ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
4.1 มวลอะตอม
จากการทดลองพบวา่ He 1 อะตอม มีมวลเป็น 4 เทา่ ของ ( 112 ของมวล C–12 1 อะตอม)
จึงถือกนั วา่ He มีมวลอะตอม = 4 หรือ 4 a.m.u.
โดย 1 a.m.u. = 1.66 x 10–24 กรัม
มวลของอะตอมท่ีมีหน่วยเป็น a.m.u. ( หรือไมม่ ีหน่วย ) เราจะเรียกวา่ มวลอะตอมของ
ธาตุ ส่วนมวลของอะตอมท่ีมีหน่วยเป็นกรัมจะเรียกวา่ มวลธาตุ 1 อะตอม ซ่ึงหาค่าไดจ้ าก
มวลธาตุ 1 อะตอม = มวลอะตอมของธาตุ x 1.66 x 10–24
เมื่อ มวลธาตุ 1 อะตอม คือมวลทม่ี ีหน่วยเป็ นกรัม
มวลอะตอมของธาตุ คือมวลทม่ี ีหน่วยเป็ น a.m.u. หรือไม่มหี น่วย
ตวั อย่าง. ธาตุ Be มีมวลอะตอมเทา่ กบั 9 ถามวา่ Be 1 อะตอม จะมีมวลกี่กรัม
1. 1.66 x 10–24 2. 1.66 x 10–23 3. 1.49 x 10–24 4. 1.49 x 10–23
ตอบข้อ 4.
วธิ ีทำ โจทยบ์ อก มวลอะตอมของ Be = 9 a.m.u.
มวล Be 1 อะตอม = ?
จาก มวลธาตุ 1 อะตอม = มวลอะตอมของธาตุ x 1.66 x 10–24
จะได้ มวล Be 1 อะตอม = 9 x 1.66 x 10–24
มวล Be 1 อะตอม = 14.9 x 10–24 กรัม
มวล Be 1 อะตอม = 1.49 x 10–23 กรัม
นนั่ คือธาตุ Be 1 อะตอม จะมีมวล 1.49 x 10–23 กรัม
1. โซเดียม (Na) มีมวลอะตอมเท่ากบั 23 เพราะอะตอมโซเดียมมีมวลเป็น 23 เทา่ ของมวล
ของขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี 2. 112 ของ C12 3. Na23 4. 213 ของ Na23
1. C12
1
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
2. ธาตุ B มีมวลอะตอมเท่ากบั 7 ถามวา่ B 1 อะตอม จะมีมวลกี่กรัม
1. 1.66 x 10–24 2. 1.66 x 10–23 3. 1.16 x 10–24 4. 1.16 x 10–23
3. ธาตุไนโตรเจนมีมวลอะตอม 14 ดงั น้นั ไนโตรเจน 2 อะตอม จะมีมวลก่ีกรัม
1. 3.320 x 10–24 2. 3.320 x 10–23 3. 4.648 x 10–24 4. 4.648 x 10–23
4. ธาตุ D 2 อะตอมมีมวล 36.52 x 10–24 กรัม ถามวา่ ธาตุ D จะมีมวลอะตอมเทา่ ใด
1. 10 2. 11 3. 20 4. 22
2
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
เนื่องจากธาตุบางชนิดจะมีหลายไอโซโทปทาให้มวลของแต่ละอะตอมมีค่าไม่เท่ากนั
ดงั น้นั เม่ือจะกล่าวถึงมวลอะตอมของธาตุเหล่าน้ีจึงตอ้ งหามวลอะตอมเฉล่ียมาใชอ้ า้ งอิง
มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุใดๆ สามารถหาค่าไดจ้ ากสมการ
มวลอะตอมเฉลี่ย = ( %100x M )
เมื่อ M คือมวลอะตอมของแตล่ ะไอโซโทป
% คือเปอร์เซ็นตข์ องแต่ละไอโซโทปที่มีในธรรมชาติ
5. สมมติธาตุ M มี 3 ไอโซโทปคือ
เปอร์เซ็นต์ในธรรมชาติ มวล
1
ไอโซโทปท่ี 1 80
2
ไอโซโทปที่ 2 15
3
ไอโซโทปที่ 3 5
จงหามวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ M
1. 1.25 2. 1.73 3. 1.88 4. 2.01
6. สมมติธาตุ X ในธรรมชาติมี 2 ไอโซโทปคือ
เปอร์เซ็นต์ในธรรมชาติ มวล
ไอโซโทปท่ี 1 10 9
10
ไอโซโทปท่ี 2 90
จงหามวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ X
1. 9.15 2. 9.38 3. 9.75 4. 9.90
3
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
7. สมมติธาตุ X มี 3 ไอโซโทปในธรรมชาติคือ 4. 12.90
เปอร์เซ็นต์ในธรรมชาติ มวล
ไอโซโทปท่ี 1 80 12
ไอโซโทปที่ 2 15 13
ไอโซโทปที่ 3 5 14
จงหามวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ X
1. 12.15 2. 12.25 3. 12.75
8. จงหามวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ M ซ่ึงมี 2 ไอโซโทปคือ
เปอร์เซ็นต์ในธรรมชาติ มวล
ไอโซโทปท่ี 1 92 14
ไอโซโทปที่ 2 8 15
1. 14.08 2. 14.55 3. 14.69 4. 14.86
9. ธาตุ X มี 2 ไอโซโทป คือ X10 ( มีมวลไอโซโทป = 10.3 ) ในปริมาณ 80% และอีก
ไอโซโทปหน่ึงในปริมาณ 20% หากมวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ X เท่ากับ 10.6 มวล
ไอโซโทปของไอโซโทปอีกตวั จะเทา่ กบั
1. 11.2 2. 11.4 3. 11.6 4. 11.8
4
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
10. ธาตุ D ประกอบด้วยไอโซโทป 2 ชนิด ท่ีมีมวลอะตอม 10.00 และ 11.00 ตามลาดับ
หากมวลอะตอมของธาตุ D เท่ากบั 10.20 ปริมาณในธรรมชาติของ D ที่มีมวลอะตอม
11.00 จะเท่ากบั ก่ีเปอร์เซ็นต์
4.2 มวลโมเลกลุ
เนื่องจากโมเลกุลเกิดจากการรวมตวั กนั ของอะตอม ดงั น้ันการหามวลโมเลกุลจึงหาได้
จากการนาเอามวลอะตอมของอะตอมที่เขา้ มารวมกนั น้นั มาบวกกนั
เช่น NO มีมวลโมเลกลุ = มวลอะตอมของ N + มวลอะตอมของ O
= 14 + 16
= 30
หรือ H2O มีมวลโมเลกลุ = ( มวลอะตอมของ H x 2 ) + มวลอะตอมของ O
= ( 1 x 2 ) + 16
= 18
ฝึ กทำ. จงหามวลโมเลกลุ ของสารต่อไปน้ี 4) H2 SO4 5) CH3 COOH
1) HCN 2) CO2 3) H2O
5
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
11. ถา้ มวลสูตร KMO4 = 158 จงคานวณหามวลอะตอมของ M ( K = 39 , O = 16 )
1. 55 2. 45 3. 40 4. 35
12. ถา้ นาสารประกอบ C3H8 มา 22 กรัม วเิ คราะห์หา C จะได้ C ก่ีกรัม
1. 9 2. 12 3. 16 4. 18
13. สารประกอบชนิดหน่ึงจากการวเิ คราะห์พบวา่ ประกอบดว้ ย Zn , Al และ O โดยมีสดั ส่วน
จานวนอะตอมเป็น 1 : 2 : 4 ตามลาดบั ถา้ นาสารดงั กล่าวมา 18.3 กรัม มาวเิ คราะห์หา
Zn จะได้ Zn หนกั ก่ีกรัม ( Zn = 65 , Al = 27 )
1. 0.47 2. 0.92 3. 1.17 4. 6.5
6
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
4.3 โมล
ปริมาณ 1 โมลของสารใดๆ มีความหมายได้ 3 แบบ ไดแ้ ก่
1) หมายถึงปริมาณสารที่มีจานวนอนุภาค 6.02 x 1023 อนุภาค ( เลขอาโวกาโดร )
เช่น อะตอม H 1 โมลของอะตอม = 6.02 x 1023 อะตอม
โมเลกุล NO 1 โมลของโมเลกุล = 6.02 x 1023 โมเลกลุ
ไอออน Cl– 1 โมลของอิออน = 6.02 x 1023 ไอออน
2) หมายถึงสารใดๆ ซ่ึงมีมวลเทา่ กบั มวลโมเลกุลหรือมวลอะตอมแตม่ ีหน่วยเป็นกรัม
เช่น H2O 1 โมเลกลุ จะมีมวลเท่ากบั 18 ( เรียกมวลโมเลกุล )
ดงั น้นั H2O 1 โมล ( 6.02 x 1023 โมเลกุล )
จะมีมวลเทา่ กบั 18 กรัม
( คือเท่ากบั มวลโมเลกุลแตม่ ีหน่วยเป็นกรัม )
