48
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคน้นั ผ่ำนมำได้อย่ำงไร
ปัญหาอุปสรรคท่ีเกิดข้ึน นั้นก็มีท่ีมีจากหลายปัจจัย อาทิเช่น ปัญหาโรคติดเชื้อโควิด – 19 ที่แพร่
ระบาดอยู่ทั่วโลก เป็นเหตุให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถร่วมกิจกรรมงานโครงการได้อย่างเต็มที่ จนทาให้คนเข้า
ร่วมงานดูบางตาและมีจานวนน้อยมาก และการดาเนินการจัดกิจกรรมบางคร้ังไม่ค่อยเหมาะสม ทาให้ผู้ร่วม
กจิ กรรมบางคนไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้สม่าเสมอเนอ่ื งจากติดภารกิจส่วนตัว และบางครั้งการจัดกจิ กรรม
ของทางชุมชน วัด โรงเรยี น มงี านซา้ ซ้อนกัน ทาใหค้ นเข้าร่วมมจี านวนน้อย มีผลกระทบต่อการจดั กิจกรรมงาน
โครงการเป็นอย่างมาก
๒.5 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบที่เกดิ ข้ึน
1) คนในชุมชนเกิดการตื่นตัว และได้เข้ามามีส่วนร่วมทางานและมีจิตอาสาให้กับชุมชนมากข้ึน
2) การใช้วัด/ศาสนสถาน เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง รวมทั้งร่วมกับชมุ ชนรกั ษาสืบสานประเพณี วฒั นธรรมอนั ดงี าม
3) การดาเนินงานเป็นการทางานแบบบูรณาการรว่ มกนั ทกุ ภาคีเครอื ขา่ ยทั้งภาครัฐและเอกชน
4) พุทธศาสนิกชนได้เข้าวัด และร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อส่งเสริมให้มีความรักชาติ
ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
5) พุทธศาสนิกชน ได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณี ตลอดถึงหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
6) สามารถนาหลักธรรมคาสอนทางพระพทุ ธศาสนาไปปรับใช้ในชีวติ ประจาวันได้
7) ชุมชนอยู่ได้ด้วยการพ่ึงตนเอง เพราะได้นาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดผลท่ี
ชัดเจนและแทจ้ ริง เพ่ือใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย คือ “สงั คมคุณธรรม ทม่ี คี วามมนั่ คง ม่งั คั่ง และยง่ั ยนื ”
๒.6 เปำ้ หมำยที่จะเดินต่อในอนำคต ควำมตั้งใจ หรือส่ิงที่บง่ บอกถึงหลักประกนั วำ่ จะเกิดควำมยั่งยนื
1) เป้าหมายท่ีทางชุมชนคุณธรรมวัดสันหนองบัว มีความต้องการอยากจะเดินต่อไปในอนาคต คือ
การส่งเสริมให้คนเข้าวัดปฏิบัติธรรม ได้ร่วมทากิจกรรมกับทางวัด บ้าน และโรงเรียน อย่างต่อเนื่องไม่ขาด
2) การส่งเสริมให้ชุมชนอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิด
ประโยชน์อยา่ งแทจ้ ริงและตอ่ เนื่องเป็นประจา
3) ส่งเสริมให้พระสอนศีลธรรม ในโรงเรียนสอดแทรกหลักธรรมท่ีสาคัญและจาเป็น ตลอดจนหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่นักเรียน ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรักและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ มีจิตอาสาในการสร้างสรรคพ์ ัฒนาชุมชนและประเทศชาติ
4) การสืบสาน รักษา ต่อยอด และอนุรักษ์มรดกความเป็นภูมิปัญญาไทยเอาไว้มิให้สูญหาย
5) การสืบทอด รกั ษา ขนบธรรมเนียมประเพณีท่ีสาคัญของไทยไว้ใหค้ งอย่ตู ่อไป
ข้อมูลกำรตดิ ต่อ เจ้าอาวาสวดั สันหนองบวั โทรศัพท์ 081 -2890404
พระครโู กศลกจิ จานุกิจ
นายทรงกฤต เรือนสิทธ์ิ ฝา่ ยบริหารงานวิชาการ/นายทะเบียน โทรศพั ท์ 081-7163888
นายวธิ าน โวทาน
ผ้ใู หญ่บา้ นหนองสองหอ้ ง หมู่ 2 โทรศพั ท์ 081-6723839
49
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ช่อื ชุมชนคุณธรรม วดั ร้องหลอด หมู่ ๓ ตำบลเมอื งพำน อำเภอพำน จงั หวัดเชยี งรำย
๑. สรปุ กจิ กรรมทด่ี ำเนนิ กำร
๑.๑ ชื่อกจิ กรรม สังฆทานต่อบญุ
๑.๒ ชอ่ื กจิ กรรม กิจกรรมสืบสานภูมปิ ัญญาท้องถิน่ และวัฒนธรรม
๑.๓ ชื่อกิจกรรม ลานวัฒนธรรม
50
๑.๔ ช่อื กิจกรรม เข้าวัดปฏบิ ตั ิธรรมในวันพระสวนะและวันสาคญั ทางพุทธศาสนา
๑.๕ ชื่อกิจกรรม กจิ กรรมเข้าคา่ ยวัฒนธรรม
๑.๖ ชอ่ื กิจกรรม กิจกรรมศนู ย์เรียนรู้และภูมิปัญญาในชมุ ชนให้กับกลมุ่ อาชีพวัดร้องหลอด
๑.๗ ชื่อกิจกรรม การถา่ ยทอดอักษรลา้ นนาให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชน
51
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เรอื่ งรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมวัดร้องหลอด เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน เป็นศูนย์รวมแห่งความเคารพ เช่ือถือ
และการร่วมไม้ร่วมมือกันให้เกิดความสามัคคีความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชน มีศูนย์วัฒนธรรมกลุ่มยุว
พุทธวัดร้องหลอด ชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน ผู้นาชุมชน และคณะกรรมการเป็นผู้ช่วยกันผลักดัน สนับสนุน
กิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดข้ึน เมื่อมีปัญหาก็ร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ัน ๆ วัดร้องหลอดเป็นสถานศึกษาสาหรับเด็ก
เยาวชน และประชาชนในการฝึกอบรมทางศีลธรรม เป็นท้ังสถานที่จัดงานเทศกาลประเพณีของชุมชนเพ่ือสืบ
สานวัฒนธรรมประเพณีให้คงอยู่สืบไป และยังเป็นศูนย์กลางทางด้านศิลปวัฒนธรรมของชุมชนท่ีเปรียบเสมือน
เป็นศนู ย์เรียนรู้ทางวัฒนธรรม/พิพิธภัณฑ์ (บ้านโบราณ) ให้เด็กและเยาวชนหรือประชาชนทว่ั ไปได้ศกึ ษาเรียนรู้
และมีส่วนร่วมในการสืบสานภูมิปัญญาบ้านล้านนาท่ีมีศิลปะ ประติมากรรมของวัด และบ้านโบราณอัน
ทรงคณุ คา่
๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวันนี้
การดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาที่เกิดข้ึน ตลอดจนอาจมีทั้งคนท่ีเห็นด้วยและเห็นต่างนั้น การร่วมไม้ร่วมมือกันของคนในชุมชนเพื่อให้
เกิดความสามัคคี การจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมกลุ่มยุวพุทธวัดร้องหลอด ชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน ผู้นาชุมชน
และคณะกรรมการเป็นผู้ช่วยกนั ผลกั ดัน และสนบั สนุนกิจกรรมต่าง ๆ ใหเ้ กดิ ขึ้นในชมุ ชน เม่ือมีปญั หาก็รว่ มกัน
แก้ไขปัญหานั้น ๆ จนทาให้การดาเนินโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ประสบผลความสาเร็จเพ่ิมข้ึนตามลาดับ
และกอ่ เกิดเปน็ ความสามัคคเี ป็นหน่ึงเดยี วของชมุ ชน
พระครูพิศาลสังวรคุณ เจ้าอาวาสวัดร้องหลอด พร้อมด้วยผู้นาชุมชน กลุ่มต่าง ๆ และคณะกรรมการได้
ร่วมกันพัฒนาวัดเพื่อให้เกิดความรู้สึกแก่ชุมชนว่า “วัดเป็นของตน” มีความรู้สึกหวงแหนรักและช่วยกันดูแล
รักษา สร้างความสัมพันธ์และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างวัดกับชุมชน และทาให้วัดเป็นศูนย์กลาง
สาหรับการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม และเป็นสถานท่ีสาหรับทากิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม
รว่ มกนั ของชมุ ชน
๒.3 เสน้ ทำงสู่ควำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชุมชนต้นแบบ
พระครูพิศาลสังวรคุณ เจ้าอาวาสวัดร้องหลอด พร้อมด้วยผู้นาชุมชน กลุ่มต่าง ๆ และคณะกรรมการ
ได้ร่วมกันสร้างวัดให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน สร้างวัดให้เป็นศูนย์รวมแห่งความเคารพ เชื่อถือ และ
การร่วมไม้ร่วมมือกันให้เกิดความสามัคคีของคนในชุมชน มีการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมกลุ่มยุวพุทธวัดร้องหลอด
รวมท้ัง มีชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้นาชุมชน และคณะกรรมการเป็นผู้ช่วยกันผลักดัน สนับสนุน
กิจกรรมต่างๆ ให้เกิดข้ึน เม่ือมีปัญหาก็ร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ัน ๆ ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี มีแนวความคิดใน
การบรูณาการการทางานร่วมกันระหว่างวัด/ชุมชน (บ้าน)/และส่วนราชการในพื้นที่ (บวร) เพื่อดาเนินการ
ขับเคลื่อนงานด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านการสืบสานงานวัฒนธรรมประเพณีท่ีดีงามให้คงอยู่ และด้านการ
ดารงชีวิตทางเกษตรกรรมและวิถีชีวิตชุมชนตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนคุณธรรมวัดร้อง
หลอด มีการดาเนินกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ได้ร่วมกับชุมชนที่มีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ศูนย์
วัฒนธรรมชุมชน ตลาดชุมชน พิพิธภัณฑ์เฮือนโบราณ นอกจากนี้วัดร้องหลอดยังเป็นศูนย์ที่ช่วยในการฝึกจิต
ฝึกสมาธิ รวมทงั้ ยังมกี ารจัดกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
52
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนน้ั ผำ่ นมำได้อย่ำงไร
การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมา ในระยะเร่ิมแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาท่ีเกดิ ขึ้น ตลอดจนอาจมีทง้ั คนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อีกทั้งคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วธิ ีการทางาน หรือรายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ท้ังหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของสว่ นรวม
๒.5 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบท่เี กิดข้ึน
- ชมุ ชนไดร้ ับการขบั เคลื่อนจากพลัง บวร
- ชุมขนมคี วามเข้มแข็ง
- เป็นศนู ยว์ ฒั นธรรมของชุมชน
- ชุมชนมศี ลิ ปะ วัฒนธรรมเป็นเอกลกั ษณ์ของตนเอง
- วัดสามารถให้ความรูธ้ รรมะแกศ่ รัทธาประชาชนได้ทุกกลุ่ม
๒.6 เป้ำหมำยท่จี ะเดินต่อในอนำคต ควำมตงั้ ใจ หรอื ส่งิ ที่บ่งบอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมย่ังยืน
อยากใหห้ ม่บู ้านเป็นสงั คมวถิ ีพุทธ โดยนาหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในการดาเนินชีวติ ควบค่ไู ปกับ
กลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนาเพื่อให้สงั คมเจริญกา้ วหนา้ ทั้งดา้ นกาย และจติ ใจ
ขอ้ มูลกำรติดต่อ เจา้ อาวาสวดั ร้องหลอด โทรศพั ท์ ๐๘๙-๙๙๙๘๙๗๗
พระครพู ศิ าลสงั วรคุณ ผู้ใหญบ่ ้าน โทรศัพท์ ๐๘๗-๓๐๓๗๗๘๔
นายเสรี วงศ์เรือน
53
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชือ่ ชุมชนคุณธรรม วดั ศรีเมืองมลู หมู่ ๘ ตำบลหัวง้ม อำเภอพำน จงั หวัดเชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมทีด่ ำเนนิ กำร
๑.๑ ชื่อกจิ กรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผ้สู งู อายุ
๑.๒ ชื่อกิจกรรม ประชาชนอิ่มทอ้ ง พวกเราอ่มิ บุญ
๑.๓ ชื่อกจิ กรรม สง่ เสรมิ ประชาชนปลูกพชื ผกั ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง
54
๑.๔ ชื่อกิจกรรม สบื สานภูมิปญั ญาท้องถิ่นและวัฒนธรรม
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมวัดศรีเมืองมูล ยึดม่ันอุดมการณ์แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ยึดหลักการใช้ศาสนาธรรม
ของทุกศาสนา มาพัฒนาจิตใจ ยึดหลักประชาธิปไตยพื้นฐานมาพัฒนาสังคมและยึดหลักการพ่ึงตนเอง
ช่วยเหลือซ่ึงกันและกันร่วมมือร่วมใจกันในการประกอบกิจกรรมเพ่ือพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเป็นศูนย์รวมจิตใจ
ของประชาชน เป็นศูนย์รวมแห่งความเคารพ เช่ือถือ และการร่วมไม้ร่วมมือกันให้เกิดความสามัคคีความเป็น
ระเบียบเรียบร้อยของชุมชน วัดศรีเมืองมูลมีการพัฒนาทางด้านจิตใจ มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพของประชาชนให้
ประพฤติปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา และคุณธรรม ๔ ประการ ตามกระแสพระราชดารัสของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี ๙ วัดศรีเมืองมูล ได้มีการจัดทาประวัติของศาสนาพุทธเพื่อให้
พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาโดยมีภาพวาดภายในวิหาร และมีการจัดทาป้ายไวนิล และจัดทาเอกสารเผยแพร่เป็น
รปู เล่ม และแผ่นพบั เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และได้มีการจดั ทาปา้ ยธรรมมะ คาสอน แง่คิดดีๆ คาคมสอนใจ
ข้อคิดดีๆ ให้ลูกให้หลาน ได้ใช้อ่านใช้แชร์ เพื่อเตือนสติให้รู้จักคิด รู้จัดรับผิดชอบ ช่ัวดี บางครั้งเราก็อาจจะทา
สิง่ ท่ีผิดพลาดลงไปแบบไม่รูต้ ัว แต่เราก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ ภายใต้กิจกรรมต้นไม้พูดได้ วัดศรีเมืองมูลถือได้
ว่าเป็นเครือข่ายของศูนย์วัฒนธรรมตาบลหัวง้ม ซึ่งเป็นสถานท่ีที่ได้มีการสืบทอด และอนุรักษ์ศิลปขนมธรรม
เนียมประเพณีต่าง ๆ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ร่วมเรียนรู้และร่วมกัน และมีการจัดกลุ่มสมาชิก ลด ละ เลิก
อบายมุขตามโครงการหมบู่ า้ นรกั ษาศลี ๕
๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวันน้ี
การดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ เป็นเรื่อง
ธรรมดาท่ีเกิดข้ึน ตลอดจนอาจมีท้ังคนท่ีเห็นด้วยและเห็นต่างนั้น การร่วมไม้ร่วมมือกันของคนในชุมชนเพ่ือให้
เกิดความสามัคคี โรงเรียนผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน ผู้นาชุมชน และคณะกรรมการเป็นผู้ช่วยกันผลักดัน และ
สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดข้ึนในชุมชน เม่ือมีปัญหาก็ร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ัน ๆ จนทาให้การดาเนิน
โครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ประสบผลความสาเร็จเพิ่มขึ้นตามลาดับ และก่อเกิดเป็นความสามัคคีเป็นหนึ่ง
เดียวของชุมชน และทาให้วัดเป็นศูนย์กลางสาหรบั การเปน็ แหล่งเรียนรทู้ างวัฒนธรรม และเป็นสถานที่สาหรับ
ทากิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีท่ดี ีงามรว่ มกันของชมุ ชน
55
๒.3 เสน้ ทำงสู่ควำมสำเร็จของกำรมำเป็นชมุ ชนตน้ แบบ
พระครูสุจิณกัลยาณธรรม เจ้าอาวาสวัดศรีเมืองมูล พร้อมด้วยผู้นาชุมชน กลุ่มต่าง ๆ และ
คณะกรรมการ ได้ยึดมั่นอุดมการณ์แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ยึดหลักการใช้ศาสนาธรรมของทุกศาสนา มา
พัฒนาจิตใจ ยึดหลักประชาธิปไตยพื้นฐานมาพัฒนาสังคมและยึดหลักการพึ่งตนเอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
รว่ มมอื รว่ มใจกนั ในการประกอบกจิ กรรมเพือ่ พัฒนาเศรษฐกจิ ได้รว่ มกันสร้างวดั ให้เปน็ ศนู ย์รวมจิตใจของคนใน
ชุมชน สร้างวัดให้เปน็ ศูนยร์ วมแหง่ ความเคารพ เชอ่ื ถือ และการร่วมไม้ร่วมมอื กันใหเ้ กิดความสามคั คขี องคนใน
ชุมชน
ชุมชนคุณธรรมวัดศรีเมืองมูล มีการดาเนินกิจกรรมทางวัฒนธรรมท่ีได้ร่วมกับชุมชนที่มีความโดดเด่น
