JOURNAL OF 2
MAHASARAKHAM UNIVERSITY ÇÒÃÊÒÃÁ¹ÉØ ÂÈÒʵÃá ÅÐ椄 ¤ÁÈÒʵà ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂÁËÒÊÒäÒÁ
Volume 40 Number 2 March-April 2021
The Development of Souvenirs to Represent Local Identity of Maha Sarakham to 7 »‚·èÕ 40 ©ººÑ ·èÕ 2 ÁÕ¹Ò¤Á-àÁÉÒ¹ 2564
Elevate Economic Value
Kittikorn Bamroongboon, Piyaluk Potiwan ......................................................... 25
43
Choral and Orchestral Arrangements for “Luk Thung Esan Chorus with Orchestral 56
Accompaniment”: Sai Wa Si Bo Thim Kan
Narongruch Woramitmaitre ................................................................................. 65
Jurisdiction over civil transactions according to the Electronic Transactions Act 80
Teerasak Kongsombut ....................................................................................... 88
101
The Kalasin Transmission Method of Mor Lam Kalasin style, Wiraphong Wongsin
Pattaragon Kaphuak, Pisanu Boonsrianan ........................................................ 108
Border Trade and Economic Development Model: Case Study of Sungai 122
Ko-Lok, Narathiwat Province: International Border Trade City Model
Lawan Pongsuwansiri, Usanee Promsriya .........................................................
A Comparative Study of Piano Accompaniment in Chinese Folk Song And Chinese
Modern Song
Liu Lihan, Awirut Thotham .................................................................................
How to use a passenger car correctly according to tax principles
Sirirut Jaensirisak ...............................................................................................
Sexuality: Sexual Values on construction of Isan Mor Lam
Siengchai Saseesao, Jaruwam Thammawatra ..................................................
Fostering Networks, Leverage the strengths of the Micro SME Entrepreneur
and Trust in Government to Support the Benefits Community in The
Inclusive Business Project
Sobchoke Na Srito, Rapeepun Piriyakul, Napaporn Khantanapha ...................
Development of Guidelines for the Implementation of a Vocational Student
Care System for Private Vocational Institutes in Khon Kaen Vocational Office
Apagorn Savaengken, Titiworada Polyiem ........................................................
ÇÒÃÊÒÃÁ¹ØÉÂÈÒʵÃá ÅÐÊѧ¤ÁÈÒʵà ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÂÑ ÁËÒÊÒäÒÁ Í‹ãÙ ¹°Ò¹¢ŒÍÁÅÙ TCI EPr-iInStS-NIS:SN: 02865792--59979323
2 ÇÁÒùÊÒØÉà ÂÈÒʵÃáÅÐÊѧ¤ÁÈÒʵÃ
Á Ë Ò ÇÔ · Â Ò ÅÑ Â Á Ë Ò Ê Ò Ã ¤ Ò Á
»‚·èÕ 40 ©ººÑ ·èÕ 2 Á¹Õ Ò¤Á-àÁÉÒ¹ 2564
การพฒั นาผลติ ภัณฑข องทร่ี ะลกึ ทีส่ ะทอ นอัตลกั ษณท องถ่นิ จงั หวัดมหาสารคาม 7
เพอื่ ยกระดบั มูลคาทางเศรษฐกิจ
กติ ตกิ รณ บาํ รงุ บุญ, ปย ลักษณ โพธิวรรณ .............................................................. 25
การเรยี บเรียงเสยี งประสานสําหรบั วงขับรอ งประสานเสียงและวงออรเ คสตรา“คอรัส 43
ลกู ทงุ อีสาน ผสาน ออรเ คสตรา”: เพลง ไสวาสิบถ ิ่มกนั 56
ณรงครชั ช วรมติ รไมตรี .........................................................................................
65
การกําหนดเขตอาํ นาจศาลเหนือการกระทาํ ธรุ กรรมในทางแพง และพาณชิ ยตาม 80
พระราชบญั ญัตวิ าดว ยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส 88
ธรี ศกั ด์ิ กองสมบัติ ................................................................................................. 101
กระบวนการถายทอดลาํ ทาํ นองกาฬสนิ ธขุ องหมอลาํ วรี ะพงษ วงศศ ิลป 108
ภัทรกร กาเผือก, พิษณุ บญุ ศรีอนันต .....................................................................
122
รปู แบบการพฒั นาเศรษฐกจิ การคา ชายแดน กรณศี ึกษาเมอื งสไุ หงโก-ลก จังหวดั นราธิวาส:
เมอื งตน แบบการคาชายแดนระหวางประเทศ
ลาวัณย พงษสุวรรณศิริ, อษุ ณีย พรหมศรียา ..........................................................
การศึกษาเปรยี บเทียบการบรรเลงเปยโนระหวางเพลงพื้นบา นจีนและเพลงจีนสมัยใหม
ลู ลหี่ าญ, อวิรุทธ โททํา .........................................................................................
การใชรถยนตน ง่ั อยางไรใหถ ูกตอ งตามหลกั ภาษีอากร
ศริ ิรัตน เจนศิริศักด์ิ ................................................................................................
เพศวิถ:ี คา นิยมทางเพศในวรรณกรรมคําสอยของหมอลําอีสาน
เสยี งชัย สาสีเสาร, จารวุ รรณ ธรรมวตั ร ..................................................................
การสนบั สนุนเครือขา ย การใชป ระโยชนจากการรวมกลมุ ของผูประกอบการขนาดเลก็ และ
ความไวว างใจในการสนับสนนุ ของภาครัฐตอประโยชนข องชุมชนในโครงการประชารฐั
สบโชค ณ ศรีโต, ระพีพรรณ พริ ิยะกุล, นภาพร ขันธนภา .......................................
การพัฒนาแนวทางดาํ เนนิ งานตามระบบดแู ลชว ยเหลือผูเรียนอาชวี ศึกษาของสถาบนั
อาชวี ศึกษาเอกชน สงั กัดสาํ นกั งานอาชีวศึกษาจังหวดั ขอนแกน
อาภากร แสวงการ, ฐิตวิ รดา พลเยยี่ ม ....................................................................
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ปที ี่ 40 ฉบับที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
เจ้าของ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
(ภเ เว Pลปัตาeม่ลษถeยี่ าุปr3นรคrวะพeวสรvฤารงiมษณeคบเwพคภ์ทกดิ่ืาอ)ครคเสรวหซม่งมาน็ึง่ -เมปสมเชวกกริถชิงิำ�ิมตุนวาหสิจากชิ นะ่งยาามดเนรกผผีกแ/ายเพู้ลารลแระิจ่มพตบาโีพทรดร4่ผณคิมยลวพคกาางร์ปรมาอ2กลี นวบะฎจิวคคายัิชลน6คทาุมมกจ่ี (วฉ-Dะาสิทนบรoงิยแ�ำับuหามลbากาะlอคาeตงอมราพี ดก/Bนมิเา้รlลวพiนาn่มิจยใ์มdันยน)5ทว2ุษาี่มหยกรีรคสเศันือดุณาายอืรสคาผนมตย่าู้พหรนตจิาคแ์ ่-อาวลอืตกรทิ ะลุ ณายสาเราลงัาคพลคม่มัฒยัม3มศแ1นคหาลานสาะอมสตงกาทเรคลรร์ง้ั ์คาค่มภกควาาามมา6ยรม-นใศกพนรจี้ ึกุมู้ทะแฤษภตาลศาอ้างะจศพวงภิกไลิิชันาดาปยาธยร้ กกน์/บันเารอกล-รรกธาม่ มันรมตแวห2รดลาาวคนะวจมเมิทตปสีนรย็นอาสีาบสคถลทื่มอายั าก-ปเงลัตมวายษชิ งกาาแยรกลรนากมร/
ทบผ ้ชู่ีปรรว่รณยึกบษา รธาร กิ ณา รา ธกิ าร ศอรผออธาาชู้ งจสกิว่ ศาตยารารรศยสบาา์จตดสดารีมตรารหรย.จพาา์าจวมิรดาิทยพรรย์.์ยยปาดพุ์ฐลรดามัย.พรม.ปิทอหหรกััฐงาะษพษสพ์์สลาันนรุวธคอ้รอ ์ รายนิ ณมวตงั๊ะ คเสลนงั า มมมมหหหหาาาาววววิทิททิทิ ยยยยาาาาลลลลัยยััยยั มมมมหหหหาาาาสสสสาาาารรรรคคคคาาาามมมม
ก องบร รณาธิการ ศศศศศรรรรรรรรรรรรรรรผผผผผผผMอออออออออออออออาาาาาูชู้้ชชูู้้ชชูู้้ชชู้ rงงงงงงงงงงงงสงสงสงสส่ว่วว่่วว่ว่ว่.PศศศศศศศศศศศศศศศตตตตตยยยยยยยaาาาาาาาาาาาาาาารรรรรศศศศศศศสสuสสสสสสสสสสสสสาาาาาาาาาาาาlจจจจจตตตตตตตตตตตตตตตสสสสสสสาาาาารรรรรรรรรรรรรรรDตตตตตตตรรรรราาาาาาาาาาาาาาารรรรรรรuยยยยยจจจจจจจจจจจจจจจาาาาาาาl์์์์์าาาาาาาาาาาาาาาfจจจจจจจeรรรรรรรรรรรรรรรดดดดดาาาาาาายยยยยยยยยยยยยยrยรรรรรรรรรรรร ์์์์์์์์์์ยส์.์.์.์.์.ยยยยยยยภอเกศดดดดดดดดดดดดดฉงิท์์์์์์์รภุลุูมยรรรรรรรรรรรรรธลดดพดดดดรธชิฐ.............ุทิพถณดทบมสสสวิมกธพสรรรรรร.ิดยัาตธ......ัญณจาุจทุทุมมวรนุญศชานภสเสฉนร.รอักินีศธธชักทลวรสรุมุงเูิคญัตชิชาชภ้อืบวริววิทิลดัยิกพดศ.ครงินิมรรมดแู์ิรมทิรราศปาว้งัาิ์หกัช์ัตรศนทวรมสรรพคภยรมพ์ดยัย์นริ.นิร่นศรณณสัตยเเ์ผกส์สทัสริิก์ิะนัจก์าร ังยสร์ดจลูบบือปขุครปุลเเียคสีตษนื่ขามมบหันุงธนนตพ ศุวยิ�ำิฎศมอะรมพน สุทนต้าลคทฒัันุวศยอะารีกร้าศศุรธนัทิรตพนิางศรนัฒี ์ารตยรรกันารจนธธ ์ศา ีดเักมินชัิร ีพนรษจนะัการ์ิ ันิรจ ดตลทม งรตกิน์ ์ิสรนทโิ์ ์สษ ์ญิ ์ านสริ ์าทิ์ โน ภท วชธนณ์ งต ์ิ ทศชิ ์ ์ าครพันธ ์มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมสมมมมมหหถหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาบวววววววววววววววววววววววววววทิิทิทิททิทิทิิทิทิททิิทิททิิททิทิทิิททิทิทิทิิททิทิิทันยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยบาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาัณลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลฑัยัยัยัยัยัยัยัยัยัยยัยัยัยััยยััยยััยัยัยัยยัยัยัยััยหเขขมศขมมธนสศกศศมนมมมอนเเรมิตชทการอออรโุบุริลลิาหอหหหเหหหเพหเยีขษรรครชรีนีนรนนนปปกลาาาดิาาิดาัฒศศศงมทโภกตคคสสสสสสแแแาราานลลใวววศยัรีฬัฏนหารรกกรกกกาาาาาาโรรรศาธคินลชินพรรรรรบรามรรน่น่่นสารคคคคคคธแยา้ททรบิ่ รสตไาาาาหาาาหิีรรรูลทมตนมรมมมมมาวว่งาสยา์รชีชริโิโงธ์รรมศาคริฒฒตงาารคสิชาวลตมทิอร ์ยีสาาเนขตอุดรธานี
เลขานุการ นางฉววี รรณ อรรคะเศรษฐงั ผู้ช่วยเลขานุการ จิรารัตน์ ภูสฤี ทธิ์ พักตร์วไิ ล รุ่งวสิ ยั
สำ�นกั งานกองบรรณาธิการ กองส่งเสรมิ การวจิ ัยและบริการวิชาการ
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ตำ�บลขามเรียง อำ�เภอกันทรวชิ ัย จงั หวดั มหาสารคาม 44150
โทรศพั ท์ 0-4375-4321 ต่อ 1754 หรอื 0-4375-4416
ก�ำ หนดการตีพมิ พป์ ีละ 6 ฉบบั
ฉบบั ที่ 1 มกราคม-กมุ ภาพนั ธ ์ ฉบบั ที่ 2 มีนาคม-เมษายน ฉบับท่ี 3 พฤษภาคม-มถิ นุ ายน
ฉบับท่ี 4 กรกฎาคม-สิงหาคม ฉบับท่ี 5 กันยายน-ตลุ าคม ฉบบั ท่ี 6 พฤศจกิ ายน-ธนั วาคม
พมิ พเ์ ผยแพร่เมอ่ื วนั ที่ 30 เมษายน 2564
บทบรรณาธิการ
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้รับความนิยมและเป็นที่
สนใจจากนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย และนักวิชาการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
ร่วมส่งบทความเพ่ือตีพิมพ์ในวารสารน้ีมาเป็นอย่างดีโดยตลอด ทำ�ให้วารสารมนุษยศาสตร์และ
สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามถูกจัดอยู่ในฐานข้อมูล TCI (Thai Journal Citation Index
Centre) กลุ่ม 2 ถือเป็นการพัฒนาทางด้านวชิ าการอย่างตอ่ เน่อื งภายใตส้ ถานการณ์โควิด-19 ทว่ี กิ ฤต
อยทู่ วั่ ประเทศในขณะนี้ วารสารฉบบั น้ไี ด้กา้ วมาส่ปู ที ่ี 40 ฉบับที่ 2 (มนี าคม-เมษายน) 2564 ซึ่งยงั คง
มคี วามเขม้ ขน้ ดา้ นเนอื้ หาและสาระวชิ าการดา้ นตา่ งๆ ทง้ั ทางมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตรห์ ลากหลาย
เรอื่ ง ดังน้ี 1) เรือ่ งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทีร่ ะลึกท่ีสะท้อนอตั ลักษณท์ อ้ งถิน่ จังหวดั มหาสารคามเพอื่
ยกระดบั มลู คา่ ทางเศรษฐกิจ ของกิตตกิ รณ์ บำ�รงุ บญุ และปยิ ลักษณ์ โพธิวรรณ์ 2) เร่ืองการเรียบเรียง
เสียงประสานสำ�หรบั วงขับร้องประสานเสยี งและวงออร์เคสตรา “คอรสั ลกู ทงุ่ อสี านผสาน ออร์เคสตรา”:
เพลง ไสว่าสิบถ่ มิ่ กัน ของณรงคร์ ชั ช์ วรมิตรไมตรี 3) เร่อื งการก�ำ หนดเขตอำ�นาจศาลเหนอื การกระทำ�
ธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ของธีรศักด์ิ
กองสมบัติ 4) กระบวนการถ่ายทอดลำ�ทำ�นองกาฬสินธ์ุของหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ ของภัทรกร
กาเผือก และพิษณุ บุญศรีอนันต์ 5) รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดน กรณีศึกษาเมือง
สไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส: เมอื งตน้ แบบการคา้ ชายแดนระหวา่ งประเทศ ของลาวณั ย์ พงษส์ วุ รรณศริ ิ
และอุษณีย์ พรหมศรียา 6) การศึกษาเปรียบเทียบการบรรเลงเปียโนระหว่างเพลงพื้นบ้านจีนและ
เพลงจีนสมัยใหม่ ของลู่ ลี่หาญ และอวิรุทธ์ โททำ� 7) การใช้รถยนต์น่ังอย่างไรให้ถูกต้องตามหลัก
ภาษีอากร ของศิรริ ตั น์ เจนศิริศกั ด์ิ 8) เพศวถิ :ี คา่ นยิ มทางเพศในวรรณกรรมคำ�สอยของหมอลำ�อีสาน
ของเสียงชัย สาสีเสาร์ และจารุวรรณ ธรรมวัตร 9) การสนับสนุนเครือข่าย การใช้ประโยชน์จากการ
รวมกลุ่มของผู้ประกอบการขนาดเล็กและความไว้วางใจในการสนับสนุนของภาครัฐต่อประโยชน์ของ
ชุมชนในโครงการประชารัฐ ของสบโชค ณ ศรีโต, ระพีพรรณ พิริยะกุล และนภาพร ขันธนภา และ
10) การพฒั นาแนวทางด�ำ เนนิ งานตามระบบดแู ลช่วยเหลอื ผูเ้ รยี นอาชวี ศึกษาของสถาบันอาชีวศึกษา
เอกชน สงั กดั สำ� นักงานอาชีวศึกษาจังหวดั ขอนแกน่ ของอาภากร แสวงการ และฐิตวิ รดา พลเยย่ี ม
สดุ ท้าย ทางบรรณาธกิ ารหวังเป็นอยา่ งยง่ิ วา่ บทความตา่ งๆ ที่ตีพมิ พ์เผยแพรเ่ หลา่ น้จี ะใชเ้ ป็น
แนวทางในการศกึ ษาวเิ คราะหข์ อ้ มลู ตา่ งๆ ทอ่ี ยใู่ นฐานการศกึ ษาทางดา้ นมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี และขอเชญิ ชวนนสิ ติ นกั ศกึ ษา อาจารย์ นกั วจิ ยั และผสู้ นใจรว่ มสง่ บทความเขา้ มาพจิ ารณา
ตพี มิ พเ์ ผยแพรใ่ นวารสารฯ ของเราในฉบับตอ่ ๆ ไป
ปฐม หงษส์ ุวรรณ
บรรณาธกิ าร
สารบญั
การพฒั นาผลิตภณั ฑ์ของที่ระลกึ ท่สี ะท้อนอัตลักษณ์ทอ้ งถ่นิ จังหวดั มหาสารคาม
เพ่ือยกระดับมูลคา่ ทางเศรษฐกจิ
กิตติกรณ์ บ�ำ รงุ บญุ , ปยิ ลกั ษณ์ โพธิวรรณ์ ..................................................................... 7
การเรยี บเรียงเสยี งประสานสำ�หรบั วงขบั ร้องประสานเสียงและวงออรเ์ คสตรา“คอรสั ลกู ท่งุ อสี าน
ผสาน ออรเ์ คสตรา”: เพลง ไสว่าสิบถ่ ิ่มกัน
ณรงคร์ ชั ช์ วรมติ รไมตรี ................................................................................................. 25
การก�ำ หนดเขตอำ�นาจศาลเหนอื การกระท�ำ ธรุ กรรมในทางแพ่งและพาณชิ ย์ตาม
พระราชบญั ญตั วิ า่ ด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส ์
ธีรศกั ดิ์ กองสมบัติ ......................................................................................................... 43
กระบวนการถา่ ยทอดล�ำ ท�ำ นองกาฬสนิ ธขุ์ องหมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ิลป ์
ภัทรกร กาเผือก, พษิ ณุ บุญศรอี นนั ต์ ............................................................................. 56
รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกจิ การคา้ ชายแดน กรณีศกึ ษาเมอื งสไุ หงโก-ลก จังหวดั นราธวิ าส:
เมอื งต้นแบบการค้าชายแดนระหวา่ งประเทศ
ลาวณั ย์ พงษส์ ุวรรณศิริ, อษุ ณยี ์ พรหมศรยี า .................................................................. 65
การศึกษาเปรยี บเทียบการบรรเลงเปยี โนระหว่างเพลงพน้ื บ้านจีนและเพลงจีนสมัยใหม่
ลู่ ล่หี าญ, อวิรุทธ์ โททำ� ................................................................................................. 80
การใชร้ ถยนต์น่ังอย่างไรให้ถูกต้องตามหลกั ภาษีอากร
ศิริรตั น์ เจนศริ ิศักดิ์ ........................................................................................................ 88
เพศวถิ :ี คา่ นิยมทางเพศในวรรณกรรมค�ำ สอยของหมอล�ำ อสี าน
เสยี งชยั สาสเี สาร์, จารุวรรณ ธรรมวัตร .......................................................................... 101
การสนับสนนุ เครอื ขา่ ย การใช้ประโยชน์จากการรวมกลุ่มของผปู้ ระกอบการขนาดเลก็
และความไว้วางใจในการสนบั สนุนของภาครัฐตอ่ ประโยชน์ของชมุ ชนในโครงการประชารฐั
สบโชค ณ ศรโี ต, ระพพี รรณ พิริยะกลุ , นภาพร ขันธนภา ............................................... 108
การพฒั นาแนวทางด�ำ เนินงานตามระบบดูแลชว่ ยเหลอื ผู้เรยี นอาชวี ศกึ ษาของสถาบนั
อาชวี ศึกษาเอกชน สังกดั สำ�นกั งานอาชวี ศกึ ษาจังหวดั ขอนแก่น
อาภากร แสวงการ, ฐิติวรดา พลเยี่ยม ............................................................................ 122
Contents
The Development of Souvenirs to Represent Local Identity of Maha Sarakham to
Elevate Economic Value
Kittikorn Bamroongboon, Piyaluk Potiwan ................................................................. 7
Choral and Orchestral Arrangements for “Luk Thung Esan Chorus with Orchestral
Accompaniment”: Sai Wa Si Bo Thim Kan
Narongruch Woramitmaitre ......................................................................................... 25
Jurisdiction over civil transactions according to the Electronic Transactions Act
Teerasak Kongsombut ................................................................................................ 43
The Kalasin Transmission Method of Mor Lam Kalasin style, Wiraphong Wongsin
Pattaragon Kaphuak, Pisanu Boonsrianan ................................................................. 56
Border Trade and Economic Development Model: Case Study of Sungai
Ko-Lok, Narathiwat Province: International Border Trade City Model
Lawan Pongsuwansiri, Usanee Promsriya ................................................................. 65
A Comparative Study of Piano Accompaniment in Chinese Folk Song And Chinese
Modern Song
Liu Lihan, Awirut Thotham .......................................................................................... 80
How to use a passenger car correctly according to tax principles
Sirirut Jaensirisak ........................................................................................................ 88
Sexuality: Sexual Values on construction of Isan Mor Lam
Siengchai Saseesao, Jaruwam Thammawatra .......................................................... 101
Fostering Networks, Leverage the strengths of the Micro SME Entrepreneur
and Trust in Government to Support the Benefits Community in The
Inclusive Business Project
Sobchoke Na Srito, Rapeepun Piriyakul, Napaporn Khantanapha ........................... 108
Development of Guidelines for the Implementation of a Vocational Student
Care System for Private Vocational Institutes in Khon Kaen Vocational Office
Apagorn Savaengken, Titiworada Polyiem ................................................................ 122
การพฒั นาผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ ทสี่ ะทอ้ นอตั ลกั ษณท์ อ้ งถนิ่ จงั หวดั มหาสารคาม
เพือ่ ยกระดบั มลู ค่าทางเศรษฐกิจ
The Development of Souvenirs to Represent Local Identity of Maha Sarakham
to Elevate Economic Value
กิตตกิ รณ์ บำ�รุงบุญ1, ปยิ ลกั ษณ์ โพธิวรรณ2์
Kittikorn Bamroongboon1, Piyaluk Potiwan2
Received: 3 October 2020 Revised: 24 November 2020 Accepted: 18 December 2020
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ท้องถ่ินของจังหวัดมหาสารคาม 2) เพื่อถอด
อตั ลกั ษณท์ อ้ งถนิ่ จงั หวดั มหาสารคามสกู่ ารออกแบบผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ และ 3) เพอื่ เสนอแนะแนวทาง
สง่ เสรมิ ผลติ ผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ ทเ่ี ปน็ อตั ลกั ษณข์ องทอ้ งถน่ิ มหาสารคามเพอ่ื เพม่ิ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงประยุกต์เพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาส่ิงใหม่ภายใต้ขอบเขตของอัตลักษณ์
ท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคาม สู่การตีความ ให้ความหมาย เพ่ือนำ�มาสู่การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์
ของที่ระลกึ ทส่ี ะท้อนความเปน็ ท้องถน่ิ ในการศกึ ษาคร้งั นี้ไดแ้ บง่ ขน้ั ตอนการศกึ ษาออกเปน็ 2 ส่วนคอื
ส่วนของการศึกษาเชิงคุณภาพเพ่ือค้นหาอัตลักษณ์และถอดอัตลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคามสู่การ
ออกแบบผลติ ภณั ฑข์ องทรี่ ะลกึ โดยมกี ลมุ่ เปา้ หมายคอื กลมุ่ ผผู้ ลติ ของทรี่ ะลกึ ในพน้ื ทจ่ี งั หวดั มหาสารคาม
จ�ำ นวน 50 คน และ นกั วชิ าการดา้ นศลิ ปะวฒั นธรรม จ�ำ นวน 2 คน โดยมแี บบสมั ภาษณแ์ ละแบบสอบถาม
เชงิ ส�ำ รวจเปน็ เครื่องมอื หลกั และสว่ นท่ีสองเปน็ แนวทางส่งเสริมผลติ ผลิตภัณฑ์ของท่ีระลึก ซงึ่ เป็นการ
ศึกษาเชิงปริมาณ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มผู้บริโภค คือ นักท่องเที่ยวท้ังชาวไทย และต่างประเทศ
รวมทง้ั คนในชุมชนทั่วไป จ�ำ นวน 100 คน โดยใชแ้ บบสำ�รวจความคิดเหน็ และแบบประเมนิ ผลติ ภัณฑ์
เปน็ เครอ่ื งมือหลกั ในการเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ผลการวจิ ยั พบวา่ อตั ลกั ษณท์ อ้ งถนิ่ ของจงั หวดั มหาสารคามนน้ั สามารถวเิ คราะหอ์ ตั ลกั ษณไ์ ด้
จากคำ�ขวญั ของจงั หวัดมหาสารคาม ซ่งึ สามารถถอดอตั ลกั ษณ์ คือ พระธาตุนาดนู ทเ่ี ปน็ สัญลักษณ์ของ
พุทธมณฑลอีสาน ผา้ ไหม ทเี่ ปน็ ตวั แทนของจังหวดั คอื ลายสรอ้ ยดอกหมาก และตักสลิ านคร อันหมาย
ถงึ ดนิ แดนแหง่ การศกึ ษา ซงึ่ น�ำ มาสกู่ ารออกแบบผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ ตน้ แบบสามผลติ ภณั ฑป์ ระกอบ
ไปดว้ ย 1) ผลิตภณั ฑพ์ วงกุญแจ 2) ผลิตภณั ฑ์กระเปา๋ และ 3) ผลิตภัณฑเ์ สอื้ โดยมแี นวทางส่งเสรมิ
1 รองศาสตราจารย์ คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
2 รองศาสตราจารย์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
1 Associate Professor, Humanities and Social Sciences Faculty, Rajabhat Mahasarakham University
2 Associate Professor, Political Science and Public Administration Faculty, Rajabhat Mahasarakham University
การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ของที่ระลึกท่ีสะทอ้ นอตั ลกั ษณท์ ้องถ่นิ จงั หวัด 8 กติ ติกรณ์ บำ�รงุ บุญ, ปิยลกั ษณ์ โพธวิ รรณ์
มหาสารคามเพื่อยกระดับมลู ค่าทางเศรษฐกจิ
ผลติ ผลติ ภณั ฑข์ องทรี่ ะลกึ ทเ่ี ปน็ อตั ลกั ษณข์ องทอ้ งถน่ิ มหาสารคามเพอ่ื เพม่ิ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ คอื การ
สนับสนุนเงินทุนและงบประมาณในการลงทุน การส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสของการกู้เงิน และการนำ�
ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการผลิตและผลักดันให้สินค้ามีรูปแบบที่หลากหลาย ตรงตามความต้องการ
ของลูกค้า ไดร้ บั มาตรฐานการผลติ จากหน่วยงานทเี่ กีย่ วขอ้ ง และผลจากการเสนอแนะแนวทางสง่ เสริม
การผลิตผลิตภัณฑ์ของท่ีระลึกที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถ่ินมหาสารคามเพื่อเพ่ิมมูลค่าทางเศรษฐกิจ
พบวา่ สามารถแยกแนวทางการส่งเสรมิ ออกเปน็ แบ่งประเด็นสำ�คญั คอื ผู้ผลติ สนิ คา้ ตอ้ งยกระดับตลาด
และทิศทางการจ�ำ หน่ายใหม้ หี ลากหลายมากขึ้นท้ังนี้เนือ่ งจากผลติ ภัณฑช์ ุมชนเปน็ ผลติ ภัณฑ์ท่มี คี วาม
เหมอื นกันกบั ผลติ ภัณฑ์อีกหลายกลุ่ม กอ่ ใหเ้ กิดการแข่งขันทีส่ งู ดังน้ันควรมกี ารพฒั นาผลิตผลติ ภัณฑ์
ใหม้ ี ความโดดเด่นและมีความแตกตา่ งจากผลติ ภณั ฑ์จากกล่มุ อ่นื เช่นการใชว้ ตั ถดุ บิ ทห่ี าได้ในทอ้ งถิน่
สนิ ค้าต้องมีอตั ลักษณ์ เฉพาะกลุม่ แตกตา่ งจากกลมุ่ อนื่
คำ�ส�ำ คญั : ของท่ีระลึก, อตั ลักษณ์, มลู ค่าทางเศรษฐกจิ
Abstract
This research had the following objectives: 1) to study the local identity of the province
Mahasarakham 2) to analyze the local identity of Mahasarakham Province into the design of
souvenir products and 3) to propose ways to promote the production of souvenir products that
reflect the local identity of Maha Sarakham to increase economic value. The study process
was divided into 2 parts: First, a qualitative study in order to identify and analyze the identity
of Maha Sarakham Province to design souvenir products, targeting 50 souvenir makers in the
Province and 2 academic arts and cultural experts, with an interview and survey questionnaire
as the main tool. The second part produced guidelines for promoting the production of souvenir
products; this was a quantitative study, and the sample group of consumers was tourists, both
Thai and foreign including 100 people in the general community. An opinion survey and product
assessment were the primary tools for data collection.
The results showed that the local identity of Mahasarakham province could be analyzed
from the motto of Maha Sarakham province Phra That Nadun, the symbol of Isan and Takasila
Nakhon (which means the land of education) leading to the design of three prototype souvenir
products; 1) key chain products 2) luggage products and 3) shirt products. The analysis made
possible guidelines for promoting the production of souvenir products refelcting the identity of
Maha Sarakham and that increased economic value in the province. This was achieved by
influencing funding and investment budgets, promoting access to opportunities for borrowing and
applying local wisdom in production and promoting products in a variety of styles to meet the
needs of customers and achieve production standards of relevant relevant agencies. The results
indicate that the introduction of the guidelines to promote the production of souvenir products
that reflect the identity of the Maha Sarakham area to add economic value. It was found that
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 9 ปีท่ี 40 ฉบับที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
the promotion guidelines could be divided into key points as follows: manufacturers need to
diversify their markets and distribution trends because community products are similar to many
other product groups, causing high competition and therefore, the product should be developed
to have outstanding and different characteristics compared with other products (such as using
local ingredients to establish a local identity of a particular group is different from others.
