The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสังคม2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ayapangung, 2021-05-02 08:39:31

หลักสูตรสังคม2564

หลักสูตรสังคม2564

หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

(ฉบับปรงั ปรุง พ.ศ.2564)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

โรงเรยี นมุกดาหาร อาเภอเมอื งมกุ ดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามัธยมศึกษามุกดาหาร

1

หลกั สูตรสถานศึกษากลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2564)

ความนำ

กระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้ประกาศใช้หลกั สตู รการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2544 ใหเ้ ปน็
หลกั สูตรแกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจดุ หมาย และมาตรฐานการเรยี นรู้เป็นเป้าหมายและกรอบ
ทศิ ทางในการพฒั นาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มคี ุณภาพชีวติ ทีด่ ีและมีขีดความสามารถในการ
แขง่ ขนั ในเวทรี ะดับโลก (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2544) พร้อมกนั นีไ้ ด้ปรับกระบวนการ พัฒนาหลกั สตู รใหม้ ี
ความสอดคล้องกับเจตนารมณแ์ ห่งพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และท่แี ก้ไขเพ่ิมเติม
(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2545 ทมี่ ุง่ เน้นการกระจายอำนาจทางการศึกษาให้ท้องถน่ิ และสถานศกึ ษาได้มบี ทบาท
และมสี ่วนรว่ มในการพัฒนาหลกั สูตร เพื่อใหส้ อดคล้องกับสภาพและความตอ้ งการของท้องถน่ิ (สำนัก
นายกรฐั มนตรี, 2542)

จากการวจิ ัย และติดตามประเมินผลการใช้หลกั สูตรในช่วงระยะ 6 ปีทผ่ี า่ นมา (สำนักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา, 2546 ก., 2546 ข., 2548 ก., 2548 ข.; สำนักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา,2547;
สำนักผตู้ รวจราชการและตดิ ตามประเมินผล, 2548; สวุ ิมล ว่องวาณชิ และนงลักษณ์ วิรชั ชัย, 2547;
Nutravong, 2002; Kittisunthorn, 2003) พบว่าหลักสูตรการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2544 มจี ดุ ดี
หลายประการ เชน่ ช่วยส่งเสรมิ การกระจายอำนาจทางการศกึ ษาทำให้ท้องถน่ิ และสถานศึกษามสี ว่ นร่วม
และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลกั สูตรใหส้ อดคล้องกบั ความตอ้ งการของทอ้ งถิน่ และมีแนวคิดและ
หลกั การในการส่งเสริมการพัฒนาผ้เู รยี นแบบองค์รวมอย่างชัดเจน อยา่ งไรก็ตาม ผลการศกึ ษาดังกล่าวยัง
ได้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นท่ีเป็นปัญหาและความไมช่ ัดเจนของหลักสูตรหลายประการทั้งในส่วนของ
เอกสารหลกั สูตร กระบวนการนำหลกั สตู รสูก่ ารปฏบิ ัติ และผลผลติ ทเ่ี กิดจากการใชห้ ลักสูตร ได้แก่ ปญั หา
ความสบั สนของผู้ปฏิบตั ิในระดับสถานศึกษาในการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา สถานศึกษาส่วนใหญ่
กำหนดสาระและผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวังไว้มาก ทำให้เกิดปัญหาหลักสูตรแน่น การวัดและประเมินผลไม่
สะท้อนมาตรฐาน สง่ ผลตอ่ ปัญหาการจดั ทำเอกสารหลักฐานทางการศกึ ษาและการเทียบโอนผลการเรียน
รวมทงั้ ปญั หาคุณภาพของผู้เรียนในดา้ นความรู้ ทักษะ ความสามารถและคุณลักษณะอันพึงประสงคอ์ ันยัง
ไมเ่ ป็นท่นี า่ พอใจ

นอกจากนัน้ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) ไดช้ ้ีให้เหน็
ถงึ ความจำเป็นในการปรับเปล่ียนจุดเน้นในการพฒั นาคณุ ภาพคนในสังคมไทย ใหม้ คี ุณธรรม และมีความ
รอบรอู้ ย่างเท่าทัน ให้มีความพรอ้ มท้ังด้านรา่ งกาย สติปัญญา อารมณ์ และศลี ธรรม สามารถกา้ วทนั การ
เปล่ยี นแปลงเพ่ือนำไปสูส่ ังคมฐานความรไู้ ด้อย่างมน่ั คง แนวการพัฒนาคนดังกลา่ วมุ่งเตรียมเดก็ และเยาวชน
ใหม้ พี น้ื ฐานจติ ใจทีด่ งี าม มจี ิตสาธารณะ พร้อมท้ังมสี มรรถนะทกั ษะและความรูพ้ น้ื ฐานท่ีจำเป็นในการ
ดำรงชีวิต อนั จะสง่ ผลต่อการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน (สภาพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ, 2549)
ซง่ึ แนวทางดงั กล่าวสอดคล้องกบั นโยบายของกระทรวงศึกษาธกิ ารในการพฒั นาเยาวชนของชาติเข้าส่โู ลก
ยคุ ศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งส่งเสรมิ ผูเ้ รยี น มคี ุณธรรม รักความเป็นไทย ใหม้ ที ักษะการคิดวเิ คราะห์
สรา้ งสรรค์ มที กั ษะดา้ นเทคโนโลยี สามารถทำงานร่วมกบั ผู้อ่นื และสามารถอยู่ร่วมกบั ผู้อ่ืนในสงั คมโลกได้
อยา่ งสันติ (กระทรวง ศึกษาธิการ, 2551)

จากข้อคน้ พบในการศกึ ษาวิจยั และติดตามผลการใชห้ ลกั สูตรการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช
2544 ทผ่ี า่ นมาประกอบกบั ข้อมูลจากแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 10 เกี่ยวกบั แนวทาง

2

การพฒั นา คนในสงั คมไทย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนสศู่ ตวรรษท่ี 21 จงึ
เกดิ การทบทวนหลักสูตรการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2544 เพ่ือนำไปสกู่ ารพฒั นาหลกั สูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ทมี่ ีความเหมาะสม ชัดเจน ทั้งเปา้ หมายของหลักสตู ร ในการ
พฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี นพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมพัฒนาประเทศพืน้ ฐานในการดำรงชวี ิต การพฒั นา
สมรรถนะและทักและกระบวนการนำหลกั สตู รไปสู่การปฏิบตั ใิ นระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศกึ ษา
โดยไดม้ กี ารกำหนดวสิ ยั ทศั น์ จุดหมาย สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ มาตรฐาน
การเรียนรู้และตัวชี้วดั ทชี่ ัดเจน เพอื่ ใชเ้ ปน็ ทิศทางในการจดั ทำหลักสตู ร การเรยี นการสอนในแตล่ ะระดับ
นอกจากนัน้ ได้กำหนดโครงสร้างเวลาเรยี นขั้นตำ่ ของแต่ละกลุม่ สาระการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปไี วใ้ นหลกั สตู ร
แกนกลาง และเปดิ โอกาสให้สถานศกึ ษาเพิม่ เติมเวลาเรยี นได้ตามความพร้อมและจุดเน้น อีกทั้งได้ปรับ
กระบวนการวัดและประเมินผลผเู้ รียน เกณฑ์การจบการศึกษาแตล่ ะระดับ และเอกสารแสดงหลักฐานทาง
การศกึ ษาให้มีความสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้ และมีความชัดเจนตอ่ การนำไปปฏิบตั ิ

วสิ ัยทัศน์หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน มุ่งพฒั นาผู้เรยี นทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์
ท่ีมคี วามสมดุลทั้งดา้ นร่างกาย ความรู้ คณุ ธรรม มีจติ สำนึกในความเปน็ พลเมืองไทยและเปน็ พลโลก ยดึ มน่ั
ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข มีความรแู้ ละทักษะพืน้ ฐาน
รวมทง้ั เจตคตทิ ี่จำเปน็ ต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวติ โดยมงุ่ เนน้ ผเู้ รียนเป็น
สำคญั บนพน้ื ฐานความเช่อื วา่ ทุกคนสามารถเรียนร้แู ละพฒั นาตนเองไดเ้ ต็มศกั ยภาพ

วสิ ยั ทศั นโ์ รงเรยี น

บรหิ ารจดั การศกึ ษาด้วยระบบคณุ ภาพ พฒั นาศักยภาพผเู้ รยี นสคู่ วามเป็นเลศิ เทียบเคยี ง
มาตรฐานสากลมคี ุณธรรม จริยธรรมและดำรงชวี ิตอยู่ในสงั คมโลกอยา่ งมคี วามสุข

หลกั การ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนมกุ ดาหาร พุทธศักราช 2553 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้น
พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มีหลักการทสี่ ำคัญ ดังนี้

1. เปน็ หลกั สตู รการศึกษาที่มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาผ้เู รียน
ใหม้ คี วามรู้ ทักษะ เจตคติ และคณุ ธรรมบนพ้ืนฐาน ของความเปน็ ไทยควบคู่กบั ความเป็นสากล

2. เปน็ หลกั สูตรการศึกษา ที่ประชาชนทุกคนมโี อกาสได้รับการศกึ ษาอย่างเสมอภาค และมี
คณุ ภาพ

3. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาท่สี นองการกระจายอำนาจ ใหส้ ังคมมสี ่วนรว่ มในการจดั การศึกษาให้
สอดคลอ้ งกับสภาพและความตอ้ งการของท้องถิ่น

4. เป็นหลักสูตรการศกึ ษาที่มีโครงสร้างยดื หยุ่นทง้ั ด้านสาระการเรยี นรู้ เวลาและการจดั การเรยี นรู้
5. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาท่ีเนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั
6. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาสำหรบั การศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศัย ครอบคลุมทกุ
กลุ่มเปา้ หมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์

3

จุดหมาย

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนมุกดาหาร พุทธศักราช 2553 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้
พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผเู้ รยี นให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มศี ักยภาพในการศึกษาต่อ
และประกอบอาชพี จึงกำหนดเป็นจดุ หมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เม่ือจบการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ดงั น้ี

1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มที่พงึ ประสงค์ เห็นคุณคา่ ของตนเอง มีวนิ ัยและปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื ยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

2. มคี วามรู้ ความสามารถในการสอื่ สาร การคิด การแกป้ ัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต
3. มสี ขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ที่ดี มีสขุ นิสัย และรักการออกกำลงั กาย
4. มีความรกั ชาติ มจี ิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมน่ั ในวิถีชีวิตและการ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข
5. มีจิตสำนึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย การอนรุ ักษแ์ ละพัฒนาสง่ิ แวดล้อม
มจี ติ สาธารณะท่ีม่งุ ทำประโยชน์และสรา้ งส่ิงท่ดี งี ามในสังคม และอยรู่ ่วมกันในสงั คมอย่างมคี วามสขุ

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

ในการพฒั นาผู้เรยี นตามหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนมกุ ดาหาร พทุ ธศักราช 2553 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ม่งุ เนน้ พฒั นาผู้เรยี นให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐานที่
กำหนด ซงึ่ จะชว่ ยให้ผู้เรยี นเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดงั น้ี

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร เป็นความสามารถในการรับและสง่ สาร มีวฒั นธรรมในการใช้
ภาษาถ่ายทอดความคดิ ความรู้ความเขา้ ใจ ความร้สู กึ และทศั นะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลขา่ วสาร
และประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจดั และ
ลดปญั หาความขดั แย้งตา่ ง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลกั เหตุผลและความถกู ต้อง
ตลอดจนการเลือกใช้วิธกี ารสื่อสาร ที่มีประสทิ ธิภาพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่ีมตี อ่ ตนเองและสงั คม

2. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคดิ
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพ่ือนำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรหู้ รือ
สารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม

3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา เป็นความสามารถในการแกป้ ัญหาและอปุ สรรคตา่ งๆ ท่ี
เผชญิ ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสมบนพ้นื ฐานของหลักเหตผุ ล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธแ์ ละการเปล่ยี นแปลงของเหตกุ ารณต์ า่ งๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรมู้ าใช้ใน
การป้องกนั และแก้ไขปัญหา และมกี ารตดั สินใจที่มีประสทิ ธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบทเี่ กดิ ขน้ึ ต่อตนเอง
สังคมและส่ิงแวดลอ้ ม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ เปน็ ความสามารถในการนำกระบวนการตา่ งๆ ไปใช้ใน
การดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั การเรียนร้ดู ้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนอ่ื ง การทำงาน และการอยู่ร่วมกนั ใน
สงั คมดว้ ยการสร้างเสริมความสัมพันธอ์ นั ดีระหวา่ งบคุ คล การจัดการปัญหาและความขัดแยง้ ต่างๆ อย่าง
เหมาะสม การปรับตัวใหท้ ันกับการเปลยี่ นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการร้จู ักหลีกเลี่ยง
พฤติกรรมไม่พึงประสงคท์ ่สี ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อืน่

4

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลอื ก และใช้ เทคโนโลยีด้าน
ตา่ งๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพฒั นาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรียนรู้ การ
สื่อสาร การทำงาน การแก้ปญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม

คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนมกุ ดาหาร พุทธศักราช 2553 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา
ขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพฒั นาผู้เรียนให้มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้สามารถอยรู่ ่วมกับ
ผอู้ น่ื ในสงั คมได้อยา่ งมีความสุข ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้

1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
3. มวี นิ ัย
4. ใฝเ่ รยี นรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

นโยบายโรงเรยี นมุกดาหาร

1. ดา้ นพฒั นาคุณภาพผเู้ รียนเทยี บเคียงมาตรฐานสากล
1.1 พฒั นาการจัดแผนการเรียนตามหลักสตู ร ให้สอดคล้องกับหลกั สูตรมาตรฐานสากล และ
ความสนใจความสามารถและความถนดั ของนักเรยี น
1.2. พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยที างการศึกษามาใช้ให้
สอดคล้องกับจุดหมายของหลักสตู ร
1.3. ส่งเสริมและสนบั สนนุ การเรยี นการสอนทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้และสง่ เสริมการเรยี นอย่าง
น้อย 2 ภาษา
1.4 ส่งเสรมิ สุขภาพอนามยั ดนตรี กีฬา
1.5 สง่ เสรมิ และสนับสนนุ ให้นกั เรยี นเป็นพลเมืองดีตามระบอบประชาธิปไตย มคี ุณธรรม
จริยธรรม มีวนิ ยั และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมโลกอยา่ งมคี วามสุข
1.6. สง่ เสริมใหน้ ักเรยี นได้เรียนรู้เก่ยี วกับประชาธปิ ไตยท้งั ทางดา้ นทฤษฎแี ละปฏิบตั ิ รวมท้ังมี
สว่ นร่วมในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยเ์ ปน็ ประมุข

2. ด้านเครือข่ายความร่วมมอื และพฒั นาระบบบรหิ ารการจัดการด้วยระบบคุณภาพ
2.1 พัฒนาภมู ทิ ัศนแ์ ละแหล่งเรยี นรใู้ ห้เอ้ือตอ่ การจัดการเรยี นรู้ของผเู้ รยี น
2.2 พฒั นาการบรหิ ารงานด้วยระบบคณุ ภาพทุกดา้ นให้เอื้ออำนวยต่อการจัดการเรยี นรู้อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ล
2.3 พฒั นาระบบการประกันคณุ ภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาเพื่อให้เทยี บเคียง
มาตรฐานสากล
2.4 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และงานประชาสมั พันธ์

5

3. ด้านพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล
3.1. สนบั สนนุ และสง่ เสริมการพฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาตามเกณฑ์โรงเรยี น
มาตรฐานสากล
3.2 ส่งเสริมสร้างขวญั กำลังใจแก่ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา เพ่ือเพิ่มประสทิ ธิภาพในการ
ปฏบิ ัตงิ าน

4. ด้านพัฒนาความสัมพันธ์ระหวา่ งโรงเรียนกับชุมชน
4.1 สง่ เสริมความรว่ มมือระหว่างโรงเรียน บ้าน และชมุ ชน ปลกู ฝังใหน้ ักเรยี นมีคณุ ธรรม
จรยิ ธรรม มคี ุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ และดำรงชวี ิตอย่ใู นสงั คมโลกอยา่ งมีความสุข
4.2 สง่ เสรมิ ให้นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในกิจกรรมกบั ชมุ ชน เพื่อให้นักเรยี นมคี ุณลักษณะท่ีพึง
ประสงค์ ร้แู ละรักษาขนบธรรมเนยี มประเพณี อนรุ กั ษ์ เผยแพร่ และสบื สานศิลปวัฒนธรรมไทย

นโยบายเรง่ รัดโรงเรียนมุกดาหาร ปีการศกึ ษา 2556

1. ดา้ นพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นส่ปู ระชาคมอาเซยี นเทยี บเคยี งมาตรฐานสากล
1.1 สง่ เสรมิ การจัดแผนการเรียนตามหลักสตู ร ใหส้ อดคลอ้ งกบั หลักสตู รประชาคมอาเซียน และ
มาตรฐานสากล ตามความสนใจ ความสามารถและความถนดั ของนักเรยี น
1.2 สง่ เสรมิ การจดั กระบวนการจัดการเรยี นรู้ โดยนำนวตั กรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษามา
ใชใ้ ห้สอดคลอ้ งกบั จุดมงุ่ หมายของหลกั สูตรทส่ี อดคล้องกับหลักสูตรประชาคมอาเซียนและมาตรฐานสากล
1.3 สนบั สนุนกระบวนการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้ให้ผู้เรียนมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการ
เรยี นสงู ขน้ึ เทียบเคียงมาตรฐานสากล
1.4 ปรบั กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียนรใู้ หส้ อดคล้องกบั ศักยภาพของผเู้ รียน
1.5 แกไ้ ขสง่ เสริมใหน้ กั เรียนมีนสิ ัยรักการอา่ น และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหลง่ เรยี นรู้
สอ่ื ตา่ งๆ รอบตัว เทียบเคียงมาตรฐานสากล

2. ดา้ นเครือขา่ ยความร่วมมือและพัฒนาระบบบริหารการจัดการด้วยระบบคณุ ภาพ
2.1 พฒั นาการจดั กระบวนการการเรียนการสอน เพ่ือรองรับการประเมนิ ระดบั ชาติ
2.2 พฒั นาการบริการ และสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษาให้เอื้อต่อการจดั การเรยี นรู้

3. ดา้ นพฒั นาบคุ ลากรใหม้ ีประสทิ ธิภาพเทยี บเคยี งมาตรฐานสากล
3.1 สง่ เสริมให้ครูมกี ารกำหนดเป้าหมายคุณภาพผูเ้ รียนท้งั ทางด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ
สมรรถนะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์
3.2 นเิ ทศ ติดตาม ประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านและการจดั การเรยี นการสอนของครแู ละบุคลากร
ทางการศกึ ษาอย่างต่อเนื่อง ใหไ้ ดต้ ามเกณฑ์มาตรฐาน
3.3 สนบั สนนุ ส่งเสรมิ การพัฒนาผลงานทางวชิ าการของครเู พื่อพฒั นาวิชาการและเล่ือนวทิ ยฐานะ

4. ดา้ นพฒั นาความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรยี นกับชมุ ชน
4.1 ส่งเสริมใหช้ ุมชนมีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษา
4.2 โรงเรยี นเปน็ ศูนยก์ ลางการบริการชมุ ชนในทุกๆ ด้าน
4.3 สง่ เสรมิ การแลกเปลีย่ นเรียนรรู้ ะหวา่ งสถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และองคก์ รทีเ่ กีย่ วข้อง

6

กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ทำไมต้องเรยี นสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

สังคมโลกมีการเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเรว็ ตลอดเวลา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม ชว่ ยใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ วา่ มนษุ ยด์ ำรงชีวิตอยา่ งไร ทั้งในฐานะปจั เจกบุคคล และการ
อยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดลอ้ ม การจัดการทรพั ยากรทม่ี ีอยอู่ ย่างจำกดั นอกจากน้ี ยงั
ชว่ ยให้ผู้เรยี นเข้าใจถึงการพัฒนา เปลี่ยนแปลงตามยคุ สมยั กาลเวลา ตามเหตปุ จั จัยตา่ งๆ ทำใหเ้ กดิ ความ
เข้าใจในตนเองและผ้อู ่ืน มีความอดทน อดกลั้น ยอมรบั ในความแตกตา่ ง และมคี ุณธรรม สามารถนำความรู้
ไปปรับใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ติ เปน็ พลเมืองดขี องประเทศชาติ และสงั คมโลก

