The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by butsayanan98, 2020-06-06 01:10:41

cb-01

cb-01

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ
63(แนว En) ธาตุ 3753 X อยหู่ มู่และคาบที่เท่าใดในตารางธาตุ
1. หมู่ 5A คาบ 4 2. หมู่ 4A คาบ 5

3. เป็นธาตุแทรนซิชนั คาบ 4 4. เป็นธาตุแทรนซิชนั คาบ 5

64. W, X , Y และ Z มีเลขอะตอมดงั น้ี 19 , 20 , 36 และ 37 ธาตุคูใ่ ดที่มีสมบตั ิคลา้ ยคลึงกนั

1. W กบั X 2. W กบั Z 3. X กบั Y 4. Y กบั Z

65. ธาตุ W , X , Y และ Z มีเลขอะตอม 3 , 6 , 7 , 9 ตามลาดบั ธาตุใดมีความเป็ นโลหะ
มากท่ีสุด
1. W 2. X 3. Y 4. Z

51

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

66. ธาตุ W , X , Y และ Z มีเลขอะตอม 3 , 6 , 7 , 9 ตามลาดบั ธาตุใดมีความเป็นอโลหะ

มากท่ีสุด

1. W 2. X 3. Y 4. Z

67. ถา้ A , B , C และ D มีเลขอะตอม 12 , 17 , 36 และ 55 ตามลาดบั ธาตุใดทาปฏิกิริยา
กบั ธาตุอ่ืนไดย้ ากท่ีสุด
1. A 2. B 3. C 4. D

52

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

2.2 สมบัตขิ องธำตุตำมหมู่และตำมคำบ ขนาดอะตอมเลก็

IE , EN , –EA เพมิ่ ขนึ้

IE , EN , –EA
เพม่ิ ขนึ้

ขนาดอะตอมใหญ่

2.2.1 แนวโน้มของขนำดอะตอมและขนำดไอออน

ข้นั ตอนกำรพจิ ำรณำแนวโน้มของขนำดอะตอม
ข้นั ที่ 1. พจิ ารณาจากคาบท่ีอะตอมน้นั อยู่
ในหมูเ่ ดียวกนั ขนาดอะตอมจะเล็กลงจากล่างข้ึนบน เพราะอะตอมธาตุดา้ น

บนจะมีระดบั พลงั งานอิเลก็ ตรอนนอ้ ยกวา่ อะตอมธาตุดา้ นล่าง
ข้นั ที่ 2. พจิ ารณาจากหมู่ท่ีอะตอมน้นั อยู่
ในคาบเดียวกนั ขนาดอะตอมจะเลก็ ลงจากซา้ ยไปขวา เพราะอะตอมธาตุดา้ น

ขวาจะมีจานวนโปรตอนมากกวา่ จึงมีแรงดึงดูดอิเลก็ ตรอนรอบนอกใหเ้ ขา้ ใกลน้ ิวเคลียสมาก
ข้ึน ทาใหข้ นาดอะตอมเลก็ ลง
68(แนว En) อะตอมใดมีขนาดเล็กที่สุด

1. 17Cl 2. 6C 3. 8O 4. 32Ge

53

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

69. อะตอมของธาตุ A B C และ D สมมุติดงั ในตารางธาตุ

I II III IV V VI VII VIII

D2

BC 3

A4

ขอ้ ใดเรียงลาดบั ขนาดของอะตอมจากใหญ่ไปเลก็ ไดถ้ ูกตอ้ ง

1. A > B > C > D 2. A > B > D > C

3. A > C > B > D 4. A > D > C > B

70(แนว En) กาหนดเลขอะตอมของธาตุดงั น้ี A = 13 , B = 19 , C = 20 , D = 12

การเรียงลาดบั ขนาดอะตอมในขอ้ ใดถูกตอ้ ง

1. D < A < C < B 2. A < D < C < B

3. D < B < A < C 4. D < A < B < C

ข้นั ตอนกำรพจิ ำรณำแนวโน้มของขนำดไอออน
ข้นั ที่ 1. พิจารณาจานวนระดบั พลงั งานของอิเลก็ ตรอน
ไอออนที่มีจานวนระดบั พลงั งานนอ้ ยกวา่ จะมีขนาดไอออนเลก็ กวา่
ข้นั ที่ 2. ถา้ ระดบั พลงั งานของอิเล็กตรอนเท่ากนั ใหพ้ จิ ารณาจานวนโปรตรอน
ไอออนท่ีมีจานวนโปรตอนมากกว่าจะมีขนาดไอออนเล็กกว่า เพราะเมื่อ

จานวนโปรตอนในนิวเคลียสมาก จะมีแรงดึงดูดอิเล็กตรอนรอบนอกให้เขา้ ใกลน้ ิวเคลียสมาก
ข้ึน จึงทาใหไ้ อออนเลก็ ลง

ข้นั ที่ 3. ถา้ ระดบั พลงั งานของอิเล็กตรอน และจานวนโปรตอนเทา่ กนั ใหพ้ จิ ารณา
จานวนอิเล็กตรอน

54

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

ไอออนท่ีมีจานวนอิเล็กตรอนน้อยกวา่ จะมีขนาดไอออนเล็กกว่า เพราะเมื่อ

จานวนอิเล็กตรอนลดลง นิวเคลียสจะมีแรงดึงดูดอิเล็กตรอนแต่ละตวั มากข้ึน ทาใหอ้ ิเล็กตรอน

เขา้ ใกล้ นิวเคลียสมากข้ึนขนาดอะตอมหรือไอออนจะเล็กลง

ควรทรำบ

สำหรับไอออนบวกของอะตอมชนิดเดยี วกนั ยง่ิ บวกมำกขนำดไอออนจะเลก็ ลง

( A > A+ > A2+ > A3+ ) ท้งั น้ีเพราะไอออนยงิ่ บวกจานวนอิเลก็ ตรอนยิง่ นอ้ ยลงนนั่ เอง

สำหรับไอออนลบอะตอมชนิดเดียวกัน ย่ิงลบ มำกขนำดไอออนยิ่งจะใหญ่ ขึ้น

( B < B– < B2– < B3– ) ท้งั น้ีเพราะไอออนยิ่งเป็ นลบจานวนอิเล็กตรอนยิ่งมากข้ึน ขนาด

ไอออนจึงใหญข่ ้ึนนนั่ เอง

71. จงเรียงลาดบั ขนาดไอออน กบั อะตอมตอ่ ไปน้ี จากขนาดเล็กไปหาใญ่
8KO+2– 9F– , 19K2.+F– < N < O2– < K+
F– < O2– 7N , ,
< N<
1.
3. O2– < F– < N < K+ 4. O2– < N < F– < K+

2.2.2 แนวโน้มของของอเิ ล็กโทรเนกำตวิ ติ ี ( Electronegativity , EN )
อิเล็กโทรเนกำติวิตี คือค่าที่แสดงถึงความสามารถในการดึงดูดอิเล็กตรอนคู่ร่วมพนั ธะ
ของอะตอมของธาตุต่างๆ ท่ีรวมกันเป็ นสารประกอบ ธาตุท่ีมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงจะ
สามารถดึงดูดอิเลก็ ตรอนไดด้ ีกวา่ ธาตุท่ีมีคา่ อิเล็กโทรเนกาติวติ ีต่ากวา่
ค่าอิเล็กโทรเนกาติวติ ีของโลหะจะนอ้ ยกวา่ ของอโลหะเสมอ
ในหมู่เดียวกนั คา่ อิเลก็ โทรเนกาติวติ ีจะเพิม่ ข้ึนจากล่างข้ึนบน เพราะขนาดของอะตอมเล็ก
ลงจากล่างข้ึนบน แรงดึงดูดระหวา่ งประจุบวกในนิวเคลียสกบั อิเล็กตรอนวงนอกจึงเพิ่ม
ในคาบเดียวกนั ค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีจะเพิ่มข้ึนจากซ้ายไปขวา เพราะขนาดของอะตอม
เล็กลงจากซ้ายไปขวา ทาให้แรงดึงดูดระหว่างประจุบวกในนิวเคลียสกบั อิเล็กตรอนวงนอก

55

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

เพิ่มข้ึน ดงั น้นั ในคาบเดียวกนั ธาตุหมู่ IA มีคา่ อิเล็กโทรเนกาติวติ ีต่าสุด ส่วนธาตุหมู่ VII A มี

ค่าสูงสุด He , Ne , Ar ไม่มีคา่ อิเล็กโทรเนกาติวติ ี ส่วน Kr , Xe มีคา่ อิเลก็ โทรเนกาติวติ ีต่าๆ

ธาตุท่ีมีค่า EN สูงสุดตามลาดบั ที่ควรจา คือ F > O > Cl  N > Br > I  S  C > H

2.2.3 แนวโน้มของสัมพรรคภำพอเิ ลก็ ตรอน ( Electron affinity , EA )

สัมพรรคภำพอิเล็กตรอนหรืออิเล็กตรอนอัฟฟิ นิตี หมายถึงพลังงานที่คายออกมาเมื่อ

อะตอมในสถานะแกส๊ รับอิเลก็ ตรอนแลว้ กลายเป็นไอออนลบ

เช่น Cl(g) + e  Cl(g) Ea = – 347 kJ/mol

คา่ สมั พรรคภาพอิเล็กตรอนจะมีค่าเป็นลบเพราะเป็นพลงั งานท่ีคายออกมา (ยกเวน้ ธาตุหมู่

2A และ 8A ) เป็ นค่าท่ีบอกความสามารถในการรับอิเล็กตรอนของอะตอม ธาตุใดมีค่าค่าสัม-

พรรคภาพอิเล็กตรอนเป็ นลบมาก อะตอมของธาตุน้ันก็จะเกิดไอออนลบไดง้ ่าย และค่าสัม-

พรรคภาพอิเลก็ ตรอนของอโลหะจะมีคา่ เป็ นลบมากกวา่ โลหะเสมอ

ในคาบเดียวกนั ค่าสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนจะเพิ่มข้ึนจากซ้ายไปขวา เพราะขนาดของ

อะตอมเลก็ ลงจากซา้ ยไปขวานิวเคลียสจึงดึงดูดอิเลก็ ตรอนท่ีเขา้ มาใหมไ่ ดด้ ีข้ึนตามลาดบั ดว้ ย

ในหมู่เดียวกนั ค่าสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนมีค่าเพิ่มจากล่างข้ึนบน เพราะจานวนช้นั ของ

อิเล็กตรอนลดลงทาใหข้ นาดของอะตอมเลก็ ลง เช่นกนั

2.2.3 แนวโน้มของพลงั งำนไอออไนเซชัน ( Ionization Energy , IE )

