The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนปฏิบัติการประจำปี 66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พรพนา สมัยรัฐ, 2023-03-25 07:38:28

แผนปฏิบัติการประจำปี 66

แผนปฏิบัติการประจำปี 66

แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 50 ๔.๕ เพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในรอบศึกษา และปรับกระบวนการนิเทศ ติดตาม และ ประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐานให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal) จุดเน้นของส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕6๖ ๑. เร่งแก้ปัญหากลุ่มผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากการณ์การระบาดของโรคโควิด – 19 โดยเพิ่มโอกาส ในการเข้าถึงการศึกษา ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss Recovery) ให้กับผู้เรียนทุกระดับ รวมทั้งลดความเครียดและสุขภาพจิตของผู้เรียน 2. เสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยนักเรียน ด้วยระบบมาตรฐาน ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform) ๓. ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3-6 ปีและผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าถึงโอกาสทางการ ศึกษา และป้องกันการหลุดออกจากระบบ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน และเด็กพิการที่ ค้นพบจากการปักหมุดบ้านเด็กพิการให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ๔. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและการจัดท ากรอบหลักสูตร รวมทั้ง จัดกระบวนการ เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้เหมาะสมตามวัยผู้เรียน 5. จัดการอบรมครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการวางแผนและสร้างวินัยด้าน การเงินและการออม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู 6. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมี ปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) มีการวัดและ ประเมินผลในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียน (Assessment for Learning) ทุกระดับ ๗. ยกระดับคุณภาพของนักเรียนประจ าพักนอน ส าหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สูง ห่างไกลและถิ่น ทุรกันดาร 8. มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ 9. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอ านาจและใช้พื้นที่เป็นฐาน เพื่อสร้าง ความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณ (Block Grant) ตามหลักธรมาภิบาล ให้กับส านักงานเขต พื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 51 8. ทิศทำงกำรจัดกำรศึกษำ ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำตรัง เขต 1 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ได้ศึกษากรอบยุทธศาสตร์ชาติ แผนการศึกษา แห่งชาติ และแผนพัฒนาการศึกษา ระดับกระทรวง ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัด และ นโยบายส าคัญทุกระดับ รวมทั้งได้วิเคราะห์บริบทด้านจัดการศึกษาของพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง ได้ ก าหนดทิศทางการจัดการศึกษา ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ดังนี้ วิสัยทัศน์ (Vision) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 เป็นองค์กรนวัตกรรมการศึกษา มุ่งพัฒนา คุณภาพของผู้เรียน สู่สังคมที่ยั่งยืน บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พันธกิจ (Mission) 1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. จัดการศึกษาให้ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับความปลอดภัย จากภัยพิบัติ ภัยคุกคามทุกรูปแบบ 3. สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ า ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา อย่างทั่วถึง มีคุณภาพ มีมาตรฐาน 4. พัฒนาศักยภาพและคุณภาพผู้เรียน ให้มีสมรรถนะตามหลักสูตรและคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 5. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยี มีสมรรถนะตามมาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนตาม จรรยาบรรณและประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 6. จัดการศึกษาเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDGs) และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 7. พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา โดยใช้ หลักธรรมาภิบาลและระบบเทคโนโลยีดิจิทัล


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 52 เป้ำประสงค์ (Goal) 1. ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภูมิใจในความเป็นไทย 2. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับการดูแลให้มีความปลอดภัยจากภัย 9 รูปแบบ ได้แก่ ภัยยาเสพติด ภัยความรุนแรง ภัยพิบัติต่าง ๆ อุบัติเหตุ โรคอุบัติใหม่ ฝุ่น PM 2.5 การค้ามนุษย์ การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ า และรองรับวิถีชีวิตใหม่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี 3. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค เหมาะสมกับศักยภาพ และเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะออก จากระบบการศึกษา เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคันได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. ผู้เรียนมีสมรรถนะส าคัญตามหลักสูตร และคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 มีความสามารถในการ แข่งขัน 5. ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีสมรรถนะตามมาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณและ ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 6. สถานศึกษาจัดการศึกษาโดยน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มุ่งสร้างพื้นฐานให้ผู้เรียน 4 ด้าน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อ การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal:SDGs) และจัดบรรยากาศที่เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 7. ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาบริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาล และระบบ เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ (Strategy) กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำเพื่อสร้ำงควำมมั่นคงสถำบันหลักของชำติ และเพื่อให้ผู้เรียนมี ควำมปลอดภัยจำกภัยทุกรูปแบบ เป้ำประสงค์ 1. ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มี จิตสาธารณะ มีความรักและความภูมิใจในความเป็นไทย 2. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับการดูแลความปลอดภัยจาก ภัย 9 รูปแบบ ได้แก่ ภัยยาเสพติด ภัยความรุนแรง ภัยพิบัติต่าง ๆ อุบัติเหตุ โรคอุบัติใหม่ ฝุ่น PM 2.5 การค้ามนุษย์ การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ า และรองรับวิถีชีวิตใหม่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 53 ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมแสดงออกถึงความรัก ในสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2. ร้อยละของผู้เรียนเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีคุณธรรม จริยธรรม รับผิดชอบ มี จิตสาธารณะ รักและภูมิใจในความเป็นไทย 3. ร้อยละของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมการส่งเสริม สนับสนุน ในการสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมรับมือกับภัยคุกคามแบบใหม่ทุกรูปแบบ และสามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ า และรองรับวิถีชีวิตใหม่ 4. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีแผน/มาตรการ/กิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือทักษะในการรับมือด้านความปลอดภัย (Safety Action) ทุกรูปแบบ และมีการด าเนินการ ตามแผน โดยร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง แนวทำง/มำตรกำร 1.ส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีพฤติกรรม แสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เช่น การน้อมน าศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติ กิจกรรมวันส าคัญต่าง ๆ เป็นต้น 2. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน มีคุณธรรม จริยธรรม รับผิดชอบ รักและภูมิใจในความเป็นไทย เช่น การจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง กิจกรรมสภานักเรียน กิจกรรมวันส าคัญ กิจกรรม ลูกเสือ เนตรนารี กิจกรรมการต่อต้านยาเสพติด เป็นต้น 3. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือการซักซ้อม ในการรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ (Safety Action) ที่ผู้เรียนอาจต้อง เผชิญ เพื่อสามารถด าเนินวิถีชีวิตใหม่ ได้อย่างเหมาะสม 4. ส่งเสริมระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ให้ได้รับความปลอดภัยจากภัยทั้ง 9 รูปแบบ ได้แก่ ภัยยาเสพติด ภัยความรุนแรง ภัยพิบัติ ต่าง ๆ อุบัติเหตุ โรคอุบัติใหม่ ฝุ่น PM 2.5 การค้ามนุษย์ การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึง อาชญากรรมไซเบอร์ สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ า และพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเปิดให้มีช่องทางการร้องเรียน หรือแจ้งเหตุให้กับผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู รวมถึงการใช้ Big Data และ แอปพลิเคชันในการเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อสามารถคาดการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และส่งเสริมการ เชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้งหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายนอก ให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย ได้อย่างทันท่วงที 5. ส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ส าหรับผู้เรียน ครูและบุคลากรทาง การศึกษา โดยการสนับสนุนหรือประสานการสนับสนุนทรัพยากร เพื่อให้อาคารเรียนอาคารประกอบ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 54 ของสถานศึกษาเอื้อต่อการเรียนรู้ และความปลอดภัยของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงส่งเสริม และประสานการสนับสนุนบุคลากรด้านจิตวิทยา และบุคลากรด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับ ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 6. ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษามีการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และจัดท า แผนบริหารจัดการ/มาตรการ และด าเนินการตามแผน โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มโอกำสและควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำให้กับประชำกรวัยเรียน เป้ำประสงค์ ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค เหมาะสมกับศักยภาพ และเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะ ออก จากระบบการศึกษา เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน ได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของผู้เรียนในเขตพื้นที่บริการ ได้เข้าเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ร้อยละของผู้เรียนที่เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3. ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้มีความสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสริมศักยภาพที่เหมาะสม 4. ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจ าเป็น และศักยภาพของแต่ละบุคคล 5. ร้อยละของเด็กออกกลางคัน เด็กตกหล่นกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษา ด้วยรูปแบบที่เหมาะสม 6. ร้อยละของสถานศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ อย่างมีคุณภาพ 7. ร้อยละของสถานศึกษา มีการน าข้อมูลสารสนเทศมาใช้ในการรับและให้บริการการศึกษา รวมถึงการส่งต่อผู้เรียนอย่างเป็นระบบ 8. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เหมาะสมกับบริบทและศักยภาพ ของผู้เรียนแต่ละบุคคล 9. ร้อยละของสถานศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนทรัพยากร เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและได้รับ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพเหมาะสม แนวทำง/มำตรกำร 1. จัดท าระบบข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนระดับปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคล เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา รวมทั้งบูรณาการและเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้เรียนออกจากระบบการศึกษา 2. จัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 3. ส่งเสริม สนับสนุนเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะ ชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะวิชาชีพ สอดคล้องกับความต้องการจ าเป็น สามารถพึ่งตนเองได้ตามศักยภาพ ของแต่ละบุคคล


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 55 4. พัฒนารูปแบบ และวิธีการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สิ่งอ านวยการความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา รวมทั้งกระบวนการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับ การ พัฒนาศักยภาพของเด็กพิการ 5. ใช้ระบบแพลตฟอร์มในการส่งต่อ ติดตามและค้นหานักเรียน เพื่อช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็ก ออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม 6. ก าหนดแนวทาง และกระบวนการในการส่งต่อนักเรียนให้ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น หรือ มีทักษะอาชีพในการด ารงชีวิต 7. สนับสนุน ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยบุคคล ครอบครัว (Home School) องค์กร ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ และสถานประกอบการในศูนย์การเรียน ตามมาตรา 12 แห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 8. จัดการศึกษาทางเลือกและการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่หลากหลาย ให้กับ ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และมีพื้นฐาน การ ประกอบอาชีพหรือทักษะอาชีพ อย่างเท่าเทียม 9. ส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างต่อเนื่อง ประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และระดมทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภำพกำรศึกษำ ให้สอดคล้องกับกำรเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 เป้ำประสงค์ 1. ผู้เรียนมีสมรรถนะส าคัญตามหลักสูตร และคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 มีความสามารถ ในการแข่งขัน 2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีสมรรถนะตามมาตรฐานต าแหน่ง และมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณและ ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. สถานศึกษาจัดการศึกษาโดยน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มุ่งสร้างพื้นฐานให้ ผู้เรียน 4 ด้าน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal:SDGs) และ จัด บรรยากาศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของผู้เรียนปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและ สติปัญญา 2. ร้อยละของผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ และทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 3. ร้อยละของผู้เรียนที่ศึกษาต่อด้านการประกอบอาชีพ และการมีงานท า ตามความต้องการและ ความถนัดของผู้เรียน


