41
41
ก็ได ความจำมี 3 ประเภท ไดแก 1) ความจำจากการรับสัมผัส (Sensory
registers) 2) ความจำระยะสั้น (Short Term Memory) 3) ความจำระยะ
ยาว (Long Term Memory) และมียุทธศาสตรในการจัดการเรียนรูบรรลุสู
ถึงความจำระยะยาว หรือ Long Term Memory
1. ความจำจากการรับสัมผัส (Sensory registers) ความจำการ
รูสึกสัมผัสเปนการคงอยูชั่วขณะหนึ่งของกิจกรรมของนิวรอนและการรูสึก
สัมผัส เปนความสามารถจำขอมูลที่สงเขามาที่สมองในชวงสั้น ๆ เชน
การมองวัตถุแลวเบนสายตาไปที่อื่น ภาพจะคงที่นานประมาณ 250
มลิ ลวิ นิ าที จากน้ันจะจางหายไปในเวลาไมถงึ 1 วนิ าที โดยถูกแทนท่ีสญั ญาณ
ภาพที่เขามาใหม และสำหรับการไดยินเสียง จะจำไดไมถึง 5 วินาที ถาไมมี
การกระตุนซ้ำ เปนความจำที่ชวยใหเราสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นได เชน
อุณหภูมิหอง เสียงจากขางนอก บางคร้ังเราอาจจะไมไดทันสังเกต แตระบบ
ประสาทของเราประมวลผลขอมูลโดยที่เราไมรูตัว ความสำคัญของความจำ
การรูสึกสัมผัส เราจำเปนที่จะตองรักษาสิ่งเราตรงตามที่ประสาทสัมผัสรบั รู
ในชว งเวลาสน้ั ๆ เพอ่ื ชว ยในการเปรียบเทยี บสิ่งทเี่ ราสนใจ นนั่ คือถา ไมมีการ
คงอยขู องสง่ิ เราในชว งเวลาหนงึ่ การเปรียบเทียบสง่ิ ทสี่ นใจจะไมส ามารถทำได
เราจำเปน ตองมคี วามจำการรูสึกสัมผัสเพราะการจำความรูสึกสัมผัสชวยให
เราเขาใจถึงส่ิงที่ผานไปกอนหนาน้ี เชน ครูถามวา “ทำไม” เราจึงจำเปนตอ ง
มีความจำ การรูสึกสัมผัส เสียงของคำวา “ทำไม” อาจจะเลอื นหายไปในเวลา
ท่ีเราไดย ินคำวาสมั ผัส เราจำเปน ตอ งรักษาขอ มลู เกยี่ วกับเสยี งในตอนเริ่มตน
ของประโยคไวเพื่อที่จะเปรียบเทียบกับระดับเสียงในตอนจบของประโยค
ระดับเสียงสูงที่อาจารยใชในตอนเริ่มตนของประโยคทำใหสรุปไดวาเปน
ประโยคคำถาม การจำความรูสึกสัมผัสนั้นมีทั้งการจำความรูสึกสัมผัส
ทางการมองเหน็ การไดยิน การดมกลนิ่ การล้ิมรส และทางผิวหนัง
2. ความจำระยะสั้น (Short Term Store : STS) หรือความจำ
ปฏิบัติการชั่วคราว (Temporary Working Memory) หมายถึงความจำ
ชั่วขณะที่ถูใชในการวางแผนและทำพฤติกรรมตา ง ๆ เชน การคิด บวก ลบ
42
42
คูณ หาร ในใจ หลาย ๆ ขัน้ ตอน ซึ่งเปน ความจำทอ่ี งิ กบั กระแสไฟฟา ชว่ั คราว
ในสมอง และความจำระยะยาวสะทอนไดจากการเปลี่ยนแปลงอยางย่ังยืน
ของสารเคมีในสมอง
3. สวนเกบ็ ความจำระยะยาว (Long-Term Store : LTS) เปนสว น
การจัดเก็บขอมูลความจำคงทนที่ไมวาเวลาจะผานไปนานเทาใดก็ยังจำ
เหตุการณนั้น ๆ ได ในขณะที่ความจำระยะสั้นจะอยูไดนานหลายนาที
ความจำระยะยาวจะอยูไดน านหลายป สาเหตุที่หนวยความจำระยะยาวเกบ็
ขอมูลไดนานมาก เปนเพราะวาการเก็บขอมูลในหนวยความจำระยะยาวน้ัน
ทำใหเกิดการสราง Neural Pathway หรือทางเชื่อมตอนิวรอนเปนพื้นที่
กวางกวาการเก็บขอมูลในหนวยความจำระยะสั้น ความจำทั้งสามระบบมี
ความสำคัญทั้งสิ้น มีการทำงานประสานกันไป ผลศึกษาเรื่องการเก็บความ
ทรงจำของสมอง ชี้วาเมื่อประสบเหตุตาง ๆ สมองของคนเราจะสรางความ
ทรงจำข้นึ มาสองชุดพรอ มกัน ท้งั ความทรงจำระยะส้ันและความทรงจำระยะ
ยาว ซึ่งตางก็มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน และเสริมซึ่งกันและกัน
ประเด็นสำคัญการพฒั นาคุณภาพการเรียนรูน้ันจึงตองเริ่มจากจัดการเรียนรู
ใหผูเรียนเกิดการแปลงรหัสในความจำระยะสั้น (Encoding in Short-
Term Memory) การแปลงขอมูลในความจำระยะยาว มี 6 องคประกอบที่
เกี่ยวของกับการแปลงรหัสทีช่ วยใหเราสามารถจำขอมูลที่ตองการจะจำได
อยางดีคอื
1. Attention (ตั้งใจจดจอ) ถาผูเรียนใหความสำคัญกับสิ่งใด เขา
มักจะใหความสนใจเปน พิเศษกับสิ่งนั้น การทีใ่ หความสนใจเปนพเิ ศษตอสิ่ง
ใดส่ิงหนึ่งนน้ั จะชว ยใหส ามารถจำขอ มูลเก่ยี วกบั ส่ิงนนั้ ไดด ี
2. Activation of prior knowledge การเรียนรูสิ่งใหมจ ะไดผลดี
ขึน้ ถาไดม ีการเชอื่ มโยงหรอื กระตุนความรู เดมิ ทีผ่ เู รยี นมีอยู
3. Encoding Specificity โจทยปญหาหรือสถานการณใกลเคียง
กับประสบการณตรง จะทำใหผูเรยี นเรียนรไู ดด ีข้นึ
43
43
4. Elaboration of knowledge (การคดิ ท่ลี ะเอยี ดลออ) ดวยเรียน
ดวยความรวมมือกันอภิปรายที่เปนการเรียนรูเปนการเรียนกลุมยอย ไดม ี
โอกาสไดแสดงออก แสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายถกเถียง กันจะทำให
ผเู รยี นเขา ใจและเรียนรสู ง่ิ น้ันไดดขี น้ึ
5. Reflection คือกระบวนการพิจารณาตรึกตรองการคิดของ
ตนเองที่เกี่ยวกับเหตุการณที่เกิดขึ้น ซึ่งการพิจารณานี้สามารถทำไดตั้งแต
กอ นเกิดเหตุการณ ในขณะท่ีเกดิ เหตกุ ารณ หรือหลังจากเหตุการณไดผานไป
แลว โดยมจี ดุ ประสงคเ พอ่ื ใหเกดิ ความเขาใจตอ ตนเองและเหตกุ ารณท เี่ กดิ ขึน้
ไดเปนอยางดี
6. Application of Ideas เปนความสามารถในการนำความคิด
รวบยอดของเรอื่ งทไี่ ดรูม านำไปใชแ กป ญหาในสถานการณใหมไ ด
ความจำกบั การเรยี นรดู งั กลา วมาแลว แสดงดงั ภาพท่ี 2
ภาพที่ 2 แบบจำลองประมวลผลขอมูลของความจำ เสนอโดย Atkinson
and Shiffrin (1968)
การจัดการเรยี นรโู ดยผูเ รยี นสรา งความรู
ขอมูลที่ผานเขามาในสมองของเราโดยผานทางประสาทสัมผัส
ทงั้ หาน้ัน รอยละ 99 จะถูกทิ้งไปทันที จะมเี พยี งรอ ยละ 1 เทาน้นั ท่สี มองเกบ็
44
44
เอามาใครครวญและขบคิดอยางมีเหตุผล ก็เพราะวาขอมูลเหลานั้นไมมี
ความหมายใด ๆ ที่เปนเชนนี้ก็เพราะวาในแตละนาทีนั้นสมองของเราตอ ง
สัมผัสกับขอมูลจำนวนมากมายมหาศาล หากสมองของเราตองเก็บขอมูล
ทุกเรื่องเอาไวแลวนำมาวิเคราะหใครครวญทั้งหมดเปนไปไมไดเพราะ
ธรรมชาตขิ องสมองที่ชวยปองกันเราจากการสำลักขอมูล ครูโรงเรียนสาธติ ฯ
ตระหนักถึงประเด็นความรูที่รอยละ 99 จะสูญหายไปหมด นักเรียนคงไมไ ด
ประโยชนอะไร และมีแนวคิดในการทำใหบทเรียนมีความหมายตอผูเรียน
และเปนความหมายที่เกี่ยวของกับตัวผูเรียนเอง เปนความหมายที่เกิดจาก
ความอยากรอู ยากเหน็ ท่ีทำใหผูเรยี นเกิดแรงผลกั ดันที่จะแสวงหาความรแู ละ
เรียนรูตอไป ดว ยกระบวนการจัดการเรียนรูที่มุงเนนใหผูเรียนการสรางองค
ความรูดวยตนเอง
การสรางองคค วามรูดวยตนเอง เปน การไดม าซึง่ ความรูและนำ
ความรูนั้นมาเปนของตน ไมไดมาจาก การที่ผูเรียนรับขอมูลจากประสาท
สัมผัสทั้ง 5 และเก็บขอมูลความรูนั้นมาเปนของตนทันที แตจะแปล
ความหมายของขอมูลความรูใหมนั้นดวยประสบการณเดิมของตน และเสรมิ
ขยายทดสอบการแปลความหมายของตน การเรียนรูจึงเกิดจากการคนพบ
ดวยตวั ผเู รยี นเอง ทฤษฎีนเ้ี กิดจากความคิดทว่ี า การเรยี นรเู กิดขึน้ ไดจ ากการท่ี
แตล ะบคุ คลไดสรางความรูขน้ึ และทำใหส ำเร็จโดยผา นกระบวนการของความ
สมดุล ซึ่งกลไกของความสมดุลเปนการปรับตัวของตนเองใหเขากับ
ส่งิ แวดลอมเพื่อใหอยูใ น สภาพสมดุล ประกอบดวยกระบวนการ 2 อยาง คอื
1) การซึมซาบหรือดูดซึม เปนกระบวนการที่มนุษยมีปฏิสัมพันธกับ
สิ่งแวดลอมและซึมซาบหรือดูดซึมเอา ประสบการณใหมเ ขาสูประสบการณ
เดมิ ที่เหมือนหรอื คลา ยคลงึ กัน โดยสมองจะปรบั เอาประสบการณใ หมเขากับ
ความคิดความรูในโครงสรางที่เกิดจากการเรียนรูเดิมที่มีอยู 2) การปรับ
โครงสรางทางปญญา เปนกระบวนการที่ตอเนื่องมาจากกระบวนการซึม-
ซาบหรอื ดูดซึม คือเมื่อไดซึมซาบ หรือดูดซึมเอาประสบการณใหมเขาไปใน
โครงสรางเดิมแลว ก็จะทำการปรับประสบการณใหม ใหเขากับโครงสราง
45
45
ของความรูเดิมทีม่ ีอยูในสมองกอนแลว แตถาไมเขากันไดก็จะทำการสราง
โครงสรางใหมขึ้นมาเพื่อรับประสบการณใหมนั้น ซึ่งลวนแลวตองมาจาก
กระบวนการคิดเปนสำคัญ กระบวนการคิดจึงเปนโจทยใหญของครูโรงเรยี น
สาธิตฯ ที่ตองมที ักษะในการออกแบบการเรียนรูทีส่ งเสริมการคิดโดยวิธีให
ผูเรียนเผชิญกบั ปญหา โดยสรางสถานการณของปญ หาใหผูเรียนไดมีโอกาส
ในการแกปญ หา โดยมขี ้นั ตอนการออกแบบสถานการณปญ หาดังน้ี
ขั้นที่ 1 ครูศึกษาความคิดรวบยอด (Concept) ของเรื่องที่
จัดการเรียนรู เนื่องจากความคิดรวบยอดเปนพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู
สำหรับผูเรียนเพอื่ นำไปเปนเครอ่ื งมอื การพัฒนาความสามารถในการทำความ
เขาใจเรื่องราวตาง ๆ ชวยใหผูเรียนมีความคิดที่เปนระเบียบไมเกิดความ
ซ้ำซอนของความคิด รูจักจัดหมวดหมูของความรูและประสบการณที่ไดร ับ
ชวยใหการเช่ือมโยงสิ่งทีเ่ รียนรใู นระดับสูงตอไป และสามารถนำไปแกปญหา
ได
ขั้นที่ 2 นำสาระสำคัญมาออกแบบสถานการณ โดยกำหนด
ภารกิจใหผูเ รยี นแกปญ หา
ขั้นที่ 3 ผูเรียนระดมความคิดในการแกปญหา ไตรตรองหา
วธิ กี ารท่ดี ีที่สดุ
ขนั้ ท่ี 4 ผูเ รยี นสะทอนความคดิ ทไี่ ดจากวิธีการแกปญ หา
ครูโรงเรียนสาธิตฯ มีกระบวนการออกแบบกิจกรรมการการ
เรียนรู 5 องคป ระกอบตาม MCRU mata Active Learning อันไดแก การ
สรางประสบการณ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน การสะทอน
ไตรตรองความคิด การสะทอนความคดิ รวบยอด ที่สามารถนำความคิดรวบ
ยอดไปใชแกปญหาในสถานการณอืน่ ๆ ได ดวยกระบวนการเรียนรูที่มาจาก
การออกแบบการจดั การเรียนรูของครูโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏ
หมูบานจอมบึง ที่เริ่มจากการออกแบบสถานการณปญ หาเพื่อสรางปญญา
การใหกำลังใจและกระตุนการคิดของผูเรียน การ Coaching การสราง
รอยตอการพัฒนาของผูเรียน การทดสอบความคิดรวบยอดและใหผล
46
46
ปอนกลับทันทีทันใด (immediate feedback) ทำใหผูเรียนสรางความรูได
ดวยตนเองสำเร็จที่เกิดการจนเกิดความรูความเขาใจอยางแทจริง มีการ
ประมวลผลในสมองและจดั เก็บถงึ ระดับ Long Term Memory ดังภาพท่ี 3
ภาพที่ 3 การจัดการเรียนรู MCRU meta Active Leaning ที่ผสมผสานกับ
การออกแบบการจดั การเรียนรูและผลลพั ธก ารเรียนรู
3. เนน เทคโนโลยี
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง เปน
สถานศึกษาที่มีสภาพแวดลอมการเรียนรูที่มีความในการจัดการศึกษา ท้ัง
หองเรียนปกติ หองปฏิบัติการตาง ๆ ไดแกหองปฏิบัติการเคมี หองปฏิบัติ
ชีวะวิทยา หองปฏิบัติการฟสิกส หองปฏิบัติการเขียนแบบ หองปฏิบัติการ
ชา ง หอ งปฏิบัติการคอมพิวเตอร ในดานเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น โรงเรียนมี
ความพรอมในการสนบั สนุนคณุ ภาพการศกึ ษา ดงั น้ี
47
47
1. ดานโครงสรางสถาปตยกรรมเครือขายคอมพิวเตอร
โรงเรียนมี Bandwidth ขนาด 1Gbps สามารถใหบริการครูและนกั เรียนได
อยางดี
2. ดานซอฟตแวร โรงเรียนมีซอฟตแวรระบบปฏิบัติการใน
ความรวมมือกับบริษัท Microsoft Windows ที่สามารถใช Application ที่
หลากหลาย อีกทั้งระบบสำหรับการเรียนการสอนผา น Microsoft Teams
ที่ครูและนักเรียนทุกคนเปนสมาชิกโดยมี e-mail address ระดับองคกรที่
สามารถเขา ถงึ และสอ่ื สารกนั ได
3. ดานการใชเทคโนโลยีในการสื่อสาร และการเรียนการสอน
ออนไลน
3.1 ครูทุกคนของโรงเรียนสาธิตฯ สามารถออกแบบ
ชั้นเรยี น และสามารถออกแบบจดั การเรียนรูผ านระบบ Microsoft Teams
ตามนโยบายของโรงเรยี นเพือ่ ไมใ หเกิดความสบั สนในการเรยี นของนักเรยี น
3.2 นักเรียนทุกคนมีทักษะในการเรียนรู สามารถเขาถงึ
ระบบ Microsoft Team อยางเปนระบบ สามารถจัดการเรียนรูไดทันทีที่มี
สถานการณความเสีย่ งทางดา นสขุ ภาพ
3.3 ครูทุกคนสามารถสรา งสอื่ การเรยี นรทู ป่ี ระกอบดว ย
การ Interaction และ Immediate feedback ท่นี ับวา เปนสอื่ การเรียนรทู มี่ ี
ประสิทธิภาพ
48
48
ตอนท่ี 3
หลักสูตรสถานศกึ ษา
49
49
คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัด
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตรใ นกลุม
สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2561) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2561 ตาม
คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2560
และคำสงั่ สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ที่ 30/2561 ลงวันที่
5 มกราคม 2561 ใหเปลยี่ นแปลงมาตรฐานการเรียนรูแ ละตวั ชวี้ ัด กลมุ สาระ
การเรียนรูค ณิตศาสตรและวิทยาศาสตร (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561) โดยมี
คำสั่งใหโรงเรียนดำเนินการใชหลักสูตรในปการศึกษา 2561 โดยใหใชในชัน้
มัธยมศึกษาปท ี่ 1 และ 4 ตั้งแตปการศกึ ษา 2560 เปนตน มา ใหเ ปนหลกั สตู ร
แกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรูเปน
เปาหมายและกรอบทิศทางในการพฒั นาคุณภาพผูเรยี นมีพัฒนาการเต็มตาม
ศักยภาพ มีคณุ ภาพและมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 เพอ่ื ใหส อดคลอ ง
กับนโยบายและเปา หมายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง จึงไดทำ
การปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 ในกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตรใ นกลุม สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม เพื่อนำไปใชประโยชนและเปนกรอบในการวางแผนและ
พัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเปาหมายใน
การพัฒนาคุณภาพผูเรยี น ใหมกี ระบวนการนำหลักสตู รไปสูการปฏิบตั ิ โดยมี
การกำหนดวิสยั ทัศน จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผูเ รียน คุณลกั ษณะอนั
พึงประสงค มาตรฐานการเรยี นรูและตัวชี้วัด โครงสรางเวลาเรียน ตลอดจน
เกณฑการวัดประเมินผลใหมีความสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรู เปด
