The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมไฟล์แผนการสอนรายวิชาโปรแกรมกราฟิก1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruKritsana หอมเชย, 2024-03-17 04:28:06

รวมไฟล์แผนการสอนรายวิชาโปรแกรมกราฟิก1

รวมไฟล์แผนการสอนรายวิชาโปรแกรมกราฟิก1

3. เลือกคำสั่ง Layer>Vector Mask>Current path 4. ส่วนที่อยู่นอกเหนือจากเส้นพาธจะหายไปสามารถนำพื้นที่นั้นไปสร้างงานอื่นๆ ต่อไปได้ 4. ทำความเข้าใจกับ Layer Blending Mode Layer Blending Mode เป็นการผสมสีภาพที่ซ้อนกันให้ออกมาเป็นสีใหม่ที่น่าสนใจ ก่อนที่เราจะทำ ความเข้าใจเกี่ยวกับ Blending Mode ต่างๆ มีคำศัพท์พื้นฐาน 3 คำที่เราควรรู้ก่อน คือ • Base Color เป็นสีของภาพที่อยู่ในเลเยอร์ด้านล่าง เป็นสีตัวตั้ง • Blend Color เป็นสีของภาพที่อยู่ในเลเยอร์ดานบน เป็นสีที่มาผสม • Result Color เป็นสีของภาพผลลัพธ์ ^ เลเยอร์ Background เป็น Base Color


^ เลเอยร์ที่ซ้อนทับเลเยอร์ Background เป็น Blend Color เราต้องเริ่มจกการเตรียมภาพทั้ง 2 ที่ต้องการ และให้เลือกว่าภาพใดจะเป็นภาพ Base Color และ ภาพใดจะเป็นภาพ Blend Color จากนั้นให้ดึงภาพทั้ง 2 มาไว้ไฟล์เดียวกันคนละเลเยอร์ 1. คลิกเมาส์เลือกเลเยอร์ที่ต้องการใช้ Background Mode


2. คลิกเลือก Hard Light ใน Blending Mode ^ ภาพหลังการใช้ Blending Mode ผสมสี 2 เลเยอร์ คลิกเมาส์ปรับความโปร่งใสของภาพได้ที่ Opacity (ในตัวอย่างเราเลือกค่าOpacity= 50% ) และเรา จะได้ผลลัพธ์ดังรูป ^ ผลลัพธ์


ใช้Brush Tool ตกแต่งภาพร่วมกับ BIending Mode เราสามารถใช้ Brush Tool เพิ่มสีเข้าไปในภาพ BIending Modeซึ่งจะช่วยให้ภาพในส่วน ของ Base Color มีความคมชัดเจนขึ้นในบริเวณที่เราเลือก ดังตัวอย่างต่อไปนี้ เราจะเลือกใช้สีแดงอ่อนๆ ระบายทับบริเวณที่เราต้องการให้เด่นขึ้น ^ ภาพก่อนการเปลี่ยนแปลง 1. คลิกเมาส์เลือก Brush Tool 2. คลิกเมาส์เลือกสีโฟร์กราวนด์


3. คลิกเลือกมีที่ต้องการ แล้วคลิกเมาส์ ok 4. ระบายสีในส่วนที่เราต้องการสร้างภาพให้เด่นขึ้น


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาที่เข้าเรียน 2. ให้นักศึกษาค้นคว้าวิธีการตกแต่งภาพในเลเยอร์ด้วยพาเล็ต Layer และการซ้อนภาพด้วย Layer Mask 3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับเรื่องเทคนิคการตกแต่งภาพในเลเยอร์ ขั้นสอน 26. บอกจุดประสงค์การเรียน 27. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการปฎิบัติในหัวข้อการเรียน หัวข้อการเรียน ใส่เอฟเฟ็กต์ ตกแต่งภาพด้วย Layer Style แต่งภาพด้วยสไตล์สำเร็จรูปในพาเนล Styles เจาะภาพให้ โปร่งใสด้วย Layer Mask เล็มส่วนเกินของภาพของด้วย Clipping Mask ตกแต่งภาพด้วย Fill Layer และ Adjustment Layer ทำความเข้าใจกับ Layer Blending Mode แสดงงานหลาย รูปแบบในไฟล์เดียวโดยใช้ Layer Comp และให้นักศึกษาปฎิบัติไปพร้อมกัน 28. ให้คำแนะนำ 29. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยอาจารย์จะซักถามในแต่ละบุคคล ขั้นสรุป 25. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญ 26. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย 27. มอบหมายให้ไปหัดทำและศึกษาเพิ่มเติม 28. ทำแบบทดสอบ 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อ 43. หนังสือประกอบการเรียนวิชา โปรแกรมกราฟิก 44. ใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย 45. แบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรู้ 46. ตัวอย่างแฟ้มสะสมชิ้นงาน 47. ชุดการสอน PowerPoint แต่ละหน่วยการเรียน 48. บทเรียนออนไลน์ 49. คอมพิวเตอร์ 6.2 แหล่งเรียนรู้ 31. ห้องสมุดสถานศึกษา 32. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 33. ผู้ปกครอง เพื่อน ๆ รุ่นพี่ และบุคลากรในสถานศึกษา 34. หนังสือ E-book, ELearning, Website ที่เกี่ยวข้อง 35. ครูผู้สอน


7. หลักฐานการเรียนรู้ - ใบความรู้ - ใบงาน / ผลงานนักเรียน 8. การวัดและประเมินผล 8.1 เครื่องมือประเมิน 21. ประเมิน : ทดสอบ 22. เครื่องมือ : แบบทดสอบ 23. เกณฑ์การให้คะแนน : ประเมินจากแบบประเมินกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 7.1 24. เกณฑ์การตัดสินการผ่าน : พอใช้(5 – 6 คะแนน) 8.2 เกณฑ์การประเมิน ดีมาก (9 – 10 คะแนน) ดี (7 – 8 คะแนน) พอใช้ (5 – 6 คะแนน) ปรับปรุง (ต่ำกว่า 5 คะแนน)


9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ 9.2 ปัญหาที่พบ 9.3 แนวทางแก้ปัญหา ลงชื่อ............................................. (.....................................................) ผู้ทำแผนการจัดการเรียนรู้


แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 7 เทคนิคการตกแต่งภาพในเลเยอร์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดคือการปรับภาพที่ซ้อนอยู่ในเลเยอร์ให้โปร่งใสมองทะลุไปยังพื้นหลังได้ ก. Layer Mask ข. Vector Mask ค. Clipping Mask ง. Opacity 2. ข้อใดคือการแสดงภาพให้อยู่ภายในขอบเขตของเส้น Path ที่วาดขึ้น ก. Layer Mask ข. Vector Mask ค. Clipping Mask ง. Opacity 3. ข้อใดคือการแสดงภาพให้อยู่ภายในขอบเขตของตัวอักษร ก. Layer Mask ข. Vector Mask ค. Clipping Mask ง. Opacity 4. ข้อใดคือการตกแต่งภาพโดยการเทสีลงบนเลเยอร์พิเศษที่แสดงซ้อนอยู่บนภาพ ก. Layer Mask ข. Vector Mask ค. Adjustment Layer ง. Fill Layer 5. ข้อใดคือการตกแต่งภาพโดยการปรับสีและความสว่างบนเลเยอร์พิเศษที่แสดงซ้อนอยู่บนภาพ ก. Layer Comp ข. Vector Mask ค. Adjustment Layer ง. Fill Layer 6. ข้อใดคือการตกแต่งภาพโดยใช้เทคนิคการผสมสีภาพระหว่างเลเยอร์ ก. Layer Comp ข. Blending Mode ค. Adjustment Layer ง. Fill Layer 7. ข้อใดคือเอฟเฟคใน Layer Style ที่เราใช้สำหรับเติมสีเส้นกรอบให้กับวัตถุ ก. Drop Shadow ข. Outer Glow ค. Satin ง. Stroke 8. ข้อใดคือเอฟเฟคใน Layer Style ที่เราใช้สำหรับใส่เงาให้กับวัตถุ ก. Drop Shadow ข. Outer Glow ค. Satin ง. Stroke 9. ข้อใดคือรูปแบบของสไตล์ในพาเล็ต Styles ที่เราใช้สำหรับสร้างปุ่มที่เคลื่อนไหวโต้ตอบเมาส์บนเว็บไซต์ ก. Button ข. Rollover ค. Image Effect ง. Text Effect 10. ข้อใดคือรูปแบบของสไตล์ในพาเล็ต Styles ที่เราใช้สำหรับตกแต่งภาพ ก. Button ข. Rollover ค. Image Effect ง. Text Effect เฉลย 1. ง 2. ข 3. ค 4. ง 5. ค 6. ข 7. ง 8. ก 9. ข 10. ค


กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 7.1 คำสั่ง 6. ให้นักศึกษาออกแบบโปสเตอร์ดังรูป


แบบประเมินผลการทำกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา โปรแกรมกราฟิก รหัสวิชา 2204-2105 ครั้งที่.................. หน่วยการเรียนที่..................... เรื่อง.................................................................................. ภาคเรียนที่.......... ปีการศึกษา..................... ระดับชั้น................ ห้อง...........ภาควิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เลขที่ ชื่อ - สกุล ระดับคุณภาพ หมายเหตุ ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ดี คือ ส่งงานก่อนหรือตรงกำหนดเวลา รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย พอใช้ คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนด แต่ไม่มีการติดต่อชี้แจงอย่างมีเหตุผลรับผังได้ ปรับปรุง คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนดหรือไม่ส่ง เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้ ลงชื่อ...................................................... (........................................................) ผู้ประเมิน


หน่วยที่ 8 จำนวน 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 12-13 บูรณาการ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิก ชื่อหน่วย การวาดภาพและรูปทรง ชื่อเรื่อง การวาดภาพและรูปทรง 1. สาระสำคัญ เราสามารถใช้โปรแกรม Photoshop วาดภาพหรือระบายสีภาพได้ซึ่งในบทนี้เราจะเอาใจคนที่ชอบ วาดการ์ตูน โดยจะกล่าวถึงเทคนิคการนำภาพการ์ตูนที่วาดมาลงสีด้วย Photoshop 2. สมรรถนะประจำหน่วย - ออกแบบภาพกราฟิกตามหลักองค์ประกอบศิลป์ - สร้างภาพกราฟิกและจัดการแฟ้มภาพด้วยโปรแกรมกราฟิก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย 1. วาดภาพด้วยรูปทรงสำเร็จรูปได้ 2. วาดรูปทรงอิสระได้ 3. ใช้คำสั่งจัดการกับส่วนประกอบของพาธได้ 4. สาระการเรียนรู้ 1. ลักษณะของภาพเวกเตอร์ ภาพแบบเวคเตอร์ใน Photoshop แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เส้นพาธ (Path) คือ ภาพที่เป็นเส้นโครงร่างโดยยังไม่กำหนดสีเส้นหรือสีพื้น ดังนั้น เส้นพาธจะไม่ปรากฏ ในภาพผลลัพธ์ที่ยำไปใช้งาน รูปทรง (Shape) คือ เส้นพาธที่กำหนดสีขาวส่วนต่าง ๆ ดังนั้น รูปทรงจะปรากฏในภาพผลลัพธ์ลักษณะ เด่นของภาพแบบเวคเตอร์ คือ เราสามารถย่อหรือขยายขนาดเท่าไร่ก็ได้ โดยที่ภาพยังคงความชัดเหมือนเดิม การแปลงภาพเวคเตอร์เป็นราสเตอร์ควรทำให้ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อต้องบันทึกผลลัพธ์เพื่อนำไปใช้งาน แต่ถ้า สามารถใช้รูปแบบไฟล์ผลลัพธ์ที่เก็บข้อมูลเวคเตอร์ได้ เช่น PSD และ PDF คุณสมบัติของภาพเวคเตอร์จะยังคง อยู่จนถึงขั้นตอนการพิมพ์ กลุ่มเครื่องมือวาดภาพแบบเวกเตอร์ (Vector) เครื่องมือวาดภาพแบบเวคเตอร์ของ Photoshop แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังรูป


เครื่องมือวาดเส้นพาธหรือรูปทรงด้วยตนเอง Pen ใช้วาดเส้นพาธหรือรูปทรงด้วยวิธีกำหนดจุด และแนวเส้น Freeform Pen ใช้วาดเส้นพาธหรือรูปทรงด้วยวิธีคลิก ลากเมาส์แบบอิสระ Add Anchor Point เพิ่มจุดที่ใช้กำหนดเส้นและรูปทรง (จุดแองเคอร์) Delete Anchor Point ลบจุดแองเคอร์ Convert Point ใช้เปลี่ยนส่วนโค้งเป็นมุมหรือกลับกัน เครื่องมือปรับแต่งเส้นพาธ Path Selection ใช้เลือกเส้นพาธทั้งเส้น เพื่อย้ายตำแหน่ง ปรับขนาด หมุน บิดรูปทรง หรือเปลี่ยนคุณสมบัติต่าง ๆ Direct Selection ใช้เลือกจุดแองเคอร์หรือท่อนย่อยของเส้น พาธ เพื่อย้ายหรือดัดแปลงรูปทรง เครื่องมือวาดรูปทรงเรขาคณิตและรูปทรงสำเร็จรูป Rectangle วาดรูปสี่เหลี่ยม Rounded Rectangle วาดรูปสี่เหลี่ยมมุมโค้ง Ellipse วาดรูปวงกลม/วงรี Polygon ใช้วาดรูปหลายเหลี่ยมหรือรูปดาว Line วาดเส้นตรงหรือลูกศร Custom Shape วาดรูปทรงสำเร็จรูปต่าง ๆ ส่วนประกอบของเส้นพาธ เส้นพาธซึ่งเป็นพื้นฐานของภาพแบบเวคเตอร์ มีส่วนประกอบต่าง ๆ ดังรูป


1. Anchor Point จุดแองเคอร์ คือ จุดที่ใช้กำหนดตำแหน่งเริ่มต้นและสิ้นสุดของเส้นพาธ 2. Direction Line เป็นแขนใช้กำหนดแนวของเส้นพาธที่ออกจากจุดแองเคอร์ 3. Direction Point เป็นจุดที่ใช้กำหนดความโค้งของเส้นพาธแต่ละท่อน 4. Smooth Point เป็นจุดที่อยู่บนเส้นโค้งวาดเส้นพาธหรือรูปทรงแบบกำหนดจุดและเส้น การวาดรูปหลายเส้นด้วยเครื่องมือ Pen 1. คลิกเครื่องมือ Pen 2. กำหนดออปชั่นต่าง ๆ บนออปชั่นบาร์ 3. ใช้เมาส์รูป คลิกเพื่อสร้างจุด Anchor จุดแรก แล้วปล่อยเมาส์ 4. เลื่อนเมาส์รูป ไปคลิกจุดต่อไปตามต้องการจะเกิดเส้นตรงเชื่อมต่อระหว่างจุดเหล่านี้ 5. กลับไปคลิกที่จุดเริ่มต้นเพื่อปิดเส้น Path โดยเมาส์จะเปลี่ยนเป็นรูป จะได้เส้นเชื่อมจากจุดเส้นท้าย มายังจุดเริ่มต้นจนครบวง การสร้างเส้นโค้งด้วยเครื่องมือ Pen การสร้างเส้นโค้งด้วยเครื่องมือ Pen ทำได้โดยการคลิกลากที่ Direction Point ตรงปลายเส้นที่ยื่น ออกมาจากจุดแองเคอร์ ซึ่งทิศทางในการลาก Direction Point จะส่งผลต่อลักษณะการโค้งของเส้น เมื่อเรา ฝึกใช้เครื่องมือนี้จนชำนาญจะสามารถสร้างภาพกราฟิกส์ที่ซับซ้อนได้ 1. คลิกเลือกเครื่องมือ 2. กำหนดออปชั่นต่างๆบนออปชั่นบาร์ 3. ใช้เมาส์รูป คลิกค้างที่จุดเริ่มต้น แล้วลากเส้น Direction ออกจากจุดแองเคอร์จุดแรก 4. ใช้เมาส์รูป คลิกสร้างจุดใหม่ พร้อมทั้งลากเส้น Direction โดยทิศทางการลากจะส่งผลต่อลักษณะของเส้น เช่น 4.1 ถ้าลากไปในทิศทางเดียวกันกับจุดที่แล้วก็จะได้ เส้นในลักษณะตัว S


4.2 ถ้าลายในทิศทางตรงกันข้ามกับจุดที่แล้วก็จะได้เส้นใน ลักษณะตัว C 5. สร้างส่วนโค้งเพิ่มเติมตามต้องการ แล้วปิดเส้นด้วยวิธีการเดียวกับการสร้างรูปหลายเหลี่ยม การสร้างรูปทรงอิสระด้วยเครื่องมือ Pen นอกจากการสร้างเส้นตรงและเส้นโค้งโดยใช้เครื่องมือ Pen แล้ว เรายังใช้เครื่องมือ Freeform Pen เพื่อสร้าง Path รูปอิสระได้เช่นเดียวกับการใช้เครื่องมือ Lasso สร้าง Selection โดยโปรแกรมจะวางจุดแอง เคอร์ต่าง ๆ ให้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับแต่งเส้น Path ได้เช่นเดียวกับ Path ที่สร้างด้วย เครื่องมือ Pen 1. เลือกเครื่องมือ Freeform Pen 2. กำหนดออปชั่นต่าง ๆ บนออปชั่นบาร์ 3. ใช้เมาส์รูป คลิกลากเป็นรูปร่างตามต้องการ 4. เมื่อปล่อยเมาส์ก็จะได้เส้น Path 5. ถ้าต้องการสร้างรูปทรงแบบปลายปิด ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ คลิกลากไปบรรจบกับจุดเริ่มต้น (เมาส์จะเป็น รูป) แล้วปล่อยเมาส์ กด Ctrl ที่คีย์บอร์ดค้างไว้แล้วปล่อยเมาส์ จะ เกิดเส้นตรงเชื่อมระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้าย โดยอัตโนมัติ การสร้างรูปทรงเรขาคณิตและรูปทรงสำเร็จรูป นอกจากการวาดเส้นพาธหรือรูปทรงเองแล้ว สำหรับรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานก็สามารถวาดได้ โดยใช้ เครื่องมือกลุ่ม Shape นอกจากนี้แล้วโปรแกรม Photoshop CS3 ยังมีรูปทรงสำเร็จรูปต่าง ๆ ให้มาด้วย ซึ่ง อาจจะนำมาใช้ตรง ๆ หรือดัดแปลงเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รูปทรงที่แปลกออกไปสำหรับตกแต่งภาพก็ได้ วิธีการใช้งานเครื่องมือกลุ่ม Shape ทุกชิ้นจะมีขั้นตอนที่เหมือนกัน คือ 1. คลิกเครื่องมือจากทูลบ็อกซ์ 2. กำหนดออปชั่นบนออปชั่นบาร์


