98
สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ช่อื ชุมชนคุณธรรม วัดบ้ำนจ้อง ตำบลโป่งผำ อำเภอแม่สำย จงั หวดั เชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมทด่ี ำเนินกำร
๑.๑ ชอื่ กจิ กรรม วันมาฆบชู า
๑.๒ ชอ่ื กิจกรรม วนั วิสาขบชู า
๑.๓ ช่ือกิจกรรม วันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ
ปรเมนทรรามาธบิ ดีศรสี ินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
99
๑.๔ ช่ือกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศล แด่สมเด็ จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพนั ปหี ลวง
๑.๕ ชอ่ื กจิ กรรม หล่อเทียนพรรษา
๑.๖ ชอ่ื กิจกรรม “ปันน้าใจ คนไทย ไมท่ ้ิงกัน” โดยใช้พลงั บวร
๑.๗ ช่ือกิจกรรม ศูนยศ์ ึกษาพระพทุ ธศาสนาวันอาทิตย์
100
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเด่น
ประชากรท่ีอาศัยอยู่ในชุมชนคุณธรรมวัดบ้านจ้อง ประกอบด้วย ประชากร หมู่ที่ 1 หมู่ 9 และหมู่
10 คนในชุมชนประกอบด้วย คนเมือง ไตยวน (ประชากรส่วนใหญ่) ไทใหญ่ อาข่า ไตยอง ไตล้ือ ไตเขิน และ
ปะหล่อง ชุมชนบ้านจ้องมีแหล่งเรยี นรู้ที่สาคัญ เช่น วัดบ้านจ้อง เปน็ แหลง่ เรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรมให้
คนในชุมชนเกิดความรักและสามัคคี และเป็นศูนย์รวมด้านจิตใจ โรงเรียนบ้านจ้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็ก
นักเรียนที่อาศัยอยู่บ้านจ้อง และหมู่บ้านอื่น มีการเรียนการสอนท่ีเน้นในด้านศาสนาและวัฒนธรรม ได้รับ
รางวัลโรงเรียนคุณธรรมประจาอาเภอ รวมท้ังยังมีกลุ่มภูมิปัญญาหมอเมือง/สมุนไพรพ้ืนบ้าน เป็นแหล่งเรียนรู้
ภูมิปัญญาการรักษาโรคด้วยสมุนไพรพ้ืนบ้าน และวิธีการรักษาท่ีสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ และกลุ่มฟื้นฟู
วัฒนธรรมล้านนาบ้านจ้อง สืบเนื่องจากการรวมกลุ่มของคนในหมู่บ้านที่นาองค์ความรู้ ภูมิปัญญาทางด้าน
วัฒนธรรมประเพณีล้านนามาแลกเปล่ียนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งสืบทอดให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
นอกจากน้ียงั มีแหล่งท่องเท่ียวที่สาคัญภายในชุมชน เช่น อุทยานถ้าหลวง – ขนุ น้านางนอน (เตรียมการ) และ
สระมรกต อยู่ในท้องท่ีตาบลโป่งผา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน รวมถึงหนองน้าพุมหัศจรรย์
ต้ังอยู่หมู่ท่ี 1 ตาบลโปง่ ผา มีลักษณะเป็นหนองน้าจืด ทัศนียภ์ าพที่สวยงาม ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาดอยนางนอน
ปัจจุบนั ได้พฒั นาเป็นแหลง่ ทอ่ งเท่ียว ที่พักผอ่ นหยอ่ นใจ และจดั กิจกรรมของหมูบ่ า้ น
๒.2 กว่ำจะมำเป็นวนั น้ี
ชุมชนบ้านจ้อง ในอดีต มีปัญหาด้านสังคมหลายอย่าง เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาความยากจน
ปัญหาการขดั ความสามคั คี หลังจากท่ไี ดเ้ ข้าโครงการชมุ ชนคุณธรรม ขับด้วยพลัง บวร ทาใหม้ ีการเปล่ียนแปลง
ในหมู่บ้าน เชน่ ปัญญาเสพติด ลดลง มีชมรมคนหัวใจเพชร คือ ผู้ท่ีงดเหล้าได้ ๓ ปีขึ้นไป ทาใหช้ ุมชน้ีได้รับเป็น
ศูนย์การเรียนรู้การงดเครื่องด่ืมแอลกอฮอล์ และ เป็นชุมชนคนสู้เหล้า จังหวัดเชียงราย มีกลุ่มฟ้ืนฟู้วัฒนธรรม
ลา้ นนาตาบลโป่งผา มีโรงเรียนผู้สูงอายุตาบลโป่งผา มีสถานท่ีทอ่ งเที่ยวระดับโลก คอื อทุ ยานแห่งชาติ – ขุนน้า
นางนอน ทาใหป้ ระชาชนมีรายได้มากขนึ้ และ มีจิตอาสามาช่วยกนั พัฒนาวัดมากข้นึ
๒.3 เสน้ ทำงสูค่ วำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชุมชนต้นแบบ
แนวทางของการขับเคล่ือนชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดบ้านจ้องจะให้ความสาคัญกับการทางานอย่าง
มีส่วมร่วมของพลัง บวร ก่อนเสมอ ที่ผ่านมาได้มีข้ันตอนดาเนินการขับเคลื่อนชุมชนฯ โดยเร่ิมจากการประชุม
แกนนาพลัง บวร จากน้ันมีการประชุมคณะกรรมการวัด ผู้ใหญ่บ้านประชุมชาวบ้าน ส่วนราชการรวมถึง
ผู้อานวยการโรงเรียนประชุมครูและผู้ที่เก่ียวข้อง ทุกภาคส่วนดาเนินการตามแผนท่ีประชุม จัดตั้งและ
ดาเนินการ ศพอ. วัดบ้านจ้อง จัดต้ังกลุ่มฟื้นฟูวัฒนธรรมล้านนาตาบลโป่งผา จัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุตาบลโป่ง
ผา จัดต้ังโรงเรียนวถิ ีพทุ ธ จัดต้ังสานักปฏบิ ัติธรรมประจาตาบลโป่งผา จัดตั้งชมรมคนหัวใจเพชร เขา้ โครงการฯ
หมู่บ้านรักษาศีล ๕ เข้าโครงการ วัด ประชารัฐ สร้างสุข ด้วยกิจกรรม ๕ ส. รวมท้ังเป็นหน่วยอบรมประชาชน
ประจาตาบล นอกจากน้ีชุมชนบ้านจ้องยังได้สรา้ งสถานที่จอดรถ เพ่อื บริการนักทอ่ งเท่ียว กอ่ นจะไปเดินทางไป
สระมรกต และ อทุ ยานแหง่ ชาติ – ขุนนา้ นางนอน เพ่ือสร้างรายได้ให้แก่ชมุ ชนอกี ดว้ ย
101
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนั้น ผ่ำนมำไดอ้ ย่ำงไร
ปัญหาอุปสรรคสาคัญ คือ ขาดความสามัคคี ยาเสพติด แต่ชาวชุมชนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาจน
สามารถก้าวข้ามปัญหาอุปสรรค โดยเร่ิมจากการประชุมกันบ่อยๆ ร่วมทากจิ กรรม สร้างความเข้าใจ ทาให้เกิด
ความสามัคคีในชุมชน ส่วนปัญหายาเสพติด ผู้ใหญ่บ้านได้เข้าร่วมโครงการกองทุนแม่แห่งแผ่นดิน เข้าร่วม
เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเชียงราย จัดปฏิบัติธรรมในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา ทาให้ปัญหายาเสพติด
ลดลงตามลาดบั
๒.5 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบทีเ่ กดิ ข้นึ
จากผลการร่วมมือขับเคลื่อนด้วยพลัง บวร อย่างจริงจังและสามัคคีกันทาให้ชุมชนได้ถูกคัดเลือกเป็น
ชุมชนคุณธรรมต้นแบบอาเภอแม่สาย เกิดกลุ่มจิตอาสาเกิดขึ้นในชุมชน เพื่อช่วยเหลือ บ้าน วัด โรงเรียน
รวมทั้งชุมชนได้คัดเลือกเป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ดีเด่น ของจังหวัดเชียงราย นอกจากน่ียังทาให้ประชาชนมี
รายได้จากนกั ทอ่ งเทียว อกี ท้งั ยงั ทาให้เกดิ ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ กลุ่มตา่ งๆ ขน้ึ ในชมุ ชนบ้านจ้องอกี ดว้ ย
๒.6 เปำ้ หมำยทจ่ี ะเดินต่อในอนำคต ควำมต้ังใจ หรอื สง่ิ ทบี่ ่งบอกถึงหลักประกนั วำ่ จะเกดิ ควำมยั่งยืน
ชุมชนคุณธรรมบ้านจ้องมีความมุ่งหวังสู่การเป็นชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข ภายใต้บริบทชุมชนวิถีพุทธ โดยมี
โรงเรียนวิถีพุทธพระราชทาน การเป็นชุมชนคุณธรรมน้อมนาเศรษฐกิจพอเพียง มีแหล่งท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์
และ ศกึ ษาวัฒนาธรรม เปน็ หมบู่ ้านปลอดยาเสพติด รวมทง้ั เปน็ หมบู่ า้ นแผ่นดนิ ธรรม แผน่ ดนิ ทอง
ข้อมูลกำรติดต่อ เจา้ อาวาสวัดบ้านจ้อง โทรศพั ท์ ๐๘๖-๑๙๒๓๔๔๓
พระครสู ุวิชานสุตสุนทร ผใู้ หญบ่ า้ นบ้านจอ้ ง หมทู่ ่ี ๙ โทรศพั ท์ ๐๘๒-๑๙๓๕๗๖๙
นางนภาสรณ์ ทาตุการ
102
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชอื่ ชุมชนคณุ ธรรม วดั มงคลธรรมกำยำรำม หมู่ ๑ ตำบลโปง่ งำม อำเภอแม่สำย จังหวดั เชียงรำย
๑. สรุปกิจกรรมทดี่ ำเนนิ กำร
๑.๑ ช่ือกจิ กรรม พฒั นาศาสนสถานเพ่ือความพรอ้ มเป็นศูนย์การเรยี นรู้ เพื่อใหส้ ะอาด สงบ ร่มเย็น
๑.๒ ช่อื กิจกรรม อนรุ กั ษ์วัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ เร่ืองการแต่งกาย ไทลอ้ื -ลา้ นนา / ปะหร่อง
๑.๓ ชือ่ กจิ กรรม คา่ ยคุณธรรม-จรยิ ธรรม เพ่ือให้มีความรกั ความเทิดทนู ทัง้ ๓ สถาบัน
103
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรอื่ งรำวควำมโดดเด่น
วัดมงคลธรรมกายาราม ต้ังอยู่ในชุมชนบ้านถ้า ประชาชนในหมู่บ้านมีวิถีชีวิตแบบพอเพียง เรียบง่าย
พึ่งพาอาศัยกัน มีวัดบ้านถ้า และวัดมงคลธรรมกายารามเป็นศูนย์รวมจิตใจและประกอบพิธีทางศาสนาของคน
ในหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านมีความสามัคคี มีความเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่กันในชุมชน มีระเบียบกฎเกณฑ์หมู่บ้าน
ประชากรนบั ถือศาสนาพุทธ มีศาลาอเนกประสงค์ เป็นสถานท่ีจัดกิจกรรมต่างๆของชุมชน มีศาลเจ้าพ่อ (พ่อปู่
บ้านถ้า) เป็นสถานท่ียึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชน และมวี ัดมงคลธรรมกายาราม เป็นสถานท่ีบาเพ็ญบุญและ
เป็นสถานปฎิบัติธรรมรวมท้ังเป็นสถานอบรมค่ายคุณธรรม-จริยธรรมฯ ที่สาคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย
เพื่อให้ประชาชน มีความเข้าใจในเร่ืองของความเป็นไทย การใช้ชีวิต ในยุคที่สังคมโลกปัจจุบัน มีความ
เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ให้ประชาชนที่เข้าร่วมมีความสุข ความเข้าใจ ปฏิบัติตนให้เป็นคนดี ของสังคม
ใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถดารงชีวิตอยู่บนโลกใบน้ี อย่างมีความสุข และมีสันติภาพ
อย่างแทจ้ ริง
๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวันนี้
สภาพสังคมไทยในปัจจบุ ันได้รับอทิ ธพิ ลจากกระแสโลกาภิวตั น์ของสังคมโลก สง่ ผลให้คนในชุมชนและ
สังคมไทยทั่วไปได้รับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความเจริญในส่ือสังคมออนไลน์ ในทางกลับกัน
สภาพจิตใจ คณุ ธรรม ความกตญั ญูต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กลับลดน้อยถอยลง สถาบันต่างๆ ไม่ว่าจะ
เป็นโรงเรยี น หน่วยงานราชการ เอกชน ตา่ งประสบกบั ปญั หาเรอ่ื ง “คณุ ธรรม” เป็นอยา่ งยง่ิ องคก์ รทุกองคก์ ร
ต้องการ “คนดี” ขององค์กรน้ันๆ ดังนั้นวัดมงคลธรรมกายารามจึงเป็นสถานที่บาเพ็ญบุญ สถานปฎิบัติธรรม
รวมทั้งเป็นสถานอบรมค่ายคุณธรรม-จริยธรรมฯ ท่ีสาคัญในการขัดเกลาจิตใจของคนในสังคมปัจจุบัน โดยการ
นาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นหลักในการดาเนินชีวิต ปลกู ฝังเรอื่ งคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เดก็ เยาวชน
และประชาชน ผสมผสานกลมกลืนกับวิถีชีวิตของประชาชน และในชุมชนให้ความสาคัญกับการน้อมนาหลัก
ปรชั ญาของ “เศรษฐกิจพอเพยี ง” มาปรบั ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างสมดุลและยัง่ ยืน
๒.3 เส้นทำงสู่ควำมสำเร็จของกำรมำเป็นชมุ ชนตน้ แบบ
ผู้นาศาสนา ผู้นาชุมชน ผู้นาสถาบันการศึกษา ส่วนราชการ และภาคประชาสังคมในพ้ืนที่ มีการ
สง่ เสริม สนับสนุน ให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้เข้ารว่ มกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา
กจิ กรรมน้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมสืบสานประเพณี วิถวี ัฒนธรรมไทยที่ดีงาม อัน
เป็นผลดีที่กลุ่มเป้าหมายจะได้รับการพัฒนาดังกล่าว ท่ีเข้าร่วมกิจกรรมในการอบรมค่ายคุณธรรม-จริยธรรมฯ
ของวัดในระยะสั้นเป็นแบบ ๓ วัน ๒ คืน โดยคณะพระวิทยากรประจาวัด หลักสูตรหลักในการอบรมคือ ๑)
กจิ กรรม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๒) กิจกรรม เทิดพระคุณ ครู ๓) กิจกรรม เทิดพระคุณ พ่อ-แม่ และ๔)
กิจกรรม เพื่อน นอกจากน้ียังมีค่ายอบรมเก่ียวกับคุณธรรมด้านต่างๆ เช่น ความซ่ือสัตย์ ความรักในสถาบัน
ส่ิงแวดล้อมในองค์กรอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างแมีจิตใจยึดมั่นในหลักธรรมทาง