3) หมายถึงแกส๊ หรือไอใดๆ ท่ีมีปริมาตร 22.4 ลูกบาศกเ์ ดซิเมตร ( ลิตร ) ท่ี STP
1 โมล ( 1 atm , 0oC )
จานวนอนุภาค มีมวลเทา่ กบั มวลโมเลกลุ หรือ แกส๊ หรือไอปริมาตร 22.4 Lit(dm3)
6.02x1023 อนุภาค มวลอะตอม แต่มีหน่วยเป็นกรัม ที่ STP (1 atm , 0oC)
สูตรทใ่ี ช้คานวณเกีย่ วกบั โมล V2แ2ก.4ส๊
n = Mg = 6.02 N1023 = จานวนอนุภาคย่อย
= k ( 6.02 x1023)
เม่ือ n คือจานวนโมลตวั ถูกละลาย
g คือมวลตวั ถูกละลายที่มีอยู่ (กรัม)
M คือมวลโมเลกุล หรือมวลอะตอมตวั ถูกละลาย
N คือจานวนโมเลกลุ
Vแก๊ส คือปริมาตรแกส๊ ซ่ึงเป็นตวั ถูกละลาย ( ลิตร , dm3 )
k คือจานวนอนุภาคยอ่ ยน้นั ๆ ในหน่ึงโมเลกุลสารน้นั
7
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
14. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จานวน 22 กรัม ท่ี STP จะมีปริมาตรกี่ลิตร
1. 11.2 2. 22.4 3. 44.8 4. 67.2
15. แก๊สโพรเพน (C3H8) จานวน 88 กรัม ท่ี STP จะมีปริมาตรก่ีลิตร
1. 11.2 2. 22.4 3. 44.8 4. 67.2
16. แกส๊ ชนิดหน่ึงมีปริมาตร 67.2 ลิตร ท่ี STP จะมีจานวนโมเลกลุ กี่โมเลกุล
1. 3.01 x 1023 2. 12.04 x 1023 3. 15.05 x 1023 4. 18.06 x 1023
17. แก๊สไนโตรเจนไดออกไซดป์ ริมาตร 56000 cm3 ที่ STP จะมีจานวนโมเลกุลก่ีโมเลกุล
1. 3.01 x 1023 2. 12.04 x 1023 3. 15.05 x 1023 4. 18.06 x 1023
8
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
18. แก๊สชนิดหน่ึงหนกั 0.2 กรัม มีปริมาตร 400 cm3 ที่ STP แก๊สชนิดน้ีมีมวลโมเลกลุ
เท่าไร
1. 11.2 2. 16.0 3. 18.0 4. 20.5
19(แนว มช) สารประกอบชนิดหน่ึงประกอบดว้ ย H 1 อะตอม N 1 อะตอม และ O
3 อะตอม สารน้ีมวล 31.5 กรัม จะมีก่ีโมเลกลุ
1. 3.01 x 1023 2. 4.05 x 1023 3. 5.12 x 1023 4. 7.02 x 1023
20(แนว มช) แก๊สชนิดหน่ึงมีปริมาณ 448 cm3 ท่ี STP มีมวล 0.60 กรัม แกส๊ น้ีน่าจะไดแ้ ก่
1. NH3 2. CH4 3. C2 H6 4. CO2
9
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
21. แกส๊ ชนิดหน่ึงมีความหนาแน่น 3 กรัม/ ลิตร ท่ี STP แก๊สน้ีมีมวลโมเลกลุ เท่าใด
1. 12.0 2. 24.6 3. 44.8 4. 67.2
22. แก๊ส CO2 มีความหนาแน่นก่ี กรัม/ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ที่ STP
1. 1.96 2. 1.96 x 10–3 3. 3.92 4. 3.92 x 10–3
23(แนว มช) ถา้ นกั เรียนดกั น้าบริสุทธ์ิมา 2 cm3 น้าน้นั จะมีจานวนโมเลกลุ เทา่ ใด
กาหนดให้ : ความหนาแน่นของน้าเท่ากบั 1.0 g/cm3
1. 0.11 2. 36 3. 6.69 x 1022 4. 1.20 x 1024
10
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
24. กรดแอซีติก ( CH3COOH ) 15 กรัม จะมีจานวนออกซิเจนอยูก่ ี่อะตอม
( C = 12 , H = 1 , O = 16 )
1. 6.02 x 1023 2. 3.01 x 1023 3. 2.41 x 1023 4. 1.20 x 1023
25. น้า 4.5 กรัม ประกอบดว้ ยไฮโดรเจนก่ีอะตอม
1. 3.01 x 1023 อะตอม 2. 1.66 x 1023 อะตอม
3. 1.20 x 1024 อะตอม 4. 2.40 x 1023 อะตอม
26. Fe4 [ Fe (CN)6 ]3 1.2 x 10–6 โมล จะมี Fe ก่ีอะตอม
1. 2.5 x 1015 2. 5.1 x 1015 3. 5.1 x 1018 4. 2.5 x 1018
11
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
27. ออกซิเจน ( O2 ) ปริมาตร 11.2 ลิตร ที่ STP มีจานวนอิเล็กตรอนกี่ตวั
( ออกซิเจน 1 อะตอม มีอิเล็กตรอน 8 ตวั )
1. 16 2. 6.02 x 1023 3. 9.6 x 1024 4. 4.8 x 1024
28. กรดซลั ฟุริก ( H2SO4 ) จานวนหน่ึงประกอบด้วยไฮโดรเจน ( H ) 2.01 x 1023 อะตอม
กรดซลั ฟุริกจานวนน้ีมีก่ีโมล
1. 0.55 2. 0.23 3. 0.195 4. 0.167
29. แก๊ส A4B6 ซ่ึงมีจานวนอะตอมท้งั หมด 6.02 x 1023 อะตอม จะมีปริมาตรเท่าใด
1. 22.4 dm3 2. 224 dm3 3. 2400 cm3 4. 2240 cm3
12
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
30. แก๊ส X2O3 5.6 dm3 ที่ STP มีมวลเท่ากบั มีเทน ( CH4 ) 2 โมล จงหามวลอะตอม
ของ X
1. 10 2. 20 3. 30 4. 40
31. S8 ก่ีกรัมจึงจะมีจานวนโมเลกุลเทา่ กบั SO2 6.4 กรัม
1. 2.56 2. 25.60 3. 256.00 4. 2560.00
32. ถา้ ไนโตรเจน ( N2 ) 4 กรัม มีจานวนโมเลกุลเท่ากบั X โมเลกุล แอมโมเนีย ( NH3 )
4 กรัม จะมีกี่โมเลกลุ
1. 1278X 2. 2187X
3. 4 X 4. X
13
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
4.4 สารละลาย
4.4.1 ความเข้มข้นของสารละลาย
การบอกความเขม้ ขน้ ของสารละลายสามารถบอกไดห้ ลายวธิ ีดงั น้ี
1) โมลำริตี หรือโมลำร์ หรือโมลต่อลติ ร ( mol/dm3 หรือ M )
หมายถึงจานวนโมลของตวั ละลายท่ีมีในสารละลาย 1 ลูกบาศก์เดซิเมตร ( ลิตร )
เช่นสารละลาย NaOH เขม้ ขน้ 5 โมล/ลิตร หมายความว่ามี NaOH 5 โมล ละลายอยู่ใน
สารละลายน้ี 1 ลิตร
สูตรการคานวณความเข้มข้นแบบโมลาร์
สูตรท่ี 1 ใช้สาหรับการเตรียมสารละลายโดยใส่ตัวถูกละลายลงในตวั ทาละลาย
= V2แ2ก.4ส๊ = cอน10ภุ 0า0คยอk่ ย v
n= Mg = cสาร1ล0ะ0ล0าย v = จานวนอนุภาคย่อย
k ( 6.02 x1023)
เม่ือ n คือจานวนโมลตวั ถูกละลาย
g คือมวลตวั ถูกละลายที่มอี ยู่ (กรัม)
M คือมวลโมเลกุลตวั ถูกละลาย
Vแก๊ส คือปริมาตรแก๊สซ่ึงเป็นตวั ถูกละลาย ( ลิตร , dm3 )
cสารละลาย คือความเขม้ ขน้ ของสารละลาย ( โมล/ลิตร )
cอนุภาคยอ่ ย คือความเขม้ ขน้ ของอนุภาคยอ่ ยในสารละลาย ( โมล/ลิตร )
v คือปริมาตรของสารละลาย ( cm3 )
k คือจานวนอนุภาคยอ่ ยน้นั ๆ ในหน่ึงโมเลกุลสารน้นั
สูตร 2 ใช้เมื่อนำสำรละลำยเดิมมำทำกำรปรับเปลย่ี นควำมเข้มข้นหรือปริมำตร
c1 v1 = c2 v2
เมื่อ c1 , c2 คือความเขม้ ขน้ ของสารละลายตอนแรกและตอนหลงั ตามลาดบั
(โมล/ลิตร )
v1 , v2 คือปริมาตรของสารละลายตอนแรก และ ตอนหลงั ตามลาดบั
14
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
สูตร 3 ใช้เม่ือผสมสำรละลำยหลำยตวั เข้ำด้วยกนั
cรวม vรวม = c1 v1 + c2 v2 + …
เมื่อ c1 , c2 , cรวม คือความเขม้ ขน้ ของสารละลายท่ี 1 , ท่ี 2 และสารละลายรวม
ตามลาดบั
