วิชา การบัญชธี รุ กจิ
ซือขายสินค้า
หน่วยที 2
KRU
KANCHARAPORN
หนว่ ย
ความรเู้ บ้อื งต้นเกี่ยว
ยที่ 2
วกับภาษมี ูลคา่ เพิ่ม
ครูกณั ชราพร ยกย่งิ
แนว
ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีทางอ้อมที่เรียกเก็บ
เฉพาะจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มข้ึนในแต่ละขั้นตอน
เน่ืองจากโครงสร้างภาษีการค้า มีความไม่เหมา
โครงสร้างอตั ราภาษีกระทรวงการคลัง จึงได้เสนอพ
มาใช้แทน ภาษีมูลค่าเพิ่มจะมีอัตราเดียวที่ใช้กับ
ภาษมี ูลคา่ เพิม่ เปน็ ครัง้ แรก ในวันท่ี 1 มกราคม พ.ศ
วคดิ
บจากบุคคลท่ีซ้ือสินค้าหรือรับบริการ โดยจัดเก็บ
นของการผลิต การจาหน่ายหรือการให้บริการ
าะสม มีความซ้าซ้อนและความหลากหลายของ
พิจารณายกเลิกภาษีการค้า และนาภาษีมูลค่าเพ่ิม
บสินค้าและบริการทุกชนิด โดยเริ่มมีการจัดเก็บ
ศ. 2535
สาระกา
1. ความหมายของภาษีมูลคา่ เพิ่ม
2. ผูม้ ีหนา้ ทีเ่ สียภาษีมลู ค่าเพม่ิ
3. ผู้ประกอบการทไ่ี มต่ ้องจดทะเบยี นภาษ
4. หนา้ ทีข่ องผปู้ ระกอบการจดทะเบียนภา
5. สถานทีจ่ ดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพม่ิ
6. อตั ราภาษมี ูลคา่ เพ่ิม
7. ใบกากับภาษี
8. การคานวณภาษมี ลู ค่าเพมิ่
9. แบบแสดงรายการภาษมี ูลค่าเพ่มิ
10. กาหนดเวลา สถานทย่ี ่นื แบบ และการ
11. รายงานทีผ่ ้ปู ระกอบการต้องจดั ทา
ารเรยี นรู้
ษีมูลค่าเพ่มิ
าษมี ูลค่าเพ่ิม ชาระภาษี
รชาระภาษี
ผลการเรยี น
1. บอกความหมายของภาษมี ลู คา่ เพมิ่ ได้
2. บอกผู้มหี นา้ ทีเ่ สยี ภาษมี ูลคา่ เพม่ิ ได้
3. บอกผู้ประกอบการท่ไี มต่ ้องจดทะเบียน
4. บอกหน้าท่ขี องผู้ประกอบการจดทะเบยี
5. บอกสถานทจ่ี ดทะเบยี นภาษมี ลู ค่าเพ่ิม
6. บอกและยกตัวอย่างใบกากบั ภาษไี ด้
7. บอกแบบแสดงรายการภาษีมูลคา่ เพิม่ ไ
8. จดั ทารายงานตามท่ีกฎหมายกาหนดได
9. บอกกาหนดเวลา สถานที่ยืน่ แบบและก
10. มกี ิจนิสยั มรี ะเบียบ ละเอียด รอบคอบ
และมีเจตคติท่ดี ตี อ่ วชิ าชพี บญั ชี
นรู้ทค่ี าดหวัง
นภาษมี ูลค่าเพิม่ ได้
ยนภาษีมูลคา่ เพิม่ ได้
มได้
ได้
ด้
การชาระภาษไี ด้
บ ซ่ือสตั ย์ มีวนิ ัย ตรงต่อเวลา
ความหมายของ
ภาษมี ลู ค่าเพม่ิ (Value Added Tax) หร
จากผขู้ ายสินคา้ ผ้ผู ลิตสนิ ค้าและผใู้ ห้บรกิ ารในส
1. ภาษีซ้ือ (Input Tax) คือ ภาษีมูลค่า
และ บรกิ ารต่างๆ จากกจิ การทจ่ี ดทะเบียนเข้าส
2. ภาษีขาย (Output Tax) คือ ภาษีม
