๑๔๐
แผนการจัดการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ รายวชิ าศลิ ปะ รหัสวชิ า ศ๑๖๑๐๑
ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑
เวลา ๔ ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๖ เร่ือง ดนตรีกบั มรดกทางวัฒนธรรม เวลา ๒ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๓ ดนตรใี นประวตั ิศาสตร์
ครูผู้สอนนางสาวธัญมน เจรญิ พานชิ ย์
๑. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้วี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสมั พันธ์ระหวา่ งดนตรี ประวัติศาสตร์ และวฒั นธรรมเหน็ คุณค่า
งานทัศนศลิ ปท์ ีเ่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล
ตวั ชีว้ ัด
ศ ๒.๒ ป.๖/๑ อธบิ ายเรื่องราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตร์
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑.นกั เรยี นสามารถอธิบายเรอ่ื งราวของดนตรไี ทยในประวัติศาสตรไ์ ด้ (K)
๒.นักเรียนสามารถอภิปรายเรือ่ งเรอ่ื งราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตรไ์ ด้ (P)
๓.นักเรียนเห็นคุณค่าเก่ียวกับเรอ่ื งราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตร์ (A)
๓. สาระสำคญั
เครื่องดนตรีไทยเกิดจากชนชาติไทยเองและการเลียนแบบชนชาติอื่นๆ ที่อยุ่ใกล้ชิดโดยเริ่มตั้งแต่
สมัยโบราณที่ไทยตั้งถิ่นฐานอยู่ในอาณาจักรฉ่องหวู่ดินแดนของประเทศจีนในปัจจุบัน ทำให้เครื่องดนตรีไทย
และจีนมีการแลกเปลี่ยนเลียนแบบกัน นอกจากนี่ยังมีเครื่องดนตรีอีกหลายชนิด ที่ชนชาติไทยประดิษฐ์ขึ้นใช้
ก่อนทจี่ ะมาพบวฒั นธรรมอินเดีย ซึง่ แพร่หลายอยทู่ างตอนใต้ของแหลมอินโดจีน สำหรบั ช่อื เครื่องดนตรีด้ังเดิม
ของไทยจะเรียนตามคำโดดในภาษาไทย เช่น เกราะ โกร่ง กรับ ฉิ่ง ฉาบ ขลุ่ย พิณเปี๊ยะ ซอ ฆ้องและกลอง
ต่อมาได้มีการประดิษฐ์เครื่องดนตรีให้พัฒนาขึ้น โดยนำไม้ที่ทำเหมือนกรับหลายอันมาวางเรียงกันได้เครื่อง
ดนตรใี หม่ เรยี กว่าระนาดหรอื นำฆ้องหลาย ๆ ใบมาทำเปน็ วงเรียกว่า ฆ้องวง เป็นต้น
นอกจากนีย้ งั มีการผสมผสานกับวฒั นธรรมทางดนตรีของอนิ เดีย มอญ เขมร ในแหลมอนิ โดจีนที่ไทย
ได้ย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่ ได้แก่ พิณ สังข์ ปี่ไฉน บัณเฑาะว์ กระจับปี่ จะเข้ โทน(ทับ) เป็นต้น ต่อมาเมื่อมี
ความสัมพนั ธก์ บั ประเทศเพ่ือนบา้ นมากขึ้น ไทยได้นำบทเพลงและเคร่ืองดนตรีบางอยา่ งของประเทศเพื่อนบ้าน
มาบรรเลงในวงดนตรีไทย เช่น กลองแขกของชวา กลองมลายูของมลายู เปิงมางของมอญ และกลองยาวของ
ไทยใหญ่ที่พม่านำมาใช้ รวมทั้งขิม ม้าล่อ และกลองจีน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของจีน เป็นต้น ต่อมาไทยมี
ความสัมพันธ์ชาวกับตะวนั ตกและอเมริกา ก็ได้นำกลองฝรั่ง เช่นกลองอเมริกนั และเครื่องดนตรีอื่น ๆ เช่น ไว
โอลนี ออรแ์ กน มาใชบ้ รรเลงในวงดนตรขี องไทย
๑๔๑
๔. สาระการเรยี นรู้
๑. ดนตรใี นประวัตศิ าสตร์
– ดนตรใี นเหตุการณส์ ำคัญทางประวัติศาสตร์
– ดนตรใี นยคุ สมยั ต่าง ๆ
– อิทธิพลของวัฒนธรรมทีม่ ตี ่อดนตรี
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น (เฉพาะทีเ่ กดิ ในหน่วยการเรยี นรู้นี)้
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ ๒๑ (3R 8C + 2L) (จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน)
ทักษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขียน (Writing)
ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และร้เู ท่าทนั สื่อ (Communication information and
media literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผ้นู ำ (Leadership)
๑๔๒
๗. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน ( หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
ชิน้ งานหรือภาระงาน
-ไมม่ -ี
๘. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ชัว่ โมงท่ี ๑ (รูปแบบการจัดการเรยี นรูแ้ บบสาธติ )
ขน้ั ท่ี ๑ เตรียมการสอน
๑.ครูผู้สอนเตรียมเนอ้ื หาและส่อื การสอนให้พรอ้ ม
๒.ครูผ้สู อนกลา่ วทกั ทายและแนะนำรายวชิ าพร้อมแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรูข้ องวันนี้
ขน้ั ที่ ๒ สาธติ
๓.ครูผู้สอนให้นักเรียนดูวีดิทัศน์การแสดงดนตรีในเหตุการณ์สำคัญ ๆ ทางประวัติศาสตร์ของไทย
ตามที่ครูเห็นว่ามีความเหมาะสม และถามนักเรียนว่าดนตรีเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญ
นัน้ อยา่ งไรให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น
๔.ครูผู้สอนครูนำนักเรียนร้องเพลงปลุกใจ เพลงต่ืนเถิดชาวไทยและเพลงแหลมทอง ในหนังสือเรีน
พร้อมทง้ั อธิบายวา่ เพลงสองเพลงนีเ้ ก่ียวข้องกบั ประวตั ิศาสตร์อย่างไร
๕.ครูผสู้ อนใหน้ ักเรยี นลองเลอื กเครื่องดนตรีท่ีตนสนใจ
ขน้ั ที่ ๓ สรปุ
๖.ครูผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง ดนตรีในประวัติศาสตร์ โดยครูคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่
นักเรียนไมเ่ ข้าใจหรอื สรปุ ไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรยี นรู้
ขั้นที่ 4 วดั และประเมนิ ผล
๗.ครผู สู้ อนสงั เกตนักเรียนถงึ การมีสว่ นร่วมในการเรยี นคร้ังน้ี
๙. สื่อการสอน
๑.วีดทิ ัศนก์ ารแสดงดนตรีในเหตกุ ารณ์สำคัญ ๆ ทางประวตั ิศาสตร์ของไทย
๒.หนังสอื ประกอบการเรียน
๓.เพลงปลุกใจ
๑๐. แหลง่ เรยี นรู้ในหรือนอกสถานที่
-ไมม่ -ี
๑๔๓
๑๑. การวัดและประเมินผล เคร่อื งมือวดั เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การ
คะแนน ประเมนิ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
หรือ ส่ิงทต่ี อ้ งการจะวดั และ วิธวี ดั - แบบสังเกต เกณฑ์การสังเกต ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ
- ประเด็นซกั ถาม ๔ = ดมี าก ไป
ประเมินผล ๓ = ดี
ความรู้ (K – Knowledge) - สงั เกต - แบบสงั เกต ๒ = พอใช้ ร้อยละ ๘๐ ข้นึ
นกั เรยี นสามารถอธบิ ายเรอื่ งราว - ซักถาม - ซกั ถาม ๑ = ปรับปรุง ไป
ของดนตรีไทยในประวตั ศิ าสตร์ เกณฑ์การสังเกต
ได้ - แบบสังเกต ๔ = ดีมาก รอ้ ยละ ๘๐ ขึ้น
๓ = ดี ไป
ทกั ษะกระบวนการ (P – - สังเกต ๒ = พอใช้
Process/Practice) - ซกั ถาม ๑ = ปรบั ปรงุ
นกั เรยี นสามารถอภปิ รายเร่ือง เกณฑก์ ารสังเกต
เร่อื งราวของดนตรีไทยใน - สงั เกต ๔ = ดมี าก
ประวตั ิศาสตรไ์ ด้ ๓ = ดี
คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ ๒ = พอใช้
และค่านิยม (A – Attitude) ๑ = ปรบั ปรุง
นักเรียนเหน็ คณุ ค่าเกี่ยวกับ
เรือ่ งราวของดนตรีไทยใน
ประวตั ิศาสตร์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน วิธีวัด เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ ารให้ เกณฑก์ าร
(ตามหัวข้อที่ ๕) คะแนน ประเมนิ
ร้อยละ ๘๐ ข้นึ ไป
ความสามารถในการส่ือสาร - สังเกต - แบบสงั เกต เกณฑ์การสงั เกต
- ซักถาม - ประเดน็ ซักถาม ๔ = ดีมาก
๓ = ดี
๒ = พอใช้
๑ = ปรับปรุง
๑๔๔
ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษ วิธีวัด เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การให้ เกณฑก์ าร