เรยี นรู้อะไรในสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมว่าด้วยการอยู่รว่ มกนั ในสงั คม ที่มีความ
เช่ือมสัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพอื่ ชว่ ยใหส้ ามารถปรบั ตนเองกับบรบิ ท
สภาพแวดล้อมเปน็ พลเมืองดี มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม โดยได้
กำหนดสาระตา่ งๆไว้ ดงั น้ี

● ศาสนา ศลี ธรรมและจริยธรรม แนวคิดพ้ืนฐานเกย่ี วกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลกั ธรรม
ของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนำหลักธรรมคำสอนไปปฏบิ ตั ิในการพัฒนาตนเอง และการ
อย่รู ว่ มกันอยา่ งสนั ตสิ ุข เปน็ ผู้กระทำความดี มีค่านิยมที่ดงี าม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ รวมท้งั บำเพ็ญ
ประโยชนต์ ่อสังคมและสว่ นรวม

● หนา้ ท่ีพลเมอื ง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชวี ติ ระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจั จุบัน
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข ลกั ษณะและความสำคญั การเป็น
พลเมอื งดี ความแตกต่างและความหลากหลายทางวฒั นธรรม คา่ นิยม ความเชื่อ ปลูกฝังค่านิยมดา้ น
ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข สทิ ธิ หน้าที่ เสรีภาพการดำเนินชวี ติ อย่างสันติสขุ ใน
สงั คมไทยและสังคมโลก

● เศรษฐศาสตร์ การผลติ การแจกจา่ ย และการบรโิ ภคสนิ คา้ และบริการ การบรหิ ารจัดการ
ทรัพยากรท่มี ีอยู่อย่างจำกดั อย่างมีประสิทธิภาพ การดำรงชีวติ อย่างมดี ลุ ยภาพ และการนำหลักเศรษฐกจิ
พอเพยี งไปใช้ในชวี ิตประจำวัน

● ประวตั ศิ าสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร์ วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ พฒั นาการของ
มนุษยชาติจากอดีตถึงปจั จบุ ัน ความสมั พนั ธแ์ ละเปลี่ยนแปลงของเหตุการณต์ ่างๆ ผลกระทบที่เกิดจาก
เหตกุ ารณ์สำคัญในอดีต บคุ คลสำคัญทมี่ ีอทิ ธิพลต่อการเปล่ียนแปลงต่างๆในอดตี ความเป็นมาของชาตไิ ทย
วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย แหลง่ อารยธรรมทส่ี ำคัญของโลก

● ภมู ิศาสตร์ ลกั ษณะของโลกทางกายภาพ ลกั ษณะทางกายภาพ แหลง่ ทรัพยากร และภมู ิอากาศ
ของประเทศไทย และภูมิภาคต่างๆ ของโลก การใชแ้ ผนที่และเคร่อื งมือทางภมู ิศาสตร์ ความสัมพันธ์กันของ
สง่ิ ต่างๆ ในระบบธรรมชาติ ความสมั พันธ์ของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสง่ิ ทม่ี นุษยส์ ร้าง
ขึน้ การนำเสนอข้อมลู ภมู ิสารสนเทศ การอนุรักษส์ งิ่ แวดลอ้ มเพื่อการพัฒนาท่ียัง่ ยืน

7

คณุ ภาพผู้เรยี น

จบช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
● มีความร้เู กี่ยวกับความเป็นไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรยี บเทียบกับประเทศใน

ภมู ภิ าคต่างๆในโลก เพอ่ื พัฒนาแนวคิด เรือ่ งการอยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ตสิ ุข
● มีทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นนักคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ ได้รบั การพฒั นาแนวคิด และขยาย

ประสบการณ์ เปรียบเทยี บระหวา่ งประเทศไทยกบั ประเทศในภมู ิภาคตา่ งๆ ในโลก ได้แก่ เอเชยี โอเชยี เนยี
แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมรกิ าใต้ ในดา้ นศาสนา คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม ความเชื่อ
ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วฒั นธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตรแ์ ละภมู ิศาสตร์ ด้วยวิธีการทาง
ประวตั ิศาสตร์ และสงั คมศาสตร์

● รู้และเขา้ ใจแนวคดิ และวิเคราะห์เหตุการณใ์ นอนาคต สามารถนำมาใชเ้ ปน็ ประโยชนใ์ นการ
ดำเนินชีวติ และวางแผนการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม

จบชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
● มคี วามรู้เกี่ยวกบั ความเปน็ ไปของโลกอยา่ งกว้างขวางและลึกซึ้งยิง่ ขึน้

● เปน็ พลเมืองที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ปฏบิ ตั ิตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถอื รวมทั้งมี
คา่ นิยมอนั พึงประสงค์ สามารถอย่รู ่วมกับผู้อ่นื และอยู่ในสังคมได้อย่างมคี วามสุข รวมทง้ั มีศกั ยภาพเพื่อ
การศึกษาต่อในชนั้ สงู ตามความประสงค์ได้

● มีความรเู้ ร่ืองภมู ิปัญญาไทย ความภูมิใจในความเป็นไทย ประวตั ศิ าสตรข์ องชาติไทยยดึ มน่ั ใน
วถิ ชี วี ติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ

● มีนิสยั ทีด่ ีในการบริโภค เลือกและตัดสินใจบรโิ ภคได้อย่างเหมาะสมมจี ิตสำนึก และมีส่วนร่วม
ในการอนรุ ักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมไทย และส่งิ แวดล้อม มีความรักท้องถ่นิ และประเทศชาติ มงุ่ ทำประโยชน์
และสร้างสิ่งทด่ี งี ามให้กบั สงั คม

● มีความร้คู วามสามารถในการจดั การเรียนรู้ของตนเอง ชี้นำตนเองได้ และสามารถแสวงหา
ความรูจ้ ากแหลง่ การเรียนรตู้ ่างๆในสงั คมได้ตลอดชีวติ

8

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

สาระท่ี 1 ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาท่ตี นนับถือและศาสนาอื่น มศี รทั ธาท่ีถูกตอ้ ง ยึดม่ัน และปฏิบัตติ าม
หลักธรรมเพือ่ อยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสันตสิ ุข
มาตรฐาน ส 1.2 เขา้ ใจ ตระหนักและปฏิบัตติ นเป็นศาสนิกชนทดี่ ี และธำรงรกั ษา
พระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือ

สาระท่ี 2 หนา้ ที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวติ ในสงั คม
มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏบิ ัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมทดี่ ีงาม และ
ธำรงรกั ษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชวี ิตอยู่รว่ มกันในสังคมไทยและ
สังคมโลกอยา่ งสันติสุข
มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจบุ ัน ยดึ ม่ัน ศรทั ธา และธำรงรกั ษา
ไว้ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ

สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส 3.1 เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรพั ยากรในการผลติ และการบริโภค การใช้
ทรพั ยากรท่ีมีอย่จู ำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มคา่ รวมทง้ั เข้าใจหลกั การ
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพอื่ การดำรงชีวิตอย่างมดี ลุ ยภาพ
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกจิ ตา่ งๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ และ
ความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

สาระที่ 4 ประวตั ศิ าสตร์
มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถ
ใช้วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์มาวิเคราะหเ์ หตกุ ารณต์ ่างๆ อย่างเป็นระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพฒั นาการของมนุษยชาตจิ ากอดีตจนถงึ ปจั จุบัน ในด้านความสัมพันธ์
และการเปลีย่ นแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนอ่ื ง ตระหนักถงึ ความสำคัญและ
สามารถวิเคราะหผ์ ลกระทบที่เกดิ ขึ้น
มาตรฐาน ส 4.3 เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาไทย มีความรกั ความ
ภมู ิใจและธำรงความเป็นไทย

สาระท่ี 5 ภูมศิ าสตร์
มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพนั ธ์ของสรรพส่งิ ซึง่ มผี ลต่อ
กันและกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแ่ี ละเครื่องมือทางภูมศิ าสตรใ์ นการ
ค้นหาวิเคราะห์ สรุปและใช้ข้อมลู ภมู สิ ารสนเทศอย่างมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏสิ มั พันธร์ ะหวา่ งมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อใหเ้ กดิ การ
สร้างสรรคว์ ัฒนธรรม มจี ติ สำนึก และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ทรัพยากรและ
สิง่ แวดลอ้ มเพื่อการพัฒนาท่ีย่ังยนื

9

มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง

สาระท่ี 1 ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม

มาตรฐาน ส 1.1รูแ้ ละเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธ ศาสนาหรอื
ศาสนาที่ตนนบั ถอื และศาสนาอ่นื มีศรัทธาทถี่ กู ต้อง ยึดมั่น และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพอ่ื อยู่รว่ มกัน
อย่างสันติสุข

ชน้ั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ม.1 1. อธบิ ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี ♦ การสงั คายนา
ตนนับถอื สู่ประเทศไทย
♦ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเขา้ สูป่ ระเทศไทย

2. วิเคราะห์ความสำคญั ของพระพุทธศาสนา หรือ ♦ ความสำคัญของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยในฐานะเป็น
ศาสนาท่ีตนนบั ถือท่ีมตี อ่ สภาพแวดล้อมใน
◊ ศาสนาประจำชาติ
สังคมไทยรวมทัง้ การพัฒนาตนและครอบครวั
◊ สถาบนั หลักของสังคมไทย

◊ สภาพแวดล้อมท่ีกวา้ งขวาง และครอบคลมุ สงั คมไทย

◊ การพฒั นาตนและครอบครวั

3. วิเคราะหพ์ ทุ ธประวัตติ ้ังแต่ประสูติ จนถงึ ♦ สรปุ และวิเคราะห์ พทุ ธประวตั ิ

บำเพญ็ ทุกรกริ ยิ า หรือประวตั ิศาสดาท่ีตนนบั ถอื ◊ ประสตู ิ
ตามทก่ี ำหนด
◊ เทวทตู 4

◊ การแสวงหาความรู้

◊ การบำเพญ็ ทกุ รกริ ิยา

4. วเิ คราะหแ์ ละประพฤตติ นตามแบบอยา่ งการ ♦ พทุ ธสาวก พุทธสาวิกา
ดำเนนิ ชวี ิตและขอ้ คดิ จากประวัตสิ าวก ชาดก/เรื่อง ◊ พระมหากสั สปะ
เลา่ และศาสนกิ ชนตัวอยา่ งตามทกี่ ำหนด
◊ พระอบุ าลี

◊ อนาถบณิ ฑกิ ะ

◊ นางวิสาขา

♦ ชาดก

◊ อัมพชาดก

◊ ติตติรชาดก

♦ ศาสนกิ ชนตวั อย่าง

◊ พระเจ้าอโศกมหาราช

◊ พระโสณะและพระอุตตระ

5. อธบิ ายพทุ ธคุณ และข้อธรรมสำคญั ในกรอบ ♦ พระรตั นตรยั
อรยิ สจั 4 หรอื หลักธรรมของศาสนาทตี่ นนบั ถอื
◊ พทุ ธคณุ 9
ตามทก่ี ำหนด เห็นคุณคา่ และนำไปพฒั นา
♦ อรยิ สจั 4
แกป้ ญั หาของตนเองและครอบครวั
◊ ทุกข์ (ธรรมท่ีควรรู้)

> ขนั ธ์ 5

- ธาตุ 4

◊ สมทุ ยั (ธรรมทีค่ วรละ)

> หลกั กรรม

- ความหมายและคุณค่า

> อบายมขุ 6

10

ช้นั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.1 ◊ นโิ รธ (ธรรมทค่ี วรบรรลุ)

(ตอ่ ) > สขุ 2 (กายกิ , เจตสิก)

> คิหสิ ขุ

◊ มรรค (ธรรมท่คี วรเจรญิ )

> ไตรสิกขา

> กรรมฐาน 2

> ปธาน 4

> โกศล 3

> มงคล 38

- ไม่คบคนพาล

- คบบัณฑติ

- บชู าผ้คู วรบชู า

♦ พทุ ธศาสนสภุ าษิต

> ยํ เว เสวติ ตาทโิ ส

: คบคนเช่นใดเป็นคนเช่นน้ัน

> อตตฺ นา โจทยตฺตานํ

: จงเตอื นตน ดว้ ยตน

> นสิ มฺม กรณํ เสยฺโย

:ใครค่ รวญก่อนทำจึงดี

> ทุราวาสา ฆรา ทกุ ขฺ า

: เรอื นทคี่ รองไมด่ ีนำทกุ ขม์ าให้

6. เห็นคุณคา่ ของการพฒั นาจิต เพือ่ การเรยี นรู้ ♦โยนโิ สมนสกิ าร
และการดำเนนิ ชีวิต ดว้ ยวธิ คี ดิ แบบโยนโิ สมนสกิ าร ◊ วิธีคดิ แบบคณุ คา่ แท้ – คณุ ค่าเทยี ม
คือ วธิ ีคิดแบบคณุ ค่าแท้ –คณุ ค่าเทียม และวธิ ีคดิ ◊ วิธคี ิดแบบคุณ - โทษและทางออก
แบบคณุ – โทษ และ ทางออก หรือการพฒั นาจติ

ตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนบั ถอื

7. สวดมนต์ แผเ่ มตตา บรหิ ารจติ และเจรญิ ♦ สวดมนตแ์ ปล และแผ่เมตตา
ปญั ญาด้วยอานาปานสตหิ รอื ตามแนวทางของ
◊ วิธปี ฏบิ ัตแิ ละประโยชน์ของการบรหิ ารจติ และเจริญ
ศาสนาท่ตี นนับถือตามทก่ี ำหนด
ปญั ญา การฝกึ บรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญาตามหลักสตปิ ฎั

ฐานเนน้ อานาปานสติ

◊ นำวธิ กี ารบริหารจติ และเจรญิ ปัญญาไปใชใ้ น

ชีวติ ประจำวนั

8. วิเคราะหแ์ ละปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทาง ♦ หลกั ธรรม (ตามสาระการเรยี นรู้ข้อ 5)
ศาสนาทตี่ นนบั ถอื ในการดำรงชีวิตแบบพอเพียง

และดูแลรักษาสิง่ แวดลอ้ ม เพอ่ื การอย่รู ่วมกนั ได้

อย่างสนั ติสุข

9. วิเคราะหเ์ หตผุ ลความจำเปน็ ทท่ี ุกคนตอ้ งศึกษา ♦ ศาสนกิ ชนของศาสนาตา่ ง ๆ มกี ารประพฤตปิ ฏบิ ัตติ น
เรยี นรศู้ าสนาอน่ื ๆ
และวถิ กี ารดำเนินชีวติ แตกต่างกนั ตามหลักความเชือ่ และ

คำสอนของศาสนาที่ตนนับถอื

11

ชน้ั ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.1 10. ปฏิบตั ิตนต่อศาสนิกชนอน่ื ในสถานการณ์ตา่ งๆ ♦ การปฏบิ ตั ิอยา่ งเหมาะสมต่อศาสนกิ ชนอื่นในสถานการณ์
(ตอ่ ) ได้อยา่ งเหมาะสม
ตา่ งๆ

11.วเิ คราะห์การกระทำของบุคคลท่ีเป็นแบบอยา่ ง ♦ ตวั อยา่ งบคุ คลในทอ้ งถ่ินหรือประเทศทป่ี ฏบิ ตั ติ นเป็น
ด้านศาสนสมั พนั ธ์ และนำเสนอแนวทางการ แบบอย่างด้านศาสนสัมพนั ธ์หรอื มผี ลงานดา้ นศาสนสัมพันธ์
ปฏิบตั ขิ องตนเอง

ม.2 1. อธบิ ายการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี ♦ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพ่อื นบา้ นและ
ตนนับถือส่ปู ระเทศเพื่อนบา้ น
การนับถอื พระพทุ ธศาสนาของประเทศเพ่ือนบ้านในปจั จบุ ัน

2. วิเคราะหค์ วามสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา หรือ ♦ ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาที่ชว่ ยเสริมสรา้ งความ
ศาสนาท่ตี นนับถือทชี่ ว่ ยเสรมิ สร้างความเขา้ ใจอนั ดี เขา้ ใจอันดีกับประเทศเพ่ือนบ้าน
กบั ประเทศเพ่ือนบ้าน

3. วเิ คราะห์ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาหรือ ♦ ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยในฐานะเปน็
ศาสนาทตี่ นนับถือในฐานะทเี่ ปน็ รากฐานของ
◊ รากฐานของวฒั นธรรม
วฒั นธรรมเอกลักษณข์ องชาติและมรดกของชาติ ◊ เอกลักษณแ์ ละ มรดกของชาติ

4. อภิปรายความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา หรือ ♦ ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนากบั
ศาสนาทีต่ นนบั ถอื กบั การพฒั นาชุมชนและการจดั การพัฒนาชมุ ชนและการจดั ระเบยี บสังคม
ระเบียบสงั คม

5. วเิ คราะห์พุทธประวัตหิ รือประวตั ศิ าสดาของ ♦ สรปุ และวเิ คราะห์ พุทธประวัติ
ศาสนาท่ตี นนับถือตามทกี่ ำหนด
◊ การผจญมาร

◊ การตรัสรู้

◊ การสั่งสอน

6. วเิ คราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการ ♦ พุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า
ดำเนนิ ชีวติ และข้อคิด จากประวตั ิสาวก ชาดก/ ◊ พระสารบี ุตร
เรื่องเลา่ และศาสนกิ ชนตัวอย่างตามทีก่ ำหนด
◊ พระโมคคลั ลานะ

◊ นางขชุ ชุตตรา

◊ พระเจา้ พิมพสิ าร

♦ ชาดก

◊ มิตตวนิ ทกุ ชาดก

◊ ราโชวาทชาดก

♦ ศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง

◊ พระมหาธรรมราชาลไิ ท

◊ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยา วชิรณาณวโรรส

7. อธิบายโครงสรา้ ง และสาระสังเขปของ ♦โครงสร้าง และสาระสงั เขปของ

พระไตรปฎิ ก หรือคมั ภีร์ของศาสนาทต่ี นนับถือ พระวนิ ัยปฎิ ก พระสตุ ตนั ตปฎิ กและ

พระอภิธรรมปฎิ ก

8. อธิบายธรรมคณุ และข้อธรรมสำคัญในกรอบ ♦ พระรตั นตรัย
อริยสัจ 4 หรอื หลักธรรมของศาสนาทีต่ นนบั ถอื
◊ ธรรมคุณ 6
ตามท่ีกำหนด เหน็ คณุ คา่ และนำไปพฒั นาแกป้ ัญหา ♦ อริยสจั 4
ของชุมชนและสังคม
◊ ทกุ ข์ (ธรรมทีค่ วรรู้)

> ขันธ์ 5

- อายตนะ

12

ชน้ั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ม.2 ◊ สมทุ ัย (ธรรมทค่ี วรละ)
(ตอ่ )
> หลกั กรรม - สมบัติ 4 - วบิ ัติ 4
9. เหน็ คุณค่าของการพัฒนาจติ เพอ่ื การเรียนร้แู ละ > อกุศลกรรมบถ 10
ดำเนินชวี ติ ด้วยวธิ ีคิดแบบโยนโิ สมนสกิ ารคอื วิธี > อบายมขุ 6
คิดแบบอบุ ายปลุกเรา้ คุณธรรม และวธิ ีคดิ แบบ ◊ นโิ รธ (ธรรมที่ควรบรรลุ)
อรรถธรรมสมั พนั ธ์ หรือการพฒั นาจิตตามแนวทาง > สุข 2 ( สามิส , นิรามสิ )
ของศาสนาที่ตนนบั ถือ ◊ มรรค (ธรรมท่คี วรเจรญิ )
10. สวดมนต์ แผเ่ มตตา บรหิ ารจติ และเจรญิ > บพุ พนมิ ติ ของมัชฌิมาปฏิปทา
ปัญญาดว้ ยอานาปานสติ หรือตามแนวทางของ > ดรุณธรรม 6
ศาสนาทต่ี นนับถือ > กุลจริ ฏั ฐิติธรรม 4
> กศุ ลกรรมบถ 10
11.วเิ คราะห์การปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมทาง > สติปฏั ฐาน 4
ศาสนาท่ีตนนบั ถอื เพอื่ การดำรงตนอย่างเหมาะสม > มงคล 38
ในกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกและการอยู่ - ประพฤตธิ รรม
ร่วมกนั อย่างสันตสิ ุข - เวน้ จากความชวั่
- เว้นจากการดืม่ น้ำเมา
♦ พทุ ธศาสนสภุ าษติ
> กมฺมนุ า วตตฺ ตี โลโก
: สัตว์โลกย่อมเปน็ ไปตามกรรม
> กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ
: ทำดีได้ดี ทำช่ัว ได้ชว่ั
> สุโข ปุญฺญสฺส อจุ จฺ โย
: การสั่งสมบญุ นำสุขมาให้
> ปชู โก ลภเต ปูชํ วนฺทโก ปฏิวนทฺ นํ
: ผูบ้ ูชาเขา ยอ่ มไดร้ บั การบชู าตอบ ผไู้ หวเ้ ขาย่อม
ได้รับการไหว้ตอบ
♦ พฒั นาการเรยี นรดู้ ว้ ยวิธคี ิดแบบโยนโิ ส-มนสกิ าร 2 วธิ ี
คือ วธิ คี ดิ แบบอบุ ายปลกุ เรา้ คณุ ธรรม และวิธคี ดิ แบบอรรถ
ธรรมสมั พันธ์

