The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนปฏิบัติการประจำปี 2566 โรงเรียนบ้านห้วยเสียด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนปฏิบัติการประจำปี 2566 โรงเรียนบ้านห้วยเสียด

แผนปฏิบัติการประจำปี 2566 โรงเรียนบ้านห้วยเสียด

หน้าที่ 93 โครงการ ห้องสมุด ๓ ดี มีชีวิต แผนงาน วิชาการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.1 , มฐ.2 และ มฐ.3 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 2 และ 3 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 , 3 และ 4 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวอลีนา ชัยมงกุฎ ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 3,๐๐๐ บาท แหล่งที่มา งบอุดหนุนรายหัว *************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล ห้องสมุดโรงเรียนเป็นแหล่งการเรียนรู้ภายในโรงเรียนที่มีความสำคัญยิ่งต่อการจัดการเรียนรู้ของ ครูผู้สอน และการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระต่างๆของนักเรียน เพราะเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ อำนวยความสะดวก จัดกิจกรรมที่กระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้า แสวงหาคำตอบ และ สร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเองได้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ที่เน้นให้ส่งเสริมการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ทั้งในและนอกสถานศึกษา เพื่อการพัฒนาไปสู่ความเป็นสากล และมุ่งเสริมให้ผู้เรียน เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และใช้ เวลาอย่างสร้างสรรค์ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลา แสวงหาคำตอบและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เช่นการ ทำรายงาน โครงงาน ชิ้นงาน การปฏิบัติจริง โดยสถานศึกษาควรมีการพัฒนาปรับปรุงห้องสมุดให้สะดวกต่อ การใช้ จัดบรรยากาศให้น่าสนใจ ปรับปรุงกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่มีความ สอดคล้อง และเหมาะสมกับความสนใจของผู้สนใจ โดยจัดให้มีบรรยากาศที่ดี มีมุมส่งเสริมการอ่านจะมีส่วน ช่วยให้ผู้สนใจมีความต้องการเข้าห้องสมุดมากขึ้น ดังนั้นโรงเรียนบ้านดอยช้างเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ดำเนินการจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อ ปรับปรุงรูปแบบการจัดห้องสมุดให้มีบรรยากาศที่เหมาะสม ดึงดูดให้นักเรียนและครูเข้ามาใช้บริการห้องสมุด สร้างนิสัยรักการอ่านให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การเรียนการสอนสัมฤทธิ์ผล และมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนา ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นให้บุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการ พัฒนา ปรับปรุงห้องสมุดจัดบรรยากาศและกิจกรรมต่างๆที่อำนวยความสะดวกต่อการใช้บริการของนักเรียน 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อปรับปรุงและพัฒนาห้องสมุดโรงเรียนให้มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน 2.2. เพื่อจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการอ่านและการศึกษาค้นคว้า 2.3. เพื่อจัดกิจกรรมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านและการค้นคว้า 2.4. เพื่อจัดเก็บข้อมูลและสถิติระบบบริการห้องสมุดอย่างเป็นปัจจุบันและรวดเร็ว


หน้าที่ 94 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ ๑. นักเรียนมีความสนใจที่จะเข้ามาศึกษาค้นคว้าหาความรู้ในห้องสมุด ร้อยละ ๗๐ 2. นักเรียนได้รับการส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านและเข้าร่วมกิจกรรมรักการอ่าน ร้อยละ ๗๐ เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนสนใจแสวงหาความรู้โดยใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ 2. นักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตัวเอง และรักการเรียนรู้ 3. ห้องสมุดมีบรรยากาศดี ดึงดูดใจผู้มาใช้บริการ 4. นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านการค้นคว้า แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ เพิ่มเติมอยู่เสมอ 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 3,๐๐๐ บาท (สามพันบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้งคณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูอลีนา ขั้นดำเนินการ 1. จัดทำสมุดบันทึกรักการ อ่าน ภาคเรียนที่ ๑ และ ๒ 2. กิจกรรมส่งเสริมการ ให้บริการของห้องสมุด - - - - 2,๐๐๐ ๑,๐๐๐ พ.ค.66–มี.ค.67 ครูอลีนา ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูอลีนา รวม - - 3,๐๐๐ รวมทั้งสิ้น 3,๐๐๐ 5. สถานที่ดำเนินการ ห้องสมุดโรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง


หน้าที่ 95 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง หนังสือสำหรับนักเรียนยังไม่เพียงพอ หนังสือที่นักเรียนสนใจมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับความ ต้องการของผู้มาใช้บริการ แนวทางบริหารความเสี่ยง จัดซื้อหรือจัดหาหนังสือสำหรับนักเรียนเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่สนใจ และความต้องการ ของผู้มาใช้บริการ 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1. ห้องสมุดมีบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และ ผู้ใช้มีการเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น 2. ห้องสุมดมีทรัพยากรสารสนเทศที่เป็นระเบียบ ๓. นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน 1. สถิติการใช้บริการของ ห้องสมุด 2. สถิติการยืม – คืน ทรัพยากรสารสนเทศ ๓. แบบประเมิน 1. แบบบันทึกสถิติการใช้ บริการของห้องสมุด 2. แบบบันทึกสถิติการยืม – คืน ทรัพยากรสารสนเทศ ๓. แบบบันทึกรักการอ่าน 4. แบบประเมินความพึง พอใจ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. ห้องสมุดมีการจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ มีการจัดสารสนเทศภายในห้องสมุดอย่างเป็นระบบ ระเบียบ 8.2. นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน และแสวงหาความรู้ด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวอลีนา ชัยมงกุฎ) (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 96 โครงการ วิชาการงานแนะแนว/ชุมนุม แผนงาน วิชาการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.2 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 2 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 และ 2 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์ ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 7,000 บาท แหล่งที่มา งบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน *************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับพ.ศ.2545 นโยบายรัฐบาล นโยบาย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง โรงเรียนจึงให้มีกิจกรรมแนะแนวขึ้น เนื่องจากกิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องทำควบคู่ไปการจัดการศึกษา ดังนั้นการพัฒนาให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น สามารถมองเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพของตนเองรู้จักความชอบและความถนัดของตนเอง เพื่อช่วย ส่งเสริมให้ความช่วยเหลือนักเรียนให้ได้รับความสุข รู้จักการพึ่งตนเองการแก้ไขปัญหาการพัฒนาตน โดยใช้ สติปัญญาเพื่อให้เกิดความสำเร็จตามศักยภาพของตนเอง และนำพาตนเองไปสู่เส้นทางชีวิตที่เหมาะสมดำรงตน อย่างมีคุณค่าเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริงทั้งเพื่อสนองนโยบายดังกล่าวโรงเรียนบ้าน ห้วยเสียดจึงได้จัดทำโครงการวิชาการงานแนะแนวของโรงเรียนบ้านห้วยเสียดขึ้น 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อช่วยเหลือนักเรียนในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการเรียนความประพฤติ เศรษฐกิจและอาชีพ 2.2. เพื่อให้บริการข้อมูลสารสนเทศด้านการแนะแนว เช่นการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ แก้ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องกับการศึกษา 2.3. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนทั้งในด้านสังคม อารมณ์ และจิตใจเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความคิด รู้จักการแก้ปัญหา มีทักษะในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 100 ได้รับบริการการแนะแนวที่มีประสิทธิภาพ เชิงคุณภาพ นักเรียนชั้น ป.6 เมื่อจบการศึกษาแล้ว เข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษา ร้อยละ 100


หน้าที่ 97 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 7,000 บาท (เจ็ดพันบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้ง คณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูนภาพร ขั้นดำเนินการ ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 1. จัดซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์สำนักงานแนะ แนว - - 1,000 พ.ค.66–มี.ค.67 ครูนภาพร และคณะครู 2. จัดป้ายนิเทศการแนะแนวเพื่อ พัฒนาบุคลิกภาพ การแนะแนว การศึกษาและการแนะแนวอาชีพ - - 1,000 3. การแนะแนวศึกษาต่อในระดับ ม.1 - - 500 4. จัดทำระเบียนสะสม - - 500 5. . การติดตามผลการศึกษาต่อ - - - 6. กิจกรรมชุมนุม - - 4,000 ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - ก.ย.66–มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูนภาพร รวม - - 7,000 รวมทั้งสิ้น 7,000 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง


หน้าที่ 98 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง นักเรียนกลุ่มเสี่ยงและมีปัญหา มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้ให้บริการ แนวทางบริหารความเสี่ยง จัดตั้งกลุ่มนักเรียนแกนนำเพื่อนที่ปรึกษา (YC) สร้างเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้องใน โรงเรียนให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนา ด้านส่วนตัวและ สังคม ด้านการศึกษา ด้านอาชีพ สามารถปรับตัว เหมาะสมกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ร้อยละ 80 1. การสังเกต 2. แบบสอบถาม 3. ตามสภาพจริง 4. การรายงานผลการ ปฏิบัติงาน 1. แบบสัมภาษณ์ 2. แบบสอบถาม 3. แบบสังเกตพฤติกรรม 4. แบบประมเนความพึง พอใจ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. นักเรียนได้รับการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการเรียนความประพฤติ เศรษฐกิจและอาชีพ 8.2. นักเรียนได้รับการให้บริการข้อมูลสารสนเทศด้านการแนะแนว เช่น การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษา 8.3. นักเรียนได้รับการส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนทั้งในด้านสังคม อารมณ์ และจิตใจเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความคิดรู้จักการแก้ปัญหา มีทักษะในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 99 โครงการ ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี แผนงาน วิชาการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.1 และ มฐ.3 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 3. และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 , 2 , 3 และ 5 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์ ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 20,500 บาท แหล่งที่มา งบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน *************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไว้ 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ กิจกรมลูกเสือ – เนตรนารีเป็นกิจกรรมหนึ่งในกลุ่มกิจกรรมเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและตามข้อบังคับ คณะลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ.2509 ได้เขียนไว้ ใน ข้อ 273 ว่า การเดินทางไกลและแรมคืน ให้ผู้กำกับกลุ่มหรือผู้กำกับลูกเสือ นำลูกเสือไปฝึกเดินทางไกลและแรมคืนในปี หนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ครั้งหนึ่งให้พักแรมอย่างน้อย 1 คืน การเดินทางไกลและแรมคืน มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกให้ลูกเสือมีความอดทน อยู่ในระเบียบวินัย รู้จักช่วย ตัวเอง รู้จักอยู่และทำงานร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนเรียนวิชาลูกเสือเพิ่มเติมและในการประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของ สมศ.ตัวบ่งชี้พื้นฐานที่ 2.3 กล่าวถึงการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ของกิจกรรมลูกเสือไว้ด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมลูกเสือมีความสำคัญต่อผู้เรียนมาก โรงเรียนบ้านห้วย เสียด จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดให้มีโครงการนี้ขึ้น 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อจัดกระบวนการเรียนการสอนให้ลูกเสือและเนตรนารีได้ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ตามหลักสูตร ของลูกเสือ-เนตรนารี 2.2. เพื่อฝึกความอดทนและสร้างวินัยให้แก่นักเรียน รู้จักช่วยเหลือตนเองและทำงานร่วมกับผู้อื่น 2.3. เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของกิจกรรมลูกเสือ 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ ลูกเสือสำรอง ลูกเสือสามัญและเนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทุกคน ได้รับการจัดการ เรียนการสอนวิชาลูกเสือ และเข้าร่วมกิจกรรมค่ายลูกเสือสำรองและกิจกรรมค่ายลูกเสือสามัญ เชิงคุณภาพ ลูกเสือสำรอง ลูกเสือสามัญและเนตรนารีนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เพื่อให้อยู่ในสังคมได้ อย่างมีความสุข ร้อยละ 90


หน้าที่ 100 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 20,500 บาท (สองหมื่นห้าร้อยบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้ง คณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูนภาพร ขั้นดำเนินการ ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 1. กิจกรรมการสอนวิชาลูกเสือ - 500 1,000 พ.ค.66–มี.ค.67 ครูทุกคน 2. กิจกรรมวันสถาปนาลูกเสือ แห่งชาติ - 500 - พ.ค.66–มี.ค.67 ครูนภาพร และคณะครู 3. กิจกรรมวันสมเด็จพระมหาธีรราช เจ้า - - - พ.ค.66–มี.ค.67 ครูนภาพร และคณะครู 4. กิจกรรมฝึกและทดสอบกิจกรรม ของลูกเสือสำรองและลูกเสือสามัญ - 500 - พ.ค.66–มี.ค.67 ครูทุกคน 5. . กิจกรรม Day camp ของ ลูกเสือสำรอง - 1,000 2,000 พ.ค.66–มี.ค.67 ครูครูสุวาริน และคณะครู 6. กิจกรรมค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตร นารี - 8,000 7,000 พ.ค.66–มี.ค.67 ครูนภาพร และคณะครู ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูนภาพร รวม - 10,500 10,000 รวมทั้งสิ้น 20,500 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง , เครือข่ายการจัดการศึกษาที่ 5 (กะเปอร์พัฒน์)


หน้าที่ 101 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามวัน เวลาที่กำหนด แนวทางบริหารความเสี่ยง กำหนดปฏิทินและการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ ลูกเสือสำรอง ลูกเสือสามัญและเนตรนารีนำ ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่าง มีความสุข ร้อยละ 90 1. การสังเกต 2. แบบสอบถาม 3. ตามสภาพจริง 4. การรายงานผลการ ปฏิบัติงาน 1. แบบสัมภาษณ์ 2. แบบสอบถาม 3. แบบสังเกตพฤติกรรม 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ นักเรียนที่เรียนวิชาลูกเสือ และเนตรนารี ทุกคน ได้รับประสบการณ์ในสภาพจริง และสามารถนำไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 102 โครงการ ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้สู่โลกกว้าง แผนงาน วิชาการ สอดคล้องมาตรฐานการศึกษา มฐ.1 และ มฐ.3 สอดคล้องนโยบายสพฐ. ข้อที่ 2 , 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 และ 4 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวฐาปนี เคนหา ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 49,350 บาท แหล่งที่มา งบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ********************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล การพัฒนาการเรียนการสอนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาได้นั้น แหล่งการเรียนรู้นอกสถานที่ นับเป็นสิ่งสำคัญ ดังในมาตรา 25 กล่าวว่ารัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานเรียนรู้ตลอด ชีวิตทุกรูปแบบ เช่น ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูลและแหล่งเรียนรู้อื่น เพื่อสนองกลยุทธ์ ดังกล่าวโรงเรียนจึงจัดโครงการทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้สู่โลกกว้างเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากของจริง หรือศึกษา จากผู้มีความรู้เฉพาะด้านนั้น ๆ ด้วยโรงเรียนบ้านห้วยเสียดได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จากสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ กำหนดให้สถานศึกษา ดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4 กิจกรรม ซึ่งกิจกรรมทัศนศึกษาเป็นกิจกรรมหนึ่งที่กำหนดตามแผนการ ดำเนินงานกระบวนการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันนั้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการบูรณาการทางวิชาการ และ ทักษะกระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนในสาขาต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยมีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง นักเรียนได้เรียนรู้ อย่างมีความสุขจากการได้ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้จริงได้รับประสบการณ์จริงจากการได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นอีก แนวทางหนึ่งในการจัดกิจกรรมเรียนรู้ที่หลากหลายซึ่งจะทำให้กระบวนการจัดการเรียนรู้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดังนั้นจึง จัดโครงการทัศนศึกษาเพื่อศึกษาแหล่งเรียนรู้ วัฒนธรรม ประเพณี สังคม เศรษฐกิจ ทำให้นักเรียนมีเจตคติที่ดี ต่อวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อให้นักเรียนได้เปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ นอกสถานศึกษา 2.2. เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 2.3. เพื่อจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมและตอบสนองความต้องการ ความสามารถและความสนใจของ ผู้เรียน 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ นักเรียนชั้น อนุบาล 1 - ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 155 คน


หน้าที่ 103 เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนได้เปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งต่างๆ นอกสถานศึกษา 2. นักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 3. สามารถจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมและตอบสนองความต้องการ ความสามารถและความสนใจ ของผู้เรียน 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 49,350 บาท (สี่หมื่นเก้าพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน ) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้ง คณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูฐาปนี ขั้นดำเนินการ 1. เดินทางไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ 1.1 ระดับชั้นอนุบาล 1 – 3 ป.1, ป.2,ป.4,ป.5 พิพิธภัณฑ์เชิงประวัติศาสตร์ (หัวรถจักร) อ.ละอุ่น , ถ้ำพระขยางค์ อ.กระบุรี ,วัดสุวรรณคีรี อ.กระบุรี - ค่ารถ 5 คัน คันละ 2,500 บาท - ค่าอาหารกลางวัน (125 คน x 50 บาท x 1 มื้อ) - ค่าอาหารว่าง (125 คน x 25 บาท x 2 มื้อ) - - - 12,500 6,250 6,250 - - - ส.ค.66 ครูฐาปนี และคณะ 1.2 ระดับชั้นป.3 และป.6 ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ซากดึก ดำบรรพ์ธรณีวิทยาพุนพิน สุราษฎร์ธานี แบบไปเช้า-เย็นกลับ - ค่ารถบัสปรับอากาศ 1 คัน - ค่าอาหารกลางวัน (29 คน x 50 บาท x 1 มื้อ) - - 18,000 1,450 - -


