The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนปฏิบัติการประจำปี 66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พรพนา สมัยรัฐ, 2023-03-25 07:38:28

แผนปฏิบัติการประจำปี 66

แผนปฏิบัติการประจำปี 66

แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 100 ชื่อโครงกำร ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ระดับปฐมวัย กลุ่มงำน การบริหารวิชาการ สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ กลยุทธ์ที่ ๒ สร้างโอกาสและความเสมอภาพทางการศึกษาให้กับประชากร วัยเรียนทุกคน กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษา ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่๒๑ มำตรฐำนกำรศึกษำ สพฐ. ระดับการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก , มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นส าคัญ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลักษณะโครงกำร โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร นางพัชรา ชุติเดโช นางสาวนวพร สมจริง นางสาวสานิดา หนกหลัง งบประมำณ ๑๒,๐๐๐ บาท ระยะเวลำด ำเนินกำร 1 ตุลาคม 2565 -30 กันยายน 2566 1. หลักกำรและเหตุผล ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าพัฒนาการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ส าหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กทุกคนมีพัฒนาการที่ดีเหมาะสมกับวัย ทั้งทางร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา มีทักษะ พื้นฐานในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สอดคล้องกับหลักการพัฒนาศักยภาพของแต่ละบุคคล สร้างให้ เด็กมีคุณลักษณะมีอุปนิสัยใฝ่ดี มีคุณธรรม มีวินัย ใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถซึมซับสุนทรียะและ วัฒนธรรมที่หลากหลายได้ ตามบทบัญญัติที่ก าหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 การปฏิรูปการจัดการเรียนรู้ตามความมุ่งหมายของการ ปฏิรูปการศึกษาคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดการเรียนรู้จากครู ต ารา เป็นพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญครูผู้สอนศึกษาความต้องการของผู้เรียนมาปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่ สอดคล้องกับบริบทของสังคม หลักสูตรปฐมวัยมุ่งเน้นพัฒนาตัวเด็กเป็นส าคัญและมุ่งพัฒนาเด็กทุกด้านแบบองค์รวมทั้งด้าน ร่างกาย อารมณ์- จิตใจ สังคม และสติปัญญา บนพื้นฐานของการให้ความส าคัญกับประสบการณ์เดิมที่เด็กมี อยู่และการสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ที่มีความหมายกับตัวเด็ก เป็นหลักสูตรที่ให้โอกาสเด็ก ทั้งเด็กปกติ เด็กด้อยโอกาส และเด็กพิเศษได้พัฒนาตามศักยภาพ รวมทั้งยอมรับในวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ตลอดจนพัฒนาเด็กให้รู้สึกเป็นสุขในปัจจุบัน มิใช่เพียงเพื่อเตรียมเด็กส าหรับอนาคตข้างหน้าเท่านั้น การสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ควรอยู่ในสภาพที่สนองความ ต้องการและความสนใจของเด็ก มีสื่อวัสดุอุปกรณ์ มีของเล่น ที่หลากหลาย เหมาะสมกับวัย ให้เด็กมีโอกาส ได้เลือกเล่น เรียนรู้เกี่ยวกับตนเองและโลกที่เด็กอยู่ รวมทั้งพัฒนาการอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม ดังนั้นโรงเรียน บ้านหยงสตาร์ได้จัดท าโครงการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ระดับปฐมวัยขึ้น เพื่อสามารถน าไปพัฒนาเด็ก


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 101 ปฐมวัย ให้ได้รับการพัฒนาทั้งสี่ด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างเต็มศักยภาพ มีความ พร้อมที่จะเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการ ครบทั้ง 4 ด้านด้านร่างกาย ด้าน อารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา ๒.๒ เพื่อพัฒนาเด็กระดับปฐมวัย ให้มีความพร้อมที่จะเรียนในระดับที่สูงขึ้น 3. เป้ำหมำย ๓.๑ เป้ำหมำยเชิงผลผลิต นักเรียนระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 1-3 จ านวน ๔๖ คน ได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการ ให้ มีความพร้อมทั้ง ๔ ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์- จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ๓.๒ เป้ำหมำยเชิงผลลัพธ์ นักเรียนระดับปฐมวัยโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมพัฒนาการ ทั้ง ๔ ด้าน คือด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญาอย่างเต็มศักยภาพ และผ่านการประเมินคิด เป็นร้อยละ 90.00 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์) (ขึ้นต้นค ำด้วยกำรประชุม กำรอบรม กำรประกวด กำรแข่งขัน กำรนิเทศ กิจกรรม...) เพิ่มตัวชี้วัดวำม ส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิง คุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ ๑.กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ร้อยละ๑๐๐ของเด็ก ปฐมวัยได้เข้าร่วม กิจกรรมการทดลอง วิทยาศาสตร์ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ๔,๐๐๐ ครูปฐมวัย ๒.กิจกรรมส่งเสริมสู่ความเป็นเลิศด้าน ปฐมวัย ร้อยละ ๙๐ ของเด็ก ปฐมวัยได้รับการ ส่งเสริมพัฒนาสู่ความ เป็นเลิศในด้านต่างๆ ธันวาคม ๒๕๖๕ กันยายน ๒๕๖๖ ๒,๕๐๐ ครูปฐมวัย


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 102 กิจกรรม (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์) (ขึ้นต้นค ำด้วยกำรประชุม กำรอบรม กำรประกวด กำรแข่งขัน กำรนิเทศ กิจกรรม...) เพิ่มตัวชี้วัดวำม ส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิง คุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ ๓. กิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย และประเมินพัฒนาการ ร้อยละ ๙๐ของเด็ก ปฐมวัยผ่านการ ประเมินและได้เข้า ร่วมกิจกรรมพัฒนาให้ มีความพร้อมทั้ง ๔ ด้าน กันยายน ๒๕๖๕ มีนาคม ๒๕๖๖ ๕๐๐ ครูปฐมวัย ๔.กิจกรรมจัดหาและผลิตสื่อนวัตกรรม ร้อยละ ๙๐ ของ ครูผู้สอนได้รับพัฒนา สื่อการเรียนการสอนที ทันสมัยและ หลากหลาย พฤศจิกายน ๒๕๖๕ - กันยายน ๒๕๖๖ ๕,๐๐๐ ครูปฐมวัย ๕.กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน ร้อยละ๑๐๐ของเด็ก ปฐมวัยได้รับการดูแล ช่วยเหลือครูออกเยี่ยม บ้านนักเรียน พฤศจิกายน ๒๕๖๕ มิถุนายน ๒๕๖๖ - ครูปฐมวัย 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์ ๑.นักเรียนระดับปฐมวัยโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 6. พื้นที่ด ำเนินกำร ณ ห้องเรียนปฐมวัย โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 7.รำยละเอียดกิจกรรมและงบประมำณ (ถั่วจ่ำยทุกรำยกำร) ที่ กิจกรรม เงินงบงบประมำณ เงินนอก งบ ประมำณ รวม ตอบ แทน ใช้สอย วัสดุ รวม ๑. กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย - - ๔,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ๔,๐๐๐


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 103 ที่ กิจกรรม เงินงบงบประมำณ เงินนอก งบ ประมำณ รวม ตอบ แทน ใช้สอย วัสดุ รวม ๒ กิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศ ทางวิชาการด้านปฐมวัย - - ๒,๕๐๐ ๒,๕๐๐ ๒,๕๐๐ ๓. กิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทาง กายและประเมินพัฒนาการ - - ๕๐๐ ๕๐๐ ๕๐๐ 4 กิจกรรมจัดหาและผลิตสื่อ นวัตกรรม - - ๕,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ๕. กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน - - - - - รวม - - ๑๒,๐๐๐ ๑๒,๐๐๐ ๑๒,๐๐๐ 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ (มำจำก ข้อ 4 คอลัมน์ 2) วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ๑.ร้อยละ ๙๐เด็กปฐมวัยได้เข้าร่วมกิจกรรมการ ทดลองวิทยาศาสตร์ สังเกต การสอบถาม แบบบันทึกการทดลอง ๒. ร้อยละ๙๐ของเด็กปฐมวัยได้รับการส่งเสริมพัฒนา สู่ความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ การสังเกต การสอบถาม แบบส ารวจรายการ บันทึกข้อมูล ๓.ร้อยละ๙๐ของเด็กปฐมวัยได้รับการทดสอบ สมรรถภาพและการประเมินพัฒนาการอยู่ในระดับ ดี สังเกต แบบประเมินสมรรถภาพ และแบบประเมินพัฒนาการ ๔.ร้อยละ๙๐ ครูผู้สอนได้รับพัฒนาสื่อการเรียนการ สอนทีทันสมัย การตรวจสอบ แบบบันทึกการใช้สื่อ ๕.ร้อยละ๑๐๐ ครูออกเยี่ยมบ้านเด็กระดับปฐมวัย การตรวจสอบ แบบบันทึกการเยียมบ้าน 9. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ๑. เด็กระดับปฐมวัยทั้งหมด ๔๖ คน ได้รับการพัฒนาตามโครงการ ร้อยละ ๙๐ ๒. เด็กระดับปฐมวัย ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน คือด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ - จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญาอย่างเต็มศักยภาพ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 104 ลงชื่อ ....................... ...................... ผู้เสนอโครงการ (นางพัชรา ชุติเดโช) ลงชื่อ .................... ..... .................... ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวโยษิตา พลวัฒน์) ลงชื่อ .................. ........................... ผู้อนุมัติโครงการ (นางพรพนา สมัยรัฐ) ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านหยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 105 ชื่อโครงกำร โครงการแก้ปัญหาและพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ กลุ่มงำน การบริหารวิชาการ สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ กลยุทธ์ที่ ๒ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากร วัยเรียนทุกคน กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ ๒๑ มำตรฐำนกำรศึกษำ สพฐ. □ ระดับการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการจักการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ลักษณะโครงกำร □ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร นางสาวโยษิตา พลวัฒน์ งบประมำณ ๔,๐๐๐ บาท ระยะเวลำด ำเนินกำร 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 1. หลักกำรและเหตุผล ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๕๐) ได้ก าหนดเป้าหมายการพัฒนาคนในทุกมิติ และ ทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโต บน คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา มีการปฏิรูปการเรียนรู้ส าหรับศตวรรษที่ ๒๑ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ มีกรอบทิศทางใน การจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถ เข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนา ก าลังคนให้มีสมรรถนะในการท างานที่สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๗) ที่มีเป้าหมายการ พัฒนา โดยเฉพาะหมุดหมายที่ ๑๒ ไทยมีก าลังคน สมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนโยบายและ จุดเน้น ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ นโยบายและจุดเน้นของส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ด้านโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ า ทางการศึกษา จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และ ได้รับ การพัฒนาให้มีสมรรถนะส าหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้รับโอกาสในการพัฒนา เต็มตามศักยภาพ และส่งเสริมเด็กพิการและผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหาทางเลือก ใน การเข้าถึงการเรียนรู้การฝึกอาชีพ เพื่อให้มีทักษะในการด าเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้ด้านคุณภาพ พัฒนา ผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มีการคิดขั้นสูง มีความสามารถในการ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 106 สื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการท างานของตนเองและร่วมกับผู้อื่น โดยใช้การรวมพลังท างานเป็นทีม เป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีความจงรักภักดีต่อ สถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ วิสัยทัศน์ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 เป็นองค์กรนวัตกรรมการศึกษา มุ่งพัฒนา คุณภาพของผู้เรียนสู่สังคมที่ยั่งยืน บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พันธกิจ พัฒนาศักยภาพและ คุณภาพผู้เรียน ให้มีสมรรถนะตามหลักสูตร และคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 และสร้างขีดความสามารถใน การแข่งขัน สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ า ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา อย่าง ทั่วถึง มีคุณภาพ มีมาตรฐาน อีกทั้งโรงเรียนได้ก าหนดวิสัยทัศน์ “โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ เป็นองค์การแห่งการ เรียนรู้คู่คุณธรรม มุ่งมั่นพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตามศักยภาพ บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” นั้น กลุ่มผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ไม่ได้ไป เรียนที่โรงเรียนเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ผู้เรียนเกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) จ าเป็นอย่าง ยิ่งที่จะเร่งแก้ปัญหาโดยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาด้วยการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ทุกระดับ และเห็นความส าคัญของการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนที่มีความพร้อมด้านการเรียน และความสามารถ ด้านพหุปัญญาทั้ง 8 ด้าน เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ กลุ่มงานการบริหารวิชาการได้จัดท า โครงการแก้ปัญหาและพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับโอกาส ความเสมอภาคทาง การศึกษาในการพัฒนาสมรรถนะตนเองตามศักยภาพส าหรับการศึกษาในระดับชั้นที่สูงขึ้นและการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคต 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและแก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ๒.๒ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมทักษะทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ สู่ความเป็นเลิศ 2.๓ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาสมรรถนะทักษะในศตวรรษที่ 21 และสมรรถนะผู้เรียนตามหลักสูตร 3. เป้ำหมำย 3.1 เป้ำหมำยเชิงผลผลิต (Output) ๓.๑.๑ ผู้เรียนที่มีปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ร้อยละ 80 ได้รับการ พัฒนาระดับมากขึ้นไป ๓.๑.๒ ผู้เรียนร้อยละ 80 สามารถอ่านออก เขียนได้ และคิดค านวณขั้นพื้นฐานตามหลักสูตร ระดับคุณภาพดีขึ้นไป 3.1.3 ผู้เรียนระดับชั้น ป.๑ ป.๓ และ ป.๖ ทุกคน ได้รับการพัฒนาศักยภาพนักเรียนในการ ทดสอบความสามารถ RT NT และ O-NET ตามล าดับ ระดับมากขึ้นไป