โอกาสใหโรงเรยี นสามารถกำหนดทศิ ทางในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการ
สอนในแตละระดับตามความพรอ มและจุดเนน การขบั เคล่อื นประเทศไทยโดย
การสรางรายไดจากนวัตกรรมเปนหลัก หรือที่เรียกวาไทยแลนด 4.0 ซึ่ง
จำเปนตองสรา งกำลังคนทม่ี ีความเขมแขง็ ในองคค วามรูดาน SMT (Science,
Mathematics and Technology) เปนฐานในการสรางนวัตกรรมโดย
50
50
มีกรอบแกนกลางเปนแนวทางที่ชัดเจน เพื่อตอบสนองนโยบายไทยแลนด
4.0 มีความพรอมในการกาวสูสังคมคุณภาพ มีความรูอยางแทจริง และมี
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21
มาตรฐานการเรยี นรูและตัวชี้วัดท่กี ำหนดไวในเอกสารน้ี ชวยทำให
หนวยงานที่เกีย่ วของ ในทกุ ระดบั เห็นผลคาดหวังทตี่ อ งการในการพัฒนาการ
เรียนรูของผูเรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถชวยใหหนวยงานท่ี
เกี่ยวของในระดับทองถิ่นและสถานศึกษารวมกันพัฒนาหลักสูตรไดอยาง
มน่ั ใจ ทำใหก ารจดั ทำหลักสตู รในระดบั สถานศึกษามคี ุณภาพและมคี วามเปน
เอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังชวยใหเกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล
การเรียนรู และชวยแกปญหาการเทยี บโอนระหวา งสถานศึกษา ดังน้นั ในการ
พัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตัง้ แตระดับชาติจนกระทั่งถงึ สถานศึกษา จะตอง
สะทอนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดท่ีกำหนดไวในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน รวมทั้งเปนกรอบทิศทางในการจัดการศึกษา
ทุกรูปแบบ และครอบคลุมผูเรียนทุกกลุมเปาหมายในระดับการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน
การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตาม
เปาหมายที่คาดหวังได ทุกฝาย ที่เกี่ยวของทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว
และบุคคลตองรวมรับผิดชอบ โดยรวมกันทำงานอยางเปนระบบ
และตอเนื่องในการวางแผน ดำเนินการ สงเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ
ตลอดจนปรับปรุงแกไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสูคุณภาพตาม
มาตรฐานการเรียนรูท กี่ ำหนดไว
เพอ่ื ตอบสนองแนวคดิ และทิศทางการจดั การศกึ ษาดังกลา วมาขางตน
โรงเรียนสาธติ แหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบา นจอมบึง เปน โรงเรียนท่ีจดั ตัง้ ข้ึน
เพื่อสงเสริมศักยภาพผูเ รียนดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร และสงเสรมิ
การเตรียมความพรอมสูป ระชาคมอาเซียนดวยไตรภาษา ไดแกภาษาอังกฤษ
ภาษาจีน และภาษาตางชาติในประชาคมอาเซียน ที่ใหความสำคัญกับการ
พฒั นาความคดิ ทบี่ รรลสุ มรรถนะสำคัญของผูเรียนท้ัง 5 ดา น ดวยมาตรการท่ี
เนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่เนนสติปญญา และพฤติกรรมท่ี
กอ ใหเ กิดความงอกงามทางสตปิ ญ ญา ภายใตป รชั ญา “การคดิ เปน เมลด็ พันธุ
แหง ความงอกงามของมนษุ ย”
51
51
สมรรถนะสำคัญของผเู รียน
หลักสูตรโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงได
มุงการพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุงเนน
พัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะชวยใหผ ูเรียนเกิด
สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค 5 ประการ ดงั น้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร มคี วามสามารถในการรับและสง
สาร มีวัฒนธรรมในการใชภาษา ทัง้ ภาษาไทยและภาษาตางประเทศ ไดแก
ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ถา ยทอดความคิด ความรคู วามเขาใจ ความรูสกึ และ
ทศั นะของตนเอง เพ่อื แลกเปลี่ยนขอ มูลขา วสาร และประสบการณอันจะเปน
ประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อขจัด
และลดปญหาความขัดแยงตาง ๆ การเลือกรับหรือไมรับขอมลู ขาวสารดวย
หลักเหตุผลและ ความถูกตอง ตลอดจนการเลือกใชวิธีการสื่อสารที่มี
ประสทิ ธิภาพ โดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่มี ีตอ ตนเองและสงั คม
2. ความสามารถในการคิด มีความสามารถในการคิดวิเคราะห
การคิดสังเคราะห การคิดอยางสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และ
การคิดเปนระบบเพ่ือนำไปสูการสรางองคความรู หรือสารสนเทศ เพือ่ การ
ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง และสังคมไดอยางเหมาะสม มีทักษะการเรียนรูแ ละ
นวัตกรรม คิดสรางสรรค ใสใจนวัตกรรม มีวิจารณญาณ แกปญหาเปน
สอ่ื สารดี เตม็ ใจรว มมอื
3. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการ
แกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ที่เผชิญไดอยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐาน
ของหลักเหตุผล คณุ ธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสมั พันธและการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณตาง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยุกตความรู
มาใชในการปองกันและแกไขปญ หา และมีกาตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดย
คำนงึ ถงึ ผลกระทบที่เกดิ ขน้ึ ตอตนเอง สังคมและสงิ่ แวดลอ ม
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต มีความสามารถในการนำ
กระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรูดวยตนเอง
การเรียนรอู ยา งตอเน่ือง การทำงานและการอยรู วมกนั ในสังคมดวยการสราง
เสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคลการจัดการปญหาและความขัดแยง
ตางๆ อยางเหมาะสม การปรับตัวใหทันกับการเปลี่ยนแปลงของสงั คม และ
52
52
สภาพแวดลอมและการรูจักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพึงประสงค ที่สงผล
กระทบตอตนเองและผูอื่น มีความยืดหยุน รูจักปรับตัว ริเริ่มสิง่ ใหม ใสใจ
ดูแลตัวเอง รูจักเขาสงั คม เรยี นรวู ัฒนธรรม
5. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี มีความสามารถในการเลอื ก
และใชเทคโนโลยีดานตาง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อ
การพัฒนาตนเองและสังคมในดานการเรียนรูการสื่อสาร การทำงาน การ
แกปญ หาอยางสรางสรรค ถูกตองเหมาะสมและมีคุณธรรม อัพเดตทุกขอมลู
ขา วสาร รเู ทาทันสอ่ื รอบรูเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ฉลาดสอ่ื สาร
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
มุงพัฒนาผูเรียนใหม ีคุณลักษณะอันพงึ ประสงคเพื่อใหสามารถ
อยูรวมกับผอู น่ื ในสังคมไดอยา งมีความสุขในฐานะเปนพลเมืองไทยและพลโลก
มี 10 ประการ ดงั นี้
1. รกั ชาติ ศาสน กษัตริย
2. ซอ่ื สัตยส ุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝเ รียนรู
5. อยูอ ยา งพอเพยี ง
6. มุงมั่นในการทำงาน
7. รักความเปน ไทย
8. มีจิตสาธารณะ
9. มีสัมมาคารวะ
10. มีทักษะในศตวรรษที่ 21 ในดานการเรียนรูแ ละนวัตกรรม
คิดสรางสรรค ใสใจนวตั กรรม มีวิจารณญาณ แกปญหาเปน สือ่ สารดี เต็มใจ
รวมมอื
53
53
โครงสรา งเวลาเรียนหลกั สตู รสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธิตแหง มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบ า นจอมบึง พุทธศกั ราช 2557
(ฉบับปรับปรงุ 2564) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน
ระดับชน้ั ม.1 ม.2 ม.3
ภาคเรยี น ภาคเรยี น ภาคเรยี น ภาคเรยี น ภาคเรยี นภาคเรยี น
กลมุ สาระการเรยี นรู ท่ี 1 ท่ี 2 ท่ี 1 ท่ี 2 ที่ 1 ท่ี 2
รายวชิ าพ้นื ฐาน 60 60 60 60 60 60
1. ภาษาไทย
2. คณิตศาสตร 60 60 60 60 60 60
3. วทิ ยาศาสตร 60 60 60 60 60 60
วิทยาการคำนวณ 20 - 20 - 20 -
การออกแบบและเทคโนโลยี - 20 - 20 - 20
4. สงั คมศกึ ษาฯ 60 60 60 60 60 60
ประวตั ศิ าสตร 20 20 20 20 20 20
5. สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 40 40 40 40 40 40
6. ศิลปะ 40 40 40 40 40 40
7. การงานอาชพี 20 20 20 20 20 20
8. ภาษาตา งประเทศ 60 60 60 60 60 60
รวมเวลาเรียน (วชิ าพ้ืนฐาน) 440 440 440 440 440 440
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
1. วิชาบรู ณาการ SMT 60 60 60 60 60 60
2. คณิตศาสตรเ ขมขน (เพิม่ เตมิ ) 40 40 40 40 40 40
3. ภาษาอังกฤษเพม่ิ เติม 20 20 20 20 20 20
4. ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 20 20 20 20 20 20
5. รายวชิ าเลอื กเพมิ่ เตมิ ฯ 40 40 40 40 40 40
รวมเวลาเรยี น (วชิ าเพม่ิ เตมิ ) 180 180 180 180 180 180
กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น
1. กิจกรรมแนะแนว 20 20 20 20 20 20
2. กิจกรรมชมุ นมุ 20 20 20 20 20 20
3. กิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี
4. กิจกรรมเพื่อสังคมและ 20 20 20 20 20 20
สาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี น (กจิ กรรมพัฒนาฯ) 60 60 60 60 60 60
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด ตอป 1,320 1,320 1,320
รวมเวลาเรียนตลอด 3 ป 3,960 ช่ัวโมง
หมายเหตุ กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับวิชาลูกเสือ-เนตรนารี
วชิ าหนาที่พลเมอื ง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศกึ ษาในรายวิชาพ้นื ฐาน
54
54
โครงสรางเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศกึ ษา
โรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบงึ พทุ ธศักราช 2557 (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช 2564)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 1
เวลาเรียน เวลาเรียน
รายวิชา/กิจกรรม นก. h รายวิชา/กิจกรรม นก. h
รายวิชาพ้ืนฐาน รายวิชาพ้ืนฐาน
ท21101 ภาษาไทย 1 1.5 60 ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 60
ค21101 คณิตศาสตร 1 1.5 60 ค21102 คณิตศาสตร 2 1.5 60
ว21101 วิทยาศาสตร 1 1.5 60 ว21102 วิทยาศาสตร 2 1.5 60
ว21181 วทิ ยาการคำนวณ 1 0.5 20 ว21182 การออกแบบและเทคโนโลยี1 0.5 20
ส21101 สงั คมศกึ ษา 1 1.5 60 ส21102 สังคมศึกษา 2 1.5 60
ส21103 ประวัตศิ าสตร 1 0.5 20 ส21104 ประวัตศิ าสตร 2 0.5 20
พ21101 พลศกึ ษา 1 (เทเบิลเทนนสิ ) 0.5 20 พ21102 พลศึกษา 2 (แบดมินตนั ) 0.5 20
พ21103 สุขศกึ ษา 1 0.5 20 พ21104 สุขศึกษา 2 0.5 20
ศ21105 ดนตรี นาฏศลิ ป 1 1.0 40 ศ21106 ทัศนศลิ ป 1 1.0 40
ง21103 การงานอาชพี 1 0.5 20 ง21104 การงานอาชพี 2 0.5 20
อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 1.5 60 อ21102 ภาษาองั กฤษ 2 1.5 60
รวม 11.0 440 รวม 11.0 440
รายวิชาเพม่ิ เติม รายวิชาเพิม่ เติม
ว21285 พลังงานความรอนกบั การ ว21286 อุตนุ ิยมวทิ ยาเกษตร
แกป ญ หา (สะเต็ม 1) 1.5 60 (สะเต็ม 2) 1.5 60
ค21201 คณิตศาสตรเขม ขน 1 1.0 40 ค21202 คณติ ศาสตรเ ขมขน 2 1.0 40
อ21201 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร 1 0.5 20 อ21202 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร2 0.5 20
จ21201 ภาษาจีนเพ่อื การสือ่ สาร 1 0.5 20 จ21202 ภาษาจีนเพือ่ การสอ่ื สาร 2 0.5 20
วชิ าเลอื กเพ่ิมเตมิ ตามความถนัดและ วิชาเลอื กเพ่ิมเตมิ ตามความถนัดและ
ความสนใจ 1.0 40 ความสนใจ 1.0 40
รวม 4.5 180 รวม 4.5 180
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
กจิ กรรมแนะแนว - 20 กจิ กรรมแนะแนว - 20
กจิ กรรมชมุ นุม - 20 กิจกรรมชุมนมุ - 20
กจิ กรรมลูกเสอื /เนตรนารี - กจิ กรรมลกู เสือ/เนตรนารี -
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและ 20 กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ - 20
สาธารณประโยชน ** - สาธารณประโยชน **
รวม 60 รวม 60
รวมท้ังหมด 15.5 680 รวมทั้งหมด 15.5 680
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,360 ชวั่ โมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกบั วิชาลูกเสอื -เนตรนารี
วิชาหนา ทพี่ ลเมอื ง** บรู ณาการรายวิชาสังคมศกึ ษาในรายวิชาพ้นื ฐาน
55
55
โครงสรางเวลาเรียนหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภฏั หมูบ า นจอมบงึ พุทธศกั ราช 2557 (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช 2564)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 2
เวลาเรียน เวลาเรียน
รายวิชา/กิจกรรม นก. h รายวิชา/กิจกรรม นก. h
รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพนื้ ฐาน
ท22101 ภาษาไทย 3 1.5 60 ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 60
ค22101 คณติ ศาสตร 3 1.5 60 ค22102 คณิตศาสตร 4 1.5 60
ว22101 วทิ ยาศาสตร 3 1.5 60 ว22102 วิทยาศาสตร 4 1.5 60
ว22183 วทิ ยาการคำนวณ 2 0.5 20 ว22184 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 20
ส22101 สังคมศึกษา 3 1.5 60 ส22102 สงั คมศกึ ษา 4 1.5 60
ส22103 ประวัตศิ าสตร 3 0.5 20 ส22104 ประวัติศาสตร 4 0.5 20
พ22101 พลศกึ ษา 3 (วอลเลยบ อล) 0.5 20 พ22102 พลศึกษา 4 (บาสเกตบอล) 0.5 20
พ22103 สุขศกึ ษา 3 0.5 20 พ22104 สุขศึกษา 4 0.5 20
ศ22106 ทัศนศิลป 2 1.0 40 ศ22107 ดนตรี นาฏศลิ ป 2 1.0 40
ง22103 การงานอาชพี 3 0.5 20 ง22104 การงานอาชพี 4 0.5 20
