The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

02 แผนฯ Upload ม.6_หน่วย 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by superduck.tai, 2021-11-29 11:34:54

02 แผนฯ Upload ม.6_หน่วย 1

02 แผนฯ Upload ม.6_หน่วย 1

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 Express likes & preferences

รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาอังกฤษ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ เวลาเรยี น 19 ชั่วโมง

1. สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1: เข้าใจและตคี วามเรื่องท่ีฟังและอ่านจากสอื่ ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อย่างมีเหตผุ ล
ตวั ช้ีวัด 3. อธิบายและเขยี นประโยคและขอ้ ความใหส้ ัมพนั ธ์กับส่ือที่ไม่ใชค่ วามเรียงรปู แบบ ตา่ ง

ๆ ที่อ่าน รวมท้ังระบแุ ละเขยี นส่ือที่ไมใ่ ช่ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ใหส้ มั พนั ธ์กบั
ประโยค และข้อความท่ีฟงั หรืออ่าน
4. จับใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็ จาก
การฟังและอ่านเร่ืองที่เปน็ สารคดแี ละบนั เทงิ คดี พร้อมทั้งให้เหตผุ ลและยกตวั อย่าง
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2: มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความรูส้ กึ และ
ความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวชีว้ ดั 1. สนทนาและเขียนโตต้ อบข้อมูลเกีย่ วกับตนเองและเร่ืองตา่ ง ๆ ใกลต้ วั ประสบการณ์
สถานการณ์ ขา่ ว/เหตกุ ารณ์ ประเดน็ ที่อยูใ่ นความสนใจของสังคม และส่ือสารอยา่ ง
ต่อเนอ่ื งและเหมาะสม
4. พูดและเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมลู บรรยาย อธิบาย เปรียบเทยี บ และแสดงความ
คดิ เห็นเกยี่ วกบั เรื่อง/ประเดน็ /ข่าว/เหตกุ ารณ์ทฟ่ี ังและอา่ นอย่างเหมาะสม
5. พูดและเขียนบรรยายความรสู้ กึ และแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรือ่ งตา่ ง ๆ
กจิ กรรม ประสบการณ์ และข่าว/เหตกุ ารณ์อย่างมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.3: นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด
และการเขยี น
ตัวชวี้ ดั 1. พูดและเขยี นนำเสนอข้อมลู เก่ียวกบั ตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตกุ ารณ์ เรอ่ื ง และ
ประเดน็ ต่าง ๆ ที่อย่ใู นความสนใจของสังคม
2. พูดและเขยี นสรุปใจความสำคัญ/แกน่ สาระท่ีได้จากการวิเคราะหเ์ รื่อง กจิ กรรม ข่าว
เหตกุ ารณ์และสถานการณ์ตามความสนใจ

1

สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1: เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้

อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตัวชว้ี ดั 1. เลือกใชภ้ าษา น้ำเสยี ง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั ระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ี

ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
2. อธิบาย/อภิปรายวถิ ชี ีวิต ความคดิ ความเช่ือ และที่มาของขนบธรรมเนียม และ

ประเพณีของเจ้าของภาษา
มาตรฐาน ต 2.2: เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั

ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม
ตัวช้ีวดั 2. วิเคราะห์/อภิปรายความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างวิถีชีวติ ความเชือ่ และ

วฒั นธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย และนำไปใช้อย่างมีเหตุผล
สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก

มาตรฐาน ต 4.1: ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทั้งในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
ตวั ชวี้ ัด 1. ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จำลองทีเ่ กดิ ขึน้ ในห้องเรยี น
สถานศึกษา ชุมชน และสังคม

มาตรฐาน ต 4.2: ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเคร่อื งมือพ้นื ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปล่ยี นเรยี นรกู้ ับสังคมโลก

ตวั ช้วี ดั 2. เผยแพร่/ประชาสัมพนั ธ์ข้อมลู ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถ่ิน/ประเทศชาติ
เปน็ ภาษาตา่ งประเทศ

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การรูแ้ ละเข้าใจคำศัพท์ สำนวนภาษา โครงสร้างภาษา การรายงานข้อมูลทางสถิติ และเรื่องท่ีศกึ ษา

ชว่ ยให้เขา้ ใจเรื่องที่ฟังและอ่าน สนทนาเกีย่ วกบั รายการโทรทศั น์ ภาพยนตร์ กีฬาและอุปกรณ์ พูดและเขยี นให้
ข้อมูล เปรยี บเทียบ แสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับเร่ืองท่ีอ่าน เรอื่ งใกล้ตวั เปน็ พน้ื ฐานในการเขยี นบรรยาย
นำเสนอ วิจารณ์ และเปรยี บเทียบเก่ยี วกับเรื่องใกลต้ ัว เรอ่ื งท่สี นใจ ทำให้เข้าใจภมู หิ ลงั
ความเป็นมาของเจ้าของภาษา และเป็นพืน้ ฐานในการคน้ คว้าข้อมลู พูดและเขียนเผยแพร่ข้อมูลของประเทศ
ไทย

2

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ทักษะเฉพาะวิชา

1) Language Features and Functions

Vocabulary

1.1 Back in time historical re-enactments (riders charging on horses carrying their

lances, people dressed up in armour and carrying weapons,

knights on horseback, archers fighting with a bow and arrow,

soldiers firing cannons); verbs (commemorate, charge);

nouns (re-enactment, battle, (the) Civil War, cannon, weapons,

celebration, army, bow, arrow, sword, shield); adjectives (mock,

fierce); phrases (cavalry fort, cavalry display, gladiator combat)

1.2 Zapping TV programmes (chat show, wildlife programmes, game/quiz

show, news and weather, sitcom, cartoon, sport, soap opera,

documentary, police drama, comedy, film); verbs (pass, check,

prefer); noun (TV guide); adverb (definitely); phrases (at war,

what’s going on)

1.3 Sports sports equipment (flippers, net, snorkel, stick, gloves, ball,

mask, bat, puck, helmet, goggles); sports venues (stadium, ice

rink, court, sea, football pitch, track, pool); verb (bounce); nouns

(playing field, referee, opponent, drawback, spectator,

gymnastics, martial arts, court, trampoline); adjectives

(underwater, impossible, inflatable, creative); phrases (come up

for air, diehard fan)

1.4 Food art food/drinks (aubergine, broccoli, carrot, butter, chocolate,

pumpkin, cabbage, cucumber, pepper, potato); verbs (carve,

melt,

mould, inspire, depict); nouns (sculpture, clay, bread and

butter);

adjectives (edible, incredible, low-temperature); phrases (one-

of-

a-kind creation, state fair, annual event, sense of humour)

3

1.5 Larger-than-life books (fiction, science-fiction, fantasy, horror, romance, mystery,
characters biography, thriller, adventure); verbs (suggest, battle); nouns
(dwarf, gremlin); adjectives (underground, legendary, courageous,
1.6 Buildings brave, loyal); phrasal verb (find out); phrases (global success,
hold a record, fastest-selling, incredibly intelligent, criminal
1.7 Wish you were mastermind, get out of trouble, high-tech world, magical powers,
here! best-seller list)
types of buildings (cabin, farmhouse, mansion, block of flats,
1.8 Seen anything skyscraper, townhouse); verbs (imagine, consist (of)); nouns
good? (shopping centre, fairytale, bookcase, tourist attraction);
adjectives (bizarre, unusual, crooked, giant, impressive, public);
1.9 Free time phrases (consist of, connected to)
types of holidays (beach, eco, camping, cycling, hiking,
1.10 Fiery festivals sightseeing, cruise); verbs (hear (of), recommend, dip); nouns
(sights, sweets, hut, city tour); adjectives (wrapped, raw); phrasal
verb (pick up); phrases ((be) fully booked, hire a car, pod of
whales)
types of films (comedy, science fiction, history, adventure,
western, action, horror, thriller, musical, fantasy, animation,
romance, superhero); adjectives related to opinions of films
(entertaining, interesting, funny, exciting, scary, romantic); verbs
(land, plant); nouns (secret, fugitive, prison); adjectives
(impressed, skilled, superb, haunting, dramatic, stunning); phrase
(on the run)
free-time activities (play sport, get exercise, watch DVDs, surf
the Net, read books, hang out with friends, go to the cinema,
listen to music); verbs (hear (of), donate); nouns (mission,
branch, award); adjective (feral); phrases (ambitious goal, in
mind, animal charity, there’s no point in, bright idea)
festive activities (a torchlit procession, women with faces and
hands painted white, people dressed up in Viking costumes, a
Viking longboat burning, women in a procession, singing); verbs

4

Culture Corner 1 (tempt, march, reveal, greet); nouns (squad, procession,
Curricular Cut 1 nobleman, spectator, element, performance, tale, bonfire);
Pronunciation: adjectives (sizzling, spectacular, pagan, dreary); phrases
Grammar: (seasonal ritual, run wild)
nouns (series, feature, vampire, werewolf); verbs (soar, hit,
Functions: translate, crowd); phrases (take somewhere by storm, life-like
dream, on screen); adverb (immediately)
2) Language Skills nouns (murder, detective, clue, victim, evidence, scrap, keeper,
Listening: quest, myth); verb (solve); adjective (muddy), phrases (lead a
Speaking: busy/normal life, stumble upon); phrasal verb (take over)
I’d /aɪd/
present simple, present continuous
-ing form & (to-)infinitive form
there is/there are รว่ มกับ a/an – some/any – a few/a little
comparisons
verbs taking to-infinitive or -ing form with a change in meaning
plural/group nouns
will/be going to/present continuous tense
describing festivals, a sport, a picture, your holidays, a famous
person and your favourite books
expressing general preferences and specific preferences
expressing opinions
making comparisons
commenting on films
reporting the statistics

ฟังเพื่อหาขอ้ มลู เฉพาะ, ฟงั ขอ้ มูลเก่ยี วกบั ประเภทของวันหยดุ
สนทนาเก่ยี วกับรายการโทรทัศนท์ ช่ี อบและอยากจะดู และภาพยนตร์
สนทนาเก่ียวกับกฬี าที่อยากจะเลน่ และอปุ กรณท์ ่ีจำเปน็
พดู ใหข้ ้อมูลและแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกบั เรือ่ งท่ีอ่าน
พดู บอกส่งิ ทปี่ ระทับใจและตัวละครทีช่ อบจากเร่ืองที่อา่ น
พูดโตต้ อบสั้น ๆ โดยใช้โครงสร้างภาษาท่ีเรยี น และแสดงความคิดเห็น

5

Reading: อธิบายแผนภมู ิแท่ง
Writing: พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล นักเขยี นชาวอเมริกนั และหนังสือท่ีอยากอา่ น
อ่านเพ่ือจบั ใจความสำคญั หาขอ้ มลู เฉพาะ และระบจุ ดุ ประสงค์ของผู้เขียน
3) Culture อ่านเพื่อเรียงลำดับเหตกุ ารณ์จากเรือ่ งท่ีอ่าน
เขยี นโปสต์การด์ เกีย่ วกับเทศกาลท่ไี ปเทีย่ วและวนั หยดุ ของตนเอง
เขยี นบทสนทนาสนั้ ๆ เกีย่ วกับรายการโทรทัศน์ท่ชี อบและอยากจะดู
เขียนประโยคโดยใช้คำศพั ท์และโครงสร้างภาษาทเ่ี รยี น
เขยี นให้ข้อมลู เกี่ยวกับเรือ่ งที่อา่ น
เขียนบรรยายภาพผักหรือผลไม้แกะสลกั ของไทย
เขยี นบรรยายสน้ั ๆ เกีย่ วกบั หนงั สือท่ชี นื่ ชอบ
เขยี นเปรียบเทียบสถานทใ่ี นเมืองท่ีอาศยั อยู่
เขยี น email วจิ ารณภ์ าพยนตร์
เขยี นรายงานการสำรวจ
เขียนนำเสนอเกย่ี วกบั เทศกาลของไทย
เขยี นนำเสนอเกย่ี วกบั นักเขยี นของไทยหรืออาเซยี น
การจำลองเหตุการณร์ บในอดีต (historical re-enactment)
สงครามกลางเมอื งในประเทศสหรฐั อเมริกา (the American Civil War)
สมรภมู ิรบ Gettysburg ในสงครามกลางเมืองของประเทศสหรัฐอเมรกิ า
สมรภูมิรบ Grunwald ระหวา่ งราชอาณาจักรโปแลนดแ์ ละอาณาจักร
แกรนด์ดุ๊กแห่งลิทัวเนีย กับอัศวนิ ทวิ ทนั
รายการโทรทัศน์ เชน่ soap opera, sitcom
กฬี า Octopush และ Bossaball
อาคารรปู ทรงแปลก ๆ ของตะวันตก
กจิ กรรมยอดนยิ มในวนั หยุดของชาวต่างประเทศ
ประเภทของภาพยนตร์
คนอังกฤษรักการทำสวน
เทศกาลไฟ Up Helly Aa และ Beltane ของสกอตแลนด์
นกั เขยี นชาวอเมริกันท่ีมชี อื่ เสียง

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน 4.2 มีความสามารถในการคิด
4.1 มคี วามสามารถในการสื่อสาร
4.3 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6

5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 5.2 มงุ่ ม่ันในการทำงาน
5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.4 มีจติ สาธารณะ
5.3 รักความเปน็ ไทย

6. การวดั และประเมินผล
(ดูทา้ ยแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1-12)

7. กจิ กรรมการเรียนรู้

(ดแู ผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 1-12)

7

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 Back in time

เวลา 2 ชั่วโมง

จดุ ประสงค์ (Objectives)
- จบั ใจความสำคญั และตอบคำถามจากเร่ืองท่อี ่านได้
- พูดให้ข้อมูลส้ัน ๆ เกีย่ วกบั เทศกาลจากเรื่องที่อ่านได้
- พูดเปรยี บเทียบเทศกาลของไทยกับของเจา้ ของภาษาได้

- เขียนโปสตก์ าร์ดเกีย่ วกับเทศกาลทไ่ี ปเทย่ี วได้

1. มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ต 1.1: ต 1.1 ม. 4-6/4
มาตรฐาน ต 1.2: ต 1.2 ม. 4-6/4
มาตรฐาน ต 1.3: ต 1.3 ม. 4-6/1
มาตรฐาน ต 2.1: ต 2.1 ม. 4-6/2
มาตรฐาน ต 2.2: ต 2.2 ม. 4-6/2
มาตรฐาน ต 4.2: ต 4.2 ม. 4-6/2

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การรูแ้ ละเข้าใจคำศัพท์ โครงสรา้ งภาษา และเรื่องที่ศึกษา ช่วยให้เขา้ ใจเรอื่ งที่อ่าน พดู อธิบายและ

