The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ธศ.ชั้นโท อนุพุทธประวัติ-ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by manmit.ath, 2020-06-03 04:30:55

ธศ.ชั้นโท อนุพุทธประวัติ-ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

ธศ.ชั้นโท อนุพุทธประวัติ-ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

Keywords: อนุพุทธประวัติ-ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป

151

หน่งึ ยกผา้ ไตรอุม้ ขึน้ ประคอง ยนื ตรง ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมี จบแล้วเดนิ เข้าสู่พระอโุ บสถ
วางผ้าพระกฐินบนพานแว่นฟ้า หน้าพระสงฆ์รูปที่ 2 รับเทียนชนวนจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
กราบพระรัตนตรัย 3 ครั้ง มายังโต๊ะวางผ้า พระกฐิน หยิบผ้าห่มพระประธานมอบให้ไวยาวัจกร
อุ้มประคองผ้าพระกฐิน ประนมมือหันไปทางพระประธาน ว่านะโม 3 จบ หันมาทางชุมนุมสงฆ์ กล่าวคำ
ถวายผ้า พระกฐิน จบแล้ววางผ้าพระกฐินบนพานแว่นฟ้า ประเคนพระสงฆ์รูปที่ 2 ต่อด้วยพานเทียน
พระปาติโมกข์ ไปนั่ง ณ สถานที่จัดเตรียมไว้ พระสงฆ์กระทำ อปโลกนกรรมและญัตติทุติยกรรม
องคค์ รองกฐนิ ลงไปครองผ้าใหม่ กลับมานงั่ บนอาสน์สงฆ์ ประธานรับบรวิ ารพระกฐนิ ถวายองค์ครองกฐิน
ผู้มาร่วมพิธีถวายไทยธรรมพระสงฆ์ครบทุกรูปเจ้าหน้าที่ประกาศยอดเงินบำรุงพระอาราม ประธาน
ประเคนใบปวารณา พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานกรวดน้ำถวายเป็นพระราชกุศล พระสงฆ์ถวายอดิเรก
ขณะพระสงฆ์ถวายอดิเรก ไม่ต้องประนมมือ ลดมือลง เพราะการถวายอดิเรกเป็นการถวายพระพรแด่
พระมหากษตั รยิ โ์ ดยเฉพาะ เมอ่ื พระสงฆ์รูปที่ 2 รับภวตุ สัพพะมังคะลงั จงึ ประนมมอื รับพรต่อไป จบแล้ว
กราบพระประธานในพระอุโบสถ กราบลาพระสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธี

กฐินพระราชทานเป็นกรณพี ิเศษ

นอกจากกฐินพระราชทานดังกล่าวแล้ว ในปัจจุบันมีกฐินพระราชทาน ทรงพระกรุณา
โปรดเกลา้ ฯ เปน็ กรณีพิเศษ เพมิ่ ข้ึนอกี 2 ประเภท คอื

1. กฐนิ พระราชทานแก่วัดไทยในต่างประเทศ คอื กฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว ทรง
พระราชทานแก่วัดไทยในต่างประเทศ จำนวน 20 วัด เป็นประจำตลอดไป โดยเจ้าภาพ ไม่ต้องทำเรื่อง
กราบทูลขอพระราชทานทุกปี เหมือนกฐินพระราชทานสาหรับพระอารามหลวงในประเทศ กรมการ
ศาสนา จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาผ้าไตรพระราชทาน มอบแก่เจ้าภาพกฐินเพื่อดำเนินการถวายตามวัด
ได้รบั พระราชทานตอ่ ไป

2. กฐนิ ทีพ่ ระบรมวงศานวุ งศ์ พระราชทานหรอื ประทานแกผ่ ขู้ อรับไปทอดตาม วัดราษฎร์ ตา่ ง ๆ
ทั่วราชอาณาจักร ปัจจุบันจะมีผู้ขอรับพระราชทานหรือขอรบั ประทาน ไปทอดหลายวัด เป็นการเพิ่มพลู
พระราชกุศลโดยยิ่งข้ึนไป

ระเบียบพิธีถวายผ้าพระกฐินทั้ง 2 ประเภทดังกล่าว ปฏิบัติเช่นเดียวกับการทอดกฐิน
พระราชทาน สามารถปรับประยุกตใ์ ช้ให้เหมาะแกส่ ถานท่ีและโอกาส โดยอนุโลม

152

บทท่ี 5 ประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา

พธิ บี รรพชาสามเณร

บรรพชา แปลวา่ การงดเว้นในส่ิงไมด่ ีไมง่ ามต่าง ๆ ในท่ีนี้ หมายถงึ การบวชเปน็ สามเณร เรยี ก
ส้นั ๆ วา่ บวชเณร การบรรพชาเปน็ สามเณร มมี าแต่สมัยพุทธกาล สามเณรรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือ
ราหุลกุมาร มีพระสารีบตุ รเป็นพระอุปัชฌาย์ ผู้จะบรรพชาเป็นสามเณรต้อง มีอายุอยา่ งต่ำ 7 ปี ปัจจุบนั
การบรรพชาเปน็ สามเณร ต้องขอบรรพชาตอ่ พระอปุ ชั ฌาย์ ซงึ่ ได้รับแตง่ ตัง้ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
บวชด้วยวิธีรับไตรสรณคมน์ เรียกว่า ติสรณคมนูปสัมปทา และรักษาศีล 10 มิให้ขาดมิให้ด่างพร้อย
ทางภาคเหนอื ของประเทศไทยนิยมให้บุตรหลานตนบรรพชาเปน็ สามเณรมากกว่าอุปสมบทเป็นพระภิกษุ
ในบางจงั หวัดจัดให้มีประเพณีบวชลกู แกว้ เปน็ พธิ สี ำคญั ประจำจงั หวดั ทุกปี

ประโยชน์ของการบรรพชา

การบรรพชาในแต่ละยุคสมัย มีวัตถุประสงค์ในการบวชแตกต่างกันไป ตามวัฒนธรรม ประเพณี
ของสังคมในยคุ น้นั ๆ พอสรุปได้ ดังนี้

สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงให้พระราชโอรส และ
พระโอรสของพระองค์ เจริญวัยพอสมควร บรรพชาเป็นสามเณร หรืออุปสมบทเปน็ พระภิกษุ เพื่อศึกษา
พระพุทธศาสนา ให้มีพระทัยแนบแน่นมั่นคงต่อพระศาสนา จนมีผู้นิยมนำมาปฏิบัติตาม พระราชโอรส
และพระบรมวงศานวุ งศ์หลายพระองค์ มีพระราชศรทั ธา ทรงดำรงตนในสมณเพศจนตลอดพระชนม์ชีพ
ก็มี เช่น สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระวชิรญาณวโรรส

สมัยนั้น วัดเป็นศูนย์กลางการศึกษา เพราะยังไม่มีโรงเรียน วิชาการทุกแขนงมีสอนในวัด โดย
พระภกิ ษเุ ป็นผู้สอน ดังนัน้ จงึ มีผู้นยิ มส่งบุตรชายหลานชายตน มาขอบรรพชาเป็นสามเณร หรือเป็นศิษย์
วัด เพื่อศึกษาศิลปวิทยาต่าง ๆ ยุคต่อมา เมื่อเปิดการเรียนการสอนพระปริยตั ิธรรม ทั้งแผนกธรรมและ
บาลีรวมถึงแผนกสามัญศึกษาขึ้นในวัด เป็นเหตุให้ประชาชนในชนบทนิยมให้บุตรหลานของตนบรรพชา
เป็นสามเณร และเข้ารบั การศึกษาจำนวนมาก เพราะค่าใช้จ่ายนอ้ ย ผเู้ ข้ามาศึกษาตามระบบน้ี เม่อื
ลาสิกขาแล้ว ได้เข้ารับราชการดารงตำแหน่งใหญ่โตมากมายปัจจุบันโลกเจริญขึ้น คนมีทางเลือกในการ

153

ดำเนนิ ชีวิตมากขน้ึ สามารถแสวงหาความร้ไู ด้หลายทาง การบวชสามเณรเพือ่ ศกึ ษาพระปริยัติธรรมอย่าง
สมัยกอ่ น จึงลดจำนวนลงตามลาดับ เป็นเพียงการบวชระยะสน้ั และรกั ษาประเพณีเท่านน้ั

การบวชเป็นสามเณรระยะสั้น ช่วงปิดภาคเรียนในฤดูร้อน เรียกว่า บวชเณร ภาคฤดูร้อน
โดยกำหนดเวลา 15 วัน หรือ 1 เดือน ตามแต่ทางวัดจะกำหนด เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เข้ามาศึกษา
พระพทุ ธศาสนาทงั้ ปริยตั ิและปฏบิ ตั ิมพี ระภิกษุเปน็ ผูส้ อน เป็นการนำเด็กเข้าพระศาสนาต้ังแต่เยาว์วัยเพ่ือ
ปลกู ฝังให้เดก็ เปน็ คนดีมีศีลธรรม ไม่เป็นปัญหาของสงั คม การบวชเปน็ สามเณรด้วยวิธีนี้ ได้รับความนิยม
และจัดบวชกนั ทว่ั ประเทศ

การบวชเป็นสามเณรในพิธีฌาปนกิจศพหรือพระราชทานเพลิงศพของบพุ การี เรียกว่า บวชหน้า
ไฟ เป็นการบวชรักษาประเพณี เป็นการแสดงถงึ ความมีกตญั ญูกตเวที และอุทิศกุศลแก่ ผู้ล่วงลับไปแล้ว
เชื่อกนั ว่าผูต้ ายจะได้อนโุ มทนาบุญและไปสู่สุคติ นยิ มบวชตอนเชา้ ในวนั ปลงศพ และลาสิกขาตอนเย็นหลัง
เสร็จพิธีฌาปนกิจศพ หรือในวันรุ่งขึ้นถือเป็นการตอบแทนคุณบุพการี ทำให้วิญญาณท่านได้เห็นชาย
ผา้ เหลอื งเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์

การเตรียมบรรพชาสามเณร

กุลบุตรปรารถนาจะบวชเป็นสามเณร ในเบื้องต้นควรใหบ้ ิดามารดาหรือผู้ปกครองพาไปมอบตัว
ตอ่ เจา้ อาวาสหรือพระอปุ ัชฌาย์ในวดั ตอ้ งการจะอยู่อาศยั เพ่อื ให้ตรวจดูคุณสมบัติ และกำหนดวันบวชให้
กอ่ นถึงวันบวช 3 วัน 7 วัน ผู้ขอบวชตอ้ งทอ่ งคำขอบรรพชาและ ศลี 10 ให้ได้ ถูกตอ้ ง คล่องปาก อย่าให้
ติดขัดอึกอัก ตามแบบพระอุปัชฌาย์กำหนดให้ หมั่นฝึกซ้อมขั้นตอนพิธีบรรพชากับพระอุปัชฌาย์ให้
ชำนาญ ฝึกหัดกิรยิ ามารยาท เช่น การกราบ การไหว้ ใหถ้ ูกต้อง

สิง่ ต้องจดั เตรียมในพิธบิ รรพชาสามเณร

1. ดอกไม้ ธูป เทียน สำหรับบูชาพระรตั นตรัย

154

2. ดอกไม้ ธปู เทียน หรือธูปเทยี นแพ สำหรับถวายพระอุปัชฌาย์
3. ไตรจีวรสาหรบั สามเณร ประกอบดว้ ย จวี ร สบง องั สะ ประคตเอว ผ้ารัดอก
4. บาตร พรอ้ มฝาบาตรและเชิงรอง
5. ของใชอ้ นื่ ๆ เช่น ยา่ ม ผา้ เชด็ ตวั รองเทา้ สบู่ ยาสฟี นั เส่ือ หมอน มงุ้
กรณที างวัดจัดพธิ ีบรรพชาหมู่ เชน่ การบรรพชาสามเณรภาคฤดรู ้อน ทางวัดจะจัดเตรียมสิ่งของ
จำเป็นไว้ให้ เพียงแตผ่ ู้ปกครองนำบุตรหลานไปสมัครบวชเทา่ นั้น

