กก
สาสนจ ากผอู ำนวยการโรงเรียน
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง กอตั้งดวย
วัตถุประสงคของการเปนโรงเรียนตนแบบในการจัดการศึกษา และพัฒนา
ทอ งถิ่น มองเห็นควรความจำเปนที่ตองสงเสริมผูเรียนอันเปนเยาวชนของ
ชาติใหเปน ผูที่มที ักษะในดา นการคดิ เปนสำคัญ ในอนั ทจี่ ะไดรับการพัฒนาให
ผูเรียนมีผลลัพธการเรียนรูในทักษะการเรียนรูสิ่งที่ซับซอน ที่สามารถจำ
เขาใจ ประยุกต วิเคราะห ประเมนิ และสรางสรรค มีคุณลักษณะของผูเรยี น
ในการยืดหยุนและปรับตัว การเปนตัวของตัวเอง มีความเปนผูนำมีความ
รับผิดชอบ เปนผูมีความคิดสรางสรรคและนวัตกรรม การคิดอยางมี
วิจารณญาณ การแกปญหา การสื่อสาร มีคุณลักษณะที่พึงประสงคของ
ผูเรียนในศตวรรษที่ 21 ควรประกอบดวยคุณลักษณะ 4 ดาน ไดแก
คุณลักษณะดานความรู คือเปนผูใฝรูใฝเรียนและกลาแสดงออกในทาง
สรางสรรค รักการเรียนรูและทักษะการสรางองคความรูดวยตนเอง มี
คุณลักษณะดานความคิด ไดแ ก การคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิด
อยางมีวิจารณญาณ และการคิดสรางสรรค สามารถสรางสรรคนวัตกรรม มี
ทักษะชีวิตและการทำงาน ทักษะดานสื่อเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ
คุณลักษณะดานคุณธรรมคือ การมีจิตสำนึกและคานิยมที่ดีงามที่ดีการมีจิต
สาธารณะ ความซื่อสัตยสุจริต ความมีระเบียบวินัยและความรบั ผิดชอบตอ
ตนเองและสงั คมไดกำหนดมีปรัชญาหลักสูตรเพื่อตอบสนองแนวคิดดงั กลา ว
วา “การคิดเปนเมล็ดพันธุแหงความงอกงามของมนุษย” ฐานสำคัญการ
พัฒนานักเรียนสาธิตฯ เพื่อบรรลุเปาหมายดังกลาวคือเอกลักษณของครู
โรงเรยี นสาธิตแหงมหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบงึ
“การสอนเดน เนน เทคโนโลยี ครูดีของสงั คม”
(ผูชว ยศาสตราจารยวจิ ารณ สงกรานต)
ผอู ำนวยการโรงเรยี นสาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภฏั หมูบานจอมบงึ
ขข
คำนำ
คูมือนักเรียน ประจำปการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง จัดทำขึ้นเพื่อเปนเอกสารหรือคูมือ
สำหรับแนะนำขอมลู เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน ระเบยี บ ประกาศ
และแนวปฏิบัติตน ตลอดจนขอมูลตาง ๆ ของโรงเรียนที่เกี่ยวกับการเปน
นกั เรยี นโรงเรียนสาธิตแหงมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบงึ
นักเรียนและผูปกครองจำเปนตองศึกษารายละเอียดดังกลาว เพ่ือ
การดแู ลความประพฤติ และเพอ่ื เปน แนวทางในการปฏิบัติตนอยางเหมาะสม
กับการเปนนักเรียนโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
สบื ไป
ฝายบรหิ ารงานวชิ าการ
โรงเรียนสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู านจอมบึง
มีนาคม 2564
คค
สารบัญ
เร่ือง หนา
สาสนจากผูอำนวยการโรงเรียน......................................................... ก
คำนำ.................................................................................................. ข
สารบญั ............................................................................................... ค
ปฏทิ นิ วชิ าการ ปก ารศกึ ษา 2564....................................................... ฉ
ตอนท่ี 1 แนะนำโรงเรียนสาธติ แหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏ-
หมบู า นจอมบึง.............................................................. 1
1.1 ประวัติโรงเรยี น................................................................... 2
1.2 ปรัชญาโรงเรยี น................................................................... 3
1.3 คำขวัญโรงเรยี น................................................................... 3
1.4 สปี ระจำโรงเรยี น................................................................. 4
1.5 คตธิ รรมประจำโรงเรยี น...................................................... 4
1.6 อัตลักษณ. ........................................................................... 4
1.7 อักษรยอ โรงเรยี น................................................................ 4
1.8 ตน ไมประจำโรงเรยี น.......................................................... 4
1.9 ตราสัญลกั ษณโ รงเรียน........................................................ 4
1.10 วสิ ยั ทัศน........................................................................... 5
1.11 พันธกจิ ............................................................................. 5
1.12 เปาประสงค. ...................................................................... 5
1.13 ภารกิจของโรงเรียน........................................................... 6
1.14 เพลงมารช โรงเรยี น............................................................ 6
1.15 ชอ งทางการติดตอ ............................................................. 7
1.16 ทำเนยี บผูบริหาร.................................................................8
1.17 ทำเนียบครูและบคุ ลากร................................................... 9
1.18 โครงสรา งการบรหิ ารโรงเรียนสาธติ ฯ................................ 18
1.19 ขอมูลนักเรียน................................................................... 19
ตอนท่ี 2 แนวทางการจัดการเรยี นรูโ รงเรียนสาธติ แหง
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบา นจอมบงึ .................................25
ง
ง
เรื่อง หนา
ตอนที่ 3 หลักสูตรสถานศกึ ษา.........................................................48
คำนำ.......................................................................................... 49
สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น........................................................ 51
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค. ........................................................ 52
โครงสรางเวลาเรยี นหลกั สูตรสถานศึกษา ระดับมัธยมศกึ ษา
ตอนตน....................................................................................... 53
โครงสรา งเวลาเรยี นหลกั สตู รสถานศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษา
ตอนปลาย.................................................................................. 61
กิจกรรมพัฒนาผเู รียน................................................................ 72
1. กิจกรรมแนะแนว.................................................................. 76
2. กจิ กรรมลกู เสือเนตรนารสี ามญั รุนใหญ................................... 78
3. กจิ กรรมชุมนมุ ....................................................................... 78
4. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน. ............................. 80
5. กิจกรรมอัตลกั ษณส าธติ ......................................................... 82
เปาหมายในการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรียนสาธติ แหง
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมูบานจอมบึง........................................... 83
ตอนท่ี 4 ระเบียบ ขอบังคบั ประกาศ และแนวปฏบิ ตั ิ.................... 88
ระเบยี บสถานศึกษาวา ดวยการประเมินผลการเรยี นตาม
หลกั สตู รการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โรงเรียน
สาธติ แหง มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมูบานจอมบึง พ.ศ. 2558........ 89
ระเบยี บโรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบงึ
วา ดว ย วถิ ชี ีวิตและการพัฒนาพฤตกิ รรมนักเรยี น พ.ศ.
2563........................................................................................ 109
ประกาศโรงเรยี นสาธติ แหง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบงึ
วา ดว ยการสอบ........................................................................... 121
ประกาศโรงเรยี นสาธติ แหงมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมูบ า นจอมบึง
วาดว ยเครื่องแบบและการแตง กาย............................................. 124
ขอ ปฏบิ ัติในการใชห อ งสมุดทรพั ยค ริ .ี ......................................... 137
จ
จ
เร่อื ง หนา
การใชหอ งปฏิบัตกิ ารและการยืมวสั ดแุ ละอปุ กรณทาง
วิทยาศาสตร. .............................................................................. 139
กฎระเบียบและความปลอดภยั ในการใชห องปฏิบัตกิ าร
วิทยาศาสตร. ............................................................................... 140
ขอปฏิบตั ิในการเขาใชหองคอมพิวเตอร...................................... 141
ขอปฏบิ ัติการเขาใชห องพยาบาล................................................. 142
งานการเงนิ และการชำระเงนิ ตาง ๆ.......................................... 143
ตอนท่ี 5 ผลงานนักเรียน และภาพกจิ กรรม.................................. 144
ผลการทดสอบระดบั ชาตขิ นั้ พืน้ ฐาน ม.3 และ ม.6 ปก ารศกึ ษา
2562........................................................................................ 145
ผลงานนกั เรียน........................................................................... 146
ภาพกจิ กรรม............................................................................... 150
ตอนที่ 6 ภาพเครอื่ งแตง กาย..........................................................166
คณะทำงาน.................................................................................. 170
ฉฉ
ประกาศโรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ า นจอมบงึ
เรอ่ื ง ปฏิทินวิชาการ ปการศกึ ษา 2564
โรงเรียนสาธติ แหงมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบงึ
..............................................................................................