v1 , v2 , vรวม คือปริมาตรของสารละลายท่ี 1 , ที่ 2 และสารละลายรวม
ตามลาดบั
สูตร 4 ใช้หำควำมเข้มข้นอนุภำคย่อยบำงตัวในสำรละลำยผสม
cไอออนรวม vรวม = k1 c1 v1 + k2 c2 v2 + …
เมื่อ cไอออนรวม คือความเขม้ ขน้ รวมของอนุภาคยอ่ ยน้นั ๆ ในสารละลายผสม
c1 , c2 คือความเขม้ ขน้ ของสารละลายท่ี 1 และ 2 ตามลาดบั
v1 , v2 , vรวม คือปริมาตรของสารละลายที่ 1 , ท่ี 2 และสารละลายรวม
ตามลาดบั
k1 , k2 คือจานวนอนุภาคยอ่ ยน้นั ๆ ในหน่ึงโมเลกลุ สารท่ี 1 และ 2
ตามลาดบั
33. นากลูโคส (C6H12O6) 90 กรัม มาละลายน้าจนไดส้ ารละลายอนั มีปริมาตร 500 cm3
จงหาวา่ สารละลายน้ีมีความเขม้ ขน้ กี่โมล/ลิตร
1. 1.0 2. 1.8 3. 3.0 4. 3.5
15
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
34. ในการเตรียมสารละลาย NaOH เขม้ ขน้ 0.1 mol / dm3 จานวน 5 ลิตร ตอ้ งใช้ NaOH
ก่ีกรัม ( Na = 23 , O = 16 , H = 1 )
1. 1.0 2. 2.0 3. 10.0 4. 20.0
35. เมื่อผา่ นแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl) 5.6 dm3 ท่ี STP ลงในน้ากลนั่ เป็ นสารละลาย
300 cm3 ถา้ แก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์ละลายท้งั หมด จะไดส้ ารละลายเขม้ ขน้ กี่โมล/ลิตร
1. 0.83 2. 1.03 3. 2.44 4. 3.50
36. สารละลาย CuSO4 15.95 g / dm3 เขม้ ขน้ เป็ นกี่ mol/dm3 ( Cu = 63.5 , S = 32 )
1. 0.10 2. 0.88 3. 2.00 4. 5.00
16
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
37. นาโซเดียมซลั เฟต ( Na2SO4 ) 71 กรัม มาละลายน้า เป็ นสารละลาย 500 cm3 สารละ
ลายท่ีไดจ้ ะมีความเขม้ ขน้ ของ Na+ ไอออนกี่โมลต่อลิตร
1. 0.10 2. 0.88 3. 2.00 4. 5.00
38. Sr(OH)2 เป็ นเบสแก่เม่ือนา Sr(OH)2 61 กรัม มาละลายในน้า 200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
สารละลายท่ีไดจ้ ะมีความเขม้ ขน้ OH– ไอออนกี่โมลตอ่ ลิตร ( Sr = 88 , O = 16 , H = 1)
1. 0.10 2. 0.88 3. 2.00 4. 5.00
39. สารละลายชนิดหน่ึงเขม้ ขน้ 5 mol/dm3 ปริมาตร 1 dm3 เมื่อเติมน้าลงไปจนปริมาตรสุด
ทา้ ยรวมเป็น 10 dm3 ความเขม้ ขน้ จะเปลี่ยนเป็นเทา่ ใด
1. 0.40 2. 0.50 3. 4.00 4. 5.00
17
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
40. สารละลายชนิดหน่ึง 100 cm3 เขม้ ขน้ 3 mol/dm3 ตอ้ งการเตรียมใหค้ วามเขม้ ขน้ เป็ น
2 mol/dm3 จะตอ้ งเติมน้าจนมีปริมาตรเป็นก่ี cm3
1. 50 2. 100 3. 150 4. 200
41. มี NaOH 1 mol/dm3 อยู่ 500 cm3 แบ่งมา 100 cm3 ทาให้เจือจางเป็ น 1 ลิตร สาร
ละลายน้ีเขม้ ขน้ เทา่ ใด
1. 0.10 2. 0.70 3. 2.00 4. 5.00
42. สารละลายชนิดหน่ึงเขม้ ขน้ 2 mol/dm3 ปริมาตร 1 dm3 เมื่อเติมน้าลงไปอีก 4 dm3
ความเขม้ ขน้ จะเปลี่ยนเป็นเทา่ ใด
1. 0.40 2. 0.50 3. 4.00 4. 5.00
18
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
43. สารละลายเขม้ ขน้ 3 M 100 cm3 จะทาใหม้ ีความเขม้ ขน้ 2 M ตอ้ งเติมน้าเยน็ ก่ี cm3
1. 50 2. 100 3. 150 4. 200
44. ถา้ ตอ้ งการเตรียมสารละลายกรด HCl เขม้ ขน้ 1 mol/dm3 จานวน 50 cm3 จาก HCl
เขม้ ขน้ 4 mol/dm3 จะตอ้ งเติมน้าอีกกี่ cm3
1. 12.5 2. 25.0 3. 37.5 4. 50.0
45. ผสมสาระลายกรด HCl ขวดที่ 1 ซ่ึงมีความเขม้ ขน้ 1 mol/ dm3 จานวน 300 cm3 กบั
HCl ขวดท่ี 2 ซ่ึงมีความเขม้ ขน้ 2 mol/ dm3 จานวน 200 cm3 แลว้ เติมน้าลงไปอีก 500
cm3 ถามวา่ สารละลายผสมท่ีไดจ้ ะมีความเขม้ ขน้ กี่ mol/ dm3
1. 0.10 2. 0.70 3. 2.00 4. 5.00
19
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
46. เม่ือผสม NaOH 1 mol/dm3 จานวน 100 cm3 กบั NaOH 2 mol/dm3 จานวน 50 cm3
และ NaOH 4 mol/dm3 200 cm3 แลว้ เติมน้าลงไป 100 cm3 จงหาความเขม้ ขน้ ใหม่
1. 1.10 2. 2.20 3. 3.00 4. 3.50
47. ผสมสารละลาย NaOH เขม้ ขน้ 0.4 โมล/ลิตร จานวน 30 cm3 กบั สารละลาย NaOH
เขม้ ขน้ 0.3 โมล/ลิตร จานวน 20 cm3 แลว้ เติมน้ากลนั่ ลงไปจนมีปริมาตรเป็ น 180 cm3
จะไดส้ ารละลาย NaOH เขม้ ขน้ กี่โมล/ลิตร
1. 0.10 2. 1.00 3. 1.50 4. 1.80
48. ถา้ นาสารละลาย NaCl ที่มีความเขม้ ขน้ 3 M จานวน 200 cm3 มาผสมกบั สารละลาย
NaCl ที่มีความเขม้ ขน้ 1.5 M จานวนหน่ึง สารละลายผสม NaCl ที่ไดม้ ีความเขม้ ขน้
2.1 M สารละลาย NaCl ที่มีความเขม้ ขน้ 1.5 M ที่ใชผ้ สมมีปริมาตรเทา่ ใด
1. 150 2. 250 3. 300 4. 350
20
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
49. เมื่อผสม NaCl 2 mol/dm3 จานวน 10 cm3 กบั สารละลาย NaCl 4 mol/dm3 จานวน
100 cm3 จาก น้นั เติม NaCl อีก 175.5 กรัม แลว้ เติมน้าจนมีปริมาตร 500 cm3 จงหา
ความเขม้ ขน้ สารผสมในหน่วย mol/dm3
1. 3.42 2. 6.84 3. 4.42 4. 8.84
50. ผสม NaCl เขม้ ขน้ 2 mol/dm3 จานวน 100 cm3 กบั MgCl2 3 mol/dm3 จานวน
100 cm3 และ AlCl3 1 mol/dm3 จานวน 50 cm3 จงหาความเข้มข้นของ Cl– ใน
หน่วย mol/dm3
1. 3.80 2. 4.40 3. 6.20 4. 8.80
21
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
2) โมลแลลติ ี หรือโมแลล ( m )
หมายถึงจานวนโมลของตวั ละลายที่ละลายในตวั ทาละลาย 1 กิโลกรัม มีหน่วย
เป็นโมล/กิโลกรัม เช่นสารละลายยูเรียเขม้ ขน้ 3 โมแลล หมายความวา่ มียเู รีย 3 โมล ละลาย
ในตวั ทาละลาย 1 กิโลกรัม เป็นตน้
สมกำรใช้หำควำมเข้มข้นแบบโมลแลลติ ี หรือโมแลล ( m )
m = จานวนโมลตวั ถูกละลาย
มวลตวั ทาละลายในหน่วยกิโลกรัม
เม่ือ m คือความเขม้ ขน้ แบบโมแลล ( โมล/กิโลกรัม )
สมการใช้หาความเข้มข้นแบบโมแลลจากความเข้มข้นแบบโมลาร์ ( โมล/ลติ ร )
D = c ( 10M00 + m1 )
เม่ือ D คือความหนาแน่นของตวั ถูกละลาย(ตวั ละลาย) ( g/cm3 )
c คือความเขม้ ขน้ แบบโมลาร์ ( โมล/ลิตร )
M คือมวลโมเลกุลตวั ถูกละลาย
m คือความเขม้ ขน้ แบบโมแลล ( โมล/กิโลกรัม )