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 56 4. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีการวัดและ ประเมินผล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment For Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลายเพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) 5. ร้อยละของสถานศึกษาที่น้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน ทั้ง 4 ด้าน โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6. ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียน โดยใช้เครื่องมือคัดกรอง/ส ารวจแวว/วัดความสามารถความถนัดของผู้เรียน 7. ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 8. ร้อยละของครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้สามารถจัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ให้กับผู้เรียนทุกระดับชั้น 9. ร้อยละของครูภาษาอังกฤษ ได้รับการพัฒนาและยกระดับความรู้และทักษะการจัดการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐานทางภาษา CEFR 10. ร้อยละของสถานศึกษาที่ได้จัดท าหลักสูตรสถานศึกษา ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ 11. ร้อยละของสถานศึกษาที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัย ตามมาตรฐาน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ แนวทำง/มำตรกำร ด้ำนคุณภำพผู้เรียน 1. จัดการศึกษาระดับปฐมวัย ให้มีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและ สติปัญญา 2. จัดการศึกษาให้ผู้เรียนทุกช่วงวัย ได้มีการพัฒนาด้านสมรรถนะ และทักษะที่จ าเป็นใน ศตวรรษที่ 21 3. จัดการศึกษาเพื่อการศึกษาต่อด้านอาชีพ การประกอบอาชีพและการมีงานท า ตามความ ต้องการและความถนัดของผู้เรียน 4. ส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะ ที่ จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติยึดมั่นการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และน้อมน าพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สู่การปฏิบัติ 5. พัฒนาและส่งเสริมผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล โดยมีเครื่องมือคัดกรอง/ ส ารวจแวว/วัดความสามารถความถนัด และสถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายตอบสนองความแตกต่าง ทางพหุปัญญาของผู้เรียน โดยครูออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ สอดคล้องตามบริบทและ วัฒนธรรม ค านึงถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลตามความถนัด ความสนใจ ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียน ให้ เต็มตามศักยภาพ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 57 6. จัดการศึกษาตามขีดความสามารถของผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความถนัดและศักยภาพ ของ แต่ละบุคคล วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพ ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ 7. พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ การคิดขั้นสูง นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิทัลและภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สมรรถนะ ด้าน การคิด ทักษะชีวิต เทคโนโลยีการสื่อสาร การแก้ไขปัญหา เชื่อมโยงสู่อาชีพการมีงานท า และมีทักษะอาชีพที่ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ 8. ส่งเสริม พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่น าไปสู่ Digital Life & Learning 9. ส่งเสริมให้นักเรียนน าความรู้ด้านเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจ าวัน และหารายได้ระหว่างเรียน 10. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้ำนคุณภำพครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ 11. ส่งเสริมให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม (Co-creation) ให้กับผู้เรียนในทุกระดับชั้น 12. พัฒนาศักยภาพครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment For Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการแบบ Intensive Training การอบรมแบบออนไลน์ (Online Training) การอบรมแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (e-learning) เป็นต้น 13. ส่งเสริม สนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้ารับการพัฒนาให้มีสมรรถนะตามมาตรฐาน ทางวิชาชีพ มาตรฐานต าแหน่งอย่างต่อเนื่อง 14. ส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ได้รับการพัฒนาและยกระดับความรู้ และทักษะการ จัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ตามกรอบมาตรฐานทางภาษา CEFR ด้ำนหลักสูตรและอื่น ๆ 15. พัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เหมาะสมกับ บริบทของสถานศึกษาในแต่ละพื้นที่ 16. พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภำพกำรบริหำรจัดกำรศึกษำ เป้ำประสงค์ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาบริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาล และระบบ เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด 1. ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และร้อยละของสถานศึกษา มีการพัฒนาบริหารจัดการและการ ให้บริการการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 58 2. ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และร้อยละของสถานศึกษา ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน/ หน่วยงาน/องค์กร/บุคคลภายนอก ในการบริหารจัดการและการให้บริการการศึกษา 3. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีผลการประกันคุณภาพภายใน ระดับดีขึ้นไป 4. ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และร้อยละของสถานศึกษา ที่ใช้นวัตกรรมในการบริหาร จัดการศึกษาและการเรียนการสอน 5. ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และร้อยละของสถานศึกษาบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA ระดับ A ขึ้นไป 6. ร้อยละของโรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนที่สามารถด ารงอยู่ได้ (Stand Alone) มีการบริหารจัดการ ที่มีคุณภาพ และใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ส าเร็จตามเป้าหมาย แนวทำง/มำตรกำร 1. พัฒนาระบบสารสนเทศในหน่วยงานทุกระดับให้มีระบบข้อมูลจัดการและรายงาน (ปพ. Online/ ระบบรายงานผลต่อพระราชบัญญัติอ านวยความสะดวก/พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล/ระบบ สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา/ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา (นักเรียน ครูและบุคลากร ทางการศึกษา สถานศึกษา (อาคาร ครุภัณฑ์))/ด้านบุคลากร) และการให้บริการอื่น ๆ 2. พัฒนาระบบพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้ครอบคลุม (การให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การใช้โครงข่ายอินเทอร์เน็ต การใช้อุปกรณ์ด้าน ICT และ การพัฒนา Software) อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด 3. สร้าง พัฒนาและส่งเสริมการใช้ระบบบริหารด้านการจัดการศึกษาพื้นฐานที่ดีส าหรับสถานศึกษา ให้เป็นระบบเดียวเพื่อลดภาระงานครู ลดความซ้ าซ้อนของระบบงานและการจัดเก็บข้อมูล 4. จัดหาอุปกรณ์ เทคโนโลยี เพียงพอต่อความต้องการด าเนินงานของสถานศึกษา 5. น าระเบียบ กฎหมาย แนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับการด าเนินงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล 6. พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้อง กับ Digital Literacy และสมรรถนะครูในทุกด้าน 7. ส่งเสริม สนับสนุนทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และการให้บริการการศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การสนับสนุนทรัพยากร บุคลากร งบประมาณ เป็นต้น 8. เพิ่มความเข้มแข็งของระบบนิเทศการศึกษา และระบบประกันคุณภาพภายใน 9. ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ในการบริหารจัดการศึกษา และการจัดการเรียนการสอน 10. พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณธรรม จริยธรรม และการ ปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล 11. พัฒนาส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ITA 12. สนับสนุน ส่งเสริมพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนที่สามารถด ารงอยู่ได้ (Stand Alone) ให้บริหารจัดการศึกษา และใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับบริบทพื้นที่


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 59 จุดเน้นของส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำตรัง เขต 1 ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566 ดังนี้ วิสัยทัศน์ (Vision) : ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำตรัง เขต 1 เป็นองค์กรนวัตกรรมกำรศึกษำ มุ่งพัฒนำ คุณภำพของผู้เรียนสู่สังคมที่ยั่งยืน บนพื้นฐำนหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านความปลอดภัย 1. เสริมสร้ำงควำมมั่นคงของสถำบันหลัก 2. พัฒนำสถำนศึกษำปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้านโอกาสทางการศึกษา 3. แก้ปัญหำกำรเรียนรู้ พฤติกรรม ควำมเครียด และสุขภำพจิตของผู้เรียน 4. สร้ำงควำมเข็มแข็งระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านคุณภาพ 5. พัฒนำกำรจัดกำรศึกษำระดับปฐมวัยให้มีคุณภำพ 6. ใช้หลักสูตรกำรเรียนรู้ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติศำสตร์ และหน้ำที่พลเมือง 7. ส่งเสริมกำรจัดกำรเรียนรู้แบบ Active Learning 8. พัฒนำครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำให้มีสมรรถนะ ตำมมำตรฐำน ต ำแหน่งและมำตรฐำนวิชำชีพ 9. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อกำรเรียนรู้และกำรบริหำรจัดกำร ด้านประสิทธิภาพ 10. บริหำรจัดกำรตำมหลักธรรมำภิบำล 11. เพิ่มควำมเข็มแข็งระบบนิเทศกำรศึกษำและระบบประกันคุณภำพ ค่านิยมองค์กร (Core Value) บริกำรดีเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม น ำองค์กรสู่ควำมเป็นเลิศ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 60 9. ทิศทำงกำรจัดกำรศึกษำโรงเรียนบ้ำนหยงสตำร์ โรงเรียนได้ก าหนดทิศทางการจัดการสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหน่วยงานต้นสังกัด ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. และ สพป.ตรัง เขต 1 ดังนี้ วิสัยทัศน์ (Vision) “โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้คู่คุณธรรม มุ่งมั่นพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตาม ศักยภาพ บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” พันธกิจ (Mission) 1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. จัดการศึกษาให้ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับความปลอดภัย จากภัยพิบัติ ภัยคุกคามทุกรูปแบบ 3. สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ า ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา อย่างทั่วถึง มีคุณภาพ มีมาตรฐาน 4. พัฒนาศักยภาพและคุณภาพผู้เรียน ให้มีสมรรถนะตามหลักสูตรและคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 5. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยี มีสมรรถนะตามมาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนตาม จรรยาบรรณและประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 6. จัดการศึกษาเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDGs) และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 7. พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยใช้หลักธรรมาภิบาลและระบบเทคโนโลยี ดิจิทัล เป้ำประสงค์ (Goal) 1. ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภูมิใจในความเป็นไทย 2. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับการดูแลให้มีความปลอดภัยจากภัย 9 รูปแบบ ได้แก่ ภัยยาเสพติด ภัยความรุนแรง ภัยพิบัติต่าง ๆ อุบัติเหตุ โรคอุบัติใหม่ ฝุ่น PM 2.5 การค้า มนุษย์ การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติ ซ้ า และรองรับวิถีชีวิตใหม่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 61 3. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค เหมาะสมกับศักยภาพ และเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะออก จากระบบการศึกษา เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคันได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. ผู้เรียนมีสมรรถนะส าคัญตามหลักสูตร และคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 มีความสามารถในการ แข่งขัน 5. ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีสมรรถนะตามมาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณและ ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 6. โรงเรียนจัดการศึกษาโดยน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มุ่งสร้างพื้นฐานให้ผู้เรียน 4 ด้าน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อการบรรลุ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal: SDGs) และจัดบรรยากาศที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 7. โรงเรียนบริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาล และระบบเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ (Strategy) กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำเพื่อสร้ำงควำมมั่นคงสถำบันหลักของชำติ และเพื่อให้ผู้เรียนมี ควำมปลอดภัยจำกภัยทุกรูปแบบ เป้ำประสงค์ 1. ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มี จิตสาธารณะ มีความรักและความภูมิใจในความเป็นไทย 2. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับการดูแลความปลอดภัยจากภัย 9 รูปแบบ ได้แก่ ภัยยาเสพติด ภัยความรุนแรง ภัยพิบัติต่าง ๆ อุบัติเหตุ โรคอุบัติใหม่ ฝุ่น PM 2.5 การค้ามนุษย์ การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ า และ รองรับวิถีชีวิตใหม่ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมแสดงออกถึงความรัก ในสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2. ร้อยละของผู้เรียนเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีคุณธรรม จริยธรรม รับผิดชอบ มี จิตสาธารณะ รักและภูมิใจในความเป็นไทย 3. ร้อยละของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมการส่งเสริม สนับสนุน ในการสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมรับมือกับภัยคุกคามแบบใหม่ทุกรูปแบบ และสามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ า และรองรับวิถีชีวิตใหม่


