The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารหรือคู่มือสำหรับแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน ระเบียบ ประกาศ และแนวปฏิบัติตน ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ของโรงเรียนที่เกี่ยวกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
นักเรียนและผู้ปกครองจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดดังกล่าว เพื่อการดูแลความประพฤติ และเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสืบไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kru.night92, 2021-03-25 05:53:03

คู่มือนักเรียนใหม่ DS-MCRU 2564

คู่มือนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารหรือคู่มือสำหรับแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน ระเบียบ ประกาศ และแนวปฏิบัติตน ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ของโรงเรียนที่เกี่ยวกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
นักเรียนและผู้ปกครองจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดดังกล่าว เพื่อการดูแลความประพฤติ และเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงสืบไป

Keywords: DS-MCRU,คู่มือนักเรียนใหม่

41

41

ก็ได ความจำมี 3 ประเภท ไดแก 1) ความจำจากการรับสัมผัส (Sensory
registers) 2) ความจำระยะสั้น (Short Term Memory) 3) ความจำระยะ
ยาว (Long Term Memory) และมียุทธศาสตรในการจัดการเรียนรูบรรลุสู
ถึงความจำระยะยาว หรือ Long Term Memory

1. ความจำจากการรับสัมผัส (Sensory registers) ความจำการ
รูสึกสัมผัสเปนการคงอยูชั่วขณะหนึ่งของกิจกรรมของนิวรอนและการรูสึก
สัมผัส เปนความสามารถจำขอมูลที่สงเขามาที่สมองในชวงสั้น ๆ เชน
การมองวัตถุแลวเบนสายตาไปที่อื่น ภาพจะคงที่นานประมาณ 250
มลิ ลวิ นิ าที จากน้ันจะจางหายไปในเวลาไมถงึ 1 วนิ าที โดยถูกแทนท่ีสญั ญาณ
ภาพที่เขามาใหม และสำหรับการไดยินเสียง จะจำไดไมถึง 5 วินาที ถาไมมี
การกระตุนซ้ำ เปนความจำที่ชวยใหเราสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นได เชน
อุณหภูมิหอง เสียงจากขางนอก บางคร้ังเราอาจจะไมไดทันสังเกต แตระบบ
ประสาทของเราประมวลผลขอมูลโดยที่เราไมรูตัว ความสำคัญของความจำ
การรูสึกสัมผัส เราจำเปนที่จะตองรักษาสิ่งเราตรงตามที่ประสาทสัมผัสรบั รู
ในชว งเวลาสน้ั ๆ เพอ่ื ชว ยในการเปรียบเทยี บสิ่งทเี่ ราสนใจ นนั่ คือถา ไมมีการ
คงอยขู องสง่ิ เราในชว งเวลาหนงึ่ การเปรียบเทียบสง่ิ ทสี่ นใจจะไมส ามารถทำได
เราจำเปน ตองมคี วามจำการรูสึกสัมผัสเพราะการจำความรูสึกสัมผัสชวยให
เราเขาใจถึงส่ิงที่ผานไปกอนหนาน้ี เชน ครูถามวา “ทำไม” เราจึงจำเปนตอ ง
มีความจำ การรูสึกสัมผัส เสียงของคำวา “ทำไม” อาจจะเลอื นหายไปในเวลา
ท่ีเราไดย ินคำวาสมั ผัส เราจำเปน ตอ งรักษาขอ มลู เกยี่ วกับเสยี งในตอนเริ่มตน
ของประโยคไวเพื่อที่จะเปรียบเทียบกับระดับเสียงในตอนจบของประโยค
ระดับเสียงสูงที่อาจารยใชในตอนเริ่มตนของประโยคทำใหสรุปไดวาเปน
ประโยคคำถาม การจำความรูสึกสัมผัสนั้นมีทั้งการจำความรูสึกสัมผัส
ทางการมองเหน็ การไดยิน การดมกลนิ่ การล้ิมรส และทางผิวหนัง

2. ความจำระยะสั้น (Short Term Store : STS) หรือความจำ
ปฏิบัติการชั่วคราว (Temporary Working Memory) หมายถึงความจำ
ชั่วขณะที่ถูใชในการวางแผนและทำพฤติกรรมตา ง ๆ เชน การคิด บวก ลบ

42

42

คูณ หาร ในใจ หลาย ๆ ขัน้ ตอน ซึ่งเปน ความจำทอ่ี งิ กบั กระแสไฟฟา ชว่ั คราว
ในสมอง และความจำระยะยาวสะทอนไดจากการเปลี่ยนแปลงอยางย่ังยืน
ของสารเคมีในสมอง

3. สวนเกบ็ ความจำระยะยาว (Long-Term Store : LTS) เปนสว น
การจัดเก็บขอมูลความจำคงทนที่ไมวาเวลาจะผานไปนานเทาใดก็ยังจำ
เหตุการณนั้น ๆ ได ในขณะที่ความจำระยะสั้นจะอยูไดนานหลายนาที
ความจำระยะยาวจะอยูไดน านหลายป สาเหตุที่หนวยความจำระยะยาวเกบ็
ขอมูลไดนานมาก เปนเพราะวาการเก็บขอมูลในหนวยความจำระยะยาวน้ัน
ทำใหเกิดการสราง Neural Pathway หรือทางเชื่อมตอนิวรอนเปนพื้นที่
กวางกวาการเก็บขอมูลในหนวยความจำระยะสั้น ความจำทั้งสามระบบมี
ความสำคัญทั้งสิ้น มีการทำงานประสานกันไป ผลศึกษาเรื่องการเก็บความ
ทรงจำของสมอง ชี้วาเมื่อประสบเหตุตาง ๆ สมองของคนเราจะสรางความ
ทรงจำข้นึ มาสองชุดพรอ มกัน ท้งั ความทรงจำระยะส้ันและความทรงจำระยะ
ยาว ซึ่งตางก็มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน และเสริมซึ่งกันและกัน
ประเด็นสำคัญการพฒั นาคุณภาพการเรียนรูน้ันจึงตองเริ่มจากจัดการเรียนรู
ใหผูเรียนเกิดการแปลงรหัสในความจำระยะสั้น (Encoding in Short-
Term Memory) การแปลงขอมูลในความจำระยะยาว มี 6 องคประกอบที่
เกี่ยวของกับการแปลงรหัสทีช่ วยใหเราสามารถจำขอมูลที่ตองการจะจำได
อยางดีคอื

1. Attention (ตั้งใจจดจอ) ถาผูเรียนใหความสำคัญกับสิ่งใด เขา
มักจะใหความสนใจเปน พิเศษกับสิ่งนั้น การทีใ่ หความสนใจเปนพเิ ศษตอสิ่ง
ใดส่ิงหนึ่งนน้ั จะชว ยใหส ามารถจำขอ มูลเก่ยี วกบั ส่ิงนนั้ ไดด ี

2. Activation of prior knowledge การเรียนรูสิ่งใหมจ ะไดผลดี
ขึน้ ถาไดม ีการเชอื่ มโยงหรอื กระตุนความรู เดมิ ทีผ่ เู รยี นมีอยู

3. Encoding Specificity โจทยปญหาหรือสถานการณใกลเคียง
กับประสบการณตรง จะทำใหผูเรยี นเรียนรไู ดด ีข้นึ

43

43

4. Elaboration of knowledge (การคดิ ท่ลี ะเอยี ดลออ) ดวยเรียน
ดวยความรวมมือกันอภิปรายที่เปนการเรียนรูเปนการเรียนกลุมยอย ไดม ี
โอกาสไดแสดงออก แสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายถกเถียง กันจะทำให
ผเู รยี นเขา ใจและเรียนรสู ง่ิ น้ันไดดขี น้ึ

5. Reflection คือกระบวนการพิจารณาตรึกตรองการคิดของ
ตนเองที่เกี่ยวกับเหตุการณที่เกิดขึ้น ซึ่งการพิจารณานี้สามารถทำไดตั้งแต
กอ นเกิดเหตุการณ ในขณะท่ีเกดิ เหตกุ ารณ หรือหลังจากเหตุการณไดผานไป
แลว โดยมจี ดุ ประสงคเ พอ่ื ใหเกดิ ความเขาใจตอ ตนเองและเหตกุ ารณท เี่ กดิ ขึน้
ไดเปนอยางดี

6. Application of Ideas เปนความสามารถในการนำความคิด
รวบยอดของเรอื่ งทไี่ ดรูม านำไปใชแ กป ญหาในสถานการณใหมไ ด

ความจำกบั การเรยี นรดู งั กลา วมาแลว แสดงดงั ภาพท่ี 2

ภาพที่ 2 แบบจำลองประมวลผลขอมูลของความจำ เสนอโดย Atkinson
and Shiffrin (1968)

การจัดการเรยี นรโู ดยผูเ รยี นสรา งความรู
ขอมูลที่ผานเขามาในสมองของเราโดยผานทางประสาทสัมผัส

ทงั้ หาน้ัน รอยละ 99 จะถูกทิ้งไปทันที จะมเี พยี งรอ ยละ 1 เทาน้นั ท่สี มองเกบ็

44

44

เอามาใครครวญและขบคิดอยางมีเหตุผล ก็เพราะวาขอมูลเหลานั้นไมมี
ความหมายใด ๆ ที่เปนเชนนี้ก็เพราะวาในแตละนาทีนั้นสมองของเราตอ ง
สัมผัสกับขอมูลจำนวนมากมายมหาศาล หากสมองของเราตองเก็บขอมูล
ทุกเรื่องเอาไวแลวนำมาวิเคราะหใครครวญทั้งหมดเปนไปไมไดเพราะ
ธรรมชาตขิ องสมองที่ชวยปองกันเราจากการสำลักขอมูล ครูโรงเรียนสาธติ ฯ
ตระหนักถึงประเด็นความรูที่รอยละ 99 จะสูญหายไปหมด นักเรียนคงไมไ ด
ประโยชนอะไร และมีแนวคิดในการทำใหบทเรียนมีความหมายตอผูเรียน
และเปนความหมายที่เกี่ยวของกับตัวผูเรียนเอง เปนความหมายที่เกิดจาก
ความอยากรอู ยากเหน็ ท่ีทำใหผูเรยี นเกิดแรงผลกั ดันที่จะแสวงหาความรแู ละ
เรียนรูตอไป ดว ยกระบวนการจัดการเรียนรูที่มุงเนนใหผูเรียนการสรางองค
ความรูดวยตนเอง

การสรางองคค วามรูดวยตนเอง เปน การไดม าซึง่ ความรูและนำ
ความรูนั้นมาเปนของตน ไมไดมาจาก การที่ผูเรียนรับขอมูลจากประสาท
สัมผัสทั้ง 5 และเก็บขอมูลความรูนั้นมาเปนของตนทันที แตจะแปล
ความหมายของขอมูลความรูใหมนั้นดวยประสบการณเดิมของตน และเสรมิ
ขยายทดสอบการแปลความหมายของตน การเรียนรูจึงเกิดจากการคนพบ
ดวยตวั ผเู รยี นเอง ทฤษฎีนเ้ี กิดจากความคิดทว่ี า การเรยี นรเู กิดขึน้ ไดจ ากการท่ี
แตล ะบคุ คลไดสรางความรูขน้ึ และทำใหส ำเร็จโดยผา นกระบวนการของความ
สมดุล ซึ่งกลไกของความสมดุลเปนการปรับตัวของตนเองใหเขากับ
ส่งิ แวดลอมเพื่อใหอยูใ น สภาพสมดุล ประกอบดวยกระบวนการ 2 อยาง คอื
1) การซึมซาบหรือดูดซึม เปนกระบวนการที่มนุษยมีปฏิสัมพันธกับ
สิ่งแวดลอมและซึมซาบหรือดูดซึมเอา ประสบการณใหมเ ขาสูประสบการณ
เดมิ ที่เหมือนหรอื คลา ยคลงึ กัน โดยสมองจะปรบั เอาประสบการณใ หมเขากับ
ความคิดความรูในโครงสรางที่เกิดจากการเรียนรูเดิมที่มีอยู 2) การปรับ
โครงสรางทางปญญา เปนกระบวนการที่ตอเนื่องมาจากกระบวนการซึม-
ซาบหรอื ดูดซึม คือเมื่อไดซึมซาบ หรือดูดซึมเอาประสบการณใหมเขาไปใน
โครงสรางเดิมแลว ก็จะทำการปรับประสบการณใหม ใหเขากับโครงสราง

45

45

ของความรูเดิมทีม่ ีอยูในสมองกอนแลว แตถาไมเขากันไดก็จะทำการสราง
โครงสรางใหมขึ้นมาเพื่อรับประสบการณใหมนั้น ซึ่งลวนแลวตองมาจาก
กระบวนการคิดเปนสำคัญ กระบวนการคิดจึงเปนโจทยใหญของครูโรงเรยี น
สาธิตฯ ที่ตองมที ักษะในการออกแบบการเรียนรูทีส่ งเสริมการคิดโดยวิธีให
ผูเรียนเผชิญกบั ปญหา โดยสรางสถานการณของปญ หาใหผูเรียนไดมีโอกาส
ในการแกปญ หา โดยมขี ้นั ตอนการออกแบบสถานการณปญ หาดังน้ี

ขั้นที่ 1 ครูศึกษาความคิดรวบยอด (Concept) ของเรื่องที่
จัดการเรียนรู เนื่องจากความคิดรวบยอดเปนพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู
สำหรับผูเรียนเพอื่ นำไปเปนเครอ่ื งมอื การพัฒนาความสามารถในการทำความ
เขาใจเรื่องราวตาง ๆ ชวยใหผูเรียนมีความคิดที่เปนระเบียบไมเกิดความ
ซ้ำซอนของความคิด รูจักจัดหมวดหมูของความรูและประสบการณที่ไดร ับ
ชวยใหการเช่ือมโยงสิ่งทีเ่ รียนรใู นระดับสูงตอไป และสามารถนำไปแกปญหา
ได

ขั้นที่ 2 นำสาระสำคัญมาออกแบบสถานการณ โดยกำหนด
ภารกิจใหผูเ รยี นแกปญ หา

ขั้นที่ 3 ผูเรียนระดมความคิดในการแกปญหา ไตรตรองหา
วธิ กี ารท่ดี ีที่สดุ

ขนั้ ท่ี 4 ผูเ รยี นสะทอนความคดิ ทไี่ ดจากวิธีการแกปญ หา
ครูโรงเรียนสาธิตฯ มีกระบวนการออกแบบกิจกรรมการการ
เรียนรู 5 องคป ระกอบตาม MCRU mata Active Learning อันไดแก การ
สรางประสบการณ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน การสะทอน
ไตรตรองความคิด การสะทอนความคดิ รวบยอด ที่สามารถนำความคิดรวบ
ยอดไปใชแกปญหาในสถานการณอืน่ ๆ ได ดวยกระบวนการเรียนรูที่มาจาก
การออกแบบการจดั การเรียนรูของครูโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏ
หมูบานจอมบึง ที่เริ่มจากการออกแบบสถานการณปญ หาเพื่อสรางปญญา
การใหกำลังใจและกระตุนการคิดของผูเรียน การ Coaching การสราง
รอยตอการพัฒนาของผูเรียน การทดสอบความคิดรวบยอดและใหผล

46

46

ปอนกลับทันทีทันใด (immediate feedback) ทำใหผูเรียนสรางความรูได
ดวยตนเองสำเร็จที่เกิดการจนเกิดความรูความเขาใจอยางแทจริง มีการ
ประมวลผลในสมองและจดั เก็บถงึ ระดับ Long Term Memory ดังภาพท่ี 3

ภาพที่ 3 การจัดการเรียนรู MCRU meta Active Leaning ที่ผสมผสานกับ
การออกแบบการจดั การเรียนรูและผลลพั ธก ารเรียนรู
3. เนน เทคโนโลยี

โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง เปน
สถานศึกษาที่มีสภาพแวดลอมการเรียนรูที่มีความในการจัดการศึกษา ท้ัง
หองเรียนปกติ หองปฏิบัติการตาง ๆ ไดแกหองปฏิบัติการเคมี หองปฏิบัติ
ชีวะวิทยา หองปฏิบัติการฟสิกส หองปฏิบัติการเขียนแบบ หองปฏิบัติการ
ชา ง หอ งปฏิบัติการคอมพิวเตอร ในดานเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น โรงเรียนมี
ความพรอมในการสนบั สนุนคณุ ภาพการศกึ ษา ดงั น้ี