เพื่อใหการดำเนินการจัดการเรียนการเรียนการสอนเปนไปตาม
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ-
หมูบา นจอมบงึ ไดจ ัดทำปฏิทนิ วิชาการ ปก ารศึกษา 2564 ดังนี้
ท่ี รายการ กำหนดวนั
1 ประกาศรบั สมคั รนกั เรยี นใหมปการศึกษา 2564 (ม.1 และ ม.4) 14 กุมภาพันธ 2564 (วันสุดทา ย)
2 สอบคดั เลือกนกั เรียนใหมป การศกึ ษา 2564 (ม.1 และ ม.4) 20 กุมภาพันธ 2564
3 ประกาศผลสอบคดั เลอื กนักเรยี นใหมป การศึกษา 2564 (ม.1 5 มนี าคม 2564
และ ม.4)
4 รบั รายงานตวั นกั เรยี นใหมป การศกึ ษา 2564 (ม.1 และ ม.4) 15-16 มนี าคม 2564
5 รับมอบตวั นกั เรยี นใหมป การศกึ ษา 2564 (ม.1 และ ม.4) 8 พฤษภาคม 2564
6 โครงการเตรยี มความพรอ มสำหรับนกั เรียนใหม (ปรบั พ้ืนฐาน) 9-16 พฤษภาคม 2564
7 เปดภาคเรยี นท่ี 1/2564 17 พฤษภาคม 2564
8 นักเรียนยนื่ คำรอ งขอแกไขผลการเรยี น ครั้งที่ 1 ภาคเรียนที่ 17-28 พฤษภาคม 2564
2/2563
9 หยุดวนั วิสาขบูชา 26 พฤษภาคม 2564
10 นักเรียนยน่ื คำรอ งขอแกไขผลการเรียน คร้งั ที่ 2 ภาคเรยี นที่ 31 พฤษภาคม -11 มิถุนายน 2564
2/2563
11 หยดุ วันคลา ยวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจา สุทดิ าฯ 3 มิถนุ ายน 2564
12 กจิ กรรมวนั สนุ ทรภแู ละวันภาษาไทย (กลุมสาระฯภาษาไทย) 25 มถิ นุ ายน 2564
13 สอบกลางภาคเรยี นท่ี 1/2564 19 - 23 กรกฎาคม 2564
14 หยุดชดเชยวนั อาสาฬบชู า 26 กรกฎาคม 2564
15 วนั หยดุ เพ่ิมเปนกรณพี ิเศษตามมติ ครม. 29 ธ.ค.2563 27 กรกฎาคม 2564
16 หยดุ วันเฉลมิ พระชนมพรรษาพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหัว 28 กรกฎาคม 2564
มหาวชิราลงกรณฯ
17 พิธีไหวค รู ประจำปก ารศึกษา 2564 (ชว งเชา ) 10 มถิ ุนายน 2564
18 กิจกรรมทศั นศึกษา (นกั เรียนช้นั มัธยมศึกษาตอนปลาย) 6 สงิ หาคม 2564
19 กิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจาสิริกิตต์ิ 11 สิงหาคม 2564
พระบรมราชินี
พระบรมราชชนนพี ันปห ลวง (ชว งเชา )
20 หยดุ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจา สิรกิ ิตติ์ พระ 12 สงิ หาคม 2564
บรมราชินี พระบรมราชชนนพี ันปห ลวง
ชช
ท่ี รายการ กำหนดวัน
21 งานสปั ดาหว ทิ ยาศาสตร 16-20 สิงหาคม 2564
22 สอบ TCAS Mock Exam ม.3 และ ม.6 สงิ หาคม - กันยายน 2564
23 คายเยาวชน คนคุณธรรมสูผูนำยคุ 4.0 (ม.2 และ ม.5) 18-19 กันยายน 2564
24 สอบปลายภาคเรียนที่ 1/2564 27 กันยายน-1 ตุลาคม 2564
25 นักเรยี นตดิ ตามผลคะแนนกับอาจารยป ระจำวิชา 4-8 ตลุ าคม 2564
26 อาจารยประจำวิชาสงผลคะแนนใหฝ า ยวิชาการ (วันสุดทา ย) 15 ตุลาคม 2564
27 ปด ภาคเรียนที่ 1/2564 18-29 ตลุ าคม 2564
28 หยุดวันคลายวนั สวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร 13 ตลุ าคม 2564
มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช พบรมนาถบพิตร
29 หยดุ วันออกพรรษา 21 ตุลาคม 2564
30 หยดุ ชดเชยวนั ปยมหาราช (เลือ่ นจาก 25 ตุลาคม 2564 ตาม 22 ตลุ าคม 2564
มติ ครม. 29 ธ.ค.2563)
31 เปดภาคเรียนที่ 2/2564 1 พฤศจิกายน 2564
32 นักเรียนย่นื คำรองขอแกไขผลการเรยี น ครง้ั ท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1-12 พฤศจิกายน 2564
1/2564
33 นักเรียนยืน่ คำรองขอแกไขผลการเรยี น ครง้ั ท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 15-26 พฤศจิกายน 2564
1/2564
34 วันคลา ยวันสถาปนาโรงเรียน 5 พฤศจกิ ายน 2564
35 ประชุมผปู กครอง ภาคเรยี นที่ 1/2564 13-14 พฤศจกิ ายน 2564
36 นักเรียนทดสอบในโครงการประเมินและพัฒนาสูค วามเปน เลิศ กนั ยายน 2564
ทางคณิตศาสตรและวทิ ยาศาสตร หรอื TEDET (Thailand
Educational Development and Evaluation Tests)
(เฉพาะนกั เรียนที่รว มโครงการฯ)
37 โครงการธรรมศกึ ษาในโรงเรยี น พฤศจกิ ายน 2564
38 โครงการทดสอบ ASMO THAI 2020 (คณิตศาสตร พฤศจิกายน 2564
ภาษาองั กฤษ และวิทยาศาสตร) (เฉพาะนักเรยี นทร่ี วมโครงการ)
39 หยดุ ชดเชยวนั เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเดจ็ พระบรม 6 ธนั วาคม 2564
ชนกาธเิ บศรมหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช พบรมนาถบพิตร
40 หยดุ วันรัฐธรรมนญู 10 ธันวาคม 2564
41 คายคณิตศาสตร- ดาราศาสตร ปท่ี 3 (เฉพาะนักเรยี นทรี่ วม 11-12 ธนั วาคม 2564
โครงการ)
42 สปั ดาหหองสมุด 20-24 ธันวาคม 2564
43 กจิ กรรมวนั คริสตม าส 24 ธันวาคม 2564
44 วนั หยุดสิน้ ป 31 ธันวาคม 2564
45 วันหยดุ ขึ้นปใ หม 1 มกราคม 2565
46 วันชดเชยหยดุ ขนึ้ ปใหม 3 มกราคม 2565
47 สอบกลางภาคเรียนที่ 2/2564 4-6 มกราคม 2565
48 คายปฏิบตั กิ ารวิทยาศาสตร ครง้ั ที่ 4 8-9 มกราคม 2565
49 หยดุ วนั มาฆบูชา 15 กุมภาพนั ธ 2565
ซซ
ที่ รายการ กำหนดวัน
50 การทดสอบ Oxford Online Placement (CEFR) ม.3 และ 8-12 มนี าคม 2565
ม.6
51 สอบ O-Net ม.3 ปการศกึ ษา 2564 (คาดการณ) กุมภาพันธ-มีนาคม 2565
52 สอบ O-Net ม.6 ปการศึกษา 2564 (คาดการณ) มนี าคม 2565
53 สอบ GAT-PAT (คาดการณ) มนี าคม 2565
54 สอบ 9 วิชาสามัญ (คาดการณ) มนี าคม 2565
55 สอบปลายภาคเรียนที่ 2/2564 14-18 มีนาคม 2565
56 นกั เรยี นติดตามคะแนนและผลการเรยี น 21-25 มีนาคม 2565
57 อาจารยประจำวิชาสงผลคะแนนใหฝ า ยวิชาการ (วนั สุดทา ย) 25 มนี าคม 2565
58 ประกาศผลการเรียนภาคเรียนที่ 2/2564 31 มีนาคม 2565
59 อนมุ ัติผลการจบหลกั สูตร ม.3 และ ม.6 31 มนี าคม 2565
60 กิจกรรมปจฉมิ นิเทศ ม.3 และ ม.6 31 มีนาคม 2565
หมายเหตุ : ปฏิทนิ อาจมกี ารเปลย่ี นแปลงตามความเหมาะสม
1
11
ตอตนอทน่ี 1ที่ 1
แนแะนะำนโรำงโเรรงยี เนรียสนาธสิตาธแิตหแงหมหงมาหวิทาวยิทาลยยัาลรายั ชรภาชัฏภหัฏมหูบมาูบนาจนอจมอบมึงบึง
2
2
1.1 ประวตั ิโรงเรียน
ดวยมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบึง เหน็ ถึงความจำเปนในการ
พัฒนาการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานใหมีคุณภาพ เทียบเทา
มาตรฐานสากล และสอดคลองกับบริบทของศตวรรษที่ 21 ที่มุงใหการจัด
การศึกษาตองพัฒนาผูเรยี นตั้งแตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อใหมีทักษะ
แหงศตวรรษที่ 21 อันประกอบดวย ทักษะการคิดอยางมีวิจารณญาณ
ทักษะการคิดแกปญหา ทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางมี
ประสิทธิภาพเพื่อการสรางสรรคนวัตกรรม ทักษะชีวิตเพื่อความรวมมือใน
การทำงานเปนทีม ทักษะการสื่อสาร ทักษะทางภาษา ตลอดจนการมี
คุณธรรมจรยิ ธรรม เพ่อื การเปน พลเมอื งทด่ี ี และการเปน พลโลกท่มี คี ณุ ภาพ
การนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ านจอมบึง ซึ่งเปนสถาบัน อุดมศกึ ษา
ท่ีมุงพัฒนาทองถิ่นใหมีความเจริญกาวหนาทัดเทียมนานาอารยประเทศ มี
พันธกิจสำคัญประการหนึ่งคือการจัดการศึกษาและการใหบริการทาง
การศึกษาอยางมีคุณภาพจึงไดดำเนินการจัดทำโครงการเสนอตอสภา
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบ า นจอมบงึ เพอื่ จัดต้งั โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมูบานจอมบึงใหเปนโรงเรียนตนแบบ และเปนแหลงเรียนรูใ นการ
จัดการเรียนการสอนที่มุงพัฒนาทักษะการคิด และทักษะการสื่อสารได
หลากหลายภาษา โดยสรางความโดดเดนใหแกผูเรียน ดานวิทยาศาสตร
คณติ ศาสตร และภาษาตา งประเทศ สภามหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู า นจอมบึง
ในคราวประชุมคร้ังท่ี 10/2554 เม่ือวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ไดมีมติให
ความเห็นชอบการจัดตั้งโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบงึ
โดยใหมหาวิทยาลัยเปดรับนักเรียนไดตั้งแตปการศึกษา 2556 เปนตนไป
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยไดกำหนดใหโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมูบานจอมบึงเปนหนวยงานภายในตามกฎหมายมีฐานะเทียบเทาคณะ
ข้นึ ตรงตออธกิ ารบดี ซง่ึ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบา นจอมบึงไดประกาศจัดต้ัง
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบา นจอมบึง เมื่อวันพฤหัสบดที ี่ 7
3
3
พฤศจกิ ายน 2556 จึงถือเปน วนั ทก่ี อ กำเนิดโรงเรยี นอยางเปน ทางการในวันน้ี
และผอู ำนวยการโรงเรียนคนแรกคอื นายประพัฒน คหินทรพงษ
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงเปดทำการ
สอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1
โดยมีผูช วยศาสตราจารย ดร. ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดีมหาวิทยาลยั ราช-
ภัฏหมูบานจอมบึงทำหนาที่ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียน และ
ผูอำนวยการคนปจจุบัน คือ ผูชวยศาสตราจารยวิจารณ สงกรานต
การจัดการเรียนการสอนโดยใชอาคารเรียนโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมูบานจอมบึง ที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณแผนดินใน
ปง บประมาณ พ.ศ. 2558 มูลคาการกองสราง 80 ลานบาท เปนอาคารเรยี น
สมบูรณแบบประกอบไปดวย หองเรียนมาตรฐาน หองปฏิบัติการทาง
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร ภาษาตางประเทศ คอมพิวเตอร หองสมุด
หองอาหาร และสนามกีฬาในอาคาร ตง้ั อยูเ ลขท่ี 174 หมทู ี่ 5 ถนนเล่ียงเมอื ง
ราชบุรี (ถนนบายพาส) ตำบลดอนตะโก อำเภอเมอื ง จงั หวดั ราชบรุ ี ทีม่ ีความ
เหมาะสมอยางยิ่งในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนใหมีสมรรถนะตาม
แผนการศึกษาชาติ ฉบับป พ.ศ. 2560-2579 ครูผูสอนประกอบดวยครู
ประจำการของโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง และ
คณาจารยจากมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู า นจอมบงึ
1.2 ปรชั ญาโรงเรียน
“การคิดเปนเมลด็ พนั ธแุ หง ความงอกงามของมนษุ ย”
(Thought is the seed of Exuberant.)
1.3 คำขวญั โรงเรยี น
ความคิดคูคณุ ธรรม ล้ำเลศิ วชิ าการ สรรคส รา งนวัตกรรม
4
4
1.4 สปี ระจำโรงเรียน
น้ำเงนิ คือ สถาบันพระมหากษัตรยิ ผูใหก ำเนิดและพระราชทานนาม
“สถาบันราชภฏั ”
เขียว คอื เมลด็ พนั ธุแหงความงอกงามของมนุษย
เหลอื ง คอื ความเจรญิ รงุ เรืองทางคุณธรรมและปญ ญา
1.5 คตธิ รรมประจำโรงเรยี น
สุโข ปญฺ า ปฏิลาโภ
ความไดป ญ ญา กอ ใหเกิดสุข
1.6 อัตลกั ษณ
“จติ อาสา กลา คิด กลาทำ กลานำอยางสรางสรรค”
1.7 อักษรยอโรงเรียน
สธ.มจ.
