6. การกำหนดรูปแบบตัวอักษร เราสามารถปรับแต่งตัวอักษรได้เพิ่มเติม โดยอาศัยการคลิกเมาส์ที่ปุ่ม บนออปชั่นบาร์ หรือเลือก คำสั่ง Window>Character เพื่อเปิดพาเนล Character
7. การสร้างตัวอักษรแบบบิตแมพ เราสามารถเลือกพื้นที่เป็นรูปตัวอักษรได้ โดยใช้ Horizontal Type Mask Tool เพื่อสร้างขอบเขต ตัวอักษรในแนวนอน และ Vertical Type Mask Tool เพื่อสร้างขอบเขตตัวอักษรในแนวตั้ง จากนั้นเราสามารถเทสี ไล่สี หรือตัดพื้นที่ภาพให้อยู่ภายใน ขอบเขตของข้อความ เพื่อนำไปใช้ตกแต่งภาพได้ตามต้องการ ดังตัวอย่างเราจะทำการสร้างตัวอักษรแบบบิต แมพดังนี้
ตัดลวดลายภาพเป็นรูปทรงตัวอักษร เราจะเลือกพื้นที่เป็นข้อความจากภาพดินสอ จากนั้นใช้ Move Tool ดึงพื้นที่ที่เลือกออกมาเป็น ตัวอักษรที่มีพื้นเป็นภาพดินสอสี
8. ตกแต่งข้อความด้วยพาแนล Styles พาเนล Styles จะรวบรวมเอฟเฟ็กต์พิเศษต่าง ๆ สำหรับใช้ตกแต่งตัวอักษรในแบบเวกเตอร์และบิต แมพ
1. คลิกเลือกเครื่องมือ Type Tool 2. พิมพ์ข้อความที่ต้องการลงบนภาพ 3. เปิดพาเนล Styles โดยเลือกคำสั่ง Window>Styles 4. คลิกปุ่ม และเลือกกลุ่มสไตล์สำเร็จรูปที่โปรแกรมมีมาให้ ในตัวอย่างเลือก Text Effects 5. คลิกเลือกรูปแบบของสไตล์ที่เราต้องการ ในตัวอย่างคลิกเลือก Green Gradient with Stroke แสดงผลลัพธ์การตกแต่งข้อความด้วยพาเนล Styles 9. แปลงตัวอักษรเวกเตอร์ให้เป็นแบบบิตแมพ เนื่องจากข้อความแบบเวกเตอร์ให้ความคมชัด ในขณะที่ข้อความแบบบิตแมพนำไปใช้ตกแต่งเอฟ เฟกต์โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ของ Photoshop ได้ ดังนั้นถ้าเราต้องการจุดดีของทั้งสองแบบ ให้เราเริ่มโดยการ สร้างข้อความแบบเวกเตอร์ก่อน เมื่อวางที่ตำแหน่งและขนาดเหมาะสมเราก็จะแปลงข้อความเป็นแบบบิตแมพ ดังตัวอย่างนี้
10. ตกแต่งข้อความด้วย Layer Style Layer Style เป็นการใส่เอฟเฟกต์พิเศษให้กับข้อความได้ทั้งแบบเวกเตอร์และแบบบิตแมพ ได้แก่ การใส่เงา การทำให้ดูนูนขึ้นมา และการเจาะให้ดูลึกลงไป เป็นต้น ซึ่งจะตกแต่งให้กับภาพ หรือข้อความที่เรา เลือก ในบทนี้จะแนะนำวิธีการใช้งานขั้นเบื้องต้น โดยจะลองตกแต่งข้ออความดังตัวอย่างนี้ 1. ใช้เครื่องมือ Type Tool พิมพ์ข้อความบนภาพ 2. เลือกคำสั่ง Layer>Layer Style>เลือกรูปแบบของเอฟเฟกต์ที่เราต้องการ ในตัวอย่าง เราเลือก แบบ Drop Shadow เพื่อสร้างเงาให้กับข้อความ
3. ปรากฏหน้าจอ Layer Style ให้กำหนดค่าเอฟเฟกต์ต่างๆ ตามที่ต้องการ จากนั้นคลิกเมาส์ที่ปุ่ม แสดงผลลัพธ์ที่ได้ จะเห็นว่ามีเงาที่ตัวอักษรคำว่า “ NICE SMILE” ดังรูป การตกแต่งข้อความโดยใส่เอฟเฟกต์ในสไตล์ต่างๆ 11. ปรับแต่งตัวอักษรให้พริ้วไหว เทคนิคนี้จะใช้กับตัวอักษรแบบเวกเตอร์ โดยจะดัดข้อความให้โค้งอิสระ เมื่อมองดูแล้วก็สบายตา สามารถปรับแต่งข้อความให้โค้ง และพริ้วไหวไปตามรูปทรงต่างๆ ตาม จินตนาการได้ ปรับแต่งตัวอักษรให้โค้งด้วย Warp text
สร้างข้อความโค้งอิสระไปตามแนวเส้นพาธ บางครั้งการดัดโค้งข้อความจะทำได้จำกัดไม่กี่รูปทรงนั้น แต่ใน Photoshop มีเครื่องมือวาดที่ช่วย สร้างเส้นพาธให้เราสามารถจัดวางข้อความตามได้ โดยจะมีรูปทรงสำเร็จรูปจำนวนมากให้เราเลือกใช้ได้ ดัง ตัวอย่างต่อไปนี้
