The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sarutobi Hiruzen, 2023-02-27 19:23:35

รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

91 จากตารางที่ 6 พบว]า คะแนนจากการปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรมและแบบทดสอบย]อย ระหว]างเรียน มีค]าเฉลี่ยเท]ากับ 426.67 คิดเปZนร/อยละ 64.94 ของคะแนนเต็ม และผลการทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหา ความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยเท]ากับ 26.33 คิดเปZน ร/อยละ 65.83 ดังนั้น ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 จำนวน 9 ชุด มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท]ากับ 64.94/65.83 2. การทดลองหาประสิทธิภาพครั้งที่ 2 โดยทดลองใช/กับนักเรียนกลุ]มย]อย ภาคเรียนที่ 1 ปOการศึกษา 2560 จำนวน 12 คน ผลการวิเคราะห-ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตาม กระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 จำนวน 9 ชุด แสดงผลตามตารางที่ 7 ดังนี้ ตารางที่7 ผลการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบ สืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 ครั้งที่ 2 ประสิทธิภาพ คะแนนเต็ม X̅ S.D. ร/อยละ ด/านกระบวนการ (E1) 657 494.83 58.38 75.32 ด/านผลลัพธ- (E2) 40 30.00 2.70 75.00 ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ E1/E2 75.32/75.00 จากตารางที่ 7 พบว]า คะแนนจากการปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรมและแบบทดสอบ ย]อยระหว]างเรียน มีค]าเฉลี่ยเท]ากับ 494.83 คิดเปZนร/อยละ 75.32 ของคะแนนเต็ม และผลการ ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบ สืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยเท]ากับ 30.00 คิดเปZนร/อยละ 75.00 ดังนั้น ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหา ความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 จำนวน 9 ชุด มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท]ากับ 75.32/75.00


92 3. การทดลองหาประสิทธิภาพครั้งที่ 3 โดยทดลองใช/กับนักเรียนกลุ]มใหญ] ภาคเรียน ที่ 1 ปOการศึกษา 2560 จำนวน 30 คน ผลการวิเคราะห-ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตาม กระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 จำนวน 9 ชุด แสดงผลตามตารางที่ 8 ดังนี้ ตารางที่8 ผลการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบ สืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 ครั้งที่ 3 ประสิทธิภาพ คะแนนเต็ม X̅ S.D. ร/อยละ ด/านกระบวนการ (E1) 657 541.43 19.82 82.41 ด/านผลลัพธ- (E2) 40 32.43 2.45 81.08 ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ E1/E2 82.41/81.08 จากตารางที่ 8 พบว]า คะแนนจากการปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรมและแบบทดสอบย]อย ระหว]างเรียน มีค]าเฉลี่ยเท]ากับ 541.43 คิดเปZนร/อยละ 82.41 ของคะแนนเต็ม และผลการทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหา ความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยเท]ากับ 32.43 คิดเปZน ร/อยละ 81.08 ดังนั้น ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 จำนวน 9 ชุด มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท]ากับ 82.41/81.08 ซึ่งสูงกว]าเกณฑ-80/80 4. การทดลองใช/จริงกับกลุ]มตัวอย]าง ภาคเรียนที่ 1 ปOการศึกษา 2560 จำนวน 37 คน ผลการวิเคราะห-ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหา ความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 จำนวน 9 ชุด แสดงผลตามตารางที่ 9 ดังนี้


93 ตารางที่9 ผลการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบ สืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 กับนักเรียน กลุ]มตัวอย]าง จำนวน 37 คน ภาคเรียนที่ 1 ปOการศึกษา 2560 ประสิทธิภาพ คะแนนเต็ม X̅ S.D. ร/อยละ ด/านกระบวนการ (E1) 657 541.81 14.87 82.47 ด/านผลลัพธ- (E2) 40 32.49 2.18 81.22 ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ E1/E2 82.47/81.22 จากตารางที่ 9 พบว]า คะแนนจากการปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรมและแบบทดสอบย]อย ระหว]างเรียน มีค]าเฉลี่ยเท]ากับ 541.81 คิดเปZนร/อยละ 82.47 ของคะแนนเต็ม และผลการทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช/ผลการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยเท]ากับ 32.49 คิดเปZนร/อยละ 81.22 ดังนั้น ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการ เรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 จำนวน 9 ชุด มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท]ากับ 82.47/81.22 ซึ่งสูงกว]าเกณฑ-80/80 ตอนที่ 2 การวิเคราะห-หาค]าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตาม กระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 ผู/ศึกษาได/วิเคราะห-ดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/ แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 แสดงผลตามตาราง ที่ 10


94 ตารางที่10 ค]าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหา ความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 จำนวน นักเรียน คะแนนเต็ม ผลคูณจำนวน นักเรียนกับ คะแนนเต็ม ผลรวม ของคะแนน ก]อนเรียน ผลรวม ของคะแนน หลังเรียน E.I. ร/อยละ 37 40 1,480 628 1,202 0.6737 67.37 จากตารางที่ 10 พบว]า ค]าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการ เรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 มีค]าดัชนี ประสิทธิผล เท]ากับ 0.6737 แสดงว]า นักเรียนมีความก/าวหน/าในการเรียนรู/คิดเปZนร/อยละ 67.37 ตอนที่ 3 วิเคราะห-เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนและก]อนเรียน โดยให/ นักเรียนทดสอบอีกครั้งโดยใช/แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดเดิม หลังจากนักเรียนเรียนโดย ใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 ผู/ศึกษาได/วิเคราะห-เปรียบเทียบจากคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว]างก]อนเรียนและ หลังเรียน โดยใช/การทดสอบค]า t-test (Dependent Samples) แสดงผลตามตารางที่ 11 ตารางที่11 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว]างก]อนเรียนและหลังเรียนที่เรียน โดยใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 คะแนน N S.D. t df p ก]อนเรียน 37 16.97 4.059 40.942* 36 0.000 หลังเรียน 37 32.49 2.181 *มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


95 จากตาราง 11 พบว]า นักเรียนที่เรียนโดยใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/ แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยหลัง เรียนสูงกว]าก]อนเรียนอย]างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ตอนที่ 4 การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต]อการเรียนรู/โดยใช/ชุดกิจกรรมการ เรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้น มัธยมศึกษาปOที่ 5 ผู/ศึกษาได/ให/นักเรียนกลุ]มตัวอย]างตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต]อ การเรียนรู/โดยใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 หลังจากที่นักเรียนเรียนด/วยชุดกิจกรรมการเรียนรู/ ครบทุกชุดแล/ว แสดงผลตามตารางที่12 ดังนี้ ตารางที่12 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต]อการเรียนรู/โดยใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวน การเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษา ปOที่ 5 ข/อที่ รายการประเมิน S.D. ระดับความ พึงพอใจ 1 2 3 4 5 6 7 8 นักเรียนมีความเข/าใจในเนื้อหาที่เรียนเพิ่มมากขึ้น นักเรียนได/วางแผนและดำเนินการศึกษาค/นคว/าด/วย ตนเอง นักเรียนได/เปZนผู/ลงมือปฏิบัติกิจกรรม การจัดกิจกรรมการเรียนรู/มีความน]าสนใจ และเข/าใจง]าย นักเรียนได/เรียนรู/ด/วยตนเองตามศักยภาพ การทำกิจกรรมกลุ]มทำให/นักเรียนเกิดการเรียนรู/ กิจกรรมทำให/นักเรียนเกิดทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรนักเรียนมีความกระตือรือร/นที่ได/เรียนด/วยชุดกิจกรรม การเรียนรู/ 4.57 4.65 4.78 4.65 4.43 4.65 4.59 4.57 0.50 0.48 0.42 0.48 0.50 0.48 0.50 0.50 มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มาก มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด C


96 ตารางที่12 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต]อการเรียนรู/โดยใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ตามกระบวน การเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษา ปOที่ 5 (ต]อ) ข/อที่ รายการประเมิน S.D. ระดับความ พึงพอใจ 9 10 11 12 13 14 15 16 17 นักเรียนไม]เบื่อหน]ายในการใช/ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ช]วยให/นักเรียนมีส]วนร]วมใน กิจกรรมการเรียนรู/ ชุดกิจกรรมการเรียนรู/จัดรูปแบบการเรียนได/เหมาะสม เนื้อหาไม]น/อยหรือมากจนเกินไปเหมาะสมกับเนื้อหาที่ เรียน รูปเล]มของชุดกิจกรรมการเรียนรู/สวยงามและน]าสนใจ ชุดกิจกรรมการเรียนรู/มีภาพประกอบสวยงามน]าสนใจ ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ใช/ภาษาถูกต/องและเข/าใจง]าย ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ช]วยให/เข/าใจบทเรียนได/ง]ายและ เรียนรู/ได/เร็ว นักเรียนพอใจที่ได/ตรวจคำตอบด/วยตนเองและสามารถ ทราบคำตอบทันที แบบทดสอบมีความยากง]ายเหมาะสมกับความสามารถ ของนักเรียน 4.68 4.81 4.54 4.62 4.46 4.51 4.51 4.62 4.41 0.47 0.40 0.51 0.49 0.51 0.51 0.51 0.49 0.50 มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มาก มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มาก รวม 4.59 0.49 มากที่สุด จากตาราง 12 พบว]า ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต]อการเรียนรู/โดยใช/ชุดกิจกรรม การเรียนรู/ตามกระบวนการเรียนรู/แบบสืบเสาะหาความรู/7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปOที่ 5 โดยรวมอยู]ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเปZนรายข/อ พบว]า ข/อที่มีความ พึงพอใจระดับมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ชุดกิจกรรมการเรียนรู/ช]วยให/นักเรียนมีส]วนร]วมในกิจกรรม การเรียนรู/นักเรียนได/เปZนผู/ลงมือปฏิบัติกิจกรรม และนักเรียนไม]เบื่อหน]ายในการใช/ชุดกิจกรรม การเรียนรู/ C


97 บทที่5 สรุปผล อภิปรายผล และข5อเสนอแนะ การศึกษาค+นคว+าในครั้งนี้เป5นการศึกษาเพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวน การเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 โดยมี ขั้นตอนและสรุปผลการศึกษาค+นคว+าดังนี้ 1.ความมุUงหมายของการศึกษาค+นคว+า 2. สมมติฐานของการศึกษาค+นคว+า 3. วิธีดำเนินการศึกษาค+นคว+า 4. สรุปผลการศึกษาค+นคว+า 5. อภิปรายผล 6. ข+อเสนอแนะ ความมุ&งหมายของการศึกษาค1นคว1า 1. เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ให+มีประสิทธิภาพตามเกณฑ^ 80/80 2. เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบ สืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตาม กระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 กUอนเรียนและหลังเรียน 4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตUอการใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวน การเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 สมมติฐานของการศึกษาค1นคว1า นักเรียนที่เรียนโดยใช+ใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหา ความรู+7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูง กวUากUอนเรียน