51. เม่ือละลายน้าตาลทราย (C12H22O11) 34.2 กรัม ในน้า 500 กรัม สารละลายจะมีความ
เขม้ ขน้ เทา่ ใดในหน่วยโมแลล (m)
1. 0.1 2. 0.2 3. 0.4 4. 0.8
22
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
52. สารละลาย A มีความเขม้ ขน้ 5 mol/kg จงหาความเขม้ ขน้ เป็ น mol/dm3 กาหนดให้มวล
โมเลกุลของสาร A เท่ากบั 120 ความหนาแน่นของสาร A 1.2 g/cm3
1. 3.75 2. 4.81 3. 5.33 4. 6.25
53. กรดเปอร์คลอริก (HClO4) มีความเขม้ ขน้ 5 mol/dm3 มีความหนาแน่น 1.54 g/cm3 จง
หาความเขม้ ขน้ เป็น mol / kg
1. 3.75 2. 4.81 3. 5.33 4. 6.25
3) เศษส่วนโมล หมายถึงอตั ราส่วนจานวนโมลของสารน้นั ต่อจานวนโมลของสารท้งั หมด
ในสารละลาย ใชส้ ัญลกั ษณ์แทนดว้ ย X
เช่นถา้ สารละลายประกอบดว้ ยสาร A 2 โมล B 5 โมล และ C 3 โมล
เศษส่วนโมลของ A ( XA ) = 2 25 3 = 120 = 0.2
จะไดว้ า่
เศษส่วนโมลของ B ( XB ) = 2 55 3 = 150 = 0.5
เศษส่วนโมลของ C ( XC ) = 2 35 3 = 130 = 0.3
ถา้ นาเศษส่วนโมลของสารคูณดว้ ย 100 ผลท่ีไดเ้ รียกวา่ ร้อยละโดยโมล จากตวั อยา่ ง
น้ีจะไดว้ า่ ร้อยละโดยโมลของ A = 0.2 x 100 = 20
ร้อยละโดยโมลของ A = 0.5 x 100 = 50
ร้อยละโดยโมลของ A = 0.3 x 100 = 30
23
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
54. สารละลายหน่ึงประกอบดว้ ยสาร A 2 โมล B 1 โมล และ C 2 โมล เศษส่วนโมล
ของสารแตล่ ะชนิดคือขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี ( ตอบตามลาดบั )
1. 0.2 , 0.1 , 0.2 2. 0.4 , 0.2 , 0.4
3. 2.0 , 1.0 , 2.0 4. 4.0 , 1.0 , 2.0
55. สารละลายชนิดหน่ึงเกิดจากการผสมสาร A ซ่ึงมีมวลโมเลกุล 40 และไม่แตกตวั จานวน
20 กรัม ลงในน้า 180 กรัม จงหาร้อยละโดยโมลของสาร A ในสารละลายน้ี
1. 0.0476 2. 0.476 3. 4.76 4. 47.6
4) ร้อยละ หรือส่วนในร้อยส่วน (parts per hundred , pph )
การบอกความเขม้ ขน้ แบบน้ีจาแนกไดเ้ ป็น 3 แบบยอ่ ย ไดแ้ ก่
ก. ร้อยละโดยมวลต่อมวล ( ร้อยละโดยมวล ) หมายถึงมวลตวั ละลายที่มีสารละลาย
100 หน่วยมวลเดียวกนั เช่นสารละลาย NaCl เขม้ ขน้ ร้อยละ 15 โดยมวล หมายความวา่
มี NaCl 15 กรัม ละลายในสารละลาย 100 กรัม
หรือ มี NaCl 15 กิโลกรัม ละลายในสารละลาย 100 กิโลกรัม
ข. ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร ( ร้อยละโดยปริมาตร ) หมายถึงปริมาตรตวั
ละลายท่ีมีสารละลาย 100 หน่วยปริมาตรเดียวกนั เช่นสารละลาย HCl เขม้ ขน้ ร้อยละ 3 โดย
ปริมาตร หมายความวา่
24
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
มี HCl 3 cm3 ละลายในสารละลาย 100 cm3
หรือ มี HCl
3 ลิตร ละลายในสารละลาย 100 ลิตร
ค. ร้อยละโดยมวลต่อปริมำตร หมายถึงมวลตวั ละลายที่มีสารละลาย 100 หน่วย
ปริมาตรที่สอดคลอ้ งกนั
ถา้ ใชห้ น่วยมวลเป็นกรัม (g) ตอ้ งใชห้ น่วยปริมาตรเป็นลูกบาศกเ์ ซนติเมตร (cm3)
ถา้ ใชห้ น่วยมวลเป็ นกิโลกรัม (kg) ตอ้ งใชห้ น่วยปริมาตรเป็นลิตร (dm3)
เช่นสารละลายกลูโคส 20% โดยมวลต่อปริมาตร หมายความวา่
มีกลูโคส 20 กรัม ละลายในสารละลาย 100 cm3
หรือ มีกลูโคส 20 กิโลกรัม ละลายในสารละลาย 100 ลิตร
สูตรคานวณเกย่ี วกบั ความเข้มข้นแบบร้อยละ
ร้อยละโดยมวลต่อมวล = มมววลลตสวั าถรูกลละะลลาายย x 100
ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร = ปริมาตรตวั ถูกละลาย x 100
ปริ มาตรสารละลาย
ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร = มวลตวั ถูกละลาย (กรั ม) x 100
ปริ มาตรสารละลาย (cm 3)
56. เม่ือละลายกลูโคส 30 กรัม ในน้ากลนั่ 120 กรัม จงหาวา่ สารละลายน้ีมีความเขม้ ขน้ ร้อย
ละโดยมวลเท่ากบั ขอ้ ใดต่อไปน้ี
1. 10 2. 15 3. 18 4. 20
25
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
57. สารละลาย HCl เข้มข้น 2% โดยปริมาตร/ปริมาตร จานวน 200 cm3 จะมี HCl
ปริมาตรก่ี cm3
1. 2.00 2. 2.80 3. 4.00 4. 4.80
58. เมื่อใช้ NaOH 0.5 โมล เตรียมสารละลายใหม้ ีความเขม้ ขน้ 30% โดยมวล/ปริมาตร จะ
ไดส้ ารละลายกี่ cm3
1. 33.33 2. 40.00 3. 66.67 4. 80.00
สมการทใ่ี ช้เปล่ียนความเข้มข้นจากแบบร้อยละไปเป็ นโมล/ลติ ร
กรณที ่ี 1 เปล่ียนจากร้อยละโดยมวลตอ่ มวล หรือโดยปริมาตรต่อปริมาตร
เป็นโมล/ลิตร ใชส้ มการ
c = 10 M% D
เม่ือ c คือความเขม้ ขน้ เป็ นโมล/ลิตร
% คือความเขม้ ขน้ แบบร้อยละโดยมวล หรือโดยปริมาตร
D คือความหนาแน่นสารละลาย (g/cm3)
M คือมวลโมเลกลุ ตวั ถูกละลาย
26
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
กรณีท่ี 2 เปลี่ยนจากร้อยละโดยมวล/ปริมาตร เป็ นโมล/ลิตร ใชส้ มการ
c = 10M%
เมื่อ c คือความเขม้ ขน้ เป็ นโมล/ลิตร
% คือความเขม้ ขน้ แบบร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร
M คือมวลโมเลกุลตวั ถูกละลาย
59. สารละลายกลูโคส (C6H12O6) เขม้ ขน้ 30 % โดยมวลต่อมวล มีความหนาแน่น 9 g/cm3
จะมีความเขม้ ขน้ กี่โมล/ลิตร
1. 5 2. 10 3. 15 4. 20
60. NaOH เขม้ ขน้ 20 % โดยมวล/ปริมาตร จงหาความเขม้ ขน้ เป็ นโมล/ลิตร
1. 5 2. 10 3. 15 4. 20
61. ตอ้ งการสารละลาย H2SO4 0.1 mol/dm3 จานวน 100 cm3 จากสารละลาย H2SO4
ในขวดท่ีมีความเข้มข้น 49% โดยมวล ถ้าสารละลายในขวดน้ีมีความหนาแน่น 1.25
g/cm3 ตอ้ งดูดสาร H2SO4 ในขวดมากี่ cm3 แลว้ เติมน้าใหไ้ ดป้ ริมาตรท้งั หมด 100 cm3
1. 0.80 2. 1.60 3. 6.25 4. 12.50
27
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
62. มีสารละลายอยู่ 3 บีกเกอร์ บีกเกอร์ที่ 1 จานวน 200 cm3 มีสาร A เขม้ ขน้ ร้อยละ 8
โดยมวล มีความหนาแน่น 1.2 g/cm3 บีกเกอร์ท่ี 2 จานวน 400 cm3 มีสาร A เขม้ ขน้
0.2 mol/dm3 บีกเกอร์ที่ 3 มีสาร A 12 กรัม เม่ือนาสารละลายในบีกเกอร์ท้ัง 3 มาเท
รวมกนั แลว้ เติมน้าอีก 100 cm3 สารละลายผสมเขม้ ขน้ ก่ี mol/dm3
( A มีมวลโมเลกลุ = 48 )
1. 1.04 2. 1.25 3. 1.49 4. 1.72