พลังงำนไอออไนเซชัน คือพลงั งานที่ใส่เขา้ ไปเพื่อให้อิเล็กตรอนของอะตอมในสภาวะ

แก๊ส หลุดออกมาจากอะตอม

ข้อควรรู้เกยี่ วกบั พลงั งำนไอออไนเซชัน

1. พลงั งานไอออไนซ์ของธาตุอโลหะ จะมากกวา่ ของธาตุโลหะเสมอ และพลงั งานไอ

ออ-ไนซ์ของแกส๊ เฉ่ือย (หมู่ 8A ) จะมีค่าสูงสุด

2. โดยทวั่ ไปแลว้ เมื่ออะตอมมีขนาดเล็กลง แรงดึงดูดระหวา่ งนิวเคลียสกบั เวเลนซ์-

อิเลก็ ตรอนสูงข้ึน ทาใหพ้ ลงั งานไอออไนซ์มีคา่ มากข้ึนดว้ ย

ดงั น้นั ธาตุในหมู่เดียวกนั คา่ พลงั งานไอออไนซ์เพิ่มข้ึนจากล่างข้ึนบน

ธาตุในคาบเดียวกนั พลงั งานไอออไนซ์จะเพิ่มข้ึนจากซา้ ยไปขวา

และสาหรับธาตุแทรนซิชนั พลงั งานไอออไนซ์ไมแ่ ตกต่างกนั มากนกั

56

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

แต่ IE ของธาตุหมู่ IIA และหมู่ VA ในคาบเดียวกนั จะมีค่าสูงผิดปกติท้งั น้ีเพราะ
เพราะธาตุ 2 หมูน่ ้ีมีการจดั เรียงอิเล็กตรอนแบบบรรจุเตม็ และแบบบรรจุคร่ึงซ่ึงเสถียรกวา่

1s2 2s2 2p 1s2 2s2 2p3
7N
4 Be

บรรจเุ ตม็ (เสถียร) บรรจุคร่ึง(เสถียร)

3. พลงั งานไอออไนซ์ที่ใชด้ ึงอิเลก็ ตรอนตวั ที่ 1 ออกมา เรียกพลงั งานไอออไนซ์ลาดบั 1

(IE1) พลงั งานไอออไนซ์ท่ีใชด้ ึงอิเลก็ ตรอนตวั ตอ่ ๆ ไปออกจากอะตอม เรียกพลงั งานไอออไนซ์

ลาดบั 2 , 3 , 4 , ...... ( IE2 , IE3 , IE4 , …… ) ตามลาดบั
ตวั อยา่ งการเขียน IE แต่ละลาดบั

Be(g)  Be+(g) + e IE1 = 906 kJ/mol
Be+ (g)  Be2+(g) + e IE2 = 1763 kJ/mol
Be2+ (g)  Be3+(g) + e IE3 = 14855 kJ/mol
Be3+ (g)  Be4+(g) + e IE4 = 21013 kJ/mol

4. ค่า IE1 < IE2 < IE3 < IE4 ….. เสมอ
ในกรณีตวั อยา่ ง พลงั งานไอออไนซ์ของ Be ดา้ นบนน้ี จะเห็นวา่ IE2 และ IE3 มี

ค่าแตกต่างกนั มากอยา่ งชดั เจน ท้งั น้ีเป็ นเพราะอิเล็กตรอนตวั ท่ี 2 และ 3 ของ Be อยูใ่ นคนละ

ระดบั พลงั งานนนั่ เอง

57

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

5. เราสามารถใชพ้ ลงั งานไอออไนซ์บอกไดว้ า่ ธาตุน้นั ๆ เป็นธาตุหมู่อะไร

เช่น

พจิ ารณาธาตุ A คา่ IE3 และ IE4 แตกตา่ งกนั มาก แสดงวา่ อิเล็กตรอนตวั ท่ี 3 กบั 4 อยคู่ น
ละระดบั พลงั งาน และระดบั พลงั งานนอกสุดมีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน 3 ตวั ดงั น้ัน A จึงอยหู่ มู่ 3A

พิจารณาธาตุ B ค่า IE1 และ IE2 แตกตา่ งกนั มาก แสดงวา่ อิเลก็ ตรอนตวั ท่ี 1 กบั 2 อยคู่ น
ละระดบั พลงั งาน และระดบั พลงั งานนอกสุดมีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 1 ตวั ดงั น้ัน B จึงอยหู่ มู่ 1A

พจิ ารณาธาตุ C ค่า IE2 และ IE3 แตกต่างกนั มาก แสดงวา่ อิเล็กตรอนตวั ท่ี 2 กบั 3 อยคู่ น
ละระดบั พลงั งาน และระดบั พลงั งานนอกสุดมีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน 2 ตวั ดงั น้ัน C จึงอยหู่ มู่ 2A

พจิ ารณาธาตุ D คา่ IE1 และ IE2 แตกตา่ งกนั มาก แสดงวา่ อิเลก็ ตรอนตวั ท่ี 1 กบั 2 อยคู่ น
ละระดบั พลงั งาน และระดบั พลงั งานนอกสุดมีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน 1 ตวั ดงั น้ัน D จึงอยหู่ มู่ 1A

72. อะตอมของธาตุ A B C และ D สมมุติดงั ในตารางธาตุ 2
3
I II III IV V VI VII VIII 4
BD

C
A

ขอ้ ใดเรียงลาดบั ค่า IE1 จากต่าไปสูงไดถ้ ูกตอ้ ง
1. A < B < C < D 2. D < C < A < B 3. D < C < B < A 4. B < C < D < A

58

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

73(แนว En) พิจารณาหมู่และคาบของธาตุ A , B , C และ D ตอ่ ไปน้ี

ธำตุ หมู่ คำบ

A1 2

B5 3

C1 4

D4 4

พลงั งานไอออไนเซชนั ลาดบั ที่ 1 ของธาตุท้งั สี่เรียงจากนอ้ ยไปมาก ขอ้ ใดถูกตอ้ ง

1. A  C  B  D 2. C  A  B  D

3. A  C  D  B 4. C  A  D  B

74. ขอ้ ใดแสดงการเกิดพลงั งานไอออไนเซชนั ลาดบั ท่ีสองของแก๊ส X 1 โมล

1. X (s)  X (g) 2. X+ (g)  X2+ (g) + e–

3. X (g)  X+(g) + e– 4. X (g)  X2+(g) + 2e–

59

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

75. พลงั งานไอออไนเซชนั ลาดบั ที่ 3 (IE3) ของธาตุอะลูมิเนียมมีคา่ เทา่ กบั พลงั งานที่เกี่ยวขอ้ ง
ในการเปล่ียนแปลงในขอ้ ใด

1. Al (g)  Al+(g) + 3e– 2. Al (s)  Al3+(g) + 3e–

3. Al2+ (g)  Al3+ (g) + e– 4. Al+ (s)  Al3+(g) + 2e–

76. พลงั งานไอออไนเซชนั IE1 , IE2 และ IE3 ของ 73 X เท่ากบั 0.50 , 7.30 และ 11.80
MJ mol–1 ตามลาดบั ถา้ ตอ้ งการทาใหเ้ กิด 73 X3  (g) จะตอ้ งใชพ้ ลงั งานเท่าใด
1. 7.30 MJ mol–1 2. 7.80 MJ mol–1
3. 11.80 MJ mol–1 4. 19.60 MJ mol–1

77(แนว En) ธาตุ A , B , C , D มีเลขอะตอม 3 , 9 , 12 และ 20 ตามลาดบั ธาตุใดมีคา่
IE2 ต่าท่ีสุด
1. A 2. B 3. C 4. D

60

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

78(แนว มช) คา่ พลงั งานไอออไนเซชนั ต้งั แต่ลาดบั ที่หน่ึงถึงลาดบั ที่เจด็ ของธาตุ A มีค่าดงั น้ี
1400 , 2900 , 4600 , 7500 , 9500 , 53000 , 64000 kJ mol–1

ธาตุ A ควรจดั อยใู่ นหมู่ใดในตารางธาตุ

79(แนว มช) กาหนดค่าไอออไนเซซนั ( IE ) ของธาตุ เป็น kJ/mol ดงั น้ี

ธำตุ IE1 IE2 IE3 IE4

A 807 2433 3665 25033

B 850 1760 14855 21013

C 584 1820 2751 11584

D 700 1457 7739 10547

E 502 4569 6919 9550

ธาตุคู่ใดท่ีอยใู่ นหมู่ท่ี 3 และธาตุคูใ่ ดที่อยใู่ นหมูท่ ี่ 2 ตามลาดบั

1. AB และ CD 2. AC และ DE

3. AC และ BD 4. AD และ BE

61

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

2.2.4 เลขออกซิเดชัน

เลขออกซิเดชัน คือตวั เลขที่แสดงถึงประจุไฟฟ้ าจริงหรือประจุเสมือนของอะตอม
เช่น NaCl เมื่อแตกตวั จะได้ Na+ และ Cl– จะมีเลขออกซิเดชนั เป็น +1 และ –1 ตามลาดบั

หลกั เกณฑ์ในกำรกำหนดเลขออกซิเดชัน

1. ธาตุอิสระทุกตวั ไม่วา่ ในหน่ึงโมเลกลุ จะมีกี่อะตอมก็ตาม จะมีเลขออกซิเดชนั เทา่ กบั 0

เช่น Ca , H2 , P4 , S8 , Na ทุกตวั มีเลขออกซิเดชนั เป็น 0
2. ธาตุไฮโดรเจนส่วนมากมีเลขออกซิเดชนั เป็น +1

3. ธาตุออกซิเจนส่วนมากมีเลขออกซิเดชนั เป็น –2

4. เลขออกซิเดชนั ของไอออนใด ๆ ปกติจะมีค่าเทา่ กบั ประจุของไอออนน้นั ๆ
เช่น Na+ มีเลขออกซิเดชนั เป็ น +1
Cl– มีเลขออกซิเดชนั เป็ น –1
Al3+ มีเลขออกซิเดชนั เป็น +3

5. สารประกอบใดๆ ผลรวมของเลขออกซิเดชนั จะตอ้ งเป็ นศูนยเ์ สมอ

เช่น H2O มีเลขออกซิเดชนั = (+1 x 2) + (–2) = 0
แต่หมู่ไอออนใดๆ ผลรวมของเลขออกซิเดชนั จะเทา่ กบั ประจุของไอออนน้นั

เช่น CrO42 มีเลขออกซิเดชนั = (+6) + (–2 x 4) = +6 – 8 = –2
6. ธาตุหมู่ IA , IIA และหมู่ IIIA จะมีเลขออกซิเดชนั = +1 , +2 , +3 ตามลาดบั

