The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

.พลังบวร ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย จังหวัดเชียงราย งบประมาณ ปีพ.ศ. 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พลังบวร ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย 2564

.พลังบวร ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย จังหวัดเชียงราย งบประมาณ ปีพ.ศ. 2564

คำนำ

ตามท่ีรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาประเทศให้เกิดความม่ันคง มั่งค่ัง อย่างยั่งยืน ภายใต้หลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยส่งเสริมให้ประชาชนในมิติทางศาสนา วัฒนธรรม พลังประชารัฐ มาเป็นกลไก
สาคัญในการเสริมสร้างให้ประชาชนภายในประเทศมีภูมิคุ้มกัน ชุมชนเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน รวมทั้ง
มงุ่ เน้นสร้างขยายเครือข่ายชุมชนคุณธรรมร่วมสร้างสังคมคุณธรรมท้ังประเทศ โดยใช้พลัง “บวร” บ้าน-ชุมชน
วัด-ศาสนสถาน โรงเรียน-ราชการ กลไกสาคัญในการขับเคล่ือนดาเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
มีการน้อมนาหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีวัฒนธรรมที่ดีงามในทุกพ้ืนที่
ใหเ้ กิดความมน่ั คง มัง่ คั่ง ยง่ั ยืน

เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกับนโยบายรัฐบาล กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดาเนินโครงการพลัง
บวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย มเี ป้าหมายสรา้ งเด็ก เยาวชน และประชาชนของชาติ ให้เป็นคนดี
มศี ีลธรรม คณุ ธรรม จริยธรรม ครอบครัวอบอุ่น ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่กาลัง
เปล่ียนแปลง ส่งเสรมิ ให้มกี ารขยายเครอื ข่ายชมุ ชนคุณธรรมเพื่อร่วมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมท่ีมีความสงบ
สขุ ร่มเย็น ในโอกาสนี้จงั หวัดเชียงราย มีวัดทเ่ี ขา้ ร่วมโครงการพลังบวร : ชมุ ชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จานวน ๓๗ แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมวดั หรือศาสนสถาน ร่วมกับ
ชุมชน หน่วยงานในพ้ืนที่ จัดกิจกรรมทางศาสนา ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา เพื่อบ่มเพาะ
คุณธรรมจริยธรรม นาศาสตร์พระราชา “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาพัฒนาคุณภาพชีวิต สืบสาน
ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม และพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เสริมสร้างอาชีพ
รายได้แก่คนในชุมชน รวมทั้งส่งเสริมวัด/ศาสนสถาน เป็นศูนย์รวมใจร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและ
พระมหากษัตริย์ โดยมีสานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายเป็นผู้ประสานงาน ท่ีปรึกษา อานวยความสะดวก
ให้การสนับสนนุ และติดตามประเมินผลการดาเนนิ งาน

สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย โดย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
จึงมีนโยบายให้จัดทาสรุปผลและถอดบทเรียนผลการดาเนินงานตามโครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม
ลานธรรม ลานวิถีไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ของวัดที่เข้าร่วมโครงการท้ัง ๓๗ แห่ง อันเป็นการ
ทบทวนและสังเคราะห์ผลการดาเนินงานที่ผ่านมาในเชิงลึก เพ่ือเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข หนุนเสริม
พัฒนา ต่อยอด และบูรณาการร่วมกันในการขับเคล่ือนชุมชนคุณธรรมด้วยพลัง “บวร” ของทุกภาคส่วน
อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนาไปสู่การเป็นชุมชนอดุ มสุขและเกดิ ประโยชน์สูงสุดแก่คนในชมุ ชนอย่างแท้จริง ดังนั้น
สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มีความหวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารสรุปผลการดาเนินงานฯ นี้ จะเป็น
ประโยชน์ต่อการแลกเปล่ียนประสบการณ์ และหนุนเสริมพลังในการขับเคล่ือนชุนชนคุณธรรมให้กับชุมชน
ต่างๆ ใช้เป็นกรณีศึกษาหรือเป็นแนวทางการดาเนินงานได้ไม่มากก็น้อย อนึ่ง กิจกรรมท่ีชุมชนร่วมกับวัด
หรือศาสนสถานแต่ละแห่งได้ดาเนินการมีจานวนมากและหลากหลายกิจกรรม แต่เพ่ือความกระชบั ผู้เรียบเรียง
จึงไดน้ าเสนอกจิ กรรมบางสว่ นเปน็ เพียงตัวอย่างตามทป่ี รากฎในเอกสารน้ีเท่านัน้

กนั ยายน ๒๕๖๔
สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

สำรบัญ หนา้

คานา ๑
สารบญั ๓
บทสรปุ สาหรบั ผบู้ รหิ าร ๖
โครงการพลังบวร: ชุมชนคณุ ธรรม ลานธรรม ลานวิถไี ทย ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔
ข้อมลู วัดทีเ่ ข้าร่วมโครงการพลังบวร: ชุมชนคณุ ธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทยฯ จังหวดั เชยี งราย ๘
สรปุ ผลและถอดบทเรียนการดาเนินงานโครงการพลงั บวรฯ ๑๔
๑๙
อาเภอขนุ ตาล ๓๔
อาเภอเชียงของ ๓๘
อาเภอเชยี งแสน ๔๑
อาเภอดอยหลวง ๔๕
อาเภอเทิง ๔๙
อาเภอป่าแดด ๖๑
อาเภอพญาเม็งราย ๘๐
อาเภอพาน ๘๖
อาเภอเมืองเชียงราย ๙๔
อาเภอแมจ่ นั ๙๘
อาเภอแมล่ าว ๑๐๕
อาเภอแม่สรวย ๑๐๘
อาเภอแมส่ าย ๑๑๖
อาเภอเวยี งแกน่ ๑๒๓
อาเภอเวียงชัย ๑๔๑
อาเภอเวยี งเชยี งรุง้
อาเภอเวียงปา่ เป้า
คณะผูจ้ ดั ทา

1

บทสรุปสำหรบั ผบู้ ริหำร

ตามท่ี กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดทาโครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม
ลานธรรม ลานวิถีไทย โดยมีเป้าหมายสร้างเด็ก เยาวชน และประชาชนของชาติ ให้เป็นคนดี มีศีลธรรม
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ครอบครวั อบอุน่ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางดา้ นเศรษฐกจิ และสังคมที่กาลังเปลย่ี นแปลง
ส่งเสริมให้มีการขยายเครือข่ายชุมชนคุณธรรมเพ่ือร่วมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมท่ีมีความสงบสุขร่มเย็น
ในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔ กรมการการศาสนา ได้ประกาศรายช่ือวัดในพื้นที่จังหวัดเชียงรายท่ีเข้าร่วม
โครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย จานวน ๓๕ แห่งและได้ประกาศเพ่ิมเติม จานวน ๒
แหง่ ไดแ้ ก่ วัดเหมืองง่า ตาบลสันตสิ ขุ อาเภอพาน และวดั ดอยจาปี ตาบลปา่ สัก อาเภอเชียงแสน พรอ้ มจัดสรร
เงินอุดหนุนงบประมาณให้วัดที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง ๓๗ แห่ง ระยะท่ี ๑ แห่งละ ๑๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งหมื่น
บาทถ้วน) และระยะท่ี ๒ จานวนแห่งละ ๖,๐๐๐.- บาท (หกพันบาทถ้วน) รวมเงินอุดหนุนวัดแห่งละ
๑๖,๐๐๐.- บาท (หน่ึงหม่ืนหกพันบาทถ้วน) เพ่ือเป็นค่าใช้จา่ ยในการดาเนินงานโครงการฯ พร้อมท้ังอุดหนุนให้
สานักงานวัฒนธรรมจังหวัด เพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ สนับสนุนการดาเนินงานและการจัดทา
แผนปฏิบัติการ รวมท้ังติดตามประเมินผลการดาเนินงานตลอดทั้งโครงการฯ เป็นจานวนเงินทั้งสิ้น ๓๗,๐๐๐.-
บาท (สามหมื่นเจ็ดพนั บาทถว้ น)

ผลการดาเนินโครงการพลงั บวร : ชมุ ชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวถิ ีไทย ประจาปงี บประมาณ
พ.ศ.๒๕๖๔ ของจังหวัดเชียงรายในภาพรวม สามารถสรปุ เป็นประเดน็ สาคัญพอสังเขป ดังนี้

๑. ลกั ษณะโครงกำร/กจิ กรรมทด่ี ำเนินกำร
ลักษณะของโครงการหรือกิจกรรมท่ีดาเนินการมีความหลายหลาย ส่วนใหญ่เป็นการ

ส่งเสริมให้เครือข่ายชุมชนคุณธรรมนาศาสตร์พระราชามาใช้ในการดาเนินชีวิต การขับเคล่ือนกลไกพลังบวร
ร่วมเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันหลักทางสังคม เสริมสร้างศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยร่วมกับ
ประชาชน เครือขา่ ยในพืน้ ทจี่ ัดกิจกรรมสร้างจติ สานึกเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์ ปลูกฝัง
ระเบียบวินัย คุณธรรมจริยธรรม จิตสาธารณะ ค่านิยมท่ีพึงประสงค์ รวมทั้งนาทุนทางวัฒนธรรมเสริมสร้าง
ความเข้มแขง็ แก่ชมุ ชน เพ่อื ร่วมพฒั นาสังคมไทยใหเ้ ป็นสังคมที่มคี วามสงบสุขร่มเย็น

๒. ผลลัพธแ์ ละผลกระทบท่เี กิดขึ้น
การดาเนินโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมาได้มีการน้อมนาหลักธรรมทางศาสนา

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม มาเป็นหลักในการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมพลัง
บวรในพื้นท่ี มีการจัดกิจกรรมทางศาสนา ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา เพื่อบ่มเพาะคุณธรรม
จริยธรรม นาศาสตร์พระราชา “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาพัฒนาคุณภาพชีวิต สืบสานประเพณี
วัฒนธรรมอันดีงาม และพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เสริมสร้างอาชีพและสร้าง
รายไดแ้ ก่คนในชุมชน ทาให้เกิดการขับเคล่อื นการดาเนินงานด้วยพลังบวร (บา้ น วัด โรงเรยี น) เป็นกลไกสาคัญ
ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม แก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป เกิดเป็นกลไกสาคัญในการร่วมสร้าง
สงั คมคณุ ธรรมให้เกิดข้ึนอย่างย่ังยืน เดก็ เยาวชนและประชาชนท่ัวไป ท่ีเข้าร่วมกิจกรรม ได้ยึดมั่นในหลักธรรม
ทางศาสนา น้อมนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรบั ใช้ในการดารงชีวิตได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพ
เศรษฐกิจและสังคม ทาให้ลดปัญหาความรุนแรงทางสังคม เช่น การก่ออาชญากรรม การทะเลาะวิวาท การ
ขโมย การคกุ คามทางเพศ ปัญหายาเสพตดิ ปัญหาการพนัน และมีจติ สานึกดา้ นวนิ ัยการจราจร เปน็ ตน้

2

๓. ควำมท้ำทำย/อุปสรรค และแนวทำงแก้ไข
การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ของวัดท้ัง ๓๗ แห่ง ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและ

ปัญหาต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้น อาจมีทั้งคนท่ีเห็นด้วยและเห็นต่าง อีกทั้งคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจใน
กระบวนการ วิธีการทางาน หรือรายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็น
ประโยชน์ร่วม และไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม แต่อย่างไรก็ตามเม่ือเจ้าอาวาสวัด พร้อมด้วยผู้นา
และคณะทางานขับเคลื่อนชุมชนด้วยพลังบวร ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและทางานเน้นความโปร่งใส ทางานโดยไม่
หวังตอบแทน ทาด้วยใจและจิตอาสา และเกิดผลของการดาเนินกิจกรรมต่างๆทเ่ี ป็นรปู ธรรมมากขึ้น ด้วยเหตุนี้
จึงทาให้การดาเนินโครงการหรือกิจกรรมตา่ งๆ ค่อยๆประสบผลความสาเรจ็ เพ่ิมข้ึนตามลาดับ และคนในชุมชน
เริ่มเข้ามาร่วมกิจกรรมมากข้ึนเช่นกัน เมื่อคนในชุมชนได้ร่วมดาเนินกิจกรรมต่างๆบ่อยข้ึนจึงเกิดการสั่งสม
ประสบการณ์ในการทางานร่วมกัน และก่อเกิดเปน็ ความสามคั คเี ป็นหน่ึงเดยี วของชุมชนดังเชน่ ปัจจุบัน

นอกจากน้ีอุปสรรคอีกประการหนึ่งคือ การเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีผลกระทบต่อการดาเนินงานทุกภาคส่วน ส่งผลให้มีการ
ปรับเปล่ียนการดาเนินกิจกรรมต่างๆ เพ่ือความเหมาะสมและเป็นไปตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคฯ
ของกระทรวงสาธารณสุขและจังหวัดเชียงรายอย่างเครง่ ครัด ทาให้การจดั กิจกรรมต่างๆ เปน็ ไปอยา่ งจากดั และ
ไม่เต็มที่ มีการปรบั เปล่ียนกิจกรรมหรือลดจานวนคนเข้าร่วมงานน้อยลง แต่อย่างไรก็ตามยังคงดารงไว้ซึ่งแก่น
สารหรือสาระสาคัญของแตล่ ะกจิ กรรมที่ได้ดาเนนิ การ

๔. เป้ำหมำยท่ีจะเดินต่อในอนำคต ควำมต้ังใจ หรือส่ิงท่ีบ่งบอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิด
ควำมยง่ั ยนื

เป้าหมายของแต่ละชุมชนท่ีจะดาเนินการในอนาคตมีความคล้ายกันคือ เพ่ือให้คนใน
ชุมชนดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ผู้คนมีความสุข สามัคคี และภาคภูมิใจในความเป็น
ตัวตน เน้นการสร้างเครือข่ายเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ สามเณร
เยาวชน กลุ่มพัฒนาสตรี กลุ่มผู้นาชุมชน กลุ่มข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน เพื่อให้มีพลังเครือข่ายท่ีเข้มแขง
และรว่ มกนั ในการขับเคลอ่ื นโครงการ และกจิ กรรมตา่ งๆ ให้เกดิ ความยั่งยืนตอ่ ไป

3

โครงกำรพลงั บวร: ชมุ ชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

๑. หลกั กำรและเหตุผล

รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง มั่งค่ัง อย่างย่ังยืน ภายใต้หลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยส่งเสริมให้ประชาชนในมิติทางศาสนา วัฒนธรรม พลังประชารัฐ มาเป็นกลไก
สาคัญในการเสริมสร้างให้ประชาชนภายในประเทศมีภูมิคุ้มกัน ชุมชนเกิดความเข้มแข็งอย่างย่ังยืน รวมทั้ง
มุ่งเน้นสร้างขยายเครือขา่ ยชุมชนคณุ ธรรมร่วมสร้างสังคมคุณธรรมท้งั ประเทศ โดยใช้พลงั “บวร” บา้ น-ชุมชน
วัด-ศาสนสถาน โรงเรียน-ราชการ กลไกสาคัญในการขับเคลื่อนดาเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
มีการน้อมนาหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมที่ดีงามในทุกพ้ืนที่
ใหเ้ กิดความมนั่ คง มั่งคงั่ ยง่ั ยืน

เพ่ือให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล กรมการศาสนาได้กาหนดจัดทาโครงการพลังบวร : ชุมชน
คุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย มีเป้าหมายสร้างเด็ก เยาวชน และประชาชนของชาติ ให้เป็นคนดี มีศีลธรรม
คุณธรรม จริยธรรม ครอบครัวอบอุ่น ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจและสั งคมที่กาลัง
เปลี่ยนแปลง ส่งเสริมให้มีการขยายเครือข่ายชุมชนคุณธรรมเพื่อร่วมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมท่ีมี
ความสงบสุขร่มเย็น ทั้งน้ี จังหวัดเชียงราย มีวัด/ศาสนสถานท่ีเข้าร่วมโครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม
ลานธรรม ลานวิถีไทย จานวน ๓๕ แห่ง และเพ่ิมเติมอีก ๒ แห่ง รวมเป็นจานวนท้ังสิ้น ๓๗ แห่งสานักงาน
วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย จึงได้จัดทา “โครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย ประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔” ข้ึนเพื่อส่งเสริมวัด/ศาสนสถาน ร่วมกับชุมชน หน่วยงานในพื้นที่ จัดกิจกรรมทาง
ศาสนา ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา เพื่อบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรม นาศาสตร์พระราชา “หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาพัฒนาคุณภาพชีวิต สืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม และพัฒนาต่อ
ยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เสริมสร้างอาชีพ รายได้แก่คนในชุมชน รวมทั้งส่งเสริมวัด/
ศาสนสถาน เป็นศูนย์รวมใจร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ โดยมีสานักงานวัฒนธรรม
จังหวัดเชียงรายเป็นผู้ประสานงาน ท่ีปรึกษา อานวยความสะดวกให้การสนับสนุนการดาเนินงานและกากับ
ติดตามประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน

๒. วัตถปุ ระสงค์
๒.๑ เพ่ือส่งเสริมสนับสนุนวัด/ศาสนสถาน จัดกิจกรรมทางศาสนา ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรม

ทางศาสนา เพอ่ื บ่มเพาะคณุ ธรรมจรยิ ธรรมใหแ้ ก่เดก็ เยาวชนและประชาชนในชมุ ชน
2.2 เพ่ือส่งเสริมวัด/ศาสนสถานน้อมนาศาสตร์พระราชา “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

มาพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของคนในชุมชน
๒.๓ เพ่ือส่งเสริมวัด/ศาสนสถาน มีการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

เสริมสรา้ งอาชีพ รายได้แก่คนในชุมชน
๒.๔ เพ่อื สง่ เสริมวัด/ศาสนสถาน รว่ มสบื สานประเพณี วัฒนธรรมอนั ดงี ามของชมุ ชน
๒.๕ เพื่อส่งเสริมวัด/ศาสนสถาน ให้เป็นศูนย์รวมใจร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและ

พระมหากษตั ริย์

4

๓. เป้ำหมำย
เชิงปรมิ ำณ
๓.1 มีวัด/ศาสนสถาน เข้าร่วมโครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย

ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔” จานวน ๓๗ แห่ง
๓.๒ เด็ก เยาวชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมโครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม

ลานวถิ ีไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔” จานวน ๓,๐๐๐ รปู /คน
เชิงคุณภำพ
วัด/ศาสนสถาน ท่ีเข้าร่วมโครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย ประจาปี

งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔” มีการจัดกิจกรรมทางศาสนา ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา เพ่ือบ่มเพาะ
คุณธรรมจริยธรรม น้อมนาศาสตร์พระราชา “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาพัฒนาคุณภาพชีวิต สืบสาน
ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม และพัฒนาตอ่ ยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เสริมสร้างอาชีพ รายได้แก่
คนในชุมชน รวมท้ังส่งเสริมวดั /ศาสนสถาน เปน็ ศนู ย์รวมใจร่วมเทิดทนู สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์

๔. ระยะเวลำดำเนนิ กำรและสถำนทด่ี ำเนินกำร
เมษายน - กันยายน ๒๕๖๔

๕. งบประมำณ
จานวน ๖๒๙,๐๐๐.- บาท (หกแสนสองหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) จากงบประมาณกรมการศาสนา

กระทรวงวฒั นธรรม

กิจกรรมที่ดำเนินกำร รำยละเอยี ด งบประมำณ
๕๙๒,๐๐๐
๑. อุดหนุนเงนิ งบประมาณให้วัด/ศาสนสถาน โอนเงินอดุ หนุนเงินงบประมาณ
๓๗,๐๐๐
ชมุ ชนคุณธรรม จานวน ๓๗ แหง่ เปน็ ค่าใชจ้ ่าย ให้ศาสนสถานชมุ ชนคุณธรรม จานวน ๖๒๙,๐๐๐..-

ในการดาเนินการจดั กจิ กรรม เช่น ๓๗ แหง่ ๆ ละ ๑๖,๐๐๐ บาท โดยทา

(๑) กจิ กรรมส่งเสรมิ การปฏิบตั ิตนตาม การโอนเงินอดุ หยดุ เปน็ ๒ ระยะ

หลักธรรมทางศาสนา - ระยะแรกจานวน ๑๐,๐๐๐บาท

(๒) กิจกรรมน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ - ระยะท่ี ๒ จานวน ๖,๐๐๐ บาท

พอเพียง

(๓) กิจกรรมการสบื สานประเพณวี ัฒนธรรมอนั ดี

งามของไทย

(๔) กิจกรรมการขยายผลและพัฒนาเครือข่าย

ชมุ ชนคณุ ธรรม

๒. ประชมุ สรา้ งความรคู้ วามเข้าใจ การจัดทา - ประชุมสรา้ งความร้คู วามเข้าใจ

แผนปฏิบัตกิ ารฯ และการติดตามประเมินผล - ลงพน้ื ท่ีตดิ ตามผลการดาเนินงานของ

และสรุปผลการดาเนินงาน เพอื่ รายงาน ชุมชนคุณธรรมท่ีเข้าร่วมโครงการฯ

วฒั นธรรมจังหวดั และกรมการศาสนา กระทรวง - จัดทาหนังสือสรุปผลการดาเนนิ งาน

วฒั นธรรม

รวมเป็นเงนิ (หกแสนสองหมน่ื เก้ำพันบำทถ้วน)

5

๖. ผลทีค่ ำดว่ำจะไดร้ ับ
๖.๑ ผลผลติ /ผลงำน (Output)
๖.๑.๑ มีวัด/ศาสนสถาน เข้าร่วมโครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย

ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จานวน ๓๗ แหง่
๖.๑.๒ มเี ดก็ เยาวชน และประชาชน เข้าร่วมกจิ กรรมโครงการพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม

ลานธรรม ลานวิถีไทย ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จานวน ๓,๐๐๐ รปู /คน
๖.๒ ผลลพั ธ์ (Outcome)
วดั /ศาสนสถาน ทีเ่ ข้าร่วมโครงการพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลานธรรม ลานวถิ ไี ทย ประจาปี

งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้จัดกิจกรรมทางศาสนา ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา เพื่อบ่มเพาะ
คุณธรรมจริยธรรม น้อมนาศาสตร์พระราชา “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาพัฒนาคุณภาพชีวิต สืบ
สานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม และพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสูเ่ ศรษฐกิจสร้างสรรค์ เสริมสร้างอาชีพ
รายได้แก่คนในชุมชน รวมทั้งส่งเสริมวัด/ศาสนสถาน เป็นศูนย์รวมใจร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและ
พระมหากษัตรยิ ์

๗. ตัวชีว้ ดั ควำมสำเรจ็ ของโครงกำร

ตัวช้วี ัดควำมสำเร็จ วธิ วี ดั และประเมินผล เครื่องมือวดั และประเมินผล
แบบรายงานผลการดาเนนิ งาน
วัด/ศาสนสถาน ที่เข้าร่วมโครงการฯ จานวน ๓๗ กระบวนการ ภาพกจิ กรรม
แห่ง ได้จัดกิจกรรมทางศาสนา ส่งเสรมิ การเรียนรู้ ดาเนินงาน
หลักธรรมทางศาสนา เพ่ือบ่มเพาะคุณธรรม แบบรายงานผลการดาเนนิ งาน
จริยธรรม น้อมนาศาสตร์พระราชา “หลักปรัชญา ภาพกจิ กรรม
ของเศรษฐกิจพอเพียง” มาพฒั นาคณุ ภาพชีวิต สืบ
สานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม และพัฒนาต่อ
ย อ ด ทุ น ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม สู่ เศ ร ษ ฐ กิ จ ส ร้ า ง ส ร ร ค์
เสริมสร้างอาชีพ รายได้แก่คนในชุมชน รวมทั้ง
ส่งเสรมิ วัด/ศาสนสถานเป็นศนู ย์รวมใจร่วมเทิดทูน
สถาบนั ชาติ ศาสนาและพระมหากษตั รยิ ์

เด็ก เยาวชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม กระบวนการ
โครงการชุมชนคุณธรรมขับเคล่ือนด้วยพลังบวร ดาเนินงาน
จานวน ๓,๐๐๐ รปู /คน

๘. ประโยชน์ทคี่ ำดวำ่ จะได้รับ
๘.1 วัด/ศาสนสถาน ได้จัดกิจกรรมทางศาสนา ส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา อันเป็น

การบ่มเพาะคุณธรรมจรยิ ธรรมใหแ้ ก่เดก็ เยาวชน และประชาชนใชชมุ ชน
๘.2 วดั /ศาสนสถาน ไดน้ อ้ มนาศาสตรพ์ ระราชา “หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” มาพฒั นา

คุณภาพชีวติ ใหแ้ ก่คนชุมชน
๘.๓ วัด/ศาสนสถาน ได้มีการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เสริมสร้าง

อาชีพ รายไดแ้ กค่ นในชมุ ชน
๘.๔ ประชาชนในชุมชนได้รว่ มสืบสานประเพณี วฒั นธรรมอนั ดงี าม
๘.๕ วัด/ศาสนสถาน เป็นศูนย์รวมใจร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ให้แก่

ประชาชนในชุมชน

6

ข้อมลู วัดที่เขำ้ รว่ มโครงกำรพลังบวร: ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถีไทย
ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จังหวดั เชยี งรำย

ลำดับ ช่ือศำสนสถำน ตำบล อำเภอ

๑ วัดตา้ หวั ฝาย ตา้ ขุนตาล
ขุนตาล
๒ วดั ป่าตาลใต้ ป่าตาล เชียงของ
เชยี งแสน
๓ วัดท่าข้ามศรีดอนชัย ศรดี อนชยั เชียงแสน
เชยี งแสน
๔ วดั ดอยจาปี ปา่ สัก เชียงแสน
เชยี งแสน
๕ วดั พระธาตบุ รรพต บ้านแซว ดอยหลวง
เทงิ
๖ วดั พระธาตุผาเงา เวยี ง ปา่ แดด
พญาเม็งราย
๗ วดั ศรดี อนมลู (บา้ นไร่) แมเ่ งิน พาน
พาน
8 วดั ศรบี ญุ ยืน ศรีดอนมลู พาน
เมืองเชียงราย
๙ วดั เลียบ โชคชยั เมืองเชียงราย
เมอื งเชียงราย
๑๐ วัดหนองขว่ ง แม่ลอย เมืองเชียงราย
เมอื งเชยี งราย
1๑ วัดศรบี ุญยนื โรงชา้ ง แม่จนั
แมจ่ นั
๑๒ วัดสนั หนองบวั เม็งราย แม่ลาว
แมล่ าว
๑๓ วัดรอ้ งหลอด เมอื งพาน แม่สรวย
แม่สาย
๑๔ วดั ศรเี มืองมูล (บวกขอน) หวั ง้ม แม่สาย
เวยี งแกน่
๑๕ วัดเหมอื งง่า สนั ติสขุ

๑๖ วัดขวั แคร่ บ้านดู่

๑๗ วัดเชตวนั รอบเวยี ง

๑๘ วดั เชตพุ น (สนั โค้งนอ้ ย) รอบเวยี ง

๑๙ วดั พระสิงห์ (พระอารามหลวง) เวยี ง

๒๐ วัดอุทกวนาราม (นางแลใน) นางแล

๒๑ วัดกว่ิ พร้าว จนั จวา้ ใต้

๒๒ วัดหนองครก จนั จว้าใต้

๒๓ วัดทา่ ตน้ ตนั จอมหมอกแก้ว

๒๔ วัดศรีวังมลู บัวสลี

๒๕ วดั ศรถี ้อย ศรถี อ้ ย

๒๖ วดั บ้านจ้อง โปง่ ผา

๒๗ วัดมงคลธรรมกายาราม โปง่ งาม

๒๘ วัดขวากเหนอื ท่าข้าม

7

ลำดบั ชื่อศำสนสถำน ตำบล อำเภอ
๒๙ วัดปางไตรแกว้
๓๐ วดั พนาลัยเกษม เวยี งเหนือ เวยี งชยั
๓๑ วดั ดงชัย เวียงเหนือ เวียงชยั
๓๒ วัดบ้านเหลา่ ทงุ่ ก่อ เวียงเชยี งรุ้ง
3๓ วัดดอนจัน่ วดั บา้ นเหล่า เวียงเชียงรุ้ง
๓๔ วดั ทุ่งห้า เวยี งกาหลง เวียงปา่ เป้า
๓๕ วัดบา้ นโป่งเทวี สนั สลี เวยี งป่าเปา้
๓๖ วัดป่างว้ิ บ้านโปง่ เวียงปา่ เป้า
๓๗ วดั หนองยาว ปา่ ง้ิว เวียงปา่ เปา้
เวียง เวยี งปา่ เปา้

8

สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................
ชื่อชุมชนคณุ ธรรม บ้ำนต้ำหวั ฝำย หมู่ท่ี 3 ตำบลต้ำ อำเภอขุนตำล จงั หวดั เชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมทีด่ ำเนินกำร
๑.๑ ชื่อกจิ กรรม อบรมสง่ เสริมกลมุ่ อาชีพ

๑.๒ ชื่อกิจกรรม แจกพันธุป์ ลา และปลอ่ ยพันธุ์ปลา

๑.๓ ชื่อกจิ กรรม กจิ กรรมวันสาคญั ทางศาสนา

9

๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรือ่ งรำวควำมโดดเด่น
เดิมหมู่บ้านต้าหัวฝายหมู่ท่ี 3 มีช่ือเรียกว่า บ้านโป่งข้ีก่าง เม่ือปี พ.ศ. 2406 ได้เริ่มทาการแต่งตั้ง

ผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ นายแสนใจ (ไม่ทราบนามสกุล) ต่อมาได้เปล่ียนชื่อจากช่ือหมู่บ้านโป่งข้ีก่าง มาเป็นชื่อ
หมู่บ้านต้าหัวฝาย เพราะหมู่บ้านเป็นแหล่งต้นน้าลาธารของลาห้วย 2 แห่งคือ 1. ลาห้วยต้า 2. ลาห้วยภูแกง
ปัจจุบันแม่น้า 2 ลาห้วยมาบรรจบรวมกันเป็นอ่างเก็บน้าขุนต้า ซ่ึงเป็นแหล่งเก็บน้าท่ีชาวบ้านในชุมชน และ
ชุมชนใกล้เคียงใช้เป็นแหล่งเก็บน้าในการเกษตรได้ตลอดทั้งปี และมีน้าตกขุนต้า เป็นแหล่งท่องเท่ียวในชุมชน
ปจั จุบนั มี นางลลติ พรรณ รู้คิด ดารงตาแหนง่ ผู้ใหญบ่ า้ น

๒.2 กว่ำจะมำเปน็ วนั น้ี
บ้านต้าหัวฝายหมู่ที่ 3 มเี ทือกเขายาวอยู่ทางทิศตะวันออกทอดยาวจากเหนือจรดใต้ของตาบลต้ามีน้า
อิงไหลผ่านทางทิศตะวันตกของตาบล การปกครอง มีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นาชุมชนหมู่บ้านประชาชนส่วนใหญ่มี
อาชีพเกษตรกร ร้อยละ 85 รับราชการร้อยละ 3 และรับจ้างร้อยละ 12 ทาให้สภาพความเป็นอยู่มีฐานะ
ระดับปานกลาง คือพอมี พอใช้ บ้านต้าหัวฝายมีวัดหน่ึงแห่ง คือ วัดต้าหัวฝาย เป็นท่ียึดเหน่ียวจิตใจของคนใน
ชุมชน เจ้าอาวาสคือ ท่านพระครูประพัฒน์ภูมิรัช เจ้าคณะตาบลต้า ได้มีแนวคิดที่จะใช้มิติทางศาสนาเป็น
หลักในการปฏิบัติ สง่ เสริมสนบั สนุนให้คนในชุมชนใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการเร่ิมดาเนินกิจกรรมต่างๆ จากนั้น
ค่อยขยายสู่ชุมชน เร่ิมจากการเข้าวัดทาบุญ อย่างไรก็ตามในเร่ิมแรกของการดาเนินกิจกรรม เกิดปัญหา
อุปสรรคความยุ่งยากอยู่มาก เน่ืองจากความเคยชินและวิถีเรียบง่ายของคนในชุมชน แต่ภายหลังจากที่ได้ร่วม
กิจกรรมต่างๆ เรื่อยมา ทาให้คนในชุมชนเร่ิมเห็นความสาคัญ ให้ความร่วมมือ และร่วมปฏิบัติพัฒนาชุมชน
ของตนเองอย่างสามัคคเี ฉกเช่นปัจจบุ นั

