใจตนเอง (Self Empathy) มีความเขา ใจ
ผูอ นื่ (Empathy) มคี วามยดื หยุนทางปญญา (Cognitive Flexibility)

33

33

Respect :
ครูโรงเรยี นสาธติ ฯ เปน ผูมีจติ แหง ความเคารพและใหเกยี รติ

ตอตนเอง ตอผูอื่น ทั้งผูมีคุณวุฒิ วัยวุฒวิ ุฒิท่ีมากกวา ผูมคี ณุ วุฒิ วัยวุฒวิ ุฒิใน
ระดับเดียวกนั ผมู คี ุณวุฒิ วัยวฒุ ทิ นี่ อยกวา รวมไปท้ังการใหเกียรติ มคี วามหวัง
ดีแกน ักเรยี นที่ประดจุ ลูกหลาน มคี วามออ นนอมถอ มตน มีสมั มาคารวะ มวี าจา
สุภาพ เรยี บรอ ย และมีจิตใจออนโยน ตามคานยิ มของสงั คมไทยดว ยการยิ้มไหว
ทักทายกัน การปฏิบัติตนดวย ถูกตองตามจารีตประเพณีและบรรทัดฐานทาง
สังคม ดวยจิตวิญญาณของความเปน ครู มคี วามเต็มใจในการรว มและพัฒนาตน
ในกิจกรรมชุมชนผูเชี่ยวชาญวิชาชีพแหงแหงการเรียนรู (Professional
Learning Community) เพื่อทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21
มีความคิดในเชิงสรางสรรค จิตแหงความเคารพและใหเกียรติกันจึงหลอหลอม
ซึมทราบ ครูทุกคนของของโรงเรยี นสาธิตฯ แสดงออกถึงจิตวิญญาณความเปน
ครู ที่รวมฉายแสงเขาในพื้นที่เซลลกระจกเงาในสมองของนักเรียนตามกลไก
การทำงานของเซลลกระจกเงา ที่ซึมซาบแบบปฏบิ ัติที่ดีงาม เปนที่จะรูปแบบ
การตอบสนองทางจิตจากการสังเกตความจำ

Unity :
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง

เปนองคกรการจัดการศึกษาที่มีเอกภาพของความเปนโรงเรียนตนแบบใน
การจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีการจัดวางไวอ ยางอันหน่ึง
อันเดียวกนั เนื่องจากตามแตละองคประกอบท่ีมีความสมั พนั ธเช่ือมโยงประกอบ
กนั อยใู นลกั ษณะหลอมรวมกนั เปนกลุมกอน จะเพิม่ หรือตดั ทอนสวนประกอบ
ใดสวนประกอบหน่ึงลว นเพื่อความสมบูรณก ฎของเอกภาพ ที่คำนึงถึงกฎของ
ความสมดลุ และกฎของการรวมกนั

ภาพความเปนโรงเรียนตนแบบสามารถอธิบายไดถึงองคประกอบ
ตาง ๆ ที่ครูโรงเรียนสาธิต ฯ รว มสรางดวยความ รู รัก สามคั คี ตามหลักการ
ทรงงานดังที่พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูห ัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัส “รู”

