The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการปฏิบัติงานบริหารงานทั่วไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by poramin-k2012, 2021-05-22 05:08:45

คู่มือการปฏิบัติงานบริหารงานทั่วไป

คู่มือการปฏิบัติงานบริหารงานทั่วไป

คู่มือบรหิ ารงานท่ัวไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ)์ 47

ขอ้ กาหนดตามระเบียบท่ีควรทราบ
1) ครูผ้คู วบคมุ จาเปน็ ตอ้ งมีครูทเี่ ป็นผชู้ ว่ ยผูค้ วบคมุ เพอ่ื ดูแลในการเดนิ ทาง โดยกาหนดให้ครหู น่งึ

คนต่อนักเรียนไมเ่ กนิ 30 คน
2) ทาการขอความรว่ มมอื ไปยังหนว่ ยงานต่างๆ ทเ่ี ก่ียวข้อง เพื่อขอคาแนะนาหรือขอความร่วมมือ

และต้องทาปา้ ยแสดงให้เหน็ ว่ายานพาหนะน้ันบรรทกุ นักเรียน
ในการดาเนนิ การทุกขัน้ ตอน ตอ้ งทาการขออนญุ าตผปู้ กครองของนกั เรียนทกุ คร้งั และหลงั จาก

กลบั มา ต้องรายงานผลการพานกั เรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษาให้กับผูส้ ัง่ อนุญาตทราบ

แบบขออนญุ าตพานักเรียน/นักศึกษาไปนอกสถานศึกษา

ท่ี ........................................................ สถานศึกษา...................................................

( วนั เดือน ปี ).........................................................

เรอื่ ง การพานักเรียน/นักศึกษา ไปนอกสถานศกึ ษา

เรียน .......................................................................

ขา้ พเจา้ ขออนญุ าตนานักเรียน/นักศึกษา มีจานวน ................คน และคร/ู อาจารย์ควบคุม.............คน โดย
ม.ี ................................................เปน็ ผคู้ วบคุมไปเพ่ือ............................................................................
ณ...........................................................................................จงั หวดั .......................... ........เริ่มออกเดินทางวนั ท่ี
.............เดือน.....................................พ.ศ......................เวลา.................น. และจะไปตามเสน้ ทางผา่ น
........................................................................................................................ ..............................................โดย
พาหนะ....................................................... จะพักค้างท.่ี ........................................................................และกลับถงึ
สถานศึกษาวันที.่ ............เดือน...................................พ.ศ.......................คา่ ใชจ้ า่ ยทั้งส้นิ จานวน
.................................................บาท การไปครงั้ น้ีได้ปฏิบตั ิตามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ วา่ ด้วยการพานกั เรยี น
และนกั ศกึ ษาไปนอกสถานศกึ ษาแลว้

จงึ เรยี นมาเพ่ือโปรดพจิ ารณาอนุญาต

ขอแสดงความนบั ถือ

(............................................)
ตาแหน่ง............................................

คมู่ ือบริหารงานทวั่ ไป โรงเรียนบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 48

แบบขออนุญาตผู้ปกครองพานักเรียน/นักศึกษาไปนอกสถานศึกษา

สถานศึกษา......................................................
( วนั เดือน ปี )..............................................................
เรอ่ื ง การพานักเรยี น/นักศึกษา ไปนอกสถานศึกษา
เรียน ....................................................................
ดว้ ย (ชื่อสถานศกึ ษา) ......................................................มคี วามประสงคจ์ ะขออนุญาตนา
(ชอื่ นกั เรยี น/นักศึกษา).................................................................ไปศึกษานอกสถานศึกษา ในการไปครั้งน้ี
มนี กั เรยี น/นกั ศกึ ษา จานวน.............คน มคี ร/ู อาจารย์ควบคุม.............คน โดยม.ี .......................................... เป็นผู้
ควบคุมไปเพ่ือ................................................. ณ ............................................จงั หวัด...........................เร่มิ ออก
เดินทางวันท่ี..........เดือน...................................พ.ศ............................เวลา..............น. และจะไปตามเสน้ ทางผ่าน
.........................................................โดยพาหนะ.......................จะพกั ค้างที่..............................และกลบั ถึง
สถานศกึ ษาวนั ท.่ี ..............เดือน...........................พ.ศ.................
คา่ ใช้จ่ายท้งั สนิ้ จานวน.........................................................บาท
จึงเรยี นมาเพื่อขออนญุ าต (ชื่อนกั เรยี น/นักศึกษา)...............................................................ไปศึกษานอก
สถานศึกษาในคร้ังนี้
ขอแสดงความนบั ถือ

(.......................................................)
ตาแหน่ง............................................................

-------------------------------โปรดกรอกแบบข้างลา่ งนแี้ ล้วสง่ กลับคืนสถานศึกษา-------------------------------------
ข้าพเจ้า.................................................... ผ้ปู กครอง (ดญ./ดช./นายนางสาว) ............................................

 อนญุ าต  ไม่อนญุ าต ให้..........................................................ไปศกึ ษานอกสถานศึกษาในคร้ังนี้

ลงชอ่ื ......................................................ผปู้ กครอง
(...................................................)

คู่มือบรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรียนบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์ิ) 49

แบบรายงานผลการพานกั เรียน/นักศึกษาไปนอกสถานศึกษา

ที่ ศธ ..........................................
สถานศึกษา...............................................

( วนั เดอื น ปี )..............................................................
เรอ่ื ง การพานักเรยี น/นกั ศึกษา ไปนอกสถานศกึ ษา
เรยี น .......................................................................

