The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แฟ้มสะสมงานภาคต้น
ณัฐพัฒน์ สุขใส

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattpat.s, 2021-10-21 23:03:09

แฟ้มสะสมงานณัฐพัฒน์

แฟ้มสะสมงานภาคต้น
ณัฐพัฒน์ สุขใส

7. นักเรียนท‌ ำโ‌จทย์‌ท้าทาย‌‌2‌ใ‌ห้‌นักเรียนเ‌ขียน‌โปรแกรมร‌ับค‌่า‌องศาฟ‌ าเรนไฮต์แ‌ ล้ว‌แปลงห‌ น่วย‌เป็นอ‌ งศาเ‌คล‌วิน ‌‌

และ‌อ‌ งศาเ‌ซลเซียส‌‌หลังจ‌ ากน‌ั้นแ‌ สดง‌ผล‌ดังต‌ัวอย่างต‌่อไ‌ปน‌ี้ ‌ ‌

Fahrenheit‌‌:‌‌35 ‌ ‌ ‌
----------------------------- ‌ ‌
Celsius‌‌is‌1‌ 6.66 ‌ ‌
Kelvin‌ ‌is‌‌289.81 ‌ ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
8. ครู‌สุ่ม‌นักเรียนน‌ ำ‌เสนอ‌โปรแกรมท‌ี่‌เขียนข‌ึ้น‌มา‌‌และเ‌ปิดโ‌อกาสใ‌ห้‌นักเรียนซ‌ักถ‌ าม‌ข้อส‌ งสัย‌จาก‌การเ‌ขียน‌

โปรแกรม‌‌พร้อม‌อธิบาย‌ไป‌ใน‌แนวทาง‌ที่ถ‌ูกต‌้อง ‌ ‌

ตัวอย่างโ‌ค้ดข‌ องโ‌จทย์‌ท้าทาย‌‌1 ‌ ‌
fahrenheit=int(input("Fahrenheit‌:‌‌‌")) ‌ ‌
Celsius=(fahrenheit-32)/1.8 ‌ ‌
Kelvin=(fahrenheit+459.67)*(5/9) ‌ ‌
print("-----------------------------") ‌ ‌
print("Celsius‌i‌s",Celsius) ‌ ‌
print("Kelvin‌ i‌s",Kelvin) ‌‌
ขั้นส‌ รุป‌(‌เ‌วลา‌‌15‌‌นาที)‌ ‌ ‌

1. นักเรียนส‌ ะท้อน‌คิด‌สิ่ง‌ที่‌ได้‌เรียน‌ในว‌ัน‌นี้ ‌ ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
2. แจ้ง‌ช่องท‌ างการส‌่งช‌ิ้น‌งาน‌ของน‌ักเรียน‌ใน ‌ ‌google ‌ ‌classroom ‌ ‌พร้อมป‌ ระเมิน‌นักเรียน‌จากก‌ าร‌ตอบ‌คำถาม ‌‌
ความ‌สนใจใ‌นก‌ าร‌เรียน‌‌และค‌ วามส‌ ามารถใ‌นก‌ ารเ‌ขียนโ‌ปรแกรม ‌ ‌ ‌

สื่อ‌/แ‌ หล่ง‌การ‌เรียน‌รู้ ‌ ‌

1. คอมพิวเตอร์ท‌ี่‌เชื่อมต‌่อ‌ระบบอ‌ินเทอร์เน็ต ‌ ‌
2. Slide‌เ‌รื่อง‌‌Input‌‌and‌O‌ untput ‌ ‌
3. Google‌C‌ lassroom ‌ ‌
4. Application‌Z‌ oom ‌ ‌
5. https://www.programiz.com/python-programming/online-compiler/ ‌‌  ‌

แหล่ง‌การ‌เรียน‌รู้‌เพิ่มเ‌ติม ‌ ‌

1. เว็บไซต์‌สำหรับค‌้นข‌้อมูล‌‌เช่น‌h‌ ttp://www.google.com ‌ ‌
2. ห้องป‌ ฏิบัติก‌ ารค‌ อมพิวเตอร์‌‌ห้องส‌ มุด ‌‌  ‌

ชิ้นง‌าน/‌ภ‌ าระง‌าน ‌ ‌

1. โจทย์ท‌้าทาย‌‌1‌‌ให้‌นักเรียนเ‌ขียน‌โปรแกรม‌รับค‌ วามส‌ูงข‌ อง‌เพื่อน‌5‌ ‌‌คนแ‌ ล้ว‌หาค‌่า‌เฉลี่ย‌‌หลังจ‌ ากน‌ั้นใ‌ห้‌แสดงผ‌ ล ‌ ‌
2. โจทย์ท‌้าย‌ทาย‌‌2‌‌ให้‌นักเรียน‌เขียน‌โปรแกรม‌รับค‌่าอ‌ งศาฟ‌ าเรนไฮต์‌แล้ว‌แปลงห‌ น่วยเ‌ป็นอ‌ งศาเ‌คล‌วิน‌‌และ ‌

องศาเ‌ซลเซียส‌‌หลังจ‌ ากน‌ั้น‌แสดงผ‌ ล ‌ ‌

การ‌วัดผล‌ประเมินผ‌ ลก‌ าร‌เรียนร‌ู้ ‌ ‌

จุด‌ประสงค์‌การ‌เรียน‌รู้ ‌ ‌ เครื่อง‌มือว‌ัด ‌ ‌ วิธีก‌ ารว‌ัด ‌ ‌ เกณฑ์ก‌ ารว‌ัด ‌ ‌ หมายเหตุ ‌ ‌

ด้าน‌ความ‌รู้‌(‌K) ‌ ‌

นักเรียนส‌ ามารถ‌เขียน‌ -‌‌โจทย์‌ท้าทาย‌‌1‌ใ‌ห้‌ - ประเมินด‌้วย‌ - ตอบไ‌ด้‌ถูกต‌้อง ‌‌   ‌
นักเรียนเ‌ขียน‌ แบบป‌ ระเมิน‌ และ‌ได้ค‌ ะแนนร‌ วม‌
โปรแกรมโ‌ดยใ‌ช้‌ โปรแกรม‌รับ‌ความส‌ูง‌ กิจกรรม ‌ ‌ ไม่ต‌่ำก‌ ว่าร‌้อยล‌ ะ ‌‌
ฟังก์ชันแ‌ สดงผ‌ ล‌ข้อมูล‌ ของ‌เพื่อน‌5‌ ‌‌คน‌แล้ว‌ 50 ‌ ‌

และ‌รับข‌้อมูลไ‌ด้‌อย่าง‌ หาค‌่าเ‌ฉลี่ย‌‌หลังจ‌ าก‌ - ตอบ‌ได้‌ถูก‌ต้อง ‌‌   ‌
และไ‌ด้‌คะแนน‌รวม‌
เหมาะส‌ ม ‌ ‌ นั้น‌ให้‌แสดง‌ผล ‌ ‌ ไม่‌ต่ำ‌กว่าร‌้อยล‌ ะ ‌‌
50 ‌ ‌
-‌โ‌จทย์‌ท้าย‌ทาย‌‌2 ‌‌
  ‌ ให้‌นักเรียนเ‌ขียน‌

 ‌ โปรแกรม‌รับ‌ค่า‌องศา‌
ฟาเรนไฮต์แ‌ ล้วแ‌ ปลง‌

  ‌ หน่วย‌เป็นอ‌ งศาเ‌คล‌
วิน‌‌และ‌อ‌ งศา‌

  ‌ เซลเซียส‌‌หลัง‌จากน‌ั้น‌

แสดงผ‌ ล ‌ ‌

ด้านท‌ักษะ‌/ก‌ ระบวนการ‌(‌P) ‌ ‌

นักเรียน‌สามารถ‌ -‌โ‌จทย์‌ท้าทาย‌‌1‌ใ‌ห้‌ - ประเมินด‌้วย‌

ประยุกต์‌เขียน‌ นักเรียนเ‌ขียน‌ แบบ‌ประเมิน‌

โปรแกรมค‌ ำนวณเ‌พื่อ‌ โปรแกรม‌รับ‌ความส‌ูง‌ กิจกรรม ‌ ‌

แก้ป‌ัญหาท‌ าง‌ ของ‌เพื่อน‌‌5‌ค‌ น‌แล้ว‌  ‌

คณิตศาสตร์ไ‌ด้ ‌ ‌ หาค‌่า‌เฉลี่ย‌‌หลังจ‌ าก‌  ‌

 ‌ นั้น‌ให้‌แสดง‌ผล ‌ ‌
-‌โ‌จทย์ท‌้ายท‌ าย‌‌2 ‌‌

  ‌ ให้‌นักเรียน‌เขียน‌
โปรแกรม‌รับ‌ค่าอ‌ งศา‌

  ‌ ฟาเรนไฮต์แ‌ ล้วแ‌ ปลง‌

หน่วย‌เป็น‌องศา‌เคล‌

วิน‌‌และ‌อ‌ งศา‌

เซลเซียส‌ห‌ ลัง‌จากน‌ั้น‌
แสดงผ‌ ล ‌ ‌

ด้านเ‌จตคติ(‌A) ‌ ‌

นักเรียนม‌ีค‌ วามร‌ับผ‌ิด‌ - แบบ‌ประเมิน‌ - ประเมิน‌ด้วย‌ - นักเรียนส‌่ง‌งาน‌ทั้ง ‌‌ ผ่าน‌=‌ ‌‌นักเรียน‌
ชอบ‌ในช‌ิ้น‌งานท‌ี่‌ได้‌รับ ‌ ‌ ‌ กิจกรรม ‌ ‌ แบบ‌ประเมิน‌ ส่งช‌ิ้น‌งาน‌
กิจกรรม ‌ ‌ 2‌ช‌ิ้น ‌ ‌ ครบ‌2‌ ‌‌ชิ้น ‌ ‌

ไม่ผ‌่าน‌‌= ‌‌

นักเรียน‌ส่ง‌

ชิ้นง‌ าน‌ไม่‌

ครบ‌2‌ ‌ช‌ิ้น ‌ ‌

ด้านค‌ุณลักษณะ‌อัน‌พึงป‌ ระสงค์ ‌ ‌

1. มีว‌ินัย ‌ ‌ - แบบ‌ประเมิน‌ - สังเกตพ‌ ฤติกรรม ‌ ‌ - มีผ‌ ล‌การ‌ประเมิน‌   ‌
2. ใฝ่‌เรียนร‌ู้ ‌
3. มุ่งม‌ั่นใ‌น‌การ‌ ด้าน‌คุณลักษณะ‌ อยู่ใ‌นร‌ ะดับ‌ดีข‌ึ้น‌ไป ‌

ทำงาน ‌ ‌ อันพ‌ึง‌ประสงค์ ‌ ‌

ด้าน‌สมรรถนะ‌สำคัญ‌ของ‌ผู้‌เรียน ‌

1. ความส‌ ามารถ‌ใน‌ - แบบ‌ประเมิน‌ - สังเกตพ‌ ฤติกรรม ‌ ‌ - มีผ‌ ล‌การป‌ ระเมิน‌   ‌
 ‌ อยู่ใ‌น‌ระดับด‌ีข‌ึ้นไ‌ป ‌
การ‌แก้ป‌ัญหา ‌ ด้าน‌สมรรถนะ‌

2. ความ‌สามารถ‌ใน‌ สำคัญ‌ของ‌ผู้‌เรียน ‌

การ‌ใช้‌เทคโนโลยี ‌ ‌   ‌

 ‌
 ‌
 ‌

 ‌
 ‌

 ‌
 ‌
 ‌

 ‌
 ‌

 ‌
 ‌

บันทึกผ‌ ล‌หลังก‌ิจกรรมก‌ ารเ‌รียนก‌ ารส‌ อน ‌

1. ผล‌การ‌เรียนร‌ู้ ‌ ‌

นักเรียนม‌ีก‌ ารเ‌รียน‌รู้‌เรื่อง‌‌print()‌‌และ‌‌input()‌เ‌ข้าใจใ‌น‌ฟังก์ชัน‌มากข‌ึ้น‌กว่าใ‌นส‌ัปดาห์‌ที่‌ผ่านม‌ า ‌‌  ‌

2. ปัญหาอ‌ุปสรรค ‌ ‌

เนื่องจาก‌เป็นการเ‌รียน‌รู้ใ‌น‌รูป‌แบบ‌ออนไลน์‌เ‌วลาใ‌น‌การป‌ ฏิบัติ‌เพื่อฝ‌ึกท‌ักษะก‌ าร‌เขียน‌โปรแกรมจ‌ึงไ‌ม่เ‌พียงพ‌ อ‌‌เพราะ‌

นักเรียนบ‌ าง‌คนใช้เ‌พียง‌โทรศัพท์ม‌ือ‌ถือใ‌น‌การเ‌รียน‌ส‌่ง‌ผลใ‌ห้‌นักเรียนเ‌รียน‌รู้เ‌นื้อหา‌ได้‌ไม่ทัน‌ตาม‌กำหนดข‌ อง‌แผนการ‌

จัดการเ‌รียนร‌ู้ ‌ ‌

3. ข้อเ‌สนอ‌แนะ ‌ ‌

ค‌ รู‌เตรียม‌สื่อ‌ความ‌รู้‌เพิ่ม‌เติม‌‌เพื่อใ‌ห้‌นักเรียน‌ได้‌ศึกษาจ‌ เ‌พิ่ม‌เติมน‌ อก‌เวลา‌เรียน‌‌โดยเ‌ตรียมไ‌ว้‌ให้‌ใน‌g‌oogle‌c‌ lassroom ‌ ‌

และใ‌ห้‌นักเรียนท‌ ดลองเ‌ขียนโ‌ปร‌แกร‌แกร‌ ม‌จาก‌ตัวอย่าง‌ที่ค‌ รู‌เตรียม‌ไว้‌ให้‌ ‌และอ‌ ธิบาย‌เพิ่มเ‌ติมอ‌ งค์‌ความ‌รู้ใ‌นค‌ รั้ง‌ต่อ‌ไป ‌ ‌

 ‌

 ‌

 ‌

ลงชื่อ.‌‌..‌‌..‌‌..‌‌..‌‌..‌.‌.‌‌..‌‌..‌.‌.‌.‌.‌.‌.‌.‌‌.‌.‌..‌‌..‌‌.‌.‌.‌..‌.‌.‌‌..‌‌..‌‌..‌‌..‌‌..‌.‌‌..‌.‌‌.‌.‌..‌‌..‌‌..‌‌ผู้ส‌ อน/‌‌ผู้เ‌ขียน‌แผนการ‌จัดการเ‌รียนร‌ู้ ‌ ‌

 ‌ (‌น‌ ายณ‌ัฐพ‌ัฒน์‌ ส‌ุข‌ใส)‌ ‌ ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

แบบ‌ประเมินก‌ิจกรรม ‌ ‌

รายวิชา‌‌ว31103‌เ‌ทคโนโลยี1‌‌(‌วิทยาการค‌ ำนวณ‌)‌‌ชั้น‌มัธยมศึกษาป‌ีท‌ี่‌‌4 ‌
(แ‌ ผนการจ‌ัดการเ‌รียนร‌ู้ท‌ี่‌‌7) ‌ ‌