34

34

คือ ปญญา มีความรูความเขาใจในงานที่จะตองทำ “รัก” คือ การมีความรัก
ความพอใจในงานที่จะตองทำนั้น “สามัคคี” คือ การรวมกันทำงานดวยความ
จริงใจ อยางพรอมเพรียงกัน ทำเพื่อผลประโยชนของสวนรวมอยางแทจริง
ไมห วงั ผลประโยชนต อบแทนเพือ่ เขาพกเขา หอของตน หรือญาตมิ ติ รพรรคพวก
ของตน อยูบนรากฐานของความเปนจริง ที่สามารถยืนยันความถูกตองไดดวย
เหตุ และผล ทุกกาลเวลา ดังคำศัพทบาลีที่วา “อะกาลิโก เอหิปสสิโก” ซึ่งเปน
สวนหนึ่งที่ปรากฏอยูในบทสวดมนตสรรเสริญพระธรรมคุณจะไดเนื้อหาสาระ
เปน รายละเอียดเพมิ่ เติม คำวา “ปญญา” ซ่ึงตรงกบั คำวา “รู” นนั้ เปน คุณสมบตั ิ
ประจำตัวอยา งหน่งึ ของมนุษยจัดเปน นามธรรม มสี มองซึ่งเปน รปู ธรรมเปนฐาน
กำเนดิ การทำงานของสมองที่กระตุนใหจ ิตเกิดปญ ญา หรอื มีความรูใ นเร่ืองราว
ตา ง ๆ ทผี่ านอายตนะท้ังหกเขา มา พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระ-
เจาอยูหัวเกี่ยวกับเรื่องวิธีการสรางปญญา ไวดังนี้ “การเรียนรูทุกอยางนั้น
จะตองเรียนความรูของผูอื่นกอนเปนเบื้องตน เมื่อรูแลวจึงมาพิจารณาดวย
เหตุผลใหเหน็ เดนชัดละเอยี ดลงไปอีกชั้นหนึ่ง ใหถึงเนื้อหาสาระ จึงจะอา งอิง
เปนหลักฐานได ไมใชเ ปนความรูอยา งเล่ือนลอย แตแ มถ งึ ข้นั ท่สี องแลว ก็ยังถือ
วา นำมาใชใหไดผลจริง ๆ ไมได ยงั จำเปนจะตอ งนำความรูนั้นมาปฏิบัติฝกฝน
อีก เพื่อใหผลประจักษแจง และเกิดความคลองแคลวชำนิชำนาญขึน้ พรอมกนั
ไปดว ย จึงจะนำไปใชปฏิบัติงานใหเ กิดผลไดไ ม ขดั ขอ ง” คำวา “รู หรือ ปญ ญา”
นี้ จึงเปนแกนนำที่ทำใหบรรลปุ ระโยชนแกต นโดยเฉพาะ เนนการพึ่งตนเองได
ในทุกระดับ เพือ่ ไมตองเปน ภาระของผูอืน่ หรือ ถวงหมูคณะ และเพือ่ พรอมที่
จะชว ยเหลือผอู ื่นรวมทั้งสว นรวม สว นคำวา “รัก” คอื การมคี วามรัก ความพอใจ
ในงานที่จะตองทำนั้น ตรงกับคำพระที่วา “ฉันทะ” ซึ่งเปนองคธรรมหนึ่งของ
“อิทธิบาท 4” ซึ่งเปนคุณธรรมที่จะนำไปสูความสำเร็จ มีองคประกอบ 4
ประการ คือ ฉันทะ มีความตองการ มีใจรัก มีความพอใจในงานที่จะตองทำ
ใจปรารถนาอยากใหงานที่จะทำ หรือกำลังทำ ประสบความสำเรจ็ บังเกิดเปน
รูปธรรมใหได วิริยะ คือ มีความพากเพียรขยันขันแข็ง มีความตั้งใจจริงท่ีจะ
ทำงานทร่ี ักนัน้ ใหส ำเร็จ ไมทอถอย เบ่อื หนา ยเมอื่ มีปญหาอปุ สรรค จิตตะ คือมี

35

35

ความตัง้ ใจจริง มีจิตฝก ใฝจดจอ หมั่นเฝาสังเกตเรือ่ งราวขาวสารที่เกี่ยวของกบั
เรื่องที่ตนรักอยูอยางใกลชิดทุกระยะ วิมังสา คือ รูจักใชปญญาไตรตรอง เฝา
ตรวจตรา ตรวจสอบงานท่ตี นกระทำดวยเหตุดวยผล เมื่อใดก็ตาม เมื่อมีความ-
รัก ความพอใจในงานที่ไดรับมอบหมายใหกระทำ โดยความริเริ่มของตนเอง
ความพากเพยี ร คือ วิริยะ ความตัง้ ใจจริง มีจิตใจฝกใฝจดจอ คือ จิตตะ และ
การทุมเทความรูสติปญญาเพ่ือใหงานนั้นประสบความสำเร็จ คอื วิมังสา ยอม
เกิดขึ้นมาเปนเงาตามตัว คำวา "รัก" ตามพระบรมราโชวาท ยังมีความหมาย
ขยายความออกไปเพ่ิมเตมิ รวมไปถึง ความรกั แบบพรหม คอื ความรักที่มีความ
เมตตา กรุณา เปนพื้นฐาน นำไปสูความปรารถนาที่จะชวยเหลือเกื้อกูล
สนับสนุนใหบุคคลอืน่ บรรลปุ ระโยชน ประคับประคองใหเขาสามารถพึ่งตนเอง
ได “สามคั คี” เปน องคธ รรมสำคญั ที่จำเปนตอ งมีอยใู นหมคู ณะบุคคล เปน แกนนำ
ที่ทำใหบรรลุประโยชนทั้งใหแกตนใหแกบุคคลอื่น และใหแกหมูคณะ
แกส ังคม หรือแกชุมชนอันเปน สวนรวมไดทงั้ สามประการในคราวเดยี วกัน เปน
พฤติกรรมที่เก้ือกูล พึงประสงค ที่สังคมพึงตอ งการโดยตามหลักพระพุทธศาสนา
ทานไดแ สดงใหเห็นถึงผลที่จะไดรบั จากสามัคคีธรรม ไวมีสาระสำคญั วา เม่ือ
ความสามัคคีเกิดขึ้นในหมูคณะ ชุมชนใด ยอมจะเกิดความรัก มีแตความสุข
ความบันเทิง รวมกันชวยเหลือทำงานเพื่อประโยชนตอสวนรวมอยางพรอม
เพรียงกัน "รู รกั สามคั ค”ี