ระเบยี บพธิ บี รรพชาสามเณร

กอ่ นถึงเวลา ผูข้ อบรรพชาควรปลงผม โกนขนคว้ิ โกนหนวดใหเ้ รยี บรอ้ ย ถงึ เวลาบรรพชา จุดธูป

เทียนบูชาพระรตั นตรยั กราบดว้ ยเบญจางประดษิ ฐ์ 3 ครงั้ รับผา้ ไตรจากบิดามารดาหรอื ผู้ปกครอง เข้าไป

หาพระอุปัชฌาย์ ถวายเครื่องสักการะพระอุปัชฌาย์ กราบ 3 ครั้ง อุ้มผ้าไตรระหว่างแขน ประนมมือ

กล่าวคำขอบรรพชา คำขอบรรพชามี 2 แบบ คอื อุกาสะ และ เอสาหัง จะกลา่ วแบบใด พระอุปัชฌายเ์ ปน็

ผกู้ ำหนดให้ทอ่ งพระอุปัชฌาย์ รับผ้าไตรไปถอื ไว้ ใหโ้ อวาท และสอน ตจปัญจกกัมมัฏฐาน โดยอนุโลมและ

ปฏิโลม เสร็จแล้วมอบผ้าไตรให้นุง่ ห่ม ผู้ขอบรรพชาครองผ้าเรียบร้อยแล้ว กลับเข้ามาหา พระ

อุปัชฌาย์ นั่งคุกเข่าประนมมือ เปล่งวาจาขอสรณคมน์และศีล 10 พระอุปัชฌาย์ว่านะโม 3 จบ ต่อ

ด้วยสรณคมน์และศลี 10 ผู้ขอบรรพชาเปลง่ วาจาตามไปทุกบท จบแล้วกราบพระอปุ ัชฌาย์ 3 ครั้ง เป็น

อนั เสร็จพธิ ี

สามเณร แปลว่า เหล่ากอของสมณะ จัดเป็นบรรพชิตในพระพุทธศาสนา 5 ประเภท

ประกอบด้วย ภกิ ษุ ภิกษุณี สิกขมานา สามเณร สามเณรี รวมเรยี กว่า สหธรรมิก ปจั จุบนั ในประเทศไทย

เหลืออยู่เพียงภกิ ษแุ ละสามเณรเทา่ นน้ั สามเณรต้องรกั ษาศลี 10 ขอ้ คือ

1. เวน้ จากการฆา่ สตั ว์

2. เว้นจากการลกั ขโมย

3. เว้นจากการเสพกาม

4. เวน้ จากการพูดโกหก พดู คาหยาบ พดู ยุยงให้เขาแตกกนั และพูดเรอ่ื งไรส้ าระ

5. เว้นจากการด่มื สุราเมรยั และของมึนเมาตา่ ง ๆ

6. เวน้ จากการฉันอาหารในเวลาวิกาล หลังจากเทย่ี งวันเปน็ ต้นไป

7. เวน้ จากการฟ้อนรฎ ขบั ร้อง ประโคมดนตรี และดูการละเล่น

155

8. เว้นจากการตกแตง่ ร่างกาย ทดั ทรงดอกไม้ ลูบไลด้ ้วยของหอม
9. เวน้ จากการนัง่ นอนบนเตยี งฟกู ตงั่ สงู ใหญ่ ภายในยดั นนุ่ สาลี มลี วดลายวจิ ติ รงดงาม
10. เวน้ จากการรับเงินและทอง รวมทั้งของมคี า่ อนื่ ๆ
ถ้าสามเณรทฎผิดศีลทั้ง 10 ข้อนี้ เรียกว่า ศีลขาด หมายถึง ขาดจากความเป็นสามเณร แต่
สามเณรสามารถสมาทานศีล 10 ข้อนั้นอีกได้ เรียกว่า ต่อศีล นอกจากนั้นสามเณรยังต้องศึกษา และ
ปฏิบัติตามเสขิยวัตร 75 ข้อเช่นเดียวกับพระภิกษุ เพื่อฝึกกิริยามารยาทให้เรียบรอ้ ย เป็นที่เจริญศรัทธา
เกดิ ความเล่อื มใสแก่ผู้พบเห็น

พิธอี ุปสมบทเป็นพระภกิ ษุ

การอุปสมบท คือ การบวชกุลบุตรเป็นพระภิกษุ เรียกให้เต็มรปู แบบของพิธีบวชว่า พิธีบรรพชา
อุปสมบท เพราะผู้บวชเป็นพระภิกษุ ต้องผ่านการบวชเป็นสามเณรในเบื้องต้นก่อน คฎว่า อุปสมบท
มาจากคฎว่า อุปสัมปทา แปลว่า ความถึงพร้อม ผู้จะอุปสมบทต้องมีคุณสมบัติ พร้อมสมบูรณ์ เช่น เป็น
ผู้ชาย มีอายคุ รบ 20 ปี ไดร้ ับอนุญาตจากบิดามารดา มีอฐั บรขิ ารครบ ไมม่ บี รรพชาโทษหรือข้อหา้ มในการ
อปุ สมบท เช่น เป็นโรคเรื้อรัง เป็นทาสเขา มีหนี้สินติดตวั เปน็ ขา้ ราชการ ยังไมไ่ ดร้ ับอนญุ าตใหล้ าบวช
การเตรียมตัวอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เหมือนการเตรียมตัวบรรพชาเป็นสามเณรข้างต้น เพียงแต่เดิมผู้
ขออุปสมบทต้องไปอยู่วดั ประมาณ 15 วัน ถึง 1 เดือน เพื่อฝึกท่องขานนาค นอกจากนี้ ยังต้องท่องบท
สวดมนต์อื่น ๆ ซึ่งจาเป็นต้องใช้หลังจากอุปสมบทแล้ว แต่ปัจจุบันการปฏิบัติเช่นนี้มีน้อยแล้ว ผู้ขอ
อุปสมบทส่วนมากท่องขานนาคที่บ้าน พอใกล้ถึงวันบวช จึงไปฝึกซ้อมต่อหน้าพระอปุ ัชฌายห์ รือผู้ได้รบั
มอบหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้บวชต้องท่องขานนาคจนจำได้และกล่าวคาขอบรรพชาอุปสมบทได้ถูกต้อง
ชดั เจนด้วยตนเอง

