[4]
ควำมรูก้ .ำร.เป.็น.รำ.ชกำรทดี่ ี
วชิ าความรูแ้ ละลักษณะการเป็นขา้ ราชการท่ดี ี (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) เปน็ การทดสอบความรู้ท่เี ป็น
พน้ื ฐานของการเป็นขา้ ราชการทีด่ ี ความรดู้ ังกล่าว ไดแ้ ก่ ระเบยี บบริหารราชการ แผ่นดิน หลักการบรหิ าร
กิจการบ้านเมืองทด่ี ี วธิ ีปฏิบัติราชการทางปกครอง หนา้ ทแี่ ละความรับผิด ในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ราชการ
ตลอดจนเจตคติและจรยิ ธรรมสาหรบั ขา้ ราชการ
o พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ 6 ขอ้
o พ.ร.บ. วิธปี ฏบิ ัติราชการทางปกครอง 6 ข้อ
o พ.ร.ฎ. หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารบริหารกจิ การบา้ นเมอื งทีด่ ี 6 ขอ้
o ประมวลกฎหมายอาญา ในส่วนความผิดต่อตาแหน่งหนา้ ท่ีราชการ 2 ข้อ
o พ.ร.บ. ความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหนา้ ท่ี 2 ขอ้
o พ.ร.บ. มาตรฐานทางจรยิ ธรรม 3 ข้อ
รวมทั้งหมด 25 ข้อ - ขอ้ ละ 2 คะแนน - รวมเปน็ 50 คะแนน
เกณฑ์การสอบผ่าน : ทกุ ระดับต้องไดค้ ะแนนตั้งแต่ 60% ขึ้นไป (ต้องทาได้ 15 ข้อเปน็ ขั้นตา่ )
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 150
บทที่ 1
พระรำชบัญญตั ิระเบยี บบรหิ ำรรำชกำรแผน่ ดนิ พ.ศ. 2534
และทแ่ี ก้ไขเพม่ิ เติมถึง (ฉบับท่ี 8) พ.ศ.2553
การบรหิ ารราชการตามพระราชบัญญตั ินตี้ ้องเปน็ ไปเพ่ือประโยชนส์ ุขของประชาชน เกดิ ผลสมั ฤทธติ์ อ่ ภารกิจของรัฐ
ความมี ประสิทธิภาพ ความคุม้ คา่ ในเชิงภารกจิ แห่งรัฐ การลดขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ าน การลดภารกิจและยบุ เลกิ หน่วยงานท่ีไม่
จาเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถ่ิน การกระจายอานาจตัดสินใจ การอานวยความสะดวก และการ
ตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน ท้ังน้ี โดยมผี รู้ บั ผดิ ชอบต่อผลของงาน
ระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดินเป็นดงั นี้
กำรจดั ระเบยี บบริหำรรำชกำรส่วนกลำง (รวมอำนำจไว้ศนู ยก์ ลำง)
ให้จดั ระเบยี บบรหิ ารราชการสว่ นกลาง ดังนี้
- สานักนายกรฐั มนตรี (มีฐานะเปน็ กระทรวง)
- กระทรวง หรอื ทบวงซ่ึงมีฐานะเทียบเทา่ กระทรวง
- ทบวง ซงึ่ สงั กัดสานกั นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง
- กรม หรอื สว่ นราชการท่ีเรียกช่อื อยา่ งอ่ืนและมฐี านะเป็นกรม ซง่ึ สังกัดหรอื ไมส่ งั กดั สานกั นายกรัฐมนตรี
แบ่งอำนำจ ส่วนภูมภิ าค (จงั หวัด) กระจำยอำนำจ ส่วนทอ้ งถิ่น
151 ติดอาวธุ พิชิต ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
สำนกั นำยกรฐั มนตรกี ระทรวง/ทบวง/กรม เปน็ นิตบิ ุคคล
ตราเปน็ พระราชบญั ญัติ ตราเป็น พระราชกฤษฎีกา
จดั ตัง้ รวม โอน สว่ นราชการ
- การบบุ ส่วนราชการ
- การเปลีย่ นช่ือส่วนราชการ
- การรวม หรือการโอนสว่ นราชการ ไม่ว่าจะ
มีผลเป็นการจัดตั้งส่วน ราชการขึ้นใหม่
หรือไม่ (กรณีที่ไม่มีการกาหนดตาแหน่งหรือ
อัตราของ ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วน
ราชการทจ่ี ดั ตัง้ ข้ึนใหม่)
“สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน” + “สานักงบประมาณ”
- มีหน้าที่ ตรวจสอบดูแลมิให้มีการกาหนดตาแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการที่จัดตั้งข้ึน
ใหม่ หรอื ถูกรวมหรือโอนไป เพม่ิ ขึ้นจนกวา่ จะครบกาหนด 3 ปี นับแตว่ นั ท่พี ระราชกฤษฎกี ามผี ลบงั คับใช้
- เสนอความคิดเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการแบ่งส่วนราชการภายใน และการกาหนดอานาจหน้าที่ของแต่ละส่วน
ราชการ ในการเสนอความคิดเห็นดังกล่าวนั้น ให้สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจัดอัตรากาลัง และ
สานกั งบประมาณจดั สรรเงนิ งบประมาณให้สอดคล้องกนั
จำนวนกระทรวงในประเทศไทย : ประเทศไทยมี 20 กระทรวง ประกอบดว้ ย
สานักนายกรัฐมนตรี Royal Thai Government
กระทรวงกลาโหม Ministry of Defence
กระทรวงมหาดไทย Ministry of Interior
กระทรวงการคลงั Ministry of Finance
กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand
กระทรวงแรงงาน Ministry of Labour
กระทรวงวฒั นธรรม Ministry of Culture
กระทรวงศกึ ษาธิการ Ministry of Education
กระทรวงสาธารณสุข Ministry of Health
กระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกฬี า Ministry of Tourism Sports
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Ministry of Agriculture and Cooperatives
กระทรวงคมนาคม Ministry of Transport
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม Ministry of Natural Resources and Environment
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 152
กระทรวงดจิ ิทลั เพ่อื เศรษฐกจิ และสังคม Ministry of Digital Economy and Society
กระทรวงพลงั งาน Ministry of Energy
กระทรวงพาณชิ ย์ Ministry of Commerce
กระทรวงยตุ ิธรรม Ministry of Justice
กระทรวงอตุ สาหกรรม Ministry of Industry
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ Ministry of Social Development and Human Security
กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม Ministry of Higher Education Science, Research and
Innovation
เนื้อหาของ พ.ร.บ. นี้พูดถึงโครงสร้างในงานบริหาร ดังนั้นส่วนด้านบนเป็นเพียงส่วนภาพรวม ซึ่งต่อจากนี้ไปเราจะเร่ิมเข้าไป
ทาความเขา้ ใจในแต่ละส่วน
153 ติดอาวธุ พชิ ติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
กำรจัดระเบียบรำชกำรส่วนกลำง
1. กำรจัดระเบยี บรำชกำรในสำนักนำยกรัฐมนตรี
สานักนายกรัฐมนตรี อาจจัดให้มีสว่ นราชการเป็นการภายในขึ้นตรงต่อนายกรฐั มนตรี เพื่อทาหน้าที่จัดทานโยบายและ แผน
กากับ เร่งรัด และติดตามนโยบายและแผนการปฏิบัติราชการตามนโยบายที่คณะรัฐมนตรีกาหนดหรืออนุมัติ เพื่อการ นี้
นายกรัฐมนตรจี ะสัง่ ใหก้ รมหรอื ส่วนราชการที่เรียกช่ืออยา่ งอน่ื และมีฐานะเปน็ กรมในสานักนายกรฐั มนตรจี ัดทาก็ได้
“นายกรฐั มนตรี”
เปน็ ผู้บงั คบั บัญชาข้าราชการ รบั ผดิ ชอบในการกาหนดนโยบาย เปา้ หมาย ผลสัมฤทธข์ิ องงานในสานักนายกรัฐมนตรี
ใหส้ อดคลอ้ งกับนโยบายท่ี คณะรฐั มนตรีแถลงไวต้ อ่ รัฐสภา หรอื ทค่ี ณะรัฐมนตรีกาหนดหรืออนมุ ัติ
รองนายกรัฐมนตรี + รัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราช การ ซึ่งเป็นไปตามท่ี
นายกรัฐมนตรมี อบหมาย
กรณีที่นายกรัฐมนตรี ตาย, ขาดคุณสมบัติ, ต้องคาพิพากษาให้จาคุก, ส.ส. มีมติไม่ไว้วางใจ, ความเป็นรัฐมนตรีของ
นายกรัฐมนตรีสิ้นสดุ ลง, วฒุ สิ ภามีมติใหถ้ อดถอนจากตาแหน่ง จะมกี ารดาเนินการดงั นี้
คณะรัฐมนตรี
มอบหมาย
รองนำยกรัฐมนตรี คนใดคนหนง่ึ ปฏิบตั หิ น้าทแี่ ทน นายกฯ
ไมม่ ีผ้ดู ารงตาแหนง่ รองนายกฯ
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบตั ิราชการได้
คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
รัฐมนตรี คนใดคนหนง่ึ ปฏบิ ตั หิ น้าทแี่ ทน นายกฯ
“การมอบอานาจ จะต้องมอบใหผ้ ู้ใตบ้ งั คับบัญชาของตนเอง”
โดยสานกั ต่าง ๆ สามารถแยกไดด้ ังน้ี สานักที่ขึ้นตรงกบั “สำนักนำยกรฐั มนตรี”
สานกั ท่ีขน้ึ ตรงกับ “นำยกรัฐมนตรี” - สานกั งานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
- กรมประชาสัมพนั ธ์
- สานกั งานเลขาธิการนายกรฐั มนตรี
- สานักงานเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี - สานกั งานคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ ริโภค
- สานกั งานข่าวกรองแห่งชาติ
- สานกั งบประมาณ
- สานักงานสภาความมัน่ คงแห่งชาติ
- สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
- สานกั งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื น
- สานักงานการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ
- สานักงานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
- สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
- สานกั งานทรัพยากรนา้ แหง่ ชาติ
- สานกั งานขบั เคล่ือนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสรา้ งความสามคั คีปรองดอง
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 154
โดยจากสานักข้างต้น มีบางสานักที่เราจาเปน็ จะต้องรู้โครงสร้าง หน้าที่และองค์ประกอบภายใน ดังนั้น จะสรุปส่วนสาคัญท่ี
จาเป็นต้องทราบดังน้ี
➢ สำนักเลขำธิกำรนำยกรัฐมนตรี
ผู้ดูแลคอื “เลขำธกิ ำรนำยกรฐั มนตรี” (เป็นผบู้ งั คบั บญั ชาข้าราชการ เปน็ ข้าราชการการเมอื ง)
มีอานาจหน้าทเี่ กีย่ วกบั ราชการทางการเมือง ให้มี
“รองเลขำธิกำรนำยกรัฐมนตรฝี ่ำยกำรเมือง” เป็นขา้ ราชการการเมือง
+ เป็นขา้ ราชการพลเรอื นสามญั
เป็นข้าราชการพลเรอื นสามัญ
“รองเลขำธิกำรนำยกรัฐมนตรีฝำ่ ยบริหำร”
+
“ผูช้ ่วยเลขำธิกำรนำยกรฐั มนตรี”
เปน็ ผู้ชว่ ยสัง่ และปฏิบตั ิราชการ
➢ สำนกั เลขำธกิ ำรคณะรัฐมนตรี
ผู้ดูแลคอื “เลขำธิกำรคณะรัฐมนตรี” (เปน็ ผู้บังคับบัญชาขา้ ราชการ เป็นข้าราชการการเมือง)
มีอานาจหน้าทเ่ี กี่ยวกับราชการของคณะรัฐมนตรี รฐั สภา และ ราชการในพระองค์ ใหม้ ี
“รองเลขำธกิ ำรคณะรัฐมนตรี” เปน็ ข้าราชการพลเรือนสามัญ
+ เปน็ ข้าราชการพลเรือนสามญั
“ผชู้ ่วยเลขำธกิ ำรคณะรัฐมนตรี”
เปน็ ข้าราชการพลเรอื นสามญั
➢ สำนกั งำนปลัดสำนักนำยกรัฐมนตรี
ผดู้ แู ลคือ “ปลดั สำนกั นำยกรฐั มนตรี” (เปน็ ผบู้ งั คับบัญชาข้าราชการ เปน็ ข้าราชการพลเรือนสามัญ)
อานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจาทั่วไปของสานักนายก รัฐมนตรี และราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดให้เป็น
หน้าทขี่ องกรมใดกรมหน่ึงในสงั กดั สานกั นายกรัฐมนตรโี ดยเฉพาะ ใหม้ ี
“รองปลัดสำนกั นำยกรัฐมนตรี” เปน็ ขา้ ราชการพลเรอื นสามญั
+ เปน็ ข้าราชการพลเรือนสามัญ
“ผู้ช่วยปลดั สำนักนำยกรฐั มนตรี”
เป็นผชู้ ว่ ยส่ังและปฏบิ ตั ิราชการ
155 ติดอาวุธพิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
2. กำรจัดระเบยี บรำชกำรในกระทรวงหรือทบวง
ใหจ้ ดั ระเบยี บราชการของกระทรวง ดังนี้
- สานักงานรฐั มนตรี
- สานกั งานปลดั กระทรวง (มีฐานะเป็นกรม)
- กรม หรือสว่ นราชการทเี่ รียกชอื่ อย่างอื่น (มีฐานะเป็นกรม)
เว้นแตบ่ างกระทรวงเห็นว่าไมม่ คี วามจาเปน็ จะไมแ่ ยกส่วนราชการต้ังข้นึ เป็นกรมก็ได้
เรอื่ งท่วั ไปเกี่ยวกบั กำรจัดระเบยี บรำชกำรในกระทรวงหรอื ทบวง
“รัฐมนตรวี ่ำกำรกระทรวง” เป็นผบู้ งั คบั บัญชาขา้ ราชการในกระทรวง
รบั ผดิ ชอบในการกาหนดนโยบายเปา้ หมาย และผลสมั ฤทธ์ขิ องงานในกระทรวง ให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรี
แถลงไว้ต่อรัฐสภา หรือที่คณะรัฐมนตรีกาหนดหรืออนุมัติ โดยจะให้มี “รัฐมนตรีช่วยว่ำกำรกระทรวง” เป็นผู้ช่วยสั่งและ
ปฏบิ ตั ริ าชการก็ได้ โดยใหเ้ ปน็ ไปตามที่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมอบหมาย
• กระทรวงสามารถจัดตั้ง “สานักนโยบายและแผน โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีได้ โดยมีหน้าท่ี จัดทานโยบายและ
แผนกากับ เร่งรัด และตดิ ตามนโยบายและแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง
• ในกระทรวงจะจดั ต้ังสว่ นราชการ ซง่ึ ไมม่ ีฐานะเป็นกรม แต่มีผู้บงั คบั บัญชาเปน็ อธบิ ดหี รือตาแหน่งท่ีเรียกช่ืออย่างอ่ืนที่มี
ฐานะเปน็ อธบิ ดไี ด้ (ตราเป็นพระราชกฤษฎกี า)
• การแต่งตั้งอธิบดีหรือผู้ดารงตาแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นของส่วนราชการ ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็นผู้นาเสนอ
คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ และให้ผู้ดารงตาแหน่งดังกล่าวเป็นผู้ดารงตาแหน่งระดับสูงตาม “กฎหมำยประกอบ
รัฐธรรมนูญวำ่ ด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทจุ ริต”
• กอ่ นท่คี ณะรัฐมนตรจี ะใหค้ วามเหน็ ชอบในรำ่ งพระรำชกฤษฎีกำจดั ตัง้ ส่วนรำชกำรของกระทรวงใด ใหน้ ายกรฐั มนตรีล่ง
รา่ งพระราชกฤษฎกี าดงั กล่าวตอ่ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒสิ ภาเพื่อทราบ
• กระทรวงมอี านาจหนา้ ท่ีตามท่กี าหนดไวใ้ น “กฎหมำยวำ่ ด้วยกำรปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม”
• ในการปฏิบัติราชการของปลัดกระทรวง จะให้มีรองปลัดกระทรวงคนหนึ่ง เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการตามที่
ปลัดกระทรวงมอบหมายก็ได้
• ภายในกระทรวงจะออกกฎกระทรวงกาหนดให้ส่วนราชการระดับกรมตงั้ แตส่ องส่วนราชการขึ้นไป อย่ภู ายใต้กลุ่มภารกิจ
เดียวกันได้ โดยให้แต่ละกลุ่มภารกิจมีผู้ดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่าอธิบดีคนหนึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจรับผิดชอบราชการ
และบังคับบัญชา ข้าราชการของส่วนราชการในกลุ่มภารกิจนัน้ โดยปฏิบัติราชการข้ึนตรงต่อปลัดกระทรวง หรือขึ้นตรง
ต่อรัฐมนตรีตามที่กาหนดโดย กฎกระทรวง และในกรณีที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรี ต้องรายง านผลการดาเนินงานต่อ
ปลดั กระทรวงตามท่ีกาหนดโดยกฎกระทรวง
• ในกรณีที่กระทรวงใดมีการจัดกลุ่มภารกิจ จะให้มีรองปลัดกระทรวงเพิ่มขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจก็ได้ และให้อานาจ
หน้าที่ของ ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการในกลุ่มภารกิจเป็นอานาจหนา้ ทีข่ องหัวหน้ากลุ่มภารกจิ นัน้
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 156
ทั้งนี้ เว้นแต่จะมี กฎกระทรวงกาหนดไว้เป็นอย่างอื่น โดยเมื่อกระทรวงใดมีภารกิจเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่ม รอง
ปลดั กระทรวง มากกว่าท่กี าหนดได้
* คณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น และ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ รว่ มกนั อนุมัติ
➢ สำนักงำนรัฐมนตรี มีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง ให้มี “ผู้ช่วยเลขำนุกำรรัฐมนตรี” เป็นข้าราชการ
การเมือง คนหนึ่งหรือหลายคน เป็นผู้ช่วยสั่งหรือปฏิบัติราชการแทนเลขานุการรัฐมนตรไี ด้ โดยรับผิดชอบในการปฏิบัติ
ราชการของสานักงานรฐั มนตรีขึน้ ตรงตอ่ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวง
➢ สำนักงำนปลัดกระทรวง สานักงานปลัดกระทรวง มีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจาทั่วไปของกระทรวง และ
ราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดให้เป็น หน้าที่ของกรมใดกรมหนึ่งในสังกัดกระทรวงโดยเฉพาะ รวมทั้งกากับและ
เร่งรัดการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงให้ เป็นไปตามนโยบายแนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของ
กระทรวง
3. กำรจดั ระเบยี บรำชกำรในทบวง ซ่ึงสงั กัดสำนกั นำยกรัฐมนตรีหรอื กระทรวง
ราชการส่วนใดซึ่งโดยสภาพและปริมาณของงานไม่เหมาะสมที่จะตั้งเป็นกระทรวง หรือทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่า
กระทรวง จะจัดตั้ง เป็นทบวงสังกัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง เพื่อให้มีรัฐมนตรีว่าการทบวงเป็นผู้บังคับบัญชา
ขา้ ราชการ และรบั ผิดชอบใน การปฏบิ ตั ริ าชการของทบวงกไ็ ด้ และให้จดั ระเบียบราชการในทบวง ดังน้ี
- สานกั งานรัฐมนตรี
- ถ้านักงานปลัดทบวง (มีฐานะเปน็ กรม)
- กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น เว้นแต่บางทบวงซึ่งเห็นว่าไม่มีความจาเป็น จะไม่แยกส่วนราชการตั้งข้ึน
เป็นกรมก็ได้ (มฐี านะเปน็ กรม)
4. กำรจัดระเบียบบรหิ ำรรำชกำรในกรม
กรมซ่งึ สงั กดั หรือไม่สังกัดสานกั นายกรัฐมนตรี กระทรวง หรอื ทบวง อาจแบง่ ส่วนราชการดังน้ี
- สานกั งานเลขานุการกรม
- กอง หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น เว้นแต่บางทบวงซึ่งเห็นว่าไม่มีความจาเป็นจะแยกส่วนราชการ
ต้งั ข้ึนเป็นกรมกไ็ ด้
• กรมใดมคี วามจาเป็น จะแบง่ ส่วนราชการโดยใหม้ สี ว่ นราชการอน่ื นอกจาก สานักงานเลขานุการกรม หรอื กองได้
• กรมมีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงตามที่กาหนดในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของกรม หรือตาม
กฎหมายวา่ ด้วยอานาจหนา้ ทีข่ องกรมน้นั
• ผู้บังคับบัญชาข้าราชการในกรม คือ อธิบดีกรม มีหน้าท่ีรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรมให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ
และเป็นไปตามเป้าหมาย แนวทาง และ แผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง และในกรณีที่มีกฎหมายอื่นกาหนด
อานาจหน้าที่ของอธิบดีไว้ เป็นการเฉพาะ การใช้อานาจและการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวให้คานึงถึง
157 ตดิ อาวธุ พิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
นโยบายที่คณะ รัฐมนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภา หรือที่คณะรัฐมนตรีกาหนด หรืออนุมัติ และนโยบาย แนวทาง และ
แผนการปฏิบตั ริ าชการของกระทรวงดว้ ย จะให้มี “รองอธบิ ดี”เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการรองจากอธิบดี และช่วย
อธิบดปี ฏิบตั ริ าชการก็ได้
➢ สำนักงำนเลขำนุกำรกรม มีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของกรม และราชการที่มิได้แบก ให้เป็นหน้าที่ของ
กอง หรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ ซึ่งมีเลขำนุกำรกรม เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการรับผิดชอบในการปฏิบัติ
ราชการของสานกั งานเลขานุการกรม (ความในมาตราน้ี ไม่ใช้บงั คบั แกก่ ารแบ่งเขตและการปกครองบังคบั บญั ชาของ
ตารวจ)
จากที่กล่าวมาด้านบนทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่พูดถึงโครงสร้างและหน้าที่ของการบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากน้ี
พระราชบญั ญัตินไี้ ด้พูดถงึ การปฏิบัติราชการแทนไวด้ ว้ ยเช่นกัน
กำรปฏิบัตริ ำชกำรแทน
ผู้ดารงตาแหน่งใด มีอานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือการดาเนินการอื่นที่จะ พึง
ปฏิบตั ิ หรือดาเนนิ การตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคาส่งั ใด หรอื มตขิ องคณะรฐั มนตรีในเร่ืองใด
“สำมำรถมอบอำนำจให้ผดู้ ำรงตำแหนง่ อืน่ ในสว่ นรำชกำรเดียวกนั หรือ
ส่วนรำชกำรอนื่ หรือผวู้ ำ่ รำชกำรจังหวดั เปน็ ผ้ปู ฏบิ ัตริ ำชกำรแทนได้”
โดยที่มติของคณะรัฐมนตรีในเร่ืองนั้น มิได้กาหนดเรื่องการมอบอานาจไว้เป็นอยา่ งอื่น หรือมิได้ห้ามเรื่องการมอบ อานาจไว้
ทง้ั นตี้ ามหลักเกณฑท์ กี่ าหนดในพระราชกฤษฎีกา
o พระรำชกฤษฎีกำ อาจกาหนดให้มีการมอบอานาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ตลอดจนการมอบอานาจให้ทานิติกรรม
สัญญา ฟ้อง (คดีและดาเนินคดี หรือกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขในการมอบอานาจหรือที่ผู้รับมอบ
อานาจต้องปฏิบัตกิ ็ได้
o ควำมน้มี ิใหใ้ ช้บงั คับกับอำนำจในกำรอนุญำตตำมกฎหมำยที่บัญญัติให้ต้องออกใบอนุญำต หรือท่ีบัญญัติให้
ผู้มีอำนำจอนญุ ำตไวเ้ ป็นกำรเฉพะ ในกรณีเชน่ นั้นใหผ้ ู้ดารงตาแหน่งซึ่งมีอานาจตามกฎหมายดังกล่าวมีอานาจ
มอบอานาจให้ข้าราชการซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา และผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตามที่เห็นสมควร หรือตามที่
คณะรัฐมนตรีกาหนด ในกรณีมอบอานาจให้ผู้ว่าราชการ จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถมอบอานาจได้
ต่อไป ตามหลกั เกณฑ์และเงื่อนไขทผ่ี ู้มอบอานาจกาหนด (การมอบอานาจให้ทาเปน็ หนงั สือ)
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 158
กำรรกั ษำรำชกำรแทน
กรณที ี่ นายกรฐั มนตรี ไม่อาจปฏบิ ัติราชการได้ ให้รองนายกรัฐมนตรเี ป็นผรู้ กั ษาราชการแทน ถา้ มรี องนายกรัฐมนตรี
หลายคน ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหนง่ รอง
นายกรฐั มนตรหี รือ มีแต่ไม่อาจปฏิบัตริ าชการได้ ใหค้ ณะรฐั มนตรมี อบหมายให้รฐั มนตรคี นใดคนหนึง่ เป็นผรู้ ักษาราชการแทน
“นายกรัฐมนตรี”
o ในกรณีที่ ไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงเปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน ถา้ มีรฐั มนตรีช่วยวา่ การกระทรวงหลายคน ให้คณะรฐั มนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรี
ช่วยว่าการกระทรวง คนใดคนหนง่ึ เปน็ ผรู้ ักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผ้ดู ารงตาแหน่งรัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงหรือ
มีแตไ่ มอ่ าจปฏบิ ัตริ าชการ ได้ ใหค้ ณะรฐั มนตรมี อบหมายใหร้ ัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รกั ษาราชการแทน
o ในกรณีที่ ไม่มีผู้ดารงตาแหน่งปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองปลัดกระทรวงเป็นผู้รักษา
ราชการแทน ถ้ามีรองปลัดกระทรวงหลายคน ให้นายกรัฐมนตรีสาหรับสานักนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงแต่งตั้งรอง ปลัดกระทรวงคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหนง่ รองปลัดกระทรวง
หรอื มีแตไ่ มอ่ าจปฏบิ ตั ิ ราชการได้ ให้นายกรฐั มนตรีสาหรับสานกั นายกรฐั มนตรี หรอื รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงแต่งต้ัง
ข้าราชการในกระทรวงซึ่ง ดารงตาแหน่งไมต่ า่ กว่าอธิบดีหรอื เทียบเทา่ เปน็ ผรู้ ักษาราชการแทน
o ในกรณีที่ ไม่มีผู้ดารงตาแหน่งอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้รักษาการแทน ถ้ามีรอง
อธิบดีหลายคน ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งรองอธิบดีคนใดคนหนึ่งเป็นผูร้ ักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรอง
อธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจ ปฏิบัติราชการได้ ให้ปลัดกระทรวงแต่งต้ังข้าราชการในกรม ซึ่งดารงตาแหน่งเทียบเท่ารอง
อธิบดี หรือข้าราชการตั้งแต่ตาแหน่ง หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไปคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน แต่ถ้า
นายกรัฐมนตรีสาหรับสานักนายกรัฐมนตรีหรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเห็นสมควรเพื่อความเหมาะสมแก่การ
รับผิดชอบการปฏิบัติราชการในกรมนัน้ นายกรัฐมนตรีหรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงจะแต่งตั้งข้าราชการคนใดคน
หนง่ึ ซงึ่ ดารงตาแหนง่ ไมต่ า่ กวา่ รองอธิบดหี รอื เทยี บเท่า เป็นผูร้ กั ษาราชการแทนได้
o ใหผ้ ้รู ักษาราชการแทนตามความในพระราชบญั ญตั ิน้มี ีอานาจหน้าทเี่ ชน่ เดียวกบั ผ้ซู ่งึ ตนแทน
(ความในหมวดน้ีมิใหใ้ ชบ้ งั คับแก่ราชการในกระทรวงทเ่ี กยี่ วกบั ทหาร)
กำรจดั ระเบียบบรหิ ำรรำชกำรส่วนภูมภิ ำค
เปน็ การบรหิ ารทีแ่ บง่ อานาจมาจากส่วนกลาง ดงั นน้ั จึงขนึ้ ตรงตอ่ ส่วนกลาง ซ่งึ การจดั ระเบียบบรหิ ารราชการในส่วน
ภูมภิ าค เป็นดังน้ี
- จงั หวัด (เปน็ นิติบคุ คล)
- อาเภอ (ไม่เป็นนิติบุคคล)
159 ตดิ อาวธุ พิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
1. จังหวดั
ให้รวมท้องทีห่ ลายๆอาเภอ ตัง้ ขึ้นเปน็ จงั หวัด มีฐานะเป็นนติ บิ คุ คล
การตงั้ ยุบ และ “เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานแบบบูรณาการในจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ให้
เปลยี่ นแปลงเขตจังหวัด ให้ จังหวัดหรอื กลุ่ม จังหวัดยื่นคาขอจัดตัง้ งบประมาณได้ ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
ตราเป็นพระราชบญั ญตั ิ และเงื่อนไขที่กาหนดใน พระราชกฤษฎีกา ในกรณีนี้ให้ถือว่าจังหวัดหรือกลุ่ม
จังหวดั เป็นสว่ นราชการตาม กฎหมายว่าดว้ ยวิธีการงบประมาณ”
o เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัตหิ น้าที่ของจังหวัด ให้เป็นหน้าท่ีของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่ประจาอยูใ่ นเขต
จังหวัดท่จี ะต้องปฏิบตั ิใหส้ อดคลอ้ งและเป็นไปตามแผนพัฒนาจังหวัด
o ในจังหวัดหนึ่ง ให้มีคณะกรมการจงั หวัด ทาหนา้ ทีเ่ ปน็ ที่ปรึกษาของผ้วู ่าราชการจังหวดั ในการบริหารราชการแผ่นดิน
ในจงั หวดั นนั้ กบั ปฏบิ ัตหิ น้าทอี่ ่นื ตามทก่ี ฎหมายหรือมตขิ องคณะรฐั มนตรีกาหนด
o ให้จังหวัดจัดทา “แผนพัฒนาจังหวัด” ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับชาติ และ
ความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นในจงั หวดั
o ในจังหวัดหนึ่ง ใหม้ ผี ูว้ ่าราชการจงั หวัด 1 คน ทาหน้าท่ี
• รับนโยบายและคาสั่งจากนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มา
ปฏิบตั กิ ารใหเ้ หมาะสมกับท้องท่ีและประชาชน
• เปน็ หวั หน้าบังคบั บัญชาข้าราชการฝา่ ยบรหิ าร ซึง่ ปฏิบตั ิหนา้ ทใ่ี นราชการส่วนภูมภิ าคในเขตจงั หวดั
• รบั ผิดชอบในราชการจงั หวัดและอาเภอ
จะใหม้ ี “รองผวู้ ำ่ รำชกำรจังหวัด” และ “ผูช้ ว่ ยผวู้ ำ่ รำชกำรจงั หวดั ” ได้ เพื่อ
▪ เปน็ ผ้ชู ่วยส่ังและปฏบิ ัติราชการแทนผูว้ า่ ราชการจังหวัดได้
▪ เป็นผู้บงั คับบัญชาขา้ ราชการฝ่ายบรหิ ารส่วนภมู ภิ าคในเขตจงั หวดั
▪ รับผดิ ชอบในราชการรองจากผ้วู า่ ราชการจังหวัด
“ผวู้ ่าราชการจังหวัด”, “รองผ้วู า่ ราชการจังหวดั ” และ “ผู้ชว่ ยผวู้ า่ ราชการจงั หวัด สังกัดกระทรวงมหาดไทย
จะให้มี ปลัดจังหวัด” และ “หัวหน้าส่วนราชการประจาจังหวัด ซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ) ส่งมาประจา
ทาหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือผู้ว่าราชการจงั หวัด และมีอานาจบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาค ซึ่งสังกัด
กระทรวง ทบวง กรมนัน้ ในจังหวดั นนั้ ได้
“คณะกรมกำรจังหวัด” ประกอบด้วย
- ผู้วา่ ราชการจงั หวัด เปน็ ประธาน
- รองผูว้ ่าราชการจงั หวดั 1 คน ตามทผี่ ้วู ่าราชการจังหวดั มอบหมาย
- ปลดั จังหวัด
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 160
- อยั การจงั หวดั ซ่ึงเป็นหัวหนา้ ที่ทาการอัยการจงั หวัด
- ผ้บู งั คับการตารวจภธู รจงั หวัด
- หัวหน้าสว่ นราชการประจาจังหวดั จากกระทรวงและทบวงต่างๆ
เวน้ แต่กระทรวงมหาดไทยซ่ึงประจาอยู่ในจังหวัด กระทรวง หรือทบวงละ 1 คน
- หัวหนา้ สานักงานจงั หวดั เป็นเลขานกุ ารด้วย
สว่ นราชการของจงั หวัด แบง่ ได้ดงั น้ี
o สานักงานจงั หวดั มหี น้าทเ่ี กย่ี วกบั ราชการทวั่ ไป และการวางแผนพฒั นาจงั หวดั ของจังหวดั นั้น
“หวั หน้ำสำนักงำนจังหวัด” เป็นผบู้ งั คบั บัญชาขา้ ราชการรับผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ิราชการของสานักงาน
จังหวดั
o ส่วนต่างๆ ซึ่งกระทรวง ทบวง กรม ได้ตั้งขึ้น มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวง ทบวง กรมนั้ นๆ มี
หวั หน้าสว่ นราชการประจาจงั หวดั น้นั ๆ เปน็ ผปู้ กครองบังคับบญั ชารบั ผดิ ชอบ
2. อำเภอ
ในจงั หวดั หนึ่ง ใหม้ หี น่วยราชการบรหิ ารรองจากจงั หวดั เรียกวา่ อาเภอ
การตั้ง ยบุ และ
เปลย่ี นแปลงเขตอาเภอ
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
“นำยอำเภอ” ให้มี “ปลัดอาเภอ” และ “หัวหน้าส่วนราชการประจาอาเภอ” ปฏิบัติหน้าที่เป็น ผู้ช่วยเหลือ
นายอาเภอ และมีอานาจบังคับบัญชาขา้ ราชการฝ่ายบริหารส่วนภมู ิภาคซึ่งสังกัด กระทรวง ทบวง
กรมน้ัน ในอาเภอ โดยหน้าท่หี ลักของนายอาเภอได้แก่
▪ เปน็ หัวหนา้ ปกครองบงั คบั บญั ชาบรรดาขา้ ราชการในอาเภอ
▪ รบั ผิดชอบงานบริหารราชการของอาเภอ
▪ นายอาเภอสงั กัดกระทรวงมหาดไทย
• ในกรณีที่ ไม่มีผู้ดารงตาแหน่งนายอาเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งปลัดอาเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการประจา
อาเภอผ้มู ี อาวุโสตามระเบยี บแบบแผนของทางราชการเปน็ ผรู้ ักษาการแทน
• ถ้ามีผู้ดารงตาแหน่งนายอาเภอ แต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้นายอาเภอแต่งตั้งปลัดอาเภอ หรือหัวหน้าส่วน
ราชการประจาอาเภอผูม้ อี าวโุ สตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเปน็ ผรู้ กั ษาการแทน
• ในกรณีที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอาเภอมิได้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนไว้ ให้ปลัดอาเภอหรือหัวหน้าส่วน
ราชการประจาอาเภอผมู้ อี าวโุ สตามระเบยี บแบบแผนของทางราชการเป็นผูร้ ักษาราชการแทน
161 ตดิ อาวุธพิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
สว่ นราชการของอาเภอ สามารถแบ่งได้ดังน้ี
• สานักงานอาเภอ มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของอาเภอนั้นๆ มีนายอาเภอเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการ
และรบั ผิดชอบงานบริหารราชการของอาเภอ
• ส่วนต่างๆ ซึ่งกระทรวง ทบวง กรม ได้ตั้งขึ้นในอาเภอนั้น มีหน้าที่เก่ียวกบั ราชการของกระทรวง ทบวง กรมนั้นๆ มี
หัวหน้าส่วนราชการประจาอาเภอนน้ั ๆ เป็นผู้ปกครองบังคับบญั ชารับผดิ ชอบ
* การจัดการปกครองอาเภอ นอกจากจะบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. แล้ว ยังให้เป็นไปตาม “กฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องท่ี”
ดว้ ย
กำรจัดระเบยี บบริหำรรำชกำรสว่ นทอ้ งถ่นิ
เป็นการบรหิ ารทก่ี ระจายอานาจออกมา การจดั ระเบยี บบรหิ ารราชการส่วนท้องถิน่ แบง่ ได้ดงั น้ี
- องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั (อบจ.)
- เทศบาล
- สขุ าภบิ าล (ปจั จบุ ันได้ยกฐานะหมดแลว้ )
- ราชการสว่ นท้องถิ่นอ่นื ตามที่กฎหมายกาหนด ไดแ้ ก่ กรุงเทพมหานคร เมอื งพัทยา
คณะกรรมกำรพฒั นำระบบรำชกำร
ให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการคณะหน่ึง เรยี กโดยยอ่ ว่า “ก.พ.ร.” ประกอบด้วย
- นายกรฐั มนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรที ีน่ ายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธาน
- รัฐมนตรี 1 คน ท่ีนายกรัฐมนตรีกาหนด เป็นรองประธาน
- ผู้ซึง่ คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ มอบหมาย 1 คน
- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เกิน 10 คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญใน ทาง
ด้านนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ การบริหารรัฐกิจ การบริหารธุรกิจ การเงินการคลัง จิตวิทยา
องคก์ าร และสงั คมวิทยา อย่างน้อยด้านละ 1 คน
• เลขาธิการ ก.พ.ร. เปน็ กรรมการและเลขานุการโดยตาแหน่ง
กรรมกำรผทู้ รงคุณวุฒิ
• กรณีที่มีความจาเป็นเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผล คณะรัฐมนตรีจะกาหนดให้กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ 3-5 คน ต้อง
ทางานเตม็ เวลากไ็ ด้
• การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจากรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอโดย วิธีการสรรหา
ท้งั นี้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารสรรหาทคี่ ณะรัฐมนตรีกาหนด
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 162
• กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละ 4 ปี ผู้ซึ่งพ้นจากตาแหน่งแล้ว อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่
เกิน 2 วาระติดต่อกนั
• เมื่อตาแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงก่อนวาระ ให้ดาเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายใน 30 วัน เว้น
แต่ วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒเิ หลือไม่ถึง 180 วัน จะไมแ่ ตง่ ตั้งกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิกไ็ ด้
• การประชุม ก.พ.ร. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็น
องค์ ประชมุ ไม่ว่ากรรมการดงั กล่าวจะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ทิ ่ีทางานเต็มเวลาหรอื ไม่
• การปฏบิ ัติหน้าทแี่ ละค่าตอบแทนของกรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิท่ตี ้องทางานเต็มเวลา ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีตัวกาหนดในพระ
ราช กฤษฎีกา
• ใหม้ ี “สำนกั งำนคณะกรรมกำรพฒั นำระบบรำชกำร” เป็นส่วนราชการในสานกั นายกรัฐมนตรี ทาหนา้ ทีร่ ับผดิ ชอบ
งานธุรการของ ก.พ.ร. และหน้าที่อื่นตามกฏหมาย หรือ ก.พ.ร. กาหนด โดยมี เลขาธิการ ก.พ.ร. (ข้าราชการพล
เรือนสามัญ) เป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการและลูกจ้างของสานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และ
รับผดิ ชอบการปฏิบัติราชการข้นึ ตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ก.พ.ร. มีอำนำจหนำ้ ท่ี ดังตอ่ ไปนี้
1. เสนอแนะและให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการและงานของรัฐอย่างอื่น ซึ่งรวมถึง
โครงสรา้ งระบบ ราชการ ระบบงบประมาณ ระบบบุคลากร มาตรฐานทางคณุ ธรรมและจริยธรรม ค่าตอบแทน และ
วิธีปฏิบัตริ าชการอน่ื โดยจะเสนอแนะ ใหม้ ีการกาหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการก็ได้
2. เสนอแนะและใหค้ าปรกึ ษาแกห่ นว่ ยงานอื่นของรัฐ ท่ีมิไดอ้ ยู่ในกากบั ของราชการฝ่ายบรหิ ารตามทหี่ น่วยงานดังกล่าว
ร้องขอ
3. รายงานต่อคณะรัฐมนตรี ในกรณีใหม้ กี ารดาเนินการขดั หรือไมส่ อดคล้องกบั หลกั เกณฑ์ที่กาหนด
4. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกาหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการจัดตั้ง การรวม การโอน การยุบเลิก การกาหนด
ชือ่ การเปลยี่ น ชื่อ การกาหนดอานาจหนา้ ที่ และการแบง่ สว่ นราชการภายในของส่วนราชการทีเ่ ปน็ กระทรวง ทบวง
กรม หรือส่วนราชการอนื่
5. เสนอความคิดเหน็ ต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกา และกฎทอี่ อกตามพระราชบัญญตั นิ ี้
6. ดาเนินการให้มีการชี้แจงทาความเข้าใจแก่ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป รวมตลอดทั้ง
การฝกึ อบรม
7. ติดตาม ประเมินผล และแนะนาเพื่อให้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ และรายงานต่อคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้ง
ขอ้ เสนอแนะ
8. ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง
ทบวง กรม รวม ตลอดทั้งกาหนดแนวทางปฏิบัติ ในกรณีที่เป็นปัญหา มติของคณะกรรมการตามข้อนี้ เมื่อได้รับ
ความเห็นชอบจากคณะรฐั มนตรีแล้ว ให้ ใชบ้ งั คับได้ตามกฎหมาย
9. เรยี กให้เจา้ หน้าทห่ี รือบุคคลอืน่ ใดมาชีแ้ จงหรอื แสดงความเปน็ ประกอบการพิจารณา
163 ตดิ อาวธุ พิชิต ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
10. จัดทารายงานประจาปีเกี่ยวกับการพัฒนาและจดั ระบบราชการ และงานของรัฐอยา่ งอื่นเสนอตอ่ คณะรัฐมนตรี เพื่อ
เสนอต่อสภาผ้แู ทนราษฎรและวฒุ ิสภา
11. แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทางาน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างๆตามที่มอบหมาย และจะกาหนด
อัตราเบ้ียประชุม หรือค่าตอบแทนอืน่ ดว้ ยก็ได้
12. ปฏบิ ัติหนา้ ที่อ่ืนตามทก่ี าหนดในพระราชบัญญัติน้ีหรอื ตามทคี่ ณะรฐั มนตรมี อบหมาย
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 164
บทที่ 2
พระรำชกฤษฎกี ำว่ำดว้ ยหลกั เกณฑ์และวิธกี ำรบรหิ ำรกจิ กำร
บำ้ นเมืองทดี่ ี พ.ศ. 2546 (แกไ้ ขเพม่ิ เติม พ.ศ. 2562)
“สว่ นรำชกำร” หมายถงึ สว่ นราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม และหนว่ ยงานอ่นื ของรัฐทอ่ี ยู่
ในกากบั ของราชการ ฝ่ายบริหาร แต่ไม่รวมถึง องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
“รัฐวิสำหกิจ” หมายถึง รฐั วสิ าหกิจทจ่ี ดั ตงั้ ขน้ึ โดยพระราชบญั ญัตหิ รือ พระราชกฤษฎกี า
“ข้ำรำชกำร” หมายความรวมถงึ พนักงาน ลกู จ้าง หรือผู้ปฏบิ ตั งิ านใน สว่ นราชการ
“ก.พ.ร. (คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ)” หมายถึง หน่วยงานทม่ี กี าร ทางานเก่ยี วขอ้ งกับพระราชกฤษฎีกาน้ีมากทสี่ ุด
การปฏบิ ัติตามพระราช กฤษฎกี าน้ีในเรือ่ งใด สมควรที่สว่ นราชการใดจะปฏิบัตเิ มือ่ ใด และจะต้อง มีเง่ือนไขอยา่ งใด ให้
เปน็ ไปตามทค่ี ณะรฐั มนตรีกาหนด ตามขอ้ เสนอแนะ ของ ก.พ.ร.
ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 26 เมษายน 2562
- บังคบั ใช้ 1 พฤษภาคม 2562
- “นายกรัฐมนตรี” รักษาการตามพระราชกฤษฎกี าน้ี
หมวด 1
กำรบรหิ ำรกจิ กำรบ้ำนเมืองทีด่ ี
การบรหิ ารกจิ การบ้านเมอื งท่ีดี ได้แก่ การบรหิ ารราชการเพ่ือบรรลเุ ปา้ หมาย ดังตอ่ ไปน้ี
1. เกิดประโยชนส์ ุขของประชาชน
2. เกดิ ผลสมั ฤทธิ์ตอ่ ภารกิจของรฐั
3. มปี ระสทิ ธิภาพและเกิดความคมุ้ คา่ ในเชิงภารกิจของรฐั
4. ไม่มขี ้นั ตอนการปฏิบัติงานเกินความจาเป็น
5. มกี ารปรับปรงุ ภารกิจของสว่ นราชการให้ทนั ตอ่ สถานการณ์
6. ประชาชนไดร้ บั การอานวยความสะดวกและไดร้ บั การตอบสนองความตอ้ งการ
7. มกี ารประเมินผลการปฏบิ ัติราชการอย่างสมา่ เสมอ
165 ตดิ อาวุธพิชิต ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
หมวด 2
กำรบริหำรรำชกำรเพอ่ื ให้เกิดประโยชน์สุขของประชำชน
การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน คือ การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้ เกิดความผาสุกและ
ความเป็น อยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ ส่วน
ราชการจะตอ้ ง ดาเนินการโดยถือว่า ประชาชนเป็นศนู ย์กลาง ทจี่ ะได้รับบริการจากภาครฐั และจะตอ้ งมีแนวทางการบริหาร
ราชการ ดังนี้
1. การกาหนดภารกิจของรัฐและส่วนราชการต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และสอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแหง่
รฐั และนโยบายของคณะรฐั มนตรีทีแ่ ถลงต่อรัฐสภา
2. การปฏิบตั ิภารกจิ ของสว่ นราชการจะต้อง ชือ่ สัตย์ สุจรติ สามารถตรวจสอบได้ และมุ่งประโยชน์สุขแก่ประชาชน ท้ัง
ใน ระดบั ประเทศและท้องถิ่น
3. ก่อนเริ่มดาเนินการ ส่วนราชการต้องจัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดีและผลเสียใหค้ รบถ้วนทกุ ด้าน กาหนดขั้นตอน
การ ดาเนินการที่โปร่งใส มีกลไกตรวจสอบการดาเนินการในแต่ละขั้นตอน ในกรณีที่ภารกิจใดจะมีผลกระทบต่อ
ประชาชน ส่วน ราชการต้องดาเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรอื ชีแ้ จงทาความเข้าใจ เพื่อให้ประชาชน
ได้ตระหนักถึงประโยชนท์ ่ี สว่ นรวมจะไดร้ บั จากการกจิ น้นั
4. ข้าราชการต้องคอยรับฟังความคดิ เห็นและความพึงพอใจของสังคมโดยรวมและประชาชนผู้รับบริการ เพื่อปรับปรุง
หรอื เสนอแนะตอ่ ผ้บู งั คับบญั ชา ใหม้ ีการปรบั ปรุงวธิ กี ารปฏบิ ัติราชการให้เหมาะสม
5. กรณีที่เกิดปัญหาและอุปสรรคจากการดาเนินการ ใหส้ ่วนราชการดาเนินการแก้ไขปัญหาและอปุ สรรคนั้นโดยเร็ว ถ้า
ปัญหาเกิดจากส่วนราชการอ่ืนหรือระเบยี บข้อบังคบั ที่ออกโดยสว่ นราชการอื่น ให้ส่วนราชการแจ้งให้ส่วนราชการที่
เกี่ยวข้อง ทราบเพอ่ื ดาเนนิ การแกไ้ ขปรับปรงุ โดยเร็วต่อไป และให้แจ้ง ก.พ.ร. ทราบ
หมวด 3
กำรบริหำรรำชกำรเพือ่ ใหเ้ กิดผลสัมฤทธต์ิ อ่ ภำรกจิ ของรัฐ
การบรหิ ารงานมุ่งเน้นผลลัพธท์ ี่เกิดข้ึนจากการปฏิบัติงานทส่ี อดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับภารกิจและวัตถุประสงค์ท่ี
กาหนดขึน้ ไว้สาหรับงานน้นั ๆ โดยผลลพั ธท์ ี่เกิดขนึ้ มคี วามคุ้มคา่ กับการใช้ทรัพยากรอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ และสามารถกาหนด
ตวั ชว้ี ัดผลการทางานไดอ้ ยา่ งชดั เจน โดยให้สว่ นราชการปฏบิ ัติ ดังน้ี
กอ่ นดำเนินกำร หลังดำเนนิ กำร
จัดทาแผนปฏบิ ตั ริ าชการไว้ล่วงหน้า ระบบติดตามและประเมนิ ผล
โดยระบุ : ข้ันตอน ระยะเวลา และ การปฏิบตั ิตามแผนปฏบิ ตั ริ าชการ ตาม
งบประมาณ ที่ใช้ในการดาเนินการ หลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ส่วนราชการ
แตล่ ะขนั้ ตอน กาหนดข้นึ โดยสอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน
ที่ ก.พ.ร. กาหนด
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 166
กรณี การปฏิบัติภารกิจ หรือการปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติราชการเกิดผลกระทบต่อประชาชน 9 ส่วนราชการ
จะตอ้ งแกไ้ ขหรือบรรเทาผลกระทบน้ัน หรอื เปลยี่ นแผนปฏิบตั ริ าชการใหเ้ หมาะสม
กำรบรหิ ำรรำชกำรแบบบูรณำกำร
• “เพื่อประโยชน์ในกำรปฏบิ ตั ิ รำชกำรใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธิ์”
• กรณที ภี่ ารกจิ ใดที่มีความเก่ยี วข้องกบั หลายส่วนราชการ หรอื ภารกจิ ทใี่ กล้เคียงหรือต่อเนื่องกัน ให้ส่วนราชการ
ที่เกี่ยวข้องนั้น กาหนดแนวทางการปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดการบริหารราชการแบบบูรณาการร่วมกัน โดยมุ่ง
ให้เกิดผลสมั ฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
• ก.พ.ร. เสนอ คณะรัฐมนตรี เพื่อกาหนดมาตรการกากับการปฏิบตั ิราชการ โดยวธิ กี าร จัดทาความตกลงเป็นลาย
ลกั ษณอ์ ักษรหรอื โดยวธิ กี ารอ่นื ใด เพอ่ื แสดงความรับผิดชอบในการปฏบิ ตั ิราชการ
กำรจดั ทำคำรบั รองในกำรปฏบิ ัติรำชกำร
เพ่อื ใหม้ กี ารดาเนนิ การตามแผนปฏบิ ัตริ าชการให้บรรลผุ ลสาเร็จโดยมีผู้รับผิดชอบตอ่ การปฏบิ ตั ิงานน้ัน
จึงกาหนดมาตรการให้มีการจดั ทา
คารับรองในการปฏบิ ัติราชการ (Performance agreement)เพ่ือเปน็ มาตรการสาคญั ในการกากบั การปฏิบัตริ าชการให้
เกิดผลสัมฤทธ์ิ
กำรจัดทำแผนปฏบิ ตั ริ ำชกำร
แผนปฏบิ ตั ิราชการ ให้ส่วนราชการต่างๆเป็นผจู้ ดั ทา โดยจดั ทาเป็นแผน 5ปี (เปล่ยี นจาก 4 ปี เปน็ 5ป)ี ในวาระแรก
(ปีงบประมาณ พ.ศ.2563-265) ทา 3ปีก่อน หลังจากนั้นจงึ ทาแผน 5ปี
แผนปฏิบตั ริ ำชกำร ตอ้ งสอดคลอ้ งกับ 1. แผนปฏริ ูปประเทศ
2. แผนแม่บท
3. ยทุ ธศาสตรช์ าติ
4. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบบั ที่ 12
5. นโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา
6. แผนอืน่ ๆท่เี กี่ยวขอ้ ง
“สานกั งบประมาณ” และ ก.พ.ร. รว่ มกนั กาหนดแนวทางการจัดทาแผนปฏบิ ัติ ราชการในสว่ นทเ่ี กย่ี วกบั งบประมาณให้
สอดคลอ้ งกับกฎหมายว่าดว้ ยวธิ กี ารงบประมาณ
167 ตดิ อาวธุ พชิ ิต ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
หมวด 4
กำรบริหำรรำชกำรอยำ่ งมีประสทิ ธภิ ำพ และเกิดควำมคมุ้ คำ่ ในเชิงภำรกจิ ของรัฐ
“เพื่อให้เกดิ ประสิทธภิ าพในการทางาน และสามารถวดั ความคมุ้ ค่าในการปฏบิ ตั ิแตล่ ะภารกจิ สว่ นราชการต้องปฏิบัตติ าม
หลักการดงั น”้ี
หลกั ควำมโปรงใส
ส่วนรำชกำรต้องประกาศและเผยแพร่ ให้ ขา้ ราชการและประชาชนทราบ ดังน้ี
- กาหนดเปา้ หมาย
- แผนการทางาน
- ระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน/โครงการ
- งบประมาณในแต่ละงาน/โครงการ
หลักควำมชัดเจนในกำรปฏิบัตริ ำชกำร
(หลกั ควำมรบั ผิดชอบ)
- ส่วนราชการท่ีมีอานาจอนุญาต อนุมัติ หรือให้ความเห็น ชอบ ในการปฏิบัติภารกิจใดของส่วนราชการอืน่ จะต้อง
แจ้ง ผลการพจิ ารณาให้ส่วนราชการท่ยี นื่ คาขอทราบภายใน 15 วัน นบั แต่วนั ที่ไดร้ ับคาขอ
- ถ้าขั้นตอนการปฏิบัตินั้นต้องใช้เวลาเกิน 15วัน ให้ส่วน ราชการที่มีอานาจอนุญาต อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบ
ประกาศกาหนดระยะเวลาการพจิ ารณาไว้ให้ส่วนราชการอ่ืนทราบ
หลักควำมคมุ้ คำ่
- จดั ทาบัญชีตน้ ทุนในงานบริการสาธารณะแต่ละ ประเภท และรายจ่ายต่อหน่วยของบรกิ ารสาธารณะ
- คานวณรายจ่ายตอ่ หน่วยของงานบริการสาธารณะ ตามระยะเวลาทีก่ รมบัญชกี ลางกาหนด และรายงานให้ สานัก
งบประมาณ กรมบญั ชกี ลาง และ ก.พ.ร. ทราบ
- “สานกั งานคณะกรรมการ” พัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ และ “สานักงบประมาณ” รว่ มกนั จดั ให้มกี าร
ประเมนิ ความคุ้มคา่ ในการปฏบิ ตั ิภารกิจของรัฐ ท่ีส่วนราชการดาเนินการอยู่ เพ่ือรายงานคณะ
หมวด 5 (ใชบ้ ังคบั กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ดว้ ย)
กำรลดขน้ั ตอนกำรปฏบิ ตั งิ ำน
กาหนดหนา้ ทีใ่ ห้ส่วนราชการปฏบิ ตั ิเพือ่ เปน็ การลดระยะเวลาในการพิจารณา การสง่ั การอนุญาต การอนมุ ตั ิหรือการ
ปฏบิ ัติราชการ ทีม่ ีผลโดยตรงตอ่ ประชาชน ใหเ้ กดิ ความสะดวกและรวดเร็วขึ้น ดงั นี้
1. กำรกระจำยอำนำจกำรตัดสนิ ใจ
- มีการกระจายอานาจการตัดสินใจลงไปสู่ผู้ดารงตาแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดาเนินการในเรื่องนั้น
โดยตรง
- มีหลักเกณฑก์ ารควบคุม ตดิ ตามและกากบั ดแู ลการใช้อานาจและความรับผดิ ชอบของผรู้ ับมอบอานาจ และ
ผมู้ อบอานาจ และการลดขัน้ ตอนในการปฏบิ ตั ริ าชการ
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 168
- การปฏบิ ัติงานของสว่ นราชการ Platform Digital Center
1. บริการประชาชน ท่ี “สำนกั งำนพฒั นำรฐั บำลดจิ ิทลั ” (องค์การมหาชน)
2. ประสานงานระหว่างส่วนราชการ
จะตอ้ งทา Platform ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน 90 วนั นับต้ังแต่ พ.ร.ฎ. นม้ี ผี ลบังคับใช้ และใหห้ ัวหนา้ ส่วนราชการดาเนินการ
ให้บริการประชาชน และประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน โดยใช้ Platform ดิจิทัลกลาง ภายใน 2ปีนับจาก
วันที่ platform แล้วเสร็จ กรณีส่วนราชการใดไม่สามารถใช้ Platformได้ภายในระยะเวลาท่ีกาหนด ให้หัวหน้าส่วน
ราชการน้นั เสนอ ก.พ.ร. เพอ่ื พิจารณาขยายระยะเวลาดังกล่าวได้
สว่ นรำชกำร จดั ทำแผนภมู ิ ประกำศ
- ข้ันตอน และระยะเวลาการดาเนนิ การ - ณ ทท่ี าการของส่วนราชการ
- รายละเอียดอนื่ ๆที่เกยี่ วข้องแต่ละขั้นตอน - ระบบเครอื ข่ายสารสนเทศของส่วนราชการ
2. กำรจดั ตั้งศนู ย์บรกิ ำรร่วม
ปลดั กระทรวงจดั ให้ส่วนราชการภายในกระทรวง ที่รบั ผดิ ชอบปฏบิ ัติ งานเกย่ี วกบั การบรกิ ารประชาชนร่วมกันจัดต้ัง
ศนู ยบ์ ริกำรร่วม เพ่อื ให้ประชาชน ตดิ ตอ่ สอบถาม ขออนุญาต อนมุ ัตเิ รอ่ื งใดๆ ที่เป็นอานาจหน้าทข่ี อง สว่ นราชการ
ในกระทรวงเดียวกัน โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์บริการร่วม เพียงแห่งเดียว ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอาเภอ
ร่วมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วมไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด หรือที่ว่าการอาเภอ หรือสถานที่อื่นตามที่เห็ นสมควร โดย
ประกาศใหป้ ระชาชนทราบ
หมวด 6
กำรปรบั ปรงุ ภำรกจิ ของส่วนรำชกำร
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ส่วนราชการมีหน้าที่ตรวจสอบภายในของส่วนราชการตนเอง เพื่อการปรับปรุงภารกิจให้เป็นไปโดย
เหมาะสม กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของสังคม หรือสอดคล้องกับการปฏิบัติงานตามนโยบาย หรือแผนการปฏิบัติราชการ
ดงั น้ี
1. กำรทบทวนภำรกจิ
ส่วนราชการทบทวนภารกิจของตนว่าภารกิจใดมีความจาเป็น หรือสมควรที่จะยกเลิก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลง
ควรดาเนินการต่อไปหรอื ไม่
กรณที ีส่ ่วนราชการ หา้ ม!!! ได้รับความเห็นชอบ
- ยกเลิก จัดต้งั ส่วนราชการท่มี ีภารกิจเดยี วกนั หรอื คล้ายกนั ขน้ึ อีก จาก ก.พ.ร.
