The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมไฟล์แผนการสอนรายวิชาโปรแกรมกราฟิก1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruKritsana หอมเชย, 2024-03-17 04:28:06

รวมไฟล์แผนการสอนรายวิชาโปรแกรมกราฟิก1

รวมไฟล์แผนการสอนรายวิชาโปรแกรมกราฟิก1

แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 11 ตกแต่งภาพด้วยการรีทัช คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดไม่ได้อยู่ในอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปรับความคมชัดของภาพ ก. Blure Tool ข. Smudge Tool ค. Dodge Tool ง. Sharpen Tool 2. ข้อใดคือเครื่องมือที่ทำให้สีของภาพดูเข้มขึ้น ก. ข. ค. ง. 3. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของคำสั่ง Dodge และ Brightness ก. Dodge และ Brightness ใช้สำหรับเพิ่มความสว่างของภาพ ข. Dodge Tool ทำให้ภาพสว่างขึ้นทั้งภาพ ค. Dodge จะเพิ่มความสว่างสีด้วยสีของมันเอง ง. Brightness จะเพิ่มหรือลดความสว่างด้วยสีขาว-ดำ 4. ข้อใดคือคุณสมบัติของเครื่องมือ Clone Stamp Tool ก. เครื่องมือทำสำเนาแบบต่อเนื่อง ข. เครื่องมือปรับเนื้อสีของภาพให้มีสีที่อิ่มหรือซีดจาง ค. เครื่องมือทำให้ภาพสว่างบางส่วน ง. เครื่องมือทำให้ภาพมืดบางส่วน 5. หากใช้เครื่องมือ และ ขณะทำการกำหนดภาพต้นแบบต้องกดปุ่มในข้อใดค้างไว้ด้วย ก. <Ctrl>+<Alt> ข. <Alt+C> ค. <Ctrl+C> ง. <Alt> 6. ข้อใดคือเครื่องมือที่ใช้แก้ไขตำหนิที่มีบริเวณกว้่าง ก. ข. ค. ง. 7. กรณีที่ภาพมีหลาย Layer ต้องทำตามข้อใดก่อน เพื่อให้การทำสำเนาเป็นไปทั้งภาพอย่างที่ตาเห็น ก. กด <Ctrl+A> เพื่อเลือกทั้งภาพ ข. ทำการ Group Layer ก่อน ค. คลิกเมาส์ที่ ที่ออบชั่นบาร์ ง. ทำสำเนาธรรมดาผลออกมาตามที่ตาเห็นอยู่แล้ว 8. ขณะที่กำลังใช้คำสั่ง Sharpen Tool เราสามารถเปลี่ยนไปใช้คำสั่ง Blur Tool ได้โดยกดปุ่มในข้อใด ก. <Alt> ข. <Ctrl> ค. <Alt+Ctrl> ง. <Ctrl+Shift> 9. การแก้ไขตำหนิด้วย Spot Healing Brush Tool ถ้าเราต้องการคลิกลงบนจุดที่แก้ไขสีและพื้นที่ส่วนรอบ ข้างจะถูกนำมาแทนที่ส่วนที่เราคลิกเมาส์ต้องทำตามข้อใด


ก. คลิกเลือก Proximity Match ข. เลือกโหมดภาพ Luminosity ค. คลิกเลือก Create Texture ง. คลิกเลือก Sample All Layer 10. ข้อใดไมใช่ลักษณะการทำงานและคุณสมบัติของ ก. เครื่องมือสำหรับสร้างลวดลายให้กับภาพ ข. อยู่ในกลุ่มเครื่องมือ Clone Tools ค. ต้องกำหนดหรือสร้างรูปแบบภาพ (Pattern) ก่อน ง. ใช้ทำสำเนาภาพอย่างต่อเนื่อง เฉลย 1. ค 2. ข 3. ข 4. ก 5. ง 6. ค 7. ค 8. ก 9. ก 10. ง


กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 11.1 คำสั่ง ตกแต่งภาพด้วยการรีทัช 1. จงลบรอยเหี่ยวย่นจากภาพให้หมดไป 2. ลบแก้ไขภาพตาแดงที่เกิดจากการถ่ายภาพในที่มืด


แบบประเมินผลการทำกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา โปรแกรมกราฟิก รหัสวิชา 2204-2105 ครั้งที่.................. หน่วยการเรียนที่..................... เรื่อง................................................................................ .. ภาคเรียนที่.......... ปีการศึกษา..................... ระดับชั้น................ ห้อง...........ภาควิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เลขที่ ชื่อ - สกุล ระดับคุณภาพ หมายเหตุ ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ดี คือ ส่งงานก่อนหรือตรงกำหนดเวลา รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย พอใช้ คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนด แต่ไม่มีการติดต่อชี้แจงอย่างมีเหตุผลรับผังได้ ปรับปรุง คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนดหรือไม่ส่ง เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้ ลงชื่อ...................................................... (........................................................) ผู้ประเมิน


หน่วยที่ 12 จำนวน 4 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 17 บูรณาการ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิก ชื่อหน่วย ตกแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ ชื่อเรื่อง ตกแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ 1. สาระสำคัญ ในบทนี้เราจะทำการตกแต่งภาพจากโปรแกรม Photoshop โดยใช้คำสั่งพิเศษ ที่ช่วยให้เราสามารถ ตกแต่งภาพให้สวยงามได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ได้แก่การใส่ฟิลเตอร์สำเร็จรูปที่โปรแกรมมีมาให้ลงในภาพ การปรับแต่งสัดส่วนของภาพด้วย Liquify และการใส่ฟิลเตอร์จากPlug-In ที่เราได้ติดตั้งเพิ่ม ซึ่ง การตกแต่งแต่ละรูปแบบที่กล่าวมานั้นมีความหมาย และวิธีการใช้งานดังนี้ 2. สมรรถนะประจำหน่วย - ออกแบบภาพกราฟิกตามหลักองค์ประกอบศิลป์ - สร้างภาพกราฟิกและจัดการแฟ้มภาพด้วยโปรแกรมกราฟิก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย 1. อธิบายคุณสมบัติและความสำคัญของฟิลเตอร์ได้ 2. อธิบายการใช้งานฟิลเตอร์ชนิดต่างๆ ได้ 3. อธิบายกฏการใช้งานฟิลเตอร์ได้ 4. ใช้ฟิลเตอร์ในการตกแต่งภาพให้สวยงามได้ 5. ใช้Liquify มาช่วยในการปรับสัดส่วนของภาพได้ 4. สาระการเรียนรู้ 1. ฟิลเตอร์คืออะไร ฟิลเตอร์ ( Filter ) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการตกแต่งภาพด้วยเทคนิคพิเศษ ที่หลากหลาย แทนที่จะต้องมา พยายามคิดค้น ขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ ขึ้นเอง เราสามารถใช้ฟิลเตอร์ เพียงคำสั่งเดียว ในการทำงานหลายๆ ขั้นตอนได้ เช่นเราต้องการสร้างแสงให้ภาพ แทนที่เราต้องมาทำทีละขั้นตอน คือสร้างเลเยอร์ copy เลเยอร์ลง สี ปรับค่า Opacity ฯลฯ แต่เมื่อเราเรียกใช้คำสั่ง Filter เพียงครั้งเดียว ก็สามารถกำหนดค่าต่าง ๆ ดังที่กล่าว มาแล้วได้ และได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ฟิลเตอร์เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างเอฟเฟ็คต์แปลกตาต่างๆ ให้กับรูปภาพ เช่น การแปลงภาพถ่ายให้ กลายเป็นเหมือนกับภาพที่ศิลปินวาดขึ้น โดยใช้เครื่องมือหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นดินสอสี สีน้ำ หรือสีชอล์ค การเติมพื้นผิว (Texture) ให้กับภาพ การปรับภาพให้เบลอให้ลักษณะต่าง ๆ หรือการเพิ่มความคมชัดให้กับ ภาพที่ถ่ายมาไม่ดี เป็นต้น นอกจากนี้ เรายังใช้ฟิลเตอร์เพื่อช่วยในการสร้างภาพกราฟิกส์ได้ด้วย