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 62 4. โรงเรียนมีแผน/มาตรการ/กิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือ ทักษะในการรับมือด้านความปลอดภัย (Safety Action) ทุกรูปแบบ และมีการด าเนินการตามแผน โดยร่วมมือ กับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง แนวทำง/มำตรกำร 1.ส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีพฤติกรรม แสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เช่น การน้อมน าศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติ กิจกรรมวันส าคัญต่าง ๆ เป็นต้น 2. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน มีคุณธรรม จริยธรรม รับผิดชอบ รักและภูมิใจในความเป็นไทย เช่น การจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมือง กิจกรรมสภานักเรียน กิจกรรมวันส าคัญ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี กิจกรรมการต่อต้านยาเสพติด เป็นต้น 3. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้(Safety Awareness) หรือการซักซ้อม ในการรับมือกับภัยพิบัติและภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ (Safety Action) ที่ผู้เรียนอาจต้อง เผชิญ เพื่อสามารถด าเนินวิถีชีวิตใหม่ ได้อย่างเหมาะสม 4. ส่งเสริมระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ให้ได้รับความปลอดภัยจากภัยทั้ง 9 รูปแบบ ได้แก่ ภัยยาเสพติด ภัยความรุนแรง ภัยพิบัติ ต่าง ๆ อุบัติเหตุ โรคอุบัติใหม่ ฝุ่น PM 2.5 การค้ามนุษย์ การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอาชญากรรม ไซเบอร์ สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ า และพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเปิดให้มี ช่องทางการร้องเรียน หรือแจ้งเหตุให้กับผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู รวมถึงการใช้ Big Data และแอปพลิเคชันใน การเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อสามารถคาดการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และส่งเสริมการ เชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้ง หน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายนอก ให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย ได้อย่างทันท่วงที 5. ส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ส าหรับผู้เรียน ครูและบุคลากรทาง การศึกษา โดยการสนับสนุนหรือประสานการสนับสนุนทรัพยากร เพื่อให้อาคารเรียนอาคารประกอบของ สถานศึกษาเอื้อต่อการเรียนรู้ และความปลอดภัยของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงส่งเสริมและ ประสานการสนับสนุนบุคลากรด้านจิตวิทยา และบุคลากรด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 6. ส่งเสริม สนับสนุน ให้บุคลากรมีการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และจัดท า แผนบริหารจัดการ/มาตรการ และด าเนินการตามแผน โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 63 กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มโอกำสและควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำให้กับประชำกรวัยเรียน เป้ำประสงค์ ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค เหมาะสมกับศักยภาพ และเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะออก จากระบบการศึกษา เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน ได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของผู้เรียนได้เข้าเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ร้อยละของผู้เรียนที่เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3. ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้มีความสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสริมศักยภาพที่เหมาะสม 4. ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจ าเป็น และศักยภาพของแต่ละบุคคล 5. ร้อยละของเด็กออกกลางคัน เด็กตกหล่นกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วย รูปแบบที่เหมาะสม 6. ร้อยละของครูและบุคลากรที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ อย่างมีคุณภาพ 7. ร้อยละของครูและบุคลากรมีการน าข้อมูลสารสนเทศมาใช้ในการรับและให้บริการการศึกษา รวมถึงการส่งต่อผู้เรียนอย่างเป็นระบบ 8. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เหมาะสมกับบริบทและศักยภาพ ของผู้เรียนแต่ละบุคคล 9. โรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนทรัพยากร เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและได้รับการส่งเสริมการ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพเหมาะสม แนวทำง/มำตรกำร 1. จัดท าระบบข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนระดับปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคล เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา รวมทั้งบูรณาการและเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้เรียนออกจากระบบการศึกษา 2. จัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 3. ส่งเสริม สนับสนุนเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส มีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะ ชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะวิชาชีพ สอดคล้องกับความต้องการจ าเป็น สามารถพึ่งตนเองได้ตามศักยภาพ ของแต่ละบุคคล 4. พัฒนารูปแบบ และวิธีการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สิ่งอ านวยการความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา รวมทั้งกระบวนการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับ การ พัฒนาศักยภาพของเด็กพิการ 5. ใช้ระบบแพลตฟอร์มในการส่งต่อ ติดตามและค้นหานักเรียน เพื่อช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็ก ออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม 6. ก าหนดแนวทาง และกระบวนการในการส่งต่อนักเรียนให้ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น หรือ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 64 มีทักษะอาชีพในการด ารงชีวิต 7. สนับสนุน ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยบุคคล ครอบครัว (Home School) องค์กร ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ และสถานประกอบการในศูนย์การเรียน ตามมาตรา 12 แห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 8. จัดการศึกษาทางเลือกและการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่หลากหลาย ให้กับ ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และมีพื้นฐาน การ ประกอบอาชีพหรือทักษะอาชีพ อย่างเท่าเทียม 9. ส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างต่อเนื่อง ประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และระดมทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภำพกำรศึกษำ ให้สอดคล้องกับกำรเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 เป้ำประสงค์ 1. ผู้เรียนมีสมรรถนะส าคัญตามหลักสูตร และคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 มีความสามารถ ในการแข่งขัน 2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีสมรรถนะตามมาตรฐานต าแหน่ง และมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณและ ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. โรงเรียนจัดการศึกษาโดยน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มุ่งสร้างพื้นฐานให้ผู้เรียน 4 ด้าน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อการ บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal:SDGs) และ จัดบรรยากาศที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของผู้เรียนปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและ สติปัญญา 2. ร้อยละของผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ และทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 3. ร้อยละของผู้เรียนที่ศึกษาต่อด้านการประกอบอาชีพ และการมีงานท า ตามความต้องการและ ความถนัดของผู้เรียน 4. ร้อยละของครูผู้สอนที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีการวัดและ ประเมินผล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment For Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลายเพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) 5. ร้อยละของครูผู้สอนที่น้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน ทั้ง 4 ด้าน โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6. ร้อยละของครูผู้สอนที่จัดการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียน โดย


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 65 ใช้เครื่องมือคัดกรอง/ส ารวจแวว/วัดความสามารถความถนัดของผู้เรียน 7. ร้อยละของครูผู้สอนที่จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 8. ร้อยละของครูผู้สอนที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้สามารถจัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ให้กับผู้เรียนทุกระดับชั้น 9. ร้อยละของครูภาษาอังกฤษ ได้รับการพัฒนาและยกระดับความรู้และทักษะการจัดการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐานทางภาษา CEFR 10. ร้อยละของครูผู้สอนที่ได้จัดท าหลักสูตรชั้นเรียนสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา ตามบริบท ของแต่ละพื้นที่ 11. ร้อยละของครูผู้สอนระดับปฐมวัยที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัย ตาม มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ แนวทำง/มำตรกำร ด้ำนคุณภำพผู้เรียน 1. จัดการศึกษาระดับปฐมวัย ให้มีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและ สติปัญญา 2. จัดการศึกษาให้ผู้เรียนทุกช่วงวัย ได้มีการพัฒนาด้านสมรรถนะ และทักษะที่จ าเป็นใน ศตวรรษที่ 21 3. จัดการศึกษาเพื่อการศึกษาต่อด้านอาชีพ การประกอบอาชีพและการมีงานท า ตามความ ต้องการและความถนัดของผู้เรียน 4. ส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะ ที่ จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สู่การปฏิบัติ 5. พัฒนาและส่งเสริมผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล โดยมีเครื่องมือคัดกรอง/ ส ารวจแวว/วัดความสามารถความถนัด และสถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายตอบสนองความแตกต่าง ทางพหุปัญญาของผู้เรียน โดยครูออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ สอดคล้องตามบริบทและ วัฒนธรรม ค านึงถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลตามความถนัด ความสนใจ ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียน ให้ เต็มตามศักยภาพ 6. จัดการศึกษาตามขีดความสามารถของผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความถนัดและศักยภาพ ของ แต่ละบุคคล วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพ ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ 7. พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ การคิดขั้นสูง นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิทัลและภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สมรรถนะ ด้าน การคิด ทักษะชีวิต เทคโนโลยีการสื่อสาร การแก้ไขปัญหา เชื่อมโยงสู่อาชีพการมีงานท า และมีทักษะอาชีพที่


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 66 สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ 8. ส่งเสริม พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่น าไปสู่ Digital Life & Learning 9. ส่งเสริมให้นักเรียนน าความรู้ด้านเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจ าวัน และหารายได้ระหว่างเรียน 10. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้ำนคุณภำพครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ 11. ส่งเสริมให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม (Co-creation) ให้กับผู้เรียนในทุกระดับชั้น 12. พัฒนาศักยภาพครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment For Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการแบบ Intensive Training การอบรมแบบออนไลน์ (Online Training) การอบรมแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (e-learning) เป็นต้น 13. ส่งเสริม สนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้ารับการพัฒนาให้มีสมรรถนะตามมาตรฐาน ทางวิชาชีพ มาตรฐานต าแหน่งอย่างต่อเนื่อง 14. ส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ได้รับการพัฒนาและยกระดับความรู้ และทักษะการ จัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ตามกรอบมาตรฐานทางภาษา CEFR ด้ำนหลักสูตรและอื่น ๆ 15. พัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เหมาะสมกับ บริบทของโรงเรียนและชุมชน 16. พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภำพกำรบริหำรจัดกำรศึกษำ เป้ำประสงค์ โรงเรียนบ้านหยงสตาร์บริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาล และระบบเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด 1. โรงเรียนบ้านหยงสตาร์มีการพัฒนาบริหารจัดการและการให้บริการการศึกษาด้วยเทคโนโลยี ดิจิทัล 2. โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน/หน่วยงาน/องค์กร/บุคคลภายนอก ใน การบริหารจัดการและการให้บริการการศึกษา 3. ร้อยละของผลการประกันคุณภาพภายในระดับดีขึ้นไป 4. ร้อยละของครูในโรงเรียนที่ใช้นวัตกรรมในการบริหารจัดการศึกษาและการเรียนการสอน 5. โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA ระดับ A ขึ้นไป 6. โรงเรียนบ้านหยงสตาร์สามารถด ารงอยู่ได้ (Stand Alone) มีการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ และ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 67 ใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ส าเร็จตามเป้าหมาย แนวทำง/มำตรกำร 1. พัฒนาระบบสารสนเทศในหน่วยงานทุกระดับให้มีระบบข้อมูลจัดการและรายงาน (ปพ. Online/ ระบบรายงานผลต่อพระราชบัญญัติอ านวยความสะดวก/พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล/ระบบ สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา (นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา (อาคาร ครุภัณฑ์))/ด้านบุคลากร) และการให้บริการอื่น ๆ 2. พัฒนาระบบพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้ครอบคลุม (การให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การใช้โครงข่ายอินเทอร์เน็ต การใช้อุปกรณ์ด้าน ICT และ การพัฒนา Software) อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด 3. สร้าง พัฒนาและส่งเสริมการใช้ระบบบริหารด้านการจัดการศึกษาพื้นฐานที่ดีส าหรับสถานศึกษา ให้เป็นระบบเดียวเพื่อลดภาระงานครู ลดความซ้ าซ้อนของระบบงานและการจัดเก็บข้อมูล 4. จัดหาอุปกรณ์ เทคโนโลยี เพียงพอต่อความต้องการด าเนินงานของสถานศึกษา 5. น าระเบียบ กฎหมาย แนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับการด าเนินงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล 6. พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้อง กับ Digital Literacy และสมรรถนะครูในทุกด้าน 7. ส่งเสริม สนับสนุนทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และการให้บริการการศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การสนับสนุนทรัพยากร บุคลากร งบประมาณ เป็นต้น 8. เพิ่มความเข้มแข็งของระบบนิเทศการศึกษา และระบบประกันคุณภาพภายใน 9. ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ในการบริหารจัดการศึกษา และการจัดการเรียนการสอน 10. พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณธรรม จริยธรรม และการ ปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล 11. พัฒนาโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ITA 12. สนับสนุน ส่งเสริมพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนที่สามารถด ารงอยู่ได้ (Stand Alone) ให้บริหารจัดการศึกษา และใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับบริบทพื้นที่