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 107 3.1.4 ผู้เรียนที่มีความสามารถทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ ร้อยละ 100 ได้ เข้าร่วมการแข่งขันกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 3.2 เป้ำหมำยเชิงผลลัพธ์ (Outcome) ๓.๑.๑ ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย (GPA) ระดับ 3 ขึ้นไป ๓.๑.๒ ผู้เรียนร้อยละ 40 มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ RT NT และ O-NET สูงกว่าร้อยละ 50 3.1.3 ผู้เรียนร้อยละ 60 ได้รับรางวัลจากการแข่งขันทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนในระดับต่าง ๆ ทั้งระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ 1. กิจกรรมแก้ปัญหาภาวะถดถอย ทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ของ ผู้เรียน ร้อยละ ๘๐ ของ ผู้เรียนที่มีปัญหาภาวะ ถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ได้รับการพัฒนาระดับ มากขึ้นไป 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 ๕๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์ ๒. กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเขียน และคิดค านวณ - ร้อยละ ๘๐ ของ ผู้เรียนสามารถอ่าน ออก เขียนได้ และคิด ค านวณขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรระดับ คุณภาพดีขึ้นไป - ร้อยละ 80 ของ ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนเฉลี่ย (GPA) ระดับ 3 ขึ้นไป 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 ๕๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์ ๓. กิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักเรียนชั้น ป.๑ ป.๓ และ ป.๖ - ร้อยละ 100 ของ ผู้เรียนระดับชั้น ป.๑ ป.๓ และ ป.๖ ได้รับ การพัฒนาศักยภาพ นักเรียนในการ 1 ตุลาคม 2565 - ๑๐ กุมภาพันธ์ ๑,๐๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 108 กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ ทดสอบความสามารถ RT NT และ O-NET ตามล าดับ ระดับมาก ขึ้นไป - ร้อยละ 40 ของ ผู้เรียน มีคะแนนเฉลี่ย ผลการสอบ RT NT และ O-NET สูงกว่า ร้อยละ 50 2566 ๔. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทาง วิชาการกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียน - ศิลปะหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๗๐ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ - ร้อยละ 100 ของ ผู้เรียนที่มี ความสามารถทางด้าน วิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ ได้ เข้าร่วมการแข่งขัน กิจกรรมต่าง ๆ ทั้ง ภายในและภายนอก โรงเรียน - ร้อยละ 60 ของ ผู้เรียน ได้รับรางวัล จากการแข่งขัน ทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะ ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียนใน ระดับต่าง ๆ ทั้งระดับ โรงเรียน กลุ่มโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับ ภูมิภาค และ ระดับประเทศ 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 ๒,๐๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 109 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์ นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 6. พื้นที่ด ำเนินกำร โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ สพป.ตรัง เขต ๑ 7. รำยละเอียดกำรใช้งบประมำณ ที่ กิจกรรม เงินงบประมำณ เงินนอก งบประมำณ รวม ตอบแทน ใช้สอย วัสดุ รวม ๑. กิจกรรมแก้ปัญหาภาวะถดถอย ทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ของผู้เรียน - กระดาษ - วัสดุฝึกทักษะ - - ๕๐๐ ๕๐๐ - ๕๐๐ ๒. กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การ เขียน และคิดค านวณ - กระดาษ - วัสดุฝึกทักษะ - - ๕๐๐ ๕๐๐ - ๕๐๐ ๓. กิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักเรียน ชั้น ป.๑ ป.๓ และ ป.๖ - กระดาษ - วัสดุฝึกทักษะ ๑,๐๐๐ - - ๑,๐๐๐ - ๑,๐๐๐ ๔. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทาง วิช าก า รกิจก ร รมต่ าง ๆ ทั้ง ภายในและภายนอกโรงเรียน เช่น ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้ง ที่ ๗๐ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ - กระดาษ - วัสดุฝึกทักษะ - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ รวม ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ๔,๐๐๐


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 110 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 1. ร้อยละ ๘๐ ของผู้เรียนที่มีปัญหาภาวะถดถอย ทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ทั้ง 3 กลุ่มได้รับการ พัฒนาระดับมากขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง เข้าร่วมการพัฒนาร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลนักเรียนใน การเข้าร่วมกิจกรรม บัญชีเรียกชื่อการเข้าร่วม กิจกรรม 2. ร้อยละ 6๐ ของผู้เรียนสามารถอ่านออก เขียนได้ และคิดค านวณขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 50-74.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 25-49.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-24.99 เก็บข้อมูลจากการ ทดสอบการอ่าน การ เขียน และการคิด ค านวณ สรุปรายงานผล ความสามารถอ่านออก เขียนได้ และคิดค านวณ 3. ร้อยละ 80 ของผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เฉลี่ย (GPA) ระดับ 3 ขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง คะแนนเฉลี่ย (GPA) ระดับ 3 ขึ้นไป ร้อยละ 90 ขึ้นไป ดี หมายถึง คะแนนเฉลี่ย (GPA) ระดับ 3 ขึ้นไป ร้อยละ 80-89.99 ปานกลาง หมายถึง คะแนนเฉลี่ย (GPA) ระดับ 3 ขึ้นไป ร้อยละ 60-79.99 ปรับปรุง หมายถึง คะแนนเฉลี่ย (GPA) ระดับ 3 ขึ้นไป ร้อยละ 0-59.99 เก็บข้อมูลผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน 4. ร้อยละ 100 ของผู้เรียนระดับชั้น ป.๑ ป.๓ และ เก็บข้อมูล บัญชีเรียกชื่อ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 111 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ป.๖ ได้รับการพัฒนาศักยภาพนักเรียนในการทดสอบ ความสามารถ RT NT และ O-NET ตามล าดับ ระดับ มากขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง เข้าร่วมการพัฒนาร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 นักเรียนที่เข้าร่วม กิจกรรม ในการเข้าร่วมกิจกรรม 5. ร้อยละ 50 ของผู้เรียน มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ RT NT และ O-NET สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ย สูงกว่าค่าเฉลี่ย ระดับประเทศ ร้อยละ 60 ขึ้นไป ดี หมายถึง ผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ย สูงกว่าค่าเฉลี่ย ระดับประเทศ ร้อยละ 50-59.99 ปานกลาง หมายถึง ผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ย สูงกว่า ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ร้อยละ 40-49.99 ปรับปรุง หมายถึง ผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ย สูงกว่า ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ร้อยละ 0-39.99 เก็บข้อมูลผลการสอบ RT NT และ O-NET รายงานผลการสอบ RT NT O-NET 6. ร้อยละ 80 ของผู้เรียนที่มีความสามารถทางด้าน วิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ ได้เข้าร่วมการ แข่งขันกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ผู้เรียนที่มีความสามารถ ได้เข้าร่วม ร้อยละ 90 ขึ้นไป ดี หมายถึง ผู้เรียนที่มีความสามารถ ได้เข้าร่วมร้อยละ 80-89.99 ปานกลาง หมายถึง ผู้เรียนที่มีความสามารถ ได้เข้า ร่วมร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ผู้เรียนที่มีความสามารถ ได้เข้าร่วม ร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลนักเรียนที่มี ความสามารถพิเศษ รายงานสรุปการเข้าร่วม กิจกรรมการแข่งขัน ความสามารถฯ 7. ร้อยละ 60 ของผู้เรียน ได้รับรางวัลจากการแข่งขัน เก็บข้อมูลรางวัล รายงานสรุปการเข้าร่วม