หน้าที่ 104 กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ -ค่าอาหารว่าง (29 คน x 25 บาท x 2 มื้อ) - ค่าเข้าชมสถานที่ (29 คน x 50 บาท) 1.3 ค่าวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ - - - 1,450 1,450 500 - - 1,500 ส.ค.66 ครูฐาปนี และคณะ ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - ก.ย.66 ก.ย.66 ผู้อำนวยการ ครูฐาปนี รวม - 47,850 1,500 รวมทั้งสิ้น 49,350 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง อันตรายระหว่างไปศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ ที่อาจเกิดขึ้นกับนักเรียน แนวทางบริหารความเสี่ยง ป้องกันความเสี่ยงทุกมิติ ครูควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่ม 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัด เป้าหมาย วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือที่ใช้ - ร้อยละ 90 ของนักเรียนทุกคนได้เปลี่ยน บรรยากาศในการเรียนรู้ แสวงหาความรู้จาก แหล่งต่าง ๆ นอกสถานศึกษา และได้เรียนรู้ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข - นักเรียน ร้อยละ 90 - สังเกตุ - สมุดบันทึก เหตุการณ์ที่ได้พบ เห็น - แบบประเมิน ความพึงพอใจ


หน้าที่ 105 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. นักเรียนได้เปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งต่างๆ นอกสถานศึกษา 8.2.สามารถจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมและตอบสนองความต้องการ ความสามารถและความสนใจ ของผู้เรียน 8.3. นักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวฐาปนี เคนหา) (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 106 โครงการ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม แผนงาน วิชาการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.1 และ มฐ.3 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 3 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 , 2 และ 4 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวสิริวิภา แซ่เฮ้า ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 23,987.80 บาท แหล่งที่มา งบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน *************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายการศึกษาเพื่อ มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรมมีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตและอยู่ในสังคม โลกได้อย่างมีความสุข จุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดผู้เรียน มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรม ของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และได้กำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น ในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ โรงเรียนบ้านห้วยเสียดจึงได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมวันสำคัญตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยเสียด ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งส่งเสริม พัฒนาให้ผู้เรียนทุกคนมีคุณธรรมนำความรู้สำนึกรักในท้องถิ่น ทรัพยากร ธรรมชาติและมีความเป็นไทย ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี เป็นพลเมืองที่ดีของชุมชน ประเทศไทย และของโลก ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มุ่งพัฒนา ผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามคุณลักษณะของคนไทย 12 ประการ มีคุณลักษณะและ สมรรถนะสำคัญของพลเมืองไทยและพลโลกในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วยคุณธรรม 8 ประการ ให้เกิดแก่ผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีระเบียบวินัย รู้จักพึ่งตนเอง และร่วมมือทำงานเป็นหมู่คณะ รู้จักทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีจิตสาธารณะ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้


หน้าที่ 107 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามคุณลักษณะของคนไทย 12 ประการ 2.2. เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณธรรม 8 ประการตามหลักสูตรสถานศึกษา 2.3. เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ เห็นความสำคัญ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของวันสำคัญต่าง ๆ 2.4. เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักและอนุรักษ์ ประเพณี ขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ของชาติ 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ 1. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามคุณลักษณะของคนไทย 12 ประการตามระดับชั้น 2. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคุณธรรม 8 ประการตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน ตามระดับชั้น 3. โรงเรียนจัดกิจกรรมวันสำคัญต่าง ๆ ให้นักเรียนได้เข้าร่วม อย่างน้อย 9 ครั้ง/ปี เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนได้เรียนรู้ ฝึกปฏิบัติจริงจากกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ทุกระดับชั้น 2. นักเรียนนำความรู้ที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 23,987.80 (สองหมื่นสามพันเก้าร้อยแปดสิบเจ็ดบาทแปดสิบสตางค์) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้ง คณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูสิริวิภา ขั้นดำเนินการ 1.กิจกรรมวันสำคัญ - กิจกรรมวันวิสาขบูชา - กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบรมราชินี - - - - 1,000 500 2 มิ.ย.66 3 มิ.ย.66 ครูสิริวิภา ครูสุวาริน


หน้าที่ 108 กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ - กิจกรรมไหว้ครู - กิจกรรมวันสุนทรภู่ - กิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก - กิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ - กิจกรรมวันเฉลิมพระเกียรติ ร.10 - กิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา - กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ - กิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์ - กิจกรรมวันลอยกระทง - กิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ - กิจกรรมวันคริสต์มาส - กิจกรรมวันปีใหม่ - วันเด็กแห่งชาติ - กิจกรรมวันมาฆบูชา - กิจกรรมบัณฑิตน้อย - ปัจฉิมนิเทศ 2.กิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธ - กิจกรรมสวมชุดขาวทุกวันพระ - กิจกรรมสวดมนต์ทำสมาธิประจำสัปดาห์ - กิจกรรมค่ายคุณธรรม - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 1,000 500 1,487.80 2,500 500 2,000 2,000 2,000 1,500 500 1,000 1,000 - 2,000 2,500 1,000 1,000 - - - 8 มิ.ย.66 26 มิ.ย.66 26 มิ.ย.66 27 ก.ค.66 28 ก.ค.66 31 ก.ค.66 11 ส.ค.66 15-18 ส.ค.66 28 พ.ย.66 4 ธ.ค.66 25 ธ.ค.66 29 ธ.ค.66 13 ม.ค.67 13 ม.ค.67 27 มี.ค.67 พ.ค.66– มี.ค.67 พ.ค.66– มี.ค.67 ก.ค.66 ครูฐาปนี ครูอลีนา ครูจริยาภรณ์ ครูอลีนา ครูสุวาริน ครูสิริวิภา ครูบุศกร ครูชลธิชา ครูจริยาภรณ์ ครูสุวาริน ครูประภัสสร ครูประภัสสร ครูชลธิชา ครูสิริวิภา ครูดรุณี ครูนภาพร ครูสิริวิภา ครูทุกคน ครูสิริวิภา ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูสิริวิภา รวม - - 23,987.80 รวมทั้งสิ้น 23,987.80 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด , องค์การบริหารส่วนตำบกะเปอร์, วัดปทุมธาราราม , หอประชุมอำเภอร์กะเปอร์


หน้าที่ 109 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง ความน่าสนใจ นักเรียนไม่ตระหนักถึงจุดประสงค์ของกิจกรรม แนวทางบริหารความเสี่ยง พัฒนากิจกรรมให้ส่งผลกับนักเรียนอย่างยั่งยืน ปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมให้หลากหลาย 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1. นักเรียนเห็นความสำคัญและมีส่วนร่วมใน กิจกรรมของวันสำคัญต่าง ๆ 2. นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่ พึงประสงค์ 1.ความพึงพอใจในการ เข้าร่วมกิจกรรม 1.แบบสำรวจความพึงพอใจ 2.แบบสังเกต 3.แบบสอบถาม 4.สัมภาษณ์ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1.ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามคุณลักษณะของคนไทย 12 ประการ 8.2.ผู้เรียนมีคุณธรรม 8 ประการตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน 8.3.ผู้รียนได้เรียนรู้ เห็นความสำคัญ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของวันสำคัญต่าง ๆ 8.4.ผู้เรียนได้รู้จักและอนุรักษ์ ประเพณี ขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ของชาติ ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวสิริวิภา แซ่เฮ้า) (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 110 ชื่อโครงการ เรียนรู้สู่โลกกว้างด้วย ICT แผนงาน วิชาการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.1 และ มฐ.3 สอดคล้องกับนโยบาย สพฐ. ข้อที่ 2 , 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางชลธิชา หล้าบุดดา ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 13,000 บาท แหล่งที่มา งบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1. หลักการและเหตุผล พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 65 ให้มีการ พัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะใน การผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ มาตรา 66 ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการ พัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียง พอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และมาตรา 67 รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับ กระบวนการเรียนรู้ของคนไทย ดังนั้น เพื่อการพัฒนาบุคลากร ผู้เรียน และสถานศึกษา เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การศึกษา แห่งชาติ และ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 จึงได้จัดกิจกรร มเพื่อรองรับการ เปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และเพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนการสอนและการ บริหาร 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อให้มีสื่อเทคโนโลยีICT มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการในโรงเรียน 2.2. เพื่อให้นักเรียนมีพัฒนาการ ทักษะ กระบานการเรียนรู้และความรู้ด้านสื่อเทคโนโลยี ICT มากยิ่งขึ้น 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยเสียด ได้ใช้สื่อเทคโนโลยี ICT ในการจัดการเรียนการสอนร้อยละ 80 เชิงคุณภาพ นักเรียนพัฒนาความรู้ ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสูงขึ้น ร้อยละ 3