๒.3 เส้นทำงสู่ควำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชุมชนต้นแบบ
บ้านต้าหัวฝายมีทุนเดิมซ่ึงส่งผลให้การพัฒนาหมู่บ้านประสบผลสาเร็จระดับหน่ึงกล่าวคือ ด้านความ
เข้มแข็งของคณะกรรมการหมู่บ้านและมีการจัดการ การบริหารเป็นคุ้ม จานวน 9 คุ้ม มีความสามัคคีในหมู่
คณะรู้รักแบ่งปันมีวัตถุดิบธรรมชาติในชุมชน เช่น มีป่าท่ีอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้าอุปโภคบริโภค และน้า
การเกษตรตลอดทั้งปี มีทุนในชุมชนเช่นกองทุนหมู่บ้าน กองทุนร้านค้าชุมชนและสถาบันการเงินกลุ่มออม
ทรัพย์เพ่ือการผลติ ที่เข้มแข็งและมีกลุ่มอาชีพเชน่ กลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์ ดอกไม้แห้งและกล่มุ ดอกหญ้าไมก้ วาด
และ กลุ่มจักรสาน ของชมรมผู้สูงอายุ และอีกท้ังคนในชุมชนได้รับการปลูกฝังด้านจิตใจ และขับเคลื่อนด้วย
พลงั ”บวร”จึงทาใหบ้ ้านต้าหัวฝายมีความโดดเด่นด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีอันดงี ามซ่ึงมีมาแต่บรรพ
บุรษุ สรู่ ุ่นลกู ร่นุ หลาน สงิ่ เหล่านี้ถือเปน็ จุดแขง็ ที่สาคัญของหมู่บา้ นและชุมชน

๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคน้ัน ผ่ำนมำได้อย่ำงไร

การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ท่ีผ่านมา ในระยะเร่ิมแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาที่เกิดข้ึน ตลอดจนอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อีกทั้งคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วธิ ีการทางาน หรือรายละเอียดของงาน รวมท้ังยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของส่วนรวม แต่อย่างไรก็ตามท่านพระครูประพัฒน์ภูมิรัช เจ้าอาวาสวัดต้าหัวฝาย พร้อมด้วยผู้นาและ

10

คณะทางานมองว่าทุกอุปสรรคปัญหาเป็นบทเรียนท่ีดีในการพัฒนางานคร้ังต่อไป ความเห็นต่างเป็นความ
สวยงามทางความคิด การทางานเน้นความโปร่งใส ทางานโดยไม่หวงั ตอบแทน ทาดว้ ยใจและจติ อาสา ผลของ
การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นไปตามหลักธรรมชาติและเป็นไปตามหลักวิถี หรือตามหลักความว่างเปล่า
ของหลักศาสนา ด้วยเหตุนี้จึงให้การดาเนินโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ค่อยๆประสบผลความสาเร็จเพิ่มข้ึน
ตามลาดับ ตลอดจนอันเป็นการสั่งสมประสบการณ์ในการทางานร่วมกัน และก่อเกิดเป็นความสามัคคเี ป็นหน่ึง
เดียวของชมุ ชนในปัจจุบัน

๒.5 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบท่เี กดิ ข้ึน
จากการดาเนินงานในการขบั เคลื่อนให้ชุมชนบา้ นต้าหัวฝาย เปน็ ชุมชนคุณธรรมทขี่ ับเคลื่อนด้วยพลัง
“บวร” ความเปน็ ชมุ ชนวิถีวฒั นธรรมหมบู่ า้ นศลี 5 ท่ียงั คงอนรุ กั ษณว์ ฒั นธรรม ท้ังด้านกริ ิยามารยาทและ
อุปนิสัยใจคอไว้อยา่ งเหนี่ยวแนน่ มาก หากเปรยี บเทียบโดยใช้เวลาเปน็ ตวั แปรแลว้ จะพบวา่ ชมุ ชนบา้ นตา้ หวั ฝาย
มีการเปลย่ี นแปลงในเชงิ วัฒนธรรมนอ้ ยมาก น่นั เกิดจากหลักคาสอนของบรรพบุรุษและความเช่ือที่ปฏบิ ตั สิ ืบ
กนั มาจนกลายเปน็ จารีตและวิถชี ีวิตของคนในชุมชนนั่นเอง อีกทั้งชมุ ชนบา้ นตา้ หัวฝาย ยังมคี วามโดดเด่นด้วย
ศิลปะดา้ นฝีมือลา้ นนาเช่นรปู ปน้ั มงั กร และลักษณะของตัวพระอุโบสถทมี่ ีสถาปตั ยกรรมท่มี คี วามงดงาม
ตระการตา และมีพระธาตุให้สาธชุ นกราบไหว้แต่แฝงไว้ซ่ึงพุทธคตสิ าหรับผู้พบเห็น และยงั มสี นิ คา้ ท่มี ีชือ่ เสียง
สามารถเป็นของฝากหรือของทรี่ ะลึกได้ ทส่ี าคัญสิง่ ท่ีขาดไม่ไดค้ ือ รปู ปน้ั มังกร และไม้กวาดดอกหญ้า ท่มี ีความ
โดดเด่นทางวัฒนธรรม จึงเป็นเสน่หด์ งึ ดดู นกั ท่องเทีย่ วให้มาเย่ยี มเยอื นชุมชนอยเู่ สมอ และยงั เปน็ ชมุ ชนที่ได้รบั
รางวลั และไดร้ บั คัดเลือกให้ต้นแบบและหมบู่ ้านปิดทองหลังพระและเปน็ สถาบันการเงินท่ีเขม้ แขง็ โดยทางกลุ่ม
ออมทรพั ย์เพ่ือการผลิต ได้รบั เลือกให้เปน็ ตัวแทนอาเภอขุนตาลในการเปดิ โรงเรยี นกลุ่มออมทรัพยเ์ พื่อการผลิต
บ้านต้าหวั ฝาย อาเภอขนุ ตาล

๒.6 เปำ้ หมำยทีจ่ ะเดินต่อในอนำคต ควำมตง้ั ใจ หรอื สง่ิ ที่บ่งบอกถึงหลักประกนั ว่ำจะเกดิ ควำมย่ังยนื
พระครูประพัฒน์ภูมิรัช เจ้าอาวาสวัดต้าหัวฝาย พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งมั่นตั้งใจ
ดาเนินตามเป้าหมาย ภายใต้การเป็นชุมชน “สังคมอุดมสุข” เพ่ือให้คนในชุมชนดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง
วินัย สุจริต จิตอาสา ผู้คนมีความสุข สามัคคี โดยเริ่มจากการสร้างความตระหนักและความเข้าใจในความ
เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน เพ่ือสร้างความเข้าใจ และความภาคภูมิใจและเป็นส่ิงยึดเหนี่ยวจิตใจให้แก่ลูกหลาน
และเพื่อให้ผู้สนใจได้ตระหนักและเห็นความสาคัญส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ รวมท้ังโครงการต่างๆ ของ
ชุมชนบ้านต้าหัวฝาย ตลอดจนการพัฒนาในชุมชน เน้นการสร้างเครือข่ายเพ่ือความร่วมมือและการพัฒนาทุก
ภาคส่วน ทั้งกลมุ่ พระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน กลุ่มพัฒนาสตรี กล่มุ ผู้นาชุมชน กลุ่มข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ
เอกชน เพอ่ื ใหพ้ ลงั เครอื ขา่ ยใช้ในการขบั เคลอื่ นโครงการ และกิจกรรมต่างๆ เพ่อื ให้เกิดความยงั่ ยืนต่อไป

ข้อมูลกำรติดต่อ โทรศัพท์ 065-4470190
พระครปู ระพัฒน์ภูมิรัช อาวาสวัดต้าหัวฝาย (เจ้าคณะตาบลตา้ ) โทรศพั ท์ 084-6104689
นางลลิตพรรณ รู้คดิ ผใู้ หญบ่ า้ นตา้ หวั ฝาย หมู่ 3

11

สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................
ชอ่ื ชุมชนคณุ ธรรม บำ้ นปำ่ ตำลประชำสนั ติ หมู่ 12 ตำบลป่ำตำล อำเภอขุนตำล จงั หวัดเชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมทดี่ ำเนินกำร

๑.1 ชอ่ื กจิ กรรม ส่งเสรมิ การนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพฒั นาคุณภาพชีวติ

๑.2 ชื่อกิจกรรม สร้างคา่ นิยมและจิตสานกึ คุณธรรมจรยิ ธรรมภายใตห้ ลกั ธรรมทางศาสนา

๑.3 ชื่อกิจกรรม สร้างคา่ นยิ มและจิตสานกึ คณุ ธรรมจริยธรรมภายใตห้ ลักธรรมทางศาสนา

12

๑.4 ชือ่ กิจกรรม การสง่ เสรมิ ทกั ษะอาชีพ

๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรอื่ งรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนบ้านป่าตาลประชาสันติ เป็นชุมชนคุณธรรม และชุมชนแผ่นดนิ ธรรม แผน่ ดินทอง และเป็นหมู่บ้าน

เศรษฐกิจพอเพียงโดยเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม
เชิงวัฒนธรรม และขบั เคลื่อนชุมชนดว้ ยพลังบวร มกี ารส่งเสริมการมีสว่ นร่วมของชมุ ชนในการคัดแยกขยะ สง่ เสริม
สุขภาพในครัวเรือน และการออกกาลังกายพิชิตอ้วนพิชิตพุง มีศูนย์การเรียนรู้ปุ๋ยหมักผลิตจากขยะอินทรีย์ใน
ชุมชน และหม่บู ้านปลอดยาฆ่าหญ้าในชุมชน 100 % ยดึ มน่ั วฒั นธรรมประเพณี บนวิถีแหง่ ความพอเพียง

๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วนั น้ี
บ้านป่าตาลประชาสันติในอดีต การดาเนินชีวิตของคนในชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบง่าย อยู่ด้วยกัน
แบบญาติพี่น้อง เนื่องจากคนในชุมชนท้ังหมดเป็นเครือญาติกัน คนในชุมชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
โดยมีวัดป่าตาลใต้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชน โดยมีผู้นา
ชุมชนได้เลง็ เหน็ ถึงความสาคัญของการเกษตรบนวิถีชีวติ แบบพอเพยี ง จงึ ได้จัดทาโครงการต่างๆเพ่ือพฒั นาและ
กระตนุ้ การเกษตรของคนในชุมชน เพ่ือใหค้ นในชมุ ชนได้มรี ายได้และมีทักษะความรู้ในด้านการเกษตร ตอ่ มาจึง
ได้จัดต้ังเปน็ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบเศรษฐกจิ พอเพียงและได้รับรางวัลหมู่บ้านแผน่ ดินธรรม แผ่นดินทอง
และเป็นชุมชนคุณธรรมนอ้ มนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
๒.3 เสน้ ทำงสูค่ วำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชมุ ชนตน้ แบบ
จุดเริ่มต้นเกิดจากการความเข้มแข็งของผู้นาทางศาสนา และผู้นาชุมชน ที่ได้สร้างให้วัดเป็นศูนย์กลาง
ของชุมชนและมีพระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจติ ใจและได้เล็งเห็นความสาคัญ ของการทางานร่วมกันระหว่าง
วัด/ชุมชน (บ้าน)/และส่วนราชการในพื้นท่ี (บ ว ร) เพ่ือดาเนินการขับเคล่ือน การส่งเสริมกิจกรรมประเพณีใน
ท้องถ่ิน ท้ัง ๑๒ เดือน ซึง่ ส่วนใหญ่เป็นประเพณีท่ีเก่ียวกับการดารงชีวิต สง่ เสริมกิจกรรมทางการเกษตรและวิถี
ชีวิตชุมชนความเป็นอยู่แบบพอเพียง ตลอดถึงมีการปลูกฝังด้านคุณธรรม จริยธรรม ส่งผลให้คนในชุมชนอยู่
ร่วมกันอย่างมีความผาสุก มีความมุ่งมั่นและต้ังเป้าหมายร่วมกันที่จะทาให้ชุมชนบ้านป่าตาลประชาสันติเป็นไป
ตามวิสัยทัศน์ คือ “ยึดมั่นวัฒนธรรมประเพณี บนวิถีแห่งความพอเพียง” นอกจากน้ี ชุมชนบ้านป่าตาลประชา
สันติ ยังมีความโดดเด่นในด้านการเกษตรท่ีสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน และยังเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่
ให้ความรู้กบั ผู้ที่มาเย่ียมเยือน และยังมีสินค้าพนื้ บ้านที่มชี ื่อเสยี งสามารถเป็นของฝากหรือของท่ีระลึกได้ ที่สาคัญ
สิ่งท่ีขาดไม่ได้คือ อาหารท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนรวมถึงการแสดงต่าง ๆ ท่ีมีความโดดเด่นทาง
วฒั นธรรม สิ่งเหล่าน้ีถือได้ว่าเป็นจุดแข็งท่ีสาคัญของหมู่บ้านป่าตาลประชาสันติ ทาให้เกิดเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน
ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง สู่การท่องเที่ยวชุมชน นาไปสู่การท่องเท่ียวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม ซ่ึงทาให้ชุมชน
ก่อเกดิ รายได้ และทส่ี าคญั ยังชว่ ยรกั ษาความเปน็ ชุมชนป่าตาลประชาสันติใหค้ งอย่สู ืบไป

13

๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคน้นั ผ่ำนมำได้อย่ำงไร

การดาเนินงาน ท่ีผ่านมา ในระยะเริ่มเร่ิมแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ ไม่เข้าใจในบางเร่ือง
บางสิ่งบางอย่างของการดาเนินงาน เป็นเร่ืองธรรมดาท่ีเกิดขึ้น ตลอดจนอาจมีท้ังคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อีกท้ัง
คณะทางานต่างยังไม่เข้าใจในกระบวนการ วิธีการดาเนินงาน หรือรายละเอียดของงานในแต่ละส่วน รวมท้ังยังมี
ผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ถึงจุดประสงค์ของโครงการนี้ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และไม่ให้ความร่วมมือในการ
ดาเนินกิจกรรม ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน แต่อย่างไรก็ตาม
คณะทางานมองว่าทุกอุปสรรคปัญหาเป็นบทเรียนให้เราได้การพัฒนาและปรับปรุงงานครั้งต่อไป ความเห็นต่าง
ทางความคิด การทางานของเราเน้นสามัคคี ความโปร่งใส และทางานโดยไม่หวังตอบแทน ทาด้วยใจและจิตอาสา
ผลของการดาเนินกิจกรรมและงานต่างๆ ล้วนเป็นไปตามหลักธรรมชาติ และเป็นไปตามหลักวิถี หรือตามหลักของ
หลกั ศาสนา ด้วยเหตนุ ี้จงึ ใหก้ ารดาเนินโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ และประสบผลความสาเร็จเพมิ่ ข้ึนตามลาดับ

๒.5 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้
พฤติกรรมคนในชมุ ชนท้องถ่นิ นนั้ ๆ เปลี่ยนแปลงไป เป็นแบบไหน (สะท้อนคุณธรรมเรื่องอะไร) เกิดผล
กระทบอะไรตามมา (ตามกรอบข้างต้น) จากการดาเนินงานในการให้ชุมชนบ้านป่าตาลประชาสันติ เป็นชุมชน
คุณธรรมที่ขับเคล่ือนด้วยพลัง “บวร” ความเป็นชุมชนวิถีวัฒนธรรมล้านนาของบ้านป่าตาลท่ียังคงอนุรักษ์
วัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ ทั้งการพูด การแต่งกาย อาหารและอุปนิสัยใจคอไว้อย่างเหนี่ยวแน่นมาก พบว่า
ชุมชนบ้านป่าตาลประชาสันติมีการเปล่ียนแปลงทางวัฒนธรรมน้อยมาก เกิดจากการสืบสานและความเชื่อที่
ปฏิบัติสืบกันมาจนช้านาน อีกท้ังชุมชนบ้านป่าตาลประชาสันติ ยังมีความโดนเด่น ในด้านวัฒนธรรม
ประเพณี การดาเนินชีวิตของคนในชุมชนบนวิถีแห่งความพอเพียง ยังคงเอกลักษณ์การเป็นชุมชนวัฒนธรรม
ชุมชนคุณธรรมท่ีน้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจุดเด่นของชุมชนบ้านป่าตาลประชาสันติคือการ
เป็นศูนยก์ ารเรียนรู้ชมุ ชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ทม่ี กี ารดึงดูดผู้คนเขา้ มาเย่ียมเยือนอย่เู สมอและยังให้คนใน
ชุมชนได้ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ท่ีมาเยี่ยมเยือน มีการจัดทาเป็นฐานการเรียนรู้ในชุมชน ตามบ้านเรือนของคนใน
ชุมชนเพ่ือให้ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนได้เข้าถึงการเป็นอยู่แบบพอเพียง และได้จัดทาสินค้าในชุมชนเพื่อสร้างรายได้
ให้แกค่ นในชุมชนต่อไปและยงั เป็นการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมของชุมชนบ้านป่าตาลสนั ติให้คงสบื ไป

๒.6 เปำ้ หมำยท่ีจะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมตงั้ ใจ หรือส่ิงทบ่ี ่งบอกถึงหลักประกนั ว่ำจะเกิดควำมย่ังยืน
มีความมุ่งม่ันตั้งใจจะทาให้ชุมชนเป็นชุมชนที่ยึดมั่นวัฒนธรรมประเพณี บนวิถีแห่งความพอเพียง
เพ่ือให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงการดาเนินชีวิตบนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทาให้คนในชุมชนรู้รัก
สามัคคี มคี วามเมตตาไมตรี ซึ่งกันและกัน และมีความภูมิใจในวิถีชวี ิตของตนเองและสร้างความภาคภูมิใจและ
ความเข้าใจให้แก่ลูกหลานต่อไป ตลอดจนการพัฒนาชุมชนบนวิถีพอเพียง เน้นการสร้างรายได้ให้แก่คนใน
ชมุ ชนสร้างอาชีพและสร้างเครือข่ายเพื่อความร่วมมือและพัฒนาในทุกภาคส่วน เพื่อให้เกดิ การพัฒนาในชุมชน
ทีย่ ึดมนั่ ในวัฒนธรรมประเพณี บนวถิ แี ห่งพอเพยี งต่อไป

