The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ของน.ส.ธัญมน เจริญพานิชย์ เลขที่ 11 D4 6221148013

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาศิลปะ ประถมศึกษาปีที่ 6

แผนการจัดการเรียนรู้ของน.ส.ธัญมน เจริญพานิชย์ เลขที่ 11 D4 6221148013

44

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมผู้เรียนในชนั้ เรยี น

ช่อื -สกลุ ...................................................................................................ห้อง......................เลขท.ี่ .............

คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมผ้เู รยี นในชั้นเรียน
เขยี น ✓ ลงในชอ่ งทส่ี อดคลอ้ งกบั ระดบั พฤติกรรม

เกณฑ์การประเมิน ระดบั พฤติกรรม
สมำ่ เสมอ บอ่ ยครั้ง บางครั้ง ไมเ่ ลย
๑. ตงั้ ใจเรียน
๒. ตอบคำถาม
๓. เอาใจใส่การเรยี นและมคี วามเพียรพยายามในการ
เรยี น
๔. เขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
๕. ไม่ยอมแพ้เม่ือเกิดปัญหา

ลงชอื่ ....................................................ผ้ปู ระเมนิ
..................... / ..................... / .....................

เกณฑก์ ารประเมนิ = มีความมุ่งมั่นในการทำงานดเี ยี่ยม
= มคี วามมงุ่ มน่ั ในการทำงานดี
๔ สม่ำเสมอ
๓ บ่อยคร้งั = ความมงุ่ มนั่ ในการทำงานพอใช้
= ปรบั ปรุง
๒ บางคร้ัง
๑ ไมเ่ ลย

ARTS

แผนการเรียนรู้รายหน่ วย

หน่ วยที่ ๓

บันดาลงานศิ ลป์

LET'S GO

๔๕

แผนการจัดการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้ศิลปะ รายวชิ าศิลปะ รหัสวชิ า ศ๑๖๑๐๑
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑
เวลา ๘ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรือ่ ง บันดาลงานศลิ ป์ เวลา ๔ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เรือ่ ง บทบาทของงานทัศนศลิ ป์ในชีวติ และสังคม

ครูผู้สอนนางสาวธัญมน เจรญิ พานิชย์

๑. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรา้ งสรรค์งานทัศนศลิ ปต์ ามจนิ ตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์
วพิ ากษ์ วจิ ารณค์ ุณค่างานทศั นศิลป์ ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคดิ ต่องานศลิ ปะอย่างอิสระ ชนื่ ชม และ
ประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
ตวั ชวี้ ัด
ศ ๑.๑ ป. ๖/๕ สร้างสรรค์งานทัศนศิลปโ์ ดยใชห้ ลักการของรปู และพ้นื ท่วี า่ ง

๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑.นกั เรยี นสามารถบรรยายบทบาทของงานทศั นศลิ ป์ท่สี ะท้อนชีวติ และสงั คมได้ (K)
๒.นกั เรียนสามารถระบุลักษณะงานทศั นศลิ ป์ทสี่ ะท้อนชวี ิตและสังคมและสร้างสรรค์เปน็ ผลงานได้ (P)
๓.นักเรยี นตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของงานทศั นศลิ ป์ที่สะท้อนชีวติ และสังคม (A)

๓. สาระสำคญั
ทัศนศลิ ป์เป็นศิลปะทร่ี ับรไู้ ด้ด้วยสายตา การรบั รูท้ างการมองเหน็ ในแขนงจติ รกรรม ประติมากรรม

และสถาปตั ยกรรม ทำใหเ้ กดิ แรงกระตุ้นและตอบสนองทางดา้ นจิตใจพร้อมกนั นน้ั จิตใจของมนุษย์ก็เปน็ ตัวแปร
ค่าและกำหนดความงาม ความประณีต เรื่องราว และประโยชน์ต่อสังคมมนุษย์ การรับรู้คุณค่าของสิ่งเหล่าน้ี
รับรู้ได้ด้วยอารมณ์ ความรู้สึกของแต่ละบุคคล ความงามและเรื่องราวจะเกิดมีคุณค่าก็เพราะการรับรู้ทางการ
มองเห็น เกิดความรู้สึกประทับใจ มีความอิ่มเอิบใจในคุณค่านั้น ๆ สำหรับงานทัศนศิลปไ์ ม่วา่ รูปแบบใดย่อมมี
คุณค่าในตวั ของผลงานเอง
๔. สาระการเรยี นรู้

๑. บทบาทของงานทศั นศิลปใ์ นชวี ิตและสงั คม

๔๖

๕. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น (เฉพาะท่ีเกดิ ในหนว่ ยการเรยี นร้นู ี)้

 ความสามารถในการสอื่ สาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สู่การพฒั นาคุณภาพผ้เู รียน)
 ทักษะการอา่ น (Reading)
 ทักษะการเขียน (Writing)
 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
 ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผูน้ ำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
 ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
 ทักษะดา้ นการส่ือสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทนั ส่อื (Communication information and
media literacy)
 ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change)
 ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผูน้ ำ (Leadership)
๗. ช้ินงานหรอื ภาระงาน ( หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
ช้ินงานหรือภาระงาน
๑.รายงานกลุม่

๔๗

๘. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ ๑ (ทฤษฎกี ารเรยี นรอู้ ยา่ งมีความหมายของออซูเบล)
ขั้นท่ี ๑ การนำเขา้ สู่บทเรียน
๑.ครูผสู้ อนกล่าวทักทายและแนะนำรายวิชาพร้อมแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ของวันน้ี
๒.ครผู สู้ อนพูดคุยกับนกั เรียนเก่ียวกบั ความรเู้ ดิมที่ได้เรยี นมา
ขน้ั ท่ี ๒ การนำเสนอ
๑.ครผู สู้ อนอธบิ ายความหมายบทบาทของงานทัศนศลิ ป์ในชีวติ และสังคม
๒.ครูผู้สอนอธิบายถึงบทบาทของงานทัศนศิลป์ในด้านต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตใน
รปู แบบลกั ษณะต่าง ๆ
๓.ครูแบ่งนักเรียนเป็น 5 กลุ่ม ศึกษาค้นคว้าบทบาทของงานทัศนศิลป์ในชีวิตและสังคม ตามหัวข้อท่ี
ระบใุ ห้ จดบันทกึ และวาดภาพประกอบ จดั ทำเป็นรายงาน แลว้ นำเสนอใหค้ รูและเพอ่ื น ๆ ฟงั
– ผลิตภัณฑ์สิ่งของเครอื่ งใช้ (กลุ่มท่ี 1)
– ท่ีอยู่อาศัย (กลุ่มท่ี 2)
– ส่งิ ตกแตง่ (กลุ่มที่ 3)
– อาชีพ (กลุ่มที่ 4)
– อนสุ รณ์สถาน (กลุ่มที่ 5)
ขั้นท่ี ๓ ตรวจสอบความเขา้ ใจ
๕.ครผู ู้สอนเปดิ โอกาสให้นักเรียนซกั ถามเพ่ือความเข้าใจ
๖.ครผู ้สู อนสรปุ เนอ้ื หาทั้งหมดอีกรอบและเชอ่ื มโยงกับจดุ ประสงค์ทเี่ รียนวนั นี้
ข้ันท่ี ๔ การบูรณาการ
๗.ครูผสู้ อนอธิบายถึงบทบาทของงานทศั นศลิ ป์ในชีวติ และสงั คมนั้นสามารถนำไปบูรณาการกับวิชาอื่น
ได้อีกมากมาย
ขั้นที่ ๕ ทบทวนและสรปุ
๘.ครูผสู้ อนและนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายสรปุ เร่ือง บทบาทของงานทศั นศิลปใ์ นชีวติ และสังคม

๙. ส่อื การสอน
๑.PowerPoint
๒.ภาพผลงานตัวอย่างตา่ งๆ
๓.อนิ เทอร์เน็ต

๔๘

๑๐. แหล่งเรยี นรใู้ นหรอื นอกสถานที่ -ไม่ม-ี

๑๑. การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
คะแนน ประเมนิ
หรอื ส่งิ ท่ีตอ้ งการจะวัดและ วธิ ีวดั เครอ่ื งมือวดั

ประเมนิ ผล

ความรู้ (K – Knowledge) - สังเกต - แบบสังเกต เกณฑ์การประเมิน ผลรวมคะแนน
- ประเดน็ ซกั ถาม รายงาน ๑๕ – ๒๐
นักเรยี นสามารถบรรยาย - ซักถาม -แบบประเมนิ ๑.การกำหนดหวั ข้อ คะแนน
รายงาน (๕ คะแนน) = ดีเยย่ี ม
บทบาทของงานทศั นศลิ ป์ที่ - ตรวจรายงาน ๒.ความถกู ตอ้ งใน ๘ - ๑๔ คะแนน
- แบบสงั เกต การอา้ งอิง (๕ = ปานกลาง
สะท้อนชวี ิตและสังคมได้ กลมุ่ - ประเด็นซกั ถาม คะแนน) ๑ - ๗ คะแนน
๓.การจดั รปู แบบ = ควรปรบั ปรงุ
ทกั ษะกระบวนการ (P – - สงั เกต รายงาน(๕ คะแนน)
๔.ตรงต่อเวลา ร้อยละ ๘๐ ขึ้น
Process/Practice) - ซกั ถาม (๕ คะแนน) ไป
รวม 20 คะแนน
นักเรียนสามารถระบลุ กั ษณะ เกณฑ์การสงั เกต
๔ = ดมี าก
งานทัศนศิลปท์ ส่ี ะทอ้ นชวี ิตและ ๓ = ดี
๒ = พอใช้
สังคมและสรา้ งสรรค์เปน็ ผลงาน ๑ = ปรบั ปรงุ