คำช‌ี้แจง‌ ใ‌ห้‌ผู้‌ประเมินป‌ ระเมิน‌ตามเ‌กณฑ์‌การป‌ ระเมิน‌กิจกรรม ‌ ‌

 ‌  ‌ คะแนนท‌ี่ไ‌ ด้ ‌ ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌ โจทย์‌ท้าทาย‌1‌  ‌ โจทย์‌ท้าทาย‌‌2 ‌ คะแนน‌รวม ‌ ‌ ผล‌การป‌ ระเมิน ‌ ‌

ที่ ‌ ‌ ชื่อ‌-‌‌‌นามสกุล ‌ ‌ ‌ (‌เต็ม‌‌15 ‌‌ (เ‌ต็ม‌1‌ 5 ‌‌ (30‌ค‌ ะแนน‌) ‌ ‌ (ผ‌่าน‌/ไ‌ม่ผ‌่าน‌) ‌ ‌
 ‌
คะแนน‌) ‌ ‌ คะแนน)‌ ‌ ‌
 ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌
 ‌

ลงชื่อ.‌‌.‌.‌..‌.‌.‌.‌.‌.‌‌..‌‌..‌.‌.‌‌.‌.‌.‌.‌.‌..‌.‌‌.‌..‌.‌.‌.‌.‌.‌‌.‌.‌.‌.‌..‌‌.‌.‌.‌..‌.‌.‌‌.‌.‌.‌.‌..‌.‌.‌‌.‌..‌.‌.‌.‌‌ผู้ส‌ อน‌/‌ผู้ป‌ ระเมิน ‌ ‌
  ‌   ‌   ‌ ‌(น‌ ายณ‌ัฐ‌พัฒน์‌ ส‌ุขใ‌ส‌) ‌ ‌

 ‌
 ‌

 ‌ เกณฑ์ก‌ ารป‌ ระเมินก‌ิจกรรม ‌ ‌
รายการ‌ประเมิน ‌ ‌ ระดับ‌คะแนน ‌ ‌

ดี‌‌(3‌‌คะแนน‌)‌   ‌ ‌พอใช้‌‌(2‌‌คะแนน)‌‌   ‌ ปรับปรุง‌(‌1‌‌คะแนน‌) ‌ ‌

นักเรียนส‌ ามารถเ‌ขียน‌ นักเรียนส‌ ามารถ‌เขียน‌ นักเรียน‌สามารถเ‌ขียน‌ นักเรียนไ‌ม่ส‌ ามารถ‌เขียน‌
โปรแกรม‌โดยใ‌ช้ฟ‌ังก์ชัน‌ โปรแกรม‌โดย‌ใช้ฟ‌ังก์ชัน‌ โปรแกรมโ‌ดยใ‌ช้‌ฟังก์ชัน‌ โปรแกรมโ‌ดยใ‌ช้‌ฟังก์ชัน‌
แสดงผ‌ ล‌ข้อมูลแ‌ ละ‌รับ‌ แสดง‌ผลข‌้อมูลแ‌ ละร‌ับ‌ แสดง‌ผล‌ข้อมูล‌ได้ห‌ รือ‌ แสดงผ‌ ล‌ข้อมูล‌และ‌รับ‌
ข้อมูล‌ได้อ‌ ย่าง‌เหมาะส‌ ม ‌ ‌ ข้อมูลไ‌ด้ถ‌ูกต‌้อง‌เหมาะส‌ ม ‌ ‌ ฟังก์ชัน‌รับ‌ข้อมูล‌อย่าง‌ใด‌ ข้อมูลไ‌ด้ ‌ ‌

อย่างห‌ นึ่ง‌ถูกต‌้อง ‌ ‌

นักเรียนส‌ ามารถป‌ ระยุกต์‌ นักเรียนส‌ ามารถ‌ประยุกต์‌ นักเรียน‌สามารถป‌ ระยุกต์‌ นักเรียน‌ไม่ส‌ ามารถ‌

เขียน‌โปรแกรม‌คำนวณ‌ เขียน‌โปรแกรม‌คำนวณ‌ เขียน‌โปรแกรม‌คำนวณ‌ ประยุกต์เ‌ขียน‌โปรแกรม‌

เพื่อแ‌ ก้‌ปัญหาท‌ าง‌ เพื่อแ‌ ก้ป‌ัญหา‌ทาง‌ เพื่อ‌แก้‌ปัญหา‌ทาง‌ คำนวณ‌เพื่อ‌แก้‌ปัญหา‌ทาง‌

คณิตศาสตร์‌ได้ ‌ ‌ คณิตศาสตร์‌ได้ถ‌ูก‌ต้อง ‌ ‌ คณิตศาสตร์ไ‌ด้‌ถูก‌ต้องไ‌ด้‌ คณิตศาสตร์‌ได้‌ถูก‌ต้อง ‌ ‌

บางส‌่วน ‌ ‌

ความ‌สามารถ‌ในก‌ าร‌เขียน‌ มีค‌ วาม‌เข้าใจอ‌ ย่างล‌ึกซ‌ึ้ง ‌‌ มี‌ความเ‌ข้าใจ‌เ‌ขียน‌ มีค‌ วามเ‌ข้าใจ‌เล็ก‌น้อย ‌‌

โปรแกรม ‌ ‌ เขียน‌โปรแกรม‌ตาม‌หลัก‌ โปรแกรม‌ตามห‌ ลัก‌ เขียนโ‌ปรแกรมต‌ าม‌หลัก‌

ไวยากรณ์‌(‌Syntax)‌‌และ‌ ไวยากรณ์‌(‌Syntax)‌แ‌ ละ‌ ไวยากรณ์‌‌(Syntax)‌‌และ‌

ตรรกะ‌‌(Logic)‌ไ‌ด้‌ถูก‌ต้อง‌ ตรรกะ‌(‌Logic)‌ไ‌ด้ถ‌ูกต‌้อง ‌ ‌ ตรรกะ‌‌(Logic)‌ไ‌ด้‌บาง‌

และค‌ ล่องแคล่ว ‌ ‌ ส่วน ‌ ‌

เขียนโ‌ปรแกรมโ‌ดยใ‌ช้‌ ใช้‌โครงสร้างเ‌หมาะ‌สม‌กับ‌ ใช้‌โครงสร้าง‌เหมาะส‌ ม‌กับ‌ ใช้‌โครงสร้าง‌ไม่‌เหมาะส‌ ม‌
โครงสร้างท‌ี่‌เหมาะส‌ ม ‌ ‌ การท‌ ำงานข‌ อง‌โปรแกรม ‌‌ การท‌ ำงานข‌ องโ‌ปรแกรม ‌‌ กับ‌การ‌ทำงานข‌ อง‌
และ‌โค้ด‌มี‌ความส‌ั้นก‌ ระท‌ัด‌ แต่โ‌ค้ด‌มี‌จำนวนม‌ ากเ‌กิน‌ โปรแกรม‌และโ‌ค้ด‌มี‌
รัด ‌ ‌ ความ‌จำเป็น‌   ‌ จำนวนม‌ ากเ‌กินค‌ วาม‌

จำเป็น ‌ ‌

ความ‌สามารถใ‌น‌การ‌หา‌ สามารถ‌หา‌และ‌แก้ไข‌คำ‌สั่ง‌ สามารถ‌หา‌และแ‌ ก้ไขค‌ ำ‌สั่ง‌ ไม่ส‌ ามารถ‌หา‌และแ‌ ก้ไขค‌ ำ‌

และ‌แก้ไขค‌ ำส‌ั่งท‌ี่ไ‌ม่‌ถูก‌ต้อง ‌ ‌ ที่ไ‌ม่ถ‌ูก‌ต้อง‌ได้ด‌้วย‌ตนเอง ‌‌ ที่ไ‌ม่ถ‌ูกต‌้อง‌ได้‌ด้วย‌ตนเอง ‌‌ สั่ง‌ที่ไ‌ม่ถ‌ูกต‌้อง‌ได้ด‌้วย‌

ไม่ต‌้องใ‌ห้‌เพื่อน‌หรือ‌ครู‌ช่วย‌ แต่‌ต้องใ‌ห้‌เพื่อนห‌ รือค‌ รู‌ ตนเอง‌‌ต้อง‌ให้‌เพื่อนห‌ รือ‌

เหลือ ‌ ‌ ช่วย‌เหลือบ‌ างส‌่วน ‌ ‌ ครู‌ช่วยเ‌หลือต‌ ลอดเ‌วลา ‌ ‌

 ‌

 ‌

เกณฑ์ก‌ ารผ‌่าน ‌ ‌

- นักเรียน‌ที่ท‌ ำ‌คะแนนร‌ วมไ‌ด้‌1‌ 5‌‌คะแนน‌‌หรือร‌้อยล‌ ะ‌5‌ 0‌ข‌ึ้นไ‌ป‌ผ‌่าน‌การ‌ประเมินด‌้าน‌ทักษะ‌/‌กระบวนการ ‌ ‌

- นักเรียน‌ที่ไ‌ด้ค‌ ะแนนต‌่ำก‌ ว่าร‌้อย‌ละ‌5‌ 0‌ไ‌ม่ผ‌่าน‌การ‌ประเมิน‌ด้าน‌การ‌ประเมิน‌ด้านท‌ักษะ‌/ก‌ ระบวนการ ‌

 ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

แบบป‌ ระเมินค‌ุณลักษณะ‌อันพ‌ึงป‌ ระสงค์ ‌ ‌
รายวิชา‌ว‌ 31103‌‌เทคโนโลยี1‌(‌‌วิทยาการค‌ ำนวณ)‌‌‌ชั้น‌มัธยมศึกษา‌ปี‌ที่‌‌4 ‌

(แ‌ ผนการ‌จัดการเ‌รียน‌รู้ท‌ี่‌7‌ ) ‌ ‌
คำ‌ชี้แจง‌ ใ‌ห้‌ผู้ป‌ ระเมิน‌ทำ‌เครื่องหมาย‌✓‌ ‌‌ใน‌ช่อง‌ประเมินใ‌ห้‌ตรง‌กับ‌พฤติกรรมข‌ องน‌ักเรียนใ‌ห้‌เป็นจ‌ ริง‌มากท‌ี่สุด ‌ ‌
 ‌

ทีี่ ‌ ‌ ชื่อ‌-‌สกุล ‌ ‌ คุณลักษณะอ‌ัน‌พึงป‌ ระสงค์ ‌ ‌ คะแนน‌รวม ‌‌  ‌ ผลก‌ าร‌
(‌‌12‌‌คะแนน)‌ ‌ ‌ ประเมิน ‌ ‌
มี‌วินัย‌   ‌ ใฝ่เ‌รียนร‌ู้‌  ‌ มุ่ง‌มั่นใ‌นก‌ ารท‌ ำงาน ‌ ‌ (ผ‌่าน/‌ ‌ ‌
 ‌ ไม่ผ‌่าน)‌ ‌ ‌

4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌ 4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌ 4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌  ‌
 ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

ลงชื่อ‌.‌..‌‌..‌.‌.‌‌.‌.‌.‌.‌.‌.‌.‌..‌‌..‌.‌.‌.‌.‌.‌‌.‌..‌.‌‌..‌.‌.‌‌.‌.‌.‌..‌.‌.‌.‌.‌.‌.‌.‌‌.‌..‌ผ‌ู้‌สอน‌/‌ผู้‌ประเมิน ‌ ‌

‌(‌น‌ ายณ‌ัฐพ‌ัฒน์‌ ส‌ุขใ‌ส‌)‌ ‌ ‌

เกณฑ์‌การป‌ ระเมินค‌ุณลักษณะ‌อันพ‌ึง‌ประสงค์ ‌ ‌

 ‌ ระดับค‌ ะแนน ‌ ‌
รายการ‌ประเมิน ‌ ‌
ดี‌เยี่ยม ‌‌  ‌ ดี ‌‌  ‌ พอใช้ ‌ ‌ ‌ ปรับปรุง ‌ ‌ ‌
(4‌‌คะแนน)‌ ‌ ‌ (3‌‌คะแนน)‌ ‌ ‌ (2‌ค‌ ะแนน)‌‌   ‌ (1‌‌คะแนน‌) ‌ ‌

2.‌ม‌ี‌วินัย ‌ ‌ ปฏิบัติ‌ตาม‌ข้อต‌ กลง‌‌กฎ‌ ปฏิบัติ‌ตาม‌ข้อ‌ตกลง‌ก‌ ฎ‌ ปฏิบัติ‌ตาม‌ข้อ‌ตกลง ‌‌ ไม่‌ค่อยป‌ ฏิบัติ‌ตาม‌ข้อ‌

เกณฑ์‌‌และ‌ข้อ‌ตกลง‌ของ‌ เกณฑ์‌‌และข‌้อต‌ กลง‌ กฎ‌เกณฑ์‌แ‌ ละข‌้อ‌ ตกลง‌ก‌ ฎ‌เกณฑ์‌แ‌ ละ‌

ห้องเรียน‌‌ไม่‌ละเมิด‌สิทธิ‌ของ‌ ของ‌ห้องเรียน‌ไ‌ม่ล‌ ะเมิด‌ ตกลงข‌ องห‌้องเรียน ‌ ‌ ข้อ‌ตกลงข‌ อง‌

ผู้อ‌ื่น‌ต‌ รง‌ต่อ‌เวลา‌‌รับ‌ผิด‌ชอบ‌ สิทธิข‌ อง‌ผู้อ‌ื่น‌ต‌ รงต‌่อ‌ ห้องเรียน ‌ ‌

ในก‌ ารท‌ ำงานอ‌ ย่างเ‌ป็น‌ปกติ‌ เวลา‌ร‌ับ‌ผิด‌ชอบ‌ใน‌การ‌

วิสัย‌แ‌ ละเ‌ป็นแ‌ บบ‌อย่างท‌ี่ด‌ี ‌ ‌ ทำงาน ‌ ‌

3.‌ใ‌ฝ่เ‌รียน‌รู้ ‌ ‌ เข้า‌เรียน‌ตรง‌เวลา‌ต‌ั้งใจ‌เรียน ‌‌ เข้า‌เรียนต‌ รง‌เวลา‌ต‌ั้งใจ‌ เข้า‌เรียน‌ตรง‌เวลา‌ม‌ี‌ เข้าเ‌รียน‌ช้า‌ไ‌ม่ค‌่อย‌
เอาใจ‌ใส่‌‌มีค‌ วาม‌เพียร‌ เรียน‌เ‌อาใจ‌ใส่‌‌มีค‌ วาม‌ ความเ‌พียร‌พยายาม‌ ตั้งใจ‌เรียน‌‌เอาใจใ‌ส่ ‌‌
พยายามใ‌น‌การ‌ศ‌ึกษา‌ค้นหา‌ เพียร‌พยายามใ‌นก‌ าร‌ ใน‌การ‌ศึกษา ‌ ‌ แต่ไ‌ม่มีค‌ วาม‌เพียร‌
ความ‌รู้‌‌บันทึกค‌ วามร‌ู้ ‌‌ ศึกษา‌ค‌้นหา‌ความร‌ู้ ‌‌ พยายาม‌ในก‌ าร‌ศึกษา ‌ ‌
วิเคราะห์‌และ‌สรุป‌เป็น‌องค์‌ บันทึก‌ความร‌ู้ ‌ ‌
ความ‌รู้ ‌ ‌