ในดา้ นต่าง ๆ ไดแ้ ก่
๑) การพัฒนาทางด้านจิตใจ มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพของประชาชนให้ประพฤติปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมของศาสนา และคุณธรรม ๔ ประการ ตามกระแสพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๙
๒) มุ่งเน้นพัฒนาสังคมโดยใช้วิถีทางประชาธิปไตยในการแก้ไขปัญหา ประสานประโยชน์ สร้าง
สังคมท่ใี ช้เหตผุ ลและเคารพศักดิศ์ รีของความเป็นมนษุ ย์
๓) มีการจัดทาประวัติของศาสนาพุทธเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาโดยมีภาพวาดภายในวิหาร
และมกี ารจัดทาป้ายไวนิล และจัดทาเอกสารเผยแพร่เปน็ รปู เลม่ และแผน่ พับเพื่อเผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์
๔) การจัดทาป้ายธรรมมะ คาสอน แง่คิดดี ๆ คาคมสอนใจ ข้อคิดดี ๆ ให้ลกู ใหห้ ลาน ไดใ้ ช้อา่ นใช้
แชร์ เพื่อเตอื นสติให้รู้จักคิด รู้จัดรับผิดชอบชั่วดี บางครั้งเราก็อาจจะทาสิ่งที่ผิดพลาดลงไปแบบไม่รู้ตัว แต่เราก็
สามารถแกไ้ ขปญั หาได้ ภายใตก้ จิ กรรมต้นไมพ้ ูดได้
๕) มีการตกแต่งสภาพแวดล้อมภายในโดยเน้นเป็นการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้
เป็นสถานทส่ี าหรบั การเรียนรู้เปน็ กลุ่มรว่ มกนั
๖) เป็นเครือข่ายของศูนย์วัฒนธรรมตาบลหัวง้ม ซึ่งเป็นสถานท่ีท่ีได้มีการสืบทอด และอนุรักษ์
ศิลปขนมธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ เพ่ือให้คนรุ่นหลังได้ร่วมเรียนรู้และร่วมกันอนุรักษ์ไว้ โดยดาเนินการผ่าน
กิจกรรมอบรมเพือ่ เปน็ การตอ่ ยอดและการฝึกปฏบิ ัติ
๗) มกี ารจดั กลุม่ สมาชิก ลด ละ เลิก อบายมขุ ตามโครงการหม่บู า้ นรกั ษาศีล ๕
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนน้ั ผ่ำนมำไดอ้ ย่ำงไร
การดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ เป็นเรื่อง
ธรรมดาท่ีเกดิ ข้ึน ตลอดจนอาจมีทง้ั คนที่เห็นด้วยและเหน็ ต่าง อกี ทั้งคณะทางานต่างยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วธิ ีการทางาน หรือรายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ท้ังหมดล้วนเป็นปัจจัยท่ีก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของสว่ นรวม
56
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบท่ีเกดิ ขนึ้
- ชมุ ชนไดร้ ับการขับเคล่ือนจากพลงั บวร
- ชุมขนมคี วามเข้มแข็ง
- เป็นศนู ย์วฒั นธรรมของชุมชน
- ชมุ ชนมศี ลิ ปะ วฒั นธรรมเปน็ เอกลกั ษณ์ของตนเอง
- วดั สามารถใหค้ วามรูธ้ รรมะแกศ่ รทั ธาประชาชนไดท้ ุกกลุ่ม
- เด็ก เยาวชน และประชาชน ร่วมสืบทอด และอนรุ กั ษศ์ ลิ ปขนมธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ของชุมชน
- เดก็ เยาวชน และประชาชน ประพฤติปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา และคณุ ธรรม ๔ ประการ
๒.6 เปำ้ หมำยท่ีจะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมต้ังใจ หรอื สิ่งทบี่ ง่ บอกถึงหลักประกนั วำ่ จะเกิดควำมย่ังยนื
อยากให้หมู่บ้านเป็นสังคมวิถีพุทธ โดยนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดาเนินชีวิตควบคู่ไปกับ
กลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อให้สังคมเจริญก้าวหน้า ทั้งด้านกาย และจิตใจ ทาให้ชุมชนพึ่งตนเองได้
ในขณะเดียวกันยังมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์วัฒนธรรม
และภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่
ข้อมูลกำรติดต่อ เจ้าอาวาสวัดศรเี มอื งมลู โทรศัพท์ ๐๙๘-๙๙๕๕๕๔๙
พระครูสจุ ณิ กัลยาณธรรม พระเลขาเจา้ อาวาส โทรศพั ท์ ๐๙๔-๗๕๗๙๔๙๙
พระธวชั ชยั บญุ เทยี่ ง ผูใ้ หญ่บา้ น โทรศพั ท์ ๐๘๓-๕๗๘๙๒๓๙
นายมานพ ทองจารัส
57
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชื่อชุมชนคุณธรรม วดั เหมืองง่ำ หมู่ ๖ ตำบลสันติสุข อำเภอพำน จังหวัดเชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมท่ีดำเนินกำร
๑.๑ ชอื่ กิจกรรม สปั ดาห์สง่ เสรมิ พระพุทธศาสนาเนอื่ งในวันมาฆบูชา ประจาปี ๒๕๖๔
๑.๒ ช่ือกิจกรรม สัปดาหส์ ่งเสริมพระพทุ ธศาสนาเนื่องในวันวสิ าขบูชา ประจาปี ๒๕๖๔
๑.3 ชื่อกิจกรรม ถวายเทียนพรรษา ประจาปี ๒๕๖๔
58
๑.4 ชอ่ื กิจกรรม จติ อาสาพัฒนาศาสนสถาน ครั้งที่ ๑ วนั ท่ี ๒๘ มนี าคม ๒๕๖๔
๑.5 ชอ่ื กิจกรรม จติ อาสาพัฒนาศาสนสถาน ครั้งท่ี ๒ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๔
๑.๖ ชื่อกจิ กรรม จติ อาสา “ปันนา้ ใจ คนไทย ไม่ทิ้งกนั ” โดยใชพ้ ลังบวร
๑.๗ ชือ่ กจิ กรรม สงกรานต์ ปี๋ใหม่เมือง สบื ชะตา ประจาปี ๒๕๖๔
59
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมวัดเหมืองง่า มีความเป็นเอกลักษณ์หลาย ๆ ด้านด้วยกันเพราะเป็นชุมชนท่ีต้องการ
พฒั นาใหเ้ ปน็ ชุมชนที่เข้มแขง็ บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมขององคก์ ารต่าง ๆ รวมถงึ การจดั การระบบการศกึ ษา
ให้เข้าถึงได้ง่ายโดยจัดต้ังโรงเรียนเหมืองง่าพิเศษวิทยา (โรงเรียนการกุศลของวัด) ทาให้เกิดกระบวนการเรียนรู้
และการจัดการตนเองของคนในหมู่บ้านผ่านกลไกการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ของหมู่บา้ น โดยมกี ารหาข้อมูล
ความรู้ และสร้างกระบวนการวิเคราะห์ปัญหา เพ่ือร่วมกันกาหนดทิศทางการพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง
ที่สอดคล้องกับความต้องการท่ีแท้จริงของหมู่บ้าน สามารถแก้ไขปัญหาที่หมู่บ้านเผชิญร่วมกันอยู่ได้ รวมท้ังก่อ
เกิดการค้นหาศักยภาพจากทรพั ยากรธรรมชาติ ฝีมือ ทักษะของคนในหมู่บ้าน เพ่ือแก้ไขปัญหาของหมู่บ้าน ลด
การพ่งึ พาจากภายนอก เพอ่ื ใหช้ มุ ชนเข้มแขง็ และพงึ่ ตนเองได้
๒.2 กว่ำจะมำเป็นวนั นี้
วัดเหมืองง่า ต้ังอยู่เลขท่ี ๖๒ หมู่ท่ี ๖ บ้านเหมืองง่า ต.สันติสุข อ.พาน จ.เชียงราย ต้ังขึ้นเม่ือ พ.ศ.
๒๔๗๕ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเน้ือที่ ๓ ไร่ – งาน ๔๓ ตารางวา มีอาณาเขตทิศเหนือ ติดถนน
หลวงพาน-ป่าแดด ทิศใต้ ติดลาเหมือง,ทุ่งนา ทิศตะวันออกติดถนนสาธารณะประโยชน์ ทิศตะวันตกติดท่ีลา
เหมือง มีอาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ หอระฆัง ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรปู ปูนป้ัน
ในอโุ บสถ ไดร้ บั พระราชทานวิสุงคามสมี า เม่ือวนั ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๐๖ ขนาดกว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร
สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของบ้านเหมืองง่า ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้า มีแม่น้าคาวไหลผ่าน เกิด
เป็นแหลง่ นา้ ธรรมชาติท่ีสาคัญเหมาะแก่การปลกู พืชทาการเกษตร และเล้ยี งสตั วไ์ ด้
การดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีผ่านมา ในระยะเริ่มแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาที่เกิดข้ึน ตลอดจนอาจมีท้ังคนที่เห็นด้วยและเห็นต่างน้ัน การร่วมไม้ร่วมมือกันของคนในชุมชนเพื่อให้
เกิดความสามัคคี ผู้นาชุมชน และคณะกรรมการเป็นผู้ช่วยกันผลักดัน และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดข้ึน
ในชุมชน เม่ือมีปัญหาก็ร่วมกันแก้ไขปัญหานั้น ๆ จนทาให้การดาเนินโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ประสบผล
ความสาเร็จเพิ่มขึ้นตามลาดับ และก่อเกิดเป็นความสามัคคเี ป็นหนงึ่ เดียวของชุมชน และทาใหว้ ัดเป็นศูนยก์ ลาง
สาหรับการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม และเป็นสถานที่สาหรับทากิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีท่ีดีงาม
ร่วมกันของชมุ ชน
๒.3 เสน้ ทำงสคู่ วำมสำเรจ็ ของกำรมำเปน็ ชุมชนตน้ แบบ
จุดเร่ิมต้นเกิดจากการความเข้มแข็งของผู้นาชุมชน เจ้าอาวาส และ โรงเรียน ท่ีได้สร้างให้วัดเป็น
ศูนย์กลางของชุมชนและมีพระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของคนในชุมชน โดยอาศัยวัฒนธรรม
ประเพณีในชุมชนและกิจกรรมต่าง ๆ บรูณาการการทางานร่วมกันระหว่างวัด/ชุมชน (บ้าน)/และส่วนราชการ
ในพ้ืนที่ (บ ว ร) เพื่อดาเนินการขับเคล่ือนการส่งเสริมกิจกรรมประเพณีในท้องถิ่น ท้ัง ๑๒ เดือน ซ่ึงส่วนใหญ่
เป็นประเพณีท่ีเก่ียวกับการดารงชีวิต ทางเกษตรกรรมและวิถีชีวิตชุมชน ตลอดถึงมีการปลูกฝังด้านคุณธรรม
จริยธรรม ส่งผลให้คนในชุมชน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความมุ่งมั่นและตั้งเป้าหมายร่วมกันท่ีจะทาให้
ชุมชนมีความเข้มแข็ง
60
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำง ๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนน้ั ผ่ำนมำไดอ้ ย่ำงไร
การดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมา ในระยะเร่ิมแรกมักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ เป็นเร่ือง
ธรรมดาท่เี กิดข้นึ ตลอดจนอาจมีทง้ั คนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง อกี ทั้งคณะทางานตา่ งยังไม่เข้าใจในกระบวนการ
วธิ ีการทางาน หรือรายละเอียดของงาน รวมทั้งยังมีผู้คนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ ยังมองไม่เห็นประโยชน์ร่วม และ
ไม่ให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อเกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน
ของส่วนรวม
๒.5 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบท่เี กดิ ขึ้น
จากการดาเนินงานในการขับเคลื่อนให้ชุมชนคุณธรรมวัดเหมืองง่า ขับเคลื่อนด้วยพลัง “บวร” ได้
สะท้อนความสาเร็จในหลายๆด้าน ทั้งในชุมชนท่ีก่อเกิดความสามัคคีในหมู่คณะผลัดดันให้กิจกรรมต่าง ๆ
เกดิ ความสาเร็จ มีการพัฒนาอยา่ งมีสว่ นร่วม ชุมชนมีฐานการเรียนรู้ รวมถึงเร่อื งเศรษฐกิจพอเพียงสชู่ ุมชนและ
เอ้ือต่อชุมชนใกล้เคยี งและเป็นแหลง่ เรยี นรู้ ด้วยการสนบั สนุนการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน องคก์ รตา่ ง ๆ การมี
สว่ นร่วมของพลงั บวร จงึ เปน็ ศนู ยเ์ รยี นร้แู กช่ มุ ชน
๒.6 เป้ำหมำยที่จะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมต้ังใจ หรือส่งิ ท่บี ่งบอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมยั่งยนื
ชุมชนคุณธรรมวัดเหมืองง่า พร้อมด้วยผู้นาชุมชนและคนในชุมชน มีความมุ่งม่ันต้ังใจดาเนินตาม
เป้าหมาย เพื่อให้เกิดเป็น ชุมชนคุณธรรม ท่ีย่ังยืน มีส่วนร่วมกับการพัฒนาชุมชนไปพร้อมกัน โดยเร่ิมจากการ
สร้างความตระหนักและความเข้าใจในความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ เพ่ือให้ผู้สนใจได้
ตระหนักและเห็นความสาคัญส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ รวมท้ังโครงการต่าง ๆ เน้นการสร้างเครือข่าย
เพ่ือความร่วมมือและการพัฒนาทุกภาคสว่ น ทั้งกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ เยาวชน กลุ่มจิตอาสา กลุ่มผู้นาชุมชน กลุ่ม
ข้าราชการ หน่วยงานต่าง ๆ และเครือข่ายวิทยุคลคล่ืนสีขาว เพื่อชาวประชา เพื่อให้พลังเครือข่ายใช้ในการ
ขบั เคลอ่ื นโครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกดิ ความย่ังยืนต่อไป
ขอ้ มูลกำรติดต่อ
พระครูปลดั เทิดพงษ์ ชยาภนิ นโฺ ท เจ้าอาวาสวดั เหมืองงา่ โทรศพั ท์ ๐๘ ๙๔๓๐ ๒๓๓๑
โทรศพั ท์ 09 8748 9942
นางภัทรานิษฐ์ ดวงวรรณา ผู้ใหญ่บา้ น โทรศัพท์ ๐๘ ๓๗๖๖ ๓๐๘๗
นายวิมล ตาเมืองมูล นายก อบต.สันตสิ ขุ
61
สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใตโ้ ครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชื่อชุมชนคุณธรรม วดั ขวั แคร่ ตำบลบ้ำนดู่ อำเภอเมืองเชยี งรำย
๑. สรุปกิจกรรมทดี่ ำเนนิ กำร
๑.๑ ชอ่ื กิจกรรม สรา้ งค่านยิ มและจิตสานึกคณุ ธรรมจริยธรรมภายใตห้ ลักธรรมทางศาสนา
๑.2 ช่ือกจิ กรรม สร้างค่านยิ มและจติ สานกึ คณุ ธรรมจรยิ ธรรมภายใต้หลกั ธรรมทางศาสนา
๑.3 ช่ือกจิ กรรม น้อมนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต
62
๑.4 ชื่อกิจกรรม การส่งเสรมิ ศาสนา ศลิ ปะ และวัฒนธรรมชมุ ชน
๑.5 ชอื่ กจิ กรรม การขยายผลการดาเนนิ งาน
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรอื่ งรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนขัวแคร่ มีเอกลักษณ์ของขนบธรรมเนียมประเพณีทางล้านนา (เมืองเหนือ) สะท้อนออกมาใน
รูปแบบประเพณี พิธีกรรมทางศาสนา ได้แก่ ทาบุญตักบาตร ข้ึนปีใหม่สากล วันมาฆบูชาประเพณีสรงน้าพระ
ธาตุ ปใี๋ หม่เมือง (เทศกาลสงกรานต์) วันวิสาขบูชา เทศกาลเข้าพรรษา ประเพณี เดือน 12 เปง็ (บพุ พเปรตพลี)
ประเพณีทอดผ้ากฐินสามัคคี ประเพณีลอยกระทง ประเพณี เดือน 4 เป็ง และสวดมนต์ข้ามปี นอกจากน้ียัง
การแสดง อาหาร เส้ือผ้าและเครื่องแต่งกายล้านนาที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน และยังเช่ือมโยงกับยแหล่ง
ท่องเที่ยวทางธรรมชาติตลาดน้าประชารัฐ บ้านขัวแคร่-บ้านเหล่าพัฒนา ชุมชนยังเป็นศูนย์กลางของงานศิลปะ
อาทิเช่น จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม เพราะเป็นที่ต้ังของแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม คือ ขัว
ศิลปะเชียงราย ซึ่งเป็นสถานท่ีรวบรวมผลงานด้านศิลปะหลากหลายแขนงสามารถเป็นแหล่งเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์งานของศิลปินในจังหวัดเชียงราย และพื้นท่ีใกลเ้ คียง ชุมชนขัวแคร่มีกลุม่ ผลิตภัณฑ์ชุมชนท่ีโดด
เด่น ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเย็บผ้าเช็ดเท้าบ้านขัวแคร่ กลุ่มอาชีพสัมมาชีพชุมชนทาขนมบ้านขัวแคร่ กลุ่ม
แม่บ้านขัวแคร่ผลิตกระดาษสาและผลิตภัณฑ์กระดาษสา กลุ่มพัฒนนาสตรีบ้านขัวแคร่ ผลิตกล้วยกรอบไส้
สับปะรด และการผลติ อนิ ทรยี ์สารเพื่อการเกษตรบ้านขัวแคร่ ตาบลบ้านดู่ อาเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
63
๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วันนี้
ชุมชนขัวแคร่ มีวัดขัวแคร่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นท่ี โดย พระพระครูสถิตสุตโสภณ
เจ้าอาวาสวัดขัวแคร่ ได้เผยแพร่หลักธรรมะให้แก่ประชาชนในพื้นท่ี และเป็นพระนักปฏิบัติและนักพัฒนา และ
ขับเคล่ือนการดาเนินงานด้านวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของล้านนา และมีการสร้างเครือข่ายการดาเนินงาน