เปรียบเทยี บเกีย่ วกับเรื่องที่อา่ น รวมทง้ั เขียนสอ่ื สารเกีย่ วกับเทศกาลของไทย

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: historical re-enactments (riders charging on horses

carrying their lances, people dressed up in armour and carrying

weapons, knights on horseback, archers fighting with a bow and

arrow, soldiers firing cannons); verbs (commemorate, charging);

nouns (re-enactment, battle, (the) Civil War, cannon, weapons,

celebration, army, bow, arrow, sword, shield); adjectives (mock,

fierce); phrases (cavalry fort, cavalry display, gladiator combat)

Pronunciation: -

8

Grammar: present simple, present continuous

Function: describing festivals

2) Language Skills

Listening: ฟังเพ่ือหาข้อมูลเฉพาะ

Speaking: พดู ให้ข้อมูลส้ัน ๆ เก่ียวกับเทศกาลของเจ้าของภาษาจากเรื่องที่อา่ น

Reading: อ่านเพ่ือจับใจความสำคญั และหาข้อมูลเฉพาะ

Writing: เขียนโปสต์การ์ดเกย่ี วกับเทศกาลทไ่ี ปเทย่ี ว

3) Culture: การจำลองเหตุการณ์รบในอดีต (historical re-enactment)

สงครามกลางเมอื งในประเทศสหรัฐอเมรกิ า (the American Civil War)

สมรภูมิรบ Gettysburg ในสงครามกลางเมอื งของประเทศสหรฐั อเมริกา

สมรภมู ริ บ Grunwald ระหว่างราชอาณาจักรโปแลนดแ์ ละอาณาจักร

แกรนด์ดกุ๊ แห่งลิทัวเนยี กบั อศั วินทิวทัน

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน 4.2 มีความสามารถในการคิด
4.1 มีความสามารถในการสื่อสาร

5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 5.2 มุ่งมัน่ ในการทำงาน
5.1 ใฝ่เรยี นรู้
5.3 รกั ความเปน็ ไทย

6. กิจกรรมการเรียนรู้
ชัว่ โมงท่ี 1
ขัน้ นำ

1. หลงั จากทค่ี รูทักทายนักเรยี นในชน้ั แลว้ ครูถามคำถามนักเรียนดังตอ่ ไปนี้
T: Would you like to go back in time?
Ss: Yes, I would./No, I wouldn’t.
T: Why?
Ss: Because ...

2. ครูเขยี นคำว่า historical re-enactment บนกระดาน ครูอธบิ ายวา่ enact มีความหมายวา่ แสดง
re-enact จึงมีความหมายว่า แสดงอีกครัง้ จากน้ันครใู หน้ กั เรยี นช่วยกันเดาวา่ historical
re-enactment น่าจะหมายถงึ อะไร โดยดูภาพในหนังสือเรียน หนา้ 8-9 เพอ่ื ช่วยในการเดา เมื่อได้
คำตอบว่า การจำลองเหตุการณ์ในอดีตแล้ว ครูอธิบายว่า กิจกรรมเชน่ นคี้ อ่ นข้างแพร่หลายมากใน

9

ประเทศอังกฤษและประเทศสหรัฐอเมรกิ า เป็นกจิ กรรมเพ่อื ความบนั เทงิ และเพ่ือการศึกษา โดยเป็น
การจำลองเหตุการณร์ บในอดีตที่ผูเ้ ขา้ รว่ มต้องแตง่ ตวั และใชอ้ าวธุ ให้ถกู ต้องตามยุคน้นั ๆ
ครถู ามนักเรียนว่า ในประเทศไทยมีกิจกรรมเช่นเดยี วกนั น้ีหรือไม่ ถ้านักเรียนนึกไม่ออก ครูอาจถามว่า
นักเรียนเคยดูการแสดงสงครามยทุ ธหัตถหี รอื ไม่ กิจกรรมเช่นน้ีกม็ ีลักษณะใกล้เคียงกบั historical re-
enactment ของตะวนั ตก เพยี งแต่ของไทยมกั จะเป็นการแสดง แตข่ องตะวันตก เปน็ การจำลองให้
เหมอื นจริงมากท่ีสุดและผูแ้ สดงมักจะเป็นอาสาสมคั ร
3. ครเู ขียนคำวา่ the American Civil War, Battle of Gettysburg, Roman Britain และ Battle of
Grunwald บนกระดาน แล้วถามวา่ นักเรียนรู้ข้อมลู อะไรเก่ยี วกบั เร่อื งเหลา่ นี้บา้ ง จากนั้นครูชว่ ยเล่า
ขอ้ มูลให้นักเรียนฟังสั้น ๆ

The American Civil War เปน็ สงครามกลางเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา
ระหว่างรฐั ทางตอนเหนือทีต่ อ้ งการให้การคา้ ทาสเป็นเรื่องผิดกฎหมายกบั รฐั ทาง
ตอนใต้ซึ่งมกี ารคา้ ทาส สงครามเกิดขึ้นในชว่ งปี ค.ศ. 1861-1865
Battle of Gettysburg การรบท่สี มรภมู ิ Gettysburg รฐั Pennsylvania เป็น
การรบทม่ี จี ำนวนผเู้ สียชวี ิตมากทีส่ ุดในสงครามกลางเมอื งของสหรฐั อเมริกา
(the American Civil War) รวมมผี ู้เสยี ชวี ิตและได้รับบาดเจ็บทง้ั ฝา่ ยเหนอื และ
ฝา่ ยใต้ มากกว่า 40,000 คน หลังจากสนิ้ สดุ การรบทีส่ มรภูมิ Gettysburg
ประธานาธบิ ดี Abraham Lincolnได้กลา่ วสุนทรพจน์ทส่ี ุสานทหารซง่ึ เป็น
สนุ ทรพจน์ท่ีโดง่ ดงั มาก ซ่งึ มชี ื่อเรียกว่า the Gettysburg Address โดยทอ่ นท่มี ี
ช่อื เสียง คอื “that government of the people, by the people, for the
people shall not perish from the earth” (รัฐบาลของประชาชน โดย
ประชาชน เพ่ือประชาชน จะไมม่ ีวันสญู สลายไปจากโลกน้ี)
The Fight at Barlow’s Knoll เปน็ การต่อสู้ในวนั แรกของสมรภมู ิ Gettysburg
Ribchester เมือง Lancashire ประเทศอังกฤษ เปน็ หมู่บ้านทม่ี ชี ื่อเสียง เพราะ
เปน็ ที่ตั้งที่สำคัญของป้อมทหารมา้ ของโรมัน (Roman cavalry fort) โดยป้อม
ดงั กลา่ วมีชื่อว่า Bremetennacum

10

Roman Britain เกาะอังกฤษอย่ภู ายใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมนั ระหวา่ ง
ค.ศ. 43-410 โดยพืน้ ที่ทถ่ี ูกปกครองเรยี กวา่ Roman Britain กอ่ นท่ีโรมันจะเข้ามา
รุกรานเกาะอังกฤษ (Britain) ในยคุ เหล็ก ก็มวี ัฒนธรรมและเศรษฐกิจทเี่ กยี่ วข้องกับ
แผน่ ดนิ ใหญ่ยโุ รปอยูแ่ ล้ว แต่ผู้รกุ รานยงั นำววิ ัฒนาการใหม่ ๆ ทางดา้ นการ
เกษตรกรรม, การจดั ระบบเมือง (urbanisation), การอุตสาหกรรม และ
สถาปัตยกรรมเข้ามาเผยแพร่และยังทิง้ ร่องรอยใหเ้ ห็นจนถึงทกุ วันน้ี เช่น กำแพงเฮ
เดรียน (Hadrian’s Wall), Bath เมืองมรดกโลกทส่ี ะท้อนถึงความรุ่งเรืองของ
อาณาจักรโรมนั ในอดีต เชน่ โรงอาบน้ำของชาวโรมัน (Roman Baths)
Battle of Grunwald เป็นการรบที่ Tannenberg ทางตอนเหนือของประเทศ
โปแลนด์ ซ่ึงเป็นชัยชนะอนั ยง่ิ ใหญ่ในการต่อสู้ระหว่างราชอาณาจักรโปแลนด์และ
อาณาจักรแกรนด์ดกุ๊ แห่งลิทวั เนยี กบั อัศวินทวิ ทนั เน่อื งดว้ ยทง้ั โปแลนด์และ
ลิทัวเนียต่างมองวา่ อัศวินทวิ ทันเป็นศัตรูร่วมของท้ัง 2 ประเทศ จงึ ตกลงตั้งกองทัพ
ผสมเพือ่ กำจดั อัศวนิ ทวิ ทันให้หมดสิ้นไป ในสมรภมู ริ บกรุนวอลดน์ ี้
ทำให้อัศวนิ ทวิ ทันพา่ ยแพ้ และสญู เสียอำนาจต่าง ๆ ทีเ่ คยมีกอ่ นสงครามโดยไม่มี
โอกาสได้ฟ้ืนตวั ขึน้ อกี
Teutonic Knights อศั วินทิวทนั เปน็ กลุ่มองคก์ รนักรบคาทอลกิ ถือกำเนดิ ขึ้นใน
ราวปี 1190-1198 ทเ่ี มืองเอเคอร์ (Acre) ในช่วงของสงครามครูเสดคร้ังท่ี 3 โดย
หลงั จากการสญู เสยี นครเยรซู าเล็ม กลมุ่ ขนุ นางและพอ่ ค้าชาวเยอรมันได้มีแนวคิดท่ี
จะก่อต้ังโรงพยาบาลขนึ้ และขยายแนวคิดออกไปกลายเป็นการตัง้ กลมุ่ อศั วินชาว
เยอรมนั เพ่อื ชว่ ยเหลือผ้แู สวงบุญในดินแดนศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ โดยใช้โมเดลรูปแบบองค์การ
อศั วินอ่ืน ๆ ในยุคนน้ั จนกระทั่งอาณาจกั รของชาวยุโรปในดนิ แดนศักดสิ์ ทิ ธพ์ิ า่ ยแก่
มสุ ลมิ และล่มสลายลง อัศวินทิวทันจึงไดย้ า้ ยเขา้ ไปตั้งถนิ่ ฐานในฮังการี ก่อนทจี่ ะถกู
เนรเทศไปยังบริเวณทะเลบอลติก และเร่ิมควบรวมกับกล่มุ ภาคีอศั วินกลุม่ อื่นใน
บรเิ วณนั้นจนขยายอาณาเขตครอบคลุมพ้ืนทีส่ ว่ นใหญ่ของประเทศลธั เวยี และ
เอสโตเนยี ในปัจจบุ ันได้ในราวกลางศตวรรษที่ 13 และตั้งเป็นรฐั อสิ ระปกครอง
ตัวเอง โดยมีผนู้ ำสงู สุดซึ่งมตี ำแหน่งเรียกว่า Grand Masterหลงั จากนนั้ ก็ไดท้ ำการ
ขยายอาณาเขตไปยงั ดินแดนปรสั เซีย และโจมตีดนิ แดนใกล้เคียงเพ่ือขยายอทิ ธิพล
ของศาสนจักรโรมนั คาทอลิก และเขา้ สู่จุดรงุ่ เรืองสงู สุดในราวต้นศตวรรศท่ี 15
ก่อนจะเริ่มตกตำ่ ลงหลังความพา่ ยแพ้ทสี่ มรภมู ิแทนเนนแบรก์ (Tannenberg) ในปี
1407 ซ่งึ ทำให้อัศวินทิวทนั ค่อย ๆ สูญเสยี ดนิ แดนและอิทธพิ ลไปในทีส่ ุด
ทมี่ า: https://th.wikipedia.org/wiki/อัศวนิ ทิวทอนกิ

11

ข้ันสอน

1. นักเรยี นดูภาพ A-C ในหนังสือเรียน หนา้ 8-9 และพูดบอกสง่ิ ท่เี หน็ จากนน้ั ครนู ำเสนอคำศพั ท์

เกีย่ วกับการส้รู บในอดีต โดยใชภ้ าพช่วยในการอธบิ ายคำศัพท์ เช่น

helmets (หมวกเหล็ก) armour (ชดุ เกราะ)

shields (โล่) lance (ฉมวก, ทวน)

bow (คันธนู) arrow (เกาทณั ฑ,์ ลูกธนู)

cannon (ปืนใหญ่) cavalry (ทหารมา้ )

swords (ดาบ)

2. ครนู ำเสนอการใช้ present participle phrase และ past participle phrase โดยยกตวั อย่าง

ประโยคบนกระดาน

There are lots of people wearing armour and carrying weapons.

The dog frightened by the loud fireworks hid behind the tree.

นักเรียนวิเคราะหว์ ่า วลที ขี่ ีดเสน้ ใตท้ ำหนา้ ท่ีอะไรในประโยค เมื่อไดค้ ำตอบวา่ ทำหน้าที่ขยายคำนาม

เพื่อให้มีความหมายชดั เจนข้ึน ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมว่า วลเี หล่าน้ีเรยี กวา่ participle phrase โดยมี 2

แบบ คอื

present participle phrase วลีทข่ี น้ึ ตน้ ด้วย -ing form ทำหน้าทข่ี ยายคำนาม มีความหมาย

เป็น active

past participle phrase วลที ี่ขึน้ ตน้ ด้วย -ed form ทำหน้าทขี่ ยายคำนาม มคี วามหมายเปน็

passive

ครอู าจยกตวั อยา่ งเพิม่ เติม เชน่

There are also foot soldiers fighting with swords and shields.

2,000 re-enactors dressed in costume are marking the 950th anniversary of the

Battle of Hastings.

3. หนงั สือเรียน หน้า 8 Ex. 1 ครเู ปดิ CD ใหน้ ักเรยี นฟงั และอา่ นวลี 1-5 ตามไปด้วย จากนนั้ นักเรียน

ชว่ ยกนั อธบิ ายความหมายของวลีเหลา่ นี้ แล้วระบวุ า่ วลีใดท่ีสมั พนั ธ์กบั ภาพ A-C

เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบจากนักเรยี น และเฉลยคำตอบท่ถี กู ต้องบนกระดาน

T: Do you see riders charging on horses carrying their lances?

Ss: No, we don’t.

T: Do you see people dressed up in armour and carrying weapons?

Ss: Yes, in picture B.

T: Do you see knights on horseback?

