44
จากตารางที่ 4.4 พบว่า ผลการศกึ ษาความพึงพอใจของนกั เรยี นต่อการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์
เรื่อง คุณสมบัติของเสียง โดยใช้กลวิธี ADSAC ขั้นที่ 5 : C (Check answer) คือ ตรวจสอบคำตอบมี
ค่าเฉลี่ยมากที่สุด 4.22 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.67 ส่วนคะแนนที่ทำได้ในแบบฝกึ หดั ที่ 2 เรื่องการ
หกั เหของเสยี ง มีค่าเฉล่ยี น้อยทส่ี ุด 3.33 ค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน 0.71
โดยภาพรวมผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ เรื่อง
คุณสมบัติของเสียง มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 3.65 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
0.67
45
บทที่ 5
สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ
การวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรอื่ ง คณุ สมบัติของเสยี ง ของนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/4 โดยใชก้ ลวธิ ี ADSAC มวี ัตถปุ ระสงค์ คือ
1) เพอ่ื พัฒนาทกั ษะในการแกโ้ จทยป์ ญั หาฟิสิกส์ เรื่อง คณุ สมบตั ิของเสยี ง ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษา
ปที ่ี 5/4 โดยใชก้ ลวธิ ี ADSAC เปรยี บเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 2) เพอ่ื พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่อง คุณสมบัติของเสียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 3) เพื่อ
พัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง คุณสมบัติของเสียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4
เปรียบเทยี บกบั เกณฑ์ร้อยละ 70 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5/4 ต่อ
การแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ เรื่อง คุณสมบัติของเสียง โดยใช้กลวิธี ADSAC ประชากรในการวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ โรงเรียนคลองใหญ่
วิทยาคม อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 3 ห้องเรียน รวม
74 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4 แผนการเรียน
วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ โรงเรียนคลองใหญ่วทิ ยาคม อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2564 จำนวน 13 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดย
กลุ่มตวั อย่างได้รบั การจัดการเรยี นรู้ เรอ่ื ง คุณสมบัตขิ องเสยี ง โดยใช้กลวิธี ADSAC
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้การแก้โจทย์ปัญหาด้วย
กลวิธี ADSAC เรื่อง คุณสมบัติของเสียง จำนวน 4 แผน คือ 1.1) เรื่อง การสะท้อนของเสียง เวลา 2
ชั่วโมง 1.2) เรื่อง การหักเหของเสียง เวลา 1 ชั่วโมง 1.3) เรื่อง การแทรกสอดของเสียง
เวลา 2 ชั่วโมง และ 1.4) เรื่อง การเลี้ยวเบนของเสียง เวลา 1 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบวัดทักษะใน
การแก้โจทย์ปญั หาฟิสิกส์ เรื่อง คุณสมบัติของเสียง จำนวน 4 ฉบับ ฉบับละ 4 ข้อ คือ 2.1) เรื่องการ
สะท้อนของเสียง 2.2) เรื่องการหักเหของเสียง 2.3) เรื่องการแทรกสอดของเสียง และ 2.4) เรื่อง
การเลี้ยวเบนของเสียง 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คุณสมบัติของเสียง จำนวน
20 ข้อ 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4 ต่อการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์
เรื่อง คุณสมบัติของเสียง โดยใช้กลวิธี ADSAC แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การวิเคราะห์
ข้อมลู ใช้ คา่ เฉลย่ี ( x ) และค่าสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) สรปุ ผลการวจิ ัยไดด้ ังน้ี
5.1 สรปุ ผลการวิจัย
1. ทกั ษะในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ของนักเรยี นท่ีไดร้ ับการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ในการแก้
โจทยป์ ัญหาดว้ ยกลวธิ ี ADSAC หลังเรยี นสูงกว่าเกณฑร์ อ้ ยละ 70
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการแก้โจทย์
ปัญหาดว้ ยกลวิธี ADSAC หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
46
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการแก้โจทย์
ปัญหาดว้ ยกลวธิ ี ADSAC หลงั เรยี นสูงกวา่ เกณฑร์ ้อยละ 70
4. ความพึงพอใจของนักเรยี นต่อการแกโ้ จทย์ปัญหาฟิสิกส์ เรอื่ ง คณุ สมบตั ิของเสียง มีระดับ
ความพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก ซึง่ มีคา่ เฉลย่ี 3.65 คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน 0.67
5.2 อภปิ รายผลการวิจัย
1. ทกั ษะในการแกโ้ จทย์ปัญหาฟิสิกสข์ องนักเรยี นที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการแก้
โจทย์ปัญหาด้วยกลวิธี ADSAC หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 เนื่องจากการแก้โจทย์ปัญหาด้วย
กลวิธี ADSAC เป็นการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบโดยใช้วิธีการสืบสอบหาความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์ในการค้นพบวความรู้ และการคิดแก้โจทย์ปัญหาทำให้ผู้เรียนแก้โจทย์ปัญหาอย่างมี
ระบบ โดยวิเคราะห์โจทย์ปัญหา วาดรูปจากสถานการณ์ที่ได้จากโจทย์ปัญหา เลือกใช้สมการให้
เหมาะสม ดำเนินการแก้โจทย์ปัญหาเพื่อค้นหาคำตอบ และตรวจสอบคำตอบ ซึ่งนักเรียนสามารถนำ
ความรูจ้ ากการแก้โจทย์ปัญหาไปใช้ในการแก้โจทยป์ ญั หาฟสิ ิกส์ในสถานการณใ์ หม่ ๆ ได้ นักเรียนจึงมี
ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟสิ กิ ส์สงู ขึน้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการแก้โจทย์
ปัญหาด้วยกลวิธี ADSAC หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 เนื่องจากการ
จัดการเรียนรู้ฟิสิกส์โดยใช้การแก้โจทย์ปัญหาดว้ ยกลวธิ ี ADSAC ช่วยฝกึ กระบวนการคิดของนกั เรยี น
ให้เป็นเหตุเป็นผลยิ่งขึ้น ส่งผลให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ จนสามารถแก้โจทย์
ปัญหาฟิสกิ สไ์ ด้ดว้ ยตนเอง
3. ความพงึ พอใจของนักเรยี นต่อการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ เร่ือง คณุ สมบัติของเสียง มีระดับ
ความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 3.65 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.67 เนื่องจากการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ในการแก้โจทย์ปัญหาด้วยกลวิธี ADSAC ทำให้นักเรียนมีทักษะในการแก้โจทย์
ปัญหาดียิ่งขึ้น และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้นักเรียนเกิดความพึงพอใจ
สอดคล้องกับแนวคิดของอรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง (2545 : 48) ที่ว่าความพึงพอใจเป็นแรงจูงใจภายในตวั
นักเรียนและเกิดขึ้นเมื่อได้รับรางวัลภายนอก ทำให้ความพึงพอใจภายในคงที่อยู่ด้วยการให้รางวัล
ภายหลังนกั เรยี นทำงานเสร็จ ดว้ ยการให้รางวัลท่ีนกั เรยี นไม่คาดคดิ ว่าจะได้รบั ด้วยการพดู ชมเชยและ
ให้ข้อมูลป้อนกลับแบบอธิบายรายละเอียด ทำให้นักเรียนปฏิบัติสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไปด้วยการให้ข้อมูล
ป้อนกลับที่จูงใจเมื่อนักเรียนตอบสนอง ทำให้นักเรียนปฏิบัติสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีคุณภาพมากขึ้น จึง
ส่งผลใหน้ กั เรยี นเกดิ ความรูส้ ึกท่ีดีในการรว่ มกจิ กรรมท่ีใหน้ กั เรยี นปฏิบัติค้นควา้ หาคำตอบหรือฝึกการ