สงิ่ ตอ้ งจัดเตรียมในพธิ ีอุปสมบท

ส่งิ ตอ้ งจดั เตรยี มในพิธอี ุปสมบทประกอบด้วยส่ิงจำเปน็ ตามข้อกำหนดในพระวินัย ได้แกอ่ ฐั บรขิ าร
เรยี กวา่ บริขารแปด และเครือ่ งใชส้ อยสาหรับพระบวชใหม่ คือ

1. ไตรครอง ประกอบด้วย สังฆาฏิ จีวร สบง ประคตเอว อังสะ ผ้ารดั อก
2. บาตร พร้อมฝาบาตร เชงิ บาตร ถลกบาตร สายสะพาย
3. มีดโกน พร้อมหินลบั มีด

156

4. เข็มเย็บผา้ พร้อมด้ายเย็บผา้
5. ธมกรก อ่านว่า ทะมะกะหรก คือ ท่ีกรองน้ำ
6. เสอื่ หมอน ม้งุ ผา้ ห่ม ผ้าเชด็ ตวั
7. ตาลปตั ร ย่าม รม่ รองเทา้
8. จาน ชอ้ นสอ้ ม กระตกิ น้า แก้วน้า
9. ขันอาบน้ำสบู่ ยาสีฟนั แปรงสฟี นั
สง่ิ ของข้อ 1 ถงึ 5 ขาดสิ่งใดสิง่ หนึ่งไมไ่ ด้ เพราะเป็นอัฐบริขารของพระภกิ ษุ จำเป็น ต้องมีสว่ นข้อ
6 ถึง 9 จะมีหรือไม่มกี ็ได้ เพราะสามารถจัดหาเพิม่ เติมได้ภายหลัง สำหรับ การเตรียมอัฐบรขิ าร ผ้าไตร
ครองควรวางไว้บนพานแว่นฟ้า มีดโกน พร้อมหินลับมีด กล่องเข็ม และธมกรก รวบรวมใส่ไว้ในบาตร
นำบาตรสวมในถลกบาตรอกี ช้ันหนง่ึ

พิธีปลงผมและทำขวัญนาค

งานอุปสมบท เรยี กอกี อยา่ งหนงึ่ ว่า งานบวช หรอื งานบวชนาค ตามประเพณี ภาคกลาง ถอื เป็น
งานใหญ่ มีการออกบตั รเชิญหรือแจกการด์ แก่ญาติมติ รของเจ้าภาพและเพื่อนนาคด้วย เดิมนิยมจัดงาน
เป็น 2 วนั วันแรกเป็นวันทาขวัญนาค หลงั จากปลงผมแตง่ ตัวนาคเรียบร้อยแล้ว อาจมีพิธีเจริญพระพุทธ
มนต์ตอนเย็น แต่จะไม่เลี้ยงพระเช้า เพราะตอนเช้าเจ้าภาพต้องเตรียมแห่นาคไปวัด พระสงฆ์ เจริญ
พระพุทธมนต์จบ เจ้าภาพถวายไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา เจ้าภาพและนาคกรวดน้ำรับพร เป็นอัน
เสร็จพธิ ี ภาษาทอ้ งถนิ่ เรียกว่า สวดมนต์ปล่อย ตกตอนกลางคืน จึงให้มีพิธีทำขวญั นาค หรอื บางงานนิมนต์
พระมาเทศน์สอนนาคแทน เพื่อให้นาคเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และอานิสงส์ของการบวช อาจมีมหรสพมา
แสดงสมโภชด้วยกไ็ ด้

ความหมายคำว่า นาค

นาค แปลว่า ผปู้ ระเสริฐ หรอื ผไู้ ม่กลบั มาสู่ความช่วั หมายถงึ มจี ติ ศรัทธาบวช ตัง้ ใจละความไม่
ดีต่าง ๆ เคยทามาแล้ว และจะไม่หวนกลับมาทาสิ่งนั้นอีก ผู้บวชแล้วกลับมาทาความชั่วความเลวอีก
โบราณบอกว่า บวชเสียผ้าเหลอื ง ความเป็นมาของคาวา่ นาค มีเรือ่ งเลา่ ว่า

157

ครั้งหนึง่ พระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์ พญานาคตนหนึ่งจำแลงกาย เป็นชาย
หนุ่มมาฟังพระธรรมเทศนาด้วย เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีความประสงค์จะบวชเป็น
พระภิกษุ จึงเข้าไปหาพระสงฆ์ เพื่อขอบวชพระ พระสงฆ์ไม่ทราบว่าพญานาคจำแลงมา จึงบวชให้
เมอ่ื ท่านบวชแลว้ ไดป้ ฏบิ ตั ติ ามพระธรรมวนิ ัยเหมือนพระสงฆร์ ปู อ่ืน ๆ ตอ่ มาวันหนงึ่ พระภิกษุนาคจำแลง
นั้น นอนเผลอสติหลับไป ร่างมนุษย์ได้กลับคืนเป็นพญานาคตามเดิม พระภิกษุรูปหนึ่งมาเห็นเข้า
ตกใจกลัว ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า ให้ทรงทราบ พระองค์สั่งให้ตรัสเรียกพระภิกษุนาคจำแลงนั้นมา
ตรัสบอกว่า สัตว์ดิรัจฉาน ไม่สามารถอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาได้ พญานาคจึงสละเพศ
พระภิกษุ แต่ด้วยความเล่ือมศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงทูลขอพรวา่ ภายภาคหน้า ถ้ากุลบุตรมีศรทั ธา
ขอบวชพระให้เรยี กผู้นนั้ ว่า นาค พระพุทธเจ้าทรงประทานพรน้ัน คำวา่ นาค จึงเป็นคำเรยี กผู้ขอบรรพชา
อุปสมบทมาจนบัดนี้

