The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการปฏิบัติงานบริหารงานทั่วไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by poramin-k2012, 2021-05-22 05:08:45

คู่มือการปฏิบัติงานบริหารงานทั่วไป

คู่มือการปฏิบัติงานบริหารงานทั่วไป

ค่มู อื การปฏบิ ัติงาน
ฝา่ ยบริหารทวั่ ไป

โรงเรยี นบา้ นกระทุม่ ล้ม(นครราษฎร์ประสทิ ธ์)ิ
อาเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม
สานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครปฐม เขต 2
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ค่มู ือการปฏิบตั ิงาน
ฝา่ ยบริหารท่ัวไป

โรงเรียนบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์)
อาเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม

สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คานา

คูมือการปฏิบัติงานฝายบริหารท่ัวไป โรงเรียนบ้านกระทุ่มล้ม(นครราษฎร์ประสิทธิ์)ฉบับน้ี จัดทาข้ึนเพื่อ
เสริมสรางความเขาใจแกครู นักปฏิบัติการ บุคลากรในโรงเรียน ในการปฏิบัติหน าที่การใหบริการและ
การจัดการศึกษาแก นักเรียน และผูเกี่ยวของทุกฝาย คูมือฉบับนี้จัดทาใหสอดคลองกับโครงสรางการบริหารงาน
โรงเรียนตามแนวการกระจายอานาจสูสถานศึกษา ของสพฐ. ฝายบริหารท่ัวไปไดจัดกรอบงานใหครอบคลุมกับ
ภาระงาน (พันธกิจ) ที่ปฏิบัติอยูเดิมและเพิ่มเติมใหสอดคลองกับสภาพของโรงเรียน ในการจัดการศึกษา และให
บริการ ทางการศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาและระบบประกันคุณภาพการศึ กษาของ
กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยมุงหวังวา ภาระงานทป่ี ฏิบัติจะบรรลตุ ามวัตถุประสงค เปาหมายและวสิ ยั ทัศนที่กาหนดไว
ทกุ ประการ ตลอดจนผูเกี่ยวของทุกฝายมีความพึงพอใจตอการปฏิบัตงิ านของกลุมบริหารทั่วไป อยางไรก็ตาม คูมือ
ปฏิบัติงานฉบับน้ีไดบรรจุเนื้อหาสาระเพียงขอบขายงาน และได้จัดทาคาสั่ง มอบหมายงานไว้ในระดับปฏิบัติ เพ่ือ
เปน็ มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงานไว้ด้วย

นางวชิ ุตา ภควฒั นะ
รองผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านกระทุ่มล้ม(นครราษฎร์ประสิทธิ์)

ฝา่ ยงานบริหารทั่วไป

สารบัญ หนา้

เรื่อง 1
3
พรรณนางานบริหารทั่วไป 4
โครงสรา้ งการบรหิ ารงานโรงเรียนบ้านกระทุ่มล้ม 5
แผนผังโรงเรียนบ้านกระทุ่มล้ม
โครงสรา้ งการบริหารกล่มุ งาน 6
ฝา่ ยบริหารทัว่ ไป 7
8
รองผู้อานวยการฝา่ ยบริหารท่ัวไป 9
หวั หน้าฝ่ายบริหารทัว่ ไป 10
หัวหนา้ งานสารบรรณ 11
หัวหน้างานพัฒนาระบบและเครอื ข่ายข้อมลู สารสนเทศ 12
หัวหน้างานบรหิ ารและการพัฒนาองค์กร 13
หวั หน้างานการบริหารจัดการอาคารสถานท่แี ละสภาพแวดล้อม 14
หวั หนา้ งานสามะโนนักเรยี นและพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษา 15
หัวหน้างานสง่ เสริมกิจการนักเรียน 16
หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ 17
หวั หนา้ สงั คมอื่นทจี่ ัดการศึกษา (งานสัมพันธช์ ุมชน) 18
หัวหนา้ งานโภชนาการ 19
หัวหน้างานธนาคารขยะ 20
หัวหน้างานอนามยั
หัวหนา้ งานสวัสดิการร้านค้า
ภาคผนวก

คู่มือบริหารงานทั่วไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 1

งานบริหารท่ัวไป

การบริหารทั่วไปเป็นงานท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดระบบบริหารองค์การให้บริการ บริหารงานอ่ืนๆ บรรลุผล
ตามมาตรฐานคุณภาพและเป้าหมายที่กาหนดไว้ โดยมีบทบาทหลักในการประสานส่งเสริมสนับสนุนและการ
อานวยการ ความสะดวกต่างๆในการให้บริการการศึกษาทุกรูปแบบ มุ่งพัฒนาสถานศึกษาให้ใช้นวัตกรรมและ
เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ส่งเสริมในการ บริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาตามหลักการบริหารงาน
ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธ์ิของงาน เป็นหลักโดยเนน้ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ตลอดจนการมีสว่ นรว่ ม
ของบคุ คล ชุมชนและองค์กรทีเ่ กย่ี วข้อง เพอื่ ใหก้ ารจดั การศกึ ษามีประสิทธภิ าพและประสิทธิผล

งานการบริหารงานท่ัวไปของสถานศึกษา มีความสาคัญเน่ืองจากเป็นงานท่ีให้บริการสนับสนุน ส่งเสริม
ประสานงานและอานวยการให้การปฏิบัติงานของสถานศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภา พและ
ประสิทธิผล นอกจากน้ัน ยังเป็นงานการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและผลงานของสถานศึกษาต่อ
สาธารณชน ซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เจตคติท่ีดี เล่ือมใส ศรัทธาและให้การสนับสนุนการจัดการศึกษา
ของสถานศึกษา(กระทรวงศึกษาธิการ, 2546 : 64) นอกจากน้ีงานการบริหารงานทั่วไปของสถานศึกษา
เป็นส่วนหน่ึงของการกระจายอานาจทางการศึกษาตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.2542 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับ ท่ี2) พ.ศ. 2545 ซึ่งกาหนดให้งานการบริหารทั่วไปเป็นกิจกรรมสนับสนุนการ
ดาเนินงานของสถานศึกษาท่ีเก่ียวกับงานการบริหารวิชาการการบริหารงบประมาณ และการบริหารงานบุคคลให้
เกดิ ความคล่องตัวสามารถดาเนนิ งานไปสู่เปา้ หมายได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ

งานบริหารทัว่ ไป เปน็ ภารกิจหนึ่งของโรงเรียนในการสนบั สนุนส่งเสริมการปฏิบัติงานของโรงเรียนให้บรรลุ
ตามนโยบาย และมาตรฐานการศึกษาท่ีโรงเรียนกาหนดให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เช่น การดาเนินงาน
ธุรการ การประชาสัมพันธ์ งานประสานราชการ การจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค์กร งานเทคโนโลยี
สารสนเทศ การจัดทาสามะโนนักเรียน การรบั นกั เรยี น การจัดระบบการควบคุมภายในหน่วยงาน การดูแลสถานท่ี
และสภาพแวดล้อม งานบริการสาธารณะ งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน การประสานและ
พัฒนาเครือข่ายการศึกษา การส่งเสริมสนับสนุนด้านวิชาการ งบประมาณ และบุคลากร การระดมทรัพยากรเพื่อ
การศึกษา งานส่งเสริมงานกิจการนกั เรียน การส่งเสริมสนบั สนนุ และประสานงาน งานการศึกษาของบุคคล ชุมชน
องค์กร หนว่ ยงานสถาบันสงั คมอน่ื ทีจ่ ดั การศึกษา ซ่งึ ผู้รับผิดชอบงานควรรูแ้ นวปฏิบัติราชการ ดังน้ี

1. งานสารบรรณ
2. งานพฒั นาระบบและเครือขา่ ยข้อมูลสารสนเทศ

2.1 งานพัฒนาระบบและเครือข่ายข้อมลู สารสนเทศ
2.2 การประสานงานและพัฒนาเครอื ข่ายการศกึ ษา
3. งานบริหารและการพัฒนาองค์กร
3.1 การวางแผนการบริหารการบรหิ ารงานการศึกษา
3.2 งานวิจัยเพือ่ พฒั นานโยบายและแผน
3.3 การจัดระบบการบริหารและพัฒนาองคก์ ร
3.4 การพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงาน
3.5 การจดั ระบบการควบคุมภายใน
3.6 งานเทคโนโลยเี พ่อื การศึกษา

คู่มือบริหารงานทวั่ ไป โรงเรียนบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ)์ 2

4. การบรหิ ารจัดการอาคารสถานทีแ่ ละสภาพแวดลอ้ ม
4.1 การดแู ลอาคารสถานทีแ่ ละสภาพแวดลอ้ ม
4.2 การเสนอความคิดเหน็ เกี่ยวกับเรอ่ื งการจดั ตั้งยุบรวมหรอื เลิกสถานศกึ ษา
4.3 การระดมทรัพยากรเพอ่ื การศึกษา

5.งานสามะโนนักเรยี นและพระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษา
5.1 การจัดทาสามะโนนกั เรียน
5.2 การรบั นกั เรยี น
5.3 การประสานการจัดการศกึ ษาในระบบนอกระบบ

6. งานส่งเสริมกิจการนักเรยี น
6.1 การทศั นศกึ ษา
6.2 งานกจิ การนกั เรียน
6.3 แนวทางการจัดกจิ กรรมเพือ่ ปรบั เปลย่ี นพฤติกรรมในการลงโทษนักเรยี น

7.งานประชาสมั พนั ธ์
7.1 การประชาสัมพนั ธง์ านการศึกษา
7.2 การส่งเสริมสนบั สนุนและประสานการจดั การศึกษาของบุคคล ชุมชน องคก์ ร หน่วยงานและ

สถาบัน
8. สังคมอ่ืนท่ีจดั การศึกษา
8.1 งานประสานราชการกบั สว่ นภูมิภาคและสว่ นทอ้ งถนิ่
8.2 การรายงานผลการปฏบิ ัติงาน

ค่มู อื บริหารงานทั่วไป โรงเรยี นบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์)ิ 3

ค่มู อื บริหารงานทั่วไป โรงเรยี นบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์)ิ 4

ค่มู อื บริหารงานทั่วไป โรงเรยี นบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์)ิ 5

คมู่ อื บรหิ ารงานทัว่ ไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ)์ 6

ฝา่ ยบริหารท่ัวไป
โรงเรียนบา้ นกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎร์ประสิทธ)์ิ

อาเภอสามพราน จงั หวัดนครปฐม
*******************************************************

รองผู้อานวยการฝ่ายบริหารท่วั ไปโรงเรียนบา้ นกระทุ่มล้ม(นครราษฎรป์ ระสิทธ์ิ)

ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี รองผู้อานวยการฝา่ ยบรหิ ารท่วั ไป มีหน้าท่รี บั ผดิ ชอบ ดังน้ี
1. ปฏิบตั ิงานตามหน้าทรี่ าชการทไ่ี ดร้ บั มอบหมายจากผู้อานวยการโรงเรยี น
2. บริหารควบคุมและการปฏิบัติงานในฝ่ายบริหารทั่วไปให้มีประสิทธิภาพรวมทั้ง การวางแผนการแก้ไข
ปัญหาพฒั นางาน
3. ควบคุม ดูแลให้มีการจัดทาโครงการ/งาน/ปฏิทินปฏิบัติงานและการประเมินผลงานประจาปีของฝ่าย
บริหารทัว่ ไป
4. ประชุมวางแผนปฏิบัติงานฝ่ายบริหารท่ัวไปร่วมกับคณะกรรมการท่ีปรึกษา ผู้อานวยการ ให้เป็นไปตาม
จุดมงุ่ หมาย ปรัชญา นโยบายและแผนพฒั นาโรงเรยี น
5. วางแผนพฒั นา ซอ่ มบารุงรกั ษาอาคารสถานทแี่ ละสภาพแวดล้อม วสั ดุอปุ กรณต์ ่าง ๆ ภายในโรงเรยี น
6. ควบคุมดแู ลการปฏบิ ัติงานของคณะกรรมการงานในฝา่ ยบริหารท่วั ไป
7. กาหนดหนา้ ที่ของบุคลากรในกลมุ่ บริหารทว่ั ไปและควบคมุ การปฏบิ ัตงิ านของสานกั งานบริหารทว่ั ไป
8. กากับติดตามประสานงาน ให้มีการรวบรวมข้อมูล สถิติ เกี่ยวกับงานบริหารท่ัวไปให้เป็นปัจจุบันเพ่ือ
นาไปใชเ้ ป็นแนวทางในการพฒั นาและแกไ้ ขปญั หา
9. ติดตามประสานประโยชน์ของบคุ ลากรผูป้ ฏบิ ัติหน้าท่ี และปฏิบัตหิ น้าที่พิเศษ เพอ่ื สร้างขวัญและกาลังใจ
10.วนิ จิ ฉยั ส่ังการงานที่รับมอบหมายไปยังงานท่ีเกีย่ วข้อง
11.ติดตามผลสัมฤทธิ์ และประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อสรุปปัญหาและอุปสรรค ในการดาเนินงานเพ่ือหา
แนวทางในการพัฒนางานใหม้ ีประสิทธิภาพยิง่ ขึ้น
12.กากับ ติดตาม ประเมินผลและประสานงาน ดาเนินการติดตามการปฏิบัติงานของทุกงานพร้อม รายงาน
ผลการปฏบิ ตั อิ ยา่ งต่อเนือ่ ง
13.ประสานงานคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พืน้ ฐานโรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้
14.ประสานงานกับชมุ ชนและหน่วยงานตา่ ง ๆ
15.ติดตอ่ ประสานงานระหว่างโรงเรยี นกบั หน่วยงานภายนอกในส่วนที่เกี่ยวข้องกบั งานบรหิ ารท่ัวไป
16.ประสานงานการให้บรกิ ารการอานวยความสะดวกกบั บุคลากรในการดาเนินงาน
17.ปฏิบตั ิงานอน่ื ๆ ตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย

คู่มอื บรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรยี นบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์)ิ 7

หวั หน้าฝา่ ยบริหารท่ัวไปโรงเรยี นบา้ นกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ์)