98 วิธีดำเนินการศึกษาค1นคว1า ประชากรและกลุ&มตัวอย&าง ประชากรที่ใช+ในการศึกษา เป5นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปMการศึกษา 2560 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 จำนวน 135 คน จาก 4 ห+อง กลุUมตัวอยUางที่ใช+ในการศึกษา เป5นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5/7 ภาคเรียนที่ 1 ปMการศึกษา 2560 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 จำนวน 37 คน จาก 4 ห+อง ซึ่งได+มาโดยการสุUมแบบกลุUม ( Cluster Random Sampling ) เนื้อหาที่ใช1ในการศึกษาค1นคว1า ผู+ศึกษาได+ใช+เนื้อหาในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร เรื่อง กรด-เบส เครื่องมือที่ใช1ในการศึกษาค1นคว1า เครื่องมือที่ใช+ในครั้งนี้มี 4 ชนิด ได+แกU 3.1 ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 จำนวน 9 ชุด 3.2 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 จำนวน 9 แผน ใช+เวลาสอนทั้งหมด 27 ชั่วโมง 3.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้น มัธยมศึกษาปMที่ 5 ชนิด 4 ตัวเลือก เพื่อใช+วัดความสามารถในการเรียนรู+ของนักเรียนที่ผู+ศึกษาสร+างขึ้น จำนวน 40 ข+อ 3.4 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตUอการใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตาม กระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 แบUงระดับความพึงพอใจเป5น 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น+อย น+อยที่สุด จำนวน 17 ข+อ การเก็บรวบรวมข1อมูล การศึกษาค+นคว+าในครั้งนี้ ได+ทำการเก็บรวบรวมข+อมูลกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5/7 ภาคเรียนที่ 1 ปMการศึกษา 2560 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย จังหวัดกรุงเทพฯ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 จำนวน 37 คนโดยมีขั้นตอน ดังนี้


99 1. ทดสอบกUอนเรียน (Pre-test) กับนักเรียนที่เป5นกลุUมตัวอยUางด+วยแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส ซึ่งเป5นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผUานการ ตรวจสอบคุณภาพแล+ว จำนวน 40 ข+อ แล+วทำการเก็บข+อมูลที่ได+จากการทดสอบ เพื่อวิเคราะห^ข+อมูล ในขั้นตUอไป 2. จัดกิจกรรมการเรียนรู+ตามแผนการจัดการเรียนรู+โดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตาม กระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ที่ผู+ศึกษาสร+างขึ้น จำนวน 9 ชุด จากชุดที่ 1-9 ตามลำดับ รวมเวลา 27 ชั่วโมง และให+นักเรียนทำ แบบทดสอบยUอยหลังเรียนเมื่อนักเรียนเรียนจบชุดกิจกรรมแตUละชุดเรียบร+อยแล+ว 3. ทดสอบหลังเรียน (Post-test) กับนักเรียนที่เป5นกลุUมตัวอยUางเมื่อจัดกิจกรรม การเรียนรู+โดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ครบทั้ง 9 ชุด ด+วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนฉบับเดิม จำนวน 40 ข+อ แล+วนำไปวิเคราะห^ทางสถิติตUอไป 4. วัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตUอการเรียนรู+โดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตาม กระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 การจัดกระทำและวิเคราะหLข1อมูล การศึกษาครั้งนี้ใช+การวิเคราะห^ข+อมูล โดยดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1. หาคUาสถิติพื้นฐานของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส ได+แกU ร+อยละ คUาเฉลี่ยและสUวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. วิเคราะห^หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบ สืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 3. วิเคราะห^คUาดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบ สืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 4. วิเคราะห^เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกUอนเรียนและหลังเรียน โดยใช+สถิติ t-test (Dependent Samples) กำหนดสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .05 5. วิเคราะห^ความพึงพอใจของนักเรียนตUอการเรียนรู+โดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตาม กระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 โดยใช+คUาเฉลี่ยและสUวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


100 สรุปผลการศึกษาค1นคว1า จากการศึกษาค+นคว+าการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+ แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 สรุปผลการศึกษาได+ ดังนี้ 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ที่สร+างขึ้น มีประสิทธิภาพ 82.47/81.22 ซึ่งเป5นไป ตามเกณฑ^ที่ตั้งไว+คือ 80/80 2. ดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหา ความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 มีคUาเทUากับ 0.6737 แสดงวUาผู+เรียน มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร+อยละ 67.37 3. นักเรียนที่เรียนโดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหา ความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลัง เรียนสูงกวUากUอนเรียนอยUางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. นักเรียนที่เรียนโดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหา ความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 มีความพึงพอใจโดยรวมอยูUในระดับ มากที่สุด อภิปรายผล การสร+างและการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะ หาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 มีประเด็นที่นUาสนใจและนำมา อภิปรายผลได+ดังนี้ 1. ประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ที่ผู+ศึกษาสร+างขึ้นมีประสิทธิภาพ 82.47/81.22 ซึ่งเป5นไปตามเกณฑ^ที่ตั้งไว+ คือ 80/80 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตาม กระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น มีการออกแบบและพัฒนาอยUางเป5นระบบตามวิธีการ ที่เหมาะสม โดยเริ่มจากการศึกษาเอกสาร เทคนิค แนวคิดและทฤษฎีงานวิจัยที่เกี่ยวข+องกับ การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู+ได+ทำการวิเคราะห^ เนื้อหาในหลักสูตรแล+วแบUงเนื้อหาให+มีความ เหมาะสมจับเวลาและลักษณะของนักเรียน โดยเรียงเนื้อหาตามลำดับจากงUายไปหายาก พร+อมผUาน ขั้นตอนการ ประเมินคุณภาพจากผู+เชี่ยวชาญที่ครอบคลุมเนื้อหา โครงสร+าง การเรียนการสอน และ


101 การประเมินผล ผUานการทดลองใช+เพื่อหาประสิทธิภาพและปรับปรุงแก+ไขให+สมบูรณ^กUอนนำไปใช+จริง และชุดกิจกรรมการเรียนรู+ที่พัฒนาขึ้นยังคำนึงถึงวัยของผู+เรียน พื้นฐานความรู+เดิมและศักยภาพของ ผู+เรียนแตUละคน จึงทำให+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+มีคุณภาพและเหมาะสมกับนักเรียนเป5นอยUางยิ่ง สอดคล+องกับแนวคิดของไกรฤกษ^ พลพา (2551 : 11) กลUาวถึงชุดกิจกรรมการเรียนรู+วUาเป5นสื่อ การสอนที่ครูผู+สอนสร+างขึ้น เพื่อนำมาใช+ในกิจกรรมการเรียนการสอน ให+สอดคล+องกับเนื้อหาวิชา ตามจุดประสงค^ของการเรียนรู+ของหลักสูตร ซึ่งประกอบไปด+วย ชื่อกิจกรรม คูUมือการปฏิบัติกิจกรรม เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนรู+ และแบบประเมินผล เพื่อเป5นเครื่องมือให+นักเรียนได+ศึกษา และ ปฏิบัติกิจกรรมด+วยตนเอง เพื่อชUวยให+นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู+ สามารถทำ กิจกรรมแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมแบบกลุUม โดยครูเป5นผู+คอยให+คำแนะนำชUวยเหลือ ทำให+ นักเรียนเกิดการเรียนรู+ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สอดคล+องกับแนวคิดของกฤษมันต^ วัฒนาณรงค^ (2556 : 108-109) กลUาวถึงประโยชน^ของชุดกิจกรรมการเรียนรู+วUาแก+ปÉญหาความแตกตUางระหวUาง บุคคล และสUงเสริมการศึกษารายบุคคล เนื่องจากชุดการสอนสามารถทำให+ผู+เรียนได+ตาม ความสามารถ ความถนัด และความสนใจ ตามเวลาและโอกาสที่เอื้ออำนวยแกUผู+เรียนซึ่งแตกตUางกัน ชUวยขจัดปÉญหาการขาดแคลนครู ชUวยในการศึกษานอกระบบโรงเรียน เพราะชุดการสอนนำไปสอน นักเรียนได+ทุกสถานที่ และทุกเวลา สอดคล+องกับการศึกษาวิจัยของฐิติยา ดวงจิต (2555 : 57-58) ได+ ศึกษาผลการใช+ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร^ที่มีตUอทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร^และความสามารถ ในการแก+ปÉญหาทางวิทยาศาสตร^ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 1 โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง ผลการวิจัยพบวUาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร^เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร^และ ความสามารถในการแก+ปÉญหาทางวิทยาศาสตร^ของนักเรียนมีประสิทธิภาพ 80.14/80.56 และ สอดคล+องกับการศึกษาวิจัยของภาณุวัฒน^ เปรมปรี (2556 : 56) ได+พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู+ เรื่องระบบนิเวศสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 4 โรงเรียนประเทียบวิทยาทาน จังหวัดสระบุรี ผลการวิจัยพบวUาชุดกิจกรรมการเรียนรู+ เรื่องระบบนิเวศ มีประสิทธิภาพ 82.98/80.53 จึงสรุปได+วUา ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 เป5นสื่อที่ใช+ในกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู+ที่สUงเสริมให+ นักเรียน ได+เรียนรู+ตามขั้นตอนอยUางเป5นระบบ ตามความสามารถ ความสนใจ อีกทั้งยังมีความ สอดคล+องกับมาตรฐานการเรียนรู+ ตัวชี้วัด สอดคล+องกับเนื้อหา ชUวยให+นักเรียนได+แสวงหาความรู+ด+วย ตนเอง และสามารถนำไปใช+ประโยชน^ในชีวิตประจำวันได+ 2. ดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหา ความรู+7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 มีคUาเทUากับ 0.6737 แสดงวUา นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร+อยละ 67.37 เนื่องมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู+โดยใช+ ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส


102 วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ได+ผUานการออกแบบกิจกรรมการพัฒนากระบวนการตUาง ๆ อยUาง เป5นระบบและเป5นกระบวนการเรียนรู+ที่เน+นผู+เรียนเป5นสำคัญ ผู+เรียนได้ลงมือกระทําด้วยตนเอง ศึกษาค+นคว+าอยUางเป5นระบบ ฝÜกให+ใช+ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร^ เพื่อสร+างองค^ความรู+ เกิดขึ้นด+วยตัวเองจึงทําแบบทดสอบหลังเรียนได้ สูงขึ ?น ซึ่งสอดคล+องกับหลักการแนวคิดของ Eisenkraft (ประสาท เนืองเฉลิม. 2550 : 25-30 ; อ+างอิงมาจาก Eisenkraft. 2003 : 57) รูปแบบ การจัดกิจกรรมการเรียนรู+ตามแนวคิดของ Einsenkraft เป5นรูปแบบที่ครูสามารถนำไปประยุกต^ให+ เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชาวิทยาศาสตร^ซึ่งเน+นกระบวนการสืบเสาะหาความรู+อันที่จะทำให+ นักเรียนเข+าถึงความรู+ความจริงได+ด+วยตนเอง สอดคล+องกับการศึกษาวิจัยของลภัสกร ชัยเลิศ (2551 : 84-87) ได+ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู+โดยใช+วัฏจักร 7 ขั้น เรื่อง อาหารกับสารเคมี กลุUมสาระ การเรียนรู+วิทยาศาสตร^ โดยใช+วัฏจักรการเรียนรู+ 7 ขั้น จากคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีคUา เทUากับ 0.6309 แสดงวUานักเรียนมีความก+าวหน+าในการเรียนร+อยละ 63.09 และวิเคราะห^จากคะแนน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร^ มีคUาเทUากับ 0.6038 มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร^ทั้ง รายด+าน 8 ด+าน และโดยรวมหลังเรียนสูงกวUากUอนเรียนอยUางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สอดคล+องกับการศึกษาวิจัยของดรัลสิริ สีลาดเลา (2552 : 91-92) ได+ศึกษาการพัฒนาการจัด กิจกรรมการเรียนรู+ โดยใช+กิจกรรมการเรียนรู+แบบวัฏจักร 7 ขั้น กลุUมสาระการเรียนรู+วิทยาศาสตร^ เรื่อง ปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวันกับสิ่งแวดล+อม ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 2 พบวUา การจัดกิจกรรม การเรียนรู+ที่สร+างขึ้นมีคUาดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู+โดยแบบวัฏจักร 7 ขั้น กลุUม สาระการเรียนรู+วิทยาศาสตร^ เรื่อง ปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวันกับสิ่งแวดล+อมที่พัฒนาขึ้น เทUากับ 0.7260 แสดงวUานักเรียนมีความก+าวหน+าทางการเรียนหลังจากจัดกิจกรรมการเรียนรู+แบบ วัฏจักร 7 ขั้น คิดเป5นร+อยละ 72.60 และสอดคล+องกับการศึกษาวิจัยของนันทนา มีฤทธิ์ (2552 : 81-83) ได+ศึกษาการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู+แบบวัฏจักร 7 ขั้น เรื่อง สารและสมบัติของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 1 พบวUาการจัดการเรียนรู+ที่สร+างขึ้นมีคUาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู+ แบบวัฏจักร 7 ขั้น เรื่อง สารและสมบัติของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 1 มีคUาเทUากับ 0.6253 แสดงวUา ผู+เรียนมีความก+าวหน+าทางการเรียนร+อยละ 62.53 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตาม กระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 พบวUา นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวUากUอนเรียนอยUางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งแสดงให+เห็นวUาชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ที่ผู+ศึกษาสร+างขึ้นมีประสิทธิภาพในการพัฒนา สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยสามารถกระตุ+นให+นักเรียนแสวงหาความรู+ด+วยตนเอง และสนใจ ในการเรียนมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากผู+วิจัยได+สร+างชุดกิจกรรมการเรียนรู+ ได+ศึกษาเอกสาร แนวคิด


103 หลักการ ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข+อง มีการเลือกประเภทของชุดกิจกรรมให+มีความเหมาะสมกับ วัยของผู+เรียน กำหนดขอบเขตเนื้อหาสาระได+ชัดเจนเข+าใจงUาย กำหนดองค^ประกอบของชุดกิจกรรม การเรียนรู+ได+ชัดเจน ตรงตามเนื้อหาหลักสูตรและกระตุ+นความสนใจของผู+เรียนอยUางแท+จริง โดยชุด กิจกรรมการเรียนรู+นั้น มีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการนำความรู+ด+านเทคโนโลยีมาใช+ประกอบการจัด กิจกรรม ด+านเนื้อหาเอกสารประกอบการเรียนรู+กิจกรรมการทดลอง กิจกรรมตอบปÉญหาระหวUาง เรียน และกิจกรรมทดสอบหลังเรียน และสอดคล+องกับแผนการจัดการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น ซึ่งเป5นไปแนวคิดของระพินทร^ โพธิ์ศรี (2550 : 1) ซึ่งได+กลUาวถึงชุดกิจกรรมการเรียนรู+วUา เป5น สื่อการสอนที่ประกอบไปด+วยจุดประสงค^การเรียนรู+ที่สะท+อนถึงปÉญหาและความต+องการในการเรียนรู+ ซึ่งเนื้อหากิจกรรมการเรียนรู+และประเมินผล การเรียนรู+ที่นำมาบูรณาการเข+าด+วยกันอยUางเป5นระบบ สามารถนำมาใช+ในการจัดการเรียนรู+ได+อยUางมีประสิทธิภาพ และแนวคิดในการจัดการเรียนรู+ แบบวัฏจักรการเรียนรู+ของสถาบันสUงเสริมการวิทยาศาสตร^และเทคโนโลยี (2547 : 4) ที่กลUาวถึง กระบวนการสืบเสาะหาความรู+(Inquiry Process) เป5นกระบวนการเรียนรู+ที่ให+นักเรียนค+นหาความรู+ ใหมUด+วยตนเอง โดยผUานกระบวนการคิด และใช+กระบวนการทางวิทยาศาสตร^เป5นเครื่องมือสอดคล+อง กับงานวิจัยของจงรักษ^ ปÉญญารัตนกุลชัย (2554 : 92-93) ได+ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร^และความสามารถในการคิดแก+ปÉญหาทางวิทยาศาสตร^ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 1 ที่ได+รับการจัดการเรียนรู+ด+วยแบบวัฏจักรการเรียนรู+ 7 ขั้น และการจัดการเรียนรู+ด+วยชุดกิจกรรมฝÜก ทำโครงงานวิทยาศาสตร^ ผลการวิจัยพบวUานักเรียนที่ได+รับการจัดการเรียนรู+ด+วยแบบวัฏจักรการ เรียนรู+ 7 ขั้น และนักเรียนที่ได+รับการจัดการเรียนรู+ด+วยชุดกิจกรรมฝÜกทำโครงงานวิทยาศาสตร^ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร^และความสามารถในการแก+ปÉญหาทางวิทยาศาสตร^หลังเรียนสูง กวUากUอนเรียนอยUางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สอดคล+องกับงานวิจัยของดวงพร หมวกสกุล (2555 : 146) ได+ศึกษาผลการจัดการเรียนรู+โดยใช+วิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น รUวมกับการใช+ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร^ที่มีตUอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร^และความสามารถ ในการคิดวิเคราะห^ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปMที่ 5 ผลการวิจัยพบวUาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร^และความสามารถในการคิดวิเคราะห^ของนักเรียนที่เรียนด+วยวิธีสอนแบบวัฏจักรการ สืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น รUวมกับการใช+ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร^หลังเรียนสูงกวUากUอนเรียนอยUางมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และยังสอดคล+องกับงานวิจัยของวิดาด หะยีตาเฮร^ (2557 : 83) ได+ ศึกษาผลของรูปแบบการเรียนการสอนแบบวัฏจักรการเรียนรู+ 7 ขั้น ตUอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถในการแก+ปÉญหา และเจตคติตUอการเรียนวิชาเคมีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 4 ในสังคมพหุวัฒนธรรม ผลการวิจัยพบวUานักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร+อยละของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาเคมีหลังการเรียนสูงกวUากUอนเรียนอยUางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงสรุปได+วUา การเรียน โดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+แบบสืบเสาะหาความรู+7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส


104 วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 เป5นการเรียนรู+ที่ตอบสนองความแตกตUางระหวUางบุคคล สUงเสริม ให+นักเรียนแสวงหาความรู+ได+ด+วยตนเองและการเรียนรู+ได+อยUางเต็มตามศักยภาพ ผู+เรียนได+ฝÜก กระบวนการทำงานเป5นกลุUม อีกครั้งหลังการทำกิจกรรมแตUละครั้งนักเรียนมีโอกาสตรวจสอบผลการ เรียนรู+และทราบคะแนนของตนเองทันที ชUวยให+นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนครั้งตUอไป จึงสUงผล ให+ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกวUากUอนเรียน 4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตUอการใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+ แบบสืบเสาะหาความรู+7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 โดยภาพรวมอยูUใน ระดับมากที่สุด ทั้งนี้เพราะผู+ศึกษาได+สร+างชุดกิจกรรมการเรียนรู+ โดยมีการวิเคราะห^เนื้อหาสาระที่ ชัดเจน เข+าใจงUาย มีความเป5นระบบ เรียงเนื้อหาจากงUายไปหายากและตUอเนื่องกันตามลำดับ ให+ภาษา ที่ถูกต+องและเหมาะสมกับวัย มีภาพประกอบ ทำให+ผู+เรียนมีความสนใจและเข+าใจได+มากยิ่งขึ้น กิจกรรมการเรียนรู+ทุกกิจกรรมเปêดโอกาสให+ผู+เรียนได+เรียนรู+ด+วยตนเองอยUางแท+จริง เป5นขั้นตอนที่ทำ ให+นักเรียนเกิดการเรียนรู+ได+เต็มศักยภาพ หลังการเรียนรู+นักเรียนสามารถตรวจสอบผลการเรียนรู+ของ ตนเองได+ ทำให+เกิดแรงจูงใจ สนใจ และเกิดความพึงพอใจในการเรียนรู+ สอดคล+องกับแนวคิดของ พิมพิมล แสนนาม (2553 : 69) ได+ให+ความหมายความพึงพอใจไว+วUา เป5นความรู+สึกพอใจของบุคคลที่ มีตUอบุคคลหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เป5นการคิดเชิงบวก ซึ่งเกิดจากการตอบสนองความต+องการของ ตนเองทั้งด+านวัตถุและจิตใจ มีความกระตือรือร+นในการปฏิบัติและมีความรู+สึกเป5นสุขเมื่อได+ปฏิบัติ และยังสอดคล+องกับแนวความคิดของสนอง พรมโนนศรี (2553 : 43) ที่ได+กลUาวถึงความพึงพอใจไว+วUา เป5นความรู+สึกนึกคิด หรือเจตคติของบุคคลที่มีตUอการทำงานหรือการปฏิบัติกิจกรรมในเชิงบวก ดังนั้น ความพึงพอใจในการเรียนรู+จึงหมายถึงความรู+สึกพอใจ ชอบใจในการรUวมปฏิบัติกิจกรรมการเรียน การสอน และต+องการดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ จนบรรลุผลสำเร็จ อีกทั้งผลการวิจัยสอดคล+องกับงานวิจัย ของดวงพร หมวกสกุล (2555 : 146) ได+ทำการศึกษาผลการจัดการเรียนรู+โดยวิธีสอนแบบวัฏจักร การสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น รUวมกับการใช+ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร^ที่มีผลตUอสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร^และความสามารถในการคิดวิเคราะห^ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปMที่ 5 ผลการวิจัย พบวUานักเรียนมีความพึงพอใจตUอวิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น รUวมกับการใช+ ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร^อยูUในระดับมากที่สุด และสอดคล+องกับงานวิจัยของมงคล ทะนันไธสง (2556 : 114 - 115) และพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู+เรื่องการดำรงชีวิตของพืช โดยใช+การเรียนรู+แบบ วัฏจักรการเรียนรู+ กลุUมสาระการเรียนรู+วิทยาศาสตร^ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปMที่ 4 ผลการวิจัยพบวUาระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีผลตUอการเรียนด+วยชุดกิจกรรมการเรียนรู+ เรื่อง