จากคานิยมรว ม (Shared Values) “DS MCRU” ของครโู รงเรียน
สาธิตฯ ดังกลาวมาขางตน จึงเปนกรอบความคิดหลักของตนเอง ที่นำมาเปน
บรรทัดฐานในการปฏิบัติตนในการสรางสรรคคุณภาพเพื่อใหสงผลไปยัง
นักเรียนของโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ลักษณะ
ความเปนครูท่ี “การสอนเดน เนน เทคโนโลยี ครดู ขี องสังคม”

1. “ครูดีของสังคม”
ครดู ี นับเปน ปจ จัยสำคญั ทส่ี ดุ ในการนำพาโรงเรยี นสคู ุณภาพของ

การศกึ ษาได ครูนบั วาเปน ทรัพยากรทส่ี ำคัญท่สี ุด เพราะเปน สง่ิ มีชีวิตซึ่งมีจิตใจ

36

36

มีอารมณ มีสตปิ ญญา และมีความรูส ึกในการสรางคุณคาได ดวยความสามารถ
เพิ่มพูนทักษะทางดานความคิด และการปฏิบัติในทามกลางของการเปลี่ยนแปลง
อยางรวดเร็ว ครูโรงเรียนสาธิตฯ ทุกคนไดชื่อวาเปนผูมีจิตวิญญาณครูที่มีทั้ง
“จิต” ทง้ั “วญิ ญาณ” เปน สง่ิ ทอี่ ยใู นตนเอง เปนความรูแจง ความรูสึกตัว ที่แบง
ประกอบดวย 2 ลักษณะ คอื

1.1 มคี วามเปนตัวตนท่ีมลี ักษณะเฉพาะของบคุ คลซึ่งเกิดจากการ
หยง่ั รู นำไปสกู ารปฏบิ ตั ดิ วยความศรทั ธาในบทบาทของความเปนครู