บรกิ ารต่างๆ ของกิจการท่จี ดทะเบยี นเข้าสูร่ ะบบ
งภาษมี ลู คา่ เพม่ิ
รือเรยี กย่อๆ วา่ แวต (VAT) คอื ภาษีท่ีเรียกเก็บ
ส่วนทีเ่ พิ่มข้ึนภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบดว้ ย
าเพม่ิ ท่ีเกิดจากการซื้อวัตถุดิบ/สินค้า/สินทรพั ย์
สรู่ ะบบภาษมี ูลคา่ เพ่ิม
มูลค่าเพ่มิ ที่เกิดจากการขายวัตถุดิบ/สินค้าและ
บภาษมี ูลค่าเพม่ิ
ความหมายของ
ผู้ประกอบการท่ีขายสินค้าหรือให้บริการใ
ประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดาคณะ
หรือนิติบุคคลใดๆ หากมีรายรับจากการขายสิน
มีหน้าที่ต้องยื่นคาขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพ่ิม
ภาษที ตี่ ้องเสยี จากภาษขี ายหกั ดว้ ยภาษซี ื้อ
งภาษีมูลค่าเพิม่
ในทางธุรกิจหรือวิชาชีพเป็นปกติธุระ ไม่ว่าจะ
ะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญท่ีมิใช่นิติบุคคล
นค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี
มเพ่ือเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยคานวณ
ผู้ประกอบการทไ่ี มต่ อ้ งจด
1. ผ้ปู ระกอบการทีม่ รี ายรับจากการขายสนิ ค้าหรือ
2. ผ้ปู ระกอบการท่ีขายสินค้าหรอื ให้บริการที่ได้รบั
3. ผปู้ ระกอบการทใี่ ห้บรกิ ารจากตา่ งประเทศ แล
4. ผู้ประกอบการท่ีอยู่นอกราชอาณาจักรและเ
ในราชอาณาจักรเป็นครงั้ คราว ท้ังน้ีต้องเป็นไปตา
ประกาศอธบิ ดกี รมสรรพากรเก่ยี วกบั ภาษมี ูลคา่ เพ
5. ผูป้ ระกอบการอืน่ ตามทอ่ี ธิบดจี ะประกาศกาหน
ดทะเบียนภาษีมูลคา่ เพมิ่
อใหบ้ รกิ ารไม่เกิน 1.8 ลา้ นบาทตอ่ ปี
บการยกเว้นภาษมี ูลค่าเพม่ิ ตามกฎหมาย
ละไดม้ กี ารใชบ้ ริการนัน้ ในราชอาณาจักร
เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ
ามหลักเกณฑว์ ิธีการ และเงื่อนไขที่กาหนดไว้ใน
พม่ิ (ฉบบั ท่ี 43) ลงวนั ท่ี 29 มกราคม พ.ศ. 2536
นดเมือ่ มเี หตอุ ันสมควร
หน้าทข่ี องผปู้ ระกอบการทีต่ ้อ
1. เรียกเกบ็ ภาษมี ลู ค่าเพิ่มจากผซู้ ้ือสินค้าหรอื
และออกใบกากบั ภาษเี พอ่ื เปน็ หลักฐานในกา
2. จดั ทารายงานตามทีก่ ฎหมายกาหนด ซงึ่ ได
(1) รายงานภาษซี ื้อ
(2) รายงานภาษีขาย
(3) รายงานสนิ คา้ และวัตถดุ ิบ
3. ยน่ื แบบแสดงรายการเพ่ือเสียภาษตี ามแบบ
องจดทะเบยี นภาษีมลู คา่ เพ่มิ
อผูร้ บั บรกิ าร
ารเรยี กเกบ็ ภาษมี ูลคา่ เพิ่ม
ด้แก่
บ ภ.พ.30
สถานที่จดทะเบยี
การจดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพ่มิ ของผู้ประกอบ