ศาสนา มีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตอาสา มีความพอเพียง น้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และร่วมสืบ
สานวิถีวัฒนธรรม ประเพณที อ้ งถน่ิ ต่อไป
104
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคน้ัน ผำ่ นมำได้อย่ำงไร
วดั มงคลธรรมกายาราม นับเป็นสถานที่บาเพ็ญบุญและเป็นสถานปฎิบัติธรรมรวมท้ังเป็นสถานอบรมค่าย
คุณธรรม-จริยธรรมฯ ท่ีสาคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงรายดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ดังน้ันความท้าทายของเรื่องการ
อบรมในหลักสูตรต่างๆ ดังกล่าว จึงต้องอาศัยคณะวิทยากรท่ีมีความชานาญ รู้ถึงเข้าถึงซ่ึงเป็นบทเรียนท่ีต้อง
ทาการศึกษาเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา เพ่ือทันต่อสถานการณ์สังคมโลกปัจจุบัน นอกจากน้ีความท้าทายอีกอย่างหนึ่ง
คือ ในกรณี เด็กสมาธิสั้น หรือ เด็กที่มีปัญหาทางสมอง (ดาวน์ซินโดรม) ทางวัดฯ รับจัดค่ายบรรยาย และรับ
อบรมให้แก่เด็กในกลุ่มน้ีด้วยความยินดี สาหรับปัญหาอุปสรรคท่ีสาคัญ คือ เรื่องงบประมาณในการดาเนินงานซ่ึง
สถาบันหรือหน่วยงานที่ขอความร่วมมือให้จัดค่ายมีงบไม่เพียงพอ อีกท้ังทางวดั ฯ ไม่เคยเรียกร้องคา่ ตอบแทนใดๆ
ท้ังส้ิน ทางวัดจึงได้อาศัยทางคณะญาติโยมผู้มีศรัทธา ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้ ในส่วนของการ
ก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคต่างๆน้ัน ทางวัดและชุมชนได้ใช้แนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันโดยผ่านการขับเคลื่อนด้วย
พลงั บวร (บ้าน วัด โรงเรยี น/ราชการ) เปน็ กลไกสาคัญในการก้าวข้ามอสุ รรคปัญหาต่างๆ ทเี่ กิดขน้ึ
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบทเ่ี กิดขนึ้
จากการดาเนินงานในการขับเคล่ือนชุมชนคุณธรรมวัดมงคลธรรมกายาราม โดยการขับเคล่ือนด้วยพลัง
“บวร” ส่งผลให้คนในชมุ ชนมีความสามัคคี มีความเอ้ือเฟ้อื เผ่อื แผ่กนั เกิดการนาหลักธรรมทางศาสนา กิจกรรม
นอ้ มนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และกจิ กรรมสืบสานประเพณี วิถวี ฒั นธรรมไทยท่ดี ีงาม มาใช้ในการ
ดาเนินวิถีชีวิตของคนในชุมชน นอกจากนี้ผลจากการท่ีวัดมงคลธรรมกายารามได้ดาเนินกิจกรรมเป็นสถานท่ี
บาเพ็ญบุญและเป็นสถานปฎิบัติธรรมรวมท้ังเป็นสถานอบรมค่ายคุณธรรม-จริยธรรมฯ ส่งผลให้เด็ก เยาวชน และ
ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความสุข เกิดความเข้าใจในหลักธรรม คุณธรรม และเรื่องราวในทาง
พระพุทธศาสนา อย่างถูกต้อง ปฏิบัติตนให้เป็นคนดี ของสังคม ใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และ
สามารถดารงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ อย่างมีความสุข และมีสันติภาพ อีกทั้งในส่วนของวัดถือเป็นประสบการณ์
ให้แก่คณะพระวิทยากรในการการปลูกฝังให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดความรัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ อัน
นาไปสู่การก่อเกิดเป็นความรัก เทิดทนู และความหวงแหนทัง้ ๓ สถาบนั ใหค้ งอยู่คกู่ บั สงั คมไทยตลอดไป
๒.6 เปำ้ หมำยทจ่ี ะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมต้ังใจ หรือสง่ิ ทบ่ี ง่ บอกถึงหลักประกันวำ่ จะเกดิ ควำมยั่งยนื
เปา้ หมายในอนาคต ที่ต้องการคือชมุ ชนมีความสามัคคี มีความเอ้อื เฟื้อเผอ่ื แผ่กัน เกิดการนาหลักธรรม
ทางศาสนา กิจกรรมน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมสืบสานประเพณี วิถีวัฒนธรรม
ไทยที่ดีงาม มาใช้ในการดาเนินวิถีชีวิตและสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้อย่างแท้จริง นอกจากน้ีเป้าหมาย
สาคัญอีกประการหนึ่ง คือการหาเครือข่ายจากกลุ่มผู้ท่ีเข้ามาอบรมแล้ว เพ่ือเป็น “จิตอาสา” ในการสร้าง
เครือข่าย ให้ใหญ่ข้ึน เพ่ือแบ่งเบาภาระในการอบรม และสามารถกระจายการอบรมน้ี ให้กว้างขวางและ
กระจายในวงกว้างยงิ่ ขน้ึ ตอ่ ไป
ข้อมูลกำรติดต่อ โทรศัพท์ ๐๘๑-๘๗๕๓๐๙๖
ชมุ ชนคณุ ธรรมวัดมงคลธรรมกายาราม โทรศัพท์ ๐๘๙-๑๙๑๘๖๘๕
พระครูวรมาตโุ สภณ วัดมงคลธรรมกายาราม โทรศัพท์ ๐๘๙-๒๖๑๙๗๕๕
พระปลดั ชานนท์ ชยาภินนฺโท
105
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชือ่ ชุมชนคุณธรรม บำ้ นขวำกเหนอื หมู่ ๕ ตำบลทำ่ ข้ำม อำเภอเวียงแกน่ จงั หวัดเชียงรำย
๑. สรุปกิจกรรมท่ดี ำเนินกำร
๑.๑ ชอื่ กจิ กรรม ส่งเสรมิ หมู่บา้ นรกั ษา ศลี ๕
๑.๒ ชือ่ กจิ กรรม สง่ เสรมิ การนาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งพฒั นาคณุ ภาพชีวิต
๑.3 ชือ่ กิจกรรม นาทนุ ทางวัฒนธรรมเสรมิ สรา้ งคุณคา่ ทางสงั คมและมลู ค่าเพมิ่ ทางเศรษฐกจิ แก่ชมุ ชน
106
๑.4 ช่อื กิจกรรม จติ อาสาพัฒนา
๑.5 ชื่อกิจกรรม จิตอาสา “ปันน้าใจ คนไทย ไม่ทิง้ กัน” โดยใช้พลังบวร
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เรอื่ งรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนคุณธรรมบ้านขวากเหนือ เป็นชาวไทย มีสามชนเผ่า เมือง ม้ง ขมุ มีความเป็นเอกลักษณ์หลาย
อย่างไม่วา่ จะเป็นภาษาที่ใช้ส่ือสารกนั การแต่งกายด้วยผ้า ชนเผ่า อกี ท้ังยังมีการละเล่น ความเชื่อและพิธีกรรม
ท่ีแตกต่างกันเชน่ พิธีสืบชะตา ปใี หม่มง้ ปีใหม่ขมุ เป็นต้น การแต่งกายของบ้านขวากเหนือแสดงถึงเอกลกั ษณ์
ของบา้ นขวากเหนอื ทโ่ี ดดเดน่ เป็นอย่างมาก โดยมี สามชนเผ่า การแต่งกายกจ็ ะแตกตา่ งกนั ไป
๒.2 กว่ำจะมำเป็นวันนี้
บ้านขวากเหนือในอดีต ประชากรในชุมชนท้ังหมดเป็นชาติพันธุ์ ๑. คนเมือง ๒. ม้ง ๓. ขมุ การ
ดาเนินชีวติ ของคนในชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบงา่ ย อยู่ดว้ ยกันแบบญาติพ่ีน้อง ๑. คนในชุมชนมคี วามศรัทธา
ในพระพุทธศาสนาโดยคนเมือง ๒ ชนเผ่าม้ง ส่วนมากนับถือศาสนาคริสต์ บางส่วนก็นับถือศาสนาพุทธ ๓.ชน
เผ่าขมุ มีการนับถือศาสนาพุทธ บางส่วน นับถือศาสนาคริสต์บางส่วน แต่ก็อยู่ร่วมกันในสังคมได้ มีการ
ชว่ ยเหลือซ่งึ กันและกันและมคี วามสามคั คใี นชุมชน
๒.3 เสน้ ทำงสคู่ วำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชมุ ชนต้นแบบ
จุดเร่ิมต้นเกิดจากการความเข้มแข็งของชุมชนบ้านขวากเหนือ ได้รับการสนับสนุน จากวัฒนธรรม
จังหวัดเชียงราย ให้ชุมชนบ้านขวากเหนือเป็นชุมชนคุณธรรม พลังบวร และได้ดาเนินการเก่ียวกับเศรษฐกิจ
พอเพียง ของ วัด บ้าน โรงเรียน และได้จัดทาบ้านโบราณขึ้นมาหลังหน่ึง เพ่ือได้มาศึกษาเรียนรู้ และได้มีกลุ่ม
จักรสาน บ้านขวากเหนือ ได้มาทางานที่บ้านโบราณ ส่วนมากประชาชน จะปลูกผักกินเองและแบ่งปันให้กัน
ทาให้เกดิ ความสามคั คใี นชมุ ชน
107
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนน้ั ผ่ำนมำได้อย่ำงไร
การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ท่ีผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเรื่อง
ธรรมดาทเี่ กิดข้นึ ตลอดจนอาจมีท้งั คนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อกี ท้ังคณะทางานต่างยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วธิ ีการทางาน หรือรายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ท้ังหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของส่วนรวม
๒.5 ผลลัพธ์และผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ
จากการดาเนินงานในการขับเคลื่อนให้ชมุ ชนบ้านขวากเหนือ เป็นชุมชนคุณธรรมท่ีขบั เคลื่อนด้วยพลัง
“บวร” ความเป็นชุมชนวถิ ีวัฒนธรรม มี สามชนเผ่าของบ้านขวากเหนือ ทยี่ ังคงอนุรกั ษณ์วัฒนธรรม ทั้งการพูด
การแต่งกายก็ต่างกัน ประเพณี วัฒนธรรมก็ต่างกัน อาหาร และอุปนิสัยใจคอไว้อย่างเหน่ียวแน่นมาก และมี
การช่วยเหลือซงึ่ กันและกนั ตลอดมา
๒.6 เปำ้ หมำยทจี่ ะเดินต่อในอนำคต ควำมตง้ั ใจ หรอื สิ่งทีบ่ ่งบอกถึงหลักประกนั ว่ำจะเกิดควำมยั่งยนื
ชุมชนบ้านขวากเหนือ พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งม่ันตั้งใจดาเนนิ ตามเป้าหมาย ภายใต้
การเป็นชุมชน “สังคมอุดมสุข” เพื่อให้คนในชุมชนดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ผู้คนมี
ความสุข สามัคคี และภาคภูมิใจในความเป็นชาติพันธ์ุ โดยเร่ิมจากการสร้างความตระหนักและความเข้าใจใน
ความเป็นอัตลกั ษณ์ของชุมชน เพอื่ สร้างความเข้าใจ และความภาคภมู ใิ จในชาติพันธุ์ ให้แก่ลูกหลาน และเพอ่ื ให้
ผู้สนใจได้ตระหนักและเห็นความสาคัญส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ รวมท้ังโครงการต่างๆ ของชุมชนชาติ
พันธุ์ ของบ้านขวากเหนือ ซึ่งมี คนเมือง / ม้ง/ ขมุ ตลอดจนการพัฒนาในชุมชน และมีการสร้างเครือข่ายเพ่ือ
ความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน และอื่นๆ เพ่ือให้มีความ
สามคั คีในชมุ ชน อย่างนี้เป็นตน้
ขอ้ มูลกำรตดิ ต่อ เจา้ อาวาสวดั ขวากเหนือ โทรศพั ท์ ๐๙๘- ๗๘๔๙๕๒๒
พระสมหุ ช์ ูศักด์ิ ยสวฑฒฺ โก กานนั ตาบลท่าข้าม โทรศพั ท์ ๐๖๕- ๒๖๐๙๓๕๖
นายสงั เวียน นุธรรม เทศบาลตาบลทา่ ขา้ ม โทรศัพท์ ๐๙๖-๑๘๕๖๖๕๙
นายเสถียร นธุ รรม
108
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชอื่ ชุมชนคุณธรรม วดั ปำงไตรแกว้ ตำบลเวยี งเหนือ อำเภอเวียงชัย จังหวดั เชียงรำย
๑. สรปุ กจิ กรรมทด่ี ำเนนิ กำร
๑.๑ ชื่อกจิ กรรม โครงการบรรพชาอุปสมบทภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติ
๑.๒ ชอ่ื กจิ กรรม การปฏิบตั ิธรรมเนอ่ื งในวนั วิสาขบูชา ปี ๒๕๖๔
๑.๓ ช่ือกิจกรรม การแสดงความจงรักภักดตี ่อสถาบนั พระมหากษัตริย์
109
๑.๔ ชือ่ กจิ กรรม ชว่ ยเหลือผูด้ อ้ ยโอกาส “มีแล้วแบ่งปัน”
๑.๕ ชอ่ื กิจกรรม จติ อาสา
๑.๖ ชื่อกิจกรรม การบาเพ็ญกศุ ลสมาทานเนื่องในวันอฏั ฐมบี ูชา
๑.๗ ชอ่ื กิจกรรม การรักษาวัฒนธรรมประเพณกี ารตักบาตร
110
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้ว เป็นชุมชนท่ีมีประชากรจานวน ๒ หมู่บ้าน ที่เป็นคณะศรัทธา
ของวัดปางไตรแกว้ ประกอบด้วย บ้านไตรแกว้ หมู่ ๘ และบ้านเวยี งปางคา หมู่ ๙ ตาบลเวียงเหนอื อาเภอเวียง
ชัย จังหวัดเชียงราย แต่เดิมบรรพบุรุษของชาวบ้านในชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้วคือประชากรที่มีถิ่นฐาน
เดิมอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ดังน้ัน ประชาชนในหมู่บ้านจึงนาเอาวัฒนธรรมประเพณี
ของชาวอีสาน ไม่ว่าจะเป็นประเพณีบุญผะเหวต การทอผ้าไหม วัฒนธรรมด้านอาหาร มาผสมผสานกับ
วัฒนธรรมของชาวล้านนา ทาให้ชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้วมีความโดดเด่นแตกต่างจากหมู่บ้านอ่ืน ๆ ใน
พน้ื ท่ตี าบลเวียงเหนือ แต่ทั้งนกี้ ไ็ ม่ไดส้ ร้างความแตกแยก กลบั แสดงให้เห็นถงึ ความคล้ายคลึงของวัฒนธรรมของ
ชาวอีสานและชาวล้านนาท่ีอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข รวมถึงชาวบ้านในชุมชนยังคงยึดถือวัฒนธรรมประเพณี
ทงั้ ของชาวอีสานและชาวลา้ นนาไดอ้ ย่างมนั่ คงและถา่ ยทอดให้กบั ลูกหลานได้ร่วมกนั รักษาไว้อย่างดี
