91
91
ความกาวหนาในการเรียนรูของผูเรียน เพื่อนำผลการประเมินมาใชเปน
ขอมูลในการพัฒนาอยา งตอ เน่ือง ประกอบดว ย
7.1 การประเมินระดบั ช้ันเรียน เปน การวดั ผลและประเมนิ ผล
ท่ีอยูในกระบวนการเรยี นรูผูสอนดำเนนิ การเพือ่ พัฒนาผูเรียนและตัดสินผล
การเรียนในรายวิชา/กิจกรรมทีต่ นสอน ในการประเมินเพ่ือพัฒนา ผูสอน
ประเมนิ ผลการเรยี นรตู ามตัวชี้วดั ท่ีกำหนดเปนเปา หมายในแตล ะหนวย การ
เรียนรูดวยวิธีการตาง ๆ เชน การซักถาม การสังเกต การตรวจการบาน
การแสดงออกในการปฏิบัติผลงาน การแสดงกิริยาอาการตาง ๆ ของ
ผูเรียนตลอดเวลาที่จัดกิจกรรม เพื่อดูวาบรรลุตัวชี้วัดหรือมีแนวโนมวาจะ
บรรลุตัวชี้วัดเพียงใดแลวแกไขขอบกพรองเปนระยะๆ อยางตอเนื่อง การ
ประเมนิ เพื่อตดั สินเปนการตรวจสอบ ณ จดุ ท่กี ำหนด แลวตัดสินวาผูเรียนมี
ผลอนั เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนหรือไม และมากนอยเพียงใด
ท้ังนี้ โดยมวี ัตถุประสงคเพื่อเก็บคะแนนของหนวยการเรยี นรู หรือของการ
ประเมินผลกลางภาค หรือปลายภาคตามรูปแบบการประเมนิ ท่ีสถานศึกษา
กำหนด ผลการประเมินนอกจากจะใหเปน คะแนนหรือระดับผลการเรียนแก
ผเู รยี นแลวตอ งนำมาเปน ขอ มูลใชปรบั ปรงุ การเรียนการสอนตอ ไปอกี ดวย
7.2 การประเมินระดับสถานศึกษา เปนการตรวจสอบผลการ
เรียนของผูเรียนเปนรายป/ รายภาค ผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะห
และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงคและกิจกรรมพฒั นาผูเรยี น การอนุมัติ
ผลการเรียน การตัดสินการเลื่อนเรียน และเปนการประเมินเพื่อใหไดขอมูล
เก่ียวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษาวาสงผลตอการเรียนรูของผูเรียน
ตามเปาหมายหรือไม ผูเรียนมีสิ่งที่ตองไดรับการพัฒนาในดานใด รวมท้ัง
สามารถนำผลการเรียนของผูเรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ
ระดับชาตแิ ละระดบั เขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา ผลการประเมนิ ระดับสถานศึกษาจะ
เปนขอมูล และสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ
หรือวิธกี ารจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพือ่ การจดั ทำแผนพัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษาตามแนวทางการประกนั คณุ ภาพการศึกษา และรายงานผลการจัด
การศึกษาตอ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนสาธิตแหงมหาวทิ ยาลัยราชภัฏ
หมูบานจอมบึง สภามหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง สำนักงาน
คณะกรรมการอดุ มศกึ ษา ผปู กครองและชมุ ชน
92
92
7.3 การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เปนการประเมิน
คุณภาพผูเรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรูของ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใชเปนขอมูลพื้นฐานใน การ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ
สามารถดำเนนิ การโดยประเมนิ คุณภาพของผเู รียนดว ยวิธีการและเครอ่ื งมือท่ี
เปนมาตรฐานซึง่ จัดทำและดำเนนิ การโดยเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา หรือดวยความ
รวมมือกับหนวยงานตนสังกัดและ/หรือหนวยงานที่เกี่ยวของ นอกจากนี้ยงั
สามารถดำเนินการไดดวยการตรวจสอบขอมูลจากการประเมินระดับ
สถานศึกษาในเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา
7.4 การประเมินระดบั ชาติ เปนการประเมินคุณภาพผูเรียนใน
ระดับชาติ ตามมาตรฐาน การเรียนรูของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน สถานศกึ ษาตองจัดใหผูเรียนทุกคนที่เรยี นในชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
และช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 6 เขารบั การประเมินผลจากการประเมนิ ใชเปนขอ มูล
ในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับตาง ๆ เพื่อนำไปใชในการ
วางแผนยกระดับคุณภาพการจดั การศึกษา ตลอดจนเปน ขอ มลู สนบั สนนุ การ
ตัดสนิ ใจในระดบั นโยบายของประเทศ
ขอมูลการประเมินในระดับตาง ๆ ขางตน เปนประโยชนตอ
สถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวน พัฒนาคุณภาพผูเรียน ถือเปนภาระ
ความรับผิดชอบของสถานศึกษาทีจ่ ะตองจัดระบบดูแลชว ยเหลือ ปรับปรงุ
แกไ ข สง เสริมสนบั สนนุ เพ่อื ใหผูเรียนไดพัฒนาเตม็ ตามศกั ยภาพบนพื้นฐาน
ความแตกตางระหวางบุคคลที่จำแนกตามสภาพปญหาและความตองการ
ไดแก กลุมผูเรียนทั่วไป กลุมผูเรยี นที่มีความสามารถพิเศษ กลุมผูเรยี นที่มี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ กลุมผูเรียนที่มีปญหาดานวินัยและพฤติกรรม
กลุมผูเรยี นที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุมผูเรยี นที่มีปญหาทางเศรษฐกิจและสังคม
กลุมผูเ รยี นทพี่ ิการทางรางกายและสติปญ ญา เปนตน ขอ มูลจากการประเมิน
จึงเปนหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการชวยเหลือผูเรียนไดทันทวงที
อันเปนโอกาสใหผ ูเรียนไดรบั การพฒั นาและประสบความสำเรจ็ ในการเรีย
ขอ 8 แนวดำเนินการประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา
เพื่อใหการวัดและการประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา
สอดคลองกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มี
การดำเนินการตามหลักการกระจายอำนาจ มีการประเมินผูเรียนตาม
93
93
หลักการวัดและประเมินผลการเรียน มีการตรวจสอบและกำกับติดตาม
ประเมินคณุ ภาพการประเมินผลการเรียนอยางเปนระบบและมปี ระสิทธิภาพ
จึงกำหนดแนวดำเนนิ การวดั และประเมินผลการเรียนของสถานศกึ ษาดังนี้
8.1 สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง กำหนดรูปแบบ ระบบและระเบียบ
ประเมินผลของสถานศึกษา เพื่อใชเปนแนวปฏิบัติใน การประเมินผลการ
เรยี นของสถานศึกษา
8.2 สถานศกึ ษาโดยคณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและวิชาการ
ของสถานศกึ ษากำหนดมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วดั และแตละกลุมสาระ
การเรียนรู โดยวิเคราะหจากมาตรฐานการเรียนรูชว งชั้น คุณลกั ษณะอันพึง
ประสงคและมาตรฐาน การอาน คิด วิเคราะห และเขียน เพื่อใชเปน
เปาหมายในการวดั และการประเมินผลการเรียนรรู ายภาค
8.3 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการใหความ
เห็นชอบของรูปแบบ วิธีการ เครื่องมือ สำหรับการประเมิน และผลการ
ตดั สินการประเมนิ ผลการเรยี นรายวิชาของผูส อน
8.4 ผูสอนจัดการเรียนการสอน ตรวจสอบพัฒนาการของ
ผูเรียนและประเมินสรุปผลสัมฤทธิ์ของผูเรียนดวยวิธีการหลากหลายตาม
สภาพจริง โดยนำผลการเรียนรูระหวางเรียนไมนอยกวารอยละ 60 ไปใช
เปน ขอ มลู รวมกับการประเมินปลายภาค
8.5 หัวหนาสถานศึกษาอนุมัติผลการเรียน ปลายภาคและการ
ผานชวงช้นั
8.6 สถานศึกษาจัดทำรายงานผลการดำเนินการประเมินผล
การเรียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ
ของสถานศึกษา เสนอตอคณะกรรมการบริหารโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู านจอมบงึ
ขอ 9 การประเมินผลการเรยี นในดานตาง ๆ ประกอบดวย
9.1 การประเมินผลการเรียนสาระการเรียนรูรายวิชา ตาม
มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด ซึ่งสถานศึกษาวิเคราะหจากมาตรฐานการ
เรยี นรชู ว งช้นั การประเมนิ ผลการเรียนรรู ายวชิ า ใหตดั สนิ ผลการประเมินเปน
ระดับผลการเรยี น 8 ระดับ ดงั ตอ ไปนี้
94
94
4 หมายถงึ ผลการเรยี นดเี ยยี่ ม
3.5 หมายถงึ ผลการเรยี นดมี าก
3 หมายถึง ผลการเรยี นดี
2.5 หมายถึง ผลการเรยี นคอ นขางดี
2 หมายถึง ผลการเรยี นปานกลาง
1.5 หมายถงึ ผลการเรยี นพอใช
1 หมายถึง ผลการเรยี นผา นเกณฑขน้ั ต่ำ
0 หมายถงึ ผลการเรยี นตำ่ กวา เกณฑ
9.2 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค เปนการประเมนิ
พัฒนาทางดานคุณธรรม จริยธรรม คานิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค
ของผูเรียน ตามคุณลักษณะทีส่ ถานศึกษากำหนด การประเมินคุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค จะประเมนิ เปน รายคุณลกั ษณะทุกภาคเรียน และตดั สินผล
การประเมนิ เปน 4 ระดบั ดังตอ ไปนี้
ดเี ยี่ยม หมายถึง ผเู รยี นปฏิบัติตนตามคณุ ลกั ษณะจน
เปนนสิ ยั และนำไปใชใ น
ชวี ิตประจำวัน เพื่อประโยชนส ขุ ของ
ตนเองและสงั คม โดยพิจารณาจาก
ผลการประเมนิ ระดบั ดีเยย่ี ม จำนวน
5 - 8 คณุ ลักษณะ และไมม ี
คุณลักษณะใดไดผ ล การประเมนิ ต่ำ
กวาระดับดี
ดี หมายถึง ผูเรยี นมีคณุ ลกั ษณะในการปฏิบัติ
ตามกฎเกณฑเ พ่อื ใหเ ปน การยอมรบั
ของสังคม โดยพจิ ารณาจาก
1. ไดผลการประเมินระดับดีเยี่ยม
จำนวน 1–4 คุณลักษณะ และไมมี
คุณลักษณะใดไดผลการประเมินต่ำ
กวา ระดบั ดี หรือ
2. ไดผลการประเมินระดับดีเยี่ยม
จำนวน 4 คุณลักษณะ และไมมี
95
95
คุณลักษณะใดไดผลการประเมินต่ำ
กวา ระดับผา น หรอื
3. ไดผลการประเมินระดบั ดี จำนวน
5–8 ค ุ ณ ล ั ก ษ ณ ะ แ ล ะ ไ ม มี
คุณลักษณะใดไดผลการประเมินต่ำ
กวาระดับผาน
ผา น หมายถึง ผเู รยี นรบั รแู ละปฏิบัตติ ามกฎเกณฑ
และเงื่อนไข ที่สถานศึกษากำหนด
โดยพจิ ารณาจาก
1. ไดผ ลการประเมินระดับผา น
จำนวน 5–8 คุณลักษณะ และไมมี
คุณลักษณะใดไดผลการประเมินต่ำ
กวาระดบั ผา น หรอื
2. ไดผลการประเมนิ ระดบั ดี
จำนวน 4 คุณลักษณะ และไมมี
คุณลักษณะใดไดผลการประเมินต่ำ
กวาระดบั ผา น
ไมผา น หมายถงึ ผูเรยี นรบั รแู ละปฏบิ ัตไิ ดไมค รบตาม
กฎเกณฑ และเงอ่ื นไขที่สถานศึกษา
กำหนด โดยพิจารณาจากผลการ
ประเมนิ ระดบั ไมผา น ตง้ั แต
คณุ ลักษณะ
9.3 การประเมินความสามารถ อาน คิด วิเคราะห และเขียน
ผานชวงชั้น เปนการประเมินทักษะการคิดและการถายทอดความคิดดวย
ทักษะการอาน การคิด วิเคราะห และเขียน ตามเงื่อนไขและวิธีการที่
สถานศึกษากำหนดและตัดสินผลการประเมินเปน 4 ระดบั ดงั ตอ ไปนี้
ดเี ยยี่ ม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถใน
การอาน คิดวิเคราะห และเขยี นท่ีมี
คุณภาพดีเลศิ อยเู สมอ
ดี หมายถึง มผี ลงานท่แี สดงถงึ ความสามารถใน
96
96
การอาน คดิ วิเคราะห และเขียนท่มี ี
คุณภาพเปนทย่ี อมรบั
ผา น หมายถงึ มผี ลงานที่แสดงถึงความสามารถใน
การอา น คิดวิเคราะห และเขียนทมี่ ี
คณุ ภาพเปนทย่ี อมรับ แตยงั มี
ขอบกพรองบางประการ
ไมผา น หมายถึง ไมมผี ลงานท่แี สดงถงึ ความสามารถ
ในการอา น คิดวิเคราะห และเขยี น
หรือถา มผี ลงาน ผลงานนน้ั ยังมี
ขอบกพรอ งท่ีตอ งไดร บั การปรบั ปรงุ
แกไขหลายประการ
9.4 การประเมินการรวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เปนการ
ประเมินความสามารถและพัฒนาการของผูเรียน ในการเขารวมกิจกรรม
พัฒนาผูเรียน ในแตละภาคเรียน ตามเกณฑของแตละกจิ กรรมและตดั สินผล