แก้ปัญหาอีกทั้งครูยังคอยช่วยส่งเสริมสนับสนุน และช่วยกระตุ้นนักเรียน โดยการดูแลเอาไจใส่ ให้
กำลังใจและคำแนะนำในการแก้ปัญหาของนักเรียน จัดให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ซึ่งกันและกันรวมทั้งการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ทางวิชาการ ถือเป็นการส่งเสริมความสามารถใน
การแกป้ ัญหาและเจตคติที่ดตี ่อวิชาฟสิ ิกส์
47
5.3 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัย
จากผลการวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์และผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียน เรื่อง คุณสมบัติของเสียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4 โดยใช้กลวิธี ADSAC ผู้วิจัยมี
ข้อเสนอแนะดังตอ่ ไปน้ี
1. ข้อเสนอแนะทั่วไป
1.1 ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูควรศึกษารายละเอียดของเนื้อหาและขั้นตอนการใช้
กลวิธี ADSAC แต่ละขั้นตอนให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ รวมถึงบทบาทของครูและบทบาทของนักเรียน
เพือ่ ช่วยใหก้ ารจดั การเรยี นรู้มปี ระสิทธภิ าพ
1.2 ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูต้องทำหน้าที่กระตุ้นให้นักเรียนคิด แต่ไม่ควรบังคับ
ใหน้ ักเรียนยอมรับประเดน็ หรือคำถามท่ีผสู้ อนกำลงั สนใจ ย่ัวยใุ ห้นกั เรียนเกิดความอยากรู้อยากเหน็
1.3 การแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ตามกลวิธี ADSAC ทั้ง 5 ขั้นตอน ครูควรเน้นขั้นตรวจสอบ
คำตอบ เนื่องจากนักเรียนลืมที่จะตรวจสอบคำตอบบ่อยมาก ครูต้องคอยเน้นย้ำให้นักเรียนตรวจ
คำตอบจนเคยชิน
1.4 การแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ ครูควรฝึกให้นักเรียนฝึกแก้ปัญหาด้วยโจทย์ที่หลากหลาย
มากขึ้น เนอื่ งจากโจทยฟ์ สิ ิกส์เป็นโจทย์ท่ยี ากและซับซ้อน
1.5 ตัวอย่างโจทย์ปัญหาฟิสิกส์สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพของนักเรียน เช่น ถ้า
นกั เรียนมพี นื้ ฐานความรทู้ ่ดี ใี นระดับหนึง่ ครูกอ็ าจจะใช้โจทย์ปญั หาฟิสกิ ส์ท่มี ีความซับซ้อนของคำถาม
ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคนที่ทำได้อยากลองทำ แต่ถ้าผู้เรียนที่มีพื้นฐานความรู้อ่อนถึงปานกลาง
อาจจะใช้โจทย์ที่ไม่ค่อยมีความซับซ้อนของคำถามมากนัก และในระหว่างเรียนครูควรจะกระตุ้นให้
นักเรยี นสนใจทีอ่ ยากจะแกโ้ จทย์ปัญหา เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ทกั ษะกระบวนการคดิ วิเคราะห์
2. ขอ้ เสนอแนะสำหรับการวจิ ัยครง้ั ตอ่ ไป
2.1 ควรนำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือมาใช้ร่วมกัน เนื่องจากในขณะที่จัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ พบว่า นกั เรยี นส่วนใหญ่มกี ารปรึกษาและแลกเปลีย่ นความรูซ้ งึ่ กันและกับระหว่าง
นกั เรียนที่รกู้ ับนักเรยี นที่ยังไม่รู้
2.2 ควรมีการศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในเน้ือหาฟิสิกส์อืน่ ๆ เพื่อฝึกให้นักเรยี น
มกี ารสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองอยา่ งตอ่ เนื่อง
48
บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2551). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551.
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กนั ตก์ นิษฐ์ พลพิพัฒน.์ (2560). การศึกษาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นและทักษะการแกโ้ จทยป์ ัญหา
คณิตศาสตร์ของนักเรียนโดยใชก้ ลวธิ ี STAR. วิทยานิพนธศ์ ึกษาศาสตรมหาบัณฑติ , คณะครุ
ศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏรำไพพรรณ.ี
ฐาปนีข์ อัยวรรณ. (2555). การพฒั นาความสามารถในการแก้ปญั หาและผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นวชิ า
วิทยาศาสตรข์ องนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เร่ือง รา่ งกายมนุษย์ โดยใช้รูปแบบการ
จดั การเรยี นรแู้ บบวฏั จักรการสืบเสาะหาความรู้ (SES), วทิ ยานพิ นธศ์ ึกษาศาสตรมหาบัณฑติ ,
สาขาวิชาหลกั สูตรและการสอบ, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ .
ธนั ยรตั น์ พลเยย่ี ม. (2560). การศกึ ษาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์และผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน ฟิสกิ ส์ เรื่อง โมเมนตมั และการชน ของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ดว้ ยการ
จัดการเรียนร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับเทคนคิ การแก้ปญั หาของโพลยา, วิทยานพิ นธ์
ศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ ,สาขาวชิ าการสอนวทิ ยาศาสตร์, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลัย
บูรพา
นฤมล ฉิมงาม. (2558). การพัฒนาความสามารถในการแกโ้ จทย์ปัญหาฟิสกิ ส์ โดยใชเ้ ทคนิคการ
แก้ปัญหาของโพลยาผสานการจัดการเรยี นรแู้ บบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ข้ัน ของนักเรยี นชั้น
มัธยมศึกษาปที ี่ 6.
วทิ ยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวชิ าการวจิ ยั และพฒั นาหลกั สูตร, คณะครศุ าสตร์
อุตสาหกรรม, มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุร.ี
ประทุมพร บุญมาวงษา. (2558). การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นและเจตกติต่อวชิ าวทิ ยาศาสตร์
โดยใชค้ ู่มอื การจัดการเรยี นรแู้ บบสบื สาะหาความรู้ (5E) รว่ มกับการเรียนแบบรว่ มมือของ
นกั เรียนชั้นมยั มศึกษาปีท่ี 2. วทิ ยานพิ นธ์ครศุ าสตรมหาบัณฑติ , สาขาวชิ าการวจิ ยั และ
พฒั นาการศกึ ษา, คณะครศุ าสตร์,มหาวิทยาลยั ราชภฏั สกลนคร.
พชิ ญาภา สึนามะ. (2557). การพัฒนาชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาของโพลยา
เร่อื งกำหนดการเชิงเสน้ สำหรับนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6. วิทยานิพนธ์การศึกษา
มหาบัณฑิต, สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศกึ ษา, คณะศกึ ษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พิชติ ฤทธงิ์ รูญ. (2548). หลักการวัดและประเมินผลการศกึ ษา (พิมพ์ครัง้ ที่ 3). กรุงเทพฯ: เฮา้ ส์ ออฟ
เคอร์มสี ท์.
ไพศาล วรคำ. (2559). การวิจยั ทางการศึกษา (พิมพ์คร้ังที่ 8). มหาสารคาม: ตกั สลิ าการพมิ พ์.
ภพ เลาหไพบลู ย์. (2542). แนวการสอนวทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรงุ ). กรุงเทพฯ: ไทยวฒั นาพานชิ .
รศนา อชั ชะกิจ. (2539). กระบวนการแก้ปัญทาและตัดสนิ ใจเชิงวทิ ยาศาสตร์ (พิมพ์ครง้ั ที่ 3).
กรงุ เทพฯ: สำนักพิมพจ์ ุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
49
ราชบณั ฑิตยสถาน. (2525). พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน (พมิ พค์ ร้ังท่ี 4). กรงุ เทพฯ
ราชบัณฑิตยสถาน.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). พจนานุกรมศพั ทศ์ ึกษาศาสตร์ ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: อรุณ
การพิมพ์.
วชั รา เล่าเรียนด.ี (2544). รูปแบบและกลยทุ ธก์ าร จัดการเรียนร้เู พอื่ พฒั นาทักษะการคดิ (พมิ พ์ครัง้ ท่ี
- 7).นครปฐม: โรงพิมพม์ หาวิทยาลัยศิลปากร.
สาลนิ ี โฮมแพน และคณะ. (2558). การพัฒนาการจัดการเรียนรวู้ ชิ าฟสิ ิกส์ เรอื่ งงานและพลังงาน
และความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 : การ
วิจยั เชิงปฏิบัติการ. วิทยานิพนธศ์ กึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต, คณะครุศาสตร์, มหาวทิ ยาลัยราช
ภฏั มหาสารคาม.