Ss: Yes, in picture C

12

2 picture B 3 picture C 5 picture A

4. หนังสอื เรียน หนา้ 8 Ex. 2a นักเรียนฝกึ เดาเน้ือหาก่อนการอ่าน โดยอา่ นเฉพาะ 3 บรรทดั แรกของ
โปสตก์ าร์ดแตล่ ะใบ แลว้ ระบุวา่ คนท่เี ขยี นโปสต์การด์ อยูท่ ่ีใด และแต่ละเทศกาลคือเทศกาลอะไร ครู
รวบรวมคำตอบจากนกั เรยี น จากน้นั เปดิ CD ใหน้ ักเรยี นฟังและอ่านโปสตก์ าร์ดตามไปด้วย
เพอ่ื หาคำตอบ เสร็จแล้วครรู วบรวมคำตอบจากนกั เรยี น และเฉลยคำตอบท่ีถูกต้องบนกระดาน

Postcard 1: Gettysburg, Pennsylvania – historical re-enactment of the Battle
Postcard 2: of Gettysburg
Postcard 3: Ribchester, North West England – historical re-enactment of the

Roman occupation of Britain
Warsaw, Poland – historical re-enactment of the Battle of
Grunwald

5. ครูใชว้ ิธีสอนแบบจิ๊กซอว์ (jigsaw) โดยแบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 คน ทีม่ สี มาชกิ คละ
ความสามารถกัน ครตู ้ังชื่อวา่ กลมุ่ บ้านของเรา (home group) และให้สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มอ่าน
โปสต์การ์ดคนละ 1 ใบ ในหนังสอื เรยี น หนา้ 8-9
เม่ือหมดเวลาที่กำหนด ใหส้ มาชกิ ของแต่ละกลุ่มท่ีอา่ นเร่ืองเดียวกนั มารวมตวั กัน ตงั้ เปน็ กลุ่ม
ผ้เู ชยี่ วชาญ (expert group) และร่วมกันทำความเขา้ ใจในเน้อื หาสาระของเร่ืองท่อี ่านอย่างละเอยี ด
ครอู าจมอบประเดน็ ในการอภปิ รายใหก้ ลุม่ ผูเ้ ช่ียวชาญ เชน่
- สรุปประเด็นสำคัญ โดยใชภ้ าษาของตนเอง
- มีความรูเ้ ดมิ หรือประสบการณ์เดิมอะไรที่นักเรยี นสามารถอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ได้
- จะอธบิ ายย่อหนา้ ดงั กลา่ วให้สมาชิกในบ้านของตนเองฟังให้เขา้ ใจได้อยา่ งไร
เสรจ็ แล้วใหส้ มาชิกในกลุ่มผเู้ ชีย่ วชาญกลับไปสกู่ ลมุ่ บา้ นของเรา และชว่ ยสอนเพื่อนในกลมุ่
ใหเ้ ข้าใจสาระทีต่ นไดศ้ ึกษาร่วมกับกลมุ่ ผู้เช่ยี วชาญ สมาชิกทกุ คนกจ็ ะไดเ้ รียนรภู้ าพรวมของสาระ
ทง้ั หมด แล้วให้แต่ละกลุ่มบ้านเขียนสรปุ ความรทู้ ่ีได้มาสง่ ครู

6. หนังสอื เรียน หนา้ 9 Ex. 2b นักเรียนกล่มุ บา้ นของเรา (home group) ทำงานรว่ มกนั โดยอา่ น
ขอ้ ความทีก่ ำหนดให้ และขดี เสน้ ใต้คำสำคญั ในข้อความดังกลา่ ว จากนน้ั อา่ นเนื้อเร่อื งอีกครง้ั อย่าง
รวดเรว็ เพอ่ื กวาดสายตามองหาคำพ้องความหมาย (synonym) คำทีม่ ีความหมายตรงกันข้าม
(opposite) หรือกลุ่มคำ/วลีที่มคี วามหมายเหมอื นกนั หรือต่างกันกับคำสำคญั ท่ีขดี เส้นใต้ไว้ เมื่อพบ

13

แล้ว ให้อา่ นเฉพาะประโยคท่ีมคี ำสำคัญหรืออา่ นข้อความแวดลอ้ มประมาณ 1-2 ประโยคกอ่ นหน้า
หรือถดั ไป ถา้ มีข้อมูลเหมือนประโยคทใ่ี ห้มา ให้เขยี น T (true) ถา้ ผดิ หรอื ถูกเพยี งบางส่วน ให้เขียน F
(false)

1T (Every year they have a re-enactment of the historic Battle of
Gettysburg.)
2F
3F (there are still two days of the event left!)
cavalry (Ribchester, North West England. The place has an old Roman

4T fort)
5T
and the (the part I like the best is the gladiator combats.)
6F (This battle re-enactment, between the Polish-Lithuanian army

Teutonic Knights, is a very big event here)
(…with over 2,000 re-enactors)

7. นักเรยี นหาประโยคที่ใชแ้ สดงความร้สู ึกหรือความคดิ เหน็ ในโปสต์การ์ด ครรู วบรวมคำตอบจาก
นักเรยี นและเขียนเฉลยบนกระดาน

Postcard 1 I’m having a fantastic time here.
It’s very exciting with charging horses and gun battles.
Postcard 2 It’s great!
Postcard 3 It’s amazing.

8. หนงั สอื เรยี น หนา้ 8 กรอบ Check these words นักเรียนอา่ นออกเสียงคำศัพท์ในกรอบ แล้ว
นักเรียนกลุ่มบา้ นของเรา (home group) แตล่ ะกลุ่มช่วยกันบอกความหมายของคำศัพท์เหลา่ นี้
โดยเดาความหมายของคำศัพท์ท่ไี มร่ ูจ้ ากข้อความหรอื บรบิ ททแี่ วดล้อมคำศัพท์น้ัน ๆ ในกรณที ่เี ดา
ไมไ่ ดจ้ รงิ ๆ นกั เรยี นชว่ ยกนั เปดิ พจนานกุ รมเพื่อหาความหมาย
ครูชว่ ยอธบิ ายเพิม่ เติมว่า คำว่า fierce (adj) มคี วามหมายว่า โหดรา้ ย, ดุรา้ ย, บ้าระห่ำ, ป่าเถือ่ น
(physically violent and frightening) จงึ มักใช้ขยายหน้าคำนาม ต่อไปนี้ anger, assault, attack,
battle, combat, competition, dog, fight, fighting

14

เช่น There was fierce combat between the two sides.
สว่ นคำวา่ furiuos (adj) มคี วามหมายว่า โกรธมากหรือมีอารมณ์รนุ แรง (very angry, with great
energy, speed or anger)
เชน่ I was late and he was furious with me.

We had a furious debate about the death penalty.

re-enactment (n) a deliberate reconstruction of scenes from historical events

battle (n) a violent fight

commemorate (v) remember sth by means of a special event or action

(the) Civil War (n) a period of fighting between the North and South American

states (1861-1865)

charging (v-ing) running at sb either on foot or on horseback in order to attack

themcannon (n) a large gun on wheels

fire (v) cause a weapon to shoot missiles

cavalry fort (phr) a strong building where members of the cavalry (soldiers who

ride horses) were accommodated

weapons (n) objects used to kill or hurt people

mock (adj) used to describe sth that is not genuine but resembles the real

thing

cavalry display (phr) an exhibition of soldiers’ skills when riding horses

gladiator combat (phr) a single-handed fight between two men for

entertainment, in Roman times usually to the death

fierce (adj) wild; savage; aggressive

celebration (n) a special event to mark or remember an important date

army (n) a group of soldiers trained to fight on horseback (phr): riding a

horse

bow (n) a weapon for shooting arrows made of a long curved piece of wood

and a string

arrow (n) a long thin weapon sharp and pointed at one end and shot with abow

sword (n) a weapon with a long sharp blade and a handle

15

9. หนงั สือเรียน หนา้ 9 Ex. 3 นกั เรยี นอา่ นประโยค 1-6 และเตมิ คำศัพท์ท่ีกำหนดใหล้ งในชอ่ งว่าง เสรจ็
แล้วครสู ุ่มเรยี กนกั เรยี นออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน และนักเรยี นในห้องที่เหลอื ชว่ ยกันตรวจ
คำตอบ

1 commemorates 2 battles 3 armour 4 Gladiators

5 cavalry 6 Archers

10. หนงั สือเรียน หน้า 9 Ex. 5a นกั เรยี นจบั ค่กู นั แตล่ ะคนเลือกเทศกาลที่อยู่ในโปสตก์ ารด์ 1-3 มา
คนละ 1 เทศกาล จากน้ันสลับกนั พูดบรรยายเทศกาลดังกลา่ ว เพื่อให้คู่ของตนทายว่าคือเทศกาลใด
ครูให้นักเรยี นสลบั คู่อกี 1-2 คร้ัง เมอ่ื นกั เรยี นพดู ได้คล่องแล้ว ครูสุม่ เรียกนกั เรียนออกมาทำกจิ กรรม
อีกครั้งทห่ี นา้ ช้ัน เพ่ือให้เพ่ือน ๆ ทายว่าคือเทศกาลใด

A: The Romans used to spend a lot of time here. They built a cavalry fort.
Now people take part in gladiator combats and there are mock battles and
cavalry displays.

B: That’s the festival in Ribchester, North West England.

ขนั้ สรปุ
1. นกั เรยี นสรปุ เรอื่ งที่ได้อ่านในวันน้ี จากนน้ั ชว่ ยกนั บอกคำศัพท์ใหมท่ ่ีไดเ้ รียน แล้วนักเรียน
กลมุ่ My House แต่ละกลุม่ ชว่ ยกันนำคำศัพทด์ ังกลา่ วมาแต่งประโยค
2. นักเรียนกลมุ่ บ้านของเรา (home group) ไปคน้ ควา้ หาข้อมลู เกยี่ วกับเทศกาลในประเทศไทยทคี่ ล้าย
กับงานเทศกาลในโปสตก์ าร์ด เพือ่ นำมาใชใ้ นการทำกจิ กรรมในคาบเรยี นถดั ไป
3. แบบฝกึ หัด (Workbook) นักเรียนทำ Exs. 1-3 หนา้ 5 เปน็ การบ้าน เพื่อทบทวนคำศัพทท์ ีเ่ รียน

ชว่ั โมงท่ี 2
ขน้ั นำ

1. ทบทวนคำศัพท์ที่เรยี นไปเมอ่ื คาบเรยี นทแี่ ลว้ ดว้ ยการเล่นเกม Hangman เชน่ re-enactment,
commemorate, gladiator, archer, armour, cavalry, battle of Gettysburg, Civil War,
weapon, combat, lance, cannon

16

2. ครสู ุ่มถามนักเรยี นวา่ ปกติแล้วนกั เรยี นต่ืนนอน และมาโรงเรียนเวลาใด จากนัน้ ครูรวบรวมคำตอบจาก
นกั เรียนมาเขยี นไว้บนกระดาน

T: What time do you get up?
S1: I get up at 6 o’clock every day.
T: What time do you usually get to school?
S1: I usually get to school at 7 o’clock
3. ครถู ามนักเรียนว่า ตอนนี้นักเรยี นกำลังทำอะไรอยู่ หรืออาจหาภาพมาให้นักเรียนฝึกพูดบรรยายภาพ
T: What are you doing now?
S1: I’m studying.
T: What is he doing now? (ภาพคนกำลังอ่านหนังสือ)
S2: He is reading a book.

ขัน้ สอน
1. ครชู ้ใี ห้นักเรียนสังเกตวา่ คำถาม What time do you get up? What time do you usually get
to school? แตกตา่ งจาก What is he doing now? อย่างไร จากน้ันครูอธิบายวา่ คำถาม 2 คำถาม
แรก ใช้ present simple ซง่ึ เปน็ tense ทใี่ ช้บอกเล่าถงึ สภาพทเ่ี ปน็ จริงเสมอ หรือกจิ วตั รประจำวนั
เรอื่ งทที่ ำเป็นประจำหรือทำจนเปน็ นสิ ยั และตารางเวลา โดยยกตัวอยา่ งดังต่อไปนี้
- The sun rises in the East. (เรือ่ งจรงิ เสมอ)
- I usually get to school at 7 o’clock. (เร่ืองที่เกิดข้ึนเป็นประจำ)
- The train leaves the station at 11 o’clock. (ตารางเวลา)
จากนน้ั ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมวา่ ในประโยค present simple มกั จะมี adverb of time ท่ีใชบ้ อกความถ่ี
ดงั ตอ่ ไปนี้ always, usually, often, frequently, occasionally, sometimes, from time to
time, seldom, hardly, rarely, scarcely, every
ครูยกตัวอย่างประกอบบนกระดาน ดังนี้
- Anna often goes shopping with her aunt.
ครใู หน้ ักเรยี นช่วยกันเขียนโครงสร้างของประโยค present simple โดยดูจากตัวอยา่ งบนกระดาน

โครงสรา้ งประโยค present simple S + กริยารูป base form (-s/-es)

17

ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ วา่ ในประโยค present simple กรยิ าจะต้องเติม -s หรือ -es เม่อื ประธานเป็น
เอกพจน์ (He, She, It) หากประธานเปน็ รปู พหูพจน์ (I, You, We, They) กริยาใหค้ งรูป base form
ไว้ จากนนั้ ยกตวั อย่างให้นักเรียนดเู พิม่ เติมบนกระดาน

- She goes to church every Sunday.
- John goes to church every Sunday.
- We go to church every Sunday.
- I go to church every Sunday.
2. นกั เรยี นกลบั ไปดูคำถาม What are you doing now? บนกระดาน แล้วช่วยกนั พิจารณาวา่
ตา่ งจากประโยค present simple อย่างไร ครูอธบิ ายวา่ ประโยคดงั กล่าวเป็นการใช้ present
continuous
ซึ่งใชก้ ับเหตุการณท์ ่ีกำลังดำเนินอยใู่ นขณะทพ่ี ดู หรือช่วงเวลาที่พูด พร้อมท้ังยกตวั อย่างประกอบ
- She is eating dinner now.
- They are studying English right now.
ครใู ห้นกั เรยี นสังเกตประโยคท่ีครยู กตวั อย่างบนกระดานว่า present continuous มกั จะมี adverb
of time ทแ่ี สดงชว่ งเวลาที่กำลงั กระทำอยู่ ดงั ต่อไปน้ี
Adverb of time: now, at the moment, at the present time, right now เปน็ ตน้
โดยนอกจากจะใช้กล่าวถึงเหตกุ ารณท์ ่ีกำลังดำเนินอยแู่ ลว้ present continuous ยงั ใชก้ ล่าวถงึ
เหตกุ ารณ์ในอนาคตทมี่ ีการเตรียมการไว้แล้วได้ เช่น
- I’m going to Chiang Mai next month. (ผู้พดู อาจซ้ือตวั๋ เครอ่ื งบินหรือจองห้องพักไว้แลว้ )
หลังจากน้นั ครูใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันสรุป โครงสรา้ งของประโยค present continuous บนกระดาน
พร้อมกนั

โครงสรา้ งประโยค present continuous
S + is/am/are + v-ing

3. หนงั สอื เรียน หน้า 9 Ex. 4 นักเรียนเปลย่ี นประโยคในวงเล็บให้อยู่ในรูป present simple หรือ
present continuous เสร็จแล้วครูเฉลยคำตอบพร้อมกนั

1 stage (present simple – general situation/happens
every year) (present continuous – happening at the time

2 are watching 18
speaking)

3 are you planning (present continuous – future arrangement)

4 works (present simple – permanent stage)

5 aren’t taking (present continuous – future arrangement)

6 does the mock battle begin (present simple – timetable)

7 is preparing (present continuous – temporary situation)

4. นกั เรียนจับคกู่ บั เพ่ือน แล้วสลับกันสร้างประโยค โดยคนหนึ่งจะต้องสรา้ งประโยคดว้ ย present

simple และอีกคนหนง่ึ จะต้องพูด present continuous กลับมา ดังตัวอย่างตอ่ ไปนี้

S1: I always watch movie at theatre.