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 68 จุดเน้นของโรงเรียนบ้ำนหยงสตำร์ ตำมแนวทำงของหน่วยงำนต้นสังกัด สพป. ตรัง เขต 1 ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566 ดังนี้ วิสัยทัศน์ (Vision) : “โรงเรียนบ้ำนหยงสตำร์ เป็นองค์กำรแห่งกำรเรียนรู้คู่คุณธรรม มุ่งมั่นพัฒนำสมรรถนะผู้เรียนตำม ศักยภำพ บนพื้นฐำนหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” ด้านความปลอดภัย 1. เสริมสร้ำงควำมมั่นคงของสถำบันหลัก 2. พัฒนำสถำนศึกษำปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้านโอกาสทางการศึกษา 3. แก้ปัญหำกำรเรียนรู้ พฤติกรรม ควำมเครียด และสุขภำพจิตของผู้เรียน 4. สร้ำงควำมเข็มแข็งระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านคุณภาพ 5. พัฒนำกำรจัดกำรศึกษำระดับปฐมวัยให้มีคุณภำพ 6. ใช้หลักสูตรกำรเรียนรู้ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติศำสตร์ และหน้ำที่พลเมือง 7. ส่งเสริมกำรจัดกำรเรียนรู้แบบ Active Learning 8. พัฒนำครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำให้มีสมรรถนะ ตำมมำตรฐำน ต ำแหน่งและมำตรฐำนวิชำชีพ 9. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อกำรเรียนรู้และกำรบริหำรจัดกำร ด้านประสิทธิภาพ 10. บริหำรจัดกำรตำมหลักธรรมำภิบำล 11. เพิ่มควำมเข็มแข็งระบบนิเทศกำรศึกษำและระบบประกันคุณภำพ ค่านิยมองค์กร (Core Value) รัก หวงแหน รู้คุณค่ำแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นตันหยงสตำร์ เมืองท่ำโบรำณ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 69 10. ผลกำรด ำเนินงำนโครงกำรในรอบปีที่ผ่ำนมำ งาน/โครงการ/กิจกรรมที่ประสบความส าเร็จ ชื่องำน/โครงกำร/กิจกรรม หลักฐำนยืนยันควำมส ำเร็จ 1.โครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้และคุณภาพผู้เรียนระดับเด็ก ปฐมวัย (ศธ.) ภาพถ่ายกิจกรรม/เกียรติบัตร/ แบบฝึกทักษะ 2.โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (สพฐ) ภาพถ่ายกิจกรรม /เกียรติบัตร 3.โครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ส่งเสริมนักเรียน ดี เก่ง มี ความสุข นิเทศภายในและขับเคลื่อน PLC ภาพถ่ายกิจกรรม /เกียรติบัตร 4.โครงการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรสถานศึกษา/แบบประเมิน หลักสูตร 5.โครงการพัฒนาสื่อ และแหล่งเรียนรู้ ภาพถ่ายกิจกรรมบรรยากาศของ โรงเรียนและมีแหล่งเรียนรู้ที่ หลากหลาย 6.โครงการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา รายงานผล 7. โครงการขับเคลื่อนโรงเรียนสุจริต มุ่งเน้นคุณธรรม ความโปร่งใส (ITM) (ศธ.สพฐ.) ภาพถ่ายกิจกรรม/แผนหลักสูตรต้าน ทุจริต 8. โครงการขับเคลื่อนโรงเรียนละนักเรียนรางวัลพระราชทาน ภาพถ่ายกิจกรรม/แบบบันทึกต่างๆ/ เกียรติบัตร 9. โครงการส่งเสริมประชาธิปไตย และ To be Number One ขับเคลื่อนโดยสภานักเรียน ภาพถ่ายกิจกรรม 10. โครงการสร้างสุข “โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ” ภาพถ่ายกิจกรรม/แบบบันทึกต่างๆ 11. โครงการการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน สหกรณ์ และร้าน สวัสดิการโรงเรียน ภาพถ่ายกิจกรรม/แบบบันทึกต่างๆ 12. โครงการชาติ ศาสน์ กษัตริย์ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และ ปลูกฝังความมีระเบียบวินัย ทัศนคติที่ถูกต้อง โดยใช้กระบวนการลูกเสือ (ศธ. สพป.ตรัง 1) ภาพถ่ายกิจกรรม 13. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพระบบดูแลช่วยเหลือ เสริมสร้างทักษะ ชีวิต ความปลอดภัยและคุ้มครองนักเรียน ภาพถ่ายกิจกรรม/บันทึกการรับทุน/ บันทึกการเยี่ยมบ้าน 14. โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติด และอบายมุข โรงเรียน ปลอดบุหรี่ เพศวิถีศึกษาละทักษะชีวิตรอบด้าน ภาพถ่ายกิจกรรม/เกียรติบัตร 15. โครงการน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ขับเคลื่อน สถานศึกษาพอเพียง และโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา ภาพถ่ายกิจกรรม/เกียรติบัตร


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 70 สภำพควำมส ำเร็จที่คำดว่ำจะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นปีกำรศึกษำ ๒๕๖๖ ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ 1. นักเรียนร้อยละ ๙๕ รู้ประวัติ และ ผลงานของสุนทรภู่ และวันภาษาไทย 2. นักเรียนร้อยละ ๙๕ เห็นความส าคัญ และคุณค่าของ ภาษาไทย 3. นักเรียนร้อยละ ๙๕ มีความตระหนัก และมีจิตส านึกที่ดีใน ความเป็นไทย รู้จักรัก ห่วงแหน และภูมิใจใน ความเป็นไทย ๔. นักเรียนร้อยละ ๙๕ เห็นคุณค่าของ วรรณคดีและ - กิจกรรมวาดภาพ ระบายสีภาพ - กิจกรรมคัดลายมือ - กิจกรรมอ่าน ท านองเสนาะ - กิจกรรมเปิด พจนานุกรม - กิจกรรมแต่งกลอน - กิจกรรมตอบ ค าถาม - กิจกรรมประกวด การแต่งกายตัวละคร ในวรรณคดีไทย โครงการรักการ อ่าน รู้คุณวัน สุนทรภู่ รู้ค่าวัน ภาษาไทย ข้อที่ 1 ส่งเสริม การจัดการศึกษา สถานศึกษาให้มี ความมั่นคง และ ปลอดภัยทุก รูปแบบ 1. เพื่อเผยแพร่ประวัติ และผลงานของสุนทรภู่ และวันภาษาไทยให้ นักเรียนได้รู้จัก 2. เพื่อกระตุ้นให้ นักเรียนเห็นความส าคัญ และคุณค่าของ ภาษาไทย 3. ความตระหนักและมี จิตส านึกที่ดีในความเป็น ไทย โดยรู้จักรัก ห่วง แหน และภูมิใจ ในความเป็นไทย 4. เพื่อให้เห็นคุณค่า ของวรรณคดีและ วรรณกรรมไทย 5. เพื่อให้นักเรียนได้ 16. โครงการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ภาพถ่ายกิจกรรม/เกียรติบัตร 17. โครงการพัฒนาครูมืออาชีพและสร้างขวัญก าลังใจ ภาพถ่ายกิจกรรม 18. โครงการสาธารณูปโภค (ค่าไฟ ค่าน้ า ค่าโทรศัพท์) หลักฐานการจ่าย 19. โครงการระดมทรัพยากร และการลงทุนเพื่อการศึกษา เอกสาร 20. โครงการพัฒนา จัดซื้อ จัดหา ซ่อมบ ารุงรักษา หลักฐานการจัดซื้อจัดจ้าง มีอุปกรณ์พร้อมในการใช้งาน 21. โครงการจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพ แผนพัฒนาส่งเสริมโรงเรียน 22. โครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ตามนโยบายของรัฐบาล ภาพถ่ายกิจกรรม/บันทึกการรับจ่าย อุปกรณ์ 22. โครงการอาหารกลางวัน ภาพถ่ายกิจกรรม 23. โครงการอาหารเสริมนม ภาพถ่ายกิจกรรม/บันทึกการดื่มนม


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 71 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ วรรณกรรมไทย ๕. นักเรียน ร้อยละ ๙๕ ได้ร่วมแสดงความ กตัญญูกตเวทิตา แด่ สุนทรภู่ ร่วมแสดงความกตัญญู กตเวทิตาแด่สุนทรภู่ 1. ร้อยละ 80 ของ นักเรียนมีความรู้และ ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ตาม กิจกรรมต่าง ๆ 2. ร้อยละ 80 ของ นักเรียนมีความรู้และ ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ตาม กิจกรรมต่างที่จัดขึ้น และสามารถน าไปใช้ ในชีวิตประจ าวัน ๓. ร้อยละ ๙๐ ของ นักเรียนมีความคิด สร้างสรรค์ รู้จักการ แก้ปัญหาและมีเจตคติ ต่อวิทยาศาสตร์ ๔.ร้อยละ 90 ของ นักเรียนมีความพึง พอใจในการจัดกิจกรรม ในระดับมากขึ้นไป - กิจกรรมการใช้ กล้องจุลทรรศน์ เบื้องต้น - กิจกรรมการ ทดลองวิทยาศาสตร์ (Science Show) - กิจกรรมการ ประกวดชุดรีไซเคิล - กิจกรรมการ แข่งขัน E-sport - กิจกรรมการ ประกวดวาดภาพ ทางวิทยาศาสตร์ - กิจกรรมการแข่งขัน ตอบปัญหา วิทยาศาสตร์ โครงการวัน วิทยาศาสตร์ แห่งชาติ ข้อที่ 2 พัฒนา คุณภาพผู้เรียนให้ มีสมรรถนะ ส าคัญตาม หลักสูตรและมี ทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 น รู้ ใ น ศ ต ว ร ร ษ ที 2 1 ๑. เพื่อให้นักเรียน สามารถบูรณาการ ความรู้ที่ได้เรียนใน ห้องเรียนกับ ชีวิตประจ าวัน ๒. เพื่อให้นักเรียนได้ น ากระบวนการทาง วิทยาศาสตร์มาใช้ใน การแก้ปัญหา ๓. เพื่อสร้างความ ตระหนักให้นักเรียน เห็นคุณค่าและ ความส าคัญของ วิทยาศาสตร์ต่อการ ด ารงชีวิต ๑. ร้อยละ๑๐๐ของเด็ก ปฐมวัยได้เข้าร่วม กิจกรรมการทดลอง วิทยาศาสตร์ ๒. ร้อยละ ๙๐ ของเด็ก ปฐมวัยได้รับการ - กิจกรรมบ้าน นักวิทยาศาสตร์น้อย - กิจกรรมส่งเสริมสู่ ความเป็นเลิศด้าน ปฐมวัย - กิจกรรมทดสอบ โครงกำรส่งเสริม พัฒนำกำรเรียนรู้ ระดับปฐมวัย ข้อที่ ๒ สร้าง โอกาสและความ เสมอภาพทาง การศึกษาให้กับ ประชากรวัยเรียน ทุกคน ๑. เพื่อเป็นการเตรียม ความพร้อมให้เด็ก ปฐมวัยมีพัฒนาการ ครบทั้ง 4 ด้านด้าน ร่างกาย ด้านอารมณ์- จิตใจ ด้านสังคม ด้าน


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 72 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ ส่งเสริมพัฒนาสู่ความ เป็นเลิศในด้านต่างๆ ๓. ร้อยละ ๙๐ของเด็ก ปฐมวัยผ่านการ ประเมินและได้เข้าร่วม กิจกรรมพัฒนาให้มี ความพร้อมทั้ง ๔ ด้าน ๔. ร้อยละ ๙๐ ของ ครูผู้สอนได้รับพัฒนา สื่อการเรียนการสอนที ทันสมัยและหลากหลาย ๕. ร้อยละ๑๐๐ของ เด็กปฐมวัยได้รับการ ดูแลช่วยเหลือครูออก เยี่ยมบ้านนักเรียน ประเมินพัฒนาการ - กิจกรรมจัดหาและ ผลิตสื่อนวัตกรรม - กิจกรรมเยี่ยมบ้าน นักเรียน สติปัญญา ๒. เพื่อพัฒนาเด็กระดับ ปฐมวัย ให้มีความพร้อม ที่จะเรียนในระดับที่ สูงขึ้น


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 73 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ - ร้อยละ ๘๐ ของ ผู้เรียนที่มีปัญหาภาวะ ถดถอยทางการเรียนรู้ ได้รับการพัฒนาระดับ มากขึ้นไป - ร้อยละ ๘๐ ของ ผู้เรียนสามารถอ่านออก เขียนได้ และคิด ค านวณขั้นพื้นฐานตาม หลักสูตรระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป - ร้อยละ 100 ของ ผู้เรียนระดับชั้น ป.๑ ป. ๓ และ ป.๖ ได้รับการ พัฒนาศักยภาพ นักเรียนในการทดสอบ ความสามารถ RT NT และ O-NET ตามล าดับ ระดับมากขึ้นไป - ร้อยละ 60 ของ ผู้เรียน ได้รับรางวัลจาก การแข่งขันทางด้าน วิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะ ทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน ในระดับต่าง ๆ ทั้ง ระดับโรงเรียน กลุ่ม โรงเรียน ระดับเขต พื้นที่ ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ - กิจกรรมแก้ปัญหา ภาวะถดถอยทางการ เรียนรู้ (Learning Loss) ของผู้เรียน - กิจกรรมส่งเสริม การอ่าน การเขียน และคิดค านวณ - กิจกรรมพัฒนา ศักยภาพนักเรียนชั้น ป.๑ ป.๓ และ ป.๖ - กิจกรรมการแข่งขัน ทักษะทางวิชาการ กิจกรรมต่าง ๆ ทั้ง ภายในและภายนอก โรงเรียน - ศิลปหัตถกรรม นักเรียน ครั้งที่ ๗๐ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ โครงการ แก้ปัญหาและ พัฒนา สมรรถนะ ผู้เรียนสู่ความ เป็นเลิศ ข้อที่ ๒ สร้าง โอกาสและความ เสมอภาคทาง การศึกษาให้กับ ประชากรวัย เรียนทุกคน ข้อที่ ๓ ยกระดับ คุณภาพ การศึกษาให้ สอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ ๒๑ 2.1 เพื่อให้ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาและ แก้ปัญหาภาวะถดถอย ทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ๒.๒ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับ ก า รส่ ง เ ส ริ ม ทั กษ ะ ท า ง ด้ า น วิ ช า ก า ร ทักษะชีวิต และทักษะ วิชาชีพ สู่ความเป็นเลิศ 2.๓ เพื่อให้ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะในศตวรรษที่ 21 และสมรรถนะ ผู้เรียนตามหลักสูตร