อรพนิ ท์ ช่นื ชอบ. (2549). การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนฟสิ กิ ส์และความสามารถในการ
แก้ปญั หาทางฟิสิกสข์ องนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ดว้ ยวธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้โดย
เสรมิ การแก้ปัญหาตามเทคนิคของโพลยา. วิทยานิพนธศ์ กึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชา
หลกั สูตรและการสอน, คณะศกึ ษาศาสตร์, มหาวิทยาลยั บูรพา
อษุ า ชมภูพฤกษ์ และคณะ. (2561). การพัฒนาความสามารถในการแกโ้ จทย์ปัญหาฟิสิกส์ และ
ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชา ฟสิ กิ ส์ เรอื่ ง ไฟฟ้ากระแส ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่
5 โดยใชก้ ลวธิ ี
เมตาคอกนชิ นั . วทิ ยานพิ นธ์ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต, สาขาวิจยั และประเมนิ ผลการศึกษา,
คณะศกึ ษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม.
50
ภาคผนวก
51
ภาคผนวก ก
ตาราง ก-1 คะแนนทักษะในการแก้โจทย์ปญั หาฟิสกิ สข์ องนักเรียนที่ไดร้ บั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ในการแก้
โจทย์ปัญหาด้วยกลวธิ ี ADSAC
ตาราง ก-2 คะแนนผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นฟิสิกส์ของนกั เรยี นก่อนเรยี นและหลังเรียน
52
ตาราง ก-1 คะแนนทักษะในการแกโ้ จทย์ปญั หาฟิสิกสข์ องนักเรยี นท่ไี ด้รบั การจดั กจิ กรรมการ
เรยี นรูใ้ นการแกโ้ จทยป์ ญั หาดว้ ยกลวิธี ADSAC
คะแนนทกั ษะในการแก้โจทยป์ ัญหา
เลขท่ี ฟสิ ิกสข์ องนกั เรยี นหลังเรยี น
(40 คะแนน)
ชดุ ท่ี 1 ชดุ ที่ 2 ชดุ ที่ 3 ชุดที่ 4
1 37 38 36 37
2 38 38 39 38
3 38 38 38 38
4 37 36 37 35
5 35 37 36 36
6 39 39 38 38
7 38 37 38 38
8 39 39 37 38
9 38 37 38 39
10 37 38 39 38
11 39 38 39 37
12 39 37 38 37
13 38 38 39 37
53
ตาราง ก-2 คะแนนผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนฟสิ ิกสข์ องนักเรียนกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
เลขที่ ก่อนเรยี น หลังเรียน
(20 คะแนน) (20 คะแนน)
15 16
28 19
33 17
46 16
54 17
63 12
7 13 15
85 13
9 14 16
10 10 12
11 12 14
12 12 16
13 15 16
54
ภาคผนวก ข
- ตวั อย่างแผนการจัดการเรียนรู้
- แบบทดสอบวดั ทักษะในการแก้โจทยป์ ัญหาฟสิ กิ ส์
- แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
- แบบประเมินความพงึ พอใจของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5/4 ต่อการแกโ้ จทย์
ปัญหาฟสิ กิ ส์ เรอ่ื งคุณสมบตั ิของเสยี ง โดยใชก้ ลวธิ ี ADSAC
62
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 10
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/2,3,4
หนว่ ยที่ 2 เสยี งและการไดย้ นิ เร่อื ง การสะท้อนของเสียง
รายวชิ า ฟสิ กิ ส3์ (ว32205) เวลา 2 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน นางสาวรัชนีกร นึกสม
1. ผลการเรียนรู้
3. อธบิ ายการเกดิ เสียง การเคลอ่ื นท่ขี องเสียง ความสัมพนั ธ์ระหว่างคล่ืน การกระจัดของอนุภาค
กับคลื่นความดัน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ขึ้นกับอุณหภูมิในหน่วยองศา
เซลเซียส สมบัติของคลืน่ เสยี ง ได้แก่ การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด การเลี้ยวเบน รวมทั้งคำนวณ
ปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วข้อง
2. สาระการเรียนรู้
การสะท้อนของเสียงเกิดขึ้นเมื่อเสียงตกกระทบผิวรอยต่อระหว่างตัวกลาง หรือตัวกลางชนิด
เดียวกัน แต่อุณหภูมิต่างกัน การสะท้อนของเสียงเป็นไปตามกฎการสะท้อนของคลื่น คือ มุมตก
กระทบเทา่ กบั มมุ สะทอ้ น
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. อธิบายการสะท้อนของเสยี งได้
ดา้ นทักษะ (Process)
2. คำนวณและแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกับการสะท้อนของเสียงได้
ด้านเจตคติ (Affective)
3. รบั ผิดชอบต่องานทไี่ ด้รับมอบหมาย
4. นักเรยี นมคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติงาน
4. ความคิดรวบยอด
การสะทอ้ นของเสียงเปน็ ไปตามกฎการสะทอ้ นของคลืน่ คอื มมุ ตกกระทบเทา่ กบั มมุ สะท้อน
การคำนวณของการหาระยะทางที่คล่ืนเสยี งสามารถเดินทางได้จากสมการ =
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ครูรชั นีกร นึกสม
63
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถใน
การแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ความซ่ือสตั ยส์ ุจริต มวี ินยั
ความรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการ
ใฝ่เรียนรู้
มจี ติ สาธารณะ
ทำงาน
รักความเป็นไทย
7. แนวความคิดเพอ่ื การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ทักษะดา้ นการเรยี นรูแ้ ละนวัตกรรม
สาระวิชาหลัก (Core Subjects) ทักษะด้านชีวติ และอาชีพ
ทักษะดา้ นสารสนเทศ ส่อื และเทคโนโลยี
8. การบรู ณาการการเรียนรู้
พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของ ร.10
ดา้ นท่ี 1 มีทัศนคติทถ่ี กู ต้องต่อบ้านเมือง
ดา้ นที่ 2 มพี ้ืนฐานชีวติ ทมี่ ่ันคง มีคณุ ธรรม
ดา้ นท่ี 3 มีงานทำ มีอาชพี
ด้านที่ 4 เป็นพลเมอื งดี
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ ของพอเพยี ง
หลักสูตรเขตพฒั นาเศรษฐกิจพิเศษ( หลักสูตรทอ้ งถ่ิน)
หลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา
สะเตม็ ศึกษา
9. คำถามหลกั
- การสะท้อนของเสียงคอื อะไร และเกดิ ขึน้ ได้อยา่ งไร
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 5 ครรู ัชนีกร นึกสม
64
10. กระบวนการจัดการเรียนรู้
วธิ สี อน ใชก้ ระบวนการสบื เสาะความรู้ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E)
1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
ส่ือการเรยี นรู้ : 1. แอพพลิเคชน่ั Google meet
2. หนังสือเรยี นเพม่ิ เตมิ ฟิสกิ ส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แมค็ เอ็ดดเู คชนั่
3. Power Point การสะทอ้ นของเสียง
4. แบบทดสอบก่อนเรียนเร่อื งคุณสมบัติของเสียง
1. ใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรอ่ื งคณุ สมบัตขิ องเสียง
2. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับสมบัติของคลื่น ครูใช้คำถามว่า “คลื่นมีสมบัติ
ใดบ้าง” จากนั้นก็ถามนักเรียนต่อว่าแล้ว “เสียงมีคุณสมบัติใดบ้าง” (แนวคำตอบ : คลื่นมี
คุณสมบัติ 4 แบบประกอบด้วยการสะท้อน การหักเห การแทรกสอดและการเลี้ยวเบน เสียงมี
คณุ สมบัติ 4 แบบประกอบด้วยการสะท้อน การหัก-เห การแทรกสอดและการเลี้ยวเบน)
3. ครูถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “ทำไมเราตะโกนหรือพูดในห้องที่ว่างเปล่าแล้วได้ยินเสียง
สะท้อน” โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ (แนว
คำตอบ : เพราะว่าเสยี งเกิดการสะท้อน)
2. ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
สอื่ การเรยี นรู้ : 1. แอพพลิเคชนั่ Google meet
2. แอพพลิเคชน่ั Google classroom
3. แอพพลิเคช่นั Google Docs
4. หนงั สอื เรียนเพ่ิมเติม ฟสิ กิ ส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แมค็ เอด็ ดูเคชนั่
5. Power Point การสะท้อนของเสยี ง
4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับการสะท้อนของเสียงและ
สรุปองคค์ วามรลู้ ง Google Docs
5. ใหน้ ักเรยี นสง่ ไฟลง์ านใน Google classroom
6. ครูส่มุ กลมุ่ นักเรียนนำเสนอ
3. ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
สอ่ื การเรียนรู้ : 1. แอพพลเิ คช่นั Google meet
2. หนงั สอื เรียนเพม่ิ เติม ฟิสกิ ส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แม็คเอ็ดดเู คช่ัน
3. Power Point การสะทอ้ นของเสียง
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟิสกิ ส3์ (ว32205) ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ครูรชั นกี ร นึกสม
65
7. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความรู้เกี่ยวกับการสะท้อนของเสียง ในหนังสือหน้า 75-78
หรือในสไลด์ Power Point การสะท้อนของเสยี ง
4. ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
สือ่ การเรยี นรู้ : 1. แอพพลิเคช่ัน Google meet
2. หนังสอื เรียนเพ่ิมเติม ฟิสิกส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดูเคช่ัน
3. Power Point การสะท้อนของเสียง
8. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั นำความรทู้ ไี่ ดร้ ับมาแก้โจทยป์ ญั หาตามวธิ กี าร ADSAC
ข้อที่ 1 บอลลูนเคลอ่ื นท่ดี ้วยความเรว็ สม่ำเสมอ 20 เมตรต่อวนิ าที ขณะที่อย่สู งู จากพื้นดนิ ระยะหน่ึงได้ส่ง
คลื่นความถี่เสียง 1,000 เฮิร์ตลงมา และได้รับสัญญาณเสียงสะท้อนกลับมาเมื่อเวลาผ่านไป 4 วินาที
ขณะทส่ี ่งคล่นื เสยี งบอลลนู อยสู่ ูงจากพื้นดนิ เท่าไหร่ ถ้าความเรว็ ของเสยี งเท่ากบั 350 เมตรต่อวินาที
วธิ ที ำ
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์3 (ว32205) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ครรู ัชนกี ร นกึ สม
66
ขอ้ ที่ 2 ชายคนหน่ึงตะโกนคำว่าร้อน เขาจะต้องยืนหา่ งผนังตกึ อย่างน้อยเทา่ ไหรจ่ ึงจะสามารถไดย้ นิ เสียง
คำว่าร้อน
2 ครั้ง (เสยี งก้อง)กำหนดอณุ หภูมิของอากาศขณะน้นั เปน็ 40 องศาเซลเซยี ส อัตราเรว็ ของเสียงท่ีอุณหภมู ิ
0 องศาเซลเซียส เทา่ กับ 331 m/s และเพิม่ ขนึ้ 0.6 m/s ทกุ ๆ 1 องศาเซลเซียส
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส์3 (ว32205) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ครรู ัชนีกร นึกสม
67
5. ขั้นประเมนิ (Evaluation)
สื่อการเรยี นรู้ : 1. แอพพลเิ คชั่น Google meet
2. แอพพลิเคชนั่ Google classroom
3. หนังสือเรยี นเพมิ่ เติม ฟสิ ิกส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แมค็ เอด็ ดเู คช่นั
4. Power Point การสะท้อนของเสียง
5. ใบงานท่ี 2 เรื่องการสะทอ้ นของเสยี ง
9. ครูให้นักเรียนสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับการสะท้อนของเสียงลงในสมุดและถ่ายส่งใน Google
classroom
10. ครูใหน้ กั เรียนทำใบงานท่ี 2 เร่อื งการสะท้อนของเสียงและถ่ายส่งใน Google classroom
11. ครูสังเกตพฤตกิ รรมการเรียรขู้ องนกั เรยี น
11. ส่ือการสอน/แหล่งการเรยี นรู้
สือ่ การสอน
1. แอพพลเิ คช่นั Google meet
2. แอพพลิเคชั่น Google classroom
3. แอพพลิเคชนั่ Google Docs
4. หนังสือเรียนเพ่ิมเตมิ ฟสิ ิกส์ ม.5 เล่ม 2 , สนพ.แม็คเอ็ดดูเคชั่น
5. Power Point การสะท้อนของเสียง
6. ใบงานที่ 2 เร่ืองการสะทอ้ นของเสียง
7. แบบทดสอบก่อนเรยี นเรื่องคุณสมบตั ิของเสยี ง
แหลง่ การเรยี นรู้
1. หอ้ งสมดุ
2. เวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ เพ่ือการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส3์ (ว32205) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ครรู ัชนีกร นึกสม
68
12. กระบวนการวดั และการประเมินผล
1. ความรู้
ภาระ/ชน้ิ งาน วธิ ีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ ผู้ประเมิน
ครู
การสรุปความรู้ - ตรวจสอบการ - แบบประเมนิ - ต้องได้ไม่ต่ำกว่าระดับ
เกย่ี วกับการ สรุปความรู้ สมดุ บนั ทึก คุณภาพ 3
สะท้อนของเสยี ง ความรู้
2. ทักษะ/กระบวนการ
ภาระ/ชิน้ งาน วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ ผู้ประเมิน
การทำใบงานท่ี 1 เร่ือง
- ตรวจสอบการ - แบบประเมนิ - ต้องได้ไมต่ ำ่ กว่า ครู
การสะท้อนของเสยี ง ทำโจทย์ปัญหา การทำโจทย์
ปัญหา ระดบั คุณภาพ 3
3. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
คณุ ลักษณะ เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน ผู้ประเมนิ
อนั พงึ ประสงค์/ วิธกี ารวดั ครู
- แบบประเมินพฤติกรรม - ตอ้ งได้ไม่ต่ำกว่า
พฤติกรรม ครู
การเรยี นรู้ ระดับ 8
พฤติกรรมการ - สงั เกต
เรียนรู้ พฤติกรรมการ - แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ - ต้องได้ไมต่ ำ่ กวา่
เรยี นร้รู ายบคุ คล
อันพงึ ประสงค์ ระดบั 20
คุณลักษณะ - สังเกต
อันพึงประสงค์ พฤติกรรม
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส์3 (ว32205) ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ครูรัชนีกร นึกสม
69
ใบงานที่ 2
เรื่อง การสะทอ้ นของเสยี ง
ช่ือ - นามสกลุ ............................................................................................. เลขที่ ........