3. ใช้เมาส์รูป คลิกลากบนรูปภาพให้ได้ขนาดและรูปทรงตามต้องการ ถ้าต้องการสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส วงกลม หรือคงสัดส่วนเดิมของรูปทรงสำเร็จรูป ให้กด Shift ที่ คีย์บอร์ดค้างไว้ขณะที่คลิกลากเมาส์ ถ้าต้องการให้รูปทรงขยายตัวออกจากจุดเริ่มต้นคลิกลากเมาส์ แล้วกด Alt ที่คีย์บอร์ดค้างไว้ รูปทรงที่ได้คือเส้น Path ที่โปรแกรมสร้างให้โดยอัตโนมัติ ออปชั่นของเครื่องมือ Shape ชนิดต่าง ๆ เมื่อเราคลิกเลือกเครื่องมือสร้างรูปทรงแต่ละชนิด บนออปชั่นบาร์จะแสดงออปชั่นสำหรับเครื่องมือนั้นๆ ซึ่งมีบางส่วนที่เหมือนกัน เช่น ปุ่ม Shape Layers และปุ่ม Paths ซึ่งมีรายละเอียดเหมือนกับออปชั่นของเครื่องมือ Pen ปุ่ม Fill Pixels สำหรับสร้างรูปทรงเป็นภาพราสเตอร์ขึ้นบนเลเยอร์ปัจจุบันโยตรง โดยภาพที่ได้จะถูก เติมด้วยสี Foreground เมื่อเราคลิกปุ่มนี้ตะปรากฏออปชั่นเพิ่มเติมให้เราปรับค่าต่าง ๆ ได้แก่ ออปชั่น Mode, Opacity และ Anti – alias สำหรับออปชั่นเฉพาะของเครื่องมือแต่ละชนิดนั้น เราจะต้องคลิกปุ่ม เพื่อเปิดรายการออปชั่นย่อย ออกมา เครื่องมือ Rectangle ออปชั่นเฉพาะของเครื่องมือ Rectangle ดังนี้ Unconstrained รูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดอิสระตามการคลิกลากเมาส์ Square ใช้สำหรับการสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส Fixed Size ใช้สร้างรูปสี่เหลี่ยมที่มีขนาดแน่นอน โดยกำหนดความกว้าง (W) และความ สูง (H) Proportional ใช้สร้างรูปสี่เหลี่ยมที่มีสัดส่วนแน่นอน โดยกำหนด สัดส่วนความกว้าง (W) ต่อความสูง From Center รูปสี่เหลี่ยมที่สร้างจะขยายขนาดจากจุดศูนย์กลาง ที่คลิกลากเมาส์


Snap to Pixels ให้ขอบของรูปทรงสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกับแนวพิกเซลของภาพพอดี เครื่องมือ Rounded Rectangle ออปชั่นของเครื่องมือนี้จะเหมือนกับเครื่องมือ Rectangle แต่มีเพิ่มขึ้นมา คือ Rounded Rectangle ใช้กำหนดรัศมีความโค้งมนของมุม เครื่องมือ Ellipse ออปชั่นจะคล้ายเครื่องมือ Rectangle โดยมีส่วนที่ต่าง ออกไป คือ Circle ใช้สร้างรูปวงกลมที่สมบูรณ์แบบ คือ เท่ากันทุก ด้าน ทำนองเดียวกับออปชั่น Square ของเครื่องมือ Rectangle เครื่องมือ Polygon ประกอบด้วยออปชั่นเฉพาะ ดังนี้ Sides ใช้กำหนดจำนวนด้านของรูปหลายเหลี่ยมได้ตามต้องการ เช่น ถ้าสร้างรูป 5 เหลี่ยมก็ใส่ค่า 5 Radius ใช้สร้างรูปหลายเหลี่ยมที่มีขนาดแน่นอน โดยกำหนดค่า รัศมีจากจุดศูนย์กลางถึงยอดแหลมของมุม Smooth Corners ใช้กำหนดให้มุมของรูปหลายเหลี่ยมโค้งมน Star ใช้สร้างรูปดาว Indent Sides By กำหนดระยะที่เว้าเข้าไปของรูปดาว โดยระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ 1-99 Smooth Indents กำหนดให้มุมที่เว้าเข้าไปมีความโค้งมน เครื่องมือ Line ประกอบด้วยออปชั่นเฉพาะ ดังนี้ Weight ใช้กำหนดความหนาของเส้น Arrowheads ใช้สร้างและกำหนด คุณสมบัติของหัวลูกศร - Start สร้างหัวลูกศรที่ส่วนหัวของเส้น


- End สร้างหัวลูกศรที่ส่วนท้ายของเส้น - Width กำหนดความกว้างของหัวลูกศร (ตั้งแต่ 10% - 1,000% ของความหนาเส้น) - Length กำหนดความยาวของหัวลูกศร (ตั้งแต่ 10% - 5,000% ของความหนาเส้น) - Concavity กำหนดค่าความเว้าข้าวของฐานลูกศร (ตั้งแต่ -50% จนถึง +50%) เครื่องมือ Custom Shape ประกอบด้วยออปชั่นเฉพาะ ดังนี้ Shape ใช้เลือกรูปทรงสำเร็จรูปจากพาเล็ต Custom Shapes Defined Proportions กำหนดให้ใช้สัดส่วนเดิม ของรูปทรงสำเร็จรูป Defined Size กำหนดให้ใช้ขนาดเดิมของรูปทรง การใช้พาเล็ต Custom Shape พาเล็ต Custom Shape ใช้สำหรับจัดเก็บรูปทรงสำเร็จรูปต่าง ๆ ที่โปรแกรมเตรียมไว้ให้ ซึ่งเรา สามารถเรียกมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างเอง นอกจากนี้ เรายังสามารถสร้างรูปทรงที่ต้องใช้บ่อย ๆ เก็บไว้ได้ ด้วยเช่นกัน ในเมนูของพาเล็ต Custom Shape จะประกอบด้วนคำสั่งต่าง ๆ เหมือนพาเล็ตอื่น โดยที่ส่วนล่างของ เมนูจะเป็นชื่อชุดรูปทรงซึ่งเราสามารถเปิดขึ้นมาใช้เพิ่มเติมได้นอกจากรูปทรงที่มีอยู่เดิม แต่ถ้าต้องการดูรูปทรง ทั้งหมดให้เลือกคำสั่ง All


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาที่เข้าเรียน 2. ให้นักศึกษาค้นคว้าลักษณะของภาพเวกเตอร์และวิธีการวาดภาพที่ต้องการด้วยรูปทรงเลขาคณิต และรูปทรงสำเร็จรูป 3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับการวาดภาพใน Photoshop ขั้นสอน 30. บอกจุดประสงค์การเรียน 31. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการปฎิบัติในหัวข้อการเรียน หัวข้อการเรียน ลักษณะของ ภาพเวกเตอร์ การวาดรูปทรงสำเร็จรูป (Shape Tool) ตัวอย่างการวาดภาพด้วยรูปทรง เรขาคณิต ตัวอย่างการวาดภาพด้วยรูปทรงสำเร็จรูป การวาดรูปทรงอิสระ(Pen Tool) ตัวอย่างการฝึกวาดเส้นพาธด้วย Pen Tool การทำงานกับเส้นพาธ และให้นักศึกษาปฎิบัติไป พร้อมกัน 32. ให้คำแนะนำ 33. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยอาจารย์จะซักถามในแต่ละบุคคล ขั้นสรุป 29. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญ 30. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย 31. มอบหมายให้ไปหัดทำและศึกษาเพิ่มเติม 32. ทำแบบทดสอบ 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อ 50. หนังสือประกอบการเรียนวิชา โปรแกรมกราฟิก 51. ใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย 52. แบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรู้ 53. ตัวอย่างแฟ้มสะสมชิ้นงาน 54. ชุดการสอน PowerPoint แต่ละหน่วยการเรียน 55. บทเรียนออนไลน์ 56. คอมพิวเตอร์ 6.2 แหล่งเรียนรู้ 36. ห้องสมุดสถานศึกษา 37. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 38. ผู้ปกครอง เพื่อน ๆ รุ่นพี่ และบุคลากรในสถานศึกษา 39. หนังสือ E-book, ELearning, Website ที่เกี่ยวข้อง 40. ครูผู้สอน