47

47

1. ดานโครงสรางสถาปตยกรรมเครือขายคอมพิวเตอร
โรงเรียนมี Bandwidth ขนาด 1Gbps สามารถใหบริการครูและนกั เรียนได
อยางดี

2. ดานซอฟตแวร โรงเรียนมีซอฟตแวรระบบปฏิบัติการใน
ความรวมมือกับบริษัท Microsoft Windows ที่สามารถใช Application ที่
หลากหลาย อีกทั้งระบบสำหรับการเรียนการสอนผา น Microsoft Teams
ที่ครูและนักเรียนทุกคนเปนสมาชิกโดยมี e-mail address ระดับองคกรที่
สามารถเขา ถงึ และสอ่ื สารกนั ได

3. ดานการใชเทคโนโลยีในการสื่อสาร และการเรียนการสอน
ออนไลน

3.1 ครูทุกคนของโรงเรียนสาธิตฯ สามารถออกแบบ
ชั้นเรยี น และสามารถออกแบบจดั การเรียนรูผ านระบบ Microsoft Teams
ตามนโยบายของโรงเรยี นเพือ่ ไมใ หเกิดความสบั สนในการเรยี นของนักเรยี น

3.2 นักเรียนทุกคนมีทักษะในการเรียนรู สามารถเขาถงึ
ระบบ Microsoft Team อยางเปนระบบ สามารถจัดการเรียนรูไดทันทีที่มี
สถานการณความเสีย่ งทางดา นสขุ ภาพ

3.3 ครูทุกคนสามารถสรา งสอื่ การเรยี นรทู ป่ี ระกอบดว ย
การ Interaction และ Immediate feedback ท่นี ับวา เปนสอื่ การเรียนรทู มี่ ี
ประสิทธิภาพ

48

48

ตอนท่ี 3
หลักสูตรสถานศกึ ษา

49

49

คำนำ

กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัด
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตรใ นกลุม
สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2561) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2561 ตาม
คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2560
และคำสงั่ สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ที่ 30/2561 ลงวันที่
5 มกราคม 2561 ใหเปลยี่ นแปลงมาตรฐานการเรียนรูแ ละตวั ชวี้ ัด กลมุ สาระ
การเรียนรูค ณิตศาสตรและวิทยาศาสตร (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561) โดยมี
คำสั่งใหโรงเรียนดำเนินการใชหลักสูตรในปการศึกษา 2561 โดยใหใชในชัน้
มัธยมศึกษาปท ี่ 1 และ 4 ตั้งแตปการศกึ ษา 2560 เปนตน มา ใหเ ปนหลกั สตู ร
แกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรูเปน
เปาหมายและกรอบทิศทางในการพฒั นาคุณภาพผูเรยี นมีพัฒนาการเต็มตาม
ศักยภาพ มีคณุ ภาพและมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 เพอ่ื ใหส อดคลอ ง
กับนโยบายและเปา หมายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน

โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง จึงไดทำ
การปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 ในกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตรใ นกลุม สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม เพื่อนำไปใชประโยชนและเปนกรอบในการวางแผนและ
พัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเปาหมายใน
การพัฒนาคุณภาพผูเรยี น ใหมกี ระบวนการนำหลักสตู รไปสูการปฏิบตั ิ โดยมี
การกำหนดวิสยั ทัศน จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผูเ รียน คุณลกั ษณะอนั
พึงประสงค มาตรฐานการเรยี นรูและตัวชี้วัด โครงสรางเวลาเรียน ตลอดจน
เกณฑการวัดประเมินผลใหมีความสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรู เปด
โอกาสใหโรงเรยี นสามารถกำหนดทศิ ทางในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการ
สอนในแตละระดับตามความพรอ มและจุดเนน การขบั เคล่อื นประเทศไทยโดย
การสรางรายไดจากนวัตกรรมเปนหลัก หรือที่เรียกวาไทยแลนด 4.0 ซึ่ง
จำเปนตองสรา งกำลังคนทม่ี ีความเขมแขง็ ในองคค วามรูดาน SMT (Science,
Mathematics and Technology) เปนฐานในการสรางนวัตกรรมโดย

50

50

มีกรอบแกนกลางเปนแนวทางที่ชัดเจน เพื่อตอบสนองนโยบายไทยแลนด
4.0 มีความพรอมในการกาวสูสังคมคุณภาพ มีความรูอยางแทจริง และมี
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21

มาตรฐานการเรยี นรูและตัวชี้วัดท่กี ำหนดไวในเอกสารน้ี ชวยทำให
หนวยงานที่เกีย่ วของ ในทกุ ระดบั เห็นผลคาดหวังทตี่ อ งการในการพัฒนาการ
เรียนรูของผูเรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถชวยใหหนวยงานท่ี
เกี่ยวของในระดับทองถิ่นและสถานศึกษารวมกันพัฒนาหลักสูตรไดอยาง
มน่ั ใจ ทำใหก ารจดั ทำหลักสตู รในระดบั สถานศึกษามคี ุณภาพและมคี วามเปน
เอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังชวยใหเกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล
การเรียนรู และชวยแกปญหาการเทยี บโอนระหวา งสถานศึกษา ดังน้นั ในการ
พัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตัง้ แตระดับชาติจนกระทั่งถงึ สถานศึกษา จะตอง
สะทอนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดท่ีกำหนดไวในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน รวมทั้งเปนกรอบทิศทางในการจัดการศึกษา
ทุกรูปแบบ และครอบคลุมผูเรียนทุกกลุมเปาหมายในระดับการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตาม
เปาหมายที่คาดหวังได ทุกฝาย ที่เกี่ยวของทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว
และบุคคลตองรวมรับผิดชอบ โดยรวมกันทำงานอยางเปนระบบ
และตอเนื่องในการวางแผน ดำเนินการ สงเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ
ตลอดจนปรับปรุงแกไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสูคุณภาพตาม
มาตรฐานการเรียนรูท กี่ ำหนดไว

เพอ่ื ตอบสนองแนวคดิ และทิศทางการจดั การศกึ ษาดังกลา วมาขางตน
โรงเรียนสาธติ แหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบา นจอมบึง เปน โรงเรียนท่ีจดั ตัง้ ข้ึน
เพื่อสงเสริมศักยภาพผูเ รียนดานคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร และสงเสรมิ
การเตรียมความพรอมสูป ระชาคมอาเซียนดวยไตรภาษา ไดแกภาษาอังกฤษ
ภาษาจีน และภาษาตางชาติในประชาคมอาเซียน ที่ใหความสำคัญกับการ
พฒั นาความคดิ ทบี่ รรลสุ มรรถนะสำคัญของผูเรียนท้ัง 5 ดา น ดวยมาตรการท่ี
เนนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่เนนสติปญญา และพฤติกรรมท่ี
กอ ใหเ กิดความงอกงามทางสตปิ ญ ญา ภายใตป รชั ญา “การคดิ เปน เมลด็ พันธุ
แหง ความงอกงามของมนษุ ย”

51

51

สมรรถนะสำคัญของผเู รียน
หลักสูตรโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงได

มุงการพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุงเนน
พัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะชวยใหผ ูเรียนเกิด
สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค 5 ประการ ดงั น้ี

1. ความสามารถในการสื่อสาร มคี วามสามารถในการรับและสง
สาร มีวัฒนธรรมในการใชภาษา ทัง้ ภาษาไทยและภาษาตางประเทศ ไดแก
ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ถา ยทอดความคิด ความรคู วามเขาใจ ความรูสกึ และ
ทศั นะของตนเอง เพ่อื แลกเปลี่ยนขอ มูลขา วสาร และประสบการณอันจะเปน
ประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อขจัด
และลดปญหาความขัดแยงตาง ๆ การเลือกรับหรือไมรับขอมลู ขาวสารดวย
หลักเหตุผลและ ความถูกตอง ตลอดจนการเลือกใชวิธีการสื่อสารที่มี
ประสทิ ธิภาพ โดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่มี ีตอ ตนเองและสงั คม

2. ความสามารถในการคิด มีความสามารถในการคิดวิเคราะห
การคิดสังเคราะห การคิดอยางสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และ
การคิดเปนระบบเพ่ือนำไปสูการสรางองคความรู หรือสารสนเทศ เพือ่ การ
ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง และสังคมไดอยางเหมาะสม มีทักษะการเรียนรูแ ละ
นวัตกรรม คิดสรางสรรค ใสใจนวัตกรรม มีวิจารณญาณ แกปญหาเปน
สอ่ื สารดี เตม็ ใจรว มมอื

3. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการ
แกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ที่เผชิญไดอยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐาน
ของหลักเหตุผล คณุ ธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสมั พันธและการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณตาง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยุกตความรู
มาใชในการปองกันและแกไขปญ หา และมีกาตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดย
คำนงึ ถงึ ผลกระทบที่เกดิ ขน้ึ ตอตนเอง สังคมและสงิ่ แวดลอ ม

4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต มีความสามารถในการนำ
กระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรูดวยตนเอง
การเรียนรอู ยา งตอเน่ือง การทำงานและการอยรู วมกนั ในสังคมดวยการสราง
เสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคลการจัดการปญหาและความขัดแยง
ตางๆ อยางเหมาะสม การปรับตัวใหทันกับการเปลี่ยนแปลงของสงั คม และ

52

52

สภาพแวดลอมและการรูจักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพึงประสงค ที่สงผล
กระทบตอตนเองและผูอื่น มีความยืดหยุน รูจักปรับตัว ริเริ่มสิง่ ใหม ใสใจ
ดูแลตัวเอง รูจักเขาสงั คม เรยี นรวู ัฒนธรรม

5. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี มีความสามารถในการเลอื ก
และใชเทคโนโลยีดานตาง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อ
การพัฒนาตนเองและสังคมในดานการเรียนรูการสื่อสาร การทำงาน การ
แกปญ หาอยางสรางสรรค ถูกตองเหมาะสมและมีคุณธรรม อัพเดตทุกขอมลู
ขา วสาร รเู ทาทันสอ่ื รอบรูเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ฉลาดสอ่ื สาร

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
มุงพัฒนาผูเรียนใหม ีคุณลักษณะอันพงึ ประสงคเพื่อใหสามารถ

อยูรวมกับผอู น่ื ในสังคมไดอยา งมีความสุขในฐานะเปนพลเมืองไทยและพลโลก
มี 10 ประการ ดงั นี้

1. รกั ชาติ ศาสน กษัตริย
2. ซอ่ื สัตยส ุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝเ รียนรู
5. อยูอ ยา งพอเพยี ง
6. มุงมั่นในการทำงาน
7. รักความเปน ไทย
8. มีจิตสาธารณะ
9. มีสัมมาคารวะ
10. มีทักษะในศตวรรษที่ 21 ในดานการเรียนรูแ ละนวัตกรรม
คิดสรางสรรค ใสใจนวตั กรรม มีวิจารณญาณ แกปญหาเปน สือ่ สารดี เต็มใจ
รวมมอื

53

53

โครงสรา งเวลาเรียนหลกั สตู รสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธิตแหง มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบ า นจอมบึง พุทธศกั ราช 2557
(ฉบับปรับปรงุ 2564) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน

ระดับชน้ั ม.1 ม.2 ม.3
ภาคเรยี น ภาคเรยี น ภาคเรยี น ภาคเรยี น ภาคเรยี นภาคเรยี น
กลมุ สาระการเรยี นรู ท่ี 1 ท่ี 2 ท่ี 1 ท่ี 2 ที่ 1 ท่ี 2

 รายวชิ าพ้นื ฐาน 60 60 60 60 60 60
1. ภาษาไทย
2. คณิตศาสตร 60 60 60 60 60 60
3. วทิ ยาศาสตร 60 60 60 60 60 60
วิทยาการคำนวณ 20 - 20 - 20 -
การออกแบบและเทคโนโลยี - 20 - 20 - 20
4. สงั คมศกึ ษาฯ 60 60 60 60 60 60
ประวตั ศิ าสตร 20 20 20 20 20 20
5. สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 40 40 40 40 40 40
6. ศิลปะ 40 40 40 40 40 40
7. การงานอาชพี 20 20 20 20 20 20
8. ภาษาตา งประเทศ 60 60 60 60 60 60
รวมเวลาเรียน (วชิ าพ้ืนฐาน) 440 440 440 440 440 440
 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
1. วิชาบรู ณาการ SMT 60 60 60 60 60 60
2. คณิตศาสตรเ ขมขน (เพิม่ เตมิ ) 40 40 40 40 40 40
3. ภาษาอังกฤษเพม่ิ เติม 20 20 20 20 20 20
4. ภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร 20 20 20 20 20 20
5. รายวชิ าเลอื กเพมิ่ เตมิ ฯ 40 40 40 40 40 40
รวมเวลาเรยี น (วชิ าเพม่ิ เตมิ ) 180 180 180 180 180 180
 กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น
1. กิจกรรมแนะแนว 20 20 20 20 20 20
2. กิจกรรมชมุ นมุ 20 20 20 20 20 20
3. กิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี
4. กิจกรรมเพื่อสังคมและ 20 20 20 20 20 20
สาธารณประโยชน
รวมเวลาเรยี น (กจิ กรรมพัฒนาฯ) 60 60 60 60 60 60
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด ตอป 1,320 1,320 1,320
รวมเวลาเรียนตลอด 3 ป 3,960 ช่ัวโมง
หมายเหตุ กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับวิชาลูกเสือ-เนตรนารี

วชิ าหนาที่พลเมอื ง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศกึ ษาในรายวิชาพ้นื ฐาน

54

54

โครงสรางเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศกึ ษา
โรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบงึ พทุ ธศักราช 2557 (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช 2564)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551

ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 1
เวลาเรียน เวลาเรียน
รายวิชา/กิจกรรม นก. h รายวิชา/กิจกรรม นก. h

รายวิชาพ้ืนฐาน รายวิชาพ้ืนฐาน
ท21101 ภาษาไทย 1 1.5 60 ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 60
ค21101 คณิตศาสตร 1 1.5 60 ค21102 คณิตศาสตร 2 1.5 60
ว21101 วิทยาศาสตร 1 1.5 60 ว21102 วิทยาศาสตร 2 1.5 60
ว21181 วทิ ยาการคำนวณ 1 0.5 20 ว21182 การออกแบบและเทคโนโลยี1 0.5 20
ส21101 สงั คมศกึ ษา 1 1.5 60 ส21102 สังคมศึกษา 2 1.5 60
ส21103 ประวัตศิ าสตร 1 0.5 20 ส21104 ประวัตศิ าสตร 2 0.5 20
พ21101 พลศกึ ษา 1 (เทเบิลเทนนสิ ) 0.5 20 พ21102 พลศึกษา 2 (แบดมินตนั ) 0.5 20
พ21103 สุขศกึ ษา 1 0.5 20 พ21104 สุขศึกษา 2 0.5 20
ศ21105 ดนตรี นาฏศลิ ป 1 1.0 40 ศ21106 ทัศนศลิ ป 1 1.0 40
ง21103 การงานอาชพี 1 0.5 20 ง21104 การงานอาชพี 2 0.5 20
อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 1.5 60 อ21102 ภาษาองั กฤษ 2 1.5 60
รวม 11.0 440 รวม 11.0 440
รายวิชาเพม่ิ เติม รายวิชาเพิม่ เติม
ว21285 พลังงานความรอนกบั การ ว21286 อุตนุ ิยมวทิ ยาเกษตร
แกป ญ หา (สะเต็ม 1) 1.5 60 (สะเต็ม 2) 1.5 60

ค21201 คณิตศาสตรเขม ขน 1 1.0 40 ค21202 คณติ ศาสตรเ ขมขน 2 1.0 40
อ21201 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร 1 0.5 20 อ21202 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร2 0.5 20
จ21201 ภาษาจีนเพ่อื การสือ่ สาร 1 0.5 20 จ21202 ภาษาจีนเพือ่ การสอ่ื สาร 2 0.5 20
วชิ าเลอื กเพ่ิมเตมิ ตามความถนัดและ วิชาเลอื กเพ่ิมเตมิ ตามความถนัดและ
ความสนใจ 1.0 40 ความสนใจ 1.0 40