อย่างตอ่ เนื่อง การมีส่วนร่วมโดยระหว่างการดาเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน ระหวา่ ง บ้าน วัด โรงเรียน หรือ
“บวร” ทาให้เกิดความเข้มแข็งในการดาเนินงานร่วมกัน และท่ีสาคัญผู้นาศาสนาในพื้นท่ี คือ พระสงฆ์วัดขัว
แคร่ ตาบลบ้านดู่ อาเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เป็นผู้มีบทบาทสาคญั ในการขับเคล่ือนการดาเนินงาน
โครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย ในปัจจุบนั จนประสบความสาเร็จ ใช้หลักธรรมทาง
พระพุทธศาสนาเป็นหลักในการดาเนินชีวิต ปลูกฝังเร่ืองคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน
ผสมผสานกลมกลืนกับวิถีชีวิตของประชาชน และในชุมชนให้ความสาคัญกับการน้อมนาหลักปรัชญาของ
“เศรษฐกิจพอเพียง” โดยการส่งเสริมให้วัดเป็นมีการทาเกษตรชีวภาพเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดี และเป็น
ตวั อย่างของการขับเคล่ือนการดาเนินงานของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นท่ีมาปรับใช้
ในการดาเนนิ ชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งสมดุลและยัง่ ยนื
๒.3 เส้นทำงสูค่ วำมสำเรจ็ ของกำรมำเปน็ ชมุ ชนต้นแบบ
วัดขัวแคร่ ดาเนินได้ดาเนินกิจกรรมต่างๆมาอย่างต่อเน่ือง เพ่ือให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป
เข้าใจหลักการใช้ชีวิต อย่างมีเหตุผลด้วยหลักธรรมคาสอนทางพระพุทธศาสนา หลักปรัชญาเศรษฐกิจแบบ
พอเพียง การมีส่วนร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรม รวมทั้งสร้างเครือข่ายการดาเนินงานด้าน บวร (บ้าน วัด
โรงเรียน) และท่ีสาคัญคือ ผู้นาศาสนา ผู้นาชุมชน ผู้นาสถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคมในพ้ืนท่ี มีการ
ส่งเสริม สนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา
กิจกรรมน้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมสืบสานประเพณี วิถีวัฒนธรรมไทยทด่ี ีงาม อัน
เป็นผลดีทกี่ ลุ่มเปา้ หมายจะได้รบั การพัฒนาดังกล่าว ที่เข้าร่วมกิจกรรม มจี ิตใจยึดมนั่ ในหลักธรรมทางศาสนา มี
คุณธรรมจริยธรรมมีจิตอาสา มีความพอเพียง น้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และร่วมสืบสานวิถี
วัฒนธรรม ประเพณีท้องถ่นิ ตลอดจนเทิดทนู สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนน้ั ผ่ำนมำได้อย่ำงไร
1) การเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มี
ผลกระทบต่อการดาเนินงานทุกภาคส่วน จึงต้องร่วมมือกันรณรงค์ ป้องกัน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน
และควบคมุ โรคฯ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
2) จังหวัดเชียงราย มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเป็นเมืองชายแดน ทาให้เกิดความ
หลากหลายทางสังคม และมีการหลั่งไหลของประชาชนชนเพื่อนบ้านเข้ามาในจังหวัดเป็นจานวนมาก จึงเกิด
การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างกัน จึงควรมีการส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมขนบธรรมเนียม
ประเพณีของไทยแบบลา้ นนาเอาไวใ้ หล้ ูกหลายสืบทอดตอ่ ไป
64
๒.5 ผลลัพธ์และผลกระทบท่ีเกิดขนึ้
๑) วัดขัวแคร่ ตาบลบ้านดู่ อาเภอเมืองเชยี งราย เป็นศูนย์รว่ มจิตใจของคนในชุมชน และร่วมกับชุมชน
เปิดพื้นท่ีวัดเป็นแหลง่ เรียนรู้ศาสตรพ์ ระราชา “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” บ่มเพาะด้านคุณธรรมจรยิ ธรรม
สืบสานประเพณี วถิ วี ัฒนธรรมไทยท่ดี ีงาม
๒) เกิดการขับเคลื่อนการดาเนินงานด้วยพลังบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) เป็นกลไกสาคัญในการส่งเสริม
คุณธรรม จริยธรรม แกเ่ ดก็ เยาวชนและประชาชนทว่ั ไป เกิดเป็นกลไกสาคัญในการร่วมสร้างสังคมคณุ ธรรมให้
เกดิ ขึ้นอยา่ งยัง่ ยนื
3) เด็ก เยาวชนและประชาชนทว่ั ไป ทเ่ี ข้าร่วมกจิ กรรม ยดึ มั่นในหลักธรรมทางศาสนา น้อมนาหลัก
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรบั ใช้ในการดารงชวี ติ ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม
4) ลดปัญหาความรุนแรงทางสังคม เช่น การก่ออาชญากรรม การทะเลาะวิวาท การขโมย การคุกคาม
ทางเพศ ปญั หายาเสพติด ปัญหาการพนัน และมจี ติ สานึกดา้ นวินัยการจราจร
๒.6 เป้ำหมำยท่ีจะเดินต่อในอนำคต ควำมตัง้ ใจ หรือสิ่งที่บง่ บอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมยั่งยนื
1) การส่งเสริม สนับสนุน ให้วัดนางแลในเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา ศาสตร์
พระราชา “ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง” สบื สานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม ถ่ายทอดและพฒั นา ต่อยอดทุน
ทางวัฒนธรรม เสรมิ สร้างความเขม้ แขง็ แก่ชมุ ชน
2) การเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ทุกภาคส่วน ให้ได้รับ
การกล่อมเกลาจติ ใจ โดยการนาหลกั ธรรมคาสอนทางศาสนาไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
3. การส่งเสริม สนับสนุนให้ เด็ก เยาวชนและประชาชนในชุมชนมีส่วนในการร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน
ขนบธรรมเนียมประเพณีท่ีดงี ามของชุมชน ท้องถน่ิ และเรยี นร้กู ารใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน
ชีวติ ประจาวัน
๔) การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาวัดนางแลในเป็นรวมใจร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ สถาบันศาสนา
สถาบันพระมหากษตั รยิ ์
5) การส่งเสริม สนับสนุน ในการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่
ประชาชนในพนื้ ที่
6) การพัฒนาและประชาสัมพันธ์ด้านแหล่งทอ่ งเท่ียวเชิงวัฒนธรรม และเชิงอนุรักษใ์ นชมุ ชนนางแลใน
ให้เกดิ ความยง่ั ยืน
ขอ้ มลู กำรติดต่อ
พระครสู ถติ สตุ โสภณ เจา้ อาวาสวัดขัวแคร่ โทรศัพท์ 091-1311395
65
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถีไทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชื่อชุมชนคุณธรรม วดั เชตุพน ถ.รำชโยธำ ซอย 3 ตำบลรอบเวยี ง อำเภอเมืองเชียงรำย จงั หวัดเชยี งรำย
1. สรุปกจิ กรรมทด่ี ำเนินกำร
๑.๑ ช่อื กิจกรรม จติ อาสาพัฒนาวัด
๑.๒ ช่อื กจิ กรรม กิจกรรมตกั บาตรขา้ วสาร
๑.๓ ชอ่ื กิจกรรม กิจกรรมตักบาตร(ขา้ วสาร ข้าวเหนียว)รอบพระธาตุ
66
๑.๔ ช่ือกิจกรรม สรงน้าพระธาตวุ ดั เชตพุ น สันโคง้ น้อย
๑.๕ ชื่อกจิ กรรม สืบชาตาเสริมราศีประจาเดอื น ทุกวนั อาทิตย์ 2564
๑.๖ ชื่อกิจกรรม ทาวัตร สวดมนต์
67
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เร่อื งรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนสันโค้งน้อย เป็นชุมชนในเขตเมืองเชียงราย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองท่ีมีประชากรอาศัยอยู่อย่าง
หนาแน่นมีบรรพบุรุษเป็นชาวไตเขินท่ีมาจากเมืองต่าง ๆ มาต้ังรกรากทน่ี ี่ ปัจจุบันก็ยังรวมกลุ่มกนั อย่างเหนียว
แน่น ท้ังชาวบ้าน พ่อค้า ข้าราชการ จิตอาสา ร่วมกันพัฒนาชุมชน จนนาไปสู่การพึ่งพาตัวเองอย่างยงั่ ยืน และ
หนึ่งในโครงการพัฒนาก็คือ จะทาหมู่บ้านท่องเท่ียว Home Stay และ Long Stay รองรับผู้มาพักระยะยาว
ท้ังเพื่อพักผ่อน และเพื่อรักษาตัว ท่ีมีมากข้ึนทุกที เลยได้รับการขานรับจากคณะกรรมการจังหวัด ที่จะทา
โครงการพัฒนาเครือข่ายผู้พานักระยะยาวในเชียงราย เพื่อสนับสนุนการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพของจังหวัด
เชยี งราย และแลกเปลยี่ นเรียนรู้วฒั นธรรม “ถนนคนมว่ น” ซ่ึงได้เริม่ ต้นในเดือนสิงหาคม 2554 ทุกวนั อาทติ ย์
เป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้ จุดท่ีน่าสนใจของสันโค้งถนนคนม่วนคือที่บริเวณวัดเชตุพน หรือ วัดสันโค้งน้อย เป็น
ลานกลางแจ้งท่เี ปิดเปน็ ท่ีราวงย้อนยุคให้นักท่องเที่ยวหรือคนที่มาเดินถนนคนมว่ นได้รว่ มเต้นราวงดว้ ยกนั เป็น
ที่สนกุ สนานไม่เวน้ แม้แต่นกั ท่องเที่ยวท่ีอดใจไม่ไดต้ ้องขอไปร่วมแจม ให้อารมณย์ อ้ นอดตี ไดม้ ่วนมาก
๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วนั นี้
วดั เชตุพนเร่ิมสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2420 มคี รูบาสุยะเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ซ่ึงเดิมทีครูบาสุยะ
เป็นสามเณรอายุประมาณ 18-19 ปี ได้อพยพตามญาติมาจากเมืองเลนในแคว้นเชียงตุง ประเทศพม่า และ
ได้มาตั้งบ้านเรือนที่บริเวณบ้านสันโค้งหลวง ซึ่งมีบ้านเรือนประมาณ 14 หลังคาเรือน ประกอบด้วย บ้านสัน
โค้งหลวง 7 หลังคา บ้านสันกลาง(สันโค้งน้อย) จานวน 7 หลังคา วัดเชตุพน เป็นท่ีรวบรวมผลงานด้าน
ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์โบราณ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจในศิลปวัฒนธรรมของไทย
ตั้งแต่โบราณมา และต้องการสืบสานรักษาไว้ให้คงอยู่เพื่อให้คนรุ่นหลังต่อไปได้ตระหนักถึงความรู้ ความเข้าใจ
ในคุณค่าวัฒนธรรม ประเพณีต่าง ๆ เกิดความหวงแหนในศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม ซ่ึงเป็นมรดกอันล้าค่าท่ีตก
ทอดมานน้ั จึงได้ให้ชา่ งมาแกะสลกั บานประตู บานหน้าต่าง อุโบสถ (วิหาร) ออกมาในแนวภาษิต คาคมโบราณ
ทาซุ้มประตูเข้าโบสถ์ (วิหาร) เป็นลายปูนนั้นแบบโบราณ สร้างกุฏิและหอพระไตรปิฎกในแบบศิลปะพื้นเมือง
ทางเหนือเพ่ือเป็นการอนุรักษ์ไว้ให้ปรากฎเป็นเกียรติประวัติสืบต่อไป อีกท้ังเนื่องด้วยวัดต้ังอยู่ศูนย์กลางของ
ชุมชน วัดเชตุพน จึงเป็นสถานที่หลักในการแสดงศิลปวัฒนธรรม ของกิจกรรม “สันโค้งถนนคนม่วน หรือสัน
โค้งน้อยถนนคนม่วน” คือถนนคนเดินที่เปิดในวันอาทิตย์ตั้งอยู่ในตัวเมืองนครเชียงราย เป็นถนนคนเดินท่ีเปิด
เฉพาะคืนวันอาทติ ย์ ต้ังแต่เวลา 16.00 น.- 23.30 น. ถนนคนม่วนมีสินคา้ หลากหลายให้เลือกซ้ือท้ัง เส้ือผ้า
รองเท้า กระเป๋า ไม้แกะสลัก ขนม ของฝาก ของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ชาวเขา ผักสด ผลไม้ เป็นต้น โดยปิดถนน
สันโค้งน้อยเริ่มตั้งแต่หน้าโรงเรียนบัณฑิตศึกษายาวไปจนถึงหน้าวัดเชตุพนซึ่งเป็นท่ีตั้งของเวทีราวงย้อนยุค ให้
คนที่มาท่องเทยี่ วได้ออกมาราวงกัน เปน็ สีสนั ของถนนคนมว่ น
๒.3 เสน้ ทำงสคู่ วำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชุมชนตน้ แบบ
๑) ใช้ วัด เป็นศูนย์ร่วมจิตใจของคนในชุมชน และร่วมกับชุมชนเปิดพ้ืนท่ีวัดเป็นแหล่งเรียนรู้ศาสตร์
พระราชา “ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง” บ่มเพาะด้านคุณธรรมจริยธรรมสืบสานประเพณี วิถวี ัฒนธรรมไทย
ทดี่ ีงาม
๒) นาพลังบวร (บ้าน/ชุมชน วัด/ศาสนสถาน สถานศึกษา/ราชการ) เป็นกลไกสาคัญในการส่งเสริม
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม แกเ่ ดก็ เยาวชนและประชาชนทัว่ ไป สร้างสังคมคณุ ธรรมให้เกิดขน้ึ อยา่ งยั่งยืน
๓) เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ที่เข้าร่วมกิจกรรม ยึดม่ันในหลักธรรมทางศาสนา น้อมนาหลัก
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาปรบั ใช้ในการดารงชวี ติ ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกจิ และสงั คม
๔) การสร้างเศรษฐกิจท่ีดีให้เกิดขน้ึ ในชุมชน และ ใช้วัดเปน็ ศูนย์การการจัดกจิ กรรมทางวฒั นธรรม
68
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนัน้ ผำ่ นมำไดอ้ ย่ำงไร
การเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมืองอันเกิดจากกระแสโลกาภิวัตน์และ
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศไทยใน หลาย
มติ ิ ทั้งภยั คุกคาม ภายในและภายนอก เมอ่ื นาทุนธรรมชาติ ทนุ กายภาพ ทนุ สังคม ทุนมนุษย์ มาหลอมรวมกัน
จงึ จะกอ่ เกิดเป็น "ทุนวัฒนธรรม" (Cultural Capital) การขับเคล่ือนสู่ความยัง่ ยืน ถ้าวัฒนธรรมไทยไม่แข็งแรง
พอ สังคมไทยมีโอกาสสูงท่ีจะถูกครอบงาผ่านวัฒนธรรมอ่ืน การเข้ามาของความเจริญต่างๆในชุมชน อาจจะ
กระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิม ซ่ึงอาจถูกกลืนหายไปตามกระแสชีวิตปัจจุบัน ดังนั้นการอนุรักษ์สิ่งดีงามที่มีอยู่เอาไว้
และนามาพัฒนาเป็นสถานทีท่ อ่ งเทยี่ ว รวมทง้ั สรา้ งรายได้สูช่ มุ ชนในพ้นื ทีจ่ งั หวดั เชยี งรายอย่างยั่งยนื
ชุมชนสันโค้งน้อย จึงเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศิลปะ วัฒนธรรม ของจังหวัด
เชียงราย โดยใหช้ าวบ้านชุมชนสนั โค้งนอ้ ย ได้นาสินค้าท่ีผลิตดว้ ยภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน เช่น เสื้อผ้า ของใช้ เครอื่ ง
ตกแต่งบ้าน เคร่ืองประดับ อาหาร มาจาหน่าย เป็นทีสนใจทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเท่ียว โดยเหมาะท่ีจะแวะ
มาเดินเล่นพร้อมหาอาหารรับประทาน ซึ่งบนถนนคนเดินมีร้านอาหารต่างๆจาหน่ายเป็นจานวนมาก และมี
การแสดงทสี่ ่ือถงึ ความเป็นอัตลกั ษณ์ของชมุ ชนทีส่ บื สานงานศลิ ปวัฒนธรรม
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบทเ่ี กดิ ข้นึ
คนในชุมชนช่วยกันสืบสานและดาเนินชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม ผ่านกิจกรรม “ถนนคนม่วน”
และ กิจกรรมในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา ที่ใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการทากิจกรรม โดยมีการสืบทอด
ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ท่ีดีงามของท้องถิ่น พัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมเช่ือมโยง
การท่องเท่ียว สร้างมูลค่าเพ่ิมทางเศรษฐกิจ สร้างสินค้าและบริการ เช่น ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT)
โฮมสเตย์วถิ ีไทย การแสดงพ้ืนบ้าน กิจกรรมวิถีชุมชน สร้างความประทับใจ และการมีส่วนร่วมให้นักท่องเที่ยว
รกั และภาคภูมใิ จในอัตลักษณ์ของท้องถนิ่ มีน้าใจเอื้ออาทร เป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับผูม้ าเยือน มคี วามจงรักภักดี
เคารพเทิดทนู ในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
๒.6 เป้ำหมำยทีจ่ ะเดินต่อในอนำคต ควำมตัง้ ใจ หรอื สิง่ ท่บี ่งบอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมยั่งยนื
ความท้าทายของการมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุด คือ ขยายผลให้ทุกคนในชุมชนยึดมั่นปฏิบัติตามหลักธรรม