หน้าที่ 111 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 13,00 บาท (หนึ่งหมื่นสามพันบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง 6. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ความเสี่ยง เกิดความล่าช้าในการจัดซื้อสื่อเทคโนโลยี ICT เพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน แนวทางการบริหารความเสี่ยง วางแผนการดำเนินงานตามปฏิทินการจัดซื้อสื่อเทคโนโลยี ICT ให้ครอบคลุมชัดเจนเพื่อให้ การดำเนินโครงการสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้งคณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูชลธิชา ขั้นดำเนินการ 1. จัดซื้อสื่อเทคโนโลยีการ สื่อสารการเรียนรู้และการ บริหาร ICT - - 13,000 พ.ค.66–มี.ค.67 ครูชลธิชา ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - ก.ย.66–มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูชลธิชา รวม - - 13,000 รวมทั้งสิ้น 13,000


หน้าที่ 112 7. ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1. นักเรียน ร้อยละ 100 ได้ใช้สื่อเทคโนโลยีใน การจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มศักยภาพ 2. นักเรียนมีความสามารถพัฒนาความรู้ ทักษะ กระบวนการ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารสูงขึ้น ร้อยละ 3 1. รายงานผล 2. ประเมินผล 1. แบบรายงานผล 2. แบบประเมินผล 3. แบบประเมินความพึง พอใจ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. เพื่อให้สถานศึกษามีสื่อเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและ ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้ 8.2. เพื่อให้การใช้ระบบ ICT เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนและการบริหารจัดการในโรงเรียนพัฒนามาก ยิ่งขึ้น ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางชลธิชา หล้าบุดดา) (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) ตำแหน่ง พนักงานราชการ ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 113 โครงการ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนด้านศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ แผนงาน วิชาการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.1 และ มฐ.3 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวอังคณา คงปาน ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 8,375 บาท แหล่งที่มา งบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน *************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล โรงเรียนบ้านห้วยเสียด จัดทำ โครงการส่งเสริมสุนทรียภาพทางด้านศิลปะ ดนตรี และนาฎศิลป์ เพื่อให้นักเรียน มีความรักและสนใจในด้านศิลปะ ดนตรีตามพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๑ มาตรา ๖ การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้ง ร่างกายจิตใจ และ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิต สามารถอยู่ ร่วมกับผู้อื่นอย่างมี ความสุข และ มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ ๑ ผู้เรียนมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และ นาฏศิลป์โรงเรียนจึงจัดทาโครงการส่งเสริมสุนทรียภาพทางด้านศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์เพื่อปลูกฝังให้ นักเรียนมีความรัก ความสนใจและชื่นชมในด้านศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์โรงเรียนจึงจัดทำ โครงการส่งเสริม สุนทรียภาพทางด้านศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ ขึ้น 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะด้านศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ 2.2. เพื่อให้นักเรียนมีความรักและสืบสานวัฒนธรรม ศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านห้วยเสียด จำนวน 92 คน เชิงคุณภาพ 1.นักเรียนมีทักษะด้านศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ 2.นักเรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน


หน้าที่ 114 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 8,375 บาท (แปดพันสามร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้งคณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูอังคณา ขั้นดำเนินการ 1. กิจกรรมค่ายศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ - บูรณาการทุกกลุ่มสาระ (9 กลุ่มสาระ) 2. อาหารว่าง (155 คน x 25 บาท) - - - 3,875 4,500 - พ.ค.66–มี.ค.67 ครูอังคณา และคณะ ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูอังคณา รวม - 3,875 4,500 รวมทั้งสิ้น 8,375 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง การดำเนินกิจกรรมมอาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากนักเรียนยังขาดความรู้ ไม่มี พื้นฐานในด้านศิลป์ ดนตรี/นาฏศิลป์ แนวทางบริหารความเสี่ยง วางแผนการดำเนินงานในการจัดการเรียนการสอน เพิ่มทักษะให้นักเรียนในด้านในด้านศิลป์ ดนตรี/นาฏศิลป์ให้มีพื้นฐานที่ดีขึ้น


หน้าที่ 115 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1. ร้อยละ 80 นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจและมี ความสนใจและชื่นชอบในด้านกิจกรรมศิลป์ ดนตรี/นาฏศิลป์ 2. ร้อยละ 80 ผู้ข้าร่วมมีความพึงพอใจกับการ ดำเนินโครงการ 1. สอบถาม 2. ประเมินความพึงพอใจ 1. แบบสอบถาม 2. แบบประเมินความพึง พอใจ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจและสนใจในงานศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ 8.2. นักเรียนมีทักษะด้านศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ที่สูงขึ้น ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวอังคณา คงปาน) (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) ตำแหน่ง ครูอัตราจ้าง ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 116 โครงการ พัฒนาศักยภาพทางด้านกีฬา แผนงาน วิชาการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.1 และ มฐ.3 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวสุวาริน นราชัย ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 9,875 บาท แหล่งที่มา งบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน *************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๑ มาตรา ๖ กล่าวถึงความมุ่งหมายและหลักการ ว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการด ารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ในปัจจุบันหลักสูตรการ เรียนการสอนได้มุ่งเน้นที่จะส่งเสริม พัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้มีการคิดเป็น ทำเป็น อีกทั้งการวิเคราะห์และ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีระบบ ทางด้านร่างกายให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีนิสัย รักการออกกำลังกาย เพื่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจและสังคม โดยให้ผู้เรียนได้มีโอกาส ได้แสดงออกถึง ความสามารถด้านกีฬาและท างานร่วมกันเป็นหมู่คณะสี ในฐานะที่โรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ให้ความรู้และ วิธีที่จะทำให้ผู้เรียนที่เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต ได้มีการออกกำลังกาย ใช้เวลา ว่างให้เกิดประโยชน์และ ห่างไกลจากยาเสพติด ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ในการร่วม กิจกรรมทางด้านกีฬา-กรีฑา ภายในของโรงเรียน โรงเรียนบ้านห้วยเสียด ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาความรู้ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพ ทางด้านกีฬา เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นกีฬา มีทักษะพื้นฐาน มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง พัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ มีทักษะพื้นฐานในการเล่นกีฬา ได้อย่างถูกต้อง 2.2. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 2.3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจโครงการ พัฒนาศักยภาพทางด้านกีฬา 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นอนุบาล ๑ – ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน 155 คน เชิงคุณภาพ 1. นักเรียนมีความรู้มีทักษะพื้นฐานในการเล่นกีฬา 2. นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์


หน้าที่ 117 3. นักเรียนรู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ด้วยการออกกำลังกาย 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 9,875 (เก้าพันแปดร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้งคณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูสุวาริน ขั้นดำเนินการ 1 กิจกรรมกายบริหาร ตอนเช้า 2 การแข่งขันกีฬาสี - กลุ่มสี - อาหารว่าง - (155 คน x 25 บาท) - เหรียญรางวัล/ถ้วย รางวัล - - - - - - 3,875 - - 4,000 - 2,000 พ.ค.66–มี.ค.67 พ.ค.66–มี.ค.67 ครูฐาปนี ครูสุวาริน และคณะ ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูสุวาริน รวม - 3,875 6,000 รวมทั้งสิ้น 9,875 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด และหรือ เครือข่ายการจัดการศึกษาที่ 5 (กะเปอร์พัฒน์) 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย แนวทางบริหารความเสี่ยง ปรับเปลี่ยนช่วงเวลาให้เหมาะสม