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 74 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ 1. ร้อยละ 80 ผู้เรียน ที่มีปัญหาด้านการพูด ได้รับการพัฒนาระดับดี ขึ้นไป 2. ร้อยละ ๕0 ผู้เรียน เป็นนักพูด นัก ประชาสัมพันธ์ของ โรงเรียน ระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป 3. ร้อยละ ๘๐ ผู้เรียน ได้รับการส่งเสริมและ พัฒนาสามารถน า ทักษะการพูดไปต่อ ยอด การแข่งขัน ทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต ระดับ คุณภาพดีขึ้นไป 4. ร้อยละ 60 ผู้เรียน ได้รับรางวัลจากการ แข่งขันทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะ ทั้งภายในและภายนอก โรงเรียนในระดับต่าง ๆ ทั้งระดับโรงเรียน กลุ่ม โรงเรียน ระดับเขต พื้นที่ ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ระดับคุณภาพดีขึ้นไป - กิจกรรมส่งเสริม ทักษะการพูดและ ความเป็นผู้น า - กิจกรรมนัก ประชาสัมพันธ์น้อย - กิจกรรมการ แข่งขันทักษะทาง วิชาการกิจกรรม ต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอก โรงเรียน - ศิลปหัตถกรรม นักเรียน ครั้งที่ ๗๐ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ โครงการนัก ประชาสัมพันธ์ น้อย ข้อที่ ๒ สร้าง โอกาสและความ เสมอภาคทาง การศึกษาให้กับ ประชากรวัย เรียนทุกคน ข้อที่ ๓ ยกระดับ คุณภาพการศึกษา ให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ ๒๑ 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้รับ การพัฒนาและ แก้ปัญหาด้านทักษะ การพูด ๒. เพื่อให้ผู้เรียนได้รับ การส่งเสริมทักษะ ทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะ วิชาชีพ สู่ความเป็นเลิศ ๓. เพื่อให้ผู้เรียน ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ความรู้ งาน กิจกรรม โรงเรียนทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียน


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 75 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ 1. ร้อยละ 80 ของครู และบุคลากรทางการ ศึกษา มีความรู้ความ เข้าใจในการออกแบบ การเรียนรู้ 2. ร้อยละ 80 ของครู และบุคลากรทางการ ศึกษา น าความรู้จาก การพัฒนาด้านภาษา และการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล และการศึกษาดู งานมาปรับเปลี่ยน พัฒนางานของตนเอง ให้ดีขึ้น 3. ร้อยละ 100 ของ ครูและบุคลากร ทางการศึกษา ได้เข้า ร่วมศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งใน และนอกสถานที่ 4. ร้อยละ 100 ของ ครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่มี ผลงานเชิงประจักษ์ ได้รับการยกย่องเชิดชู เกียรติและได้ขวัญ ก าลังใจ - กิจกรรมพัฒนาครู และบุคลากรทางการ ศึกษาในการ ออกแบบการเรียนรู้ กระบวนการจัดการ เรียนรู้แบบ Active Learning และ สอดคล้องกับการวัด และประเมินผล - กิจกรรมพัฒนา ทักษะด้านภาษาและ การใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล - กิจกรรมศึกษาดู งานแลกเปลี่ยน เรียนรู้ทั้งในและนอก สถานที่ - กิจกรรมยกย่องเชิด ชูเกียรติและขวัญ ก าลังใจ โครงการพัฒนา สมรรถนะ ครูผู้สอนสู่ คุณภาพผู้เรียน ข้อที่ ๓ ยกระดับ คุณภาพการ ศึกษาให้สอด คล้องกับการ เปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ ๒๑ ข้อที่ ๔ เพิ่ม ประสิทธิภาพการ บริหารจัด การศึกษา 1. เพื่อให้ครูและ บุคลากรทางการศึกษา พัฒนากระบวนการ จัดการเรียนรู้Active Learning และออกแบบการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับการวัด และประเมินผล จาก การศึกษาค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนา พัฒนาตนเอง และร่วม กิจกรรม PLC และน า ความรู้สู่การปฏิบัติ 2. เพื่อให้ครูได้พัฒนา ทักษะด้านภาษาและ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จากการศึกษาค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนา พัฒนาตนเอง และร่วม กิจกรรม PLC และน า ความรู้สู่การปฏิบัติ 3. เพื่อให้ครูได้ศึกษาดู งานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งในและนอกสถานที่ และน าความรู้สู่การ ปฏิบัติ 4. เพื่อให้ครูและ บุคลากรทางการศึกษา ที่มีผลงานเชิงประจักษ์ ได้รับการยกย่องเชิดชู เกียรติและขวัญก าลังใจ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 76 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ 1. ร้อยละ ๘๐ โรงเรียนมีการบริหาร จัดการที่เข้มแข็ง 2. ร้อยละ ๘๐ ครู นักเรียน และ ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมใน การบริหารจัดการ 3. ร้อยละ ๘๐ โรงเรียนมีคุณภาพ มาตรฐานสากลตาม สพฐ. และ สมศ. - กิจกรรมเพิ่ม ประสิทธิภาพของ การบริหารจัดการ ของโรงเรียนให้มี ความเข้มแข็งทุกด้าน - กิจกรรมเปิดโอกาส ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมี ส่วนร่วมในการ บริหารจัดการตาม หลักธรรมาภิบาล - กิจกรรมพัฒนา คุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนให้มี คุณภาพ มาตรฐานสากล สพฐ. และ สมศ. โครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพการ บริหารจัด การศึกษาที่เป็น นิติบุคคล ข้อที่ ๓ ยกระดับ คุณภาพการ ศึกษาให้สอด คล้องกับการ เปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ ๒๑ ข้อที่ ๔ เพิ่ม ประสิทธิภาพการ บริหารจัด การศึกษา 1. เพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพของการบริหาร จัดการของโรงเรียนให้มี ความเข้มแข็งทุกด้าน 2. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการ ตามหลักธรรมาภิบาล 3. เพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของโรงเรียน ให้มีคุณภาพ มาตรฐานสากล สพฐ. และ สมศ.


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 77 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ 1. โรงเรียน ร้อยละ ๑๐๐ จัดระบบงาน ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ได้อย่างครอบคลุมทุก ด้าน ด้านการส่งเสริม ป้องกัน และแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึง การส่งต่อนักเรียน ระดับมากขึ้นไป 2. ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ได้รับการพัฒนาการ เรียนรู้อย่างเต็ม ศักยภาพ ระดับดีขึ้น ไป - กิจกรรมเยี่ยมบ้าน นักเรียน - กิจกรรมประชุม ผู้ปกครองชั้นเรียน Classroom meeting - กิจกรรมแนะแนว Open home & Open heart เปิดใจ ไปกับครู - กิจกรรม Home room - กิจกรรมส่งเสริม ศักยภาพนักเรียน โครงการพัฒนา โรงเรียน ต้นแบบระบบ ดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ข้อที่ ๒ สร้าง โอกาสและความ เสมอภาคทาง การศึกษาให้กับ ประชากรวัย เรียนทุกคน ข้อที่ ๔ เพิ่ม ประสิทธิภาพการ บริหารจัด การศึกษา 1. เพื่อให้โรงเรียนมี ระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียนที่ ครอบคลุมมี ประสิทธิภาพ ๒. เพื่อให้นักเรียน ได้รับการพัฒนาการ เรียนรู้อย่างเต็ม ศักยภาพ 1. ร้อยละ 100 คณะ ครูทีมงานโครงการสภา นักเรียน 2. นักเรียนเลือกตั้ง ประธานนักเรียน และ คณะกรรมการสภา นักเรียน ร้อยละ 90 3. นักเรียนร่วม กิจกรรม รับผิดชอบ ความสะอาด เขตพื้นที่ ร้อยละ 100 4. นักเรียนร่วม กิจกรรม To Be Number one ร้อยละ 100 - กิจกรรมเลือกตั้ง ประธานนักเรียน และคณะกรรมการ สภานักเรียน - กิจกรรมสร้างเสริม วินัยประชาธิปไตย ผ่านสภานักเรียน - กิจกรรมเขตพื้นที่ รับผิดชอบความ สะอาด (ประกวด) - กิจกรรม To Be Number one โครงการ ขับเคลื่อน โรงเรียน ต้นแบบสภา นักเรียน ข้อที่ ๓ ยกระดับ คุณภำพกำร ศึกษำให้สอด คล้องกับกำร เปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ ๒๑ 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพ นักเรียนโรงเรียนบ้านห ยงสตาร์ สู่สังคมตามวิถี ประชาธิปไตย 2. เพื่อเสริมสร้างทักษะ ชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์แก่นักเรียน 3. เพื่อให้นักเรียนเห็น คุณค่าของตนเอง และ รักษาชีวิตชื่อเสียงของ ตนเองและวงศ์ตระกูลไว้ 4. เพื่อให้นักเรียนรู้และ ตระหนักถึงพิษภัยของ ยาเสพติดให้โทษ 5. เพื่อให้นักเรียนใช้


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 78 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ เวลาว่างให้เกิด ประโยชน์ โดยเข่าร่วม กิจกรรมที่สร้างสรรค์ และสร้างสุข 1. ร้อยละ ๘0 ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยยา เสพติด และอบายมุข ระดับคุณภาพดีขึ้นไป 2. ร้อยละ ๑๐0 ผู้เรียนได้รับความ ช่วยเหลือ ได้รับค า แนะน าที่ถูกต้อง เหมาะสม จากผู้ที่เป็น แกนน า และครูที่ ปรึกษา ระดับมากขึ้น ไป 3. ผู้เรียนร้อยละ ๘0 มีจิตสาธารณะ มีภาวะ ความเป็นผู้น าและผู้ ตามที่ดี - กิจกรรมประกวด ห้องเรียนสีขาว - คลินิกเสมารักษ์ - กิจกรรมรณรงค์ สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมุข และความ ปลอดภัยในโรงเรียน โครงการ ขับเคลื่อน สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติด และอบายมุข และความ ปลอดภัยใน โรงเรียน ข้อที่ ๑ ส่งเสริม การจัดการศึกษา สถานศึกษา ให้มี ความมั่นคงและ ปลอดภัยทุก รูปแบบ ข้อที่ ๒ สร้าง โอกาสและความ เสมอภาคทาง การศึกษาให้กับ ประชากรวัย เรียนทุกคน ข้อที่ ๓ ยกระดับ คุณภำพกำร ศึกษำให้สอด คล้องกับกำร เปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ ๒๑ ข้อที่ ๔ เพิ่ม ประสิทธิภาพ การบริหารจัด การศึกษา 1. เพื่อให้ผู้เรียนที่มี ปัญหาต้องการความ ช่วยเหลือได้รับ ค าแนะน าที่ถูกต้อง เหมาะสม จากผู้ที่เป็น แกนน า และครูที่ ปรึกษา ๒. เพื่อให้มีนักเรียน แกนน าในห้องเรียนดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตักเตือน แนะน าเพื่อน ในการ ป้องกันและ แก้ไขปัญหายาเสพติด อบายมุขที่เป็นสิ่งมัวเมา ทั้งหลายและปัญหา อุบัติภัย ๓. เพื่อให้ผู้บริหาร สถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมี ความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยยา เสพติด และอบายมุข มี นโยบายไปสู่การปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม ๑. ร้อยละ 80 ของ นักเรียนได้รับความรู้ ด้านสุขภาพเบื้องต้น - กิจกรรมอบรม นักเรียนตามฐาน การเรียนรู้ต่างๆ โครงการสร้างสุข โรงเรียนส่งเสริม สุขภาพ ข้อที่ ๑ ส่งเสริม การจัดการศึกษา สถานศึกษา ให้มี ๑. เพื่อส่งเสริมกำร เรียนรู้ด้ำนสุขภำพของ นักเรียนและบุคลำกร