ข้อมูลกำรตดิ ต่อ เจ้าอาวาสวดั ปา่ ตาลใต้ โทรศัพท์ 089-9988126
พระครูปญั ญาวนธาดา ผู้ใหญบ่ ้านป่าตาลประชาสันติ หมู่ 12 โทรศพั ท์ 091-0761032
นายประหยดั รักประชา

14

สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวิถีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................
ชื่อชุมชนคณุ ธรรม บ้ำนศรีดอนชยั หมู่ ๗ ตำบลศรดี อนชัย อำเภอเชียงของ จังหวดั เชียงรำย
๑. สรปุ กจิ กรรมที่ดำเนินกำร
๑.๑ ชื่อกจิ กรรม ทาบุญฟงั เทศน์ทุกวันพระ

๑.๒ ชือ่ กิจกรรม ปนั น้าใจ ห่วงใยผ้ปู ว่ ย

๑.๓ ชอ่ื กจิ กรรม อบรมพทุ ธทายาท

15

๑.๔ ช่ือกิจกรรม กิจกรรมจิตอาสาพฒั นา
๑.๕ ช่อื กิจกรรม ประเพณงี านบญุ สลากภตั ต์
๑.๖ ชื่อกิจกรรม ประเพณีมหาบญุ จุลกฐิน
๑.๗ ชื่อกจิ กรรม กิจกรรมเทศนม์ หาชาติ

16

๑.๘ ชือ่ กิจกรรม พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์

๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมบ้านศรีดอนชัย เป็นชาวไทลื้อ มีความเป็นเอกลักษณ์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นภาษาไทล้ือ

ท่ีใช้ส่ือสารกัน การแต่งกายด้วยผ้าทอไทลื้อที่ อีกท้ังยังมีการละเล่น ความเช่ือและพิธีกรรมที่แตกต่างกับท่ีอ่ืน
เช่น พิธกี าบอ่ พธิ สี ืบชะตา เปน็ ต้น อัตตลักษณ์วถิ วี ัฒนธรรมไทล้ือศรีดอนชัย มีจดุ เด่นการรกั ษา สืบสาน ต่อยอด
และพัฒนา อัตลักษณ์ของไทลื้อเช่น ผ้าทอไทล้ือโบราณ การต่างกายของชาย-หญิง เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ
สถาปัตยกรรม โบถส์ วิหาร ศาลา หอระฆัง กุฏิรับรองพระอาคันตุกะ เฮือนโบราณ 100 ปี พิพิธภัณฑ์ผ้าทอ
ไทล้ืออุษาอาคเนย์ นิทรรศการภาพเก่าเล่าขานตานานไทล้ือศรีดอนชัยพิพิธภัณฑ์ลื้อลายคา ซังวาคาเฟ่
ขว่ งวัฒนธรรมเฮอื นคาแพง ศูนย์ทอผ้าไทล้อื ศรดี อนชัย ร้านอาหารนาตักเต่า วถิ วี ัฒนธรรมชมุ ชนไทล้อื

๒.2 กว่ำจะมำเป็นวนั น้ี
บ้านไทลื้อศรีดอนชัยในอดีต ประชากรในชุมชนทั้งหมดเป็นชาติพันธุ์ไทล้ือ การดาเนินชีวิตของคนใน
ชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบง่าย อยู่ด้วยกันแบบญาติพ่ีน้อง เน่ืองจากคนในชมุ ชนทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน คน
ในชุมชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยมีวัดท่าข้ามศรีดอนชัยเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน ในปี
พ.ศ. 2534 ทา่ นพระครสู ุจณิ วรคุณ เจ้าอาวาสวัดทา่ ขา้ มศรีดอนชัยคนปัจจุบัน เริม่ เข้ามาเปน็ เจ้าอาวาสวัด ได้
มแี นวคิดทีจ่ ะใช้มิตทิ างศาสนาเป็นหลักในการปฏบิ ัติ สง่ เสริมสนับสนุนการใช้ตน้ ทุนทางวัฒนธรรมความเป็นอัต
ลักษณไ์ ทล้ือเพ่ือสร้างสขุ ให้แก่คนในชมุ ชน โดยใช้วดั เปน็ ศูนย์กลางในการเริม่ ดาเนินกิจกรรมตา่ งๆ จากน้ันค่อย
ขยายสชู่ ุมชน เริม่ จากงานบญุ อย่างไรก็ตามในเร่ิมแรกของการดาเนินกิจกรรม เกิดปัญหาอุปสรรคความยุ่งยาก
อยู่มาก เนอื่ งจากความเคยชินและวิถีเรยี บง่ายของคนในชุมชน แต่ภายหลงั จากท่ีได้ร่วมกิจกรรมตา่ งๆ เร่ือยมา
ทาให้คนในชุมชนเริ่มเห็นความสาคัญ ให้ความร่วมมอื และร่วมปฏิบัติพัฒนาชุมชนของตนเองอย่างสามัคคีเฉก
เช่นปัจจบุ นั

๒.3 เส้นทำงส่คู วำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชมุ ชนตน้ แบบ
จุดเร่ิมต้นเกิดจากการความเข้มแข็งของผู้นาทางศาสนา พระครูสุจิณวรคุณ เจ้าอาวาสวัดท่าข้าม
ศรีดอนชัย ท่ีได้สร้างให้วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนและมีพระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหน่ียวจิตใจของคนในชุมชน
มีจัดทาโครงการ “ไทล้ือโมเดล” โดยการนานโยบายของคณะสงค์ ที่กล่าวถึงการบรูณาการการทางานร่วมกัน
ระหว่างวัด/ชุมชน (บ้าน)/และส่วนราชการในพ้ืนท่ี (บ ว ร) เพื่อดาเนินการขับเคล่ือนการส่งเสริมกิจกรรม
ประเพณีในท้องถนิ่ ทั้ง ๑๒ เดือน ซง่ึ ส่วนใหญเ่ ป็นประเพณีทีเ่ ก่ียวกับการดารงชวี ิตทางเกษตรกรรมและวิถีชีวิต

17

ชุมชน ตลอดถึงมีการปลูกฝังด้านคุณธรรม จริยธรรม ส่งผลให้คนในชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความ
ม่งุ มนั่ และตงั้ เปา้ หมายร่วมกนั ท่ีจะทาให้ชุมชนบา้ นศรีดอนชัยเป็น “สังคมอุดมสขุ ”

นอกจากน้ี ชุมชนไทล้ือศรีดอนชัย ยังมีความโดดเด่นด้วยศิลปะด้านพุทธศิลป์แบบสิบสองปันนา
ลกั ษณะของตวั พระอุโบสถท่ีมีสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามตระการตา แต่แฝงไว้ซ่ึงพุทธคติสาหรบั ผู้พบเห็น มี
บ้านเรือนท่ีปลูกสร้างแบบไทล้ือที่มีใต้ถุนสูง และยังมีวิถีชีวิตชาวบ้าน การทอผ้าไทล้ือด้วยกี่และวิธีการทอ ท่ี
ยังคงรักษาเอกลักษณ์และการทอด้วยความประณีตแบบด้ังเดิมสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้า และยังมี
สินค้าผ้าทอที่มีช่ือเสียงสามารถเป็นของฝากหรือของที่ระลึกได้ ที่สาคัญส่ิงท่ีขาดไม่ได้คือ อาหารที่มีความเป็น
เอกลักษณ์ของชุมชนรวมถึงการแสดงต่าง ๆ ท่ีมีความโดดเด่นทางวัฒนธรรม ส่ิงเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นจุดแข็งท่ี
สาคญั ของหมู่บา้ นศรดี อนชยั ทาใหเ้ กิดแหล่งเรยี นรู้ในชุมชน นาไปสกู่ ารท่องเที่ยวเชงิ วัฒนธรรม ซงึ่ ทาใหช้ ุมชน
กอ่ เกิดรายได้ และทส่ี าคัญยังชว่ ยรักษาความเป็นชาวไทลอื้ ของชุมชนบา้ นศรีดอนชยั ให้คงอยสู่ บื ไป

๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนั้น ผำ่ นมำได้อย่ำงไร

การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ท่ีผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเรื่อง
ธรรมดาท่ีเกดิ ข้ึน ตลอดจนอาจมีทงั้ คนท่ีเห็นด้วยและเห็นต่าง อกี ท้ังคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วธิ ีการทางาน หรือรายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของส่วนรวม แต่อย่างไรก็ตามท่านพระครูสุจิณวรคุณ เจ้าอาวาสวัดท่าข้ามศรีดอนชัย พร้อมด้วยผู้นาและ
คณะทางานมองว่าทุกอุปสรรคปัญหาเป็นบทเรียนที่ดีในการพัฒนางานครั้งต่อไป ความเห็นต่างเป็นความ
สวยงามทางความคิด การทางานเน้นความโปร่งใส ทางานโดยไม่หวังตอบแทน ทาด้วยใจและจิตอาสา ผลของ
การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นไปตามหลักธรรมชาติและเป็นไปตามหลักวิถี หรือตามหลักความว่างเปล่า
ของหลักศาสนา ด้วยเหตุนี้จึงให้การดาเนินโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ค่อยๆประสบผลความสาเร็จเพ่ิมข้ึน
ตามลาดับ ตลอดจนอันเป็นการส่ังสมประสบการณ์ในการทางานร่วมกัน และก่อเกิดเป็นความสามัคคเี ป็นหนึ่ง
เดียวของชมุ ชนในปจั จุบัน

๒.5 ผลลัพธ์และผลกระทบทีเ่ กิดขึ้น
จากการดาเนินงานในการขับเคล่ือนให้ชุมชนบ้านศรีดอนชัย เป็นชุมชนคุณธรรมท่ีขับเคล่ือนด้วยพลัง
“บวร” ความเปน็ ชมุ ชนวิถวี ัฒนธรรมไทล้อื ของบ้านศรีดอนชัย ทย่ี ังคงอนุรักษณ์วัฒนธรรม ท้ังการพูด การแต่ง
กาย อาหารและอุปนิสัยใจคอไว้อย่างเหน่ียวแน่นมาก หากเปรียบเทียบโดยใช้เวลาเป็นตัวแปรแล้วจะพบว่า
ชุมชนบ้านศรีดอนชัยมีการเปล่ียนแปลงในเชิงวัฒนธรรมน้อยมาก น่ันเกิดจากหลักคาสอนของบรรพบุรุษและ
ความเช่ือท่ีปฏิบัติสืบกันมาจนกลายเป็นจารีตและวิถีชีวิตของคนไทลื้อแห่งบ้านศรีดอนชัยนั่นเอง อีกท้ังชุมชน
ไทล้ือศรีดอนชัย ยังมีความโดดเด่นด้วยศิลปะด้านพุทธศิลป์แบบสิบสองปันนา ลักษณะของตัวพระอุโบสถที่มี
สถาปัตยกรรมท่ีมีความงดงามตระการตา แต่แฝงไว้ซึ่งพุทธคติสาหรับผู้พบเห็น มีบ้านเรือนที่ปลูกสร้างแบบไท
ลื้อที่มีใต้ถุนสูง และยังมีวิถีชีวิตชาวบ้าน การทอผ้าไทล้ือด้วยก่ีและวิธีการทอที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และการ
ทอด้วยความประณีตแบบด้ังเดิมสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้า และยังมีสินค้าผ้าทอที่มีช่ือเสียงสามารถ
เป็นของฝากหรือของท่ีระลึกได้ ที่สาคัญส่ิงท่ีขาดไม่ได้คือ อาหารท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนรวมถึงการ
แสดงตา่ งๆ ทม่ี ีความโดดเด่นทางวัฒนธรรม จึงเปน็ เสนห่ ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวใหม้ าเยยี่ มเยอื นชมุ ชนอยู่เสมอ และ
ยังเป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลและได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์กลางในการดาเนินการจัดกิจกรรมบูรณาการร่วมกับ

18

หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมทั้งในระดับตาบล อาเภอ และจังหวัด อาทิ ชุมชนชนทอ่ งเที่ยว
OTOP village ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย หมู่บ้านท่องเที่ยว ของจังหวัดเชียงราย ส่ิง
เหล่าน้ีถือได้ว่าเป็นจุดแข็งที่สาคัญของหมู่บ้านศรีดอนชัย ทาให้เกิดแหล่งเรียนรู้ในชุมชน นาไปสู่การท่องเที่ยว
เชงิ วฒั นธรรม ซึ่งทาให้ชุมชนก่อเกิดรายได้ และที่สาคัญยังช่วยรกั ษาความเป็นชาวไทลื้อของชุมชนบ้านศรดี อน
ชยั ให้คงอยสู่ ืบไป

๒.6 เป้ำหมำยทีจ่ ะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมตัง้ ใจ หรอื สิง่ ทบี่ ง่ บอกถึงหลกั ประกันวำ่ จะเกดิ ควำมยง่ั ยนื
พระครูสุจิณวรคุณ เจ้าอาวาสวัดท่าข้ามศรีดอนชัย พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งมั่นต้ังใจ
ดาเนินตามเป้าหมาย ภายใต้การเป็นชุมชน “สังคมอุดมสุข” เพื่อให้คนในชุมชนดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง
วินัย สุจริต จิตอาสา ผู้คนมีความสุข สามัคคี และภาคภูมิใจในความเป็นชาติพันธ์ุไทล้ือ โดยเริ่มจากการสร้าง
ความตระหนักและความเข้าใจในความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน เพ่ือสร้างความเข้าใจ และความภาคภูมิใจใน
ชาติพนั ธไุ์ ทลื้อให้แก่ลกู หลาน และเพื่อให้ผู้สนใจได้ตระหนกั และเหน็ ความสาคญั สง่ เสริมสนับสนนุ กจิ กรรมต่างๆ
รวมทั้งโครงการต่างๆ ของชมุ ชนไทลือ้ ศรีดอนชัย ตลอดจนการพฒั นาในชมุ ชน เน้นการสร้างเครือขา่ ยเพอ่ื ความ
ร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ท้ังกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน กลุ่มพัฒนาสตรี กลุ่มผู้นาชุมชน
กลุ่มข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน เพ่ือให้พลังเครือข่ายใช้ในการขับเคล่ือนโครงการ และกิจกรรมต่างๆ
เพอ่ื ให้เกดิ ความยงั่ ยืนตอ่ ไป

ขอ้ มลู กำรติดต่อ เจา้ อาวาสวัดท่าขา้ มศรีดอนชัย โทรศพั ท์ ๐๘๘-๙๗๕๕๖๙๙
พระครสู ุจณิ วรคณุ ผชู้ ว่ ยเจา้ อาวาสวดั ทา่ ขา้ มศรีดอนชัย โทรศพั ท์ ๐๙๙-๐๘๐๗๔๕๑
พระมหาอภวิ รรณ อภวิ ณฺโณ ผใู้ หญ่บ้านศรีดอนชัย หมู่ ๗ โทรศพั ท์ ๐๘๙-๕๖๐๑๙๐๘
นายสมชาย วงศ์ชัย

19

สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถีไทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................
ช่ือชุมชนคุณธรรม บำ้ นดอยจำปี ตำบลปำ่ สกั อำเภอเชยี งแสน จังหวัดเชียงรำย
๑. สรปุ กจิ กรรมทดี่ ำเนินกำร
๑.๑ ชอื่ กจิ กรรม สรา้ งค่านิยมและจติ สานึกคณุ ธรรมจรยิ ธรรมภายใต้หลักธรรมทางศาสนา

๑.๒ ช่ือกจิ กรรม อนุรักษศ์ ลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมปิ ัญญาของชุมชน

๑.๓ ชือ่ กิจกรรม วนั สาคัญทางศาสนา

20

๑.๔ ชื่อกิจกรรม สืบสานภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ินและวัฒนธรรม

๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เร่อื งรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนคุณธรรมบ้านดอยจาปี ประชาชนมีความเลื่อมใสในศาสนา มีความสมัครสมาน สามัคคี มีความ

เสียสละเพอื่ ส่วนรวม กลมุ่ อาชีพ กลุ่มองคก์ รต่าง ๆ ในหมู่บ้าน มคี วามเข้มแข็ง

๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วนั น้ี
ชมุ ชนคุณธรรมบ้านดอยจาปี ประชากรในชุมชนดาเนินชีวิตของคนในชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบง่าย
อยู่ด้วยกันแบบญาติพ่ีน้อง คนในชุมชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาร่วมกันในสังคมมีการช่วยเหลือซ่ึงกัน
และกนั และมีความสามคั คใี นชมุ ชน