ได้

คณุ ธรรม จริยธรรม เจตคติ - สงั เกต - แบบสงั เกต เกณฑก์ ารสงั เกต ร้อยละ ๘๐ ข้ึน
- ประเดน็ ซกั ถาม ๔ = ดมี าก ไป
และคา่ นยิ ม (A – Attitude) - ซักถาม ๓ = ดี
๒ = พอใช้
นักเรยี นตระหนักและเห็น ๑ = ปรบั ปรงุ

ความสำคญั ของงานทศั นศลิ ป์ที่

สะท้อนชีวิตและสงั คม

๔๙

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน วิธวี ดั เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
(ตามหัวข้อที่ ๕)
- ตรวจรายงาน -แบบประเมิน คะแนน ประเมนิ
ความสามารถในการคดิ กลุม่ ที่ได้ รายงาน
มอบหมาย เกณฑ์การประเมิน ผลรวมคะแนน

รายงาน ๑๕ – ๒๐

๑.การกำหนด คะแนน

หวั ขอ้ (๕ คะแนน) = ดีเยีย่ ม

๒.ความถกู ต้องใน ๘ - ๑๔ คะแนน

การอ้างองิ (๕ = ปานกลาง

คะแนน) ๑ - ๗ คะแนน

๓.การจดั รูปแบบ = ควรปรับปรงุ

รายงาน(๕ คะแนน)

๔.ตรงต่อเวลา(๕

คะแนน)

รวม ๒๐ คะแนน

ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี วธิ ีวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ

๒๑ (ตามหัวขอ้ ท่ี ๖) -แบบประเมิน คะแนน ประเมิน
รายงาน
ทักษะด้านความร่วมมือ การ - ตรวจรายงาน เกณฑ์การประเมิน ผลรวมคะแนน
ทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ กลุ่มทีไ่ ด้ รายงาน ๑๕ – ๒๐
(Collaboration ,teamwork มอบหมาย ๑.การกำหนด คะแนน
and leadership) หวั ข้อ(๕ คะแนน) = ดีเย่ยี ม
๒.ความถกู ต้องใน ๘ - ๑๔
การอ้างองิ คะแนน
(๕ คะแนน) = ปานกลาง
๓.การจัดรูปแบบ ๑ - ๗ คะแนน
รายงาน = ควรปรับปรงุ
(๕ คะแนน)
๔.ตรงตอ่ เวลา
(๕ คะแนน)
รวม ๒๐ คะแนน

๕๐

๑๒. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ..................................

๑๓. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรียนทง้ั หมดจำนวน.....................คน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ข้อท่ี จำนวนนักเรียนทีผ่ า่ น จำนวนนักเรยี นท่ีไม่ผ่าน

จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน ร้อยละ







๑๕. ปญั หา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข

............................................................................................................................. ..................................

...............................................................................................................................................................

............................................................................................................................. ..................................

................................................................................................................................... .............................

๑๖. ข้อเสนอแนะ

............................................................................................................................. ..................................

................................................................................................ ................................................................

ลงชื่อ........................................................................
()

ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ .......................................

ลงชื่อ................................................................ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
()

ลงช่อื .......................................................... รองผอู้ ำนวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
(………………………………………..)

๕๑

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา

ได้ทำการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ....................................................แล้วมคี วามคดิ เห็นดงั นี้

๑. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ

๒. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผ้เู รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๓. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................................................. ...........................
............................................................................................................................. ...........................

ลงชอื่ ...............................................................................................
( ………………………………………………… )

ผ้อู ำนวยการโรงเรียน…………………………………………………………..

แบบประเมินรายงานกลุ่ม ๕๒

คำชี้แจง: ใหค้ รผู ู้สอนประเมนิ การทำรายงานกลุ่มโดย ✓ ลงตามหวั ข้อทกี่ ำหนด ๑ ผลรวม

กลุม่ ที่ ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การประเมิน
๕๔๓๒

๑. การกำหนดหัวข้อ

๑ ๒. ความถูกตอ้ งในการอ้างองิ
๓. การจดั รูปแบบรายงาน

๔. ตรงต่อเวลา

๑. การกำหนดหวั ข้อ

๒ ๒. ความถกู ตอ้ งในการอา้ งอิง
๓. การจัดรูปแบบรายงาน

๔. ตรงต่อเวลา

๑. การกำหนดหัวข้อ

๓ ๒. ความถูกต้องในการอ้างอิง
๓. การจดั รูปแบบรายงาน

๔. ตรงต่อเวลา

๑. การกำหนดหัวข้อ

๔ ๒. ความถูกต้องในการอา้ งองิ
๓. การจดั รูปแบบรายงาน

๔. ตรงตอ่ เวลา

๑. การกำหนดหัวข้อ

๕ ๒. ความถกู ต้องในการอา้ งองิ
๓. การจัดรปู แบบรายงาน

๔. ตรงต่อเวลา

ผลรวมคะแนน
๑๕ – ๒๐ คะแนน = ดเี ยี่ยม ๘ - ๑๔ คะแนน = ปานกลาง ๑ - ๗ คะแนน = ควรปรับปรงุ

ลงช่อื ............................................................ผู้ประเมิน
วนั ที่ .........../...................../...................

๕๓

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ รายวิชาศิลปะ รหสั วชิ า ศ๑๖๑๐๑
ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑
เวลา ๘ ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง บันดาลงานศลิ ป์ เวลา ๒ ชัว่ โมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ เร่อื ง อิทธิพลของศาสนาทมี่ ผี ลต่อทศั นศลิ ป์

ครูผูส้ อนนางสาวธัญมน เจริญพานชิ ย์

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล
ตวั ชีว้ ดั
ศ ๑.๒ ป. ๖/๒ อภปิ รายเกย่ี วกบั อิทธิพลของความเช่ือความศรทั ธาในศาสนาท่ีมผี ลต่องาน

ทศั นศลิ ป์ในท้องถิ่น
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๑.นักเรยี นสามารถบรรยายเกี่ยวกบั อิทธิพลของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาท่ีมีผลต่องานทัศนศิลป์
ในทอ้ งถนิ่ ได้ (K)
๒.นักเรยี นสามารถนักเรยี นสามารถอภิปรายเกี่ยวกับอทิ ธิพลของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาที่มีผล
ตอ่ งานทัศนศิลปใ์ นทอ้ งถิน่ ได้ (P)
๓.นักเรียนตระหนักและเห็นความสำคัญเกี่ยวกับอิทธพิ ลของความเชื่อความศรทั ธาในศาสนาที่มีผลตอ่
งานทัศนศิลปใ์ นท้องถิ่นได้ (A)
๓. สาระสำคญั

บอ่ เกิดของศลิ ปะที่ใหญ่ทีส่ ดุ ในโลกก็คอื ศาสนา เพราะคนเราเมื่อมคี วามศรทั ธาในศาสนาแล้วก็จะ
ท่มุ เท อทุ ศิ ตน และตอ้ งการให้สง่ิ ดี ๆ บงั เกิดขึน้ กบั ศาสนาทต่ี ัวเองนับถือ ฉะนน้ั ศาสนสถานแต่ละแห่งนั้นก็เกิด
จากพลังศรัทธาของคนในชุมชนรวมกัน ศาสนสถานเกิดจากกำลังทุนของทุกคนรวมกัน และหาช่างที่ฝีมือดี
ที่สุด ทำอย่างตั้งใจที่สุด ทำให้ศิลปะทั้งหลายมีการพัฒนา ไม่เฉพาะสิ่งปลูกสร้างอย่างเดยี ว ศิลปะที่เนื่องด้วย
เรื่องทางศาสนาทั้งหมดก็จะพัฒนาตามกันมาทั้งหมดเลย เช่น จารึกคำสอน คัมภีร์โบราณก็มีการพัฒนา
สมัยกอ่ นไมม่ ีกระดาษ ก็ใช้ใบลานในการจารกึ เพราะใบลานมีความทนทานสามารถเกบ็ ได้หลายร้อยปี
๔. สาระการเรียนรู้

๑. อทิ ธิพลของศาสนาที่มีผลตอ่ ทัศนศลิ ป์

๕๔

๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น (เฉพาะที่เกดิ ในหนว่ ยการเรียนรู้น)ี้

 ความสามารถในการสอื่ สาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน)
 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
 ทกั ษะการเขียน (Writing)
 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผนู้ ำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
 ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
 ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั ส่อื (Communication information and
media literacy)
 ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
 ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผู้นำ (Leadership)
๗. ช้ินงานหรอื ภาระงาน ( หลกั ฐาน / รอ่ งรอยแสดงความรู้ )
ช้ินงานหรือภาระงาน
๑.รายงานกล่มุ

๕๕

๘. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ชัว่ โมงท่ี ๑ (ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมคี วามหมายของออซูเบล)

ข้นั ท่ี ๑ การนำเขา้ สบู่ ทเรยี น

๑.ครูผู้สอนกลา่ วทกั ทายและแนะนำรายวชิ าพร้อมแจ้งจุดประสงค์การเรียนรูข้ องวันน้ี

๒.ครผู ู้สอนสอบถามกับนักเรียนเกย่ี วกับศาสนาในประเทศไทย และเชื่อมโยงไปสู่ศาสนากับทัศนศลิ ป์