หน้าที่ 118 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1.ร้อยละ ๑๐๐ ของนักเรียนเข้าร่วมโครงการ 2. ร้อยละ ๙๕ ของนักเรียนมีความรู้ มีทักษะ พื้นฐานในการเล่นกีฬาได้อย่างถูกต้อง 3. ร้อยละ ๙๕ ของนักเรียนมีการพัฒนาการด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม รู้จักใช้เวลาว่างให้ เกิดประโยชน์ ในระดับดีขึ้นไป 4. นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจ ร้อย ละ ๘๕ 1 ลงทะเบียน 2 ประเมิน 3.ประเมินความพึงพอใจ 1แบบลงทะเบียน 2.แบบประเมิน 3.แบบประเมินความพึง พอใจ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. นักเรียนได้พัฒนาสมรรถภาพทางกาย 8.2. นักเรียนมีทักษะความเป็นเลิศด้านกีฬา 8.3. นักเรียนรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย 8.4. เกิดความสามัคคีและสร้างสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ระหว่าง นักเรียน ครู และบุคลากร 8.5.กระตุ้นให้นักเรียน ครู และบุคลากร เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายมากขึ้น 8.6. โรงเรียนได้รับความร่วมมือ การสนับสนุนจากชุมชน ผู้ปกครอง และหน่วยงานภาครัฐ ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวสุวาริน นราชัย) (นางสาวนภาพร นรินทร์รักษ์) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


โครงการงานบริหารงบประมาณ


หน้าที่ 120 โครงการ พัฒนาระบบงานกลุ่มบริหารงบประมาณ แผนงาน บริหารงานงบประมาณ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.2 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา ข้อที่ 2 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางจริยาภรณ์ เพียรจัด ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 20,000 บาท แหล่งที่มา งบอุดหนุนรายหัว ************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล เนื่องจากวัสดุและครุภัณฑ์เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องสนับสนุนและส่งเสริมในการทำงานให้มีความสะดวก คล่องตัว รวดเร็วและการทำงานทั้งระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดซื้อครุภัณฑ์ใน การจัดเก็บเอกสารและใช้ในการทำงานของฝ่ายงบประมาณให้เป็นระบบ เป็นระเบียบเรียบร้อย การบริหารจัดการจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีวัสดุ อุปกรณ์เพื่อใช้ในงานบริหารจัดการ เพื่อขับเคลื่อน กลยุทธ์ให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการองค์กร ดังนั้นเพื่อให้ดำเนินงานในกรอบงานตามที่กำหนดจึงได้จัดทำ โครงการนี้ขึ้น 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อให้มีวัสดุครุภัณฑ์ในการจัดเก็บเอกสารและใช้ในการทำงานของฝ่ายงบประมาณ 2.2. เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการบริหารงานงบประมาณภายในโรงเรียนให้เกิดความคล่องตัวและมี ประสิทธิภาพ 2.3. เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับงานการเงิน งานบัญชี งานพัสดุและสินทรัพย์งานระดมทรัพยากรเพื่อ การศึกษาและงานอาหารกลางวัน ปฏิบัติได้ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ 2.4. เพื่อควบคุม ป้องกันการทุจริต กำกับติดตามทั้งระบบ ด้วยความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ 1. จัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ในการจัดเก็บเอกสารและใช้ในการทำงานของฝ่ายงบประมาณได้ ร้อย ละ 100 2. มีระบบการจัดเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ง่ายต่อการค้นหาและตรวจสอบ 3. มีแผนบริหารควบคุม ติดตามและการปฏิบัติงาน เชิงคุณภาพ 1. การปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารงานงบประมาณมีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น ร้อยละ 80 2. โรงเรียนมีการบริหารงานงบประมาณที่เน้นประสิทธิภาพและประสิทธิผล


หน้าที่ 121 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้งคณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูจริยาภรณ์ ขั้นดำเนินการ 1. จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี 2. จัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ 3. จัดเก็บเอกสารฝ่ายงบประมาณ 4. จัดซื้อน้ำหมึกเครื่องปริ้นเตอร์ - - - - - - - - 1,500 5,200 9,600 5,200 พ.ค.66 มิ.ย.66 ก.ย.66 ก.ย.66 ครูจริยาภรณ์ ขั้นประเมินผล 1. นิเทศกำกับดูแล 2. ประเมินผลการดำเนินการตาม โครงการ -ก่อนดำเนินงานโครงการ -ระหว่างดำเนินงานตาม โครงการ -หลังสิ้นสุดโครงการ 3. สรุปข้อมูลปัญหาอุปสรรค แนว ทางการแก้ไข ปรับปรุงพัฒนางาน - - - - - - - - - ก.ย.66 ก.ย.66 ต.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูจริยาภรณ์ ครูจริยาภรณ์ รวม - - 21,500 รวมทั้งสิ้น 21,500 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง


หน้าที่ 122 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง การดำเนินกิจกรรมอาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากวันเวลาของการดำเนินกิจกรรม อาจไม่ตรงตามเป้าหมายที่กำหนด แนวทางบริหารความเสี่ยง วางแผนการดำเนินงานให้รอบคอบกำหนดเวลาและข้อจำกัดที่ชัดเพื่อให้การดำเนินโครงการ สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1. ฝ่ายงบประมาณสามารถจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ สำนักงานได้ตามวัตถุประสงค์ 2. การปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารงานงบประมาณ มีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น 1..ตรวจสอบ 2.แบบความพึงพอใจ 1.แบบตรวจสอบ 2.แบบประเมิน 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. เพื่อให้มีวัสดุครุภัณฑ์ในการจัดเก็บเอกสารและใช้ในการทำงานของฝ่ายงบประมาณ 8.2. เพื่อให้การปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารงานงบประมาณมีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น 8.3. เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับงานการเงิน งานบัญชี งานพัสดุและสินทรัพย์งานระดมทรัพยากรเพื่อ การศึกษาและงานอาหารกลางวัน ปฏิบัติได้ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางจริยาภรณ์ เพียรจัด) (นางจริยาภรณ์ เพียรจัด) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารงบประมาณ ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


โครงการงานบริหารบุคคล


หน้าที่ 124 โครงการ พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (Organization Development : OD) แผนงาน บริหารงานบุคคล สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.1 และ มฐ.2 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวสิริวิภา แซ่เฮ้า ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 24,000 บาท แหล่งที่มา งบอุดหนุนรายหัว *************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในปัจจุบัน มุ่งเน้นการพัฒนา โดยยึดหลัก สมรรถนะ (Competency) และการพัฒนาขีดความสามารถ (Capability) เพื่อให้ข้าราชการเป็นผู้ปฏิบัติที่ตรง ความรู้ (Knowledge Worker) สามารถปฏิบัติงานภายใต้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และระบบ บริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง สามารถพัฒนางานหน้าที่อย่าง ต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยการพัฒนาที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างวัฒนธรรม ใหม่ ในการปฏิบัติงาน การทำงานร่วมกันเป็นทีม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และการปล่อยพลังความคิดให้ ร่วมกันพัฒนาและสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กร โรงเรียนบ้านห้วยเสียด ได้ตระหนักถึงการพัฒนาบุคลากร ที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลในการ ปฏิบัติงาน สามารถตอบสนองความต้องการการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อพัฒนาให้ครูประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี 2.2. เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาและสามารถจัดการเรียนการ สอนตามวิชาที่ได้รับมอบหมาย 2.3. เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ 1. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ได้รับการพัฒนา 2. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ


หน้าที่ 125 เชิงคุณภาพ 1. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี 2. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ และสามารถ จัดการเรียนการสอนตามวิชาที่ได้รับมอบหมาย 3. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีขวัญและกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงาน 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 24,000 (สองหมื่นสี่พันบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้งคณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูสิริวิภา ขั้นดำเนินการ ๑. ข้อมูลรายบุคคล - จัดทำแฟ้มข้อมูลรายบุคคล - จัดขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ๒.กิจกรรมส่งเสริมศักยภาพครู และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อ พัฒนาสู่ครูมืออาชีพ - การส่งครูเข้าอบรม/ประชุม/ พัฒนา - การศึกษาดูงานพัฒนา คุณภาพบุคลากร - - - - - - 3,000 20,000 500 500 - - พ.ค.66–มี.ค.67 ครูอลีนา ครูสิริวิภา ครูจริยาภรณ์ ครูสิริวิภา ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูสิริวิภา รวม - 23,000 1,000 รวมทั้งสิ้น 24,000