7. ธาตุอโลหะในสารประกอบตา่ ง ๆ ส่วนมากมกั มีเลขออกซิเดชนั หลายคา่

เช่น พจิ ารณาจากธาตุ Cl สารประกอบต่อไปน้ี

HCl ในน้ี Cl มีเลขออกซิเดชนั เทา่ กบั –1

HClO ในน้ี Cl มีเลขออกซิเดชนั เทา่ กบั +1

HClO2 ในน้ี Cl มีเลขออกซิเดชนั เทา่ กบั +3
HClO3 ในน้ี Cl มีเลขออกซิเดชนั เทา่ กบั +5
8. ธาตุทรานสิชนั ส่วนใหญ่มีเลขออกซิเดชนั ไดม้ ากกวา่ 1 คา่ เช่น

FeO ในน้ี Fe มีเลขออกซิเดชนั เทา่ กบั +2

Fe2O3 ในน้ี Fe มีเลขออกซิเดชนั เทา่ กบั +3

62

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

80. จงหาค่าเลขออกซิเดชนั ของ O และ S ใน O2 และ S8 (ตอบตามลาดบั )
1. –2 , –2 2. –2 , –1 3. –1 , –2 4. 0 , 0

81. จงหาคา่ เลขออกซิเดชนั ของ Cu 3. +2 4. 0
1. –2 2. –1

82. จงหาค่าเลขออกซิเดชนั ของ H , C และ O ใน H2CO3 (ตอบตามลาดบั )
1. +2 , +4 , –6 2. +1 , +4 , –2

3. +2 , +14 , –6 4. +1 , +8 , –2

63

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

83. จงหาคา่ เลขออกซิเดชนั ของ H , S และ O ใน H2SO4 (ตอบตามลาดบั )
1. +2 , +3 , –6 2. +1 , +3 , –2

3. +2 , +8 , –6 4. +1 , +6 , –2

84. จงหาค่าเลขออกซิเดชนั ของ Na , S และ O ใน Na2SO4 (ตอบตามลาดบั )
1. +2 , +3 , –6 2. +1 , +3 , –2

3. +2 , +8 , –6 4. +1 , +6 , –2

85. จงหาคา่ เลขออกซิเดชนั ของ Mn และ O ใน MnO2 (ตอบตามลาดบั )
1. +2 , –1 2. +4 , –2 3. +2 , –1 4. 0 , 0

64

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

86. จงหาค่าเลขออกซิเดชนั ของ Mn และ O ใน Mn2O3 (ตอบตามลาดบั ) 4. 0 , 0
1. +3 , –2 2. +4 , –2 3. +2 , –1

87. จงหาคา่ เลขออกซิเดชนั ของ K , Cr และ O ใน K2Cr2O7 (ตอบตามลาดบั )
1. +2 , +3 , –6 2. +1 , +3 , –2

3. +2 , +8 , –6 4. +1 , +6 , –2

88. จงหาค่าเลขออกซิเดชนั ของ Mn และ O ใน Mn O4 (ตอบตามลาดบั )

1. +7 , –2 2. +14 , –4 3. +3.5 , –1 4. 0 , 0

89. จงหาคา่ เลขออกซิเดชนั ของ S และ O ใน S O42 (ตอบตามลาดบั )

1. +6 , –2 2. +12 , –4 3. +3 , –1 4. –2 , 0

65

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

90. จงหาคา่ เลขออกซิเดชนั ของ H , C และ O ใน HC O3 (ตอบตามลาดบั )

1. +2 , +3 , –6 2. +1 , +4 , –2

3. +2 , +8 , –6 4. +1 , +3 , –2

91. จงหาคา่ เลขออกซิเดชนั ของ Cr และ O ใน Cr2O72 (ตอบตามลาดบั )
1. +3 , –1 2. +6 , –2 3. +4 , –2 4. +8 , –4

ประจุของไอออนต่อไปนีม้ ปี ระโยชน์ในกำรหำเลขออกซิเดช่ัน

S O32 , S O42 , P O 3 , P O 3 , ClO  , Cl O  , Cl O  , Cl O  , N O  , N O  , CN
SCN– , CO32 , 3 4 2 3
, NH4+ , 2 , 3 4

C2O42 , CO NH3 H2O

92. จงหาคา่ เลขออกซิเดชนั ของธาตุแทรนซิชนั ในสารต่อไปน้ี

Cu(OH)2 , PbSO4 , Cr2(SO4)3 , CuSO4 .5H2O ( ตอบตามลาดบั )
1. +2 , +1 , +3 , +1 2. +1 , +1 , +3 , +1

3. +1 , +1 , +2 , +1 4. +2 , +2 , +3 , +2



66

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

แผนภาพสรุปบทที่ 1 อะตอมและตารางธาตุ

1. แบบจำลองอะตอม

1.1 แบบจำลองอะตอมของดอลตัน

1.2 แบบจำลองอะตอมของทอมสัน

67

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

กำรค้นพบโปรตอนโดยโกลด์สไตน์

1.3 แบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด

กำรค้นพบนิวตรอนโดยโบเทกบั เบเกอร์

68

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

1.4 อนุภำคมูลฐำนของอะตอม

สัญลกั ษณ์นิวเคลยี ร์

กำรหำจำนวนโปรตอน นิวตรอน อเิ ลก็ ตรอน จำกสัญลกั ษณ์นิวเคลยี ร์

69

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

1.5 ไอโซโทป ไอโซบำร์ ไอโซโทน และไอโซอเิ ลก็ ทรอนิก

1.6 แบบจำลองอะตอมของโบร์
1.6.1 คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้ ำ

70

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

1.6.2 สเปกตรัมของธำตุ และแบบจำลองอะตอมของโบร์

71

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

1.6.3 กำรจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในอะตอม

1.6.3.1 กำรจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในอะตอมในระดับพลงั งำนหลกั

เทคนิคกำรจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลงั งำนหลกั (เบือ้ งต้น)

72

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

1.6.3.2 กำรจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในอะตอมในระดบั พลงั งำนย่อย

วธิ ีกำรเรียงลำดบั ช้ันของระดบั พลงั งำนย่อย

วธิ ีกำรจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในอะตอมในระดับพลงั งำนย่อย

73

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

1.6.3.3 กำรจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในอะตอมในออร์บิทลั

ข้อควรทรำบเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกับกำรจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอน

74

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

2. ตำรำงธำตุ

2.1 ลกั ษณะของตำรำงธำตุปัจจุบัน

กำรบอกตำแหน่งของธำตุในตำรำงธำตุ
ตวั อย่ำง

75

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

2.2.1 วธิ ีกำรพจิ ำรณำแนวโน้มของขนำดอะตอม

วธิ ีกำรพจิ ำรณำแนวโน้มของขนำดไอออน

76

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

2.2.2 แนวโน้มของของอเิ ล็กโทรเนกำตวิ ติ ี ( Electronegativity , EN )

2.2.3 แนวโน้มของพลงั งำนไอออไนเซชัน ( Ionization Energy , IE )

ลกั ษณะคล้ายกนั ของค่า EN , IE , EA

77

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

ข้อควรทราบเพม่ิ เติมเกย่ี วกับค่า IE

78

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 1 อะตอมและตารางธาต ุ

2.2.4 เลขออกซิเดชัน

79

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 1 อะตอมและตารางธาต ุ

เฉลยบทที่ 1 อะตอมและตารางธาตุ

1. ตอบข้อ 1. 2. ตอบข้อ 4. 3. ตอบข้อ 2. 4. ตอบข้อ 1.
5. ตอบข้อ 1. 6. ตอบข้อ 4. 7. ตอบข้อ 4. 8. ตอบข้อ 2.
9. ตอบข้อ 3. 10. ตอบข้อ 1. 11. ตอบข้อ 1. 12. ตอบข้อ 2.
13. ตอบข้อ 3. 14. ตอบข้อ 3. 15. ตอบข้อ 1. 16. ตอบข้อ 2.
17. ตอบข้อ 2. 18. ตอบข้อ 4. 19. ตอบข้อ 2. 20. ตอบข้อ 4.
21. ตอบข้อ 3. 22. ตอบข้อ 3. 23. ตอบข้อ 3. 24. ตอบข้อ 4.
25. ตอบข้อ 4. 26. ตอบข้อ 3. 27. ตอบข้อ 1. 28. ตอบข้อ 4.
29. ตอบข้อ 2. 30. ตอบข้อ 2. 31. ตอบข้อ 3. 32. ตอบข้อ 2.
33. ตอบข้อ 1. 34. ตอบข้อ 3. 35. ตอบข้อ 1. 36. ตอบข้อ 2.
37. ตอบข้อ 1. 38. ตอบข้อ 2. 39. ตอบข้อ 1. 40. ตอบข้อ 2.
41. ตอบข้อ 2. 42. ตอบข้อ 1. 43. ตอบข้อ 2. 44. ตอบข้อ 1.
45. ตอบข้อ 1. 46. ตอบข้อ 2. 47. ตอบข้อ 1. 48. ตอบข้อ 4.
49. ตอบข้อ 4. 50. ตอบข้อ 3. 51. ตอบข้อ 3. 52. ตอบข้อ 4.
53. ตอบข้อ 3. 54. ตอบข้อ 1. 55. ตอบข้อ 2. 56. ตอบข้อ 1.
57. ตอบข้อ 2. 58. ตอบข้อ 4. 59. ตอบข้อ 2. 60. ตอบข้อ 2.
61. ตอบข้อ 1. 62. ตอบข้อ 4. 63. ตอบข้อ 1. 64. ตอบข้อ 2.
65. ตอบข้อ 1. 66. ตอบข้อ 4. 67. ตอบข้อ 3. 68. ตอบข้อ 4.
69. ตอบข้อ 1. 70. ตอบข้อ 2. 71. ตอบข้อ 1. 72. ตอบข้อ 1.
73. ตอบข้อ 4. 74. ตอบข้อ 2. 75. ตอบข้อ 3. 76. ตอบข้อ 4.
77. ตอบข้อ 4. 78. ตอบ 5 79. ตอบข้อ 3. 80. ตอบข้อ 4.
81. ตอบข้อ 4. 82. ตอบข้อ 2. 83. ตอบข้อ 4. 84. ตอบข้อ 4.
85. ตอบข้อ 2. 86. ตอบข้อ 1. 87. ตอบข้อ 4. 88. ตอบข้อ 1.
89. ตอบข้อ 1. 90. ตอบข้อ 2. 91. ตอบข้อ 2. 92. ตอบข้อ 4.