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 112 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะ ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียนในระดับต่าง ๆ ทั้งระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับภูมิภาค และ ระดับประเทศ เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับรางวัลร้อย ละ 70 ขึ้นไป ดี หมายถึง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับรางวัลร้อยละ 60-69.99 ปานกลาง หมายถึง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับรางวัล ร้อยละ 50-59.99 ปรับปรุง หมายถึง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับรางวัล ร้อยละ 0-49.99 จากการแข่งขันของผู้ เข่าร่วม กิจกรรมการแข่งขัน 9. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ผู้เรียนได้รับโอกาส ความเสมอภาคทางการศึกษาในการพัฒนาสมรรถนะตนเองตามศักยภาพส าหรับ การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคต ลงชื่อ ........................ ..................... ผู้เสนอโครงการ (นางสาวโยษิตา พลวัฒน์) ลงชื่อ ...................... ....................... ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวโยษิตา พลวัฒน์) ลงชื่อ ..................... ........................ ผู้อนุมัติโครงการ (นางพรพนา สมัยรัฐ) ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านหยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 113 ชื่อโครงกำร โครงการนักประชาสัมพันธ์น้อย กลุ่มงำน การบริหารวิชาการ สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ กลยุทธ์ที่ ๒ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากร วัยเรียนทุกคน กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ ๒๑ มำตรฐำนกำรศึกษำ สพฐ. □ ระดับการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจักการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นส าคัญ ลักษณะโครงกำร □ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร นางสาวโยษิตา พลวัฒน์ งบประมำณ ๖,๐๐๐ บาท ระยะเวลำด ำเนินกำร 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 1. หลักกำรและเหตุผล ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๕๐) ได้ก าหนดเป้าหมายการพัฒนาคนในทุกมิติ และทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโต บนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา มีการปฏิรูปการเรียนรู้ส าหรับศตวรรษที่ ๒๑ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ มีกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถ เข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มี คุณภาพ พัฒนาก าลังคนให้มีสมรรถนะในการท างานที่สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๗) ที่มีเป้าหมายการพัฒนา นโยบายและจุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ด้านโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา จัดการศึกษาให้ผู้เรียน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะส าหรับ การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนา ประเทศ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ และส่งเสริม เด็กพิการและผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหาทางเลือก ในการเข้าถึงการเรียนรู้การฝึก อาชีพ เพื่อให้มีทักษะในการด าเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้ ด้านคุณภาพ พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่ เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มีการคิดขั้นสูง มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 114 กระบวนการท างานของตนเองและร่วมกับผู้อื่น และวิสัยทัศน์ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 เป็นองค์กรนวัตกรรมการศึกษา มุ่งพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนสู่สังคมที่ยั่งยืน บนพื้นฐานหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง พันธกิจ พัฒนาศักยภาพและคุณภาพผู้เรียน ให้มีสมรรถนะตามหลักสูตร และคุณลักษณะใน ศตวรรษที่ 21 และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ า ให้ ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา อย่างทั่วถึง มีคุณภาพ มีมาตรฐาน อีกทั้งโรงเรียนได้ก าหนดวิสัยทัศน์ “โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้คู่คุณธรรม มุ่งมั่นพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตามศักยภาพ บน พื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” นั้น เนื่องจากตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ที่ผ่านมาโรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ นักเรียนไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียน ส่งผลให้ผู้เรียน ไม่ได้เข้าสังคม เกิดการเว้นระยะห่างทางสังคม มีการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครอง ผู้เรียนและ โรงเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ส่วนใหญ่ ท าให้เพิ่มช่องว่างระหว่างผู้เรียนกับโรงเรียนมากขึ้น ส าหรับกลุ่มผู้เรียน ที่ไม่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และเป็นอุปสรรคต่อการประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน เมื่อโรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ ผู้เรียนจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวส าหรับการเข้าสังคมใหม่ เกิดความเขินอายในการสื่อสาร ซึ่งการใช้ภาษาในการสื่อสารถือเป็นสิ่งจ าเป็นของการเข้าสังคมทุกช่วงวัย แม้ กระทั้งผู้เรียนที่ต้องใช้ภาษาในการสื่อสาร เช่น การพูดคุยกับเพื่อน การสอบถามข้องสงสัยกับครู การถาม-ตอบ ค าถามทางการเรียนรู้ เป็นต้น ทักษะการพูดจึงล้วนส าคัญและจ าเป็นส าหรับการเรียนรู้ โดยมีความจ าเป็นอย่าง ยิ่งที่จะเร่งแก้ปัญหา โดยเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการศึกษาด้วยการเสริมทักษะการสื่อสารในการเรียนรู้ ให้กับผู้เรียนทุกระดับ และเห็นความส าคัญของการส่งเสริมทักษะชีวิตให้กับผู้เรียนที่มีความพร้อมและความ สนใจด้านการพูดเป็นพิเศษ เมื่อผู้เรียนมีความพร้อม มีความเข้าใจในการสื่อสารก็จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้เรียน กล้าที่ถาม กล้าที่จะพูดมากยิ่งขึ้น ซึ่งการพูด การถามในสิ่งที่สงสัย ในสิ่งที่มีประโยชน์ คือประตูสู่การเรียนรู้ สถานศึกษาจึงจ าเป็นต้องสร้าง ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีการฝึกและพัฒนา ผู้เรียนให้มีพัฒนาการด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารได้ดี เก่ง และเท่าทันในทุก ๆ ด้าน พร้อมทั้งยังเป็นการ สื่อสารและประชาสัมพันธ์ของผู้เรียนทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน โดยการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนเก่ง ในด้านทักษะการพูด จ าเป็นต้องได้รับการฝึกฝน ส่งเสริมและพัฒนาอย่างสม่ าเสมอ การพูด การประชาสัมพันธ์ จึงมีความส าคัญที่จะต้องสื่อประสานให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับคุณครู โรงเรียนกับชุมชน ทั้งภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรียน จากหลักการดังกล่าวกลุ่มงานการบริหารวิชาการได้ จัดท าโครงการนักประชาสัมพันธ์น้อย เพื่อสร้าง ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนด้านทักษะ การพูด การประชาสัมพันธ์ของผู้เรียน การให้ความรู้ ความเข้าใจของข่าวสารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์สามารถ ประชาสัมพันธ์โรงเรียน จัดการข้อมูลข่าวสารโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รู้เท่าทันการ ประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิทัล และมีทักษะในการสื่อสารสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนและภาคี เครือข่าย และเพื่อสนับสนุนให้ภารกิจโรงเรียนบรรลุผลส าเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง สามารถน าไปปรับใช้ในการพัฒนางานทางวิชาชีพของผู้เรียนและประเทศชาติต่อไปในอนาคต


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 115 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและแก้ปัญหาด้านทักษะการพูด ๒.๒ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมทักษะทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ สู่ความเป็นเลิศ 2.๓ เพื่อให้ผู้เรียนประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ งาน กิจกรรมโรงเรียนทั้งภายในและภายนอก โรงเรียน 3. เป้ำหมำย 3.1 เป้ำหมำยเชิงผลผลิต (Output) ๓.๑.๑ ผู้เรียนที่มีปัญหาด้านการพูด ร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาระดับดีขึ้นไป ๓.๑.๒ ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ได้รับการพัฒนาทักษะการพูด สามารถพูดสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ระดับคุณภาพดีขึ้นไป 3.1.3 ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาสามารถน าทักษะการพูดไปต่อยอด การแข่งขันทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต ระดับคุณภาพดีขึ้นไป 3.2 เป้ำหมำยเชิงผลลัพธ์ (Outcome) ๓.๒.๑ ผู้เรียน ชุมชน ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย ร้อยละ 80 มีความสัมพันธ์ที่ดี และมีส่วนร่วมใน การจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณภาพได้ ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาและได้รับข้อมูลข่าวสารและ กิจกรรมของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ระดับคุณภาพดีขึ้นไป ๓.๒.๒ ผู้เรียนร้อยละ ๕0 เป็นนักพูด นักประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ระดับคุณภาพดีขึ้นไป 3.๒.3 ผู้เรียนร้อยละ 60 ได้รับรางวัลจากการแข่งขันทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนในระดับต่าง ๆ ทั้งระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ระดับคุณภาพดีขึ้นไป 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ 1. กิจกรรมส่งเสริม ทักษะการพูดและ ความเป็นผู้น า - ร้อยละ 80 ผู้เรียนที่มีปัญหาด้านการ พูด ได้รับการพัฒนาระดับดีขึ้นไป 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 ๑,๕๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์ ๒ . กิ จ ก ร ร ม นั ก ประชาสัมพันธ์น้อย - ร้อยละ ๘๐ ผู้เรียนได้รับการพัฒนา ทักษะการพูด สามารถพูดสื่อสารและ 1 ตุลาคม 2565 ๒,๕๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 116 กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ ประชาสัมพันธ์ระดับคุณภาพดีขึ้นไป - ร้อยละ 80 ผู้เรียน ชุมชน ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายมีความสัมพันธ์ที่ดี และมี ส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมี คุณภาพได้ ตามมาตรฐานการศึกษาของ สถานศึกษาและได้รับข้อมูลข่าวสารและ กิจกรรมของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ระดับ คุณภาพดีขึ้นไป - ร้อยละ ๕0 ผู้เรียนเป็นนักพูด นัก ประช าสัมพันธ์ของโ รงเรียน ระดับ คุณภาพดีขึ้นไป - 30 กันยายน 2566 ๔ . กิ จ ก ร ร ม ก า ร แข่งขันทักษะท าง วิชาการกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภ า ยใน แ ล ะ ภายนอกโรงเรียน - ศิลปหัตถกรรม นักเรียน ครั้งที่ ๗๐ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ - ร้อยละ ๘๐ ผู้เรียนได้รับการส่งเสริม และพัฒนาสามารถน าทักษะการพูดไปต่อ ยอด การแข่งขันทางด้านวิชาการ ทักษะ ชีวิต ระดับคุณภาพดีขึ้นไป - ร้อยละ 60 ผู้เรียนได้รับรางวัลจากการ แข่งขันทางด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และ ทักษะ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนใน ระดับต่าง ๆ ทั้งระดับ โรงเรียน กลุ่มโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ระดับ คุณภาพดีขึ้นไป 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 ๒,๐๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์ 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์ นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 6. พื้นที่ด ำเนินกำร โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ สพป.ตรัง เขต ๑


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 117 7. รำยละเอียดกำรใช้งบประมำณ ที่ กิจกรรม เงินงบประมำณ เงินนอก งบประมำณ รวม ตอบแทน ใช้สอย วัสดุ รวม ๑. กิจกรรมส่งเสริมทักษะการพูด และความเป็นผู้น า - กระดาษ - ปากกา - ดินสอ ๑,๐๐๐ - ๕๐๐ ๑,๕๐๐ - ๑,๕๐๐ ๒. กิจกรรมนักประชาสัมพันธ์น้อย - ไมค์โครโฟน - ถ่าน/แบตเตอรี่ - - ๒,๕๐๐ ๒,๕๐๐ - ๒,๕๐๐ ๓. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทาง วิช าก า รกิจกร รมต่ าง ๆ ทั้ง ภายในและภายนอกโรงเรียน เช่น ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๗๐ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ - กระดาษ - วัสดุฝึกทักษะ - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ รวม ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ๖,๐๐๐ - ๖,๐๐๐ 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 1. ผู้เรียนร้อยละ 80 ที่มีปัญหาด้านการพูดได้รับการพัฒนา ระดับดีขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง เข้าร่วมการพัฒนาร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลนักเรียน ในการเข้าร่วม กิจกรรม บัญชีเรียกชื่อการเข้าร่วม กิจกรรม 2. ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ได้รับการพัฒนาทักษะการพูด สามารถ พูดสื่อสารและประชาสัมพันธ์ระดับคุณภาพดีขึ้นไป เกณฑ์ เก็บข้อมูลจากการ เข้าร่วมกิจกรรม ประชาสัมพันธ์ บัญชีเรียกชื่อการเข้าร่วม กิจกรรมประชาสัมพันธ์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 118 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ดีมาก หมายถึง เข้าร่วมการพัฒนาร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 ๓. ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาสามารถ น าทักษะการพูดไปต่อยอดการแข่งขันทางด้านวิชาการ ทักษะ ชีวิต ระดับคุณภาพดีขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง เข้าร่วมการพัฒนาและต่อยอดทักษะการพูด ร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูล นักเรียนที่เข้าร่วม กิจกรรมการ แข่งขัน บัญชีเรียกชื่อ ในการเข้าร่วมกิจกรรม การแข่งขัน ๔. ผู้เรียน ชุมชน ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย ร้อยละ 80 มี ความสัมพันธ์ที่ดี และมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้ผู้เรียน มีคุณภาพได้ ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาและ ได้รับข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ระดับคุณภาพดีขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง มีความเข้าใจ มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลจาก แบบประเมิน ความพึงพอใจ รายงานสรุปแบบ ประเมินความพึงพอใจ ๕. ผู้เรียนร้อยละ ๕0 เป็นนักพูด นักประชาสัมพันธ์ของ โรงเรียน ระดับคุณภาพดีขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง เข้าร่วมและพัฒนาการพูดร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลนักเรียน ในการเข้าร่วม กิจกรรม บัญชีเรียกชื่อการเข้าร่วม กิจกรรม ๖. ผู้เรียนร้อยละ 60 ได้รับรางวัลจากการแข่งขันทางด้าน เก็บข้อมูลรางวัล รายงานสรุปการเข้าร่วม