ตามแบบ ภ.พ.01 ณ
1. กรณสี ถานประกอบการต้งั อยูใ่ นเขตกรงุ เทพมหานคร ให้ยื่น
สาขาในเขตทอ้ งที่ทีส่ ถานประกอบการตง้ั อยู่
2. กรณสี ถานประกอบการตงั้ อยู่นอกเขตกรงุ เทพมหานคร ให้ย
ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ และกรณสี ถานประกอบการตั้งในทอ้
อัตรากาลังไว้ให้ยืน่ ณ สานักงานสรรพากรพืน้ ทส่ี าขา (อาเภอ)
กรณมี สี ถานประกอบการหลายแหง่ ใหย้ ืน่ คาขอจดทะเบียนไดท้
พนื้ ท่สี าขา ในทอ้ งท่ที ่สี ถานประกอบการอนั เปน็ ทีต่ ้งั ของสานัก
3. กรณีสถานประกอบการทอ่ี ย่ใู นความกากบั ดแู ลของสานกั บร
ขนาดใหญ่ หรอื จะยนื่ ผ่านสานักงานสรรพากรพ้นื ท่ี หรือสาน
ยนภาษีมลู ค่าเพิม่
บการใหย้ น่ื คาขอจดทะเบียนภาษมี ลู คา่ เพ่มิ
ณ สถานท่ดี งั ต่อไปน้ี
น ณ สานกั งานสรรพากรพ้นื ทีห่ รือสานกั งานสรรพากรพ้ืนท่ี
ยน่ื ณ สานกั งานสรรพากรพ้นื ทีส่ าขา (อาเภอ) ในเขตทอ้ งท่ี
องที่อาเภอหรอื ก่งิ อาเภอตงั้ ใหม่ ที่กรมสรรพากรมไิ ดจ้ ดั
ท่เี คยควบคุมพน้ื ทเ่ี ดมิ ของอาเภอหรือกง่ิ อาเภอตัง้ ใหม่นนั้
ทส่ี านักงานสรรพากรในพนื้ ที่ หรือสานกั งานสรรพากร
กงานใหญ่เพียงแห่งเดยี ว
รหิ ารภาษธี รุ กจิ ขนาดใหญ่ให้ยื่น ณ สานกั บรหิ ารภาษธี รุ กิจ
นกั งานสรรพากรพนื้ ทีส่ าขาทีส่ ถานประกอบการตง้ั อยู่ก็ได้
อัตราภาษีมลู ค่าเพม่ิ มี 2 อตั รา คือ
1. ร้อยละ7เปน็ อัตราภาษีมลู คา่ เพ่มิ สาหรับการขายส
ไม่อย่ใู นขา่ ยยกเวน้ ภาษมี ูลคา่ เพมิ่ ตามประมวลรษั ฎา
ภาษีมลู ค่าเพิม่ สาหรับประเทศไทยเดมิ ใชอ้ ตั ราร้อยละ
ละ 7 เป็นการชั่วคราว
2. รอ้ ยละ 0 เป็นอัตราภาษีมูลค่าเพม่ิ สาหรบั การขาย
ดังตอ่ ไปนี้
2.1 การส่งออกสินค้าตามมาตรา 81 (3) และตาม
ป.33/2536 ลงวันท่ี 24 มิถุนายน 2536
2.2 การใหบ้ รกิ ารขนสง่ ระหวา่ งประเทศโดยอากา
ทก่ี ระทา โดยผู้ประกอบการทีเ่ ป็นนติ บิ ุคคลที่จดั ตงั้ ข้นึ
อัตราภาษมี ูลคา่ เพ่มิ
สินคา้ หรือบรกิ ารทุกประเภท รวมทั้งการนาเขา้ ซง่ึ
ากร อตั รานไ้ี ด้รวมภาษีทอ้ งถ่ินแลว้ (อัตรา
ะ 10 ปัจจบุ ันอัตราภาษมี ลู คา่ เพ่มิ ลดลงเหลือรอ้ ย
ยสินค้าหรือบรกิ ารสาหรบั การประกอบการ
มคาสง่ั กรมสรรพากรที่
าศยานหรือเรือเดนิ ทะเล
นตามกฎหมายไทย
2.3 การขายสินค้าหรือการให้บริการส่วนราชก
ช่วยเหลอื จากตา่ งประเทศ
2.4 การขายสินค้าหรือการให้บริการกับองค์