รวม 4.5 180 รวม 4.5 180
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
กจิ กรรมแนะแนว - 20 กจิ กรรมแนะแนว - 20
กจิ กรรมชมุ นุม - 20 กิจกรรมชุมนมุ - 20
กจิ กรรมลูกเสอื /เนตรนารี - กจิ กรรมลกู เสือ/เนตรนารี -
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและ 20 กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ - 20
สาธารณประโยชน ** - สาธารณประโยชน **

รวม 60 รวม 60
รวมท้ังหมด 15.5 680 รวมทั้งหมด 15.5 680
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,360 ชวั่ โมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกบั วิชาลูกเสอื -เนตรนารี

วิชาหนา ทพี่ ลเมอื ง** บรู ณาการรายวิชาสังคมศกึ ษาในรายวิชาพ้นื ฐาน

55

55

โครงสรางเวลาเรียนหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภฏั หมูบ า นจอมบงึ พุทธศกั ราช 2557 (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช 2564)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 2
เวลาเรียน เวลาเรียน
รายวิชา/กิจกรรม นก. h รายวิชา/กิจกรรม นก. h

รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพนื้ ฐาน
ท22101 ภาษาไทย 3 1.5 60 ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 60
ค22101 คณติ ศาสตร 3 1.5 60 ค22102 คณิตศาสตร 4 1.5 60
ว22101 วทิ ยาศาสตร 3 1.5 60 ว22102 วิทยาศาสตร 4 1.5 60
ว22183 วทิ ยาการคำนวณ 2 0.5 20 ว22184 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 20
ส22101 สังคมศึกษา 3 1.5 60 ส22102 สงั คมศกึ ษา 4 1.5 60
ส22103 ประวัตศิ าสตร 3 0.5 20 ส22104 ประวัติศาสตร 4 0.5 20
พ22101 พลศกึ ษา 3 (วอลเลยบ อล) 0.5 20 พ22102 พลศึกษา 4 (บาสเกตบอล) 0.5 20
พ22103 สุขศกึ ษา 3 0.5 20 พ22104 สุขศึกษา 4 0.5 20
ศ22106 ทัศนศิลป 2 1.0 40 ศ22107 ดนตรี นาฏศลิ ป 2 1.0 40
ง22103 การงานอาชพี 3 0.5 20 ง22104 การงานอาชพี 4 0.5 20
อ22101 ภาษาองั กฤษ 3 1.5 60 อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 1.5 60
รวม 11.0 440 รวม 11.0 440
รายวิชาเพ่ิมเติม รายวิชาเพม่ิ เติม
ว22285 กระบวนการคิดแกป ญหาภัย ว22286 การแกปญหาจากการแยก
พบิ ตั ทิ างธรรมชาติ (สะเตม็ 3) 1.5 60 สารและแรงเสยี ดทาน (สะเตม็ 4) 1.5 60

ค22201 คณิตศาสตรเ ขมขน 3 1.0 40 ค22202 คณติ ศาสตรเขม ขน 4 1.0 40
อ22201 ภาษาองั กฤษอาน - เขียน 0.5 20 อ22202 ภาษาอังกฤษฟง - พดู 0.5 20
จ22201 ภาษาจีนเพ่ือการส่ือสาร 3 0.5 20 จ22202 ภาษาจนี เพอื่ การสือ่ สาร 4 0.5 20
วชิ าเลอื กเพิ่มเติมตามความถนัดและ วิชาเลือกเพิ่มเตมิ ตามความถนัดและ
ความสนใจ 1.0 40 ความสนใจ 1.0 40

รวม 4.5 180 รวม 4.5 180
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน
กิจกรรมแนะแนว - 20 กิจกรรมแนะแนว - 20
กจิ กรรมชุมนมุ - 20 กจิ กรรมชมุ นมุ - 20
กจิ กรรมลูกเสอื /เนตรนารี - กจิ กรรมลูกเสอื /เนตรนารี -
กิจกรรมเพือ่ สังคมและ 20 กิจกรรมเพอื่ สังคมและ - 20
สาธารณประโยชน ** - สาธารณประโยชน **

รวม 60 รวม 60
รวมท้ังหมด 15.5 680 รวมทั้งหมด 15.5 680
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,360 ชว่ั โมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกบั วิชาลูกเสือ-เนตรนารี

วิชาหนา ทพี่ ลเมอื ง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศกึ ษาในรายวชิ าพน้ื ฐาน

56

56

โครงสรางเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศกึ ษา

โรงเรยี นสาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบงึ พุทธศกั ราช 2557 (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศักราช 2564)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3 เวลาเรียน
เวลาเรียน นก. h
รายวิชา/กิจกรรม นก. h รายวิชา/กิจกรรม

รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพน้ื ฐาน
ท23101 ภาษาไทย 5 1.5 60 ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 60
ค23101 คณติ ศาสตร 5 1.5 60 ค23102 คณติ ศาสตร 6 1.5 60
ว23101 วทิ ยาศาสตร 5 1.5 60 ว23102 วิทยาศาสตร 6 1.5 60
ว23185 วิทยาการคำนวณ 3 0.5 20 ว23186 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 0.5 20
ส23101 สังคมศกึ ษา 5 1.5 60 ส23102 สงั คมศึกษา 6 1.5 60
ส23103 ประวัตศิ าสตร 5 0.5 20 ส23104 ประวัติศาสตร 6 0.5 20
พ23101 พลศึกษา 5 (เปตอง) 0.5 20 พ23102 พลศึกษา 6 (ฟุตบอล) 0.5 20
พ23103 สขุ ศึกษา 5 0.5 20 พ23104 สุขศึกษา 6 0.5 20
ศ23105 ดนตรี นาฏศลิ ป 3 1.0 40 ศ23106 ทศั นศิลป 3 1.0 40
ง23103 การงานอาชพี 5 0.5 20 ง23104 การงานอาชีพ 6 0.5 20
อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 1.5 60 อ23102 ภาษาองั กฤษ 6 1.5 60
รวม 11.0 440 รวม 11.0 440
รายวิชาเพ่ิมเตมิ รายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว23203 แสงและไฟฟากบั การ ว23204 ปฏิกริ ิยาเคมีตอ ส่ิงมีชวี ิต
สรางสรรคนวตั กรรม (สะเตม็ 5) 1.5 60 และสิ่งแวดลอม (สะเต็ม 6) 1.5 60

ค23201 คณิตศาสตรเขม ขน 5 1.0 40 ค23202 คณิตศาสตรเขม ขน 6 1.0 40
อ23201 ภาษาอังกฤษเพ่อื การ อ23202 ภาษาอังกฤษเพ่อื การ
นำเสนอ 1 0.5 20 นำเสนอ 2 0.5 20

จ23201 ภาษาจีนเพ่อื การส่ือสาร 5 0.5 20 จ23202 ภาษาจีนเพือ่ การสื่อสาร 6 0.5 20
วชิ าเลอื กเพม่ิ เตมิ ตามความถนัดและ วชิ าเลอื กเพ่ิมเตมิ ตามความถนัดและ
ความสนใจ 1.0 40 ความสนใจ 1.0 40

รวม 4.5 180 รวม 4.5 180
กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กิจกรรมแนะแนว - 20 กิจกรรมแนะแนว - 20
กจิ กรรมชุมนมุ - 20 กิจกรรมชมุ นมุ - 20
กิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี - กจิ กรรมลูกเสือ/เนตรนารี -
กิจกรรมเพ่อื สังคมและ 20 กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ - 20
สาธารณประโยชน ** - สาธารณประโยชน **

รวม 60 รวม 60
รวมท้ังหมด 15.5 680 รวมท้ังหมด 15.5 680
รวมเวลาเรยี นตลอดปก ารศึกษา 1,360 ชัว่ โมง/ป

หมายเหตุ กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับวิชาลูกเสอื -เนตรนารี

วชิ าหนา ทพี่ ลเมอื ง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศกึ ษาในรายวชิ าพนื้ ฐาน

57

57

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบงึ
พุทธศกั ราช 2557 (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช 2564)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
*********************

รายวชิ าเลอื กเพม่ิ เติมตามความถนัดและความสนใจ

กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมฟส ิกส จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20201 ของเลนเชิงวทิ ยาศาสตร จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20202 เทคโนโลยพี ลังงานแสงอาทิตย จำนวน 1 หนว ยกติ
ว20203 อเิ ลก็ ทรอนกิ สเ บอ้ื งตน จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20204 พลงั งานทดแทนกับการใชป ระโยชน จำนวน 1 หนว ยกติ
กลมุ เคมี จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20221 เทคนคิ พ้ืนฐานในปฏบิ ตั กิ ารเคมี จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20222 ผลติ ภัณฑธรรมชาติ จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมชีววิทยา จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20241 เภสัชพฤกษศาสตร จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20242 เทคนิคพน้ื ฐานสำหรบั งานวจิ ัยทางชีววทิ ยา จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20243 วิทยาศาสตรสุขภาพกบั คณุ ภาพชวี ติ จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมดาราศาสตร จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20261 ปฏบิ ัติการดาราศาสตรพื้นฐาน จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมวทิ ยาศาสตรอื่น ๆ จำนวน 1 หนว ยกติ
ว20281 วิทยาศาสตรส ่ิงแวดลอ มในยคุ โลกาภิวตั น จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20282 วิทยาศาสตรก ารปลกู พชื ผกั สวนครวั จำนวน 1 หนว ยกติ
ว20283 วิทยาศาสตรกับงานเกษตร (พืช) จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20284 การแสดงทางวทิ ยาศาสตร 1 (Science Show I) จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20285 การแสดงทางวทิ ยาศาสตร 2 (Science Show II) จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20286 วิทยาศาสตรท างดิน จำนวน 1 หนว ยกิต
ว20287 วิทยาศาสตรพชื สมนุ ไพร
ว20288 วิทยาศาสตรก ารเพาะเลย้ี งปลาสวยงาม
ว20289 วิทยาศาสตรก ารปลูกพชื โดยไมใ ชด ิน
ว20290 วิทยาศาสตรกับการขยายพันธุพชื
ว20293 จุดประกายความคดิ โครงงานวทิ ยาศาสตร
ว20295 การสรางสรรคโ ครงงานวทิ ยาศาสตร
ว20294 สัมมนาทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

58

58

กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร จำนวน 1 หนว ยกติ
ค20201 ระบบจำนวนกบั การประยกุ ต จำนวน 1 หนว ยกิต
ค20202 สถิตคิ วามนา จะเปนกับการนำไปใช จำนวน 1 หนว ยกติ
ค20203 จำนวนจรงิ กับพชี คณิตในการแกปญ หา จำนวน 1 หนว ยกติ
ค20204 การประยุกตท างเรขาคณติ จำนวน 1 หนว ยกิต
ค20205 พชี คณิตกบั ชีวติ ประจำวัน จำนวน 1 หนว ยกิต
ค20206 การวดั กบั การนำไปใช

กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย จำนวน 1 หนว ยกติ
ท20201 อาหารในวรรณคดี จำนวน 1 หนว ยกติ
ท20202 นิราศสาธติ จำนวน 1 หนว ยกิต
ท20203 จินตนาการสรา งสรรคจ ากวรรณคดี จำนวน 1 หนว ยกิต
ท20204 เพลงกวี จำนวน 1 หนว ยกติ
ท20205 ลลี าวาทการ จำนวน 1 หนว ยกติ
ท20206 การคดิ วเิ คราะหท างภาษาไทย

กลมุ สาระการเรียนรูศลิ ปะ จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20201 พ้นื ฐานการบรรเลงดนตรี จำนวน 1 หนว ยกิต
ศ20202 พื้นฐานการบรรเลงดนตรแี บบกลมุ

ศ20203 พื้นฐานการขับรอ ง จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20204 พน้ื ฐานการขับรองประสานเสียงแบบสรา งสรรค จำนวน 1 หนว ยกติ

ศ20205 หลกั การประพนั ธเ พลงเบ้ืองตน จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20206 ดนตรแี ละการแสดง จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20207 การแสดงนาฏศิลปป ระยุกตป ระกอบเพลง จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20208 การประดิษฐห นุ และการแสดงละครหุน จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20209 การเขยี นลายไทย จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20210 ศิลปส รา งสรรค จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20211 รำวงมาตรฐาน จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20212 การขบั รองเพลงรำวงมาตรฐาน จำนวน 1 หนว ยกติ

ศ20213 วาดเสน (Drawing) จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20214 จติ รกรรมสรางสรรค (Creative Painting) จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20215 ประตมิ ากรรมสรางสรรค (Creative Sculpture) จำนวน 1 หนว ยกิต

ศ20216 ศลิ ปะภาพพมิ พสรางสรรค (Creative Printmaking) จำนวน 1 หนว ยกติ

59 จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกติ
59 จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกติ
กลุมสาระการงานอาชพี จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20204 การผลติ เคร่ืองดมื่ จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20205 การเขยี นโปรแกรมเบื้องตน
ง20206 การประดิษฐข องชำรวย จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20207 การเขยี นโปรแกรมออกแบบชน้ิ งาน จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20208 การจัดตกแตง สวน จำนวน 1 หนว ยกิต
ง20209 การแปรรปู อาหาร จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกิต
กลุมสาระภาษาตางประเทศ จำนวน 1 หนว ยกติ
จ20207 ทักษะทจ่ี ำเปน ทางภาษาจีน
จ20208 การสือ่ สารภาษาจนี ในชวี ติ ประจำวัน จำนวน 1 หนว ยกิต
จ20209 ภาษาจีนในชีวติ ประจำวัน จำนวน 1 หนว ยกติ
จ20210 การสนทนาภาษาจีนข้นั ตน จำนวน 1 หนว ยกิต
จ20211 ทกั ษะการเขยี นภาษาจนี ในชวี ิตประจำวนั จำนวน 1 หนว ยกติ
จ20212 ภาษาจีนในสื่อสารมวลชน จำนวน 1 หนว ยกติ
จำนวน 1 หนว ยกติ
กลุมสาระการเรยี นรูส ุขศกึ ษาและพลศึกษา จำนวน 1 หนว ยกติ
พ20201 กรฑี า จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20202 กีฬาและการละเลน พืน้ บา นไทย จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20203 กิจกรรมเขา จงั หวะ จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20204 กระบก่ี ระบอง จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20205 เทคนคิ การเสรมิ สรา งสมรรถภาพทางกาย จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20206 หลกั การออกกำลังกายเพอ่ื สุขภาพ จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20207 มวยไทย จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20208 การเตนแอโรบกิ จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20209 กีฬาตะกรอ จำนวน 1 หนว ยกติ
พ20210 กีฬาลลี าศ จำนวน 1 หนว ยกติ
พ20211 กีฬาวอลเลยบอลชายหาด
พ20212 บาสเกตบอล
พ20213 เปตอง
พ20214 แบดมนิ ตัน
พ20215 ฟุตซอล
พ20216 ฟุตบอล
พ20217 มวยสากล

60 จำนวน 1 หนว ยกิต
จำนวน 1 หนว ยกิต
60 จำนวน 1 หนว ยกติ
จำนวน 1 หนว ยกิต
พ20218 วอลเลยบอล
พ20219 แฮนดบ อล
พ20220 เทเบิลเทนนสิ
พ20221 พ้ืนฐานการเคลอื่ นไหวทางกฬี า

61

61

โครงสรา งเวลาเรยี นหลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นสาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ า นจอมบึง
พทุ ธศักราช 2559 (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช 2561)
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

กลุมสาระการเรียนร/ู เวลาเรียน
กจิ กรรม ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (วทิ ย-คณิต) ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย (คณิต-องั กฤษ)

กลมุ สาระการเรียนรู ม.4 ม.5 ม.6 ม.4 ม.5 ม.6
นก. h นก. h นก. h นก. h นก. h นก. h
รายวชิ าพนื้ ฐาน
1. ภาษาไทย 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80
2. คณติ ศาสตร 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80
3. วิทยาศาสตร 4.0 160 2.0 80 2.0 80
3.1 วิทยาการคำนวณ 0.5 20 0.5 20 0.5 20 0.5 20 0.5 20 0.5 20
3.2 เทคโนโลยีและการออกแบบ 0.5 20 1.0 40 0.5 20 1.0 40
4. สงั คมศึกษาฯ 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80
4.1 ประวัตศิ าสตร 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40
5. สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40
6. ศลิ ปะ 1.0 40 2.0 80 1.0 40 2.0 80
7. การงานอาชีพ 1.0 40 1.0 40 1.0 40 1.0 40
8. ภาษาตางประเทศ 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80 2.0 80

รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) 17.0 680 14.5 580 9.5 380 15.0 600 16.5 660 9.5 380
รายวชิ าเพม่ิ เติม
1. คณิตศาสตร 2.0 80 2.0 80 4.5 180 2.0 80 4.5 180 4.0 160
2. วิทยาศาสตร 6.5 260 10.0 400 9.0 360
3. การงานอาชพี 2.0 80 2.0 80
4. ภาษาไทย 2.0 80 2.0 80 2.0 80
5 ภาษาจนี 1.0 40 2.0 80 2.0 80 2.0 80
6. สงั คมศึกษา 2.0 80
7. ภาษาอังกฤษ 2.0 80 2.0 80 2.0 80 5.0 200 5.0 200 5.0 200
รวมเวลาเรียน (เพิม่ เตมิ ) 12.5 500 15.0 600 15.5 620 13.0 520 13.5 540 15.0 600
กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
1. กิจกรรมแนะแนว 40 40 40 40 40 40
2. กิจกรรมชุมนุม/กิจกรรม
รกั ษาดนิ แดน 40 40 40 40 40 40

3. กิจกรรมเพ่อื สงั คมและ 40 40 40 40 40 40
สาธารณประโยชน
4. กจิ กรรมอตั ลกั ษณสาธิต 120 120 120
รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน 120 120 120
รวมเวลาเรียนทัง้ หมดตอป (h) 29.5 1300 29.5 1300 25.0 1120 28.0 1240 30.0 1320 24.5 1100
รวมเวลาเรียนทัง้ หมด (ชว่ั โมง) ตลอด 3 ป 3,720 ชั่วโมง ตลอด 3 ป 3,660 ชั่วโมง

62

62 62

โครงสรางโเควรลงาสเราียงนเหวลาักเสรตูยี รนสหถลากั นสศูตึกรษสาถาโนรงศเึกรียษนาสโารธงิตเรแยี หนงสมาหธาิตวแิทหยงามลหยั ารวาิทชยภาฏั ลหัยมรูบาชานภฏัจอหมบู ึงานจอมบึง
พุทธศักราพชทุ 2ธ5ศ6ัก3รา(ชฉบ2ับ56ป3รับ(ฉปบรุงับปพรุทับธปศรักงุ ราพชุท2ธ5ศ6ัก1รา)ช 2561)

ระดับมธั ยรมะศดกึับษมาธั ตยอมนศปึกลษายตอนปลาย

เวลาเรียนเวลาเรียน

กลมุ สาระกกลาุมรเสราียรนะรก/ู ากรจิ เรกียรนรมรู/กจิ กรรมระดับมัธยรมะศดกึับษมาธั ตยอมนศปกึ ลษายตอ(วนทิปยล-าคยณ(ิตว-ทิ ปยญ -คญณาติป-รปะญดิษญฐา ป(AระI)ด)ิษฐ (AI))
ม.4 ม.4 ม.5 ม.5 ม.6 ม.6
กลุม สาระกลารุม เสรายี รนะรกู ารเรียนรู นก. นกh. hนก. นก.h hนก. นก.h h
รายวิชาพร้นื าฐยาวนิชาพนื้ ฐาน
1. ภาษาไท1.ยภาษาไทย 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
2. คณติ ศา2ส. ตครณ ติ ศาสตร 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
3. วิทยาศ3า.สวตทิ รย าศาสตร 4.0 4.1060 160
3.1 วทิ ยา3ก.า1รวคทิำนยวากณารคำนวณ 0.5 0.250 20.5 0.520 200.5 0.520 20
3.2 เทคโน3โล.2ยีแเทลคะโกนาโรลอยอีแกลแะบกบารออกแบบ 0.5 0.250 210.0 1.040 40
4. สงั คมศ4ึก.ษสาังฯคมศกึ ษาฯ 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
4.1 ประว4ัต.ศิ1าปสรตะรว ัตศิ าสตร 1.0 1.400 410.0 1.040 40
5. สุขศึกษ5า.แสลขุ ะศพกึ ลษศากึ แษลาะพลศกึ ษา 1.0 1.400 410.0 1.040 401.0 1.040 40
6. ศลิ ปะ 6. ศิลปะ 1.0 1.400 420.0 2.080 80
7. การงาน7อ. ากชาีพรงานอาชีพ 1.0 1.400 410.0 1.040 40
8. ภาษาต8า.งภปารษะเาทตศา งประเทศ 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80

รวมเวลาเรวยี มนเว(พลน้ืาเฐรายี นน) (พ้นื ฐาน) 17.0 176.800 61840.5 14.580 5890.5 9.5380 380
รายวิชาเพรม่ิ าเยตวิมชิ าเพิ่มเติม
1. คณติ ศา1ส. ตครณ ติ ศาสตร 2.0 2.800 820.0 2.080 804.5 4.5180 180
2. วิทยาศ2า.สวตทิ รย าศาสตร 6.5 6.2560 296.0 9.0360 3608.0 8.0320 320
3. การงาน3อ. ากชาีพรงานอาชพี
4. ภาษาไท4.ยภาษาไทย
5 ภาษาจีน5 ภาษาจนี
6. สงั คมศ6กึ .ษสาังคมศกึ ษา
7. ปญญา7ป.รปะดญิษญฐา ป(AรIะ) ดิษฐ (AI) 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
8. ภาษาอ8ัง.กภฤาษษาอังกฤษ 2.0 2.800 820.0 2.080 802.0 2.080 80
รวมเวลาเรวยี มนเว(เลพาิ่มเรเตียิมน)(เพิม่ เตมิ ) 12.5 125.050 51050.0 15.6000 60106.5 16.6560 660
กจิ กรรมพกัฒิจนการผรมูเ รพียัฒนนาผูเรยี น
1. กิจกรร1ม.แกนิจะกแรนรวมแนะแนว 40 40 40 40 40 40
2. กิจกรร2ม.ชกุมจิ นกุมร/รกมิจชกมุ รนรมุ ร/กั จิษการรมรักษา
ดนิ แดน ดนิ แดน 40 40 40 40 40 40

3. กจิ กรร3ม.เพกอ่ืจิ สกังรครมเแพล่ือะสังคมและ 40 40 40 40 40 40
สาธารณปสราะธโายรชณนป ระโยชน
4. กจิ กรร4ม.อกัตจิลกกั รษรณมอสัตาธลิตกั ษณส าธิต 120 120 120 120
รวมเวลากรจิ วกมรเวรมลาพกัฒจิ นการผรมูเรพียัฒนนาผูเ รียน 120 120
รวมเวลาเรวยี มนเทวั้งลหามเรดยี ตนอทปง้ั ห(hม)ดตอป (h) 29.5 2193.500 132090.5 291.5300 130206.0 261.0160 1160
รวมเวลาเรวยี มนเทว้ังลหามเรดียน(ชทวั่ งั้ โหมมง)ด (ช่วั โมง) ตลอด 3 ปตล3อ,7ด630 ปชั่ว3โ,ม7ง60 ชั่วโมง

63

63

โครงสรา งเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมบู า นจอมบึง พทุ ธศักราช 2559 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561)

แผนการเรียนวิทยาศาสตร – คณิตศาสตร

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 รหัส ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
วชิ า นก. h นก. h

รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพน้ื ฐาน

ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40

ค31101 คณติ ศาสตร 1 1.0 40 ค31102 คณติ ศาสตร 2 1.0 40

ว30105 วิทยาศาสตรก ายภาพ (ฟส ิกส) 1.0 40 ว30104 วทิ ยาศาสตรโลก และอวกาศ 1.0 40
ว30106 วทิ ยาศาสตรกายภาพ (เคมี) 1.0 40
ว30107 วิทยาศาสตรช วี ภาพ 1.0 40
ว31181 วทิ ยาการคำนวณ 1 0.5 20 ว31182 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 20
ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 40 ส31102 สังคมศกึ ษา 2 1.0 40
ส31103 ประวัติศาสตร 1 0.5 20 ส31104 ประวัติศาสตร 2 0.5 20
พ31101 สุขศึกษา 1 0.5 20 พ31102 พลศึกษา 1 (แชรบ อล) 0.5 20
ศ31101 ทัศนศลิ ป 1 0.5 20 ศ31102 ทศั นศลิ ป 2 0.5 20
ง30101 การงานอาชีพ 1 1.0 40
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40
รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 10.0 400 รวมรายวิชาพน้ื ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพ่ิมเติม รายวิชาเพมิ่ เติม
ค31206 หลักคณิตศาสตร 1.0 40 ค31202 ความรพู นื้ ฐานสำหรบั แคลคลู สั 1 1.0 40
ว31261 ธรณีวิทยา 1.5 60 ว31201 ฟสกิ ส 1 2.0 80
ว31221 เคมี 1 1.5 60
ว31241 ชีววิทยา 1 1.5 60
ง31221 นวตั กรรมเชงิ สรางสรรค 1 1.0 40 ง31222 นวตั กรรมเชงิ สรา งสรรค 2 1.0 40
อ31201 คำศัพทภาษาอังกฤษที่จำเปน 1.0 40 อ31202 ไวยากรณภาษาอังกฤษท่จี ำเปน 1.0 40

รวมรายวิชาเพิ่มเติม 4.5 180 รวมรายวิชาเพิ่มเติม 8.0 320
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-) 20

กจิ กรรมชมุ นุม/กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-) 20 กจิ กรรมชมุ นุม/กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20

กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กิจกรรมเสรมิ สรางอัตลักษณส าธิตฯ (-) 20 กิจกรรมเสริมสรา งอัตลักษณสาธิตฯ (-) 20
รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รยี น (-) 60
รวมเวลาเรียนท้ังหมด 14.5 640 รวมเวลาเรียนท้ังหมด 15.0 660
รวมเวลาเรียนตลอดปก ารศึกษา 1,300 ชั่วโมง/ป
หมายเหตุ กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกับกจิ กรรมเสริมสรา งอตั ลักษณสาธิตฯ
วิชาเพ่มิ เติมหนา ท่ีพลเมือง** บูรณาการรายวิชาสังคมศึกษาในรายวิชาพนื้ ฐาน

64

64

โครงสรา งเวลาเรียนหลกั สูตรสถานศึกษา
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง พทุ ธศกั ราช 2559 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561)

แผนการเรยี นวิทยาศาสตร – คณติ ศาสตร

ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 รหสั ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วิชา นก. h นก. h

รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพ้นื ฐาน

ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40

ค32101 คณติ ศาสตร 3 1.0 40 ค32102 คณติ ศาสตร 4 1.0 40

ว32183 วิทยาการคำนวณ 2 0.5 20 ว32184 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 40
ส32101 สงั คมศกึ ษา 3 1.0 40 ส32102 สังคมศกึ ษา 4 1.0 40
ส32103 ประวัติศาสตร 3 0.5 20 ส32104 ประวัติศาสตร 4 0.5 20
พ32101 สุขศึกษา 2 0.5 20 พ32102 พลศกึ ษา 2 (แฮนดบอล) 0.5 20
ศ32101 นาฏศิลป 1.0 40 ศ32102 ดนตรีสากลและดนตรไี ทย 1.0 40
ง30102 การงานอาชีพ 2 1.0 40
อ32101 ภาษาองั กฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40
รวมรายวิชาพ้ืนฐาน 7.5 300 รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพิ่มเตมิ รายวิชาเพ่มิ เติม
ค32201 ความรพู ้นื ฐานสำหรบั แคลคูลสั 2 1.0 40 ค32202 ความรพู ้นื ฐานสำหรบั แคลคลู สั 3 1.0 40
ว32201 ฟส กิ ส 2 1.5 60 ว32202 ฟสกิ ส 3 2.0 80
ว32221 เคมี 2 1.0 40 ว32222 เคมี 3 1.0 40
ว32241 ชวี วิทยา 2 1.0 40 ว32242 ชีววิทยา 3 1.0 40
ว32261 อตุ นุ ยิ มวิทยา 1.5 60
อ32201 การพัฒนาทักษะการฟงภาษาอังกฤษ 0.5 20 อ32204 การอานภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ 1.0 40
การศกึ ษาคนควา อสิ ระทาง
อ32202 การอา นภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 0.5 20 ว30201 วิทยาศาสตร 1 1.0 40

จ30201 ภาษาจนี เพ่ือการสอ่ื สาร 1 0.5 20 จ30202 ภาษาจีนเพ่ือการสอื่ สาร 2 0.5 20

รวมรายวิชาเพ่มิ เติม 7.5 300 รวมรายวิชาเพ่ิมเติม 7.5 300
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
กจิ กรรมแนะแนว (-) 20 กิจกรรมแนะแนว (-) 20

กจิ กรรมชุมนมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กิจกรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20

กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณส าธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20
รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น (-) 60
รวมเวลาเรียนท้ังหมด 15.0 660 รวมเวลาเรียนทั้งหมด 14.5 640
รวมเวลาเรยี นตลอดปก ารศึกษา 1,300 ชวั่ โมง/ป
หมายเหตุ กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกบั กจิ กรรมเสริมสรา งอตั ลักษณสาธิตฯ
วชิ าเพ่มิ เติมหนาท่ีพลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพื้นฐาน

65

65

โครงสรางเวลาเรยี นหลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมูบ า นจอมบึง พทุ ธศักราช 2559 (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช 2561)
แผนการเรยี นวิทยาศาสตร – คณิตศาสตร

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2

รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น รหสั รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วิชา นก. h วชิ า นก. h
รายวิชาพน้ื ฐาน
รายวิชาพืน้ ฐาน 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40
ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ค33102 คณติ ศาสตร 6 1.0 40
ค33101 คณติ ศาสตร 5 0.5 20
ว33185 วิทยาการคำนวณ 3 1.0 40 ส33102 สงั คมศึกษา 6 1.0 40
ส33101 สังคมศึกษา 5 0.5 20 พ33102 พลศกึ ษา 3 (ลลี าศ) 0.5 20
พ33101 สขุ ศกึ ษา 3 1.0 40 อ33102 ภาษาองั กฤษ 6 1.0 40
อ33101 ภาษาองั กฤษ 5

รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 5.0 200 รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 4.5 180
รายวิชาเพ่มิ เติม รายวิชาเพิ่มเติม 60
ค33201 แคลคูลสั เบื้องตน 1.5 60 ค33202 สถติ พิ ้นื ฐาน 1.5 40
ค30203 คณติ ศาสตรคอมพิวเตอร 1.5 60 40
ว33201 ฟสิกส 4 1.5 60 ว33202 ฟส ิกส 5 1.0 40
ว33221 เคมี 4 1.0 40 ว33222 เคมี 5 1.0 40
ว33241 ชวี วิทยา 4 1.0 40 ว33242 ชีววิทยา 5 1.0
ว33261 ดาราศาสตรและอวกาศ 1.5 60 อ33203 การพฒั นาการเขียนภาษาอังกฤษ 1.0 220
อ33201 การพัฒนาการพดู ภาษาอังกฤษ 0.5 20 20
หนาท่ที างภาษาท่ีจำเปนตอ 20
อ33202 การสอ่ื สาร 0.5 20 20
60
การศึกษาคนควา อิสระทาง 1.0 40 460
ว30202 วทิ ยาศาสตร 2
รวมรายวิชาเพิ่มเติม 10.0 400 รวมรายวิชาเพม่ิ เติม 5.5
กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กิจกรรมแนะแนว (-)

กจิ กรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กิจกรรมชุมนมุ /กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-)

กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณสาธิตฯ (-) 20 กิจกรรมเสรมิ สรางอัตลกั ษณสาธิตฯ (-)
รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รยี น (-)
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 15.0 660 รวมเวลาเรยี นท้ังหมด 10.0
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,120 ชัว่ โมง/ป

หมายเหตุ กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกบั กจิ กรรมเสริมสรางอัตลักษณสาธิตฯ
วชิ าเพิ่มเติมหนา ท่ีพลเมือง** บูรณาการรายวิชาสังคมศึกษาในรายวิชาพ้นื ฐาน

66

66

โครงสรางเวลาเรียนหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ านจอมบึง พทุ ธศกั ราช 2559 (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2561)

แผนการเรียนคณิตศาสตร – ภาษาอังกฤษ

ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 รหัส ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วชิ า นก. h นก. h

รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพนื้ ฐาน 1.0 40
ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2
ค31101 คณิตศาสตร 1 1.0 40 ค31102 คณติ ศาสตร 2 1.0 40

ว30105 วทิ ยาศาสตรก ายภาพ (ฟสิกส) 1.0 40 ว30104 วิทยาศาสตรโลก และอวกาศ 1.0 40
ว31181 วิทยาการคำนวณ 1 0.5 20 ว31182 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 20
ส31101 สังคมศกึ ษา 1 1.0 40 ส31102 สงั คมศกึ ษา 2 1.0 40
ส31103 ประวัติศาสตร 1 0.5 20 ส31104 ประวัตศิ าสตร 2 0.5 20
พ31101 สุขศกึ ษา 1 0.5 20 พ31102 พลศกึ ษา 1 (แชรบอล) 0.5 20
ศ31101 ทศั นศิลป 1 0.5 20 ศ31102 ทศั นศิลป 2 0.5 20
ง30101 การงานอาชีพ 1 1.0 40
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40
รวมรายวิชาพื้นฐาน 8.0 320 รวมรายวิชาพ้นื ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพ่ิมเติม รายวิชาเพมิ่ เตมิ
ค31204 จำนวนและพชี คณิต 1.0 40 ค31205 ฟงกช นั และการประยุกต 1 1.0 40
อ31201 คำศพั ทภ าษาองั กฤษท่ีจำเปน 1.0 40 อ31207 คำศพั ทภาษาองั กฤษขน้ั สูง 1.0 40
อ31205 ภาษาองั กฤษเพื่อวัตถุประสงคเ ฉพาะ1 0.5 20 อ31206 ภาษาองั กฤษเพ่อื วัตถปุ ระสงคเฉพาะ 2 0.5 20
อ31203 ไวยากรณภาษาอังกฤษท่จี ำเปน 1.0 40 อ31204 ไวยากรณภาษาองั กฤษขน้ั สูง 1.0 40
ง31221 นวัตกรรมเชิงสรา งสรรค 1 1.0 40 ง31222 นวตั กรรมเชิงสรา งสรรค 2 1.0 40
ท31203 ศลิ ปะการอานรอยแกว และรอ ยกรอง 1.0 40 ท31202 ภาษาไทยเพื่อการแสดง 1.0 40
จ30201 ภาษาจีนเพ่ือการส่อื สาร 1 1.0 40 จ31202 ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร 2 1.0 40

รวมรายวิชาเพ่ิมเติม 6.5 260 รวมรายวิชาเพมิ่ เติม 6.5 260
กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-) 20

กิจกรรมชุมนมุ /กิจกรรมรักษาดนิ แดน (-) 20 กิจกรรมชมุ นุม/กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-) 20

กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน (-) กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20 กิจกรรมเสรมิ สรางอัตลักษณสาธิตฯ (-) 20
รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60
รวมเวลาเรียนทั้งหมด 14.5 640 รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 13.5 600
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,240 ช่วั โมง/ป

หมายเหตุ กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกบั กจิ กรรมเสรมิ สรางอตั ลักษณสาธิตฯ
วชิ าเพมิ่ เติมหนาที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพนื้ ฐาน

67

67

โครงสรางเวลาเรียนหลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง พุทธศกั ราช 2559 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561)

แผนการเรยี นคณติ ศาสตร – ภาษาอังกฤษ

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 รหสั ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วิชา นก. h นก. h

รายวิชาพ้ืนฐาน รายวิชาพื้นฐาน 1.0 40
ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4
ค32101 คณิตศาสตร 3 1.0 40 ค32102 คณติ ศาสตร 4 1.0 40

ว30106 วิทยาศาสตรกายภาพ (เคม)ี 1.0 40 ว30107 วทิ ยาศาสตรช วี ภาพ 1.0 40

ว32183 วิทยาการคำนวณ 2 0.5 20 ว32184 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 40
ส32101 สังคมศึกษา 3 1.0 40 ส32102 สงั คมศกึ ษา 4 1.0 40
ส32103 ประวัตศิ าสตร 3 0.5 20 ส32104 ประวัตศิ าสตร 4 0.5 20
พ32101 สุขศึกษา 2 0.5 20 พ32102 พลศึกษา 2 (แฮนดบ อล) 0.5 20
ศ32101 นาฏศลิ ป 1.0 40 ศ32102 ดนตรีสากลและดนตรไี ทย 1.0 40
ง30102 การงานอาชีพ 2 1.0 40
อ32101 ภาษาอังกฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40
รวมรายวิชาพ้ืนฐาน 8.5 340 รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 8.0 320
รายวิชาเพ่มิ เตมิ รายวิชาเพมิ่ เติม
ค32203 ตวั แบบเชงิ คณติ ศาสตร 1.0 40 ค32205 คณติ ศาสตรก ับการเงนิ ในชวี ติ ประจำวนั 1.5 60
ค32204 ฟง กชนั และการประยกุ ต 2 1.0 40 อ30206 การพฒั นาทักษะการฟงภาษาองั กฤษ 2 1.0 40
อ30205 การพฒั นาทกั ษะการฟง ภาษาองั กฤษ 1 1.0 40 อ32205 การอานภาษาองั กฤษเชิงวิชาการ 0.5 20
อ32206 ภาษาองั กฤษเพือ่ วตั ถปุ ระสงคเฉพาะ3 0.5 20 อ32207 ภาษาอังกฤษเพือ่ วัตถุประสงคเฉพาะ 4 1.0 40
อ32203 การอานภาษาองั กฤษพื้นฐาน 1.0 40 ท32202 ประวัติวรรณคดี 1.0 40
ท32201 ภาษาไทยในบทเพลง 1.0 40 จ32202 ภาษาจนี เพ่ือการสือ่ สาร 4 1.0 40
การศกึ ษาคนควา อิสระและสรา ง
จ32201 ภาษาจนี เพ่ือการสื่อสาร 3 1.0 40 ค30201 องคค วามรู 1.0 40

รวมรายวิชาเพิ่มเติม 6.5 260 รวมรายวิชาเพม่ิ เติม 7.0 280
กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กิจกรรมแนะแนว (-) 20

กิจกรรมชมุ นุม/กิจกรรมรักษาดนิ แดน (-) 20 กิจกรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20

กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20 กิจกรรมเสรมิ สรางอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20
รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รียน (-) 60
รวมเวลาเรียนท้ังหมด 15.0 660 รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 15.0 660
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,320 ชั่วโมง/ป

หมายเหตุ กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับกิจกรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณส าธิตฯ
วชิ าเพิ่มเติมหนาที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสังคมศึกษาในรายวิชาพ้นื ฐาน

68

68

โครงสรางเวลาเรยี นหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ านจอมบึง พทุ ธศกั ราช 2559 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561)

แผนการเรยี นคณติ ศาสตร – ภาษาอังกฤษ

ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 รหัส ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2
วชิ า
รหสั รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
วิชา นก. h
นก. h
รายวิชาพื้นฐาน 1.0 40 รายวิชาพ้นื ฐาน
ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40
ค33101 คณิตศาสตร 5 0.5 20
ว33185 วทิ ยาการคำนวณ 3 1.0 40 ค33102 คณิตศาสตร 6 1.0 40
ส33101 สงั คมศึกษา 5 0.5 20
พ33101 สขุ ศึกษา 3 1.0 40 ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 40
อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 พ33102 พลศึกษา 3 (ลีลาศ) 0.5 20
อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 40

รวมรายวิชาพ้นื ฐาน 5.0 200 รวมรายวิชาพื้นฐาน 4.5 180
รายวิชาเพ่ิมเตมิ รายวิชาเพ่ิมเติม
ค33203 แคลคูลัสและการประยุกต 1.5 60 ค33202 สถติ พิ ื้นฐาน 1.5 60
อ30207 การพัฒนาการพดู ภาษาอังกฤษ 1.0 40 อ30208 การพดู ภาษาอังกฤษในทสี่ าธารณะ 1.0 40
อ33205 ภาษาอังกฤษเพ่ือวัตถปุ ระสงคเ ฉพาะ 5 0.5 20 อ33208 ภาษาองั กฤษเพือ่ วัตถปุ ระสงคเฉพาะ 6 0.5 20
หนา ทท่ี างภาษาทจ่ี ำเปน ตอ 40 อ33207 การพฒั นาการเขยี นภาษาอังกฤษ 1.0 40
อ33204 การส่อื สาร 1.0 40
ส33241 สังคมโลกยคุ โลกาภิวัตน 1.0 40 ส33242 อาเซยี นศกึ ษา 1.0 40
ท33201 ความเรียงข้ันสูง 1.0 40 ท33202 การเขยี นเชิงสรางสรรค 1.0 40
จ33201 ภาษาจนี เพื่อการสอ่ื สาร 5 1.0 40 จ33202 ภาษาจีนเพื่อการส่ือสาร 6 1.0
ค30202 การส่ือสารและการนำเสนอ 1.0 40 280

รวมรายวิชาเพ่มิ เติม 8.0 320 รวมรายวิชาเพิม่ เติม 7.0 20
กจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน 20
กจิ กรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-)
20
กจิ กรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กิจกรรมชมุ นุม/กิจกรรมรกั ษาดนิ แดน (-) 60
520
กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลักษณสาธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลักษณสาธิตฯ (-)
รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากจิ กรรมพฒั นาผเู รียน (-)
รวมเวลาเรียนทั้งหมด 13.0 580 รวมเวลาเรยี นท้ังหมด 11.5
รวมเวลาเรยี นตลอดปการศึกษา 1,100 ชวั่ โมง/ป

หมายเหตุ กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกบั กจิ กรรมเสรมิ สรา งอตั ลักษณสาธิตฯ
วิชาเพม่ิ เติมหนา ที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพ้ืนฐาน

69

69

โครงสรางเวลาเรยี นหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบ านจอมบึง พทุ ธศกั ราช 2563 (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช 2561)

แผนการเรยี นวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร-ปญ ญาประดษิ ฐ (AI)

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 รหัส ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2
วชิ า
รหัส รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
วิชา นก. h นก. h

รายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาพ้ืนฐาน
ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40

ค31101 คณิตศาสตร 1 1.0 40 ค31102 คณติ ศาสตร 2 1.0 40
ว30105 วิทยาศาสตรกายภาพ (ฟสิกส) 1.0 40 ว30104 วิทยาศาสตรโ ลก และอวกาศ 1.0 40
ว30106 วทิ ยาศาสตรกายภาพ (เคมี) 1.0 40
ว30107 วิทยาศาสตรช วี ภาพ 1.0 40
ว31181 วิทยาการคำนวณ 1 0.5 20 ว31182 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 20
ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 40 ส31102 สงั คมศึกษา 2 1.0 40
ส31103 ประวัติศาสตร 1 0.5 20 ส31104 ประวัติศาสตร 2 0.5 20
พ31101 สขุ ศึกษา 1 0.5 20 พ31102 พลศึกษา 1 (แชรบ อล) 0.5 20
ศ31101 ทศั นศิลป 1 0.5 20 ศ31102 ทัศนศิลป 2 0.5 20
ง30101 การงานอาชีพ 1 1.0 40
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาอังกฤษ 2 1.0 40
รวมรายวิชาพื้นฐาน 10.0 400 รวมรายวิชาพ้นื ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพมิ่ เติม รายวิชาเพิ่มเตมิ
ค31206 หลกั คณิตศาสตร 1.0 40 ค31202 ความรพู ืน้ ฐานสำหรับแคลคลู สั 1 1.0 40
ว31261 ธรณีวทิ ยา 1.5 60 ว31201 ฟส กิ ส 1 2.0 80
ว31221 เคมี 1 1.5 60
ว31241 ชวี วิทยา 1 1.5 60
ว31281 พน้ื ฐานปญญาประดิษฐ 1.0 40 ว31283 การเขยี นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร 1.0 40
อ31201 คำศัพทภ าษาองั กฤษที่จำเปน 1.0 40 อ31202 ไวยากรณภาษาอังกฤษทีจ่ ำเปน 1.0 40

รวมรายวิชาเพ่มิ เติม 4.5 180 รวมรายวิชาเพ่ิมเติม 8.0 320
กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กจิ กรรมแนะแนว (-) 20 กิจกรรมแนะแนว (-) 20

กจิ กรรมชุมนมุ /กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กจิ กรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรักษาดนิ แดน (-) 20

กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-) กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลักษณส าธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณส าธติ ฯ (-) 20
รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60
รวมเวลาเรียนทั้งหมด 14.5 640 รวมเวลาเรียนทั้งหมด 15.0 660
รวมเวลาเรยี นตลอดปการศึกษา 1,300 ชว่ั โมง/ป

หมายเหตุ กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับกิจกรรมเสริมสรางอัตลักษณสาธิตฯ
วชิ าเพมิ่ เติมหนา ที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพ้ืนฐาน

70

70

โครงสรางเวลาเรียนหลกั สตู รสถานศึกษา
โรงเรียนสาธติ แหงมหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบึง พทุ ธศักราช 2563 (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2561)

แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร-ปญญาประดษิ ฐ (AI)

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 รหัส ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2
วิชา
รหสั รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
วิชา นก. h
นก. h
รายวิชาพ้ืนฐาน 1.0 40 รายวิชาพืน้ ฐาน
ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40
ค32101 คณิตศาสตร 3 0.5 20
ว32183 วิทยาการคำนวณ 2 1.0 40 ค32102 คณติ ศาสตร 4 1.0 40
ส32101 สังคมศึกษา 3 0.5 20 ว32184 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 40
ส32103 ประวัตศิ าสตร 3 0.5 20 ส32102 สังคมศึกษา 4 1.0 40
พ32101 สุขศึกษา 2 1.0 40 ส32104 ประวัติศาสตร 4 0.5 20
ศ32101 นาฏศลิ ป 1.0 40 พ32102 พลศกึ ษา 2 (แฮนดบอล) 0.5 20
ง30102 การงานอาชพี 2 1.0 40 ศ32102 ดนตรสี ากลและดนตรีไทย 1.0 40
อ32101 ภาษาองั กฤษ 3
อ32102 ภาษาองั กฤษ 4 1.0 40

รวมรายวิชาพื้นฐาน 7.5 300 รวมรายวิชาพนื้ ฐาน 7.0 280
รายวิชาเพ่มิ เติม รายวิชาเพม่ิ เตมิ
ค32201 ความรพู ื้นฐานสำหรบั แคลคูลัส 2 1.0 40 ค32202 ความรูพื้นฐานสำหรบั แคลคลู ัส 3 1.0 40
ว32201 ฟส ิกส 2 1.5 60 ว32202 ฟส กิ ส 3 2.0 80
ว32221 เคมี 2 1.0 40 ว32222 เคมี 3 1.0 40
ว32241 ชวี วิทยา 2 1.0 40 ว32242 ชวี วิทยา 3 1.0 40
ว32261 อุตนุ ยิ มวทิ ยา 1.5 60
การพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษ การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ 40
อ32201 (อา น-เขียน3) 1.0 40 อ32202 (อา น-เขียน4) 1.0 40
280
ว31284 โครงสรา งขอ มูลและอลั กอริทึม 1.0 40 ว31285 ตวิ เตอรอัจฉรยิ ะ 1.0
20
รวมรายวิชาเพ่ิมเติม 8.0 320 รวมรายวิชาเพิ่มเติม 7.0 20
กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน
กจิ กรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-) 20
60
กิจกรรมชุมนุม/กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 20 กจิ กรรมชมุ นมุ /กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-) 620

กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน (-) กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน (-)
กิจกรรมเสริมสรา งอัตลักษณส าธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสริมสรา งอัตลักษณส าธิตฯ (-)
รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รยี น (-) 60 รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน (-)
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 15.5 680 รวมเวลาเรยี นทั้งหมด 14.0
รวมเวลาเรียนตลอดปก ารศึกษา 1,300 ช่ัวโมง/ป

หมายเหตุ กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน ** บูรณาการกบั กจิ กรรมเสริมสรา งอตั ลักษณส าธิตฯ
วชิ าเพ่มิ เติมหนาท่ีพลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพื้นฐาน

71

71

โครงสรางเวลาเรยี นหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นสาธติ แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบา นจอมบึง พุทธศกั ราช 2563 (ฉบับปรับปรุง พทุ ธศักราช 2561)

แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร-ปญ ญาประดษิ ฐ (AI)

ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 รหสั ช้ันมัธยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2
วิชา
รหสั รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
วิชา นก. h
นก. h
รายวิชาพ้นื ฐาน 1.0 40 รายวิชาพน้ื ฐาน
ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40
ค33101 คณติ ศาสตร 5 0.5 20
ว33185 วิทยาการคำนวณ 3 1.0 40 ค33102 คณิตศาสตร 6 1.0 40
ส33101 สังคมศึกษา 5 0.5 20
พ33101 สุขศกึ ษา 3 1.0 40 ส33102 สังคมศกึ ษา 6 1.0 40
อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 พ33102 พลศึกษา 3 (ลลี าศ) 0.5 20
อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 40

รวมรายวิชาพืน้ ฐาน 5.0 200 รวมรายวิชาพ้นื ฐาน 4.5 180
รายวิชาเพิม่ เติม รายวิชาเพิม่ เติม
ค33201 แคลคลู ัสเบ้อื งตน 1.5 60 ค33202 สถติ พิ นื้ ฐาน 1.5 60
ค30203 คณิตศาสตรค อมพวิ เตอร 1.5 60
ว33201 ฟสกิ ส 4 1.5 60 ว33202 ฟสิกส 5 1.0 40
ว33221 เคมี 4 1.0 40 ว33222 เคมี 5 1.0 40
ว33241 ชวี วิทยา 4 1.0 40 ว33242 ชีววิทยา 5 1.0 40
ว33261 ดาราศาสตรแ ละอวกาศ 1.5 60
การพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษ การพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษ 1.0 40
อ33201 (อาน-เขยี น5) 1.0 40 อ33202 (อาน-เขยี น6)
1.0 40
การศึกษาคนควาอสิ ระ 1.0 40 การศกึ ษาคนควาอิสระ 6.5 260
ว31286 ปญญาประดษิ ฐ 1 ว31287 ปญญาประดษิ ฐ 2
รวมรายวิชาเพม่ิ เติม 10.0 400 รวมรายวิชาเพม่ิ เติม (-) 20
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน (-) 20
กิจกรรมแนะแนว (-) 20 กจิ กรรมแนะแนว (-)
(-) 20
กจิ กรรมชุมนุม/กิจกรรมรกั ษาดินแดน (-) 20 กิจกรรมชุมนุม/กิจกรรมรักษาดินแดน (-) 60
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน (-) กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน 11.0 500
กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลกั ษณสาธิตฯ (-) 20 กจิ กรรมเสรมิ สรา งอัตลักษณสาธิตฯ
รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู รียน (-) 60 รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเู รียน
รวมเวลาเรียนท้ังหมด 15.0 660 รวมเวลาเรยี นท้ังหมด
รวมเวลาเรียนตลอดปการศึกษา 1,160 ชั่วโมง/ป

หมายเหตุ กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน ** บรู ณาการกับกิจกรรมเสริมสรางอัตลักษณส าธิตฯ
วชิ าเพิม่ เติมหนาที่พลเมือง** บูรณาการรายวิชาสงั คมศึกษาในรายวิชาพืน้ ฐาน

72

72

กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน

ความสำคัญ
พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 กำหนดแนวการจัด

การศึกษา โดยยึดหลักวาผูเรียน ทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนา
ตนเองได และถือวาผูเรียนมีความสำคัญท่ีสุด กระบวนการจัดการศกึ ษาตอง
สงเสรมิ ใหผ ูเรยี นสามารถพฒั นาตามธรรมชาติ และเตม็ ตามศักยภาพ โดยจัด
เนื้อหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและความถนัดของ
ผูเรียน คำนึงถึงความแตกตางระหวางบุคคล ฝกทักษะกระบวนการคิด การ
จัดการ การเผชิญสถานการณ และการประยุกตความรูมาใชในการปอ งกัน
แกปญหาและเรียนรูจากประสบการณจริง ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลง
อยางรวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยี กอใหเกิดทั้งผลดีและผลเสียตอการ
ดำเนินชีวิตในปจจุบันของบุคคล ทำใหเกิดความยุงยากซับซอนมากยิ่งขึ้น
จำเปนตองปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตใหสามารถดำรงชีวิตอยูในสังคมได
อยางมคี ุณคา มีศักด์ศิ รี และมีความสขุ

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดใหมีสาระการเรียนรู 8 กลุม
และกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ซึ่งกิจกรรมพัฒนาผูเรียนเปนกิจกรรมที่จัดให
ผูเรียนไดพัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ มุงเนน เพิ่มเติมจาก
กิจกรรมที่ไดจ ดั ใหเรยี นรูตามกลมุ สาระการเรยี นรูทงั้ 8 กลมุ การเขา รว มและ
ปฏิบัติกิจกรรมที่เหมาะสมรว มกับผูอื่นอยางมีความสุขกับกิจกรรมที่เลือก
ดวยตนเองตามความถนัด และความสนใจอยางแทจริง การพัฒนาที่สำคัญ
ไดแก การพัฒนาองครวมของความเปนมนุษยใหครบทุกดาน ทั้งรางกาย
สติปญ ญา อารมณ และสังคม โดยอาจจดั เปนแนวทางหนึ่งท่จี ะสนองนโยบาย
ในการสรา งเยาวชนของชาตใิ หเปนผูม ศี ีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย และ
มคี ุณภาพเพอ่ื พัฒนาองคร วมของความเปน มนษุ ยท ี่สมบูรณ ปลกู ฝงและสรา ง
จิตสำนึกของการทำประโยชนเพื่อสังคม ซึ่งสถานศึกษาจะตองดำเนินการ
อยางมีเปาหมาย มีรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
แบง เปน 2 ลกั ษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว เปนกจิ กรรมทส่ี ง เสริมและพัฒนา
ความสามารถของผูเรียนใหเหมาะสมตามความแตกตางระหวางบุคคล
สามารถคนพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสรางทักษะชีวิต วุฒิภาวะ
ทางอารมณ การเรียนรูในเชิงพหุปญญา และการสรางสัมพันธภาพที่ดี

73

73

ซึ่งผูสอนทุกคนตองทำหนาที่แนะแนวใหคำปรึกษาดานชีวิต การศึกษาตอ
และการพัฒนาตนเองสูโลกอาชีพและการมี งานทำกิจกรรมนักเรียน เปน
กิจกรรมที่เกิดจากความสมัครใจของผูเรียนมุงพัฒนาคุณลักษณะที่พึง
ประสงคเพิ่มเติมจากกิจกรรมในกลุมสาระเปนกิจกรรมที่ผูเรียนชวยกันคิด
ชวยกันทำ ชวยกันแกปญหา สงเสริมศักยภาพของผูเรียนอยาง
เต็มที่ รวมถึงกิจกรรมที่มุงปลูกฝงความมีระเบียบวินัย รับผิดชอบ รูสิทธิ
และหนาที่ของตนเองในการอยูรวมกันตามระบอบประชาธิปไตยที่มี
พระมหากษัตรยิ ทรงเปนประมุข แบงตามความแตกตา งระหวางกิจกรรมได
เปน 2 ลกั ษณะ

1. กิจกรรมพัฒนาความถนัด ความสนใจ ตามความตองการของ
ผูเรียน เปนกิจกรรมที่มุงเนนการเติมเต็มความรู ความชำนาญและ
ประสบการณของผูเรียนใหกวางขวางยิ่งข้ึน เพื่อการคนพบความถนัดความ
สนใจของตนเอง และพฒั นาตนเองใหเตม็ ศักยภาพตลอดจนการพัฒนาทักษะ
ของสงั คม และปลูกฝงจติ สำนกึ ของการทำประโยชนเ พือ่ สังคม

2. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และผูบำเพญ็ ประโยชนเปนกิจกรรม
ที่มุงปลูกฝงระเบียบวินัย กฎเกณฑ เพื่อการอยูรวมกันในสภาพชีวิตตาง ๆ
นำไปสูพื้นฐานการทำประโยชนใหแกสังคม และวิถีชีวิตในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ซึ่งกระบวนการจัดให
เปนไปตามขอกำหนดของคณะกรรมการลูกเสือแหงชาติ สมาคมผูบ ำเพ็ญ
ประโยชนและกรมรักษาดินแดน ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติสถานศึกษาจัดกิจกรรม
ในลักษณะของการบูรณาการองคความรูตาง ๆ ที่เก้ือกูลสงเสริมการเรียนรู
ตามกลุม สาระการเรียนรูใหมีความกวางขวางลึกซึง้ ยิ่งข้ึน อีกทั้งใหผูเรียนได
คนพบและใชศ ักยภาพท่ีมีในตนอยางเต็มที่ เลือก ตัดสนิ ใจ ไดอยางมีเหตุผล
เหมาะสมกับ ตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชีพไดอยางมีคุณภาพ เนน
การ เสริมสรางทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ ศีลธรรม และจริยธรรม
รูจักสรางสัมพันธภาพท่ีดเี พือ่ ปรับตวั เขา กับบุคคลและสถานการณตา ง ๆ ได
อยางดีและมีความสุข เชน กิจกรรมการสรางเสริมความรูสึกรักและเห็น
คุณคาในตนเอง กิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ ศีลธรรม และ
จริยธรรม กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต กิจกรรมสรางเสริมประสิทธิภาพ
การเรียน เปนตน กิจกรรมเหลานี้สามารถหลอมเขาไปในการจัดกิจกรรม
ลูกเสือเนตรนารีในลักษณะของการ เขาคายตาง ๆ หรืออาจแยกจัดเปน

74

74

กิจกรรมเฉพาะทางได เชน จัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี โดยมุงเปนการฝก
ระเบียบวินัย การอยูรวมกันอยางมีความสุข กิจกรรมชมรมวิชาการ
มุงเนน ประสบการณค วามชำนาญเฉพาะเรื่องที่ถนัดและสนใจจากการเรียนรู
กลุมสาระตาง ๆ ชุมนุมตาง ๆ เพื่อการรวมกับคิดคนกิจกรรมที่สรางสรรค
กอใหเกิดความสนุก ความสุข และพัฒนาทกั ษะทางสงั คม ทั้งนี้แมจ ะแยกจดั
กิจกรรมเฉพาะทางก็สามารถบูรณาการกจิ กรรมแนะแนวเขาไวดวย เพื่อให
คน พบศกั ยภาพของตนเองดวย

ความหมาย
กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น เปน กิจกรรมทจ่ี ัดอยา งเปนกระบวนการดว ย

รูปแบบ วิธีการที่หลากหลาย ในการพัฒนาผูเรียนทั้งดานรางกาย จิตใจ
สติปญญา อารมณ และสังคม มุงเสริมเจตคติ คุณคา ชีวิต ปลูกฝงคุณธรรม
และคานิยมที่พึงประสงค สงเสริมใหผูเรียนรูจักและเขาใจตนเอง สราง
จิตสำนึกในธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ปรับตัวและปฏิบัตติ นใหเปน ประโยชน
ตอสงั คม ประเทศชาติ และดำรงชีวิตไดอยา งมีความสุข

เปา หมาย
การจัดกิจกรรมพฒั นาผเู รยี นมงุ พัฒนาใหบคุ คลรจู ักและเห็นคุณคา

ในตนเองและผอู น่ื มวี ุฒภิ าวะทางอารมณ มกี ระบวนการคดิ มีทกั ษะในการ
ดำเนินชีวิตอยางเหมาะสม และมีความสุข มีจิตสำนึกในการรับผิดชอบตอ
ตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ โดยกำหนดเปาหมายในการจัด
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียนดังน้ี

1. ผูเรียนไดรับประสบการณที่หลากหลาย เกิดความรู ความ-
ชำนาญ ท้งั วชิ าการและวชิ าชีพอยา งกวา งขวางมากยิ่งขน้ึ

2. ผูเรียนคนพบความสนใจ ความถนัด และพัฒนาความสามารถ
พเิ ศษเฉพาะตัวมองเหน็ ชองทางในการสรางงาน อาชพี ในอนาคตไดเ หมาะสม
กับตนเอง

3. ผูเรียนเห็นคุณคาขององคความรูตา ง ๆ สามารถนำความรูและ
ประสบการณไ ปใชใ นการพฒั นาตนเอง และประกอบสัมมาชีพ

4. ผูเ รียนพัฒนาบุคลิกภาพ เจตคติ คานิยมในการดำเนนิ ชีวติ และ
เสริมสรา งศลี ธรรม จรยิ ธรรม

75

75

5. ผูเรียนมีจิตสำนึกและทำประโยชนเพื่อสังคมและประเทศชาติ

หลักการจัดกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น
กิจกรรมพฒั นาผเู รียนมหี ลักการจดั ดังน้ี

1. มีการกำหนดวัตถุประสงคแ ละแนวปฏบิ ัติทช่ี ดั เจนเปน รปู ธรรม
2. จัดใหเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความสนใจ ความถนัด และ
ความสามารถของผเู รียน
3. บูรณาการวิชาการกับชีวิตจริง ใหผูเรียนไดตระหนักถึง
ความสำคัญของการเรยี นรูต ลอดชวี ติ
4. ใชกระบวนการกลุม ในการจัดประสบการณการเรยี นรู ฝกใหคดิ
วิเคราะห สรางสรรค จินตนาการ ที่เปนประโยชนและสัมพันธกับชีวิตในแต
ละชว งวยั อยา งตอเนอื่ ง
5. จำนวนสมาชิกมีความเหมาะสมกับลักษณะของกิจกรรม
6. มีการกำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมใหเหมาะสม สอดคลองกบั
วสิ ัยทศั นและเปา หมายของสถานศกึ ษา
7. ผูเรียนเปน ผูดำเนินการมีครูเปนที่ปรึกษาถือเปนหนาที่และงาน
ประจำโดยคำนึงถึงความปลอดภยั
8. ยึดหลักการมีสวนรวม โดยเปดโอกาสใหครู พอแม ผูปกครอง
ชมุ ชน องคก ร ทงั้ ภาครัฐ และเอกชน มสี วนรว มในการจัดกิจกรรม
9. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยวิธีการที่หลากหลาย
และสอดคลองกับกิจกรรมอยางเปนระบบและตอเนื่อง โดยใหถือวาเปน
เกณฑป ระเมินผลการผา นชวงชัน้ เรียน

แนวการจัดกิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น
สถานศกึ ษาตองจัดใหผูเรียนทกุ คนเขารวมกิจกรรม โดยคำนึงถงึ

แนวการจัดดงั ตอไปนี้
1. การจัดกิจกรรมตาง ๆ เพื่อเกือ้ กูลสงเสริมการเรียนรูตามกลุม

สาระการเรียนรู เชน การบูรณการโครงการ องคความรูจากกลุมสาระการ
เรียนรู เปนตน

76

76

2. จัดกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดตามธรรมชาติ และ
ความสามารถ ความตองการ ของผูเรียนและชุมชน เชน ชมรมทางวิชาการ
ตา ง ๆ เปน ตน

3. จัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝงและสรางจิตสำนึกในการทำประโยชน
ตอสังคม เชน กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เปน ตน

4. จัดกิจกรรมประเภทบริการดานตาง ๆ ฝกการทำงานที่เปน
ประโยชนต อ ตนเองและสวนรวม

1. กจิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมแนะแนวเปน กจิ กรรมทีส่ ง เสริมและพัฒนานกั เรียนให รูจัก

ตนเอง รูรักษสิ่งแวดลอม สามารถคิดตัดสินใจได คิดแกปญหา กำหนด
เปาหมาย วางแผนชีวิต ทั้งทางดาน การเรียน อาชีพและการมีทักษะชีวิต
สามารถปรับตวั ไดอยา งเหมาะสม อยูในสังคมไดอยางมีความสขุ นอกจากน้ียัง
เปนกิจกรรมที่สามารถดำเนินการชวยเหลือและใหคำปรึกษาแกผูปกครอง
เพอ่ื ใหมสี ว นรวมในการพัฒนาศักยภาพของผูเรยี น

นักเรียนทุกคนตองเขารวมกิจกรรมแนะแนว 40 ชั่วโมง ตอป
การศึกษา 20 ชว่ั โมงตอ ภาคเรียน