ทางศาสนาท่ีตนนับถือ สืบสานงานศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท่ีดีในชุมชน เป็นเจ้าบ้านท่ีดีต้อนรับนักท่องเท่ียว
และทกุ คนทม่ี าชุมชนสนั โค้งนอ้ ย เกิดความสงบสขุ ในชมุ ชนสันโค้งนอ้ ย ลดปญั หาต่าง ๆ หรือสิ่งไม่ดีในชมุ ชนให้
หมดไป เช่น ไม่มีปัญหายาเสพติด ไม่มีการทะเลาะวิวาท ไม่มีปัญหาการพนัน ไม่มีปัญหาอบายมุข ไม่มีปัญหา
การลักขโมย ไม่มีปญั หาขยะ ไม่มีปัญหาสิ่งแวดลอ้ ม โดยคนในชมุ ชนสามารถนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
มาปฏิบัติ สร้างความรักและสามัคคี ก่อให้เกิดความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ เสียสละช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ไม่ทิ้งกัน
พึง่ พากันเอง และเป็นพลเมืองทด่ี ี
การปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติใหม่ (new normal) ของ“ถนนคนม่วน” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว
เชิงสุขภาพของจังหวัดเชียงราย และแลกเปล่ียนเรียนรู้วัฒนธรรม โดยการเตรียมการฟ้ืนตัวในช่วงล็อกดาวน์
จากสถานการณ์การระบาดของเช้ือโควิด-19 สร้างการท่องเท่ียวแบบ New Normal นอกจากเน้น ความสุข
สนุก และประทับใจแล้ว ยังต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นสาคัญ ด้วยการยึดแนวทางตามหลัก Social
Distancing อย่างเคร่งครดั
ขอ้ มลู กำรตดิ ต่อ
พระครูวิจติ รธรรมาภริ ักษ์ เจ้าอาวาสวดั เชตุพน (สนั โค้งน้อย) โทรศพั ท์ 081-7841964
69
สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถีไทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ช่อื ชุมชนคุณธรรม วดั นำงแลใน ตำบลนำงแล อำเภอเมืองเชียงรำย
๑. สรปุ กจิ กรรมทด่ี ำเนนิ กำร
๑.๑ ชือ่ กิจกรรม การสรา้ งจติ สานึก ส่งเสริมคุณธรรมจรยิ ธรรมภายใต้หลกั ธรรมทางศาสนาให้แกเ่ ด็ก
นกั เรียน และเยาวชน
๑.๒ ชือ่ กจิ กรรม อบรมให้ความรู้เทคโนโลยี
๑.3 ชอื่ กิจกรรม การนอ้ มนาปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต
70
๑.4 ชอ่ื กิจกรรม สง่ เสริมการขายและการผลิต
๑.5 ชอ่ื กจิ กรรม การขยายผลและการพัฒนาเครือขา่ ยชุมชนคณุ ธรรม
๑.6 ช่ือกจิ กรรม การขยายผลและการพัฒนาเครือขา่ ยชุมชนคณุ ธรรม
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เร่ืองรำวควำมโดดเดน่
ชุมชนนางแลใน อาเภอเมือเชียงราย มีวิถีชีวิตท่ีโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ของชุมชน ผู้นาศาสนา ผู้นา
ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ มีจติ ใจโอบอ้อมอารี ช่วยเหลอื เก้อื กูล มีน้าใจ และแบ่งปันกนั และกัน และภายใน
ชุมชนมีศักยภาพในด้านของการพัฒนาในมิติเชิงวัฒนธรรม มีการอนุรักษ์ หวงแหน ต่อยอด และเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีสาคัญของชุมชน ได้แก่ ประเพณีสงกรานต์ หรือภาษาเหนือ
เรียกว่า “ป๋าเวณีป๋ีใหม่เมือง” ประเพณีสืบชะตา ประเพณีตานก๋วยสลาก (สลากภัตต์) ประเพณีย่ีเป็ง (ลอย
กระทง) ประเพณีเป็งพุธ ประเพณีสืบชะตาแม่น้านางแลและผาลาดรอยวัว และการสืบถอดมรดกทาง
ภมู ิปญํ ญาวัฒนธรรมชุมชนใหล้ ูกหลานสบื ตอ่ ไป
71
ในด้านของแหล่งท่องเที่ยวน้ัน ชุมชนนางแล มีแหล่งท่องเที่ยวท่ีสาคัญท่ีเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเท่ียว
และสร้างความประทับใจให้แก่ผ้มู าเยีย่ มเยือน ไดแ้ ก่ บ้านดา หรือ พิพธิ ภัณฑบ์ ้านดา แหล่งท่องเทย่ี วเชงิ อนรุ ักษ์
น้าตกนางแลใน แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผาลาดลอยวัว และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรธรรมชาติแบบนา
ขน้ั บนั ได นอกจากนี้ยังมกี ลุ่มอาชีพชุมชนที่สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชน เช่น กลุม่ จักรสานผู้สูงอายุ กลุ่ม
ปลูกสปั ปะรดนางแล กล่มุ ปลกู ล้นิ จี่ วิสาหกิจชมุ ชนปุย๋ อินทรยี บ์ า้ นนางแลใน และกลมุ่ หมูยอนางแล ฯลฯ
๒.2 กว่ำจะมำเป็นวนั น้ี
ชุมชนนางแลในเป็นชุมชนน่าอยู่ มีขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ สามารถ
พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย โดยมีความเหมาะสมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชิง
ศิลปวัฒนธรรม เชงิ สขุ ภาพ และยังมศี ักยภาพด้านอ่ืน ๆ อกี หลายด้านที่สง่ เสริมใหเ้ กิดเป็นสถานทอ่ งเทีย่ ว เช่น
มีทาเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เหมาะแก่การเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงการคมนาคม การค้า การท่องเที่ยว การ
ลงทุน และการศึกษา มีทรัพยากรป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีป่าสงวนที่มีการรักษาต้นน้าเป็นอย่างดี เป็น
แหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรท่ีมีศักยภาพ โดยเฉพาะสับปะรดพันธ์ุนางแล ข้าว ข้าวโพด ลิ้นจี่ ลาไย พืชผัก
เมืองหนาว นอกจากน้ียังมีทุนทางสังคม วัฒนธรรม ที่หลากหลายทางชาติพันธ์ุ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ ประเพณี
ภาษา ศิลปกรรม และภูมิปัญญาท้องถ่ิน มีความรู้และภูมิปัญญาท้องถ่ินสามารถใช้ประโยชน์ในการพัฒนา
อาชีพของประชาชน ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 90 นับถือศาสนาพุทธ วัดนางแลใน เป็นศูนย์รวมจิตใจของ
ประชาชนในพืน้ ท่ี โดย พระครูวภิ าตธรรมโชติ เจ้าอาวาสวดั นางแลใน
การมีส่วนร่วมโดยระหว่างการดาเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน ระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน หรือ
“บวร” ทาให้เกิดความเข้มแข็งในการดาเนินงานร่วมกัน และท่ีสาคัญผู้นาศาสนาในพื้นท่ี คือ พระสงฆ์วัดนาง
แลใน ตาบลนางแล อาเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เป็นผู้มีบทบาทสาคัญในการขับเคลื่อนการ
ดาเนินงานโครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย ในปัจจุบัน จนประสบความสาเร็จ ใช้
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นหลักในการดาเนินชีวิต ปลูกฝังเร่ืองคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน
และประชาชน ผสมผสานกลมกลืนกับวิถีชีวิตของประชาชน และในชุมชนให้ความสาคัญกับการน้อมนาหลัก
ปรัชญาของ “เศรษฐกจิ พอเพียง” มาปรับใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ิตประจาวัน ได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
๒.3 เส้นทำงสคู่ วำมสำเรจ็ ของกำรมำเปน็ ชุมชนตน้ แบบ
ผูน้ าศาสนา ผู้นาชุมชน ผู้นาสถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคมในพื้นที่ มีการส่งเสริม สนับสนุน
ให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา กิจกรรมน้อมนา
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมสืบสานประเพณี วิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม อันเป็นผลดีท่ี
กลุ่มเป้าหมายจะได้รับการพัฒนาดังกล่าว ที่เข้าร่วมกิจกรรม มีจิตใจยึดมั่นในหลักธรรมทางศาสนา มีคุณธรรม
จริยธรรม มีจิตอาสา มีความพอเพียง น้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และร่วมสืบสานวิถีวัฒนธรรม
ประเพณที ้องถนิ่
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนั้น ผำ่ นมำไดอ้ ย่ำงไร
1) สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีผลกระทบต่อการ
ดาเนินงานทุกภาคส่วน จึงต้องร่วมมือกันรณรงค์ ป้องกัน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคฯ
ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
72
2) จังหวัดเชียงราย มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเป็นเมืองชายแดน ทาให้เกิดความ
หลากหลายทางสังคม และมีการหลั่งไหลของประชาชนชนเพื่อนบ้านเข้ามาในจังหวัดเป็นจานวนมาก จึงเกิด
การแลกเปล่ียนทางวัฒนธรรมระหว่างกัน จึงควรมีการส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมขนบธรรมเนียม
ประเพณีของไทยแบบลา้ นนาเอาไวใ้ ห้ลกู หลายสบื ทอดต่อไป
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบที่เกิดขนึ้
๑) วัดนางแลใน ตาบลนางแล อาเภอเมืองเชียงราย เป็นศูนย์ร่วมจิตใจของคนในชุมชน และร่วมกับ
ชุมชนเปิดพ้ืนท่ีวัดเป็นแหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชา “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” บ่มเพาะด้านคุณธรรม
จริยธรรมสืบสานประเพณี วิถีวฒั นธรรมไทยทดี่ ีงาม
๒) เกิดการขับเคล่ือนการดาเนินงานด้วยพลังบวร (บ้าน วัด โรงเรยี น) เป็นกลไกสาคัญในการส่งเสริม
คุณธรรม จริยธรรม แก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทัว่ ไป เกิดเปน็ กลไกสาคัญในการร่วมสร้างสงั คมคณุ ธรรมให้
เกิดขนึ้ อยา่ งย่ังยนื
3) เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ที่เข้าร่วมกิจกรรม ยึดมั่นในหลักธรรมทางศาสนา น้อมนาหลัก
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาปรับใช้ในการดารงชวี ติ ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม
4. ลดปัญหาความรนุ แรงทางสงั คม เชน่ การก่ออาชญากรรม การทะเลาะววิ าท การขโมย การคุกคาม
ทางเพศ ปัญหายาเสพติด ปญั หาการพนัน และมีจติ สานกึ ดา้ นวนิ ัยการจราจร
๒.6 เปำ้ หมำยทจ่ี ะเดินต่อในอนำคต ควำมตง้ั ใจ หรอื สงิ่ ทบ่ี ่งบอกถึงหลักประกนั วำ่ จะเกดิ ควำมย่ังยนื
1) การส่งเสริม สนับสนุน ให้วัดนางแลในเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา ศาสตร์
พระราชา “ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง” สบื สานประเพณี วฒั นธรรมอันดีงาม ถ่ายทอดและพฒั นา ต่อยอดทุน
ทางวัฒนธรรม เสริมสร้างความเขม้ แขง็ แกช่ ุมชน
2) การเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ทุกภาคส่วน ให้ได้รับ
การกลอ่ มเกลาจิตใจ โดยการนาหลกั ธรรมคาสอนทางศาสนาไปปรบั ใช้ในชีวิตประจาวนั
3) การส่งเสริม สนับสนุนให้ เด็ก เยาวชนและประชาชนในชุมชนมีส่วนในการร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน
ขนบธรรมเนยี มประเพณที ่ีดีงามของชมุ ชน ท้องถิ่น และเรียนร้กู ารใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวัน
๔) การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาวัดนางแลในเป็นรวมใจร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ สถาบันศาสนา
สถาบนั พระมหากษตั ริย์
5) การส่งเสริม สนับสนุน ในการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่
ประชาชนในพน้ื ที่
6) การพัฒนาและประชาสัมพันธด์ ้านแหล่งทอ่ งเที่ยวเชงิ วัฒนธรรม และเชิงอนรุ กั ษใ์ นชุมชนนางแลใน
ใหเ้ กิดความย่ังยืน
ขอ้ มูลกำรติดต่อ
พระครูวิภาตธรรมโชติ เจ้าอาวาสวัดนางแลใน โทรศัพท์ 082-7927934
73
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชื่อชุมชนคณุ ธรรม วดั เชตวัน (พระนอน) ถ.วัดพระนอน ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงรำย จงั หวัดเชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมท่ีดำเนินกำร
๑.๑ ชอื่ กิจกรรม จิตอาสาพฒั นาวดั พระนอน
๑.๒ ช่ือกิจกรรม วัด ประชารัฐ สรา้ งสขุ
๑.๓ ชอื่ กจิ กรรม กิจกรรมวนั ธรรมสวนะ และ สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
74
๑.๔ ช่ือกจิ กรรม พธิ ีสืบชะตา
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเด่น
วดั เชตวัน หรือทีเ่ รียกกันวา่ วดั พระนอน จากประวตั มิ ีหลวงพ่อพระครพู ัฒนาลงั การ เป็นผู้บกุ เบกิ รเิ ริ่ม
บูรณปฏิสังขรณ์และสร้างถาวรวัตถุต่างๆภายในวัด เช่น อุโบสถ วิหารพระนอน ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์
รวมท้ังสิ่งปลูกสร้างอื่นๆภายในวัด และมีการสร้างพระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนขึ้นในสมัยปี พ.ศ. 2491
เพ่ือถวายเป็นพุทธบูชา นับแต่น้ันมาประเพณีพระนอนได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน กาหนดให้วันขึ้น 15 เดือน
6 เหนือ ของทุกปีเป็นวันประเพณีพระนอนภายในวัดเชตวัน (พระนอน) ยังมีอุทยานการศึกษาในวัด ซึ่งได้รับ
คัดเลือกให้เป็นวัดต้นแบบศูนย์กลางการเรียนรู้ชุมชนแห่งแรกของเชียงรายและได้จัดตั้งชมรมตีกลองปู่จา เพื่อ
เป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมการตีกลองปู่จาให้ไม่เส่ือมสูญไป มีการจัดแข่งขันการตีกลอง
อย่างเป็นกจิ ลักษณะ หากเดนิ เขา้ ไปภายในวดั ก็สามารถเดินชมกลองปจู่ าทีต่ ั้งไวใ้ หบ้ ุคคลทว่ั ไปได้ศึกษา
วัดเชตวัน หรือวัดพระนอน ตั้งอยู่บริเวณชุมชนหนองบัว ติดกับโรงเรียนเทศบาล2 นครเชียงราย
เป็นศูนย์ศึกษาการเรียนรู้ชุมชน และชมรมกลองปู๋จา ศิลปะวัฒนธรรมล้านนาแต่ดังเดิม และท่ีประดิษย์ฐาน
หลวงพ่อทันใจ สิ่งท่ีจะได้เจอภายในบริเวณวัด นับตั้งแต่ซ้มุ ประตูวดั ที่สวยงาม ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าสร้างสมยั ใด
พระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนท่ีอยู่ภายในวิหาร และพระปัญจมหาธาตุ หอธรรม พิพิธภัณฑ์เครื่องสูง และ
อุทยานการศึกษาการเรียนรู้ ที่ทางวัดได้สร้างข้ึน แหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรม ประกอบไปด้วย 1) ชมรม
ดนตรีล้านนา สะลอ้ ซอ ซงึ 2) ชมรมกลองปู่จา 3) กลุ่มช่างฟ้อน 4) อุทยานการเรยี นรู้วัดพระนอน
๒.2 กวำ่ จะมำเปน็ วันน้ี
วัดเชตวัน หรือท่ีเรียกกันว่า วัดพระนอน ไม่มีประวัติการก่อสร้าง แต่นักโบราณคดีเช่ือกันว่าสร้างขึ้น
ในสมัยพ่อพญามังราย เช่ือกันว่าสร้างมาพร้อมกับเมืองเชียงราย ด้วยช่ือเชตะวัน (เช-ตะ-วัน) น้ันน่าจะมาจาก
คาว่า ตะวัน ซึ่งเป็นภาษาเหนือ ท่ีแปลว่าพระอาทิตย์ เพราะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง ต่อมาในช่วง
พ.ศ. 2423 มีพระธุดงค์องค์หน่ึงช่ือว่าตุ๊เจา้ หงส์ (กาวิโลภิกขุ) หรือครบู าหงษ์ เดินธุดงค์มาจากเชียงใหม่ ได้มา
พบเจดีย์ลูกนิมิตและต้นโพธิ์ใหญ่ เป็นป่ารกมากและมีน้าท่วมปกคลุมบริเวณวัดอยู่ ท่านต้ังใจว่าจะ
บรู ณปฏสิ ังขรณ์ให้เป็นวัดให้ได้ จึงขอให้ศรัทธาปลูกกุฏิช่ัวคราว เพื่ออยู่ปฏิบตั ิธรรมในฤดูแล้ง เม่ือศรัทธามาอยู่
บา้ งแล้ว ทา่ นก็ได้อยู่ประจาจนเปน็ วัด และได้ต้ังชือ่ วัดข้ึนวา่ “วดั เชตวัน(ป่าแดด)” ที่มชี ่ือว่า “ป่าแดด” เพราะ
ฤดูแล้งไฟไหมป้ ่าหมดแล้วกเ็ หน็ แตแ่ สงแดด ตอ่ มามกี ารเรียกขานชอื่ วัดเป็น“วดั เชตวัน(พระนอน)”
