บนทั กการเปล ึ ี่ยนแปลง/แกไข้ ลำดบทั ี่รายการแกไข้ ว.ด.ป.ทแกี่ ไข้หน่วย/ผแกู้ ไข้ หมายเหตุ * หมายเหตุเอกสารฉบับนี้ที่ได้รับการแก้ไขปรับปรุงล่าสุด สามารถดาวน์โหลดได้จากระบบ Elearning ของฝ่ายวิชาการ ยศ.ทร. ภายใต้เมนูหลักสูตรพรรคกลิน
จากวิสัยทัศน์ของกองทพเรัอื พ.ศ.๒๕๗๙ ที่ว่า “เป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล ที่มีบทบาทนำ ในภูมิภาค และเป็นเลิศในการบริหารจัดการ” และพันธกิจกองทัพเรือในการจัดเตรียมกำลังเพื่อดำรงความ พร้อมในการป้องกันประเทศและคุ้มครองผลประโยชน์แห่งชาตินั้น ด้านการพัฒนากำลังพลมีความสำคัญยิ่ง นับเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ การนี้กองทัพเรือได้ใช้ “แผนแม่บทการพัฒนากองทัพเรือ ด้านกำลังพล ระยะ ๒๐ ปี พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๘๐” ที่เน้นให้ผู้สำเร็จการศึกษาปฏิบัติงานได้จริง ครอบคลุมการปฏิบัติการ ของกองทัพเรือ การพัฒนาสมรรถนะ ความรู้และทักษะของกำลังพลจะต้องเตรียมการให้สอดคล้องรองรับ กับความต้องการใช้งานในอนาคต ซึ่งมีความผันผวน ความไม่แน่นอน ความสลับซับซ้อน ความคลุมเครือ (VUCA –World) รวมทั้งต้องสอดรับกับ “แนวทางการศึกษาของกองทัพรองรับศตวรรษที่๒๑” ที่มุ่งเน้น ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองที่เรียกว่า Constructivism การนี้คณะกรรมการ พิจารณาปรับปรุงหลักสูตรระดับสูงของกรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยมีเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธาน กรรมการ ได้เห็นชอบให้ปรับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรพรรคกลิน จาก “เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ และประสบการณ์แก่นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือพรรคกลิน (กล.ก.) และพรรคพิเศษเหล่าทหารช่างยุทธโยธา (ยย.ป.) ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่บริหารงานช่างและฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นสายงานช่างในระดับต้นกลเรือหรือ หัวหน้าแผนกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นพื้นฐานสาหรับการศึกษาตามแนวทางการรับราชการ ต่อไป” เป็น “เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ให้แก่นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือ พรรคกลิน (กล.ก.) และพรรคพิเศษ (ยย.ป.) ให้สามารถปฏบิัติหน้าทตี่ ้นกลเรือ ฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นของ กองทัพเรือระดับประจำแผนกหรือเทียบเท่า รวมทั้งเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาตามแนวทางการ รับราชการต่อไป” กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้ตรวจสอบสภาวะแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ทั้งจากภายในและภายนอก รวมทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยียุทโธปกรณ์สมัยใหม่ที่ส่งผลต่อการทหาร ผลการประเมินหลักสูตร ของผู้เรียน ผลสะท้อนกลับจากผู้บังคับบัญชาของผู้สำเร็จการศึกษาที่มีต่อผู้สำเร็จการศึกษาที่ไปปฏิบัติงาน ในหน่วยของกองทัพเรือมาเป็นข้อมูลในการพิจารณาปรับปรุงหลักสูตร โดยโครงสร้างหลักสูตรพรรคกลิน พ.ศ.๒๕๖๖ แบ่งออกเป็น ๖ หมวดวิชา คือ หมวดวิชาผู้นำและการบริหาร หมวดวิชาความมั่นคงแห่งชาติ หมวดวิชาเสนาธิการกิจ หมวดวิชาปฏิบัติการทางทหาร หมวดวิชาการจัดการด้านการสนับสนุน และหมวด วิชาสังคม ทั้งนี้การปรับหลักสูตรใหม่ได้คัดกรองเนื้อหาและยกเลิกหมวดวิชาการจัดการวิศวกรรม และหมวดวิชาวิศวกรรมทางเรือ มาจัดเรียงเนื้อหาใหม่เพิ่มจำนวนชั่วโมงในหมวดวิชาปฏิบัติการทางทหาร อันจะทำให้นายทหารนักเรียนมีความรู้ความความสามารถเพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ต้นกลเรือ เป็น ฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นของกองทัพเรือระดับประจำแผนกหรือเทียบเท่า ได้อย่างมีประสิทธิภาพตาม จุดมุ่งหมายของหลักสูตร โครงสร้างหลักสูตรพรรคกลิน กองทัพเรือได้อนุมัติให้ใช้ในปีการศึกษา พ.ศ.๒๕๖๗ เรียบร้อยแล้ว กรมยุทธศึกษาทหารเรือพิจารณาแล้วเห็นว่า หลักสูตรการศึกษาที่ได้ปรับปรุงขึ้นใหม่นี้จะทำให้เกิดแนวคิด อันเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติราชการของผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาต่อไป จึงให้ใช้ประมวลการศึกษานี้สำหรับ หลักสูตรพรรคกลิน ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๗ เป็นต้นไป คำนำ พลเรือโท เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ สิงหาคม ๒๕๖๖
สารบญั หน้า คำนำ สารบัญ แถลงหลักสูตร ๑ โครงสร้าง หลกสัูตรพรรคกลนิ ๓ หมวดวิชาที่๑ ผู้นำและการบริหาร ๑๒ รายวิชา ผู้นำทางทหาร ๑๖ หัวข้อวิชา ผู้นำทางทหารและผู้นำในกิจการทางทหารยุคใหม่๑๘ หัวข้อวิชา ต้านทุจริตศึกษา ๑๙ หัวข้อวิชา คุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ ๒๐ หัวข้อวิชา ประวัติศาสตร์ชาติ ๒๑ หัวข้อวิชา หน้าที่พลเมือง ๒๒ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะผู้นำทางทหารและผู้นำในกจการทางทหารยิุคใหม่๒๓ รายวิชา เครื่องมือของผู้นำยุคใหม ่๒๔ หัวข้อวิชา เทคนิคการนำองค์การ ๒๕ หัวข้อวิชา การจัดการทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ ๒๖ หัวข้อวิชา เทคนิคการบริหารจัดการสื่อประชาสัมพันธ์และการให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณชน ๒๗ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะเทคนิคการนำองค์กร ๒๘ หมวดวิชาที่๒ ความมั่นคงแห่งชาติ ๒๙ รายวิชา ความมั่นคงแห่งชาติ ๓๑ หัวข้อวิชา ความมั่นคงแห่งชาติเบื้องต้นและความมั่นคงทางทะเล ๓๒ หัวข้อวิชา พื้นฐานยุทธศาสตร์ความมั่นคง ๓๓ หัวข้อวิชา การแปลงนโยบาย ยุทธศาสตร์มาสู่กลยุทธ์กิจกรรมและตัวชี้วัด ๓๔ รายวิชา กิจการระหว่างประเทศ ๓๕ หัวข้อวิชา องค์กรระหว่างประเทศกับความมั่นคงแห่งชาติ ๓๖ หัวข้อวิชา ทหารและกิจการระหว่างประเทศ ๓๗ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะความมั่นคงแห่งชาติ๓๘ หมวดวิชาที่๓ เสนาธิการกิจ ๓๙ รายวิชา การเรียบเรียงและการบรรยาย ๔๑ หัวข้อวิชา การคิดอย่างมีเหตุผล และ การเขียนบทความ ๔๒ หัวข้อวิชา การอภิปราย การประชุม และการบรรยายสรุป ๔๓
หัวข้อวิชา การพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ ๔๔ หัวข้อวิชา เขียนหนังสือราชการและการสรปเรุื่อง ๔๕ หัวข้อวิชา การแก้ปัญหารายบุคคล ๔๖ รายวิชา การจัดและหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการ ๔๗ หัวข้อวิชา การจัดกองทัพเรือและหน้าที่ฝ่ายอำนวยการของ ทร. ๔๘ หัวข้อวิชา ระบบงานและการวางแผนงานฝ่ายต่างๆของทร. (กพ. ขว. ยก.(ศปก.ทร.) กบ.) (กพร.) (สสท.) ๔๙ หัวข้อวิชา ระบบงานของ ศรชล. ๕๐ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล ๕๑ หมวดวิชาที่๔ ปฏิบัติการทางทหาร ๕๒ รายวิชา ปฏิบัติการทางทหารทั่วไป ๕๖ หัวข้อวิชา หลักการสงคราม หลักนิยมการรบทางเรือ และบทเรียนทางยุทธวิธี ๕๗ หัวข้อวิชา หลักนิยมข่าวกรองทหารเรือ ๕๘ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล ๕๙ รายวิชา เทคโนโลยีสมัยใหมในการทำสงคราม ่ ๖๐ หัวข้อวิชา ระบบตรวจจับ ระบบอาวุธ และระบบควบคุมสั่งการในเรือ ๖๑ หัวข้อวิชา สงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (NCO) และ สงครามไซเบอร์ ๖๒ หัวข้อวิชา เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านการทหาร ๖๔ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล ๖๕ รายวิชา กฎหมาย ๖๖ หัวข้อวิชา กฎหมายที่ให้อำนาจในการปฏิบัติการทางทหาร ๖๗ หัวข้อวิชา บทเรียนการบังคับใช้กฎหมายในการปฏิบัติการทางทหาร ๖๘ หัวข้อวิชา กฎหมายทะเล ๖๙ หัวข้อวิชา แนวทางการเป็นคณะกรรมการสอบสวน ๗๐ หัวข้อวิชา กฎหมายปกครอง และ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ๗๑ หัวข้อวิชา กฎหมายอาญา กฎหมายทหาร และ พรบ.วินัยทหาร ๗๒ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะ ๗๓ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล ๗๔ รายวิชา การปฏิบัติการทางเรืออื่น ๆ ๗๕ หัวข้อวิชา ยุทธวิธีผิวน้ำ ๗๖ หัวข้อวิชา ยุทธวิธีปราบเรือดำน้ำ ๗๗ หัวข้อวิชา การปฏิบัติการและยุทธวิธีเรือดำน้ำ ๗๘ หัวข้อวิชา การปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก ๗๙ หัวข้อวิชา การต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ๘๐
หัวข้อวิชา ปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม ๘๑ หัวข้อวิชา ปฏิบัติการตามลำน้ำ ๘๒ หัวข้อวิชา การวางทุ่นระเบิดและการต่อต้านทุ่นระเบิด ๘๓ หัวข้อวิชา การป้องกันฐานทัพเรือและการควบคุมเรือ (HD/HC) ๘๔ หัวข้อวิชา การปฏิบัติการข่าวสาร IO ๘๕ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะ ๘๖ หัวข้อวิชา แก้ปัญหารายบุคคล ๘๗ รายวิชา ปฏิบัติการร่วม/ผสม ๘๘ หัวข้อวิชา หลักนิยมกองทัพไทยด้านยุทธการร่วม/ผสม ๘๙ หมวดวิชาที่๕ การจัดการด้านการสนันสนนุ (Support Management) ๙๐ รายละเอียดการศึกษา หมวดวิชาการจัดการด้านการสนับสนนุ(Support Management) ๙๑ รายวิชา การจัดการซ่อมบำรุง (Maintenance Management) ๙๓ หัวข้อวิชาการจัดการซ่อมบำรุง (Maintenance Management) ๙๔ หัวข้อวิชา ระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในเรือ ๙๗ หัวข้อวชาิ บทเรียนและกรณีศึกษาการซ่อมบำรุงเรือ ๑๐๐ หัวข้อวิชา บทเรียนและกรณีศึกษาการสรางเร้ ือ ๑๐๒ หัวข้อวิชา ดูกิจการและศกษาจากหนึ ่วยงานที่ประสบความสำเร็จด้านการจัดการซ่อมบำรุง ๑๐๔ หัวข้อวชาิแก้ปัญหาเป็นคณะ ๑๐๕ รายวิชา การจัดการโลจิสติกส์ (Logistic Management) ๑๐๖ หัวข้อวิชา การจัดการโลจิสติกส์ ๑๐๗ หัวข้อวิชา การส่งกำลังบำรุงของ ทร. ๑๑๑ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะเกี่ยวกับการจัดการโลจิสติกส์๑๑๓ รายวิชา การจัดการ ILS ๑๑๔ หัวข้อวิชา การจัดการ ILS และ Ship Work Breakdown Structure ๑๑๕ หัวข้อวิชา สายงานการซ่อมบำรุงของ กร. ๑๑๗ หัวข้อวิชา สายงานการซ่อมบำรุงของ อร. ๑๑๘ หัวข้อวิชา สายงานการซ่อมบำรุงของ อล.ทร. ๑๑๙ หัวข้อวิชา ดูกิจการและศกษาจากหนึ ่วยงานที่ประสบความสำเร็จด้าน ILS ๑๒๐ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะ ๑๒๑ รายวิชา การวางแผนสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ ๑๒๒ หัวข้อวิชา ปัจจัยสำคัญในการวางแผน/ยุทธศิลป์เบื้องต้น ๑๒๓ หวขั ้อวิชา การเตรียมสภาพแวดล้อมทางยุทธการด้านข่าวกรอง (IPOE) ๑๒๔ หัวข้อวิชา การประมาณสถานการณ์ด้านการสนับสนนุ๑๒๕