7. หลักฐานการเรียนรู้ - ใบความรู้ - ใบงาน / ผลงานนักเรียน 8. การวัดและประเมินผล 8.1 เครื่องมือประเมิน 25. ประเมิน : ทดสอบ 26. เครื่องมือ : แบบทดสอบ 27. เกณฑ์การให้คะแนน : ประเมินจากแบบประเมินกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 8.1 28. เกณฑ์การตัดสินการผ่าน : พอใช้(5 – 6 คะแนน) 8.2 เกณฑ์การประเมิน ดีมาก (9 – 10 คะแนน) ดี (7 – 8 คะแนน) พอใช้ (5 – 6 คะแนน) ปรับปรุง (ต่ำกว่า 5 คะแนน)


9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ 9.2 ปัญหาที่พบ 9.3 แนวทางแก้ปัญหา ลงชื่อ............................................. (.....................................................) ผู้ทำแผนการจัดการเรียนรู้


แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 8 การวาดภาพและรูปทรง คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการวาดภาพในโปรแกรม Photoshop ก. หลักการเหมือนกับการระบายสี ข. ใช้เส้นพาธในการดัดให้เกิดรูปร่างต่างๆ ค. เป็นลักษณะของภาพเวกเตอร์ ง. รูปทรงที่เกิดจากการวาดสามารถย่อขยายได้ไม่มีผลกับพิกเซล 2. เครื่องมือในข้อใดใช้ในการสร้างเส้นพาธที่มีรูปทรงอิสระ ก. Rectangle Tool ข. Pen Tool ค. Polygon Tool ง. Custom Shape Tool 3. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกรูปแบบเส้นพาธเป็น ที่ออบชั่นบาร์ ก. เส้นพาธที่ได้เป็นภาพเวกเตอร์ ข. มีสีพื้นหลังเป็นสีโฟร์กราวนด์ ค. ไม่มีสีเส้นขอบของภาพ ง. แสดงอยู่ในเลเยอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ 4. ข้อใดเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเพิ่มจุดในแนวเส้นพาธ ก. Add Anchor Point Tool ข. Convert Point Tool ค. Path Selection Tool ง. Direct Selection Tool 5. การวาดภาพวงกลมหรือวงรีโดยหากต้องการวาดอิสระตามการลากเมาส์ควรกำหนด Ellipse Option ตามข้อใด ก. Circle (draw diameter or radius) ข. Proportional ค. From Center ง. Unconstrained 6. ถ้าเราต้องการสร้างเส้นพาธรูปเดิมแล้วคัดลองไปวางในไฟล์อื่น ทำการคัดลอกโดยคลิกเมาส์บนเส้นพาธที่ ต้องการคัดลอกพร้อมกดปุ่มบนคีย์บอร์ดข้อใด ก. <Alt> ข. <Ctrl> ค. <Alt+Ctrl> ง. <Ctrl+Shift> 7. ข้อใดคือความหมายของการรวมพาธแบบ Exclude overlapping shape areas ? ก. เหลือไว้เฉพาะพื้นที่ที่ซ้อนทับกัน ข. เหลือไว้เฉพาะส่วนที่ไม่ซ้อนทับกัน ค. รวมพาธเข้าด้วยกัน ง. ลบพาธส่วนที่1 ด้วยพาธส่วนที่2


8. การวาดภาพหลายเหลี่ยม หากกำหนดค่าในออบชั่นบาร์ดังนี้Star = 6 เหลี่ยม , Indent Sides By = 50% , Smooth Idents ภาพที่ได้จะเป็นไปตามข้อใด ก. ข. ค. ง. 9. จากภาพหากใช้เทคนิคการซ้อนทับภาพข้อใดคือค่าที่กำหนดในออบชั่นบาร์ ก. ข. ค. ง. 10. ข้อใดคือการเลือกใช้งานเส้นพาธหลายออบเจ็คต์? ก. <Shift>+คลิกเลือกเส้นพาธที่ต้องการ ข. <Ctrl>+คลิกเลือกเส้นพาธที่ต้องการ ค. <Alt>+คลิกเลือกเส้นพาธที่ต้องการ ง. <Ctrl+A> เฉลย 1. ก 2. ข 3. ค 4. ก 5. ง 6. ก 7. ข 8. ค 9. ง 10. ก


กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 8.1 คำสั่ง 7. ให้นักศึกษาออกแบบแพคเกจท่องเที่ยว ดังรูป


แบบประเมินผลการทำกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา โปรแกรมกราฟิก รหัสวิชา 2204-2105 ครั้งที่.................. หน่วยการเรียนที่..................... เรื่อง.................................................................................. ภาคเรียนที่.......... ปีการศึกษา..................... ระดับชั้น................ ห้อง...........ภาควิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เลขที่ ชื่อ - สกุล ระดับคุณภาพ หมายเหตุ ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ดี คือ ส่งงานก่อนหรือตรงกำหนดเวลา รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย พอใช้ คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนด แต่ไม่มีการติดต่อชี้แจงอย่างมีเหตุผลรับผังได้ ปรับปรุง คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนดหรือไม่ส่ง เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้ ลงชื่อ...................................................... (........................................................) ผู้ประเมิน


หน่วยที่ 9 จำนวน 4 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 14 บูรณาการ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิก ชื่อหน่วย ความรู้เรื่องสีและการลือกใช้โหมดสี ชื่อเรื่อง ความรู้เรื่องสีและการลือกใช้โหมดสี 1. สาระสำคัญ สีที่เรามองเห็นรอบๆ ตัวนั้น เกิดขึ้นได้จากการที่ตาของเรารับแสงที่สะท้อนมาจากวัตถุเหล่านั้น ซึ่ง ความยาวของคลื่นแสงที่แตกต่างกัน จะส่งผลให้เรามองเห็นสีที่แตกต่างกันด้วย และสำหรับงานคอมพิวเตอร์ กราฟิกนั้นจะมีการผสมสีที่เกิดจากแสงแสดงบนจอภาพ หรือการผสมหมึกสีพิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์ 2. สมรรถนะประจำหน่วย - ออกแบบภาพกราฟิกตามหลักองค์ประกอบศิลป์ - สร้างภาพกราฟิกและจัดการแฟ้มภาพด้วยโปรแกรมกราฟิก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย 1. อธิบายลักษณะโมเดลสีแบบต่างๆ ได้ 2. อธิบายโหมดสีใน Photoshop ได้ 3. เปลี่ยนโหมดสีของภาพได้ 4. สาระการเรียนรู้ โหมดสื (Color Mode) Photoshop เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการจัดการกับภาพในระบบ Digital โดยเฉพาะ การใช้สื โหมด ต่างๆ จึงถูกสร้างขึนมาเพื่อใช้ในงานที่แตกต่างกันไป สำหรับ Photoshop จะมโหมดสีอยู่ ด้วยกัน นั้งหมด 8 โหมดคือ 1. Bitmap 2. Grayscale 3. Duotone 4. Indexed Color 5. RGB Color 6. CMYK 7. Lab Color 8. Multichannel แต่ละโหมดมีจักษณะดังนี้


Bitmap โหมดสีที่มีการเก็บข้อมูลสีเพียง 1 Bit ต่อ Pixel ซึ่งจะ ทำ ให้รูปในโหมดนี้มีเพียง สีขาวหรอดำเท่านั้น และไม1 สามารถไล่ เฉดสีได้ทำให้ภาพหยาบมากและไม1สามารถ ตกแต่งใด ๆ ได้ ข้อดืของโหมดภาพแบบนี้คือ ภาพที่ได้จาก โหมด นี้จะมีขนาดที่เล็กมาก สามารถใช้สร้างภาพลายเล็น ห้รือโลโกที่ไม่ ต้องการสีจันได้ Grayscale โหมดสำหรับภาพขาวดำ สามารถไล่เฉดสีได้ทำให้ ภาพมี ความคมชัดกว่าโหมด Bitmap มาก สามารถใช้กับ เครื่องมือใน Photoshop ได้แทบทุกตัว Duotone โหมดสีที่สามารถปรับความคมชัดและเฉดสีของภาพ แบบ Grayscale ให้มีความหลากหลายมากขึน สามารถใช้สี อื่นๆ เช้ามาเส‘ริมในสีดำทำให้ภาพมีความน่าสนใจมากขึน Indexed Color โหมดสีที่'จำกัด,ไว้เพียง 256 สี โดย Photoshop จะ ปรับสีให้ใกล้เคียงกับสีที่กำหนดไว้นั้ง 256 สีที่ถูกกำหนดไว้ แล้ว ซึ่งจะทำให้ขนาดของภาพไม่ใหญ่มาก และยังคง คุณสมปติของ ภาพไว้อย่างครบถ้วน RGB Color โหมดสีที่ถอดคุณสมปติของภาพแบบ RGB มาสร้าง เป็น โหมดภาพ โดยมีสี แดง เขียว และนำเงิน ซึ่งแต่ละสีจะ สามารถ ไล่เฉดสีได้ 256 ระดับ โดยใช้หลักการการรวมแสงสี ซึ่งสามารถ สร้างสีได้สูงสุด 16.7 ล้านสี หลักการแสดงสีของ จอคอมพิวเตอร์ นั้นจะแสดงเป็น RGB อยู่แล้ว ฉะนั้นไม1ว่าจะ เลือกโหมดการ ทำงานใดก็ตาม การแสงดผลบนจอภาพก็จะ ใช้เป็น RGB อยู่ เช่นเดิม