นอกจากนี้ พื้นที่ตั้งของชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้ว มีอาณาเขตท่ีติดกับแม่น้ากก ทาให้
พื้นที่แห่งน้ีมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งปลูกข้าวช้ันดีของอาเภอเวียงชัย ประกอบชาวบ้านในชุมชนยังคง
ดารงชีวิตอยู่ด้วยการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก ไม่ว่าจะเป็นการทานาปลูกข้าว การปลูกพืช
หมุนเวียน และแต่ละครอบครัวก็มักจะปลูกพืชผักสวนครัวเพ่ือนามาประกอบอาหาร และยังสามารถนามา
จาหน่ายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว ในทุกปีของเดือนธันวาคม จะมีการจัดกิจกรรมงานวันเกษตร มีการ
ประกวดพืชผักสวนครัวของชาวบ้าน ทาให้เห็นว่าวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้วตรงกับ
คาขวัญของหมู่บ้าน คือ “การเกษตรก้าวหน้า ประชาพอเพียง อยู่ด้วยความสามัคคี ตามปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง”
๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วนั น้ี
ชมุ ชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้ว ประชากรในชุมชนเกือบท้ังหมดเป็นชาวอีสานล้านนา การดาเนินชีวิต
ของคนในชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบง่าย สมถะ อยู่กนั อย่างพน่ี ้องถอ้ ยทถี อ้ ยอาศัยประกอบอาชีพเกษตรกรรม
เป็นหลัก วถิ ีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีจะมีความผสมผสานระหว่างชาวอสี านและชาวล้านนา ประเพณีที่โดดเด่น
คือ ประเพณีบุญผะเหวต ซึ่งจะจดั ข้ึนทุกปีในช่วงปลายกมุ ภาพนั ธห์ รือช่วงต้นเดือนมนี าคม คนในชุมชนมีความ
เชือ่ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และยงั คงยึดถือวฒั นธรรมประเพณีของคนอีสาน โดยมีวัดปางไตรแก้วเป็น
ศูนย์รวมใจจิตใจของคนในชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีพระครูวิจิตรบวรธรรม เป็นเจ้าอาวาส ในทุกงานบุญประเพณี
หรือวันสาคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ชาวบ้านจะมาร่วมกิจกรรมด้วยความรักและความสามัคคี
และร่วมกนั สบื ทอดวัฒนธรรมประเพณที ่ีดงี ามใหค้ งอยู่สืบตอ่ ไป
๒.3 เส้นทำงสคู่ วำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชุมชนตน้ แบบ
จุดเรม่ิ ต้นของความสาเร็จของชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแกว้ คอื ความสามัคคีของคนในชุมชนภายใต้
การนาของทา่ นพระครวู จิ ิตรบวรธรรม เจา้ อาวาสวัดปางไตรแก้ว ผใู้ หญ่บ้านไตรแกว้ หมู่ ๘ ผใู้ หญ่บ้านเวียงปาง
คา หมู่ ๙ และส่วนราชการในพื้นที่ (เทศบาลตาบลเวียงเหนือ) ที่ร่วมแรงร่วมใจกันในการรักษาวัฒนธรรม
ประเพณีที่ดีงามของชาวอีสาน ไม่ว่าจะเป็นงานประเพณีบุญผะเหวต ศิลปะการแสดง และอาหาร รวมไปถึง
การดารงชีวิตบนพ้ืนฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ทาให้ชุมชนเล็ก ๆ เกดิ ความเข้มแขง็ ประชาชนอยู่ร่วมกันอยา่ ง
มคี วามสขุ ดว้ ยพลงั “บวร”
111
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนนั้ ผำ่ นมำได้อย่ำงไร
ชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้ว ถือได้ว่าเป็นชุมชนขนาดเล็ก ไม่ได้มีสถานที่ท่องเท่ียวหรือกิจกรรมที่
โดดเด่นที่จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวหรือทาให้เป็นที่รู้จักของคนท่ัวไป ถึงแม้จะมีสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเท่ียว
ทางวัฒนธรรมและเป็นหนึ่งในคาขวัญของอาเภอเวียงชัย คือ พุทธสถานพระเจ้ากือนา แต่สถานที่ดังกล่าวก็ยัง
ไมไ่ ดร้ ับความสนใจจากคนทัว่ ไป รวมไปถึงงบประมาณในการดแู ลกถ็ อื วา่ ยงั ไมไ่ ดร้ ับการดแู ลเท่าท่ีควร ส่วนมาก
จะเปน็ คณะสงฆ์ และประชาชนในพ้ืนทีท่ ี่ชว่ ยกนั ดูแล
การดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมา ในระยะเริ่มแรกจะเป็นเพียงชาวบ้านในชุมชนในส่วนของผู้ใหญ่
เพียงบางส่วนเท่าน้ันที่จะมาร่วมกิจกรรม ต่อมาเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนนาโดย
ท่านเจ้าอาวาสวัด และผู้นาชุมชน ช่วยกันปลูกฝังให้ชาวบ้านทั้งวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ให้เห็นถึงความสาคัญ
ในการร่วมมือกันอนุรกั ษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่ดงี าม จนปัจจุบันไม่ว่าจะสว่ นราชการหรือบุคคลภายนอกท่ี
เห็นถึงความสาคัญของกิจกรรมดังกล่าว ก็ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณและส่ิงของจนทาให้ยังคงรักษา
ศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาวอีสานล้านนาเอาไว้ได้ โดยจะเห็นได้ชัดว่าในทุกปีทุกคนจะร่วมแรงร่วม
ใจกนั จัดงานประเพณีบญุ ผะเหวต ซ่งึ เปน็ สิง่ ที่แสดงถงึ เอกลกั ษณ์ของคนอสี านไดอ้ ย่างแท้จริง
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบทีเ่ กดิ ขน้ึ
จากการดาเนินงานในการขับเคล่ือนให้ชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้ว เป็นชุมชนคุณธรรมท่ีขับเคลื่อน
ด้วยพลัง “บวร” ความเป็นชุมชนวิถีวัฒนธรรมชาวอีสานล้านนาของชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้ว ท่ียังคงอนุ
รักษวัฒนธรรม ทั้งการพูด การแต่งกาย อาหาร และประเพณีความเชื่อไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะวัยเด็ก
หรือวัยผู้ใหญ่ก็ล้วนแต่ยังคงร่วมมือร่วมใจกันในการอนุรักษ์สิ่งดังกล่าว การนาเอาหลักธรรมคาสอนของ
พระพุทธศาสนามาเป็นเครื่องยึดเหน่ียงจิตใจ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนาทางในการดารงชีวิตทาให้
ชาวบ้านในชุมชนอยู่ร่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ุข และเกดิ ความสมคั รสมานสามัคคภี ายในชุมชน
๒.6 เป้ำหมำยท่จี ะเดินต่อในอนำคต ควำมตัง้ ใจ หรอื สิ่งท่บี ่งบอกถึงหลักประกนั วำ่ จะเกดิ ควำมย่ังยืน
พระครูวิจิตรบวรธรรม เจ้าอาวาสวัดปางไตรแก้ว พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งมั่นต้ังใจ
ดาเนินตามเป้าหมาย ภายใต้การเป็นชุมชนคุณธรรมน้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้คนในชุมชน
ดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ทุกคนมีความสุข สามัคคี และภาคภูมิใจในความเป็นชาติ
พันธอุ์ ีสานลา้ นนา ส่งเสรมิ และสนับสนุนให้ทกุ คนไดต้ ระหนกั และเหน็ ความสาคัญสง่ เสริมสนับสนนุ กิจกรรมตา่ ง
ๆ รวมท้ังโครงการต่าง ๆ ของชุมชน ตลอดจนการพัฒนาในชุมชน เน้นการสร้างเครือข่ายเพื่อความร่วมมือและ
การพัฒนาทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน กลุ่มพัฒนาสตรี กลุ่มผู้นาชุมชน กลุ่ม
ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน เพื่อให้พลังเครือข่ายใช้ในการขับเคล่ือนโครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ เพ่ือให้
เกดิ ความยั่งยืนและมนั่ คงสบื ตอ่ ไป
ข้อมูลกำรตดิ ต่อ
พระครูวิจิตรบวรธรรม เจา้ อาวาสวดั ปางไตรแก้ว โทรศัพท์ 081-7834711
นายสมจิตร แหลง่ หล้า ผู้ใหญบ่ ้านไตรแก้ว หมู่ ๘ โทรศพั ท์ ๐๘๔-๐๔๗๗๔๖๖
นายพงษน์ รนิ ทร์ คาปา ผใู้ หญบ่ ้านเวยี งปางคา หมู่ ๙ โทรศัพท์ 090-3259779
นายสด ไพฑรู ย์ ผูอ้ านวยการโรงเรียนบ้านเวียงเดิม โทรศัพท์ ๐๘๑-๓๖๖๒๙๑๘
นายสนั ติ์ ศรียา นายกเทศมนตรีตาบลเวยี งเหนอื โทรศัพท์ 081-9510984
112
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ช่อื ชุมชนคณุ ธรรม วัดพนำลัยเกษม ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเวยี งชัย จงั หวัดเชยี งรำย
๑. สรุปกิจกรรมทด่ี ำเนินกำร
๑.๑ ชื่อกิจกรรม กจิ กรรมพัฒนาคณะทีมงานภายในศาสนสถานให้มคี วามรู้และอดุ มการณ์ยึดมน่ั
๑.๒ ชื่อกจิ กรรม การแสดงความจงรกั ภักดีต่อสถาบนั พระมหากษตั ริย์
๑.๓ ช่ือกจิ กรรม การปฏิบตั ิธรรมเน่อื งในวันวิสาขบูชา
113
๑.๔ ชอื่ กจิ กรรม กจิ กรรมสง่ เสรมิ การจาหน่ายผลิตภณั ฑใ์ นชุมชม
๑.๕ ชื่อกจิ กรรม จิตอาสา
๑.๖ ช่ือกจิ กรรม การปฏิบตั ิธรรม ถวายเทยี นพรรษาและผ้าอาบน้าฝน เนอ่ื งในวันอาสาฬหบชู า
และวนั เข้าพรรษา
๑.๗ ชอ่ื กิจกรรม โครงการศูนย์ศึกษาพระพทุ ธศาสนาวนั อาทิตย์รวมใจภกั ด์ิ สบื สานอตั ลักษณ์
ความเป็นไทย ปันน้าใจ คนไทยไมท่ ิง้ กัน เฉลมิ พระเกียรตสิ มเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิต์ิพระบรมราชินนี าถ
พระบรมราชชนนีพนั ปหี ลวง
114
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เร่ืองรำวควำมโดดเดน่
ในความเป็นชุมชนเวียงเหนือ-พนาลัย ท่ีมาจากแหล่งเดียวกัน คือ จากบ้านป่าบงขวางอันเกรียงไกรใน
อดตี มาเป็นบา้ นเวียงเหนือและบ้านพนาลัยในปัจจุบัน ชุมชนนี้ถอื เป็นชมุ ชนตน้ แบบหรือชุมชนด้ังเดิมที่มีความ
พอใจในอาชีพเกษตรกรรม การทานา ทาสวน พื้นที่ทานาในเขตของบ้านเวียงเหนือ-พนาลัย ที่กว้างขวาง ผลิต
ข้าวเล้ียงคนในชมุ ชนมาช้านาน การทาสวนของชุมชนทมี่ ีทัง้ สวนมะมว่ ง มะนาว สวนผักหลายชนิดที่ปอ้ นตลาด
เชยี งราย สว่ นหนึ่งมาจากท่ีนี่ สิ่งทเี่ ปน็ อัตลักษณ์ของชุมชนอีกอย่างหนึ่งคือ ศูนย์หัตถกรรมจักสานชมุ ชนที่ผลิต
งานจักสานไม้ไผ่ชั้นสูง ท่ีกระทรวงวัฒนธรรมยอมรับและยกย่องว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถ่ินด้านการจักสาน
และส่งเสริมพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมจักสานไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม และเป็น ๑ ในวิสาหกิจชุมชน
ในตาบลเวียงเหนือ
๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวนั นี้
ชุมชนเวยี งเหนือ-พนาลัยในอดีตเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถงึ แม้ว่าจะมาจากแต่ละท้องถนิ่ ก็ตาม แต่มีใจ
รักที่จะอยู่ร่วมกัน เช่น มาจากจังหวัดน่าน ลาปาง เชียงใหม่ และชุมชนเดิม ต่างก็อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขใน
อาชีพเกษตรกรรม มีการทานาเป็นหลัก นอกน้ันทาสวน ทาไร่ ว่างเว้นจากการทางานก็ช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน
ตอ่ มามีการแยกหมู่บ้านด้วยเหตุผลการพัฒนา ถึงแม้ว่าจะมกี ารแยกกันปกครองหมู่บ้าน แต่เวียงเหนือ-พนาลัย
ยังมีความสามัคคี ความมีเอกภาพร่วมกัน โดยมีวัดพนาลัยเกษมเป็นศูนย์กลางของความศรัทธา ความเช่ือ ใน
จารีตประเพณีวัฒนธรรม ท่ีปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน จึงทาให้การทากิจกรรมร่วมกันของชุมชนเป็นไปอย่าง
เรยี บง่ายและพร้อมเพรียง ส่ิงที่เปน็ ความเข้มแข็งของชุมชนคอื การยอมรับบทบาทของวดั เป็นศูนยก์ ลาง มผี เู้ ฒ่า
ผู้แก่ผู้สูงอายุและอดีตผู้นา มีความเคารพ เชื่อฟัง อย่างไรก็ตามทุกคร้ังที่ชุมชนมีปัญหาทุกฝ่ายได้ร่วมใจกัน
ปรึกษาหารือ มีผู้นาคอยชี้แนะ มีพระสงฆ์ชี้นา ทาให้กิจกรรมท่ีดีงามได้รับการสืบสาน โดยทุกคนมีความ
ตระหนกั ถึงความสาคัญของจารตี ประเพณีท่ีทาใหเ้ กิดความเป็นอัตลกั ษณ์ของชมุ ชน
๒.3 เส้นทำงส่คู วำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชุมชนตน้ แบบ
จุดเร่ิมต้นของความสาเร็จของการเป็นชุมชนต้นแบบคือ “วัด” โดยวัดเป็นศูนย์กลางของกิจกรรม
ภายในชุมชน วดั พนาลัยเกษมได้ดาเนินการพัฒนากจิ กรรมภายในวัดมาต้ังแต่เจ้าอาวาสองค์ก่อน คือ หลวงพ่อ