ปฏิบัติหนา้ ท่ี หวั หนา้ ฝา่ ยบริหารท่วั ไป มหี นา้ ทร่ี ับผิดชอบ ดงั น้ี
1. ปฏิบตั งิ านตามหนา้ ที่ราชการทไี่ ดร้ บั มอบหมายจากผอู้ านวยการ / รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
2. ชวยควบคุมดูแลการปฏิบัติงานในฝายบริหารทั่วไปใหมีประสิทธิภาพรวมท้ังเปนที่ปรึกษาใน การแกไข
วางแผนงานของฝายบริหารทัว่ ไป
3. ชวยกาหนดและจัดทาแผนงานฝายบรหิ ารทัว่ ไปรวมกับคณะกรรมการฝายบรหิ ารท่ัวไป
4. ประสานงานของฝายตาง ๆ ในฝายบริหารท่ัวไปและหัวหนางานในฝายตาง ๆ ในโรงเรียน เพื่อดาเนินการ
ใหเปนไปตามระเบยี บดวยความเรยี บรอยและมีประสิทธภิ าพ
5. รวมทาแผนปฏิบัติการและปฏิทินปฏิบัติงานรวมกับหัวหนางานตาง ๆของฝายบริหารท่ัวไปเพ่ือใชเป็น
แผนปฏบิ ัตงิ านของโรงเรยี นตอไป
6. จัดทาโครงการ/งานประมาณการงบประมาณ และรวบรวมโครงการ/งานร วมกับหัวหนางาน ตาง ๆ
ในฝายบรหิ ารท่วั ไปใหสอดคลองกบั แผนงานโรงเรียนและสนองนโยบายของโรงเรียน
7. ชวยดแู ลงานบุคลากรใหปฏบิ ัตงิ านไปดวยความเรยี บรอย
8. ชวยประสานกบั ชมุ ชนและหนวยงานตาง ๆ ตามทรี่ องผูอานวยการฝายบรหิ ารทัว่ ไป มอบหมาย
9. ชวยใหมกี ารตอนรับแขกผูมาเยอื นโรงเรยี นและฝายบริหารทั่วไป
10.ชวยในการทาและเก็บสถติ ิขอมลู ตาง ๆ ของงานฝายบริหารท่วั ไป
11.ชวยดแู ลงานบคุ ลากรใหปฏิบัติงานไปดวยความเรียบรอย
12.ประสานงานกับบคุ ลากรในฝายบริหารท่วั ไปเพอ่ื วางแผนและพัฒนางานฝายบริหารทัว่ ไป
13.จดั ทาบันทกึ ขออนมุ ตั ใิ ชเงินตามโครงการตางๆของฝายบริหารทัว่ ไป
14.จดั ทาแฟมงานเพอื่ เก็บเอกสารตางๆ ของฝายบรหิ ารทั่วไปและสรปุ แฟมงาน
15.บนั ทึกการประชุมคณะกรรมการดาเนินงานฝายบริหารท่ัวไป
16.ใหบรกิ ารและอานวยความสะดวกกบั ผูอ่นื ท่ีมาตดิ ตอกบั ฝายบรหิ ารทว่ั ไป
17.จัดทาแผนพัฒนางาน/โครงการ แผนปฏิบัติราชการและปฏิทินงานเสนอรองกลุ่มบริหารทั่วไปเพ่ือจัดสรร
งบประมาณ
18.จัดหา จดั ซ้อื ทรัพยากรที่จาเปน็ ในสานักงานกลุ่มบรหิ ารทวั่ ไป
19.ปฏบิ ตั ิงานอื่น ๆ ทไ่ี ดรบั มอบหมายจากทางโรงเรียน

คู่มอื บริหารงานทั่วไป โรงเรียนบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์ิ) 8

หัวหนา้ งานสารบรรณ โรงเรยี นบา้ นกระท่มุ ล้ม(นครราษฎร์ประสิทธ)ิ์

ปฏิบัติหนา้ ท่ี หัวหน้างานสารบรรณ มีหน้าทรี่ บั ผิดชอบ ดังนี้
1. ปฏบิ ัติงานตามหน้าที่ราชการท่ไี ดร้ บั มอบหมายจากผอู้ านวยการ / รองผูอ้ านวยการโรงเรยี น
2. จัดทาทะเบียนรับ – ส่ง หนังสือราชการ โดยแยกประเภทของเอกสารและหนังสือของ สานักงาน ให้เป็น
หมวดหมู่มีระบบการเกบ็ เอกสารที่สามารถคน้ หาเร่ืองได้อย่างรวดเร็ว
3. โต้ตอบหนังสือราชการ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร หลักฐานให้ถูกต้องตาม ระเบียบของงาน
สารบรรณอย่างรวดเร็วและทันเวลา
4. จัดส่งหนังสือราชการ เอกสารของกลุ่มบริหารท่ัวไป ให้งานท่ีรับผิดชอบและติดตามเร่ือง เก็บคืนจัดเข้า
แฟ้มเร่ือง
5. จัดพิมพ์เอกสารและจัดถ่ายเอกสารต่าง ๆ ของกลุ่มบริหารทั่วไป เช่น บันทึก ข้อความ แบบสารวจ
แบบสอบถาม แบบประเมนิ ผลงานระเบยี บและคาสั่ง
6. ประสานงานด้านข้อมูลและร่วมมือกับกลุ่มบริหารงานต่าง ๆ ในโรงเรียน เพ่ือให้เกิดความ เข้าใจและ
ร่วมมอื อันดตี ่อกนั ในการดาเนนิ งานตามแผน
7. ประเมินผลและสรุปรายงานผลปฏบิ ตั ิราชการประจาปี
8. จดั ทาคาสั่งและจดหมายเวยี นเรือ่ งต่าง ๆ เพอ่ื แจ้งให้กับครแู ละผู้เกี่ยวข้องไดร้ ับทราบ
9. เกบ็ หรือทาลายหนงั สอื เอกสารต่าง ๆตามระเบียบงานสารบรรณ
10.รวบรวมเอกสาร หลักฐาน ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คาส่ัง และวิธีปฏิบัติท่ีเก่ียวข้องให้ เป็นปัจจุบันอยู่
เสมอ และเวียนให้ผู้ทเ่ี กี่ยวข้องทราบ
11.รา่ งและพมิ พ์หนังสอื ออก หนงั สอื โต้ตอบถึงส่วนราชการ และหน่วยงานอ่นื
12.ประสานงานการจดั ส่งจดหมาย ไปรษณีย์ พัสดุและเอกสารต่าง ๆ ของโรงเรียน
13.เป็นทป่ี รึกษาของรองผอู้ านวยการฝา่ ยบริหารท่วั ไปในเรอ่ื งงานสารบรรณ
14.ควบคุมการรบั - สง่ หนงั สอื ของโรงเรยี น
15.บรกิ ารทางจดหมายและสิง่ ตพี มิ พท์ ่มี ีมาถึงโรงเรียน
16. จดั หนงั สอื เขา้ แฟม้ เพอ่ื ลงนาม
17.ปฏิบตั หิ น้าท่ีอ่นื ๆ ตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย

คมู่ ือบรหิ ารงานทั่วไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ์) 9

หวั หน้างานพัฒนาระบบและเครอื ขา่ ยข้อมูลสารสนเทศ

ปฏิบัตหิ น้าที่ หัวหน้างานพฒั นาระบบและเครอื ข่ายข้อมลู สารสนเทศ มหี นา้ ท่ีรับผดิ ชอบ ดงั นี้
1. ปฏิบัตงิ านตามหน้าทรี่ าชการทไ่ี ด้รบั มอบหมายจากผอู้ านวยการ / รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
2. วางแผนงาน/โครงการ และจัดทรพั ยากรท่ใี ชใ้ นงานสารสนเทศของกลุม่ บรหิ ารทั่วไป
3. ประสานงานด้านความร่วมมือเกี่ยวกับข้อมูลกับงานต่าง ๆ เพ่ือรวบรวมและจัดระบบ ข้อมูลสารสนเทศที่
ถูกต้องเหมาะสมและทันสมัยที่จะบง่ บอกถึงสภาพปัญหาความต้องการ
4. รวบรวมข้อมลู เกีย่ วกบั นโยบายของโรงเรียน เกณฑก์ ารประเมนิ มาตรฐานแนวทางการ ปฏริ ูปการศกึ ษา
5. จัดทาเอกสารเผยแพร่ข้อมูลให้กลุ่มงาน ได้ใช้ประโยชน์ในการวางแผนแก้ปัญหาหรือพัฒนา งานในกลุ่ม
งานตอ่ ไป
6. ร่วมมือกบั สารสนเทศของโรงเรียน เผยแพรง่ านของกล่มุ บริหารทวั่ ไป
7. ประเมนิ สรปุ รายงานผลการดาเนินงานประจาปกี ารศึกษา
8. ปฏิบตั ิหนา้ ทีอ่ ืน่ ๆ ตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย

คูม่ ือบรหิ ารงานทั่วไป โรงเรียนบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ)์ 10

หัวหนา้ งานบริหารและการพัฒนาองค์กร

ปฏิบัติหนา้ ที่ หัวหนา้ งานบริหารและการพัฒนาองค์กร มหี น้าทร่ี ับผิดชอบ ดงั น้ี
1. ปฏบิ ตั ิงานตามหน้าทร่ี าชการทไ่ี ด้รบั มอบหมายจากผอู้ านวยการ / รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
2. ประสานงานจัดทาแผนพัฒนางาน แผนปฏิบัติราชการ/โครงการ ปฏิทินปฏิบัติงานกลุ่ม บริหารทั่วไป
เสนอผูบ้ รหิ ารเพือ่ จดั สรรงบประมาณ
3. พิจารณาจัดแผนงาน/โครงการของกลุ่มบริหารท่ัวไป ให้สอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียน และเกณฑ์
ประเมนิ มาตรฐานและการปฏริ ูปการศึกษา
4. กากบั ตรวจสอบดูแลงาน/โครงการ ใหเ้ กดิ การดาเนนิ งานใหเ้ ป็นไปตามแผน
5. ประสานงานกับแผนงานของโรงเรียนและกลุ่มงานตา่ ง ๆ เพื่อนาเอาเทคโนโลยีมาใชใ้ ห้มี ประสิทธภิ าพ
6. ประเมิน สรุป รายงานผลการดาเนินงานตามแผนงาน/โครงการ
7. จดั ทาเกณฑมาตรฐาน ตังบงชแี้ ละเกณฑการตดิ ตาม ตรวจสอบและรายงานผล
8. จดั ระบบการติดตาม ตรวจสอบประเมนิ ผลและรายงานผลการปฏิบตั ิงานเพอื่ พัฒนา
9. จัดเตรียม จดั เก็บเอกสาร สรปุ และรวบรวมขอมูล ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติของงานทุกงานในฝายบริหารงาน
ทวั่ ไป
10.จดั ทาปฏิทินปฏบิ ตั ิงานของฝายบริหารงานทั่วไป
11.ประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านตามงาน/โครงการของฝายบริหารทว่ั ไปเปนรายภาค/รายป
12.จัดเตรียม รวบรวมงาน ผลงานจากงานตาง ๆ เพือ่ ติดตามงานควบคุมภายใน
13.ออกแบบและรวบรวมแบบประเมินผลการปฏิบตั งิ านของงานตาง ๆ ในฝายบริหารทัว่ ไป
14.ปฏิบัตงิ านอ่นื ๆ ทไ่ี ด้รับมอบหมาย

คมู่ อื บรหิ ารงานทั่วไป โรงเรียนบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ)์ 11

หวั หน้างานการบริหารจัดการอาคารสถานทีแ่ ละสภาพแวดลอ้ ม

ปฏิบัตหิ น้าท่ี หวั หน้างานการบรหิ ารจดั การอาคารสถานท่แี ละสภาพแวดลอ้ ม มหี น้าทีร่ ับผดิ ชอบ ดงั น้ี
1. ปฏิบัติงานตามหนา้ ทรี่ าชการทไ่ี ด้รบั มอบหมายจากผ้อู านวยการ / รองผู้อานวยการโรงเรยี น
2. ติดตามการปรบั ซ่อมและบารุงรกั ษาสภาพวัสดุ ครภุ ณั ฑ์ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน
3. วางแผนกาหนดงาน /โครงการงบประมาณแผนปฏบิ ัติงานดา้ นอาคารสถานท่แี ละ สภาพแวดล้อมตลอดจน
การตดิ ตามการปฏิบัติงานของนักการ แม่บ้านทาความสะอาด
4. วางแผนรว่ มกับแผนงานโรงเรยี น พัสดุโรงเรียน เพอื่ เสนอของบประมาณจดั สร้างอาคาร เรยี น และอาคาร
ประกอบ เช่น หอ้ งเรียน ห้องบรกิ าร ห้องพิเศษใหเ้ พยี งพอ กบั การใช้บริการของ โรงเรยี น
5. จัดเคร่ืองมอื รกั ษาความปลอดภยั ในอาคาร ตดิ ตัง้ ในทท่ี ใี่ ชง้ านไดส้ ะดวกใชง้ านไดท้ นั ที
6. จัดบรรยากาศภายในอาคารเรียน ตกแต่งอย่างสวยงาม เป็นระเบียบ ประตูหน้าต่างอยู่ใน สภาพดี ดูแลสี
อาคารต่าง ๆใหเ้ รียบร้อย มปี า้ ยบอกอาคารและหอ้ งตา่ ง ๆ
7. ประสานงานกับพสั ดุโรงเรียนในการซอ่ มแซมอาคารสถานท่ี ครภุ ณั ฑ์ โตะ๊ เกา้ อ้ี และอืน่ ๆใหอ้ ยใู่ นสภาพท่ี
เรียบรอ้ ย
8. ดูแลความสะอาดท่ัวไปของอาคารเรียน ห้องน้า หอ้ งสว้ ม ให้สะอาด ปราศจากกลิ่น รบกวน
9. ประสานงานกับพสั ดโุ รงเรียนในการจาหนา่ ยพสั ดุเสื่อมสภาพออกจากบัญชีพัสดุ
10.ประสานงานกับหัวหน้าอาคาร โดยนาข้อเสนอแนะ มาปรับปรุงงานให้ทันเหตุการณ์และ ความต้องการ
ของบุคลากรในโรงเรยี น
11.อานวยความสะดวกในการใชอ้ าคารสถานทแี่ ก่บุคคลภายนอก รวมท้ังวัสดุอ่ืน ๆ จัดทา สถิติการให้บริการ
และรวบรวมข้อมูล
12.ประเมนิ สรปุ และรายงานผลการดาเนินงานตามแผนงาน/โครงการประจาปกี ารศึกษา
13.จัดซื้อ จัดหา สาธารณูปโภคในโรงเรียนให้เพียงพออยู่ตลอดเวลา กาหนดข้อปฏิบัติและติดตามการใช้น้า
ใช้ไฟฟา้ ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งประหยัด
14.ปฏิบัติหนา้ ท่ีอืน่ ๆ ตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย

คูม่ อื บรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์)ิ 12

หวั หนา้ งานสามะโนนักเรียนและพระราชบัญญัติการศกึ ษา

ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี หัวหนา้ งานสามะโนนกั เรียนและพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษา มีหนา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบ ดังนี้
1. ปฏบิ ตั งิ านตามหนา้ ทร่ี าชการทีไ่ ด้รับมอบหมายจากผอู้ านวยการ / รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
2. จัดทาแผนงาน / โครงการและปฏทิ ินปฏบิ ัติงานของงานรับนักเรียน
3. กาหนดเขตพื้นท่ีบรกิ าร โครงสร้าง แผนการ รบั นักเรยี น
4. กาหนดแนวปฏิบตั ิ ขนั้ ตอนและวิธีการรบั นกั เรียนของโรงเรยี นใหส้ อดคล้องกับนโยบายการรับนักเรยี นจาก
หน่วยงานต้นสงั กัด
5. จัดทาคู่มือการรับนักเรียน ใบสมัคร บัตรประจาตัวผู้สมัคร เพ่ืออานวยความสะดวกแก่นักเรียนและ
ผู้ปกครองท่ีสนใจ
6. จัดนกั เรียนเข้าช้นั เรยี นตามศักยภาพของนกั เรยี นและตามความเหมาะสม
7. รายงานผลการรบั นกั เรยี นตอ่ หนว่ ยงานต้นสังกดั
8. ประเมินผลและสรุปผลการปฏบิ ตั ิงาน เพอ่ื ปรบั ปรงุ พัฒนางานให้ดขี ึ้น
9. ปฏิบตั ิหนา้ ทอ่ี ่ืน ๆ ตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

คมู่ ือบริหารงานทั่วไป โรงเรียนบา้ นกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ)์ 13

หัวหนา้ งานส่งเสริมกจิ การนักเรียน
ปฏิบัตหิ นา้ ที่ หัวหนา้ งานส่งเสรมิ กจิ การนกั เรียน มหี น้าที่รับผดิ ชอบ ดังน้ี

1. ปฏิบัตงิ านตามหนา้ ท่รี าชการทไี่ ด้รบั มอบหมายจากผอู้ านวยการ / รองผ้อู านวยการโรงเรยี น
2. การจัดทานโยบายและแผนเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทามาตรฐานการปฏิบัติงานของโรงเรียนและงาน

บรหิ ารกิจการนกั เรยี น
3. การจัดทาแผนกลยุทธ์ของโรงเรียน แผนปฏิบัติการประจาปี แผนงานฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนและ

ปฏทิ ินปฏบิ ตั งิ าน
4. การจัดทาระเบียบและแนวปฏิบัติ เก่ยี วกบั งานดา้ นงานบรหิ ารกจิ การนักเรยี นของโรงเรียน
5. ปฏิบัติหนา้ ทีบ่ รหิ ารงานกจิ การนกั เรียน
6. กากับ ตดิ ตาม ดแู ลและแกไ้ ขปัญหาการปฏิบตั ิงานของฝา่ ยบริหารกิจการนักเรยี น
7. กากบั ตดิ ตาม ดูแล ประสานงานกลมุ่ บรหิ ารกิจการนกั เรียนและกลุ่มบริหารระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียน
8. วางแผนการดาเนินงานท่เี กีย่ วกับกิจการนักเรยี นและการปกครองนักเรียน
9. จัดประชมุ คณะกรรมการบรหิ ารงานฝ่ายบริหารกจิ การนักเรียน เพื่อติดตาม รับทราบปัญหา สรปุ งาน และ

ขอ้ เสนอแนะในการแก้ไขปญั หาของงานในฝา่ ยบริหารกจิ การนกั เรยี น
10.ประสานงานกบั ผูป้ กครองนักเรยี นเพ่ือรว่ มกันแกป้ ัญหาพฤติกรรมของนกั เรยี น
11. ประสานงานและให้ความร่วมมือกับฝ่ายบริหารทุกฝ่ายของโรงเรียนและหน่วยงาน ภายนอกโรงเรียนท้ัง

ราชการ เอกชน มูลนธิ ิ สมาคมและชุมชน
12.ปฏบิ ตั งิ านอน่ื ๆ ตามท่ไี ด้รับมอบหมาย

คูม่ ือบริหารงานท่ัวไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 14

หัวหน้างานประชาสมั พนั ธ์

ปฏบิ ตั หิ น้าที่ หัวหนา้ งานประชาสัมพันธม์ ีหน้าท่รี บั ผิดชอบ ดังน้ี
1. ปฏิบัติงานตามหน้าท่รี าชการทไ่ี ด้รบั มอบหมายจากผู้อานวยการ / รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
2. กาหนดนโยบาย วางแผน งานโครงการ การดาเนินการประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับ นโยบายและ
จดุ ประสงคข์ องโรงเรยี น
3. ประสานงาน ร่วมมือกบั กลุ่มสาระฯ และงานต่าง ๆ ของโรงเรียนในการดาเนนิ งานดา้ นประชาสมั พันธ์
4. ตอ้ นรบั และบริการผู้มาเยี่ยมชมหรอื ดงู านโรงเรียน
5. ต้อนรบั และบรกิ ารผปู้ กครองหรือแขกผู้มาติดต่อกบั นักเรียนและทางโรงเรียน
6. ประกาศข่าวสารของกลุ่มสาระฯ หรือข่าวทางราชการให้บคุ ลากรในโรงเรียนทราบ
7. ประสานงานด้านประชาสมั พนั ธท์ ง้ั ในและนอกโรงเรียน
8. เป็นหนว่ ยงานหลักในการจดั พิธีการหรือพธิ ีกรในงานพิธีการต่าง ๆ ของโรงเรียน
9. เผยแพรก่ จิ กรรมตา่ ง ๆ และช่ือเสียงของโรงเรยี นทางส่ือมวลชน
10.จดั ทาเอกสาร - จุลสารประชาสมั พนั ธ์เพอ่ื เผยแพร่ขา่ วสาร รายงานผลการปฏิบัติงานและ ความเคลอื่ นไหว
ของโรงเรียนให้นักเรยี นและบคุ ลากรทัว่ ไปทราบ
11.รวบรวม สรุปผลและสถิติต่าง ๆ เก่ียวกับงานประชาสัมพันธ์และจัดทารายงานประจาปีของ งาน
ประชาสัมพนั ธ์
12.ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่อืน่ ๆ ตามทไ่ี ด้รบั มอบ

คู่มอื บรหิ ารงานทัว่ ไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 15

หวั หน้าสังคมอ่ืนท่จี ัดการศึกษา (งานสัมพันธช์ ุมชน)

ปฏิบัตหิ นา้ ที่ หัวหน้าสังคมอนื่ ที่จัดการศกึ ษา มหี น้าที่รับผดิ ชอบ ดงั นี้
1. ปฏบิ ัติงานตามหน้าทรี่ าชการทไ่ี ดร้ บั มอบหมายจากผู้อานวยการ / รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
2. จัดทาแผนงาน/โครงการสรางความสัมพันธระหวางโรงเรียนกับชุมชนและปฏิทินการปฏิบัติงาน ประจาป
ของงานภาคเี ครอื ขายและชุมนมุ สมั พนั ธ
3. จัดทาขอมูลสารสนเทศของการประชาสัมพันธกับชมุ ชนใหเปนปจจบุ นั
4. ระดมทรัพยากรและการลงทุนดานงบประมาณการเงินท้ังจากรัฐ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน บุคคล
ครอบครวั ชมุ ชน และสถาบนั สงั คมอนื่ ๆ เพอ่ื ใหมีสวนรวมในการจดั การศึกษา
5. ตดิ ตอประสานงานในการตั้งคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน ชมรมครแู ละผูปกครองและครู โรงเรยี น
ชมรมศษิ ยเกาโรงเรียน
6. จัดทาเอกสารเผยแพรผลงานโรงเรยี นสูชุมชน
7. จัดต้ังคณะกรรมการปฏิบัติกิจกรรมรวมกับชุมชนเน่ืองในโอกาสวันสาคัญของชาติวันสาคัญทาง ศาสนา
กิจกรรมรวมกบั ชมุ ชนและทกุ ภาคสวน
8. ใหบริการชุมชน ดานขาวสารและงานวิชาการและดานอาคารสถานท่ีงานสัมพันธชุมชนเปน การสราง
ความสมั พันธระหวางโรงเรยี นกับชุมชนท่ีสาคัญตอการบรหิ ารงานของโรงเรยี น
9. การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมรวมกบั ชมุ ชน
10.ประสานงานที่เก่ียวของกับการสานสมั พันธโดยการประชุมรวมและการจัดกจิ กรรมตางๆรวมกับหนว่ ยงาน
ภายนอก
11.ติดตามประเมนิ ผลสรปุ รายงานผลการปฏิบตั งิ านเสนอฝายบรหิ ารทัว่ ไปและผูอานวยการ
12.ปฏบิ ตั งิ านอื่นๆ ท่ีไดรับหมอบหมายจากทางโรงเรยี น

ค่มู อื บรหิ ารงานทัว่ ไป โรงเรียนบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์ิ) 16

หวั หน้างานโภชนาการ

ปฏบิ ตั หิ น้าที่ หวั หน้างานโภชนาการ มีหน้าท่รี ับผิดชอบ ดงั นี้
1. ปฏบิ ตั งิ านตามหนา้ ทีร่ าชการท่ไี ดร้ บั มอบหมายจากผู้อานวยการ / รองผูอ้ านวยการโรงเรียน
2. วางแผนดาเนินงานให้ครู นักเรียน และบุคลากรในโรงเรียนได้รับประทานอาหารอย่างเพียงพอ และมี
คณุ ภาพตามหลกั โภชนาการ
3. 1จดั ทาแผนงาน/โครงการ/แผนปฏิบัติการประจาปและปฏทิ ินปฏบิ ตั ิงานของงานอาหารกลางวันโรงเรยี น
4. จัดทาขอมลู สารสนเทศของงานศูนยอาหารโรงเรียน ใหเปนปจจบุ ัน
5. ควบคุมการผลติ และจาหนายอาหารภายในโรงเรยี นใหมีคุณภาพถกู ตองตามหลกั โภชนาการ
6. เผยแพรความรูในเรือ่ งโภชนาการใหแกนกั เรยี นและผูจาหนายอาหารอยางสมา่ เสมอ
7. จดั ปายนเิ ทศใหความรูเรื่องโภชนาการแกนกั เรียนและบุคคลกรในโรงเรียน เพอื่ ใหไดรับ การบรโิ ภคอาหาร
ท่ีถกู สุขลักษณะ
8. จัดใหมีการตรวจสขุ ภาพผูจาหนายอาหาร อยางนอยปละ 1 ครัง้
9. จดั ใหมกี ารติดตอประสานงานใหกระทรวงสาธารณสุขเขามาตรวจคุณภาพของอาหาร
10.จัดใหมกี ารทาความสะอาดโรงอาหารโรงเรียนและบรเิ วณโดยรอบใหสะอาดอยางสม่าเสมอ
11.แกปญหา อปุ สรรค และขอขดั ของในการปฏบิ ัติงาน
12.จัดให มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน สรุปรายงานผลการปฏิบัติงานเสนอฝ ายบริหารท่ัวไป
และผูอานวยการ
13.นาขอเสนอแนะจากการรายงานผลการปฏิบตั ิงานมาปรับปรงุ แกไขตอไป
14.ปฏบิ ตั งิ านอ่ืนๆ ทีไ่ ดรับหมอบหมายจากทางโรงเรยี น

คู่มอื บริหารงานทั่วไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์ิ) 17

หัวหน้างานธนาคารขยะ

ปฏิบัตหิ น้าท่ี หัวหน้างานธนาคารขยะ มีหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบ ดังนี้
1. ปฏบิ ตั งิ านตามหน้าท่ีราชการทไี่ ดร้ บั มอบหมายจากผู้อานวยการ / รองผู้อานวยการโรงเรยี น
2. จดั ทาแผนโครงการ และปฏทิ นิ ปฏบิ ตั ิงานตามโครงการธนาคารขยะ
3. จดั รางกฎระเบยี บ วาดวยการจัดกิจกรรมธนาคารขยะ
4. จดั ต้ังชุมนุมธนาคารขยะและจดั ระบบธนาคารขยะตามระเบยี บของโรงเรยี น
5. ทาหนาที่ประสานงานกับบุคลากรท้ังภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรียนในการปฏบิ ัติกิจกรรม ธนาคาร
ขยะ
6. จดั ทาเอกสารเผยแพรขาวสาร ขอมูลในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมธนาคารขยะ
7. ประชาสมั พันธและใหความรูแกครู นกั เรียน และบคุ ลากรในโรงเรียนในการปฏิบัตกิ ิจกรรม ธนาคารขยะ
8. จัดทาปายนิเทศและประชาสมั พันธการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมธนาคารขยะ
9. จัดระบบการจดั ทาบัญชรี ายรบั -รายจายการปฏิบัตกิ จิ กรรมธนาคารขยะ
10.ตดิ ตามประเมินผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมธนาคารขยะ
11. สรปุ รายงานผลการดาเนินกิจกรรมธนาคารขยะ เสนอฝายบริหารทว่ั ไปและผูอานวยการ
12.ปฏบิ ตั งิ านอ่ืนๆ ทไี่ ดรับหมอบหมาย

คู่มอื บริหารงานทวั่ ไป โรงเรยี นบ้านกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์)ิ 18

หัวหนา้ งานอนามัย

ปฏิบตั หิ น้าท่ี หัวหน้างานอนามยั มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังน้ี
1. ปฏบิ ตั งิ านตามหนา้ ทรี่ าชการทไ่ี ดร้ ับมอบหมายจากผ้อู านวยการ / รองผอู้ านวยการโรงเรียน
2. วางแผนงานโครงการ การดาเนินงานของงานอนามัยโรงเรียนให้สอดคล้องกดับนโยบายและวัตถุประสงค์
ของโรงเรียน
3. ประสานงานกบั กลุ่มสาระการเรียนรูแ้ ละงานตา่ ง ๆ ของโรงเรยี น ในการดาเนินงานดา้ น อนามยั โรงเรยี น
4. ควบคมุ ดูแล หอ้ งพยาบาลใหส้ ะอาด ถูกสุขลักษณะ
5. สั่งเครื่องมอื เครอ่ื งใช้ และอุปกรณใ์ นการปฐมพยาบาล รกั ษาพยาบาลให้พรอ้ มและใชก้ ารได้
6. จดั หายาและเวชภณั ฑ์ เพอื่ ใชใ้ นการรักษาพยาบาลเบ้อื งตน้
7. จัดปฐมพยาบาลนักเรียน ครู - อาจารย์ และคนงานภารโรงในกรณีเจ็บป่วย และนาส่ง โรงพยาบาลตาม
ความจาเป็น
8. จดั บรกิ ารตรวจสุขภาพนกั เรียน ครู - อาจารย์ นักการภารโรงและชุมชนใกลเ้ คียง
9. จดั ทาบัตรสุขภาพนกั เรยี น ทาสถติ ิ บนั ทึกสขุ ภาพ สถิตนิ า้ หนกั และส่วนสูงนกั เรยี น
10.ติดต่อแพทย์หรอื เจ้าหน้าทอ่ี นามัยใหภ้ มู ิคุ้มกนั แก่บุคลากรของโรงเรยี นหรือชมุ ชนใกล้เคยี ง
11.ติดต่อประสานงานกับผปู้ กครองนักเรยี นในกรณนี ักเรียนเจ็บปว่ ย
12.แนะนาผู้ป่วย ญาติ ประชาชนถงึ การปฏิบัติตนใหป้ ลอดภยั จากโรค ให้ภูมิคุ้มกนั โรค
13.ใหค้ าแนะนาปรึกษาด้านสขุ ภาพนักเรียน
14.ประสานงานกับครูแนะแนว ครูท่ปี รึกษาหรือครผู ู้สอนเก่ียวกบั นักเรยี นทีม่ ปี ญั หาด้าน สขุ ภาพ
15.ใหค้ วามร่วมมือดา้ นการปฐมพยาบาลแก่หนว่ ยงานอืน่ หรอื กจิ กรรมของโรงเรียนตามควรแก่ โอกาส
16.จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอนามัย เช่น จัดนิทรรศการเก่ียวกับสุขภาพอนามัย จัดตั้งชมรม ชุมชน
อาสาสมคั รสาธารณสุข
17.จดั ทาสถติ ิ ขอ้ มูลทางด้านสขุ ภาพอนามยั และจดั ทารายงานประจาภาคเรยี น ประจาปขี อง งานอนามัย
18.ปฏิบัตหิ น้าทอี่ ่ืน ๆ ตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย

คูม่ ือบริหารงานท่ัวไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ์) 19

หัวหน้างานสวสั ดิการร้านคา้

ปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ หัวหนา้ งานสวสั ดกิ ารร้านคา้ มีหน้าท่ีรับผิดชอบ ดังน้ี
1. ปฏิบัติงานตามหนา้ ท่รี าชการท่ไี ด้รับมอบหมายจากผอู้ านวยการ / รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
2. ดาเนนิ งานกิจกรรมร้านค้าสวสั ดกิ ารของโรงเรียน
3. ติดต่อประสานงานกับกลุ่มบริหาร, กลุ่มสาระการเรียนรู้ และงานต่างๆ เพื่อให้งานร้านค้าสวัสดิการ
ดาเนินการไปดว้ ยความเรยี บร้อย
4. จัดทาระบบบญั ชีตา่ งๆ ท่ีจาเปน็ ใหเ้ ปน็ ระบบเปน็ ปัจจุบนั
5. จัดทางบดลุ รายรับ – รายจ่าย เสนอต่อฝ่ายบริหาร
6. ติดตามรวบรวมข้อมลู สรปุ ผลและประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน รายงานผลงานประจาปี
7. ใหบ้ ริการในงานรับรองผู้เข้ามาเยย่ี มชมโรงเรียน
8. ปฏบิ ัติหน้าท่ีอ่นื ๆ ตามท่ไี ด้รับมอบหมาย

ค่มู ือบริหารงานท่วั ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์ิ) 20

ภาคผนวก

คู่มอื บรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรยี นบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 21

งานสารบรรณ

1. งานสารบรรณ
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คับ ประกาศ คาส่ัง ทเ่ี ก่ยี วข้อง
ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
ความหมายของงานสารบรรณ
“งานสารบรรณ” หมายความว่า งานทเ่ี กยี่ วกับการบริหารงานเอกสาร เร่มิ ตงั้ แต่การจัดทา