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 79 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ ตามฐานการเรียนรู้ 2. ร้อยละ 80 ของ นักเรียนที่ได้รับความรู้ ด้านสุขภาพแล้วน าไป ใช้ในชีวิตประจ าวัน และมีสุขภาพร่างกาย แข็งแรง 3. ร้อยละ 100 นักเรียนและบุคลากร ในโรงเรียนได้ให้อง พยาบาลพร้อม ให้บริการ - กิจกรรมการจัด ห้องพยาบาลพร้อม เวชภัณฑ์ยา - กิจกรรมกีฬาเพื่อ ส่งเสริมสุขภาพ นักเรียน ความมั่นคงและ ปลอดภัยทุก รูปแบบ ตำมฐำนกำรเรียนรู้ต่ำง ๆ และสำมำรถน ำ ควำมรู้ที่ได้ไปใช้ใน ชีวิตประจ ำวัน ๒. เพื่อให้บริกำรด้ำน สุขภำพเบื้องต้นแก่ นักเรียนและบุคลำกร ในโรงเรียน ๑. ร้อยละ 95 นักเรียน ครู ผู้บริหาร และบุคลากรมีคุณธรรม จริยธรรม ด าเนินชีวิต โดยยึดหลักธรรมมาภิ บาล มีจิตส านึกที่ดี มี ความซื่อสัตย์ สุจริต ๒. นักเรียนร้อยละ 80 มีทักษะกระบวนการคิด มีจิตส านึกของการมี คุณธรรม โดยค านึงถึง ประโยชน์ส่วนรวม ไม่ มุ่งหวังแต่ประโยชน์ ส่วนตัว - กิจกรรมป.ป.ช. สพฐ.น้อย และ ป.ป.ช. สพฐ. ชุมชน - กิจกรรมค่าย เยาวชนคนดีศรีหยง สตาร์ - กิจกรรมกิจกรรม เสริมสร้างธรรมมาภิ บาลในโรงเรียน โครงการ ขับเคลื่อน โรงเรียนคุณธรรม สพฐ.และ โรงเรียนสุจริต ข้อที่ ๑ ส่งเสริม การจัดการศึกษา สถานศึกษา ให้มี ความมั่นคงและ ปลอดภัยทุก รูปแบบ ๑. เพื่อเสริมสร้าง คุณธรรม จริยธรรม และด าเนินชีวิตโดยยึด หลักธรรมมาภิบาลและ ปลูกจิตส านึกที่ดี ความ ซื่อสัตย์ กลไกส าคัญใน การป้องกันการทุจริต ๒. เพื่อให้ทุกฝ่ายที่มี ส่วนเกี่ยวข้องรู้จัก แยกแยะระหว่าง ประโยชน์ส่วนตน และ ประโยชน์ส่วนรวม และมีความละอายต่อ การกระท าความผิด และมีส่วนร่วมในการ ต่อต้านการทุจริตทุก รูปแบบ ๑. ร้อยละ 80ของ นักเรียนได้เข้าร่วม กิจกรรมวันส าคัญและ - กิจกรรมวันส าคัญ ต่างๆ - อบรมให้ความรู้ โครงการเทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา ข้อที่ ๒ สร้าง โอกาสและความ เสมอภาคทาง ๑. เพื่อให้นักเรียนได้รับ การปลูกฝังจิตส านึกใน การรักชาติ ศาสนา


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 80 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ไทย มีจิตส านึกในการ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๒. ร้อยละ 80ของ นักเรียนได้รับการ ปลูกฝังจิตส านึก จิตส านึกที่ดีต่อหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง เกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ - อบรมให้ความรู้ เกี่ยวกับเศรษฐกิจ พอเพียง - กิจกรรมฐานอาชีพ บูรณาการเศรษฐกิจ พอเพียง - อบรมบุคลากรเรื่อง การบูรณาการ เศรษฐกิจพอเพียงสู่ บทเรียนและการ บริหาร พระมหากษัตริย์ น้อมน าพระบรม ราโชบายด้าน การศึกษาและ ขับเคลื่อน สถานศึกษา พอเพียง การศึกษาให้กับ ประชากรวัย เรียนทุกคน ข้อที่ ๓ ยกระดับ คุณภำพกำร ศึกษำให้สอด คล้องกับกำร เปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ ๒๑ พระมหากษัตริย์ ๒. เพื่อให้นักเรียนได้ ร่วมกิจกรรมวันส าคัญ และเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ไทย ๓. เพื่อให้นักเรียนได้ฝึก ประสบการณ์ใน กิจกรรมงานอาชีพที่ นักเรียนถนัด สนใจ และเหมาะสมกับ ศักยภาพของตนเอง ๔. เพื่อสร้างจิตส านึกที่ ดีของนักเรียน ต่อหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ๕. เพื่อให้นักเรียนได้ ปฏิบัติตามแนว เศรษฐกิจพอเพียงและ น าไปใช้ใน ชีวิตประจ าวัน ๖. เพื่อพัฒนาบุคลากร ของสถานศึกษาตาม หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ๑. โรงเรียนผ่านการ ประเมินสถานศึกษาสี ขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข ระดับ ดีเด่น ๒. โรงเรียนผ่านการ ประเมินกิจกรรม โรงเรียนปลอดบุหรี่ 3.กิจกรรมเสริมสร้าง ธรรมมาภิบาลใน โรงเรียน ประชุมเชิง ปฏิบัติการ ทบทวน แผนพัฒนา คุณภาพและ แผนปฏิบัติการ ประจ าปี ข้อที่ ๒ ส่งเสริม การจัดการศึกษา ให้ผู้เรียน ครูและ บุคลากรทางการ ศึกษา สถานศึกษา ให้มีความ ปลอดภัยทุก ๑. นักเรียนมีทักษะชีวิต และมีภูมคุ้มกันในการ ป้องกันปัญหา พฤติกรรมที่ไม่พึง ประสงค์ของนักเรียน ๒. นักเรียนเป็นบุคคลที่ มีคุณภาพ ทั้งด้าน ร่างกายและจิตใจ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 81 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ รูปแบบ สติปัญญา ความสามารถ ที่มี คุณภาพ จริยธรรม มีวิถี ชีวิตที่เป็นสุขตามที่ สังคมมุ่งหวัง ๓. นักเรียน ครู ผู้บริหาร บุคลากร ทางการศึกษาเป็นผู้ไม่ สูบบุหรี่ ๑. นักเรียนได้เรียนรู้ ด้วยกิจกรรมที่ หลากหลายตาม ศักยภาพของตนเอง ๒. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจมีทักษะใน เชิงวิชาการ ๓.ครูได้พัฒนาสื่อ นวัตกรรมที่เหมาะสม ๔. นักเรียนทุกคนมี หนังสือเรียน ๕. นักเรียนทุกคนมี อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน - กิจกรรมจัดหา หนังสือเรียน - กิจกรรมจัดหา อุปกรณ์การเรียน - กิจกรรมจัดหา เครื่องแบบ - กิจกรรมพัฒนา คุณภาพผู้เรียน โครงการพัฒนา คุณภาพผู้เรียน เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ตามนโยบายของ รัฐบาล ข้อที่ ๒ สร้าง โอกาสและความ เสมอภาคทาง การศึกษาให้กับ ประชากรวัย เรียนทุกคน ๑.ครูผู้สอน ได้พัฒนา สื่อนวัตกรรมที่เหมาะสม กับการจัดการเรียนรู้ เพียงพอและมีคุณภาพ ๒.ครูได้วัดผลการ เรียนรู้ตามสภาพจริง เหมาะสมกับผู้เรียน ๓. นักเรียน ได้รับ หนังสือเรียนโดยไม่เสีย ค่าใช้จ่าย ๔. นักเรียน ได้รับ อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียนโดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย นักเรียนรับประทาน อาหารกลางวันครบทุก คนและได้รับประทาน อาหารที่มีคุณค่าทาง โภชนาการท าให้ สุขภาพพลานามัย สมบูรณ์แข็งแรงทั้ง ทางด้านร่างกายและ จิตใจที่ดีส่งผลให้ อาหารกลางวัน นักเรียน โครงการอาหาร กลางวัน ข้อที่ ๒ สร้าง โอกาสและความ เสมอภาคทาง การศึกษาให้กับ ประชากรวัย เรียนทุกคน นักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล๑ ถึงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับรับประทานอาหาร กลางวันที่มีคุณค่าทาง โภชนาการ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 82 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ กิจกรรม โครงกำร กลยุทธ์ เป้ำประสงค์ นักเรียนมีน้ าหนัก ส่วนสูงมีสมรรถภาพ ทางกายตามเกณฑ์ มาตรฐานสามารถเข้า ร่วมกิจกรรมการเรียน ได้อย่างมีความสุข นักเรียนระดับอนุบาลระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1-6นักเรียนมี สุขภาพกายที่ ดี มี สุขภาพร่างกายแข็งแรง เติบโตได้ตามเกณฑ์ มาตรฐานของกรม อนามัย อาหารเสริม นม โครงการอาหาร เสริมนม ข้อที่ ๒ สร้าง โอกาสและความ เสมอภาคทาง การศึกษาให้กับ ประชากรวัย เรียนทุกคน นักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล๑ ถึงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับอาหารเสริมนม


ส่วนที่ 4 แผนงำนโครงกำร/กิจกรรม ส่วนที่ 4.1 รำยละเอียดของแผนงำน โครงกำร/กิจกรรมและประมำณกำรงบประมำณ จ ำแนกตำม โครงสร้ำงกำรบริหำรของสถำนศึกษำ แผนกำรใช้จ่ำยงบประมำณและโครงกำรตำมแผนปฏิบัติกำรประจ ำปีงบประมำณ 2566 (1 ตุลำคม 2565 – 30 กันยำยน 2566) โรงเรียนบ้ำนหยงสตำร์ ที่ รำยกำรงบประมำณ งบประมำณ ครูผู้รับผิดชอบ ค่ำใช้จ่ำยพื้นฐำน (ค่ำตอบแทน ใช้สอย และวัสดุ) 1. ค่าสาธารณูปโภค 56,000 ครูพัชรา ชุติเดโช 2. ค่าวัสดุส านักงานและวัสดุคอมพิวเตอร์ ๓๘,๒๖๖ ครูอมรทิพย์ สาวเดช 3. ค่าจ้าง/จัดท าเอกสาร 2,000 ครูอมรทิพย์ สาวเดช 4. ค่าจ้างปรับภูมิทัศน์ พัฒนาบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม 50,000 ครูจรรยา หยงสตาร์ 5. ค่าซ่อมแซมอาคารและสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ส านักงาน 5,000 ครูจรรยา หยงสตาร์ 6. ค่าจ้างครูอัตราจ้าง 36,000 ครูสุรัตยา หยังหลัง ค่ำใช้จ่ำยตำมโครงกำรพัฒนำและยกระดับคุณภำพกำรศึกษำ (ค่ำตอบแทน ใช้สอย และวัสดุ) งำนบริหำรงำนวิชำกำร 1. โครงการรักการอ่าน รู้คุณวันสุนทรภู่ รู้ค่าวันภาษาไทย 4,000 ครูโยษิตา พลวัฒน์ 2. โครงการวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 4,000 ครูสุนิศา ส านักพงศ์ ๓ โครงกำรส่งเสริมพัฒนำกำรเรียนรู้ระดับปฐมวัย ๑๒,๐๐๐ ครูพัชรา ชุติเดโช ครูนวพร สมจริง ครูสานิดา หนกหลัง


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 84 ที่ รำยกำรงบประมำณ งบประมำณ ครูผู้รับผิดชอบ ๔. โครงการแก้ปัญหาและพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนสู่ความเป็น เลิศ - กิจกรรมโครงงาน - กิจกรรมแข่งขันทักษะทางวิชาการ - กิจกรรมพัฒนาการอ่าน การเขียน 4,000 ครูโยษิตา พลวัฒน์ ๕. โครงการนักประชาสัมพันธ์น้อย 6,000 ครูโยษิตา พลวัฒน์ งำนบริหำรงำนบุคลำกร 1. โครงการพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนสู่คุณภาพผู้เรียน - กิจกรรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย กระบวนการเรียนรู้ Active Learning - กิจกรรมการวัดและประเมินผล - กิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติและให้ขวัญก าลังใจ - กิจกรรมศึกษาดูงาน - กิจกรรมพัฒนาครูด้านภาษา และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 8,000 ครูสุรัตยา หยังหลัง 2. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นนิติ บุคคล 4,000 ครูสุรัตยา หยังหลัง งำนบริหำรงำนทั่วไป 1. โครงการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 2,000 ครูโยษิตา พลวัฒน์ 2. โครงการขับเคลื่อนโรงเรียนต้นแบบสภานักเรียน - กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4,000 ครูจรรยา หยงสตาร์ 3. โครงการขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและ อบายมุข และความปลอดภัยในโรงเรียน 4,000 ครูโยษิตา พลวัฒน์ ๔ โครงการสร้างสุข โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 10,732 ครูศิราพร ทองขาว