ขนั้ ท่ี ๒ การนำเสนอ

๑.ครผู สู้ อนอธิบายความหมายอทิ ธิพลของศาสนาท่ีมีผลต่อทัศนศิลป์

๒.ครผู ้สู อนยกตวั อยา่ งรูปภาพทเ่ี ก่ยี วกบั ศาสนา หลากหลายศาสนา ไมว่ า่ จะเปน็ คริสต์ อิสลาม พทุ ธ

๓.ครผู สู้ อนแบง่ กล่มุ ๔ กลุ่มใหญ่ ศึกษาคน้ ควา้ งานทัศนศลิ ป์ในท้องถิน่ ประเภทตา่ ง ๆ ท่ีได้รับอิทธิพล

จากศาสนา จดบันทึกและวาดภาพประกอบ จัดทำเป็นรายงาน ตามหัวข้อแล้วนำเสนอให้ครูและ

เพือ่ น ๆ ฟงั

– งานจติ รกรรม – งานสถาปตั ยกรรม

– งานประตมิ ากรรม – งานหตั ถกรรม

๔.แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ และครผู ้สู อนแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับการนำเสนอนี้

ขน้ั ที่ ๓ ตรวจสอบความเข้าใจ

๕.ครผู ู้สอนเปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามเพื่อความเข้าใจ

๖.ครูผสู้ อนสรปุ เนอ้ื หาทั้งหมดอกี รอบและเชอ่ื มโยงกับจุดประสงคท์ เ่ี รียนวันนี้

ขั้นท่ี ๔ การบรู ณาการ

๗.ครผู สู้ อนอธิบายถึงอิทธพิ ลของศาสนาท่มี ีผลต่อทศั นศลิ ป์น้นั สามารถนำไปบรู ณาการกบั วิชาอน่ื ได้

อีกมากมาย

ขน้ั ที่ ๕ ทบทวนและสรุป

๘.ครูผูส้ อนและนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายสรุปเรอื่ ง อิทธพิ ลของศาสนาทม่ี ผี ลต่อทศั นศิลป์

๙. ส่ือการสอน
๑.PowerPoint
๒.ภาพผลงานตวั อยา่ งตา่ งๆ
๓.อนิ เทอรเ์ นต็

๑๐. แหลง่ เรยี นรใู้ นหรอื นอกสถานท่ี
-ไมม่ -ี

๕๖

๑๑. การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
คะแนน ประเมนิ
หรอื สิง่ ท่ตี ้องการจะวัดและ วิธีวดั เครอื่ งมอื วดั

ประเมินผล

ความรู้ (K – Knowledge) - สังเกต - แบบสงั เกต เกณฑ์การประเมิน ผลรวมคะแนน
- ประเดน็ ซักถาม รายงาน ๑๕ – ๒๐
นกั เรยี นสามารถบรรยาย - ซกั ถาม -แบบประเมนิ ๑.การกำหนดหวั ข้อ คะแนน
รายงาน (๕ คะแนน) = ดีเย่ยี ม
เก่ยี วกบั อิทธิพลของความเชื่อ - ตรวจรายงาน ๒.ความถูกตอ้ งใน ๘ - ๑๔ คะแนน
- แบบสังเกต การอา้ งองิ (๕ = ปานกลาง
ความศรัทธาในศาสนาท่ีมผี ลตอ่ กลุ่ม - ประเดน็ ซักถาม คะแนน) ๑ - ๗ คะแนน
๓.การจัดรปู แบบ = ควรปรบั ปรงุ
งานทศั นศลิ ป์ในท้องถ่ินได้ รายงาน(๕ คะแนน)
๔.ตรงตอ่ เวลา รอ้ ยละ ๘๐ ขนึ้
ทกั ษะกระบวนการ (P – - สังเกต (๕ คะแนน) ไป
รวม ๒๐ คะแนน
Process/Practice) - ซักถาม เกณฑ์การสังเกต
๔ = ดีมาก
นักเรยี นสามารถนักเรยี น ๓ = ดี
๒ = พอใช้
สามารถอภิปรายเกยี่ วกับ ๑ = ปรับปรุง

อิทธิพลของความเชื่อความ

ศรทั ธาในศาสนาที่มผี ลต่องาน

ทัศนศลิ ปใ์ นทอ้ งถ่นิ ได้

คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ - สงั เกต - แบบสังเกต เกณฑก์ ารสังเกต ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ
- ประเด็นซกั ถาม ๔ = ดมี าก ไป
และค่านยิ ม (A – Attitude) - ซกั ถาม ๓ = ดี
๒ = พอใช้
นกั เรียนตระหนักและเห็น ๑ = ปรบั ปรงุ

ความสำคัญเกยี่ วกับอทิ ธิพลของ

ความเชื่อความศรัทธาในศาสนา

ที่มผี ลต่องานทัศนศลิ ปใ์ น

ทอ้ งถิน่ ได้

๕๗

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน วิธวี ดั เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
(ตามหัวข้อที่ ๕)
- ตรวจรายงาน -แบบประเมิน คะแนน ประเมนิ
ความสามารถในการคดิ กลุม่ ที่ได้ รายงาน
มอบหมาย เกณฑ์การประเมิน ผลรวมคะแนน

รายงาน ๑๕ – ๒๐

๑.การกำหนด คะแนน

หวั ขอ้ (๕ คะแนน) = ดีเยีย่ ม

๒.ความถกู ต้องใน ๘ - ๑๔ คะแนน

การอ้างองิ (๕ = ปานกลาง

คะแนน) ๑ - ๗ คะแนน

๓.การจดั รูปแบบ = ควรปรับปรงุ

รายงาน(๕ คะแนน)

๔.ตรงต่อเวลา(๕

คะแนน)

รวม ๒๐ คะแนน

ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี วธิ ีวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
๒๑ (ตามหัวขอ้ ท่ี ๖)
-แบบประเมิน คะแนน ประเมิน
ทักษะด้านความร่วมมือ การ - ตรวจรายงาน รายงาน
ทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ กลุ่มทีไ่ ด้ เกณฑ์การประเมิน ผลรวมคะแนน
(Collaboration ,teamwork มอบหมาย รายงาน ๑๕ – ๒๐
and leadership) ๑.การกำหนด คะแนน
หวั ข้อ(๕ คะแนน) = ดีเย่ยี ม
๒.ความถกู ต้องใน ๘ - ๑๔
การอ้างองิ คะแนน
(๕ คะแนน) = ปานกลาง
๓.การจัดรูปแบบ ๑ - ๗ คะแนน
รายงาน = ควรปรับปรงุ
(๕ คะแนน)
๔.ตรงตอ่ เวลา
(๕ คะแนน)
รวม ๒๐ คะแนน

๕๘

๑๒. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ..................................

๑๓. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรียนทง้ั หมดจำนวน.....................คน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ข้อท่ี จำนวนนักเรียนทีผ่ า่ น จำนวนนักเรยี นท่ีไม่ผ่าน

จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน ร้อยละ







๑๕. ปญั หา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข

............................................................................................................................. ..................................

...............................................................................................................................................................

............................................................................................................................. ..................................

................................................................................................................................... .............................

๑๖. ข้อเสนอแนะ

............................................................................................................................. ..................................

................................................................................................ ................................................................

ลงชื่อ........................................................................
()

ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ .......................................

ลงชื่อ................................................................ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
()

ลงช่อื .......................................................... รองผอู้ ำนวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
(………………………………………..)

๕๙

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา

ได้ทำการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ....................................................แล้วมคี วามคดิ เห็นดงั นี้

๔. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ

๕. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผ้เู รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๖. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................................................. ...........................
............................................................................................................................. ...........................

ลงชอื่ ...............................................................................................
( ………………………………………………… )

ผ้อู ำนวยการโรงเรียน…………………………………………………………..

แบบประเมินรายงานกลมุ่ ๖๐

คำชี้แจง: ใหค้ รผู ู้สอนประเมนิ การทำรายงานกล่มุ โดย ✓ ลงตามหัวขอ้ ที่กำหนด ๑ ผลรวม

กลุ่มที่ ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การประเมิน
๕๔๓๒

๑. การกำหนดหวั ขอ้

๑ ๒. ความถกู ต้องในการอา้ งองิ
๓. การจดั รปู แบบรายงาน

๔. ตรงต่อเวลา

๑. การกำหนดหัวข้อ

๒ ๒. ความถกู ต้องในการอา้ งอิง
๓. การจดั รูปแบบรายงาน

๔. ตรงตอ่ เวลา

๑. การกำหนดหวั ข้อ

๓ ๒. ความถูกตอ้ งในการอ้างอิง
๓. การจัดรปู แบบรายงาน

๔. ตรงตอ่ เวลา

๑. การกำหนดหวั ขอ้

๔ ๒. ความถกู ต้องในการอา้ งองิ
๓. การจดั รปู แบบรายงาน

๔. ตรงต่อเวลา

ผลรวมคะแนน
๑๕ – ๒๐ คะแนน = ดเี ยยี่ ม ๘ - ๑๔ คะแนน = ปานกลาง ๑ - ๗ คะแนน = ควรปรบั ปรุง

ลงชอ่ื ............................................................ผปู้ ระเมิน
วนั ที่ .........../...................../...................