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 119 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ วิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะ ทั้งภายในและภายนอก โรงเรียนในระดับต่าง ๆ ทั้งระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ระดับ คุณภาพดีขึ้นไป ดีมาก หมายถึง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับรางวัลร้อยละ 70 ขึ้นไป ดี หมายถึง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับรางวัลร้อยละ 60- 69.99 ปานกลาง หมายถึง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับรางวัลร้อยละ 50-59.99 ปรับปรุง หมายถึง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รับรางวัลร้อยละ 0-49.99 จากการแข่งขัน ของผู้เข่าร่วม กิจกรรมการแข่งขัน 9. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ผู้เรียนมีทักษะการพูด สามารถพูดประชาสัมพันธ์ และใช้ทักษะการพูดในโอกาสต่าง ๆ ที่ได้รับ และ สามารถน าทักษะการพูดไปใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคต ลงชื่อ .................... ......................... ผู้เสนอโครงการ (นางสาวโยษิตา พลวัฒน์) ลงชื่อ ....................... ...................... ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวโยษิตา พลวัฒน์) ลงชื่อ ............................................. ผู้อนุมัติโครงการ (นางพรพนา สมัยรัฐ) ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านหยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 120 ชื่อโครงกำร โครงการพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนสู่คุณภาพผู้เรียน กลุ่มงำน การบริหารงานบุคคล สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ ๒๑ กลยุทธ์ที่ ๔ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา มำตรฐำนกำรศึกษำ สพฐ. ระดับการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๒ ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ ๓ ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นส าคัญ ลักษณะโครงกำร □ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร นางสาวสุรัตยา หยังหลัง งบประมำณ ๘,๐๐๐ บาท ระยะเวลำด ำเนินกำร 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 1. หลักกำรและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2544 หมวด 7 มาตรา 52 ให้มีการจัดการ ส่งเสริมพัฒนา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูงอย่างต่อเนื่องและ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพทุกด้าน ในการที่จะพัฒนาเด็กให้มีลักษณะดังกล่าวนั้นจะต้องพัฒนาครูให้ เปลี่ยนแปลงวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากครูไปสู่เด็ก มีทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ การจัดการเรียนรู้ เชิงรุก (Active Learn) ตามหนังสือ ว ๓ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ ส านักงาน ก.ค.ศ. ได้ก าหนด มาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในอันที่จะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ดีขึ้น โดยมี ลักษณะงานที่ปฏิบัติมีการบูรณาการงานทั้ง ๓ ด้าน ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกัน ได้แก่ ๑) ด้านการจัดการ เรียนรู้๒) ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้3) ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ มีคุณสมบัติเฉพาะส าหรับต าแหน่ง และมีความรู้และสมรรถนะที่ จ าเป็นส าหรับต าแหน่ง และจุดเน้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ด้านโอกาสทางการศึกษา ข้อ 3) แก้ปัญหาการเรียนรู้ พฤติกรรม ความเครียด และสุขภาพจิตของ ผู้เรียน ข้อ 4) สร้างความเข็มแข็งระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านคุณภาพ ข้อ 5) พัฒนาการจัดการศึกษา ระดับปฐมวัยให้มีคุณภาพ ข้อ 6 ใช้หลักสูตรการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ข้อ 7) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ข้อ 8) พัฒนาครู


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 121 และบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะ ตามมาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ ข้อ 9) ใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้และการบริหารจัดการ ด้านประสิทธิภาพ ข้อ 10) บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ข้อ 11) เพิ่มความเข็มแข็งระบบนิเทศการศึกษาและระบบประกันคุณภาพ สภาพปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง และปฏิรูปการจัดการศึกษา จึงมีความจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนา สมรรถนะครู เพื่อจะได้มีองค์ความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดีที่จะเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการเรียนรู้ให้ประสบ ความส าเร็จ ให้ครูมีศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอน มีความรู้ความสามารถในการ สร้างสรรค์ และใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มีความรู้และทักษะในสังคมยุควิถีใหม่ (New Normal) สู่สมรรถนะของ ผู้เรียน โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ เล็งเห็นถึงความส าคัญการพัฒนาความรู้ความสามารถและศักยภาพของครูและ บุคลากรทางการศึกษาจึงด าเนินโครงการพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนสู่สมรรถนะผู้เรียน เพื่อพัฒนาครูและ บุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะ ตามมาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพสู่สมรรถนะผู้เรียน 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้Active Learning และออกแบบการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับการวัดและประเมินผล จากการศึกษาค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนา พัฒนาตนเอง และร่วมกิจกรรม PLC และน าความรู้สู่การปฏิบัติ ๒.2 เพื่อให้ครูได้พัฒนาทักษะด้านภาษาและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จากการศึกษาค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนาพัฒนาตนเอง และร่วมกิจกรรม PLC และน าความรู้สู่การปฏิบัติ ๒.3 เพื่อให้ครูได้ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในและนอกสถานที่ และน าความรู้สู่การปฏิบัติ ๒.4 เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีผลงานเชิงประจักษ์ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติและ ขวัญก าลังใจ 3. เป้ำหมำย 3.1 เป้ำหมำยเชิงผลผลิต (Output) 3.1.1 ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจในการออกแบบการเรียนรู้ มีกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และสอดคล้องกับการวัดและประเมินผล จากการศึกษา ค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนาพัฒนาตนเอง และร่วมกิจกรรม PLC 3.1.2 ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจด้านภาษาและการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล จากการศึกษาค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนาพัฒนาตนเอง และร่วมกิจกรรม PLC 3.1.3 ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ได้เข้าร่วมศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้ง ในและนอกสถานที่ 3.2 เป้ำหมำยเชิงผลลัพธ์ (Outcome) 3.๒.1 แผนจัดการเรียนรู้Active Learning และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สู่สมรรถนะผู้เรียน ของครูและบุคลากรทางการศึกษาพัฒนาขึ้น ร้อยละ 50 มีระดับคุณภาพดีขึ้นไป


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 122 3.๒.2 ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร้อยละ 80 น าความรู้จากการพัฒนาด้านภาษาและการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล และการศึกษาดูงานมาปรับเปลี่ยนพัฒนางานของตนเองให้ดีขึ้น 3.2.๓ ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนที่มีผลงานเชิงประจักษ์ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ และได้ขวัญก าลังใจ 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ 1. กิจกรรมพัฒนาครูและ บุคลากรทางการศึกษาในการ ออกแบบการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และ สอดคล้องกับการวัดและ ประเมินผล 1. ร้อยละ 80 ของครูและ บุคลากรทางการศึกษา มี ความรู้ความเข้าใจในการ ออกแบบการเรียนรู้ มี กระบวนการจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning และสอดคล้องกับการวัด และประเมินผล จาก การศึกษาค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนาพัฒนา ตนเอง และร่วมกิจกรรม PLC 2. ร้อยละ 50 ของแผน จัดการเรียนรู้ Active Learning และนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้สู่ สมรรถนะผู้เรียน ของครู และบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาขึ้น มีระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป 1 ตุลาคม 2565 -30 กันยายน 2566 ๒,๐๐๐ นางสาวสุรัตยา หยังหลัง 2. กิจกรรมพัฒนาทักษะด้าน ภาษาและการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล 1. ร้อยละ 80 ของครูและ บุคลากรทางการศึกษามี ความรู้ความเข้าใจด้าน ภาษาและการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล จากการศึกษา 1 ตุลาคม 2565 -30 กันยายน 2566 ๑,๐๐๐ นางสาวสุรัตยา หยังหลัง


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 123 กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ ค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนาพัฒนาตนเอง และ ร่วมกิจกรรม PLC 2. ร้อยละ 80 ของครูและ บุคลากรทางการศึกษา น า ความรู้จากการพัฒนาด้าน ภาษาและการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล และการศึกษาดูงาน มาปรับเปลี่ยนพัฒนางาน ของตนเองให้ดีขึ้น 3. กิจกรรมศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในและ นอกสถานที่ 1. ร้อยละ 100 ของครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้เข้าร่วมศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งใน และนอกสถานที่ 2. ร้อยละ 80 ของครูและ บุคลากรทางการศึกษา น า ความรู้จากการพัฒนาด้าน ภาษาและการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล และการศึกษาดูงาน มาปรับเปลี่ยนพัฒนางาน ของตนเองให้ดีขึ้น 1 ตุลาคม 2565 -30 กันยายน 2566 ๑,๐๐๐ นางสาวสุรัตยา หยังหลัง 4. ยกย่องเชิดชูเกียรติและขวัญ ก าลังใจ ร้อยละ 100 ของครูและ บุคลากรทางการศึกษาที่มี ผลงานเชิงประจักษ์ได้รับ การยกย่องเชิดชูเกียรติและ ได้ขวัญก าลังใจ 1 ตุลาคม 2565 -30 กันยายน 2566 ๓,๐๐๐ นางสาวสุรัตยา หยังหลัง 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์ 5.1 ครู 5.2 นักเรียน


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 124 6. พื้นที่ด ำเนินกำร โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 7. รำยละเอียดกำรใช้งบประมำณ ที่ กิจกรรม เงินงบประมำณ เงินนอก งบประมำณ รวม ตอบแทน ใช้สอย วัสดุ รวม ๑ กิจกรรมพัฒนาครูและบุคลากร ทางการศึกษาในการออกแบบ การเรียนรู้ กระบวนการจัดการ เรียนรู้แบบ Active Learning และสอดคล้องกับการวัดและ ประเมินผล - ๒,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ๒ กิจกรรมพัฒนาทักษะด้านภาษา และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล - ๑,๕๐๐ - ๑,๕๐๐ - ๑,๕๐๐ ๓ กิจกรรมศึกษาดูงานแลกเปลี่ยน เรียนรู้ทั้งในและนอกสถานที่ - ๑,๕๐๐ - ๑,๕๐๐ - ๑,๕๐๐ ๔ ยกย่องเชิดชูเกียรติและขวัญ ก าลังใจ - ๓,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ รวม ๘,๐๐๐ ๘,๐๐๐ ๘,๐๐๐ 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 1. ร้อยละ 80 ของครูและบุคลากรทางการ ศึกษา มีความรู้ความเข้าใจในการออกแบบการ เรียนรู้ มีกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และสอดคล้องกับการวัด และประเมินผล จากการศึกษาค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนาพัฒนาตนเอง และร่วมกิจกรรม PLC เกณฑ์กำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ Active Learning ปฏิบัติได้ 8-10 ข้อ = ดีเยี่ยม - ตรวจ/ประเมินแผนการ จัดการเรียนรู้ - นิเทศ/สังเกตการสอน/ เยี่ยมชั้นเรียน - แบบประเมินการออกแบบการ จัดการเรียนรู้ Active Learning - แบบสังเกตพฤติกรรมการสอน ส าหรับผู้นิเทศ/เยี่ยมชั้นเรียนของ โรงเรียนบ้านหยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 125 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ปฏิบัติได้ 6-7 ข้อ = ดี ปฏิบัติได้ 5 ข้อ = พอใช้ ปฏิบัติได้ต่ ากว่า 5 ข้อ = ปรับปรุง เกณฑ์สังเกตพฤติกรรมกำรสอนส ำหรับผู้ นิเทศ/เยี่ยมชั้นเรียน ปฏิบัติได้ 31-35 ข้อ = ดีเยี่ยม ปฏิบัติได้ 26-30 ข้อ = ดี ปฏิบัติได้ 20-25 ข้อ = พอใช้ ปฏิบัติได้ต่ ากว่า 20 ข้อ = ปรับปรุง 2. ร้อยละ 50 ของแผนจัดการเรียนรู้ Active Learning และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สู่ สมรรถนะผู้เรียน ของครูและบุคลากรทางการ ศึกษาพัฒนาขึ้น มีระดับคุณภาพดีขึ้นไป เกณฑ์คุณภำพของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ ปฏิบัติได้ 8-10 ข้อ = ดีเยี่ยม ปฏิบัติได้ 6-7 ข้อ = ดี ปฏิบัติได้ 5 ข้อ = พอใช้ ปฏิบัติได้ต่ ากว่า 5 ข้อ = ปรับปรุง - ตรวจ/ประเมินแผนการ จัดการเรียนรู้ - แบบประเมินการออกแบบการ จัดการเรียนรู้ Active Learning 3. ร้อยละ 80 ของครูและบุคลากรทางการ ศึกษามีความรู้ความเข้าใจด้านภาษาและการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลระดับมากขึ้นไป จาก การศึกษาค้นคว้า ประชุม อบรม สัมมนา พัฒนาตนเอง และร่วมกิจกรรม PLC เกณฑ์ ค่ำเฉลี่ย กำรแปลค่ำ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก - ประเมินความรู้ความ เข้าใจ - แบบประเมินความรู้ความเข้าใจ ด้านภาษาและการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 126 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด 4. ร้อยละ 80 ของครูและบุคลากรทางการ ศึกษา น าความรู้จากการพัฒนาด้านภาษาและ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการศึกษาดูงานมา ปรับเปลี่ยนพัฒนางานของตนเองให้ดีขึ้น เกณฑ์ ค่ำเฉลี่ย กำรแปลค่ำ 4.51 – 5.00 มากที่สุด 3.51 – 4.50 มาก 2.51 – 3.50 ปานกลาง 1.51 – 2.50 น้อย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด - ประเมินการน าความรู้ ความเข้าใจมาปรับเปลี่ยน พัฒนางานของตนเอง - แบบประเมินการน าความรู้ ความเข้าใจมาปรับเปลี่ยนพัฒนา งานของตนเอง 5. ร้อยละ 100 ของครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ได้เข้าร่วมศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งในและนอกสถานที่ เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง เข้าร่วมร้อยละ 90 ขึ้นไป ดี หมายถึง เข้าร่วมร้อยละ 80-89.99 ปานกลาง หมายถึง เข้าร่วมร้อยละ 70- 79.99 ปรับปรุง หมายถึง เข้าร่วมร้อยละ 0-69.99 - ตรวจสอบข้อมูลการเข้า ร่วมการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งใน และนอกสถานที่ - บัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วม 6. ร้อยละ 100 ของครูและบุคลากรทางการ ศึกษาที่มีผลงานเชิงประจักษ์ได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติและได้ขวัญก าลังใจ เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ได้ร้อยละ 90 ขึ้นไป ดี หมายถึง ได้ร้อยละ 80-89.99 ปานกลาง หมายถึง ได้ร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ได้ร้อยละ 0-69.99 - ตรวจสอบข้อมูลครูและ บุคลากรทางการศึกษาที่มี ผลงานเชิงประจักษ์ได้รับ การยกย่องเชิดชูเกียรติ และได้ขวัญก าลังใจ - รายงานสรุป - ภาพถ่าย/เกียรติบัตร