การใช้ฟิลเตอร์จะมีผลต่อเลเยอร์ที่กำลังเลือก หรือถ้าเราสร้าง Selection ไว้ ก็จะมีผลต่อพื้นที่ภายใน Selection เท่านั้น สำหรับภาพบางโหมด คือ Bitmap และ Indexed Color เราจะไม่ใช้ฟิลเตอร์เลย และบาง ฟิลเตอร์จะใช้ได้กับภาพโหมด RGB เท่านั้น เราเรียกใช้ฟิลเตอร์ของ Photoshop ได้จากเมนู Filter โดยคำสั่ง ทั้งหมดจะถูกจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ตามคุณสมบัติเพื่อให้ใช้งานได้สะดวก ฟิลเตอร์บางตัวเมื่อเรียกใช้แล้วจะ มีผลทันที แต่ส่วนใหญ่จะมีออปชั่นให้เราปรับแต่งผลลัพธ์เพิ่มเติม ซึ่งแต่ละฟิลเตอร์จะมีจำนวนและชนิดของ ออปชั่นที่แตกต่างกันออกไป 2. การใช้ฟิลเตอร์กับเลเยอร์ ฟิลเตอร์จะเหมือนกับเครื่องส่วนใหญ่ใน Photoshop เพราะจะ มีผลกับภาพในเลเยอร์ที่กำลังเลือก หรือภายใน Selection เท่านั้น ดังนั้น ก่อนให้คำสั่งเราจะต้องเลือกเลเยอร์ให้ถูกต้อง และถ้าจำเป็นก้อ สร้าง Selection ของพื้นที่ที่ต้องการให้รับผลจากฟิลเตอร์ไว้ด้วย 1. ถ้าภาพของเรามีหลายเลเยอร์ ให้คลิกเลือกเลเยอร์ที่ต้องการ จากพาเล็ต Layers 2. เลือกคำสั่งสำหรับ เรียกใช้ฟิลเตอร์ เช่น Filter > Pixelate > Crystallize 3. บนไดอะล็อกบ็อกซ์ของฟิลเตอร์จะมีภาพตัวอย่างในกรอบ ด้านบนพร้อมทั้งปุ่ม เพื่อให้ขยายและปุ่ม เพื่อให้ย่อภาพตัวอย่างส่วน ด้านล่างจะเป็นออปชั่นเฉพาะของฟิลเตอร์เพื่อใช้ปรับให้ได้ผลลัพธ์ ตามต้องการ 4. คลิก OK 3. การใช้ฟิลเตอร์กับ Selection 1. สร้าง Selection ให้กับภาพ 2. คลิกเลือกเลเยอร์ 3. เลือกคำสั่ง Filter > Brush Strokes > Dark Strokes 4. ปรับตั้งค่า แล้วคลิก OK


4. คุณสมบัติของฟิลเตอร์ต่างๆ กลุ่ม Artistic ใช้เปลี่ยนรูปภาพธรรมดาให้ดูเหมือนภาพที่วาดด้วยสีชนิดต่าง ๆ เช่น สีน้ำ สีน้ำมัน สี โปสเตอร์ หรือวาดโดยใช้อุปกรณ์ในการลงสีแบบต่าง ๆ เช่น ดินสอสี ฟองน้ำ ชิ้นกระดาษ กลุ่ม Blur ใช้ปรับภาพให้เบลอ หรือมีความคมชัดน้อยกว่าเดิม โดยมีรูปแบบการเบลอให้เลือกหลาก หมาย เช่น แบบทั่วไป แบบวงกลม แบบเคลื่อนไหว เบลอเนื่องจากโฟกัสไม่ชัด และเบลอเฉพาะบริเวณโดยไม่ มีผลต่อขอบวัตถุในภาพ กลุ่ม Brush Strokes ใช้เปลี่ยนรูปภาพธรรมดาให้ดูเหมือนภาพที่วาดด้วยฝีแปรงลักษณะต่าง ๆ กลุ่ม Distort ใช้บิดเบือนรูปภาพให้มีลักษณะต่าง ๆ กลุ่ม Noise ใช้เพิ่มจุดสีลงในภาพ หรือปรับสีของพิกเซลใกล้เคียงให้กลมกลืนกัน กลุ่ม Pixelate ใช้รวมพิกเซลที่อยู่ใกล้เคียงกันเข้าเป็นช่องเซลหรือเม็ดสีเล็ก ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ กลุ่ม Render ประกอบไปด้วยฟิลเตอร์สำหรับสร้างลวดลายก้อนเมฆ ประกายแสงจากเลนส์ และ แสงสป็อตไลท์ที่ส่องลงบนภาพ กลุ่ม Sharpen ใช้ปรับภาพให้คมชัด โดยมีรูปแบบให้เลือกได้หลายวิธี