- โอน
- รวม ยกเว้น
1. มเี หตผุ ลหรือความจาเป็นเพ่ือรักษาความ
ม่นั คงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ
2. รกั ษาผลประโยชนส์ ่วนรวมของประชาชน
169 ตดิ อาวธุ พชิ ิต ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
2. กำรทบทวนกฎหมำย กฎ ระเบยี บ ข้อบังคับ
ส่วนราชการดาเนินการยกเลิก ปรับปรุงหรือจัดให้มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกวดขึ้นใหม่ ให้
ทันสมัยและเหมาะสมกับสภาวการณ์ หรือสอดคล้องกับความจาเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ของ
ประเทศ ท้ังนโ้ี ดยคานงึ ถงึ ความสะดวกรวดเรว็ และลดภาระของประชาชนเป็นสาคญั
“สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ”
สามารถเสนอแนะต่อส่วนราชการให้ดาเนินการแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิก กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือ
ประกาศ ท่ีไม่สอดคล้องกบั สภาวการณ์ ปจั จบุ ันได้
หมวด 7
กำรอำนวยควำมสะดวกและ กำรตอบสนองควำมต้องกำรของประชำชน
1. กำรกำหนดระยะเวลำกำรปฏิบตั ิงำน
• ในการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนหรือติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน
สว่ นราชการต้องกาหนดระยะเวลาแล้วเสรจ็ ของงานแตล่ ะงาน และประกาศใหป้ ระชาชนและส่วนราชการทราบ
• เมื่อส่วนราชการได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชนหรือจากส่วนราชการด้วยกัน ส่วนราชการ
นน้ั ต้อง ตอบคาถามหรอื แจง้ การดาเนนิ การใหท้ ราบภายใน 15วัน หรือภายในกาหนดเวลาทก่ี าหนดไว้
“สำมำรถกำหนดเวลำแลว้ เสร็จให้ส่วนรำชกำร ที่มิได้กำหนดระยะเวลำแลว้ เสร็จของงำน หรือเหน็ วำ่ ระยะเวลำ
ท่ีกำหนดนน้ั ล่ำช้ำเกินไป ใหส้ ว่ นรำชกำรนั้นปฏบิ ัติได้”
2. กำรจัดระบบสำรสนเทศ
• จัดให้มรี ะบบเครอื ข่ายสารสนเทศกลาง เพ่ือให้มีการเช่ือมโยงขอ้ มลู ระหวา่ งส่วนราชการ
• ช่วยเหลือส่วนราชการอื่นในการจัดทาระบบเครือข่ายสารสนเทศ เพื่ออานวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้
สามารถติดตอ่ สอบถาม หรอื ใช้บริการของส่วนราชการนนั้ ได้
3. กำรรบั ฟงั ข้อร้องเรียน
• เมื่อส่วนราชการได้รับคาร้องเรียน เสนอแนะ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติราชการ จะต้องพิจารณา
ดาเนนิ การให้ ลลุ ่วงไป และแจ้งใหบ้ ุคคลนน้ั ทราบผลการดาเนนิ การด้วย
• กรณีท่ีไดร้ บั การร้องเรยี นจากขา้ ราชการหรอื ส่วนราชการอ่ืนใด ใหส้ ่วนราชการที่ออกกฎ ระเบยี บ พิจารณาโดย
ทนั ที ถ้าเหน็ ว่าการร้องเรียนน้ัน เกดิ จากความเขา้ ใจผดิ ให้ชแ้ี จงใหผ้ ู้ร้องเรียนทราบภายใน 15วัน
4. กำรเปดิ เผยขอ้ มลู
• การปฏิบตั ริ าชการในเร่ืองใดๆ โดยปกตใิ หถ้ ือเป็นเร่ืองเปดิ เผย เว้นแต่ เพ่อื รักษาความมั่นคงของประเทศ ความ
มั่นคงทาง เศรษฐกิจ การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล กาหนดให้
เป็นความลบั ไดเ้ ท่าที่ จาเป็น
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 170
• ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายแต่ละปี รายการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างที่จะเป็นการใน
ปีงบประมาณ นั้น ณ สถานทีท่ าการของส่วนราชการ และระบบเครือขา่ ยสารสนเทศของสว่ นราชการ ท้งั น้ี การ
เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ต้องไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบหรือความเสียหายแก่บุคคลใดในการ
จัดซื้อจดั จา้ ง
หมวด 8
กำรประเมนิ ผลกำรปฏบิ ตั ริ ำชกำร
เพ่ือวัดผลการปฏิบัติราชการว่ามีผลสัมฤทธิ์ตรงตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้หรือไม่ คุณภาพและความพึงพอใจอยู่ในระดับท่ี
ยอมรบั ได้ หรือไม่ รวมท้งั การตรวจสอบการปฏิบัติราชการภายในองคก์ ร โดยดาเนนิ การดงั นี้
• กำรประเมินผลโดยคณะผู้ประเมินอิสระ เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจ
ของประชาชนผ้รู บั บริการ และความคุม้ ค่าในภารกจิ ตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และระยะเวลาท่ี ก.พ.ร. กาหนด
• กำรประเมินผู้บังคับบัญชำ การประเมินต้องกระทาเป็นความลับและ เป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคี
ของขา้ ราชการ
• กำรประเมนิ ผลกำรปฏิบัตงิ ำนของข้ำรำชกำร จะตอ้ งคานงึ ถึงผลการปฏิบัตงิ านเฉพาะตัวของข้าราชการผู้นั้น
ใน ตาแหนง่ ทปี่ ฏบิ ตั ิ
• ส่วนรำชกำรใดดำเนินกำรให้บริกำรที่มีคุณภำพและเป็นไปตำมเป้ำหมำยที่กำหนด เป็นที่พึงพอใจแก่
ประชาชน ไม่ เพิ่มค่าใช้จ่าย และคุ้มค่าต่อภารกิจของรัฐ หรือสามารถดาเนินการตามแผนการลดค่าใช้จ่ายต่อ
หนว่ ยได้ตาม หลกั เกณฑท์ ่ี ก.พ.ร. กาหนด (ก.พ.ร. เสนอ คณะรัฐมนตรี)
“ใหจ้ ัดสรรเงินเพิม่ พเิ ศษเปน็ บำเหน็จควำมชอบแก่ส่วนรำชกำร หรอื ให้ส่วนรำชกำรใชเ้ งนิ งบประมำณเหลือจ่ำย ของ
ส่วนรำชกำรน้ัน เพ่ือนำไปใช้ในกำรปรับปรงุ กำรปฏิบตั งิ ำนของส่วนรำชกำรหรือจัดสรรเปน็ รำงวลั ให้ ขำ้ รำชกำรใน
สงั กดั ”
บทเบด็ เตล็ด
• ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จดั ทาหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ีดีตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกาน้ี
โดยอย่าง น้อยต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการอานวยความสะดวก และการ
ตอบสนองความตอ้ งการของ ประชาชนทสี่ อดคล้องกบั บทบญั ญัตนิ ี้
171 ติดอาวธุ พชิ ติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
บทท่ี 3
พระรำชบัญญัติวธิ ปี ฏิบตั ิรำชกำรทำงปกครอง พ.ศ. 2539
แก้ไขเพิม่ เตมิ ฉบบั 3 พ.ศ. 2562
ฉบับท่ี 1 พ.ศ. 2539
ประกาศ 27 กันยายน 2539 ใช้บงั คับหลงั พน้ กาหนด 189 วัน นับแตว่ ันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา นายกรฐั มนตรีเปน็
ผู้รกั ษาการ
และให้มีอานาจออกกฎกระทรวง และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวงและ
ประกาศน้ัน เม่อื ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแล้ว ใหใ้ ช้บงั คับได้
พ.ร.บ. วิธีปฏบิ ัติราชการทางปกครอง ตราขน้ึ โดยมเี จตนารมณเ์ ป็นการกาหนดหลกั เกณฑ์ และข้นั ตอนตา่ งๆ สาหรับ
การดาเนินงานทางปกครอง เพื่อให้การดาเนินงานหรือการ ปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นไปโดยถูกต้องตำม
กฎหมำย โปร่งใส เป็นธรรม มีควำมเป็นกลำง มีประสิทธิภำพในการใช้บังคับกฎหมายให้สามารถรักษาประโยชน์
สาธารณะ อานวยความเป็นธรรมแก่ประชาชน อีกทัง้ ยงั เปน็ การป้องกันการทจุ ริตและ ประพฤตมิ ิชอบในวงราชการ
กฎหมำยฉบับนี้มลี ักษณะเป็นกฎหมำยกลำง ซง่ึ หนว่ ยงานสามารถนากฎหมายฉบับน้ีไปปรับใช้ได้กับกฎหมายอ่ืนๆ
ในกรณีทกี่ ฎหมายอน่ื น้ันมีบทบัญญตั ทิ ี่กาหนดมาตรฐานในการปฏบิ ัติงานตา่ กวา่ ที่พระราชบัญญัตนิ ี้กาหนด สว่ นกฎหมายใด
กาหนดวิธีปฏบิ ัติราชการทางปกครอง เรื่องใดไว้โดยเฉพาะและมีหลักเกณฑ์ท่ีประกันความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานในการ
ปฏิบัติราชการไม่ต่ากว่าหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในพระราช บัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ก็ให้เป็นไปตาม
กฎหมายดงั กล่าว
กจิ กำรทไ่ี มอ่ ย่ภู ำยใตพ้ ระรำชบญั ญัตนิ ้ี (ห้ำมใช้)
พระราชบญั ญตั ิมใิ หใ้ ช้บังคบั แก่ ;
1. รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี
2. องคก์ รที่ใชอ้ านาจตามรัฐธรรมนญู โดยเฉพาะ
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 172
3. การพิจารณาของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรใี นงานทางนโยบายโดยตรง
4. การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล และการดาเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี
และการวางทรัพย์
5. การพจิ ารณาวินิจฉัยเรอ่ื งร้องทุกข์ และการสงั่ การตามกฎหมายวา่ ดว้ ยคณะกรรมการกฤษฎกี า
6. ดาเนินงานเกี่ยวกบั นโยบายการตา่ งประเทศ
7. การดาเนินงานเก่ียวกับราชการทางทหาร หรือจากเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการร่วมกับทหารในการ
ป้องกัน และรักษา ความมนั่ คงของราชอาณาจกั รจากภัยคกุ คามทง้ั ภายในนอกและภายในประเทศ
8. การดาเนนิ งานตามกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา
9. การดาเนนิ กจิ การขององค์การทางศาสนา
ถ้าจะยกเวน้ นอกเหนือจาก 9 ข้อดา้ นบนน้ี ให้ตราเปน็ พระราชกฤษฎีกาตามข้อเสนอของคณะกรรมการวิธปี ฏบิ ัติราชการทาง
ปกครอง
คำจำกัดควำม
1. “วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง” หมายถึง การเตรียมการและการดาเนินการของเจ้าหน้าที่ เพื่อจัดให้มีคาส่ัง
ทางปกครอง หรือกฎ และรวมถึงการดาเนินการใดๆ ในทางปกครองตามพระราชบัญญตั ิน้ี
2. “การพิจารณาทางปกครอง” หมายถึง การเตรียมการและการดาเนินการของเจ้าหน้าที่ เพ่ือจัดให้มีคาสั่งทาง
ปกครอง
คำส่งั ทำงปกครอง กฎ
การใชอ้ านาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ ท่ีมีผล เป็นการ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศ
สร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล ในอันที่จะ ก่อให้เกิด กระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ
การเปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมี ผลกระทบต่อ บทบญั ญัติ อื่นทม่ี ีผลบังคับเป็นการทวั่ ไป โดยไม่มุ่งหมาย
สถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็น ใหใ้ ช้ บงั คับแกก่ รณใี ดหรือบคุ คลใดเป็นการเฉพาะ
การถาวรหรือชว่ั คราว เชน่ การสง่ั การ การ อนุญาต การ
อนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจด
ทะเบียน การอื่นที่ก าหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่
หมายความรวมถงึ การออกกฎ
กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อประกาศใน
“คราณชะกกจิ รจรามนกเุ บำกรวษินาแิจลฉว้ ัยใขห้อ้ใพช้บิพังำคทับ”ไดห้ มายถึง คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่มีการจัดองค์กร และวิธีพิจารณา
สาหรบั การวินจิ ฉยั ช้ขี าด สิทธแิ ละหน้าทีต่ ามกฎหมาย
“เจ้ำหน้ำที่” หมายถึง บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งใช้อานาจหรือได้รับมอบให้ใช้อานาจทางปกครองของรัฐในการ
ดาเนินการอย่าง หนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งขึ้นในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐ
หรอื ไมก่ ต็ าม
“ค่กู รณี” หมายถึง ผ้ยู น่ื คาขอ หรอื ผ้คู ดั ค้านคาขอ ผู้อยู่ในบังคบั หรอื จะอยใู่ นบงั คบั ของคาสง่ั ทางปกครอง และผู้ซง่ึ ได้เข้ามา
ในกระบวนการ พิจารณาทางปกครอง เน่อื งจากสทิ ธขิ องผูน้ นั้ จะถูกกระทบกระเทือนจากผลของคาสัง่ ทางปกครอง
173 ติดอาวธุ พิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
หมวด 1
คณะกรรมกำรวธิ ปี ฏบิ ตั ริ ำชกำรทำงปกครอง
คณะกรรมการวิธีปฏิบตั ิราชการทางปกครอง ประกอบดว้ ย :
1. ประธานกรรมการ 1 คน o คณะรัฐมนตรี แต่งตั้ง ประธานกรรมการ และกรรมการ
2. ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในทาง
3. ปลดั กระทรวงมหาดไทย นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ รฐั ศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือการ
4. เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดิน แต่ผู้นั้นต้องไม่เป็น ผู้ดารงตาแหน่งทาง
5. เลขาธกิ ารคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน การเมอื ง
6. เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎีกา
7. ผทู้ รงคุณวุฒิ 5-9 คน o เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่งตั้งข้าราชการของ
สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นเลขานุการและ
ผู้ชว่ ยเลขานกุ าร
o กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีวาระการดารงตาแหน่งคราว
ละ 3 ปีเม่อื น้นั จากตาแหน่ง อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
“สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ”
มีหนา้ ท่เี ป็นสานกั งานเลขานุการของคณะกรรมการวธิ ปี ฏิบัตริ าชการทางปกครอง รบั ผิดชอบงานธุรการ งานประชุม
การศกึ ษาหาข้อมูลและกจิ การต่างๆ ท่ีเก่ยี วกับงานของคณะกรรมการวิธปี ฏิบัตริ าชการทางปกครอง
อำนำจหน้ำทข่ี องคณะกรรมกำรวิธปี ฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง
คณะกรรมการวิธีปฏบิ ตั ิราชการทางปกครองมอี านาจหนา้ ที่ ดงั ต่อไปนี้
o สอดสอ่ ง ดูแล และให้คาแนะนาเกยี่ วกับการดาเนนิ งานของเจ้าหนา้ ท่ีในการปฏิบัตติ ามพระราชบญั ญตั ิน้ี
o ให้คาปรึกษาแก่เจา้ หนา้ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ตามท่ีบุคคลดังกล่าวร้องขอ ท้ังน้ีตามหลักเกณฑ์
ทีค่ ณะกรรมการวิธปี ฏิบตั ริ าชการทางปกครองกาหนด
o มีหนังสอื เรียกให้เจ้าหนา้ ท่หี รอื บุคคลอืน่ ใดมาช้แี จง หรือแสดงความเหน็ ประกอบการพิจารณาได้
o เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎกี า และการออกกฎกระทรวง หรอื ประกาศตามพระราชบัญญัตนิ ี้
o จัดทารายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ เสนอคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม แต่
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการปฏิบัติราชการทางปกครองให้เป็นไปโดยมีความเป็นธรรมและมี
ประสิทธิภาพยิ่งข้ึน
o เรอ่ื งอนื่ ตามทค่ี ณะรฐั มนตรี หรอื นายกรัฐมนตรมี อบหมาย
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 174
หมวด 2
คำสั่งทำงปกครอง
เจา้ หนา้ ที่
คาสงั่ ทางปกครองจะตอ้ งกระทาโดยเจา้ หน้าท่ีซงึ่ มีอานาจหน้าทใี่ นเรื่องน้ัน โดยหลักตามพระราชบญั ญัติวธิ ปี ฏิบัติราชการทาง
ปกครอง พ.ศ. 2539
ขอ้ หำ้ มของเจ้ำหน้ำทใี่ นกำรพจิ ำรณำทำงปกครอง
เจ้าหน้าที่จะต้องไม่มสี ว่ นไดเ้ สยี ในเร่อื งทพ่ี ิจารณา และมีความเป็นกลาง
เจำ้ หนำ้ ที่ดังตอ่ ไปน้ี จะทำกำรพิจำรณำทำงปกครองไมไ่ ด้
1. เปน็ คูก่ รณีเอง
2. เป็นคหู่ มน้ั หรอื คู่สมรสของค่กู รณี
3. เป็นญาติของคู่กรณี คือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใดๆ หรือเป็นพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้อง นับได้เพียง
ภายใน 3 ชน้ั หรือเปน็ ญาติเกี่ยวพันทางแต่งงานนบั ได้เพยี ง 2 ชั้น
4. เปน็ หรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้พิทักษ์ หรือผแู้ ทน หรือตัวแทนของคกู่ รณี
5. เป็นเจา้ หน้ีหรอื ลกู หน้ี หรอื เปน็ นายจ้างของคู่กรณี
6. กรณีอื่นตามท่กี าหนดในกฎกระทรวง
นอกจากกรณที ี่เปน็ ผู้มีส่วนได้เสยี ตามท่ีระบุแลว้ หากเจ้าหนา้ ท่ีผนู้ ้นั มี ลักษณะซงึ่ มสี ภาพร้ายแรง อนั อาจ ทาให้การ
พิจารณาทางปกครองไม่ เปน็ กลาง เจ้าหนา้ ที่หรอื กรรมการผู้ นัน้ จะทาการพจิ ารณาทางปกครอง ในเรือ่ งน้ันไมไ่ ด้
• หากเกิดกรณีที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้มีลักษณะข้างต้น คู่กรณี(ผู้ที่ยื่นคาขอหรือผู้คัดค้านคาขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ใน
บังคับของคาสั่งทาง ปกครอง และผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองเนื่องจากสิทธิของผู้นั้นจะตก
กระทบกระเทือนจากผลของคาส่ังทาง ปกครอง) สามารถดดั ค้านการดาเนินการของบุคคลดงั กลา่ วได้ เมือ่ เจ้าหน้าท่ี
ผ้ใู ดถูกคดั คา้ น ใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีผนู้ นั้ หยดุ การพิจารณาเร่ืองไวก้ ่อน และแจ้งใหผ้ บู้ ังคบั บญั ชาเหนอื ตนข้นึ ไปชั้นหน่ึงทราบ
เพื่อที่ผู้บังคับบัญชาดังกล่าวจะได้มีคาสั่งต่อไป สาหรับการยื่นคาคัดค้าน การพิจารณา คาคัดค้าน และการสั่งให้
เจ้าหน้าที่อนื่ เขา้ ปฏิบัตหิ น้าทแี่ ทนผู้ทถี่ กู คดั ค้าน ให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการทีก่ าหนดในกฎกระทรวง
• หลักดังกล่าวไมใ่ ห้นามาใช้บงั คับกับที่มีความจาเป็นเร่งด่วน อาจปล่อยให้ล่าช้าไปจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ
หรือสิทธขิ องบุคคลจะ เสียหายโดยไมม่ ีทางแก้ไขได้ หรือไมม่ เี จ้าหนา้ ที่อน่ื ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีแทนผู้น้ัน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์
ของส่วนรวม
คกู่ รณี
“คกู่ รณี หมายถึง ผู้ยืน่ คาขอหรือผู้คัดด้านคาขอ ผ้อู ยู่ในบงั คับหรือจะอยู่ในบังคับของคาส่ังทางปกครอง และผู้ซ่ึงได้
เข้ามาในกระบวนการพจิ ารณาทางปกครอง เนื่องจากสิทธขิ องผู้นัน้ จะถูกกระทบกระเทอื นจากผลของคาส่ังทางปกครอง ซ่ึง
กรณีดงั กล่าวอาจ เป็นบคุ คลธรรมดา คณะบคุ คล หรอื นติ ิบุคคล กไ็ ดต้ ามของเขตที่สิทธิของตนถูกกระทบกระเทือน หรืออาจ
175 ติดอาวธุ พิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
ถูกกระทบกระเทือนโดยมิ อาจหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ดี บุคคลดังกล่ำวจะต้องเป็นผู้มีควำมสำมำรถกระทำกำรใน
กระบวนกำรพจิ ำรณำทำงปกครองได้ ดังนี้
1. ผซู้ ึ่งบรรลนุ ิติภาวะ
2. ผู้ซึ่งมีบทกฎหมายเฉพาะกาหนดให้มีความสามารถกระทาการในเรื่องที่กาหนดได้ แม้ผู้ นั้นจะยั งไม่บรรลุนิติ
ภาวะ หรอื ความสามารถถูกจากดั รวมประมวลกฎหมายแน่งและพาณิชย์
3. นติ บิ คุ คลหรอื คณะบคุ คลตามมาตรา 21 โดยผู้แทนหรอื ตวั แทนแลว้ แตก่ รณี
4. ผู้ซึ่งมีประกาศของนายกรัฐมนตรี หรือผู้ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายในราชกิจจานุเบกษา กาหนดให้มี
ความสามารถกระทาการในเรื่องที่กาหนดได้ แม้ผู้นั้นจะยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือ ความสามารถถูกจากัดตาม
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
สิทธิท่ีสำคญั ของคูก่ รณี
กฎหมายว่าดว้ ยวิธีปฏิบตั ิราชการทางปกครอง ได้บัญญตั ิรับรองสิทธิที่สาคัญของคู่กรณีในกระบวนการพิจารณาทาง
ปกครองไว้ 9 ประการ
1. สทิ ธิมที ่ีปรึกษาหรอื ผู้ทาการแทน
2. สิทธิได้รบั การพจิ ารณาจากเจา้ หนา้ ทซ่ี ง่ึ มีความเปน็ กลาง
3. สทิ ธิที่จะไดร้ ับคาแนะนาและได้รับแจง้ สิทธหิ นา้ ทตี่ า่ งๆ ในการติดต่อเจา้ หน้าท่ี
4. สิทธไิ ด้รับการแจ้งจากเจ้าหนา้ ที่ ในกรณีคาสง่ั มีผลกระทบต่อตน
5. สทิ ธทิ จ่ี ะโต้แยง้ แสดงพยานหลักฐาน
6. สิทธิทจ่ี ะได้ตรวจเอกสารของเจา้ หน้าท่ี
7. สิทธิได้รบั ทราบเหตผุ ลของคาสั่ง
8. สทิ ธไิ ด้รับแจ้งวธิ กี ารอุทธรณ์หรือโตแ้ ย้งและสิทธใิ นการอุทธรณค์ าส่ัง
9. สทิ ธใิ นการขอให้พจิ ารณาใหม่
สทิ ธมิ ีท่ีปรกึ ษำหรือผทู้ ำกำรแทน
o ในการพิจารณาทางปกครองที่คู่กรณีต้องมาปรากฏตัวต่อหนา้ เจ้าหนา้ ทนี่ ั้น คกู่ รณสี ามารถมีสิทธินาทนายความ
หรือที่ปรึกษาของตน เข้ามาในการพิจารณาทางปกครองได้ การใดที่ทนายความหรือที่ปรึกษาได้ทาลงต่อหน้า
คกู่ รณี ใหถ้ ือว่าเป็นการกระทาของคู่กรณี เวน้ แต่ค่กู รณีจะไดค้ ดั คา้ นเสยี แตใ่ นขณะน้ัน
o กรณีที่คู่กรณีไม่สามารถมาดาเนินการด้วยตนเองก็อาจมีหนังสือแต่งตั้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะ
กระทาการอย่างหนึ่ง อย่างใดตามที่กาหนดแทนตน ในกระบวนการพิจารณาทางปกครองใดๆได้ ในการน้ี
เจ้าหน้าที่จะดาเนินกระบวนพิจารณาทาง ปกครองกับตัวคู่กรณีได้เฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่ผู้นั้นมีหน้าที่โดยตรงที่
จะต้องทาการนนั้ ด้วยตนเอง และต้องแจ้งใหผ้ ู้ได้รับการแตง่ ตั้งให้ กระทาการแทนทราบดว้ ย
o การแตง่ ตัง้ ให้กระทาการแทนไม่ถือสิ้นสดุ ลงเพราะ ความตายของคู่กรณี หรอื การทค่ี วามสามารถหรือความเป็น
ผแู้ ทนของคู่กรณี เปลี่ยนแปลงไป เวน้ แต่ผสู้ ืบสทิ ธิตามกฎหมายของค่กู รณหี รอื คกู่ รณจี ะถอนการแต่งตงั้ ดังกล่าว
o กรณีที่มีการยื่นคาขอโดยมีผู้ลงชื่อร่วมกันเกิน 50 คน หรือมีคู่กรณีเกิน 50 คน ยื่นคาขอที่มีข้อความอย่าง
เดียวกันหรือทานองเดียวกัน อาจมีการระบุตัวแทนร่วม ของคู่กรณีเหล่านั้น ในกรณีที่ไม่มีการกาหนดให้บุคคล
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 176
ใดเป็นตัวแทนร่วมของตน ให้เจ้าหน้าที่ในเรื่องนั้นแต่งตั้งบุคคลท่ีคู่กรณีฝ่ายข้างมากเห็นชอบเป็นตัวแทนร่วม
ของบคุ คลดงั กล่าวได้
กำรพิจำรณำ
การกาหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาทางปกครอง คือ การเตรียมการและการดาเนนิ การของเจ้าหน้าที่เพื่อจดั ให้มี
คาส่งั ทางปกครอง โดยเร่ิมต้ังแต่การย่นื เอกสารของบคุ คลทีจ่ ะเข้ามาเปน็ คู่กรณใี นการพิจารณาทางปกครอง ดงั น้ี
ควรยื่นเอกสำรในกำรพิจำรณำ
1. การจัดทาและย่ืนเอกสาร
2. การแจง้ สทิ ธิและหนา้ ทแ่ี ละใหค้ าแนะนาในการย่นื เอกสาร
3. การตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ และการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน
4. การแจ้งให้ค่กู รณีทราบในกรณคี าส่ังมีผลกระทบต่อสิทธแ์ิ ละใหโ้ อกาสคู่กรณีโต้แยง้ พยานหลกั ฐาน
5. การให้โอกาสคกู่ รณีตรวจเอกสารท่จี าเปน็
6. หน้าที่ท่ีจะตอ้ งอานวยความสะดวกแก่ประชาชน
1. กำรจดั ทำและยน่ื เอกสำร
กาหนดใหเ้ อกสารท่ียื่นตอ่ เจ้าหนา้ ที่ต้องจัดทาเป็นภาษาไทย ถา้ เป็นเอกสารที่ทาข้ึนเป็นภาษาตา่ งประเทศ ให้คู่กรณี
จัดทา คาแปลเปน็ ภาษาไทยท่ีมีการรบั รองความถูกต้องมาให้ภายในระยะเวลาที่เจา้ หน้าที่กาหนด เว้นแตเ่ จา้ หน้าท่ีจะยอมรับ
เอกสาร ทที่ าข้นึ เปน็ ภาษาตา่ งประเทศ
2. กำรแจง้ สทิ ธิและหน้ำท่ีและให้คำแนะนำในกำรย่นื เอกสำร
o เจ้าหน้าที่ผู้รับคาขอ" จะต้องดาเนินการตรวจสอบความถูกต้องของคาขอและ ความครบถ้วนของเอกสาร
หากคาขอไม่ถูกต้อง ให้เจ้าหน้าที่แนะนาให้ผู้ยื่น คาขอดาเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง และหากมีเอกสารใดไม่
ครบถว้ นให้แจง้ ผู้ยื่นคาขอทราบทันทหี รือภายในไม่เกิน 7 วนั นบั แตว่ นั ทไี่ ด้รบั คาขอ ในการแจ้งน้ีเจ้าหน้าท่ี
ต้องทาเป็นหนังสอื ลงลายมือชื่อของผู้รบั คาขอและระบุรายการเอกสารที่ ไม่ถูกต้องหรือยังไม่ครบถ้วนให้ผู้
ย่ืนคาขอทราบ พรอ้ มทงั้ บันทกึ การแจง้ ดังกลา่ วไว้ในกระบวนพจิ ารณาจดั ทาคาส่ังทางปกครองนั้นด้วย
o เมื่อผู้ยื่นคาขอได้แก้ไขคาขอ หรือจัดส่งเอกสารตามที่ระบุในการแจ้งครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธไม่
ดาเนินการตาม คาขอเพราะเหตุยังขาดเอกสารอีกมิได้ เว้นแต่มีความจาเป็นเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตาม
กฎหมาย หรือกฎและได้รับความเห็น ชอบจากผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่ง ในกรณีเช่นนั้นให้
ผู้บงั คับบัญชาดังกลา่ วดาเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยพลนั หากเห็นว่าเป็นความบกพรอ่ งของเจา้ หน้าท่ี
ให้ดาเนินการทางวินัยต่อไป
o ผู้ยื่นคาขอต้องดาเนินการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่ภายในเวลาที่เจ้าหน้าที่กาหนด หรือ
ภายในเวลาที่เจ้า หน้าที่อนุญาตให้ขยายออกไป เมื่อนั้นกาหนดเวลาดังกล่าวแล้ว หากผู้ยื่นคาขอไม่แก้ไข
หรือส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ยื่นคาขอไม่ประสงค์ที่จะให้เจ้าหน้าที่ดาเนินการตามคาขอ
ตอ่ ไป ในกรณเี ชน่ นั้นให้เจ้าหน้าท่ีส่งเอกสารคืนใหผ้ ู้ยื่นคาขอ พร้อมทัง้ แจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ให้ผู้ย่ืนคาขอ
ทราบ และบนั ทกึ การดาเนนิ การดงั กลา่ วไว้
177 ติดอาวุธพชิ ิต ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
3. กำรตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ และกำรพจิ ำรณำพยำนหลกั ฐำนอยำ่ งครบถ้วน
เพื่อให้การทาคาสั่งทางปกครองอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตาม
ความ เหมาะสมในเรื่องนั้นๆ โดยไม่ต้องผูกพันอยู่กับคาขอ หรือพยานหลักฐานของคู่กรณี ตลอดจนต้องพิจารณา
พยานหลักฐาน ท่ตี นเห็นวา่ จาเป็นแกก่ ารพิสจู นข์ อ้ เทจ็ จริง ในการนี้ให้รวมถึงการดาเนินการดังตอ่ ไปน้ี
1. แสวงหาพยานหลกั ฐานทุกอย่างทเ่ี กี่ยวข้อง
2. รับฟังพยานหลักฐาน คาชี้แจง หรือความเห็นของคู่กรณีหรือของพยานบุคคล หรือพยานผู้เชี่ยวชาญ ที่
คู่กรณกี ล่าวอ้าง เว้นแตเ่ จา้ หนา้ ที่เห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างท่ีไม่จาเป็น ฟมุ่ เฟอื ยหรือเพ่ือประวิงเวลา
3. ขอข้อเทจ็ จริงหรือความเหน็ จากคกู่ รณี พยานบุคคล หรือพยานผูเ้ ชย่ี วชาญ
4. ขอให้ผคู้ รอบครองเอกสารสง่ เอกสารที่เก่ียวข้อง
5. ออกไปตรวจสถานที่
“หำหลกั ฐำน ฟังพยำน. ขอข้อเทจ็ จริง ขอเอกสำร. ตรวจสถำนท่ี”
4. กำรแจ้งให้คู่กรณีทรำบในกรณีคำสงั่ มีผลกระทบตอ่ สิทธิและให้โอกำสคกู่ รณีโตแ้ ย้งแสดง พยำนหลักฐำน
คู่กรณีมีสิทธิได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ในกรณีคาสั่งมีผลกระทบตอ่ ตนและมีสิทธิที่จะโต้แยง้ แสดงพยานหลักฐาน
โดยเฉพาะ ในกรณีที่คาสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีมีโอกาสที่จะได้ทราบ
ข้อเท็จจริงอย่าง เพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนได้ แต่ในกรณีต่อไปนี้ เจ้าหน้าที่อาจไม่ให้
สิทธแิ ก่คูก่ รณไี ด้ เวน้ แต่เจ้าหนา้ ทจ่ี ะเหน็ สมควรปฏิบตั ิเปน็ อย่างอ่ืน
1. เมื่อมีความจาเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้ช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือ
กระทบต่อ ประโยชนส์ าธารณะ
2. เมอื่ จะมผี ลทาให้ระยะเวลาที่กฎหมาย หรอื กฎกาหนดไว้ในคาสง่ั ทางปกครองตอ้ งลา่ ชา้ ออกไป
3. เม่อื เปน็ ขอ้ เท็จจริงทคี่ ูก่ รณีนั้นเองได้ให้ไวใ้ นคาขอ ให้การหรอื คาแถลง
4. เมือ่ โดนสถานเหน็ ไดช้ ัดในตวั ว่าการให้โอกาสดังกล่าวไมอ่ าจกระทาได้
5. เมื่อเปน็ มาตรการบงั คับทางปกครอง
6. กรณีอ่ืนตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
5. กำรให้โอกำสคู่กรณีตรวจดเู อกสำรท่จี ำเปน็
เพ่อื ประโยชนใ์ นการโตแ้ ยง้ หรือชีแ้ จงหรอื ปอ้ งกันสิทธิของฐาน คกู่ รณมี ีสทิ ธขิ อตรวจดเู อกสารที่จาเปน็ ตอ้ งรู้ เพ่อื การ
โต้ แยง้ หรอื ช้ีแจงหรือป้องกนั สิทธิของตนได้ แต่ถ้ายงั ไม่ไดท้ า คาส่ังทางปกครองในเรอื่ งน้ัน ค่กู รณีไมม่ ีสิทธิขอตรวจดู เอกสาร
อันเป็นต้นร่างคาวินิจฉัยได้ ซึ่งเจ้าหน้าท่ีอาจไม่อนุญาตให้ตรวจดูเอกสารหรือพยานหลักฐานได้ ถ้าเป็นกรณีที่ ต้องรักษาไว้
เปน็ ความลบั
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 178
6. หนำ้ ทท่ี ี่จะต้องอำนวยควำมสะดวกแก่ประชำชน
คณะรัฐมนตรีต้องวางระเบียบกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อให้เจ้าหน้าท่ีกาหนดเวลาสาหรับการพิจารณาทาง
ปกครองขึ้นไว้ตามความเหมาะสมแก่กรณี เพื่อประโยชน์ในการอานวยความสะดวกแก่ประชาชน ความประหยดั และความมี
ประสิทธภิ าพในการดาเนนิ งานของรฐั ทั้งน้ี เท่าทไ่ี มข่ ดั หรือแยง้ กบั กฎหมายหรือกฎในเรื่องนัน้ และในกรณที ีก่ ารดาเนิน งาน
ในเรื่องใดจะต้องผ่านการพิจารณาของเจ้าหน้าที่มากกว่า 1 ราย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องประสานงานกันใน การ
กาหนดเวลาเพอ่ื การดาเนินงานในเร่ืองนนั้
รูปแบบและผลของคำสั่งทำงปกครอง
คาสั่งทางปกครองอาจทาเป็นหนังสอื หรือ วาจาหรอื โดยการสือ่ ความหมายในรูปแบบอ่ืนก็ได้ แต่ต้องมีข้อความหรอื
ความหมายที่ ชดั เจนเพยี งพอที่จะเขา้ ใจได้
กรณีเป็นคำส่ังดว้ ยวำจำ
ถ้าผูร้ บั คาสั่งนั้นร้องขอ และการรอ้ งขอนั้นได้กระทาโดยมเี หตผุ ล อันสมควรภายใน 2 วนั นบั แต่วนั ที่มีคาส่ังดังกล่าว
เจา้ หน้าท่ผี ู้ ออกคาสัง่ นัน้ ตอ้ งยืนยันคาสัง่ นั้นเป็นหนงั สือ
ส่ิงที่ตอ้ งมใี นคำส่งั (กรณคี ำส่งั ทำงปกครองทท่ี ำเป็นหนงั สอื )
- วนั เดือน ปี ท่ีทาคาสงั่
- ช่อื และตาแหนง่ ของเจา้ หน้าที่ผู้ทาคาสงั่
- ลายมอื ชอ่ื ของเจา้ หนา้ ท่ผี ู้ทาคาสง่ั
o ในการทาคาสงั่ ทางปกครองที่ทาเปน็ หนังสือ และการยืนยันคาส่งั ทางปกครองเปน็ หนังสอื เจ้าหนา้ ที่ตอ้ งจดั ให้มีเหตุผลไว้
ดว้ ย โดยเหตผุ ลต้องประกอบด้วย ข้อเท็จจรงิ อันเปน็ สาระสาคญั ข้อกฎหมายท่ีอา้ งอิง และขอ้ พจิ ารณาและข้อสนับสนุน
ในการใช้ดลุ ยพนิ จิ เว้นแตใ่ นกรณไี ด้น้ี
1. กรณที ่มี ผี ลตรงตามคาขอ และไมก่ ระทบสทิ ธิและหนา้ ที่ของบุคคลอน่ื
2. เหตผุ ลนน้ั เปน็ ทีร่ ูก้ ันอยแู่ ล้วโดยไมจ่ าเป็นตอ้ งระบุอีก
3. กรณที ตี่ อ้ งรักษาไวเ้ ป็นความลับตามมาตรา 32
4. เป็นการออกคาสั่งทางปกครองด้วยวาจา หรือเป็นกรณีเร่งด่วน แต่ต้องให้เหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรในเวลา
อนั ควร หากผู้อยูใ่ นบงั คบั ของคาสั่งนัน้ รอ้ งขอ
o การออกคาส่ังทางปกครอง เจ้าหน้าทอี่ าจกาหนดเงื่อนไขใดๆ ได้เท่าทจ่ี าเปน็ เพ่ือให้บรรลวุ ัตถุประสงค์ของกฎหมาย เว้น
แต่กฎหมาย จะกาหนดข้อจากัดดุลพินิจเป็นอย่างอื่น การกาหนดเงื่อนไขดังกล่าว ให้หมายความรวมถึงการกาหนด
เงื่อนไขในกรณีดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การกาหนดให้สิทธิ์ หรือภาระหนา้ ท่ี เรม่ิ มผี ลหรอื สน้ิ ผล ณ เวลาใดเวลาหน่งึ
2. การกาหนดให้มีการเริ่มมีผล หรือสิ้นผลของสิทธิ หรือภาระหน้าที่ ต้องขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่
แน่นอน
3. ขอสงวนสิทธทิ ีจ่ ะยกเลกิ คาสัง่ ทางปกครอง
179 ตดิ อาวุธพชิ ติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
4. การกาหนดให้ผู้ได้รับประโยชน์ต้องกระทา หรืองดเว้นกระทา หรือต้องมีภาระหน้าที่ หรือยอมรับภาระหน้าที่
หรือความรับผิดชอบบางประการ หรือการกาหนดข้อความในการจัดให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มข้อกาหนด
ดงั กลา่ ว
o การออกคาสั่งทางปกครองเป็นหนังสือในเรื่องใด หากมิได้มีกฎหมายกาหนดระยะเวลาไว้ ให้เจ้าหน้าที่ออกคาสั่งทาง
ปกครองน้นั ใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน 30 วนั นับแตว่ นั ที่เจ้าหน้าทีไ่ ด้รบั คาขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน
o กรณีคาสั่งทางปกครองที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งตอ่ ไปได้ ให้ระบุกรณีที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งการยื่นคาอุทธรณ์หรือคา
โตแ้ ย้ง และระยะเวลาสาหรบั การอทุ ธรณ์หรือการโต้แย้งดงั กลา่ วไวด้ ว้ ย ในกรณที ี่ไมม่ ีการแจ้งสิทธดิ ังกล่าว ให้ระยะเวลา
สาหรับการอทุ ธรณ์ หรอื การโต้แยง้ เริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่ไดร้ ับแจ้งใหม่ แตถ่ ้าไมม่ ีการแจ้งใหม่และระยะเวลาดังกล่าวส้ัน
กว่า 1 ปี ใหข้ ยายระยะเวลา สาหรบั การอทุ ธรณห์ รอื การโตแ้ ยง้ เปน็ 1 ปี นับแตว่ ันทไ่ี ด้รบั คาส่งั ทางปกครอง
กำรอุทธรณค์ ำส่ังทำงปกครอง
การอทุ ธรณค์ าสง่ั ทางปกครองท่ีไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรี และไมม่ ีกฎหมายกาหนดขั้นตอนอุทธรณไ์ ว้เปน็ การเฉพาะ
ผอู้ ุทธรณ์ > อุทธรณ์คาส่ังทางปกครองภายใน 15 วนั > เจ้าหนา้ ทีผ่ ทู้ าคาสงั่
นบั ตง้ั แต่ทต่ี นไดร้ บั แจ้งคาสง่ั ทางปกครอง
กำรพิจำรณำคำอุทธรณ์ ผ้อู ทุ ธรณ์
กรณเี ห็นด้วยกับตวั อทุ ธรณไ์ มว่ ่าทั้งหมดหรือบางส่วน
ให้ดาเนินการเปลี่ยนแปลงคาสั่งทางปกครองตาม
ความเห็นชอบของตน ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับ
อุทธรณ์
“เจำ้ หน้ำทผี่ ทู้ ำคำสั่ง “ผ้มู ีอานาจ ให้ผมู้ อี านาจพิจารณาคาอุทธรณ์พจิ ารณาใหแ้ ลว้ เสรจ็
พจิ ำรณำคำอุทธรณ์” พิจารณาคา ภายใน 30 วนั นับแต่วนั ท่ีตนไดร้ บั รายงาน
อทุ ธรณ์” ถ้ามีเหตุจาเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน
กรณีไม่เห็นด้วยกับตัวอุทธรณ์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เวลาดังกล่าวได้ ผู้มีอานาจพิจารณาศึกอุทธรณ์ต้องมี
ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังผู้มีอานาจ หนังสือแจ้ง ให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกาหนดเวลา
พจิ ารณา อุทธรณ์ภายในกาหนดเวลา ในการนี้สามารถ ขยายเวลาการพิจารณาอุทธรณ์
ออกไปได้ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ครบกาหนดเวลา
ดงั กลา่ ว
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 180
ในการพิจารณาอุทธรณ์ เจ้าหนา้ ที่สามารถพิจารณาทบทวนคาสั่งทางปกครองได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อเทจ็ จริง ข้อกฎหมาย