1.8 ตนไมประจำโรงเรียน
ตนราชพฤกษ
1.9 ตราสญั ลักษณโ รงเรยี น
ตราสญั ลกั ษณประจำมหาวิทยาลยั ราชภัฏ
เปนรูปพระราชลัญจกรประจำพระองค รชั กาลที่ 9
ใตตราสัญลักษณ เปนชื่อโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบึง
5
5
1.10 วสิ ัยทศั น
เปนโรงเรียนที่สรางนักเรยี นใหเปนนักคิดที่สามารถปฏิบัติไดอยาง
สรางสรรค ดวยทักษะและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
1.11 พันธกิจ
1. จัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพมาตรฐาน
การศึกษา มุงเนนการเรียนการสอนคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และ
ภาษาตางประเทศ โดยเนนผูเรียนเปนสำคัญและสงเสริมพัฒนาการของ
นักเรียนทั้งรางกาย อารมณ สังคม สติปญญา โดยคำนึงถึงความแตกตาง
ระหวางบุคคล นำนักเรียนเขา สสู งั คมการเรยี นรทู ย่ี ัง่ ยนื
2. สงเสริมการทำวิจัย และงานสรางสรรคที่นำมาใชในการจัด
การเรียนการสอน เพอื่ ยกระดบั ศกั ยภาพของนักเรยี นและครู
3. มุงสงเสริมและแลกเปลี่ยนความสัมพันธกับสถานศึกษาช้ันนำ
ทัง้ ในและตางประเทศ
4. อนรุ ักษแ ละเผยแพรว ัฒนธรรมอันดงี ามของทองถิ่น
1.12 เปา ประสงค
1. นักเรียนทุกคนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และมาตรฐานสากล
2. นักเรียนระดับมธั ยมศึกษาไดร ับโอกาสในการศึกษาอยางทั่วถึง
และมคี ุณภาพ
3. ครูและบุคลากรทางการศึกษาไดรับการพัฒนาสูมืออาชีพ
และไดร ับสงเสริมเขาสวู ทิ ยฐานะท่สี งู ขึน้
4. สถานศึกษาจัดการศึกษาไดคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐานและมาตรฐานการปฏิบัตงิ านโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา
5. โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ
มาตรฐานและเปน องคก รที่มคี ณุ ภาพโดยการมีสว นรว มของทกุ ภาคสวน
6
6
1.13 ภารกิจของโรงเรียน
1. เพ่ือจดั การเรยี นการสอนและการจดั กจิ กรรมตา ง ๆ ทีส่ นับสนุน
สงเสริมการเรียนรูของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาใหมีจุดเดนดาน
คณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร และภาษาตางประเทศ
2. เพื่อใหนักเรยี นไดมีโอกาสเรียนรูและเขาใจความกา วหนาของ
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยีโดยอาศัยการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภฏั
หมูบานจอมบึงในดานการจัดหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการ
บริหารจัดการ
3. เพ่อื ผลิตนักเรียนทม่ี ีความสามารถในกระบวนการเรียนรู การคิด
วิเคราะหความเปนเลิศในดานวิชาการ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีความ
พรอม ความสามารถท่ีจะศึกษาตอในระดับอุดมศึกษา และการเขาสู-
ประชาคมอาเซียน
1.14 เพลงมารช โรงเรียน
โรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัย ราชภฏั หมบู า นจอมบึง
โรงเรยี นดมี ีคณุ คาตราตรงึ ซาบซ้ึงใจเราเนานาน
ปณิธานเทดิ ไวใ นดวงจติ กลา คดิ กลา ทำ นำสรา งสรรค
มีคุณธรรมเลิศลำ้ วชิ าการ มผี ลงานนวตั กรรมนำไทย
* สนี ำ้ เงนิ เขียว เหลอื ง เรอื งอรา ม งามสมนามเล่ืองลือระบือไกล
ลูกสาธติ จอมบงึ มีวนิ ยั ดำรงไวซ ่ึงคณุ คา ความดี
พวกเราพีน่ องรวมใจใหเ ปนหนง่ึ ราชภฏั จอมบงึ เปน ศักด์ิศรี
โรงเรียนสาธติ งามสงา ทว่ั ธานี คูร าชบรุ ี คไู ทย ไชโย
(* ซ้ำ)
(ผูประพันธ นายสวุ ัฒน แสนทว)ี
7
77
1.115.1ช5อชงทองาทงกางากรตารดิ ตตดิ อ ตอ
ที่อทย่ีอู ยู โรงโเรรงียเนรียสนาธสิตาธแิตหแง หมหง มาหวิทาวยทิาลยัยาลรายั ชรภาชัฏภหัฏมหูบมาบูนาจนอจมอบมึงบงึ
เลขเลทขี่ 1ท7ี่ 147ห4มหู 5มูต5ำตบำลบดลอดนอตนะตโกะโอกำเอภำอเภเมอือเมงือง
จังหจังวหดั วรดัาชรบาชุรบี 7ุร0ี 700000
เบอเบรอโ ทรรโ ทศรัพศทัพ ท 06026-322-30206206000
เว็บเวไซ็บตไซโ รตงโ เรรงียเนรยี น htthpt:t/p/w://wwww.swa.tsiatmtitcmruc.rauc..atch.th
FacFeacbeobookok @s@atsiatmtitcmrucru
แผแนผทนี่โรทงี่โเรรงยี เรนียสนาสธิตาธแิตหแง หมงหมาหวาทิ วยทิ ายลาัยลรยัาชราภชัฏภหัฏมหบู มาบูนาจนอจมอบมึงบึง
(พ(กิ พดั กิ 1ัด31.530.580981961, 69,99.890.830936906)0)
8
8
1.16 ทำเนยี บผูบริหาร
ที่ ชอ่ื – สกลุ ตำแหนง ระยะเวลาการ
ดำรงตำแหนง
1. นายประพัฒน คหนิ ทรพงษ ผอู ำนวยการโรงเรยี น 2556 - 2558
2. นายสุวฒั น แสนทวี ผอู ำนวยการโรงเรยี น 2558 - 2561
3. ผศ.วจิ ารณ สงกรานต ผูอำนวยการโรงเรยี น 2561 – ปจจุบนั
9
1.17 ทำเนยี บครูและบุคลากร
1.17.1 ขอมูลบุคลากรสายบรหิ าร
ท่ี ชื่อ – ชื่อสกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วชิ าเอก หนา ทร่ี ับผดิ ชอบ
1. ผูชวยศาสตราจารยว จิ ารณ สงกรานต ผอู ำนวยการ วท.ม./การศึกษาวทิ ยาศาสตร ผอู ำนวยการโรงเรยี น, ครทู ป่ี รึกษา,
(คอมพวิ เตอร) สอนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสาร
2. ผูชว ยศาสตราจารย ดร.จรรยา พรหมเฉลมิ รองผูอ ำนวยการ Ph.D./Bioinorganic Chemistry รองผูอำนวยการฝา ยงบประมาณ และ 9
3. อาจารยพ ฐั จักร พราวไธสง งานบริหารบคุ ลากร, สอนวชิ าเคมี
รองผอู ำนวยการ วท.ม./วทิ ยาศาสตรส ่งิ แวดลอ ม รองผอู ำนวยการฝายวชิ าการ,
ค.บ./ วทิ ยาศาสตร (เกียรตนิ ยิ ม) ครทู ีป่ รึกษา, สอนวชิ าวิทยาศาสตร
ศษ.บ./ การวดั และประเมินผล
การศึกษา
กำลังศึกษาตอ ป.โท การบรหิ าร
การศกึ ษา
10
ท่ี 1.17.2 ขอ มูลครูประจำโรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง
ชือ่ – ชอ่ื สกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วิชาเอก หนา ท่รี บั ผดิ ชอบ
1. นางสาวภชิ าดา เตชนิ ธนาพร ครู ค.บ./ชวี วิทยา (เกยี รตินิยม) หัวหนา กลมุ สาระ, ครูทป่ี รึกษา,
กำลงั ศึกษาตอ ป.โท นวตั กรรมการศึกษา สอนวิชาชีววิทยา
(วิทยาศาสตรศ ึกษา)
2. วา ท่รี อ ยตรหี ญิงธนั ยพร ชอมเซยี ง ครู วท.บ./ฟส กิ สป ระยกุ ต ครูท่ปี รึกษา, สอนวิชาฟสกิ ส
กำลังศึกษาตอ ป.โท นวัตกรรมการศึกษา
(ฟสิกสศ ึกษา)
3. นางสาวธนัญชกร วงคส ขุ ครู ค.บ./คณิตศาสตร หวั หนากลมุ สาระ, ครูที่ปรกึ ษา,
10
4. นายสิรวชิ ญ แกวเกดิ กำลังศึกษาตอ ป.โท คณติ ศาสตรศ กึ ษา สอนวชิ าคณิตศาสตร
ครู วท.บ./คณติ ศาสตรป ระยุกต ครทู ่ีปรึกษา, สอนวิชาคณติ ศาสตร
กำลังศกึ ษาตอ ป.โท นวัตกรรมการ
จดั การเรยี นรูคณติ ศาสตร
5. นายวงศธร สมทุ รเกา ครู ศษ.บ./ภาษาองั กฤษ (เกยี รตินยิ ม) หัวหนา กลมุ สาระ, ครทู ี่ปรกึ ษา,
กำลงั ศึกษาตอ ป.โท การสอนภาษาองั กฤษ สอนวิชาภาษาองั กฤษ
6. นายอฑั ฒ สมะถะธญั กรณ ครู ศษ.บ./ภาษาอังกฤษ ครูท่ีปรกึ ษา, สอนวชิ าภาษาองั กฤษ
7. นางสาวจริ ัชญา ปน ทอง ครู ศศ.บ./ภาษาไทย ครูทป่ี รกึ ษา, สอนวิชาภาษาไทย
11
ที่ ชอ่ื – ช่อื สกลุ ตำแหนง วฒุ กิ ารศกึ ษา/วิชาเอก หนา ทร่ี ับผดิ ชอบ
8. นางสาวนนั ทญณภัค พรมมา ครู ศษ.บ./ภาษาไทย (เกียรตนิ ยิ ม) หัวหนากลมุ สาระ, ครูทปี่ รึกษา,
9. นายพิชยั ศลิ ป พรมจนั ทร กำลงั ศกึ ษาตอ ป.โท การสอนภาษาไทย สอนวชิ าภาษาไทย
10. นายณฐั ภัทร แสนมลู เมอื ง ครู ค.บ./สังคมศึกษา หวั หนากลมุ สาระ, ครูท่ปี รึกษา, สอน
11. วาทีร่ อยตรีวรพงค สขุ ไสว วชิ าสงั คมศึกษา
12. นางสาวเบญจวรรณ ขนุ ประเสริฐ ครู ศษ.ม./พัฒนาสงั คม ครูท่ปี รกึ ษา, สอนวิชาสังคมศึกษา
13. นายปุญญากรณ วรี ะพงษานันท ครู ศษ.บ./ดนตรีศึกษา หวั หนากลมุ สาระ, ครทู ี่ปรกึ ษา, สอนวชิ าดนตรี
14. นายชญาชัช ใจม่ัน
15. นายพฐั จักร พราวไธสง ครู บธ.บ./คอมพิวเตอรธ รุ กิจ หวั หนากลมุ สาระ, ครูท่ีปรึกษา, 11
กำลงั ศกึ ษาตอ ป.โท เทคโนโลยีการศึกษา สอนวิชาการงานอาชีพ, เทคโนโลยี
ครู กศ.ม./การวจิ ัยและพฒั นาศกั ยภาพ แนะแนวและสง เสรมิ การศกึ ษาตอ
มนษุ ย (จิตวทิ ยาการศกึ ษา)
ครู ค.บ./พลศกึ ษา หัวหนา กลุมสาระ, ครูทปี่ รกึ ษา,
สอนวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ครู วท.ม./วทิ ยาศาสตรสิง่ แวดลอม ครูที่ปรกึ ษา, สอนวิชาวทิ ยาศาสตร
ค.บ./วทิ ยาศาสตร (เกียรตนิ ิยม)
ศษ.บ./การวดั และประเมินผลการศกึ ษา
กำลังศึกษาตอ ป.โท การบริหารการศกึ ษา
12
1.17.3 ขอมลู อาจารยผทู รงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบ า นจอมบงึ และอาจารยพ เิ ศษ