5) ส่วนในล้ำนส่วน (parts per million , ppm )
หมายถึงมวลหรือปริมาตรตวั ละลายที่มีสารละลาย 1 ล้านส่วนของมวลหรือ
ปริมาตรหน่วยเดียวกนั เช่นสารตะกว่ั ปนเป้ื อนในน้าเขม้ ขน้ 0.1 ส่วนในลา้ นส่วนโดยมวล
หมายความวา่ มีตะกวั่ อยู่ 0.1 กรัมอยใู่ นสารละลาย 1 ลา้ นกรัม เป็นตน้
สูตรคานวณเกยี่ วกบั ความเข้มข้นแบบส่วนในล้ำนส่วน
ppm ( มวล ) = มมววลลตสวั าถรูกลละะลลาายย x 106
ppm ( ปริมาตร ) = ปริมาตรตวั ถูกละลาย x 106
ปริ มาตรสารละลาย
เนื่องจากมวลสารละลายจะมีค่าใกลเ้ คียงกบั มวลตวั ทาละลาย ดงั น้นั มวลท้งั สองตวั
น้ีจึงใช้คานวณแทนกนั ได้ และปริมาตรสารละลายจะมีค่าใกลเ้ คียงกบั ปริมาตรตวั ทาละลาย
ดงั น้นั ปริมาตรท้งั สองตวั น้ีจึงใชค้ านวณแทนกนั ไดเ้ ช่นกนั
28
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
6) ส่วนในพนั ล้ำนส่วน (parts per billion , ppb )
หมายถึงมวลหรือปริมาตรตวั ละลายที่มีสารละลาย 1 พนั ลา้ นส่วนของมวลหรือ
ปริมาตรหน่วยเดียวกนั เช่นสารปรอทปนเป้ื อนในน้าเขม้ ขน้ 0.8 ส่วนในพนั ลา้ นส่วนโดยมวล
หมายความวา่ มีปรอทอยู่ 0.8 กรัมอยใู่ นสารละลาย 1 พนั ลา้ นกรัม เป็นตน้
สูตรคานวณเกยี่ วกบั ความเข้มข้นแบบส่วนในพนั ล้ำนส่วน
ppb ( มวล ) = มมววลลตสวั าถรูกลละะลลาายย x 109
ppb ( ปริมาตร ) = ปริมาตรตวั ถูกละลาย x 109
ปริ มาตรสารละลาย
63. เมอร์คิวรี (II) ไนเตรต ( Hg (NO3)2 ) 0.1 กรัม ละลายในน้า 100 กรัม สารละลายน้ีจะมี
ความเขม้ ขน้ กี่ส่วนในลา้ นส่วนโดยมวล
1. 10 2. 100 3. 1000 4. 10000
64. ถา้ ในอากาศ 100 cm3 มีไดไนโตรเจนมอนอกไซด์ 3 x 10–5 cm3 จงหาความเขม้ ขน้
ของไดไนโตรเจนมอนอกไซดใ์ นหน่วยส่วนในพนั ลา้ นส่วนโดยปริมาตร
1. 30 2. 300 3. 3000 4. 30000
29
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
4.4.2 สมบตั ิบางประการของสารละลาย
เม่ือนาสารใดๆ ไปละลายในตวั ทาละลาย สาร
ละลายท่ีไดจ้ ะมีจุดเดือดสูงข้ึน และจุดเยอื กแขง็ ต่าลง
กวา่ จุดเดือดและจุดเยอื กแขง็ ของตวั ทาละลายน้นั เช่น
น้าบริสุทธ์ิจะมีจุดเดือดที่ 100oC จุดเยอื กแขง็ ที่ 0oC
ถา้ นาสารใดๆ ไปละลายในน้า สารละลายท่ีไดจ้ ะมี สารละลาย
จุดเดือดสูงกวา่ 100oC และมีจุดเยอื กแขง็ ต่ากวา่ 0oC ในน้า
เสมอ คุณสมบตั ิของสารละลายขอ้ น้ีเรียกคุณสมบตั ิ
คอลลเิ กทฟี ( colligative )
ขอ้ ตอ้ งทราบเกี่ยวกบั คุณสมบตั ิคอลลิเกทีฟ
1) จุดเดือดท่ีเพิ่ม และจุดเยอื กแขง็ ที่ลด จะข้ึนกบั ชนิดของตวั ทาละลาย ไมข่ ้ึนกบั
ชนิดของตวั ถูกละลาย
2) จุดเดือดท่ีเพิม่ และจุดเยอื กแขง็ ท่ีลด จะแปรผนั ตรงกบั ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย
สมการท่ีใชค้ านวณเกี่ยวกบั สมบตั ิคอลลิเกทีฟ wwww1122xx 1000
xM
Tจุดเดือดสารละลาย – Tจุดเดือดตวั ทาละลาย = Kb m = Kb ( 1000 )
Tจุดเยอื กแขง็ ตวั ทาละลาย – Tจุดเยอื กแขง็ สารละลาย = Kf m = Kf ( xM )
เม่ือ Kb คือค่าคงท่ีการเพิ่มข้ึนของจุดเดือด ( oC / m )
Kf คือค่าคงที่การลดลงของจุดเยอื กแขง็ ( oC / m )
m คือความเขม้ ขน้ ของสารละลายแบบโมแลล ( โมล/กิโลกรัม )
w1 คือมวลตวั ถูกละลาย
w2 คือมวลตวั ทาละลาย
M คือมวลโมเลกลุ ตวั ถูกละลาย
30
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
65(แนว En) เม่ือเติม NaCl จานวนหน่ึงลงในน้า จุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายจะ
เป็ นเช่นใด
จุดเดือด จุดเยอื กแขง็
1. เพิ่มข้ึน เพิม่ ข้ึน
2. ลดลง ลดลง
3. เพิม่ ข้ึน ลดลง
4. ลดลง เพิม่ ข้ึน
66(แนว En) สาร X 5 กรัม ละลายในเบนซิน 20 กรัม สารละลายเดือดท่ีอุณหภูมิ 83.3oC
จุดเดือดของ X และเบนซินเท่ากบั 300 และ 80.1oC ตามลาดบั ถา้ Kb ของเบนซินเท่า
กบั 2.53oC/m สาร X มีมวลโมเลกลุ เทา่ ไร
1. 20 2. 198 3. 316 4. 396
31
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
67(แนว มช) เมื่อละลายสาร A 2.76 กรัม ในเอทานอล 10 กรัม พบว่าสารละลายมีจุด
เดือด 82.16oC จงหามวลโมเลกุลของสาร A ( กาหนดให้ จุดเดือดของเอทานอลเทา่ กบั
78.52oC , คา่ คงท่ีของการเพิม่ ของจุดเดือด ( Kb ) ของเอทานอลเป็น 1.22oC/m )
1. 92 2. 184 3. 316 4. 396
68(แนว En) สาร A มีมวลโมเลกุล 100 g/mol สามารถละลายน้าไดแ้ ต่ไม่แตกตวั ถา้ ตอ้ งการ
ให้สารละลาย A ในน้ามีจุดเยือกแข็งท่ี –7.44oC จะตอ้ งใชส้ าร A กี่กรัม ละลายในน้าคร่ึง
กิโลกรัม ( กาหนดค่า Kf ของน้าเท่ากบั 1.86o C . mol–1. kg–1 )
1. 20 2. 40 3. 200 4. 400
69. สารละลายชนิดหน่ึงประกอบดว้ ยตวั ถูกละลาย 100 กรัม ละลายในน้า 1000 กรัม สาร
ละลายน้ีจะมีจุดเดือดเท่าใด
ให้ มวลโมเลกุลตวั ถูกละลาย = 50 , Kb ของน้า = 0.5oC/m , จุดเดือดปกติของน้า = 100oC
1. 100.5oC 2. 101.0oC 3. 101.5oC 4. 102.0oC
32
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
70. สารละลายชนิดหน่ึงประกอบดว้ ยตวั ถูกละลาย 100 กรัม ละลายในน้า 1000 กรัม สาร
ละลายน้ีจะมีจุดเยอื กแขง็ เทา่ ใด กำหนด มวลโมเลกลุ ตวั ถูกละลาย = 50 ,
คา่ Kf ของน้า = 1.86oC/m , จุดเยอื กแขง็ ปกติของน้า = 0oC
1. –0.93oC 2. –1.86oC 3. –3.72oC 4. –4.65oC
71(แนว มช) สารละลายชนิดหน่ึงประกอบดว้ ยตวั ถูกละลาย 20 กรัม ละลายในน้า 1000 กรัม
จะมีจุดเยอื กแขง็ เทา่ กบั ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี
( กาหนดให้ ตวั ถูกละลายมีมวลโมเลกุลเทา่ กบั 40 และน้ามีค่า Kf เท่ากบั 1.8oC/m )
1. –0.9oC 2. –1.8oC 3. –3.6oC 4. –4.5oC
72. สารละลายของตวั ถูกละลายชนิดใดจะมีจุดเดือดสูงท่ีสุด ถา้ สารละลายเหล่าน้นั มีความ
เขม้ ขน้ 1.0 โมล/กิโลกรัม และมีน้าเป็นตวั ทาละลายเหมือนกนั
( K = 39 , S = 32 , O = 15 , Na = 23 , P = 31 , Cl = 35.5 , Ca = 40 )
1. K2SO4 2. Na3PO4 3. CaCl2 4. C6H12O6