สหประชาชาติ สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสลุ ใหญ
2.5 การขายสนิ ค้าหรือการให้บริการระหว่างคลังส
ผปู้ ระกอบการท่ีประกอบการอยู่ในเขตอุตสาหกรรมส่ง
หรือให้บริการระหว่างคลงั สินคา้ ทัณฑ์บนกับผู้ประกอบ
อยูใ่ นเขตอุตสาหกรรมสง่ ออก
อตั ราภาษมี ลู ค่าเพ่มิ
การหรือรัฐวิสาหกิจ ตามโครงการเงินกู้หรือเงิน
การสหประชาชาติทบวงการชานัญพิเศษของ
ญ่ สถานกงสลุ ตามทอี่ ธิบดกี าหนด
สินคา้ ทณั ฑบ์ นด้วยกันหรือระหว่าง
งออก รวมทั้งการขายสนิ ค้า
บการทปี่ ระกอบกิจการ
ใบกากับภาษี (Tax Invoice) เป็นเอกสารสาคญั ใน
ผปู้ ระกอบการจาหน่ายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกคา้
ถงึ แม้วา่ จะยังไมไ่ ด้รับชาระเงนิ เพราะความรบั ผิดใน
สินค้าหรือเมื่อได้รับชาระราคาคา่ บริการ และระมัดร
จานวนเงนิ เป็นตน้ สว่ นผซู้ อื้ สนิ ค้าหรือผูร้ บั บริการก
สินค้าหรอื ไดร้ บั บรกิ าร และควรเลือกซื้อวัตถุดบิ สนิ
จากกิจการท่จี ดทะเบียนเขา้ สู่ระบบภาษีมลู ค่าเพ่มิ
ใบกากับภาษี
นระบบภาษมี ูลค่าเพมิ่ และถอื เป็นของคู่กันทุกคร้ังที่
า กิจการจะตอ้ งออกใบกากับภาษใี หแ้ กล่ ูกค้าทันที
นการเสียภาษมี ูลคา่ เพม่ิ จะเกดิ ขน้ึ ทนั ทีทม่ี กี ารส่งมอบ
ระวงั ในการออกใบกากบั ภาษีให้ถกู ต้อง เชน่ ชื่อ ที่อยู่
กค็ วรเรยี กใบกากบั ภาษีจากผขู้ ายทนั ทีท่ีได้รบั มอบ
นคา้ สนิ ทรพั ย์หรอื รับบริการ
มิเช่นนั้นกิจการจะไม่สามารถเรียกคืนภาษีมูล
ประโยชน์ เนื่องจากใบกากับภาษีเป็นเอกสารสาคัญ
ลูกค้าแล้วจะต้องเก็บสาเนาไว้ในแฟ้ม เรียงตามลาดับ
กจ็ ะตอ้ งตรวจสอบความครบถว้ นของรายการตามท่กี
ใบกากับภาษีน้ันเป็นเอกสารออกเป็นชุดท่ีผู้ประกอ
เรยี งตามลาดับวันที่เช่นกนั ใบกากบั ภาษแี บง่ ออกเปน็
ใบกากบั ภาษี
ลค่าเพ่ิมหรือขอคืนโดยวิธีเครดิตได้ ทาให้กิจการเสีย
ญ ดังน้ันเม่ือผู้ประกอบการออกใบกากับภาษีให้แก่
บวันที่ หรือในกรณีที่เป็นผู้รับใบกากับภาษีจากผู้อ่ืน
กฎหมายกาหนดและเก็บต้นฉบับหรือสาเนาในกรณีท่ี
อบการออกร่วมกับเอกสารทางการค้าอ่ืน ไว้ในแฟ้ม
น 2 ประเภท ดังนี้
1.ใบกากับภาษีเต็มรปู
1) ใบกากับภาษแี บบเตม็ รปู (Tax Invoic
จดทะเบยี นภาษีมลู คา่ เพม่ิ ออกให้แก่
ผูซ้ ้อื สินคา้ หรือผูร้ ับบริการใบกากบั ภาษี
แบบนตี้ อ้ งมรี ายการครบถว้ นตาม
ที่กรมสรรพากรกาหนด (มาตรา 86/4)
และใช้เป็นหลักฐานในการชาระ
หรือเรียกคืนภาษมี ูลค่าเพม่ิ