การจัดขบวนแหน่ าค

การจดั ขบวนแห่นาค มรี ูปแบบการจดั แตกต่างกนั ไปในแต่ละพนื้ ที่ ในเขตภาคกลาง เดมิ มีการจัด
ขบวนแห่นาคจากบ้านงานไปวดั ทั้งทางน้ำและทางบก ปัจจุบันการคมนาคมทางบกสะดวกกว่า จึงนิยม
แห่นาคทางบกเป็นหลัก ขบวนแห่นาคจัดการแสดงนำหน้า เช่น สิงโต ฟ้อนรำ ตามด้วยดนตรี กลองยาว
หรอื แตรวง ลำดบั ตอ่ มาเปน็ ผถู้ อื ของสกั การะ พระอปุ ัชฌาย์และค่สู วด ผูถ้ ือไทยธรรมพระอันดับ บิดาหรือ
ญาติผู้ชายสะพายบาตร ถือตาลปัตร มารดาหรือญาติผู้หญิง อุ้มพานแว่นฟ้า ผ้าไตรครอง ส่วนนาค
ประนมมือ ถือดอกบัว 3 ดอก ธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม เดินตรงกลางขบวน ญาติผู้หญิงอุ้มพานแว่นฟ้า
ผา้ ไตรอาศัย ผ้ถู อื บริขารสำหรับพระบวชใหม่ และ ผู้ร่วมขบวนแหท่ ้ังหมด เดนิ ตามหลังนาค กระทั่งนาค
เขา้ โบสถ์

การเวียนนาครอบโบสถ์

ในการเวียนนาครอบอุโบสถ 3 รอบ เป็นการเวียนขวาตามเข็มนาฬิกา เรียกว่า ประทักษิณ
เป็นการแสดงความเคารพแบบชาวอนิ เดียในสมัยพุทธกาล นาคเดนิ ดว้ ยความสำรวม ในรอบที่ 1 ภาวนา
ว่า พุทโธ ๆ รอบที่ 2 ภาวนาว่า ธัมโม ๆ รอบที่ 3 ภาวนาว่า สังโฆ ๆ เพื่อให้จิตแน่วแน่ในพระรัตนตรัย
ไม่ควรขี่คอคนอื่น และผู้ร่วมขบวนแห่ไม่ควรนำสุราของมึนเมามาดื่มในขบวนแห่ เพราะอุโบสถเป็น
เขตพุทธาวาส เป็นสถานที่ประทับพระพุทธเจ้า พระประธานถือเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า การขี่คอ

158

การดื่มของมึนเมา ทุกชนิด ถือเป็นการแสดงอาการไม่เคารพตอ่ พระพุทธเจ้า ปัจจุบันในกรณีไม่มกี ารจัด
งานใหญ่ ไม่นิยมจัดดนตรี เครื่องประโคม มีขบวนแห่เฉพาะเจ้าภาพ และญาติมิตร เดินเวียนโบสถ์
ด้วยความสงบ นบั วา่ เปน็ การปฏบิ ัตทิ ีถ่ ูกต้อง

พธิ ีวนั ทาเสมานานาคเข้าโบสถ์

เมอ่ื แห่นาคเวียนประทักษิณอโุ บสถครบ 3 รอบแล้ว ขบวนแหน่ ำสิง่ ของถือมาเข้าไปตง้ั ในอโุ บสถ
ให้เรียบร้อย ส่วนนาคก่อนเข้าอุโบสถ ต้องวันทำเสมาก่อน โดยนั่งคุกเข่าหน้าเสมาด้านหน้าอุโบสถ
ประนมมือ ถอื ดอกไม้ธปู เทียน กลา่ วคำวนั ทาเสมา บางแหง่ จดั ดอกไมธ้ ปู เทยี น อีกชดุ หนึ่งสาหรับให้นาค
วันทาเสมา ส่วนชุดในขบวนแห่ ใช้สำหรับจุดบูชาพระรัตนตรัยในอุโบสถ การวันทาเสมา เป็นการแสดง
ความเคารพต่อสถานท่ี อันเปน็ ปูชนียสถาน เพือ่ ขอขมาโทษตอ่ พระรตั นตรัยหรอื สถานท่ีนั้น หากตนเคย
ทาผดิ หรอื ล่วงเกนิ ทง้ั เจตนาและไม่เจตนา เพราะนาคตอ้ งอาศยั สถานทน่ี น้ั ประกอบพิธีอปุ สมบท ยก
ฐานะเป็นพระคอื ผ้ปู ระเสริฐ

เม่อื วนั ทาเสมาแลว้ ก่อนเข้าอโุ บสถใหน้ าคโปรยทานด้วย เพ่อื แสดงใหเ้ หน็ ว่า ผ้บู วชสละทรัพยส์ ิน
ภายนอกแล้ว ไม่อำลัยในทางโลก พร้อมจะดำรงเพศสมณะ ดำเนินชีวิตใน ทางธรรม การนำนาคเข้า
อโุ บสถ มคี ตเิ ปน็ 2 อย่าง คือ อยา่ งแรกพอ่ แม่นำนาคเขา้ อุโบสถ มคี วามหมายวา่ พอ่ แมน่ ำนาคไปมอบแก่
พระสงฆ์ เพื่อให้พระอุปชั ฌาย์ทำการอุปสมบทให้ อยา่ งที่ 2 คอื นาคนำพ่อแม่เข้าสู่อโุ บสถ มีความหมาย
ว่า ลูกชายนำพอ่ แม่เข้าสปู่ ระตูพระพุทธศาสนา ตามคำกล่าววา่ เกาะชายผา้ เหลืองขนึ้ สวรรค์