การเข้ามามีบทบาทของพระสงฆ์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนว่าวัดพระนอน ในฐานะท่ี
พระสงฆ์เป็นผู้นาทางจิตวิญญาณของชาวบ้าน ก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนเกิดผลประสบผลสาเร็จเป็นรูปธรรม
สรา้ งสงั คมแหง่ ความสขุ อยา่ งย่ังยืน
75
๒.3 เส้นทำงสคู่ วำมสำเร็จของกำรมำเป็นชมุ ชนต้นแบบ
ชุมชนมีความเข้มแข็งเพราะ พระสงฆ์ มีบทบาทในการเป็นผู้นาทางศาสนา ส่งผลต่อการดาเนินงาน
ของชุมชน โดยเป็นส่วนช่วยเติมเตม็ โดยยึดเป็นหลักของการดาเนินงาน หลัก "บวร" อันประกอบด้วย บ้าน วัด
ราชการทุกภาคส่วน ซึง่ 3 ส่วนนี้เป็นเสาหลักในการพัฒนาชมุ ชน ผา่ นการดาเนินการด้วยหลักธรรมตา่ งๆ เช่น
หม่ันประชุมกันเนืองนิจ การอยู่ร่วมกัน การทางานร่วมกันของคนในสังคมจะต้องมีการ พบปะ ประชุม
ปรึกษาหารือกันสม่าเสมอ เพ่ือแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซ่ึงกันและกัน ยอมรับในเหตุผลท่ี
ถูกต้องท่ีเป็นประโยชน์ เพ่ือความเข้าใจที่ดีต่อกันของทุกคนในสังคมซึ่งความเจริญ พร้อมเพรียงกันประชุม
เลิกประชุมและกระทากิจท่ีควรทา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมเป็นอันหน่ึงอันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน
ไม่บัญญัตสิ ่ิงทีย่ ังไมไ่ ด้บัญญัติและไม่เลิกล้มสิ่งที่บัญญัติไว้แล้ว เช่น ทุกคนจะต้องบัญญัติและไม่ล้มเลิก ระเบียบ
กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของคณะและสังคมตามความพอใจของตนหรือของกลุ่มโดยไม่คานึงถึงความถูกต้อง สักการะ
เคารพเจดีย์ หมายถึงการให้ความเคารพและปกป้องรักษาปูชนียสถานที่สาคัญในศาสนา เพ่ือจะเป็นเคร่ืองยึด
เหน่ียวจติ ใจของกลุม่ คนในหมู่คณะทอ่ี ยรู่ ่วมกันและระลกึ ถงึ กนั
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคน้นั ผ่ำนมำได้อย่ำงไร
ในปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในสมัยของโลกยุคดิจิทัลท่ีมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เกิดวิกฤตต่าง ๆ
มากมาย ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ สภาวะโลกร้อน ปญั หาส่ิงแวดล้อม โรคระบาด และปัญหาตา่ งๆ เหลา่ นี้ เป็นหน้าท่ี
ของประชาชนทุกคนต้องร่วมมือกัน ทุกภาคส่วนต้องมุ่งม่ันทาหน้าท่ีของตนอย่างมีจิตอาสา น้อมนาหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการดาเนินชีวิต ได้น้อมนาศาสตร์พระราชามาสู่การปฏิบัติด้วย
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ชุมชน มคี วามเข้มแข็ง มนั่ คง มั่งคงั่ และยั่งยนื
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึน
คนในชุมชนยดึ มั่นปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถอื เกิดความสงบสขุ ในชุมชนปัญหาต่าง ๆ
หรือส่ิงไม่ดีในชุมชนลดลงหรือหมดไป ไม่มีปัญหายาเสพติด ไม่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม การดื่มสุราลดลง หน้ีสิน
ลดลง เป็นตน้ มีส่ิงดีงามเกิดข้ึนในชุมชน คนในชุมชนมคี วามรักและสามัคคี เอ้อื เฟือ้ เผื่อแผ่ เสยี สละ ชว่ ยเหลือ
ซ่ึงกัน และกัน ไม่ทิ้งกัน พ่ึงพากันเอง คนในชุมชนรู้สิทธิหน้าท่ีการเป็นพลเมืองท่ีดี ยึดมั่นในการปกครองใน
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ มีสานกึ รบั ผิดชอบต่อสว่ นรวม รู้รักสามัคคี เสยี สละ
และกตัญญรู ู้คุณ
๒.6 เปำ้ หมำยทีจ่ ะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมต้ังใจ หรือส่ิงทบ่ี ง่ บอกถึงหลักประกันว่ำจะเกดิ ควำมย่ังยืน
เสรมิ สรา้ งรายไดใ้ หแ้ ก่ประชาชนในท้องถิน่ โดยสนับสนุนกล่มุ อาชีพ สินคา้ ผลติ ภณั ฑ์ชุมชน และสินค้า
อาหาร ให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ส่งเสริมใหป้ ระชาชนดาเนินชวี ิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งหรือ
ศาสตร์พระราชา และเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย รวมท้ังการน้าสมุนไพรมาใช้ในการบ้าบัดและรักษาโรค
เบอื้ งต้น การบริการ การช่วยเหลือและสังคมสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส
ขอ้ มูลกำรตดิ ต่อ
พระครูสวุ ิทย์ธรรมโฆสิต เจา้ อาวาสวดั เชตวัน (พระนอน) โทรศัพท์ 089-9561746
76
สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ไี ทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ช่ือชุมชนคณุ ธรรม วัดพระสิงห์ (พระอำรำมหลวง) ถ.ท่ำหลวง ตำบลเวียง อำเภอเมือง จงั หวดั เชียงรำย
๑. สรุปกิจกรรมทดี่ ำเนินกำร
๑.๑ ชือ่ กจิ กรรม พิธที าบุญเปิดประตวู ัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง)
๑.๒ ชื่อกจิ กรรม พธิ ีบาเพ็ญกุศลครบ ๓ ปี แห่งการมรณภาพ พระเทพสทิ ธนิ ายก
๑.๓ ช่ือกจิ กรรม พธิ ีเล้ียงอารักษ์ ณ พระวหิ ารแก้ว วัดพระสิงห์ เชยี งราย
77
๑.๔ ช่อื กิจกรรม โครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวนั ธรรมสวนะ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔
๑.๕ ช่ือกจิ กรรม พธิ ีถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบนา้ ฝน เน่ืองในเทศกาลวนั อาสาฬหบชู าและเขา้ พรรษา
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เร่อื งรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนวัดพระสิงห์ต้ังอยู่ศูนย์กลางการบริหาร ศูนย์กลางคมนาคม ศูนย์กลางธุรกิจ และศูนย์กลางทาง
ศาสนาและวัฒนธรรมล้านนาของจังหวัดเชียงราย นับว่ามีความเจริญ บรรยากาศคึกคัก มีย่านเศรษฐกิจเป็น
ตลาดเทศบาลนครเชียงราย ร้านค้า บริษัท ห้างหุ้นส่วนจากัด สถาบันทางการเงิน มีประชาชนอาศัยอยู่อย่าง
หนาแน่น จากข้อมูลดังกล่าว จึงทาให้เกิดความโดดเด่นของชุมชนคุณธรรมวัดพระสิงห์ด้านการพัฒนาด้าน
เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว คือการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเมืองชายแดนท่ีเชื่อมโยงกับประเทศเพ่ือนบ้านใน
อนุภูมิภาค ลุ่มน้าโขง เพื่อรองรับความเจริญในอนาคตในฐานะท่ีจังหวัดเชียงราย เป็นประตูส่ีเหล่ียมเศรษฐกิจ
และรองรับประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ส่งเสริมแนวทางประกอบอาชีพ ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง และพัฒนา
อาชีพให้กับชุมชนและกลุ่มอาชีพต่างๆ เพ่ิมมากข้ึน พัฒนาสินค้ากลุ่มอาชีพต่างๆ ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน
สามารถแขง่ ขันได้โดยมีตลาดรองรับเพ่ิมมากขนึ้
ในด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ได้ฟื้นฟู พัฒนา และส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี
และภูมิปัญญาท้องถิ่นในทุกแขนงมุ่งสู่ “เชียงรายเมืองวิถีพุทธ เชียงรายเมืองวัฒนธรรม และเชียงรายเมือง
ศิลปิน” ยึดถือจารีตประเพณีและวฒั นธรรมอันดงี ามของชาวล้านนา เพื่อเป็นหลักปฏิบัติของคนในสังคม ได้แก่
การเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันสาคัญทางศาสนา ส่งเสริมให้ นักเรียน ครู และเจ้าหน้าท่ี แต่งกายชุดขาวทุกวัน
พระ สร้างเสริมประเพณี อันดีงามให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย พัฒนาเมืองเชียงราย ให้มีบรรยากาศล้านนา มี
เอกลกั ษณท์ ี่โดดเดน่ และทรงคณุ ค่า
78
๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวันนี้
เน่ืองด้วยชุมชนคุณธรรม วัดพระสิงห์ ต้ังอยู่ในจุดศูนย์กลางของจังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์กลางของ
ความเจริญในทุก ๆ ด้านของจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นด้านประชากร เศรษฐกิจ การค้า การคมนาคมและ
การท่องเท่ียวและมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพ่ือนบ้านใกล้เคียงในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขงตอนบนหลาย
ประเทศ และ จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองเก่าแก่ มีวัฒนธรรมด้ังเดิมที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และมีการติดต่อ
สัมพันธไมตรีกบั ประเทศใกล้เคยี ง เช่น พม่าและลาว มาช้านาน ประกอบกับพลเมืองท่ีย้ายถิ่นฐาน มาจากทีต่ ่าง
ๆ กัน จึงเป็นเหตุให้วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ท่ีปรากฏสืบทอดกันมาเป็นลักษณะผสมผสาน กลมกลืนหรือ
ประยุกต์ข้ึนใหม่ อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมทางภาษาใช้สื่อความหมายกันท่ัวไป ส่วนวัฒนธรรมทางด้านวัตถุซึ่ง
แสดงออกในรูปของอาคาร วัดวาอาราม จะเป็นลักษณะผสมผสานระหว่างพม่ากับลาวเวียงจันทร์ จึงเป็นการ
ยากที่ผู้เช่ียวชาญทางด้านนี้จะบอกได้แน่นอนว่าเป็นแบบใด แต่ที่ถือเป็นเอกลักษณ์สาคัญของจังหวัดเชียงราย
คือ วัฒนธรรมเชียงแสน โดยมปี ระเพณที ่ีสาคญั ของทอ้ งถน่ิ ทย่ี ังมีให้เหน็ ตราบจนทุกวันน้ี
วัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง) ตาบลเวียง อาเภอเมอื ง จงั หวัดเชยี งราย ซ่ึงได้เล็งเหน็ ความสาคัญของ
การให้ศาสนสถานเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคนในชุมชน ทั้งด้านหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์ สืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น วัดพระสิงห์ (พระอาราม
หลวง) จึงส่งเสริมให้วัดเป็นรวมใจร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ เพ่ือให้วัด
เป็นศูนย์การเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา ศาสตร์พระราชา “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” สืบสานประเพณี
วัฒนธรรมอันดีงาม ถ่ายทอดและพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน เพื่อให้
ศาสนิกชนได้ใกลช้ ิดศาสนา ประกอบศาสนกิจ ปฏบิ ัติตามหลักคาสอน ของศาสนาทต่ี นเคารพนับถือ
๒.3 เสน้ ทำงสคู่ วำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชุมชนตน้ แบบ
การสร้างความเข้มแข็งของ “บวร” เพื่อความมั่นคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน ของชุมชนคุณธรรมน้อมนาหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประสบความสาเร็จ ปรากฏผลเป็นรูปธรรม เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือ
ประสานงานสอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวของทุกหน่วยงานและผู้ท่ีเกี่ยวข้อง โดยคุณลักษณะของหน่วยงานทุก
หน่วยงานท่ีลงพื้นท่ีชุมชนคุณธรรม จะต้องใหค้ วามสาคญั กับ“บวร” ในพน้ื ที่ หรอื “คณะทางานขบั เคลอื่ น การ
พัฒนาชุมชนด้วยบวรฯ” ให้มีส่วนร่วมคิด ร่วมทา ร่วมรับประโยชน์ (ระเบิดจากข้างใน) ขณะเดียวกัน ผู้นา
“บวร” ก็มีบทบาทเป็นแกนนาสาคัญในการเป็นศูนย์กลางการบูรณาการ กิจกรรม โครงการของทุกหน่วยงาน
และแกนกลางประสานการรบั ส่งขอ้ มลู ขา่ วสารและกระจายข้อมลู ข่าวสารทถ่ี กู ต้องของรฐั บาล
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนั้น ผำ่ นมำได้อย่ำงไร
เน่ืองจากเทศบาลนครเชียงราย ต้ังอยู่ในจุดศูนย์กลางของจังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์กลางของความ
เจริญในทุกๆ ด้านของจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นด้านประชากร เศรษฐกิจ การค้า การคมนาคมและการ
ท่องเที่ยวและมีอาณาเขตตดิ ตอ่ กบั ประเทศเพ่ือนบ้านใกล้เคยี งในอนุภูมภิ าคลมุ่ แม่นา้ โขงตอนบนหลายประเทศ
ทาให้เกิดการรวมตัวกันในกรอบความร่วมมือของโครงการ “ส่ีเหลี่ยมเศรษฐกิจ” ประกอบด้วย ไทยจีน พม่า
และลาว รวมถึง “โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง” หรือ Greater
Mekong Subregion (GMS) ซึ่งประกอบไปด้วยความร่วมมือของ 6 ประเทศ คือ พม่า ลาว กัมพูชาเวียดนาม
จนี และไทย ทาให้สภาพเศรษฐกิจและสงั คมของเทศบาลดีขน้ึ กว่าเดิม และ มีแนวโน้ม ที่จะดีมากขน้ึ ในอนาคต
79
การที่จะทาให้ทุนทางวัฒนธรรมมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน คือ ส่งเสริมให้ทุนบุคคล มี
บทบาทเพ่ิมข้ึน มีการถ่ายทอดการเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองผ่านศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน และให้ประชาชนทุก
หมู่บ้าน มีส่วนร่วมการใชท้ ุนทางวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมกับกิจกรรมการพัฒนาชุมชน จะทาให้ประชาชนเกดิ การ
เรียนรูร้ ว่ มกนั เกดิ เป็นพลังในการขับเคลอื่ นชุมชน ทาใหช้ ุมชนมคี วามเข้มแขง็ ส่กู ารพงึ่ พาตนเองได้อยา่ งยัง่ ยนื
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบทีเ่ กิดข้ึน
วัดเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา ศาสตร์พระราชา “ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง” สืบสานประเพณี วัฒนธรรมอนั ดีงาม ถา่ ยทอดและพัฒนา การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เสริมสร้าง
ความเข้มแข็งแก่ชุมชน พุทธศาสนิกชนได้รับการกล่อมเกลาจิตใจ โดยการนาหลักธรรมคาสอนทาง
พระพุทธศาสนาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวัน เด็ก เยาวชนและประชาชนในชุมชนมีส่วนในการร่วมกันอนุรักษ์
สืบสาน ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของชุมชน ท้องถิ่น และเรียนรู้การใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงมาใช้ในชวี ติ ประจาวนั
๒.6 เป้ำหมำยทจี่ ะเดินต่อในอนำคต ควำมตงั้ ใจ หรือสง่ิ ทีบ่ ง่ บอกถึงหลักประกนั วำ่ จะเกดิ ควำมย่ังยนื
การพฒั นาเมอื ง เศรษฐกิจ และย่านสรา้ งสรรค์ โดยขบั เคลอ่ื นด้วยศาสนา ศิลปะ วฒั นธรรม และย่าน
สร้างสรรค์ ผา่ นองค์ประกอบหลักอยู่ 4 ประการ คือ “วัฒนธรรม กิจกรรม ผู้คน และเมือง” กลา่ วคือในบริบท
ของ “ความสร้างสรรค์” ในระดับประเทศหรือระดับเมือง จาเป็นต้องมี “วัฒนธรรม” อันเป็นส่วนหน่ึงของ
เศรษฐกิจและสังคม มี “กิจกรรม” ด้านวัฒนธรรมและกลไกการขับเคล่ือนบนฐานวัฒนธรรมให้เกิด
อุตสาหกรรมและการกระจายรายได้ มี “ผู้คน” ท่ีทางานสร้างสรรค์และผู้ประกอบการสร้างสรรค์รวมตัวกัน
ขับเคลื่อนเศรษฐกจิ และมี “เมือง” ท่ีมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการลงทุน การผลิตและจาหน่าย เต็มไปด้วยพื้นที่
คณุ ภาพเพอื่ ประกอบกิจกรรมสรา้ งสรรค์
ข้อมูลกำรติดต่อ
พระครสู ธุ วี รกิจ ผชู้ ว่ ยเจ้าอาวาสวดั พระสิงห์ (พระอารามหลวง) โทรศพั ท์ ๐๘๖-๗๓๑๖๓๔๐
80
สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ช่อื ชุมชนคณุ ธรรม วัดกวิ่ พร้ำว ตำบลจนั จวำ้ ใต้ อำเภอแม่จนั จังหวัดเชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมท่ดี ำเนนิ กำร
๑.๑ ชอื่ กจิ กรรม กิจกรรมวันธรรมสวนะ
๑.๒ ช่อื กิจกรรม วันสาคัญทางพระพุทธศาสนา (วนั วิสาขบชู า)
๑.๓ ช่ือกิจกรรม วนั แมแ่ ห่งชาติ
81
๑.4 ชือ่ กิจกรรม การอบรมคุณธรรมจริยธรรม
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรือ่ งรำวควำมโดดเด่น
พ.ศ.2375 เป็นต้นมา เจ้าเมืองลาพูนได้อพยพผู้คนบางส่วนออกจากเมืองลาพูนเพราะความแห้งแล้ง
ทรัพยากรธรรมชาติไม่เพียงพอต่อจานวนประชากรที่เพ่ิมข้ึน จึงย้ายมาตั้งรกรากท่ีเมืองเชียงแสน (เขตอาเภอ
แม่จัน แม่สาย เชียงแสน) ซึ่งมีทรัพยากรท่ีสมบูรณ์ ประมาณ พ.ศ.2395 อพยพส่วนหน่ึง นาโดยนายจันทร์
(จ่ันแต๋ม) เข้ามาต้ังถิ่นฐานท่ีบ้านป่าบงงาม ซ่ึงเป็นเมืองร้าง มีคูเมืองล้อมรอบ มีหนองนาขนาดใหญ่ใช้สอย
(หนองเขียว) เร่ิมจากบ้าน 2-3 หลัง ต่อมาคณะของนายนวลได้อพยพมาจากลาพูน อีกกลุ่มมาจากลาปางและ
มาสมทบท่ีนี่ จึงทาให้จานวนหลังคาบ้านเพิ่มเป็น 20-30 หลังคาเรือน หลายปีต่อมาเมื่อจานวนประชากร
เพิม่ ข้ึน เม่ือ พ.ศ.2410 โดยมีครบู าโปและชาวบ้านรว่ มใจกนั สรา้ งอารามข้ึน เพอ่ื เปน็ วัดประจาหมู่บา้ น และท่ี
บ้านลุงหนานใจ แม่อ้ยุ แปง ได้มีต้นมะพร้าวอยู่ต้นหนงึ่ จึงได้เอานามมาเป็นช่ือของหมู่บ้าน และเนื่องจากมีบ้าน
ชื่อป่าบงอยู่ใกล้ๆ กัน จึงได้พร้อมใจกันเปล่ียนขึ้นในสมัยน้ันช่ือจากป่าบงงาม มาเป็น "ก่ิวพร้าว" ตาบลจันจว้า
(ไม่มีใต้ และปรากฎช่ือวัดท้ายธรรมใบลานที่จารว่า วัดก่ิวพร้าวมโนราห์ วัดกิ่วพร้าวเวียงสวรรค์ วัดกิ่วพร้าว
เวียงหนอง เน่ืองจากในชุมชนมี คู 2 คู ปรากฏหลักฐานมาจนถึงปัจจุบันบ้านก่ิวพร้าวมีเนื้อที่ประมาณ 3
ตารางกิโลเมตรในเขตเทศบาลจันจว้า ห่างจากตัวอาเภอ ประมาณ 10 กิโลเมตร ตามถนนสายแม่จัน -เชียง
แสน ทางหลวงหมายเลข 1098 จานวน 387 หลัง ประชากร จานวน 1,228 คน
๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวันนี้
เนื่องจากชุมชนบ้านกิ่วพร้าว มีการอพยพมาจากคนหลายจังหวัดที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในพ้ืนที่บ้านกิ่ว
พร้าวซ่ึงเป็นหมู่บ้านใหม่ กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มของจังหวัดลาพูน เชียงใหม่ และลาปาง จึงมีวัฒนธรรมที่เป็น
เอกลักษณ์ อัตลักษณ์เป็นของตนเองและปรับเปล่ียนเป็นพหุวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาพูด อาหารการ
กิน การแต่งกาย ประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ บ้านกิ่วพร้าวมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่เหมือนบ้านชนบททั่วไป ที่มี
สมั พันธภาพของสังคมอยู่ในระบบเครอื ญาติ ปัญหาอปุ สรรคท่ผี า่ นมาของชุมชน ประกอบด้วย ปัญหายาเสพติด
ปัญหาหน้ีสินในครัวเรือน ปัญหาสุขภาพ ปัญหาการขาดการศึกษา ปัญหาพืชผลทางการเกษตร และปัญหา
ว่างงาน เป็นต้น สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย จึงได้คัดเลือกวัดกิ่วพร้าว ตาบลจันจว้า อาเภอแม่จัน
จังหวัดเชียงรายให้ขับเคล่ือนโครงการชุมชนคุณธรรมพลังบวร ต้ังแต่ปีงบประมาณ 2559 จนถึงปัจจุบัน โดย
ปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา น้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามในการ
ดาเนินการ ซึ่งอาศยั “บวร” บ้าน วดั โรงเรยี น/ราชการ เปน็ ตัวขับเคล่อื น
82
๒.3 เส้นทำงสู่ควำมสำเรจ็ ของกำรมำเปน็ ชุมชนตน้ แบบ
การทจี่ ะทาให้เป็นชุมชนตน้ แบบนัน้ ตอ้ งใชห้ ลกั การ บวร คอื บา้ น วัด โรงเรยี น ราชการ โดยใช้วดั เป็น
ศูนย์กลางของชุมชนในการขับเคล่ือนกิจกรรมโครงการต่างๆและเป็นแหล่งยึดเหน่ียวจิตใจของชุมชน โดย
พ ระ ส งฆ์ จ ะ ต้ อ งมี บ ท บ า ท ใน ก า ร ขั บ เค ล่ื อ น ชุ ม ช น ท้ั งใน ด้ าน ก า รพั ฒ น า ชุ ม ช น / ส า ธ าร ณ ะ ส ง เค ร าะ ห์
การยึดหลักธรรมคาสอนทางพระพทุ ธศาสนา มีการอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมทีดีงามของชมุ ชน และมี
การส่งเสรมิ ให้คนในชุมชนไดด้ าเนินชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง มีจุดจาหน่ายสินคา้ ตลาดชมุ ชนทุก
วนั พุธ ในการจาหน่ายผลิตผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพในชุมชนและเป็นแหล่งการเรียนรู้
ใหช้ ุมชนข้างเคียงได้มาศึกษาดงู าน
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญที่เกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคน้นั ผ่ำนมำได้อย่ำงไร
การร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนในการขับเคล่ือนงาน การส่งเสริมจากส่วนราชการในการดาเนิน
โครงการ ความรู้ความเขา้ ใจของผู้นาทางด้านศาสนา ผู้นาหมู่บ้าน และส่วนราชการ เพ่ือบูรณาการการทางาน
ร่วมกัน ปัญหาอุปสรรคในระยะแรกที่ดาเนินการคือการบูรณาการรว่ มกนั ทางานระหว่างหน่วยงานไม่สอดคล้อง
กับงานของหมู่บ้านท่ีดาเนินการอยู่เป็นประจา หลายหน่วยงานต่างคนต่างทา การขาดงบประมาณในการ
ดาเนินโครงการ และผรู้ ับผิดชอบหลักในการดาเนนิ งาน ทางชุมชนวัดก่ิวพรา้ วจึงได้จดั ทาปฏิทนิ การดาเนินงาน
และแผนการดาเนินงาน และปรับเปลีย่ นใหส้ อดคล้องส่วนราชการ หรือหน่วยงานทเ่ี ข้ามาขบั เคลื่อนงานในด้าน
ต่างๆ และสร้างการรับรู้และความเข้าใจใหค้ นในชุมชนถึงการดาเนนิ งานและประโยชนท์ ่ีคนในชมุ ชนจะไดร้ ับ
๒.5 ผลลัพธแ์ ละผลกระทบท่เี กดิ ข้นึ
ต้ังแต่ชุมชนได้รับการคัดเลือกจาก กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมและสานักงานวัฒนธรรม
จงั หวัดเชียงรายให้ขับเคล่ือนโครงการชุมชนคณุ ธรรมพลังบวร ทาใหห้ มู่บา้ นมกี ารพัฒนาทางที่ดขี ึ้นและมีความ
เข้มแข็งสามัคคีกัน โดยมีเป้าหมายคือ ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา น้อมนาหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ทาให้ชุมชนคุณธรรมวัดกิ่วพร้าวเกิดการรวมกลุ่มต่างๆ ขึ้น
เช่น กลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มทายาสมุนไพรพ้ืนบ้าน กลุ่มฝึกวิชาชีพ กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มออม
ทรัพย์วันละบาท กลุ่มอาชีพทาแหนม และกลุ่มธนาคารชุมชน การรวมกลุ่มสามารถแก้ไขปัญหาทางด้าน
เศรษฐกจิ สร้างงาน สรา้ งอาชพี สร้างรายได้ใหก้ ับคนในชุมชนเพ่ิมมากข้ึน ลดปัญหาการลกู หลานไปทางาน
ต่างถน่ิ ทิง้ ผู้สงู อายแุ ละเด็กไวท้ ่ีบา้ น เปน็ การสร้างความอบอนุ่ ให้กบั ครอบครัว
๒.6 เปำ้ หมำยท่จี ะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมตั้งใจ หรอื สงิ่ ที่บง่ บอกถึงหลักประกันวำ่ จะเกดิ ควำมย่ังยนื
ชุมชนคุณธรรมท่ีสามารถพ่ึงพาตนเองได้ มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยการมีส่วนร่วมของ
ทุกคนในชุมชน เพื่อประโยชน์สูงสุด ลดปัญหาท่ีเกิดขึ้นทุกๆ ด้าน โดยการดาเนินการตามแนวทางการ
ขบั เคลือ่ นโครงการพลงั บวร ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถไี ทย
ข้อมูลกำรติดต่อ เจา้ อาวาสวัดกิ่วพร้าว โทรศพั ท์ 081-3875736
ผู้ใหญบ่ า้ นกว่ิ พรา้ ว หมู่ 4 โทรศพั ท์ 081-0242232
พระครปู ระสิทธ์ิบญุ ญาคม
นายประเสรฐิ ทาระใจ
83
สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใต้โครงกำรพลังบวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวิถไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชื่อชุมชนคุณธรรม วดั หนองครก หมู่ ๖ ตำบลจนั จวำ้ ใต้ อำเภอแมจ่ ัน จังหวดั เชียงรำย
๑. สรุปกิจกรรมทด่ี ำเนนิ กำร
๑.๑ ชอื่ กจิ กรรม ประเพณีล้านนาตามแนวโครงการลานธรรม-ลานวิถไี ทย
๑.๒ ชอ่ื กจิ กรรม ส่งเสรมิ ให้กล่มุ อาชีพในชุมชนให้พ่ึงตนดาเนนิ ชวี ิตตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑.๓ ชอ่ื กจิ กรรม โครงการ ไม่ท้ิงใคร ไว้ข้างหลงั
84
๑.๔ ช่อื กจิ กรรม จติ อาสา
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เร่อื งรำวควำมโดดเด่น
ทาเลตั้งของชุมชนอยู่ในทาเลท่ีดี สะดวกในการคมนาคม มีถนนทางหลวง หมายเลข ๑๐๑๖ ขนาด ๘
เลนผ่าน๒.เป็นชุมชนท่ีราษฎรมีความสามัคคี เสียสละ มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และประสบ
ความสาเร็จในการทาโครงการลานธรรม-ลานวิถีไทย ร่วมกับกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และ
สานักงานวัฒนธรรมจงั หวัดเชียงรายเป็นชุมชนที่น้อมนาเอาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่รัชกาลที่ ๙ นามาปฏิบัติ เช่นมีกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ,กลุ่มเล้ียงไก่พ้ืนเมือง,กลุ่มเล้ียงผ้ึง เป็นต้น
และนาเอาศีลธรรมและประเพณวี ฒั นธรรมขบั เคล่อื นชุมชนให้กา้ วไปพร้อมกนั
๒.2 กว่ำจะมำเป็นวันน้ี
ชมุ ชนหนองครกเป้นชมุ ชนขนาดกลางเป็นชุมชนหน้าด่านของตาบลจนั จว้าเป็นชุมชนท่ีมีเศรษฐกจิ อยู่
ในเกณฑ์ปานกลาง เม่ือ พ.ศ.2560 วดั หนองครกไดร้ ับการคดั เลอื กจาก กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม
ให้เป้นวัดที่ทา โครงการลานธรรม-ลานวิถีไทย เพ่ือสง่ เสริมให้ชมุ ชนมีศีลธรรมและอนุรักษ์ฟื้นฟูจารีตประเพณี
ไม่ให้สุญหายไปและเม่ือ พ.ศ.๒๕๖๑ ได้รับการคัดเลือกให้เป้นชุมชนคุณธรรมต้นแบบอาเภอแม่จันและในปี
เดียวกันน้ี พระมหาณรงค์ศักด์ิ ฐิตจิตโต เจ้าอาวาสวัดหนองครก ได้หารือกับคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อจัดตั้ง
ศูนย์รวมใจสามวัยวัดหนองครกขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของชุมชนให้
ขับเคล่ือนไปท้ังในศีลธรรมและด้านวัฒนธรรมประเพณี โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีต่างๆของ
ทอ้ งถน่ิ ตามแนวทางลานธรรม-ลานวถิ ไี ทย
๒.3 เส้นทำงสู่ควำมสำเรจ็ ของกำรมำเปน็ ชมุ ชนต้นแบบ
การที่จะทาให้เป้นชุมชนต้นแบบนั้น ต้องใช้หลักการ บวร คือ บ้าน วัด โรงเรียน โดยใช้วัดเป็น
ศูนย์กลางของชุมชนในการขับเคล่ือนกิจกรรมโครงการต่างๆและเป้นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนโดย
พระสงฆ์จะต้องมีบทบาทในการขับเคลื่อนชุมชนท้ังในด้านการพัฒนาชุมชน/สาธารณะสงเคราะห์ โดยใช้หลัก
“พุทธจะต้องก้าวหน้า ชมุ ชนต้องพัฒนา พระตอ้ งกา้ วเดิน” และ โครงการ “ไม่ท้งิ ใคร ไวข้ ้างหลัง”และมีการอนุ
รกั ษืสบื สานประเพณีล้านนาตลอดท้ังปีปฏิทินล้านนา ๑๒ เดือน และมีการสง่ เสริมให้คนในชุมชนได้ดาเนินชีวิต
ตามแนว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยการใช้สนามโรงเรียนเกา่ ทาโครงการปลูกผักปลอดสารพิษและต่อยอด
ในการสร้างตลาดชุมชนวัฒนธรรมไว้ใช้ในการจาหน่ายผลิตผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชี พใน
ชมุ ชนและเป้นแหล่งการเรียนรู้ให้ชุมชนช้างเคียงได้มาศกึ ษาดูงาน
85
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคน้ัน ผำ่ นมำไดอ้ ย่ำงไร
อปุ สรรคที่ได้เผชิญในการดาเนนิ งานทางกิจกรรมของชุมชนก็คือ ความเหน็ ต่างหรือความไม่ยอมรับเสียง
ส่วนใหญ่และการแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะในท่ีประชุมยังมีน้อยไม่หลากหลายต้องละลายพฤติกรรม
ของคนในชุมชนโดยให้เห้นถึงความสาเร็จของกิจกรรมท่ีทาร่วมกันและปลูกฝังให้มีความเป็นจิตอาสาชี้ให้เห็นว่า
เราอย่าหวังว่าจะได้อะไรจากชุมชนบ้าง แต่ต้องคิดว่าเราได้ให้อะไรแก่ชุมชนบ้างและมีความอดทนที่จะรอ
ความสาเร็จ นัน่ กค้ ือ ความเจริญของชุมชนทง้ั ในด้าน ศลี ธรรม วัฒนธรรมประเพณี และเศรษฐกจิ ปากท้อง
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้
ต้ังแต่ชุมชนได้รับการคัดเลือกจาก กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมและสานักงานวัฒนธรรม
จังหวัดเชียงรายให้ขับเคล่ือนโครงการ ลานธรรม-ลานวิถีไทย ทาให้หมู่บ้านมีการพัฒนาทางที่ดีข้ึนและมีความ
เข้มแข็งสามัคคีกัน โดยมีเป้าหมายคือ ด้านวัฒนธรรมประเพณี โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีต่างๆ
ของท้องถิ่นตามแนวทางลานธรรม-ลานวิถีไทย ทาให้กลุ่มต่างๆ เกิดข้ึน เช่น กลุ่มเย็บกระธงใบตอง,ทาบายศรี
,ทาโคมไฟ, ทาตุงในรูปแบบต่างๆ กลุ่มอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานดนตรีล้านนา,กลุ่มช่างฟ้อน ,กลุ่มเยาวชนตีกลอง
สบัดชัย ด้านศีลธรรม ทาให้ชุมชนเป้นชุมชนคุณธรรม ลด ละ เลิก อบายมุข ด้านนันทนาการ เพ่ือให้สมาชิกมี
การผ่อนคลายไม่มีความเครียดห่างไกลจากโรคซึมเศร้า โดยการรวมกลุ่มกันออกกาลังกายในตอนเย็นทุกวัน
ยกเว้นวันพระ เชน่ ราไม้พลองในด้านทักษะและอาชีพเสรมิ ในครัวเรือนทาให้เกิดกลมุ่ อาชีพต่างๆ ขนึ้ เชน่ กลุ่ม
สมั มาชีพชุมชนทาไข่เค็ม ,กลมุ่ ทาอาหารแปรรปู จากผลิตภัณฑถ์ ั่วเหลือง,กลุ่มปลูกผกั ปลอดสารพษิ ,กล่มุ เล้ียงไก่
พื้นเมือง,กลุ่มจักสานและทาไม้กวาดก้านแข็ง,กลุ่มทาแคบหมู,กลุ่มตัดเย็บกระเป๋าหนังและปักผ้า,กลุ่มทาขนม
ทองม้วนและขา้ วแตน๋
๒.6 เป้ำหมำยท่จี ะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมตั้งใจ หรือสิ่งทบ่ี ่งบอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมยั่งยนื
จะต้องทาให้ชุมชน เป็นชุมชนคุณธรรม พ่ึงตนเองและน้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน
การดาเนินชีวิตประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความรู้และส่งเสริมการทาอาชีพให้กับราษฎรในชุมชน ให้มี
ความเป็นอยู่ท่ีดีขึ้นทุกครัวเรือน สร้างความสามัคคีกลมเกลียวสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีและเป็น
ตวั อยา่ งแก่ชุมชนข้างเคียงให้ใช้เป็นโมเดลในการเรยี นรู้และทาตาม
ขอ้ มูลกำรตดิ ต่อ เจา้ อาวาสวดั หนองครก โทรศพั ท์ 095-6759571
พระมหาณรงคศ์ ักด์ิ ฐติ จติ โต ผู้ใหญ่บ้านหนองครก หมู่ ๖ โทรศัพท์ 095-1348945
นายนิรันดร์ โปทากาศ
86
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนนิ งำน
ภำยใตโ้ ครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวิถีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ช่อื ชุมชนคณุ ธรรม วัดทำ่ ต้นตัน (บ้ำนสบห้วย) ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลำว จงั หวัดเชียงรำย
๑. สรุปกิจกรรมทด่ี ำเนินกำร
๑.๑ ชอื่ กิจกรรม วันอาสาฬหบชู า
๑.๒ ชื่อกิจกรรม ถวายเทียนพรรษา โรงเรียนอนบุ าลจอมหมอกแกว้
๑.3 ชือ่ กจิ กรรม วนั วิสาขบชู า
87