CMYK โหมดมาตรฐานสำหรับเคีรองพิมพ์โดยแบ่งลืเป็น 4 หลัก ได้แก่ ชมพูม่วง เหลือง และดำ โดยใน แต่ละสี'จะมีค่า 8 Bit ซึ่ง ทำให้ในแต่ละ Pixel จะเก็บค่าถึง 32 Bit ในโหมดนี้ Photoshop ลัดเต่รยมสำหรับภาพที่ใช้ในการ พิมพ์โดยแก้ไข จุดบกพร่องของโหมดลื RBG ที่เค่รองพิมพ์ไม1 สามารถพิมพ์ ออกไปได้ โหมด RGB (Red, Green, Blue) ประกอบด้วยสีสามสี คือ สีแดง, สีเขียว และสีนำเงินซึ่งการสร้างงานกราฟพิคนี้น เราจะใช้ โหมด RGB นี้เป็นหลไา โหมด RGB นี้สี'จะเกิดขีน'จากการผสมแสง สามสี ให้เกิด เป็นจุดสีระบบสี RGB เป็นระบบสีของแสง ซึ่ง เกิดจากการหักเหของแสงผ่านแท่งแก้วปริซึม จะเกิดแถบสีที่เรยก ว่า สี รุ้ง หรอ Spectrum ซึ่งแยกสีตามที่สายตามองเห็นได้ 7 สี คือ แดง แสด เหลือง เขียว นำเงิน คราม ม่วง ซึ่งเป็น พลังงานอยู่ในรูป ของรังสี ที่มืช่1วงคลื่น'ที่สายตา สามารถมองเห็นได้ แสงสีม่วงมื ความถี่คลื่นสูงที่สุด คลื่นแสงที่มืความถี่สูงกว่าแสงสีม่วง เรยกว่า อัลตราไวโอเลต ( Ultraviolet) และคลื่นแสงสีแดง มี ความถี่คลื่น ตํ่าที่สุด คลื่นแสง ที่ตํ่ากว่าแสงสีแดงเรยกว่า อินฟราเรด ( Infrared) คลื่นแสงที่มืความถี่ สูงกว่าสีม่วงและตํ่า กว่าสืแดงนั้น สายตาของมนุษยํเไม1สามารถรับได้ และเมื่อศึกษาดูแล้วแสงสี นั้ง หมดเกิดจาก แสงสี 3 สี คือ สีแดง ( Red ) สีนำเงิน ( Blue)และ:สื เขียว ( Green )นั้งสามสีถือเป็น แม่สีของแสง เมื่อนำมาฉายรวมกัน จะทำให้เกิดสีใหม่ อีก 3 สี คือ สีแดงมาเจนต้า สีฟาไซแอน และสี เหลืองและถ้าฉายแสงสีนั้งหมดรวมกันจะได้แสงสีขาวจากคุณสมปต ของแสงนี้เราได้นำมาใช้


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาที่เข้าเรียน 2. ให้นักศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการเลือกสีโฟร์กราวนด์และแบ็คกราวนด์ การตรวจดูค่าสีด้วยพาเล็ต Info และการเปรียบเทียบค่าสีโดยใช้ Color Sample tool 3. ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการทำงานกับสีและการระบายสีใน Photoshop ขั้นสอน 34. บอกจุดประสงค์การเรียน 35. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการปฎิบัติในหัวข้อการเรียน หัวข้อการเรียน โมเดลการ มองเห็นสีทั่วไป โมเดลการมองเห็นสีในโปรแกรม Photoshop การเปลี่ยนโหมดสีของภาพและ ให้นักศึกษาปฎิบัติไปพร้อมกัน 36. ให้คำแนะนำ 37. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยอาจารย์จะซักถามในแต่ละบุคคล ขั้นสรุป 33. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญ 34. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย 35. มอบหมายให้ไปหัดทำและศึกษาเพิ่มเติม 36. ทำแบบทดสอบ 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อ 57. หนังสือประกอบการเรียนวิชา โปรแกรมกราฟิก 58. ใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย 59. แบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรู้ 60. ตัวอย่างแฟ้มสะสมชิ้นงาน 61. ชุดการสอน PowerPoint แต่ละหน่วยการเรียน 62. บทเรียนออนไลน์ 63. คอมพิวเตอร์ 6.2 แหล่งเรียนรู้ 41. ห้องสมุดสถานศึกษา 42. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 43. ผู้ปกครอง เพื่อน ๆ รุ่นพี่ และบุคลากรในสถานศึกษา 44. หนังสือ E-book, ELearning, Website ที่เกี่ยวข้อง 45. ครูผู้สอน 7. หลักฐานการเรียนรู้ - ใบความรู้ - ใบงาน / ผลงานนักเรียน


8. การวัดและประเมินผล 8.1 เครื่องมือประเมิน 29. ประเมิน : ทดสอบ 30. เครื่องมือ : แบบทดสอบ 31. เกณฑ์การให้คะแนน : ประเมินจากแบบประเมินกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 9.1 32. เกณฑ์การตัดสินการผ่าน : พอใช้(5 – 6 คะแนน) 8.2 เกณฑ์การประเมิน ดีมาก (9 – 10 คะแนน) ดี (7 – 8 คะแนน) พอใช้ (5 – 6 คะแนน) ปรับปรุง (ต่ำกว่า 5 คะแนน)


9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ 9.2 ปัญหาที่พบ 9.3 แนวทางแก้ปัญหา ลงชื่อ............................................. (.....................................................) ผู้ทำแผนการจัดการเรียนรู้


แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 9 ความรู้เรื่องสีและการเลือกใช้โหมดสี คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดคือลักษณะโมเดลสีแบบ HSB ก. การมองเห็นสีของของมนุษย์ ข. การแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์ ค. การแสดงสีของเครื่องพิมพ์ ง. ตามมาตรฐานกลางของการวัดสีทุกรูปแบบ 2. ข้อใดคือลักษณะโมเดลสีแบบ RGB ก. การมองเห็นสีของของมนุษย์ ข. การแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์ ค. การแสดงสีของเครื่องพิมพ์ ง. ตามมาตรฐานกลางของการวัดสีทุกรูปแบบ 3. ข้อใดคือลักษณะโมเดลสีแบบ CMYK ก. การมองเห็นสีของของมนุษย์ ข. การแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์ ค. การแสดงสีของเครื่องพิมพ์ ง. ตามมาตรฐานกลางของการวัดสีทุกรูปแบบ 4. ข้อใดคือลักษณะโมเดลสีแบบ Lab ก. การมองเห็นสีของของมนุษย์ ข. การแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์ ค. การแสดงสีของเครื่องพิมพ์ ง. ตามมาตรฐานกลางของการวัดสีทุกรูปแบบ 5. ถ้าต้องการนำไปผลิตงานสิ่งพิมพ์สีเดียว ควรเลือกเปลี่ยนเป็นโหมดสีชนิดใด ก. CMLY ข. Grayscale ค.Bitmap ง. Duotone 6. งานประเภท โลโก้เครื่องหมายการค้าควรเลือกเปลี่ยนเป็นโหมดสีชนิดใด ก. CMLY ข. Grayscale ค. Bitmap ง. Duotone 7. งานประเภทใบปลิว 2 สีควรเลือกเปลี่ยนเป็นโหมดสีชนิดใด ก. CMLY ข. Grayscale ค. Bitmap ง. Duotone 8. การเปลี่ยนโหมดสีชนิดใด ไม่สามารถทำได้ ก. CMYK เป็น RGB ข. Bitmap เป็น Grayscale ค. Grayscale เป็น Bitmap ง. Grayscale เป็น Duotone เฉลย 1. ก 2. ข 3. ค 4. ง 5. ข 6. ค 7. ง 8. ข 9. ก. 10. ค


กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 9.1 คำสั่ง 8. ให้นักศึกษาเปลี่ยนโหมดดังต่อไปนี้ - เปลี่ยนโหมดสี RGB เป็น CMYK - เปลี่ยนโหมดสี CMYK เป็น RGB - เปลี่ยนโหมดสีเป็น Grayscale - เปลี่ยนโหมดสีเป็น Bitmap


แบบประเมินผลการทำกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา โปรแกรมกราฟิก รหัสวิชา 2204-2105 ครั้งที่.................. หน่วยการเรียนที่..................... เรื่อง.................................................................................. ภาคเรียนที่.......... ปีการศึกษา..................... ระดับชั้น................ ห้อง...........ภาควิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เลขที่ ชื่อ - สกุล ระดับคุณภาพ หมายเหตุ ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ดี คือ ส่งงานก่อนหรือตรงกำหนดเวลา รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย พอใช้ คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนด แต่ไม่มีการติดต่อชี้แจงอย่างมีเหตุผลรับผังได้ ปรับปรุง คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนดหรือไม่ส่ง เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้ ลงชื่อ...................................................... (........................................................) ผู้ประเมิน


หน่วยที่ 11 จำนวน 4 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 16 บูรณาการ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิก ชื่อหน่วย ตกแต่งภาพด้วยการรีทัช ชื่อเรื่อง ตกแต่งภาพด้วยการรีทัช 1. สาระสำคัญ การรีทัชเป็นเทคนิคการตกแต่งภาพที่ใช้ลบจุดตำหนิและปรับแก้ไขภาพเฉพาะในบางจุดให้ดูสวยงาม เราจะพบบ่อยในการตกแต่งภาพดารา นางแบบ เพื่อใช้ประกอบในงานกราฟิกต่างๆ 2. สมรรถนะประจำหน่วย - ออกแบบภาพกราฟิกตามหลักองค์ประกอบศิลป์ - สร้างภาพกราฟิกและจัดการแฟ้มภาพด้วยโปรแกรมกราฟิก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย 1. ปรับแต่งความคมชัดของภาพตามความต้องการได้ 2. ปรับโทนสีของภาพให้สวยงามได้ 3. สร้างลวดลายให้ภาพได้ 4. ใช้เทคนิครีทัชเพื่อแก้ไขส่วนที่เป็นตำหนิในภาพได้ 5. เลือกใช้เครื่องมือรีทัชให้เหมาะสมกับลักษณะของภาพได้ 6. ทำสำเนาภาพเพื่อใช้ในการตกแต่งภาพได้ 7. ผู้เรียนอธิบายการแก้ไขภาพตาแดงที่เกิดจากการถ่ายภาพในที่มืดได้ 4. สาระการเรียนรู้ 1. รีทัชเทคนิคการแต่งภาพสำหรับ Photoshop การรีทัช (Retouch) เป็นการตกแต่งภาพเฉพาะจุด เพื่อให้ภาพในส่วนที่เป็นตำหนิได้รับการแก้ไข และรวมไปถึงผสมผสานภาพที่นำมาตัดต่อให้ดูเข้ากันอย่างกลมกลืน


- กลุ่มเครื่องมือประเภท Focus Tool ใช้ตกแต่งภาพเพื่อให้เกิดความชัดเจนของภาพ ประกอบด้วย Blur Tool แต่งภาพให้เกิดความเบลอ Sharpen Tool เน้นภาพเพื่อให้เกิดความคมชัด Smudge Tool เกลี่ยสีบนภาพในขอบเขตที่กำหนด - กลุ่มเครื่องมือประเภท Toning Tool ใช้สำหรับปรับโทนสีของภาพให้มืดหรือสว่าง ประกอบด้วย Dodge Tool ปรับความสว่างให้กับภาพ Burn Tool สร้างความมืดคล้ำบนภาพ Sponge Tool ปรับภาพให้เป็นแบบขาวดำ - กลุ่มเครื่องมือประเภท Replacement Tool คัดลอกวัตถุบนภาพเพื่อวางไว้ยังอีกตำแหน่งหนึ่ง โดยมีการปรับสภาพผิวระหว่างพื้นที่ที่วางวัตถุ ประกอบด้วย Spot Healing Brush Tool คัดลอกพื้นผิวของตำแหน่งใกล้เคียงมาแทนที่ ตำแหน่งที่ระบายเมาส์ เพื่อลบริ้วรอยบนภาพ Healing Brush Tool คัดลอกตำแหน่งภาพวางไว้ยังตำแหน่งอื่นโดย ปรับสภาพพื้นผิว Patch Tool กำหนดขอบเขตพื้นที่ที่ต้องการแก้ไขแล้วจึง เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการใช้เป็นพื้นที่ในการ ปรับสภาพผิว Red Eye Tool แก้ไขปัญหาตาแดงจากการถ่ายภาพ Clone Stamp Tool คัดลอกบางส่วนของภาพให้เหมือนต้นฉบับเดิม วางไว้ยังตำแหน่งอื่น Pattern Stamp Tool นำลวดลายที่เลือกไประบายทับบนพื้นที่ในภาพ


2. ปรับความคมชัดของภาพ ปรับภาพเบลอโดยใช้ Blur Tool เป็นการปรับส่วนของภาพที่คมชัดให้เบลอ สำหรับกรณีที่ต้องการตกแต่งรูปภาพโดยให้บางส่วนของ ภาพเบลอเพื่อให้เห็นส่วนสำคัญของภาพที่คมชัดกว่า โดยใช้เครื่องมือ Blur 1. เปิดไฟล์รูปภาพที่ต้องการขึ้นมา 2. คลิกเลือกเครื่องมือ (Blur Tool) บนกล่องเครื่องมือ Tool Box 3. คลิกขวาบนรูปภาพเพื่อเรียกหน้าต่างสำหรับปรับขนาดเครื่องมือออกมา ให้ปรับขนาดของเครื่องมือ ให้เหมาะสมกับการใช้งานใน Master Diameter 4. กำหนดค่า Hardness คือค่าความคมชัดของการใช้เครื่องมือโดยกำหนดให้มีค่าเท่ากับ 50% เพื่อ ไม่ให้ขอบของส่วนที่กำหนดคมชัดเกินไปจนตัดกับส่วนอื่นของภาพ 5. คลิกเมาส์ค้างและลากเมาส์ถูไปมาบริเวณพื้นที่ของรูปภาพที่ต้องการให้เบลอ หากไม่ต้องการให้ เบลอมากให้ถูผ่านจุดเดิมพียง 2-3 ครั้ง แต่หากต้องการให้เบลอมากๆให้ถูผ่านจุดเดิมหลายๆครั้ง ภาพก่อนและหลังการปรับความเบลอ


ปรับภาพคมชัดโดยใช้ Sharpen Tool การถ่ายรูปภาพด้วยกล้องดิจิตอลบางครั้งรูปภาพก็อาจเสีย เนื่องจากรูปภาพที่ถ่ายออกมาเบลอเกินไป ไม่สามารถนำไปอัดได้ หรือบางครั้งผู้ใช้อาจโฟกัลจุดที่ต้องการผิดทำให้รูปภาพที่ถ่ายออกมาโฟกัลจุดอื่นที่ไม่ ต้องการเด่นชัดมากกว่าจุดที่ต้องการถ่าย 1. เปิดไฟล์รูปภาพที่ต้องใช้งานขึ้นมา 2. คลิกเลือกเครื่องมือ (Sharpen Tool) บนกล่องเครื่องมือ Tool Box 3. คลิกขวาบนรูปภาพเพื่อเรียกหน้าต่างสำหรับปรับขนาดเครื่องมือออกมา ให้ปรับขนาดของเครื่องมือ ให้เหมาะสมกับการใช้งานใน Master Diameter 4. กำหนดค่า Hardness คือค่าความคมชัดของการใช้เครื่องมือ โดยกำหนดให้มีค่าเท่ากับ 50% เพื่อ ไม่ให้ขอบของส่วนที่กำหนดคมชัดเกินไปจนตัดกับส่วนอื่นของภาพ 5. คลิกเมาส์ค้างและลากเมาส์ถูไปมาบริเวณพื้นที่ของรูปภาพที่ต้องการให้คมชัด หากไม่ต้องการให้ คมชัดมากให้ถูผ่านจุดเดิมเพียง 2-3 ครั้ง แต่หากต้องการให้คมชัดมากๆ ให้ถูผ่านจุดเดิมหลายๆครั้ง ภาพก่อนและหลังการปรับความคมชัด