1. คลิกเมาส์เลือกเครื่องมือวาด ในตัวอย่างเลือก Custom Tool 2. ในออปชั่นบาร์ คลิกเลือก เพื่อกำหนดให้เป็นการวาดเส้นพาธ 3. เลือกรูปทรงที่ต้องการจะวาดเป็นเส้นพาธให้กับข้อความ ในตัวอย่างเลือกรูปทรงสำเร็จรูปเป็นรูป หัวใจ 4. วาดรูปทรงบนภาพ ตามขนาดที่ต้องการ 5. คลิกเลือก Type Tool เพื่อสร้างข้อความ 6. นำเมาส์ไปวางในแนวเส้นพาธ โดยตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นรูป จากนั้นให้คลิกเมาส์เพื่อพิมพ์ ข้อความ 7. ข้อความที่พิมพ์จะไปตามแนวเส้นพาธ เมื่อเสร็จแล้วให้เราลบเส้นพาธออก โดยใช้ Path Selection Tool คลิกเส้นพาธแล้วกด <Delete>เพื่อนำเส้นพาธออก • หากต้องการปรับทิศทางของข้อความ ให้เราใช้ Path Selection Tool คลิกและลากข้อความไปใน ทิศทางที่เราต้องการ • หากต้องการดัดความโค้งของเส้นพาธ ในรูปแบบที่เราต้องการ ให้เราใช้ Direct Selection Tool ดึงส่วนของเส้นพาธยืดออกตามต้องการ • ตัวอย่างนี้เป็นการสร้างเส้นพาธด้วย Pen Tool จากนั้นก็พิมพ์ข้อความให้โค้งไปตามเส้นพาธ 12. การใช้ตัวอักษรภาษาไทยในโปรแกรม Photoshop เราสามารถใช้ตัวอักษรภาษาไทยในโปรแกรม Photoshop ได้ แต่ก็ยังมีปัญหาการใช้งานอยู่บ้าง เช่น ปัญหาเรื่องของสระ และวรรณยุกต์ แต่เรามีวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้ได้
ติดตั้งตัวอักษรเพิ่มเพื่อใช้ในโปรแกรม Photoshop ใน Photoshop เราสามารถนำตัวอักษรภาษาไทยที่ติดตั้งมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ เช่น Tahoma ,AngsanaUPC, AngsanaNew, CordiaUPC และ Cordia New มาใช้ได้เลย นอกจากนี้เรา สามารถติดตั้งตัวอักษรภาษาไทยเพิ่มเติมได้ โดยให้เราเตรียมแผ่นตัวอักษรภาษาไทยให้พร้อมก่อน และลงมือ ทำดังนี้ 1. ดับเบิลคลิกไอคอน Fonts ในหน้าต่าง Control Panel 2. เลือกคำสั่ง File>Install New Font เพื่อเข้าสู่หน้าต่าง Add Fonts 3. เลือกไดรว์ และโฟลเดอร์ที่เก็บตัวอักษรภาษาไทยที่เราต้องการติดตั้ง 4. คลิกเมาส์ปุ่ม เพื่อเลือกติดตั้งตัวอักษรภาษาไทยทั้งหมด 5. คลิกเมาส์ให้มีเครื่องหมายถูกเกิดขึ้นหน้าคำสั่ง Copy fonts to Fonts Folder เพื่อคัดลอก ตัวอักษรที่ต้องการติดตั้ง 6. คลิกเมาส์ เพื่อเริ่มการติดตั้งตัวอักษรภาษาไทย ติดตั้งตัวอักษรเพิ่มบนแมคอินทอช เราสามารถนำตัวอักษรภาษาไทยจากแมคอินทอช เช่น AngsanaUPC , CordiaUPC และ BrownalliaUPC มาใช้ได้เลย นอกจากนี้เราสามารถติดตั้งอักษรภาษาไทยเพิ่มเติมได้ ดังนี้ ทดลองพิมพ์ข้อความภาษาไทย เมื่อเราได้ติดตั้งตัวอักษรภาษาไทยลงในเครื่องแล้ว ต่อจากนั้นเรามาลองพิมพ์ข้อความภาไทยกันดูบ้าง ดังตัวอย่างต่อไปนี้
แก้ปัญหาสระ และวรรณยุกต์ลอย เมื่อพิมพ์ข้อความภาษาไทยจะพบ ว่าสระหรือวรรณยุกต์บางตัวลอยขึ้นไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ซึ่งมี ขั้นตอนการแก้ปัญหาสระลอยดังต่อไปนี้
แก้ปัญหาสระลอยด้วยซอฟต์แวร์ ASK Square ASK Square เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับแก้ไขปัญหาสระลอยในโปรแกรม Photoshop , Illustrator และ InDesign ล่าสุดสามารถรองรับกับ Photoshop CS4 ได้ เริ่มต้นให้เข้าไปดาวน์โหลด ASK Square รุ่นฟรีเวอร์ชั่นได้จาก http://www.askmedia.co.th/it/squareFree.php จากนั้นติดตั้งให้เรียบร้อย แล้ว และให้เราเปิดใช้งาน ดังนี้ นอกจากนี้เราสามารถคัดลอกข้อความจากโปรแกรม Word หรือหน้าเว็บบนอินเทอร์เน็ต แล้วนำ ข้อความมาวางลงในชิ้นงานได้ โดยซอฟต์แวร์จะทำการแก้ไขปัญหาสระลอยให้ได้ทั้งหมด