อ22101 ภาษาองั กฤษ 3 1.5 60 อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 1.5 60
รวม 11.0 440 รวม 11.0 440
รายวิชาเพ่ิมเติม รายวิชาเพม่ิ เติม
ว22285 กระบวนการคิดแกป ญหาภัย ว22286 การแกปญหาจากการแยก
พบิ ตั ทิ างธรรมชาติ (สะเตม็ 3) 1.5 60 สารและแรงเสยี ดทาน (สะเตม็ 4) 1.5 60
ค22201 คณิตศาสตรเ ขมขน 3 1.0 40 ค22202 คณติ ศาสตรเขม ขน 4 1.0 40
อ22201 ภาษาองั กฤษอาน - เขียน 0.5 20 อ22202 ภาษาอังกฤษฟง - พดู 0.5 20
จ22201 ภาษาจีนเพ่ือการส่ือสาร 3 0.5 20 จ22202 ภาษาจนี เพอื่ การสือ่ สาร 4 0.5 20
วชิ าเลอื กเพิ่มเติมตามความถนัดและ วิชาเลือกเพิ่มเตมิ ตามความถนัดและ
ความสนใจ 1.0 40 ความสนใจ 1.0 40
รวม 4.5 180 รวม 4.5 180
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน
กิจกรรมแนะแนว - 20 กิจกรรมแนะแนว - 20
กจิ กรรมชุมนมุ - 20 กจิ กรรมชมุ นมุ - 20
กจิ กรรมลูกเสอื /เนตรนารี - กจิ กรรมลูกเสอื /เนตรนารี -
กิจกรรมเพือ่ สังคมและ 20 กิจกรรมเพอื่ สังคมและ - 20
สาธารณประโยชน ** - สาธารณประโยชน **
รวม 60 รวม 60
รวมท้ังหมด 15.5 680 รวมทั้งหมด 15.5 680
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,360 ชว่ั โมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกบั วิชาลูกเสือ-เนตรนารี
วิชาหนา ทพี่ ลเมอื ง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศกึ ษาในรายวชิ าพน้ื ฐาน
56
56
โครงสรางเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศกึ ษา
โรงเรยี นสาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบงึ พุทธศกั ราช 2557 (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศักราช 2564)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3 เวลาเรียน
เวลาเรียน นก. h
รายวิชา/กิจกรรม นก. h รายวิชา/กิจกรรม
รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพน้ื ฐาน
ท23101 ภาษาไทย 5 1.5 60 ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 60
ค23101 คณติ ศาสตร 5 1.5 60 ค23102 คณติ ศาสตร 6 1.5 60
ว23101 วทิ ยาศาสตร 5 1.5 60 ว23102 วิทยาศาสตร 6 1.5 60
ว23185 วิทยาการคำนวณ 3 0.5 20 ว23186 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 0.5 20
ส23101 สังคมศกึ ษา 5 1.5 60 ส23102 สงั คมศึกษา 6 1.5 60
ส23103 ประวัตศิ าสตร 5 0.5 20 ส23104 ประวัติศาสตร 6 0.5 20
พ23101 พลศึกษา 5 (เปตอง) 0.5 20 พ23102 พลศึกษา 6 (ฟุตบอล) 0.5 20
พ23103 สขุ ศึกษา 5 0.5 20 พ23104 สุขศึกษา 6 0.5 20
ศ23105 ดนตรี นาฏศลิ ป 3 1.0 40 ศ23106 ทศั นศิลป 3 1.0 40
ง23103 การงานอาชพี 5 0.5 20 ง23104 การงานอาชีพ 6 0.5 20
อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 1.5 60 อ23102 ภาษาองั กฤษ 6 1.5 60
รวม 11.0 440 รวม 11.0 440
รายวิชาเพ่ิมเตมิ รายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว23203 แสงและไฟฟากบั การ ว23204 ปฏิกริ ิยาเคมีตอ ส่ิงมีชวี ิต
สรางสรรคนวตั กรรม (สะเตม็ 5) 1.5 60 และสิ่งแวดลอม (สะเต็ม 6) 1.5 60
ค23201 คณิตศาสตรเขม ขน 5 1.0 40 ค23202 คณิตศาสตรเขม ขน 6 1.0 40
อ23201 ภาษาอังกฤษเพ่อื การ อ23202 ภาษาอังกฤษเพ่อื การ
นำเสนอ 1 0.5 20 นำเสนอ 2 0.5 20
จ23201 ภาษาจีนเพ่อื การส่ือสาร 5 0.5 20 จ23202 ภาษาจีนเพือ่ การสื่อสาร 6 0.5 20
วชิ าเลอื กเพม่ิ เตมิ ตามความถนัดและ วชิ าเลอื กเพ่ิมเตมิ ตามความถนัดและ
ความสนใจ 1.0 40 ความสนใจ 1.0 40
รวม 4.5 180 รวม 4.5 180
กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กิจกรรมแนะแนว - 20 กิจกรรมแนะแนว - 20
กจิ กรรมชุมนมุ - 20 กิจกรรมชมุ นมุ - 20
กิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี - กจิ กรรมลูกเสือ/เนตรนารี -
กิจกรรมเพ่อื สังคมและ 20 กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ - 20
สาธารณประโยชน ** - สาธารณประโยชน **
รวม 60 รวม 60
รวมท้ังหมด 15.5 680 รวมท้ังหมด 15.5 680
รวมเวลาเรยี นตลอดปก ารศึกษา 1,360 ชัว่ โมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับวิชาลูกเสอื -เนตรนารี
วชิ าหนา ทพี่ ลเมอื ง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศกึ ษาในรายวชิ าพนื้ ฐาน
57
57
หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบงึ
พุทธศกั ราช 2557 (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช 2564)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
*********************
รายวชิ าเลอื กเพม่ิ เติมตามความถนัดและความสนใจ
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมฟส ิกส จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20201 ของเลนเชิงวทิ ยาศาสตร จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20202 เทคโนโลยพี ลังงานแสงอาทิตย จำนวน 1 หนว ยกติ
ว20203 อเิ ลก็ ทรอนกิ สเ บอ้ื งตน จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20204 พลงั งานทดแทนกับการใชป ระโยชน จำนวน 1 หนว ยกติ
กลมุ เคมี จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20221 เทคนคิ พ้ืนฐานในปฏบิ ตั กิ ารเคมี จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20222 ผลติ ภัณฑธรรมชาติ จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมชีววิทยา จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20241 เภสัชพฤกษศาสตร จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20242 เทคนิคพน้ื ฐานสำหรบั งานวจิ ัยทางชีววทิ ยา จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20243 วิทยาศาสตรสุขภาพกบั คณุ ภาพชวี ติ จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมดาราศาสตร จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20261 ปฏบิ ัติการดาราศาสตรพื้นฐาน จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมวทิ ยาศาสตรอื่น ๆ จำนวน 1 หนว ยกติ
ว20281 วิทยาศาสตรส ่ิงแวดลอ มในยคุ โลกาภิวตั น จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20282 วิทยาศาสตรก ารปลกู พชื ผกั สวนครวั จำนวน 1 หนว ยกติ
ว20283 วิทยาศาสตรกับงานเกษตร (พืช) จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20284 การแสดงทางวทิ ยาศาสตร 1 (Science Show I) จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20285 การแสดงทางวทิ ยาศาสตร 2 (Science Show II) จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20286 วิทยาศาสตรท างดิน จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20287 วิทยาศาสตรพชื สมนุ ไพร
ว20288 วิทยาศาสตรก ารเพาะเลย้ี งปลาสวยงาม
ว20289 วิทยาศาสตรก ารปลูกพชื โดยไมใ ชด ิน
ว20290 วิทยาศาสตรกับการขยายพันธุพชื
ว20293 จุดประกายความคดิ โครงงานวทิ ยาศาสตร
ว20295 การสรางสรรคโ ครงงานวทิ ยาศาสตร
ว20294 สัมมนาทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
58
58
กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร จำนวน 1 หนว ยกติ
ค20201 ระบบจำนวนกบั การประยกุ ต จำนวน 1 หนว ยกิต
ค20202 สถิตคิ วามนา จะเปนกับการนำไปใช จำนวน 1 หนว ยกติ
ค20203 จำนวนจรงิ กับพชี คณิตในการแกปญ หา จำนวน 1 หนว ยกติ
ค20204 การประยุกตท างเรขาคณติ จำนวน 1 หนว ยกิต
ค20205 พชี คณิตกบั ชีวติ ประจำวัน จำนวน 1 หนว ยกิต
ค20206 การวดั กบั การนำไปใช
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย จำนวน 1 หนว ยกติ
ท20201 อาหารในวรรณคดี จำนวน 1 หนว ยกติ
ท20202 นิราศสาธติ จำนวน 1 หนว ยกิต
ท20203 จินตนาการสรา งสรรคจ ากวรรณคดี จำนวน 1 หนว ยกิต
ท20204 เพลงกวี จำนวน 1 หนว ยกติ
ท20205 ลลี าวาทการ จำนวน 1 หนว ยกติ
ท20206 การคดิ วเิ คราะหท างภาษาไทย
กลมุ สาระการเรียนรูศลิ ปะ จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20201 พ้นื ฐานการบรรเลงดนตรี จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20202 พื้นฐานการบรรเลงดนตรแี บบกลมุ
ศ20203 พื้นฐานการขับรอ ง จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20204 พน้ื ฐานการขับรองประสานเสียงแบบสรา งสรรค จำนวน 1 หนว ยกติ
ศ20205 หลกั การประพนั ธเ พลงเบ้ืองตน จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20206 ดนตรแี ละการแสดง จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20207 การแสดงนาฏศิลปป ระยุกตป ระกอบเพลง จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20208 การประดิษฐห นุ และการแสดงละครหุน จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20209 การเขยี นลายไทย จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20210 ศิลปส รา งสรรค จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20211 รำวงมาตรฐาน จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20212 การขบั รองเพลงรำวงมาตรฐาน จำนวน 1 หนว ยกติ
ศ20213 วาดเสน (Drawing) จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20214 จติ รกรรมสรางสรรค (Creative Painting) จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20215 ประตมิ ากรรมสรางสรรค (Creative Sculpture) จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20216 ศลิ ปะภาพพมิ พสรางสรรค (Creative Printmaking) จำนวน 1 หนว ยกติ
59 จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกติ
59 จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกติ
กลุมสาระการงานอาชพี จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20204 การผลติ เคร่ืองดมื่ จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20205 การเขยี นโปรแกรมเบื้องตน
ง20206 การประดิษฐข องชำรวย จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20207 การเขยี นโปรแกรมออกแบบชน้ิ งาน จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20208 การจัดตกแตง สวน จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20209 การแปรรปู อาหาร จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมสาระภาษาตางประเทศ จำนวน 1 หนว ยกติ
จ20207 ทักษะทจ่ี ำเปน ทางภาษาจีน
จ20208 การสือ่ สารภาษาจนี ในชวี ติ ประจำวัน จำนวน 1 หนว ยกิต
จ20209 ภาษาจีนในชีวติ ประจำวัน จำนวน 1 หนว ยกติ
จ20210 การสนทนาภาษาจีนข้นั ตน จำนวน 1 หนว ยกิต
จ20211 ทกั ษะการเขยี นภาษาจนี ในชวี ิตประจำวนั จำนวน 1 หนว ยกติ
จ20212 ภาษาจีนในสื่อสารมวลชน จำนวน 1 หนว ยกติ
จำนวน 1 หนว ยกติ
กลุมสาระการเรยี นรูส ุขศกึ ษาและพลศึกษา จำนวน 1 หนว ยกติ
พ20201 กรฑี า จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20202 กีฬาและการละเลน พืน้ บา นไทย จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20203 กิจกรรมเขา จงั หวะ จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20204 กระบก่ี ระบอง จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20205 เทคนคิ การเสรมิ สรา งสมรรถภาพทางกาย จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20206 หลกั การออกกำลังกายเพอ่ื สุขภาพ จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20207 มวยไทย จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20208 การเตนแอโรบกิ จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20209 กีฬาตะกรอ จำนวน 1 หนว ยกติ
พ20210 กีฬาลลี าศ จำนวน 1 หนว ยกติ
พ20211 กีฬาวอลเลยบอลชายหาด
พ20212 บาสเกตบอล
พ20213 เปตอง
พ20214 แบดมนิ ตัน
พ20215 ฟุตซอล
พ20216 ฟุตบอล
พ20217 มวยสากล
60 จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกิต
60 จำนวน 1 หนว ยกติ
จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20218 วอลเลยบอล
พ20219 แฮนดบ อล
พ20220 เทเบิลเทนนสิ
พ20221 พ้ืนฐานการเคลอื่ นไหวทางกฬี า
61
61
โครงสรา งเวลาเรยี นหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นสาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ า นจอมบึง
พทุ ธศักราช 2559 (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช 2561)
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กลุมสาระการเรียนร/ู เวลาเรียน
กจิ กรรม ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (วทิ ย-คณิต) ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย (คณิต-องั กฤษ)
กลมุ สาระการเรียนรู ม.4 ม.5 ม.6 ม.4 ม.5 ม.6
นก. h นก. h นก. h นก. h นก. h นก. h
รายวชิ าพนื้ ฐาน
1. ภาษาไทย 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80
2. คณติ ศาสตร 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80
3. วิทยาศาสตร 4.0 160 2.0 80 2.0 80
3.1 วิทยาการคำนวณ 0.5 20 0.5 20 0.5 20 0.5 20 0.5 20 0.5 20
3.2 เทคโนโลยีและการออกแบบ 0.5 20 1.0 40 0.5 20 1.0 40
4. สงั คมศึกษาฯ 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80
4.1 ประวัตศิ าสตร 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40
5. สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40
6. ศลิ ปะ 1.0 40 2.0 80 1.0 40 2.0 80
7. การงานอาชีพ 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40
8. ภาษาตางประเทศ 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80
รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) 17.0 680 14.5 580 9.5 380 15.0 600 16.5 660 9.5 380
รายวชิ าเพม่ิ เติม
1. คณิตศาสตร 2.0 80 2.0 80 4.5 180 2.0 80 4.5 180 4.0 160
2. วิทยาศาสตร 6.5 260 10.0 400 9.0 360
3. การงานอาชพี 2.0 80 2.0 80
4. ภาษาไทย 2.0 80 2.0 80 2.0 80
5 ภาษาจนี 1.0 40 2.0 80 2.0 80 2.0 80
6. สงั คมศึกษา 2.0 80
7. ภาษาอังกฤษ 2.0 80 2.0 80 2.0 80 5.0 200 5.0 200 5.0 200
รวมเวลาเรียน (เพิม่ เตมิ ) 12.5 500 15.0 600 15.5 620 13.0 520 13.5 540 15.0 600
กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
1. กิจกรรมแนะแนว 40 40 40 40 40 40
2. กิจกรรมชุมนุม/กิจกรรม
รกั ษาดนิ แดน 40 40 40 40 40 40
3. กิจกรรมเพ่อื สงั คมและ 40 40 40 40 40 40
สาธารณประโยชน
4. กจิ กรรมอตั ลกั ษณสาธิต 120 120 120
รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน 120 120 120
รวมเวลาเรียนทัง้ หมดตอป (h) 29.5 1300 29.5 1300 25.0 1120 28.0 1240 30.0 1320 24.5 1100
รวมเวลาเรียนทัง้ หมด (ชว่ั โมง) ตลอด 3 ป 3,720 ชั่วโมง ตลอด 3 ป 3,660 ชั่วโมง
62
62 62
โครงสรางโเควรลงาสเราียงนเหวลาักเสรตูยี รนสหถลากั นสศูตึกรษสาถาโนรงศเึกรียษนาสโารธงิตเรแยี หนงสมาหธาิตวแิทหยงามลหยั ารวาิทชยภาฏั ลหัยมรูบาชานภฏัจอหมบู ึงานจอมบึง
พุทธศักราพชทุ 2ธ5ศ6ัก3รา(ชฉบ2ับ56ป3รับ(ฉปบรุงับปพรุทับธปศรักงุ ราพชุท2ธ5ศ6ัก1รา)ช 2561)
ระดับมธั ยรมะศดกึับษมาธั ตยอมนศปึกลษายตอนปลาย
เวลาเรียนเวลาเรียน
กลมุ สาระกกลาุมรเสราียรนะรก/ู ากรจิ เรกียรนรมรู/กจิ กรรมระดับมัธยรมะศดกึับษมาธั ตยอมนศปกึ ลษายตอ(วนทิปยล-าคยณ(ิตว-ทิ ปยญ -คญณาติป-รปะญดิษญฐา ป(AระI)ด)ิษฐ (AI))
ม.4 ม.4 ม.5 ม.5 ม.6 ม.6
กลุม สาระกลารุม เสรายี รนะรกู ารเรียนรู นก. นกh. hนก. นก.h hนก. นก.h h
รายวิชาพร้นื าฐยาวนิชาพนื้ ฐาน
1. ภาษาไท1.ยภาษาไทย 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
2. คณติ ศา2ส. ตครณ ติ ศาสตร 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
3. วิทยาศ3า.สวตทิ รย าศาสตร 4.0 4.1060 160
3.1 วทิ ยา3ก.า1รวคทิำนยวากณารคำนวณ 0.5 0.250 20.5 0.520 200.5 0.520 20
3.2 เทคโน3โล.2ยีแเทลคะโกนาโรลอยอีแกลแะบกบารออกแบบ 0.5 0.250 210.0 1.040 40
4. สงั คมศ4ึก.ษสาังฯคมศกึ ษาฯ 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
4.1 ประว4ัต.ศิ1าปสรตะรว ัตศิ าสตร 1.0 1.400 410.0 1.040 40
5. สุขศึกษ5า.แสลขุ ะศพกึ ลษศากึ แษลาะพลศกึ ษา 1.0 1.400 410.0 1.040 401.0 1.040 40
6. ศลิ ปะ 6. ศิลปะ 1.0 1.400 420.0 2.080 80
7. การงาน7อ. ากชาีพรงานอาชีพ 1.0 1.400 410.0 1.040 40
8. ภาษาต8า.งภปารษะเาทตศา งประเทศ 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
รวมเวลาเรวยี มนเว(พลน้ืาเฐรายี นน) (พ้นื ฐาน) 17.0 176.800 61840.5 14.580 5890.5 9.5380 380
รายวิชาเพรม่ิ าเยตวิมชิ าเพิ่มเติม
1. คณติ ศา1ส. ตครณ ติ ศาสตร 2.0 2.800 820.0 2.080 804.5 4.5180 180
2. วิทยาศ2า.สวตทิ รย าศาสตร 6.5 6.2560 296.0 9.0360 3608.0 8.0320 320
3. การงาน3อ. ากชาีพรงานอาชพี
4. ภาษาไท4.ยภาษาไทย
5 ภาษาจีน5 ภาษาจนี
6. สงั คมศ6กึ .ษสาังคมศกึ ษา
7. ปญญา7ป.รปะดญิษญฐา ป(AรIะ) ดิษฐ (AI) 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
8. ภาษาอ8ัง.กภฤาษษาอังกฤษ 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
รวมเวลาเรวยี มนเว(เลพาิ่มเรเตียิมน)(เพิม่ เตมิ ) 12.5 125.050 51050.0 15.6000 60106.5 16.6560 660
กจิ กรรมพกัฒิจนการผรมูเ รพียัฒนนาผูเรยี น
1. กิจกรร1ม.แกนิจะกแรนรวมแนะแนว 40 40 40 40 40 40
2. กิจกรร2ม.ชกุมจิ นกุมร/รกมิจชกมุ รนรมุ ร/กั จิษการรมรักษา
ดนิ แดน ดนิ แดน 40 40 40 40 40 40
3. กจิ กรร3ม.เพกอ่ืจิ สกังรครมเแพล่ือะสังคมและ 40 40 40 40 40 40
สาธารณปสราะธโายรชณนป ระโยชน
4. กจิ กรร4ม.อกัตจิลกกั รษรณมอสัตาธลิตกั ษณส าธิต 120 120 120 120
รวมเวลากรจิ วกมรเวรมลาพกัฒจิ นการผรมูเรพียัฒนนาผูเ รียน 120 120
รวมเวลาเรวยี มนเทวั้งลหามเรดยี ตนอทปง้ั ห(hม)ดตอป (h) 29.5 2193.500 132090.5 291.5300 130206.0 261.0160 1160
รวมเวลาเรวยี มนเทว้ังลหามเรดียน(ชทวั่ งั้ โหมมง)ด (ช่วั โมง) ตลอด 3 ปตล3อ,7ด630 ปชั่ว3โ,ม7ง60 ชั่วโมง
63
63
โครงสรา งเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบึง พทุ ธศักราช 2559 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561)
แผนการเรียนวิทยาศาสตร – คณิตศาสตร
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 รหัส ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
วชิ า นก. h นก. h
รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพน้ื ฐาน
ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40
ค31101 คณติ ศาสตร 1 1.0 40 ค31102 คณติ ศาสตร 2 1.0 40
ว30105 วิทยาศาสตรก ายภาพ (ฟส ิกส) 1.0 40 ว30104 วทิ ยาศาสตรโลก และอวกาศ 1.0 40
ว30106 วทิ ยาศาสตรกายภาพ (เคมี) 1.0 40
ว30107 วิทยาศาสตรช วี ภาพ 1.0 40
ว31181 วทิ ยาการคำนวณ 1 0.5 20 ว31182 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 20
ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 40 ส31102 สังคมศกึ ษา 2 1.0 40
ส31103 ประวัติศาสตร 1 0.5 20 ส31104 ประวัติศาสตร 2 0.5 20
พ31101 สุขศึกษา 1 0.5 20 พ31102 พลศึกษา 1 (แชรบ อล) 0.5 20
ศ31101 ทัศนศลิ ป 1 0.5 20 ศ31102 ทศั นศลิ ป 2 0.5 20
ง30101 การงานอาชีพ 1 1.0 40
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40
รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 10.0 400 รวมรายวิชาพน้ื ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพ่ิมเติม รายวิชาเพมิ่ เติม
ค31206 หลักคณิตศาสตร 1.0 40 ค31202 ความรพู นื้ ฐานสำหรบั แคลคลู สั 1 1.0 40
ว31261 ธรณีวิทยา 1.5 60 ว31201 ฟสกิ ส 1 2.0 80
ว31221 เคมี 1 1.5 60
ว31241 ชีววิทยา 1 1.5 60
ง31221 นวตั กรรมเชงิ สรางสรรค 1 1.0 40 ง31222 นวตั กรรมเชงิ สรา งสรรค 2 1.0 40
อ31201 คำศัพทภาษาอังกฤษที่จำเปน 1.0 40 อ31202 ไวยากรณภาษาอังกฤษท่จี ำเปน 1.0 40
รวมรายวิชาเพิ่มเติม 4.5 180 รวมรายวิชาเพิ่มเติม 8.0 320
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-) 20
กจิ กรรมชมุ นุม/กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-) 20 กจิ กรรมชมุ นุม/กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กิจกรรมเสรมิ สรางอัตลักษณส าธิตฯ (-) 20 กิจกรรมเสริมสรา งอัตลักษณสาธิตฯ (-) 20
รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รยี น (-) 60
รวมเวลาเรียนท้ังหมด 14.5 640 รวมเวลาเรียนท้ังหมด 15.0 660
รวมเวลาเรียนตลอดปก ารศึกษา 1,300 ชั่วโมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกับกจิ กรรมเสริมสรา งอตั ลักษณสาธิตฯ
วิชาเพ่มิ เติมหนา ท่ีพลเมือง** บูรณาการรายวิชาสังคมศึกษาในรายวิชาพนื้ ฐาน
64
64
โครงสรา งเวลาเรียนหลกั สูตรสถานศึกษา
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง พทุ ธศกั ราช 2559 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561)
แผนการเรยี นวิทยาศาสตร – คณติ ศาสตร
ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 รหสั ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วิชา นก. h นก. h
รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน
ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40
ค32101 คณติ ศาสตร 3 1.0 40 ค32102 คณติ ศาสตร 4 1.0 40
ว32183 วิทยาการคำนวณ 2 0.5 20 ว32184 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 40
ส32101 สงั คมศกึ ษา 3 1.0 40 ส32102 สังคมศกึ ษา 4 1.0 40
ส32103 ประวัติศาสตร 3 0.5 20 ส32104 ประวัติศาสตร 4 0.5 20
พ32101 สุขศึกษา 2 0.5 20 พ32102 พลศกึ ษา 2 (แฮนดบอล) 0.5 20
ศ32101 นาฏศิลป 1.0 40 ศ32102 ดนตรีสากลและดนตรไี ทย 1.0 40
ง30102 การงานอาชีพ 2 1.0 40
อ32101 ภาษาองั กฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40
รวมรายวิชาพ้ืนฐาน 7.5 300 รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพิ่มเตมิ รายวิชาเพ่มิ เติม
ค32201 ความรพู ้นื ฐานสำหรบั แคลคูลสั 2 1.0 40 ค32202 ความรพู ้นื ฐานสำหรบั แคลคลู สั 3 1.0 40
ว32201 ฟส กิ ส 2 1.5 60 ว32202 ฟสกิ ส 3 2.0 80
ว32221 เคมี 2 1.0 40 ว32222 เคมี 3 1.0 40
ว32241 ชวี วิทยา 2 1.0 40 ว32242 ชีววิทยา 3 1.0 40
ว32261 อตุ นุ ยิ มวิทยา 1.5 60
อ32201 การพัฒนาทักษะการฟงภาษาอังกฤษ 0.5 20 อ32204 การอานภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ 1.0 40
การศกึ ษาคนควา อสิ ระทาง
อ32202 การอา นภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 0.5 20 ว30201 วิทยาศาสตร 1 1.0 40
จ30201 ภาษาจนี เพ่ือการสอ่ื สาร 1 0.5 20 จ30202 ภาษาจีนเพ่ือการสอื่ สาร 2 0.5 20
รวมรายวิชาเพ่มิ เติม 7.5 300 รวมรายวิชาเพ่ิมเติม 7.5 300
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
กจิ กรรมแนะแนว (-) 20 กิจกรรมแนะแนว (-) 20
กจิ กรรมชุมนมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กิจกรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20
กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณส าธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20
รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น (-) 60
รวมเวลาเรียนท้ังหมด 15.0 660 รวมเวลาเรียนทั้งหมด 14.5 640
รวมเวลาเรยี นตลอดปก ารศึกษา 1,300 ชวั่ โมง/ป
หมายเหตุ กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกบั กจิ กรรมเสริมสรา งอตั ลักษณสาธิตฯ
วชิ าเพ่มิ เติมหนาท่ีพลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพื้นฐาน
65
65
โครงสรางเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมูบ า นจอมบึง พทุ ธศักราช 2559 (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช 2561)
แผนการเรยี นวิทยาศาสตร – คณิตศาสตร
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น รหสั รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วิชา นก. h วชิ า นก. h
รายวิชาพน้ื ฐาน
รายวิชาพืน้ ฐาน 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40
ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ค33102 คณติ ศาสตร 6 1.0 40
ค33101 คณติ ศาสตร 5 0.5 20
ว33185 วิทยาการคำนวณ 3 1.0 40 ส33102 สงั คมศึกษา 6 1.0 40
ส33101 สังคมศึกษา 5 0.5 20 พ33102 พลศกึ ษา 3 (ลลี าศ) 0.5 20
พ33101 สขุ ศกึ ษา 3 1.0 40 อ33102 ภาษาองั กฤษ 6 1.0 40
อ33101 ภาษาองั กฤษ 5
รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 5.0 200 รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 4.5 180
รายวิชาเพ่มิ เติม รายวิชาเพิ่มเติม 60
ค33201 แคลคูลสั เบื้องตน 1.5 60 ค33202 สถติ พิ ้นื ฐาน 1.5 40
ค30203 คณติ ศาสตรคอมพิวเตอร 1.5 60 40
ว33201 ฟสิกส 4 1.5 60 ว33202 ฟส ิกส 5 1.0 40
ว33221 เคมี 4 1.0 40 ว33222 เคมี 5 1.0 40
ว33241 ชวี วิทยา 4 1.0 40 ว33242 ชีววิทยา 5 1.0
ว33261 ดาราศาสตรและอวกาศ 1.5 60 อ33203 การพฒั นาการเขียนภาษาอังกฤษ 1.0 220
อ33201 การพัฒนาการพดู ภาษาอังกฤษ 0.5 20 20
หนาท่ที างภาษาท่ีจำเปนตอ 20
อ33202 การสอ่ื สาร 0.5 20 20
60
การศึกษาคนควา อิสระทาง 1.0 40 460
ว30202 วทิ ยาศาสตร 2
รวมรายวิชาเพิ่มเติม 10.0 400 รวมรายวิชาเพม่ิ เติม 5.5
กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กิจกรรมแนะแนว (-)
กจิ กรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กิจกรรมชุมนมุ /กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-)
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณสาธิตฯ (-) 20 กิจกรรมเสรมิ สรางอัตลกั ษณสาธิตฯ (-)
รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รยี น (-)
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 15.0 660 รวมเวลาเรยี นท้ังหมด 10.0
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,120 ชัว่ โมง/ป
หมายเหตุ กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกบั กจิ กรรมเสริมสรางอัตลักษณสาธิตฯ
วชิ าเพิ่มเติมหนา ท่ีพลเมือง** บูรณาการรายวิชาสังคมศึกษาในรายวิชาพ้นื ฐาน
66
66
โครงสรางเวลาเรียนหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ านจอมบึง พทุ ธศกั ราช 2559 (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2561)
แผนการเรียนคณิตศาสตร – ภาษาอังกฤษ
ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 รหัส ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วชิ า นก. h นก. h
รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพนื้ ฐาน 1.0 40
ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2
ค31101 คณิตศาสตร 1 1.0 40 ค31102 คณติ ศาสตร 2 1.0 40
ว30105 วทิ ยาศาสตรก ายภาพ (ฟสิกส) 1.0 40 ว30104 วิทยาศาสตรโลก และอวกาศ 1.0 40
ว31181 วิทยาการคำนวณ 1 0.5 20 ว31182 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 20
ส31101 สังคมศกึ ษา 1 1.0 40 ส31102 สงั คมศกึ ษา 2 1.0 40
ส31103 ประวัติศาสตร 1 0.5 20 ส31104 ประวัตศิ าสตร 2 0.5 20
พ31101 สุขศกึ ษา 1 0.5 20 พ31102 พลศกึ ษา 1 (แชรบอล) 0.5 20
ศ31101 ทศั นศิลป 1 0.5 20 ศ31102 ทศั นศิลป 2 0.5 20
ง30101 การงานอาชีพ 1 1.0 40
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40
รวมรายวิชาพื้นฐาน 8.0 320 รวมรายวิชาพ้นื ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพ่ิมเติม รายวิชาเพมิ่ เตมิ
ค31204 จำนวนและพชี คณิต 1.0 40 ค31205 ฟงกช นั และการประยุกต 1 1.0 40
อ31201 คำศพั ทภ าษาองั กฤษท่ีจำเปน 1.0 40 อ31207 คำศพั ทภาษาองั กฤษขน้ั สูง 1.0 40
อ31205 ภาษาองั กฤษเพื่อวัตถุประสงคเ ฉพาะ1 0.5 20 อ31206 ภาษาองั กฤษเพ่อื วัตถปุ ระสงคเฉพาะ 2 0.5 20
อ31203 ไวยากรณภาษาอังกฤษท่จี ำเปน 1.0 40 อ31204 ไวยากรณภาษาองั กฤษขน้ั สูง 1.0 40
ง31221 นวัตกรรมเชิงสรา งสรรค 1 1.0 40 ง31222 นวตั กรรมเชิงสรา งสรรค 2 1.0 40
ท31203 ศลิ ปะการอานรอยแกว และรอ ยกรอง 1.0 40 ท31202 ภาษาไทยเพื่อการแสดง 1.0 40
จ30201 ภาษาจีนเพ่ือการส่อื สาร 1 1.0 40 จ31202 ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร 2 1.0 40
รวมรายวิชาเพ่ิมเติม 6.5 260 รวมรายวิชาเพมิ่ เติม 6.5 260
กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-) 20
กิจกรรมชุมนมุ /กิจกรรมรักษาดนิ แดน (-) 20 กิจกรรมชมุ นุม/กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-) 20
กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน (-) กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20 กิจกรรมเสรมิ สรางอัตลักษณสาธิตฯ (-) 20
รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60
รวมเวลาเรียนทั้งหมด 14.5 640 รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 13.5 600
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,240 ช่วั โมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกบั กจิ กรรมเสรมิ สรางอตั ลักษณสาธิตฯ
วชิ าเพมิ่ เติมหนาที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพนื้ ฐาน
67
67
โครงสรางเวลาเรียนหลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง พุทธศกั ราช 2559 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561)
แผนการเรยี นคณติ ศาสตร – ภาษาอังกฤษ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 รหสั ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วิชา นก. h นก. h
รายวิชาพ้ืนฐาน รายวิชาพื้นฐาน 1.0 40
ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4
ค32101 คณิตศาสตร 3 1.0 40 ค32102 คณติ ศาสตร 4 1.0 40
ว30106 วิทยาศาสตรกายภาพ (เคม)ี 1.0 40 ว30107 วทิ ยาศาสตรช วี ภาพ 1.0 40
ว32183 วิทยาการคำนวณ 2 0.5 20 ว32184 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 40
ส32101 สังคมศึกษา 3 1.0 40 ส32102 สงั คมศกึ ษา 4 1.0 40
ส32103 ประวัตศิ าสตร 3 0.5 20 ส32104 ประวัตศิ าสตร 4 0.5 20
พ32101 สุขศึกษา 2 0.5 20 พ32102 พลศึกษา 2 (แฮนดบ อล) 0.5 20
ศ32101 นาฏศลิ ป 1.0 40 ศ32102 ดนตรีสากลและดนตรไี ทย 1.0 40
ง30102 การงานอาชีพ 2 1.0 40
อ32101 ภาษาอังกฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40
รวมรายวิชาพ้ืนฐาน 8.5 340 รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 8.0 320
รายวิชาเพ่มิ เตมิ รายวิชาเพมิ่ เติม
ค32203 ตวั แบบเชงิ คณติ ศาสตร 1.0 40 ค32205 คณติ ศาสตรก ับการเงนิ ในชวี ติ ประจำวนั 1.5 60
ค32204 ฟง กชนั และการประยกุ ต 2 1.0 40 อ30206 การพฒั นาทักษะการฟงภาษาองั กฤษ 2 1.0 40
อ30205 การพฒั นาทกั ษะการฟง ภาษาองั กฤษ 1 1.0 40 อ32205 การอานภาษาองั กฤษเชิงวิชาการ 0.5 20
อ32206 ภาษาองั กฤษเพือ่ วตั ถปุ ระสงคเฉพาะ3 0.5 20 อ32207 ภาษาอังกฤษเพือ่ วัตถุประสงคเฉพาะ 4 1.0 40
อ32203 การอานภาษาองั กฤษพื้นฐาน 1.0 40 ท32202 ประวัติวรรณคดี 1.0 40
ท32201 ภาษาไทยในบทเพลง 1.0 40 จ32202 ภาษาจนี เพ่ือการสือ่ สาร 4 1.0 40
การศกึ ษาคนควา อิสระและสรา ง
จ32201 ภาษาจนี เพ่ือการสื่อสาร 3 1.0 40 ค30201 องคค วามรู 1.0 40
รวมรายวิชาเพิ่มเติม 6.5 260 รวมรายวิชาเพม่ิ เติม 7.0 280
กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กิจกรรมแนะแนว (-) 20
กิจกรรมชมุ นุม/กิจกรรมรักษาดนิ แดน (-) 20 กิจกรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20
กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20 กิจกรรมเสรมิ สรางอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20
รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รียน (-) 60
รวมเวลาเรียนท้ังหมด 15.0 660 รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 15.0 660
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,320 ชั่วโมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับกิจกรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณส าธิตฯ
วชิ าเพิ่มเติมหนาที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสังคมศึกษาในรายวิชาพ้นื ฐาน
68
68
โครงสรางเวลาเรยี นหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ านจอมบึง พทุ ธศกั ราช 2559 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561)
แผนการเรยี นคณติ ศาสตร – ภาษาอังกฤษ
ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 รหัส ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2
วชิ า
รหสั รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
วิชา นก. h
นก. h
รายวิชาพื้นฐาน 1.0 40 รายวิชาพ้นื ฐาน
ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40
ค33101 คณิตศาสตร 5 0.5 20
ว33185 วทิ ยาการคำนวณ 3 1.0 40 ค33102 คณิตศาสตร 6 1.0 40
ส33101 สงั คมศึกษา 5 0.5 20
พ33101 สขุ ศึกษา 3 1.0 40 ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 40
อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 พ33102 พลศึกษา 3 (ลีลาศ) 0.5 20
อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 40
รวมรายวิชาพ้นื ฐาน 5.0 200 รวมรายวิชาพื้นฐาน 4.5 180
รายวิชาเพ่ิมเตมิ รายวิชาเพ่ิมเติม
ค33203 แคลคูลัสและการประยุกต 1.5 60 ค33202 สถติ พิ ื้นฐาน 1.5 60
อ30207 การพัฒนาการพดู ภาษาอังกฤษ 1.0 40 อ30208 การพดู ภาษาอังกฤษในทสี่ าธารณะ 1.0 40
อ33205 ภาษาอังกฤษเพ่ือวัตถปุ ระสงคเ ฉพาะ 5 0.5 20 อ33208 ภาษาองั กฤษเพือ่ วัตถปุ ระสงคเฉพาะ 6 0.5 20
หนา ทท่ี างภาษาทจ่ี ำเปน ตอ 40 อ33207 การพฒั นาการเขยี นภาษาอังกฤษ 1.0 40
อ33204 การส่อื สาร 1.0 40
ส33241 สังคมโลกยคุ โลกาภิวัตน 1.0 40 ส33242 อาเซยี นศกึ ษา 1.0 40
ท33201 ความเรียงข้ันสูง 1.0 40 ท33202 การเขยี นเชิงสรางสรรค 1.0 40
จ33201 ภาษาจนี เพื่อการสอ่ื สาร 5 1.0 40 จ33202 ภาษาจีนเพื่อการส่ือสาร 6 1.0
ค30202 การส่ือสารและการนำเสนอ 1.0 40 280
รวมรายวิชาเพ่มิ เติม 8.0 320 รวมรายวิชาเพิม่ เติม 7.0 20
กจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน 20
กจิ กรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-)
20
กจิ กรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กิจกรรมชมุ นุม/กิจกรรมรกั ษาดนิ แดน (-) 60
520
กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลักษณสาธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลักษณสาธิตฯ (-)
รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผเู รียน (-)
รวมเวลาเรียนทั้งหมด 13.0 580 รวมเวลาเรยี นท้ังหมด 11.5
รวมเวลาเรยี นตลอดปการศึกษา 1,100 ชวั่ โมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกบั กจิ กรรมเสรมิ สรา งอตั ลักษณสาธิตฯ
วิชาเพม่ิ เติมหนา ที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพ้ืนฐาน
69
69
โครงสรางเวลาเรยี นหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบ านจอมบึง พทุ ธศกั ราช 2563 (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช 2561)
แผนการเรยี นวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร-ปญ ญาประดษิ ฐ (AI)
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 รหัส ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
วิชา นก. h นก. h
รายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาพ้ืนฐาน
ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40
ค31101 คณิตศาสตร 1 1.0 40 ค31102 คณติ ศาสตร 2 1.0 40
ว30105 วิทยาศาสตรกายภาพ (ฟสิกส) 1.0 40 ว30104 วิทยาศาสตรโ ลก และอวกาศ 1.0 40
ว30106 วทิ ยาศาสตรกายภาพ (เคมี) 1.0 40
ว30107 วิทยาศาสตรช วี ภาพ 1.0 40
ว31181 วิทยาการคำนวณ 1 0.5 20 ว31182 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 20
ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 40 ส31102 สงั คมศึกษา 2 1.0 40
ส31103 ประวัติศาสตร 1 0.5 20 ส31104 ประวัติศาสตร 2 0.5 20
พ31101 สขุ ศึกษา 1 0.5 20 พ31102 พลศึกษา 1 (แชรบ อล) 0.5 20
ศ31101 ทศั นศิลป 1 0.5 20 ศ31102 ทัศนศิลป 2 0.5 20
ง30101 การงานอาชีพ 1 1.0 40
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40
รวมรายวิชาพื้นฐาน 10.0 400 รวมรายวิชาพ้นื ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพมิ่ เติม รายวิชาเพิ่มเตมิ
ค31206 หลกั คณิตศาสตร 1.0 40 ค31202 ความรพู ืน้ ฐานสำหรับแคลคลู สั 1 1.0 40
ว31261 ธรณีวทิ ยา 1.5 60 ว31201 ฟส กิ ส 1 2.0 80
ว31221 เคมี 1 1.5 60
ว31241 ชวี วิทยา 1 1.5 60
ว31281 พน้ื ฐานปญญาประดิษฐ 1.0 40 ว31283 การเขยี นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร 1.0 40
อ31201 คำศัพทภ าษาองั กฤษที่จำเปน 1.0 40 อ31202 ไวยากรณภาษาอังกฤษทีจ่ ำเปน 1.0 40
รวมรายวิชาเพ่มิ เติม 4.5 180 รวมรายวิชาเพ่ิมเติม 8.0 320
กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กจิ กรรมแนะแนว (-) 20 กิจกรรมแนะแนว (-) 20
กจิ กรรมชุมนมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กจิ กรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดนิ แดน (-) 20
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-) กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลักษณส าธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณส าธติ ฯ (-) 20
รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60
รวมเวลาเรียนทั้งหมด 14.5 640 รวมเวลาเรียนทั้งหมด 15.0 660
รวมเวลาเรยี นตลอดปการศึกษา 1,300 ชว่ั โมง/ป
หมายเหตุ กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับกิจกรรมเสริมสรางอัตลักษณสาธิตฯ
วชิ าเพมิ่ เติมหนา ที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพ้ืนฐาน
70
70
โครงสรางเวลาเรียนหลกั สตู รสถานศึกษา
โรงเรียนสาธติ แหงมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง พทุ ธศักราช 2563 (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2561)
แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร-ปญญาประดษิ ฐ (AI)
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 รหัส ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2
วิชา
รหสั รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
วิชา นก. h
นก. h
รายวิชาพ้ืนฐาน 1.0 40 รายวิชาพืน้ ฐาน
ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40
ค32101 คณิตศาสตร 3 0.5 20
ว32183 วิทยาการคำนวณ 2 1.0 40 ค32102 คณติ ศาสตร 4 1.0 40
ส32101 สังคมศึกษา 3 0.5 20 ว32184 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 40
ส32103 ประวัตศิ าสตร 3 0.5 20 ส32102 สังคมศึกษา 4 1.0 40
พ32101 สุขศึกษา 2 1.0 40 ส32104 ประวัติศาสตร 4 0.5 20
ศ32101 นาฏศลิ ป 1.0 40 พ32102 พลศกึ ษา 2 (แฮนดบอล) 0.5 20
ง30102 การงานอาชพี 2 1.0 40 ศ32102 ดนตรสี ากลและดนตรีไทย 1.0 40
อ32101 ภาษาองั กฤษ 3
อ32102 ภาษาองั กฤษ 4 1.0 40
รวมรายวิชาพื้นฐาน 7.5 300 รวมรายวิชาพนื้ ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพ่มิ เติม รายวิชาเพม่ิ เตมิ
ค32201 ความรพู ื้นฐานสำหรบั แคลคูลัส 2 1.0 40 ค32202 ความรูพื้นฐานสำหรบั แคลคลู ัส 3 1.0 40
ว32201 ฟส ิกส 2 1.5 60 ว32202 ฟส กิ ส 3 2.0 80
ว32221 เคมี 2 1.0 40 ว32222 เคมี 3 1.0 40