4.‌‌มุ่ง‌มั่น‌ในก‌ าร‌ มี‌ความ‌ตั้งใจ‌‌และร‌ับผ‌ิดช‌ อบ‌ มี‌ความต‌ั้งใจ‌‌และร‌ับ‌ผิด‌ มีค‌ วามต‌ั้งใจ‌แ‌ ละ‌รับ‌ ไม่มี‌ความ‌ตั้งใจ‌‌และ‌
ทำงาน ‌ ‌
ใน‌งาน‌ที่ไ‌ด้ร‌ับม‌ อบ‌หมายด‌้วย‌ ชอบ‌ในง‌าน‌ที่‌ได้ร‌ับม‌ อบ‌ ผิด‌ชอบใ‌น‌งาน‌ที่‌ได้ร‌ับ‌ ไม่มีร‌ับ‌ผิดช‌ อบ‌ในง‌าน‌

ความ‌เพียรพ‌ ยายามแ‌ ละ‌ หมาย‌ด้วย‌ความ‌เพียร‌ มอบ‌หมาย ‌ ‌ ที่ไ‌ด้‌รับ‌มอบ‌หมาย ‌ ‌

อดทน‌เ‌พื่อใ‌ห้‌งานส‌ ำเร็จ‌ตาม‌ พยายาม ‌ ‌

เป้าห‌ มาย ‌ ‌

เกณฑ์ก‌ าร‌ประเมินค‌ุณภาพ ‌ ‌

คะแนน‌‌10‌‌-‌1‌ 2‌อ‌ ยู่‌ในเ‌กณฑ์‌ด‌ี‌เยี่ยม ‌ ‌

คะแนน‌‌7‌-‌‌9‌ ‌‌อยู่ใ‌น‌เกณฑ์‌ด‌ี ‌ ‌

คะแนน‌4‌ ‌-‌‌6‌ ‌‌อยู่ใ‌นเ‌กณฑ์‌‌พอใช้ ‌ ‌

คะแนน‌1‌ ‌‌-‌3‌ ‌อ‌ ยู่‌ใน‌เกณฑ์‌‌ปรับปรุง ‌ ‌

เกณฑ์ก‌ าร‌ผ่าน‌น‌ักเรียน‌ที่‌มี‌ระดับ‌คุณภาพด‌ีข‌ึ้น‌ไป‌‌ผ่านก‌ าร‌ประเมิน‌ด้านค‌ุณลักษณะ‌อันพ‌ึง‌ประสงค์ ‌ ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

แบบป‌ ระเมินส‌ มรรถนะท‌ี่ส‌ ำคัญ‌ของผ‌ู้เ‌รียน ‌ ‌
รายวิชา‌‌ว31103‌เ‌ทคโนโลยี1‌‌(ว‌ิทยาการค‌ ำนวณ‌)‌‌ชั้นม‌ัธยมศึกษาป‌ี‌ที่‌‌4 ‌

(‌แผนการ‌จัดการเ‌รียนร‌ู้‌ที่‌7‌ ) ‌ ‌
คำช‌ี้แจง‌ ‌ให้‌ผู้‌ประเมิน‌ทำเ‌ครื่องหมาย‌✓‌ ‌ใ‌น‌ช่อง‌ประเมิน‌ให้‌ตรง‌กับพ‌ ฤติกรรม‌ของน‌ักเรียน‌ให้‌เป็น‌จริงม‌ ากท‌ี่สุด ‌ ‌

 ‌  ‌ สมรรถนะ‌ที่ส‌ ำคัญ‌ของ‌ผู้‌เรียน ‌ ‌ คะแนน‌ ผลก‌ าร‌

 ‌  ‌ ความ‌สามารถ‌ในก‌ าร‌แก้ป‌ัญหา ‌ ‌ ความ‌สามารถ‌ใน‌การใ‌ช้เ‌ทคโนโลยี ‌ ‌ รวม ‌ ‌  ‌ ประเมิน ‌ ‌
ที่ ‌ ชื่อ‌-‌สกุล ‌ ‌ (8 ‌‌ (ผ‌่าน/‌ ‌ ‌

คะแนน‌) ‌ ‌ ไม่ผ‌่าน)‌ ‌ ‌

 ‌
 ‌
4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌ 4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

ลงชื่อ.‌.‌‌.‌.‌.‌..‌.‌‌..‌.‌‌..‌‌..‌.‌.‌.‌.‌‌..‌‌..‌‌..‌‌..‌‌..‌‌.‌.‌..‌.‌‌.‌..‌.‌‌..‌.‌.‌.‌‌.‌.‌.‌.‌ผู้‌สอน‌/‌ผู้ป‌ ระเมิน ‌ ‌

‌(‌น‌ ายณ‌ัฐ‌พัฒน์‌ ‌สุข‌ใส‌‌) ‌ ‌

เกณฑ์‌ประเมิน‌สมรรถนะท‌ี่ส‌ ำคัญ‌ของ‌ผู้‌เรียน ‌ ‌

  ‌ ระดับ‌คะแนน ‌ ‌
รายการ‌ประเมิน ‌ ‌ ดีเ‌ยี่ยม‌‌(4‌ค‌ ะแนน)‌ ‌ ‌ ดี‌‌(3‌ค‌ ะแนน‌)‌   ‌ พอใช้‌(‌2‌ค‌ ะแนน‌) ‌ ‌ ปรับปรุง‌(‌1‌ค‌ ะแนน)‌ ‌ ‌

1.‌‌ความส‌ ามารถใ‌น‌ ใช้ก‌ ระบวนการ ‌ ‌ ใช้ก‌ ระบวนการ ‌ ‌ ใช้ก‌ ระบวนการ ‌ ‌ ใช้ก‌ ระบวนการ ‌ ‌
การ‌แก้ป‌ัญหา ‌ ‌ แก้‌ปัญหาโ‌ดยก‌ าร ‌ ‌ แก้‌ปัญหา‌โดยก‌ าร ‌ ‌ แก้ป‌ัญหาโ‌ดยก‌ าร ‌ ‌ แก้ป‌ัญหาโ‌ดย‌การ ‌ ‌

วิเคราะห์‌ปัญหา ‌ ‌ วิเคราะห์‌ปัญหา ‌ ‌ วิเคราะห์‌ปัญหา ‌ ‌ วิเคราะห์‌ปัญหา ‌ ‌

วางแผน‌ใน‌การ ‌ ‌ วางแผน‌ในก‌ าร ‌ ‌ วางแผนใ‌นก‌ าร ‌ ‌ วางแผน‌ใน‌การ ‌ ‌

แก้ป‌ัญหาด‌ ำเนิน ‌‌ แก้ป‌ัญหา‌ดำเนิน ‌‌ แก้‌ปัญหา‌ดำเนิน‌‌การ‌ แก้ป‌ัญหา‌ดำเนิน‌ก‌ าร‌

การแ‌ ก้‌ปัญหาต‌ รวจ‌ การแ‌ ก้ป‌ัญหา ‌‌ แก้‌ปัญหา‌ต‌ รวจส‌ อบ‌ แก้ป‌ัญหา‌‌ตรวจส‌ อบ‌

สอบ‌และ‌‌สรุปผ‌ ล‌ได้‌ ตรวจส‌ อบ‌และ‌ และ‌ส‌ รุป‌ผลไ‌ด้‌ถูก‌ และ‌ส‌ รุป‌ผล ‌ ‌

ถูก‌ต้อง‌ทุกค‌ รั้ง ‌ ‌ สรุป‌ผลไ‌ด้ถ‌ูกต‌้อง‌ ต้องบ‌ าง‌ครั้ง ‌ ‌

บ่อยค‌ รั้ง ‌ ‌

2.‌‌ความ‌สาม‌ าถใ‌น‌ มี‌ทักษะก‌ ระบวนการ ‌ ‌ มีท‌ักษะ‌ มี‌ทักษะก‌ ระบวนการ ‌ ‌ มีท‌ักษะ‌กระบวนการ ‌ ‌
การใ‌ช้‌เทคโนโลยี ‌ ‌ ทาง‌เทคโนโลยีแ‌ ละ‌ กระบวนการ ‌ ‌ ทาง‌เทคโนโลยี‌และใ‌ช้‌ ทางเ‌ทคโนโลยี‌และใ‌ช้‌
ใช้เ‌ทคโนโลยีใ‌นก‌ าร ‌ ‌ ทาง‌เทคโนโลยี‌ เทคโนโลยี‌ใน‌การ ‌ ‌ เทคโนโลยี‌ใน‌การ ‌ ‌
แก้ป‌ัญหาอ‌ ย่าง ‌ ‌ และใ‌ช้เ‌ทคโนโลยี‌ แก้ป‌ัญหาอ‌ ย่าง ‌ ‌ แก้ป‌ัญหาอ‌ ย่าง ‌ ‌
สร้างสรรค์‌ทุก‌ครั้ง ‌ ‌ ใน‌การแ‌ ก้‌ปัญหา‌ สร้างสรรค์‌บางค‌ รั้ง ‌ ‌ สร้างสรรค์ ‌ ‌

อย่างส‌ ร้างสรรค์‌
บ่อยค‌ รั้ง ‌ ‌

เกณฑ์‌การป‌ ระเมินค‌ุณภาพ ‌ ‌

คะแนน‌‌7‌-‌‌8‌ ‌อ‌ ยู่ใ‌นเ‌กณฑ์‌ด‌ี‌เยี่ยม ‌ ‌
คะแนน‌‌5‌-‌‌‌6‌อ‌ ยู่‌ในเ‌กณฑ์‌‌ดี ‌ ‌
คะแนน‌3‌ ‌‌-‌4‌ ‌อ‌ ยู่‌ในเ‌กณฑ์‌พ‌ อใช้ ‌ ‌
คะแนน‌‌1‌-‌‌‌2‌อ‌ ยู่‌ใน‌เกณฑ์‌ป‌ รับปรุง ‌ ‌

เกณฑ์‌การป‌ ระเมินค‌ุณภาพเ‌กณฑ์‌การ‌ผ่าน‌น‌ักเรียนท‌ี่‌มีร‌ ะดับค‌ุณภาพด‌ีข‌ึ้นไ‌ป‌‌ผ่านก‌ ารป‌ ระเมินด‌้าน‌สมรรถนะ‌ที่ส‌ ำคัญ‌
ของ‌ผู้เ‌รียน ‌ ‌

 ‌
 ‌

 ‌

เอกสารเ‌พิ่มเ‌ติม ‌ ‌

 ‌









 ‌

 ‌  ‌

แผนการจ‌ัดการเ‌รียน‌รู้ ‌

รายวิชา‌ ‌ว31103‌ เ‌ทคโนโลยี1‌‌(ว‌ิทยาการค‌ ำนวณ‌) ‌ ‌   ‌   ‌ ช‌ั้น‌มัธยมศึกษา‌ปี‌ที่‌ 4‌  ‌ ‌

หน่วยก‌ าร‌เรียนร‌ู้‌ที่‌‌2‌ก‌ าร‌แก้ป‌ัญหา‌ด้วย‌คอมพิวเตอร์ ‌ ‌ ‌กลุ่มส‌ าระก‌ ารเ‌รียนร‌ู้‌วิทยาศาสตร์‌และ‌เทคโนโลยี ‌ ‌

แผนการ‌จัดการเ‌รียน‌รู้ท‌ี่‌9‌ ‌เ‌รื่อง‌‌คำ‌สั่ง‌เลือก‌ทำ‌แบบห‌ ลายเ‌งื่อนไข ‌ ‌   ‌ เวลา‌ ‌2‌ ‌ชั่วโมง ‌ ‌

‌______________________________________________________________________________ ‌ ‌

มาตรฐาน‌การเ‌รียนร‌ู้ ‌ ‌

มาตรฐาน ‌ ‌ว ‌ 4‌ .2 ‌ ‌เข้าใจแ‌ ละใ‌ช้แ‌ นวคิด‌เชิง‌คำนวณ‌ในก‌ ารแ‌ ก้‌ปัญหา‌ที่พ‌ บใ‌น‌ชีวิตจ‌ ริงอ‌ ย่างเ‌ป็นข‌ั้นต‌ อนแ‌ ละ‌เป็น‌
ระบบ ‌ ‌ใช้เ‌ทคโนโลยีส‌ ารสนเทศ‌และก‌ าร‌สื่อสารใ‌น‌การเ‌รียน‌รู้ ‌ ‌การท‌ ำงาน ‌ ‌และ‌การแ‌ ก้‌ปัญหา‌ได้‌อย่างม‌ี‌ประสิทธิภาพ ‌ ร‌ู้‌

เท่าท‌ัน‌‌และม‌ี‌จริยธรรม ‌ ‌

‌ตัวช‌ี้ว‌ัด ‌ ‌

  ‌ ม‌.4/1‌‌ประยุกต์‌ใช้‌แนวคิดเ‌ชิง‌คำนวณใ‌น‌การ‌พัฒนาโ‌ครงง‌านท‌ี่‌มีก‌ า‌รบูร‌ ณา‌การก‌ับ‌วิชา‌อื่น‌‌อย่างส‌ ร้างสรรค์ ‌‌
และเ‌ชื่อม‌โยงก‌ับช‌ีวิตจ‌ ริง ‌ ‌

สาระก‌ ารเ‌รียน‌รู้ ‌ ‌

elif‌‌เป็น‌คำ‌สั่งท‌ี่ใ‌ช้‌สำหรับส‌ ร้าง‌เงื่อนไข‌แบบห‌ ลาย‌ทาง‌เลือกใ‌ห้‌กับ‌โปรแกรมท‌ี่‌มี‌การ‌ทำงานเ‌ช่นเ‌ดียว‌กับ‌s‌witch ‌‌
case‌‌ใน‌ภาษาอ‌ื่นๆ‌‌คำ‌สั่ง‌‌elif‌น‌ั้น‌ต้อง‌ใช้‌หลังจ‌ ากค‌ ำ‌สั่ง‌i‌f‌‌เสมอแ‌ ละส‌ ามารถม‌ี‌‌else‌‌ได้‌ในเ‌งื่อนไขส‌ุดท้าย ‌ ‌

จ‌ุด‌ประสงค์ก‌ าร‌เรียนร‌ู้ ‌  ‌ ‌

1. นักเรียนส‌ า‌มาร‌บอก‌ลักษณะ‌ที่‌สำคัญข‌ อง‌คำส‌ั่ง‌เลือกท‌ ำแ‌ บบ‌หลาย‌เงื่อนไข‌ได้‌ ‌(K) ‌ ‌
2. นักเรียน‌สามารถเ‌ขียน‌โปรแกรม‌ที่ม‌ี‌การใ‌ช้ค‌ ำ‌สั่งเ‌ลือกท‌ ำ‌แบบ‌หลายเ‌งื่อนไข‌ได้อ‌ ย่างถ‌ูกต‌้อง‌‌(P) ‌ ‌
3. นักเรียน‌กระตือรือร้น‌ต่อ‌การเ‌ขียน‌โปรแกรม‌ที่‌มี‌การใ‌ช้‌คำส‌ั่ง‌เลือก‌ทำแ‌ บบ‌หลายเ‌งื่อนไข‌‌(A) ‌ ‌