1.2 ความมีคุณคาสูงสง ดวยปญญา หลักการของชีวิต ไดแก
ความดี บุญกุศล คุณธรรม จริยธรรม การรูจักผิดชอบชั่วดีมีจิตใจสูง
มีพฤติกรรมสวนตัวและพฤตกิ รรมสวนรวมเปนที่ประจักษแกสังคมและเปนที่
ยอมรับในการปฏบิ ัติหนา ที่ครูดวยคุณธรรม จริยธรรมและความปรารถนาที่
จะพัฒนาศิษยตามศักยภาพ พรอมกับตระหนักถึงการพัฒนาองครวมดวย
ความเสียสละ มีความคิดสรางสรรคเปน แบบอยางที่ดีของสังคมและเปนผูมี
จิตใจใฝตอการศึกษา พัฒนาตนเองเพื่อการปฏิรูปคุณภาพการศึกษา
ท่นี บั เปนสว นหนงึ่ ทส่ี ำคญั กบั การยกระดับคุณภาพของตนเอง ซึ่งถอื ไดว าเปน
องคประกอบสำคัญที่สุดตามเจตนารมณของการกอตั้งโรงเรยี นสาธิตฯ เพ่ือ
ตนแบบของการจัดการศกึ ษา และที่สำคัญพฤติกรรมของคณะครูดังกลาวจะ
มีอิทธิพลตอเซลลสมองกระจกเงา (mirror neuron) ที่เปนเซลลสมองของ
ผูเรียนที่ทำหนาที่เลียนแบบพฤติกรรมที่มองเห็นโดยอัตโนมัติ ครูมี
ความสำคัญมากตอสังคม และระบบการศึกษา เพราะครู คือ กระจกเงาการ-
เรียนรู นักเรียนมักเลียนแบบพฤติกรรมของครูที่เขาชื่นชอบ ถาครูแสดง
พฤติกรรมที่ดี สุภาพ มีเหตุผล แตงกายสุภาพ ใฝเรียนรู ชอบคนควา
ชอบอานหนังสือ ภาพเหลานี้ก็สะทอนเขาไปในสมองนักเรียน “เบาหลอม
ดี” ชิ้นงานที่ผลิตจากเบาหลอมยอมดีมีคุณภาพ “พอแม คุณครู ผูใกลชิด
เด็ก คนในสังคม” ถาเปนแบบอยางที่ดียอมชวยใหเด็กเยาวชนคนในสังคม
เลยี นแบบส่ิงดดี ี (ศกั ดช์ิ ยั ภเู จริญ, 2563)

37

37

2. “การสอนเดน”
การจัดการเรียนรแู บบ Active Learning เปนรูปแบบการสอน

ตามจุดเนนเชิงนโยบายรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธกิ าร (นายธีระเกียรติ
เจริญเศรษฐศิลป) ตั้งแตป พ.ศ. 2560 ลักษณะของการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning เปนการเรียนการสอนที่มุงพัฒนาศักยภาพทาง
สมอง ไดแกการคิด การแกปญหา และการนำความรูไปประยุกตใช เปด
โอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรูสูงสุด ผูเรียนสรางองค
ความรูแ ละจัดกระบวนการเรียนรูดวยตนเอง ผูเรียนมีสวนรวมในการเรียน
การสอนทั้งในดานการสรา งองคความรู การสรางปฏิสมั พันธรว มกัน สง เสริม
การมีวินัยในการทำงาน และการแบงหนาที่ความรับผิดชอบ ผูสอนสราง
สถานการณใ หผูเรยี นอาน พูด ฟง คิดอยางลุมลึก โดยผูสอนจะเปนผูอำนวย
ความสะดวกในการจัดการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเกิดจากประสบการณ
(ไชยยศ เรืองสุวรรณ, 2553) จะเห็นวากระบวนการจัดการเรียนรูแบบ
Active Learning มีความสอดคลองกับการจัดการเรียนรูท ี่ตอบสนองทกั ษะ
ศตวรรษที่ 21 ตามตัวแบบ Partner ship 21st ที่มีเปาหมายจัดการเรียนรู
ของนกั เรยี นนกั ศกึ ษาทวั่ โลก เพ่อื ใหพ ลโลกเกดิ ผลลพั ธการเรยี นรูท่ีเกดิ ทกั ษะ
การเรียนรู และทักษะชีวิตที่ประกอบดวย 3R 8C (สวนแผนการศึกษาชาติ
พ.ศ. 2560 – 2579 ที่ใหมีทักษะการเรียนรูระดับ Core Subject ในระดับ
Mastery Learning (การเรยี นรูแบบเปนนายตนเอง) มีทักษะในการรวมมือ
ทักษะในการสื่อสาร มีทักษะในการคิดเชิงวิจารณญาณ มีทักษะในการคิด
สรางสรรคและสรางนวัตกรรม และมีทักษะชีวิต อาชีพ ทักษะในการใช
เทคโนโลยอี ยางชาญฉลาด ดังภาพที่ 1

38

38

ภาพท่ี 1 Century Student Outcomes Support Systems
เพื่อตอบสนองผลลพั ธก ารเรยี นในศตวรรษท่ี 21 ดงั กลา ว มหาวิทยาลยั