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 127 9. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะ ตามมาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพสู่สมรรถนะ ผู้เรียน ลงชื่อ ....................... ...................... ผู้เสนอโครงการ (นางสาวสุรัตยา หยังหลัง) ลงชื่อ ..................... ........................ ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวสุรัตยา หยังหลัง) ลงชื่อ ..................... ........................ ผู้อนุมัติโครงการ (นางพรพนา สมัยรัฐ) ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านหยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 128 ชื่อโครงกำร โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาที่เป็นนิติบุคคล กลุ่มงำน การบริหารงานบุคคล สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ ๒๑ กลยุทธ์ที่ ๔ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา มำตรฐำนกำรศึกษำ สพฐ. ระดับการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ 1 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๒ ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ลักษณะโครงกำร โครงการต่อเนื่อง □ โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร นางสาวสุรัตยา หยังหลัง งบประมำณ ๔,๐๐๐ บาท ระยะเวลำด ำเนินกำร 1 ตุลาคม 2565 -30 กันยายน 2566 1. หลักกำรและเหตุผล กำรปฏิรูปกำรศึกษำตำมพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ นั้น มีควำมมุ่งหมำยที่จะจัดกำรเพื่อ พัฒนำคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดีมีควำมสำมำรถและอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่ำงมีควำมสุข โดย กระทรวงศึกษำธิกำรก ำหนดเงื่อนไขและหลักกำรในกำรปฏิรูปโดยยึดโรงเรียนเป็นศูนย์กลำงในกำรตัดสินใจ ให้ บุคคลหลำยฝ่ำยเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรจัดกำรศึกษำ กระจำยอ ำนำจกำรบริหำรจัดกำรด้ำนวิชำกำร งบประมำณ บริหำรงำนบุคคล และบริหำรทั่วไป และมีกำรก ำหนดหน้ำที่ควำมรับผิดชอบที่สำมำรถตรวจสอบ ได้ โรงเรียนจึงมีฐำนะเป็นนิติบุคคล มีอ ำนำจปกครอง ดูแล บ ำรุง รักษำ ใช้และจัดหำประโยชน์จำกทรัพย์ที่มี ผู้บริจำคให้โดยได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน และต้องจัดท ำงบดุลประจ ำปี รำยงำนสำธำรณชนทุกสิ้นปีกำรศึกษำ ด้วยเหตุดังกล่ำวโรงเรียนจึงต้องปรับกลยุทธ์ในกำรบริหำรจัดกำรให้สอดคล้องกับหลักกำรกระจำย อ ำนำจ เน้นกำรบริหำรโดยใช้โรงเรียนเป็นฐำน (SBM) เปิดโอกำสให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรบริหำร จัดกำรศึกษำ พัฒนำบุคลำกรทุกกลุ่มให้มีควำมรู้ควำมสำมำรถในกำรบริหำรจัดกำร กำรจัดกำรเรียนกำรสอน กำรปฏิบัติงำน กำรใช้เทคโนโลยี สร้ำงเครือข่ำยกำรเรียนรู้อย่ำงกว้ำงขวำง ท ำกำรบริหำรจัดกำรควำมรู้อย่ำง มีประสิทธิภำพ จัดบรรยำกำศภำยในโรงเรียนให้เอื้อต่อกำรเรียนรู้ โดยมีเป้ำหมำยส ำคัญอยู่ที่กำรพัฒนำ คุณภำพผู้เรียนเป็นส ำคัญ 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการของโรงเรียนให้มีความเข้มแข็งทุกด้าน 2.2 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล 2.3 เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้มีคุณภาพมาตรฐานสากล สพฐ. และ สมศ.


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 129 3. เป้ำหมำย 3.1 เป้ำหมำยเชิงผลผลิต (Output) ๓.๑.๑ โรงเรียนให้มีความเข้มแข็งการบริหารจัดการทุกด้าน ๓.๑.๒ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในกำรบริหำรจัดกำร ๓.๑.๓ โรงเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล สพฐ. และ สมศ. 3.2 เป้ำหมำยเชิงผลลัพธ์ (Outcome) โรงเรียนมีกำรบริหำรจัดกำรที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภำพตำมหลักธรรมำภิบำล และมีคุณภำพ กำรศึกษำตำมมำตรฐำนสำกล สพฐ. และ สมศ. 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์) (ขึ้นต้นค ำด้วยกำรประชุม กำรอบรม กำร ประกวด กำรแข่งขัน กำรนิเทศ กิจกรรม...) เพิ่มตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ 1 กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพของการ บริหารจัดการของโรงเรียนให้มีความ เข้มแข็งทุกด้าน ร้อยละ ๘๐ โรงเรียนมีกำรบริหำร จัดกำรที่เข้มแข็ง 1 ตุลาคม 2565 -30 กันยายน 2566 ๒,๐๐๐ ผู้บริหาร/ครู ทุกคน 2. กิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ตามหลักธรรมาภิบาล ร้อยละ ๘๐ ครู นักเรียน และ ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในกำรบริหำรจัดกำร 1 ตุลาคม 2565 -30 กันยายน 2566 ๑,๐๐๐ ผู้บริหาร/ครู ทุกคน 3. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนให้มีคุณภาพ มาตรฐานสากล สพฐ. และ สมศ. ร้อยละ ๘๐ โรงเรียนมี คุณภาพ มาตรฐานสากลตาม สพฐ. และ สมศ. 1 ตุลาคม 2565 -30 กันยายน 2566 ๑,๐๐๐ ผู้บริหาร/ครู ทุกคน 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์(5 กลุ่มเป้ำหมำย) 1. ครู 2. นักเรียน 3. ผู้ปกครอง 4. คณะกรรมการสถานศึกษา


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 130 6. พื้นที่ด ำเนินกำร โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 7. รำยละเอียดกำรใช้งบประมำณ ที่ กิจกรรม (มำจำกข้อ 4 คอลัมน์ 1) เงินงบประมำณ เงินนอก งบประมำณ รวม ตอบแทน ใช้สอย วัสดุ รวม ๑ กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพของ การบริหารจัดการของโรงเรียน ให้มีความเข้มแข็งทุกด้าน - ๒,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ๒ กิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการ บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิ บาล - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ - ๑,๐๐๐ ๓ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของโรงเรียนให้มี คุณภาพมาตรฐานสากล สพฐ. และ สมศ. - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ - ๑,๐๐๐ รวม - ๒,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ๔,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ (มำจำก ข้อ 4 คอลัมน์ 2) วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ๑.ร้อยละ ๘๐ โรงเรียนมีกำรบริหำรจัดกำรที่เข้มแข็ง เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 50-74.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 25-49.99 ปรับปรุงหมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-24.99 - สอบถาม สัมภาษณ์ - ประเมิน โครงการ -แบบรำยงำนกำรจัดกิจกรรม ๒. ร้อยละ ๘๐ ครู นักเรียน และผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในกำรบริหำรจัดกำร เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75-100 - สอบถาม สัมภาษณ์ - รำยงำนผลกำร ประเมินคุณภำพ -แบบสอบถำม แบบสัมภาษณ์ -แบบรำยงำนผลกำรประเมิน คุณภำพกำรศึกษำ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 131 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 50-74.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 25-49.99 ปรับปรุงหมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-24.99 กำรศึกษำ ๓. ร้อยละ ๙๐ โรงเรียนมีคุณภำพกำรศึกษำตำม มำตรฐำนสำกล สพฐ. และ สมศ. เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 50-74.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 25-49.99 ปรับปรุงหมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-24.99 - สอบถาม สัมภาษณ์ - รายงานผลการ ประเมินคุณภาพ การศึกษา - แบบสอบถาม แบบ สัมภาษณ์ -แบบรำยงำนผลกำรประเมิน คุณภำพกำรศึกษำ 9. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ โรงเรียนมีกำรบริหำรจัดกำรที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภำพตำมหลักธรรมำภิบำล และมีคุณภำพกำรศึกษำ ตำมมำตรฐำนสำกล สพฐ. และ สมศ. ลงชื่อ ............................................. ผู้เสนอโครงการ (นางสาวสุรัตยา หยังหลัง) ลงชื่อ ............................................ ผู้เห็นชอบโครงการ (นางสาวสุรัตยา หยังหลัง) ลงชื่อ ............................................. ผู้อนุมัติโครงการ (นางพรพนา สมัยรัฐ) ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านหยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 132 ชื่อโครงกำร โครงการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน กลุ่มงำน การบริหารทั่วไป สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ กลยุทธ์ที่ ๒ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากร วัยเรียนทุกคน กลยุทธ์ที่ ๔ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา มำตรฐำนกำรศึกษำ สพฐ. □ ระดับการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและจัดการ ลักษณะโครงกำร โครงการต่อเนื่อง □ โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร นางสาวโยษิตา พลวัฒน์ งบประมำณ ๒,๐๐๐ บาท ระยะเวลำด ำเนินกำร 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 1. หลักกำรและเหตุผล ด้วยความตระหนักถึงความส าคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียนให้มีความสมบูรณ์ และความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ความรู้ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนให้มีทักษะใน การด ารงชีวิต กระทรวงศึกษาธิการโดยกรมสามัญศึกษาในสมัยนั้น ได้ประสานความรวมมือกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดท า "ระบบการดูแลชวยเหลือ นักเรียน" ขึ้นตั้งแต่ปี๒๕๔๓ และเมื่อมีการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการเมื่อปีพ.ศ.๒๕๔๖ ส านักงาน คณะกรรมการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งรับผิดชอบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงก าหนด นโยบายส าคัญในการให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งจัดให้มีระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน และด าเนินการ อย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งผู้เรียนทุกคนจะต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือ พิทักษ์ปกปอง คุ้มครองอย่างรอบด้านด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง เหมาะสม และทันเหตุการณ์และได้รับการพัฒนาในทุกมิติ เพื่อให้เป็นคนดี มีความสุข และปลอดภัยในสภาพสังคมปัจจุบัน และเป็นไปตามภารกิจการบริหารงานใน สถานศึกษาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี เป็นคนเก่ง มีความสามารถและอยู่ร่วมกันใน สังคมอย่างมีความสุข การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นงานที่ส าคัญที่สถานศึกษาต้องให้ความดูแล ช่วยเหลือนักเรียนให้ประสบผลส าเร็จในการจัดการศึกษาตาม จุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งปรับปรุงและพัฒนาจาก หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยยึดหลักการส าคัญคือ มีมาตรฐานการจัดการศึกษานั้น