หัวข้อวิชา การพัฒนาแผน ๑๒๖ หัวข้อวิชา เอกสารสั่งการ ๑๒๗ หัวข้อวิชา ฝ่ายอำนวยการช่วยรบ (Combat Support Staff) ๑๒๘ หัวข้อวิชา อภิปรายการวางแผนทางเรือ/แผนสนับสนนการปฏ ุิบัติการทางเรือ ๑๒๙ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล ๑๓๐ รายวิชา ยุทธกีฬารวม ๑๓๑ หัวข้อวิชา ยุทธกีฬารวม ๑๓๒ หมวดวิชาที่๖ สังคม ๑๓๓ รายวิชา การสังคมกีฬา ๑๓๕ หัวข้อวิชา มารยาทและการเข้าสังคม ๑๓๖ หัวข้อวิชา การจัดเลี้ยง ๑๓๗ หัวข้อวิชา กีฬา ๑๓๘ รายวิชา การบรรยายพิเศษ ๑๓๙ หัวข้อวิชา บรรยายพิเศษ ๑๔๐ หัวข้อวิชา ปฐมนิเทศ ๑๔๑ หัวข้อวิชา ปัจฉิมนิเทศนและว์ ิจารณ์หลักสตรู ๑๔๒ รายวิชา การดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศ ๑๔๓ หัวข้อวิชา ดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศใน กทม./ปริมณฑล ๑๔๔ หัวข้อวิชา ดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศใต่างจังหวัด ๑๔๕
๑ แถลงหลกสัตรู หลกสัูตรพรรคกลิน (Engineering Line Officer Course) ๑. กล่าวนำ (Overview) หลักสูตรพรรคกลิน เป็นหลักสูตรที่ให้การศึกษาระดับยุทธวิธีของกองทัพเรือ สำหรับนายทหารสัญญาบัตร ชั้นนายเรือ พรรคกลิน (กล.ก.) และพรรคพิเศษ (ยย.ป.) มีระยะเวลาการศึกษาประมาณ ๖ เดือน ดำเนินการโดย กรมยุทธศึกษาทหารเรือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ให้กับนายทหารนักเรียน และเพื่อ สร้างความเข้าใจในหลักการ แนวความคิด ในการเป็นนายทหารพรรคกลินรบ รวมทั้งการจัดการด้านการ สนับสนุน ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต้นกลเรือ ฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นของกองทัพเรือระดับประจำแผนกหรือ เทียบเท่า รวมทั้งเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาตามแนวทางรับราชการต่อไป หลักสูตรนี้ได้เปิดให้การศึกษารุ่นแรกในปีพ.ศ.๒๔๘๖ (โรงเรียนนายทหารกลิน) และได้มีการปรับปรุง พัฒนาให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยได้มีการปรับปรุงหลักสูตร พรรคกลินครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ.๒๕๖๒ ซึ่งการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรพรรคกลินในครั้งนี้ได้นำโครงสร้าง หลักสูตรฯ ปี๖๒ มาพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น มีการคัดกรองเนื้อหาและยกเลิก หมวดวิชาการจัดการวิศวกรรม และหมวดวิชาวิศวกรรมทางเรือ มาจัดเรียงเนื้อหาใหม่ โดยมีหมวดวิชาผู้นำและการบริหาร เป็นหมวดวิชาแรก ที่จัดการเรียนการสอนแล้วตามด้วย หมวดวิชาความมั่นคงแห่งชาติหมวดวิชาเสนาธิการกิจ หมวดวิชา ปฏิบัติการทางทหาร หมวดวิชาการจัดการด้านการสนับสนุน และหมวดวิชาสังคม เป็นลำดับสุดท้าย โดยมีการ เพิ่มจำนวนชั่วโมงในเนื้อหาวิชาที่มีความสำคัญ เช่น หมวดวิชาปฏิบัติการทางทหาร เพื่อให้สอดคล้องกับ จุดมุ่งหมายหลักสูตร กับได้นำข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาชั้นสูงของ กรมยุทธศึกษาทหารเรือและผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ได้ขีดสมรรถนะหลักในการบรรลุ จุดมุ่งหมายของหลักสูตร ๒. จุดมุ่งหมาย (Goal) หลักสูตรพรรคกลินมีความมุ่งหมายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ให้แก่ นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือพรรคกลิน (กล.ก.) และพรรคพิเศษ (ยย.ป.) ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต้นกลเรือ ฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นของกองทัพเรือระดับประจำแผนกหรือเทียบเท่า รวมทั้งเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษา ตามแนวทางการรับราชการต่อไป
๒ ๓. วัตถุประสงค์ (Objective) เพื่อจัดการเรียนการสอนให้แก่นายทหารสัญญาบัตรชั้นนายเรือ พรรคกลิน (กล.ก.) และพรรคพิเศษ (ยย.ป.) ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผู้ที่มีความรู้และ ความสามารถตามขีดความสามารถ ๕ ประการ ประกอบด้วย ๑) การบริหารงาน ๒) การวางแผนงาน ๓) การ ควบคุมและสั่งการ ๔) งานฝ่ายอำนวยการ ๕)การปฏิบัติการร่วม และต้องมีขีดสมรรถนะหลัก ๕ ขีดสมรรถนะ ประกอบด้วย ๑) ภาวะผู้นำ การคิดวิเคราะห์เชิงระบบ ๒) คุณธรรมจริยธรรม ๓) นักวางแผนทางทหารระดับ ยุทธวิธีด้านการส่งกำลังบำรุง ๔) ฝ่ายอำนวยการ ๕) การจัดการด้านการสนับสนุน ทั้งนี้ผู้สำเร็จการศึกษาจะมี ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ดังนี้ ๓.๑ ด้านผู้นำและการบริหาร มีความรู้และทักษะการเป็นผู้นำทางทหารและผู้นำในกจการทางทหาริ ยุคใหม่มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ ๓.๒ ด้านความมั่นคงแห่งชาติมีแนวคิดทางด้านความมั่นคงและหลักยุทธศาสตร์ ๓.๓ ด้านเสนาธิการกิจ มีความรู้และความสามารถในการปฏิบัติงานฝ่ายอำนวยการเบื้องต้น ๓.๔ ด้านการปฏิบัติการทางทหาร มีความรู้ในการปฏิบัติการทางทหารทั่วไป การปฏิบัติการทางเรือ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ๓.๕ ด้านการจัดการด้านการสนับสนุน มความรีู้และความสามารถในการบริหารและวิเคราะห์งานช่าง การบริหารจัดการงานซ่อมบำรุงเรือและยุทโธปกรณ์ ๓.๖ ด้านการสงคมัมีความรู้ในการเข้าสังคม ทำกิจกรรมนนทนาการัและเล่นกีฬาเพื่อเสริมสร้างความ สามัคคีและสขภาพพลานามุัย รวมทั้งการดูกิจการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ๔. ขอบเขต (Course Framework) หลักสูตรนี้ได้จัดทำขึ้นโดยคำนึงถึงการศึกษาของนายทหารนักเรียนที่ได้ศึกษามาแล้ว จากโรงเรียน นายเรือ และสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ในทุกระดับ การศึกษาของนายทหารนักเรียนที่จะต้องเข้ารับการศึกษา เมื่อได้รับชั้นยศสูงขึ้นตามแนวทางการรับราชการ และหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติเมื่อนายทหารนักเรียนสำเร็จ การศึกษาไปแล้ว รวมไปถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เจริญขึ้นทั้งโดยทั่วไปและภายในกองทัพเรือ เพื่อให้ สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับรับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๕. กำหนดการศกษาึ (Study Hour) ๕.๑ ระยะเวลาการศึกษาประมาณ ๖ เดือน ตั้งแต่ต.ค. – มี.ค. และ เม.ย. –ก.ย. (กรณีเปิดปีละ ๒ รุ่น) ๕.๒ การศึกษาใช้วันศึกษาตามวันราชการ (ศึกษาเต็มวัน)
๓ ๖. หลักสูตร (Curriculum) หลักสุตรพรรคกลินแบ่งการศึกษาออกเป็น ๖ หมวดวิชา ได้แก่ ๖.๑ หมวดวิชาผู้นำและการบรหาริ การศึกษาหมวดวิชานี้มุ่งเน้นให้นายทหารนักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องผู้นำทางทหาร ประวัติศาสตร์ชาติหน้าที่พลเมือง เครื่องมือและเทคนิคการนำองค์กรของผู้นำยุคใหม่เทคนิคการบริหาร จัดการสื่อประชาสัมพันธ์และการให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณชน รวมทั้งปลูกฝังความคิดในด้านคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ และการต่อต้านการทุจริต ๖.๒ หมวดวิชาความมนคงแหั่งชาต่ (National Security) ิ การศึกษาหมวดวิชานี้มุ่งเน้นให้นายทหารนักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องความมั่นคง แห่งชาติเบื้องต้นและความมั่นคงทางทะเล พื้นฐานยุทธศาสตร์ความมั่นคง การแปลงนโยบาย ยุทธศาสตร์มาสู่ กลยุทธ์กิจกรรมและตัวชี้วัด ตลอดจนศึกษาในเรื่ององค์กรระหว่างประเทศกับความมั่นคง ทหารและกิจการ ระหว่างประเทศ เพื่อให้ทราบถึงความสัมพันธ์และข้อจำกัดในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร ที่จะต้อง ตอบสนองการปฏิบัติต่าง ๆ ตามที่กองทัพเรือได้รับมอบหมาย ๖.๓ หมวดวิชาเสนาธการกิจิ (Staff Work) การศึกษาหมวดวิชานี้มุ่งเน้นให้นายทหารนักเรียนสามารถเขียนเรียบเรียงเอกสารราชการที่จำเป็น สามารถพูดหรือบรรยายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการจัดและงานในหน้าที่ของฝ่ายอำนวยการ ของกองทัพเรือ และระบบงานของ ศรชล. ๖.๔ หมวดวิชาปฏบิตัิการทางทหาร การศึกษาหมวดวิชานี้มุ่งเน้นให้นายทหารนักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องของการปฏิบัติการ ทางทหารโดยทั่วไป เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำสงคราม การปฏิบัติการทางเรือ และการปฏิบัติการร่วม/ผสม รวมถึงความเข้าใจเบื้องต้นในกฎหมายและแนวทางการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหาร การสงครามทางเรือ และการปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ๖.๕ หมวดวิชาการจดการดัานการสน้บสนันุ การศึกษาหมวดวิชานี้มุ่งเน้นให้นายทหารนักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการจัดการด้าน การสนับสนุน การจัดการซ่อมบำรุง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในเรือ การจัดการโลจิสติกส์การส่งกำลังบำรุง ของ ทร. การจัดการ ILS และ Ship Work Breakdown Structure สายงานการซ่อมบำรุงของ กร. อร. และ อล.ทร. การวางแผนการสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ ยุทธกีฬารวม ตลอดจนบทเรียนและกรณีศึกษา การสร้างและซ่อมบำรุงเรือ ๖.๖ หมวดวิชาสงคมั การศึกษาหมวดวิชานี้มุ่งเน้นให้นายทหารนักเรียนมีความรู้และประสบการณ์ในวิชาหรือกิจกรรมที่ จำเป็นต่อการศึกษาในหมวดวิชาอื่น ๆ หรือเพื่อประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการของนายทหารนักเรียนต่อไป มีการดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศที่จำเป็นต่อการศึกษา รู้จักมารยาทในการเข้าสังคมที่ถูกต้องและ การจัดเลี้ยง รวมทั้งการเล่นกีฬาให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง
๔ ๗. วิธีการดำเนินการศึกษา (Course Guidance) การศึกษาหลักสูตรพรรคกลินเป็นการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยการนำประสบการณ์ที่พบ เห็น ทั้งในการบรรยาย เอกสารอ่านประกอบ ตำรา สารสนเทศ และการแลกเปลี่ยนระหว่างครูผู้สอน อาจารย์ ประจำกลุ่มสัมมนา (Directing Staff: DS) และนายทหารนักเรียนด้วยกันแล้วนำมาสร้างเป็นองค์ความรู้ของ นายทหารนักเรียนเอง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการศึกษาแบบ คอนสตรัคติวิสซึม (Constructivism) โดยการศึกษาในหลักสูตรพรรคกลิน แบ่งเป็นประเภทการศึกษาได้ดังต่อไปนี้ ๗.๑ การบรรยาย คือการให้ความรู้ทางทฤษฎีและหลักการที่เกี่ยวข้อง โดยมีอาจารย์หรือวิทยากร เป็นผู้บรรยาย ซึ่งเนื้อหาการบรรยายเป็นไปตามขอบเขตที่กำหนดไว้ในประมวลการศึกษาของหลักสูตร ความรู้ที่ได้จะเป็นสารตั้งต้นให้นายทหารนักเรียนนำไปประยุกต์ใช้ในการแบ่งกลุ่มอภิปราย หรือการฝึกปฏิบัติ ในหลักสูตร รวมถึงการนำไปใช้งานจริงในการปฏิบัติราชการต่อไป ๗.๒ การอภิปรายเป็นคณะ คือการที่นายทหารนักเรียนและอาจารย์ร่วมอภิปรายในห้องเรียน เพื่อเป็นการต่อยอดความรู้จากบทเรียนให้แตกฉานยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการฝึกให้นายทหารนักเรียนพัฒนาแนวคิด ที่เป็นของตนเองจากหลักทฤษฎีต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้มา พร้อมทั้งนำเสนอหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อสร้างความ น่าเชื่อถือให้กับแนวคิดของตน ซึ่งสามารถดำเนินการได้๒ แบบ คือ ๗.๒.๑ อาจมีลักษณะเป็นการประชุมให้ความรู้หรือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในคณะผู้อภิปราย ตามประเด็นที่กำหนดในคู่มือการศึกษาหรือประเด็นที่อาจารย์หยิบหยกขึ้นมาตามแต่กรณีซึ่งอาจประกอบด้วย คณะผู้อภิปราย ๔ - ๕ คน โดยมีผู้หนึ่งทำหน้าที่ดำเนินการอภิปราย ผู้เข้าร่วมประชุมที่เหลือเป็นผู้ฟัง โดยผู้อภิปรายแต่ละคนได้รับมอบหมายให้พูดในประเด็นและวาระต่าง ๆ กัน และในตอนท้ายผู้ดำเนินการ อภิปรายอาจเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้พูดและซักถามกับคณะผู้อภิปรายได้ตามความเหมาะสมแก่เวลาก่อนที่จะจบ การอภิปราย ๗.๒.๒ นอกจากนี้การอภิปรายเป็นคณะอาจเป็นการนำเสนอผลงาน ภายหลังการแบ่งกลุ่ม อภิปรายหรือแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติในการศึกษาหัวข้อวิชาหรือรายวิชานั้น ๆ ภายใต้การควบคุมของคณะอาจารย์ อันจะทำให้เกิดการถกแถลง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกลุ่ม เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นด้วย ก็ได้ ๗.๓ การแบ่งกลุ่มอภิปราย เป็นการฝึกอบรมในห้องสัมมนาโดยแบ่งนายทหารนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย แต่ละกลุ่มจะมีอาจารย์ประจำกลุ่มสัมมนา (DS) ให้ความรู้และกำกับดูแลการอภิปราย เพื่อให้นายทหาร นักเรียนเกิดความแตกฉานในเนื้อหาในหัวข้อวิชานั้น ๆ มากยิ่งขึ้น การแบ่งกลุ่มอภิปรายลักษณะนี้จะทำให้ผู้ ร่วมอภิปรายมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันมากขึ้น อันจะทำให้เกิดความเข้าใจบทเรียนมาก ขึ้นจากการร่วมคิดวิเคราะห์ร่วมกันระหว่างนายทหารนักเรียนด้วยกันเองในหลากหลายมุมมองของประเด็น เดียวกัน ๗.๔ การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ มีลักษณะการดำเนินการคล้ายกับการแบ่งกลุ่มอภิปราย แต่มุ่งเน้น การนำความรู้ที่ได้จากชั้นเรียนมาเสริมสร้างทักษะด้วยการฝึกคิดและปฏิบัติจนทำด้วยตัวเองได้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการให้นายทหารนักเรียนแก้ปัญหาหรือแสวงข้อตกลงใจเป็นคณะตามบ่งการที่ได้รับมอบ
๕ การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติในบางวิชาอาจจำเป็นต้องดำเนินการจนได้ผลงานหรือข้อสรุปที่ชัดเจนในรูปแบบของ เอกสารรายงาน โดยนำส่งอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่มสัมมนา และมีการแถลงผลในห้องเรียนรวม นอกจากนี้ แล้วการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติยังหมายรวมถึงการทำกิจกรรมอื่น ๆ ในหลักสูตร เช่น การฝึกทักษะ และการฝึก กีฬา เป็นต้น ๗.๕ การค้นคว้า เป็นการศึกษาด้วยตนเองก่อนเข้าฟังการบรรยายในหัวข้อวิชานั้น ๆ โดยศึกษา เนื้อหาวิชาตามเอกสารที่อาจารย์แนะนำไว้ในคู่มือการศึกษา อันจะทำให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในระหว่าง การฟังบรรยาย การอภิปราย และการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติต่อไป ซึ่งนายทหารนักเรียนจะต้องรับผิดชอบตนเอง ๗.๖ การดูกิจการและการศึกษาภูมิประเทศ เป็นการเปิดโอกาสให้นายทหารนักเรียนได้เยี่ยมชม กิจการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในหมวดวิชาที่กำลังศึกษาอยู่ โดยนายทหารนักเรียนจะ ได้รับฟังการบรรยายสรุปโดยตรงจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานนั้น ๆ รวมทั้งได้รับทราบข้อมูล ทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา และการทหาร จากการบรรยายของผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ตลอดจน การสังเกตสภาวะแวดล้อมทางด้านสังคมการเมืองและลักษณะภูมิประเทศในพื้นที่ที่ไปเยี่ยมชมด้วยตนเอง ๘. การประเมินผลการศึกษา (Course Evaluation) ๘.๑ การประเมินผลการศึกษา แบ่งออกเป็นการวัดผลการศึกษา และการค้นหาค่านิยมที่ได้จาก การศึกษา และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนายทหารนักเรียน การค้นหาค่านิยมและเปลี่ยนแปลง พฤติกรรม โดยการติดตามสังเกตนายทหารนักเรียนแต่ละคนเกี่ยวกับการศึกษา ความประพฤติวินัย การ ปฏิบัติตน ปฏิภาณ บุคลิกลักษณะ การสังคม ความรู้ความสามารถพิเศษ งานอดิเรก หน้าที่ราชการที่ควรบรรจุ เพื่อบันทึกเป็นรายงานประจำนายทหารนักเรียนเป็นรายบุคคลเสนอต่อกองทัพเรือ ๘.๒ การวัดผลการศึกษา กระทำโดยวิธีสอบเป็นรายบุคคล หรือเป็นคณะ ๘.๒.๑ การวัดผลเป็นรายบุคคล โดยนายทหารนักเรียนแก้ปัญหาเดียวกันเป็นรายบุคคล การให้ คะแนนให้เป็นรายบุคคล ๘.๒.๒ การวัดผลเป็นคณะ โรงเรียนจะแบ่งนายทหารนักเรียนเป็นคณะ โดยที่ทุกคนจะร่วมกัน แก้ปัญหาและเสนอผลงานในนามของคณะ การให้คะแนนจะพิจารณาจากผลงานที่เสนอและจากความร่วมมือ ในการแก้ปัญหาของนายทหารนักเรียน ๘.๓ การตัดสินผลการศึกษา ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด ตามระเบียบกองทัพเรือว่าด้วย การศึกษา พ.ศ.๒๕๓๐ หมายเหตุ: การคำนวณ “หน่วยการเรียน” จะพิจารณาจากจำนวนชั่วโมงที่มีวิธีการเรียนแตกต่างกัน ๕ ประเภท ดังนี้ ๑. บรรยาย : ๑ ชั่วโมง เท่ากับ ๑ หน่วยการเรียน ๒. อภิปรายเป็นคณะ : ๑ ชั่วโมง เท่ากับ ๑ หน่วยการเรียน ๓. แบ่งกลุ่มอภิปราย : ๒ ชั่วโมง เท่ากับ ๑ หน่วยการเรียน ๔. แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ : ๑ ชั่วโมง เท่ากับ ๑ หน่วยการเรียน
๖ และมีการคำนึงถึงทศนิยม แต่การแสดงค่าลงในตารางจะใช้การปัดทศนิยมให้เป็นจำนวนเต็ม ดังนั้น ผลรวมหน่วยการเรียนของรายวิชา ตอนวิชา หรือหมวดวิชา อาจดูเหมือนว่ามีความคลาดเคลื่อน แต่ในความเป็นจริงไม่กระทบต่อจำนวน “หน่วยกิต” ในภาพรวม การคำนวณ “หน่วยการเรียน” เพื่อกำหนดค่าหน่วยกิต จะคำนวณเฉพาะรายวิชาหลักเท่านั้น จะไม่ นำรายวิชาเสริมมาคำนวณหน่วยการเรียนและค่าหน่วยกิตด้วย เกณฑ์ในการกำหนดค่าหน่วยกิต จำนวนหน่วยการเรียน หน่วยกิต ๑ – ๑๘ ๑ ๑๙ – ๓๔ ๒ ๓๕ – ๔๔ ๓ ๔๕ หน่วยการเรียนขึ้นไป ๔ การคำนวณหน่วยการเรียนและค่าหน่วยกิต เป็นไปตามระเบียบกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ว่าด้วยการศึกษาสำหรับนายทหารสัญญาบัตร พ.ศ.๒๕๕๕ ผนวก ก. การกำหนดค่าหน่วยกิต ๙. ผังความเชื่อมโยงหลักสูตรพรรคกลิน
๗ โครงสราหล้กสัตรู พรรคกลนิ พ.ศ.๒๕๖๖ หมวดวชาิ รายวชาิ หวขัอว้ชาิ จำนวนชั่วโมง เวลารวม หน่วยการเรียน หน่วยกิต บรรยาย อภิปรายเป็น คณะ แบ่งกลุ่ม อภิปราย แบ่งกลุ่มฝึก ปฏิบัติ ค้นคว้า สอบ วัน ชั่วโมง โครงสรางหล้กสัตรู พรรคกลนิ พ.ศ.๒๕๖๖ ๑ หมวดวชาผิู้นำและการบรหาริ 24 6 6 36 30 3 ๑.๑ รายวชาิ ผนำทางทหารู้ 15 3 6 24 20 2 หัวข้อวิชาผู้นำทางทหารและผู้นำในกิจการทางทหารยุคใหม่ 3 3 หัวข้อวิชา ต้านทุจริตศึกษา 3 3 หัวข้อวิชา คุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ 3 3 หัวข้อวิชา ประวัติศาสตร์ชาติ 3 3 หัวข้อวิชา หน้าที่พลเมือง 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะผู้นำทางทหารและผู้นำใน กิจการทางทหารยุคใหม่ ๓ ๖ ๙ ๑.๒ รายวชาิ เครื่องมอของผื นำยู้ คใหมุ ่ 9 3 12 11 1 หัวข้อวิชา เทคนิคการนำองค์การ 3 3 หัวข้อวิชา การจัดการทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ 3 3 หัวข้อวิชา เทคนิคการบรหารจิดการสั ื่อประชาสัมพันธ์ และการให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณชน 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะเทคนิคการนำองค์กร 3 3 ๒. หมวดวิชาความมนคงแหั่งชาต่ ิ 15 6 21 18 ๑ ๒.๑ รายวชาความมินคงแหั่งชาต่ ิ 9 9 9 หัวข้อวิชา ความมั่นคงแห่งชาติเบื้องต้นและความ มั่นคงทางทะเล 3 หัวข้อวิชา พื้นฐานยุทธศาสตร์ความมั่นคง 3 3 หัวข้อวิชา การแปลงนโยบาย ยุทธศาสตร์มาสู่ กลยุทธ์กิจกรรมและตัวชี้วัด 3 3 ๒.๒ รายวชาิ กจการระหวิ ่างประเทศ 6 6 12 9 1 หัวข้อวิชาองคกรระหว์ ่างประเทศกับความมนคงแหั่่งชาติ 3 3 หัวข้อวิชา ทหารและกิจการระหว่างประเทศ 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะ 6 6
๘ โครงสราหล้กสัตรู พรรคกลนิ พ.ศ.๒๕๖๖ หมวดวชาิ รายวชาิ หวขัอว้ชาิ จำนวนชั่วโมง เวลารวม หน่วยการเรียน หน่วยกิต บรรยาย อภิปรายเป็น คณะ แบ่งกลุ่ม อภิปราย แบ่งกลุ่มฝึก ปฏิบัติ ค้นคว้า สอบ วัน ชั่วโมง ๓. หมวดวิชาเสนาธการกิจิ 45 6 12 6 6 6 81 68 ๕ ๓.๑ รายวชาิ การเรียบเรยงและการบรรยายี 21 6 12 6 6 3 54 41 ๓ หัวข้อวิชาการคิดอย่างมีเหตุผลและการเขียนบทความ 6 6 หัวข้อวิชา การอภิปรายการประชุม และการบรรยายสรุป 3 3 6 12 หัวข้อวิชา การพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ 6 3 6 3 18 หัวข้อวิชา เขียนหนังสือราชการและการสรปเรุื่อง 6 6 3 15 หัวข้อวิชา การแก้ปัญหารายบุคคล 3 3 ๓.๒ รายวชาิ การจัดและหนาท้ ฝี่่ายเสนาธการิ 24 3 27 27 2 หัวข้อวิชา การจัดกองทัพเรือและหน้าที่ฝ่าย อำนวยการของ ทร. 6 6 หัวข้อวิชา ระบบงานและการวางแผนงานฝ่ายต่างๆ ของ ทร. (กพ. ขว. ยก.(ศปก.ทร.) กบ.) (กพร.) (สสท.) 15 15 หัวข้อวิชา ระบบงานของ ศรชล. 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล 3 3 ๔. หมวดวิชาปฏบิัตการทางทหาริ 84 9 15 15 123 111 ๘ ๔.๑ รายวชาิ ปฏบิัตการทางทหารทิ วไป ั่ 6 3 3 3 15 12 1 หัวข้อวิชา หลักการสงคราม หลักนิยมการรบทางเรือ และบทเรียนทางยุทธวิธี 3 3 3 9 หัวข้อวิชา หลักนิยมข่าวกรองทหารเรือ 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล 3 3 ๔.๒ รายวชาิ เทคโนโลยสมี ยใหม ั ในการทำสงคราม ่ 9 3 12 12 1 หัวข้อวิชา ระบบตรวจจับ ระบบอาวุธ และระบบ ควบคุมสั่งการในเรือ 3 3 หัวข้อวิชา สงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (NCO) และ สงครามไซเบอร์ 3 3 หัวข้อวิชา เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านการทหาร 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล 3 3