๖๑

แผนการจดั การเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวชิ าศลิ ปะ รหัสวชิ า ศ๑๖๑๐๑
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑
เวลา ๘ ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรือ่ ง บันดาลงานศิลป์ เวลา ๒ ชวั่ โมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ เรอื่ ง อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมทีม่ ีผลตอ่ ทศั นศลิ ป์

ครูผสู้ อนนางสาวธัญมน เจรญิ พานชิ ย์

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล
ตวั ช้ีวัด
ศ ๑.๒ ป. ๖/๓ ระบุและบรรยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่มีผลต่อการสร้างงาน

ทศั นศิลป์ของบุคคล
๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑.นักเรียนสามารถระบุอิทธิพลทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่มีผลต่อการสร้างงานทัศนศิลป์ของบุคคลได้
(K)
๒.นกั เรยี นสามารถนักเรียนสามารถอภิปรายเก่ียวกับอทิ ธิพลทางวัฒนธรรมในท้องถน่ิ ที่มีผลต่อการสร้าง
งานทศั นศิลป์ของบคุ คลได้ (P)
๓.นกั เรียนตระหนักและเหน็ ความสำคัญเกีย่ วกับอทิ ธิพลทางวฒั นธรรมในท้องถิน่ ท่มี ผี ลต่อการสร้างงาน
ทัศนศลิ ปข์ องบุคคลได้ (A)
๓. สาระสำคัญ

อิทธิพลทางวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่มีผลต่อการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ใน
แต่ละภาคใหม้ คี วามแตกต่างกนั วฒั นธรรมตะวันตกที่รบั เขา้ มาเพ่ือพฒั นาบ้านเมอื งใหเ้ จรญิ กา้ วหนา้ วฒั นธรรม
ตะวันตกที่รัฐบาลไทยเห็นชอบให้นำเข้ามาเผยแพร่ทั่วไปนั้นส่วนใหญ่จะเป็นวทิ ยาการที่มีความจำเป็นต่อการ
พัฒนาประเทศด้านต่างๆ ดังนี้ ๑. ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ๒. ด้านการศึกษา ๓. ด้านการพิมพ์
๔. การคมนาคมและการสือ่ สาร ๕. ความเจริญและเทคโนโลยีอนื่ ๆ

๔. สาระการเรียนรู้
๑. อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมทมี่ ีผลต่อทัศนศลิ ป์

๖๒

๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น (เฉพาะที่เกดิ ในหนว่ ยการเรียนรู้น)ี้

 ความสามารถในการสอื่ สาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน)
 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
 ทกั ษะการเขียน (Writing)
 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผนู้ ำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
 ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
 ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั ส่อื (Communication information and
media literacy)
 ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
 ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผู้นำ (Leadership)
๗. ช้ินงานหรอื ภาระงาน ( หลกั ฐาน / รอ่ งรอยแสดงความรู้ )
ช้ินงานหรือภาระงาน
๑.รายงานกล่มุ

๖๓

๘. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ ๑ (ทฤษฎกี ารเรียนรอู้ ย่างมีความหมายของออซูเบล)
ขัน้ ท่ี ๑ การนำเข้าสบู่ ทเรยี น
๑.ครูผสู้ อนกล่าวทักทายและแนะนำรายวิชาพร้อมแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ของวันนี้
๒.ครผู ู้สอนสอบถามกบั นกั เรียนเกีย่ วกบั วฒั นธรรมในประเทศไทยทีม่ ีความแตกตา่ งกนั ไปตามภูมิภาค
และเชื่อมโยงไปสูศ่ วัฒนธรรมกับทศั นศลิ ป์
ขนั้ ท่ี ๒ การนำเสนอ
๑.ครูผู้สอนอธบิ ายความหมายอทิ ธิพลของวฒั นธรรมทีม่ ีผลต่อทัศนศิลป์
๒.ครผู ูส้ อนยกตัวอย่างรูปภาพที่เก่ยี วกับวัฒนธรรมในแตล่ ะภมู ิภาค พรอ้ มอธิบายถงึ รูปภาพน้นั ๆ
๓.ครผู สู้ อนแบง่ กลุ่มเปน็ ๔ กลมุ่ ศกึ ษาคน้ คว้างานทัศนศิลป์ในท้องถิ่นประเภทต่าง ๆ ท่ีได้รับอิทธิพล
ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น จดบันทึกและวาดภาพประกอบ จัดทำเป็นรายงาน ตามหัวข้อแล้วนำเสนอ
ให้ครแู ละเพ่อื น ๆ ฟัง
– การสร้างงานทศั นศลิ ป์ในภาคเหนือ (กลุ่มที่ ๑)
– การสรา้ งงานทัศนศิลป์ในภาคกลาง (กลมุ่ ท่ี ๒)
– การสร้างงานทศั นศลิ ป์ในภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื (กลมุ่ ท่ี ๓)
– การสร้างงานทัศนศิลปใ์ นภาคใต้ (กลุม่ ที่ ๔)
๔.แตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอ และครูผสู้ อนแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั การนำเสนอน้ี
ขน้ั ท่ี ๓ ตรวจสอบความเข้าใจ
๕.ครผู ู้สอนเปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามเพื่อความเขา้ ใจเกย่ี วกบั อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ
ขน้ั ที่ ๔ การบรู ณาการ
๖.ครูผ้สู อนอธบิ ายว่าอิทธิพลทางวัฒนธรรมในทอ้ งถ่นิ นัน้ สามารถนำไปบูรณาการกับวิชาอ่ืนได้อีก
มากมาย
ข้ันที่ ๕ ทบทวนและสรุป
๘.ครผู สู้ อนและนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายสรุปเรื่อง อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมในทอ้ งถ่ิน

๙. สอ่ื การสอน
๑.PowerPoint
๒.ภาพผลงานตัวอย่างต่างๆ
๓.อินเทอร์เนต็

๖๔

๑๐. แหล่งเรยี นรู้ในหรอื นอกสถานท่ี

-ไมม่ -ี

๑๑. การวัดและประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
คะแนน ประเมนิ
หรอื สิง่ ทต่ี อ้ งการจะวัดและ วิธวี ัด เครือ่ งมือวัด

ประเมนิ ผล

ความรู้ (K – Knowledge) - สังเกต - แบบสังเกต เกณฑ์การประเมิน ผลรวมคะแนน
นกั เรยี นสามารถระบอุ ทิ ธพิ ล - ซกั ถาม - ประเด็นซักถาม รายงาน ๑๕ – ๒๐
-แบบประเมนิ ๑.การกำหนดหัวข้อ คะแนน
ทางวฒั นธรรมในทอ้ งถิ่นที่มีผล - ตรวจรายงาน รายงาน (๕ คะแนน) = ดีเยีย่ ม
๒.ความถกู ต้องใน ๘ - ๑๔ คะแนน
ต่อการสร้างงานทัศนศลิ ป์ของ กลมุ่ - แบบสงั เกต การอ้างอิง (๕ = ปานกลาง
- ประเด็นซักถาม คะแนน) ๑ - ๗ คะแนน
บุคคลได้ ๓.การจัดรปู แบบ = ควรปรับปรงุ
รายงาน(๕ คะแนน)
ทักษะกระบวนการ (P – - สงั เกต ๔.ตรงต่อเวลา ร้อยละ ๘๐ ข้ึน
(๕ คะแนน) ไป
Process/Practice) - ซักถาม รวม ๒๐ คะแนน
เกณฑ์การสงั เกต
นักเรียนสามารถนักเรียน ๔ = ดีมาก
๓ = ดี
สามารถอภิปรายเกย่ี วกบั ๒ = พอใช้
๑ = ปรบั ปรงุ
อิทธิพลทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น

ท่มี ผี ลตอ่ การสร้างงานทศั นศลิ ป์

ของบุคคลได้

คณุ ธรรม จรยิ ธรรม เจตคติ - สงั เกต - แบบสงั เกต เกณฑ์การสงั เกต รอ้ ยละ ๘๐ ขึ้น
- ประเดน็ ซกั ถาม ๔ = ดมี าก ไป
และค่านิยม (A – Attitude) - ซกั ถาม ๓ = ดี
๒ = พอใช้
นักเรยี นตระหนกั และเห็น ๑ = ปรับปรุง

ความสำคัญเก่ยี วกบั อิทธพิ ลทาง

วฒั นธรรมในทอ้ งถน่ิ ทม่ี ผี ลต่อ

การสร้างงานทศั นศลิ ป์ของ

บุคคลได้

๖๕

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน วิธวี ดั เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
(ตามหัวข้อที่ ๕)
- ตรวจรายงาน -แบบประเมิน คะแนน ประเมนิ
ความสามารถในการคดิ กลุม่ ที่ได้ รายงาน
มอบหมาย เกณฑ์การประเมิน ผลรวมคะแนน

รายงาน ๑๕ – ๒๐

๑.การกำหนด คะแนน

หวั ขอ้ (๕ คะแนน) = ดีเยีย่ ม

๒.ความถกู ต้องใน ๘ - ๑๔ คะแนน

การอ้างองิ (๕ = ปานกลาง

คะแนน) ๑ - ๗ คะแนน

๓.การจดั รูปแบบ = ควรปรับปรงุ

รายงาน(๕ คะแนน)

๔.ตรงต่อเวลา(๕

คะแนน)

รวม ๒๐ คะแนน

ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี วธิ ีวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
๒๑ (ตามหัวขอ้ ท่ี ๖)
-แบบประเมิน คะแนน ประเมิน
ทักษะด้านความร่วมมือ การ - ตรวจรายงาน รายงาน
ทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ กลุ่มทีไ่ ด้ เกณฑ์การประเมิน ผลรวมคะแนน
(Collaboration ,teamwork มอบหมาย รายงาน ๑๕ – ๒๐
and leadership) ๑.การกำหนด คะแนน
หวั ข้อ(๕ คะแนน) = ดีเย่ยี ม
๒.ความถกู ต้องใน ๘ - ๑๔
การอ้างองิ คะแนน
(๕ คะแนน) = ปานกลาง
๓.การจัดรูปแบบ ๑ - ๗ คะแนน
รายงาน = ควรปรับปรงุ
(๕ คะแนน)
๔.ตรงตอ่ เวลา
(๕ คะแนน)
รวม ๒๐ คะแนน

๖๖

๑๒. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ..................................