ที่ ๒๑ (ตามหัวข้อท่ี ๖) คะแนน ประเมนิ
ทักษะการเรยี นรู้ (Learning - สังเกต - แบบสงั เกต เกณฑ์การสงั เกต ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ
Skills) - ซักถาม - ประเด็นซกั ถาม ๔ = ดมี าก ไป
๓ = ดี
๒ = พอใช้
๑ = ปรบั ปรงุ
๑๒. กจิ กรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ..................................
๑๓. บันทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรยี นท้งั หมดจำนวน.....................คน
จุดประสงคก์ ารเรียนร้ขู อ้ ที่ จำนวนนักเรยี นทผี่ ่าน จำนวนนักเรยี นท่ีไม่ผา่ น
จำนวนคน ร้อยละ
๑ จำนวนคน ร้อยละ
๒
๓
๑๕. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. ..................................
................................................................................................ ...............................................................
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................................................. ...
๑๔๕
๑๖. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชือ่ ........................................................................
()
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ .......................................
ลงช่อื ................................................................ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
()
ลงชื่อ.......................................................... รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
(………………………………………..)
ความเห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเห็นดงั น้ี
๗. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
๘. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
๙. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ...........................
ลงชือ่ ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น………………………………………………………….
๑๔๖
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมผูเ้ รยี นในชน้ั เรียน
ชอ่ื -สกุล...................................................................................................ห้อง......................เลขที่..............
คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมผู้เรยี นในชนั้ เรียน
เขยี น ✓ ลงในชอ่ งท่ีสอดคล้องกับระดับพฤติกรรม
เกณฑ์การประเมนิ ระดับพฤติกรรม
สมำ่ เสมอ บอ่ ยครงั้ บางคร้งั ไมเ่ ลย
๑. ตั้งใจฟังทค่ี รผู สู้ อนอธิบาย
๒. ตอบคำถาม
๓. เอาใจใสก่ ารเรียนและมคี วามเพียรพยายามในการ
เรยี น
๔. ตั้งใจทำกจิ กรรมการเรียนรู้
๕. ไมย่ อมแพ้เม่ือเกิดปัญหา
๖. การจำแนกและการนับจงั หวะ
๗. การสังเกตเครื่องดนตรี
๘. มที กั ษะในการเรยี นรเู้ กย่ี วกับประวัติดนตรี
๙. การรจู้ ักดนตรใี นประวัตศิ าสตร์
๑๐. การฟังและการยอมรบั ความคดิ เหน็ ของผ้อู ่ืน
เกณฑก์ ารประเมิน ลงช่ือ....................................................ผ้ปู ระเมิน
๔ สมำ่ เสมอ ..................... / ..................... / .....................
๓ บอ่ ยครัง้
= มคี วามมงุ่ มน่ั ในการทำงานดีเยย่ี ม
๒ บางครัง้ = มีความมุ่งมั่นในการทำงานดี
๑ ไมเ่ ลย
= ความม่งุ ม่ันในการทำงานพอใช้
= ปรบั ปรุง