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นศึกษาสถานการณ์ในโจทย์ปัญหา แล้วแสดงวิธกี ารแก้โจทย์ปัญหาอย่างละเอียด
ตามเทคนิคการแก้ปญั หาแบบ ADSAC
1. เครอ่ื งโซนารบ์ นเรอื ลำหนึ่งสง่ คล่นื ดลของเสียงลงไปใต้ท้องทะเลและรบั ฟงั เสยี งสะท้อนได้ใน 5 วินาที
ถา้ อตั ราเร็วของเสียงในนำ้ ทะเลเทา่ กบั 1,450 เมตรตอ่ วนิ าที ทอ้ งทะเลนั้นลึกเทา่ ใด
วธิ ีทำ
ขัน้ ที่ 1 วเิ คราะหป์ ญั หา (A) ข้นั ท่ี 2 สร้างภาพจากขอ้ มูล (D)
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
ขนั้ ท่ี 3 เลือกใช้สมการ (S)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้ันที่ 4 หาคำตอบ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบคำตอบ (C)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟิสิกส์3 (ว32205) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ครูรัชนีกร นึกสม
70
2. ชายคนหนงึ่ ยืนหา่ งจากหน้าผาได้ยิงปืน 1 นัด ปรากฎวา่ เขาได้ยนิ เสียงปืนสะท้อนกลบั มาในเวลา 4
วนิ าทแี ละเม่ือเขาเดนิ เข้าไปอีกระยะหน่งึ และยิงปืนอีก 1 นัด เขาไดย้ นิ เสียงสะท้อนกลับมาภายใน 3
วินาที จงหาว่าเขาเดนิ เขา้ ไปหาหน้าผากีเ่ มตร
วิธที ำ
วธิ ีทำ ขัน้ ที่ 2 สรา้ งภาพจากข้อมลู (D)
ข้ันที่ 1 วเิ คราะห์ปญั หา (A)
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
ขน้ั ที่ 3 เลอื กใช้สมการ (S)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขั้นท่ี 4 หาคำตอบ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบคำตอบ (C)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟิสกิ ส3์ (ว32205) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ครูรัชนกี ร นึกสม
71
3. ชายคนหน่งึ ยิงปืนระหวา่ งหนา้ ผาสองแหง่ ปรากฎวา่ ไดย้ ินเสียงสะทอ้ น 2 ครั้งหลงั จากยงิ ปนื เปน็ เวลา 2
วินาทแี ละ 3 วนิ าที ตามลำดับ จงหาระยะระหว่างหน้าผ้าทั้งสอง
กำหนด อุณหภูมิของอากาศขณะนั้นเปน็ 40 องศาเซลเซียส อตั ราเร็วของเสียงที่อณุ หภมู ิ 0 องศา
เซลเซียสเทา่ กบั 331 เมตรต่อวินาที และเพิ่มขึน้ 0.6 เมตรตอ่ วินาที ทกุ ๆ 1องศาเซลเซียส
วิธีทำ
ข้ันท่ี 1 วิเคราะห์ปญั หา (A) ขัน้ ที่ 2 สร้างภาพจากข้อมลู (D)
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
ขัน้ ท่ี 3 เลือกใชส้ มการ (S)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขั้นท่ี 4 หาคำตอบ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบคำตอบ (C)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส3์ (ว32205) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ครรู ัชนีกร นกึ สม
72
4. เรอื ลำหนง่ึ ใชก้ ารคน้ หาปลาดว้ ยการปล่อยคลน่ื เสียงท่ีมีความถี่ 5,000 Hz อยากทราบว่าปลาตอ้ งมี
ขนาดอยา่ งนอ้ ยเท่าใด จงึ จะสามารถถูกตรวจจบั ด้วยคลน่ื เสียงนไ้ี ด้ ถ้าอัตราเร็วของเสียงในน้ำมคี ่าเท่ากบั
1,500 m/s และถ้าถือวา่ วัตถุจะสะท้อนคล่นื ได้ต้องมขี นาดเทา่ กบั หรือใหญ่กวา่ กวา่ ยาวคลืน่ น้นั
วิธที ำ
ขั้นท่ี 1 วิเคราะห์ปัญหา (A) ขั้นท่ี 2 สร้างภาพจากข้อมูล (D)
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
ขั้นที่ 3 เลอื กใชส้ มการ (S)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้นั ท่ี 4 หาคำตอบ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบคำตอบ (C)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5 ครูรชั นีกร นกึ สม
73
เฉลย
ใบงานที่ 2
เรอ่ื ง การสะท้อนของเสยี ง
ชื่อ - นามสกุล ......................................................................................... เลขท่ี ........
คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนศึกษาสถานการณ์ในโจทย์ปัญหา แล้วแสดงวิธกี ารแก้โจทย์ปัญหาอย่างละเอียด
ตามเทคนคิ การแก้ปัญหาแบบ ADSAC
1. เคร่ืองโซนาร์บนเรือลำหน่ึงส่งคลื่นดลของเสียงลงไปใต้ท้องทะเลและรบั ฟงั เสยี งสะท้อนไดใ้ น 5 วนิ าที
ถ้าอตั ราเรว็ ของเสยี งในน้ำทะเลเท่ากบั 1,450 เมตรต่อวินาที ท้องทะเลนั้นลึกเท่าใด
วิธีทำ
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส3์ (ว32205) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ครูรชั นีกร นึกสม
74
2. ชายคนหนึง่ ยนื ห่างจากหน้าผาไดย้ งิ ปืน 1 นัด ปรากฎว่าเขาได้ยินเสียงปนื สะท้อนกลับมาในเวลา 4
วินาทแี ละเมื่อเขาเดนิ เขา้ ไปอีกระยะหนงึ่ และยิงปืนอีก 1 นัด เขาไดย้ ินเสียงสะท้อนกลบั มาภายใน 3
วินาที จงหาวา่ เขาเดนิ เขา้ ไปหาหนา้ ผากีเ่ มตร
วิธีทำ
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส3์ (ว32205) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ครรู ชั นีกร นกึ สม
75
3. ชายคนหน่ึงยิงปนื ระหวา่ งหนา้ ผาสองแหง่ ปรากฎวา่ ไดย้ ินเสยี งสะทอ้ น 2 ครงั้ หลังจากยิงปืนเป็นเวลา
2 วินาทีและ 3 วินาที ตามลำดบั จงหาระยะระหว่างหน้าผ้าทง้ั สอง
กำหนด อณุ หภูมิของอากาศขณะนัน้ เปน็ 40 องศาเซลเซยี ส อตั ราเรว็ ของเสียงท่ีอุณหภมู ิ 0 องศา
เซลเซยี สเท่ากบั 331 เมตรต่อวนิ าที และเพิ่มข้นึ 0.6 เมตรต่อวินาที ทกุ ๆ 1องศาเซลเซียส
วิธที ำ
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ครรู ัชนีกร นกึ สม
76
4. เรือลำหนง่ึ ใช้การค้นหาปลาด้วยการปลอ่ ยคลื่นเสียงท่ีมีความถ่ี 5,000 Hz อยากทราบวา่ ปลาต้องมี
ขนาดอย่างน้อยเทา่ ใด จึงจะสามารถถูกตรวจจบั ดว้ ยคลื่นเสยี งน้ไี ด้ ถ้าอัตราเรว็ ของเสยี งในนำ้ มคี า่ เท่ากับ
1,500 m/s และถา้ ถอื ว่าวัตถุจะสะท้อนคลืน่ ได้ต้องมีขนาดเท่ากับหรือใหญก่ วา่ กว่ายาวคล่ืนนนั้
วธิ ที ำ
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์3 (ว32205) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ครูรัชนีกร นกึ สม
77
แบบประเมินสมุดบนั ทกึ ความรู้
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี........................
วันที่.......................เดือน................................................พ.ศ..................................
ลำดบั ชอ่ื – สกลุ คะแนน
ท่ี 432 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
ลงชอื่ ................................................................ผูป้ ระเมิน
(……………………………………………………………………)
...................../..................../...................
การใหค้ ะแนน/ระดับคะแนน
ปรบั ปรงุ (1) พอใช้ (2) ดี (3) ดมี าก (4)
บนั ทึกข้อมลู บันทึกมีขอ้ มลู แต่ยัง บนั ทึกมีความถูกต้อง บันทึกมีความถูกตอ้ ง
ไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ สมบรู ณพ์ อสมควร ชัดเจนครบถว้ นสมบรู ณ์
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์3 (ว32205) ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ครูรัชนีกร นึกสม
78
แบบประเมินการทำโจทย์ปัญหา
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่........................
วนั ท่ี.......................เดือน................................................พ.ศ..................................
ลำดับ ชื่อ – สกลุ คะแนน
ท่ี 5 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
ลงชอื่ ................................................................ผูป้ ระเมนิ
(……………………………………………………………………)
...................../..................../..................
การให้คะแนน/ระดับคะแนน
ปรบั ปรุง (1) พอใช้ (2) ดี (3) ดมี าก (4) ดเี ย่ียม (5)
วาดรูปจาก วาดรูปและ วาดรปู วิเคราะห์ วาดรปู วิเคราะห์ วาดรปู วเิ คราะห์
โจทย์ได้ โจทย์ เลือกใช้
ถกู ต้อง วเิ คราะหโ์ จทย์ได้ โจทย์ และเลือกใช้ โจทย์ เลือกใชว้ ิธีการ วธิ ีการหาคำตอบ
ถูกต้อง วธิ กี ารหาคำตอบ หาคำตอบ และ คำนวณ และสรปุ
ไดถ้ ูกตอ้ ง คำนวณได้ถูกต้อง คำตอบไดถ้ ูกต้อง
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟิสกิ ส3์ (ว32205) ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ครูรัชนกี ร นกึ สม
79
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่........................
สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นร้วู นั ที่.......................เดอื น................................................พ.ศ..................................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ดบั ท่ี ชื่อ – สกลุ ความตงั้ ใจ ความสนใจ การตอบ มสี ่วนร่วม รวม ระดบั
ในการ และการ คำถาม ใน (16) คุณภาพ
เรยี น (4) ซักถาม (4)
(4) กจิ กรรม
(4)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
ลงชือ่ ................................................................ผู้ประเมิน
(……………………………………………………………………)
...................../..................../...................
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส3์ (ว32205) ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ครูรชั นกี ร นกึ สม
80
เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมนิ
นกั เรียนท่ีได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
0-7 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ (Rubric)
ประเด็นการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมิน
ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ตอ้ งปรบั ปรงุ (1)
1. ความตัง้ ใจในการ สนใจในการเรยี นไมค่ ุย ไม่สนใจในการเรยี น
เรยี น หรือเล่นกันในขณะเรียน สนใจในการเรยี นคยุ กนั สนใจในการเรียนคุยกนั คยุ และเลน่ กันในขณะ
เล็กนอ้ ยในขณะเรยี น และเล่นกันในขณะเรยี น เรยี น
2. ความสนใจและ มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ตี นไม่ เป็นบางครั้ง ไม่ถามในหัวข้อที่ตน
การซกั ถาม เข้าใจทกุ เร่ืองและกล้า มกี ารถามในหวั ขอ้ ทตี่ น มกี ารถามในหัวข้อทต่ี น ไมเ่ ข้าใจและไม่กลา้
แสดงออก ไมเ่ ข้าใจเป็นส่วนมาก ไม่เข้าใจเปน็ บางครัง้ แสดงออก
3. การตอบคำถาม และกลา้ แสดงออก และไม่คอ่ ยกลา้
ร่วมตอบคำถามในเรอ่ื งท่ี แสดงออก ไมต่ อบคำถาม
4. มสี ่วนร่วมใน ครถู ามและตอบคำถามถูก รว่ มตอบคำถามในเร่ือง ร่วมตอบคำถามในเร่อื ง
กิจกรรม ทกุ ข้อ ท่คี รถู ามและตอบ ทคี่ รูถามเปน็ บางคร้ัง ไมม่ ีความรว่ มมือ
คำถามส่วนมากถูก และตอบคำถามถกู เปน็ ในขณะทำกจิ กรรม
รว่ มมือและชว่ ยเหลือ บางครงั้
เพอื่ นในการทำกิจกรรม ร่วมมอื และชว่ ยเหลอื รว่ มมือและช่วยเหลอื
เพื่อนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพ่ือนในการทำกจิ กรรม
การทำกจิ กรรม เป็นบางครัง้
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ ิกส3์ (ว32205) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ครูรัชนกี ร นึกสม
81
แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ภาคเรยี นที.่ .................ปกี ารศึกษา.................
ชอื่ -สกุลนกั เรียน....................................................................หอ้ ง..............................เลขที.่ ......................
คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด / ลงใน
ช่องที่ตรงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน คา่ เฉล่ยี
อันพงึ ประสงค์ 3210
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มคี วามรัก และภมู ใิ จในความเป็นชาติ
1.2 ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ของศาสนา
กษัตริย์
1.3 แสดงออกถงึ ความจงรกั ภกั ดีต่อสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
2. ซอ่ื สตั ย์สุจริต 2.1 ปฏบิ ตั ติ ามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบา้ น
2.2 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงตอ่ ตนเอง
2.3 ประพฤติ ปฏบิ ตั ติ รงตอ่ ความเป็นจริงต่อผ้อู นื่
3. มีวนิ ัย 3.1 เข้าเรยี นตรงเวลา
3.2 แตง่ กายเรียบรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ
3.3 ปฏิบัติตามกฎระเบยี บของหอ้ ง
4. ใฝห่ าความรู้ 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรอู้ ย่างเปน็ ระบบ
4.3 สรปุ ความร้ไู ดอ้ ย่างมีเหตุผล
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ และสิง่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอยา่ งประหยัดและรู้คุณคา่
5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน
6. มุง่ มนั่ 6.1 มคี วามตั้งใจ และพยายามในการทำงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย
ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพ่ือให้งานสำเรจ็
7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ัติตนตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั การให้เพือ่ ส่วนรวม และเพ่ือผู้อนื่
8.2 แสดงออกถึงการมีนำ้ ใจหรือการให้ความชว่ ยเหลอื ผู้อนื่
8.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญตนเพอื่ สว่ นรวมเม่ือมีโอกาส
รวมคะแนน
ลงช่ือ................................................................ผู้ประเมนิ
(……………………………………………………………………)
...................../..................../...................
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์3 (ว32205) ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ครูรชั นกี ร นึกสม
82
เกณฑก์ ารให้คะแนน
- พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ชิ ดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
- พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัติชัดเจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
- พฤติกรรมท่ีปฏิบตั บิ างคร้ัง ให้ 1 คะแนน
- พฤติกรรมทไ่ี ม่ได้ปฏบิ ตั ิ ให้ 0 คะแนน
ระดับคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ดเี ย่ยี ม
- คะแนน 21 – 24 ระดับคุณภาพ ดี
- คะแนน 20 – 22 ระดับคุณภาพ พอใช้
- คะแนน 12 – 19 ระดบั คุณภาพ ต้องปรับปรุง
- คะแนน 0 – 11
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ครรู ัชนีกร นกึ สม
83
บนั ทกึ การเรียนรู้สำหรบั นักเรยี น (Student’s Reflection)
1. ความรู้ความเข้าใจทีไ่ ด้จากการเรยี นรู้
ด้านความรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ดา้ นทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ด้านการพัฒนาคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัญหา/อุปสรรคในการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการปรบั ปรุงหรือพฒั นาตนเองคร้งั ต่อไป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ ................................................... ผู้เรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาฟิสกิ ส3์ (ว32205) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ครูรัชนกี ร นกึ สม
84
บันทึกการจัดการเรยี นร้สู ำหรับครู (Teacher’s Reflection)
1. ความรู้ (K)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. คณุ ลักษณะ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ………………………………………….ครผู สู้ อน/ผ้จู ัดทำแผนการเรียนรู้
(นางสาวรชั นีกร นึกสม)
วนั ท่ี……………………………………..
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส3์ (ว32205) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ครูรชั นกี ร นกึ สม
85
ความเหน็ ของครพู ่ีเล้ียง
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ......................................................
(นางสาวฉนั ทวรรณ สุวรรณหิตาทร)
ตำแหนง่ ครู
............../........................./...............
ความเห็นหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ......................................................
(นางสาวปริศนา พมิ พช์ ่วย)
ตำแหนง่ หัวหน้ากลมุ่ สาระฯวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
............../........................./...............