5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาที่เข้าเรียน 2. ให้นักศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับความแตกต่างและข้อดีข้อเสียของข้อความแบบ Outline และ Bitmap 3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับเรื่องการสร้างข้อความตกแต่งภาพในโปรแกรมกราฟิก ขั้นสอน 18. บอกจุดประสงค์การเรียน 19. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการปฎิบัติในหัวข้อการเรียน หัวข้อการเรียน รู้จักกับ ประเภทของตัวอักษร เครื่องมือในการสร้างตัวอักษร การสร้างตัวอักษรแบบเวกเตอร์ การ แก้ไขข้อความที่พิมพ์ผิดพลาด การจัดเรียงข้อความในย่อหน้า การกำหนดรูปแบบตัวอักษร การสร้างตัวอักษรแบบบิตแมพ ตกแต่งข้อความด้วยพาเนล Styles แปลงตัวอักษรเวกเตอร์ให้ เป็นแบบบิตแมพ ตกแต่งข้อความด้วย Layer Style ปรับแต่งตัวอักษรให้พริ้วไหว การใช้ ตัวอักษรภาษาไทยในโปรแกรม Photoshop และให้นักศึกษาปฎิบัติไปพร้อมกัน 20. คอยให้คำแนะนำ 21. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยอาจารย์จะซักถามในแต่ละบุคคล ขั้นสรุป 17. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญ 18. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย 19. มอบหมายให้ไปหัดทำและศึกษาเพิ่มเติม 20. ทำแบบทดสอบ 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อ 29. หนังสือประกอบการเรียนวิชา โปรแกรมกราฟิก 30. ใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย 31. แบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรู้ 32. ตัวอย่างแฟ้มสะสมชิ้นงาน 33. ชุดการสอน PowerPoint แต่ละหน่วยการเรียน 34. บทเรียนออนไลน์ 35. คอมพิวเตอร์ 6.2 แหล่งเรียนรู้ 21. ห้องสมุดสถานศึกษา 22. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 23. ผู้ปกครอง เพื่อน ๆ รุ่นพี่ และบุคลากรในสถานศึกษา 24. หนังสือ E-book, ELearning, Website ที่เกี่ยวข้อง 25. ครูผู้สอน
7. หลักฐานการเรียนรู้ - ใบความรู้ - ใบงาน / ผลงานนักเรียน 8. การวัดและประเมินผล 8.1 เครื่องมือประเมิน 13. ประเมิน : ทดสอบ 14. เครื่องมือ : แบบทดสอบ 15. เกณฑ์การให้คะแนน : ประเมินจากแบบประเมินกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 5.1 16. เกณฑ์การตัดสินการผ่าน : พอใช้(5 – 6 คะแนน) 8.2 เกณฑ์การประเมิน ดีมาก (9 – 10 คะแนน) ดี (7 – 8 คะแนน) พอใช้ (5 – 6 คะแนน) ปรับปรุง (ต่ำกว่า 5 คะแนน)
9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ 9.2 ปัญหาที่พบ 9.3 แนวทางแก้ปัญหา ลงชื่อ............................................. (.....................................................) ผู้ทำแผนการจัดการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 5 การสร้างข้อความตกแต่งภาพ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของตัวอักษรแบบเวกเตอร์ ก. เปลี่ยนขนาดได้ตามใจชอบภาพไม่แตก ข. แก้ไขข้อความได้ง่าย ค. ปรับแต่งสีและลูกเล่นได้มากไม่จำกัด ง. ไม่มีข้อใดถูก 2. ข้อใดคือเครื่องมือสำหรับเลือกพื้นที่เป็นตัวอักษรในแนวตั้ง ก. Horizontal Type Tool ข. Vertical Type Tool ค. Horizontal Type Mask Tool ง. Vertical Type Mask Tool 3. ข้อใดคือการจัดวางข้อความชิดขอบขวาเต็มบรรทัด ก. ข. ค. ง. 4. ข้อใดคือการกำหนดระยะห่างระหว่างบรรทัด ก. Leading ข. Kerning ค. Tracking ง. Baseline 5. ข้อใดคือการแสดงตัวอักษรให้ดูเรียบคมขึ้น ก. Sharp ข. Crisp ค. Strong ง. Smooth 6. ข้อใดคือการจัดวางตำแหน่งข้อความแบบกั้นหลัง ก. ข. ค. ง. 7. ข้อใดคือการปรับแต่งลักษณะตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ก. ข. ค. ง. 8. จากภาพเป็นการตกแต่งตัวอักษรด้วยเครื่องมือหรือคำสั่งในข้อใด ก. เครื่องมือ Gradient Tool ข. เครื่องมือ Brush Tool ค. เครื่องมือ Paint Bucket Tool ง. คำสั่ง Edit>Stroke