Keywords: Souvenirs, Identity, Economic value
บทนำ� รนุ แรงในปลายเดอื นกมุ ภาพนั ธ์ 2563 และคาดวา่
มีรายได้จากนกั ทอ่ งเทยี่ วตา่ งชาติ 343,130 ล้าน
ส ภ า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ท่ อ ง เ ท่ี ย ว แ ห่ ง บาท ลดลงรอ้ ยละ 38.4 จากชว่ งเวลาเดยี วกนั ของ
ประเทศไทย (สทท.) ไดร้ ายงานขอ้ มลู สถานการณ์ ปี 2562 จะส่งผลให้หากสถานการณ์โรคระบาด
ท่องเท่ียวไทย และดัชนีความเชื่อม่ันผู้ประกอบ คลี่คลายไดเ้ ร็ว (ภายใน 6 เดอื น) เมื่อส้นิ ปี 2563
การท่องเที่ยวไตรมาส 1/2563 ซ่ึงเป็นโครงการ ประเทศไทยมนี กั ทอ่ งเทย่ี วตา่ งชาตทิ ง้ั ปปี ระมาณ
ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ร ะ ห ว่ า ง ก า ร ท่ อ ง เ ท่ี ย ว แ ห่ ง 26.59 ลา้ นคน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 33.19
ประเทศไทย (ททท.) สภาอุตสาหกรรมท่อง และคาดว่ามีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้ง
เที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ได้คาดการณ์ถึง ปีประมาณ 1.23 ลา้ นลา้ นบาท ลดลงจากปี 2562
สถานการณ์ท่องเที่ยวที่กำ�ลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ร้อยละ 36.38 (สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
สำ�หรับการสำ�รวจความเชื่อม่ันผู้ประกอบการ แหง่ ประเทศไทย, 2563)
ในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 ซึ่งเป็นผลการสำ�รวจ แตถ่ งึ อยา่ งไรกต็ ามสภาอตุ สาหกรรมทอ่ ง
ในช่วงเดือน มกราคม-มีนาคม อันสืบเนื่องจาก เที่ยวแห่งประเทศไทยยังเชื่อว่าการสร้างความ
การค้าโลกซึ่งชะลอที่มีสาเหตุหลักจากสงคราม เข้าใจและความร่วมมือทุกภาคส่วน ในส่วนของ
ทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ส่งผล การแกป้ ญั หาเศรษฐกจิ จะสง่ ผลใหร้ ะบบเศรษฐกจิ
กระทบให้เศรษฐกิจภายในประเทศไทยชะลอตัว สามารถฟ้ืนตัวได้เร็ว หลังสถานการณ์ระบาด
มาตงั้ แตก่ ลางปี 2562 และท�ำ ใหก้ ารบรโิ ภคภายใน ผ่านพ้นไป
ประเทศชะลอตัวต่อเน่ืองมาถึงไตรมาสนี้และการ นอกจากนั้นแล้วสภาอุตสาหกรรมการ
แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ไป ท่องเท่ียวได้ระบุถึงการเตรียมการณ์รับการเกิด
ท่ัวโลก โดยเร่ิมมีการจำ�กัดการเดินทางของนัก ธุรกิจของการท่องเท่ียวภายหลังสถานการณ์โรค
ท่องเที่ยวชาวจีนมาต้ังแต่เดือนมกราคม 2563 ระบาด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางตรงและธุรกิจทาง
รวมถงึ ปญั หาฝนุ่ ละอองขนาดเลก็ เกนิ คา่ มาตรฐาน อ้อม กล่าวคือธุรกิจทางตรง หมายถึง ธุรกิจ ที่
(PM2.5) ท่ีเป็นปัญหาต่อการท่องเที่ยวอย่าง เก่ียวข้องโดยตรงกับการท่องเที่ยวเป็นหลักท่ี ให้
ตอ่ เนือ่ ง ในไตรมาสที่ 1/2563 คาดว่าดชั นีความ บริการแก่นักท่องเที่ยว ประกอบด้วย ธุรกิจการ
เชือ่ ม่ันเทา่ กบั 57 ต่�ำ กว่าไตรมาสท่ี 4/2563 (88) ขนสง่ ธรุ กิจที่พักแรม ธุรกิจอาหารเคร่อื งดมื่ และ
และลดลงตำ่�ท่ีสุดในรอบ 9 ปี ไตรมาส 1/2563 สถานบันเทิงธุรกิจนำ�เที่ยวและมัคคุเทศก์รวมท้ัง
คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.70 ล้านคน ธุรกิจจำ�หน่ายผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ส่วนธุรกิจ
ลดลงร้อยละ 37.96 จากช่วงเวลาเดียวกันของ ทางอ้อม หมายถึง ธุรกิจท่ีช่วยสนับสนุนการ
ปี 2562 เน่ืองจากผลกระทบจากโรคระบาดเร่ิม
การพฒั นาผลติ ภัณฑ์ของทีร่ ะลึกท่ีสะท้อนอตั ลักษณ์ทอ้ งถ่ินจังหวดั 10 กิตติกรณ์ บำ�รงุ บญุ , ปยิ ลักษณ์ โพธิวรรณ์
มหาสารคามเพือ่ ยกระดบั มูลคา่ ทางเศรษฐกจิ
ทอ่ งเทย่ี ว ประกอบไปดว้ ย ไปรษณยี โ์ ทรคมนาคม ระดบั สงู หลายแหง่ และมชี าวตา่ งชาตเิ ดนิ ทางเขา้
ธุรกิจเสริมความงาม เป็นต้น ดังนั้นในส่วนของ มาเปน็ จ�ำ นวนมาก ทง้ั ทเี่ ปน็ นกั ทอ่ งเทยี่ ว หรอื นกั
ประเทศไทยจึงจำ�เป็นท่ีจะต้องมีการตั้งรับธุรกิจ วชิ าการ สง่ ผลใหจ้ งั หวดั มหาสารคามนนั้ เปน็ ทร่ี จู้ กั
การท่องเที่ยวให้มีความพร้อมในทุกๆ ด้านเพ่ือ ในระดบั สากล อกี ทง้ั ยงั มอี าหารพนื้ บา้ นสนิ คา้ และ
รองรับ นักท่องเท่ียวท่ีจะเดินทางมาท่องเท่ียว สถานท่ีที่มีช่ือเสียงและสำ�คัญ เช่น สถานที่
และสรา้ งความมง่ั คง่ั ทางเศรษฐกจิ ใหม้ คี วามเจรญิ ท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์ คือ พระธาตุนาดูน
เติบโตมากข้ึน ซ่ึงในแต่ละปีนั้นมีนักท่องเที่ยว กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง รวมท้ัง
ชาวไทย และชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทาง พระพุทธรูปเก่าแก่ เช่นพระพุทธมิ่งเมือง
มาท่องเท่ียวเป็นจำ�นวนมาก ผลท่ีตามมาคือก่อ กันทรวิชัย นอกจากน้ียังมีผลิตภัณฑ์สินค้าท่ี
ให้เกิด การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และชนบท ระลึกที่มีช่ือเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว
ซึ่งเกิดการจ้างงาน และสร้างอาชีพให้แก่คนใน เชน่ ผ้าไหมสรอ้ ยดอกหมาก อำ�เภอกุดรงั ผ้าไหม
ท้องถิ่น นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้ให้แก่ มัดหมี่อำ�เภอโกสุมพิสัย เสื่อบ้านแพง เครื่อง
บคุ คลหลายกล่มุ (ส�ำ นักงานพัฒนาการทอ่ งเที่ยว เบญจรงคก์ นั ทรวชิ ยั ปลารา้ ทรงเครอ่ื งอ�ำ เภอเมอื ง
แหง่ ประเทศไทย, 2560) เนอื่ งจากประเทศไทยมี เป็นต้น จากรายงานของสำ�นักงานท่องเที่ยว
ศกั ยภาพทางการทอ่ งเทย่ี วสงู มสี ถานทที่ อ่ งเทยี่ ว และการกีฬาจังหวัดมหาสารคาม ได้ให้ข้อมูลท่ี
และผลิตภัณฑ์ทางการท่องเท่ียวท่ีหลากหลาย นา่ สนใจไวว้ า่ นกั ทอ่ งเทยี่ วจ�ำ นวนมากทงั้ ชาวไทย
อาทิ การท่องเท่ียวประเภทศิลปวัฒนธรรม การ และต่างประเทศมักให้ความสำ�คัญกับการเดิน
ท่องเที่ยวประเภทประวัติศาสตร์โบราณสถาน ทางมาทอ่ งเทย่ี วจงั หวดั มหาสารคามเพอ่ื สกั การะ
โบราณวัตถุ การท่องเทีย่ วประเภทธรรมชาติ การ ส่ิงศักดิ์สิทธ์ิ และเพ่ือการศึกษา อีกทั้งยังพบว่า
ท่องเท่ียวเพ่ือสุขภาพ แต่ถึงอย่างไรก็ตามพบว่า ใหค้ วามสนใจกบั วถิ ชี วี ติ และผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ
ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมการท่องเท่ียวใน ที่เป็นสนิ คา้ ผลิตโดยชาวบ้าน เป็นสินคา้ ทีท่ �ำ จาก
รูปแบบของการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม มีความ มือ นักท่องเท่ียวให้ความสนใจกับกระบวนการ
ต้องการที่จะเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ผลิตแบบพ้ืนบ้าน ซ่ึงผลิตภัณฑ์เหล่าน้ีเป็นส่วน
ของคนท้องถิ่นมากข้นึ หนึ่งของการดึงดูดการท่องเท่ียวของจังหวัด
ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ ข อ ง มหาสารคามให้กว้างขวางมากขึ้น (แผนพัฒนา
ประเทศไทยน้ัน นับว่าเป็นภูมิภาคที่มีความอุดม จังหวัดมหาสารคาม 2561-2564, 2559)
สมบูรณ์และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมและ ปัจจุบันจังหวัดมหาสารคามมีนโยบาย
วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ อีกท้ังยังเป็นภูมิภาคท่ี ในการยกระดับทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเท่ียว
มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ในส่วนของ เชิงวัฒนธรรม ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ
จังหวัดมหาสารคามนั้น เป็นจังหวัดท่ีอยู่ใจกลาง ท่ีระลึกท่ีสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นจึงเป็นเป็นอีก
ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความสะดวก หน่ึงธุรกิจ ท่ีเก่ียวข้องโดยตรงกับการท่องเที่ยว
ในการเดินทางและเป็นจังหวัดทางผ่านเข้าไป ท่ีเป็นธุรกิจหลักหรือที่เรียกว่าธุรกิจทางตรงท่ี
ทอ่ งเทย่ี วในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มรี ะบบการ ให้ บริการแก่นักท่องเที่ยว และมีความสำ�คัญต่อ
คมนาคมและการขนส่งท่ีสะดวก และเป็นจังหวัด รายได้ของชุมชน ท้องถิ่น นอกจากนี้ยังเป็นการ
ทไ่ี ดช้ อ่ื วา่ เมอื งแหง่ การศกึ ษา มสี ถาบนั การศกึ ษา สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่คนในท้องถิ่นได้ การ
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 11 ปีท่ี 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
พัฒนาผลิตภัณฑ์ของท่ีระลึกสามารถลดการ กรอบแนวคิดในการวจิ ัย
อพยพการย้ายถิ่นเพื่อเข้าไปทำ�งานต่างจังหวัด
ของคนในทอ้ งถนิ่ และเป็นการสง่ เสริมการพัฒนา ในการวิจัยเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ศักยภาพของท้องถิ่น สร้างชุมชนให้เกิดความ ของท่ีระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถ่ินจังหวัด
เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ ทำ�ให้ชุมชนมีส่วนร่วม มหาสารคาม นั้นผู้วิจัยได้ใช้การวิจัยเชิงประยุกต์
และเกิดความสามัคคีภายในท้องถิ่น ด้วยการนำ� เพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาส่ิงใหม่ภายใต้ขอบเขต
ทรัพยากรภูมิปัญญาในท้องถ่ินที่เป็นมรดกทาง ของอัตลักษณ์ท้องถ่ินจังหวัดมหาสารคาม สู่การ
วัฒนธรรมท่ีสืบทอดมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของ ตีความ ให้ความหมาย เพื่อนำ�มาสู่การออกแบบ
ที่ระลึกท่ีสะท้อนอัตลักษณ์ของความเป็นท้องถ่ิน พัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกที่สะท้อนความเป็น
ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้แก่ประเทศและ ท้องถิ่น โดยมีแนวคิดเรื่องอัตลักษณ์และแนวคิด
ท้องถิ่นแล้ว ยังส่งผลให้จังหวัดมหาสารคาม เร่ืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นกรอบของการ
มีชื่อเสียงจากการเป็นพ้ืนที่ของการท่องเที่ยวอีก วิเคราะห์การผสมผสานระหว่างอัตลักษณ์ทาง
แห่งหน่ึงในประเทศไทย ด้วยเหตุน้ีผู้วิจัยจึงให้ วัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญา ตลอดจน
ความสำ�คัญกับความเป็นชุมชนท้องถิ่น โดยเน้น การนำ�เทคนิคของการออกแบบผลิตผลิตภัณฑ์
ท่ีอัตลักษณ์ท่ีถูกสร้างในวัฒนธรรมของท้องถ่ิน ที่เป็นความต้องการของตลาดผ่านกลไกของ
มหาสารคาม อันจะนำ�มาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการวิจัยเพ่ือสร้างรายได้ให้กับชุมชน
ของท่ีระลึกในรูปแบบต่างๆ ให้มีความน่าสนใจ ทอ้ งถน่ิ และมูลคา่ เพ่มิ ทางเศรษฐกจิ ต่อไป
และเป็นท่ีต้องการของตลาดการท่องเท่ียว รวม
ท้ังเป็นผลิตภัณฑ์ของความทรงจำ�ท่ีตอบสนอง ขอบเขตการศกึ ษา
การตลาดอย่างสร้างสรรค์ที่คำ�นึงถึงมรดกทาง
วัฒนธรรมทั้งในด้านของรูปแบบและความเป็น ในการศึกษาคร้ังน้ีได้แบ่งข้ันตอน
สัญลักษณ์ดั้งเดิมที่เป็นลักษณะเฉพาะถิ่น เพ่ือ การศกึ ษาออกเป็น 2 ส่วนคอื
เสนอแนะแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของท่ี 1. ส่วนแรกเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ
ระลกึ นใี้ หก้ บั ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ในจงั หวดั เพอื่ ยกระดบั เพอื่ คน้ หาอตั ลกั ษณแ์ ละถอดอตั ลกั ษณข์ องจงั หวดั
การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตอ่ ไป มหาสารคามสกู่ ารออกแบบผลติ ภณั ฑข์ องทรี่ ะลกึ
โดยมีแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามเชิงสำ�รวจ
วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั เป็นเคร่ืองมอื หลัก กลมุ่ เป้าหมายคอื
1.1 กลมุ่ ผผู้ ลติ ของทร่ี ะลกึ ในพน้ื ทจ่ี งั หวดั
1. เพ่ือศึกษาอัตลักษณ์ท้องถ่ินของ มหาสารคาม คือ บา้ นหนองเขื่อนช้าง บ้านกุดรงั
จงั หวดั มหาสารคาม บ้านดอนโมง บ้านปลาบู่ บ้านแบกสามัคคี บ้าน
2. เพ่ือถอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัด หนองบวั คู บา้ นแพง บา้ นมะคา่ และกลมุ่ วสิ าหกจิ
มหาสารคามสกู่ ารออกแบบผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ ชุมชนบา้ นเบญจรงค์ จ�ำ นวน 50 คน
3.เพ่ือเสนอแนะแนวทางส่งเสริมผลิต 1.2 นักวิชาการด้านศิลปะ วัฒนธรรม
ผลติ ภณั ฑข์ องทรี่ ะลกึ ทเี่ ปน็ อตั ลกั ษณข์ องทอ้ งถน่ิ จำ�นวน 2 คน
มหาสารคามเพ่ือเพ่ิมมลู คา่ ทางเศรษฐกจิ 2.ส่วนที่สองเป็นแนวทางส่งเสริมผลิต
ผลิตภัณฑ์ของท่ีระลึก ซึ่งเป็นการศึกษาเชิง
ปริมาณ โดยมีกล่มุ ตัวอยา่ งเป็นกลมุ่ ผบู้ ริโภค คือ
การพัฒนาผลิตภณั ฑ์ของท่รี ะลกึ ทีส่ ะทอ้ นอตั ลกั ษณท์ อ้ งถิ่นจังหวัด 12 กติ ติกรณ์ บ�ำ รุงบุญ, ปยิ ลกั ษณ์ โพธิวรรณ์
มหาสารคามเพ่ือยกระดบั มลู คา่ ทางเศรษฐกิจ
นกั ทอ่ งเทย่ี วทง้ั ชาวไทย และตา่ งประเทศ จ�ำ นวน วธิ กี ารเก็บรวบรวมข้อมูล
70 คน รวมท้ังคนในชมุ ชนทั่วไป จ�ำ นวน 30 คน ในการวิจัยคร้ังนี้ได้แบ่งการเก็บรวบรวม
รวม 100 คน โดยใชแ้ บบส�ำ รวจความคดิ เห็นและ ข้อมูลออกเป็น 3 ระยะ ตามวัตถุประสงค์ของ
แบบประเมินผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือหลักในการ การวจิ ัย ดังน้ี
เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ระยะที่ 1 เป็นการสำ�รวจความคิดเห็น
เครื่องมือและวิธีดำ�เนินการวิจัยท่ี และการสงั เคราะหข์ อ้ มลู ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การเฟน้ หา
ใชใ้ นการวจิ ยั อัตลักษณ์ของท้องถ่ินจังหวัดมหาสารคาม โดย
1) แบบสอบถามเชิงสำ�รวจ: การสร้าง มีเคร่ืองมือและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล โดย
เคร่ืองมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามเชิงสำ�รวจ แบ่ง การใช้แบบสอบถามเชิงสำ�รวจ และแนวทาง
ออกเปน็ 3 ส่วน ดงั นี้ การสัมภาษณ์ท่ีไม่เป็นทางการ โดยจะเป็นการ
ตอนท่ี 1 คำ�ถามเกยี่ วกับสถานภาพของ สำ�รวจความคิดเห็นจากประชาชนท่ัวไป โดย
ผ้ตู อบแบบสอบถาม ใช้แบบสอบถามเชิงสำ�รวจทีได้ออกแบบไว้ใน
ตอนท่ี 2 คำ�ถามทั่วไปเกี่ยวกับจังหวัด ตอนที่ 2 ควบคู่ไปกับการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก
มหาสารคาม รายบคุ คล (Individual depth interview) เพ่อื ให้
ตอนที่ 3 ค�ำ ถามเก่ียวกับผลิตภัณฑ์ของ ทราบข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ศิลปกรรม และ
ทีร่ ะลกึ วิถีชีวิตที่เก่ียวข้องกับจังหวัดมหาสารคาม ไม่ว่า
ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลจาก จะเป็นในมิติของประวัติศาสตร์ความเป็นมา และ
แบบสอบถามเชงิ ส�ำ รวจนผ้ี วู้ จิ ยั จะน�ำ มาสงั เคราะห์ สภาพปัจจุบันท่ีพบ จากนั้นจึงนำ�ข้อมูลท่ีได้จาก
เพ่ือสรุปเป็นหัวข้อประเด็นความคิดเห็นเกี่ยวกับ การสำ�รวจและสมั ภาษณ์มาทำ�การวเิ คราะห์ โดย
อัตลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม การจัดหมวดหมู่ของข้อมูล และวิเคราะห์เชิง
2) แบบสำ�รวจความคิดเห็นท่ีมีต่อ ตรรกวิทยา จากน้ันจึงสรุปในรูปแบบของการ
ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกท่ีสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น บรรยาย เพอ่ื ใหไ้ ดอ้ งคค์ วามรู้ ลกั ษณะเฉพาะของ
จังหวัดมหาสารคามแบบสอบถามนี้ใช้เพ่ือสำ�รวจ อัตลักษณ์ท้องถิ่นมหาสารคาม ในการนำ�ไปใช้
ความคดิ เหน็ ภายหลงั จากการออกแบบและพฒั นา เปน็ แนวทางในการออกแบบผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ
ผลิตภัณฑข์ องท่ีระลกึ แล้ว ในการวิจยั ระยะท่ี 2 และ 3 ต่อไป
3) แบบประเมินผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกท่ี ระยะท่ี 2 เปน็ การน�ำ ขอ้ มลู ดา้ นอตั ลกั ษณ์
สะทอ้ นอตั ลกั ษณท์ อ้ งถน่ิ จงั หวดั มหาสารคามแบบ ท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคามที่ได้จากการวิจัยใน
ประเมินฉบับน้ีสร้างขึ้นเพ่ือประเมินคุณภาพของ ระยะท่ี 1 มาออกแบบผลิตภณั ฑ์ของทีร่ ะลกึ โดย
ผลติ ภัณฑข์ องทร่ี ะลกึ ในประเด็น ของ ในขั้นตอนน้ีนักวิจัยได้ทำ�การเก็บรวบรวมข้อมูล
(1) ดา้ นอัตลกั ษณ์ทอ้ งถิ่นมหาสารคาม ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนท่ีเป็นกลุ่มผู้ผลิต
(2) ด้านความสวยงาม ของทีร่ ะลกึ ในพนื้ ท่จี งั หวัดมหาสารคาม ประกอบ
(3) ดา้ นประโยชนใ์ ช้สอย ไปด้วย ชุมชนบ้านหนองเข่ือนช้าง บ้านกุดรัง
บ้านดอนโมง บ้านปลาบู่ บ้านแบกสามัคคี บ้าน
หนองบวั คู บา้ นแพง บา้ นมะคา่ และกลมุ่ วสิ าหกจิ
ชุมชนบ้านเบญจรงค์ โดยใช้แบบสอบถามเชิง
วารสารมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 13 ปีท่ี 40 ฉบับที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
สำ�รวจท่ีได้ออกแบบไว้ในส่วนของตอนท่ี 3 ซ่ึง การละเลน่ ทีโ่ ดดเดน่ เชน่ การรอ้ งหมอลำ�ทำ�นอง
เป็นคำ�ถามที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของท่ีระลึก ตา่ งๆ ท่มี กั มเี นอื้ หาสนุกสนาน เก้ยี วพาราสี และ
จากนั้นนักวิจัยและกลุ่มเป้าหมายบางส่วนได้ มีมกุ ตลกโปกฮา
ระดมสมองและใชร้ ปู แบของการมสี ว่ นรว่ มโดยการ (2) กลมุ่ ชาติพันธญ์ุ อ้ โดยกลมุ่ ชาตพิ ันธ์ุ
ประชมุ กลุ่มของผผู้ ลติ ในแตล่ ะชมุ ชนอยา่ งไมเ่ ปน็ นี้มีความคล้ายคลึงในวิถีชีวิตและการใช้ภาษา
ทางการเพ่ือออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับ เชน่ เดยี วกนั กบั กลถุ ม่ ไทยลาว แตม่ คี วามแตกตา่ ง
อัตลักษณ์ของท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคาม ซึ่ง ของสำ�เนียงการพูดเพียงเล็กน้อย คือนำ้�เสียงสูง
เชอื่ มโยงจากขอ้ มลู ทไี ดจ้ ากการวจิ ยั ระยะที่ 1 เพอื่ อ่อนหวาน ไม่ห้วนสั้นเหมือนไทยลาว สามารถ
นำ�ไปสู่การตีความและประเมินค่าในการวิจัยใน พบการต้ังถ่ินฐานได้ที่บริเวณบ้านท่าขอนยาง