นาคเขา้ สู่อุโบสถแลว้ นำดอกไม้ธปู เทียนบูชาพระรตั นตรัย กลับมาน่งั กลางอโุ บสถ ถา้ นาคยงั ไมไ่ ด้
ขอขมาโทษต่อบดิ ามารดา จะขอขมาช่วงนก้ี ็ได้ จากน้ันรับผา้ ไตรจากบดิ ามารดาเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์ขอ
บรรพชา ตามพธิ บี รรพชาขา้ งต้น

ระเบียบพธิ อี ปุ สมบทพระภิกษุ

เมื่อกุลบตุ รได้รับการบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว จากนั้นสามเณรรับบาตรจากบิดามารดา อุ้มเขา้
ไปหาพระอุปัชฌาย์ วางบาตรไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายแด่พระอุปัชฌาย์ กราบ 3 คร้ัง
ยนื หรือน่ังคกุ เข่า ตามวิธีการบวชแบบ เอสาหัง หรอื อุกาสะ ประนมมือ กล่าวคำ ขอนิสยั คือ การขออยู่
เป็นศษิ ย์ของท่าน ต่อดว้ ยคำฝากตัวตอ่ พระอุปชั ฌาย์ ซง่ึ มคี วามหมายว่า ตัง้ แตบ่ ัดนี้เปน็ ต้นไป พระ

159

อุปัชฌาย์เป็นภาระของพระบวชใหม่ในการปรนนิบัติ แม้พระบวชใหม่ ก็เป็นภาระของพระอุปัชฌายใ์ น
การอบรมสั่งสอน จบแล้วกราบ 3 ครั้ง พระอุปัชฌาย์บอกฉายานามของท่าน คือ ชื่อในทาง
พระพทุ ธศาสนา บอกฉายานามของสามเณร เรยี กอกี อยา่ งหนึง่ ว่า อุปสัมปทาเปกขะ คอื ตงั้ ชอ่ื ให้ใหม่เมื่อ
เข้ามาบวช ในพระศาสนาบอกชื่อบริขารสำคัญ 4 อย่าง คือ บาตร สังฆาฏิ จีวร สบง จบแล้วพระสงฆ์
นำสายบาตรคลอ้ งตวั สามเณร บอกใหส้ ามเณรออกไปยนื นอกท่ีประชุมสงฆ์

พระคู่สวด มีชื่อเรียกตามวธิ อี ปุ สมบทว่า พระกรรมวาจาจารย์ และพระอนุสาวนาจารย์ สำหรับ
พระกรรมวาจาจารย์ มีพรรษามากกว่าพระอนุสาวนาจารย์ ทั้งสองรูปสวดสมมุติตนแล้วออกไปสวด
ซักถามอันตรายิกธรรม คือ สิ่งเป็นข้อห้ามในการอุปสมบทถามนาม พระอุปัชฌาย์ และนามผู้ขอบวช
เบื้องหน้าอุปสัมปทาเปกขะ จบแล้วกลับเข้ามาสวดเรียกอุปสัมปทาเปกขะ กลับเข้ามายังที่ประชุมสงฆ์
กราบพระสงฆ์ 3 คร้ัง นัง่ คกุ เขา่ ประนมมือ เปล่งวาจาขออปุ สมบท 3 จบ ตอ่ หน้าพระสงฆ์ทุกรูป

ลำดบั น้นั พระอปุ ัชฌายเ์ ผดยี งสงฆ์ใหร้ ับรกู้ ารเขา้ มาขออุปสมบทของอปุ สัมปทาเปกขะ พระ
คู่สวดสมมตุ ิตนสอบถามอนั ตรายกิ ธรรม ถามฉายาพระอุปัชฌาย์ ถามฉายาอุปสัมปทาเปกขะต่อหน้าสงฆ์
อีกครั้งหนึง่ จากนั้นผู้ขอบวชนั่งฟงั การสวดญัตติจตุตถกรรมวาจาอปุ สมบทไปจนจบ นับจากนี้ไป ผู้
บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ ทรงศีล 227 ข้อตามพระวินัย โดยไม่ต้องต่อศีลใหม่
เหมือนศีลของสามเณร วิธีอุปสมบทนี้ เรียกว่า ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา ในสมัยพุทธกาล
พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระสารีบตุ รเถระ เป็นพระอุปัชฌายอ์ งค์แรก ทำการอุปสมบทราธพราหมณ์
เป็นพระภกิ ษรุ ปู แรก ดว้ ยวิธีอปุ สมบทนี้

เมื่อเสร็จการสวดญัตติจตุตถกรรมวาจาแล้ว พระใหม่นำบาตรออกจากตัว กราบ 3 ครั้ง นั่งพับ
เพยี บประนมมอื ฟังพระอปุ ชั ฌาย์บอกอนุศาสน์ คือ คำสอนการปฏิบัตติ นในเบอ้ื งต้น 8 ประการ แบ่งเป็น
2 ประเภท คือ นิสสัย ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต ได้แก่ อาหารบิณฑบาต ผ้าบังสุกุลสำหรับนุ่งห่ม
เสนาสนะสาหรับอยอู่ าศยั ยารักษาโรค และอกรณียกิจ ขอ้ ห้ามไม่ให้ พระภกิ ษกุ ระทำ รูปใดขืนกระทำลง
ไป ต้องขาดจากความเป็นภิกษุทันที จะกลับ มาบวชอีกไม่ได้ ได้แก่ เสพเมถุน ฆ่าคนตายโดยเจตนา
ลกั ขโมยทรัพย์ของคนอ่นื เทียบเทา่ ราคาแต่ 1 บาทขึน้ ไป พูดอวดคุณวเิ ศษไมม่ ีในตน เพ่อื หลอกลวงคนอ่ืน
หวังจะไดล้ าภสักการะ