ราชภัฏหมูบานจอมบึง ประกาศเปนมหาวิทยาลัย Active Learning เมื่อป
พ.ศ. 2560 เพื่อเปนแนวทางการจัดการเรียนรูแกผูเรยี นสำหรับอาจารยใน
มหาวิทยาลัยทุกคน และถายทอดยังนักศึกษาสาขาวิชาครุศาสตรที่จะตอง
เปนครูในอนาคต เรียกตัวแบบการจัดการเรียนรู MCRU meta Active
Learning ไดมีการถายทอดแนวคิดวิธีการแพรหลายไปยังทุกคณะวิชาใน
มหาวทิ ยาลยั ทจี่ ดั การศึกษาระดับปรญิ ญาตรี และถา ยทอดถึงโรงเรยี นสาธิต-
แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ปจจัยหลักของความสำเร็จของ
การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning อยูที่ทำอยางไรผูเ รียนเรยี นอยา งมี
ความสุข สรางองคความรูดวยตนเอง และเกิดการคิดขั้นสูง (ในระดับ
วิเคราะหหรือ คิดประเมินคา หรือคิดสังเคราะห) ตามทฤษฎีการเรียนรู
ของบลูม (Bloom’s Taxonomy) ซึ่งดานปญญาทีจ่ ำแนกความสามารถจาก
ระดับต่ำสุดไปสูระดับสงู 6 ระดับ คอื 1) การจำ เปนความสามารถในการเก็บรกั ษา
มวลประสบการณต า ง ๆ จากการทีไ่ ดรับรไู วแ ละระลกึ สิ่งนัน้ ได 2) การเขาใจ เปน

39

39

ความสามารถในการจับใจความสำคัญของสื่อ และสามารถแสดงออกมา
ในรูปของการแปลความ ตีความ คาดคะเน ขยายความ หรือ การกระทำอื่น ๆ
3) การประยุกตใช ผูเรียนสามารถนำความรู ประสบการณไปใชในการ
แกปญ หาในสถานการณตาง ๆ ได ซึ่งจะตองอาศัยความรูความเขาใจ จึงจะ
สามารถนำไปใชไ ด 4) การวิเคราะห ผูเรยี นสามารถคิด หรือแยกแยะเรอ่ื งราว
สิ่งตาง ๆ ออกเปนสวนยอยเปนองคประกอบที่สำคัญได และมองเห็น
ความสมั พนั ธของสว นท่ีเก่ียวของกัน 5) การประเมนิ คุณคา เปน ความสามารถใน
การตัดสิน ตีราคา หรือ สรุปเกี่ยวกับคุณคาของสิ่งตาง ๆ ออกมาในรูปของ
คุณธรรมอยางมีกฎเกณฑที่เหมาะสม ซึ่งอาจเปน ไปตามเนื้อหาสาระในเรื่อง
น้ัน ๆ หรืออาจเปน กฎเกณฑท ส่ี ังคมยอมรับกไ็ ด และ 6) การสรางสรรค เปน
ความสามารถในการทผี่ สมผสานสวนยอ ย ๆ เขา เปน เรอ่ื งราวเดยี วกันอยางมี
ระบบ เพื่อใหเกิดสิ่งใหมที่สมบูรณและดีกวาเดิม อาจเปนการถายทอด
ความคดิ ออกมาใหผูอืน่ เขา ใจไดง า ย การกำหนดวางแผนวธิ ีการดำเนินงานขึน้
ใหม หรือ อาจจะเกิดความคิดในอันที่จะสรางความสัมพันธของสิ่งที่เปน
นามธรรมข้ึนมาในรูปแบบ หรือ แนวคิดใหม ซึ่งเปนการจดั การเรียนรูที่เนน
การคิดที่หมายถึงกระบวนการทำงานของสมองโดยใชประสบการณมา
สัมพันธกับสิ่งเรา และสภาพแวดลอมโดยนำมาวิเคราะห เปรียบเทียบ
สังเคราะห และประเมินอยางมีระบบและเหตุผล เพื่อใหไดแนวทางใน
การแกปญหาอยางเหมาะสมหรือสรางสรรคสิ่งใหม เนนใหมีทักษะการคิด
หมายถึง ความสามารถในการแสดงหาขอมูลโดยการอธิบายถึงสาเหตุทีม่ าของ
ปญหา และปรากฏการณคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากสาเหตุและปจ จัยตาง ๆ
แปลความหมายและสรุปความสมั พันธของส่ิงตางๆ และเปน การแสวงหาวิธีการ
ปฏิบัติเพอื่ รวบรวมขอมูล จัดกระทำขอมูล สื่อความหมายขอมูลและตรวจสอบ
พิสูจนขอมูล องคประกอบของการคิดวิเคราะหซึง่ แบงออกเปน 4 ประการ
คือ 1) ความสามารถในการตีความ เราไมส ามารถวิเคราะหส ่ิงตาง ๆ ไดหาก
ไมเริ่มตนดวยการทำความเขาใจขอมูลที่ปรากฏ เร่ิมแรกเราจึงตองพิจารณา
ขอมลู ทไ่ี ดร ับวาอะไรเปนอะไร ดว ยการตีความ การตีความ หมายถึง การพยายาม