♦ สวดมนต์แปล และแผ่เมตตา
◊ ร้แู ละเข้าใจวิธปี ฏบิ ตั ิและประโยชนข์ องการบรหิ ารจติ

และเจรญิ ปญั ญา
◊ ฝึกการบริหารจิตและเจริญปญั ญาตามหลักสตปิ ัฎฐาน

เน้นอานาปานสติ
◊ นำวิธกี ารบรหิ ารจติ และเจรญิ ปัญญาไปใช้ใน

ชวี ติ ประจำวนั
♦ การปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรม (ตามสาระการเรยี นรู้ ข้อ
8)

13

ช้นั ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.3 1. อธบิ ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ ♦ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเขา้ สูป่ ระเทศตา่ งๆ ทั่วโลก
ตนนบั ถือสปู่ ระเทศต่างๆทั่วโลก
และการนับถือพระพทุ ธศาสนาของประเทศเหล่าน้นั ใน

ปัจจบุ ัน

2. วเิ คราะห์ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาหรอื ♦ ความสำคัญของพระพทุ ธศาสนาในฐานะที่ชว่ ยสร้างสรรค์
ศาสนาท่ีตนนบั ถือในฐานะท่ีช่วยสร้างสรรค์
อารยธรรมและความสงบสุขใหแ้ กโ่ ลก
อารยธรรมและความสงบสขุ แก่โลก

3. อภิปรายความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา หรือ ♦ สัมมนาพระพุทธศาสนากับปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ศาสนาที่ตนนับถือกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และการพัฒนาอยา่ งย่งั ยนื (ทส่ี อดคลอ้ งกับหลักธรรมใน
และการพฒั นาอยา่ งย่งั ยนื
สาระการเรยี นรู้ ขอ้ 6)

4. วเิ คราะห์พุทธประวตั ิจากพระพทุ ธรูปปางตา่ งๆ ♦ ศึกษาพุทธประวัตจิ ากพระพทุ ธรปู ปางต่าง ๆ เช่น
หรือประวตั ศิ าสดาทตี่ นนับถือตามทก่ี ำหนด
- ปางมารวิชยั - ปางปฐมเทศนา

- ปางลีลา - ปางประจำวันเกดิ

♦ สรปุ และวิเคราะหพ์ ุทธประวัติ

◊ ปฐมเทศนา

◊ โอวาทปาฏโิ มกข์

5. วเิ คราะหแ์ ละประพฤติตนตามแบบอย่างการ ♦ พุทธสาวก พุทธสาวิกา
ดำเนนิ ชวี ติ และขอ้ คิดจากประวตั สิ าวก ชาดก/เรื่อง ◊ พระอญั ญาโกณฑญั ญะ
เลา่ และศาสนิกชนตัวอย่าง ตามทกี่ ำหนด
◊ พระมหาปชาบดเี ถรี

◊ พระเขมาเถรี

◊ พระเจ้าปเสนทิโกศล

♦ ชาดก

◊ นนั ทวิ ิสาลชาดก

◊ สุวณั ณหังสชาดก

♦ ศาสนกิ ชนตัวอย่าง

◊ ม.จ.หญิงพนู พสิ มัย ดสิ กลุ

◊ ศาสตราจารย์ สญั ญาธรรมศกั ดิ์

6. อธิบายสงั ฆคุณ และข้อธรรมสำคญั ในกรอบ ♦ พระรตั นตรยั
อรยิ สัจ 4 หรอื หลักธรรมของศาสนาทีต่ นนบั ถอื ◊ สังฆคุณ 9
ตามท่ีกำหนด
♦ อรยิ สจั 4

◊ ทกุ ข์ (ธรรมท่คี วรรู้)

> ขันธ์ 5 - ไตรลักษณ์

◊ สมุทัย (ธรรมทค่ี วรละ)

> หลักกรรม - วฏั ฏะ 3

- ปัญจธรรม 3 (ตณั หา มานะ ทฎิ ฐิ)

◊ นิโรธ (ธรรมท่ีควรบรรลุ)

◊ มรรค (ธรรมทคี่ วรเจรญิ )

> มรรคมอี งค์ 8

> ปญั ญา 3

> สปั ปรุ สิ ธรรม 7

> บุญกิริยาวตั ถุ 10

> อบุ าสกธรรม 7

14

ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.3 ◊ มงคล 38

(ตอ่ ) > มศี ลิ ปวิทยา

> พบสมณะ

> ฟังธรรมตามกาล

> สนทนาธรรมตามกาล

♦ พุทธศาสนสภุ าษิต

> อตตฺ า หเว ชติ ํ เสยฺโย

: ชนะตนน่ันแลดกี ว่า

> ธมฺมจารี สขุ ํ เสติ

: ผปู้ ระพฤติธรรมยอ่ มอยเู่ ปน็ สุข

> ปมาโท มจฺจโุ น ปทํ

: ความประมาทเป็นทางแหง่ ความตาย

> สุสสฺ ูสํ ลภเต ปญฺญํ

: ผู้ฟังดว้ ยดยี ่อมได้ปญั ญา

♦ เรื่องน่ารจู้ ากพระไตรปฎิ ก :

พทุ ธปณธิ าน4 ในมหาปรนิ ิพพานสตู ร

7. เห็นคุณคา่ และวิเคราะหก์ ารปฏิบัตติ นตาม ♦ การปฏบิ ตั ิตนตามหลักธรรม (ตามสาระการเรียนรู้ ขอ้ 6)
หลกั ธรรมในการพฒั นาตนเพ่ือเตรยี มพรอ้ มสำหรับ

การทำงานและการมคี รอบครัว

8. เหน็ คุณคา่ ของการพัฒนาจติ เพื่อการเรยี นรู้และ ♦ พฒั นาการเรยี นรดู้ ว้ ยวธิ คี ิดแบบโยนโิ สมนสิการ 2 วธิ ี
ดำเนนิ ชีวิต ด้วยวิธคี ดิ แบบโยนิโสมนสกิ ารคอื วธิ คี ดิ คือ วิธคี ิดแบบอริยสจั และวิธีคดิ แบบสบื สาวเหตปุ จั จยั
แบบอรยิ สจั และวิธคี ดิ แบบสบื สาวเหตุ ปจั จยั หรือ

การพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนับถือ

9. สวดมนต์ แผเ่ มตตา บรหิ ารจติ และเจริญปญั ญา ♦ สวดมนตแ์ ปล และแผ่เมตตา
ด้วยอานาปานสติ หรอื ตามแนวทางของศาสนาที่ ◊ รูแ้ ละเข้าใจวิธีปฏบิ ตั ิและประโยชน์ของการบรหิ ารจติ
ตนนับถอื
และเจริญปญั ญา

◊ ฝึกการบริหารจิตและเจริญปญั ญาตามหลักสตปิ ฎั ฐาน

เน้นอานาปานสติ

◊ นำวิธีการบรหิ ารจติ และเจรญิ ปัญญาไปใช้ใน

ชีวติ ประจำวนั

10. วเิ คราะหค์ วามแตกตา่ งและยอมรบั วิถกี าร ♦ วถิ กี ารดำเนนิ ชีวติ ของศาสนกิ ชนศาสนาอน่ื ๆ
ดำเนนิ ชีวติ ของศาสนิกชนในศาสนาอ่นื ๆ

15

ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ม.4-6 1.วิเคราะหส์ งั คมชมพูทวีป และคติความเชอ่ื ทาง ♦ ลกั ษณะของสังคมชมพูทวปี และคติความเชอ่ื ทาง
ศาสนาสมัยกอ่ นพระพทุ ธเจ้าหรือสงั คมสมัยของ ศาสนาสมัยกอ่ นพระพทุ ธเจ้า
ศาสดาทต่ี นนับถือ

2. วเิ คราะห์ พระพทุ ธเจ้าในฐานะเป็นมนุษย์ผฝู้ ึกตน ♦ พระพุทธเจ้าในฐานะเปน็ มนุษย์ ผฝู้ ึกตนได้อย่างสงู สุด
ไดอ้ ยา่ งสงู สดุ ในการตรสั รกู้ ารกอ่ ตง้ั วธิ กี ารสอนและ (การตรสั รู้)
การเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรอื วเิ คราะห์ประวตั ิ ♦ การกอ่ ตัง้ พระพุทธศาสนา วิธีการสอนและการเผยแผ่
ศาสดาทตี่ นนับถอื ตามที่กำหนด
พระพทุ ธศาสนาตามแนวพุทธจริยา

3.วิเคราะหพ์ ทุ ธประวตั ดิ า้ นการบริหารและการ ♦ พุทธประวัติดา้ นการบริหารและการธำรงรักษา
ธำรงรักษาศาสนาหรือวิเคราะหป์ ระวัตศิ าสดาทตี่ น พระพทุ ธศาสนา
นบั ถอื ตามทีก่ ำหนด

4. วิเคราะห์ขอ้ ปฏิบตั ิทางสายกลางใน ♦ พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎีและวิธกี ารท่ีเปน็ สากลและมี

พระพทุ ธศาสนาหรอื แนวคดิ ของศาสนาทตี่ นนับถอื ข้อปฏบิ ัตทิ ย่ี ดึ ทางสายกลาง
ตามทก่ี ำหนด

5. วเิ คราะหก์ ารพฒั นาศรัทธา และปัญญาที่ถกู ต้อง ♦ พระพทุ ธศาสนาเนน้ การพัฒนาศรัทธาและปญั ญาท่ี
ในพระพุทธศาสนา หรอื แนวคดิ ของศาสนาทตี่ นนับ ถูกต้อง
ถอื ตามท่ีกำหนด

6. วเิ คราะหล์ กั ษณะประชาธปิ ไตยใน ♦ ลักษณะประชาธปิ ไตยในพระพทุ ธศาสนา

พระพทุ ธศาสนา หรือแนวคดิ ของศาสนาทต่ี นนบั ถอื

ตามท่กี ำหนด

7. วิเคราะห์หลักการของพระพทุ ธศาสนากับหลกั ♦ หลักการของพระพุทธศาสนากบั หลักวทิ ยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ หรือแนวคดิ ของศาสนาทีต่ นนับถอื ♦ การคดิ ตามนัยแหง่ พระพทุ ธศาสนาและการคดิ แบบ
ตามทกี่ ำหนด
วทิ ยาศาสตร์

8. วเิ คราะหก์ ารฝกึ ฝนและพัฒนาตนเองการ ♦ พระพทุ ธศาสนาเนน้ การฝึกหดั อบรมตน การพงึ่ ตนเอง

พึง่ ตนเอง และการมุง่ อิสรภาพในพระพุทธศาสนา และการมุง่ อิสรภาพ
หรอื แนวคิดของศาสนาทต่ี นนับถือตามท่ีกำหนด

9. วิเคราะหพ์ ระพุทธศาสนาว่าเปน็ ศาสตรแ์ หง่ ♦ พระพุทธศาสนาเป็นศาสตร์แหง่ การศกึ ษา
การศึกษาซึ่งเน้นความสมั พนั ธ์ของเหตุปัจจยั กับ ♦ พระพุทธศาสนาเนน้ ความสัมพนั ธข์ องเหตุปัจจยั และ
วธิ กี ารแกป้ ัญหา หรือแนวคิดของศาสนาทีต่ นนับถอื วิธีการแก้ปัญหา
ตามทก่ี ำหนด

10. วเิ คราะหพ์ ระพุทธศาสนาในการฝึกตนไมใ่ ห้ ♦ พระพุทธศาสนาฝึกตนไมใ่ หป้ ระมาท
ประมาท มงุ่ ประโยชนแ์ ละสนั ตภิ าพบุคคล สังคม ♦ พระพุทธศาสนามุง่ ประโยชน์สขุ และสนั ตภิ าพแก่บคุ คล
และโลกหรอื แนวคดิ ของศาสนาทตี่ นนับถอื ตามที่ สงั คมและโลก
กำหนด

11. วิเคราะห์พระพทุ ธศาสนากบั ปรชั ญาของ ♦ พระพทุ ธศาสนากับปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและ

เศรษฐกิจพอเพียงและการพฒั นาประเทศแบบยง่ั ยนื การพฒั นาแบบยั่งยนื
หรอื แนวคดิ ของศาสนาทตี่ นนับถอื ตามท่ีกำหนด

12. วิเคราะห์ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา ♦ ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนากบั การศกึ ษาท่สี มบรู ณ์
เก่ียวกับการศกึ ษาทส่ี มบูรณ์ การเมืองและสันตภิ าพ ♦ ความสำคัญของพระพุทธศาสนากบั การเมอื ง
หรอื แนวคิดของศาสนาทต่ี นนับถอื ตามที่กำหนด ♦ ความสำคัญของพระพุทธศาสนากับสนั ตภิ าพ

16

ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ม.4-6 13. วเิ คราะห์หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 หรอื หลกั ♦ พระรตั นตรยั
(ต่อ) คำสอนของศาสนาที่ตนนบั ถอื
◊ วิเคราะหค์ วามหมายและคณุ คา่ ของพทุ ธะ ธรรมะ

สงั ฆะ

♦ อรยิ สจั 4

◊ ทุกข์ (ธรรมท่คี วรรู้)

> ขันธ์ 5

- นามรปู

- โลกธรรม 8

- จติ เจตสิก

◊ สมทุ ัย (ธรรมทค่ี วรละ)

> หลักกรรม

- นิยาม 5

- กรรมนิยาม ( กรรม 12 )

- ธรรมนิยาม(ปฏจิ จสมุปบาท)

> วติ ก 3

> มิจฉาวณิชชา 5

> นิวรณ์ 5

> อุปาทาน 4

◊ นโิ รธ (ธรรมท่ีควรบรรลุ)

> ภาวนา 4

> วมิ ตุ ติ 5

> นิพพาน

◊ มรรค (ธรรมท่คี วรเจรญิ )

> พระสทั ธรรม 3

> ปัญญาวุฒิธรรม 4

> พละ 5

> อบุ าสกธรรม 5

> อปริหานิยธรรม 7

> ปาปณกิ ธรรม 3

> ทิฏฐธมั มิกัตถสังวตั ตนกิ ธรรม 4

> โภคอาทยิ ะ 5

> อรยิ วัฑฒิ 5

> อธิปไตย 3

> สาราณยี ธรรม 6

> ทศพธิ ราชธรรม 10

17

ชัน้ ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ม.4-6 > วปิ สั สนาญาณ 9

(ต่อ) > มงคล 38

- สงเคราะห์บตุ ร

- สงเคราะห์ภรรยา

- สันโดษ

- ถกู โลกธรรมจิตไมห่ วนั่ ไหว

- จิตไม่เศรา้ โศก

- จิตไม่มัวหมอง

- จติ เกษม

- ความเพยี รเผากเิ ลส

- ประพฤติพรหมจรรย์

- เหน็ อริยสัจ

- บรรลุนพิ พาน

♦ พทุ ธศาสนสภุ าษติ

> จติ ฺตํ ทนฺตํ สขุ าวหํ

: จติ ท่ีฝึกดแี ลว้ นำสขุ มาให้

> นอจุ จฺ าวจํ ปณฺฑติ า ทสสฺ ยนฺติ

: บัณฑิตยอ่ มไมแ่ สดงอาการขนึ้ ๆ ลง ๆ

> นตถฺ ิ โลเก อนนิ ทฺ ิโต

: คนทไี่ ม่ถูกนนิ ทา ไม่มใี นโลก

> โกธํ ฆตฺวา สขุ ํ เสติ

: ฆา่ ความโกรธได้ย่อมอยเู่ ปน็ สุข

> ปฏิรูปการี ธรุ วา อฎุ ฐฺ าตา วนิ ฺทเต ธนํ

: คนขยนั เอาการเอางาน กระทำเหมาะสม

ย่อมหาทรัพย์ได้

> วายเมถว ปุรโิ ส ยาว อตฺถสสฺ นิปปฺ ทา

: เกิดเปน็ คนควรจะพยายามจนกว่าจะประสบ

ความสำเรจ็

> สนฺตฎฺฐี ปรมํ ธนํ

: ความสันโดษเปน็ ทรพั ยอ์ ยา่ งยิง่

> อณิ าทานํ ทกุ ฺขํ โลเก

: การเป็นหนี้เปน็ ทุกขใ์ นโลก

> ราชา มขุ ํ มนุสฺสานํ

: พระราชาเปน็ ประมุขของประชาชน

> สติ โลกสฺมิ ชาคโร

: สติเป็นเครื่องตนื่ ในโลก

> นตถฺ ิ สนฺติปรํ สุขํ

: สุขอืน่ ยิ่งกวา่ ความสงบไมม่ ี

> นพิ พฺ านํ ปรมํ สุขํ

: นพิ พานเป็นสุข อย่างยง่ิ

18

ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.4-6 14. วเิ คราะหข์ ้อคดิ และแบบอยา่ งการดำเนนิ ♦ พุทธสาวก พทุ ธสาวิกา
(ต่อ) ชวี ิตจากประวตั สิ าวกชาดกเร่อื งเลา่ และ
◊ พระอัสสชิ
ศาสนกิ ชนตัวอยา่ งตามท่กี ำหนด
◊ พระกีสาโคตมเี ถรี

◊ พระนางมัลลกิ า

◊ หมอชวี ก โกมารภจั

◊ พระอนุรทุ ธะ

◊ พระองคุลมิ าล

◊ พระธมั มทินนาเถรี

◊ จิตตคหบดี

◊ พระอานนท์

◊ พระปฏาจาราเถรี

◊ จฬู สภุ ัททา

◊ สมุ นมาลาการ

♦ ชาดก

◊ เวสสันดรชาดก

◊ มโหสธชาดก

◊ มหาชนกชาดก

♦ ศาสนิกชนตวั อยา่ ง

◊พระนาคเสน - พระยามลิ ินท์

◊ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี)

◊ พระอาจารย์มัน่ ภรู ทิ ตฺโต

◊ สชุ ีพ ปญุ ญานภุ าพ

◊ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

◊ พระธรรมโกศาจารย์ ( พุทธทาสภิกข)ุ

◊ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปญั ญานนั ทภิกขุ)

◊ ดร.เอ็มเบดการ์

◊ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั

◊ พระโพธิญาณเถร ( ชา สุภทโฺ ท )

◊ พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ.ปยตุ โต )

◊ อนาคาริก ธรรมปาละ

15. วิเคราะห์คณุ ค่าและความสำคญั ของการ ♦ วิธกี ารศกึ ษาและค้นคว้าพระไตรปิฏก และคมั ภรี ข์ อง
สงั คายนา พระไตรปิฎก หรอื คมั ภรี ์ของศาสนา ศาสนาอนื่ ๆ การสังคายนาและการเผยแผพ่ ระไตรปฏิ ก
ทตี่ นนับถือและการเผยแผ่
♦ ความสำคญั และคณุ ค่าของพระไตรปฏิ ก