3. เกลี่ยสีภาพโดยใช้ Smudge Tool ลักษณะการทำงานคล้าย ๆ กับการเอานิ้วเกลี่ยสีที่เปียก ซึ่งจะทำให้สีกระจายไปตามทิศทางที่นิ้ว เกลี่ยนั้น โดยมีวิธีการใช้งานดังนี้ 1. Click mouse ที่ไอคอนบน Toolbox จะปรากฏตัวชี้เมาส์รูป 2. Drag mouse บริเวณที่ต้องการเกลี่ยภาพ 3. ผลลัพธ์ที่ได้จะเห็นว่าสีเหลืองที่เราใช้เครื่องมือเกลี่ย สีนั้นจะกระจายออก 4. เราสามารถกำหนดลักษณะของสีที่เกลี่ยได้ โดยการกำหนดค่า ที่ Smudge Option Palette ซึ่ง แสดงดังรูป Smudge Tool เครื่องมือเกลี่ยสีให้ภาพ เหมือนกับเราเอานิ้วไปเกลี่ยหรือลากภาพที่สียังไม่แห้งค่ะ ถ้า เกลี่ยสีมากเกินไปจนดูไม่รู้เรื่องแบบรูปด้านบน ก็คงต้องใช้Eraser Tool (Eraser to History) หรือ History Brush Tool ภาพก่อนเกลี่ยสีค่ะ และใช้Smudge Tool ( ) เกลี่ยภาพได้เลย เกลี่ยสีบางส่วนของภาพ เช่น ผ้าสีชมพู ผ้าสีขาวบนพื้น เป็นต้น 4. ปรับโทนสีของภาพ ปรับภาพให้สว่างขึ้นโดยใช้ Dodge Tool และปรับภาพให้สีเข้มขึ้นโดยใช้ Burn Tool เครื่องมือ Burn Tool และ Dodge Tool ไว้ปรับความเข้มหรือความจางเฉพาะส่วนที่ ระบาย ทดลองทำโดย เลือกรูปขึ้นมา


จากรูปจะเห็นว่า ส่วนใบหน้ากับมือดูสว่างเกินไป ให้ใช้ ระบายส่วนใบหน้ากับมือเพื่อลดความ สว่างลงมา และใช้ ระบายส่วนที่ดูเข้มเกินไป เมื่อเสร็จแล้ว แสงในภาพก็จะดูกลมกลืนกันกว่าเก่า แต่ภาพดูจืดไปหน่อย ให้ใช้ Levels เพิ่มความ เข้มขึ้นมาอีกนิด เสร็จแล้วจะเห็นว่า ตรงขอบตาด้านล่างดูคล้ำไปหน่อย ให้ใช้ ระบายตรงขอบตา และก็รายบาย ส่วนอื่นๆ เก็บรายละเอียด อาจระบายส่วนคิ้ว ปาก และขอบของใบหน้าให้ดูเข้มขึ้นอีกหน่อย ก็เป็นอันเสร็จ โดยสรุปก็คือ เป็นเครื่องมือไว้สำหรับปรับความมืดสว่าง เฉพาะจุดเล็กบางจุด เอาไปปรับใช้ในกรณี อื่นๆได้อีกมากมาย ในงานบางชนิดการปรับความเข้มจางโดยใช้เครื่อมมือนี้ สะดวกกว่าการทำ selection ขึ้น มาแล้วค่อยปรับ


ปรับภาพให้สีอิ่มขึ้นโดยใช้ Sponge Tool Sponge Tool คือ เครื่องมือฟองน้ำ เพิ่ม/ลดความอิ่มของสี (สด, ฉูดฉาด) Sponge Tool จะมีให้ เลือกอยู่ 2 โหมดค่ะ - Desaturate ลดความฉูดฉาดของสี - Saturate สีอิ่ม สีฉูดฉาด สีสด เรามาดูตัวอย่างการใช้งานแต่ละโหมดกันค่ะ ภาพด้านล่างนี้เป็นภาพปกติค่ะ ภาพที่ใช้โหมด Desaturate ภาพที่ใช้โหมด saturate 5. ปรับภาพโดยการใช้สำเนา สำเนาภาพโดยใช้ Clone Stamp Tool เครื่องมือ Clone Stamp จะนิยมใช้ในการรีทัชภาพ ลบริ้ว รอยต่าง ๆ โดยใช้หลักการ ทำสำเนาภาพจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เป็นการยืมภาพจากบริเวณด้านข้างมาใช้ 1. เปิดไฟล์ภาำพที่ต้องการขึ้นมา จะเห็นว่าภาพนั้นมีข้อความ อยู่ ซึ่งเราไม่ต้องการ เราก็เริ่มจัดการลบข้อความส่วนเกินนั้นออก ดังนี้ 2. เลือกเครื่องมือ Clone Stamp Tool ที่แถบ


เครื่องมือ นำเครื่องมือ Clone Stamp ไปวางไว้ในส่วนที่เรา ต้องการ โดยการกด Alt+Click เพื่อเป็นการเก็บรายละเอียดของส่วนที่เราต้องการ แล้วนำมาแก้ไขส่วนเกินที่ เราไม่ต้องการออก แล้วก็ใช้เครื่องมือ Clone Stamp คลิกทับบริเวณที่เราไม่ต้องการนั้น ส่วนที่เราไม่ต้องการ นั้นก็จะหายไป ซึ่งเราสามารถปรับขนาดของ Clone Stamp ตามต้องการได้ที่ เมนูบาร์ เพียงเท่านี้ส่วนเกินที่เราไม่ต้องการบนภาพก็จะหายไป สำเนาลวดลายโดยใช้ Pattern Stamp Tool Pattern Stamp Tool เป็นเครื่องมือสำหรับทำสำเนา Pattern โดยมีวิธีคร่าวๆ คือ เราต้องสร้าง Pattern ก่อน หลังจากนั้นจึงทำสำเนาภาพได้ตามความต้องการดังตัวอย่างนี้คือเราต้องการรูปรถให้เป็นแบบ Patternมีวิธีการทำงานดังต่อไปนี้คือ สร้าง Pattern 1. ทำ Pattern โดยการใช้ Marquee Select เลือกบริเวณ Section ที่เราต้องการให้เป็นสำเนาของ ภาพ 2. เลือกคำสั่ง Edit > Define Pattern ที่เมนูบาร์ จะปรากฏหน้าต่าง Pattern name 3. พิมพ์ชื่อ Pattern


4. Click mouse ปุ่ม OK จะเป็นการ Save Pattern 5. Click mouse ที่ไอคอน บน Toolbox ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นรูป 6. เลือก Pattern เป็นรูปรถที่ต้องการ 7. Drag mouse บริเวณที่เราต้องการใช้ปรากฏสำเนาภาพของเรา จะปรากฏภาพรถหลายคัน 6. ปรับแก้ไขตำหนิภาพ แก้ไขตำหนิที่เป็นจุดโดยใช้ Spot Healing Brush Tool Spot Healing Brush Tool เป็นเครื่องมือลบริ้วรอยและตกแต่งส่วนที่ต้องการของรูปภาพ เช่นเดียวกัน Clone Stamp Tool แต่แตกต่างตรงที่คำสั่งนี้ไม่ต้องคัดลอกพื้นที่ที่ต้องการแทนที่ เพียงแค่คลิก ไปบนพื้นที่ที่ต้องการแก้ไข โปรแกรมจะทำการลบริ้วรอยของภาพโดยการเก็บตัวอย่างจากพื้นที่ที่ต้องการและ เกลี่ยสี่ให้เหมือนกับพื้นที่รอบๆ แต่เครื่อง Spot Healing Brush จะมีข้อจำกัดอยู่หนึ่งอย่างคือ ไม่สามารถ ทำงานบริเวณพื้นที่ที่มีสีตัดกันมากๆเพราะโปรแกรมจะสับสนในการเลือกสีที่จะมาใช้ ทำให้สีที่ได้ไม่กลมกลื่น กัน 1. เปิดไฟล์รูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 2. คลิกเลือกเครื่องมือ (Spot Healing Brush Tool ) บนกล่องเครื่องมือ ( Tool Box) 3. คลิกขวาบนพื้นที่รูปภาพ จะปรากฏหน้าต่างสำหรับกำหนดค่าเครื่องมือ หรือจะกำหนดที่แถบ ตัวเลือก ( Options Bar ) ให้กำหนดขนาดของเครื่องมือให้มีขนาดใหญ่กว่าส่วนที่ต้องการแก้ไขเล็กน้อย