 ‌  ‌

สาระส‌ ำคัญ ‌ ‌

  ‌ หลักก‌ าร‌ทำงาน‌ของค‌ อมพิวเตอร์‌ที่ส‌ ำคัญป‌ ระการ‌หนึ่ง‌ก็‌คือ ‌ ‌การ‌เลือกท‌ ำ‌หรือ‌ตัดสิน‌ใจ‌ได้ต‌ าม‌เงื่อนไข ‌ ‌หรือ‌
สถานการณ์‌ที่ก‌ ำหนด ‌ ‌โดยก‌ าร‌เขียนโ‌ปรแกรม‌ที่ม‌ี‌เงื่อนไขท‌ าง‌เลือกเ‌ดียว ‌ ‌สองท‌ างเ‌ลือก ‌ ห‌ รือ‌หลายท‌ าง‌เลือกจ‌ ะ‌ใช้ค‌ ำส‌ั่ง‌
เงื่อนไข ‌ ‌(if ‌ ‌statement) ‌ ‌ซึ่ง‌คำส‌ั่ง‌เลือกท‌ ำ‌ถือว่าเ‌ป็น‌ส่วน‌สำคัญ‌และจ‌ ำเป็นอ‌ ย่าง‌ยิ่งต‌่อก‌ าร‌เขียนโ‌ปรแกรม‌หรือ‌พัฒนา‌
โปรแกรม‌คอมพิวเตอร์ใ‌ห้‌มีป‌ ระสิทธิภาพ ‌ ‌

ค‌ุณลักษณะ‌อันพ‌ึง‌ประสงค์ ‌ ‌

1. มีว‌ินัย ‌ ‌  ‌
2. ใฝ่เ‌รียนร‌ู้ ‌ ‌  ‌
3. มุ่ง‌มั่น‌ใน‌การ‌ทำงาน ‌ ‌

ส‌ มรรถนะส‌ ำคัญ ‌ ‌

1. ความส‌ ามารถใ‌นก‌ าร‌แก้‌ปัญหา ‌ ‌  ‌
2. ความส‌ ามารถใ‌นก‌ าร‌ใช้‌เทคโนโลยี ‌ ‌

กระบวนการ‌เรียน‌รู้ ‌ ‌

ขั้น‌นำ‌(‌เ‌วลา‌2‌ 5‌น‌ าที‌) ‌ ‌

1. ให้‌นักเรียนใ‌ช้โ‌ปรแกรม‌z‌ oom‌เ‌พื่อจ‌ัดการ‌เรียน‌การ‌สอน‌แบบอ‌ อนไลน์‌โ‌ดยค‌ รูส‌่งล‌ิงก์‌ห้องใ‌ห้‌กับน‌ักเรียน‌ไว้ล‌่วง‌
หน้า‌เ‌มื่อ‌นักเรียน‌เข้าส‌ู่‌ห้องเรียนอ‌ อนไลน์จ‌ึง‌ให้‌ติดตามง‌าน ‌ ‌

2. ครู‌เปิด‌งาน‌นำเ‌สนอ‌เรื่อง‌i‌f-elif-else‌พ‌ ร้อมช‌ี้แจงจ‌ุดป‌ ระสงค์‌การเ‌รียน‌รู้‌โ‌ดย‌นักเรียน‌สามารถ‌เปิดด‌ูไ‌ด้‌ด้วย‌
ตนเองใ‌น‌‌google‌c‌ lassroom ‌ ‌

 ‌

3. ให้‌นักเรียน‌อภิปรายร‌่วม‌กันถ‌ึง‌แนวทาง‌การ‌เขียน‌โปรแกรมแ‌ บบค‌ ำส‌ั่งเ‌ลือกท‌ ำ‌‌(if-else)‌‌ในข‌้อ‌‌“ส‌ อบ‌ผ่าน‌หรือ‌
สอบต‌ ก‌(‌Pass‌o‌ r‌‌Fail)”‌‌ที่‌นักเรียน‌ฝึกเ‌ขียน‌โปรแกรม‌ไปค‌ รั้งท‌ี่แ‌ ล้ว‌ จ‌ าก‌นั้นค‌ รู‌ช่วย‌สรุปใ‌ห้‌เป็นแ‌ นวทาง‌เดียวกัน‌ ‌เพื่อ‌
ทบทวนค‌ วามร‌ู้‌การ‌ใช้‌ฟังก์ชัน‌i‌f‌แ‌ ละ‌e‌ lse‌จ‌ าก‌ชั่วโมงก‌่อน‌และ‌เชื่อมโ‌ยงเ‌ข้า‌สู่ก‌ าร‌เขียนโ‌ปรแกรมแ‌ บบ‌เลือก‌ทำ‌หลาย‌
เงื่อนไข‌‌(if-elif-else) ‌ ‌

แนวทาง‌การอ‌ ภิปราย‌ถ‌้าม‌ีค‌ น‌ใส่ค‌่า‌ติดลบ‌‌จะเ‌กิด‌อะไรข‌ึ้น‌,‌แ‌ ล้ว‌จะ‌แก้ไขอ‌ ย่างไร ‌‌  ‌

 ‌

 ‌
4. ครู‌สาธิตพ‌ ร้อม‌อธิบาย‌การ‌เขียนโ‌ปรแกรมใ‌น‌ข้อ‌‌“‌สอบผ‌่านห‌ รือส‌ อบ‌ตก‌2‌ ‌(‌Pass‌‌or‌F‌ ail)”‌‌ผ่าน ‌‌
https://replit.com/‌‌และน‌ ำม‌ า‌ตรวจส‌ อบใ‌น‌h‌ ttps://elabsheet.org/elab/taskpads/show/9ea925xid3/‌ท‌ี่‌
พัฒนา‌ขึ้น ‌ ‌

 ‌

ตัวอย่างโ‌ค้ด‌ของต‌ัวอย่าง‌ที่‌1‌  ‌ ‌
num=float(input('Insert‌s‌core:‌'‌)) ‌ ‌
if‌‌num<0: ‌ ‌

p‌ rint('please‌‌insert‌‌score‌‌to‌m‌ ore‌t‌han‌0‌ ') ‌ ‌
elif‌‌num>=50: ‌ ‌

‌print('Pass') ‌ ‌
else: ‌ ‌

p‌ rint('Fail') ‌ ‌

 ‌

 ‌
 ‌

ขั้น‌สอน‌‌(เ‌วลา‌‌70‌‌นาที)‌ ‌ ‌

1. ครู‌อธิบายล‌ักษณะ‌พื้น‌ฐาน‌ของค‌ ำ‌สั่งเ‌ลือกท‌ ำ‌แบบห‌ ลาย‌เงื่อนไข‌‌หรือ‌i‌f-elif-else‌‌และ‌การเ‌ขียนผ‌ัง‌งาน ‌‌
(Flowchart)‌ข‌ อง‌‌if-elif-else ‌ ‌

 ‌
 ‌

 ‌
 ‌

2. ครูย‌ กต‌ัวอย่างก‌ ารเ‌ขียน‌โปรแกรมค‌ ำนวณห‌ า‌ค่าด‌ัชนีม‌ วลก‌ าย‌‌(BMI)‌แ‌ ละ‌นักเรียน‌ร่วมก‌ัน‌วิเคราะห์‌ข้อมูลเ‌ข้า ‌‌
(Input)‌ก‌ ารป‌ ระมวลผ‌ ล‌‌(Process)‌‌และ‌‌ข้อมูล‌ออก‌‌(Output)‌ห‌ ลังจ‌ ากน‌ั้นส‌ าธิตก‌ าร‌เขียน‌โปรแกรม‌คำนวณ‌
หาค‌่า‌ดัชนี‌มวล‌กาย‌(‌BMI)‌ผ‌่าน‌h‌ ttps://replit.com/‌‌เป็นบ‌ างส‌่วน‌‌แล้ว‌ให้‌นักเรียนร‌่วม‌กัน‌ตอบ‌คำถาม‌‌หรือ‌
แสดงผ‌ ลก‌ ารเ‌ขียนโ‌ปรแกรม‌‌จากน‌ั้น‌ให้‌นักเรียนท‌ ดลองเ‌ขียนโ‌ปรแกรม‌ส่วนท‌ี่‌เหลือ‌ด้วยต‌ นเองใ‌ห้‌ถูก‌ต้อง‌‌และ‌
สามารถต‌ รวจส‌ อบผ‌ ลลัพธ์ไ‌ด้ใ‌น‌h‌ ttps://elabsheet.org/elab/taskpads/show/0o34z67tan/‌‌ที่ค‌ รู‌
พัฒนาไ‌ว้‌ให้‌แล้ว‌ร‌ ะหว่าง‌นี้ค‌ รูซ‌ัก‌ถาม‌ข้อส‌ งสัยจ‌ าก‌การท‌ ดลองเ‌ขียนโ‌ปรแกรม ‌ ‌
ตัวอย่างแ‌ นว‌การเ‌ขียน‌โปรแกรมข‌ อง‌ตัวอย่าง‌ที่‌‌2 ‌ ‌
 ‌height‌=‌ ‌‌float(input("Enter‌y‌ our‌‌height‌‌in‌‌cm:‌"‌)) ‌ ‌
weight‌=‌ ‌f‌loat(input("Enter‌y‌ our‌w‌ eight‌i‌n‌‌kg:‌‌")) ‌ ‌
BMI‌=‌ ‌‌weight‌/‌‌(‌height/100)**2 ‌ ‌
if‌‌BMI‌‌<‌1‌ 8.5: ‌ ‌

 ‌   ‌ print("You‌a‌ re‌‌Underweight.") ‌ ‌
elif‌B‌ MI‌‌<=‌‌24.9: ‌ ‌

  ‌ print("You‌a‌ re‌‌Normal.") ‌ ‌
elif‌B‌ MI‌<‌ =‌2‌ 9.9: ‌ ‌

  ‌ print("You‌‌are‌‌Overweight.") ‌ ‌
else: ‌ ‌

  ‌ print("You‌‌are‌‌Above‌o‌ bese.") ‌ ‌

 ‌

 ‌
 ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

 ‌

ขั้นส‌ รุป‌‌(เ‌วลา‌‌15‌น‌ าที‌) ‌ ‌

1. ครูแ‌ จ้งใ‌ห้‌นักเรียน‌ทำ‌ใบ‌กิจกรรม‌9‌ .1‌‌ค่าแ‌ ท็กซี่‌ผ‌่าน‌h‌ ttps://replit.com/‌แ‌ ล้ว‌ตรวจส‌ อบ‌คำต‌ อบใ‌น ‌ ‌
https://elabsheet.org/elab/taskpads/show/dn5k6dw1cy/‌‌หากถ‌ูก‌ต้อง‌แล้วใ‌ห้‌แค‌ป‌ภาพ‌ผลลัพธ์‌จาก‌
การ‌ตรวจ‌สอบส‌่งใ‌น‌g‌oogle‌‌classroom‌พ‌ ร้อม‌กับ‌โปรแกรม‌การ‌หา‌ค่า‌ดัชนีม‌ วล‌กาย‌‌(BMI) ‌ ‌ ‌

 ‌

2. นักเรียนส‌ รุปอ‌ งค์‌ความร‌ู้ผ‌่าน‌การส‌ ะท้อน‌คิดส‌ิ่งท‌ี่‌ได้เ‌รียนใ‌นว‌ัน‌นี้ ‌ ‌
● คำส‌ั่ง‌‌if-elif-else‌ค‌ือ‌อะไร ‌ ‌
● ลักษณะพ‌ื้น‌ฐาน‌ของ‌คำ‌สั่ง‌i‌f-elif-else ‌ ‌
● ประโยชน์ข‌ องค‌ ำส‌ั่ง‌i‌f-elif-else ‌

 ‌

 ‌

 ‌

สื่อ‌/‌แหล่งก‌ าร‌เรียน‌รู้ ‌ ‌

1. คอมพิวเตอร์‌ที่‌เชื่อมต‌่อร‌ ะบบอ‌ินเทอร์เน็ต ‌ ‌
2. Slide‌เ‌รื่อง‌‌if-elif-else ‌ ‌
3. Google‌‌Classroom ‌ ‌
4. Application‌‌Zoom ‌ ‌
5. https://www.programiz.com/python-programming/online-compiler/ ‌ ‌ ‌
6. https://replit.com/ ‌ ‌
7. https://elabsheet.org/elab/taskpads/show/dn5k6dw1cy/ ‌ ‌ ‌
8. https://elabsheet.org/elab/taskpads/show/0o34z67tan/ ‌ ‌
9. https://elabsheet.org/elab/taskpads/show/9ea925xid3/ ‌‌  ‌

แหล่ง‌การเ‌รียน‌รู้‌เพิ่มเ‌ติม ‌ ‌

1. เว็บไซต์‌สำหรับค‌้น‌ข้อมูล‌‌เช่น‌‌http://www.google.com ‌ ‌
2. เว็บไซต์‌สำหรับศ‌ึกษา‌เพิ่มเ‌ติม‌ด้วย‌ตนเอง‌h‌ ttps://python-thailand.github.io/learning/beginner/ ‌ ‌ ‌

ชิ้น‌งาน‌/‌ภาระง‌าน ‌ ‌

1. โปรแกรม‌คำนวณค‌่า‌ดัชนีม‌ วลก‌ าย‌‌(BMI) ‌ ‌
2. ใบก‌ิจกรรม‌‌9.1‌ค‌่า‌แท็กซี่ ‌ ‌
3. สรุปอ‌ งค์‌ความ‌รู้‌ผ่านก‌ ารส‌ ะท้อน‌คิด‌สิ่ง‌ที่ไ‌ด้เ‌รียนใ‌นว‌ัน‌นี้ ‌ ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

การ‌วัดผล‌ประเมิน‌ผลก‌ าร‌เรียนร‌ู้ ‌ ‌

จุดป‌ ระสงค์‌การเ‌รียนร‌ู้ ‌ ‌ เครื่อง‌มือว‌ัด ‌ ‌ วิธีก‌ าร‌วัด ‌ ‌ เกณฑ์ก‌ าร‌วัด ‌ ‌ หมายเหตุ ‌ ‌

ด้านค‌ วามร‌ู้‌(‌K) ‌ ‌

นักเรียน‌สามารถ‌บอก‌ - คำถามส‌ รุป‌องค์‌ - การ‌ตอบค‌ ำถาม‌ - นักเรียนต‌ อบ‌ ดี‌เยี่ยม‌‌คือ ‌‌
ลักษณะ‌ที่ส‌ ำคัญข‌ อง‌
คำ‌สั่ง‌เลือกท‌ ำแ‌ บบ‌ ความร‌ู้ผ‌่าน‌การ‌ ใน‌g‌oogle ‌‌ คำถาม‌ได้‌ถูกต‌้อง‌ ตอบ‌

