The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้
“รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต”
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bangplamaschool, 2022-07-09 22:51:19

แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

แผนการจัดการเรียนรู้
“รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต”
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

เพลง ความซือ่ สตั ย์

ควำมซอ่ื สัตย์ เปน็ สมบตั ิของผดู้ ี
หำกวำ่ ใครไม่มี ชำติน้ีเอำดไี มไ่ ด้
มีควำมรูท้ ่วมหวั เอำตวั ไม่รอดถมไป
คดโกงแล้วใคร จะรบั ไวใ้ หร้ ว่ มกำรงำน

94 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เติม การปอ้ งกันการทจุ ริต”

ใบงาน
เร่อื ง ผนู้ �ำของหนู

ค�ำชีแ้ จง ให้นักเรียนบอกความต้องการของตนเองและส�ำรวจคุณสมบัติของผู้น�ำช้ันเรียนท่ีเหมาะสม
โดยการสอบถามจากเพื่อนๆ ในชั้นเรียน จ�ำนวน ๕ คน จากน้ันให้จดบันทึกและออกมา
น�ำเสนอหน้าชั้นเรยี น

คุณสมบตั ขิ องผนู้ �ำในระดับโรงเรียน

ชอ่ื เพ่อื น คณุ สมบตั ขิ องผนู้ �ำในระดบั โรงเรียนที่ตอ้ งการ

ตนเอง............................................................. ...................................................................................

คนที่ ๑.......................................................... ...................................................................................

คนที่ ๒.......................................................... ...................................................................................

คนที่ ๓.......................................................... ..................................................................................

คนที่ ๔.......................................................... ...................................................................................

คนที่ ๕.......................................................... ...................................................................................

ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ 95

รูปแบบ Model
จติ พอเพยี งตา้ นทุจริต เกย่ี วกับประชาธิปไตยในโรงเรยี น

S : Sufficient (พอเพียง)
- บอกคณุ สมบตั ทิ ีต่ ้องการ
และวธิ กี ารเลือกผ้นู ำ� ในระดับ
โรงเรยี น

G : Generosity (เออ้ื อาทร) T : Transparent (โปรง่ ใส)
- ส่งเสริมและเชญิ ชวนผอู้ นื่ - ตรวจสอบคณุ สมบัติของผู้น�ำ
ในโรงเรียนให้ไปใชส้ ิทธเิ์ ลือกตงั้ ในระดบั โรงเรียนแตล่ ะคนวา่
ผู้น�ำในระดบั โรงเรยี น ตรงตามท่ีต้องการหรอื ไม่

จติ พอเพยี งต้านทุจรติ เกี่ยวกับ
ประชาธิปไตยในโรงเรียน

N : Knowledge (ความร)ู้ R : Realise (ต่ืนร)ู้
- ทำ� ปา้ ยรณรงค์เกย่ี วกับ - รู้จักเลือกผู้น�ำในระดับโรงเรียนท่ีมี
ประชาธปิ ไตยในโรงเรียน คณุ สมบตั เิ หมาะสม

O : Onward (มงุ่ ไปข้างหนา้ )
- ปฏบิ ตั ิตนเปน็ แบบอยา่ ง
ในการใช้สทิ ธ์ิเลอื กต้ังผู้นำ�
ในระดับโรงเรยี น

96 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพม่ิ เตมิ การปอ้ งกันการทุจรติ ”

แบบตรวจให้คะแนนใบงาน

รายการประเมิน รวม สรปุ ผล
คะแนน
ท่ี ชื่อ - สกลุ บอกคณุ สมบตั ิ บอกวธิ ีการเลอื ก (๑๐) ผ่าน ไม่
ของผู้น�ำช้นั เรียนได้ ผนู้ �ำชั้นเรียน ผา่ น
๑ อย่างถูกต้อง
๒ (๕)
๓ และเหมาะสม (๕)

๕ ลงชื่อ…………..…………………………….ผู้ตรวจ
๖ (..………………….………...….……)
๗ ………...…/……..….…/……...…..


๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
๒๒

รวม





เกณฑก์ ารประเมนิ
นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน (ได้คะแนน ๘ คะแนน)

ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ 97

แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติตนในเลือกผนู้ �ำชัน้ เรียน

พฤติกรรมการปฏิบตั ติ นในเลอื กผู้นำ� รวม สรุปผล
ในระดบั โรงเรียน คะแนน
(๑๐)
ท่ี ช่อื - สกุล การใช้ข้อมูล การรู้จกั เลือกผู้น�ำ ผ่าน ไม่
ทเ่ี ป็นจริง ในระดบั โรงเรยี น ผ่าน
๑ และถูกต้อง (๕) อยา่ งเหมาะสม (๕)

๓ ลงชอ่ื …………..…………………………….ผูต้ รวจ
๔ (..………………….………...….……)
๕ ………...…/……..….…/……...…..




๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕

รวม





เกณฑก์ ารประเมนิ - ปฏิบตั เิ ปน็ บางครั้ง ไดค้ ะแนน ๔ คะแนน
- ปฏิบัติเป็นประจ�ำ ไดค้ ะแนน ๕ คะแนน - ปฏบิ ัตนิ ้อย ได้คะแนน ๒ คะแนน
- ปฏิบัตนิ านๆ ครัง้ ไดค้ ะแนน ๓ คะแนน - ไมเ่ คยปฏิบตั ิ ไดค้ ะแนน ๐ คะแนน
- ปฏิบตั นิ อ้ ยทสี่ ุด ได้คะแนน ๑ คะแนน
นักเรียนได้คะแนน ๘ คะแนนขน้ึ ไป ถอื ว่า ผ่าน

98 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิม่ เติม การป้องกันการทุจรติ ”

แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์

ค�ำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วใส่เครื่องหมาย 
ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คุณลกั ษณะอนั พึง รายการประเมิน ระดบั คะแนน
ประสงคด์ า้ น ๓๒๑

ซอ่ื สัตย์ สุจริต ๑. ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ

๒. ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงท่ีถกู ต้อง



ลงชื่อ............................................ผปู้ ระเมนิ
(...........................................)

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ ๓ คะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิชัดเจนและสม�ำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ิชัดเจนและบอ่ ยครัง้ ให้ ๑ คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางคร้ัง

ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ 99

แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา ๒ ช่ัวโมง

หนว่ ยท่ี ๓ ชอื่ หนว่ ย STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจริต
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๓ เร่อื ง จติ พอเพียงต้านทจุ รติ เกยี่ วกบั ขยะในโรงเรยี น

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ ริต
๑.๒ ปฏิบตั ิตนเปน็ ผทู้ ี่ STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทุจรติ
๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นักเรยี นสามารถบอกวธิ ีการคัดแยกขยะในโรงเรียนได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถบอกวธิ ีการลดปริมาณขยะในโรงเรียนได้
๒.๓ นกั เรียนเหน็ คุณคา่ และประโยชน์ของขยะในโรงเรยี น
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
๑) ขยะ คือ ส่ิงต่าง ๆ ที่ผู้คนไม่ต้องการ และทิ้งมันไป ขยะมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็น
ของแข็ง ของเหลว ขยะที่ย่อยสลายได้และท่ีย่อยสลายไม่ได้ ของที่ใช้ประโยชน์ได้และท่ีใช้ประโยชน์ไม่ได้
และขยะมพี ิษต่อมนษุ ยแ์ ละสิ่งแวดล้อมถ้าหากว่ามกี ารจดั การก�ำจัดท่ีไม่ถูกต้อง
๒) การคัดแยกขยะ ถือเป็นวิธีการหน่ึงที่ช่วยให้ปริมาณขยะลดลงและเป็นการสร้างมูลค่า
ใหก้ ับขยะ เพราะขยะบางประเภทสามารถนำ� ไปขายได้ อีกท้ังยังสามารถน�ำกลับมาใชใ้ หมไ่ ด้อกี ดว้ ย
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กดิ )
๑) ความสามารถในการส่ือสาร
- การแสดงความคิดเหน็
- การฟังเพลง
- การท�ำใบงาน
๒) ความสามารถในการคิด
บอกวธิ ีการคัดแยกยะ และวิธกี ารลดปรมิ าณขยะในโรงเรยี น
๓) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
เห็นคณุ คา่ และประโยชน์ของขยะ
๓.๓ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านยิ ม
ความซือ่ สตั ย์
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขัน้ ตอนการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี ๑
๑) ครูเปิดเพลง“เขยิบมาแยกขยะ” จาก https://www.youtube.com/watch?v=bBNO๐i
ZlyGk ใหน้ กั เรียนฟังแลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชป้ ระเดน็ ค�ำถาม ดงั น้ี

100 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพ่ิมเตมิ การป้องกันการทจุ ริต”