กลุ่ม Sketch ใช้สร้างพื้นผิวที่ดูมีมิติขึ้นจากวัตถุและเส้นลายในภาพ หรือเปลี่ยนภาพให้ดูเหมือนภาพ ที่ร่างด้วยดินสอหรือปากกา กลุ่ม Stylize ประกอบไปด้วยฟิลเตอร์หลายรูปแบบ เช่น การทำภาพนูนต่ำ (Emboss) การแตกภาพ เป็นก้อนสี่เหลี่ยมแบบ 2 หรือ 3 มิติ (Tiles และ Extrude) การหาเส้นขอบของวัตถุในภาพ เป็นต้น กลุ่ม Texture ใช้เพิ่มพื้นผิวที่เป็นลวดลายและดูมีมิติให้กับภาพ กลุ่ม Video ใช้แก้ไขภาพที่จับมาจากสัญญาณวิดีโอแบบ Interlace และปรับสีภาพให้เหมาะกับ จอโทรทัศน์ กลุ่ม Other ประกอบด้วยเครื่องมือที่ใช้สร้างฟิลเตอร์ (Custom) หาขอบวัตถุ (High Pass) ปรับแต่ง เมาส์ (Maximum/Minimum) และเลื่อนภาพ (Offset) กลุ่ม Digimarc ประกอบด้วยฟิลเตอร์สำหรับฝังลายน้ำ (Watermark) ลงในภาพเพื่อเก็บข้อมูล ลิขสิทธิ์และอ่านลายน้ำจากภาพ การปรับภาพให้เบลอ บางครั้งเราอาจต้องการปรับภาพที่ชัดให้กลายเป็นเบลอ เพื่อสร้างเอฟเฟ็คต์พิเศษบางอย่าง ซึ่งฟิลเตอร์ที่ใช้บ่อยก็คือ Gaussian Blur 1. เลือกคำสั่ง Filter > Blur > Gaussian Blur 2. ปรับปริมาณความเบลอ 3. คลิก OK การปรับภาพให้เบลอแบบวงกลม คำสั่ง Radial Blur ใช้สำหรับปรับภาพให้เบลอแบบหมุนรอบ ๆ หรือพุ่งออกจากจุดศูนย์กลาง โดย สามารถกำหนดตำแหน่งศูนย์กลางนี้ได้ตามต้องการ เนื่องจากในตัวอย่างต้องการให้ฟิลเตอร์มีผลเฉพาะบางบริเวณของภาพ จึงสร้าง Selection ขึ้นมา 1. สร้าง Selection


2. เลือกคำสั่ง Select > Inverse 3. เลือกคำสั่ง Filter > Blur > Radial Blur 4. ปรับความเบลอ 5. เลือกออปชั่นควบคุมการเบลอ 6. คลิกกำหนดจุดศูนย์กลางการเบลอ 7. คลิก OK คำสั่ง Motion Blur ใช้สำหรับปรับภาพให้เบลอคล้ายกับว่าวัตถุนั้นกำลังเคลื่อนไหว 1. สร้าง Selection 2. เลือกคำสั่ง Select > Inverse 3. เลือกคำสั่ง Filter > Blur > Motion Blur 4. ปรับความเบลอ 5. ปรับมุมการเบลอ 6. คลิก OK