ที่ ชอื่ – ชือ่ สกลุ ตำแหนง วฒุ ิการศกึ ษา/วชิ าเอก หนาทรี่ ับผดิ ชอบ
1. อาจารย ดร.ภมู ินทร สุมาลยั อาจารย ปร.ด/การสอนคณติ ศาสตร อาจารยผ สู อนวชิ าคณติ ศาสตร
2. อาจารย ดร.อนุรกั ษ ธญั ญเจรญิ อาจารย ปร.ด./คณติ ศาสตร อาจารยผ สู อนวชิ าคณติ ศาสตร
3. อาจารยธ นกร ฉตั รสพุ รรณ อาจารย วท.ม./การสอนคณติ ศาสตร อาจารยผ ูสอนวิชาคณติ ศาสตร
4. อาจารยม ุทติ า ทองใบ อาจารย บธ.ม./การจดั การท่ัวไป อาจารยผ ูสอนวชิ าคณติ ศาสตร
5. อาจารยเ ยาวเรศ ขนเขม็ อาจารย วท.ม./คณติ ศาสตร อาจารยผ สู อนวชิ าคณติ ศาสตร
6. อาจารยร ตั ตกิ าล ทาโบราณ อาจารย วท.ม./สถติ ปิ ระยกุ ต อาจารยผ ูสอนวิชาคณติ ศาสตร
7. อาจารยส ุรีรตั น อนเุ พญ็ อาจารย วท.ม./สถติ ิประยุกต อาจารยผ สู อนวิชาคณติ ศาสตร 12
8. อาจารยอ นุชา สมานมติ ร อาจารย วท.ม. /คณติ ศาสตรป ระยุกต อาจารยผ สู อนวชิ าคณติ ศาสตร
9. อาจารยอ นุสรา กจิ พงศพาณชิ ย อาจารย วท.ม./คณติ ศาสตรการเงิน อาจารยผ สู อนวิชาคณติ ศาสตร
10. ผศ.ดร.ประพนธ เลิศลอยปญ ญาชัย อาจารย ปร.ด./ฟสกิ ส อาจารยผ สู อนวิชาฟสิกส
11. อาจารย ดร.เอกพล แกว นวม อาจารย ปร.ด./ฟสิกส อาจารยผ สู อนวิชาฟสกิ ส
12. อาจารย ดร.สทิ ธิเชนทร พราหมณช ู อาจารย ปร.ด./ฟส กิ สป ระยกุ ต อาจารยผ สู อนวิชาการศกึ ษาคน ควา
อิสระทางวทิ ยาศาสตร
13. ผศ.รพพี รรณ กองตูม อาจารย วท.ม./เคมวี ิเคราะหและอนิ ทรยี ป ระยุกต อาจารยผ ูส อนวิชาเคมี
13
ท่ี ชอื่ – ชือ่ สกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วชิ าเอก หนา ที่รับผดิ ชอบ
14. ผศ. ดร.จรรยา พรหมเฉลมิ อาจารย Ph.D./Bioinorganic Chemistry อาจารยผ ูส อนวชิ าเคมี
15. อาจารย ดร.วราภรณ บุญยรตั น อาจารย ปร.ด./เคมี อาจารยผ สู อนวิชาเคมี
16. อาจารย ดร.สทุ ธริ ักษ อว นศิริ อาจารย ปร.ด./เคมี อาจารยผ สู อนวชิ าเคมี
17. อาจารย ดร.เสาวณยี ชูจิต อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยชี ีวภาพ อาจารยผ สู อนวชิ าเคมี
18. อาจารยณ ิชากร ปทมุ รังสรรค อาจารย วท.ม./ปโตรเคมีและวทิ ยาศาสตรพ อลิเมอร อาจารยผ สู อนวิชาเคมี
19. อาจารย ดร.กรกนก ตง้ั จิตม่ัน อาจารย วท.ด./ความหลากหลายทางชีวภาพและ อาจารยผ สู อนวิชาชีววิทยา
ชวี วทิ ยาชาตพิ ันธุ
13
20. อาจารย ดร.อเุ ทน จันละบตุ ร อาจารย ปร.ด./ชีววทิ ยา อาจารยผ สู อนวิชาการศกึ ษาคนควา
อิสระทางวทิ ยาศาสตร
21. ผศ.จนิ ตศกั ด์ิ กาญจนอโนทัย อาจารย ศษ.ม./อุตสาหกรรมศกึ ษา อาจารยผ สู อนวิชาการออกแบบและ
เทคโนโลยี
22. อาจารย ดร.เสรี เพิม่ ชาติ อาจารย กศ.ด./เทคโนโลยกี ารศกึ ษา อาจารยผ สู อนวิชาการออกแบบและ
เทคโนโลยี
23. อาจารยว าที่รอ ยเอกภทั รกฤต คัชมาตย อาจารย วศ.ม./วิศวกรรมไฟฟา (วศิ วกรรม อาจารยผ สู อนการออกแบบและ
อเิ ล็กทรอนิกส) เทคโนโลยี
14
ท่ี ชือ่ – ชอ่ื สกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วิชาเอก หนา ทร่ี บั ผดิ ชอบ
24. อาจารยว าทร่ี อ ยตรศี ภุ กฤษ สขุ เจริญ อาจารย ปร.ด./วิศวกรรมไฟฟา อาจารยผ สู อนวิชานวัตกรรมเชงิ
สรา งสรรค
25. อาจารยส ันติภาพ ก้ัวพรหม อาจารย วศ.ม./การจดั การงานวศิ วกรรม อาจารยผ สู อนวิชานวตั กรรมเชงิ
สรา งสรรค
26. ผศ.ดร.นฤมล ชเู มอื ง อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยสี ารสนเทศ อาจารยผ ูส อนวิชาปญญาประดิษฐ
27. อาจารย ดร.บุรินทร นรนิ ทร อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยสี ารสนเทศและการ อาจารยผ สู อนวิชาวทิ ยาการคำนวณ
สอื่ สารเพือ่ การศกึ ษา อาจารยผ ูสอนวชิ าวทิ ยาการคำนวณ
28. อาจารย ดร.พนารตั น แสงวิจติ ร อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยสี ารสนเทศ อาจารยผ สู อนวชิ าวิทยาการคำนวณ 14
อาจารยผ ูสอนวิชาโครงงาน
29. อาจารย ดร.ภัทรานิษฐ ศรสี กลทรพั ย อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยสี ารสนเทศและการ อาจารยผ ูสอนวชิ าการแปรรปู อาหาร
ส่อื สารเพอื่ การศึกษา อาจารยผ สู อนวชิ าประวตั ิศาสตร
30. อาจารย ดร.โกเมศ กาบแกว อาจารย Ph.D./Technology Management อาจารยผ สู อนวิชาประวตั ศิ าสตร
31. อาจารย ดร.สวรรยา ปญ ญานันท อาจารย ปร.ด./เทคโนโลยชี ีวภาพ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาไทย
32. อาจารยป ณชิ า จริ กุลวัฒนา อาจารย ศศ.ม./สังคมศาสตรเ พอื่ การพฒั นา
33. อาจารยว ิศรตุ เยอ่ื ใย อาจารย ศศ.ม./สงั คมศาสตรเ พอ่ื การพฒั นา
34. ผศ.กษรนิ วงศก ิตตชิ วลติ อาจารย อ.ม./ภาษาไทย
15
ท่ี ชื่อ – ช่อื สกลุ ตำแหนง วุฒกิ ารศกึ ษา/วิชาเอก หนาท่รี ับผดิ ชอบ
35. ผศ.ปณุ ยจ รยี สมสีสม อาจารย อ.ม./ภาษาศาสตร อาจารยผ สู อนวิชาภาษาไทย
36. ผศ.วรรณนสิ า ปานพรม อาจารย ศษ.ม./ภาษาไทย อาจารยผ สู อนวชิ าภาษาไทย
37. อาจารยส ุภางค วงษท รพั ย อาจารย ศษ.ม./บริหารการศกึ ษา อาจารยผ สู อนวิชาภาษาไทย
38. ผศ.ธนวฒั น จารุภทั รศิริ อาจารย ศศ.ม. /ภาษาศาสตรป ระยุกต อาจารยผ สู อนวิชาภาษาองั กฤษ
(ภาษาองั กฤษสำหรบั วทิ ยาศาสตรแ ละ
39. อาจารย ดร.กานตณ รงค สอนสกลุ เทคโนโลยี) อาจารยผ สู อนวชิ าภาษาองั กฤษ
40. อาจารย ดร.นภธรี า จวอรรถ อาจารย ปร.ด./หลกั สตู รและการสอน อาจารยผ สู อนวิชาภาษาอังกฤษ
41. อาจารยช ญานี ชนุ ฟง ภาษาอังกฤษ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาอังกฤษ 15
42. อาจารยธ ติ ิ นวพนั ธ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาองั กฤษ
43. อาจารยว นั ทกานต ปต ิชนกนนั ท อาจารย ศศ.ด/ภาษาองั กฤษเปนภาษานานาชาติ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาองั กฤษ
44. อาจารยศ ราวฒุ ิ บตุ รดาวงค อาจารยผ สู อนวิชาภาษาอังกฤษ
อาจารย ศศ.ม./ภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สารเชิง
ธุรกจิ และอตุ สาหกรรม
อาจารย ศศ.ม./ภาษาและการสอ่ื สาร
อาจารย M.A./Thaching English to Speakers
of Other Languages
อาจารย ศศ.ม. /ภาษาศาสตรป ระยกุ ต
16
ท่ี ชอื่ – ชื่อสกลุ ตำแหนง วฒุ ิการศกึ ษา/วิชาเอก หนาท่รี บั ผดิ ชอบ
45. อาจารยศ รรี ตั น พพู ริ ุฬพ อาจารย ค.ม./การสอนภาษาองั กฤษเปน อาจารยผ ูสอนวชิ าภาษาองั กฤษ
46. อาจารยอ ินธิรา เกือ้ เสนาะ ภาษาตางประเทศ
47. อาจารย ดร.กฤษดา กฤตเมธกลุ อาจารย ศศ.ม./ภาษาอังกฤษ อาจารยผ สู อนวชิ าภาษาอังกฤษ
48. อาจารย ดร.นกุ ลู ธรรมจง อาจารย ปร.ด./ภาษาศาสตรแ ละภาษาศาสตร อาจารยผ ูสอนวชิ าภาษาจนี
49. อาจารย ดร.ประไพร จนั ทะบณั ฑติ ประยกุ ต
50. อาจารยอ าทิตยธ เนศ อุไรกลุ อาจารย "ปร.ด./ภาษาจนี ในระบบเศรษฐกิจโลก, อาจารยผ ูสอนวชิ าภาษาจีน
51. ผศ.ทรงศักด์ิ เกษมรุจภิ าคย ผนู าํ ทางสังคม ธุรกจิ
52. อาจารย ดร.นิตยา เรืองมาก อาจารย ปร.ด., M.A./มวยไทยศึกษา, การสอน อาจารยผ ูสอนวชิ าภาษาจีน 16
53. อาจารยว ัฒนพงศ ออ นนมุ
54. อาจารยพ งศพันธ พนั ธพงษ ภาษาจนี ใหก ับชาวตางชาติ
อาจารย M.A./การสอนภาษาจนี ใหกบั ชาวตา งชาติ อาจารยผ สู อนวิชาภาษาจีน
อาจารย ศศ.ม./จติ รกรรม อาจารยผ สู อนวชิ าศิลปะ
อาจารย ปร.ด./วทิ ยาศาสตรก ารกีฬา อาจารยผ สู อนวิชาพลศึกษา
อาจารย ว.ทม./วทิ ยาศาสตรการกีฬา วิทยาศาสตร อาจารยผ ูสอนวชิ าพลศกึ ษา
การออกกำลงั กาย
อาจารย วศ.ม./การจดั การกฬี า อาจารยผ ูสอนวชิ าพลศกึ ษา
17
ที่ ช่ือ – ชื่อสกลุ ตำแหนง วุฒิการศกึ ษา/วิชาเอก หนา ทร่ี ับผดิ ชอบ
55. อาจารยณ รงคช ัย ยอดปรดี า อาจารย ศษ.บ., ค.ม. /ฟส กิ ส, บรหิ ารการศกึ ษา อาจารยผ ูสอนวิชาฟสิกส
1.17.4 ขอ มลู บคุ ลากรสายสนบั สนุน ตำแหนง วฒุ กิ ารศกึ ษา/วชิ าเอก หนา ทีร่ ับผดิ ชอบ
ท่ี ชื่อ – ช่ือสกลุ งานสารบรรณ
1. นางสาวพริ ิยา กรมมา บรหิ ารงานท่ัวไป รฐั ศาสตรมหาบณั ฑิต งานการเงนิ และบญั ชี
2. นางสาวสุราวรรณ หว ยหงษท อง การเงนิ และบัญชี บัญชีบัณฑิต งานหอ งสมุด 17
งานซอ มบำรงุ , ดแู ลอาคารและสถานท่ี
3. นางสาวฉันทนา มงั กรกิม บรรณารักษ ศศ.บ. /บรรณารักษศาสตรแ ละ ทะเบยี น-วัดผล
สารนเิ ทศศาสตร
4. นายกษม สนั ธศิ ิริ ชา งเทคนิค ทล.บ./เทคโนโลยไี ฟฟา
5. นายอนรุ กั ษ ชยั จนั ทร บรหิ ารงานทวั่ ไป บธ.บ. /ระบบสารสนเทศทาง
คอมพวิ เตอร