๑๓. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรียนทง้ั หมดจำนวน.....................คน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ข้อท่ี จำนวนนักเรียนทีผ่ า่ น จำนวนนักเรยี นท่ีไม่ผ่าน

จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน ร้อยละ







๑๕. ปญั หา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข

............................................................................................................................. ..................................

...............................................................................................................................................................

............................................................................................................................. ..................................

................................................................................................................................... .............................

๑๖. ข้อเสนอแนะ

............................................................................................................................. ..................................

................................................................................................ ................................................................

ลงชื่อ........................................................................
()

ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ .......................................

ลงชื่อ................................................................ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
()

ลงช่อื .......................................................... รองผอู้ ำนวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
(………………………………………..)

๖๗

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา

ได้ทำการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ....................................................แล้วมคี วามคดิ เห็นดงั นี้

๗. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ

๘. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผ้เู รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

๙. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................................................. ...........................
............................................................................................................................. ...........................

ลงชอื่ ...............................................................................................
( ………………………………………………… )

ผ้อู ำนวยการโรงเรียน…………………………………………………………..

แบบประเมินรายงานกลมุ่ ๖๘

คำชี้แจง: ใหค้ รผู ู้สอนประเมนิ การทำรายงานกล่มุ โดย ✓ ลงตามหัวขอ้ ที่กำหนด ๑ ผลรวม

กลุ่มที่ ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การประเมิน
๕๔๓๒

๑. การกำหนดหวั ขอ้

๑ ๒. ความถกู ต้องในการอา้ งองิ
๓. การจดั รปู แบบรายงาน

๔. ตรงต่อเวลา

๑. การกำหนดหัวข้อ

๒ ๒. ความถกู ต้องในการอา้ งอิง
๓. การจดั รูปแบบรายงาน

๔. ตรงตอ่ เวลา

๑. การกำหนดหวั ข้อ

๓ ๒. ความถูกตอ้ งในการอ้างอิง
๓. การจัดรปู แบบรายงาน

๔. ตรงตอ่ เวลา

๑. การกำหนดหวั ขอ้

๔ ๒. ความถกู ต้องในการอา้ งองิ
๓. การจดั รปู แบบรายงาน

๔. ตรงต่อเวลา

ผลรวมคะแนน
๑๕ – ๒๐ คะแนน = ดเี ยยี่ ม ๘ - ๑๔ คะแนน = ปานกลาง ๑ - ๗ คะแนน = ควรปรบั ปรุง

ลงชอ่ื ............................................................ผปู้ ระเมิน
วนั ที่ .........../...................../...................

ARTS

แผนการเรียนรู้รายหน่ วย

หน่ วยที่ ๔

องค์ประกอบดนตรี

LET'S GO

๖๙

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชาศิลปะ รหสั วชิ า ศ๑๖๑๐๑
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๑
เวลา ๕ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๔ เรื่อง องคป์ ระกอบดนตรี เวลา ๒ ช่วั โมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ เรอ่ื ง องคป์ ระกอบดนตรไี ทย

ครผู ้สู อนนางสาวธัญมน เจริญพานชิ ย์

๑. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์
คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั
ตัวช้ีวัด
ศ ๒.๑ ป. ๖/๑ บรรยายเพลงท่ีฟังโดยอาศัยองคป์ ระกอบดนตรแี ละศัพท์สงั คตี

๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑.นักเรียนสามารถบรรยายเพลงทีฟ่ ังโดยอาศัยองค์ประกอบดนตรไี ด้ (K)
๒.นักเรยี นสามารถจำแนกองค์ประกอบดนตรไี ทยจากเพลงท่ีฟัง โดยอาศยั องค์ประกอบดนตรไี ด้ (P)
๓.นกั เรียนพึงพอใจและเหน็ คณุ ค่าของเพลงท่ีได้ฟงั (A)

๓. สาระสำคัญ
องค์ประกอบดนตรีเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดเป็นดนตรีรูปแบบต่าง ๆ ขึ้น องค์ประกอบดนตรีไทย

ประกอบด้วยเสียง จังหวะ ทำนอง เสียงประสาน พื้นผิวของดนตรี สีสันของเสียง และรูปแบบหรือ คีตลักษณ์
ซ่งึ องคป์ ระกอบดนตรีไทยแตล่ ะอยา่ งต่างก็มเี อกลักษณแ์ ละความสำคญั แตกตา่ งกนั ไป

ดนตรีไทย(Thai music) เป็นศิลปะแขนงหนึ่งของไทย ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศต่าง ๆ เช่น
อินเดีย, จีน, อินโดนีเซีย และอ่ืน ๆ เครื่องดนตรีมี ๔ ประเภท ดีด สี ตี เป่า เล่น วรรณคดี "ไตรภูมิพระร่วง"
กล่าวถงึ เครื่องดนตรี ไดแ้ ก่ ฆ้อง กลอง ฉิง่ ฉาบ บณั เฑาะว์ พณิ ซอ ปีไ่ ฉน ระฆัง กรบั องคป์ ระกอบของดนตรี
ไทย คือ ๑.เสยี งของดนตรีไทย ๒. จงั หวะของดนตรไี ทย ๓. ทำนองดนตรีไทย ๔. การประสานเสยี ง
๔. สาระการเรยี นรู้

๑. องคป์ ระกอบดนตรีไทย

๗๐

๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี)้

 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๖. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สูก่ ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน)
 ทักษะการอา่ น (Reading)
 ทกั ษะการเขียน (Writing)
 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
 ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
 ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
 ทกั ษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และรูเ้ ท่าทนั สื่อ (Communication information and
media literacy)
 ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
 ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
๗. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน ( หลกั ฐาน / รอ่ งรอยแสดงความรู้ )
ชนิ้ งานหรือภาระงาน
-ไมม่ -ี

๗๑

๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี ๑ (รูปแบบการจัดการเรยี นรู้แบบสาธติ )
ขนั้ ที่ ๑ เตรียมการสอน
๑.ครผู ู้สอนเตรยี มเนือ้ หาและส่อื การสอนใหพ้ ร้อม
๒.ครูผูส้ อนกล่าวทักทายและแนะนำรายวชิ าพร้อมแจง้ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวนั น้ี
๓.ครูผู้สอนให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เกย่ี วกับองค์ประกอบดนตรีไทย
ขนั้ ท่ี ๒ สาธิต
๑.ครูผสู้ อนอธิบายองคป์ ระกอบของดนตรี
๒.ครผู สู้ อนสาธิตการเกดิ เสียง จังหวะ ทำนอง ฟงั พร้อมเปดิ คลปิ วิดโี อสาธิตต่างๆ
ข้ันที่ ๓ สรปุ
๕.ครผู ู้สอนและนักเรียนรว่ มกันสรุปเน้ือหาที่เรยี น
ข้นั ท่ี 4 วดั และประเมินผล
๖.ครผู ้สู อนใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น เพื่อวัดประเมินความรู้ความเขา้ ใจของผ้เู รยี น

๙. สื่อการสอน
๑.PowerPoint
๒.คลิปวดิ ีโอสาธติ
๓.อินเทอร์เนต็

๑๐. แหล่งเรยี นรู้ในหรือนอกสถานที่
-ไมม่ -ี

๗๒

๑๑. การวัดและประเมินผล วิธีวดั เครื่องมอื วัด เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
คะแนน ประเมิน
จุดประสงค์การเรยี นรู้ - สังเกต - แบบสังเกต ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ
หรือ ส่ิงทต่ี ้องการจะวดั และ - ซกั ถาม - ประเดน็ ซกั ถาม เกณฑ์คะแนน ไป
- ตรวจ -แบบทดสอบ นกั เรียนตอบถกู
ประเมินผล แบบทดสอบก่อน กอ่ นเรยี น/หลงั ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป รอ้ ยละ ๘๐ ขนึ้
ความรู้ (K – Knowledge) เรียน/หลงั เรียน เรียน ไป
นกั เรียนสามารถบรรยายเพลงที่ - สังเกต - แบบสงั เกต เกณฑก์ ารสงั เกต
ฟงั โดยอาศัยองคป์ ระกอบดนตรี - ซกั ถาม - ประเดน็ ซกั ถาม ๔ = ดมี าก ร้อยละ ๘๐ ขนึ้
ได้ ๓ = ดี ไป
- สังเกต - แบบสงั เกต ๒ = พอใช้
ทักษะกระบวนการ (P – - ซกั ถาม - ประเดน็ ซักถาม ๑ = ปรบั ปรุง
Process/Practice)
นกั เรยี นสามารถจำแนก เกณฑก์ ารสงั เกต
องคป์ ระกอบดนตรไี ทยจาก ๔ = ดีมาก
เพลงทฟี่ ัง โดยอาศยั ๓ = ดี
องค์ประกอบดนตรไี ด้ ๒ = พอใช้
คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ ๑ = ปรบั ปรุง
และคา่ นิยม (A – Attitude)
นกั เรียนพึงพอใจและเหน็ คณุ คา่
ของเพลงท่ไี ดฟ้ งั