๑.4 ชื่อกิจกรรม โครงการส่งเสรมิ การเรยี นรเู้ ศรษฐกจิ ส่วู ถิ พี อเพียง
1.5 ชื่อกจิ กรรม ปลูกสมนุ ไพรเสริมภมู คิ มุ้ กนั ตา้ น โควดิ -19
๑.6 ชอื่ กิจกรรม กจิ กรรมกลุ่มผู้สูงอายุ
1.7 ชอื่ กิจกรรม ทาโคมไฟล้านนา
88
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เร่ืองรำวควำมโดดเด่น
“บ้านสบห้วย” เกิดจากบริเวณหมู่บ้านมีลาน้าห้วยส้านและลาน้าแม่ลาวไหลผ่าน จนเกิดความอุดม
สมบูรณ์เน่ืองจากมีแหลง่ น้า และระบบชลประทานท่ีดีไว้ใช้ในการจับปลา และทาการเกษตรกรรมได้ทกุ ฤดูกาล
ทานาปลูกข้าว รวมถึงมีป่าไม้ชุมชน ท่ีคนในชุมชนร่วมกันอนุรักษ์และสามารถใช้ประโยชน์จากความอุดม
สมบรู ณน์ ั้นได้ เกิดเป็นความหวงแหนของคนในชุมชนท่ีต้องการมีส่งิ สาธารณะประโยชนไ์ ดใ้ ชร้ ว่ มกันให้ยาวนาน
คนในชุมชนส่วนมากมีความต่ืนตัวในการทาอาชีพหลัก ไม่ว่าจะทาการเกษตรซ่ึงเป็นอาชีพส่วนใหญ่
ของคนในชุมชน รวมถึงมีคนท่ีมีความรู้ภูมิปัญญาด้านต่างๆอย่างหลากหลาย ส่วนผู้สูงอายุมีความขยันขันแข็ง
ในการเข้ารวมกล่มุ กันทากิจกรรมอย่างอย่างหลาย เช่น การเขา้ วดั ทาบุญ ฟงั เทศน์ เขา้ ร่วมฟงั อบรม ฝกึ อาชพี
กิจกรรมและโครงการต่างๆ ได้รับการส่งเสริมจากผู้นาชุมชน ผู้นาศาสนา โดยได้รับความร่วมมือจาก
ทั้งทางวัด โรงเรยี น และหนว่ ยงานราชการอยา่ งสมา่ เสมอ
๒.2 กว่ำจะมำเป็นวันน้ี
บ้านสบห้วยในอดีต ยังไม่มีครัวเรือนมากเท่าปัจจุบัน การปกครองในชุมชนเป็นแบบเป็นพ่ีเป็นน้อง มี
ความถ้อยท่ีถ้อยอาศัยกัน แต่ยังมีปญั หาเร่ืองการทะเลาะเบาะแวงกันอยู่บ้าง แต่ก็สามารถตกลงทาความเข้าใจ
กันได้ ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ในชุมชนหลายคนต้องเข้าไปทางานในเมือง เพราะปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพท่ี
สูงขึ้น ความเจริญทางเทคโนโลยีเร่มิ เข้ามาสู่หมู่บ้าน เนื่องจากบ้านสบห้วย อยู่ไม่ไกลจากความเจริญในอาเภอ
เมอื งเชียงราย เกดิ ปัญหาค่านิยมของคนในหมู่บา้ น เยาวชนหันไปหายาเสพติด ท้องในวัยเรยี น เด็กตดิ เกม เป็น
ต้น การดูแลคนในชุมชนไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกครัวเรือน ขาดความร่วมมือและการรวมกลุ่มของคนในชุมชน
การเข้าวัด ฟังเทศน์ฟังธรรม กล็ ดนอ้ ยลงไป
๒.3 เสน้ ทำงสู่ควำมสำเร็จของกำรมำเปน็ ชมุ ชนต้นแบบ
ความร่วมมือของคนในชุมชนเป็นสิ่งสาคญั การมผี ู้นาชุมชนท่ีเข้มแข็ง มีหวั ใจรักในการพัฒนา ต้องการ
พัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง ต้องสามารถดึงคนในเข้ามาร่วมมือกันให้ได้ เร่ิมจากผู้ใหญ่บ้าน และท่านเจ้าอาวาส
วัดท่าต้นตัน ได้ดาเนินการต้ังกลุ่มต่างๆ เช่นกลุ่มมิตรภาพวัดท่าต้นตัน โรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อรวบรวมคนใน
ชมุ ชนใหม้ ากิจกรรมร่วมกัน เช่น ร่วมมอื กนั เมื่อมีงานวนั สาคญั ทางศาสนาการฝึกอาชีพ จิตอาสาพัฒนาหมู่บา้ น
การให้ความรู้ในเร่ืองของการเกษตร การรักษาสุขภาพเป็นต้น คนในชุมชนได้มาพบปะพูดคุยกัน ทาให้เกิด
ความรกั สามคั คีกันในชมุ ชนมากขึ้น เป็นการสร้างงานนอกเหนือจากอาชีพหลัก
๒.4 ควำมท้ำทำยท่ีเกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคนนั้ ผำ่ นมำได้อย่ำงไร
อุปสรรคที่เกิดขึ้น คือ คนท่ีเห็นความสาคัญและให้ความร่วมมือในการทากิจกรรมหรือเข้าร่วมโครงการ
ต่างๆ ของชุมชน ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้สูงอายุ เด็กเยาวชนและคนวัยทางานยังไม่ได้เข้าร่วมมากนัก ดังน้ันการจัด
กิจกรรมต้องสร้างให้คนทุกวัยสามารถมีส่วนร่วมได้ มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของชุมชนจากเสียงตามสาย
อย่างต่อเนื่อง ประชุมหมู่บ้านเดือนละครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็น ความต้องการ ข้อเสนอแนะของคนในชุมชน
เสมอ เรื่องของงบประมาณ หลายครั้งที่งบประมาณไมเ่ พียงพอต่อการจัดกิจกรรม แต่ก็ได้ความรว่ มมือจากคนใน
ชุมชน ทีอ่ ยากให้เกิดกจิ กรรมข้ึน จึงรว่ มกนั คนละเลก็ ละนอ้ ย ไม่มีเงินกล็ งแรงช่วยกนั จดั เตรียมงาน ใครมีวัตถุดิบ
89
วัสดุอุปกรณ์อะไรก็นามาช่วยเหลือกัน อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากทางวัดในเร่ืองสถานที่ โรงเรียนท่ีพาเด็ก
นกั เรียนมาร่วมกจิ กรรม หรอื งบประมาณเพิ่มเตมิ จากหนว่ ยงานราชการ องค์การบริหารสว่ นตาบลเป็นตน้
๒.5 ผลลพั ธแ์ ละผลกระทบท่เี กดิ ขึ้น
คนในชุมชนเกิดความสามัคคี เกิดความร่วมมือกันมากข้ึน ไม่ว่าจะมีการจัดกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้าน
พัฒนาวัด ก็มีมีคนมาร่วมกันเพ่ิมมากข้ึนอย่างชัดเจน มีเยาวชนเข้าร่วมมากขึ้น บางคนกลับมาช่วยกันพัฒนา
บา้ นเกดิ บางคร้ังทางานต่างบา้ นก็กลับมารว่ มงานประจาปี ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งลดลงไปมาก
อีกท้ังได้ประโยชน์จากการทากิจกรรมหลากหลายด้าน คือการได้ความรู้การดูแลสุภาพ ผู้สูงอายุ
ร่วมกันออกกาลังกาย ร่างกายได้เคล่ือนไหว สุขภาพแขง็ แรงข้ึน สร้างอาชีพจากการทากิจกรรมหลายอย่างเป็น
การฝึกอบรม ปลูกพชื ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง การลงมอื ทางานปฏบิ ัติจรงิ เช่นการทาจกั สาน การทาโคม
ตุง และยงั เป็นการสบื สานภมู ิปญั ญาไมใ่ หส้ ูญหาย
๒.6 เป้ำหมำยที่จะเดินต่อในอนำคต ควำมตง้ั ใจ หรอื สงิ่ ที่บง่ บอกถึงหลักประกนั ว่ำจะเกิดควำมย่ังยืน
ในตอนนี้ทางชุมชนได้ทาสาเร็จตามวิสัยทัศน์ได้ประมาณหน่ึง ต่อไปก็จะทาตามวิสัยทัศน์อย่างมุ่งม่ัน
อย่างต่อเน่ืองต่อไป ในการสร้างหมู่บ้านให้เข้มแข็ง เป็นตัวอย่างที่ดีต่อชุมชนอน่ื พ่ึงตนเองได้จากความโดดเด่น
จากทรัพยากรท่ีมีอยู่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน จากการก่อต้ังกลุ่มต่างๆ และโครงการกิจกรรมที่
ไดท้ ากันมาอยา่ งต่อเน่ือง อาศัยความร่วมมือทั้งจากคนในชมุ ชน รวมทั้งการหางบประมาณมาพัฒนาโครงการท่ี
วางไว้ เช่น โครงการถนนสายเกษตร ป้องกันฝ่ังลาน้าแม่ลาว โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการ ส่วนจังหวัด
อาเภอ ตาบล ตอ่ ไป
ข้อมูลกำรตดิ ต่อ เจ้าอาวาสวดั ท่าตน้ ตัน โทรศพั ท์ 086-1180305
พระครูรัตนวรวทิ ยว์ ชิรญาโณ ผู้ใหญบ่ ้านสบหว้ ย หมู่ 1 โทรศัพท์ 092-6766133
นายไวท้ ย์ บญุ ค้า
90
สรปุ ผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคณุ ธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ีไทย ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ชอ่ื ชุมชนคณุ ธรรม วัดศรีวังมลู (บำ้ นศรีวงั มลู ) หมู่ 7 ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลำว จังหวดั เชียงรำย
๑. สรุปกจิ กรรมท่ีดำเนนิ กำร
๑.๑ ชอ่ื กจิ กรรม วันอาสาฬหบูชา
๑.2 ช่อื กิจกรรม วนั เขา้ พรรษา
๑.3 ช่อื กจิ กรรม ถวายเทียนพรรษา
91
1.4 ชื่อกิจกรรม ศนู ย์การเรียนร้เู ศรษฐกิจพอเพียง
๑.5 ชอ่ื กจิ กรรม โรงเรียนผู้สงู อายุ
๑.6 ช่อื กจิ กรรม มอบของช่วยเหลือ “ปันน้าใจ คนไทย ไม่ท้งิ กัน” โดยใช้พลงั บวร
1.7 ชื่อกจิ กรรม ป้องกันและควบคมุ โรคไข้เลือดออก
92
๒. ถอดบทเรยี นชุมชน
๒.1 เรือ่ งรำวควำมโดดเดน่
บ้านศรีวังมูล ชุมชนเล็กๆ ไม่ห่างไกลตัวเมืองเชียงราย แต่ยังคงความเป็นชนบท มีความกันเอง ภูมิ
ปัญญาสืบทอดกันมามีความโดดเด่น ยังคงความดั้งเดิมไว้ได้ ช่ือเดิมคือ บ้านวังข้ีโป้ เดิมอยู่ในเขตการปกครอง
ของอาเภอเมอื งเชยี งราย ก่อนจะแบง่ พ้ืนที่การปกครองเป็นกงิ่ อาเภอแม่ลาว อาเภอแม่ลาวตามลาดับ ชมุ ชนอยู่
ใกล้ตัวเมอื งเชียงรายมีถนนเสน้ หลักตัดผ่านนาความเจริญสู่ชุมชนได้ง่าย สภาพแวดล้อมมีลาน้าแม่ลาวไหลผ่าน
มหี นองน้าสาธารณะของหมู่บ้าน
วิถีชุมชนดง้ั เดิมมีอาชีพทาเกษตรกรรม คู่ขนานกับกิจกรรมทางพุทธศาสนามาตลอด ทาให้คนในชุมชน
มวี ิถชี วี ติ ทเ่ี รียบง่าย ไมค่ ่อยมีปญั หาในชมุ ชนเกิดข้ึน
๒.2 กว่ำจะมำเป็นวนั น้ี
อาชีพหลักของคนในชมุ ชนคือ การทาเกษตรกรรม แต่มีประสบปัญหาเรื่องขาดน้าไวใ้ ช้ในการเกษตร สภาพ
ดินเส่ือมโทรม ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทาให้มีเงินออมน้อย คนยังขาดความรู้เร่ืองการจัดการระบบการเพาะปลูก
หรือการเพาะปลกู ในรูปแบบสมัยใหม่ ขาดการพัฒนาความรู้ในเร่ืองใหมๆ่ ทาให้ผลิตที่ได้ไม่คุ้มต้นทนุ อีกทั้งยงั มชี ่วง
วา่ งงานนอกฤดูการเกบ็ เกี่ยว
ขาดการรวมกลุ่มในชุมชน มีส่วนร่วมในการทากิจกรรมน้อย จัดการประชุมคนก็ไม่เข้ามามีส่วนร่วม
เนื่องจากไม่เห็นความสาคัญของการพัฒนาเท่าที่ควร เพราะในแต่ละวันคนมักจะคิดถึงแต่เร่ืองปากท้องในครัวเรือน
เทา่ นน้ั ทาให้ไมส่ ามารถระดมความคิดเห็น ความตอ้ งการของคนในชมุ ชนออกมาได้ไม่เต็มที่
เส้นทางการสัญจรจากชุมชนสู่วัด มีความลาบากอยู่บ้าง เน่ืองจากมีถนนใหญ่เส้นหลัก ในบางคร้ังทาให้คน
ในชุมชนเดินทางมาท่ีวัด มาร่วมกิจกรรมทางศาสนาไม่สะดวก ต้องกลับรถไกลขึ้น รถท่ีสัญจรขับข่ีด้วยความรวดเร็ว
โดยเฉพาะผสู้ ูงอายุบางคนต้องเดินเท้า หรือไม่กส็ ัญจรโดยรถจักรยานยนต์ ทาใหเ้ กดิ อุบัตเิ หตุเกดิ ขนึ้ บ้าง
มีปัญหารายรับไม่พอกับรายจ่าย มีหน้ีสินนอกระบม ผู้ใหญ่ คนวัยทางานต้องออกไปทางานในเมือง
หรือต่างจังหวัด ทาใหไ้ ม่สามารถเลย้ี งดูเด็กและเยาวชนได้อยา่ งเต็มท่ี เกดิ ปญั หาของเดก็ ติดยาเสพติดตามมา
๒.3 เส้นทำงสู่ควำมสำเรจ็ ของกำรมำเปน็ ชุมชนต้นแบบ
มีการใช้จุดแข็งของชุมชนให้เกิดประโยชน์ เช่น การมีกฎระเบียบของชมุ ชนทต่ี ั้งข้ึนและใชร้ ว่ มกัน ผู้นา
ชุมชน ผูใ้ หญ่บ้าน เจ้าอาวาส มีความเข้มแข็ง มีความคิดในการพัฒนา ดึงความสามารถของคนในชุมชนออกมา
ใช้ให้เกิดประโยชน์ จัดตั้งกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มสตรีทอผ้า โรงเรียนผู้สูงอายุ วิสาหกิจชุมชนท่ีจะพัฒนาในเรื่อง
ของการทาเกษตรตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง หรือแม้แต่หน่วยงานนอกชุมชน กศน.บัวสลี อบต.บัวสลี
ไดเ้ ขา้ มารว่ มกนั แกไ้ ขปญั หา ดึงคนกลับเขา้ มามสี ่วนรว่ มในการพฒั นาชมุ ชนไดม้ ากขน้ึ
สิ่งยึดเหน่ียวของคนในชุมชน คือ วัดศรีวังมูล จุดศูนย์กลางของการทากิจกรรมร่วมกันของคนใน
หมบู่ า้ น โดยเฉพาะวันสาคัญ ทีค่ นในชุมชนจะมารวมตัวกนั ไม่ว่าจะเปน็ การทาโรงทาน กลมุ่ ผู้สูงอายุแสดงฟ้อน
เล็บ การแสดงดนตรีล้านนา ตีกลองสะบัดชัยของเยาวชน สอดแทรกไว้กับกิจกรรมทางศาสนา เสริมสร้าง
คุณธรรม จรยิ ธรรมของชมุ ชนให้แข็งแกรง่ มากขน้ึ
การมองหาเครือข่ายความร่วมมือ ท้ังจากในชุมชน วัด/ศาสนสถาน หน่วยงานราชการ สร้างความ
เขม้ แขง็ เปน็ กลไกในการพฒั นา ตดั สนิ ใจ ในการขับเคลอ่ื นชุมชน ในการดาเนินกจิ กรรมต่างๆ
93
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดข้ึน อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดขึ้น และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อปุ สรรคนน้ั ผำ่ นมำไดอ้ ย่ำงไร
การแสดงความคิดเห็นของคนในชุมชน เมื่อการรวมกลุ่มไม่ค่อยเกิดข้ึน ทาให้ไม่สามารถดึงปัญหา
ความต้องการที่แท้จริงของคนในชุมชนออกมาได้ไม่เพียงพอ แต่ในปัจจุบันเกิดต้ังกลุ่มของชุมชนอย่าง
หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มทอผ้า เป็นการแสดงศักยภาพ แสดงภูมิปัญญา และยังสามารถสืบสานต่อให้กับ
เยาวชนหรือผู้ท่ีสนใจได้ ทาให้ได้ใช้เวลาว่างจากการทาอาชีพหลัก หรือกลุ่มที่ส่งเสริมเรื่องการเกษตรตาม
แนวคดิ เรอ่ื งเศรษฐกจิ พอเพียง นาผลผลติ ท่ีไดส้ ่งออกขาย หากเหลือก็นามาปรุงอาหาร แปรรูป หรือแจกจ่ายท้ัง
ในหมู่บ้าน หม่บู ้านใกลเ้ คียง เปน็ การสร้างสมั พนั ธอ์ นั ดีตอ่ ชมุ ชนอืน่ ๆอกี ดว้ ย
งบประมาณเคยเปน็ อุปสรรคของการจัดกจิ กรรมชุมชน แต่ด้วยแรงศรทั ธา และการคิดพัฒนาของผู้นา
ชมุ ชน ไดด้ ึงคนในชมุ ชนมาร่วมด้วยชว่ ยกันในสว่ นทีข่ าดต่อไปได้
การดาเนินกิจกรรม อาจจะมปี ัญหาและอุปสรรค ท้ังที่เกิดจากตัวของคนเอง เรอื่ งของงบประมาณทีไ่ ม่
เพียงพอ และในสถานการณ์ปัจจุบันเร่ืองโรคระบาด ล้วนเป็นอุปสรรคและปัญหาท่ีสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ สิ่ง
สาคัญคือตอ้ งแกไ้ ขใหถ้ กู จุด จงึ จะแกป้ ัญหา หรือทาใหป้ ัญหาเบาลงได้
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบที่เกิดขนึ้
ทัศนคติของคนในชุมชนเปล่ียนแปลงไปในทางท่ีดีขึ้น มีการช่วยเหลือกันและกันระหว่างครัวเรือน
ในชุมชน และระหว่างชุมชน ปัญหาที่เคยเกิดขึ้น การทะเลาะเบาะแว้งลดน้อยลง ปัญหายาเสพติด ได้แก้ไข
ปญั หาจนเป็นหมบู่ ้านสขี าวปลอดส่ิงเสพตดิ
สามารถสอดแทรกการอนุรักษ์ภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรมไว้ได้ ในกิจกรรมทางศาสนา โดยท่ีคน
ในชมุ ชนสามารถแสดงศกั ยภาพของตนเองออกมาไดเ้ ต็มที่ ไม่ได้ยดึ ตนเองเพยี งคนเดียว
คนในชุมชนมีความเป็นอันหน่ึงอันเดียว รู้สึกถึงความเป็นชุมชน เป็นหมู่บ้าน รู้สึกถึงความสาคัญ
ความภมู ใิ จในตนเอง และชมุ ชน ที่เกิดความร่วมมอื ทง้ั จากในชุมชนและหน่วยงานภายนอกเพ่ิมมากขน้ึ
๒.6 เปำ้ หมำยทจี่ ะเดนิ ต่อในอนำคต ควำมต้ังใจ หรือสง่ิ ที่บ่งบอกถึงหลักประกันว่ำจะเกิดควำมย่ังยืน
บ้านศรีวังมูลจะนาหลักการพัฒนาที่เป็นประโยชน์มาพัฒนาชุมชน รณรงค์ให้คนในชุมชนมีส่วนกับ
กิจกรรม และให้ความสาคญั กับการเสนอความคิดเห็น ความต้องการทีแ่ ท้จริงของชุมชน และทาตามเปา้ หมาย
ท่ตี ั้งไว้วา่ เป็น ชุมชนเกษตร โดยนาแนวคิด วิธีการ การเกษตรพอเพียงให้คนในชมุ ชนมีความพอเพียง อยู่ดีกินดี
อย่างยงั่ ยืน ศรวี ังมูลรว่ มใจ ร่วมกันทากิจกรรม โดยท่ีทาด้วยใจมีความต้องการให้ชุมชนมกี ารพัฒนาไปในทางที่
ดีข้ึนอย่างแท้จริง นาไปสู่วิถีพุทธ ซึ่งเป็นส่ิงที่ปลูกฝั่งได้ตั้งแต่เด็ก เม่ือคนมีคุณธรรม จริยธรรมท่ีดีแล้ว การ
ปฏิบัติไมว่ ่าเร่ืองใด จะมีสตใิ นการกระทาน้ันได้อยา่ งดี และผา่ นพ้นปัญหาต่างๆไปได้ อาศัยความร่วมมอื ของคน
ในชมุ ชนเปน็ อันดบั หนง่ึ สรา้ งความเข้มแขง็ ให้กับชุมชนให้ได้
ขอ้ มูลกำรตดิ ต่อ เจา้ อาวาสวดั ศรวี งั มูล โทรศัพท์ 099-2711855
พระครปู ิยศลี วราภรณ์
นายเกรยี งศักด์ิ วงค์ษาไทย ผใู้ หญ่บ้านศรีวังมูล หมู่ 7 โทรศพั ท์ 086-9205987
94
สรุปผลและถอดบทเรียนกำรดำเนินงำน
ภำยใต้โครงกำรพลงั บวร : ชุมชนคุณธรรม ลำนธรรม ลำนวถิ ไี ทย ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔
......................................................................................................