เม่อื พระอุปชั ฌาย์บอกอนุศาสน์จบ พระบวชใหม่รบั ว่า อามะ ภันเต กราบ 3 ครั้ง เจ้าภาพถวาย
ไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนโุ มทนา พระบวชใหม่และเจ้าภาพกรวดน้ำรับพรจบแล้ว พระสงฆ์และ
พระบวชใหมก่ ราบพระประธาน 3 คร้ัง เป็นอนั เสร็จพิธี

160

คำสำหรับเรยี กผู้ได้รบั การอปุ สมบทแลว้

บุคคลผู้ได้รับการอปุ สมบทแล้ว มีสมัญญานามยกย่องหลายประการ โดยมีความหมาย แตกต่าง

กนั ไป เช่น พระ มาจากคาว่า วร แปลวา่ ผ้ปู ระเสรฐิ หมายถงึ ผู้ประเสริฐดว้ ยศลี ภิกษุ แปลได้ 2

ความหมาย อย่างแรกแปลว่า ผขู้ อ คือ ดำรงชีพอยูด่ ว้ ยการรับอาหารบิณฑบาต บางแหง่ เรยี ก ออก

โปรด หมายถึง ออกโปรดชาวบา้ นใหไ้ ด้ทำบญุ ตกั บาตร สรา้ งเสบียงบุญ ใหต้ น อกี อย่างหนง่ึ แปลวา่ ผ้เู หน็

ภยั ในวฏั สงสาร หมายถึง เห็นโทษการเวยี นวา่ ยตายเกิด ออกบวชเพอื่ แสวงหาความหลุดพ้น เหมือนพระ

สาวกในอดีต บรรพชิต แปลตามศัพท์ว่า บวชแลว้ เว้นแลว้ หมายถงึ เปน็ นักบวชประเภทหน่ึง งดเว้นการ

ทำบาปและความชว่ั ทง้ั ปวง สมณะ แปลว่า ผู้สงบ หมายถึง สงบกาย สงบวาจา สงบใจ จากสง่ิ ย่ัวยุให้เกิด

กเิ ลสทง้ั ปวง

ประเพณีการบวชของพทุ ธศาสนิกชนชาวไทย เดิมนิยมให้บุตรหลานท่ีมีอายุครบ 20 ปี เรียกว่า

ครบบวช เขา้ รบั อุปสมบทอยา่ งนอ้ ย 1 พรรษา เพือ่ ศึกษาเล่าเรยี นปฏบิ ัติ ตามพระวนิ ัย จนมคี ำพูดติดปาก

ว่า บวชเรียน คนยังไม่ได้บวช เรียกว่า คนดิบ ไปขอลูกสาวใคร พ่อแม่ฝ่ายหญิงจะไมเ่ ต็มใจยกลูกสาวให้

เมื่อบวชแล้วสึกออกมา เรียกว่า คนสุก หมายถึง เป็นคนโดยสมบูรณ์ เรียกว่า ทิด ย่อมาจาก บัณฑิต

แปลว่า ผู้มีปัญญา หรือ ผู้ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา แต่ปัจจุบันคนอุปสมบทแล้ว อยู่ครบพรรษา มีจำนวน

น้อย โดยมากบวชกันเพียง 7 วัน 15 วัน หรือเดือนหนึ่ง เป็นการบวชพอเป็นพิธี บวชไม่ทันได้ศึกษาเลา่

เรียน กล็ าสกิ ขาแล้ว มีภาระการงานเปน็ เหตอุ า้ ง ทำให้การบวชเปลย่ี นไปจากวตั ถปุ ระสงค์เดมิ

วัตถุประสงคก์ ารบวช

วัตถุประสงค์การบรรพชาและอุปสมบทมีมาแต่โบราณ เพื่อเป็นทายาททางพระศาสนา ได้เล่า
เรียนศึกษาและปฏบิ ตั ธิ รรม ตอบแทนคา่ น้ำนมและข้าวปอ้ นของพ่อแม่ เผยแผ่ พระศาสนารกั ษาประเพณี
อันดีงามของชาวพุทธ ตอ่ อายพุ ระศาสนาให้คงอยูส่ บื ไป ตราบใด ยงั คงมีพระสงฆ์ พระพุทธศาสนายังดำรง
อยู่ ตราบนน้ั จึงเปรยี บจวี รของพระสงฆเ์ ปน็ ธงชยั พระอรหนั ต์

161

พธิ ีฉลองพระบวชใหม่

งานฉลองพระบวชใหม่ เป็นพิธีทำบุญฉลองกุลบตุ ร ผไู้ ด้รับการอปุ สมบทเปน็ พระภิกษุ ใน
พระพุทธศาสนาเรียบร้อยแล้ว สมัยก่อนนยิ มจัด 2 วัน คือ สวดมนต์เย็น เลี้ยงพระเช้า เรียกกันว่า สวด
มนต์ฉันเช้า ปัจจุบันนิยมจัดเพียงวันเดียว โดยจัดพิธีอุปสมบทในช่วงเช้า นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญ
พระพุทธมนต์ฉลองพระบวชใหม่ และถวายภตั ตาหารเพล

พิธีฉลองพระบวชใหม่ มีระเบียบวิธีปฏิบัติเหมือนพิธีมงคลอื่น ๆ ข้างต้น อาจต่าง กันบ้าง
ในรายละเอียด ซง่ึ การประกอบพธิ สี ว่ นใหญ่เป็นเรือ่ งของพระบวชใหม่ กิจกรรมต่าง ๆ จึงมงุ่ เน้นพระบวช
ใหม่เป็นหลัก ดังนั้น ในวันฉลอง พระบวชใหม่จะเป็นผู้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พิธีกรน ำไหว้
พระกราบพระตามปกติ พระใหม่ไม่ต้องประนมมือตามคฤหัสถ์ ประธานสงฆ์ให้ศีล ก็ไม่ต้องรับศีล
เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จึงประนมมือขึ้น พระสงฆ์เจริญพระพทุ ธมนต์ถึงบทพาหุง พระใหม่รบั
ประเคนอาหารจากคฤหัสถ์นำไปตักบาตร รับประเคนอาหารจากคฤหัสถ์ อีกครั้งหน่ึง ถวายแด่พระสงฆ์
เมอ่ื พระสงฆท์ ำภัตตกิจเสร็จแลว้ ถวายไทยธรรม กรวดน้ำรบั พร รบั การประพรมน้ำมนตจ์ ากประธานสงฆ์
กราบลาพระรัตนตรัย เปน็ อันเสรจ็ พธิ ี

162

บรรณานุกรม

กองพทุ ธศาสนศึกษา. (มปป). คู่มอื ธรรมศกึ ษาชั้นตรี โท เอก. สบื คน้ เมอ่ื 16 เมษายน 2563. จาก
https://bit.ly/2yfDTjX

คณาจารย์สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง. (2552). หนังสือเรียนเชิงบูรณาการ ธรรมศึกษา ชั้นโท. กรุงเทพฯ:
เลียงเชยี ง.