5. วิธีการใช้งานฟิลเตอร์ กำหนดฟิลเตอร์จาก Filter Gallery Filter Gallery เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ร่วมกับฟิลเตอร์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่สร้างเอฟเฟ็คต์พิเศษ โดยจะช่วยให้เราเรียกใช้ฟิลเตอร์ได้ครั้งละหลายตัว มีภาพที่แสดงให้เห็นผลลัพธ์รวมของฟิลเตอร์ทั้งหมดทันที รวมทั้งสามารถปรับแต่งออปชั่น เพิ่ม ลด หรือสลับลำดับของฟิลเตอร์ต่าง ๆ จนกว่าจะได้ผลที่พอใจ เครื่องมือ นี้จึงช่วยให้การสร้างเอฟเฟ็คต์พิเศษที่ต้องใช้ฟิลเตอร์หลายตัวประกอบกันทำได้สะดวก การเปิด Filter ทำได้ 2 วิธี คือ เปิดจากคำสั่ง Filter > Filter Gallery กรณีนี้ฟิลเตอร์ชุดเดิมที่เราเคยเลือกใช้ด้วยวิธีนี้จะถูกเรียก กลับขึ้นมา เปิดจากคำสั่งของฟิลเตอร์ตัวใดตัวหนึ่งที่อยู่ใน Filter Gallery เช่น เมื่อเลือกคำสั่ง Filter > Artistic > Dry Brush ฟิลเตอร์ Dry Brush จะถูกเรียกใช้ก่อน หลังจากนั้นสามารถเลือกฟิลเตอร์อื่น ๆ เพิ่มได้ ขั้นตอนการใช้งาน ในที่นี้จะแสดงตัวอย่างการสร้างเอฟเฟ็คต์ที่ใช้ฟิลเตอร์ 2 ตัวร่วมกัน คือ Spatter ในกลุ่ม Brush Strokes และ Texturizer ในกลุ่ม Texture 1. เลือกคำสั่ง Filter > Brush Strokes > Spatter


2. กำหนดออปชั่นของฟิลเตอร์ Spatter ตามต้องการ 3. คลิกปุ่ม เพื่อเพิ่มฟิลเตอร์รายการใหม่ 4. คลิกชื่อกลุ่ม Texture เพื่อเปิดรายการฟิลเตอร์ในกลุ่มนี้ 5. คลิกเลือกฟิลเตอร์ Texturizer 6. กำหนดออปชั่นของฟิลเตอร์ Texturizer ตามต้องการ 7. คลิก OK


7. ปรับสัดส่วนของภาพด้วย Liquify ไปที่ Filter > Liquify จะเห็นแถบเครื่องมืออยู่ที่ ด้านซ้ายมือนะครับ เราสามารถเลือกใช้ได้ตามเทคนิค และความชำนาญของแต่ละท่านนะครับ ซึ่งแต่ละภาพอาจ ใช้เครื่องมือที่แตกต่างกันไป ซึ่งในที่นี้ผมต้องการที่จะให้ นางแบบมีช่วงต้นแขนที่เรียวเล็กลงมาหน่อย 1. เริ่มจาก Click ไปที่เครื่องมือลำดับที่ 4 นับ จากข้างบนลงมา เรียกว่า "Pucker Tool" 2. จากนั้นตั้งค่า Tool option ทางด้านขวามือ ซึ่งจะเป็นการตั้งค่าเกี่ยวกับ ขนาด และความหนักเบาของ แปรง Brush (ควรตั้งค่าให้มีขนาดที่เหมาะสม ซึ่งบอก ไม่ได้ครับว่าเท่าไหร่ เพราะแต่ละภาพไม่เหมือนกัน แล้วแต่กรณีไป) 3. เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว Click ลาก Mouse ไป ตามขอบของลำแขน 4. จะเห็นว่ายังมีส่วนที่นูนผิดรูปขึ้นมาอยู่นิด หน่อย ผมจะใช้เครื่องมืออีกอย่าง ที่อยู่ด้านบนสุดของ แถบเครื่องมือฝั่งซ้าย ซึ่งเรียกว่า "Forward Warp Tool" เก็บรายละเอียดเล็กน้อยในส่วนที่เหลือ ดัดภาพด้วย Forward Warp tool การย้ายตำแหน่งของภาพตามการแดรก(ลาก)เมาท์ วิธีใช้ - คลิกคำสั่ง - วางเมาท์ในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว - แดรก(ลาก)เมาท์ ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ เช่น มุม ปาก ตามตัวอย่างนะคะ