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 85 ที่ รำยกำรงบประมำณ งบประมำณ ครูผู้รับผิดชอบ 5. โครงการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.และโรงเรียน สุจริต 4,000 ครูนวพร สมจริง 6. โครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ น้อม น าพระบรมราโชบายด้านการศึกษาและขับเคลื่อน สถานศึกษาพอเพียง 4,000 ครูสุรัตยา หยังหลัง ครูศิราพร ทองขาว งำนบริหำรงำนกำรเงิน 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาคุณภาพและ แผนปฏิบัติการประจ าปี 2,000 ครูพัชรา ชุติเดโช รวมเงิน ๒๕๙,๙๙๘ โครงกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียน เรียนฟรี 15 ปี อย่ำงมีคุณภำพตำมนโยบำยของรัฐบำล 1 5.1 ค่ำหนังสือเรียน และแบบฝึกหัดรำยวิชำพื้นฐำน เฉพำะ ป.๑ - ป.๖ ใน ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ในการศึกษา ขั้นพื้นฐาน/หนังสือเสริมประสบการณ์ในการศึกษาปฐมวัย ก่อนประถมศึกษา ๒๐๐ บาท/คน/ปี 4๖ คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๖๕๖ บาท/คน/ปี๑๔ คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ๖๕๐ บาท/คน/ปี ๑๙ คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ๖๕๓ บาท/คน/ปี ๑๗ คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ๗๐๗ บาท/คน/ปี ๑๔ คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ๘๔๖ บาท/คน/ปี ๑๓ คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ๘๕๙ บาท/คน/ปี ๑๖ คน ๙,๒๐๐ ๙,๑๘๔ ๑๒,๓๕๐ ๑๑,๑๐๑ ๙,๘๙๘ ๑๐,๙๙๘ ๑๓,๗๔๔ ครูโยษิตา พลวัฒน์ ๒ 5.2 ค่ำเครื่องแบบ ระดับก่อนประถมศึกษา ๓๒๕ บาท/คน/ปี ระดับประถมศึกษา ๔๐๐ บาท/คน/ปี ๑๔,๙๕๐ ๓๗,๒๐๐ ครูพัชรำ ชุติเดโช


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 86 ที่ รำยกำรงบประมำณ งบประมำณ ครูผู้รับผิดชอบ 3 5.3 อุปกรณ์กำรเรียน ระดับก่อนประถมศึกษา ๒๙๐ บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ ๑๔๕ บาท/คน) ระดับประถมศึกษา ๔๔๐ บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ ๒๒๐ บาท/คน) ๑๓,๓๔๐ ๔๐,๙๒๐ ครูพัชรำ ชุติเดโช 4 5.4 กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน ก่อนประถมศึกษำ ๔๓๘ บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ ๒๑๙ บาท/คน) ประถมศึกษำ ๔๘๙ บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ ๒๔๔/ ๒๔๕ บาท/คน) - กิจกรรมวิชาการ - กิจกรรมคุณธรรม จริยธรรม/ลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ ผู้บ าเพ็ญประโยชน์ - กิจกรรมทัศนศึกษา - กิจกรรมการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสาร สื่อสาร (ICT) - กิจกรรมกำรจัดกำรเรียนกำรสอนกำรแพร่ระบำดของโรค ๒๐,๑๔๘ ๔๕,๔๗๗ ๒๙,๐๐๐ ๑๒,๐๐๐ ๑๕,๐๐๐ ๖,๐๐๐ ๓,๖๒๕ ครูโยษิตา พลวัฒน์ ครูจรรยา หยงสตาร์ ครูจรรยา หยงสตาร์ ครูปำริชำต หวังชัย ครูจรรยา หยงสตาร์ รวมเงิน ๒๔๘,๕๑๐ งบอุดหนุนจำกองค์กำรบริหำรส่วนต ำบลท่ำข้ำม 1 โครงการอาหารกลางวัน ๕๘๓,๘๐๐ ครูสุรัตยา หยังหลัง 2 โครงการอาหารเสริมนม - ครูสุรัตยา หยังหลัง รวมเงิน ๕๘๓,๘๐๐ รวมทั้งสิ้น ๑,๐๙๒,๓๐๘


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 87 ส่วนที่ 4.2 รำยละเอียดโครงกำร/กิจกรรม ชื่อโครงกำร รู้คุณวันสุนทรภู่ รู้ค่าวันภาษาไทย กลุ่มงำน การบริหารวิชาการ สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการจัดการศึกษา สถานศึกษาให้มีความมั่นคง และ ปลอดภัยทุกรูปแบบ มาตรฐานการศึกษา สพฐ. ระดับกำรศึกษำระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ระดับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน มาตรฐานที่ 1 ด้านคุณภาพผู้เรียน ลักษณะโครงกำร □ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร นางสาวโยษิตา พลวัฒน์ งบประมาณ ๔,๐๐๐ บำท ระยะเวลำด ำเนินกำร 2๔ มิถุนายน - ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.256๖ 1. หลักกำรและเหตุผล ทางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ “รู้คุณวันสุนทรภู่ รู้ค่าวันภาษาไทย” เนื่องในวันสุนทรภู่และวันภาษาไทย ประจ าปี ๒๕๖๖ เพื่อกระตุ้นจิตส านึกให้นักเรียนตระหนักถึงคุณค่า และความส าคัญของท่านสุนทรภู่กวีเอกของไทย ที่มีผลงานเป็นที่เลื่องชื่อถึงรัตนกวีของไทยได้รับการยกย่อง จากองค์กรยูเนสโกให้เป็นบุคคลที่มีผลงานดีเด่นของโลกในด้านวรรณกรรม ผลงานที่ท่านได้ประพันธ์ไว้มี มากมาย เช่น นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศเมืองเพชร นิราศภูเขาทอง นิราศวัดเจ้าฟ้า นิราศสุพรรณ ร าพันพิลาป พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน ตอน ก าเนิดพลายงาม ฯลฯ ผลงานที่วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เป็น ยอดแห่งวรรณคดี ได้แก่ ยอดนิทานค ากลอน (พระอภัยมณี) ยอดกลอนเสภา (ขุนช้างขุนแผน) ยอดกลอนนิราศ (นิราศภูเขาทอง) ซึ่งเป็นมรดกอันล้ าค่าของไทย จึงจัดกิจกรรมวันสุนทรภู่และวันภาษาไทยขึ้น เพื่ อให้นั กเ รียนได้ ร ะลึ กถึงท่ าน สุนท รภู่ แ ล ะได้ค ว าม รู้เ กี่ย ว กับป ร ะ วัติแ ล ะผ ลง าน ของท่ าน รวมถึงเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้นักเรียนแสดงออกซึ่งความสามารถทางด้านทักษะทางภาษาไทย อีกด้วย 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเผยแพร่ประวัติ และผลงานของสุนทรภู่ และวันภาษาไทยให้นักเรียนได้รู้จัก 2. เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความส าคัญและคุณค่าของภาษาไทย 3. ความต ระหนักและมีจิตส านึกที่ดีในความเป็นไทย โดยรู้จักรัก ห่วงแหน และภูมิใจ ในความเป็นไทย 4. เพื่อให้เห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมไทย 5. เพื่อให้นักเรียนได้ร่วมแสดงความกตัญญู กตเวทิตาแด่สุนทรภู่


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 88 3. เป้ำหมำย 3.1 เป้ำหมำยเชิงผลผลิต (Output) 3.1.1 นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ รู้ประวัติ และผลงานของสุนทรภู่ และวัน ภาษาไทย 3.1.2 นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ เห็นความส าคัญและคุณค่าของภาษาไทย 3.1.3 นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ มีความตระหนักและมีจิตส านึกที่ดีใน ความเป็นไทย รู้จักรัก ห่วงแหน และภูมิใจในความเป็นไทย 3.1.๔ นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ เห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ไทย 3.1.๕ นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ ได้ร่วมแสดงความกตัญญูกตเวทิตา แด่ สุนทรภู่ 3.2 เป้ำหมำยเชิงผลลัพธ์ (Outcome) 3.๒.1 นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ ได้รับความรู้ด้านประวัติ และผลงานของ สุนทรภู่และวันภาษาไทยจากการจัดนิทรรศการและสื่อต่างๆ 3.๒.2 นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ ได้เล็งเห็นความส าคัญ และคุณค่าของ ภาษาไทยจากการเข้าร่วมกิจกรรม 3.๒.3 นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ ได้มีความตระหนักและมีจิตส านึกที่ดีใน ความเป็นไทย รู้จักรัก ห่วงแหน และภูมิใจในความเป็นไทย 3.๒.๔ นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ ได้เห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ไทยจากการเข้าร่วมกิจกรรม 3.๒.๕ นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๕ ได้ร่วมแสดงความกตัญญู กตเวทิตาแด่ สุนทรภู่ 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม เพิ่มตัวชี้วัดวำม ส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ 1. วางแผนประชุมหารือ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. 256๖ - นางสาวโยษิตา พลวัฒน์ ๒. ประชาสัมพันธ์ - ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. 256๖ - นางสาวโยษิตา พลวัฒน์ นางสาวสุรัตยา


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 89 กิจกรรม เพิ่มตัวชี้วัดวำม ส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ หยังหลัง นางสาวสุนิศา คงเลิศ ๓. จัดหาของรางวัล - ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. 256๖ - นางสาวสุรัตยา หยังหลัง ๔. ด าเนินกิจกรรม“รู้คุณวันสุนทรภู่ รู้ค่าวันภาษาไทย” - กิจกรรมวาดภาพระบายสี ภาพ - กิจกรรมคัดลายมือ - กิจกรรมอ่านท านองเสนาะ - กิจกรรมเปิดพจนานุกรม - กิจกรรมแต่งกลอน - กิจกรรมตอบค าถาม - กิจกรรมประกวดการแต่งกาย ตัวละครในวรรณคดีไทย - นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากรร้อยละ ๙๕ รู้ประวัติ และผลงาน ของสุนทรภู่ และวัน ภาษาไทย - นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากรร้อยละ ๙๕ เห็นความส าคัญและ คุณค่าของภาษาไทย - นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากรร้อยละ ๙๕ มีความตระหนักและ มีจิตส านึกที่ดีใน ความเป็นไทย รู้จัก รัก ห่วงแหน และ ภูมิใจ ในความเป็นไทย - นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากรร้อยละ ๙๕ เห็นคุณค่าของ 2๔ มิถุนายน - ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.256๖ - นางสาวโยษิตา พลวัฒน์ นางสาวสุรัตยา หยังหลัง นางสาวสุนิศา คงเลิศ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 90 กิจกรรม เพิ่มตัวชี้วัดวำม ส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ วรรณคดีและ วรรณกรรมไทย - นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากรร้อยละ ๙๕ ได้ร่วมแสดงความ กตัญญู กตเวทิตาแด่ สุนทรภู่ 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์(5 กลุ่มเป้ำหมำย) 5.1 นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 5.2 ผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 6. พื้นที่ด ำเนินกำร โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ม.3 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง 7. รำยละเอียดกำรใช้งบประมำณ ที่ กิจกรรม เงินงบประมำณ เงินนอก งบประมำณ รวม ตอบแทน ใช้สอย วัสดุ รวม ๑ กิจกรรมวำดภำพระบำยสีภำพ - - - - - - ๒ กิจกรรมคัดลำยมือ - - - - - - 3 กิจกรรมอ่ำนท ำนองเสนำะ - - - - - - ๔ กิจกรรมเปิดพจนำนุกรม - - - - - - ๕ กิจกรรมแต่งกลอน - - - - - - ๖ กิจกรรมตอบค ำถำม - - - - - - ๗ กิจกรรมประกวดกำรแต่งกำยตัว ละครในวรรณคดีไทย - - - - - - รวม ๔,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ๔,๐๐๐