พระครเู กษมธรรมสาร (ทวน ทิฏฐฺ ธมฺโม) หลังจากน้นั พระครูพิธานพิพฒั นคุณ เจ้าอาวาสองค์ปจั จบุ ันได้สานต่อ
กิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเน่ือง วัดพนาลัยเกษมถือว่าเป็นวัดที่สาคัญแห่งหนึ่ง เป็นวัดในโครงการลานธรรมลาน
วถิ ีไทย วัดในโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ เป็นต้น สิ่งที่สาคัญคือการเน้นย้าความสามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอัน
เดียวกันของชุมชนภายใต้การแยกกนั ปกครอง กิจกรรมทางศาสนาทุกอย่างชมุ ชนมีส่วนร่วมดาเนินการโดยมีวัดเป็น
ศูนย์กลาง การท่ีวัดผลักดันกิจกรรมท่ีสาคัญต่าง ๆ เป็นผลมาจากการที่ประชาชนยังให้ความศรัทธาปสาทะต่อ
พระสงฆ์ถือว่าเป็นผู้นาทางจิตวิญญาณ ทาให้การมีส่วนร่วมของชุมชนประสบผลสาเร็จ กิจกรรมบางอย่างท่ี
ชุมชนอ่ืนไม่ทากัน อันอาจจะเกิดจากค่านิยมท่ีบิดเบ้ียวไป เช่น งานทาบุญทานสลากภัตต์ เป็นต้น การส่งเสริม
กิจกรรมตามประเพณีทั้ง ๑๒ เดือนนี้ถือว่าชุมชนให้ความตระหนักในการสืบสานและส่งเสริมจารีตประเพณี
วัฒนธรรมท่ีบรรพบรุ ุษทามาในอดตี ให้เยาวชนคนรนุ่ หลังไดศ้ ึกษาเรยี นรู้และสืบทอดให้คงอยูต่ ลอดไป
115
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนัน้ ผำ่ นมำได้อย่ำงไร
การดาเนินการทุกอย่างย่อมมีปัญหาอุปสรรคในการทางาน ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่เข้าใจและ
ความคดิ เห็นไม่เปน็ ไปแนวเดียวกัน จึงเกิดความขดั แยง้ ดังนั้นส่ิงที่ต้องแก้ไขคือ การขจดั ความขัดแย้งความเห็น
ไม่ตรงกัน พระครูพิธานพิพัฒนคุณ เจ้าอาวาสวัดพนาลัยเกษมและทีมงานผู้นาต้องช่วยกันทุกวิถีทางท่ีจะ
ผลักดันความร่วมมือให้เกิดขึ้นในชุมชนให้ได้ โดยมีหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ คือ
เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา บนความไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นแนวทางในการทางาน คณะทางานทุกคนมีจิตอาสา
พัฒนาโดยไม่มีค่าตอบแทน ทาให้ชาวบ้าน ชุมชน เห็นความต้ังใจในการทางาน จึงให้ความร่วมมือในการทา
กิจกรรมรว่ มกนั
๒.5 ผลลัพธ์และผลกระทบทีเ่ กิดข้ึน
จากการท่ีดาเนินงานชุมชนคุณธรรมวัดพนาลัยเกษม เป็นชุมชนที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง “บวร” ความ
เป็นชุมชนท่ียังเต็มไปด้วยวิถีชีวิตของชุมชน ยังคงความเป็นชุมชนอนุรักษ์วัฒนธรรม จารีตประเพณีท้องถิ่น ท่ี
สาคัญชุมชนมีการพัฒนาด้านแนวคิดแนวพัฒนาความเป็นอยู่ วิถีอาชีพ เช่น ชุมชนพนาลัยได้รับรางวัลดีเด่น
ดา้ นการจัดการดูแลส่ิงแวดล้อมชมุ ชน (การงดเผาฟางข้าวหลงั จากเก็บเก่ียวแล้ว) กลมุ่ จกั สานถือเป็นกลุ่มงานที่
โดดเด่นของชุมชน ถึงแม้ว่าจะได้ค่าตอบแทนในการจาหน่ายไม่มากนัก แต่ทุกคนมีความพอใจที่จะทางาน
ร่วมกนั การเป็นตัวแทนของชมุ ชน อาเภอ และจงั หวัดในการนาเอาผลติ ภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการในงานสาคัญ
หลายครง้ั ท่ผี ่านมา ถือว่าเป็นความภมู ิใจของพวกเราชาวชุมชนคณุ ธรรมวัดพนาลัยเกษม
๒.6 เปำ้ หมำยที่จะเดินต่อในอนำคต ควำมตง้ั ใจ หรือสง่ิ ทบ่ี ง่ บอกถึงหลักประกนั ว่ำจะเกดิ ควำมยั่งยนื
ชุมชนคุณธรรมวัดพนาลัยเกษมจะต่อยอดและสืบสานความร่วมมือของชุนชน โดยใช้หลักพลังชุมชน
“บวร” และชุมชนสามประสาน เป็นแนวทางการดาเนินวิถีชุมชน เพื่อนาชุมชนให้อยู่รอดจากทุกปัญหา และ
พรอ้ มรับกับสถานการณท์ ุกความเปล่ียนแปลง
ข้อมูลกำรตดิ ต่อ
พระครูพิธานพิพฒั นคุณ เจ้าอาวาสวัดพนาลัยเกษม โทรศพั ท์ ๐๘๖-๙๑๑๗๓๕๔, ๐๘๑-๙๘๐๓๖๔๘
พระครวู ิมลศลิ ปกิจ ผศ.ดร. ผู้ชว่ ยเจ้าอาวาสฯ โทรศัพท์ ๐๘๑-๙๖๑๓๓๔๕, ๐๘๔-๖๓๘๔๖๗๑
นายอนนั ต์ ปนั แปง ไวยาวจั กรวัดพนาลัยเกษม โทรศัพท์ ๐๘๖-๑๘๓๑๗๕๔
นายธวัชชยั สิทธิยศ กานันตาบลเวียงเหนอื โทรศพั ท์ ๐๘๙-๕๖๐๔๔๒๒
นายณรงค์ ตาลดี ผใู้ หญ่บ้านเวยี งเหนอื โทรศัพท์ ๐๘๗-๑๗๖๓๑๔๔
116
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชื่อชุมชนคณุ ธรรม วัดดงชยั หมทู่ ี่ ๒ ตำบลทุ่งกอ่ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จงั หวดั เชียงรำย
๑. สรุปกิจกรรมทด่ี ำเนินกำร
1.1 ชื่อกจิ กรรม เทดิ ทนู สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
1.2 ชอื่ กิจกรรม ส่งเสรมิ วัฒนธรรมประเพณที ้องถนิ่ และวันสาคัญทางศาสนา และหมู่บ้านรกั ษาศลี หา้
1.3 ชื่อกิจกรรม กจิ กรรมจิตอาสาพฒั นาชมุ ชน
117
1.4 ชอ่ื กิจกรรม บรรพชาอปุ สมบทพระภิกษุ สามเณรภาคฤดูรอ้ น
1.5 ชื่อกิจกรรม ยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ ผทู้ าประโยชน์และเป็นแบบอย่างแก่ชมุ ชน สังคม
1.6 ชื่อกจิ กรรม สง่ เสรมิ การน้อมนาหลกั ของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในชวี ิตประจาวัน
1.๗ ชื่อกิจกรรม กจิ กรรมงานฝีมอื ช่างสิบหมู่
118
1.๘ ชื่อกิจกรรม รวมพลัง บวร ปันน้าใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน และร่วมรณรงค์ การป้องกันการแพรร่ ะบาด
ของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนท้องถิ่นของวัดดงชัย นี้มีการพัฒนาโดยหลักบ้านพ่ีบ้านน้อง อาศัยพึ่งพากันถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่
เกิดมีเรื่องที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ถึงข้ันเป็นคดีความ ผักในร้ัวบ้านนี้กินได้ถึงบ้านโน้น การพัฒนาความรู้การ
ป้องกันการรักษาในการอย่กู ารกินนั้นถอื ว่าเปน็ ชุนชนคุณธรรมต้นแบบ โดยยึดหลกั แหง่ บวรบา้ น วัด หนว่ ยงาน
ราชการโรงเรียน ช่วยเหลือพยุงกันมาตลอด ชุมชนวัดดงชัยเป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ตามโครงการสร้างความ
สมานฉันท์ มีการรักษาศีล ๕ สวดมนต์นั่งสมาธิ ครอบครัวอบอุ่น สังคมสงบ ปรองดองสมานฉันท์ เด็กและ
เยาวชนหา่ งไกลจากยาเสพตดิ
๒.2 กว่ำจะมำเปน็ วันนี้
สภาพปัญหาที่พบความไม่เป็นมืออาชีพในการทางานเป็นกลุ่มเป็นเรอื่ งการพัฒนาสรา้ งกล่มุ ต่างๆ ปรับ
ฐานคิดคนในกลุ่ม สร้างวัฒนธรรมผ่านงานประเพณี ท่ีต่อยอดจากขั้นพื้นฐานมาสู่การเป็นสังคมท่ีอยู่กันแบบมี
คุณภาพชีวิตและมีคุณธรรม จึงก่อเกิด กลุ่มจิตอาสาในชุมชนวัดดงชัย ท่ีมีผลงานขึ้นเป็น 18 กลุ่ม คือ 1) ชื่อ
กลุ่มเกษตรกรทานา 2) ช่ือกลุ่มผลิตพันธ์ุข้าว 3) ช่ือกล่มุ กองทุนหมู่บ้าน4) ชื่อกลุ่มกองทุนแมข่ องแผ่นดิน 5)
ชื่อกลุ่มกองทุนหมู่บ้าน 6) ช่ือกลุ่มออมทรัพย์ 7) ชื่อกลุ่ม อปพร.8) ช่ือกลุ่ม ชรบ. 9) ชื่อกลุ่มลูกเสือ
ชาวบ้าน 10) ชื่อกลุ่มตารวจบ้าน 11) ช่ือกลุ่มเยาวชนบ้านดงชัย 12) ชื่อกลุ่มอนุรักษ์หนองน้า 13) ช่ือกลุ่ม
ลดการเผา 14) ชื่อกลุ่มผู้สูงอายุ 15) ชื่อกลุ่มสุขาภิบาล16) ชื่อกลุ่ม อ.ส.ม. 17) ช่ือกลุ่มพัฒนาสตรี และ
18) ช่อื กล่มุ ศนู ยก์ ารอ่านชุมชน
๒.3 เสน้ ทำงสู่ควำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชุมชนตน้ แบบ
กระบวนการ เริ่มต้นสร้างความเข้าใจในกลุ่มที่มีปัญหาและต้องการแก้ไขปัญหา ที่เกิดข้ึนเพ่ือพัฒนา
ชุมชนให้อยู่ดีมีสุขและสามารถเป็นต้นแบบได้ วิธีการใช้หลักธรรม+หลักการทางาน ผ่านกระบวนการ วงจร
บริหารงานคุณภาพ คือ PDCA วางแผน-ปฏิบัติ+ตรวจสอบ+ปรับปรุง คอยให้หลักศีลธรรมท่ีเก่ียวข้องมาปรับ
ประยุกต์อีกช้นั หนึ่งในการทางาน จนมีความสาเรจ็ ดังที่กล่มุ ตั้งเป้าประสงคค์ ือบรรลุตามท่ีตง้ั ไว้ อาจจะดีกว่าถือ
เป็นรางวลั
119
๒.4 ควำมท้ำทำยทเี่ กิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญทเ่ี กิดขนึ้ และสำมำรถกำ้ วข้ำมปญั หำ
อุปสรรคน้นั ผ่ำนมำไดอ้ ย่ำงไร
สร้างคนท่ีเป็นแกนนาจัดทางาน วดั ประเมินผลงาน ตรงไหนด้อยปรับด้วยวิธีการสง่ ไปศึกษาดูงานและ
นามาปรับปรุง สร้างผลงานท้ังมีผลผลิตของกลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์ส่ชู ุมชน ได้ทั้งคนท่ีมีความรู้สามารถได้ท้ังผลผลิต
เปน็ ,การสรา้ งรายได้ในครวั เรอื น 75,000 บาท/ปี และลดหนสี้ ิน 3,000 บาท/ปี
๒.5 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบทเ่ี กดิ ขึ้น
การไม่สร้างหน้ึท่ีไม่จาเป็น การจากัดสารเคมีบางรายการ การมีหลักศีลธรรมท่ีดี การบริหารท่ีโปร่งใส
สะท้อนการมีคุณภาพชีวิตท่ีมีความพอเพียงพอ สังคมอยู่ดีมีสุขไม่อยู่ร้อนนอนทุกข์ สุขภาพกายใจมีในระดับดี
ทาใหค้ นในสงั คมมภี ราดรภาพ ไม่มีขอทาน ไม่มีคนไรบ้ า้ น และไม่มคี นอดอยาก
๒.6 เป้ำหมำยทีจ่ ะเดินต่อในอนำคต ควำมตั้งใจ หรือสิ่งท่ีบ่งบอกถึงหลักประกนั ว่ำจะเกดิ ควำมยั่งยนื
ชุมชนคุณธรรมต้นแบบน้อมนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ท่ีสามารถพ่ึงพาตนเองได้ มีการบริหาร
จดั การอย่างเป็นระบบ โดยการมีสว่ นรว่ มของทกุ คนในชุมชน เพอ่ื ประโยชน์สูงสุด ลดปญั หาทเี่ กดิ ขึน้ ทุกๆ ดา้ น
ขอ้ มูลกำรติดต่อ
พระครวู ิสฐิ วรนารถ เจ้าคณะอาเภอเวยี งเชียงรงุ้ /เจ้าอาวาสวัดดงชัย โทรศพั ท์ 086-1828605
นายเชดิ ชัย แสงสขุ กานนั ตาบลทุง่ ก่อ/ผ้นู าชมุ ชนคุณธรรมบา้ นดงชยั โทรศพั ท์ 081-7466821
120
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวิถีไทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชือ่ ชุมชนคณุ ธรรม วดั บ้ำนเหล่ำ หมู่ที่ 6 ตำบลทงุ่ ก่อ อำเภอเวยี งเชียงรงุ้ จังหวดั เชียงรำย
๑. สรุปกิจกรรมทีด่ ำเนนิ กำร
๑.๑ ช่อื กจิ กรรม เทดิ ทูนสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
๑.๒ ช่ือกจิ กรรม ส่งเสรมิ วัฒนธรรมประเพณีท้องถน่ิ และวนั สาคัญทางศาสนา และหมู่บ้านรักษาศีลหา้
๑.3 ชอ่ื กจิ กรรม กิจกรรมจิตอาสาพฒั นาชมุ ชน
121
๑.4 ชอ่ื กจิ กรรม ยกยอ่ งเชดิ ชูเกียรติ ผทู้ าประโยชน์และเป็นแบบอย่างแกช่ มุ ชน สังคม
1.๕ ชอ่ื กจิ กรรม รว่ มรณรงค์ การปอ้ งกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เร่อื งรำวควำมโดดเด่น
ประชาชนในชุมชนส่วนใหญ่เป็นชุมชนคนอีสาน มีความศรัทธาในหลวงปขู่ าน (เจ้าอาวาสวัดบ้านเหล่า
รปู ก่อน) ทาให้ประชาชนส่วนใหญ่จะมีความพร้อมเพยี ง และมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ดังน้ันทาให้การ
พัฒนาชุมชนเป็นไปได้ดี
๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วันนี้
เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่อพยพหนีความลาบากในการเป็นอยู่มาจากภาคอีสาน (สมัยก่อนภาค
อีสานจะแห้งแล้งและลาบากในการประกอบอาชีพ) และเมื่อมาอยู่บ้านเหล่ามีหลวงปู่ขาน เป็นศูนย์รวมจิตใจ
และมีความขยนั จงึ สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
๒.3 เสน้ ทำงสคู่ วำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชุมชนตน้ แบบ
มคี วามขยันและซ่อื สัตย์
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคน้ัน ผำ่ นมำไดอ้ ย่ำงไร
บรรพบรุ ุษเคยพบกบั ความลาบากมากอ่ น เมื่อมาอยชู่ ุมชนบา้ นเหลา่ กจ็ ะขยนั ในการประกอบอาชีพ
และมคี วามซอ่ื สัตย์ปัญหาตา่ งตา่ งๆก็จะมนี ้อย
122
๒.5 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบท่ีเกดิ ข้นึ
เมื่อประชาชนในชุมชนน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงด้วยพลัง “บวร”ประชาชนประกอบ