80

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

บ ท ที่ 2 พัน ธ ะ เ ค มี

ทบทวนก่อนเรียน1

อเิ ล็กโทรเนกาติวติ ี (EN) คือค่าที่แสดงถึงความสามารถในการดึงดูดอิเล็กตรอนคู่ร่วมพนั ธะ

ของอะตอมของธาตุต่างๆ ท่ีรวมกนั เป็ นสารประกอบ ธาตุท่ีมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงจะสามารถ

ดึงดูดอิเล็กตรอนไดด้ ีกวา่ ธาตุที่มีค่าอิเลก็ โทรเนกาติวติ ีต่ากวา่

จากความรู้เรื่องของการจดั เรียงอิเลก็ ตรอนน้นั อิเล็กตรอนในระดบั พลงั งานนอกสุด

( เวเลนซ์อิเล็กตรอน ) จะมีจานวนไดส้ ูงสุดเท่ากบั 8 ตวั แต่อะตอมของธาตุหมู่ 1A ถึง 7A น้นั

จะมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเพียง 1 ถึง 7 ตวั ตามลาดบั อะตอมของธาตุเหล่าน้ีจะมีความพยายามทาให้

เวเลนซ์อิเล็กตรอนมี 8 ตวั โดย

อะตอมธาตุอโลหะหมู่ 7A เดิมมีเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน 7 ตวั จะพยายามรับอิเลก็ ตรอนเขา้ อีก 1 ตวั

อะตอมธาตุอโลหะหมู่ 6A เดิมมีเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน 6 ตวั จะพยายามรับอิเลก็ ตรอนเขา้ อีก 2 ตวั

อะตอมธาตุอโลหะหมู่ 5A เดิมมีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน 5 ตวั จะพยายามรับอิเลก็ ตรอนเขา้ อีก 3 ตวั

อะตอมธาตุอโลหะหมู่ 4A เดิมมีเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอน 4 ตวั จะพยายามรับอิเลก็ ตรอนเขา้ อีก 4 ตวั

จะเห็นว่าธาตุอโลหะจะมีความพยายามดึงดูดอิเล็กตรอนเขา้ ตวั สูง ธาตุอโลหะจึงมีค่าอิเล็ก

โทรเนกาติวติ ีสูงดว้ ย

อะตอมของธาตุโลหะหมู่ 1A เช่น 11Na มีการจดั เรียงอิเล็กตรอนเป็น 2 , 8 , 1 มีเวเลนซ์
อิเล็กตรอน 1 ตวั อะตอมน้ีจะไม่พยายามรับอิเล็กตรอนเขา้ มาอีก 7 ตวั เพราะทาไดย้ าก อะตอมน้ี

จะจ่ายอิเล็กตรอนนอกสุดออกไป 1 ตวั แลว้ จดั เรียงอิเล็กตรอนใหม่เป็ น 2 , 8 ซ่ึงจะทาให้เวเลนซ์

อิเล็กตรอนกลายเป็น 8 ตวั ไดเ้ ช่นกนั

ทานองเดียวกนั อะตอมธาตุโลหะหมู่ 2A เช่น 12Mg มีการจดั เรียงอิเล็กตรอนเป็ น 2 , 8 , 2
อะตอมน้ีจะพยายามจา่ ยอิเล็กตรอนนอกสุดออกไป 2 ตวั

อะตอมของธาตุโลหะหมู่ 3A เช่น 13Al มีการจดั เรียงอิเล็กตรอนเป็ น 2 , 8 , 3 อะตอมน้ีจะ
พยายามจา่ ยอิเล็กตรอนนอกสุดออกไป 3 ตวั เพื่อใหเ้ วเลนซ์อิเลก็ ตรอนกลายเป็น 8 ตวั เช่นกนั

จะเห็นวา่ ธาตุโลหะมีแนวโนม้ ที่จะจ่ายอิเลก็ -

ตรอนออกไป ความพยายามดึงดูดอิเลก็ ตรอนเขา้ มีนอ้ ย

ธาตโุ ลหะจึงมีคา่ อิเลก็ โทรเนกาติวติ ีต่ากวา่ ธาตอุ โลหะ

ธาตุที่มีค่า EN สูงสุดตามลาดบั ที่ควรจาคือ

F > O > Cl  N > Br > I  S  C > H

1

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 2 พนั ธะเคมี

ฝึ กทา อะตอมของธาตุหมู่ A ตอ่ ไปน้ี มีแนวโนม้ จะรับหรือจ่ายอิเลก็ ตรอนกี่ตวั

1. หมู่ 1A …….... 2. หมู่ 2A …….... 3. หมู่ 3A …….... 4. หมู่ 4A ……....

5. หมู่ 5A …….... 6. หมู่ 6A …….... 7. หมู่ 7A …….... 8. หมู่ 8A ……....

ความเป็ นโลหะและอโลหะ
ธาตุในหมูเ่ ดียวกนั ความเป็นโลหะจะเพิ่มข้ึนจากบนลงล่าง เพราะอะตอมใหญ่ข้ึน แรงท่ี

นิวเคลียสดึงดูดอิเล็กตรอนจะนอ้ ยลง จึงจา่ ยอิเลก็ ตรอนไดง้ ่าย
ธาตุในคาบเดียวกนั ความเป็นโลหะจะเพิ่มข้ึนจากขวาไปซา้ ย เพราะอะตอมใหญ่ข้ึน แรงท่ี

นิวเคลียสดึงดูดอิเล็กตรอนจะนอ้ ยลง จึงจ่ายอิเลก็ ตรอนไดง้ ่ายเช่นกนั
สาหรับความเป็นอโลหะจะมีแนวโนม้ ตรงกนั ขา้ มกบั ความเป็นโลหะ กล่าวคือ
ธาตุในหมูเ่ ดียวกนั ความเป็นอโลหะจะเพิ่มข้ึนจากล่างข้ึนบน
ธาตุในคาบเดียวกนั ความเป็นอโลหะจะเพิม่ ข้ึนจากซา้ ยไปขวา

ความเป็ นอโลหะเพิม่ ขนึ ้

ความเป็ นอโลหะเพ่มิ ขึน้

ความเป็ นโลหะเพิ่มขนึ ้

ความเป็ นโลหะเพ่ิมขนึ ้

พนั ธะเคมี คือแรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งอะตอมกบั อะตอม หรือไอออนกบั ไอออน ภายในสสาร

พนั ธะเคมีมี 3 ประเภทไดแ้ ก่ H O พันธะเคมี O
1. พนั ธะไอออนิก
2. พนั ธะโคเวเลนต์ H HH
3. พนั ธะโลหะ
แรงยึดเหน่ียวโมเลกุล
O

HH

แรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งโมเลกุลกบั โมเลกุลในสสาร

ไมถ่ ือวา่ เป็นพนั ธะเคมี

แรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งโมเลกุล มี 2 ประเภทไดแ้ ก่

1. พนั ธะไฮโดรเจน 2. แรงแวนเดอร์วาลส์

2

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

1. จากรูปภาพท่ีกาหนด หมายเลขใดแสดงถึง

พนั ธะเคมี และหมายเลขใดแสดงถึงแรงดึง (1) O H O
ดูดระหวา่ งโมเลกลุ
HH H
1. (1) พนั ธะเคมี (2) พนั ธะเคมี
2. (1) พนั ธะเคมี (2) แรงดึงดูดระหวา่ งโมเลกุล (2)

O

HH

3. (1) แรงดึงดูดระหวา่ งโมเลกลุ (2) พนั ธะเคมี

4. (1) แรงดึงดูดระหวา่ งโมเลกลุ (2) แรงดึงดูดระหวา่ งโมเลกุล

2. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไมใ่ ช่พนั ธะเคมี 3. พนั ธะโลหะ 4. พนั ธะไฮโดรเจน
1. พนั ธะไอออนิก 2. พนั ธะโคเวเลนต์

2.1 พนั ธะโคเวเลนต์

2.1.1 การเกดิ พนั ธะโคเวเลนต์

พันธะโคเวเลนต์ คือแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมท่ีเกิดจากอะตอมใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอน

ร่วมกนั เป็นคูๆ่ ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี

ตัวอย่าง การเกิดพนั ธะของคลอรีน ( Cl ) กบั ฟลูออรีน ( F )

ท้งั คลอรีน ( Cl ) และฟลูออรีน ( F ) ลว้ นเป็นอโลหะ ** ** *. .. ..
หมู่ 7A เหมือนกนั อะตอมของธาตุท้งั สองต่างตอ้ งการอิเลก็ -
ตรอนอีก 1 ตวั เหมือนกนั แตเ่ นื่องจากธาตุท้งั สองลว้ นมีค่า Cl F
อิเล็กโทรเนกาติวติ ี (EN) สูง อะตอมท้งั สองจึงไม่ยอมจ่าย
อิเลก็ ตรอนใหแ้ ก่กนั จึงตอ้ งมีการนาเอาเวเลนซ์อิเล็กตรอน ** ..

มาใชร้ ่วมกนั 1 คู่ ดงั รูป เพ่ือใหอ้ ะตอมท้งั สองเสมือนมีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน 8 ตวั เหมือนกนั ท้งั คู่

อิเลก็ ตรอนที่ใชร้ ่วมกนั น้ี จะเรียก อเิ ลก็ ตรอนคู่ร่วมพนั ธะ และอิเลก็ ตรอนที่ใชร้ ่วมกนั น้ีจะมีแรง

ดึงดูดกบั นิวเคลียสของอะตอมที่เขา้ มาร่วมพนั ธะกนั แรงดึงดูดตรงน้ีจะเรียกเป็นพนั ธะโคเวเลนต์ และ

โมเลกลุ ท่ีเกิดข้ึนจะเรียก โมเลกลุ โคเวเลนต์ สารประกอบที่มีโมเลกลุ โคเวเลนตจ์ ะเรียก สาร ประกอบ

โคเวเลนต์

3

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

ตวั อย่าง การเกิดพนั ธะของไฮโดนเจน ( H ) กบั ฟลูออรีน ( F )

ฟลูออรีน ( F ) เป็นอโลหะหมู่ 7A อะตอมฟลูออรีน

จะมีความตอ้ งการอิเลก็ ตรอนอีก 1 ตวั ส่วนอะตอมไฮโดร- ..
เจน( H ) มีอิเล็กตรอน 1 ตวั อยใู่ นระดบั พลงั งาน K ซ่ึงมี
อิเลก็ ตรอนไดส้ ูงสุด 2 ตวั ดงั น้นั อะตอมไฮโดรเจนจะตอ้ ง H *. F ..
การอิเลก็ ตรอนอีก 1 ตวั เช่นกนั ดงั น้นั อะตอมท้งั สองจะมี ..

การนาเวเลนซ์อิเล็กตรอนเขา้ มาใชร้ ่วมกนั 1 คู่แลว้ เกิดเป็นพนั ธะโคเวเลนต์ ดงั รูป

ตัวอย่าง การเกิดพนั ธะของไฮโดนเจน ( H ) กบั ออกซิเจน ( O )

ออกซิเจน ( O ) เป็นอโลหะหมู่ 6A อะตอมออกซิ- ... .
เจนจะมีความตอ้ งการอิเล็กตรอนอีก 2 ตวั ส่วนอะตอม
ไฮโดรเจน( H ) จะตอ้ งการอิเลก็ ตรอนอีกเพียง 1 ตวั ดงั . O *H

น้นั อะตอมออกซิเจน 1 อะตอม จะตอ้ งเขา้ มารวมตวั กบั *.