หมุนภาพด้วย Twirl clockwise tool วิธีใช้ - คลิกคำสั่ง - วางเมาท์ในตำแหน่งที่ต้องการ - คลิกเมาท์ค้างไว้ ดูผลจากภาพเป็นพอใจก็ปล่อยมือจากเมาท์ บีบภาพด้วย Pucker tool การลดขนาดของภาพเฉพาะตำแหน่งที่ต้องการให้เล็กลง วิธีใช้ - คลิกคำสั่ง - วางเมาท์ในตำแหน่งที่ต้องการ - คลิกเมาท์ค้างไว้ ดูผลจากภาพเป็นพอใจก็ปล่อยมือจากเมาท์


ขยายภาพด้วย Bloat tool การขยายขนาดภาพเฉพาะตำแหน่งที่ต้องการให้ใหญ่ขึ้น วิธีใช้ - คลิกคำสั่ง - วางเมาท์ในตำแหน่งที่ต้องการ - คลิกเมาท์ค้างไว้ ดูผลจากภาพเป็นพอใจก็ปล่อยมือจาก เมาท์เด็กตาโต เลื่อนพื้นที่ภาพด้วย Push left tool เป็นการขยายาภาพเมื่อแดรก(ลาก)เมาท์ผ่าน วิธีใช้ -คลิกคำสั่ง -แดรก(ลาก)เมาท์ ขึ้นหรือลงก็ได้ แต่ให้สังเกตดูว่าภาพ บริเวณที่แดรกเมาท์ผ่านจะยืดออก 8. ตกแต่งภาพในแนวระนาบด้วย Vanishing Point ฟิลเตอร์ Vanishing Point เป็นฟิลเตอร์ที่ใช้สำหรับการแก้ไขและตกแต่งรูปภาพในแนวระนาบ โดยการคัดลอกและปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ต้องการให้เข้ากับแนวระนาบของพื้นที่นั้นโดยอัตโนมัติ Vanishing Point สามารถคัดลอกรูปภาพต้นแบบโดยใช้เครื่องมือ 2 ชนิด คือ Marquee Tool หรือ Stamp Tool โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้


1. เปิดไฟล์รูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 2. คลิกคำสั่ง Filter บนเมนูหลัก (Menu Bar) และคลิกเลือก Vanishing Point หรือกด แป้น Alt+Ctrl+V บนคีย์บอร์ดเพื่อเรียกใช้งานฟิลเตอร์ Vanishing Point 3. จะปรากฏหน้าต่าง Vanishing Point ให้คลิกเครื่องมือ (Zoom Tool) ซึ่งอยู่ด้าน ซ้ายมือ และคลิกรูปภาพเพื่อขยายขนาดของรูปภาพส่วนที่ต้องการ 4. คลิกเครื่องมือ (Create Plane Tool) เพื่อสร้างตารางแนวระนาบ 5. คลิกเมาส์ลงบริเวณที่ต้องการสร้างแนวระนาบของรูปภาพส่วนที่ต้องการโดยการคลิกลงบนรูปภาพ ทีละจุดจนครบทั้ง 4 จุด 6. เมื่อเสร็จแล้วจะมีกรอบสีฟ้าขึ้นครอบพื้นที่ที่กำหนด ปรับขนาดหรือปรับกรอบให้ตรงแนวระนาบ โดยการคลิกเมาส์ค้างบนปุ่มซึ่งอยู่บนกรอบสีฟ้าและลากเมาส์ตามต้องการ 7. ผู้ใช้ปรับขนาดของช่องตารางเพื่อความสะดวกในการทำงานโดยการคลิกที่ลูกศรในช่อง Grid Size 8. ในตัวอย่างนี้เราจะทำการคัดลอกกรอบรอบภาพที่ติดอยู่บนผนัง นำไปไว้บนผนังอีกด้านหนึ่ง ซึ่ง เป็นแนวระนาบคนละด้านกัน จึงต้องสร้างแนวระนาบของผนังอีกด้านโดยการอ้างอิงจากแนวระนาบเดิมที่ สร้างไว้ ให้กดแป้น Ctrl+คลิกเมาส์ค้าง ดึงปุ่มตรงกลางของด้านที่จะขยายออกมาทางผนังอีกด้านหนึ่ง 9. คลิกเมาส์ค้างบนปุ่ม และลากเมาส์เพื่อปรับรูปทรงของกรอบให้เข้ากับแนวระนาบของพื้นที่