สะท้อน‌คิดใ‌น ‌‌ classroom ‌ ‌ ใน‌ระดับ‌ดีข‌ึ้น‌ไป ‌ ‌ คำถามไ‌ด้‌

google ‌‌ ถูกต‌้อง‌

หลายเ‌งื่อนไขไ‌ด้ ‌ ‌ classroom ‌ ‌ ตรงต‌ าม‌

 ‌  ‌ ประเด็น‌
และ‌

 ‌ อธิบายค‌ ำ‌
ตอบ‌

  ‌ ชัดเจน ‌ ‌
ดี‌‌คือ‌‌ตอบ‌

  ‌ คำถามไ‌ด้‌

 ‌ ถูก‌ต้อง‌
ตรง‌ตาม‌

  ‌ ประเด็น‌
แต่‌อธิบาย‌

คำ‌ตอบไ‌ม่‌

ชัดเจน ‌ ‌

พอใช้‌‌คือ ‌‌

ตอบ‌

คำถาม‌ได้‌

ถูก‌ต้อง‌

บางส‌่วน ‌ ‌

ด้านท‌ักษะ‌/‌กระบวนการ‌‌(P) ‌ ‌

นักเรียน‌สามารถเ‌ขียน‌ - โจทย์‌ค่าด‌ัชนี‌ - ประเมินด‌้วย‌ - ตอบ‌ได้ถ‌ูก‌ต้อง ‌‌   ‌
และไ‌ด้ค‌ ะแนน‌รวม‌
โปรแกรม‌ที่ม‌ีก‌ ารใ‌ช้‌คำ‌ มวล‌กาย‌‌(BMI) ‌ ‌ แบบ‌ประเมิน‌ ไม่‌ต่ำก‌ ว่าร‌้อย‌ละ ‌‌
50 ‌ ‌
สั่ง‌เลือกท‌ ำ‌แบบห‌ ลาย‌ - โจทย์ค‌่าแ‌ ท็กซี่ ‌ ‌ กิจกรรม ‌ ‌

เงื่อนไข‌ได้‌อย่าง‌ถูกต‌้อง ‌ ‌  ‌

 ‌  ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

ด้าน‌เจตคติ‌(A) ‌ ‌

นักเรียนก‌ ระตือรือร้น‌ - แบบ‌ประเมิน‌ - ประเมิน‌ด้วย‌ - นักเรียนส‌่งง‌าน‌ทั้ง ‌‌ ผ่าน‌=‌ ‌น‌ักเรียน‌
ต่อ‌การเ‌ขียน‌โปรแกรม‌ กิจกรรม ‌ ‌ แบบป‌ ระเมิน ‌ ‌ ส่งช‌ิ้นง‌ าน‌
ที่ม‌ีก‌ าร‌ใช้ค‌ ำส‌ั่ง‌เลือก‌ 2‌‌ชิ้น ‌ ‌ ครบ‌‌2‌ช‌ิ้น‌
ทำแ‌ บบห‌ ลายเ‌งื่อนไข ‌ ‌
 ‌ ผ่าน‌‌= ‌‌

นักเรียนส‌่ง‌

ชิ้น‌งานไ‌ม่‌

ครบ‌2‌ ‌ช‌ิ้น ‌ ‌

ด้านค‌ุณลักษณะอ‌ันพ‌ึง‌ประสงค์ ‌ ‌

1. มีว‌ินัย ‌ ‌ - แบบป‌ ระเมิน‌ - สังเกต‌พฤติกรรม ‌ ‌ - มีผ‌ ลก‌ ารป‌ ระเมิน‌   ‌
2. ใฝ่‌เรียนร‌ู้ ‌
มุ่งม‌ั่นใ‌นก‌ าร‌ทำงาน ‌ ‌ ด้าน‌คุณล‌ักษ‌ อ‌ัน‌ อยู่ใ‌น‌ระดับ‌ดี‌ขึ้นไ‌ป ‌

พึงป‌ ระสงค์ ‌ ‌

ด้าน‌สมรรถนะส‌ ำคัญข‌ องผ‌ู้‌เรียน ‌

1. ความส‌ ามารถ‌ใน‌ - แบบป‌ ระเมิน‌ - สังเกตพ‌ ฤติกรรม ‌ ‌ - มี‌ผล‌การป‌ ระเมิน‌   ‌
 ‌ อยู่‌ใน‌ระดับ‌ดีข‌ึ้นไ‌ป ‌
การแ‌ ก้‌ปัญหา ‌ ด้าน‌สมรรถนะ‌

2. ความ‌สามารถใ‌น‌ สำคัญข‌ อง‌ผู้เ‌รียน ‌

การ‌ใช้เ‌ทคโนโลยี ‌ ‌   ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

บันทึกผ‌ ลห‌ ลังก‌ิจกรรมก‌ าร‌เรียนก‌ าร‌สอน ‌

1. ผลก‌ ารเ‌รียนร‌ู้ ‌ ‌

นักเรียน‌มี‌การเ‌รียน‌รู้เ‌รื่อง‌‌if-elif-else‌เ‌ข้าใจใ‌นฟ‌ังก์ชันม‌ ากข‌ึ้น‌แต่ป‌ ระยุกต์‌ใช้ไ‌ม่ไ‌ด้‌ใน‌การแ‌ ก้‌โจทย์ป‌ัญหา ‌ ‌

2. ปัญหา‌อุปสรรค ‌ ‌

เนื่องจากเ‌ป็นการเ‌รียน‌รู้ใ‌นร‌ูปแ‌ บบอ‌ อนไลน์‌เ‌วลาใ‌น‌การป‌ ฏิบัติ‌เพื่อ‌ฝึกท‌ักษะ‌การเ‌ขียนโ‌ปรแกรมจ‌ึงไ‌ม่เ‌พียง‌พอ‌เ‌พราะ‌

นักเรียน‌บาง‌คนใช้เ‌พียง‌โทรศัพท์‌มือ‌ถือใ‌น‌การ‌เรียน‌‌ส่ง‌ผล‌ให้‌นักเรียนเ‌รียน‌รู้เ‌นื้อหา‌ได้‌ไม่ทันต‌ าม‌กำหนดข‌ อง‌แผนการ‌

จัดการ‌เรียนร‌ู้ ‌ ‌

3. ข้อ‌เสนอ‌แนะ ‌ ‌

‌ครูเ‌ตรียมส‌ื่อค‌ วามร‌ู้เ‌พิ่มเ‌ติม‌‌เพื่อใ‌ห้‌นักเรียนไ‌ด้‌ศึกษา‌จเ‌พิ่มเ‌ติม‌นอกเ‌วลา‌เรียน‌‌โดยเ‌ตรียมไ‌ว้ใ‌ห้‌ใน‌g‌oogle‌c‌ lassroom ‌ ‌

และ‌ให้‌นักเรียนท‌ ดลอง‌เขียน‌โปร‌แกร‌แกร‌ ม‌จากต‌ัวอย่างท‌ี่‌ครูเ‌ตรียม‌ไว้‌ให้‌ ‌และ‌อธิบายเ‌พิ่มเ‌ติมอ‌ งค์‌ความร‌ู้ใ‌นค‌ รั้งต‌่อ‌ไป ‌ ‌

 ‌

 ‌

 ‌

ลงชื่อ.‌‌..‌‌.‌..‌‌.‌..‌.‌.‌.‌.‌.‌‌.‌.‌.‌.‌..‌‌..‌‌..‌.‌‌..‌.‌.‌.‌‌.‌..‌‌.‌.‌.‌..‌‌..‌‌.‌..‌.‌.‌‌.‌.‌..‌.‌‌..‌‌.‌.‌..‌.‌‌.‌.ผ‌ู้‌สอน/‌‌ผู้‌เขียน‌แผนการ‌จัดการเ‌รียน‌รู้ ‌ ‌

 ‌ ‌(น‌ ายณ‌ัฐพ‌ัฒน์‌ ‌สุข‌ใส)‌ ‌ ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

แบบ‌ประเมินก‌ิจกรรม ‌ ‌

รายวิชา‌ว‌ 31103‌เ‌ทคโนโลยี1‌(‌ว‌ิทยาการค‌ ำนวณ‌)‌‌ชั้น‌มัธยมศึกษา‌ปีท‌ี่‌4‌  ‌
(‌แผนการ‌จัดการเ‌รียนร‌ู้‌ที่‌‌9) ‌ ‌

คำ‌ชี้แจง‌ ใ‌ห้‌ผู้‌ประเมิน‌ประเมิน‌ตามเ‌กณฑ์‌การ‌ประเมินก‌ิจกรรม ‌ ‌

 ‌  ‌ คะแนนท‌ี่ไ‌ ด้ ‌ ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌ โจทย์‌ค่าด‌ัชนี‌ โจทย์‌ค่าแ‌ ท็กซี่ ‌ ‌ คะแนนร‌ วม ‌ ‌ ผลก‌ าร‌ประเมิน ‌ ‌

ที่ ‌ ‌ ชื่อ‌‌-‌น‌ ามสกุล ‌ ‌ ‌ มวล‌กาย‌(‌BMI) ‌ ‌ (เ‌ต็ม‌1‌ 2 ‌‌ (24‌‌คะแนน)‌ ‌ ‌ (ผ‌่าน/‌ไ‌ม่‌ผ่าน)‌ ‌ ‌
 ‌
(เ‌ต็ม‌1‌ 2 ‌‌ คะแนน)‌ ‌ ‌
คะแนน‌) ‌ ‌   ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌
 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌
 ‌

ลงชื่อ.‌‌.‌..‌.‌‌..‌‌..‌.‌‌.‌.‌.‌..‌.‌‌..‌.‌‌.‌..‌‌..‌‌.‌..‌.‌.‌.‌.‌‌.‌..‌.‌‌.‌.‌..‌.‌‌.‌.‌.‌.‌.‌..‌‌.‌..‌.‌.‌‌..‌.‌‌.‌.‌..‌ผ‌ู้ส‌ อน‌/ผ‌ู้ป‌ ระเมิน ‌ ‌
  ‌   ‌   ‌ (‌‌นาย‌ณัฐ‌พัฒน์‌ ‌สุขใ‌ส)‌ ‌ ‌

 ‌
 ‌

 ‌ เกณฑ์ก‌ ารป‌ ระเมิน‌กิจกรรม ‌ ‌
รายการป‌ ระเมิน ‌ ‌ ระดับ‌คะแนน ‌ ‌

ดี‌‌(3‌‌คะแนน)‌‌   ‌ พ‌ อใช้‌(‌2‌‌คะแนน‌)‌   ‌ ปรับปรุง‌(‌1‌ค‌ ะแนน)‌ ‌ ‌

นักเรียนส‌ ามารถ‌เขียน‌ นักเรียนส‌ ามารถเ‌ขียน‌ นักเรียน‌สามารถ‌เขียน‌ นักเรียน‌ไม่‌สามารถเ‌ขียน‌

โปรแกรมท‌ี่‌มีก‌ ารใ‌ช้‌คำส‌ั่ง‌ โปรแกรม‌ที่ม‌ี‌การใ‌ช้ค‌ ำส‌ั่ง‌ โปรแกรม‌ที่ม‌ีก‌ าร‌ใช้ค‌ ำส‌ั่ง‌ โปรแกรม‌ที่‌มีก‌ ารใ‌ช้‌คำ‌สั่ง‌

เลือก‌ทำแ‌ บบ‌หลายเ‌งื่อนไข‌ เลือก‌ทำแ‌ บบ‌หลาย‌เงื่อนไข‌ เลือก‌ทำ‌แบบห‌ ลาย‌เงื่อนไข‌ เลือกท‌ ำแ‌ บบห‌ ลาย‌เงื่อนไข‌

ได้‌อย่าง‌ถูกต‌้อง ‌ ‌ ได้‌อย่างถ‌ูก‌ต้องเ‌หมาะส‌ ม ‌ ‌ ได้บ‌ าง‌ส่วน‌แ‌ ละย‌ังม‌ีข‌้อผ‌ิด‌ ได้ ‌ ‌

พลาด ‌ ‌

ความ‌สามารถ‌ในก‌ าร‌เขียน‌ มีค‌ วาม‌เข้าใจอ‌ ย่างล‌ึกซ‌ึ้ง ‌‌ มีค‌ วามเ‌ข้าใจ‌เ‌ขียน‌ มีค‌ วาม‌เข้าใจ‌เล็กน‌้อย ‌‌

โปรแกรม ‌ ‌ เขียนโ‌ปรแกรมต‌ าม‌หลัก‌ โปรแกรม‌ตามห‌ ลัก‌ เขียนโ‌ปรแกรม‌ตาม‌หลัก‌

ไวยากรณ์‌(‌Syntax)‌‌และ‌ ไวยากรณ์‌‌(Syntax)‌‌และ‌ ไวยากรณ์‌‌(Syntax)‌‌และ‌

ตรรกะ‌(‌Logic)‌ไ‌ด้‌ถูกต‌้อง‌ ตรรกะ‌(‌Logic)‌ไ‌ด้ถ‌ูกต‌้อง ‌ ‌ ตรรกะ‌‌(Logic)‌ไ‌ด้‌บาง‌

และ‌คล่องแคล่ว ‌ ‌ ส่วน ‌ ‌

เขียน‌โปรแกรมโ‌ดยใ‌ช้‌ ใช้โ‌ครงสร้าง‌เหมาะส‌ มก‌ับ‌ ใช้‌โครงสร้าง‌เหมาะ‌สมก‌ับ‌ ใช้‌โครงสร้างไ‌ม่‌เหมาะ‌สม‌
โครงสร้าง‌ที่เ‌หมาะส‌ ม ‌ ‌ การ‌ทำงานข‌ อง‌โปรแกรม ‌‌ การท‌ ำงานข‌ อง‌โปรแกรม ‌‌ กับ‌การ‌ทำงาน‌ของ‌
และโ‌ค้ดม‌ี‌ความส‌ั้นก‌ ระท‌ัด‌ แต่โ‌ค้ด‌มี‌จำนวนม‌ าก‌เกิน‌ โปรแกรม‌และโ‌ค้ด‌มี‌
รัด ‌ ‌ ความจ‌ ำเป็น‌   ‌ จำนวน‌มาก‌เกิน‌ความ‌

จำเป็น ‌ ‌

ความ‌สามารถใ‌นก‌ าร‌หา‌ สามารถ‌หาแ‌ ละ‌แก้ไขค‌ ำส‌ั่ง‌ สามารถห‌ า‌และ‌แก้ไขค‌ ำ‌สั่ง‌ ไม่‌สามารถห‌ าแ‌ ละแ‌ ก้ไข‌คำ‌

และ‌แก้ไข‌คำ‌สั่งท‌ี่‌ไม่‌ถูก‌ต้อง ‌ ‌ ที่ไ‌ม่‌ถูก‌ต้องไ‌ด้ด‌้วยต‌ นเอง ‌‌ ที่ไ‌ม่ถ‌ูกต‌้องไ‌ด้ด‌้วย‌ตนเอง ‌‌ สั่ง‌ที่ไ‌ม่ถ‌ูก‌ต้อง‌ได้‌ด้วย‌