อะตอมไฮโดรเจน 2 อะตอม แลว้ นาเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน H

เขา้ มาใชร้ ่วมกนั ดงั รูป เพอื่ ใหอ้ ะตอมออกซิเจนเสมือนมี

เวเลนซ์อิเล็กตรอน 8 ตวั ส่วนไฮโดรเจนแต่ละอะตอมจะเสมือนมีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 2 ตวั

ตัวอย่าง การเกิดพนั ธะของไฮโดรเจน ( H ) กบั ไนโตรเจน ( N )

ไนโตรเจน ( N ) เป็นอโลหะหมู่ 5A อะตอมไนโตร- .. .
เจนจะมีความตอ้ งการอิเลก็ ตรอนอีก 3 ตวั ส่วนอะตอม
ไฮโดรเจน( H ) จะตอ้ งการอิเลก็ ตรอนอีกเพียง 1 ตวั ดงั H *. N *H
น้นั อะตอมไนโตรเจน 1 อะตอม จะตอ้ งเขา้ มารวมตวั กบั
*.
H
อะตอมไฮโดรเจน 3 อะตอม แลว้ นาเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน

เขา้ มาใชร้ ่วมกนั ดงั รูป เพือ่ ใหอ้ ะตอมไนโตรเจนเสมือนมี

เวเลนซ์อิเล็กตรอน 8 ตวั ส่วนไฮโดรเจนแต่ละอะตอมจะเสมือนมีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน 2 ตวั

4

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 2 พนั ธะเคมี

ตวั อย่าง การเกิดพนั ธะของไฮโดรเจน ( H ) กบั คาร์บอน ( C ) .H*

คาร์บอน ( C ) เป็นอโลหะหมู่ 4A อะตอมคาร์-

บอนจะมีความตอ้ งการอิเลก็ ตรอนอีก 4 ตวั ส่วนอะตอม H *. C .
ไฮโดรเจน( H ) จะตอ้ งการอิเลก็ ตรอนอีกเพยี ง 1 ตวั ดงั
*H

น้นั อะตอมคาร์บอน 1 อะตอม จะตอ้ งเขา้ มารวมตวั กบั *.

อะตอมไฮโดรเจน 4 อะตอม แลว้ นาเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน H

เขา้ มาใชร้ ่วมกนั ดงั รูป เพื่อใหอ้ ะตอมคาร์บอนเสมือนมีเว-

เลนซ์อิเล็กตรอน 8 ตวั ส่วนไฮโดรเจนแตล่ ะอะตอมจะเสมือนมีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 2 ตวั

ตัวอย่าง การเกิดพนั ธะของออกซิเจน ( O ) กบั ออกซิเจน ( O )

ออกซิเจน ( O ) เป็นอโลหะหมู่ 6A อะตอมออกซิ- . .. .* ** *
เจนจะมีความตอ้ งการอิเล็กตรอนอีก 2 ตวั ดงั น้นั เม่ือ . .* *
ออกซิเจน 2 อะตอมเขา้ มารวมตวั กนั จะมีการใชเ้ วเลนซ์- O O
อิเล็กตรอนร่วมกนั 2 คู่ เพ่อื ใหแ้ ตล่ ะอะตอมเสมือนมี

เวเลนซ์อิเล็กตรอน 8 ตวั ดงั รูป

ตวั อย่าง การเกิดพนั ธะของไนโตรเจน ( N ) กบั ไนโตรเจน ( N )

ไนโตรเจน ( N ) เป็นอโลหะหมู่ 5A อะตอมไน-

โตรเจนจะมีความตอ้ งการอิเลก็ ตรอนอีก 3 ตวั ดงั น้นั . N ... *** N *
เมื่ออะไนโตรเจน 2 อะตอมเขา้ มารวมตวั กนั จะมีการใช้ . *
เวเลนซ์อิเลก็ ตรอนร่วมกนั 3 คู่ เพ่อื ใหแ้ ตล่ ะอะตอม

เสมือนกบั มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 8 ตวั ดงั รูป

3. เหตุท่ีอะตอมของธาตุต่างๆ ตอ้ งเขา้ มารวมตวั กนั สร้างพนั ธะเคมีคือขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี
1. เพื่อรวมกนั เป็นกลุ่มกอ้ นท่ีใหญ่ข้ึน
2. เพื่อป้ องกนั การสูญเสียพลงั งาน
3. เพ่ือใหเ้ วเลนส์อิเลก็ ตรอนของแต่ละอะตอมครบ 8 ตวั
4. ถูกทุกขอ้

5

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

โดยทวั่ ไปแลว้ พนั ธะโคเวเลนต์จะเกิดจากการรวมตวั ของ ธาตุอโลหะรวมตัวกบั อโลหะ หรือ

ธาตุก่ึงโลหะรวมตัวกบั อโลหะ หรือโลหะบางชนิด (Be , Sn ) รวมตัวกับอโลหะ ท้งั น้ีเพราะอะตอม

ของธาตุพวกน้ีจะมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิต้ี (EN) สูงเหมือนๆ กนั เมื่อมารวมกนั จะไม่มีอะตอมใดยอม

จ่ายอิเล็กตรอนใหแ้ ก่กนั จึงตอ้ งมีการนาอิเลก็ ตรอนมาใชร้ ่วมกนั เกิดเป็นพนั ธะโคเว-เลนตน์ นั่ เอง

หมายเหตุ ไอออนเชิงซอ้ นท่ีประกอบดว้ ยโลหะแทรนซิชนั กบั อโลหะ โลหะแทรนซิชนั กบั อโลหะ จะ

เกิดพนั ธะชนิดโคเวเลนตก์ นั เช่น MnO 4 , CrO42 , Fe(CN)34 เป็นตน้

(ไอออนเชิงซอ้ นคือไอออนที่ประกอบดว้ ยธาตุมากกวา่ 1 ชนิด)

4. อะตอมคู่ใดในขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีท่ีรวมตวั ดว้ ยพนั ธะโคเวเลนต์

1. คาร์บอนกบั ซลั เฟอร์ 2. แคลเซียมกบั ออกซิเจน

3. เหล็กกบั คลอรีน 4. คลอรีนกบั โซเดียม

5. ถา้ ธาตุ X , Y และ Z มีเลขอะตอมเป็ น 7 , 11 และ 30 ตามลาดบั สารประกอบในขอ้

ใด จดั เป็นสารโคเวเลนต์

1. XCl3 2. YCl 3. ZCl2 4. ถูกทุกขอ้

6. จงพจิ ารณาวา่ สารประกอบในขอ้ ใดเป็นสารประกอบโคเวเลนตล์ ว้ นๆ
1. K2O , Al2O3 2. BeCl2 , SnCl4 3. MgBr2 , NaCl2 4. CsCl , MgCl2

2.1.2 ชนิดของพนั ธะโคเวเลนต์ ** ** *. .. ..
พนั ธะโคเวเลนตม์ ี 3 ชนิด ไดแ้ ก่
1) พนั ธะเดีย่ ว คือพนั ธะมีการใชเ้ วเลนซ์อิเลก็ ตรอน Cl F

ร่วมกนั 1 คู่ เช่น พนั ธะใน Cl F ** ..

2) พนั ธะคู่ คือพนั ธะมีการใชเ้ วเลนซ์อิเล็กตรอน ** ** ** .. .. ..
ร่วมกนั 2 คู่ เช่น พนั ธะใน O2
O O
3) พนั ธะสาม คือพนั ธะมีการใชเ้ วเลนซ์อิเลก็ ตรอน
ร่วมกนั 3 คู่ เช่น พนั ธะใน N2 ** N ***... N ..

6

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

พลังงานพันธะ คือพลงั งานที่ใช้ไปเพื่อสลายพนั ธะระหวา่ งอะตอมภายในโมเลกุลซ่ึงอยู่ใน

สถานะแก๊สใหแ้ ยกออกจากกนั เป็นอะตอมในสถานะแก๊ส

โดยทวั่ ไปแลว้ พนั ธะสามจะมีพลงั งานพนั ธะมากที่สุดท้งั น้ีเพราะมีการใชเ้ วเลนซ์อิเล็กตรอน

ร่วมพนั ธะกนั ถึง 3 คู่ ส่วนพนั ธะเด่ียวจะมีพลงั งานพนั ธะน้อยท่ีสุด เมื่อเรียงลาดบั พลงั งานพนั ธะ

จากมากไปหานอ้ ยจึงไดว้ า่ พลงั งานพนั ธะของ

พนั ธะสาม > พนั ธะคู่ > พนั ธะเดยี่ ว
ความยาวพนั ธะ คือระยะห่างระหว่างนิวเคลียสของอะตอมสองอะตอมที่เขา้ ร่วมพนั ธะกนั ใน
โมเลกลุ
โดยทวั่ ไปแลว้ พนั ธะสามจะมีความยาวพนั ธะสามจะมีความยาวพนั ธะนอ้ ยที่สุด เพราะมีการใช้
เวเลนซ์อิเลก็ ตรอนร่วมกนั ถึง 3 คู่ จึงทาใหม้ ีแรงดึงดูดนิวเคลียสมากทาใหน้ ิวเคลียสขยบั เขา้ ใกลก้ นั
ทาใหค้ วามยาวพนั ธะนอ้ ยนนั่ เอง ส่วนพนั ธะเดี่ยวจะมีความยาวพนั ธะมากท่ีสุด เม่ือเรียงลาดบั ความ
ยาวพนั ธะจากมากไปหานอ้ ยจึงไดว้ า่ ความยาวพนั ธะของ

พนั ธะสาม  พนั ธะคู่  พนั ธะเดย่ี ว

7(มช 38) ความยาวพนั ธะใดตอ่ ไปน้ี ยาวที่สุด

1. C – H 2. C – C 3. C = C 4. C º C

8. จงเรียงพลงั งานของพนั ธะต่อไปน้ี จากพลงั งานต่าสุดไปหาพลงั งานสูงสุด

ก. H – F ข. H – Cl ค. H – Br

1. ก , ค , ข 2. ค , ก , ข 3. ค , ข , ก 4. ข , ก , ค

2.1.3 การเขียนสูตร และการเรียกช่ือของสารโคเวเลนต์
2.1.3.1 การเขียนสูตรสารโคเวเลนต์
สูตรของสารโคเวเลนตส์ ามารถท่ีสาคญั ไดแ้ ก่สูตรโมเลกลุ สูตรโครงสร้างแบบเส้น และ