อาชีพสุจริต และในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ชุมชนบ้านเหล่ายังเป็นพ้ืนท่ีสีขาว คนใน
ชุมชนติดเช้ือน้อยมาก และชุมชนคุณธรรมยังมีบทบาทสาคัญในการช่วยเหลือและฟ้ืนฟูเยียวยา เช่น มีการ
ประชาสัมพันธใ์ นการปฏบิ ัตติ วั เพื่อใหพ้ ้นจากโควดิ มีการแจกจา่ ยสิ่งของช่วยเหลอื กัน
๒.6 เปำ้ หมำยทจ่ี ะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมตั้งใจ หรือสง่ิ ทบี่ ่งบอกถึงหลักประกันวำ่ จะเกิดควำมย่ังยนื
ยดึ มน่ั ในความดี สามคั ครี ว่ มใจ คนในชมุ ชนกส็ ามารถใช้ชีวิตอยา่ งมีความสุข
ขอ้ มูลกำรตดิ ต่อ เจา้ คณะจังหวัดเชียงราย (ธรรมยุต) / เจา้ อาวาสวัดบา้ นเหล่า
พระสิรวิ ัฒนโนดม โทรศัพท์ 089-2799366
เลขานกุ ารเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย (ธรรมยตุ )
พระครูวินยั ธรอดศิ ร สุวณโฺ ณ โทรศพั ท์ 081-2540319
123
สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวิถีไทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชอ่ื ชุมชนคณุ ธรรม วัดดอนจ่ัน หมู่ ๗ ตำบลเวียงกำหลง อำเภอเวียงปำ่ เป้ำ จงั หวดั เชียงรำย
๑. สรปุ กิจกรรมที่ดำเนินกำร
๑.๑ ชือ่ กจิ กรรม ทาบุญตักบาตรวนั ขึน้ ปีใหม่ วิถีไทย วถิ พี ทุ ธ ประจาปี ๒๕๖๔
๑.๒ ช่อื กิจกรรม วนั วสิ าขบูชา
๑.๓ ชือ่ กจิ กรรมวันสงกรานต์
124
๑.๔ ชอ่ื กิจกรรม วันเขา้ พรรษา/วันอาสาฬหบูชา
๑.๕ ชื่อกจิ กรรม สอบธรรมศึกษา
๑.๖ ช่ือกจิ กรรม โครงการการจดั อบรมการจดั การขยะมลู ฝอย
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนคุณธรรมวัดดอนจ่ัน มีความเป็นเอกลักษณ์หลายๆด้านด้วยกันเพราะเป็นชุมชนท่ีต้องการพัฒนา
ให้เปน็ ชุมชนทเี่ ข้มแข็ง บริหารจัดการแบบมสี ว่ นรว่ มขององค์การตา่ ง ๆ ให้มคี วามเป็นอยู่ท่ีดี มีความอบอุ่นของ
ครอบครัวและมวลรวมในชุมชน มีความสามัคคี ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จัดระบบโครงสร้างพ้ืนฐาน
แบบเก้ือกูล ร่วมดาเนินกลุ่มอาชีพต่าง ๆ แบบรายได้เสริมตามความถนัดและเวลาเอื้ออานวย ด้วยความมีวินัย
ในตนเอง ความรับผิดชอบ ขยัน ประหยัด ตลอดจนการตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญา
ท้องถิ่น สามารถดาเนินชีวิตอยู่ร่วมกันแบบมีความสุขอย่างพอเพียง" โดยอาศัยวัดเป็นศูนย์กลาง เป็นศูนย์รวม
จิตใจและประกอบกิจกรรมท่ีสาคัญๆ เช่น การประชุม การอบรมเด็กและเยาวชน หรือ กิจกรรมวันสาคัญ
ต่างๆซึ่งเห็นได้เปน็ รปู ธรรม คนในชุมชนมบี ทบาทขบั เคลือ่ นพัฒนาดา้ นตา่ งๆไปพร้อมๆกัน
125
๒.2 กว่ำจะมำเป็นวันน้ี
ชุมชนคุณธรรมวัดดอนจั่นมีวิถีชีวิตของคนในชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบง่าย อยู่ด้วยกันแบบญาติพี่
นอ้ ง ดงั สโลแกนที่ว่า “พริกบ้านเหนือ เกลือบ้านใต้”ความเป็นอยพู่ ึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน เนื่องจากคนใน
ชุมชนทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน คนในชุมชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยมีวัดดอนจั่น เป็นศูนย์รวม
จิตใจของคนในชุมชน และมีโรงเรียน ติดกับวัด อยู่ในชุมชนที่ครบพร้อมเป็นบวร บ้าน วัด โรงเรียน ในปี พ.ศ.
2561 ชุมชนคุณธรรมวัดดอนจั่น ได้เข้าร่วมโครงการชุมชนคุณธรรม ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร ได้มีแนวคิดท่ีจะ
ส่งเสริมสนับสนุน และต่อยอดการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมความเป็นอัตลักษณ์ อีกทั้งเพื่อการเผยแผ่
พระพุทธศาสนา สร้างสุขให้แกค่ นในชุมชน โดยใช้วดั เปน็ ศูนย์กลางในการเร่มิ ดาเนนิ กิจกรรมตา่ งๆ จากนั้นคอ่ ย
ขยายสู่ชุมชน เร่ิมจากงานบุญ อย่างไรก็ตามในเร่ิมแรกของการดาเนินกิจกรรม เกิดปัญหาอุปสรรค เนื่องจาก
วิถีชีวิตของคนในชุมชนรีบเร่ง ออกไปทางานแบบเช้าออก เย็นกลับบ้าน คงเหลือเพียงแต่ผู้สูงอายุอยู่บ้าน
ลูกหลานเด็กๆไปเรียนหนังสือ ความสัมพันธ์ทางวิถีชีวิตจึงเปล่ียนไปยากแก่การดาเนินกิจกรรม แจ้งข่าวสาร
ต่างๆ แต่ภายหลังจากที่ได้ร่วมปรึกษาหารือกิจกรรมต่างๆ มีการสร้างเครือข่ายชุมชน การจัดรายการวิทยุส่ือ
ธรรมะเร่ือยมา ทาให้คนในชุมชนเร่ิมเห็นความสาคัญ ให้ความร่วมมือ และร่วมปฏิบัติพัฒนาชุมชนของตนเอง
อย่างสามัคคีและรู้สึกรักบ้านเกิดจึงเกิดกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชุมชนมากข้ึนเอื้อต่อการพัฒนาชุ มชนคุณธรรมใน
หลายๆในเวลาเดียวกัน
๒.3 เสน้ ทำงสู่ควำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชมุ ชนต้นแบบ
จดุ เรม่ิ ต้นเกิดจากการความเข้มแข็งของผ้นู าชุมชน ผู้ใหญบ่ ้าน เจ้าอาวาส และ โรงเรียน ท่ีได้สรา้ งให้วัด
เป็นศูนย์กลางของชุมชนและมีพระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหน่ียวจิตใจ ของคนในชุมชน โดยอาศัยวัฒนธรรม
ประเพณีในชุมชนและกิจกรรมต่างๆบรูณาการการทางานร่วมกันระหว่างวัด/ชุมชน (บ้าน)/และส่วนราชการใน
พื้นที่ (บ ว ร) เพื่อดาเนินการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมประเพณีในท้องถ่ิน ท้ัง ๑๒ เดือน ซ่ึงส่วนใหญ่เป็น
ประเพณีท่ีเกี่ยวกับการดารงชีวิต ทางเกษตรกรรมและวิถีชีวิตชุมชน ตลอดถึงมีการปลูกฝังด้านคุณธรรม
จริยธรรม และอาศัยการเผยแผ่ประชาสัมพันธ์เครือข่ายของชุมชนผ่านการจัดรายการวิทยุส่งผลให้คนในชุมชน
อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความมุ่งมั่นและต้ังเป้าหมายร่วมกันที่จะทาให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง อีกท้ังชุมชนมี
ต้นทุนเดิมได้แก่ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ อ่างเก็บน้า พุทธสถานที่เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ชุมชนและเป็น
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ มีปราชญ์ชุมชนมีความสามารถในแต่ละด้านแต่ละอาชีพอีกท้ังวัฒนธรรม
ประเพณที ม่ี คี วามโดดเดน่ สิ่งเหลา่ นถ้ี ือได้ว่าเป็นจดุ แขง็ ท่ีสาคัญของชุมชนคุณธรรมวดั ดอนจ่ัน ประสบผลสาเร็จ
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคน้นั ผ่ำนมำได้อยำ่ งไร
การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมา ในระยะเร่ิมแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาที่เกิดขึ้น แรกเริ่มมีอุปสรรค์เก่ียวกับการทาความเข้าใจเกย่ี วกับบทบาทแต่ละวัย และการตลอดจนอาจ
มีทั้งคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อีกท้ังคณะทางานต่างยังไม่เข้าใจในกระบวนการ วิธีการทางาน หรือ
รายละเอียดของงาน จึงยากต่อการขับเคล่ือนงานไปพร้อมๆกันใน ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหา
อุปสรรคในการดาเนินงานของส่วนรวม ด้วยเหตุน้ีทางผู้นาชุมชน ผู้นาศาสนา และคณะครูในโรงเรียนร่วมกัน
สะท้อนปัญหาท่ีเกิดขึ้นแล้วช่วยกันหาทางออก อาศัยประเพณีวัฒนธรรม และการเรียนการสอนในโรงเรียนให้
นักเรียน เด็ก และเยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของทางวัดและชุมชนให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนม สร้าง
ภูมิความรู้ให้เกิดขึ้น การทางานเน้นความโปร่งใส ทางานโดยไม่หวังตอบแทน ทาด้วยใจและจิตอาสา ผลของ
126
การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นไปตามหลักธรรมชาติและเป็นไปตามหลักวิถี ด้วยเหตุน้ีจึงให้การดาเนิน
โครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ค่อยๆประสบผลความสาเร็จเพ่ิมขึ้นตามลาดับ ตลอดจนอันเป็นการสั่งสม
ประสบการณ์ในการทางานรว่ มกันและมีการสรุปงานทุกครัง้ ให้เกิดกระบวนการคิดแก้ไขปัญหาร่วมกัน และก่อ
เกดิ เป็นความสามัคคีเป็นหน่งึ เดียวของชุมชนในปจั จบุ นั
๒.5 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบท่ีเกดิ ขน้ึ
จากการดาเนินงานในการขับเคลื่อนให้ชุมชนคุณธรรมวัดดอนจั่น ขับเคลื่อนด้วยพลัง “บวร” ได้
สะท้อนความสาเร็จในหลายๆด้าน ทั้งในชุมชนท่ีก่อเกิดความสามัคคีในหมู่คณะผลัดดันให้กิจกรรมต่างๆเกิด
ความสาเร็จ มีการพัฒนาอยา่ งมีสว่ นร่วม ชุมชนมีฐานการเรียนรู้ รวมถงึ เรอ่ื งเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชมุ ชนและเอ้ือ
ต่อชุมชนใกล้เคียงและเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาทางส่ิงแวดล้อมธรรมชาติ ด้วยการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของ
หน่วยงาน องคก์ รต่างๆ ของผู้นาชุมชน การมีส่วนร่วมของพลัง บวร จึงเป็นศนู ย์เรียนร้แู ก่ชุมชน ขณะเดียวกัน
ประชาชนแต่ละช่วงวัยมีความเสียสละ ช่วยกันขับเคล่ือน ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดีโดยอาศัยสื่อธรรมะผ่านการ
จัดรายการวิทยุมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ฟังเทศน์ ฟังธรรมในวันพระ ช่วยต่อยอดประเพณี พิธีกรรม
ตา่ งๆถ่ายทอดจากรุ่นสูร่ ุ่น ด้านของเด็กและเยาวชนมีกิจกรรมร่วมกันใหม้ ีบทบาท เช่น ปลูกป่า มกี ลุ่มจิตอาสา
การเรียนธรรมศึกษา พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นต้น เม่ือชุมชนสร้างฐานความรู้สร้างความเข้มแข็งให้กับ
ทุกเพศทุกวัยแลว้ ก็สามารถขับเคลอ่ื นพลังบวรให้เกิดผลสาเร็จ แม้ว่าระยะแรกๆตอ้ งใช้ความเพียร หมั่นประชุม
ปรกึ ษาหารอื ประชุมกนั เนืองนติ ยเ์ พื่อให้ทราบถึงทิศทางเป้าหมายรว่ มกัน
๒.6 เปำ้ หมำยทจ่ี ะเดินต่อในอนำคต ควำมตั้งใจ หรือสิง่ ทีบ่ ง่ บอกถึงหลักประกนั ว่ำจะเกิดควำมยั่งยืน
ทางชุมชนคณุ ธรรมวัดดอนจั่น พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มคี วามมุ่งมั่นตงั้ ใจดาเนินตามเปา้ หมาย
เพื่อให้เกิดเป็น ชุมชนคุณธรรม ที่ยั่งยืน มีส่วนร่วมกับการพัฒนาชุมชนไปพร้อมกัน โดยเร่ิมจากการสร้างความ
ตระหนักและความเข้าใจในความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ เพ่ือให้ผู้สนใจได้ตระหนักและ
เห็นความสาคัญส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ รวมท้ังโครงการต่างๆ เน้นการสร้างเครือข่ายเพื่อความร่วมมือ
และการพัฒนาทุกภาคส่วน ท้ังกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน กลุ่มจิตอาสา กลุ่มผู้นาชุมชน กลุ่ม
ข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ และเครือข่ายวิทยุคลคล่ืนสีขาว เพื่อชาวประชา เพื่อให้พลังเครือข่ายใช้ในการ
ขับเคล่อื นโครงการ และกจิ กรรมต่างๆ เพือ่ ใหเ้ กิดความยัง่ ยนื ตอ่ ไป
ขอ้ มูลกำรติดต่อ เจา้ อาวาสวัดดอนจั่น โทรศพั ท์ ๐๘๖-๑๙๑๔๙๗๖
ผู้ใหญ่บ้าน บา้ นปา่ จั่น หมู่ ๗ โทรศพั ท์ ๐๙๙-๐๘๐๗๔๕๑
พระครูปลัดณฐั พงษ์ ฐิตวุฑฒฺ สิริ ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านป่าจัน่ โทรศัพท์ ๐๘๖-๑๘๙๑๙๐๔
นายสันต์ณรงค์ วีระชาติ
นายพงษ์ศักดิ์ ภัทรพาณชิ ย์กุล
127
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ช่ือชุมชนคุณธรรมวดั ทุ่งหำ้ ตำบลสนั สลี อำเภอเวียงป่ำเป้ำ จังหวดั เชยี งรำย
๑. กจิ กรรมทดี่ ำเนนิ กำร
๑.๑ ชอื่ กจิ กรรมเยาวชนไทยกา้ วไกล ดว้ ยน้าพระฤทยั ในหลวง สูว่ ถิ คี วามพอเพยี ง
๑.๒ ชื่อกิจกรรม วถิ ีชุมชน วิถีโบราณ