๑.๑ เพลงนเี้ ป็นเพลงเกี่ยวกับอะไร (การคัดแยกขยะ)
๑.๒ นักเรียนรู้จกั ขยะอะไรบา้ ง (ถงุ พลาสติก, แก้วน้ํา, ขวดนา้ํ , กล่องนม)
๑.๓ นักเรียนเคยคัดแยกขยะหรือไม่ เพราะอะไร (ถูกทุกค�ำตอบเพราะเป็นการแสดงความ
คิดเห็นของนักเรยี น)
๑.๔ ถ้าเราไม่คดั แยกขยะจะเกิดผลเสยี อย่างไร (ขยะปนกนั ท�ำให้ยอ่ ยสลายยาก)
๒) ครูเปิดคลิปวีดีโอให้นักเรียนดูเรื่อง “การบริหารจัดการขยะและส่ิงแวดล้อม ตอนที่ ๑”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=sn๗ip3RXu1o จากนนั้ รว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกบั ขยะในโรงเรยี น
โดยใช้ประเด็นค�ำถาม ดังน้ี
๒.๑ นกั เรยี นคดิ วา่ “ขยะ” คอื อะไร
๒.๒ “ขยะ” มีก่ปี ระเภท อะไรบ้าง (๔ ประเภท คือ ขยะเปยี ก, ขยะแห้ง, ขยะทส่ี ามารถน�ำ
กลบั มาใชไ้ ด้อีก, ขยะท่ตี ้องก�ำจัด)
๒.๓ นกั เรียนคดิ ว่าขยะชนดิ ใดบา้ งทส่ี ามารถสรา้ งมลู คา่ ได้ (ขวด, กระปอ๋ ง, กล่อง)
๓) ครูและนักเรียนช่วยกันเก็บและคัดแยกขยะภายในโรงเรียนบางชนิดสามารถน�ำมาขาย
และสรา้ งมลู ค่าได้
๔) ครแู ละนักเรียนร่วมกันปฏิบัติกิจกรรม โดยแบ่งนักเรยี นออกเปน็ ๔ กลมุ่ แต่ละกลุ่มมีหน้าท่ี
แตกตา่ งกัน ดังน้ี
๔.๑ กลุม่ ที่ ๑ มหี นา้ ทคี่ ัดแยกขยะ
๔.๒ กลุ่มที่ ๒ มหี นา้ ที่น�ำขยะไปขาย
๔.๓ กลุ่มท่ี ๓ มีหนา้ ทจ่ี ดั ทำ� บัญชรี ายรบั จากการขายขยะ
๔.๔ กล่มุ ที่ ๔ มีหนา้ ที่ตรวจสอบบญั ชี
๕) ครใู หน้ กั เรยี นออกมาน�ำเสนอสงิ่ ท่ตี นเองไดป้ ฏบิ ตั วิ า่ เมอ่ื ทำ� แล้วรู้สึกอยา่ งไร มวี ิธกี ารอย่างไร
๖) ครูเปิดคลิปวีดีโอ เร่ือง “ไม่แยก... มีแต่แย่” จากhttps://www.youtube.com/
watch?v=GfQ4b6CAdWk ให้นกั เรียนดจู ากน้ันรว่ มกนั สรปุ องค์ความรู้ที่ไดจ้ ากการคัดแยกขยะในโรงเรยี น
ช่ัวโมงที่ ๒
๗) ครูเปิดคลิปวีดีโอ เร่ือง “ลดปริมาณขยะท�ำง่ายๆ.... เร่ิมได้ท่ีตัวเรา” จากhttps://www.
youtube.com/watch?v=WToQA4wukRE จากนั้นสนทนากันโดยใชค้ �ำถาม ดงั น้ี
๗.๑ นักเรยี นคดิ วา่ ขยะในโรงเรียนเรามจี �ำนวนมากหรือไม่
๗.๒ เพราะอะไรทำ� ไมจงึ มขี ยะในโรงเรยี น
๗.๓ นักเรยี นจะมีวิธกี ารลดปริมาณขยะในโรงเรยี นอยา่ งไร
๘) ครูและนักเรียนร่วมกันเพิ่มมูลค่าของขยะ โดยให้นักเรียนร่วมกันประดิษฐ์ของใช้จากขยะ
ท่ีเก็บได้ เช่น กระถางตน้ ไมจ้ ากขวดพลาสตกิ ถุงเพาะตน้ กลา้ จากถุงนมโรงเรียน เปน็ ตน้
๙) ครูและนกั เรียนรว่ มกันจดั ทำ� ปา้ ยเชญิ ชวนใหร้ ว่ มกันคัดแยกขยะและนำ� มาสร้างมลู คา่
๑๐) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและสรุปความรู้ท่ีได้เรียนไปในรูปแบบ Model จิตพอเพียง
ต้านทจุ ริต เกย่ี วกับขยะในโรงเรยี น

ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒ 101

๔.๒ ส่อื การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้
๑) เพลง “เขยิบมาแยกขยะ” จาก https://www.youtube.com/watch?v=bBNO๐iZlyGk
๒) คลิปวีดีโอเรื่อง “การบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ตอนท่ี ๑” จาก https://www.
youtube.com/watch?v=sn7ip3RXu1o
๓) คลิปวีดีโอ เรื่อง “ลดปริมาณขยะท�ำง่ายๆ.... เริ่มได้ท่ีตัวเรา” จาก https://www.
youtube.com/watch?v=WToQA4wukRE
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมนิ
๑) ตรวจผลงาน
๒) การสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี น
๕.๒ เครอื่ งมอื ที่ใช้ในการประเมิน
๑) แบบตรวจผลงาน
๒) แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี น
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สิน
นักเรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขนึ้ ไปถอื วา่ ผา่ น
๖. บนั ทึกหลังการจัดการเรียนรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................ครผู ูส้ อน
(.......................................)
๗. ภาคผนวก
๗.๑ รปู แบบ Model จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต เก่ยี วกบั ขยะในโรงเรียน
๗.๒ แบบประเมนิ ผลงาน
๗.๒ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี น
๗.๓ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

102 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การป้องกันการทุจรติ ”

รูปแบบ Model
จติ พอเพียงต้านทุจริต เก่ียวกับขยะในโรงเรยี น

S : Sufficient (พอเพยี ง)
- คดั แยกขยะในโรงเรียน
น�ำขยะบางชนดิ มาสร้างมลู ค่า

G : Generosity (เอ้ืออาทร) T : Transparent (โปรง่ ใส)
- เชญิ ชวนเพ่ือนๆ พีๆ่ น้องๆ - วางแผนการท�ำงานอย่างเปน็
ในโรงเรยี นร่วมกันคดั แยกขยะ ข้ันตอน จัดท�ำบญั ชีรายรับ
และน�ำมาสร้างมูลคา่ เพ่มิ จากการขายขยะในโรงเรยี น

จิตพอเพียงต้านทุจริต
เก่ยี วกับขยะในโรงเรยี น

N : Knowledge (ความรู)้ R : Realise (ตน่ื ร)ู้
- ทำ� ปา้ ยรณรงคเ์ กย่ี วกับ - มีจติ ส�ำนึกในการทงิ้ ขยะ
การคัดแยกขยะในโรงเรียน และคำ� นงึ ถงึ ผลเสยี ของ
อย่างถกู ต้อง การไม่คดั แยกขยะ

O : Onward (ม่งุ ไปขา้ งหนา้ )
- ปฏิบัติตนเปน็ แบบอย่างในการทิง้
และคดั แยกขยะในโรงเรียน
- นำ� ขยะมาสร้างมูลคา่ ด้วย
การประดษิ ฐ์เปน็ ของใช้

ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ 103

นทิ าน
เรื่อง ลกู ชาวนากับมรดก

นำนมำแลว้ มคี รอบครวั ชำวนำอยคู่ รอบครวั หนงึ่ เมอ่ื ผทู้ เ่ี ปน็ พอ่ ตำยไปเเลว้
ลกู ชำวนำทงั้ สองกช็ วนกนั ออกไปขดุ หำสมบตั ใิ นสวนองนุ่ เพรำะพอ่ ไดส้ ง่ั เสยี เอำไว้
ก่อนท่ีจะตำยว่ำทรัพย์สมบัติของพ่ออยู่ในสวนองุ่น “น้องไปขุดตรงน้ันนะ ส่วนพ่ี
จะขดุ ตรงน้เี อง”
ลูกชำวนำท้ังสองช่วยกันขุดดินเพื่อหำสมบัติตำมที่ต่ำงๆ ในสวนองุ่นไป
จนทั่วทั้งสวนก็ยังไม่สำมำรถ หำสมบัติท่ีคิดว่ำพ่อจะฝังไว้ให้เจอได้เเต่สวนองุ่น
ที่ถูกขุดถูกพรวนดินจนทั่วน้ัน กลับยิ่งเจริญงอกงำมดี จนลูกชำวนำสองพ่ีน้อง
สำมำรถที่จะขำยอง่นุ จนได้ทรพั ยส์ นิ เงินทองมำกมำย
ทั้งสองจึงเพิ่งรู้ว่ำทรัพย์สมบัติที่พ่อทิ้งไว้ให้เป็นมรดกน้ันแท้จริงไม่ใช่สมบัติ
ท่ถี กู ฝังเอำไว ้ แตจ่ รงิ ๆ แล้วคืออะไร

นิทานเรอ่ื งน้สี อนให้รู้วา่
ควำมขยันพำกเพียรสำมำรถก่อให้เกดิ ทรพั ย์

104 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเตมิ การป้องกันการทจุ ริต”

ใบงาน
เรือ่ ง แนวทางการปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผ้มู ีความละอายและไมท่ นตอ่ การทุจริต

ค�ำชแ้ี จง ให้นักเรียนเขียนแผนภาพความคิด แนวทางการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและไม่ทนต่อ
การทจุ รติ

ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ 105

แบบตรวจให้คะแนนใบงาน

รายการประเมนิ รวม สรุปผล
คะแนน
ท่ี ช่ือ - สกุล มีความคิด บอกวิธีการ/ (๑๐) ผ่าน ไม่
สร้างสรรค์ ข้ันตอนการปฏบิ ัติ ผ่าน

๒ (๕) ไดถ้ ูกตอ้ ง (๕)

๔ ลงชอ่ื …………..…………………………….ผตู้ รวจ
๕ (..………………….………...….……)
๖ ………...…/……..….…/……...…..



๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
๒๒
๒๓
๒๔
๒๕

รวม





เกณฑก์ ารประเมิน
นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป ถือว่า ผา่ น (ได้คะแนน ๘ คะแนน)

106 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพ่มิ เตมิ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ”

แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรียน

ชือ่ นกั เรียน................................................................ช้นั ..............ภาคเรียนท.ี่ ..........ปีการศึกษา..............

ค�ำชแี้ จง การบันทกึ ใสเ่ คร่ืองหมาย  ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั พฤติกรรมท่ีเกดิ ข้ึนจริง

ระดบั การปฏบิ ตั ิ

ท่ี พฤตกิ รรม เปน็ ประจ�ำ บางครง้ั น้อยคร้ัง ไม่ท�ำเลย/
(๓) (๒) (๑) ไมช่ ดั เจน

(๐)

๑ มคี วามรับผดิ ชอบในหน้าท่ีการงาน

๒ ตั้งใจและเอาใจใส่ตอ่ การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

๓ ทำ� งานดว้ ยความเพียรพยายาม

๔ ร้จู ักแก้ปัญหาในการทำ� งานเมือ่ มีอุปสรรค

๕ อดทนเพื่อให้งานสำ� เรจ็ ตามเปา้ หมาย

๖ ปรับปรงุ และพัฒนาการท�ำงานให้ดขี ้ึนดว้ ยตนเอง

รวมคะแนน/ระดับคณุ ภาพ

ผู้ประเมนิ ครู พ่อแม/่ ผ้ปู กครอง ตนเอง เพอื่ น

ลงชื่อ............................................ผู้ประเมนิ
(..........................................)

เกณฑก์ ารประเมนิ

ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารตดั สิน

ดเี ย่ยี ม ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๑๕ - ๑๘ คะแนน และไม่มผี ลการประเมิน ข้อใดข้อหนึ่งต่�ำกว่า
๒ คะแนน

ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๑๑ - ๑๔ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน ขอ้ ใดขอ้ หนงึ่ ต�ำ่ กว่า
๐ คะแนน

พอใช้ ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖ - ๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน ข้อใดข้อหนึ่งต่�ำกว่า
๐ คะแนน

ปรับปรุง ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๐ - ๕ คะแนน

ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ 107

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ค�ำชแ้ี จง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วใส่เคร่ืองหมาย 
ลงในชอ่ งท่ตี รงกับระดบั คะแนน

คุณลกั ษณะอันพึง รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
ประสงค์ดา้ น ๓๒๑

ซอื่ สัตย์ ๑. ใหข้ ้อมลู ท่ถี ูกต้อง และเป็นจรงิ

๒. ปฏบิ ตั ิในสิง่ ทีถ่ ูกตอ้ ง



ลงชือ่ ............................................ผปู้ ระเมนิ
(...........................................)

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ิชัดเจนและสม่�ำเสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏิบัติชดั เจนและบอ่ ยครงั้ ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตบิ างครัง้

108 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพ่มิ เตมิ การปอ้ งกนั การทุจริต”

แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลา ๒ ชัว่ โมง

หนว่ ยที่ ๓ ช่อื หน่วย STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทจุ รติ
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๒
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔ เรอ่ื ง จติ พอเพียงต้านทจุ รติ เก่ยี วกบั
การรบั ประทานอาหาร

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับ STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจริต
๑.๒ ปฏบิ ัติตนเปน็ ผูท้ ี่ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถบอกวธิ กี ารปฏบิ ัติตนในการรบั ประทานอาหารกลางวนั ได้
๒.๒ นักเรยี นปฏิบัติตนเปน็ แบบอย่างทดี่ ีในการรับประทานอาหารได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
อาหารแต่ละชนิดให้ประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน ควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่
คนที่มีร่างกายแข็งแรง พลานามัยดี ย่อมมีจิตใจท่ีแจ่มใส ร่างกายของเราเจริญเติบโตได้เพราะเรารับประทาน
อาหาร ดงั นนั้ การรจู้ กั เลอื กรบั ประทานอาหารทมี่ ปี ระโยชนแ์ ละถกู สดั สว่ นตามทรี่ า่ งกายตอ้ งการจะทำ� ใหร้ า่ งกาย
ของเรา เจรญิ เตบิ โตและแขง็ แรง การทเ่ี รารบั ประทานอาหารทไี่ มม่ ปี ระโยชนต์ อ่ รา่ งกาย แมว้ า่ เราจะรสู้ กึ อม่ิ ทอ้ ง
แตร่ ่างกายเรากจ็ ะไม่ได้ประโยชน์จากอาหารน้นั บางครั้งกอ่ ใหเ้ กดิ โทษต่อรา่ งกาย
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กิด)
๑) ความสามารถในการส่ือสาร การแสดงความคดิ เหน็
๒) ความสามารถในการคดิ บอกพฤติกรรมการรับประทานอาหารท่ีถูกต้องและเหมาะสม
๓) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต ปฏบิ ัติตนเปน็ แบบอย่างทีด่ ีในการรับประทานอาหาร
๓.๓ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค/์ คา่ นยิ ม
จิตสาธารณะ
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขนั้ ตอนการเรยี นรู้
ช่ัวโมงท่ี ๑
๑ ครแู ละเดก็ รว่ มกนั รอ้ งเพลง อาหารดมี ปี ระโยชน์ จาก https://www.youtube.com/watch?v
=mbiNmBHB_eo&t=35s และปรบมอื ตามจงั หวะ จากนน้ั ครสู นทนาซกั ถามเกย่ี วกบั เนอ้ื เพลง โดยถามคำ� ถาม
ดงั น้ี
๑.๑ เนอ้ื เพลงกลา่ วถงึ อะไร
๑.๒ เดก็ ๆ เคยรับประทานอาหารตามท่เี น้ือเพลงกล่าวถึงหรือไม่ อยา่ งไร
๑.๓ เด็กๆ ชอบรับประทานอาหารชนิดใดมากที่สดุ เหตุใดจึงชอบ

ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ 109

๒) ครูพานกั เรียนไปที่โรงอาหารของโรงเรียนเพื่อไปดูวตั ถุดบิ และการประกอบอาหาร
๓) ครใู หน้ กั เรยี นกลบั มาวาดภาพอาหารทนี่ กั เรยี นชอบมาคนละ ๑ ชนดิ พรอ้ มใหเ้ หตผุ ลประกอบ
ว่าเพราะอะไรถงึ ชอบ
๔) ครสู มุ่ ให้นักเรียนออกมานำ� เสนอหนา้ ชน้ั เรยี น
ชั่วโมงท่ี ๒
๕) ครูนำ� ภาพ ๒ ภาพมาให้นกั เรียนดู (ภาพท่ี ๑ คนกำ� ลงั เข้าแถวรับประทานอาหาร, ภาพท่ี ๒
คนแซงควิ รบั ประทานอาหาร) จากนนั้ สนทนารว่ มกนั ดังนี้
๕.๑ ภาพที่ ๑ และภาพที่ ๒ แตกตา่ งกันอย่างไร
๕.๒ นักเรียนคดิ ว่าภาพใดควรปฏิบัตแิ ละไม่ควรปฏิบัติ
๕.๓ ถา้ เปน็ นกั เรยี นเปน็ คนทีอ่ ยใู่ นภาพท่ี ๒ จะรู้สกึ อยา่ งไร
๖) นักเรียนและครรู ว่ มกันสนทนาเก่ยี วกับการปฏิบตั ิตนในการรบั ประทานอาหาร เช่น
๖.๑ การปฏบิ ัตติ นในการรับประทานอาหารคอื อะไร
๖.๒ การปฏิบัติตนในการรับประทานอาหารมีความส�ำคัญอย่างไรต่อการเจริญเติบโตของ
ร่างกาย
๖.๓ การปฏิบัตติ นในการรบั ประทานอาหารมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ ง
๗) ครูและนกั เรยี นร่วมกันจดั ทำ� ปา้ ยใหเ้ พอื่ นๆ พี่ๆ น้องๆ ในโรงเรียนรบั ประทานอาหารใหถ้ กู วธิ ี
ปรุงใหม่ สด สะอาด และตอ้ งรับประทานอาหารให้หมด ตักแตพ่ อดีและเหมาะสม
๘) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและสรุปความรู้ที่ได้เรียนไปในรูปแบบ Model จิตพอเพียง
ตา้ นทจุ รติ เก่ียวกับการรับประทานอาหารในโรงเรยี น
๔.๒ ส่อื การเรยี นรู/้ แหล่งการเรยี นรู้
๑) เพลง อาหารดีมีประโยชน์ จาก https://www.youtube.com /watch?v=mbiNmBHB_
eo&t=35s
๒) รปู ภาพประกอบ
๓) รปู แบบ Model จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ เก่ยี วกบั การรบั ประทานอาหารในโรงเรยี น
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธีการประเมนิ
๑) ตรวจผลงาน
๒) การสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน
๕.๒ เคร่ืองมือที่ใช้ในการประเมิน
๑) แบบตรวจผลงาน
๒) แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียน
๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน
นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป ถือวา่ ผา่ น
110 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทจุ ริต”