สูตรโครงสร้างลิวอิส ( สูตรแบบจุด )
ก) การเขยี นสูตรโมเลกุลของสารโคเวเลนต์

ข้นั ท่ี 1 ตอ้ งเรียงลาดบั ธาตุที่เขา้ มารวมตวั กนั ตามลาดบั ตามหลกั สากลดงั น้ี
B Bi C Sb As P N H Te Se S At I Br Cl O F ตามลาดบั

7

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

ข้นั ท่ี 2 หาจานวนอิเลก็ ตรอนท่ีแต่ละธาตุตอ้ งการ แลว้ นาจานวนอิเลก็ ตรอนน้นั ไขวส้ ลบั ไป

เขียนหอ้ ยไวห้ ลงั แตธ่ าตุแต่ละตวั

ตัวอย่าง จงเขียนสูตรโมเลกลุ ของสารโคเวเลนตท์ ี่เกิดจากการรวมตวั ของธาตุออกซิเจน ( O ) กบั
ไฮโดรเจน ( H )

แนวคิด ข้นั ที่ 1 ตอ้ งเขียนธาตุ H ก่อน O ตามหลกั สากล
ข้นั ที่ 2 หาจานวนอิเล็กตรอนที่แต่ละธาตุตอ้ งการ แลว้ ไขวส้ ลบั หอ้ ยไวห้ ลงั ธาตุแต่ละตวั
H รับอิเล็กตรอน 1 ตวั ส่วน O อยหู่ มู่ 6A รับอิเลก็ ตรอน 2 ตวั

รับ 1He + รับO2e = H2 O

สุดทา้ ยจะไดส้ ูตรโมเลกลุ เป็น H2O
ตัวอย่าง จงเขียนสูตรโมเลกลุ ของสารโคเวเลนตท์ ่ีเกิดจากการรวมตวั ของธาตุไฮโดรเจน ( H ) กบั

ไนโตรเจน ( N )
แนวคิด ข้นั ท่ี 1 ตอ้ งเขียนธาตุ N ก่อน H ตามหลกั สากล

ข้นั ท่ี 2 หาจานวนอิเลก็ ตรอนท่ีแต่ละธาตุตอ้ งการ แลว้ ไขวส้ ลบั หอ้ ยไวห้ ลงั ธาตุแต่ละตวั
N อยหู่ มู่ 5A รับอิเลก็ ตรอน 3 ตวั ส่วน H รับอิเล็กตรอน 1 ตวั
รับ 3Ne + รHับ 1e = N H3

สุดทา้ ยจะไดส้ ูตรโมเลกุลเป็น N H3
ตัวอย่าง จงเขียนสูตรโมเลกลุ ของสารโคเวเลนตท์ ่ีเกิดจากการรวมตวั ของธาตุซิลิกอน ( Si ) กบั

ออกซิเจน ( O )
แนวคิด ข้นั ท่ี 1 ตอ้ งเขียนธาตุ C ก่อน O ตามหลกั สากล

ข้นั ท่ี 2 หาจานวนอิเล็กตรอนที่แตล่ ะธาตุตอ้ งการ แลว้ ไขวส้ ลบั หอ้ ยไวห้ ลงั ธาตุแต่ละตวั
C อยหู่ มู่ 4A รับอิเล็กตรอน 4 ตวั ส่วน O อยหู่ มู่ 6A รับอิเล็กตรอน 2 ตวั

รับ 4Ce + รOับ 2e = C2 O4 ทาอตั ราส่วนอยา่ งต่าได้ C O2

สุดทา้ ยจะไดส้ ูตรโมเลกุลเป็น CO2

8

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

9. เมื่อธาตุ C รวมตวั กบั Cl และ N รวมตวั กบั O และ C รวมตวั กบั O จะไดส้ ารโคเว-

เลนตท์ ่ีมีสูตรดงั ขอ้ ใดตามลาดบั

1. CCl4 , N2O , CO2 2. CCl2 , NO2 , CO
3. CCl4 , N2O3 , CO2 4. CCl2 , N2O5 , CO

10. ธาตุ X อยหู่ มู่ 4 เมื่อรวมตวั กบั ธาตุ Y อยหู่ มู่ 6 สูตรของสารประกอบที่ไดค้ ือขอ้ ใด

1. XY 2. XY2 3. X2Y 4. X2Y3

11(แนว En) ธาตุ P และ Q จดั อิเลก็ ตรอนเป็น P = 2 , 8 , 18 , 5 ; Q = 2 , 8 , 18 , 32 , 18 , 6

สารประกอบระหวา่ ง P และ Q ควรมีสูตรดงั ขอ้ ใด

1. PQ2 2. P2 Q 3. P2 Q3 4. P3 Q2

ข) การเขียนสูตรโครงสร้างแบบเส้นจากสูตรโมเลกลุ

เมื่อเราเขียนสูตรโมเลกลุ ของสารโคเวเลนตไ์ ดแ้ ลว้ เราสามารถเปลี่ยนใหเ้ ป็นสูตรโครงสร้าง

แบบเส้นได้ โดยทาตามข้นั ตอนดงั น้ี

ข้นั ที่ 1 หาอะตอมกลาง คืออะตอมท่ีมีอะตอมเดียว และตอ้ งการเวเลนซ์อิเลก็ ตรอนมากท่ีสุด

หรือมีแขนมากท่ีสุด โดยจานวนแขนของอะตอมต่างๆ ท่ีควรรู้ไดแ้ ก่

H และธาตุหมู่ 7A ( F , Cl , Br , I ) มี 1 แขน ( เพราะตอ้ งการ e 1 ตวั )

O , S ( หมู่ 6A ) มี 2 แขน ( เพราะตอ้ งการ e 2 ตวั )

N ( หมู่ 5A ) มี 3 แขน ( เพราะตอ้ งการ e 3 ตวั )

C , Si ( หมู่ 4A ) มี 4 แขน ( เพราะตอ้ งการ e 4 ตวั )

ข้นั ท่ี 2 วางตาแหน่งอะตอมกลาง แลว้ เอาอะตอมอ่ืนลอ้ มรอบ

ข้นั ท่ี 3 ใส่แขนของแต่ละอะตอม โดยนาแขนของอะตอมที่ติดกนั มาเช่ือมต่อเป็นเส้นเดียวกนั

9

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

ตัวอย่าง จงเขียนสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ CH4
แนวคิด ข้นั ท่ี 1 หาอะตอมกลาง ขอ้ น้ีคือ C เพราะ C มีอะตอมเดียวและมีแขนมากท่ีสุดคือ 4 แขน

ข้นั ท่ี 2 นาอะตอม C วางไวต้ รงกลาง แลว้ วาง H
H 4 อะตอม ลอ้ มรอบ C HCH

ข้นั ที่ 3 เขียนแขนของ แต่ละอะตอม โดย C มี H
4 แขน และ H มี 1 แขน และ C กบั H ที่อยู่
ติดกนั ใหน้ าแขนมาตอ่ กนั ดงั รูป H
HCH

H

ตวั อย่าง จงเขียนสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ CO2
แนวคิด ข้นั ท่ี 1 หาอะตอมกลาง ขอ้ น้ีคือ C เพราะ C มีอะตอมเดียวและมีแขนมากท่ีสุดคือ 4 แขน

ข้นั ท่ี 2 นาอะตอม C วางไวต้ รงกลาง แลว้ วาง OCO
O 2 อะตอม ลอ้ มรอบ C

ข้นั ท่ี 3 เขียนแขนของ แตล่ ะอะตอม โดย C มี

4 แขน และ O แตล่ ะอะตอม มี 2 แขน และ C OCO

กบั O ท่ีอยตู่ ิดกนั ใหน้ าแขนมาต่อกนั ดงั รูป

ฝึ กทา จงเขียนสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารโคเวเลนตต์ อ่ ไปน้ี

SiH4 CHCl3 NH3 H2O HClO COCl2 CS2

เฉลย SiH4 CHCl3 NH3 H2O HClO COCl2 CS2

HH

H Si H Cl C Cl H N H H O H H O Cl Cl C Cl S C S

H Cl H O

ค) การเขียนสูตรโครงสร้างลวิ อสิ ของโมเลกุลโคเวเลนต์ ( สูตรแบบจุด )

เม่ือเราเขียนสูตรโครงสร้างแบบเส้นไดแ้ ลว้ เราสามารถเปล่ียนใหเ้ ป็นสูตรโครงสร้างลิวอิส

( แบบจุด ) ได้ โดยทาตามข้นั ตอนดงั น้ี

ข้นั ท่ี 1 เปลี่ยนเส้นพนั ธะ 1 เส้น เป็นจุด 2 จุด

ข้นั ท่ี 2 หากอะตอมกลางยงั เหลืออิเล็กตรอนซ่ึงไมไ่ ดใ้ ชส้ ร้างพนั ธะ อาจเขียนดว้ ยก็ได้

10

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

ตัวอย่าง จงเขียนสูตรโครงสร้างลิวอิสของ H N H

H

แนวคดิ ข้นั ที่ 1 เปล่ียนเส้นพนั ธะ 1 เส้นเป็น 2 จุด H : ..N.. :H
H
ข้นั ท่ี 2 เนื่องจาก N มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 5 ตวั
ใชส้ ร้างพนั ธะกบั H ไป 3 ตวั ดงั น้นั N จึงเหลือ
อิเล็กตรอนที่ไมไ่ ดใ้ ชส้ ร้างพนั ธะอีก 2 ตวั ดงั รูป

หมายเหตุ ; เวเลนซ์อิเล็กตรอนท่ีใชส้ ร้างพนั ธะโคเวเลนตเ์ รียกอิเลก็ ตรอนคู่รวมพนั ธะ ในตวั อยา่ ง
น้ีอิเลก็ ตรอนคู่รวมพนั ธะระหวา่ ง N กบั H มี 3 คู่
ส่วนเวเลนซ์อิเล็กตรอนท่ีไม่ไดใ้ ชส้ ร้างพนั ธะเรียกอิเลก็ ตรอนคูโ่ ดดเด่ียว ในตวั อยา่ งน้ี
อิเล็กตรอนคูโ่ ดดเด่ียวมี 1 คู่ อยทู่ ่ี N

ตัวอย่าง จงเขียนสูตรโครงสร้างลิวอิสของ H O H

แนวคิด ข้นั ที่ 1 เปลี่ยนเส้นพนั ธะ 1 เส้นเป็น 2 จุด H :..O.. :H
ข้นั ที่ 2 เน่ืองจาก O มีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน 6 ตวั

ใชส้ ร้างพนั ธะกบั H ไป 2 ตวั ดงั น้นั O จึงเหลือ

อิเล็กตรอนที่ไมไ่ ดใ้ ชส้ ร้างพนั ธะอีก 4 ตวั ดงั รูป

โครงสร้างน้ีมีอิเล็กตรอนคู่ร่วมพนั ธะ 2 คู่ อะตอมกลาง ( O ) มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว 2 คู่