หรือความเหมาะสมของการทาคาสั่งทางปกครอง และอาจมีคาสั่งเพิกถอนคาสั่งทางปกครอง เดิมหรือเปลี่ยนแปลงคาสั่งนั้น
ไปในทางใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มภาระหรือลดภาระหรือใช้ดุลพินิจแทนใน เรื่องความเหมาะสมของการทาคาสั่งทาง
ปกครองหรือมขี อ้ กาหนดเปน็ เงื่อนไขอยา่ งไรกไ็ ด้
กำรเพกิ ถอนคำส่ังทำงปกครอง
• เจ้าหน้าที่หรือผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่อาจเบิกถอนคาสั่งทางปกครองได้ ไม่ว่าจะพ้นขั้นตอนการกาหนดให้
อุทธรณ์ หรอื ให้โตแ้ ย้งตามกฎหมายน้หี รือกฎหมายอืน่ มาแลว้ หรือไม่
• การเบิกถอนคาสั่งทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทาภายใน 90 วันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้
เบิกถอน คาส่ังทางปกครองนั้น เวน้ แตค่ าส่ังทางปกครองจะได้ทาขึน้ เพราะการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิด
ข้อความจริงซึ่ง ควรบอกให้แจ้งหรือการข่มขู่หรือการชักจูงใจโดยการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดมิชอบด้วย
กฎหมาย
กำรเพิกถอนคำสั่งทำงปกครองท่ไี ม่ชอบด้วยกฎหมำย
• คาสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอาจถูกเพิกถอนทั้งหมดหรือบางส่วน โดยจะให้มีผลย้ อนหลังหรือไม่
ย้อนหลังหรือมผี ล ไปในอนาคตไปถึงขณะใดขณะหน่งึ ตามท่ีกาหนดได้ (ม.50)
• การเบิกถอนคาสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นการให้เงินหรือให้ทรัพย์สินหรือให้ประโยชน์ที่ อาจ
แบ่งแยกได้ ให้ คานึงถึงความเชื่อโดยสุจรติ ของผู้รับประโยชน์ในความคงอยู่ของคาสั่งทางปกครองนั้นกับประโยชน์
สาธารณะประกอบกนั (ม.51)
ควำมเช่ือโดยสจุ ริตจะไดร้ บั ควำมคุม้ ครองเม่ือ;
ผู้รับคาสั่งทางปกครองจะอ้างความเชื่อโดยสุจริตไม่ได้ อันเกิดจากคาสั่งทางปกครองหรือได้ดาเนินการ
เกย่ี วกับทรพั ยส์ ินไปแลว้ โดยไมอ่ าจแกไ้ ขเปลย่ี นแปลงได้ หรือการเปลี่ยนแปลงจะทาใหผ้ ู้นน้ั ต้องเสยี หายเกินควรแก่
กรณี
ยกเว้นกรณีดงั ตอ่ ไปนี้
ผรู้ บั คำส่ังทำงปกครองไดใ้ ช้ประโยชน์
1. ผนู้ ้ันได้แสดงขอ้ ความอนั เป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซง่ึ ควรบอก ใหแ้ จง้ หรือข่มขู่ หรือชกั จูงใจ โดย
การใช้ทรัพย์สนิ หรอื ใหป้ ระโยชน์อนื่ ใด ทม่ี ชิ อบดว้ ยกฎหมาย
2. ผูน้ ัน้ ไดใ้ หข้ ้อความซงึ่ ไมถ่ กู ต้องหรอื ไม่ครบถ้วนในสาระสาคญั เสยี หายเกนิ ควรแก่กรณี
3. ผู้น้นั ไดร้ ู้ถึงความไมช่ อบดว้ ยกฎหมายของคาส่ังทางปกครอง ในขณะ ได้รบั คาส่ังทางปกครองหรือการไม่
ร้นู ั้นเป็นไปโดยความประมาทเลินเล่ออยา่ งรา้ ยแรง
• กรณีที่เพิกถอนโดยให้มีผลย้อนหลัง การคืนเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่ผู้รับคาสั่งทางปกครองได้ไป ให้นา
บทบัญญัติว่าด้วย ลาภมิควรได้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยม์ าใช้บงั คับโดยอนุโลม โดยถ้าเมื่อใดผู้รับคาสัง่
181 ตดิ อาวธุ พชิ ติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
ทางปกครองได้รู้ถึงความไม่ชอบ ด้วยกฎหมายของคาสั่งทางปกครองหรือควรได้รู้เช่นนั้น หากผู้นั้นมิได้ประมาท
เลนิ เลอ่ อยา่ งร้ายแรงใหถ้ ือวา่ ผ้นู ้ันตกอยใู่ นฐานะ ไมส่ ุจรติ ต้ังแตเ่ วลานน้ั เปน็ ต้นไป และกรณไี มอ่ าจอ้างความสุจริตได้
ผูน้ ั้นตอ้ งรบั ผิดในการคืนเงนิ ทรัพยส์ นิ หรอื ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั ไปเตม็ จานวน
• คาสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 51 อาจถูกเพิกถอนทั้งหมดหรือบางส่วนได้
แตผ่ ู้ได้รบั ผลกระทบจากการเบิกถอนคาสั่งทางปกครองดังกล่าวมีสิทธิไดร้ ับค่าทดแทนความเสยี หาย เน่อื งจากความ
เชื่อโดยสุจริตใน ความคงอยู่ของคาสั่งทางปกครองได้ และให้นาความในมาตรา 51 มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ต้อง
รอ้ งขอค่าทดแทนภายใน 180 วัน นับแตไ่ ด้รับแจ้งให้ทราบถึงการเพิกถอนนนั้ (ม.52)
• คา่ ทดแทนความเสยี หายตามมาตราน้ีจะตอ้ งไม่สงู กว่าประโยชนท์ ผ่ี ู้นัน้ อาจได้รบั จากคาสั่งทางปกครองดงั กล่าวไม่ถูก
เพกิ ถอน
กำรเพกิ ถอนคำสั่งทำงปกครองท่ีชอบด้วยกฎหมำย
1. คำสงั่ ทำงปกครองท่ชี อบกฎหมำยซง่ึ ไม่เปน็ กำรให้ประโยชน์
คาสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่เป็นการใช้ประโยชน์แก่ผู้รับคาสั่งทางปกครองอาจถูกเพิกถอนทั้งหมด
หรอื บางสว่ น โดยใหม้ ผี ลต้ังแต่ขณะที่เพกิ ถอนหรือมผี ลในอนาคตไปถึงขณะใดขณะหนึ่งตามท่ีกาหนดได้ เว้นแต่เป็นกรณีท่ีคง
ต้องทาคาส่งั ทาง ปกครองที่มเี นอื้ หาทานองเดียวกนั นัน้ อีก หรือเปน็ กรณีทกี่ ารเพกิ ถอนไม่อาจกระทาไดเ้ พราะเหตุอ่ืน ทงั้ นี้ให้
คานงึ ถึงประโยชน์ ของบคุ คลภายนอกประกอบดว้ ย
2. คำสง่ั ทำงปกครองที่ชอบด้วยกฎหมำยซง่ึ เป็นกำรใหป้ ระโยชนแ์ ก่ผู้รบั คำส่งั ทำงปกครอง
คาสัง่ ทางปกครองทีช่ อบด้วยกฎหมายซ่ึงเป็นการให้ประโยชน์แกผ่ ูร้ ับคาส่งั ทางปกครองอาจถูกเพิกถอนท้ังหมดหรือ
บางส่วน โดยให้มีผลตั้งแต่ขณะที่เพิกถอนหรือมีผลในอนาคตไปถึงขณะใดขณะหนึ่งตามที่กาหนดได้เฉพาะเมื่อมีกรณี
ดงั ตอ่ ไปนี้
1. มกี ฎหมายกาหนดใหเ้ พกิ ถอนได้ หรือมีขอ้ สงวนสทิ ธใิ หเ้ พกิ ถอนไดใ้ นคาสั่งทางปกครองนั้นเอง
2. คาส่งั ทางปกครองน้นั มีขอ้ กาหนดให้ผู้รับประโยชนต์ ้องปฏิบตั ิ แต่ไม่มีการปฏบิ ัติภายในเวลาทกี่ าหนด
3. ข้อเท็จจริงและพฤติกรรมเปลี่ยนไปในขณะทาคาส่ังทางปกครอง แล้วเจ้าหน้าที่คงจะไม่ทา คาสั่งทาง
ปกครองน้นั และหากไม่เพกิ ถอนจะกอ่ ใหเ้ กิดความเสยี หายต่อประโยชน์สาธารณะได้
4. บทกฎหมายเปลี่ยนแปลงไปขณะทาคาสั่งทางปกครอง เจ้าหน้าที่คงจะไม่ทาคาสั่งทางปกครองนัน้ แต่
การเพิกถอนในกรณีนี้ให้กระทาได้เท่าที่ผู้รับประโยชน์ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือยังไม่ได้รับประโยชน์
ตามคาสั่งทางปกครองดัง กล่าว และหากไม่เพิกถอนจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ
ได้
5. อาจเกิดความเสยี หายอย่างร้ายแรงต่อประโยชนส์ าธารณะหรือต่อประชาชนอันจาเป็นต้องป้องกันหรือ
ขจัดเหตุ ดังกลา่ ว
ในกรณีที่มีการเพิกถอนคาสั่งทางปกครองเพราะเหตุตามข้อ 3, 4 และ 5 ผู้ได้รับประโยชน์มีสิทธิได้รับค่าทดแทน
ความเสยี หายอนั เกดิ จากความเชื่อโดยสุจรติ ในความคงอยู่ของคาสัง่ ทางปกครองได้ และให้นามาตรา 52 มาใช้
บงั คบั โดยอนโุ ลม (180 วนั )
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 182
คาส่ังทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นการให้เงินหรือให้ทรัพย์สินหรือให้ประโยชน์ที่อาจแบ่งแยกได้ อาจถูก
เพิกถอนทั้งหมดหรือบางส่วน โดยให้มีผลย้อนหลังหรือไม่มีผลย้อนหลังหรือมีผลในอนาคตไปถึงขณะใดขณะหนึ่ง ตามท่ี
กาหนดไดใ้ นกรณดี ังตอ่ ไปน้ี
1. มไิ ดป้ ฏิบตั หิ รือปฏิบตั ิล่าช้าในอนั ทจ่ี ะเปน็ การให้เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงคข์ องคาสง่ั ทางปกครอง
2. ผู้ได้รับประโยชน์มไิ ดป้ ฏบิ ัติหรอื ปฏิบัตลิ า่ ชา้ ในอนั ท่จี ะดาเนินการให้เปน็ ไปตามเง่ือนไขของคาส่ังทางปกครอง
กำรขอให้พิจำรณำใหม่
การเพกิ ถอนหรอื แก้ไขเพิ่มเติมคาส่งั ทางปกครองทน่ี ้นั กาหนดอุทธรณ์
คู่กรณีมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาใหม่เพื่อความเป็นธรรมในบางกรณี โดยเมื่อคู่กรณีมีคาขอ เจ้าหน้าที่อาจเพิก
ถอนหรือแก้ไข เพ่ิมเติมคาสั่งทางปกครองท่ีนั้นกาหนดอุทธรณ์ได้ ในกรณดี ังต่อไปน้ี
1. มพี ยานหลักฐานใหม่ ทอ่ี าจทาใหข้ อ้ เท็จจริงที่ฟังเปน็ ยุตแิ ล้วนนั้ เปลี่ยนแปลงไป ในสาระสาคญั
2. คู่กรณีที่แท้จริงมิได้เข้ามาในกระบวนการทางปกครอง หรือได้เข้ามาในกระบวนการ พิจารณาครั้งก่อนแล้วแต่
ถกู ตัดโอกาสโดยไม่เปน็ ธรรมในการมีส่วนรว่ มในกระบวนการ พจิ ารณาทางปกครอง
3. เจา้ หน้าท่ีไม่มอี านาจทจี่ ะทาคาส่งั ทางปกครองในเรื่องนนั้
4. ถ้าคาสั่งทางปกครองได้ออกโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือขอ้ กฎหมายใด และต่อมา ข้อเท็จจริงหรือขอ้ กฎหมายนั้น
เปลีย่ นแปลงไปในสาระสาคัญ ในทางท่จี ะเป็นประโยชนแ์ ก่คู่กรณี
การยื่นคาขอให้ทาไดเ้ ฉพาะเม่ือคู่กรณี ไม่อาจทราบถงึ เหตนุ ้ันในการพิจารณา ครั้งที่แลว้ มากอ่ น โดยไม่ใช่ความผิดของ
ผูน้ ัน้ และการยน่ื คาขอใหพ้ จิ ารณาใหม่ ต้องกระทาภายใน 90 วันนบั แต่ผู้นั้น ไดร้ ้ถู ึงเหตซุ ึ่งอาจขอใหพ้ ิจารณาใหม่ได้
กำรบังคบั ทำงปกครอง
เจ้าหน้าที่ผู้ทาคาสั่งทางปกครองมีอานาจที่จะพิจารณาใช้มาตรการบังคับทางปกครองเพื่อให้เป็นไปตาม คาสั่งของ
ตนได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เว้นแต่จะมกี ารส่ังใหท้ ุเลาการบงั คับไวก้ ่อนโดยเจ้าหน้าท่ีผู้ทาคาส่ังนัน้ เอง ผู้มีอานาจพิจารณา
อุทธรณ์หรือผู้มีอานาจพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องของคาสั่งทางปกครอง ดังกล่าว และในการใช้มาตรการบังคับทาง
ปกครองนั้นให้ใช้เพียงเท่าท่ีจาเป็น เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของคาสั่งทางปกครอง โดยกระทบกระเทือนผู้อยู่ในบังคับ
ของคาสัง่ ทางปกครองน้อยทส่ี ดุ
ถ้าบทกฎหมายใดกาหนดมาตรการบังคับทางปกครองไว้โดยเฉพาะแล้ว แต่เจ้าหน้าที่เห็นว่ามาตรการบังคับนั้นมี
ลักษณะท่ีจะเกดิ ผลน้อยกว่ามาตรการบงั คับตามหมวดนี้ เจา้ หน้าที่จะใช้มาตรการบังคบั ทางปกครองตามหมวดน้ีแทนกไ็ ด้
1. มำตรกำรบงั คบั กรณีไม่ชำระเงนิ
คาสั่งทางปกครองท่ีกาหนดให้ผู้ใดชาระเงิน ถ้าถึงกาหนดแล้วไม่มีการชาระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่มี
หนงั สือเตอื นให้ ผนู้ น้ั ชาระภายในระยะเวลาที่กาหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่า 7 วัน ถา้ ไมม่ ีการปฏิบัติตามคาเตือน เจ้าหน้าท่ีอาจ
ใชม้ าตรการบงั คับ ทางปกครองโดยยดึ หรืออายดั ทรัพย์สินของผ้นู ้ันและขายทอดตลาดเพอื่ ชาระเงนิ ให้ครบถ้วน
- วธิ กี ารยดึ อายัดและขายทอดตลาดทรพั ย์สนิ ใหเ้ ปน็ ไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง่ โดยอนุโลม
- ผู้มอี านาจส่งั ยดึ หรอื อายดั หรือขายทอดตลาด ให้เป็นไปตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวง
183 ตดิ อาวุธพิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
2. มำตรกำรบงั คับกรณีไมก่ ระทำกำรตำมคำส่งั
คาสั่งทางปกครองที่กาหนดให้กระทาหรือละเว้นกระทา ถ้าผู้อยู่ในบังคับของคาสั่งทางปกครองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
ตาม เจ้าหนา้ ทีอ่ าจใช้มาตรการบงั คบั ทางปกครองอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปน้ี
- เจ้าหน้าที่เข้าดาเนินการด้วยตนเองหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทาการแทน โดยผู้อยู่ในบังคบั ของคาสั่งทาง
ปกครองจะต้องชดใชค้ า่ ใชจ้ ่ายและเงินเพิม่ ในอตั ราร้อยละ 25 ตอ่ ปขี องค่าใชจ้ า่ ยดงั กลา่ วแกเ่ จา้ หนา้ ที่
- ใหม้ กี ารชาระคา่ ปรับทางปกครองตามจานวนที่สมควรแกเ่ หตุ แต่ต้องไม่เกิน 50,000 บาทตอ่ วัน
กรณีทม่ี ีความจาเป็นทีจ่ ะต้องบงั คับการโดยเร่งด่วน เพอื่ ปอ้ งกันมิให้มีการกระทาที่ขัดต่อกฎหมายท่ีมีโทษทางอาญา
หรือมิให้ เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ เจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยไม่ต้องออกคาสั่งทาง
ปกครองให้ กระทาหรือละเวน้ การกระทาก่อนได้ แตท่ ้งั นี้ต้องกระทาโดยสมควรแกเ่ หตุและภายในขอบเขตอานาจหน้าท่ีของ
ตน
ก่อนใช้มาตรการบังคับทางปกครองดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะต้องมีคาเตือนเป็นหนังสือให้มีการกระทา หรือละเว้น
กระทา ตามคาสั่งทางปกครองภายในระยะเวลาที่กาหนดตามสมควรแก่กรณี คาเตือนดังกล่าวจะกาหนดไปพร้อมกับคาส่ัง
ทาง ปกครองกไ็ ด้ โดยคาเตอื นน้นั จะต้องระบุ
- มาตรการบังคบั ทางปกครองที่จะใชใ้ หช้ ดั แจ้ง แต่กาหนดมากกวา่ หน่ึงมาตรการในคราวเดยี วกนั ไม่ได้
- ค่าใช้จ่ายในการที่เจ้าหน้าที่เข้าดาเนินการด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทาการแทน หรือจานวน
ค่าปรบั ทางปกครอง แลว้ แตก่ รณี
3. กำรดำเนนิ กำรกรณมี กี ำรขัดขวำงมำตรกำรบังคับ
ถ้าผู้อยู่ในบังคับของคาสั่งทางปกครองต่อสู้ขัดขวางการบังคับทางปกครอง เจ้าหน้าที่อาจใช้กาลังเข้าดาเนินการ
เพอื่ ใหเ้ ป็น ไปตามมาตรการบงั คบั ทางปกครองได้ แต่ตอ้ งกระทาโดยสมควรแก่เหตใุ นกรณีจาเปน็ เจ้าหน้าท่อี าจขอความ
ชว่ ยเหลอื จาก เจา้ หนา้ พนกั งานตารวจได้
4. กำรอทุ ธรณก์ ำรบงั คับทำงปกครอง
ผู้ถูกดาเนินการตามมาตรการบังคับทางปกครองอาจอุทธรณ์การบังคับทางปกครองนั้นได้ โดยใช้หลักเกณฑ์และ
วธิ ีการ เดียวกนั กับการอุทธรณ์คาส่ังทางปกครอง
หมวด 3
ระยะเวลำและอำยคุ วำม
อธิบายเกย่ี วกับระยะเวลาและอายุความทีเ่ กี่ยวกับการพจิ ารณาทางปกครอง ในกรณีทไี่ ม่มีกฎหมายเฉพาะกาหนดไว้
เปน็ อย่างอ่ืน
กำรนบั ระยะเวลำ
- กรณกี าหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีน้ัน มใิ หน้ ับวันแรกแหง่ ระยะเวลานัน้ รวมเข้าดว้ ย เวน้ แต่จะได้เร่ิม
การในวันนน้ั หรือมีการกาหนดไวเ้ ป็นอยา่ งอื่นโดยเจ้าหน้าที่
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 184
- กรณีที่เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องกระทาการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในระยะเวลาที่กาหนด ให้นับวันสิ้ นสุดของ
ระยะเวลาน้ันรวมเข้าด้วย แม้ว่าวันสุดท้ายเปน็ วนั หยุดทาการงานสาหรบั เจ้าหนา้ ท่ี
- กรณที ี่บุคคลใดต้องทาการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในระยะเวลาทกี่ าหนดโดยกฎหมายหรือคาสง่ั ของเจา้ หนา้ ที่ ถ้า
วันสุดท้าย เป็นวันหยุดทาการงานสาหรับเจ้าหน้าที่หรือวันหยุดตามประเพณีของบุคคลผู้รับคาสั่ง ให้ถือว่า
ระยะเวลานั้นสิ้นสุดในวันทางานที่ถัดจากวันหยุดนั้น เว้นแต่กฎหมายหรือเจ้าหน้าที่ที่มีคาสั่งจะกาหนดไว้เป็น
อย่างอน่ื
กำรขยำยระยะเวลำ
- ระยะเวลาที่กาหนดไว้ในคาสั่งของเจ้าหน้าที่อาจมีการขยายอีกได้ และถ้าระยะเวลานั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว
เจา้ หน้าทอี่ าจขยายโดย กาหนดให้มีผลย้อนหลังได้เชน่ กัน ถ้าการสนิ้ สดุ ตามระยะเวลาเดิมจะก่อให้เกิดความไม่
เปน็ ธรรมท่จี ะให้ส้นิ สดุ ลงตามนั้น
- กรณีที่ผู้ใดไม่อาจกระทาการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ในกฎหมายได้เพราะมีพฤติการณ์ท่ี
จาเป็นอันมิไดเ้ กิด ขึ้นจากความผิดของผู้นั้น ถ้าผู้นั้นมีคาขอ เจ้าหน้าทีอ่ าจขยายระยะเวลาและดาเนินการสว่ น
หนงึ่ สว่ นใดทล่ี ่วงมาแล้วเสียใหม่ได้ ทงั้ น้ี ตอ้ งย่นื คาขอภายใน 15 วัน นับแตพ่ ฤติการณ์เช่นวา่ นั้นได้ส้นิ สุดลง
อำยคุ วำมกรณีมกี ำรอุทธรณ์คำสั่ง
- เมื่อมีการอุทธรณ์คาสั่งทางปกครอง หรือการยื่นคาขอต่อคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทหรือคณะกรรมการ
วินิจฉัยร้องทกุ ขต์ ามกฎหมายวา่ ด้วยคณะกรรมการกฤษฎกี าเพ่ือใหว้ ินจิ ฉยั ชีข้ าดแล้ว ให้อายคุ วามสะดุดหยุดอยู่
ไม่นบั ในระหวา่ งนนั้ จนกว่าการพจิ ารณา จะถงึ ท่สี ุดหรอื เสร็จไปโดยประการอ่นื แต่ถ้าเสรจ็ ไปเพราะเหตุถอนคา
ขอหรอื ทงิ้ คาขอใหถ้ อื ว่าอายุความเรยี กร้องของผู้อน่ื คาขอไม่เคยมีการสะดุดหยดุ อยเู่ ฉย
หมวด 4
กำรแจง้
บทบัญญัติในหมวดนี้ไม่ให้ใช้บังคับกับการแจ้งที่ไม่สามารถกระทาโดยวาจาหรือเป็นหนังสือได้ หรือมีกฎหมาย
กาหนดวิธีควรแจง้ ไวเ้ ปน็ อยา่ งอ่นื
ในกรณีคาสั่งทางปกครองที่แสดงให้ทราบโดยการสือ่ ความหมายในรูปแบบอืน่ ตามทีก่ าหนดในกฎกระทรวง ให้มีผล
เมอ่ื ไดแ้ จง้
วิธีกำรแจ้งคำสงั่ ในกรณตี ำ่ งๆ
1. รปู แบบการแจง้ โดยทวั่ ไป
- การแจ้งคาสั่งทางปกครอง การนัดพิจารณา หรือการอย่างอื่นที่เจ้าหน้าที่ ต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ อาจ
กระทาด้วยวาจาก็ได้ แตถ่ ้าผู้นัน้ ประองค์ จะใหท้ าเป็นหนงั สอื ก็ใหแ้ จ้งเป็นหนังสือ
- การแจ้งเป็นหนังสือให้ส่งหนังสือแจ้งต่อผู้น้ัน หรือถ้าได้ส่งไปยังภูมิลาเนา ของผู้นั้นก็ให้ถือว่าได้รับแจ้งตั้งแต่ใน