การรับ-สง่ การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทาลาย
“หนงั สอื ” หมายถงึ หนังสือราชการ
ขอบขา่ ยของงานสารบรรณ
งานสารบรรณเปน็ งานที่เกีย่ วข้องกับเรือ่ งดงั ต่อไปน้ี
1. การผลิตหรือจัดทาเอกสาร
2. การรับและการส่งหนังสือราชการ
3. การเก็บรกั ษา และการยืมหนังสอื ราชการ
4. การทาลายหนังสอื ราชการ
ความสาคญั และประโยชน์ของงานสารบรรณ
ความสาคญั ของงานทเ่ี กี่ยวกับหนงั สอื เอกสาร อาจกล่าวโดยสรุปไดด้ ังน้ี
1. ใชเ้ ป็นเครอื่ งมอื ในการบริหารงาน
2. ใชเ้ ปน็ ส่ือในการติดตอ่ ทาความเข้าใจระหวา่ งหนว่ ยงานกับหน่วยงาน หน่วยงานกับบุคคล

และบคุ คลกับบคุ คล
3. เปน็ เคร่อื งเตอื นความจาของหนว่ ยงาน
4. เป็นหลกั ฐานอ้างอิงการติดต่อหรือการทาความตกลง
5. เปน็ สิ่งทีม่ ีคณุ คา่ ในการศึกษาคน้ คว้าต่อไปในอนาคต
ความหมายและชนดิ ของหนังสือราชการ
ระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรีว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ได้กาหนดความหมายและชนดิ ของหนังสือ

ราชการไว้ว่า หนังสือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่ หนังสือท่ีมีไปมาระหว่างส่วนราชการ
หนังสือที่ส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก หนังสือท่ีหน่วยงาน
อ่ืนใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือที่บุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ รวมท้ังเอกสารท่ีทางราชการจัดทาข้ึนเพ่ือ
เปน็ หลักฐานในราชการ และเอกสารท่ีทางราชการจัดทาขึ้นตามกฎหมาย ระเบยี บ หรอื ข้อบงั คบั

ชนดิ ของหนังสือราชการ
หนังสือราชการมี 6 ชนิด คือ หนังสือภายนอก หนังสือภายใน หนังสือประทับตรา หนังสือสั่งการ หนังสือ
ประชาสมั พันธ์ และหนังสอื ทเ่ี จา้ หนา้ ท่ที าขนึ้ หรือรบั ไว้เปน็ หลักฐานในราชการ
กระดาษตราครุฑ ที่ใช้สาหรับหนังสือราชการ กาหนดแบบและขนาดไว้ในระเบียบงานสารบรรณข้อ 74
และข้อ 75 ให้ใช้กระดาษปอนด์ขาว น้าหนัก 60กรัม ต่อตารางเมตร ขนาด เอ 4หมายถึง ขนาด 210X 297ม.ม.
พมิ พค์ รุฑ ขนาดตัวครุฑสูง 3 เซนตเิ มตร ดว้ ยหมึกสดี า หรอื ทาครุฑดุนท่กี งึ่ กลางสว่ นบนของกระดาษ

คู่มอื บริหารงานทวั่ ไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)ิ์ 22

1. หนังสอื ภายนอก
หนังสือภายนอก ใช้เป็นหนงั สอื ตดิ ตอ่ ราชการทเ่ี ปน็ แบบพธิ ีระหว่างส่วนราชการ (ต่างกระทรวง ทบวง

กรม) หรือส่วนราชการมถี ึงหนว่ ยงานอื่นใดซ่งึ มิใชส่ ว่ นราชการ หรอื ทมี่ ถี ึงบคุ คลภายนอก กาหนดใหใ้ ช้กระดาษตรา
ครุฑ ซงึ่ มีสว่ นประกอบ คือ

1.1 ที่
1.2 สว่ นราชการเจา้ ของหนังสือ
1.3 วัน เดือน ปี
1.4 เร่อื ง
1.5 คาข้ึนตน้
1.6 อ้างถึง (ถา้ มี)
1.7 ส่ิงทส่ี ่งมาดว้ ย (ถ้ามี)
1.8 ข้อความ (เนอ้ื หาของหนงั สอื )
1.9 คาลงท้าย
1.10 ลงชอ่ื
1.11 ตาแหนง่
1.12 สว่ นราชการเจ้าของเรอ่ื ง
1.13 โทร. (หมายเลขโทรศัพทข์ องสว่ นราชการเจ้าของเรือ่ ง)
1.14 สาเนาส่ง (ถ้ามี)
รายละเอียดของหนงั สือภายนอก
1.1 ท่ี

เปน็ สว่ นท่ีอยทู่ างด้านซา้ ยบนสดุ ของหนงั สอื ซ่ึงหนังสือทกุ ฉบับจะมีกาหนดไว้เพื่อ
1) เป็นข้ออ้างอิงของฝ่ายที่ส่งหนังสือออก ในกรณีที่จะมีการอ้างอิงถึงหนังสือฉบับน้ัน ในการ
ติดตามเรือ่ งหรอื เพอ่ื การติดต่อ โตต้ อบหลังจากทไี่ ด้ส่งหนังสือนั้นออกไปแลว้
2) เป็นประโยชนใ์ นการเกบ็ เรอ่ื งระหว่างปฏบิ ัติ หรอื เมื่อเรือ่ งน้ันไดด้ าเนนิ การเปน็ ที่เรยี บรอ้ ยแลว้
3) เปน็ ขอ้ อา้ งองิ เม่ือต้องการจะค้นหาเรอื่ งท่ีไดเ้ กบ็ ไว้
4) เป็นตัวเลขแสดงสถิติแสดงปรมิ าณของหนงั สือทไี่ ด้มกี ารตดิ ตอ่ กับหนว่ ยงานตา่ งๆในรอบปีปฏทิ ินหน่งึ
ตัวอย่างเชน่

ที่ ศธ 04059.105
ศธ รหสั พยัญชนะของกระทรวงศึกษาธกิ าร
04059 เลขรหัสของสานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2
105 เลขทะเบียนหนังสอื สง่ ของโรงเรยี นบ้านกระทุม่ ลม้

1.2 ส่วนราชการเจ้าของหนงั สือ
1) ใหล้ งชอ่ื ของสว่ นราชการท่ีเปน็ เจา้ ของหนังสือนนั้

คูม่ อื บริหารงานทั่วไป โรงเรียนบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ์) 23
2) ลงท่ีต้ังของส่วนราชการท่ีสามารถติดต่อทางไปรษณีย์ได้สะดวก (ท่ีต้ังของส่วนราชการ
ความยาวไม่ควรเกิน 2-3 บรรทัด การลงท่ีต้ังจะวางรูปแบบอย่างไรนั้น ข้ึนอยู่กับดุลยพินิจของส่วนราชการ
เจา้ ของหนังสือ เนื่องจากชื่อสว่ นราชการและท่ตี ั้งมคี วามยาวไม่เทา่ กัน)
3) ตาแหนง่ ของสว่ นราชการเจ้าของหนงั สือจะอยทู่ างดา้ นขวาของหนงั สอื และอยู่บรรทดั เดยี วกบั “ท”ี่ เช่น
1.3 วัน เดอื น ปี
1) ให้ลงตัวเลขของวันท่ี
2) ชือ่ เต็มของเดอื น และตวั เลขของปพี ุทธศักราชทีอ่ อกหนงั สอื
3) ไมต่ ้องมีคาว่า วนั ท่ี เดอื น พ.ศ. นาหน้า
4) สาหรบั ตาแหนง่ ของตวั เลขของวนั ท่ี จะปรากฏอยูต่ รงกึ่งกลางของหนา้ กระดาษต่อจากที่อยสู่ ว่ นราชการ
เจา้ ของเรอ่ื ง
1.4 เร่ือง
1) กาหนดช่อื เรอ่ื งดว้ ยสาระสาคัญทเี่ ป็นใจความท่สี ้นั กะทัดรดั และครอบคลุมเนือ้ หาของหนงั สอื
2) ถา้ เปน็ เร่อื งที่เคยติดต่อกันมาก่อน โดยปกตจิ ะลง “เรอ่ื ง” ของหนังสอื ฉบับเดมิ เรือ่ งควรใช้
เป็นชือ่ เร่อื งเดียวกนั
1.5 คาขน้ึ ต้น
1) ให้ใชค้ าขึน้ ต้นตามตารางการใช้คาขน้ึ ต้นสรรพนามและคาลงทา้ ยท่ีกาหนดไว้ในภาคผนวกระเบียบงานสารบรรณ
2) ลงเฉพาะตาแหน่งของผู้ที่หนงั สอื นั้นมีไปถึง (โดยไม่ต้องมคี าว่า “ฯพณฯ” หรอื “ทา่ น”
นาหนา้ ) หรอื ลงชอื่ บุคคลในกรณที เี่ ปน็ การติดต่อกบั บุคคลโดยไมเ่ ก่ยี วกับตาแหนง่ หน้าท่ี เชน่

กราบเรยี น ประธานองคมนตรี
เรียน เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
เรียน นางสาวอาพร ศรีชาวนา
นมัสการเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม (สาหรบั พระภกิ ษสุ งฆ์ท่วั ไป)
3) ในกรณีทตี่ าแหน่งน้ันมบี ุคคลครองตาแหน่งมากกว่า 1 คน ขน้ึ ไป ให้ระบุท้ังตาแหน่ง
และช่ือ เชน่ ตาแหน่งรองผูอ้ านวยการสานักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษานครปฐม เขต 1 ควรใช้คาขน้ึ ตน้ ดงั น้ี
1.6 อา้ งถึง (ถา้ มี)
1) ใหอ้ า้ งถึงหนังสือที่เคยติดต่อกนั มากอ่ น
2) ในกรณีท่ีมีหนังสือที่เคยติดต่อกันมาก่อนหลายฉบับ ให้ลงอ้างถึงหนังสือฉบับสุดท้ายท่ี
ติดต่อกันเพียงฉบับเดียว เว้นแต่มีเร่ืองหรือสาระสาคัญท่ีเกี่ยวข้องต้องนามาพิจารณา การเขียน “อ้างถึง” ให้เขียน
ชอ่ื ส่วนราชการเจ้าของหนงั สอื เลขทห่ี นงั สอื และวนั เดือน ปี ทีอ่ อกหนงั สือ เช่น
1.7 ส่งิ ที่ส่งมาดว้ ย (ถ้ามี)
1) ให้ลงชอ่ื เอกสาร สง่ิ ของ ท่สี ง่ ไปพร้อมกบั หนังสือฉบบั น้ัน เช่น
2) หากไมส่ ามารถบรรจลุ งในซองเดยี วกนั ได้ ให้แจง้ ด้วยว่าสง่ ไปโดยทางใด การเขยี น “ส่งิ ทส่ี ่ง
มาด้วย ให้เขยี นชือ่ เอกสาร สิ่งของ ส่วนราชการเจ้าของหนังสอื เลขทีห่ นงั สอื และวนั เดือน ปี ทีอ่ อกหนังสือ พรอ้ ม
ทัง้ จานวนของสิง่ ของทสี่ ่งไป
1.8 ขอ้ ความ (เน้ือหาของหนงั สือ) เนื้อหาสาระทตี่ ้องการจะใหผ้ รู้ ับได้ทราบ
ขอ้ ความในหนงั สือจะต้องชัดเจน เข้าใจง่าย และมีสาระครบถว้ น เนือ้ หาในหนังสือราชการ แบ่ง
ออกเป็น 3 ส่วน คือ

ค่มู ือบรหิ ารงานทัว่ ไป โรงเรียนบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)ิ์ 24

1) ข้อความเหตุ เป็นส่วนเร่ิมต้นของเนื้อหา เป็นข้อความท่ีกล่าวถึงสาเหตุท่ีมีหนังสือไป หรือ
แจ้งใหผ้ ้รู บั ทราบวา่ หน่วยงานของผู้เขยี นจะทาอะไร หรือมเี หตุการณ์อะไรเกดิ ข้นึ

2) ข้อความตอนผลหรือข้อความจุดประสงค์ เป็นข้อความในย่อหนา้ ท่ี 2 ท่ีนับว่ามีความสาคญั
เพราะเนื้อความจะกล่าวถึงจุดประสงค์ของหนังสือฉบับนั้น ซึ่งจะต้องเขียนให้ชัดเจน เพ่ือให้ผู้รับหนังสือทราบว่า
ผ้เู ขยี นมีจุดประสงคอ์ ยา่ งไร

3) บทสรุป เปน็ สว่ นสุดทา้ ยของการเขียนเนอื้ หา ซึง่ เป็นจุดประสงค์สรปุ สุดท้าย เพ่ือเนน้ ให้ผูร้ ับ
จดหมายทาอะไร หรือทาอย่างไร ควรจะย่อหน้าข้ึนบรรทัดใหม่เร่ิมต้นด้วยคาว่า “จึง” แล้วตามด้วยข้อความ
ทบ่ี อกถงึ จุดประสงค์ (ขอ้ ความท่สี รปุ ตอ้ งให้สัมพนั ธ์กบั จดุ ประสงค์ในตอนต้น) เชน่

ในกรณที ต่ี ้องการเพยี งใหผ้ ู้รบั ได้ทราบเน้ือหาในหนังสือ อาจใชว้ ่า
- จงึ เรยี นมาเพือ่ โปรดทราบ
- จึงเรยี นมาเพอ่ื ทราบ

ในกรณีทีต่ อ้ งการเพยี งให้ผรู้ บั ดาเนินเร่อื งตามข้นั ตอนต่อไป อาจใช้วา่
- จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดพจิ ารณาดาเนินการต่อไป
- จึงเรยี นมาเพ่อื ทราบ และดาเนินการต่อไป

ในกรณีท่ีต้องการให้ผู้รับตดั สินใจในเรือ่ งทีป่ รากฏในหนงั สือ อาจใช้วา่
- จึงเรียนมาเพ่ือโปรดพจิ ารณาอนมุ ตั ิ
- จงึ เรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนเุ คราะห์

1.9 คาลงทา้ ย
ใหใ้ ช้คาลงท้ายตามตารางการใชค้ าขนึ้ ตน้ สรรพนาม และคาลงทา้ ย ซ่ึงกาหนดไว้ในภาคผนวก

ซง่ึ จะต้องให้สัมพนั ธ์กับคาขึน้ ตน้ เช่น
- ขอแสดงความนับถือ
- ขอนมัสการด้วยความเคารพ (สาหรับพระภิกษสุ งฆ์ทว่ั ไป)

1.10 ลงชื่อ
1) ให้ลงลายมือช่ือเจ้าของหนังสือ และให้พิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือช่ือไว้ในวงเล็บใต้

ลายมือช่ือดว้ ยทุกครัง้ ซ่ึงการพิมพ์ช่ือเตม็ ของเจ้าของลายมือนั้นใหใ้ ช้คานาหน้าชื่อวา่ นาย นาง นางสาว หน้าชอ่ื เต็ม
ใต้ลายมอื ชอื่

2) ในกรณที เี่ จ้าของลายมือชื่อมีตาแหน่งทางวิชาการ คอื ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์
และผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ใหพ้ ิมพค์ าเตม็ ของตาแหน่งทางวชิ าการไว้หน้าชอื่ เต็มใต้ลายมือชอื่ เช่น

ลายมือชอ่ื
(นายสญชัย รัศมีแจ่ม)

ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้
1.11 ตาแหนง่

ใหล้ งชอ่ื ตาแหน่งของเจ้าของหนงั สอื ไวใ้ ตช้ อื่ เต็ม เชน่
ลายมอื ช่อื
(นายสญชัย รัศมีแจ่ม)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นกระทมุ่ ลม้

คู่มอื บริหารงานท่ัวไป โรงเรียนบา้ นกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)ิ์ 25