ไม่ต‌้องใ‌ห้‌เพื่อน‌หรือ‌ครูช‌่วย‌ แต่‌ต้อง‌ให้‌เพื่อน‌หรือค‌ รู‌ ตนเอง‌ต‌้อง‌ให้‌เพื่อน‌หรือ‌

เหลือ ‌ ‌ ช่วย‌เหลือ‌บางส‌่วน ‌ ‌ ครูช‌่วยเ‌หลือ‌ตลอดเ‌วลา ‌ ‌

 ‌
 ‌

เกณฑ์‌การ‌ผ่าน ‌ ‌
- นักเรียนท‌ี่ท‌ ำ‌คะแนนร‌ วม‌ได้‌‌12‌ค‌ ะแนน‌ห‌ รือร‌้อยล‌ ะ‌5‌ 0‌‌ขึ้น‌ไป‌ผ‌่านก‌ าร‌ประเมิน‌ด้านท‌ักษะ/‌‌กระบวนการ ‌ ‌

- นักเรียนท‌ี่‌ได้‌คะแนนต‌่ำ‌กว่าร‌้อยล‌ ะ‌5‌ 0‌‌ไม่‌ผ่านก‌ าร‌ประเมิน‌ด้านก‌ าร‌ประเมิน‌ด้านท‌ักษะ/‌‌กระบวนการ ‌

 ‌

 ‌
 ‌
 ‌

แบบป‌ ระเมินค‌ุณลักษณะอ‌ัน‌พึง‌ประสงค์ ‌ ‌
รายวิชา‌‌ว31103‌เ‌ทคโนโลยี1‌‌(‌วิทยาการ‌คำนวณ‌)‌‌ชั้น‌มัธยมศึกษา‌ปีท‌ี่‌4‌  ‌

(แ‌ ผนการ‌จัดการ‌เรียน‌รู้ท‌ี่‌‌9) ‌ ‌
คำช‌ี้แจง‌ ใ‌ห้‌ผู้ป‌ ระเมิน‌ทำเ‌ครื่องหมาย‌✓‌ ‌ใ‌นช‌่องป‌ ระเมิน‌ให้‌ตรง‌กับพ‌ ฤติกรรม‌ของ‌นักเรียน‌ให้‌เป็น‌จริงม‌ ากท‌ี่สุด ‌ ‌
 ‌

ทีี่ ‌ ‌ ชื่อ-‌ส‌ กุล ‌ ‌ คุณลักษณะ‌อันพ‌ึง‌ประสงค์ ‌ ‌ คะแนนร‌ วม ‌ ‌ ‌ ผลก‌ าร‌
(‌‌12‌ค‌ ะแนน)‌ ‌ ‌ ประเมิน ‌ ‌
มีว‌ินัย‌   ‌ ใฝ่เ‌รียนร‌ู้‌  ‌ มุ่งม‌ั่น‌ใน‌การท‌ ำงาน ‌ ‌ (ผ‌่าน/‌ ‌ ‌
 ‌ ไม่‌ผ่าน‌) ‌ ‌

4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌ 4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌ 4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌  ‌
 ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

ลงชื่อ.‌‌.‌.‌..‌‌.‌..‌‌..‌‌.‌.‌..‌.‌‌.‌.‌.‌.‌.‌..‌‌.‌.‌.‌..‌‌..‌‌..‌.‌‌.‌.‌..‌.‌.‌‌..‌.‌‌..‌‌..‌.‌ผ‌ู้ส‌ อน‌/ผ‌ู้‌ประเมิน ‌ ‌

(‌‌‌นาย‌ณัฐพ‌ัฒน์‌ ส‌ุข‌ใส‌‌) ‌ ‌

 ‌

เกณฑ์‌การป‌ ระเมินค‌ุณลักษณะ‌อันพ‌ึง‌ประสงค์ ‌ ‌

 ‌ ระดับค‌ ะแนน ‌ ‌
รายการ‌ประเมิน ‌ ‌
ดี‌เยี่ยม ‌‌  ‌ ดี ‌‌  ‌ พอใช้ ‌ ‌ ‌ ปรับปรุง ‌ ‌ ‌
(4‌‌คะแนน)‌ ‌ ‌ (3‌‌คะแนน)‌ ‌ ‌ (2‌ค‌ ะแนน)‌‌   ‌ (1‌‌คะแนน‌) ‌ ‌

2.‌ม‌ี‌วินัย ‌ ‌ ปฏิบัติ‌ตาม‌ข้อต‌ กลง‌‌กฎ‌ ปฏิบัติ‌ตาม‌ข้อ‌ตกลง‌ก‌ ฎ‌ ปฏิบัติ‌ตาม‌ข้อ‌ตกลง ‌‌ ไม่‌ค่อยป‌ ฏิบัติ‌ตาม‌ข้อ‌

เกณฑ์‌‌และ‌ข้อ‌ตกลง‌ของ‌ เกณฑ์‌‌และข‌้อต‌ กลง‌ กฎ‌เกณฑ์‌แ‌ ละข‌้อ‌ ตกลง‌ก‌ ฎ‌เกณฑ์‌แ‌ ละ‌

ห้องเรียน‌‌ไม่‌ละเมิด‌สิทธิ‌ของ‌ ของ‌ห้องเรียน‌ไ‌ม่ล‌ ะเมิด‌ ตกลงข‌ องห‌้องเรียน ‌ ‌ ข้อ‌ตกลงข‌ อง‌

ผู้อ‌ื่น‌ต‌ รง‌ต่อ‌เวลา‌‌รับ‌ผิด‌ชอบ‌ สิทธิข‌ อง‌ผู้อ‌ื่น‌ต‌ รงต‌่อ‌ ห้องเรียน ‌ ‌

ในก‌ ารท‌ ำงานอ‌ ย่างเ‌ป็น‌ปกติ‌ เวลา‌ร‌ับ‌ผิด‌ชอบ‌ใน‌การ‌

วิสัย‌แ‌ ละเ‌ป็นแ‌ บบ‌อย่างท‌ี่ด‌ี ‌ ‌ ทำงาน ‌ ‌

3.‌ใ‌ฝ่เ‌รียน‌รู้ ‌ ‌ เข้า‌เรียน‌ตรง‌เวลา‌ต‌ั้งใจ‌เรียน ‌‌ เข้า‌เรียนต‌ รง‌เวลา‌ต‌ั้งใจ‌ เข้า‌เรียน‌ตรง‌เวลา‌ม‌ี‌ เข้าเ‌รียน‌ช้า‌ไ‌ม่ค‌่อย‌
เอาใจ‌ใส่‌‌มีค‌ วาม‌เพียร‌ เรียน‌เ‌อาใจ‌ใส่‌‌มีค‌ วาม‌ ความเ‌พียร‌พยายาม‌ ตั้งใจ‌เรียน‌‌เอาใจใ‌ส่ ‌‌
พยายามใ‌น‌การ‌ศ‌ึกษา‌ค้นหา‌ เพียร‌พยายามใ‌นก‌ าร‌ ใน‌การ‌ศึกษา ‌ ‌ แต่ไ‌ม่มีค‌ วาม‌เพียร‌
ความ‌รู้‌‌บันทึกค‌ วามร‌ู้ ‌‌ ศึกษา‌ค‌้นหา‌ความร‌ู้ ‌‌ พยายาม‌ในก‌ าร‌ศึกษา ‌ ‌
วิเคราะห์‌และ‌สรุป‌เป็น‌องค์‌ บันทึก‌ความร‌ู้ ‌ ‌
ความ‌รู้ ‌ ‌

4.‌‌มุ่ง‌มั่น‌ในก‌ าร‌ มี‌ความ‌ตั้งใจ‌‌และร‌ับผ‌ิดช‌ อบ‌ มี‌ความต‌ั้งใจ‌‌และร‌ับ‌ผิด‌ มีค‌ วามต‌ั้งใจ‌แ‌ ละ‌รับ‌ ไม่มี‌ความ‌ตั้งใจ‌‌และ‌
ทำงาน ‌ ‌
ใน‌งาน‌ที่ไ‌ด้ร‌ับม‌ อบ‌หมายด‌้วย‌ ชอบ‌ในง‌าน‌ที่‌ได้ร‌ับม‌ อบ‌ ผิด‌ชอบใ‌น‌งาน‌ที่‌ได้ร‌ับ‌ ไม่มีร‌ับ‌ผิดช‌ อบ‌ในง‌าน‌

ความ‌เพียรพ‌ ยายามแ‌ ละ‌ หมาย‌ด้วย‌ความ‌เพียร‌ มอบ‌หมาย ‌ ‌ ที่ไ‌ด้‌รับ‌มอบ‌หมาย ‌ ‌

อดทน‌เ‌พื่อใ‌ห้‌งานส‌ ำเร็จ‌ตาม‌ พยายาม ‌ ‌

เป้าห‌ มาย ‌ ‌

เกณฑ์ก‌ าร‌ประเมินค‌ุณภาพ ‌ ‌

คะแนน‌‌10‌‌-‌1‌ 2‌อ‌ ยู่‌ในเ‌กณฑ์‌ด‌ี‌เยี่ยม ‌ ‌

คะแนน‌‌7‌-‌‌9‌ ‌‌อยู่ใ‌น‌เกณฑ์‌ด‌ี ‌ ‌

คะแนน‌4‌ ‌-‌‌6‌ ‌‌อยู่ใ‌นเ‌กณฑ์‌‌พอใช้ ‌ ‌

คะแนน‌1‌ ‌‌-‌3‌ ‌อ‌ ยู่‌ใน‌เกณฑ์‌‌ปรับปรุง ‌ ‌

เกณฑ์ก‌ าร‌ผ่าน‌น‌ักเรียน‌ที่‌มี‌ระดับ‌คุณภาพด‌ีข‌ึ้น‌ไป‌‌ผ่านก‌ าร‌ประเมิน‌ด้านค‌ุณลักษณะ‌อันพ‌ึง‌ประสงค์ ‌ ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

แบบ‌ประเมินส‌ มรรถนะท‌ี่ส‌ ำคัญ‌ของผ‌ู้เ‌รียน ‌ ‌
รายวิชา‌ว‌ 31103‌เ‌ทคโนโลยี1‌(‌ว‌ิทยาการค‌ ำนวณ‌)‌ช‌ั้น‌มัธยมศึกษาป‌ีท‌ี่‌4‌  ‌

(‌แผนการจ‌ัดการ‌เรียนร‌ู้‌ที่‌7‌ ) ‌ ‌
คำช‌ี้แจง‌ ใ‌ห้‌ผู้‌ประเมินท‌ ำ‌เครื่องหมาย‌✓‌ ‌‌ในช‌่อง‌ประเมินใ‌ห้‌ตรงก‌ับพ‌ ฤติกรรม‌ของ‌นักเรียน‌ให้‌เป็น‌จริงม‌ ากท‌ี่สุด ‌ ‌

 ‌  ‌ สมรรถนะ‌ที่ส‌ ำคัญ‌ของผ‌ู้เ‌รียน ‌ ‌ คะแนน‌ ผลก‌ าร‌

 ‌  ‌ ความส‌ ามารถใ‌นก‌ ารแ‌ ก้ป‌ัญหา ‌ ‌ ความ‌สามารถ‌ใน‌การใ‌ช้เ‌ทคโนโลยี ‌ ‌ รวม ‌  ‌ ‌ ประเมิน ‌ ‌
ที่ ‌ ชื่อ‌-‌สกุล ‌ ‌ (8 ‌‌ (ผ‌่าน/‌ ‌ ‌

คะแนน)‌ ‌ ‌ ไม่ผ‌่าน)‌ ‌ ‌

 ‌
 ‌
4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌ 4 ‌ ‌ 3 ‌ ‌ 2 ‌ ‌ 1 ‌ ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

 ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌  ‌

ลงชื่อ‌..‌‌..‌.‌.‌.‌‌.‌..‌.‌‌.‌.‌..‌.‌‌.‌.‌..‌‌..‌‌.‌.‌.‌.‌..‌.‌‌.‌.‌..‌‌..‌.‌.‌‌.‌..‌‌..‌.‌‌..‌.‌‌.‌ผู้‌สอน/‌‌ผู้ป‌ ระเมิน ‌ ‌

(‌‌น‌ าย‌ณัฐ‌พัฒน์‌ ส‌ุข‌ใส‌‌) ‌ ‌

 ‌

เกณฑ์‌ประเมิน‌สมรรถนะท‌ี่‌สำคัญ‌ของ‌ผู้เ‌รียน ‌ ‌

  ‌ ระดับ‌คะแนน ‌ ‌
รายการป‌ ระเมิน ‌ ‌ ดีเ‌ยี่ยม‌(‌4‌‌คะแนน)‌ ‌ ‌ ดี‌(‌3‌‌คะแนน‌)‌   ‌ พอใช้‌‌(2‌‌คะแนน‌) ‌ ‌ ปรับปรุง‌(‌1‌‌คะแนน‌) ‌ ‌

1.‌ค‌ วามส‌ ามารถใ‌น‌ ใช้‌กระบวนการ ‌ ‌ ใช้ก‌ ระบวนการ ‌ ‌ ใช้ก‌ ระบวนการ ‌ ‌ ใช้ก‌ ระบวนการ ‌ ‌
การ‌แก้‌ปัญหา ‌ ‌ แก้‌ปัญหา‌โดยก‌ าร ‌ ‌ แก้ป‌ัญหา‌โดย‌การ ‌ ‌ แก้ป‌ัญหาโ‌ดยก‌ าร ‌ ‌ แก้‌ปัญหาโ‌ดย‌การ ‌ ‌

วิเคราะห์‌ปัญหา ‌ ‌ วิเคราะห์‌ปัญหา ‌ ‌ วิเคราะห์‌ปัญหา ‌ ‌ วิเคราะห์‌ปัญหา ‌ ‌

วางแผนใ‌นก‌ าร ‌ ‌ วางแผน‌ใน‌การ ‌ ‌ วางแผน‌ในก‌ าร ‌ ‌ วางแผน‌ใน‌การ ‌ ‌

แก้ป‌ัญหาด‌ ำเนิน ‌‌ แก้‌ปัญหา‌ดำเนิน ‌‌ แก้‌ปัญหา‌ดำเนิน‌‌การ‌ แก้ป‌ัญหา‌ดำเนิน‌‌การ‌

การแ‌ ก้‌ปัญหาต‌ รวจ‌ การแ‌ ก้‌ปัญหา ‌‌ แก้‌ปัญหา‌ต‌ รวจส‌ อบ‌ แก้‌ปัญหา‌ต‌ รวจส‌ อบ‌