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 133 เป็นงานที่สถานศึกษาต้องด าเนินการอย่างจริงจังและเป็นระบบตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง จึงจะประสบ ผลส าเร็จในการจัดการศึกษา เนื่องจากสภาพครอบครัวแต่ละครอบครัวต่างกัน ท าให้นักเรียนในโรงเรียนก็มีความแตกต่างกัน หลากหลายกลุ่ม หลากหลายบริบททางสังคม โรงเรียนถือเป็นด่านแรกที่จะคัดกรองช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลือในระดับต่าง ๆ โดยปัญหาที่พบส่วนใหญ่กับนักเรียน คือ ปัญหาเศรษฐกิจของ ครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว และนักเรียนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มงานการบริหารทั่วไปได้จัดท าโครงการพัฒนา โรงเรียนต้นแบบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อการพัฒนาการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพพ โรงเรียน สามารถด าเนินงานในระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียนให้ครอบคลุมทุกด้าน โดยการดูแล ช่วยเหลือนักเรียนให้ ครบวงจรตามระบบ 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อให้โรงเรียนมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ครอบคลุมมีประสิทธิภาพ ๒.๒ เพื่อให้นักเรียนได้รับการพัฒนาการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ 3. เป้ำหมำย 3.1 เป้ำหมำยเชิงผลผลิต (Output) ๓.๑.๑ โรงเรียน ร้อยละ ๑๐๐ จัดระบบงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน ด้านการส่งเสริม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการส่งต่อนักเรียน ระดับมากขึ้นไป ๓.๑.๒ ผู้เรียนร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการดูแลช่วยเหลือในด้านการส่งเสริม ป้องกัน แก้ไข และการส่งต่ออย่างทั่วถึงทุกคน ระดับมากขึ้นไป ๓.๑.๓ ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ได้รับการพัฒนาการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ระดับดีขึ้นไป 3.2 เป้ำหมำยเชิงผลลัพธ์ (Outcome) ๓.๒.๑ ผู้เรียนร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการช่วยเหลือจากการส่งต่อของสถานศึกษาอย่างเต็มที่ และครอบคลุมทุกด้าน ระดับมากขึ้นไป 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ 1. กิจกรรมเยี่ยม บ้านนักเรียน - โรงเรียน ร้อยละ ๑๐๐ จัดระบบงานดูแลช่วยเหลือ นักเรียนได้อย่างครอบคลุม ทุกด้าน ด้านการส่งเสริม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่ 1 ตุลาคม 2565 - 3๑ ธันวาคม 2566 ๕๐๐ นางจรรยา หยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 134 กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ เกิดขึ้น รวมถึงการส่งต่อ นักเรียน ระดับมากขึ้นไป - ผู้เรียนร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการช่วยเหลือจากการ ส่งต่อของสถานศึกษาอย่าง เต็มที่ และครอบคลุมทุกด้าน ระดับมากขึ้นไป ๒. กิจกรรมประชุม ผู้ปกครองชั้นเรียน Classroom meeting - โรงเรียน ร้อยละ ๑๐๐ จัดระบบงานดูแลช่วยเหลือ นักเรียนได้อย่างครอบคลุม ทุกด้าน ด้านการส่งเสริม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้น รวมถึงการส่งต่อ นักเรียน ระดับมากขึ้นไป - ผู้เรียนร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการช่วยเหลือจากการ ส่งต่อของสถานศึกษาอย่าง เต็มที่ และครอบคลุมทุกด้าน ระดับมากขึ้นไป ๓1 ตุลาคม 2565 ๕๐๐ นางจรรยา หยงสตาร์ ๓. กิจกรรมแนะแนว Open home & Open heart เปิดใจ ไปกับครู - กิจกรรม Home room - ผู้เรียนร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการดูแลช่วยเหลือใน ด้านการส่งเสริม ป้องกัน แก้ไข และ การส่งต่ออย่างทั่วถึงทุกคน ระดับมากขึ้นไป 1 ตุลาคม 2565 - ๓๐ มีนาคม 2566 ๕๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์ ๔. กิจกรรมส่งเสริม ศักยภาพนักเรียน - ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ได้รับ การพัฒนาการเรียนรู้อย่าง เต็มศักยภาพ ระดับดีขึ้นไป 1 ตุลาคม 2565 - ๑๐ กุมภาพันธ์2566 ๕๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 135 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์ นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 6. พื้นที่ด ำเนินกำร โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ สพป.ตรัง เขต 7. รำยละเอียดกำรใช้งบประมำณ ที่ กิจกรรม เงินงบประมำณ เงินนอก งบประมำณ รวม ตอบ แทน ใช้ สอย วัสดุ รวม ๑. กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน - กระดาษ - น้ ามันยานพาหนะ - ๓๐๐ ๒๐๐ ๕๐๐ - ๕๐๐ ๒. กิจกรรมประชุม Classroom meeting - กระดาษ - - ๕๐๐ ๕๐๐ - ๕๐๐ ๓. กิจกรรมแนะแนว Open home & Open heart เปิดใจไปกับครู - กระดาษ - - ๕๐๐ ๕๐๐ - ๕๐๐ ๔. กิจกรรมส่งเสริมศักยภาพนักเรียน - กระดาษ/วัสดุ/อุปกรณ์ที่ใช้ฝึก ทักษะ - - ๕๐๐ ๕๐๐ - ๕๐๐ รวม - ๓๐๐ ๑,๗๐๐ ๒,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 1. โรงเรียน ร้อยละ ๑๐๐ จัดระบบงานดูแลช่วยเหลือ นักเรียนได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน ด้านการส่งเสริม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการส่งต่อนักเรียน ระดับ มากขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ดูแลช่วยเหลือครอบคลุมร้อยละ 90-100 เก็บข้อมูลนักเรียน ในการเยี่ยมบ้าน รายงานการเยี่ยมบ้าน


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 136 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 2. ผู้เรียนร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการช่วยเหลือจากการส่งต่อของ สถานศึกษาอย่างเต็มที่และครอบคลุมทุกด้าน ระดับมากขึ้น ไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ดูแลช่วยเหลือครอบคลุมร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลนักเรียน ในการเยี่ยมบ้าน และประชุม Classroom meeting รายงานการเยี่ยมบ้าน และรายงานการประชุม Classroom meeting ๓. ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ได้รับการพัฒนาการเรียนรู้อย่างเต็ม ศักยภาพ ระดับดีขึ้นไป ดีมาก หมายถึง ผู้เรียนที่มีความสามารถ ได้เข้าร่วมร้อยละ 90 ขึ้นไป ดี หมายถึง ผู้เรียนที่มีความสามารถ ได้เข้าร่วมร้อยละ 80- 89.99 ปานกลาง หมายถึง ผู้เรียนที่มีความสามารถ ได้เข้าร่วมร้อย ละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ผู้เรียนที่มีความสามารถ ได้เข้าร่วมร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลนักเรียน ที่มีความสามารถ พิเศษ รายงานสรุปการเข้าร่วม กิจกรรมการแข่งขัน ความสามารถฯ ๔. ผู้เรียนร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการดูแลช่วยเหลือในด้านการ ส่งเสริม ป้องกัน แก้ไข และการส่งต่ออย่างทั่วถึงทุกคน ระดับ มากขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ดูแลช่วยเหลือครอบคลุมร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลนักเรียน ในการเข้าร่วม กิจกรรม บัญชีเรียกชื่อและ รายงานการเข้าร่วม กิจกรรม


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 137 9. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ โรงเรียนมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ครอบคลุม มีประสิทธิภาพ ส่งต่อนักเรียนของโรงเรียน ได้รับการพัฒนาการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ลงชื่อ ............................................. ผู้เสนอโครงการ (นางสาวโยษิตา พลวัฒน์) ลงชื่อ ............................................. ผู้เห็นชอบโครงการ (นางจรรยา หยงสตาร์) ลงชื่อ ............................................ ผู้อนุมัติโครงการ (นางพรพนา สมัยรัฐ) ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านหยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 138 ชื่อโครงกำร ส่งเสริมกิจการนักเรียนและขับเคลื่อนโรงเรียนต้นแบบสภานักเรียน กลุ่มงำน การบริหารงานทั่วไป สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภำพกำรศึกษำให้สอดคล้องกับกำรเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ 21 มาตรฐานการศึกษา สพฐ. □ ระดับการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ 1 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น ส าคัญ ลักษณะโครงกำร โครงการต่อเนื่อง □ โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร ครูจรรยำ หยงสตำร์ ครูนวพร สมจริง ครูโยษิตำ พลวัฒน์ งบประมำณ 4000 บาท ระยะเวลำด ำเนินกำร 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 1. หลักกำรและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2544 หมวด 1 มาตราที่ ๗ ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่ง ปลูกฝังจิตส านึกที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิหน้าที่ เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ มีความภาคภูมิใจ ในความเป็นไทย รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม และของประเทศขาติ ประเทศไทย เราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน จึงเป็นภาระส าคัญของกระทรวงศึกษาธิการ โดยก าหนดให้โรงเรียนจัดกิจกรรมสภานักเรียนเพื่อมุ่งส่งเสริม พัฒนาวิถีประชาธิปไตยแก่ผู้เรียนให้ครอบคลุมด้านคารวะธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรมแก่ผู้เรียนอย่าง ต่อเนื่อง โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ตระหนักในความส าคัญของกระบวนการจัดการศึกษาและการมุ่งพัฒนา ผู้เรียนด้วยวิถีชีวิตประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับชีวิตจริง จึงมีโครงการส่งเสริมกิจการนักเรียนและขับเคลื่อน โรงเรียนต้นแบบสภานักเรียนที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีเป้าหมายปลูกฝังวิถีชีวิตประชาธิปไตยแก่ผู้เรียน ด าเนินกิจกรรม ฝึกฝนการเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี สร้างจิตส านึกให้รู้จักเสียสละ มีจิตสาธารณะค านึงถึงส่วนรวม มากกว่าส่วนตน จัดกิจกรรมชมรม เช่น ชมรม TO BE NUMBER ONE ใช้ทักษะชีวิตต้านภัยสารเสพติด ใช้ ทักษะการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ รักสุขภาพ และ คุณธรรม โดยมุ่งหวังให้นักเรียนมีพื้นฐานการ ด ารงชีวิต การปรับตัวให้อยู่ในสังคมระบอบประชาธิปไตยได้อย่างมีความสุข