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 91 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 1. ร้อยละ 95 นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากรรู้ประวัติ และผลงานของสุนทรภู่ และวันภาษาไทย เกณฑ์ ค่ำเฉลี่ย กำรแปลค่ำ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด - การสังเกต - การสอบถาม - การประเมินกิจกรรม -แบบบันทึกการสังเกต -แบบสอบถาม -แบบประเมินกิจกรรม 2. ร้อยละ 95 นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากร เห็นความส าคัญและคุณค่าของ ภาษาไทย เกณฑ์ ค่ำเฉลี่ย กำรแปลค่ำ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด - การสังเกต - การสอบถาม - ประเมินกิจกรรม -แบบบันทึกการสังเกต -แบบสอบถาม -แบบประเมินกิจกรรม ๓. ร้อยละ 95 นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากร มีความตระหนักและมีจิตส านึกที่ดีใน ความเป็นไทย รู้จักรัก ห่วงแหน และภูมิใจ ในความเป็นไทย เกณฑ์ ค่ำเฉลี่ย กำรแปลค่ำ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด - การสังเกต - การสอบถาม - การประเมินกิจกรรม -แบบบันทึกการสังเกต -แบบสอบถาม -แบบประเมินกิจกรรม


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 92 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ๔. ร้อยละ 95 นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากร เห็นคุณค่าของวรรณคดีและ วรรณกรรมไทย เกณฑ์ ค่ำเฉลี่ย กำรแปลค่ำ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด - การสังเกต - การสอบถาม - ประเมินกิจกรรม -แบบบันทึกการสังเกต -แบบสอบถาม -แบบประเมินกิจกรรม ๕. ร้อยละ 95 นักเรียน ครู ผู้บริหาร และ บุคลากร ได้ร่วมแสดงความกตัญญู กตเวทิตา แด่สุนทรภู่ เกณฑ์ ค่ำเฉลี่ย กำรแปลค่ำ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด - การสังเกต - การสอบถาม - การประเมินกิจกรรม -แบบบันทึกการสังเกต -แบบสอบถาม -แบบประเมินกิจกรรม 9. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ 9.๑ นักเรียนรู้ประวัติ และผลงานของสุนทรภู่ และวันภาษาไทย 9.๒ นักเรียนเห็นความส าคัญและคุณค่าของภาษาไทย 9.๓ นักเรียนมีความตระหนักและมีจิตส านึกที่ดีในความเป็นไทย รู้จักรัก ห่วงแหน และภูมิใจ ในความเป็นไทย 9.๔ นักเรียนเห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมไทย 9.๕ นักเรียนได้ร่วมแสดงความกตัญญู กตเวทิตาแด่สุนทรภู่


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 93 ลงชื่อ............................................ผู้เสนอโครงการ (นางสาวโยษิตา พลวัฒน์) ลงชื่อ........................................... ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวโยษิตา พลวัฒน์) ลงชื่อ.......................................... ผู้อนุมัติโครงการ (นางพรพนา สมัยรัฐ) ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านหยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 94 ชื่อโครงกำร วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ กลุ่มงำน การบริหารงานวิชาการ สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ ข้อที่ 2 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะส าคัญตามหลักสูตรและมี ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มำตรฐำนกำรศึกษำ สพฐ. ระดับการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ลักษณะโครงกำร โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร นางสาวสุนิศา ส านักพงศ์, นางสาวปาริชาต หวังชัย, นายเจษฎา โชติสกุล งบประมำณ ๔,๐๐๐ บาท ระยะเวลำด ำเนินกำร 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 1. หลักกำรและเหตุผล การจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพตามกรอบแนวคิดการจัดการเรียนรู้ ในยุคศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ นวัตกรรม การสื่อสารและเทคโนโลยี ทักษะชีวิตและอาชีพ โดย ครูผู้สอนต้องปรับเปลี่ยนบทบาทตนเองจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็นผู้อ านวยความสะดวกให้เกิดการเรียนรู้กับ ผู้เรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สอดคล้องกับแนวการจัดการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด กระบวนการ จัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ หลักสูตรการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) เป็นหลักสูตรการศึกษาของ ประเทศ มีจุดประสงค์ที่จะ พัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการเพิ่มศักยภาพของผู้เรียนให้สูงขึ้นสามารถด ารงชีวิตอยู่กับผู้อื่นอย่างมีความสุข บนพื้นฐานของความ เป็นไทยและความเป็นสากล รวมทั้งมีความสามารถในการประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อตาม ความถนัด ความ สนใจ และความสามารถของแต่ละบุคคล ตลอดจนการวัดผลและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เน้นวิธีการวัดผลจากสภาพจริง โดยเน้นการแสดงออกของ ผู้เรียน ให้ สอดคล้องกับคุณลักษณะ ความสามารถที่พึงประสงค์ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย วิทยาศาสตร์มีบทบาทส าคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิต ของทุกคนทั้งในการด ารงชีวิตประจ าวันและในงานอาชีพต่างๆ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนผลผลิตต่างๆ เพื่อใช้ อ านวยความสะดวกในชีวิตและการท างาน ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับความคิด สร้างสรรค์และศาสตร์อื่นๆ ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมาก พร้อมกันนั้น เทคโนโลยีก็มีส่วนส าคัญมากที่จะให้การศึกษาค้นคว้าความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง วิทยาศาสตร์ท าให้คนได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ มีทักษะส าคัญใน การค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลาย


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 95 และประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ อ าเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จึงตระหนักถึง ความส าคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการเรียนรู้ และการด ารงชีวิตของนักเรียนในปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียน เกิดทักษะกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และสามารถบูรณาการความรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อีกทั้งส่งเสริมให้นักเรียนเห็นความส าคัญของวิทยาศาสตร์จึงได้จัดโครงการ “วันวิทยาศาสตร์ แห่งชาติ” ขึ้นซึ่งเพื่อที่จะสนับสนุน และส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา ส่งเสริมให้นักเรียนตระหนักถึงความส าคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีต่อชีวิตประจ าวัน รวมทั้งเป็นการ พัฒนาพหุปัญญาแก่นักเรียน ท าให้นักเรียนเป็นผู้มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งจะสามารถเป็นก าลังส าคัญในการพัฒนาประเทศสืบต่อไป 2. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อให้นักเรียนสามารถบูรณาการความรู้ที่ได้เรียนในห้องเรียนกับชีวิตประจ าวัน ๒.๒ เพื่อให้นักเรียนได้น ากระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหา ๒.๓ เพื่อสร้างความตระหนักให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความส าคัญของวิทยาศาสตร์ต่อการด ารงชีวิต 3. เป้ำหมำย 3.1 เป้ำหมำยเชิงผลผลิต (Output) 3.1.1. นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ 80 มีความรู้และทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ตามกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น 3.1.2. นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ 90 มีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมในระดับ มากขึ้นไป 3.2 เป้ำหมำยเชิงผลลัพธ์ (Outcome) 3.๒.1. นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ 80 มีความรู้และทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ตามกิจกรรมต่างที่จัดขึ้น และสามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 3.๒.๒. นักเรียนในโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๐ มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการแก้ปัญหา และมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิง คุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ 1. วางแผนประชุมหารือ 27ก.ค. ๖๖ - นางสาวสุนิศา นางสาวปาริชาต นายเจษฎา


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 96 กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิง คุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ ๒. ประชาสัมพันธ์ - 31 ก.ค. - 11 ส.ค. ๖๖ - นางสาว ปาริชาต ๓. จัดหาของรางวัล - 7 -11 ส.ค. ๖๖ - นางสาวสุนิศา นางสาวปาริชาต นายเจษฎา 4. การจัดนิทรรศการฐานการร เรียนรู้ และการแข่งขันต่าง ๆ ฐานที่ ๑ การใช้กล้อง จุลทรรศน์เบื้องต้น ฐานที่ ๒ การทดลอง วิทยาศาสตร์ (Science Show) ฐานที่ ๓ การประกวดชุดรี ไซเคิล ฐานที่ ๔ การแข่งขัน Esport ฐานที่ ๕ การประกวดวาด ภาพทางวิทยาศาสตร์ ฐานที่ ๖ การแข่งขันตอบ ปัญหาวิทยาศาสตร์ 1. ร้อยละ 80 ของ นักเรียนมีความรู้และ ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ตาม กิจกรรมต่าง ๆ 2. ร้อยละ 80 ของ นักเรียนมีความรู้และ ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ตาม กิจกรรมต่างที่จัดขึ้น และสามารถน าไปใช้ใน ชีวิตประจ าวัน ๓. ร้อยละ ๙๐ ของ นักเรียนมีความคิด สร้างสรรค์ รู้จักการ แก้ปัญหาและมีเจตคติ ต่อวิทยาศาสตร์ ๔.ร้อยละ 90 ของ นักเรียนมีความพึง พอใจในการจัด กิจกรรมในระดับมาก ขึ้นไป 14-18 ส.ค. ๖๖ 5,0๐0 นางสาวสุนิศา นางสาวปาริชาต นายเจษฎา


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 97 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์ ๑. นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ๒. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 6. พื้นที่ด ำเนินกำร โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ม.3 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง 7. รำยละเอียดกำรใช้งบประมำณ ที่ กิจกรรม เงินงบประมำณ เงินนอก ตอบ งบประมำณ รวม แทน ใช้สอย วัสดุ รวม ๑ กำรจัดนิทรรศกำรฐำนกำรรเรียนรู้ และกำรแข่งขันต่ำง ๆ ฐานที่ ๑ การใช้กล้องจุลทรรศน์ เบื้องต้น ฐานที่ ๒ การทดลอง วิทยาศาสตร์ (Science Show) ฐานที่ ๓ การประกวดชุดรี ไซเคิล ฐานที่ ๔ การแข่งขัน E-sport ฐานที่ ๕ การประกวดวาดภาพ ทางวิทยาศาสตร์ ฐานที่ ๖ การแข่งขันตอบ ปัญหาวิทยาศาสตร์ - - 4,000 4,000 - 4,000 รวม - - ๔,๐๐๐ ๔,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 1. ร้อยละ 80 ของนักเรียนมีความรู้และทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ตามกิจกรรมต่าง ๆ เกณฑ์ ค่ำเฉลี่ย กำรแปลค่ำ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก ประเมิน/สังเกต จากการท ากิจกรรม ของผู้เรียน - แบบันทึก -แบบทดสอบ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 98 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด 2. ร้อยละ 80 ของนักเรียนมีความรู้และทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ตามกิจกรรมต่างที่จัดขึ้น และสามารถน าไปใช้ใน ชีวิตประจ าวัน เกณฑ์ ค่ำเฉลี่ย กำรแปลค่ำ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด ประเมิน/สังเกต จากการท ากิจกรรม ของผู้เรียน -แบบบันทึก ๓. ร้อยละ ๙๐ ของนักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการแก้ปัญหา และมีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ใช้ความรู้และกระบวนการวิทยาศาสตร์ที่มี แก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี และถูกต้องตาม หลักการ ดี หมายถึง ใช้ความรู้และกระบวนการวิทยาศาสตร์ที่มี แก้ไขปัญหาได้ ปานกลาง หมายถึง ใช้ความรู้และกระบวนการวิทยาศาสตร์ที่มี แก้ไขปัญหาได้น้อย ปรับปรุง หมายถึง ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้เลย สอบถามและ สังเกต การท า กิจกรรมของผู้เรียน -แบบสอบถาม -แบบบันทึก ๔.ร้อยละ 90 ของนักเรียนมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมในระดับ มากขึ้นไป เกณฑ์ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด สอบถามและ สังเกต การท า กิจกรรมของผู้เรียน แบบสอบถาม


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 99 9. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ นักเรียนสามารถน าความรู้ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวันได้รวมทั้ง เกิดความตระหนักถึงความส าคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีต่อชีวิตประจ าวัน ลงชื่อ ...................... ....................... ผู้เสนอโครงการ (นางสาวสุนิศา ส านักพงศ์) ลงชื่อ .................. ........................... ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวโยษิตา พลวัฒน์) ลงชื่อ...............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นางพรพนา สมัยรัฐ) ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านหยงสตาร์


Click to View FlipBook Version