๖. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................ครูผู้สอน
(.......................................)
๗. ภาคผนวก
๗.๑ รูปภาพประกอบ
๗.๒ รูปแบบ Model จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต เกีย่ วกับการรบั ประทานอาหารในโรงเรียน
๗.๓ แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น
๗.๔ แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ 111

ภาพประกอบ

ภำพท ี่ ๑ คนก�ำลงั เข้ำแถวรับประทำนอำหำร

ภำพท ี่ ๒ คนแซงคิวรับประทำนอำหำร
112 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิ่มเตมิ การปอ้ งกนั การทุจริต”

รปู แบบ Model
จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต เกี่ยวกบั การรบั ประทานอาหาร

S : Sufficient (พอเพยี ง)
- รบั ประทานอาหารครบ 5 หมู่
อย่างเหมาะสมตามวยั

G : Generosity (เออ้ื อาทร) T : Transparent (โปรง่ ใส)
- เชญิ ชวนเพื่อนๆ พ่ีๆ นอ้ งๆ - ตรวจสอบอาหารที่รบั ประทานวา่
ในโรงเรยี นร่วมกันเลอื กรับประทาน สด สะอาด และปรุงเสรจ็ ใหม่
อาหารทมี่ ปี ระโยชน์ต่อรา่ งกาย/ หรอื ไมเ่ พอื่ ประโยชน์ต่อร่างกาย
การปฏบิ ตั ติ นในการรบั ประทานอาหาร

จติ พอเพียงต้านทุจรติ เก่ยี วกบั
การรับประทานอาหาร

N : Knowledge (ความร)ู้ R : Realise (ตื่นรู้)
- จัดทำ� ปา้ ยเชญิ ชวนให้ - เห็นคุณค่าของอาหารที่รบั ประทาน
รบั ประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่/ ต้องรับประทานอาหารใหห้ มด และ
การเข้าแถวรับอาหาร เลือกรบั ประทานอาหารทม่ี ปี ระโยชน์
ตอ่ รา่ งกาย

O : Onward (มงุ่ ไปข้างหน้า)
- ปฏบิ ัติตนเปน็ แบบอยา่ งทใี่ นการ
รบั ประทานอาหาร การเข้าแถวรอ
รบั อาหาร ตกั อาหารอยา่ งพอเหมาะ
ไม่มากหรือน้อยเกนิ ไป

ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๒ 113

แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรยี น

ชอื่ นกั เรียน................................................................ชนั้ ..............ภาคเรียนท่ี...........ปีการศึกษา..............

ค�ำช้ีแจง การบนั ทกึ ใส่เครื่องหมาย  ลงในช่องทีต่ รงกบั พฤติกรรมท่เี กิดขน้ึ จรงิ

ระดับการปฏิบัติ

ที่ พฤตกิ รรม เปน็ ประจ�ำ บางคร้งั น้อยคร้งั ไมท่ �ำเลย/
(๓) (๒) (๑) ไม่ชดั เจน

(๐)

๑ มคี วามรบั ผิดชอบในหนา้ ที่การงาน

๒ ต้ังใจและเอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั ิหนา้ ทท่ี ีไ่ ด้รบั มอบหมาย

๓ ท�ำงานด้วยความเพียรพยายาม

๔ รูจ้ ักแก้ปญั หาในการทำ� งานเมื่อมีอปุ สรรค

๕ อดทนเพอ่ื ใหง้ านส�ำเร็จตามเป้าหมาย

๖ ปรับปรงุ และพัฒนาการท�ำงานใหด้ ขี นึ้ ด้วยตนเอง

รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ

ผปู้ ระเมนิ ครู พอ่ แม/่ ผู้ปกครอง ตนเอง เพือ่ น

ลงชือ่ ............................................ผู้ประเมิน
(..........................................)

เกณฑ์การประเมิน

ระดับคณุ ภาพ เกณฑ์การตัดสนิ

ดเี ย่ยี ม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๑๕ - ๑๘ คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตำ่� กวา่
๒ คะแนน

ดี ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๑๑ - ๑๔ คะแนน และไม่มีผลการประเมนิ ขอ้ ใดขอ้ หนึ่งต่�ำกวา่
๐ คะแนน

พอใช้ ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖ - ๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน ข้อใดข้อหนึ่งต�่ำกว่า
๐ คะแนน

ปรบั ปรุง ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๐ - ๕ คะแนน

114 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพ่มิ เติม การป้องกันการทุจรติ ”

แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ค�ำช้แี จง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วใส่เคร่ืองหมาย 
ลงในช่องที่ตรงกบั ระดบั คะแนน

คุณลักษณะอนั พึง รายการประเมิน ระดับคะแนน
ประสงคด์ า้ น ๓๒๑

จิตสาธารณะ ๑. รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู �ำงาน

๒. รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน
โรงเรียน

ลงชือ่ ............................................ผปู้ ระเมนิ
(...........................................)

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชดั เจนและสม�ำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบ่อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน
พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ิบางครั้ง

ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ 115

หนว่ ยท่ี ๔

พลเมืองกบั ความรับผิดชอบต่อสังคม

แผนการจดั การเรียนรู้ เวลา ๒ ช่วั โมง

หนว่ ยท่ี ๔ ช่ือหนว่ ย พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๒
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรื่อง การเคารพสทิ ธิหนา้ ที่ต่อชมุ ชนและสังคม

๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทพี่ ลเมอื ง
และมคี วามรับผิดชอบตอ่ สงั คม
๑.๒ ปฏิบัติตนตามหน้าที่พลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสงั คม
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรียนสามารถบอกความหมายของสทิ ธิและหน้าท่ีของพลเมอื งได้
๒.๒ นกั เรียนสามารถบอกความเปน็ พลเมืองได้
๒.๓ นกั เรียนสามารถบอกสทิ ธใิ นการศกึ ษาได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
๑) สิทธิ หมายถึง อ�ำนาจอันชอบธรรมของบุคคล โดยอยู่ภายใต้กฎหมาย เช่น นักเรียนทุกคน
ได้รับสิทธิในการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สิทธิในการได้รับการบริการสาธารณสุขจากโรงพยาบาลของรัฐ สิทธิ
ในการเลอื กประธานนักเรียน
๒) หน้าที่ หมายถงึ ภาระหนา้ ท่ีท่ีบคุ คลหรอื กลมุ่ บคุ คลนั้นได้รบั มอบหมายหรือรบั ผดิ ชอบ เช่น
ครมู ีหน้าทใ่ี นการสอน นกั เรยี นมีหนา้ ที่ตง้ั ใจเรยี นหนังสอื เปน็ ตน้
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กดิ )
๑) ความสามารถในการสอ่ื สาร อ่าน ฟัง พดู เขยี น
๒) ความสามารถในการคิด วิเคราะห์
๓.๓ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์/ค่านยิ ม
๑) มวี ินยั
๒) ความรบั ผดิ ชอบ

116 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การปอ้ งกนั การทุจรติ ”

๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ข้นั ตอนการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ ๑
๑) ครูให้นักเรียนชมคลิปวีดีโอ เรื่อง “สิทธิและหน้าท่ีของนักเรียน” ครูซักถามนักเรียนว่า
ไดค้ วามรเู้ ร่ืองอะไรบ้างจากการชมคลปิ วดี ีโอ นกั เรยี นช่วยกนั ตอบค�ำถามครเู ขียนค�ำตอบบนกระดาน
๒) ครูแจกใบความรู้เรื่อง “ความหมายของสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง” ให้นักเรียนอ่านพร้อม
กับครู
๓) ครูสนทนากับนักเรียนถึงความหมายของสิทธิและหน้าท่ีของพลเมืองให้นักเรียนช่วยกันยก
ตัวอย่าง เช่น สิทธิในการเขา้ รับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรฐั หน้าท่รี ับผิดชอบในเรื่องของการร้อง
เพลงชาติ และสวดมนต์ไหว้พระ
ชัว่ โมงที่ ๒
๔) แบ่งกลุ่มนักเรียนช่วยกันเขียนสิทธิและหน้าท่ีของนักเรียนในโรงเรียนมีอะไรบ้าง โดยเขียน
เปน็ แผนภาพความคิดลงในกระดาษท่ีครแู จกให้ จากนั้นสง่ ใหค้ รตู รวจ
๕) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน�ำเสนอผลงานแผนภาพความคิดหน้าช้ันเรียน จากน้ันช่วยกัน
น�ำไปติดทป่ี า้ ยนเิ ทศในห้องเรยี น ครูประเมนิ ผลงานของนักเรียน
๖) ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคนตอบคำ� ถามจากใบงานทค่ี รูแจกให้ ส่งครตู รวจให้คะแนน
๔.๒ สื่อการเรยี นรู/้ แหลง่ การเรียนรู้
๑) ใบความรู้ เร่อื ง “ความหมายของสทิ ธิและหน้าท่ี”
๒) คลิปวีดีโอ เรื่อง “สิทธิและหน้าที่ของนักเรียน” ในสื่อการเรียนการสอนสังคม ป.๑ จาก
https://www.youtube.com/watch?v=IWbqnvNtYT๐
๓) ใบงาน
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธีการประเมนิ
๑) ตรวจใบงาน
๒) สงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี น
๕.๒ เครื่องมอื ท่ีใช้ในการประเมนิ
๑) แบบตรวจใหค้ ะแนน
๒) แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรียน
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
นักเรยี นผ่านการประเมินร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไป ถือว่า ผา่ น

ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ 117

๖. บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................ครผู สู้ อน
(.......................................)
๗. ภาคผนวก
๗.๑ ใบความรู้
๗.๒ ใบงาน
๗.๓ แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน
๗.๔ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

118 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เติม การปอ้ งกันการทุจริต”

ใบความรู้
เรือ่ ง ความหมายของสิทธิและหน้าทีข่ องพลเมือง

สิทธิ หมำยถงึ อ�ำนำจอนั ชอบธรรมของบคุ คล โดยอยภู่ ำยใตก้ ฎหมำย เชน่ นกั เรยี นทุกคน
ไดร้ บั สทิ ธใิ์ นกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำน สทิ ธใิ นกำรไดร้ บั กำรบรกิ ำรสำธำรณสขุ จำกโรงพยำบำลของรฐั
สิทธิในกำรเลือกประธำนนักเรยี น

หน้าที่ หมำยถึง ภำระหน้ำท่ีท่ีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลน้ันได้รับมอบหมำยหรือรับผิดชอบ
เชน่ ครูมีหน้ำท่ีในกำรสอน นกั เรียนมีหน้ำทต่ี ั้งใจเรียนหนงั สือ เป็นตน้

ใบความรู้
เรอื่ ง ความหมายของสทิ ธิและหน้าที่ของพลเมอื ง

คำาชี้แจง ให้นักเรยี นเขียนตอบค�ำถำมตอ่ ไปนี้
๑. เพรำะเหตใุ ดเรำจึงไมม่ ีสทิ ธิในทรพั ย์สินของเพอ่ื นในโรงเรยี น
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
๒. “ดวงใจแอบฟังเพือ่ นคยุ โทรศพั ท์” อ่ำนขอ้ ควำมนแ้ี ลว้ นกั เรียนคิดว่ำดวงใจเป็นคนอย่ำงไร
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
๓. นกั เรียนอยู่ในโรงเรยี นมสี ิทธทิ ีจ่ ะทำ� กจิ กรรมต่ำงๆ อะไรบ้ำงบอกมำ ๒ ข้อ
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๒ 119

แบบตรวจใหค้ ะแนนใบงาน

เลขที่ ชื่อ - สกุล คะแนนทไี่ ด้ สรปุ ผล
๑ (๖ คะแนน) ผา่ น ไม่ผา่ น

๓ สรุป
๔ ลงชือ่ .................................................ผ้ตู รวจ
๕ (.................................................)




๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
๒๑
๒๒
๒๓
๒๔
๒๕





เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ไดค้ ะแนนรวม ๔ คะแนนขนึ้ ไป ถือว่า ผา่ น (ข้อละ ๒ คะแนน)

120 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพ่มิ เติม การป้องกนั การทจุ รติ ”

แบบสงั เกตพฤติกรรมนักเรียน

ชือ่ นกั เรียน................................................................ช้นั ..............ภาคเรียนท.ี่ ..........ปีการศึกษา..............

ค�ำชแี้ จง การบันทกึ ใสเ่ คร่ืองหมาย  ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั พฤติกรรมท่ีเกดิ ข้ึนจริง

ระดบั การปฏบิ ตั ิ

ท่ี พฤตกิ รรม เปน็ ประจ�ำ บางครง้ั น้อยคร้ัง ไม่ท�ำเลย/
(๓) (๒) (๑) ไมช่ ดั เจน

(๐)

๑ มคี วามรับผดิ ชอบในหน้าท่ีการงาน

๒ ตั้งใจและเอาใจใส่ตอ่ การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

๓ ทำ� งานดว้ ยความเพียรพยายาม

๔ ร้จู ักแก้ปัญหาในการทำ� งานเมือ่ มีอุปสรรค

๕ อดทนเพื่อให้งานสำ� เรจ็ ตามเปา้ หมาย

๖ ปรับปรงุ และพัฒนาการท�ำงานให้ดขี ้ึนดว้ ยตนเอง

รวมคะแนน/ระดับคณุ ภาพ

ผู้ประเมนิ ครู พ่อแม/่ ผ้ปู กครอง ตนเอง เพอื่ น

ลงชื่อ............................................ผู้ประเมนิ
(..........................................)

เกณฑก์ ารประเมนิ

ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารตดั สิน

ดเี ย่ยี ม ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๑๕ - ๑๘ คะแนน และไม่มผี ลการประเมิน ข้อใดข้อหนึ่งต่�ำกว่า
๒ คะแนน

ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๑๑ - ๑๔ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน ขอ้ ใดขอ้ หนงึ่ ต�ำ่ กว่า
๐ คะแนน

พอใช้ ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖ - ๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน ข้อใดข้อหนึ่งต่�ำกว่า
๐ คะแนน

ปรับปรุง ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๐ - ๕ คะแนน

ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ 121

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ค�ำชแ้ี จง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วใส่เคร่ืองหมาย 
ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดับคะแนน

คณุ ลักษณะอันพงึ รายการประเมิน ระดับคะแนน
ประสงค์ดา้ น ๓๒๑
มวี ินัย ๑. ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคบั ของครอบครวั
มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชวี ิตประจ�ำวัน

ลงชอื่ ............................................ผ้ปู ระเมิน
(...........................................)

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่�ำเสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยครงั้ ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบัติบางครงั้

122 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพิ่มเติม การป้องกนั การทจุ ริต”

แผนการจดั การเรียนรู้ เวลา ๒ ชว่ั โมง

หนว่ ยท่ี ๔ ชื่อหน่วย พลเมอื งกบั ความรับผิดชอบต่อสังคม
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๒ เรอื่ ง สทิ ธแิ ละหน้าทีข่ องพลเมือง

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง
และมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม
๑.๒ ปฏบิ ัติตนตามหน้าท่ีพลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบต่อสงั คม
๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกสิทธแิ ละหน้าท่ีของพลเมืองที่ดไี ด้
๒.๒ นักเรียนสามารถบอก ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่ปฏิบัตติ ามหนา้ ท่ขี องพลเมืองที่ดไี ด้
๒.๓ นักเรียนสามารถบอกบอกประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากการปฏิบัตติ นตามหน้าท่ขี องพลเมืองทด่ี ไี ด้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
สทิ ธิและหนา้ ท่ีของพลเมอื งท่ดี ี ตอ้ งเป็นผู้ท่ีนกึ ถึงประโยชนส์ ่วนรวมให้มากกวา่ ประโยชน์ส่วนตน
มรี ะเบยี บ วนิ ยั รจู้ กั รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ี มคี วามอดทน รจู้ กั ประหยดั และอดออม มนี า้ํ ใจนกั กฬี า รจู้ กั การใหอ้ ภยั
ชว่ ยเหลอื ซ่ึงกันและกัน
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (สมรรถนะท่ีเกดิ )
๑) ความสามารถในการส่อื สาร อ่าน ฟัง พูด เขียน
๒) ความสามารถในการคิด วิเคราะห์
๓.๓ คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค/์ คา่ นยิ ม
๑) มวี ินยั
๒) มจี ติ สาธารณะ
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้นั ตอนการเรียนรู้
ชัว่ โมงท่ี ๑
๑) นักเรียนดภู าพ “เด็กนักเรียนจงู คนแกข่ า้ มถนน”
- จากภาพแสดงให้เหน็ ถงึ การปฏบิ ตั ิตนเป็นพลเมอื งท่ดี ีในด้านใด (ความมีนาํ้ ใจ)
๒) ใหน้ ักเรยี นอา่ นใบความรู้ เรื่องหนา้ ที่ของพลเมืองท่ีดี
๓) ใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งพฤตกิ รรมทนี่ กั เรยี นเคยทำ� ดตี อ่ พอ่ แม่ เพอื่ นๆ หรอื คณุ ครู คนละ ๑ อยา่ ง
เช่น นักเรียนก�ำลังท�ำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ของตนเอง นักเรียนเข้าแถวรับของจากผู้ใหญ่ ช่วยแม่เล้ียงน้อง
ชว่ ยครูทำ� ความสะอาดหอ้ งเรยี น ช่วยเพอื่ นเกบ็ อุปกรณก์ ารเรยี น

ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ 123

๔) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั สิทธหิ นา้ ที่ของพลเมอื งทดี่ ี
๕) ครเู ขียนบนั ทกึ ความคดิ เหน็ เกีย่ วกับสทิ ธแิ ละหน้าท่ีของพลเมืองทด่ี บี นกระดานดำ�
๖) นกั เรยี นบันทกึ สทิ ธิและหน้าทีข่ องพลเมืองที่ดลี งสมดุ
ช่ัวโมงท่ี ๒
๗) นักเรยี นออกมาน�ำเสนอสทิ ธิและหน้าทพี่ ลเมอื งทดี่ หี นา้ ชั้นเรียน
๘) นักเรียนแบ่งกลุ่มท�ำกิจกรรมเพ่ือสาธารณะประโยชน์ เช่น ท�ำความสะอาดบริเวณวัด
ลา้ งห้องส้วมโรงเรยี น
๙) ครูและนกั เรยี นช่วยกันสรุปความรู้
สิทธิและหนา้ ท่ขี องพลเมอื งดี ที่พงึ ปฏบิ ัติ
๙.๑ นึกถึงประโยชน์สว่ นรวมใหม้ ากกวา่ ประโยชน์ส่วนตน
๙.๒ มรี ะเบยี บ วนิ ยั เพ่อื ใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกันในสงั คมไดด้ ว้ ยความเรยี บร้อย
๙.๓ ร้จู ักรับผิดชอบต่อหนา้ ที่ เพือ่ ใหง้ านส�ำเรจ็ ลลุ ่วงไปได้ดว้ ยดี
๙.๔ มคี วามอดทน สามารถควบคุมอารมณ์ไดด้ แี ม้วา่ จะตอ้ งเหตุการณ์ทสี่ รา้ งความไม่พอใจ
ก็ตาม
๙.๕ ร้จู กั ประหยดั อดออม ไม่ฟ้งุ เฟอ้ ใชจ้ า่ ยยามจำ� เปน็ ใช้ชวี ิตอย่างพอเพยี ง
๙.๖ มีน้ําใจนักกีฬา รู้จักการให้อภัย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
เป็นหลัก
๑๐) ใหน้ กั เรียนทำ� แบบทดสอบ
๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรยี นรู้
๑) ใบความรู้ เร่อื ง สิทธแิ ละหน้าที่ของพลเมืองที่ดี
๒) บัตรรูปภาพ
๓) แบบทดสอบ
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมิน
- ตรวจสมดุ
- สังเกตพฤติกรรมนกั เรยี น
๕.๒ เครอื่ งมือที่ใช้ในการประเมนิ
แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน
นักเรยี นผา่ นการประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผา่ น
124 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ”

๖. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงช่อื ........................................ครผู สู้ อน
(.......................................)
๗. ภาคผนวก
๗.๑ บัตรภาพ
๗.๒ ใบความรู้
๗.๓ แบบทดสอบ
๗.๔ เฉลยแบบทดสอบ
๗.๕ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน
๗.๖ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ 125

บัตรรูปภาพ

นักเรยี นจูงคนแก่ขำ้ มถนน
นกั เรยี นชว่ ยกนั ทำ� ควำมสะอำด

เยำวชนชว่ ยกนั ปลกู ป่ำชำยเลน
126 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเตมิ การป้องกันการทจุ ริต”

ใบความรู้
เร่อื ง สทิ ธิและหนา้ ทีข่ องพลเมอื งดที พ่ี งึ ปฏบิ ตั ิ

๑. นกึ ถึงประโยชนส์ ว่ นรวมให้มำกกวำ่ ประโยชน์ส่วนตน
๒. มีระเบยี บ วินยั เพอ่ื ใหส้ ำมำรถอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมได้ด้วยควำมเรียบรอ้ ย
๓. รูจ้ กั รบั ผิดชอบตอ่ หน้ำที่ เพอื่ ให้งำนส�ำเร็จลลุ ว่ งไปได้ด้วยดี
๔. มีควำมอดทน สำมำรถควบคุมอำรมณ์ได้ดีแม้วำ่ จะตอ้ งเหตุกำรณท์ สี่ รำ้ งควำมไมพ่ อใจก็ตำม
๕. รจู้ ักประหยดั อดออม ไม่ฟงุ้ เฟ้อ ใชจ้ ่ำยยำมจำ� เป็น ใชช้ ีวิตอยำ่ งพอเพียง
๖. มีน้�ำใจนกั กีฬำ รจู้ กั กำรใหอ้ ภัย ชว่ ยเหลือซึง่ กันและกัน เห็นแก่ประโยชนส์ ่วนรวมเป็นหลกั
๗. มคี วำมซือ่ สัตยส์ จุ รติ ตรงไปตรงมำ
๘. เคำรพกฎหมำยและปฏิบตั ิตำมกฎระเบยี บของสังคมไดเ้ ป็นอยำ่ งดี
๙. มสี ่วนร่วมในกำรช่วยแก้ไขปัญหำต่ำงๆ รวมถงึ กำรสนับสนนุ กำรแก้ไขปัญหำอย่ำงสนั ติวธิ ี
๑๐. มีสิทธไิ ด้รบั ทนุ กำรศกึ ษำส�ำหรบั ผทู้ มี่ ผี ลกำรเรียนดี และมีควำมประพฤตดิ ี
๑๑. นกั เรยี นไดร้ ับกำรศกึ ษำ
๑๒. นักเรยี นไดร้ บั กำรพัฒนำทำงดำ้ นร่ำงกำยและจิตใจ
๑๓. นักเรยี นได้ท�ำกจิ กรรมสรำ้ งสรรคท์ ่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง และไมล่ ะเมิดสิทธขิ องผูอ้ ื่น
๑๔. สิทธใิ นกำรใช้หรือเล่นอปุ กรณใ์ นโรงเรยี น

ระดบั ช้นั ประถมศึกษำปที ่ี ๒ 127

แบบทดสอบ
เรอื่ ง สทิ ธแิ ละหน้าที่ของพลเมืองท่ดี ี

ค�ำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นค�ำวา่ “สทิ ธิ” หรือ “หนา้ ที่” หนา้ ขอ้ ความทกี่ �ำหนดให้
๑. เด็กชายอาทรนำ� กลว้ ยมารบั ประทานทโ่ี รงเรียนแล้วแบง่ ใหเ้ พอ่ื นในห้องรับประทาน
๒. ในการแข่งฟุตบอลระหว่างทีมสีเขียวและทีมสีแดงผลปรากฏว่าสีเขียวเป็นฝ่ายชนะ นักกีฬา
ทมี สีแดงมาจบั มือแสดงความยินดดี ว้ ยแสดงวา่ เขาเป็นผู้มนี าํ้ ใจนักกีฬา
๓. ตอ้ มไดร้ ับอปุ กรณก์ ารเรยี นจากผอู้ �ำนวยการโรงเรียน
๔. เด็กชายแดงพบคนตาบอดกำ� ลังข้ามถนนเขาจงึ เข้าไปจูงคนตาบอดขา้ มถนนโดยปลอดภัย
๕. เด็กหญงิ ปิงน่งั เลน่ มา้ หมุนในโรงเรยี น
๖. นกั เรยี นเดนิ เขา้ แถวไปรับประทานอาหารกลางวนั
๗. แก้วตาไปซื้อขนมทตี่ ลาดแม่ค้าทอนเงนิ มาเกิน แก้วตาจึงน�ำเงินไปคืนแมค่ ้า แก้วตาเป็นเด็ก
ที่มคี วามซือ่ สตั ย์
๘. คนขับรถแท็กซ่ีเก็บกระเป๋าสตางค์ของผู้โดยสารได้แต่เขาไม่น�ำไปส่งต�ำรวจแสดงว่า
เขาเป็นคนเหน็ แกป่ ระโยชนส์ ่วนตวั
๙. คนทรี่ จู้ ักประหยดั และอดออมจะท�ำให้ชีวติ ไม่ขัดสน มีกนิ มีใช้อย่างพอเพยี ง
๑๐. เดก็ ชายปอ๋ มไปเรยี นว่ายนํ้ากับคุณครู

128 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพ่มิ เติม การป้องกันการทจุ รติ ”

เฉลยแบบทดสอบ
เรอื่ ง สทิ ธแิ ละหนา้ ท่ขี องพลเมอื งท่ดี ี

ค�ำชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนเขยี นค�ำวา่ “สิทธิ” หรือ “หน้าท”่ี หนา้ ขอ้ ความที่ก�ำหนดให้
สทิ ธิ ๑. เด็กชายอาทรนำ� กลว้ ยมารับประทานท่โี รงเรียนแล้วแบง่ ให้เพือ่ นในห้องรบั ประทาน
หนา้ ท่ี ๒. ในการแข่งฟุตบอลระหว่างทีมสีเขียวและทีมสีแดงผลปรากฏว่าสีเขียวเป็นฝ่ายชนะ นักกีฬา
ทีมสีแดงมาจับมือแสดงความยินดีด้วยแสดงวา่ เขาเป็นผู้มีนํา้ ใจนกั กีฬา
สทิ ธ ิ ๓. ตอ้ มได้รับอปุ กรณก์ ารเรียนจากผู้อ�ำนวยการโรงเรยี น
หนา้ ท่ี ๔. เด็กชายแดงพบคนตาบอดก�ำลังข้ามถนนเขาจงึ เข้าไปจูงคนตาบอดข้ามถนนโดยปลอดภัย
สทิ ธิ ๕. เด็กหญงิ ปิงนง่ั เลน่ มา้ หมนุ ในโรงเรยี น
หน้าท ี่ ๖. นกั เรยี นเดนิ เข้าแถวไปรับประทานอาหารกลางวัน
หน้าท ่ี ๗. แก้วตาไปซื้อขนมทีต่ ลาดแมค่ า้ ทอนเงินมาเกนิ แก้วตาจงึ นำ� เงนิ ไปคนื แม่ค้า แก้วตาเปน็ เดก็
ที่มีความซือ่ สัตย์
หน้าที่ ๘. คนขับรถแท็กซี่เก็บกระเป๋าสตางค์ของผู้โดยสารได้แต่เขาไม่น�ำไปส่งต�ำรวจแสดงว่า
เขาเป็นคนเห็นแกป่ ระโยชนส์ ่วนตัว
หน้าท ่ี ๙. คนทร่ี จู้ ักประหยดั และอดออมจะท�ำให้ชีวติ ไม่ขัดสน มกี นิ มีใชอ้ ย่างพอเพยี ง
สิทธ ิ ๑๐. เดก็ ชายปอ๋ มไปเรียนวา่ ยน้าํ กบั คุณครู

ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒ 129

แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน

ชอ่ื นักเรยี น................................................................ช้นั ..............ภาคเรียนท.ี่ ..........ปกี ารศกึ ษา..............