10. คัดลอกกรอบรูปโดยการใช้เครื่องมือ Marquee Tool หรือ Stamp Tool โดยมีวิธีการดังนี้ 10.1 คลิกเครื่องมือ (Marquee Tool) ซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ จากนั้นให้สร้าง Selection บน พื้นที่ของกรอบรูป กดแป้น ALT + คลิกเมาส์บน Selection ที่สร้างไว้และลากเมาส์ไปยังผนังอีกด้านตรง ตำแหน่งที่ต้องการวางกรอบรูปแล้วจึงปล่อยเมาส์ โปรแกรมจะทำการปรับรูปทรงของรุปภาพส่วนที่คัดลอกมา ให้เข้ากับแนวระนาบของพื้นที่ใหม่โดยอัตโนมัติ 10.2 คลิกที่เครื่องมือ (Stamp Tool) ซึ่งอยู้ด้านซ้ายมือ จากนั้นให้กดแป้น Alt + คลิก เมาส์ บนพื้นที่ต้องการคัดลอก หากรูปที่คัดลอกมีขนาดเล็กไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการทั้งหมด ให้ขยายขนาด เครื่องมือที่ช่อง Diameter ให้เหมาะสมกับขนาดของพื้นที่ที่ต้องการ โดยในรูปนี้ให้กำหนด Diameter เท่ากับ 300 จากนั้นให้เคลื่อนเมาส์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการวางรูปและคลิกเมาส์เพื่อวางรูป โปรแกรมจะทำการปรับรูปทรงของรูปภาพส่วนที่คัดลอกมาให้เข้ากับแนวระนาบของพื้นที่ใหม่โดยอัตโนมัติ 11. คลิกปุ่ม OK


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาที่เข้าเรียน 2. ให้นักศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคุณสมบัติและความสำคัญของฟิลเตอร์ กฏการใช้งานของฟิลเตอร์และ วิธีการใช้งานฟิลเตอร์ 3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับเรื่องตกแต่งภาพอย่างสร้างสรรค์ด้วยฟิลเตอร์ ขั้นสอน 42. บอกจุดประสงค์การเรียน 43. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการปฎิบัติในหัวข้อการเรียน หัวข้อการเรียน ฟิลเตอร์คือ อะไร กฎการใช้งานฟิลเตอร์ วิธีการใช้งานฟิลเตอร์ ปรับสัดส่วนของภาพด้วย Liquify ตกแต่ง ภาพในแนวระนาบด้วย Vanishing Point และให้นักศึกษาปฎิบัติไปพร้อมกัน 44. ให้คำแนะนำ 45. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยอาจารย์จะซักถามในแต่ละบุคคล ขั้นสรุป 41. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญ 42. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย 43. มอบหมายให้ไปหัดทำและศึกษาเพิ่มเติม 44. ทำแบบทดสอบ 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อ 71. หนังสือประกอบการเรียนวิชา โปรแกรมกราฟิก 72. ใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย 73. แบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรู้ 74. ตัวอย่างแฟ้มสะสมชิ้นงาน 75. ชุดการสอน PowerPoint แต่ละหน่วยการเรียน 76. บทเรียนออนไลน์ 77. คอมพิวเตอร์ 6.2 แหล่งเรียนรู้ 51. ห้องสมุดสถานศึกษา 52. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 53. ผู้ปกครอง เพื่อน ๆ รุ่นพี่ และบุคลากรในสถานศึกษา 54. หนังสือ E-book, ELearning, Website ที่เกี่ยวข้อง 55. ครูผู้สอน 7. หลักฐานการเรียนรู้ - ใบความรู้ - ใบงาน / ผลงานนักเรียน


8. การวัดและประเมินผล 8.1 เครื่องมือประเมิน 37. ประเมิน : ทดสอบ 38. เครื่องมือ : แบบทดสอบ 39. เกณฑ์การให้คะแนน : ประเมินจากแบบประเมินกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 12.1 40. เกณฑ์การตัดสินการผ่าน : พอใช้(5 – 6 คะแนน) 8.2 เกณฑ์การประเมิน ดีมาก (9 – 10 คะแนน) ดี (7 – 8 คะแนน) พอใช้ (5 – 6 คะแนน) ปรับปรุง (ต่ำกว่า 5 คะแนน)