ระยะที่ 3 ตอ่ ไป ตำ�บลท่าขอนยาง อำ�เภอกันทรวิชัย จังหวัด
ระยะที่ 3 ในขน้ั ตอนนจ้ี ะเปน็ การประเมนิ มหาสารคาม ปัจจุบันได้มีการอนุรักษ์และ
ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถ่ิน สืบสานวัฒนธรรมญ้อ ผ่านการสร้างชุมนุม
จังหวัดมหาสารคาม ทั้งนี้เพื่อประเมินคุณภาพ วัฒนธรรมญ้อในโรงเรียน ประเพณีไหลเรือไฟ
ของผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ โดยผปู้ ระเมนิ ประกอบ ไดร้ บั การฟน้ื ฟู การละเลน่ ญอ้ ปรากฏอยใู่ นลานวดั
ไปด้วยนักวิชาการด้านศิลปะและวัฒนธรรม ซ่ึง สนามโรงเรียน มีการแสดงให้ผู้คนได้ชมตามงาน
มุ่งวิเคราะห์ในประเด็นของ (1) ด้านอัตลักษณ์ เทศกาล ต้นไม้พูดภาษาญ้อ มีอยู่ภายในวัด
(2) ด้านความสวยงาม และ (3) ด้านประโยชน์ เจรญิ ผล และวัดสวา่ งวารี
ใชส้ อย (3) กล่มุ มอญเขมร “ส่วย หรือ กวย หรอื
จากนั้นผู้วิจัยจึงได้นำ�ผลการวิเคราะห์ กยู ” ชาวกยู ในมหาสารคามสว่ นใหญอ่ พยพมาจาก
ข้อมูลจากแบบร่างของผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจาก จงั หวัดสุรนิ ทร์และจงั หวดั ศรีสะเกษเมอ่ื 100 ปีที่
การสังเคราะห์อัตลักษณ์จังหวัดมหาสารคามมาสู่ แลว้ เช่น กล่มุ ไทยกยู ท่ีบ้านสะเดาหวาน อำ�เภอ
การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ เพอ่ื น�ำ ไปสกู่ ารผลติ ตอ่ ไป ยางสีสุราชโดยชาติพันธ์ุน้ีมีขนบประเพณีสำ�คัญ
คอื ประเพณกี ารไหวศ้ าลปะก�ำ พิธีแกลมอ นบั ถือ
ผลการวิจัย ผีปู่ตา ผตี าแฮก ผีเรอื น เช่นเดยี วกบั กลุ่มไทยลาว
และไทญ้อ
ระยะท่ี 1 ผลการวเิ คราะหก์ ารสำ�รวจเพอ่ื จากความหลากหลายของชาติพันธุ์ท่ี
ใหไ้ ด้มาซึ่งอตั ลักษณ์ของจงั หวัดมหาสารคาม ส่งผลต่อพหุวัฒนธรรมของจังหวัดมหาสารคาม
ในด้านอัตลักษณ์ความเป็นมหาสารคาม ทำ�ให้การระบุอัตลักษณ์ท่ีชัดเจนของจังหวัด
น้ัน ผู้วิจัยพบว่าจังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัด มหาสารคามมีความหลากหลาย และยังเป็น
ที่มีความเป็นพหุวัฒนธรรม กล่าวคือ มีกลุ่ม อัตลักษณ์ท่ีลื่นไหลตามกาลเวลา ส่งให้การถอด
ชาติพันธ์ุอาศัยอยู่ในจังหวัดหลายชาติพันธ์ุ แต่ อัตลักษณ์เป็นไปได้ลำ�บาก ดังน้ันผู้วิจัยจึงนำ�
หากจะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ พบว่าชาติพันธุ์ที่พบ คำ�ขวัญของจังหวัดมหาสารคาม มาประกอบการ
ในจงั หวัดมหาสารคาม มี 4 กลุ่ม ประกอบไปดว้ ย วเิ คราะหอ์ ัตลกั ษณ์จังหวดั มหาสารคาม
(1) กล่มุ ไทยอสี าน เป็นชนเผา่ ไทยผสม “พุทธมณฑลอีสาน ถ่ินฐานอารยธรรม
ลาว พูดภาษาอีสานปนลาว ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ ผา้ ไหมล�ำ้ เลอค่า ตกั สิลานคร”
ทั่วไปกระจายทุกอำ�เภอในจังหวัดมหาสารคาม
การพฒั นาผลติ ภัณฑข์ องทร่ี ะลึกที่สะทอ้ นอตั ลกั ษณ์ทอ้ งถิ่นจังหวดั 14 กติ ตกิ รณ์ บ�ำ รงุ บญุ , ปิยลกั ษณ์ โพธวิ รรณ์
มหาสารคามเพอื่ ยกระดบั มลู ค่าทางเศรษฐกิจ
จากคำ�ขวัญของจังหวัดมหาสารคาม ประกอบพธิ กี รรมบญุ เบกิ ฟา้ จะเรม่ิ ตน้ ดว้ ยพธิ บี ชู า
เม่ือพิจารณาอัตลักษณ์ท่ีโดดเด่นท่ีสุด คือ “พุทธ พระแม่โพสพ โดยเร่ิมจากพระสงฆ์สวดเจริญ
มณฑลอสี าน” และ “ผา้ ไหม” นน่ั คอื พระธาตนุ าดนู พระพทุ ธมนตเ์ พอ่ื เปน็ สริ มิ งคล จากนน้ั คณะนางร�ำ
และ ผา้ ไหมลายสร้อยดอกหมาก ซึ่งเป็นนิสิต นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาใน
แตถ่ งึ อยา่ งไรกต็ ามอตั ลกั ษณข์ องจงั หวดั จงั หวดั มหาสารคามจะทำ�การฟ้อนบวงสรวง แล้ว
มหาสารคามยังสามารถลื่นไหลไปได้ตามเวลา จงึ ประกอบพธิ กี รรมเสยี่ งทายคางไก่ โดยพราหมณ์
และแม้ว่าจะสามารถวิเคราะห์อัตลักษณ์ของ ได้ประกอบพิธีบูชาเทพยดาและบอกกล่าว
จังหวัดจากคำ�ขวัญของจังหวัดมหาสารคาม แต่ ส่ิงศักดิ์สิทธ์ิคู่เมือง แล้วจึงนำ�คางไก่ต้มท่ีเตรียม
อาจจะไม่ครอบคลุมตามความเป็นจริงของบริบท ไว้มาดูลักษณะประกอบการทำ�นาย หากปรากฏ
เชิงพื้นที่ ท้ังนี้เพราะหน่วยงานภาครัฐท่ีมีจังหวัด ว่าคางไก่มีลักษณะที่โค้งสวยงามเสมอกันท้ังสอง
เป็นผู้มีอำ�นาจในการกำ�หนดคำ�ขวัญของจังหวัด ขา้ ง จะท�ำ นายไดว้ า่ บา้ นเมอื งและพน่ี อ้ งประชาชน
มหาสารคาม ดังน้ันหากจะมองจากคำ�ขวัญ ชาวจังหวัดมหาสารคามจะเจริญรุ่งเรื่องย่ิงขึ้น
แล้ว การส่ือออกถึงจังหวัดมหาสารคาม อาจจะ ฝนฟ้าจะตกต้องตามฤดูกาล เหมาะแก่การทำ�
สามารถระบุอัตลักษณ์ของจังหวัดได้อีกวิธีหนึ่ง เกษตรกรรม จากน้ันผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อม
เช่น งานเทศกาลประจำ�ปีของจังหวัด “งานบุญ ด้วยนายกเหล่ากาชาด และหัวหน้าส่วนราชการ
เบิกฟา้ มหาสารคาม” หรืองานกาชาดของจงั หวัด น�ำ ขบวนกลองยาว พรอ้ มดว้ ยคหู่ าบเงนิ คหู่ าบทอง
มหาสารคามท่ีไดก้ ำ�หนดใหม้ ขี ้ึนทุกปี ขนปุ๋ยคอกไปใส่ในแปลงนาสาธิตท่ีบริเวณลาน
ด้านหอประธานกันทรวิชัย เพ่ือถือเป็นการบำ�รุง
อัตลักษณ์ของความเชื่อเร่ืองพระแม่ ปรบั ปรุงดนิ และถอื เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลท�ำ นา
โพสพ เพ่ือเป็นอาหารของข้าว ให้ข้าวอุดมสมบูรณ์ซ่ึง
ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถ่ินที่ชาวนาปฏิบัติสืบทอด
จังหวัดมหาสารคามมีกิจกรรมท่ีสำ�คัญ กันมาอย่างยาวนาน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วย
ที่มีการประกอบการร่วมกันทุกปี คือ จัดพิธี ความสนุกสนาน แต่แฝงไปดว้ ยคติและความเช่ือ
บูชาพระแม่โพสพ ซึ่งถือเป็นงานสำ�คัญในงาน ของทอ้ งถนิ่ จังหวดั มหาสารคาม
ประเพณีบุญเบิกฟ้ามหาสารคามและกาชาด
จังหวดั มหาสารคาม อัตลักษณ์ความเปน็ เมืองการศึกษา
ประเพณีบุญเบิกฟ้า เป็นประเพณีของ
ชาวมหาสารคามที่ประกอบขึ้นตามความเช่ือว่า ส่ิงที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัตลักษณ์
เมื่อถึงวันข้นึ 3 ค่�ำ เดือน 3 ของทกุ ๆ ปี ฟา้ จะ จังหวัดมหาสารคามท่ีเด่นชัดอีกประการตาม
เริ่มไขประตูฝน โดยจะมีเสียงฟ้าร้อง และทิศท่ี คำ�ขวญั ของจงั หวัดคือ “ตกั สลิ านคร” อันหมายถงึ
ฟ้าร้องเป็นสัญญาณบ่งบอกตัวกำ�หนดปริมาณ เมอื งแหง่ การศกึ ษา นน่ั คอื ในจงั หวดั มหาสารคาม
น้ำ�ฝนท่ีจะตกลงมาหล่อเล้ียงการเกษตรในปีน้ัน มีสถานศึกษาท่ีหลากหลายและรองรับการ
ด้วยความเช่ือตามตำ�นานดังกล่าว ชาว เรียนรู้ที่หลายศาสตร์ ซึ่งเดิม ในอดีตจังหวัด
มหาสารคามจงึ มปี ระเพณบี ญุ เบกิ ฟา้ (เดมิ เรยี กวา่ มหาสารคาม ไดช้ อ่ื วา่ “ ตกั สิลานคร” เนือ่ งจากมี
บุญเบิกบ้าน) เพ่ือขอพรจากแถน (เทพผู้เป็น วทิ ยาลยั คร ู วทิ ยาลยั วชิ าการศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั
ใหญ่) ให้ไขประตูฟ้าทางทิศท่ีเป็นมงคล ในการ ศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตมหาสารคาม
วิทยาลยั พลศึกษา และวทิ ยาลัยคณาสวสั ด์ิ โดยมี
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 15 ปที ่ี 40 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
นสิ ติ นกั ศกึ ษาเปน็ จ�ำ นวนมากหลงั่ ไหลมาจากทกุ ผลการวิเคราะห์รูปแบบของบรรจุภัณฑ์
ภาคของประเทศไทยท�ำ ใหด้ เู หมอื นเปน็ ศนู ยก์ ลาง ที่มีความเหมาะสม นำ�มาใช้สำ�หรับผลิตภัณฑ์
ทางการศกึ ษา แตใ่ นปจั จบุ นั ดว้ ยการยกฐานะเปน็ ของท่ีระลึกท่ีสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัด
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาสารคาม
มหาสารคาม สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขต 1. การระดมความคิดด้านออกแบบ
มหาสารคาม และยังมีวิทยาลัยและโรงเรียนเป็น บรรจภุ ัณฑ์
จำ�นวนมาก จังหวัดมหาสารคาม จึงมีสภาพเป็น (1) การวิเคราะห์แรงบันดาลใจในการ
เมืองการศึกษามากข้นึ ดังค�ำ ขวญั ออกแบบบรรจุภณั ฑ์
“เมืองมหาสารคามน้ีงามนัก งามด้วย ข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่สามารถ
รัก งามด้วยรู้ คู่ถิ่นสยาม สืบสมบัติ วัฒนธรรม วิเคราะห์แรงบันดาลใจของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์
ความดีงาม สารคาม คือคุณคา่ สาระคน” ชุมชนในจังหวัดมหาสารคาม ประกอบไปด้วย
องคป์ ระกอบของ
ส รุ ป อั ต ลั ก ษ ณ์ ข อ ง จั ง ห วั ด - แรงงานที่มสี ำ�หรับการผลิต
มหาสารคาม - วสั ดทุ ใี่ ชใ้ นการผลิต
- ต้นทนุ ที่เหมาะสม
อั ต ลั ก ษ ณ์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น จั ง ห วั ด - การใช้วิธีผลิตและเทคโนโลยีท่ี
มหาสารคาม สามารถวิเคราะห์ได้ผ่านคำ�ขวัญ เหมาะสม
ของจงั หวดั และจากงานประเพณที สี่ �ำ คญั ประกอบ - ความหมายของบรรจุภัณฑ์
ไปด้วยพุทธมณฑลอีสาน อันหมายถึงพระบรม ท่ีแสดงออกถึงความเป็นท้องถิ่นจังหวัด
ธาตุนาดูน ผ้าไหมลำ้�เลอค่า อันหมายถึงผ้าไหม มหาสารคาม
โบราณลายประจำ�จังหวัดลายสร้อยดอกหมาก ผลจากการวเิ คราะหแ์ รงบนั ดาลใจ ผวู้ จิ ยั
และตักสิลานคร อันหมายถึงเมืองแห่งการศึกษา ใช้แรงบันดาลใจจากการใช้แรงงานในชุมชน ใช้
ทั้งนี้อัตลักษณ์ของจังหวัดยังรวมถึงงานประเพณี วัสดุท่ีหาได้ง่าย ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนง่ายใน
บุญเบกิ ฟา้ และการบูชาพระแมโ่ พสพ ซึง่ ทงั้ หมด การที่ชาวบ้านจะสามารถทำ�เองได้มีกราฟิก และ
น้ีสามารถนำ�ไปใช้ร่วมวิเคราะห์การออกแบบ สีท่ีสื่อถึงความเป็นจังหวัดมหาสารคามรวมไปถึง
ผลติ ภณั ฑข์ องทรี่ ะลกึ ทอ้ งถน่ิ จงั หวดั มหาสารคาม มีตน้ ทนุ ในการผลิตที่เหมาะสม
ในการวจิ ยั ระยะท่ี 2 และ 3 ต่อไป (2) การวิเคราะหล์ วดลายกราฟิกทใี่ นมา
ระยะที่ 2 ผลการวิเคราะห์การ ใช้ในบรรจุภัณฑ์
ออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกท่ีสะท้อน ผลจากการวิเคราะห์ลวดลายกราฟิกท่ี
อตั ลกั ษณ์ทอ้ งถิน่ ของจังหวดั มหาสารคาม นำ�มาใช้ ในส่วนของกราฟิกได้มาจากลายของ
จากการสนทนากลมุ่ และการส�ำ รวจความ สญั ลักษณจ์ ังหวัดมหาสารคาม และของดีทีพ่ บใน
คิดเห็นที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกท่ีสะท้อน จังหวดั มหาสารคาม ดงั นี้
อตั ลกั ษณท์ อ้ งถน่ิ ของจงั หวดั มหาสารคาม รว่ มกบั
กลุ่มของผู้ผลิตสินค้าชุมชนในการเฟ้นหารูปแบบ
ของผลติ ภณั ฑเ์ พอื่ จ�ำ หนา่ ย พบวา่ สนิ คา้ สว่ นมาก
เปน็ สินค้าหัตถกรรมชุมชน ดงั น้ี
การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ของทีร่ ะลกึ ที่สะทอ้ นอัตลกั ษณ์ท้องถิ่นจงั หวดั 16 กิตตกิ รณ์ บำารุงบญุ , ปิยลกั ษณ์ โพธิวรรณ์
มหาสารคามเพื่อยกระดบั มลู ค่าทางเศรษฐกิจ
ตารางท่ี 1 สัญลักษณ์จังหวัดมหาสารคาม และ จากการสังเคราะห์สัญลักษณ์จังหวัด
ของดีท่พี บในจังหวดั มหาสารคาม ม ห า ส า ร ค า ม แ ล ะ ข อ ง ดี ท่ี พ บ ใ น จั ง ห วั ด
มหาสารคาม ส่งผลให้เกิดการออกแบบลวดลาย
ชอื่ สัญลักษณ์ สัญลักษณ์ ข อ ง บ ร ร จุ ภั ณ ฑ์ แ ล ะ สั ญ ลั ก ษ ณ์ ข อ ง สิ น ค้ า
ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกท่ีสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถ่ิน
ต ร า ป ร ะ จำ า จั ง ห วั ด จังหวัดมหาสารคาม ดังนี้
มหาสารคาม
ตารางที่ 2 สัญลักษณ์บรรจุภัณฑ์จากอัตลักษณ์
จังหวัดมหาสารคาม
ดอกไม้ประจำาจังหวัด สญั ลักษณ์ สญั ลักษณ์
มหาสารคาม บรรจภุ ัณฑ์
แบบท ่ี 1
ปูทูลกระหม่อม
แบบท ี่ 2
ห อ น า ิ ก า จั ง ห วั ด แบบท ี่ 3
มหาสารคาม
พระธาตุนาดูน จากการออกแบบการถอดความ
หมายจากสัญลักษณ์และอัตลักษณ์ของจังหวัด
มหาสารคามได้นำามาสู่การสร้างผลิตภัณฑ์
ของท่ีระลึกท่ีสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัด
มหาสารคาม ดังนี้
ผลิตภณั ฑ์ ลกั ษณะผลิตภณั ฑ์ จดุ เด่น ขอ้ เสนอแนะ
ผลติ ภผลณั ิตฑภณขั์ อฑง์ ท่ี ลกั ษณะผลิตภณั ฑ์ จดุ เดร่นปู แบบบรรจุภณั ฑม์ สี สี นั ขท้อ่เี สนอแนละกั ษณะลวดลำยของ
ระลกึ ผลพติ วภงณั กฑุญข์ แอจงท่ี รปู แบนบ่ำบสรนรจใจภุ โณั ดฑยม์ มสี กี สี ำนั รทใช่ี ล้ วดลกำั ษยทณ่ีะลวดผลลำติยขภอณั ง ฑค์ วรมกี ำร
แผผแรบะบลลบแรผผลติบิตะรแบทลลกึ ลภะทบตภิบิต1่ีลกึพบณั1ภ่ีทณกัึภทวพณั1่ีฑณัพฑ1่ีงตววฑาผรแข์กวฑงรา์ะบลงสอขุญ์กลรบิา์กตผึงกอรญุ ทาแลุญภมทง่ีงนิตัแพจณ1ทแุ่ษีทภจวจยฑ่ี ัณงศี่ ์ก3ขาฑสุญอ ตผม์ลงแรลทห์แลจกัลี่กักาะษสสษางั ณคารณมรอศะคะาอลผสผากักตลมลรษแ์ิติตณบมภภะหบผาณณัั วลแทิ ิตฑฑยลภาะล์์ณั ัยสมฑังห์าเสคารรคาามะรมลวมลเนหปูปักีสกกัั่หำลเมนรวจ์ผ็แนษดปาสเลรนจษปูำสกัดัุ่บหำปณรอลปนูุท็กสนดัุ่วเมลณำดแสบษใเำ็ตัปนิะตใำหช่ีแสษสดอกบับนัเทุหสเจะณลร้ล็ฉดอนภำบนรตัดเ่นษณใโบำหค่ีกำัวรพฉง1ตจดะัน่ลรใอบัณจทุำดบษสำ่ำณ7าพเจะโยคลุกภมัยตละฉงับำรณดห่ีเโฑมำขัณำกษัำ่าะฉรจพลรรดยชะรอมยำก์ยทีษฑจุดเ์ณขครขพำกงันมำ้ิยทฉงำม่ีุภเจ์สจคอณชอะรำดงร่ีษกำ่ำมเ์ทีังีสพีภุำณขปงัำใำมนน่้ิหงะยำันกม์ีท่ีชณถจ็คนนอำวทณขัรงทฑงลัำู้กีัมดอ่ำีงชะใำรอ่ีน์หที่รทรวัมชฑมถจต์นขำี่นา้ิงะใวดำหมลง่ีลั้กูสสีคอชมจ์ลดจังัลาหกทนวสีีำสงงำลั้สึำำีกษใวดำนัาหกจถจยวนสีณทดจรัลทงวดัคูกนโัทำ์ำท่ีสดหาทด่ีัลกย่ี่ีมมยะทวำำที ทยดจั่ีทขจผจฝส่ี มกล้อทำำงอัอำลำักหานหกกกดใรงต่ิีษาปหสฝจขทขจฝลผสวสไแอภทีณอาดงเดง้ักอี่ำััอัำลท้อำัตณหัดระ4หหกร้กมดใงษจสผลขตคิรล0เแมลบหัวฑฝสวาหกไวงแกทอภััลอ้ณเฉมำัดกัรดดเดพ้หำัเนรำทค์ดขษตบิณะหัเวู้นมฝสจจขทลกทะกรษส้มบัอ่ว้อสืใวรอแ่ำภาเณ้มอืลาหํบงำทัอนำอัฑำำรนใเหกดเยณัในทเแสี่หวรหหณกำปัมำหกรก้ือดใงพข2ะเำค์มนคะดสนรำเวอ็้หูห้นผ้กนี์ำอฝจทวลไสหแฑอ่วืมใอำขหำกำ่ลารงทูำ้้ะอืขแดงมเดน้ัวำีนำั้มอทรใแรขผอซเำรหเำค์าาไหหอ่ีรหปดกมคนรอน้กมนลงงคยะอร้ืดสคงวงมำบ็ตำใมผัะด้กวนลีำถ้ะหอืเกขฝดนร้ำำ-รขมเิภปใำทดีูำำ้เขัรบีใิ่กันหพอรำมเมมำนัณนอซ็นระยวาู้นไอษกม่ีคงสำจกรง่อีืใอ้ืฑาดขำ่งจซ้อืำหขยดันำงำใเฝ์รัคงเ้อนอ้ืมปหหอรหใหปีำรบกวัเำงนป็ค2นวงรสำ็วผก้นำ5น็มัดดำขำ6ัดรทู้ีข4ใมีรอซนไอ่ีคงอ้ืดงำดเฝร้ มปใีบัำน็นก
ผลติ ภรผะลณั ลติ กึ ฑภพณั ข์ วฑองงข์กทอญุ ง่ีแทจ่ี เมชลรชวโลเนมบรเชปชูปดักปูนิิ้้ีนสกกัั่หำรน่เวรนเลม็่นแนษยงงดปชแารสวมเรนษปูำเสกัั่าบหำปาณเดรจมอปบนูทุ็ส่นสันน่เรวลเมนหณำดดนแสบษใยีุภำ็ตักปชนีะใบำทหชด่ีปแสูเสยอกทีบัวบนัุ่ทหำำสเจะณดลณรำั้าํล็น่ฉอบกนำบทุํวรตาัสดเแสษใโบำหคจ่รีกำัยวีรพฉนังจตกรจดะฑัเลาใรใอบำห่ีบนจทุำดบษสำ่ำากวณาดรพชกเจนโัยคลุรกภมัมยต์กละฉงับบัำจกใบำรณดวห่ีล้โยมำกคีขัณำกษัว่ำาสจีะแสังุภรพลรนรดวัยชะรอมบับยำกส์ยัทีวำบดษสฑจ่ำเีณโครณขดัำกงันมำก้ิยดทฉงมำุทแบกยมนร่ีุภดัจ์สจคอณชละรุำทงรี่ษบกำ่มเ์ัที่หีฑทบังรีสพีนภุำณัขยปงัำำใำมน่ี้ิหหชทยารี่ำันแจบกม์ีท่ีชณมถจ์ย1็คนนองำมกวณาัำรงทนนฑ่้ีบิภุงทา่ลัำ้กูสีทีัมดอง่ำีงชะใำรค่ีบนกย์หัที่ำท่รงวบาสัมชฑีมถจต่ี์เ่ณนขีัำี่นา้ส1ิำยปใำวดำแำรหนมลัง่ทีลั้กูสสีคอชมถนา์ดจน็ังรัลนาหกฑทบนวสครี่ีีำสทงำใล้กูสใำำี1ษอใาวดาำนจบัากจชมถจท์ยวนค่ถีสีตณัดจรัลทงาทกูลดัคู้กสำีนโัทำ์ำทถดหาทจ่ีวลกสี่ยีีู่่ีมมกย1ทำวดำำนทีั กยดจั่ีลกคดรตแลจมเ่ี สตใจเเกขคทปทำูปหปดุกตำวัวอ่ด้คัีุํอาดอารกน็้เ็นแยำอรษยใก่ีงว่ีนกหออ่ืเหขมฝคลจรมจตเบว่อำตทิดณ่พปองตครอปาูงุดำเกม้ยัวนดคับีอ่ำสััดลนกกงรกบร่ีะกแำำนัอคษจลทฝจขคงฝวหำาำเ่อลดืริเรเไกจพมจตบเอ่ามหดำุกยปำะอัวูำณพมำวแพัแงูดอกำรใื่งอัชมยกจบน็กรำนใใอจษงสขขานรนัจกรคอหใมลตรคกเจะจะหำบำะัคยมาฝไจหไว่อหวาำควำัขทตณมปูเดมุดวรกะวมกัว่อดไคกัีไ้ผดงมงหเนป้ันะตำยนจชวีดนรัครแัีูบอค้้แหดดจัมแ่ำกใู้อทษหใชวะกร็ทจ้าอ้ทรำนำใอ่วืตวงัขงนำลเ้หคมอมี่ไคลวีมบเจอ่บะยำรำบี่ัหวนักาเาณพตจ่ดีนองวปบะขดำมัวเหจวแมูมเมว้ยไำนดบปะ้ไัรรลใงสนพนตไร้าจก็นรำดัาดนัจบยับค้ะะำขรดนวูู้กำมนำมคแลปกหมจำอะทมำะา่อูตด้ฝืสมใิเวำร้คว่ำไกลำขไ่มรหมะหหกมำแปนนะามจ่วใีนำอัแูงดเอยูนะดมมัรในใกาีัชบหอ่ไี้ปำ็ประกรนใกนนไมจ้สขีนนดัไลทอจาตรคสจบ็ำบมผดแั้นาขลำะล้ัมกีวกจวะขูตำรจ่ีำำ้วร้ัอนหรลำไ่ีเทมู้ไจมขมำงคษนตับคจมระนรดัตับยซนะ้ะดวรากีไอ่จรีรีณรคจอทำอกมมจ้ตใื่ออู้ว้กืำด้คงะลูน่ะยอำจน่าะงะจี่มีนเอมำฝร้ดมัมปไปะรบันีไำีดจ็นรมแกลกะู้ ลำไ่มมำดยะรีี มจ้ ะี
ระลกึ แบพบวทง2่ีกญุ แจ ลแกรมผลหรเมชลจทรนเลมมรสสทชปชููปปัักกลปปูู้ิาีีนลงกกกกงำรัูัั่หคำำผี่ีน่บโลจมรเเสนรลสททร็่นะแแนษษาิหตแมงปชแแาาสจเบลโเทจรลนเมลวษษดวปปรููแูำเ้เงกกงำูััั่บบหำรผำ่ปชชาีภณณเดรรลหดอวปำบำบนู็บส่นงลำกกกสัันัััั่หยสเจนรทเสลบโรมสลหณณแำรมดำนแแรสบบจษษใใียัรณูำะม้ร็กตน่น่ดะัมชปันะะหยใบบดำาชชดตปปแสรููเจษษษจลมยองกกทีบบงำวำัูวำบบนัั่หำใำเถบรำสาัเเ์จทะณณวดลมมรท้้ฑชเเล็จห่นมฉฉอบทกนอวุ้ภำบนหยะรทุกํวรรแะตดมาักสัีเแแรสจษษจณณณใโบบำดดคสตาักมำั่้งีหยววีทรรพพฉัน์นมจภุเถงกตมกดร์ทจทดะกัั่ีีเวลมจณลมรรใอำบำำาัหว่ำีำบบนดจจำหดดบทยยษสอ้ีีลา่ีจีกวกีณณรำาาดรพเท์ถนจทะะนจโำหัยควสลรมนณุุรักภภำัมมัุ่ภีหะรกตกดูทุะลละะปฉักบัับีกสำจงัมกววใบบำรทำณดฑ่ีะไจเเใำโยำมำกคีสเดรขขััณณนำักสมษเ่ัถีหวาาลแี์ดกจทะแฉฉงำุภหำรรปว่พษีทลำชมณ�รกกำันรดฑำหัยนผะนหออใัมบทับยยกสม์ัทีด์ม่วุทำบำ้จแรษกสฑฑจ่ำหเลั็นีจณำโำครสำณะขพพรัลชจัก้ณ่งงมีนนั่ีมำหลกััยดนททฉรยสมำคแบบมสยมกลยม์ีรัุท่ทีุภดฑหำนร่ขี่จจษง์์ีทสสกสจัใำะอณวิงผดตุำลทิ้ร่่ีีษบกำำมเเ์ลกกไัีทฑม่ทบีทำำััะงงำะแแำ่อรสรีี่สสพาีชีสเนีำุภหหำณำัขยปปงด่ัษีจนณ่ใีัมดมี่ลภหหหวมชะะม์ปใทุเยร่ียงยี่ำคัันนทแกสลจบบยบกลมั์นััีทั่ีชณมจัง์1ระ็็สฉลนนี้ชะอคีฝลำมกใววตำณขขา้นิดัำรไ็สณณททัันไนนฑ้ะบิสำะะีแำ่ภุงหำทลัำ่คษี้ทแแสีนเีชวััมดดดนาออรพง่ีงวงแ้ผัะำงใคดดภออีี่่บนนกทสมลป์หใัเทีม่ยขำ่ลกรารงสวบาสำััีำมม้ฑชฑลีมจตตใ่บบีำ์รนยะ้ิ่ำำณฉขดัชจณ่ำีีม่่าาหใลูม1ำ้นยงง็ำอณยใำวดคันนำคนะ่ะแีหหำนยมทลลนังมั่ทีเยลัั้สสสงะนทงีชมบบัรพย์ทงะทอ้ชมถจจล์รยรตดงฉนดิคัรััลำาาห่กกไไข2ฑำแขบนนำำะวแำ่สำำแรฑานี่ี่ผ่ีีีรนเนหเู้ิฝ่ีสสงงทททงลถััำำดู้กสใทำำีหูดชส1นษษภรพใใลาอทอมปคปเวดคลยนู้รำนลทบัาาหหจจ่ชมจำทำะงร์ทยยมกูวจฉ์ค้่ีสำนีัะบ่่ะีีาณณงนรดใเ้งิรร็่คี้ัลำน็าำณไันกนแขำ่ะำีส11ทงรดาทปทววลดัคคค่้ีสนำตทหีีูนฝนชโโรพัทใถด์์ำำะง2ททนดอลถงอดดิูหนห่าา่ีขำส้อจดดจ่็ีััวลำนสำฑำีร่ยทแขีรำนกูเ้จ่่ีีิ้่่ีูีมมมมกยยะตำงัูรงงหูส1ทำใถอปกวำดคำนำนทอลีีรูัอ่ีะงจม์กน2ยรดงูกง็คั่ิีลำนะตไชจใบสอจวลแใหงัแข่ีำตตไหสจดรลชหีูหชฝทดทใถงำงำงลำดำำูัำนรานะัอล่กงว้ลอ้อาร2จใกห้กบตยจ้้จจ้วยะรำผรยทยอื่วาีงกูษ่ีงัสนะตงั�ำาํจตจลลดบจดชลแดกหจแใอสใวไจบำรหนวล้ับำกำสณทงหก่่ีกปูชหำ�ดะกรุะใมกงดองำน้ำ้งตลำัาัูำำว่อท้้อ2รนตผััดหหนเะแทำำใ่ีกนห้กแบตงัยนจ้้งดาวมอะรยแชหเจบจใรดวมตกลอใใกวนุวล้่านบงตัสนรยแเจคจำไหลชหีจตจยลบดำไไปนูวทูง้ัหยำงรำงำต์ำสตั้บวำผน่าอ่ดใ้คใัรีนจมลลง่ใกำหกมมดะกรุะไรมกหยียปใดูอน้เกห้ั้กบำตจท้ะ้ำไวทหตแรย่ลผ่ัำสใกะะดหวจลกงัขทนำำมจแใไบแจสอหวลดชใ่อใส่มส่รทืแนสงดเอมหกุ้แจจนลงลบเาดตนนวย้ิั้จบำวุน้มรลำำสตชหอรยนมแอ่ดืมพดวิาำํองจงำงำำตงลำกำลมูัวำำจ้รในำไไกาูบหรุระัมำกหไดปด์เม้ังผใใำคีท้ใาหมบต่ลนยลำ่ัำยใใสรอีกห้กกำจาหบตยจามมหร้้ะวกำะรดรหยทำำหจกูษไนใวบนำงนหัดมยสนลคแคกคงะรำะงแหนดผชจวนุมนจหำจ้ัักงำจตจรยลาบ่สแส่ดรำ้ดนว้ัำนิสรอำสณกถ้ตา่ำารลใลเำจไตใ้ำไิไ�ำแูจบหหง่ะ้ส่มมขหลำงัก์ะนอผทตืใกวำทุรนอะวลนมลกรัปดู่อมถ้ใะำำทอหมัยำำหท้มมมจำกตวำแัเลผำ่วหัำไตนอชิะผบำจหมห่กทยสี่รำำำรใลยยทรอีะ้ะรนี่จทยแจแรไตนำนังดมดม่ดหักไะแอษง่ส่สรำ�งวนุสลจงูนสลาำำยบกครยำัแดำลงะเไานง่ตดผหกจงิดยจล้ีสจมำหจล่ีจรอิคต้ตทืไีไูนำบหวำงอูยยาหคณว์่ำำรผใมสใำตตใำนแำ้กะลไผลมะัขหงลำง้น่นัไะใำตหสมขมมจะวำหลมนย่รม่งถยำานบรไำยาอี่้มบจำดรผลหหเลลม้ด่หอล่าาตูมะษงอะ่ิหะำแาํผนจง้หจำึกอดทำยทค่ส่สรรำงติทนยแไดผำงสขสำไอบลก้ะ้ำยจยคำลลเไตลงำค้สิจีมน้นำะยณำนนดไอไำร้ทืึ้หา่นตีดยวำาำอลแีสนาดะจขใล่งำีัมำดดดำกงัูััวำงคหไรก่หมถำกไบนม้หมปม่ะยงำ้เล่นละยรอี้ตน้้จอไสขิคะรทม่ดหแำแอ้แดษยทำรทผแหน้อยไัคมม้อะตำ่แำงาลำนดผจงงนลอลลสา้ร้ึมทค้ี้นดยยมลีลสยณดวจยจำจ่ำงะะ่ะรีใำำลตำไ่ำแะงูขลงั่ี์ุวนมะ่งม้ถ่ำดะยยมะจขเลลตอิะผำหยทมรมจท้แไำน้ไึะำงสมลำดำะหำดยลีีสดจ่ี งูคน้มะง้่นะขำผห้อม่ำน้ึทลยยำำ่ี
แบบผทลติ2่ี ภณั ฑข์ องท่ี
แระบลบกึ ทพ2่ี วรผงะลกลิตึกญุ ภัแพณจวฑง์กขุญองแทจ่ี
แบบที่ 2
ผลติ ภณั ฑข์ องท่ี
ระลผกึ ลตพิ ภวณังกฑญุ ข์ อแงจท่ี
แบบระทล2่ีกึ พวงกญุ แจ
ผลติ ภแบณั บฑท3่ีข์ ผอลงิตทภัณ่ี ฑ์ของท่ี
ระลผกึ ลตพิ ภวณังกฑแรญุะบข์ลบึกแอทงจี่ พ3ทว่ี งกุญแจ
แบบระทล3่ีกึ พวงกุญแจ
แบบท3่ี
ผลติ ผภลติณั ภฑณั ข์ ฑอข์ งอทง่ีท่ี
แระบลบแรกึ ะทบลพบ3่ีกึ ทวก่ีงร1ทผกะ่ีเรลญุ ปะิ ต๋ ลำแภึกจั ณกฑระ์ ขเ
แบบที่ 1 อง
ป๋า
ผลติ ผภลติณั ภฑณั ข์ ฑอข์ งอทง่ีท่ี
ระลรกึ ะกลกรึ ะกเรปะ๋ เำป๋ ำ
แบบแบทบ่ี 1ท่ี 1
ผลติ ภณั ฑข์ องท่ี
ระลกึ กระเป๋ ำ
แบบท่ี 1
มมคี ทหวำำผ่ี มสรู้ ำทบั รนตคทอ้ำำมงนกผำลรติแภละณั ใชฑง้ม์ ำี นไดจ้ รงิ และตอ้ งจำหน่ำยในรำคำท่ี
รปู มแคี บวบำมทท่ี นั สทมำยันและดหู รหู รำ สงู สง่ ผลใหอ้ ำจจะจำหน่ำย
สำมำรถจำหน่ำยไดใ้ นรำคำท่ี ไดย้ ำกและจำหน่ำยไดน้ ้อย
ผระลลติ กึ ภกณั ระผรแฑะเบลปลข์ติบ๋กึำอภทกงณั่ีร2ทะฑเ่ี ปข์ ๋ ำองท่ี นเนรรป่ำ่ปูำปู็นสสแแอนนบบตัใใบจลบจโบกัโบดษดรยรรณยมรจมจภุก์ีทภุกำีณัม่ี รำณีัฑใรชม์ฑใล้ ชสี วม์ สีล้ดสีนัวลสีำดทยนั ล่ีทำท่ี ย่ี ทผแง่ี ำ่ลลยะติ คภรผแววณัลลำมะมติฑทคคภส์งั้ งวผอีณัทำลำนมจฑติ ตซคภส์่ำดีงณั อีจทขฑำำำนงจดท์ ตซม่ี ่ำดีี จขำำงด
แบบท่ี 2 มกาหราพสัฒารนคาาผมลเพติ อื่ภยณั กฑระข์ ดอับงมทลู่ีระคล่ากึททา่สีงเะศทร้อษนฐอกตั ิจลักษณท์ ้องถนิ่ จังหวดั เลมลปกั กัห็นษษำอสณณตัำะระลเคเฉกั1ฉำพษม8พำณะำวขะ์ทสั อขดม่ีงอทุจี งงใั่ี จชหงเ้ัวปหดั ็นวผดั ำ้ ควำมงคกำ่ ลติยตำ้ ิกยรรควณลม์ งึบทกำ�รนงัุ้งผบมุญลี ,ติ ปภิยลณั กั ษฑณท์์ โม่ีพธี วิ รรณ์
จำนวคนวมำำมกคสลง่ ำ้ผยลใคหลไ้ งึมกม่ นัี มี
มดหำ้ ยำดสบิำรซคง่ึ ำสมำมำวรสัถดหทุำไใ่ีดชง้ เ้่ำปย็นในผำ้ ควำมจโำดนดวเดนน่ มมำำกกนสกั ง่ ผลใหไ้ มม่ ี
แรผะบลลติบกึ ภทกณั่ีร2ตะฑาเปข์รผ๋ ำอาลงงติ ททภ่ีณั ่ี 3ฑ ผม์ หลกาสาารรอคอลากักมษแณบ(ตะบผ่อลแ)ิตลภะณั สฑัง์เคราะผทดทจผขหำล้อ้ำอลอ้์ผเนยหติงงติงรป่ผำดถนลถไไปู็นสมล่มนำ่ิบินต่ิแอตยิส่นส่ ภบสไภงตูซัสใงูดง่มบจัณณัลง่มง่ึผจ้ำโผบสกัลฑำำกดฑลำนใษกรจนไ์หยมรใุดว์มขนกัณหตม้จนเำส่ อกัดน้แุภมกตร์ที้งู น่งลทถำำนณ้แัม่ีสะทกนุรหลง่ทรีฑใใ่ีรผำแำะนชนุ คะลลไมร์ กล้ใำใดละำสีนำหวมคึง้กรสี้กดีำ่ำทนัำลยร่ีสำใทนยะ่ีทท่ี้อคนวอผงแำำ่ลมัลตยะติโลคดภรักวดขวณัษำ้อเมดมเฑณทสน่คนส์งั้์ทมงอผอี ทำ้อแลำกนนจงติ นะตซถภกั่ำด่ิีนณั จขจฑำำังงดท์หม่ีวีัด
ขรโูปอลแกงบกำผั สบษลทบติณรจ่ี ภระะจไณัเุภดฉัณร้ฑพบั ฑไ์กำ์สมำะีสร่สขันสงูอทงั่ งี่ผนสจ่าลง่ สงัติผนหลใวจใดัหโด้ ย ผลผคลิตวภำัณมฑค์สลีอำ้ ายจคซีลดจงึ ากงนั แลมะี ความ
ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ข อ ง
ที่ระลึก กระเป๋า รจโขเตวมหกตจลผสขรตนเลเปอปูปปำัอำ�ัำกส่ังปีูาลาากกอั่ำำ็นกนหผขมดทจ็็ผนนมไษรแมิงตมแสางษดวผลำำุขทอชำลขณงชห้รนบภอบน้งงณ้นงิตลหสาใยต่ีำอำใังำตอัำิณใงบ่่าำะำบชมิชนเตนจระทงผลนยดเรนถปงยสไบ้าล้ฉฑวเ่บเแทไโแกวใั่ทมฉลป็จกแนบ่่ีินำำิ่ไรดมวยพนล์ลไร่รีษย็รพนตยดะขริลด่ส่รยส่ใีมทะะาะรแจนณใซไสอคผะูละโไมำงละจภ่ง้โูส้อจลภุนอดขงองมะ้ลดงา่าโกมงำึู่กึงงำ์ีทะภุณัทำกณขอัองกยผราถ้สมกใมึนจำ้ำม่ีน่ีงดรนอาำกสณบำัท่ินักรีโลฑำฑใำกจวะีส้พาอ่สงนงในก่ีนเมกำนัลงใชนมนยจฑ์พวกผปพไ์สธัำิกหหพึกสกำำงวดลัา้สมลีส่็ิงรัตมกนเัีเิวม์ใหพสตรรศ้ิธวผศแำบินสใีนดแ่ำัส่ดอำหทถสสวดีษลจรษตนน้ีังแเลักิมมตกงุทู้ี่จดจัศใแกลงซๆสหีัะ่ำลา่หทลหำะำท�เใผ่ำีจ่ึเงจรสษนรังชแัำาไะก้ตกชชหไุนยสาำ่แ่ีดลกสๆง่ไร่นดลษ้่นนคยนทเาจ้ใ้รทาเผตดำิจแป้ทะมกณ่านัชบาร่ีไค่ำลง่้ีมลขขค็ุยนาจนก่นก์ดท่ำยำใร่าออาไะใาีผี่ำหนมยมถ้ดยรใเรรงงมปหรำีปำู้้ใ้ ี็คนนโ้แคใครำกลหเงวงผำะป้ไงทาลรตมำม็นนจคตติ่มนดัคตำกดวภัคีเอลำ�่ยนเำวำณ า้ัุตยบ็าขยมวรสบม็ฑใาคตนโำหโดทลส์ดหดัมง้งึย่ีงูดสกดา่กเำขำเยยง่รนัเดกกน้ึผรดบ็ม่นรตมลตน่วจีสมทำขใม�ำอ้ามง่หมยนน่ี้ึทกงผ้ำวำง้ันลนกผกักมใลนหติาตกักภไ้อ้ ัณมสงง่ ม่ฑผม์ีลี
แบบท่ี 2
ผลติ ภณั ฑข์ องท่ี
ระลกึ กระเป๋ ำ
แบบท่ี 3
ผลติ ภณั ฑข์ องท่ี
ระลกึ กระเป๋ ำ นชม่ำำ�หรโสำว่อนสยกใำในำรจงคสโาำทดนมยพจ่ี ผมิธะตีไลกี ่าดติ ำงภร้ๆรบัณัใไชกดฑล้ำม์ วรี สดงัล่ ผำลยติทแ่ี ละวใสั หดโุ้ทรใ่ีงชงใ้ ำนนกอำรุตผสลำติ หมกี รรมขน้ึ
แบบท่ี 3 ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ข อ ง มสรลเผกแลหรมรมทสรสปปููปกำัักหลาปปีููลกรงำูคผี่ี็นรตขนเรมแะษาิแตแมษแแาำวปรู้แเปูบออล่ภำณรำำบำบบหบำสัลณส็นบใะรมแสรัมตงณับบะมตะบำาชเถบถใขชเทบะนงาหลมรบทอ้้ฑชลฉทจรเะำอจำนคางกมใบรง้ทัว่ีรพ์ฉมำทท่ีนรจรกาำรงจทดำำหษนีัรบา่ีจถพนจวุ่หภำทโนะแัมูละปำนสะไจุภณรรดทยขันำาลนเรแสด่ีม่ำำแ�รปณอัจย่ใีผยะบะ้จยะฑห์ทม่ยลำัจนง็นะขทรมลโบลไฑะนแยจ์สุภเยมั่ีิงของด่ีอเปกใึทตังกลิีี่สามไ์ปแอชำณมีใัห้ก็งยน่ีันะทใดภำสนีง็งน้ลคีวดนจไำทขันฝรสใำฑี้รณวัดดัอะพหูงสัอี่ในนกสานำนัาัม้ดตใหชม์กรงมค่พามนธฑไำิรหลหูหฝูสททดลั้ยสำวีรรำตีเัิากนม์ำรที่ผแจา้่ีวรศแนดสคัีส่ำษกำใคลู้รรหีู่ีทดาจษนจำังังบิะาณรากลรทๆดทคตนโ์ททำเำจดูหา่ี้่สีอชี่ไมยมย่ำรสจเรจู่ีรงงปน่ดีูำำำำยงทู ็คคนหห้ แ่ีแใวเอทผำำกนนปหแรรรสัสลลุตลี่ททสำ่่ำำ็้นตปำำดะูะใสงลููงสสร่่ีียยจห้นตกุคคทเใาตแะงงููำ�ไไปแ้รทหาสหอ้่ีใำำวดหัดดลชารสส่งุงลน็กนผทโ้สเนคันยต้้้ะใผจงง่่ยสรระนกลา่าัดำดสต่้อีผผำลรูงบงต็กยผกเหตยมิำใงลลูทุดังยทไาลหอ้แแรขใในภดำร็เบใ่ีิตสยหห้่ลีอลงตึ้นยผ่้นำชนทณภะัำาะจง่ตอ้้ยรลอ้ดบั็ตใ้กจี่อยัณผูปำำน้ิตใยนฑ้อเจใาจนุตหแมลทยฑตงหะกกจลส์สีรจในจนุอ้บ์็สะ้ำาะำห�งำู�ำตงูงส่ำคตทหรหขหข้อต้ยง่าัดผนย่นี้ึนงน้ึทผกน้เใ่าใล่าตำยี่สนตหยรลทยต็ิกบาูงใ้โรำใไมนนุใรมหมดมหสตงร้ยี่งงแข้า้ อ้ผาาคสลน้ึนงกล่าะง
สรนรูปงู ่ำปู เแแสปแบลนบ็นบะใบบจเอหบโรตั ดรรมลจรยำุภจกมั ะภุัณกษี ทณั ฑำณจ่ีรฑ์สใะ์ทีสชมเันล้สปีม่ี ทวสี็นี ี่นดนั ข่าลทสอำนย่ีงใทฝจ่ีำโกดเยใปห็นโ้ กเรปรงำ็นงำรำตกครนดาัปูำอรเทแยตตุ บั็ดสล่ี เทงะำู ยหตย่ี ็บสำกดัทง่กรเ่ียผรยตามลบก็อ้ ขใงในห้ึตห้ออ้ ้ งสำใจหง่ จผ้โระลงงใาหน้
ที่ระลึก กระเป๋า
แบบท่ี 3
ผลติ ภณั ฑข์ องท่ี
ระลกึ กผรละติ เภปณั๋ ำฑข์ องท่ี
แบบทร่ีะ3ผลผลกึ ลติเสิตภอ้ืภณั ยัณฑดื ฑข์ ์อขงอทง่ีที่
แบรแบรทะบะลท่ี บล1กึ ่ีกึท1เส่ีเ2สอ้ื อ้ืยยดื ดื แบบ เสมนทรมลสรหรมผแกลแกหแรหผผมลลมสเสสรมลเปรเสนลรเมรสสนเรเลมสแสเกรมลสลสเสสนนเเรรมพปปููปููปปกงำูั่ััลกกีสคหลลชชปปำับับปีีีผีูลลล่ีกกกรรรชปปชกงำปปปปูููููัหกกปปปงงำำูููููัั่่หห็ำำกกสลงงำำููัั่่ำีนหหำำลมรมสสเนมสสรทรล็แรมะแแันะะนษษษาิาาิิแแส็็ตตตแ่นน่มแแษนน็็แ่นน่วแแาาามมษนนรูำ้แแแแสสแแมมษษปรำแแแะสสนษษเาัำำเเปปปูููบบำำเกกงงำำลบบอููลัั่ภภภอณณณคหหรรรำหำบบเเนผีำบ่ลลีออหหบเำเเสำำยสบบบลลนนัออพะำำณบบบณนนสสสสส็สสเณณดดนณณพดดบบแแมมใใใะรบบตแแแสะรััััตะะรรษษณณณมพตตมัมััะะรรวบำมมงตตรัััูำำะะะ้ใใใบบบบบำำำ่มิตใใาาาบบบำำชชชยยีีเถยยบบีีเเถถะมททเถลลเเอิ่ถถจจละะเารเเเำำจบบบจจีะนะะลลกรรบาาลลำหลมสสมมมรรรัท่ิหหท้้้ใฑฑฑณณบททบหหลลลปหบททฉฉฉววบทเอวว้จเเะรรคจจเเโโกเ่ีี่คคนจจโโะะัะะเรรกกคคตััาจกกโัมฉััคใฉฉาาา1กมใบบบำำฉฉท1ัตมมกกววว็่ทตีรรททรรดดพพพมมกก่่นีี์์์รททฉดดมมมำน่่ีีททำำงำมำำนรรทเเถถษำำดล่ีำำษษรรรจะะษษำพลจจรรรรพพดดดรทำำพพหมบบแิำำี่จหหษนััยยบบหหำำีีีหหันนมััยทยรรรททบาาาเอัันนกมม้่ีี่จจััมมารถถถพทลเเจจำุุหภภณยจจจโณณนพะคคณณะะัมะกลูููะะลลละปปปะะำัลมมำำแแยนำำมมแแสนนะะฉฉสสนผชนนจสส่ีงจจจมมำณำรททุภุภดท่่ะภุีีเททททขขขััณณำำะำะมำผผะ่ิาาาผผมะะเเำนำำเแแแบบสบบ์ษกกปทผม่์์ีททีกกมม่่ำ์์ยีีททำำำ่นำำมม่่กล���ืำำภุรรพพทปปสทขอออณณขขำำจหหณััขขย่จจยีนัย่่ยยะจจีีนน่่ีีลล2ััมมบบบลลเยยยกฑฑหหหยยบบ์ำำน็ทีม่บบำำเยำยยตมมมั่ยยิแีชััจ่่มมีีลัั่่ีีือ้ณำ็ต็งงงนนะอะะะออะะออณดขสัทททจตตำ่ตตมำำีิิิิรรรรบบบนนไไไฑฑสสแไไฑขผนนนแยททแแททจจจแแำ์์ภสสอีุภีีเยเเลีีรติเเมมั่ททิีขขงงงงงอใใอ้ใใืดดดนผ่ี่ี่ีะะดดภภะภภอเเเปลปปปปทททอััังงงก์ลลลทีีีลล่่่สสมม่่ราาาบำำชชแมมชชจจจไ่่มจจฑลี่่์์ีี์ณออัปปปละแกภณขขีใใใเใใัะหหหจจ11้้้11้้่่ีีง็็็็็ณณณณงลัันนยยยััน่ี่่ีีนนััะะนนะทททะะใยยดงงงงงำเลลััลลััั้้้้สสสนนงงนนานปยยใีีลีตม็็็ัั่ยิีนนฝไลพวววดดชดดฑมดะะจออ์ณไไไหหหหหัขขขขททตขัััฝฝนนนชิยแแรววววสสสมไไฑฑฑฑใฑีีีงั้รรรรระ็แแาัััดดดภดดดอออนะีเเหหหหููููหูงรงงลัออออ้ววววอสดด่ีี่ดดในนาานลวลเมดีสสส์ดดำำำำนนนภำกงัััท้้ปปใัััม้มม้้มมมมปฑดตใตตใใลล์์์์ำหชมกกจจขรรรร์ดดดดงงงงณรคคคคััดะัังัะลลมมมค่่ลลวาาัอชสำนนนีีรใใเ้้่ีะ็็หหหณน็หหัลลลนนีีููหหีีููฝฝะะฝฝหูหทฝูททสสงงปำำำำำำำำลััััักอ้ยยยสำวนนมดีน์รรรมำน2ง2้ััััาาาเเทกกกฑดดำำนนรรำำยยททรรททยยหหำรท็ขข่ี่่ีีแแแไนาาาวรชชดงสคำัฑีลสสสีรรีไกกำำกกำำช่ีษษษกำมททใใททหหคคคูู่่ีีลลล่่ีีหู่่ออนนฝีววมดนท์าาาำำดนจจำำัน่ื้ทมะะะาาาณณณ์่่ีี่่ีีรรรเเรรดดงงคคััำลรยทีไจ้ช่ดดดีดททดทคคคี่เโโหหีููฝฝ์์์ทกทททำปดำำำอดดทูููรหหหีียยาาาี่่ีี่่สสสี ่ี่ีี่เใขสรกรอครใรเ2เำำ็บรรเส2กเรใขเใอรรเรคมนมมยททมมมยยงจววิกครรขสอููู้่ีรรรงงงชปช่ีหหชปปชหหปปำำููปปำำููทำอกกนวำำีทำีีีปูููำัอูนวีัทำทอนวรีั่่ีี็่น่นคค็็น่น่นคคโโนนจ้้โโแแจำ้้คงแแำใงสจ่ีใสแ่ำงีงิใรรส่ีรรำำเเ่จีชมกผำำตอทโอเโอผเผอเเเอรแจลลชมกกผลลำจง่ชมผงดด่ลงงดปปดดททงงงผผ่ผผขกจสอรจใเคราะบุาุุตตาเะ้อลลำหบะะู่ีต้ตผผเำำห้ะบะู้ผะงงเงงห้บะูยย้ปผียีีปยยห็็นนนนไีีปจคลลจปำไูรตตลลใใงำำปบรรสสทตตำออ้ำำนวไีลรลลัำำสตลรลมวววหห็มจลรลตววสสนก็ตตจ็กกิิาคตตนนมตตนนดดิิหหโเรกแคใสอรรจรรสขจาาโััง็จทิ้นนดดโนใำััแตำิิงใำกาดใกกสโ่ัะีเ่ิ้้รรกกใใีีใำะปผภา่เดหกาโาภภัหหหรภดดปำำำำโภภััูหเเก่เออปำำำี่จทงลภำกกเเกชมกอูผออไนวีปโภหหับันนลาาไรบบเกทยยััปงรร่1บบทยยััลาเง็คมกกคคคคไณณเเทน้ััุุตตหคย็ผหหโลลคคไณณมจ้น้ััุตตุคห็ะแะำยคแงนตตเำไหณ้บะกูยย้ใร้ับบหสผ่แแ็่่ี็็นิำำมนตบบงแแแ็็นทเ่มรรรแเเ้้สสบทปาา็่นลำำำำวเไมจวสสบคทชมกผลลัั็ปดฑฑดรตนนลทคคบบบบ็็ฑฑยยรใใงลำสรร่บบปส่ภลรลทใใผผลงสลฑ่สตาำำ่ีมำผททผใตวำำ็่สหหีบำส่สะตนพเเัทน็ต่ยยีีีหหมมเิรำตห้บะู้พบบผทท่ท่่ำนดีดสสโำำีั์์ะ็มไไนหหิงบบหัลลทยดใสสณำยยี์์พอ่้ะหหีายปอท้ไดสที์เ่งงลลม้้ทดสสรยตขข่่ยภีี่งดีอ้้้โึงงภัยยหดดููททใิิตตหยยำใง่่่มีีีลรท็็ขลึงงเกบบสสููกกททใองตปใ2้่ีกกขมสสกกงงึง็ูใสพฑ่ีใกต่้ึ้ึขขีนทนนี่พตตขำยขสิิงสพงกููุทขขภภนดกำำโลหัเไไองง1่่ิ่่คีียน่ีร้้รพททกใพสำนนไณััก้ขัุตอหงง่่่่ีี็รรอ้นแก11ก่เลนนยึ้้้อึึงรร่อแ์กก11ภงึนผผสดาลนนบโภภัรร้้หดดำึึััณณ็นองลมผผเกแรรใ่ีำี่อย่ยปงีึำลนทง้้ึอสสอลููปปผสพงเสส้กลำงใมลมทูรทยสเบง้ลล็าฑชแใรมมรตสเคพลลลคนยใาา้้แแเกไ้ณณสฑฑตตจ้่สคััตุหะใ็งงร่่จสแงงย่่นแแหลจตขอะกำ่ยูีขขำใใคีปลแหบกกขขจ็นใใอยี้ะพทมใี่ลผผลี้อำทออย้้ท้หหีอผผแลดลลสีใ์์ส์ใีำ้ึสหลหนลหหยนน้้ึึะยอท้บีนล็ฑฑนนแงง้้ึจึะะลลหใใกงง้สงะะส่ะููงงยาหง่ี้้ยลึงลูตลลใำ่ใีตตจ่ำีงข้้ะสกขงใใหลพขขตตทก่ีย้สพทกแหหาดสสขเี์์ำหขะ้้อยอใในออก้อง่ึ้้ึนนะััรชขดดย้ำยไไ้้หหง่แีกอลึงงงงููลนใงใ้ึ่อีขสตผกง่อ่รำำเเนมมงขรใใผพสกงขขำยยละเสสต้อั้้กงใมหหยรดองสอสส่่่รลเผผตบู้ค็็แแกบบสีีททจลนนะด้้ึึอดดงำผ้้นโ้โรำเใงขู้ใบีรลีอย้ใใรรีสลล่่ีีใใียเย้ใใจนตใหมรสิโลหหชชทรนตสส้งงคึตีแิ็ภงจงวะะบจิโำงง้้เเข้้ใแแเี้ นุอย้กีภปปลคมชาาใหะสสมลลน้ึัทหบ่็นน็นนนงงคะ่่ะะงงี ้ ่ี้
ผลติ ภณั ฑผข์ลติอภงทณั ่ีฑข์ องท่ี
แระบลบกึ ทเส่ี 1อ้ื ยแระบดื รผลบะลกึลทิตเกึ ส่ีภ2เอ้ื สัณยอ้ื ดืฑยดื์ขแอบงทบี่
ที่ 2
ผรแะบลลติบกึ ภทเสณั่ี 1รผแอ้ื ผระฑบลยะลลติบลข์ดกืึิตภกึทเอภสณั่ีเง3สอั้ืณฑทอื้ยฑยข์ด่ืี ดื์อขงแอทบง่ีทบ่ี
ผลทติ ่ี 3ภณั ฑข์ องท่ี
ระลกึ เสอ้ื ยดื
แบบท่ี 3
และยงั เป็นทช่ี ่นื ชอบเพรำะมี
วารสารมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 19 ปีที่ 40 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
จากตารางท่ี 3 การระดมความคิดใน ที่ของราคาไม่แพง บุคคลทั่วไปทุกวัยสามารถที่
การออกแบบผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมหาสารคามน้ัน จะซื้อได้
จะเน้นไปที่ของใช้ในชีวิตประจำ�วัน และเน้นไป
ตารางที่ 4 ความพึงพอใจของกลุ่มผู้ผลิตสินค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกและบรรจุภัณฑ์ ที่สะท้อน
อตั ลักษณท์ ้องถิน่ จังหวดั มหาสารคาม
พวงกุญแจ กระเปา๋ เสือ้
รายการ N=50 แปลผล N=50 แปลผล N=50 แปลผล
ดา้ นกระบวนการ μσ μσ μσ
1.ผลิตภัณฑ์สะท้อนความเป็นท้องถิ่น 4.67 0.50 มากทสี่ ุด 4.45 0.37 มาก 4.87 0.51 มากทสี่ ุด
จงั หวดั มหาสารคาม
2.ผลิตภณั ฑ์ใช้วัสดทุ ี่มใี นท้องถน่ิ 4.22 0.76 มาก 4.89 0.33 มากทส่ี ุด 4.44 0.35 มาก
3.ผลิตภัณฑ์มีการประยุกต์ใช้ลวดลายและ 4.76 0.51 มากท่สี ดุ 4.55 0.34 มากที่สดุ 4.33 0.71 มาก
การออกแบบทเี่ หมาะสม
4.ผลิตภัณฑ์สามารถส่ือถึงท่ีมาของแหล่ง 4.50 0.23 มาก 4.23 0.85 มาก 4.23 0.71 มาก
ผลิต
รวม 4.54 0.5 มากท่ีสุด 4.53 0.48 มากท่สี ุด 4.47 0.57 มาก
ด้านการมสี ่วนรว่ ม
1.ในการออกแบบผผู้ ลติ ในชมุ ชนไดเ้ ขา้ มามี 4.10 0.78 มาก 4.22 0.87 มาก 4.05 0.88 มาก
บทบาทในการระดมความเห็น
2.ผลติ ภณั ฑ์สามารถใชง้ านไดจ้ รงิ 3.87 0.32 ปานกลาง 4.05 0.87 มาก 4.67 0.89 มากทสี่ ุด
3.ผู้ผลิตในชุมขนสามารถนำ�ผลิตภัณฑ์ไป 3.58 0.87 ปานกลาง 3.88 0.56 ปานกลาง 3.66 0.36 ปานกลาง
ต่อยอดได้เอง
รวม 3.85 0.66 ปานกลาง 4.05 0.77 มาก 4.13 0.71 มาก
ดา้ นการจดั จำ�หน่าย
1.ราคาท่ตี ้ังไวส้ มเหตุสมผล 4.11 0.87 มาก 4.23 0.66 มาก 4.67 0.23 มากท่สี ุด
2.เป็นท่ีต้องการของท้องตลาดและนักท่อง 3.98 0.78 ปานกลาง 4.33 0.87 มาก 4.98 0.66 มากทสี่ ุด
เทยี่ ว
3.สามารถเป็นของที่ระลึกที่เป็นตัวแทน 4.87 0.39 มากที่สุด 4.68 0.32 มากทส่ี ดุ 4.75 0.75 มากท่สี ดุ
ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ได้
รวม 4.32 0.68 มาก 4.41 0.62 มาก 4.80 0.55 มากท่ีสดุ
รวมทง้ั หมด 4.39 0.62 มาก 4.47 0.60 มาก 4.84 0.65 มากทสี่ ุด
การพัฒนาผลิตภณั ฑข์ องทร่ี ะลึกทีส่ ะทอ้ นอตั ลกั ษณ์ทอ้ งถนิ่ จงั หวดั 20 กิตตกิ รณ์ บ�ำ รุงบุญ, ปิยลกั ษณ์ โพธวิ รรณ์
มหาสารคามเพื่อยกระดบั มูลคา่ ทางเศรษฐกิจ
จากตารางที่ 4 พบว่าในส่วนของ และตำ่�สดุ คอื ผลติ ภัณฑ์ประเภทพวงกุญแจ อยู่ใน
ผลิตภัณฑ์ของท่ีระลึกพบว่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ระดับมาก (m=4.39)
ประเภทเส้ือมีความเหมาะสมมากท่ีสุดในภาพ ระยะที่ 3 ผลการประเมินผลติ ภัณฑ์ของ
รวม อยู่ในระดับมากที่สุด (m=4.84) รองลงมา ที่ระลึกท่ีสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถ่ินของจังหวัด
คือ ผลิตภณั ฑ์กระเปา๋ อยใู่ นระดบั มาก (m=4.47) มหาสารคาม
ตารางที่ 5 ความพงึ พอใจทมี่ ีตอ่ ผลติ ภณั ฑ์หตั ถกรรมของทรี่ ะลกึ และบรรจุภณั ฑ์ส�ำ หรับผู้บรโิ ภค
พวงกญุ แจ กระเปา๋ เสือ้
รายการ N=100 แปลผล N=100 แปลผล N=100 แปลผล
S.D. S.D. S.D.
ดา้ นอตั ลกั ษณ์
1.ผลิตภัณฑ์สะท้อนความเป็นท้องถ่ินจังหวัด 4.55 0.56 มากท่ีสดุ 4.51 0.47 มากทส่ี ดุ 4.48 0.61 มาก
มหาสารคาม
2.ผลติ ภณั ฑ์ใช้วสั ดุทมี่ ีในท้องถิน่ 4.20 0.47 มาก 3.98 0.97 มาก 3.04 0.61 ปานกลาง
3.ผลิตภัณฑ์มีการประยุกต์ใช้ลวดลายและการ 4.12 0.65 มาก 4.20 0.33 มาก 4.58 0.61 มากทีส่ ุด
ออกแบบทเี่ หมาะสม
4.ผลิตภณั ฑส์ ามารถสอ่ื ถึงทีม่ าของแหล่งผลิต 3.55 0.56 ปานกลาง 4.01 0.32 มาก 4.54 0.77 มากที่สุด
รวม 4.11 0.56 มาก 4.18 0.52 มาก 4.16 0.65 มาก
ด้านความสวยงาม
1.ผลิตภณั ฑ์มีความสวยงาม 3.55 0.66 ปานกลาง 4.51 0.74 มากทีส่ ุด 4.23 0.31 มาก
2.ผลติ ภัณฑม์ ีรูปแบบนา่ สนใจ 4.05 0.87 มาก 4.21 0.66 มาก 3.52 0.55 ปานกลาง
รวม 3.8 0.77 ปานกลาง 4.36 0.70 มาก 3.88 0.43 ปานกลาง
ด้านประโยชน์ใช้สอย
1.ผลติ ภัณฑ์สามารถใชง้ านได้จริง 3.35 0.12 ปานกลาง 4.58 0.47 มากทีส่ ุด 4.64 0.54 มากท่สี ุด
2.เปน็ ทตี่ อ้ งการของทอ้ งตลาดและนกั ทอ่ งเทย่ี ว 3.87 0.44 ปานกลาง 4.88 0.57 มากทสี่ ดุ 4.97 0.23 มากทส่ี ดุ
3.สามารถเป็นของที่ระลึกท่ีเป็นตัวแทนชุมชน 3.66 0.48 ปานกลาง 3.54 0.88 ปาน 3.33 0.58 ปานกลาง
ท้องถ่ินจงั หวัดมหาสารคามได้ กลาง
4.ผลติ ภณั ฑ์มีความปลอดภัย 4.55 0.56 มากทส่ี ุด 4.51 0.47 มากทีส่ ุด 4.88 0.61 มากที่สุด
5.ผลิตภัณฑ์มีขนาดเหมาะสมและดูแลรักษา 3.55 0.87 ปานกลาง 4.51 0.47 มากทีส่ ดุ 4.11 0.87 มาก
ได้ง่าย
รวม 3.80 0.50 ปานกลาง 4.40 0.58 มาก 4.11 0.87 มาก
รวมทั้งหมด 3.79 0.49 ปานกลาง 4.40 0.57 มาก 4.34 0.62 มาก
วารสารมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 21 ปีท่ี 40 ฉบบั ที่ 2 มีนาคม-เมษายน 2564
จากตารางท่ี 5 ความพงึ พอใจของบรโิ ภค ด้านความสวยงาม มีความคิดเห็นโดย
จำ�นวน 100 คน สามารถแยกตามประเภทของ เฉลย่ี อยใู่ นระดบั มาก ( =4.36) เมอื่ พจิ ารณารายขอ้
ผลิตภณั ฑ์ ดงั น้ี พบวา่ ผลติ ภณั ฑม์ คี วามสวยงาม ในระดบั มากทสี่ ดุ
ผลิตภัณฑ์ท้องถ่ินประเภทพวงกุญแจ ( =4.51) และ น้อยท่ีสดุ ในรายการ ผลติ ภณั ฑม์ ี
ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.79) และ รปู แบบนา่ สนใจ อยใู่ นระดบั มาก ( =4.21)
สามารถแยกพจิ ารณารายดา้ น ได้ดังนี้ ดา้ นประโยชนใ์ ชส้ อย มรี ะดบั ความคดิ เหน็
ด้านอัตลักษณ์ มีความคิดเห็นโดยเฉล่ีย โดยเฉล่ียอยู่ในระดับมาก ( =4.40) เม่อื พจิ ารณา
อยู่ในระดับมาก ( =4.11) เม่ือพิจารณาราย รายข้อ พบว่า ผลิตภัณฑ์เป็นท่ีต้องการของ
ข้อ พบว่า ผลิตภัณฑ์สะท้อนความเป็นท้องถ่ิน ท้องตลาดและนักท่องเท่ียว ในระดับมากท่ีสุด
จังหวัดมหาสารคาม ในระดบั มากทีส่ ุด ( =4.55) ( =4.88) และ น้อยที่สุดในรายการสามารถเป็น
และน้อยท่ีสุดในรายการผลิตภัณฑ์สามารถ ตัวแทนชุมชนท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคาม ใน
ส่ือถึงแหล่งท่ีมาของแหล่งผลิต อยู่ในระดับ ระดบั ปานกลาง ( =3.54)
ปานกลาง ( =3.55) ผลิตภัณฑ์ท้องถ่ินประเภทเสื้อ ในภาพ
ด้านความสวยงาม มีความคิดเห็นโดย รวมอยู่ในระดับมาก ( =4.34) และสามารถแยก
เฉลย่ี อยใู่ นระดบั ปานกลาง ( =3.80) เมอ่ื พจิ ารณา พจิ ารณารายดา้ น ได้ดงั นี้
รายข้อ พบว่า ผลิตภัณฑ์มีรูปแบบน่าสนใจ ใน ด้านอัตลักษณ์ มีความคิดเห็นโดยเฉล่ีย
ระดับมาก ( =4.05) และ น้อยที่สุดในรายการ อยู่ในระดบั มาก ( =4.16)
ผลิตภัณฑ์มีความสวยงาม อยู่ในระดับปานกลาง เมอื่ พจิ ารณารายข้อ พบวา่ ผลิตภัณฑม์ ี
( =3.55) การประยกุ ตล์ วดลายและการออกแบบทเ่ี หมาะสม
ด้านประโยชน์ใช้สอย มีระดับความคิด ในระดับมากท่ีสุด ( =4.58) และ น้อยท่ีสุดใน
เห็นโดยเฉล่ียอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.80) รายการผลิตภัณฑ์ใช้วัสดุที่มีในท้องถ่ิน อยู่ใน
เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่า ผลิตภัณฑ์มีความ ระดับปานกลาง ( =3.04)
ปลอดภัย ในระดบั มากทส่ี ดุ ( =4.55) และ นอ้ ย ด้านความสวยงาม มีความคิดเห็นโดย
ที่สุดในรายการผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้จริง เฉลย่ี อยใู่ นระดบั ปานกลาง ( =3.88) เมอ่ื พจิ ารณา
ในระดบั ปานกลาง ( =3.35) รายข้อ พบว่า ผลิตภัณฑ์มีความสวยงาม ใน
ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นประเภทกระเป๋า ใน ระดับมาก ( =4.23) และ น้อยท่ีสุดในรายการ
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.40) และสามารถ ผลติ ภณั ฑม์ รี ปู แบบนา่ สนใจ อยใู่ นระดบั ปานกลาง
แยกพจิ ารณารายด้าน ได้ดงั น้ี ( =3.52)
ด้านอัตลักษณ์ มีความคิดเห็นโดยเฉลี่ย ด้านประโยชน์ใช้สอย มีระดับความคิด
อยู่ในระดับมาก ( =4.18) เม่ือพิจารณารายข้อ เห็นโดยเฉล่ียอยู่ในระดับมาก ( =4.11) เม่ือ
พบว่า ผลิตภัณฑ์สะท้อนความเป็นท้องถ่ิน พิจารณารายข้อ พบว่า ผลิตภัณฑเ์ ป็นทต่ี อ้ งการ
จังหวดั มหาสารคาม ในระดับมากทสี่ ดุ ( =4.51) ของท้องตลาดและนักท่องเท่ียว ในระดับมาก
และ น้อยที่สุดในรายการผลิตภัณฑ์ใช้วัสดุท่ีมีใน ท่ีสดุ ( =4.97) และ น้อยทส่ี ุดในรายการสามารถ
ท้องถน่ิ อยใู่ นระดับปานกลาง ( =3.98) เป็นตัวแทนชุมชนท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคาม
ในระดบั ปานกลาง ( =3.33)
การพฒั นาผลติ ภัณฑ์ของทรี่ ะลกึ ท่ีสะทอ้ นอัตลกั ษณ์ทอ้ งถนิ่ จงั หวดั 22 กติ ติกรณ์ บำ�รงุ บญุ , ปิยลกั ษณ์ โพธิวรรณ์
มหาสารคามเพ่อื ยกระดับมลู คา่ ทางเศรษฐกิจ
แนวทางส่งเสริมผลิตผลิตภัณฑ์ของ สินค้าต้องการยกระดับตลาดและทิศทางการ
ถทิ่นี่ ร มะ ลหึ กาสทาี่ เรปค็ นาอมั ตเพลื่อั กเษพิ่มณม์ ขูลอคง่าทท้ อางง จำ�หน่ายให้มีหลากหลายมากขึ้นทั้งน้ีเนื่องจาก
เศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีมีความเหมือน
กันกับผลิตภัณฑ์อีกหลายกลุ่ม ก่อให้เกิดการ
ผลการวิเคราะห์ศักยภาพและปัญหา แขง่ ขนั ทสี่ งู ดงั นนั้ ควรมกี ารพฒั นาผลติ ผลติ ภณั ฑ์
ของผู้ผลติ ผลิตภัณฑ์ชมุ ชน จ�ำ นวน 50 คน ตาม ให้มี ความโดดเด่นและมีความแตกต่างจาก
ประเภทของผผู้ ลติ โดยในการวเิ คราะหน์ นั้ ไดแ้ บง่ ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอ่ืน อาทิ ใช้วัตถุดิบท่ีหาได้
ประเดน็ สำ�คัญออกเป็น 2 ด้าน คือ ในท้องถ่ิน สินค้าต้องมีอัตลักษณ์ เฉพาะกลุ่ม
ดา้ นปญั หา แตกตา่ งจากกลมุ่ อ่ืน เป็นต้น
กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้ระดม
สมองและให้ข้อมูลเก่ียวกับปัญหาของการผลิต สรุปผลการวิจัย
สินค้า พบว่า ในกระบวนการผลิตน้ันยังขาด
มาตรฐานในการผลิต เป็นเพียงการผลิตโดย จากการวจิ ยั ทง้ั 3 ระยะ พบวา่ อตั ลกั ษณ์
ครอบครัว ซึ่งเป็นการผลิตขนาดเล็ก แต่เมื่อ ท้องถ่ินของจังหวัดมหาสารคามนั้น ในมิติทาง
ต้องการขยายฐานการผลิตต้องส่งรูปแบบของผล วฒั นธรรม พบว่า จังหวัดมหาสารคาม เปน็ แหลง่
งานและมีนายทุนมารับผลงานไปผลิตและขาย วัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลายเน่ืองจาก
ตอ่ ทั้งนเ้ี พราะขาดเงินทุนและงบประมาณในการ ป ร ะ ช า ก ร ที่ เ ข้ า ม า อ า ศั ย ใ น พื้ น ท่ี จั ง ห วั ด
ลงทนุ การเข้าไม่ถงึ โอกาสของการกเู้ งนิ และ ไม่มี มหาสารคาม มีจำ�นวนมากท่ีเป็นประชากรแฝง
หนว่ ยงานภาครฐั ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ นก�ำ ลงั การ แต่ถึงอย่างไรก็ตามในด้านอัตลักษณ์ความเป็น
ผลิต และในการผลิตนั้นยังขาดการนำ�ภูมิปัญญา มหาสารคามนน้ั ผูว้ จิ ัยพบวา่ จังหวัดมหาสารคาม
ท้องถ่ินมาใช้ และยังขาดการนำ�วัสดุที่มีใน เป็นจังหวัดท่ีมีความเป็นพหุวัฒนธรรม กล่าวคือ
ท้องถ่ินมาร่วมใช้ในการผลิต ซ่ึงวัสดุจำ�นวนมาก มกี ลมุ่ ชาตพิ นั ธอุ์ าศยั อยใู่ นจงั หวดั หลายชาตพิ นั ธุ์
ยังเป็นการซ้ือมาจากอุตสาหกรรมอ่ืน ส่งผลให้ และจากความหลากหลายของชาตพิ นั ธท์ุ ส่ี ง่ ผลตอ่
ต้นทุนในการผลิตสูงข้ึน และยังไม่สามารถท่ีจะ พหวุ ฒั นธรรมของจังหวดั มหาสารคาม ทำ�ใหก้ าร
ก�ำ หนดราคาได้เอง ระบุอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของจังหวัดมหาสารคามมี
ด้านศกั ยภาพ ความหลากหลาย และยังเป็นอัตลักษณ์ท่ีลื่นไหล
ศักยภาพด้านการผลิตมีระดับความเห็น ตามกาลเวลา ส่งให้การถอดอัตลักษณ์เป็นไปได้
ด้วยมาก โดย สินค้าส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบภายใน ลำ�บาก
ท้องถ่ิน รองลงมามีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตร จากความหลากหลายน้ันหากจะมอง
ตอ่ ส่งิ แวดล้อม สนิ ค้ามรี ูปแบบทห่ี ลากหลาย ตรง ให้เป็นอันหน่ึงอันเดียวกันสามารถวิเคราะห์อัต
ตามความต้องการของลูกค้า และมีสินค้าได้รับ ลักษณ์ได้จากคำ�ขวัญของจังหวัดมหาสารคาม
มาตรฐานการผลิตจากหนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง จาก “พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยะธรรม ผ้าไหม
ข้อมูลท่ีได้จากการสัมภาษณ์ผู้ผลิต ได้ข้อมูลเพ่ิม ลำ�้ เลอคา่ ตักสิลานคร” ซง่ึ สามารถถอดอัตลักษณ์
เติมคือ ต้องการให้มีการติดตามและประเมินผล คือ พระธาตุนาดูนที่เป็นสัญลักษณ์ของพุทธ
การจำ�หน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ในมิติของ มณฑลอสี าน ผา้ ไหม ทเ่ี ปน็ ตวั แทนของจงั หวดั คอื
ยอดขาย และผลกำ�ไรที่ได้รับ นอกจากนี้ผู้ผลิต ลายสรอ้ ยดอกหมาก และตกั สลิ านคร อนั หมายถงึ
ดินแดนแหง่ การศกึ ษา
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 23 ปที ี่ 40 ฉบบั ท่ี 2 มนี าคม-เมษายน 2564
แตถ่ งึ อยา่ งไรกต็ ามอตั ลกั ษณข์ องจงั หวดั ยังพบว่าการนำ�ศักยภาพของชุมชน ในเรื่อง
มหาสารคามยังสามารถล่ืนไหลไปได้ตามเวลา ของวิถีชีวิต วัสดุธรรมชาติท่ีมีในชุมชน แรงงาน
และแม้ว่าจะสามารถวิเคราะห์อัตลักษณ์ของ ความต้องการของชุมชนมาช่วยในการออกแบบ
จังหวัดจากคำ�ขวัญของจังหวัดมหาสารคาม แต่ สอดคล้องกับแนวคิดของ พันธ์ทิพย์ รามสูตร
อาจจะไม่ครอบคลุมตามความเป็นจริงของบริบท (2540) ท่ีกล่าวถึงกระบวนการค้นคว้าทางสังคม
เชิงพื้นที่ ทั้งนี้เพราะหน่วยงานภาครัฐท่ีมีจังหวัด มีการให้การศึกษา มีการปฏิบัติการเพ่ือที่จะให้
เป็นผู้มีอำ�นาจในการกำ�หนดคำ�ขวัญของจังหวัด กลุ่มชาวบ้านได้มีส่วนร่วมว่าเป็นหลักการสำ�คัญ
มหาสารคาม ดังนั้นหากจะมองจากคำ�ขวัญ ท่ีให้ความเคารพต่อภูมิปัญญาและวัฒนธรรม
แล้ว การสื่อออกถึงจังหวัดมหาสารคาม อาจจะ ท้องถิ่น และจากแบบประเมินความพึงพอใจของ
สามารถระบุอัตลักษณ์ของจังหวัดได้อีกวิธีหนึ่ง ผู้สนใจผลิตภัณฑ์ ท่ีมีต่อผลิตภัณฑ์ของท่ีระลึก
เช่น งานเทศกาลประจำ�ปีของจังหวัด “งานบุญ และบรรจุภัณฑ์น้ันสามารถอภิปรายได้ว่ากลุ่ม
เบกิ ฟา้ มหาสารคาม” หรอื งานกาชาดของจังหวดั ผูซ้ ือ้ หตั ถกรรมของท่ีระลกึ ส่วนใหญเ่ ปน็ เพศหญงิ
มหาสารคามทไ่ี ดก้ ำ�หนดใหม้ ขี ้ึนทกุ ปี และเน้นซื้อเพื่อใช้เป็นของฝาก สอดคล้องกับ
จากอัตลักษณ์ดังกล่าวนำ�มาสู่การ เพญ็ ศรี เจรญิ วานชิ (2548), พรสวรรค์ พรสโุ ขวงค์
ออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกท่ีสะท้อนความ (2548) ที่กล่าวถึงปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการตัดสิน
เป็นชุมชนท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคาม ผ่านการ ใจซ้ือสินค้าของท่ีระลึกของผู้บริโภค ว่าส่วนมาก
สำ�รวจ สมั ภาษณ์ และการระดมสมองของผผู้ ลิต คนซ้ือมักเป็นเพศหญิง มีงบประมาณการซื้อต่อ
ผลติ ภณั ฑ์ พบวา่ ชาวบา้ นและชมุ ชนผผู้ ลติ สนิ คา้ ครั้งระหว่าง 100-300 บาท เน้นเพ่ือซ้ือเป็นของ
ผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ นน้ั สว่ นใหญป่ ระกอบอาชพี ฝากมากกวา่ การน�ำ ไปใชเ้ อง เชน่ เดยี วกบั แนวคดิ
ทำ�นา และพบว่าวัสดุธรรมชาติในชุมชนจำ�นวน ของ วรพงศ์ วรชาติอดุ มพงษ์ (2538) ทีก่ ล่าวถึง
มาก เช่น ไม้ไผ่ ฟางข้าว กาบกล้วย ดินเหนียว เกณฑ์การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
เป็นตน้ ส่งผลให้กลุม่ ผู้ผลติ ต้องการท่จี ะนำ�วัสดุที่ โดยรูปแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของที่ระลึกที่
มใี นธรรมชาตแิ ละในชมุ ชนมาเปน็ วสั ดใุ นการผลติ มีเอกลักษณ์เฉพาะถ่ิน มีความงาม มีประโยชน์
และตอ้ งค�ำ นึงถึงต้นทนุ และแรงงานเป็นสำ�คัญ ใช้สอย และมีต้นทุนตำ่�แต่คุณภาพสูง มาผสม
กันในสัดส่วนที่เหมาะสมก่อให้เกิดความพึงพอใจ
อภิปรายผลการวจิ ยั ตอ่ ผู้ใช้
จากผลการวิจัย ผู้วิจัยสามารถอภิปราย ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เติม
ผลได้ดังนี้ องค์ความรู้สำ�คัญ ที่จะสามารถนำ�ไป
ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก
ของทรี่ ะลกึ และบรรจภุ ณั ฑ์ คอื รปู ทรงและลวดลาย ต้องดูว่า ผลิตภัณฑ์น้ันสามารถสื่อถึงแหล่งท่ีมา
ท่ีสะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม ของทอ้ งถน่ิ ไดห้ รอื ไม่ และการมกี ารตอ่ ยอดพฒั นา
สอดคล้องกับแนวคิดของ นิทัศน์ คณะวรรณ เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอ่ืนๆ ได้ แต่ต้องอาศัย
(2545) ที่ได้กล่าวถึงคุณค่าและวัฒนธรรมเฉพาะ ทกั ษะและฝีมือของชาวบ้าน
ถ่ินน้ัน เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะสามารถ ในการวิจัยครั้งต่อไป ควรมีการศึกษา
สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ ลกั ษณะของผลติ ภณั ฑป์ ระเภทอนื่ ทเ่ี ปน็ อตั ลกั ษณ์
ชุมชน ถือเป็นสิ่งหน่ึงที่ต้องศึกษาค้นคว้าเพื่อ ของจังหวัดมหาสารคาม เช่น ผลิตภัณฑ์ด้าน
ใช้เป็นพื้นฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากน้ี อาหาร และเคร่อื งด่ืม
การพัฒนาผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ ที่สะท้อนอัตลกั ษณ์ทอ้ งถ่นิ จังหวัด 24 กิตติกรณ์ บำ�รงุ บุญ, ปยิ ลกั ษณ์ โพธิวรรณ์
มหาสารคามเพือ่ ยกระดบั มลู ค่าทางเศรษฐกจิ
เอกสารอา้ งองิ
นทิ ศั น์ คณะวรรณ. (2545). การตลาด 1 ตำ�บล 1 ผลิตภัณฑ.์ กรงุ เทพฯ: ซีเอด็ ยเู คช่ัน.
บญุ เลศิ จติ ต้งั วฒั นา. (2548). การพัฒนาการท่องเท่ยี วแบบยั่งยนื . กรุงเทพฯ: เพรส แอนด์ดีไซน.์
พรสวรรค์ พรสุโขวงค.์ (2548). การพัฒนาตลาดสนิ คา้ ของท่ีระลึกเพื่อการทอ่ งเทีย่ วในพ้ืนท่ภี าคตะวนั
ออกเฉียงเหนอื ตอนล่าง. วารสารวจิ ยั มข. 10(4): 348-358.
พันธ์ุทิพย์ รามสูตร. (2540). แนวคิดและทฤษฎีท่ีใช้ในการศึกษาพฤติกรรม. ภาควิชาสุขศึกษา และ
พฤติกรรมศาสตร.์ มหาวิทยาลัยมหดิ ล.
เพญ็ ศรี เจรญิ วานชิ และคณะ. (2548). การพฒั นาตลาดสนิ คา้ ของทรี่ ะลกึ เพอ่ื การทอ่ งเทย่ี วในพนื้ ทภี่ าค
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนลา่ ง. วารสารวจิ ยั มข. 10(4): 348-358.
วรพงศ์ วรชาตอิ ดุ มพงษ.์ (2538). บทความรใู้ นการออกแบบพาณชิ ยศ์ ลิ ป์ ออกแบบกราฟฟกิ . กรงุ เทพฯ:
รุ่งเรอื งสาสน์ .
สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2563). สถานการณ์การท่องเท่ียวและความเชื่อมั่น
ผู้ประกอบการการทอ่ งเทีย่ ว 2563. สืบคน้ เม่อื 3 ตลุ าคม 2563 จาก http://www.thailand-
tourismcouncil.org
ส�ำ นกั งานจงั หวดั มหาสารคาม. (2559). แผนพฒั นาจงั หวดั มหาสารคาม 2561-2564. สบื คน้ เมอ่ื 3 ตลุ าคม
2563 จาก http://www.mahasarakham.go.th/mkweb/images/yut/1.2561-2564.
สำ�นักงานพัฒนาการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย. (2560). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับท่ี 2
(2560-2564). ส�ำ นกั งานปลดั กระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกฬี า. กรงุ เทพฯ: สำ�นกั งานกจิ การ
โรงพิมพ์องค์การสงเคราะหท์ หารผา่ นศกึ .
การเรียบเรียงเสียงประสานสำ�หรับวงขับร้องประสานเสียงและวงออร์เคสตรา
“คอรสั ลกู ทุง่ อสี าน ผสาน ออรเ์ คสตรา”: เพลง ไสว่าสิบ่ถ่มิ กัน*
Choral and Orchestral Arrangements for “Luk Thung Esan Chorus with
Orchestral Accompaniment”: Sai Wa Si Bo Thim Kan
ณรงค์รชั ช์ วรมิตรไมตร1ี
Narongruch Woramitmaitre1
Received: 15 September 2020 Revised: 24 November 2020 Accepted: 18 December 2020
บทคดั ย่อ
การเรยี บเรยี งเสยี งประสานส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสานเสยี งและวงออรเ์ คสตรา “คอรสั ลกู ทงุ่ อสี านผสานออร์
เคสตรา”: เพลงไสวา่ สบิ ถ่ มิ่ กนั เปน็ งานวจิ ยั สรา้ งสรรคด์ า้ นการเรยี บเรยี งเสยี งประสานโดยมวี ตั ถปุ ระสงค์
คอื 1) เพอื่ สรา้ งสรรคก์ ารเรยี บเรยี งเสยี งประสานส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสานเสยี งและวงออรเ์ คสตราเพลง
ไสวา่ สบิ ถ่ มิ่ กนั 2) เพอื่ วเิ คราะหก์ ารเรยี บเรยี งเสยี งประสานส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสานเสยี งเพลงไสวา่ สบิ ่
ถ่ิมกันและ 3) เพื่อวเิ คราะหก์ ารเรียบเรยี งเสียงประสานส�ำ หรับวงออร์เคสตราเพลงไสว่าสบิ ถ่ ม่ิ กัน
ผลการวจิ ยั สรา้ งสรรคไ์ ดเ้ กดิ การผสมผสานดนตรลี กู ทงุ่ กบั ดนตรคี ลาสสกิ เกดิ เปน็ “ดนตรอี สี าน
คลาสสกิ ”ในอกี มติ หิ นงึ่ เปน็ แบบฉบบั เฉพาะเปน็ การสรา้ งความสนุ ทรยี แ์ ละสรา้ งคณุ คา่ ใหก้ บั บทเพลงลกู
ทุ่งอสี านใหเ้ กิดการผสมผสานวัฒนธรรมพ้นื บ้านสู่ความเป็นวัฒนธรรมสากล
โดยการเรียบเรียงเสียงประสานสำ�หรับวงขับร้องประสานเสียงในบทเพลงน้ีใช้การเรียบเรียง
ท้ังหมด 4 รูปแบบ คือ การเรียบเรียงแบบแนวทำ�นองกับการบรรเลงประกอบการเขียนเสียงประสาน
สองแนว การเขยี นเสียงประสานสี่แนว และ การเรียบเรียงแบบใช้พ้ืนผวิ แบบหลากทำ�นอง
การเรียบเรียงเสียงประสานสำ�หรับวงออร์เคสตราในบทเพลงน้ีใช้การเรียบเรียงท้ังหมด 4
รปู แบบคอื การเรยี บเรยี งแบบแนวท�ำ นองกบั การบรรเลงประกอบการเรียบเรยี งแบบการใช้ทำ�นองรอง
การเขยี นเสยี งประสานสีแ่ นวและการเรยี บเรยี งแบบใชพ้ น้ื ผวิ แบบหลากทำ�นอง
ค�ำ ส�ำ คัญ: การเรยี บเรียงเสยี งประสาน, วงขบั รอ้ งประสานเสียง, วงออรเ์ คสตรา, คอรสั , ลูกท่งุ อสี าน,
ไสว่าสิบถ่ มิ่ กนั
* บทความน้เี ปน็ ส่วนหน่ึงของงานวจิ ยั สร้างสรรคเ์ รื่อง “การเรยี บเรยี งเสยี งประสานส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสานเสยี งและวงออรเ์ คสตรา
“คอรัสลูกทุ่งอสี านผสานออร์เคสตรา”
1 ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ประจำ�วิทยาลยั ดุริยางคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
1 Assistant Professor, College of Music, Mahasarakham University
การเรียบเรียงเสยี งประสานสำ�หรับวงขับรอ้ งประสานเสียงและ 26 ณรงค์รชั ช์ วรมติ รไมตรี
วงออรเ์ คสตรา“คอรัสลกู ทงุ่ อีสาน ผสาน ออร์เคสตรา”: เพลง...
Abstract
Choral and Orchestral Arrangements for “Luk Thung Isan Chorus with Orchestral
Accompaniment” of the song Sai Wa Si Bo Thim Kan is creative research in music orchestration.
The objectives were: 1) to create arrangements of the song entitled Sai Wa Si Bo Thim Kan for
a choir and an orchestra; 2) to analyze the choral arrangement of the song; and 3) to analyze
the orchestral arrangement. The research has created a combination of Isan country music and
classical music, resulting in “Isan classical music” in another dimension. It is the unique style of
Isan country music that enhances aesthetics and creates value for Isan country songs, with a
combination of folk culture with universal culture.
With regard to the choral arrangement of the song, all 4 types of the musical texture
for orchestration are employed, namely, melody and accompaniment, two-part writing, four-part
writing, and contrapuntal texture.
In terms of the orchestral arrangement of the song, all 4 types of the musical textures
for orchestration are used: melody and accompaniment, secondary melody, four-part writing,
and contrapuntal texture.
Keywords: Arrangements, Chorus, Orchestral, Luk Thung Isan Chorus, Sai Wa Si Bo Thim Kan
บทนำ� พน้ื บา้ นอน่ื ๆ....” (สมคดิ เมอื งวงค,์ 2555: 1-2)และ
เพลงลกู ทงุ่ เปน็ บทเพลงทม่ี เี อกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั มี
เพลงลูกทุ่ง เป็นบทเพลงทเี่ ปน็ รากเหงา้ พัฒนาการมาเป็นลำ�ดับ โดยในปัจจุบัน เพลงลูก
ทางวัฒนธรรมไทย มีพัฒนาการมาจากเพลง ทุ่งสามารถเรียกชื่อแยกเฉพาะตามภูมิภาคต่างๆ
พ้ืนบ้าน เป็นบทเพลงท่ีมีภาษาในการส่ือสารที่ ไดเ้ ชน่ ภาคเหนอื เปน็ เพลงลกู ทงุ่ ค�ำ เมอื งใชภ้ าษา
ง่าย ตรงประเด็น และสามารถเข้าถึงจิตใจของ ถ่ินภาคเหนือ ภาคกลางเป็นเพลงลูกทุ่งใช้ภาษา
ผคู้ นในแตล่ ะวฒั นธรรมไดเ้ ปน็ อยา่ งดี โดย สมเดจ็ ไทย ภาคอีสานเป็นเพลงลูกทุ่งอีสานใช้ภาษาถิ่น
พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน อีสาน เป็นต้น
ราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารที รงมพี ระราชด�ำ รสั เพลงลูกทุ่งอีสาน เป็นศิลปะและ
ใจความหนงึ่ วา่ “...เพลงลูกทงุ่ นับได้ว่ามอี ายนุ ้อย วฒั นธรรมพนื้ บา้ นของชาวอสี าน เปน็ ความบนั เทงิ
มาก นั่นคอื มวี วิ ัฒนาการเพยี ง 50 กว่าปี แต่ทว่า ทอี่ ยคู่ กู่ บั ชาวอสี านมาตงั้ แตค่ รงั้ โบราณ เปน็ เพลง
เพลงลูกทุ่งนั้นแพร่หลายและสามารถครองใจ ท่สี ะทอ้ นวถิ ีชีวิต มีค�ำ ร้อง ทำ�นอง และ ส�ำ เนียงท่ี
ผฟู้ งั ไดเ้ ปน็ จ�ำ นวนมาก ทง้ั เดก็ ผใู้ หญ่ ไมว่ า่ จะเปน็ เปน็ แบบฉบบั ดงั ท่ี ภาสพงศ์ ผิวพอใช้ (2549) ได้
เพศชาย หญงิ หรอื วา่ อายเุ ทา่ ไรกต็ าม รวมทงั้ เขา้ กล่าวไว้ว่า“นอกจากเพลงลูกทุ่งอีสานจะใช้ภาษา
ถึงผู้ฟังได้เร็วกว่าเพลงไทยสากลหรือเพลงไทย ได้น่าสนใจแล้วยังสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม
คงจะมาจากสาเหตทุ ี่ทำ�ให้เนื้อเพลงของลูกท่งุ ตดิ ท้องถ่ินด้วย ซึ่งในปัจจุบันน้ีสังคมและวัฒนธรรม
อกตดิ ใจกบั ผฟู้ งั สาเหตหุ นงึ่ คงเปน็ เพราะเนอื้ รอ้ ง ก็มีการเปล่ียนแปลงไปตามยุคโลกาภิวัตน์จึงนับ
ของเพลงลกู ทงุ่ จ�ำ งา่ ย รวมทงั้ เขา้ ใจงา่ ยกวา่ เพลง
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 27 ปีท่ี 40 ฉบบั ท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
เปน็ เร่ืองนา่ สนใจ เนื่องจากวฒั นธรรมดั้งเดมิ ของ คลาสสิกขึ้น เกิดความสุนทรีย์ได้ในหลากหลาย
ชาวอีสานนั้นมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองและ มิติ โดยท�ำ การเรียบเรียงในรปู แบบของวงขับรอ้ ง
น่าศึกษา...” และในปัจจุบันเพลงลูกทุ่งอีสานมี ประสานเสียงบรรเลงร่วมกับวงออร์เคสตราภาย
กระแสตอบรับจากผู้คนมากมายทั้งคนในภูมิภาค ใต้แนวคดิ “คอรสั ลูกทุ่งอีสาน ผสาน ออรเ์ คสตรา”
อสี าน และในภมู ภิ าคอน่ื ดงั ท่ี ปาณสิ โพธศิ์ รวี งั ชยั เพอ่ื สรา้ งคณุ คา่ ใหก้ บั บทเพลงลกู ทงุ่ อสี าน ใหเ้ กดิ
(2561) ได้กล่าวไว้ว่า “...ในช่วง 4-5 ปีท่ีผ่านมา เป็นงานสร้างสรรค์ท่ีมีความไพเราะละมุนละไม
เพลงจากนกั รอ้ งอสี านขน้ึ มาตตี ลาดในวงการเพลง เปน็ แบบฉบบั เฉพาะ พรอ้ มทงั้ มคี วามเปน็ วชิ าการ
ไทยอย่างน่าจับตามอง ส่ิงท่ีแตกต่างจากความ ดา้ นดนตรี ทสี่ ามารถซมึ ทราบไดอ้ ยา่ งรนื่ รมย์ และ
โด่งดังของเพลงอีสานในอดีตคือ เพลงเหล่าน้ี เปน็ แนวทางในวงการการเรยี บเรยี งเสยี งประสาน
ไม่ได้เป็นเพียง ‘เพลงอีสาน เพ่ือคนอีสาน’ อีก ของประเทศไทยสบื ไป
ต่อไป แต่เป็นเพลงอีสานสไตล์ใหม่ท่ีทุกคนฟังได้
ถึงแมจ้ ะแปลเน้ือรอ้ งไม่ไดท้ งั้ หมด แต่ทว่ งทำ�นอง วัตถปุ ระสงค์
ท่ตี ดิ หูก็กระจายเขา้ ไปสู่ความนิยมของผู้คน...”
เพลง ไสวา่ สิบ่ถม่ิ กัน เป็นบทเพลงลูกทงุ่ 1. เพื่อสร้างสรรค์การเรียบเรียงเสียง
อีสานเพลงหน่ึงที่สร้างกระแสความนิยมจนเกิด ประสานส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสานเสยี ง และวงออร์
เป็นปรากฏการณ์ลูกทุ่งฟีเวอร์ได้ โดยมีกระแส เคสตรา เพลงไสวา่ สบิ ถ่ มิ่ กัน
ความนยิ มจากส่อื โซเชยี ลต่างๆ มากมาย ท้ังจาก 2. เพื่อวิเคราะห์การเรียบเรียงเสียง
YOUTUBE, FACEBOOK, TWITTER, IG, และ ประสานส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสานเสยี งเพลงไสวา่
LINE กลายเป็นบทเพลงที่ผู้คนท่ัวไปช่ืนชอบ สิบ่ถ่มิ กัน
และรู้จักดี นอกจากน้ียังมีการนำ�บทเพลงน้ีไป 3. เพื่อวิเคราะห์การเรียบเรียงเสียง
ทำ�ซ้ำ�หรือโคฟเวอร์อีกหลายเวอร์ชัน จนยอดวิว ประสานสำ�หรับวงออร์เครสตราเพลงไสว่าสิบ่
ทะลุเกิน 100 ลา้ นววิ ในยูทูป โดยครูลิลล่ี (2559) ถมิ่ กนั
จากบทความในไทยรัฐออนไลน์ ได้กลา่ วถงึ เพลง
“ไสวา่ สบิ ถ่ ม่ิ กนั ” วา่ เปน็ เพลงทม่ี สี �ำ เนยี งและเสยี ง ขอบเขต
รอ้ งฉบบั “ลกู ทงุ่ อสี านแท”้ ของคนรอ้ งและคนแตง่
เพลงท่ีเป็นคนคนเดียวกัน น่ันคือ “ก้อง ห้วยไร่” ในการสร้างสรรค์การเรียบเรียงเสียง
หรอื “อคั รเดช ยอดจ�ำ ปา” ศิลปิน จากบา้ นหว้ ยไร่ ประสานเพลง “ไสวา่ สบิ ถ่ มิ่ กนั ” ครงั้ น้ี ผวู้ จิ ยั ท�ำ การ
อ.วานรนวิ าส จ.สกลนคร กไ็ ด้สรา้ งปรากฏการณ์ เรียบเรียงในรูปแบบของวงขับร้องประสานเสียง
ใหม่ให้กบั วงการเพลงไทยไปแล้ว บรรเลงรว่ มกับวงออร์เคสตรา
จากที่กล่าวมาข้างต้น บทเพลงไสว่าสิบ่
ถม่ิ กนั จงึ เปน็ บทเพลงลกู ทงุ่ อสี านทสี่ ามารถสรา้ ง ประโยชน์ที่จะไดร้ ับ
ปรากฏการณใ์ หค้ นรนุ่ ใหมเ่ กดิ ความนยิ มและสนใจ
ในวัฒนธรรมท้องถิ่นเกิดเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย 1. งานสร้างสรรค์น้ีเป็นการส่งเสริมและ
ผู้วิจัยจึงได้นำ�บทเพลงนี้ มาทำ�การสร้างสรรค์ พัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน ให้กลายเป็น
ผสมผสานให้เพลงลูกทุ่งอีสานมีความเป็นดนตรี วัฒนธรรมร่วมสมัย เกิดการผสมผสานดนตรี
ลูกทุ่งกับดนตรีคลาสสิก เกิดเป็น “ดนตรีอีสาน
คลาสสิก” ในอกี มิตหิ นง่ึ
การเรยี บเรยี งเสียงประสานส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสานเสียงและ 28 ณรงค์รัชช์ วรมิตรไมตรี
วงออร์เคสตรา“คอรสั ลูกทุ่งอสี าน ผสาน ออร์เคสตรา”: เพลง...
2. ได้บทสร้างสรรค์การเรียบเรียงเสียง 4. ท�ำ การเรยี บเรยี งเสยี งประสานสำ�หรบั
ประสานสำ�หรับวงขับร้องประสานเสียงและ วงขับร้องประสานเสียงและหาบันไดเสียงให้
วงออร์เครสตรา และสร้างคุณค่าให้วัฒนธรรม เหมาะสมกบั วง และบทเพลงนผ้ี วู้ จิ ยั ใชบ้ นั ไดเสยี ง
พืน้ บ้านสคู่ วามเปน็ วฒั นธรรมสากล จเี มเจอร์
3. เป็นแนวทางสำ�หรับการเรียบเรียง 5. จากนั้นทำ�การเรียบเรียงเสียง
เสียงประสานดนตรีคลาสสิก ที่สามารถเข้าถึงได้ ประสาน และทำ�การเรียบเรียงเสียงวงดนตรี
งา่ ย (Orchestration) โดยใช้เครื่องดนตรี ท้ังหมด
4กลุ่ม คือ 1) กล่มุ เครอื่ งสาย (Strings) 2) กลุ่ม
การสรา้ งสรรค์ขอ้ มลู พ้ืนฐาน เครื่องลมไม้ (Woodwinds) 3) กลุ่มเครื่องลม
ทองเหลอื ง (Brass) และ 4) กลุ่มเคร่อื งประกอบ
ศึกษาการเรียบเรียงเสียงประสานแบบ จังหวะ (Percussions)
ประเพณีนิยม (Traditional harmony)การสอด 6. จดั พมิ พโ์ นต้ เพลงเปน็ แบบสกอรเ์ พลง
ทำ�นอง (Counterpoint)และหลักการเรียบเรียง (Music score)
เสียงวงดนตรี (Orchestration) ณัชชา พันธเ์ จรญิ 7. ท�ำ เปน็ รปู เลม่ งานวจิ ยั สรา้ งสรรคฉ์ บบั
(2552: 179) จากหนงั สอื และสอื่ ออนไลนป์ ระกอบ สมบรู ณ์
ศึกษาจากการฟังเพลงทั้งบทเพลงลูกทุ่งอีสาน 8. นำ�บทเพลงไปบรรเลงต่อหน้า
และ บทเพลงดนตรีคลาสสิก นำ�มาคิดวิเคราะห์ สาธารณชน หรือใชบ้ รรเลงในโอกาสตา่ งๆ
และนำ�มาสร้างสรรค์บูรณาการเกิดเป็นแนวคิด 9. ตีพิมพบ์ ทความในวารสาร
ในการสร้างสรรค์ผลงาน 10. จดั พมิ พแ์ ละเผยแพรส่ กอรเ์ พลง และ
โน้ตเพลง
วธิ ีการการสร้างสรรค์ (วธิ กี ารศกึ ษา)
อรรถาธบิ าย/อภิปรายผล
ในการสร้างสรรค์คร้ังน้ีผู้วิจัยมีขั้นตอน
ในการดำ�เนนิ การสรา้ งงานดังน้ี บทสร้างสรรค์น้ีเป็นการเรียบเรียงเสียง
1. ก�ำ หนดแนวความคดิ หลกั ของการวจิ ยั ประสานสำ�หรับวงขับร้องประสานเสียงบรรเลง
สร้างสรรค์ มาจากแนวคิด เพลงลูกทุ่งอีสาน วง ร่วมกับวงออร์เคสตรา ภายใต้แนวคิด“คอรัส
ขบั รอ้ งประสานเสยี ง และ วงออรเ์ คสตรา เกดิ เปน็ ลกู ทงุ่ อสี าน ผสาน ออรเ์ คสตรา” โดยผวู้ จิ ยั ท�ำ การ
แนวคดิ “คอรัสลกู ท่งุ อีสาน ผสาน ออรเ์ คสตรา” วเิ คราะห์ การเรยี บเรยี งส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสาน
2. กำ�หนดคัดเลือกบทเพลงท่ีสร้าง เสยี งและการเรยี บเรยี งส�ำ หรบั วงออรเ์ คสตรา ดงั นี้
ปรากฏการณ์ต่างๆ ทางสังคม หรือ บทเพลงที่ การเรียบเรียงสำ�หรับวงขับร้อง
ได้รับกระแสความนิยมอย่างมากในส่ือออนไลน์ ประสานเสยี ง
เชน่ มยี อดการเขา้ ชมในยทู ปู เกนิ รอ้ ยลา้ นการเขา้ การเรียบเรียงเสียงประสานเป็นลักษณะ
ชม มาเป็นบทเพลงที่จะนำ�มาทำ�การสร้างสรรค์ ความสัมพันธ์ของแนวทำ�นองหลายทำ�นองที่
การเรยี บเรียง โดยในบทความนผี้ ู้วจิ ยั ได้คัดเลือก เกิดข้ึนพร้อมกัน ทั้งในแนวนอนและในแนวต้ัง
บทเพลง “ไสวา่ สบิ ่ถ่ิมกนั ” มานำ�เสนอ ของเสยี งประสาน รวมกนั เรยี กได้วา่ เปน็ ลักษณะ
3. น�ำ เพลงไสว่าสบิ ถ่ ่ิมกนั มาท�ำ การถอด
โนต้ (Transcription) แลว้ น�ำ มาพมิ พเ์ ปน็ โนต้ เพลง
วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 29 ปที ี่ 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน52564
พืน้ ผวิ ทางดนตรี (Texture) ทน่ี �ำ มาใช้เป็นเทคนคิ วเิ คราะหเ์ ปน็ ทอ่ นตา่ งๆ ตามโครงสรา้ งเพลง ดงั นี้
p(ใปบเ38ปเใ2(ผทAทOขชน))e)สรรรำ�ียก้คกทaAใ((((แแ(หโกใsdใะะรนCมCCU2Sใชดชชนctโานสนเraาาราชiนอ-raผยoลconeย้พ้เร้กnนืaเอpาlรวิครoท้mnกpicงสงคเสบasnaอนาเวน้ืใmoขเttpปคoรา(ยีเpgrrชาtงทรoคลเnผ4atพo(ียบenีpยรหliนรเสนง้เnCeเndอืีp-Wยsขวsิlaนสลพะลปบลิยีlpxgคaeรu)a)onแียกนียากงaเัr)1ลrรงns(เt6iinyสรบemนกrtอCอรงAง)5ะtเ/19i)tซaแtxnียdีเไยmบเอสสบสเ)rero)ใ0Wltสลใgสarสง่ึr)ใงuชีสลnงาทลยชemao)ะ)ชพใผวปpr(แีrยtเนินพ้lบัก้eช)nM�iำnงoง7่แา้สtuลกpใวู้รงi)สานาgdeสน้ื2้แ)ย(เnบชีะยปnาจิlะeยUมโรyeอคigบ)sิอน1ูรนใผ้สntยับพlงตเ)าาos)xaชง)วร1่งขถรใgวาวิปิสไใกe้ืว3นdแาl่)ร้กื8ชยชี่มิอ(ดะ)นท)แ4ันงราt)yอนO)ใpผา้พนป้กe1งส้ปบส)ำ�กระชหแงeรsวิใaใวเรนx0้ัืนดเนรรสีแ่พบ้(เdสtชชรละลใอn(tแะUi)ขปุมผนnาaอนSชuยีืกนอ้ื้้ก(กะโยีdใยีบโแaีlบเ2nนิวยงrงอว้เe1ผใชตานาทคttนeทน-ปiaหแบชคบooสcร1วsิร้พpรรเค)เc(nsบรเoวเ้คใเลแoสำห)�ลงสaี4(พขนc)นื้สะeนnทบสบักหnยนีมาrยี-(ลMสosลยีใ5กียdผtคิpรsบA�ำกงทงชริ/าคาาmงน)แาedaา้aง)ิวตเนปผัWบนเใา้กพรlคงrลrสเrใCo9pสแชoา่สอวรนyสtอเ6สวชทระd)้ืลนraีaบพnยงะเ้มปิใองอ)iงออพ่ืm้คyยWับtpeาnชๆสผกงกผบลงiรขงงสรูnpsนนiแแ้าใแeยิงสวาmับระrาaดห)ับไeชิgนิบน(สiนคนlอราะอแากntวolแ4Uนล)e้กliรหบนนัาอสวืววdaวงงnบd้อ)นn้าตอ1sโาา่ี์7gyบบตกtวe1รงรง))))ี ททอ่ ่อนนนA้ีเร(ม่ิหดอ้ ้วงยทกี่า4ร-เ1ข2ยี )นเสยี งประสาน
ในทก่อานรวนิเาค-รAา-Bะ-หด์นโตดรยเี ชบ่อื ทมเ-Aพ1ล-Bง1ไ-สดวน่าตสริบบี ่รถริ่มเลกงัน- มี สองแนวท(่อ2-นpนar้ีเtรwิ่มriดtin้วgย)กใชา้รกเาขรียปนระเสสียานงปเสรียะงสาน
โครCง-Bส2ร้าทงงั้ เนพ้ีผลวู้ งจิ คยั ทือากทา่อรนวเิ นคำร�า ะ-หA์เ-ปB็น-ทด่อนนตตร่าีเงชื่อๆม- สแอบงแบนขวน(า2น-pคaู่ 6rtใwนrแitนinวgเ)สใยี ชงก้ โซารปปรราโะนสแานละเสอลัยี โงตแบบ
A1ต-Bาม1โ-คดรนงสตรรา้ ีบงเรพรลเงลดงงั-นC้ี -B2 ทั้งน้ีผู้วิจัยทำ�การ ขจนาากนนคัน้ ู่ 6ใชใ้กนาแรนเขวยีเสนยี เสงยีโซงปปรระาสโนานแสล่แีะนอวลั โ(ต4-จpaาrกtนน้ั
นหล(ใเใเนโทกสใพสAนนชซแเแรสบเฉสwสขสาาับั้ั้นสี่นรปพีย้กอ้ภหปcมิ่มกส่ออวนออราrดุือใ็iอนงcิ่มงดารงงกนtพเแอ้รงางวนเiัเลสเonแเปรปโกงคาพเทแหนสแหงลปน้ืปดปgตโเียนmโาท็นอยรนีนงลำวข็รปตน)น�ผ็ยวรันรงวปะรงืงอัเ(ี่ววpียอรสใเะยวิใอหค3พ์ดสสร7เขเนเนaะยน“โาแ(ใ-พาอัลืบะ่แปีจฮาียBยียนกหpหมnา่ปกลเวโโ็แนานสิ่”ูมนaงงนaสคอแ้i้อซตห้อใาะรกmตทใวcกลพสrสนียเนงบถปบะนในtkนทสใา่เ่เีกาท่ีแา้นืนeงวโโgwรปนภักดกายีัน้รี่ยน(ม1ปบั่ีนคเnาrผปAิดาทเ็นrไ7งใoใค(โปต้แสอืitรเพิววชปปcDtนขuร่ีสน)ลทแiแยะีนพ็cใไnnเ้ปนะ้นึโรุหดปeกักตสหงoปเรปวซdgเะโนื้รนนnบยรั้mอษ่กแเทา้หย)น็ส()โะปจปsะตั3นาแอ้นองดเกpณ่าหนานคนฉร็โiว-ปนน้ลลtรัทอaนยสpนยาyารเทใาจล์วะโน็ว้nบaปโ่ีน่ีแสใ)อืคส้ัก(นตขกบี่ัสiนคr(น็สบRm9แ่ีนนโขทtถ่วD1หษอออนอ่ตปอ-นแwนึ้oเนาวeัดรeโ1งลลัณ้พยตงงอรลหnวornดไแกร2โังiจเแพเะtะียไtนts(ปะนต)ปพนยi)าเโ4าใปnนiขน้งืt้แาห(เยนรเลก็รวขyนg-ม่ิกกBจทอวตทปpเส)้ค้อป)อเสอเนงบสาังคพ่าแa้นบa่เี็ปนดงแขรงกองรนปจเาปcอืลrมิ่ทสะรทเ้ใคนนึ็งกาtง็(นับkมน้้วโโสชกRแท่ีรตรแเอgซสายตคแ9wแนี้เจยเเนoโะี่เนัวrรรแี่ปพคป-ป่อนอดนกาoอor1ง์ดวเอกนว็็ทiนนมนิ่รกยยวtรu2ขtดิวห)จเยiวา์่ีอnnป“ียขคารโ่ใาฮgdบนนนึ้นน็ืกอืองู))”
ท่อน A (ห้องที่ 4-12)
2-part writing 3-part writing Background
ภภาาพพปปรระะกกออบบ11กกาารรเขเขยี ยี นนเสเสยี ียงงปปรระะสสาานนททอ่ อ่ นนAA((หหอ้ อ้ งงทท่ี ี่44--1122))
ท่อน B (ห้องที่ 13-22)
6
การเรยี บเรยี งเสียงประสานสำ�หรบั วงขับร้องประสานเสยี งและ 30 ณรงคร์ ชั ช์ วรมิตรไมตรี
วงออร์เคสตรา“คอรัสลกู ทุ่งอีสาน ผสาน ออรเ์ คสตรา”: เพลง...
ทแป โซบรำ�ปคโทปแะนบซบู่สรารอหป6ะนบาางลสรนโหอแหานาางลกลโททนลกหโานะันดักก่ทอ่อกทลโนัยทดแนนก�ำั่อ((ยนมCานนนก((นBมีแCอวกoน้ีำ�ใอแี สuงนาoช้ีหใ(งนหunหชอว(้กนว(nCtน้กดอC้อeาอtดeoดาปัลroงลรั ใrpรnใnโทรpโหเหเoตttตรoะรrrี่้เi้เaaีiร1รสยียnปnปpอ้p้อ3tาบtบ็็นน)u)งu-งนเnป2เททอnปรอรt2รยีaยาtำ�(ยรียaะ)นlกู่ งน)ะู่สl2ง)แอาสโ2อาแดโบหงแนางดบยนแบนนแAยมวนบAใบด)แมแีชวบ)ใบใคซนแี้พชหขอื่งึบวคนซ้ืน้้พนเแแสขือปวึง่ ผนานอื้นน็แสแนนิดวววผนอนานดิววว คตขทBท(2ปปนู่า)�ำC6รรมานคาaะะนแนอือnสสแลอoแงคาาสะnงนหนนู่ ด)6แแลรวBคงบ้อนกเัเ)ตอืปทบงวรทคัวต็นขเอ้สานืออานกงอนมแยอากาดอนนา่รอแ่รงปโ์งควรสหนดใรู่เ้อดลน6ทะยแงงกัสภมเเแลตรนปาาแีอบะ้วั น็นอพทนงอบรกกย(ปว�ำ ์โเากอ่่านลเดรรนบ�ำงียระอยใหสอ้กแนนงมงนรลสอภกีแแอ้ะดอบานับนทงใดพบวปหา2(ปปเนเCรเ้ลบรรปอะaยีะะสงสน็nนกสสราทoอก้อาอนnบน�นำัดงแ)นรบคอ้อบืองง
ทานองหลกั (A) ทานองสอดประสาน (B)
ภภาาพพปประรกะกอบอบ2 2กากราเรรเยีรบยี บเรเยีรงียแงบแบบบใชใชพ้ พ้ น้ื ้นืผผวิ ิวแแบบบบหหลลาากกททาำ�นนอองง(C(Coonntrtarappuunntatal)l)ททอ่ อ่ นนBB((หหอ้ ้องงทท่ี ่ี1133--2222))
ทอ่ น A1 (ห้องที่ 26-34) Element B (Accompaniment): (a)
ท่อน Aท1่อ(หน้อนง้ีใทช่ี้ก26า-ร3เ4ร)ียบเรียงแบบแนวทำ�นอง อEลั lโeตm้,eเnทt เAนอ(Mรe์ (lobd)yเ)บ: โสซปราโน
กบั การบรรเทล่องนปนร้ีใะชกก้ อาบรเมรยีอี บงเครป์ยี รงแะกบอบบแนหวลทกั าอนยอสู่งอง อ EัลlโeตmแeลnะtใBเนทท(เAนอ่ cนอcoนรm์นผี้ p้ันวู้ aจิหnยั มimใาสeยค่nถt�ำ )ร:ึงอ(้ใ(aหbง))้ร“อเแ้อบลั งงโส”ตเพใ,้ นเทลแงเนนออวอรเกส์ มยี าง
ส่วกนบั คกอืารแบนรรวเทล�ำงนปรอะงกหอลบกั อมยีอ่ทูงคี่แ์ปนรวะเกสอียบงหโซลกปั อรยาู่โน เหมอื นอาใกนาทร่กอนารนร้ีผอ้ ู้วงิจไยัหใง้ สอ่คแางรซ้องง่ึ อ“าแจงร” อ้ ในงอแอนกวเปน็
แลสะแอนงสว่วบนรรคเลืองปแรนะวกทอาบนซองึ่ หสาลมักาอรยถู่ทแ่ีแบนง่ วยเอ่ สยียองอก เสเสยี ยี งง“อฮลั อื โ.ต.”แหลระอืเทเสเนยี องรอ์นน่ื ัน้ ทหค่ี มลาา้ ยยถกึงบั ใหก้รา้อรงรเอ้ พงลไหง ้ แต่
เป็นโซ2ปรกาลโน่มุ แคลือะแaนกวบบั รรbเโลดงยปกร�ำะกหอนบดใซหง่ึ ้สaามคาือรแถนว เปออ็นกลมักาษเหณมะอื กนาอรารก้อารงกไหาร้งรออ้ แงไงหทง้ ่ีเอปแ็นงกซาง่ึ รอแาสจรดอ้ งงออก
อัลแโตบก้่งับย่แอนยวอเอทกเนเปอ็ นร์ (2ATก)ลุ่มร้อคงแือบaบกัรบะโbดโดดขย้าม ถอึงออกาเรปม็นรเ์คสยีวงาม“ฮรอืัก.ข.”อหงรหอื นเสุ่มยี สงอา่นืวแทบค่ี ลบา้ หยยกอบั กกาลร้อกัน
ขน้ั กตาาหมนคดอใรห์ด้ a(คBือroแkนeวnอลั cโhตo้กrบัdsแ)นวปเรทะเสนาอนร์ก(AันTเป) น็ รรวอ้มงทไหัง้ ก้ แาตร่เรป้อ็นงลกั“ฮษือณ”ะใกนารแรนอ้ วงเไบหสง้ อดแ้วงยทเ่ี ซป็ึง่นการรรอ้ ง
คู่ 3ร้อโดงยแใบชบล้ กกั รษะณโดะดจขงั ้าหมวขะัน้(Rตhาyมtคhmอรp์ดat(tBerronk)eเnปน็ แแนสวดบงรอรอเกลถงึงปอราะรกมรอ์คบวนาี้มสรกัร้ขางอขงห้ึนนเุ่พมส่ือาใวหแ้มบีคบวาม
ดเไโสนลว้ ยีเ่ต้cจแขยสhงลังนัเ้ลยีoขยหะแกัrงกบาวdลแษาวsะ็ตะหบ)เณกป(นบ1ปRระ็นดทะรhชจใคโyะลีหงัั้นดtอสะหh้ ดbรขแาmวข์ดนนลั้คะ้าpะอกเแื จมaปกแัลนำ�tขน็tน�ำะแeเนั้หวกโปrนnนตเ็นรบนก)า้ตะดสคเไมโตปรดใดู่ คหอ็้ัวน3้ดดองด้โังโขไbรนำ�ดนล์ดา้ ้คต่เยมแี้ดสเอื ลใข้วยีขแชะยงน้ับน้แใลลต็จชบัวกักา้กบเ1ษษมบาทณณคชรสลี อลนั้ระะะาร้อด์กง สหัมยพอันกลธอ้์สกอนั ดรควลม้อทงงั้ กกันารกรับอ้ งเน“ฮื้ออื ร”้อใงนแทนี่วเ่าบส“.ด.ว.้ นย้ำ�ตา
จังหวะEเปle็นmโนe้nตtตAัวด(าMแeลloะdใชy)้ก:าโรซลปารกาเสโนยี งยาว พซงั ง่ึลกงายรา่รวอ้ งๆแนยวอ้ บนรผรสุเลางวปเรปะลกยี่อบนนใจ้ี สใหรา้ จ้ งนขเน้ึ ซเพ..่อ.ื ”ใแหส้ ดง
ตมัวคีอวยาา่ มงสในมั พภนัาพธ์สปอรดะคกลออ้ บงก3นั กบั เน้ือร้อง ท่วี ่า“...
น้ำตำพงั ลงย่ำว ๆ ยอ้ นผสุ ำวเปลยี่ นใจใหจ้ นเซ...”
แสดงตวั อยา่ งในภาพประกอบ 3
เป็นคอรด์ จาแนกไดด้ งั น้ี
วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 31 77
ปที ่ี 40 ฉบับที่ 2 มีนาคม-เมษายน 2564
aa
bb
ภภภาาาพพพปปปรรระะกกะกออบบอบ333กกาากรราเเรรรเยยีีรยีบบบเเรรเยยีีรยีงงแแงแบบบบบแแแนนนวววทททาาำ�นนนออองงงกกกบบัั ับกกกาาารรรบบบรรรรรเเลลเลงงงปปปรรระะะกกกอออบบบทททออ่่ อ่ นนนAAA111(((หหหออ้้ ้องงงททท่่ีี ่ี222666---333444))
เก ปแนลารอเกเปปกะะรนนแาารรกเออรรระะ์มนอรรีกกเเยีกวรรบ์์มมออบีียยบาททีีกกบบบบเรรโ่าา่ออรททททปดรเเโโรรียนนรร่่่่เออออดดปปยรลีียยงนนนนยยะแรรCงงงแแแนนสี้ะะเนปแแCCบปนนสส้้ีีเเา(บบรวปปหาา((วว็นบนะหหบบท็็นนนนททอ้กแแท้้ออแแำ�แแททาางอบน่งงนนอนนบบ่่ออทบททบวววนอออบบนนี่่่ีีททท5ขงงอง55เขขเเหหชชช2าา22หำนย�นนนน--่่-ืืออลลื่อนูท่ล55าาา5กกออััมม66มนนันกอ6แ่ี งงออหห))คค)หอนคงกกยยรรูู่่กยู่วรัับบู่ททืืออ66ัืเู่6บทอกกททแแ่่ีีสใใที่แกนนาา่่นนออยี ใรรน่ววอานนแแนงบบเเรโวนนนแแแสสซรรบเยยววแยยีีนรรสปกกรเเงงเเยวีบบยลลรรเเใใกเททงชชสสาเงบลเโใ้้ ทนชสง้ กรแเแท้อแแกแแรกเรแเแทนับททอ้อ้ทลลทนนเงบบัั นวอนเเงงะะแนนววออนนทัลแแแแอนททลลแัั ออนนนนแแโำ�รโโาาวสตรรสสววนววตต์กนนท์์กกดดดบบรททรรอออับบบััำ้�งองงรรอ้อ้าางงงตตตนรรเเเงนนงงหหหบบบเเววััลลลวัอลลออลลออสสลสาาอางงงงงกกััยยสสกกักปปกสหหหยใใ่า่าลลเเรรใลลลเา่หหลสสงงบบหััะะสงกกัััใใบัก้แ้แยยีีกกนนไไียใ้แในนงงไใออปปนนภภงนนยยปววบบรรภยหหาาาาวหโโร้้ออพพาววออปปา้้ออโ้องง้อวพปปงงปยยรรแแแแงงททาารรททูู่่ปนนรแทลลโโะะแ่่ีีแแ่่ีีาวว55ะะรนนกกี่ลนนโใใ55บบะออกก5วนชชะวว--กรรบบบบ5ัั55บใ้กก้เเกรรอสส66ช-ออาาเเร445ับบยยีีลล้ลลกััรรแแร6งงองงเเโโาลลเโโขข4ตตปปลัลระะซซแยยีีสสรรใใงเโปปลนนหหขลละะตปรระกกสสบบััีย้แแ้สาารใออลลนนมมโโนหละบบนนบบััววาากัสบ้แอลนมับบวา
ภภภาาาพพพปปปรรระะกกะกออบบอบ444กกาากรราเเรรรเยยีีรยีบบบเเรรเยยีีรียงงแแงแบบบบบบแแแนนนวววทททาาำ�นนนออองงงกกกบบัั ับกกกาาารรรบบบรรรรรรเเลลเลงงงปปปรรระะะกกกอออบบบทททออ่่ อ่ นนนCCC(((หหหออ้้ ้องงงททท่่ีี ่ี555222---555666)))
ห ลักลหลหลษักกกัั ลลณษษัักกAณณะAAแะะททแแแบแแ่ออ่ ททททบบนบนนนน่่ออ่่บบออวววนนนนนอCCBCออนนี้ ัลBBaaััลล2โ้้ีีannโโโด22โโnดด(ตooตตยห((oยยnnหหรรรใอ้nใใ้อห้้ออ้้แแออหหงตตงงง้แงงแแ้้แททท่่ใใทททนนนชชตี่ี่ี่ ำ�าาวว5ว55เเ้้่ใสสโโนน88น8โชซซยยีีซ---อออ้66เ6งงปปปสงง88ปปง8รร))ียรรราา)BBาะะโโงBสสนนโปรรนาารร้้ออรรนนออ้้รงง้ะอแแงง้อตตสททนนงงาาาาาตววทมมนนนาำ�ใใออแมนนนงงนอในวง ท(รลโ้อท((ลลรรทักำ�นโโออ้้กกัังาานนนษต้งงไนนษษ้้ตตอไไตลณออณณลลตตง่เวั งง่่เเสะดววััะะสสดดดจดดีย้วจจยยีี�ำ้้ววังาางงััยงงง)ยย))หหหลลลคคคแแแงงววงวููู่่่มมลลลมะะ66ะ6แแะะาาะาแแแใใบบใแแแบชชนนแชบบนนนลล้้บววน้ลเเววกกััวเเสสเวักเเททษษเสยยีีบบเทษเเณณบียงงสสนนเณคคสงะะนออรร้้าาจจคะรรอ้อ้องงรงงัั้์์รรจางงรสสหหอ้้้อองังทท์รลลววงงงหส้อาาบบััะะทททลนนวงแแกกำ�าาทับะออบบบบัันนนแงงำ�บบกโโอออบนรรนนDDับงงงาาบอ้้ตตโบบCCโโงรนDตตดดเเารรัวัวโโ้ตยยCบยยีีดดดดโใใตบบดชชเยยาารัวโย้้ ียดดใบชยำ�้
8
การเรยี บเรียงเสยี งประสานสำ�หรับวงขับรอ้ งประสานเสียงและ 32 ณรงค์รชั ช์ วรมิตรไมตรี
วงออร์เคสตรา“คอรสั ลูกทงุ่ อสี าน ผสาน ออร์เคสตรา”: เพลง...
โ เผจสกเแบพปดาบ่ีแ่อู้วรยลกลจแกบผเโรสเรนินจบพปด้ามอแ่ียบ่อ่ีงเู้วนรัยวหใลกลลนนยรงิจแีนบชน้ัตแน่งงนยีเไว(ยัหมนใ้พคลใ4เ้ลอนนัห้าช้ตแนนปีแว(งว-ใน้ืะงนใ4คพ้้ลง้อp้านเสหน็นนายก-ปผะวอน้ีใaงนใ้ืpอมทหว้อกังนย็นาากนิว้แใีraผดตสเอtง่้นองมรัรททแาrกงรวิปตทtงะ้ออสwทนเรแ่บออ่็วรแทรwส้อรงสดี่รอ่ะนrนบจบน6บ็ว่ีงะiกวr้รานสปt6ัiงน2้ีจเบบกสiหt้านงาวปnA2iหรง-ั้ีเnาหงาAนครลน6-จปgหะ1็นรgค6วน่ทล1า8า็วัง)จทนส)8วะบวาทกรกหจ่ีงาัทบา่ะีจใากักใทหนัะ่เีมทชวนะเ่ี(มทชทป(ปสกTวสสอะก้ห�ำTกกห้สา็น็นะอ่ื่อรืeยรนeาารลนันละ(ถกถกุmปmรรูุ่(ปอRาาอถอจRางึเเึงาบบงกpกขpงขุ๋รกhงึมยhกรoทยใหทoีหาyียู่yใใก4ชาใ)น)นรชเttลถเนนลรhกรhพ้ใสพทเาหก้ึงสmหะใาหเสmา่งลยส�ำหล้อารจง่ยยีอ้ชi้องน4icเรียงงอิ้ม๋ชงcาข้รางทเดปองรpาทยี้ขาลเอรทดมว้่ปีpaปรงรบลยีงงาอ5ี่ยะtณมa้วรทลtงเร8นบง5สโeกรtยะณ่ีอ้ย-่์ทอดtท8าอrเยี6าสenโกรงนนนม่ีย-1รงง์ท่อดrา)ไยี6าnี หนน่ีมย1รง)้ี งแบทเอไแปปงอื่บลนเอใพทในชวร่ถำ�”พ็นนหแ่ะา่นนะาาับิ่มนา้้ื แลจสงแสกมรแนซโอผกเลงแะนมานด่าศนเอ้อวิงัะนไนปบใ“รณวยแนรงมวทไจ็”เนเบเ้หบาสเทใ่ท์เมนเส�สำ กหจสกปวบนมลบัางบ้ิยีีย้นิดา่็รีายกห้กักนแา่ากงงทสยิงรเขพรนแลงันนแอัใบปิสป้ำ�ักนน้าอึลไ่ืบนัฒวถ่แถร็เนกรงกื่ะแนปบเแาม้ิ่ล”ะทึงนโแมนสร็ นเงสเกสดคะแานาะปิตศีสยวดกนนาันยลำ�จสว็รนิรนทงงาน”ะอถใำ�ุ๋มรเ้ตารรโหอทำท�สงมเว้าาคกเจซวัสนน้นาียแางลำม�เอรน์รียปบกพ้แนนงหอีนทิงยวะม้ีงดิอทรฒนยัวงรจา่่าอ่ีเใแเ่คีืนาส้าเงทปอืว๋ิมปนนงสลใถโวรเ“ใท็็ี่นเนาเนทแปนยีไ้าะชงาึปปสมำ�นภหช็งคน่ีงเมนเพ้ ร็นลนสกติโปาาวื่อนาา้นทนื้ี่ยซรพถชทิอิดนงว็เนวาา่รนปแผพาา้ันปงลอใน่คสาทมนนใหวริอีรทลซนจน์นอนวำา�อวะแาม่ีงะเ้้ีหมอง่าใกโทแงนปรบไจท่นเคทนีอรานม“็มอป“นบมไื่อีเวเบนเ่ีไทณวป่กทหงปช็นาหาสใอเับ็ห็5ิดมนนน่ชกือิ้งง์เสลวกปกก้ขล่าาียา็ันันันน้ึกกสงริ
แสดงตวั อยา่ งในภาพประกอบ 5
ทานอง A
ทานอง B
ทานอง C
ทานอง D
ภภาาพพปปรระกะกออบบ55กการาเรรเยีรียบบเรเยรี ยีงแงแบบบบใชใชพ้ ้พน้ื ื้นผผวิ ิวแแบบบบหหลลาากกททา�ำ นนอองง((CContrapuntal) ทอ่ น B2 (ห้องที่ ่ี 588--6688))
การเรียบเรียงเสียงสำ�หรับวงออร์ Piston, 1978: 355-411) ที่อธิยายถงึ รปู แบบการ
เ(เกผคคOัู้นวรสตโเกรrิจดค่ือ่cดวราตัย้วรhงามรยใร่ือดยeเกช(ผราOงนsเันู้แ้ียวสกดtrตดนrิบcจีานยaกhร้วัรเยวงตetีรตายเคiใทsรรยีoร่าเชtิีดตยี่ีเกงสrnง้รaแ่เบาขียๆ)ลียสtนงiอเงoมีบยรควทnงใๆกยงีเืนอ)ค่ีกรสงลวคีิยวดใลาเืนนออสเืงงหมขทกเอลยวี กรอเสคทงอัเงนบัลงียตอสครนวืนงออ�ำ์เนวมงิคสกคหรรคิออีาคกัน์สเ์รกอลหควาพตบัารมเสรารรรวิสตเ์บัีคตมเเคางรตอรววรบสสอยีียันรงาาตอบมร์อบบมรรเรพดอร(สรเเเ์าWิุยลรีคลรสรม์เีงเยงสตดคaลใรโงตัหนุลสlงด่วtใรe้ หมยาr้ เกป(oวOขrิเาร((กAกรcคีAยSrูรปะcาhcารneนใcกรแehชaาcoรเยบอseolะ้ทmสyูนtnบบsบหsrีย�ำpdิtชaiก์กsrนaงรataัน(่าnปiาrอooMรlyรiรfmรงn(วเเuMeOoะร)รeเิ nลrlอสคerียnocไciงlารtshงdบoวh)านoedey้ปเ(ะsn3yใร7Ssหtน)))tียrรaera์ก4aลแงncกะ2t)lาiักเนodo)สuกรกาnษnวnเียาท)รdAอรตiณรsงไยีำ�aใcเ่าoบดวะนขrบcnชง้yนยี7อoเ)ๆ้ คทรตน2mงM(ลยีือ)แเราก(MัสงpeีPทลษเน1ยีlae(oสะaาAณ)lงnodกอยีนrปnitdะกyงาmองรay)ดารWคะงleรบรyนส4แอืanยsอrารต)ลnit1iนูtนรsdร)งะiก)nเีิชลา3goน่ั รง))f
(Walter Piston, 1978: 355-411) ท่ีอธิย า ย ถึง ในแนวต่าง ๆ (Part Writing) 5) การใช้พ้ืนผิว
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 33 ปีท่ี 40 ฉบบั ท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
9
5) การใช้พ้นื ผิวแบบหลากทำ�นอง (Contrapuntal ตามดว้ ยอลั โตแซกโซโฟนและเทเนอรแ์ ซกโซโฟน
Texture) 6) การใช้คอร์ด (Chords) และ 7) การ ซงึ่ เปน็ เทคนคิ การท�ำ ใหแ้ นวท�ำ นองคอ่ ยๆ หนาขนึ้
ใชพ้ นื้ ผแวิ บหบลหาลยารกปู ทแาบนบอง(C(oCmonptrlaepxunTtaelxTtuexrteu)reน) �ำ6ม) า (Tแลhะicตkาeมnดin้วgย)อลดั โว้ ตยแกซากรโซเพโฟม่ิ นจแ�ำ ลนะวเทนเนแอนรวแ์ แซลกะจ�ำ นวน
ใช้ในกากราอรใรชรค้ ถอารดธ์ ิบ(Cาhยoแrdลs)ะวแลเิ คะ ร7า) กะหาร์บใชทพ้ เน้ื พผลวิ หงลดายงั นี้ เคโซรโอ่ื ฟงนดซนง่ึ ตเปร็นเี ขเทา้ คไนปิคทกีลาระทหาอ้ใหงแ้ไนปวจทนาถนอึงงหค้อ่องยที่ 4 ส่วน
คปกแบือารระบกเกใขาชอยีรอรคปกพ้บเนูรปอาืรรบน้ืรรเะยีแกถสเกทกผขบบาายีอายเิวีธรบเพบงเนรบิแรรปบเเาียลบยี(กสรยทCรบงงยาบีียแเะoนแเรงพลรหบสmเปบีใ้ยะีลราชลpรเวงีงยบระนlเิแานก้eบคสแียบกx้ใีสารเาชนบงราที่แTรนก้ียะแแวeเสน�ำาหรงนxทบแ่ีรนวแบ์tยีวเนuำ�บบรอททบrวยนีแeบเากงเบพ)ลแนอกราเลลนอะียงารรงะงยีรากงใกกใงดมกชอับชบอังาัาาย้้ททยกนกรรใูู่่เาา้ีาเำ4�ช4รรนรรยีน้ใรบียอรบบนปู รองูปบเแรรกรรงเบแเรอยาีลรรบเบงงรงอยีลบงงง กๆารหบนารขรน้ึเล(งTปhicรkะeกnอinบg) ด(Eว้ ยleกmารeเพnม่ิ tจBาน)วในหแก้นวลุม่ เครอ่ื ง
แบนบ�ำ ใชเสพ้ นน้ื อผวิตแวั บอบยหา่ ลงาใกนททานอ่ อนงบทน�ำ หอ้ งท่ี 1-4 ลโมลตหใโแยทฟักมวัีหทลู้ออโเนอษก้ไะฟฟนงงมจยลทเณบแเรหาุ่มา่้เ่ีนซนนา4ลสเงะียคสวกอืซใจียสรนนมงซโ่ังวฮ์่องื ซเภนนหู(คงตอบBโลกราวรำ่ฟ�rกรม่อืาaพะน์มรนงรไบัsแปเมดบsี กล)บทบเน้รรเสลงมบรตะบารยีใเมุ่ีกสรอสลรงเนีเเฟซอมตงาคขคลปู่ารนบบา้โัลกรมนรบไเอื่าะษปีก6ซรนเกงรบทับ์ฮียณสอลิเสลีอกบยนบาะมะครลมูโใจ็หต์นทล(ุ่ฟชมังาE้อาอท้โเหรlรเงบeนคงนเิไถรวmนเปอาร้ตยีจหะ็ต่eือมจรตม�ำแnลนงิโโบแtบัวบทลอืถาBบนดนบมึงงรน)กริำ�(แร ไBเซดแrลaด้กสงsงัดโใsซนนง)ี้
เปน็ การเรยี บเรนยี างเสแนบอบตแวั อนยว่าทงใ�ำนนทอ่อนงกบทบั นกาาหรอ้ บงทรร่ี 1เ-ลง ราบเรียบEใleชm้โนe้nตtตัวAด: าFlแ.,สOดงbต.,ัวCอยl.่1า,งใCนl.2, Alto
ประกอ4บมเปีอ็นงกคา์ปรเรระียกบอเบรียองยแู่ บ2บแสนว่ วนทคาือนอสง่วกนับทกา่ีเปร ็น sภaาxพ.,ปTระeกnอ.บs6axสา.มารถจาแนกไดด้ งั น้ี
ท�ำ นองบร(EรเlลeงmปรeะnกtอบAม)อี งแคลป์ ะรสะกว่ อนบทอยเ่ี ปู่ 2น็ สกว่ นาครอบื รสรว่ นเลง Element AEl:eFlm., eOnb.t, BCl:.1B, .CCl.l2.,, ABltaorsi.axs.a, x., Hn.1, 2,
ปเบครรรระื่อเกลงองลทบบกบกมลร่รีเอ่ ปรมุ่รไ(นเ็เเนมลEลคงท้งแรlปeก่อืา(ลรWmง่นอว้ะลนอกเeมoพงอไnแoบม(ม่ิtลdE้ ้วใ((wlEBWหeเพlmie)o้nคม่ิmeodโลndใeดหstwาnA)้ยitรnค)Bเิแdลมน)แsนาี)ฟต็โลรวดมะเิลบยทนฟีสูตแ็ต่รวลำ�นรตนูนบวเแทแลทอรล่ีเลารงงปะะนเตใ็ลนอหโอ่งกองโต้กใโาอแหบ่อรลโล้ บุ่มะ 3E,le4m, eTnbt nB.,:TBeB.Cn..l.Ts, aBbxan.r.i,. sEaux.p, hHn.1,2,3,4, Tbn.,
B. Tbn., Euph
ElementA
ElementB
ภาพประกอบ 6 การเรียบเรยี งแบบแนวท�ำ นองกับการบรรเลงประกอบ ท่อนน�ำ (หอ้ งท่ี 1-4)
ภาพประกอบ 6 การเรยี บเรยี งแบบแนวทานองกบั การบรรเลงประกอบ ทอ่ นนา (หอ้ งท่ี 1-4)
การเรยี บเรยี งเสียงประสานส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสานเสียงและ 34 ณรงคร์ ชั ช์ วรมิตรไมตรี
วงออร์เคสตรา“คอรัสลกู ทุง่ อสี าน ผสาน ออร์เคสตรา”: เพลง...
ท่อน A ห้องที่ 6-9 เป็นการเรียบเรียง แนวบรรเลงประกอบ ใช้ กลุ่มเคร่ืองลมไม้เสียง
แบบแนวท�ำ นองกบั การบรรเลงประกอบ ใชเ้ ครอ่ื ง ต่ำ� และ กลมุ่ เคร่ืองทองเหลืองเสยี งตำ่� มีบารโิ ทน
ดนตรี 2 กลุม่ แนวท�ำ นองบรรเลงโดยกลมุ่ เคร่อื ง แซกโซโฟน บาสซูน กลุ่มทรอมโบน ยูโฟเนียม
สายซงึ่ บรรเลงเหมอื นกบั แนวขบั รอ้ งประสานเสยี ง ทูบา และดับเบิ้ลเบสใช้การดดี สามารถแยกยอ่ ย
ส่วนแนวบรรเลงประกอบใช้กลุ่มแซกโซโฟน ได้เปน็ สองกลุ่มคือ a กับ b และ แนวท�ำ นองรอง
บาสซูน และ ทูบา แล้วค่อยเพิ่มความหนาแน่น ใชก้ ลุ่มทรมั เปต็ บรรเลง จ�ำ แนกได้ดังน้ี
ข้ึนในห้องที่ 10-13 โดยแนวทำ�นองเพิ่ม ฟลูต Element A: Alto sax., Ten. sax., Cl.1,
โอโบ คลารเิ นต็ และเบสคลารเิ นต็ สว่ นแนวบรรเลง Cl.2, B.Cl.
ประกอบเพ่ิม กลุ่มเคร่ืองลมทองเหลืองเสียงตำ่� Element B: (a) Tbn., B. Tbn. (b) Bari.
(Low brass) มี กลุ่มทรอมโบน และ ยูโฟเนียม sax., Bsn., Euph., Tba., Db.
เข้ามา ซึ่งในแนวบรรเลงประกอบนี้สามารถแยก Element C: Tpt.1,2
ย่อยไดเ้ ปน็ สองกล่มุ คอื a กับ b และในห้องท่1ี 3 ท่อนดนตรีเช่ือม ห้องท่ี 23-26 ใช้การ
มีทำ�นองรอง เกิดขึ้นสั้นๆ โดยใช้ กลุ่มทรัมเป็ต เรียบเรียงแบบใช้พ้ืนผิวแบบหลากทำ�นอง โดย
บรรเลงและใช้กลองทิมปานีกับฉาบรัวส่งไปท่อน ในท่อนนม้ี ี 2 ส่วนหลักคือ แนวทำ�นอง กับ แนว
ต่อไป แสดงในภาพประกอบ 7 สามารถจำ�แนก สอดประสาน โดยในแนวทำ�นองได้ใช้การเขียน
ไดด้ งั น้ี เสียงประสาน 4 แนว ให้กลุ่มเคร่ืองสาย กับ
Element A: Vl.1, Vl.2, Vla., Vc., Fl., เฟรนซฮ์ อรน์ บรรเลง สว่ นแนวสอดประสานใชก้ ลมุ่
Ob., Cl.1, Cl.2, B.Cl. ทรัมเป็ต ซึ่งใช้การทำ�ให้แนวทำ�นองหนาขึ้นโดย
Element B: (a) Alto sax., Ten. sax., เรม่ิ จากใช้ข้ันคู่แปดระหวา่ งทรมั เป็ต 1 กบั 2 และ
Bari. sax., Tbn., B. Tbn. (b) Bsn., Euph., Tba., ใหท้ รมั เปต็ 3 ประสานคู่ 6 จากนัน้ หอ้ งท่ี 25-26
Db. เปล่ยี นเปน็ คู่ 3 และ 5 ของคอร์ดบรรเลงประสาน
ท่อน B ห้องท่ี 14-22 เปน็ การเรียบเรยี ง เพื่อให้การจบตอนมีความสมบูรณ์มากข้ึน เป็น
แบบการใช้ทำ�นองรอง มี 3 องค์ประกอบ คือ แนวคดิ ท่ีผ้วู จิ ัยต้องการสอ่ื ถงึ ความสว่างไสว ซ่ึง
แนวทำ�นอง (Element A) แนวบรรเลงประกอบ สอดคล้องกับ Allan Belkin (2020) โดยใช้กลุ่ม
(Element B) และ แนวทำ�นองรอง (Element C) เครื่องลมทองเหลือง บรรเลงในช่วงเสียงสูง ใช้
โดยในแนวทำ�นองใช้เคร่ืองดนตรีบรรเลงเหมือน คู่เสียงแบบกว้างและใช้การบรรเลงท่ีรวดเร็ว
กับแนวการเรียบเรียงสำ�หรับวงขับร้องประสาน และใช้กลุ่มเคร่ืองทองเหลืองบรรเลงแบบค่อยๆ
เสยี ง มี อลั โตแซกโซโฟน เทเนอรแ์ ซกโฟโฟน และ ดังข้ึน นอกจากน้ีผู้วิจัยได้เพิ่มเคร่ืองประกอบ
เพมิ่ กลมุ่ คลารเิ นต็ ในหอ้ งท่ี 16-18 และ 20-22 เพอื่ จังหวะคือ กลองทิมปานี กลองใหญ่ และฉาบ
เพม่ิ ความหนาแนน่ และสรา้ งมติ ดิ นตรเี ปน็ การเพม่ิ เข้าไปเพ่ือให้ดนตรีในช่วงนี้สว่างจ้าขึ้นก่อนส่งไป
ความเข้มของเสียงหรือทำ�ให้หนา (Thickening) ทอ่ นตอ่ ไป แสดงในภาพประกอบ 8 จ�ำ แนกไดด้ งั น้ี
ข้ึน มีลักษณะเหมือนกับเป็นการสนับสนุนและ Element A: Hn. 1,2,3,4, Timp. B.D.
เป็นการเน้นยำ้�ที่มีความสัมพันธ์กับคำ�ร้องที่ว่า Vl.1, Vl.2, Vla., Vc., Db.
“...ไสว่าสิฮักแพงกัน ไสว่าสิมีกันตลอดไป...” ใน
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 35 11
ปที ่ี 40 ฉบับท่ี 2 มนี าคม-เมษายน 2564
ElementA ElementB
ElementC
ภภาาพพปปรระะกกออบบ 77 กกาารรเเรรยียี บบเเรรียยี งงแแบบบบแแนนววททำ�านนอองงกกบับั กกาารรบบรรรรเเลลงงปปรระะกกออบบ ทท่อ่อนนAA(ห(อ้หง้อทง่ที 1ี่01-01-31)3)
การเรียบเรยี งเสยี งประสานสำ�หรับวงขบั ร้องประสานเสยี งและ 36 12
วงออร์เคสตรา“คอรสั ลกู ทุ่งอสี าน ผสาน ออร์เคสตรา”: เพลง...
ณรงคร์ ชั ช์ วรมิตรไมตรี
ElementB
ElementA
ภภาาพพปปรระะกกออบบ88กการาเรรเยรี ยีบบเรเรยี ยี งงแแบบบบใชใชพ้ ้พน้ื น้ื ผผวิ วิ แแบบบบหหลลาากกททา�ำ นนอองง ททอ่่อนนดดนนตตรรเีเี ชชอ่อ่ืื มม ((หหอ้อ้ งงทท่ี่ี 2233--2266))
Element B: Tpt.1, 2, 3 วงขับร้องประสานเสียง สามารถแบ่งออกได้เป็น
ท่อทน่อนAA11หห้อ้องงทท่ี่ี 2266--3344ท่อทน่อนน้ีในชี้ใ้กชา้กราร สอแงนชวว่ทงานชอ่วงลส่ะวน4แหนอ้ วงบโรดรเยลชงว่ปงรแะรกกอใบช้ใฟชล้ กูตลโุ่มอโบ
เรยี เบรียเรบยี เงรแียบงบแแบนบวแทน�ำ นวอทงากนบั อกงากรับบกรราเรลบงปรรรเะลกงอบ แลคละารไเิวนโ็ตอลไวินโอ1ลนิ บ2รวรโิ เอลลงาแเนชวลโทลำ�แนลอะงดสบั่วเนบแลิ นว
เหมปือระนกกอับบวิธเีกหามรือเรนียกบับเวรีิยธีงกเาสรียเงรีปยบระเสรียานงเสสำ�ียหงรับ บเรบรสเลแงลปะรชะ่วกงอทบส่ี องใชส้ ลกบั ลแุ่มนควทลาานริเอนงใ็ตห้ ไเวทโเอนลอริน์ 2
วโิแอซลกาโซเชโฟลโนลวแโิ ลอะลาดกบั บัเบเลิชเลบโลส บแรลระเชลว่งงแทลสี่ะอเงพม่ิสลบั
ประสานสาหรบั วงขบั ร้องประสานเสยี ง สามารถ
แบ่งออกได้เป็ นสองช่วง ช่วงละ 4 ห้อง โดย แนวบรรเลงประกอบอีก 1 ลักษณะจังหวะ
ช่วงแรกใช้ ฟลูต โอโบ และ ไวโอลนิ 1 บรรเลง กาหนดใหเ้ ป็น (c) ใช้ตวั หยุด โน้ตตวั ขาวกบั ตวั
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 37 ปที ่ี 40 ฉบบั ท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
แนวทำ�นองให้ เทเนอร์แซกโซโฟน วิโอลา กับ ทอ่ น C หอ้ งที่ 53-58 ใชก้ ารเรยี บเรยี งแบบ
เชลโล บรรเลง และ เพม่ิ แนวบรรเลงประกอบอกี แนวทำ�นองกับการบรรเลงประกอบโดยท่อนน้ี
1 ลักษณะจังหวะ กำ�หนดให้เป็น (c) ใช้ตัวหยุด มกี ารเรยี บเรยี งแบบหนาแนน่ มากทส่ี ดุ เพอื่ สอื่ ถงึ
โนต้ ตวั ขาวกบั ตวั ด�ำ คอื กลมุ่ เครอื่ งลมทองเหลอื ง อารมณ์ในค�ำ ร้องทีว่ ่า “ทวงสัญญา คองถ่าจนจ่อย
เสียงต่ำ� เพื่อเพ่ิมมิติและเพ่ิมสีสันให้กับแนว ไปมิดจ้อย บ่หวนคืนมา โอ..” ให้มีลักษณะแบบ
บรรเลงประกอบ ในภาพประกอบ 9 จำ�แนกดังนี้ เข้มแข็งห้าวหาญ โดยใช้กลุ่มเครื่องประกอบ
Element A: Fl., Ob., Vl.1, Ten. sax., จังหวะบรรเลงเป็นกระสวนจังหวะ (Rhythmic
Cl.1, Cl.2, B.Cl.ชว่ งสอง Vla., Vc., pattern) พร้อมกับเสียงเบสเป็นการย้ำ�ตรึงให้
ElementB: (a) Cl.1, Cl.2, B.Cl. (b) Bsn., อยู่กับท่ี เพ่ือดึงอารมณ์ไว้ ก่อนท่ีจะคลายลงใน
Tba., Vla., Vc., Db. ท่อนต่อไปด้วยการลดความเร็วจังหวะลงซึ่งใน
ช่วงสอง Euph., (c) ช่วงสอง Hn.1, 2, 3, ท่อนนี้ทำ�นองบรรเลงอยู่ในกลุ่มทรัมเป็ตและ
4, Tbn., B. Tbn. เฟรนซ์ฮอร์น เล่นเสียงดัง ส่วนแนวบรรเลง
ท่อนดนตรีบรรเลงห้องที่ 44-52 ใช้การ ประกอบนน้ั สามารถแบง่ ยอ่ ยไดอ้ กี 5 กลมุ่ โดยให้
เรยี บเรยี งแบบแนวท�ำ นองกบั การบรรเลงประกอบ กลุม่ เคร่อื งลมไม้ บรรเลงแบบโนต้ ถๆ่ี แบบเร่งรบี
โดยแนวทำ�นองใช้การสลับกลุ่มเคร่ืองดนตรี ซ่ึงสอดคล้องกับ การอธิบายอารมณ์ต่างๆ ตาม
บรรเลงในแต่ละประโยคเพลง เริ่มจาก กลุ่ม ลักษณะดนตรีท่ีใช้ ของ Friedrich Marpurg ว่า
แซกโซโฟน สลับไป กลมุ่ ทรัมเป็ต ส่งต่อไปกลมุ่ ความอาจหาญต้องใช้ลักษณะทำ�นองท่ีเร่งรีบ
ทรอมโบน ต่อมาสลับไปกลุ่มเคร่ืองลมไม้ และ และมคี วามทา้ ทาย (Sonnenschein, 2001) ตาม
ส่งต่อกลับมากลุ่มแซกโซโฟนอีกครั้ง และเพิ่ม ภาพประกอบ 11 จำ�แนกไดด้ ังนี้
กลมุ่ เครอ่ื งลมไมแ้ ละกลมุ่ เครอื่ งสายเขา้ ไปในตอน Element A: Hn.1,2,3,4, Tpt.1,2,3
ท้ายท่อน ส่วนการบรรเลงประกอบ ใช้กลมุ่ เครือ่ ง Element B: (a) Fl., Ob., Cl.1, (b) Cl.2,
ประกอบจังหวะ (Percussions) บรรเลงลักษณะ B.Cl. (c) Tba., Timp., S.D. Vc., Db. (d) B.D.
แบบจงั หวะรอ็ ก และใชก้ ลมุ่ คลารเิ นต็ บาสซนู ทบู า (e) Vl. 1, 2, Vla.
บรรเลง แสดงตวั อยา่ งในภาพประกอบ 10 จ�ำ แนก ท่อนB2 ห้องที่ 58-69 แบ่งออกได้เป็น
ได้ดังนี้ สองช่วง โดยในช่วงแรก (ห้องท่ี 58-62) ใช้การ
Element A: Alto. sax., Ten. sax., Tpt. เรียบเรียงแบบพ้ืนผิวแบบหลากทำ�นอง แบบ
1, 2, 3 เดียวกันกับการเรียบเรียงเสียงประสานสำ�หรับ
Tbn., B. Tbn., Fl., Ob., Vl.1, 2 วงขับร้องประสานเสียงโดยแนวทำ�นอง A ให้
Element B: (a) B.D., S.D. (b) Cl.1, Cl.2, คลารเิ น็ต 1 กบั ไวโอลิน 1 บรรเลง ทำ�นอง B ให้
B.Cl. (c) Vl.1, 2, Vla., Vc., Db. คลาริเนต็ 2 กบั ไวโอลิน 2 บรรเลง ท�ำ นอง C ให้
เบสคลารเิ นต็ กบั วโิ อลา บรรเลง และ ท�ำ นอง D ให้
เชลโลและดับเบลิ เบสบรรเลง
การเรียบเรียงเสยี งประสานส�ำ หรบั วงขบั รอ้ งประสานเสียงและ 38 14
วงออรเ์ คสตรา“คอรัสลกู ทงุ่ อสี าน ผสาน ออรเ์ คสตรา”: เพลง...
ณรงคร์ ชั ช์ วรมติ รไมตรี
ElementB: (a)
ElementB: (b)
ElementB: (d)
ElementA
ภภาาพพปปรระะกกออบบ99 กกาารรเเรรยียี บบเเรรยียี งงแแบบบบแแนนววททาำ�นนอองงกกบับั กกาารรบบรรรรเเลลงงปปรระะกกออบบททอ่อ่ นน AA11(ห(หอ้ ้องงทท่ี 2่ี 266-3-344))
วารสารมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 39 15
ปีท่ี 40 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
ElementB: (b)
ElementA
ElementB: (a)
ElementB: (c)
ภาพประกอบ 10 การเรยี บเรยี งแบบแนวทำ�นองกบั การบรรเลงประกอบทอ่ นดนตรบี รรเลง (หอ้ งท่ี 26-34)
ภาพประกอบ 10 การเรยี บเรยี งแบบแนวทานองกบั การบรรเลงประกอบทอ่ นดนตรบี รรเลง (หอ้ งท่ี 26-34)
การเรียบเรยี งเสียงประสานส�ำ หรบั วงขับรอ้ งประสานเสียงและ 40 ณรงค์รชั ช์ วรมิตรไมตรี
วงออร์เคสตรา“คอรสั ลูกทุ่งอีสาน ผสาน ออร์เคสตรา”: เพลง...
ชว่ งท่ี 2 (หอ้ งที่ 62-69) ใช้การเรียบเรียง ท่อน B ใช้การเรยี บเรียงแบบใชพ้ นื้ ผวิ แบบหลาก
แบบการเขยี นเสยี งประสานสแ่ี นว (4-part writing) ท�ำ นอง (Contrapuntal) โดยมแี นวสอดประสานกนั
โดยผู้วิจัยต้องการให้เป็นบทสรุป มีท้ังทำ�ให้หนา (Counterpoint) อยู่ 2 แนว เปน็ การร้องแบบเลยี น
แน่นด้วยการเพิ่มกลุ่มเฟรนซ์ฮอร์นกับทรัมเป็ต กัน (Canon) คอื ทำ�นองหลักร้องกอ่ น และทำ�นอง
เป็นการบรรเลงแบบเต็มวงเข้าไปในห้องที่ 64 สอดประสานรอ้ งตาม ท่อน A1 ใช้การเรียบเรยี ง
เพอ่ื สอื่ ถงึ ความจรงิ จงั และความสงา่ งามสอดคลอ้ ง แบบแนวทำ�นองกับการบรรเลงประกอบ ซึ่งใน
กับ Alan Belkin (2020) ที่ใช้เคร่ืองดนตรีท่ีมี แนวบรรเลงประกอบสามารถแบ่งย่อยได้อีก 2
จำ�นวนมาก เพ่ือแสดงถึงความยิ่งใหญ่ ใช้การ กลุ่ม โดยในท่อนน้ี ให้ร้องเพลงออกมาเหมือน
บรรเลงพร้อมกันท้ังวง และในหอ้ งท่ี 67 ผวู้ จิ ัยทำ� อาการร้องไห้งอแง เป็นเสียง “ฮือ..” ท่ีคล้ายกับ
ใหเ้ บาบางลงเหลอื เครอ่ื งดนตรบี รรเลงอยู่ 2 กลุ่ม การร้องไห้ แต่เป็นลักษณะการร้องไห้งอแงแบบ
ในตอนจบเพลง คือ กลุ่มเคร่ืองลมไม้และกลุ่ม น่ารัก ท่อน C ใช้การเรียบเรียงแบบแนวทำ�นอง
เครื่องสาย เพ่ือส่ือถึงอารมณ์ความรู้สึกท่ีเหมือน กับการบรรเลงประกอบท่อน B2 ใช้การเรียบ
กับว่าเป็นคำ�ถามสุดท้ายที่ถามด้วยเสียงท่ีเบาลง เรียงแบบใช้พ้ืนผิวแบบหลากทำ�นอง โดยมีแนว
ว่า “ไหนว่าจะไม่ทิ้งกันไง” แสดงตัวอย่างในภาพ สอดประสานกัน (Counterpoints) อยู่ 4 ทำ�นอง
ประกอบ 11 เป็นการประสานเสียงในแนวนอน เกิดเป็นมิติ
ทำ�นองท่ีเป็นช้ันซ้อนทับกัน เปล่ียนอารมณ์เป็น
สรปุ แบบเศรา้ จริง
การเรยี บเรยี งเสยี งประสานส�ำ หรบั วงออร์
การเรียบเรียงเสียงประสานสำ�หรับวง เคสตราในบทเพลงนี้ ใช้การเรียบเรียงท้ังหมด 4
ขับร้องประสานเสียงและวงออร์เคสตรา “คอรัส รปู แบบ คอื การเรยี บเรยี งแบบแนวท�ำ นองกบั การ
ลูกทุ่งอีสานผสานออร์เคสตรา”: เพลงไสว่าสิบ่ บรรเลงประกอบการเรียบเรียงแบบการใช้ทำ�นอง
ถ่ิมกันเป็นการสร้างสรรค์ผสมผสานให้เพลงลูก รอง การเขยี นเสียงประสานสีแ่ นว และ การเรียบ
ทุ่งอีสานมีความเป็นดนตรีคลาสสิก เกิดความ เรยี งแบบใชพ้ ้นื ผิวแบบหลากท�ำ นอง โดยท่อนนำ�
สุนทรีย์ได้ในหลากหลายมิติสร้างคุณค่าให้กับ ทอ่ น A กบั A1 ใช้การเรียบเรียงแบบแนวท�ำ นอง
บทเพลงลูกทุ่งอีสาน ให้เกิดเป็นงานสร้างสรรค์ กับการบรรเลงประกอบ ใชอ้ งค์ประกอบการเรยี บ
ท่ีมคี วามไพเราะละมนุ ละไม เปน็ แบบฉบบั เฉพาะ เรยี งอยู่ 2 สว่ นคอื สว่ นทเี่ ปน็ ท�ำ นอง (Element A)
พรอ้ มทง้ั มคี วามเปน็ วชิ าการดา้ นดนตรี ทสี่ ามารถ และสว่ นทีเ่ ป็นการบรรเลงประกอบ (Element B)
ซึมทราบได้อย่างรนื่ รมย์ ท่อน B ใช้การเรียบเรียงแบบการใช้ทำ�นองรอง
การเรียบเรียงเสียงประสานสำ�หรับวง มี 3 องค์ประกอบ คือ แนวท�ำ นอง(Element A)
ขับร้องประสานเสียงในบทเพลงนี้ ใช้การเรียบ แนวบรรเลงประกอบ (Element B) และ แนว
เรียงท้ังหมด 4รูปแบบ คือ การเรียบเรียงแบบ ทำ�นองรอง (Element C) โดยในแนวทำ�นองใช้
แนวทำ�นองกับการบรรเลงประกอบการเขียน วิธกี ารเพ่มิ ความหนาแน่นของทำ�นองและจ�ำ นวน
เสียงประสานสองแนว การเขียนเสียงประสาน เครอ่ื งดนตรี เปน็ การเพม่ิ ความเขม้ ของเสยี งท�ำ ให้
สแ่ี นว และ การเรยี บเรยี งแบบใชพ้ น้ื ผวิ แบบหลาก แนวทำ�นองหนา (Thickening) ข้ึนเพ่ือสร้างมิติ
ทำ�นอง โดยในท่อน A ใชก้ ารเขียนเสียงประสาน ดนตรีให้มีความหลากหลายมากข้ึน ท่อนดนตรี
สองแนว ประสานเสียงแบบขนานคู่ 6 จากน้ัน เช่ือม ใช้การเรียบเรียงแบบใช้พ้ืนผิวแบบหลาก
ใช้การเขียนเสียงประสานสี่แนว ในตอนท้าย
วารสารมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 41 17
ปีที่ 40 ฉบับท่ี 2 มนี าคม-เมษายน 2564
ทานอง A
ทานอง B
ทานอง C
การเขยี นเสยี งประสานสแ่ี นว
ทานอง A
ทานอง B
ทานอง C
ทานอง C
ภาพภปารพะกปรอะบกอ1บ1 1ก1ารกเราียรเบรเยี รบียเงรแยี บงแบบหบลหากลาทก�ำ ทนาอนงอแงลแะลกะากราเขรเยี ขนยี เนสเียสงยี ปงรปะรสะาสนานส่แีสนแ่ี นว(วห(ห้ออ้งทงท่ี 5่ี 588-6-699))
การเรยี บเรียงเสยี งประสานส�ำ หรับวงขบั ร้องประสานเสยี งและ 42 ณรงค์รัชช์ วรมติ รไมตรี
วงออร์เคสตรา“คอรัสลกู ทุง่ อสี าน ผสาน ออรเ์ คสตรา”: เพลง...
ท�ำ นอง โดยในทอ่ นนม้ี ี 2 สว่ นหลกั คอื แนวท�ำ นอง เรียบเรียงแบบพื้นผิวแบบหลากทำ�นองและช่วง
กับ ท่ี 2 ใช้การเรียบเรียงแบบการเขียนเสียงประสาน
แนวสอดประสาน โดยในแนวท�ำ นองไดใ้ ช้ ส่ีแนวเป็นบทสรุปท่ีมีทั้งเน้ือดนตรีแบบหนาแน่น
การเขยี นเสยี งประสาน 4 แนวท่อนดนตรบี รรเลง ด้วยการบรรเลงแบบเต็มวงเพ่ือส่ือถึงความสง่า
ใช้การเรียบเรียงแบบแนวทำ�นองกับการบรรเลง งาม และแสดงถงึ ความยงิ่ ใหญ่ และเนอื้ ดนตรแี บบ
ประกอบโดยแนวทำ�นองใช้การสลับกลุ่มเคร่ือง เบาบางลง เหลือเครื่องดนตรีบรรเลงอยู่ 2 กลุ่ม
ดนตรบี รรเลงในแตล่ ะประโยคเพลง ทอ่ น C ใชก้ าร ในตอนจบเพลง เพื่อส่ือถึงอารมณ์ความรู้สึกที่
เรยี บเรยี งแบบแนวท�ำ นองกบั การบรรเลงประกอบ เหมือนกับว่า เป็นคำ�ถามสุดท้ายท่ีถามด้วยเสียง
โดยท่อนน้ีมีการเรียบเรียงแบบหนาแน่นมาก ทแี่ ผ่วเบาว่า “ไหนวา่ จะไมท่ ้งิ กนั ไง”
ท่ีสุด เพ่ือส่ือถึงอารมณ์ให้มีลักษณะแบบเข้มแข็ง
ห้าวหาญ ใช้กลุ่มเคร่ืองประกอบจังหวะบรรเลง กติ ตกิ รรมประกาศ
เปน็ กระสวนจงั หวะ (Rhythmic pattern) พรอ้ มกบั
เสยี งเบสเปน็ การย�ำ้ ตรงึ ใหอ้ ยกู่ บั ที่ เพอ่ื ดงึ อารมณ์ ผูว้ จิ ัยขอขอบคณุ วทิ ยาลัยดรุ ิยางคศิลป์
ไวก้ อ่ นจะคลค่ี ลายออกในทอ่ นตอ่ ไปและ ทอ่ น B2 มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ทสี่ นบั สนนุ ทนุ อดุ หนนุ
เปน็ ท่อนสดุ ท้าย ใชก้ ารเรียบเรียงอย่สู องรูปแบบ การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์กรและพัฒนาบุคลากร
แบ่งออกได้เป็นสองช่วง โดยในช่วงแรกใช้การ ประจำ�ปีงบประมาณ 2562
เอกสารอา้ งองิ
ครูลลิ ลี.่ (2559, 29 มกราคม). ไสวา่ สบิ ถ่ ่ิมกัน. ไทยรัฐออนไลน์. สบื คน้ จาก https://www.thairath.co.th/
content/567927
ปาณสิ โพธศ์ิ รวี งั ชยั . (2561). อสี านปอ๊ บ (1)-เมอ่ื เพลงอสี านทลายก�ำ แพงวฒั นธรรม. สบื คน้ 23 สงิ หาคม
2563, จาก https://www.the101.world/e-san-pop-1/
ภาสพงศ์ ผวิ พอใช.้ (2549). เพลงลกู ทงุ่ อสี านกบั ลกั ษณะการใชภ้ าษาและการสะทอ้ นวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ :
ศกึ ษาในผลงานเพลงของศริ ิพร อำ�ไพพงษ.์ สืบค้น 23 สิงหาคม 2563, จาก https://www.lib.
ku.ac.th/KUCONF/KC4413005.pdf
ณชั ชา พนั ธ์เจริญ (2552: 179). พจนานุกรมศพั ท์ดุริยางคศิลป์. กรงุ เทพฯ: สำ�นักพมิ พ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
สมคิด เมอื งวงค.์ (2555). เพลงลกู ทุ่งคำ�เมืองในระหว่างปี พ.ศ. 2546-2550. (วิทยานพิ นธศ์ ลิ ปศาสตร
มหาบัณฑติ ) มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเชียงใหม่. สืบค้น 23 สงิ หาคม 2563, จาก http://cmruir.
cmru.ac.th/handle/123456789/144
Belkin, Alan. (2020). An Orchestral Character Glossary. Retrieved September 4, 2020, from
http://alanbelkinmusic.com/site/en/index.php/orchestration-character-glossary/
Piston, Walter. (1978). Orchestration. London: Victor Gollancz.
Sonnenschein, David. (2001). Sound Design: The Expressive Power of Music, Voice, and Sound
Effect in Cinema. Michigan: McNaughton & Gunn, Inc.
การกำ�หนดเขตอำ�นาจศาลเหนือการกระทำ�ธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์
ตามพระราชบญั ญัตวิ า่ ด้วยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์
Jurisdiction over civil transactions according to the Electronic Transactions
Act
ธีรศักดิ์ กองสมบัต1ิ
Teerasak Kongsombut1
Received: 14 September 2020 Revised: 9 November 2020 Accepted: 18 December 2020
บทคัดยอ่
ปัจจุบันการทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ซ่ึงถือว่าเป็นกิจกรรมใดๆ ที่กระทำ�ขึ้นระหว่างหน่วยธุรกิจ
บคุ คล รฐั ตลอดจนองคก์ รเอกชนหรอื องคก์ รของรฐั ใดๆ เพอื่ วตั ถปุ ระสงคท์ างธรุ กจิ การคา้ และการตดิ ตอ่
งานราชการ โดยใชเ้ พยี งวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ง้ั หมดหรอื แตบ่ างสว่ นไดก้ า้ วเขา้ มามอี ทิ ธพิ ลตอ่ การ
ตดิ ตอ่ สอ่ื สาร ตลอดจนการท�ำ กจิ กรรมตา่ งๆ มากยงิ่ ขนึ้ ไมว่ า่ จะเปน็ การซอ้ื ขายผา่ นเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็
การพาณชิ ยอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ การสมัครสมาชิกผา่ นระบบออนไลน์การตกลงท�ำ สัญญาซือ้ ขาย หรือสัญญา
ตกลงตามขอ้ บงั คบั ตา่ งๆ บนเครอื ขา่ ยการโอนเงนิ ดว้ ยระบบอตั โนมตั ผิ า่ นระบบเครอื ขา่ ยหรอื การสอ่ื สาร
รบั -สง่ ขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ สด์ ว้ ยเครอื ขา่ ยการสอ่ื สาร โดยทผ่ี ใู้ ชง้ านไมจ่ �ำ เปน็ ตอ้ งแสดงตวั ตนทแ่ี ทจ้ รงิ และ
ไมต่ อ้ งแสดงต�ำ แหนง่ ทตี่ ง้ั ในขณะเขา้ ใชง้ านเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็ รวมถงึ การใชช้ อ่ื สมมตใิ นการตดิ ตอ่ กบั
อีกบุคคลหนึ่งทางอินเทอร์เน็ตก็สามารถกระทำ�ได้อันเอ้ือให้การทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถ
หลกี เลย่ี งความรับผิดตามกฎหมายได้
จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงศึกษาความหมายและรูปแบบของการทำ�ธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส์ในอินเทอร์เน็ต นอกจากน้ีจะได้พิจารณาถึงการรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ การทำ�เป็นหนังสือ ลายมือช่ือ ตลอดจนการทำ�สัญญาและเจตนาในรูปของข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ เวลาและสถานที่ส่งและรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนศึกษาถึงเขตอำ�นาจศาลต่าง
ประเทศ ในการก�ำ หนดหลกั เกณฑก์ ารใชเ้ ขตอ�ำ นาจศาลของประเทศนนั้ ๆ และน�ำ มาเปรยี บเทยี บกบั ศาล
ไทยจะน�ำ หลกั การขยายเขตอ�ำ นาจศาลทก่ี ฎหมายไทยมอี ยเู่ พอ่ื ศกึ ษาเปรยี บเทยี บวา่ รปู แบบเดมิ มขี อ้ ดี
ข้อเสียอย่างไร ใช้บังคับได้ในระหว่างประเทศได้หรือไม่ และหากจะนำ�มาปรับใช้แล้วจะต้องนำ�หลักใด
มาเป็นเกณฑ์
สรปุ ผลการวจิ ยั พบวา่ ผวู้ จิ ยั ไดเ้ สนอแนวทางในการตคี วามหลกั มลู คดเี กดิ กบั การกระท�ำ ความผดิ
เกี่ยวกับการทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ศาลไทยมีเขตอำ�นาจครอบคลุมไปถึงจำ�เลยท่ี
1 ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
1 Assistant Professor, Faculty of Laws Mahasarakham university, E-mail: [email protected]
การก�ำ หนดเขตอ�ำ นาจศาลเหนอื การกระทำ�ธรุ กรรมในทางแพง่ 44 ธรี ศกั ดิ์ กองสมบตั ิ
และพาณิชยต์ ามพระราชบัญญัติวา่ ดว้ ยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์
ไม่ได้มีถ่ินท่ีอยู่ภายในรัฐและเป็นการกระทำ�ละเมิดหรือผิดสัญญาท่ีไม่ได้ปรากฏว่ามูลคดีได้เกิดภายใน
ท้องที่ของศาลน้ัน โดยการนำ�หลักเกณฑ์ของการขยายเขตอำ�นาจศาลของประเทศสหรัฐอเมริกามา
ปรับใช้ กล่าวคือเป็นไปตามหลักของการติดต่อเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างน้อย (minimum contact) เพ่ือ
ใช้ในการอธิบายถึงจุดเกาะเกี่ยวท่ีมูลคดีได้เกิดข้ึน ท้ังนี้การนำ�หลักเกณฑ์ข้างต้นมาปรับใช้กับระบบ
กฎหมายไทยอาจไมม่ ีความจ�ำ เป็นทีจ่ ะตอ้ งด�ำ เนินการแกไ้ ขปรับปรงุ กฎหมายแตอ่ ย่างใด เพียงแตใ่ ห้มี
การตีความจุดเกาะเก่ยี วเพือ่ ใชใ้ นการเชอื่ มโยงกับหลักมลู คดเี กิด ทงั้ นเี้ พอื่ ให้สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะของ
การท�ำ ธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์
คำ�ส�ำ คัญ: ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์, เขตอำ�นาจศาล, อินเทอรเ์ นต็ , มลู คดีเกิด
Abstract
Nowadays electronic transactions have greatly influenced communication and human activities.
Electronic transaction is considered to be the activities that are performed between businesses,
individuals, governments and other private or public organizations for the purposes of business,
commerce, or making communication with government organizations. The process can include
partial or fully electronic contacts such as online selling and purchasing, electronic commerce,
online member subscriptions, entering into a sale agreement or any contracts on networks,
automated money transaction, receiving and sending electronic information etc. Since
communication online can sometimes remain anonymous and traceless and users even use
pseudonyms when communicating, it is likely that people who misconduct electronic transactions
can avoid legal liability. Therefore, this study aimed to explore definitions and types of electronic
transaction. It considered legal recognition of electronic information in making documents,
signatures and making contracts and willingness in electronic data, time and location of access
to the internet, as well as jurisdiction over the electronic transaction by investigating the laws
from USA, Germany, France and Singapore to compare their designation of jurisdiction over
the internet to a Thai court. This study further investigated Thai legal jurisdiction in aspects of
advantages, disadvantages and international enforcement.
From the study, guidelines were deduced for cause of action interpretation which are
incurred in electronic transactions in order to extend Thai court jurisdiction over the defendants
who reside outside the state. The guidelines employ the principles of the US court jurisdiction
by considering the minimum contact in which explains the cause of action. However, this study
does not suggest the amendment of Thai legislation though the interpretation of minimum contact
is strongly suggested to be considered the cause of action in order to comply with the electronic
transaction nature.
Keywords: Electronic Transactions, Jurisdiction, Internet, Ground of Action
วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 45 ปที ่ี 40 ฉบบั ท่ี 2 มนี าคม-เมษายน 2564
บทน�ำ ความรับผิดตามกฎหมายได้หรืออาจทำ�ให้ผู้ที่
ไม่ประสงค์ดีใช้จุดอ่อนในแง่น้ีเข้ามาหลอกลวง
ปจั จบุ นั พฒั นาการทางดา้ นขอ้ มลู ขา่ วสาร บุคคลอ่ืนอันจะทำ�ให้เกิดความเสียหายได้เป็น
ในอนิ เทอรเ์ นต็ ท�ำ ใหผ้ คู้ นทอ่ี ยตู่ า่ งสถานทสี่ ามารถ วงกว้าง โดยการปกปิดตัวตนท่ีแท้จริงของตน
ติดต่อ แลกเปล่ียนและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารกัน (autonomous) เนอื่ งจากบนอนิ เทอรเ์ นต็ นนั้ บคุ คล
ได้โดยไร้อุปสรรคทางด้านระยะทาง เขตแดน ส่วนใหญ่มักเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนท่ีแท้จริง
วัฒนธรรมและประเพณี อีกท้ังยังเป็นการส่ือสาร ของตนเอง หรืออาจเปล่ียนแปลงตัวตนท่ีแท้จริง
ท่ีมีความสะดวกรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมา เชน่ เพศ อายุ ท่ีอย่อู าศัย เปน็ ต้น
ก่อนนับตั้งแต่มีสังคมมนุษย์เกิดขึ้น นอกจากน้ี จากสภาพปัญหาของการทำ�ธุรกรรม
การทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ยังก้าวเข้ามา ทางอิเล็กทรอนิกส์ในอินเทอร์เน็ตดังกล่าว ทำ�ให้
มีอิทธิพลต่อการติดต่อส่ือสาร ตลอดจนการทำ� ผู้วิจัยสนใจท่ีจะศึกษาความหมายและรูปแบบ
กจิ กรรมต่างๆ มากย่งิ ข้นึ ซงึ่ การทำ�ธรุ กรรมทาง ข อ ง ก า ร ทำ � ธุ ร ก ร ร ม ท า ง อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ ใ น
อิเล็กทรอนิกส์นั้นถือเป็นกิจกรรมใดๆ ท่ีกระทำ� อินเทอร์เน็ตน้ันเป็นอย่างไร นอกจากน้ีจะได้
ขน้ึ ระหวา่ งหนว่ ยธรุ กจิ บคุ คล รฐั ตลอดจนองคก์ ร พิจารณาถึงการรับรองสถานะทางกฎหมายของ
เอกชนหรือองค์กรของรัฐใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ ขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ การท�ำ เปน็ หนงั สอื ลายมอื ชอ่ื
ทางธรุ กิจ การคา้ และการติดตอ่ งานราชการ โดย ตลอดจนการท�ำ สญั ญาและเจตนาในรปู ของขอ้ มลู
ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ท้ังหมดหรือแต่บาง อิเล็กทรอนิกส์ เวลาและสถานที่ส่งและรับข้อมูล
ส่วน ยกตัวอย่างเช่น การซ้ือขายผ่านเครือข่าย อิเล็กทรอนกิ ส์ อนั จะใช้เพ่ือน�ำ ไปวิเคราะหใ์ นการ
อินเทอร์เน็ต การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, การ กำ�หนดเขตอำ�นาจศาลตามกฎหมายไทยและ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์การตกลงทำ� กฎหมายต่างประเทศต่อไป
สัญญาซ้ือขาย หรือสัญญาตกลงตามข้อบังคับ
ตา่ งๆ บนเครอื ขา่ ย การโอนเงนิ ดว้ ยระบบอตั โนมตั ิ วตั ถุประสงค์
ผ่านระบบเครือข่าย การสื่อสารรับ-ส่งข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ด้วยเครือข่ายการสื่อสารและการ 1. เพอื่ ศกึ ษาความหมายและรปู แบบของ
สอบถามขอ้ มลู ผา่ นระบบออนไลน์ เป็นต้น การทำ�หลักเกณฑ์ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใน
ทั้งน้ี เมื่อเราได้เห็นถึงก้าวกระโดดก้าว อนิ เทอรเ์ นต็ นอกจากน้ีจะไดศ้ ึกษาถึงการรับรอง
ใหญ่ของการทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ สถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
เข้ามาแทนท่ีระบบของการทำ�ธุรกรรมแบบเดิมๆ ก า ร ทำ � เ ป็ น ห นั ง สื อ ก า ร ทำ � ล า ย มื อ ช่ื อ
ทมี่ นษุ ยไ์ ดใ้ ชใ้ นการตดิ ตอ่ สอื่ สารในอดตี และตาม อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ตลอดจนการทำ�สัญญาและเจตนา
ที่ได้ทราบดีอยู่แล้วว่าจากสภาพของการติดต่อ ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เวลาและสถานท่ี
ส่ือสารกันในอินเทอร์เน็ตท่ีผู้ใช้งานไม่จำ�เป็นจะ ส่งและรับข้อมลู อเิ ล็กทรอนกิ ส์
ต้องแสดงตนว่าจริงๆ แล้วเป็นใคร กำ�ลังเข้าใช้ 2. เพื่อศึกษาและทำ�ความเข้าใจถึงเขต
งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอยู่ท่ีไหน หรือแม้แต่ อำ�นาจของศาลต่างประเทศเกี่ยวกับการกำ�หนด
จะใช้ชื่อสมมติในการติดต่อกับอีกบุคคลหนึ่งทาง หลักเกณฑ์ในการใช้เขตอำ�นาจศาลเหนือการทำ�
อนิ เทอร์เนต็ ก็ไมอ่ าจมใี ครทจ่ี ะทราบได้ ท�ำ ใหก้ าร ธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สใ์ นอินเทอร์เนต็
ทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถหลีกเลี่ยง
การก�ำ หนดเขตอำ�นาจศาลเหนอื การกระท�ำ ธุรกรรมในทางแพ่ง 46 ธรี ศกั ดิ์ กองสมบตั ิ
และพาณิชยต์ ามพระราชบญั ญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส ์
3. เพ่ือวิเคราะห์ถึงเขตอำ�นาจศาล ผู้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์น้ัน เรียกว่า e-mail
ไทยเหนือการทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใน address เช่น [email protected] โดย e-mail
อินเทอร์เน็ตว่าประเทศไทยใช้หลักการใด และ addressเปรียบเสมือนชื่อบุคคล เลขท่ีบ้าน และ
สมควรอย่างไรหรือไม่หากใช้หลักเกณฑ์ตาม ท่ีอยู่ในการส่งจดหมายธรรมดา ซ่ึงประกอบด้วย
กฎหมายตา่ งประเทศ ชอื่ ผูใ้ ช้ (User Name) คอื Apple และโดเมนเนม
(Domain Name) คือ me.Com
วิธกี ารศกึ ษา ปั จ จุ บั น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง จ ด ห ม า ย
อิเล็กทรอนิกส์ เป็นไปตาม RFC (Request
ก า ร ศึ ก ษ า นี้ ใ ช้ วิ ธี วิ จั ย เ อ ก ส า ร for Comments เป็นเอกสารที่เป็นทางการจาก
(documentary research) โดยอาศยั การรวบรวม Internet Engineering Task Force (IETF) ทใี่ ชผ้ ล
ข้อมูลจากหนังสือกฎหมายท้ังของประเทศไทย จากคณะกรรมการรา่ ง และการทบทวนจากกลมุ่ ที่
และต่างประเทศ งานวจิ ยั บทความ ค�ำ พพิ ากษา สนใจ RFC บางส่วนเปน็ ลักษณะของสารสนเทศ
ศาลฎกี า และขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ แลว้ น�ำ ความรู้ ซึ่งได้กลายมาเป็นมาตรฐานอินเทอร์เน็ต 2822)
ท่ีได้มาทำ�การวิเคราะห์เปรียบเทียบในประเด็น ซงึ่ ประกอบดว้ ย 2 สว่ นหลกั คอื 1.สว่ นหวั (Header
ต่างๆ e-mail) ไดแ้ ก่ อเี มลของผสู้ ง่ อเี มลของผรู้ บั หวั ขอ้
เรอ่ื ง วนั เวลาจากเครอื่ งผสู้ ง่ และ 2 สว่ นเนอื้ ความ
ผลการศึกษา (Body e-mail) สว่ นเนอ้ื ความของอเี มล เปน็ เนอื้ หา
ท่ีต้องการส่ือสาร นอกจากนั้น การส่งจดหมาย
เม่ือศึกษาแล้วพบว่าพัฒนาการของ อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ส่งอาจใช้โปรแกรมในการรับส่ง
การทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นับแต่อดีต ซ่ึงปัจจุบันมีโปรแกรมหลายชนิดท่ีทําหน้าที่ใน
จนถึงปัจจุบัน (Benjamin Wright, and Jane การส่งและรับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Group
K Winn, 2000: 2-1) มีเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ Mail, Mail List Controller, Microsoft Outlook
เทเล็กซ์ โทรสาร ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ การ Express เป็นตน้
แลกเปลีย่ นขอ้ มูลทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ การโอนเงนิ ในส่วนกระบวนการส่ง-รับ จดหมาย
ทางอเิ ล็กทรอนกิ สแ์ ละอินเทอร์เน็ต อิเล็กทรอนิกส์ มีกระบวนการเทคโนโลยีที่สลับ
ใ น ส่ ว น ข อ ง ก า ร ทำ � ธุ ร ก ร ร ม ท า ง ซับซอ้ นมาก เพราะตอ้ งใช้อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์
อิเล็กทรอนิกส์ซ่ึงทราบกันดีว่ามีความจำ�เป็น อ่ืนประกอบด้วย เช่น Modem และเครือข่าย
ต้องกระทำ�ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจอยู่ใน อินเทอร์เน็ตต้องผ่านส่ือกลางหรือผู้ให้บริการ
เครื่องมือประเภทต่างๆ สุดแล้วแต่เทคโนโลยีใน อีกหลายแห่ง เช่น Hotmail.com, Gmail.com,
ขณะนั้นๆ และท่ีสำ�คัญต้องกระทำ�ผ่านเครือข่าย Me.com ดังนั้นจึงสามารถสรุปขั้นตอนและ
อนิ เทอร์เน็ตไมว่ า่ จะเปน็ ในรูปแบบของ จดหมาย กระบวนการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หรอื e-mail เพ่อื ชว่ ยใหก้ ารตดิ ต่อ จดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หรือ e-mail ได้ดงั นี้
สื่อสารระหว่างบุคคลสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ( 1 ) ผู้ ส่ ง ข้ อ มู ล จั ด ทํ า จ ด ห ม า ย
กรณเี ปรยี บเทยี บระหวา่ งการสง่ จดหมายธรรมดา อิเล็กทรอนิกส์ โดยระบุอีเมลของผู้รับและ
และจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติในการส่ง เนือ้ ความในจดหมาย
จดหมายธรรมดาน้ัน ผู้ส่งจะต้องระบุช่ือและที่
อยู่ของผู้รับในการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มี
ลักษณะเช่นเดียวกัน ท่ีผู้ส่งจะต้องระบุที่อยู่ของ
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 47 ปีที่ 40 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
(2) ผสู้ ง่ ขอ้ มลู คลกิ ปมุ่ SEND เพอื่ ทาํ การ ทำ�ให้นึกถึงการเข้าไปในพื้นท่ีหนึ่งๆ ท่ีปราศจาก
ส่งขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนกิ ส์ไปยงั ผรู้ บั ข้อมลู อาณาเขตหรอื การแบ่งแยกพ้ืนที่ ท�ำ ใหเ้ กดิ ความ
(3) ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวจะถูก สงสัยในการกำ�หนดวิธีการบังคับใช้กฎหมายของ
ส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของ ISP ของผู้ส่ง แต่ละพ้ืนที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ภายในโลก
โดยผ่าน Modem ของอินเทอรเ์ น็ต แตด่ ้วยความท่ยี ังไมม่ กี ฎหมาย
(4) เครอ่ื งคอมพวิ เตอรข์ อง ISP ดงั กลา่ ว ระหว่างประเทศท่ีเกี่ยวกับเร่ืองการกำ�หนดเขต
จะสง่ ขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ ปยงั เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ อำ�นาจทางศาลในการพิจารณาคดีเก่ียวกับการ
ของ ISP ของผู้รับ โดยผา่ นเครอื ข่ายอินเทอรเ์ น็ต กระทำ�ละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในระดับ
(5) ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวจะถูก สากล ทำ�ให้การกำ�หนดเขตอำ�นาจทางศาลใน
เก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของ ISP ของผู้รับ แตล่ ะประเทศมวี ธิ ใี นการพจิ ารณาทมี่ รี ายละเอยี ด
จนกวา่ ผู้รับขอ้ มลู จะเรียกดหู รือเปิดอ่าน แตกต่างกันออกไป (Dennis Campbell and
ต่ อ ม า ใ น ก า ร ทำ � ธุ ร ก ร ร ม ท า ง Christian Cambell (eds.), 1998) อยา่ งไรกต็ าม
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ การระบุตัวตนว่ามีความเกย่ี วขอ้ ง เมอื่ พจิ ารณาถงึ เขตอ�ำ นาจศาลภายในของประเทศ
กับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งสําคัญเนื่องจากใน สหรฐั อเมริกา (เนอ่ื งจากเปน็ ประเทศท่ีมกี ิจกรรม
การทําธุรกรรมประเภทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทางอินเทอร์เน็ตมากท่ีสุดในโลก) ว่าบุคคลที่อยู่
ผู้ซ้ือและผู้ขายต้องการความเชื่อม่ันในการทํา ในรฐั หนงึ่ สามารถถกู ฟอ้ งไดโ้ ดยศาลอกี รฐั หนงึ่ ได้
สัญญาระหว่างกัน ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนา หรือไม่และหลังจากน้ันจึงจะพิจารณาเขตอำ�นาจ
เทคโนโลยีที่ทําให้สามารถระบุตัวตน (สํานักงาน ศาลประเทศเยอรมนี ฝร่ังเศส และสิงคโปร์ ตาม
เลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศ ล�ำ ดับ
แห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ (1) ประเทศสหรัฐอเมริกา
และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สํานักงานพัฒนา เปน็ ทท่ี ราบกนั ดวี า่ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี ห่งชาต,ิ 2545: 123) ได้แบ่งการปกครองออกเป็นระดับมลรัฐ แต่ละ
ได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันเทคโนโลยีที่ดีที่สุดท่ีใช้ มลรัฐจะมีศาลประจำ�อยู่ และยังประกอบไปด้วย
ในการระบุตวั ตน คือ ลายมอื ชอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ศาลกลาง ซึ่งเขตอำ�นาจศาลกลางน้ันกว้างมาก
ลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกส์ คือ ส่ิงท่ี ครอบคลุมถึงทุกๆ กฎหมายท่ีออกโดยสภา
สามารถยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคล นิติบัญญัติ (Congress) ทุกๆ คดีท่ีเก่ียวข้อง
กับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ สร้างข้ึนด้วยระบบ กับพลเมืองของรัฐต่างๆ รวมถึงคดีท่ีเก่ียวข้อง
อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือแสดงว่า กับบุคคลผู้ได้รับการคุ้มครองทางการทูตและ
บุคคลดังกล่าวยอมรับในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมไปถึงข้อขัดแย้งระหว่างรัฐและประเด็น
มีผลเหมือนกับลายมือช่ือแบบปกติที่สามารถ ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เขตอำ�นาจศาลเหล่านี้อาจเป็น
ยนื ยนั ได้วา่ บคุ คลผลู้ งลายมือช่ือนน้ั คือใคร ไปไดท้ งั้ เขตอ�ำ นาจศาลเฉพาะและเขตอ�ำ นาจศาล
ต่อมาผู้วิจัยได้ศึกษาถึงการกำ�หนด ทว่ั ไปแตเ่ นอื่ งจากปญั หาในการก�ำ หนดเขตอ�ำ นาจ
เขตอำ�นาจศาลตามกฎหมายต่างประเทศ ซ่ึง ในอินเทอร์เน็ต ทำ�ให้ศาลไม่อาจใช้การกำ�หนด
เมื่อกล่าวถึงอินเทอร์เน็ตแล้ว โดยคำ�นิยามจะ เขตอำ�นาจศาลโดยใช้หลักท่ีมีอยู่เดิมมากำ�หนด
เขตอำ�นาจศาลสำ�หรับการกระทำ�ในอินเทอร์เน็ต
การก�ำ หนดเขตอำ�นาจศาลเหนอื การกระท�ำ ธรุ กรรมในทางแพ่ง 48 ธรี ศักดิ์ กองสมบตั ิ
และพาณิชย์ตามพระราชบัญญัตวิ า่ ดว้ ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส ์
ได้ ศาลของประเทศสหรัฐอเมริกาจึงได้คิดค้น เปน็ การกระท�ำ ในประเทศไดถ้ า้ ผลแหง่ การกระท�ำ
หลักของการขยายเขตอำ�นาจศาล (Long Arm นนั้ ไดเ้ กดิ หรอื ควรจะเกดิ ขน้ึ ไดใ้ นประเทศเยอรมนั
Jurisdiction) เพื่อที่จะให้อำ�นาจแก่ศาลในการใช้ นอกจากนี้เขตอำ�นาจศาลมูลคดีเกิดยัง
เขตอำ�นาจศาลเหนือบุคคลแก่จำ�เลยผู้มิได้มีถิ่นที่ รวมถึงเขตอำ�นาจศาลเหนืออาณาเขตด้วยอัน
อยใู่ นรฐั และมธี รุ กจิ หลกั อยนู่ อกรฐั โดยเปน็ มลู คดี เป็นการกำ�หนดจากสถานท่ีท่ีจำ�เลยอาศัยอยู่โดย
ทเ่ี กดิ ขนึ้ มไิ ดป้ รากฏสถานทแ่ี หง่ การกระท�ำ ภายใน หากเปน็ บคุ คลธรรมดากจ็ ะพจิ ารณาจากภมู ลิ �ำ เนา
รัฐน้ัน และจะต้องปรากฏข้อเท็จจริงตามหลัก “มี หรือหากเป็นนิติบุคคลก็จะพิจารณาจากสถานที่
การตดิ ตอ่ เกย่ี วขอ้ งกนั เปน็ อยา่ งนอ้ ย" (Minimum ท่ีได้จดทะเบยี น
contact) อันทำ�ให้ศาลสามารถดำ�เนินกระบวน
พิจารณาเหนือจำ�เลยในคดีนั้นได้ โดยที่จำ�เลยไม่ (3) ประเทศฝร่ังเศส
จำ�เป็นต้องมีตัวตนทางกายภาพอยู่ในเขตศาลแต่ หลกั เกณฑท์ ป่ี รากฏในประมวลกฎหมาย
อยา่ งใด (Committee on Cyberspace Law, 2000: แพ่งฝร่ังเศสเก่ียวกับการมีอำ�นาจท่ัวไปในการ
3) ซงึ่ หลกั ดงั กล่าวยงั ต้องพิจารณาไดด้ ้วยวา่ พจิ ารณาของศาลอยใู่ นมาตรา 14 ดงั มรี ายละเอยี ด
1) จำ�เลยมีเจตนาท่ีจะทำ�ให้ตนมีตัวตน ดังนี้ “An alien, even if not residing in France,
ในการท�ำ ธุรกิจในรฐั น้นั ๆ หรอื ไม่ may be summoned before the French Courts,
2) ด้วยเจตนาข้างต้น ยังผลให้จำ�เลย for the fulfillment of obligations contracted by
ไดร้ ับผลประโยชน์ในรัฐนน้ั หรอื ไม่ him in France towards a French person; he
3) เจตนาของการให้ข้อมูลของจำ�เลย may be called before the French Court for
บนเว็บไซต์เป็นข้อมูลท่ีไม่ต้องการติดต่อหรือ obligation contracted by him a foreign country
แ ล ก เ ป ล่ี ย น ข้ อ มู ล กั บ บุ ค ค ล ใ ด ผ่ า น ท า ง towards French persons.” และ 15 ได้กล่าว
อินเทอร์เน็ตหรอื ไม่ (Passive Web Site) ไว้วา่ “French persons may be called before
อย่างไรก็ดี หลักการดังกล่าวศาลของ a court of France for obligations contracted
ประเทศสหรัฐอเมริกาต้องดำ�เนินการภายใต้หลัก by them in a foreign country, even with an
ความชอบดว้ ยกฎหมาย (Henry Campbell, 1990: alien.” โดยมาตรา 14 เป็นมาตราท่ีอนุญาตให้
5000) เพื่อให้การดำ�เนินการน้ันเป็นธรรมและ โจทก์สัญชาติฝรั่งเศสสามารถฟ้องคนต่างด้าวใน
เคารพความยตุ ิธรรมอย่างเครง่ ครดั ประเทศฝร่ังเศสได้สำ�หรับทุกมูลหน้ีท่ีได้ทำ�กับ
คนต่างด้าวไม่ว่าจะได้ทำ�สัญญากันท่ีใดก็ตาม
(2) ประเทศเยอรมนี ส่วนมาตรา 15 น้ัน พิจารณาได้ว่าเป็นมาตราท่ี
โดยทั่วไปแล้วเขตอำ�นาจศาลตาม จำ�เลยสัญชาติฝร่ังเศสอาจถูกฟ้องร้องดำ�เนินคดี
กฎหมายของประเทศเยอรมนั จะมอี �ำ นาจพจิ ารณา ในประเทศฝร่ังเศส ท้ังน้ีโดยไม่คำ�นึงถึงเช้ือชาติ
คดีตามหลักมูลคดีเกิดโดยสถานที่ที่มูลคดีเกิดคือ ของโจทก์อันเป็นไปตามหลักสัญชาติของคู่ความ
สถานที่ซ่ึงเป็นเหตุแห่งการโต้แย้งสิทธินั้นกล่าว (Rougeron v. Veuve Rougeron, 1959) ส่วน
คือหากเป็นกรณีละเมิดหรือการกระทำ�ผิดสัญญา อีกหลักเกณฑ์หน่ึงท่ีใช้ในการกำ�หนดเขตอำ�นาจ
ก็จะเป็นสถานที่ที่เกิดการละเมิดขึ้นหรือมีความ ศาลคือหลักอำ�นาจเหนืออาณาเขต (NIBOYET
เสียหายเกิดข้ึนและแม้ผู้กระทำ�การอันเป็นการ No. 1804 ; BATIFFOL No. 683) ซง่ึ พจิ ารณา
ละเมิดจะไม่ได้กระทำ�ภายในประเทศก็อาจถือว่า จากสถานทที่ กี่ ารกระท�ำ เกดิ ขนึ้ นต้ี อ้ งเปน็ สถานที่