ce) คือเอกสารหลักฐานสาคัญท่ีผู้ประกอบการ
2) ใบกากบั ภาษีอยา่ งยอ่ (Abbreviation
หรอื เรียกย่อๆ ว่า ABB Tax Invoice ค
จาหนา่ ยสนิ ค้าในลกั ษณะขายปลีกหรอื ให้บ
ภาษอี ย่างยอ่ นี้อาจออกดว้ ยมือหรือออกดว้ ย
เคร่อื งบนั ทึกเงนิ สด (Cash Register)
ใบกากบั ภาษีแบบนใ้ี ช้เป็นหลกั ฐานในการ
ชาระหรอื เรยี กคืนภาษีมูลคา่ เพ่ิมไม่ได้
ดงั นนั้ ผซู้ ้อื สนิ คา้ หรอื ผู้รับบรกิ ารตอ้ ง
แจง้ ความประสงคว์ า่ ตอ้ งการใบกากบั
ภาษแี บบเตม็ รูป
n Tax Invoice)
คือใบกากับภาษีท่อี อกโดยผู้ประกอบการท่ี
บรกิ ารรายย่อยแก่บุคคลจานวนมาก ใบกากบั
ย
เอกสารอื่นท่ถี ือ
01
ใบเพมิ่ หนี้ (Debit Note)
คือใบกากับภาษีท่อี อกเพมิ่ เติม
ในกรณีที่ตอ้ งเพิ่มหนีโ้ ดยอาจคานวณจานวน
เงินผิดหรือนับจานวนสนิ คา้ ผิด
03
ใบเสร็จรับเงนิ
ที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาด
อเปน็ ใบกากบั ภาษี
02
ใบลดหน้ี (Credit Note) คอื ใบกากับภาษี
ที่ออกเพิม่ เตมิ ในกรณที ต่ี ้องลดหนโี้ ดยอาจ
คานวณจานวนเงินผิดหรอื ตอ้ งการ
ลดราคาสินค้าใหล้ ูกคา้ เน่อื งจากสินค้าชารดุ
หรือมกี ารสง่ คนื สินค้า
04
ใบเสรจ็ รบั เงินของกรมสรรพากร
กรมศุลกากร หรือกรมสรรพสามิต เฉพาะส่วนท่เี ปน็
ภาษีมลู คา่ เพม่ิ คอื ใบเสร็จรบั เงนิ ค่ามูลคา่ เพม่ิ ทีไ่ ดร้ บั
จากกรมสรรพากรตามมาตรา 83/5 และ 83/6
และใบเสร็จรับเงนิ ที่ไดร้ ับจากกรมศลุ กากร
ในกรณีนาเข้าสนิ คา้
เ มื่ อ ถึ ง วั น สิ้ น เ ดื อ น ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า
และนาสง่ ภายในกาหนดเวลา การคานวณภา
1. กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค
และภาษีขายประจาเดือน โดยดูจากบัญชีภ
และภาษีขายและหาผลตา่ ง
ถ้า ภาษีซ้ือ > ภาษีขาย จะได้ร
ถา้ ภาษซี อื้ < ภาษขี าย จะตอ้
การคานวณภาษมี ูลคา่ เพมิ่
า ร จ ะ ต้ อ ง ค า น ว ณ ภ า ษี มู ล ค่ า เ พ่ิ ม
าษมี ูลคา่ เพ่มิ แยกเป็น 2 กรณี ดังนี้
ค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ให้คานวณภาษีซ้ือ
ภาษีซื้อและภาษีขายหรือจากรายงานภาษีซื้อ
รับคนื
องชาระเพิ่ม
หมายเหตุ
ภาษซี ้ือบางรายการไมส่ ามารถนาไปหักจาก
• ไมม่ ใี บกากับภาษีหรือใบกากบั ภาษีขาย
• ใบกากับภาษีชารดุ ในสว่ นที่เป็นสาระสา
• ใบกากบั ภาษีแสดงช่ือผ้ซู อื้ หรือผจู้ ่ายเงิน
• ภาษีซ้ือท่ีเกิดจากรายการทไ่ี ม่เก่ยี วขอ้ งโ