๙ โครงสราหล้กสัตรู พรรคกลนิ พ.ศ.๒๕๖๖ หมวดวชาิ รายวชาิ หวขัอว้ชาิ จำนวนชั่วโมง เวลารวม หน่วยการเรียน หน่วยกิต บรรยาย อภิปรายเป็น คณะ แบ่งกลุ่ม อภิปราย แบ่งกลุ่มฝึก ปฏิบัติ ค้นคว้า สอบ วัน ชั่วโมง ๔.๓ รายวชาิ กฎหมาย 21 3 6 3 33 ๒๙ 2 หัวข้อวิชา กฎหมายที่ให้อำนาจในการปฏิบัติการทางทหาร 3 3 หัวข้อวิชา บทเรียนการบังคับใช้กฎหมายในการ ปฏบิัติการทางทหาร 3 3 หัวข้อวิชา กฎหมายทะเล 6 6 หัวข้อวิชา แนวทางการเป็นคณะกรรมการสอบสวน 3 3 หัวข้อวิชา กฎหมายปกครอง และ พ.ร.บ.ความรับ ผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ 3 3 หัวข้อวิชา กฎหมายอาญา กฎหมายทหาร และ พรบ.วินัยทหาร 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะ 3 6 9 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล 3 3 ๔.๔ รายวชาิ การปฏบิัตการทางเริออืนๆื่ 45 3 6 6 60 56 4 หัวข้อวิชา ยุทธวิธีผิวน้ำ 9 9 หัวข้อวิชา ยุทธวิธีปราบเรือดำน้ำ 6 6 หัวข้อวิชา การปฏิบัติการและยุทธวิธีเรือดำน้ำ 6 6 หัวข้อวิชา การปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก 3 3 หัวข้อวิชา การต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง 3 3 หัวข้อวิชา ปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม 3 3 หัวข้อวิชา ปฏิบัติการตามลำน้ำ 3 3 หัวข้อวิชา การวางทุ่นระเบิดและการต่อต้านทุ่นระเบิด 6 6 หัวข้อวิชา การป้องกันฐานทัพเรือและการควบคุม เรือ (HD/HC) 3 3 หัวข้อวิชา การปฏิบัติการข่าวสาร IO 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะ 3 6 9 หัวข้อวิชา แก้ปัญหารายบุคคล 6 6 ๔.๕ รายวชาิ ปฏบิัตการริวม่ /ผสม 3 3 หัวข้อวิชา หลักนิยมกองทัพไทยด้านยทธการรุ่วม/ผสม 3 3
๑๐ โครงสราหล้กสัตรู พรรคกลนิ พ.ศ.๒๕๖๖ หมวดวชาิ รายวชาิ หวขัอว้ชาิ จำนวนชั่วโมง เวลารวม หน่วยการเรียน หน่วยกิต บรรยาย อภิปรายเป็น คณะ แบ่งกลุ่ม อภิปราย แบ่งกลุ่มฝึก ปฏิบัติ ค้นคว้า สอบ วัน ชั่วโมง ๕. หมวดวิชา การจัดการดานการสน้ ับสนนุ 105 27 36 36 18 3 225 182 13 ๕.๑ รายวชาิ การจัดการซอมบำร ่งุ 27 6 6 39 32 2 หัวข้อวิชา การจัดการซ่อมบำรุง 15 15 หัวข้อวิชา ระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในเรือ 6 6 หัวข้อวิชา บทเรียนและกรณศีึกษาการซ่อมบำรุงเรือ 3 3 หัวข้อวิชา บทเรียนและกรณศีึกษาการสร้างเรือ 3 3 หัวข้อวิชา ดูกิจการและศึกษาจากหน่วยงานทประสบ ี่ ความสำเร็จด้านการจัดการซ่อมบำรุง 6 6 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะ 6 6 ๕.๒ รายวชาิ การจัดการโลจสติ ิกส์ 30 6 36 33 2 หัวข้อวิชา การจัดการโลจิสติกส ์ 24 24 หัวข้อวิขา การส่งกำลังบำรุงของ ทร. 6 6 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะ 6 6 ๕.๓ รายวชาิ การจัดการ ILS 15 6 6 27 20 2 หัวข้อวิชา การจัดการ ILS และ Ship Work Breakdown Structure 6 6 หัวข้อวิชา สายงานการซ่อมบำรุงของ กร. 3 3 หัวข้อวิชา สายงานการซ่อมบำรุงของ อร. 3 3 หัวข้อวิชา สายงานการซ่อมบำรุงของ อล. 3 3 หัวข้อวิชา ดูกิจการและศึกษาจากหน่วยงานทประสบ ี่ ความสำเร็จด้านการจัดการ ILS 6 6 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะ 6 6 ๕.๔ รายวิชา การวางแผนสนับสนุนการปฏบิตัการทางเริ ือ 33 6 15 6 3 3 66 54 4 หัวข้อวิชา ปัจจัยสำคัญในการวางแผน/ยุทธศิลป์ เบื้องต้น 6 6 หัวข้อวิชา การเตรียมสภาพแวดล้อมทางยุทธการ ด้านข่าวกรอง IPOE 6 6 หัวข้อวิชา การประมาณสถานการณ์ 9 9
๑๑ โครงสราหล้กสัตรู พรรคกลนิ พ.ศ.๒๕๖๖ หมวดวชาิ รายวชาิ หวขัอว้ชาิ จำนวนชั่วโมง เวลารวม หน่วยการเรียน หน่วยกิต บรรยาย อภิปรายเป็น คณะ แบ่งกลุ่ม อภิปราย แบ่งกลุ่มฝึก ปฏิบัติ ค้นคว้า สอบ วัน ชั่วโมง หัวข้อวิชา การพัฒนาแผน 3 3 หัวข้อวิชา เอกสารสั่งการ 3 3 หัวข้อวิชา ฝ่ายอำนวยการช่วยรบ (Combat Support Staff) ๖ ๖ หัวข้อวิชา สัมมนาการวางแผนทางเรือ/แผน สนบสนัุนการปฏิบัติการทางเรือ ๖ ๑๕ ๖ ๓ ๓๐ หัวข้อวิชา แก้ปัญหารายบุคคล ๓ ๓ ๕.๕ รายวชาิ ยุทธกฬารวม ี ๓ ๒๑ ๓๐ ๓ ๕๗ ๔๓ ๓ ๖. หมวดวิชาสงคมั 24 3 12 17 39 ๐ ๐ ๖.๑ รายวชาิ การสงคมกัฬาี 9 12 21 หัวข้อวิชา มารยาทและการเข้าสังคม 3 3 หัวข้อวิชา การจัดเลี้ยง 3 3 หัวข้อวิชา กีฬา 3 12 15 ๖.๒ รายวชาิ การบรรยายพเศษ ิ 15 3 18 หัวข้อวิชา บรรยายพิเศษ 12 12 หัวข้อวิชา ปฐมนิเทศ 3 3 หัวข้อวิชา ปัจฉิมนิเทศนและว์ ิจารณ์หลักสตรู 3 3 ๖.๓ รายวชาิ การดูกจการและศ ิ ึกษาภมูประเทศ ิ 17 หัวข้อวิชา ดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศใน กทม./ ปรมณฑลิ 3 หัวข้อวิชา ดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศใต่างจังหวัด 14 รวมทั้งสิ้น 297 51 75 54 24 24 17 525 4๐๙ 3๐
๑๒ หมวดวชาทิ ี่๑ ผู้นำและการบริหาร (๒๔ ชม.) ๑. ความสำคัญ การศึกษาหมวดผู้นำและการบริหารนั้นมีเป้าหมายเพื่อตองสนองกระบวนการสร้าง นายทหารสัญญาบัตรให้มีความรู้ความสามารถตรงตามผลลัพธ์สุดท้ายที่โรงเรียนนายทหารเรือชั้นต้นต้องการ คือ ๑) ต้นกลเรือ ๒) ฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นของกองทัพเรือระดับประจำแผนก ซึ่งทั้ง ๒ ผลลัพธ์ที่ต้องการนี้ ต้องใช้ทักษะและความสามารถที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ในหมวดวิชาผู้นำและการบริหาร ทั้ง ความสามารถในการเป็นผู้นำหน่วยและความสามารถในเรื่องการบริหารในฐานะฝ่ายอำนายการ (Staff) การศึกษาในหมวดวิชานี้จะตอบสนองขีดสมรรถนะหลักที่หลักสูตรต้องการ ๒ ประการ ประกอบด้วย การคิด วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การปฏิบัตหนิ ้าที่ทางทหารและฝ่ายอำนวยการ ซึ่งจะตอบขีดความสามารถที่หลักสูตร ต้องการ ๒ ประการ ประกอบด้วย การวางแผนงาน และการควบคุมและสั่งการ ซึ่งการศึกษาในหมวดวิชานี้มี ความมุ่งหมายให้นายทหารนักเรียนเป็นผู้นำทางทหารที่เป็นที่ยอมรับ ๒. ความมุ่งหมาย เข้าใจถึงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายทั้งในภาวะปกติและ สงคราม เข้าใจเครื่องมือในการบริหารงานของผู้นำยุคใหม่รวมทั้ง มีคุณธรรมจริยธรรม และมีทักษะ กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังมุ่งหมายให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารงานองค์กร และ เข้าใจแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ และการบริหารจัดการโครงการ ทั้งนี้มีการวัดผลและการประเมิน เป็นการแก้ปัญหาเป็นคณะในทักษะการตัดสินใจของผู้นำในสถานการณ์วิกฤติและแก้ปัญหาเป็นคณะในทกษะั การจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติราชการ ๓. ขอบเขต การศึกษาหมวดวิชาผู้นำและการบริหาร ประกอบด้วย ๒ รายวิชา รายวิชาที่๑ ผู้นำทางทหาร รายวิชาที่๒ เครื่องมือของผู้นำยุคใหม่ การศึกษาในหลักสูตรทั่วไปมีลักษณะเป็นการศึกษาในแบบ “KPA” ความรู้ (K : Knowledge) : สาระสำคัญหรือสาระการเรียนรู้ทักษะ/กระบวนการ (P : Process) : ความสามารถ ทักษะ กระบวนการในการทำงานและการพัฒนาตนเอง คุณธรรม จริยธรรม (A : Attitude) : คุณลักษณะอันพึง ประสงค์และ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C : Competence) ด้วยการบูรณาการความรู้และการนำไปใช้และ
๑๓ การเรียนรู้ในรูปแบบ “Active learning” ซึ่งมุ่งให้ผู้เรียนรู้จักการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ผู้เรียนจึงมีบทบาท อย่างมากต่อความสำเร็จของการศึกษา การเข้าฟังบรรยายนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการศึกษาเท่านั้น สิ่งที่ สำคัญที่สุดคือการที่นายทหารนักเรียนต้องค้นคว้าทั้งจากเอกสารอ่านประกอบและข้อมูลจากแหล่งอื่น รวมทั้ง จากภูมิหลังของนายทหารนักเรียน นำมาประมวลกับหลักวิชาที่รับจากผู้บรรยายเพื่อพัฒนาแนวความคิดของ นายทหารนักเรียนเอง โดยการพัฒนาแนวความคิดนั้นจะได้มาจากการแลกเปลี่ยนกับผู้บรรยาย อาจารย์ประจำ กลุ่มสัมมนา (Directing Staff หรือ DS) และระหว่างนายทหารนักเรียนด้วยกันทั้งในห้องเรียนและห้องสมมนาั ด้วยเหตุผลดังกล่าว การเข้าฟังบรรยายเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอต่อความสำเร็จของการศึกษาตามหลักสูตร นี้แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่นายทหารนักเรียนจะต้องอ่านเอกสารอ่านประกอบที่กำหนดให้ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม ตลอดจนร่วมมือในการอภิปรายเป็นคณะและการแบ่งกลุ่มอภิปราย ๔. วิธีดำเนินการศึกษา การศึกษาแบ่งเป็นการบรรยาย การอภิปรายเป็นคณะ การแบ่งกลุ่มอภิปราย การ แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติหรือการสอบ และการค้นคว้า โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๔.๑ การบรรยาย คือการอบรมทางทฤษฎีหลักการ หรือข้อมูลทางวิชาการเพื่อให้ ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมในชั้นเรียน โดยมีอาจารย์หรือวิทยากรเป็นผู้บรรยายและการตอบปัญหาแต่เพียง ฝ่ายเดียว ซึ่งเนื้อหาการบรรยายตามขอบเขตที่กำหนดไว้ในประมวลการศึกษาของหลักสูตร ความรู้ที่ได้รับจะ นำไปใช้ประโยชน์ในการแบ่งกลุ่มอภิปรายหรือการฝึกปฏิบัติรวมถึงการนำไปใช้งานจริงในการปฏิบัติราชการ ต่อไป ๔.๒ การอภิปรายเป็นคณะ คือการที่นายทหารนักเรียนและอาจารย์ร่วมอภิปรายใน ประเด็นสำคัญเพื่อเป็นการต่อยอดความรู้จากบทเรียนให้แตกฉานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการฝึกให้นายทหาร นักเรียนพัฒนาแนวคิดที่เป็นของตนเองซึ่งสามารถดำเนินการได้๒ แบบ คือ ๔.๒.๑ อาจมีลักษณะเป็นการประชุมให้ความรู้หรือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในคณะผู้ อภิปรายตามประเด็นที่กำหนดในคู่มือการศึกษาหรือประเด็นที่อาจารย์หยิบยกขึ้นมาตามแต่กรณีซึ่งอาจ ประกอบด้วยคณะผู้อภิปราย ๔-๕ คน โดยมีผู้หนึ่งทำหน้าที่ดำเนินการอภิปราย ผู้เข้าร่วมประชุมที่เหลือเป็น ผู้ฟัง โดยผู้อภิปรายแต่ละคนได้รับมอบหมายให้พูดในประเด็นและวาระต่างๆ กัน และในตอนท้ายผู้ดำเนินการ อภิปรายอาจเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้พูดและซักถามกับคณะผู้อภิปรายได้ตามความเหมาะสมแก่เวลาก่อนที่จะจบ การอภิปราย ๔.๒.๒ นอกจากนี้การอภิปรายเป็นคณะอาจเป็นการนำเสนอผลงานภายหลังการ แบ่งกลุ่มอภิปรายหรือแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติในการศึกษาหัวข้อวิชาหรือรายวิชานั้นๆ ภายใต้การควบคุมของคณะ อาจารย์ อันจะทำให้เกิดการถกแถลงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกลุ่มเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งมาก ยิ่งขึ้นด้วย ๔.๓ การแบ่งกลุ่มอภิปราย เป็นการฝึกอบรมในห้องสัมมนาของแต่ละหลักสูตรโดยแบ่ง นายทหารนักเรียนเป็นกลุ่มย่อยๆ โดยที่แต่ละกลุ่มจะมีอาจารย์ประจำกลุ่มสัมมนา (DS) ให้ความรู้และกำกับ