16. เชอื่ มัน่ ต่อผลของการทำความดี ความชวั่ ♦ ตวั อย่างผลท่ีเกิดจากการทำความดี ความชว่ั
สามารถวเิ คราะหส์ ถานการณ์ทต่ี อ้ งเผชิญ และ ♦ โยนโิ สมนสิการด้วยวิธคี ดิ แบบอรยิ สจั
ตัดสินใจเลอื กดำเนนิ การหรอื ปฏบิ ตั ติ นได้ ♦ หลกั ธรรมตามสาระการเรียนรขู้ ้อ 13
อยา่ งมเี หตผุ ลถกู ตอ้ งตามหลักธรรม จรยิ ธรรม

และกำหนดเป้าหมาย บทบาท การดำเนนิ ชวี ติ

เพอื่ การอยรู่ ่วมกันอยา่ งสันตสิ ขุ และอยู่

ร่วมกนั เปน็ ชาตอิ ย่างสมานฉันท์

19

ชัน้ ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.4-6 17. อธบิ ายประวัติศาสดาของศาสนาอ่นื ๆ ♦ ประวตั ิพระพทุ ธเจ้า มฮุ ัมมดั พระเยซู
(ต่อ) โดยสังเขป

18. ตระหนักในคุณคา่ และความสำคัญของคา่ นิยม ♦ คณุ ค่าและความสำคญั ของค่านยิ มและจรยิ ธรรม
จรยิ ธรรมท่ีเป็นตวั กำหนดความเชอื่ และพฤตกิ รรมที่ ♦ การขจัดความขดั แยง้ เพอื่ อยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ตสิ ุข
แตกตา่ งกันของศาสนกิ ชนศาสนาตา่ งๆ เพ่ือขจดั

ความขัดแย้งและอยูร่ ว่ มกันในสงั คมอยา่ งสันตสิ ขุ

19. เห็นคณุ คา่ เชอื่ มน่ั และมุ่งมน่ั พฒั นาชีวติ ดว้ ย ♦ พัฒนาการเรยี นรดู้ ้วยวธิ ีคิดแบบโยนโิ สมนสิการ 10
การพฒั นาจติ และพัฒนาการเรียนรู้ดว้ ยวิธคี ดิ แบบ วธิ ี (เน้น วิธคี ิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ แบบสามัญญ
โยนิโสมนสกิ ารหรือการพฒั นาจิตตามแนวทางของ ลักษณะแบบเปน็ อยูใ่ นขณะปัจจุบนั และแบบวภิ ัชชวาท
ศาสนาท่ีตนนับถือ
)

1) วธิ คี ดิ แบบสืบสาวเหตุปจั จยั

2) วิธคี ดิ แบบแยกแยะส่วนประกอบ

3) วิธคี ดิ แบบสามญั ลกั ษณะ

4) วิธีคิดแบบอริยสัจ

5) วิธีคิดแบบอรรถธรรมสมั พนั ธ์

6) วิธีคิดแบบคุณคา่ แท้- คุณคา่ เทียม

7) วิธีคิดแบบคุณ-โทษ และทางออก

8) วธิ ีคดิ แบบอบุ าย ปลุกเร้าคณุ ธรรม

9) วธิ ีคิดแบบเป็นอย่ใู นขณะปจั จุบัน

10) วธิ ีคดิ แบบวภิ ัชชวาท

20. สวดมนต์ แผเ่ มตตา และบรหิ ารจติ และเจริญ ♦ สวดมนตแ์ ปล และแผ่เมตตา รู้และเข้าใจวธิ ีปฏิบตั ิ
ปญั ญาตามหลักสตปิ ัฏฐาน หรือตามแนวทางของ และประโยชนข์ องการบรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญา
ศาสนาที่ตนนับถือ
♦ ฝึกการบรหิ ารจติ และเจริญปญั ญาตามหลักสติปฎั ฐาน

♦ นำวิธีการบรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญาไปใช้ในการ

พฒั นาการเรียนรู้ คุณภาพชวี ติ และสังคม

21. วิเคราะห์หลักธรรมสำคญั ในการอยู่รว่ มกนั อยา่ ง ♦ หลักธรรมสำคัญในการอย่รู ่วมกันอยา่ งสันตสิ ุข
สนั ตสิ ุขของศาสนาอ่ืนๆและชกั ชวน ส่งเสรมิ
♦ หลกั ธรรมในพระพทุ ธศาสนา เชน่ สาราณยี ธรรม 6,
สนับสนุน ใหบ้ ุคคลอ่นื เหน็ ความสำคัญของการ ทำ อธิปไตย3 , มิจฉาวณชิ ชา 5 อริยวฑั ฆิ 5 ,โภคอาทิยะ 5
ความดตี อ่ กัน
♦ คริสตศ์ าสนาไดแ้ ก่ บญั ญตั ิ 10 ประการ (เฉพาะที่

เกี่ยวขอ้ ง)

♦ ศาสนาอสิ ลาม ได้แก่ หลักจรยิ ธรรม (เฉพาะท่ี

เกยี่ วขอ้ ง)

22. เสนอแนวทางการจัดกิจกรรมความร่วมมอื ของ ♦ สภาพปัญหาในชมุ ชน และสงั คม
ทกุ ศาสนาในการแกป้ ญั หาและพฒั นาสังคม

20

มาตรฐาน ส 1.2 เขา้ ใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเปน็ ศาสนกิ ชนทีด่ ี และธำรงรักษา
พระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทีต่ นนับถือ

ชน้ั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.1 1. บำเพ็ญประโยชนต์ อ่ ศาสนสถานของศาสนาที่ ♦ การบำเพญ็ ประโยชน์ และการบำรงุ รกั ษาวัด
ตนนบั ถือ

2. อธบิ ายจรยิ วัตรของสาวกเพ่ือเป็นแบบอย่างใน ♦ วถิ ชี ีวิตของพระภกิ ษุ
การประพฤตปิ ฏิบัติ และปฏิบตั ิตนอย่าง
♦ บทบาทของพระภิกษใุ นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เชน่
เหมาะสมตอ่ สาวกของศาสนาทต่ี นนบั ถือ
การแสดงธรรมปาฐกถาธรรม การประพฤตติ นใหเ้ ป็น

แบบอย่าง

- การเขา้ พบพระภกิ ษุ

- การแสดงความเคารพ

- การประนมมอื การไหว้ การกราบ

- การเคารพพระรตั นตรยั

- การฟังเจริญพระพุทธมนต์

- การฟังสวดพระอภธิ รรม

- การฟงั พระธรรมเทศนา

3. ปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสมตอ่ บคุ คลตา่ งๆ ตาม ♦ ปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสมต่อเพอ่ื นตามหลกั
หลกั ศาสนาทตี่ นนบั ถือตามท่ีกำหนด
พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทตี่ นนับถือ

4. จัดพธิ กี รรม และปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ี ♦ การจดั โต๊ะหมู่บชู า แบบ หมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 7 หมู่ 9 การ

พธิ ีกรรมได้ถูกตอ้ ง จุดธปู เทียน การจดั เครอ่ื งประกอบโตะ๊ หมู่บูชา

♦ คำอาราธนาตา่ งๆ

5. อธบิ ายประวัติ ความสำคญั และปฏิบตั ติ นใน ♦ประวตั แิ ละความสำคญั ของวนั ธรรมสวนะ วนั เขา้ พรรษา
วันสำคญั ทางศาสนาท่ีตนนับถอื ตามทก่ี ำหนด ได้ วันออกพรรษา วนั เทโวโรหณะ
ถูกตอ้ ง ♦ ระเบียบพธิ ี พิธีเวยี นเทยี น การปฏบิ ตั ติ นในวนั มาฆบูชา

วันวสิ าขบูชา วนั อัฏฐมีบชู า วันอาสาฬหบชู า วนั ธรรม

สวนะ และเทศกาลสำคญั

ม.2 1. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตอ่ บคุ คลต่าง ๆ ตาม ♦ การเป็นลูกที่ดี ตามหลกั ทศิ เบอ้ื งหน้าในทศิ 6
หลักศาสนาทีต่ นนับถือตามท่ีกำหนด

2. มีมรรยาทของความเป็นศาสนกิ ชนทีด่ ีตามที่ ♦ มรรยาทของศาสนกิ ชน
กำหนด ◊ การต้อนรับ (ปฏสิ ันถาร)

◊ มรรยาทของผ้เู ป็นแขก

◊ ฝึกปฏิบัตริ ะเบยี บพธิ ี ปฏบิ ตั ติ อ่ พระภกิ ษุ

◊ การยืน การใหท้ น่ี ง่ั การเดินสวน

◊ การสนทนา การรับสิ่งของ

◊ การแต่งกายไปวัด การแต่งกายไปงานมงคลงาน

อวมงคล

21

ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.3 1. วเิ คราะห์หน้าท่ีและบทบาทของสาวกและ ♦ หน้าท่ขี องพระภิกษใุ นการปฏบิ ตั ิตามหลกั พระธรรมวินัย
ปฏบิ ตั ติ นต่อสาวก ตามที่กำหนดไดถ้ กู ต้อง และจรยิ วตั รอยา่ งเหมาะสม

♦ การปฏิบตั ิตนต่อพระภิกษุในงานศาสนพิธที บ่ี า้ น การสนทนา

การแต่งกาย มรรยาทการพดู กบั พระภิกษตุ ามฐานะ

2. ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสมต่อบคุ คลต่าง ๆ ♦ การเป็นศษิ ยท์ ด่ี ี ตามหลักทศิ เบื้องขวา ในทิศ 6 ของ
ตามหลักศาสนา ตามท่กี ำหนด
พระพุทธศาสนา

3. ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีของศาสนิกชนทด่ี ี ♦ การปฏบิ ตั ิหนา้ ทชี่ าวพทุ ธตามพทุ ธปณธิ าน 4 ในมหา

ปรินิพพานสูตร

4. ปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ีพิธีกรรมไดถ้ ูกต้อง ♦ การปฏบิ ตั ใิ นศาสนพิธี

◊ พธิ ที ำบญุ งานมงคล งานอวมงคล

◊ การนมิ นต์พระภกิ ษุ การเตรยี มทีต่ ้ังพระพทุ ธรปู และเคร่ือง

บูชา การวงด้ายสายสญิ จน์ การปลู าดอาสนะ การเตรยี มเครื่อง

รับรอง การจุดธูปเทยี น

◊ ข้อปฏิบตั ิในวันเลย้ี งพระ การถวายข้าวพระพุทธ การถวาย

ไทยธรรม การกรวดน้ำ

5. อธบิ ายประวตั วิ นั สำคญั ทางศาสนาตามท่ี ♦ ประวัติวันสำคญั ทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย
กำหนดและปฏิบัตติ นไดถ้ ูกต้อง
◊ วันวสิ าขบชู า (วันสำคัญสากล)

◊ วนั ธรรมสวนะและเทศกาลสำคญั

♦ หลกั ปฏบิ ตั ติ น : การฟังพระธรรมเทศนา การแต่งกายในการ

ประกอบศาสนพิธีทว่ี ดั การงดเว้นอบายมุข

♦ การประพฤตปิ ฏิบตั ิในวนั ธรรมสวนะ

และเทศกาลสำคัญ

6. แสดงตนเปน็ พุทธมามกะ หรือแสดงตนเป็น ♦ การแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ
ศาสนกิ ชนของศาสนาท่ีตนนบั ถอื
◊ ขั้นเตรียมการ

◊ ข้นั พธิ ีการ

7. นำเสนอแนวทางในการธำรงรักษาศาสนาที่ ♦ การศึกษาเรยี นรเู้ รื่ององค์ประกอบของพระพทุ ธศาสนา
ตนนับถือ
นำไปปฏบิ ตั ิและเผยแผต่ ามโอกาส

♦ การศึกษาการรวมตัวขององค์กรชาวพุทธ

♦ การปลกู จติ สำนกึ ในด้านการบำรุงรกั ษาวดั และพทุ ธสถานให้

เกดิ ประโยชน์

22

ชน้ั ตัวช้ีวดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ม.4-6 1. ปฏิบัติตนเปน็ ศาสนกิ ชนทีด่ ตี ่อสาวกสมาชกิ ใน
♦ ปฏิบัตติ นเป็นชาวพทุ ธทด่ี ตี อ่ พระภิกษุ
ครอบครัว และคนรอบข้าง ◊ การเขา้ ใจในกจิ ของพระภิกษุ เช่น การศึกษา การปฏบิ ตั ิ

2. ปฏบิ ัติตนถกู ตอ้ งตามศาสนพธิ ี พิธกี รรมตาม ธรรม และการเปน็ นกั บวชที่ดี
หลกั ศาสนาทตี่ นนับถือ ◊ คุณสมบัติทายกและปฏคิ าหก
◊ หน้าทแี่ ละบทบาทของพระภกิ ษุในฐานะพระนักเทศก์

พระธรรมทตู พระธรรมจารกิ พระวิทยากร พระวปิ สั สนา
จารย์ และพระนกั พฒั นา

◊ การปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ของพทุ ธบรษิ ทั ใน
สังคมไทย

◊ การปฏิบตั ติ นต่อพระภกิ ษทุ างกาย วาจา และใจ ที่
ประกอบด้วยเมตตา

◊ การปฏสิ ันถารท่ีเหมาะสมตอ่ พระภกิ ษุ ในโอกาสต่างๆ
♦ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ สมาชกิ ทดี่ ีของครอบครวั และสังคม

◊ การรกั ษาศลี 8
◊ การเขา้ รว่ มกิจกรรมและเปน็ สมาชกิ ขององค์กร

ชาวพุทธ
◊ การเปน็ ชาวพุทธท่ีดี ตามหลกั ทิศเบือ้ งบนในทศิ 6
◊ การปฏิบตั ิตนทีเ่ หมาะสมในฐานะผปู้ กครองและ ผูอ้ ยูใ่ น
ปกครองตามหลักทิศเบอ้ื งล่างในทศิ 6
◊ การปฏสิ ันถารตามหลกั ปฏสิ นั ถาร 2
◊ หนา้ ทแ่ี ละบทบาทของอบุ าสก อุบาสิกา ทม่ี ตี ่อ
สังคมไทยในปัจจุบนั
◊ การปฏบิ ัติตนเปน็ สมาชกิ ท่ดี ขี องครอบครัวตามหลกั ทิศ
เบ้ืองหลังในทิศ 6
◊ การบำเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ ครอบครัว ชุมชน
ประเทศชาติและโลก

♦ ประเภทของศาสนพิธใี นพระพทุ ธศาสนา
◊ ศาสนพิธีเนอ่ื งด้วยพุทธบญั ญัติ เชน่ พิธีแสดงตนเป็น

พุทธมามกะ พิธีเวยี นเทยี น ถวายสังฆทาน ถวายผ้าอาบ
นำ้ ฝน พธิ ที อดกฐิน พิธปี วารณา เปน็ ตน้

◊ ศาสนพิธที ี่นำพระพุทธศาสนาเขา้ ไปเกยี่ วเน่อื ง เชน่
การทำบุญเลี้ยงพระในโอกาสตา่ งๆ
♦ ความหมาย ความสำคัญ คตธิ รรมในพิธกี รรม บทสวด
มนตข์ องนักเรียน งานพธิ ี คณุ คา่ และประโยชน์
♦ พิธบี รรพชาอุปสมบท คณุ สมบตั ขิ องผู้ขอบรรพชา
อุปสมบท เคร่อื งอัฏฐบริขาร ประโยชนข์ องการบรรพชา
อุปสมบท
♦ บญุ พธิ ี ทานพธิ ี กศุ ลพิธี
♦ คุณค่าและประโยชน์ของศาสนพิธี

23

ชั้น ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.4-6 3. แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรอื แสดงตนเป็นศา ♦ การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ
(ตอ่ ) สนกิ ชนของศาสนาทต่ี นนบั ถอื
◊ ขน้ั เตรยี มการ

◊ ขั้นพธิ ีการ

4. วเิ คราะหห์ ลกั ธรรม คติธรรม ทเ่ี กี่ยวเน่อื งกับวนั ♦ หลกั ธรรม/คตธิ รรมที่เก่ียวเนื่องกับวันสำคัญ และ
สำคญั ทางศาสนา และเทศกาลทสี่ ำคัญ ของ เทศกาลทส่ี ำคัญในพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาอื่น
ศาสนาทต่ี นนับถือและปฏิบตั ิตนไดถ้ กู ต้อง
♦ การปฏิบัตติ นที่ถกู ตอ้ งในวนั สำคัญและเทศกาลทสี่ ำคญั

ในพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาอนื่

5. สัมมนาและเสนอแนะแนวทางในการธำรง ♦ การปกปอ้ ง คุ้มครอง ธำรงรักษาพระพทุ ธศาสนาของ
รกั ษาศาสนาทตี่ นนบั ถือ อันส่งผลถึงการพฒั นาตน พทุ ธบรษิ ทั ในสงั คมไทย
พัฒนาชาตแิ ละโลก
♦ การปลกู จติ สำนึก และการมสี ว่ นร่วมในสงั คมพุทธ

24

สาระที่ 2 หน้าทีพ่ ลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนินชีวติ ในสังคม

มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหน้าทข่ี องการเปน็ พลเมืองดี มีค่านิยมทีด่ งี ามและ

ธำรงรกั ษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกนั ในสงั คมไทยและสังคมโลกอย่างสนั ติสุข

ชัน้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.1 1. ปฏิบตั ติ ามกฎหมายในการคมุ้ ครองสิทธขิ อง ♦ กฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล
บุคคล ◊ กฎหมายการคุ้มครองเด็ก

◊ กฎหมายการศึกษา

◊ กฎหมายการคุม้ ครองผบู้ รโิ ภค

◊ กฎหมายลขิ สิทธ์ิ

♦ ประโยชน์ของการปฏิบตั ิตนตามกฎหมายการคมุ้ ครอง

สทิ ธิของบคุ คล

2. ระบคุ วามสามารถของตนเองในการทำ ♦ บทบาทและหน้าท่ีของเยาวชนท่ีมีตอ่ สงั คมและ

ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ประเทศชาติ โดยเนน้ จิตสาธารณะ เชน่ เคารพกติกาสังคม

ปฏิบตั ิตนตามกฎหมาย มสี ว่ นร่วมและรับผิดชอบใน

กจิ กรรมทางสังคม อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ รักษา

สาธารณประโยชน์

3. อภิปรายเกีย่ วกับคณุ ค่าทางวฒั นธรรมทเ่ี ปน็ ♦ ความคล้ายคลึงและความแตกตา่ งระหวา่ งวัฒนธรรม
ปจั จยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธ์ทด่ี หี รืออาจนำไปสู่ ไทยกบั วัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชยี ตะวันออก
ความเข้าใจผดิ ต่อกัน เฉยี งใต้
♦ วัฒนธรรมที่เปน็ ปจั จัยในการสร้างความสมั พันธ์ท่ดี ี
4. แสดงออกถึงการเคารพในสทิ ธขิ องตนเองและ หรอื อาจนำไปสคู่ วามเขา้ ใจผดิ ต่อกัน
ผูอ้ นื่
♦ วิธปี ฏิบัตติ นในการเคารพในสิทธขิ องตนเองและผู้อืน่
♦ ผลที่ไดจ้ ากการเคารพในสิทธิของตนเองและผอู้ น่ื

ม.2 1. อธิบายและปฏิบตั ิตนตามกฎหมายท่เี กีย่ วข้อง ♦ กฎหมายท่เี กี่ยวขอ้ งกับตนเอง ครอบครวั เช่น
กับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชนและประเทศ
◊ กฎหมายเก่ยี วกับความสามารถของผ้เู ยาว์

◊ กฎหมายบัตรประจำตัวประชาชน

◊ กฎหมายเพ่งเก่ียวกบั ครอบครัวและมรดก เช่น

การหม้ัน การสมรส การรับรองบตุ ร การรบั บุตรบุญธรรม

และมรดก

♦ กฎหมายทเ่ี กยี่ วกับชมุ ชนและประเทศ

◊ กฎหมายเกย่ี วกบั การอนรุ กั ษธ์ รรมชาติและ

สิ่งแวดล้อม

◊ กฎหมายเกี่ยวกบั ภาษอี ากร และกรอกแบบแสดง

รายการ ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา

◊ กฎหมายแรงงาน

◊ กฎหมายปกครอง

25

ชั้น ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.2 2. เห็นคณุ ค่าในการปฏบิ ัตติ นตามสถานภาพ ♦ สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ ในฐานะ
(ตอ่ ) บทบาท สิทธิ เสรภี าพ หนา้ ท่ใี นฐานะพลเมืองดี พลเมืองดีตามวถิ ีประชาธปิ ไตย
♦ แนวทางสง่ เสรมิ ใหป้ ฏิบตั ติ นเปน็ พลเมืองดตี ามวถิ ี
ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย ประชาธปิ ไตย