105 การดำรงชีวิตของพืช โดยใช+การเรียนรู+แบบวัฏจักรการเรียนรู+ โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยูUใน ระดับมากที่สุด จากเหตุผลที่กลUาวมาข+างต+น ทำให+นักเรียนชั้นประถมศึกษาปMที่ 6 มีความพึงพอใจ ตUอการเรียนโดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+เรื่องสารและสมบัติของสาร โดยใช+การเรียนรู+แบบวัฏจักร การเรียนรู+ 7 ขั้น โดยภาพรวมอยูUในระดับมากที่สุด ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู+โดยใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการเรียนรู+ แบบสืบเสาะหาความรู+7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส วิชา เคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5 ที่ผู+วิจัยสร+างขึ้น เป5นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสมที่จะนำไปใช+ในการประกอบการจัดกิจกรรม การเรียนรู+ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และมีความพึงพอใจในการเรียนรู+อยูUในระดับมาก ที่สุด จึงเหมาะสมที่จะนำไปใช+ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู+ให+กับนักเรียนได+เป5นอยUางดี ข1อเสนอแนะ 1. ข+อเสนอแนะในการนำไปใช+ 1.1 การใช+ชุดกิจกรรมการเรียนรู+ ครูผู+สอนควรศึกษาขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู+ สาระสำคัญในแตUละขั้นให+เข+าใจกUอนที่จะนำไปใช+ 1.2 ครูผู+สอนควรชี้แจงให+นักเรียนเห็นความสำคัญของการเรียนรู+โดยใช+ชุดกิจกรรม การเรียนรู+ เพื่อให+ปฏิบัติกิจกรรมเสร็จทันเวลา และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น เนื่องจาก ชุดกิจกรรมแตUละชุดมีกิจกรรมที่หลากหลายให+นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมด+วยตนเอง หากนักเรียน ไมUสนใจหรือขาดความกระตือรือร+นในการปฏิบัติกิจกรรม จะสUงผลให+นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมไมUเสร็จ ตามเวลาที่กำหนด 1.3 ในการปฏิบัติกิจกรรมนั้นครูควรชี้แจงให+นักเรียนรUวมกันทำงานเป5นกลุUม มีการ วางแผน รUวมคิด รUวมแลกเปลี่ยนความคิดภายในกลุUม นักเรียนเกUงชUวยเหลือนักเรียนที่อUอนกวUา แนะนำ ดูแล ชUวยเหลือ และควบคุมดูแลให+นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมอยUางใกล+ชิด อีกทั้งยังเสริมแรง ด+วยการยกยUอง ชมเชย ให+กำลังใจแกUนักเรียน ซึ่งจะทำให+นักเรียนเกิดการเรียนรู+ได+อยUางมีคุณภาพ 1.4 การจัดการเรียนรู+มีข+อจำกัดเรื่องเวลาในการจัดการเรียนรู+ตามขั้นตอนตUาง ๆ ดังนั้น ครูอาจยืดหยุUนเวลาที่ใช+ในการจัดกิจกรรมให+มีความเหมาะสม


106 2. ข+อเสนอแนะเพื่อการศึกษาค+นคว+าตUอไป 2.1 ควรมีการศึกษารูปแบบหรือวิธีการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู+ตามกระบวนการ สืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น ในหนUวยการเรียนรู+อื่น ๆ หรือระดับชั้นอื่น ๆ ด+วย 2.2 ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู+โดยใช+ชุดกิจกรรมการ เรียนรู+ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู+ 7 ขั้น กับตัวแปรอื่น ๆ เชUน ความคงทนในการเรียนรู+ของ นักเรียน เพื่อนำมาเป5นข+อมูลในการพิจารณาปรับปรุงการเรียนรู+ให+มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


บรรณานุกรม


108 บรรณานุกรม กรมวิชาการ. (2535). การสอนที่เน,นผู,เรียนเป1นศูนย3กลาง. กรุงเทพฯ : คุรุสภา. ________. (2544). คู8มือการจัดการเรียนรู,กลุ8มสาระวิทยาศาสตร3. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ. ________. (2545). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู,ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDคุรุสภาลาดพรGาว. ________. (2546). การจัดตารางเรียนรู,กลุ8มสาระการเรียนรู,วิทยาศาสตร3ตามหลักการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDคุรุสภาลาดพรGาว. กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู,แกนกลางกลุ8มสาระการเรียนรู, วิทยาศาสตร3ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDชุมนุมสหกรณDการเกษตรแหNงประเทศไทย. ________. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDชุมนุมสหกรณDการเกษตรแหNงประเทศไทย. กฤษมันตD วัฒนาณรงคD. (2556). นวัตกรรมและเทคโนโลยีเทคนิคศึกษา. พิมพDครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ศูนยDผลิตตำราเรียน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลGาพระนครเหนือ. ไกรฤกษD พลพา. (2551). ชุดกิจกรรมแบบปฏิบัติการคณิตศาสตร3 เพื่อปUองกันความคิดรวบยอดที่ ผิดพลาด เรื่อง เรียงสับเปลี่ยน (Permutation) ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปbที่ 1. วิทยานิพนธD กศ.ม. (สาขาวิชาการมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. คณะศึกษาศาสตรD มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (2552). พื้นฐานการวิจัยการศึกษา. มหาสารคาม : ประสานการพิมพD. จงรักษDปaญญารัตนกุลชัย. (2554). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร3และ ความสามารถในการคิดแก,ปgญหาทางวิทยาศาสตร3ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปbที่1 ที่ ได,รับการจัดการเรียนรู,ด,วยแบบวัฏจักรการเรียนรู,7 ขั้น และการจัดการเรียนรู,ด,วย ชุดกิจกรรมฝlกทำโครงงานวิทยาศาสตร3. วิทยานิพนธD กศ.ม. (การมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.


109 จิตตินันทD นันทไพบูลยD. (2551). จิตวิทยาการบริการ. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น. จีรนันทDจันทยุทธ. (2554). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความพึงพอใจต8อการเรียน เรื่อง พันธะเคมีและการคิดวิเคราะห3ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปbที่4 ที่เรียนแบบวัฏจักร การเรียนรู,7 ขั้น กับแบบปกติ. วิทยานิพนธDวท.ม. (เคมีศึกษา). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ฉวีวรรณ ธัญญะศิริกุล. (2549). คู8มือครูวิทยาศาสตร3. คณะวิทยาศาสตรDและเทคโนโลยีและ การเกษตร. มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา. ชวลิต ชูกำแพง. (2551). การประเมินการเรียนรู,. มหาสารคาม : สำนักพิมพDมหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ชัยยงคD พรหมวงศD. (2556, มกราคม-มิถุนายน). “การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน,” วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร3วิจัย. 5(1) : 7-12. ชุลีพร พินิจพล. (2554). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู,แบบซิปปา โดยใช,แบบฝlกหัดทักษะ การอ8านเชิงวิเคราะห3 กลุ8มสาระการเรียนรู,ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปbที่ 3. วิทยานิพนธD กศ.ม. (หลักสูตรและการสอน). มหาสารคาม : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม. ฐิติยา ดวงจิต. (2555). ผลของการใช,ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร3ที่มีต8อทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร3และความสามารถในการแก,ปgญหาทางวิทยาศาสตร3ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปbที่ 1 โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง. วิทยานิพนธD ศศ.ม. (หลักสูตรและการสอน). นนทบุรี : มหาวิทยาสุโขทัยธรรมาธิราช. ณัฏฐภรณD หลาวทอง. (2556). การวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDแหNง จุฬาลงกรณDมหาวิทยาลัย. ดรัลสิริ สีลาดเลา. (2552). การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู, โดยใช,วัฏจักรการเรียนรู, แบบ 7 E กลุ8มสาระวิทยาศาสตร3 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมีที่พบในชีวิตประจำวันกับสิ่งแวดล,อม ชั้นมัธยมศึกษาปbที่ 2. การศึกษาคGนควGาอิสระ กศ.ม. (หลักสูตรและการสอน). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.


110 ดวงพร หมวกสกุล. (2555). ผลการจัดการเรียนรู,โดยใช,วิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู, 7 ขั้น ร8วมกับการใช,ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร3ที่มีต8อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร3 และความสามารถในการคิดวิเคราะห3ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปbที่ 5. วิทยานิพนธD กศ.ม. (หลักสูตรและการสอน). สงขลา : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยทักษิณ. ทิศนา แขมมณี. (2550). ศาสตร3การสอน. กรุงเทพฯ : ดNานสุทธาการพิมพD จำกัด. นันทนา มีฤทธิ์. (2552). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู,แบบวัฏจักร 7 ขั้น เรื่อง สารและ สมบัติของสารชั้นมัธยมศึกษาปbที่ 1. การศึกษาคGนควGาอิสระ กศม. (หลักสูตรและการสอน). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. บุญชม ศรีสะอาด. (2535). การวิจัยเบื้องต,น. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสDน. ________. (2545). การวิจัยเบื้องต,น ฉบับปรับปรุงใหม8. พิมพDครั้งที่7. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสDน. ________. (2546). การวิจัยสำหรับครู. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสDน. ________. (2553). การวิจัยเบื้องต,น. พิมพDครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสDน. ________. (2556). การวิจัยเบื้องต,น. พิมพDครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสDน. ประสาท เนืองเฉลิม. (2550, ตุลาคม-ธันวาคม). “การเรียนรูGวิทยาศาสตรDแบบสืบเสาะ 7 ขั้น,” วารสารวิชาการ. 10(4) : 25-29. ปrยวรรณ ประเสริฐไทย. (2552). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยการสอนบูรณาการ แบบคู8ขนานด,วยวัฏจักรการเรียนรู,แบบ 7 ขั้น เรื่อง ลำห,วยบอง สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปbที่ 2. ปริญญานิพนธD ศษ.ม. (สิ่งแวดลGอมศึกษา). ขอนแกNน : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแกNน. เผชิญ กิจระการ. (2544, กรกฎาคม). “การวิเคราะหDประสิทธิภาพสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (E1/E2),” การวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 7(3) : 44-51. เผชิญ กิจระการ และสมนึก ภัททิยธนี. (2545, กรกฎาคม). “ดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index : E.I.),” วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 8 : 31-36. พชรพร วงษDสกุลพิน. (2556). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู,แบบวัฏจักรการเรียนรู,7 ขั้น เพื่อส8งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห3และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แสง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปbที่2. วิทยานิพนธDกศ.ม. (วิจัยและประเมินผลการศึกษา). พิษณุโลก : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร.