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 139 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์สู่สังคมตามวิถีประชาธิปไตย 2.2 เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์แก่นักเรียน 2.3 เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าของตนเอง และรักษาชีวิตชื่อเสียงของตนเองและวงศ์ตระกูลไว้ 2.4 เพื่อให้นักเรียนรู้และตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดให้โทษ 2.5 เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยเข่าร่วมกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสร้างสุข 2.6 เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภายในและภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินงานป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา 3. เป้ำหมำย 3.1 เป้าหมายเชิงผลผลิต (Output) นักเรียนร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการพัฒนาศักยภาพตนเองสู่สังคมตามวิถีประชาธิปไตย 3.2 เป้าหมายเชิงผลลัพธ์ (Outcome) นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ร้อยละ ๙๐ มีคุณลักษณะอัน พึงประสงค์คือ มีคุณธรรม น าปัญญา มีจิตอาสา รักษาสิ่งแวดล้อม ใช้ทักษะชีวิต ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ในระดับดี 3.3 นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์เห็นคุณค่าของตนเอง และรักษาชีวิตชื่อเสียงของตนเองและวงศ์ ตระกูลไว้ร้อยละ 80 3.4 นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดให้โทษ ร้อยละ 80 3.5 นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยเข่าร่วมกิจกรรมที่สร้างสรรค์และ สร้างสุข ร้อยละ 80 3.6 บุคลากรภายในและภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในสถานศึกษา ร้อยละ 90 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์) (ขึ้นต้นค ำด้วยกำรประชุม กำรอบรม กำร ประกวด กำรแข่งขัน กำรนิเทศ กิจกรรม...) เพิ่มตัวชี้วัดวำม ส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ 1 ประชุมคณะครูทีมงานโครงการสภา นักเรียน ร้อยละ 100 คณะ ครูทีมงานโครงการ สภา นักเรียน 1 ตุลาคม 2565 - ครูจรรยา 2 เสนอโครงการเพื่ออนุมัติจาก - 1 ตุลาคม - ครูจรรยา


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 140 กิจกรรม (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์) (ขึ้นต้นค ำด้วยกำรประชุม กำรอบรม กำร ประกวด กำรแข่งขัน กำรนิเทศ กิจกรรม...) เพิ่มตัวชี้วัดวำม ส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ ผู้บริหารและคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน 2565 3 บรรจุโครงการสภานักเรียนใน แผนปฏิบัติการของโรงเรียน - 1 ตุลาคม 2565 - ครูจรรยา 4 ด าเนินงานตามโครง การ - เลือกตั้งประธานนักเรียน และ คณะกรรมการสภานักเรียน - สร้างเสริมวินัยประชาธิปไตยผ่านสภา นักเรียน - กิจกรรมเขตพื้นที่รับผิดชอบความ สะอาด (ประกวด) - กิจกรรม To Be Number one - นักเรียนเลือกตั้ง ประธานนักเรียน และ คณะกรรมการสภา นักเรียน ร้อยละ 90 -นักเรียนมีวินัย ร้อยละ 90 -นักเรียนร่วมกิจกรรม รับผิดชอบความ สะอาด เขตพื้นที่ ร้อยละ 100 -นักเรียนร่วมกิจกรรม To Be Number one ร้อยละ 100 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 - 1000 3000 ครูทุกคน 5 นิเทศ สรุป รายงานผล ผลการด าเนินงาน ผ่านร้อยละ 90 - - 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์(5 กลุ่มเป้ำหมำย) นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 6. พื้นที่ด ำเนินกำร โรงเรียนบ้านหยงสตาร์


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 141 7. รำยละเอียดกำรใช้งบประมำณ ที่ กิจกรรม (มำจำกข้อ 4 คอลัมน์ 1) เงินงบประมำณ เงินนอก งบประมำณ รวม ตอบแทน ใช้สอย วัสดุ รวม 1 ประชุมคณะครูทีมงานโครงการ สภานักเรียน 2 เสนอโครงการเพื่ออนุมัติจาก ผู้บริหารและคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 บรรจุโครงการสภานักเรียนใน แผนปฏิบัติการของโรงเรียน 4 ด าเนินงานตามโครง การ - เลือกตั้งประธานนักเรียน และ คณะกรรมการสภานักเรียน - สร้างเสริมวินัยประชาธิปไตย ผ่านสภานักเรียน - กิจกรรมเขตพื้นที่รับผิดชอบ ความสะอาด (ประกวด) - กิจกรรม To Be Number one - อบรมนักเรียนแกนน า - กิจกรรมวัยใสรวมพลังสร้าง รายได้ - วัยรุ่นยุกต์ใหม่ใส่ใจสุขภาพ 500 2500 500 500 1000 3000 - - ๒,๐๐๐ ๖,๐๐๐ 5 นิเทศ สรุป รายงานผล 3000 1000 4000 - ๘,๐๐๐


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 142 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ (มำจำก ข้อ 4 คอลัมน์ 2) วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 1. ร้อยละ 100 คณะครูทีมงานโครงการสภา นักเรียน สังเกต แบบสังเกต 2. นักเรียนเลือกตั้งประธานนักเรียน และ คณะกรรมการสภานักเรียน ร้อยละ 90 สังเกต สอบถาม แบบสังเกต แบสอบถาม 3. นักเรียนมีวินัย ร้อยละ 90 สังเกต สอบถาม แบบสังเกต แบสอบถาม 4. นักเรียนร่วมกิจกรรม รับผิดชอบความสะอาด เขตพื้นที่ ร้อยละ 100 สังเกต สอบถาม ประเมินผลงาน แบบสังเกต แบสอบถาม แบบประเมินผลงาน 5. นักเรียนร่วมกิจกรรม To Be Number one ร้อยละ 100 สังเกต สอบถาม ประเมินผลงาน แบบสังเกต แบสอบถาม แบบประเมินผลงาน 6. ผลการด าเนินงาน ผ่านร้อยละ 90 สังเกต สอบถาม ประเมินผลงาน แบบสังเกต แบสอบถาม แบบประเมินผลงาน 9. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ 7.1 นักเรียนทุกคน ได้รับการพัฒนาศักยภาพตนเองสู่สังคมตามวิถีประชาธิปไตย 7.2 นักเรียนส่วนมากมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือ มีคุณธรรม น าปัญญา มีจิตอาสา รักษาสิ่งแวดล้อม ใช้ทักษะชีวิต ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในระดับดี 7.3 นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ส่วนใหญ่เห็นคุณค่าของตนเอง และรักษาชีวิตชื่อเสียง ของตนเองและวงศ์ตระกูลไว้ 7.4 นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดให้โทษ 7.5 นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยเข่าร่วมกิจกรรมที่ สร้างสรรค์และสร้างสุข 7.6 บุคลากรภายในและภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดในสถานศึกษา


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 143 ลงชื่อ ....................... ...................... ผู้เสนอโครงการ (นางจรรยา หยงสตาร์) ลงชื่อ ......................... .................... ผู้เห็นชอบโครงการ (นางจรรยา หยงสตาร์) ลงชื่อ .................... ......................... ผู้อนุมัติโครงการ (นางพรพนา สมัยรัฐ)


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 144 ชื่อโครงกำร โครงการขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข และความปลอดภัยในโรงเรียน กลุ่มงำน การบริหารทั่วไป สนองกลยุทธ์ สพป. ตรัง เขต ๑ กลยุทธ์ที่ ๑ ส่งเสริมการจัดการศึกษาสถานศึกษา ให้มีความมั่นคงและ ปลอดภัยทุกรูปแบบ กลยุทธ์ที่ ๒ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากร วัยเรียนทุกคน กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ ๒๑ กลยุทธ์ที่ ๔ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา มำตรฐำนกำรศึกษำ สพฐ. □ ระดับการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจักการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นส าคัญ ลักษณะโครงกำร โครงการต่อเนื่อง □โครงการใหม่ ผู้รับผิดชอบโครงกำร นางสาวโยษิตา พลวัฒน์ งบประมำณ ๔,๐๐๐ บาท ระยะเวลำด ำเนินกำร 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 1. หลักกำรและเหตุผล การพัฒนาเยาวชนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ มีคุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการด ารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ห่างไกลจากยาเสพติด สื่อ ลามกอนาจาร เกมออนไลน์ การพนัน และการทะเลาะวิวาท ซึ่งเป็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนที่สังคมไม่ยอมรับ ถือ เป็นกลยุทธ์ที่ส าคัญ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ก าหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งด าเนินงานโครงการ สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข และความปลอดภัยในโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ ด าเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๑ ถึงปัจจุบัน โดยบูรณาการแผนงานกับทุกภาคส่วนและระดมทรัพยากรจากทุกหน่วยงานในการ จัดท าองค์ความรู้และประสานงานเป็นกลไกขับเคลื่อนงานในสถานศึกษา ส่งผลให้สถานศึกษา สามารถควบคุม การแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานศึกษาและปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษาได้ในระดับหนึ่ง ผู้บริหาร สถานศึกษา ครู อาจารย์ และผู้ปกครองจึงต้องเฝ้าระวัง ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ที่จะด าเนินการป้องกันยาเสพ