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน วิธวี ดั เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
(ตามหวั ข้อท่ี ๕) คะแนน ประเมนิ
- สงั เกต ร้อยละ ๘๐ ข้นึ ไป
ความสามารถในการสื่อสาร - ซักถาม - แบบสังเกต เกณฑก์ ารสังเกต

- ประเดน็ ซกั ถาม ๔ = ดมี าก

๓ = ดี

๒ = พอใช้

๑ = ปรบั ปรงุ

๗๓

ทักษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี วิธวี ัด เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
๒๑ (ตามหัวขอ้ ที่ ๖) คะแนน ประเมนิ

ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning - สงั เกต - แบบสังเกต เกณฑก์ ารสังเกต รอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ
Skills) - ซกั ถาม - ประเดน็ ซักถาม ๔ = ดีมาก ไป

๓ = ดี
๒ = พอใช้
๑ = ปรับปรงุ

๑๒. กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ..................................

๑๓. บนั ทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน
นกั เรยี นทัง้ หมดจำนวน.....................คน

จุดประสงค์การเรยี นรู้ขอ้ ที่ จำนวนนกั เรยี นทีผ่ า่ น จำนวนนกั เรียนที่ไม่ผา่ น
จำนวนคน รอ้ ยละ
๑ จำนวนคน ร้อยละ



๑๕. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
................................................................................................................................... .............................

๗๔

๑๖. ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. ..................................
................................................................................................ ................................................................
ลงชือ่ ........................................................................
()
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ .......................................

ลงชอื่ ................................................................ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
()

ลงช่ือ.......................................................... รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
(………………………………………..)

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา

ได้ทำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็นดงั นี้

๑. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

๒. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

๓. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
............................................................................................................................. ...........................
............................................................................................................................. ...........................

ลงชอ่ื ...............................................................................................
( ………………………………………………… )

ผอู้ ำนวยการโรงเรียน…………………………………………………………..

๗๕

ช่ือ - นามสกลุ ............................................................................. ชั้น...............................เลขที.่ .............

แบบทดสอบก่อนเรยี น

คำชี้แจง : ใหน้ ักเรยี น  (กากบาท) คำตอบทถ่ี ูกต้องทสี่ ดุ

๑. ขอ้ ใดคือองค์ประกอบดนตรีท้ังหมด
ก. คีตลักษณ์ เสยี ง
ข. ทำนอง บทเพลง
ค. จงั หวะ ผบู้ รรเลงดนตรี
ง พืน้ ผวิ ของดนตรี เวทีแสดงดนตรี

๒. เครื่องดนตรีชนิดใดใชป้ ระกอบจังหวะหน้าทับ
ก. ฆ้องวง
ข. จะเข้
ค. โทน
ง. ฉิง่

๓. ขอ้ ใดไมใ่ ช่คุณสมบตั ขิ องเสียง
ก. ระดับเสยี ง
ข. คุณภาพของเสยี ง
ค. การประสานเสียง
ง. ความเขม้ ของเสยี ง

๔.การแยกเสียงของเคร่อื งดนตรที ่ีได้ยินจะตอ้ งพิจารณาจากสิ่งใด
ก. ระดับเสยี ง
ข. คุณภาพของเสียง
ค. การประสานเสยี ง
ง. ความเขม้ ของเสยี ง

๕.ข้อใดกล่าวถึง "องค์ประกอบของดนตร"ี ไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. การนำเพลงหลาย ๆ เพลงมาร้องและบรรเลงตดิ ต่อกัน
ข. การนำนกั รอ้ งหลาย ๆ คนมาร้องเพลงหลาย ๆ เพลง
ค. การนำเพลงหลาย ๆ เพลงมาร้องพรอ้ ม ๆ กัน
ง. สิ่งทท่ี ำให้เพลงมคี วามสมบูรณแ์ ละทำให้เข้าใจเพลงได้งา่ ยข้ึน

๗๖

ชื่อ - นามสกลุ ............................................................................. ช้นั ...............................เลขท.ี่ .............

แบบทดสอบหลงั เรยี น

คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี น  (กากบาท) คำตอบทถ่ี กู ต้องที่สดุ

๑.เคร่ืองดนตรชี นิดใดใชป้ ระกอบจงั หวะหน้าทับ
ก. ฆอ้ งวง
ข. จะเข้
ค. โทน
ง. ฉ่งิ

๒. ข้อใดคือองค์ประกอบดนตรีทั้งหมด
ก. คีตลักษณ์ เสยี ง
ข. ทำนอง บทเพลง
ค. จงั หวะ ผ้บู รรเลงดนตรี
ง พ้ืนผิวของดนตรี เวทีแสดงดนตรี

๓. ข้อใดกลา่ วถงึ "องคป์ ระกอบของดนตร"ี ได้ถูกต้อง
ก. การนำเพลงหลาย ๆ เพลงมารอ้ งและบรรเลงตดิ ต่อกนั
ข. การนำนกั ร้องหลาย ๆ คนมารอ้ งเพลงหลาย ๆ เพลง
ค. การนำเพลงหลาย ๆ เพลงมารอ้ งพร้อม ๆ กัน
ง. ส่ิงท่ที ำใหเ้ พลงมคี วามสมบูรณ์และทำใหเ้ ขา้ ใจเพลงไดง้ ่ายข้ึน

๔.การแยกเสยี งของเครือ่ งดนตรที ่ีได้ยนิ จะตอ้ งพิจารณาจากสิ่งใด
ก. ระดบั เสยี ง
ข. คุณภาพของเสยี ง
ค. การประสานเสียง
ง. ความเขม้ ของเสียง

๕.ข้อใดไมใ่ ช่คุณสมบัติของเสียง
ก. ระดับเสยี ง
ข. คุณภาพของเสยี ง
ค. การประสานเสียง
ง. ความเข้มของเสยี ง

๗๗

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมผู้เรียนในชนั้ เรยี น

ช่อื -สกลุ ...................................................................................................ห้อง......................เลขท.ี่ .............

คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมผ้เู รยี นในชั้นเรียน
เขยี น ✓ ลงในชอ่ งทส่ี อดคลอ้ งกบั ระดบั พฤติกรรม

เกณฑ์การประเมิน ระดบั พฤติกรรม
สมำ่ เสมอ บอ่ ยครั้ง บางครั้ง ไมเ่ ลย
๑. ตงั้ ใจเรียน
๒. ตอบคำถาม
๓. เอาใจใส่การเรยี นและมคี วามเพียรพยายามในการ
เรยี น
๔. เขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
๕. ไม่ยอมแพ้เม่ือเกิดปัญหา

ลงชอื่ ....................................................ผ้ปู ระเมิน
..................... / ..................... / .....................

เกณฑก์ ารประเมนิ = มีความมุ่งมั่นในการทำงานดเี ยี่ยม
= มคี วามมงุ่ มน่ั ในการทำงานดี
๔ สม่ำเสมอ
๓ บ่อยคร้งั = ความมงุ่ มนั่ ในการทำงานพอใช้
= ปรบั ปรุง
๒ บางคร้ัง
๑ ไมเ่ ลย

๗๘

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ รายวชิ าศลิ ปะ รหัสวชิ า ศ๑๖๑๐๑
ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑
เวลา ๕ ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๔ เรอ่ื ง องค์ประกอบดนตรี เวลา ๒ ชว่ั โมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง องค์ประกอบดนตรีสากล

ครผู สู้ อนนางสาวธญั มน เจริญพานชิ ย์

๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์
คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวนั
ตัวชว้ี ดั
ศ ๒.๑ ป. ๖/๑ บรรยายเพลงทีฟ่ ังโดยอาศัยองคป์ ระกอบดนตรีและศัพทส์ ังคตี

๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑.นักเรยี นสามารถบรรยายเพลงทฟี่ ังโดยอาศัยองค์ประกอบดนตรีสากลได้ (K)
๒.นักเรียนสามารถจำแนกองค์ประกอบดนตรีไทยจากเพลงที่ฟัง โดยอาศัยองค์ประกอบดนตรีสากลได้
(P)
๓.นักเรยี นพงึ พอใจและเห็นคณุ คา่ ของเพลงสากลที่ได้ฟัง (A)

๓. สาระสำคญั
องค์ประกอบดนตรีเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดเป็นดนตรีรูปแบบต่าง ๆ ขึ้น องค์ประกอบดนตรีไทย

ประกอบด้วยเสียง จังหวะ ทำนอง เสียงประสาน พื้นผิวของดนตรี สีสันของเสียง และรูปแบบหรือ คีตลักษณ์
ซงึ่ องค์ประกอบดนตรีไทยแต่ละอย่างตา่ งกม็ ีเอกลักษณแ์ ละความสำคัญแตกต่างกนั ไป