ค�ำช้แี จง การบันทึกใหใ้ ส่เครื่องหมาย  ลงในช่องท่ตี รงกับพฤติกรรมที่เกดิ ข้นึ จริง

ระดับการปฏบิ ตั ิ

ท่ี พฤติกรรม เปน็ ประจ�ำ บางคร้งั น้อยคร้ัง ไม่ท�ำเลย/
(๓) (๒) (๑) ไมช่ ัดเจน

(๐)

๑ มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน

๒ ต้ังใจและเอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทีท่ ่ไี ด้รบั มอบหมาย

๓ ทำ� งานดว้ ยความเพียรพยายาม

๔ รจู้ กั แกป้ ัญหาในการท�ำงานเมื่อมีอุปสรรค

๕ อดทนเพือ่ ใหง้ านสำ� เรจ็ ตามเปา้ หมาย

๖ ปรับปรุงและพฒั นาการทำ� งานให้ดีข้ึนด้วยตนเอง

รวมคะแนน/ระดบั คณุ ภาพ

ผู้ประเมนิ คร ู พอ่ แม/่ ผู้ปกครอง ตนเอง เพือ่ น

ลงช่ือ............................................ผปู้ ระเมิน
(..........................................)

เกณฑก์ ารประเมนิ

ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารตดั สนิ

ดีเยีย่ ม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๑๕ - ๑๘ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมิน ข้อใดข้อหน่งึ ต่ำ� กว่า
๒ คะแนน

ดี ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๑๑ - ๑๔ คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดขอ้ หน่งึ ต�่ำกว่า
๐ คะแนน

พอใช้ ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖ - ๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน ข้อใดข้อหนึ่งต�่ำกว่า
๐ คะแนน

ปรับปรุง ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๐ - ๕ คะแนน

130 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวชิ าเพ่มิ เตมิ การปอ้ งกันการทุจรติ ”

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ค�ำชแี้ จง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วใส่เคร่ืองหมาย 
ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน

คุณลกั ษณะอนั พึง รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ประสงค์ดา้ น ๓๒๑
๑. ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของครอบครวั
มวี ินัย รบั ผิดชอบ มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมต่างๆ ในชีวิตประจำ� วนั
มจี ติ สาธารณะ
๑. รู้จกั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูท�ำงาน
๒. รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน

โรงเรียน

ลงชื่อ............................................ผู้ประเมิน
(...........................................)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ๓ คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัตชิ ัดเจนและสมำ่� เสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏิบัตชิ ัดเจนและบ่อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางคร้งั

ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ 131

แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา ๒ ชั่วโมง

หนว่ ยท่ี ๔ ชอื่ หนว่ ย พลเมอื งกับความรับผิดชอบต่อสังคม
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ เรอ่ื ง จ�ำแนกสทิ ธิและหน้าทข่ี องพลเมืองทีด่ ีในโรงเรียน

๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง
และมีความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
๑.๒ ปฏิบตั ิตนตามหนา้ ทพี่ ลเมอื งและมีความรับผดิ ชอบต่อสงั คม
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของสิทธแิ ละหนา้ ทีข่ องพลเมืองที่ดี ในโรงเรยี นได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถปฏิบตั ิตนตามสทิ ธแิ ละหนา้ ที่ของตนเองและผอู้ ่นื ได้
๒.๓ นกั เรยี นสามารถจ�ำแนกสิทธิและหนา้ ทใี่ นโรงเรยี นได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
๑) สิทธิ หมายถึง อ�ำนาจอันชอบธรรมของบุคคลโดยอยู่ภายใต้กฎหมาย ประโยชน์ที่กฎหมาย
คุ้มครองให้คนทุกคนมีความเท่าเทียมกนั เช่น นกั เรียนทุกคนได้รบั สทิ ธิในการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน สิทธิในการให้
รบั บริการสาธารณสุขจากรฐั สทิ ธิในการเลือกตั้ง สทิ ธใิ นทอ่ี ย่อู าศยั เปน็ ตน้
๒) หน้าท่ีของพลเมืองที่ดี ต้องเป็นผู้ที่นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมให้มากกว่าประโยชน์ส่วนตน
มีระเบียบ วินัย รู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีความอดทน รู้จักประหยัดและ อดออม มีน้ําใจนักกีฬา รู้จัก
การให้อภยั ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะท่ีเกิด)
๑) ความสามารถในการสื่อสาร อ่าน ฟัง พูด เขียน
๒) ความสามารถในการคิด วิเคราะห์
๓.๓ คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค/์ คา่ นิยม
๑) มวี ินัย
๒) มีจิตสาธารณะ
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้นั ตอนการเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ ๑
๑) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันรอ้ งเพลง “สวัสด”ี
สวสั ดี สวัสดี วันนเ้ี รามาเจอกัน
เธอกับฉนั พบกัน สวสั ดี สวัสดคี รับ/สวัสดีคะ่

132 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพ่ิมเติม การป้องกนั การทุจริต”

๒) ครูชแ้ี จงจุดประสงคก์ ารเรียนรูใ้ หน้ ักเรยี นทราบ
๓) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับสิทธิ และหน้าท่ีของนักเรียนท่ีมีในโรงเรียนต่อตนเอง
และผู้อ่นื โดยใชค้ ำ� ถาม โดยนักเรยี นเขียนลงในสมดุ บนั ทกึ
๓.๑ นกั เรียนคิดว่าสทิ ธขิ องเด็กคอื อะไร
๓.๒ นกั เรียนบอกสทิ ธขิ องนกั เรียนในโรงเรยี นมอี ะไรบ้าง
๓.๓ นักเรยี นบอกหน้าทขี่ องนักเรียนในโรงเรียนมอี ะไรบ้าง
ชว่ั โมงท่ี ๒
๔) ครูและนักเรียนร่วมกันอ่าน ความหมายของสิทธิ และหน้าที่ในใบความรู้ท่ี ๑ และร่วมกัน
อภิปรายความหมาย
๕) นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกันทำ� กิจกรรมใบงานท่ี ๑ ( แผนผงั ความคิด )
๖) ครูให้นักเรียนดูภาพเกี่ยวกับสิทธิของเด็กและร่วมสนทนาการปฏิบัติตนตามสิทธิและสิทธิ
ทีต่ นเองควรจะได้รับ
๗) แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ให้จับฉลากเลือกศึกษาสิทธิของนักเรียนท่ีพึงมีในโรงเรียน
ในหัวขอ้ ดงั น้ี
๗.๑ สทิ ธิทางด้านร่างกาย
๗.๒ สทิ ธทิ างด้านจิตใจ
๗.๓ สทิ ธดิ ้านความเทา่ เทยี มกนั
๘) ให้นักเรียนชว่ ยกนั ศกึ ษาสทิ ธขิ องเดก็ เกย่ี วกบั หัวข้อทีจ่ ับฉลากได้
๙) นักเรียนน�ำเสนอผลงานของกลมุ่
๑๐) ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๒ ส่ือการเรียนร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
๑) เพลง “สวสั ดี”
๒) ใบความรู้
๓) ใบงาน
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
๑) ตรวจสมุด
๒) สังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น
๕.๒ เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการประเมิน
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียน
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สิน
นักเรียนผ่านการประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ถือว่า ผา่ น

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ 133

๖. บันทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................ครผู สู้ อน
(.......................................)
๗. ภาคผนวก
๗.๑ ใบความรู้
๗.๒ ใบงาน
๗.๓ แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน
๗.๔ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

134 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เติม การปอ้ งกันการทุจริต”

ใบความรู้
เรือ่ ง สทิ ธิและหน้าท่ีเด็กไทย

ความหมายของสทิ ธแิ ละหนา้ ที่
สิทธิ หมำยถึง อ�ำนำจอันชอบธรรมของบุคคลโดยอยู่ภำยใต้กฎหมำย ประโยชน์
ที่กฎหมำยคุ้มครองให้คนทุกคนมีควำมเท่ำเทียมกัน เช่น นักเรียนทุกคนได้รับสิทธิ
ในกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน สิทธิในกำรให้รับบริกำรสำธำรณสุขจำกรัฐ สิทธิในกำรเลือกต้ัง สิทธิ
ในทีอ่ ยอู่ ำศัย เป็นตน้
หนำ้ ทขี่ องพลเมอื งทด่ี ี ตอ้ งเปน็ ผทู้ น่ี กึ ถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวมใหม้ ำกกวำ่ ประโยชนส์ ว่ นตน มี
ระเบียบ วนิ ยั รูจ้ ักรบั ผดิ ชอบตอ่ หนำ้ ท่ ี มีควำมอดทน รจู้ กั ประหยดั และ อดออม มนี �้ำใจนักกีฬำ
ร้จู ักกำรใหอ้ ภัย ชว่ ยเหลือซ่งึ กันและกัน

ระดับชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ ๒ 135

ใบงานท่ี ๑
เร่ือง การจาำ แนกสิทธแิ ละหนา้ ที่ในโรงเรยี น

คำาชี้แจง ๑. นกั เรียนรว่ มกนั จำ� แนกบทบำทหน้ำท่ี และสทิ ธิของตนเองและผ้อู ื่นทม่ี ใ่ี นโรงเรียน
๒. นักเรียนวำดภำพท่ีแสดงถึงสทิ ธแิ ละหนำ้ ทขี่ องตนในโรงเรียน พรอ้ มทงั้ เขยี นค�ำอธบิ ำย

136 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพมิ่ เตมิ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ”

แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน

ช่อื นักเรยี น................................................................ชั้น..............ภาคเรยี นท่.ี ..........ปีการศึกษา..............