111 พวงรัตนD ทวีรัตนD. (2530). การสร,างและพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. กรุงเทพฯ : สำนักทดสอบทางการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ________. (2540). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร3และสังคมศาสตร3. กรุงเทพมหานคร : สำนักทดสอบทางการศึกษาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. ________. (2543). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร3และสังคมศาสตร3. พิมพDครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร : สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. พิมพันธD เดชะคุปตD. (2544). การเรียนการสอนที่เน,นผู,เรียนเป1นสำคัญ : แนวคิดวิธีและ เทคนิคการสอน 1. กรุงเทพมหานคร : เดอะมาสเตอรDกรุÄปแมเนจเมGนทD. ________. (2553). โมดูล 2 การจัดการเรียนรู,ที่เน,นนักเรียนเป1นศูนย3กลาง ในหลักสูตร ฝlกอบรมครูกลุ8มสาระการเรียนรู,วิทยาศาสตร3. หนGา 7-21. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตรD จุฬาลงกรณDมหาวิทยาลัย. พิมพิมล แสนนาม. (2553). การพัฒนาชุดฝlกกิจกรรมการอ8านภาษาไทยเชิงวิเคราะห3 กลุ8มสาระ การเรียนรู,ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปbที่ 6. วิทยานิพนธD ค.ม. (หลักสูตรและการสอน). สกลนคร : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. ไพฑูรยD สุขศรีงาม. (2533, กรกฎาคม). “คNานิยมของวิทยาศาสตรDกับการสอนวิทยาศาสตรD,” วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม. 8(2) : 60-74. ________. (2545). ความเข,าใจเกี่ยวกับการสอนแบบสืบเสาะ. (Inquiry). มหาสารคาม : ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตรDมหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ไพศาล หวังพานิช. (2526). การวัดผลการศึกษา. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. ภาณุวัฒนD เปรมปรี. (2556). ชุดกิจกรรมการเรียนรู, เรื่องระบบนิเวศสำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปbที่ 4 โรงเรียนประเทียบวิทยาทาน จังหวัดสระบุรี. ปริญญานิพนธD กศ.ม. (การศึกษามัธยม). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. มงคล ทะนันไธสง. (2556). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู, เรื่องการดํารงชีวิตของพืช โดยใช, การเรียนรู,แบบวัฏจักรการเรียนรู, กลุ8มสาระการเรียนรู,วิทยาศาสตร3 สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปbที่ 4. วิทยานิพนธD ค.ม. (หลักสูตรและการสอน). บุรีรัมยD : มหาวิทยาลัย ราชภัฏบุรีรัมยD.


112 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2540). ประมวลสารชุดวิชาทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหาร การศึกษา. พิมพDครั้งที่ 2. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ________. (2550). การพัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนพิมพDการสอนหน8วยที่ 8-15. พิมพDครั้งที่ 2. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ________. (2551). การพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. เอกสารสอน (สาขาวิชา ศึกษาศาสตรD). นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ระพินทรD โพธิ์ศรี. (2550). การสร,างชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู,. อุตรดิตถD : คณะครุศาสตรD มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถD. รุจิรD ภูNสาระ. (2546). การเขียนแผนการจัดการเรียนรู,. กรุงเทพฯ : บุÄคพอยทD. ลภัสกร ชัยเลิศ. (2551). ผลการจัดกิจกรรมด,วยวัฏจักรการเรียนรู, 7 ขั้น เรื่อง อาหารกับสารเคมี กลุ8มสาระวิทยาศาสตร3 ชั้นประถมศึกษาปbที่ 4. การศึกษาคGนควGาอิสระ กศ.ม. (หลักสูตรและ การสอน). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วรวิทยD นิเทศศิลปÅ. (2551). สื่อและนวัตกรรมแห8งการเรียนรู,. กรุงเทพฯ : สกายบุกสD. วัฒนาพร ระงับทุกขD. (2542). แผนการสอนที่เน,นผู,เรียนเป1นศูนย3. พิมพDครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : แอล ที เพรส. วาสนา ทวีกุลทรัพยD. (2554). ชุดการสอนในเอกสารการสอนชุดวิชาสื่อกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หน8วยที่ 14. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วิดาด หะยีตาเฮรD. (2557). ผลของรูปแบบการเรียนการสอนแบบวัฏจักรการเรียนรู, 7 ขั้น (7E) ต8อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถในการแก,ปgญหา และเจตคติต8อการเรียนวิชาเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปbที่ 4 ในสังคมพหุวัฒนธรรม. วิทยานิพนธDศศ.ม. (หลักสูตร และการสอน). สงขลา : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลา. วิมลรัตนD สุนทรโรจนD. (2545). การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟrค. ศรสุดา ชูพันธD. (2548). การเปรียบเทียบผลการสอนวิทยาศาสตร3ตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู, และรูปแบบสสวท. ที่มีต8อทักษะกระบวนการขั้นพื้นฐานและความคิดเชิงวิพากวิจารณ3ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปbที่ 5. การศึกษาคGนควGาอิสระ กศ.ม. (หลักสูตรและการสอน). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.


113 สงบ ลักษณะ. (2533). แนวการทำแผนการสอน. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. สถาบันสNงเสริมการสอนวิทยาศาสตรDและเทคโนโลยี. (2546). การจัดสาระการเรียนรู,วิทยาศาสตร3 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : สถาบันสNงเสริมการสอนวิทยาศาสตรDและ เทคโนโลยี. ________. (2547). คู8มือครูสาระการเรียนรู,พื้นฐานสารและสมบัติของสาร กลุ8มสาระการเรียนรู, วิทยาศาสตร3หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพรGาว. ________. (2547). เอกสารสรุปการศึกษาพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู, (Inquiry Cycle หรือ 5Es) เพื่อพัฒนากระบวนการคิดระดับสูง. กรุงเทพฯ : ม.ป.พ. ________. (2558). หนังสือเรียนรายวิชาเคมี เพิ่มเติม 3. พิมพDครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพD สกสค. ลาดพรGาว. สนอง พรมโนนศรี. (2553). การพัฒนาแบบฝlกทักษะการอ8านเชิงวิเคราะห3 โดยใช,นิทานพื้นบ,าน เรื่องพิกุลทอง กลุ8มสาระการเรียนรู,ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปbที่ 1. วิทยานิพนธD ค.ม. (หลักสูตรและการสอน). มหาสารคาม : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. สมเกียรติพรพิสุทธิมาศ. (2556). การจัดการเรียนรู,วิทยาศาสตร3ในศตวรรษที่21. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สมนึก ภัททิยธนี. (2546). การวัดผลการศึกษา. พิมพDครั้งที่ 4. กาฬสินธุD : ประสานการพิมพD. ________. (2548). พื้นฐานการวิจัยการศึกษา. กาฬสินธุD : ประสานการพิมพD. ________. (2549). การวัดผลการศึกษา. กาฬสินธุD: ประสานการพิมพD. สมบัติทGายเรือคำ. (2551). ระเบียบวิธีวิจัยสาหรับมนุษยศาสตร3และสังคมศาสตร3. พิมพDครั้งที่ 3. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ________. (2552). การวัดและประเมินผลการศึกษา. มหาสารคาม : ภาควิชาวัดผลและการวิจัย การศึกษา คณะศึกษาศาสตรD มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สายชล ยอสมเพ็ชร. (2553). การเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร3ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปbที่6 ระหว8างวิธีการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู,ตามแนววงจรการเรียนรู,. วิทยานิพนธDครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. สงขลา : มหาวิทยาลัยราชภัฏ สงขลา.


114 สำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแหNงชาติ. (2542). แนวการจัดการเรียนการสอน ห,องปฏิบัติการวิทยาศาสตร3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDคุรุสภาลาดพรGาว. ________. (2545). ชุดฝlกอบรมกลุ8มสาระการเรียนรู,วิทยาศาสตร3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDองคDการ รับสNงสินคGาและพัสดุ (ร.ส.พ.). สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู,แกนกลาง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDชุมนุมสหกรณDการเกษตรแหNงประเทศไทย. สำเนียง แสงศิลา. (2555). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พลังงานแสง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร3ขั้นพื้นฐาน และการคิดเชิงเหตุผล ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปbที่4 ที่เรียนด,วยกิจกรรมการเรียนรู,แบบวัฏจักรการเรียนรู,7 ขั้น และ กิจกรรมการเรียนรู,แบบใช,ปgญหาเป1นฐาน (PBL). วิทยานิพนธD กศ.ม. (หลักสูตรและการ สอน). มหาสารคาม : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. สุกัญญา บางปา. (2556). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู,กลุ8มสาระการเรียนรู,วิทยาศาสตร3 เรื่อง สารในชีวิตประจำวัน โดยวิธีการสอนแบบวัฏจักรการเรียนรู,7 ขั้น. การศึกษาคGนควGา อิสระ การศึกษามหาบัณฑิต. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร. สุคนธD สินธพานนทD. (2553). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน. พิมพDครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : หGางหุGนสNวนจำกัด 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง. สุวิทยD มูลคำ และอรทัย มูลคํา. (2550). 19 วิธีการจัดการเรียนรู, เพื่อพัฒนาความรู,และทักษะ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDภาพพิมพD. อนุวัติ คูณแกGว. (2555). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู, สู8ผลงานทางวิชาการเพื่อการเลื่อน วิทยฐานะ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพDแหNงจุฬาลงกรณDมหาวิทยาลัย. อาภรณD ใจเที่ยง. (2553). หลักการสอน. พิมพDครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : โอ เอส พริ้นติ้ง เฮGาสD. อารมณD เพชรชื่น. (2527). เทคนิคการวัดและประเมินผลการศึกษาระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาการแนะแนวและจิตวิทยาการศึกษา. Barman, C. R. and Kotar, M. (1989). The Learning Cycle. Science and Children. 26(7) : 28-31.


115 Blackburn – Morrison, Kimberly D. (2006). “Three Case Studies of Three High School Teachers Definition, Bliefs, and Imlementation Praction of Inquiry-based Science Method Including Barriers to Facilitators of Successful Implementation,” Dissertation Abstracts International. 66(08) : 2817-A. Bybee, R.W. and others. (1989). “Integrating the History and Nature of Science and Tecnology in Science and Social Studies Curriculum,” Science Education. 75(1) : 59-63. Courtade, G.R. (2007). “The Effects of Inquiry-based Science Instrution Training on Theachers of Students With Significant Disabilities,” Dissertations Abtracts International. 67(10) : unpaged. Duane, J.E. (1973). Individuallzed Instruction-Programmed and Materials. New Jersey : Education Technology Publication. Good, C.V. (1973). Dictionary of Education 3nd. New York : McGraw-Hill Book Company. Kanli, U. (2008). “The Efficacy of the 7E Learning Cycle Model Based on Laboratory approach on Development of Students' Science Process Skills,” Journal of Gazi Education Faculty. 1(28) : 91-125. Kapfer, P.G. & Kapfer, M.B. (1972). Instructional to Learn Package in American Education. New Jersey : Education Technology Publication, Englewood Cliffs. Kotler, P. & Armstrong. (2002). Principle of Marketing. USA : Prentice-Hall. Maslow, A.H. (1970). Motivation and personality 2nd. New York : Harper and Row Inc. Renner, J.W. and Marek, E.A. (1990). “An Educational Theory Base for Science Teaching,” Journal of Research in Science Teaching. 27(3) : 241 – 246. Scott, M.M. (1970). Every Employer a Manager : More Meaningful Work though Job Environment. New York : McGraw-Hill. Selahattin, G. (2012). Journal of Educational Technology – TOJET. 5(4) : 11.