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส3์ (ว32205) ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ครูรชั นีกร นึกสม
86
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 11
กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5/2,3,4
หน่วยท่ี 2 เสยี งและการได้ยนิ เร่ือง การหักเหของเสียง
รายวชิ า ฟสิ ิกส์3 (ว32205) เวลา 1 ชั่วโมง
ครผู ูส้ อน นางสาวรชั นกี ร นึกสม
1. ผลการเรยี นรู้
3. อธิบายการเกดิ เสียง การเคล่อื นที่ของเสียง ความสมั พันธ์ระหว่างคลื่น การกระจัดของอนุภาค
กับคลื่นความดัน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ขึ้นกับอุณหภูมิในหน่วยองศา
เซลเซียส สมบัติของคลืน่ เสียง ได้แก่ การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด การเลี้ยวเบน รวมทั้งคำนวณ
ปริมาณต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง
2. สาระการเรยี นรู้
การหักเหของเสียง เกิดขึ้นเมื่อคลื่นเสียงตกกระทบรอยต่อระหว่างตัวกลาง 2 ชนิด หรือตัวกลาง
ชนิดเดยี วกัน แต่อณุ หภมู แิ ตกต่างกนั
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)
1. อธิบายการหักเหของเสยี งได้
ด้านทักษะ (Process)
2. คำนวณและแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกบั การหกั เหของเสยี งได้
ดา้ นเจตคติ (Affective)
3. รบั ผิดชอบตอ่ งานท่ไี ด้รับมอบหมาย
4. นักเรียนมีความตรงต่อเวลาในการปฏิบตั งิ าน
4. ความคิดรวบยอด
การหักเหของเสยี งเมอื่ ความถี่ของคลื่นเสยี งคงตวั จะเปน็ ไปตามกฎของสเนลล์
การหักเหของเสยี งสามารถคำนวณได้จาก sin 1 = 1 = 1 = √ 21
sin 2 2 2
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ครรู ัชนกี ร นึกสม
87
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการคิด ความสามารถใน
การแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ความซ่อื สตั ยส์ จุ ริต มวี นิ ยั
ความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการ
ใฝ่เรียนรู้
มจี ติ สาธารณะ
ทำงาน
รักความเป็นไทย
7. แนวความคดิ เพ่อื การเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 ทกั ษะด้านการเรียนรูแ้ ละนวัตกรรม
สาระวชิ าหลัก (Core Subjects) ทักษะด้านชีวิตและอาชพี
ทกั ษะด้านสารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยี
8. การบูรณาการการเรยี นรู้
พระบรมราโชบายดา้ นการศึกษาของ ร.10
ด้านท่ี 1 มที ัศนคติท่ีถูกตอ้ งต่อบ้านเมอื ง
ดา้ นที่ 2 มีพ้นื ฐานชวี ติ ทม่ี ่นั คง มีคุณธรรม
ดา้ นที่ 3 มงี านทำ มอี าชีพ
ด้านที่ 4 เป็นพลเมืองดี
หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ ของพอเพียง
หลักสตู รเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ( หลักสูตรทอ้ งถิน่ )
หลกั สตู รต้านทจุ ริตศกึ ษา
สะเตม็ ศกึ ษา
9. คำถามหลกั
- การหักเหของเสียงคืออะไร
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ ิกส3์ (ว32205) ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ครรู ัชนกี ร นกึ สม
88
10. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
วธิ ีสอน ใชก้ ระบวนการสืบเสาะความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E)
1. ขัน้ สร้างความสนใจ (Engagement)
สื่อการเรยี นรู้ : 1. แอพพลิเคช่ัน Google meet
2. หนงั สอื เรยี นเพิ่มเติม ฟิสกิ ส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แมค็ เอด็ ดเู คช่ัน
3. Power Point การหกั เหของเสียง
1. ครูทบทวนความรเู้ ดิมของนกั เรียน เร่ือง การสะท้อนของเสยี ง ที่เรยี นไปในคาบทแ่ี ล้ว
2. ครูตั้งคำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนว่า “อากาศร้อนกับอากาศเย็น มีผลต่อการหักเหของ
เสียงหรือไม่ เพราะเหตุใด” (แนวคำตอบ : มีผลต่อการหักเหของเสียง เพราะอุณหภูมิแตกต่าง
กัน)
3. ครูถามนักเรียนต่อว่าเคยเห็นฟ้าแลบหรือเปล่า จากนั้นถามต่อว่าทำไมเวลาที่เราเห็นฟ้าแลบ
แต่ไมไ่ ดย้ ินเสยี งฟ้ารอ้ ง มันเกดิ ข้ึนเพราะอะไร (แนวคำตอบ : มีการหักเหของเสยี งเพราะอุณหภูมิ
บนฟ้ากับพืน้ ดินมีอณุ หภูมิท่ีแตกตา่ งกนั )
2. ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
ส่ือการเรยี นรู้ : 1. แอพพลเิ คชน่ั Google meet
2. แอพพลิเคช่นั Google classroom
3. แอพพลเิ คชนั่ Google Docs
4. หนังสือเรยี นเพมิ่ เติม ฟิสกิ ส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดูเคชนั่
5. Power Point การหกั เหของเสยี ง
6. เว็บไซต์ตา่ ง ๆ
4. ครใู หน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4-5 คน ให้สืบค้นเรอ่ื งการหกั เหของเสียง
5. ใหน้ ักเรยี นทำสรุปเป็นผงั มโนทัศน์ลงใน Google Docs และส่งไฟล์ใน Google Classroom
6. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ อภปิ รายร่วมกนั และนำเสนอ
3. ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
สื่อการเรียนรู้ : 1. แอพพลิเคชนั่ Google meet
2. หนังสือเรยี นเพิ่มเตมิ ฟิสิกส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดูเคชั่น
3. Power Point เรื่องการหักเหของเสยี ง
7. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายความรู้เก่ยี วกับการหักเหของเสียง ในหนงั สือหนา้ 82-84 หรือ
ในสไลด์ Power Point การหักเหของเสียง
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสิกส3์ (ว32205) ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ครรู ชั นกี ร นกึ สม
89
4. ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
สือ่ การเรยี นรู้ : 1. แอพพลิเคชนั่ Google meet
2. หนังสือเรยี นเพมิ่ เตมิ ฟสิ ิกส์ ม.5 เลม่ 1 , สนพ.แม็คเอด็ ดูเคชั่น
3. Power Point เร่ืองการหกั เหของเสยี ง
8. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั นำความรู้ทไี่ ดร้ ับมาแก้โจทยป์ ญั หาตามวิธีการ ADSAC
ข้อที่ 1 กำหนดให้อากาศบริเวณ A มีอุณหภูมิเป็น 4 เท่าของอากาศบริเวณ B (ในหน่วยเคลวิน) ถ้าเสียง
เดนิ ทางจากบรเิ วณ A ไปยังบริเวณ B แลว้ จงหาอัตราส่วน sin ของมุมตกกระทบต่อ sin ของมุมหัก
เห
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5 ครูรัชนีกร นกึ สม
90
ขอ้ ท่ี 2 คล่ืนเสยี งเคลื่อนที่จากตวั กลางท่ี 1 ไปยงั ตัวกลางที่ 2 โดยทำมมุ ตกกระทบกับเส้นแนวฉาก 25
องศา ถา้ อตั ราเรว็ ของเสียงเพิ่มข้ึนเป็น 2 เท่าของอตั ราเร็วเดิม มมุ หักเหในตวั กลางท่ี 2 มีค่าเทา่ ไหร่
5. ข้นั ประเมนิ (Evaluation)
สื่อการเรยี นรู้ : 1. แอพพลเิ คชน่ั Google meet
2. แอพพลิเคช่นั Google classroom
3. หนังสือเรยี นเพิม่ เตมิ ฟสิ ิกส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แมค็ เอ็ดดูเคชัน่
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์3 (ว32205) ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ครูรัชนีกร นึกสม
91
4. Power Point การหักเหของเสยี ง
5. ใบงานท่ี 3 เรื่องการหักเหของเสยี ง
8. ครูให้นักเรียนสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับการหักเหของเสียงลงในสมุดและถ่ายส่งใน Google
classroom
9. ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงานท่ี 3 เร่ืองการหักเหของเสียงและถา่ ยส่งใน Google classroom
10. ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียรูข้ องนักเรียน
11. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้
สื่อการสอน
1. แอพพลเิ คช่ัน Google meet
2. แอพพลิเคชน่ั Google classroom
3. แอพพลเิ คชั่น Google Docs
4. หนังสือเรียนเพิม่ เตมิ ฟสิ ิกส์ ม.5 เล่ม 1 , สนพ.แม็คเอ็ดดูเคชน่ั
5. Power Point การหกั เหของเสียง
6. ใบงานท่ี 3 เร่ืองการหักเหของเสียง
แหลง่ การเรยี นรู้
1. หอ้ งสมุด
2. เว็บไซตต์ ่าง ๆ เพอื่ การเรยี นรู้
12. กระบวนการวัดและการประเมนิ ผล
1. ความรู้
ภาระ/ชิ้นงาน วธิ ีการวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน ผ้ปู ระเมิน
ครู
การสรุปความรู้ - ตรวจสอบการ - แบบประเมนิ - ตอ้ งไดไ้ มต่ ่ำกวา่ ระดับ
เก่ยี วกบั การหักเห สรุปความรู้ สมดุ บันทึก คุณภาพ 3
ของเสียง ความรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5 ครูรชั นีกร นึกสม
92
2. ทกั ษะ/กระบวนการ
ภาระ/ชิ้นงาน วธิ กี ารวดั เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน ผูป้ ระเมนิ
การทำใบงานท่ี 3 เรื่อง
- ตรวจสอบการ - แบบประเมิน - ต้องไดไ้ มต่ ำ่ กว่า ครู
การหักเหของเสียง ทำโจทย์ปญั หา การทำโจทย์
ปัญหา ระดบั คุณภาพ 3
3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คณุ ลกั ษณะ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน ผู้ประเมิน
อนั พงึ ประสงค์/ วิธีการวัด ครู
- แบบประเมินพฤติกรรม - ตอ้ งได้ไม่ตำ่ กวา่
พฤตกิ รรม ครู
การเรียนรู้ ระดับ 8
พฤติกรรมการ - สังเกต
เรียนรู้ พฤติกรรมการ - แบบประเมนิ คุณลักษณะ - ตอ้ งได้ไมต่ ำ่ กวา่
เรยี นร้รู ายบุคคล
อันพึงประสงค์ ระดับ 20
คณุ ลักษณะ - สงั เกต
อนั พงึ ประสงค์ พฤติกรรม
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5 ครูรัชนีกร นกึ สม
93
ใบงานที่ 3
เรอื่ ง การหักเหของเสยี ง
ชอ่ื - นามสกุล .......................................................................................... เลขท่ี ........