๑๔ ดูแลการอภิปราย เพื่อทำการอภิปรายหัวข้อความรู้ที่ได้ศึกษามาหรือที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารหลักสูตรให้ เกิดความแตกฉานมากยิ่งขึ้น รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในหัวข้อวิชานั้นๆ ด้วย อันจะทำให้ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยให้มีการศึกษาลึกลง ในรายละเอียดของประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับบทเรียน โดยผู้ร่วมอภิปรายมีเสรีในการออกความคิดเห็นในการถก แถลงปัญหาต่างๆ และสรุปผลการอภิปรายออกมาเป็นข้อสรุปของกลุ่ม ๔.๔ การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติมีลักษณะการดำเนินการคล้ายกับการแบ่งกลุ่มอภิปราย แต่ มุ่งเน้นการนำความรู้ที่ได้จากชั้นเรียนมาเสริมสร้างทักษะด้วยการฝึกคิดและปฏิบัติจนทำด้วยตัวเองได้หรือการ ประยุกต์ใช้ความรู้ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้นายทหารนักเรียนมุ่งแก้ปัญหาหรือแสวงข้อตกลงใจเป็น คณะตามโจทย์หรือคำถามที่มอบให้ก็ได้การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติในบางวิชาต้องการผลงานหรือข้อสรุป โดยส่วน ใหญ่แล้วจะมีการจัดทำเอกสารส่งอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่มสัมมนาและมีการแถลงผลรวมในชั้นเรียน นอกจากนี้การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติยังรวมหมายรวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เช่น การฝึกทักษะและการฝึกกีฬา เป็นต้น ๔.๕ การค้นคว้า เป็นการศึกษาด้วยการอ่านและค้นคว้าวิชาล่วงหน้าด้วยตนเอง ตาม เอกสารหรือแนวทางที่อาจารย์มอบให้เพื่อเตรียมการสำหรับการฟังบรรยาย การอภิปรายและการแบ่งกลุ่มฝึก ปฏิบัติต่อไป โดยนายทหารนักเรียนจะต้องรับผิดชอบด้วยตนเองในการบริหารเวลาในส่วนนี้อย่างมี ประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถค้นคว้าได้ทันตามการจัดตารางการเรียนและการแบ่งกลุ่มอภิปราย/การแบ่งกลุ่ม ฝึกปฏิบัติ ๕. ความสัมพันธ์กับหมวดวิชาอื่น การศึกษาอบรมในหมวดวิชาผู้นำและการบริหารจะเป็นการปูพื้นฐานความรู้และสร้าง ทักษะในการเป็นผู้นำทางทหารที่ดีที่จะนำองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในภาวะยามสงบและในยาม สงคราม ทั้งนี้พื้นฐานความรู้ในหมวดผู้นำและการบริหารที่นายทหารนักเรียนได้จากหมวดวิชานี้จะถูกนำ ไป ประยุกต์ใช้ในการศึกษา และการฝึกในหมวดวิชาอื่นๆ ตลอดทั้งหลักสูตร
๑๕ รายละเอยดการศ ีกษาหมวดวึชาผิ นำและการบรู้หาริ โครงสราหล้กสัตรู พรรคกลนิ พ.ศ.๒๕๖๖ หมวดวชาิ รายวชาิ หวขัอว้ชาิ จำนวนชั่วโมง เวลารวม หน่วยการเรียน หน่วยกิต บรรยาย อภิปรายเป็นคณะ แบ่งกลุ่มอภิปราย แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ ค้นคว้า สอบ วัน ชั่วโมง ๑ หมวดวชาผิู้นำและการบรหาริ 24 6 6 36 30 3 ๑.๑ รายวชาิ ผนำทางทหารู้ 15 3 6 24 20 2 หวขัอว้ ิชา ผนู้าทางทหารและผํนู้าในก ํ ิจการทางทหารยคใหมุ่ 3 3 หวขัอว้ ิชา ตานท้จรุตศิกษาึ 3 3 หวขัอว้ ิชา คณธรรมุจรยธรรมิและจิตสาธารณะ 3 3 หวขัอว้ ิชา ประวตัิศาสตรชาต์ ิ 3 3 หวขัอว้ ิชา หนาท้Éีพลเมือง 3 3 หวขัอว้ ิชาแกป้ัญหาเป็นคณะผนู้าทางทหารและผํนู้าใน ํ กิจการทางทหารยคใหมุ่ ๓ ๖ ๙ ๑.๒ รายวชาิ เครื่องมอของผื นำยู้ คใหมุ ่ 9 3 12 11 1 หัวข้อวิชา เทคนิคการนำองค์การ 3 3 หัวข้อวิชา การจัดการทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ 3 3 หัวข้อวิชา เทคนิคการบรหารจิดการสั ื่อประชาสัมพันธ์ และการให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณชน 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะเทคนิคการนำองค์กร 3 3
๑๖ รายวชาิ ผนำทางทหารู้ (๓๖ ชม.) ๑. ความสำคญั จากข้อเท็จจริงที่ว่า “ไม่สามารถแยกคุณลักษณะผู้นำทางทหารออกจากความเป็นทหาร ได้เลย และทหารก็คือประชาชนคนหนึ่ง” ด้วยเหตุนี้ในเรื่องของทฤษฎีภาวะผู้นำทางทหารจึงไม่แตกต่างจาก ทฤษฎีภาวะผู้นำด้านอื่น เพียงแต่ทหารมีความเป็นอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติและ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้ทหารต้องดำรงความเป็นผู้นำให้สมเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นทหาร ผู้นำทางทหาร คือ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำของทหารจากคำสั่งการแต่งตั้ง แต่ภาวะผู้นำ ทางทหาร คือสิ่งที่ทหารทุกคนจำเป็นต้องมีโดยไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งใด ๆ ซึ่งภาวะผู้นำทางทหารนี้มีหลาย ระดับและจะต้องใช้ทักษะที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้ภารกิจต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้การศึกษาในตอนผู้นำทางทหาร คือกระบวนการที่จะทำให้ผู้ศึกษาได้เรียนรู้หลักการที่สำคัญ ซึ่งเป็นทฤษฎี ที่เป็นสากล นำมาประยุกต์รวมกับประสบการณ์จริงที่วิทยากรนำมาถ่ายทอด ด้วยกระบวนการฝึกปฏิบัติอย่าง เข้มข้น เพื่อให้สามารถเป็นผู้นำที่สามารถตัดสินใจด้วยภาวะผู้นำภายใต้สถานการณ์ที่วิกฤตได้โดยหมวดวิชานี้ ได้ให้นายทหารนักเรียนได้ศึกษาใน ๒ รายวิชา ประกอบด้วย ๑) รายวิชาผู้นำทางทหาร ซึ่งจะศึกษาหลักในการ บังคับบัญชา (Command) ๒) รายวิชาเครื่องมือของผู้นำยุคใหม่ซึ่งจะศึกษาในศาสตร์ของการบริหาร (Management) ทั้ง ๒ รายวิชานี้คือหัวใจสำคัญของการสร้างผลผลิตให้เป็นไปตามความต้องการของหลักสูตร ๒. ความมุ่งหมาย ๒.๑ เพื่อให้นายทหารนักเรียนได้รู้ทฤษฎีของผู้นำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตามสถานการณ์ที่ ผ่านมา ตลอดจน ทฤษฎีผู้นำทางทหารยุคใหม่ที่ต้องปรับตัวให้ทันกับสภาะวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่าง รวดเร็ว ในโลกของ VUCA World ๒.๒ เพื่อให้นายทหารนักเรียนได้ศึกษาทฤษฎีในการเป็นผู้นำหน่วยทหารในระดับยุทธวิธี ๒.๓ เพื่อให้นายทหารนักเรียนได้ศึกษาเทคนิคการนำองค์การตามหลักความสมเหตุสมผล (Rational Choice Theory) ซึ่งเป็นทฤษฎีพื้นฐานของการบริหารองค์การ การกำหนดยุทธศาสตร์การวางแผน ทางทหารในยามสงบและในยามสงคราม ๒.๔ เพื่อให้นายทหารนักเรียนได้ศึกษาการจัดการทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่เพื่อนำไป เป็นเครื่องมือในการบริหารองค์การ ๒.๕ เพื่อให้นายทหารนักเรียนได้ศึกษาทฤษฎีและเทคนิคในการจัดการสื่อประชาสัมพันธ์ รวมถึงเทคนิคในการสัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน อันเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในการเป็นผู้นำทางทหารใน สถานการณ์ปัจจุบัน ๒.๖ เพื่อให้นายทหารนักเรียนได้ศึกษาวิธีการพัฒนาผู้นำ อันประกอบไปด้วย ทักษะ ความคิดชั้นสูง และทักษะการตัดสินใจ ทักษะการนำเสนอ การพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม ตลอดจนความรู้
๑๗ ความเข้าใจด้านการเงินส่วนบุคคลและการต้านทุจริตศึกษา อันจะทำให้ทักษะการเป็นผู้นำในระดับหัวหน้า แผนกได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องและต่อยอดออกไปในระดับที่สูงขึ้นได้ ๓. ขอบเขตการศกษาึ การศึกษารายวิชานี้ใช้เวลาการศึกษาทั้งสิ้น ๓๖ ชั่วโมง โดยมีหัวข้อวิชาที่จะศึกษา ประกอบดวย้ หมายเลขประจำหวขั ้อวิชา หัวขอว้ชาิ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๑ ผู้นำทางทหารและผู้นำในกิจการทางทหารยุคใหม่ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๒ ต้านทุจริตศึกษา ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๓ คุณธรรม จริยธรรมและจิตสาธารณะ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๔ ประวัติศาสตร์ชาติ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๕ หน้าที่พลเมือง ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๖ แก้ปัญหาเป็นคณะผู้นำทางทหารและผู้นำในกิจการทางทหารยุคใหม่
๑๘ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๑ หัวข้อวิชา ผู้นำทางทหารและผู้นำในกิจการทางทหารยุคใหม่ เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนินการศึกษา บรรยาย ๓ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย ๑. เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญของผู้นำ ในการบริหารงาน ลักษณะของผู้นำแบบต่างๆ คุณลักษณะของความเป็นผู้นำ จริยธรรมของผู้นำ ตลอดจนทักษะและความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่ผู้นำควรมี ๒. เพื่อที่จะได้ใช้ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานภายในหน่วย เมื่อต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นฝ่ายอำนวยการสนับสนุน ให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานทางด้านยุทธวิธีและ ปฏิบัติงานฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นของ ทร. ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบเขตการศึกษา บรรยายถึง ๑. ความหมายและแนวความคิดเกี่ยวกับผู้นำ ๒. ประเภทและบทบาท ตลอดจนความสำคัญของผู้นำ ๓. ทักษะในการเพิ่มประสิทธิภาพของผู้นำ ๔. ผู้นำกับการเสริมสร้างแรงจูงใจและผู้นำกับการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ๕. แนวทางการพัฒนาลักษณะผู้นำทางทหาร ๖. ฝึกทักษะในการเป็นผู้นำ โดยกำหนดบ่งการให้นทน.นำความรู้ที่ได้ศึกษา มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