กรณี รองผอ./หรือผรู้ กั ษาการในตาแหน่งผอู้ านวยการโรงเรยี นให้ลงชอ่ื ตาแหนง่ ดงั นี้
ลายมอื ชือ่
(นางวชิ ุตา ภควัฒนะ)
รองผอู้ านวยการ รกั ษาการในตาแหน่ง
ผูอ้ านวยการโรงเรียนบ้านกระทมุ่ ล้ม

1.12 ส่วนราชการเจา้ ของเรอ่ื ง
ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานท่ีออกหนังสือ เช่น งานบริหารท่ัวไป

งานวชิ าการ งานบรหิ ารบุคคล งานงบประมาณ
1.13 โทร.
ให้ลงหมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่อง และหมายเลขโทรศัพท์ภายใน (ถ้ามี)

ไวใ้ ตช้ อื่ ส่วนราชการเจ้าของเรอื่ ง พร้อมทงั้ หมายเลขโทรสาร และ E-mail เช่น
โทร. 0 2 429 6189

1.14 สาเนาสง่ (ถ้ามี)
ในกรณีท่ีได้จัดส่งสาเนาไปให้ส่วนราชการหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง และประสงค์ให้ผู้รับทราบว่าได้ส่ง

สาเนาไปให้ผู้ใดแล้วบ้าง ให้พิมพ์ช่ือส่วนราชการหรือช่ือบุคคลท่ีส่งสาเนาไปให้แล้วในบรรทัดต่อจากหมายเลข
โทรศพั ทส์ ่วนราชการเจา้ ของเรือ่ ง เชน่

โทร. 0 2 429 6189
สาเนาส่ง
นายกเทศมนตรีเมืองกระทุ่มล้ม
ขอ้ ควรระวงั ซง่ึ มกั พบข้อผดิ พลาดอยเู่ ปน็ ประจา คอื ครุฑ ในหนังสือราชการ มักจะมีขนาดตวั ครุฑไม่
เป็นไปตามมาตรฐาน
- ลักษณะครุฑแบบมาตรฐานมี 2 ขนาด คือ

1) มาตรฐานของครฑุ ภายนอก คือ ขนาดตวั ครุฑสูง 3 เซนติเมตร
2) มาตรฐานของครฑุ ภายใน คอื ขนาดตัวครุฑสงู 1.5 เซนตเิ มตร

ค่มู อื บรหิ ารงานทว่ั ไป โรงเรยี นบา้ นกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)์ิ 26

แบบหนังสือภายนอก ช้ันความลบั (ถา้ มี)

( ตามระเบยี บข้อ ๑๑ )

ชัน้ ความเร็ว (ถ้ามี)

ท่ี ศธ …………………. / …….. โรงเรียน................................

.............................................

(วัน เดอื น ปี)

เร่ือง…………………………………………………………….

(คาข้ึนต้น)...................................................................................

อา้ งถึง (ถา้ ม)ี ................................................................................

สง่ิ ทสี่ ่งมาด้วย (ถา้ ม)ี ....................................................................

(ขอ้ ความ)………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………… ……… …………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………

…………………………………………………………..

( คาลงท้าย )

( ลงชื่อ )……………………………………..

( พมิ พ์ชอื่ เตม็ )

(ตาแหนง่ )…………………………………..

(สว่ นราชการเจา้ ของเร่ือง)

โทร. .....................................

โทรสาร……………………. ช้นั ความลบั (ถา้ มี)

คู่มอื บริหารงานทว่ั ไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 27

2. หนงั สือภายใน
หนังสือภายใน ใช้เป็นหนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือภายนอก เป็นหนังสือ

ราชการที่ติดต่อกันภายในกระทรวง ทบวง กรม หรือจังหวัดเดียวกัน กาหนดให้ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
ซึ่งมสี ่วนประกอบ คือ

2.1 สว่ นราชการ (สว่ นราชการเจา้ ของเร่อื ง)
2.2 ที่
2.3 วนั เดอื น ปี
2.4 เรอ่ื ง
2.5 คาข้นึ ต้น
2.6 ขอ้ ความ (เนอ้ื หาของหนังสอื )
2.7 ลงชือ่
2.8 ตาแหน่ง ตามตวั อย่างแบบหนงั สอื ภายในทรี่ ะบุไว้ในภาคผนวก
รายละเอยี ดของหนงั สือภายใน
2.1 สว่ นราชการ

ให้เขียนส่วนราชการ “เจ้าของเรื่อง” (ไม่ใช่ส่วนราชการเจ้าของหนังสือ) และเขียนเช่นเดียวกับ
สว่ นทา้ ยหนังสือ ของหนงั สอื ภายนอก

1) กรณีส่วนราชการออกหนังสืออยู่ในระดับกรมขึ้นไป ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเร่ืองทั้ง
ระดบั กรมและกอง

2) กรณีส่วนราชการออกหนังสอื ต่ากว่าระดับกรมลงมา ให้ลงช่ือส่วนราชการเจ้าของเร่ืองเพยี ง
ระดับกรม หรือส่วนราชการเจ้าของเรื่อง (พร้อมทั้งระบุหมายเลขโทรศัพท์ เช่น สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
นครปฐม เขต 2 กลมุ่ อานวยการ โทร. 034 331 123

2.2 ขอ้ ความ (เน้อื หา)
เนอื้ หาสาระที่ตอ้ งการจะใหผ้ รู้ ับได้ทราบข้อความในหนังสอื จะต้องชัดเจน เข้าใจง่าย และมีสาระ

ครบถว้ น ขอ้ ความในหนงั สือราชการแบง่ ออกเป็น 3 ส่วน คอื
1) ส่วนเนื้อหา ทีเ่ ปน็ เหตุ หรอื ความเปน็ มาของเรอ่ื ง
2) สว่ นเนอ้ื หา ท่ีเป็นผลการดาเนนิ งาน หรือผลจากเหตุ
3) ส่วนเนอื้ หา ที่เป็นจดุ ประสงค์

2.3 ท้ายหนงั สือ
ใชเ้ ช่นเดียวกับหนงั สอื ภายนอก แต่ไม่มคี าลงทา้ ย เช่น จงึ เรยี นมาเพือ่ ทราบ

(นายสญชยั รัศมีแจ่ม)
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นกระทุ่มลม้

ค่มู ือบรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)์ิ 28

แบบหนงั สือภายใน ชนั้ ความลบั (ถ้ามี)
( ตามระเบยี บข้อ ๑๒ )
บนั ทึกขอ้ ความ
ชั้นความเร็ว (ถ้ามี)

สว่ นราชการ ..........................................................................................................………………………..
ท…ี่ ........................................................................................................……………………………………
เรื่อง……………………..................................................................……………………………………….

(คาขนึ้ ต้น).........................................

(ข้อความ)………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
...........................

( ลงช่อื )……………………………………..
( พมิ พช์ อื่ เตม็ )

(ตาแหนง่ )…………………………………..
ชน้ั ความลบั (ถ้ามี)

คมู่ ือบรหิ ารงานทว่ั ไป โรงเรยี นบ้านกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ์) 29

3. หนงั สือประทับตรา
หนังสอื ประทับตรา คอื หนังสอื ที่ใช้ประทบั ตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าสว่ นราชการระดบั กรมขึ้นไป

โดยให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป
เป็นผู้รับผิดชอบลงช่ือย่อกากับตราการใช้หนังสือประทับตรา ให้ใช้ได้ระหว่างส่วนราชการกับส่วนราชการ
เช่น ระหว่างสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 กับ สานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน หรือใช้ระหว่างส่วนราชการกับบุคคลภายนอก เช่น ระหว่างสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
นครปฐม เขต 2 กับ นายสญชัย รัศมีแจ่ม ในการใช้หนังสือประทับตรา ให้ใช้เฉพาะกรณีท่ีไม่ใช่เรื่องสาคัญ
ซึ่งได้แก่

• การขอรายละเอียดเพิ่มเติม
• การส่งสาเนาหนังสอื สิง่ ของ เอกสาร หรือบรรณสาร
• การตอบรบั ทราบท่ีไม่เกีย่ วกับราชการสาคัญหรือการเงนิ
• การแจง้ ผลงานทไ่ี ด้ดาเนินการไปแล้วให้สว่ นราชการทเ่ี ก่ยี วข้องทราบ
• การเตือนเรื่องท่ีค้าง เช่น ส่วนราชการ ก. ได้มีหนังสือขอให้ส่วนราชการ ข. ชี้แจงรายละเอียด
เพิม่ เติม ไปเป็นเวลานานแล้วยงั ไม่ได้รบั คาตอบ สว่ นราชการ ก. จงึ ทาหนงั สอื
• เรอื่ งซ่งึ หวั หน้าสว่ นราชการระดับกรมขึน้ ไปกาหนดโดยทาเปน็ คาสัง่ ใหใ้ ช้หนังสอื ประทับตรา
รายละเอยี ดของหนังสือประทบั ตรา
3.1 ที่ ใชล้ งรหสั ตัวพยัญชนะและเลขประจาตัวของเจา้ ของเรื่อง ซ่งึ มีการกาหนดรหัสพยัญชนะ และ
เลขประจาตัวของเจา้ ของเรอื่ ง เชน่ เดยี วกบั หนังสอื ภายนอก ข้อ (1)
3.2 ถึง ให้ลงช่ือส่วนราชการ หน่วยงาน หรือบุคคลท่ีหนังสือนั้นมีถึง เช่น ถึงกรมบัญชีกลาง
ประทับตรา ไม่ใช้คาข้ึนต้นจึงตอ้ งดฐู านะของผรู้ บั หนงั สือด้วยว่าสมควรจะใชห้ นงั สือประเภทน้หี รือไม่
3.3 ขอ้ ความ ให้ลงสาระสาคัญของเร่อื งให้ชัดเจนและเขา้ ใจง่าย
3.4 ชื่อส่วนราชการท่ีส่งหนังสือออก ให้ลงชื่อส่วนราชการท่ีส่งหนังสืออกไว้ใต้ข้อความพอสมควร
เชน่ สานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษานครปฐม เขต 1
3.5 วัน เดือน ปี ให้ลงตัวเลขของวันท่ี ช่ือเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชท่ีออกหนังสือ
เช่น 19 เมษายน 2553
3.6 ตราชื่อส่วนราชการ ใหป้ ระทบั ตราชอื่ สว่ นราชการ ซ่งึ กาหนดลักษณะไว้ตามระเบยี บ ขอ้ 72
3.7 ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ให้ลงช่ือส่วนราชการเจ้าของเร่ือง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือ
ให้พมิ พ์ไวร้ ะดบั ตา่ ลงมาอีกหนง่ึ บรรทัด จากบรรทัดสุดทา้ ยของหนงั สอื ทางริมกระดาษซา้ ยมือ
3.8 โทร. หรือท่ีตั้ง ให้ลงหมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเร่ือง และหมายเลขภายใน
ตู้สาขา (ถ้ามี) ด้วย ในกรณีที่ไม่มีโทรศัพท์ ให้ลงที่ต้ังของส่วนราชการ เจ้าของเร่ืองโดยให้ลงตาบลที่อยู่ตามความ
จาเป็น และแขวงไปรษณีย์ (ถา้ มี)

คมู่ ือบรหิ ารงานทว่ั ไป โรงเรยี นบา้ นกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 30

แบบหนงั สือประทบั ตรา ช้ันความลับ (ถา้ ม)ี
( ตามระเบียบขอ้ 14 )
ช้ันความเร็ว (ถ้ามี)

ที่ ศธ …………/ ……..
ถึง………………………………………………………………..

(ข้อความ)………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………

…………………………………………………..
( ลงช่อื สว่ นราชการท่ีออกหนังสอื )
( ตราชอื่ สว่ นราชการ )
(ลงชื่อยอ่ กากบั ตรา)
(วัน เดอื น ปี )

(สว่ นราชการเจา้ ของเรื่อง)
โทร……………………..
โทรสาร……………………….

ช้ันความลับ (ถ้าม)ี

ค่มู ือบริหารงานท่วั ไป โรงเรียนบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ)์ 31

4. หนงั สือสั่งการ
หนังสือสัง่ การ มี 3 ชนิด ได้แก่ คาสง่ั ระเบยี บ และข้อบงั คบั ตวั อยา่ ง เชน่ คาสงั่
4.1 คาส่ัง เป็นข้อความที่ผู้บังคับบัญชาส่งั การให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย กาหนดให้ใช้กระดาษ

ตราครฑุ ซึง่ มสี ่วนประกอบ คือ
1) คาสั่ง
2) ท่ี
3) เรือ่ ง
4) ข้อความ
5) สงั่ ณ วันท่ี
6) ลงชอื่
7) ตาแหนง่
รายละเอยี ดของหนังสือส่งั การ (คาส่งั ) มีดังน้ี
1) คาสง่ั
ให้ลงช่ือส่วนราชการ หรอื ตาแหนง่ ของผู้มีอานาจที่ออกคาสง่ั เชน่ คาสง่ั สานักงานเขตพ้ืนที่

การศกึ ษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2
2) ท่ี
ใหล้ งเลขท่ีทอ่ี อกคาสง่ั โดยเริ่มฉบับแรกจากเลข 1 เรยี งเปน็ ลาดบั ไปจนสนิ้ ปีปฏิทิน ทับเลขปี

พทุ ธศักราชทอี่ อกคาส่ัง เชน่ 1/2550
3) เร่อื ง
ใหล้ งชอื่ เร่อื งที่ออกคาส่งั เชน่ แตง่ ตงั้ กรรมการคดั เลือกบคุ คลเขา้ เปน็ ลูกจ้างชัว่ คราว
4) ข้อความ
ให้อ้างเหตทุ ี่ออกคาส่ัง และอา้ งถึงอานาจท่ีให้ออกคาสง่ั (ถ้ามี) ไว้ดว้ ย แล้วจงึ ลงขอ้ ความที่สงั่

และวันใช้บงั คับ
5) ส่ัง ณ วนั ท่ี
ใหล้ งตัวเลขของวันท่ี ช่ือเต็มของเดือน และตวั เลขของปีพุทธศกั ราชท่อี อกคาสง่ั
6) ลงช่อื
ใหล้ งลายมือช่ือผ้อู อกคาสงั่ และพมิ พช์ อ่ื เต็มของเจ้าของลายมือชอ่ื ไว้ใตล้ ายมือช่ือ
7) ตาแหน่ง ตามตัวอย่างแบบของหนงั สือสง่ั การ
ใหล้ งตาแหนง่ ของผู้ออกคาสงั่

คมู่ ือบรหิ ารงานทว่ั ไป โรงเรียนบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)ิ์ 32

คาส่งั (ส่วนราชการหรือตาแหนง่ ของผมู้ ีอานาจที่ออกคาสงั่ )
ที.่ .........../............

เรอ่ื ง.........................................................................
...............................................

ข้อความ...................................................................................................................... ........
.................................................................................. ........................................................................
............................................................................................................................. .............................
......................................................................................................................................................... .
............................................................................................................................. .............................
............................................................................................................................. .............................

ทง้ั น้ี ต้งั แต.่ ........................................................
ส่ัง ณ วนั ที่.......................................................
( ลงชือ่ )……………………………………..
( พิมพช์ ่ือเตม็ )
(ตาแหนง่ )…………………………………..

4.2 การออกเลขที่คาสง่ั ของโรงเรยี น
เมอ่ื มกี ารจดั พิมพ์คาสงั่ แต่งตัง้ ของโรงเรียน ดาเนินการ ดังน้ี

คู่มือบรหิ ารงานทั่วไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 33

1) เจา้ ของเรอ่ื งจัดพมิ พ์คาสงั่ แต่งตัง้ ภายในโรงเรียน
2) เสนอหนงั สอื ตามลาดบั สายการบงั คบั บัญชาถึงผอู้ านวยการโรงเรยี นลงนาม
3) ธรุ การโรงเรยี น ดาเนนิ การลงเลขท่ีคาส่งั วันท่ี เรือ่ ง และผปู้ ฏิบัตใิ นทะเบียนคาสัง่
4) สาเนาเร่ืองแจกให้ผเู้ ก่ยี วขอ้ งเพ่ือดาเนินการต่อไป
5) เกบ็ ต้นฉบบั ปดิ ไว้ทีส่ มุดคาส่ัง
6) สาเนาคฉู่ บับเก็บไว้กับเรอ่ื งทีด่ าเนินการ

แบบทะเบียนคาส่ัง

วนั ที่ ....... เดอื น ............................ พ.ศ. ..............

เลขทีค่ าส่งั ลงวนั ท่ี เรอื่ ง ผู้ปฏิบตั ิ หมายเหตุ

5. หนังสอื ประชาสัมพันธ์
หนังสือประชาสัมพนั ธ์ มี 3 ชนดิ ไดแ้ ก่ ประกาศ แถลงการณ์ ขา่ ว
ตวั อยา่ งทไี่ ดป้ ฏิบตั ิเปน็ ประจา เชน่ ประกาศ
5.1 ประกาศ เป็นข้อความที่ทางราชการประกาศ หรือชี้แจงให้ทราบหรือแนะแนวทางให้ปฏิบัติ

กาหนดให้ใช้กระดาษตราครฑุ ซ่ึงมสี ่วนประกอบ คอื
1) ประกาศ
2) เร่อื ง
3) ข้อความ
4) ประกาศ ณ วนั ที่
5) ลงช่อื
6) ตาแหนง่ ตามตัวอยา่ งแบบของหนงั สือประชาสัมพันธ์ (ประกาศ)ทร่ี ะบไุ ว้

ในภาคผนวกของระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
รายละเอียดของหนงั สือประชาสัมพนั ธ์ (ประกาศ) คือ
1) ประกาศ
ให้ลงชื่อสว่ นราชการทอ่ี อกประกาศ

คมู่ อื บรหิ ารงานทวั่ ไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์ิ) 34

2) เรอ่ื ง
ใหล้ งชอ่ื เรื่องทปี่ ระกาศ
3) ข้อความ
ใหอ้ ้างเหตผุ ลทีต่ อ้ งออกประกาศและขอ้ ความทปี่ ระกาศ
4) ประกาศ ณ วนั ท่ี
ใหล้ งตัวเลขของวันท่ี ช่อื เต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศกั ราชท่ีออกประกาศ
5) ลงช่อื
ให้ลงลายมือชื่อผ้อู อกประกาศ และพมิ พ์ช่ือเต็มของเจา้ ของลายมือชือ่ ไวใ้ ต้ลายมอื ช่ือ
6) ตาแหน่ง ตามตัวอยา่ งแบบของหนังสือประชาสัมพนั ธ์ (ประกาศ)
ใหล้ งตาแหนง่ ของผูอ้ อกประกาศ
*** ในกรณีที่กฎหมายกาหนดใหท้ าเปน็ แจง้ ความ ใหเ้ ปลีย่ นคาว่า ประกาศ เป็น แจง้ ความ

แบบประกาศ

( ตามระเบียบข้อ 20 )

ประกาศ(ชื่อสว่ นราชการทอ่ี อกขอ้ บังคับ)
เร่อื ง………………………………………………………….

………………………………………
(ข้อความ)………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………….

ประกาศ ณ วนั ที่………….พ.ศ………………………………….
(ลงช่อื )…………………………….
(พมิ พช์ ื่อเต็ม)
(ตาแหน่ง)…………………………….

6. หนงั สอื เจา้ หนา้ ท่ีทาข้นึ หรอื รบั ไวเ้ ป็นหลกั ฐานในราชการ

คมู่ อื บรหิ ารงานทว่ั ไป โรงเรียนบ้านกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)ิ์ 35

เปน็ หนังสอื ท่ที างราชการทาขน้ึ นอกจากท่ีกล่าวมาแลว้ ข้างต้น หรอื หนงั สือที่บุคคลภายนอก หรอื
หน่วยงานที่ไมใ่ ช่สว่ นราชการมีมาถึงสว่ นราชการ และสว่ นราชการรบั ไว้เปน็ หลกั ฐานของทางราชการมี 4 ชนิด
ไดแ้ ก่

6.1 หนงั สอื รับรอง
6.2 รายงานการประชุม
6.3 บนั ทกึ
6.4 หนังสอื อนื่ ๆ
รายละเอียดของหนังสือประชาสมั พนั ธ์ (ประกาศ) คือ
6.1 หนังสือรับรอง คือ หนังสอื ท่ีส่วนราชการออกเพื่อรับรองแก่บุคคล นิตบิ ุคคล หรือหนว่ ยงาน
เพ่ือวัตถุประสงค์อย่างหน่ึงอย่างใดให้ปรากฏแก่บคุ คลท่ัวไป

แบบหนังสือรับรอง ชั้นความลบั (ถ้ามี)

( ตามระเบียบข้อ 24 )

ท่ี ศธ …………../ …….. สว่ นราชการ..........................................

(ขอ้ ความ)หนังสือฉบับนใี้ ห้ไวเ้ พ่อื รับรองวา่ (ระบชุ ื่อบุคคล นติ ิบุคคล หรอื หน่วยงานทจี่ ะให้การรับรอง

พรอ้ มทัง้ ลงตาแหนง่ และสงั กัด หรอื ที่ตง้ั แลว้ ต่อด้วยข้อความที่รบั รอง)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….

ใหไ้ ว้ ณ วันท่ี….………………………………พ.ศ…………….

( ส่วนนีใ้ ช้สาหรบั เร่ืองสาคญั ) ( ลงชื่อ )

( พิมพ์ชอื่ เตม็ )

(ตาแหนง่ )

รูปถา่ ย

(ถ้ามี)

( ประทับตราชื่อสว่ นราชการ )

(ลงช่อื ผไู้ ด้รบั การรับรอง)
(พิมพ์ช่ือเตม็ )

ชัน้ ความลับ (ถา้ มี)

6.2 รายงานการประชมุ คอื การบนั ทึกความเห็นของผมู้ าประชุม ผูเ้ ขา้ รว่ มประชมุ และมตขิ อง

คู่มือบริหารงานท่วั ไป โรงเรียนบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ)์ 36

ท่ีประชมุ ไว้เป็นหลักฐาน โดยกรอกรายละเอยี ด ดงั น้ี

แบบรายงานการประชุม
( ตามระเบียบข้อ 25 )
รายงานการประชุม………………………

ครงั้ ท…่ี …………….
เมอ่ื …………………………….. ณ ……………………………………………………….
ผมู้ าประชุม

1. ……………………………………………….. 2. …………………………………………….....
ผู้ไมม่ าประชุม (ถ้ามี)

1. …………………………………………………. 2. …………………………………………………
3. …………………………………………………
ผู้เข้ารว่ มประชมุ (ถ้ามี)
1. …………………………………………………. 2. …………………………………………………
เรมิ่ ประชุมเวลา..........................

นาย.........................................ตาแหน่งประธานกรรมการได้กล่าวเปิดประชมุ และทาหน้าทเ่ี ปน็
ประธานในที่ประชุมไดด้ าเนินการประชุมตามวาระตา่ งๆ ดังต่อไปนี้

ระเบียบวาระที่ 1 เรือ่ งประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ระเบียบวาระท่ี 2 เรอ่ื งรับรองรายงานการประชุมคร้ังท่ีแล้ว
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ระเบียบวาระที่ 3 เร่ืองเสนอให้ท่ีประชมุ ทราบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ระเบยี บวาระท่ี 4 เรือ่ งเสนอให้ท่ปี ระชุมพจิ ารณา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ระเบยี บวาระที่ 5 เรอ่ื งอืน่ ๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เลกิ ประชุมเวลา…………

ลงชอ่ื ………………….................ผ้จู ดรายงานการประชุม

(........................................................)

ลงชื่อ...............................................ผู้ตรวจรายงานการประชมุ

(........................................................)

คู่มือบรหิ ารงานทัว่ ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์ิ) 37

6.3 บันทึก คือ ข้อความซ่ึงผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาส่ังการ
แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือข้อความท่ีเจ้าหน้าท่ีหรือหน่วยงานระดับต่ากว่าส่วนราชการระดับกรมติดต่อกัน ในการ
ปฏิบตั ิราชการใช้กระดาษบันทึกข้อความ

6.4 หนังสืออ่ืน คือ หนังสือหรือเอกสารอ่ืนที่เกิดขึ้นเน่ืองจากการปฏิบตั ิงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็น
หลักฐานในราชการ เช่น ภาพถ่าย ฟิล์ม หรือหนังสือของบุคคลภายนอกท่ียื่นต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้า
ทะเบียนรับหนงั สือของทางราชการ มีรปู แบบที่ส่วนราชการกาหนดข้ึนตามความเหมาะสม เว้นแต่มีแบบตามกฎหมาย
เฉพาะเร่ือง เชน่ แบบสญั ญา หลักฐานการสอบสวน และคาร้อง เป็นต้น

สาหรับสถานศึกษา สมุดหมายเหตุรายวัน สมุดเย่ียม สมุดตรวจราชการ จัดเป็นเอกสารหลักฐานใน
ราชการท่มี คี วามสาคญั

สมุดหมายเหตุรายวัน
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับ ประกาศ คาสั่งท่ีเก่ยี วข้อง
1) โรงเรยี นตอ้ งใชส้ มุดหมายเหตุรายวนั ตามแบบของกระทรวงศึกษาธิการ
2) อา่ นข้อบังคับและคาอธบิ ายให้เข้าใจก่อนใช้
3) เขียนหรือพิมพ์ขอ้ ความปิดหนา้ ปก ดังน้ี
4) สมุดหมายเหตรุ ายวันเป็นเอกสารสาคัญตอ้ งเก็บรกั ษาไว้ใหด้ มี ิใหส้ ูญหาย
5) การเขยี นข้อความทปี่ กหนา้ ปกใน ควรเขียนเป็นตัวบรรจง วันท่ี เดอื น พ.ศ. ให้เขยี น

เปน็ ตัวหนังสอื มิให้เขยี นย่อ

สมดุ หมายเหตุรายวัน
เล่มท่ี..................
โรงเรยี น.......................................................................
อาเภอ.........................จังหวัด.......................................
เรม่ิ ใช้เมื่อวนั ท.่ี ........เดอื น.....................พ.ศ. ................
ถึงวันท.่ี ...................เดอื น......................พ.ศ. ...............

6) ตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรียน ตาแหน่งใดที่ไมใ่ ชใ้ ห้ขดี ออก
7) สาหรับโรงเรียนที่สังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ให้ผู้อานวยการ
สานกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษา ลงชือ่ ให้ใชส้ มุดหมายเหตรุ ายวัน
8) ลงสมุดหมายเหตุรายวันด้วยหมึกดาเสมอ หากเขียนผิดพลาดให้ขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดง และ
เขียนด้วยหมึกแดง ลงนาม วัน เดือน ปี ย่อกากับไว้ทุกแห่งทุกคร้ังที่ขึ้นเล่มใหม่ หน้าแรกต้องบันทึกประวัติย่อ
โรงเรียนไว้ ประกอบด้วย การก่อตั้งเมื่อใด สอนชั้นใดบ้าง สถิติครูนักเรียน รายช่ือผู้บริหารโรงเรียน อาคารเรียน
มีกีห่ ลัง เป็นต้น

คมู่ อื บริหารงานทั่วไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)ิ์ 38

9) การบนั ทกึ วัน เดือน ปี ให้เขยี นตรงกึ่งกลางหน้ากระดาษ ถ้าผู้อานวยการสถานศึกษาบันทึก
ไมต่ ้องลงตาแหน่ง ถา้ ผรู้ กั ษาราชการแทนบันทึก ตอ้ งลงตาแหน่งกากับดว้ ย

10) รายการทีเ่ ปน็ ตวั เลข ให้ใชเ้ ลขไทยท้ังหมด
11) หน้าหนึ่งๆ ใชเ้ ต็มหนา้ ไม่เวน้ บรรทัด
12) ไม่ควรบันทกึ กระทบกระเทอื นผู้หน่ึงผูใ้ ด
13) ถ้าเหตกุ ารณ์ปกติ ควรบันทกึ ขอ้ ความ (ดงั ตวั อย่าง)

วนั ..............เดือน.........................พ.ศ............................
โรงเรียนเปิดเรยี นตามปกติ ครมู าทาการสอน............คน ไม่มา............คน นกั เรียนมาเรียน คิดเปน็

ร้อยละ.....................(นาย/นาง).................................เปน็ ครูเวรประจาวนั
14) กรณีท่ีผู้บริหารไม่สามารถปฏิบตั หิ นา้ ท่รี าชการได้ ให้ผ้รู ักษาราชการแทนเป็นผู้บันทึก

สมดุ หมายเหตรุ ายวัน
15) วันหยดุ ต่างๆ บันทกึ (ดงั ตัวอย่าง)

วนั ..............เดอื น.........................พ.ศ............................
วนั เฉลิมพระชนมพรรษาสมเดจ็ พระบรมราชนิ ีนาถ โรงเรยี นปิด 1 วนั
(ลงชือ่ ).............................................
16) ในวนั ปดิ ภาคเรียนใหบ้ ันทึก (ดังตัวอยา่ ง)

วนั ..............เดอื น.........................พ.ศ............................
ปิดภาคเรียนภาคตน้ ปกี ารศกึ ษา..............ตงั้ แตว่ ันท่.ี ............. เดอื น........................... พ.ศ............. ถึง

วนั ท่.ี ..................เดอื น........................พ.ศ..........................
(ลงชือ่ ).............................................

17. ต้องบันทึกหมายเหตุรายวันเป็นประจาอยู่เสมอ แม้ว่าปิดภาคเรียน หากมีเหตุกรณีพิเศษ
เกิดขึน้ กใ็ หบ้ ันทึกเปน็ วนั ๆ ตามความจรงิ

สมุดเยี่ยม
โรงเรียนต้องจดั ใหม้ ีสมดุ เย่ยี ม โดยใช้สมดุ เบอร์ 2 เขียนหรือพิมพล์ งในกระดาษสาหรับปิดหนา้ ปก ดังนี้

สมุดเยี่ยม
เลม่ ท่.ี .................
โรงเรยี น.......................................................................
อาเภอ.........................จงั หวัด.......................................
เรม่ิ ใช้เม่ือวนั ที่.........เดอื น.....................พ.ศ................
ถึงวนั ท.่ี ...................เดอื น......................พ.ศ..............

คู่มอื บรหิ ารงานทั่วไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์ิ) 39

ผู้มาเยี่ยมทุกคนไม่จากัดเพศ วัย สัญชาติ ศาสนา มีสิทธ์ิเขียนรายการแสดงความคิดเห็นลงในสมุดเยยี่ มได้
กรณีที่มาเยี่ยมเป็นคณะจะลงรายการเย่ยี มและเซ็นช่อื ร่วมกันก็ได้ ผู้มาเย่ียมมีสิทธ์ิเขียนรายการแสดงความคิดเหน็
ต่างๆ ได้ หากมีการบริจาคทรัพย์หรือสิ่งของอ่ืนใด ก็ให้ผู้มาเยี่ยมแสดงจานวนหรือรายการนั้นๆ ไว้ด้วย
ในช่องหมายเหตุ ผมู้ าเยีย่ มไมต่ ้องลงรายการแตอ่ ยา่ งใด

สมุดตรวจราชการ
จัดให้มีสมุดบันทึกการตรวจราชการไว้รับตรวจโดยเฉพาะ นอกเหนือจากสมุดหมายเหตุรายวัน
เพื่อใหผ้ ลการตรวจราชการเหน็ ไดช้ ัดเจน และมคี วามตอ่ เนื่อง โดยมีแบบ ดงั น้ี

สมดุ ตรวจราชการ
เล่มท่ี............
โรงเรยี น.......................................................................
อาเภอ.........................จงั หวดั .......................................
เร่ิมใช้เมอ่ื วนั ท่.ี ........เดอื น.....................พ.ศ................
ถึงวนั ท.ี่ ...................เดือน......................พ.ศ..............

ลาดับที่ แบบบันทึกการตรวจ การดาเนินการของผู้รบั การตรวจ
วัน เดือน ปี
สถานทด่ี าเนนิ งาน/โครงการท่ตี รวจ
คาแนะนาหรือการส่ังการของผตู้ รวจ

เมื่อผู้มีอานาจบันทึกการตรวจราชการไว้กลับไป ผู้รับการตรวจต้องดาเนินการตามท่ีบันทึกสั่งการใดๆ

ไว้ ว่าได้ดาเนินการไปอย่างไร แล้วสาเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ตรวจท่ีลงนามไว้ ทราบภายใน 7 วันนอกจากหนังสือ
ราชการ ท้ัง 6 ประเภท นี้แล้ว ควรจะรู้วิธีปฏบิ ัตเิ ก่ียวกับหนังสอื ท่ีต้องปฏบิ ัติให้เร็วกว่าปกติ หรือท่ีเรียกว่าหนังสอื

ราชการดว่ น และการทาสาเนาหนังสือราชการ
หนงั สือทต่ี ้องปฏบิ ัตใิ หเ้ ร็วกว่าปกติ

เป็นหนงั สือทีต่ ้องจัดสง่ และดาเนนิ การทางสารบรรณ ด้วยความรวดเรว็ เป็นพเิ ศษ แบ่งเปน็
3 ประเภท คอื

1) ดว่ นทสี่ ุด ใหเ้ จา้ หน้าทป่ี ฏิบตั ใิ นทันทีทไี่ ด้รบั หนงั สอื นน้ั
2) ดว่ นมาก ให้เจา้ หนา้ ท่ปี ฏบิ ตั ิโดยเรว็

3) ดว่ น ให้เจา้ หนา้ ที่ปฏบิ ตั โิ ดยเรว็ เรว็ กว่าปกตเิ ท่าที่จะทาได้

คมู่ อื บรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรียนบ้านกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 40

การเสนอหนงั สือราชการ
การเสนอหนังสือราชการ คือ การนาหนังสือที่ดาเนินการชั้นเจ้าหน้าท่ีเสร็จแล้ว เสนอต่อ
ผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาบันทกึ สง่ั การ ทราบ และลงชือ่
หลักการเสนอหนังสือราชการ ให้เสนอไปตามสายการปฏิบัติงาน ตามลาดับชั้นของ
ผู้บงั คบั บัญชา ยกเว้นกรณี ดังต่อไปน้ี
1) เรื่องที่มีการกาหนดชั้นความเร็วหรือเฉพาะเจาะจงถึงบุคคล ให้เสนอโดยตรงได้ แต่ต้อง
รายงานให้ผู้บงั คับบญั ชาทราบด้วย
2) เร่ืองท่ีมีกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ กาหนดไว้โดยเฉพาะ เช่น เร่ืองร้องเรียน
การกลา่ วหาหรอื อทุ ธรณ์คาสั่งต่อผูบ้ งั คับบญั ชาช้ันเหนอื ข้นึ ไป
วธิ ีเสนอหนังสือ เจ้าหนา้ ที่ ควรแยกหนังสอื ที่เสนอออกเปน็ ประเภทตา่ งๆ เสยี กอ่ น ดังนี้
1) เรอ่ื งลับ ใหแ้ ยกปฏบิ ตั ิตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2517
2) เรอ่ื งด่วน ดว่ นมาก ดว่ นทส่ี ุด ให้แยกออกปฏิบตั ิโดยเร็ว และรบี เสนอขนึ้ ไปทันที
3) เรอื่ งอ่นื ๆ ให้พจิ ารณาและจัดเรียงลาดับวา่ เปน็ เรื่องทต่ี ้องส่ังการพจิ ารณา หรอื เพอื่ ทราบ
แนวปฏิบตั ิการเสนอหนังสือ
1) โดยปกติการเสนอหนังสือต้องใส่แฟ้มเสนอเซ็น โดยแยกตามลักษณะความสาคัญของเรื่อง
แต่ให้จัดลาดับเรื่องท่ีต้องพิจารณาก่อนไว้ข้างหน้า เรื่องที่ได้รับมาก่อนต้องเสนอ เพื่อให้ได้รับการปฏิบัติให้เสร็จ
ก่อน ในกรณีท่ีส่วนราชการมีหนังสือราชการมาก ควรแยกเป็นประเภทละแฟ้ม หากส่วนราชการใดมีหนังสือ
ราชการนอ้ ย อาจใช้แฟ้มเดียวกไ็ ด้
2) การจัดหนังสือเสนอ ให้จัดให้สะดวกในการพิจารณา โดยมีเอกสารประกอบการพิจารณาให้
พร้อม และตอ้ งจัดให้เปน็ ระเบยี บ เพื่อใหพ้ ลิกดูได้ทันที
3) การเสนอหนังสือเร่อื งสาคัญ ซ่ึงมรี ายละเอียดจะต้องพจิ ารณามาก ผู้ทาเรือ่ งขอนาเร่อื งเสนอ
ด้วยตนเองก็ได้ ท้ังน้ี เพ่ือเปิดโอกาสให้ผู้บังคับบัญชาสอบถามเหตุผลบางประการประกอบการพิจารณา เมื่อได้รับ
อนุมตั แิ ล้วก็นาเรอ่ื งไปเสนอดว้ ยตนเอง
4) เร่ืองหนังสือฝากเสนอ คือ เป็นหนังสือจากหน่วยงานอ่ืน ซ่ึงไม่อยู่ในสายงานปกติของหน่วย
ราชการน้ันๆ ท่ีนาเสนอผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปพิจารณาส่ังการ ให้ผู้ฝากเสนอทาบัญชีเป็นหลักฐานไว้
เม่ือหนังสือฝากน้ันได้รับการพิจารณาแล้ว ผู้ฝากจะรับคืนไปให้ลงชื่อรับไว้ด้วย ผู้รับฝากจะต้องสนใจในการเสนอ
เทา่ ๆ กบั งานในหน่วยงานของตน
5) ลักษณะการจัดเรียงหนังสือเสนอ ให้เรียงลาดับข้ึนมา โดยเมื่อมีการบันทึกมาใหม่ให้เรียง
ซ้อนไว้ข้างหน้าเป็นลาดับ เม่ือเร่ืองไปถึงผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาจะเห็นบันทึกของผู้บันทึกหลังสุดมาก่อน
ส่วนผู้บันทึกแรกจะอยู่หลังสุด และเพ่ือความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชาในการพิจารณาความเห็นที่ผ่านข้ึนมา
ตามลาดับ จะให้หมายเลข 1, 2, 3 โดยเขียนตัวเองอยู่ในวงกลมกากับเร่ืองท่ีเสนอข้ึนมาตามลาดับก็ได้ ถ้าเรื่องที่
เสนอมหี ลายแผ่น เพอื่ ให้เกิดความเรยี บรอ้ ยและปอ้ งกนั การสญู หาย
ข้ันตอนในการรบั หนังสอื
หนังสือรับ หมายถึง หนงั สือที่ไดร้ บั เขา้ มาจากหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอกโรงเรยี น
ส่งเรอ่ื งมาท่ีโรงเรียน โดยงานธรุ การจะตรวจสอบหนังสือที่รบั เขา้ มา และจัดเสนอ ตามขั้นตอน ดงั นี้
1) จดั ลาดับความสาคญั และความเร่งดว่ นของหนังสอื เพ่ือดาเนนิ การก่อนหลงั

คู่มือบริหารงานทัว่ ไป โรงเรียนบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)ิ์ 41

2) ประทบั ตราลงรับหนงั สอื ที่มุมดา้ นขวาของหนังสือโดยกรอกรายละเอียด ดงั น้ี
2.1) เลขรับ ให้ลงเลขทรี่ ับตามเลขท่ีรบั ในทะเบียน
2.2) วันที่ ใหล้ งวนั เดือน ปี ทร่ี ับหนงั สอื
2.3) เวลา ใหล้ งเวลาทร่ี ับหนังสือ

ชอ่ื สว่ นราชการ .............................................

รบั ที่...............................................................

วนั ที่ ..............................................................

เวลา .............................................................

ตรารบั ขนาด 2.5*5 ซ.ม.
3) ลงทะเบียนรบั หนังสอื โดยดาเนนิ การกรอกรายละเอียด ดังน้ี
3.1) ทะเบียนหนังสอื รบั วันที่ เดอื น พ.ศ. ให้ลงวัน เดอื น ปี ท่ีลงทะเบยี นรับ
3.2) เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขลาดับของทะเบียนหนังสือรับเรียงลาดับติดต่อกันไป ตลอดปี
ปฏิทนิ เลขทะเบยี นของหนังสือรบั จะต้องตรงกบั เลขทีใ่ นการรบั หนังสอื
3.3) ท่ี ใหล้ งเลขที่ของหนังสอื ทรี่ ับเข้ามา
3.4) ลงวันที่ ให้ลงวนั เดือนปีของหนังสือทีร่ บั เขา้ มา
3.5) จาก ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือหรือช่ือส่วนราชการหรือช่ือบุคลากรในกรณีท่ีไม่มี
ตาแหนง่ ระบุ
3.6) ถงึ ให้ลงตาแหนง่ ของผ้ทู ห่ี นังสือน้นั มีถงึ หรอื ช่ือสว่ นราชการ หรือชือ่ บุคคลในกรณีที่ไม่มี
ตาแหนง่ ระบุ
3.7) เรอื่ ง ให้ลงชอื่ เรอื่ งของหนงั สือฉบบั นน้ั ในกรณีที่ไมม่ ีช่อื เรื่องให้ลงสรปุ เรอื่ งย่อ
3.8) การปฏิบัติ ใหบ้ นั ทึกการปฏบิ ตั เิ กีย่ วกบั หนงั สือฉบับน้ัน
4) คัดแยกหนังสือท่ีลงทะเบียนรับ ตามสายงาน แล้วให้หัวหน้ากลุ่มบันทึกให้ความเห็นแล้ว
จัดส่งให้ผู้รับผดิ ชอบ
5) การรับหนังสือภายในโรงเรียน เม่ือได้รับหนังสือแล้วให้งานธุรการปฏิบัติตามที่กล่าวข้างต้น
โดยอนโุ ลม

แบบทะเบียนหนงั สือรับ
วันท่ี ....... เดอื น ............................ พ.ศ. ..............

เลขทะเบียนรับ ท่ี ลงวนั ที่ จาก ถึง เรื่อง การปฏบิ ตั ิ หมายเหตุ

คูม่ ือบริหารงานทั่วไป โรงเรียนบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)ิ์ 42

การส่งหนังสือ
หนังสือท่ีผลิตแล้ว โรงเรียนจะส่งออกไปหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอกโรงเรียน
ปฏิบตั ติ ามขั้นตอน ดงั น้ี
1) ให้เจ้าของเร่ืองตรวจสอบความเรียบร้อยของหนังสือ รวมท้ังสิ่งที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน
และส่งเรอื่ งที่งานธุรการโรงเรียน
2) งานธุรการโรงเรียน ตรวจสอบความเรียบร้อยของหนังสืออีกครั้งหน่ึงว่าเอกสาครบถ้วน
หรอื ไม่ หรือข้อความท่พี ิมพม์ ามผี ิดตรงไหนบา้ ง กจ็ ะส่งคนื ให้แก้ไข
3) ธุรการโรงเรยี นลงทะเบยี นหนงั สือส่ง โดยกรอกรายละเอยี ดดงั น้ี
3.1) ทะเบยี นหนังสอื ส่ง วันที่ เดือน พ.ศ. ใหล้ งวันเดอื นปที ี่ลงทะเบยี น
3.2) เลขทะเบียนหนงั สือสง่ ให้ลงเลขลาดบั ของทะเบยี นหนังสอื สง่
3.3) ท่ี ใหล้ งรหสั ตัวพยญั ชนะและเลขประจาของสว่ นราชการเจา้ ของเรื่อง ทับเลขท่ีหนังสอื
สง่ ออก ในหนังสือทจ่ี ะส่งออก เช่น ศธ 04099/145
3.4) ลงวนั ท่ี ให้ลงวัน เดอื น ปที จี่ ะส่งหนังสือนัน้ ออก
3.5) จาก ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือ หรือชอื่ ส่วนราชการ
3.6) ถึง ให้ลงตาแหนง่ ของผทู้ ่ีหนงั สอื นน้ั มีถึง หรือถ้าไม่มี หรือไม่ทราบใหใ้ ช้ชอ่ื สว่ นราชการ
3.7) เรอื่ งใหล้ งชื่อเรือ่ งของหนงั สือฉบบั น้ัน ในกรณีทไี่ ม่มชี ือ่ เร่อื งให้ลงสรปุ เรื่องย่อจากหนงั สือส่งมา
4) ลงเลขทีแ่ ละวนั เดือนปใี นหนังสือทจ่ี ะส่งออกท้ังในต้นฉบบั สาเนาคฉู่ บับและสาเนาใหต้ รง
กบั เลขทะเบียนสง่ และวันเดือนปีในทะเบียนหนังสือสง่
5) ดาเนนิ การจดั ส่งหนังสอื กระทาได้ 2 วธิ ตี ามสถานการณ์ ดงั ต่อไปน้ี
5.1) จดั ส่งหนว่ ยงานภายนอกโรงเรยี น โดยดาเนินการจดั สง่ โดยตรง
5.2) จัดสง่ หนังสอื ทางไปรษณีย์

แบบทะเบียนหนังสือสง่
วันที่ ....... เดอื น ............................ พ.ศ. ..............