ช่อื ชุมชนคุณธรรม วัดศรถี อ้ ย หม่ทู ี่ ๘ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงรำย
๑. สรปุ กิจกรรมท่ดี ำเนินกำร
๑.๑ ช่อื กจิ กรรม ทาบญุ เขา้ วัดเนื่องในวนั ธรรมะสวนะ และวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนา
๑.๒ ช่อื กิจกรรม ถวายเทยี นพรรษา เนอื่ งในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวนั เข้าพรรษา
๑.๓ ชื่อกิจกรรม จิตอาสาพัฒนาศาสนสถาน
95
๑.๔ ช่อื กิจกรรม ปนั น้าใจช่วยผู้ประสบภัยโควิด 19
๑.๕ ชอ่ื กิจกรรม เทดิ พระเกยี รติเน่ืองในวนั สาคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์
๒. ถอดบทเรียนชุมชน
๒.1 เรื่องรำวควำมโดดเด่น
ชุมชนคุณธรรมบ้านศรีถ้อย ต้ังอยู่ หมู่ท่ี ๘ ตาบลศรีถ้อย อาเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย คนใน
ชุมชนเป็นคนเมืองนับถือศาสนาพุทธเปน็ ส่วนใหญ่ จะมีคนในชุมชนประมาณ ๕๐ คนท่ีนับถอื ศาสนาครสิ ต์แต่
ทุกคนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้แม้จะแตกต่างกันทางศาสนา เป็นชุมชนเล็กๆ ที่มีวิถีชีวิตที่มีความสงบ เรียบง่าย
ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จะอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือเก้ือกูลกันและกัน
มีความรักใคร่สามัคคีกันภายในชุมชน คนในชุมชนยังคงสืบสาน สืบทอดและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและ
ประเพณีอันดีงามของท้องถ่ินให้คงอยู่ โดยมีวัดศรีถ้อย โดยการนาของ พระมหาพงษ์ศักด์ิ ประภาธโร เจ้าอาวาส
วัดศรีถ้อยเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน และเป็นแบบอย่างของการเอื้อเฟื้อแบ่งปัน และให้ความช่วยเหลือ
ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
โดยการมอบส่ิงของเคร่อื งอุปโภค-บริโภคให้แก่ชาวบา้ น
๒.2 กวำ่ จะมำเป็นวนั น้ี
ชาวบ้านศรีถ้อยจะประกอบอาชีพเกษตรกร ทาไร่ ทานา เป็นอาชีพหลัก จะประสบกับปัญหาหนี้สิน
รายได้ไม่พอกับรายรับ บางครั้งก็เกิดปัญหาอาชญากรรม เช่น การลักขโมยในหมู่บ้านบ้าง ปัญหายาเสพติด ใน
หมู่บ้าน ชาวบ้านบางคนตกงาน ไม่มีรายได้ หรอื รายได้ไมพ่ อกับรายจา่ ย
96
๒.3 เส้นทำงส่คู วำมสำเรจ็ ของกำรมำเปน็ ชุมชนต้นแบบ
จากปัญหาของชุมชน ตามข้อ ๒ เม่ือมีโครงการหมู่บ้านแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง , หมู่บ้านรักษาศีล
๕ และ โครงการชุมชนคุณธรรมน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร แกนนา
ชุมชนในหมู่บ้านได้ทาความเข้าใจในหลักการและค่อยๆ สร้างความเข้าใจกับประชาชนในหมู่บ้าน โดยค่อยๆ
ดาเนินการตามหลักการโดยใช้หลกั การ บ้าน วดั โรงเรยี น มีส่วนในการขับเคลือ่ นชุมชน และมีการน้อมนาหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาปรับใชใ้ นพื้นที่เรม่ิ จากจุดเลก็ ๆ และค่อยๆ ขยายผลในวงกว้าง รวมทงั้ ได้มีการ
เล็งเห็นทุนทางวัฒนธรรมท่ีมีในพ้ืนที่ ปราชญ์ชาวบ้าน องค์ความรู้และภูมิปัญญาที่มีในท้องถ่ินมาพลิกฟื้น
ก่อให้เกิดถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ชุมชนและคนรุ่นใหม่ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ เช่น
พัฒนาชุมชนกศน. หรือ สานักงานวัฒนธรรม ในการพัฒนา ต่อยอด และถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญา
ชาวบ้าน ทาให้ผู้สูงอายุ กลุ่มสตรีในหมู่บ้านเกิดรายได้เสริม ชุมชนมีรายได้เพิ่มมากข้ึน และยังเป็นการรักษา
สบื ทอดภูมิปญั ญาของบรรพบรุ ุษไม่ใหส้ ญู หายไป
รวมทั้ง ชุมชนเกิดความรัก สามัคคี มีความเอื้ออาทรซ่ึงกันและกัน และรู้จักช่วยเหลือ แบ่งปัน กันใน
ยามทชี่ ุมชนประสบปัญหา
๒.4 ควำมท้ำทำยที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่ำงๆ มีอะไรสำคัญท่ีเกิดข้ึน และสำมำรถก้ำวข้ำมปัญหำ
อุปสรรคน้นั ผ่ำนมำไดอ้ ยำ่ งไร
ในระยะแรก ปัญหาอุปสรรคที่พบ คือ ความไม่เข้าใจในหลักการ และแนวทางการปฏิบัติของชาวบ้าน
บางกลุ่มที่มีความคิดว่า ทาไมเราต้องเอาเวลาทามาหากินมาร่วมกิจกรรมต่างๆ ของหมู่บ้าน มาทากิจกรรมจิต
อาสา หรอื มาอบรมเพอ่ื ฝกึ อาชพี เสริม เราอยู่ของเราแบบเดิมๆ กไ็ มเ่ สยี หายอะไรก็พออยู่พอกนิ แล้ว หรือคดิ ว่า
ทาแล้วจะประสบความสาเร็จตามท่ีโครงการ/กิจกรรมได้ต้ังเป้าหมายไว้หรือ จึงทาให้ พระมหาพงษ์ศักด์ิ
ประภา ธโร เจ้าอาวาสวัดศรีถ้อย และ นายนรินทร์ คุณยศย่ิง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ท่ี ๘ บ้านศรีถ้อย รวมถึง ผู้นา
ชุมชนได้ปรึกษาหารือกัน เพ่ือสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้านท่ียังไม่เข้าใจ โดยการค่อยๆ สร้างความเข้าใจ
ปลูกฝัง และค่อยๆ ให้ชาวบ้านปรับทัศนคติและหันมาให้ความร่วมมือ เช่น อาจจะสอดแทรกในการเทศนา
ธรรมในวันพระ วันสาคัญทางศาสนา หรอื เมอ่ื มีโอกาส , ชแี้ จงหรอื ยกตัวอยา่ งหมู่บ้านที่ประสบความสาเรจ็ ด้วย
ความร่วมมือร่วมใจของคนในหมู่บ้านในการประชุมประจาเดือนของหมู่บ้าน เป็นต้น การทางานของผู้นาทาง
ศาสนา ผู้นาชุมชนต้องทาให้เป็นตัวอย่างของคนในหมู่บ้าน ให้คนในหมู่บ้านเกิดความนับถือ เล่ือมใส ศรัทธา
การทางานด้วยความโปร่งใส เน้นประโยชน์ของชุมชน หมู่บ้าน เป็นหลัก เมื่อคนในชุมชนเห็นความทุ่มเท
จริงใจ และเสยี สละของผู้นาแลว้ ความเลือ่ มใส ศรทั ธาเกดิ ขนึ้ ก็จะทาให้คนในหม่บู ้านให้ความรว่ มมือ
๒.5 ผลลพั ธ์และผลกระทบทเี่ กดิ ขึ้น
เม่อื เวลาผา่ นไปพฤตกิ รรมของคนในชุมชนก็คอ่ ยๆ ดีข้ึน เกิดความรกั สามัคคีกนั มากข้นึ มจี ิตอาสาทจ่ี ะ
ทาประโยชน์เพอ่ื ชมุ ชน / สว่ นรวม ถ้อยทถี ้อยอาศยั กัน เห็นวา่ ชุมชน/หมู่บ้านเปรยี บเสมือนบ้านหลังใหญ่ทที่ ุก
คนตอ้ งช่วยกนั ดูแล เออื้ เฟ้ือแบ่งปันซงึ่ กนั และกันในยามที่เกิดภาวะวกิ ฤต เช่น ในช่วงท่ีเกิดการแพร่ระบาดของ
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดย พระมหาพงษ์ศักดิ์ ประภาธโร เจ้าอาวาสวัดศรีถ้อย และ
นายนรินทร์ คณุ ยศย่ิง ผใู้ หญ่บ้าน หมู่ท่ี ๘ บ้านศรีถ้อย จะรว่ มกันระดมความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้านเพื่อ
ร่วมกันบริจาคเคร่ืองอุปโภค - บริโภคให้แก่คนในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคติด
เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) อย่างต่อเน่ือง หรือแม้แต่ให้การดูแลแก่ผู้ท่ีต้องกักตัวภายในหมู่บ้าน ท้ัง
ในเรื่องของสถานท่ีกักตัว อาหาร - น้าดื่ม ยารักษาโรค เป็นต้น คนภายในหมู่บ้านก็จะช่วยเหลือดูแลโดยการ
สับเปล่ยี นหมุนเวียนกัน
97
ทุกครัวเรือน ก็จะเน้นการปลูกพืชผักสวนครัวไว้ตามบริเวณบ้านเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน หรือ
แบ่งปันให้กับเพือ่ นบา้ น ถา้ เหลอื ก็จะนาไปขายทีต่ ลาดของชุมชน
ชาวบ้านเห็นความสาคัญของการคัดแยกขยะ และมีการนาขยะมาทาให้เกิดประโยชน์ เช่น ขวด
พลาสติก กระป๋อง ขวดแก้ว หรือกระดาษไปขาย หรือนามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Recycle) เพื่อนา
กลับมาใช้ในครัวเรือน หรือ นาไปขาย สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน เช่น น้ากระป๋องเคร่ืองดื่มมาทาเป็นหมวก
ตะกร้า เป็นต้น ซ่ึงก็ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการในการให้ความรู้ เช่น สานักงานพัฒนาชุมชน
อาเภอ กศน.อาเภอ หรอื อบต. เป็นต้น
คนในหมู่บ้านก็ช่วยกันรักษา สืบสาน และอนุรักษ์ประเพณีของชุมชน/ท้องถ่ินมิให้สูญหาย และยัง
ปลูกฝังให้ลูกหลานในชุมชนเห็นความสาคัญและเข้าร่วมกิจกรรมด้านศาสนา และประเพณีให้มากข้ึน รวมท้ัง
ชุมชนก็มีการสืบเสาะ และสืบทอดภูมิปัญญาที่มีในท้องถิ่นจากปราชญ์ชาวบ้านและร่วมกันอนุรักษ์ไว้ และ
ช่วยกนั นาภมู ิปญั ญาทมี่ ีในชมุ ชนพฒั นาเพื่อสรา้ งใหเ้ กิดรายไดแ้ ก่คนในชมุ ชน
ปัญหาลักเล็กขโมยน้อย ปัญหายาเสพติดก็ลดน้อยลงจนแทบจะไม่มีเกิดข้ึนในหมู่บ้าน เน่ืองจากคนใน
หมบู่ า้ นช่วยกันเปน็ หูเป็นตา เฝ้าระวังกนั ภายในหมู่บา้ น และดูแลช่วยเหลือซึ่งกนั และกนั
๒.6 เปำ้ หมำยทจ่ี ะเดินต่อในอนำคต ควำมตงั้ ใจ หรอื สง่ิ ที่บง่ บอกถึงหลกั ประกนั ว่ำจะเกดิ ควำมยัง่ ยนื
เปา้ หมายของชุมชนในอนาคตอยากให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มข้ึน เนื่องจากคนในชุมชนส่วนใหญ่ไดร้ ับ
ผลกระทบด้านเศรษฐกจิ จากการแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา่ 2019 (COVID-19) รายได้ลดน้อยลง
หรือ เกดิ ภาวะการตกงาน หลังสถานการณ์ดีข้ึน อยากส่งเสริมใหค้ นในชุมชนมอี าชีพ มีรายได้ และ คนหนุ่มสาว
ไม่ต้องไปทางานในเมืองใหญ่ เหมือนอยา่ งท่ีผา่ นมา อยากใหค้ นหนุ่มสาวหันกลับมาอยบู่ ้าน และพฒั นาบ้านเกิด
ของตนเอง โดยการน้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาเปน็ หลักในการพัฒนา หรือ โครงการโคกหนองนา
รวมท้ัง การนาทุนทางวัฒนธรรมท่ีมีในชุมชนมาพัฒนา ต่อยอด ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และจะส่งเสริมให้
เด็ก เยาวชนในหมู่บ้านมีส่วนร่วมในการสืบสาน อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาของท้องถิ่นให้เพ่ิม
มากขนึ้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยง่ั ยนื
ขอ้ มลู กำรติดต่อ เจา้ อาวาสวัดศรถี ้อย โทรศัพท์ ๐๖๒-๕๔๓๗๘๙๔
พระมหาพงษ์ศักด์ิ ประภาธโร ผูใ้ หญ่บ้านบ้านศรีถ้อย หมู่ ๘ โทรศัพท์ ๐๘๕-๖๕๒๙๐๒๙
นายนรินทร์ คุณยศยงิ่