S2: I am watching movie at theater now. เปน็ ต้น

5. ครถู ามนักเรียนวา่ ผ้เู ขียนโปสต์การ์ดใช้ tense ใดมากท่สี ุดในการเขยี นบรรยาย เม่ือไดค้ ำตอบวา่

present simple แลว้ ครูให้นกั เรียนยกตวั อย่าง 4-5 ประโยค ครูอธบิ ายเพ่ิมว่า ผ้เู ขียนใช้ present

simple เพ่ือเล่าเกีย่ วกบั ข้อมูลท่ัว ๆ ไป ของเทศกาลท่ีไปเท่ยี ว เชน่ เทศกาลเกย่ี วกบั อะไร จากนัน้ ครู

อธิบายว่า นอกจากจะใช้ present simple แลว้ ผ้เู ขยี นยงั ใช้ present continuous เพอ่ื บอกเล่าถงึ

สง่ิ ทีต่ นเองกำลงั ทำ และอนาคตท่ีเตรยี มการไว้แลว้ ครใู หน้ ักเรียนช่วยกนั หาตวั อย่างของ present

continuous ทงั้ หมดในโปสต์การด์ ท้ัง 3 ใบ ครูเขยี นตัวอย่างที่นกั เรยี นบอกบนกระดาน

Postcard 1

- I’m having a fantastic time here.

- … today I’m watching ‘The Fight at Barlow’s Knoll’.

Postcard 2

- I’m visiting my cousins for the weekend.

- I’m going back to the gladiator ring to watch another match.

Postcard 3

- I’m visiting some friends here.

- … who are fighting with swords and shields.

6. ครเู ขยี นคำว่า postcard บนกระดาน ครูถามนักเรยี นวา่ เคยเขียนโปสต์การด์ หรือไม่ เขียนหาใคร

(คนทส่ี นิท, เพื่อน, พ่อแม)่ เขียนเม่อื ไร (ไปเทีย่ ว) ครสู รุปให้นักเรยี นฟังว่า เรามักจะเขียน

โปสต์การด์ ถงึ บุคคลท่เี รารู้จักหรือสนิทสนม ดังนนั้ ภาษาที่ใชจ้ งึ เป็นภาษาแบบไมเ่ ป็นทางการ

ครใู ห้นักเรียนช่วยกันบอกลกั ษณะของภาษาแบบไมเ่ ป็นทางการ เชน่ ใช้รปู ยอ่ ละคำสรรพนาม

ต่อมาครูใหน้ กั เรยี นสังเกตรูปแบบการเขียนโปสต์การ์ดท้งั 3 ใบ เช่น คำทกั ทาย ข้อความขึน้ ต้น และ

ลงท้ายเน้อื ความของจดหมาย เปน็ ตน้

ทกั ทาย

- Dear Adrian/Frank/Tina,

19

ขอ้ ความข้นึ ตน้ เนื้อความ
- Greetings from … /Hello from …!
ขอ้ ความลงท้ายเน้ือความ
- Tell you all about it when I get back next week,
- See you soon,
- See you when I get back,
ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ วา่ เราสามารถใส่คำลงท้ายก่อนลงช่ือดว้ ย เช่น Best wish, หรอื Love,
อยา่ งไรกต็ าม เนื่องจากเป็นการเขียนในลกั ษณะ informal โดยเขียนถึงคนทส่ี นิท ผ้เู ขยี นอาจลงแคช่ ่ือ
อยา่ งเดยี วก็ได้ เม่ือนักเรียนวเิ คราะหโ์ ครงสร้างของ email เสรจ็ แล้ว นักเรยี นอ่านคำอธบิ ายการเขยี น
โปสต์การ์ดในหนงั สอื เรยี น หน้า 125 และช่วยกนั อธบิ ายสง่ิ ทอี่ ่านให้ครฟู ัง
7. หนังสือเรียน หนา้ 9 Ex. 5b นกั เรยี นนำข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาลที่เตรียมไว้ลว่ งหน้ามาเขียนเรียบเรียง
เพื่อเปรยี บเทียบวา่ เทศกาลของไทยกบั เทศกาลในโปสต์การ์ดมคี วามเหมือนหรอื แตกต่างกนั อย่างไร
ครอู าจช่วยยกตวั อย่างโครงสร้างภาษาใหน้ กั เรยี นดูบนกระดาน เชน่

One festival that I can think of is … . It takes place in … . There is … .
This festival is similar to the ones in the postcards because it is concerned
with
weapons.
The difference is that it does not celebrate a battle, but the defence of our
country.
ครอู ธบิ ายวา่ ใหน้ กั เรยี นบอกขอ้ มูลทว่ั ๆ ไป ของเทศกาลก่อน แล้วจึงบอกสิ่งท่เี หมือนกับส่งิ ทีต่ ่าง
เมือ่ นักเรียนเขียนเสร็จ ครใู ห้นักเรียนหลาย ๆ คน พูดใหเ้ พื่อนฟัง
One festival that I can think of is the River Kwai Bridge Festival. It takes place
in Kanchanaburi every year in late November or early December. There is an
exhibition
about World War II and the history of the Death Railway and the Bridge on the
River Kwai. Besides, there is selling of five-star OTOP products, local products
and food, concerts by popular singers, a fun fair with exciting rides for
children, and raffle draws by Thai Red Cross Society.
This festival is similar to the ones in the postcards because there is sound &
light show that repeats the actions of the past event.

20

The difference is that re-enactors make an effort to appear authentic, but in

Thailand we present the light and sound in a new format which is modernised

and transformed into a spectacular action show to attract tourists.

8. หนังสือเรียน หนา้ 9 Ex. 6 ครเู ขียนคำวา่ Thailand Cultural Festival บนกระดาน และให้นกั เรียน

ช่วยกนั บอกชอื่ เทศกาลในประเทศไทย อาทิ ลอยกระทง สงกรานต์ วันเขา้ พรรษา เป็นต้น จากนั้นให้

นักเรียนเลือกเทศกาลมา 1 เทศกาล และสมมตวิ า่ นักเรยี นไดไ้ ปเทีย่ วเทศกาลดงั กลา่ ว ครใู หน้ กั เรียน

เขยี นโปสต์การด์ ถงึ เพื่อนเพื่อเล่าเกยี่ วกบั ประเด็นดงั ต่อไปนี้

- Write where you are. - Describe what kind of

festival it is.

- Write what you like most about the festival. - Describe what you are

doing now.

โดยใช้ present simple และ present continuous เหมอื นตวั อยา่ งโปสตก์ าร์ด 1-3 ในหนงั สือเรียน

หน้า 8-9 ครูอาจช่วยเหลอื นกั เรียนด้วยการเขยี นโปสต์การด์ เป็นตัวอย่างรว่ มกับนักเรยี นบนกระดาน

ก่อน จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นกลบั ไปเขียนด้วยตนเองเปน็ การบ้าน

Hi Christine,
Greetings from Kanchanaburi, Thailand! I’m having a fantastic time at the
River Kwai Bridge Festival. The festival takes place every year in late
November and early December. The highlight of the festival is the sound &
light show. It tells the history of the Death Railway and the Bridge on the
River Kwai. I love a big fair at the Bridge I’m eating local food and watching
a firework display now.
Talk to you soon,
Baimai

Weak classes: ครนู ำ Suggested Answer Key มาลบคำออก เพ่ือเวน้ ช่องว่างให้เด็กเตมิ คำดว้ ย
ตนเอง เชน่ Greetings from ______________, Thailand! I______________ a fantastic time
at the _________________ .

21

ขั้นสรุป
1. นักเรยี นทบทวนการใช้ present simple กบั present continuous แลว้ ชว่ ยกนั พดู บอกถึงส่ิงท่ีทำ
เปน็ ประจำทุกวันของตนเอง โดยใช้ present simple จากนน้ั พดู บรรยายส่ิงต่าง ๆ ท่ีกำลังเกิดรอบตัว
ในขณะนน้ั โดยใช้ present continuous
2. แบบฝกึ หัด (Workbook) นักเรยี นอ่านทบทวนเร่ือง present simple vs present continuous
หนา้ 34 แลว้ ทำ Exs. 1-3 เป็นการบา้ น

7. การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์การผ่าน
วธิ กี ารวัด หนงั สือเรยี น หนา้ 8-9 ร้อยละ 60
Exs. 2a-2b ระดบั คุณภาพ พอใช้
ตรวจการตอบคำถามจากการอา่ น แบบสงั เกตพฤติกรรมการ
(ต 1.1 ม. 4-6/4) เรยี นรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้
สงั เกตการพูดให้ข้อมูลส้ัน ๆ เกยี่ วกบั เทศกาล ระดับคุณภาพ พอใช้
ของเจ้าของภาษาจากเรอื่ งทอี่ ่าน แบบประเมินการพดู
(ต 1.2 ม. 4-6/4, ต 2.1 ม. 4-6/2)
ประเมนิ การพดู เปรยี บเทยี บเทศกาลของไทย แบบประเมินการเขียน
กบั ของเจ้าของภาษา (ต 2.2 ม. 4-6/2)
ประเมินการเขยี นโปสตก์ ารด์ (ต 1.3 ม. 4- แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึง ระดบั คุณภาพ ผา่ น
6/1, ประสงค์
ต 4.2 ม. 4-6/2)
สังเกตพฤตกิ รรมบ่งชดี้ า้ นใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันใน
การทำงาน และรกั ความเปน็ ไทย

8. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 หนังสอื เรียน Upload 6 ม. 6
8.2 แบบฝึกหัด Upload 6 ม. 6
8.3 Class Audio CDs ประกอบส่ือฯ ชดุ Upload 6 ม. 6
8.4 พจนานกุ รมอังกฤษ-องั กฤษ

22

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 2 Zapping

เวลา 2 ชวั่ โมง

จุดประสงค์ (Objectives)
- ตอบคำถามจากการฟังและอ่านได้
- สนทนาเกย่ี วกบั รายการโทรทัศน์ทชี่ อบและอยากจะดูได้

1. มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ต 1.1: ต 1.1 ม. 4-6/4
มาตรฐาน ต 1.2: ต 1.2 ม. 4-6/1
มาตรฐาน ต 2.1: ต 2.1 ม. 4-6/1
มาตรฐาน ต 4.1: ต 4.1 ม. 4-6/1

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การรแู้ ละเขา้ ใจคำศัพท์ สำนวนภาษา และเรอ่ื งทศี่ ึกษา ชว่ ยให้เข้าใจเร่ืองท่ีฟังและอา่ น สนทนา

เก่ยี วกบั รายการโทรทศั น์ท่ีชอบและอยากจะดูได้ ซ่ึงเป็นการส่ือสารในชีวติ ประจำวัน

3. สาระการเรียนรู้

3.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: TV programmes (chat show, wildlife programmes,

game/quiz show, news and weather, sitcom, cartoon, sport,

soap opera, documentary, police drama, comedy, film); verbs

(pass, check, prefer);

noun (TV guide); adverb (definitely); phrases (at war, what’s

going on)

Pronunciation: I’d /aɪd/

Grammar: -ing form & to-infinitive

Functions: expressing general preferences and specific preferences

2) Language Skills

Listening: ฟงั เพื่อหาขอ้ มูลเฉพาะ

Speaking: สนทนาเก่ียวกับรายการโทรทัศน์ทช่ี อบและอยากจะดู

23

Reading: อา่ นบทสนทนาเพื่อหาข้อมลู เฉพาะ
Writing: เขยี นบทสนทนาส้นั ๆ เกยี่ วกับรายการโทรทศั น์ทชี่ อบและอยากจะดู
3) Culture: รายการโทรทศั น์ เช่น soap opera, sitcom

4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน 4.2 ความสามารถในการคิด
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร

5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 5.2 ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
5.1 ใฝ่เรยี นรู้

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ 1
ขั้นนำ

1. ครูทักทายนกั เรียน จากน้นั ถามคำถามเก่ยี วกับตวั ของนกั เรียน เพ่ือนำเข้าสูบ่ ทเรียน ดังน้ี
Do you like watching TV?
How many hours do you watch TV a day?
Do you hate watching news?
Do you like watching dramas or series?
Do you watch TV with your family?
Who decides what to watch in your house?
What would you like to watch tonight?