9. จากภาพข้อใดคือส่วนที่ใช้ปรับแต่งในการดัดข้อความให้โค้ง ก. ส่วน A ข. ส่วน B ค. ส่วน C ง. ส่วน D 10. จากภาพเป็นการตกแต่งตัวอักษรด้วยเอฟเฟ็คในข้อใด ก. Gradient Overlay ข. Satin ค. Color Overlay ง. Inner Glow เฉลย 1. ค 2. ง 3. ค 4. ก 5. ง 6. ง 7. ข 8. ง 9. ค 10. ข
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 5.1 คำสั่ง 4. ให้นักศึกษาเขียนชื่อพาเนล Character ในการกำหนดรูปแบบตัวอักษร
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 5.2 คำสั่ง 1. ให้นักศึกษาสร้างตัวอักษรแบบต่างๆ ดังนี้ - ตัวอักษรระยิบระยับ - ตัวอักษรทองคำ - ตัวอักษรแบบมีเวทมนต์ - ต่อหางตัวอักษร
แบบประเมินผลการทำกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา โปรแกรมกราฟิก รหัสวิชา 2204-2105 ครั้งที่.................. หน่วยการเรียนที่..................... เรื่อง.................................................................................. ภาคเรียนที่.......... ปีการศึกษา..................... ระดับชั้น................ ห้อง...........ภาควิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เลขที่ ชื่อ - สกุล ระดับคุณภาพ หมายเหตุ ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ดี คือ ส่งงานก่อนหรือตรงกำหนดเวลา รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย พอใช้ คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนด แต่ไม่มีการติดต่อชี้แจงอย่างมีเหตุผลรับผังได้ ปรับปรุง คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนดหรือไม่ส่ง เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้ ลงชื่อ...................................................... (........................................................) ผู้ประเมิน
หน่วยที่6 จำนวน 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 8-9 บูรณาการ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิก ชื่อหน่วย ทำงานกับเลเยอร์ ชื่อเรื่อง ทำงานกับเลเยอร์ 1. สาระสำคัญ บทนี้เราจะมาเรียนรู้การจัดวางภาพซ้อนกัน เราเรียกการทำงานนี้ว่า เลเยอร์ (Layer) ซึ่งช่วยอำนวย ความสะดวกในการจัดวางภาพแต่ละส่วนที่วางซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ทำให้สามารถทำงานกับภาพเฉพาะส่วนได้ โดยไม่มีผลกระทบกับส่วนอื่นๆ ของภาพที่ไม่เกี่ยวข้อง 2. สมรรถนะประจำหน่วย - ออกแบบภาพกราฟิกตามหลักองค์ประกอบศิลป์ - สร้างภาพกราฟิกและจัดการแฟ้มภาพด้วยโปรแกรมกราฟิก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย 1. ซ้อนภาพด้วยเลเยอร์ได้ 2. จัดการกับเลเยอร์ในลักษณะต่างๆ ได้ 3. จัดหมวดหมู่ของเลเยอร์ได้ 4. ลิงค์ให้เลเยอร์ทำงานร่วมกันได้ 5. รวมเลเยอร์ได้ 4. สาระการเรียนรู้ บทนี้เรามาเรียนรู้การจัดวางภาพซ้อนกัน เราเรียกการทำงานนี้ว่า เลเยอร์ (Layer) ซึ่งช่วยอำนวย ความสะดวกในการจัดวางภาพแต่ละส่วนที่วางซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ทำให้สามารถทำงานกับภาพเฉพาะส่วนได้ โดยไม่มีส่วนอื่นๆ ของภาพที่ไม่เกี่ยวข้อง 1. ความหมายของเลเยอร์ เลเยอร์ (Layer) คือ การซ้อนภาพ เหมือนการนำแผ่นใสที่มีภาพซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ บริเวณของ แผ่นใสที่ไม่ภาพก็สามารถมองเห็นทะลุถึงแผ่นใสที่อยู่ชั้นล่างได้ และเมื่อนำแผ่นใสทุกชั้นมาวางซ้อนกัน จะทำ ให้เกิดภาพที่สมบูรณ์ การใช้เลเยอร์จะช่วยให้วางงานได้ง่ายเนื่องจากแต่ละเลเยอร์ทำงานเป็นอิสระต่อกันมีคุณสมบัติต่างๆ เป็นของตัวเอง จึงทำให้การแก้ไขที่เราทำในแต่ละเลเยอร์นั้นไม่ส่งผลต่อเลเยอร์อื่นๆ
ส่วนประกอบของพาเนล Layer พาเนล Layer(Panel Layer) เป็นส่วนที่ใช้ควบคุมลำดับของ Layer เพิ่มหรือลด Layer ซ่อนหรือ แสดง Layer รวมถึงการใส่เอฟเฟิกต์ให้กับรูปภาพเรามารู้จักส่วนประกอบในพาเนล Layer มีส่วนประกอบ ดังนี้ 1. วิธีผสมสีระหว่าง Layer 2. กำหนดการล็อค Layer 3. กำหนดการซ่อน/แสดง Layer 4. ลิงก์ให้ Layer ทำงานเชื่อมโยงกัน 5. ใส่เอฟเฟ็กต์ให้กับ Layer 6. กำหนดมาส์ก (Mask) ให้กับ Layer 7. แต่งภาพใน Layer 8. จัดกลุ่มให้กับ Layer 9. สร้าง Layerใหม่ 10. ลบ Layer ที่ไม่ต้องการ 11. กำหนดความโปร่งใสของ Layer เฉพาะในส่วนของภาพ 12. กำหนดความโปร่งใสของ Layer ในแต่ละชั้นรวมทั้งความโปร่งใสของเอฟเฟ็กต์ด้วย 13. คลิกเลือกเมนูของ Layer
การสร้าง Layer ใหม่ การสร้าง Layer ใหม่จะทำขึ้นเมื่อต้องการ ระบายสีหรือสร้างวัตถุใหม่โดยไม่ต้องการปรับแต่งภาพ ของ Layer เดิมวิธีการการสร้าง Layer ใหม่มีหลายวิธี วิธีที่ 1 1. มาที่เครื่องมือ Create a new layer ที่ พาเนล แล้วคลิกซ้าย 1 ครั้ง 2. เราจะได้ Layer ใหม่ชื่อว่า layer 1 วิธีที่ 2 1. กดปุ่ม ctrl+shift+n ที่คีย์บอร์ด 2. จะได้หน้าต่าง New layer ตั้งชื่อ Layer 3. กดปุ่ม Ok
การคัดลอก Layer ในการทำงานเกี่ยวกับรูปภาพจะต้องมีการปรับแต่งรูปภาพอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อความสะดวกใน การการทดลองงานและการปรับค่า ให้ต่างกันระหว่าง Layer เราควรจะทำการคัดลอก Layer ขึ้นมาใหม่เพื่อจะได้ดูผลงานได้ง่ายขึ้นทำได้ดังนี้ 1. กดคลิก Layer ที่ต้องการคัดลอก 2. กดลาก mouse มาที่ เครื่องมือ Create a new layer 3. จะได้ Layer ที่เราทำการคัดลอก การลบ Layer การลบ Layer ถ้าเราไม่ต้องการใช้ Layer ใดก็ควรจะลบทิ้ง เนื่องจากการเก็บ Layer ที่ไม่ใช้ไว้มาก ๆ จะเปลืองหน่วยความจำของเครื่อง ทำให้โปรแกรมทำงานได้ช้า การลบ Layer สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 1. คลิก Layer ที่ต้องการลบ 2. แดรก mouse ไปปล่อยปุ่ม Delete Layer
3. Layer ที่ถูกลบจะหายไป วิธีที่ 2 1. คลิกที่ Layer ที่ต้องการจะลบ 2. คลิก mouse ปุ่มขวามือ 3. เลือก Delete Layer 4. คลิกปุ่ม yes
วิธีที่ 3 1. คลิก Layer ที่ต้องการลบแล้วมาที่ เมนู Layer 2. คลิกที่ delete 3. คลิกที่ Layer 4. คลิกปุ่ม yes
การซ่อนและแสดง Layer ในกรณีที่รูปภาพมีการทำงานหลาย Layer ซ้อนกันเราสามารถเลือกการซ่อนหรือแสดง Layer เพื่อให้ สามารถเลือก Layer ที่ต้องการใช้งานได้ง่ายขึ้น มีวิธีดังนี้ 1. คลิกที่รูปดวงตาให้หายไปเพื่อซ่อนรูปภาพ/ข้อความ 2. ถ้าต้องการแสดงรูปภาพ/ข้อความ ให้คลิกซ้ำที่เดิม