หน้าที่ 126 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง , หน่วยงานต่าง ๆ 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง ครูไม่มีความตระหนักถึงการพัฒนาตนเอง แนวทางบริหารความเสี่ยง ให้ขวัญและกำลังใจในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องซึ่งมีผลต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1.ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้ารับการอบรม พัฒนา 2.ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมการ ประชุมสัมมนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับขวัญและ กำลังใจในการปฏิบัติงาน 1.ความพึงพอใจในการเข้า ร่วมกิจกรรม 1.แบบสำรวจความพึงพอใจ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี 8.2.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ และสามารถจัดการเรียน การสอนตามวิชาที่ได้รับมอบหมาย 8.3.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวสิริวิภา แซ่เฮ้า) (นางสาวสิริวิภา แซ่เฮ้า) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารงานบุคคล ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 127 โครงการ บริหารจัดการจัดสรรอัตรากำลัง แผนงาน บริหารงานบุคคล สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.1 , มฐ.2 และ มฐ.3 สอดคล้องกับนโยบาย สพฐ ข้อที่ 2 , 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 , 2 และ 4 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางจริยาภรณ์ เพียรจัด ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 123,000 บาท แหล่งที่มา งบรายได้สถานศึกษา ************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ความสำคัญกับ “คน” โดย ถือว่าเป็นทรัพยากรอันมีค่าที่สุด เป็นทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่ส่งผลให้หน่วยงานประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมาย กำลังคนเป็นทรัพยากรที่มีชีวิตจิตใจ และไม่สามารถนำมาทดแทนกันได้แบบคนต่อคน เนื่องจากศักยภาพของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ดังนั้น หัวใจสำคัญในการดำเนินการงานของหน่วยงาน จึงขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของคนและจำนวนกำลังคนที่เหมาะสม” การวางแผนกำลังคน คือ กระบวนการคาดการณ์ความต้องการกำลังคนเป็นการล่วงหน้าว่า ต้องการอัตรากำลังประเภทใด ระดับใด จำนวนเท่าใด และต้องการเมื่อใด นอกจากนี้ การวางแผน กำลังคนยังรวมไปถึงการเปรียบเทียบกำลังคนที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามีจำ นวนและ ประเภทบุคคลตรงตามความต้องการ โดยคุณสมบัติบุคคลนั้นต้องตรงตามความจำเป็นของงานและต้อง พร้อมใช้งานทันทีเมื่อหน่วยงานต้องการ ดังนั้น การวางแผนกำลังคนสำหรับข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาเป็นกระบวนการดำเนินการจัดอัตรากำลังคนให้เหมาะสมทั้งปริมาณและคุณภาพ ใน ระยะเวลาที่เหมาะสมตามความต้องการของหน่วยงานทางการศึกษา ในตำแหน่งที่เหมาะสมตรงกับความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน การวางแผนกำลังคนสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นอกจากจะต้องสอดคล้อง กับความต้องการของสถานศึกษาแล้ว ยังต้องวางแผนเพื่อใช้กำลังคนให้ได้ประโยชน์สูงสุดด้วย กล่าวคือ จะต้องมีการวางแผนการกระจายกำลังคนหรือเริ่มวางแผนกำลังคนตั้งแต่ระดับสถานศึกษา ซึ่งในปัจจุบัน พบว่าข้าราชการครูในระดับโรงเรียนหลายโรงเรียนมีสภาพอัตรากำลังที่ขาดแคลน ในขณะที่ภาพรวมของ อัตรากำลังไม่ได้สะท้อนภาพดังกล่าว และหากพิจารณาในรายละเอียดเกี่ยวกับสาขาวิชาที่ข้าราชการครูที่ สำเร็จการศึกษา พบว่า บางสาขาวิชาขาดแคลนครูเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การวางแผนกำลังคนสำหรับ ข้าราชการครูจึงควรแก้ปัญหาในเรื่องจำนวนและคุณภาพของข้าราชการครูในสถานศึกษา การจัดการ บริหารงานบุคลากรที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพงานบริหารโรงเรียนได้อย่างแท้จริง การ จัดสรรอัตรากำลังบุคลากรที่เพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการย่อมส่งผลดีต่อการบริหารจัดการงาน การเรียนการสอนและงานต่างๆในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นปัจจุบัน มีความคล่องตัว ในการเพื่อพัฒนางาน พัฒนาองค์กร โรงเรียนก้าวสู่ความเป็นมาตรฐาน โรงเรียนบ้านห้วยเสียดได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดสรรอัตรากำลังในสถานศึกษา จึงได้ จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อรองรับให้การจัดการศึกษามีคุณภาพยิ่งๆขึ้นไป


หน้าที่ 128 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อให้ผู้บริหารสามารถบริหารจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ 2.2. เพื่อให้การบริหารจัดการงานบุคลากร การจัดสรรอัตรากำลัง ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ 1. จัดทำ จัดหาจัดเก็บเอกสารข้อมูล การจัดสรรอัตรากำลังให้เป็นปัจจุบัน 2. จัดสรรงบประมาณในการจัดจ้างบุคลากรในตำแหน่ง ครูอัตราจ้าง จำนวน 1 ตำแหน่ง เชิงคุณภาพ 1. ผู้บริหารสามารถบริหารจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ 2. การบริหารจัดการงานบุคลากร การจัดสรรอัตรากำลัง ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ การศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 123,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นสามพันบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถั่วจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้ สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้งคณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูจริยาภรณ์ ขั้นดำเนินการ 1. สำรวจข้อมูลครูที่มีตัว ณ ปัจจุบัน เพื่อการจัดสรร อัตรากำลังและความต้องการ วิชาเอก 2. จัดสรรงบประมาณในการ จัดจ้างครูอัตราจ้าง จำนวน 1 อัตรา 3. จัดสรรงบประมาณในการ จัดจ้างผู้แปลภาษา จำนวน 1 อัตรา - 99,000 24,000 - - - - - - พ.ค.66 พ.ค.66–มี.ค.67 พ.ค.66–ต.ค.66 ครูจริยาภรณ์


หน้าที่ 129 กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้ สอย ค่าวัสดุ ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - ก.ย.66–มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูจริยาภรณ์ รวม 123,000 - - รวมทั้งสิ้น 123,000 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง เงินรายได้สถานศึกษาไม่เพียงพอ แนวทางบริหารความเสี่ยง ต้องจัดสรรเงินรายได้สถานศึกษาอย่างรอบคอบ 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือที่ใช้ อัตรากำลังครูเพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน -ตรวจเอกสาร -การประเมินผลการ ปฏิบัติงาน แบบการประเมินผลการ ปฏิบัติงาน 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1 ผู้บริหารสามารถบริหารจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ 8.2 การบริหารจัดการงานบุคลากร การจัดสรรอัตรากำลัง ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ การศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางจริยาภรณ์ เพียรจัด) (นางสาวสิริวิภา แซ่เฮ้า) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารงานบุคคล ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


โครงการงานบริหารทั่วไป .


หน้าที่ 131 โครงการ ประชาสัมพันธ์โรงเรียนบ้านห้วยเสียด แผนงาน บริหารงานทั่วไป สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.2 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 1 , 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 , 2 , 3 และ 4 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวสิริวิภา แซ่เฮ้า ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 2,000.04 บาท แหล่งที่มา งบอุดหนุนรายหัว *************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล การประชาสัมพันธ์โรงเรียน ถือเป็นอีกหนึ่งในการนำข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ภายในโรงเรียน ทั้งในด้านการบริหารจัดการ ด้านวิชาการ ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ข้อมูลข่าวสาร และเกร็ดความรู้ต่างๆ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ให้ชุมชนทราบ ก่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจตรงกัน ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน และหน่วยงานต่างๆ เป็นข้อมูลในการเผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ ของโรงเรียนสู่ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากหลักการดังกล่าวเห็นสมควรให้มีการจัดทำโครงการประชาสัมพันธ์โรงเรียนบ้าน ดอยช้าง เป็นการสื่อสารที่สามารถเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ประกาศ กิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ผลงานดีเด่น ของสถานศึกษา บุคลากร และนักเรียน ให้ครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ตลอดจนสาธารณะชนได้รับรู้ ข่าวสารด้านการจัดการศึกษาของโรงเรียน ด้วยเหตุผลดังกล่าว โรงเรียนบ้านห้วยเสียดจึงจัดทำโครงการ ประชาสัมพันธ์โรงเรียนบ้านดอย ช้าง ขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดการศึกษาให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง และสาธารณะชนได้ ทราบอย่างก้าวต่อไป 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของโรงเรียนผ่านทางเว็บไซต์โรงเรียน และวารสาร ประชาสัมพันธ์โรงเรียนในโอกาสต่าง ๆ 2.2. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียน ชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ 1. โรงเรียนสามารถประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมผ่านทางเว็บไซต์โรงเรียน และ วารสารประชาสัมพันธ์โรงเรียนในโอกาสต่าง ๆ ในระดับดี 2. โรงเรียนสามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับดี


หน้าที่ 132 เชิงคุณภาพ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด มีเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมโรงเรียนที่ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์และเป็นปัจจุบัน ตลอดจนมีสื่อประชาสัมพันธ์ที่หลากหลายสามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียน ชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 2,000.04 บาท (สองพันบาทสี่สตางค์) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ ค่า ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้ง คณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูสิริวิภา ขั้นดำเนินการ 1.ต่ออายุโดเมนเนมเว็บไซต์โรงเรียน 2.จัดทำวัสดุเพื่อการประชาสัมพันธ์ 3. ค่าซ่อมบำรุงเครื่องเสียง - - - - - 1,000 - 1,000.04 - - พ.ค.66-มี.ค.67 พ.ค.66-มี.ค.67 ครูสิริวิภา ครูสิริวิภา ครูสุวาริน ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูสิริวิภา รวม - 1,000 1,000.04 รวมทั้งสิ้น 2,000.04 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง การประชาสัมพันธ์ที่ล่าช้าในบางช่วงเวลาที่กิจกรรมซ้อนกันหลายรายการ แนวทางบริหารความเสี่ยง จัดทำปฏิทินการดำเนินงานประชาสัมพันธ์เพื่อดำเนินการได้ตามระยะเวลา


หน้าที่ 133 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1.โรงเรียนมีการประชาสัมพันธ์ที่หลากหลายในการ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลของโรงเรียน 1.สังเกต 1.แบบสำรวจความพึงพอใจ 2.แบบสังเกต 3.แบบสอบถาม 4.สัมภาษณ์ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. โรงเรียนประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของโรงเรียนผ่านทางเว็บไซต์โรงเรียน และวารสาร ประชาสัมพันธ์โรงเรียนในโอกาสต่าง ๆ 8.2. โรงเรียนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียน ชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวสิริวิภา แซ่เฮ้า) (นางสาวสุวาริน นราชัย) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 134 โครงการ สานสายใย สานวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ชุมชนบ้านห้วยเสียด แผนงาน บริหารงานทั่วไป สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.2 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 2 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางจริยาภรณ์เพียรจัด ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 8,200 บาท แหล่งที่มา งบเงินอุดหนุนรายหัว ***************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๕ มีแนวทางการจัดการศึกษาตามมาตราที่ ๒๙ ให้ สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันการศึกษา สถานประกอบการและสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการ เรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อให้ชุมชนจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูลข่าวสารและรู้จักเลือกสรรภูมิ ปัญญาและวิทยากรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ รวมทั้งวิธีการ สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชนกับโรงเรียน การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุก ฝ่าย และการร่วมรับผิดรับชอบต่อผลการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ดังนั้น โรงเรียนบ้านห้วยเสียด จึงได้เล็งเห็นความสำคัญในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างชุมชนกับ โรงเรียนเพราะโรงเรียนมีความจำเป็นต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาโดยมีการประสานงาน กำหนดแนวทางในการพัฒนาโรงเรียน ใช้สถานที่ในชุมชนจัดเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน จึงได้จัดให้มีการดำเนินงานโครงการนี้ขึ้น 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกาจัดการศึกษาและพัฒนาสถานศึกษา 2.2. เพื่อให้โรงเรียนบริหารจัดการศึกษาได้บรรลุตามมาตรฐานและเป้าหมายที่กำหนด 2.3. เพื่อให้ชุมชนเกิดความพึงพอใจภาคภูมิใจ ศรัทธา เชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียน 2.4. เพื่อสร้างความสัมพันธ์ และความเข้าใจอันดีระหว่างโรงเรียน กับชุมชน 2.5. เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสืบสานวัฒนธรรมในท้องถิ่น 2.6. เพื่อพัฒนาและส่งเสริมให้คณะกรรมการสถานศึกษารู้และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ระเบียบกำหนด 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ ผู้ปกครอง ชุมชน และคณะกรรมการสถานศึกษา ร้อยละ 90 เข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมใน กิจกรรม


หน้าที่ 135 เชิงคุณภาพ ผู้ปกครอง ชุมชน และคณะกรรมการสถานศึกษา มีส่วนร่วมในการกระจายอำนาจของ สถานศึกษา 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 8,200 บาท (แปดพันสองร้อยบาทถ้วน) ***หมายเหตุขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้งคณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูจริยาภรณ์ ขั้นดำเนินการ 1. ประชุมคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ประชุมผู้ปกครอง 3. กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างโรงเรียนและชุมชน ดังนี้ - กิจกรรม วันสถาปนาโรงเรียน - กิจกรรม วันตลาดนัดชุมชน - กิจกรรม วันปีใหม่ - - - - - 500 6,000 1,000 500 - - 200 - - - พ.ค.66-มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูจริยาภรณ์ ครูจริยาภรณ์ และครูทุกท่าน ครูทุกท่าน ครูทุกท่าน ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - ก.ย.66–มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูจริยาภรณ์ รวม - 8,000 200 รวมทั้งสิ้น 8,200 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง


หน้าที่ 136 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง ขาดสัมพันธภาพระหว่างสถานศึกษากับผู้ปกครอง ชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา และ หน่วยงานอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดอำนาจผูกขาดของสถานศึกษาฝ่ายเดียว แนวทางบริหารความเสี่ยง สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ให้ขวัญและกำลังใจในการทำงาน ส่งเสริมการกระจายอำนาจ และการ ตรวจสอบ 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ ผู้ปกครอง ชุมชนและคณะกรรมการ สถานศึกษา ร้อยละ 90 เข้ามามีบทบาทและส่วน ร่วมในกิจกรรม - สังเกต - สัมภาษณ์ - สอบถาม - การตรวจเอกสาร - หลักฐานร่องรอยการ ปฏิบัติกิจกรรมหรือข้อมูล เชิงประจักษ์ - แบบประเมินความพึง พอใจ - แบบประเมินโครงการ ฯ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. โรงเรียนและชุมชนมีการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี และความร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาด้าน การศึกษา 8.2.ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานศึกษา 8.3.ชุมชนเกิดความพึงพอใจภาคภูมิใจ ศรัทธา เชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียน ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางจริยาภรณ์เพียรจัด) (นางสาวสุวาริน นราชัย) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 137 โครงการ ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยโรงเรียน แผนงาน บริหารงานทั่วไป สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.2 และ มฐ.3 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 1 , 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 , 2 และ 4 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวฐาปนี เคนหา ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 8,000 บาท แหล่งที่มา เงินอุดหนุนรายหัว ****************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล ปัญหาสุขภาพเป็นปัญหาที่มีผลต่อสภาวะเศรษฐกิจและสังคม ทั้งส่วนบุคคล คราอบครัว ชุมชน และ ประเทศชาติ ดังนั้น การส่งเสริมค่านิยมที่ถูกต้องด้านสุขภาพ จึงเป็นเรื่องสำคัญหากได้ปลูกฝังและเสริมสร้างพฤติ กรรรมที่พึงประสงค์ในการเสริมสร้างสุขภาพตลอดจนแนวทางการควบคุมและป้องกันโรคที่จะก่อให้เกิดผลเสียต่อ สุขภาพ ดังนั้น การพัฒนาคุณภาพชีวิตจึงจำเป็นต้องให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งด้าน ร่างกายและจิตใจให้สามารถช่วยเหลือตนเองและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมเป็นปกติสุข โรงเรียนได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพนักเรียน ครูและบุคลากรในโรงเรียนจึงจัดให้มีการบริการปฐม พยาบาลเบื้องต้น การส่งเสริมและเสริมสร้างสุขนิสัย สุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี และรณรงค์ให้เกิดความปลอดภัย ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนให้แก่นักเรียน ครูและบุคลากร รวมทั้งสร้างจิตสาธารณะด้านการบริการดูแล สุขภาพ การให้ความรู้ความเข้าใจในการสร้างเสริมสุขภาพ จัดบริการยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และเพียงพอเพื่อให้เป็นไปอย่างมีระบบ 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อให้บริการและสร้างเสริมสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพของผู้เรียน ครูและบุคลากรในโรงเรียน 2.2. เพื่อส่งเสริมสุขภาพและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพของนักเรียน ครูและบุคลากรในโรงเรียน 2.3. เพื่อให้มีห้องปฐมพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสุขอนามัย 2.4. เพื่อให้บริการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่นักเรียน ครูและบุคลากรรวมทั้งบริการยาและเวชภัณฑ์ทางการ แพทย์ที่มีคุณภาพและเพียงพอ 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ นักเรียน จำนวน 155 คน ครูและบุคลากร จำนวน 13 คน ได้รับบริการยาและเวชภัณฑ์ ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและเพียงพอ ร้อยละ 100