9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ 9.2 ปัญหาที่พบ 9.3 แนวทางแก้ปัญหา ลงชื่อ............................................. (.....................................................) ผู้ทำแผนการจัดการเรียนรู้


แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 12 ตกแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดไม่ใช่กฎการใช้งานของฟิลเตอร์ ก. ฟิลเตอร์จะทำงานกับเลเยอร์ได้ในทุกสภาวะ ข. บางฟิลเตอร์ไม่สามารถใช้กับภาพในโหมด Bitmap และ Indexed ได้ ค. ทุกฟิลเตอร์สามารถใช้ได้กับภาพ 8 บิต ง. การใช้งานฟิลเตอร์บางตัวจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำสูงมาก 2. ข้อใดไม่ใช่ประเภทของฟิลเตอร์ในโปรแกรม Photoshop ก. Layer Style ข. Filter ค. Filter Gallery ง. Plug-In 3. ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือที่ช่วยแต่งภาพในหน้าต่าง Liquify ก. ข. ค. ง. 4. ข้อใดคืองานที่ได้จากการใช้เครื่องมือ ก. การสร้างภาพลวดลาย ข. การแต่งภาพให้ตึกสูงมากขึ้น ค. การแต่งผมให้หยิก ง. การทำตาให้กลมโต 5. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติและลักษณะของฟิลเตอร์ ก. ฟิลเตอร์ที่เลือกใช้งานนั้นเป็นฟิลเตอร์สำเร็จรูปไม่สามารถปรับค่าคุณสมบัติได้ ข. เป็นคำสั่งพิเศษสามารถตกแต่งภาพให้สวยงามภายในคำสั่งเดียว ค. เหมือนการซ้อนภาพด้วยแผ่นฟิล์มบางๆ ช่วยทำให้ภาพแปลกตาไป ง. สามารถใช้หลายฟิลเตอร์ในการตกแต่งภาพๆเดียวได้ 6. ฟิลเตอร์ในข้อใดไม่ได้สร้างโดยบริษัทผู้ผลิตโปรแกรม Photoshop ก. Distort ข. Sharpen ค. Brush Stroke ง. Eye Candy 7. โหมดภาพในข้อใดสามารถใช้งานได้กับฟิลเตอร์ทุกตัว ก. Bitmap ข. Indexed ค. RGB ง. Anisotopic 8. หากต้องทำให้ภาพเหมือนภาพสีน้ำมันควรเลือกใช้ฟิลเตอร์ข้อใด ก. Radial Blur ข. Polar Coordinater ค. Diffuse ง. Emboss 9. การปรับสัดส่วนของภาพควรใช้คำสั่งในข้อใด ก. Vanishing Point ข. Pattern Maker ค. Liquify ง. Extract


10. การติดตั้ง Plug-In หากไม่มีไฟล์ Setup ให้ทำการคัดลอกไฟล์นามสกุลดังข้อใดไปวางใน C:\Program Files\Adobe\PhotoshopCS4\Plug-Ins ก. *8fab ข. *8bf ค. *bf ง. *fab เฉลย 1. ก 2. ค 3. ง 4. ข 5. ก 6. ง 7. ค 8. ค 9. ค 10. ข


กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 12.1 คำสั่ง ตกแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ 1. ให้นักเรียนเลือกใช้งาน Filter ใน Photoshop ตกแต่งภาพต้นฉบับที่กำหนดมาให้ ภาพต้นฉบับ ภาพหลังปรับ


แบบประเมินผลการทำกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา โปรแกรมกราฟิก รหัสวิชา 2204-2105 ครั้งที่.................. หน่วยการเรียนที่..................... เรื่อง.................................................................................. ภาคเรียนที่.......... ปีการศึกษา..................... ระดับชั้น................ ห้อง...........ภาควิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เลขที่ ชื่อ - สกุล ระดับคุณภาพ หมายเหตุ ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ดี คือ ส่งงานก่อนหรือตรงกำหนดเวลา รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย พอใช้ คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนด แต่ไม่มีการติดต่อชี้แจงอย่างมีเหตุผลรับผังได้ ปรับปรุง คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนดหรือไม่ส่ง เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้ ลงชื่อ...................................................... (........................................................) ผู้ประเมิน


Click to View FlipBook Version