๑.๓ ชอ่ื กจิ กรรม วิปสั สนากรรมฐาน พบพานแต่ความสุข
128
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.๑ เร่อื งรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมวัดทุ่งห้า มีความเป็นเอกลักษณ์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นภาษาท่ีใช้ในการส่ือสาร ความ
เช่ือ ประเพณีวัฒนธรรมรวมไปถึงพิธีกรรม อีกทั้งยังส่งเสริมด้านอาชีพในการรวมกลุ่มต่าง ๆ เช่น การทอตุง
การตมี ดี พืชสมนุ ไพร เป็นต้น โดยเน้นความพอเพยี งตามศาสตร์พระราชา ด้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒.๒ กวำ่ จะมำเป็นวันน้ี
บ้านทุ่งห้าเป็นชุมชนท่ีมีความเรียบง่าย อยู่ด้วยกันแบบญาติพ่ีน้อง เนื่องจากคนในชุมชนท้ังหมดเป็น
เครือญาติกัน และคนในชุมชนมีความเล่ือมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยมีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนใน
ชุมชน โดยพระครูจันทวงศ์บัณฑิต ได้มีแนวคิดท่ีจะความสามัคคีในชุมชนโดยยึดหลักพระพุทธศาสนาในการ
ประพฤติปฏิบัติ สนบั สนุนและส่งเสริมการใช้ตน้ ทุนทางเศรษฐกิจ ประเพณีวัฒนธรรม และใช้วัดเป็นศูนย์กลาง
ในการขับเคล่ือนและขยายไปยังชุมชน แรกเริ่มของการดาเนินกจิ กรรม เกิดปัญหาอุปสรรคความยุ่งยากความ
เขา้ ใจในบรบิ ทของการขบั เคล่อื นเศรษฐกิจพอเพยี ง เนื่องจากความเคยชินและวถิ เี รียบงา่ ยของคนในชมุ ชน แต่
ภายหลังจากท่ีได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ เร่ือยมา ทาให้คนในชุมชนได้เล็งเห็นความสาคัญพร้อมให้ความร่วมมือ
และรว่ มปฏบิ ัติเพือ่ พัฒนาชมุ ชนของตนเองให้ยงั่ ยืนสืบตอ่ ไป
๒.๓ เสน้ ทำงสคู่ วำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ตน้ แบบ
จุดเรม่ิ ต้นเกดิ จากการความเขม้ แข็งของผนู้ าทางศาสนา พระครูจันทวงศบ์ ัณฑิต เจ้าอาวาสวัดทุ่งหา้ ท่ี
ได้สร้างใหว้ ัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนและมพี ระพุทธศาสนาเป็นท่ียดึ เหนี่ยวจิตใจ ของคนในชุมชน โดยการนา
นโยบายของคณะสงฆ์ นโยบายฝ่ายปกครอง นโยบายของโรงเรียนและหน่วยงานในพ้ืนที่ ท่ีกล่าวถึงการบรูณา
การการทางานร่วมกันระหว่างวัด/ชุมชน (บ้าน)/และส่วนราชการในพื้นท่ี (บ ว ร) เพ่ือดาเนินการขับเคล่ือน
การส่งเสริมกิจกรรมประเพณีในท้องถิ่น ทั้ง ๑๒ เดือน ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นประเพณีท่ีเก่ียวกับการดารงชีวิต ทาง
เกษตรกรรมและวิถีชีวิตชุมชนวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดถึงมีการปลูกฝังด้านคุณธรรม
จรยิ ธรรม ส่งผลให้คนในชุมชนอยู่รว่ มกันอย่างมคี วามสุข มีความมงุ่ มน่ั และตงั้ เป้าหมายรว่ มกนั ท่ีจะทาให้ชุมชน
วัดทุ่งห้าเป็น “สังคมพ่ึงพาตนเอง” นอกจากน้ี ชุมชนทุ่งห้า ยังมีความโดดเด่นด้วยทางวัฒนธรรม ภูมิประเทศ
ส่ิงเหล่านี้ถือไดว้ า่ เปน็ จดุ แข็งทส่ี าคัญของชมุ ชนวัดท่งุ หา้ ทาให้เกดิ แหล่งเรียนรู้ในชุมชน นาไปสกู่ ารทอ่ งเท่ยี วเชิง
นิเวศ ซ่ึงทาใหช้ มุ ชนก่อเกดิ รายได้
๒.๔ ควำมท้ำทำยที่เกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรท่ีสำคัญเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนน้ั ผำ่ นมำไดอ้ ย่ำงไร
การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมา ในระยะเร่ิมแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเรื่อง
ธรรมดาท่ีเกิดขึน้ ตลอดจนอาจมีทัง้ คนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อกี ทั้งคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วิธีการทางาน หรือรายละเอียดของงาน รวมท้ังยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของส่วนรวม แต่อย่างไรก็ตามท่านพระครูจันทวงศ์บัณฑิต เจ้าอาวาสวัดทุ่งห้าพร้อมด้วยผู้นาและคณะทางาน
มองว่าทุกอุปสรรคปัญหาเป็นบทเรียนท่ีดีในการพัฒนางานคร้ังต่อไป ความเห็นต่างเป็นความสวยงามทาง
ความคิด การทางานเน้นความโปร่งใส ทางานโดยไม่หวังตอบแทน ทาด้วยใจและจิตอาสา ผลของการดาเนิน
กิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นไปตามหลักธรรมชาติและเป็นไปตามหลักวิถี หรือตามหลักความว่างเปล่าของหลัก
129
ศาสนา ด้วยเหตุนี้จึงให้การดาเนินโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ค่อยๆประสบผลความสาเร็จเพ่ิมข้ึนตามลาดับ
ตลอดจนอันเป็นการสั่งสมประสบการณ์ในการทางานร่วมกัน และก่อเกิดเป็นความสามัคคีเป็นหน่ึงเดียวของ
ชุมชนในปจั จบุ ัน
๒.๕ ผลลพั ธ์และผลกระทบที่เกดิ ข้นึ
จากการดาเนินงานในการขับเคล่อื นใหช้ ุมชนวัดท่งุ หา้ เป็นชุมชนคณุ ธรรมทขี่ ับเคลอื่ นด้วยพลัง “บวร”
ความเป็นวิถีชุมชนมีการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยการปรับพฤติกรรมในการใช้จ่ายสินค้า อาศัย
หลักธรรมด้านความพอเพียง และตรงในพุทธสุภาษิตท่ีว่า “โภชเน มตฺตญฺญุตา พึงรู้จักประมาณในการบริโภค
อาหาร” คนในชุมชนได้ทาในสิ่งท่ีตนเองรัก และมีความสุขในงานที่ทา ทาสิ่งท่ีทานั้นให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ผลกั ดันตัวเองใหม้ ีความร้คู วามสามารถมากขึน้
๒.๖ เป้ำหมำยท่ีจะเดินต่อในอนำคต ควำมตั้งใจ หรือสิ่งท่ีบ่งบอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมยั่งยืน
พระครูจันทวงศ์บัณฑิต พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งมั่นต้ังใจดาเนินตามเป้าหมาย
ภายใต้การเป็นชุมชน “สังคมพ่ึงพาตนเอง” เพ่ือให้คนในชุมชนดาเนินชีวิตตามหลัก พอเพียง วินัย สุจริต จิต
อาสา ผู้คนมีความสุข สามัคคี โดยเริ่มจากการสร้างความตระหนักและความเข้าใจในความเป็นอัตลักษณ์ของ
ชุมชน เพ่ือสร้างความเข้าใจ และเพื่อให้ผู้สนใจได้ตระหนักและเหน็ ความสาคัญส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ
รวมท้ังโครงการตา่ งๆ ของชุมชนวัดทุ่งหา้ ตลอดจนการพฒั นาในชมุ ชน เน้นการสร้างเครอื ข่ายเพอื่ ความรว่ มมือ
และการพัฒนาทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน กลุ่มพัฒนาสตรี กลุ่มผู้นาชุมชน กลุ่ม
ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน เพื่อให้พลังเครือข่ายใช้ในการขับเคลื่อนโครงการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้
เกดิ ความยัง่ ยืนต่อไป
ขอ้ มูลกำรตดิ ต่อ เจ้าอาวาสวดั ท่งุ ห้า โทรศพั ท์ ๐๘๙-๙๕๓๓๘๘๘
พระครูจนั ทวงศ์บณั ฑิต ผชู้ ่วยเจา้ อาวาสวดั ทุ่งหา้ /เลขานกุ าร โทรศพั ท์ ๐๙๘-๔๙๘ ๓๙๕๕
พระณชั ฐธ์ กร กมฺมสทุ ฺโธ ผใู้ หญบ่ ้านทุ่งหา้ หมู่ ๒ โทรศัพท์ ๐๘๔-๘๙๔๘๐๓๓
นายมนตรี งามเริง ผ้ใู หญบ่ ้านทุ่งห้า หมู่ ๑๒ โทรศพั ท์ ๐๙๗-๐๓๕๙๓๘๐
นายอนิ แกว้ สันอุดร
130
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชื่อชุมชนคณุ ธรรม วดั ป่ำง้วิ หมู่ ๑ ตำบลป่ำง้ิว อำเภอเวียงปำ่ เป้ำ จังหวัดเชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมทด่ี ำเนินกำร
๑.๑ ช่อื กจิ กรรม. สวดมนต์ขา้ มปี ทาบุญตักบาตรวนั ข้นึ ปีใหม่ ๒๕๖๔
๑.๒ ช่ือกิจกรรม วันมาฆบชู า
๑.๓ ชือ่ กจิ กรรม วนั สงกรานต์
131
๑.4 ชือ่ กิจกรรม งานบรรพชาสามเณรภาคฤดรู ้อน
๑.๕ ช่ือกจิ กรรม วันวสิ าขบชู า
๑.๖ ชอื่ กจิ กรรม วนั เขา้ พรรษา
๑.๗ ชื่อกิจกรรม เฉลมิ พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชริ าลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เน่อื งในโอกาสวนั เฉลิมพระชนมพรรษา 6๙ พรรษา 28 กรกฎาคม 256๔
132
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเด่น
ชมุ ชนคุณธรรมวัดป่างิ้ว มีความเปน็ เอกลักษณ์หลายๆดา้ นดว้ ยกันเพราะเป็นชุมชนท่ีต้องการพัฒนาให้
เป็นชุมชนท่ีเข้มแข็ง บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมขององค์การต่าง ๆ ให้มีความเป็นอยู่ท่ีดี มีความอบอุ่นของ
ครอบครัวและมวลรวมในชุมชน มีความสามัคคี ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จัดระบบโครงสร้างพ้ืนฐาน
แบบเกื้อกูล ร่วมดาเนินกลุ่มอาชีพต่าง ๆ แบบรายได้เสริมตามความถนัดและเวลาเอ้ืออานวย ด้วยความมีวินัย
ในตนเอง ความรับผิดชอบ ขยัน ประหยัด ตลอดจนการตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญา
ท้องถิ่น สามารถดาเนินชีวิตอยู่ร่วมกันแบบมีความสุขอย่างพอเพียง" โดยอาศัยวัดเป็นศูนย์กลาง เป็นศูนย์รวม
จิตใจและประกอบกิจกรรมที่สาคัญๆ เช่น การประชุม การอบรมเด็กและเยาวชน หรือ กิจกรรมวันสาคัญ
ต่างๆซง่ึ เห็นได้เปน็ รปู ธรรม คนในชมุ ชนมีบทบาทขบั เคลอ่ื นพัฒนาด้านตา่ งๆ ไปพรอ้ มๆ กัน
๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวนั นี้
ชมุ ชนคุณธรรมวดั ป่างิ้วมีวิถีชีวิตของคนในชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบง่าย อยดู่ ้วยกันแบบญาติพี่น้อง
ความเป็นอยู่พึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน เน่ืองจากคนในชุมชนท้ังหมดเป็นเครือญาติกัน คนในชุมชนมีความ
ศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยมวี ัดป่าง้ิว เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชมุ ชน และมีโรงเรียนใกล้เคียงกับวัด อยู่
ในชุมชนที่ครบพร้อมเป็นบวร บา้ น วัด โรงเรยี น ในปี พ.ศ. 2561 ชุมชนคณุ ธรรมวดั ปา่ งวิ้ ไดเ้ ข้ารว่ มโครงการ
ชุมชนคุณธรรม ขับเคล่ือนด้วยพลังบวร ได้มีแนวคิดท่ีจะ ส่งเสริมสนับสนุน และต่อยอดการใช้ต้นทุนทาง
วัฒนธรรมความเป็นอัตลักษณ์ อีกท้ังเพ่ือการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สร้างสุขให้แก่คนในชุมชน โดยใช้วัดเป็น
ศูนย์กลางในการเร่ิมดาเนินกิจกรรมต่างๆ จากน้ันค่อยขยายสู่ชุมชน เริ่มจากงานบุญ อย่างไรก็ตามในเร่ิมแรก
ของการดาเนนิ กจิ กรรม เกิดปัญหาอุปสรรค เน่ืองจากวิถชี วี ิตของคนในชมุ ชนรบี เร่ง ออกไปทางานแบบเชา้ ออก
เย็นกลับบ้าน คงเหลือเพียงแต่ผู้สูงอายุอยู่บ้าน ลูกหลานเด็กๆไปเรียนหนังสือ ความสัมพันธ์ทางวิถีชีวิตจึง
เปลี่ยนไปยากแก่การดาเนินกิจกรรม แจ้งขา่ วสารต่างๆ แต่ภายหลังจากที่ได้ร่วมปรึกษาหารือกิจกรรมต่างๆ มี
การสร้างเครือข่ายชุมชน โรงเรียนผู้สูงอายุตาบลป่าง้ิว ทาให้คนในชุมชนเริ่มเห็นความสาคัญ ให้ความร่วมมือ
และร่วมปฏิบัติพัฒนาชุมชนของตนเองอย่างสามัคคีและรู้สึกรักบ้านเกิดจึงเกิดกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชุมชนมาก
ขึน้ เอื้อต่อการพัฒนาชุมชนคุณธรรมในหลายๆในเวลาเดยี วกัน
๒.3 เส้นทำงสคู่ วำมสำเรจ็ ของกำรมำเปน็ ชุมชนตน้ แบบ
การเร่ิมตน้ เกิดจากการความเข้มแข็งของผู้นาชุมชน ผู้ใหญ่บา้ น เจ้าอาวาส และ โรงเรียน ท่ีได้สรา้ งให้
วดั เป็นศนู ย์กลางของชุมชนและมีพระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหน่ียวจิตใจ ของคนในชุมชน โดยอาศัยวัฒนธรรม
ประเพณใี นชุมชนและกิจกรรมต่างๆบรูณาการการทางานร่วมกันระหวา่ งวดั /ชุมชน (บ้าน)/และส่วนราชการใน
พ้ืนท่ี (บ ว ร) เพ่ือดาเนินการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมประเพณีในท้องถิ่น ท้ัง ๑๒ เดือน ซึ่งส่วนใหญ่
เป็นประเพณีท่ีเก่ียวกับการดารงชีวิต ทางเกษตรกรรมและวิถีชีวิตชุมชน ตลอดถึงมีการปลูกฝังด้านคุณธรรม