2. นักเรยี นแบ่งกลุ่มยอ่ ย กลุม่ ละ 3-5 คน แลว้ ช่วยกันระดมสมองเขยี นรายการโทรทัศนใ์ หไ้ ด้
มากทส่ี ดุ ภายในเวลา 1 นาที (ตามความเหมาะสม) จากนนั้ แตล่ ะกลุ่มนับจำนวนรายการท่ีเขียนได้
เพอื่ ดวู ่ากล่มุ ใดเขียนได้มากที่สุด ครูใหน้ กั เรยี นกลมุ่ ท่ีเขยี นได้มากทีส่ ุดออกมาเขยี นบนกระดาน ส่วน
นักเรยี นกลมุ่ อื่น ๆ ช่วยตรวจความถูกต้อง และเพม่ิ เติมคำศพั ท์ท่กี ลุ่มตนเองมีแต่เพอื่ นไมไ่ ด้เขยี นบน
กระดาน

3. ครูถามนักเรยี นว่า นักเรียนเคยดกู ารต์ ูนเรอ่ื ง The Simpsons หรอื ไม่ ครอู าจเปิดคลปิ จาก
www.youtube.com ให้นกั เรยี นดู จากน้นั ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า The Simpsons เป็นการต์ นู ตลก
ล้อเลยี นปญั หาสงั คมดา้ นตา่ ง ๆ ท่ีมอี ยู่ทกุ ยุคทกุ สมัยในประเทศสหรฐั อเมริกา

24

ข้ันสอน

1. หนังสอื เรียน หน้า 10 Ex. 1a นักเรียนดูภาพรายการโทรทัศนใ์ นหนงั สือเรียน แล้วดวู า่

มรี ายการโทรทัศน์ใดทนี่ ักเรยี นไม่ไดเ้ ขียนไว้ในตอนตน้ ชัว่ โมงหรือไม่ จากนนั้ นักเรยี นช่วยกนั บอก

ความหมายของรายการโทรทัศนแ์ ต่ละรายการ เชน่

chat show (n) (รายการพูดคุยหรือสนทนา = talk show)

game/quiz show (n) (รายการเกมโชว์หรือตอบปัญหา)

news and weather (phr) (รายการขา่ วและรายงานสภาพอากาศ)

sitcom (n) (ละครซิตคอม ย่อมาจาก situation comedy)

soap operas (n) (ละครวทิ ย/ุ โทรทัศน์ทม่ี ักจะนำเสนอปัญหาชีวติ

หรือละครนำ้ เน่า เรียกสั้น ๆ วา่ soap )

documentary (n) สารคดี

police drama (n) ละครเก่ยี วกับตำรวจ

comedy (n) ภาพยนตร์หรือรายการตลก

เสรจ็ แล้วครูเปดิ CD ใหน้ ักเรียนฟังและฝึกอ่านออกเสยี งตาม จนนกั เรียนอ่านออกเสียงไดค้ ลอ่ ง

2. หนังสอื เรยี น หน้า 10 Ex. 1b ครอู ่านคำถามที่ให้มาและตรวจสอบความเขา้ ใจ จากน้ันนักเรยี น

จับคกู่ นั พูดถาม-ตอบ เสร็จแล้วครรู วบรวมคำตอบจากนักเรียนอกี คร้ัง

I watch TV for about two hours every night. My favourite programme is a
police drama called ‘The Mentalist’. It’s about a man called Patrick Jane
who helps the police catch criminals using his powers of observation.

3. หนงั สือเรยี น หนา้ 10 Ex. 2a นักเรยี นอ่านคำส่งั จากนนั้ เดาเนือ้ เรื่องก่อนการอ่าน โดยอ่านบทพดู
โต้ตอบระหว่าง Molly กับ John 2 บทแรก แลว้ ตอบคำถามที่ให้มาทถ่ี ามวา่ Molly กับ John กำลงั
ตดั สนิ ใจกันเรื่องอะไร ครรู วบรวมคำตอบจากนักเรยี น แลว้ จึงเปดิ CD ใหน้ กั เรยี นฟังและอ่าน
บทอ่านตามไปด้วยเพือ่ ตรวจคำตอบ เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียนอกี ครั้งและเฉลยคำตอบ
พร้อมกนั

They are deciding what to watch on TV.

25

Advanced classes: นกั เรียนปดิ หนังสือเรียน แล้วครูเปิด CD ใหน้ ักเรยี นฟงั เพ่ือตรวจคำตอบ
เสร็จแลว้ จึงให้นกั เรยี นเปดิ หนงั สอื เรียนและฟงั CD อีกคร้ัง
4. หนงั สอื เรยี น หนา้ 10 Ex. 2b นกั เรยี นอ่านข้อความ 1-6 จากน้นั ครแู นะนำว่า ให้ใชว้ ธิ ีการอ่าน
แบบ scanning โดยสงั เกตคำหรอื วลีในขอ้ ความ 1-6 แล้วยอ้ นไปดูบทสนทนาเพ่อื ดูวา่ ขอ้ ความ
ทใ่ี หม้ าเกี่ยวกับเนือ้ เร่ืองส่วนใด ครูย้ำวา่ คำ วลี หรือประโยคในเน้ือเร่ืองอาจไมเ่ หมือนกบั ในข้อความ
1-6 เพราะอาจมีการใช้คำพ้องความหมาย (synonym) คำท่มี คี วามหมายตรงกันขา้ ม (opposite)
หรอื การกลา่ วซ้ำโดยใชภ้ าษาท่ีแตกต่างออกไป (paraphrasing) เมื่อเติมประโยคเสรจ็
ให้อา่ นทบทวนและตรวจว่า ประโยคทีเ่ ติมนัน้ ถูกต้องตามหลกั ไวยากรณ์หรือไม่
จากนนั้ นกั เรยี นเติมข้อความ 1-6 ใหเ้ ป็นประโยค เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบจากนกั เรียนและเฉลย
คำตอบพร้อมกนั

1 a documentary about ship at war
2 game shows
3 police drama Criminal Minds
4 the film Twilight
5 at 9 o’clock
6 get some popcorn

5. หนังสอื เรียน หน้า 10 กรอบ Check these words นักเรียนอา่ นออกเสียงคำศัพท์ในกรอบ
แลว้ ช่วยกันบอกความหมายของคำศัพทเ์ หลา่ นี้ โดยใชว้ ธิ ีเดาความหมายของคำศัพท์ที่ไม่รู้
จากข้อความหรือบริบทท่ีแวดล้อมคำศพั ท์นน้ั ๆ (context clues) หรอื เปดิ พจนานุกรม เพื่อหา
ความหมายของคำศัพท์

at war (phr) the state of one country fighting with another

pass (v) give

TV guide (n) a magazine which tells you what is on TV

check (v) find out

what’s going on (phr) what is happening

prefer (v) choose or want one thing instead of another

definitely (adv) without a doubt

26

6. หนงั สือเรียน หน้า 10 Ex. 3 นักเรียนอา่ นประโยคที่ให้มา แลว้ นำคำศพั ท์จากกรอบ Check these
words มาเตมิ เพ่ือทำใหเ้ ป็นประโยคท่ีสมบรู ณ์ เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบและเฉลยพร้อมกัน

1 TV guide 2 pass
3 Check 4 what’s going on

7. หนงั สอื เรยี น หนา้ 11 Ex. 7 นกั เรียนจบั คู่กัน แลว้ แต่งบทสนทนาเหมือนอยา่ งใน Ex. 2 โดยอาจใช้
รายการทวี ขี องไทยหรอื ของต่างประเทศก็ได้ เสร็จแล้วนกั เรยี นฝกึ ซ้อมแสดงบทสนทนา
แล้วมาแสดงให้ครดู ูในคาบเรียนถัดไป

A: Hey Paul! What’s on TV?
B: I’m watching a documentary about building bridges. It’s very

interesting.
A: Sounds boring to me. Is there anything better to watch?
B: Pass the TV guide and I’ll check. This finishes in 10 minutes

and then it’s ‘Young Sheldon’.
A: Oh, I like watching sitcoms.
B: Well, you can watch it without me. I hate them!
A: So, what else is there?
B: The medical drama, ‘Chicago Med’ is on the other channel.
A: I love that programme. Can we watch that?
B: OK, but I’m definitely watching ‘Game of Thrones’ at 9 o’clock.

It’s my favourite.
A: Great! I’d like to see that too.

Weak classes: ครแู บ่งนักเรียนเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละเดก็ เก่งเดก็ อ่อน แลว้ แตล่ ะกลมุ่ แบง่
บทบาทกนั ว่าใครจะเป็นนักแสดง ใครจะเป็นคนพดู บอกบทใหเ้ พื่อน ในการฝึกซ้อม
การให้เพ่ือนบอกบทใหจ้ ะช่วยให้นกั เรยี นฝกึ พดู ได้เป็นธรรมชาติมากกวา่ วธิ ีการอา่ นบทด้วยตนเอง
หรอื ในอีกกรณี ครอู าจแบง่ นักเรยี นเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน แล้วแบ่งครงึ่ บทสนทนาออกเป็น 2 ส่วน มี
นักแสดงที่เปน็ Molly 2 คน และ John 2 คน และผูช้ ่วยบอกบทอีก 2 คน เพื่อให้บทสนทนาไม่ยาว
จนเกินไป

27

ขนั้ สรปุ
1. นักเรียนสรปุ คำศัพท์ที่เรียนในวนั นี้
2. นักเรียนดบู ทสนทนาอกี ครัง้ และสรุปวิธกี ารใช้ like, would like และ prefer
3. เม่ือได้คำตอบแล้ว ใหน้ ักเรยี นแต่งประโยคโดยใช้ like + v-ing (like doing something), would
like + to infinitive (would like to do something) และ prefer + to infinitive (prefer to do
something)ร่วมกับคำศพั ทท์ ี่เรยี นในวันนี้
เชน่ I like watching police dramas.
I would like to watch a sitcom but my mother hates watching it.
I hate watching news. I prefer to watch cartoons.
4. แบบฝกึ หัด (Workbook) นักเรียนทำ Ex. 4 หนา้ 6 เปน็ การบา้ น

ชั่วโมงที่ 2

ขน้ั นำ

1. ทบทวนคำศัพทเ์ กย่ี วกับ TV programmes ดว้ ยการใหน้ ักเรยี นเล่นเกม Hangman

2. ครใู ห้นักเรียนแถวหนา้ ลกุ ขนึ้ ยืนทลี ะคน และถามเพ่ือนทนี่ ่ังหลงั หอ้ ง โดยใช้คำถาม

Do you like watching …?

Do you enjoy watching …?

Do you hate watching …?

3. ครถู ามนักเรียนวา่ What would you like to do after school? และรวบรวมคำตอบจากนกั เรียน

หลาย ๆ คน เช่น

I would like to play football.

I would like to go to the library.

I would like to go shopping.

ขนั้ สอน

1. ครูเขยี นประโยคตัวอย่างต่อไปนบี้ นกระดาน

I love to watch films. I love watching films.

I like to watch game shows. I like watching game shows.

I hate to watch news. I hate watching news.

I prefer to watch sitcoms. I prefer watching sitcoms.

นกั เรียนช่วยกันบอกหลักการใช้ love, like, hate และ prefer จนไดค้ ำตอบวา่ love, like, hate,

prefer + to-infinitive หรือ -ing form ก็ได้

ในการบอกว่าเราชอบสิง่ หนึ่งมากกว่าอกี สิง่ หน่ึง เราจะใช้ prefer กบั to (ไม่ใช้ than) ดังนี้

28

I prefer tea to coffee.
We prefer going by ferry to flying.
การใช้ prefer นัน้ เป็นการบอกวา่ ชอบสงิ่ หน่งึ มากกวา่ อีกสิง่ หนึง่ ในสถานการณ์ทว่ั ๆ ไป เชน่
(ปกตแิ ลว้ ) ฉนั ชอบดืม่ ชามากกว่ากาแฟ
2. ครูเขียนตัวอย่างตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน เพื่อให้นักเรียนวเิ คราะห์โครงสร้างประโยค
I enjoy watching films.
I don’t mind watching documentaries.
I’d like to watch a documentary.
I’d love to watch a comedy.
I’d prefer to watch a sitcom.
จนไดค้ ำตอบว่า
enjoy, don’t mind + -ing form
would like, would love, would prefer + to-infinitive
ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมวา่ การใช้ would prefer ในการบอกว่า ชอบสงิ่ หนึง่ มากกว่าอีกส่งิ หนึ่งน้นั จะใช้
to หรือ rather than ในการเปรียบเทียบ ดังน้ี
I would prefer tea to coffee.
I would prefer to watch TV rather than listen to music.
ครใู หน้ ักเรยี นสังเกตว่า หลัง rather than จะใช้ infinitive without to
โดย would prefer นัน้ ใชบ้ อกความชอบในสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง เช่น (ในตอนนี้) ฉนั อยากดื่ม
ชามากกว่ากาแฟ
3. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ วา่ -ing form และ to-infinitive ทีน่ กั เรียนเห็นในตัวอยา่ งประโยคบนกระดาน
น้ันทำหนา้ ท่เี ป็นกรรม แต่ทงั้ -ing form และ to-infinitive สามารถเป็นประธานของประโยคได้
โดยถ้า -ing form ทำหน้าทเี่ ปน็ ประธานของประโยคจะเรียกวา่ gerund
To give is better than to receive.
Swimming makes you fit.
4. ครูเขยี นประโยคตวั อยา่ งการใช้ would rather บนกระดาน
I’d rather stay at home than go out tonight.
I’d rather watch TV than go to the cinema.
I’d rather listen to music than watch TV.
I’d rather watch that than (watch) what you’re watching now.
I’d rather go to the concert than (go to) the play.

29

5. นักเรียนวิเคราะห์โครงสร้างประโยคและบอกการใช้ would rather เสรจ็ แลว้ ครูสรุปใหน้ กั เรียนฟัง
would rather + infinitive without to (+ than + infinitive without to)

โดย would rather ใช้พดู บอกว่า ชอบส่ิงหน่ึงมากกว่า (อกี ส่ิงหน่ึง) เหมือน would prefer
ครยู กตวั อย่าง would prefer และ would rather บนกระดาน เพ่ือใหน้ ักเรยี นสงั เกตความแตกตา่ ง

Peter would rather watch TV (than listen to music).
Peter would prefer to watch TV (rather than listen to music).
โครงสรา้ ง คือ would rather + infinitive without to (+ than + infinitive without to)

would prefer + to-infinitive (+ rather than + infinitive without to)
6. หนังสอื เรียน หนา้ 11 Ex. 4a นกั เรียนอา่ นข้อมูลในตาราง และช่วยกนั อธบิ าย จากน้นั หาตวั อยา่ ง

ประโยคจากบทสนทนาใน Ex. 2a

I like watching game shows.
I’d prefer to watch that rather than what you’re watching now.
I’d like to see that too.

7. หนังสอื เรียน หนา้ 11 Ex. 4b นักเรยี นเติมชอ่ งว่างในประโยค โดยเปล่ียนคำในวงเล็บให้อยู่ในรูป ที่
ถกู ต้อง บางข้ออาจตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ จากน้นั ครูเฉลยคำตอบพรอ้ มกนั

1 A: watching/to watch B: watching/to watch
2 A: to relax B: to go
3 A: listening B: watching/to watch
4 A: answering/to answer
5 A: to star B: to see
6 A: to see B: to appear
B: to go

8. ครูนำเสนอโครงสร้างทใ่ี ชใ้ นการพูดถาม-ตอบเกย่ี วกบั ความชอบท่เี ฉพาะเจาะจงดว้ ยการเขยี น
บทสนทนาส้ัน ๆ ตอ่ ไปนีบ้ นกระดาน
A: Do you want to watch Game of Thrones?
B: Not really. I’d rather watch NCIS.
A: Do you want to play golf this weekend?
B: I’d prefer to play football (rather than play golf this weekend).