ว32241 ชวี วิทยา 2 1.0 40 ว32242 ชวี วิทยา 3 1.0 40
ว32261 อุตนุ ยิ มวทิ ยา 1.5 60
การพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษ การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ 40
อ32201 (อา น-เขียน3) 1.0 40 อ32202 (อา น-เขียน4) 1.0 40
280
ว31284 โครงสรา งขอ มูลและอลั กอริทึม 1.0 40 ว31285 ตวิ เตอรอัจฉรยิ ะ 1.0
20
รวมรายวิชาเพ่ิมเติม 8.0 320 รวมรายวิชาเพิ่มเติม 7.0 20
กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน
กจิ กรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-) 20
60
กิจกรรมชุมนุม/กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กจิ กรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-) 620
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กิจกรรมเสริมสรา งอัตลักษณส าธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลักษณส าธิตฯ (-)
รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน (-)
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 15.5 680 รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 14.0
รวมเวลาเรียนตลอดปก ารศึกษา 1,300 ช่ัวโมง/ป
หมายเหตุ กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกบั กจิ กรรมเสริมสรา งอตั ลักษณส าธิตฯ
วชิ าเพ่มิ เติมหนาท่ีพลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพื้นฐาน
71
71
โครงสรางเวลาเรยี นหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบา นจอมบึง พุทธศกั ราช 2563 (ฉบับปรับปรุง พทุ ธศักราช 2561)
แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร-ปญ ญาประดษิ ฐ (AI)
ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 รหสั ช้ันมัธยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2
วิชา
รหสั รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วิชา นก. h
นก. h
รายวิชาพ้นื ฐาน 1.0 40 รายวิชาพน้ื ฐาน
ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40
ค33101 คณติ ศาสตร 5 0.5 20
ว33185 วิทยาการคำนวณ 3 1.0 40 ค33102 คณิตศาสตร 6 1.0 40
ส33101 สังคมศึกษา 5 0.5 20
พ33101 สุขศกึ ษา 3 1.0 40 ส33102 สังคมศกึ ษา 6 1.0 40
อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 พ33102 พลศึกษา 3 (ลลี าศ) 0.5 20
อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 40
รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 5.0 200 รวมรายวิชาพ้นื ฐาน 4.5 180
รายวิชาเพิม่ เติม รายวิชาเพิม่ เติม
ค33201 แคลคลู ัสเบ้อื งตน 1.5 60 ค33202 สถติ พิ นื้ ฐาน 1.5 60
ค30203 คณิตศาสตรค อมพวิ เตอร 1.5 60
ว33201 ฟสกิ ส 4 1.5 60 ว33202 ฟสิกส 5 1.0 40
ว33221 เคมี 4 1.0 40 ว33222 เคมี 5 1.0 40
ว33241 ชวี วิทยา 4 1.0 40 ว33242 ชีววิทยา 5 1.0 40
ว33261 ดาราศาสตรแ ละอวกาศ 1.5 60
การพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษ การพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษ 1.0 40
อ33201 (อาน-เขยี น5) 1.0 40 อ33202 (อาน-เขยี น6)
1.0 40
การศึกษาคนควาอสิ ระ 1.0 40 การศกึ ษาคนควาอิสระ 6.5 260
ว31286 ปญญาประดษิ ฐ 1 ว31287 ปญญาประดษิ ฐ 2
รวมรายวิชาเพม่ิ เติม 10.0 400 รวมรายวิชาเพม่ิ เติม (-) 20
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน (-) 20
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-)
(-) 20
กจิ กรรมชุมนุม/กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-) 20 กิจกรรมชุมนุม/กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 60
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-) กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน 11.0 500
กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณสาธิตฯ
รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รียน
รวมเวลาเรียนท้ังหมด 15.0 660 รวมเวลาเรยี นท้ังหมด
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,160 ชั่วโมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับกิจกรรมเสริมสรางอัตลักษณส าธิตฯ
วชิ าเพิม่ เติมหนาที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพืน้ ฐาน
72
72
กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน
ความสำคัญ
พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 กำหนดแนวการจัด
การศึกษา โดยยึดหลักวาผูเรียน ทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนา
ตนเองได และถือวาผูเรียนมีความสำคัญท่ีสุด กระบวนการจัดการศกึ ษาตอง
สงเสรมิ ใหผ ูเรยี นสามารถพฒั นาตามธรรมชาติ และเตม็ ตามศักยภาพ โดยจัด
เนื้อหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและความถนัดของ
ผูเรียน คำนึงถึงความแตกตางระหวางบุคคล ฝกทักษะกระบวนการคิด การ
จัดการ การเผชิญสถานการณ และการประยุกตความรูมาใชในการปอ งกัน
แกปญหาและเรียนรูจากประสบการณจริง ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลง
อยางรวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยี กอใหเกิดทั้งผลดีและผลเสียตอการ
ดำเนินชีวิตในปจจุบันของบุคคล ทำใหเกิดความยุงยากซับซอนมากยิ่งขึ้น
จำเปนตองปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตใหสามารถดำรงชีวิตอยูในสังคมได
อยางมคี ุณคา มีศักด์ศิ รี และมีความสขุ
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดใหมีสาระการเรียนรู 8 กลุม
และกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ซึ่งกิจกรรมพัฒนาผูเรียนเปนกิจกรรมที่จัดให
ผูเรียนไดพัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ มุงเนน เพิ่มเติมจาก
กิจกรรมที่ไดจ ดั ใหเรยี นรูตามกลมุ สาระการเรยี นรูทงั้ 8 กลมุ การเขา รว มและ
ปฏิบัติกิจกรรมที่เหมาะสมรว มกับผูอื่นอยางมีความสุขกับกิจกรรมที่เลือก
ดวยตนเองตามความถนัด และความสนใจอยางแทจริง การพัฒนาที่สำคัญ
ไดแก การพัฒนาองครวมของความเปนมนุษยใหครบทุกดาน ทั้งรางกาย
สติปญ ญา อารมณ และสังคม โดยอาจจดั เปนแนวทางหนึ่งท่จี ะสนองนโยบาย
ในการสรา งเยาวชนของชาตใิ หเปนผูม ศี ีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย และ
มคี ุณภาพเพอ่ื พัฒนาองคร วมของความเปน มนษุ ยท ี่สมบูรณ ปลกู ฝงและสรา ง
จิตสำนึกของการทำประโยชนเพื่อสังคม ซึ่งสถานศึกษาจะตองดำเนินการ
อยางมีเปาหมาย มีรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
แบง เปน 2 ลกั ษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว เปนกจิ กรรมทส่ี ง เสริมและพัฒนา
ความสามารถของผูเรียนใหเหมาะสมตามความแตกตางระหวางบุคคล
สามารถคนพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสรางทักษะชีวิต วุฒิภาวะ
ทางอารมณ การเรียนรูในเชิงพหุปญญา และการสรางสัมพันธภาพที่ดี
73
73
ซึ่งผูสอนทุกคนตองทำหนาที่แนะแนวใหคำปรึกษาดานชีวิต การศึกษาตอ
และการพัฒนาตนเองสูโลกอาชีพและการมี งานทำกิจกรรมนักเรียน เปน
กิจกรรมที่เกิดจากความสมัครใจของผูเรียนมุงพัฒนาคุณลักษณะที่พึง
ประสงคเพิ่มเติมจากกิจกรรมในกลุมสาระเปนกิจกรรมที่ผูเรียนชวยกันคิด
ชวยกันทำ ชวยกันแกปญหา สงเสริมศักยภาพของผูเรียนอยาง
เต็มที่ รวมถึงกิจกรรมที่มุงปลูกฝงความมีระเบียบวินัย รับผิดชอบ รูสิทธิ
และหนาที่ของตนเองในการอยูรวมกันตามระบอบประชาธิปไตยที่มี
พระมหากษัตรยิ ทรงเปนประมุข แบงตามความแตกตา งระหวางกิจกรรมได
เปน 2 ลกั ษณะ
1. กิจกรรมพัฒนาความถนัด ความสนใจ ตามความตองการของ
ผูเรียน เปนกิจกรรมที่มุงเนนการเติมเต็มความรู ความชำนาญและ
ประสบการณของผูเรียนใหกวางขวางยิ่งข้ึน เพื่อการคนพบความถนัดความ
สนใจของตนเอง และพฒั นาตนเองใหเตม็ ศักยภาพตลอดจนการพัฒนาทักษะ
ของสงั คม และปลูกฝงจติ สำนกึ ของการทำประโยชนเ พือ่ สังคม
2. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และผูบำเพญ็ ประโยชนเปนกิจกรรม
ที่มุงปลูกฝงระเบียบวินัย กฎเกณฑ เพื่อการอยูรวมกันในสภาพชีวิตตาง ๆ
นำไปสูพื้นฐานการทำประโยชนใหแกสังคม และวิถีชีวิตในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ซึ่งกระบวนการจัดให
เปนไปตามขอกำหนดของคณะกรรมการลูกเสือแหงชาติ สมาคมผูบ ำเพ็ญ
ประโยชนและกรมรักษาดินแดน ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติสถานศึกษาจัดกิจกรรม
ในลักษณะของการบูรณาการองคความรูตาง ๆ ที่เก้ือกูลสงเสริมการเรียนรู
ตามกลุม สาระการเรียนรูใหมีความกวางขวางลึกซึง้ ยิ่งข้ึน อีกทั้งใหผูเรียนได
คนพบและใชศ ักยภาพท่ีมีในตนอยางเต็มที่ เลือก ตัดสนิ ใจ ไดอยางมีเหตุผล
เหมาะสมกับ ตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชีพไดอยางมีคุณภาพ เนน
การ เสริมสรางทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ ศีลธรรม และจริยธรรม
รูจักสรางสัมพันธภาพท่ีดเี พือ่ ปรับตวั เขา กับบุคคลและสถานการณตา ง ๆ ได
อยางดีและมีความสุข เชน กิจกรรมการสรางเสริมความรูสึกรักและเห็น
คุณคาในตนเอง กิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ ศีลธรรม และ
จริยธรรม กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต กิจกรรมสรางเสริมประสิทธิภาพ
การเรียน เปนตน กิจกรรมเหลานี้สามารถหลอมเขาไปในการจัดกิจกรรม
ลูกเสือเนตรนารีในลักษณะของการ เขาคายตาง ๆ หรืออาจแยกจัดเปน
74
74
กิจกรรมเฉพาะทางได เชน จัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี โดยมุงเปนการฝก
ระเบียบวินัย การอยูรวมกันอยางมีความสุข กิจกรรมชมรมวิชาการ
มุงเนน ประสบการณค วามชำนาญเฉพาะเรื่องที่ถนัดและสนใจจากการเรียนรู
กลุมสาระตาง ๆ ชุมนุมตาง ๆ เพื่อการรวมกับคิดคนกิจกรรมที่สรางสรรค
กอใหเกิดความสนุก ความสุข และพัฒนาทกั ษะทางสงั คม ทั้งนี้แมจ ะแยกจดั
กิจกรรมเฉพาะทางก็สามารถบูรณาการกจิ กรรมแนะแนวเขาไวดวย เพื่อให
คน พบศกั ยภาพของตนเองดวย
ความหมาย
กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น เปน กิจกรรมทจ่ี ัดอยา งเปนกระบวนการดว ย
รูปแบบ วิธีการที่หลากหลาย ในการพัฒนาผูเรียนทั้งดานรางกาย จิตใจ
สติปญญา อารมณ และสังคม มุงเสริมเจตคติ คุณคา ชีวิต ปลูกฝงคุณธรรม
และคานิยมที่พึงประสงค สงเสริมใหผูเรียนรูจักและเขาใจตนเอง สราง
จิตสำนึกในธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ปรับตัวและปฏิบัตติ นใหเปน ประโยชน
ตอสงั คม ประเทศชาติ และดำรงชีวิตไดอยา งมีความสุข
เปา หมาย
การจัดกิจกรรมพฒั นาผเู รยี นมงุ พัฒนาใหบคุ คลรจู ักและเห็นคุณคา
ในตนเองและผอู น่ื มวี ุฒภิ าวะทางอารมณ มกี ระบวนการคดิ มีทกั ษะในการ
ดำเนินชีวิตอยางเหมาะสม และมีความสุข มีจิตสำนึกในการรับผิดชอบตอ
ตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ โดยกำหนดเปาหมายในการจัด
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียนดังน้ี
1. ผูเรียนไดรับประสบการณที่หลากหลาย เกิดความรู ความ-
ชำนาญ ท้งั วชิ าการและวชิ าชีพอยา งกวา งขวางมากยิ่งขน้ึ
2. ผูเรียนคนพบความสนใจ ความถนัด และพัฒนาความสามารถ
พเิ ศษเฉพาะตัวมองเหน็ ชองทางในการสรางงาน อาชพี ในอนาคตไดเ หมาะสม
กับตนเอง
3. ผูเรียนเห็นคุณคาขององคความรูตา ง ๆ สามารถนำความรูและ
ประสบการณไ ปใชใ นการพฒั นาตนเอง และประกอบสัมมาชีพ
4. ผูเ รียนพัฒนาบุคลิกภาพ เจตคติ คานิยมในการดำเนนิ ชีวติ และ
เสริมสรา งศลี ธรรม จรยิ ธรรม
75
75
5. ผูเรียนมีจิตสำนึกและทำประโยชนเพื่อสังคมและประเทศชาติ
หลักการจัดกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น
กิจกรรมพฒั นาผเู รียนมหี ลักการจดั ดังน้ี
1. มีการกำหนดวัตถุประสงคแ ละแนวปฏบิ ัติทช่ี ดั เจนเปน รปู ธรรม
2. จัดใหเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความสนใจ ความถนัด และ
ความสามารถของผเู รียน
3. บูรณาการวิชาการกับชีวิตจริง ใหผูเรียนไดตระหนักถึง
ความสำคัญของการเรยี นรูต ลอดชวี ติ
4. ใชกระบวนการกลุม ในการจัดประสบการณการเรยี นรู ฝกใหคดิ
วิเคราะห สรางสรรค จินตนาการ ที่เปนประโยชนและสัมพันธกับชีวิตในแต
ละชว งวยั อยา งตอเนอื่ ง
5. จำนวนสมาชิกมีความเหมาะสมกับลักษณะของกิจกรรม
6. มีการกำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมใหเหมาะสม สอดคลองกบั
วสิ ัยทศั นและเปา หมายของสถานศกึ ษา
7. ผูเรียนเปน ผูดำเนินการมีครูเปนที่ปรึกษาถือเปนหนาที่และงาน
ประจำโดยคำนึงถึงความปลอดภยั
8. ยึดหลักการมีสวนรวม โดยเปดโอกาสใหครู พอแม ผูปกครอง
ชมุ ชน องคก ร ทงั้ ภาครัฐ และเอกชน มสี วนรว มในการจัดกิจกรรม
9. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยวิธีการที่หลากหลาย
และสอดคลองกับกิจกรรมอยางเปนระบบและตอเนื่อง โดยใหถือวาเปน
เกณฑป ระเมินผลการผา นชวงชัน้ เรียน
แนวการจัดกิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น
สถานศกึ ษาตองจัดใหผูเรียนทกุ คนเขารวมกิจกรรม โดยคำนึงถงึ
แนวการจัดดงั ตอไปนี้
1. การจัดกิจกรรมตาง ๆ เพื่อเกือ้ กูลสงเสริมการเรียนรูตามกลุม
สาระการเรียนรู เชน การบูรณการโครงการ องคความรูจากกลุมสาระการ
เรียนรู เปนตน
76
76
2. จัดกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดตามธรรมชาติ และ
ความสามารถ ความตองการ ของผูเรียนและชุมชน เชน ชมรมทางวิชาการ
ตา ง ๆ เปน ตน
3. จัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝงและสรางจิตสำนึกในการทำประโยชน
ตอสังคม เชน กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เปน ตน
4. จัดกิจกรรมประเภทบริการดานตาง ๆ ฝกการทำงานที่เปน
ประโยชนต อ ตนเองและสวนรวม
1. กจิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมแนะแนวเปน กจิ กรรมทีส่ ง เสริมและพัฒนานกั เรียนให รูจัก
ตนเอง รูรักษสิ่งแวดลอม สามารถคิดตัดสินใจได คิดแกปญหา กำหนด
เปาหมาย วางแผนชีวิต ทั้งทางดาน การเรียน อาชีพและการมีทักษะชีวิต
สามารถปรับตวั ไดอยา งเหมาะสม อยูในสังคมไดอยางมีความสขุ นอกจากน้ียัง
เปนกิจกรรมที่สามารถดำเนินการชวยเหลือและใหคำปรึกษาแกผูปกครอง
เพอ่ื ใหมสี ว นรวมในการพัฒนาศักยภาพของผูเรยี น
นักเรียนทุกคนตองเขารวมกิจกรรมแนะแนว 40 ชั่วโมง ตอป
การศึกษา 20 ชว่ั โมงตอ ภาคเรียน
แนวการจดั กิจกรรมแนะแนว
นักเรียนทุกคนตองเรียนกิจกรรมแนะแนว ซึ่งจัดเขาเปนชั่วโมงเรียนใน
ตารางสอนหองละ 1 ชั่วโมงตอสัปดาห โดยครูแนะแนวเปนผูสอนตาม
หลักสูตรแนะแนวของสถานศึกษา และมีการประเมินผลเม่ือสิ้นภาคเรียนใน
ระดับผานกับไมผาน ถานักเรียนไมผานกิจกรรมแนะแนว จะมีผลทำให
นกั เรยี นไมจ บหลักสูตร
ระบบงานแนะแนว โรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบึง
งานแนะแนวมีบริการหลากหลาย เพื่อชวยใหนักเรียนรูจักตนเอง
สามารถวางแผน และพัฒนาตนเองเพื่อเตรียมตัวสำหรับศึกษาตอได และ
ดแู ลสุขภาวะของนกั เรียนภาพรวมและรายบคุ คล อาทิ
1. บรกิ ารแบบทดสอบ เพอ่ื สำรวจความสนใจทางอาชพี บคุ ลิกภาพ
และความถนดั ทางการเรยี น เปน ตน
77
77
2. บริการขอมูลสารสนเทศ อาทิ ดานการเรียน การศึกษาตอ
การพัฒนาตวั เอง เปน ตน
3. บริการใหคำปรกึ ษา ทั้งดานการเรียน สวนตัว และสุขภาวะของ
นกั เรียน ผา นการนดั พบ ณ หองแนะแนว ชนั้ M อาคารโรงเรียนสาธติ ฯ ผา น
Line อาจารยผรู ับผดิ ชอบ และติดตอ ทางโทรศพั ทก รณีฉกุ เฉนิ
4. บริการจัดวางตัวบุคคล อาทิ ทุนการศึกษา ฝกอบรม สงตอ
หนว ยงานภายนอก เปน ตน
5. บรกิ ารติดตามผลและวจิ ยั อาทิ ตดิ ตามผลนกั เรียนจบการศึกษา
เปน ตน
6. บรกิ ารจัดการเรยี นการสอนระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1–6
ตวั อยางโครงการ
1. โครงการทัศนศกึ ษามหาวทิ ยาลยั และแหลงเรยี นรทู ีส่ ำคญั
2. โครงการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการเพื่อเตรียมความพรอมใน
การศกึ ษาตอ
3. โครงการทดสอบความถนัดนักเรียนโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบงึ
4. โครงการจำลองสนามสอบ O-NET Mock Exam สำหรับนักเรียน
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบึง
ตดิ ตออาจารยแนะแนว
อาจารยผรู ับผดิ ชอบ : นายปุญญากรณ วรี ะพงษานันท
ตดิ ตอ โทร : 083-312-4640
E-mail : [email protected]
Line : konchee : [email protected]
Website : https://sites.google.com/view/dsmcruadmission64/
Facebook : https://www.facebook.com/GUIDANCEDSMCRU
78
78
2. กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารสี ามญั รุนใหญ
หลักสูตรลูกเสือเสริมสรางทักษะชีวิต มีเนื้อหาที่สอดคลองกับ
ปญหาตามวัยและพัฒนาการดานตาง ๆ ของลูกเสือ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหา
ครบถวน เปนไปตามขอบังคับคณะลูกเสือแหงชาติ วาดวยการปกครอง
หลกั สูตรและวชิ าพเิ ศษลกู เสือสามัญรนุ ใหญ
หลักการ การจัดกิจกรรมลูกเสอื เสรมิ สรา งทักษะชีวิต ไดอ อกแบบ
โดยบรู ณาการกิจกรรมที่เสริมสรางทักษะชวี ิตเขากับวิธีการลูกเสือ คือการใช
ระบบหมูหรือกลุมยอย โดยใหเด็กเปนศูนยกลาง และมีผูใหญทำหนาที่
ชวยเหลือและสงเสริมใหเกิดกระบวนการเรียนรูในกลุม แนะนำ สั่งสอนและ
ฝกอบรมใหสามารถพึ่งตนเองได มีจิตอาสา รับผิดชอบตอสวนรวม ยึดมั่นใน
คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือเสริมสรางคุณคาในตนเอง รวมทั้งใชระบบ
เครื่องหมายหรือสัญลักษณทางลูกเสือและเครื่องหมายวิชาพิเศษ เปนแรง
กระตุนไปสูเปา หมายในการพัฒนาตนเอง
3. กิจกรรมชมุ นุม
กิจกรรมชุมนุมเปนกิจกรรมที่ผูเรียนรวมกลุมกันจัดขึ้นตาม
ความสามารถ ความถนัดและความสนใจ ของผูเรียน เพื่อเติมเต็มความรู
ความชำนาญ ประสบการณ ทกั ษะ เจตคติเพ่อื พัฒนาตนเองตามศกั ยภาพ
หลักการ กิจกรรมชุมนมุ มหี ลกั การท่สี ำคญั ดงั นี้
1. เปนกิจกรรมท่เี กดิ จากการสรางสรรคและออกแบบกิจกรรมของ
ผูเรยี นตามความสมัครใจ
2. เปนกิจกรรมทีผ่ ูเรยี นรว มกันทางานเปนทีม ชวยกันคิด ชวยกันทำ
และชว ยกนั แกป ญหา
3. เปนกิจกรรมท่สี ง เสรมิ และพฒั นาศักยภาพของผเู รยี น
4. เปนกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะของผูเรียน รวมทั้ง
บรบิ ทของสถานศกึ ษาและทอ งถ่นิ
วตั ถปุ ระสงค
1. เพื่อใหผูเรียนไดปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และ
ความตองการของตน
79
79
2. เพื่อใหผูเรียนไดพัฒนาความรู ความสามารถดานการคิด
วิเคราะห สังเคราะห ใหเกิดประสบการณทั้งทางวิชาการและวิชาชีพตาม
ศกั ยภาพ
3. เพื่อสงเสริมใหผูเรียนใชเวลาใหเกิดประโยชนตอตนเองและ
สวนรวม
4. เพ่ือใหผเู รียนทางานรว มกบั ผอู ื่นไดตามวิถีประชาธปิ ไตย
ขอบขาย กิจกรรมชุมนมุ มีขอบขา ยดังนี้
1. เปนกิจกรรมจดั ตามความสนใจของผเู รยี น
2. เปนกิจกรรมทจ่ี ัดเสรมิ หลกั สูตรสถานศกึ ษาในดา นความรแู ละ
ทกั ษะปฏิบัตขิ องผูเรยี น
3. สามารถจดั ไดท ง้ั ในและนอกสถานศึกษา และทง้ั ในเวลาและ
นอกเวลาเรยี น
แนวการจดั กิจกรรม
1. โรงเรียนสามารถบริหารการจัดการใหผูเ รียนดาเนินกิจกรรมได
หลากหลายทัง้ รูปแบบ ภายในและภายนอกหอ งเรยี น และระยะเวลาการจดั
กิจกรรม เชน กิจกรรมระยะเวลา 1 ภาคเรียน กิจกรรมระยะเวลา 1 ป
การศกึ ษา และกิจกรรมระยะเวลามากกวา 1 ปก ารศกึ ษา
2. โรงเรียนมีการสำรวจความสนใจของผูเรียนในการเลือกเขารวม
ชมุ นมุ
3. ผูเรียนรว มกันจัดตั้งชุมนุม ชมรม และเชิญครูเปนท่ีปรึกษา โดย
รวมกนั ดำเนินกิจกรรมชุมนุม ตามระเบยี บปฏิบัติท่ีโรงเรียนกำหนด
4. ครูทป่ี รึกษากิจกรรมประเมินตามหลกั เกณฑก ารประเมินผล
การประเมินผลการจัดกิจกรรม กจิ กรรมชมุ นุม
โรงเรียนสาธติ แหง มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบ านจอมบึง กำหนดการวัดผลและ
ประเมินผลการจัดกิจกรรมชุมนุม โดยกำหนดเกณฑในการประเมิน เปน
“ผา น” และ “ไมผ าน”
ผาน หมายถึง ผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรม รอยละ 80 ของ
เวลาเรียนทั้งหมดปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตาม
เกณฑท ส่ี ถานศึกษากำหนด
80
80
ไมผาน หมายถึง ผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมนอยกวา รอยละ
80 ของเวลาเรียนทั้งหมด การปฏิบัติ กิจกรรม หรือมีผลงาน/ชิ้นงาน/
คุณลักษณะไมเ ปนไปตามเกณฑทสี่ ถานศึกษากำหนด
4. กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน
กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชนเปนกิจกรรมท่ีสง เสริมให
ผูเรียนบำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอครอบครัว ชุมชน สังคม และ
ประเทศชาติในลักษณะอาสาสมัครเพื่อชวยขัดเกลาจิตใจของผูเรียนใหมี
ความเมตตากรุณา มีความเสียสละ และมีจิตสาธารณะเพื่อชวยสรางสรรค
สงั คมใหอยูรวมกนั อยางมคี วามสุข
หลกั การ
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชนเปนกิจกรรมที่ตอง
สงเสริมใหผูเรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและเต็มตามศกั ยภาพ
โดยคำนึงถึงความแตกตางระหวางบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เนนให
ความสำคัญทั้งความรู ละคุณธรรมจริยธรรม จัดกิจกรรมโดยใหผูเรียนคิด
สรางสรรคอ อกแบบกิจกรรมบาเพ็ญประโยชนอยางหลากหลายรูปแบบ เพ่ือ
แสดงถงึ ความรับผดิ ชอบตอสังคมในลักษณะจติ อาสา
วตั ถุประสงค
1. เพือ่ ใหผูเรยี นบำเพ็ญตนใหเปนประโยชนต อ ครอบครัว โรงเรียน
ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
2. เพื่อใหผูเรียนออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชนอยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจในลักษณะ
อาสาสมคั ร
3. เพื่อใหผูเรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชนไ ดอยา งมีประสิทธภิ าพ
4. เพื่อใหผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน
จนเกดิ คุณธรรมจรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
5. เพอ่ื ใหผ ูเรยี นมจี ิตสาธารณะและใชเวลาวางใหเปนประโยชน
ขอบขาย
เปนกระบวนการจัดกิจกรรมในลักษณะกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชน
และกิจกรรมจติ อาสา โดยผูเรยี นดำเนนิ การดว ยตนเองในลกั ษณะอาสาสมคั ร
81
81
เพือ่ แสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละตอสงั คม มีจิตอาสา
และจิตสาธารณะ
แนวการจดั กิจกรรม
การจดั กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน โดยบรู ณาการกับ
รายวิชาลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรุนใหญ เนนใหผูเรียนรวมกันสำรวจและ
วิเคราะหสภาพปญหา รวมกันออกแบบการจัดกิจกรรม วางแผนการจัด
กิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตามแผน รวมสรุปและประเมินผลการจัดกิจกรรม
รว มรายงาน พรอ มทงั้ ประชาสัมพนั ธและเผยแพรผ ลการจดั กิจกรรม
การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนสามารถเลือก
จดั กจิ กรรมหรือเขารว มกจิ กรรมไดท้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น ดังน้ี
1. จัดกจิ กรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลมุ สาระการเรียนรู และ
ประสบการณของผูเ รยี นเอง โดยผเู รียนสามารถจัดกิจกรรมตามองคความรูท่ี
ไดจ ากการเรยี นรูและประสบการณ ซงึ่ สามารถจัดกิจกรรม ไดด งั นี้
1.1 จดั กจิ กรรมภายในโรงเรียน
1.2 จดั กจิ กรรมภายนอกโรงเรียน
2. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม หมายถึง
กิจกรมทผ่ี ูเรยี นนาเสนอการจดั กิจกรรมตอโรงเรยี น เพ่อื ขอความเห็นชอบใน
การจัดทาโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มตน และสิ้นสดุ
ที่ชัดเจนโดยสามารถจัดกจิ กรรม ไดด ังนี้
2.1 จัดกิจกรรมภายในโรงเรียน
2.2 จดั กิจกรรมภายนอกโรงเรยี น
3. จัดกิจกรรมรวมกับองคกรอื่น หมายถึง กิจกรรมที่ผูเรียน
อาสาสมัครเขารวมกจิ กรรมกับหนวยงานหรือองคกรอืน่ ๆ ที่จัดกิจกรรมใน
ลักษณะเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน โดยผูเรียนสามารถเลือกเขารวม
กิจกรรม
การประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน
นักเรียนทกุ คนตอ งเขารว มเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชนไมต่ำกวา
8 ชั่วโมงตอภาคเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนตน และไมต่ำกวา 10 ชั่วโมงตอ
ภาคเรยี นในระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน รวม 3 ป จำนวน 45 ช่ัวโมง
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ป จำนวน 60 ช่วั โมง
82
82
5. กิจกรรมอตั ลักษณสาธิต
กิจกรรมที่แสดงถึงการแสดงออกของนักเรียนที่สอดคลองตาม
วิสัยทัศน ตามจุดเนนของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึง-
ประสงคข องโรงเรียน
การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รียนรายกจิ กรรม
1. ประเมนิ การปฏิบัติกจิ กรรมของผเู รียนตามจดุ ประสงคของแตล ะ
กิจกรรมโดยประเมินจากพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรม และผลการปฏิบัติ
ดว ยวธิ ีทห่ี ลากหลายตามสภาพจรงิ
2. ตรวจสอบเวลาเขารวมกิจกรรมของผูเรยี นอยางนอ ย 80%
3. ประเมินการปฏิบัติกิจกรรมของผูเรยี น ภาคเรียนละ 1 คร้งั ควร
ประเมนิ การปฏิบตั กิ จิ กรรมระยะหนง่ึ เพอ่ื ใหผ เู รียนไดปรับปรุงแกไ ข
4. ในกรณีที่ผูเรียนผานจุดประสงคสำคัญของกิจกรรมและมีเวลา
เรียนครบตามเกณฑ คือ อยางนอย 80%
ใหผลเปน “ผาน” (ผ) หากบกพรองเกณฑใดเกณฑหนึ่งหรือ
ทั้งสองเกณฑ จะ “ไมผาน” (มผ) ครูที่ปรึกษาจะตองซอมเสริมขอบกพรอง
ใหผ านเกณฑกอ นจึงจะไดรบั การตดั สนิ ใหผ านกจิ กรรม
83
83
เปาหมายในการจัดการเรยี นการสอน
ของโรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบงึ
โรงเรียนสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงมีเปาหมาย
ในการจัดการเรียนการสอน ที่มุงเนนการพัฒนาผูเรียนใหมีสมรรถนะ
ความสามารถ และมคี ณุ ลกั ษณะ อันพึงประสงคไ ดแก การเปน ผูใฝร ู ใฝเรียน
ตระหนักในความสำคัญของการศึกษา มีความภาคภูมิใจในความเปนไทย
มีระเบียบวินัย ซื่อสัตยสุจริต มีจิตสาธารณะและมีอุดมการณมุงมั่นใน
การพัฒนาประเทศ เปนทั้ง “คนเกง” และ “คนดี” นักเรียนโรงเรียนสาธิต-
แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงตองไดรับการปลูกฝงใหมีพื้นฐาน
ของการเปนนักวิทยาศาสตร และการประดิษฐคิดคน มีความสามารถในการ
ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพือ่ หาคำตอบของปญหา สรางองคความรู
และประดิษฐคิดคนนวัตกรรม ทางดานคณิตศาสตรวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยีไดอยางชำนาญและสรางสรรคเปนคนชางสังเกต สามารถตั้ง