18
18
1.18 โครงสรางการบริหารโรงเรียนสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู านจอมบงึ
19
19
1.19 ขอมูลนกั เรยี น (ขอ มูล ณ วนั ท่ี 4 มกราคม 2564)
เพศ
ระดบั ชั้น ชาย หญิง รวม (คน)
21
มัธยมศกึ ษาปที่ 1/1 12 9 21
มธั ยมศึกษาปที่ 1/2 13 8 20
มัธยมศึกษาปท ี่ 1/3 10 10 62
รวมนักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 1 35 27 23
มัธยมศึกษาปที่ 2/1 15 8 25
มัธยมศึกษาปท ี่ 2/2 13 12 23
มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2/3 14 9 71
รวมนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 2 42 29 27
มธั ยมศึกษาปที่ 3/1 9 18 28
มัธยมศึกษาปที่ 3/2 19 9 32
มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3/3 20 12 87
รวมนกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 48 39 18
มัธยมศึกษาปท ่ี 4/1 8 10 9
มธั ยมศึกษาปท ่ี 4/2 45 7
มัธยมศึกษาปท ่ี 4/3 61 34
รวมนกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 18 16 26
มัธยมศกึ ษาปที่ 5/1 14 12 4
มธั ยมศึกษาปท่ี 5/2 40 30
รวมนกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 18 12 24
มัธยมศึกษาปที่ 6/1 12 12 10
มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6/2 64 34
รวมนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 18 16
รวม(คน)
ยอดรวมนักเรยี นโรงเรียนสาธิตฯ ชาย หญิง 220
ระดบั ชั้น 125 95 98
54 44 318
มธั ยมศึกษาตอนตน 179 139
มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รวมท้งั หมด
20
ผู ้บริหารโรงเรียนสาธิตแห่ง
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบ่ า้ นจอมบึง
ผู ้ช่ วยศาสตราจารยณ์ ฐพรภัทร์ อนิ ทรศ์ ิรพิ งษ์
รักษาราชการแทนอธกิ ารบดี
มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมู่บ้านจอมบึง
ผู ้ช่ วยศาสตราจารย์วิจารณ์ สงกรานต์
ผู อ้ าํ นายการโรงเรียนสาธติ แห่ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ่ า้ นจอมบึง
ผู ช้ ่ วยศาสตราจารย์ ดร.จรรยา พรหมเฉลมิ นายพฐั จกั ร พร้าวไธสง
รองผู ้อํานายการโรงเรียนสาธติ แห่ง รองผู อ้ าํ นายการโรงเรียนสาธิตแหง่
มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบึง มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบงึ
21
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นางสาวภชิ าดา เตชิ นธนาพร
หัวหนา้ กลุ่มสาระฯ
สอนวชิ าชี ววทิ ยา
วา่ ท่ีรอ้ ยตรีหญิงธันยพร ช่ อมเซี ยง นายพฐั จกั ร พร้าวไธสง
รองหัวหนา้ กลุม่ สาระฯ เลขานุการกลมุ่ สาระฯ
สอนวชิ าฟิ สกิ ส์ สอนวชิ าวิทยาศาสตร์
กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
นางสาวธนัญชกร วงค์สุข นายสิรวิชญ์ แกว้ เกดิ
หัวหน้ากลมุ่ สาระฯ รองกลุม่ สาระฯ
สอนวชิ าคณติ ศาสตร์ สอนวชิ าคณติ ศาสตร์
22
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
นายวงศธร สมุทรเกา่ นายอัฑฒ์ สมะถะธญั กรณ์
หวั หนา้ กล่มุ สาระฯ รองกลมุ่ สาระฯ
สอนวิชาภาษาอังกฤษ สอนวิชาภาษาอังกฤษ
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
นางสาวนนั ทญณ์ ภัค พรมมา นางสาวจริ ชั ญา ป่ิ นทอง
หวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ รองกลุ่มสาระฯ
สอนวชิ าภาษาไทย สอนวชิ าภาษาไทย
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา
นายพิชัยศลิ ป์ พรมจันทร์ นายณฐั ภทั ร แสนมูลเมือง
หวั หน้ากลมุ่ สาระฯ รองกล่มุ สาระฯ
สอนวชิ าสังคมศึกษา สอนวชิ าสังคมศึกษา
23
กล่มุ สาระการเรียนรูด้ นตรีศึกษา
วา่ ท่ีร้อยตรีวรพงค์ สขุ ไสว
หัวหนา้ กลุม่ สาระฯ
สอนวิชาดนตรี
กลมุ่ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชี พ
นางสาวเบญจวรรณ ขุนประเสรฐิ
หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
สอนวชิ าการงานอาชี พ, เทคโนโลยี
กล่มุ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
นายชญาชัช ใจมัน่
หวั หน้ากลุ่มสาระฯ
สอนวิชาสุขศกึ ษาและพลศึกษา
24
แนะแนวและส่งเสริมการศกึ ษาต่อ
นายปุญญากรณ์ วีระพงษานนั ท์
สอนวิชาแนะแนว
บุคลากรสายสนับสนนุ
นางสบารวิหพารริ งิยานาทัว่ กไปรมมา
นางสาวสรุ าวรรณ ห้วยหงษท์ อง นางสาวฉนั ทนา มังกรกิม
การเงนิ และบัญชี บรรณารกั ษ์
นายกษม สันธศิ ิริ นายอบนริหุรากั รษงา์ นทชัว่ ัยไปจนั ทร์
ช่ างเทคนคิ
25
25 25
ตอนทต่ี อ2นท่ี 2
แนวทแานงวกทาราจงกดั ากราจรดัเรกียานรรเรู ียนรู
โรงเรโียรนงสเราียธนิตสแาหธงิตมแหหางวมิทหยาวลิทัยยราลชยัภรัฏาหชมภบู ัฏา หนมจบู อามนบจึงอมบึง
26
26
แนวทางการจดั การเรยี นรู
โรงเรียนสาธติ แหงมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง
โรงเรียนสาธิตแหง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง กอ ตั้งดวย
วัตถุประสงคของการเปนโรงเรียนตนแบบในการจัดการศึกษาและพัฒนา
ทองถิ่น มองเห็นความจำเปนที่ตองสงเสริมผูเรียนอนั เปนเยาวชนของชาติให
เปนผูทีม่ ีทักษะในดา นการคิดเปนสำคัญ ในอันที่จะไดร ับการพัฒนาใหผูเรยี นมี
ผลลัพธก ารเรียนรู มีทักษะการเรียนรูที่สลับซบั ซอน ที่ผูเรียนสามารถระลึกที่
เรยี นรูมาแลว ได ดวยความเขา ใจ สามารถประยกุ ตค วามรูไปใชใ นสถานการณที่
แตกตางได ผูเรียนตองมีทักษะการคิดขั้นสูงอันไดแก ความสามารถในการคิด
วิเคราะห จำแนก แจกแจง และแยกแยะองคประกอบตาง ๆ ของสิ่งใดสิ่งหน่ึง
หรอื เร่อื งใดเรอ่ื งหน่งึ หาความสัมพนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวางองคประกอบเหลาน้ัน
เพื่อคนหาสาเหตุที่แทจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น ผูเรียนมีความสามารถในการคิด
ประเมินคุณคาได ซึง่ เปนความสามารถในการใชดลุ พินิจตัดสินคุณคาของสิ่งใด
สิ่งหนึง่ วาส่ิงนั้นดหี รือไมดี เปนคุณหรือเปนโทษ มีประโยชนห รอื ไมมีประโยชน
โดยตองประเมินดว ยกฎเกณฑท ีด่ ี สรปุ ขั้นตอนวิธคี ิดเชิงประเมินคาไดดว ยความ
เขาใจ หรือทำความรูจักส่ิงที่จะประเมินใหชัดเจน รวมถึงตองพิจารณาวา จะใช
เกณฑอ ะไรเปนเครื่องตัดสินคุณคาของส่ิงที่จะประเมิน และสุดทา ยความสามารถ
ในการสรางสรรคนวัตกรรมที่ตองอาศัยทักษะของคิดสังเคราะห เปนทักษะ
การคิดในการรวบรวมความรูในแตละศาสตรเขาดวยกัน เพื่อสรางสรรคงาน
ตามจุดมุงหมาย รวมทั้งมีวัตถุประสงคในการที่จะสรรคสรางสิ่งใหมนั้นเพ่ือ
ประโยชนอะไร หรือเพื่อใหทำหนาที่อะไร ผูเรียนจึงจำเปนที่ตองหาความรู
เกี่ยวกับหลักการ ทฤษฎี หรือแนวทางที่เหมาะสม เพื่อนำมาใชเปนหลักใน
การสังเคราะห เพื่อใหไดนวัตกรรมใหมขึ้น โรงเรียนสาธิตฯ ตองพัฒนา
คุณลักษณะของผูเรียน ใหมีการยืดหยุนและปรับตัว การเปนตัวของตัวเอง
มคี วามเปนผูน ำ มีความรับผดิ ชอบ มีทกั ษะการคดิ อยา งมีวจิ ารณญาณ ในการ-
แกปญ หา การส่ือสาร มีคุณลักษณะที่พึงประสงคของผูเรยี นในศตวรรษที่ 21
27
27
ทป่ี ระกอบดว ยคุณลกั ษณะ 4 ดา น ไดแ ก 1) คณุ ลักษณะดานความรู คอื เปนผูใฝรู
ใฝเรียนและกลาแสดงออกในทางสรางสรรค รักการเรียนรู มีทักษะการสราง
องคความรูดวยตนเอง 3) คุณลักษณะดานความคิด ไดแก การคิดวิเคราะห
การคิดสังเคราะห การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดสรา งสรรค สามารถ
สรางสรรคนวัตกรรม มีทักษะชีวิต และการทำงาน ทักษะดานสื่อเทคโนโลยี
และสารสนเทศ 4) คณุ ลกั ษณะดา นคุณธรรม คือ การมีจิตสำนกึ และคานยิ มท่ดี ีงาม
ท่ีดีการมีจิตสาธารณะ ความซื่อสัตยสุจริต ความมีระเบียบวินัย และความ
รับผิดชอบตอตนเองและสังคม ไดกำหนด มีปรัชญาหลักสูตรเพื่อตอบสนอง
แนวคิดดังกลาววา “การคิดเปนเมล็ดพันธุแหงความงอกงามของมนุษย”
ประกอบกับคานิยมรวม (Shared Values) ของครูโรงเรียนสาธิตฯ คือ “DS
MCRU” ที่เปนกรอบความคิดหลัก ความเชื่อที่แสดงถงึ บรรทัดฐานของครูและ
บคุ ลากรในโรงเรยี นสาธติ แหง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู านจอมบึง
ครูโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
รวมกันกำหนดนิยมรวม (Shared Value) เปนสรางคุณคากับองคกร คือ
“DS MCRU” ที่ใชกรอบแนวคิดตามปรัชญาหลักสูตรโรงเรียนที่วา...