๒.3 เสน้ ทำงส่คู วำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชุมชนต้นแบบ
จุดเร่ิมต้นเกิดจากการความเข้มแข็งของชุมชนคุณธรรมบ้านดอยจาปีได้รับการสนับสนุน จาก
วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ให้ชุมชนคุณธรรมบ้านดอยจาปีเป็นชุมชนคุณธรรม พลังบวร และได้ดาเนินการ
เก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียง ของ วัด บ้าน โรงเรียน ประกอบกับความมุ่งม่ันต้ังใจในการทางาน ของคณะสงฆ์
และคณะกรรมการ ผนู้ าชุมชน ซึ่งได้รบั ความรว่ มมือจากชุมชน และมีจิตสานึกในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดี รวมทั้ง
ได้รับการสง่ เสริมสนับสนนุ หน่วยงานในพืน้ ที่ และหน่วยงานท่ีรับผดิ ชอบ

๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนั้น ผ่ำนมำไดอ้ ย่ำงไร

การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ท่ีผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาท่เี กดิ ขน้ึ ตลอดจนอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและเหน็ ต่าง อกี ท้ังคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วิธีการทางาน หรอื รายละเอียดของงาน รวมท้ังยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ท้ังหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของส่วนรวม

21

๒.5 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบทเี่ กิดข้นึ
จากการดาเนินงานในการขับเคลื่อนให้ชุมชนคุณธรรมบ้านดอยจาปี เป็นชุมชนคุณธรรมที่ขับเคลื่อน
ด้วยพลัง “บวร” ความเป็นชุมชนวิถีวัฒนธรรม ที่ยังคงอนุรักษณ์วัฒนธรรม ท้ังการพูด การแต่งกายก็ต่างกัน
ประเพณี วัฒนธรรมก็ต่างกัน อาหาร และอุปนิสยั ใจคอไวอ้ ยา่ งเหนยี่ วแน่นมาก และมกี ารชว่ ยเหลือซ่งึ กนั และ
กนั ตลอดมา

๒.6 เป้ำหมำยทจ่ี ะเดินต่อในอนำคต ควำมต้งั ใจ หรือสงิ่ ท่ีบง่ บอกถึงหลักประกันว่ำจะเกดิ ควำมย่ังยนื
ชุมชนคุณธรรมบ้านดอยจาปี พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งมั่นตั้งใจดาเนินตามเป้าหมาย
ภายใต้การเป็นชุมชน “สังคมอุดมสุข” เพ่ือให้คนในชุมชนดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา
ผู้คนมีความสุข สามัคคี โดยเริ่มจากการสร้างความตระหนักและความเข้าใจในความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน
เพ่ือสร้างความเข้าใจ และความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลาน และเพ่ือให้ผู้สนใจได้ตระหนักและเห็นความสาคัญ
สง่ เสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ รวมทง้ั โครงการต่างๆ ของชุมชน ตลอดจนการพฒั นาในชุมชน และมีการสร้าง
เครือข่ายเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ท้ังกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน และอ่ืนๆ
เพ่ือให้มคี วามสามคั คใี นชุมชน เป็นต้น

ขอ้ มูลกำรติดต่อ เจา้ อาวาสวัดดอยจาปี โทรศัพท์ ๐๖๑ ๗๙๖ ๕๓๕๐
พระอธกิ ารวโิ รจน์ อนาลโย ผใู้ หญ่บา้ นดอยจาปี โทรศพั ท์ ๐๘๑ ๐๓๑ ๕๐๕๙
นายแสวง มงคลคลี ผอ.โรงเรียนบา้ นดอยจาปี โทรศัพท์ 064 914 2498
นางปุณณดา เตจ๋ ๊ะ

22

สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................

ชอ่ื ชุมชนคุณธรรม วดั พระธำตุบรรพต ตำบลบ้ำนแซว อำเภอเชียงแสน จังหวดั เชยี งรำย
๒. สรุปกิจกรรมทด่ี ำเนนิ กำร

๑.๑ ช่ือกิจกรรม ส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาเน่ืองในวันสาคัญของชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์

๑.๒ ชอื่ กจิ กรรม ส่งเสริมหมู่บา้ นรักษาศลี ๕

๑.๓ ชื่อกจิ กรรม สง่ เสรมิ การนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งพัฒนาคุณภาพชวี ติ

23

๑.๔ ชื่อกจิ กรรม อนุรกั ษศ์ ิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาของชุมชน

๑.๕ ชอ่ื กจิ กรรม จิตอาสา “ปันน้าใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน” โดยใช้พลังบวร

๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรือ่ งรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตุบรรพต (บ้านท่าขันทอง) ประชาชนมีความเล่ือมใสในศาสนา มีความสมัคร

สมาน สามัคคี มีความเสียสละเพ่ือส่วนรวม กลุ่มอาชีพ กลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในหมู่บ้าน มีความเข้มแข็ง มีความ
โดดเด่นเร่ืองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ มีบรรพบุรุษที่อพยพมาจากดินแดนอีสาน ทาให้วิถี
วัฒนธรรม การใช้ชีวิต ยังคงความเป็นอีสานบนดินแดนล้านนาแบบไม่มีที่ไหนเหมือน คงความเป็นเอกลักษณ์
อัตลักษณ์ติดตัว อย่างแรกคือ “อาหาร” อย่างท่ีสองคือ “วัฒนธรรมประเพณี” และอย่างท่ีสามคือ “เสื้อผ้า
อาภรณเ์ คร่ืองแต่งกาย” ชาวบ้านใสช่ ุดสวยๆ ผ้าซิ่น ผ้าฝ้าย ผา้ ขาวม้า ผชู้ ายตอ้ นรับเราดว้ ยการเปา่ แคน เคร่ือง
ดนตรอี ีสานสาเนยี งชวนฟงั

๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวันน้ี
ชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตุบรรพต (บ้านท่าขันทอง) ประชากรในชุมชนดาเนินชีวิตของคนในชุมชน
เป็นไปด้วยความเรียบง่าย อยู่ด้วยกันแบบญาติพ่ีน้อง คนในชุมชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาร่วมกันใน
สังคมมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันและมีความสามัคคีในชุมชน โดยความร่วมมือของ บ้าน วัดโรงเรียน มีการ
ส่งเสริมกลุม่ อาชีพในชุมชน อาทิ กลุ่มโฮมเสตย์บา้ นท่าขันทอง กล่มุ เลี้ยงหม่อนไหม กลุ่มจักสาน กลมุ่ ธนาคาร
ข้าว กลุ่มปลูกผกั ปลอดสารพิษ กลุ่มทอผ้า กลุ่มถัว่ ดาวอินคา และกลุ่มแปรรปู ผลิตภัณฑ์การเกษตร เชน่ กล้วย
ฉาบ ซ่ึงการมีกลุ่มอาชีพต่างๆ ท่ีเข้มแข็งทาให้ชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตุบรรพต (บ้านท่าขันทอง)
ตาบลบ้านแซว เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมกิจกรรมของส่วนราชการทั้งในระดับตาบล อาเภอ
จังหวัดเสมอ อาทิ โครงการหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ของสานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย โครงการ
Chiangrai OTOP village โครงการประชารัฐสีชมพูปี ๓ GSB Smart Home Stay ๑๐๐ โฮมเสตย์แห่งการ
พฒั นา หมู่บ้านสวย เมืองสุข ระดับเขต และไดร้ ับรางวลั สดุ ยอดหมู่บา้ นท่องเท่ียวชนบท ประจาปี พ.ศ.2563
(Thailand Rural Tourism Award 2020) สาขาหมู่บ้านทอ่ งเทีย่ วโฮมสเตย์ เปน็ ต้น

24

๒.3 เสน้ ทำงสคู่ วำมสำเร็จของกำรมำเป็นชุมชนต้นแบบ
จุดเร่ิมต้นเกิดจากการความเข้มแข็งของชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตุบรรพต (บ้านท่าขันทอง) ได้รับการ
สนับสนุน จากวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ให้ชุชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตุบรรพต (บ้านท่าขันทอง) เป็นชุมชน
คุณธรรม พลังบวร และได้ดาเนินการเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียง ของ วัด บ้าน โรงเรียน ประกอบกับความ
มุ่งม่ันตั้งใจในการทางาน ของคณะสงฆ์และคณะกรรมการ ผู้นาชุมชน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชุมชน และมี
จิตสานึกในการสร้างสรรค์ส่ิงที่ดี รวมทั้งได้รับการส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานในพ้ืนที่ และหน่วยงานท่ี
รับผดิ ชอบ

๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนน้ั ผ่ำนมำไดอ้ ยำ่ งไร

การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ท่ีผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเรื่อง
ธรรมดาที่เกิดขึ้น ตลอดจนอาจมีทงั้ คนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อกี ท้ังคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วิธีการทางาน หรอื รายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของสว่ นรวม

๒.5 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบท่เี กดิ ขึ้น
จากการดาเนนิ งานในการขับเคล่ือนให้ชุชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตบุ รรพต (บา้ นทา่ ขนั ทอง) เป็นชุมชน
คุณธรรมที่ขับเคล่ือนด้วยพลัง “บวร” ความเป็นชุมชนวิถีวัฒนธรรม ที่ยังคงอนุรักษณ์วัฒนธรรม ท้ังการพูด
การแต่งกายก็ต่างกัน ประเพณี วัฒนธรรมก็ต่างกัน อาหาร และอุปนิสัยใจคอไว้อย่างเหน่ียวแน่นมาก และมี
การชว่ ยเหลือซง่ึ กนั และกัน ตลอดมา

๒.6 เปำ้ หมำยท่ีจะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมตงั้ ใจ หรือสิ่งท่ีบ่งบอกถึงหลักประกันวำ่ จะเกิดควำมย่ังยืน
ชมุ ชนคุณธรรมวัดพระธาตุบรรพต (บ้านท่าขันทอง) พร้อมด้วยผ้นู าและคนในชุมชน มคี วามมุ่งมั่นต้ังใจ
ดาเนินตามเป้าหมาย ภายใต้การเป็นชุมชน “สังคมอุดมสุข” เพื่อให้คนในชุมชนดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง
วินัย สุจริต จิตอาสา ผู้คนมีความสุข สามัคคี โดยเริ่มจากการสร้างความตระหนักและความเข้าใจในความ
เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลาน และเพ่ือให้ผู้สนใจได้
ตระหนักและเห็นความสาคัญส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งโครงการต่างๆ ของชุมชน ตลอดจนการ
พัฒนาในชุมชน และมีการสร้างเครือข่ายเพ่ือความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ท้ังกลุ่มพระภิกษุสงฆ์
สามเณร เยาวชน และอน่ื ๆ เพือ่ ใหม้ คี วามสามคั คใี นชุมชน เปน็ ต้น

ขอ้ มูลกำรตดิ ต่อ เจา้ อาวาสวดั พระธาตุบรรพต โทรศัพท์ 081-7833294
พระอธิการสมภาร สุภาจาโร ผู้ใหญ่บา้ นทา่ ขนั ทอง หมู่ ๓ โทรศัพท์ ๐๘๗-๑๘๑๐๕๒๒
นางสรุ รี ัตน์ อินทรพรหมมา

25

สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................

ช่อื ชุมชนคณุ ธรรม วัดพระธำตุผำเงำ ตำบลเวียง อำเภอเชยี งแสน จังหวัดเชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมท่ีดำเนนิ กำร

๑.๑ ชื่อกจิ กรรม สรา้ งค่านิยมและจติ สานกึ คุณธรรมจรยิ ธรรมภายใต้หลกั ธรรมทางศาสนา

๑.๒ ชอื่ กจิ กรรม สง่ เสรมิ หมู่บ้านรกั ษาศลี ๕

๑.๓ ชื่อกิจกรรม ส่งเสริมการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งพฒั นาคุณภาพชวี ติ

26

๑.๔ ชือ่ กิจกรรม อนรุ ักษ์ศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี ภูมปิ ัญญาของชมุ ชน

๑.๕ ช่อื กิจกรรม ขยายเครือข่ายชมุ ชนคุณธรรม

๑.๖ ช่ือกิจกรรม จิตอาสา “ปันน้าใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน” โดยใชพ้ ลงั บวร

๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เร่ืองรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตุผาเงา ประชาชนมีความเล่ือมใสในศาสนา มีความสมัครสมาน สามัคคี

มีความเสียสละเพ่ือส่วนรวม กลมุ่ อาชพี กลมุ่ องคก์ รตา่ ง ๆ ในหมู่บา้ น มีความเขม้ แขง็

27

๒.2 กว่ำจะมำเปน็ วันนี้

ชมุ ชนคุณธรรมวัดพระธาตุผาเงา ประชากรในชุมชนดาเนินชีวิตของคนในชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบ
งา่ ย อยู่ด้วยกันแบบญาติพ่ีน้อง คนในชุมชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนารว่ มกนั ในสังคมมกี ารช่วยเหลือซ่ึง

กนั และกันและมคี วามสามคั คีในชุมชน

๒.3 เส้นทำงสู่ควำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชมุ ชนตน้ แบบ

จุ ด เริ่ ม ต้ น เกิ ด จ าก ก า ร ค ว าม เข้ ม แ ข็ งข อ ง ชุ ม ช น คุ ณ ธ ร ร ม วั ด พ ร ะธ าตุ ผ าเงา ได้ รั บ ก าร ส นั บ ส นุ น
จากวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ให้ชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตุผาเงาเป็นชุมชนคุณธรรม พลังบวร และได้

ดาเนินการเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียง ของ วัด บ้าน โรงเรียน ประกอบกับความมุ่งม่ันตั้งใจในการทางาน ของ
คณะสงฆ์และคณะกรรมการ ผู้นาชมุ ชน ซ่งึ ไดร้ ับความร่วมมือจากชมุ ชน และมจี ติ สานึกในการสรา้ งสรรค์สิ่งที่ดี

รวมทั้งได้รบั การสง่ เสรมิ สนับสนุนหน่วยงานในพืน้ ที่ และหนว่ ยงานทรี่ ับผิดชอบ

๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนน้ั ผำ่ นมำได้อย่ำงไร

การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ท่ีผ่านมา ในระยะเร่ิมแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาท่ีเกิดข้ึน ตลอดจนอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อีกทั้งคณะทางานต่างยังไม่เข้าใจในกระบวนการ

วธิ ีการทางาน หรอื รายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ท้ังหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน

ของส่วนรวม

๒.5 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบท่เี กดิ ขึ้น
จากการดาเนินงานในการขับเคล่ือนให้ชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตุผาเงา เป็นชุมชนคุณธรรมท่ี

ขบั เคลื่อนด้วยพลัง “บวร” ความเปน็ ชุมชนวิถีวัฒนธรรม ที่ยังคงอนรุ กั ษณ์วัฒนธรรม ท้งั การพูด การแต่งกายก็

ตา่ งกัน ประเพณี วัฒนธรรมก็ต่างกนั อาหาร และอุปนสิ ยั ใจคอไว้อย่างเหนยี่ วแนน่ มาก และมีการช่วยเหลอื ซ่ึง
กนั และกัน ตลอดมา

๒.6 เปำ้ หมำยทจ่ี ะเดินต่อในอนำคต ควำมตงั้ ใจ หรือสง่ิ ท่บี ่งบอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมย่ังยนื

ชุมชนคุณธรรมวัดพระธาตุผาเงา พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งมั่นต้ังใจดาเนินตาม
เป้าหมาย ภายใต้การเป็นชุมชน “สังคมอุดมสุข” เพ่ือให้คนในชุมชนดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง วินัย สุจริต

จติ อาสา ผคู้ นมคี วามสุข สามัคคี โดยเร่ิมจากการสร้างความตระหนักและความเขา้ ใจในความเป็นอัตลกั ษณ์ของ
ชุมชน เพ่ือสร้างความเข้าใจ และความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลาน และเพ่ือให้ผู้สนใจได้ตระหนักและเห็น

ความสาคัญส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งโครงการต่างๆ ของชุมชน ตลอดจนการพัฒนาในชุมชน
และมีการสร้างเครือข่ายเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ท้ังกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน

และอนื่ ๆ เพ่ือใหม้ ีความสามัคคใี นชมุ ชน เป็นต้น

ข้อมูลกำรติดต่อ เจา้ อาวาสวัดผาเงา โทรศัพท์ ๐๙๘-๗๘๔๙๕๒๒
พระพุทธิญาณมุนี
ผู้ใหญบ่ ้านสบคา โทรศัพท์ ๐๘๓-๕๗๖๘๘๑๘
นายอานนท์ สมพนั ธ์ ผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นสบคา โทรศพั ท์ ๐๙๖-๑๘๕๖๖๕๙
นายศภุ ชัย เขื่อนเพชร

28

สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................