40

40

ทำความเขาใจและใหเหตุผลแกสิ่งที่เราตองการจะวิเคราะหเพื่อแปล
ความหมายที่ไมปรากฏโดยตรงของส่ิงน้ัน เปนการสรางความเขาใจตอสิ่งที่
ตองการวิเคราะห โดยสิ่งนั้นไมไดปรากฏโดยตรง คือ ตัวขอมูลไมไดบอก
โดยตรง แตเปนการสรา งความเขาใจที่เกินกวาสิ่งทีป่ รากฏ อันเปนการสราง
ความเขาใจบนพื้นฐานของสิ่งท่ีปรากฏในขอมูลท่ีนำมาวิเคราะหเกณฑที่แต
ละคนใชเปนมาตรฐานในการตัดสินใจใน การตีความนั้นยอมแตกตางกันไป
ตามความรู ประสบการณ และคา นยิ มของแตละบคุ คล 2) ความรูค วามเขา ใจ
ในเรื่องที่จะวิเคราะห เราจะคิดวิเคราะหไดดีนั้นจำเปนตองมีความรูความ
เขาใจพื้นฐานในเรื่องนั้น เพราะความรูจะชวยกำหนดขอบเขตของ
การวิเคราะหแจกแจงและจำแนกไดวาเรื่องนั้นเกี่ยวของกับอะไร มี
องคประกอบยอย ๆ อะไรบางมีกี่หมวดหมู จัดลำดับความสามารถอยางไร
และรูวาอะไรเปนสาเหตุ การวิเคราะหของเราในเรื่องนั้นจะไมสมเหตุสมผล
เลย หากเราไมมีความรูความเขาใจเรื่องนั้น เราจำเปนตองใชความรูที่
เกีย่ วขอ งมาเปนองคประกอบในการคิด ถา เราขาดความรู เราอาจไมส ามารถ
วิเคราะหหาเหตุผลไดวาเหตุใดจึงเปนเชนนั้น 3) ความชางสังเกต ชางสงสัย
และชางถาม นักคิดเชิงวิเคราะหจะตองมีองคประกอบทั้งสามนี้รวมกันคือ
ตองเปนคนชางสังเกต สามารถคนพบความผิดปกติทามกลางส่ิงที่ดูอยางผิว-
เผินแลวเหมอื นไมมีอะไรเกดิ ขึ้น ตองเปนคนชางสงสัย เมื่อเห็นความผิดปกติ
ไมละเลยไป แตหยุดพิจารณาขบคดิ ไตรตรอง และตองเปนคนชางถาม ชอบ
ตั้งคำถาม คำถามจะนำไปสูการสืบคนความจริง และเกิดความชัดเจนใน
ประเด็นที่ตองการวิเคราะห 4) ความสามารถในการหาความสัมพันธเชิง
เหตุผล นักคิดเชิงวิเคราะหจึงตองเปนผูที่มีความสามารถในการใชเหตุผล
จำแนกแยกแยะไดวาสิ่งใดเปนความจริง สิ่งใดเปนความเท็จ สิ่งใดมี
องคประกอบในรายละเอียดเชื่อมโยงสัมพนั ธกันอยางไร ครูโรงเรียนสาธิตฯ
เขาใจเรื่องของความจำกบั การเรียนรูอยางชัดเจน เพื่อนำไปจัดการเรียนรูวา
ความจำหมายถึง การเก็บรักษาขอมูลไวในระยะเวลาหนึ่ง อาจจะเก็บไวใน
ชวงเวลาส้ัน ๆ ประมาณ 1-2 วินาที หรอื อาจจะเก็บรกั ษายาวนานตลอดชีวิต


Click to View FlipBook Version