รายจา่ ยส่วนตัว ค่านา้ มนั รถผู้จดั การ คา่ รับ
ในส่วนที่เกนิ จากทส่ี รรพากรกาหนด
• ภาษีซอื้ ทีเ่ กดิ จากการซอ้ื /เชา่ ซื้อหรอื รับ
• /โดยสารท่ีมีทนี่ ง่ั ไมเ่ กิน 10 คน
กภาษขี าย เช่น
าคัญ หรือมกี ารแกไ้ ข
นไม่ถกู ต้อง
โดยตรงกบั กจิ การ เช่น
บรองลูกค้า
บโอนรถยนต์นั่ง
ตวั อย่างที่ 1 รา้ นศรรามค้าขายมยี อดซื้อสิน
จานวน 45,000 บาทยอดขาย
อตั ราภาษมี ูลค่าเพ่มิ 7%
ใหท้ า 1. คานวณภาษซี อ้ื
2. คานวณภาษขี าย
3. คานวณจานวนเงินที่ตอ้ งช
ภาษีซื้อเท่ากบั 45,000 x 7% = 3,150
ภาษขี ายเทา่ กับ 56,000 x 7% = 3,920
รา้ นศรรามค้าขายตอ้ งชาระหนภ้ี าษีมูลคา่
นคา้ ปประจาเดอื นเมษายน 25X1
ยสนิ คา้ จานวน 56,000 บาท
ชาระเพิ่ม/ได้รับคืน
บาท
0 บาท
าเพมิ่ เทา่ กบั 3,920 – 3,150 = 770 บาท
ตวั อยา่ งท่ี 2 ในเดอื นมนี าคม 25X1 ร้านเต
และคา่ ใชจ้ ่ายต่างๆท่เี สยี ภาษ
รายได้คา่ บรกิ าร มจี านวน 56
ใหท้ า 1. คานวณภาษซี อื้
2. คานวณภาษีขาย
3. คานวณจานวนเงินทต่ี ้องช
ภาษีซอ้ื เทา่ กับ 65,000 x 7% = 4,578
ภาษีขายเท่ากับ 56,000 x 7% = 3,920
ร้านศรรามคา้ ขายตอ้ งชาระหน้ภี าษีมลู คา่
ต๋าบริการ จ่ายคา่ วสั ดสุ ้นิ เปลอื ง
ษมี ลู คา่ เพ่มิ เปน็ เงนิ 65,400 บาท
6,000 บาทอตั ราภาษีมลู ค่าเพมิ่ 7%
ชาระเพม่ิ /ได้รับคนื
บาท
0 บาท
าเพิ่มเทา่ กบั 4,578 – 3,920 = 658 บาท
2. กรณีผ้ปู ระกอบการจดทะเบียนภาษีม
ในอัตรารอ้ ยละ 0 ซ่งึ จะส่งผลทาใหภ้ าษ
อัตราร้อยละ 7 ดังนั้นภาษซี อื้ จะมยี อดม
ผ้ปู ระกอบการได้รบั คืนภาษี
มูลคา่ เพม่ิ ในอตั ราร้อยละ 0 ใหค้ านวณ
ษีขายเทา่ กับ 0 และคานวณภาษีซ้ือ
มากกวา่ ภาษีขาย ซึ่งมผี ลทาให้
ตวั อยา่ งท่ี 3 ผปู้ ระกอบการรายหนงึ่ ซือ้ เส
ภาษีมลู ค่าเพมิ่ 7% และส่งออ
ในราคา 42,000 บาท ภาษมี ลู
ให้ทา 1. คานวณภาษีซ้อื
2. คานวณภาษีขาย
3. คานวณจานวนเงินที่ตอ้ งช
ภาษซี ือ้ = 30,000 x 7
ภาษขี าย = 42,000 x 0
จานวภาษีท่ีจะได้รับคนื = 2
ส้ือผา้ สาเร็จรูปมาจาหนา่ ยในราคา 30,000 บาท
อกไปจาหนา่ ยในตา่ งประเทศ
ลคา่ เพมิ่ 0%
ชาระเพ่มิ /ไดร้ บั คนื
7% = 2,100 บาท
0% = 0 บาท
2,100 – 0 = 2,100 บาท
แบบแสดงรายการภาษีมูลค
ลาดบั ชื่อยอ่ ชื่อเตม็ ผมู้ ีหน้า
1 ภ.พ. 30 แบบแสดงรายการ แบบ ภ.พ
ภาษมี ลู คา่ เพิ่ม ตาม ทะเบียน
ประมวลรษั ฎากร คานวณจ
ผู้ประกอ
ห้างหนุ้ ส
ของรัฐบา
รายเดือน
ประสงค์
โดยต้อง
กรมสรรพ
ผู้ประกอ
กรมสรรพ