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 145 ติดในสถานศึกษา ให้เป็นสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข และมีความปลอดภัยในโรงเรียน มีความเข้มแข็งและต่อเนื่องอย่างยั่งยืนตลอดไป การด าเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข และมีความปลอดภัยใน โรงเรียน ได้ด าเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวคิดและหลักการของ “๔ ประสาน ๒ ค้ า” ซึ่ง ๔ ประสาน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนครู/อาจารย์ ผู้แทน ผู้ปกครอง ผู้แทนนักเรียน/นักศึกษา และส่วนของ ๒ ค้ า เดิมเป็นผู้แทนชุมชนแต่พื้นที่เสี่ยงเพิ่มมากขื้น จึงได้ก าหนดใหม่เพื่อให้มีบุคลากรส าคัญที่จะเข้ามาช่วย สถานศึกษาในการด าเนินงานสถานศึกษาสีขาว ได้แก่ ต ารวจและพระสงฆ์ ซึ่งอยู่ในบริเวณท้องถิ่นและชุมชน ทั้งนี้เพื่อช่วยสถานศึกษาให้มีมาตรการป้องกันและการป้องปรามติดตามผู้จ าหน่าย และผู้เสพและมาตรการ ความปลอดภัย เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับคณะกรรมการสถานศึกษาสีขาวในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด และแหล่งอบายมุขรอบสถานศึกษา ดังนั้นเพื่อให้สถานศึกษามีระบบการป้องกันที่เข้มแข็งและยั่งยืน จึงให้มีการ ด าเนินงาน ๕ มาตรการ ได้แก่ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวัง มาตรการ บริหารจัดการ และกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ คือ ต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนงาน ต้องมีระบบข้อมูล ต้องมี เครือข่าย และ ๒ ไม่ คือ ไม่ปกปิดข้อมูล ไม่ไล่ออก เป็นแนวทางการด าเนินงาน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ นโยบายส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อที่ ๑ ด้านความปลอดภัย ความว่า พัฒนาระบบและ กลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษา จากภัยพิบัติและ ภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ า และตรงกับจุดเน้นของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต ๑ ข้อที่ ๑ จุดเน้น ด้านโรงเรียนคุณภาพ ตัวชี้วัดที่ ๔ สถานศึกษาบริหารจัดการโดยเน้นความปลอดภัยแก่นักเรียน ครูและ บุคลากรทางการศึกษา จากสภาพสังคมในปัจจุบัน การสื่อสารเทคโนโลยีต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อสังคมความเป็นอยู่ของชุมชน ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สังคมความเป็นอยู่ ผู้ปกครองต้องดิ้นรนโดยการเข้าไปท างาน ในเมือง ปล่อยให้ลูกหลานอาศัยอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย ญาติพี่น้องที่แก่เฒ่าที่ตามโลกยุคของเทคโนโลยีไม่ทัน ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาต่อผู้เรียน ซึ่งปรากฏให้เห็นมากมายทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเรียน ด้านพฤติกรรมไม่พึ่งประสงค์ กลุ่มเสี่ยงที่ส าคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ กลุ่มที่ชอบ มั่วสุมในติดเกม เล่นเกมมือถือเป็นกลุ่ม กลุ่มที่เสี่ยงการเล่นพนัน เช่น พนันบอล กลุ่มที่เสี่ยงเข้าไปมั่วสุมการใช้ยาเสพติด และ กลุ่มโดดเรียนเป็นประจ า รวมถึง พื้นที่เสี่ยงที่ส าคัญในชุมชน ได้แก่ สถานบันเทิง/สถานบริการในเขตอ าเภอที่ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ร้านเกม สวนสาธารณะเป็นปัญหาสังคมที่ผู้ปกครอง ครู เพื่อนร่วมชั้น ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ต้อง เข้าไปช่วยเหลือและ แก้ไขปัญหาไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยงและผลกระทบจากแหล่งอบายมุข สถานการณ์ยาเสพ ติดในกลุ่มเยาวชนนักเรียนผู้เกี่ยวข้องรายใหม่ยังคงมีสัดส่วนที่สูงขึ้นในกลุ่มผู้เสพ โดยเยาวชนที่ยังคงเป็นกลุ่ม หลักที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งพบทั้งที่อยู่ในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา ส าหรับโรงเรียนบ้านหยงสตาร์พบว่า กลุ่มนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มากกว่ากลุ่ม ประถมศึกษาตอนต้น ตัวยาที่แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง คือ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ในขณะที่ยาบ้ากลุ่มนักค้ายังคงใช้ กลยุทธ์ทางการตลาดเดิม ๆ เพื่อที่จะสร้างความต้องการในตลาดเพิ่ม มากขึ้น กลุ่มงานการบริหารทั่วไป


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 146 ตระหนักและเห็นความส าคัญของผู้เรียนที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไป จึงหาวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว เร่งหา แนวทางการป้องกันและช่วยเหลือนักเรียนให้ห่างไกลจากยาเสพติด ทั้งในโรงเรียนและนอกบริเวณโรงเรียน ด าเนินกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดจากวิทยากรภายในและภายนอกโรงเรียน เยาวชนจะต้องรู้เท่าทัน ผู้ค้ายาเสพติด รู้โทษของยาเสพติด มีการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ มีมาตรการในการป้องกันเพื่อ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ สร้างภูมิคุ้มกันในตัวของนักเรียน ตลอดจนพัฒนาเจตคติของนักเรียนให้ตระหนัก ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด ร่วมรณรงค์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มีการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ การ เผยแพร่เอกสาร การสร้างแกนน า การบรรยายฝึกอบรมสัมมนาแก่กลุ่มเป้าหมายทั้งในและนอกสถานศึกษาและ ชุมชม เพื่อช่วยกันป้องกัน ปราบปรามปัญหายาเสพติดไม่ให้เข้าถึงเยาวชนในท้องถิ่นและชุมชมที่อยู่อาศัยได้ 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อให้ผู้เรียนที่มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือได้รับค าแนะน าที่ถูกต้อง เหมาะสม จากผู้ที่เป็น แกนน า และครูที่ปรึกษา ๒.๒ เพื่อให้มีนักเรียนแกนน าในห้องเรียนดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตักเตือน แนะน าเพื่อนในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อบายมุขที่เป็นสิ่งมัวเมาทั้งหลายและปัญหาอุบัติภัย 2.๓ เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ ความ เข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยยาเสพติด และอบายมุข มีนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 3. เป้ำหมำย 3.1 เป้ำหมำยเชิงผลผลิต (Output) ๓.๑.๑ ผู้เรียนที่มีปัญหา ร้อยละ ๑๐0 ได้รับความช่วยเหลือ ได้รับค าแนะน าที่ถูกต้อง เหมาะสม จากผู้ที่เป็นแกนน า และครูที่ปรึกษา ระดับมากขึ้นไป ๓.๑.๒ ผู้เรียนร้อยละ ๘0 ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักเรียนแกนน าในห้องเรียน สามารถปฏิบัติ หน้าที่ได้ระดับคุณภาพดีขึ้นไป ๓.๑.๓ ผู้เรียนร้อยละ ๘0 มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยยาเสพติด และอบายมุขระดับ คุณภาพดีขึ้นไป 3.1.๔ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษาหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 100 มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยยาเสพติด และอบายมุข มีนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ระดับมากขึ้นไป 3.2 เป้ำหมำยเชิงผลลัพธ์ (Outcome) ๓.๒.๑ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 80 มีจิตส านึกร่วมกันในการดูแลกลุ่มเสี่ยง เฝ้าระวังไม่ให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดและอบายมุข ๓.๒.๒ ผู้เรียนร้อยละ ๘0 มีจิตสาธารณะ มีภาวะความเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 147 4. กิจกรรมและกำรด ำเนินงำน กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ 1. กิจกรรมประกวดห้องเรียน สีขาว - จัดบอร์ด/มุม ให้ความรู้ เ กี่ ย ว กั บ ย า เ ส พ ติ ด แ ล ะ อบายมุข และความปลอดภัย ในโรงเรียน - ร้อยละ ๘0 ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงพิษ ภัยยาเสพติด และอบายมุข ระดับคุณภาพดีขึ้นไป - ร้อยล ะ 100 ผู้บ ริห า ร ส ถ า น ศึ ก ษ า ค ณ ะ ค รู บุคลากรทางการศึกษาหรือผู้ ที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ ความ เข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยยา เ ส พ ติดแ ล ะ อ บ า ย มุข มี นโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่าง เป็นรูปธรรม ระดับมากขึ้นไป 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 ๒,๐๐๐ นางจรรยา หยงสตาร์ ๒. คลินิกเสมารักษ์ - ร้อยละ ๑๐0 ผู้เรียนได้รับ คว ามช่วยเหลือ ได้ รับค า แนะน าที่ถูกต้องเหมาะสม จากผู้ที่เป็นแกนน า และครูที่ ปรึกษา ระดับมากขึ้นไป - ร้อยละ ๘0 ผู้เรียนได้รับ การคัดเลือกให้เป็นนักเรียน แกนน าในห้องเรียน สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 ๑,๐๐๐ น.ส. โยษิตา พลวัฒน์ ๓. กิจกรรมรณรงค์สถานศึกษา สีขาวปลอดยาเสพติดและ อบายมุข และความปลอดภัย ในโรงเรียน - ก า ร เ ดิ น ร ณ รง ค์ แ ล ะ ประชาสัมพันธ์โทษยาเสพติด แ ล ะ อ บ า ย มุ ข แ ล ะ ค ว า ม ปลอดภัยในโรงเรียนในวัน - ร้ อ ย ล ะ 8 0 ผู้ บ ริ ห า ร ส ถ า น ศึ ก ษ า ค ณ ะ ค รู บุ ค ล า ก ร ท าง ก า ร ศึ ก ษ า นักเรียนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมี จิตส านึกร่วมกันในการดูแล กลุ่มเสี่ยง เฝ้าระวังไม่ให้มีการ แพร่ระบาดของยาเสพติดและ อบายมุข 1 ตุลาคม 2565 - ๑๐ กุมภาพันธ์ 2566 ๑,๐๐๐ นางสาว นวพร สมจริง


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 148 กิจกรรม ตัวชี้วัดวำมส ำเร็จ (เชิงปริมำณ/เชิงคุณภำพ) ระยะเวลำ ด ำเนินงำน งบประมำณ ผู้รับผิดชอบ ส าคัญต่าง ๆ เช่น วันต่อต้าน ยาเสพติดโลก (๒๖ มิถุนายน) - กิจกรรมจิตอาสา เราท า ความดีด้วยหัวใจ - ผู้เรียนร้อยละ ๘0 มีจิต สาธารณะ มีภาวะความเป็น ผู้น าและผู้ตามที่ดี 5. กลุ่มเป้ำหมำย/ผู้ที่ได้รับประโยชน์ นักเรียนโรงเรียนบ้านหยงสตาร์ 6. พื้นที่ด ำเนินกำร โรงเรียนบ้านหยงสตาร์ สพป.ตรัง เขต ๑ 7. รำยละเอียดกำรใช้งบประมำณ ที่ กิจกรรม เงินงบประมำณ เงินนอก งบประมำณ รวม ตอบแทน ใช้สอย วัสดุ รวม ๑. กิจกรรมประกวดห้องเรียนสีขาว - จัดบอร์ด/มุม ให้ความรู้ เกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุข และความปลอดภัยในโรงเรียน - กระดาษ - อุปกรณ์ตกแต่ง - - ๒,๐๐๐ ๒,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ๒. คลินิกเสมารักษ์ - กระดาษ- สื่อ - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ - ๑,๐๐๐ ๓. กิจกรรมรณรงค์สถานศึกษาสี ข า ว ป ล อ ด ย า เ ส พ ติ ด แ ล ะ อบายมุข และความปลอดภัยใน โรงเรียน- ไวนิล - สารประชาสัมพันธ์ - - ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ - ๑,๐๐๐ รวม - - ๔,๐๐๐ ๔,๐๐๐ - ๔,๐๐๐


แผนปฏิบัติกำร ประจ ำปีงบประมำณ 256๖ : 149 8. กำรประเมินผล ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ 1. ร้อยละ ๘0 ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึง พิษภัยยาเสพติด และอบายมุขระดับคุณภาพดีขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง มีความรู้ เข้าใจและตระหนักอย่างดี ร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลจากการ สอบถาม การสังเกต แบบส ารวจ และ แบบทดสอบ สรุปรายงานผลจากการ สอบถาม การสังเกต แบบ ส ารวจ และแบบทดสอบ ๒. ร้อยละ 100 ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษาหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ ความ เข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยยาเสพติด และอบายมุข มีนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ระดับมาก ขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง มีความรู้ เข้าใจและตระหนักอย่างดี ร้อยละ 90-100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลจากการ สอบถาม การสังเกต แบบส ารวจ และ แบบทดสอบ สรุปรายงานผลจากการเก็บ ข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ ๓. ร้อยละ ๑๐0 ผู้เรียนได้รับความช่วยเหลือ ได้รับ ค าแนะน าที่ถูกต้อง เหมาะสม จากผู้ที่เป็นแกนน า และ ครูที่ปรึกษา ระดับมากขึ้นไป เกณฑ์ ดีมาก หมายถึง ได้รับการดูแล ช่วยเหลือร้อยละ 90- 100 ดี หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80-89.99 พอใช้ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70-79.99 ปรับปรุง หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 0-69.99 เก็บข้อมูลแบบประเมิน พฤติกรรม สรุปรายงานผล การประเมินพฤติกรรม ๔. ร้อยละ ๘0 ผู้เรียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักเรียน แกนน าในห้องเรียน สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ระดับ คุณภาพดีขึ้นไป เก็บข้อมูลแบบประเมิน ความพึงพอใจ สรุปรายงานผล ความพึงพอใจ


Click to View FlipBook Version