ขณะทไ่ี ปถึง
185 ติดอาวธุ พชิ ิต ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
- ในการดาเนนิ การเรอ่ื งใดที่มกี ารใหท้ ี่อยู่ไว้กันเจ้าหน้าที่แล้วการแจ้งไปยังท่ีอยู่ ดังกล่าวให้ถือวา่ เปน็ การแจ้งไปยัง
ภมู ิลาเนาของผ้นู ้นั แล้ว
2. การแจ้งตอ่ ตวั ผ้รู บั คาสั่ง
การแจ้งเป็นหนังสือโดยวิธีให้บุคคลนาไปส่ง ถ้าผู้รับไม่ยอมรับหรือถ้าขณะนาไปส่งไม่พบผู้รับ และหากได้ส่งให้กับ
บุคคลใดซึ่งบรรลุนิตภิ าวะที่อยู่หรือทางานในสถานที่นั้น หรือในกรณีที่ผู้นัน้ ไมย่ อมรับ หากได้วางหนังสือนัน้ หรือปิด หนังสือ
นัน้ ไว้ในทซ่ี ่ึงเหน็ ไดง้ ่าย ณ สถานทีน่ นั้ ตอ่ หน้าเจา้ พนักงานตามที่ตัวกาหนดในกฎกระทรวงที่ไปเป็นพยานก็ให้ ถือว่าได้รับแจ้ง
แลว้
3. การแจ้งโดยทางไปรษณยี ต์ อบรับ
ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบกาหนด 2 วัน นับแต่วันส่งสาหรับกรณีภายในประเทศ หรือ 15 วัน นับแต่วันส่งสาหรับ
กรณสี ง่ ไปยงั ต่างประเทศ เวน้ แตจ่ ะมกี ารพิสูจน์ได้ ว่าไม่มกี ารได้รับหรือได้รบั กอ่ นหรอื หลงั จากวนั นน้ั
4. การแจ้งโดยวธิ ปี ดิ ประกาศ
กรณีที่มีผู้รับเกิน 50 คน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ ทราบตั้งแต่เริ่มดาเนินการในเรื่องนั้นว่าการแจ้ง ต่อบุคคลเหล่านั้นจะ
กระทาโดยวธิ ีปิดประกาศไว้ ณ ท่ีทาการของเจ้าหน้าท่ีและท่ีว่าการอาเภอที่ ผู้รับมภี มู ลิ าเนาก็ได้ ในกรณีน้ีให้ถือว่าได้รับแจ้ง
เมอ่ื ล่วงนนั้ ระยะเวลา 15 วัน นบั แต่วนั ทไ่ี ด้แจง้ โดยวธิ ดี ังกลา่ ว
5. การแจง้ โดยลงประกาศในหนังสอื พมิ พ์
กรณีที่ไม่รู้ตัวผู้รับหรือรู้ตัวแต่ไม่รู้ภูมิลาเนาหรือรู้ตัวและภูมิลาเนาแต่มีผู้รับเกิน 100 คน การแจ้งเป็นหนังสือจะ
กระทาโดยการประกาศในหนังสือพิมพ์ซึ่งแพร่หลายในท้องถิ่นนั้นก็ได้ ในกรณีนี้ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อล่วงพ้นระยะเว ลา 15
วนั นับแตว่ นั ทไ่ี ด้แจ้งโดยวิธดี ังกลา่ ว
6. การแจ้งกรณจี าเป็นเร่งด่วนทางโทรสาร
กรณีมีเหตุจาเป็นเร่งด่วนการแจ้งคาสั่งทางปกครองจะใช้วิธีส่งทางโทรสาร แต่ต้องมีหลักฐานการได้ส่งจากหน่วยงานผู้
จดั บริการโทรคมนาคมที่เปน็ ส่ือในการสง่ สารนัน้ และจะตอ้ งจัดทาคาสั่งทางปกครองตวั จริงโดยวิธีใด วธิ ีหน่ึงตามหมวด
น้ใี ห้แกผ่ รู้ ับในทนั ทที ี่อาจกระทาได้ ในกรณนี ีใ้ ห้ถือวา่ ผู้รับ ไดร้ ับแจง้ คาสั่งทางปกครองเปน็ หนงั สอื ตามวัน เวลา ทปี่ รากฏ
ในหลกั ฐาน ของหน่วยงานผูจ้ ดั บรกิ ารโทรคมนาคมดงั กล่าว เว้นแต่จะมีการพิสจู น์ไดว้ ่า ไม่มกี ารไดร้ บั หรือได้รับก่อนหรือ
หลงั จากน้ัน
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 186
บทท่ี 4
ประมวลกฎหมำยอำญำ พ.ศ.2499
ในสว่ นของควำมผิดตอ่ ตำแหนง่ หนำ้ ทีร่ ำชกำร
ความผิดตอ่ ตาแหน่งหน้าท่ีราชการ
ต้องระวางโทษจาคกุ ตง้ั แต่ 5-20 ปี หรอื จาคกุ ตลอดชีวิต และปรับต้ังแต่ 100,000 - 400,000 บาท
o เจา้ พนักงานทม่ี หี นา้ ท่ี ซ้อื ทา จัดการหรือรักษาทรพั ย์ใด เอาทรพั ยน์ ั้นมาเปน็ ของตน หรอื ผอู้ ่นื โดยทจุ ริต หรอื ยอมให้
ผ้อู ื่นเอาทรัพยน์ น้ั ไป
o เจ้าพนักงาน ที่กระทาการหรือไม่กระทาการใดในตาแหน่งโดยเห็นแก่ทรพั ย์สินหรือประโยชนอ์ ืน่ ใด ซึ่งตนได้เรียก รับ
หรอื ยอมจะรบั ไวก้ อ่ นทต่ี นได้รับแต่งตั้งเปน็ เจา้ พนักงานในตาแหน่งน้นั
o เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าทีซ่ ือ้ ทา จัดการหรอื รักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อานาจในตาแหน่งโดยทจุ ริต อันเป็นการเสียหาย แก่รัฐ
เทศบาล สขุ าภบิ าลหรอื เจ้าของทรพั ย์นัน้
o เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่หรือแสดงตนว่ามีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใด โดย
ทจุ รติ เรียกเกบ็ หรือละเวน้ ไม่เรียกเกบ็ ภาษอี ากร ค่าธรรมเนียมหรอื เงินนัน้ หรือกระทาการหรือไม่กระทาการ อยา่ งใด
เพ่อื ให้ผู้มีหนา้ ทีเ่ สียภาษีอากรหรอื คา่ ธรรมเนยี มนนั้ ไมต่ ้องเสยี หรอื เสียนอ้ ยไปกวา่ ท่ีตอ้ งเสีย
o เจ้าพนักงาน ที่มีหนา้ ที่กาหนดราคาทรพั ย์สินหรือสนิ ค้าใดๆ เพื่อเรียกเก็บภาษีอากรหรอื ค่าธรรมเนียมตาม กฎหมาย
ซึง่ ทุจรติ กาหนดราคาทรพั ยส์ ินหรือสนิ ค้านั้น เพอื่ ใหผ้ ูม้ หี น้าทเี่ สยี ภาษีอากรหรอื คา่ ธรรมเนยี มน้นั ไม่ ต้องเสียงหรือเสีย
น้อยกวา่ ทจ่ี ะต้องเสยี
o เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีตามกฎหมาย โดยทุจริต แนะนา หรือกระทาการหรือไม่กระทาการอย่างใด
เพื่อให้มีการละเว้นการลงรายการในบัญชี ลงรายการเท็จในบัญชี แก้ไขบัญชี หรือซ่อนเร้น หรือทาหลักฐานในการ
ลงบญั ชีให้ไมต่ อ้ งเสยี ภาษีอากรหรอื ค่าธรรมเนียมนั้น หรือเสยี น้อยกวา่ ที่จะตอ้ งเสยี
187 ตดิ อาวุธพิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
ต้องระวางโทษจาคุกตงั้ แต่ 5-20 ปี หรอื จาคุกตลอดชวี ติ
และปรับตง้ั แต่ 100,000 - 400,000 บาท หรือประหารชีวติ
o เจ้าพนักงานที่ใชต้ าแหน่งโดยมชิ อบ ขม่ ขนื ใจหรอื จูงใจเพ่อื ให้บุคคลใดมอบใหห้ รอื หามาใหซ้ ่งึ ทรพั ย์สินหรือ ประโยชน์
อ่นื ใดแก่ตนเอง หรอื ผู้อนื่
o เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือ ยอมรับ
ทรพั ย์สนิ หรือประโยชน์อ่ืนใดสาหรบั ตนเองหรอื ผู้อืน่ โดยมิชอบ เพอ่ื กระทาการหรอื ไม่กระทาการ อยา่ งใดในตาแหน่ง
ไม่วา่ การนนั้ จะชอบหรือมิชอบด้วยหนา้ ที่
ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้ังแต่ 1-10 ปี และปรับตัง้ แต่ 20,000 - 200,000 บาท
o เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่จดั การหรอื ดูแลกิจการใด มีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สาหรับตนเองหรือผู้อ่ืน เนื่องด้วย
กจิ การนน้ั
o เจ้าพนักงาน ที่มีหนา้ ทีจ่ ่ายทรัพย์ จา่ ยทรัพยน์ ้นั เกินกวา่ ที่ควรจา่ ยเพื่อประโยชนส์ าหรบั ตนเองหรือผอู้ นื่
ต้องระวางโทษจาคกุ ต้งั แต่ 1-10 ปี หรอื ปรับต้งั แต่ 20,000 -200,000 บาท หรือทั้งจาทงั้ ปรบั
o เจ้าพนักงาน ที่ปฏิบัติหรอื ละเวน้ การปฏิบัติหน้าท่โี ดยมชิ อบ เพอื่ ใหเ้ กิดความเสียหายแกผ่ ูห้ น่ึงผู้ใด หรือปฏิบัติ
หรือละเวน้ การปฏิบัติหนา้ ทโี่ ดยทุจริต
ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ 2 ปี และปรบั ไม่เกนิ 140,000 บาท
o เจ้าพนักงาน ที่ทาให้ทรัพย์หรือเอกสารใดอันเป็นหน้าที่ของตนที่จะปกครองหรือรักษาไว้ เสียหาย ทาลาย ซ่อน
เรน้ เอาไปเสยี หรือทาให้สญู หายหรอื ทาให้ได้ประโยชน์ หรอื ยอมให้ผู้อนื่ กระทาเชน่ น้นั
o เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่ทาเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทาการดังต่อไปนี้ในการปฏิบัติ
ตามหน้าท่ี
1. รับรองเป็นหลกั ฐานว่า ตนได้กระทาการอย่างใดขึ้น หรือวา่ การอยา่ งใดไดก้ ระทาต่อหน้าตนอนั เป็นความเทจ็
2. รับรองเปน็ หลักฐานวา่ ได้มกี ารแจง้ ซ่งึ ข้อความอนั มิไดม้ ีการแจง้
3. ละเว้นไม่จดข้อความซงึ่ ตนมหี น้าทต่ี อ้ งรบั จด หรอื จุดเปล่ียนแปลงข้อความเช่นว่านัน้
4. รบั รองเป็นหลกั ฐานซึ่งข้อเท็จจรงิ อนั เอกสารนั้น มงุ่ พิสูจนค์ วามจริงอันเป็นเท็จ
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 188
ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกนิ 5 ปี หรือปรบั ไม่เกิน 100,000 บาท หรอื ทัง้ จาทั้งปรบั
o เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่ดูแล รักษาทรัพย์หรือเอกสารใจ กระทาการอันไม่ชอบด้วยหน้าที่ โดยถอน ทาให้เสียหาย
ทาลายหรือ ทาให้ไร้ประโยชน์ หรือโดยยินยอมให้ผู้อื่นกระทาเช่นนั้น ซึ่งตราหรือเครื่องหมายอันเจ้าพนักงานได้
ประทบั หรอื หมายไวท้ ่ที รัพย์ หรอื เอกสารนัน้ ในการปฏบิ ัตติ ามหน้าท่ี เพ่อื เปน็ หลกั ฐานในการบิดหรอื รักษาสง่ิ นนั้
o เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่รักษา หรือใช้ดวงตราหรือรอยตราของราชการหรือของผู้อื่น กระทาการอันมิชอบด้วย
หน้าที่ โดยใช้ดวงตราหรือรอบตรานั้น หรือโดยยินยอมให้ผู้อื่นกระทาเช่นนั้น ซึ่งอาจทาให้ผู้อื่นหรือประชาชน
เสียหาย
o เจา้ พนกั งาน ที่มีหน้าทีใ่ นการไปรษณีย์ โทรเลขหรือโทรศพั ท์ กระทาการอันมิชอบดว้ ยหนา้ ท่ดี ังตอ่ ไปนี้
1. เปิด หรอื ยอมใหผ้ อู้ ่นื เปดิ จดหมายหรอื สิ่งอืน่ ท่ีสง่ ทางไปรษณีย์หรือโทรเลข
2. ทาให้เสียหาย ทาลาย ทาให้สญู หาย ท้ังดว้ ยตนเองและยอมให้ผอู้ ื่นกระทา ซงึ่ จดหมายหรอื ส่ิงอื่นท่สี ง่ ทาง
ไปรษณยี ์หรือโทรเลข
3. กัก สง่ ใหผ้ ดิ ทาง หรอื สง่ ให้แกบ่ คุ คลซงึ่ รู้ว่ามใิ ช่เปน็ ผคู้ วรรบั ซ่ึงจดหมาย หรอื สงิ่ อ่นื ที่ส่งทางไปรษณียห์ รือ
โทรเลข
4. เปิดเผยขอ้ ความทสี่ ่งทางไปรษณยี ์ ทางโทรเลขหรือทางโทรศัพท์
o เจา้ พนักงาน ทรี่ ้หู รืออาจรู้ความลับในราชการ กระทาโดยประการใดๆ อันมิชอบดว้ ยหน้าท่ี ใหผ้ ู้อ่ืนล่วงรู้ความลับ
นน้ั
ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ 1 ปี หรือปรบั ไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจาทง้ั ปรบั
o เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือคาสั่ง ซึ่งได้สั่งเพื่อบังคับการให้เป็นไปตาม
กฎหมาย ปอ้ งกนั หรือขัดขวางมใิ ห้การเป็นไปตามกฎหมายหรือคาสั่งนั้น
ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ 10 ปี และปรับไมเ่ กนิ 200,000 บาท
o เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่ทาเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร กระทาการปลอม
เอกสารโดยอาศยั โอกาสท่ตี นมีหนา้ ที่นั้น
!!!!
o เจ้าพนักงาน ที่ละทิ้งงานหรือกระทาการอย่างใดๆ เพื่อให้งานหยุดชะงักหรือเสียหาย โดยร่วมกระทาการ
เชน่ น้ันด้วยกัน ต้ังแต่ 5 คนขนึ้ ไป
ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกนิ 5 ปี หรอื ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจาทง้ั ปรับ
ถ้าความผิดนั้นได้กระทาลงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน เพื่อบังคับรัฐบาลหรือเพื่อข่มขู่
ประชาชน
ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ 10 ปี และปรับไม่เกนิ 200,000 บาท
o
189 ตดิ อาวธุ พชิ ิต ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
บทที่ 5
พระรำชบญั ญตั ิควำมรับผดิ ทำงละเมดิ ของเจำ้ หนำ้ ที่ พ.ศ.2539
พ.ร.บ.นี้ มีทัง้ หมด 15 ขอ้ มผี ลบังคบั ใช้ วันที่ 15 พฤศจิกำยน 2539
เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดอันเกิดจากการกระทาของเจ้าหน้าที่ การป้อง คดีละเมิดอันเกิดจาก
การกระทาของเจ้าหนา้ ท่ี การเรียกร้องและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ด้วยการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทีด่ าเนินกิจการต่างๆของ
หนว่ ยงานของรฐั อันเป็นการกระทาตาม หน้าท่ี และถกู ฟ้องเรยี กค่าสนิ ไหมทดแทน ซึ่งบางกรณีมีวงเงินทีส่ ูงมาก เป็นการบ่ัน
ทอนการ ทางานของเจ้าหน้าที่ ทาให้บางกรณีไม่กล้าตัดสินใจ เพราะเกรงว่าอาจถูกฟ้องเรียกค่าเสีย หายได้ ทาให้เกิดผล
กระทบต่อการปฏบิ ัตงิ านของหน่วยงานของรฐั ไม่นอ้ ย
“เจ้ำหน้ำที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งใน
ฐานะเปน็ กรรมการหรือฐานะอื่นใด
“หน่วยงำนของรัฐ” หมายความวา่ กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการท่ีเรยี กช่ืออย่างอน่ื และ มีฐานะเป็นกรม
ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราช บัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และให้
หมายความรวมถึงหนว่ ยงานอื่นของรัฐท่มี พี ระราชกฤษฎีกา กาหนดให้เปน็ หน่วยงานของรฐั ตามพระราชบญั ญตั ินี้ดว้ ย
พระรำชบัญญัตคิ วำมรบั ผดิ ทำงละเมดิ ของเจ้ำหนำ้ ที่ พ.ศ.2539 มีหลักกำรสำคัญอยู่ 2 ประกำร
1. กาหนดความรบั ผดิ ของ เจ้าหนา้ ท่ี/หนว่ ยงาน ที่มตี อ่ ผเู้ สียหาย
เจ้าหนา้ ท่ี/หนว่ ยงาน > ผเู้ สียหาย
2. กาหนดความรบั ผดิ ของ เจา้ หน้าท่ี ทีม่ ีต่อ หน่วยงานของรัฐทเ่ี สยี หาย
เจ้าหนา้ ท่ี > หนว่ ยงานของรัฐ
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 190
1. กำหนดควำมรับผดิ ชอบของเจำ้ หนำ้ ทห่ี รอื ควำมรับผิดของหน่วยงำนทมี่ ตี ่อผเู้ สยี หำย
กฎหมายนไี้ ดก้ าหนดใหเ้ กดิ ความรบั ผิดขนึ้ เมื่อไดม้ ีการทา “ละเมดิ ” ต่อผเู้ สยี หายโดยเจา้ หนา้ ที่ซึ่งเกดิ จากการปฏิบัติ
หน้าที่ราชการ โดยผลของการละเมิดดังกล่าวเป็นผลให้ เจ้าหน้าที่ผู้ทาละเมิด” กับ “หน่วยงานของรัฐ” มีความรับผิดในมูล
ละเมิดดงั กล่าว
เงื่อนไขกำรใช้สิทธใิ นกำรฟอ้ งคดีเพื่อเรยี กรอ้ งสินไหมทดแทน
o หนว่ ยงานของรัฐตอ้ งรับผิดต่อผเู้ สียหายในผลแห่งละเมดิ ท่เี จ้าหนา้ ทีข่ องตนได้กระทา ในการปฏิบตั หิ น้าท่ี ผู้เสียหาย
ตอ้ งปอ้ งหนว่ ยงานของรัฐท่ีเจ้าหน้าท่ีผูน้ ้นั ทาละเมดิ ไดโ้ ดยตรง แต่จะปอ้ งเจ้าหน้าท่ีไมไ่ ด้
o หากหน่วยงานของรัฐที่ร่วมรับผิดนั้น อาจใช้สิทธิขอให้ศาลที่พิจารณาคดีเรียกเจ้าหน้าที่ผู้ทาละเมิดนั้น มาเป็น
ค่คู วามในคดไี ด้
o หากเปน็ การทาละเมิดไปโดยไม่ได้เกิดจากการปฏบิ ัตหิ น้าท่ีนอกเหนอื หน้าท่ี หรือ กระทานอกเหนือกฎ ระเบียบทาง
ราชการ ในกรณีนผ้ี ู้ท่ีต้องรับผิดในมูลละเมดิ นั้นก็คือ เจา้ หน้าทผ่ี ทู้ าละเมดิ " เทา่ น้ัน หน่วย งานของรัฐไม่ได้ร่วมรับผิด
ดว้ ย เจ้าหนา้ ที่รบั ผิดเป็นการเฉพาะตวั
กรณีมีการป้องผดิ ไป ถา้ ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะเหตทุ ่ีหน่วยงานของรฐั หรือ เจ้าหนา้ ทท่ี ่ถี กู ป้องมิใชผ่ ้ตู ้องรับผิด ให้ขยาย
อายุความฟ้องรอ้ งผทู้ ่ตี ้องรบั ผิด ซงึ่ มิได้ถกู เรยี กเข้ามาในคดอี อกไปถงึ 6 เดอื น นบั แตว่ นั ทีค่ าพิพากษานนั้ ถงึ ทส่ี ดุ
เมื่อเกิดกรณีการทาละเมิดอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ผู้เสียหายสามารถดาเนินการเพื่อเรียกร้องคา่
สินไหมทดแทน เพอ่ื ความเสียหายดังกล่าว ได้ 2 ทาง คือ
1. ใชส้ ทิ ธิในการปอ้ งคดตี ่อศาล
2. เรียกร้องขอให้หน่วยงานของรัฐชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แทนการฟ้องคดีต่อศาล โดยการยื่นคาร้องเป็นหนังสือ
ต่อหน่วยงานของรัฐ โดยให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาคาขอให้เสร็จภายใน 180 วัน (ขยายได้อีกไม่เกิน 180 วัน) นอกจากน้ี
กฎหมายยังกาหนดเงื่อนไขการใช้สิทธไิ ลเ่ บีย้ ระหว่าง เจ้าหน้าที่ กับ หน่วยงานของรฐั กรณีที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ
ได้ชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนแก่ผูเ้ สยี หายไปแลว้ ดว้ ย
2. กำหนดควำมรบั ผดิ ของเจ้ำหน้ำทท่ี ี่มตี ่อหนว่ ยงำนของรฐั ท่ีเสียหำย
เมื่อรัฐเป็นผู้เสียหายจากการทาละเมิดของเจ้าหน้าที่ กฎหมายนี้จึงกาหนดเงื่อนไขความรับผิดในมูลละเมิดของ
เจา้ หน้าที่ ซง่ึ เปน็ การทาละเมิดของ “เจ้าหนา้ ที่” ตอ่ “หนว่ ยงานของรฐั
กฎหมายวา่ ดว้ ยความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหนา้ ทไ่ี ด้กาหนดผลในทางกฎหมายไว้ 2 ประการ ดังนี้
1. กรณที ก่ี ำรทำละเมิดเกิดจำกกำรปฏิบตั ิในหน้ำที่
เจ้าหน้าที่ใดปฏิบัติราชการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง แล้วเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อ
หน่วยงานของรัฐ เปน็ ผลให้เจ้าหน้าทผี่ ้นู ้ันต้องรบั ผดิ ต่อหน่วยงานของรัฐ โดยหนว่ ยงานของรัฐมีอานาจในการมีคาสั่งเรียกให้
เจา้ หนา้ ทผี่ ู้นน้ั ชดใชค้ า่ สินไหมทดแทนเต็มจานวนหรอื บางสว่ นก็ได้ โดยอาจคานึงถงึ ส่วนรับผดิ ชอบของหนว่ ยงานโดยไม่ต้อง
ฟ้องศาล
191 ตดิ อาวุธพชิ ติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
กรณีที่มีผู้ทำละเมิดที่เป็นเจ้ำหน้ำที่หลำยคน จะไม่นาหลักเรือ่ งลูกหนี้ร่วมในมูลละเมดิ มาใช้ บังคับกับการเรียกให้
เจา้ หนา้ ที่ทง้ั หลายท่ีทา ละเมิดชดใช้ค่าเสียหาย
การชาระคา่ สนิ ไหมทดแทนของเจา้ หน้าท่ีท่ีทาละเมิดดงั กลา่ ว สามารถผอ่ นชาระได้ โดยคานงึ ถึง
o รายได้
o ฐานะครอบครัว
o ความรับผิดชอบ
o พฤติการณ์ต่างๆ