๑๙ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๒ หัวขอว้ชาิ ต้านทุจริตศึกษา เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึ บรรยาย ๓ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย ๑. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์คิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่อดทนต่อการทุจริตจิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อการทุจริตได้ ๒. เพื่อให้สามารถประยุกต์เกี่ยวกับ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับ ผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่อดทนต่อการทุจริต จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต พลเมืองกับ ความรับผิดชอบต่อการทุจริต เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน สังคม และประเทศชาติได้ ๓. เพื่อสร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับ ผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่อดทนต่อการทุจริตจิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต พลเมืองกับ ความรับผิดชอบต่อการทุจริตได้ ๔. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการป้องกันการทุจริต ขอบเขตการศึกษา ๑. การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ๒. ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๓. จิตพอเพียงต้านทุจริต ๔. พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม
๒๐ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๓ หัวข้อวิชา คุณธรรม จริยธรรมและจิตสาธารณะ เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึ บรรยาย ๓ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกของนายทหารนักเรียนให้มีความพร้อมในการเป็นผู้นำ หรือ ผู้บริหารของกองทัพเรือ ที่มีคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับใช้เป็นกรอบคิดในการปฏิบัติงาน และปกครอง ผู้ใต้บังคับบัญชา ขอบเขตการศึกษา ฟังการบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหาร โดย ฝวก.ยศ.ทร. เป็นผู้พิจารณาขอบเขตการบรรยายในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ๑. หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ๒. คุณธรรมและจริยธรรมผู้นำทางทหาร ๓. คุณสมบัติที่ดีของทหารเรือไทย ๔. การพัฒนาและส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ๕. แนวทฤษฎีและทัศนะในการปลูกฝังและสร้างเสริมคุณธรรม ๖. เนื้อหาอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
๒๑ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๔ หัวข้อวิชา ประวัติศาสตร์ชาติ เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนินการศึกษา บรรยาย ๓ ชม. ความมุ่งหมาย ๑. ให้สามารถเข้าใจถึง พฤติกรรมและความคิด ความเชื่อของผู้คนในสังคมเกิดขึ้นได้อย่างไร มีการ เปลี่ยนแปลงหรือมีพัฒนาการมาอย่างไร อันจะนำไปสู่การวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจปัญหาอย่างมีเหตุมีผลในการ แก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ด้วยการศึกษาอดีต เพื่อเข้าใจปัจจุบนัและเห็นแนวทาง ก้าวสู่อนาคตได้อย่างมีคุณภาพเพื่อนำข้อมูลไปประกอบการศึกษา หรือนำไปใช้ในการปฏิบัติราชการ และ ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป ๒. จะก่อคุณค่าเจตคติและค่านิยมให้แก่ผู้เรียน ท้องถิ่น และประเทศชาติตอบสนองคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ในหลักสูตร คือ รักชาติศาสน์กษัตริย์และรักความเป็นไทย และความสำคัญของกิจการทหารต่อ สถาบันหลักของชาติ ขอบเขตการศึกษา ฟังการบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติสำหรับผู้บริหาร โดย ฝวก.ยศ.ทร. เป็น ผู้พิจารณา ขอบเขตการบรรยาย
๒๒ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๕ หัวขอว้ชาิหน้าที่พลเมือง เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึบรรยาย ๓ ชม. ความมงหมายุ่เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลกษณะอั ันพึงประสงค์เพื่อใหสามารถอยู้่ร่วม กับผู้อื่นในสงคมได ั ้ อย่างมีความสุข ฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ ๑. รักชาติศาสน์กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สจรุติ ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ขอบเขตการศึกษา ฟังการบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติสำหรับผู้บริหาร โดย ฝวก.ยศ.ทร. เป็นผู้ พิจารณาขอบเขตการบรรยาย การจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมืองตามจุดเน้นทั้ง ๕ นั้น มี เป้าหมายสำคัญเพื่อให้มีลักษณะที่ดีของคนไทย เห็นคุณค่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทยเห็นคุณค่าและแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ดำเนินชีวิต ตามวิถีประชาธิปไตย มีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งความหลากหลายและจัดการความขัดแย้ง โดยสันติวิธี
๒๓ ๕๒๐๑๐๐๐๑๐๖ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะผู้นำทางทหารและผู้นำในกิจการทางทหารยุคใหม่ เวลา ๙ ชั่วโมง วิธีดำเนินการศึกษา อภิปรายเป็นคณะ ๓ ชั่วโมง แบ่งกลุ่มอภิปราย ๖ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย เพื่อให้นายทหารนักเรียนได้ศึกษาเพิ่มเติมด้วยการค้นคว้าข้อมูล และร่วมอภิปรายใน หัวข้อที่กำหนดให้ ขอบเขตการศึกษา สัมมนาแก้ปัญหาเป็นคณะตามขอบเขตของหัวข้อวิชาในชุดวิชาหลักการและ เทคนิคการบริหารที่จะกำหนดให้
๒๔ รายวชาิ เครื่องมอของผื นำยู้ คใหมุ ่ (๑๒ ชม.) ๑. ความสำคญั กองทัพจะพัฒนาเจริญก้าวหน้าได้ก็ด้วยการบริหารจัดการที่ดีผู้บริหารกองทัพจึงจำเป็นต้อง มีความสามารถในการบริหารงาน โดยสามารถประยุกต์ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์มาบริหารงานในหน่วยงานของตน หน่วยงานทางทหารนั้นแตกต่างกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะผลลัพธ์และจุดมุ่งหมายของทหาร มิใช่ทรัพย์สินเงินทอง แต่เป็นความมั่นคงของชาติความพร้อมรบ ระเบียบวินัย ขวัญและกำลังใจที่ทหารต้องมี เป็นเหตุให้การบริหารงานทางทหารมีส่วนหนึ่งที่แตกต่างจากระบบทั่วไป ความรู้ประสบการณ์และทัศนคติที่ นายทหารนักเรียนจะได้รับจากรายวิชา การบริหารงานทางทหารนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของ นายทหารนักเรียนในการปฏิบัติงานฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นของ ทร.ต่อไปในอนาคต ๒. ความมงหมายุ่ เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีพื้นฐานความรู้ด้านการบริหาร เห็นถึงความแตกต่างในการ บริหารงานของหน่วยงานทั่วไปกับการบริหารหน่วยงานทางทหาร สามารถวิเคราะห์ข้อดี/ข้อด้อยของการ บริหารงานทางทหารที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และรู้วิธีการแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยงานมี ประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งนี้โดยอาศัยความรู้เกี่ยวกับหลักการบริหารงานทั่วไป การบริหารโครงการ การบริหาร งบประมาณ และการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ๓. ขอบเขตการศกษาึ รายวิชา เครื่องมือของผู้นำยุคใหม่ ใช้เวลาในการศึกษาทั้งสิ้น ๑๒ ชั่วโมง แบ่งออกเป็น ๔ หัวข้อวิชา ดังนี้ หมายเลขประจำหวขั ้อวิชา หัวขอว้ชาิ ๕๒๐๑๐๐๐๒๐๑ เทคนิคการนำองค์กร ๕๒๐๑๐๐๐๒๐๒ การจัดการทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ ๕๒๐๑๐๐๐๒๐๓ เทคนิคการบรหารจิ ัดการสื่อประชาสัมพันธ์และ การให้สัมภาษณ์ต่อ สาธารณชน ๔๒๐๑๐๐๐๒๐๗ แก้ปัญหาเป็นคณะเทคนิคการนำองค์กร
๒๕ ๕๒๐๑๐๑๐๒๐๑ หัวขอว้ชาิ เทคนิคการนำองค์กร เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึ บรรยาย ๓ ชม. ความมงหมายุ่ เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในหลักการสร้างทีม (Teamwork) ซึ่งคือเครื่องมือสำคัญในการนำองค์การให้ไปสู่ทิศทางที่ตองการได ้ ้ ขอบเขตการศกษาึ ๑. ทฤษฎีการสร้างทีม Team building/Team Learning (TB/TL theory) ๒. ทฤษฎีการรวมทีมเพื่อการพัฒนาองค์การ Tuckman’s Model theory
๒๖ ๕๒๐๑๐๑๐๒๐๒ หัวขอว้ชาิ การจัดการทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึ บรรยาย ๓ ชม. ความมงหมายุ่ เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในหลักการพื้นฐานของการ จัดการทรัพยากรมนุษย์และกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง กระบวนการทางความคิดได้ในการทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างถูกต้อง และ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป ขอบเขตการศกษาึ ๑. หลักการใฝเร่ ียนใฝ่รู้ของสมาชิกในองค์การ (Personal Mastery) ๒. หลักการแบบจำลองความคิด (Mental Model) ๓. หลักการมีวสิัยทัศน์ร่วมกนของคนในองค ั ์การ (Shared Vision) ๔. หลักการเรยนรีู้เป็นทีม (Team Learning) ๕. หลักการคิดอย่างเป็นระบบของคนในองค์การ (Systems Thinking)
๒๗ ๕๒๐๑๐๑๐๒๐๓ หัวขอว้ชาิ เทคนิคการบรหารจิ ัดการสื่อประชาสัมพันธ์และการให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณชน เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึ บรรยาย ๓ ชม. ความมงหมายุ่ เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีความรู้และความเข้าใจใน ๒ ทฤษฎีหลักทจะทำให ี่้ สามารถจัดการสื่อประชาสัมพันธ์และการให้สัมภาษณ์ต่อหน้าสาธารณชนได้ ขอบเขตการศกษาึ ๑. ทฤษฎีการบริหารจัดการการสื่อสาร (Communication Management) ๒. ทฤษฎีกลยุทธในการจัดการสื่อประชาสัมพันธ์ ๓. เทคนิคการให้สัมภาษณ์ตอสาธารณชน่
๒๘ ๕๒๐๑๐๐๐๒๐๗ หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะเทคนิคการนำองค์กร เวลา ๙ ชั่วโมง วิธีดำเนินการศึกษา อภิปรายเป็นคณะ ๓ ชั่วโมง แบ่งกลุ่มอภิปราย ๖ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย เพื่อให้นายทหารนักเรียนได้ศึกษาเพิ่มเติมด้วยการค้นคว้าข้อมูล และร่วมอภิปรายใน หัวข้อที่กำหนดให้ ขอบเขตการศึกษา สัมมนาแก้ปัญหาเป็นคณะตามขอบเขตของหัวข้อวิชาในชุดวิชาหลักการและ เทคนิคการนำองค์กรที่จะกำหนดให้