33
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
4.5 การคานวณเกยี่ วกบั สูตรเคมี
4.5.1 การคานวณหาสูตรเอมพริ ิคัลและสูตรโมเลกลุ
สูตรโมเลกุล เป็ นสูตรที่บอกให้เรารู้วา่ ในหน่ึงโมเลกุลของสารใดๆ ประกอบไปดว้ ย
อะตอมของธาตุอะไรบา้ ง และอยา่ งละกี่อะตอม
สูตรอยา่ งง่าย (สูตรเอมพิริคลั ) เป็ นสูตรที่แสดงอตั ราส่วนอยา่ งต่าของแต่ละธาตุท่ีเขา้
มารวมตวั กนั
ตัวอย่างเช่น สูตรโมเลกลุ ของกลูโคสคือ C6 H12 O6
จากสูตรจะเห็นว่าในหน่ึงโมเลกุลของกลูโคสจะประกอบด้วย คาร์บอน ( C) 6
อะตอม ไฮโดรเจน (H) 12 อะตอม และออกซิเจน (O) 6 อะตอม
จากสูตรโมเลกุล หากดึงตวั ร่วมจะได้
(C6 H12 O6) = ( CH2O )6
สูตรที่เหลือในวงเล็บ ( คือ CH2O ) จะเป็ นสูตรท่ีแสดงอตั ราส่วนอย่างต่าของ
จานวนอะตอม เรียกสูตรในวงเลบ็ น้ีวา่ สูตรอย่างง่าย
โปรดสังเกตว่า
(สูตรอยา่ งง่าย) n = สูตรโมเลกุล
และ (มวลจากสูตรอยา่ งง่าย) n = มวลโมเลกุล
73. นาสารประกอบชนิดหน่ึงมาแยกสลายจนหมด จะไดค้ าร์บอน( C ) 1.2 กรัม ไฮโดรเจน(H)
0.2 กรัม และออกซิเจน (O) 1.6 กรัม เท่าน้ัน ถ้าสารมีมวลโมเลกุล 60 จงหาสูตร
โมเลกุลของสารน้ี
1. CH2O 2. C2H4O2 3. C3H6O3 4. C4H8O4
34
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
74. ออกไซดช์ นิดหน่ึงมี As 65.2% และ O 34.8% โดยมวลออกไซดน์ ้ีมีมวลโมเลกลุ เทา่ กบั
230 สูตรของออกไซดเ์ ป็ นอยา่ งไร ( As = 75 , O = 16 )
1. AsO2 2. As2 O3 3. As2 O4 4. As2 O5
75. สาร A ประกอบด้วยธาตุ N , H , O เม่ือสาร A 64 กรัม สลายตัวจะได้แก๊ส
ไนโตรเจน 28 กรัม และไอน้า 36 กรัม ถา้ มวลโมเลกุลของสาร A เท่ากบั 64 จงหา
สูตรโมเลกลุ ของสาร A น้ี
1. NH2O 2. NHO3 3. N2H4O2 4. N3H6O3
4.5.2 การคานวณมวลเป็ นร้อยละจากสูตร
การหามวลร้อยละของสารจากสูตรโมเลกลุ สามารถหาไดจ้ ากสมการ
ร้อยละของธาตุ A ในสารประกอบ = มวลธาตุ A x 100
มวลของสารประกอบ
76. มวลร้อยละของธาตุ C ใน CO2 มีค่าเทา่ กบั ขอ้ ใดต่อไปน้ี
1. 13.33 2. 20.00 3. 27.27 4. 33.33
35
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
77. มวลร้อยละของธาตุ O ใน CuSO4 . 5 H2O มีคา่ เท่ากบั ขอ้ ใด ( Cu = 63.5 , S = 32 )
1. 36.07 2. 45.50 3. 57.72 4. 63.33
78. จากขอ้ ที่ผา่ นมา มวลร้อยละของน้ามีคา่ เท่ากบั ขอ้ ใด
1. 36.07 2. 45.50 3. 57.72 4. 63.33
79(แนว มช) สาร A เป็ นสารบริสุทธ์ิ โดยใน 1 โมเลกุลของสารน้ี ประกอบดว้ ยคาร์บอน 27
อะตอม คิดเป็ นร้อยละโดยมวลของคาร์บอนเท่ากบั 80.50 อยากทราบว่าสาร A มีมวล
โมเลกุลเท่าไร
1. 348.3 2. 402.5 3. 430.3 4. 490.8
36
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
4.6 การคานวณปริมาณสารในปฏกิ ริ ิยาเคมี
4.6.1 ระบบ กบั สิ่งแวดล้อม
ระบบ คือส่วนท่ีอยภู่ ายในขอบเขตของการศึกษาท้งั ก่อนและหลงั การเปลี่ยนแปลง
( คือสิ่งที่เราตอ้ งการศึกษานนั่ เอง )
ส่ิงแวดล้อม คือส่วนท่ีอยภู่ ายนอกขอบเขตของการศึกษาท้งั หมด
ตวั อยา่ งเช่นหากเราตอ้ งการศึกษาการแยกน้าดว้ ยกระแสไฟฟ้าเพื่อให้ไดแ้ ก๊สไฮโดรเจน
และออกซิเจน ระบบ ( คือสิ่งท่ีเราตอ้ งการศึกษา ) ซ่ึงไดแ้ ก่น้าก่อนการทดลอง และแก๊สไฮ-
โดรเจนกบั ออกซิเจนกบั น้าท่ีเหลือหลงั การทดลองเท่าน้ัน นอกน้นั ถือว่าเป็ นสิ่งแวดลอ้ มหมด
รวมไปถึงเครื่องมือ อุปกรณ์ ภาชนะท่ีใชท้ าการทดลองกถ็ ือเป็นสิ่งแวดลอ้ มเช่นกนั
ประเภทของระบบ
1. ระบบปิ ด คือระบบท่ีไม่มีการถ่ายเทมวลระหวา่ งระบบกบั สิ่งแวดลอ้ ม
2. ระบบเปิ ด คือระบบที่มีการถ่ายเทมวลระหวา่ งระบบกบั สิ่งแวดลอ้ ม
ตัวอย่าง 1. ใส่ผงสงั กะสีลงในกรด HCl ในภาชนะเปิ ดฝา เกิดปฏิกิริยาตามสมการ
Zn(s) + 2 HCl(aq) ZnCl2(s) + H2(g)
ปฏิกิริยาน้ีจะเกิดแกส๊ H2 ซ่ึงจะหนีหายไป ทาใหเ้ กิดการถ่ายเทมวลออกไป
สู่สิ่งแวดลอ้ ม จึงเป็นระบบเปิ ด
2. เผาหินปูนในภาชนะปิ ดฝาสนิท เกิดปฏิกิริยาตามสมการ
CaCO3(s) CaO(s) + CO2(g)
ปฏิกิริยาน้ีจะเกิดแกส๊ CO2 แต่เน่ืองจากอยใู่ นภาชนะปิ ดจึงถ่ายเทมวลไป
ไหนไม่ได้ จึงเป็ นระบบเปิ ด
3. เติมสังกะสีลงในสารละลายคอปเปอร์ (II) ซลั เฟต
Zn(s) + CuSO4(aq) ZnSO4(aq) + Cu(s)
ระบบน้ีไมเ่ กิดแก๊สใดๆ ดงั น้นั ไม่วา่ จะอยใู่ นภาชนะเปิ ดหรือปิ ดฝา กจ็ ะไม่
เกิดการถ่ายเทมวล จึงเป็ นระบบปิ ด
37
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
4.6.2 กฎทรงมวล
กฎทรงมวลกล่าววา่ “ มวลรวมของสารก่อนเกิดปฏิกิริยาจะเท่ากบั มวลรวมของสาร
หลงั เกิดปฏิกิริยา ”
ตวั อยา่ ง ในปฏิกริยา A+B C+D
มวลรวมของ A กบั Bก่อนปฏิกิริยา = มวลรวมของ C กบั D หลงั ปฏิกิริยา
80. นาโซดาซกั ผา้ มา 2.86 กรัม ทาปฏิกิริยากบั กรดเกลือ 0.73 กรัม จะเกิดเกลือแกง 1.17
กรัม น้า 1.98 กรัม ถา้ การทดลองน้ีเป็ นไปตามกฏทรงมวลเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
กี่กรัม
1. 0.22 กรัม 2. 0.36 กรัม 3. 0.44 กรัม 4. 4.4 กรัม
81. นาโซเดียมซลั เฟต (Na2SO4) 142 กรัม มาทาปฏิกิริยากบั แบเรียมคลอไรด์ (BaCl2)
208 กรัม เกิดโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) 117 กรัม ถา้ การทดลองน้ีเป็นไปตามกฎทรง มวล
ปฏิกิริยาดงั กล่าวจะเกิดแบเรียมซลั เฟต (BaSO4) ก่ีกรัม
38
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
4.6.3 กฎสัดส่วนคงที่
กล่าวว่า “ เมื่อธาตุต้งั แต่ 2 ชนิดข้ึนไปมารวมตวั กนั เกิดเป็ นสารประกอบชนิดหน่ึงๆ
อตั ราส่วนโดยมวลของธาตุท่ีเป็ นองคป์ ระกอบน้ัน ยอ่ มมีค่าคงที่เสมอ ไม่วา่ สารประกอบน้นั จะ
เตรียมข้ึนโดยวธิ ีใด หรือจะเตรียมก่ีคร้ังก็ตาม ”
ตวั อย่าง หากนาธาตุไฮโดรเจนมาทาปฏิกิริยากับธาตุออกซิเจนเพื่อให้เกิดน้า จะ
พบวา่ ตอ้ งใชอ้ ตั ราส่วนโดยมวลของธาตุไฮโดรเจนต่อธาตุออกซิเจนเท่ากบั 1 : 8 เสมอ ไม่วา่