30

A: Would you like to have dinner with us?
B: Oh, I’m sorry. I’d rather have an early night.
9. ครสู งั เกตการออกเสียง I’d, Would you …? และ to ของนกั เรยี น แลว้ อธิบายการออกเสยี งให้
นกั เรยี นฟัง
I’d /aɪd/
would you … /wʊdʒə/
to /tə/
ครยู ำ้ ว่า เม่อื เสยี ง /d/ ท้ายคำวา่ would กบั /j/ ต้นคำว่า you เชอ่ื มกนั จะกลายเปน็ เสียง /dʒ/
ส่วนคำสรรพนาม you และคำบุพบท to เป็นคำท่ีมกั ไม่ได้รับการลงเสยี งหนักในประโยค
จงึ ออกเสยี งในรปู weak form เสียงสระจงึ เป็นเสยี ง schwa sound /ə/
จากนน้ั ครูให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงประโยคต่อไปนี้
I’d rather have a quiet night in front of the TV.
(ฟังเสียงประโยคนีไ้ ดท้ ี่ http://www.ldoceonline.com/dictionary/would-rather)
I’d like to see that film.
Would you like to come with us?
What would you like to eat?
(ฟังเสียงประโยคไดท้ ี่ http://www.ldoceonline.com/dictionary/would-like)
ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ ว่า would rather กบั would prefer มีความหมายวา่ อยาก ... (เพ่ือบอก
ความชอบในสถานการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่สถานการณ์ท่ัว ๆ ไป) สว่ นคำว่า would like มีความหมาย
เหมือนคำวา่ want แต่สุภาพมากกว่า
จากนนั้ ครูถามคำถามนักเรียน 4-5 คน เกย่ี วกับความชอบในสถานการณ์ท่เี ฉพาะเจาะจง แล้วให้
นกั เรียนตอบโดยใชโ้ ครงสร้างภาษาบนกระดาน เช่น
T: Would you like to go to the cinema tonight?
S1: Sorry, I would rather stay at home.

T: Do you want to play football with me after class?
S2: Sorry, I’d prefer to go home. I have to study.

10. หนงั สอื เรียน หนา้ 11 Ex. 5 นักเรยี นอ่านสำนวนภาษาท่ีใชใ้ นการแสดงความชอบในสถานการณ์
ท่เี ฉพาะเจาะจง (specific preference) ร่วมกนั จากนน้ั ครูอา่ นข้อมลู ท่ีกำหนดให้ แลว้ ใหน้ ักเรียน
ช่วยกันอธบิ ายสถานการณ์ เม่ือเข้าใจแล้ว นกั เรียนจบั ค่กู นั แตง่ บทสนทนาสัน้ ๆ โดยครเู ดินสงั เกตและ
ใหค้ ำแนะนำทจี่ ำเปน็ เสรจ็ แล้วครสู ุ่มเรยี กนักเรยี นหลาย ๆ คู่ ออกมาพูดหน้าชัน้ เรียน

31

A: Would you like to go to the cinema? B: I’d prefer to watch a DVD.
A: Would you like to eat out tonight? B: I’d rather get a takeaway.
A: Do you want to watch a documentary? B: I’d prefer to watch sport.

11. หนงั สอื เรียน หน้า 11 Ex. 6 ครอู ธบิ ายว่า นักเรยี นจะได้ฟังบทสนทนาระหวา่ งเพ่ือน 2 คน ไดแ้ ก่ Ian

และ Fiona พดู คยุ กนั เก่ียวกับรายการโทรทศั น์ที่ Ian ดเู มอ่ื คืนนี้ และรายการโทรทัศนท์ ่ีคนใน

ครอบครวั ของ Ian ช่นื ชอบ

จากนน้ั นกั เรยี นอ่านชือ่ และประเภทของรายการโทรทัศนท์ ่ีใหม้ า แลว้ ครูสอนคำศัพทก์ ่อนการฟงั

ดว้ ยการยกตัวอยา่ งประโยค แล้วใหน้ กั เรียนช่วยกันอธบิ ายความหมาย

I think I’ll give badminton a miss tonight.

Jazz just isn’t my cup of tea – I prefer classical music.

Mum was out so I stayed at home to keep my younger sister company.

Why don’t you come round for lunch?

give something a miss (idm) ตดั สนิ ใจทจี่ ะไม่ทำบางส่ิง

not somebody’s cup of tea (idm) ไมใ่ ช่สิง่ ท่ีชอบหรือสนใจ

keep somebody company (phr) อยู่เปน็ เพื่อน (เพื่อทีเ่ ขาจะไม่ได้อยู่ตามลำพัง)

come round (phr v) มาหา, แวะ

ครูอธบิ ายวา่ การฟังและจบั คู่ลกั ษณะนี้ เป็นการฟงั เพอื่ หาขอ้ มลู เฉพาะ หมายความว่า นกั เรียน

ไม่จำเป็นต้องฟังออกทุกคำ แตใ่ ห้ฟงั ข้อมลู ทต่ี อ้ งการ คือ ประเภทของรายการโทรทัศนท์ ี่ Ian และ

ครอบครัวชนื่ ชอบ ต่อมาครเู ปิด CD ใหน้ กั เรยี นฟงั และทำกิจกรรม เสร็จแลว้ ครูรวบรวมคำตอบจาก

นักเรยี นและเฉลยคำตอบพร้อมกนั

1D 2C 3E 4A 5B

12. ครนู ำ Tapescript ของ Ex. 6 มาตดิ บนกระดาน แล้วเปิด CD ให้นักเรียนฟัง 1-2 ครง้ั จากน้นั
นกั เรียนทำงานกลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน แตง่ บทสนทนาคล้าย ๆ กบั บทสนทนาใน Ex. 6 ครงึ่ แรก เม่อื แต่ง
เสร็จแลว้ นกั เรยี นฝกึ ซ้อมสนทนากัน โดยสมาชกิ ในกลุ่มแบ่งบทบาทกนั เป็นนกั แสดง 2 คน และคน
พูดบอกบท 2 คน

32

A: Hi, Ken. Where were you last night? I didn’t see you at the library.
B: Oh hi, Anne. I was really tired and thought I’d rather stay home and
watch something on TV instead.
A: I see. Was there anything good on TV?
B: I watched While You Were Sleeping. It was great. You know how I love
watching Korean dramas.
A: Yes, it’s easy to get addicted to them. Did your sister Kate watch it with
you?
B: No, it’s not really her cup of tea. She prefers watching singing
competitions like The Mask Singer.
A: How about your brother Ton? Did he keep you company?
B: No way! He really hates watching TV! The only time he does is when
there’s a football match.
A: I see. Oh, I’m late. I have to go now.
B: OK. See you later then.
A: See you. Bye.

ขนั้ สรุป
1. นกั เรียนทำงานคสู่ รุปคำกรยิ าทตี่ ้องตามดว้ ย -ing form หรือ to-infinitive แล้วช่วยกนั ยกตวั อยา่ ง
ประโยค
2. นกั เรียนสรุปสำนวนภาษาท่ใี ชบ้ อกความชอบทเี่ ฉพาะเจาะจง
3. แบบฝึกหัด (Workbook) นักเรยี นอา่ นทบทวนเรอื่ ง expressing preferences and specific
preference ในหน้า 35-36 แล้วทำ Ex. 1 เป็นการบ้าน

33

7. การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์การผ่าน
วิธีการวัด
หนังสือเรยี น หนา้ 10 Exs. 2a-2b, รอ้ ยละ 60
ตรวจการตอบคำถามจากการอ่านและ
การฟงั (ต 1.1 ม. 4-6/4) หนา้ 11 Ex. 6
ประเมินการสนทนาเกย่ี วกับรายการ
โทรทศั นท์ ่ีชอบและอยากจะดู (ต 1.2 แบบประเมนิ การพดู ระดับคุณภาพ พอใช้
ม. 4-6/1, ต 2.1 ม. 4-6/1, ต 4.1 ม. 4-
6/1) แบบประเมนิ คุณลักษณะ ระดับคุณภาพ ผา่ น
สงั เกตพฤตกิ รรมบ่งชดี้ า้ นใฝ่เรยี นรู้และ อนั พงึ ประสงค์
มุ่งมั่นในการทำงาน

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 หนงั สอื เรยี น Upload 6 ม. 6
8.2 แบบฝกึ หดั Upload 6 ม. 6
8.3 Class Audio CDs ประกอบส่ือฯ ชดุ Upload 6 ม. 6
8.4 พจนานกุ รมอังกฤษ-อังกฤษ

34

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 Sports เวลา 1 ชัว่ โมง

จดุ ประสงค์ (Objectives)
- ตอบคำถามจากการอา่ นได้
- สนทนาสั้น ๆ เกี่ยวกับกีฬาหรือกจิ กรรมที่อยากจะทำและอุปกรณ์ท่จี ำเปน็ ได้
- พดู และเขยี นให้ข้อมูลเกยี่ วกบั เรื่องท่ีอา่ นได้

1. มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ต 1.1: ต 1.1 ม. 4-6/4
มาตรฐาน ต 1.2: ต 1.2 ม. 4-6/1, ต 1.2 ม. 4-6/4
มาตรฐาน ต 1.3: ต 1.3 ม. 4-6/1
มาตรฐาน ต 4.1: ต 4.1 ม. 4-6/1

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การรแู้ ละเข้าใจคำศัพท์ โครงสรา้ งภาษา และเร่ืองที่ศึกษา ช่วยให้เขา้ ใจเรื่องท่ีอา่ น พูดและเขียน

ให้ข้อมูลเก่ียวกับเรื่องท่ีอา่ น สนทนาเก่ยี วกบั กีฬาที่อยากจะเลน่ และอปุ กรณ์ท่ีจำเปน็ ซ่ึงเป็นการสอ่ื สารใน
ชวี ติ ประจำวนั

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 ทกั ษะเฉพาะวชิ า

1) Language Features and Functions

Vocabulary: sports equipment (flippers, net, snorkel, stick, gloves,

ball, mask, bat, puck, helmet, goggles); sports venues (stadium,

ice rink, court, sea, football pitch, track, pool); verb (bounce);

nouns (playing field, referee, opponent, drawback, spectator,

gymnastics, martial arts, court,

trampoline); adjectives (underwater, impossible, inflatable,

creative); phrases (come up for air, diehard fan)

Pronunciation: -

Grammar: (to-) infinitive

Functions: describing a sport

35

2) Language Skills

Reading: อ่านเพื่อหาข้อมูลเฉพาะ

Speaking: สนทนาสนั้ ๆ เกีย่ วกับกีฬาหรือกิจกรรมที่อยากจะทำและอุปกรณ์ทีจ่ ำเปน็

พดู ให้ข้อมลู เก่ียวกบั เร่อื งที่อา่ น

Writing: เขียนประโยคโดยใชโ้ ครงสร้างภาษาท่ีเรียน

เขยี นให้ข้อมูลเก่ยี วกับอุปกรณท์ ี่จำเป็นในการเล่นกีฬา Octopush และ

Bossaball

3) Culture: กฬี า Octopush และ Bossaball

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน 4.2 ความสามารถในการคดิ
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 5.2 มงุ่ ม่ันในการทำงาน

5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
5.1 ใฝ่เรียนรู้

6. กิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นนำ

1. นักเรยี นแบง่ กลุ่มย่อย ชว่ ยกันเขียนชอื่ กีฬาให้ได้มากทส่ี ดุ ภายในเวลา 1 นาที เช่น badminton,

baseball, basketball, hockey, ice hockey, swimming, tennis, volleyball, boxing,

football, American football, water polo จากน้นั กล่มุ ที่เขียนได้มากที่สุดออกมาเขียนคำศัพทบ์ น

กระดาน สว่ นกลมุ่ อืน่ ทำหน้าทตี่ รวจความถกู ต้อง และเพิม่ เติมคำศัพท์ทก่ี ลุ่มตนเองมีแตเ่ พ่ือนยังไม่ได้

เขียน

2. หนงั สอื เรียน หนา้ 12 Ex. 1a นกั เรยี นอ่านคำถามที่ให้มา จากนั้นครูรวมรวมคำตอบจากนกั เรยี น

หลาย ๆ คน เชน่

T: What is your favourite sport? S1: I like football.

T: How often do you play it? S1: I play it after class once a week.

T: Who do you play with? S1: I play with my classmates.

3. ครูถามนักเรยี นวา่ รจู้ ักกีฬาฮอกกี้ (hockey) หรอื ไม่ ครูให้นักเรียนทร่ี จู้ ักอธิบายใหเ้ พ่อื นฟงั

แลว้ ครชู ว่ ยเสริม จากน้ันครูถามนกั เรยี นวา่ อยากลองเล่นฮอกก้ใี ต้น้ำหรือไม่ ท่ีประเทศอังกฤษ

มกี ารเล่น hockey ใต้นำ้ เรยี กว่า underwater hockey หรือมีชอ่ื เรียกอีกอย่างวา่ Octopush กีฬา

ชนิดนีค้ ิดคน้ ขน้ึ โดยทหารเรือของอังกฤษ โดยนอกจากจะเล่นในประเทศองั กฤษแล้ว ยงั แพรห่ ลายไป

ยงั ประเทศอื่น เชน่ ออสเตรเลยี แคนาดา แม้แตใ่ นเอเชีย เชน่ ฮอ่ งกง กน็ ยิ มเล่นเชน่ กัน

ครอู าจเปิดคลปิ กีฬาชนิดน้ีให้นกั เรยี นดทู ี่ www.youtube.com โดยพิมพ์ชื่อคลิป underwater

36

hockey (Octopush) หรือเข้าไปที่ https://www.youtube.com/watch?v=AM3MnsdhgOk

โปโลนำ้ (water polo) เปน็ กฬี าทางนำ้ ประเภททีม ทีมหนึ่งประกอบดว้ ยผู้เลน่ 6 คน
และผรู้ ักษาประตูอกี 1 คน ผู้แขง่ ขนั ต้องพยายามทำคะแนนจากฝ่ายตรงข้ามให้มาก
ทีส่ ุด การเล่นจะมีองคป์ ระกอบท้งั การว่ายนำ้ ผูเ้ ลน่ จะโยนลกู บอลเข้าไปทำประตูใน
ฝา่ ยตรงกันขา้ ม
ฮอกกี้ (hockey) เปน็ กีฬาแข่งขนั กนั ระหว่าง 2 ทีม มีผเู้ ล่นฝา่ ยละ 11 คน โดยการตี
ลกู บอล ทมี่ ีลกั ษณะกลม แข็ง ท่เี รยี กวา่ ลกู พคั (puck) ให้เขา้ ประตูตาขา่ ยของฝั่ง
ตรงกนั ขา้ ม โดยจะใหล้ กู บอลถูกส่วนหน่ึงส่วนใดของร่างกายไม่ได้ เว้นผู้รักษาประตทู ม่ี ี
สิทธิใช้เทา้ เตะและมือปัดลูกได้แต่กเ็ ฉพาะในเขตทีย่ ิงประตูเทา่ น้ัน การยงิ ประตูท่ีถอื วา่
ได้ประตูต้องเปน็ การยิงจากภายในเขตประตู คือ ภายในเขต 16 หลา โดยมีเส้นโค้งเป็น
เครอ่ื งหมาย เรียกกนั เปน็ ทีเ่ ข้าใจว่าหัวกะโหลก คือจะต้องพาลูกเข้าไปยงิ ประตูภายใน
หัวกะโหลกนนั้
ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/โปโลน้ำ

https://th.wikipedia.org/wiki/ฮอกก้ี

4. ครูถามนักเรียนว่า Do you know bossa nova? ครูอธิบายให้นักเรียนฟงั (A style of Brazilian
music derived from samba but placing more emphasis on melody and less on
percussion.) จากนั้นครถู ามนักเรียนวา่ คิดว่ากีฬาท่ีผสมกันระหวา่ งวอลเลย์บอล ฟตุ บอล ยมิ นาสตกิ
และเพลง bossa nova จะเป็นอยา่ งไร ครูใหน้ ักเรยี นช่วยกันอธบิ ายสิง่ ที่นักเรียนจนิ ตนาการ
ครูอาจเปิดคลิปวดิ ีโอกีฬา bossaball ใหน้ ักเรียนดู โดยพิมพช์ อ่ื คลิป Bossaball - 10 years mixing
volleyball, soccer and gymnastics with music ใน www.youtube.com หรอื เขา้ ไปที่
https://www.bossaballsports.com/