ภาคผนวก


117 ภาคผนวก ก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน


118 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 ชั้นมัธยมศึกษาปDที่ 5 เรื่อง กรด-เบส ************************************************************************* คำชี้แจง 1. แบบทดสอบเป.นข1อสอบปรนัยแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข1อ 40 คะแนน 2. ให1นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต1องที่สุดเพียงข1อเดียว 1. ข1อใดเขียนสมการแสดงการแตกตัวเป.นไอออนในน้ำของสารอิเล็กโทรไลตQถูกต1อง ก. HF (g) + H2O (l) H3O+ (aq) + F- (aq) ข. H2S (g) + H2O (l) H3O+ (aq) + HS- (aq) ค. HCN (g) + H2O (l) H3O+ (aq) + CN- (aq) ง. HCl (g) + H2O (l) H3O+ (aq) + Cl- (aq) 2. นำสารละลาย A , B , C และ D ที่มีความเข1มข1นเทcากันมาทดสอบความสามารถในการนำไฟฟeา จากความสวcางของหลอดไฟ และสมบัติกรด-เบสของสารจากสีของกระดาษลิตมัส ได1ผลการ ทดลองดังนี้ สารละลาย การเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัส ความสวNางของหลอดไฟ A น้ำเงินเป.นแดง สวcางมาก B แดงเป.นน้ำเงิน สวcางน1อย C ไมcเปลี่ยนสี สวcางมาก D ไมcเปลี่ยนสี ไมcสวcาง สาร A, B, C และ D นcาจะเป.นสารใด ก. NH4Cl, KOH, KNO3, (NH2)2CO ข. HCl, NH3, KCl, C2H5OH ค. CH3COOH, NaOH, NaCl, C6H12O6 ง. HNO3, Na2SO4, NH4OH, C12H22O11


119 3. สมการเคมีแสดงการแตกตัวของสารในน้ำของสารละลายอิเล็กโทรไลตQ ดังตcอไปนี้ HNO3 (aq) H+ (aq) + NO3 - (aq) HCOOH (aq) H+ (aq) + HCOO- (aq) 1) สารละลาย HNO3 เป.นสารละลาย อิเล็กโทรไลตQแกcสcวนสารละลาย HCOOH เป.นสารละลาย อิเล็กโทรไลตQอcอน 2) ที่ความเข1มข1นเทcากัน สารละลาย HNO3 ให1ความสวcางของหลอดไฟน1อยกวcาสารละลาย HCOOH ข1อใดถูกต1อง ก. 1) เทcานั้น ข. 2) เทcานั้น ค. 1) และ 2) ง. ไมcมีข1อใดถูก 4. สารละลายตcอไปนี้ 1) สารละลาย Sr(OH)2 2) สารละลาย HClO3 3) สารละลาย CH3OH 4) สารละลาย NH4Cl สารละลายใดแสดงสมบัติความเป.นกรดหรือเป.นเบสเหมือนกัน ก. 1) และ 2) ข. 1) และ 3) ค. 2) และ 3) ง. 2) และ 4) 5. กำหนดปฏิกิริยาตามสมการเป.นดังนี้ A. NH3 + H2O NH4 + + OH- B. NH4 + + CN- NH3 + HCN ตามนิยามของเบรินเสตด-ลาวรี ข1อใดถูกต1อง ก. H2O ในสมการ A เบส ข. NH3 ในสมการ A และ B เป.นกรด ค. NH4 + ในสมการ A เป.นกรด สcวน B เป.นเบส ง. NH4 + ในสมการ A เป.นกรด สcวน NH3 ใน B เป.นเบส


120 6. จากสมการตcอไปนี้ A. NH3 + CH3O- NH2 - + CH3OH B. HCN + NH3 NH4 + + CN- สารแอมโฟเทอริกคือสารใด ก. NH3 ข. NH4 + ค. NH2 - ง. CH3O7. จากสมการตcอไปนี้ HClO2 + H2O H3O+ + ClO2 - ข1อใดระบุโมเลกุลหรือไอออนที่เป.นคูcกรด-เบส ตามทฤษฎีของของเบรินเสตด-ลาวรีถูกต1อง ก. คูcกรดของ ClO2 - คือ HClO2 และ คูcเบสของ H3O+ คือ H2O ข. คูcกรดของ ClO2 - คือ HClO2 และ คูcเบสของ H2O คือ H3O+ ค. คูcกรดของ HClO2คือ ClO2 - และ คูcเบสของ H2O คือ H3O+ ง. คูcกรดของ HClO2คือ ClO2 - และ คูcเบสของ H3O+ คือ H2O 8. สารละลาย Ba(OH)2 เข1มข1น 1 x 10-3 mol/dm3 มีความเข1มข1นของ OH- กี่ mol/dm3 ก. 1 x 10-11 ข. 5 x 10-4 ค. 2 x 10-3 ง. 1 x 10-3 9. เมื่อนำกรด HCN มา 5.4 กรัม เติมน้ำกลั่นจนได1สารละลายปริมาตร 2 ลูกบาศกQเดซิเมตร กรด HCN จะแตกตัวได1ร1อยละเทcาไร (กำหนดให1 Ka ของ HCN เทcากับ 4.9 x 10-10 มวลอะตอมของ H = 1 amu, C = 12 amu, N =14 amu) ก. 5 x 10-3 ข. 7 x 10-3 ค. 5 x 10-2 ง. 7 x 10-2 10. สารละลาย HF เข1มข1น 0.01 M มีร1อยละการแตกตัวเทcากับ 22.6 % จงหาคcาคงที่ของ การแตกตัวของ HF ก. 2.1 x 10-9 ข. 1.1 x 10-8 ค. 6.6 x 10-4 ง. 1.2 x 10-2


121 11. สารละลาย CH3NH2 เข1มข1น 2.5 mol/dm3 จะแตกตัวให1 OH- กี่ mol/dm3 (กำหนดให1Kb ของ CH3NH2 เทcากับ4.4 x 10-4 ) ก. 2.50 x10-6 ข. 1.10 x 10-4 ค. 3.32 x 10-2 ง. 1.44 x 10-1 12. สารละลายปริมาตร 4 dm3 มีกรด CH3COOH ละลายอยูc 0.8 mol จะมีความเข1มข1นของ H3O+ กี่ mol/dm3 (กำหนดให1CH3COOH มีคcา Ka = 2 x 10-5 ) ก. 5.0 x 10-12 ข. 5.0 x 10-10 ค. 2.0 x 10-6 ง. 2.0 x 10-3 13. คcา Kb ของเบสที่เข1มข1น 0.1 mol/dm3 ที่อุณหภูมิ 25 o C แสดงดังตาราง สารละลายเบส คNา Kb (CH3)2NH C5H5N NH3 CH3NH2 5.41 x 10-4 1.78 x 10-9 1.77 x 10-5 3.70 x 10-4 ลำดับความแรงของเบสจากมากไปน1อย ก. C5H5N > NH3 > CH3NH2 > (CH3)2NH ข. (CH3)2NH > CH3NH2 > NH3 > C5H5N ค. C5H5N > NH3 > (CH3)2NH > CH3NH2 ง. (CH3)2NH > C5H5N > CH3NH2 > NH3 14. น้ำ (H2O) มีความเข1มข1นของ H3O+ และ OH- เทcากับ 1 x 10-7 mol/dm3 เมื่อเติมเบสลงไปใน น้ำปริมาณหนึ่ง พบวcาที่ภาวะสมดุลใหมcความเข1มข1นของ H3O+ เทcากับ 1 x 10-11 mol/dm3 อยากทราบวcาจะมีความเข1มข1นของ OH- เทcาใดพร1อมทั้งบอกสมบัติความเป.นกรดเบสของน้ำ ก. 1 x 10-3 mol/dm3 , เบส ข. 1 x 10-3 mol/dm3 , กรด ค. 1 x 10-11 mol/dm3 , เบส ง. 1 x 10-11 mol/dm3 , กรด


122 15. น้ำ (H2O) มีความเข1มข1นของ H3O+ และ OH- เทcากับ 1 x 10-7 mol/dm3 เมื่อเติมเบสแกc ลงไปในน้ำความเข1มข1นของ H3O+ และ OH- จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอยcางไรตามหลักของ เลอชาเตอลิเอ ก. ความเข1มข1นของ H3O+ น1อยกวcา 1 x 10-7 mol/dm3 สcวน ความเข1มข1นของ OH- มากกวcา 1 x 10-7 mol/dm3 ข. ความเข1มข1นของ H3O+ มากกวcา 1 x 10-7 mol/dm3 สcวน ความเข1มข1นของ OH- น1อยกวcา 1 x 10-7 mol/dm3 ค. ความเข1มข1นของ H3O+ และ OHมากกวcา 1 x 10-7 mol/dm3 ง. ความเข1มข1นของ H3O+ และ OHน1อยกวcา 1 x 10-7 mol/dm3 16. จากข1อมูลในตารางตcอไปนี้ สารละลาย ความเขSมขSน (mol/dm3 ) ที่อุณหภูมิ 25 OC [H3O+ ] [OH- ] A 5 x 10-5 2 x 10-10 B 1 x 10-3 1 x 10-11 C 4 x 10-9 X สารละลาย C มีความเข1มข1นของ OH- เทcาใดและมีสมบัติเป.นกรด เบส หรือ กลาง ก. 4.0 x 10-9 mol/dm3 , กลาง ข. 4.0 x 10-9 mol/dm3 , เบส ค. 2.5 x 10-6 mol/dm3 , กรด ง. 2.5 x 10-6 mol/dm3 , เบส 17. สารทำความสะอาดแอมโมเนียที่ใช1ในครัวเรือนมีความเข1มข1นของ OH0.002 mol/dm3 จงหา คcา pH พร1อมบอกวcาสารทำความสะอาดแอมโมเนียมีสมบัติเป.นกรดหรือเบสตามลำดับ (log2 = 0.3 log 5 = 0.7) ก. 2.7 , กรด ข. 2.7 , เบส ค. 11.3 , กรด ง. 11.3 , เบส


123 18. ความเข1มข1นของ H+ ในขวดไวนQที่เพิ่งเปÉดมีคcา 4 x 10-4 mol/dm3 หลังจากไวนQถูกดื่มไปครึ่งขวด ถูกเปÉดทิ้งไว1ในอากาศตcออีกหนึ่งเดือน พบวcาความความเข1มข1นของ H+ มีคcา 1 x 10-3 mol/dm3 จงคำนวณคcา pH ของไวนQในทั้งสองกรณีตามลำดับ (กำหนดให1 log 2 = 0.3 ) ก. 3.0 , 3.4 ข. 3.4 , 3.0 ค. 10.6 , 11 ง. 11 , 10.6 19. สารละลาย CH3COOH เข1มข1น 1 mol/dm3 กับ 0.01 mol/dm3 มีคcา pH แตกตcางกันเทcาใด (กำหนดให1Ka ของ CH3COOH เทcากับ 1.8 x 10-5 , log 1.8 = 0.26) ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 20. น้ำฝนที่ตกในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมมีความเข1มข1นของ OHเทcากับ 6.25 x 10-12 mol/dm3 จงหา pH น้ำฝน และมีสมบัติเป.นกรด หรือเบส หรือกลาง (กำหนดให1 log 6.25 = 0.8 , log 1.6 = 0.2) ก. pH = 2.8 สารละลายเป.นกรด ข. pH = 5.0 สารละลายเป.นกรด ค. pH = 11.2 สารละลายเป.นเบส ง. pH = 7.0 สารละลายเป.นกลาง 21. ครีซอลเรดเป.นอินดิเคเตอรQชนิดหนึ่งสําหรับทดสอบความเป.นกรด-เบส ของสารละลาย ซึ่งครีซอลเรดมีชcวงการเปลี่ยนสี คือ 7.0-8.8 และสีที่เปลี่ยนคือ เหลือง – แดง ดังสมการ HIn (aq) + H2O (l) H3O+ (aq) + In- (aq) เหลือง แดง 1) ถ1าหยดครีซอลเรดลงในสารละลายที่มีpH 8.0 แล1วสารละลายจะมีสีส1ม เนื่องจากครีซอลเรด จะอยูcในรูปของ HIn และ In- ปริมาณใกล1เคียงกัน 2) ถ1าหยดครีซอลเรดลงในสารละลายที่มีpH 10.0 แล1วสารละลายจะมีสีแดง เนื่องจากครีซอลเรด อยูcในรูป In- มากกวcา HIn 3) ถ1าหยดครีซอลเรดในสารละลายที่มีpH 5.0 แล1วสารละลายจะมีสีเหลือง เนื่องจากครีซอลเรด อยูcในรูป In- มากกวcา HIn ข1อใดกลcาวถูกตSอง ก. 1) เทcานั้น ข. 1) และ 2) ค. 2) และ 3) ง. 1) 2) และ 3)