แนวการจดั กิจกรรมแนะแนว
นักเรียนทุกคนตองเรียนกิจกรรมแนะแนว ซึ่งจัดเขาเปนชั่วโมงเรียนใน
ตารางสอนหองละ 1 ชั่วโมงตอสัปดาห โดยครูแนะแนวเปนผูสอนตาม
หลักสูตรแนะแนวของสถานศึกษา และมีการประเมินผลเม่ือสิ้นภาคเรียนใน
ระดับผานกับไมผาน ถานักเรียนไมผานกิจกรรมแนะแนว จะมีผลทำให
นกั เรยี นไมจ บหลักสูตร

ระบบงานแนะแนว โรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบึง
งานแนะแนวมีบริการหลากหลาย เพื่อชวยใหนักเรียนรูจักตนเอง

สามารถวางแผน และพัฒนาตนเองเพื่อเตรียมตัวสำหรับศึกษาตอได และ
ดแู ลสุขภาวะของนกั เรียนภาพรวมและรายบคุ คล อาทิ

1. บรกิ ารแบบทดสอบ เพอ่ื สำรวจความสนใจทางอาชพี บคุ ลิกภาพ
และความถนดั ทางการเรยี น เปน ตน

77

77

2. บริการขอมูลสารสนเทศ อาทิ ดานการเรียน การศึกษาตอ
การพัฒนาตวั เอง เปน ตน

3. บริการใหคำปรกึ ษา ทั้งดานการเรียน สวนตัว และสุขภาวะของ
นกั เรียน ผา นการนดั พบ ณ หองแนะแนว ชนั้ M อาคารโรงเรียนสาธติ ฯ ผา น
Line อาจารยผรู ับผดิ ชอบ และติดตอ ทางโทรศพั ทก รณีฉกุ เฉนิ

4. บริการจัดวางตัวบุคคล อาทิ ทุนการศึกษา ฝกอบรม สงตอ
หนว ยงานภายนอก เปน ตน

5. บรกิ ารติดตามผลและวจิ ยั อาทิ ตดิ ตามผลนกั เรียนจบการศึกษา
เปน ตน

6. บรกิ ารจัดการเรยี นการสอนระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1–6
ตวั อยางโครงการ

1. โครงการทัศนศกึ ษามหาวทิ ยาลยั และแหลงเรยี นรทู ีส่ ำคญั
2. โครงการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการเพื่อเตรียมความพรอมใน
การศกึ ษาตอ
3. โครงการทดสอบความถนัดนักเรียนโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบงึ
4. โครงการจำลองสนามสอบ O-NET Mock Exam สำหรับนักเรียน
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบึง

ตดิ ตออาจารยแนะแนว
อาจารยผรู ับผดิ ชอบ : นายปุญญากรณ วรี ะพงษานันท
ตดิ ตอ โทร : 083-312-4640
E-mail : [email protected]
Line : konchee : [email protected]
Website : https://sites.google.com/view/dsmcruadmission64/
Facebook : https://www.facebook.com/GUIDANCEDSMCRU

78

78

2. กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารสี ามญั รุนใหญ
หลักสูตรลูกเสือเสริมสรางทักษะชีวิต มีเนื้อหาที่สอดคลองกับ

ปญหาตามวัยและพัฒนาการดานตาง ๆ ของลูกเสือ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหา
ครบถวน เปนไปตามขอบังคับคณะลูกเสือแหงชาติ วาดวยการปกครอง
หลกั สูตรและวชิ าพเิ ศษลกู เสือสามัญรนุ ใหญ

หลักการ การจัดกิจกรรมลูกเสอื เสรมิ สรา งทักษะชีวิต ไดอ อกแบบ
โดยบรู ณาการกิจกรรมที่เสริมสรางทักษะชวี ิตเขากับวิธีการลูกเสือ คือการใช
ระบบหมูหรือกลุมยอย โดยใหเด็กเปนศูนยกลาง และมีผูใหญทำหนาที่
ชวยเหลือและสงเสริมใหเกิดกระบวนการเรียนรูในกลุม แนะนำ สั่งสอนและ
ฝกอบรมใหสามารถพึ่งตนเองได มีจิตอาสา รับผิดชอบตอสวนรวม ยึดมั่นใน
คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือเสริมสรางคุณคาในตนเอง รวมทั้งใชระบบ
เครื่องหมายหรือสัญลักษณทางลูกเสือและเครื่องหมายวิชาพิเศษ เปนแรง
กระตุนไปสูเปา หมายในการพัฒนาตนเอง

3. กิจกรรมชมุ นุม
กิจกรรมชุมนุมเปนกิจกรรมที่ผูเรียนรวมกลุมกันจัดขึ้นตาม

ความสามารถ ความถนัดและความสนใจ ของผูเรียน เพื่อเติมเต็มความรู
ความชำนาญ ประสบการณ ทกั ษะ เจตคติเพ่อื พัฒนาตนเองตามศกั ยภาพ

หลักการ กิจกรรมชุมนมุ มหี ลกั การท่สี ำคญั ดงั นี้
1. เปนกิจกรรมท่เี กดิ จากการสรางสรรคและออกแบบกิจกรรมของ
ผูเรยี นตามความสมัครใจ
2. เปนกิจกรรมทีผ่ ูเรยี นรว มกันทางานเปนทีม ชวยกันคิด ชวยกันทำ
และชว ยกนั แกป ญหา
3. เปนกิจกรรมท่สี ง เสรมิ และพฒั นาศักยภาพของผเู รยี น
4. เปนกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะของผูเรียน รวมทั้ง
บรบิ ทของสถานศกึ ษาและทอ งถ่นิ
วตั ถปุ ระสงค
1. เพื่อใหผูเรียนไดปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และ
ความตองการของตน

79

79

2. เพื่อใหผูเรียนไดพัฒนาความรู ความสามารถดานการคิด
วิเคราะห สังเคราะห ใหเกิดประสบการณทั้งทางวิชาการและวิชาชีพตาม
ศกั ยภาพ

3. เพื่อสงเสริมใหผูเรียนใชเวลาใหเกิดประโยชนตอตนเองและ
สวนรวม

4. เพ่ือใหผเู รียนทางานรว มกบั ผอู ื่นไดตามวิถีประชาธปิ ไตย
ขอบขาย กิจกรรมชุมนมุ มีขอบขา ยดังนี้
1. เปนกิจกรรมจดั ตามความสนใจของผเู รยี น
2. เปนกิจกรรมทจ่ี ัดเสรมิ หลกั สูตรสถานศกึ ษาในดา นความรแู ละ
ทกั ษะปฏิบัตขิ องผูเรยี น
3. สามารถจดั ไดท ง้ั ในและนอกสถานศึกษา และทง้ั ในเวลาและ
นอกเวลาเรยี น
แนวการจดั กิจกรรม
1. โรงเรียนสามารถบริหารการจัดการใหผูเ รียนดาเนินกิจกรรมได
หลากหลายทัง้ รูปแบบ ภายในและภายนอกหอ งเรยี น และระยะเวลาการจดั
กิจกรรม เชน กิจกรรมระยะเวลา 1 ภาคเรียน กิจกรรมระยะเวลา 1 ป
การศกึ ษา และกิจกรรมระยะเวลามากกวา 1 ปก ารศกึ ษา
2. โรงเรียนมีการสำรวจความสนใจของผูเรียนในการเลือกเขารวม
ชมุ นมุ
3. ผูเรียนรว มกันจัดตั้งชุมนุม ชมรม และเชิญครูเปนท่ีปรึกษา โดย
รวมกนั ดำเนินกิจกรรมชุมนุม ตามระเบยี บปฏิบัติท่ีโรงเรียนกำหนด
4. ครูทป่ี รึกษากิจกรรมประเมินตามหลกั เกณฑก ารประเมินผล
การประเมินผลการจัดกิจกรรม กจิ กรรมชมุ นุม
โรงเรียนสาธติ แหง มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบ านจอมบึง กำหนดการวัดผลและ
ประเมินผลการจัดกิจกรรมชุมนุม โดยกำหนดเกณฑในการประเมิน เปน
“ผา น” และ “ไมผ าน”
ผาน หมายถึง ผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรม รอยละ 80 ของ
เวลาเรียนทั้งหมดปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตาม
เกณฑท ส่ี ถานศึกษากำหนด

80

80

ไมผาน หมายถึง ผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมนอยกวา รอยละ
80 ของเวลาเรียนทั้งหมด การปฏิบัติ กิจกรรม หรือมีผลงาน/ชิ้นงาน/
คุณลักษณะไมเ ปนไปตามเกณฑทสี่ ถานศึกษากำหนด

4. กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน
กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชนเปนกิจกรรมท่ีสง เสริมให

ผูเรียนบำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอครอบครัว ชุมชน สังคม และ
ประเทศชาติในลักษณะอาสาสมัครเพื่อชวยขัดเกลาจิตใจของผูเรียนใหมี
ความเมตตากรุณา มีความเสียสละ และมีจิตสาธารณะเพื่อชวยสรางสรรค
สงั คมใหอยูรวมกนั อยางมคี วามสุข

หลกั การ
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชนเปนกิจกรรมที่ตอง
สงเสริมใหผูเรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและเต็มตามศกั ยภาพ
โดยคำนึงถึงความแตกตางระหวางบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เนนให
ความสำคัญทั้งความรู ละคุณธรรมจริยธรรม จัดกิจกรรมโดยใหผูเรียนคิด
สรางสรรคอ อกแบบกิจกรรมบาเพ็ญประโยชนอยางหลากหลายรูปแบบ เพ่ือ
แสดงถงึ ความรับผดิ ชอบตอสังคมในลักษณะจติ อาสา
วตั ถุประสงค
1. เพือ่ ใหผูเรยี นบำเพ็ญตนใหเปนประโยชนต อ ครอบครัว โรงเรียน
ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
2. เพื่อใหผูเรียนออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชนอยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจในลักษณะ
อาสาสมคั ร
3. เพื่อใหผูเรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชนไ ดอยา งมีประสิทธภิ าพ
4. เพื่อใหผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน
จนเกดิ คุณธรรมจรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
5. เพอ่ื ใหผ ูเรยี นมจี ิตสาธารณะและใชเวลาวางใหเปนประโยชน
ขอบขาย
เปนกระบวนการจัดกิจกรรมในลักษณะกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชน
และกิจกรรมจติ อาสา โดยผูเรยี นดำเนนิ การดว ยตนเองในลกั ษณะอาสาสมคั ร

81

81

เพือ่ แสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละตอสงั คม มีจิตอาสา
และจิตสาธารณะ

แนวการจดั กิจกรรม
การจดั กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน โดยบรู ณาการกับ
รายวิชาลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรุนใหญ เนนใหผูเรียนรวมกันสำรวจและ
วิเคราะหสภาพปญหา รวมกันออกแบบการจัดกิจกรรม วางแผนการจัด
กิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตามแผน รวมสรุปและประเมินผลการจัดกิจกรรม
รว มรายงาน พรอ มทงั้ ประชาสัมพนั ธและเผยแพรผ ลการจดั กิจกรรม
การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนสามารถเลือก
จดั กจิ กรรมหรือเขารว มกจิ กรรมไดท้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น ดังน้ี
1. จัดกจิ กรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลมุ สาระการเรียนรู และ
ประสบการณของผูเ รยี นเอง โดยผเู รียนสามารถจัดกิจกรรมตามองคความรูท่ี
ไดจ ากการเรยี นรูและประสบการณ ซงึ่ สามารถจัดกิจกรรม ไดด งั นี้

1.1 จดั กจิ กรรมภายในโรงเรียน
1.2 จดั กจิ กรรมภายนอกโรงเรียน
2. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม หมายถึง
กิจกรมทผ่ี ูเรยี นนาเสนอการจดั กิจกรรมตอโรงเรยี น เพ่อื ขอความเห็นชอบใน
การจัดทาโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มตน และสิ้นสดุ
ที่ชัดเจนโดยสามารถจัดกจิ กรรม ไดด ังนี้
2.1 จัดกิจกรรมภายในโรงเรียน
2.2 จดั กิจกรรมภายนอกโรงเรยี น
3. จัดกิจกรรมรวมกับองคกรอื่น หมายถึง กิจกรรมที่ผูเรียน
อาสาสมัครเขารวมกจิ กรรมกับหนวยงานหรือองคกรอืน่ ๆ ที่จัดกิจกรรมใน
ลักษณะเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน โดยผูเรียนสามารถเลือกเขารวม
กิจกรรม
การประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน
นักเรียนทกุ คนตอ งเขารว มเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชนไมต่ำกวา
8 ชั่วโมงตอภาคเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนตน และไมต่ำกวา 10 ชั่วโมงตอ
ภาคเรยี นในระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน รวม 3 ป จำนวน 45 ช่ัวโมง
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ป จำนวน 60 ช่วั โมง

82

82

5. กิจกรรมอตั ลักษณสาธิต
กิจกรรมที่แสดงถึงการแสดงออกของนักเรียนที่สอดคลองตาม

วิสัยทัศน ตามจุดเนนของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึง-
ประสงคข องโรงเรียน

การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รียนรายกจิ กรรม
1. ประเมนิ การปฏิบัติกจิ กรรมของผเู รียนตามจดุ ประสงคของแตล ะ

กิจกรรมโดยประเมินจากพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรม และผลการปฏิบัติ
ดว ยวธิ ีทห่ี ลากหลายตามสภาพจรงิ

2. ตรวจสอบเวลาเขารวมกิจกรรมของผูเรยี นอยางนอ ย 80%
3. ประเมินการปฏิบัติกิจกรรมของผูเรยี น ภาคเรียนละ 1 คร้งั ควร
ประเมนิ การปฏิบตั กิ จิ กรรมระยะหนง่ึ เพอ่ื ใหผ เู รียนไดปรับปรุงแกไ ข
4. ในกรณีที่ผูเรียนผานจุดประสงคสำคัญของกิจกรรมและมีเวลา
เรียนครบตามเกณฑ คือ อยางนอย 80%

ใหผลเปน “ผาน” (ผ) หากบกพรองเกณฑใดเกณฑหนึ่งหรือ
ทั้งสองเกณฑ จะ “ไมผาน” (มผ) ครูที่ปรึกษาจะตองซอมเสริมขอบกพรอง
ใหผ านเกณฑกอ นจึงจะไดรบั การตดั สนิ ใหผ านกจิ กรรม

83

83

เปาหมายในการจัดการเรยี นการสอน
ของโรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบงึ

โรงเรียนสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงมีเปาหมาย
ในการจัดการเรียนการสอน ที่มุงเนนการพัฒนาผูเรียนใหมีสมรรถนะ
ความสามารถ และมคี ณุ ลกั ษณะ อันพึงประสงคไ ดแก การเปน ผูใฝร ู ใฝเรียน
ตระหนักในความสำคัญของการศึกษา มีความภาคภูมิใจในความเปนไทย
มีระเบียบวินัย ซื่อสัตยสุจริต มีจิตสาธารณะและมีอุดมการณมุงมั่นใน
การพัฒนาประเทศ เปนทั้ง “คนเกง” และ “คนดี” นักเรียนโรงเรียนสาธิต-
แหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงตองไดรับการปลูกฝงใหมีพื้นฐาน
ของการเปนนักวิทยาศาสตร และการประดิษฐคิดคน มีความสามารถในการ
ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพือ่ หาคำตอบของปญหา สรางองคความรู
และประดิษฐคิดคนนวัตกรรม ทางดานคณิตศาสตรวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยีไดอยางชำนาญและสรางสรรคเปนคนชางสังเกต สามารถตั้ง
คำถามเชิงสรา งสรรคท ี่นำมาซงึ่ คำตอบได มีกระบวนการในการแกปญ หาเพ่ือ
ใชในการหาคำตอบตลอดจนนำคำตอบเหลานั้นไปประยุกตใชไดจริง
มีความสามารถในการเลือกใชเทคโนโลยีตาง ๆ อยางเหมาะสม ทั้งเพ่ือ
การเรียนรู การทำงาน และการแกปญหา มีการตัดสินใจที่มีประสิทธภิ าพ
โดยคำนึงถึงผลกระทบและความรับผิดชอบ ทั้งตอตนเอง สังคม และ
สิ่งแวดลอม นอกจากนี้นักเรียนโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ
หมูบานจอมบึงยังตองมีความสามารถในการใชภาษาอังกฤษครบทุกทักษะ
ทั้งการฟงการพูด การอาน และการเขียน เพื่อใหสามารถใชภาษาอังกฤษ
ในการเรียน การคนควาหาความรู การประชุม สัมมนาการเจรจาตอรอง และ
การทำงานรวมกับชาวตา งชาตไิ ดอ ยางคลองแคลว และมีประสิทธภิ าพ