สอบแ‌ ละ‌‌สรุป‌ผลไ‌ด้‌ ตรวจ‌สอบแ‌ ละ‌ และ‌‌สรุป‌ผล‌ได้‌ถูก‌ และ‌‌สรุป‌ผล ‌ ‌

ถูกต‌้องท‌ุกค‌ รั้ง ‌ ‌ สรุป‌ผลไ‌ด้ถ‌ูก‌ต้อง‌ ต้อง‌บาง‌ครั้ง ‌ ‌

บ่อยค‌ รั้ง ‌ ‌

2.‌ค‌ วาม‌สาม‌ าถใ‌น‌ มี‌ทักษะก‌ ระบวนการ ‌ ‌ มี‌ทักษะ‌ มี‌ทักษะก‌ ระบวนการ ‌ ‌ มี‌ทักษะ‌กระบวนการ ‌ ‌
การใ‌ช้เ‌ทคโนโลยี ‌ ‌ ทาง‌เทคโนโลยีแ‌ ละ‌ กระบวนการ ‌ ‌ ทาง‌เทคโนโลยีแ‌ ละ‌ใช้‌ ทาง‌เทคโนโลยีแ‌ ละใ‌ช้‌
ใช้เ‌ทคโนโลยี‌ใน‌การ ‌ ‌ ทาง‌เทคโนโลยี‌ เทคโนโลยี‌ในก‌ าร ‌ ‌ เทคโนโลยีใ‌นก‌ าร ‌ ‌
แก้‌ปัญหา‌อย่าง ‌ ‌ และใ‌ช้เ‌ทคโนโลยี‌ แก้ป‌ัญหา‌อย่าง ‌ ‌ แก้‌ปัญหา‌อย่าง ‌ ‌
สร้างสรรค์‌ทุก‌ครั้ง ‌ ‌ ใน‌การ‌แก้ป‌ัญหา‌ สร้างสรรค์‌บางค‌ รั้ง ‌ ‌ สร้างสรรค์ ‌ ‌

อย่างส‌ ร้างสรรค์‌
บ่อยค‌ รั้ง ‌ ‌

เกณฑ์ก‌ าร‌ประเมินค‌ุณภาพ ‌ ‌

คะแนน‌‌7‌‌-‌‌8‌‌อยู่‌ใน‌เกณฑ์‌‌ดี‌เยี่ยม ‌ ‌
คะแนน‌‌5‌‌-‌6‌ ‌อ‌ ยู่‌ใน‌เกณฑ์‌‌ดี ‌ ‌
คะแนน‌‌3‌-‌‌4‌ ‌อ‌ ยู่ใ‌น‌เกณฑ์‌‌พอใช้ ‌ ‌
คะแนน‌‌1‌‌-‌‌2‌อ‌ ยู่ใ‌น‌เกณฑ์‌ป‌ รับปรุง ‌ ‌

เกณฑ์ก‌ าร‌ประเมิน‌คุณภาพเ‌กณฑ์ก‌ าร‌ผ่าน‌น‌ักเรียน‌ที่‌มี‌ระดับค‌ุณภาพด‌ีข‌ึ้นไ‌ป‌ผ‌่านก‌ าร‌ประเมินด‌้าน‌สมรรถนะท‌ี่‌สำคัญ‌
ของ‌ผู้เ‌รียน ‌ ‌

 ‌
 ‌

 ‌

 ‌

เอกสารเ‌พิ่มเ‌ติม ‌ ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌





 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

 ‌

 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌
 ‌

 ‌
 ‌

  ‌‌

แผนการ‌จัดการ‌เรียนร‌ู้ ‌

รายวิชา‌ ว‌ 31103‌ เ‌ทคโนโลยี1‌‌(ว‌ิทยาการค‌ ำนวณ)‌ ‌ ‌   ‌   ‌ ช‌ั้นม‌ัธยมศึกษาป‌ี‌ที่‌ ‌4 ‌ ‌

หน่วย‌การเ‌รียนร‌ู้‌ที่‌‌2‌ก‌ าร‌แก้‌ปัญหา‌ด้วยค‌ อมพิวเตอร์ ‌ ‌ ก‌ ลุ่มส‌ าระ‌การ‌เรียน‌รู้ว‌ิทยาศาสตร์‌และ‌เทคโนโลยี ‌ ‌

แผนการ‌จัดการเ‌รียน‌รู้‌ที่‌‌11‌‌เรื่อง‌ก‌ ารท‌ ำงาน‌แบบว‌ น‌ซ้ำ‌ด้วย‌คำส‌ั่ง‌‌for ‌ ‌ เวลา‌ ‌2‌ ช‌ั่วโมง ‌ ‌

_‌ _____________________________________________________________________________ ‌ ‌

มาตรฐาน‌การเ‌รียน‌รู้ ‌ ‌

มาตรฐาน ‌ ‌ว ‌ 4‌ .2 ‌ ‌เข้าใจ‌และใ‌ช้แ‌ นวคิด‌เชิงค‌ ำนวณใ‌น‌การ‌แก้‌ปัญหา‌ที่พ‌ บใ‌น‌ชีวิตจ‌ ริง‌อย่าง‌เป็นข‌ั้น‌ตอนแ‌ ละเ‌ป็น‌
ระบบ ‌ ใ‌ช้‌เทคโนโลยีส‌ ารสนเทศ‌และ‌การส‌ื่อสาร‌ใน‌การ‌เรียน‌รู้ ‌ ก‌ าร‌ทำงาน ‌ แ‌ ละ‌การ‌แก้‌ปัญหา‌ได้อ‌ ย่างม‌ีป‌ ระสิทธิภาพ ‌ ‌รู้‌

เท่าท‌ัน‌แ‌ ละม‌ี‌จริยธรรม ‌ ‌

ต‌ัวช‌ี้‌วัด ‌ ‌

  ‌ ม‌.4/1‌ป‌ ระยุกต์ใ‌ช้แ‌ นวคิด‌เชิงค‌ ำนวณ‌ใน‌การ‌พัฒนา‌โครง‌งาน‌ที่‌มีก‌ า‌รบูร‌ ณา‌การก‌ับ‌วิชาอ‌ื่น‌‌อย่างส‌ ร้างสรรค์ ‌‌
และ‌เชื่อม‌โยง‌กับช‌ีวิต‌จริง ‌ ‌

สาระก‌ ารเ‌รียนร‌ู้ ‌ ‌

คำ‌สั่ง‌‌for‌เ‌ป็นค‌ ำส‌ั่งท‌ี่‌ใช้ค‌ วบคุม‌การ‌ทำงานข‌ อง‌โปรแกรม‌แบบ‌วน‌คำส‌ั่งซ‌้ำๆ‌‌ใน‌ภาษา‌ไพ‌ทอน‌‌ซึ่ง‌มี‌ลักษณะก‌ าร‌
ทำงาน‌ด‌ังนี้ ‌‌  ‌

1)‌จ‌ ะท‌ ำงาน‌เมื่อเ‌งื่อนไขเ‌ป็นจ‌ ริง‌(‌True) ‌  ‌ ‌
2)‌ก‌ าร‌ออก‌จาก‌ ลูป‌เมื่อ‌คำ‌สั่งเ‌งื่อนไข‌เป็น‌เท็จ‌‌(False) ‌ ‌
3)‌ก‌ าร‌ทำ‌งา‌นข‌อง‌ลูป‌‌จะเ‌ริ่ม‌จาก‌ค่าเ‌ริ่มต‌้นท‌ี่ก‌ ำหนด ‌
4)‌‌จำนวน‌รอบ‌ที่‌ทำงานจ‌ ะ‌ขึ้นอ‌ ยู่ก‌ับ‌ค่า‌นิพจน์ท‌ี่ก‌ ำหนด‌ไว้ ‌ ‌
รูปแ‌ บบค‌ ำ‌สั่ง‌‌for‌ข‌ั้นพ‌ื้นฐ‌ าน‌‌คือ ‌ ‌
for‌ ต‌ัวแปร‌‌in‌r‌ange‌‌(start,stop,step):‌ ‌

คำ‌สั่ง‌ต่างๆ ‌ ‌

 ‌

 ‌

‌จุดป‌ ระสงค์ก‌ ารเ‌รียน‌รู้ ‌  ‌ ‌

1. นักเรียน‌สามารถ‌บอก‌ลักษณะท‌ี่‌สำคัญ‌ของร‌ูป‌แบบ‌การเ‌ขียน‌โปรแกรม‌แบบ‌วนซ‌้ำ‌ด้วย‌คำส‌ั่ง‌‌for‌‌ได้‌‌(K) ‌ ‌
2. นักเรียน‌สามารถเ‌ขียน‌โปรแกรมแ‌ บบว‌ น‌ซ้ำ‌ด้วย‌คำส‌ั่ง‌f‌or‌ไ‌ด้‌อย่างถ‌ูกต‌้อง‌(‌P) ‌ ‌
3. นักเรียน‌กระตือรือร้นต‌่อ‌การเ‌ขียน‌โปรแกรม‌แบบว‌ นซ‌้ำด‌้วยค‌ ำส‌ั่ง‌f‌or‌‌(A) ‌ ‌

ส‌ าระส‌ ำคัญ ‌ ‌

  ก‌ าร‌ทำงาน‌แบบ‌วน‌ซ้ำ ‌ (‌Loop) ‌ เ‌ป็น‌คำ‌สั่ง‌ที่ใ‌ช้ค‌ วบคุมก‌ ารท‌ ำงาน‌ของ‌โปรแกรม‌แบบว‌ น‌ซ้ำ ‌ ‌การ‌ทำง‌านเ‌ดิมๆ‌
ตามเ‌งื่อนไขท‌ี่‌กำหนด ‌‌เช่น ‌ก‌ าร‌วน‌ซ้ำก‌ าร‌ทำงานเ‌ดิมเ‌ป็น‌จำนวน ‌‌10 ‌ร‌ อบ ‌ท‌ ำงาน‌คำ‌สั่งซ‌้ำๆ ‌‌จนกว่าเ‌งื่อนไข‌จะเ‌ป็นเ‌ท็จ ‌‌
เป็นต้น ‌ ซ‌ึ่ง‌การเ‌ขียนโ‌ปรแกรม‌ภาษาไ‌พ‌ทอน‌มี‌หลายก‌ รณี‌ที่‌ต้องม‌ีก‌ ารท‌ ำง‌าน‌ซ้ำๆ ‌ ก‌ัน ‌ เ‌พื่อ‌ให้การ‌ทำงาน‌มีป‌ ระสิทธิภาพ ‌‌
ไพ‌ทอนจ‌ึง‌มีค‌ ำ‌สั่ง‌วน‌ซ้ำ ‌‌(loop ‌‌statement) ‌‌เพื่อ‌ช่วย‌ให้‌เรา‌เขียน‌โปรแกรม‌ได้ส‌ั้น‌ลง ‌ไ‌ด้แก่ ‌ก‌ าร‌ทำงาน‌วนร‌ อบ‌ด้วยค‌ ำส‌ั่ง ‌‌

for‌ซ‌ึ่งเ‌ป็นโ‌ครงสร้าง‌การ‌ทำงานว‌ น‌รอบท‌ี่ม‌ี‌ลำดับก‌ าร‌เข้าถ‌ึง‌ข้อมูล ‌  ‌ ‌

คุณลักษณะอ‌ันพ‌ึง‌ประสงค์ ‌ ‌

1. มีว‌ินัย ‌ ‌  ‌
2. ใฝ่เ‌รียนร‌ู้ ‌ ‌  ‌
3. มุ่งม‌ั่น‌ใน‌การ‌ทำงาน ‌ ‌

ส‌ มรรถนะส‌ ำคัญ ‌ ‌

1. ความส‌ ามารถ‌ใน‌การ‌แก้‌ปัญหา ‌ ‌  ‌
2. ความส‌ ามารถ‌ในก‌ าร‌ใช้‌เทคโนโลยี ‌ ‌

กระบวนการเ‌รียน‌รู้ ‌ ‌

ขั้น‌นำ‌(‌‌เวลา‌‌25‌‌นาที)‌ ‌ ‌

1. ให้‌นักเรียน‌ใช้‌โปรแกรม‌z‌ oom‌เ‌พื่อ‌เข้าเ‌รียน‌ในร‌ูป‌แบบ‌ออนไลน์‌‌โดยค‌ รูส‌่ง‌ลิงก์‌ห้องใ‌ห้‌กับน‌ักเรียนไ‌ว้ล‌่วง‌หน้า ‌‌
เมื่อ‌นักเรียน‌เข้าส‌ู่ห‌้องเรียน‌ออนไลน์‌‌จึง‌ให้‌นักเรียนต‌ิดตาม‌งาน‌ใน‌g‌oogle‌c‌ lassroom‌‌และแ‌ นะนำ‌ให้‌นักเรียน‌เปิด‌
สไลด์‌ของ‌บท‌เรียนเ‌รื่อง‌‌การ‌ทำงานแ‌ บบว‌ น‌รอบ‌ด้วย‌คำ‌สั่ง‌‌for‌‌(for‌l‌oop)‌ด‌ูไ‌ด้ด‌้วยต‌ นเอง‌ใน‌‌google‌‌classroom ‌ ‌

2. ครู‌เปิด‌งาน‌นำเ‌สนอเ‌รื่อง‌f‌or‌‌loop‌พ‌ ร้อมช‌ี้แจง‌จุด‌ประสงค์‌การเ‌รียน‌รู้ ‌ ‌ ‌

 ‌

 ‌
3. ครู‌ทบทวนค‌ วามร‌ู้‌‌while‌l‌oop‌‌ที่‌ได้เ‌รียนไ‌ปใ‌นส‌ัปดาห์‌ที่แ‌ ล้ว‌‌พร้อม‌ซัก‌ถาม‌นักเรียน‌‌และ‌โ‌ดยม‌ี‌แนวทาง‌การ‌
อธิบาย‌‌คือ‌ค‌ รูย‌ ก‌ตัวอย่าง‌โค้ด‌การว‌ นต‌ัวเลข‌แ‌ ละ‌การ‌ทำงาน‌ของ‌w‌ hile‌l‌oop‌ด‌ังนี้ ‌ ‌

n=1 ‌ ‌
while‌‌n<=5: ‌ ‌

‌print(n) ‌ ‌
‌n+=1 ‌ ‌
4. ครู‌สรุป‌หลักก‌ ารท‌ ำงานข‌ อง‌ ‌while‌l‌oop‌‌พร้อม‌แนะนำว‌่าใ‌น‌การ‌ทำงานแ‌ บบ‌วน‌รอบ‌ของ‌ภาษาไ‌พ‌ทอน‌ยัง‌มี ‌‌
คำ‌สั่ง‌อื่นๆ‌จ‌ ากน‌ั้นเ‌ชื่อมโ‌ยง‌สู่‌คำส‌ั่งท‌ ำงาน‌แบบ‌วนร‌ อบ‌f‌or‌l‌oop ‌‌  ‌
ขั้น‌สอน‌‌(‌เวลา‌7‌ 0‌น‌ าที‌) ‌ ‌
1. ครู‌อธิบาย‌ลักษณะ‌พื้น‌ฐานข‌ อง‌คำส‌ั่ง‌ทำงานแ‌ บบว‌ น‌รอบ‌‌for‌‌loop‌‌และ‌f‌lowchart‌f‌or‌l‌oop ‌ ‌
แนวทางก‌ าร‌อธิบาย ‌‌  ‌
for‌ ‌ตัวแปร‌‌in‌r‌ange‌‌(start,stop,step): ‌ ‌
คำ‌สั่ง‌ต่างๆ ‌ ‌

start‌‌:‌ ค‌่าเ‌ริ่ม‌ต้น ‌
stop‌‌:‌ ‌ค่า‌ขอบเขตข‌ องช‌่วงข‌้อมูล‌‌แต่ไ‌ม่‌รวมถ‌ึงต‌ัว‌เอง ‌ ‌
step‌‌:‌ ‌เงื่อนไขใ‌นก‌ ารเ‌พิ่มห‌ รือ‌ลด‌ลำดับ ‌ ‌
ครู‌เน้น‌อธิบาย‌การ‌ระบุ‌ช่วง‌ของ‌ข้อมูล‌ (‌start‌s‌top‌s‌tep)‌‌โดยย‌ ก‌ตัวอย่างโ‌ค้ด‌ใน‌h‌ ttps://replit.com/ ‌‌  ‌
 ‌