124 22. อินดิเคเตอรQชนิดหนึ่งแตกตัวดังนี้ HIn (aq) + H2O (l) H3O+ (aq) + In- (aq) สีเหลือง สีน้ำเงิน กำหนดให1 Ka = 1 X 10-8 หยดอินดิเคเตอรQนี้ลงไปในสารละลายที่มีคcา pH เทcากับ 6 จำนวน 2 หยด จะเห็นสีใด ก. ไมcมีสี ข. สีเขียว ค. สีเหลือง ง. สีน้ำเงิน 23. ตารางแสดงการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอรQ 4 ชนิด ในชcวง pH ตcาง ๆ และในสารละลาย A และ B ที่มีความเข1มข1นเทcากัน อินดิเคเตอรf การเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอรf ในชNวง pH ตNางๆ การเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอรf ในสารละลาย pH การเปลี่ยนสี A B ก 6.7 - 8.3 เหลือง - แดง เหลือง เหลือง ข 4.4 - 6.0 แดง - เหลือง เหลือง ส1ม ค 6.0 - 7.6 เหลือง - น้ำเงิน เขียว เหลือง ง 5.0 - 8.0 แดง – น้ำเงิน มcวง แดง จากตาราง ถ1าเปรียบเทียบ pH ของสารละลาย A และ B ข1อใดถูกต1อง ก. A > B ข. B > A ค. A = B ง. ข1อมูลไมcเพียงพอ 24. พิจารณาสมบัติของอินดิเคเตอรQตcอไปนี้ อินดิเคเตอรf ชNวง pH ที่เปลี่ยนสี สีที่เปลี่ยน A 4.2 – 6.3 แดง – เหลือง B 3.2 – 6.0 เหลือง – น้ำเงิน C 7.6– 9.4 น้ำเงิน -ไมcมีสี นำสารละลายหยดอินดิเคเตอรQ A ได1สารละลายมีสีแดง หยดอินดิเคเตอรQ B ได1สารละลายมีสี เขียว และหยดอินดิเคเตอรQ C ได1สารสีน้ำเงิน จงหาคcา pH พร1อมทั้งบอกความเป.น กรด-เบส ของสารละลายนี้ตามลำดับ ก. 3.2-4.2 , กรด ข. 3.2-6.0 , กรด ค. 6.0-7.6 , กลาง ง. 7.6-9.4 , เบส


125 25. ปฏิกิริยาตcอไปนี้ HF + NaOH NaF + H2O เป.นปฏิกิริยาชนิดใด ก. ปฏิกิริยาสะเทิน ข. ปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส ค. ปฏิกิริยารีดอกซQ ง. ปฏิกิริยาไอออไนเซชัน 26. ปฏิกิริยาตcอไปนี้ข1อใดเกิดผลิตภัณฑQเป.นเกลือที่ละลายน้ำได1 ก. 2Mg + O2 2MgO ข. CH4 + 2H2S CS2 + 4H2 ค. CH3COOH + NaOH CH3COONa + H2O ง. H2CO3 + Ca(OH)2 CaCO3 + 2H2O 27. เมื่อนำเกลือมาละลายน้ำได1สารละลาย A, B, C ที่ความเข1มข1นเทcากัน และทดสอบการเปลี่ยนสี ของกระดาษลิตมัส ได1ผลการทดลองดังตาราง สารละลาย สีกระดาษลิตมัส A จากแดงเป.นน้ำเงิน B จากน้ำเงินเป.นแดง C ไมcเปลี่ยนสี สารละลาย A, B, C ควรเป.นสารละลายชนิดใดตามลำดับ ก. NaClO4 , KHSO4, LiF ข. KHSO4 , LiF , NaClO4 ค. LiF, KHSO4 , NaClO4 ง. NaClO4 , LiF , KHSO4 28. เมื่อนำเกลือตcอไปนี้ละลายน้ำ สารละลายที่ได1ข1อใดที่เกิดปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสกับนํ้าได1ทุกตัว ก. KI, CH3COOK, (NH4)2SO4 ข. Li3PO4, KNO2, Na2CO3 ค. KCN, NaNO3, LiClO4 ง. NaI, NH4Cl, KBr


126 29. เกลือ AB เกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสในน้ำได1ดังนี้ A+ + H2O AOH + H+ B- + H2O HB + OH- เกลือในข1อใดสามารถเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสได1ดังสมการข1างต1น ก. KCN ข. NaClO4 ค. H2S ง. NH4F 30. สารละลาย 3 ชนิด ตcอไปนี้เข1มข1น 0.1 M เทcากัน CH3COONH4 HCOONH4 NH4CN สารละลายที่มีฤทธิ์เป.นกลาง กรด และเบส คือสารละลายใดตามลำดับ กำหนดให1 Ka ของ NH4 + เทcากับ 5.6 x 10-10 Kb ของ CH3COO- เทcากับ 5.6 x 10-10 Kb ของ HCOO- เทcากับ 5.6 x 10-11 Kb ของ CN- เทcากับ 2 x 10-5 ก. CH3COONH4 NH4CN HCOONH4 ข. HCOONH4 CH3COONH4 NH4CN ค. CH3COONH4 HCOONH4 NH4CN ง. NH4CN CH3COONH4 HCOONH4 31. กำหนดสารละลายบัฟเฟอรQA ดังแสดงในตาราง 1) คูcเบสของสารละลายบัฟเฟอรQA คือ CH3COO- 2) เมื่อเติม HCl ปริมาณเล็กน1อยลงใน A H+ จาก HCl จะทำปฏิกิริยากับ CH3COO- 3) เมื่อเติม NaOH ปริมาณเล็กน1อยลงใน A OH− จาก NaOH จะทำปฏิกิริยากับ CH3COOH ข1อสรุปที่ถูกคือข1อใด ก. 1) เทcานั้น ข. 1) และ 2) ค. 2) และ 3) ง. 1) 2) และ 3) สารละลายบัฟเฟอรf องคfประกอบ A CH3COOH/CH3COONa


127 32. เมื่อผสมสารละลาย NH3 0.2 mol/dm3 จำนวน 20 cm3 และสารละลาย HCl 0.2 mol/dm3 จำนวน 10 cm3 เข1าด1วยกัน สารละลายที่ได1จะเป.นสารละลายที่มีสมบัติอยcางไร ก. สารละลายที่มีpH เทcากับ 7 ข. สารละลายบัฟเฟอรQที่มีpH ต่ำกวcา 7 ค. สารละลายบัฟเฟอรQที่มีpH สูงกวcา 7 ง. สารละลายที่ประกอบด1วยเกลือ NH4Cl และ HCl 33. สารละลายบัฟเฟอรQสามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงความเป.นกรด – เบสของสารละลายได1 ปฏิกิริยาข1อใดแสดงวcาเป.นปฏิกิริยาบัฟเฟอรQ ก. Br- + H3O+ HBr + H2O ข. Cl- + H3O+ HCl + H2O ค. OH- + H3O+ H2O + H2O ง. HCOO- + H3O+ HCOOH + H2O 34. สารละลายบัฟเฟอรQปริมาตร 1 dm3 ได1จากการผสมสารละลาย HCN เข1มข1น 0.1 mol/dm3 กับสารละลาย KCN เข1มข1น 0.1 mol/dm3 สามารถควบคุม pH ของสารละลายให1คcอนข1าง คงที่ได1เมื่อเติมสารละลาย NaOH เข1มข1น 0.1 mol/dm3 ลงไป 1.0 cm3 เพราะเหตุใด ก. OH− ไอออนถูกสะเทินด1วย H+ ไอออนในสารละลายบัฟเฟอรQ ข. OH− ไอออนไปรวมกับ K+ ไอออนในสารละลายบัฟเฟอรQ ค. OH− ไอออนมีความเข1มข1นน1อยกวcาความเข1มข1นของสารละลายบัฟเฟอรQ ง. สารละลาย NaOH ที่เติมลงไปปริมาณน1อยมาก 35. ในการไทเทรตสารละลายกรด HNO3 ปริมาตร 50 cm3 จะต1องใช1 NaOH 0.4 g จึงจะทำ ปฏิกิริยาพอดี จงหาความเข1มข1นของสารละลาย HNO3 ในหนcวย mol/dm3 (มวลโมเลกุลของ NaOH เทcากับ 40 ) ก. 0.08 ข. 0.10 ค. 0.20 ง. 0.30


128 36. นายทุเรียนทำการทดลองการไทเทรตกรดอcอน HA เข1มข1น 0.1 mol/dm3 ปริมาตร 10 cm3 กับเบสแกc B(OH)2 เข1มข1น 0.1 mol/dm3 โดยเลือกอินดิเคเตอรQมาทดลอง 3 ชนิด ได1ผลการ ทดลองดังนี้ อินดิเคเตอรf ปริมาตรของสารละลาย กรดอNอน HA (cm3 ) ปริมาตรเฉลี่ยของสารละลายเบสแกN B(OH)2 เมื่ออินดิเคเตอรfเปลี่ยนสี (cm3 ) A 10 9.80 B 10 4.90 C 10 15.00 จากข1อมูลในตารางนักเรียนคิดวcาอินดิเคเตอรQชนิดใดเหมาะสมที่สุดในการทดลองนี้เพื่อให1ได1 จุดยุติที่ใกล1เคียงกับจุดสมมูลมากที่สุด (กำหนดให1 สมการแสดงปฏิกิริยา คือ 2HA + B(OH)2 BA2 + 2H2O ) ก. A ข. B ค. C ง. A และ C 37. นายไกcใช1ปÉเปตขนาด 10 cm3 ดูดสารละลาย CH3COOH ใสcขวดรูปกรวยและหยด อินดิเคเตอรQที่เหมาะสมลงไป 2-3 หยด จ าก นั้ น คcอย ๆ ไขปลcอยสารละลาย NaOH เข1มข1น 0.015 mol/dm3 ซึ่งบรรจุอยูcในบิวเรตลงในขวดรูปกรวยให1สารผสมกันจนถึงจุดยุติ พบวcาสารละลาย NaOH ถูกใช1ไป 20 cm3 จงหาความเข1มข1นของสารละลาย CH3COOH ก. 0.03 mol/dm3 ข. 0.06 mol/dm3 ค. 0.09 mol/dm3 ง. 1.20 mol/dm3 38. พิจารณาสมบัติของอินดิเคเตอรQตcอไปนี้ อินดิเคเตอรf ชNวง pH ที่เปลี่ยนสี สีที่เปลี่ยน A 4.2 – 6.3 แดง – เหลือง B 3.2 – 6.0 เหลือง – น้ำเงิน C 7.6– 9.4 น้ำเงิน -ไมcมีสี เมื่อนำสารละลายที่ได1จากการทำปฏิกิริยาพอดีระหวcางกรดกับเบสคูcหนึ่ง มาหาคcา pH พบวcา เม ื่ อหยด อินดิเคเตอรQA ได1สารละลายมีสีแดง หยดอินดิเคเตอรQB สารละลายมีสีเขียวและ หยดอินดิเคเตอรQC ได1สารสีน้ำเงิน สารละลายกรด–เบส ที่ใช1ในข1อใดเป.นไปได1 ก. HCl , NaOH ข. H2SO4 , Ba(OH)2 ค. CH3COOH , NaOH ง. HCl , NH3