ช่อื ชุมชนคณุ ธรรม วัดศรดี อนมูล (บ้ำนไร)่ ตำบลแม่เงิน อำเภอเชยี งแสน จังหวัดเชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมท่ดี ำเนินกำร

๑.๑ ช่ือกิจกรรม งานบญุ งานศพ ปลอดเหล้า

๑.๒ ช่ือกจิ กรรม สรา้ งคา่ นยิ มและจติ สานกึ คุณธรรมจรยิ ธรรมภายใต้หลักธรรมทางศาสนา

๑.๓ ชื่อกจิ กรรม ส่งเสริมการนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งพฒั นาคุณภาพชีวติ

29

๑.๔ ช่ือกจิ กรรม อนุรกั ษศ์ ลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี ภูมปิ ัญญาของชมุ ชน

๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เร่อื งรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมวัดศรีดอนมูล (บ้านไร่) ประชาชนมีความเล่ือมใสในศาสนา มีความสมัครสมาน สามัคคี

มีความเสียสละเพ่อื ส่วนรวม กลุ่มอาชีพ กล่มุ องคก์ รตา่ ง ๆ ในหมู่บ้าน มีความเข้มแข็ง ร่วมกันสืบทอดวัฒนธรรม
ประเพณีอนั ดีงามตอ่ เนือ่ งมาถึงรุ่นลกู หลาน

๒.2 กว่ำจะมำเปน็ วนั นี้
ชมุ ชนคุณธรรมวัดศรีดอนมลู (บ้านไร่) ประชากรในชมุ ชนดาเนินชีวิตของคนในชุมชนเป็นไปด้วยความ
เรียบง่าย อยู่ด้วยกันแบบญาติพี่น้อง คนในชุมชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาร่วมกันในสังคมมีการ
ชว่ ยเหลือซึ่งกนั และกนั และมีความสามัคคีในชมุ ชน

๒.3 เส้นทำงสู่ควำมสำเร็จของกำรมำเป็นชมุ ชนตน้ แบบ
จุดเร่ิมต้นเกิดจากการความเข้มแข็งของชุมชนคุณธรรมวัดศรีดอนมูล (บ้านไร่) ได้รับการสนับสนุน
จากวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ใหช้ ุชุมชนคณุ ธรรมวัดศรีดอนมูล (บ้านไร่) เป็นชมุ ชนคุณธรรม พลังบวร และได้
ดาเนินการเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียง ของ วัด บ้าน โรงเรียน ประกอบกับความมุ่งม่ันต้ังใจในการทางาน
ของคณะสงฆ์และคณะกรรมการ ผู้นาชุมชน ซ่ึงได้รับความร่วมมือจากชุมชน และมีจิตสานึกในการสร้างสรรค์
สง่ิ ทีด่ ี รวมทัง้ ได้รบั การสง่ เสริมสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ และหนว่ ยงานทร่ี ับผิดชอบ

๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนั้น ผ่ำนมำได้อยำ่ งไร

การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ท่ีผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาทเี่ กิดข้ึน ตลอดจนอาจมีทงั้ คนท่ีเห็นด้วยและเห็นต่าง อีกท้ังคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วธิ ีการทางาน หรอื รายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ท้ังหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของสว่ นรวม

30

๒.5 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบทเี่ กิดขนึ้
จากการดาเนินงานในการขับเคลื่อนให้ชุชุมชนคุณธรรมวัดศรีดอนมูล (บ้านไร่) เป็นชุมชนคุณธรรมท่ี
ขับเคลอื่ นด้วยพลัง “บวร” ความเป็นชุมชนวิถวี ฒั นธรรม ทีย่ ังคงอนรุ ักษณว์ ฒั นธรรม ท้ังการพูด การแต่งกายก็
ตา่ งกัน ประเพณี วฒั นธรรมก็ตา่ งกัน อาหาร และอปุ นิสยั ใจคอไว้อย่างเหนย่ี วแนน่ มาก และมีการช่วยเหลือซึ่ง
กนั และกนั ตลอดมา

๒.6 เปำ้ หมำยที่จะเดินต่อในอนำคต ควำมตัง้ ใจ หรือส่ิงทีบ่ ง่ บอกถึงหลักประกันว่ำจะเกดิ ควำมยั่งยืน
ชุมชนคุณธรรมวัดศรีดอนมูล (บ้านไร่) พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งมั่นต้ังใจเป็นหมู่บ้าน
ปิดทองหลังพระ ดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา พ่ึงพาตนเอง ผู้คนมีความสุข สามัคคี
ใช้หลักธรรมทางศาสนา เพ่ือมุ่งหวังให้เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด โดยสร้างความตระหนักและความเข้าใจใน
ความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน เพ่ือสร้างความเข้าใจ และความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลาน และเพ่ือให้ผู้สนใจได้
ตระหนักและเห็นความสาคัญส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ รวมท้ังโครงการต่างๆ ของชุมชน ตลอดจนการ
พัฒนาในชุมชน และมีการสร้างเครือข่ายเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มพระภิกษุสงฆ์
สามเณร เยาวชน และอื่นๆ เพอื่ ให้มคี วามสามคั คใี นชุมชน เป็นตน้

ขอ้ มูลกำรตดิ ต่อ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล โทรศัพท์ 083-5679395
พระอธิการสุขคา สุจติ ฺโต ผใู้ หญ่บ้านไร่ หมู่ ๗ โทรศัพท์ ๐๘๑-๙๕๑๗๗๘๓
นางโสภา สนิ ธชุ ยั

31

สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ไี ทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................

ชอ่ื ชุมชนคุณธรรม วดั ศรบี ุญยนื ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชยี งแสน จังหวดั เชียงรำย
๑. สรปุ กิจกรรมทด่ี ำเนินกำร

๑.๑ ช่อื กจิ กรรม สรา้ งคา่ นยิ มและจิตสานึกคณุ ธรรมจริยธรรมภายใตห้ ลกั ธรรมทางศาสนา

๑.๒ ชอ่ื กจิ กรรม ส่งเสริมหมู่บา้ นรกั ษาศีล ๕ จติ อาสาพฒั นาชมุ ชน

๑.๓ ชอื่ กิจกรรม สง่ เสริมการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงพัฒนาคุณภาพชวี ติ

32

๑.๔ ชื่อกจิ กรรม อนุรักษศ์ ิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี ภูมปิ ัญญาของชุมชน

๑.๕ ชอ่ื กจิ กรรม ขยายเครือข่ายชมุ ชนคณุ ธรรม

๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เร่ืองรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนคุณธรรมวัดศรีบุญยืน ประชาชนมีความเล่ือมใสในศาสนา มีความสมัครสมาน สามัคคี มีความ

เสยี สละเพ่อื ส่วนรวม กลมุ่ อาชพี กลุ่มองคก์ รตา่ ง ๆ ในหมู่บ้าน มีความเขม้ แขง็

๒.2 กว่ำจะมำเป็นวนั น้ี
ชุมชนคุณธรรมวัดศรีบุญยืน ประชากรในชุมชนดาเนินชีวิตของคนในชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบง่าย
อยู่ด้วยกันแบบญาติพ่ีน้อง คนในชุมชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาร่วมกันในสังคมมีการช่วยเหลือซ่ึงกัน
และกนั และมีความสามัคคีในชุมชน

๒.3 เสน้ ทำงส่คู วำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชมุ ชนตน้ แบบ
จดุ เร่ิมตน้ เกิดจากการความเข้มแข็งของชมุ ชนคุณธรรมวดั ศรีบญุ ยนื ได้รับการสนับสนนุ จากวฒั นธรรม
จังหวัดเชียงราย ให้ชุมชนคุณธรรมวัดศรีบุญยืนเป็นชุมชนคุณธรรม พลังบวร และได้ดาเนินการเก่ียวกับ
เศรษฐกิจพอเพียง ของ วัด บ้าน โรงเรียน ประกอบกับความมุ่งมั่นต้ังใจในการทางาน ของคณะสงฆ์และ
คณะกรรมการ ผู้นาชุมชน ซ่ึงได้รับความร่วมมือจากชุมชน และมีจิตสานึกในการสร้างสรรค์ส่ิงท่ีดี รวมท้ัง
ไดร้ ับการสง่ เสรมิ สนับสนนุ หนว่ ยงานในพน้ื ท่ี และหน่วยงานทร่ี บั ผิดชอบ

33

๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนนั้ ผ่ำนมำไดอ้ ย่ำงไร

การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาที่เกิดขนึ้ ตลอดจนอาจมีท้ังคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อกี ท้ังคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วิธีการทางาน หรือรายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของสว่ นรวม

๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบท่เี กดิ ขนึ้
จากการดาเนินงานในการขับเคลื่อนให้ชุมชนคุณธรรมวัดศรีบุญยืน เป็นชุมชนคุณธรรมที่ขับเคลื่อน
ด้วยพลัง “บวร” ความเป็นชุมชนวิถีวัฒนธรรม ท่ียังคงอนุรักษณ์วัฒนธรรม ทั้งการพูด การแต่งกายก็ต่างกัน
ประเพณี วฒั นธรรมก็ต่างกัน อาหาร และอุปนิสัยใจคอไว้อยา่ งเหน่ียวแนน่ มาก และมกี ารช่วยเหลือซึง่ กนั และ
กัน ตลอดมา

๒.6 เปำ้ หมำยท่ีจะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมตง้ั ใจ หรอื สิง่ ทบี่ ง่ บอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมยั่งยืน
ชุมชนคุณธรรมวัดศรีบุญยืน พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งม่ันตั้งใจดาเนินตามเป้าหมาย
ภายใต้การเป็นชุมชน “สังคมอุดมสุข” เพ่ือให้คนในชุมชนดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา
ผู้คนมีความสุข สามัคคี โดยเร่ิมจากการสร้างความตระหนักและความเข้าใจในความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน
เพ่ือสร้างความเข้าใจ และความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลาน และเพื่อให้ผู้สนใจได้ตระหนักและเห็นความสาคัญ
ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ รวมท้ังโครงการต่างๆ ของชุมชน ตลอดจนการพัฒนาในชุมชน และมีการสร้าง
เครือข่ายเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน และอ่ืนๆ
เพื่อใหม้ ีความสามัคคใี นชมุ ชน เปน็ ต้น

ขอ้ มูลกำรตดิ ต่อ เจ้าอาวาสวัดศรีบญุ ยืน โทรศพั ท์ ๐๘๔-๓๖๖๕๓๙๑
พระครูจิรอินโทภาส ผู้ใหญบ่ า้ นศรีบุญยนื หมู่ ๑๐ โทรศพั ท์ 086-1950369
นายสทุ นิ ติมาลา

34

สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................
ชื่อชุมชนคุณธรรม วดั แมเ่ ลียบ หมู่ 2 ตำบลโชคชัย อำเภอดอยหลวง จงั หวดั เชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมที่ดำเนินกำร
๑.๑ ช่อื กิจกรรม การจดั กจิ กรรมเนื่องในวันสาคัญทางศาสนา

๑.2 ชอื่ กจิ กรรม กิจกรรมส่งเสริมและอนุรักษว์ ฒั นธรรมประเพณี “ตานข้าวใหม่”
-3-

๑.3 ชือ่ กจิ กรรม กิจกรรมงดเหลา้ เข้าพรรษา

35

๑.4 ช่อื กิจกรรม ตน้ แบบเศรษฐกิจพอเพยี งจากวัดสชู่ ุมชน การคดั แยะขยะ

๑.5 ชอ่ื กิจกรรม โครงการสง่ เสรมิ ผลติ ภัณฑฝ์ ้ายจากต้นนา้ สปู่ ลายนา้
๑.6 ชื่อกจิ กรรม โครงการผลิตภณั ฑ์เคร่ืองจกั รสานจากพชื

๑.7 ช่ือกิจกรรม โครงการแปรรูปอาหารจากผลิตภณั ฑ์ป่าชุมชน

36

๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เร่ืองรำวควำมโดดเด่น
พระพุทธเมตตำปกปักษ์ เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านแม่เลียบให้ความเคารพนับถือ เป็นองค์พระ

ประธานประดษิ ฐาน ณ วัดแม่เลียบ ขุนต้ำวหนักสรำ้ ง พ่อขุนต้าวหนกั เปน็ ผู้นาชาวบ้านจาก อ.ล้ี จ.ลาพูน มา
ตั้งหลักปักฐาน และเร่ิมก่อต้ังบ้านแม่เลียบเมื่อปี พ.ศ. 2453 ถ่ินฐำน สืบสำนพอเพียง บ้านแม่เลียบดาเนิน
ชีวติ โดยยึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง ฟูเฟ่ืองปำ่ 4 ต้นนำ้ พื้นทใี่ นหม่บู ้านเป็นพ้นื ทลี่ ุ่มภเู ขาทโ่ี อบล้อมมาจาก
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้โดยมีสายน้า 4 สาย ท่ีไม่เคยเหือดแห้ง ไหลลงมาจากภูเขาบริเวณ ห้วยแม่เลียบแง่
ซา้ ย, ห้วยแม่เลียบแง่ขวา, หัวโต้ง, ห้วยดีหมี(เขตป่าเฉลิมพระเกียรติและป่าชมุ ชน) สู่ในท่ีลุม่ หมู่บา้ นตลอดทั้งปี
เลิศล้ำกิจบวร บ้านแม่เลียบเป็นชุมชนคุณธรรม ดาเนินเนินกิจกรรมต่างๆในชุมชนด้วยความร่วมมือของบ้าน
วัด และโรงเรียน ขจรไกลไทย-ล้ำนนำ เป็นความมุ่งหมายของบ้านแม่เลียบ ที่อยากจะพัฒนาชุมชนท่ีมี
เอกลกั ษณ์ และวัฒนธรรมใหเ้ ปน็ ท่ีรูจ้ ักโดยทวั่ กัน

๒.2 กว่ำจะมำเป็นวันนี้
ในเริ่มต้น การรวมกลุ่มคนในการทากจิ กรรมต่างๆ ผู้คนในชุมชนให้ความสนใจที่จะปฏิบัติ โดยมองแต่
ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทน ไม่ไดม้ องถงึ ประโยชนท์ ่ีชุมชนจะได้รับอย่างแท้จริง ทาใหเ้ ม่อื เวลาผา่ นไปเมื่อไม่มี
ผลประโยชนม์ าตอบสนองความตอ้ งการ คนในชุมชนจงึ รวมกลุม่ กันทากจิ กรรมหรือเข้ามามีส่วนรว่ มน้อยลง

๒.3 เส้นทำงสคู่ วำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชุมชนตน้ แบบ
๑) ผนู้ ามองว่าชุมชน หรอื คนในชุมชนมีความต้องการท่ีอยากจะพัฒนาไปในแนวไหน
๒) มองทรัพยากรของชุมชนว่าจะมีส่ิงใดบ้างที่จะส่งเสริมรายได้เข้าสู่ชุมชน ซ่ึงสิ่งๆนั้นจะต้องมีคุณค่า
และสามารถสืบทอดสบื สานอยากรุ่นสูร่ ุ่นได้
๓) หาบุคลากรในชุมชนท่ีให้ความสนใจอย่างแท้จริง และไม่ได้หวังเรื่องของผลประโยชน์เป็นหลัก
ถึงแมใ้ นการเริม่ ต้นโครงการใดๆกต็ าม หากไดค้ นสนใจมาดาเนินการ สิ่งทท่ี าย่อมจะออกมาดี และสามารถสร้าง
รายได้ตามมาเสมอ
๔) การถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีประโยชน์ให้คนในชุมชนแต่ละกลุ่มฟัง เม่ือชาวบ้านเริ่มมี ความ
เข้าใจในเร่อื งตา่ งๆ ก็จะสนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมหรอื เขา้ มาชว่ ยปฏิบัตดิ ้วยความสมคั รใจ
๕) หาเครอื ข่าย ซึ่งมองวา่ ทุกๆ เครือขา่ ยสามารถสรา้ งโอกาสใหค้ นในชุมชนแตกตา่ งกันไป
๖) รับฟังความคิดเห็นของคนในชุมชน เปล่ียนจากการทะเลาะ ขัดแย้ง มาเป็นสามัคคีปรองดอง
แลกเปลยี่ นความคิดเหน็ ซง่ึ กันและกัน เป็นชุมชนท่มี คี ณุ ธรรม

๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคน้ัน ผำ่ นมำได้อยำ่ งไร

ในเรอื่ งของคน/บุคลากร จะมองเห็นวา่ คนเก่งๆในชุมชนยงั ขาดแคลนอยู่มาก เนอื่ งจากคนเก่งสว่ นใหญ่
ออกไปทางานในตัวเมือง ผู้นาจึงเล็งเห็นวา่ มีคนเก่งในชุมชนเหลืออยู่เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่จาเป็นต้องเก่งในทุกๆ
ด้าน เพียงแค่สนใจและลงมือทาให้ทุกคนทาจุดเด่นของตัวเองในแต่ละด้าน และกระจายความรู้ท่ีตัวเองมี
ประสบการณ์ ส่งต่อความรู้ใหก้ ับคนอน่ื ๆในชมุ ชน

การที่คนในชุมชนเริ่มแรกน้ันเข้าร่วมทากิจกรรมเพียงเพราะหวังในเร่ืองของผลประโยชน์ ผู้นาของ
ชุมชน จึงแสดงให้เห็นด้วยการลงมือทา โดยนาชุมชนเข้าประกวดจนได้รับรางวัล OTOP นวัตวิถี ทาให้

37

บ้านแม่เลียบได้ออกอากาศทางโทรทัศน์เป็นท่ีรู้จักแก่คนท่ัวไป เมื่อคนในชุมชนเห็นดังน้ีแล้ว จึงคิดท่ีอยากจะ
มีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนให้ดีย่ิงข้ึนไป ให้บ้านแม่เรียบมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยคนในชุมชนเป็นคนขับเคลื่อนด้วยใจ
จริงหรือถ้าหากในบางกิจกรรม กรรมการผู้เข้าร่วมอาจจะต้องการเบ้ียเลยี้ ง หรือผลประโยชน์ที่เปน็ ตวั เงินจรงิ ๆ
ผู้นาชุมชนจึงเสนอแนวทาง ทากองกลางสาหรับเก็บเงินที่มาจากคนในชุมชน อีกทั้งยังหาช่องทางรายได้ หรือ
หาเครือขา่ ยทด่ี ี องค์กรหรอื กลมุ่ ต่างๆทพ่ี อจะช่วยเหลือได้ กองทุนหมูบ่ า้ น หรอื กองทุนออมทรพั ย์ เปน็ ตน้

๒.5 ผลลัพธ์และผลกระทบทเี่ กิดขึ้น
ทุกๆ ฝ่ายในชุมชน พึงพอใจร่วมกัน มีเรื่องโต้แย้งหรือขัดแย้งน้อย ชุมชนมีคุณธรรมในเรื่องของความ
เขา้ ใจกนั ทาใหป้ ัจจบุ ัน ไม่วา่ จะทากิจกรรมใดๆก็ตามแต่ มักจะประสบความสาเร็จและผา่ นไปได้ด้วยดี

๒.6 เป้ำหมำยท่ีจะเดินตอ่ ในอนำคต ควำมตั้งใจ หรอื สงิ่ ที่บ่งบอกถึงหลกั ประกันวำ่ จะเกดิ ควำมย่งั ยนื
ความเป็นตัวตนต้องไม่หายไป มีการสืบทอดภูมิปัญญาที่มีค่ามากกว่าตัวเงิน อีกท้ังเครือข่ายท่ีเพ่ิมมา
มองในทฤษฎีพึ่งพาอาศัยซ่ึงกันและกันใน และมีประโยชน์ร่วมกันในทุกๆเครือข่าย เครือข่ายใด เครือข่ายหน่ึง
อาจจะช่วยเหลือชุมชนได้ในด้านที่แตกต่างกันไป และตัวของชุมชนบ้านแม่เลียบเองก็อาจจะมีส่วนช่วยให้
เครือข่ายเหล่าน้ันสาเร็จลุล่วงได้ในทางใดทางหน่ึงเช่นกัน ดังน้ัน จึงเล็งเห็นว่าการมองหาเครือข่ายจะทาให้
ชุมชนเกิดความยงั่ ยนื

ข้อมูลกำรติดต่อ
นายวัฒนพงษ์ อุ่นกันทา ผู้ใหญบ่ ้านแม่เลียบหมู่ 2 โทรศพั ท์ 086-18562 92

38

สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................
ชอื่ ชุมชนคุณธรรม วดั หนองข่วง หมู่ที่ ๑ ตำบลแมล่ อย อำเภอเทิง จงั หวัดเชียงรำย
๑. สรุปกิจกรรมท่ีดำเนนิ กำร
๑.๑ ชอื่ กิจกรรม ส่งเสริมพระพพุทธศาสนาเนื่องในวนั วสิ าขบูชา ประจาปี ๒๕๖๔

๑.๒ ชือ่ กิจกรรม ส่งเคราะห์บ้าน ปา๋ เวณีฮตี ฮอยชุมชนคุณธรรมวัดหนองขว่ ง

๑.๓ ชอ่ื กจิ กรรม ร่วมพิธปี ระกาศปฏญิ ญา พระพทุ ธศาสนาเปน็ ศาสนาหลักประจาจังหวดั เชียงราย

39

๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเด่น
ชมุ ชนวัดหนองข่วง เปน็ สงั คมเกษตรกรรม ทน่ี ้อมนาเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งของรัชกาลท่ี

เกา้ มาประยุกต์ใช้ในการแปรรูปผลผลติ ทางการเกษตรและสมนุ ไพรพื้นบ้าน เป็นผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชน สง่ เสริมให้
เยาวชนเล่นดนตรีพื้นเมอื งเป็นการใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ สืบสานวฒั นธรรมพน้ื บา้ นให้คงอยู่คู่ชมุ ชน โดย
ความร่วมมอื รว่ มใจในทุกกิจกรรมชุมชนของพลงั บวร (บา้ น วัด โรงเรียน) หรือทุกหนว่ ยงานทกุ าคสว่ นใน
ชุมชน

๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วนั น้ี
ชุมชนวัดหนองข่วง บรรพบุรุษ สว่ นใหญ่อพยพหนภี ยั สงครามและความแหง้ แลง้ จากเมืองน่าน มาต้ัง
หลกั ปกั ฐาน ประกอบอาชพี การทานาเป็นอาชพี หลกั และมีการทาสวนเมี่ยง เป็นอาชีพรอง สมาชกิ ชุมชนใน
อดีตและปัจจบุ ันนับถือพระพุทธศาสนา มีฐานะยากจน เนือ่ งจาก ราคาผลผลติ ตกต่า ปัญหาความแหง้ แล้ง
ปญั หาดา้ นเทคโนโลยีท่เี ยาวชนในชมุ ชนปรับตวั ตามไม่ทัน และปญั หาหนกั ทีส่ ดุ คือ การแพร่ระบาดของไวรัส
โควติ ๑๙ ทีท่ าใหส้ มาชิกชุมชนตอ้ งวา่ งงานและเดินทางจากพนื้ ทีเ่ สยี่ งกลบั บ้านเกดิ ในชุมชน

๒.3 เส้นทำงสคู่ วำมสำเร็จของกำรมำเป็นชมุ ชนต้นแบบ
ชุมชนคุณธรรมวดั หนองข่วง ไดร้ บั กาลังใจ ได้รบั การยอมรบั และช่ืนชมในความสาเรจ็ เบอื้ งตน้ ของ
หน่วยงานทางราชการ ความสาเรจ็ ทีเ่ กิดขึน้ ถือเป็นเบื้องตน้ ในการพฒั นาชุมชนใหด้ ยี งิ่ ๆขึน้ ไป ความสาเร็จ
ดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือร่วมใจในทกุ กิจกรรม เกิดจากความรว่ มมือรว่ มใจในการแกป้ ัญหาของชุมชน ซง่ึ
สมาชิกชมุ ชนทกุ คนมสี ว่ นเป็นเจา้ ของชุมชน มีความสาคญั เท่าเทยี มกัน ยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน

๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคน้ัน ผ่ำนมำได้อย่ำงไร

ปญั หาทกุ ปญั หา คือ ความท้าทายท่ีทุกคนในชุมชนพยายามหาทางออก หาทางแกป้ ญั หา ชมุ ชน
คุณธรรมวัดหนองขว่ ง มพี ระพุทธศาสนาเป็นศนู ยร์ วมจติ ใจใชห้ ลักธรรมในการดาเนินชีวิต มีพธิ กี รรมในทาง
พระพทุ ธศาสนาท่ีสบื ทอดมาแต่บรรพบรุ ุษเป็นการสรา้ งขวญั และกาลงั ใจในเบ้ืองตน้ มีครูภูมิปญั ญาท้องถิ่นด้าน
การแปรรูป และการจักสาน เป็นการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ และสามารถกา้ วขา้ มปัญหาและอปุ สรรคต่างๆให้
ผ่านพน้ และลดความรนุ แรงลงด้วยพลงั “ชุมชนสามประสาน” หรอื พลงั บวร คือ ทุกหน่วยงานทกุ ภาคส่วนใน
ชุมชน รว่ มมือกนั แกป้ ัญหา

๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบที่เกดิ ขึน้
พฤติกรรมของสมาชิกในชุมชนวดั หนองข่วง เปล่ยี นแปลงไป ในทางท่ีดีขึน้ อยรู่ ว่ มกันดว้ ยเหตแุ ละผล
ไมต่ ัดสนิ ปัญหาด้วยความรุนแรง ไม่มเี หตุทะเลาะววิ าทในชุมชน ไมม่ ปี ัญหาดา้ นยาเสพติด เยาวชนในชมุ ชนไม่
มปี ัญหาการติดโชเชียลข้ันรนุ แรงหันมาใช้เวลาว่างเป็นจิตอาสา สมาชิกในชุมชนอยูอ่ ย่างพอเพยี ง รูจ้ ักการให้
และแบง่ ปนั ให้ความรว่ มมือในทกุ กิจกรรมของทกุ หนว่ ยงานในชมุ ชนที่ขอความรว่ มมือมา ผลที่ได้รับคือ
ชุมชนคุณธรรมวัดหนองขว่ งจึงอยู่รว่ มกนั อย่างมีความสขุ ในระดบั หนงึ่

40

๒.6 เปำ้ หมำยทจี่ ะเดินต่อในอนำคต ควำมตงั้ ใจ หรือสง่ิ ที่บง่ บอกถึงหลักประกนั ว่ำจะเกดิ ควำมยั่งยนื
ชมุ ชนคณุ ธรรมวัดหนองขว่ ง จะต่อยอดและสบื สานความร่วมมือของ “ชุมชนสามประสาน”ใหจ้ าหลัก
แนน่ ในชุมชน เพือ่ นาชุมชนให้อยู่รอดจากทุกปัญหา ทกุ ความเปล่ียนแปลง

ข้อมูลกำรติดต่อ
พระอธกิ ารวินยั วสิ ุทธธมโฺ ม เจ้าอาวาสวดั หนองข่วง โทรศพั ท์ 088-2373951
นายสุพรรณ์ ธะนะหมอก ครโู รงเรียนบา้ นเกย๋ี งคุรุราษฎ์ โทรศัพท์ ๐๘๙-๕๕๘๓๖๑๐

41

สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................
ชอื่ ชุมชนคณุ ธรรม วัดศรีบญุ ยนื ตำบลโรงชำ้ ง อำเภอปำ่ แดด จงั หวดั เชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมทดี่ ำเนนิ กำร
๑.๑ ชื่อกิจกรรมทาบุญตักบาตรขา้ วสารอาหารแหง้ เน่ืองในวันขึ้นปใี หม่ 2564

๑.๒ ช่ือกิจกรรมวนั สงกรานต์

๑.๓ ช่อื กิจกรรม ทาบุญหอเจ้าเจ้าทวี่ ัด

42

1.9 ช่ือกิจกรรม วนั เขา้ พรรษา/วนั อาสาฬหบชู า

๑.10 ช่ือกจิ กรรม วันเฉลมิ พระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรีสนิ ทร
มหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยู่หวั รัชกาลท่ี 10

๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เรอ่ื งรำวควำมโดดเดน่
หมู่บ้านโป่งศรีนคร “หมู่บ้านปลอดขยะ (Zero Waste) ดีเด่นระดับประเทศ” ของกรมส่งเสริมคุณภาพ

สิ่งแวดล้อม ถ้วยรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 , รางวัลบ้าน
สวยเมืองสุข ชนะเลิศระดับประเทศถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี,
รางวัลหมู่บ้านประชาธิปไตยต้นแบบ ของกรมการปกครอง และรางวัลหมู่บ้านต้นแบบประชาธิปไตย ชนะเลิศ
ระดับประเทศ ของสานกั นายกรัฐมนตรี

๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วันนี้
จากการที่บ้านโป่งศรีนครไม่มีแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ประชาชนจึงอพยพไปเป็นแรงงานต่างถ่ินกัน
มาก เป็นการไหลออกของบุคลากรในชุมชน ผู้นาชุมชนจึงมีแนวคิดท่ีจะพัฒนาชุมชนให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบ
เพื่ อให้ เป็ น แห ล่งศึกษ าเรียน รู้ให้ คณ ะต่างๆมาศึกษ าดูงาน จึงเร่ิมต้น ด้วยน โยบ ายกาจัดขยะ
เปลี่ยนขยะของที่ใชแ้ ล้วใหเ้ ปน็ เงิน สรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ชมุ ชน

๒.3 เส้นทำงสคู่ วำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชุมชนต้นแบบ
โดยเร่ิมจากการลดปัญหาการดื่มสุราของคนชุมชน มีข้อตกลงในการลด ละ เลิก ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับ
2,000 บาท งานประเพณีไม่มีการเล้ียง การด่ืมสุรา มีมาตรการงดจุดธูปในงานศพ งดใช้ปราสาทใส่ศพ เพ่ือ
เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าภาพ และลดปัญหากล่ินควันรบกวนต่อสุขภาพของผู้มาร่วมงานอีกด้วย

43

นอกจากน้ียงั ได้กาหนดมาตราการให้ทกุ หลงั คาเรือนในชุมชนจะต้องมีการปลกู พืชผักอย่างน้อย 5-10 ชนดิ ไว้
บริโภคอีก เพ่ือเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครวั เรือน พร้อมทัง้ ได้มีการจัดต้ังกล่มุ อาชีพทท่ี าผลิตภัณฑจ์ ากธรรมชาติ
มีวิธีการช่วยเหลือคนในสังคม โดยการเริ่มออมวันละ 1 บาท เพ่ือช่วยเหลือคนในชุมชน มีธนาคารชุมชนเปิด
บริการฝากเงิน ออมเงิน และให้กู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่า ผลกาไรท่ีได้ก็นากลับมาพัฒนาชุมชน โดยเปิดเป็น
สาขาของธนาคาร ธกส. บ้านโป่งศรีนครเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่มีสถานท่ีแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน นอกฤดูกาล
ทาการเกษตรจึงทาให้ประชาชนจงึ อพยพไปเป็นแรงงานต่างถิ่นกันมาก เป็นการไหลออกของบคุ ลากรในชุมชน
ผู้นาชุมชนจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาชุมชนให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบ เพ่ือให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้คณะต่างๆมา
ศึกษาดูงาน จึงเร่ิมต้นด้วยนโยบายกาจัดขยะ เปลี่ยนขยะของที่ใช้แล้วให้เป็นเงิน สร้างรายได้ให้กับชุมชนจน
ได้รับรางวัลดีเด่นระดับประเทศด้านการบริหารจัดการขยะ โดยอาศัยพลังชุมชน 5 ประการคือ 1) พลังแห่ง
ความคิด คือการคิดดี 2) พลังแห่งการกระทา คือ ช่วยกันทาดี 3) พลังแห่งการพูด พูดแต่เรื่องดีๆเป็นเร่ืองที่
สร้างสรรค์ 4) พลังแห่งกุศโลบาย คือมีนโยบายที่ดี มีประโยชน์ต่อส่วนรวม 5) พลังแห่งมนุษยสัมพันธ์ คือ มี
อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใสกับทกุ คน

๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนน้ั ผำ่ นมำได้อย่ำงไร

แต่เดิมนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านโป่งศรีนครน้ัน ไม่มีความสามัคคี ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการระดมความคิด
ร่วมสร้าง หรือร่วมพัฒนาอย่างใด ซ่ึงปัญหาดังกล่าวท่ีเกิดขึ้น นายมานพ ชัยบัวคา ผู้ใหญ่บ้านในขณะน้ัน
(ปัจจุบันดารงตาแหน่งกานันตาบลโรงช้าง) หรือท่ีชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าพ่อหลวงมานพ และแกนนา
หมู่บ้าน ได้ร่วมกันเล็งเห็นถึงความสาคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับทางสภาผู้นาบ้านโป่งศรีนคร จัด
โครงการสง่ เสริมชมุ ชนเรียนรรู้ ว่ มกันสร้างเสรมิ สุขภาวะชุมชนใหน้ ่าอยทู่ สี่ ุด โดยได้รบั การสนับสนุนงบประมาณ
จากสานกั สร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม หรือสานัก 6 ของสานักงานกองทุนสนบั สนุนการสร้างเสรมิ สุขภาพ