จะเตรียมน้าดว้ ยวธิ ีใดๆ ก็ตาม
มวลธาตุไฮโดรเจน มวลธาตุออกซิเจน
18
2 16
3 24
4 32
5 40
82. สมมุติ คาร์บอน( C ) 3 กรัม สามารถรวมตัวกับออกซิเจน (O) 8 กรัม แล้วเกิดเป็ น
สารประกอบชนิดหน่ึง หากตอ้ งการสารประกอบชนิดเดียวกนั น้ีโดยเตรียมจากคาร์บอน
15 กรัม ตอ้ งใชอ้ อกซิเจนก่ีกรัมจึงจะทาปฏิกริยากนั พอดี และสารประกอบท่ีเกิดจะมีมวล
กี่กรัม ( ตอบตามลาดบั )
1. 40 , 55 2. 20 , 35 3. 30 , 45 4. 50 , 65
83. เมื่อเผาลวดแมกนีเซียมในออกซิเจน พบวา่ แมกนีเซียม 1.52 กรัม รวมตวั พอดีกบั ออกซิ-
เจน 1.00 กรัม ถา้ เผาไหมล้ วดแมกนีเซียม 7.60 กรัม จะไดแ้ มกนีเซียมออกไซด์ ( MgO )
กี่กรัม
1. 5 2. 10.60 3. 12.60 4. 14.60
39
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
84. สารประกอบชนิดหน่ึงประกอบดว้ ย S 40% O 60% โดยมวล ถา้ นา S 16 กรัม
และ O 20 กรัม มาทาปฏิกิริยากนั จะไดส้ ารประกอบน้ีอยา่ งมากที่สุดกี่กรัม
1. 16.67 2. 33.34 3. 38.80 4. 42.50
4.7 สมการเคมี
4.7.1 การเขยี นสมการเคมี
สมการเคมี คือกลุ่มสูตรทางเคมีของสารที่เขียนข้ึนเพื่ออธิบายหรือแทนการเปล่ียนแปลง
ทางเคมี ( ปฏิกิริยา ) ของสารในอตั ราส่วนต่าสุดของจานวนโมลของสารเหล่าน้นั โดยเขียนสาร
ท่ีเขา้ ทาปฏิกิริยากนั ซ่ึงเรียกวา่ สารต้ังต้น (Reactants) ไวท้ างดา้ นซา้ ย และสารท่ีเกิดข้ึนใหม่ซ่ึง
เรียกวา่ สารผลติ ภัณฑ์ (Products) ไวท้ างดา้ นขวา ใชเ้ ครื่องหมาย + คนั่ ระหวา่ งสารแต่ละชนิด
และเขียน ไวร้ ะหวา่ งสารต้งั ตน้ และสารผลิตภณั ฑ์
เช่นสังกะสี ( Zn ) ทาปฏิกิริยากับกรดซัลฟิ วริก ( H2SO4 ) แล้วได้สังกะสี ซัลเฟต
(ZnSO4) กบั แก๊สไฮโดรเจน ( H2 ) เขียนสมการไดด้ งั น้ี
Zn + H2SO4 ZnSO4 + H2
หลกั ในกำรเขียนสมกำรเคมี
1. ใหเ้ ขียนสูตรเคมีของสารต้งั ตน้ ไวข้ า้ งซา้ ย เขียนสูตรเคมีของผลิตภณั ฑไ์ วข้ า้ งขวา
แลว้ เขียนเครื่องหมาย ไวต้ รงกลาง
2. เม่ือเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาแลว้ ใหท้ าสมการเคมีใหส้ มดุลดว้ ย คือทาใหจ้ านวน
อะตอมของธาตุทุกชนิดทางซา้ ยเทา่ กบั ทางขวา โดยเติมตวั เลขขา้ งหนา้ สูตรเคมีของสารน้ันๆ
เช่น N2 + H2 NH3 ไมถ่ ูกตอ้ ง เพราะสมการน้ีไมด่ ุล
N2 + 3 H2 2 NH3 ถูกตอ้ ง เพราะสมการน้ีดุลแลว้
40
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
3. ในการเขียนสมการเคมีให้สมบูรณ์ยิ่งข้ึน ควรบอกสถานะของสารแต่ละชนิดดว้ ยคือ
ถา้ เป็ นของแข็ง (Solid) ใชอ้ กั ษรย่อวา่ “ s ” ถา้ เป็ นของเหลว (liquid) ใช้อกั ษรยอ่ ว่า “ l ” ถา้
เป็นแก๊ส (gas) ใชอ้ กั ษรยอ่ “ g ” และถา้ เป็นสารละลายในน้า (aqueous) ใชอ้ กั ษรยอ่ “ aq ”
เช่น CaC2(s) + 2 H2O(g) Ca(OH)2(aq) + C2H2(g)
4. การเขียนสมการเคมีบางคร้ัง อาจแสดงพลงั งานของปฏิกิริยาเคมีดว้ ย เช่น
2 NH3(g) + 93(g) N2(g) + 3 H2(g)
เป็นปฏิกริยาดูดพลงั งาน = 93 kJ
CH4(g) + 2 O2(g) CO2(g) + 2 H2O(l) + 889.5 kJ
เป็นปฏิกิริยาคายพลงั งาน = 889.5 kJ
ข้นั ตอนกำรดุลสมกำรเคมีโดยวธิ ีตรวจพนิ ิจ
1. ให้ดุลจานวนอะตอมของธาตุในโมเลกุลใหญ่ที่สุดก่อนแลว้ จึงค่อยดุลจานวนอะตอม
ในโมเลกลุ ที่เลก็ ลงตามลาดบั และใหด้ ุลโลหะก่อนอโลหะ
2. ถา้ ในสมการใดมีธาตุอิสระอยูด่ ว้ ยใหด้ ุลเป็นอนั ดบั สุดทา้ ย
3. ถา้ สมการที่ดุลแลว้ ตวั เลขท่ีแสดงจานวนโมลของสารต่างๆ ยงั ไมเ่ ป็นอตั ราส่วนอยา่ ง
ต่าหรือเป็ นเศษส่วนกใ็ หท้ าเป็นเลขจานวนเตม็ ในอตั ราส่วนตา่ งอยา่ งต่าดว้ ย
85. สมการเคมีต่อไปน้ี เม่ือดุลเสร็จแลว้ สัมประสิทธ์ิหนา้ สารแต่ละตวั จะมีค่าเทา่ ใดตามลาดบั
Fe2O3 + H2 Fe + H2O
1. 5 , 3 , 1 , 3 2. 1 , 3 , 2 , 3 3. 2 , 3 , 1 , 2 4. 2 , 3 , 4 , 3
41
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
86. สมการเคมีต่อไปน้ี เมื่อดุลเสร็จแลว้ สมั ประสิทธ์ิหนา้ สารแต่ละตวั จะมีค่าเท่าใดตามลาดบั
PCl5(l) + H2O(l) H3PO4(aq) + HCl(aq)
1. 2 , 3 , 1 , 3 2. 1 , 3 , 2 , 3 3. 1 , 4 , 1 , 5 4. 1 , 3 , 4 , 3
87. สมการเคมีต่อไปน้ี เมื่อดุลเสร็จแลว้ สัมประสิทธ์ิหนา้ สารแต่ละตวั จะมีค่าเท่าใดตามลาดบั
P4O10 + H2O H3PO4
1. 2 , 3 , 1 2. 1 , 6 , 4 3. 4 , 1 , 5 4. 3 , 4 , 3
88. สมการเคมีต่อไปน้ี เม่ือดุลเสร็จแลว้ สมั ประสิทธ์ิหนา้ สารแตล่ ะตวั จะมีค่าเท่าใดตามลาดบั
Fe2O3 + C Fe + CO2
1. 5 , 3 , 1 , 3 2. 1 , 3 , 2 , 3 3. 2 , 3 , 1 , 2 4. 2 , 3 , 4 , 3
42
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
4.7.2 ความสัมพนั ธ์ระหว่างปริมาณของสารในสมการเคมี
ในสมการเคมีที่ดุลแลว้ น้ัน ตวั เลขสัมประสิทธ์ิหน้าสารแต่ละตวั จะบอกอตั ราส่วนของ
จานวนโมล หรือของจานวนโมเลกุล หรือของจานวนปริมาตร ( หากเป็นแกส๊ ) ของสารท่ีเขา้ มา
ทาปฏิกิริยากนั และผลิตภณั ฑท์ ี่เกิดข้ึนเสมอ
เช่นจากสมการเคมี
2 H2(g) + O2(g) 2 H2 O(g)
เราจะรู้วา่ อตั ราส่วนของจานวนโมล หรือของจานวนโมเลกุล หรือของจานวนปริมาตร
ของสาร H2 : O2 : H2O = 2 : 1 : 2
89. จากปฏิกิริยา C3H8(g) + 5 O2(g) 3 CO2(g) + 4 H2O(g) หากตอ้ งการ CO2 44
กรัม ตอ้ งใช้ C3H8 ก่ีลิตร
1. 6.0 2. 6.8 3. 7.5 4. 8.8
90. จากโจทยท์ ี่ผา่ นมา หากใช้ O2 64 กรัม จะไดไ้ อน้ากี่โมเลกุล 4. 12.04 x 1023
1. 3.01 x 1023 2. 6.02 x 1023 3. 9.632 x 1023
43
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
91. ในการเผา KClO3 จะเกิดปฎิกิริยาดงั น้ี
2 KClO3 2 KCl + 3 O2 ( K = 39.1 , Cl = 35.5 , O = 16 )
ถา้ เผา KClO3 จานวน 12.26 กรัม จะไดแ้ กส๊ O2 กี่ลิตรท่ี STP
1. 1.12 2. 2.24 3. 3.36 4. 4.48
92(แนว En) ถา้ ตอ้ งการกาจดั ซลั เฟอร์ไดออกไซดใ์ นอากาศดว้ ยปฏิกิริยาดงั ต่อไปน้ี
2 CaCO3(s) + 2 SO2(g) + O2(g) 2 CaSO4(s) + 2 CO2(g)
จะตอ้ งใช้ CaCO3 กี่กรัมท่ีจะกาจดั SO2 1120 cm3 ที่ STP ( Ca = 40 , S = 32 )
1. 0.05 2. 5 3. 50 4. 5000
93. แก๊สมีเทน ( CH4 ) ทาปฏิกิริยาเผาไหมก้ บั ออกซิเจน ( O2 ) ถามว่าหากใชม้ ีเทน 24 กรัม
จะตอ้ งใชแ้ ก๊สออกซิเจนก่ีลิตร
1. 11.2 2. 22.4 3. 44.8 4. 67.2
44
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
94(แนว มช) ถา้ ใช้ O2 6.4 กรัม ทาปฏิกิริยาอยา่ งสมบูรณ์กบั แก๊ส H2 จะไดไ้ อน้าปริมาตร
ก่ี dm3 ที่ STP ( สมมุติวา่ ไอน้ามีพฤติกรรมเช่นเดียวกบั แกส๊ สมบูรณ์ , H = 1 , O = 16 )
1. 1.12 2. 4.48 3. 6.62 4. 8.96
95(แนว En) แร่ชนิดหน่ึงประกอบดว้ ย FeS และสิ่งอ่ืนๆ ที่ไม่ทาปฏิกิริยากบั กรด เม่ือนาแร่
น้ีมา 20 กรัม ตม้ กบั กรด H2SO4 ซ่ึงมีปริมาตรมากเกินพอปฏิกิริยาสิ้นสุด ปรากฏวา่ ได้
แกส๊ H2S ท้งั หมด 3.4 กรัม จงคานวณหาวา่ แร่น้นั ประกอบดว้ ย FeS ร้อยละเท่าใด
ถา้ สมการของปฏิกิริยาคือ FeS + H2SO4 FeSO4 + H2S
4.7.3 การคานวณจากสมการเคมีทเี่ กยี่ วข้องมากกว่าหนึ่งสมการ
96(แนว En) 2 Pb(NO3)2 2 PbO + 4 NO2 + O2
NO2 + 2 KI K2O + NO + I2 ( K = 40 , Pb = 207 , I = 127 )
จากสมการตอ้ งเผา Pb(NO3)2 ก่ีกรัมจึงจะได้ I2 1.21 x 1022 โมเลกุล
45
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
97. จงคานวณหามวลของแก๊สคลอรีน (Cl2) ในหน่วยกิโลกรัม ท่ีตอ้ งการใชใ้ นการเกิดคาร์-
บอนเตตระคลอไรด์ (CCl4) 5.00 กิโลกรัม จากการเปล่ียนแปลงดงั สมการน้ี
CS2(l) + 3 Cl2(g) S2Cl2 (l) + CCl4 (l)
8 S2Cl2 (l) + 4 CS2 (l) 3 S8 (s) + 4 CCl4 (l)
1. 2.31 2. 4.61 3. 7.21 4. 9.22
98. ถ้าให้แก๊สมีเทน ( CH4 ) 8.00 กรัม เผาไหมใ้ นบรรยากาศของแก๊สออกซิเจน ( O2 ) 48
กรัม จงหาวา่ จะเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) ก่ีกรัม ถา้ ปฏิกิริยาท่ีเกิดคือ
CH4 (g) + 2 O2 (g) CO2 (g) + 2 H2O (l)
1. 19.5 2. 22.0 3. 22.5 4. 23.8
4.7.4 สารกาหนดปริมาณ
สำรกำหนดปริมำณ คือสารต้ังต้นที่ทาปฏิกิริยาหมดก่อนสารอื่น เมื่อสารน้ีหมดไป
ปฏิกิริยาจะหยดุ การคานวณเก่ียวกบั สมการเคมีตอ้ งใชส้ ารกาหนดปริมาณน้ีเป็นตวั คานวณ
46
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
99(แนว En) เมื่อนา NaCl 5.85 กรัม ละลายในน้า 100 cm3 แล้วนาสารละลายที่ไดผ้ สม
กับสารละลาย AgNO3 เข้มข้น 0.2 mol/dm3 ปริมาตร 100 cm3 จะเกิดตะกอนของ
AgCl ก่ีกรัม
1. 1.17 2. 2.87 3. 5.58 4. 14.85
4.7.5 ผลได้ร้อยละ
ปริมาณผลิตภณั ฑ์ท่ีคานวณไดจ้ ากสมการเคมีน้ันจะเป็ นปริมาณที่เกิดตามทฤษฏี เรียกว่า
ผลได้ตามทฤษฏี ซ่ึงในธรรมชาติจริงน้ันปริมาณผลิตภัณฑ์ท่ีเกิดจะน้อยกว่าทฤษฏีเสมอ
ปริมาณท่ีเกิดจริงจะเรียกผลได้จริง
หากตอ้ งการหาวา่ ผลไดจ้ ริงมีคา่ เป็นก่ีเปอร์เซ็นตข์ องผลไดต้ ามทฤษฏี สามารถหาไดจ้ าก
ผลไดร้ ้อยละ = ผลไดจ้ ริง x 100
ผลไดต้ ามทฤ ษฏี
100. ถา้ นาเบนซีน (C6H6) 15.6 กรัม มาทาปฏิกิริยากบั กรดไนตริก (HNO3) จานวนมากเกิน
พอ พบวา่ เกิดไนโตรเบนซีน (C6H5NO2) 18.0 กรัม ดงั สมการ จงหาผลไดร้ ้อยละ
C6H6(l) + HNO3(aq) C6H5NO2(l) + H2O(l)
1. 50.0 2. 62.5 3. 73.2 4. 78.3
47
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
4.7.6 ปริมาตรของแก๊สในปฏิกริ ิยาเคมี
จากหวั ขอ้ ที่ผา่ นมาเราทราบวา่ ในสมการเคมีที่ดุลแลว้ ตวั เลขสัมประสิทธ์ิหนา้ สารแต่
ละตวั จะบอกอตั ราส่วนจานวนโมลหรือจานวนโมเลกุลของสารต้งั ตน้ และผลิตภณั ฑ์ และจาก
กฏของอาโวกาโดซ่ึงกล่าววา่ “ ท่ีอุณหภูมิและความดันเดยี วกัน แก๊สใดๆ ทม่ี ีปริมาตรเท่ากนั จะ
มีจานวนโมเลกุลเท่ากนั ” ดงั น้นั ตวั เลขสัมประสิทธ์ิหนา้ สารแตล่ ะตวั นอกจากจะบอกอตั ราส่วน
จานวนโมเลกุลแลว้ ยงั บอกอตั ราส่วนของจานวนปริมาตรของสารต้งั ตน้ และผลิตภณั ฑ์ท่ีเป็ น
แกส๊ อีกดว้ ย
ตวั อยา่ งเช่นจากสมการเคมี
2 H2 (g) + O2 (g) 2 H2O(g)
จะไดว้ า่ อตั ราส่วนปริมาตรของ H2 : O2 : H2O = 2 : 1 : 2
จากตวั อย่างที่ผ่านมาจะได้ว่า “ ท่ีอุณหภูมิและความดันคงที่ อัตราส่ วนระหว่าง
ปริมาตรของแก๊สที่ทาปฏิกิริยาพอดีกับปริมาตรของแก๊สที่เกิดขึ้น จะเป็ นจานวนเต็มลงตัว
น้อยๆ” ขอ้ ความน้ีเรียกกฎของเกย์–ลูสแซก
101. กาหนดปฏิกิริยา 4 X2(g) + 7 Y2(g) 2 X4Y7 (g) ถา้ ใช้ Y2 28 ลูกบาศก-์
เซนติเมตร ทาปฏิกิริยากบั X2 ปริมาณมากเกินพอที่อุณหภูมิและความดนั เดียวกนั จะเกิด
แก๊ส X4Y7 กี่ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
1. 2 2. 4 3. 8 4. 10
48
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทที่ 4 ปริมาณสมั พนั ธ์
102. นาแก๊สชนิดหน่ึงซ่ึงมีสูตรโมเลกุล A2 ทาปฏิกิริยากบั แก๊สอีกชนิดหน่ึงซ่ึงมีสูตรโมเลกุล
B2 ไดแ้ กส๊ ท่ีมีสูตรโมเลกลุ AB3 ดงั สมการ
A2 + 3 B2 2 AB3
ถา้ ใช้ B2 60 ลูกบาศก์เซนติเมตร ทาปฏิกิริยากบั A2 ปริมาณมากเกินพอท่ีอุณหภูมิและ
ความดนั เดียวกนั จะเกิดแกส๊ AB3 ก่ีลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
1. 10 2. 20 3. 30 4. 40
103. นาแกส๊ ชนิดหน่ึงซ่ึงมีสูตรโมเลกลุ A2 ทาปฏิกิริยากบั แกส๊ อีกชนิดหน่ึงซ่ึงมีสูตรโมเลกลุ B2
ได้แก๊สที่มีสูตรโมเลกุล AB3 ดังสมการ A2 + 3 B2 2 AB3 ถ้าใช้แก๊ส A2 35
ลูกบาศก์เซนติเมตร ทาปฏิกิริยากบั B2 81 ลูกบาศก์เซนติเมตร ถามวา่ แก๊ส A2 กบั B2
แก๊สไหนจะถูกใชห้ มดก่อนกนั
1. A2 2. B2 3. หมดพร้อมกนั 4. ไม่มีตวั ใดหมด
49
ติวสบายเคมี เลม่ 2 http://www.pec9.com บทท่ี 4 ปรมิ าณสมั พนั ธ์
104. จากขอ้ ที่ผา่ นมา จะเกิดแกส๊ AB3 ก่ีลูกบาศกเ์ ซนติเมตร 4. 54
1. 27 2. 36 3. 48
105. จากขอ้ ที่ผา่ นมา จะเหลือแกส๊ A2 กี่ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร 4. 10
1. 2 2. 4 3. 8
106. สุดทา้ ยจะแกส๊ ผสมก่ีลูกบาศกเ์ ซนติเมตร 3. 76 4. 93
1. 31 2. 62
50