4. คลิกเมาส์ลงบนพื้นที่ที่ต้องการลบริ้วรอย ภาพก่อนและหลังการลบริ้วรอย แก้ไขตำหนิที่เป็นบริเวณโดยใช้ Healing Brush Tool Healing Brush Tool เครื่องมือที่มีรูปแบบการทำงานคล้ายกับ Clone Stamp Tool คือจะต้อง คัดลอกพื้นที่ที่ต้องการและนำไปแทนที่พื้นที่ที่ต้องการตกแต่ง และมีลักษณะคล้ายกับรูปแบบการทำงานของ Spot Healing Tool คือ จะทำการเกลี่ยสีที่นำไปแทนที่ให้เข้ากับสีของพื้นที่เดิมจึงทำให้เป็นธรรมชาติมาก ยิ่งขึ้น ช่วยลดปัญหาการเกิดลอยด่างบนรูปภาพซึ่งเกิดจากสีของพื้นที่ที่นำไปแทนที่และพื้นที่ที่จะต้องการ ตกแต่งแตกต่างกัน 1. เปิดไฟล์รูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 2. คลิกขวาที่เครื่องมือ (Spot Healing Brush Tool) บนกล่องเครื่องมือ (Tool Box) และ คลิกเลือก (Spot Healing Brush Tool) 3. คลิกขวาพื้นที่รูปภาพจะปรากฎหน้าต่างสำหรับกำหนดค่าเครื่องมือ หรือจะกำหนดที่แถบตัวเลือก (Options Dar) ให้กำหนดขนาดของเครื่องมือที่ Diameter ให้มีขนาดใหญ่กว่าส่วนที่ต้องการแก้ไขเล็กน้อย 4. กำหนดค่า Hardness เพื่อให้ค่าความคมชัดของขอบการใช้เครื่องมือกับรูปภาพมีความกลมกลืน กันจนไม่เห็นความแตกต่าง 5. กำหนดค่า Spacing ให้มีค่าน้อยที่สุด เพื่อให้ระยะห่างระหว่างการลากเมาส์มีน้อยที่สุดทำให้ สามารถให้งานได้ละเอียด


6. กำหนดรูปทรงของเครื่องมือที่ Angle และกำหนดองศาของการเอียงตัว ของเครื่องมือที่ Roundness 7. เลือกหาพื้นที่ที่จะคัดลอกโดยจะต้องเลือกพื้นที่ที่มีสีที่กลมกลืนกับพื้นที่ที่ต้องการตกแต่ง กดแป้น Alt + คลิกเมาส์เพื่อเลือกพื้นที่นั้น 8. เลื่อนเมาส์ไปยังพื้นที่ที่ต้องการตกแต่งและเลือกเครื่องมือ Healing Brush ลงไปบนพื้นที่ที่ต้องการ แก้ไข พื้นที่ที่คัดลอกไว้จะถูกนำไปแทนที่บนพื้นที่ที่เลือก 9. หากพื้นที่ที่ต้องการแก้ไขมีพื้นที่กว้าง ให้คลิกเมาส์และลากเมาส์ไปบนพื้นที่ที่ต้องการแก้ไขได้เลย เมื่อเปรียบเทียบรูปภาพก่อนลบริ้วรอยและหลังลบริ้วรอยจะเห็นว่าเครื่องมือ Healing Brush สามารถลบริ้วรอยได้อย่างกลมกลืนจนไม่เห็นร่องรอยด่างที่เกิดจากการตัดกันระหว่างสีที่ถูกคัดลอกมาแทนที่ และสีพื้นหลังของรูปภาพ ภาพก่อนและหลังการลบริ้วรอย


ปะรอยตำหนิโดยใช้ Patch Tool Patch Tool เป็นเครื่องมือที่มีรูปแบบการทำงานเหมือนเครื่องมือ Healing Brush คือจะต้องคัดลอก พื้นที่ที่ต้องการนำไปใช้แทนที่ และนำไปแทนที่ที่ต้องการแก้ไข แต่Patch Tool จะแตกต่างตรงที่ผู้ใช้กำหนด พื้นที่ที่ต้องการแก้ไขก่อนจึงเลือกพื้นที่ที่ต้องการนำมาแทนที่โปรแกรมจะทำการคัดลอกและนำพื้นที่ ที่ต้องการใช้พื้นที่มาใช้แทนที่ส่วนที่ต้องการแก้ไขโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งเกลี่ยสีให้กลมกลืนกัน 1. เปิดไพล์รูปภาพที่ต้องการใช้งานขึ้นมา 2. คลิกขวาที่เครื่องมือ (Spot Healing Brush) บนกล่องเครื่องมือ (Tool box ) และคลิก เลือก (Patch Tool) 3. กำหนดรูปแบบการทำงานของเครื่องมือโดยการคลิกเลือก Source ที่แถบตัวเลือก (Options Bar) 4. คลิกเมาส์ค้างและลากเมาส์รอบพื้นที่ที่ต้องการแก้ไข 5. เมื่อคลิกเมาส์จนรอบพื้นที่ที่ต้องการแก้ไขแล้วให้คลิกเมาส์ค้างและลากพื้นที่ Selection ออกมา จาจุดเดิมไปยังพื้นที่ที่ต้องการคัดลอก 6. โปรแกรมจะทำการคัดลอกพื้นที่ที่ต้องการนำมาแทนที่บนพื้นที่ที่ต้องการแก้ไขและเกลี่ยสีให้ กลมกลืนโดยอัตโนมัติ ภาพก่อนและหลังการลบริ้วรอย


แก้ไขภาพตาแดงโดยใช้ Red Eye Tool เปิดภาพที่ต้องการแก้ไขขึ้นมา พยายามใช้เครื่องมือซูมภาพให้มีขนาดชัดเจนขึ้น ,จากนั้นบนแถบ เครื่องมือด้านซ้าย ให้เราเลือก เครื่องมือ การทดแทนสี(ยู่ใน set ของ Healing Brush and Patch tool) 2. เลือก a brush tip เลือกขนาดของหัวแปลง และควรให้มีขนาดเล็กกว่าดวงตาแดงที่เราต้องการ แก้ไข เพื่อทำให้มันง่ายขึ้น 3. การกำหนดค่าเงื่อนไขของ Color Replacement tool ในการกำหนดค่า เราเลือก Sampling option, เลือก Once to erase 4. เลือกสีที่ต้องการจะทดแทนสีของตาแดง โดยปกติ สีดำเป็นทางเลือกที่ดี,แต่เราสามารถเลือกสีอื่นที่ใกล้เคียงได้ กับสีตาของคนเรา โดยการ เลือกสีเราสามารถเลือกได้จากสีแถบจานสี foreground color swatch ของเมนูเครื่องมือ เลือกสีที่เหมาะสม ได้แล้วให้เราคลิก Ok 5. การลบภาพตาแดงRepair your photo หลังจากคลิกเลือกสีที่ต้องการได้แล้ว ให้เรานำเมาส์มาแดรกบริเวณดวงตา เพื่อแก้ไขสีตามที่เรา ต้องการ โดยใช้ความละเอียดนิดหนึ่ง เราก็จะได้ภาพที่แก้ไขแล้ว ตามต้องการ


5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาที่เข้าเรียน 2. ให้นักศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการปรับแต่งความคมชัดของภาพ การปรับโทนสีของภาพให้สวยงามและ การสร้างลวดลายให้ภาพ 3. ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเรื่องตกแต่งภาพด้วยการรีทัช ขั้นสอน 38. บอกจุดประสงค์การเรียน 39. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการปฎิบัติในหัวข้อการเรียน หัวข้อการเรียน รีทัชเทคนิคการ แต่งภาพสำหรับ Photoshop ปรับความคมชัดของภาพ เกลี่ยสีภาพโดยใช้Smudge Tool ปรับ โทนสีของภาพ ปรับภาพโดยการใช้สำเนา ปรับแก้ไขตำหนิภาพ และให้นักศึกษาปฎิบัติไปพร้อมกัน 40. ให้คำแนะนำ 41. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยอาจารย์จะซักถามในแต่ละบุคคล ขั้นสรุป 37. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญ 38. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย 39. มอบหมายให้ไปหัดทำและศึกษาเพิ่มเติม 40. ทำแบบทดสอบ 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อ 64. หนังสือประกอบการเรียนวิชา โปรแกรมกราฟิก 65. ใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย 66. แบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรู้ 67. ตัวอย่างแฟ้มสะสมชิ้นงาน 68. ชุดการสอน PowerPoint แต่ละหน่วยการเรียน 69. บทเรียนออนไลน์ 70. คอมพิวเตอร์ 6.2 แหล่งเรียนรู้ 46. ห้องสมุดสถานศึกษา 47. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 48. ผู้ปกครอง เพื่อน ๆ รุ่นพี่ และบุคลากรในสถานศึกษา 49. หนังสือ E-book, ELearning, Website ที่เกี่ยวข้อง 50. ครูผู้สอน 7. หลักฐานการเรียนรู้ - ใบความรู้ - ใบงาน / ผลงานนักเรียน


8. การวัดและประเมินผล 8.1 เครื่องมือประเมิน 33. ประเมิน : ทดสอบ 34. เครื่องมือ : แบบทดสอบ 35. เกณฑ์การให้คะแนน : ประเมินจากแบบประเมินกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 11.1 36. เกณฑ์การตัดสินการผ่าน : พอใช้(5 – 6 คะแนน) 8.2 เกณฑ์การประเมิน ดีมาก (9 – 10 คะแนน) ดี (7 – 8 คะแนน) พอใช้ (5 – 6 คะแนน) ปรับปรุง (ต่ำกว่า 5 คะแนน)


9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ 9.2 ปัญหาที่พบ 9.3 แนวทางแก้ปัญหา ลงชื่อ............................................. (.....................................................) ผู้ทำแผนการจัดการเรียนรู้


Click to View FlipBook Version