ดนตรีสากลเป็นมรดกของชาวตะวนั ตก เริม่ จากชาวยโุ รปมีการบันทึกทำนองเพลง โดยใช้สัญลักษณ์ท่ี
เรียกวา่ โนต้ สากล และใช้กับเคร่อื งดนตรีสากลทไี่ ด้รับการพัฒนาอย่างต่อเน่ืองจนเปน็ ที่ยอมรบั อยา่ งกวา้ งขวาง
ในปัจจุบัน องค์ประกอบของดนตรีสากล ได้แก่ ๑. เสียง (Tone) ๒. พื้นฐานจังหวะ (Element of Time)
๓.ทำนอง (Melody) ๔. พืน้ ผิวของเสยี ง (Texture) ๕. สสี นั ของเสยี ง (Tone Color) ๖. คีตลกั ษณ์ (Forms)

๔. สาระการเรยี นรู้
๑. องค์ประกอบดนตรีสากล

๗๙

๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี)้

 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๖. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สูก่ ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน)
 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
 ทักษะการเขียน (Writing)
 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
 ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
 ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
 ทกั ษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และรูเ้ ท่าทนั สื่อ (Communication information and
media literacy)
 ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
 ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
๗. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน ( หลกั ฐาน / รอ่ งรอยแสดงความรู้ )
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
- ไมม่ ี -

๘๐

๘. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑ (รูปแบบการจัดการเรียนร้แู บบสาธิต)
ขนั้ ท่ี ๑ เตรยี มการสอน
๑.ครูผู้สอนเตรียมเน้ือหาและสือ่ การสอนใหพ้ ร้อม
๒.ครูผ้สู อนกล่าวทักทายและแนะนำรายวชิ าพร้อมแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ของวันนี้
๓.ครสู นทนาซักถามนักเรยี นว่ารูจ้ กั องคป์ ระกอบดนตรีสากลอะไรบา้ ง แลว้ ใหน้ ักเรียนร่วมกันตอบ
และแสดงความคดิ เห็น
ขน้ั ท่ี ๒ สาธิต
๑.ครูผูส้ อนอธิบายควาวหมายของดนตรีสากลและองค์ประกอบของดนตรีสากล
๒.ครผู ูส้ อนเปดิ เพลงไทยสากลหรือเพลงสากลทม่ี กี ารใชอ้ งค์ประกอบต่าง ๆ ทางดนตรีไทยครบทกุ
องค์ประกอบให้นกั เรียนฟัง ๑ เพลง ให้นักเรียนบรรยายความรู้สกึ ท่ีไดฟ้ งั ลงในสมุด
ขน้ั ท่ี ๓ สรุป
๕.ครผู ู้สอนและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ เน้ือหาท่เี รยี น
ขน้ั ท่ี 4 วดั และประเมนิ ผล
๖.ครูผ้สู อนตรวจสมดุ นกั เรยี นทีไ่ ด้มกี ารจดบันทกึ เก่ยี วกบั ความคดิ เห็นเกย่ี วกับเพลงท่ไี ด้ฟงั

๙. สื่อการสอน
๑.PowerPoint
๒.เพลง
๓.อินเทอร์เน็ต

๑๐. แหลง่ เรียนรูใ้ นหรือนอกสถานที่
-ไม่ม-ี

๘๑

๑๑. การวัดและประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
คะแนน ประเมนิ
หรอื ส่ิงทต่ี ้องการจะวัดและ วธิ ีวดั เคร่อื งมือวัด

ประเมนิ ผล

ความรู้ (K – Knowledge) - สงั เกต - แบบสงั เกต นักเรยี นเขียน ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ
ไป
นกั เรยี นสามารถบรรยายเพลงท่ี - ซักถาม - ประเด็นซักถาม บรรยายความรสู้ กึ

ฟังโดยอาศัยองค์ประกอบดนตรี -ตรวจการบ้าน - การบา้ น ร้อยละ ๘๐

สากลได้

ทกั ษะกระบวนการ (P – - สงั เกต - แบบสังเกต เกณฑ์การสงั เกต รอ้ ยละ ๘๐ ข้ึน
- ประเดน็ ซกั ถาม ๔ = ดีมาก ไป
Process/Practice) - ซกั ถาม ๓ = ดี
๒ = พอใช้
นกั เรียนสามารถจำแนก ๑ = ปรบั ปรงุ

องคป์ ระกอบดนตรีไทยจาก

เพลงทฟ่ี งั โดยอาศัย

องค์ประกอบดนตรสี ากลได้

คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ - สังเกต - แบบสงั เกต เกณฑ์การสงั เกต รอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ
- ประเด็นซกั ถาม ๔ = ดมี าก ไป
และค่านิยม (A – Attitude) - ซักถาม ๓ = ดี
๒ = พอใช้
นักเรียนพึงพอใจและเห็นคุณค่า ๑ = ปรบั ปรงุ

ของเพลงสากลทไี่ ด้ฟัง

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน วธิ ีวัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
(ตามหัวข้อที่ ๕) คะแนน ประเมิน
- สังเกต รอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป
ความสามารถในการส่ือสาร - ซกั ถาม - แบบสงั เกต เกณฑ์การสงั เกต

- ประเด็นซกั ถาม ๔ = ดมี าก

๓ = ดี

๒ = พอใช้

๑ = ปรบั ปรุง

๘๒

ทักษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี วิธวี ัด เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
๒๑ (ตามหัวขอ้ ที่ ๖) คะแนน ประเมนิ

ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning - สงั เกต - แบบสังเกต เกณฑก์ ารสังเกต รอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ
Skills) - ซกั ถาม - ประเดน็ ซักถาม ๔ = ดีมาก ไป

๓ = ดี
๒ = พอใช้
๑ = ปรับปรงุ

๑๒. กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ..................................

๑๓. บนั ทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน
นกั เรยี นทัง้ หมดจำนวน.....................คน

จุดประสงค์การเรยี นรู้ขอ้ ที่ จำนวนนกั เรยี นทีผ่ า่ น จำนวนนกั เรียนที่ไม่ผา่ น
จำนวนคน รอ้ ยละ
๑ จำนวนคน ร้อยละ



๑๕. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
................................................................................................................................... .............................

๘๓

๑๖. ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. ..................................
................................................................................................ ................................................................
ลงชือ่ ........................................................................
()
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ .......................................

ลงชอื่ ................................................................ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
()

ลงช่ือ.......................................................... รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
(………………………………………..)

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา

ได้ทำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็นดงั นี้

๔. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

๕. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

๖. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
............................................................................................................................. ...........................
............................................................................................................................. ...........................

ลงชอ่ื ...............................................................................................
( ………………………………………………… )

ผอู้ ำนวยการโรงเรียน…………………………………………………………..

๘๔

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมผู้เรียนในชนั้ เรยี น

ช่อื -สกลุ ...................................................................................................ห้อง......................เลขท.ี่ .............

คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมผ้เู รยี นในชั้นเรียน
เขยี น ✓ ลงในชอ่ งทส่ี อดคลอ้ งกบั ระดบั พฤติกรรม

เกณฑ์การประเมิน ระดบั พฤติกรรม
สมำ่ เสมอ บอ่ ยครั้ง บางครั้ง ไมเ่ ลย
๑. ตงั้ ใจเรียน
๒. ตอบคำถาม
๓. เอาใจใส่การเรยี นและมคี วามเพียรพยายามในการ
เรยี น
๔. เขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
๕. ไม่ยอมแพ้เม่ือเกิดปัญหา

ลงชอื่ ....................................................ผ้ปู ระเมิน
..................... / ..................... / .....................

เกณฑก์ ารประเมนิ = มีความมุ่งมั่นในการทำงานดเี ยี่ยม
= มคี วามมงุ่ มน่ั ในการทำงานดี
๔ สม่ำเสมอ
๓ บ่อยคร้งั = ความมงุ่ มนั่ ในการทำงานพอใช้
= ปรบั ปรุง
๒ บางคร้ัง
๑ ไมเ่ ลย

๘๕

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชาศิลปะ รหสั วชิ า ศ๑๖๑๐๑
ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๑
เวลา ๕ ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ เร่ือง องคป์ ระกอบดนตรี เวลา ๑ ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรอื่ งศัพท์สงั คตี

ครผู ูส้ อนนางสาวธัญมน เจริญพานชิ ย์

๑. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์
คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน
ตัวชว้ี ดั
ศ ๒.๑ ป. ๖/๑ บรรยายเพลงทฟี่ ังโดยอาศยั องค์ประกอบดนตรแี ละศัพท์สังคีต

๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑.นักเรยี นสามารถบรรยายเพลงทฟี่ ังโดยอาศัยองค์ประกอบดนตรีและศัพทส์ งั คตี ได้ (K)
๒.นกั เรยี นสามารถอภปิ รายเพลงท่ฟี ังโดย อาศยั ศัพท์ สงั คีต ได้ (P)
๓.นกั เรียนปฏบิ ตั กิ จิ กรรมรว่ มกับผู้อนื่ ด้วยความสนกุ สนานและม่ันใจ (A)

๓. สาระสำคัญ
องค์ประกอบดนตรีเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดเป็นดนตรีรูปแบบต่าง ๆ ขึ้น องค์ประกอบดนตรีไทย

ประกอบด้วยเสียง จังหวะ ทำนอง เสียงประสาน พื้นผิวของดนตรี สีสันของเสียง และรูปแบบหรือ คีตลักษณ์
ซึ่งองค์ประกอบดนตรีไทยแต่ละอย่างตา่ งก็มีเอกลักษณแ์ ละความสำคัญแตกตา่ งกนั ไป

ศพั ทส์ งั คีต หมายถึงศัพทท์ ่บี ัญญตั ิไวใ้ ชเ้ ฉพาะในวงการดนตรแี ละการขับรอ้ ง ประกอบดว้ ยศัพท์ สงั คตี
ทางดนตรีไทยและศัพท์สังคีตทางดนตรีสากล ซึ่งศัพท์สังคีตเหล่านี้สามารถทำให้ทราบถึงความ ต้องการ
ถ่ายทอดอารมณ์เพลงของผปู้ ระพันธ์และศลิ ปิน และทำให้เขา้ ใจดนตรแี ละบทเพลงมากขึ้น อย่างเช่น กรอ เก็บ
คู่ จังหวะ ตับ เถา ทาง เปน็ ต้น
๔. สาระการเรียนรู้

๑. ศัพทส์ ังคตี

๘๖

๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี)้

 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๖. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สูก่ ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน)
 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
 ทักษะการเขียน (Writing)
 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
 ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
 ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
 ทกั ษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และรูเ้ ท่าทนั สื่อ (Communication information and
media literacy)
 ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
 ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
๗. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน ( หลกั ฐาน / รอ่ งรอยแสดงความรู้ )
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
- ไมม่ ี -

๘๗

๘. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี ๑ (รูปแบบการจัดการเรียนรแู้ บบสาธติ )
ขน้ั ที่ ๑ เตรยี มการสอน
๑.ครูผู้สอนเตรยี มเน้ือหาและสอ่ื การสอนให้พร้อม
๒.ครูผสู้ อนกลา่ วทักทายและแนะนำรายวชิ าพร้อมแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรูข้ องวันน้ี
๓.ครูสนทนาซกั ถามนกั เรยี นว่ารจู้ กั องค์ประกอบดนตรีสากลอะไรบ้าง แลว้ ให้นักเรียนร่วมกันตอบ
และแสดงความคิดเห็น
ขน้ั ท่ี ๒ สาธติ
๑.ครผู ูส้ อนอธบิ ายความหมายของศพั ท์สงั คีต
๒.ครผู ้สู อนใหน้ กั เรยี นดวู ดี ิทัศน์การร้องเพลงหรือการบรรเลงเคร่ืองดนตรไี ทยและเครื่องดนตรีสากลท่ี
เป็นการบรรเลงตามศัพท์สังคีตทางดนตรีไทยและศัพท์สังคีตทางดนตรีสากล และถามนักเรียนว่าใน
การร้องและการบรรเลงแต่ละครั้งนั้นเป็นการบรรเลงตามศัพท์สังคีตใด แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบ
เพ่ือประเมนิ ความรกู้ ่อนเรียนวา่ นกั เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจเรอ่ื งศพั ทส์ งั คตี เพยี งใด
๓.ครนู ำเครอ่ื งดนตรีไทยและเคร่ืองดนตรีสากลท่ีสามารถบรรเลงตามศัพทส์ งั คีตดังกลา่ วได้ มา
บรรเลงตามศัพท์สังคตี ดงั กล่าวให้นกั เรยี นดู
ข้ันที่ ๓ สรปุ
๕.ครผู ู้สอนและนักเรียนรว่ มกันสรปุ เน้ือหาทเ่ี รียน
ขั้นที่ 4 วัดและประเมินผล
๖.ครผู ู้สอนตงั้ คำถามกบั นักเรียนวา่ นอกจากศพั ท์สังคีตท่ีครูนำเสนอไปแลว้ น้ี มีศัพท์ใดท่ีนักเรียนรู้จัก
อีกบ้าง และใช้เครื่องดนตรีชนิดใดบรรเลงตามศัพท์สังคีตนี้ แล้วให้นักเรียนที่รู้จักออกมาอธิบายให้
เพอ่ื น ๆ ฟงั หน้าช้ันเรยี น โดยครูคอยแนะนำในสว่ นของรายละเอยี ดท่ียงั ไม่ครบ

๙. สือ่ การสอน
๑.PowerPoint
๒.วีดิทศั น์การรอ้ งเพลง
๓.อินเทอรเ์ นต็
๔.เคร่อื งดนตรี

๑๐. แหลง่ เรยี นรู้ในหรือนอกสถานท่ี
-ไม่ม-ี

๘๘

๑๑. การวดั และประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
คะแนน ประเมนิ
หรือ สิง่ ท่ตี อ้ งการจะวดั และ วธิ วี ดั เคร่อื งมือวัด

ประเมินผล

ความรู้ (K – Knowledge) - สงั เกต - แบบสังเกต เกณฑก์ ารสังเกต รอ้ ยละ ๘๐ ขึน้
- ประเดน็ ซกั ถาม ๔ = ดมี าก ไป
นักเรียนสามารถบรรยายเพลงที่ - ซักถาม ๓ = ดี
- แบบสงั เกต ๒ = พอใช้ ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ
ฟังโดยอาศัยองคป์ ระกอบดนตรี - ประเดน็ ซกั ถาม ๑ = ปรบั ปรุง ไป
เกณฑ์การสงั เกต
และศพั ท์สงั คีตได้ - แบบสังเกต ๔ = ดีมาก ร้อยละ ๘๐ ขึ้น
- ประเดน็ ซกั ถาม ๓ = ดี ไป
ทกั ษะกระบวนการ (P – - สงั เกต ๒ = พอใช้
๑ = ปรับปรงุ
Process/Practice) - ซกั ถาม เกณฑก์ ารสังเกต
๔ = ดมี าก
นักเรยี นสามารถอภปิ รายเพลงท่ี ๓ = ดี
๒ = พอใช้
ฟงั โดย อาศัย ศัพท์ สงั คตี ๑ = ปรับปรุง

คณุ ธรรม จริยธรรม เจตคติ - สงั เกต
และคา่ นยิ ม (A – Attitude) - ซักถาม
นักเรยี นปฏิบัตกิ จิ กรรมรว่ มกบั
ผอู้ ่นื ดว้ ยความสนกุ สนานและ
ม่ันใจ

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน วิธีวดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
(ตามหัวข้อที่ ๕) คะแนน ประเมิน
- สงั เกต ร้อยละ ๘๐ ขนึ้ ไป
ความสามารถในการส่ือสาร - ซกั ถาม - แบบสงั เกต เกณฑ์การสงั เกต

- ประเด็นซักถาม ๔ = ดีมาก

๓ = ดี

๒ = พอใช้

๑ = ปรับปรุง

๘๙

ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ วธิ วี ดั เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ
๒๑ (ตามหวั ขอ้ ที่ ๖) คะแนน ประเมนิ
ร้อยละ ๘๐ ขึ้น
ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning - สังเกต - แบบสงั เกต เกณฑ์การสงั เกต ไป

Skills) - ซักถาม - ประเดน็ ซักถาม ๔ = ดีมาก

๓ = ดี

๒ = พอใช้

๑ = ปรบั ปรงุ

๑๒. กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ..................................

๑๓. บันทึกผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
นักเรยี นทัง้ หมดจำนวน.....................คน

จดุ ประสงค์การเรยี นรูข้ ้อที่ จำนวนนักเรยี นทผ่ี ่าน จำนวนนักเรยี นทไี่ มผ่ ่าน
จำนวนคน ร้อยละ
๑ จำนวนคน ร้อยละ



๑๕. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
................................................................................................................................... .............................

๙๐

๑๖. ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. ..................................
................................................................................................ ................................................................
ลงชือ่ ........................................................................
()
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ .......................................

ลงชอื่ ................................................................ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
()

ลงช่ือ.......................................................... รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
(………………………………………..)

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา

ได้ทำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็นดงั นี้

๗. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

๘. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

๙. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
............................................................................................................................. ...........................
............................................................................................................................. ...........................

ลงชอ่ื ...............................................................................................
( ………………………………………………… )

ผอู้ ำนวยการโรงเรียน…………………………………………………………..

๙๑

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมผู้เรียนในชนั้ เรยี น

ช่อื -สกลุ ...................................................................................................ห้อง......................เลขท.ี่ .............

คำชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมผ้เู รยี นในชั้นเรียน
เขยี น ✓ ลงในชอ่ งทส่ี อดคลอ้ งกบั ระดบั พฤติกรรม

เกณฑ์การประเมิน ระดบั พฤติกรรม
สมำ่ เสมอ บอ่ ยครั้ง บางครั้ง ไมเ่ ลย
๑. ตงั้ ใจเรียน
๒. ตอบคำถาม
๓. เอาใจใส่การเรยี นและมคี วามเพียรพยายามในการ
เรยี น
๔. เขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
๕. ไม่ยอมแพ้เม่ือเกิดปัญหา

ลงชอื่ ....................................................ผ้ปู ระเมิน
..................... / ..................... / .....................

เกณฑก์ ารประเมนิ = มีความมุ่งมั่นในการทำงานดเี ยี่ยม
= มคี วามมงุ่ มน่ั ในการทำงานดี
๔ สม่ำเสมอ
๓ บ่อยคร้งั = ความมงุ่ มนั่ ในการทำงานพอใช้
= ปรบั ปรุง
๒ บางคร้ัง
๑ ไมเ่ ลย


Click to View FlipBook Version