หน่วยงานของรัฐ ทเ่ี ปน็ ผู้เสียหายต้องใชส้ ิทธิเรยี กให้เจ้าหนา้ ที่ที่ทา ละเมดิ ดังกล่าวชดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทน
o ภายใน 2 ปี นบั แต่วนั ท่ีรู้ถงึ การละเมดิ และรตู้ ัวเจา้ หน้าท่ผี ตู้ อ้ งชดใช้คา่ สินไหมทดแทน
o ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้สั่งตามความเห็นชอบของกระทรวงการคลังที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่
ตอ้ งรับผดิ
2. กรณีเป็นกำรทำละเมิดอนั มิได้เกดิ จำกกำรปฏิบตั ใิ นหนำ้ ที่
เจา้ หนา้ ท่ใี ดโดยจงใจหรือประมาทเลนิ เล่อ กระทาการใดทไี่ ม่ใช่เป็นการปฏิบัติในหน้าที่ เปน็ เหตุใหห้ น่วยงานของรัฐ
ได้รบั ความเสียหาย ถอื ว่าเจา้ หนา้ ทีผ่ ู้นัน้ กระทาละเมิดต่อหนว่ ยงานของรัฐ ตอ้ งรับผิดชดใชค้ า่ เสยี หาย
หากหน่วยงานของรฐั เหน็ วา่ เจา้ หน้าทผี่ นู้ น้ั จะตอ้ งรบั ผิด ตอ้ งใช้สทิ ธเิ รียกร้องให้ชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทน
o ภายใน 2 ปี นับแต่วันทหี่ นว่ ยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตวั เจา้ หน้าทผ่ี ตู้ ้องชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทน
o ภายใน 1 ปี นับแต่วนั ท่ีหน่วยงานของรัฐมีคาส่ังตามความเห็นของกระทรวงการคลังท่ีเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตอ้ ง
รับผิดชอบ
การใช้สิทธิเรียกร้องเพื่อให้เจา้ หนา้ ท่ีที่ทาละเมิดชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนในกรณีนี้ เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 192
บทท่ี 6
พระรำชบญั ญตั ิมำตรฐำนทำงจรยิ ธรรม พ.ศ.2562
ท่ีมำ
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2560 มาตรา 26 วรรคสาม กาหนดให้ “รฐั พึงจัดให้มีมาตรฐานทาง
จริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใชเ้ ป็นหลกั ในการกาหนดประมวลจรยิ ธรรมสาหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหนว่ ยงานนั้นๆ ซ่ึง
ตอ้ งไมต่ า่ กว่ามาตรฐานทางจรยิ ธรรมดงั กล่าว”
ดังนั้น เพื่อให้มีการจัดทาประมวลจริยธรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีมาตรฐานเดียวกัน ควรมี กฎหมายว่า
ด้วยมาตรฐานทาง จริยธรรม ใช้เป็นหลักในการจัดทา ประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการ
ปฏบิ ตั ิตนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระบวนการรักษาจริยธรรมของเจา้ หน้าทขี่ องรฐั รวมท้งั มาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ
เพอ่ื เสริมสร้างใหม้ ีการปฏิบตั ิตามประมวล จริยธรรม” จึงจาเปน็ ต้องตราพระราชบญั ญตั ินี้
มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศ 16 เมษายน 2562 จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่
วนั ที่ 12 เมษายน 2562
1. สภำพกำรใช้บังคบั (มำตรำ 3)
เป็นหลักเกณฑ์ในการปฏบิ ัติงานของ เจ้าหน้าที่รฐั หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอน่ื
ในหน่วยงานของรฐั ในสังกัดกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชือ่ อย่างอืน่ และ มีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนท้องถ่นิ
รัฐวิสาหกจิ องค์การมหาชน หรอื หนว่ ยงานของรฐั ในฝา่ ยบรหิ าร
แตไ่ มร่ วมถงึ
- หน่วยงานธรุ การของรฐั สภา
- องคก์ รอสิ ระ
- ศาล
- องคก์ รอยั การ
193 ติดอาวธุ พชิ ติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
2. มำตรฐำนทำงจรยิ ธรรมของเจำ้ หนำ้ ท่ขี องรฐั (มำตรำ 5)
คือ หลักเกณฑก์ ารประพฤตปิ ฏิบตั อิ ย่างมีคุณธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึง่ จะตอ้ งประกอบด้วย
1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบ
ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ
2. ช่อื สัตย์สุจริต มีจิตสานึกที่ดี และรับผิดชอบตอ่ หน้าที่
3. กล้าตดั สินใจและกระทาในส่ิงท่ีถกู ตอ้ งชอบธรรม
4. คิดถงึ ประโยชน์สว่ นรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตวั และมีจิตสาธารณะ
5. ม่งุ ผลสัมฤทธ์ขิ องงาน
6. ปฏบิ ัตหิ น้าท่ีอยา่ งเปน็ ธรรมและไม่เลอื กปฏบิ ตั ิ
7. ดารงตนเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีและรกั ษาภาพลกั ษณข์ องทางราชการ
มาตรฐานทางจริยธรรมทั้ง 7 ข้อนี้ ให้ใช้เป็นหลักสาคัญในการจัดทา ประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ ที่จะ
กาหนด เป็นหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เก่ียวกับสถานคุณงามความดีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดถือ
สาหรับ การปฏิบตั งิ าน การตดั สนิ ความถูกผดิ การปฏิบตั ิที่ควรกระทั่วหรือไม่ควรกระทา ตลอดจนการดารงตนในการกระทา
ความดี และละเวน้ ความชว่ั
3. ผ้รู ับผิดชอบในกำรจัดทำประมวลจริยธรรม (มำตรำ 6)
จัดทา “ประมวลจริยธรรม สาหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐอาจจัดทา
“ข้อกาหนดจริยธรรม” เพื่อใช้บังคับกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้นเพิ่มเติมจากประมวลจริยธรรมให้เหมาะสม แก่
ภารกจิ ทีม่ ีลกั ษณะเฉพาะของหนว่ ยงานของรฐั น้นั ดว้ ยก็ได้
4. คณะกรรมกำรมำตรฐำนทำงจริยธรรม (ก.ม.จ.) (มำตรำ 8, 13, 14)
ใหม้ ี คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม คณะหนึง่ เรียกโดยย่อว่า ก.ม.จ. ประกอบด้วย
“นายกรฐั มนตรี หรือ รองนายกรฐั มนตรี ซง่ึ นายกรัฐมนตรมี อบหมาย เป็นประธานกรรมการ
“ผ้แู ทนคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น ที่ไดร้ บั มอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการกรรมการ
กรรมกำรโดยตำแหน่ง 5 คน
- ผู้แทนทีไ่ ดร้ บั มอบหมายจากคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื นในสถาบนั อุดมศึกษา
- คณะกรรมการขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
- คณะกรรมการขา้ ราชการตารวจ
- คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลทอ้ งถิน่
- สภากลาโหม
กรรมกำรผทู้ รงคณุ วุฒิ ไม่เกิน 5 คน
- นายกรฐั มนตรีแตง่ ต้งั
สามารถแต่งตัง้ ขา้ ราชการในสานกั งาน ก.พ. เป็นผ้ชู ว่ ยเลขานุการ ไดต้ ามความ จาเป็น
“เลขาธกิ าร ก.พ.” เป็นกรรมการ และเลขานกุ าร
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 194
คณะกรรมกำรมำตรฐำนทำงจรยิ ธรรม (ก.ม.จ.) มหี น้ำทแี่ ละอำนำจ ดังน้ี
1. เสนอแนะและให้คาปรึกษาเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านมาตรฐานทางจริยธรรมและการส่งเสริมจริยธรรม
ภาครัฐตอ่ คณะรฐั มนตรี
2. กาหนดแนวทางหรือมาตรการในการขบั เคลือ่ น ควรดาเป็นกระบวนการรักษาจริยธรรม รวมทั้งกลไกและการบังคบั
ใช้ ประมวลจริยธรรมสาหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้องค์การกลางบริหารงานบุคคล หรือผู้บังคับบัญชานาไปใช้ใน
กระบวนการบริหาร งานบุคคลอย่างเป็นรปู ธรรม
3. กาหนดแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนา เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความรู้ความเข้าใจ
เกี่ยวกับ มาตรฐานทางจริยธรรมและยึดถือแนวทางปฏบิ ัตติ ามประมวลจริยธรรม รวมทั้งเสนอแนะมาตรการในการ
เพิ่มพูนประสิทธ ิภ าพและ เสริมสร้างแร งจูงใจ ในการปฏ ิบั ติตาม ประ มว ลจ ริยธ รรมแก่หน่ว ยง านข องร ั ฐ ต่ อ
คณะรัฐมนตรี
4. กากับ ตดิ ตาม และประเมินผลการดาเนินการตามมาตรฐานทางจริยธรรม โดยอย่างน้อยตอ้ งให้หนว่ ยงานของรฐั จัด
ให้ มีการประเมินความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม และให้มีการประเมินพฤติกรรมทางจริยธรรม
สาหรับเจ้าหนา้ ทข่ี อง รัฐในหนว่ ยงานนัน้
5. ตรวจสอบรายงานประจาปีของหน่วยงานของรฐั และรายงานสรปุ ผลการดาเนินงานดงั กล่าว เสนอต่อคณะรัฐมนตรี
เมอื่ ทราบอย่างน้อยปีละ 1 ครัง้
6. ตีความและวินจิ ฉัยปัญหาท่ีเกดิ จากการใชบ้ ังคบั พระราชบญั ญตั นิ ี้
7. ปฏบิ ัติหนา้ ทีอ่ ่นื ตามทบี่ ญั ญตั ิไว้ในพระราชบัญญัตนิ หี้ รอื ตามทคี่ ณะรฐั มนตรีมอบหมาย
8. กาหนดหลักเกณฑ์เป็นระเบียบ คู่มือ หรือแนวทางปฏิบตั ิเพื่อให้องค์กรกลางบริหารงานบคุ คลและหน่วยงานของรัฐ
ใช้ เปน็ หลักเกณฑส์ าหรับการจัดท่ีประมวลจริยธรรมและข้อกาหนดจรยิ ธรรม รวมท้ังการกาหนดกระบวนการรักษา
จริยธรรมของเจ้า หน้าที่ของรัฐ โดยมีหน้าที่ให้คาแนะนาแก่องค์การบริหารงานบุคคล และหน่วยงานของรัฐในการ
ปฏิบัตติ ามพระราชบัญญัตินี้
9. ในกรณีท่ีปรากฏแก่ ก.ม.จ. ว่า การจัดทาประมวลจริยธรรมขององค์กรกลางบริหารงานบุคคล หรือข้อกาหนด
จริยธรรม ของหน่วยงานของรัฐแห่งใด ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมหรือมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์ที่ ก.ม.จ. กาหนด ให้ ก.ม.จ. แจ้งให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคล หรือหน่วยงานของรัฐแห่งน้ั น
ดาเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง และให้เป็นหน้าที่ของ องค์กรกลางบริหารงานบุคคล หรือหน่วยงานของรัฐที่จะต้อง
ดาเนนิ การโดยเร็ว
5. กำรรักษำจริยธรรมของเจำ้ หน้ำทข่ี องรัฐและนำจรยิ ธรรมไปใช้ในกระบวนกำรบริหำรบคุ คล (มำตรำ 19, 20)
ให้หน่วยงานของรัฐดาเนนิ การ ดังตอ่ ไปน้ี
1. กาหนดให้มผี รู้ บั ผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาจรยิ ธรรมประจาหนว่ ยงานของรัฐ ในการนอ้ี าจมอบหมายให้ส่วน
งานที่มีหน้าที่และภารกิจในด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาล หรือที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล หรือ
คณะกรรมการ และกลุ่มงานจรยิ ธรรมประจาหน่วยงานของรฐั ทม่ี ีอยู่แลว้ เปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบกไ็ ด้
2. ดาเนินกิจกรรมการสง่ เสริม สนับสนุน ให้ความรู้ ฝึกอบรม และพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรฐั
และจัดให้มมี าตรการและกลไกท่ีมีประสิทธิภาพเพ่ือเสรมิ สรา้ งให้มีการปฏิบัตติ ามประมวลจรยิ ธรรม รวมทั้ง
195 ตดิ อาวธุ พิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
กาหนดกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ตลอดจน สร้างเครือขา่ ยและประสานความรว่ มมอื ระหว่างหน่วยงานของรฐั และภาคเอกชน
3. หนว่ ยงานของรฐั จดั ทารายงานประจาปีตามหลักเกณฑท์ ี่ ก.ม.จ. กาหนด > เพอ่ื ประเมินผลในภาพรวมของ
หน่วยงานของรฐั > องคก์ รกลางบริหารงานบคุ คล > เสนอ > ก.ม.จ.
หนา้ ทข่ี ององค์กรกลางบริหารงานบคุ คล
- กากับดูแลการดาเนนิ กระบวนการรักษาจรยิ ธรรม
- ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ติ ามประมวลจริยธรรม
- จัดหลกั สูตรการฝกึ อบรมการเผยแพร่ความเข้าใจ
- กาหนดมาตรการจูงใจเพื่อพฒั นาและส่งเสริมให้เจา้ หน้าที่ของรัฐมีพฤติกรรมทาง จรยิ ธรรมเป็นแบบอย่างท่ี
ดี
- กาหนดมาตรการที่ใช้บังคับแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีพฤติกรรมที่เป็นการฝ่าฝืน มาตรฐานทางจริยธรรม
หรอื ไมป่ ฏบิ ัติตามประมวลจรยิ ธรรม โดยอาจกาหนดมาตรการ เพอ่ื ใชใ้ นการบรหิ ารงานบคุ คลตามกฎหมาย
ว่าดว้ ยระเบียบข้าราชการประเภทน้ัน
6. กำรใชบ้ ังคับประมวลจรยิ ธรรม/หลกั เกณฑเ์ ดิม มำตรำ 22)
บรรดาประมวลจรยิ ธรรม กฎ ระเบยี บ หรือหลักเกณฑ์ที่เกีย่ วกับจริยธรรมของเจ้าหนา้ ท่ีของรัฐ ทีม่ ผี ลใชบ้ ังคับอยู่ใน
วันก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงมีผลใช้บังคับได้ตอ่ ไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบญั ญัตินี้ จนกว่าจะมีการ
กาหนดประมวล จรยิ ธรรม หรอื หลกั เกณฑเ์ ก่ียวกับจรยิ ธรรมตามพระราชบัญญตั นิ ี้
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 196
แบบฝึกหดั
197 ติดอาวธุ พิชติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o
1. ข้อใดไมใ่ ช่อานาจหน้าท่ีของนายกรัฐมนตรใี นฐานะหัวหนา้ รัฐบาล
1. บงั คบั บัญชาขา้ ราชการฝ่ายบริหารทกุ ตาแหน่ง
2. แต่งตง้ั ทป่ี รึกษาและข้าราชการการเมือง
3. กาหนดแนวทางและแผนการปฏิบตั ริ าชการของสานักนายกรัฐมนตรี
4. วางระเบยี บปฏบิ ัตริ าชการ
2. ข้อใดไมถ่ ูกต้องเก่ียวกับ “จังหวัด”
1. จังหวดั สามารถขอจัดต้งั งบประมาณได้
2. ในหนึง่ จงั หวดั ตอ้ งมีผ้วู า่ ราชการจงั หวัด
3. จังหวดั มฐี านะเป็นนิติบุคคล
4. คณะกรมการจังหวัดมีปลัดจังหวัดเปน็ ประธาน
3. ข้อใดเปน็ อานาจหน้าที่ของ ก.พ.ร.
1. เสนอแนะและใหค้ าปรกึ ษาแกค่ ณะรัฐมนตรีเก่ียวกับการพัฒนาระบบราชการ
2. เสนอแนะและให้คาปรกึ ษาแก่คณะรฐั มนตรีเกย่ี วกับการพัฒนาระบบงบประมาณ
3. เสนอแนะและให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรเี กี่ยวกบั การมาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรม
4. ถกู ทุกข้อ
4. ขอ้ ใดเปน็ สิง่ ทีผ่ ู้มอบอานาจนามาพิจารณาในการมอบอานาจทั้งหมด
1. ความสะดวกแกป่ ระชาชน ความรวดเร็วในการปฏบิ ตั ริ าชการ การกระจายความรับผิดชอบตามสภาพตาแหน่ง
ของผ้รู บั มอบอานาจ
2. การกระจายความรบั ผดิ ชอบตามสภาพตาแหน่งของผูร้ ับมอบอานาจ สถานะทางการเงินของผู้รับมอบอานาจ
ความสะดวกแก่ประชาชน
3. ความสะดวกแกป่ ระชาชน ความรวดเรว็ ในการปฏิบตั ิราชการ สถานะทางการเงินของผู้รับมอบอานาจ
4. สถานะทางการเงนิ ของผู้รับมอบอานาจ จรยิ ธรรม ความสะดวกแก่ประชาชน
5. การกระทาในข้อใดสามารถทาได้โดยไมต่ ้องตราพระราชบัญญตั ิ
1. การรวมส่วนราชการ
2. การยุบจงั หวดั
3. การเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด
4. ขอ้ 1 2 และ 3 ต้องตราเป็นพระราชบญั ญัติท้งั หมด
6. ผ้ใู ดมีหน้าที่รบั ผิดชอบควบคมุ ราชการประจาในกระทรวง แปลงนโยบายเป็นแนวทางและแผนปฏบิ ตั ิราชการ เป็น
ผู้บังคบั บัญชาข้าราชการของราชการในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี
1. ปลัดกระทรวง
2. ผ้ตู รวจราชการ
3. รองปลดั กระทรวง
4. อธบิ ดี
COPY RIGHT © 2021 JUST TALK BY KEN Co.,Ltd. 198
7. หลักการในข้อใดที่ตอ้ งนามาพจิ ารณาในการจัดสรรงบประมาณ
1. ประโยชน์สุขของประชาชน
2. เกิดผลสัมฤทธ์ติ ่อภารกจิ ของรฐั
3. การลดข้นั ตอนการปฏิบัติงาน
4. ถกู ทุกข้อ
8. ข้อใดไมถ่ ูกต้องเกีย่ วกับเป็นผู้รักษาราชการแทน
1. การมอบอานาจให้ทาเป็นหนงั สือ
2. ในการมอบอานาจใหผ้ ้มู อบอานาจพจิ ารณาถึงการอานวยความสะดวกแก่ประชาชน
3. ในการมอบอานาจใหผ้ ้มู อบอานาจพจิ ารณาถึงความรวดเร็วในการปฏบิ ตั ริ าชการ
4. เมือ่ ได้มกี ารมอบอานาจ ผู้มอบอานาจไมจ่ าเปน็ ต้องติดตามผลปฏบิ ตั กิ ารหรือดแู ลผรู้ ับมอบอานาจ
9. หากนายกรัฐมนตรไี มส่ ามารถปฏบิ ตั ริ าชการได้ และมีรองนายกรฐั มนตรีหลายคน ผูใ้ ดจะเป็นผ้รู ักษาราชการแทน
1. นายกรฐั มนตรีจาเป็นตอ้ งปฏิบัตริ าชการต่อ
2. รัฐมนตรีคนใดคนหนง่ึ ที่ได้รบั การมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี
3. รองนายกรฐั มนตรที ี่ไดร้ บั มอบหมายจากคณะรฐั มนตรี
4. รองนายกรฐั มนตรีท่ีได้รับมอบหมายจากนายกรฐั มนตรี
10. ข้อใดถูกต้องเกีย่ วกบั การบริหารราชการในต่างประเทศ
1. หัวหน้าคณะผู้แทนเป็นผ้รู ับนโยบายและคาส่งั จากนายกรัฐมนตรี คณะรฐั มนตรี กระทรวง ทบวง กรม มา
ปฏิบตั ิการใหเ้ หมาะสมกับการปฏิบตั ริ าชการในตา่ งประเทศ
2. หวั หน้าคณะผู้แทนไดร้ บั การแตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ตามระเบยี บพิธีการทตู หรือระเบียบพธิ ีการกงสุล
3. การท่กี ระทรวง ทบวง กรม จะมอบอานาจหรือมีคาสงั่ ใดเกยี่ วขอ้ งไปยงั หวั หน้าคณะผแู้ ทน ให้แจ้งผ่านกระทรวง
การตา่ งประเทศ
4. ถกู ทุกข้อ
11. การจัดระเบยี บบริหารราชการส่วนภมู ิภาคเป็นตรงกับการจดั ระเบยี บรูปแบบในข้อใด
1. จงั หวดั อาเภอ
2. สานักนายกรฐั มนตรี กระทรวง ทบวง กรม
3. จังหวดั อาเภอ ตาบล หม่บู า้ น
4. องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั เทศบาล องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล
12. หากต้องการเปลย่ี นแปลงเขตจงั หวดั ต้องตราเป็นกฎหมายใด
1. พระราชบญั ญตั ิ
2. กฎกระทรวง
3. พระราชกาหนด
4.พระราชกฤษฎกี า
199 ติดอาวุธพชิ ติ ก.พ. ภาค ก 2564 EXCLUSIVE CLASS
o