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนศกึ ษาสถานการณใ์ นโจทย์ปัญหา แลว้ แสดงวธิ กี ารแกโ้ จทย์ปัญหาอย่างละเอียด
ตามเทคนคิ การแกป้ ญั หาแบบ ADSAC
1. เม่ือเสียงผ่านตัวกลาง A ไปยังตัวกลาง B อัตราสว่ น sin มมุ ตกกระทบกบั มุมหักเหเป็น 0.98 ถ้า
อณุ หภูมิอากาศในตัวกลาง B เป็น 18 องศาเซลเซยี ส จงหาอณุ หภูมิอากาศในตวั กลาง A
วธิ ที ำ
ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ปญั หา (A) ขัน้ ท่ี 2 สร้างภาพจากข้อมูล (D)
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
ข้ันท่ี 3 เลือกใชส้ มการ (S)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขนั้ ที่ 4 หาคำตอบ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบคำตอบ (C)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ครรู ชั นีกร นึกสม
94
2. คลืน่ เสยี งอันหน่ึงในอากาศวิ่งจากบริเวณท่ีมีอณุ หภูมิสูง 1 เขา้ สู่บริเวณท่มี ีอณุ หภูมติ ำ่ กว่าคอื 2 โดย
มมี ุมตกกระทบเท่ากับ 1 และมุมหกั เหเทา่ กับ 2 จงอตราสว่ นระหวา่ ง 1กบั 2
กำหนดให้ 1 มีค่าเท่ากับ 1.0201 เคลวิน
วิธที ำ
ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ปัญหา (A) ข้ันที่ 2 สรา้ งภาพจากขอ้ มูล (D)
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
ขนั้ ที่ 3 เลือกใชส้ มการ (S)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้ันท่ี 4 หาคำตอบ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบคำตอบ (C)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าฟิสกิ ส์3 (ว32205) ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ครรู ัชนีกร นกึ สม
95
3. เสยี งเคลือ่ นทจี่ ากบริเวณที่มอี ณุ หภูมิ 300 เคลวิน ไปสู่บรเิ วณทีม่ ีอุณหภมู ิเท่าใด จงึ ทำใหค้ วามยาว
คล่ืนเปน็ 3 เท่าของความยาวคล่ืนเดิม
2
วธิ ีทำ
ข้ันท่ี 1 วิเคราะหป์ ัญหา (A) ขัน้ ที่ 2 สร้างภาพจากข้อมูล (D)
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
ขั้นท่ี 3 เลอื กใชส้ มการ (S)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขั้นท่ี 4 หาคำตอบ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบคำตอบ (C)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส์3 (ว32205) ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ครูรัชนีกร นึกสม
96
4. คลืน่ เสียงเคลื่อนท่ีจากบรเิ วณท่ี 1 ไปยงั บรเิ วณท่ี 2 โดยมุมตกกระทบกบั เสน้ แนวฉาก 25 องศา และ
ทำมุมหักเห 50 องศา ถ้าอตั ราเร็วของเสยี งบรเิ วณท่ี 1 เท่ากับ 355 m/s แลว้ อตั ราเร็วเสียงบรเิ วณที่ 2
เปน็ เทา่ ใด
วิธที ำ
ขั้นที่ 1 วเิ คราะห์ปญั หา (A) ข้นั ที่ 2 สรา้ งภาพจากข้อมูล (D)
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
……………………………………………………
ขัน้ ท่ี 3 เลือกใช้สมการ (S)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขั้นท่ี 4 หาคำตอบ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบคำตอบ (C)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาฟิสิกส3์ (ว32205) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ครูรชั นกี ร นกึ สม
97
เฉลย
ใบงานที่ 3
เรือ่ ง การหักเหของเสยี ง
ชื่อ - นามสกุล .......................................................................................... เลขท่ี ........
คำชี้แจง : ให้นักเรียนศกึ ษาสถานการณ์ในโจทย์ปัญหา แล้วแสดงวิธีการแกโ้ จทย์ปัญหาอย่างละเอียด
ตามเทคนคิ การแกป้ ัญหาแบบ ADSAC
1. เมือ่ เสียงผ่านตวั กลาง A ไปยงั ตัวกลาง B อตั ราสว่ น sin มุมตกกระทบกับมุมหักเหเป็น 0.98 ถา้
อณุ หภูมิอากาศในตัวกลาง B เปน็ 18 องศาเซลเซยี ส จงหาอุณหภูมิอากาศในตัวกลาง A
วิธที ำ
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาฟิสิกส์3 (ว32205) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ครูรชั นีกร นึกสม
98
2. คล่นื เสยี งอนั หน่ึงในอากาศวิ่งจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง 1 เข้าสบู่ ริเวณท่มี ีอุณหภมู ิต่ำกว่าคือ 2 โดย
มีมมุ ตกกระทบเทา่ กบั 1 และมุมหกั เหเท่ากับ 2 จงอตราส่วนระหวา่ ง 1กับ 2
กำหนดให้ 1 มคี ่าเท่ากบั 1.0201 เคลวนิ
วิธที ำ
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าฟสิ กิ ส์3 (ว32205) ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ครูรัชนกี ร นึกสม
99
3. เสียงเคลอ่ื นท่จี ากบรเิ วณท่ีมอี ณุ หภมู ิ 300 เคลวิน ไปสบู่ ริเวณท่มี อี ุณหภมู เิ ทา่ ใด จึงทำใหค้ วามยาว
คล่นื เปน็ 3 เท่าของความยาวคลนื่ เดิม
2
วิธีทำ
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟสิ กิ ส3์ (ว32205) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ครรู ัชนีกร นกึ สม
100
4. คล่ืนเสยี งเคลื่อนทจี่ ากบริเวณที่ 1 ไปยังบริเวณที่ 2 โดยมมุ ตกกระทบกบั เสน้ แนวฉาก 25 องศา และ
ทำมุมหักเห 50 องศา ถา้ อตั ราเรว็ ของเสยี งบรเิ วณที่ 1 เท่ากบั 355 m/s แลว้ อตั ราเร็วเสียงบริเวณที่ 2
เป็นเท่าใด
วิธีทำ
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาฟิสิกส์3 (ว32205) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ครรู ชั นกี ร นกึ สม