ตวั อย่าง จงเขียนสูตรโครงสร้างลิวอิสของ H

HC H

แนวคิด ข้นั ที่ 1 เปลี่ยนเส้นพนั ธะ 1 เส้นเป็น 2 จุด H H :..CH.. :H
ข้นั ที่ 2 เน่ืองจาก C มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 4 ตวั H

ใชส้ ร้างพนั ธะกบั H ท้งั หมด 4 ตวั ดงั น้นั C จึง
ไมเ่ หลืออิเล็กตรอนคู่โดดเด่ียว

โครงสร้างน้ีมีอิเล็กตรอนคูร่ ่วมพนั ธะ 4 คู่ อะตอมกลาง ( C ) ไม่มีอิเลก็ ตรอนคู่โดดเด่ียว

ฝึ กทา จงเขียนสูตรโครงสร้างลิวอิสของโมเลกลุ โคเวเลนตต์ ่อไปน้ี

HP H HS H H O Cl Cl C Cl S CS
H O

11

....ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี
H :..S.. :H ....H : O :Cl
เฉลย H : P : H Cl ::C: :Cl S ::C ::S

H O

การหาจานวนพนั ธะโคเวเลนตแ์ ละจานวนอิเลก็ ตรอนคูโ่ ดดเด่ียว สามารถหาจากสูตรต่อไปน้ี

สูตรการหาจานวนอเิ ลก็ ตรอนคู่โดดเด่ยี วรอบอะตอมกลาง
จานวนอิเล็กตรอนคู่โดดเด่ียวรอบอะตอมกลาง

จ.น.เวเลน ตอ์ ิเลก็ ตรอนอะตอมกลาง จ.น.แขนอะตอมที่เกาะอะตอมกลาง    จ.น.อเิ ลก็ ตรอนที่รบั หรือ 
2   จ.น.อเิ ลก็ ตรอนที่เสี ย 
=

หลกั การหาจานวนพนั ธะ ( จานวนอเิ ลก็ ตรอนคู่ร่วมพนั ธะ )
1) สาหรับสารประกอบโคเวเลนตแ์ ท้ ( ในโมเลกลุ มีเฉพาะพนั ธะโคเวเลนต์ )
จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1
2) สาหรับสารประกอบโคเวเลนตท์ ี่มีโครงสร้างเป็นแบบวง 1 วง
จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะท้งั หมด
เช่น C6H6 มี 12 พนั ธะ , S8 มี 8 พนั ธะ , C6H5COOH มี 15 พนั ธะ
3) สาหรับสารประกอบไอออนิกผสมโคเวเลนต์ ใหพ้ จิ ารณาเฉพาะส่วนของโคเวเลนต์

จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1
เช่น NaClO3 แตกตวั จะได้ Na+ และ ClO3– พจิ ารณาเฉพาะ ClO3– จะไดว้ า่
จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1 = 4 – 1 = 3 พนั ธะ
หรือ Mg(NO3)2 แตกตวั จะได้ Mg2+ และ NO3– 2 หมู่ พจิ ารณา NO3– จะได้
จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1 = 4 – 1 = 3 พนั ธะ
NNHO43+–
4) ดงั น้นั 2 หมู่ จะมีพนั ธะโคเวเลนตร์ วม 6 พนั ธะ
สาหรับสารประกอบ ใหแ้ ยกคิดส่วน NH4+ และส่วนอ่ืนๆ แลว้ นามารวมกนั ทีหลงั

เช่น NH4ClO3 NH4+
พิจารณาส่วน

จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1 = 5 – 1 = 4 พนั ธะ
ส่วนของ ClO3–
จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1 = 4 – 1 = 3 พนั ธะ

รวมแลว้ จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = 4 + 3 = 7 พนั ธะ

12

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

ตัวอย่าง จงหาจานวนพนั ธะโคเวเลนต์ และจานวนอิเลก็ ตรอนคูโ่ ดดเดี่ยวรอบอะตอมกลางของ

โมเลกุล CH2O
แนวคดิ โมเลกุล CH2O

จะไดว้ า่ จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1 = 4 – 1 = 3 พนั ธะ

และ อะตอมกลางคือ C มีจานวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนก่อนเกิดพนั ธะ 4 ตวั

อะตอมที่เกาะอะตอมกลางคือ H 2 อะตอม มีแขนอะตอมละ 1 แขน และ O มี 2

แขน รวมแลว้ มี 4 แขน จึงไดว้ า่

จานวนอิเล็กตรอนคูโ่ ดดเดี่ยวรอบอะตอมกลาง

จ.น.เวเลน ตอ์ เิ ลก็ ตรอนอะตอมกลาง จ.น.แขนอะตอมที่เกาะอะตอมกลาง    จ.น.อิเลก็ ตรอนท่ีรบั หรือ 
2   จ.น.อเิ ลก็ ตรอนที่เสี ย 
=
= 4240
= 0 คู่

ตัวอย่าง จงหาจานวนพนั ธะโคเวเลนต์ และจานวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวรอบอะตอมกลางของ
แนวโคมิดเลกโุลมเSลOก4ุล2–SO42–

จะไดว้ า่ จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1 = 5 – 1 = 4 พนั ธะ

และ อะตอมกลางคือ S มีจานวนเวเลนซ์อิเลก็ ตรอนก่อนเกิดพนั ธะ 6 ตวั

อะตอมที่เกาะอะตอมกลางคือ O 4 อะตอม มีแขนอะตอมละ 2 แขน รวมเป็น 8 แขน

โมเลกุลน้ีมีประจุ –2 แสดงวา่ รับอิเลก็ ตรอนเพิ่ม 2 ตวั

จึงไดว้ า่

จานวนอิเลก็ ตรอนคูโ่ ดดเดี่ยวรอบอะตอมกลาง

จ.น.เวเลน ตอ์ เิ ลก็ ตรอนอะตอมกลาง จ.น.แขนอะตอมที่เกาะอะตอมกลาง    จ.น.อเิ ลก็ ตรอนท่ีรบั หรือ 
2   จ.น.อเิ ลก็ ตรอนที่เสี ย 
=
= 6 82 2
= 0 คู่

13

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 2 พนั ธะเคมี

ตวั อย่าง จงหาจานวนพนั ธะโคเวเลนต์ และจานวนอิเล็กตรอนคูโ่ ดดเด่ียวรอบอะตอมกลางของ
แนวโคมดิ เลกโุลมเHลก3Oุล+H3O+
จะไดว้ า่ จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1 = 4 – 1 = 3 พนั ธะ

และ อะตอมกลางคือ O มีจานวนเวเลนซ์อิเลก็ ตรอนก่อนเกิดพนั ธะ 6 ตวั

อะตอมที่เกาะอะตอมกลางคือ H 3 อะตอม มีแขนอะตอมละ 1 แขน รวมเป็น 3 แขน

โมเลกุลน้ีมีประจุ +1 แสดงวา่ เสียอิเลก็ ตรอนไป 1 ตวั

จึงไดว้ า่

จานวนอิเล็กตรอนคูโ่ ดดเด่ียวรอบอะตอมกลาง

จ.น.เวเลน ตอ์ ิเลก็ ตรอนอะตอมกลาง จ.น.แขนอะตอมที่เกาะอะตอมกลาง    จ.น.อเิ ลก็ ตรอนที่รบั หรือ 
2   จ.น.อเิ ลก็ ตรอนท่ีเสี ย 
=
= 6 231
= 1 คู่

ฝึ กทา จงหาอะตอมกลาง จานวนอิเล็กตรอนคู่ร่วมพนั ธะ และอิเลก็ ตรอนคู่โดดเด่ียวรอบอะตอม

กลางของโมเลกุลโคเวเลนตต์ อ่ ไปน้ี

โมเลกลุ อะตอมกลาง จานวนพนั ธะ จ.น.อเิ ลก็ ตรอนคู่โดดเดย่ี วรอบอะตอมกลาง ( คู่ )

PCl3
BF3
H2O
CO2
CH2O
SO3

เฉลย ใชส้ ูตร จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1

และ

จานวนอิเล็กตรอนคูโ่ ดดเด่ียวรอบอะตอมกลาง

จ.น.เวเลน ตอ์ เิ ลก็ ตรอนอะตอมกลาง จ.น.แขนอะตอมที่เกาะอะตอมกลาง    จ.น.อิเลก็ ตรอนที่รบั หรือ 
2   จ.น.อเิ ลก็ ตรอนท่ีเสี ย 
=

14

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

โมเลกลุ อะตอมกลาง จานวนพนั ธะ จ.น.อเิ ลก็ ตรอนคู่โดดเดย่ี วรอบอะตอมกลาง ( คู่ )
PCl3 P 3 44635332222224400000
BF3 B 3 = = 1
H2O O 2 = = 0
CO2 C 2 = = 2
CH2O C 3 = = 0
SO3 S 3 = = 0

= 6620 = 0

ฝึ กทา จงหาอะตอมกลาง จานวนอิเล็กตรอนคู่ร่วมพนั ธะ และอิเล็กตรอนคูโ่ ดดเด่ียวรอบอะตอม

กลางของโมเลกุลโคเวเลนตต์ อ่ ไปน้ี

โมเลกลุ อะตอมกลาง จานวนพนั ธะ จ.น.อเิ ลก็ ตรอนคู่โดดเดย่ี วรอบอะตอมกลาง ( คู่ )

NO3

CSPOOOOC443N322––––

HN3HO4++
I3–

O3

เฉลย ใชส้ ูตร จานวนพนั ธะโคเวเลนต์ = จานวนอะตอมอโลหะ – 1

และ

จานวนอิเลก็ ตรอนคู่โดดเดี่ยวรอบอะตอมกลาง

จ.น.เวเลน ตอ์ ิเลก็ ตรอนอะตอมกลาง จ.น.แขนอะตอมท่ีเกาะอะตอมกลาง    จ.น.อิเลก็ ตรอนที่รบั หรือ 
2   จ.น.อิเลก็ ตรอนที่เสี ย 
=

15

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทท่ี 2 พนั ธะเคมี

โมเลกลุ อะตอมกลาง จานวนพนั ธะ จ.น.อเิ ลก็ ตรอนคู่โดดเดยี่ วรอบอะตอมกลาง ( คู่ )

NO3 N 3 = 5621 = 0
C 3 = 462 2 = 0
CO32– S 4 = 682 2 = 0
SO42– P 4 = 582 3 = 0
PO43– 2 = 4521 = 0
OCN– C 4 = 5421 = 0
NH4+ N 3 = 6321 = 1
O 2 = 7221 = 3
H3O+ I 2 = 642 0 = 1
I3– O

O3

12(แนว En) กาหนดธาตุ X , Y และ Z มีเลขอะตอม 9 , 17 และ 18 ตามลาดบั

จงพจิ ารณาสารประกอบตอ่ ไปน้ี

ก. XF3 ข. YF5 ค. ZF2
สารประกอบในขอ้ ใดบา้ งท่ีอะตอมกลางมีจานวนอิเล็กตรอนคูโ่ ดดเด่ียว 2 คู่

1. ก. เทา่ น้นั 2. ค. เทา่ น้นั 3. ก. และ ข. 4. ก. และ ค.