5. ครบู อกว่า วนั นน้ี กั เรยี นจะได้อา่ นเร่ืองเกีย่ วกับ Octopush กบั Bossaball

ขนั้ สอน

1. หนังสือเรยี น หน้า 12 Ex. 1b นกั เรยี นดูภาพอุปกรณ์กีฬาท่ีให้มา แลว้ ช่วยกนั บอกวา่ คอื อะไร และ

ใชเ้ ล่นกีฬาชนิดใด

Picture 1 ตนี กบ (ดำนำ้ ตน้ื snorkeling)

Picture 2 ไมต้ เี บสบอล (เบสบอล)

37

Picture 3 ลูกเบสบอล (เบสบอล)

Picture 4 ถุงมือ (แข่งมอเตอรไ์ ซค์ motorbike racing)

Picture 5 หน้ากากดำนำ้ (ดำนำ้ ตื้น snorkelling)

Picture 6 ทอ่ ช่วยหายใจใต้น้ำ (ดำนำ้ ต้ืน)

Picture 7 ลูกบอล/ลกู ฮอกกี้ (ฮอกก้ี)

Picture 8 ไม้ตฮี อกกี้ (ฮอกกี้)

Picture 9 แว่นตาว่ายน้ำ (ว่ายนำ้ , โปโลน้ำ)

Picture 10 หมวกกนั น็อกหรือหมวกนิรภัย (อเมริกันฟุตบอล)

Picture 11 ตาขา่ ย (วอลเลยบ์ อล)

จากนั้นนักเรยี นจบั คู่ภาพกบั คำศพั ท์ท่ใี หม้ า เสรจ็ แล้วครูเปิด CD ใหน้ กั เรยี นฟัง เพื่อตรวจคำตอบ

ครูเปิดอีก 1-2 คร้งั เพ่อื ให้นกั เรียนฝกึ อา่ นออกเสียงตาม

1 flippers 7 puck
2 bat 8 stick
3 ball 9 goggles
4 gloves 10 helmet
5 mask 11 net
6 snorkel

2. ครเู ขยี นชื่อบทอา่ นบทกระดาน Sports with a Twist ครูอธบิ ายว่า twist นอกจากจะแปลว่า บดิ
ยังแปลว่า การเปล่ียนแปลง, ความแตกตา่ ง (variation) Sports with a Twist จึงแปลได้ว่า กีฬาที่
ไมเ่ หมือนเดิมหรือกีฬาท่ีแตกตา่ ง จากนัน้ ครสู อนคำศัพท์ก่อนการอา่ น
We only lost the game because the referee was biased.
She hit the ball so hard that her opponent had no chance to establish any
rhythm in her game.
One of the drawbacks of living with someone is having to share a bathroom.
They won 4–0 in front of over 40,000 cheering spectators.
An example of a diehard fan is a person who goes to see a losing team play
every single game, even in the rain or if the game is a practice game.
Mum was cook, chauffeur, nurse and entertainer all rolled into one.
Before you use an inflatable pool, you have to fill it with air.
My younger sister loves jumping on trampolines.

38

referee (n) กรรมการ
opponent (n) คตู่ ่อสู้
drawback (n) ขอ้ เสยี
spectator (n) ผชู้ ม
diehard (adj) (แฟน) พนั ธ์แุ ท,้ ทเ่ี ปลี่ยนแปลงยากหรอื ไมย่ อมรับความคดิ ใหม่
(all) rolled into one (idm) รวมเป็นหนึ่ง
inflatable (adj) ซง่ึ เตมิ ลมได้, ซึง่ พองได้
trampoline (n) แทรมโพลีน เครอื่ งเล่นสำหรบั กระโดด
3. หนงั สือเรยี น หนา้ 12 Ex. 2a นักเรียนดูภาพประกอบบทอ่านทัง้ สองภาพ จากนั้นจับคู่กับเพ่ือน
ตอบคำถามท่ีให้มา เสรจ็ แลว้ ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน

I’ve never played either of these sports, but they look like fun. You need a s
tick, a puck,
a snorkel, flippers, a mask and gloves to play Octopush. You need a ball, a
net and an inflatable court to play Bossaball.

4. หนังสือเรยี น หน้า 12 Ex. 2b นักเรยี นอ่านคำถามท่ีให้มา เม่อื อ่านเข้าใจแลว้ ให้สังเกตคำหรอื วลี
ในคำถาม แล้วย้อนไปดบู ทอ่านอีกครั้ง เพื่อดวู า่ คำถามท่ีถามนน้ั เกย่ี วกับเน้ือเรอื่ งสว่ นใด เมื่อพบแล้ว
อ่านเฉพาะประโยคหรือข้อความที่คำถามนั้นพาดพิงไปถึงหรืออาจจะอา่ นข้อความแวดล้อมด้วย
เมื่อเข้าใจแล้วจงึ ตอบคำถามทีใ่ หม้ า ครรู วบรวมคำตอบจากนักเรียนและเฉลยคำตอบพร้อมกัน

1 Octopush is like hockey.
2 There are six players in a team.
3 They wear a snorkel, flippers, a diving mask and gloves.
4 It’s inflatable.
5 Bossaball players wear a pair of shorts, a T-shirt and trainers.
6 You can play it like volleyball or like football.

39

5. หนงั สือเรยี น หนา้ 13 กรอบ Check these words นกั เรียนอา่ นออกเสยี งคำศัพท์ในกรอบ
แลว้ ชว่ ยกนั บอกความหมายของคำศพั ท์เหล่านจี้ ากข้อความหรือบริบทท่แี วดล้อมคำศัพทน์ ั้น ๆ
ในกรณีท่เี ดาไมไ่ ด้จริง ๆ ให้นักเรียนช่วยกันเปดิ พจนานุกรมเพื่อหาความหมาย

underwater (adj) happening under the surface of the water

impossible (adj) (sth that) cannot be done

playing field (n) the area on which a game is played

referee (n) sb in charge of a game like football

opponent (n) sb you compete against in a sport

come up for air (phr) go to the surface to breathe

drawback (n) the problem with sth

spectator (n) sb who watches a sport without taking part

diehard fan (phr) sb who will do anything for their team

gymnastics (n) exercise that improves strength and agility

martial arts (pl n) fighting sports

inflatable (adj) able to be made bigger with air

court (n) the area for playing sports

trampoline (n) equipment used for bouncing

bounce (v) jump up and down

creative (adj) having or using unusual ideas

6. หนังสอื เรยี น หน้า 12 Ex. 2c นักเรียนอ่านประโยคทใ่ี ห้มาและเตมิ ช่องว่างดว้ ยคำศัพท์จากกรอบ
Check these words

1 referee 3 spectator 5 court
2 drawback 4 opponent

40

7. หนงั สอื เรียน หนา้ 13 Ex. 3 นักเรยี นอา่ นคำสั่ง แล้วครูให้เวลานักเรยี นเตรียมคำตอบวา่ กีฬาใด
ระหวา่ ง Octopush กับ Bossaball ที่นกั เรียนอยากจะเล่นมากกว่ากัน พร้อมท้ังอธบิ ายเหตุผล
ประกอบ จากนนั้ นักเรียนจบั คกู่ บั เพอ่ื น ผลดั กันอา่ นคำตอบของตนเองให้เพื่อนฟัง เสรจ็ แลว้
ครสู มุ่ เรยี กนักเรียนหลาย ๆ คน ลกุ ขน้ึ อา่ นคำตอบใหเ้ พ่ือนฟงั

I prefer Bossaball because I think it would be fun playing on an inflatable
court.
Also, you can hit the ball with your hands or kick it with your feet, so I think
more
people would be able to play it.
I prefer Octopush because I love swimming. I think it would be fun playing
underwater. Also the spectators can get in the water themselves and watch,
so it’s fun for everyone.

8. หนังสือเรยี น หนา้ 13 กรอบ Study Skills นักเรียนอา่ นข้อความในกรอบและอภิปรายรว่ มกนั ว่า
การเลา่ เร่ืองท่อี า่ นโดยใช้ภาษาของตนเองจะทำใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจเรือ่ งทอ่ี ่านมากขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร

9. หนงั สอื เรียน หนา้ 13 Ex. 5a นักเรยี นอา่ นเร่ือง to-infinitive และ infinitive without to ในตาราง
ท่ใี ห้มา แล้วช่วยกนั สรปุ การใช้ จากน้ันหาตวั อย่างประโยคจากบทอา่ นเรื่อง Sports with a Twist

to infinitive: Do you want to try …?, Would you like to play?, to hit …, to do
…, to play …, to go

infinitive without to: may think, might sound, must come up, can put on, can
bounce, can play, can kick

- ในวลี to tell you the truth, to be honest, to sum up, to begin with
ตวั อย่าง To be honest I think you were unfair.
หมายเหตุ: ในประโยคความรวมทเ่ี ชอ่ื มด้วย and หรอื or ถา้ ประโยคหนา้ และหลังเปน็
to-infinitives เหมอื นกัน ให้ละ to ในประโยคหลงั ตวั อย่าง I want to go to the cinema
and watch a good film.

41

ใช้ infinitive without to หรอื bare infinitive ในกรณตี อ่ ไปนี้
- หลงั modal verbs ตัวอย่าง Rebecca can run very fast.
- หลงั คำกรยิ า let, make, see, hear และ feel ตวั อย่าง They made him fill out a

lot of forms. ยกเวน้ เราใช้ to-infinitive หลัง be made, be heard, be seen etc
(passive form)
ตวั อยา่ ง He was seen to enter the building.
หมายเหตุ: เมือ่ see, hear และ watch ตามดว้ ย -ing form จะไม่มีการเปล่ยี นแปลงเมือ่
เป็น passive ตวั อยา่ ง I heard Susan talking on the phone.

Susan was heard talking on the phone.
- หลัง had better และ would rather ตวั อย่าง We had better take the train

because the traffic is very bad at the moment.
- help สามารถตามด้วย to-infinitive หรือ infinitive without to ก็ได้

ตวั อยา่ ง She helped me (to) choose the carpet for the living room.

11. หนังสือเรยี น หนา้ 13 Ex. 5b นักเรยี นเติมประโยค โดยเปลย่ี นคำในวงเล็บใหอ้ ยู่ในรปู ทถี่ กู ต้อง

1 help 3 to play, see 5 try

2 to do, go 4 to go

12. หนงั สือเรยี น หน้า 13 Ex. 6 นกั เรียนเขยี นอธิบายวา่ การเล่นกฬี า Octopush และ Bossaball ตอ้ ง
ใช้อปุ กรณ์อะไรบ้าง

To play Octopush you need a snorkel and a diving mask because the game is
played underwater. You also need flippers and special gloves to make it
easier to swim.
You can’t use a ball underwater so players pass a puck to each other with
short sticks.
To play Bossaball you need a ball that you can kick or hit, a net like in
volleyball and
a special court to play on. The court is special because it is inflatable so you
can bounce as you play.

42

13. นกั เรยี นดอู ปุ กรณ์กีฬาใน Ex. 1b อีกครั้ง แลว้ จบั คู่กับเพ่ือน พูดคยุ กนั เกยี่ วกับกีฬาทอี่ ยากจะเล่นหรือ
กิจกรรมที่อยากจะทำ พร้อมทั้งบอกอปุ กรณ์ทจ่ี ำเป็น ครูสนทนากบั นกั เรียน 2 คน เพ่ือเป็นตัวอยา่ ง
กอ่ น แลว้ จงึ ใหน้ กั เรียนจบั คสู่ นทนากัน
T: Do you want to play baseball?
S1: I would prefer to play volleyball.
T: What equipment do you need to play volleyball?
S1: I need a ball and a net.
T: Do you think it’s too hot to play volleyball?
S1: Yes, but I can play it in the evening. In the afternoon, I would rather go
to the shopping center.

T: Would you like to play hockey?
S2: I would rather go snorkelling.
T: What equipment do you need to go snorkelling?
S2: I need a mask, a snorkel and flippers.
T: Do you think they’re too expensive to buy?
S2: No, I don’t. I can use them for a long time.
ขณะทำกิจกรรม ครเู ดินสังเกตและใหค้ ำแนะนำทจ่ี ำเปน็ เสร็จแล้วสุ่มเรียกนกั เรยี นหลาย ๆ คู่ ออกมา
สนทนาท่หี นา้ ชั้น

ข้ันสรปุ
1. หนังสอื เรยี น หน้า 13 Ex. 4 นกั เรยี นอา่ นบทอา่ นอกี ครง้ั อยา่ งรวดเร็ว แล้วบอกสามสง่ิ ที่จำได้
โดยให้ใช้ภาษาของนักเรียนเอง

You play Octopush underwater and there are two teams and three referees.
You can play Bossaball like volleyball or football. There’s an inflatable court
with a net and there is also a World Championship.

2. นกั เรยี นทำงานคู่ สรุปคำศัพท์ใหมท่ ไ่ี ดเ้ รยี นในวันนี้ แลว้ ช่วยกันแต่งประโยค
3. นักเรยี นสรุปการใช้ to-infinitive และ infinitive without to แล้วทำงานคู่ ชว่ ยกันแตง่ ประโยค

เกี่ยวกับกีฬาตา่ ง ๆ โดยใช้โครงสรา้ งภาษาท่เี รียน เช่น I want to go to the beach. I would like
to play beach volleyball.