3. วิเคราะหบ์ ทบาท ความสำคญั และ ♦ บทบาท ความสำคัญและความสัมพันธข์ องสถา บันทาง
ความสมั พนั ธ์ของสถาบนั ทางสังคม สงั คม เช่น สถาบนั ครอบครวั สถาบนั การ ศกึ ษา สถาบัน
ศาสนา สถาบนั เศรษฐกจิ สถาบนั ทางการเมอื งการ
4. อธบิ ายความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างของ ปกครอง
วฒั นธรรมไทย และวฒั นธรรมของประเทศใน
ภมู ิภาค เอเชียเพ่ือนำไปสคู่ วามเข้าใจอันดี ♦ ความคลา้ ยคลึงและความแตกต่างของวัฒนธรรมไทย
ระหวา่ งกัน และวัฒนธรรมของประเทศในภมู ภิ าคเอเชยี วัฒนธรรมที่
เปน็ ปจั จัยสำคญั ในการสรา้ งความเขา้ ใจอนั ดรี ะหวา่ งกัน

ม.3 1. อธบิ ายความแตกต่างของการกระทำความผดิ ♦ ลักษณะการกระทำความผดิ ทางอาญาและโทษ
ระหว่างคดีอาญาและคดแี พ่ง
♦ ลกั ษณะการกระทำความผดิ ทางแพง่ และโทษ

♦ ตัวอยา่ งการกระทำความผิดทางอาญา เชน่ ความผิด

เก่ียวกับทรพั ย์

♦ ตัวอยา่ งการทำความผดิ ทางแพ่ง เชน่ การทำผดิ สญั ญา

การทำละเมดิ

2. มีสว่ นร่วมในการปกปอ้ งคุ้มครองผู้อน่ื ตามหลกั ♦ ความหมาย และความสำคญั ของสิทธมิ นษุ ยชน
สทิ ธมิ นษุ ยชน
♦ การมีส่วนร่วมค้มุ ครองสทิ ธิมนษุ ยชนตามรฐั ธรรมนญู

แหง่ ราชอาณาจกั รไทยตามวาระและโอกาสท่ีเหมาะสม

3. อนุรักษว์ ัฒนธรรมไทยและเลอื กรบั วัฒนธรรม ♦ ความสำคัญของวฒั นธรรมไทย ภมู ปิ ญั ญาไทยและ
สากลที่เหมาะสม
วัฒนธรรมสากล

♦ การอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมไทยและภมู ปิ ัญญาไทยท่ี

เหมาะสม

♦ การเลอื กรับวฒั นธรรมสากลทเี่ หมาะสม

4. วเิ คราะห์ปัจจัยทก่ี อ่ ใหเ้ กิดปญั หา ♦ ปัจจยั ทกี่ ่อใหเ้ กิดความขดั แยง้ เชน่ การเมอื ง การ

ความขดั แยง้ ในประเทศ และเสนอ ปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ความเช่อื

แนวคดิ ในการลดความขัดแย้ง ♦ สาเหตปุ ญั หาทางสงั คม เช่น ปัญหาสิง่ แวดล้อม ปญั หา

ยาเสพตดิ ปัญหาการทุจรติ ปญั หาอาชญากรรม ฯลฯ

♦ แนวทางความร่วมมอื ในการลดความ ขัดแย้งและการ

สร้างความสมานฉันท์

26

ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ม.3 ๕. เสนอแนวคดิ ในการดำรงชีวติ อย่างมคี วามสขุ ใน ♦ ปจั จยั ท่ีส่งเสรมิ การดำรงชวี ติ ให้มคี วามสขุ เช่น การอยู่
(ตอ่ ) ประเทศและสังคมโลก
ร่วมกนั อย่างมีขนั ติธรรม หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ

พอเพียง เห็นคณุ คา่ ในตนเอง รจู้ กั มองโลกในแงด่ ี สรา้ ง

ทกั ษะทางอารมณ์ รจู้ ักบรโิ ภคดว้ ยปญั ญา เลอื กรับ-

ปฏเิ สธ ข่าวและวัตถุต่างๆ ปรบั ปรุงตนเองและส่ิงต่างๆให้

ดีข้นึ อยู่เสมอ

ม.4-6 1. วิเคราะห์และปฏิบตั ิตนตามกฎหมายท่เี กี่ยวขอ้ ง ♦ กฎหมายเพ่งเกยี่ วกับนติ กิ รรมสญั ญา เช่น ซอ้ื ขาย
กบั ตนเอง ครอบครัว ชุมชนประเทศชาติ และสังคม ขายฝาก เชา่ ทรัพย์ เช่าซ้ือ ก้ยู มื เงนิ จำนำ จำนอง
โลก ♦ กฎหมายอาญา เชน่ ความผดิ เกย่ี วกับทรัพยค์ วามผดิ

เกยี่ วกับชีวิตและร่างกาย

♦ กฎหมายอน่ื ทส่ี ำคญั เช่น รฐั ธรรมนญู แห่ง

ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปจั จบุ นั กฎหมายการรบั ราชการ

ทหาร กฎหมาย ภาษีอากร กฎหมายคุม้ ครองผู้บรโิ ภค

♦ ข้อตกลงระหวา่ งประเทศ เช่น ปฏิญญาสากลว่าดว้ ย

สทิ ธิมนษุ ยชน กฎหมายมนุษยธรรมระหวา่ งประเทศ

2. วิเคราะหค์ วามสำคญั ของโครงสร้างทางสงั คม ♦ โครงสร้างทางสงั คม
การขดั เกลาทางสงั คม และการเปลย่ี นแปลงทาง
- การจัดระเบียบทางสงั คม
สงั คม - สถาบันทางสงั คม

♦ การขดั เกลาทางสงั คม

♦ การเปลยี่ นแปลงทางสังคม

♦ การแกป้ ัญหาและแนวทางการพัฒนาทางสังคม

3. ปฏิบัติตนและมสี ่วนสนับสนนุ ใหผ้ ูอ้ น่ื ประพฤติ ♦ คุณลักษณะพลเมอื งดขี องประเทศชาติและสงั คมโลก
ปฏิบัติเพ่ือเปน็ พลเมืองดขี องประเทศชาติ และ เชน่
สงั คมโลก
- เคารพกฎหมาย และกตกิ าสงั คม

- เคารพสิทธเิ สรีภาพของตนเองและบุคคลอน่ื

- มเี หตผุ ล รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

- มีความรบั ผิดชอบต่อตนเอง สงั คม ชมุ ชน ประเทศชาติ

และสงั คม

- เขา้ รว่ มกิจกรรมทางการเมอื งการปกครอง

- มีส่วนรว่ มในการป้องกนั แก้ไขปัญหา เศรษฐกจิ สังคม

การเมืองการปกครอง สง่ิ แวดล้อม

- มีคุณธรรมจริยธรรมเปน็ หลักในการดำเนนิ ชวี ิต

27

ชน้ั ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ม.4-6 4. ประเมินสถานการณส์ ิทธมิ นษุ ยชนในประเทศ
(ตอ่ ) ไทย และเสนอแนวทางพัฒนา ♦ ความหมาย ความสำคญั แนวคิดและหลกั การของ
สิทธิมนุษยชน
5. วิเคราะห์ความจำเปน็ ทต่ี อ้ งมกี ารปรบั ปรุง ♦ บทบาทขององคก์ รระหว่างประเทศในเวทีโลกท่ีมผี ล
เปลี่ยนแปลงและอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมไทยและเลอื ก ตอ่ ประทศไทย
รบั วฒั นธรรมสากล ♦ สาระสำคัญของปฏญิ ญาสากลว่าดว้ ยสทิ ธมิ นุษยชน
♦ บทบญั ญตั ขิ องรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ฉบบั ปัจจบุ นั เกยี่ วกบั สิทธิมนษุ ยชน
♦ ปญั หาสทิ ธิมนษุ ยชนในประเทศและแนวทางแก้ปญั หา
และพฒั นา

♦ ความหมายและความสำคญั ของวัฒนธรรม
♦ ลักษณะและ ความสำคญั ของวฒั นธรรมไทยที่สำคญั
♦ การปรับปรุงเปลย่ี นแปลงและอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมไทย
♦ ความแตกตา่ งระหวา่ งวฒั นธรรมไทยกบั วฒั นธรรม
สากล
♦ แนวทางการอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมไทยทด่ี ีงาม
♦ วธิ ีการเลือกรบั วัฒนธรรมสากล

มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปัจจบุ นั ยึดม่นั ศรทั ธา และธำรง
รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข

ชั้น ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1 1. อธบิ ายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และ ♦ หลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสำคัญของ
สาระสำคญั ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบบั ปจั จุบัน
ฉบับปจั จบุ นั โดยสังเขป

2. วเิ คราะหบ์ ทบาทการถ่วงดุลของอำนาจอธิปไตย ♦ การแบ่งอำนาจ และการถ่วงดลุ อำนาจอธิปไตยท้ัง 3
ในรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ฝ่าย คอื นิตบิ ญั ญัติ บริหาร ตลุ าการ ตามท่รี ะบุใน

รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจบุ ัน

3. ปฏิบตั ติ นตามบทบญั ญตั ขิ องรฐั ธรรมนญู แหง่ ♦ การปฏบิ ตั ติ นตามบทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนญู แหง่
ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปจั จบุ ันทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ราชอาณาจกั รไทยฉบบั ปจั จบุ ัน เกยี่ วกบั สทิ ธิ เสรีภาพ
ตนเอง และหนา้ ท่ี

ม.2 1. อธบิ ายกระบวนการในการตรากฎหมาย ♦ กระบวนการในการตรากฎหมาย

- ผูม้ ีสิทธิเสนอรา่ งกฎหมาย

- ขน้ั ตอนการตรากฎหมาย

- การมสี ่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการตรา

กฎหมาย

2. วิเคราะห์ข้อมลู ขา่ วสารทางการเมืองการ ♦ เหตกุ ารณ์ และการเปลยี่ นแปลงสำคญั ของระบอบ

ปกครองทีม่ ผี ลกระทบตอ่ สังคมไทยสมยั ปจั จบุ ัน การปกครองของไทย

♦ หลักการเลือกขอ้ มลู ข่าวสาร

28

ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.3 1. อธิบายระบอบการปกครองแบบต่างๆทใ่ี ชใ้ น ♦ ระบอบการปกครอง แบบต่างๆ ทใ่ี ชใ้ นยคุ ปัจจุบัน เช่น การ
ยุคปัจจุบัน
ปกครองแบบเผด็จการ การปกครองแบบประชาธิปไตย

♦ เกณฑก์ ารตัดสนิ ใจ

2. วิเคราะห์ เปรยี บเทียบระบอบการ ♦ ความแตกต่าง ความคล้ายคลึงของการ

ปกครองของไทยกับประเทศอื่นๆ ทม่ี ี ปกครองของไทย กบั ประเทศอ่ืนๆ ท่ีมี

การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย

3. วเิ คราะหร์ ฐั ธรรมนญู ฉบบั ปัจจบุ ันในมาตรา ♦ บทบญั ญัติของรัฐธรรมนญู ในมาตราตา่ งๆ ทเี่ ก่ยี วข้องกับการ
ต่างๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับการเลือกตั้งการมีส่วนร่วม เลอื กตงั้ การมสี ว่ นรว่ มและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
และการตรวจสอบการใชอ้ ำนาจรฐั
♦ อำนาจหนา้ ทข่ี องรฐั บาล

♦ บทบาทสำคญั ของรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดนิ

♦ ความจำเป็นในการมรี ัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย

4. วเิ คราะหป์ ระเด็น ปญั หาท่เี ปน็ ♦ ประเดน็ ปญั หาและผลกระทบทีเ่ ป็นอปุ สรรคต่อการพัฒนา

อปุ สรรคต่อการพฒั นาประชาธิปไตยของประเทศ ประชาธปิ ไตยของประเทศไทย
ไทยและเสนอแนวทางแกไ้ ข
♦ แนวทางการแกไ้ ขปัญหา

ม.4-6 1. วิเคราะหป์ ญั หาการเมืองทส่ี ำคญั ใน ♦ ปญั หาการเมืองสำคัญทเี่ กิดขึ้นภายในประเทศ

ประเทศ จากแหล่งขอ้ มลู ต่างๆ พรอ้ มทงั้ เสนอ ♦ สถานการณ์การเมืองการปกครองของสังคมไทย และสงั คมโลก
แนวทางแกไ้ ข
และการประสานประโยชน์รว่ มกนั

♦ อทิ ธพิ ลของระบบการเมืองการปกครองทีม่ ผี ลตอ่ การดำเนิน

ชวี ิตและความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ

2. เสนอแนวทาง ทางการเมืองการปกครองที่ ♦ การประสานประโยชน์รว่ มกันระหวา่ งประเทศ เชน่ การสรา้ ง
นำไปสู่ความเข้าใจ และการประสานประโยชน์ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งไทยกบั ประเทศต่าง ๆ
รว่ มกันระหวา่ งประเทศ
♦ การแลกเปล่ยี นเพ่ือชว่ ยเหลือ และสง่ เสรมิ ดา้ นวัฒนธรรม

การศกึ ษา เศรษฐกิจ สงั คม

3. วเิ คราะหค์ วามสำคญั และ ความจำเปน็ ท่ตี ้อง ♦ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ์
ธำรงรกั ษาไวซ้ ่งึ การปกครองตามระบอบ
ทรงเป็นประมุข
ประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็น
- รปู แบบของรฐั
ประมขุ - ฐานะและพระราชอำนาจของ

พระมหากษัตรยิ ์

4. เสนอแนวทางและมสี ่วนร่วมในการตรวจสอบ ♦ การตรวจสอบการใช้อำนาจรฐั ตามรฐั ธรรมนญู แห่ง
การใช้อำนาจรัฐ
ราชอาณาจักรไทยฉบับปจั จบุ นั ทีม่ ีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทาง

สังคม เชน่ การตรวจสอบโดยองคก์ รอิสระการตรวจสอบโดย

ประชาชน

29

สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์

มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภคการ
ใชท้ รัพยากรที่มีอยู่จำกดั ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพและคมุ้ ค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง
เพอื่ การดำรงชีวติ อย่างมีดุลยภาพ

ช้นั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.1 1. อธบิ ายความหมายและความสำคัญของ ♦ ความหมายและความสำคญั ของเศรษฐศาสตรเ์ บ้อื งตน้

เศรษฐศาสตร์ ♦ ความหมายของคำว่าทรพั ยากรมีจำกัดกับความ

ตอ้ งการมีไมจ่ ำกดั ความขาดแคลน

การเลอื กและค่าเสยี โอกาส

2. วิเคราะห์คา่ นยิ มและพฤติกรรมการบริโภคของ ♦ ความหมายและความสำคญั ของการบรโิ ภคอยา่ งมี
คนในสงั คมซง่ึ ส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและ ประสิทธภิ าพ
ประเทศ
♦ หลกั การในการบรโิ ภคทีด่ ี

♦ ปัจจยั ท่มี อี ิทธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมการบริโภค

♦ ค่านิยมและพฤตกิ รรมของการบรโิ ภคของคนในสงั คม

ปจั จบุ นั รวมทงั้ ผลดแี ละผลเสียของพฤตกิ รรมดงั กลา่ ว

3. อธิบายความเป็นมาหลกั การและความสำคญั ♦ ความหมายและความเป็นมาของปรชั ญาของเศรษฐกิจ
ของปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
พอเพียงต่อสังคมไทย
♦ ความเปน็ มาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และหลักการทรง

งานของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รวมทงั้ โครงการตาม

พระราชดำริ

♦ หลักการของเศรษฐกิจพอเพยี ง

♦ การประยกุ ต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการ

ดำรงชวี ิต

♦ ความสำคญั คณุ คา่ และประโยชน์ของปรชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียงตอ่ สงั คมไทย

ม. 2 1. วเิ คราะหป์ ัจจัยทม่ี ผี ลตอ่ การลงทุนและการออม ♦ ความหมายและความสำคญั ของการลงทุนและการออม

ต่อระบบเศรษฐกจิ

♦ การบรหิ ารจัดการเงินออมและการลงทนุ ภาคครัวเรือน

♦ ปัจจัยของการลงทนุ และการออม คือ อตั ราดอกเบ้ีย

รวมทงั้ ปัจจยั อน่ื ๆ เชน่ ค่าของเงินเทคโนโลยี การคาดเดา

เกยี่ วกับอนาคต

♦ ปญั หาของการลงทนุ และการออมในสงั คมไทย

30

ชนั้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ม.2 2. อธบิ ายปัจจยั การผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร
♦ ความหมาย ความสำคญั และหลกั การผลติ สนิ ค้าและบรกิ าร
และปัจจยั ทม่ี ีอทิ ธพิ ลต่อการผลติ สนิ คา้ และ อย่างมีประสิทธภิ าพ
บริการ ♦ สำรวจการผลติ สินคา้ ในท้องถน่ิ วา่ มีการผลติ อะไรบา้ ง ใช้
วิธีการผลติ อยา่ งไรมีปญั หาด้านใดบา้ ง
3. เสนอแนวทางการพัฒนาการผลิตใน ♦ มกี ารนำเทคโนโลยอี ะไรมาใชท้ ม่ี ีผลต่อการผลติ สินคา้ และ
ท้องถนิ่ ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง บริการ
♦ นำหลกั การผลติ มาวเิ คราะหก์ ารผลิตสินคา้ และบริการใน
4. อภิปรายแนวทางการค้มุ ครองสทิ ธิของ ท้องถ่นิ ท้งั ดา้ นเศรษฐกจิ สังคมและส่ิงแวดล้อม
ตนเองในฐานะผบู้ ริโภค
♦ หลักการและเป้าหมายปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ม.3 1. อธิบายกลไกราคาในระบบเศรษฐกจิ ♦ สำรวจและวิเคราะห์ปญั หาการผลิตสินค้าและบริการในท้องถ่ิน
♦ ประยุกต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการผลติ สินคา้ และ
2. มสี ่วนร่วมในการแกไ้ ขปญั หาและพฒั นา บริการในทอ้ งถนิ่
ทอ้ งถิ่นตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
♦ การรกั ษาและคุ้มครองสทิ ธปิ ระโยชนข์ องผู้บรโิ ภค
3. วเิ คราะห์ความสมั พนั ธ์ระหว่างแนวคิด ♦ กฎหมายค้มุ ครองสิทธิผู้บริโภคและหน่วยงานท่ีเกยี่ วข้อง
เศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์ ♦ การดำเนนิ กจิ กรรมพทิ กั ษ์สทิ ธแิ ละผลประโยชน์ตามกฎหมาย
ในฐานะผูบ้ รโิ ภค
2. มีสว่ นร่วมในการแกไ้ ขปญั หาและพฒั นา ♦ แนวทางการปกปอ้ งสิทธขิ องผบู้ ริโภค
ทอ้ งถ่ินตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
♦ ความหมายและประเภทของตลาด
♦ ความหมายและตวั อยา่ งของอุปสงค์และอุปทาน
♦ ความหมายและความสำคญั ของกลไกราคาและการกำหนด
ราคาในระบบเศรษฐกิจ
♦ หลักการปรบั และเปลย่ี นแปลงราคาสนิ ค้าและบรกิ าร

♦ สำรวจสภาพปจั จุบนั ปญั หาทอ้ งถ่นิ ทง้ั ทางด้านสงั คม เศรษฐกิจ
และสง่ิ แวดลอ้ ม
♦ วิเคราะหป์ ญั หาของทอ้ งถ่ินโดยใชป้ รชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
♦ แนวทางการแกไ้ ขและพฒั นาทอ้ งถน่ิ ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพียง

♦ แนวคิดของเศรษฐกจิ พอเพียงกบั การพัฒนาในระดบั ต่าง ๆ
♦ หลักการสำคัญของระบบสหกรณ์
♦ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพยี งกับหลักการและ
ระบบของสหกรณเ์ พ่ือประยุกต์ใชใ้ นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน

♦ สำรวจสภาพปจั จบุ นั ปญั หาทอ้ งถ่นิ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกจิ
และสิ่งแวดลอ้ ม
♦ วเิ คราะหป์ ญั หาของท้องถิ่นโดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพียง
♦ แนวทางการแก้ไขและพฒั นาทอ้ งถ่ินตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง

31

ชัน้ ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ม.3 3. วิเคราะห์ความสมั พันธร์ ะหว่างแนวคิด
(ต่อ) เศรษฐกจิ พอเพียงกบั ระบบสหกรณ์ ♦ แนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั การพัฒนาในระดับ
ตา่ ง ๆ
ม.4-6 1. อภปิ รายการกำหนดราคาและคา่ จา้ งในระบบ ♦ หลักการสำคัญของระบบสหกรณ์
เศรษฐกิจ ♦ ความสมั พันธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั
หลักการและระบบของสหกรณเ์ พือ่ ประยุกตใ์ ช้ในการ
2. ตระหนกั ถึงความสำคญั ของปรชั ญาของ พฒั นาเศรษฐกจิ ชมุ ชน
เศรษฐกจิ พอเพียงทีม่ ีตอ่ เศรษฐกจิ สงั คมของ
ประเทศ ♦ ระบบเศรษฐกิจของโลกในปัจจบุ ัน ผลดี และผลเสีย
ของระบบเศรษฐกจิ แบบต่างๆ
3. ตระหนักถงึ ความสำคญั ของระบบสหกรณใ์ น ♦ ตลาดและประเภทของตลาด ขอ้ ดีและข้อเสยี ของตลาด
การพฒั นาเศรษฐกิจในระดบั ชมุ ชนและประเทศ ประเภทต่าง ๆ
♦ การกำหนดราคาตามอปุ สงค์ และอปุ ทานการกำหนด
4. วเิ คราะหป์ ญั หาทางเศรษฐกจิ ในชมุ ชนและ ราคาในเชิงกลยุทธ์ทม่ี ใี นสงั คมไทย
เสนอแนวทางแกไ้ ข ♦ การกำหนดค่าจา้ ง กฎหมายทีเ่ ก่ยี วขอ้ งและอัตรา
ค่าจา้ งแรงงานในสงั คมไทย
♦ บทบาทของรฐั ในการแทรกแซงราคาและการควบคมุ
ราคาเพ่ือการแจกจา่ ยและจดั สรรในทางเศรษฐกิจ

♦ การประยกุ ตใ์ ชเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี ง
ในการดำเนนิ ชวี ิตของตนเอง และครอบครัว
♦ การประยกุ ต์ใชเ้ ศรษฐกิจพอเพยี งใน
ภาคเกษตร อุตสาหกรรม การคา้ และบริการ
♦ ปญั หาการพฒั นาประเทศทีผ่ า่ นมา โดยการศกึ ษา
วเิ คราะหแ์ ผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมฉบับทผี่ า่ นมา
♦ การพฒั นาประเทศที่นำปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มาใช้ ในการวางแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมฉบับ
ปัจจุบนั

♦ วิวฒั นาการของสหกรณ์ในประเทศไทย
♦ ความหมายความสำคญั และหลกั การของระบบ
สหกรณ์ตวั อยา่ งและประเภทของสหกรณ์ในประเทศไทย
♦ ความสำคัญของระบบสหกรณ์ในการพฒั นาเศรษฐกิจ
ในชมุ ชนและประเทศ

♦ ปญั หาทางเศรษฐกิจในชมุ ชน
♦ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกจิ ของชมุ ชน
♦ ตวั อย่างของการรวมกลุ่มทปี่ ระสบความสำเรจ็ ในการ
แกป้ ญั หาทางเศรษฐกจิ ของชุมชน

32

มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจ
และความจำเป็นของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

ชั้น ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.1 1. วิเคราะห์บทบาทหนา้ ที่และความแตกต่าง ♦ ความหมาย ประเภท และความสำคญั ของสถาบันการเงนิ
ของสถาบนั การเงนิ แตล่ ะประเภทและธนาคาร ท่ีมตี อ่ ระบบเศรษฐกิจ
กลาง ♦ บทบาทหนา้ ทแ่ี ละความสำคญั ของธนาคารกลาง

♦ การหารายได้ รายจา่ ย การออม การลงทุน ซึง่ แสดง

ความสัมพนั ธร์ ะหว่างผผู้ ลิต ผบู้ รโิ ภค และสถาบนั การเงนิ

2. ยกตวั อย่างทส่ี ะทอ้ นให้เห็นการพงึ่ พาอาศัย ♦ ยกตัวอยา่ งทสี่ ะท้อนใหเ้ ห็นการพ่ึงพาอาศยั กนั และกัน
กนั และการแข่งขนั กนั ทางเศรษฐกิจในประเทศ การแข่งขนั กนั ทางเศรษฐกิจในประเทศ

♦ ปัญหาเศรษฐกจิ ในชมุ ชน ประเทศ และเสนอแนว

ทางแก้ไข

3. ระบปุ ัจจัยทม่ี ีอทิ ธิพลต่อการกำหนดอปุ สงค์ ♦ ความหมายและกฎอุปสงค์ อุปทาน
และอุปทาน
♦ ปัจจยั ท่มี อี ิทธพิ ลต่อการกำหนดอปุ สงค์และอปุ ทาน

4. อภปิ รายผลของการมกี ฎหมายเกย่ี วกับ ♦ ความหมายและความสำคญั ของทรพั ย์สนิ ทางปัญญา
ทรัพยส์ ินทางปญั ญา ♦ กฎหมายทเี่ ก่ียวกบั การคมุ้ ครองทรัพยส์ นิ ทางปญั ญาพอ
สังเขป
1. อภิปรายระบบเศรษฐกิจแบบตา่ งๆ ♦ ตวั อยา่ งการละเมดิ แหง่ ทรพั ย์สนิ ทางปัญญาแตล่ ะประเภท
2. ยกตัวอย่างทสี่ ะทอ้ นให้เห็น ♦ ระบบเศรษฐกิจแบบตา่ งๆ
การพง่ึ พาอาศัยกนั และการแข่งขนั กนั ♦หลักการและผลกระทบการพ่ึงพาอาศัยกันและการแขง่ ขัน
ทางเศรษฐกจิ ในภูมภิ าคเอเชยี กันทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย
3. วเิ คราะห์การกระจายของทรัพยากรในโลกท่ี
สง่ ผลตอ่ ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ ระหวา่ ง ♦ การกระจายของทรัพยากรในโลกทสี่ ง่ ผลต่อความสัมพันธ์
ประเทศ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ เชน่ นำ้ มัน ป่าไม้ ทองคำ ถา่ น
หิน แร่ เป็นต้น

4. วิเคราะหก์ ารแขง่ ขนั ทางการค้าในประเทศ ♦ การแขง่ ขันทางการคา้ ในประเทศและตา่ งประเทศ
และต่างประเทศสง่ ผลตอ่ คณุ ภาพสินค้า ปริมาณ

การผลิต และราคาสนิ ค้า

ม.3 1. อธิบายบทบาทหน้าท่ขี องรฐั บาลในระบบ ♦ บทบาทหน้าทีข่ องรัฐบาลในการพัฒนาประเทศในด้าน
เศรษฐกจิ
ต่างๆ

♦ บทบาทและกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ของรฐั บาล เชน่ การ

ผลติ สนิ คา้ และบริการสาธารณะทเ่ี อกชนไม่ดำเนนิ การ เช่น

ไฟฟา้ ถนน โรงเรียน

- บทบาทการเกบ็ ภาษเี พอ่ื พฒั นาประเทศของรฐั ในระดบั

ต่างๆ

- บทบาทการแทรกแซงราคาและการควบคมุ ราคาเพื่อ

การแจกจา่ ยและการจัดสรรในทางเศรษฐกิจ

♦ บทบาทอ่นื ของรฐั บาลในระบบเศรษฐกิจในสงั คมไทย

33

ชั้น ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.3 2. แสดงความคิดเหน็ ตอ่ นโยบาย และกจิ กรรม ♦ นโยบาย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรฐั บาล
(ต่อ) ทาง เศรษฐกิจของรฐั บาลทม่ี ตี อ่ บคุ คล กลุ่มคน

และประเทศชาติ

3. อภปิ รายบทบาทความสำคญั ของการรวมกลมุ่ ♦ บทบาทความสำคัญของการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่าง
ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ
ประเทศ

♦ ลักษณะของการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจ

♦ กลุ่มทางเศรษฐกิจในภมู ภิ าคต่างๆ

4. อภปิ รายผลกระทบทเี่ กดิ จากภาวะเงินเฟ้อ ♦ ผลกระทบทเี่ กดิ จากภาวะเงนิ เฟ้อ เงนิ ฝดื ความหมายสาเหตุ
เงนิ ฝืด และแนวทางแกไ้ ข ภาวะเงนิ เฟอ้ เงนิ ฝดื

5. วิเคราะหผ์ ลเสียจากการวา่ งงานและแนวทาง ♦ สภาพและสาเหตปุ ญั หาการว่างงาน
แกป้ ัญหา
♦ ผลกระทบจากปัญหาการวา่ งงาน

♦ แนวทางการแก้ไขปญั หาการว่างงาน

6. วิเคราะหส์ าเหตแุ ละวธิ กี ารกีดกันทางการค้า ♦ การค้าและการลงทุนระหวา่ งประเทศ
ในการคา้ ระหว่างประเทศ
♦ สาเหตแุ ละวิธีการกดี กนั ทางการค้าในการค้าระหวา่ ง

ประเทศ

ม.4-6 1. อธบิ ายบทบาทของรฐั บาลดา้ น นโยบาย ♦ บทบาทของนโยบายการเงนิ และการคลงั ของรฐั บาลในดา้ น
การเงิน การคลงั ในการ พฒั นาเศรษฐกิจของ
- การรกั ษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ
ประเทศ
- การสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

- การรกั ษาดลุ การคา้ ระหวา่ งประเทศ

- การแทรกแซงราคาและการควบคุมราคา

♦ รายรบั และรายจา่ ยของรฐั ทม่ี ผี ลตอ่ งบประมาณ หน้ี

สาธารณะ การพัฒนาทางเศรษฐกจิ และคณุ ภาพชีวติ ของ

ประชาชน

- นโยบายการเกบ็ ภาษปี ระเภทต่างๆ และการใช้จา่ ยของรฐั

- แนวทางการแก้ปัญหาการวา่ งงาน

♦ ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบทเ่ี กิด

จากภาวะทางเศรษฐกจิ เชน่ เงนิ เฟ้อ เงนิ ฝดื

♦ ตัวชี้วดั ความเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ เชน่ GDP, GNP

รายไดเ้ ฉลี่ยต่อบคุ คล

♦ แนวทางการแกป้ ัญหาของนโยบายการเงนิ การคลงั

34

ช้ัน ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
2. วิเคราะหผ์ ลกระทบของการเปดิ เสรีทาง
เศรษฐกจิ ในยุคโลกาภิวตั น์ที่มีผลตอ่ สงั คมไทย ♦ ววิ ัฒนาการของการเปดิ เสรที างเศรษฐกิจในยุคโลกาภวิ ตั น์
ของไทย
3. วเิ คราะหผ์ ลดี ผลเสยี ของความร่วมมอื ทาง ♦ ปจั จัยทางเศรษฐกิจที่มผี ลตอ่ การเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของ
เศรษฐกิจระหว่างประเทศในรูปแบบตา่ ง ๆ ประเทศ
♦ ผลกระทบของการเปดิ เสรีทางเศรษฐกจิ ของประเทศที่มตี อ่
ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้าและบรกิ าร
♦ การค้าและการลงทุนระหวา่ งประเทศ
♦ บทบาทขององค์กรระหวา่ งประเทศในเวทีการเงินโลกทีม่ ีผล
กับประเทศไทย

♦ แนวคิดพนื้ ฐานทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับการค้าระหว่างประเทศ
♦ บทบาทขององค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจทสี่ ำคญั ใน
ภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก เชน่ WTO , NAFTA , EU , IMF , ADB
, OPEC , FTA , APECในระดบั ต่างๆ เขตสเ่ี หล่ยี มเศรษฐกจิ
♦ ปัจจยั ต่าง ๆ ท่นี ำไปสู่การพึง่ พา การแขง่ ขนั การขดั แย้ง และ
การประสานประโยชนท์ างเศรษฐกจิ
♦ ตวั อยา่ งเหตุการณ์ที่นำไปส่กู ารพึงพาทางเศรษฐกจิ
♦ ผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ระหวา่ ง
ประเทศ
♦ ปจั จยั ต่างๆ ทีน่ ำไปสกู่ ารพ่งึ พาการแข่งขัน การขดั แยง้ และ
การประสานประโยชน์ทางเศรษฐกจิ วิธีการกีดกนั ทางการค้าใน
การคา้ ระหวา่ งประเทศ

35

สาระท่ี 4 ประวัติศาสตร์

มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์
สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตรม์ าวิเคราะห์เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ อยา่ งเป็นระบบ

ช้นั ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.1 1. วเิ คราะห์ความสำคญั ของเวลาในการศึกษา ♦ ตวั อยา่ งการใช้เวลา ชว่ งเวลาและยุคสมัย ทีป่ รากฏใน
ประวตั ศิ าสตร์
เอกสารประวัตศิ าสตรไ์ ทย

♦ ความสำคัญของเวลา และช่วงเวลาสำหรบั การศึกษา

ประวตั ศิ าสตร์

♦ ความสมั พันธแ์ ละความสำคญั ของอดีตท่ีมีต่อปจั จบุ ันและ

อนาคต

2. เทยี บศกั ราชตามระบบตา่ งๆ ท่ีใชศ้ ึกษา ♦ ท่มี าของศักราชที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย
ประวตั ศิ าสตร์
ได้แก่ จ.ศ./ ม.ศ./ ร.ศ./พ.ศ./ ค.ศ. และ ฮ.ศ.

♦ วิธีการเทียบศกั ราชต่างๆ และตวั อยา่ งการเทยี บ

♦ ตวั อยา่ งการใช้ศักราชต่าง ๆ ทป่ี รากฏในเอกสาร

ประวัติศาสตร์ไทย

3. นำวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์มาใชศ้ กึ ษา ♦ ความหมายและความสำคัญของประวัตศิ าสตรแ์ ละวธิ กี าร
เหตกุ ารณท์ างประวตั ศิ าสตร์
ทางประวตั ศิ าสตร์ทม่ี ีความสมั พันธ์เช่อื มโยงกนั

♦ ตัวอย่างหลักฐานในการศึกษาประวัตศิ าสตร์ไทยสมยั

สุโขทยั ท้งั หลกั ฐานช้ันต้น และหลกั ฐานชั้นรอง ( เช่อื มโยง

กบั มฐ.ส 4.3) เช่น ข้อความ ในศลิ าจารกึ สมยั สุโขทยั

เปน็ ต้น

♦ นำวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรไ์ ปใช้ศกึ ษาเรอ่ื งราวของ

ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยทมี่ อี ย่ใู นท้องถน่ิ ตนเองในสมัยใดกไ็ ด้

(สมัยก่อนประวตั ิศาสตร์ สมัยกอ่ นสโุ ขทัย สมัยสโุ ขทยั สมยั

อยุธยา สมัยธนบรุ ี สมยั รัตนโกสินทร์ ) และเหตุการณ์สำคญั

ในสมยั สโุ ขทยั

ม.2 1. ประเมินความน่าเช่อื ถอื ของหลกั ฐานทาง ♦ วิธีการประเมินความนา่ เชื่อถอื ของหลกั ฐานทาง
ประวัติศาสตรใ์ นลกั ษณะตา่ ง ๆ
ประวตั ิศาสตรใ์ นลักษณะตา่ ง ๆ อย่างง่าย ๆ เชน่ การศกึ ษา
2. วิเคราะห์ความแตกตา่ งระหว่างความจริงกบั ภมู ิหลังของผู้ทำหรือผู้เกย่ี วข้อง สาเหตชุ ่วงระยะเวลา
ข้อเท็จจรงิ ของเหตกุ ารณ์ทางประวตั ิศาสตร์ รูปลกั ษณ์ของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ เป็นตน้

36

ช้นั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ม.2 3. เห็นความสำคญั ของการตีความหลักฐานทาง ♦ ตัวอยา่ งการประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของหลกั ฐานทาง
ประวัตศิ าสตรท์ น่ี ่าเชื่อถือ
ประวตั ิศาสตรไ์ ทยทอี่ ยใู่ นทอ้ งถ่นิ ของตนเอง หรอื หลกั ฐาน

สมัยอยุธยา ( เชื่อมโยงกับ มฐ. ส 4.3 )

♦ ตวั อย่างการวเิ คราะห์ข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ ในสมัย

อยธุ ยา และธนบรุ ี ( เช่ือมโยงกบั มฐ. ส 4.3 ) เชน่ ขอ้ ความ

บางตอน ในพระราชพงศาวดารอยธุ ยา/จดหมายเหตุ

ชาวต่างชาติ

♦ การแยกแยะระหว่างข้อมลู กับความคดิ เหน็ รวมทั้งความ

จริงกับขอ้ เทจ็ จริงจากหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์

♦ ตวั อยา่ งการตคี วามข้อมลู จากหลกั ฐานทีแ่ สดงเหตุการณ์

สำคัญในสมัยอยุธยาและธนบรุ ี

♦ ความสำคญั ของการวิเคราะห์ข้อมูลและการตีความทาง

ประวตั ิศาสตร์

ม.3 1. วเิ คราะห์เรื่องราวเหตกุ ารณส์ ำคัญทาง ♦ ข้นั ตอนของวธิ ีการทางประวัติศาสตรส์ ำหรับการศึกษา

ประวัตศิ าสตรไ์ ดอ้ ย่างมีเหตผุ ลตามวธิ กี ารทาง เหตกุ ารณ์ทางประวัตศิ าสตร์ทเี่ กิดขนึ้ ในทอ้ งถิน่ ตนเอง
ประวตั ิศาสตร์

2. ใชว้ ธิ ีการทางประวัติศาสตรใ์ นการศกึ ษา ♦ นำวิธีการทางประวตั ิศาสตรม์ าใชใ้ นการศกึ ษาเร่ืองราวที่

เร่อื งราวตา่ ง ๆ ท่ตี นสนใจ เก่ียวขอ้ งกบั ตนเองครอบครัว และทอ้ งถ่ินของตน

♦ วเิ คราะห์เหตกุ ารณ์สำคญั ในสมยั รัตนโกสนิ ทร์ โดยใช้

วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์

ม.4-6 1. ตระหนักถงึ ความสำคัญของเวลา และยุคสมัย ♦ เวลาและยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตรท์ ี่ปรากฏในหลักฐาน
ทางประวัตศิ าสตร์ ที่แสดงถงึ การเปลยี่ นแปลงของ ทางประวตั ศิ าสตรไ์ ทยและประวตั ศิ าสตร์สากล
มนษุ ยชาติ
♦ ตัวอย่างเวลาและยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตร์ของสังคม

มนษุ ยท์ ่ีมีปรากฏในหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ ( เช่อื มโยง

กบั มฐ. ส 4.3 )

♦ ความสำคญั ของเวลาและยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์

2. สร้างองค์ความรูใ้ หมท่ างประวตั ิศาสตรโ์ ดยใช้ ♦ ข้นั ตอนของวิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ โดยนำเสนอ
วิธีการทางประวัตศิ าสตร์อย่างเปน็ ระบบ
ตวั อยา่ งทีละขั้นตอนอย่าง ชดั เจน

♦ คณุ คา่ และประโยชนข์ องวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรท์ ม่ี ีตอ่

การศกึ ษาทางประวัตศิ าสตร์

♦ ผลการศึกษาหรือโครงงานทางประวัติศาสตร์

37

มาตรฐาน ส 4.2 เขา้ ใจพัฒนาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีตจนถึงปจั จุบัน ในด้านความสมั พนั ธ์

และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณอ์ ย่างตอ่ เนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถวเิ คราะห์

ผลกระทบท่เี กดิ ขึน้

ชน้ั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง

ม.1 1. อธบิ ายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ ♦ ที่ตงั้ และสภาพทางภมู ิศาสตรข์ องประเทศต่าง ๆ ในภมู ภิ าค
และการเมืองของประเทศต่าง ๆ ใน เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตท้ ่ีมผี ลต่อพัฒนาการทางด้านตา่ งๆ
ภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
♦ พฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศตา่ ง

ๆ ในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้

♦ ความรว่ มมอื ผา่ นการรวมกลมุ่ เป็นอาเซียน ของประเทศใน

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตท้ ี่ถือว่าเป็นพัฒนาการของ

ภมู ภิ าค

2. ระบคุ วามสำคัญของแหลง่ อารยธรรม ♦ทต่ี ัง้ และความสำคญั ของแหล่งอารยธรรมในภูมภิ าคเอเชีย
ในภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้
ตะวันออกเฉียงใต้ เชน่ แหล่งมรดกโลกในประเทศต่างๆ ของ

เอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้

♦ อิทธิพลของอารยธรรมโบราณในดินแดนไทยทมี่ ีตอ่ พัฒนาการ

ของสังคมไทยในปจั จุบนั

ม.2 1. อธิบายพัฒนาการทางสงั คม เศรษฐกจิ ♦ ทตี่ ้ังและสภาพทางภมู ิศาสตรข์ องภมู ิภาคตา่ งๆในทวปี เอเชยี
และการเมอื งของภูมภิ าคเอเชีย
(ยกเว้นเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้) ท่มี ผี ลต่อพฒั นาการโดยสังเขป

♦ พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ สงั คม เศรษฐกจิ และ การเมอื ง

ของภูมภิ าคเอเชีย (ยกเวน้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

2. ระบุความสำคัญของแหลง่ อารยธรรม ♦ ทต่ี ั้งและความสำคญั ของแหล่งอารยธรรม โบราณในภมู ภิ าค
โบราณในภมู ภิ าคเอเชยี
เอเชยี เช่น แหลง่ มรดกโลกในประเทศตา่ งๆ ในภูมภิ าคเอเชีย

♦ อิทธิพลของอารยธรรมโบราณที่มีต่อภูมภิ าคเอเชียในปจั จบุ ัน

ม.3 1. อธบิ ายพฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ ♦ ท่ตี งั้ และสภาพทางภมู ศิ าสตรข์ องภมู ิภาคตา่ งๆของโลก
และการเมอื งของภมู ิภาคต่างๆ ในโลก (ยกเว้นเอเชยี ) ทม่ี ีผลต่อพัฒนาการโดยสงั เขป
โดยสังเขป

2. วเิ คราะหผ์ ลของการเปลย่ี นแปลงที่ ♦ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สงั คม เศรษฐกิจ และการเมอื ง
นำไปสคู่ วามร่วมมือ และความขัดแย้งใน ของภูมภิ าคต่างๆของโลก(ยกเว้นเอเชยี )โดยสงั เขป
ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 20 ตลอดจนความ
♦ อทิ ธิพลของอารยธรรมตะวนั ตกท่ีมผี ล ต่อพัฒนาการและการ
พยายามในการขจดั ปญั หาความขดั แย้ง เปล่ยี นแปลงของสังคมโลกโดยสังเขป

♦ ความร่วมมอื และความขดั แยง้ ในครสิ ต์ศตวรรษท่ี 20 เช่น

สงครามโลก ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 สงครามเยน็ องค์การความรว่ มมือ

ระหว่างประเทศ

38

ช้นั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ม.4-6 1.วเิ คราะหอ์ ิทธพิ ลของอารยธรรรมโบราณ และ ♦ อารยธรรมของโลกยุคโบราณ ได้แก่ อารยธรรมลมุ่ แม่นำ้ ไท
การตดิ ตอ่ ระหวา่ งโลกตะวันออกกบั โลกตะวันตกท่ี กรสี -ยเู ฟรตสี ไนล์ ฮวงโห สนิ ธุ และอารยธรรมกรีก - โรมัน
มผี ลต่อ พฒั นาการและการเปลี่ยนแปลงของโลก ♦ การตดิ ตอ่ ระหว่างโลกตะวนั ออกกบั โลกตะวันตก และ

อทิ ธพิ ลทางวฒั นธรรมทีม่ ตี อ่ กันและกัน

2. วิเคราะห์เหตุการณส์ ำคัญต่างๆ ที่ส่งผลต่อการ ♦ เหตกุ ารณส์ ำคญั ตา่ งๆทส่ี ง่ ผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงของโลก
เปลีย่ นแปลงทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมือง ในปจั จบุ ัน เช่น ระบอบศกั ดนิ าสวามิภักดิ์ สงครามครูเสด การ
เข้าส่โู ลกสมยั ปจั จุบนั
ฟืน้ ฟูศลิ ปะวิทยาการ การปฏวิ ตั ิทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ

ทางทะเล การปฏิรูปศาสนา การปฏิวตั ิ อุตสาหกรรม แนวคิด

เสรีนยิ ม แนวคิดจักรวรรดินิยม แนวคดิ ชาตนิ ยิ ม

3. วเิ คราะหผ์ ลกระทบของการขยายอิทธพิ ลของ ♦ การขยาย การลา่ อาณานคิ มและผลกระทบ
ประเทศในยโุ รปไปยงั ทวีปอเมรกิ า แอฟริกาและ ♦ ความร่วมมอื และความขดั แย้งของ มนุษยชาตใิ นโลกใน
เอเชยี คริสต์ศตวรรษท่ี 20

4. วิเคราะหส์ ถานการณ์ของโลกในครสิ ตศ์ ตวรรษ ♦ สถานการณส์ ำคญั ของโลกในคริสตศ์ ตวรรษที่ 21 เชน่
ที่ 21 - เหตกุ ารณร์ ะเบดิ ตกึ World Trade Center

( เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ) 11 กันยายน 2001

- การขาดแคลนทรพั ยากร

- การก่อการร้ายและการต่อต้านการกอ่ การร้าย

- ความขัดแย้งทางศาสนา

มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มีความรัก
ความภูมใิ จและธำรงความเปน็ ไทย

ชัน้ ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.1 1. อธบิ ายเร่ืองราวทางประวัตศิ าสตรส์ มัยก่อน ♦ สมยั กอ่ นประวัตศิ าสตร์ในดนิ แดนไทยโดยสงั เขป
สโุ ขทยั ในดนิ แดนไทยโดยสงั เขป
♦ รัฐโบราณในดนิ แดนไทย เชน่ ศรีวิชัย ตามพรลิงค์ ทวารวดี

เป็นตน้

2. วเิ คราะห์พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทยั ใน ♦ รฐั ไทยในดนิ แดนไทย เชน่ ลา้ นนานครศรีธรรมราช
ด้านต่าง ๆ
สพุ รรณภมู ิ เปน็ ตน้

3. วิเคราะห์อิทธิพลของวฒั นธรรม และภมู ิปัญญา ♦ การสถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทัย และปจั จยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง
ไทยสมยั สโุ ขทยั และสงั คมไทยในปจั จบุ ัน
(ปจั จยั ภายในและปัจจยั ภายนอก)

♦ พัฒนาการของอาณาจกั รสโุ ขทยั ในด้านการเมอื งการ

ปกครอง เศรษฐกิจ สงั คม และความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศ

♦ วฒั นธรรมสมยั สุโขทยั เช่น ภาษาไทย วรรณกรรม

ประเพณสี ำคญั ศลิ ปกรรมไทย

♦ ภูมิปญั ญาไทยในสมยั สุโขทัย เชน่ การชลประทาน เคร่ือง

สงั คมโลก

♦ ความเส่ือมของอาณาจกั รสโุ ขทยั

39

ชั้น ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ม.2 1. วิเคราะหพ์ ัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา และ ♦ การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา
ธนบรุ ีในด้านต่างๆ
♦ ปจั จยั ที่สง่ ผลต่อความเจรญิ รงุ่ เรืองของอาณาจกั รอยุธยา

2. วิเคราะห์ปจั จัยที่ส่งผลต่อความม่ันคงและความ ♦ พัฒนาการของอาณาจกั รอยุธยาในดา้ นการเมอื งการ
เจรญิ รุ่งเรอื งของอาณาจักรอยุธยา
ปกครอง สังคม เศรษฐกจิ และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ

3. ระบภุ มู ิปญั ญาและวฒั นธรรมไทยสมัยอยธุ ยา ♦ การเสยี กรุงศรอี ยุธยาครั้งที่ 1 และการกเู้ อกราช
และธนบุรี และอทิ ธพิ ลของภูมิปญั ญาดงั กลา่ ว ต่อ ♦ ภมู ิปัญญาและวฒั นธรรมไทยสมยั อยธุ ยา เช่น การควบคมุ
การพัฒนาชาติไทยในยุคต่อมา
กำลังคนและศลิ ปวัฒนธรรม

♦ การเสยี กรงุ ศรีอยุธยาครง้ั ที่ 2 การกู้เอกราช และการ

สถาปนาอาณาจักรธนบรุ ี

♦ ภมู ิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมยั ธนบุรี

♦ วีรกรรมของบรรพบรุ ษุ ไทย ผลงานของบคุ คลสำคญั ของ

ไทยทม่ี ีสว่ นสร้างสรรคช์ าตไิ ทย เชน่

- สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ่ี 2

- พระสรุ โิ ยทยั

- พระนเรศวรมหาราช

- สมเด็จพระเจ้าตากสิน

- พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช

(ดว้ ง)

สมเดจ็ พระบวรราชเจ้ามหาสรุ สิงนาถ (บุญมา)

ม.3 1. วเิ คราะห์พฒั นาการของไทยสมยั รตั นโกสินทร์ ♦ การสถาปนากรงุ เทพมหานครเป็นราชธานขี องไทย
ในดา้ นต่างๆ

2. วิเคราะหป์ ัจจัยท่สี ง่ ผลตอ่ ความมั่นคงและความ ♦ ปจั จัยทส่ี ง่ ผลต่อความมัน่ คงและความเจรญิ รงุ่ เรืองของไทย
เจริญรุ่งเรืองของไทยในสมยั รตั นโกสินทร์
ในสมยั รตั นโกสนิ ทร์

3. วเิ คราะหภ์ ูมิปัญญาและวฒั นธรรมไทยสมัย ♦ บทบาทของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยในราชวงศจ์ กั รีในการ
รตั นโกสินทร์ และอิทธพิ ลตอ่ การพฒั นาชาติไทย สร้างสรรคค์ วามเจรญิ และความมนั่ คงของชาติ

4.วเิ คราะหบ์ ทบาทของไทยในสมยั ประชาธปิ ไตย ♦ พฒั นาการของไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทรท์ างด้านการเมอื ง

การปกครอง สงั คม เศรษฐกจิ และความสมั พันธ์ระหวา่ ง

ประเทศตามช่วงสมยั ตา่ งๆ

♦ เหตุการณส์ ำคัญสมยั รัตนโกสนิ ทรท์ มี่ ีผลตอ่ การพัฒนาชาติ

ไทย เช่น การทำสนธสิ ญั ญาเบาวร์ งิ ในสมัยรัชกาลท่ี 4 การ

ปฏิรปู ประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 การเข้ารว่ มสงครามโลกครั้ง

ที่ 1 และครงั้ ท่ี 2 โดยวิเคราะหส์ าเหตุปัจจยั และผลของ

เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ

♦ ภมู ปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ทมี่ ี

อิทธพิ ลตอ่ การพฒั นาชาตไิ ทยจนถงึ ปัจจุบนั โดยเฉพาะ

พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มหติ ลาธ-ิ

เบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธริ าช บรมนาถ

บพิตรและสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชินีนาถ

♦ บทบาทของไทยต้ังแต่เปล่ยี นแปลงการปกครองจนถึง

ปจั จบุ นั ในสังคมโลก

40

ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.4-6 1.วิเคราะหป์ ระเดน็ สำคญั ของประวัติศาสตรไ์ ทย ♦ ประเด็นสำคญั ของประวตั ศิ าสตร์ไทย เชน่ แนวคดิ เกยี่ วกับ
2. วเิ คราะห์ความสำคญั ของสถาบนั
ความเป็นมาของชาตไิ ทย อาณาจกั รโบราณในดนิ แดนไทย และ
พระมหากษตั ริยต์ อ่ ชาตไิ ทย
อทิ ธพิ ลทีม่ ตี ่อสงั คมไทยปัจจัยทมี่ ผี ลต่อการสถาปนาอาณาจักร
3. วเิ คราะห์ปจั จยั ที่ส่งเสรมิ ความสรา้ งสรรคภ์ ูมิ ไทยในชว่ งเวลาตา่ งๆ สาเหตแุ ละผลของการปฏริ ปู การปกครอง
ปญั ญาไทย และวฒั นธรรมไทย ซง่ึ มผี ลตอ่
บ้านเมือง การเลิก ทาส เลิกไพร่ การเสด็จประพาสยโุ รปและหวั
สังคมไทยในยคุ ปจั จุบัน
เมืองสมัยรชั กาลที่ 5 แนวคิดประชาธิปไตยต้ังแตส่ มยั รัชกาลท่ี 6

จนถึงการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สมยั รชั กาลท่ี 7

บทบาทของสตรีไทย

4. วเิ คราะหผ์ ลงานของบคุ คลสำคญั ทั้งชาวไทย ♦ บทบาทของสถาบันพระมหากษตั ริยใ์ นการพัฒนาชาตไิ ทยใน
และตา่ งประเทศ ทม่ี สี ่วนสรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรมไทย ด้านต่างๆ เชน่ การปอ้ งกนั และรักษาเอกราชของชาติการ
และประวัติศาสตร์ไทย
สร้างสรรค์วฒั นธรรมไทย

♦ อทิ ธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวนั ออกทม่ี ตี ่อสงั คมไทย

♦ ผลงานของบุคคลสำคัญท้งั ชาวไทยและตา่ งประเทศ ที่มีส่วน

สรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรมไทยและประวัตศิ าสตรไ์ ทย เชน่

- พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย

- พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยูห่ ัว

- พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยูห่ ัว

- สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชิรณาญวโรรส

- พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธริ าชสนทิ

- สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยานริศรานุวดั ติวงศ์

- สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ

- หม่อมราโชทัย หมอ่ มราชวงศ์ กระตา่ ย อศิ รางกูร

- สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรสี รุ ยิ วงศ์ (ชว่ ง บนุ นาค )

- บาทหลวงปา เลอกัวซ์

- พระยากัลยาไมตรี (Dr.Francis B.Sayre ดร.ฟรานซีส บี.แซร์)

- ศาสตราจารยศ์ ิลป พีระศรี

- พระยารัษฎานปุ ระดิษฐม์ หิศรภกั ดี (คอมซมิ บ้ี ณ ระนอง)

♦ ปจั จยั ที่สง่ เสรมิ ความสรา้ งสรรค์ภมู ิปญั ญาไทย และวฒั นธรรม

ไทย ซง่ึ มผี ลตอ่ สังคมไทยในยคุ ปจั จุบัน เชน่

- พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวภมู ิพลอดลุ ยเดช

- สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ติ ์ิพระบรมราชินีนาถ

- สมเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี

- สมเดจ็ พระเจา้ พี่นางเธอ เจ้าฟา้ กัลยานวิ ฒั นา กรมหลวง

นราธวิ าสราชนครินทร์

5. วางแผนกำหนดแนวทางและการมีสว่ นรว่ มการ ♦ สภาพแวดลอ้ มท่ีมีผลต่อการสรา้ งสรรคภ์ มู ิปญั ญาและ
อนุรกั ษ์ภูมปิ ัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย วัฒนธรรมไทย
♦ วิถีชีวิตของคนไทยในสมยั ต่างๆ
♦ การสบื ทอดและเปลยี่ นแปลงของวฒั นธรรมไทย
♦ แนวทางการอนรุ กั ษภ์ ูมปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทยและการมี
สว่ นร่วมในการอนรุ ักษ์
♦ วิธกี ารมสี ว่ นรว่ มอนรุ กั ษภ์ มู ิปญั ญาและวฒั นธรรมไทย

41

สาระท่ี 5 ภูมศิ าสตร์

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพนั ธ์ของสรรพส่ิงซ่งึ มีผล
ตอ่ กันและกันในระบบของธรรมชาติ ใชแ้ ผนทีแ่ ละเครอ่ื งมือทางภูมศิ าสตร์ในการค้นหาวิเคราะห์ สรปุ
และใช้ขอ้ มูล ภูมสิ ารสนเทศอย่างมปี ระสิทธิภาพ

ช้ัน ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ม.1 1. วเิ คราะหล์ กั ษณะทางกายภาพของทวีปเอเชีย ♦ ทต่ี ง้ั ขนาด และอาณาเขตของทวปี เอเชยี ทวปี
ทวปี ออสเตรเลยี และโอเชียเนยี โดยใช้ เครอ่ื งมือ ออสเตรเลีย และโอเชยี เนีย
ทางภูมิศาสตรส์ ืบคน้ ขอ้ มูล
♦ การใช้เครอ่ื งมอื ทางภูมิศาสตร์ เชน่ แผนท่ี รูปถ่ายทาง

อากาศ ภาพจากดาวเทยี มในการ สบื คน้ ลกั ษณะทาง

กายภาพของทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลยี และโอเชียเนยี

2. อธบิ ายพกิ ดั ภมู ศิ าสตร์ (ละตจิ ูด และลองจิจดู ) ♦ พกิ ัดภูมศิ าสตร์ (ละติจดู และลองจจิ ูด)
เสน้ แบง่ เวลา และเปรยี บเทยี บวัน เวลา ♦ เส้นแบง่ เวลา
ของโลก ♦ การเปรยี บเทียบวัน เวลาของโลก

3. วิเคราะห์สาเหตกุ ารเกดิ ภยั พิบตั ิ ♦ สาเหตุการเกดิ ภยั พบิ ัติและผลกระทบใน ทวีปเอเชยี

และผลกระทบในทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวีปออสเตรเลีย และโอเชยี เนยี
และโอเชียเนีย

ม.2 1. วิเคราะหล์ ักษณะทางกายภาพของทวปี ยโุ รป ♦ ทต่ี ง้ั ขนาด และอาณาเขตของทวีปยโุ รป และทวปี
และทวปี แอฟริกา โดยใชเ้ ครื่องมือ ทางภมู ศิ าสตร์ แอฟริกา
สบื คน้ ข้อมูล
♦ การใช้เคร่อื งมือทางภูมิศาสตร์ เชน่ แผนที่ รปู ถา่ ยทาง

อากาศ ภาพจากดาวเทยี มในการ สบื คน้ ลักษณะทาง

กายภาพของทวปี ยุโรป และทวปี แอฟริกา

2. อธบิ ายมาตราสว่ น ทศิ และสัญลกั ษณ์ ♦ การแปลความหมาย มาตราส่วน ทิศ และ สญั ลักษณ์ใน

แผนท่ี

3. วเิ คราะหส์ าเหตกุ ารเกดิ ภยั พบิ ตั ิ และ ♦ สาเหตุการเกดิ ภยั พบิ ัติและผลกระทบใน ทวีปยโุ รป และ

ผลกระทบในทวปี ยโุ รป และทวีปแอฟริกา ทวีปแอฟรกิ า

ม.3 1. วเิ คราะหล์ ักษณะทางกายภาพของ ทวีป ♦ ทตี่ ้ัง ขนาด และอาณาเขตของทวปี อเมริกาเหนือ และ

อเมริกาเหนือ และทวปี อเมริกาใต้ โดยเลือกใช้ ทวีปอเมริกาใต้
แผนทีเ่ ฉพาะเร่อื งและเคร่ืองมือ ทางภูมิศาสตร์
สบื คน้ ข้อมูล ♦การเลอื กใช้แผนทเ่ี ฉพาะเรือ่ งและ เคร่ืองมอื ทาง
ภมู ิศาสตรส์ บื ค้นขอ้ มลู ลักษณะทางกายภาพของทวปี

อเมริกาเหนือ และทวปี อเมรกิ าใต้

2.วเิ คราะหส์ าเหตุการเกดิ ภยั พิบัตแิ ละ ผลกระทบ ♦ สาเหตกุ ารเกดิ ภยั พบิ ัติและผลกระทบ ในทวปี อเมริกา
ในทวีปอเมริกาเหนือ และ ทวีปอเมริกาใต้
เหนือ และทวปี อเมริกาใต้

ม.4-6 1. วเิ คราะหก์ ารเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ ใน ♦ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ (ประกอบด้วย 1. ธรณี
ประเทศไทยและภูมภิ าคตา่ งๆ ของโลก ซง่ึ ได้รบั ภาค 2. บรรยากาศภาค 3. อุทกภาค 4. ชีวภาค) ของพื้นท่ี
อิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ใน ประเทศไทยและภมู ภิ าคต่างๆ ของโลก ซึง่ ได้รับอิทธพิ ล
จากปจั จยั ทางภมู ศิ าสตร์
♦ การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพทสี่ ง่ ผล ต่อภมู ปิ ระเทศ
ภมู ิอากาศ และ ทรัพยากรธรรมชาติ

42

ช้ัน ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.4-6 2. วิเคราะหล์ ักษณะทางกายภาพซง่ึ ทำใหเ้ กดิ ♦ ปญั หาทางกายภาพและภัยพบิ ตั ิ ทางธรรมชาตใิ น
ปญั หาและภัยพิบตั ิทางธรรมชาติ ในประเทศไทย ประเทศและภมู ิภาคตา่ งๆ ของโลก
และภมู ิภาคตา่ งๆ ของโลก

3. ใช้แผนท่แี ละเครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ในการ ♦แผนทแ่ี ละองค์ประกอบ
ค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมลู ตามกระบวนการ ♦ การอ่านแผนที่เฉพาะเรือ่ ง
ทางภมู ิศาสตร์ และนำภมู สิ ารสนเทศมาใช้
ประโยชน์ ในชีวิตประจำวนั ♦การแปลความหมายรปู ถ่ายทางอากาศ และภาพจาก
ดาวเทยี ม

♦ การนำภมู สิ ารสนเทศไปใช้ ในชวี ิตประจำวัน

มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนษุ ยก์ บั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพทกี่ ่อใหเ้ กดิ
การสร้างสรรคว์ ัฒนธรรม มีจิตสำนกึ และมสี ่วนรว่ มในการอนรุ ักษท์ รพั ยากรและสิ่งแวดล้อม เพ่ือการ
พฒั นา ทยี่ ั่งยนื

ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.1 1. สำรวจและระบทุ ำเลทตี่ ัง้ ของกิจกรรม ทาง ♦ ทำเลทีต่ ัง้ ของกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสงั คม เช่น พ้ืนที่
เศรษฐกจิ และสงั คมในทวีปเอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี เพาะปลูกและเลีย้ งสตั ว์ แหลง่ ประมง การกระจายของภาษา
และโอเชียเนีย
และศาสนา ในทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลยี และโอเชยี เนยี

2. วเิ คราะห์ปจั จัยทางกายภาพและปัจจัย ทาง ♦ ปจั จัยทางกายภาพและปจั จัยทางสังคม ที่ส่งผลตอ่ การ
สังคมทส่ี ่งผลตอ่ ทำเลทต่ี ั้งของกิจกรรม ทาง
เปลยี่ นแปลงโครงสร้างทาง ประชากร สิ่งแวดล้อม เศรษฐกจิ
เศรษฐกจิ และสังคมในทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลีย สังคมและ วฒั นธรรมในทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลยี และโอ
และโอเชียเนีย
เชยี เนยี

3. สบื คน้ อภปิ รายประเด็นปญั หาจาก ปฏสิ มั พนั ธ์ ♦ ประเดน็ ปญั หาจากปฏิสมั พันธ์ระหวา่ ง สิง่ แวดล้อมทาง
ระหวา่ งสิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพ กบั มนษุ ย์ที่ กายภาพกับมนุษย์ ทเ่ี กิดขึ้นในทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี
เกดิ ขึ้นในทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลีย และโอเชยี และ โอเชยี เนยี
เนยี

4. วิเคราะห์แนวทางการจดั การภยั พิบัตแิ ละ การ ♦ แนวทางการจดั การภยั พิบตั แิ ละการจัดการ การจัดการ
จัดการทรัพยากรและส่ิงแวดลอ้ ม ในทวปี เอเชีย ทรพั ยากรและส่งิ แวดลอ้ ม ในทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลีย
ทวปี ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ทยี่ ่ังยืน
และโอเชียเนีย ท่ยี ่ังยืน

ม.2 1. สำรวจและระบุทำเลทต่ี งั้ ของกิจกรรม ทาง ♦ ทำเลท่ตี งั้ ของกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสงั คม เชน่ พืน้ ที่
เศรษฐกจิ และสงั คมในทวีปยุโรป และ ทวปี
แอฟรกิ า เพาะปลกู และเลี้ยงสตั ว์ แหล่งประมง การกระจายของ
ภาษาและศาสนา ในทวปี ยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า

2.วิเคราะห์ปจั จยั ทางกายภาพและปจั จัยทาง ♦ ปัจจยั ทางกายภาพและปัจจยั ทางสงั คม ที่สง่ ผลต่อการ
สังคมท่สี ่งผลต่อทำเลทต่ี ้ังของกิจกรรม ทาง เปลีย่ นแปลงโครงสร้าง ทางประชากร ส่งิ แวดลอ้ ม เศรษฐกจิ
เศรษฐกิจและสังคมในทวีปยโุ รป และ ทวปี สงั คม และวัฒนธรรมในทวีปยโุ รป และทวีปแอฟริกา
แอฟรกิ า

3. สบื คน้ อภิปรายประเด็นปัญหาจากปฏิสมั พันธ์ ♦ ประเด็นปญั หาจากปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ ง สงิ่ แวดลอ้ มทาง
ระหวา่ งสิง่ แวดล้อมทางกายภาพกบั มนุษย์ ที่
กายภาพกบั มนุษยท์ ่ีเกดิ ขึน้ ในทวปี ยุโรป และทวีปแอฟริกา
เกดิ ขน้ึ ในทวปี ยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า

43

ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.2 4. วิเคราะห์แนวทางการจดั การภยั พบิ ัตแิ ละ การ ♦ แนวทางการจดั การภยั พิบตั แิ ละการจดั การ ทรัพยากร
(ต่อ) จดั การทรัพยากรและสง่ิ แวดลอ้ ม ในทวีปยุโรป และสิง่ แวดลอ้ มในทวีปยโุ รป และทวีปแอฟรกิ าทีย่ ัง่ ยืน
และทวปี แอฟรกิ าทย่ี งั่ ยืน

ม.3 1. สำรวจและระบุทำเลทตี่ ง้ั ของกจิ กรรม ทาง ♦ ทำเลทต่ี ้งั ของกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสังคม เช่น พืน้ ที่
เศรษฐกิจและสังคมในทวีปอเมรกิ าเหนอื และทวปี เพาะปลกู และเล้ียงสตั ว์ แหลง่ ประมง การกระจายของภาษา
อเมรกิ าใต้
และศาสนา ในทวีปอเมริกาเหนือ และทวปี อเมริกาใต้

2. วิเคราะห์ปัจจยั ทางกายภาพและปัจจัยทาง ♦ ปัจจยั ทางกายภาพและปัจจยั ทางสังคม ท่สี ่งผลต่อการ
สงั คมทสี่ ง่ ผลต่อทำเลท่ตี ัง้ ของกจิ กรรม ทาง
เปลย่ี นแปลงโครงสรา้ ง ทางประชากร ส่ิงแวดล้อม เศรษฐกจิ
เศรษฐกจิ และสังคมในทวีปอเมริกาเหนอื และทวีป สงั คม และวัฒนธรรมในทวปี อเมรกิ าเหนือ และทวปี อเมรกิ า
อเมรกิ าใต้
ใต้

3. สืบค้น อภิปรายประเดน็ ปญั หาจากปฏิสมั พนั ธ์ ♦ ประเด็นปัญหาจากปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่าง สิง่ แวดล้อมทาง
ระหว่างสิ่งแวดล้อมทางกายภาพกับมนษุ ย์ ที่ กายภาพกบั มนุษยท์ ี่เกดิ ข้ึน ในทวปี อเมรกิ าเหนอื และทวปี
เกดิ ขึ้นในทวปี อเมริกาเหนอื และทวีปอเมรกิ าใต้ อเมริกาใต้

4. วิเคราะห์แนวทางการจดั การภยั พบิ ตั ิและ การ ♦ แนวทางการจดั การภยั พบิ ตั ิและ การจดั การทรัพยากร
จัดการทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมในทวปี อเมริกา และสงิ่ แวดลอ้ ม ในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้
เหนอื และทวปี อเมริกาใตท้ ่ีย่ังยนื
ท่ีย่ังยนื

5.ระบคุ วามร่วมมือระหวา่ งประเทศท่มี ผี ลต่อ การ ♦เปา้ หมายการพัฒนาทยี่ ่ังยืนของโลก ความร่วมมือระหว่าง
จัดการทรัพยากรและสง่ิ แวดลอ้ ม
ประเทศทม่ี ผี ลต่อการ จดั การทรพั ยากรและสง่ิ แวดล้อม

ม.4-6 1.วิเคราะหป์ ฏสิ มั พันธ์ระหว่างสิง่ แวดล้อม ทาง ♦ ปฏสิ ัมพันธร์ ะหวา่ งสิ่งแวดล้อมทางกายภาพกับ วิถีการ
กายภาพกับกิจกรรมของมนษุ ย์ ในการสรา้ งสรรค์ ดำเนนิ ชีวิตภายใต้กระแสโลกาภวิ ตั น์ ได้แก่
วิถกี ารดำเนนิ ชวี ติ ของท้องถนิ่ ทง้ั ในประเทศไทย - ประชากรและการตั้งถ่นิ ฐาน (การกระจาย และการ
และภมู ิภาคตา่ งๆ ของโลก และเหน็ ความสำคญั เปล่ียนแปลงประชากร ชุมชนเมอื ง และชนบท และการ
ของส่ิงแวดล้อมทมี่ ีผลต่อ การดำรงชีวิตของมนุษย์ กลายเป็นเมือง

- การกระจายของกิจกรรมทางเศรษฐกจิ (เกษตรกรรม

อุตสาหกรรมการผลติ การบรกิ าร และการทอ่ งเทยี่ ว

2. วิเคราะหส์ ถานการณ์ สาเหตุ และผลกระทบ ♦ สถานการณ์การเปลย่ี นแปลง ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ
ของการเปลีย่ นแปลงดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ และ และส่งิ แวดล้อม ไดแ้ ก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิอากาศ
ส่ิงแวดลอ้ มของประเทศไทยและ ภมู ิภาคต่างๆ ความเสื่อมโทรมของสงิ่ แวดลอ้ ม ความหลากหลายทาง
ของโลก
ชวี ภาพ และภัยพบิ ตั ิ

♦สาเหตุ และผลกระทบของการเปล่ยี นแปลง ดา้ น

ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ของประเทศไทยและ

ภมู ภิ าคต่างๆ ของโลก

♦ การจดั การภยั พบิ ัติ

44

ชน้ั ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ม.4-6 3. ระบมุ าตรการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา ♦ มาตรการป้องกันและแกไ้ ขปัญหาทรัพยากร ธรรมชาติ

กฎหมายและนโยบายด้านทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ มในประเทศและ ระหวา่ งประเทศ ตาม
และสง่ิ แวดลอ้ ม บทบาทขององค์การ ที่เก่ยี วขอ้ ง แนวทางการพัฒนาที่ ย่ังยืน ความมน่ั คงของมนษุ ย์ และการ
และการประสาน ความร่วมมอื ทั้งในประเทศและ บรโิ ภค อย่างรับผดิ ชอบ
ระหว่างประเทศ
♦กฎหมายและนโยบายดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ และ

สิ่งแวดล้อมท้งั ในประเทศและระหว่างประเทศ

♦บทบาทขององค์การ และการประสาน ความรว่ มมอื ทง้ั ใน

ประเทศและระหวา่ งประเทศ

4. วิเคราะห์แนวทางและมสี ว่ นร่วมในการจัดการ ♦ แนวทางการจดั การทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม
ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดลอ้ ม เพอ่ื การ ♦การมสี ่วนรว่ มในการแก้ปัญหา และ การดำเนินชวี ิตตาม
พัฒนาท่ีย่งั ยนื
แนวทางการจัดการ ทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพฒั นา

ท่ียง่ั ยนื

5. มีสว่ นร่วมในการแก้ปญั หาและการดำเนนิ ชวี ิต ♦ การแก้ปัญหาและการดำเนินชวี ิตตามแนวทางการอนรุ ักษ์
ตามแนวทางการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรและ
ทรพั ยากรและสิง่ แวดลอ้ ม เพื่อการพัฒนาท่ยี ง่ั ยืน
สิ่งแวดลอ้ มเพือ่ การพัฒนาท่ยี งั่ ยืน

45

โครงสร้างรายวิชาหลักสูตรแกนกลาง ปี 2551

46

โครงสรา้ งรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น (ม.1-3)

ระดับชัน้ รหัสวิชา ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา หน่วยกติ
รายวชิ า

ม.1 ส21101 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 1.5 หนว่ ยกิต

ส21221 หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม 1 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกติ

ส22101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 3 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต

ม.2 ส22162 ประวัตศิ าสตร์ 2 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกติ

ส22223 หนา้ ทพ่ี ลเมืองและศลี ธรรม 3 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกติ

ส23101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.5 หนว่ ยกติ

ม.3 ส23225 หนา้ ทพี่ ลเมืองและศลี ธรรม 5 20 ช่วั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกิต

ส23163 ประวัติศาสตร์ 3 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกติ

ระดบั ช้ัน รหสั วิชา ภาคเรียนท่ี 2 เวลา หน่วยกิต
รายวชิ า

ม.1 ส21102 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 2 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.5 หนว่ ยกติ

ส21222 หนา้ ที่พลเมืองและศีลธรรม 2 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกติ

ส21161 ประวตั ิศาสตร์ 1 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น 1.0 หนว่ ยกติ

ม.2 ส22102 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 4 60 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น 1.5 หน่วยกิต

ส22224 หน้าทพี่ ลเมืองและศีลธรรม 4 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกติ

ส23102 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 6 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต

ม.3 ส23226 หนา้ ทพ่ี ลเมืองและศลี ธรรม 6 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกติ

ส23281 อาเซยี นศึกษา 40 ชวั่ โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ

วชิ าเพ่ิมเตมิ 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น 1.0 หนว่ ยกติ
40 ช่วั โมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ส21264 มุกดาหารศึกษา 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกติ
ส22265 ท้องถิ่นศึกษา
ส23266 ภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ

47

โครงสรา้ งรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6)

ระดับช้นั รหสั วิชา รายวิชา ภาคเรยี นท่ี 1 หนว่ ยกิต
ม.4 ส31101 พระพทุ ธศาสนา 1 เวลา 1.0 หน่วยกิต
ส31161 ประวัตศิ าสตร์ไทย 1.0 หนว่ ยกติ
ม.5 ส32141 เศรษฐศาสตร์ 40 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น 1.0 หนว่ ยกติ
ม.6 ส32162 ประวัติศาสตรส์ ากล 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น 1.0 หนว่ ยกติ
ส32221 หนา้ ทพ่ี ลเมืองเพ่มิ เติม 1 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกิต
ส33241 อาเซยี นศึกษา 40 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกติ
ส33223 หน้าทพี่ ลเมืองเพิ่มเติม 3 20 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต
40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น

ระดบั ชนั้ ภาคเรยี นที่ 2
ม.4
ม.5 รหัสวิชา รายวิชา เวลา หน่วยกติ
ส31121 1.0 หน่วยกติ
ม.6 ส31181 หน้าที่พลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนนิ ชวี ติ 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.0 หนว่ ยกิต
ส32102 1.0 หนว่ ยกติ
ส32222 ภมู ิศาสตร์ 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกติ
ส33103 1.0 หนว่ ยกติ
ส33224 พระพุทธศาสนา 2 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต

หน้าทพี่ ลเมืองเพิ่มเติม 2 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน

พระพทุ ธศาสนา 3 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน

หน้าทพ่ี ลเมืองเพมิ่ เติม 4 20 ช่วั โมง/ภาคเรยี น

48

คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนต้น

49

คำอธิบายรายวิชา
สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1 รหัสวชิ า ส21101

สาระการเรียนรพู้ ื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ (60 ชม.)

ศึกษาและวิเคราะห์เก่ียวกับการสงั คายนา การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสปู่ ระเทศไทย
ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาตอ่ สงั คมไทยในฐานะเปน็ ศาสนาประจำชาตสิ ถาบนั หลกั ของสังคมไทย
สภาพแวดล้อมท่ีกว้างขวาง และครอบคลุมสังคมไทย การพัฒนาตนและครอบครวั สรปุ และวเิ คราะห์ พุทธ
ประวตั พิ ุทธสาวก พทุ ธสาวิกา ชาดก พระรตั นตรัย อรยิ สัจ 4 พุทธศาสนสุภาษิต โยนโิ สมนสิการสวดมนต์
แปลและแผ่เมตตา ปัญญาไปใช้ในชีวติ ประจำวันหลกั ธรรม ศาสนิกชนของศาสนาต่างๆ มีการประพฤติ
ปฏบิ ัตติ นและวถิ ีการดำเนินชวี แิ ตกต่างกนั ตามหลักความเชื่อและคำสอน ของศาสนาท่ตี นนับถือการปฏิบัติ
อยา่ งเหมาะสมต่อศาสนิกชนอน่ื ในสถานการณ์ต่างๆ ตัวอย่างบุคคลในท้องถ่ินหรือประเทศทีป่ ฏิบัติตนเปน็
แบบอยา่ งด้านศาสนสัมพันธ์หรือมผี ลงานด้านศาสนสมั พันธ์ การบำเพญ็ ประโยชน์ และการบำรงุ รักษาวัด
วิถีชีวิต บทบาทของพระภิกษุในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เชน่ การแสดงธรรม ปาฐกถาธรรม การ
ประพฤตติ นใหเ้ ป็นแบบอยา่ ง การเข้าพบพระภกิ ษุ ปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเหมาะสมตามหลักพระพุทธศาสนา หรอื
ศาสนาทตี่ นนับถือ คำอาราธนาต่างๆ ประวตั แิ ละความสำคญั ของวนั ธรรมสวนะ วันเข้าพรรษา วนั ออก
พรรษา วันเทโวโรหณะ ระเบียบพิธี พธิ เี วียนเทียน ปฏิบตั ติ นในวันสำคญั ทางศาสนาทตี่ นนบั ถือไดถ้ ูกต้อง

ปฏบิ ัตติ นตามกฎหมายในการคมุ้ ครองสิทธขิ องบคุ คล บทบาทและหนา้ ทีข่ องเยาวชนที่มีตอ่ สังคม
และประเทศชาติ สาธารณะ มีสว่ นร่วมและรบั ผดิ ชอบในกิจกรรมทางสังคม อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ
รักษาสาธารณประโยชน์ ความคล้ายคลงึ และความแตกต่างระหวา่ งวฒั นธรรมไทยกับวฒั นธรรมของประเทศใน
ภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออก เฉียงใต้ วฒั นธรรมท่เี ปน็ ปัจจัยในการสร้างความสัมพนั ธ์ทด่ี ี หรืออาจนำไปสู่ความ
เขา้ ใจผดิ ตอ่ กนั วธิ ปี ฏิบตั ติ นในการเคารพในสทิ ธิของตนเองและผู้อน่ื หลักการ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และ
สาระสำคัญของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปจั จุบันการแบง่ อำนาจ และการถ่วงดลุ อำนาจ
อธปิ ไตยท้ัง 3 ฝ่าย คือนิติบัญญตั ิ บริหาร ตลุ าการ ตามทีร่ ะบใุ นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทยฉบบั
ปจั จบุ ัน การปฏบิ ตั ิตนตามบทบัญญตั ขิ องรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยฉบบั ปัจจุบัน เกีย่ วกบั สทิ ธิ
เสรีภาพและหนา้ ที่

โดยใชท้ ักษะกระบวนการเรยี นความรู้ความเข้าใจ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสืบสวนสอบสวน
กระบวนการคิดวจิ ารณญาณ กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด กระบวนการสร้างความตระหนกั การ
สร้างเจตคติ ค่านยิ ม กระบวนการปฏิบัติ และกระบวนการแก้ปัญหาเพอื่ ใหน้ กั เรยี นเกดิ คุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์ คือ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซื่อสตั ย์ สจุ รติ มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน
รกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ

ตวั ชี้วดั ส 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/9, ม.1/10, ม.
1/11

ส 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5
ส 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
ส 2.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
รวมตัวช้ีวัด 23 ตัวชว้ี ัด


Click to View FlipBook Version