2.1.3.2 การเรียกช่ือสารประกอบโคเวเลนต์

การเรียกช่ือสารประกอบโคเวเลนตใ์ หใ้ ชอ้ หลกั การดงั น้ี

1) ใหอ้ ่านช่ือธาตุที่อยขู่ า้ งหนา้ ก่อนแลว้ ตามดว้ ยช่ือของอีกธาตุหน่ึงโดยเปลี่ยนเสียง

พยางคท์ า้ ยเป็นไอด์ (ide)

2) ใหบ้ อกจานวนอะตอมของธาตุแตล่ ะธาตุดว้ ยจานวนในภาษากรีก ไดแ้ ก่

หน่ึง = โมโน (mono) สอง = ได (di) สาม = ไตร (tri)

ส่ี = เตตระ (tetra) หา้ = เพนตะ (penta) หก = เฮกซะ (hexa)

เจด็ = เฮปตะ (hepta) แปด = ออกตะ (octa) เกา้ = โนนะ (nona)

สิบ = เดคะ (deca)

16

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 2 พนั ธะเคมี

3) ในกรณีของธาตุที่นาหนา้ หากมีจานวนอะตอมเพียงหน่ึงอะตอม ไม่ตอ้ งบอก

จานวนอะตอมธาตุน้นั แตส่ าหรับธาตุที่ตามหลงั แมว้ า่ จะมีเพียงหน่ึงอะตอมจะตอ้ งบอกดว้ ย

ตวั อย่างการอ่านช่ือสารประกอบโคเวเลนต์

สูตร ชื่อ
BF3 โบรอนไตรฟูออไรด์
OF2 ออกซิเจนไดฟอู อไรด์
NI3 ไนโตรเจนไตรไอโอไดด์
CO2 คาร์บอนไดออกไซด์
CO คาร์บอนมอนอกไซด์
N2O ไดไนโตรเจนมอนอกไซด์
P4O10 เตตระฟอสฟอรัสเดคะออกไซด์

2.1.4 พนั ธะโคออร์ดเิ นตโคเวเลนต์ และแนวคิดเกย่ี วกบั เรโซแนนท์

พนั ธะโคออร์ดเิ นตโคเวเลนต์ คือพนั ธะท่ีเกิดจากการใชอ้ ิเลก็ ตรอนร่วมกนั แต่อิเลก็ ตรอนคูท่ ่ี

ใชร้ ่วมกนั เป็นอิเล็กตรอนของอะตอมใดอะตอมหน่ึงเพียงฝ่ ายเดียว

ตวั อยา่ งเช่นการเกิดพนั ธะโคออร์ดิเนตโคเวเลนตข์ องซลั เฟอร์ไดออกไซด์ ( SO2 ) เม่ือ
พจิ ารณาส่วนของ SO จะพบวา่ S กบั O จะสร้างพนั ธะคูต่ อ่ กนั
O .S.:
โดย S จะเหลืออิเลก็ ตรอนคู่โดดเด่ียว 2 คู่ เมื่อ O อีกตวั หน่ึง

เขา้ มารวมตวั ดว้ ย O ตวั น้ีจะเขา้ มาใชอ้ ิเลก็ ตรอนคูโ่ ดดเดี่ยวของ S O

ร่วมกบั S 1 คู่ โดยไมม่ ีการนาอิเล็กตรอนของตวั O เองมาร่วม

ดว้ ยตรงน้ีจะเกิดเป็นพนั ธะโคออร์ดิเนตโคเวเลนต์ เช่นกนั

ฝึ กทา จงเขียนสูตรโครงสร้างของสารต่อไปน้ี

SO3 N2O O3 NH3BF3

..เฉลย O S : O N N: O O O:O HF
O
17 H N:B F

HF

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 2 พนั ธะเคมี

ฝึ กทา จงเขียนสูตรโครงสร้างของสารต่อไปน้ี H2CO3

HClO4 H2SO4 HNO3

เฉลย O .O. O H O CO
O
....H O Cl : O H O S:O H O N: O H
O
O
H

หมายเหตุ : การเขียนสูตรโครงสร้างของสารประกอบออกซิเจน ใหเ้ อาอะตอมออกซิเจนไปล้อมรอบ
อะตอมกลางแลว้ ใส่แขนที่อะตอมกลางจบั กบั O ทีละตวั จนกระทงั่ เวเลนซ์อิเลก็ ตรอน อะตอมกลาง
ครบ 8 หากยงั เหลือ O ที่ยงั ไม่ไดใ้ ส่แขน O เหล่าน้นั จะเกิดพนั ธะโคออร์ดิเนต โคเวเลนต์ และหาก
เป็นกรดออกซี ( กรดที่มี O อยใู่ นโมเลกลุ ) ใหน้ าแขนขา้ งหน่ึงของ O จบั อะตอมกลาง ส่วนแขนอีก
ขา้ งใหน้ าไปจบั กบั H

ฝึ กทา จงเขียนสูตรโครงสร้างของสารตอ่ ไปน้ี CO32 NO3
S22 CO

เฉลย :..S..: ..S..: ..:C O: O O

C N
–O O– –O O

รีโซแนนซ์ คือปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถเขียนสูตรโครงสร้างเพียงสูตรหน่ึงสูตรใดแทนสมบตั ิ
ของโมเลกุลสารบางชนิด

ตวั อย่างเช่น การเขียนสูตรโครงสร้างของ SO2 อาจเขียนได้ 2 รูปแบบ ไดแ้ ก่
รูปแบบท่ี 1 S รูปแบบท่ี 2 S

OO OO

18

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 2 พนั ธะเคมี

โครงสร้างท้งั สองรูปแบบน้ีจะประกอบไปดว้ ยพนั ธะเดี่ยว และพนั ธะคู่อยา่ งละ 1 พนั ธะ ซ่ึง

ตามปกติแลว้ น้นั พนั ธะคู่จะมีพลงั งานพนั ธะมากกวา่ และความยาวพนั ธะนอ้ ยกวา่ พนั ธะเดี่ยว แต่จาก

การทดลองพบวา่ พนั ธะท้งั สองของ SO2 จะมีพลงั งานและความ S
ยาวพนั ธะเท่ากนั ท้งั น้ีเป็นเพราะมีอิเลก็ ตรอน 1 คูใ่ นพนั ธะคู่ จะวงิ่ OO
ไปมาระหวา่ งท้งั สองขา้ ง จึงทาใหท้ ้งั สองขา้ งเสมือนมีพนั ธะอยู่ 1.5

พนั ธะเท่ากนั จึงมีสมบตั ิเหมือนกนั การเขียนสูตรโครงสร้างของ SO2 จึงไม่อาจเขียนรูปแบบหน่ึง
แบบใดเพียงแบบเดียวดงั ท่ีไดก้ ล่าวมาแลว้ น้นั แต่อาจเขียนเป็น

S S หรือ S
OO OO OO

โครงสร้างแบบน้ีเรียกโครงสร้างแบบเรโซแนนซ์ ซ่ึงเป็นโครงสร้างที่มีเสถียรภาพเพิ่มข้ึน

ตวั อยา่ งโครงสร้างเรโซแนนซ์ในโมเลกุลหรือไอออนอ่ืนๆ เช่น
ไนโตรเจนไดออกไซด์ ( NO2 )

N N N
OO OO OO

ไนเตรตไอออน ( NO3 )

O– O– O– หรือ O–

NN N N
OO OO
OO OO

เบนซีน ( C6H6 ) H หรือ
H CH
H
H CH CC

CC CC
H CH
CC
H CH H

H

19

ติวสบาย เคมี เลม่ 1 http://www.pec9.com บทที่ 2 พนั ธะเคมี

13. ความยาวพนั ธะของ S กบั O ในโมเลกุล SO กบั SO2 อยา่ งไหนมีความยาวมากกวา่ กนั
1. SO > SO2 2. SO2 > SO 3. SO = SO2 4. เปรียบเทียบกนั ไมไ่ ด้

2.1.5 กฏออกเตต

กฎออกเตต กล่าววา่ “ อะตอมของธาตุตา่ งๆ ท่ีเขา้ ทาปฏิกิริยากนั จะมีการเปลี่ยนแปลงจานวน

อิเล็กตรอนเพ่ือที่จะใหม้ ีการจดั เรียงอิเล็กตรอนแบบเดียวกบั แก๊สเฉ่ือย คือมีเวเลนซ์อิเล็กตรอน ครบ 8

( ยกเวน้ H ครบ 2 ) ”

อยา่ งไรกต็ ามโมเลกลุ บางอยา่ งเวเลนซ์อิเล็กตรอนของอะตอมกลางอาจมากกวา่ หรือนอ้ ยกวา่ 8

กไ็ ด้ ซ่ึงไดแ้ ก่

1. ธาตุท่ีมีวาเลนส์อิเล็กตรอนน้อยกว่า 4 คือ Be และ B เมื่อเกิดพนั ธะอาจจะมีเวเลนซ์

อิเล็กตรอนนอ้ ยกวา่ 8

เช่น BeCl2 ( Cl :Be : Cl ) จะเห็นวา่ Be มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 4 ตวั
หรือ
F

....BF3 ( B : F ) จะเห็นวา่ B มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 6 ตวั
F

2. ธาตุที่มีวาเลนซ์อิเลก็ ตรอนมากกวา่ 4 และอยใู่ นคาบท่ี 3 ข้ึนไปในตารางธาตุ เม่ือเกิดพนั ธะ

อาจมีวาเลนซ์อิเล็กตรอนมากกวา่ 8

เช่น PCl5 SF6

Cl F
Cl P Cl FF
FS F
Cl Cl
F
P มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 10 ตวั
F มีเวเลนซ์อิเลก็ ตรอน 12 ตวั

ควรทราบเพมิ่ เตมิ
1. สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ( สารประกอบของ C กบั H ) และโมเลกลุ กรดออกซี อะตอม

กลางจะมีจานวนอิเล็กตรอนเป็ นไปตามกฏออกเตตเสมอ
2. อะตอม Be , B , P , S , ธาตุหมู่ 8A เม่ือเป็นอะตอมกลางมกั ไมเ่ ป็นไปตามกฏออกเตต

เช่น BeCl2 , BF3 , PCl5 , SF6 , XeF4 เป็นตน้

20


Click to View FlipBook Version