43

4. แบบฝกึ หดั (Workbook) นักเรียนทำ Exs. 5-7 หนา้ 6 และอ่านทบทวนเร่อื ง Infinitive หน้า 35
เป็นการบา้ น

7. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การผา่ น
วิธกี ารวดั หนงั สอื เรยี น หน้า 12 Exs. 2a-2b รอ้ ยละ 60
แบบประเมนิ การพูด ระดับคุณภาพ พอใช้
ตรวจการตอบคำถามจากการอ่าน
(ต 1.1 ม. 4-6/4) แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดบั คุณภาพ พอใช้
ประเมนิ การสนทนาส้ัน ๆ เกี่ยวกบั กฬี า แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คุณภาพ พอใช้
หรือกิจกรรมทีอ่ ยากจะทำและอุปกรณ์ที่
จำเป็น (ต 1.2 ม. 4-6/1, ต 4.1 ม. 4-6/1) แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึง ระดับคุณภาพ ผา่ น
สังเกตการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรอ่ื งที่อ่าน ประสงค์
(ต 1.2 ม. 4-6/4)
ประเมินเขยี นสั้น ๆ เก่ยี วกับอุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ น
การเล่นกฬี าจากเรื่องท่ีอา่ น
(ต 1.2 ม. 4-6/4, ต 1.3 ม. 4-6/1)
สังเกตพฤติกรรมบง่ ช้ดี ้านใฝเ่ รียนร้แู ละ
มุ่งม่นั ในการทำงาน

8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 หนังสอื เรยี น Upload 6 ม. 6
8.2 แบบฝกึ หดั Upload 6 ม. 6
8.3 Class Audio CDs ประกอบส่ือฯ ชดุ Upload 6 ม. 6
8.4 พจนานกุ รมองั กฤษ-องั กฤษ

44

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 Food art เวลา 1 ชั่วโมง

จดุ ประสงค์ (Objectives)
- ตอบคำถามจากการฟงั และอ่านได้
- พูดใหข้ ้อมลู เกย่ี วกบั เร่ืองท่ีอา่ น
- เขียนบรรยายภาพผักหรือผลไม้แกะสลกั ของไทยได้

1. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ต 1.1: ต 1.1 ม. 4-6/3, ต 1.1 ม. 4-6/4
มาตรฐาน ต 1.2: ต 1.2 ม. 4-6/4
มาตรฐาน ต 1.3: ต 1.3 ม. 4-6/1
มาตรฐาน ต 4.2: ต 4.2 ม. 4-6/2

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การรู้และเข้าใจคำศัพท์ โครงสรา้ งภาษา และเรื่องท่ีศึกษา ช่วยใหเ้ ขา้ ใจเร่ืองท่ีอา่ นและฟัง

พดู ให้ข้อมลู เกย่ี วกบั เร่อื งที่อ่าน เขยี นบรรยายและเผยแพร่ขอ้ มูลเกี่ยวกับประเทศไทยได้

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 ทักษะเฉพาะวิชา

1) Language Features and Functions

Vocabulary: food/drinks (aubergine, broccoli, carrot, butter, chocolate,

pumpkin, cabbage, cucumber, pepper, potato); verbs (carve,

melt, mould, inspire, depict); nouns (sculpture, clay);

adjectives (edible, incredible, low-temperature); phrases (one-

of-a-kind creation, state fair, annual event, sense of humour,

bread and butter)

Pronunciation: -

Grammar: determiners (a/an – some/any – (a) few/(a) little)

Functions: describing a picture

2) Language Skills

Listening: ฟังเพ่ือหาข้อมูลเฉพาะ

45

Reading: อ่านเพื่อหาข้อมูลเฉพาะ
Speaking: พดู บอกส่ิงที่ประทับใจจากเรื่องท่ีอา่ น
Writing: เขยี นประโยคโดยใช้คำศพั ท์ที่เรยี น
เขียนบรรยายภาพผักหรือผลไมแ้ กะสลักของไทย
3) Culture: -

4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน 4.2 ความสามารถในการคิด
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร 5.2 มุ่งม่นั ในการทำงาน

5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
5.1 ใฝเ่ รียนรู้

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ

1. หนังสอื เรียน หนา้ 14 Ex. 1a นักเรยี นเขยี นคำศพั ทช์ อื่ อาหารและเครื่องด่มื ให้ได้มากท่ีสดุ ภายใน
เวลา 1 นาที จากน้นั นกั เรียนที่เขยี นได้มากท่ีสดุ ออกมาเขียนคำศัพท์บนกระดาน แลว้ ใหเ้ พอื่ น ๆ
ช่วยกนั ตรวจความถกู ต้อง และเพ่ิมเติมคำศัพทท์ ่ียังไม่มีบนกระดาน
ต่อมาครูถามว่า What do you like eating and drinking? แล้วรวบรวมคำตอบจากนักเรียนหลาย
ๆ คน

pepper, tomato, cucumber, lettuce, mushroom, onion, carrot, cabbage, broccoli,
potato, beef, chicken, lamb, pork, cheese, milk, butter, eggs, cream, cola, coffee,
tea, juice, espresso, chocolate, sweets etc.
I like eating pizza and pasta, and I like drinking cola and fruit juice.

2. นกั เรยี นช่วยกนั ระดมสมองร่วมกนั ในชนั้ เรียน บอกชื่อผักที่ร้จู กั ให้ได้มากท่ีสุดภายในเวลา 1 นาที
จากนั้นครูแสดงบัตรคำหรือบัตรภาพผกั ทีละ 2 ใบ แลว้ ถามนักเรียนทลี ะคนวา่ นักเรยี นชอบผกั ชนิด
ใดมากกว่ากัน แล้วใหเ้ พอื่ นๆ ในชนั้ เรียน พูดรายงานคำตอบของเพ่ือน โดยใช้ prefer … to … ดังนี้
T: Which vegetable do you prefer – potatoes or tomatoes?
Anne: I prefer tomatoes (to potatoes).
T: Class, which vegetable does Anne prefer – potatoes or tomatoes?
Ss: Ann prefers tomatoes (to potatoes).

46

ครูทบทวนอีกครัง้ ว่า เราใช้ prefer บอกความชอบทวั่ ๆ ไป แต่ would prefer จะใช้บอกความชอบ
ทเี่ ฉพาะเจาะจงกับสถานการณ์หน่งึ ๆ เช่น
โดยปกติแล้ว Anne ชอบมะเขือเทศมากกวา่ มนั ฝรงั่ I prefer tomatoes to potatoes. แต่สมมตวิ ่า
Anne ไปรบั ประทานอาหารในร้านอาหาร แลว้ พนักงานเสิร์ฟถามว่า อยากได้มะเขือเทศหรือมันฝรงั่
รับประทานรว่ มกับสเตก๊ Anne อาจจะอยากรบั ประทานมันฝรงั่ เพราะเขา้ กบั สเต๊กมากกว่า การถาม-
ตอบลักษณะนจี้ ะใช้ would prefer เพ่ือบอกความชอบที่เฉพาะเจาะจง ไมใ่ ชส่ ถานการณ์ทั่ว ๆ ไป
เชน่ What would you prefer to eat with your steak – potatoes or tomatoes? I would
prefer potatoes.

ขนั้ สอน
1. หนังสอื เรยี น หนา้ 14 Ex. 1b นักเรียนดูภาพ แลว้ จบั คู่อาหาร 1-10 กบั ภาพ A-J จากน้ันครเู ปิด CD
เพอื่ ใหน้ กั เรยี นตรวจคำตอบร่วมกนั

1G 3F 5I 7D 9B
2 C 4 J 6 A 8 E 10 H

2. หนงั สือเรยี น หน้า 15 Ex. 4a นกั เรยี นช่วยกนั อธิบายวา่ countable noun และ uncountable

noun

คอื อะไร

จากนน้ั ครูทบทวนการใช้ a/an – some/any – (a) few/(a) little รว่ มกบั คำนามนับได้และนบั ไมไ่ ด้

โดยนำส่ิงของหรือวาดภาพอาหารท่เี ป็นคำนามนบั ได้และนับไม่ไดบ้ นกระดานให้มปี ริมาณแตกต่างกัน

แลว้ ใหน้ ักเรยี นพูดบรรยาย โดยใช้ there is/there are รว่ มกับ a/an – some/any – a few/a

little

ภาพขวดทีม่ ีน้ำเกือบคร่งึ ขวด - There is some water in the bottle.

ภาพตะกร้าทม่ี ีไข่ 4-5 ใบ - There are some eggs in the basket.

ภาพขวดทมี่ ีน้ำเล็กนอ้ ย - There is a little water in the bottle.

ภาพตะกรา้ ที่มีไข่ 2-3 ใบ - There are a few eggs in the basket.

ภาพไข่ 1 ใบ - There is an egg in the basket.

ภาพมะเขอื เทศ 1 ลกู - There is a tomato in the basket.

ภาพขวดเปล่าที่ไมม่ นี ้ำ - There isn’t any water in the bottle.

47

ภาพตะกรา้ เปล่า - There isn’t any eggs in the basket.

ครแู ละนักเรียนสรปุ การใช้ there is/there are รว่ มกบั a/an – some/any – a few/a little

ด้วยกัน

เสร็จแล้วนกั เรยี นบอกว่า a few กับ few และ a little กับ little แตกตา่ งกันอยา่ งไร ครูอาจช่วย

ยกตัวอยา่ ง เช่น

John: Let’s go out tonight.

Lucy: Okay. I have a little money, enough for the cinema at least.

John: Let’s go out tonight.

Lucy: Sorry, I have little money. I really can’t afford to go out.

นอกจากน้ี little และ few ยงั สามารถใช้ very มาขยายได้ เพอื่ เนน้ ว่ามีน้อยมาก เช่น

There’s very little money left. Very few students learn Latin now.

สุดท้ายครสู รุปใหน้ ักเรยี นฟงั

a few = มจี ำนวนหน่งึ แตเ่ พียงพอ few = มจี ำนวนหนงึ่ แต่ไม่เพยี งพอ

a little = มีเล็กน้อย แต่เพยี งพอ little = มเี ล็กนอ้ ยแตไ่ ม่เพียงพอ

Countable nouns are nouns we can count (e.g. one apple, two books).
Uncountable nouns are nouns we can’t count (e.g. milk).
We use a/an for singular countable nouns (e.g. a potato, an apple).
We use some in the affirmative for plural countable nouns and for
uncountable nouns. (e.g. There are some apples. There is some milk.)
We use any in the negative and questions for plural countable nouns
and for uncountable nouns. (e.g. There aren’t any apples. There isn’t
any milk. Is there any milk? Are there any apples?)
We also use some in offers & requests. (e.g. Would you like some milk?
Can I have some apples?)

48

3. หนงั สือเรียน หนา้ 15 Ex. 4b นกั เรยี นเตมิ ประโยค 1-5 ให้สมบรู ณ์ โดยใช้ a/an, some หรือ any
จากนนั้ ตรวจคำตอบร่วมกนั

1 any, some 3 an, some 5 some
2 any, some 4 a, any

4. หนงั สือเรยี น หน้า 15 Ex. 4c นักเรียนเติมประโยคให้สมบรู ณ์โดยใช้ a little, very little, a few
หรือ very few จากนัน้ ตรวจคำตอบร่วมกัน

1 a few 3 very few
2 very little 4 a little

5. ครูเขียนชอ่ื เรื่องของบทอ่านบนกระดาน From edible to incredible แลว้ ครอู ธิบายคำศัพท์และ

ใหน้ กั เรยี นเดาความหมายของชือ่ เรื่อง

edible (adj) ทก่ี ินได้ (≠ inedible)

incredible (adj) ทเ่ี หลือเช่ือ

เช่น These berries are edible, but those are poisonous.

It was incredible but true.

จากน้นั ครชู ว่ ยอธบิ ายความหมายของคำศพั ทอ์ ืน่ ๆ ท่จี ำเป็นก่อนการอ่าน ดว้ ยการยกตัวอยา่ ง

ประโยคและใหน้ ักเรยี นเดาความหมาย

Michelangelo carved this figure from a single block of marble.

There is a sculpture of an elephant on my father’s desk.

In the world of ballet, she was one of a kind.

Mould the sausage meat into little balls.

The carving clearly depicts a dragon inside a circle.

Gardening is my bread and butter right now.

carve (v) แกะ, สลัก

sculpture (n) รปู ปนั้

one-of-a-kind (adj) พเิ ศษ, ไม่เหมือนใคร (= unique)

mould (v) ปั้น, นวด, หล่อดว้ ยแม่พมิ พ์

depict (v) แสดงภาพ, พรรณนา, บรรยายให้เห็นภาพ

49

bread and butter (n) แหล่งรายได้หลกั

6. หนังสอื เรยี น หน้า 14 Ex. 2a นักเรยี นดูภาพอีกครัง้ จากนัน้ อธิบายวา่ แต่ละภาพคืออะไร และ
เนอื้ เรอ่ื งเก่ยี วข้องกับภาพเหล่านี้อยา่ งไร ครูรวบรวมคำตอบจากนกั เรียน เสรจ็ แลว้ เปิด CD
ให้นักเรยี นฟงั และอ่านบทอา่ นตามไปด้วยเพ่ือหาคำตอบ

The first picture shows a sculpture of a man made out of vegetables.
The second and third pictures show a sculpture of a dinosaur and a car made
out of chocolate. The fourth picture shows a man making a sculpture of a
farmhouse out of butter.
The text is about the man who makes these sculptures, Jim Victor.

7. หนังสอื เรยี น หน้า 14 Ex. 2b นกั เรยี นอ่านข้อความ 1-7 และขดี เสน้ ใต้คำสำคัญ จากนั้นอา่ นเนอื้
เรือ่ งอีกครัง้ อย่างรวดเร็ว เพื่อหาวา่ ข้อความเหล่าน้ีเกีย่ วกบั เน้ือหาส่วนใด เมอ่ื พบแลว้ นกั เรียนอ่าน
เฉพาะประโยคท่มี คี ำสำคญั หรอื อ่านข้อความแวดลอ้ มดว้ ย ถ้ามขี ้อมลู เหมือนประโยคทีใ่ หม้ า ให้เขียน
T (true) ถา้ ผดิ หรือถกู เพียงบางส่วน ใหเ้ ขียน F (false) แต่ถา้ ไม่พบข้อมูลในบทอ่าน ใหเ้ ขยี น DS
(doesn’t say) เสรจ็ แล้วครรู วบรวมคำตอบจากนกั เรียนและเฉลยคำตอบพร้อมกัน

1 F (He carves beautiful sculptures from various food items, including
butter and chocolate.)
2 T (He also creates special one-of-a-kind creations from fruit and
vegetables,… for state fairs and festivals all over the USA.)
3 DS
4 F (Victor says that it is very difficult working with chocolate and butter

because they melt very quickly.)
5 DS
6 F (Victor enjoys his work and manages to keep a sense of humour about
7 T (it’s “his bread and butter!”)

50


Click to View FlipBook Version