๒๙ หมวดวชาทิ ี่๒ ความมั่นคงแหงชาต่ ิ (๒๑ ชั่วโมง) ๑. ความสำคัญ ความมั่นคงแห่งชาติเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดของทุกประเทศ ผู้นำของทุกประเทศพยายามบริหารกิจการ บ้านเมืองเพื่อให้ประเทศเกิดความมั่นคงทั้งความมั่นคงทางการทหาร ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง ด้านสังคมจิตวิทยา ความมั่นคงด้านการเมือง และความมั่นคงด้านอื่น ๆ ตามที่จะกำหนดขึ้นเป็นเป้าหมายใน การบริหารประเทศ ด้วยสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ประเทศ จึงต้อง มียุทธศาสตร์หรือแนวทางการพัฒนาประเทศที่มีความเหมาะสมต่อสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง ที่ เปลี่ยนแปลงนั้น ทั้งสภาวะแวดล้อมภายในประเทศ เช่น ความสามัคคีปรองดองของประชาชนในชาติและ สภาวะแวดล้อมภายนอกในเวทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทหารซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและทรง อานุภาพจึงได้รับมอบหน้าที่ซึ่งมากกว่าการป้องกันประเทศ ทั้งการมีส่วนในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยต่าง ๆ ดังนั้น ทหารจึงควรมีความรู้ในหลักการ สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติเพื่อสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของ ยุทธศาสตร์ทางเรือ ซึ่งจะสามารถสนองยุทธศาสตร์ทหารและยุทธศาสตร์ชาติได้ในที่สุด ๒. ความมุ่งหมาย เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงแห่งชาติการรักษา ผลประโยชน์ของชาติกรอบแนวคิดสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์และความเชื่อมโยงของยุทธศาสตร์ระดับต่างๆ รวมทั้งอิทธิพลของกิจการระหว่างประเทศที่มีผลต่อความมั่นคงแห่งชาติและบทบาทของทหารในกิจการระหว่าง ประเทศที่สนบสนัุนการบรรลุวัตถุประสงค์แห่งชาติ ๓. ขอบเขตการศกษาึ การศกษาในหมวดว ึ ิชานี้ใช้เวลาศึกษา ๒๑ ชั่วโมง โดยมรายวี ิชาที่จะต้องศึกษาคือ รายวิชาที่๑ ความมั่นคงแห่งชาติเวลาการศกษาึ ๙ ชั่วโมง รายวิชาที่๒ กิจการระหว่างประเทศเวลาการศึกษา ๑๒ ชั่วโมง ๔. วิธดำเน ี นการศ ิกษาึ ๔.๑ การศกษาจากเอกสารทึเกี่ยวขี่้องและแนะนำให้อ่านด้วยตนเองเพื่อเป็นการเตรียมความรกู้ ่อน การฟังบรรยายและซกถามั ๔.๒ การฟังบรรยายซักถามและแสดงความคิดเห็น ๔.๓ การแบ่งกลุ่มอภิปราย นำเสนอผลงานรวมทั้งข้อมูลและความคดเหิ ็นของนายทหารนกเรั ียน ๕. ความสมพันธัก์บหมวดวัชาอินื่ หมวดวิชาความมั่นคงแห่งชาติจะเป็นหมวดวิชาพื้นฐานที่จะนำไปใช้ในการศึกษาในหมวดวิชาปฏิบัติการทางทหาร ได้เป็นอย่างดี
๓๐ รายละเอียดการศกษาึ ความมนคงแหั่งชาต่ ิ (๒๑ ชวโมง ั่ ) โครงสราหล้กสัตรู พรรคกลนิ พ.ศ.๒๕๖๖ หมวดวชาิ รายวชาิ หวขัอว้ชาิ จำนวนชั่วโมง เวลารวม หน่วยการเรียน หน่วยกิต บรรยาย อภิปรายเป็น คณะ แบ่งกลุ่ม อภิปราย แบ่งกลุ่มฝึก ปฏิบัติ ค้นคว้า สอบ วัน ชั่วโมง ๒. หมวดวิชาความมนคงแหั่งชาต่ ิ 15 6 21 18 2 ๒.๑ รายวชาความมินคงแหั่งชาต่ ิ 9 9 9 1 หัวข้อวิชา ความมั่นคงแห่งชาติเบื้องต้นและความ มั่นคงทางทะเล 3 3 หัวข้อวิชา พื้นฐานยุทธศาสตร์ความมั่นคง 3 3 หัวข้อวิชา การแปลงนโยบาย ยุทธศาสตร์มาสู่ กลยุทธ์กิจกรรมและตัวชี้วัด 3 3 ๒.๒ รายวชาิ กจการระหวิ ่างประเทศ 6 6 12 9 1 หัวข้อวิชาองคกรระหว์ ่างประเทศกับความมนคงแหั่่งชาติ 3 3 หัวข้อวิชา ทหารและกิจการระหว่างประเทศ 3 3 หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นคณะความมั่นคงแห่งชาติ 6 6
๓๑ รายวชาิ ความมนคงแหั่่งชาต ิ (๙ ชวโมง ั่ ) ๑. ความสำคญั ชุดวิชาความมั่นคงแห่งชาติเป็นชุดวิชาที่ให้ความรู้เกี่ยวกับความอยู่รอดปลอดภัยของประเทศและ ประชาชนซึ่งเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดของทุกประเทศในโลก ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมด้านความ มั่นคงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันทั้งจากกระแสโลกาภิวัตน์และการแสดงบทบาทท่าทีของประเทศต่าง ๆ ในประชาคมโลกทำให้ประชาชนคนในชาติและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ งานด้านความมั่นคงต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงศึกษา เช่น นิยามและ องค์ประกอบของความมั่นคงในมิติต่าง ๆ ทั้งความมั่นคงแบบเดิมคือ ความมั่นคงด้านการทหารจนถึงความมนคงั่ ในด้านอื่นๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา รวมทั้งต้องศึกษาเพื่อทำความเข้าใจและให้รู้เท่าทันต่อภัย คุกคามรูปแบบต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ของชาติสำหรับนายทหารนักเรียนซึ่งบทบาทหนึ่งเป็น ข้าราชการทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงโดยตรงและอีกบทบาทหนึ่งเป็นประชาชนชาว ไทยที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงของชาติจึงควรมีความรู้เท่าทันต่อสภาพแวดล้อมและการ เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงเพื่อจะสามารถปฏิบัติงานและตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเหมาะสมใน การบรรลุภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือและเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุผลประโยชน์ของประเทศชาติ อีกทั้งจะเป็นพื้นฐานความรู้สำหรับการศึกษาในชุดวิชากิจการระหว่างประเทศต่อไป ๒. ความมงหมายุ่ เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติยุทธศาสตร์ความมั่นคง เข้าใจ ถึงความต่อเนื่องเชื่อมโยงของผลประโยชน์แห่งชาติวัตถุประสงค์แห่งชาติยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติรวมทั้ง สภาวะแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกที่มีผลต่อความมั่นคงแห่งชาติ ๓. ขอบเขตการศกษาึ การศึกษาในชุดวิชานี้ใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น ๙ ชั่วโมง โดยมีหัวข้อวิชาที่จะศึกษา ประกอบด้วย หมายเลขหัวขอว้ ิชา หัวขอว้ชาิ ๕๒๐๒๐๐๐๑๐๑ ความมั่นคงแหงชาต่ ิเบื้องต้นและความมั่นคงทางทะเล ๕๒๐๒๐๐๐๑๐๒ พื้นฐานยุทธศาสตร์ความมั่นคง ๕๒๐๒๐๐๐๑๐๓ การแปลงนโยบาย ยุทธศาสตร์มาสู่กลยุทธ์กิจกรรม และตัวขี้วัด
๓๒ ๕๒๐๒๐๐๐๑๐๑ หัวขอว้ชาิ ความมั่นคงแหงชาต่ ิเบื้องต้นและความมั่นคงทางทะเล เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนินการศึกษา บรรยาย ๓ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย ๑. เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจแนวคิดเรื่องรัฐ ชาติและความมั่นคง ๒. เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจทฤษฎีสัจนิยม (Realism) และทฤษฎีเสรีนิยม (Liberalism) และแนวคิดโลกาภิวัตน์ (Globalization) ๓. เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีความเข้าใจในหลักการพื้นฐานที่สำคัญเกี่ยวกับความมั่นคง ความหมายของผลประโยชน์แห่งชาติวัตถุประสงค์แห่งชาติความหมายและองค์ประกอบ ของความมั่นคงแห่งชาติความหมายของยุทธศาสตร์ชาติและความสัมพันธ์ระหว่าง ผลประโยชน์แห่งชาติยุทธศาสตร์ชาติและสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงที่มีผลกระทบ ต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศ ๔. เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจพื้นฐานสมุททานุภาพและการรักษาความมั่นคงทาง ทะเล ขอบเขตการศึกษา ๑. แนวคิดการเมืองระหว่างประเทศและความมั่นคงแห่งชาติ ๑.๑ ทฤษฎีสัจนิยม (Realism) ๑.๒ ทฤษฎีเสรีนิยม (Liberalism) ๑.๓ แนวคิดโลกาภิวัตน์ (Globalization) ๒. ความหมายและองค์ประกอบของความมั่นคง ๓. ความหมายของผลประโยชน์แห่งชาติวัตถุประสงค์แห่งชาติความมั่นคงแห่งชาติ ๔. สภาวะแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศและประชาชน ๕. ความสัมพันธ์ระหว่างผลประโยชน์แห่งชาติวัตถุประสงค์แห่งชาติและ ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ ๖. แนวคิดเรื่องสมุททานุภาพและความมั่นคงทางทะเล
๓๓ ๕๒๐๒๐๐๐๑๐๒ หัวขอว้ชาิ พื้นฐานยุทธศาสตร์ความมั่นคง เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึ บรรยาย ๓ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจกรอบแนวคิดที่สำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ความหมายของ ยุทธศาสตร์ความมั่นคง และปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ความมั่นคงของประเทศ แนวคิดใน การจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ขอบเขตการศึกษา บรรยายถึง ๑. แนวความคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์ ๒. ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ ๓. แนวความคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ ๔. แนวความคิดในการจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล
๓๔ ๕๒๐๒๐๐๐๑๐๓ หัวขอว้ชาิ การแปลงนโยบาย ยุทธศาสตร์มาสู่กลยุทธ์กิจกรรมและตัวชี้วัด เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึ บรรยาย ๓ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจกรอบแนวคิดที่สำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ความหมายของ ยุทธศาสตร์ความมั่นคง และปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ความมั่นคงของประเทศ แนวคิดใน การจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ขอบเขตการศึกษา ตามคู่มือการศึกษาหลักสูตรพรรคนาวิน
๓๕ รายวชาิ กจการระหวิ ่างประเทศ (๑๒ ชวโมง ั่ ) ๑. ความสำคญั พื้นฐานองค์การระหว่างประเทศและกิจการระหว่างประเทศเป็นวิชาที่ปูพื้นฐานให้นายทหารนักเรียนเห็น ภาพรวมของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับความมั่นคงแห่งชาติในมุมมองของความร่วมมือและความมั่นคง ร่วมกัน (Collective Security) ทั้งหมด อันได้แก่มิติต่าง ๆ ของความมั่นคงร่วมกัน ปัจจัยต่าง ๆ ที่กระทบต่อ ความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ ในโลกและผลกระทบที่ตามมาจากความ ร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ การได้ภาพรวมขององค์การระหว่างประเทศและความมั่นคงระหว่าง ประเทศจะเป็นพื้นฐานในการศึกษาประเด็นเรื่องทหารและกิจการระหว่างประเทศต่อไป ๒. ความมงหมายุ่ เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจบทบาทขององค์การระหว่างประเทศและกิจการระหว่างประเทศที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงของไทยและบทบาทของทหารในแง่มุมของความมั่นคงร่วมกัน ซึ่งมีทั้งบทบาท ภายในประเทศและบทบาทระหว่างประเทศ ๓. ขอบเขตการศกษาึ การศึกษาในชุดวิชานี้ใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น ๑๒ ชั่วโมง โดยมีหัวข้อวิชาที่จะศึกษา ประกอบด้วย หมายเลขหัวขอว้ ิชา หัวขอว้ชาิ ๕๒๐๒๐๐๐๒๐๑ องค์การระหว่างประเทศกับความมั่นคงแหงชาต่ ิ ๕๒๐๒๐๐๐๒๐๒ ทหารและกิจการระหว่างประเทศ ๕๒๐๒๐๐๐๒๐๓ แก้ปัญหาเป็นคณะความมั่นคงแห่งชาติและกิจการ ระหว่างประเทศ