5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาที่เข้าเรียน 2. ให้นักศึกษาค้นคว้าความหมายของเลเยอร์ 3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับเรื่องการทำงานกับเลเยอร์ ขั้นสอน 22. บอกจุดประสงค์การเรียน 23. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการปฎิบัติในหัวข้อการเรียน หัวข้อการเรียน ความหมาย ของเลเยอร์ การซ้อนภาพด้วยเลเยอร์ การใช้งานเลเยอร์ จัดหมวดหมู่ของเลเยอร์ เชื่อมเลเยอร์ เข้าด้วยกัน รวมเลเยอร์ และให้นักศึกษาปฎิบัติไปพร้อมกัน 24. ให้คำแนะนำ 25. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยอาจารย์จะซักถามในแต่ละบุคคล ขั้นสรุป 21. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญ 22. เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย 23. มอบหมายให้ไปหัดทำและศึกษาเพิ่มเติม 24. ทำแบบทดสอบ 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 6.1 สื่อ 36. หนังสือประกอบการเรียนวิชา โปรแกรมกราฟิก 37. ใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย 38. แบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรียนรู้ 39. ตัวอย่างแฟ้มสะสมชิ้นงาน 40. ชุดการสอน PowerPoint แต่ละหน่วยการเรียน 41. บทเรียนออนไลน์ 42. คอมพิวเตอร์ 6.2 แหล่งเรียนรู้ 26. ห้องสมุดสถานศึกษา 27. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 28. ผู้ปกครอง เพื่อน ๆ รุ่นพี่ และบุคลากรในสถานศึกษา 29. หนังสือ E-book, ELearning, Website ที่เกี่ยวข้อง 30. ครูผู้สอน 7. หลักฐานการเรียนรู้ - ใบความรู้ - ใบงาน / ผลงานนักเรียน
8. การวัดและประเมินผล 8.1 เครื่องมือประเมิน 17. ประเมิน : ทดสอบ 18. เครื่องมือ : แบบทดสอบ 19. เกณฑ์การให้คะแนน : ประเมินจากแบบประเมินกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1.1-1.4 20. เกณฑ์การตัดสินการผ่าน : พอใช้(5 – 6 คะแนน) 8.2 เกณฑ์การประเมิน ดีมาก (9 – 10 คะแนน) ดี (7 – 8 คะแนน) พอใช้ (5 – 6 คะแนน) ปรับปรุง (ต่ำกว่า 5 คะแนน)
9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ 9.2 ปัญหาที่พบ 9.3 แนวทางแก้ปัญหา ลงชื่อ............................................. (.....................................................) ผู้ทำแผนการจัดการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 6 ทำงานกับเลเยอร์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดไม่ใช่วิธีการสร้างเลเยอร์ใหม่ ก. คลิกปุ่ม ข. คลิกปุ่ม ค. กดคีย์ลัด <Shift+Ctrl+N> ง. เลือกคำสั่ง Layer>New>Layer 2. ข้อใดคือการล็อคภาพเฉพาะในส่วนที่โปร่งใส ก. ข. ค. ง. 3. ข้อใดคือการล็อคตำแหน่งภาพไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายได้ ก. ข. ค. ง. 4. ข้อใดหมายถึงการซ่อนเลเยอร์ ก. ข. ค. ง. 5. ข้อใดคือการสร้างเลเยอร์กรุ๊ปเพื่อจัดหมวดหมู่ของเลเยอร์ ก. ข. ค. ง. 6. ข้อใดคือการสร้างลิงค์สร้างความเชื่อมโยงในการทำงานให้กับเลเยอร์ ก. ข. ค. ง. 7. ข้อใดคือการจัดเรียงภาพในเลเยอร์ที่ลิงค์กันอยู่ให้วางชิดขอบล่าง ก. ข. ค. ง. 8. ข้อใดคือการจัดระห่างของภาพที่ลิงค์กันอยู่ให้ห่างจากขอบซ้ายของภาพเท่ากัน ก. ข. ค. ง. 9. ข้อใดคือการรวมเลเยอร์ที่มองเห็นอยู่ให้เป็นเลเยอร์เดียวกัน ก. Merge Layers ข. Merge Visible ค. Merge Link ง. Flatten Image 10. ข้อใดคือการรวมเลเยอร์ทั้งหมดให้เป็นเลเยอร์เดียว ก. Merge Layers ข. Merge Visible ค.Merge Link ง. Flatten Image เฉลย 1. ข 2. ก 3. ค 4. ง 5. ข 6. ค 7. ก 8. ง 9. ข 10. ง
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 6.1 คำสั่ง 5. จงนำภาพมาตัดต่อ และวางซ้อนกัน ดังรูป
แบบประเมินผลการทำกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา โปรแกรมกราฟิก รหัสวิชา 2204-2105 ครั้งที่.................. หน่วยการเรียนที่..................... เรื่อง.................................................................................. ภาคเรียนที่.......... ปีการศึกษา..................... ระดับชั้น................ ห้อง...........ภาควิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เลขที่ ชื่อ - สกุล ระดับคุณภาพ หมายเหตุ ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน ดี คือ ส่งงานก่อนหรือตรงกำหนดเวลา รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย พอใช้ คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนด แต่ไม่มีการติดต่อชี้แจงอย่างมีเหตุผลรับผังได้ ปรับปรุง คือ ส่งงานช้ากว่ากำหนดหรือไม่ส่ง เกณฑ์ผ่าน คือ พอใช้ ลงชื่อ...................................................... (........................................................) ผู้ประเมิน
หน่วยที่ 7 จำนวน 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 10-11 บูรณาการ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ชื่อวิชา โปรแกรมกราฟิก ชื่อหน่วย เทคนิคการตกแต่งภาพในเลเยอร์ ชื่อเรื่อง เทคนิคการตกแต่งภาพในเลเยอร์ 1. สาระสำคัญ หลังจากที่เราได้จัดเตรียมภาพ และนำมาจัดเรียงให้เข้ากันแล้ว ต่อไปเราจะตกแต่งภาพในแต่ละเล เยอร์ให้กลมกลืนกัน 2. สมรรถนะประจำหน่วย - ออกแบบภาพกราฟิกตามหลักองค์ประกอบศิลป์ - สร้างภาพกราฟิกและจัดการแฟ้มภาพด้วยโปรแกรมกราฟิก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ประจำหน่วย 1. ตกแต่งภาพในเลเยอร์ด้วยพาเล็ต Layer ได้ 2. เจาะภาพให้โปร่งใสด้วย Layer Mask ได้ 3. เล็มส่วนเกินของภาพออกด้วย Clipping Mask 4. ตกแต่งภาพด้วย Fill Layer และ Adjustment Layer 5. เข้าใจการผสมสีโดยการใช้Layer Blending Mode 6. แสดงงานหลายรูปแบบในไฟล์เดียวโดยใช้Layer Comp 4. สาระการเรียนรู้ style คือ วิธีการตกแต่งภาพใน Layer ให้มีคุณลักษณะพิเศษตามที่เราต้องการ เช่น การสร้างเงาของ วัตถุ การสร้างแสงให้ฟุ้งออกมาจากวัตถุ โดยรูปภาพในแต่ละ Layer สามารถเลือกใช้ style ในการปรับแต่ง ได้มากกว่า 1 แบบ เมื่อเราต้องการเรียกใช้ style ตกแต่งภาพใน Layer สามารถทำได้ 2 วิธี 1. ใส่เอฟเฟ็กต์ตกแต่งภาพด้วย Layer Style ในพาเนล Layer มีเอฟเฟ็กต์สำเร็จรูปสำหรับให้เราเรียกใช้ได้ ซึ่งเราสามารถปรับแต่งรายละเอียด ต่างๆ ของเอฟเฟ็กต์เหล่านี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดังต้องการ
1. เลือกเลเยอร์ที่จะใส่เอฟเฟ็กต์ 2. คลิกเมาส์เพื่อเลือกเอฟเฟ็กต์ 3. เลือกรูปแบบของเอฟเฟ็กต์ตามต้องการ
4. เลือกปรับรายละเอียดเอฟเฟ็กต์เพิ่มเติม 5. คลิกเมาส์เพื่อตกลงใช้เอฟเฟ็กต์ ที่พาเนล Layers จะปรากฏเลเยอร์พิเศษของเอฟเฟ็กต์ที่เราใช้ ข้อความ/ภาพก่อนใส่เอฟเฟ็กต์
Drop Shadow เป็นการใส่เงาด้านล่างวัตถุ Inner Shadow เป็นการใส่เงาด้านบนวัตถ Outer Glow เป็นการใส่รัศมีด้านนอกวัตถุ Inner Glow เป็นการใส่รัศมีด้านในวัตถุ
Bevel and Emboss เป็นการทำให้วัตถุดูนูนเอียง Satin เป็นการทำให้วัตถุดูมันเงา Color Overlay เป็นการเทสีบนผิววัตถุ Gradient Overlay เป็นการไล่สีบนผิววัตถุ