129 39. จากกราฟของการไทเทรตควรใช1อินดิเคเตอรQชนิดใดในการบอกจุดยุติ ก. ไทมอลบลู(pH 1.2-2.8) ข. เมทิลเรด (pH 4.2-6.3) ค. ครีซอลเรด (pH 7.0-8.4) ง. ฟีนอลQฟทาลีน(pH 8.3-10) 40. จากกราฟของการไทเทรตระหวcางสารละลาย Na2CO3 กับสารละลาย HCl จงหาคcา pH ของ สารละลาย ณ จุดสมมูล ก. pH 11.0 และ pH 6.0 ข. pH 8.0 และ pH 3.3 ค. pH 9.0 และ pH 2.2 ง. pH 6.0 และ pH 1.0


130 เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 ชั้นมัธยมศึกษาปDที่ 5 เรื่อง กรด-เบส 1. ค 2. ข 3. ก 4. ง 5. ง 6. ก 7. ก 8. ค 9. ข 10. ค 11. ค 12. ง 13. ข 14. ก 15. ก 16. ง 17. ง 18. ข 19. ก 20. ก 21. ข 22. ค 23. ก 24. ก 25. ก 26. ค 27. ค 28. ข 29. ง 30. ค 31. ง 32. ค 33. ง 34. ก 35. ค 36. ข 37. ก 38. ง 39. ข 40. ข


ภาคผนวก ข ค"าดัชนีความสอดคล.อง (IOC) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปPที่ 5


132 ตาราง 13 ค&าดัชนีความสอดคล2องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส วิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปLที่ 5 ข)อที่ คะแนนความคิดเห็นของผู)เชี่ยวชาญ รวม ค>า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4 คนที่ 5 1 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 2 +1 +1 +1 0 +1 4 0.8 ใช2ได2 3 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 4 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 5 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 6 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 7 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 8 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 9 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 10 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 11 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 12 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 13 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 14 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 15 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 16 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 17 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 18 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 19 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 20 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 21 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 22 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 23 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 24 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 25 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2


133 ตาราง 13 ค&าดัชนีความสอดคล2องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส วิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปLที่ 5 (ต&อ) ข)อที่ คะแนนความคิดเห็นของผู)เชี่ยวชาญ รวม ค>า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4 คนที่ 5 26 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 27 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 28 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 29 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 30 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 31 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 32 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 33 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 34 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 35 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 36 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 37 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 38 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 39 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 40 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 41 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 42 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 43 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 44 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 45 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 46 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 47 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 48 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 49 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 50 +1 +1 +1 0 +1 4 0.8 ใช2ได2


134 ตาราง 13 ค&าดัชนีความสอดคล2องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส วิชาเคมี3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปLที่ 5 (ต&อ) ข)อที่ คะแนนความคิดเห็นของผู)เชี่ยวชาญ รวม ค>า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4 คนที่ 5 51 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 52 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 53 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 54 +1 +1 +1 0 +1 4 0.8 ใช2ได2 55 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 56 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 57 +1 +1 +1 0 +1 4 0.8 ใช2ได2 58 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 59 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 60 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 61 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 62 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 63 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 64 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 65 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 66 +1 +1 +1 0 +1 4 0.8 ใช2ได2 67 +1 +1 +1 0 +1 4 0.8 ใช2ได2 68 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 69 +1 +1 0 +1 +1 4 0.8 ใช2ได2 70 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 71 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 72 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 73 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 74 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 75 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2


135 ตาราง 13 ค&าดัชนีความสอดคล2องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส วิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปLที่ 5 (ต&อ) ข)อที่ คะแนนความคิดเห็นของผู)เชี่ยวชาญ รวม ค>า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4 คนที่ 5 76 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 77 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 78 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 79 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 80 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 81 +1 +1 +1 0 +1 4 0.8 ใช2ได2 82 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 83 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2 84 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใช2ได2


ภาคผนวก ค ค"าความยากงาย (p) อำนาจจำแนก (r) และค"าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกรด-เบส รายวิชาเคมี3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปPที่ 5


137 ตาราง 14 ค&าความยากง&าย (p) ค&าอำนาจจำแนก (r) และค&าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกรด-เบส รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปQที่ 5 ข)อที่ ค/าความยากง/าย (p) ค/าอำนาจจำแนก (r) ข)อที่ ค/าความยากง/าย (p) ค/าอำนาจจำแนก (r) 1 0.39 0.63 21 0.38 0.26 2 0.51 0.61 22 0.36 0.46 3 0.51 0.83 23 0.46 0.44 4 0.36 0.42 24 0.35 0.46 5 0.40 0.74 25 0.50 0.44 6 0.57 0.71 26 0.30 0.39 7 0.45 0.43 27 0.58 0.54 8 0.46 0.41 28 0.39 0.27 9 0.44 0.77 29 0.25 0.42 10 0.43 0.50 30 0.31 0.36 11 0.45 0.47 31 0.26 0.36 12 0.36 0.40 32 0.42 0.53 13 0.49 0.50 33 0.29 0.33 14 0.42 0.53 34 0.38 0.50 15 0.43 0.40 35 0.62 0.31 16 0.38 0.50 36 0.41 0.33 17 0.41 0.60 37 0.42 0.50 18 0.40 0.70 38 0.24 0.32 19 0.29 0.59 39 0.29 0.36 20 0.27 0.32 40 0.32 0.39 ความเชื่อมั่นโดยใช[สูตร KR-20 ของคูเดอร` ริชาร`ดสัน ได[ค&าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งฉบับเท&ากับ 0.908


138 ภาคผนวก ง ผลการประเมินชุดกิจกรรมการเรียนรู3ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู3 7 ขั้น และแผนการจัดการเรียนรู3 เรื่อง กรด-เบส รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปMที่ 5


139 ตารางที่15 ผลการประเมินชุดกิจกรรมการเรียนรู8ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู8 7 ขั้น เรื่อง กรด-เบส รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปNที่ 5 โดยผู8เชี่ยวชาญ 5 ทSาน รายการประเมิน S.D. ระดับความเหมาะสม 1. จุดประสงคUการเรียนรู8 1.1 สอดคล8องกับสาระการเรียนรู8 1.2 ภาษาที่ใช8ชัดเจนเข8าใจงSาย 1.3 ระบุพฤติกรรมที่ต8องการวัดได8ชัดเจน 4.80 4.80 4.40 0.40 0.40 0.80 มากที่สุด มากที่สุด มาก 2. สาระการเรียนรู8 2.1 เหมาะสมกับระดับชั้น 2.2 สอดคล8องกับจุดประสงคUการเรียนรู8 4.60 4.60 0.49 0.49 มากที่สุด มากที่สุด 3. รูปแบบของชุดกิจกรรมการเรียนรู8 3.1 เขียนด8วยภาษาที่ชัดเจน ถูกต8องตามหลักภาษา 3.2 นSาสนใจ สวยงาม 3.3 มีภาพประกอบชัดเจน และสอดคล8องกับ สาระการเรียนรู8 4.80 4.60 4.40 0.40 0.49 0.80 มากที่สุด มากที่สุด มาก 4. การนำเสนอกิจกรรมการเรียนรู8 4.1 เร8าความสนใจของผู8เรียน 4.2 สอดคล8องเหมาะสมกับสาระการเรียนรู8 4.3 กิจกรรมการเรียนการสอนเป`นไปตามลำดับขั้น จากงSายไปยาก 4.4 เน8นผู8เรียนเป`นสำคัญ นักเรียนปฏิบัติได8จริง 4.40 4.40 4.20 4.20 0.49 0.80 0.75 0.98 มาก มาก มาก มาก 5. การวัดและประเมินผล 5.1 สอดคล8องกับจุดประสงคUการเรียนรู8 5.2 วัดได8ครอบคลุมสาระการเรียนรู8 4.60 4.40 0.49 0.49 มากที่สุด มาก รวม 4.51 0.59 มากที่สุด C


140 ตารางที่ 16 ผลการประเมินแผนการจัดการเรียนรู8 เรื่อง กรด-เบส รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32221 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปNที่ 5 โดยผู8เชี่ยวชาญ 5 ทSาน รายการประเมิน S.D. ความเหมาะสม 1. ด8านสาระสำคัญ 1.1 ใช8ข8อความกะทัดรัด ชัดเจน อSานแล8วเข8าใจงSาย 1.2 สอดคล8องกับเนื้อหาและผลการเรียนรู8 4.80 4.80 0.40 0.40 มากที่สุด มากที่สุด 2. ด8านผลการเรียนรู8 2.1 สอดคล8องกับเนื้อหา 2.2 ภาษาที่ใช8ชัดเจน เข8าใจงSาย 2.3 ระบุพฤติกรรมที่ต8องการวัดไว8อยSางชัดเจน 5.00 5.00 4.60 0.00 0.00 0.49 มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด 3. ด8านเนื้อหา 3.1 เหมาะสมกับระดับชั้นของผู8เรียน 3.2 เหมาะสมกับเวลาที่ใช8สอน 3.3 ตรงตามหลักสูตร 4.80 4.20 4.80 0.40 0.75 0.40 มากที่สุด มาก มากที่สุด 4. ด8านการจัดกิจกรรมการเรียนรู8 4.1 สอดคล8องกับเนื้อหา 4.2 เรียงลำดับกิจกรรมได8เหมาะสม 4.3 สอดคล8องกับผลการเรียนรู8 4.4 เน8นผู8เรียนเป`นสำคัญ นักเรียนได8ปฏิบัติจริง 5.00 4.60 4.80 4.20 0.00 0.49 0.40 0.75 มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มาก 5. สื่อการเรียนรู8 5.1 ชSวยให8ผู8เรียนมีความรู8 ความเข8าใจมากขึ้น 5.2 ชSวยให8ผู8เรียนเกิดองคUความรู8ได8ด8วยตนเอง 5.3 สอดคล8องและเหมาะสมกับเนื้อหา 5.4 ชSวยให8บรรลุตามผลการเรียนรู8 4.40 4.40 4.80 4.60 0.80 0.80 0.40 0.49 มาก มาก มากที่สุด มากที่สุด 6. ด8านการวัดผลประเมินผล 6.1 สอดคล8องกับกิจกรรมการเรียนรู8 6.2 สอดคล8องกับผลการเรียนรู8 6.3 เครื่องมือที่ใช8มีความเหมาะสม 4.60 4.60 4.60 0.49 0.49 0.49 มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด รวม 4.66 0.44 มากที่สุด C


Click to View FlipBook Version