๓๖ ๕๒๐๒๐๐๐๒๐๑ หัวขอว้ชาิ องค์การระหว่างประเทศกับความมั่นคงแหงชาต่ ิ เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึ บรรยาย ๓ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจที่มา ความมุ่งหมาย บทบาทและปัญหาอุปสรรคของ องค์การระหว่างประเทศที่สำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์และ ผลกระทบขององค์การระหว่างประเทศเหล่านั้นที่มีต่อความมั่นคงของไทย ขอบเขตการศึกษา บรรยายถึง ๑. ความเป็นมาขององค์การระหว่างประเทศตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่๑ ๒. แนวความคิดเรื่องความมั่นคงร่วมกัน (Collective Security) และประชาคม ด้านความมั่นคง (Security Community) ๓. บทบาทและความสำคัญขององค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับความมั่นคงของ ไทย ๔. ผลกระทบขององค์การระหว่างประเทศต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และประชาชน
๓๗ ๕๒๐๒๐๐๐๒๐๒ หัวขอว้ชาิ ทหารและกิจการระหว่างประเทศ เวลา ๓ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึ บรรยาย ๓ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจสถานการณ์ระหว่างประเทศที่มีอิทธิพลกับความ มั่นคงและระเบียบระหว่างประเทศ บทบาทของทหารต่อกิจการความมั่นคงและระเบียบระหว่างประเทศ ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงในระบบระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อบทบาทของทหารที่เหมาะสมกับการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าว รวมทั้งปัญหาอุปสรรคของทหารกับกิจการระหว่างประเทศที่สำคัญ ขอบเขตการศึกษา บรรยายถึง ๑. บทบาทของทหารในการรักษาความมั่นคงของไทยทั้งแบบดั้งเดิมและแบบใหม่ ๒. สถานการณ์ระหว่างประเทศที่มีผลต่อความมั่นคงและระเบียบระหว่างประเทศ ๓. การเปลี่ยนแปลงในระบบระหว่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่มี ผลกระทบต่อบทบาทของทหาร ๔. บทบาทของทหารเพื่อเตรียมกำลังและความพร้อมให้เหมาะสมกับการ เปลี่ยนแปลง
๓๘ ๕๒๐๒๐๐๐๒๐๓ หวขัอว้ชาิ แก้ปัญหาเป็นคณะ เวลา ๖ ชั่วโมง วิธดำเน ี นการศ ิกษาึแบ่งกลุ่มอภิปราย ๖ ชั่วโมง ความมุ่งหมาย เพื่อให้นายทหารนักเรียนทบทวนความรู้ความเข้าใจในการศึกษาชุดวิชาทหารและกิจการระหว่าง ประเทศ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อวิชาองค์การระหว่างประเทศกับความมั่นคงแห่งชาติและหัวข้อวิชาทหารและกิจการระหว่าง ประเทศ ด้วยการแก้ปัญหาตามโจทย์ที่อาจารย์กำหนด ขอบเขตการศึกษา แบ่งกลุ่มอภิปรายโดยแก้ปัญหาตามโจทย์ที่อาจารย์ประจำหมวดวิชาความมั่นคงและผู้สอนกำหนดให้
๓๙ หมวดวชาทิ ี่๓ เสนาธการกิจิ (๘๑ ชั่วโมง) ๑. ความสำคัญ งานด้านเสนาธิการกิจ เป็นงานที่จะต้องให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนผู้บังคับบัญชา ในการตัดสินใจ รวมถึงกำกับดูแลงานที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายหรือสั่งการให้เป็นไปโดยเรียบร้อย ในการเป็นนายทหาร ฝ่ายอำนวยการที่ดีนั้น จำเป็นจะต้องมีความรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่รวมถึงต้องมีทักษะ ในการ คิด พูด เขียน วางแผน อันจะเป็นหนทางในการสื่อความคิดของตนให้กับผู้บังคับบัญชา และถ่ายทอด ความคิดของผู้บังคับบัญชาไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างถูกต้อง สมบูรณ์รวดเร็ว ทันเวลา ดังนั้นหมวด วิชาเสนาธิการกิจนี้จึงกำหนดให้ศึกษาเพื่อให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องงานของฝ่ายอำนวยการอันจะเป็น ประโยชน์ทั้งในด้านการปฏิบัติงาน การศึกษา และใช้ในการแก้ปัญหาการศึกษาหมวดวิชาอื่น ๆ ต่อไป ๒. ความมุ่งหมาย การศึกษาในหมวดวิชานี้มีความมุ่งหมายเพื่อให้นายทหารนักเรียน มีความรู้พื้นฐานในเรื่องงาน ฝ่ายอำนวยการ การคิดอย่างมีเหตุผล การบริหารงานทางทหาร การเรียบเรียงเอกสารที่จำเป็น ตลอดจนการ พูดและบรรยายสรุปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ คือ ๒.๑ ทราบถึงงานและหน้าที่ของฝ่ายอำนวยการด้านต่าง ๆ ๒.๒ เพิ่มทักษะด้านการคิดการเขียนหนังสือราชการทั่วไป และการเขียนข้อพิจารณาฝ่ายอำนวยการของ ทร. ๒.๓ เพิ่มทักษะด้านการอภิปราย การประชุม และการสรุปเรื่อง ๒.๔ มีความรในเรู้ ื่องหลักการบริหารและสามารถนำไปใชในการเพ ้ มประส ิ่ทธิ ิภาพการทำงานของหน่วยงาน ๒.๕ เพิ่มทักษะด้านการเขียนบทความทางวิชาการ ๓. ขอบเขตการศึกษา ในหมวดวิชาเสนาธิการกิจ มีระยะเวลาการศึกษาทั้งสิ้น ๘๑ ชั่วโมง แบ่งเป็น ๒ รายวิชา ดังนี้ ๓.๑ รายวิชา การเรียบเรียงและการบรรยาย ๕๔ ชั่วโมง ๓.๒ รายวิชา การจัดและหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการ ๒๗ ชั่วโมง ๔. วิธีดำเนินการศึกษา ๔.๑ การบรรยาย ๔.๒ การอภิปรายเป็นคณะ ๔.๓ การแบ่งกลุ่มอภิปราย ๔.๔ การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ ๔.๕ การค้นคว้า ๔.๖ การสอบ
๔๐ รายละเอยดการศ ีกษาึ หมวดวชาเสนาธิการกิจิ (๘๑ ชวโมง ั่ ) รายวิชา จำนวนชวโมง ั่ เวลารวม หนวย่ การ เรยนี หนวย่ บรรยาย อภิปราย กิต เปน็ คณะ แบงกลุ่่ม อภิปราย แบงกลุ่่ม ฝกึ ปฏบิตัิ คนคว้า้ สอบ วัน ชวโมง ั่ ๓. หมวดวชาเสนาธิการกิจิ ๔๕ ๖ ๑๒ ๖ ๖ ๖ ๘๑ ๖๘ ๕ ๓.๑ รายวชาิ การเรียบเรียงและการ บรรยาย ๒๑ ๖ ๑๒ ๖ ๖ ๓ ๕๔ ๕๒ ๓ หัวข้อวิชา การคิดอย่างมีเหตุผล และ การ เขียนบทความ ๖ ๖ หัวข้อวิชา การอภิปราย การประชุม และ การบรรยายสรุป ๓ ๓ ๖ ๑๒ หัวข้อวิชา การพิจารณาของฝ่าย อำนวยการ ๖ ๓ ๖ ๓ ๑๘ หัวข้อวิชา เขียนหนังสือราชการและการ สรุปเรื่อง ๖ ๖ ๓ ๑๕ หัวข้อวิชา การแก้ปัญหารายบุคคล ๓ ๓ ๓.๒ รายวชาิ การจัดและหนาท้ ฝี่ายเสนาธ่ ิ การ ๒๔ ๓ ๒๗ ๒๗ ๒ หัวข้อวิชา การจัดกองทัพเรือและหน้าที่ ฝ่ายอำนวยการของ ทร. ๖ ๖ หัวข้อวิชา ระบบงานและการวางแผนงาน ฝ่ายต่างๆ ของ ทร. (กพ. - ขว. - ยก.(ศปก.ทร.) - กบ.) (กพร.) (สสท.) ๑๕ ๑๕ ๓ ๓ หัวข้อวิชา ระบบงานของ ศรชล. หัวข้อวิชา แก้ปัญหาเป็นรายบุคคล ๓ ๓
๔๑ รายวชาิ การเรยบเรียงและการบรรยายี (๕๔ ชวโมง ั่ ) ๑. ความสำคญั การเรียบเรียงและการบรรยายเป็นวิชาพื้นฐานสำหรับนายทหารฝ่ายอำนวยการที่จะนำไปใช้ในการ ปฏิบัติราชการ ซึ่งงานหลักจะมีลักษณะเป็นการเสนอความคิดเห็นที่ได้กลั่นกรองแล้ว และทำการสื่อสารให้ ผู้บังคับบัญชาเข้าใจ และทำการตกลงใจ ทั้งในรูปของการพูด การสรุปเรื่อง การอภิปราย การประชุม หรือการ เรียบเรียงเป็นเอกสารของทางราชการ จึงจำเป็นต้องให้มีการศึกษาและฝึกฝนในชุดวิชานี้ก่อนที่จะให้ศึกษา งานของฝ่ายอำนวยการและวิชาอื่น ๆ ต่อไป ๒. ความมงหมายุ่ เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำหลักการพื้นฐาน ในเรื่อง การคิด เขียน และพูด มาใชประโยชน ้ ์ในการปฏิบัติงานและใช้เป็นความรู้พื้นฐานในการศึกษาวิชาอื่น ๆ ต่อไป ตลอดจน เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในงานฝ่ายอำนวยการพื้นฐาน สามารถนำหลักการ มาใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นพื้นฐานใน การศึกษาในหลักสูตรเสนาธิการทหารเรือในอนาคต ๓. ขอบเขตการศกษาึ รายวิชา การเรียบเรียงและการบรรยาย ใช้เวลาในการศึกษาทั้งสิ้น ๕๔ ชวโมง ั่แบ่งออกเป็น ๕ หัวข้อ วิชา ดังนี้ หมายเลขประจำหัวข้อวิชา หัวข้อวิชา ๕๒๐๓๐๐๐๑๐๑ การคิดอย่างมีเหตุผล และ การเขียนบทความ ๕๒๐๓๐๐๐๑๐๒ การอภิปราย การประชุม และ การบรรยายสรุป ๕๒๐๓๐๐๐๑๐๓ การพิจารณาของฝ่ายอำนวยการ ๕๒๐๓๐๐๐๑๐๔ การเขียนหนังสือราชการและการสรุปเรื่อง ๕๒๐๓๐๐๐๑๐๕ การแก้ปัญหารายบุคคล
๔๒ ๕๒๐๓๐๐๐๑๐๑ หัวขอว้ชาิ การคิดอย่างมีเหตุผล และ การเขียนบทความ เวลา ๖ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึบรรยาย ๖ ชั่วโมง ความมงหมายุ่ ๑. เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจการคิดอย่างมีเหตุผลตามหลักตรรกวิทยาและวิธีการ แสวงหาความรู้ ๒. เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจการคิดแก้ปัญหาตามหลักการคิดทางเลือกที่สมเหตสมผลุ (Rational-choice Theory) ๓. เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจข้อบกพร่องในการอ้างเหตุผลแบบต่าง ๆ ๔. เพื่อให้นายทหารนักเรียนเข้าใจหลักการและกระบวนการเขียนบทความ ขอบเขตการศกษาึ ๑. ความหมายของการอ้างเหตุผล การนิยามและแบ่งประเภท ๒. หลักเหตุผลนิยม ตรรกวิทยานิรนัยและความสมเหตุสมผล (validity) ๓. หลักประจักษนิยม ตรรกวิทยาอุปนัยและความสมบูรณ์ (cogency) ๔. หลักการคิดทางเลือกที่สมเหตุสมผล (Rational-choice Theory) ๕. ข้อบกพร่องในการอ้างเหตุผลแบบต่าง ๆ ๖. หลักเอกภาพและสัมพันธภาพในการเขียนบทความ ๗. การอ่าน การย่อความ การเขียนย่อหน้าและบทความ
๔๓ ๕๒๐๓๐๐๐๑๐๒ หัวขอว้ชาิการอภิปราย การประชุม และการบรรยายสรุป เวลา ๑๒ ชั่วโมง วิธีดำเนนการศ ิกษาึบรรยาย ๓ ชั่วโมง แบ่งกลุ่มอภิปราย ๖ ชั่วโมง อภิปรายเป็นคณะ ๓ ชั่วโมง ความมงหมายุ่ ๑. เพื่อให้นายทหารนักเรียนได้ทราบและเข้าใจถึง หลักการและวิธีการประชุม ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งเทคนิคของการอภิปรายในที่ประชุม ๒. เพื่อฝึกให้นายทหารนักเรียนสามารถจดบันทึกรายงานการประชุมแบบต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ๓. เพื่อให้นายทหารนักเรียนมีขดความสามารถในการนำเสนอแนวความค ี ิด ในการปฏิบัติหรือข้อยุติของปัญหาที่เกิดขนึ้ให้ผู้บังคับบญชาหรั ือบุคคลอื่นได้รับทราบอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักการ และมีประสิทธิภาพ ๔ ฝึกให้นายทหารนักเรียนมีทักษะในการบรรยายสรุป เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ระดับต้นกลเรือการปฏิบัติหน้าที่ทางด้านยุทธวิธีระดับหมู่เรือและการปฏิบัติงานฝ่ายอำนวยการเบื้องต้นของ กองทัพเรือ ขอบเขตการศกษาึ บรรยายถึง ๑. หลักการและวิธีการประชุมในรูปแบบต่าง ๆ ๒. องค์ประกอบของการประชุม การเตรียมการประชุม การดำเนินการประชุม บทบาท และหน้าที่ ของผู้เกี่ยวข้องเทคนิคการประชุมและการอภิปราย ๓. การจัดทำรายงานการประชุม ๔. ฝึกการจดรายงานการประชุม ด้วยวิธีการแสดงการประชุม ๕. หลักการและเทคนิคการบรรยายสรุป รวมทั้งข้อควรปฏิบัติหรือควรหลีกเลี่ยง ในการบรรยายสรุป ๖. ฝึกปฏิบัติการบรรยายสรุปในหัวข้อเรื่องที่นายทหารนักเรียนเลือกเอง ตามความถนัดหรือที่อาจจะกำหนดให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด