วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 49 ปีที่ 40 ฉบบั ท่ี 2 มนี าคม-เมษายน 2564
ที่มีการติดต่อทางกฎหมายอย่างสม่ำ�เสมอใน จะไม่ได้เกิดภายในเขตอำ�นาจพิจารณาพิพากษา
ภมู ลิ �ำ เนาของคคู่ วามทจ่ี ะมกี ารฟอ้ งรอ้ งด�ำ เนนิ คดี ของศาล แตห่ ากมขี อ้ เทจ็ จรงิ ปรากฏวา่ การกระท�ำ
ในคดีท่ีเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ศาล ละเมิดหรือผิดสัญญานั้นๆ ก่อให้เกิดผลกระทบ
ฝรง่ั เศสจะพจิ ารณาวา่ ตนจะมเี ขตอ�ำ นาจศาลกต็ อ่ ภายในเขตอำ�นาจศาลแล้ว ศาลนั้นก็จะมีอำ�นาจ
เม่ือการบริการทางอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้ พจิ ารณาพพิ ากษาไดโ้ ดยถอื วา่ มลู คดไี ดเ้ ขา้ มาเกดิ
ในเขตดนิ แดนของฝร่ังเศส และความเสียหายนน้ั ภายในเขตอำ�นาจศาลแลว้
กต็ ้องเกดิ ในฝรง่ั เศส ต่อมาจะเป็นการวิเคราะห์การเกิดขึ้น
ของการทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พบว่าใน
(4) ประเทศสิงคโปร์ มาตรา 6 พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำ�ธุรกรรม
เขตอ�ำ นาจศาลทว่ั ไปของประเทศสงิ คโปร์ ทางอิเล็กทรอนกิ ส์ได้บญั ญัติว่า “หา้ มมใิ ห้ปฏิเสธ
(The Supreme Court of Judicature Act, Cap ความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมาย
322, 1999)ได้แบ่งประเภทของเขตอำ�นาจศาล ของข้อความใดเพียงเพราะเหตุท่ีข้อความน้ันอยู่
อันประกอบด้วยอำ�นาจศาลเหนืออาณาเขตและ ในรปู ของขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส”์ อนั เปน็ การรบั รอง
เขตอ�ำ นาจศาลเหนืออาณาเขตในกรณพี ิเศษ โดย สถานะทางกฎหมายของขอ้ มลู อิเลก็ ทรอนกิ ส์ ให้
ศาลของประเทศสิงคโปร์จะมีอำ�นาจศาลเหนือ มีสถานะเทียบเท่าเสมอกับการติดต่อหรือทําการ
อาณาเขตเม่อื จำ�เลยได้มกี ารปรากฏตัวอยภู่ ายใน ค้าโดยใชเ้ อกสารธรรมดา นอกจากนน้ั แลว้ ในการ
ประเทศสิงคโปร์หรือเม่ือตัวจำ�เลยนั้นยอมรับข้อ ทำ�ธุรกรรมฯหรืออีกนัยยะหน่ึงคือการทำ�สัญญา
ตกลงระหว่างโจทก์ในการใช้เขตอำ�นาจศาลของ ทางอิเล็กทรอนิกส์ย่อมต้องศึกษาถึงการทำ�คำ�
ประเทศสิงคโปร์ และยินยอมในการดำ�เนินการ เสนอหรือคำ�สนอง ซึ่งตามพระราชบัญญัติฉบับ
สง่ หมายภายในประเทศ สว่ นกรณขี องเขตอ�ำ นาจ นี้ได้กำ�หนดหลักเกณฑ์หนึ่งข้ึนมา กล่าวคือ ได้
ศาลเหนืออาณาเขตกรณีพิเศษจะเป็นกรณีที่การ ยอมรับการรับสง่ ข้อมูลอิเลก็ ทรอนิกส์และยอมรับ
ใช้เขตอำ�นาจศาลในกรณีแรกหาความสัมพันธ์ การแสดงเจตนาทาํ คาํ เสนอสนองในการทาํ สญั ญา
ใดๆ ไม่ได้แล้ว ศาลจะพิจารณากรณีท่ีเกิดขึ้นว่า โดยอาจทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ห้ามปฏิเสธ
มีการติดต่อเกี่ยวข้องกันโดยเฉพาะได้ถูกก่อตั้ง ผลทางกฎหมายของสัญญาเพียงเพราะเหตุที่
ขึ้นระหว่างข้อเท็จจริงในคดีและประเทศสิงคโปร์ สัญญาน้ันได้ทําคําเสนอหรือคําสนองเป็นข้อมูล
หรือไม่ ซ่ึงในคดีโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีความ อิเลก็ ทรอนิกส์ (ไพโรจน์ วายภุ าพ, 2543: 4) และ
เก่ียวข้องในการเชื่อมโยงกันได้ระหว่างข้อเท็จ จะเห็นได้ว่าตามพระราชบัญญัติดังกล่าวน้ัน ไม่
จริงในคดี,บทบัญญัติตามกฎหมาย, มูลคดีอันก่อ ได้กล่าวถึงความหมายของคําเสนอและคําสนอง
ให้เกิดข้อพิพาท หรือตัวคู่ความเองกับประเทศ ไว้โดยเฉพาะ ดังนั้นลักษณะของคําเสนอและ
สิงคโปร์ (See Order 11, Rules of Court, Cap คําสนอง หรือไม่ว่าจะเป็นการแสดงเจตนาใน
322 R5, 2004 Ed) อันทำ�ให้ศาลสิงคโปร์เป็น รูปแบบอ่นื จงึ ต้องเป็นไปตามความหมายในเร่อื ง
ศาลทีม่ ีความเหมาะสมแลว้ ในการทจี่ ะด�ำ เนินการ คําเสนอและคําสนองตามหลักท่ัวไปของการทำ�
พจิ ารณาข้อพิพาท สญั ญาทางแพง่
เม่ือพิจารณาจากหลักการพิจารณา นอกจากนั้นผู้วิจัยยังได้ศึกษาถึงความ
เขตอำ�นาจของศาลท้ังส่ีประเทศ จะมีหลักการท่ี สามารถของผู้ทำ�สัญญาหรือทำ�ธุรกรรมทาง
คลา้ ยคลงึ กนั ประการหนง่ึ คอื แมว้ า่ มลู คดที เ่ี กดิ ขน้ึ
การกำ�หนดเขตอำ�นาจศาลเหนือการกระทำ�ธรุ กรรมในทางแพง่ 50 ธรี ศักดิ์ กองสมบตั ิ
และพาณชิ ย์ตามพระราชบัญญตั ิวา่ ด้วยธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส ์
อิเล็กทรอนิกส์กล่าวได้สรุปคือ หากการส่งข้อมูล ส่วนเวลาที่กฎหมายถือว่าการรับข้อมูล
นั้นปรากฏลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลใด อเิ ลก็ ทรอนกิ สน์ น้ั มผี ลกใ็ ชห้ ลกั เกณฑเ์ ดยี วกนั คอื
ให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นของบุคคลนั้น หลักเกณฑ์ท่ีว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ "เข้าสู่ระบบ
ถือเป็นข้อสันนิษฐานทางกฎหมายที่ผู้ส่งจะ ข้อมูล” ในกรณีของการรับน้ัน กฎหมายกําหนด
ถูกกฎหมายปิดปาก (Estopped) ดังหลักการ ว่าถ้าผู้รับได้กําหนดระบบข้อมูลที่ใช้รับข้อมูลไว้
เดียวกันกบั กฎหมายแม่แบบของ UNCITRAL ท่ี โดยเฉพาะ การรบั รจู้ ะมผี ลเมอื่ ขอ้ มลู ไดเ้ ขา้ สรู่ ะบบ
มิให้ปฏิเสธหรือยกข้ออ้างขึ้นมาไม่ยอมรับข้อมูล ข้ อ มู ล ท่ี กํ า ห น ด ไ ว้ แ ต่ ห า ก ไ ด้ ส่ ง ข้ อ มู ล
อิเล็กทรอนิกส์ ท่ีเกิดจากผู้ส่งหรือเกิดจากเคร่ือง อิเล็กทรอนิกส์ไปยังระบบข้อมูลอื่นซ่ึงมิใช่ระบบ
คอมพิวเตอร์ของผู้ส่งซ่ึงจะเป็นการแก้ปัญหา ข้อมูลท่ีผู้รับข้อมูลกําหนดไว้ กฎหมายก็จะถือว่า
ในเรื่องของบุคคลท่ีเป็นตัวแทน ลูกจ้าง หรือ การรับข้อมูลมีผลเม่ือผู้รับได้เรียกเก็บข้อมูลนั้น
บุคคลอื่นใดท่ีกระทําโดยอํานาจของผู้ส่งโดยจะ ขึ้นมาให้ปรากฏแกผ่ ูร้ บั ด้วย
ถูกกฎหมายปิดปากดังกล่าวห้ามมิให้อ้างปฏิเสธ สำ�หรับในส่วนของสถานท่ี พระราช
อย่างไรก็ตามในกรณีดังกล่าวน้ัน ผู้ส่งอาจจะ บัญญัติฉบับน้ีกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสถาน
หลุดพ้นจากข้อสันนิษฐานได้หากเข้าข้อยกเว้นท่ี ท่ีที่ถือว่าการส่งและการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ว่าบุคคลผู้ที่เป็นเจ้าของลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกส์ มีผล ทั้งนี้โดยถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ส่ง
น้ัน จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้เป็นผู้ส่งข้อมูล หรือ ณ สถานท่ีท่ีผู้ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ทําการ
มิได้มีส่วนรับรู้ หรือเกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูล งานและได้รับ ณ สถานที่ที่ผู้รับทําการงานอยู่
อเิ ลก็ ทรอนิกส์นนั้ หากคู่กรณีมีสถานท่ีทําการงานหลายแห่ง ก็ให้
ต่อมาเป็นการศึกษาถึงเวลาและ ยึดถือเอาสถานท่ีที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ
สถานที่ของการเกิดขึ้นของการทำ�ธุรกรรมทาง ธรุ กรรมนน้ั มากทส่ี ดุ กค็ อื ใหย้ ดึ เอาสถานทที่ าํ การ
อิเล็กทรอนิกส์ กล่าวโดยสรุปคือเวลาที่ถือว่าการ แห่งใหญ่ หากไม่มีสถานท่ีทําการแห่งใหญ่ก็ให้
ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีผล ตามร่างพระราช ถอื เอาถ่นิ ที่อยปู่ กตขิ องคู่กรณีเป็นสําคญั ซึ่งหลัก
บัญญัตินี้กําหนดให้มีผลเม่ือข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบ ดังกล่าวได้รับแนวทางมาจากกฎหมายแม่แบบ
ข้อมูลที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ส่งหรือ ของ UNCITRAL ท่ีระบุเร่ืองหลักเกณฑ์ท่ีถือว่า
ของตัวแทนของผู้ส่ง ระบบข้อมูลที่ข้อมูลที่ส่งไป การส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เกิดข้ึน ณ สถานท่ี
จะ "เขา้ ส"ู่ นั้น อาจไม่จาํ เป็นตอ้ งเปน็ ระบบขอ้ มูล ประกอบธุรกิจของผู้ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และ
ของผู้รับโดยตรง แต่อาจเป็นระบบข้อมูลของ การรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้น ณ สถาน
ผู้เป็นสื่อกลาง หรือ ให้บริการเครือข่ายก็ได้และ ประกอบธุรกจิ ของผูร้ บั ขอ้ มลู
โดยเหตุที่เครือข่ายมักมีการเช่ือมโยงกันหลาย ต่อมา ผู้วิจัยได้วิเคราะห์เขตอำ�นาจศาล
ทอด กฎหมายจึงให้การส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เหนือการทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยแบ่ง
มีผลเมื่อข้อมูลเข้าสู่เครือข่ายของบุคคลใดที่อยู่ เปน็
นอกเหนือการควบคุมของผู้ส่งหรือของตัวแทน 1. ศาลที่มูลคดีเกิด กำ�หนดเขตอำ�นาจ
ของผสู้ ง่ สว่ นสภาพทขี่ อ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ "เขา้ ส”ู่ ศาลได้ดังนี้
(Enter) ระบบดังกล่าวกค็ ือสภาพท่รี ะบบดังกล่าว - ศาลแห่งท้องท่ีที่มีการส่งและ
อยใู่ นสภาพทพ่ี รอ้ มจะประมวลผลขอ้ มลู นน้ั นน่ั เอง การรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทั้งน้ีโดยถือว่าข้อมูล
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 51 ปที ่ี 40 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
อิเล็กทรอนิกส์ได้ส่ง ณ สถานท่ีที่ผู้ส่งข้อมูล กระทำ�ความผดิ แตจ่ ะค�ำ นงึ ถงึ ผลของการกระทำ�
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ได้ทาํ การงานและไดร้ ับ ณ สถานที่ ความผิดเปน็ ส�ำ คัญ
ท่ีผ้รู ับทาํ การงานอยู่ 2. พจิ ารณาตามหลักความสมเหตุสมผล
- ศาลแห่งท้องท่ีในกรณีที่มีสถานที่ เพ่ือให้เป็นไปตามหลักความชอบด้วยกฎหมาย
ทําการงานหลายแห่ง ก็ให้ยึดถือเอาสถานที่ท่ีมี โดยต้องพิจารณาข้อเท็จจริงที่เก่ียวข้องอย่าง
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับธุรกรรมน้ันมากท่ีสุด แจ้งชัดและสมเหตุสมผลท่ีจะสามารถใช้หลัก
กค็ ือใหย้ ึดเอาสถานทีท่ ําการแห่งใหญ่ เจตนา กล่าวคือพิจารณาผลกระทบท่ีเกิดข้ึนใน
- ศาลแห่งท้องท่ีท่ีหากไม่มีสถานที่ ดินแดนของรัฐผู้ใช้บังคับกฎหมายจะต้องมีความ
ทําการแห่งใหญ่ก็ ถือเอาถิ่นท่ีอยู่ปกติของคู่กรณี ส�ำ คัญมากถงึ ขนาด
เปน็ สาํ คญั จากข้อพิจารณาโดยสรุปข้างต้น ผู้วิจัย
2. ศาลที่จำ�เลยมีภูมิลำ�เนา กำ�หนดเขต จึงขอเสนอแนวทางในการตีความหลักมูลคดี
อ�ำ นาจศาลได้ดังนี้ เกิดกับการกระทำ�ความผิดในการทำ�ธุรกรรม
- ศาลแห่งท้องที่อันเป็นสถานท่ีตั้ง ทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ศาลไทยมีเขตอำ�นาจ
ของคอมพวิ เตอรแ์ มข่ า่ ยทผี่ กู้ ระท�ำ ละเมดิ ใชเ้ ชอ่ื ม ครอบคลุมไปถึงจำ�เลยที่ไม่ได้มีถิ่นท่ีอยู่ภายใน
ต่อกบั ระบบเครือข่ายอนิ เทอร์เนต็ รัฐและเป็นการกระทำ�ที่ไม่ได้ปรากฏว่ามูลคดีได้
- ศาลแห่งท้องที่ท่ีผู้ได้รับผล เกิดภายในท้องท่ีของศาลนั้น โดยการนำ�หลัก
ประโยชน์จากการผิดสัญญาเน่ืองจากการทำ� เกณฑ์ของการขยายเขตอำ�นาจศาล (Long arm
ธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ Jurisdiction) ของประเทศสหรฐั อเมรกิ ามาปรบั ใช้
อยา่ งไรกด็ ยี งั ไมป่ รากฏแนวค�ำ พพิ ากษา กล่าวคือเป็นไปตามหลักของการติดต่อเก่ียวข้อง
ในการอธิบายหลักเกณฑ์ท่ีศาลจะมีเขตอำ�นาจ กนั เปน็ อยา่ งนอ้ ย (minimum contact) ทงั้ นก้ี ารน�ำ
อย่างชัดเจน แต่จากการศึกษาพบว่าแนวคำ� หลักเกณฑ์ข้างต้นมาปรับใช้กับระบบกฎหมาย
วินิจฉัยของศาลของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ใช้ ไทยอาจไม่มีความจำ�เป็นท่ีจะต้องดำ�เนินการแก้
การขยายเขตอ�ำ นาจศาล (Long Arm Jurisdiction) กฎหมายแต่อย่างใด เพียงแต่ให้มีการตีความจุด
เพ่ือให้ศาลมีเขตอำ�นาจเหนือจำ�เลยที่ไม่ได้มีถิ่น เกาะเกี่ยว เพ่ือใช้ในการเชื่อมโยงกับหลักมูลคดี
ที่อยู่ภายในรัฐและเป็นการกระทำ�ละเมิดที่ไม่ เกดิ ได้
ปรากฏว่ามูลคดีได้เกิดในรัฐที่ศาลน้ันต้ังอยู่ อัน ในส่วนสุดท้ายผู้วิจัยได้วิเคราะห์ถึง
เปน็ ไปตามหลกั เกณฑท์ ว่ี า่ “มกี ารตดิ ตอ่ เกยี่ วขอ้ ง หลักการขยายเขตอำ�นาจศาลตามที่ปรากฏใน
กันเป็นอย่างน้อย “(minimum contact) ซงึ่ ผ้วู ิจัย กฎหมายไทยเปรียบเทียบกับหลักของประเทศ
เห็นว่ากฎหมายไทยควรนำ�แนวทางดังกล่าวมา สหรฐั อเมรกิ า โดยสรุปดงั น้ี คอื
ปรบั ใช้ กล่าวคอื การขยายเขตอำ�นาจศาลในกฎหมาย
1. พจิ ารณาจากเจตนาของผกู้ ระท�ำ ละเมดิ ไทยปรากฏอยู่ในมาตรา 4 จะเห็นได้ว่ามาตราน้ี
หรือผู้กระทำ�ผิดสัญญาในการทำ�ธุรกรรมโดย ได้ใช้จุดเกาะเกี่ยว 2 ประการเป็นเกณฑ์ในเรื่อง
เป็นไปตามหลักเจตนา ซ่ึงอาศัยความเกี่ยวเน่ือง การขยายเขตอำ�นาจศาลทำ�ให้ศาลไทยมีอำ�นาจ
ของการกระทำ�ที่เกิดข้ึน โดยไม่คำ�นึงถึงสถานท่ี พิจารณาคดี ได้แก่ สัญชาติโจทก์ประการหนึ่ง
และภมู ลิ ำ�เนาของโจทกอ์ กี ประการหนงึ่ กล่าวคือ
การกำ�หนดเขตอ�ำ นาจศาลเหนือการกระท�ำ ธุรกรรมในทางแพ่ง 52 ธีรศกั ดิ์ กองสมบัติ
และพาณชิ ยต์ ามพระราชบญั ญตั ิว่าดว้ ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์
โจทก์จะต้องมีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลำ�เนาอยู่ใน แต่เม่ือมาพิจารณาอนุสัญญาบรัสเซลส์
ประเทศไทย สงั เกตไดว้ ่าหลกั เกณฑ์ ตามมาตรา ค.ศ. 1968 และอนุสญั ญาลูกาโน ค.ศ. 1988 แล้ว
4 ตรี ซ่ึงอาศัยความเกี่ยวพันระหว่างฝ่ายโจทก์ ปรากฏว่ามาตรา 126 (3) ของเนเธอร์แลนด์มา
กบั ประเทศไทยเพยี งทางเดยี วเปน็ เกณฑเ์ รอ่ื งเขต ใช้กับจำ�เลยท่ีมีภูมิลำ�เนาในประเทศภาคีของ
อ�ำ นาจศาล โดยไมค่ �ำ นงึ ถงึ ความเกยี่ วพนั ทางฝา่ ย อนสุ ญั ญาแตล่ ะฉบบั เทา่ กบั อนสุ ญั ญาทงั้ สองฉบบั
จ�ำ เลยกบั ประเทศไทย และความเกยี่ วพนั ระหวา่ ง ไมย่ อมรบั การใชภ้ มู ลิ �ำ เนาโจทกเ์ ปน็ เกณฑใ์ นการ
สถานที่มูลคดีเกิดกับประเทศไทยไทย ได้ก่อให้ ก�ำ หนดเขตอ�ำ นาจศาล นอกจากนมี้ าตรา 126 (3)
เกดิ ขอ้ ดขี อ้ เสยี แยกออกได้ดงั น้ี ยังถูกจัดเป็นเขตอำ�นาจศาลที่มีกว้างเกินไป
(Exorbitant rule) จึงอาจกล่าวได้ว่าการใช้
ขอ้ เสยี ภูมิลำ�เนาโจทก์เป็นจุดเกาะเกี่ยวท่ีใกล้ชิดในการ
1. ปัญหาเร่ืองการยอมรับในระหว่าง กำ�หนดเขตอำ�นาจศาล ไม่เป็นที่ยอมรับในต่าง
ประเทศ การกำ�หนดตามทไ่ี ดก้ ล่าวมาข้างตน้ อาจ ประเทศ
กอ่ ใหเ้ กดิ ความไมเ่ ปน็ ธรรมกบั จ�ำ เลยเพราะจ�ำ เลย 2. ปัญหาด้านค่าใช้จ่าย โดยหากนำ�คำ�
อาจถูกฟ้องและพิจารณาคดีโดยที่ไม่รู้ตัวและอาจ พิพากษาไปให้ศาลต่างประเทศยอมรับบังคับให้
ไม่สะดวกท่ีจะเข้าสู้คดี นอกจากนี้ คำ�พิพากษา แต่สืบเน่ืองจากปัญหาการไม่ยอมรับในประการ
ท่ีตัดสินโดยอาศัยเกณฑ์เรื่องเขตอำ�นาจศาลใน แรก กอ็ าจจะไมย่ อมรบั บงั คบั คดใี ห้ ท�ำ ใหเ้ วลาและ
ลักษณะน้ีเป็นสาเหตุหนึ่งท่ีคำ�พิพากษานั้นอาจ คา่ ใชจ้ า่ ยทเี่ สยี ไปในการด�ำ เนนิ คดที ง้ั หมดเปน็ อนั
ไม่ไดร้ ับการยอมรบั และบงั คบั โดยรัฐอื่น เสียเปลา่ ไป
ถึงแม้ว่ามีหลายประเทศที่ยอมรับหลัก 3. ปญั หาในการบงั คบั คดี กรณที จี่ ะกลา่ ว
เกณฑ์จุดเกาะเกี่ยวเรื่องสัญชาติโจทก์ เช่นใน ถึงต่อไปนี้อาจเกิดปัญหาข้ึนได้ในอนาคต ถ้า
ประมวลกฎหมายแพ่งฝร่ังเศส มาตรา 14 ซ่ึง หากว่าโจทก์บางคนหวังว่าจะให้คำ�พิพากษาเป็น
มีรากฐานมาจากประมวลกฎหมายแพ่งนโป ประโยชน์กับฝ่ายตนไว้ก่อนแล้ว รอให้ทรัพย์ของ
เลยี น (Napoleon code) ได้ก�ำ หนดว่า “ชาวตา่ ง จำ�เลยเข้ามาในราชอาณาจักรจะได้ทำ�การบังคับ
ประเทศแม้จะมิได้มีถิ่นท่ีอยู่ในประเทศฝร่ังเศส กบั ทรพั ย์นัน้ เช่น คอยยดึ เรอื เดนิ ทะเลหรอื สินคา้
ก็อาจฟ้องคดีต่อศาลฝรั่งเศส สำ�หรับหน้ีที่ตน ในระวางเรือนั้นหรืออากาศยานที่ผ่านเข้าออกไป
ได้ก่อขึ้นกับชาวฝร่ังเศสในประเทศฝร่ังเศส ยังต่างประเทศ ซ่ึงจากกรณีดังกล่าวมีผู้ให้ทัศนะ
ชาวต่างประเทศอาจถูกฟ้องคดีต่อศาลฝร่ังเศส ว่า “...การกระทำ�เย่ียงนี้อาจเป็นเหตุแห่งการ
สำ�หรับหน้ีท่ีตนได้ก่อข้ึนกับชาวฝรั่งเศสในต่าง ติฉินนินทาของประเทศเพ่ือนบ้านและประชาคม
ประเทศได้ “นอกจากนี้ มาตรา 127 ของประมวล พ่อค้าวาณิชย์เป็นสากลได้ การเปิดโอกาสให้มี
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเนเธอร์แลนด์ การใช้อำ�นาจศาลในทำ�นองนี้อาจเป็นสาเหตุให้
และมาตรา 14 ของประมวลกฎหมายแพ่ง พ่อค้าวาณิชย์ขยาดกลัวไม่อยากขนส่งสินค้าผ่าน
ลักเซมเบอร์ก ก็ยอมรับเกณฑ์จุดเกาะเกี่ยวเร่ือง เขตแดนไทยซง่ึ อาจจะกลายมาเปน็ สาเหตปุ ระการ
สญั ชาตโิ จทกเ์ ชน่ เดยี วกนั (Martha Weser, 1961: หนึ่งท่ีทำ�ให้ประเทศไทยเสียโอกาส ท่ีจะพัฒนา
324-327) ส่วนศาสตราจารย์ Martin Wolff ไดใ้ ห้ ตนเองให้เป็นชุมทางสำ�หรับการค้าขายติดต่อ
ความเห็นว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็น ระหว่างอินโดจีนและพม่ากับโลกภายนอกก็เป็น
รากฐานความคิดแบบชาตินิยมของผู้ร่างประมวล
กฎหมายแพ่งฝรงั่ เศส (Martin Wolff, 1961: .61)
วารสารมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 53 ปที ่ี 40 ฉบับท่ี 2 มนี าคม-เมษายน 2564
ได”้ (พรชยั วิวัฒนภ์ ัทรกุล, 2537: 857-875) ซึ่ง อยู่ในราชอาณาจักร แต่โจทก์เป็นคนสัญชาติ
ความเห็นดังกล่าวนี้ผู้วิจัยเห็นว่าเป็นความเห็นที่ ไทย หรือมีภูมิลำ�เนาอยู่ในราชอาณาจักร โจทก์
ควรรับฟังเชน่ กัน ก็สามารถใช้สิทธิย่ืนฟ้องจำ�เลยผู้มีภูมิลำ�เนาอยู่
อย่างไรก็ดียังพบว่าการใช้มาตรา 4 ตรี นอกราชอาณาจักรได้ โดยเลือกท่ีจะย่ืนฟ้องต่อ
ดังกล่าวยังมีข้อดีที่ได้รับการยอมรับหากนำ� ศาลแพ่ง หรือศาลท่ีโจทก์มีภูมิลำ�เนาอยู่ในเขต
ภมู ลิ �ำ เนาโจทกม์ าเปน็ จดุ เกาะเกย่ี วในการก�ำ หนด ศาลกไ็ ด”้ เปน็ ตน้ โดยการขยายเขตอ�ำ นาจศาลดงั
เขตอำ�นาจศาลในคดีเรียกร้องค่าอุปการะเล้ียง กล่าวน้ันเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และ
ดูโดยศาลแห่งภูมิลำ�เนาโจทก์ก็มีความใกล้ชิด ราชอาณาจกั รไทย มากกวา่ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
เพยี งพอและเหมาะสมทจ่ี ะเปน็ ศาลทม่ี เี ขตอ�ำ นาจ จำ�เลยและเขตอำ�นาจศาล ทำ�ให้ส่งผลเสียในทาง
พิจารณาคดีได้จากข้อดีข้อเสียดังกล่าวน้ันทำ�ให้ ปฏบิ ตั กิ ลา่ วคอื ไมไ่ ดร้ บั การยอมรบั ในตา่ งประเทศ
สามารถแยกความแตกตา่ งระหวา่ งหลกั การขยาย ดังจะเห็นได้จากการท่ีอนุสัญญาบรัสเซลล์ ค.ศ.
อำ�นาจของศาลไทยและศาลต่างประเทศได้ดังน้ี 1768 มาตรา 3 วรรค 2 และอนุสัญญาลูกาโน
คือ ศาลไทยจะขยายเขตอำ�นาจศาลโดยอาศัย ค.ศ. 1988 มาตรา 3 วรรค 2 ก็ไดป้ ฏิเสธการใช้
มาตรา 4 ตรี อาศัยความเก่ียวพันระหว่างฝ่าย ภูมิลำ�เนาโจทก์ในฐานะจุดเกาะเกี่ยว ดังนั้นจึง
โจทก์กับประเทศไทยเพียงทางเดียวเป็นเกณฑ์ มีความน่าจะเป็นไปได้ว่าหากมีคำ�พิพากษาโดย
เรอื่ งเขตอ�ำ นาจศาลสว่ นหลกั การขยายเขตอำ�นาจ ศาลไทยที่อาศัยเกณฑ์เร่ืองเขตอำ�นาจศาลโดย
ศาลของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น จะใช้หลักการ ใช้ภูมิลำ�เนาของโจทก์ในฐานะท่ีเป็นจุดเกาะเก่ียว
ดังกล่าวเพ่ือท่ีจะให้อำ�นาจแก่ศาลในการใช้เขต ตามมาตรา 4 ตรี อาจจะได้รบั การปฏิเสธโดยศาล
อำ�นาจศาลเหนือบุคคลแก่จำ�เลยผู้มิได้มีถิ่นท่ี ของตา่ งประเทศทไี่ ดร้ บั ค�ำ รอ้ งขอใหท้ �ำ การยอมรบั
อยู่ในรัฐและมีธุรกิจหลักอยู่นอกรัฐ โดยเป็นการ และบงั คับตามคำ�พิพากษา
ละเมิดในการทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มิได้ ส่วนหลักการขยายเขตอำ�นาจศาลของ
ปรากฏสถานที่แห่งการกระทำ�ภายในรัฐนั้น จะ ประเทศสหรัฐอเมริกาน้ัน จะใช้หลักการดังกล่าว
ต้องปรากฏข้อเท็จจริงตามหลัก “มีการติดต่อ เพ่ือท่ีจะให้อำ�นาจแก่ศาลในการใช้เขตอำ�นาจ
เกย่ี วขอ้ งกนั เป็นอย่างนอ้ ย” (Minimum contract) ศาลเหนือบุคคลแก่จำ�เลยผู้มิได้มีถิ่นท่ีอยู่ในรัฐ
ซึ่งหลักดังกล่าวยังต้องพิจารณาได้ด้วยว่าจำ�เลย และมีธุรกิจหลักอยู่นอกรัฐ โดยเป็นธุรกรรมทาง
มีเจตนาที่จะทำ�ให้ตนมีตัวตนในการทำ�ธุรกิจใน อินเทอร์เน็ตท่ีมิได้ปรากฏสถานท่ีแห่งการกระทำ�
รัฐนั้นๆ หรือไม่ และด้วยเจตนาข้างต้นยังผลให้ ภายในรัฐนั้น จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงตามหลัก
จำ�เลยไดร้ บั ผลประโยชนใ์ นรัฐนัน้ หรือไม่ “มีการตดิ ต่อเกี่ยวข้องกันเป็นอยา่ งน้อย” ซงึ่ หลกั
ดังกลา่ วยงั ตอ้ งพิจารณาได้ดว้ ยว่า
ขอ้ เสนอแนะ 1) จำ�เลยมีเจตนาท่ีจะทำ�ให้ตนมีตัวตน
ในการท�ำ ธรุ กจิ ในรัฐน้ันๆ หรอื ไม่
1. ผู้วิจัยขอเสนอให้ใช้การขยายเขต 2) ดว้ ยเจตนาข้างตน้ ยังผลให้จ�ำ เลยได้
อ�ำ นาจศาล Long-Arm Jurisdiction ตามรูปแบบ รับผลประโยชนใ์ นรฐั นั้นหรอื ไม่
ของประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากแบบเดมิ ท่ีใช้ 3) เจตนาของการให้ข้อมูลของจำ�เลย
อยซู่ ึง่ เป็นไปตามมาตรา ๔ ตรี อันบญั ญตั ิวา่ “ใน บนเวบ็ ไซตเ์ ปน็ ขอ้ มลู ทไี่ มต่ อ้ งการตดิ ตอ่ หรอื แลก
กรณีฟ้องอ่ืนที่ไม่ใช่คดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์
ตามมาตรา ๔ ทวิ แม้จำ�เลยจะมิได้มีภูมิลำ�เนา
การก�ำ หนดเขตอำ�นาจศาลเหนือการกระท�ำ ธุรกรรมในทางแพง่ 54 ธรี ศกั ด์ิ กองสมบตั ิ
และพาณชิ ย์ตามพระราชบัญญตั วิ า่ ด้วยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์
เปลย่ี นขอ้ มลู กบั บคุ คลใดผา่ นทางอนิ เทอรเ์ นต็ หรอื รบั คดีไว้พจิ ารณา”
ไม่ (Passive Web Site) 3. ปัญหาในการละเมิดหรือผิดสัญญา
โดยหลักการขยายเขตอำ�นาจศาลใน ในการทำ�ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยหลักๆ
ลักษณะนี้ ได้รับการยอมรับกันในระดับสากล ตามที่ได้ทราบมาแล้วคือด้วยความที่ไม่สามารถ
มากกว่าแบบท่ีระบบของกฎหมายไทยใช้อยู่ ดัง ทจ่ี ะระบุถึงภมู ลิ �ำ เนา สถานท่ีทก่ี ารกระท�ำ ละเมดิ
น้ันผู้วิจัยจึงขอเสนอแนวทางในการตีความหลัก หรือทรัพย์ท่ีใช้ในการกระทำ�การละเมิด ได้อย่าง
มูลคดีเกดิ เพือ่ ให้ศาลไทยมีเขตอำ�นาจครอบคลุม ชัดเจนแต่หากเป็นการกระทำ�ละเมิดผ่านเคร่ือง
ไปถึงจำ�เลยที่ไม่ได้ปรากฏถ่ินที่อยู่ภายในรัฐ คอมพิวเตอร์ภายในบ้านมีเลข IP Address ที่
และเป็นการกระทำ�ละเมิดที่ไม่ได้ปรากฏว่ามูล แน่นอนแล้วก็ไม่เป็นการยากลำ�บากเลยในการ
คดีได้เกิดภายในท้องที่ของศาลนั้น โดยการนำ� ค้นหาท่ีอยู่หรือสถานท่ีที่การกระทำ�ความผิด
หลักเกณฑ์ของการขยายเขตอำ�นาจศาล (Long ได้เกิดข้ึน แต่เน่ืองจากปัจจุบันน้ันมีร้านค้าที่ให้
arm Jurisdiction) ของประเทศสหรัฐอเมริกา บรกิ ารทางอนิ เทอรเ์ นต็ ไวบ้ รกิ าร ท�ำ ใหแ้ มจ้ ะทราบ
เพื่อขยายเขตอำ�นาจศาลออกไป กล่าวคือเป็น ว่า IP Address ของเคร่ืองเบอร์อะไรในขณะที่
ไปตามหลักของการติดต่อเกี่ยวข้องกันเป็นอย่าง การกระทำ�ความผิดเกดิ กต็ าม แตเ่ ป็นที่ทราบกัน
น้อย(Minimum contact) ดงั ทีไ่ ดก้ ลา่ วมาแลว้ มา ดวี า่ ในรา้ นบรกิ ารอนิ เทอรเ์ นต็ นนั้ มผี เู้ ขา้ ใชบ้ รกิ าร
ปรับใช้ ท้ังนี้การนำ�หลักเกณฑ์ข้างต้นมาปรับใช้ หมุนเวียนอยู่เป็นจำ�นวนมากจึงเป็นการยากที่จะ
กับระบบกฎหมายไทยอาจไม่มีความจำ�เป็นที่จะ ตรวจสอบได้ว่าขณะนั้นหรือเวลานั้นผู้ใดเป็นผู้ใช้
ต้องดำ�เนินการแก้กฎหมายแต่อย่างใด เพียงแต่ บรกิ ารกนั แน่
ให้มีการตีความจุดเกาะเกี่ยว เพื่อใช้ในการเช่ือม วธิ กี ารแกป้ ญั หาทผี่ วู้ จิ ยั เสนอคอื ออกขอ้
โยงกบั หลักมลู คดีเกิดได้ บงั คบั ใหผ้ ทู้ เ่ี ปน็ เจา้ ของรา้ นตอ้ งด�ำ เนนิ การใหผ้ ใู้ ช้
2. ถ้าเป็นระดับภายในประเทศข้อเสนอ บรกิ ารทกุ คนรบั การลงทะเบยี นกอ่ นเขา้ ใชบ้ รกิ าร
อีกประการหนึ่งของผู้วิจัยคือ ศาลไม่ควรยกเร่ือง โดยอาจจะจดชื่อ-นามสกุล เวลาเข้า-เวลาออก
เขตอำ�นาจศาลมาเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณา รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิด เป็นต้น ซ่ึงหาก
คดี หน้าท่ีท่ีถูกต้องของศาลควรท่ีจะเป็นผู้ชี้แนะ ไม่ดำ�เนินการดังกล่าวแล้วภายหลังตรวจพบหลัง
และอำ�นวยความสะดวกแก่ผู้ท่ีนำ�คดีข้ึนสู่ศาล จากเกิดการกระทำ�ความผิดแต่ไม่อาจทราบได้ว่า
โดยหากมีความเห็นแย้งในเรื่องเขตอำ�นาจศาลก็ ใครเปน็ ผใู้ ชบ้ รกิ ารในขณะนนั้ ใหถ้ อื วา่ เจา้ ของรา้ น
ควรนำ�เรื่องดังกล่าวเข้ามาประชุมหารือกันแล้ว เป็นผู้ช่วยเหลือหรือสนับสนุนในการกระทำ�ความ
จึงแจ้งเขตอำ�นาจศาลที่ถูกต้องแก่ผู้ฟ้องคดี ไม่ ผิดนัน้ ดว้ ย
ควรยกฟ้องโดยยกเพียงเหตุว่า “ศาลไม่มีอำ�นาจ
เอกสารอ้างองิ
พรชัย วิวฒั น์ภัทรกลุ . (2537). เปรยี บเทยี บหลักกฎหมายขัดกนั ขององั กฤษกับไทย วา่ ดว้ ยเขตอำ�นาจ
ศาลในการรบั พจิ ารณาคดแี พง่ : ศาลไทยควรมแี นวนโยบายอยา่ งไรหรอื ไมใ่ นการรบั พจิ ารณา
คดแี พง่ ซง่ึ มลู คดมี ไิ ดเ้ กดิ ขน้ึ ในราชอาณาจกั ร และจ�ำ เลยไมม่ ภี มู ลิ �ำ เนาอยใู่ นราชอาณาจกั รใน
ขณะท่ีเรมิ่ กระบวนวิธพี ิจารณา. วารสารนิตศิ าสตร์ 24(4): 857-875.
วารสารมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 55 ปที ี่ 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
ไพโรจน์ วายภุ าพ, “การแสดงเจตนาและการเกดิ สญั ญา” เอกสารประกอบการบรรยายในการ สัมมนา
เรอ่ื ง “กฎหมายธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส”์ ณ Escape Hall อาคารศนู ยป์ ระชมุ สหประชาชาติ
วนั ท่ี 23 มิถนุ ายน 2543 (อดั สําเนา) หนา้ 4.
สํานักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และ
คอมพวิ เตอรแ์ หง่ ชาติ สาํ นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาต.ิ (2544). คาํ อธบิ าย
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544. (กรุงเทพมหานคร บริษัท
พาณชิ พระนคร (2535) จาํ กัด, 2545), น. 123.
Benjamin Wright and Jane k Winn. (2000). The Law of Electronic Commerce. 37 edition, (United
States of America Aspen Publisher, Inc., p. 2-1.
Black’ s Law Dictionary, Henry Campbell, (West Publishing Co.1990), p.5000.
Committee on Cyberspace Law. (2000). Litigation In Cyberspace: Jurisdiction and Choice of
Law, A United State Perspective. American Bar Association, <http://www.abanet.org/
buslaw/cyber/initiatives/cusjuris.html>,September 15, 2000, p.3.
Dennis Campbell (General Editor) and Christian Cambell (Editor). (1998). Law of International
Online Business A Global Perspective. (London: Sweet & Maxwell).
Martha Weser. (1961). Base of Judicial Jurisdiction in the common Market Countries. The
American Journal of Comparative Law 10: 324-327.
Martin Wolff. Private International Law, p.61.
NIBOYET No. 1804 ; BATIFFOL No.683.
Rougeron v. Veuve Rougeron, Cass. Civ. (May 5, 1959). 48 REV. CRIT. DR. INT. PRIVÉ 501
(1959) ; 86 CLUNET 1158 (1959) ; Epouxc Morris, Cass. Req., April 29, 1931, 59
CLUNET 98 (1932).
The Supreme Court of Judicature Act, Cap 322. (1999). 1999 Ed and Corresponding provision
in the Subordinate Courts Act. Cap 221.
Order 11, Rules of Court, Cap 322 R5, 2004 Ed.
กระบวนการถ่ายทอดล�ำ ท�ำ นองกาฬสนิ ธุ์ของหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์
The Kalasin Transmission Method of Mor Lam Kalasin style, Wiraphong
Wongsin
ภทั รกร กาเผอื ก1, พิษณุ บญุ ศรอี นันต2์
Pattaragon Kaphuak1, Pisanu Boonsrianan2
Received: 6 June 2020 Revised: 11 August 2020 Accepted: 16 November 2020
บทคดั ยอ่
การศกึ ษานม้ี จี ดุ มงุ่ หมาย เพอ่ื ศกึ ษา 1) ประวตั ิของหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศลิ ป์ 2) เพื่อศึกษากระบวนการ
การถา่ ยทอดล�ำ ท�ำ นองกาฬสนิ ธข์ุ องหมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์ มกี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากเอกสารและ
ภาคสนาม ทำ�การศกึ ษาระหว่างเดือนกรกฎาคม 2562-เดือนธนั วาคม 2562 เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในการวิจัย
เป็นแบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างและแบบสังเกต กลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูลประกอบด้วย หมอลำ�
วรี ะพงษ์ วงศศ์ ิลป์ ลูกศิษย์ทเี่ คยเรยี น ลกู ศษิ ยท์ ีก่ ำ�ลงั เรียน และสมาชกิ ในวงซง่ึ นำ�เสนอผลการวจิ ัยโดย
วธิ ีพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวจิ ัยพบวา่
1) เดมิ หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ิลป์ ประกอบอาชพี เปดิ รา้ นตดั ผม แต่มคี วามสนใจเร่ืองการร้อง
การลำ� ความใฝ่ฝันต้ังแต่วัยเด็ก อยากมีวงเป็นของตนเอง อยากเป็นหมอลำ� อยากมีคนรู้จักมากขึ้น
โดยได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์ทันใจหวาน ซ่ึงเป็นผู้ฝึกสอนการลำ�และการฟ้อนให้ อีกทั้งตนเองมี
พรสวรรค์ในดา้ นนี้จึงเรยี นรไู้ ดอ้ ย่างรวดเร็ว เร่มิ อาชีพหมอล�ำ อยา่ งเต็มตวั ตอนนนั้ อายุเพียง 19 ปี โดย
ในปี 2526 ออกเดนิ สายรบั จา้ งล�ำ ตามงานตา่ งๆ เพยี งคนเดยี ว จากนน้ั ตอ่ มา ในปี พ.ศ. 2529 เรมิ่ ไปเปน็
ศลิ ปนิ หมอล�ำ ใหก้ บั คณะหมอล�ำ ซปุ เปอรส์ ารคาม โดยล�ำ เรอ่ื งตอ่ กลอนท�ำ นองกาฬสนิ ธสุ์ ารคาม จนเปน็
หมอล�ำ ท่มี ีช่อื เสยี งในจงั หวดั มหาสารคาม และไดร้ บั บทพระเอก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2531 ย้ายมาสงั กัด
กบั หมอล�ำ คณะซุปเปอร์มหากาฬ โดยเป็นหมอล�ำ เร่อื งต่อกลอนท�ำ นองกาฬสนิ ธสุ์ ารคาม ดว้ ยฉายาวา่
รงุ่ ตะวนั แดนภไู ท ปี พ.ศ.2533 ย้ายมาอยู่กับหมอล�ำ คณะฟ้าสคี ราม เป็นหมอลำ�เรอื่ งต่อกลอนทำ�นอง
กาฬสินธุส์ ารคาม ทโ่ี ดง่ ดังมากในยคุ นน้ั ออกเดินสายล�ำ ท่วั อสี านในหลายจังหวัด เช่น รอ้ ยเอด็ ยโสธร
กาฬสินธุ์ ขอนแก่น สกลนคร นครพนม และอบุ ลราชธานี สังกดั อยู่วงนน้ี านถึง 19 ปี รบั บทพระเอก
และต่อมารบั บทพ่อพญา จนเมือ่ ปี พ.ศ.2547 ด้วยช่อื เสียงและการการตอบรบั ทด่ี จี ากแฟนเพลง จงึ ได้
ออกมาต้งั วงดนตรหี มอล�ำ พ้นื บ้าน คณะวรี ะพงษ์ วงศศ์ ิลป์ ศลิ ปนิ ภูไท ที่มีช่ือเสียงโดง่ ดงั จนถึงปจั จบุ ัน
1 นิสติ ปรญิ ญาโท วิทยาลยั ดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
2 อาจารย์ วิทยาลยั ดุรยิ างคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
1 Master Degree Student, College of Music, Mahasarakham University
2 Lecturer, College of Music, Mahasarakham University
วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 57 ปีที่ 40 ฉบบั ท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
2) กระบวนการถา่ ยทอดของหมอลำ�วีระพงษ์ วงศศ์ ิลป์ น้ันมวี ธิ ีการรับลูกศษิ ย์ทีม่ ีใจรักในดา้ น
เสยี งรอ้ งเสยี งล�ำ โดยศกึ ษากลอนล�ำ ใหเ้ ขา้ ใจดว้ ยตวั เอง และมอบหมายใหล้ กู ศษิ ยน์ �ำ กลอนล�ำ ไปทอ่ งจ�ำ
ใหข้ ึน้ ใจ โดยที่ยังไม่ล�ำ ใส่กับทว่ งทำ�นอง แต่เน้นการจดจำ�ค�ำ ในบทกลอนใหแ้ มน่ ย�ำ และข้นึ ใจ การออก
เสยี งแตล่ ะค�ำ ใหช้ ดั ฉะฉาน ซงึ่ หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ปจ์ ะถา่ ยทอดทว่ งท�ำ นองล�ำ ตา่ งๆ ใหล้ กู ศษิ ยด์ ว้ ย
วธิ สี าธติ การล�ำ ใหด้ เู ป็นตวั อยา่ งกอ่ นแล้วจึงเรม่ิ ถ่ายทอด ทว่ งท�ำ นองน้นั ๆ ดว้ ยวิธีการออกเสยี ง ระดบั
เสียงที่ถูกต้องการเอ้ือนลูกคอของคำ�กลอนแต่ละคำ� ด้วยกระบวนการฝึกท่วงทำ�นองน้ีต้องอาศัยความ
อดทนของลกู ศษิ ยอ์ ยา่ งมาก เพราะตอ้ ง ออกเสยี งของค�ำ กลอนแตล่ ะค�ำ ใหถ้ กู ตอ้ งชดั เจนแลว้ ระดบั เสยี ง
ของคำ�กลอนน้นั ตอ้ งเป็นระดบั เสียง ทถี่ ูกตอ้ งตามท�ำ นองการล�ำ โดยการเทียบระดับเสียงจากเสียงแคน
ซง่ึ ในการเรยี นแตล่ ะครงั้ หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ปจ์ ะบนั ทกึ เสยี งรอ้ งของตวั เองไวใ้ หล้ กู ศษิ ยเ์ อากลบั ไปฟงั
หรือฝึกซ้อมดว้ ยตวั เอง
คำ�ส�ำ คญั : กระบวนการถ่ายทอด, ล�ำ ท�ำ นองกาฬสินธุ์, หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศ์ศลิ ป์
Abstract
This study aims 1) To study the history of Mo Lam Wiraphong Wongsin 2) To study the process
of the Kalasin transmission of Mor Lam Wiraphong Wongsin Data collected from documents
and in the field. The study was conducted between July 2019-December 2019. Research tools
were unstructured interviews and observation The informational personnel consisted of Mor Lam
Wiraphongwongsilp Pupils who have studied band members and presented the research results
by descriptive analysis method. The results of the research showed that.-
1) Formerly Mo Lam Wiraphong Wongsilp was a professional barber Mor Lam
Weerapong with a singing Ambition since childhood, want to have a band of his own Want to
be Mor Lam Want and to get to know more people. This ambition was passed on from Teacher
Tanjai Wan who was a trainer of the trunk and the dance. Moreover, he was gifted in this field
and therefore was able to learn quickly. He began a full-fledged Mor-Lam occupation. At that
time, only 19 years old, in 1983, he started out as a contractor for various jobs. Only later,
in the year 2529 B.E., he began to become a Mor-lam artist in the Mor-lam faculty of Super
San Kham. Mor Mor, the story to the poem, Kalasin Sarakhham is a famous Mo-mo in Maha
Sarakham province. He got the role of a hero Mor Mor, in the story to the poem, Kalasin
Sarakhham which has the nickname Rung Dawn at Phu Tai. In 2533, he relocated to the Blue
Moram Group of Mor Lam. The story about a poem similar to Kalasin Sarakham was very
famous at that time, traveling through the northeast in many provinces such as Roi Et, Yasothon,
Kalasin, Khon Kaen, Sakon Nakhon, Nakhon Phanom And Ubon Ratchathani. He was affiliated
with this band for about 19 years doing more than playing the hero and later playing the father
Phaya. Music fans responded to the popularity. He decided to start his own band in 2004,
setting up a folk-rock band, Weerapong Wongsin, Phu Thai artist, that remains famous until today.
กระบวนการถ่ายทอดลำ�ทำ�นองกาฬสนิ ธุ์ของหมอลำ�วรี ะพงษ์ วงศศ์ ิลป ์ 58 ภทั รกร กาเผือก, พษิ ณุ บุญศรอี นันต์
2) The process of broadcasting of Mor Lam Weerapong Wongsilp has a method of
accepting disciples who are passionate about vocals. This involves studying on his own to
understand the poem Lam and to assign the students to memorize poems without having to
enter into the melody but focussing on accurately remembering the words in the poem and in
the mind pronouncing each word clearly. Mo Lam Weeraphong Wong Sin will convey various
melodies to provide students with demonstration methods. Let’s look at an example first and
then start broadcasting. That melody with the pronunciation and the correct pitch of sound is
removed each verse. The process of practicing this melody requires a lot of patience for the
students because each verse must be pronounced correctly. The pitch of the poem must be
correct according to the melody by comparing the sound of the can in which in each study, Mor
Lam Virapong Wong Sin will record his own vocals for the students to take back to listen to or
practice by themselves.
Keywords: Relay process, Melodies Kalasin, Mor Lam Wiraphong wongsilp
บทนำ� ระดับกลางคือเสียงไม่สูงเกินไปและไม่ต่ำ�เกินไป
ผลู้ �ำ ควรมเี สยี งใหญแ่ ละนมุ่ นวล จงึ จะล�ำ ไดไ้ พเราะ
กลอนลำ�เป็นส่วนหนึ่งของบทหมอลำ� (โศภิตสุดา อนันตรักษ์, 2534: 46) นอกจากน้ี
เรอื่ งตอ่ กลอน ทผ่ี แู้ สดงใชใ้ นท�ำ นองตา่ งๆ ลกั ษณะ แลว้ ยงั มที �ำ นองพทุ ไธสง (อ�ำ เภอพทุ ไธสง จงั หวดั
คำ�ประพันธ์ของกลอนลำ�มีลักษณะเป็นร้อยกรอง บุรีรัมย์) ชึ่งเป็นทำ�นองการลำ�ท่ีมีท่วงทำ�นอง
คลา้ ยโคลงสภุ าพของภาคกลางนอกจากนน้ั กลอน และลีลาเร็วใช้ลำ�เม่ือต้องการเดินกลอน (เสงียม
ลำ�ยังมีลักษณะเป็นกลอนร่าย กลอนกาพย์ และ บงึ ไสย,์ 2533: 33)
กลอนเญิ่นอีกด้วย (เจริญชัย ชนไพโรจน์, 2526: ในขณะชว่ งรงุ่ เรอื งของหมอล�ำ กลอนไดม้ ี
20-21) จ�ำ นวนค�ำ ในกลอนล�ำ และค�ำ สมั ผสั จดั เขา้ พัฒนาการมาเป็นหมอลำ�หมู่เนื่องจากมีการแพร่
ผงั ฉนั ทลกั ษณท์ แี่ นน่ อนตายตวั ไดย้ ากมากเพราะ กระจายของลเิ กทางภาคกลาง เปน็ แบบละครเวที
บางบทน้นั มจี �ำ นวนค�ำ เพิม่ ขน้ึ อย่างมากมาย ผ้ลู ำ� เขา้ มาในภาคอสี าน
ต้องใช้ความสามารถสูงในการลำ�โดยปรับทำ�นอง เดิมทีภาคอีสานมีหมอลำ�พ้ืนที่ปรากฏ
ลำ�ใหเ้ ขา้ กับกลอนลำ�ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม การแสดง อยู่แล้ว คำ�ว่าพ้ืนหมายถึงนิทาน หรือเรื่องเล่า
น้ันหมอลำ�เร่ืองต่อกลอนแต่ละคณะจะมีทำ�นอง ดังน้ันลำ�พื้นหมายถึง “ลำ�ท่ีเป็นเรื่องราว หรือ
การลำ�ประจำ�คณะซ่ึงทำ�นองการลำ�แต่งต่างกัน เป็นเรื่องเล่า มาผสมผสานกับลิเกจนกลายเป็น
ออกไปตามท้องถ่ิน เช่นทำ�นองการลำ�ได้แก่ หมอลําหมู่ หมอลำ�หมู่เป็นหมอลําที่ได้รับความ
ทำ�นองอุบลเป็นภาษาพูดมาจากอุบลราชธานี นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน มีการจําแนกประเภท
เป็นทำ�นองที่ค่อนข้างช้าและเนิบนาบ ทำ�นอง ทาํ นองลาํ หรอื “วาดลํา” ได้แก่ ทํานองขอนแกน่
ขอนแกน่ เปน็ ท�ำ นองการล�ำ ทีค่ ่อนขา้ งกระชับและ ทํานองกาฬสินธุ์ ทํานองสารคาม ทํานองอุบล
รวดเร็ว (พรทิพย์ ซังธาดา, 2538: 28) ทำ�นอง ทาํ นองลําเพลนิ เปน็ ต้น
สารคาม เป็นภาษาพูดมาจากมหาสารคามและ
ทำ�นองกาฬสินธุ์เป็นทำ�นองท่ีมีระดับเสียงอยู่ใน
วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 59 ปีที่ 40 ฉบบั ท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
หมอลำ�หมู่วาดขอนแก่น ไม่นิยมเล่น หมอลำ�เร่ืองต่อกลอนตรงท่ีหมอลำ�ชายท่ีเป็น
เสยี ง กลอนล�ำ ไมม่ โี อ่ ส�ำ เนยี งหรอื กระแสเสยี งทาง ตัวเอก จะไม่นุ่งโจงกระเบนแต่จะนุ่งกางเกง
ภาษาก็ยังบ่งบอกในตัว เช่นเดียวกับสำ�เนียงพูด ขาสามสว่ น บนศรี ษะไมส่ วมหวั มอญ แตจ่ ะประดบั
วาดอบุ ล มลี กั ษณะแบบอยา่ งการล�ำ ที่มีแบบแผน ด้วยดอกไม้ประดิษฐ์ หมอลำ�หญิงที่เป็นตัวเอก
ชัดเจน คือ เน้นจังหวะช้าเนิบ ศัพท์ท้องถ่ินว่า จะแตง่ กายชดุ ไทยทอ่ี อกแบบตดั เยบ็ พเิ ศษเหมอื น
“ล�ำ โหญๆ่ ” เนน้ เสนอบทกลอนความรู้เปน็ หลัก ท่ี ชุดไทยแต่กระโปรงส้ันเลยเข่าหรืออาจจะสวม
ส�ำ คญั คือไมน่ ิยม “ล�ำ ญ่าว” เปน็ จังหวะเดินกลอน กระโปรงสั้นเสื้อสีต่างๆ ก็ได้กลอนลำ�ก่อนออก
ในช่วงเดินดงและเดินนิทานเหมือนกับลำ�กลอน แสดงนิยมลำ�เปิดผ้าม่านกั้งหลังฉาก จากนั้นจึง
วาดขอนแก่น หากแตจ่ งั หวะเดนิ กลอนของกลอน ฟ้อนออกสู่หน้าเวที ลำ�เดินกลอนหนึ่งกลอน ซ่ึง
ลำ� วาดอุบลน้ัน มีอยู่แบบเดียวและเป็นทำ�นอง อาจจะเป็นกลอนลำ�เพลิน ลำ�เต้ย ลำ�เดิน และ
เดียวกับลำ�ทางสั้นประเภทอ่ืนๆ เช่น ลำ�เกี้ยว อื่นๆ จบแลว้ เจรจาด�ำ เนินเร่ือง ลำ�เดนิ กลอน อีก
เป็นต้น คือใช้ทำ� นองลำ�ทางส้ันเป็นหลักโดย หน่งึ กลอนจึงเขา้ หลังฉาก ในชว่ งการด�ำ เนนิ เรือ่ ง
ตลอด สนอง คลังพระศรี (2554) ยังระบุว่า ของตัวละครอาจจะลำ�ดำ�เนินเร่ืองเป็นทำ�นองลำ�
“ลำ�กลอนวาดอุบล ถือเป็นเอกลักษณ์เด่นประจำ� ยาวสั้นๆ ก็ได้ ทำ�นองการลำ�เพลินหรือวาดลำ�
เมืองอุบลราชธานีโดยแท้ กล่าวคือ การลำ�ใน เพลินจะเหมือนกันโดยทั้งหมดไม่แบ่งแยกออก
ท้องถน่ิ อื่นใด หากลำ�ตามรปู แบบดังกล่าวน้กี ลา่ ว เป็นหลายวาดเหมือนหมอลำ�เร่ืองต่อกลอน
ไดว้ า่ เปน็ หมอล�ำ กลอนวาดอบุ ล เพราะมแี บบแผน กลอนล�ำ เพลนิ นยิ มขน้ั ตน้ ดว้ ย ค�ำ วา่ “โอยนอนาง”
กำ�หนดไว้ชัดเจน นอกจากนี้หมอลำ�กลอนวาด หรอื โอยเดช้ าย
อุบลยังเป็นต้นตำ�หรับเผยแพร่ทำ�นองลำ�เต้ยไปสู่ วาดกาฬสินธุ์-สารคาม ไม่มีโอ่ลำ�เสียง
ทอ้ งถน่ิ อนื่ ๆ เมอื่ ชว่ งประมาณปี พ.ศ.2486 เพราะ ใหญๆ่ คำ�วา่ ฟา้ กม็ ีบา้ งแต่ส้ันกวา่ วาดอบุ ล นิยม
แต่กอ่ นหมอลำ�วาดอื่นไม่ได้ออกเตย้ ใชแ้ ต่ลำ�ทาง ขน้ึ ตน้ ดว้ ยค�ำ วา่ “มาบดั น้ี มาวนั นี้ เวลานใี้ นตอนน”ี้
ส้ันและลำ�ล่องทางยาวเท่านั้น” เป็นทำ�นองหลัก แล้วแต่จะข้ึนต้นด้วยคำ�ใดคำ�หน่ึงหมอลำ�ทำ�นอง
ท่ีหมอลำ�ทั้งกลุ่มหมอลำ�กลอนและหมอลำ�เร่ือง กาฬสินธุ์ เป็นทำ�นองท่ีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
มีทำ�นองช้า เน้นการเอื้อนเสียงให้เกิดความ คอื ล�ำ ท�ำ นองกาฬสนิ ธมุ์ ลี กั ษณะการใชเ้ สยี งระดบั
ไพเราะ ใช้ในการพรรณนาสภาพธรรมชาติ เช่น กลางไมส่ งู เกนิ ไปและไม่ต�ำ่ เกินไป ไม่มีโอล่ ำ�เสยี ง
ทุ่งนา ปา่ เขา รวมถงึ ความรกั ความพลัดพราก ใหญๆ่ คำ�วา่ ฟา้ กม็ ีบ้างแต่สนั้ กว่าวาดอบุ ล นิยม
หรือเล่าเร่ืองราวนิทานต่างๆ ลำ�ล่องอาจแบ่งได้ ขน้ึ ตน้ ดว้ ยค�ำ วา่ “มาบดั น้ี มาวนั น้ี เวลานใ้ี นตอนน”้ี
เป็น 3 ชว่ ง คือ ช่วงเกริ่นลา ช่วงบรรยายความ แลว้ แตจ่ ะขน้ึ ตน้ ดว้ ยค�ำ ใด ซง่ึ มเี สนห่ อ์ ยใู่ นตวั และ
และชว่ งจบหรอื ลง แตล่ ะทอ้ งถน่ิ กจ็ ะมวี าด (Style) ยังมีศิลปินอีกท่านท่มี ีช่ือเสียงในปจั จบุ ัน คือ
ทแ่ี ตกตา่ งกนั ตามส�ำ เนยี งพดู เชน่ ล�ำ ลอ่ งวาดอบุ ล หมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ เป็นหมอลำ�
มกั จะเกริน่ ลาด้วยคำ�ว่า “ฟ้าเอย…” เป็นต้น เร่ืองต่อกลอนทำ�นองกาฬสินธุ์ ซึ่งมีประวัติและ
วาดลำ�เพลินเป็นหมอลำ�เรื่องต่อกลอน ผลงานมากมาย รบั ใชแ้ ฟนเพลงแฟนหมอล�ำ ผา่ น
อีกประเภทหน่ึงท่ีใช้ทำ�นองลำ�คึกคักเร้าใจ ที่ ประสบการณช์ ีวติ หมอล�ำ มานานกวา่ 20 ปี ด้วย
เรียกว่าทำ�นองลำ�เพลินในการลำ�เป็นส่วนมาก น้ำ�เสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนมีช่ือเสียง
การแต่งกายของหมอลำ�เพลินจะแตกต่างจาก โด่งดังเป็นท่ีรู้จักของแฟนเพลงและแฟนหมอลำ�
กระบวนการถ่ายทอดลำ�ท�ำ นองกาฬสินธุ์ของหมอล�ำ วีระพงษ์ วงศ์ศิลป ์ 60 ภทั รกร กาเผอื ก, พษิ ณุ บุญศรอี นนั ต์
เรยี กไดว้ า่ เปน็ ศลิ ปนิ อกี ทา่ นหนงึ่ ทม่ี คี วามสามารถ ผู้วิจัยมีแบ่งข้ันตอนการดำ�เนินการวิจัย
มผี ลงานเพลงทโี่ ดง่ ดงั เปน็ ทร่ี จู้ กั ของคนอสี าน เชน่ ออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะการศึกษาข้อมูลจาก
เพลงมักเมียเขา เพลงมักคนเมา เพลงมักผู้หญิง เอกสารและการศึกษาข้อมูลภาคสนาม ในระยะ
กินเหล้า กลอนลำ�ทำ�นองกาฬสินธ์ุ เช่น กลอน การศึกษาข้อมูลจากเอกสาร ผู้วจิ ยั สบื คน้ เอกสาร
พระบอกแมอ่ อกทกุ ข์ กลอนประทบั ใจไทยรอ้ ยเอด็ ท่ีมีเนื้อหาจากคำ�สำ�คัญท่ีเกี่ยวข้องกับงานวิจัย
เปน็ ตน้ และปั้นศลิ ปนิ รุน่ ใหม่คอื มาร์ค วงศศ์ ิลป์ ไดแ้ ก่ การสอนหมอล�ำ เทคนคิ การขบั รอ้ ง ท�ำ นอง
ซึ่งเป็นพระเอกหมอลำ�ประจำ�คณะศิลปินภูไท ล�ำ ใชผ้ วู้ จิ ยั เปน็ เครอ่ื งมอื ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
อีกด้วย และใหท้ ปี่ รกึ ษาตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู
จากความสำ�คัญข้างต้นผู้วิจัยจึงเลือก นำ�เอาขอ้ มลู ทไ่ี ด้มาวิเคราะห์ตามขน้ั ตอน ไดแ้ ก่
ศึกษาชีวประวัติของหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ 1) ตรวจสอบข้อมูลที่ได้จากการศึกษา
และศึกษากระบวนการการถ่ายทอดลำ�ทำ�นอง เอกสาร 2) น�ำ ขอ้ มลู ทไี่ ดม้ าจดั หมวดหมเู่ พอ่ื ใหง้ า่ ย
กาฬสินธ์ุ ข้ึนเพ่ือเก็บรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆ ตอ่ การวเิ คราะหข์ อ้ มลู 3) สรปุ และวเิ คราะหข์ อ้ มลู
เกี่ยวกับศิลปินหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ เพื่อ 4) นำ�ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเอกสาร แต่ละ
เป็นเอกสารประกอบการสอนด้านหมอลำ�และ กลุ่มมาเรียบเรยี งเชงิ พรรณนา ในระยะการศึกษา
ภูมิปัญญาดา้ นศลิ ปะการแสดงของชาติไว้ และยงั ข้อมูลภาคสนาม ด้านเน้ือหาผู้วิจัยได้แบ่งเนื้อหา
เป็นหมอลำ�เรอ่ื งตอ่ กลอน ท�ำ นองกาฬสนิ ธุ์ เพียง ออกเป็น 2 ประเด็นการศึกษาได้แก่ 1. ประวัติ
วงเดียวทีม่ ชี อ่ื เสียงโด่งดังในปัจจบุ นั ของหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ 2. กระบวนการ
การถ่ายทอดลำ�ทำ�นองกาฬสินธ์ุของหมอลำ�
วัตถปุ ระสงค์ วรี ะพงษ์ วงศ์ศลิ ป์
เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บข้อมูล
1. เพอ่ื ศกึ ษาประวตั ขิ องหมอล�ำ วรี ะพงษ์ ภาคสนาม ผู้วิจัยได้ทำ�การเก็บข้อมูลจากการ
วงศศ์ ลิ ป์ สัมภาษณ์ โดยสมั ภาษณ์ และ สังเกตแบบมสี ว่ น
2. เพ่ือศึกษากระบวนการการถ่ายทอด รว่ ม (Participant Interview) โดยมสี ว่ นรว่ มในการ
ล�ำ ท�ำ นองกาฬสินธุ์ของหมอลำ�วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์ ซอ้ มและปฏบิ ตั หิ มอล�ำ ของนกั เรยี นทเ่ี รยี นหมอล�ำ
กบั หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์ และการสงั เกตแบบ
วธิ ีด�ำ เนินการวจิ ัย ไม่มีส่วนร่วม (Non-Participant Interview) โดย
สังเกตจากการจัดกระบวนการเรียนการสอนใน
กระบวนการการถ่ายทอดลำ�ทำ�นอง ด้านต่างๆ ตามความมุ่งหมายท่กี ำ�หนดไว้
กาฬสินธ์ุ ของหมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์ มีความ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ศึกษาได้นำ�เอา
มุ่งหมายของการวิจัยเพื่อศึกษาชีวประวัติและ หัวข้อต่างๆ และทฤษฎีต่างๆ นำ�ข้อมูลภาพ
ขั้นตอนการสอนของหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ จุดมุ่งหมายตามกลุ่มเป้าหมายตรวจสอบข้อมูล
โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการศึกษาคือหมอลำ� ผู้เชี่ยวชาญตรวจข้อมูลและนำ�มาวิเคราะห์ จาก
วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ปแ์ ละ นกั เรยี นทเ่ี รยี นหมอล�ำ กบั เอกสาร และข้อมูลภาคสนาม
หมอลำ�วรี ะพงษ์ วงศ์ศิลป์ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
โดยวิธีการสัมภาษณ์ และสังเกตแบบมีส่วนร่วม
และไมม่ สี ว่ นร่วม
วารสารมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 61 ปีที่ 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
ผลการวิจัย 2. กระบวนการถ่ายทอดของหมอลำ�
วรี ะพงษ์ วงศ์ศลิ ป์
เมอื่ ผวู้ จิ ยั ไดศ้ กึ ษาเอกสารและขอ้ มลู ภาค หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์ มวี ธิ กี ารรบั ลกู
สนามโดยการสัมภาษณ์ ถึงประวัติของหมอลำ� ศยิ ษ์ทม่ี ใี จรักในดา้ นเสียงรอ้ งเสียงล�ำ การท่องจำ�
วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์และกระบวนการถ่ายทอดของ กลอนลำ�เป็นการศึกษากลอนลำ�ให้เข้าใจด้วย
หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศ์ศิลป์ ได้ผลการวจิ ัย ดังนี้ ตัวเอง จะเป็นการมอบหมายให้ลูกศิษย์นำ�
1. ด้านประวัติของหมอลำ�วีระพงษ์ กลอนลำ�ไปท่องจำ�ให้ข้ึนใจ โดยท่ียังไม่ลำ�ใส่กับ
วงศ์ศิลป์ ท่วงทำ�นอง แต่เน้นการจดจำ�ในเรื่องของคำ�ใน
เดิมหมอลำ�วีระพงษ์ วงศศ์ ิลป์ ประกอบ บทกลอนใหแ้ ม่นย�ำ และขนึ้ ใจ การออกเสยี งแต่ละ
อาชีพเปิดร้านตัดผม หมอลำ�วีระพงษ์ ให้ความ คำ�ในบทกลอนล�ำ ให้ชดั ฉะฉาน หมอล�ำ วรี ะพงษ์
สนใจเร่ืองการร้องการลำ� ความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กๆ วงศ์ศิลป์ ถ่ายทอดท่วงทำ�นองลำ�ต่างๆ ไปยังลูก
อยากมวี งเปน็ ของตนเอง อยากเปน็ หมอล�ำ อยาก ศิษย์ด้วยวิธีสาธิตการลำ� ให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน
มีคนรู้จักมากขึ้น โดยได้รับการถ่ายทอดจาก แล้วจึงเร่ิมถ่ายทอด การถ่ายทอดท่วงทำ�นอง
อาจารย์ทันใจหวาน ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนการลำ�และ นั้นๆ ด้วยวิธีการออกเสียง ระดับเสียงท่ีถูกต้อง
การฟ้อนให้ อีกท้ังตนเองมีพรสวรรค์ในด้านน้ี ของคำ� กลอนแต่ละคำ�การเอ้ือนลูกคอของ
จึงเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เริ่มอาชีพหมอลำ�อย่าง ค�ำ กลอนแตล่ ะค�ำ ในทกุ ค�ำ ทมี่ ใี นบทกลอนล�ำ นนั้ ๆ
เต็มตัวตอนนนั้ เพยี งอายุ 19 ปี ในปี 2526 ออก ในกระบวนการฝึกท่วงทำ�นองนี้ต้องอาศัยความ
เดินสายรับจ้างลำ�ตามงานต่างๆ เพียงคนเดียว อดทนของลกู ศษิ ยอ์ ยา่ งมาก เพราะตอ้ ง ออกเสยี ง
จากน้นั ต่อมา เมือ่ ปี พ.ศ. 2529 เร่มิ ไปเป็นศลิ ปิน ของคำ�กลอนแต่ละค�ำ ใหถ้ ูกต้องชัดเจนแลว้ ระดบั
หมอลำ�กับหมอลำ�คณะซุปเปอร์สารคาม หมอลำ� เสียงของคำ�กลอนนั้นต้องเป็นระดับเสียง ที่ถูก
เรื่องต่อกลอนทำ�นองกาฬสินธ์ุสารคาม เป็น ต้องตามทำ�นองการลำ� โดยการเทียบระดับเสียง
หมอลำ�ท่ีมีชื่อเสียงในจังหวัดมหาสารคาม และ จากเสียงแคน โดยในการเรียนแต่ละคร้ังหมอลำ�
ได้รับบทพระเอก ต่อมาเมอ่ื ปี พ.ศ. 2531 ยา้ ยมา วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ปจ์ ะบนั ทกึ เสยี งรอ้ งของตวั เองไว้
สังกัดกับหมอลำ�คณะซุปเปอร์มหากาฬ หมอลำ� ใหล้ ูกศษิ ยเ์ อากลบั ไปฟังหรอื ฝกึ ซอ้ มด้วยตัวเอง
เร่ืองต่อกลอนทำ�นองกาฬสินธุ์สารคาม ซ่ึงมี
ฉายาว่า รุ่งตะวนั แดนภไู ท ปี พ.ศ.2533 ย้ายมา สรปุ ผลการวิจัย
อยู่กับหมอลำ�คณะฟ้าสีคราม เป็นหมอลำ�เรื่อง
ต่อกลอนทำ�นองกาฬสินธ์ุสารคาม ท่ีโด่งดังมาก การศกึ ษาวจิ ยั เรอื่ ง กระบวนการถา่ ยทอด
ในยุคน้นั ออกเดินสายลำ�ท่ัวอีสานในหลายจังหวดั ลำ�ทำ�นองกาฬสนิ ธุข์ องหมอลำ�วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์
เชน่ รอ้ ยเอ็ด ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น สกลนคร เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์
นครพนม และอบุ ลราชธานี สงั กดั อยู่กบั วงนน้ี าน เนื้อหาประวัติหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ และ
มาก ประมาณ 19 ปีกวา่ รบั บทพระเอก และตอ่ กระบวนการถ่ายทอดลำ�ทำ�นองกาฬสินธุ์ของ
มารบั บทพอ่ พญา แฟนเพลงใหก้ ารตอบรบั มากขน้ึ หมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ สรุปได้ดังน้ี
จนมชี อื่ เสยี ง และเปน็ วงสดุ ทา้ ยกอ่ นทจ่ี ะตดั สนิ ใจ 1. เพ่ือศึกษาประวัติของหมอลำ�
มาตั้งวงเอง เมอื่ ปี พ.ศ.2547 ต้งั วงดนตรหี มอล�ำ วีระพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์
พน้ื บา้ น คณะวรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์ ศลิ ปินภไู ท จน ประวัติของหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์
มชี อื่ เสียงโดง่ ดังจนถึงปจั จุบัน พบวา่ นาย สทิ ธพิ งษ์ โทไข่ษร (หมอล�ำ วรี ะพงษ์
กระบวนการถา่ ยทอดลำ�ทำ�นองกาฬสนิ ธุ์ของหมอลำ�วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป ์ 62 ภัทรกร กาเผอื ก, พิษณุ บญุ ศรอี นนั ต์
วงศศ์ ิลป์) เกดิ วนั ท่ี 8 เมษายน พ.ศ. 2507 อายุ นานมาก ประมาณ 19 ปกี วา่ รับบทพระเอก และ
55 ปี ประวตั กิ ารศึกษา จบการศกึ ษาช้ันประถม ต่อมารับบทพ่อพญา แฟนเพลงให้การตอบรับ
ศกึ ษา โรงเรยี นบา้ นเกา่ เดอ่ื ต�ำ บลทงุ่ คลอง อ�ำ เภอ มากข้ึนจนมีช่ือเสียง และเป็นวงสุดท้ายก่อนที่จะ
ค�ำ มว่ ง จงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุ หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์ ตดั สนิ ใจมาตง้ั วงเอง เมอื่ ปี พ.ศ.2547 ตง้ั วงดนตรี
ไดแ้ ต่งงานกบั นางอ�ำ นวย โทไข่ษร ตำ�แหน่งครู หมอลำ�พ้ืนบ้าน คณะวีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ ศิลปิน
โรงเรียนค�ำ มว่ งจรสั วทิ ย์ มบี ตุ ร 2 คนด้วยกนั เปน็ ภูไท จนมชี อื่ เสยี งโด่งดังจนถงึ ปจั จบุ นั
ชาย 1 หญงิ 1 บุตรทง้ั 2 คน กำ�ลงั ศกึ ษาในระดับ 2. เพ่ือศึกษากระบวนการการ
มหาวิทยาลัย ส่วนบุตรชาย ได้มารับหน้าที่เป็น ถ่ายทอดลำ�ทำ�นองกาฬสินธ์ุของหมอลำ�
พระเอกของวงศิลปินภูไท วรี ะพงษ์ วงศ์ศิลป์ คือ วีระพงษ์ วงศศ์ ิลป์
พระเอกมารค์ วงศศ์ ลิ ป์ และเขา้ มาชว่ ยดแู ลบรหิ าร วิธีการถ่ายทอดของหมอลำ�วีระพงษ์
จดั การวงด้วย ปัจจุบันอยบู่ ้านเลขที่ 240 หม่ทู ่ี 4 วงศ์ศิลป์ เทคนิคการสอนหมอลำ� และวิธีการ
ตำ�บลทงุ่ คลอง อ�ำ เภอคำ�ม่วง จังหวัดกาฬสินธ์ุ ขับร้องหมอลำ� พบวา่ กระบวนการถ่ายทอดของ
เดมิ หมอล�ำ วีระพงษ์ วงศ์ศลิ ป์ ประกอบ หมอลำ�วรี ะพงษ์ วงศ์ศลิ ป์ นนั้ มวี ิธกี ารรบั ลูกศิษย์
อาชีพเปิดร้านตัดผม หมอลำ�วีระพงษ์ ให้ความ ทมี่ ใี จรกั ในดา้ นเสยี งรอ้ งเสยี งล�ำ การทอ่ งจ�ำ กลอน
สนใจเรื่องการร้องการลำ� ความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กๆ ลำ�เป็นการศึกษากลอนลำ�ให้เข้าใจด้วยตัวเอง
อยากมวี งเปน็ ของตนเอง อยากเปน็ หมอล�ำ อยาก จะเป็นการมอบหมายให้ลูกศิษย์นำ�กลอนลำ�ไป
มีคนรู้จักมากข้ึน โดยได้รับการถ่ายทอดจาก ทอ่ งจ�ำ ใหข้ น้ึ ใจ โดยทยี่ งั ไมล่ �ำ ใสก่ บั ทว่ งท�ำ นอง แต่
อาจารย์ทันใจหวาน ซ่ึงเป็นผู้ฝึกสอนการลำ�และ เนน้ การจดจ�ำ ในเรอื่ งของค�ำ ในบทกลอนใหแ้ มน่ ย�ำ
การฟ้อนให้ อีกทั้งตนเองมีพรสวรรค์ในด้านน้ี และขน้ึ ใจ การออกเสยี งแตล่ ะค�ำ ในบทกลอนล�ำ ให้
จึงเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เริ่มอาชีพหมอลำ�อย่าง ชัด ฉะฉาน หมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ ถา่ ยทอด
เตม็ ตัวตอนนน้ั เพยี งอายุ 19 ปี ในปี 2526 ออก ท่วงทำ�นองลำ�ต่างๆ ไปยังลูกศิษย์ด้วยวิธีสาธิต
เดินสายรับจ้างลำ�ตามงานต่างๆ เพียงคนเดียว การลำ� ให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนแล้วจึงเริ่มถ่ายทอด
จากน้นั ต่อมา เมือ่ ปี พ.ศ. 2529 เรมิ่ ไปเป็นศลิ ปิน การถ่ายทอดท่วงทำ�นองนั้นๆ ด้วยวิธีการออก
หมอลำ�กับหมอลำ�คณะซุปเปอร์สารคาม หมอลำ� เสียง ระดับเสียงที่ถูกต้องของคำ� กลอนแต่ละคำ�
เรื่องต่อกลอนทำ�นองกาฬสินธ์ุสารคาม เป็น การเออื้ นลกู คอของคำ�กลอนแตล่ ะคำ�ในทกุ คำ�ท่มี ี
หมอลำ�ที่มีช่ือเสียงในจังหวัดมหาสารคาม และ ในบทกลอนล�ำ นน้ั ๆ ในกระบวนการฝกึ ทว่ งท�ำ นอง
ไดร้ บั บทพระเอก ตอ่ มาเมอ่ื ปี พ.ศ. 2531 ยา้ ยมา น้ีต้องอาศัยความอดทนของลูกศิษย์อย่างมาก
สังกัดกับหมอลำ�คณะซุปเปอร์มหากาฬ หมอลำ� เพราะต้อง ออกเสียงของคำ�กลอนแต่ละคำ�ให้
เรอื่ งตอ่ กลอนทำ�นองกาฬสนิ ธสุ์ ารคาม ซงึ่ มฉี ายา ถูกต้องชัดเจนแล้ว ระดับเสียงของคำ�กลอนน้ัน
วา่ รงุ่ ตะวัน แดนภไู ทปี พ.ศ.2533 ย้ายมาอย่กู บั ต้องเป็นระดับเสียง ที่ถูกต้องตามทำ�นองการลำ�
หมอล�ำ คณะฟ้าสีคราม เป็นหมอลำ�เร่อื งตอ่ กลอน โดยการเทียบระดับเสียงจากเสียงแคน โดยใน
ทำ�นองกาฬสินธุ์สารคาม ที่โด่งดังมากในยุคนั้น การเรียนแต่ละครั้งหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์จะ
ออกเดินสายลำ�ท่ัวอีสาน ในหลายจังหวัด เช่น บันทึกเสียงร้องของตัวเองไว้ให้ลูกศิษย์เอากลับ
ร้อยเอ็ด ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น สกลนคร ไปฟงั หรอื ฝกึ ซ้อมด้วยตวั เอง
นครพนม และอุบลราชธานี สังกัดอยู่กับวงนี้
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 63 ปีท่ี 40 ฉบบั ท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
อภิปรายผลการวจิ ยั 2. วิธีการถ่ายทอดของหมอลำ�วีระพงษ์
วงศ์ศิลป์ เทคนิคการสอนหมอลำ� และวิธีการขับ
การศึกษาค้นคว้าวิจัยเร่ืองกระบวนการ ร้องหมอลำ� พบว่า กระบวนการถ่ายทอดของ
ถ่ายทอดลำ�ทำ�นองกาฬสินธุ์ของหมอลำ�วีระพงษ์ หมอลำ�วีระพงษ์ วงศศ์ ิลป์ นนั้ มีวธิ ีการรับลกู ศิษย์
วงศศ์ ิลป์ ดังน้ี ทม่ี ใี จรกั ในดา้ นเสยี งรอ้ งเสยี งล�ำ การทอ่ งจ�ำ กลอน
1. ประวัติของหมอลำ�วรี ะพงษ์ วงศ์ศลิ ป์ ล�ำ เป็นการศึกษากลอนลำ�ใหเ้ ขา้ ใจดว้ ยตัวเอง จะ
พบว่า เดิมหมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ ประกอบ เป็นการมอบหมายให้ลูกศิษย์นำ�กลอนลำ�ไป
อาชีพเปิดร้านตัดผม หมอลำ�วีระพงษ์ ให้ความ ทอ่ งจ�ำ ใหข้ นึ้ ใจ โดยทยี่ งั ไมล่ �ำ ใสก่ บั ทว่ งท�ำ นอง แต่
สนใจเร่ืองการร้องการลำ� ความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กๆ เนน้ การจดจ�ำ ในเรอื่ งของค�ำ ในบทกลอนใหแ้ มน่ ย�ำ
อยากมวี งเปน็ ของตนเอง อยากเปน็ หมอล�ำ อยาก และขึ้นใจ การออกเสียงแต่ละคำ�ในบทกลอนลำ�
มีคนรู้จักมากข้ึน โดยได้รับการถ่ายทอดจาก ใหช้ ดั ฉะฉาน หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์ ถา่ ยทอด
อาจารย์ทันใจหวาน ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนการลำ�และ ท่วงทำ�นองลำ�ต่างๆ ไปยังลูกศิษย์ด้วยวิธีสาธิต
การฟ้อนให้ อีกท้ังตนเองมีพรสวรรค์ในด้านนี้ การลำ� ให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนแล้วจึงเริ่มถ่ายทอด
จึงเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เร่ิมอาชีพหมอลำ�อย่าง การถ่ายทอดท่วงทำ�นองน้ันๆ ด้วยวิธีการออก
เต็มตวั ตอนนัน้ เพยี งอายุ 19 ปี ในปี 2526 ออก เสียง ระดับเสียงท่ีถูกต้องของคำ� กลอนแต่ละคำ�
เดินสายรับจ้างลำ�ตามงานต่างๆ เพียงคนเดียว การเออ้ื นลูกคอของคำ�กลอนแตล่ ะคำ�ในทุกคำ�ที่มี
จากน้นั ต่อมา เม่ือปี พ.ศ. 2529 เร่ิมไปเปน็ ศิลปิน ในบทกลอนล�ำ นนั้ ๆ ในกระบวนการฝกึ ทว่ งท�ำ นอง
หมอลำ�กับหมอลำ�คณะซุปเปอร์สารคาม หมอลำ� น้ีต้องอาศัยความอดทนของลูกศิษย์อย่างมาก
เรื่องต่อกลอนทำ�นองกาฬสินธุ์สารคาม เป็น เพราะต้อง ออกเสียงของคำ�กลอนแต่ละคำ�ให้
หมอลำ�ท่ีมีชื่อเสียงในจังหวัดมหาสารคาม และ ถูกต้องชัดเจนแล้ว ระดับเสียงของคำ�กลอนน้ัน
ได้รบั บทพระเอก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2531 ย้ายมา ต้องเป็นระดับเสียง ท่ีถูกต้องตามทำ�นองการลำ�
สังกัดกับหมอลำ�คณะซุปเปอร์มหากาฬ หมอลำ� โดยการเทยี บระดบั เสยี งจากเสยี งแคน โดยในการ
เรอ่ื งตอ่ กลอนทำ�นองกาฬสนิ ธส์ุ ารคาม ซงึ่ มฉี ายา เรยี นแตล่ ะครง้ั หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ปจ์ ะบนั ทกึ
ว่า รุง่ ตะวนั แดนภูไทปี พ.ศ.2533 ยา้ ยมาอยู่กับ เสียงร้องของตัวเองไว้ให้ลูกศิษย์เอากลับไปฟัง
หมอล�ำ คณะฟ้าสคี ราม เป็นหมอลำ�เร่อื งต่อกลอน หรอื ฝึกซ้อมดว้ ยตวั เอง
ทำ�นองกาฬสินธ์ุสารคาม ที่โด่งดังมากในยุคน้ัน
ออกเดินสายลำ�ท่ัวอีสาน ในหลายจังหวัด เช่น ขอ้ เสนอแนะ
ร้อยเอ็ด ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น สกลนคร
นครพนม และอบุ ลราชธานี สังกดั อยกู่ ับวงน้นี าน การวจิ ยั ครง้ั น้ี มขี อ้ เสนอแนะทไ่ี ดจ้ ากผล
ประมาณ 19 ปีกวา่ รบั บทพระเอก และตอ่ มารับ การศึกษาเร่ือง: กระบวนการถ่ายทอดลำ�ทำ�นอง
บทพ่อพญา แฟนเพลงให้การตอบรับมากข้ึนจน กาฬสนิ ธุ์ของหมอลำ�วีระพงษ์ วงศศ์ ลิ ป์
มีชื่อเสียง และเป็นวงสุดท้ายก่อนที่จะตัดสินใจ 1. ข้อเสนอเพ่ือนำ�ไปใช้ประโยชน์
มาตง้ั วงเอง เม่อื ปี พ.ศ.2547 ตั้งวงดนตรหี มอล�ำ ควรให้วัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามรวบรวม
พื้นบา้ น คณะวีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ ศลิ ปินภไู ท จนมี เทคนคิ การขบั รอ้ งหมอล�ำ หรอื องคค์ วามรเู้ กย่ี วกบั
ชอ่ื เสยี งโด่งดังจนถึงปจั จุบัน ศิลปะการแสดง พื้นบ้าน ของศิลปนิ แต่ละท้องถ่นิ
น้นั ๆ ไวใ้ ห้คนรุน่ หลงั ไดศ้ ึกษา
กระบวนการถ่ายทอดลำ�ทำ�นองกาฬสนิ ธขุ์ องหมอล�ำ วีระพงษ์ วงศ์ศลิ ป ์ 64 ภัทรกร กาเผือก, พษิ ณุ บญุ ศรีอนนั ต์
2. ข้อเสนอแนะในการท�ำ วิจัยครง้ั ตอ่ ไป กติ ติกรรมประกาศ
ใ น ก า ร ทำ � วิ จั ย ที่ เ กี่ ย ว กั บ ห ม อ ลำ �
กระบวนการถ่ายทอดลำ�ทำ�นองกาฬสินธ์ุของ วิทยานิพนธ์ฉบับน้ีสำ�เร็จสมบูรณ์ได้
หมอล�ำ วรี ะพงษ์ วงศศ์ ลิ ปผ์ วู้ จิ ยั มขี อ้ เสนะแนะดงั นี้ ด้วยความกรุณาและความช่วยเหลืออย่างสูงย่ิง
2.1 การศึกษาและวิจยั เร่ืองเทคนคิ การ จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมกริช การินทร์
สอนหมอล�ำ ประธานกรรมการ ขอบพระคุณ ดร.พิษณุ
2.2 การศกึ ษาและวจิ ยั เรอื่ งปจั จยั ทที่ �ำ ให้ บุญศรีอนันต์ อาจารย์ท่ีปรึกษา ขอบพระคุณ
เกดิ การเปลี่ยนแปลงของหมอล�ำ อดตี ถงึ ปัจจุบัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจรญิชัย ชนไพโรจน์
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.สทิ ธศิ ักดิ์ จำ�ปาแดง และ
วา่ ทรี่ อ้ ยเอก ดร.อวริ ทุ ธ์ โทท�ำ ผเู้ ชย่ี วชาญทไี่ ดช้ ว่ ย
ตรวจสอบเครื่องมือในการทำ�วิจัย ขอบพระคุณ
หมอลำ�วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ และลูกศิษย์รวมถึง
ผเู้ ชย่ี วชาญทไ่ี ดส้ ละเวลาใหค้ วามรว่ มมอื ใหข้ อ้ มลู
ในการทำ�การวิจัย
เอกสารอ้างองิ
เจริญชัย ชนไพโรจน.์ (2526). การละเล่นพ้นื บ้านอสี าน. ภาควชิ าคุริยางคศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร.์
มหาสารคาม, มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒมหาสารคาม.
พรทพิ ย์ ซังธาดา. (2538). วรรณกรรมทอ้ งถ่นิ อสี าน. กรงุ เทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ศริ ิชัย ทัพขวา. (2560). การพฒั นารปู แบบการแสดงหมอล�ำ หมู่เชงิ ธรุ กิจ. สาขาวชิ าวฒั นธรรมศาสตร,์
มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. ปรญิ ญาปรัชญาดุษฎบี ณั ฑติ .
สนอง คลังพระศรี. (2554).“หมอแคน: ภูมิรู้และภูมิปริญญาเชิงคีตศิลป์กับการสืบสารมรดกทาง
วัฒนธรรม,” ในฮีตฮอยหมอลํา: มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม. (หน้า 70-82). ขอนแก่น:
กรมส่งเสริมวฒั นธรรมกระทรวงวัฒนธรรม.
เสง่ียม บึงไสย์. (2533). บทบาทของลํากลอนในด้านการเมือง. ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. มหาสารคาม:
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ มหาสารคาม.
อาทิตย์ คำ�หงษ์ศา. (2555). การศึกษาทำ�นองลำ�ของหมอลำ�เร่ืองต่อกลอนในภาคอีสานตอนกลาง.
สาขาวชิ าดรุ ยิ างคศิลป,์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม ปริญญาศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑติ .
รปู แบบการพฒั นาเศรษฐกจิ การคา้ ชายแดน กรณศี กึ ษาเมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวดั
นราธวิ าส: เมอื งต้นแบบการค้าชายแดนระหวา่ งประเทศ
Border Trade and Economic Development Model: Case Study of Sungai
Ko-Lok, Narathiwat Province: International Border Trade City Model
ลาวัณย์ พงษ์สวุ รรณศิร1ิ , อุษณีย์ พรหมศรยี า2
Lawan Pongsuwansiri1, Usanee Promsriya2
Received: 19 September 2020 Revised: 9 November 2020 Accepted: 25 November 2020
บทคัดย่อ
การวจิ ยั ครัง้ น้ีเป็นแบบผสานวธิ ี มวี ตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื 1) ศกึ ษาสภาพการณ์ ปัญหา อุปสรรคของการคา้
ชายแดนบริเวณตลาดการค้าชายแดนไทย-สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส 2) ศึกษาความพร้อมในการ
เปน็ เมืองตน้ แบบการค้าชายแดน 3) วเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมภายในและภายนอก 4) เสนอรปู แบบการ
พัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนไทย-สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส วิธีการศึกษาเชิงปริมาณใช้สถิติ
การแจกแจงความถ่,ี คา่ ร้อยละ, ค่าเฉลย่ี และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน กลุ่มตัวอยา่ งคือผู้มีส่วนได้เสียท่ี
อาศยั อยใู่ นบริเวณเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จงั หวดั นราธิวาส จำ�นวน 300 คน โดยการสุ่มแบบบงั เอิญ
เชงิ คุณภาพใชก้ ารศึกษาเอกสารและการสมั ภาษณ์เจาะลกึ (In-depth Interview) จากผ้ใู หข้ อ้ มลู ส�ำ คัญ
คอื กลมุ่ ผปู้ ระกอบการ เจ้าหน้าทขี่ องรฐั และเอกชนทม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งในการคา้ ชายแดนไทย-สไุ หงโก-ลก
จังหวัดนราธวิ าส
ผลการวจิ ัยพบว่า 1) สภาพการณ์ ปญั หา อปุ สรรคของการคา้ ชายแดน บริเวณเทศบาลเมอื ง
สไุ หงโก-ลกจงั หวดั นราธวิ าส พบวา่ สนิ คา้ มคี วามหลากหลายไดม้ าตรฐาน ผปู้ ระกอบการมคี วามช�ำ นาญ
เรื่องผบู้ รโิ ภค พื้นทมี่ คี วามเหมาะสม ปัญหาท่พี บคือขาดการบริหารจดั การท่ีมีประสทิ ธิภาพ 2) ความ
พรอ้ มของประชาชนในการเป็นเมอื งตน้ แบบการคา้ ชายแดน พบว่าประชาชนมีความรอู้ ยู่ในระดบั ดมี าก
และความตระหนกั อยู่ในระดบั มาก 3) สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก พบว่าตลาดการคา้ ชายแดน
เมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มีความได้เปรียบในด้านของทำ�เลท่ีต้ังท่ีมีความเหมาะสม แต่การ
บรหิ ารจดั การดา้ นสาธารณปู โภคตา่ งๆ ยงั ตอ้ งมกี ารพฒั นาและปรบั ปรงุ 4) แนวทางการพฒั นาเศรษฐกจิ
การค้าชายแดนเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พบว่าควรเสนอนโยบายถึงทางรัฐบาลกำ�หนด
ให้บริเวณตลาดเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเป็นเขตปลอดภาษี
จะท�ำ ใหส้ ามารถสรา้ งมลู คา่ ทางการคา้ เพมิ่ ขน้ึ
คำ�ส�ำ คัญ: รปู แบบการพฒั นาเศรษฐกจิ , การคา้ ชายแดน, เมอื งตน้ แบบการคา้ ชายแดนระหวา่ งประเทศ
1 อาจารยป์ ระจ�ำ สาขาวชิ าธุรกจิ ระหวา่ งประเทศ, คณะวิทยาการจดั การ มหาวิทยาลยั ราชภัฏยะลา Email: [email protected]
2 อาจารยป์ ระจ�ำ สาขาวิชาธรุ กิจระหวา่ งประเทศ, คณะวิทยาการจดั การ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏยะลา
1 Lecturer in International Business, Faculty Management Sciences, Yala Rajabhat University
2 Lecturer in International Business, Faculty Management Sciences, Yala Rajabhat University
รูปแบบการพฒั นาเศรษฐกจิ การคา้ ชายแดน กรณีศึกษาเมือง 66 ลาวัณย์ พงษส์ ุวรรณศริ ,ิ อษุ ณยี ์ พรหมศรียา
สุไหงโก-ลกจังหวดั นราธวิ าส: เมอื งตน้ แบบการคา้ ชายแดน...
Abstract
This research was mixed methods research that aimed 1) to study the current situation of
border trade, problems and obstacles of Thailand-Sungai Ko-Lok border trade around
Thailand -Sungai Ko-Lok border trade market, Narathiwat Province, 2) to study the preparation
for the international border trade city model, 3) to analyze the internal and external
environments, 4) to propose guidelines for the Thailand -Sungai Ko-Lok border trade and
economic development model. The quantitative study was conducted using frequency,
percentage, mean, and standard deviation statistics. The samples were the 300 residents who
lived around Sungai Ko-Lok, Narathiwat Province, sampled by the method of accidental sampling.
The qualitative research was based on documents and in-depth interviews of the key informants
who were entrepreneurs, public and private officers who were involved in the Thailand -Sungai
Ko-Lok border trade, Narathiwat Province.
The research findings were as follows.- 1) the current situation, problems and obstacles
of Thailand-Sungai Ko-Lok border trade around Thailand -Sungai Ko-Lok border trade market,
Narathiwat Province was found a standard variety of goods. The entrepreneurs were
specialized in their consumers. The location was suitable. The problem found was a lack
of effective management. 2) it was found that locals had a good level of knowledge for the
preparation for the international border trade city model. Their awareness of the international
border trade city model was good. 3.) It was found that the internal and external environments
of the Thailand -Sungai Ko-Lok border trade market, Narathiwat Province took good advantage
of appropriate location. On the contrary, the management of facilities and infrastructures had
to be developed and improved. 4) the guidelines f or theThailand -Sungai Ko-Lok border trade
and economic development model proposed that the policy should be presented to the
governments to establish the place as a special economic zone and free trade zone in order to
further increase the volume of trade.
Keywords: Economic Development Model, Border Trade, International Border Trade City Model
บทน�ำ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2557-2561
เพม่ิ ขึ้นเฉล่ียรอ้ ยละ 3.3 ตอ่ ปี การค้าชายแดนกบั
การค้าชายแดนเป็นสัดส่วนสำ�คัญของ มาเลเซียมีมลู คา่ การค้าสงู ทส่ี ุด โดยในปี 2561 มี
การค้าระหวา่ งประเทศไทยกับประเทศเพือ่ นบ้าน มูลค่า 571,928 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ
ไดแ้ ก่ มาเลเซยี , เมยี นมาร,์ สปป.ลาว, และกมั พชู า 51 รองลงมาคือ สปป.ลาว (รอ้ ยละ 19) เมยี นมาร์
โดยมมี ูลค่า 1,538,735 ลา้ นบาท ในปี 2561 คิด (รอ้ ยละ 17) และกัมพูชา (รอ้ ยละ 13) นอกจากน้ี
เปน็ สดั สว่ นประมาณรอ้ ยละ 73 ของการคา้ ระหวา่ ง การส่งออกไปยังมาเลเซียมีมูลค่าสูงสุดเมื่อเทียบ
ประเทศ ซึ่งในช่วงทผี่ า่ นมามลู ค่าการค้าชายแดน
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 67 ปที ี่ 40 ฉบับที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
กบั ประเทศเพอื่ นบา้ นอน่ื โดยมดี า่ นศลุ กากรสะเดา กลาง (เปรัค) ของประเทศมาเลเซีย รวมทั้ง
และด่านศุลกากรปาดังเบซาร์เป็นจุดผ่านแดน ยกระดับสุไหงโก-ลกให้เป็นศูนย์การกีฬาและ
สำ�คัญซึ่งมีมลู ค่าการคา้ ชายแดนสูงสุดอันดับหนึง่ นันทนาการ ศูนย์การประชมุ ศนู ยก์ ระจายสินค้า
และสองของประเทศ ในชว่ งปี 2557-2561 การส่ง แห่งใหม่ โดยเน้นการพัฒนาอย่างสมดุล สร้าง
ออกไปยงั มาเลเซียเพ่มิ ขน้ึ เฉลย่ี รอ้ ยละ 2.3 ต่อปี ความเจริญให้แก่พ้ืนท่ีผ่านรูปแบบการลงทุนเขต
(สำ�นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม การคา้ พิเศษทงั้ ขนาดเลก็ ขนาดกลาง และขนาด
แห่งชาต,ิ 2562) ใหญ่และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ควบคู่
ไทยและมาเลเซียเป็นพันธมิตรทางการ ไปกับการคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของ
ค้าท่ีดีต่อกัน ไทยเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับสองของ คนในพื้นทซ่ี ่งึ ประกอบดว้ ยคนเชอื้ สายมลายู ไทย
มาเลเซียรองจากสิงคโปร์ การค้าชายแดน และจนี ทอี่ ยรู่ วมกนั อยา่ งสนั ตสิ ขุ มานานกวา่ รอ้ ยปี
ระหว่างไทย-มาเลเซีย โดยสามจังหวัดชายแดน (เรวดี แก้วมณ,ี 2562)
ภาคใต้ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด จากความสำ�คัญดังกล่าว ผู้วิจัยได้สนใจ
ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตั้งอยู่ใต้สุดของ ที่จะศึกษารูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า
ประเทศ มีอาณาเขตติดต่อด้านใต้และด้านตะวัน ชายแดนกรณีศึกษาเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัด
ตกกบั ประเทศมาเลเซีย โดยมดี า่ นชายแดนไทย- นราธิวาส: เมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่าง
มาเลเซยี 4 แหง่ โดยของจงั หวัดยะลา คือ ดา่ น ประเทศ เพื่อศึกษาสภาพการณ์การค้าชายแดน
เบตง และจังหวัดนราธิวาส คือ ด่านตากใบ ด่าน บริเวณด่านสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ความ
บูเกะ๊ ตา และด่านสุไหงโก-ลก ซ่ึงเปน็ เส้นทางการ พร้อมในการเป็นเมืองต้นแบบการค้าชายแดน
ค้าและการเดินทางผ่านแดนระหว่างจังหวัด ระหว่างประเทศ และสภาพแวดล้อมภายในและ
นราธิวาสกับรัฐกลันตัน และอ�ำ เภอเบตง จงั หวดั สภาพแวดลอ้ มภายนอกของตลาดการคา้ ชายแดน
ยะลากับรฐั เปรกั ประเทศมาเลเซีย ไทย-สไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส น�ำ ไปสรู่ ปู แบบ
อำ�เภอสุไหงโก-ลกเป็นเมืองท่ีมีความ การพัฒนาสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสให้เป็น
พร้อมของหน่วยงานราชการและเส้นทางการ เมืองต้นแบบการคา้ ชายแดนระหว่างประเทศ
คมนาคมเพราะมีสถานีรถไฟซ่ึงมีความพร้อมใน
การยกระดับไปเป็นสถานีรถไฟระหว่างประเทศ วัตถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั
มีสถานขี นส่ง โรงพยาบาล สถานศึกษา โรงแรม
และตลาดการค้าขายระหว่างประเทศ ประกอบ 1. เพื่อศึกษาสภาพการณ์ ปัญหา
กับนโยบายในการพัฒนาพ้ืนท่ีฝั่งตะวันออกของ อุปสรรคของการค้าชายแดนไทย-สุไหงโก-ลก
ประเทศมาเลเซีย ทำ�ให้สุไหงโก-ลกมีโอกาสท่ีจะ บริเวณตลาดการค้าชายแดนไทย-สุไหงโก-ลก
พัฒนาตัวเองเป็นเมืองคู่ขนานกับการพัฒนาของ จงั หวดั นราธิวาส
ประเทศมาเลเซีย ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงมีความ 2. เพื่อศึกษาความพร้อมในการเป็น
มุ่งหวังที่จะพัฒนาสุไหงโก-ลกให้เป็นเมืองสำ�คัญ เมอื งตน้ แบบการคา้ ชายแดนระหวา่ งประเทศตาม
ทางการค้าระหว่างประเทศหรือ International “รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัด
Border Trade City ทเ่ี ชอ่ื มโยงการค้าของไทยสู่ ชายแดนภาคใต้” ที่ต้องการให้เมืองสุไหงโก-ลก
พ้ืนท่ีฝ่ังตะวันออก (กลันตัน ตรังกานูและปาหัง) จงั หวดั นราธวิ าส เปน็ เมอื งตน้ แบบการคา้ ชายแดน
ฝั่งตะวนั ตก (เคดาห์ เปอรสิ และปนี งั ) และภาค ระหวา่ งประเทศ
รปู แบบการพัฒนาเศรษฐกิจการคา้ ชายแดน กรณศี กึ ษาเมอื ง 68 ลาวณั ย์ พงษ์สวุ รรณศริ ิ, อุษณีย์ พรหมศรยี า
สุไหงโก-ลกจงั หวดั นราธิวาส: เมืองตน้ แบบการคา้ ชายแดน...
3. เพ่ือวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน นราธิวาส จำ�นวน 17,337 คน (กองสวัสดิการ
และสภาพแวดล้อมภายนอกของตลาดการค้า เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก, 2561)
ชายแดนไทย-สไุ หงโก-ลก จังหวัดนราธวิ าส
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนท่ีมีอายุ
4. เพื่อศึกษาหารูปแบบการพัฒนา ตงั้ แต่ 15 ปขี น้ึ ไป ในเขตเทศบาลเมอื งสไุ หงโก-ลก
เศรษฐกจิ การคา้ ชายแดนไทย-สไุ หงโก-ลก จงั หวดั จังหวดั นราธิวาส ซงึ่ แบ่งออกเปน็ 28 ชุมชน โดย
นราธวิ าส ก�ำ หนดวธิ กี ารสมุ่ ตวั อยา่ งแบบบงั เอญิ (Accidental
Sampling) จ�ำ นวน 300 คน
กรอบแนวคิดการวจิ ัย การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสาน
วธิ ี (Mixed Method) โดยเก็บรวบรวมข้อมูล ดงั นี้
จากการศึกษาแนวคิดทฤษฎี และงาน 1. วิธีเชิงปริมาณ เป็นการสำ�รวจ
วิจัยท่ีเกี่ยวข้อง ผู้วิจัยได้นำ�มาเป็นกรอบแนวคิด หาคำ�ตอบปัญหาการวิจัยในภาพรวม โดยใช้
(Conceptual Framework) ได้ ดังน้ี
บบ แบบสอบถามกับประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในบริเวณ
ป็ น เทศบาลเมืองสไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธิวาสเครือ่ ง
มอื ทใี่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ของการศกึ ษาใน
ครัง้ นี้ คอื แบบสอบถาม ซ่ึงแบ่งออกเปน็ 4 ตอน
ประกอบไปด้วย
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ปจั จยั สว่ นบคุ คล
ของผู้ตอบแบบสอบถาม ลักษณะคำ�ถามเป็น
หา แบบส�ำ รวจรายการ (Check List) โดยขอ้ คำ�ถาม
ลก จะสอบถามเกี่ยวกับเพศ อายุ ระดับการศึกษา
ลก อาชีพ รายได้ต่อเดือน ระยะเวลาท่ีอาศัยอยู่ใน
พ้ืนท่ี และการมีส่วนร่วมในการค้าเมืองต้นแบบ
การคา้ ชายแดนระหวา่ งประเทศ เมอื งสไุ หงโก-ลก
มอื ง จงั หวัดนราธิวาส
าม ตอนท่ี 2 ข้อมูลเก่ียวกับความรู้ของ
วดั ประชาชนตอ่ การเปน็ เมอื งตน้ แบบการคา้ ชายแดน
ลก ระหว่างประเทศของเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัด
ค้า นราธวิ าส ลกั ษณะค�ำ ถามเปน็ แบบส�ำ รวจรายการ
(Check List) มีตัวเลือกใหต้ อบ คือ ใช่ หรือไมใ่ ช่
ใน ภาภพาพทท่ี 1่ี 1กกรรออบบแแนนววคคิดกดิ ากราวริจัยวจิ ยั โดยขอ้ ค�ำ ถามจะถามเกยี่ วกบั
ค้า
วว ิธธิ ีกกี าารรวปปปวิจรรริจยัะะะัยชชชาาากกกรรรทแแลี่ใลชะะก้ใกนลลกมุ่ าุ่มตรตวัศอวั ึกยอษ่ายาง่าคงรั้งนี้ ได้แก่ 1. การใช้ภาษาส่ือสารในชีวิตประจ�ำ วัน
นา 2. ความรเู้ กย่ี วกบั การเคลอื่ นยา้ ยแรงงาน
ลก ประชาชนปใรนะเขชตากเทรศทบใ่ี าชลใ้ เนมกอื างรสศไุ หกึ งษโกา-คลรกงั้ นจงั้ี หไดวดัแ้ ก่ 3. มีความรู้ความเข้าใจวัฒนธรรมของ
ประเทศตา่ งๆ
ประชาชนในเขตเทศบาลเมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวดั
นราธิวาส จานวน 17,337 คน (กองสวสั ดิการ
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 69 ปีท่ี 40 ฉบับที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
4. มีความรู้ความเขา้ ใจวัตถุประสงค์ของ ส�ำ หรบั สถติ ิทใี่ ช้ในการวิจยั ผวู้ จิ ัยใชก้ าร
การจดั ต้งั เมอื งตน้ แบบการคา้ ชายแดน แจกแจงความถี่, ค่าร้อยละ, ค่าเฉล่ีย และส่วน
5. ผลกระทบของการจัดตงั้ เมืองต้นแบบ เบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการวิเคราะห์ ส่วนข้อมูล
การคา้ ชายแดน เกี่ยวกับ ความคิดเห็นข้อเสนอแนะ จะใช้วิธีการ
6. ผลประโยชน์ของการจัดต้ังเมือง วเิ คราะหเ์ นอื้ หา (Content Analysis) โดยสรปุ เปน็
ตน้ แบบการคา้ ชายแดน ภาพรวมปจั จยั ดา้ นความเหมาะสม ความตอ้ งการ
ตอนที่ 3 ข้อมูลเก่ียวกับความตระหนัก ปัญหาและอุปสรรคที่มีผลต่อความพร้อมการรับรู้
ของประชาชนต่อการเป็นเมืองต้นแบบการค้า และความตระหนกั ของประชาชนตอ่ การเปน็ เมอื ง
ชายแดนในด้านต่างๆ ลักษณะคำ�ถามเป็นแบบ ต้นแบบการคา้ ชายแดนระหวา่ งประเทศ
ชนิดมาตรส่วนประมาณค่า ตามแบบของลิเคิร์ท 2. วิธีเชิงคุณภาพ ท�ำ การศกึ ษาโดยการ
(Likert) โดยขอ้ ค�ำ ถามจะสอบถามเก่ยี วกบั สัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำ�คัญ จำ�นวน
1. การประชาสัมพนั ธใ์ นชมุ ชน 7 คน คือ กลุ่มผู้ประกอบการบริเวณตลาดการ
2. การศึกษาข้อมูลเก่ียวกับการจัดตั้ง ค้าชายแดนไทย-สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
เมืองตน้ แบบการค้าชายแดน เจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนเก่ียวข้อง
3. การจดั เตรียมแผนในการเตรียมความ ในเขตพ้ืนท่ี ในการดำ�เนินงาน เครื่องมือในการ
พรอ้ ม สัมภาษณ์ ได้แก่ แนวทางการสัมภาษณ์เชิงลึก
4. การวางแผนทางธรุ กิจ ในการจัดทำ�แนวทางการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยได้มี
ตอนท่ี 4 ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบถาม การกำ�หนดประเด็นขอบเขตในการ สัมภาษณ์
ปลายเปิด เก่ียวกับความคิดเห็น ความเหมาะ ตามวัตถุประสงค์ และกรอบแนวคิดของการวิจัย
สม ความตอ้ งการ ปญั หา อุปสรรค และขอ้ เสนอ และร่วมปรึกษากับผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และ
แนะท่ีมีผลต่อความพร้อมต่อการจัดตั้งเมือง เชยี่ วชาญในด้านการคา้ ระหวา่ งประเทศ
ต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ เมือง
สไุ หงโก-ลก จังหวดั นราธิวาส ทจ่ี ะเป็นประโยชน์ ผลการวจิ ยั
และสารสนเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า
ชายแดนให้มีประสิทธิภาพต่อไป ซึ่งสอบถาม การวจิ ยั เรอื่ งรปู แบบการพฒั นาเศรษฐกจิ
เก่ียวกับความคิดเห็นของประชาชนที่แสดงถึง การค้าชายแดน กรณีศึกษาเมืองสุไหงโก-ลก
ความพร้อมและความตระหนักในการเป็นเมือง จังหวัดนราธิวาส: เมืองต้นแบบการค้าชายแดน
ตน้ แบบการคา้ ชายแดนระหวา่ งประเทศ โดยผวู้ จิ ยั ระหว่างประเทศ พบวา่
ดำ�เนินการเก็บรวบรวมข้อมูล จากกลุ่มตัวอย่าง 1. สภาพการณก์ ารคา้ ชายแดนบรเิ วณ
คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณเทศบาลเมือง อ�ำ เภอเมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวัดนราธวิ าส
สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส จำ�นวน 300 คน ลักษณะการค้าในปัจจุบัน มีความหลาก
โดยการสุ่มแบบบังเอิญ โดยให้กลุ่มตัวอย่างเป็น หลายของสินค้า สินค้าหลักคือสินค้าท่ีมาจาก
ผตู้ อบแบบสอบถามด้วยตนเอง การเกษตร เชน่ พชื ผัก ผลไม้ และรองลงมาคือ
สนิ คา้ อาหารทะเลสด ซง่ึ สนิ คา้ สามารถตอบสนอง
ความต้องการของผู้บริโภคได้ตามความต้องการ
สินค้าเป็นสินค้าท่ีมีคุณภาพและได้มาตรฐาน
รูปแบบการพฒั นาเศรษฐกจิ การคา้ ชายแดน กรณีศึกษาเมือง 70 ลาวณั ย์ พงษส์ ุวรรณศิร,ิ อุษณยี ์ พรหมศรยี า
สไุ หงโก-ลกจังหวัดนราธวิ าส: เมืองตน้ แบบการคา้ ชายแดน...
สูง ราคาของสินค้าค่อนข้างถูก และมีระดับ ผู้วิจัยได้ดําเนินการศึกษาความพร้อม
ราคาท่ีหลากหลายขึ้นอยู่กับความต้องการของ ของประชาชนใน 2 ดา้ น คอื การวเิ คราะห์ความ
ลูกค้า พื้นที่ท่ีทำ�การค้านั้นมีความเหมาะสมมาก รู้และการวิเคราะห์ความตระหนักของประชาชน
เนอ่ื งจากอยบู่ รเิ วณดา่ นชายแดน การเดนิ ทาง การ ต่อการเป็นเมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่าง
คมนาคมขนส่งมคี วามสะดวก และมดี า่ นศลุ กากร ประเทศ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่
ท่ีมีมาตรฐาน ภาครัฐก็มีนโยบายสนับสนุนด้าน เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 78.67 อายุ 21-30
การขนส่งสินค้าผ่านทางด่านศุลกากรให้เป็นไป ปี คิดเป็นร้อยละ 39.70 การศึกษาอยู่ในระดับ
ด้วยความสะดวก ความสามารถทางการแข่งขัน มัธยมศึกษาตอนต้น คิดเปน็ รอ้ ยละ 75.33 อาชพี
ของผู้ประกอบการ ด้านการค้า การแขง่ ขนั และ รบั จา้ งทว่ั ไป คดิ เปน็ รอ้ ยละ 28.00 รายไดต้ อ่ เดอื น
การลงทุนน้ัน ผู้ประกอบการไม่มีปัญหาในการ 15,000-20,000 บาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ 63.00 มรี ะยะ
แข่งขัน เน่ืองจากสินค้าท่ีจําหน่ายมีความหลาก เวลาอาศยั อยใู่ นพนื้ ทรี่ ะหวา่ ง 1-5 ปี คดิ เปน็ รอ้ ยละ
หลายและมีจํานวนมาก นอกจากนั้นผู้ประกอบ 39.00 การมีสว่ นร่วมในการค้า โดยมฐี านะเปน็ ผู้
การยังมีความเข้าใจเป็นอย่างดีในเรื่องของความ ขาย คดิ เปน็ รอ้ ยละ 68.00 ประชาชนกลมุ่ ตวั อยา่ ง
ต้องการของผู้บริโภค อีกท้ังผู้ประกอบการราย มีความรู้อยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 48.67
ใหญ่มีเงินทุนสํารองไว้ในการดําเนินธุรกิจ ไม่มี สว่ นการวเิ คราะหค์ วามตระหนกั ของประชาชน พบ
ปญั หาในเรอ่ื งการขาดสภาพคลอ่ ง และมศี กั ยภาพ วา่ ประชาชนมคี วามตระหนกั อยใู่ นระดบั มาก โดย
สูงในการส่งออก ผู้ประกอบการมีความมั่นใจต่อ มคี ่าเฉลย่ี อยู่ที่ 3.56 และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน
ความสามารถในการแข่งขันของตน แต่ก็จะมี อยทู่ ่ี 0.10 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบวา่ ความ
ผปู้ ระกอบการบางรายทยี่ งั ไมส่ ามารถเขา้ ถงึ แหลง่ ตระหนักในเร่ืองการที่สามารถพูดภาษามลายูได้
เงนิ ทนุ ไดซ้ งึ่ ถอื เปน็ สว่ นนอ้ ย ในดา้ นผลกระทบตอ่ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ียอยู่ท่ี 3.93 และส่วน
ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนใน บริเวณตลาด เบี่ยงเบนมาตรฐานอยทู่ ี่ 0.85 และการเข้าไปเป็น
การค้าชายแดนอำ�เภอเมืองสุไหงโก-ลก ผลที่ทํา ส่วนหน่ึงในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเก่ียวกับ
ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่มีอาชีพและรายได้ ส่งผล การเข้าสู่เมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่าง
ให้การดําเนนิ ชีวติ ของประชาชนดีข้นึ ปัญหาและ ประเทศใหช้ มุ ชนไดร้ บั ทราบ อยใู่ นระดบั นอ้ ยทส่ี ดุ
อุปสรรคของการคา้ ชายแดน บรเิ วณตลาดการคา้ มคี ่าเฉลยี่ อย่ทู ี่ 3.27 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ชายแดนอ�ำ เภอเมอื งสไุ หงโก-ลก ไดแ้ ก่ ปญั หาการ อยู่ท่ี 1.18 โดยประชาชนไดใ้ ห้ข้อเสนอแนะเกี่ยว
จดั การด้านสิ่งอาํ นวยความสะดวก เชน่ ระบบน�้ำ กับเรื่องน้ีว่า ควรที่จะมีการประสานงานระหว่าง
ประปาและไฟฟา้ ทไ่ี มม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ การคมนาคม รัฐบาลของท้ัง 2 ประเทศมากกว่าที่เป็นอยู่ใน
จะแออัดเมอ่ื มกี ารขนสง่ สินคา้ จำ�นวนมาก ปัญหา ปจั จบุ นั และอยากใหเ้ นน้ การประชาสมั พันธ์เรือ่ ง
สนิ คา้ ลกั ลอบหนภี าษี การปดิ ดา่ นระยะยาวในชว่ ง ของเมอื งตน้ แบบใหม้ ากขนึ้ เพอื่ เปน็ การใหข้ า่ วสาร
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของไวรัสโควิด 19 สง่ ใหน้ ักท่องเทย่ี วเดินทางเพิม่ มากข้นึ
ผลให้การค้าขายไม่คล่องตัวเท่าท่ีควร และสร้าง 3. การวิเคราะห์ถึงสภาพแวดล้อม
ความยากล�ำ บากในการค้าระหว่างประเทศ ภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกของการ
2. ความพร้อมของประชาชนอำ�เภอ เป็นเมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่าง
เมอื งสไุ หงโก-ลกในการเปน็ เมอื งตน้ แบบการ ประเทศ บริเวณอำ�เภอเมืองสุไหงโก-ลก
ค้าชายแดนระหว่างประเทศ จังหวดั นราธิวาส
วารสารมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 71 ปที ่ี 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
ผู้วิจัยได้นําการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 4. รูปแบบ รูปแบบในการดำ�เนิน
ภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกอ่ืนๆ ที่ งานของตลาดเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
เกี่ยวข้องกับการค้า มาประกอบการวิเคราะห์ น้ัน มีการจัดการที่มีรูปแบบวิธีที่เหมาะสมกับ
SWOT ในคร้ังน้ี ประกอบดว้ ย สภาพแวดล้อมของทอ้ งถน่ิ เนื่องจากเปน็ บรเิ วณ
3.1 สภาพแวดล้อมภายในของการเป็น ชายแดน มกี ารคา้ ขายซง่ึ รปู แบบการด�ำ เนนิ งานจะ
เมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ ไมต่ ายตวั ขึน้ อยู่กับสถานการณ์ และการปรบั ตัว
(จนิ ตนา บญุ บงการ, 2552) ของผู้ประกอบการบริเวณตลาดเมืองสุไหงโก-ลก
1. กลยุทธ์ ด้านการวางแผนเพื่อ จงั หวดั นราธวิ าส
ตอบสนองการเปล่ียนแปลงของสภาพแวดล้อม 5. การจัดการบุคคลเข้าท�ำ งาน ดา้ น
การพิจารณา จุดแข็ง จุดอ่อน ของกิจการนั้น การคดั เลอื กบคุ ลากรทม่ี คี วามสามารถเขา้ ท�ำ งาน
ผู้ประกอบการมองว่าการค้าชายแดนบริเวณ และการพัฒนาบุคคลกรน้ัน ในส่วนของตลาด
อำ�เภอเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส น้ันมี เมอื งสุไหงโก-ลก จงั หวัดนราธิวาส มีลกั ษณะของ
ความเข้มแข็ง ซ่ึงหากมองถึงจุดแข็งของตลาด ธรุ กจิ เจา้ ของคนเดยี ว ดงั นนั้ เจา้ ของกจิ การจะเปน็
เมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นั้นมีความ ผตู้ ัดสนิ ใจเกีย่ วกับเร่ืองบคุ ลากร
ได้เปรียบด้านทำ�เลท่ีตั้งที่มีความเหมาะสม ด้าน 6. ทักษะ ในดา้ นความเช่ยี วชาญใน
สินค้าและบริการมีคุณภาพและมีมาตรฐานสูง การผลิต ในภาคเอกชนน้ัน การค้าขายมีสินค้า
รวมทงั้ มศี กั ยภาพในการแขง่ ขันสงู ท่ีหลากหลาย กลุ่มผู้ประกอบการเข้าใจความ
2. โครงสร้าง ผู้ประกอบการใน ต้องการของผู้บรโิ ภคเป็นอยา่ งดี ผ้ปู ระกอบการมี
บรเิ วณเมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าสนน้ั สว่ น กลยทุ ธใ์ นการเจรจาตอ่ รอง กบั ลกู คา้ ทมี่ าซอ้ื สนิ คา้
ใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ เป็นผู้ประกอบ ดว้ ยการลดราคา และใหส้ ินเชื่อ เปน็ ต้น
การรายเกา่ ด้ังเดิม ธรุ กิจมผี ้ปู ระกอบการสบื ทอด 7. คา่ นยิ มรว่ ม เรอื่ งของคา่ นยิ มรว่ ม
เป็นรุ่นๆ มีการรวมตัวของผู้ประกอบการเพื่อจัด กันระหว่างคนในบริเวณตลาดเมืองสุไหงโก-ลก
ตั้งชมรม เพ่ือการแลกเปล่ียนข้อมูลทางการค้า จงั หวดั นราธวิ าสนน้ั มีค่านิยมรว่ มกันในเร่ืองการ
ระหว่างกัน ที่มีความเข้มแข็ง มีลักษณะการค้า รักความสงบ ทำ�การค้าขายแบบพแ่ี บบน้อง ไมม่ ี
เปน็ ธรุ กิจแบบเจา้ ของคนเดยี ว ดงั น้นั การบริหาร ปญั หาระหวา่ งกนั ไมม่ ขี อ้ ขดั แยง้ ของประชาชนทง้ั
จึงอยู่ในความควบคุมและตัดสินใจของเจ้าของ สองประเทศในบริเวณชายแดนแต่อย่างใด
กิจการแต่เพียงผู้เดียว จึงทำ�ให้การตัดสินใจและ 3.2 สภาพแวดลอ้ มภายนอกของการเปน็
การบริหารทกุ อยา่ งขน้ึ อยู่กับเจ้าของธุรกิจ เมอื งตน้ แบบการค้าชายแดนระหวา่ งประเทศ
3. ตลาดเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัด 3.2.1 สภาพแวดล้อมภายนอกของ
นราธิวาส มีการปฏิบัติงานประสานกันระหว่าง การเป็นเมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่าง
หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งแต่ละภาค ประเทศ (PEST) (Miller et al, 2011)
ส่วนได้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของตนเองเมื่อมีการ 1. ปัจจัยดา้ นการเมืองและกฎหมาย
ประสานขอความสนบั สนนุ ชว่ ยเหลอื กด็ �ำ เนนิ การ ปจั จยั ดา้ นการเมอื งไมส่ ง่ ผลกระทบตอ่ การคา้ ของ
ช่วยเหลือกัน มีความสามัคคี ไม่มีปัญหาความ ตลาดเมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวัดนราธวิ าส ถึงมกี ม็ ี
ขดั แย้งเกิดขน้ึ ในพนื้ ท่ี
รปู แบบการพฒั นาเศรษฐกิจการค้าชายแดน กรณศี ึกษาเมือง 72 ลาวณั ย์ พงษ์สุวรรณศิร,ิ อษุ ณีย์ พรหมศรยี า
สุไหงโก-ลกจังหวดั นราธิวาส: เมอื งต้นแบบการคา้ ชายแดน...
น้อยมาก เปิดทำ�การค้าได้อย่างปกติ ส่วนปัจจัย การทำ�กำ�ไร แต่ผู้ประกอบการบริเวณตลาดเมือง
ดา้ นกฎหมายนน้ั มขี อ้ ขดั ขอ้ งในเรอื่ งของระเบยี บ สไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส คดิ วา่ การมคี แู่ ขง่ ขนั
วิธีการทางด่านศุลกากรในการผ่านเข้าออกของ ทางธรุ กจิ ทม่ี ากขน้ึ จะท�ำ ใหผ้ ปู้ ระกอบการมโี อกาส
สินค้าท่ีค่อนข้างมีขั้นตอนในการดำ�เนินการ เข้าถึงลูกค้ารายใหม่ได้มากข้ึนกว่าเดิม สามารถ
ซ�ำ้ ซอ้ นของประเทศไทยและประเทศมาเลเซยี เชน่ เปดิ ตลาดได้ง่ายขึน้ กว่าเดิม
การตรวจสนิ คา้ ทตี่ อ้ งมกี ารตรวจสนิ คา้ ของทงั้ สอง 2. ปัจจัยการเข้าสู่ธุรกิจ หรือผู้มา
ประเทศ การขนถ่าย เคลือ่ นยา้ ยสนิ คา้ มคี า่ ใช้จ่าย ใหม่ ในดา้ นของปัจจยั การเขา้ สู่ธรุ กจิ นัน้ ส�ำ หรับ
สูง เนื่องจากสินค้าท่ีขนส่งไปยังมาเลเซียก็ต้องมี ผู้ประกอบการรายใหม่ พื้นท่ีน้ีถือเป็นพ้ืนที่ปราบ
การเปลี่ยนถ่ายสินค้าเป็นรถท้องถิ่นของประเทศ เซียน ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องการมาลงทุน
มาเลเซีย เปน็ ตน้ ต้องศึกษาความต้องการผู้บริโภคมาก ศึกษา
2. ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ด้านสภาพ ลกั ษณะภมู ศิ าสตร์ รวมถงึ การวางผงั เมอื ง เปน็ ตน้
เศรษฐกิจส่งผลด้านบวก ทำ�ให้ผู้ประกอบการ 3. ปัจจัยกำ�หนดสินค้าทดแทน
สามารถเพิ่มยอดขายทางการค้าได้ ด้านอัตรา หากมีสินค้าเข้ามาทดแทนได้ง่ายขึ้น ลูกค้าก็มี
ภาษี มผี ลกบั การคา้ บา้ งแตไ่ มม่ าก ผปู้ ระกอบการ โอกาสเปลี่ยนไปใช้สินค้าดังกล่าวทำ�ให้ความ
ในพ้ืนท่ีมีความรู้ มีความพร้อมและพร้อมปรับตัว สามารถในการท�ำ ก�ำ ไรของธรุ กจิ ลดลง แตป่ จั จบุ นั
และมีปัญหาเร่ืองค่าเงินริงกิตของมาเลเซียท่ี ผู้ประกอบการบริเวณตลาดเมืองสุไหงโก-ลก
ออ่ นคา่ ลง จังหวัดนราธิวาส ไม่ได้กังวลในเรื่องน้ี เน่ืองจาก
3. ปัจจัยด้านสังคมวัฒนธรรม ทาง สนิ คา้ ทขี่ ายอยใู่ นปจั จบุ นั มคี วามหลากหลาย และ
ด้านสภาพสังคมบริเวณตลาดเมืองสุไหงโก-ลก อำ�นาจในการตัดสินใจซื้อขึ้นอยู่กับความต้องการ
จังหวัดนราธิวาส จะได้เปรียบในเรื่องของสังคม ของลูกค้าท่ีจะเลือกซ้ืออยู่แล้ว ผู้ประกอบการ
พหุวัฒนธรรม ส่งผลด้านบวกในเรื่องของภาษา จงึ ไมก่ ังวลในเร่อื งสนิ ค้าทดแทน
ค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี 4. ปัจจยั กำ�หนดอ�ำ นาจการซ้ือ การ
เนื่องจากมีความเหมือนในหลายประการระหว่าง กำ�หนดอำ�นาจการซื้อของผู้ซ้ือนั้น ขึ้นอยู่กับการ
สองประเทศ ตง้ั ราคาของผขู้ ายและอำ�นาจการตอ่ รองของผู้ซือ้
4. ปัจจัยด้านเทคโนโลยี สภาพ ซง่ึ ในปจั จบุ นั ราคาสนิ คา้ ทจ่ี �ำ หนา่ ยนนั้ ผซู้ อ้ื มคี วาม
เทคโนโลยีท่ีเปล่ียนแปลงไปในปัจจุบัน ทำ�ให้ สามารถท่ีจะซ้ือได้ซึ่งราคาในการซ้ือขายก็มีราคา
ผู้ประกอบการกับคู่ค้าสามารถติดต่อสื่อสารกัน ไม่แพงและเปน็ ไปตามกลไกของตลาด
งา่ ยขน้ึ ถือเป็นการเพม่ิ ศักยภาพทางการคา้ และ 5. ปัจจัยกำ�หนดอำ�นาจของผู้ขาย
เพิ่มช่องทางการจดั จ�ำ หนา่ ยไดม้ ากขน้ึ ปัจจัย อำ�นาจของผูข้ ายในปจั จบุ ันของตลาดเมอื ง
3.2.2 สภาพแวดล้อมนอกของการ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ข้ึนอยู่กับลักษณะ
เปน็ เมอื งตน้ แบบการคา้ ชายแดนระหวา่ งประเทศ ของสินค้าท่ีจัดหามาได้ง่ายหรือไม่ และยังข้ึนอยู่
(5 Forces Model) (Porter, 1980) กับอำ�นาจต่อรองของผู้ขายปัจจัยด้วย ซ่ึงผู้ขาย
1. ปจั จยั ก�ำ หนดการแข่งขัน สภาพ ไดด้ �ำ เนนิ การจดั หาสนิ คา้ ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการ
การแขง่ ขนั หากมีคู่แข่งขนั จ�ำ นวนมาก และมกี าร ของลูกค้ามากที่สุดเพื่อเพิ่มอำ�นาจการต่อรอง
แข่งขันรุนแรงจะส่งผลกระทบต่อความสามารถ ของตน
วารสารมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 73 ปีท่ี 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
4. แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจการ 4. ควรมีการจัดต้ังศูนย์ประชาสัมพันธ์
คา้ ชายแดนเมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส ข้อมูลเก่ียวกับตลาดเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัด
จากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่ม นราธิวาส เพ่ือเป็นศูนย์อำ�นวยความสะดวกด้าน
ผู้ประกอบการชาวไทยที่ทำ�การค้าขายบริเวณ ข้อมูลให้แก่นักท่องเทีย่ ว
เมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าท่ี
ของรัฐและภาคเอกชนทอี่ ยู่ในพ้นื ท่ี รวมถงึ บคุ คล อภปิ รายผลการวจิ ัย
ผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการดำ�เนินการ สามารถ
นำ�เสนอผลการศึกษาด้านแนวทางการพัฒนา จากผลการวิจัยเร่ือง รูปแบบการพัฒนา
เศรษฐกจิ การคา้ ชายแดนเมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวดั เศรษฐกิจการค้าชายแดน กรณีศึกษาเมือง
นราธวิ าส ได้ดังน้ี สไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส: เมอื งตน้ แบบการคา้
1. ควรมีการเสนอนโยบายไปยังรัฐบาล ชายแดนระหว่างประเทศ สามารถน�ำ มาอภปิ ราย
เพ่ือกำ�หนดให้บริเวณตลาดเมืองสุไหงโก-ลก ผล ไดด้ งั นี้
จังหวัดนราธิวาส เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็น 1. การวิเคราะห์สภาพการณ์ ปัญหา
เขตปลอดภาษี หากมีการจัดบริเวณน้ีให้เป็นเขต อุปสรรคของการค้าชายแดน บริเวณตลาด
เศรษฐกจิ พิเศษ เป็นเขตปลอดภาษี จะท�ำ ให้เพมิ่ เมืองสุไหงโก-ลก จงั หวัดนราธวิ าส
มูลค่าทางการค้า และดึงดูดนักลงทุนชาวไทย สภาพการณ์ค้าในปัจจุบันบริเวณตลาด
เขา้ มาค้าขายในพ้ืนทีอ่ กี เป็นจำ�นวนมาก เมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสนั้น มีสินค้าท่ี
2. ผู้ประกอบการ นักลงทุนที่จะทำ�การ มีความหลากหลาย เช่น พชื ผกั ผลไม้ และรอง
ค้าในพ้ืนที่นี้ ควรศึกษาว่าตลาดสุไหงโก-ลก ลงมาคือสินค้าอาหารทะเลสด เป็นต้น ซ่ึงสินค้า
ตอ้ งการสนิ คา้ ประเภทไหน ทง้ั น้ี เกษตรกรรมและ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้
อตุ สาหกรรม ในพน้ื ทมี่ คี วามจ�ำ เปน็ ตอ้ งมกี ลยทุ ธ์ ตามความต้องการ สินค้าเป็นสินค้าท่ีมีคุณภาพ
ในการค้าขาย การแนะนำ�สินค้า การบริการที่ และได้มาตรฐานสูง ราคาของสินค้าค่อนข้างถูก
รวดเร็วทันใจผู้บริโภค รวมถึงเงินทุนหมุนเวียน และมีระดับราคาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความ
คอ่ นข้างสูง และไดม้ าตรฐาน ดงึ ดดู ใจผบู้ รโิ ภค ตอ้ งการของลกู ค้า ดงั คำ�กล่าวของผู้ประกอบการ
3. ควรมีการจัดแผนผังของตลาดเมือง รสุ นา อ้าหลสี ะหสั (2563) ทวี่ า่ “สนิ ค้าท่จี �ำ หนา่ ย
สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และก่อสร้างสิ่ง มีมากมายหลายชนิด ส่วนคุณภาพของสินค้าก็
อำ�นวยความสะดวกเพิ่มเติม เช่น สถานที่จอด แตกต่างกันไปตามแหล่งที่รับสินค้ามา คุณภาพ
รถ ห้องสุขา ศูนย์อาหาร การแบ่งโซนสินค้า ของสินค้าส่วนมากจะอยู่ในระดับปานกลาง อยู่
ควรมีแบ่งโซนย่านการค้า และย่านวัฒนธรรม ที่ลูกค้าท่ีจะเลือกซื้อสินค้าคุณภาพแบบใด การ
เนื่องจากเปน็ เมอื งพหวุ ัฒนธรรม เพ่อื การส่งสริม ค้าขายสะดวก ทำ�เลที่ตั้งดี ติดต่อค้าขายง่าย
การท่องเทย่ี ว ปัจจบุ ันร้านคา้ ร้านอาหารอยูแ่ บบ การเดินทางสะดวก” โดยกลุ่มผู้ประกอบการที่
กระจัดกระจาย ถ้ามีการแบ่งโซนจะช่วยส่งเสริม เข้ามาค้าขายในตลาดเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัด
การทอ่ งเทยี่ ว เชน่ รา้ นอาหารพน้ื เมอื ง สนิ คา้ ทาง นราธิวาสน้ันส่วนมากเป็นคนในพื้นท่ี ด้านความ
วัฒนธรรม เหมาะสมของพื้นที่ท่ีค้าขายน้ันมีความเหมาะสม
มากเนื่องจากอยู่บริเวณชายแดน การเดินทาง
การคมนาคมขนส่งสะดวก และสามารถรองรับ
นักทอ่ งเท่ียวได้เปน็ จำ�นวนมาก ซ่งึ สอดคลอ้ งกบั
รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจการคา้ ชายแดน กรณศี ึกษาเมือง 74 ลาวัณย์ พงษส์ วุ รรณศริ ,ิ อษุ ณยี ์ พรหมศรียา
สุไหงโก-ลกจงั หวดั นราธวิ าส: เมอื งต้นแบบการค้าชายแดน...
ผลการศึกษาของ เทพรักษ์ สุริฝ่ายและลำ�ปาง วิเคราะห์ความตระหนักของประชาชน พบว่า
แม่นมาตย์ (2561) ท่ีได้ศึกษาสภาพปัจจุบันของ ประชาชนมีความตระหนัก อยู่ในระดับมาก โดย
การค้าชายแดนในพ้ืนทจ่ี งั หวดั หนองคาย จังหวดั ประชาชนได้ให้ข้อเสนอแนะเก่ียวกับเร่ืองน้ีว่า
นครพนมและจังหวดั มุกดาหาร ผลการวิจยั พบว่า ควรที่จะมีการประสานงานระหว่างรัฐบาลของทั้ง
การค้าชายแดนมีลักษณะการค้าท่ัวไปท้ังขนาด 2 ประเทศมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและอยาก
เล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ของพ่อค้า-แม่ค้า ให้เน้นการประชาสัมพันธ์เรื่องของเมืองต้นแบบ
หรือผู้ประกอบการ ท่ีอาศัยอยู่บริเวณชายแดน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเพ่ิมขึ้น สอดคล้อง
สินค้าท่ีนำ�มาจำ�หน่ายบริเวณชายแดนส่วนใหญ่ กับงานของมธุรดา สมัยกุล (2557) ที่ได้ศึกษา
เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค และสินค้านำ�เข้า-ส่ง แนวทางการพฒั นาเศรษฐกจิ การคา้ ชายแดน กรณี
ออก ระหว่างประเทศ ผู้ซื้อหรือลูกค้าที่เดินทาง ศกึ ษาตลาดมติ รภาพชายแดนไทย-กมั พชู า พบวา่
มาซ้ือสินค้าบริเวณชายแดน ได้แก่ คนต่างชาติ การวิเคราะห์ความรู้ของประชาชนต่อการเข้าสู่
คนในภมู ภิ าคอน่ื ของประเทศไทยและคนในชมุ ชน ประชาคมอาเซียนประชาชนกลุ่มตัวอย่างมีความ
ทอ้ งถนิ่ ซึง่ ในภาพรวม พบว่า การคา้ ชายแดนส่ง รู้เก่ียวกับประชาคมอาเซียนอยู่ในระดับดีและมี
ผลกระทบตอ่ การพฒั นาเศรษฐกจิ ชมุ ชนดา้ นบวก ความตะหนกั ของประชาชนตอ่ การเขา้ สปู่ ระชาคม
ทง้ั ดา้ นอาชพี และการจา้ งงาน ดา้ นการเพม่ิ รายได้ อาเซียนประชาชนกลุ่มตัวอย่างมีความตระหนัก
และด้านสังคมความเป็นอยู่และมีบทบาทสำ�คัญ เกี่ยวกบั ประชาคมอาเซียนอยูใ่ นระดับปานกลาง
ในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนด้านการส่งอาชีพ
และการจ้างงานในพื้นท่ีเพ่ิมมากขึ้น สร้างรายได้ 3. การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายใน
ให้กับคนในชุมชนจนสามารถลดภาวการณ์ย้าย และสภาพแวดล้อมภายนอกของการค้า
ถิน่ ฐาน รวมถงึ การส่งเสริมความสมั พันธร์ ะหวา่ ง ชายแดนเมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส
ประเทศให้ดีข้ึนทั้งด้านการติดต่อการค้าและ 3.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน
แลกเปล่ยี นสนิ คา้ ระหวา่ งประเทศ การลงทนุ ทาง ของการค้าชายแดนเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัด
การคา้ การขนสง่ คมนาคม นราธวิ าส (จดุ แข็ง-จุดออ่ น)
2. การวิเคราะห์ความพร้อมในการ 3.1.1 จดุ แขง็ ตลาดเมอื งสไุ หงโก-ลก
เข้าสู่การเป็นเมืองต้นแบบการค้าชายแดน จังหวัดนราธิวาส มีความได้เปรียบในด้านของ
ระหว่างประเทศของประชาชนบริเวณตลาด ทำ�เลที่ตั้งท่ีมีความเหมาะสม มีสินค้าที่มีความ
เมืองสไุ หง โก-ลก จงั หวดั นราธิวาส หลากหลาย และมีคุณภาพ มาตรฐานสูง อีกทั้ง
ความพร้อมของประชาชนเทศบาล เป็นจังหวัดท่ีมีที่ตั้งและสภาพทางภูมิศาสตร์ที่
เมืองสุไหงโก-ลกในการเป็นเมืองต้นแบบการค้า เหมาะสมต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และมีจุด
ชายแดนระหว่างประเทศ ผู้วิจัยได้ดําเนินการ แข็งในด้านโลจิสติกส์อีกด้วย แผนพัฒนาจังหวัด
ศึกษาความพร้อมของประชาชนใน 2 ลักษณะ นราธิวาส 5 ปี (สำ�นักงานจังหวัดนราธิวาส,
คือ การวิเคราะห์ความรู้และการวิเคราะห์ความ 2561) พบว่าเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
ตระหนักของประชาชนต่อการเป็นเมืองต้นแบบ มีจุดแข็งคือชายแดนติดต่อประเทศมาเลเซียและ
การคา้ ชายแดนระหวา่ งประเทศ พบวา่ ประชาชน มีด่านชายแดน 3 ด่าน ซึ่งเอื้อต่อการค้า การ
กล่มุ ตัวอย่างมีความรู้ อยู่ในระดับดีมาก ส่วนการ บริการ การลงทนุ และการคา้ ชายแดน มีเส้นทาง
คมนาคมขนส่งที่ครอบคลุมทั้งทางบก ทางนำ้�
วารสารมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 75 ปที ี่ 40 ฉบบั ที่ 2 มีนาคม-เมษายน 2564
และทางอากาศ ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาให้เชื่อม เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ แผนพัฒนาจังหวัด
โยงกับภูมิภาค และมีด่านชายแดนติดประเทศ นราธวิ าส 5 ปี (ส�ำ นกั งานจงั หวดั นราธวิ าส, 2561)
มาเลเซียและมีด่านชายแดน 3 ด่าน เอื้อต่อการ พบวา่ เมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส มนี โยบาย
ท่องเที่ยว การบริการ การลงทุน และการค้า ยทุ ธศาสตรช์ ายแดนใตเ้ ชอ่ื มโยง 3 เมอื ง หนองจกิ
ชายแดน สามารถสร้างรายได้และทุนหมุนเวียน เบตง สุไหงโก-ลก สู่ประตูการค้าชายแดน และ
ให้กับประชาชนในพน้ื ที่ และเกดิ ธุรกิจขนาดใหญ่ นโยบายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่ีเอื้อ
3.1.2 จดุ ออ่ น ตลาดเมอื งสไุ หงโก-ลก ต่อการค้าและการพัฒนาจังหวัดให้เป็นเมืองที่
จังหวดั นราธวิ าส มีจดุ อ่อนในดา้ นของการบรหิ าร นา่ ลงทุนในระดบั ประเทศและนานาชาติ
จัดการด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ยังต้องมีการ 3.2.2 อุปสรรค อุปสรรคทางการ
พฒั นาและปรบั ปรงุ เชน่ ความพรอ้ มของทจี่ อดรถ ค้าชายแดนเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
การแบง่ โซนรา้ นคา้ การบรหิ ารจดั การประปาและ นั้นทางด้านของกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติ
ไฟฟา้ การจดั การยงั อยใู่ นระดบั ปานกลาง ยงั ขาด ของการนำ�เข้า-ส่งออก ผ่านชายแดนของทั้งสอง
การดูแลความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ แผน ประเทศ ซงึ่ อาจสง่ ผลกระทบตอ่ การซอ้ื -ขายสนิ คา้
พัฒนาจังหวัดนราธิวาส 5 ปี (สำ�นักงานจังหวัด เช่น นโยบายและกฎระเบียบของด่านศุลกากร
นราธิวาส, 2561) พบวา่ เมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวดั รวมถงึ การปดิ ดา่ น เนอ่ื งจากสถานการณก์ ารแพร่
นราธิวาส แหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดขาด ระบาดของไวรัสโควิด 19 ท่ีมีการปิดด่านระยะ
การบริหารจัดการที่ดี และระบบสาธารณูปโภค ยาว รถขนส่งสินค้าและการขนถ่ายเคล่ือนย้าย
ประปาไฟฟ้ายังให้บริการไม่ครอบคลุมทุกพื้นท่ี สินค้ามีค่าใช้จ่ายสูง เพราะสินค้าที่จะขนส่งไปยัง
ของจงั หวดั นราธวิ าส ซง่ึ สง่ ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพ ประเทศมาเลเซียก็ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายสินค้า
ชวี ิตของประชาชนในพน้ื ท่ี เป็นรถท้องถิ่นของประเทศมาเลเซีย ซึ่งทำ�ให้
3.2 การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอก ต้นทุนของการค้าเพิ่มสูงขึ้น แผนพัฒนาจังหวัด
ของการค้าชายแดนเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัด นราธวิ าส 5 ปี (ส�ำ นกั งานจงั หวดั นราธวิ าส, 2561)
นราธวิ าส (โอกาส-อุปสรรค) พบว่าเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ด้วย
3.2.1 โอกาส ตลาดเมอื งสไุ หงโก-ลก สภาวะเศรษฐกิจโลกยังผันผวนและความผันผวน
จงั หวดั นราธวิ าส นอกจากมคี วามไดเ้ ปรยี บในดา้ น ทางการเมอื ง และการปรบั เปลย่ี นรฐั บาล ตลอดจน
ของทำ�เลท่ีตั้งแล้วน้ัน สมโภช เจนพาณิชพงศ์ นโยบายของรัฐทข่ี าดความตอ่ เนือ่ ง ส่งผลกระทบ
(2563) “ความพร้อมของตลาดเมืองสุไหงโก-ลก ต่อการลงทุนและการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ
จงั หวัดนราธิวาส มีมากถึงร้อยละ 80 ทงั้ น้อี ยาก ของจังหวัดนราธิวาสหยุดชะงัก และมีกฎหมาย
ให้ภาครัฐลงมาสนับสนุนอย่างจริงจัง จัดสรรงบ และกฎระเบียบบางส่วนท่ียังไม่เอื้ออำ�นวยต่อ
ประมาณลงมาพัฒนาอย่างตอ่ เน่อื ง ซ่งึ ตลาดการ การส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม และอำ�นวยความ
ค้ามีโอกาสขยายใหญ่ขึ้น” ส่วนสภาพเทคโนโลยี สะดวกในการค้าและการลงทุน สอดคล้องกับ
ท่ีเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการติดต่อ องั คณา ธรรมสจั การ และสายฝน ไชยศร (2558) ที่
สื่อสารกันง่ายข้ึน ถือเป็นการเพ่ิมศักยภาพ ไดศ้ กึ ษา พฤตกิ รรมการคา้ ชายแดนไทย-มาเลเซยี
ทางการค้า และเพิ่มช่องทางการจัดจำ�หน่าย ในจังหวัดสงขลา พฤติกรรมการค้าระหว่าง
อีกด้วย ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ ผู้ประกอบการชาวไทยกับชาวมาเลเซีย ประเภท
รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดน กรณศี กึ ษาเมือง 76 ลาวณั ย์ พงษ์สวุ รรณศริ ิ, อุษณยี ์ พรหมศรยี า
สุไหงโก-ลกจังหวดั นราธวิ าส: เมอื งตน้ แบบการค้าชายแดน...
สินค้าและบริการท่ีชาวมาเลเซียเข้าใช้บริการท่ี 2. ผปู้ ระกอบการ นกั ลงทนุ ทจ่ี ะท�ำ การคา้
เมืองชายแดน พบว่าการขนส่งของไทยมีปัญหา ในพน้ื ทน่ี ี้ ควรศกึ ษาวา่ ตลาดโก-ลกตอ้ งการสนิ คา้
ไม่สะดวกเหมือนมาเลเซีย การกีดกันการค้าที่ ประเภทไหน ทงั้ น้ี การเกษตรและอตุ สาหกรรม ใน
ไมใ่ ช่ภาษี โควตาสนิ คา้ ผา่ นแดนจำ�กัดการนำ�เข้า พ้ืนท่ีมีความจำ�เป็น ต้องมีกลยุทธ์ในการค้าขาย
ขา้ วสารต้องผ่านเฉพาะด่านสะเดา แนวทางแก้ไข การแนะนำ�สินค้า การบริการที่รวดเร็วทันใจ
การเร่งสร้างทางคมนาคมในไทยให้สามารถ ผู้บริโภค รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนค่อนข้างสูง
เชอื่ มโยงกับทางประเทศมาเลเซยี เพ่ือให้สินค้ามีราคาถูก และได้มาตรฐาน ดึงดูด
ใจผู้บริโภค แผนพัฒนาจังหวัดนราธิวาส 5 ปี
4. แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจการ (สำ�นักงานจังหวัดนราธิวาส, 2561) พบว่าเมือง
คา้ ชายแดนเมอื งสไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ควรส่งเสริมและ
จากการสัมภาษณ์เจาะลึกจากกลุ่ม พฒั นาผปู้ ระกอบการในพนื้ ทใ่ี หม้ คี วามรแู้ ละความ
ผู้ประกอบการที่ทำ�การค้าขายบริเวณเมือง เข้าใจในระบบการค้าการลงทุน ตลอดท้ังพัฒนา
สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าท่ีของรัฐ ผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานการส่งออก สามารถ
และภาคเอกชนทอ่ี ยใู่ นพน้ื ท่ี รวมถงึ บคุ คลผมู้ สี ว่ น แข่งขันในเวทีอาเซียนและระดับนานาชาติ เพื่อ
เกี่ยวข้องนำ�เสนอผลการศึกษาด้านแนวทางการ การค้าระดับสากลและมีปริมาณรวมของการค้า
พฒั นาเศรษฐกิจการคา้ ชายแดนเมอื งสุไหงโก-ลก ชายแดนเติบโตอยา่ งตอ่ เนื่อง
จงั หวัดนราธิวาส ดงั นี้ 3. ควรมีการจัดแผนผังของตลาดเมือง
1. ควรมีการเสนอนโยบายไปยังรัฐบาล สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และก่อสร้างส่ิง
เพ่ือกำ�หนดให้บริเวณตลาดเมืองสุไหงโก-ลก อำ�นวยความสะดวกเพ่ิมเติม เช่น สถานท่ีจอด
จงั หวดั นราธวิ าสเปน็ เขตเศรษฐกจิ พเิ ศษ และเปน็ รถ หอ้ งสุขา ศูนยอ์ าหาร การแบง่ โซนสินคา้ และ
เขตปลอดภาษี หากมีการจัดบริเวณน้ีให้เป็นเขต ควรมีการแบ่งเป็นย่านการค้า ย่านวัฒนธรรม
เศรษฐกจิ พิเศษ และเปน็ เขตปลอดภาษี จะท�ำ ให้ เนอื่ งจากเปน็ เมอื งพหวุ ฒั นธรรม เพอ่ื การสง่ เสรมิ
เพิ่มมูลค่าการค้า และดึงดูดนักลงทุนชาวไทย การท่องเท่ียว ตอนนี้ร้านค้า ร้านอาหารอยู่แบบ
เข้ามาค้าขายอีกเป็นจำ�นวนมากแผนพัฒนา กระจัดกระจาย ถ้ามีการแบ่งโซนจะช่วยส่งเสริม
จงั หวดั นราธวิ าส 5 ปี (ส�ำ นกั งานจงั หวดั นราธวิ าส, การท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารพ้ืนเมือง สินค้า
2561) พบว่าเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส วัฒนธรรม แผนพัฒนาจังหวัดนราธิวาส 5 ปี
พบว่าควรมีการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่ง (สำ�นักงานจังหวัดนราธิวาส, 2561) พบว่า
เช่ือมโยงประเทศเพ่ือนบ้านและนานาชาติ ตาม เมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ควรพัฒนา
แผนการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผน ระบบสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้าและประปาให้มี
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 คุณภาพประสิทธิภาพเพ่ือแก้ไขปัญหาขาดแคลน
เพื่อรองรับการค้า การลงทุน และการท่องเท่ียว สาธารณูปโภคของประชาชนที่ห่างไกลซึ่งจะ
ในระดบั นานาชาติ และพัฒนาดา่ นชายแดน ตาม ส่งผลใหค้ ุณภาพชีวติ ของประชาชนดีข้นึ
นโยบาย IMT-GT และนโยบายการจดั ตง้ั พน้ื ทเ่ี ขต 4. ควรมีการจัดตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์
พิเศษ เพื่อรองรับการเติบโต การค้า การลงทุน ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัด
และการทอ่ งเทยี่ วอยา่ งมคี ณุ ภาพ และมมี าตรฐาน นราธิวาส เพื่อเป็นศูนย์อำ�นวยความสะดวกด้าน
ในระดบั นานาชาติ
วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 77 ปที ี่ 40 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
ข้อมูลให้แก่นักท่องเท่ียว แผนพัฒนาจังหวัด ค้าชายแดนเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
นราธวิ าส 5 ปี (ส�ำ นกั งานจงั หวดั นราธวิ าส, 2561) มีความได้เปรียบในด้านของทำ�เลท่ีตั้งท่ีมีความ
พบว่าเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ควรมี เหมาะสม ผปู้ ระกอบการมศี กั ยภาพในการแขง่ ขนั
การสร้างภาพลกั ษณ์และการประชาสัมพันธ์ เพอ่ื ตลาดมีโอกาสขยายใหญ่ข้ึน การบริหารจัดการ
สรา้ งความเชอ่ื มน่ั ใหก้ บั นกั ทอ่ งเทยี่ วและนกั ลงทนุ ดา้ นสาธารณปู โภคตา่ งๆ ยงั ตอ้ งมกี ารพฒั นาและ
ปรับปรุง
สรุปผลการวจิ ยั 4. แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า
ชายแดนเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พบ
การวจิ ยั เรอ่ื งรปู แบบการพฒั นาเศรษฐกจิ ว่าควรมีการเสนอนโยบายไปยังรัฐบาล กำ�หนด
การค้าชายแดน กรณีศึกษาเมืองสุไหงโก-ลก ให้เมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นเขต
จังหวัดนราธิวาส: เมืองต้นแบบการค้าชายแดน เศรษฐกิจพิเศษ และเป็นเขตปลอดภาษี ซึ่งจะ
ระหว่างประเทศ สามารถสรุปผลการวิเคราะห์ได้ ทำ�ใหส้ ามารถเพม่ิ มลู ค่าทางการคา้ ได้
ดังนี้
1. สภาพการณ์ การคา้ บรเิ วณตลาดเมอื ง ข้อเสนอแนะ
สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสนั้นพ้ืนท่ีตั้งมีความ
เหมาะสมกบั การคา้ เนอ่ื งจากเปน็ บรเิ วณชายแดน 1. ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบาย
สินค้าเป็นสินค้าท่ีมีคุณภาพและได้มาตรฐาน 1.1 สำ�หรบั ประชาชน
สูง และมีพ้ืนท่ีขนาดใหญ่เพียงพอต่อการขยาย ประชาชนควรพฒั นาขดี ความสามารถใน
ตลาดในอนาคต อีกทั้งด้วยทำ�เลท่ีต้ังก็เหมาะสม การพฒั นาตนเองใหม้ คี ณุ ภาพ มคี วามตนื่ รู้ พฒั นา
กับยุทธศาสตร์การค้าชายแดนระหว่างประเทศ ตนเองอย่างต่อเน่ือง ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง
ปัญหาและอุปสรรคของการค้าชายแดน บริเวณ อย่างเท่าทัน และคงไว้ซ่ึงอัตลักษณ์ที่ดีงามของ
ตลาดการค้าชายแดนอำ�เภอเมืองสุไหงโก-ลก เมอื งสไุ หงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
ได้แก่ ปัญหาการจัดการด้านส่ิงอํานวยความ 1.2 สำ�หรบั ผู้ประกอบการ
สะดวก เช่น ระบบนำ้�ประปาและไฟฟ้าท่ีไม่มี ผู้ประกอบการควรพัฒนาขีดความ สามารถของ
ประสิทธิภาพ การคมนาคมจะแออัดเม่ือมีการ ธุรกจิ ขนาดใหญ่ ธุรกจิ ท้องถน่ิ ธรุ กจิ รนุ่ ใหม่ และ
ขนสง่ สนิ คา้ จ�ำ นวนมาก และมปี ญั หาสนิ คา้ ลกั ลอบ วิสาหกิจชุมชนเช่ือมโยงการค้าชายแดนให้มี
หนภี าษี ขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้าง
2. ความพรอ้ มของประชาชนในการเป็น ศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีทักษะ
เมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ สากล (ภาษาองั กฤษ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ)
พบว่าประชาชนมีความรู้อยู่ในระดับดีมาก ส่วน และพร้อมสูส่ ังคมดิจิทลั
ความตระหนักของประชาชนต่อการเป็นเมือง 1.3 สำ�หรบั หนว่ ยงานภาครฐั
ต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ พบว่า หน่วยงานภาครัฐเป็นหน่วยงานท่ีมีหน้า
ประชาชนมคี วามตระหนักอยใู่ นระดบั มาก ท่ีอำ�นวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป ไม่
3. สภาพแวดล้อมภายในและสภาพ ว่าจะเปน็ นักท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบการ ผู้วิจัย
แวดล้อมภายนอกของตลาดการค้าชายแดนไทย- มขี อ้ เสนอแนะในเชงิ นโยบาย ดังนี้
สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พบว่า ตลาดการ
รูปแบบการพฒั นาเศรษฐกจิ การค้าชายแดน กรณีศกึ ษาเมอื ง 78 ลาวณั ย์ พงษส์ ุวรรณศิร,ิ อษุ ณีย์ พรหมศรยี า
สไุ หงโก-ลกจังหวัดนราธิวาส: เมอื งตน้ แบบการค้าชายแดน...
(1) พัฒนาระบบการคมนาคม 2.1 ควรมีการทบทวนนโยบายส่งเสริม
การขนสง่ และโลจสิ ตกิ สเ์ ชอ่ื มโยงการคา้ ชายแดน การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และศึกษา
อยา่ งเปน็ ระบบครบวงจร วเิ คราะหถ์ งึ ความเปน็ ไปไดใ้ นการก�ำ หนดใหเ้ มอื ง
(2) พัฒนาระบบบริการของรัฐทุก สุไหงโก-ลกเป็นเขตเศรษฐกิจพเิ ศษ
ระดับให้มีคุณภาพ และเน้นการมีส่วนร่วมกับ 2.2 ควรทำ�การศึกษาเปรียบเทียบ
ประชาชน และการพัฒนาโดยใช้พ้ืนท่ีเป็นฐาน สภาพเศรษฐกิจการค้าชายแดนของตลาดเมือง
อยา่ งเขา้ ใจ เขา้ ถึงเพือ่ บรู ณาการรว่ มกนั สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสเปรียบเทียบกับ
(3) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ จังหวัดอื่น เพื่อเป็นการศึกษาข้อมูลร่วมกันเพ่ือ
การดูแลความปลอดภัย พัฒนาระบบบริการ นำ�ผลวิจัยที่ได้ไปปรับปรุงพัฒนาการค้าชายแดน
พัฒนาสภาพแวดลอ้ มด่านชายแดนรองรบั การค้า ของประเทศไทยและประเทศมาเลเซยี ในภาพรวม
ชายแดน เชื่อมโยงระบบการธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก 2.3 ควรท�ำ การศึกษาสร้างสรรค์รูปแบบ
ใหม้ ปี ระสิทธิภาพ การบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรที่มี
(4) มีระบบบริการทม่ี ีมาตรฐานการ ปริมาณ คณุ ภาพ รองรับการพัฒนาอตุ สาหกรรม
คา้ ชายแดนในระดับตน้ แบบท่ดี ีของประเทศ การเกษตรของจังหวัดเพื่อการคา้ และการส่งออก
(5) ควรเสนอให้มีการปรับปรุงกฎ
ระเบียบทางการค้า การอำ�นวยความสะดวกทาง กติ ตกิ รรมประกาศ
ศุลกากร การปรับลดภาษี ประสานงานกับทาง
ประเทศมาเลเซยี เพอ่ื ลดขน้ั ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน ขอขอบคุณคณะวิทยาการจัดการท่ี
เชน่ การตรวจสินคา้ ให้ตรวจเพียงครั้งเดียวโดยมี ให้ความอนุเคราะห์ทุนสนับสนุนการวิจัยและ
เจา้ หนา้ ทรี่ ว่ มกนั ระหวา่ งสองประเทศ เพอื่ ลดระยะ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เช่ียวชาญทุกท่าน
เวลาในการน�ำ เข้า-ส่งออกสินคา้ เปน็ ตน้ ที่สละเวลาในการให้คำ�แนะนำ�เกี่ยวกับการวิจัยน้ี
ตลอดจนผู้ให้ความช่วยเหลือทุกท่านท่ีทำ�ให้งาน
2. ข้อเสนอแนะในการทำ�วิจัย วจิ ัยน้สี ำ�เรจ็ ลลุ ว่ งไปได้ดว้ ยดี
ครง้ั ตอ่ ไป
เอกสารอ้างอิง
กองสวสั ดิการเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก. (2561). ขอ้ มลู ข่าวสารของเทศบาล. สืบคน้ จาก: http://www.
kolokcity.go.th/webkolok/, เมื่อวนั ที่ 19 กนั ยายน 2562.
จนิ ตนา บญุ บงการ. (2552). สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ. พิมพ์คร้งั ท่ี 8. กรุงเทพฯ: วีพร้ิน
เทพรกั ษ์ สุรฝิ า่ ย และล�ำ ปาง แม่นมาตย.์ (2561). บทบาทการค้าชายแดนในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
กรณศี กึ ษา จงั หวดั หนองคาย. จงั หวดั นครพนมและจงั หวดั มกุ ดาหาร. วารสารการเมอื งเมอื ง
การปกครอง. 8(1): 153-176.
มธรุ ดา สมัยกลุ . (2557). การพฒั นาเศรษฐกิจการคา้ ชายแดน กรณศี กึ ษาตลาดมิตรภาพชายแดนไทย-
กมั พูชา. วารสารวิทยบรกิ าร. 25(1): 22-30.
รสุ นา อา้ หลสี ะหสั . (2563). ผปู้ ระกอบการเจา้ ของรา้ นคา้ สง่ อาลโี ก-ลก. สมั ภาษณเ์ มอ่ื วนั ที่ 16 กรกฎาคม
2563.
วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 79 ปที ่ี 40 ฉบบั ท่ี 2 มนี าคม-เมษายน 2564
เรวดี แกว้ มณ.ี (2562). ศกั ยภาพอุตสาหกรรมในพน้ื ทีด่ า้ มขวานทอง เมืองต้นแบบ “สามเหล่ยี มมนั่ คง
มั่งค่งั ยัง่ ยนื ”. สบื คน้ จาก: http://www.oie.go.th, เมือ่ วนั ท่ี 25 กนั ยายน 2562.
สมโภช เจนพาณชิ พงศ.์ (2563). เลขาธกิ ารหอการคา้ จงั หวดั นราธวิ าส. สมั ภาษณเ์ มอื่ วนั ท่ี 22 กรกฎาคม
2563.
ส�ำ นักงานจงั หวดั นราธวิ าส. (2561). แผนพัฒนาจงั หวัดนราธวิ าส 5 ปี. สืบค้นจากจาก: http://www2.
narathiwat.go.th, เม่ือวันท่ี 22 ธันวาคม 2562.
สำ�นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน
กับประเทศเพื่อนบา้ น. สบื ค้นจาก: https://www.nesdc.go.th, เม่อื วันที่ 25 ธนั วาคม 2562.
อังคณา ธรรมสจั การ และสายฝน ไชยศร. (2558). พฤตกิ รรมการค้าชายแดนไทย-มาเลเซียในจงั หวัด
สงขลา. สืบค้นจาก: http://oservice.skru.ac.th/ebook/lesson.asp?title_code=1179
&type=3&no=11, เมอ่ื วนั ท่ี 22 ธันวาคม 2562.
Miller, F.P., Vandome, A.F., & McBrewster, J. (2011). PEST Analysis. N.P.: VDM.
Porter, Michael E., (1980). Competitive Strategic Technique for Analyzing Industrial and
Competitors: The Five Force. Free Press. New York.
การศึกษาเปรียบเทียบการบรรเลงเปียโนระหว่างเพลงพ้ืนบ้านจีนและเพลงจีน
สมยั ใหม่
A Comparative Study of Piano Accompaniment in Chinese Folk Song And
Chinese Modern Song
ลู่ ล่ีหาญ1, อวิรทุ ธ์ โทท�ำ 2
Liu Lihan1, Awirut Thotham2
Received: 24 March 2020 Revised: 26 August 2020 Accepted: 23 September 2020
บทคดั ย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังน้ี 1) เพื่อศึกษาความเป็นมาของบทเพลงร้องจีน และการบรรเลงเปียโน
ประกอบการขบั รอ้ ง 2) เพอ่ื วเิ คราะหก์ ารบรรเลงเปยี โนประกอบการขบั รอ้ งระหวา่ งเพลงพนื้ บา้ นจนี และ
เพลงจีนสมัยใหมโ่ ดยใช้ระเบียบวธิ ีวิจยั เชงิ คุณภาพในการเก็บรวบรวมข้อมลู ณ สถาบันดนตรีเซอฌวน
ประเทศจีน ผลการวิจัยพบว่าเพลงพื้นบ้านจีนและเพลงจีนสมัยใหม่เป็นหลักสำ�คัญของศิลปะการร้อง
เพลงจนี ซงึ่ มกี ารแสดงการรอ้ งเพลงจนี ทแี่ ตกตา่ งกนั อยสู่ องประเภทส�ำ หรบั การบรรเลงเปยี โนประกอบ
การรอ้ งเพลงจีน ส�ำ หรบั การสอนขับรอ้ งและการแสดงในประเทศจนี มบี ทบาทและเป็นแนวทางที่ส�ำ คญั
เปน็ อยา่ งมากแตค่ อ่ นขา้ งมรี ะยะเวลาสนั้ ในการคงอยู่ และไมใ่ ชส่ าเหตใุ นการมสี ว่ นรว่ มของเปยี โนส�ำ หรบั
การบรรเลงประกอบของประเทศจนี ในปี ค.ศ. 1600 การขบั ร้องเพลงจนี ท้งั สองประเภทนไี้ มม่ ีรปู แบบ
ที่สมบูรณ์ในการเรียนรู้และในทางการศึกษา พื้นฐานทางดนตรีสำ�หรับการแสดงมีความสำ�คัญเป็น
อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นนักร้องหรือนักเปียโน และทำ�นองของบทเพลงท่ีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตามพื้น
ฐานทางประวัตศิ าสตร์ทีม่ ีผลกระทบตอ่ กนั และกนั ดงั นั้นการเปรยี บเทียบบทเพลงพน้ื บ้านจีนและเพลง
จีนสมัยใหม่จึงมีความแตกต่างกัน การวิเคราะห์ทำ�นองมีความจำ�เป็นสำ�หรับทักษะการบรรเลงเปียโน
ประกอบการขับร้องที่ดี ซ่ึงเป็นสิ่งท่ีนักร้องต้องการสำ�หรับการได้รับการเรียนรู้ ดังน้ันการวิจัยคร้ังนี้จึง
เป็นประโยชน์ต่อการปรบั ปรงุ ทกั ษะการบรรเลงสำ�หรับการบรรเลงเปียโนประกอบการขบั ร้อง และเปน็
ข้อมลู ทส่ี ำ�คัญส�ำ หรบั การศึกษาระบบของการบรรเลงเปยี โนประกอบการขับรอ้ งในอนาคตตอ่ ไป
ค�ำ ส�ำ คญั : เปียโนคลอ, เพลงพ้นื บ้านจีน, เพลงจีนสมัยใหม่
1 นิสติ ปรญิ ญาโท หลกั สตู รดรุ ิยางคศาสตรม์ หาบณั ฑิต วิทยาลยั ดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
2 อาจารย์ วทิ ยาลัยดุรยิ างคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
1 Master of Music Student, College of Music, Mahasarakham University
2 Lecturer, College of Music, Mahasarakham University
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 81 ปีท่ี 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
Abstract
This research aims 1) to investigate the status of Chinese vocal music and piano accompaniment;
2) to analyze the piano accompaniment between Chinese folk songs and Chinese modern
songs. A qualitative research methodology was used for collecting data. The results indicated
that Chinese folk songs and Chinese modern songs are of Chinese mainstream singing art.
There are two different types of vocal music performance. Vocal music in the piano
accompaniment for the vocal music teaching and performing in China has a very important
guiding role, but it is very short and does not cause the attention of the corresponding due to the
piano into the 1600 A.D. of Chinese year. It does not have a complete system of learning and
education. Music background for the performance is very important as the singer or the pianist
and the melody of songs are unique and follow historical background that influence each other.
Thus, musical styles are different between Chinese folk songs and Chinese modern songs.
Analyzing melody is essential for good piano accompaniment skills. There is a need for singers
to acquire knowledge and learning. Therefore, this study is helpful to improve the performance
skills of piano accompaniment for supporting a vocal music. It also provides some references
to support the systematic teaching of piano accompaniment in the future.
Keywords: Piano accompaniment; Chinese folk song; Chinese modern song.
Introduction courses in colleges and universities in China
(Jin, 2007, P. 15).
Piano accompaniment is a form The subject of piano accompaniment
of artistic expression, in which piano and has developed very slowly. Thus, the teaching
various instruments or vocal music cooperate impact is not ideal. In addition to students›
with each other. Musicians can achieve the lack of learning initiative, the lack of a teacher
best performance through the cooperation of is also one of the important reasons. Most of
piano accompaniment and the singer or other the learning of piano accompaniment is done
instruments (Jin, 2007, P. 14). according to a score that is provided by a
Chinese folk songs refer to songs teacher. Therefore, comparing these two types
with national characteristics or typical regional of vocal music and piano accompaniment in
characteristics which are sung by unique China has to explore the system that conforms
national singing methods. Chinese modern to the rules of piano learning.
songs refer to Chinese modern art songs with
western singing style, which is called “Bel Objectives
canto”. These two types of vocal music works
are also the main teaching types of vocal music 1. To study the status of Chinese vocal
music and piano accompaniment.
การศึกษาเปรยี บเทยี บการบรรเลงเปียโนระหวา่ งเพลงพ้นื บา้ นจีนและ 82 ลู่ ล่หี าญ, อวริ ทุ ธ์ โทท�ำ
เพลงจีนสมัยใหม่
2. To analyze the piano accompaniment obtained with a camera and a note book. We
between Chinese folk songs and Chinese observed different ways of playing, behavior,
modern songs. facial expression and different ways of
playing processing of the song through
Scope of the study recorded video and pictures. Analyzing the
impact of the piano accompaniment combined
1. The geographical scope. We dynamic performance and piano spectrum in
focused on the music of Sichuan province, order to analyze different songs or playing
China. Data collection was carried out in skills. In this research, we interviewed Mu Yi,
Sichuan province. A field survey was a teacher from Sichuan Conservatory of Music.
conducted in music institutions in Sichuan Mu Yi systematically studied the performance
and relevant teachers were selected for of foreign vocal music works in Belarus,
interview and also data collection. including many Bel canto singing works.
2. Academic research scope.We The interview content of this paper focuses on
focused on Chinese folk songs and Chinese teacher Mu Yi as a vocal piano accompaniment
modern songs. Bel canto songs were the and vocal music art guidance teacher,
subject of this research. We selected 2. Participation. We participated in
representative Chinese folk songs and classrooms and concerts to observe and
Chinese modern songs (hereafter used to refer survey what were the key point of different
to Chinese modern songs sung by Bel canto) songs that are taught by teachers so as
for separate analysis and then compare the to make a comparative analysis of the key
two types of songs, the songs themselves and points. In the concert, we observed the
the piano accompaniment. differences between actual stage performance
and classroom teaching and also the
Research methodology interaction between piano accompaniment
and vocal singing in the environment of the
This study used qualitative methods concert hall.
by referring to historical literature and applying 3. Data analysis. In this study we
the methods of music theory, musicology, and selected two pieces of Chinese folk songs
ethnomusicology for fieldwork. The data were and Chinese modern songs to analyze. We
collected from libraries, books and historical selected four songs to analyze, and four key
materials websites as well as some music informants to interview who were popular
periodicals and news websites related to the and well known in Sichuan as the best of
arts in China as follows. performers. They were also suggested by
1. Field Research. For interviewing scholars, guru, students, and others.
teachers who were relevant to piano
accompaniment, the required materials were
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 83 ปีที่ 40 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
4. Evaluation. We give an evaluation accompaniment cooperates with the soloist to
that connects our research with the said perform or sing the works of music together
objectives. We use the survey methods (Jin, 2007: 14).
detailed above to obtain data, perform the At present, normal music college and
analysis and to come to the conclusion. We secondary art school lack a large number of
found that Chinese folk songs and Chinese piano art instructors for the teaching of vocal
modern music are different in terms of melody, and instrumental music majors, and even
lyrics and the performance of the singer. fewer high-level piano art instructors. From
an objective standpoint, piano accompaniment
Outputs and benefit in domestic music colleges and universities is
placed in the orchestral or vocal departments
1. Understanding the development as a basic job (Geng, 2006: 58).
history of Chinese vocal music works and There are some common problems in
Chinese piano accompaniment. current music teacher piano accompaniment;
2. In-depth study of piano specifically the monotony of accompaniment,
accompaniment and vocal music-theoretical the lack of strain capacity of mode, number,
and practical knowledge. and the lack of flexible use of accompaniment
3. Those who study vocal music and texture. Therefore, in future piano
piano accompaniment can learn from this accompaniment training and attention
paper. should be paid to the training of normal
4. The piano accompaniment of accompaniment, impromptu accompaniment
national music can be distinguished from the and the rationality of chord matching. (D. Q.,
piano accompaniment of modern songs to personal communication, August 20, 2019).
better complete the performance of the works. A piano accompaniment has been
5. Protecting and spreading Chinese divided into formal accompaniment and
traditional music culture, understanding the impromptu accompaniment. Improvisational
integration of western culture and traditional accompaniment means that the performer
culture. must have a certain level of piano performance
and organically combine the basic theoretical
Results knowledge of music with practical operation.
In order to make the research more
From the professional perspective specific, we selected two songs from the Bel
of music performing arts, the title of piano canto of Chinese folk songs and Chinese
accompaniment is “piano art director”, or modern songs respectively for analysis and
“cooperative piano” and “cooperative piano”. research. Folk songs were “A glass of wine”
From the perspective of its title, its
connotation is that the piano accompanying the
การศึกษาเปรยี บเทียบการบรรเลงเปียโนระหวา่ งเพลงพืน้ บ้านจีนและ 84 ลู่ ล่หี าญ, อวิรทุ ธ์ โททำ�
เพลงจนี สมยั ใหม่
and “Wusuli River song”. Modern songs were melody is smooth and natural flowing like a
“Blue Sea of love love” and “Love song”. river.
Folk songs refer to songs created by The structure of the “Blue Sea of
a certain nation in their ancient or modern love” phrase is square, showing outstanding
times with their own national style. These contrast characteristics. In the first half of the
original folk songs have developed to the music, it uses natural major features, with a
present, and later generations have adapted soothing rhythm, unfolding the music scene of
the melody and lyrics to form a modern folk the moonlight.
song that is easier to sing. Therefore, most folk “Love Song” is an aria that expresses
songs have distinctive regional characteristics. missing lovers, so the melody of love songs is
For example, “A glass of wine” is a Xinjiang full of drama. It is closely connected with the
Uygur folk song. In Xinjiang, the Uygur is the storyline. Its melody has a strong Mongolian
largest minority group except the Han. The atmosphere, but it also draws on Western
“Wusuli River song” is a song adapted from opera in the melody rhythm and harmony
the traditional Hezhe folk songs. The Hezhe changes. The creative method of “Love Song”
people are also an ethnic minority present only is also the main theme of the entire opera.
in the Northeast. There are 56 ethnic groups In summary, the melody basis of folk
in China. Due to the differences in historical songs mostly adopts the traditional Chinese
traditions, linguistic features, and customs of five-tone style. Secondly, the melody and
different ethnic groups, the styles and colors rhythm have distinct national characteristics,
of folk songs of various nationalities are very and the singing style has a dialect accent. The
distinctive (Wang, 2006: 36). melody of Chinese modern songs is generally
Xinjiang folk songs are popular in seven-tone, major and minor in some modern
Xinjiang and around the country. Xinjiang songs with ethnic flavors. Singing is also
is located in the northwestern border of used in the Bel canto vocal singing style, and
China. The “A glass of wine” uses the Uyghur national songs are significantly different.
harmonies. The whole layout is divided into Xinjiang folk song accompaniment
two parts. The first part is a single two-part instruments include tambourine, Dongbula, hot
style and the second part is an expanded corrugated iron drum and so on. In “A glass
single stage. of wine”, most of the piano accompaniment
“Wusuli River song” uses the adopts seven-tone natural tone, and five-tone,
traditional Chinese folk song five-tone, “1, 2, 3, b7, #1, #2, #4, #5, etc. The piano
5, 6”, but the author has a fusion of Chinese accompaniment of “ Wusili River song “
and Western melody of the song, which adds also has national characteristics. The first
unique features of Western piano music. The seven notes and the sounds use parallel
วารสารมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 85 ปที ี่ 40 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
octaves, which produces the ethereal effect according to the national characteristics of the
corresponding to the Qingshan shouting. song, so the piano player is playing. When
The decorative sounds and arpeggios, the the corresponding song transitions end, it
widening of the range bring the whole song will pay special attention to the cooperation
to a climax. “Blue Sea of love” uses the chord with the singer, and will also cooperate with
decomposition of the voice, in the second half the vocalist›s improvisation to match the
in the piano accompaniment of the paragraph, corresponding piano sound. Chinese modern
the use of sound density contrast, wide and songs have regular melody and tunes have
narrow contrast, strong and weak contrast strong expressive power. Therefore, piano
and other performances make the music more accompaniment has a strong and guiding
three-dimensional. The piano accompaniment nature in Chinese modern songs; mainly to
of “Love Song” runs through the rhythm of the help singers grasp the rhythm and the melody
triplet, making the music more coherent and of songs. Interlude makes the music work
freer in expression (Yu, 2014: 26). hierarchically, and provides time for the
In summary, in the piano singer›s rest, exhalation, and emotional
accompaniment of Chinese national accumulation. Singing and piano
songs, according to the different national accompaniment are a co-creation and
characteristics of the songs, or the dialects in interdependence. Through perfect
the lyrics, the corresponding second degree combination, the two can better show the
or vocal accompaniment will be added to characteristics and connotation of the song.
strengthen the national flavor, and the rhythm Based on the above content, We
will also be based on the singer›s emotions are sorted out and summarized the piano
adjusted differently. It can be freely extended accompaniment comparison between Chinese
according to the emotion of the song or the folk songs and Chinese modern songs.
singer. The piano accompaniment will also Piano accompaniment of Chinese folk
appear in the temporary adaptation of the songs is adapted from traditional folk songs,
original score. The piano accompaniment of and modern songs create it by themselves.
Chinese modern songs tends to be neater. Chinese folk songs with syncopated notes.
When playing, it is more important that the The Chinese pentatonic mode in the majority, “
piano rhythm matches the original score. 1,2,3,5,6”. Chinese modern songs with melody
Folk songs are mainly lyrical, most similar to opera, there are arias and melodies
of the folk songs are free-tempered and in major intervals. In the Chinese folk songs,
melodic, and the singers are relatively free the beginning of the piano accompaniment
when singing them. The songs often have a melody is mostly free, with a wide range of
unique national singing melody. Performers intervals, allowing free play of the singer, the
often add their own impromptu singing
การศกึ ษาเปรียบเทยี บการบรรเลงเปยี โนระหวา่ งเพลงพื้นบา้ นจีนและ 86 ลู่ ล่หี าญ, อวิรทุ ธ์ โททำ�
เพลงจีนสมยั ใหม่
piano accompaniment can be added to the To master the accompaniment part of
improvisation in the singing. However, in songs, one needs to have some understanding
Chinese modern songs, piano accompaniment of the creation background, the strength of the
melody is mostly regular, rhythm is relatively harmony and contrast, the phrase of breathing
regular and interval range is small. It will not and the accuracy of speed. It is also necessary
join the player›s impromptu accompaniment. to analyze the classification of songs
The piano accompaniment with Chinese folk harmonies and phrase, the lyrical content and
songs is used to help the singer find the so on. For cylindrical chords, octaves and
melody and increases the characteristics of tremors, there should be color comparison in
the national melody. It can adjust at any time content. (Y. Y., personal communication, July
according to the singer free rhythm. In Chi- 25, 2019)
nese modern songs, the rhythm of the singer To sum up, the piano accompaniment
is controlled by the regular piano of vocal music songs integrates various fac-
accompaniment to heighten the singing tors of music, which are highly artistic and
atmosphere. (M. Y., personal communication, ideological. In the history of western music,
August 21, 2019) it carries the artistic brilliance that cannot
be erased by artistic songs. The piano
Conclusion and Discussion accompanist can understand and grasp the
style of the work in a deeper way and play it
First of all, the accompaniment of accurately and properly, which will definitely
Chinese folk songs is more flexible and freer integrate with the singer in a better way and
in terms of rhythm. More emphasis is placed greatly reflect the artistic charm of the art song.
on grasping the urgency of speed and the Huang Tengpeng (2002) in his article
strength of rhythm according to the singer›s “aesthetic thinking about art songs in China”
mood, singing style and state. Secondly, in expressed the point of view that we are in
timbre, the accompaniment of Chinese folk the process of creation and study art songs,
songs especially emphasizes the imitation of efforts will be European music composing
Chinese national musical Instruments. The skills and culture aesthetic combined with
way of touching keys and playing techniques traditional Chinese culture, We agree
are quite different from the accompaniment with Huang Tengpeng’s point of view, the
of western vocal music works. Thirdly, many reasonable solution exists in two kinds of
Chinese folk songs have strong Chinese opera cultural exchange between the creators and
characteristics. The only way is to maximize appreciators, the contradiction of the aesthetic
the reserve the original Chinese folk songs, ideology in the quintessence of western
to make the piano a unique style of folk music at the same time, fully affirmed its ethnic
song to achieve the perfect combination of dances.
Chinese and western music art. (Z. K., personal
communication, July 26, 2019)
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม 87 ปีที่ 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
Suggestions Acknowledgement
The result is useful for the piano I would like to thank my adviser
accompaniment teachers and students in Dr. Awirut Thotham for his patient to guide and
universities to study. Solving the problem explain what to do during writing this paper,
between vocal music and piano accompaniment which enabled me to finished my thesis
will make learning more efficient and targeted. successfully. I thank the Dean and all
If other teachers want to do more research professors who have taught me knowledges.
in this direction, they can work on the I thank Sichuan Conservatory of Music for
development status and future development providing me with the required materials during
planning of piano accompaniment. This my postgraduate thesis.
research will help to improve the teaching Finally, I want to thank my parents
system of a piano accompaniment and solve for their support and tolerance also my
many of problems future. grandmother for her infinite love.
References
Jin, P. (March 5, 2007). On the cooperation between vocal singing and piano accompaniment.
The relevant tribe. Retrieved from www.xzbu.com/9/view-9416279.htm
Geng, Q. (2006). Teaching and singing of ethnic vocal music and Bel canto singing. Qinghai
Normal College Journal, 03, 23-25.
Wang, X. (2006). Overview of Uygur folk songs and dances. Artistic Exploration, 05, 5-6.
Yu, H. (2014). The guidance and promotion of folk song adaptation to the development of
Chinese vocal music art. Music, 22, 122.
Huang, T. (2002). Aesthetic thinking about art songs in China. Journal of Northwest Normal
University (Social Science Edition), 05, 31.
การใชร้ ถยนต์นั่งอย่างไรให้ถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษอี ากร
How to use a passenger car correctly according to tax principles
ศริ ริ ตั น์ เจนศิรศิ กั ด1์ิ
Sirirut Jaensirisak1
Received: 10 September 2020 Revised: 16 November 2020 Accepted: 25 November 2020
บทคดั ยอ่
การตดั สนิ ใจเกยี่ วกบั การจดั หารถยนตเ์ พอื่ ใชใ้ นกจิ การถอื เปน็ สงิ่ ทผ่ี ปู้ ระกอบการควรจะตอ้ งวางแผนให้
ดี เพราะรถยนต์ถือเป็นสินทรัพย์อย่างหน่ึงท่ีเกือบทุกกิจการจำ�เป็นต้องมีไว้ใช้ในการประกอบกิจการ
บางแหง่ ถือไว้เป็นสินคา้ ทมี่ ไี วเ้ พ่อื ขาย และบางแหง่ ก็ถือไวเ้ ปน็ สินทรพั ย์ที่มไี ว้เพ่ือการดำ�เนินงาน เช่น
รถประจำ�ต�ำ แหน่งของผู้บรหิ าร รถขนสง่ สนิ ค้า รบั ส่งพนักงาน เปน็ ต้น ในทางภาษอี ากร ประเภทของ
รถยนต์ทแี่ ตกตา่ งกันจะมผี ลกระทบต่อภาระภาษีทแี่ ตกตา่ งกัน ทัง้ ภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คล และภาษมี ูลคา่
เพิ่ม ดังนั้น ผปู้ ระกอบการควรศึกษาผลกระทบของแตล่ ะภาษี และถือปฏบิ ัติใหถ้ ูกตอ้ ง เพอื่ หลีกเล่ยี ง
ปัญหาท่ีอาจจะเกิดข้ึนจากการกระทำ�ผิดตามกฎหมายภาษีอากร อันส่งผลต่อการเพิ่มค่าใช้จ่ายที่ไม่
จ�ำ เปน็ ใหก้ บั ผู้ประกอบการในรูปของเบ้ยี ปรบั เงนิ เพ่มิ หรือคา่ ปรบั ทางอาญา ซ่ึงถอื เป็นคา่ ใชจ้ า่ ยตอ้ ง
ห้ามในการคำ�นวณกำ�ไรสุทธิทางภาษีอากรของกิจการอีกด้วย บทความน้ีได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูล
จากงานวิชาการ กฎหมายและหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรที่เก่ียวข้องกับรถยนต์นั่งหรือ
รถยนต์โดยสารที่มีที่น่ังไม่เกิน 10 คน เพ่ือให้ผู้ประกอบการหรือผู้ท่ีสนใจได้ศึกษาและนำ�ไปปรับใช้ใน
การวางแผนการด�ำ เนนิ ธรุ กิจของตนเอง และไดส้ รุปแนวปฏิบตั ิท่แี ตกต่างกนั ระหว่างทางบญั ชแี ละภาษี
อากรส�ำ หรบั รถยนต์น่งั หรอื รถยนตโ์ ดยสารท่ีมที ่ีนง่ั ไม่เกนิ 10 คน ในประเดน็ ของการซื้อ การเช่า และ
การเช่าซ้ือ ทั้งท่ีนำ�มาใช้ในการดำ�เนินงานและนำ�ไปเป็นสินค้าของกิจการ รวมทั้งได้สรุปข้อกฎหมาย
ตามพระราชบัญญตั พิ กิ ัดอัตราภาษีสรรพสามติ ทีอ่ อกใหมส่ �ำ หรบั รถกระบะ 4 ประตูซึ่งส่งผลกระทบตอ่
แนวปฏิบตั ทิ างด้านภาษกี ับรถยนต์ดงั กลา่ ว
คำ�สำ�คญั : รถยนตน์ ง่ั , ภาษเี งินได้นิตบิ ุคคล, ภาษีมลู ค่าเพิม่ , ภาษีอากร
1 ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ สาขาการบญั ชี คณะบรหิ ารศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี
โทร: 086-8689297, E-mail: [email protected]
1 Assistant professor, Department of Accounting, Ubon Ratchathani Business School, Ubon Ratchathani, University
วารสารมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 89 ปีที่ 40 ฉบบั ที่ 2 มีนาคม-เมษายน 2564
Abstract
Making decisions about procuring cars for use in business is something that entrepreneurs should
have well planned as cars are one of the assets that almost every business needs to use in their
operations. Some have them for sale and some have them for use, e.g. for executive positions,
for freight or as a staff shuttle bus etc. In terms of taxation, different car types may have
different tax burdens of both corporate income tax and value added tax. Therefore, entrepreneurs
should study the effects of each tax and practice correctly to avoid problems that may occur
from offenses under the tax law. Offences can cause an increase of unnecessary expenses to
entrepreneurs in the form of fines, penalties or criminal fines which are prohibited expenses in
the calculation of the net tax profit. This paper studies and collects information from academic
papers, relevant laws and discusses tax rulings of the Revenue Department which relate to a
passenger cars or cars with up to 10 seats. This paper will be of interest to entrepreneurs or
those interested in order to apply for their business’s planning. The paper outlines the different
practices between accounting and taxation for a passenger cars or cars with t up to 10 seats in
terms of purchasing, hiring and leasing both used in operations and used as a business product.
Moreover, it summarizes laws under the Excise Tariff Act newly issued for double cabs which
affects the tax practice on such cars.
Keywords: A passenger car, Corporate Income Tax, Value Added Tax, Taxation
บทนำ� การตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดหารถยนต์
เพื่อใช้ในกิจการถือเป็นส่ิงท่ีผู้ประกอบการควรจะ
ในการประกอบกิจการ ผู้ประกอบการ ต้องวางแผนให้ดี เพราะรถยนต์ถือเป็นสินทรัพย์
จำ�เป็นต้องคิดและตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ อย่างหนึ่งท่ีเกือบทุกกิจการจำ�เป็นต้องมีไว้ใช้ใน
ก่อนเร่ิมประกอบธุรกิจ หรือแม้กระทั่งในระหว่าง การประกอบกิจการ โดยเฉพาะรถยนต์นั่งหรือ
การประกอบกิจการก็ตาม ทัง้ ในประเดน็ เกย่ี วกับ รถยนต์โดยสารท่ีมีท่ีนั่งไม่เกิน 10 ที่น่ัง ซ่ึงบาง
การบรหิ ารจดั การ การลงทนุ การจา้ งงาน และการ แห่งถอื ไวเ้ ป็นสินคา้ ที่มไี ว้เพ่ือขาย และบางแหง่ ก็
ขายสินค้าหรือให้บริการ หลายครั้งที่ผู้ประกอบ ถือไว้เป็นสินทรัพยท์ มี่ ไี วเ้ พื่อการดำ�เนินงาน เชน่
การมกั จะตงั้ ค�ำ ถามไวใ้ นใจ ท�ำ อยา่ งไรจงึ จะมยี อด รถประจำ�ตำ�แหน่งของผู้บริหาร รถขนส่งสินค้า
ขาย ทำ�อย่างไรจึงจะหลีกเล่ียงการขาดทุน หรือ รับส่งพนักงาน เป็นต้น ซึ่งในทางภาษีอากรแล้ว
ทำ�อย่างไรจึงจะได้กำ�ไรตามเป้า ทุกคำ�ถามล้วน ประเภทของรถยนตท์ แี่ ตกตา่ งกนั ลว้ นมผี ลกระทบ
เกย่ี วขอ้ งกบั การหารายไดเ้ ปน็ สว่ นใหญ่ แตส่ ง่ิ หนง่ี ต่อภาระภาษีท่ีแตกต่างกัน ทั้งภาษีเงินได้
ท่ีผู้ประกอบการหลายคนอาจจะมองข้ามไปคือ นติ ิบคุ คล และภาษีมูลคา่ เพิ่ม
การลดค่าใช้จ่าย หรือการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ
ตามสิทธิท่ีพึงมีที่เรียกว่า การวางแผนภาษี ซึ่ง
เป็นเรื่องสำ�คัญอีกเร่ืองหนึ่งที่ผู้ประกอบการควร
จะต้องรแู้ ละใส่ใจให้มาก
การใชร้ ถยนตน์ งั่ อย่างไรใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ภาษอี ากร 90 ศริ ิรัตน์ เจนศริ ศิ ักดิ์
รถยนตน์ ง่ั หรอื รถยนตโ์ ดยสารทมี่ ที นี่ งั่ ทำ�นองเดียวกัน เช่น รถยนต์ท่ีมีหลังคาติดต่อ
ไม่เกิน 10 คน เป็นเนื้อเดียวกันในลักษณะถาวร ด้านข้างและ
หรอื ดา้ นหลงั คนขบั มปี ระตหู รอื หนา้ ตา่ งและมที นี่ ง่ั
กรมสรรพากรได้เคยให้คำ�นิยามของ ทง้ั นี้ไมว่ า่ จะมที ีน่ ่ังเทา่ ใด” (กรมสรรพากร, 2550
รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ก) ในอดีตจงึ ตคี วามค�ำ ว่า “รถยนต์น่ัง” ตามพระ
คน ไว้ดงั น้ี ราชบญั ญตั พิ กิ ดั อตั ราภาษสี รรพสามติ พ.ศ. 2527
รถยนตน์ ง่ั หมายถงึ รถยนตท์ เ่ี ขา้ ลกั ษณะ และใชม้ าตลอดจนถงึ วนั ที่ 16 กนั ยายน พ.ศ. 2560
เป็นรถเก๋ง และมีลักษณะเป็นรถยนต์ที่มีหลังคา ซ่ึงอธิบดีกรมสรรพสามิตได้ออกประกาศกำ�หนด
ติดเป็นเนื้อเดียวกันในลักษณะถาวรด้านข้างหรือ นิยาม “รถยนต์กระบะ” เพิ่มเติม ข้อ 3 และ 4
ด้านหลังคนขับมีประตูหรือหน้าต่างและมีท่ีน่ัง “รถยนตก์ ระบะ 4 ประตู (Double Cab) หมายถึง
ถือเป็นรถยนต์นั่งตามกฎหมายพิกัดอัตราภาษี “รถยนต์กระบะท่ีออกแบบสำ�หรับให้มีน้ำ�หนักรถ
สรรพสามิต (กรมสรรพากร, 2541) รวมนำ�้ หนักบรรทกุ ไมเ่ กนิ 4,000 กโิ ลกรมั ” และ
รถยนต์โดยสารท่ีมีท่ีน่ังไม่เกิน 10 คน มีคุณลักษณะตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่อธิบดี
หมายถึง รถยนต์โดยสารท่ีมีท่ีนั่งไม่เกิน 10 คน ประกาศก�ำ หนด ดังนั้น รถกระบะทงั้ ประเภทไม่มี
ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พื้นท่ีใส่สัมภาระด้านหลังท่ีนั่งคนขับ (No Cab)
(กรมสรรพากร, 2551 ก) และให้หมายความรวม มีพ้ืนที่ใส่สัมภาระด้านหลังที่น่ังคนขับ (Space
ถึงรถตู้หรือรถยนต์ที่ออกแบบเพื่อใช้ขนส่งคน Cab) รถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) และ
โดยสารจำ�นวนมาก รวมทั้งรถยนต์ในลักษณะ รถยนตก์ ระบะ 4 ประตู (Double Cab) แบบผสม
ทำ�นองเดียวกัน (กรมสรรพากร, 2555 ก) จาก ทใ่ี ชพ้ ลังงานเชอ้ื เพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric
นิยามข้างต้นมีการกล่าวอ้างถึงพิกัดอัตราภาษี Vehicle) ต่างก็ถูกจัดประเภทเป็นรถยนต์กระบะ
สรรพสามิตซึ่งหากพิจารณาจากกฎหมายของ ท้ังสน้ิ (กระทรวงการคลงั , 2560)
ภาษีสรรพสามิตแล้ว คำ�ว่า “รถยนต์นั่ง” ไม่ได้
คำ�นงึ วา่ จะมที ่ีนงั่ เกนิ กวา่ 10 คนหรอื ไมก่ ็ได้ แต่ กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั รถยนตน์ งั่ หรอื
คำ�ว่า “รถยนต์โดยสาร” ซ่ึงปัจจุบันจัดเก็บใน รถยนต์โดยสารท่ีมที น่ี ่งั ไม่เกินสบิ คน
อัตราเดียวกับรถยนต์นั่งน้ัน จะมีการกล่าวถึงว่า
รถยนต์โดยสารที่มีท่ีน่ังไม่เกิน 10 คน ทำ�ให้ 1. การหักค่าสึกหรอและค่าเส่ือมราคา
เกิดความขัดแย้งกับนิยามในทางภาษีอากรโดย ของทรัพย์สินประเภทรถยนต์โดยสารที่มีที่น่ังไม่
เฉพาะตามประมวลรษั ฎากร อย่างไรก็ตาม เดมิ ที เกนิ สบิ คนหรอื รถยนตน์ ง่ั ใหค้ �ำ นวณหกั ตามระยะ
กรมสรรพากรจะมีการอ้างถึงรถยนต์นั่ง หรือ เวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในแต่ละรอบระยะเวลา
รถยนต์โดยสารท่ีมีที่นั่งไม่เกิน 10 คน โดยอิง บัญชี ในกรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีใดไม่เต็มสิบ
ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต สองเดือนให้เฉล่ียหักตามส่วนสำ�หรับรอบระยะ
พ.ศ. 2527 เท่านั้น ซึ่งตามพระราชบัญญัติพิกัด เวลาบัญชีนั้น ท้ังนี้ไม่เกินอัตราร้อยละ 20 ของ
อตั ราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ใหค้ วามหมาย มลู คา่ ตน้ ทนุ ของทรพั ยส์ นิ นนั้ โดยใหห้ กั คา่ สกึ หรอ
“รถยนต์นั่ง” ว่าหมายถึง “รถเก๋งหรือรถยนต์ที่ และคา่ เสอื่ มราคาจากมลู คา่ ตน้ ทนุ เฉพาะสว่ นทไ่ี ม่
ออกแบบสำ�หรับเพ่ือใช้สำ�หรับน่ังเป็นปกติวิสัย เกนิ 1,000,000 บาท กรณีบริษัทหรือหา้ งหุน้ สว่ น
และให้หมายความรวมถึงรถยนต์ในลักษณะ นติ บิ คุ คลหกั คา่ สกึ หรอและคา่ เสอื่ มราคา ทเ่ี ปน็ ไป
ตามหลักการบัญชีท่ีรับรองท่ัวไป ซ่ึงมีอัตราการ
วารสารมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 91 ปีที่ 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาไม่เท่ากันในแต่ละ 2.2 กิจการบริการให้เช่ารถยนต์ ให้ยก
ปีระหว่างอายกุ ารใชท้ รพั ยส์ นิ บริษทั หรอื หา้ งหนุ้ เวน้ สาํ หรบั ภาษีซ้อื ท่ีเกดิ จากการซ้ือรถยนตม์ าให้
ส่วนนิติบุคคลจะหักค่าสึกหรอและค่าเส่ือมราคา เชา่
ตามวิธีนั้นในบางปีเกินอัตราร้อยละ 20 ก็ได้ แต่ 2.3 กิจการบริการรับประกันวินาศภัย
จำ�นวนปีอายุการใช้ของทรัพย์สินเพ่ือการหักค่า รถยนต์ ใหย้ กเว้นภาษซี อื้ ท่เี กิดจากการให้บริการ
สึกหรอและค่าเส่ือมราคาต้องไม่น้อยกว่า 100 ประกันวินาศภัยสําหรับรถยนต์ดังกล่าว (กลุ่ม
หารดว้ ย 20 ตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวล นกั วิชาการภาษีอากร, 2563)
รัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 และมาตรา 5 ดังนั้น วัตถุประสงค์ของการนำ�รถยนต์
แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวล นง่ั หรือรถยนต์โดยสารท่มี ีที่น่ังไมเ่ กนิ 10 ทีน่ ัง่ มา
รัษฎากร ว่าด้วยการกำ�หนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ไว้ในกิจการ หรือวิธีการได้มาซึ่งรถยนต์ดังกล่าว
เง่ือนไข และอัตราการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อม ยอ่ มสง่ ผลตอ่ ภาระภาษที แี่ ตกตา่ งกนั ยกตวั อยา่ ง
ราคาของทรพั ยส์ นิ (ฉบบั ที่ 145) พ.ศ. 2527 (กรม ดงั กรณตี ่อไปน้ี
สรรพากร, 2550 ข) ทัง้ นี้ ตน้ ทนุ ในปที ี่ขายไปต้อง
เปน็ มลู คา่ ตน้ ทนุ สว่ นทเี่ หลอื จากการหกั คา่ สกึ หรอ 1. การไดม้ าโดยวธิ ีการเชา่ ซอ้ื
และค่าเส่ือมราคาที่คำ�นวณจากมูลค่าต้นทุน กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ไม่เกิน 1,000,000 บาทเท่าน้ัน บริษัทหรือห้าง ประกอบกิจการให้เช่ารถยนต์น่ังส่วนบุคคล ซ่ึง
หุ้นส่วนนิติบุคคลไม่มีสิทธินำ�มูลค่าต้นทุนส่วนท่ี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดหารถยนต์
เกิน 1,000,000 บาทมาหักเป็นรายจ่ายในการ น่ังส่วนบุคคลมาเพ่ือใช้ในการประกอบกิจการ
คำ�นวณกำ�ไรสุทธิได้เพราะถือเป็นรายจ่ายต้อง ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลโดยการ
หา้ มตามมาตรา 65 ตรี (20) แหง่ ประมวลรษั ฎากร เช่าซื้อ รถยนต์น่ังส่วนบุคคลดังกล่าวถือเป็น
ประกอบกับมาตรา 4(1) แห่งพระราชกฤษฎีกา ทรัพย์สินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
(ฉบบั ท่ี 315) พ.ศ. 2540 (กรมสรรพากร, 2543 ค) ซ่ึงบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำ�มูลค่า
2. ภาษซี ื้อท่ีเกิดจากการซอ้ื เช่าซ้อื เช่า ทั้งหมดที่จ่ายไปเพ่ือการได้มาซึ่งรถยนต์น่ังส่วน
หรือรับโอนรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่ บุคคลนั้นมาถือเป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สิน
นั่ง ไม่เกิน 10 ที่น่ัง ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัด ทั้งส้ินไม่ว่าจะแยกเรียกบางส่วนเป็นดอกเบ้ีย
อัตราภาษสี รรพสามติ หรือภาษีซอื้ ท่เี กดิ จากการ หรืออย่างอื่นก็ตาม โดยในการหักค่าสึกหรอและ
รับบริการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์น่ังและรถยนต์ ค่าเส่ือมราคาของรถยนต์น่ังส่วนบุคคลดังกล่าว
โดยสารที่มีท่ีนั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำ�ราคา
ด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ห้ามนํามาหัก รถยนต์นั่งส่วนบุคคลท่ีพึงต้องชำ�ระทั้งสิ้น หักค่า
ออกจากภาษีขาย เช่น ภาษีซ้ือคา่ น�้ำ มันท่ใี ชเ้ ติม สึกหรอและค่าเส่ือมราคาในอัตราไม่เกินร้อยละ
รถยนต์นั่ง หรือค่าซ่อมแซมรถยนต์นั่ง ยกเว้น ของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สินโดย
ภาษซี อ้ื ของกจิ การดงั ตอ่ ไปน้ี ไมถ่ อื วา่ เปน็ ภาษซี อื้ อ้างถึงพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145 แต่จะต้อง
ต้องห้าม ไม่เกินค่าเช่าซื้อในรอบระยะเวลาบัญชีน้ัน และ
2.1 กิจการขายรถยนต์นั่งและรถยนต์ ให้คำ�นวณหักตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้น
โดยสารท่ีมีทีน่ ั่งไม่เกิน 10 คน ใหย้ กเวน้ สําหรบั มาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเป็นรายวัน (กรม
ภาษซี ้ือท่ีเกดิ จากการซ้ือรถยนต์มาขาย สรรพากร, 2547) นอกจากนี้ ภาษีซื้อสำ�หรับ
การใชร้ ถยนตน์ ัง่ อย่างไรใหถ้ ูกตอ้ งตามหลักภาษีอากร 92 ศริ ริ ตั น์ เจนศริ ศิ ักดิ์
การเช่ารถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารท่ีมีท่ีนั่งไม่ ประมวลรษั ฎากร ประกอบกับข้อ 2(1) วรรคหนง่ึ
เกิน 10 คน ตามกฎหมายวา่ ด้วยพกิ ัดอตั ราภาษี ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เก่ียวกับภาษี
สรรพสามิต ซ่ึงบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มูลค่าเพิ่ม (ฉบับท่ี 42) เรือ่ งการก�ำ หนดภาษีซื้อที่
เช่ามาตามสัญญาเช่าแบบลิสซ่ิงเพื่อใช้ในกิจการ ไมใ่ หน้ ำ�ไปหกั ในการค�ำ นวณภาษมี ลู คา่ เพ่มิ ตาม
บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลผเู้ ชา่ ไมม่ สี ทิ ธนิ �ำ มาตรา 82/5(6) แห่งประมวลรษั ฎากร ลงวันที่ 29
ภาษซี อ้ื จากการเชา่ รถยนตด์ งั กลา่ วมาหกั ออกจาก ธนั วาคม พ.ศ. 2535 (กรมสรรพากร, 2562)
ภาษีขายในการคำ�นวณภาษีมูลค่าเพิ่มเน่ืองจาก ซ่ึงกรณีดังกล่าวจะมีความแตกต่างกับ
เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(6) แห่ง หลกั การบญั ชี ดงั แสดงไว้ในตารางท่ี 1
ตารางท่ี 1 เปรยี บเทยี บข้อแตกตา่ งระหว่างหลกั การบญั ชแี ละภาษีอากรสำ�หรบั การไดม้ าโดยวิธเี ช่าซ้อื
ประเด็นท่สี ำ�คัญ ทางบัญชี ทางภาษีอากร
การรับรู้รายการ ใช้ราคาเงนิ สด ใช้ราคาที่พงึ ชำ�ระทั้งหมดตามสญั ญา
การคำ�นวณค่าสึกหรอ • คำ�นวณจากราคาเงินสด ตามที่ • ค�ำ นวณจากราคาทพี่ งึ ช�ำ ระทง้ั หมดตามสญั ญาแตไ่ มเ่ กนิ 1,000,000
และเสื่อมราคา จ่ายจริง บาท
• ใชอ้ ายุการใชง้ านจากการประมาณ • หักค่าสึกหรอและค่าเส่ือมราคาในอัตราไม่เกินร้อยละของมูลค่า
อายุการใชง้ านของทรพั ยส์ นิ ต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สินโดยอ้างถึงพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่
145 แตส่ ูงสดุ จะตอ้ งไมเ่ กนิ คา่ เชา่ ซื้อในรอบระยะเวลาบญั ชนี น้ั
ภาษซี ้อื ขอคืนไม่ได้แต่สามารถนำ�มารวม ขอคืนไม่ได้แต่สามารถนำ�มารวมเป็นต้นทุนในการคำ�นวณค่าสึกหรอ
เป็นต้นทุนในการคำ�นวณค่าสึกหรอ และคา่ เสื่อมราคาได้ ท้งั นเี้ มอ่ื รวมแล้วตอ้ งไมเ่ กิน 1,000,000 บาท
และคา่ เส่ือมราคาได้
ดอกเบีย้ จ่าย สามารถรับรเู้ ปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยได้ ไมส่ ามารถรบั รเู้ ปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยได้ แตใ่ หร้ วมเปน็ ตน้ ทนุ ของทรพั ยส์ นิ เพอ่ื
ค�ำ นวณคา่ สกึ หรอและคา่ เสอื่ มราคาได้ ทง้ั นตี้ อ้ งไมเ่ กนิ 1,000,000 บาท
2.การน�ำ รถยนตม์ าใชใ้ นการประกอบ บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลจะเปน็ ผปู้ ระกอบ
กจิ การ การขายรถยนต์ก็ตาม ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซื้อ รถยนต์ดังกล่าวต้องห้ามมิให้นำ�ไปหักออกจาก
รถยนต์นั่งมาเพ่ือใช้เป็นรถยนต์ให้ลูกค้าทดลอง ภาษีขาย และต้องห้ามนำ�ต้นทุนของรถยนต์ดัง
ขับเป็นการสาธิตเพ่ือส่งเสริมการขาย และได้จด กล่าวไปหักเป็นรายจ่ายในการคำ�นวณกำ�ไรสุทธิ
ทะเบียนเป็นรถยนต์ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรษั ฎากร แต่
นิติบุคคล และบันทึกไว้ในทะเบียนเป็นทรัพย์สิน ให้นำ�ไปคำ�นวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา
ถาวรเพ่ือคำ�นวณหักค่าเสื่อมราคา กรณีดังกล่าว ของทรพั ยส์ นิ ในการค�ำ นวณก�ำ ไรสทุ ธแิ ละขาดทนุ
ถอื วา่ รถยนตเ์ พอ่ื การสาธติ เปน็ ทรพั ยส์ นิ ทบ่ี รษิ ทั สุทธิได้ตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวล
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีไว้ใช้ในการประกอบ รัษฎากร และพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับท่ี 145)
กิจการ มิใช่สินคา้ ท่ีซอ้ื มาเพอ่ื ขายในการประกอบ พ.ศ. 2527 (กรมสรรพากร, 2541)
กิจการจำ�หน่ายรถยนต์นั่งโดยตรง ดังนั้น แม้ว่า
วารสารมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 93 ปที ่ี 40 ฉบบั ท่ี 2 มนี าคม-เมษายน 2564
นอกจากนี้ หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน การค�ำ นวณภาษมี ลู คา่ เพมิ่ เชน่ กนั (กรมสรรพากร,
นิติบุคคลซ้ือรถยนต์นั่งหรือเช่ารถยนต์น่ังมา 2543 ก)
เพ่ือนำ�ไปใช้ในการว่ิงทดสอบสมรรถนะของยาง อย่างไรก็ตาม หากบริษัทหรือห้างหุ้น
รถยนต์ กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการนำ� ส่วนนิติบุคคลต้องการขายรถยนต์น่ังที่ซ้ือมาเพ่ือ
รถยนต์น่ังไปใช้ในการประกอบกิจการของตนเอง ใชใ้ นการประกอบกจิ การ มลู คา่ ตน้ ทนุ ของรถยนต์
โดยไม่ได้นำ�ไปขายหรือให้เช่า ดังน้ัน ภาษีซื้อที่ ส่วนที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะนำ�มา
เกิดจากการซื้อรถยนต์หรือเช่ารถยนต์น่ังเพ่ือใช้ ถือเป็นต้นทุนในปีท่ีขาย จะต้องเป็นมูลค่าต้นทุน
ในการวิ่งทดสอบสมรรถนะของยางนั้นก็ถือเป็น ส่วนท่ีเหลือจากการหักค่าสึกหรอและค่าเส่ือม
ภาษีซ้ือท่ีไม่ใหน้ ำ�ไปหกั ในการคำ�นวณภาษีมลู ค่า ราคาทค่ี �ำ นวณจากมลู คา่ ตน้ ทนุ ไมเ่ กนิ 1,000,000
เพม่ิ เชน่ กนั อกี ทงั้ หากภาษซี อ้ื นน้ั เกดิ จากการซอ้ื บาทเท่านั้น สำ�หรับมูลค่าของรถยนต์ส่วนที่เกิน
ยางรถยนตเ์ พ่อื จะใช้ในการทดสอบ แต่กจิ การได้ 1,000,000 บาท บรษิ ัทหรอื หา้ งหุ้นส่วนนิตบิ คุ คล
น�ำ ไปประกอบกบั รถยนตน์ งั่ และน�ำ ไปวง่ิ ในสนาม จะถือเป็นรายจ่ายในการคำ�นวณกำ�ไรสุทธิไม่ได้
ทดสอบหรือบนท้องถนนเพ่ือทดสอบการยึดเกาะ ตามมาตรา 4(1) แหง่ พระราชกฤษฎกี าออกตาม
ถนน การสึกหรอ การรับนำ�้ หนกั และการหยดุ รถ ความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยรายจ่ายท่ีไม่ให้
รวมท้ังภาษีซื้อท่ีเกิดจากการซ้ือน้ำ�มัน หรือจาก ถือเป็นรายจ่ายในการคำ�นวณกำ�ไรสุทธิ (ฉบับที่
การซ่อมบำ�รุง และการประกันภัยรถยนต์นั่ง 315) พ.ศ. 2540 (กรมสรรพากร, 2549)
ดังกล่าว ถือเป็นภาษีซื้อที่เกิดจากการซ้ือสินค้า ซึ่งกรณีดังกล่าวจะมีความแตกต่างกับ
หรือรับบริการที่เก่ียวข้องกับรถยนต์นั่ง บริษัท หลักการบัญชี ดงั แสดงไวใ้ นตารางท่ี 2
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจึงไม่มีสิทธินำ�ไปหักใน
ตารางที่ 2 เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างหลักการบัญชีและภาษีอากรสำ�หรับการได้รถยนต์น่ังมา
เพอ่ื ใชใ้ นการประกอบกจิ การในกณที จ่ี ่ายด้วยเงนิ สด
ประเดน็ ทส่ี ำ�คัญ ทางบัญชี ทางภาษอี ากร
การรบั รู้รายการ ใช้ราคาเงินสด ใชร้ าคาเงนิ สด
การคำ�นวณค่าสึกหรอและ ค�ำ นวณจากราคาเงินสด ตามท่จี า่ ยจริง คำ�นวณจากราคาเงินสด ตามท่ีจ่ายจริง แต่ไม่เกิน
เส่อื มราคา ใช้อายุการใช้งานจากการประมาณอายุการ 1,000,000 บาท
ใชง้ านของทรพั ยส์ ิน หักค่าสึกหรอและค่าเส่ือมราคาในอัตราไม่เกินร้อยละของ
มูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สินโดยอ้างถึงพระราช
กฤษฎีกา ฉบบั ที่ 145
ประเด็นทส่ี ำ�คัญ ทางบัญชี ทางภาษอี ากร
หากระยะเวลาในการได้มาของรถยนต์นั่งไม่เต็มปีให้เฉล่ีย
เปน็ วนั
ภาษซี ้ือ ขอคืนไม่ได้แต่สามารถนำ�มารวมเป็นต้น ขอคืนไม่ได้แต่สามารถนำ�มารวมเป็นต้นทุนในการคำ�นวณ
ทุนในการคำ�นวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อม ค่าสกึ หรอและค่าเส่อื มราคาได้ ทง้ั น้ี ต้องไม่เกิน 1,000,000
ราคาได้ บาท
การใชร้ ถยนต์นั่งอย่างไรให้ถกู ต้องตามหลักภาษอี ากร 94 ศริ ริ ตั น์ เจนศริ ศิ กั ดิ์
3. การประกอบธรุ กจิ ใหเ้ ชา่ รถยนตน์ ง่ั มีสิทธินำ�มูลค่าต้นทุนของรถยนต์ดังกล่าวท่ีเหลือ
บริษัทประกอบกิจการให้บริการเช่า หลังจากหักค่าสึกหรอและค่าเส่ือมราคาแล้วน้ัน
รถยนต์ โดยรถยนต์ท่ีให้เช่าเป็นรถยนต์น่ัง มาหักเป็นรายจ่ายในการคำ�นวณกำ�ไรสุทธิของ
และรถยนต์โดยสารท่ีมีท่ีน่ังไม่เกิน 10 คนตาม บรษิ ทั ไดต้ ามมาตรา 5 (2) แหง่ พระราชกฤษฎกี าฯ
กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ที่ (ฉบบั ที่ 315) พ.ศ. 2540 อยา่ งไรกต็ าม กิจการ
มีไว้เพื่อการให้บริการเช่ารถยนต์ของบริษัทเอง ไม่สามารถนำ�ภาษีซ้ือที่เกิดจากการเช่ารถยนต์
โดยตรง ภาษซี อ้ื ทเ่ี กดิ จากการซอ้ื รถยนตด์ งั กลา่ ว ดังกล่าวไปหักออกจากภาษีขายในการคำ�นวณ
ไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามมิให้นำ�มาหัก ภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวล
ในการคำ�นวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ 2(1) ของ รัษฎากร เนื่องจากเป็นภาษีซ้ือต้องห้ามตาม
ประกาศอธบิ ดกี รมสรรพากร เก่ยี วกบั ภาษมี ูลค่า มาตรา 82/5(6) แหง่ ประมวลรษั ฎากร ประกอบกบั
เพิม่ (ฉบบั ที่ 42) เรอ่ื ง การก�ำ หนดภาษีซอ้ื ที่ไม่ให้ ขอ้ 2(1) ของประกาศอธบิ ดกี รมสรรพากร เกยี่ วกบั
น�ำ ไปหกั ในการค�ำ นวณภาษมี ลู คา่ เพม่ิ ตามมาตรา ภาษีมูลค่าเพม่ิ (ฉบบั ท่ี 42) ลงวันที่ 29 ธนั วาคม
82/5(6) แหง่ ประมวลรษั ฎากร ดังนั้น บริษทั หรือ พ.ศ. 2535 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดี
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจึงมีสิทธินำ�ภาษีซื้อสำ�หรับ กรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่
รถยนต์ดังกล่าวมาหักออกจากภาษีขายในการ 71) ลงวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 แต่ภาษีซื้อ
คำ�นวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ แต่บริษัทจะนำ�ภาษี ดังกล่าวไม่ต้องห้ามนำ�มาถือเป็นรายจ่ายในการ
ซื้อสำ�หรับรถยนต์ดังกล่าวไปถือเป็นรายจ่ายใน คำ�นวณก�ำ ไรสทุ ธติ ามมาตรา 65 ตรี (6 ทว)ิ แหง่
การคำ�นวณกำ�ไรสทุ ธไิ ม่ได้ ท้งั นี้ ถอื เป็นรายจ่าย ประมวลรัษฎากร โดยให้ถือเป็นรายจ่ายในการ
ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แหง่ ประมวล คำ�นวณกำ�ไรสุทธิได้ตามมาตรา 3 แห่งพระราช
รษั ฎากร และสอดคลอ้ งกับกรมสรรพากร (2547) กฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรษั ฎากร ว่า
และกรมสรรพากร (2555 ข) ซ่ึงระบุว่ากิจการ ด้วยภาษีซื้อที่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำ�นวณ
ท่ีให้บริการเช่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล จะถือว่า กำ�ไรสุทธิ (ฉบับที่ 243) พ.ศ. 2534 (กรม
รถยนต์น่ังส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นรถที่มีไว้เพื่อ สรรพากร, 2544)
การให้บริการเช่ารถยนต์ของบริษัทหรือห้างหุ้น นอกจากนี้ หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
ส่วนนิติบุคคลเองโดยตรง ดังนั้น บริษัทหรือห้าง นิติบุคคลได้ทำ�สัญญาเช่ารถยนต์แบบลิสซ่ิง
หุ้นส่วนนิติบุคคลจึงสามารถนำ�ภาษีซ้ือท่ีเกิดจาก เพื่อนำ�มาใช้ในการประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์
การเช่าซื้อรถยนต์น่ังส่วนบุคคลน้ันมาหักในการ น้ัน รายจ่ายค่าเช่าดังกล่าวบริษัทหรือห้างหุ้น
ค�ำ นวณภาษมี ูลคา่ เพิ่มได้ ส่วนนิติบุคคลมีสิทธินำ�มาถือเป็นรายจ่ายในการ
ทั้งน้ี หากบริษัทได้ซ้ือรถยนต์ที่มีมูลค่า คำ�นวณกำ�ไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
เกนิ กวา่ 1,000,000 บาทมาเพ่ือการให้เชา่ บรษิ ทั ตามจ�ำ นวนทจี่ า่ ยจรงิ แตไ่ มเ่ กนิ คนั ละ 36,000 บาท
จะมีสิทธิหักค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนเฉพาะ ต่อเดือน ตามมาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวล
ส่วนท่ีไม่เกิน 1,000,000 บาท ได้ตามมาตรา 5 รัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4(2) แห่งพระราช
แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวล กฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่า
รัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเส่ือม ดว้ ยรายจา่ ยทไ่ี มใ่ หถ้ อื เปน็ รายจา่ ยในการค�ำ นวณ
ราคาของทรพั ยส์ ิน (ฉบับท่ี 145) พ.ศ. 2527 และ ก�ำ ไรสทุ ธิ (ฉบบั ท่ี 315) พ.ศ. 2540 (กรมสรรพากร,
วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 95 ปที ี่ 40 ฉบบั ที่ 2 มนี าคม-เมษายน 2564
2551 ก) หรอื แมว้ า่ จะเปน็ การเชา่ รถยนตด์ งั กลา่ ว ละ 36,000 บาทตอ่ เดือน ตามมาตรา 65 ตรี (20)
พรอ้ มคนขบั กต็ าม ซงึ่ กรมสรรพากร (2551 ข) ได้ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4(2)
เคยใหค้ ำ�วินจิ ฉัยเกี่ยวกับกรณนี ้ไี ว้ว่า กรณบี ริษทั แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวล
ผู้เช่าทำ�สัญญาเช่ารถยนต์น่ังและรถโดยสารที่มี รษั ฎากร วา่ ดว้ ยรายจา่ ยทไี่ มใ่ หถ้ อื เปน็ รายจา่ ยใน
ที่นั่งไมเ่ กิน 10 คน และคา่ บรกิ ารพนักงานขบั รถ การค�ำ นวณก�ำ ไรสทุ ธิ (ฉบบั ท่ี 315) พ.ศ. 2540
รายจา่ ยดงั กลา่ วบรษิ ทั ผเู้ ชา่ ฯ มสี ทิ ธนิ �ำ มาถอื เปน็ ซึ่งกรณีดังกล่าวจะมีความแตกต่างกับ
รายจ่ายในการคำ�นวณกำ�ไรสุทธิเพ่ือเสียภาษีเงิน หลักการบญั ชี ดงั แสดงไวใ้ นตารางท่ี 3
ไดน้ ติ บิ คุ คลไดต้ ามจำ�นวนทจี่ า่ ยจรงิ แตไ่ มเ่ กนิ คนั
ตารางท่ี 3 เปรยี บเทยี บขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งหลกั การบญั ชแี ละภาษอี ากรส�ำ หรบั การไดร้ ถยนตน์ งั่ มาโดย
วิธกี ารเชา่
ประเด็นท่ีสำ�คญั ทางบญั ชี ทางภาษอี ากร
ภาษซี ้อื ข อ คื น ไ ม่ ไ ด้ แ ต่ ส า ม า ร ถ นำ � ม า ร ว ม เ ป็ น ขอคนื ไม่ได้แตส่ ามารถนำ�มารวมเปน็ คา่ เช่าได้
ค่าเช่าได้ ถือเป็นค่าเช่าได้ตามท่ีจ่ายจริง โดยให้รวมภาษีซื้อเป็นส่วนหน่ึง
การรบั รูค้ า่ ใช้จา่ ย ของค่าเช่าด้วย แต่ไม่เกินคันละ 36,000 บาท ต่อเดือน หรือ
ถือเป็นค่าเช่าได้ตามที่จ่ายจริง โดยให้รวม คนั ละ 1,200 บาท ต่อวัน
ภาษีซือ้ เปน็ ส่วนหนึ่งของคา่ เชา่ ดว้ ย
4. รถยนตก์ ระบะ 4 ประตู เช่าซ้ือ จะไม่จำ�กัดมูลค่าต้นทุนที่จำ�นวนไม่เกิน
จากขอ้ กฎหมายทอี่ อกมาใหมข่ องรถยนต์ 1,000,000 บาท อีกต่อไป ตามมาตรา 65 ทวิ (2)
กระบะ 4 ประตู สง่ ผลใหร้ ถยนตก์ ระบะ 4 ประตซู ง่ึ แห่งประมวลรษั ฎากรและมาตรา 5 แห่งพระราช
เดิมเคยถูกจัดประเภทไว้เป็นรถยนต์น่ังตามพระ กฤษฎีกาฯ (ฉบบั ที่ 145) พ.ศ. 2527
ราชบญั ญตั พิ กิ ดั อตั ราภาษสี รรพสามติ พ.ศ. 2527 3) มูลค่าต้นทุนส่วนท่ีเกิน 1,000,000
ปจั จบุ นั นไี้ ดเ้ ปลย่ี นเปน็ ประเภทของรถยนตก์ ระบะ บาท ของรถยนตก์ ระบะ 4 ประตู จะไมเ่ ขา้ ลกั ษณะ
แลว้ กลา่ วคอื ไดเ้ ปลยี่ นจากพกิ ดั 06.01 เปน็ พกิ ดั เป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี (20)
06.03 ดังน้นั จึงสง่ ผลให้ แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 4 (1) แห่ง
1) ภาษีซ้ือสำ�หรับค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวข้อง พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540
กับรถยนตก์ ระบะ 4 ประตู ไม่ถือเป็นภาษีซอื้ ตอ้ ง 4) หากบริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนติ บิ ุคคล
ห้าม ตามมาตรา 82/5 (6) แหง่ ประมวลรัษฎากร ต้องการเช่ารถยนตก์ ระบะ 4 ประตู มาไวเ้ พ่อื การ
และข้อ 2 (1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ดำ�เนินงานในกิจการ ย่อมสามารถรับรู้เป็นค่าได้
เกยี่ วกับภาษมี ูลค่าเพม่ิ ฉบบั ที่ 42 ตามจริง โดยไม่จำ�กัดที่คันละไม่เกิน 36,000 บาท
2) ในการคำ�นวณหักค่าสึกหรอและ ต่อเดือน หรือ 1,200 บาทตอ่ วนั ตามมาตรา 65
ค่าเส่ือมราคาที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 4 (2)
ได้รถยนต์กระบะ 4 ประตู มาโดยการซื้อหรือ แห่งพระราชกฤษฎกี าฯ (ฉบบั ที่ 315) พ.ศ. 2540
การใช้รถยนต์นั่งอย่างไรใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ภาษีอากร 96 ศริ ิรัตน์ เจนศริ ศิ ักด์ิ
ผลกระทบทางบัญชีและภาษีอากร ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำ�นวณกำ�ไรสุทธิ
ส�ำ หรับทรัพย์สินประเภทรถยนต์น่งั (ฉบบั ที่ 315) พ.ศ. 2540 (กรมสรรพากร, 2552)
จากมาตราฐานการรายงานทางการเงิน
อ้างถึง มาตรฐานการบัญชี ฉบับท่ี 16 และพระราชกฤษฎีกาขา้ งตน้ ส่งผลให้การปฏบิ ัติ
เรื่อง ท่ีดิน อาคาร และอุปกรณ์ ซึ่งกำ�หนดว่า ทางบญั ชแี ละทางภาษอี ากรไมส่ อดคลอ้ งกนั ท�ำ ให้
“ราคาทุน หมายถึง จำ�นวนเงินสดหรือรายการ เกิดกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการ
เทียบเท่าเงินสดท่ีกิจการจ่ายไป หรือมูลค่า ไม่เข้าใจแนวปฏิบัติในการจัดทำ�บัญชีและภาษี
ยุติธรรมของส่ิงตอบแทนอ่ืนท่ีกิจการให้เพื่อให้ อากรทถ่ี กู ตอ้ ง กลา่ วคอื แนวปฏบิ ตั ทิ ถ่ี กู ตอ้ ง เมอื่
ได้มาซ่ึงสินทรัพย์ ณ เวลาท่ีได้สินทรัพย์น้ันมา” กิจการต้องบันทึกบัญชีกิจการจะต้องยึดหลักการ
(สภาวชิ าชพี บัญชใี นพระบรมราชูปถัมภ,์ 2562) ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน และหาก
นอกจากนี้ ยพุ ดี ศริ ิวรรณ (2560) ยังให้ มาตรฐานดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อกฎหมาย
ค�ำ อธิบายเพมิ่ เตมิ ว่า ราคาทรัพยส์ นิ ถาวร ใหถ้ อื ของกรมสรรพากร กิจการต้องปรับปรุงรายการ
ตามราคาที่พึงซ้ือทรัพย์สินน้ันได้ตามปกติ หรือ ข้อแตกต่างดังกล่าวใน ภงด.50 ไม่ใช่การบันทึก
หมายถงึ การใหร้ บั รรู้ ายการสนิ ทรพั ยท์ ไ่ี ดม้ าดว้ ย บัญชีตามข้อกฎหมายของกรมสรรพากร ดัง
ราคาทนุ นนั่ เอง ซง่ึ หากพิจารณาตามมาตรา 4(1) ตวั อย่างต่อไปน้ี
แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวล บริษัทแห่งหน่ึง ซื้อรถยนต์นั่งเมื่อวันที่
รษั ฎากร วา่ ดว้ ยรายจา่ ยท ่ี ไมใ่ หถ้ อื เปน็ รายจา่ ยใน 30 กันยายน 2539 ในราคา 5,000,000 บาท
การค�ำ นวณก�ำ ไรสทุ ธิ (ฉบบั ที่ 315) พ.ศ.2540 ซง่ึ ซ่ึงบริษัทได้บันทึกบัญชีรถยนต์นั่งด้วยราคาทุน
ก�ำ หนดวา่ มลู คา่ ตน้ ทนุ ของรถยนตน์ ง่ั เฉพาะสว่ นท่ี 5,000,000 บาท ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบบั ที่
เกนิ คนั ละ 1,000,000 บาท ไมใ่ ห้ถือเป็นรายจ่าย 16 แต่บริษัทกลับตัดค่าเสื่อมราคารถยนต์นั่งดัง
ในการคำ�นวณกำ�ไรสุทธิ และสอดคล้องกับข้อหา กล่าวตามมาตรา 4(1) แหง่ พระราชกฤษฎกี าออก
รือที่ กค 0702/8315 ซงึ่ วนิ ิจฉัยไวว้ ่า ตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยรายจ่ายที่
บริษัทที่ประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์น่ัง ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำ�นวณกำ�ไรสุทธิ
จะมีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคารถยนต์ (ฉบบั ที่ 315) พ.ศ.2540 กลา่ วคอื ตดั คา่ เสอ่ื มราคา
นั่งได้เฉพาะจากมูลค่าต้นทุนเฉพาะส่วนท่ีไม่เกิน จากมูลค่า 1,000,000 บาท ด้วยอัตราค่าเส่ือม
1,000,000 บาทเทา่ นน้ั ตามมาตรา 5 แหง่ พระราช ราคาร้อยละ 20 ดงั นนั้ เมือ่ บรษิ ทั ได้ขายรถยนต์
กฤษฎีกา ออกตามความ ในประมวลรัษฎากร คนั ดังกลา่ วไปในวันที่ 10 มกราคม 2543 ในราคา
ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา 2,500,000 บาท บริษัทมีค่าเสื่อมราคาสะสมซึ่ง
ทรัพยส์ ิน (ฉบบั ท่ี 145) พ.ศ. 2527 คำ�นวณตามข้อกำ�หนดของภาษีอากร 650,000
เมอื่ บรษิ ทั ไดข้ ายรถยนตน์ งั่ ทม่ี มี ลู คา่ เกนิ บาท สง่ ผลใหร้ ถยนตค์ นั ดงั กลา่ วมมี ลู คา่ ตามบญั ชี
1,000,000 บาท บริษัทจะมีสิทธินำ�มูลค่าต้นทุน 4,350,000 บาท (5,000,000-650,000) และบรษิ ทั
ของรถยนต์น่ังที่เหลือหลังจากหักค่าสึกหรอและ เกดิ ขาดทนุ จากการจ�ำ หนา่ ยทรพั ยส์ นิ 1,850,000
คา่ เสอ่ื มราคาตามมาตรา 65 ทวิ (2) แหง่ ประมวล บาท (4,350,000-2,500,000) อยา่ งไรก็ตาม การ
รษั ฎากร มาหกั เป็นรายจา่ ยใน การคำ�นวณก�ำ ไร คำ�นวณกำ�ไรขาดทุนจากการจำ�หน่ายทรัพย์สิน
สุทธไิ ด้ ตามมาตรา 5 แหง่ พระราชกฤษฎกี า ออก ของบริษัทไม่ถูกต้อง เน่ืองจาก มูลค่าต้นทุน
ตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยรายจ่ายท่ี
วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม 97 ปีที่ 40 ฉบับท่ี 2 มีนาคม-เมษายน 2564
ทรัพย์สินท่ีจะใช้ในการคำ�นวณมูลค่าคงเหลือ การขายรถยนต์น่ังเป็นขาดทุน 1,850,000 บาท
คือ 1,000,000 บาท เม่ือหักค่าเสื่อมราคาสะสม บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจึงต้องนำ�มูลค่า
650,000 บาท ตน้ ทนุ ทรพั ยส์ นิ ทใ่ี หถ้ อื เปน็ รายจา่ ย ตน้ ทนุ 4,000,000 บาท (2,150,000 + 1,850,000)
ได้ทถี่ ูกต้องคอื 350,000 บาท ดังนนั้ หากบรษิ ทั ท่ีต้องห้ามหักเป็นรายจ่ายไปบวกกลับในการ
ขายรถยนต์นง่ั ไปในราคา 2,500,000 บาท บรษิ ัท คำ�นวณกำ�ไรสุทธิของบริษัทในแบบ ภงด.50
จึงมีกำ�ไรจากการจำ�หน่ายทรัพย์สิน 2,150,000 (กรมสรรพากร, 2543 ข) ดงั แสดงในตารางที่ 4
บาท (2,500,000-350,000) และเมอ่ื บรษิ ทั บนั ทกึ
ตารางที่ 4 เปรียบเทยี บข้อแตกต่างระหว่างหลกั การบัญชแี ละภาษอี ากร
ประเด็นทส่ี ำ�คัญ ทางบัญชี ทางภาษอี ากร ผลกระทบทางภาษอี ากร
บริษัทต้องปรับปรุงโดยการบวก
การรับรู้คา่ เสอื่ มราคา =5,000,000 * 20% =1,000,000 * 20% กลับค่าเส่ือมราคาใน ภงด. 50 ปี
=1,000,000 บาท =200,000 บาท ละ 800,000 บาท
-
การรับรมู้ ูลคา่ คงเหลอื ที่ถูกต้อง =1,000,000-(200,000 * 3.25)
=5,000,000-(1,000,000 * 3.25) =350,000 บาท
=1,750,000 บาท
กำ�ไร (ขาดทนุ ) จากการ อ้ า ง อิ ง จ า ก ก ร ณี ศึ ก ษ า ข้ า ง ต้ น =2,500,000-350,000 เน่ืองจากผู้ประกอบการบันทึก
ขายทรพั ย์สิน ผปู้ ระกอบการบนั ทกึ มลู คา่ คงเหลอื =2,150,000 บาท รายการไว้ไม่ถูกต้อง ดังนั้น จึง
=5,000,000-650,000 ต้องปรับปรุงใน ภงด. 50 โดยการ
=4,350,000 บาท ซงึ่ ไม่ถกู ตอ้ ง บวกกลบั
ท่ีถกู ตอ้ ง ข า ด ทุ น ท า ง บั ญ ชี ซ่ึ ง บั น ทึ ก ผิ ด
=2,500,000-1,750,000 พลาด 1,850,000 บาท
=750,000 บาท กำ�ไรจากการจำ� หน่ายสินทรัพย์ที่
ควรจะเป็น 2,150,000 บาท
อ้างอิงจากกรณีศึกษาข้างต้น ผู้ รวมเป็นเงินที่ต้องบวกกลับท้ัง
ประกอบการบันทกึ มลู ค่าคงเหลอื ส้ิน 4,000,000 บาท (1,850,000-
=2,500,000-4,350,000 2,150,000)
=(1,850,000) บาท ซึ่งไม่ถกู ตอ้ ง
ท่มี า: กรมสรรพากร (2543 ข)
บริษัทซึ่งประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์ ขายรถยนตค์ นั ดงั กลา่ วเมอื่ ใชไ้ ดค้ รบ 3 ปี ในราคา
ได้ซื้อรถยนต์น่ังมาเพื่อใช้ในกิจการให้เช่ารถยนต์ 1,500,000 บาท (กรมสรรพากร, 2551 ข) กรณดี งั
ราคา 2,000,000 บาท (ราคารวมภาษมี ูลคา่ เพิ่ม) กล่าวจะมีผลต่างระหว่างทางบัญชีและภาษีอากร
เมอื่ วนั ท่ี 1 มกราคม โดยค�ำ นวณคา่ เสอ่ื มราคาโดย ดงั แสดงในตารางที่ 5
วธิ เี สน้ ตรง ในอตั รารอ้ ยละ 20 หากตอ่ มาบรษิ ทั ได้
การใช้รถยนต์นั่งอยา่ งไรให้ถกู ต้องตามหลกั ภาษีอากร 98 ศริ ิรตั น์ เจนศิริศักดิ์
ตารางที่ 5 เปรียบเทียบขอ้ แตกต่างระหวา่ งหลักการบญั ชีและภาษอี ากร
ประเดน็ ทสี่ ำ�คญั ทางบัญชี ทางภาษีอากร ผลกระทบทางภาษอี ากร
การรบั รู้ค่าเสอ่ื มราคา =2,000,000 * 20% =1,000,000 * 20% บริษัทต้องปรับปรุงโดยการบวก
=400,000 บาท =200,000 บาท กลับค่าเส่ือมราคาใน ภงด. 50 ปี
ละ 200,000 บาท
การรับรู้มูลค่าคงเหลอื =2,000,000-(400,000 * 3) =1,000,000-(200,000 * 3) -
กำ � ไ ร จ า ก ก า ร ข า ย =800,000 บาท =400,000 บาท
ทรพั ยส์ นิ =1,500,000-800,000 =1,500,000-400,000 บ ริ ษัทต้องปรับ ปรุงโด ยกา ร
=700,000 บาท =1,100,000 บาท บวกกลับกำ�ไรจากการจำ�หน่าย
สินทรัพย์ใน ภงด. 50 ท้ัง
สิ้น 400,000 บาท(1,100,000-
700,000)
ที่มา: กรมสรรพากร (2543 ง) และ กรมสรรพากร (2549)
บทสรุป ภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คลและภาษมี ลู คา่ เพมิ่ ในประเดน็
ของการบันทึกต้นทุนของรถยนต์ ค่าเสื่อมราคา
การตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดหารถยนต์ การรับรู้กำ�ไรขาดทุนจากการจำ�หน่ายสินทรัพย์
เพื่อใช้ในกิจการถือเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรจะ และการน�ำ ภาษซี อื้ ไปหกั ออกจากภาษขี าย ดงั นนั้
ต้องวางแผนให้ดี เพราะรถยนต์ถือเป็นสินทรัพย์ ผู้ประกอบการควรศึกษาผลกระทบของแต่ละ
อย่างหนึ่งท่ีเกือบทุกกิจการจำ�เป็นต้องมีไว้ใช้ใน ภาษใี หเ้ ข้าใจอยา่ งถอ่ งแท้ และน�ำ ไปถอื ปฏิบัตใิ ห้
การประกอบกิจการ บางแห่งถือไว้เป็นสินค้าท่ี ถูกต้อง เพ่ือหลีกเล่ียงปัญหาท่ีอาจจะเกิดข้ึนจาก
มีไว้เพื่อขาย และบางแห่งก็ถือไว้เป็นสินทรัพย์ การกระทำ�ผิดตามกฎหมายภาษีอากร อันส่งผล
ท่ีมีไว้เพื่อการดำ�เนินงาน ดังน้ัน ในการตัดสินใจ ต่อการเพ่ิมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำ�เป็นให้กับผู้ประกอบ
ว่ากิจการจะซ้ือรถประเภทใดมาไว้เพื่อใช้ในการ การในรูปของเบ้ียปรับ เงินเพ่ิม หรือค่าปรับทาง
ด�ำ เนนิ งานนนั้ ผบู้ รหิ ารควรพจิ ารณาถงึ ผลกระทบ อาญา ซงึ่ ถอื เปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยตอ้ งหา้ มในการค�ำ นวณ
ในทางภาษีอากรด้วย เนื่องจากในทางภาษีอากร ก�ำ ไรสทุ ธิทางภาษีอากรของกิจการอกี ดว้ ย
แล้ว ประเภทของรถยนต์ท่ีแตกต่างกันล้วนมี
ผลกระทบต่อภาระภาษีอากรที่แตกต่างกัน ทั้ง
เอกสารอา้ งองิ
กระทรวงการคลัง. (2560). กฎกระทรวงกำ�หนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560. ค้นเม่ือ 30
มถิ นุ ายน 2563 จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/095/111.PDF.
กรมสรรพากร. (2541). ภาษีมูลค่าเพ่ิม กรณีภาษีซ้ือรถยนต์น่ังที่ผู้ประกอบกิจการจำ�หน่ายรถยนต์มี
ไวเ้ พื่อให้ลูกค้าทดลองขบั เปน็ การสาธติ . ค้นเมื่อ 11 มิถุนายน 2563 จาก http://interweb.
rd.go.th/cgi-bin/intra_search?q=%C3%B6%C2%B9%B5%EC%B9%D1%E8%A7;t=5;
field=1;page=3; long=1.