“การคิดเปนเมล็ดพันธุแหงความงอกงามของมนุษย” ประกอบกับ
อัตลักษณ “จิตอาสา กลาคิด กลาทำ กลานำ อยางสรางสรรค” เปน
แนวทางในการพัฒนานักเรียนไปสูคุณคาขององคกร ครูโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง มีความคิดรวบยอดในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของนักเรียนวา “การเรียนรูเปนกระบวนการทาง
สติปญญา หรือกระบวนการทางสมอง ที่นักเรียนใชในการสรางความ
เขาใจหรือการสรางความหมายของสิ่งตาง ๆ ใหแกตนเอง กระบวนการ
เรียนรูจึงเปนกระบวนการของการจัดกระทำตอขอมูลหรือประสบการณ
มิใชเพียงการรับขอมูลหรือประสบการณเทานั้น เปนงานเฉพาะตนหรือ
เปนประสบการณสวนตัวที่ไมมีผูใดเรียนรูหรือทำแทนกันได การเรียนรู
เปนกระบวนการที่ตื่นตัว สนุก ทำใหผูเรียนรูสึกผูกพัน เกิดความใฝรู
การเรยี นรเู ปนกจิ กรรมทนี่ ำมาซง่ึ ความสนกุ หรือทา ทายใหผเู รียนใฝรสู สู ง่ิ ที่
28
28
ยากขึ้น การเรียนรูตองอาศัยสถานการณที่เหมาะสม สภาพแวดลอมที่ดี
เขามาชวย โดยกำหนดเปาหมายของการเรยี นรูคอื การนำความรูไปใชเพื่อ
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเองทั้งทางดาน เจตคติ ความรูสึก ความคิด
ความเขาใจ และการกระทำตาง ๆ เพื่อพัฒนาตนเอง การดำรงชีวิต
ประจำวันรวมกับผอู น่ื ” ซึ่งมรี ายละเอียดดงั น้ี
Determination:
ครูสาธิตฯ มีความมุงมั่นดวยพลังขับเคลื่อนจากภายใน
ของตนเอง (Passion) ดวยความรูสกึ หรืออารมณค วามปรารถนาที่แรงกลา
ภายใตกรอบของ “ความรัก” และ “ความชอบ” อยางแรงกลา ที่มี
เอกลักษณที่แสดง ออกความกระตอื รือรน ความไมยอทอตออุปสรรคและมี
พลังที่จะขับเคลื่อน สูความสำเร็จที่ผูกติดกับความคิดความเชื่อ ทัศนคติ
รวมถึงภูมิปญญาในการพัฒนาระบบคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสาธิต
แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง อยางเปนระบบตั้งแตดวยปจจัย
นำเขา (Input) กระบวนการพัฒนา (Process) และผลลัพธการเรียนรู
(Learning Outcomes) เปนพฤติกรรมของบุคลากรที่แสดงออกมาเพ่ือ
ตอบสนองความรูส กึ ภายในมนี ยั ทางบวก ประพฤตปิ ฏิบัติตามส่ิงท่ีตง้ั ใจอยาง
แนวแนที่เปนการพัฒนาตอยอดจากฐานเดิมที่มิใชเพียงแควินัยและ
ความขยนั หมั่นเพียรเทา น้ัน ลวนแลว จะนำพาใหกอ เกิดความสขุ ความสำเร็จ
ตอตัวผูเรียน ที่สามารถสรางสรรคผลงานไดอยางเต็มความสามารถ ท่ี
ปราศจากความมุงมั่นในทางลบซึ่งเปนพลังขับเคลื่อนอันไดแ ก กิเลส ตัณหา
ราคะ ความหลงใหล
Sacrifice:
ครูสาธิตฯ พลีตน อุทิศตนดวยจิตวิญญาณครูที่ฝงอยูใน
“ใจ” มี “จิตสำนึก” ดวยศรทั ธา อดทน มุงมั่น ทมุ เท รเู ทาทันการเปล่ยี นแปลง
มีความปรารถนาดดี ว ยจรยิ ธรรมในระดบั พ้ืนฐานของการเชื่อฟงและการลงโทษ
29
29
ดวยพฤติกรรม “ดี” คือ พฤติกรรมที่ทำแลวไดรางวัล พฤติกรรม “ไมดี” คอื
พฤติกรรมทีท่ ำแลวไดรับการลงโทษ สูจริยธรรมขั้นที่ใชกฎเกณฑเปนเครือ่ งมือ
เพื่อประโยชนของตนเองจะเช่ือฟงหรือทำตามถาคดิ วาตนเองจะไดรบั ประโยชน
หรือไดรับความพงึ พอใจ สูจ ริยธรรมหลักการทำตามที่ผอู ่นื เห็นชอบ เปน การทำ
ตามกฎเกณฑของสังคมเพื่อจะไดรับการยอมรับวาคนดี สูจริยธรรมของ
หลักการทำตามกฎระเบียบสังคมเปนขั้นที่ยอมรับในอำนาจและกฎเกณฑของ
สังคม พรอมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑของสังคม สูจริยธรรมหลักการทำตาม
สญั ญาสังคมเปนขนั้ ทเ่ี นน ความสำคญั ของมาตรฐานทางจรยิ ธรรมทคี่ นสว นใหญ
ในสงั คมยอมรบั วา เปนส่ิงท่ีถูกตองสมควรปฏิบตั ิตาม โดยพิจารณาถึงประโยชน
และสิทธิซ่ึงกันและกนั ในข้ันนี้ส่ิง ถูก-ผดิ จะขึ้นอยูกับคานยิ มและความคิดเห็น
ของแตละบุคคล จริยธรรมของครูสาธิตพัฒนาไปสูระดับจริยธรรมที่อยูเหนือ
ระดับเหตุผลและตรรกะ เปนความคิดที่มาจากจิตวิญญาณหรือจิตใตสำนึก ที่มี
ดวยจริยธรรมระดับเหนือกฎเกณฑสังคม เปนหลักการทางจริยธรรมที่เปน
สากล ที่แตละบุคคลเลือกที่จะปฏิบัติตามหลักการทางจริยธรรมดวยตนเอง
และเมื่อเลือกแลวก็ปฏิบัติอยางคงเสนคงวาเปนหลักการเพือ่ มนษุ ยธรรม และ
เพื่อความยุตธิ รรมของมนุษยทุกคน ซึ่งจะมีความสัมพันธระหวางจริยธรรมกับ
ระดับสตปิ ญ ญา ความสามารถที่จะผลไดท ีด่ กี วา เปนผูม สี มาธิดสี ามารถควบคมุ
อารมณของตน และมีความภาคภูมิใจในตนเองและสภาพแวดลอม ใชเหตุผล
เพื่อการตัดสินใจที่จะเลือกการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสถานการณตาง ๆ ยอม
แสดงใหเหน็ ถึงความเจรญิ ทางจิตใจของบุคคลไดอยางมแี บบแผนที่เปนผลจาก
การคดิ ไตรต รองซึ่งจำเปน ตอ งอาศัยขอมลู ท่นี ำมาพิจารณา และครทู ุกคนเขาใจ
วาจริยธรรมไมอาจเกิดไดดวยการสอน หรือการปฏิบัติเปนตัวอยางใหดู แต
พัฒนาขึ้นมาดวยการนึกคิดของแตละบุคคลตามวุฒิภาวะทางสติปญญาที่มี
จริยธรรมเกายังจะมีรากแกวฝงอยู พรอมที่จะหวานเมล็ดพันธุใหผูเรียนเกิด
แรงผลักจากภายในที่มุงมั่นพัฒนาทักษะการเรียนรูนำพาไปสูอัตลักษณ
“จิตอาสา กลา คิด กลา ทำ กลานำ อยางสรางสรรค”
30
30
Mastery :
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
เปนโรงเรียนความรอบรูแหงตน (Personal mastery) ความรอบรูแหงตน
เปน องคก ารแหง การเรียนรโู ดยเขาใจวา ตนมสี วนรว มรบั ผิดชอบตอการสราง
ผลงานหรือความสำเร็จของโรงเรียนโดยรวม โดยครูแตละคนตระหนักวาตน
ตองปฏิบัติงานในฐานะเปนสมาชิกของทีมงานที่จะตองรวมกันนำพาและ
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนใหส ูงขึ้น ครูทุกคนจะมีพันธะผูกพันตอการ
ประกอบวิชาชพี ครูของตนเยี่ยงมืออาชพี เปนสมาชิกที่ดีชวยเหลือใหทีมงาน
ของตนมีผลงานระดับสงู ยิ่งข้นึ เทาที่จะทำได มีความผูกพันตอเพื่อนรวมงาน
ดวยการสรางบรรยากาศที่ดีของที่ทำงาน และรวมมือรวมใจกันยกระดับ
คุณภาพการเรียนการสอนของนักเรียนใหดีที่สุด รวมกันสรางวิสัยทัศน
รวม (Shared vision) ของโรงเรยี นทเี่ ปน ภาพในอนาคตของโรงเรยี นท่ที ุกคน
รวมกันวาดฝนและปรารถนาทจี่ ะใหเกิดขึน้ จริงกับโรงเรียนของตน วสิ ัยทัศน
รว มจึงทรงพลังท่ีชว ยยึดเหนีย่ วทกุ คนใหเกดิ ความเปนนำ้ หนึ่งใจเดียวขึ้นและ
มีความรูสึกรวมในเปาหมายที่จะตองกาวไปใหถึง เปนพลังขับเคลื่อนให
ภารกจิ ทุกอยา งของโรงเรยี นมงุ ไปสเู ปาหมายเดียวกนั
Creativity :
การกาวผานจากโลกปฏิวัติอุตสาหกรรมไปสูโลกดิจิตอล
ทำใหค วามตองการของตลาดแรงงานเปลีย่ นไป ทกั ษะตาง ๆ ท่เี ปน การทำซำ้ ๆ
ไมเพียงพออีกตอไป โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
สรางทักษะที่จะเขามามีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 21 คือทักษะดานสังคม
และอารมณ (Social & Emotional Skill) และความตองการที่มีตออาชีพที่มี
ทกั ษะเหลา น้ีมีเพ่ิมขนึ้ ทง้ั หมด 16 ทักษะ โดยแบงเปน 3 หมวด ซง่ึ ตอบโจทยใ น
เรื่องของทักษะการใชชีวิตใหเหมาะกับบริบทของโลกปจจุบัน ทักษะใน
การจัดการกับความทาทายในชีวิต และทักษะการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไป
อยางรวดเร็ว โดยกระบวนการทใี่ ชใ นการสรางทักษะเหลานี้ไมสามารถสรางได
31
31
จากจากกระบวนการที่ใชในหองเรียนแบบเดิม ๆ การใช Gamification &
Game-Based Learning, Simulation Game แ ล ะ Coach & Facilitator
เปนหนึ่งในกระบวนการที่ชวยขับใหเกิดการสรางทักษะแหงศตวรรษที่ 21
การศึกษายุคใหมนักเรียนสาธิตฯ จำเปนตองรูวิธีการเรียนรูที่ถูกตองและมี
Growth Mindset ใหมากขึ้น ครูสาธิตฯ เปลี่ยนบทบาทจากการบรรยายมา
เปนผูอำนวยการในการจัดการเรียนรู (Facilitator) หองเรียนรูปแบบใน
ศตวรรษที่ผานมาไมเพยี งพออกี ตอ ไป
ครูในปจจบุ ันลวนเติบโตมากับหองเรียนยุคเกาดวยหองเรียนที่มี
ครูอยูหนาหอง พรอมสไลด Power Point นักเรียนนั่งอยูบนเกาอี้ดวย
บรรยากาศเงยี บกริบ ครูพูด นักเรยี นมหี นาท่ฟี ง ใครพูดแทรกถือวาไมเคารพ ที่
เปนภาพของ “หองเรียนแมพิมพ” ที่ผลิตนกั เรียนพิมพเดียว ๆ กันออกมามี
ความรูเหมือน ๆ กันตามที่โลกแหงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่สรางใหนักเรียน
พรอมจะออกไปเผชิญโลกแคนั้นก็เพียงพอแลว แตในขณะนี้ “หองเรียน
แมพมิ พไ มไ ดผดิ แตต กยุคไปแลว” ความรูข องโลกปจ จุบันมีการเปล่ียนแปลง
ทุกวัน ความรูจากที่ครูถายทอด หรือความรูจากหนังสือ จึงไมเพียงพอสำหรับ
ผูเรียน หองเรียนยุคใหมของโรงเรียนสาธิต ฯ จึงตองเปน “หองเรียนแหง
ทกั ษะแหง ความคดิ สรา งสรรค” ที่มี 3 กลุม หลกั ๆ คอื
1. กลุมทักษะพื้นฐาน ไดแกการใชภาษา (Literacy)
การคำนวณ (Numeracy) การใชเทคโนโลยี (ICT Literacy) การใช
วิทยาศาสตรก ับสิ่งรอบตัว (Scientific Literacy) การเรียนเปนสวนหนึ่งของ
สังคมและวัฒนธรรม (Cultural & Civic Literacy)
2. กลุมทักษะสำหรับการแกปญหา หรือความทาทายที่
ตองใชชีวิต ซึ่งความทาทายเหลานั้นจะมีความซับซอนขึ้นกวาเมื่อเทียบกับ
ความทาทายในโลกเกา กลุมทักษะนี้เปนทักษะสำคัญที่ใชรวมกันในการ
วิเคราะหปญหาใหถูกจุด (Critical Thinking) สรางวิธีการแกปญหาอยาง