ค�ำช้ีแจง การบนั ทึกให้ใส่เครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งที่ตรงกบั พฤตกิ รรมท่เี กดิ ข้ึนจริง

ระดบั การปฏิบตั ิ

ที่ พฤติกรรม เปน็ ประจ�ำ บางคร้ัง น้อยครั้ง ไมท่ �ำเลย/
(๓) (๒) (๑) ไม่ชดั เจน

(๐)

๑ มคี วามรับผดิ ชอบในหน้าที่การงาน

๒ ตงั้ ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ที ไี่ ด้รับมอบหมาย

๓ ท�ำงานด้วยความเพียรพยายาม

๔ รูจ้ กั แกป้ ญั หาในการท�ำงานเมอื่ มีอุปสรรค

๕ อดทนเพ่ือให้งานสำ� เรจ็ ตามเป้าหมาย

๖ ปรับปรุงและพัฒนาการท�ำงานให้ดขี ึน้ ด้วยตนเอง

รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ

ผปู้ ระเมิน คร ู พ่อแม/่ ผู้ปกครอง ตนเอง เพื่อน

ลงชอ่ื ............................................ผ้ปู ระเมิน
(..........................................)

เกณฑ์การประเมิน

ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสนิ

ดเี ยย่ี ม ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๑๕ - ๑๘ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมนิ ข้อใดขอ้ หน่งึ ต่�ำกว่า
๒ คะแนน

ดี ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๑๑ - ๑๔ คะแนน และไมม่ ผี ลการประเมิน ข้อใดขอ้ หน่ึงต่ำ� กวา่
๐ คะแนน

พอใช้ ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖ - ๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมิน ข้อใดข้อหนึ่งต�่ำกว่า
๐ คะแนน

ปรับปรงุ ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐ - ๕ คะแนน

ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ 137

แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

ค�ำชแ้ี จง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วใส่เครื่องหมาย 
ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คุณลักษณะอันพงึ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
ประสงค์ด้าน ๓๒๑

มวี ินัย รับผดิ ชอบ ๑. ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คับของครอบครัว
มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชีวิตประจำ� วัน

มจี ติ สาธารณะ ๑. รู้จกั ช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครทู ำ� งาน

๒. รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและส่ิงแวดล้อมของห้องเรียน
โรงเรยี น

ลงชื่อ............................................ผูป้ ระเมนิ
(...........................................)

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ ๓ คะแนน
พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตชิ ัดเจนและสม่�ำเสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตชิ ดั เจนและบอ่ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ิบางครั้ง

138 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวิชาเพิม่ เตมิ การป้องกนั การทจุ ริต”

แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา ๒ ชว่ั โมง

หน่วยท่ี ๔ ชอ่ื หนว่ ย พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบต่อสังคม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๔ เร่อื ง สิทธแิ ละหนา้ ทข่ี องตนเองในโรงเรยี น

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง
และมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
๑.๒ ปฏบิ ตั ติ นตามหน้าท่พี ลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอ่ สังคม
๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกสทิ ธแิ ละหน้าที่ของตนเองในโรงเรียนได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถบอกสทิ ธทิ ีไ่ ดร้ ับในโรงเรียนได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่นท่ีมีต่อโรงเรียน สมาชิกทุกคนในโรงเรียนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
ในการด�ำเนินชีวิตในโรงเรียน โดยสิทธิดังกล่าวจะต้องไม่ละเมิดสิทธิของสมาชิกคนอื่นในโรงเรียนและนักเรียน
ทกุ คนต้องรู้จักสิทธแิ ละหนา้ ทข่ี องตนเองและปฏิบัตติ ามได้อยา่ งถูกต้อง
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กิด)
๑) ความสามารถในการส่ือสาร อา่ น ฟัง พดู เขียน
๒) ความสามารถในการคิด วเิ คราะห์
๓.๓ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ คา่ นยิ ม
๑) มวี นิ ัย
๒) ความรบั ผดิ ชอบ
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้นั ตอนการเรียนรู้
ช่ัวโมงที่ ๑
๑) ใหน้ ักเรียนดภู าพทค่ี รเู ตรยี มมา เชน่ ภาพคนกราบไหวพ้ ระพทุ ธรูปหนา้ โรงเรยี น ภาพครสู อน
หนงั สอื ภาพนกั เรยี นเกบ็ ใบไม้ ภาพนกั เรยี นรบั แจกนมโรงเรยี น ภาพนกั เรียนช่วยกนั กวาดถนนบริเวณโรงเรยี น
เปน็ ต้น จากน้นั ใชค้ �ำถาม ดงั นี้
๑.๑ บุคคลในภาพกำ� ลงั ท�ำอะไร
๑.๒ ภาพใดบ้างท่ีเปน็ สิทธิและหน้าทขี่ องนักเรยี นในโรงเรยี น
๒) นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นหน้าที่ของนักเรียนในโรงเรียนควรท�ำอะไรบ้าง โดยมีครู
คอยให้คำ� ปรกึ ษาและแสดงความคิดเห็น
๓) นักเรียนอ่านออกเสียงใบความรู้เกี่ยวกับการเคารพสิทธิของตนเองและผู้อ่ืนที่มีต่อชุมชน
และสงั คม
๔) ครซู กั ถามใหน้ ักเรียนตอบ

ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ 139

ชว่ั โมงท่ี ๒
๑) ให้นักเรียนออกมาเลา่ ถงึ สิทธขิ องนักเรยี นทคี่ วรไดร้ ับในโรงเรียน ครูจดบนั ทกึ ลงกระดาน
๒) ให้นักเรียนออกมาเล่าถึงหน้าท่ีของตนเองท่ีต้องปฏิบัติในโรงเรียนเป็นประจ�ำ ครูจดบันทึก
ลงกระดาน
๓)ครแู ละนักเรียนช่วยกนั สรุปความรเู้ กย่ี วกบั สทิ ธแิ ละหนา้ ทีข่ องนักเรียนท่ีต้องปฏบิ ัตใิ นโรงเรียน
๔.๒ ส่อื การเรียนรู้/แหลง่ การเรียนรู้
๑) รปู ภาพ
๒) ใบความรู้
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมิน
๑) ตรวจสมดุ
๒) สังเกตพฤติกรรมนักเรียน
๕.๒ เครอ่ื งมอื ที่ใชใ้ นการประเมิน
แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น
๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ
นกั เรยี นผา่ นการประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน
๖. บนั ทึกหลังการจดั การเรียนรู้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงช่อื ........................................ครผู สู้ อน
(.......................................)
๗. ภาคผนวก
๗.๑ ใบความรู้
๗.๒ บตั รภาพ
๗.๓ แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
๗.๔ แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

140 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพ่ิมเตมิ การปอ้ งกันการทุจรติ ”

ใบความรู้
เรือ่ ง การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อน่ื ทม่ี ีในโรงเรียน

สมำชิกทุกคนในโรงเรียนมีสิทธิเท่ำเทียมกัน โดยสิทธิดังกล่ำวจะต้องไม่ละเมิดสิทธิ
ของสมำชิกคนอ่ืนในโรงเรียน ซ่ึงเป็นสิ่งที่ช่วยจัดระเบียบให้สังคมสงบสุข โดยมีแนวทำงปฏิบัติ
ดงั น้ี
๑. เคำรพสิทธิของกันและกัน โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น สำมำรถแสดงออกได้
หลำยประกำร เชน่ กำรแสดงควำมคดิ เห็น กำรยอมรบั ฟงั ควำมคิดเห็นของผูอ้ ่นื เปน็ ตน้
๒. รูจ้ ักใช้สทิ ธิของตนเองและแนะนำ� ใหผ้ ้อู น่ื รู้จกั ใช้สิทธิของตนเอง
เมื่อนักเรียนในโรงเรียนรู้จักสิทธิของตนเอง และของคนอื่น ก็จะท�ำให้โรงเรียน
เกิดกำรพัฒนำ เมื่อโรงเรียนม่ันคงเข้มแข็งก็จะมีส่วนท�ำให้หมู่บ้ำนเข้มแข็ง เพรำะหมู่บ้ำน
หรอื ชุมชนเปน็ สว่ นหน่ึงของประเทศชำตบิ ำ้ นเมอื งโดยรวม

ระดบั ช้ันประถมศกึ ษำปีท ่ี ๒ 141

บัตรรปู ภาพ

ภำพท่ี ๑ คนกรำบไหวพ้ ระพทุ ธรูป

ภำพท่ี ๒ ครูสอนหนังสือ
142 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การป้องกนั การทจุ รติ ”

ภำพที่ ๓ นกั เรียนเกบ็ ใบไม้

ภำพที่ ๔ นักเรยี นรับแจกนมโรงเรียน

ภำพที่ ๕ นักเรยี นช่วยกันกวำดถนนบรเิ วณในโรงเรียน
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษำปที ่ ี ๒ 143


Click to View FlipBook Version