Pattern Overlay เป็นการนำลวดลายมาวางบนผิววัตถุ Stroke เป็นการเน้นเส้นขอบวัตถุ 2. แต่งภาพด้วยสไตล์สำเร็จรูปในพาเนล Styles Photoshop ได้รวบรวมเอฟเฟ็กต์สำเร็จรูปที่นิยมในการแต่งรูปไว้ในพาเนล Styles ซึ่งเราสามารถ ตกแต่งภาพได้เพียงคลิกเมาส์เลือก Style ไม่ต้องปรับแต่งค่าเหมือนกับการใช้งาน Layer Style ที่ได้กล่าวไป แล้ว ดังตัวอย่างเราจะลองสร้างภาพตัวต่อ (jigsaw) ภาพต้นแบบก่อนกำหนดสไตล์
1. เลือกเลเยอร์ที่เราต้องการ ทำให้เป็นภาพตัวต่อ 2. เลือกคำสั่ง window>Styles 3. คลิกเมาส์เลือก Puzzle ที่พาเนล Layers จะปรากฏเลเยอรืพิเศษของเอฟเฟ็กต์ขึ้นมา
^ ภาพจะกลายเป็นภาพตัวต่อ ปรับความโปร่งใสของเลเยอร์ เป็นลักษณะการปรับภาพให้จางลงจนกระทั่งกลายเป็นภาพใสที่สามารถมองทะลุไปยังพื้นหลังได้ เรา เรียกคุณสมบัตินี้ว่า “Opacity” ซึ่งการปรับค่า Opacity นี้จะเกิดขึ้นกับภาพในเลเยอร์นั้นรวมทั้งเอฟเฟ็กต์ที่ ใช้ด้วย โดยมากเทคนิคนี้มักจะนิยมใช้กัลเลเยอร์ที่วางซ้อนกัน ดังตัวอย่างเราจะปรับเลเยอรืภาพ ให้มองเป็น ทะลุเห็นพื้นหลังสีขาวด้านล่าง ^ พิมพ์จำนวนเปอร์เซ็นต์หรือคลิกแล้วเลือกสไลด์เพื่อปรับค่า Opacity ^ Opacity 100%
^ Opacity 65% ^ Opacity 40% ในกรณีที่เราต้องการปรับความโปร่งใสของภาพในเลเยอร์ แต่ไม่ต้องการให้มีผลกับเอฟเฟ็กต์ด้วย ก็ สามารถเลือกทำได้โดยให้เลือกปรับค่า Fill ในพาเนล Layers แทน พิมพ์จำนวนเปอร์เซ็นต์หรือคลิกแล้วเลือกสไลด์เพื่อปรับค่า Fill
^ สังเกตว่าเมื่อปรับค่า Fill ภาพในเลเยอร์จะจางลง แต่เอ็ฟเฟกต์จะไม่เปลี่ยน 3. เจาะภาพให้โปร่งใสด้วย Layer Mask เป็นการเจาะภาพด้านบนให้โปร่งใส เพื่อให้ภาพด้านล่างลอดขึ้นมาด้านบน ตามช่องของหน้ากาก เรา เรียกเทคนิคนี้ว่า “Layer Mask” 1. ส่วนสีดำโปร่งแสง 2. ส่วนสีเทาโปร่งแสงเล็กน้อย 3. ส่วนสีขาวจะทึบแสง
1. ภาพด้านบน 2. กำหนดการไล่โทนสี 3. ภาพพื้นหลัง ภาพผลลัพธ์ที่ได้ภาพพื้นหลังแสดงผ่านขึ้นมาด้านบนได้ สร้าง Layer Mask โดยการไล่โทนสี จากความรู้ที่กล่าวไปข้างต้น เราสามารถนำ Layer Mask มาใช้ตกแต่งภาพได้อย่างกลมกลืน โดยการ นำภาพ 2 ภาพมาซ้อนกัน แล้วให้ภาพหนึ่งเป็น Mask หรือเป็นหน้ากากเพื่อให้ภาพเลเยอร์ล่างลอดออกมา จากช่องของหน้ากาก 1. เรียง 2 ภาพตามลำดับ
2. คลิกเมาส์ 3. เพิ่ม Layer Mask 4. คลิกเลือก Gradient Tool 5. เลือกสีโฟร์กราวนด์และแบ็คกราวนด์เป็นสีดำ-ขาว 6. เลือกให้ไล่โทนสีจากโฟร์กราวนด์ไปยังแบ็คกราวนด์ 7. ไล่โทนสีจากสีดำไปยังสีขาว 8. แสดงผลการซ้อนเลเยอร์โดยการใช้ Layer Mask
การสร้าง Layer Mask โดยการคัดลอกภาพ ในตัวอย่างนี้เราจะเปลี่ยนพื้นหลังของภาพ ด้วยการสร้าง Mask บังส่วนของพื้นหลังเดิม จากนั้นใช้ การคัดลอกพื้นหลังอันใหม่มาใส่แทน 1. เลือกพื้นหลังเดิมที่จะเปลี่ยน 2. เลือกพื้นหลังใหม่ที่จะมาแทนที่
3. เลือกคำสั่ง Edit>copy คัดลอกพื้นหลังใหม่ 4. เลือกคำสั่ง Edit>Paste Into วางพื้นหลังใหม่ ในไฟล์ภาพที่ต้องการเปลี่ยนพื้นหลัง 5. ภาพพื้นหลังใหม่จะถูกนำมาวาง แล้วเลื่อนพื้นหลังใหม่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ
ใช้เส้นพาธสร้าง Vector Mask เป็นการสร้าง Layer Mask อีกรูปแบบหนึ่ง คือ การใช้ เส้นพาธมาบังส่วนของภาพที่เราไม่ต้องการ ซึ่ง เราเรียกการสร้างในลักษณะนี้ว่า “ Vector Mask” ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ 1. เปลี่ยนเลเยอร์ Background เป็นเลเยอร์ปกติ 2. สร้างเส้นพาธรอบพื้นที่ที่ต้องการ