จริยธรรม และอาศัยการเผยแผ่ประชาสัมพนั ธ์เครอื ข่ายของชุมชนผ่านการจัดรายการวทิ ยุส่งผลให้คนในชุมชน
อยู่ร่วมกันอย่างมคี วามสุข มีความมุ่งมั่นและต้ังเป้าหมายรว่ มกันทจ่ี ะทาให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง อีกท้ังชุมชนมี
ตน้ ทนุ เดมิ ได้แก่ ศูนย์การเรียนร้เู กษตรปลอดสารพิษ พุทธสถานทีเ่ ป็นแหล่งศกึ ษาเรยี นรู้ชุมชนและเปน็ สถานท่ี
ท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ มีปราชญ์ชุมชนมีความสามารถในแต่ละด้านแต่ละอาชีพอีกทั้งวัฒนธรรม
ประเพณที ม่ี คี วามโดดเด่น ส่งิ เหล่านถี้ ือไดว้ ่าเปน็ จุดแข็งทีส่ าคัญของชมุ ชนคุณธรรมวดั ป่างวิ้ ประสบผลสาเรจ็
133
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคน้ัน ผำ่ นมำได้อย่ำงไร
ในการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาทเ่ี กิดข้ึน แรกเริ่มมอี ุปสรรค์เก่ียวกับการทาความเข้าใจเกยี่ วกับบทบาทแต่ละวัย และการตลอดจนอาจ
มีท้ังคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อีกท้ังคณะทางานต่างยังไม่เข้าใจในกระบวนการ วิธีการทางาน หรือ
รายละเอียดของงาน จึงยากต่อการขับเคลื่อนงานไปพร้อมๆกันใน ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหา
อุปสรรคในการดาเนินงานของส่วนรวม ด้วยเหตุน้ีทางผู้นาชุมชน ผู้นาศาสนา และคณะครูในโรงเรียนร่วมกัน
สะท้อนปัญหาท่ีเกิดข้ึนแล้วช่วยกันหาทางออก อาศัยประเพณีวัฒนธรรม และการเรียนการสอนในโรงเรียนให้
นักเรียน เด็ก และเยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของทางวัดและชุมชนให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนม สร้าง
ภูมิความรู้ให้เกิดข้ึน การทางานเน้นความโปร่งใส ทางานโดยไม่หวังตอบแทน ทาด้วยใจและจิตอาสา ผลของ
การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นไปตามหลักธรรมชาติและเป็นไปตามหลักวิถี ด้วยเหตุน้ีจึงให้การดาเนิน
โครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ค่อยๆประสบผลความสาเร็จเพ่ิมข้ึนตามลาดับ ตลอดจนอันเป็นการส่ังสม
ประสบการณ์ในการทางานร่วมกันและมีการสรุปงานทุกครัง้ ให้เกิดกระบวนการคิดแก้ไขปัญหาร่วมกัน และก่อ
เกิดเป็นความสามคั คเี ป็นหนงึ่ เดยี วของชมุ ชนในปัจจุบัน
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบที่เกดิ ข้นึ
จากการดาเนินงานในการขับเคลื่อนให้ชุมชนคุณธรรมวดั ป่าง้ิว ขับเคล่ือนด้วยพลัง “บวร” ได้สะท้อน
ความสาเร็จในหลายๆด้าน ทั้งในชุมชนท่ีก่อเกิดความสามัคคีในหมู่คณะผลัดดันให้กิจกรรมต่างๆเกิด
ความสาเรจ็ มีการพัฒนาอยา่ งมีส่วนร่วม ชุมชนมีฐานการเรียนรู้ รวมถึงเรอื่ งเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนและเอื้อ
ต่อชุมชนใกล้เคียงและเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาทางส่ิงแวดล้อมธรรมชาติ ด้วยการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของ
หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ของผู้นาชุมชน การมีส่วนร่วมของพลงั บวร จึงเป็นศนู ย์เรียนรแู้ ก่ชุมชน ขณะเดียวกัน
ประชาชนแต่ละช่วงวัยมีความเสียสละ ช่วยกันขับเคลื่อน ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดีโดยอาศัยสื่อธรรมะผ่านการ
จัดรายการวิทยุมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ฟังเทศน์ ฟังธรรมในวันพระ ช่วยต่อยอดประเพณี พิธีกรรม
ต่างๆถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ด้านของเด็กและเยาวชนมีกิจกรรมร่วมกันให้มีบทบาท เช่น ปลูกป่า มกี ลุ่มจิตอาสา
การเรียนธรรมศึกษา พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นต้น เม่ือชุมชนสร้างฐานความรู้สร้างความเข้มแข็งให้กับ
ทกุ เพศทุกวัยแลว้ ก็สามารถขับเคล่ือนพลังบวรให้เกิดผลสาเร็จ แม้ว่าระยะแรกๆต้องใช้ความเพียร หมั่นประชุม
ปรึกษาหารือ ประชุมกันเนืองนติ ยเ์ พื่อให้ทราบถึงทิศทางเป้าหมายรว่ มกัน
๒.6 เป้ำหมำยท่ีจะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมต้ังใจ หรือสง่ิ ทบ่ี ง่ บอกถึงหลักประกันวำ่ จะเกดิ ควำมยั่งยนื
ด้านทางชุมชนคุณธรรมวัดป่างิ้ว พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งมั่นตั้งใจดาเนินตาม
เป้าหมาย เพ่ือให้เกิดเป็น ชุมชนคุณธรรม ท่ีย่ังยืน มีส่วนร่วมกับการพัฒนาชุมชนไปพร้อมกัน โดยเริ่มจากการ
สร้างความตระหนักและความเข้าใจในความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน เพ่ือสร้างความเข้าใจ เพ่ือให้ผู้สนใจได้
ตระหนักและเห็นความสาคญั ส่งเสริมสนับสนุนกจิ กรรมต่างๆ รวมทั้งโครงการต่างๆ เน้นการสรา้ งเครือข่ายเพ่ือ
ความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ทั้งกล่มุ พระภิกษุสงฆ์ สามเณร เยาวชน กลุ่มจิตอาสา กลุ่มผู้นาชมุ ชน
กลุ่มข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ เพ่ือให้พลังเครือข่ายใช้ในการขับเคล่ือนโครงการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้
เกดิ ความยั่งยืนต่อไป
ข้อมลู กำรตดิ ต่อ พระครูโสภณกิตตินวิ ฐิ เจา้ อาวาสวัดปา่ ง้ิว โทรศพั ท์ ๐๘๕-๐๒๙๗๒๐๔
นายพงษ์ศักด์ิ รัตนสภุ า ผู้ใหญ่บา้ น บา้ นป่าง้วิ หมู่ ๑ โทรศัพท์ ๐๙๘-๒๖๓๔๙๙๓
134
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชอื่ ชุมชนคุณธรรม วัดบำ้ นโปง่ เทวี หมู่ 2 ตำบลบำ้ นโปง่ อำเภอเวยี งปำ่ เปำ้ จังหวดั เชียงรำย
๑. สรุปกิจกรรมท่ีดำเนินกำร
๑.1 ชื่อกิจกรรมวนั สงกรานต์
๑.2 ชื่อกจิ กรรม วันเขา้ พรรษา/วันอาสาฬหบชู า
๑.3 ช่อื กจิ กรรม วนั เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี ินทร
มหาวชริ าลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 วนั ท่ี 28 กรกฎาคม 2564
135
๑.4 ชือ่ กิจกรรม กจิ กรรมทดี่ าเนินการดา้ นการน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑.5 ช่ือกจิ กรรม มอบสิ่งของเครอื่ งใชท้ จ่ี าเป็นเพ่ือให้ความชว่ ยเหลอื ประชาชนท่ีได้รบั ผลกระทบจาก
การระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ – 19)
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เรอื่ งรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมวัดบ้านโป่งเทวี มีความเป็นเอกลักษณ์หลายๆด้านด้วยกันเพราะเป็นชุมชนท่ีต้องการ
พัฒนาให้เป็นชุมชนท่ีเข้มแข็ง บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมขององค์การต่าง ๆ ให้มีความเป็นอยู่ท่ีดี มีความ
อบอุ่นของครอบครัวและมวลรวมในชุมชน มีความสามัคคี ให้ความช่วยเหลอื ซ่ึงกันและกัน จัดระบบโครงสร้าง
พนื้ ฐานแบบเกื้อกูล ร่วมดาเนนิ กลุ่มอาชีพต่าง ๆ แบบรายได้เสริมตามความถนดั และเวลาเอ้ืออานวย ด้วยความ
มีวินัยในตนเอง ความรับผิดชอบ ขยัน ประหยัด ตลอดจนการตระหนักถึงการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมและภูมิ
ปัญญาท้องถิ่น สามารถดาเนินชีวิตอยู่ร่วมกันแบบมีความสุขอย่างพอเพียง" โดยอาศัยวัดเป็นศูนย์กลาง เป็น
ศูนย์รวมจิตใจและประกอบกิจกรรมที่สาคัญๆ เช่น การประชุม การอบรมเด็กและเยาวชน หรือ กิจกรรมวัน
สาคัญ ต่างๆซงึ่ เห็นไดเ้ ป็นรูปธรรม คนในชุมชนมบี ทบาทขบั เคลอ่ื นพฒั นาดา้ นต่างๆไปพร้อมๆกัน
136
๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวันน้ี
ชมุ ชนคณุ ธรรมวัดบ้านโปง่ เทวี เริ่มก่อต้งั ขึ้นมาเม่ือประมาณปี พ.ศ. 2430 มอี ายุประมาณ 134 ปี (ณ
ปี พ.ศ. 2564) โดยราษฎรกลุ่มแรกท่ีอพยพมาจากหมู่บ้านเฟือยไฮ หมู่ท่ี 1 ในปัจจุบัน คร้ังแรกมาอาศัยอยู่
แบบชั่วคราวโดยมาทาไร่ นา และเลี้ยงสัตว์ เพราะบ้านเฟือยไฮ เป็นสภาพพ้ืนท่ีลุ่มติดกับแม่น้าลาว โดยเฉพาะ
หน้าฝนมักจะมีน้าท่วมขังการสัญจรไปมาก็ลาบาก ในเวลาต่อมามีผู้ท่ีมองเห็นการณ์ไกลว่าพ้ืนที่แห่งนี้มีสภาพป่า
หนาแน่น ดิน และ น้าอุดมสมบูรณ์ดีมากเหมาะสาหรับการเพราะปลูก และ เลี้ยงสัตว์ จึงได้ชักชวนกันมาแผ้ว
ถางป่าเพ่ือจับจองพ้ืนที่ และ เริ่มปลูกสร้างบ้านเรือนข้ึนแบบถาวร หลักจากน้ันจึงได้ติดตามกันมาเร่ือย ๆ จึงทา
ให้เกดิ เป็นหม่บู ้านเล็ก ๆ ข้ึน ตอ่ มาเม่ือข่าวนเ้ี ป็นทเ่ี ล่ืองลือไปไกล ประกอบกับทางจังหวัดเชียงใหมเ่ กิดภาวะข้าว
ยากหมากแพงแห้งแล้งฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลจึงมีราษฎรอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นเครือญาติได้อพยพมาจาก
อาเภอสันกาแพง จังหวัดเชียงใหม่มาสมทบอีกกลุ่มหน่ึง เน่ืองจากคนในชุมชนทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน คนใน
ชุมชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยมีวัดโป่งเทวี เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน และมีโรงเรียนโป่ง
เทวี อย่ใู นชุมชนที่ครบพร้อม เป็นบวร บ้าน วดั โรงเรียน ในปี พ.ศ. 2561 ชมุ ชนคุณธรรมวดั บ้านโป่งเทวี ไดเ้ ข้า
ร่วมโครงการชุมชนคุณธรรม ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร ได้มีแนวคิดท่ีจะ ส่งเสริมสนับสนุน และต่อยอดการใช้
ตน้ ทุนทางวัฒนธรรมความเปน็ อัตลักษณ์ อีกท้ังเพ่ือการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สรา้ งสขุ ใหแ้ ก่คนในชุมชน โดยใช้
วัดเป็นศูนย์กลางในการเร่ิมดาเนินกิจกรรมต่างๆ จากน้ันค่อยขยายสู่ชุมชน เร่ิมจากงานบุญ อย่างไรก็ตามใน
เริ่มแรกของการดาเนินกิจกรรม เกิดปัญหาอุปสรรค เนื่องจากวิถีชีวิตของคนในชุมชนรีบเร่ง ออกไปทางานแบบ
เช้าออก เย็นกลับบ้าน คงเหลือเพียงแต่ผู้สูงอายุอยู่บ้าน ลูกหลานเด็กๆไปเรียนหนังสือ ความสัมพันธท์ างวิถีชีวิต
จงึ เปล่ียนไปยากแก่การดาเนนิ กิจกรรม แจ้งข่าวสารต่างๆ แต่ภายหลังจากท่ไี ด้ร่วมปรกึ ษาหารอื กจิ กรรมต่างๆ มี
การสร้างเครือข่ายชุมชน การจัดรายการวิทยุส่ือธรรมะเรื่อยมา ทาให้คนในชุมชนเริ่มเห็นความสาคัญ ให้ความ
รว่ มมือ และร่วมปฏิบัตพิ ัฒนาชมุ ชนของตนเองอย่างสามัคคีและรู้สึกรักบ้านเกดิ จงึ เกิดกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชมุ ชน
มากข้ึนเอ้ือตอ่ การพัฒนาชมุ ชนคุณธรรมในหลายๆในเวลาเดียวกนั
๒.3 เสน้ ทำงสู่ควำมสำเรจ็ ของกำรมำเปน็ ชุมชนต้นแบบ
จุดเร่ิมต้นเกิดจากการความเข้มแข็งของผู้นาชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าอาวาส และ โรงเรียน ที่ได้สร้างให้
วดั เป็นศนู ย์กลางของชุมชนและมีพระพุทธศาสนาเป็นท่ียึดเหน่ียวจิตใจ ของคนในชุมชน โดยอาศัยวัฒนธรรม
ประเพณีในชุมชนและกิจกรรมต่างๆบรูณาการการทางานร่วมกันระหว่างวดั /ชุมชน (บา้ น)/และส่วนราชการใน
พ้ืนที่ (บ ว ร) เพ่ือดาเนินการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมประเพณีในท้องถิ่น ท้ัง ๑๒ เดือน ซึ่งส่วนใหญ่
เป็นประเพณีที่เกี่ยวกับการดารงชีวิต ทางเกษตรกรรมและวิถีชีวิตชุมชน ตลอดถึงมีการปลูกฝังด้านคุณธรรม
จริยธรรม ส่งผลให้คนในชุมชน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความมุ่งมั่นและตั้งเป้าหมายร่วมกันท่ีจะทาให้
ชมุ ชนมีความเข้มแข็ง
อีกทั้งชุมชนมีต้นทุนเดิมได้แก่ ได้รับรางวัลบ้านสวยเมืองสุข เป็นหมู่บ้านนวตวิถี มีโรงทอผ้าบ้านโป่ง