เลขทะเบยี นส่ง ท่ี ลงวันที่ จาก ถงึ เรื่อง การปฏบิ ตั ิ หมายเหตุ

คู่มือบรหิ ารงานทั่วไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์ิ) 43

การเกบ็ รักษา ยืม และทาลายหนงั สือ
การเก็บหนังสอื แบง่ ออกเป็น
1) เกบ็ ระหว่างปฏบิ ตั ิ
2) เก็บเม่อื ปฏิบตั เิ สร็จแลว้
3) เกบ็ เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
รายละเอียด มีดงั ต่อไปนี้
1) การเก็บระหว่างปฏิบัติ คือการเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จสมบูรณ์ให้อยู่ในความ
รับผิดชอบของเจา้ ของเรอ่ื ง โดยให้กาหนดวธิ ีการเกบ็ ให้เหมาะสมตามขั้นตอนของการปฏบิ ตั งิ าน เช่น

1.1) การเก็บหนังสอื ระหว่างปฏบิ ัติของเจา้ หน้าที่ รับ – สง่ หนังสอื จัดใหม้ ีแฟม้ จัดเกบ็ คือ
1) แฟ้มรับเรื่องเข้าใหม่
2) แฟ้มเสนอเซ็นเรื่องดว่ นมาก ปกปิด
3) แฟม้ เสนอเซน็ เรอื่ งธรรมดา
4) แฟม้ รอสง่

1.2) การเก็บหนังสอื ระหวา่ งปฏบิ ัติของเจา้ หน้าทเ่ี จ้าของเรอื่ ง
1) แฟม้ เรอ่ื งเขา้ ใหม่
2) แฟ้มเรอ่ื งกาลงั ดาเนินการ
3) แฟม้ รอตอบ – รอสง่

เมอื่ เสร็จส้นิ การทางานในแต่ละวนั ใหเ้ จา้ หนา้ ท่เี จ้าของเร่อื งจดั เกบ็ แฟม้ ให้เรยี บร้อย
2) การเกบ็ เม่อื ปฏบิ ตั ิเสร็จแล้ว คือ การเกบ็ หนังสอื ที่ปฏบิ ัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไร
ท่จี ะต้องปฏบิ ัติต่อไปอีก โดยดาเนนิ การผรู้ ับผิดชอบการจดั ดาเนนิ การ
การเกบ็ ระหวา่ งปี คือ การจัดเกบ็ หนังสอื ราชการท่ีปฏิบัตเิ สรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ แต่ยังอยู่ระหว่างปี
ปฏิทิน เพ่ือสะดวกในการค้นหา เจ้าหน้าท่ีควรจัดแฟ้มเก็บเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ โดยโรงเรียนสามารถแบ่งกลุ่ม
การเกบ็ ดังนี้
เอกสารท่ีเข้ามาภายในโรงเรียนมาจากแหล่งต่างๆ มีทุกประเภท และมีจานวนมาก เอกสารทุก
ฉบับมีความสาคัญจะต้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพ่ือการค้นคว้าภายหน้า จึงจาเป็นต้องเก็บเอกสารต่างๆ เป็น
หมวดหมู่ และมีระเบียบเพื่อความสะดวกในการค้นหาไดง้ ่ายสะดวก รวดเร็ว และให้เอกสารอยูใ่ นสภาพท่ีเรียบร้อย
ไมช่ ารดุ เสยี หาย การเกบ็ เอกสารตามหมวดหมตู่ ามการปฏบิ ตั ิจริง
เรอื่ งตา่ งๆ ภายในโรงเรยี นสามารถ แบ่งเปน็ หมวดหมู่ได้ ดงั นี้
การแบง่ หมวดหนงั สือ
1) หมวดการบริหารท่วั ไป
2) หมวดการบรหิ ารวิชาการ
3) หมวดการบริหารงบประมาณ
4) หมวดการบรหิ ารงานบุคคล
การแบ่งกลุ่มเร่อื ง เป็นการเกบ็ เรือ่ งทม่ี ีความสัมพันธก์ ันไวใ้ นหมวดเดยี วกัน โดยกาหนด
รหสั ตัวเลข ทา้ ยรหสั ตวั อักษรประจาหมวด เช่น หมวดการบริหารงานบุคคล (บค)

คู่มอื บรหิ ารงานท่ัวไป โรงเรียนบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์)ิ 44

หมวดการบรหิ ารงานบคุ คล (บค)
P 1 กล่มุ เรอื่ งการพัฒนาบคุ ลากร
P 2 กลุ่มเรื่องการแตง่ ต้ัง/ยา้ ย

ตวั อยา่ งทะเบียนการจดั เก็บหนงั สือราชการ

แฟ้มท่ี รหสั แฟ้ม เร่ือง หมายเหตุ

1 บค 1/1 บค 1 กล่มุ เร่อื งการพฒั นาบุคลากร
2 บค 1/2 การประชุม อบรม สัมมนา
การศึกษาดงู านของข้าราชการครู

การเก็บเมอื่ สนิ้ ปี ดาเนินการประทบั ตรากาหนดเก็บหนังสอื มุมล่างด้านขวาของกระดาษแผ่นแรก
และลงลายมือชื่อยอ่ กากบั ตราหนงั สอื ทเี่ กบ็ ไวต้ ลอดไป โดยปฏิบัติ ดังน้ี

1) ประทบั ตรา ห้ามทาลาย ดว้ ยหมกึ สีแดง
2) หนังสือท่ีต้องเก็บโดยมกี าหนดเวลา ประทับตรา เก็บถงึ พ.ศ…… ดว้ ยหมึกสนี า้ เงิน
3) อายุการเก็บหนังสือ ปกตไิ มน่ ้อยกว่า 10 ปี ยกเวน้

3.1) หนงั สือท่ตี ้องสงวนไวเ้ ปน็ ความลบั
3.2) หนังสือทีเ่ ป็นหลกั ฐานทางอรรถคดี สานวนของศาลหรือพนักงานสอบสวน
3.3) หนงั สือทเ่ี ก่ียวกับประวตั ศิ าสตร์ ขนบธรรมเนยี ม จารตี ประเพณี สถิติ หลักฐาน
หรอื เร่อื งท่ตี อ้ งใช้สาหรบั ศึกษาค้นคว้า
3.4) หนังสอื ทีป่ ฏิบัติงานเสรจ็ ส้ินแล้ว และเปน็ คู่สาเนาท่มี ตี ้นเร่อื งคน้ ได้จากที่อ่ืน
เก็บไวไ้ มน่ ้อยกว่า 5 ปี
3.5) หนังสือท่ีเป็นธรรมดา ซ่ึงไม่มีความสาคัญ และเป็นเร่ืองที่เกิดขึ้นเป็นประจาเก็บไว้ไม่
น้อยกว่า 1 ปี หนังสือที่เก่ียวกับการเงิน ซึ่งไม่ใช่เอกสารสิทธิ หากเห็นว่าไม่จาเป็นต้องเก็บถึง 10 ปี ให้ทาความ
ตกลงกบั กระทรวงการคลังเพื่อขอทาลายได้ ทกุ ปปี ฏิทนิ ให้สว่ นราชการจัดส่งหนงั สอื ที่มีอายุครบ 25 ปี พร้อมบัญชี
สง่ มอบใหก้ องจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ ภายใน 31 มกราคม ของปถี ัดไปเว้นแต่

• หนงั สอื ต้องสงวนเป็นความลับ

• หนังสอื ทม่ี ีกฎหมายขอ้ บงั คับหรอื ระเบยี บทีอ่ อกใชเ้ ป็นการทว่ั ไปกาหนดไวเ้ ปน็ อยา่ งอ่ืน

• หนงั สอื ทีม่ คี วามจาเป็นต้องเก็บไวท้ ่ีสว่ นราชการนั้นการทาลายหนังสือ
ภายใน 60 วัน หลังสิ้นปีปฏิทิน ให้เจ้าหน้าท่ีสารวจและจัดทาบัญชีหนังสือขอทาลายเสนอหัวหน้า
ส่วนราชการระดับกรม เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการทาลายหนังสือ คณะกรรมการทาลายหนังสือ
ประกอบดว้ ย ประธาน และกรรมการอกี อย่างน้อย 2 คน (ระดับ 3 ขน้ึ ไป)

3) การเก็บไว้เพ่ือใช้ในการตรวจสอบ คือ การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว
แตจ่ าเปน็ จะตอ้ งใช้ในการตรวจสอบเปน็ ประจา ไม่สะดวกในการสง่ เกบ็ ใหเ้ จา้ ของเร่อื งเกบ็ เปน็ เอกเทศได้

ค่มู อื บริหารงานทว่ั ไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)ิ์ 45

2. งานธรุ การท่วั ไป
2.1 การกาหนดเวลาทางานและวันหยดุ ราชการ
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คาส่งั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ด้วยกาหนดเวลาและวันหยดุ ราชการของสถานศกึ ษา พ.ศ. 2547
ขา้ ราชการผปู้ ฏิบตั ิงานในสถานศกึ ษา มีความจาเปน็ ต้องปฏบิ ัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่า

ด้วยกาหนดเวลาทางานและวันหยุดราชการของสถานศึกษา ดงั นี้
1) ให้สถานศึกษาเริ่มทางานต้ังแต่เวลา 08.30-16.30 น. พักกลางวันเวลา 12.00-13.00 น.

เป็นเวลาทางานตามปกติ โดยมีวันหยุดราชการประจาสัปดาห์คือ วันเสาร์และวันอาทิตย์ หยุดราชการเต็มวัน
ท้ังสองวัน แต่ทั้งนี้ทั้งน้ัน เวลาทางานในสถานศึกษา อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ข้ึนอยู่กับข้อตกลง
ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา

2) วันปิดภาคเรียนให้ถือว่าเป็นวันพักผ่อนของนักเรียน ซ่ึงสถานศึกษาอาจอนุญาตให้ข้าราชการ
หยดุ พักผอ่ นดว้ ยก็ได้ แตถ่ า้ มรี าชการจาเป็นใหข้ ้าราชการมาปฏิบตั ิราชการเหมอื นการมาปฏิบัตริ าชการตามปกติ

3) วันที่สถานศึกษาทาการสอนชดเชยหรือทดแทน เนื่องจากสถานศึกษาสั่งปิดด้วยเหตุพิเศษหรือ
กรณพี ิเศษต่าง ๆ ให้ถอื วา่ เปน็ วนั ทางานปกตติ ามระเบียบนี้

2.2 การเปิดและปิดสถานศึกษา
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคบั ประกาศ คาส่งั ทเ่ี กีย่ วข้อง
ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยปีการศึกษา การเปดิ และปดิ สถานศึกษา พ.ศ. 2549 และที่

แกไ้ ขเพิ่มเตมิ ฉบบั ท่ี 2 (พ.ศ. 2558)
ชว่ งเวลารอบปกี ารศึกษาหนึ่ง ถอื วา่ วนั ท่ี 16 พฤษภาคม เปน็ วันเริ่มตน้ ปกี ารศึกษา และวันที่ 15

พฤษภาคมของปีถดั ไป เปน็ วันสนิ้ ปกี ารศึกษา ซ่ึงในรอบปกี ารศึกษาหน่ึง ทางสถานศึกษาได้กาหนดวันเปิดและปิด
สถานศึกษาเปน็ 2 ภาคเรยี น คือ

1) ภาคเรยี นท่ีหนึ่ง วนั เปิดภาคเรยี น วันที่ 16 พฤษภาคม วันปดิ ภาคเรียน วนั ที่ 11 ตลุ าคม
2) ภาคเรยี นทสี่ องวนั เปิดภาคเรียนวนั ที่ 1 พฤศจิกายนวนั ปิดภาคเรยี นวนั ท่ี 1เมษายนของปีถดั ไป
ในการเปิดปิดสถานศึกษา อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ข้ึนอยู่กับดุลยพินิจของส่วน
ราชการเจา้ สงั กัด เปน็ ผู้กาหนดตามท่เี ห็นสมควร
2.3 การชักธงชาติ
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับ ประกาศ คาสั่งท่เี ก่ยี วขอ้ ง
ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าดว้ ยการชักธงชาตใิ นสถานศึกษา (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2561 ธงชาติไทยถือว่า
เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทย ท่ีจะสร้างความรู้สึกนิยมและภูมิใจในความเป็นชาติไทย กระทรวงศึกษาธิการ
จึงร่างระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ ว่าดว้ ยการชกั ธงชาติ ในสถานศึกษา เพ่อื กาหนดใหส้ ถานศึกษามกี ารชักธงชาติ
ข้นึ และลงตามเวลาในแต่ละวัน โดยกาหนดเวลาชักธงชาตขิ น้ึ และลง ดังต่อไปน้ี
1) ในวนั เปดิ เรยี น ชักข้นึ เวลาเข้าเรยี น และเชญิ ลงเวลา 18.00 น.
2) ในวันปดิ เรยี น ชักข้ึนเวลา 08.00 และเชญิ ลงเวลา 18.00 น.
สถานศึกษาใดมีความจาเป็น ไม่อาจจะชักธงชาติข้ึนและลงตามเวลาท่ีกาหนดไว้ใน ข้อ 1 หรือข้อ 2
ได้ให้หัวหน้าสถานศึกษาเปน็ ผมู้ ีอานาจพจิ ารณาตามความเหมาะสม

ค่มู ือบรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ์) 46

การลดธงครึ่งเสา ในกรณีที่ทางราชการให้ลดธงครึ่งเสา เมื่อธงถึงยอดเสาแล้วจึงลดลงมาโดยเร็ว
ใหอ้ ยู่ในระดบั ความสงู 2 ใน 3 และเมื่อจะลดธงลงให้ชักขึ้นโดยเร็ว จนถึงยอดเสาก่อนจึงลดลง

2.4 การสอบ
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ประกาศ คาสง่ั ท่เี ก่ียวข้อง
ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ าร ว่าด้วยการปฏิบตั ิของผู้กากบั การสอบ พ.ศ. 2548
การดาเนินการจัดการสอบทุกประเภท ผู้ทาหน้าที่กากับการสอบมีส่วนสาคัญท่ีจะทาให้

การดาเนินการสอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังน้ัน ผู้กากับการสอบจึงจาเป็นต้องทราบถึงข้อปฏิบัติต่างๆ
เก่ยี วกบั หนา้ ทข่ี องตนเองท้ังในด้านที่พึงกระทาและไม่พงึ กระทา ดงั ตอ่ ไปนี้

1) ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนเก่ียวกับการสอบ ไปถึงสถานท่ีสอบก่อนเวลาเร่ิมสอบตามสมควร
หากไม่สามารถปฏิบัติได้ดว้ ยเหตุผลใดๆ ใหร้ บี รายงานผบู้ ังคับบัญชาทราบโดยด่วน

2) กากบั การสอบ ใหด้ าเนนิ ไปด้วยความเรยี บร้อย ไมอ่ ธบิ ายคาถามใดๆ ในข้อสอบแก่ผ้เู ขา้ สอบ
3) ไม่กระทาการใดๆ อันเป็นการรบกวนแก่ผเู้ ข้าสอบ รวมทงั้ ไมก่ ระทาการใดๆ อันเปน็ การกระทา
ให้การปฏบิ ัติหน้าท่ีของผู้กากบั การสอบไมส่ มบรู ณ์
4) แต่งกายใหส้ ภุ าพเรยี บรอ้ ย ตามแบบที่ส่วนราชการหรือสถานศึกษากาหนด หากผู้กากับการสอบ
ไม่ปฏิบัติตาม ให้ผ้บู ังคับบญั ชาพจิ ารณาความผิดและลงโทษ ตามควรแก่กรณี
5) ผู้กากับการสอบมีความประมาทเลินเล่อหรือจงใจ ละเว้นหรือรู้เห็นแล้วไม่ปฏิบัติตามหน้าที่
หรอื ไม่รายงานจนเป็นเหตุใหม้ ีการทจุ รติ ในการสอบเกิดข้ึน ถือว่าเปน็ การประพฤติผดิ วนิ ยั รา้ ยแรง
2.5 การพานักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานศกึ ษา
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คาส่งั ทเ่ี กี่ยวข้อง
ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ ว่าดว้ ยการพานกั เรยี นและนกั ศึกษาไปนอกสถานศกึ ษา พ.ศ.2548
การพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา หมายความว่า การท่ีครู อาจารย์ หรือหัวหน้า
สถานศึกษา พานักเรียนและนักศึกษาไปทากิจกรรมการเรียนการสอนนอกสถานศึกษา ต้ังแต่สองคนข้ึนไปซึ่งอาจ
ไปเวลาเปิดทาการสอนหรือไม่ก็ได้ แต่ไม่รวมถึงการเดนิ ทางไกลและการเข้าค่ายพักแรมของลูกเสือ ยุวกาชาด และ
เนตรนารี และการไปนอกสถานทตี่ ามคาสง่ั ในทางราชการ
หลกั เกณฑ์และข้อปฏบิ ตั ิในการพานักเรียนไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2548 มีข้ึนตอนการปฏิบัติ ดงั น้ี
1) การพาไปนอกสถานศกึ ษาไม่คา้ งคนื

ครูผูร้ บั ผิดชอบโครงการทาเร่ืองเสนอผ้บู ริหารสถานศกึ ษาพิจารณาอนุญาต
2) การพาไปนอกสถานศกึ ษาคา้ งคืน

ครูผูร้ ับผิดชอบโครงการทาเร่ืองเสนอผบู้ ริหารสถานศึกษา สง่ เรื่องเข้าสานักงานเขตพน้ื ท่ี
การศึกษา เพ่ือผูอ้ านวยการสานักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาพิจารณาอนุญาต

3) การพาไปนอกราชอาณาจกั ร
ครูผูร้ บั ผดิ ชอบโครงการทาเรื่องเสนอผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ส่งเร่ืองเข้าสานักงานเขตพน้ื ที่

การศกึ ษา เพ่ือดาเนนิ การตามขั้นตอน


Click to View FlipBook Version