ครพู ระเขต1 ดอท คอม. (มปป). คู่มอื ธรรมศึกษา. สบื คน้ เมือ่ 1 เมษายน 2563. จาก
http://www.kruprakhet1.com/thamsuk.html

เด็กดี ดอท คอม. (2555).อานิสงส์ของการสวดมนต์ ๑๕ ข้อ. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2563. จาก
https://www.dek-d.com/board/view/2629110/

ธรรมพีเดยี .คอม. (มปป). ศาสนพิธี พิธีกรรมทางศาสนา. สบื คน้ เม่อื 16 เมษายน 2562. จาก
https://bit.ly/3be6swV

นักธรรมชนั้ ตรีและธรรมศกึ ษาช้ันตรี. (2561). สื่อการเรียนการสอน ธรรมศกึ ษาและนกั ธรรมศึกษาชั้น
ตรี 2561. สบื คน้ เมื่อ 16 เมษายน 2563. จาก https://bit.ly/2z1gnaF

พระพุทธโฆสเถระ. (2548). คัมภีร์วิสุทธิมรรค. แปลโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร).
พมิ พค์ ร้งั ท่ี 6. กรุงเทพมหานคร : ธนาเพรส.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2556). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์คร้งั ท่ี
14. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมสภา.

พระมหาสมศักดิ์ ธนปญฺโญ และคณะ. (2562). หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ ธรรมศึกษา ชั้นโท
ระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ: หจก.แอลซีพี ฐิติพรการพิมพ์.

พิทูร มลิวัลย์. (2540). แบบเรียนวิชาธรรมสำหรับนักธรรมและธรรมศึกษาชั้นโท. พิมพ์ครั้งที่ 3.
กรงุ เทพฯ: โรงพิมพก์ ารศาสนา.

พิทูร มลิวัลย์. (2541). อธิบายวิชาวินัย สำหรับนักธรรมโท. พิมพ์ครั้งท่ี 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การ
ศาสนา.

วัดภเู งินวนาราม. (มปป). พุทธประวตั .ิ สบื ค้นเม่ือ 16 เมษายน 2563. จาก https://bit.ly/2Vx5bdD
วชิ ยั ธรรมเจริญ. (2544). ธรรมศึกษาโท. พมิ พ์คร้งั ที่ 2. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพก์ ารศาสนา.

163

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กองพุทธศาสนศึกษา. (2559). คู่มือการศึกษานักธรรมชั้นโท ฉบับ
รวม 4 วิชา ตามหลักสูตรสนามหลวงแผนกธรรม. กรุงเทพฯ: สำนักงานพระพุทธศาสนา
แหง่ ชาติ.

สำนกั แมก่ ลองธรรมสนามหลวง. (2561). ธรรมศึกษา. สบื ค้นเมื่อ 6 เมษายน 2563. จาก
http://www.gongtham.net/web/downloads.php?cat_id=2. .

อเคดเี มี่ย. (มปป). อโุ บสถศลี . สบื ค้นเมอ่ื 13 เมษายน 2563. จาก http://www.academia.edu/
สำนักงานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ. (มปป). วนั สำคญั ทางศาสนา. สืบคน้ เม่ือ 16 เมษายน 2563. จาก

https://bit.ly/2ygAth1

164

ประวตั ิคณะผู้จดั ทำ

1. พระครูสุวัฒนธรรมาภรณ์ (ภัทร เสนวรรณกุล)
วุฒกิ ารศกึ ษา
- นักธรรมชนั้ เอก
- กศ.ม. (การบรหิ ารการศึกษา) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- พธ.บ. (พระพุทธศาสนา) มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
ตำแหน่ง
- อาจารย์ประจำมหาปชาบดีเถรีวิทยาลยั ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์ มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราช
วิทยาลยั

2. พระมหาแมนมิตร อาจหาญ (ญาณวโี ร)
วุฒกิ ารศกึ ษา
- นกั ธรรมชั้นเอก เปรียญธรรม 6 ประโยค
- ศศ.บ. ศกึ ษาศาสตรบณั ฑิต มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลยั
- ศศ. ม. ศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
โทรศพั ท์เคลอื่ นท่ี :
08-4536-7782
E-mail Address :
[email protected]

3. พระจักรพัชร์ จกฺกภทโฺ ท

165

วุฒิการศึกษา
- ศษ.ม.(การสอนภาษาไทย) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั รามคำแหง
- ศน.บ.(การสอนภาษาไทย) มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลัย
ตำแหนง่
- อาจารยป์ ระจำภาควชิ าวชิ าการศกึ ษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทายาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลัย

4. นายครรชติ มีซอง
วฒุ กิ ารศกึ ษา
- นกั ธรรมชนั้ เอก
- ศศ.บ. ศาสนศึกาษา วิทยาลัยศาสนศกึ ษา มหาวิทยาลยั มหิดล
- M.A. in Applied Linguistics for English Language Teaching คณะศิลปศาสตร์

มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบรุ ี
ตำแหน่ง
- อาจารย์ประจำภาควิชาวชิ าการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทายาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั

166


Click to View FlipBook Version