สรางสรรค (Creativity) มีทักษะในการการสื่อสารและทำงานรวมกับผูอื่น
(Communication & Collaboration) เพื่อแกปญหานั้นใหได จัดไดวาเปน
32
32
ทักษะหลกั ที่ทำใหมนุษยเ ราเหนือกวาคอมพิวเตอร คอื เปนส่ิงท่ีคอมพิวเตอรยัง
ทำไมได
3. กลุมทักษะที่สรางตนและสังคมคุณภาพ เปนการ
จัดการตัวเองและสภาพสังคม ไดแก ความอยากรูอยากเห็น (Curiosity)
การริเริ่มสรางสรรค (Initiative) ความพยายามในการบรรลุเปาหมายที่ตั้งไว
(Persistence/Grit) ความ สาม ารถใน การปรั บตัวเขากับ สังคมและ
สภาพแวดลอม (Adaptability) ความเปนผูนำ (Leadership) และความ
ตระหนักถึงสงั คมและวฒั นธรรม (Social & Cultural Awareness)
ม โ น ท ั ศ น ก า ร จ ั ด ก า ร ศ ึ ก ษ า ข อ ง โ ร ง เ ร ี ย น ส า ธ ิ ต แ ห ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงจึงเปน “Lifelong Learning” ที่ไมได
จบเพียงเปน นักเรียนในหองเรียนเทานั้น ครูโรงเรยี นสาธิต ฯ ทุกคนจึงเปนผูมี
ลักษณะแหงการคิดสรางสรรค ที่มีสมรรถนะในการสรา งนวัตกรรมการเรียนรู
ท่เี ปล่ยี นบทบาทจากการเปนผูถ ายทอดความรู (Lecturer) เปน “ผูอำนวยการ
สรางประสบการณในการเรียนรู” (Facilitator) ที่จำเปนตองใชกระบวนการ
ออกแบบการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนไดฝกฝนผานการคิดขั้นสูง ไดแก การคิด
วิเคราะห การคิดประเมินคุณคา การคิดเชิงวิจารณญาณ การคิดสังเคราะห
ดวยกระบวนการการมีสวนรวมกับชุมชนวิชาชีพแหงการเรียนรูในโรงเรียนท่ี
ผลลัพธการเรียนรูของนักเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบึง
จกั ตอ งเปน ผมู คี ุณลกั ษณะและสมรรถนะในการแกป ญหาท่ซี ับซอน (Complex
Problem Solving) การคิดอยางมีวิจารญาณ (Critical Thinking) มีความคิด
สรางสรรค (Creativity) มีความสามารถในความรวมมือกับผูอื่น
(Coordinating with Others) ม ี คว า ม ฉ ล าด ท า งอ า ร มณ (Emotional
Intelligence) สามารถลงความเห็นและการตัดสินใจ (Judgement and
Decision Making) เปนผูมีความเขาใจตนเอง (Self Empathy) มีความเขา ใจ
ผูอ นื่ (Empathy) มคี วามยดื หยุนทางปญญา (Cognitive Flexibility)
33
33
Respect :
ครูโรงเรยี นสาธติ ฯ เปน ผูมีจติ แหง ความเคารพและใหเกยี รติ
ตอตนเอง ตอผูอื่น ทั้งผูมีคุณวุฒิ วัยวุฒวิ ุฒิท่ีมากกวา ผูมคี ณุ วุฒิ วัยวุฒวิ ุฒิใน
ระดับเดียวกนั ผมู คี ุณวุฒิ วัยวฒุ ทิ นี่ อยกวา รวมไปท้ังการใหเกียรติ มคี วามหวัง
ดีแกน ักเรยี นที่ประดจุ ลูกหลาน มคี วามออ นนอมถอ มตน มีสมั มาคารวะ มวี าจา
สุภาพ เรยี บรอ ย และมีจิตใจออนโยน ตามคานยิ มของสงั คมไทยดว ยการยิ้มไหว
ทักทายกัน การปฏิบัติตนดวย ถูกตองตามจารีตประเพณีและบรรทัดฐานทาง
สังคม ดวยจิตวิญญาณของความเปน ครู มคี วามเต็มใจในการรว มและพัฒนาตน
ในกิจกรรมชุมชนผูเชี่ยวชาญวิชาชีพแหงแหงการเรียนรู (Professional
Learning Community) เพื่อทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21
มีความคิดในเชิงสรางสรรค จิตแหงความเคารพและใหเกียรติกันจึงหลอหลอม
ซึมทราบ ครูทุกคนของของโรงเรยี นสาธิตฯ แสดงออกถึงจิตวิญญาณความเปน
ครู ที่รวมฉายแสงเขาในพื้นที่เซลลกระจกเงาในสมองของนักเรียนตามกลไก
การทำงานของเซลลกระจกเงา ที่ซึมซาบแบบปฏบิ ัติที่ดีงาม เปนที่จะรูปแบบ
การตอบสนองทางจิตจากการสังเกตความจำ
Unity :
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
เปนองคกรการจัดการศึกษาที่มีเอกภาพของความเปนโรงเรียนตนแบบใน
การจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีการจัดวางไวอ ยางอันหน่ึง
อันเดียวกนั เนื่องจากตามแตละองคประกอบท่ีมีความสมั พนั ธเช่ือมโยงประกอบ
กนั อยใู นลกั ษณะหลอมรวมกนั เปนกลุมกอน จะเพิม่ หรือตดั ทอนสวนประกอบ
ใดสวนประกอบหน่ึงลว นเพื่อความสมบูรณก ฎของเอกภาพ ที่คำนึงถึงกฎของ
ความสมดลุ และกฎของการรวมกนั
ภาพความเปนโรงเรียนตนแบบสามารถอธิบายไดถึงองคประกอบ
ตาง ๆ ที่ครูโรงเรียนสาธิต ฯ รว มสรางดวยความ รู รัก สามคั คี ตามหลักการ
ทรงงานดังที่พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูห ัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัส “รู”
34
34
คือ ปญญา มีความรูความเขาใจในงานที่จะตองทำ “รัก” คือ การมีความรัก
ความพอใจในงานที่จะตองทำนั้น “สามัคคี” คือ การรวมกันทำงานดวยความ
จริงใจ อยางพรอมเพรียงกัน ทำเพื่อผลประโยชนของสวนรวมอยางแทจริง
ไมห วงั ผลประโยชนต อบแทนเพือ่ เขาพกเขา หอของตน หรือญาตมิ ติ รพรรคพวก
ของตน อยูบนรากฐานของความเปนจริง ที่สามารถยืนยันความถูกตองไดดวย
เหตุ และผล ทุกกาลเวลา ดังคำศัพทบาลีที่วา “อะกาลิโก เอหิปสสิโก” ซึ่งเปน
สวนหนึ่งที่ปรากฏอยูในบทสวดมนตสรรเสริญพระธรรมคุณจะไดเนื้อหาสาระ
เปน รายละเอียดเพมิ่ เติม คำวา “ปญญา” ซ่ึงตรงกบั คำวา “รู” นนั้ เปน คุณสมบตั ิ
ประจำตัวอยา งหน่งึ ของมนุษยจัดเปน นามธรรม มสี มองซึ่งเปน รปู ธรรมเปนฐาน
กำเนดิ การทำงานของสมองที่กระตุนใหจ ิตเกิดปญ ญา หรอื มีความรูใ นเร่ืองราว
ตา ง ๆ ทผี่ านอายตนะท้ังหกเขา มา พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระ-
เจาอยูหัวเกี่ยวกับเรื่องวิธีการสรางปญญา ไวดังนี้ “การเรียนรูทุกอยางนั้น
จะตองเรียนความรูของผูอื่นกอนเปนเบื้องตน เมื่อรูแลวจึงมาพิจารณาดวย
เหตุผลใหเหน็ เดนชัดละเอยี ดลงไปอีกชั้นหนึ่ง ใหถึงเนื้อหาสาระ จึงจะอา งอิง
เปนหลักฐานได ไมใชเ ปนความรูอยา งเล่ือนลอย แตแ มถ งึ ข้นั ท่สี องแลว ก็ยังถือ
วา นำมาใชใหไดผลจริง ๆ ไมได ยงั จำเปนจะตอ งนำความรูนั้นมาปฏิบัติฝกฝน
อีก เพื่อใหผลประจักษแจง และเกิดความคลองแคลวชำนิชำนาญขึน้ พรอมกนั
ไปดว ย จึงจะนำไปใชปฏิบัติงานใหเ กิดผลไดไ ม ขดั ขอ ง” คำวา “รู หรือ ปญ ญา”
นี้ จึงเปนแกนนำที่ทำใหบรรลปุ ระโยชนแกต นโดยเฉพาะ เนนการพึ่งตนเองได
ในทุกระดับ เพือ่ ไมตองเปน ภาระของผูอืน่ หรือ ถวงหมูคณะ และเพือ่ พรอมที่
จะชว ยเหลือผอู ื่นรวมทั้งสว นรวม สว นคำวา “รัก” คอื การมคี วามรัก ความพอใจ
ในงานที่จะตองทำนั้น ตรงกับคำพระที่วา “ฉันทะ” ซึ่งเปนองคธรรมหนึ่งของ
“อิทธิบาท 4” ซึ่งเปนคุณธรรมที่จะนำไปสูความสำเร็จ มีองคประกอบ 4
ประการ คือ ฉันทะ มีความตองการ มีใจรัก มีความพอใจในงานที่จะตองทำ
ใจปรารถนาอยากใหงานที่จะทำ หรือกำลังทำ ประสบความสำเรจ็ บังเกิดเปน
รูปธรรมใหได วิริยะ คือ มีความพากเพียรขยันขันแข็ง มีความตั้งใจจริงท่ีจะ
ทำงานทร่ี ักนัน้ ใหส ำเร็จ ไมทอถอย เบ่อื หนา ยเมอื่ มีปญหาอปุ สรรค จิตตะ คือมี
35
35
ความตัง้ ใจจริง มีจิตฝก ใฝจดจอ หมั่นเฝาสังเกตเรือ่ งราวขาวสารที่เกี่ยวของกบั
เรื่องที่ตนรักอยูอยางใกลชิดทุกระยะ วิมังสา คือ รูจักใชปญญาไตรตรอง เฝา
ตรวจตรา ตรวจสอบงานท่ตี นกระทำดวยเหตุดวยผล เมื่อใดก็ตาม เมื่อมีความ-
รัก ความพอใจในงานที่ไดรับมอบหมายใหกระทำ โดยความริเริ่มของตนเอง
ความพากเพยี ร คือ วิริยะ ความตัง้ ใจจริง มีจิตใจฝกใฝจดจอ คือ จิตตะ และ
การทุมเทความรูสติปญญาเพ่ือใหงานนั้นประสบความสำเร็จ คอื วิมังสา ยอม
เกิดขึ้นมาเปนเงาตามตัว คำวา "รัก" ตามพระบรมราโชวาท ยังมีความหมาย
ขยายความออกไปเพ่ิมเตมิ รวมไปถึง ความรกั แบบพรหม คอื ความรักที่มีความ
เมตตา กรุณา เปนพื้นฐาน นำไปสูความปรารถนาที่จะชวยเหลือเกื้อกูล
สนับสนุนใหบุคคลอืน่ บรรลปุ ระโยชน ประคับประคองใหเขาสามารถพึ่งตนเอง
ได “สามคั คี” เปน องคธ รรมสำคญั ที่จำเปนตอ งมีอยใู นหมคู ณะบุคคล เปน แกนนำ
ที่ทำใหบรรลุประโยชนทั้งใหแกตนใหแกบุคคลอื่น และใหแกหมูคณะ
แกส ังคม หรือแกชุมชนอันเปน สวนรวมไดทงั้ สามประการในคราวเดยี วกัน เปน
พฤติกรรมที่เก้ือกูล พึงประสงค ที่สังคมพึงตอ งการโดยตามหลักพระพุทธศาสนา
ทานไดแ สดงใหเห็นถึงผลที่จะไดรบั จากสามัคคีธรรม ไวมีสาระสำคญั วา เม่ือ
ความสามัคคีเกิดขึ้นในหมูคณะ ชุมชนใด ยอมจะเกิดความรัก มีแตความสุข
ความบันเทิง รวมกันชวยเหลือทำงานเพื่อประโยชนตอสวนรวมอยางพรอม
เพรียงกัน "รู รกั สามคั ค”ี
จากคานิยมรว ม (Shared Values) “DS MCRU” ของครโู รงเรียน
สาธิตฯ ดังกลาวมาขางตน จึงเปนกรอบความคิดหลักของตนเอง ที่นำมาเปน
บรรทัดฐานในการปฏิบัติตนในการสรางสรรคคุณภาพเพื่อใหสงผลไปยัง
นักเรียนของโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ลักษณะ
ความเปนครูท่ี “การสอนเดน เนน เทคโนโลยี ครดู ขี องสังคม”
1. “ครูดีของสังคม”
ครดู ี นับเปน ปจ จัยสำคญั ทส่ี ดุ ในการนำพาโรงเรยี นสคู ุณภาพของ
การศกึ ษาได ครูนบั วาเปน ทรัพยากรทส่ี ำคัญท่สี ุด เพราะเปน สง่ิ มีชีวิตซึ่งมีจิตใจ
36
36
มีอารมณ มีสตปิ ญญา และมีความรูส ึกในการสรางคุณคาได ดวยความสามารถ
เพิ่มพูนทักษะทางดานความคิด และการปฏิบัติในทามกลางของการเปลี่ยนแปลง
อยางรวดเร็ว ครูโรงเรียนสาธิตฯ ทุกคนไดชื่อวาเปนผูมีจิตวิญญาณครูที่มีทั้ง
“จิต” ทง้ั “วญิ ญาณ” เปน สง่ิ ทอี่ ยใู นตนเอง เปนความรูแจง ความรูสึกตัว ที่แบง