หน้าที่ 138 เชิงคุณภาพ 1. นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนมีความพึงพอใจงานส่งเสริม สุขภาพอนามัย โรงเรียนอยู่ในระดับดี 2. ผลการประเมินนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนเกี่ยวกับการดูแล สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ร้อยละ 80 3. มีห้องปฐมพยาบาลเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสุขอนามัย 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 8,000 บาท (แปดพันบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้ง คณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูฐาปนี ขั้นดำเนินการ 1.จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ จำนวน 3 ชุด ชุดละ 1,500 บาท 2.จัดสัปดาห์รณรงค์ ป้องกันไข้เลือดออก - ค่าวัสดุอุปกรณ์ สื่อ จัดป้ายนิทรรศการ 3.จัดให้ความรู้และแก้ไข ภาวะโภชนาการ พฤติกรรมเสี่ยง โรคอ้วน สุขภาพช่องปาก การดูแลสุขภาพและปฐมพยาบาลเบื้องต้น 4. จัดซื้อตาชั่งน้ำหนัก 5. ที่วัดส่วนสูง - - - - - - - - - - 4,5๐๐ 500 - 1,500 1,500 พ.ค.66-มี.ค.67 มิ.ย.66 พ.ค.66-มี.ค.67 พ.ค.66-มี.ค.67 พ.ค.66-มี.ค.67 ครูฐาปนี ครูฐาปนี และคณะ ครูฐาปนี และคณะ ครูฐาปนี ครูฐาปนี ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - ก.ย.66–มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูฐาปนี รวม - - 8,000 รวมทั้งสิ้น 8,000


หน้าที่ 139 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง อุบัติเหตุที่เกิดกับนักเรียนในแต่ละปีการศึกษา แนวทางบริหารความเสี่ยง ป้องกันความเสี่ยงทุกมิติ ตรวจสอบยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1. นักเรียน ครูและบุคลากรได้รับบริการการปฐม พยาบาลรวมทั้งยาและเวชภัณฑ์ที่เพียงพอ 2. นักเรียน ครูและบุคลากรพึงพอใจงานส่งเสริม สุขภาพอนามัยในระดับดี 3. มีห้องปฐมพยาบาลที่สะอาด ปลอดภัย และ ปลอดโปร่งถูกสุขอนามัยและเป็นแหล่งเรียนรู้ 4. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลส่งเสริม สุขภาพ 1. ประเมินความพึงพอใจ 1.แบบประเมินความพึง พอใจ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ นักเรียน ครูและบุคลากรของโรงเรียน มีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี จากการที่งานอนามัยได้ จัดให้มีการส่งเสริม พัฒนา ปรับปรุง ดูแลเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของผู้เรียนและบุคลากรในโรงเรียน ส่งผลถึงการ เรียนรู้และการทำกิจกรรมของผู้เรียนและบุคลากรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีห้องปฐมพยาบาลที่สะอาด ปลอดภัย และปลอดโปร่งถูกสุขอนามัยและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสุขภาพ ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวฐาปนี เคนหา) (นางสาวสุวาริน นราชัย) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


หน้าที่ 140 โครงการ ส่งเสริมประชาธิปไตยและเสริมสร้างวินัยนักเรียน แผนงาน บริหารงานทั่วไป สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา มฐ.3 สอดคล้องกับนโนบาย สพฐ ข้อที่ 3 และ 4 สนองกลยุทธ์สถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 , 2 และ 4 ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวสุวาริน นราชัย ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดปีการศึกษา งบประมาณ 2,500 บาท แหล่งที่มา งบอุดหนุนรายหัว *************************************************************************************************** 1. หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ มาตรา ๖ จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้คู่คุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และมาตรา ๗ ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับ การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็น ไทย รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ ประชาธิปไตยในโรงเรียนถือว่าเป็นโครงการหนึ่งซึ่งต้องการปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักสิทธิหน้าที่ของตนเอง โดยผ่านกิจกรรมสภานักเรียน โดยนักเรียนทุกคนมีสิทธิมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของสภานักเรียนโดยกิจกรรมสภานักเรียน เป็นกระบวนการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริม การทำงานที่เป็นระบบและมีรูปแบบเชิงบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมความคิดในระบอบประชาธิปไตย และพัฒนา ศักยภาพการเป็นผู้นำของนักเรียน 2. วัตถุประสงค์ 2.1. เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกตนเองเกี่ยวกับการใช้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและหน้าที่ตามระบบ ประชาธิปไตย 2.2. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง 2.3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการจัดทำโครงการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 3. เป้าหมาย เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นอนุบาล ๑ – ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน 155 คน เชิงคุณภาพ 1. นักเรียน ได้เรียนรู้และฝึกตนเองเกี่ยวกับการใช้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและหน้าที่ตาม ระบบประชาธิปไตย 2. นักเรียนมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง 3. นักเรียนได้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสภานักเรียน


หน้าที่ 141 4. วิธีดำเนินการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน งบประมาณ 2,500 บาท (สองพันห้าร้อยบาทถ้วน) ***หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ กิจกรรม งบประมาณ ระยะเวลา ดำเนินการ ค่า ผู้รับผิดชอบ ตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ขั้นเตรียมการ 1. ประชุมจัดทำโครงการ / แต่งตั้งคณะทำงาน 2. ขออนุมัติโครงการ - - - - - - พ.ค.66 ผู้อำนวยการ ครูสุวาริน ขั้นดำเนินการ 1. กิจกรรมเลือกตั้ง ประธานสภานักเรียน 2. จัดซื้อปลอกแขนสภา นักเรียน 3. ประชุมสภานักเรียน ประจำเดือน - - - - - - 500 2,000 - มิ.ย.66 มิ.ย.66 มิ.ย.66-มี.ค.67 ครูสุวาริน ขั้นประเมินผล 1. การนิเทศโครงการ 2. สรุป/ประเมินผล - - - - - - มี.ค.67 มี.ค.67 ผู้อำนวยการ ครูสุวาริน รวม - - 2,500 รวมทั้งสิ้น 2,500 5. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนบ้านห้วยเสียด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง 6. วิเคราะห์ความเสี่ยง ความเสี่ยง 1. ผู้สมัครสภานักเรียนขาดประสบการณ์ ร่วมวางแผนพัฒนาสถานศึกษา 2. นักเรียนขาดความรู้ความเข้าใจระบบประชาธิปไตย แนวทางบริหารความเสี่ยง 1. สถานศึกษาต้องเปิดโอกาสให้สภานักเรียนร่วมวางแผนพัฒนาสถานศึกษา 2. ขอรับความรู้โดยตรงจากหน่วยงาน กกต. จังหวัด


หน้าที่ 142 7. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1. ร้อยละ ๑๐๐ ของนักเรียน โรงเรียนบ้านห้วย เสียด ได้เรียนรู้และฝึกตนเองเกี่ยวกับการใช้สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคและหน้าที่ตามระบบ ประชาธิปไตย ได้ระดับดีขึ้นไป 2. ร้อยละ ๑๐๐ ของนักเรียนชั้น อนุบาล - ป.๖ มี ความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง ได้ ระดับดีขึ้นไป 3. ร้อยละ ๑๐๐ ของนักเรียนชั้น อนุบาล - ป.6 มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ได้ระดับดีขึ้นไป 4. ร้อยละ ๘๕ ของนักเรียน มีความพึงพอใจใน โครงการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ได้ ระดับดีขึ้นไป 1. ประเมินความพึงพอใจ 1. แบบประเมินความพึง พอใจ 8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 8.1. นักเรียนเข้าใจในหลักประชาธิปไตย รู้จักปกครองตนเอง 8.2. นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 8.3. นักเรียนมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 8.4. นักเรียนได้ปฏิบัติจริงสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ลงชื่อ...............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ...............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวสุวาริน นราชัย) (นางสาวสุวาริน นราชัย) ตำแหน่ง ครู ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายพลากร ธีรกุล) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเสียด


Click to View FlipBook Version