การประเมินเปน 2 ระดับ ดงั น้ี
ผาน หมายถงึ ผเู รยี นมีเวลาเขารวมกจิ กรรมพฒั นา
ผูเรยี น ปฏิบัตกิ จิ กรรมและมีผลงาน
ตามเกณฑท สี่ ถานศึกษากำหนด
ไมผ า น หมายถึง ผเู รยี นมีเวลาเขารวมกจิ กรรมพฒั นา
ผเู รยี น ปฏิบัตกิ ิจกรรมและมผี ลงาน
ไมเ ปน ไปตามเกณฑทีส่ ถานศกึ ษา
กำหนด
9.5 การตัดสินผลการเรียนผานชวงชั้น เปนการนำผลการ
ประเมินในขอ 9.1 ถึง 9.4 มาประมวลสรุปเพื่อตัดสินใหผูเรียนผานชวงช้ัน
ตาง ๆ ตามเกณฑการตดั สนิ ผลการเรียนแตละชว งชัน้
ขอ 10 การประเมินผลการเรียนทม่ี ีเง่ือนไขในแตล ะรายวิชา
การประเมนิ ผลการเรยี นทม่ี ีเงอ่ื นไขในแตละรายวิชา เปน ดงั น้ี
มส หมายถงึ ไมม สี ิทธ์เิ ขารับการประเมินผลปลาย
ภาคเรียน
ร หมายถงึ รอการตัดสิน หรอื ยังตัดสินไมไ ด
97
97
หมวด 3
การตัดสินผลการเรียน
ขอ 11 การตัดสินผลการเรียน ใหถอื ปฏบิ ตั ดิ ังนี้
11.1 พจิ ารณาตดั สนิ วา ผเู รยี นผานเกณฑก ารประเมนิ รายวชิ า
ตามกลมุ สาระการเรยี นรูท ัง้ 8 กลุม และไดร บั ผลการเรยี น 1 ถงึ 4
11.2 การตัดสินพิจารณาวา ผูเรียนจะนับจำนวนชั่วโมง/
จำนวนหนว ยกิตจะตอ งไดรับผลการเรียน 1 ถงึ 4
11.3 ไดรับการประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงคของผูเรียน
เปนรายภาคและนำไปตดั สนิ การผานชวงชั้น โดยถา ผานเกณฑท ีส่ ถานศึกษา
กำหนดใหไ ดผลการประเมนิ ตามขอ 9.2
11.4 ไดรับการประเมินการอาน คิด วิเคราะห และเขียน
เปนรายภาคและนำไปตัดสินการผานชว งชั้น โดยผานเกณฑการประเมินให
ไดระดับผลการประเมินตามขอ 9.3
11.5 ไดร บั การตัดสนิ การเขา รวมกิจกรรมพัฒนาผเู รยี นเปนราย
ภาคและรายชว งชนั้ โดยถา ผานเกณฑก ารประเมินใหไ ดผลการประเมินเปน
“ผ” และถา ไมผา นเกณฑ ใหผ ลการประเมนิ ได “มผ”
11.6 วัดผลปลายภาคเฉพาะผทู มี่ ีเวลาเรียนตลอดภาคเรยี น ไม
นอยกวารอยละ 80 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น ใหอยูในดุลพินิจของ
คณะอนุกรรมการกลุมสาระการเรียนรู เสนอผานคณะกรรมการบริหาร
หลักสูตรและวิชาการเห็นชอบ และเสนอผบู ริหารสถานศกึ ษาอนมุ ัติ
11.7 ผูเรียนที่มีเวลาเรียนไมถึงรอยละ 80 ของเวลาเรียนใน
รายวิชานั้น และไมไดรับการผอนผันใหเขารับการวัดผลปลายภาคใหไ ดผล
การเรียน “มส”
11.8 ผูเรียนที่มีผลการเรยี นต่ำกวาเกณฑทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
ใหไ ดร ะดับผลการเรียน “0” ในครงั้ นั้น
11.9 ผูเรยี นที่ทุจริตในการสอบหรือทุจริตในงานที่มอบหมาย
ใหทำในรายวิชาใด ครงั้ ใด ก็ตาม ใหไ ดค ะแนน “0” ในครัง้ นน้ั
11.10 ผูเรียนที่ไมไดเขารับการประเมินผลระหวางเรยี น หรือ
ปลายภาค ไมไดสงงานที่ไดรับมอบหมายใหทำ หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให
ประเมินผลการเรยี นไมได ใหไดผ ลการเรียน “ร”
98
98
กรณีที่ผูเรียนไดผลการเรียน “ร” เพราะไมสงงานนั้น
จะตองไดรับความเหน็ ชอบจากคณะอนกุ รรมการกลุมสาระการเรยี นรู
ขอ 12 การเปลยี่ นผลการเรยี น ใหถ ือปฏิบัตดิ ังนี้
12.1 การเปลี่ยนระดับผลการเรียนจาก “0” ใหครูผูสอน
ดำเนินการพัฒนาผูเรยี น โดยจัดสอนซอมเสรมิ ปรับปรุง แกไขผูเรียนในผล
การเรียนรู ไมผานเกณฑขั้นต่ำแลวประเมินดวยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ จน
ผูเรียนสามารถผานเกณฑการประเมินและใหระดับผลการเรียนใหม ใหได
ระดบั ผลการเรียนไมเกนิ “1” ตามเง่อื นไขที่สถานศกึ ษากำหนด ทงั้ นี้ ใหส อบ
แกตัวไดไมเกิน 2 ครั้ง ถาผูเรียนไมดำเนิน การสอบแกตัวตามระยะเวลาที่
สถานศึกษากำหนด ใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยาย
เวลาออกไปอกี 1 ภาคเรยี น สำหรบั ภาคเรียนที่ 2 ตองดำเนินการใหเสร็จสิ้น
ภายในปก ารศึกษานน้ั
ถาสอบแกตัว 2 ครั้งแลว ยังไดระดับผลการเรียน “0” อีก
ใหสถานศึกษาแตงตั้งคณะกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผลการ
เรยี นของผูเรยี น โดยปฏิบัตดิ งั น้ี
(1) ถา เปน รายวิชาพืน้ ฐาน ใหเรียนซ้ำรายวชิ านั้น
(2) ถาเปนรายวิชาเพิ่มเติม ใหอยูในดุลยพินิจของ
สถานศกึ ษา ใหเ รียนซำ้ หรอื เปลย่ี นรายวชิ าใหม
12.2 การเปลี่ยนผลการเรยี นจาก “ร” ใหผูเรียนดำเนินการ
แกไข “ร” ตามสาเหตุ เมื่อผูเรียนแกไขปญหาเสร็จแลวใหไดระดับผลการ
เรียนตามปกติ (ต้งั แต 0-4)
ถาผูเรียนไมดำเนินการแกไข “ร” กรณีที่สงงานไมค รบ
แตมีผลการประเมินระหวางเรียนและปลายภาคใหผูสอนนำขอมูลที่มีอยู
ตัดสนิ ผลการเรียน ยกเวนมีเหตุสุดวิสัย ใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่
จะขยายเวลาการแก “ร” ออกไปอีกไมเกิน 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนท่ี
2 ตองดำเนนิ การใหเสร็จสิ้นภายในปการศึกษานั้น เมื่อพนกำหนดนี้แลวให
เรียนซำ้ หากผลการเรยี นเปน “0” ใหดำเนินการแกไขตามหลักเกณฑ
12.3 การเปลีย่ นผลการเรียน “มส” มี 2 กรณี
1) กรณีผูเรียนไดผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไมถึง
รอยละ 80 แตมีเวลาเรียนไมนอยกวารอยละ 60 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น
ใหครูผูสอนจัดใหเรยี นเพิม่ เติมโดยใชชั่วโมงสอนซอมเสรมิ หรือมอบหมายงานให
99
99
ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไวสำหรับวิชานั้น แลวจึงใหวัดผลปลายภาค
เปนกรณีพิเศษ ผลการแก “มส” ใหไดระดับผลการเรียนไมเกิน “1” การแก
“มส” กรณีนี้ใหกระทำใหเสร็จสิ้นภายในปการศึกษานั้น ถาผูเรียนไมมา
ดำเนินการแก “มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไวนี้ใหเรียนซำ้ ยกเวนมีเหตสุ ุดวิสยั
ใหอยูในดุลยพินิจของสถานศกึ ษาที่จะขยายเวลาการแก “มส”ออกไปอีกไมเกิน
1 ภาคเรียน
2) กรณีผเู รียนไดผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลานอย
กวารอยละ 60 ของเวลาท้งั หมด ใหส ถานศกึ ษาดำเนนิ การดังนี้
(1) ถา เปนรายวชิ าพื้นฐาน ใหเรยี นซำ้ รายวิชานน้ั
(2) ถาเปนรายวิชาเพิ่มเติม ใหอยูในดุลยพินิจของ
สถานศึกษา ใหเ รยี นซ้ำหรือเปล่ียนรายวิชาใหม
การเรียนซ้ำรายวิชาผูเรียนที่ไดรับการสอนซอมเสริม
และสอบแกตัวแลว 2 ครั้งแลวไมผานเกณฑการประเมิน ใหเรียนซ้ำรายวิชา
นั้น ทั้งนี้ใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจัดใหเรียนซ้ำในชวงใด
ชวงหนึ่งที่สถานศึกษาเห็นวาเหมาะสม เชน พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงวาง
หลงั เลิกเรียน ภาคฤดูรอ น เปนตน
ในกรณีภาคเรียนท่ี 2 หากผูเรียนยังมีผลการเรียน “0” “ร”
“มส” ใหดำเนินการใหเสรจ็ สิ้น กอนเปดเรียนปการศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจ
เปดการเรียนการสอนในภาคฤดูรอ นเพอ่ื แกไ ขผลการเรียนของผเู รียนได
12.4 การเปลี่ยนผล “มผ” กรณีที่ผูเรียนไดผล “มผ” สถานศึกษา
ตอ งจัดซอมเสริมใหผเู รียนทำกจิ กรรมในสว นท่ีผเู รยี นไมไ ดเ ขา รวมหรือไมไดทำจน
ครบถวน แลวจึงเปลี่ยนผลจาก “มผ” เปน “ผ” ได ทั้งน้ี ดำเนินการใหเสร็จส้ิน
ภายในภาคเรยี นน้ัน ๆ ยกเวนมีเหตุสุดวสิ ัยใหอยูใ นดุลยพินจิ ของสถานศึกษาที่จะ
พิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไมเกิน 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนท่ี 2 ตอง
ดำเนินการใหเ สร็จส้ินภายในปก ารศกึ ษานน้ั
ขอ 13 การเล่ือนชัน้ เมื่อสิ้นปการศึกษาผูเรียนจะไดรบั การเล่ือนช้ัน
เม่ือมีคณุ สมบัตติ ามเกณฑ ดงั ตอ ไปน้ี
13.1 รายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิม่ เติมไดรับการตัดสินผลการ
เรยี นผานตามเกณฑท ส่ี ถานศกึ ษากำหนด
100
100
13.2 ผูเรียนตองไดรับการประเมินและมผี ลการประเมินผานตาม
เกณฑท ่ีสถานศึกษากำหนดในการอาน คดิ วเิ คราะห และเขียน คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค และกิจกรรมพฒั นาผเู รียน
13.3 ระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปการศึกษานั้นควรไดไมต่ำกวา
1.00 ท้ังน้ี รายวิชาใดที่ไมผานเกณฑการประเมิน สถานศึกษาสามารถซอมเสริม
ผเู รียนใหไดรบั การแกไ ข
ในภาคเรียนถัดไป ทั้งนี้สำหรับภาคเรียนที่ 2 ตองดำเนินการให
เสรจ็ ส้ินภายในปการศกึ ษานั้น
ขอ 14 การสอนซอมเสริม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 กำหนดใหสถานศึกษาจัดสอนซอมเสริมเพื่อพัฒนาการเรียนรู
ของผูเรยี นเตม็ ตามศักยภาพ
การสอนซอ มเสรมิ เปนการสอนเพื่อแกไขขอบกพรอง กรณที ่ผี เู รียน
มีความรู ทักษะ กระบวนการหรือเจตคติ/คุณลักษณะ ไมเปนไปตามเกณฑท่ี
สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาตองจัดสอนซอมเสริมเปนกรณีพิเศษ
นอกเหนือไปจากการสอนตามปกติ เพื่อพัฒนาใหผูเรียนสามารถบรรลุตาม
มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชีว้ ัดที่กำหนดไว เปน การใหโ อกาสแกผเู รยี นไดเรียนรูและ
พัฒนา โดยจัดกิจกรรมการเรียนรูที่หลากหลายและตอบสนองความแตกตาง
ระหวางบุคคล
การสอนซอมเสรมิ สามารถดำเนินการไดใ นกรณี ดงั ตอ ไปน้ี
1) ผูเรียนมีความรู/ทักษะพื้นฐานไมเพียงพอที่จะศึกษาในแตละ
รายวิชานัน้ ควรจดั การสอนซอมเสริมปรบั ความร/ู ทกั ษะพน้ื ฐาน
2) ผูเรียนไมสามารถแสดงความรู ทักษะ กระบวนการ หรือเจต
คติ/คุณลักษณะที่กำหนดไวตามมาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัดในการประเมินผล
ระหวางเรยี น
3) ผูเรียนที่ไดระดับผลการเรียน “0” ใหจัดการสอนซอมเสริม
กอ นสอบแกตวั
4) กรณีผูเรียนมีผลการเรียนไมผาน สามารถจัดสอนซอมเสริมใน
ภาคฤดรู อนเพื่อแกไ ขผลการเรียน ทง้ั น้ี ใหอ ยูในดุลยพินจิ ของสถานศกึ ษา
ขอ 15 การเรียนซ้ำชั้น ผูเรียนที่ไมผานรายวิชาจำนวนมากและมี
แนวโนมวาจะเปนปญหาตอ การเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นสถานศึกษาอาจต้ัง
101
101
คณะกรรมการพิจารณาใหเรียนซ้ำชั้นไดทั้งน้ี ใหคำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู
ความสามารถของผูเรยี นเปน สำคัญ
การเรยี นซำ้ ชั้น มี 2 ลักษณะ คอื
1) ผูเรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปการศึกษานั้นต่ำกวา
1.00 และมีแนวโนม วาจะเปนปญหาตอการเรียนในระดับชน้ั ทสี่ งู ข้นึ
2) ผูเรียนมีผลการเรียน 0 ร และ มส เกินครึ่งหนึ่งของ
รายวชิ าที่ลงทะเบยี นเรยี นในปการศกึ ษานน้ั
ทั้งนี้ หากเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือทั้ง 2 ลักษณะ ให
สถานศกึ ษาแตงตัง้ คณะกรรมการพิจารณา หากเหน็ วาไมมีเหตุผลอันสมควรก็ให
ซ้ำชั้น โดยยกเลิกผลการเรียนเดิมและใหใชผลการเรียนใหมแทน หากพิจารณา
แลวไมต องเรยี นซำ้ ชัน้ ใหอยใู นดุลยพินิจของสถานศึกษาในการแกไ ขผลการเรียน
ขอ 16 เกณฑการตัดสินผลการเรียน ผานชวงชั้นและจบหลักสูตร
สถานศกึ ษา
16.1 เกณฑการจบหลักสูตรระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน
1) ผูเรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเปน
รายวิชาพื้นฐาน 66 หนวยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษา
กำหนด
2) ผูเรียนตองไดหนวยกิตตลอดหลักสูตรไมนอยกวา 77
หนวยกิต โดยเปนรายวชิ าพน้ื ฐาน 66 หนวยกิต และรายวิชาเพมิ่ เตมิ ไมนอย
กวา 11 หนวยกิต
3) ผเู รียนตอ งมผี ลการเรียนผา นทกุ รายวิชา
4) ผูเรียนมีผลการประเมิน การอาน คิดวิเคราะหและ
เขียน ผา นเกณฑการประเมนิ ในระดบั ผา นข้ึนไป
5) ผูเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค
ผานเกณฑการประเมินในระดับผานขึ้นไป (รวมตลอด 3 ป จำนวน 45
ช่วั โมง)
6) ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการ
ประเมินผา นทุกกจิ กรรม
7) ผูเรียนเขารวมกิจกรรมเสริมหลักสูตรและมีผลการ
ประเมินผานเกณฑก ารประเมนิ
16.2 เกณฑก ารจบหลกั สูตรระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
102
102
1) ผูเรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเปน
รายวิชาพื้นฐาน 41 หนวยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษา
กำหนด
2) ผูเรียนตองไดหนวยกิตลอดหลักสูตรไมนอยกวา 77
หนวยกิต โดยเปน รายวิชาพน้ื ฐาน 66 หนว ยกิต และรายวชิ าเพิ่มเตมิ ไมนอย
กวา 36 หนว ยกิต
3) ผเู รยี นตอ งมีผลการเรียนผานทุกรายวิชา
4) ผูเรียนมีผลการประเมิน การอาน คิดวิเคราะหและ
เขยี น ผา นเกณฑการประเมนิ ในระดับผา นขึ้นไป
5) ผูเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค
ผานเกณฑการประเมินในระดับผานขึ้นไป (รวมตลอด 3 ป จำนวน 60
ชว่ั โมง)
6) ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการ
ประเมนิ ผานทกุ กิจกรรม
7) ผูเรียนเขารวมกิจกรรมเสริมหลักสูตรและมีผลการ
ประเมินผานเกณฑก ารประเมิน
หมวด 4
เอกสารหลักฐานการศึกษา
ขอ 17 ใหสถานศึกษาจัดใหมีเอกสารการประเมินผลการเรียน ตาง ๆ
ดังนี้
17.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript) (ปพ.1) เปนเอกสาร
บันทึกผลการเรียนของผเู รยี นตามสาระการเรียนรกู ลมุ วิชาและกิจกรรมตาง ๆ ที่
ไดเรียนในแตละชวงชั้นของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใหเปนหลักฐาน
แสดงสถานภาพและความสำเร็จในการศกึ ษาของผูเรียนแตล ะคน ใชเปน หลักฐาน
ในการสมัครเขา ศึกษาตอ สมัครทำงานหรือดำเนนิ การในเร่อื งอ่นื ทเ่ี กย่ี วของ
17.2 หลักฐานแสดงวฒุ กิ ารศกึ ษา (ใบประกาศนยี บัตร) (ปพ.2) เปน
เอกสารที่สถานศึกษาออกใหกับผูสำเร็จการศึกษาและรับรองวุฒิการศึกษาของ
ผเู รียน ใหผูเ รยี นนำไปใชเ ปน หลักฐานแสดงระดบั วฒุ กิ ารศกึ ษาของตน
103
103
17.3 แบบรายงานผูสำเร็จการศึกษา (ปพ.3) เปนแบบรายงาน
รายชื่อและขอมูลของผูสำเร็จการศึกษาภาคบังคับตามหลักสูตรการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน เพื่อใชเปน หลักฐานสำหรับตรวจสอบยนื ยนั และรับรองความสำเร็จและ
วุฒิการศึกษาของผูสำเร็จการศึกษาแตละคน ตอเขตพื้นที่การศึกษาและ
กระทรวงศกึ ษาธิการ
17.4 แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค (ปพ.4)
เปนเอกสารรายงานพัฒนาการดานคุณลักษณะของผูเรียนเกี่ยวกับคุณธรรม
จริยธรรม คานิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงคที่สถานศึกษากำหนดขึ้นเพ่ือ
พัฒนาผูเรียนเปนพิเศษ เพื่อการแกปญหาหรือสรางเอกลักษณใหผูเรียนตาม
วิสัยทัศนของสถานศึกษา เปนการรายงานผลการประเมินที่แสดงถึงสภาพหรือ
ระดับคณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม หรือคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข องผเู รยี นในแต
ละชวงชั้น สถานศึกษาตองจัดทำเอกสารนี้ใหผูเรียนทุก ๆ คน ควบคูกับระเบียน
แสดงผลการเรียนของผูเรียนเพื่อนำไปใชเปนหลักฐานแสดงคุณลักษณะของ
ผูเรยี นเพื่อประกอบในการสมัครศกึ ษาตอ หรอื สมัครทำงาน
17.5 แบบแสดงผลการพัฒนาคุณภาพของผูเรียน (ปพ.5) เปน
เอกสารสำหรับผูสอนใชบ ันทึกเวลาเรยี น ขอ มูลผลการวัดและประเมินผลการเรยี น
ขอมูลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียนแตละคนที่เรียนใน
หองเรียนกลุมเดียวกัน เพื่อใชเปนขอมูลในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ปรับปรุง แกไข สงเสริมและตัดสนิ ผลการเรียนของผูเรียน รวมทั้งใชเปนหลักฐาน
สำหรับตรวจสอบยืนยัน สภาพการเรียน การมีสวนรวมในกิจกรรมตาง ๆ และ
ผลสัมฤทธิข์ องผูเรยี นแตล ะคน
17.6 แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผูเรียนรายบุคคล (ปพ.6)
เปนเอกสารสำหรับบันทึกขอมูลเกี่ยวกับผลการเรียน พัฒนาการในดานตาง ๆ
และขอ มูลอ่ืน ๆ ของผูเรยี น
17.7 ใบรับรองผลการศกึ ษา (ปพ.7) เปนเอกสารท่ีสถานศึกษาออก
ใหผูเรียนเปน การเฉพาะกิจเพื่อรับรองสถานภาพทางการศึกษาของผูเรียนเปน
การช่วั คราว ทง้ั กรณีผูเรยี นยงั ไมส ำเร็จการศกึ ษาและสำเรจ็ การศึกษาแลว
17.8 ระเบียนสะสม (ปพ.8) เปนเอกสารสำหรับบันทึกขอมูล
เกีย่ วกับพัฒนาการและผลงานดานตา ง ๆ ของผูเรียนทั้งที่สถานศึกษาและที่บาน
เพอ่ื ประโยชนใ นการแนะแนวผูเ รยี นในทุก ๆ ดาน
104
104
17.9 สมุดบันทึกผลการเรยี น (ปพ.9) เปนสมดุ บนั ทึกผลการเรยี นรทู ี่
สถานศึกษาจดั ทำขึน้ เพื่อบันทกึ รายการรายวิชาตาง ๆ ท่ผี ูเ รยี นจะตองเรยี นในแต
ละชว งชั้น ตามโครงสรา งหลักสูตรของสถานศึกษา พรอมดวยผลการประเมินผล
การเรียนของแตละรายวิชา และสถานศึกษา ออกใหผูเรียนสำหรับใชศกึ ษาและ
นำไปแสดงใหบุคคลหรือหนวยงานที่สนใจไดทราบโครงสรางหลักสูตรและ
รายละเอยี ดของรายวิชาตา ง ๆ ของสถานศกึ ษา พรอ มดวยผลการเรยี นของผูเรยี น
จากการเรียนแตละรายวิชา กรณีที่ผูเ รียนยายสถานศึกษาขอ มลู ในสมุดบันทึกผล
การเรียนรูจะเปนประโยชนในการนำไปใชเปนขอมูลในการเทียบโอนผลการเรียน
จากสถานศึกษาเดิมไปเปนผลการเรยี นตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษาให
หมวด 5
การเทยี บโอนผลการเรียน
ขอ 18 การเทียบโอนผลการเรียน เปนการนำผลการเรียนซึ่งเปน
ความรู ทักษะ และประสบการณของผูเรียนที่เกิดจากการศึกษาในระบบ
การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย มาประเมนิ เปนสวนหนึง่
ของการศกึ ษาตามหลักสูตรใดหลกั สูตรหนึง่
แนวการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ใหเปนไปตามระเบียบ
สถานศึกษา วาดวยการเทยี บโอนผลการเรยี น ดงั น้ี
18.1 ผูขอเทยี บโอนตองข้ึนทะเบียนเปน นักเรียนหรือนักศึกษาของ
สถานศึกษาใดสถานศึกษาหนึ่ง ทั้งนี้ โดยผูขอเทียบโอนจะตองไมเปนผูที่กำลงั
ศึกษาอยูใ นระบบ โดยสถานศึกษาดังกลา วดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ใน
ภาคเรียนแรกที่ขึ้นทะเบียนเปน นักเรียนหรือนักศกึ ษา ยกเวนกรณมี เี หตุจำเปน
18.2 จำนวนสาระการเรียนรู รายวิชา จำนวนหนวยกติ ทจ่ี ะรับเทยี บ
โอน และอายุของผลการเรียนที่จะนำมาเทียบโอน ใหอยูในดุลพินิจของคณะ
กรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศกึ ษา ทัง้ น้ีเมอ่ื เทยี บโอนแลวตอ ง
มเี วลาเรยี นอยูใ นสถานศกึ ษาทจี่ ะรบั เทียบโอนไมนอยกวา 1 ภาคเรยี น
18.3 การเทียบโอนผลการเรียนใหดำเนินการในรูปของ
คณะกรรมการการเทียบโอนผลการเรียนจำนวนไมนอยกวา 3 คน แตไมเกิน 5
คน
ขอ 19 การเทยี บโอนระดบั การศึกษา ใหดำเนนิ การดงั น้ี
105
105
19.1 การเทียบระดับการศึกษา หมายถึง การนำผลการเรียน
ความรู และประสบการณที่ไดจากการศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอก
ระบบ ไมแบงระดับมาประเมินเพื่อเทียบเทาการศึกษาระดับใดระดับหนึ่ง มี
แนวทางการเทียบระดับการศึกษาดงั น้ี
1) ผขู อเทียบระดบั การศกึ ษา จะตอ งไมเปนผทู ี่กำลังศึกษาอยู
ในสถานศึกษาในระบบ หรือสถานศึกษานอกระบบ ที่จัดการศึกษาเปนระบบ
เดียวกันกับการศึกษาในระบบและเปนผูสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ในระดับทต่ี ่ำกวาระดบั การศึกษาทขี่ อเทยี บ 1 ระดบั
2) ใหสถานศึกษาซึ่งเปนที่ทำการเทียบระดับการศึกษา
ดำเนินการเทียบระดับดวยการประเมินความรูความสามารถ และประสบการณ
ของผูขอเทียบระดับ ดวยวิธีการที่หลากหลายทั้งดวยการทดสอบ การประเมิน
แฟมผลงาน การสังเกตพฤติกรรมตา ง ๆ ใหครอบคลุมคุณลักษณะของผูเรียนทัง้
ดานพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย ตามเกณฑมาตรฐานของหลักสูตรที่ขอ
เทียบระดับ
3) ผูผานการประเมินจะไดรับหลักฐานแสดงผลการประเมิน
เทียบระดับความรูและใบประกาศนียบัตรรับรองระดับความรูของ
กระทรวงศึกษาธิการ
19.2 การเทียบโอนผลการเรียน หมายถึง การนำผลการเรียนซง่ึ
เปนความรู ทักษะ และประสบการณของผูเรียนที่เกิดจากการศึกษาในระบบ
การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และผลการศึกษาจากตาง
สถานศึกษา มาประเมนิ เปนสวนหน่งึ ของการศึกษา ตามหลักสตู รใดหลกั สตู รหน่ึง
ท่ีกำลงั ศกึ ษา มแี นวการดำเนนิ การดงั น้ี
1) คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และวิชาการของ
สถานศกึ ษากำหนดจำนวนรายวิชา จำนวนหนว ยกติ ทส่ี ถานศึกษาจำกัดใหผเู รียน
สามารถขอเทียบโอนไดในการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษา แตละชวงช้ัน
ท้ังนีผ้ เู รยี นจะตอ งเหลือรายวชิ าท่ีจะตอ งศกึ ษาในสถานศึกษาอกี อยา งนอย 1 ภาค
เรียน พรอ มกบั การกำหนดแนวทางและวธิ ีการเทียบโอน ทงั้ กรณเี ทียบโอนผลการ
เรียนเดิมที่ผูเรียนศึกษากอนเขาศึกษาในสถานศึกษา และกรณีเทียบโอนผลการ
เรียนของสถานศึกษาใหสอดคลองกับกฎกระทรวงวาดวยการเทียบโอนผลการ
เรยี นดวย
106
106
2) สถานศึกษาแตงตั้งคณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผล
การเรียนของสถานศึกษาใหปฏิบัติหนาท่ีกำหนดสาระ จัดสรางเคร่ืองมือ สำหรับ
การเทยี บโอนผลการเรยี นและดำเนนิ การเทยี บโอนผลการเรยี น
3) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ทำการ
เทียบโอนผลการเรียนใหผเู รียนในกรณตี อ ไปน้ี
กรณีการเทยี บโอนผลการเรียนเดิม ที่ผเู รียนศึกษามากอ นเขา
ศกึ ษาในสถานศึกษาใหดำเนนิ การดงั น้ี
(1) ใหดำเนินการใหเสร็จในภาคเรียนแรกที่ผูเรียนเขา
ศึกษาในสถานศึกษา
(2) ใหเทียบโอนผลการเรียนเปน รายวชิ า
(3) ผูเรยี นยืน่ คำรองเปน ลายลกั ษณอักษรขอเทียบความรู
ตามรายวชิ าในหลกั สตู รของสถานศกึ ษา ตามจำนวนรายวชิ าท่สี ถานศึกษากำหนด
ไวใ นระเบยี บการเทียบโอนผลการเรยี นของสถานศึกษาใหผูเรยี นยื่นคำรอง พรอม
เอกสารหลกั สตู รที่นำมาขอเทยี บ และเอกสารการศึกษาที่ไดรบั มา (ถา ผเู รยี นมี)
(4) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน
พจิ ารณาหลักสูตรและหลกั ฐานเอกสารเดิมของผูเรยี น เพอื่ เปรยี บเทียบหลกั สตู รท่ี
เรียนมากับหลักสูตรของสถานศึกษาในรายวิชาที่ขอเทียบ ถามีจุดประสงคและ
เนื้อหาสาระตรงกันไมนอยกวารอยละ 60 ใหรับเทียบโอนได และใหไดระดับผล
การเรยี นที่ไดมาในกรณีทีผ่ ูเรียนยายสถานศึกษา แตถาเปนกรณีเทียบโอนผลการ
เรียนจากสถานศึกษาตางระบบ ใหคณะกรรมการดำเนนิ การเทยี บโอนพิจารณาวา
ควรยอมรับผลการเรียนเดิมหรือไม ถาไมยอมรับก็ตองประเมินใหใหมดวยวิธีการ
ตาง ๆ ท่เี หมาะสม
(5) คณะกรรมการดำเนนิ การเทียบโอนผลการเรยี น จดั ให
มีการประเมินความรูความสามารถและประสบการณของผูเรียนใหม ตามผลการ
เรยี นที่คาดหวงั ของรายวชิ าทผ่ี เู รียนขอเทียบในกรณีที่ผเู รียนไมม ีเอกสารหลักฐาน
การศึกษาเดิมมาแสดง หรือหลกั สูตรที่ผูเรียนนำมาขอเทยี บโอน มีความสอดคลอ ง
กับจุดประสงคแ ละเนอ้ื หาสาระของหลักสูตรที่ขอเทียบไมถึงรอ ยละ 60 ผูเรียนที่
ผานการประเมินจะไดรับการเทียบโอนผลการเรียนได โดยไดระดับผลการเรียน
ตามทีป่ ระเมินได สวนผทู ่ีไมผา นการประเมนิ จะไมไดร ับการเทยี บโอนผลการเรยี น
กรณีผูเรียนขออนุญาตไปศึกษารายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง ตาง
สถานศกึ ษาหรอื ขอศึกษาดวยตนเองใหด ำเนินการดงั น้ี
107
107
(1) ใหดำเนินการโดยผูเ รยี นย่ืนคำรองไปศกึ ษาตา งสถานท่ี
หรือตางรูปแบบตอคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ซึ่งจะพิจารณาผลการ
เรียนและความจำเปนของผูเรียนตามระเบียบการจัดการศึกษา 3 รูปแบบ ของ
สถานศกึ ษาทจ่ี ะจดั การศกึ ษาในระบบ
(2) รายวิชาที่ผูเรียนขอไปศึกษาตางสถานที่ หรือตาง
รูปแบบตองมีจุดประสงคและเนื้อหาสาระสอดคลองกับรายวิชาในหลักสูตรของ
สถานศึกษาท่ีจะนำมาเทียบโอนไมนอ ยกวารอยละ 60
(3) กรณผี ูเรียนขอไปศึกษาตา งสถานศึกษาหรือระบบที่มี
สถานศกึ ษาจดั การเรียนการสอนแนน อน ถา เหน็ ควรอนุญาตใหไปเรยี นไดใหม กี าร
ประสานงานเร่อื งการจัดการเรียนการสอน การประเมนิ ผล และการรบั โอนผลการ
เรียนกอน เมื่อไดต กลงรวมกันเรียบรอยแลวจึงจะอนญุ าตเมื่อศึกษาสำเรจ็ ใหรับ
โอนผลการเรียนไดท นั ที
(4) กรณีผูเรียนขออนุญาตศึกษาดวยตนเอง หรือศกึ ษาใน
สถานศกึ ษาท่ีไมส ามารถติดตอ ประสานได ถาคณะกรรมการพจิ ารณาความจำเปน
แลวเห็นควรอนุญาต เมื่อผูเรียนมารายงานผลการเรียน ใหคณะกรรมการ
ดำเนนิ การเทยี บโอนผลการสถานศึกษา
(5) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน
รายงานผลการเทียบโอนใหคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของ
สถานศกึ ษาใหความเห็นชอบ และเสนอผูบริหารสถานศึกษาอนุมัติผลการเทียบ
โอนผลการเรยี น
(6) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน
รายงานผลการเทียบโอนใหคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของ
สถานศึกษาใหความเห็นชอบ และเสนอผูบริหารสถานศึกษาอนุมัตผิ ลการเทยี บ
โอนผลการเรยี น
หมวด 6
บทเฉพาะกาล
ขอ 20 ใหประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ
ของสถานศึกษา รักษาการใหเปน ไปตามระเบยี บน้ี
108
108
ขอ 21 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงแกไข ใหเสนอคณะกรรมการ
บริหารโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ า นจอมบึง อนุมัติและให
ความเปน ชอบกอ นนำไปใช
ประกาศ ณ วนั ท่ี 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558
(ผชู วยศาสตราจารย ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช)
ประธานคณะกรรมการบรหิ ารโรงเรยี นสาธิตฯ
109
109
ระเบียบ โรงเรียนสาธติ แหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบงึ
วา ดว ย วิถชี ีวิตและการพัฒนาพฤติกรรมนกั เรยี น พ.ศ. 2563
---------------------------------
เพอื่ เปนการสงเสรมิ ใหก ารพัฒนาพฤติกรรมนักเรยี นโรงเรียนสาธิต
แหงมหาวิทยาลยั ราชภฏั หมูบานจอมบงึ เปน ไปอยา งมีประสทิ ธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความใน ขอ 2 แหงกฎกระทรวง กำหนดความ
ประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2558 และ ขอ 10 แหงขอบังคับ
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ านจอมบึง วาดวย โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมูบา นจอมบงึ พ.ศ. 2556 จึงออกระเบียบไว ดงั ตอ ไปนี้
ขอ 1 ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบ โรงเรียนสาธิตแหง
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบ า นจอมบึง วา ดวย วถิ ชี วี ติ และการพฒั นาพฤตกิ รรม
นักเรียน พ.ศ. 2563”
ขอ 2 ระเบียบน้ใี หใชบ งั คบั ต้ังแตว นั ถัดจากวันประกาศเปนตนไป
ขอ 3 ใหยกเลิก “ระเบียบโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราช
ภฏั หมูบานจอมบึง วาดวย การพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู า นจอมบงึ พทุ ธศักราช 2558”
ขอ 4 ในระเบียบน้ี
“โรงเรียน” หมายถึง โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมูบานจอมบึง
“ผูอำนวยการโรงเรียน” หมายถึง ผูอำนวยการโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู านจอมบึง
“นักเรียน” หมายถึง นักเรียนของโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภฏั หมูบ านจอมบงึ
110
110
“ผปู กครอง” หมายถงึ ผทู ไ่ี ดล งชอื่ เปน ผปู กครองในเอกสารมอบตวั
นักเรียนท่ีใหไ วกบั ทางโรงเรยี น
“ครู” หมายถึง ครูและอาจารยพิเศษที่สอนประจำอยูในโรงเรียน
สาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ า นจอมบึง
“ครทู ่ีปรึกษา” หมายถึง ครทู ่ีไดร บั แตง ตั้งใหทำหนา ทีค่ รทู ีป่ รกึ ษา
“คณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน”
หมายถึง คณะครูและผูเชี่ยวชาญที่ไดรับการแตงตั้งใหทำหนาที่เปน
คณะกรรมการดูแลวิถชี วี ิตและพฒั นาพฤติกรรมนักเรยี น
“คณะกรรมการอุทธรณ” หมายถงึ คณะครแู ละผูเ ชย่ี วชาญท่ีไดรับ
การแตง ตัง้ ใหทำหนาท่ีเปนคณะกรรมการอุทธรณ
“แนววิถีชีวิต” หมายถึง แนวการดำเนินชีวิตของนักเรียนใน
โรงเรียน ซ่ึงถูกกำหนดโดยคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรม
นกั เรียน
“การกระทำที่พึงประสงค” หมายถึง การแสดงพฤติกรรมที่ตรง
ตามความคาดหวงั ของแนววถิ ีชวี ติ ในโรงเรียน
“การกระทำความผิด” หมายถึง การแสดงพฤติกรรมที่ผิดตอ
ระเบยี บ ขอ บังคบั ประกาศของโรงเรียน และกฎหมายอ่นื ๆ ท่เี ก่ียวขอ ง
“การพัฒนาพฤติกรรม” หมายถึง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
นักเรียนไปในทางที่ดีข้ึน โดยสามารถกระทำได 2 วิธี คอื การดำเนินการทาง
วินัย และการปรับเปลี่ยนพฤตกิ รรม
ขอ 5 ผูอำนวยการโรงเรียนเปนผูรักษาการตามระเบียบนี้ มี
อำนาจออกหนังสือ คำสั่ง ประกาศอ่ืนๆ และใหมอี ำนาจตีความและวินิจฉัย
ในกรณีที่มปี ญ หาเก่ียวกบั การปฏบิ ัติตามระเบียบน้ี
ขอ 6 ใหผูอำนวยการโรงเรียนแตงตั้งคณะกรรมการดูแลวิถี
ชีวิตและพฒั นาพฤติกรรมนักเรยี น โดยคณะกรรมการประกอบดวย ประธาน
กรรมการ และกรรมการและเลขานุการ จำนวนอยางนอย 3 คน
แตไ มเ กิน 5 คน และมวี าระการดำรงตำแหนง 3 ป
111
111
ขอ 7 ใหคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรม
นกั เรียน มอี ำนาจหนาท่ี ดังตอ ไปนี้
(1) กำหนดโครงสรางและคุณลักษณะของ
คณะอนุกรรมการดำเนินการทางวินัย และคณะอนุกรรมการพัฒนา
พฤติกรรมนักเรียน และทำเปน ประกาศโรงเรียน
(2) พิจารณาแตงตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการ
ทางวินัย และคณะอนุกรรมการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ในแตละกรณี
ดำเนนิ การทางวินยั นกั เรียน
(3) กำหนดโครงสราง คุณลักษณะ และพิจารณา
แตงตั้งบุคคล คณะบุคคล คณะอนุกรรมการ อื่นใด เพื่อดำเนินการในกรณี
ปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรมนักเรียน
(4) ดำเนินการกำกับดูแลวิถีชีวิตและพัฒนา
พฤติกรรมนักเรียนในดานปอ งกัน แกไข และพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนอยา ง
รอบดาน โดยใหมีการบันทึกและเก็บรักษาขอมูลอยางเปนระบบ
และรายงานใหผ ูอ ำนวยการโรงเรยี นทราบ
(5) พิจารณาเพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบการ
ทำงานของงานดูแลวิถีชีวิตและการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน แนววิถีชีวิต
นักเรียนภายในโรงเรียน และแนวทางการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน
โดยทำเปนประกาศโรงเรยี น
(6) ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวของกับงานดูแลวิถีชีวิต
และพัฒนาพฤติกรรมนกั เรียน
หมวด 1
แนววถิ ีชวี ติ และการกระทำผดิ
ขอ 8 นักเรียนตองรักษาวินัยและปฏิบัติตามระเบียบ และ
ประกาศของโรงเรยี น โดยเครง ครดั
112
112
ขอ 9 นักเรียนตองปฏิบัติตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และ
วัฒนธรรมอนั ดขี องสังคมไทยในทุกโอกาส
ขอ 10 นักเรียนตองประพฤติตนเปนสุภาพชน ไมประพฤตใิ นสิง่
ท่อี าจนำมาซงึ่ ความเสือ่ มเสยี หรอื เสยี หายแกตนเอง บุคคลอนื่ หรือโรงเรยี น
ขอ 11 นกั เรียนตองรกั ษาไวซ ่ึงความสามัคคี ความสงบเรียบรอย
ช่อื เสยี ง และเกยี รติคุณของโรงเรียน ไมก อ ความวนุ วาย ทะเลาะววิ าท ทำรา ย
รา งกาย หรือทำลายทรพั ยสนิ ของโรงเรยี นหรอื บุคคลอื่น
ขอ 12 นกั เรียนตองไมด ่มื สุรา เสพของมนึ เมา หรอื ยงุ เกย่ี วกับสิ่ง
เสพตดิ
ขอ 13 นักเรียนตองไมเลนการพนันหรือมีสวนเกี่ยวของหรือ
สนบั สนุนการพนนั ใดๆ เปนอนั ขาด
ขอ 14 นักเรียนตองไมนำสิ่งผิดกฎหมายเขามาในบริเวณ
โรงเรยี น หรือมสี ง่ิ ผดิ กฎหมายไวในครอบครอง
ขอ 15 นักเรียนตองปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติในการสอบ ตาม
ประกาศของโรงเรียน
ขอ 16 นักเรียนตองแตงกายสุภาพ เรียบรอย และถูกตอง ตาม
ประกาศของโรงเรยี น
ขอ 17 นักเรียนตองปฏิบัติตามแนววิถีชีวิตในโรงเรียน ตาม
ประกาศของโรงเรียน
ขอ 18 นกั เรยี นทีก่ ระทำผิดกฎหมาย และมีผลทางคดีถึงที่สุดให
จำคุก ใหนักเรียนพนสภาพการเรียนนักเรียน และใหรายงานใหโรงเรียน
ทราบโดยเรว็
ขอ 19 นักเรียนไมปฏบิ ัติตามหรอื กระทำผิดตามขอใด ในหมวด
นี้ หรือกระทำผิดวินัยตามประกาศโรงเรียนที่เกี่ยวของกับพฤติกรรม ใหถือ
เปนการกระทำผิดวนิ ัย และกระทำผิดวินัยใดเปนการกระทำผิดวินัยรายแรง
ใหกำหนดและทำเปน ประกาศโรงเรยี น
113
113
หมวด 2
การดำเนินการทางวินัยและบทโทษ
ขอ 20 การแจงเหตุ สามารถแจงโดยตรงตอคณะกรรมการวิถี
ชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน หรือผูอำนวยการโรงเรียน ดวยการทำ
หนังสือเปนลายลักษณอักษร หรือวาจาพรอมมูลเหตุและหลักฐานที่เพียงพอ
ผูแจง สามารถเปน ไดทง้ั นกั เรียน ครู เจา หนา ท่ี และผูปกครอง
ขอ 21 หากมีมูลอันเชือ่ ไดวา ผูแจงเหตุเจตนาแจง เหตุที่เปนเท็จ
ผูแจงเหตุมีความผิดตาม “ระเบียบ โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมูบานจอมบึง วาดวย วิถีชีวิตและการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน พ.ศ.
2563” ใหล งโทษอยา งนอ ยทัณฑบ น
หากผูแจงเหตุไมใชนักเรียน ใหดำเนินการตามความผิด
ของกฎหมายอน่ื
ขอ 22 ในกรณีการแจงเหตุอันมีมูลที่ควรกลาวหาวากระทำผิด
วินัย ใหตัง้ เปนกรณีดำเนินการทางวินัยนักเรียน โดยคณะกรรมการดูแลวิถี
ชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน แตงตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการทาง
วนิ ัย เพ่อื สอบสวนใหไ ดความจริงและดำเนนิ การทางวนิ ยั อยางยตุ ธิ รรมโดยไม
ชักชา
ขอ 23 คณะอนุกรรมการดำเนินการทางวินัย ประกอบดวย
ประธาน กรรมการ และกรรมการและเลขานกุ าร จำนวนอยางนอย 3 คน แต
ไมเกิน 5 คน ซึ่งถูกพิจารณาแตงตั้งสำหรับแตละกรณี โดยคณะกรรมการ
ดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน และไดรับความเห็นชอบจาก
ผูอ ำนวยการโรงเรยี นซงึ่ อาจจะแตงตั้งกรรมการในคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิต
และพฒั นาพฤติกรรมได
ขอ 24 คณะอนุกรรมการดำเนินการทางวินัย มีอำนาจหนาที่
ดังนี้
(1) เชญิ บุคคลใด ๆ มาใหขอมลู เพ่อื หาขอเท็จจริง
และรวบรวมพยานหลกั ฐาน
114
114
(2) พิจารณาหลักฐาน และขอเท็จจริง เพือ่ พิสจู น
ความถูกผิดของพฤตกิ รรมและเหตุการณ
(3) พิจารณาบทลงโทษอยางรอบคอบ และ
รายงานผลตอคณะกรรมการดูแลวถิ ชี วี ิตและพัฒนาพฤตกิ รรมนักเรียน
(4) หนาท่อี นื่ ๆ ทเี่ กีย่ วของ
ขอ 25 หา มลงโทษนักเรียนดวยวิธีทรี่ ุนแรง หรือแบบกลั่นแกลง
หรือลงโทษดวยความโกรธ หรือดวยความพยาบาท โดยใหคำนึงถึงอายุของ
นักเรียนหรือนักศึกษา และความรายแรงของพฤติการณประกอบการลงโทษ
ดว ย
การลงโทษนักเรยี นใหเปนไปเพื่อเจตนาที่จะแกน สิ ัยและ
ความประพฤติไมดีของนักเรียนใหรูสำนึกในความผิด และปรับเปลี่ยน
ประพฤติตนในทางทด่ี ตี อไป
ใหผูอำนวยการโรงเรียน หรือผูที่ผูอำนวยการโรงเรียน
มอบหมาย เปนผูม ีอำนาจในการลงโทษนักเรียน
ขอ 26 การลงโทษนักเรียนที่กระทำผิดวินัยใหทำเปนหนังสือ
และใหผูสั่งลงโทษแจงสิทธิในการอุทธรณ รวมทั้งระยะเวลาสำหรับการ
อทุ ธรณไ วดว ย
เมื่อไดสั่งลงโทษนักเรียนผูใดแลว ใหรีบแจงตอบิดา
มารดา หรือผูปกครองของนักเรียนผูนัน้ ครูทีป่ รึกษา และโรงเรียน แลวแต
กรณเี พื่อทราบ
ขอ 27 โทษทางวนิ ัยมี 4 สถาน
(1) ตกั เตอื น
(2) ทณั ฑบ น
(3) ควบคมุ ความประพฤติ
(4) เปล่ยี นบรรยากาศสถานศึกษา
115
115
โทษทกุ สถานน้นั มีการตัดคะแนนพฤติกรรมไปดว ยเสมอ
ซึ่งเปนไปตามหลักเกณฑเกี่ยวกับคะแนนความประพฤติ ตามประกาศของ
โรงเรียน
ขอ 28 โทษทกุ สถาน มีรายละเอยี ด ดังนี้
(1) ตักเตือน ใหใชสำหรับนักเรียนที่กระทำ
ความผิดทางวินัยอยางไมรายแรง การตักเตือนใหกระทำเปนลายลักษณ
อักษร และแจงใหนักเรยี นและผูปกครองทราบ
(2) ทัณฑบน ใหใชสำหรับนักเรียนที่กระทำ
ความผิดรายแรง หรือกระทำความผิดไมรายแรงและไดรับการตักเตือนเปน
ลายลักษณอักษรมาแลว การทำทัณฑบนใหกระทำโดยเชิญนักเรียนและ
ผูปกครองมาบนั ทกึ รับทราบความผิด ลงนามการทำทัณฑบนเปนลายลักษณ
อักษร และรว มพิจารณาหาแนวทางปรับเปลย่ี นพฤติกรรมตอไป
(3) ควบคมุ ความประพฤติ ใหใชสำหรับนักเรียนท่ี
กระทำความผิดวินัยอยา งรา ยแรง หรือเคยถูกสัง่ ลงโทษทัณฑบนครบ ๒ ครง้ั
แ ต ย ั ง เ ห ็ น ว า น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ ป ร ั บ เ ป ล ี ่ ย น พ ฤ ต ิ ก ร ร ม ใ ห ด ี ข ึ ้ น ไ ด
การควบคุมความประพฤติใหกระทำเปนคำสั่งควบคุมความประพฤติ และ
เชิญนักเรียนและผูปกครองมาบันทึกรับทราบความผิด และรวมพิจารณาหา
แนวทางปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมตอไป
(4) เปลี่ยนบรรยากาศสถานศึกษา ใหใชสำหรับ
นักเรียนที่มีกระทำผิดอยางรายแรง หรือเคยถูกสั่งลงโทษทัณฑบนครบ ๒
ครั้ง หรือเคยถูกลงโทษควบคุมความประพฤติมาแลวและยังไมสามารถ
ปรับเปล่ียนพฤติกรรมตนเองได การเปลีย่ นบรรยากาศสถานศึกษาใหกระทำ
เปนคำสง่ั และใหเ ชญิ นกั เรียนและผปู กครองมาบนั ทึกรับทราบความผดิ และ
รว มพจิ ารณาหาแนวทางการเปลยี่ นบรรยากาศสถานศกึ ษา
การกระทำความผิดรายแรงและไมรายแรง ใหเปนไป
ตามที่กำหนดไวใ นประกาศของโรงเรยี น
116
116
ขอ 29 นักเรยี นผูใดไดร ับโทษควบคุมความประพฤติ หรอื เปลี่ยน
บรรยากาศสถานศึกษา หากมเี หตุอันควรลดหยอนโทษจะนำมาประกอบการ
พิจารณาเพอ่ื ลดโทษก็ได
ขอ 30 หลักการ กระบวนการ และวิธีปฏิบัติ ในการดำเนนิ การ
ทางวนิ ัย เกณฑการลงโทษและการเพิ่มลดคะแนนพฤตกิ รรม และผลลพั ธของ
แตละระดับคะแนน ใหคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรม
นักเรยี น เปนผูกำหนด และทำเปนประกาศโรงเรียน
หมวด 3
การอทุ ธรณ
ขอ 31 นักเรียนซึ่งถูกสั่งลงโทษทางวินัยตามระเบียบนี้ และไม
เห็นดว ยกับคำส่ังลงโทษ นักเรียนมีสิทธิอุทธรณไดต ามหลักเกณฑและวิธีการ
ท่ีกำหนดไวใ นระเบยี บน้ี โดยนักเรียนสามารถอุทธรณไดเ ฉพาะบทลงโทษทาง
วินัย การควบคุมความประพฤติ และการเปลี่ยนบรรยากาศสถานศึกษา
เทา น้ัน ในระหวางอุทธรณใหนกั เรียนยังคงไดรับโทษทางวนิ ัย
ขอ 32 การอุทธรณคำสั่งลงโทษทางวินัย ใหผูอุทธรณทำเปน
หนังสือพรอมหลักฐานและลงลายมือชื่อของตนในหนังสือนั้นดวย และ
อุทธรณแทนคนอื่นหรือมอบหมายคนอื่นอุทธรณแทนตนไมได เวนแต
ผูปกครอง
ขอ 33 เพือ่ ประโยชนในการอุทธรณ ผูประสงคจะอทุ ธรณมสี ทิ ธิ
ขอตรวจหรือคัดสำเนารายงานสอบสวนได สวนบันทึกถอยคำพยานบุคคล
หรือเอกสารอ่นื ทีเ่ กีย่ วของ ใหเปนดุลยพินิจของผูอำนวยการโรงเรียนแลว แต
กรณี ที่จะอนุญาตใหตรวจหรือคัดสำเนา โดยใหคำนึงถึงเหตุผลและความ
จำเปน
ขอ 34 ใหผูอำนวยการโรงเรียนแตงต้ังคณะกรรมการอุทธรณ
คณะหนึ่ง ประกอบดวยประธาน กรรมการ และกรรมการและเลขานุการ
จำนวนอยางนอย 3 คน แตไมเกิน 5 คน และใหคณะกรรมการอุทธรณมี
117
117
วาระการดำรงตำแหนงเทากับคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนา
พฤตกิ รรมนักเรยี น
ในกรณีที่มีการอุทธรณ ใหผูอำนวยการโรงเรียนทำ
หนังสือขอความอนุเคราะหและแตงตัง้ นิติกรจากตนสังกัด อยางนอย 1 คน
เปนกรรมการ และใหมีวาระการดำรงตำแหนงเทากับระยะเวลาการ
ดำเนนิ การกรณีอทุ ธรณนั้น
ขอ 35 ใหคณะกรรมการอทุ ธรณ มีอำนาจหนา ที่ ดังตอไปนี้
(1) รับเรื่อง และพิจารณาตั้งกรณีอุทธรณเพื่อ
ดำเนินการ
(2) วินิจฉยั สงั่ การกรณอี ุทธรณ
(3) ออกคำสั่งเปนหนังสือเรียกบุคคลใหมาให
ถอยคำ หรือใหสงเอกสาร หรือวัตถุใดๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาไดตาม
ความจำเปน
(4) พิจารณาขอเท็จจริง หลักฐาน เพื่อทบทวน
และพสิ จู นค วามถูกตองของผลการพิจารณาโทษทางวินัย
(5) รายงานผลการพิจารณากรณีอุทธรณให
คณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน และผูอำนวยการ
โรงเรียนทราบ
(6) แตงตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือ
ปฏบิ ตั ิการอยา งใดอยางหน่งึ ตามทีค่ ณะกรรมการอทุ ธรณมอบหมาย
(7) หนา ท่ีอนื่ ๆ ตามท่ีโรงเรียนมอบหมาย
ขอ 36 การอุทธรณคำสั่งลงโทษ ใหอุทธรณตอคณะกรรมการ
อุทธรณภายในสิบหาวันทำการนับจากวันทราบคำสั่งหรือควรทราบคำส่ัง
ลงโทษทางวนิ ัย
ขอ 37 ใหคณะกรรมการอุทธรณพิจารณาวินจิ ฉัยและสั่งการให
เสร็จภายในสามสิบวัน นับจากวันที่ไดรับหนังสืออุทธรณ เวนแตมีเหตุผล
118
118
ความจำเปน ก็อาจขยายเวลาไดค รัง้ ละสามสบิ วนั แตไ มเ กนิ หกสบิ วันนบั จาก
วันครบกำหนด ทัง้ นี้จะตองบนั ทึกเหตุแหง การนั้นไว
ขอ 38 ในกรณีทค่ี ณะกรรมการอทุ ธรณเ หน็ วา การส่งั ลงโทษทาง
วินัยสมควรแกความผิด หรือเห็นวาการสั่งลงโทษทางวินัยนั้นไมถูกตอง
หรอื ไมเหมาะสมหรือไมเ ปนธรรม ใหเสนอขอความเหน็ ชอบจากผอู ำนวยการ
โรงเรียน เพื่อสั่งยกอทุ ธรณ หรือเพิ่มโทษ หรือลดโทษ หรือยกโทษ แลวแต
กรณี
ค ำ ว ิ น ิ จ ฉ ั ย ต า ม ว ร ร ค แ ร ก ใ ห ถ ื อ เ ป น ย ุ ต ิ แ ล ะ ใ ห
คณะกรรมการอทุ ธรณแ จง คำวนิ จิ ฉัยใหผูอุทธรณทราบเปนหนังสอื โดยเรว็
ขอ 39 การนับเวลาตามระเบียบนี้ หากเวลาสิ้นสุดตรงกับ
วันหยุดทำการของโรงเรียน ใหนบั วันเร่ิมทำการถัดจากวนั หยุดเปน วันสุดทาย
แหง เวลา
หมวด 4
การปรับเปลยี่ นพฤติกรรม
ขอ 40 กรณีดำเนินการทางวินัยนักเรียนนักเรียนที่พิจารณา
สิ้นสุด และมีคำสั่งลงโทษแลว หากคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนา
พฤติกรรมนกั เรยี นพิจารณาเห็นถงึ ประโยชนใ นการพฒั นาพฤตกิ รรมนักเรียน
ใหต ั้งเปนกรณีปรบั เปลย่ี นพฤติกรรมนักเรียนตอไปได
ขอ 41 การปรับเปลย่ี นพฤติกรรมนักเรยี น ใหทำไดห ลายวิธี
(1) ใหค ำปรกึ ษาโดยครทู ่ีปรึกษา ครูประจำวิชา ครู
แนะแนว นักวิชาชพี เฉพาะทาง หรือบคุ คลจากหนวยงานภายนอก
(2) จดั กิจกรรม ใหเขารวมหรือใหทำกิจกรรมเพื่อ
ปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรม
(3) สงตอหนวยงานภายนอก เพื่อปรับเปลี่ยน
พฤติกรรม
(4) ดำเนนิ การอน่ื ๆ ทเ่ี ห็นสมควร
119
119
ขอ 42 ให มี คณะอนุ กรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ประกอบดว ย ประธาน กรรมการ และกรรมการและเลขานกุ าร จำนวนอยาง
นอย 3 คน แตไมเกิน 5 คน ซึ่งถูกพิจารณาแตงตั้งสำหรับแตละกรณี
โดยคณะกรรมการดูแลวถิ ชี ีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน และไดร บั ความ
เห็นชอบจากผูอำนวยการโรงเรียน ซึ่งอาจจะแตงตั้งกรรมการใน
คณะกรรมการดแู ลวถิ ชี วี ิตและพฒั นาพฤตกิ รรมได
โดยสามารถแตงตั้งนักวิชาชีพเฉพาะทางจากภายนอก
โรงเรยี นทเี่ ปน ประโยชนก ับการพฒั นาพฤติกรรมนกั เรียน เปน กรรมการ หรอื
ท่ีปรกึ ษา ในคณะอนกุ รรมการปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรมได
ขอ 43 ใหคณะอนุกรรมการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียน
มีอำนาจหนา ที่ คือ
(1) เชิญบุคคลที่เกี่ยวกับของกับนักเรียนมา
แลกเปลี่ยนขอมูล เพื่อประโยชนในการพิจารณาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
นกั เรยี น
(2) พิจารณาขอมูล และวางแผนการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมนักเรียน
(3) ดำเนนิ การปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียน
(4) จดั ทำบันทึกการปรับเปล่ียนพฤติกรรมไว และ
สงใหคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนเก็บรักษา
ขอ มูลอยา งเปน ระบบ
(5) หนา ทอี่ น่ื ๆ ที่เก่ยี วขอ ง
ขอ 44 ใหคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิตและพัฒนาพฤติกรรม
นักเรียน กำหนดแนวทางการดำเนินการในการปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมนักเรยี น
และทำเปน ประกาศโรงเรยี น
บทเฉพาะกาล
ขอ 45 ในกรณีที่ไดมีการดำเนินการทางวินัย หรือมีการยื่น
อุทธรณไวกอนหนา วันที่ระเบยี บนี้มีผลใชบังคับใหดำเนินการตาม “ระเบียบ
120
120
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง วาดวยการพัฒนา
พฤติกรรมนักเรียนโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
พทุ ธศกั ราช 2558” ตอ ไปจนกวา จะแลวเสรจ็
ขอ 46 ในระหวางท่ยี ังไมมีการแตงต้ังคณะกรรมการดูแลวิถีชีวิต
และพัฒนาพฤติกรรมตามระเบยี บนี้ ใหค ณะกรรมการดแู ลวิถชี วี ิตและพัฒนา
พฤติกรรมนกั เรียนคณะเดิม เปน คณะกรรมการตามระเบยี บน้ี
ประกาศ ณ วนั ท่ี 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
(ผูชว ยศาสตราจารย ดร.ชยั ฤทธิ์ ศลิ าเดช)
ประธานคณะกรรมการบรหิ ารโรงเรยี นสาธติ ฯ
121
121
ประกาศโรงเรียนสาธติ แหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบงึ
วา ดวย การสอบ
......................................
เพอ่ื ใหก ารสอบของโรงเรียนสาธติ แหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบาน
จอมบึง มคี วามถกู ตองและยุตธิ รรมเปนมาตรฐานเดยี วกนั ในการสอบ จงึ ออก
ประกาศโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภฏั หมูบ านจอมบึง วาดวย การ
สอบ ไวดงั น้ี
ขอ 1. ขอ ปฏบิ ัติในการสอบ
(1) แสดงบัตรประจำตัวนกั เรยี นทกุ ครั้งทเ่ี ขา หองสอบ
(2) นำอุปกรณการสอบเขาหองใหครบ และไมขอยืมกัน
ระหวางการสอบ
(3) ไมนำอุปกรณ สื่อสารทุกชนิดเขาหองสอบ หรือตามที่
รายวิชาน้นั กำหนด
(4) วางกระเปาหรอื อุปกรณอืน่ ๆ ไวหนาหองสอบหรือใน
สถานทีท่ ีก่ ำหนด
(5) เขา หองสอบใหตรงเวลา ในกรณที น่ี ักเรยี นเขาหองสอบ
ชากวากำหนดเกิน 10 นาที นักเรียนจะตองไดรับ
อนญุ าตจากครูผูคุมสอบกอ นจึงจะเขาหองสอบได และ
ในกรณีที่มาชากวา กำหนดเกิน 15 นาที ไมอนุญาตให
นักเรียนเขาหอ งสอบ เวนแตกรณีมีเหตุผลอันควร ให
อยูในดุลยพนิ ิจของผบู รหิ ารสถานศึกษา
(6) ในกรณีที่นักเรียนขาดสอบเนื่องจากปวย ไมสามารถ
เขาหองสอบไดตามเวลาที่กำหนด ใหผูปกครองเขียน
122
122
บันทึกขอความ ถึงหัวหนาฝายวิชาการ พรอมแนบ
ใบรบั รองแพทย เพ่อื พิจารณาเปน รายกรณี
(7) หามพูดคยุ สงเสยี ง หรือแสดงกิริยาอาการไมเ หมาะสม
ในหองสอบ
(8) อานหรือฟงคำชี้แจงในการทำขอสอบแตละวิชา และ
ปฏิบัติตามอยา งเครงครดั
(9) กรอกขอมูลลงในหัวกระดาษสอบใหถูกตอง ชัดเจน
ครบถวน
(10) ไมกระทำพฤติกรรมใด ๆ ที่สอทจุ รติ ในการสอบ
(11) อนุญาตใหนักเรยี นออกจากหองสอบหลงั ทำขอสอบไป
แลว 30 นาที หรอื ตามที่รายวิชาน้นั กำหนด
(12) ไมอนุญาตใหนักเรียนเขาหองน้ำหลังทำขอสอบไปแลว
30 นาที หากมีความจำเปนใหอ ยูในดุลยพินิจของผูค มุ
สอบ
(13) ตรวจทานการทำขอ สอบใหเ รียบรอยกอ นออกจากหอง
สอบ เมื่อสงขอสอบและออกจากหองสอบแลว ไม
สามารถแกไ ขคำตอบไดอกี
ขอ 2. พฤตกิ รรมทสี่ อในทางทุจรติ ในการสอบ
(1) นำเอกสารใดๆ ทไ่ี มไดรับอนญุ าตตามทร่ี ายวิชากำหนด
เขา หอ งสอบ
(2) จดคำตอบเขาหอ งสอบ
(3) สง คำตอบใหเ พ่ือน หรือเปด โอกาสใหเ พอ่ื นลอกคำตอบ
หรือแอบดูคำตอบจากเพ่ือน
(4) พูดคุย หรือใชสัญญาณเสียง สัญลักษณ หรือวิธีอื่น ๆ
ในขณะสอบ
(5) ลกุ จากทีน่ ั่งสอบโดยไมไ ดร ับอนญุ าตจากผูคมุ สอบ
123
123
(6) แสวงหาหรือสงตอเนื้อหาหรือคำตอบของขอสอบที่ยงั
ไมไดท ำการสอบซงึ่ ไดม าโดยทจุ ริต
(7) อ่นื ๆทเี่ ห็นสมควร
ขอ 3. การลงโทษกรณีทุจริตในการสอบ มีระเบียบปฏิบัติ
ดงั นี้
(1) กรณีที่นักเรียนทุจริต ใหนักเรียนไดคะแนน “0” ใน
การสอบวิชานนั้ ครง้ั นน้ั ทั้งน้นี กั เรียนไมม ีสิทธิ์ สอบแก
ตัวครั้งนั้น หากนำผลคะแนนที่ไดไปประเมินรวมกับ
สวนอื่น ๆ แลวมีผลการเรียน ไมผาน รายวิชานั้น ให
ตองสอบแกตัวการสอบครั้งนั้นในรายวิชานั้นใหม
ภายในเวลาท่โี รงเรยี นกำหนด
(2) ในกรณที ข่ี อสอบร่วั โดยไมส ามารถหาผูกระทำผดิ ไดใ ห
ถือวาการสอบครั้งนั้นเปนโมฆะ และจัดใหมีการสอบ
ใหม
(3) นักเรียนที่ทุจริตการสอบ ใหถือเปนความผิดวินัย
รายแรง ใหดำเนินการทางวินัย ตามระเบียบของ
โรงเรียน
ประกาศ ณ วนั ที่ 21 สงิ หาคม 2563
(ผูชว ยศาสตราจารยว ิจารณ สงกรานต)
ผอู ำนวยการโรงเรยี นสาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบงึ
124
124
ประกาศโรงเรียนสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง
วา ดว ย เครอ่ื งแบบและการแตง กาย
......................................
เพื่อใหการแตงกายของนักเรียนเปนระเบยี บเรียบรอยและถูกตอง
เปนมาตรฐานเดียวกัน ตามระเบียบวาดวยเครื่องแบบและการแตงกายของ
นกั เรยี นโรงเรยี นสาธิตแหงมหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบึงไวด ังน้ี
ขอ 1. โรงเรียนกำหนดเครื่องแบบมัธยมศึกษาศึกษาตอนตน
และมัธยมศึกษาตอนปลาย ดังนี้
การแตงกาย นักเรียนตองแตงกายเครื่องแบบนักเรียน
ตามกฎหมายวาดว ยเครื่องแบบนักเรียน และนักเรียนตองแตง กาย
เคร่ืองแบบนกั เรยี นตามระเบียบของสถานศึกษา
(1) เครอ่ื งแบบนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตน
(1.1) เครือ่ งแบบนกั เรยี นชาย
(1.1.1) เสื้อ เปนแบบเชิ้ต คอตั้ง ผาขาวเกลี้ยง
เนื้อหนา ผาอกตลอด มีสาบที่อก เส้ือ
กวาง 3.5-4.0 เซนติเมตร กระดุมสีขาว
แบบศูนยกลาง 1 เซนติเมตร จำนวน 5
เม็ด แขนยาวเพียงขอศอก มีกระเปาติด
แนวราวนมเบื้องซาย 1 กระเปา ขนาด
กวางตั้งแต 8-12 เซนติเมตร ลึก 10
เซนติเมตร พอเหมาะกับขนาดของเส้ือ
เมื่อสวมใสใหชายเส้ืออยูภายในกางเกง
มองเห็นเขม็ ขดั ชดั โดยรอบ
125
125
(1.1.2) กางเกง เปนกางเกงไทยใชผาสดี ำ ชนดิ ผา
โทเลหรือผามัน หามใชผาฝายหรือเวส
ปอสย มีจีบหนา 2 จีบ มีหูเขม็ ขดั 5-7 หู
ขาสั้นเหนือสะบาหัวเขาไมเกิน 5
เซนติเมตร ความกวางของปลายขาพับ
เขาในกวาง 5 เซนติเมตร ผากลางสวน
หนาติดซิป มีกระเปาตามแนวตะเข็บขาง
ขางละ 1 กระเปา ไมมีกระเปาหลัง
ก า ง เ ก ง ต อ ง ส ว ม ท ั บ ช า ย เ ส ื ้ อ ไ ว ใ ห
เรียบรอ ย หามเปล่ียนแปลงสีของกางเกง
(1.1.3) รองเทา ใหใชร องเทาชนิดหุมสนชนิดผูก
เชือก ผาใบสีดำ ไมมีลวดลายหรือสีอื่น
ปน โดยสอดเชือกผูกรองเทาทุกรูของ
รองเทา
(1.1.4) ถุงเทา ใหใชถุงเทาสั้นสขี าวหรือสีขาวพื้น
สีเทา ยาวเหนือตาตุมตั้งแต 10
เซนตเิ มตรขึ้นไปแตไมเกินกลางหนาแขง
ไมพับหรือไมมวนถุงเทา ถุงเทาไมมี
ลวดลายหรอื สอี น่ื ปน
(1.1.5) เข็มขัด สายเข็มขัดหนัง สีดำ หัวเข็มขัด
โลหะตามแบบทโ่ี รงเรียนกำหนด
(1.2) เครื่องแบบนักเรียนหญิง
(1.2.1) เสื้อ ใหใชผาขาวเกลี้ยง ไมบางเกินไป
แขนยาว ปลายแขนจั๊มติดกระดุม ชาย
ปลอย และตองสวมเสื้อซับในสีขาวกอน
สวมเครื่องแบบ หามใสเสื้อยืดคอกลม
126
126
ชนิดติดคอ กระเปาเสื้อใหติดรมิ ขอบเส้อื
ดานลางขา งขวาขนาด 8-10 เซนตเิ มตร
(1.2.2) เนกไทใหนักเรยี นผกู หรือสวมใสเนกไทตามแบบ
ท่ีโรงเรยี นกำหนด
(1.2.3) กระโปรง ใชผาสีที่โรงเรียนกำหนด
(ลายสก็อตสฟี า) เอวกระโปรงมีขอบกวา ง
3-4 เซนติเมตร แบบกระโปรงใชแบบ
ธรรมดา ดานหนาและดานหลังพับเปน
จบี ขางละ 3 จีบ จีบกระโปรงหันออกดา น
นอก เย็บทับจีบกระโปรง จากขอบเอวลง
มาไมเกิน 10 เซนติเมตร แตไมเกินครึ่ง
นอง ชายกระโปรงหนาลา งพบั เขาดานใน
กวาง 2.5-3 เซนติเมตร
(1.2.4) รองเทา ใหใชรองเทาหนังสีดำ ไมมี
ลวดลายหรือสีอื่นปน แบบรองเทาใช
แบบหุมสนสีดำ สนสูงไมเกิน 3
เซนตเิ มตร หัวมน มสี ายรัดหลังเทา
(1.2.5) ถุงเทา ใหใชถุงเทาสีขาวหรือสีขาวพื้นสี
เทา เวลาสวมใสใหพับขอบลงมาแลว วัด
จากกึ่งกลางขึ้นไปสูงไมนอยกวา 3 นิ้ว
แตไมเกินก่ึงกลางของหนาแขงตนเอง ถา
ใชถุงเทาที่ไมพับขอบบนถุงเทาตองสูง
จากตาตุมไมนอยกวา 3 นิ้ว แตไมเกิน
ก่ึงกลางของหนาแขง ตนเอง
(2) เครือ่ งแบบนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย
(2.1) เคร่ืองแบบนกั เรียนชาย
127
127
(2.1.1) เสื้อ เปนแบบเชิ้ต คอตั้ง ผาขาวเกลี้ยง
เนื้อหนา ผาอกตลอด มีสาบที่อก เสื้อ
กวาง 3.5-4.0 เซนติเมตร กระดุมสีขาว
แบบศูนยกลาง 1 เซนติเมตร จำนวน 5
เม็ด แขนยาวเพียงขอศอก มีกระเปาติด
แนวราวนมเบื้องซาย 1 กระเปา ขนาด
กวางตั้งแต 8-12 เซนติเมตร ลึก 10
เซนติเมตร พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ
เมื่อสวมใสใหชายเสื้ออยูภายในกางเกง
มองเห็นเข็มขัดชัดโดยรอบ
(2.1.2) กางเกง เปน กางเกงไทยใชผ า สดี ำ ชนดิ ผา
โทเลหรือผามัน หามใชผาฝายหรือเวส
ปอสย มีจีบหนา 2 จีบ มีหูเขม็ ขัด 5-7 หู
ขาสั้นเหนือสะบาหัวเขาไมเกิน 5
เซนติเมตร ความกวางของปลายขาพับ
เขาในกวาง 5 เซนติเมตร ผากลางสวน
หนาติดซิป มีกระเปาตามแนวตะเข็บขาง
ขางละ 1 กระเปา ไมมีกระเปาหลัง
ก า ง เ ก ง ต อ ง ส ว ม ท ั บ ช า ย เ ส ื ้ อ ไ ว ใ ห
เรียบรอย หามเปลย่ี นแปลงสีของกางเกง
(2.1.3) รองเทา ใหใชรองเทาชนิดหุมสนชนิดผูก
เชือก ผาใบสีดำ ไมมีลวดลายหรือสีอื่น
ปน โดยสอดเชือกผูกรองเทาทุกรูของ
รองเทา
(2.1.4) ถุงเทา ใหใชถุงเทาสัน้ สขี าวหรือสีขาวพน้ื
สีเทา ยาวเหนือตาตุมตั้งแต 10
เซนติเมตร ขึ้นไปแตไมเกินกลางหนา แขง
128
128
ไมพับหรือไมมวนถุงเทา ถุงเทาไมมี
ลวดลายหรอื สีอื่นปน
(2.1.5) เข็มขัด สายเข็มขัดหนัง สีดำ หัวเข็มขัด
โลหะตามแบบทีโ่ รงเรยี นกำหนด
(2.2) เคร่อื งแบบนักเรียนหญงิ
(2.2.1) เสื้อ ใหใชผาขาวเกลี้ยง ไมบางเกินไป
แขนยาว ปลายแขนจั๊มติดกระดุม ชาย
เก็บเขา ในกระโปรงใหเรียบรอย และตอง
สวมเสื้อซับในสีขาวกอนสวมเครื่องแบบ
หามใสเสอื้ ยืดคอกลมชนดิ ตดิ คอ กระเปา
เสื้อใหติดริมขอบเสื้อดานลางขางขวา
ขนาด 8-10 เซนติเมตร
(2.2.2) เนกไท
ใหนักเรียนผูกหรือสวมใสเนกไทตามแบบ
ทโ่ี รงเรียนกำหนด
(2.2.3) กระโปรง ใชผาสีที่โรงเรียนกำหนด
(ลายสกอ็ ตสฟี า) เอวกระโปรงมีขอบกวาง
3-4 เซนติเมตร แบบกระโปรงใชแบบ
ธรรมดา ดานหนาและดานหลังพับเปน
จีบขางละ 3 จีบ จบี กระโปรงหันออกดา น
นอก เย็บทับจบี กระโปรง จากขอบเอวลง
มาไมเกิน 10 เซนติเมตร แตไมเกินคร่ึง
นอ ง ชายกระโปรงหนา ลา งพับเขาดานใน
กวาง 2.5-3 เซนตเิ มตร
(2.2.4) รองเทา ใหใชรองเทาหนังสีดำ ไมมี
ลวดลายหรือสีอื่นปน แบบรองเทาใช
แบบหุมสนสีดำ สนสูงไมเกิน 3
129
129
เซนติเมตร หัวมน มีสายรัดหลังเทา
รองเทา ผาใบใหใชส ขี าวลว น ไมมีลวดลาย
หรือสอี น่ื ปน
(2.2.5) ถุงเทา ใหใชถุงเทาสีขาวหรือสีขาวพื้นสี
เทา เวลาสวมใสใหพับขอบลงมาแลว วัด
จากกึ่งกลางขึ้นไปสูงไมนอยกวา 3 นิ้ว
แตไมเกินก่ึงกลางของหนาแขง ตนเอง ถา
ใชถุงเทาที่ไมพับขอบบนถุงเทาตองสูง
จากตาตุมไมนอยกวา 3 นิ้ว แตไมเกิน
กึง่ กลางของหนา แขงตนเอง
(2.2.6) เข็มขัด สายเข็มขัดหนัง สีดำ หัวเข็มขัด
โลหะตามแบบที่โรงเรียนกำหนด
ขอ 2. เครื่องแบบพลศกึ ษา
เคร่ืองแบบพลศึกษาเปน เคร่ืองแบบทโ่ี รงเรียนกำหนดข้ึนเพ่ือ
ความเหมาะสมในการเรียนพลศึกษาหรอื ใชใ นการเลน กีฬา ดังน้ี
(1) เครือ่ งแบบนักเรียนชายและนกั เรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษา
ตอนตนและมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
(1.1) เสื้อ เสื้อคอปก ผาโทเร สีเขียวตามแบบท่ี
โรงเรียนกำหนด ปกตราสญั ลกั ษณ โรงเรยี นตรง
กระเปาเสอื้ ดานซาย ปกช่ือและนามสกลุ บรเิ วณ
ระดบั อก ปลอ ยชายเสื้อนอกกางเกง
(1.2) กางเกง กางเกงวอรม ผายืด ขายาว สีกรมทา
คาดแถบเหลืองบริเวรณขางนองมีตัวอักษรชื่อ
โรงเรยี นสีเขียวเปนภาษาอังกฤษตามท่ีโรงเรียน
กำหนด
(1.3) รองเทา นักเรียนชายใหใชรองเทาชนิดหุมสน
ชนิดผูกเชือก ผาใบสีดำ ไมมีลวดลายหรือสีอ่ืน
130
130
ปน โดยสอดเชือกผูกรองเทาทุกรูของรองเทา
นักเรียนหญิงใหใชรองเทาชนิดหุมสนชนิดผูก
เชือก ผา ใบสีขาว ไมม ลี วดลายหรือสอี นื่ ปน โดย
สอดเชอื กผูกรองเทาทุกรูของรองเทา
(1.4) ถุงเทา ใหใชถุงเทาสั้นสีขาวหรือสีขาวพื้นสีเทา
ยาวเหนือตาตุมตั้งแต 10 เซนตเิ มตร ขึ้นไปแต
ไมเกินกลางหนาแขง ไมพับหรือไมมวนถุงเทา
ถุงเทาไมมีลวดลายหรือสอี ่ืนปน
ขอ 3. เครือ่ งหมายโรงเรยี น
(1) ปกตราสัญลักษณตามแบบท่ีโรงเรียนกำหนด บนอกเส้ือ
ดา นซายทั้งชายและหญิง
(2) ปกชื่อและนามสกุล ขนาดสูงประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร
ดว ยไหมสนี ำ้ เงนิ ระดับอกดา นขวาทัง้ ชายและหญิง
ขอ 4. บัตรประจำตวั นกั เรียน
(1) หามเปล่ียนแปลง ปลอมแปลง เปลยี่ นสภาพ หรอื ทำการ
ใด ๆ ทีท่ ำใหเกดิ ความเสยี หายตอบตั รประจำตัวนักเรียน
(2) บัตรประจำตัวนักเรียนถอื เปน เครอ่ื งแบบนักเรยี น
ขอ 5. เคร่อื งแบบลูกเสอื และเนตรนารี และนกั ศึกษาวชิ าทหาร
(1) เคร่อื งแบบลูกเสือสามญั รนุ ใหญ (ม.1-ม.3)
(1.1) หมวก หมวกทรงออน สีเลือดหมู มีตราหนา
หมวกเปนโลหะสีทอง รูปตราคณะลูกเสือ
แหงชาติเวลาสวมใหตราหนาหมวกอยูเหนือคิ้ว
ซา ย
(1.2) เสอ้ื สกี ากแี ขนสั้น ตดิ กระดุมบน
(1.3) เครื่องหมายประกอบเคร่ืองแบบ
(1.3.1) ปายชื่อ-นามสกุล พื้นสีแดง
ตัวอักษรสีเหลือง ภาษาอังกฤษ
131
131
ขนาด 1 เซนตเิ มตร ปกติดเหนือ
กระเปา ดานขวา 1 เซนตเิ มตร
(1.3.2) ป า ย โ ร ง เ ร ี ย น ส า ธ ิ ต แ ห ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอม
บึงตดิ แขนเสื้อดานขวาลงมาจาก
ตะเขบ็ ดา นบน 1 เซนตเิ มตร
(1.3.3) เครื่องหมายตัวเลขกลุมกอง ติด
แขนเสื้อดานขวาลงมาจากปาย
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมูบานจอมบึง 1
เซนตเิ มตร
(1.3.4) อินทรธนู สีเลือดหมู มีอักษร
ล.ญ. ตดิ ทบี่ า ทง้ั สองขา ง
(1.3.5) เครื่องหมายหมู ผารูปสีเหลี่ยม
จัตุรัส สีตามสีประจำหมูของ
ตนเองติดที่แขนเสื้อ ดานซายใต
ตะเขบ็ บนประมาณ 1 เซนติเมตร
(1.3.6) เครื่องหมายนายหมู แถบผาสี
เลือดหมู แนวตั้ง 2 เสน ติด
กระเปาเส้อื ดา นซาย
(1.3.7) เครอ่ื งหมายรองนายหมู แถบผาสี
เลือดหมู แนวตั้ง 1 เสน ติด
กระเปาเสอ้ื ดานซาย
(1.4) ผาผูกคอ รูปสามเหลี่ยมหนาจั่ว สีน้ำเงิน มีตรา
ลูกเสือประจำจังหวัดราชบรุ ี
(1.5) หวงสวมผาผูกคอ เปนโลหะ สีทอง มีตรารูป
หนาเสอื
132
132
(1.6) กางเกง สกี ากี ขาสัน้ เหนอื สะบาหวั เขาไมเ กิน 5
เซนติเมตร ความกวางของปลายขาพับเขาใน
กวาง 5 เซนติเมตร ผากลางสวนหนาตดิ ซิป มี
กระเปาตามแนวตะเขบ็ ขาง ขางละ 1 กระเปา
ไมมีกระเปาหลัง กางเกงตองสวมทบั ชายเส้ือไว
ใหเ รียบรอ ย
(1.7) เข็มขัด หนงั สนี ้ำตาล หัวเข็มขัดเปนโลหะสีทอง
มตี รารูปหนาเสือ
(1.8) ถุงเทา แบบยาว สีกากี พับขอบไวใตเขาพู สี
เลอื ดหมู ใสไวใตขอบพับถุงเทา ใหเ หลอื ปลายพู
ไวประมาณ 1 เซนติเมตร ทั้ง 2 ขาง
(1.9) รองเทา รองเทาผาใบ สีน้ำตาล หุมสน ไมมี
ลวดลาย แบบผูกเชอื ก
(2) เคร่อื งแบบเนตรนารสี ามัญ รุนใหญ (ม.1-ม.3)
(2.1) หมวก ทรงปกแคบ สเี ขียวเขม มีเข็มเนตรนารี
รปู ดอกจิกตดิ ตรงกลางหนาหมวก
(2.2) เสือ้ สีเขียวเขม แขนส้นั ติดกระดมุ บน
(2.3) เคร่อื งหมายประกอบเคร่อื งแบบ
(2.3.1) ปายชื่อ-นามสกุล พื้นสีแดง
ตัวอักษรสีเหลือง ภาษาอังกฤษ
ขนาด 1 เซนติเมตร ปกติดเหนือ
กระเปาดานขวา 1 เซนตเิ มตร
(2.3.2) ป า ย โ ร ง เ ร ี ย น ส า ธ ิ ต แ ห ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอม
บงึ ติดแขนเสื้อดานขวาลงมาจาก
ตะเข็บดา นบน 1 เซนติเมตร
133
133
(2.3.3) เครื่องหมายตัวเลขกลุมกอง ติด
แขนเสื้อดานขวาลงมาจากปาย
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมูบานจอมบึง 1
เซนตเิ มตร
(2.3.4) อินทรธนู สีเลือดหมู มีอักษร
น.น. ตดิ ท่บี า ทัง้ สองขาง
(2.3.5) เครื่องหมายหมู รูปนกมีชื่อนก
ดานลางตามหมูของตนเองติดที่
แขนเสื้อดานซายใตตะเข็บบน
ประมาณ 1 เซนติเมตร
(2.3.6) เครื่องหมายหมู ผารูปสีเหลี่ยม
จัตุรัส สีตามสีประจำหมูของ
ตนเองติดที่แขนเสื้อดานซายใต
ตะเข็บบนประมาณ 1 เซนตเิ มตร
(2.3.7) เครอื่ งหมายรองนายหมู แถบผา สี
เลือดหมู แนวตั้ง 1 เสน ติด
กระเปา เสื้อดานซาย
(2.4) ผาผูกคอ รูปสามเหลี่ยมหนาจั่ว สีน้ำเงิน มีตรา
ลูกเสอื ประจำจงั หวดั ราชบรุ ี
(2.5) หว งสวมผาผูกคอ เปนโลหะ สีทอง มีตราเนตร
นารี
(2.6) กระโปรง สีเขียวเขม ยาวลงมาเกินเขา
(2.7) เข็มขัด หนังสีดำ หัวเข็มขดั เปน โลหะ สีทอง มี
ตราเนตรนารี
134
134
(2.8) ถุงเทา ถุงเทาสีขาว ไมมีลวดลาย ไมมีสีอื่นเจือ
ปน ความสูงเหนือตาตุม ประมาณ 3-5 นิ้ว ไม
พบั ขอบถงุ เทา
(2.9) รองเทา ใหใ ชร องเทา หนังสดี ำ ไมมลี วดลายหรอื
สีอื่นปน แบบรองเทาใชแบบหุมสนสีดำ สนสูง
ไมเกิน 3 เซนติเมตร หัวมน มีสายรัดหลงั เทา
หมายเหตุ ในกรณีที่นักเรียนไมสามารถสวมใสเครื่องแบบของ
โรงเรียนบางอยางได ตองใชแบบอื่นแทน เชน นักเรียนที่ดัดขาหรือขอเทา
ผูปกครองตองทำบันทึกแจงโรงเรียนและแนบใบรับรองแพทยมาเปน
หลกั ฐาน
(3) เคร่อื งแบบนักศึกษาวิชาทหาร
ใหใชระเบียบการเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหารกรมการ
รักษาดนิ แดน
ขอ 6. ทรงผม
(1) นกั เรยี นชาย
(1.1) แบบทรงผม นกั เรยี นตองไวทรงสภุ าพเรยี บรอ ย
เหมาะสมกบั กาลเทศะ ดังนใี้ หไวผมดา นขา ง
และดา นหลงั ยาวไมเ ลยตนี ผม ดา นหนา ยาวไม
เกนิ 5 เซนตเิ มตร เชน แบบรองทรงสงู หรอื
ทรงนักเรยี น
(1.2) หามนักเรยี น ดดั ผม ซอยผม ทำลวดลายบน
ศีรษะ ทำสผี ม ใสเครื่องจัดแตงทรงผม ไวห นวด
เคราหรอื ทำการอ่ืนทีไ่ มเหมาะสมกบั สภาพการ
เปนนักเรยี น
(2) นักเรยี นหญิง
(2.1) นกั เรยี นหญิงใหไ วผ มสั้นหรอื ผมยาวกไ็ ด กรณี
ผมยาวจนสามารถรวบได ใหรวบเกบ็ ให
135
135
เรียบรอ ย โดยผกู โบหรอื รบิ บ้ินสดี ำ สขี าว สี
กรมทา และใชกบ๊ิ ลวดสำหรบั ตดิ ผมสดี ำติดเกบ็
ลูกผมและปอยผมใหเ รียบรอ ย ไมอ นุญาตใหใช
เคร่อื งประดับผมแบบอน่ื
(2.2) หามนกั เรยี น ดดั ผม ซอยผม ทำลวดลายบน
ศรี ษะ ทำสผี ม ใสเครอ่ื งจัดแตงทรงผม หรือทำ
การอื่นทไ่ี มเหมาะสมกบั สภาพการเปนนกั เรยี น
หมายเหตุ : หากมคี วามจำเปน ตองไวท รงผมแตกตา งจากที่กำหนด
ในขอ เนื่องจากความจำเปน ทางศาสนา ประเพณีหรอื ความจำเปนอื่นใด กใ็ ห
อยูใ นอำนาจของสถานศกึ ษาเปนผูพิจารณา
ขอ 7. เคร่อื งประดบั
(1) นกั เรยี นตอ งไมใชเครอ่ื งประดบั ทไ่ี มเ หมาะสมกับสภาพ
การเปน นักเรียน เชน สรอยคอ แหวน สรอยขอมือ แวน
กนั แดด ฯลฯ
(2) นกั เรยี นหญิงทเ่ี จาะหู อนญุ าตใหเจาะหูขา งละ 1 รู และ
ใสตางหู ขางละ 1 อนั ตำแหนง ต่งิ หูเทานั้น โดยใชเฉพาะ
แบบทีเ่ ปน หว งหรอื แปน ขนาดเล็กสีเงนิ เทาน้นั นักเรยี น
ชายไมอนญุ าตใหเจาะหแู ละใสต า งหู
(3) กรณที ่ีนกั เรียนตอ งสวมสรอ ยเพือ่ แขวนพระใหใชส รอ ยเงนิ
หรือสแตนเลส โดยไมสวมในลักษณะเปนเคร่ืองประดบั
(4) กรณที น่ี กั เรยี นสวมนากิ าขอมอื ตอ งเปนแบบสภุ าพ
และราคาไมเกนิ 5,000 บาท โดยใชส สี ภุ าพ และไมม ี
เสยี งหรอื แสงรบกวนผอู น่ื
(5) แวนตา อนญุ าตเฉพาะแวน สายตา ใชแ บบสีสภุ าพ ไมมี
ลวดลาย
(6) โบผูกผมใหใ ชส ดี ำ สกี รมทา สขี าวเทาน้ัน และไมม ี
ลวดลาย
136
136
(7) เครอ่ื งประดบั อนื่ ๆ ที่ไมเ หมาะสมกบั สภาพการเปน
นักเรียน ไดแ ก คอนแทคเลนสสตี า ง ๆ เครอื่ งสำอาง ฯลฯ
(8) ไมอ นญุ าตใหน ำเครือ่ งประดับทม่ี รี าคาแพงมาโรงเรยี น เชน
สรอยทอง แหวนทอง แหวนเพชร สรอยขอมอื ฯลฯ หาก
เกดิ กรณีสญู หายทางโรงเรียนจะไมร ับผดิ ชอบทกุ กรณี
หมายเหตุ : ในกรณที ่ีนกั เรยี นตอ งการสวมใสส่ิงของซึง่ เปน ความ
เชื่อหรือบทบญั ญตั ิทางศาสนา หรอื ตองสวมหมวก โพกผาดว ยความจำเปน
ตามท่แี พทยส ง่ั ผปู กครองตอ งทำจดหมายแจง ขออนญุ าตผอู ำนวยการ ซ่งึ จะ
พจิ ารณาตามความจำเปน และความเหมาะสมเปนรายกรณี
ขอ 8. นักเรียนที่ฝาฝนประกาศนี้ โรงเรียนจะยึดของที่ผิด
ระเบียบไวที่ครูประจำชั้น และใหผูปกครองมาติดตอรับคืน
ภายใน 7 วนั หากไมม ารับคนื จะรวบรวมนำบรจิ าคตอ ไป
ขอ 9. ผูฝาฝนหรือทำผิดตามประกาศนี้ จะถูกลงโทษตาม
ระเบียบ โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอม
บึงวาดวย วิถีชีวิตและการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน พ.ศ.
2563
ประกาศ ณ วันท่ี 23 พฤศจิกายน 2563
(ผชู ว ยศาสตราจารยว ิจารณ สงกรานต)
ผอู ำนวยการโรงเรยี นสาธติ แหง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบงึ
137
137
ขอปฏิบัตใิ นการใชห อ งสมุดทรพั ยค ิรี
หองสมุดทรัพยคิรี โรงเรียนสาธติ แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบาน
จอมบึง เปดบริการแกนักเรียนและครู-อาจารยไดเขาไปศึกษาหาความ
เพิ่มเติม หรือใชพื้นที่ในการเรียนรูนอกหองเรียน การทำงาน หรือพักผอน
หยอนใจ นกั เรียนท่ีจะเขา หองสมดุ ควรทราบขอ ปฏิบตั ิในการใชหองสมุดเพ่ือ
ยดึ ถือเปนแนวปฏบิ ัติ ดงั น้ี
1. เวลาเปดหอ งสมดุ
เปด ใหบ ริการวันจันทร – วันศกุ ร ต้งั แตเ วลา 08.00 – 16.20 น.
2. สมาชกิ ผมู สี ิทธิเ์ ขาใชบริการของหอ งสมุด
- นกั เรียน ครู-อาจารย แมบาน คนสวนของโรงเรยี นสาธิตแหง
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมบู านจอมบงึ
- ผูปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมูบานจอมบึง
3. บริการหอ งสมดุ
- บริการยมื -คนื หนงั สือ วารสาร และสง่ิ พิมพอื่น ๆ
- บรกิ ารตอบคำถามและชว ยคน ควา
- Learning Space
- บรกิ ารจัดกจิ กรรม และนิทรรศการเผยแพรค วามรู
4. ระเบยี บการยืมหนงั สือหอ งสมุด
- การยมื หนงั สือหอ งสมุด ใหแ สดงบตั รประจำตวั นกั เรยี นทกุ ครั้ง
- ครู – อาจารย ยืมหนังสือไดครั้งละ 5 เลม กำหนดสงคืน
ภายใน 7 วัน
- นักเรียนยมื หนงั สอื ไดคร้งั ละ 3 เลม กำหนดสงคนื ภายใน 7 วัน
- การปรับผูคางสงหนังสือของหองสมุด จะตองเสียคาปรับ
ตามที่หองสมุดกำหนด คือวนั ละ 5 บาท/เลม
138
138
- ในการยืมหนังสือครั้งตอ ๆ ไป ผูยืมจะตองสงคืนหนังสือท่ี
ยืมไปในครัง้ กอนใหเรยี บรอ ย จึงจะยืมครง้ั ตอไปได
- สมาชิกที่สงคนื หนงั สือชากวา ระยะเวลาท่ีหอ งสมุดกำหนดไว
จะถูกตัดสิทธิ์ในการใชหองสมุด จนกวาจะคืนหนังสือหองสมุดและชำระเงนิ
คาปรับตามที่กำหนดไวใหเปนที่เรียบรอย หองสมุดจะอนุญาตใหเขาใช
หอ งสมุดได
5. ขอควรปฏิบัตใิ นการใชห อ งสมุด
- แตงกายสุภาพ เรยี บรอย สำรวมกิริยาวาจา ปฏิบัติตนไมให
เปนที่รบกวนผูอ่นื หรือสงเสยี งดังและหามเคลื่อนยายโตะ เกาอี้ หรือสิ่งของ
ตา ง ๆ ภายในหองสมดุ กอนท่จี ะไดรบั อนญุ าต
- วางกระเปาหนังสือหรือสิ่งของสวนตัวไวในล็อคเกอรหนา
หอ งสมุด
- สิ่งที่นำเขาหองสมุดได มีดังนี้ ปากกา ดินสอ ไมบรรทัด
กระดาษ และสงิ่ ของมคี า
- หามนำอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดเขาไปรับประทานใน
หองสมดุ
- หามขีดเขียน หรือขโมยทรพั ยากรอืน่ ใดในหองสมดุ ฉีก หรือ
ตัดหนังสือ สิ่งพิมพ จะถือวาเปนการทำลายทรัพยสินของทางโรงเรียน
ผกู ระทำผดิ ฝาฝนระเบยี บจะไดร ับการพิจารณาโทษสถานหนกั
- ชวยกันรักษาหนังสือ วารสาร และทรัพยส ินอ่ืน ๆ ตลอดจน
ความสะอาด และความเปน ระเบียบเรยี บรอ ยของหองสมดุ
139
139
การใชห องปฏิบัตกิ ารและการยืมวสั ดุและอุปกรณท างวิทยาศาสตร
1. หอ งปฏบิ ัติการเปดใหบรกิ าร วนั จนั ทร - ศกุ ร เวลา 8.40 – 16.20 น.
หยุดวันเสารอาทิตยและวนั หยุดราชการ
2. หากประสงคจะใชหองปฏิบัติการ อุปกรณ และเครื่องมือ
วิทยาศาสตร จะตองกรอกแบบฟอรม และระบเุ วลาที่ตองการลง
ในใบจองเวลาการใช โดยสงแบบฟอรมหรือติดตอครูผูดูแล
หองปฏิบัติการดังกลาว อยางนอยกอน 2 วันทำการ โดยย่ืน
แบบฟอรมผา น QR code น้ี
หอ งปฏิบตั กิ าร ครผู ูดแู ล เบอรโทร
หองปฏิบัติการฟสิกส 1 วาที่รอยตรหี ญิงธันยพร 0644515495
(1202) ชอ มเซยี ง
หองปฏิบัติการชีววิทยา 1 นายพฐั จกั ร พรา วไธสง 0887245957
(1302)
หองปฏิบัติการชวี วิทยา 2 นางสาวภิชาดา เตชินธนาพร 0624362655
และกลอ งจลุ ทรรศน (1303)
3. ผูขอใชบริการตองปฏิบัติตามระเบียบการใชหองปฏิบัติการและ
เครอ่ื งมอื อยางเครง ครดั
4. ผูใชบริการตองชดใชในกรณีที่เกิดความเสยี หายตอเครื่องมือและ
หองปฏบิ ัติการที่ขอใช
5. การเบกิ -ยืมเคร่อื งมือ วัสดวุ ทิ ยาศาสตร และอื่น ๆ ใหปฏิบตั ิตาม
ระเบยี บการเบิก-ยมื โดยใหส ง แบบฟอรมท่ีครูผดู แู ล ลวงหนา 3 วัน
140
140
กฎระเบียบและความปลอดภยั ในการใชหองปฏิบัติการวทิ ยาศาสตร
อานโดยละเอียด ทำความเขาใจและถอื ปฏบิ ตั ิโดยเครงครดั เพอื่ ความ
ปลอดภัยของตนเองและผอู น่ื
1. หามนำอาหารหรือเครื่องดื่มทุกชนิดเขามาในหองปฏิบัติการโดย
เดด็ ขาด
2. แตงกายสภุ าพ สวมรองเทา ใหเรยี บรอย ไมมีการใสร องเทา แตะโดย
เดด็ ขาด
3. ใสเ สื้อกาวนในการทำปฏิบัตกิ ารทุกครง้ั ที่จำเปน
4. ตง้ั ใจฟงการบรรยายการอธิบายการทำปฏิบตั กิ ารทุกครงั้ เพื่อความ
ปลอดภัยของตนเองและผูอน่ื
5. หา มทำการทดลองนอกเหนอื ไปจากทกี่ ำหนด
6. บนโตะ ปฏิบตั กิ าร ควรมแี ตเคร่ืองมือเคร่อื งใชท่ีจำเปนเทา นนั้
7. หา มสง เสยี งดังหรอื เลนกนั ในหองปฏิบตั ิการ
8. หากเกิดอุบัติเหตุ หรืออันตรายใด ๆ ตองแจงใหครูผูสอนทราบ
ทันที ถาถูกกรด เบส ฟอสฟอรัส หรือ โบรมีน ใหลางบริเวณ
ดงั กลา วดวยน้ำปริมาณมาก ๆ แลว แจงใหครูผูสอนทราบ
9. หามนำสารเคมี และเครื่องมืออุปกรณตาง ๆ ออกจาก
หองปฏบิ ตั กิ าร