ประกอบดวย 2 ลักษณะ คอื
1.1 มคี วามเปนตัวตนท่ีมลี ักษณะเฉพาะของบคุ คลซึ่งเกิดจากการ
หยง่ั รู นำไปสกู ารปฏบิ ตั ดิ วยความศรทั ธาในบทบาทของความเปนครู
1.2 ความมีคุณคาสูงสง ดวยปญญา หลักการของชีวิต ไดแก
ความดี บุญกุศล คุณธรรม จริยธรรม การรูจักผิดชอบชั่วดีมีจิตใจสูง
มีพฤติกรรมสวนตัวและพฤตกิ รรมสวนรวมเปนที่ประจักษแกสังคมและเปนที่
ยอมรับในการปฏบิ ัติหนา ที่ครูดวยคุณธรรม จริยธรรมและความปรารถนาที่
จะพัฒนาศิษยตามศักยภาพ พรอมกับตระหนักถึงการพัฒนาองครวมดวย
ความเสียสละ มีความคิดสรางสรรคเปน แบบอยางที่ดีของสังคมและเปนผูมี
จิตใจใฝตอการศึกษา พัฒนาตนเองเพื่อการปฏิรูปคุณภาพการศึกษา
ท่นี บั เปนสว นหนงึ่ ทส่ี ำคญั กบั การยกระดับคุณภาพของตนเอง ซึ่งถอื ไดว าเปน
องคประกอบสำคัญที่สุดตามเจตนารมณของการกอตั้งโรงเรยี นสาธิตฯ เพ่ือ
ตนแบบของการจัดการศกึ ษา และที่สำคัญพฤติกรรมของคณะครูดังกลาวจะ
มีอิทธิพลตอเซลลสมองกระจกเงา (mirror neuron) ที่เปนเซลลสมองของ
ผูเรียนที่ทำหนาที่เลียนแบบพฤติกรรมที่มองเห็นโดยอัตโนมัติ ครูมี
ความสำคัญมากตอสังคม และระบบการศึกษา เพราะครู คือ กระจกเงาการ-
เรียนรู นักเรียนมักเลียนแบบพฤติกรรมของครูที่เขาชื่นชอบ ถาครูแสดง
พฤติกรรมที่ดี สุภาพ มีเหตุผล แตงกายสุภาพ ใฝเรียนรู ชอบคนควา
ชอบอานหนังสือ ภาพเหลานี้ก็สะทอนเขาไปในสมองนักเรียน “เบาหลอม
ดี” ชิ้นงานที่ผลิตจากเบาหลอมยอมดีมีคุณภาพ “พอแม คุณครู ผูใกลชิด
เด็ก คนในสังคม” ถาเปนแบบอยางที่ดียอมชวยใหเด็กเยาวชนคนในสังคม
เลยี นแบบส่ิงดดี ี (ศกั ดช์ิ ยั ภเู จริญ, 2563)
37
37
2. “การสอนเดน”
การจัดการเรียนรแู บบ Active Learning เปนรูปแบบการสอน
ตามจุดเนนเชิงนโยบายรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธกิ าร (นายธีระเกียรติ
เจริญเศรษฐศิลป) ตั้งแตป พ.ศ. 2560 ลักษณะของการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning เปนการเรียนการสอนที่มุงพัฒนาศักยภาพทาง
สมอง ไดแกการคิด การแกปญหา และการนำความรูไปประยุกตใช เปด
โอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรูสูงสุด ผูเรียนสรางองค
ความรูแ ละจัดกระบวนการเรียนรูดวยตนเอง ผูเรียนมีสวนรวมในการเรียน
การสอนทั้งในดานการสรา งองคความรู การสรางปฏิสมั พันธรว มกัน สง เสริม
การมีวินัยในการทำงาน และการแบงหนาที่ความรับผิดชอบ ผูสอนสราง
สถานการณใ หผูเรยี นอาน พูด ฟง คิดอยางลุมลึก โดยผูสอนจะเปนผูอำนวย
ความสะดวกในการจัดการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเกิดจากประสบการณ
(ไชยยศ เรืองสุวรรณ, 2553) จะเห็นวากระบวนการจัดการเรียนรูแบบ
Active Learning มีความสอดคลองกับการจัดการเรียนรูท ี่ตอบสนองทกั ษะ
ศตวรรษที่ 21 ตามตัวแบบ Partner ship 21st ที่มีเปาหมายจัดการเรียนรู
ของนกั เรยี นนกั ศกึ ษาทวั่ โลก เพ่อื ใหพ ลโลกเกดิ ผลลพั ธการเรยี นรูท่ีเกดิ ทกั ษะ
การเรียนรู และทักษะชีวิตที่ประกอบดวย 3R 8C (สวนแผนการศึกษาชาติ
พ.ศ. 2560 – 2579 ที่ใหมีทักษะการเรียนรูระดับ Core Subject ในระดับ
Mastery Learning (การเรยี นรูแบบเปนนายตนเอง) มีทักษะในการรวมมือ
ทักษะในการสื่อสาร มีทักษะในการคิดเชิงวิจารณญาณ มีทักษะในการคิด
สรางสรรคและสรางนวัตกรรม และมีทักษะชีวิต อาชีพ ทักษะในการใช
เทคโนโลยอี ยางชาญฉลาด ดังภาพที่ 1
38
38
ภาพท่ี 1 Century Student Outcomes Support Systems
เพื่อตอบสนองผลลพั ธก ารเรยี นในศตวรรษท่ี 21 ดงั กลา ว มหาวิทยาลยั
ราชภัฏหมูบานจอมบึง ประกาศเปนมหาวิทยาลัย Active Learning เมื่อป
พ.ศ. 2560 เพื่อเปนแนวทางการจัดการเรียนรูแกผูเรยี นสำหรับอาจารยใน
มหาวิทยาลัยทุกคน และถายทอดยังนักศึกษาสาขาวิชาครุศาสตรที่จะตอง
เปนครูในอนาคต เรียกตัวแบบการจัดการเรียนรู MCRU meta Active
Learning ไดมีการถายทอดแนวคิดวิธีการแพรหลายไปยังทุกคณะวิชาใน
มหาวทิ ยาลยั ทจี่ ดั การศึกษาระดับปรญิ ญาตรี และถา ยทอดถึงโรงเรยี นสาธิต-
แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ปจจัยหลักของความสำเร็จของ
การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning อยูที่ทำอยางไรผูเ รียนเรยี นอยา งมี
ความสุข สรางองคความรูดวยตนเอง และเกิดการคิดขั้นสูง (ในระดับ
วิเคราะหหรือ คิดประเมินคา หรือคิดสังเคราะห) ตามทฤษฎีการเรียนรู
ของบลูม (Bloom’s Taxonomy) ซึ่งดานปญญาทีจ่ ำแนกความสามารถจาก
ระดับต่ำสุดไปสูระดับสงู 6 ระดับ คอื 1) การจำ เปนความสามารถในการเก็บรกั ษา
มวลประสบการณต า ง ๆ จากการทีไ่ ดรับรไู วแ ละระลกึ สิ่งนัน้ ได 2) การเขาใจ เปน
39
39
ความสามารถในการจับใจความสำคัญของสื่อ และสามารถแสดงออกมา
ในรูปของการแปลความ ตีความ คาดคะเน ขยายความ หรือ การกระทำอื่น ๆ
3) การประยุกตใช ผูเรียนสามารถนำความรู ประสบการณไปใชในการ
แกปญ หาในสถานการณตาง ๆ ได ซึ่งจะตองอาศัยความรูความเขาใจ จึงจะ
สามารถนำไปใชไ ด 4) การวิเคราะห ผูเรยี นสามารถคิด หรือแยกแยะเรอ่ื งราว
สิ่งตาง ๆ ออกเปนสวนยอยเปนองคประกอบที่สำคัญได และมองเห็น
ความสมั พนั ธของสว นท่ีเก่ียวของกัน 5) การประเมนิ คุณคา เปน ความสามารถใน
การตัดสิน ตีราคา หรือ สรุปเกี่ยวกับคุณคาของสิ่งตาง ๆ ออกมาในรูปของ
คุณธรรมอยางมีกฎเกณฑที่เหมาะสม ซึ่งอาจเปน ไปตามเนื้อหาสาระในเรื่อง
น้ัน ๆ หรืออาจเปน กฎเกณฑท ส่ี ังคมยอมรับกไ็ ด และ 6) การสรางสรรค เปน
ความสามารถในการทผี่ สมผสานสวนยอ ย ๆ เขา เปน เรอ่ื งราวเดยี วกันอยางมี
ระบบ เพื่อใหเกิดสิ่งใหมที่สมบูรณและดีกวาเดิม อาจเปนการถายทอด
ความคดิ ออกมาใหผูอืน่ เขา ใจไดง า ย การกำหนดวางแผนวธิ ีการดำเนินงานขึน้
ใหม หรือ อาจจะเกิดความคิดในอันที่จะสรางความสัมพันธของสิ่งที่เปน
นามธรรมข้ึนมาในรูปแบบ หรือ แนวคิดใหม ซึ่งเปนการจดั การเรียนรูที่เนน
การคิดที่หมายถึงกระบวนการทำงานของสมองโดยใชประสบการณมา
สัมพันธกับสิ่งเรา และสภาพแวดลอมโดยนำมาวิเคราะห เปรียบเทียบ
สังเคราะห และประเมินอยางมีระบบและเหตุผล เพื่อใหไดแนวทางใน
การแกปญหาอยางเหมาะสมหรือสรางสรรคสิ่งใหม เนนใหมีทักษะการคิด
หมายถึง ความสามารถในการแสดงหาขอมูลโดยการอธิบายถึงสาเหตุทีม่ าของ
ปญหา และปรากฏการณคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากสาเหตุและปจ จัยตาง ๆ
แปลความหมายและสรุปความสมั พันธของส่ิงตางๆ และเปน การแสวงหาวิธีการ
ปฏิบัติเพอื่ รวบรวมขอมูล จัดกระทำขอมูล สื่อความหมายขอมูลและตรวจสอบ
พิสูจนขอมูล องคประกอบของการคิดวิเคราะหซึง่ แบงออกเปน 4 ประการ
คือ 1) ความสามารถในการตีความ เราไมส ามารถวิเคราะหส ่ิงตาง ๆ ไดหาก
ไมเริ่มตนดวยการทำความเขาใจขอมูลที่ปรากฏ เร่ิมแรกเราจึงตองพิจารณา
ขอมลู ทไ่ี ดร ับวาอะไรเปนอะไร ดว ยการตีความ การตีความ หมายถึง การพยายาม
40
40
ทำความเขาใจและใหเหตุผลแกสิ่งที่เราตองการจะวิเคราะหเพื่อแปล
ความหมายที่ไมปรากฏโดยตรงของส่ิงน้ัน เปนการสรางความเขาใจตอสิ่งที่
ตองการวิเคราะห โดยสิ่งนั้นไมไดปรากฏโดยตรง คือ ตัวขอมูลไมไดบอก
โดยตรง แตเปนการสรา งความเขาใจที่เกินกวาสิ่งทีป่ รากฏ อันเปนการสราง
ความเขาใจบนพื้นฐานของสิ่งท่ีปรากฏในขอมูลท่ีนำมาวิเคราะหเกณฑที่แต
ละคนใชเปนมาตรฐานในการตัดสินใจใน การตีความนั้นยอมแตกตางกันไป
ตามความรู ประสบการณ และคา นยิ มของแตละบคุ คล 2) ความรูค วามเขา ใจ
ในเรื่องที่จะวิเคราะห เราจะคิดวิเคราะหไดดีนั้นจำเปนตองมีความรูความ
เขาใจพื้นฐานในเรื่องนั้น เพราะความรูจะชวยกำหนดขอบเขตของ
การวิเคราะหแจกแจงและจำแนกไดวาเรื่องนั้นเกี่ยวของกับอะไร มี
องคประกอบยอย ๆ อะไรบางมีกี่หมวดหมู จัดลำดับความสามารถอยางไร
และรูวาอะไรเปนสาเหตุ การวิเคราะหของเราในเรื่องนั้นจะไมสมเหตุสมผล
เลย หากเราไมมีความรูความเขาใจเรื่องนั้น เราจำเปนตองใชความรูที่
เกีย่ วขอ งมาเปนองคประกอบในการคิด ถา เราขาดความรู เราอาจไมส ามารถ
วิเคราะหหาเหตุผลไดวาเหตุใดจึงเปนเชนนั้น 3) ความชางสังเกต ชางสงสัย
และชางถาม นักคิดเชิงวิเคราะหจะตองมีองคประกอบทั้งสามนี้รวมกันคือ
ตองเปนคนชางสังเกต สามารถคนพบความผิดปกติทามกลางส่ิงที่ดูอยางผิว-
เผินแลวเหมอื นไมมีอะไรเกดิ ขึ้น ตองเปนคนชางสงสัย เมื่อเห็นความผิดปกติ
ไมละเลยไป แตหยุดพิจารณาขบคดิ ไตรตรอง และตองเปนคนชางถาม ชอบ
ตั้งคำถาม คำถามจะนำไปสูการสืบคนความจริง และเกิดความชัดเจนใน
ประเด็นที่ตองการวิเคราะห 4) ความสามารถในการหาความสัมพันธเชิง
เหตุผล นักคิดเชิงวิเคราะหจึงตองเปนผูที่มีความสามารถในการใชเหตุผล
จำแนกแยกแยะไดวาสิ่งใดเปนความจริง สิ่งใดเปนความเท็จ สิ่งใดมี
องคประกอบในรายละเอียดเชื่อมโยงสัมพนั ธกันอยางไร ครูโรงเรียนสาธิตฯ
เขาใจเรื่องของความจำกบั การเรียนรูอยางชัดเจน เพื่อนำไปจัดการเรียนรูวา
ความจำหมายถึง การเก็บรักษาขอมูลไวในระยะเวลาหนึ่ง อาจจะเก็บไวใน
ชวงเวลาส้ัน ๆ ประมาณ 1-2 วินาที หรอื อาจจะเก็บรกั ษายาวนานตลอดชีวิต