จากความร่วมมือในการบริหารจัดการชุมชนอย่างเข้มแข็งของแกนนาและชาวบ้านในชุมชน ประกอบ
กับการสนับสนนุ ของหน่วยงานท้องถิน่ ที่ลงตัว ทาใหก้ ารดาเนนิ งานดา้ นต่างๆ ของชุมชนบ้านโป่งศรีนครดาเนิน
ไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ จนได้รบั รางวัลและจดั ต้ังเป็นศูนย์เรยี นรู้ของหนว่ ยงานตา่ งๆ มากมาย

๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบทีเ่ กิดขึ้น
หมู่บ้านโปง่ ศรีนคร ซ่งึ ถอื เป็นศูนย์การเรยี นรู้ตน้ แบบระดับประเทศ ในการบริหารจดั การขยะในชุมชน
ที่สามารถขยายผลในการดาเนินการไปสู่การบริหารจัดการและกาจัดขยะของประเทศอย่างยั่งยืน ท้ังน้ี การ
บริหารจัดการและกาจัดขยะของหมู่บ้านโป่งศรีนคร ได้มีวิธีการดาเนินการต่าง ๆ ทั้งการจัดการขยะอินทรีย์
โดยมีการคัดแยกเพื่อนามาทาปุ๋ยหมัก น้าหมักชีวภาพ เพื่อใช้สาหรับปลูกผักรับประทานเองในครัวเรือน การ
ผลิตอาหารปลาและกบแบบชีวภาพ โดยใชว้ ัสดุในท้องถิ่นมาหมักทาเป็นรปู แบบอาหารปลาและกบชีวภาพ ทา
ใหป้ ลาและกบได้รับสารอาหารทม่ี ีประโยชน์ ตลอดจนสามารถลดต้นทุนกวา่ การซือ้ อาหารปลาและกบสาเร็จรูป
ซึ่งเป็นการพ่ึงพาตนเองสอดคล้องตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ
พลอดุลยเดช ส่วนการจัดการขยะท่ัวไป เช่น ถุงพลาสติก กล่องนมนามารวบรวมและขาย ส่วนท่ีเหลือนาไปใส่
ถุงดาส่งให้เทศบาลตาบลโรงช้างนาไปกาจัดอย่างถูกวิธีต่อไป การจัดการขยะรีไซเคิล โดยในครัวเรือนมีการคัด
แยกขยะรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ เช่น ใช้กระสอบปุ๋ย เข่งสานด้วยไม้ไผ่ และมีการจดบันทึกสถิติข้อมูลขยะ
ประจาหมู่บา้ น การจัดตั้งกลุม่ อาชพี จักสานไม้ไผ่ โดยมีการนาเศษวัสดุเหลือใช้ เชน่ พลาสตกิ ห่อขนม (ปีโป้) มา
ใสใ่ นไซดักปลาดกั กงุ้ เป็นการลดรายจา่ ยสร้างรายได้ให้กบั ชุมชนและเป็นการเรยี นรู้

44

๒.6 เป้ำหมำยทีจ่ ะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมตั้งใจ หรอื สง่ิ ที่บง่ บอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมย่ังยนื
จากความร่วมมือในการบริหารจดั การชุมชนอยา่ งเข้มแข็งของแกนนาและชาวบา้ นในชุมชน ประกอบ
กบั การสนับสนุนของหน่วยงานทอ้ งถน่ิ ทีล่ งตวั ทาให้การดาเนนิ งานด้านต่างๆ ของชมุ ชนบ้านโปง่ ศรนี ครดาเนนิ
ไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ จนได้รบั รางวลั และจัดตัง้ เป็นศูนย์เรยี นรูข้ องหน่วยงานตา่ งๆ มากมาย อาทิ

– ตน้ แบบชุมชนนา่ อยู่
– ชนะเลศิ การประกวดชมุ ชนปลอดขยะ ขนาดเล็ก ปี 2558
– ศนู ย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะภาคเหนือ
– หมบู่ า้ นปลอดการเผา
– ศนู ยก์ ารเรยี นรเู้ พือ่ พฒั นาเศรษฐกิจพอเพยี งต้นแบบ
– ศูนยเ์ รียนรู้ สสส. 17 จังหวดั ภาคเหนอื
– การรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ ท่องเทีย่ วชุมชนตน้ แบบเชียงราย
– ชุมชนหรือหมูบ่ า้ นประชาธิปไตยตวั อย่าง
– ชุมชนผู้นาเขม้ แข็ง
นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าทางชุมชนจะมีโฮมสเตย์แบบปกติไว้ต้อนรับนักท่องเท่ียวทั้งชาวไทยหรือ
ชาวตา่ งชาติที่แวะเวียนมาเย่ียมเยยี นเพ่ือสัมผัสวิถชี ีวิตและธรรมชาติอนั อุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านแล้ว ชาวบ้าน
หมู่บ้านโป่งศรีนคร ยังได้พยายามต่อยอดแนวความคิดในการที่จะให้นักท่องเท่ียวได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและ
บรรยากาศโดยรอบของชุมชนไดอ้ ย่างเต็มที่ จึงได้มีการจดั สร้างโฮมสเตย์กลางนาโป่งศรีนคร โดยท่ีพักสร้างขึ้น
โดยการใช้ฟางมุงเป็นหลังคา มีที่นอนหมอนมุ้งอานวยความสะดวกครบ เรียกได้ว่านักท่องเท่ียวที่เข้าพักนั้นจะ
ไดส้ ัมผสั กับวิถชี ีวิตและบรรยากาศแบบท้องไร่ ท้องนากนั อยา่ งเตม็ ท่ีเลยทีเดยี ว

ข้อมูลกำรติดต่อ รักษาการเจา้ อาวาสวดั ศรบี ญุ ยนื โทรศัพท์ 080-๘607074
พระสนุ ันท์ ยศทสี่ ดุ
นายมานพ ชัยบวั คา กานนั ตาบลโรงช้าง โทรศัพท์ 081-2896944

45

สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔

......................................................................................................
ชอ่ื ชุมชนคณุ ธรรม วดั สนั หนองบัว ตำบลเม็งรำย อำเภอพญำเม็งรำย จังหวัดเชียงรำย
๓. สรุปกจิ กรรมที่ดำเนินกำร
๑.๑ ชอื่ กจิ กรรม กิจกรรมทางศาสนา สง่ เสริมคุณธรรมตามหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา

๑.๒ ชื่อกจิ กรรม : ส่งเสริมครอบครัวคุณธรรมนาชีวิต นอ้ มนาชวี ติ ปฏิบตั ติ ามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง

๑.๓ ช่ือกิจกรรม : สง่ เสรมิ และอนรุ ักษ์ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามในชุมชน

46

๑.๔ ชือ่ กจิ กรรม : กจิ กรรมจิตอาสาพฒั นาวัด บ้าน โรงเรียน (พลังบวร)

๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรอ่ื งรำวควำมโดดเด่น
ชมุ ชนคุณธรรมวัดสันหนองบัว มีลักษณะความโดดเด่นสอดคล้องกับชื่อ “วัดเสาหนองบวั ” หรือ “วัด

สันหนองบัว” เดิมทีช่ือ “วัดเสาหิน” สร้างวัดครั้งแรกเม่ือปี พ.ศ. 2483 ต้ังอยู่บนเนินเขาเต้ียๆ ติดริมแม่น้า
ต๊าก (ปัจจุบันเป็นท่ีตั้งของสถานีอนามัยตาบลพญาเม็งราย) ซ่ึงในขณะนั้นวัดยังเป็นเพียงที่พักสงฆ์ ส่ิงปลูกสร้าง
หรือเสนาสนะยังไม่มี มีประชาชนอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่เพียงไม่กห่ี ลังคาเรือน ตอ่ มาในปี พ.ศ.2๔86 ได้มี
พอ่ หลวงกันทะ หินแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ตาบลต้า บ้านน้าอิง ได้พาชาวบ้านอพยพและย้ายมาอยู่รวมกันที่น่ี
ประมาณ 30 กวา่ ครอบครัว ในพื้นที่ที่เป็นทงุ่ นา ซึ่งมรี ่องน้าต้ืนๆ มตี อไม้ขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 2 เมตร
ความกว้างประมาณ เมตรครึ่ง และมีต้นไม้เล็กๆ ออกแวดล้อมข้างๆตอไม้ 3- 5 ต้น จึงได้รู้ว่าเป็นไม้สะลีก
พวกชาวบ้านจึงต้ังชื่อว่า “บ้านสะลีก” และได้ช่วยกันสร้างอาศรมชั่วคราวขึ้น 1 หลัง เพ่ือให้เป็นทปี่ ระกอบพิธี
ทางพระพุทธศาสนาไปพรางก่อน ภายหลังต่อมาได้ทาการย้ายอาศรมหลังนี้เน่ืองจากอยู่ในพ้ืนท่ีต่ามีน้าท่วมขัง
ทกุ ปี ขน้ึ ไปตั้งบนดอยซึ่งมีหนิ แท่น ลักษณะคล้ายต้นเสา จึงเรียกว่า ดอยเสาหิน และชาวบ้านจงึ ไดเ้ รียกกันว่า
“วัดเสาหิน” ตอ่ มาเม่ือปี พ.ศ.2500 เน่ืองจากพ้ืนทบี่ ริเวณนั้นมีนา้ ทว่ มหลายปี ชาวบ้านจงึ อพยพย้ายมาอย่อู ีก
ฝัง่ ของแม่น้าต๊าก และเริ่มเข้าไปหาซอ้ื ที่ดิน ซ่ึงเป็นถิ่นฐานเดิมของพนี่ ้องไทลื้อท่อี าศัยอยู่ก่อนแล้ว จึงได้ยา้ ยวัด
เสาหินมาสร้างใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดสันหนองบัว” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีพ่อหนานลือ กิ่งแก้ว
บริจาคที่ดินเพ่ือสร้างวัดจานวน 2 ไร่ และขยายเพ่ิมอีก 4 ไร่ รวมเป็น 6 ไร่ สาเหตุที่ต้องเปล่ียนชื่อวัดมาเป็น
“วัดสันหนองบัว” เน่ืองจากมีหนองน้าประมาณ 20 กว่าไร่ แล้วก็มีอีก 2 แง่ 2 ห้อง และมีดอกบัวบาน
มากมายในสระนั้น จึงได้ต้ังวัดตามบริบทชุมชนในขณะน้ัน และได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมา เมื่อวันที่ 15
มีนาคม พ.ศ.2546 โดยมี พระครโู กศลกจิ จานกุ จิ เปน็ เจ้าอาวาสวดั คนปัจจบุ ัน

๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วนั น้ี
ชุมชนคุณธรรมวัดสันหนองบัว กว่าจะมาเป็นชุมชนต้นแบบท้องถิ่นดา้ นคุณธรรมได้ ทางวัดได้รวบรวม
กลุ่มคน ประกอบไปด้วย ประชาชนในพื้นที่ เด็กและเยาวชน องค์กรภาคีเครือขา่ ยทางภาครฐั และเอกชนทุกแห่ง
ตลอดจนผู้สงู อายุให้เข้ามามสี ่วนรว่ มกิจกรรมที่ทางวัดได้จัดเป็นประจา เช่น การจดั กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
สง่ เสริมคณุ ธรรมตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ส่งเสริมครอบครัวคุณธรรมนอ้ มนาชวี ติ ให้ปฏิบัติตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงตนเองได้ พึ่งตนเองได้ และอยู่ไดด้ ้วยตนเอง การจดั กิจกรรมประเพณีประจาปี
การเล้ียงดูเอ้ืออาทรเด็กกาพร้าที่ขาดคนอุปการะเลี้ยงดู ฯลฯ ซ่ึงในช่วงแรกๆ ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่าน้ันที่สนใจจะ

47

ช่วยขับเคล่ือนการดาเนินงานไปพร้อมกับทางวัด ต่อมากิจกรรมโครงการที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ ก็เริ่มเป็นที่
รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นทาให้คนส่วนใหญ่เกิดความสนใจท่ีจะเข้ามาช่วยกันประสานงานและทางาน
รว่ มกับทางวดั ร่วมกันจัดกิจกรรม ร่วมกนั คิดแผนงานโครงการเพ่ือให้การทางานเกดิ ความต่อเนื่องไม่หยดุ ชะงัก
มีการแต่งต้ังคณะกรรมการเพ่ือดาเนินงาน แบ่งงานกันอย่างชัดเจนเพ่ือร่วมขับเคล่ือนชุมชนคุณธรรมให้ไปสู่
ชมุ ชนต้นแบบท่ีแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมที่จับตอ้ งไดอ้ ยา่ งชัดเจนเปน็ รูปเป็นร่างยิ่งขึ้น โดยใชว้ ัดเป็นศูนยก์ ลาง
การเรียนรู้ ปัจจุบันชุมชนคุณธรรมวัดสันหนองบัว สามารถทางาน โดยใช้พลัง บวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน) เป็น
ตัวหนุนเสริมกลไกในการขับเคลื่อนงานให้สาเร็จลุล่วงลงด้วยดี โดยมีแผนพัฒนาหมู่บ้าน เป็นเคร่ืองมือและ
แนวทางในการพัฒนานาไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลและสอดคล้องกับปัญหารวมท้ัง
ความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุมและท่ัวถึง ท่ีสาคัญเป้าหมายหลักในการพัฒนาหมู่บ้าน เน้น
โครงสร้างพ้ืนฐาน บริหารแบบมีส่วนร่วม สร้างสานึกคุณธรรม จริยธรรม พัฒนาอาชีพเกษตรกรรม น้อมนา
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

๒.3 เส้นทำงสู่ควำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชุมชนตน้ แบบ
เส้นทางสู่ความสาเร็จของการมาเป็นต้นแบบของชุมชนคุณธรรมวัดสันหนองบัว นั้นก็เริ่มมาจากการ
รวมกลุ่มรวมตัวกันช่วยกันทางานและร่วมวางแผนงานโครงการ เพราะคนในชุมชนมีความเห็นว่า วัฒนธรรม
ประเพณี ตลอดถึงภูมิปัญญาของท้องถิ่นหรอื ประเทศชาติ เม่ือครั้งอดีตมีจุดเร่ิมต้นจากศาสนาและวัด ดังนั้น
วัดสันหนองบัว จึงได้จัดกิจกรรมท่ีส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าวัด มุ่งเน้นให้ประชาชนเห็น
ความสาคัญของวดั ซ่ึงเป็นแหล่งเรียนร้หู ลักธรรมทางศาสนา อนุรักษ์สืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม และ
ภูมิปัญญาของท้องถ่ิน และนาไปปรับใช้ในการดาเนินชีวิตให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดีเป็นคนดีมีคุณธรรม ดารงตน
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนพลิกฟ้ืนให้ศาสนสถานกลับมาเป็น “ศูนย์กลางจัดกิจกรรม
ของชุมชน” ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนา สร้างเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง เกิดความสงบสุขร่มเย็นมีความ
เสียสละของคนในชุมชน และเป็นสังคมคณุ ธรรมต่อไป
ประกอบกับทางรัฐบาลได้มีนโยบาย นาศาสนา ศิลปวฒั นธรรมและความเป็นไทย มาสร้างสรรค์สังคม
ให้เกิดความเข้มแข็งอย่างมีคุณภาพ มีคุณธรรม การจะบรรลุเป้าหมายต้องเกิดจากการบูรณาการร่วมกัน
รวมท้ังให้นาพลัง “บวร” บ้าน วดั หรือศาสนสถาน โรงเรียน เป็นกลไกสาคัญในการเสริมสร้างให้เด็ก เยาวชน
และประชาชน มีคุณธรรม จริยธรรม ส่งเสริมให้มีการขยายเครือข่ายชุมชนคุณธรรมไปทั่วประเทศ เพ่ือ
เสริมสรา้ งประเทศชาติให้เกดิ ความมัน่ คง ม่ังคง่ั และยง่ั ยืน
ดังนั้น เพ่ือเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล ทางชุมชนคุณธรรมวัดสันหนองบัว ตาบลเม็งราย
อาเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย จึงได้นามิติทางศาสนา นาพลังบวร มารวมเป็นกลไกสาคัญในการร่วม
สร้างสังคมคุณธรรม โดยเน้นการส่งเสริมให้วัด/ศาสนสถานท่ัวประเทศ เปิดพ้ืนที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งร่วมกับชุมชนรักษาสืบสานประเพณี
วัฒนธรรมอันดีงาม เพื่อให้การดาเนินงานขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน มองเห็นเป้าหมายร่วมกัน คิดค้น
พัฒนากิจกรรมโครงการใหม่ๆ สร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวทางการดาเนินงานโครงการพลังบวร : ชุมชน
คุณธรรม ลานธรรม ลายวิถีไทย อย่างถูกต้อง เพราะเป้าหมายสูงสุดของโครงการ คือ “สังคมคุณธรรม ที่มี
ความม่ันคง มงั่ ค่งั และยัง่ ยืน”


Click to View FlipBook Version