 ‌

 ‌
 ‌

2. ครู‌อธิบายค‌ วาม‌แตก‌ต่าง‌ระหว่าง‌‌for‌‌loop‌‌และ‌w‌ hile‌‌loop ‌ ‌
แนวทางก‌ าร‌อธิบาย‌w‌ hile‌‌loop‌‌เหมาะก‌ับ‌การ‌ใช้ท‌ี่เ‌ราไ‌ม่รู้จ‌ ำนวนร‌ อบท‌ี่แท้จ‌ ริง‌เ‌ช่น‌‌การเ‌ขียนโ‌ปรแกรม‌หา‌

ค่า‌เฉลี่ย‌‌หาก‌ผู้‌ใช้‌กรอกช‌่องว‌่างใ‌ห้‌หยุดร‌ับ‌ข้อมูล‌ ‌แต่‌‌for‌l‌oop‌‌เหมาะ‌กับโ‌ปรแกรมท‌ี่‌รู้‌จำนวนร‌ อบ‌แน่นอน‌เ‌ช่น‌‌การ‌
เขียน‌โปรแกรมเ‌พื่อห‌ าค‌่า‌‌1-100‌‌ที่ห‌ าร‌ด้วย‌‌3‌แ‌ ละ‌5‌ ‌‌ลงตัว‌‌สุดท้าย‌การเ‌ขียน‌โปรแกรม‌ว่า‌จะ‌ใช้‌‌while‌l‌oop‌ห‌ รือ ‌‌
for‌‌loop‌ข‌ึ้นอ‌ ยู่‌ที่‌ผู้เ‌ขียน‌จะเ‌ลือกใ‌ช้ใ‌ห้‌เหมาะส‌ ม ‌‌  ‌

 ‌

 ‌
 ‌
3. ครูย‌ กต‌ัวอย่าง‌พร้อม‌สาธิตก‌ าร‌ใช้‌f‌or‌‌loop‌อ‌ ย่าง‌ง่าย‌ด‌ังต‌ัวอย่าง‌ที่‌‌1‌ใ‌น‌สไลด์‌‌และ‌ให้‌นักเรียน‌ทดลอง‌เขียน‌
โค้ดด‌้วย‌ตนเอง‌แ‌ ล้ว‌จึง‌กำหนดโ‌จทย์‌ง่ายๆ‌เ‌พื่อ‌ตรวจส‌ อบค‌ วาม‌เข้าใจ‌ของน‌ักเรียนถ‌ึงห‌ ลักก‌ าร‌กำหนด‌‌start,stop‌ข‌ อง ‌‌
for‌‌loop‌‌เช่น‌‌ถ้า‌ต้องการแ‌ สดงต‌ัวเลข‌‌1-20‌‌จะเ‌ขียนโ‌ค้ด‌อย่างไร‌‌หรือ‌‌ถ้าต‌้องการ‌แสดงต‌ัวเลข‌5‌ -50‌จ‌ ะเ‌ขียน‌โค้ด‌
อย่างไร‌‌เป็นต้น‌‌แล้วส‌ุ่มน‌ักเรียนต‌ อบค‌ ำถาม ‌ ‌  ‌

 ‌

 ‌

แนวก‌ ารต‌ อบ‌โ‌ปรแกรม‌แสดง‌ตัวเลข‌1‌ -20 ‌‌  ‌

 

for‌‌i‌i‌n‌‌range(1,21): ‌ ‌

print(i)‌  ‌

 ‌
4. ครู‌ยกต‌ัวอย่างพ‌ ร้อม‌สาธิตก‌ ารใ‌ช้‌f‌or‌‌loop‌อ‌ ย่าง‌ง่าย‌‌ดัง‌ตัวอย่างท‌ี่‌‌2‌ใ‌น‌สไลด์‌‌และใ‌ห้‌นักเรียน‌ทดลอง‌เขียน‌
โค้ดด‌้วยต‌ นเอง‌ จ‌ ากน‌ั้นส‌ อบถามค‌ วามเ‌ข้าใจข‌ อง‌นักเรียน‌ถึงห‌ ลัก‌การ‌กำหนด‌‌start,stop,step‌‌ของ‌‌for‌‌loop‌‌พร้อม‌

อธิบาย‌เพิ่มเ‌ติม‌เกี่ยว‌กับแ‌ นวทาง‌กำหนด‌s‌tart,stop,step‌‌ในส‌ ถานก‌ าร‌ ณ์‌อื่นๆ‌เ‌ช่น‌ก‌ รณีท‌ี่‌ต้องการใ‌ห้‌โปรแกรมแ‌ สดง‌
เลข‌นับ‌ถอย‌หลังจ‌ าก‌1‌ 0‌ไ‌ป‌1‌ ‌‌จะเ‌ขียน‌โค้ด‌อย่างไร‌‌หรือ‌ก‌ รณีท‌ี่ต‌้องการ‌ให้‌โปรแกรม‌แสดง‌เลข‌เพิ่ม‌ขึ้น‌ทีละ‌5‌ ‌‌หน่วย ‌‌
ตั้งแต่‌‌0‌-‌‌‌100‌จ‌ ะ‌เขียน‌โค้ด‌อย่างไร‌‌เป็นต้น‌‌ให้น‌ักเรียน‌อภิปรายค‌ ำ‌ตอบร‌่วมก‌ัน ‌ ‌ ‌

 

 ‌

แนวก‌ ารต‌ อบ‌โ‌ปรแกรม‌แสดงเ‌ลขน‌ับ‌ถอยห‌ ลัง‌จาก‌1‌ 0‌‌ไป‌‌1 ‌‌  ‌

 

for‌i‌‌i‌n‌‌range(10,0,-1): ‌ ‌

print(i)‌  ‌

 ‌
5. ครูย‌ ก‌ตัวอย่างพ‌ ร้อมส‌ าธิตก‌ ารใ‌ช้‌คำส‌ั่ง‌หยุดว‌ นซ‌้ำ‌(‌break)‌ใ‌น‌‌for‌l‌oop‌ด‌ังต‌ัวอย่างท‌ี่‌‌3‌‌ใน‌สไลด์‌‌และใ‌ห้‌
นักเรียน‌ทดลอง‌เขียน‌โค้ด‌ด้วย‌ตนเอง‌พ‌ ร้อมท‌ั้งอ‌ ธิบาย‌การ‌ใช้‌b‌ reak‌แ‌ ละ‌i‌f-else‌ใ‌น‌f‌or‌‌loop‌‌จากน‌ั้น‌ให้‌นักเรียน‌
ทดลองเ‌ขียน‌โปรแกรม‌เ‌ช่น‌‌หากต‌้องการ‌แสดง‌ตัวเลข‌0‌ -100‌โ‌ดย‌เพิ่ม‌ขึ้นท‌ีละ‌‌5‌แ‌ ต่ถ‌้าค‌่า‌มากกว่า‌‌51‌‌ให้‌หยุดก‌ าร‌
ทำงาน‌แ‌ ล้ว‌ให้‌นักเรียน‌ร่วม‌กันอ‌ ภิปรายโ‌ค้ด‌ที่‌ได้‌ (‌ท‌ั้งนี้ข‌ึ้น‌อยู่‌กับ‌เวลา)‌ ‌ ‌

 

 ‌

แนวก‌ าร‌ตอบ‌โ‌ปรแกรมแ‌ สดง‌ตัวเลข‌‌0-100‌‌โดย‌เพิ่มข‌ึ้นท‌ีละ‌5‌ ‌‌แต่‌ถ้าค‌่าม‌ ากกว่า‌5‌ 1‌‌ให้‌หยุด‌การท‌ ำงาน ‌ ‌

 

for‌‌i‌i‌n‌‌range(0,101,5): ‌ ‌
print(i) ‌ ‌
if‌i‌>=51: ‌ ‌
break ‌ ‌

 ‌
6. ครู‌ยก‌ตัวอย่าง‌พร้อม‌สาธิต‌การ‌ประยุกต์ใ‌ช้‌‌for‌‌loop‌ส‌ ำหรับก‌ ารเ‌ขียน‌โปรแกรมเ‌พื่อ‌แก้‌ปัญหา‌ใน‌ชีวิต‌ประจำ‌
วัน‌‌ดัง‌ตัวอย่าง‌ที่‌4‌ ‌‌ในส‌ ไลด์‌แ‌ ละ‌ให้‌นักเรียนท‌ ดลอง‌เขียนโ‌ค้ด‌ด้วย‌ตนเอง‌จ‌ ากน‌ั้น‌สอบถามน‌ักเรียนถ‌ึงห‌ ลักก‌ ารค‌ิด‌‌เช่น ‌‌
input‌‌process‌o‌ utput‌ข‌ องโ‌ปรแกรม‌คือ‌อะไร‌ ‌หรือ‌แ‌ นวทาง‌การร‌ับข‌้อ‌มูล‌ซ้ำๆ‌‌ทำอ‌ ย่างไร ‌ ‌ ‌

แนวก‌ ารต‌ อบ ‌ ‌ ‌
1) input‌‌คือ‌ค‌ ะแนน‌ของน‌ักเรียนแ‌ ต่ละค‌ น‌ ‌process‌‌คือ‌ก‌ ารค‌ ำนวณห‌ าผ‌ ลร‌ วมแ‌ ละค‌่า‌เฉลี่ย ‌‌  ‌
output‌‌คือ‌แ‌ สดงผ‌ ล‌รวมแ‌ ละค‌่าเ‌ฉลี่ย ‌ ‌
2) แนวทาง‌การ‌รับ‌ข้อ‌มูล‌ซ้ำๆ‌ค‌ือ‌ก‌ ำหนด‌ช่วง‌ข้อมูล‌(‌1,5)‌แ‌ ละ‌รับ‌โดย‌n‌ =int(input(f'No.‌‌{i}:‌'‌)) ‌ ‌

 ‌

 ‌
 ‌
7. ครูย‌ ก‌ตัวอย่างพ‌ ร้อม‌สาธิตก‌ าร‌ทำงาน‌ของ‌‌for‌‌loop‌‌ที่ม‌ี‌เงื่อนไข‌ใน‌การ‌ทำงาน‌แต่ละร‌ อบ‌ด‌ัง‌ตัวอย่าง‌ที่‌‌5 ‌ ‌ ‌
“ก‌ ารห‌ า‌จำนวนต‌ั้งแต่‌1‌ -100‌‌ที่‌หารด‌้วย‌‌2‌‌และ‌‌4‌ล‌ งตัว‌”‌ใ‌น‌สไลด์‌‌และใ‌ห้‌นักเรียน‌ทดลองเ‌ขียน‌โค้ด‌ด้วย‌ตนเอง ‌‌
พร้อม‌สอบถาม‌เพื่อต‌ รวจ‌สอบ‌ความเ‌ข้าใจข‌ อง‌นักเรียน‌เ‌ช่น‌(‌1)‌‌หาก‌เงื่อนไข‌คือ‌‌หาร‌ด้วย‌3‌ ‌‌และ‌7‌ ‌‌ลงตัว‌‌และ‌จำนวน‌
ไม่เ‌กิน‌‌50‌จ‌ ะไ‌ด้‌ทั้งหมดก‌ี่จ‌ ำนวน‌‌และ‌ให้‌นักเรียน‌อภิปรายร‌่วม‌กัน‌‌(2)‌‌จากต‌ัวอย่างท‌ี่‌‌5‌‌หากต‌้องการ‌แสดงต‌ัวเลข‌ที่‌
หารด‌้วย‌2‌ ‌แ‌ ละ‌‌4‌‌ลงตัวจ‌ ะเ‌ขียน‌โค้ดอ‌ ย่างไร‌เ‌ป็นต้น‌‌(‌ทั้งนี้‌ปรับ‌ประยุกต์ต‌ าม‌เวลา)‌ ‌ ‌

 ‌

แนว‌การต‌ อบ‌ห‌ าก‌ต้องการแ‌ สดงต‌ัวเลข‌ที่ห‌ ารด‌้วย‌2‌ ‌‌และ‌‌4‌ล‌ งตัว‌จะเ‌ขียน‌โค้ดอ‌ ย่างไร ‌ ‌

 

count‌‌=‌0‌  ‌ ‌
for‌i‌‌i‌n‌r‌ange(1,101): ‌ ‌

p‌ rint(i) ‌ ‌
i‌f‌i‌%2==0‌‌and‌i‌%4==0: ‌ ‌

count+=1 ‌ ‌
print(count) ‌ ‌

 ‌
ขั้นส‌ รุป‌‌(เ‌วลา‌1‌ 5‌‌นาที‌) ‌ ‌

1. ครูแ‌ จ้ง‌ให้‌นักเรียนท‌ ำใ‌บก‌ิจกรรม‌‌11.1‌ข‌ึ้น‌ลิฟท์ผ‌่าน‌h‌ ttps://replit.com/‌แ‌ ล้ว‌ส่งค‌ ำต‌ อบ‌ใน‌ลิงก์‌ของต‌ นเอง ‌‌  ‌

 ‌

 ‌

2. นักเรียนส‌ รุป‌องค์‌ความร‌ู้ผ‌่าน‌การ‌สะท้อน‌คิด‌สิ่ง‌ที่‌ได้‌เรียนใ‌น‌วันน‌ี้ ‌ ‌
● คำ‌สั่ง‌‌for‌ค‌ือ‌อะไร ‌‌  ‌
● ลักษณะ‌สำคัญข‌ องค‌ ำ‌สั่ง‌‌for‌ค‌ือ‌อะไร ‌ ‌

 ‌

สื่อ/‌แ‌ หล่งก‌ าร‌เรียนร‌ู้ ‌ ‌

1. คอมพิวเตอร์ท‌ี่เ‌ชื่อม‌ต่อ‌ระบบอ‌ินเทอร์เน็ต ‌ ‌
2. Slide‌เ‌รื่อง‌‌for‌‌loop ‌ ‌
3. Google‌‌Classroom ‌ ‌
4. Application‌‌Zoom ‌ ‌
5. https://www.programiz.com/python-programming/online-compiler/ ‌‌  ‌
6. https://replit.com/ ‌ ‌
7. elabsheet‌ล‌ิงค์‌ของ‌นักเรียนแ‌ ต่ละ‌คน ‌ ‌


Click to View FlipBook Version