คำถามเชิงสรา งสรรคท ี่นำมาซงึ่ คำตอบได มีกระบวนการในการแกปญ หาเพ่ือ
ใชในการหาคำตอบตลอดจนนำคำตอบเหลานั้นไปประยุกตใชไดจริง
มีความสามารถในการเลือกใชเทคโนโลยีตาง ๆ อยางเหมาะสม ทั้งเพ่ือ
การเรียนรู การทำงาน และการแกปญหา มีการตัดสินใจที่มีประสิทธภิ าพ
โดยคำนึงถึงผลกระทบและความรับผิดชอบ ทั้งตอตนเอง สังคม และ
สิ่งแวดลอม นอกจากนี้นักเรียนโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมูบานจอมบึงยังตองมีความสามารถในการใชภาษาอังกฤษครบทุกทักษะ
ทั้งการฟงการพูด การอาน และการเขียน เพื่อใหสามารถใชภาษาอังกฤษ
ในการเรียน การคนควาหาความรู การประชุม สัมมนาการเจรจาตอรอง และ
การทำงานรวมกับชาวตา งชาตไิ ดอ ยางคลองแคลว และมีประสิทธภิ าพ
ในการที่จะบรรลุจุดมุงหมายดังกลาวไดนั้น โรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงจำ เปนตองมีหลักสูตรการศึกษาที่ไดรบั
การออกแบบเปนอยางดีเพื่อชวยปูแนวทาง และวางรากฐานไปสูความ
สำเร็จตามที่ มุงหวัง ผานรูปแบบการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนที่มี
เอกลักษณเฉพาะ สอดคลองกับเอกลักษณของสถานศึกษา และ
มีประสิทธิภาพสูงสุด มาประยุกตใช ในการจัดการศึกษาใหกับนักเรียนที่มี
84
84
ความสามารถพิเศษทางดานคณิตศาสตร และวิทยาศาสตรซึ่งเปน ผลิตผลที่
สำคญั จงึ ไดกำหนดแนวทางการจดั ทำหลักสตู รการศึกษาดงั ตอไปน้ี
การจัดทำหลักสูตร
ภายใตการนำ ของ ผศ.ดร.ชยั ฤทธิ์ ศลิ าเดช อธกิ ารบดีมหาวิทยาลยั
ราชภัฏหมูบานจอมบึง พรอมดวยคณาจารยผูทรงคุณวุฒิ ผูมีความรูและ
ประสบการณทางดานหลักสูตร ไดรวมมือกัน ออกแบบหลักสูตรที่ชวยให
นกั เรยี นคน พบความถนดั และความสนใจตนเอง และชวยสงเสรมิ ใหนกั เรียน
ไดร ับการพฒั นาอยางเตม็ ศักยภาพเปนรายบคุ คล ยกตัวอยาง เชน
- กจิ กรรมการเรียนการสอนรายวิชาพ้ืนฐานของโรงเรยี นสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง จะมีเนื้อหาสาระที่กวางและลึกกวา
มาตรฐานการเรียนรูที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด นอกจากการเรียนการ
สอนตามปกติแลว โรงเรียนสาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบงึ ยังมี
แนวทาง การจัดการเรียนการสอนบางรายวิชาในรูปแบบท่ีแตกตางออกไป
เพื่อใหนักเรียนสามารถ เรียนรูไดดีขึ้น และบรรลุเปาหมายของการจัดการ
เรียนการสอนที่มุงเนนประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งแนวทางการจัดการเรียนการ
สอนบางรายวชิ าตามหลกั สตู รโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ าน
จอมบึง เชน
- การเขาคายเรียนรูในกลุมสาระหลัก เพื่อพัฒนาทักษะและ
กระบวนการเรยี นรู เชน คายการเรยี นรูไ ตรภาษา คายการเรยี นรู Multi skill
คา ยการเรยี นรูท างดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร
- การเรียนการสอนแบบผสมผสาน คือ เรียนในตารางเรียน
ตามปกติจำนวนหนง่ึ แลว ไปเขา คายเรียนรเู พิม่ เตมิ
- การศึกษาคนควาอิสระ (Independent Study) ภายใตการ
กำกบั ดูแลของครู เจา ของวชิ า
- การฝกงานเพื่อทำกิจกรรมในแหลงเรียนรูนอกโรงเรียน สราง
เสริมประสบการณ ทางการเรียนรูที่ชวยเปดโลกทัศนและมุมมองใหม ๆ
ใหแ กผ เู รยี น
- ในสาระวิชาหลักจัดการเรยี นการสอนโดยเนนทักษะ กระบวนการ
เรียนรูโดยจัดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะศาสตร เชน เคมี ฟสิกส
ชวี วิทยา เพื่อปูพืน้ ฐานเนอ้ื หาสาระวิชาในการเรยี นระดบั สูงขึ้นไป
85
85
- วิชาภาษาอังกฤษ มุงเนนพัฒนา ศักยภาพภาษาอังกฤษของ
นักเรียน ใหสอดคลองกับการจัดการเรียน การสอนเปนภาษาอังกฤษ
(English Program) สามารถใชภาษาอังกฤษ ในการสื่อสารการเรียนการ
สบื คน ขอมลู การนำ เสนอผลงานการเขยี น นอกจากนน้ั โรงเรยี นยังไดจดั ทำ
โครงการศึกษาดูงานตางประเทศดว ย
อยา งไรก็ตาม การศึกษาทดี่ อี าจไมม ีสูตรสำเร็จใด ๆ ทต่ี ายตัว และ
การที่จะสรางสรรคหลักสูตรการเรียนรู ใหตอบโจทยและสอดคลองกับ
เปาหมายที่กำหนดอาจมีหัวใจสำคัญอยูที่ “การบูรณาการทางการศึกษา”
เพื่อปรับประยุกตทุกองคความรูและภูมิปญญาใหเปน “เครื่องมือ” ที่มี
ประสิทธิภาพในการนำพาผูเรียนใหกาวไปสูจุดหมายแหงความสำเร็จใน
อนาคต โรงเรียนสาธิตแหงมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบึงมจี ุดมุงหมาย
สำคัญที่จะพัฒนานักเรียนใหมีทักษะและความสามารถเทียบเคียงไดกับ
นักเรียนของโรงเรียนวทิ ยาศาสตรชัน้ นำในระดับประเทศ รวมถึงมีศักยภาพ
ในการเขาศึกษาตอทางดานคณิตศาสตรวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ใน
มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำ พรอม ๆ ไปกับการกาวไปสูการเปนโรงเรียนชั้นนำ
ทางดานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยใี นระดบั แนวหนา ของประเทศ
ดา นบุคลากร
บุคลากรครูของโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบาน-
จอมบงึ เปนบุคลากรมีความมงุ มัน่ ทุม เทในการพฒั นานักเรยี นใหมีอุดมการณ
ตามเปาหมายของการพัฒนา คือสรางคุณลักษณะใหเปนนักคิด เปน
นักปราชญ และนักสรางสรรคของสังคมไทยตอไปในอนาคต พรอมทั้งเปน
คนดีมีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสาธารณะ มีความเสียสละทำงานเพื่อสังคม
และประเทศชาติรูจักตนเองและบทบาท หนาที่ของตนอยางเหมาะสม
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงจึงมุงเนนคัดสรร
บคุ ลากรครูท่มี คี ณุ ภาพ เพ่อื ตอบสนองตอ ภารกจิ หลกั ดังกลาว ครู อาจารยใ น
วิชาหลักโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ตองมี
คุณสมบัติจบการศึกษาวุฒิขั้นตํ่าระดับปริญญาโทในสาขาวิชาที่สอน มี
พื้นฐานองคความรูในกลุมสาระการเรียนรูและรายวิชาที่สอนเปนอยางดี
พรอมทั้งมีประสบการณในการวิจัยหรือเคยทำ วิทยานิพนธในการศึกษา
ระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับจิตวิทยา
86
86
การศึกษาและจิตวิทยาการเรียนรูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
นอกจากนี้ ครูโรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงยังตอง
มีทักษะและความเชี่ยวชาญในการใชภาษาอังกฤษในระดับดีเยี่ยม เพื่อให
สอดคลอง กับแนวทางการจัดการเรียนการสอนเปนภาษาอังกฤษของ
โรงเรยี น ควบคูไปกบั ศกั ยภาพในการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร
ท้งั เพื่อการคน หาขอมูลและการจดั การเรียนการสอนไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ
ดานอาคารสถานท่ี แหลงเรยี นรู บรรยากาศและสภาพแวดลอ ม
ถือเปนความโชคดีของโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมูบานจอมบึงที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณกอสรางอาคารเรียน โดยเมื่อ
ปง บประมาณ 2558 ทีผ่ านมา ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงไดร ับ
การจัดสรรงบประมาณแผนดินใหมากอสรางอาคารเรียนโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมูบานจอมบึง เปน อาคารเรียนที่สมบูรณแ บบ ประกอบ
ไปดวยหองเรียนมาตรฐาน หองปฏิบัติการทางคณิตศาสตร วิทยาศาสตร
ภาษาตางประเทศ หองคอมพิวเตอรและการสืบคน หองสมุด หองอาหาร
หอ งรับรองผูปกครอง และสนามกีฬาอยูในอาคาร มลู คาการกอ สรา ง 80 ลา น
บาท นอกจากนั้น ในปงบประมาณถัดมา ยังมีการอนุมัติงบประมาณเปนคา
ครุภัณฑร วมทงั้ วสั ดอุ ุปกรณ สง่ิ อำนวยความสะดวก อีกกวา 20 ลา นบาท ซึ่ง
เมื่อทุกอยางเสร็จเรียบรอย (สัญญาจางแลวเสร็จภายในเดือน พ.ย. 2559)
จะเปนอาคารเรียนที่ทันสมัยเหมาะสมอยางยิ่งกับการจัดการศึกษาสำหรับ
พัฒนาบุตรหลาน สอดคลองกับจุดเนนการปฏิรูปการจดั การศกึ ษาในปจ จบุ ัน
นอกจากความพรอมสมบูรณของอาคารเรียนแลว ดานสิ่งแวดลอมและ
บรรยากาศของโรงเรียนยงั มีความเหมาะสม ปลอดภัย เปนบรรยากาศของ
การศึกษาเรยี นรู มแี หลง เรยี นรตู า ง ๆ มากมาย
เอกลักษณทีโ่ ดดเดน
1. เปนโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนเนนดานคณิตศาสตรและ
วทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี และภาษาตางประเทศ ระดบั มธั ยมศึกษา
2. เปนโรงเรยี นทีม่ ีขนาดเลก็ มุงเนน คณุ ภาพมากกวา ปริมาณ
3. มีอดุ มการณและเปา หมายในการพัฒนานักเรียนใหมคี ุณภาพ
87
87
4. มีความเชื่อและเคารพในความแตกตางระหวางบุคคล มี
เปาหมายที่จะสงเสริมใหนักเรียนแตละคนไดคน พบ ความถนัด และความ
สนใจของตนเอง สงเสริมใหนักเรียนแตละคน ไดรับการพัฒนาอยางเต็ม
ศักยภาพ ใหเปนผูร รู อบและรอบรู เปนทง้ั คนดีและคนเกง
5. จดั ใหมคี รูชาวตางชาติสอนวชิ าภาษาอังกฤษเพ่อื การสือ่ สาร
6. จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผูเรียน กิจกรรม
ศิลปะ ดนตรีกีฬา และนันทนาการ รวมทั้งกิจกรรมชุมนุม ใหนักเรยี นไดเขา
รว มตามความสนใจ
7. มีระบบ ICT ที่ทันสมัย นักเรียนสามารถสืบคนขอมูล เพื่อการ
เรียนรูไดอยางรวดเรว็ ทุกเวลา และทกุ สถานท่ี โดยไมมขี อจำกดั ใด ๆ
8. มีหองปฏิบัติการทางดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ที่มี
เคร่อื งมอื และอุปกรณท ีท่ ันสมัย เปดใหบรกิ ารแกนักเรียน เพอื่ ทำโครงงาน
9. มีศูนยวทิ ยบรกิ าร (หองสมุด) ท่ีทันสมัย มีสื่อการเรยี นรู ทั้งส่ือ
อิเล็กทรอนิกส สื่อออนไลน สื่อสิ่งพิมพ ฯลฯ ที่มีคุณภาพสูงและมีปริมาณ
เพยี งพอ
10. มีหองปฏิบัติธรรม หองปฏิบัติการศิลปะ-ดนตรี หอง ออกกำ
ลังกาย และสนามกีฬา ทม่ี ีอุปกรณท ันสมัยและเปด ใหบรกิ ารทุกวัน
11. มีเครือขายความรวมมือทางวิชาการกับโรงเรียนวิทยาศาสตร
ชัน้ นำทัง้ ในและตางประเทศ
12. ครทู ุกคนตอ งผา นการฝก อบรมเพ่อื พัฒนาทักษะความ สามารถ
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนใหแกน ักเรียน
13. ครูทุกคนมีจิตวิญญาณของความเปนครู ใหการดูแลเอาใจใส
นกั เรยี นทกุ คนอยางท่วั ถึง
88
88
ตอนท่ี 4
ระเบียบ ขอ บงั คบั ประกาศ และแนวปฏบิ ัติ
89
89
ระเบยี บสถานศกึ ษาวา ดวยการประเมนิ ผลการเรียนตามหลักสูตร
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
โรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบงึ พ.ศ. 2558
โดยที่โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ได
ประกาศใชหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตาม
ประกาศโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ลงวันที่ 1
พฤษภาคม พ.ศ 2557 เรื่อง ใหใชหลักสูตรโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมูบานจอมบึง พุทธศักราช 2557 จึงเปนการสมควรที่จะกำหนด
ระเบียบสถานศึกษาวาดวยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 โรงเรียนสาธิตแหง มหาวทิ ยาลยั ราช
ภัฏหมบู า น พ.ศ.2558 ใหส อดคลอ งกบั ประกาศดงั กลาว
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความแหงขอบังคับวาดวยคณะ
กรรมการบรหิ ารโรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบา นจอมบึง พ.ศ.
2557 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภฏั หมูบานจอม จงึ วางระเบยี บไวด ังตอไปนี้
ขอ 1 ระเบียบนี้เรียกวา “ ระเบียบสถานศึกษาวาดวยการ
ประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู า นจอมบงึ พ.ศ. 2558”
ขอ 2 ระเบียบนี้ใหใชบังคับตั้งแตปการศึกษา 2558 เปนตนไป
ขอ 3 ใหยกเลิกระเบยี บ ขอบงั คบั หรือคำสงั่ อ่นื ใด ในสวนท่ีกำหนด
ไวในระเบยี บน้ีซง่ึ ขดั หรอื แยง กบั ระเบยี บนี้ ใหใชระเบยี บนแี้ ทน
ขอ 4 ระเบียบนี้ใหใชควบคูกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบาน
จอมบึง พ.ศ. 2558
ขอ 5 ใหประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู านจอมบงึ ใหเปน ไปตามระเบยี บน้ี
90
90
หมวด 1
หลักการดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียน
ขอ 6 การประเมินผลการเรียน ใหเ ปน ไปตามหลักการในตอไปนี้
6.1 สถานศึกษาเปน ผูรับผิดชอบการประเมินผลการเรยี นของ
ผูเรียน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและวิชาการ
6.2 การวัดและประเมินผลการเรียนตองสอดคลองและ
ครอบคลุมมาตรฐานการศกึ ษาทกี่ ำหนดไวในหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
6.3 การประเมินผลการเรียนตอ งประกอบดวย การประเมิน
เพื่อปรับปรุงพัฒนาผูเรียน การจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล
เพอื่ ตัดสินผลการเรยี น
6.4 การประเมินผลเปน สว นหนึง่ ของกระบวนการจัดการเรียน
การสอน ตองดำเนินดวยวิธีการที่หลากหลายเหมาะสมกับสิ่งที่ตองการวัด
ธรรมชาติของวชิ าและระดับชว งชั้น
6.5 ใหมีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียนใน
แตละชวงชั้น
6.6 ใหมีการประเมนิ ความสามารถของผเู รยี น ในการอา น คดิ
วิเคราะห และเขียนในแตละชว งชัน้
6.7 ใหมีการประเมินคุณภาพผูเรียนในระดับชาติ ในแตละ
ชวงชั้น
6.8 เปดโอกาสใหผ ูเรยี นตรวจสอบผลการประเมนิ การเรยี นได
6.9 ใหมีการเทียบโอนผลการเรียนระหวางสถานศึกษา และ
รปู แบบการศึกษาตาง ๆ
หมวด 2
วิธีการประเมนิ ผลการเรยี น
ขอ 7 การวัดและประเมินผลการเรียนรู เปนกระบวนการที่ให
ผูสอนใชพัฒนาคุณภาพผูเรียนใหไดขอมูลสารสนเทศ ที่แสดงพัฒนาการ
ความกาวหนาและความสำเร็จทางการเรียนของผูเรียน ตรวจสอบ