เทวี มีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท่ีเข้มแข็ง มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม คือ น้าพุร้อนโป่งเทวี มีปราชญ์ชุมชนมี
ความสามารถในแต่ละด้านแต่ละอาชีพ อีกทั้งวัฒนธรรม ประเพณีท่ีมีความโดดเด่น ส่ิงเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นจุด
แขง็ ทสี่ าคญั ของชุมชนคุณธรรมวดั โปง่ เทวี
137
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนั้น ผำ่ นมำไดอ้ ย่ำงไร
การดาเนินกิจกรรมในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาเก่ียวกับการทาความเข้าใจเกี่ยวกับ
บทบาทแต่ละวัย และการตลอดจนอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อีกท้ังคณะทางานต่างยังไม่เข้าใจใน
กระบวนการ วิธีการทางาน หรือรายละเอยี ดของงาน จึงยากตอ่ การขับเคลื่อนงานไปพร้อมๆกนั ใน ท้ังหมดลว้ น
เป็นปัจจัยที่ก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงานของส่วนรวม ด้วยเหตุนี้ทางผู้นาชุมชน ผู้นาศาสนา
และคณะครูในโรงเรียนร่วมกันสะท้อนปัญหาท่ีเกิดข้ึนแล้วช่วยกันหาทางออก อาศัยประเพณีวัฒนธรรม และ
การเรียนการสอนในโรงเรียนให้นักเรียน เด็ก และเยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของทางวัดและชุมชนให้
เกิดความใกล้ชิดสนิทสนม สร้างภูมิความรู้ให้เกิดขึ้น การทางานเน้นความโปร่งใส ทางานโดยไม่หวังตอบแทน
ทาด้วยใจและจิตอาสา ผลของการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นไปตามหลักธรรมชาติและเป็นไปตามหลักวิถี
ดว้ ยเหตนุ ี้จงึ ให้การดาเนินโครงการหรอื กิจกรรมต่างๆ ค่อยๆประสบผลความสาเรจ็ เพิ่มข้ึนตามลาดับ ตลอดจน
อันเป็นการส่ังสมประสบการณ์ในการทางานร่วมกันและมีการสรุปงานทุกครั้งให้เกิดกระบวนการคิดแก้ไข
ปัญหารว่ มกัน และก่อเกิดเปน็ ความสามคั คีเปน็ หน่ึงเดียวของชุมชนในปจั จบุ ัน
๒.5 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบทเ่ี กิดขนึ้
จากการดาเนินงานในการขับเคลื่อนให้ชุมชนคุณธรรมวัดบ้านโป่งเทวีขับเคล่ือนด้วยพลัง “บวร” ได้
สะท้อนความสาเร็จในหลายๆด้าน ท้ังในชุมชนที่ก่อเกิดความสามัคคีในหมู่คณะผลัดดันให้กิจกรรมต่างๆเกิด
ความสาเรจ็ มีการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม ชุมชนมีฐานการเรียนรู้ รวมถงึ เร่ืองเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนและเอื้อ
ต่อชุมชนใกล้เคียงและเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาทางส่ิงแวดล้อมธรรมชาติ ด้วยการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของ
หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ของผู้นาชมุ ชน การมีส่วนร่วมของพลัง บวร จึงเป็นศูนย์เรียนรแู้ ก่ชุมชน ขณะเดียวกัน
ประชาชนแต่ละช่วงวัยมีความเสียสละ ช่วยกันขับเคลื่อน ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตท่ีดีโดยอาศัยสื่อธรรมะมีความ
ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ฟังเทศน์ ฟังธรรมในวันพระ ช่วยต่อยอดประเพณี พิธีกรรมต่างๆถ่ายทอดจากรุ่นสู่
รุ่น ด้านของเด็กและเยาวชนมีกิจกรรมร่วมกันให้มีบทบาท เช่น มีกลุ่มจิตอาสา การเรียนธรรมศึกษา
พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นต้น เมื่อชุมชนสร้างฐานความรู้สร้างความเข้มแข็งให้กับทุกเพศทุกวัยแล้วก็
สามารถขับเคล่ือนพลังบวรให้เกิดผลสาเร็จ แม้ว่าระยะแรกๆต้องใช้ความเพียร หมั่นประชุมปรึกษาหารือ
ประชมุ กนั เนืองนติ ย์เพ่ือใหท้ ราบถงึ ทิศทางเปา้ หมายร่วมกนั
๒.6 เป้ำหมำยทีจ่ ะเดินตอ่ ในอนำคต ควำมตง้ั ใจ หรือสิ่งทบ่ี ง่ บอกถึงหลักประกันว่ำจะเกดิ ควำมยง่ั ยนื
ทางชุมชนคุณธรรมวัดบ้านโป่งเทวี พร้อมด้วยผู้นาและคนในชุมชน มีความมุ่งม่ันต้ังใจดาเนินตาม
เป้าหมาย เพ่ือให้เกิดเป็น ชุมชนคุณธรรม ท่ียั่งยืน มีส่วนร่วมกับการพัฒนาชุมชนไปพร้อมกัน โดยเร่ิมจากการ
สร้างความตระหนักและความเข้าใจในความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ เพื่อให้ผู้สนใจได้
ตระหนักและเห็นความสาคัญส่งเสริมสนับสนุนกจิ กรรมต่างๆ รวมท้ังโครงการต่างๆ เน้นการสร้างเครือขา่ ยเพื่อ
ความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคส่วน ท้ังกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ เยาวชน กลุ่มจิตอาสา กลุ่มผู้นาชุมชน กลุ่ม
ข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ และเครือข่ายวิทยุคลคล่ืนสีขาว เพื่อชาวประชา เพ่ือให้พลังเครือข่ายใช้ในการ
ขับเคล่ือนโครงการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความย่งั ยนื ตอ่ ไป
ข้อมลู กำรตดิ ต่อ กานันตาบลบา้ นโปง่ โทรศพั ท์ 085-5998553
นายวิศิษฏ์ กันทะวงค์ เจ้าอาวาสวัดบา้ นโปง่ เทวี โทรศัพท์ ๐๘๕-๗๑๖๐๒๓๗
พระครชู ัยการโกวิท ผอ.โรงเรยี นบ้านโป่งเทวี โทรศพั ท์ 053-782111
นายอิน่ คา ใจกันทะ
138
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชอื่ ชุมชนคณุ ธรรมบ้ำนหนองยำว ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่ำเป้ำ จงั หวดั เชียงรำย
๑. กจิ กรรมท่ดี ำเนินกำร
๑.๑ การจดั กจิ กรรมจูงหลานเขา้ วัด
๑.2 การจดั กจิ กรรมวนั วสิ าขบชู า
1.3 กจิ กรรมชุมชนสมั พนั ธ์
139
1.4 กจิ กรรมหมบู่ า้ นตา้ นโควิด
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.๑ เรื่องรำวควำมโดดเดน่
หมู่บ้านหนองยาวพัฒนา ต้ังอยู่ทางทิศใต้ของอาเภอเวียงป่าเป้า ห่างจากตัวอาเภอเวียงป่าเป้า
ประมาณ 2 กิโลเมตร ห่างจากที่ทาการองค์การบริหารส่วนตาบลเวียง ประมาณ 1.5 กิโลเมตร และห่างจาก
ตัวจังหวัดเชียงราย ประมาณ 98 กิโลเมตร ภายในหมู่บ้านมีบ้าน วัด โรงเรียน เป็นศูนย์รวมกิจกรรมของ
ชาวบ้านทาให้หมบู่ า้ นน้มี ีความสามคั คี และมีวถิ ีชวี ติ ประเพณี วัฒนธรรมท่หี ลากหลาย
๒.๒ กวำ่ จะมำเป็นวนั นี้
- ด้านเศรษฐกจิ ต้นทนุ การผลติ ต่า ผลผลติ ทางการเกษตรมีคุณภาพ
- ด้านสังคม มีความสามัคคีเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกันคนของในชุมชน มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือต้องการ
ใหส้ ังคมสงบสุขโดยมวี ัดเปน็ ศนู ย์รวมจติ ใจ และมีพระเจ้าแสนแซ่เปน็ ที่เคารพนบั ถอื
- ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความอดุ มสมบรู ณ์ของป่าไม้ น้า ดนิ
- ดา้ นความมั่นคงและสงบเรยี บร้อย มกี ารจดั ตง้ั ตารวจบ้าน และอาสาสมัครป้องกนั ภยั ตา่ งๆ
- ด้านการบริหารจัดการภายในชุมชน มีการจัดต้ังคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นหมวด เพื่อให้มีการดูแล
อย่างใกล้ชิดภายในกลุ่ม แต่ก็มีจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาคือการดูแลไม่ท่ัวถึงเพราะประชากรมาก และปัญหาด้าน
เศรษฐกิจท่ีโดนเอาเปรยี บจากพ่อคา้ คนกลาง
๒.3 เส้นทำงสู่ควำมสำเรจ็ ของกำรมำเป็นชุมชนตน้ แบบ
แนวทางการพัฒนาหมู่บ้านให้สาเร็จ ส่ิงท่ีมีอยู่ของหมู่บ้าน เพื่อกาหนดสิ่งท่ีต้องการให้เกิดขึ้นใน
อนาคต เช่น การเข้าถึงธรรมะของพระพุทธศาสนา การพัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเท่ียว/หมู่บ้านมีรายได้เพ่ิมขึ้น/
หมู่บ้านมีความสงบเรียบร้อย ปลอดจากสิ่งเสพติด หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ เป็นต้น ทิศทางการ
พฒั นาหมูบ่ ้านในอนาคต คอื สรา้ งหมบู่ า้ นให้เป็นชมุ ชนเข้มแขง็ และปลอดจากสิง่ เสพตดิ ให้เปน็ หมูบ่ ้านสีขาว
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนัน้ ผำ่ นมำไดอ้ ยำ่ งไร
- การทางานเนน้ ความโปร่งใส - การได้รับความร่วมมอื จากชาวบา้ น
- ความคิดเห็นท่ีแตกต่าง - การทางานดว้ ยจิตอาสา
- การสรา้ งความสามคั คใี นชุมชนโดยอาศยั วัดเป็นศูนย์กลาง
140
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบทเ่ี กิดขนึ้
- ชมุ ชนได้รับการขบั เคลื่อนจากพลัง บวร - ชุมชนเปน็ หมูบ่ ้านแบบเศรษฐกจิ พอเพียง
- ชมุ ชนมศี ลิ ปะ วัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง - ชมุ ขนมีความเขม้ แขง็
- วดั สามารถให้ความรูธ้ รรมะแก่ศรัทธาประชาชนได้ทุกกลุ่ม
๒.6 เป้ำหมำยทจ่ี ะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมตัง้ ใจ หรือสิง่ ท่ีบ่งบอกถึงหลักประกันวำ่ จะเกดิ ควำมยั่งยนื
อยากให้หมู่บ้านเป็นสังคมวิถีพุทธ โดยนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดาเนินชีวิตควบคู่ไปกับ
กลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนาเพอื่ ใหส้ งั คมเจรญิ กา้ วหนา้ ทง้ั ด้านกาย และจติ ใจ
ข้อมูลกำรติดต่อ เจา้ อาวาสวัดหนองยาว โทรศัพท์ 089-9558998
พระมหาสมชาติ นนฺทธมฺมโิ ก ผ้ใู หญ่บา้ นบ้านหนองยาว หมู่ 4 โทรศัพท์ 084-8036695
นายพันธ์ เปง็ ใจ
นายศุภกิจ ดีโก๋ ผู้ใหญบ่ า้ นบ้านหนองยาว หมู่ 12 โทรศัพท์ 084-8940565
141
คณะผจู้ ดั ทำ
คณะทปี่ รึกษำ วัฒนธรรมจงั หวดั เชยี งราย
๑. นายพสิ นั ต์ จนั ทร์ศิลป์ นักวชิ าการวฒั นธรรมชานาญการพเิ ศษ
๒. นางสริ ริ ตั น์ โอภาพ นักวชิ าการวัฒนธรรมชานาญการพิเศษ
๓. นางเบญ็ จมาส บุญเทพ
คณะผ้จู ัดทำขอ้ มูล นักวชิ าการวฒั นธรรมชานาญการ ผู้ประสานงานอาเภอเวียงเชยี งรงุ้
๑. นางสภุ สั สร ประภาเลิศ นกั วชิ าการวฒั นธรรมชานาญการ ผู้ประสานงานอาเภอแม่สรวย
๒. นางสาวสดุ า นนทะวงษ์ นกั วิชาการวัฒนธรรมชานาญการ ผู้ประสานงานอาเภอเวยี งเป่าเปา้
๓. นางสาวณพิชญา นันตาดี นกั วิชาการวฒั นธรรมชานาญการ ผปู้ ระสานงานอาเภอพญาเม็งราย
๔. นางสาวสพุ ชิ ชา ชมุ่ มะโน นกั วิชาการวฒั นธรรมชานาญการ ผปู้ ระสานงานอาเภอพาน
๕. นายเอกณฏั ฐ์ กาศโอสถ นกั วชิ าการวฒั นธรรมชานาญการ ผปู้ ระสานงานอาเภอเวียงชัย
๖. นางเพียรโสม ปาสาทงั นกั วชิ าการวัฒนธรรมชานาญการ ผู้ประสานงานอาเภอขุนตาล
๗. นางสาวพนิดา ค้าสม นักวชิ าการวฒั นธรรมชานาญการ ผปู้ ระสานงานอาเภอแม่จัน
๘. นางสุพรรณี เตชะตน นักวชิ าการวัฒนธรรมชานาญการ ผู้ประสานงานอาเภอป่าแดด
๙. นายจริ ฎั ฐ์ ยุทธธ์ นประวชิ นักวชิ าการวัฒนธรรมปฏิบตั ิการ ผู้ประสานงานอาเภอเทงิ
๑๐. นายพิพัฒน์ สุม่ มาตย์ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบตั ิการ ผ้ปู ระสานงานอาเภอเชยี งแสน
๑๑. นายนพพร หน่อแกว้ นกั วชิ าการวัฒนธรรมปฏบิ ัติการ ผปู้ ระสานงานอาเภอเชียงของ
๑๒. นายยทุ ธนา สุทธสม นกั วชิ าการวัฒนธรรมปฏิบตั กิ าร ผปู้ ระสานงานอาเภอเมืองเชยี งราย
๑๓. นายสุพจน์ ทนทาน นกั วิชาการวฒั นธรรมปฏบิ ัติการ ผู้ประสานงานอาเภอเวยี งแกน่
๑๔. นางสาวพิรณุ พร อินเทพ นกั วชิ าการวัฒนธรรมปฏิบตั ิการ ผปู้ ระสานงานอาเภอดอยหลวง
๑๕. นางสาวปาณิชา ใจมขุ นักวิชาการวฒั นธรรมปฏิบัติการ ผปู้ ระสานงานอาเภอแมล่ าว
๑๖. นางสาวมทุ ติ า ธิงาเครอื นกั วชิ าการวฒั นธรรมปฏบิ ัตกิ าร ผู้ประสานงานรว่ มอาเภอเมืองเชียงราย
๑๗. นายธนาคาร ค้มุ ภยั
คณะผ้เู รียบเรียงและจดั ทำเอกสำร
๑. นางสาวทศั นยี ์ ดอนเนตร์ นกั วิชาการวฒั นธรรมชานาญการพิเศษ
๒. นายกาพล จาววฒั นาสกลุ นักวชิ าการวัฒนธรรมชานาญการ ผปู้ ระสานงานอาเภอแม่สาย