ในการที่จะบรรลุจุดมุงหมายดังกลาวไดนั้น โรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงจำ เปนตองมีหลักสูตรการศึกษาที่ไดรบั
การออกแบบเปนอยางดีเพื่อชวยปูแนวทาง และวางรากฐานไปสูความ
สำเร็จตามที่ มุงหวัง ผานรูปแบบการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนที่มี
เอกลักษณเฉพาะ สอดคลองกับเอกลักษณของสถานศึกษา และ
มีประสิทธิภาพสูงสุด มาประยุกตใช ในการจัดการศึกษาใหกับนักเรียนที่มี

84

84

ความสามารถพิเศษทางดานคณิตศาสตร และวิทยาศาสตรซึ่งเปน ผลิตผลที่
สำคญั จงึ ไดกำหนดแนวทางการจดั ทำหลักสตู รการศึกษาดงั ตอไปน้ี
การจัดทำหลักสูตร

ภายใตการนำ ของ ผศ.ดร.ชยั ฤทธิ์ ศลิ าเดช อธกิ ารบดีมหาวิทยาลยั
ราชภัฏหมูบานจอมบึง พรอมดวยคณาจารยผูทรงคุณวุฒิ ผูมีความรูและ
ประสบการณทางดานหลักสูตร ไดรวมมือกัน ออกแบบหลักสูตรที่ชวยให
นกั เรยี นคน พบความถนดั และความสนใจตนเอง และชวยสงเสรมิ ใหนกั เรียน
ไดร ับการพฒั นาอยางเตม็ ศักยภาพเปนรายบคุ คล ยกตัวอยาง เชน

- กจิ กรรมการเรียนการสอนรายวิชาพ้ืนฐานของโรงเรยี นสาธิตแหง
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง จะมีเนื้อหาสาระที่กวางและลึกกวา
มาตรฐานการเรียนรูที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด นอกจากการเรียนการ
สอนตามปกติแลว โรงเรียนสาธติ แหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมบู า นจอมบงึ ยังมี
แนวทาง การจัดการเรียนการสอนบางรายวิชาในรูปแบบท่ีแตกตางออกไป
เพื่อใหนักเรียนสามารถ เรียนรูไดดีขึ้น และบรรลุเปาหมายของการจัดการ
เรียนการสอนที่มุงเนนประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งแนวทางการจัดการเรียนการ
สอนบางรายวชิ าตามหลกั สตู รโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ าน
จอมบึง เชน

- การเขาคายเรียนรูในกลุมสาระหลัก เพื่อพัฒนาทักษะและ
กระบวนการเรยี นรู เชน คายการเรยี นรูไ ตรภาษา คายการเรยี นรู Multi skill
คา ยการเรยี นรูท างดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร

- การเรียนการสอนแบบผสมผสาน คือ เรียนในตารางเรียน
ตามปกติจำนวนหนง่ึ แลว ไปเขา คายเรียนรเู พิม่ เตมิ

- การศึกษาคนควาอิสระ (Independent Study) ภายใตการ
กำกบั ดูแลของครู เจา ของวชิ า

- การฝกงานเพื่อทำกิจกรรมในแหลงเรียนรูนอกโรงเรียน สราง
เสริมประสบการณ ทางการเรียนรูที่ชวยเปดโลกทัศนและมุมมองใหม ๆ
ใหแ กผ เู รยี น

- ในสาระวิชาหลักจัดการเรยี นการสอนโดยเนนทักษะ กระบวนการ
เรียนรูโดยจัดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะศาสตร เชน เคมี ฟสิกส
ชวี วิทยา เพื่อปูพืน้ ฐานเนอ้ื หาสาระวิชาในการเรยี นระดบั สูงขึ้นไป

85

85

- วิชาภาษาอังกฤษ มุงเนนพัฒนา ศักยภาพภาษาอังกฤษของ
นักเรียน ใหสอดคลองกับการจัดการเรียน การสอนเปนภาษาอังกฤษ
(English Program) สามารถใชภาษาอังกฤษ ในการสื่อสารการเรียนการ
สบื คน ขอมลู การนำ เสนอผลงานการเขยี น นอกจากนน้ั โรงเรยี นยังไดจดั ทำ
โครงการศึกษาดูงานตางประเทศดว ย

อยา งไรก็ตาม การศึกษาทดี่ อี าจไมม ีสูตรสำเร็จใด ๆ ทต่ี ายตัว และ
การที่จะสรางสรรคหลักสูตรการเรียนรู ใหตอบโจทยและสอดคลองกับ
เปาหมายที่กำหนดอาจมีหัวใจสำคัญอยูที่ “การบูรณาการทางการศึกษา”
เพื่อปรับประยุกตทุกองคความรูและภูมิปญญาใหเปน “เครื่องมือ” ที่มี
ประสิทธิภาพในการนำพาผูเรียนใหกาวไปสูจุดหมายแหงความสำเร็จใน
อนาคต โรงเรียนสาธิตแหงมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมูบานจอมบึงมจี ุดมุงหมาย
สำคัญที่จะพัฒนานักเรียนใหมีทักษะและความสามารถเทียบเคียงไดกับ
นักเรียนของโรงเรียนวทิ ยาศาสตรชัน้ นำในระดับประเทศ รวมถึงมีศักยภาพ
ในการเขาศึกษาตอทางดานคณิตศาสตรวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ใน
มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำ พรอม ๆ ไปกับการกาวไปสูการเปนโรงเรียนชั้นนำ
ทางดานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยใี นระดบั แนวหนา ของประเทศ

ดา นบุคลากร
บุคลากรครูของโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบาน-

จอมบงึ เปนบุคลากรมีความมงุ มัน่ ทุม เทในการพฒั นานักเรยี นใหมีอุดมการณ
ตามเปาหมายของการพัฒนา คือสรางคุณลักษณะใหเปนนักคิด เปน
นักปราชญ และนักสรางสรรคของสังคมไทยตอไปในอนาคต พรอมทั้งเปน
คนดีมีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสาธารณะ มีความเสียสละทำงานเพื่อสังคม
และประเทศชาติรูจักตนเองและบทบาท หนาที่ของตนอยางเหมาะสม
โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงจึงมุงเนนคัดสรร
บคุ ลากรครูท่มี คี ณุ ภาพ เพ่อื ตอบสนองตอ ภารกจิ หลกั ดังกลาว ครู อาจารยใ น
วิชาหลักโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ตองมี
คุณสมบัติจบการศึกษาวุฒิขั้นตํ่าระดับปริญญาโทในสาขาวิชาที่สอน มี
พื้นฐานองคความรูในกลุมสาระการเรียนรูและรายวิชาที่สอนเปนอยางดี
พรอมทั้งมีประสบการณในการวิจัยหรือเคยทำ วิทยานิพนธในการศึกษา
ระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับจิตวิทยา

86

86

การศึกษาและจิตวิทยาการเรียนรูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
นอกจากนี้ ครูโรงเรยี นสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงยังตอง
มีทักษะและความเชี่ยวชาญในการใชภาษาอังกฤษในระดับดีเยี่ยม เพื่อให
สอดคลอง กับแนวทางการจัดการเรียนการสอนเปนภาษาอังกฤษของ
โรงเรยี น ควบคูไปกบั ศกั ยภาพในการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร
ท้งั เพื่อการคน หาขอมูลและการจดั การเรียนการสอนไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ

ดานอาคารสถานท่ี แหลงเรยี นรู บรรยากาศและสภาพแวดลอ ม
ถือเปนความโชคดีของโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏ

หมูบานจอมบึงที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณกอสรางอาคารเรียน โดยเมื่อ
ปง บประมาณ 2558 ทีผ่ านมา ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึงไดร ับ
การจัดสรรงบประมาณแผนดินใหมากอสรางอาคารเรียนโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั หมูบานจอมบึง เปน อาคารเรียนที่สมบูรณแ บบ ประกอบ
ไปดวยหองเรียนมาตรฐาน หองปฏิบัติการทางคณิตศาสตร วิทยาศาสตร
ภาษาตางประเทศ หองคอมพิวเตอรและการสืบคน หองสมุด หองอาหาร
หอ งรับรองผูปกครอง และสนามกีฬาอยูในอาคาร มลู คาการกอ สรา ง 80 ลา น
บาท นอกจากนั้น ในปงบประมาณถัดมา ยังมีการอนุมัติงบประมาณเปนคา
ครุภัณฑร วมทงั้ วสั ดอุ ุปกรณ สง่ิ อำนวยความสะดวก อีกกวา 20 ลา นบาท ซึ่ง
เมื่อทุกอยางเสร็จเรียบรอย (สัญญาจางแลวเสร็จภายในเดือน พ.ย. 2559)
จะเปนอาคารเรียนที่ทันสมัยเหมาะสมอยางยิ่งกับการจัดการศึกษาสำหรับ
พัฒนาบุตรหลาน สอดคลองกับจุดเนนการปฏิรูปการจดั การศกึ ษาในปจ จบุ ัน
นอกจากความพรอมสมบูรณของอาคารเรียนแลว ดานสิ่งแวดลอมและ
บรรยากาศของโรงเรียนยงั มีความเหมาะสม ปลอดภัย เปนบรรยากาศของ
การศึกษาเรยี นรู มแี หลง เรยี นรตู า ง ๆ มากมาย

เอกลักษณทีโ่ ดดเดน
1. เปนโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนเนนดานคณิตศาสตรและ

วทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี และภาษาตางประเทศ ระดบั มธั ยมศึกษา
2. เปนโรงเรยี นทีม่ ีขนาดเลก็ มุงเนน คณุ ภาพมากกวา ปริมาณ
3. มีอดุ มการณและเปา หมายในการพัฒนานักเรียนใหมคี ุณภาพ

87

87

4. มีความเชื่อและเคารพในความแตกตางระหวางบุคคล มี
เปาหมายที่จะสงเสริมใหนักเรียนแตละคนไดคน พบ ความถนัด และความ
สนใจของตนเอง สงเสริมใหนักเรียนแตละคน ไดรับการพัฒนาอยางเต็ม
ศักยภาพ ใหเปนผูร รู อบและรอบรู เปนทง้ั คนดีและคนเกง

5. จดั ใหมคี รูชาวตางชาติสอนวชิ าภาษาอังกฤษเพ่อื การสือ่ สาร
6. จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผูเรียน กิจกรรม
ศิลปะ ดนตรีกีฬา และนันทนาการ รวมทั้งกิจกรรมชุมนุม ใหนักเรยี นไดเขา
รว มตามความสนใจ
7. มีระบบ ICT ที่ทันสมัย นักเรียนสามารถสืบคนขอมูล เพื่อการ
เรียนรูไดอยางรวดเรว็ ทุกเวลา และทกุ สถานท่ี โดยไมมขี อจำกดั ใด ๆ
8. มีหองปฏิบัติการทางดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ที่มี
เคร่อื งมอื และอุปกรณท ีท่ ันสมัย เปดใหบรกิ ารแกนักเรียน เพอื่ ทำโครงงาน
9. มีศูนยวทิ ยบรกิ าร (หองสมุด) ท่ีทันสมัย มีสื่อการเรยี นรู ทั้งส่ือ
อิเล็กทรอนิกส สื่อออนไลน สื่อสิ่งพิมพ ฯลฯ ที่มีคุณภาพสูงและมีปริมาณ
เพยี งพอ
10. มีหองปฏิบัติธรรม หองปฏิบัติการศิลปะ-ดนตรี หอง ออกกำ
ลังกาย และสนามกีฬา ทม่ี ีอุปกรณท ันสมัยและเปด ใหบรกิ ารทุกวัน
11. มีเครือขายความรวมมือทางวิชาการกับโรงเรียนวิทยาศาสตร
ชัน้ นำทัง้ ในและตางประเทศ
12. ครทู ุกคนตอ งผา นการฝก อบรมเพ่อื พัฒนาทักษะความ สามารถ
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนใหแกน ักเรียน
13. ครูทุกคนมีจิตวิญญาณของความเปนครู ใหการดูแลเอาใจใส
นกั เรยี นทกุ คนอยางท่วั ถึง

88

88

ตอนท่ี 4
ระเบียบ ขอ บงั คบั ประกาศ และแนวปฏบิ ัติ

89

89

ระเบยี บสถานศกึ ษาวา ดวยการประเมนิ ผลการเรียนตามหลักสูตร
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

โรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลยั ราชภัฏหมบู านจอมบงึ พ.ศ. 2558
โดยที่โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ได

ประกาศใชหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตาม
ประกาศโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง ลงวันที่ 1
พฤษภาคม พ.ศ 2557 เรื่อง ใหใชหลักสูตรโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภัฏหมูบานจอมบึง พุทธศักราช 2557 จึงเปนการสมควรที่จะกำหนด
ระเบียบสถานศึกษาวาดวยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 โรงเรียนสาธิตแหง มหาวทิ ยาลยั ราช
ภัฏหมบู า น พ.ศ.2558 ใหส อดคลอ งกบั ประกาศดงั กลาว

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความแหงขอบังคับวาดวยคณะ
กรรมการบรหิ ารโรงเรยี นสาธิตแหง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบา นจอมบึง พ.ศ.
2557 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัย
ราชภฏั หมูบานจอม จงึ วางระเบยี บไวด ังตอไปนี้

ขอ 1 ระเบียบนี้เรียกวา “ ระเบียบสถานศึกษาวาดวยการ
ประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏหมบู า นจอมบงึ พ.ศ. 2558”

ขอ 2 ระเบียบนี้ใหใชบังคับตั้งแตปการศึกษา 2558 เปนตนไป
ขอ 3 ใหยกเลิกระเบยี บ ขอบงั คบั หรือคำสงั่ อ่นื ใด ในสวนท่ีกำหนด
ไวในระเบยี บน้ีซง่ึ ขดั หรอื แยง กบั ระเบยี บนี้ ใหใชระเบยี บนแี้ ทน
ขอ 4 ระเบียบนี้ใหใชควบคูกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โรงเรียนสาธิตแหงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบาน
จอมบึง พ.ศ. 2558
ขอ 5 ใหประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนสาธิตแหง
มหาวิทยาลยั ราชภฏั หมบู านจอมบงึ ใหเปน ไปตามระเบยี บน้ี

90

90

หมวด 1
หลักการดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียน
ขอ 6 การประเมินผลการเรียน ใหเ ปน ไปตามหลักการในตอไปนี้
6.1 สถานศึกษาเปน ผูรับผิดชอบการประเมินผลการเรยี นของ
ผูเรียน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและวิชาการ
6.2 การวัดและประเมินผลการเรียนตองสอดคลองและ
ครอบคลุมมาตรฐานการศกึ ษาทกี่ ำหนดไวในหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
6.3 การประเมินผลการเรียนตอ งประกอบดวย การประเมิน
เพื่อปรับปรุงพัฒนาผูเรียน การจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล
เพอื่ ตัดสินผลการเรยี น
6.4 การประเมินผลเปน สว นหนึง่ ของกระบวนการจัดการเรียน
การสอน ตองดำเนินดวยวิธีการที่หลากหลายเหมาะสมกับสิ่งที่ตองการวัด
ธรรมชาติของวชิ าและระดับชว งชั้น
6.5 ใหมีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียนใน
แตละชวงชั้น
6.6 ใหมีการประเมนิ ความสามารถของผเู รยี น ในการอา น คดิ
วิเคราะห และเขียนในแตละชว งชัน้
6.7 ใหมีการประเมินคุณภาพผูเรียนในระดับชาติ ในแตละ
ชวงชั้น
6.8 เปดโอกาสใหผ ูเรยี นตรวจสอบผลการประเมนิ การเรยี นได
6.9 ใหมีการเทียบโอนผลการเรียนระหวางสถานศึกษา และ
รปู แบบการศึกษาตาง ๆ

หมวด 2
วิธีการประเมนิ ผลการเรยี น
ขอ 7 การวัดและประเมินผลการเรียนรู เปนกระบวนการที่ให
ผูสอนใชพัฒนาคุณภาพผูเรียนใหไดขอมูลสารสนเทศ ที่แสดงพัฒนาการ
ความกาวหนาและความสำเร็จทางการเรียนของผูเรียน ตรวจสอบ


Click to View FlipBook Version