ตามทขี่ ้าพเจ้าไดร้ ับอนุญาตให้นานักเรยี น/นักศึกษา มจี านวน .............คน และครู/อาจารย์ควบคุม
..............คน โดยมี...................................................................................เป็นผู้ควบคุมไปเพ่ือ.......................
....................................ณ. ..................................................................จงั หวัด............. ....................................โดยเร่มิ
ออกเดินทางวนั ท.ี่ .........เดอื น................................พ.ศ.................เวลา.........................น. ได้ไปตามเส้นทางผ่าน
.................................................................โดยพาหนะ.......................................และไดก้ ลับถึงสถานศึกษาวันท่ี
.............เดือน..........................พ.ศ..................นนั้

การพานักเรียน/นักศกึ ษาไปครั้งนี้ เป็นไปด้วยความ................................(เรียบร้อยหรือไม่เรยี บรอ้ ย ให้
ช้แี จงโดยละเอียด)................................................................................................................................. .....
............................................................................................................................. ...........................................
............................................................................................................................. ...........................................

จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนบั ถือ

(............................................)
ตาแหนง่ .....................................................

ค่มู อื บรหิ ารงานท่ัวไป โรงเรียนบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)ิ์ 50

แบบบันทึกรายงานการพานกั เรียนไปทศั นศึกษานอกสถานศึกษา
ปกี ารศกึ ษา........................... โรงเรียน......................................

ครัง้ วันเดือนปี รายการ/กจิ กรรม ผลการดาเนนิ การ หมายเหตุ
ท่ี
จากคาส่งั รร.ท่.ี ......../......... นักเรยี นไดร้ ับ..................
1 เร่อื ง........................................................... ........................................
ลว. ....................มีครู........คน ........................................
นกั เรยี น......... คน(ชั้น....................... ) ........................................
ไดไ้ ปทัศนศึกษาตามเส้นทาง................ ........................................
............................................................. ........................................
............................................................. ........................................
โดยรถ................................................... ........................................
งบประมาณจาก....................................
เป็นเงินท้งั สิน้ ................................บาท

ปีการศึกษา............มกี ารพานักเรยี นไปศึกษานอกสถานศึกษา...........ครง้ั ร้อยละ.........ของนักเรยี นทัง้ หมด
นักเรียนรอ้ ยละ............ของโรงเรียน ได้ศกึ ษาแหล่งเรยี นร้นู อกสถานศกึ ษา
งบประมาณที่ใช้ทง้ั สน้ิ ....................บาท

2.6 การจัดระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวให้คาปรึกษา
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ประกาศ คาสง่ั ท่เี ก่ยี วข้อง
กฎกระทรวงกาหนดหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขในการจดั ระบบงานและกจิ กรรมในการแนะแนว

ใหค้ าปรกึ ษา และฝึกอบรมแก่นกั เรยี น นักศึกษา และผปู้ กครอง พ.ศ. 2548
กจิ กรรมแนะแนว หมายความวา่ กจิ กรรมทีเ่ ก่ียวกบั งานแนะแนว การให้คาปรึกษา แลฝกึ อบรม เพอ่ื

สง่ เสรมิ ความประพฤติทเี่ หมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภยั แกน่ ักเรียน นักศึกษาและ
ผู้ปกครอง

โรงเรียนต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ให้คาปรึกษา และฝึกอบรมแก่นักเรียน
และผูป้ กครอง โดยมีสาระสาคญั ดังนี้

1) พัฒนาระบบงานแนะแนวท่ีจะช่วยเหลือดูแลนักเรียนเป็นรายบุคคล ครูทุกคนมีบทบาทในการ
แนะแนว รู้จักและเข้าใจผู้เรียน ค้นพบและจัดการเรียนรู้ที่จะพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ให้คาปรึกษาด้านการ
ดารงชีวิต การปรับเปล่ียนพฤติกรรมการศึกษาต่อและการมีงานทา โดยให้มีระบบดูแลต้ังแต่แรกเข้า เพ่ือติดตาม
ดแู ลอย่างตอ่ เน่ืองจนจบการศึกษา

2) สารวจ เฝ้าระวัง และติดตามนักเรียนท่ีเสี่ยงต่อการกระทาผิด เพื่อจัดกิจกรรมในการพัฒนาและ
ปรบั เปล่ยี นพฤติกรรมอยา่ งเป็นระบบและตอ่ เน่ือง

ค่มู อื บรหิ ารงานทวั่ ไป โรงเรียนบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์ิ) 51

3) แจ้งให้ผู้ปกครองของนักเรียนที่เส่ียงต่อการกระทาผิดทราบถึงพฤติกรรม และหาแนวทางแก้ไข
ปัญหารว่ มกัน

4) จัดให้มีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัย ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรง โดยมีแผนงาน
ผ้รู บั ผิดชอบ และการตดิ ตามตรวจสอบ

5) สนับสนุนให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการส่งเสริมความประพฤติและความ
ปลอดภัยของนกั เรยี น

6) จัดให้มีระบบการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดาเนินงานต่อหน่วยงานต้นสังกัด
อยา่ งน้อยปีละหนึง่ คร้งั

2.7 การลงโทษนักเรยี น
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คาส่ังท่เี กยี่ วข้อง
1) ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ าร ว่าดว้ ยการลงโทษนกั เรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548
2) ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ าร ว่าดว้ ยการลงโทษนกั เรยี นและนักศึกษา (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2550
การลงโทษนักเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา

(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2550 มขี อ้ กาหนดไว้ ดังนี้
โทษท่ีจะลงโทษแก่นกั เรียนหรือนกั ศึกษาท่ีกระทาผดิ มี 5 สถาน ดังนี้
1) ว่ากลา่ วตักเตือน
2) ทาทัณฑ์บน
3) ตดั คะแนนความประพฤติ
4) ทากจิ กรรมเพอ่ื ปรับเปลย่ี นพฤติกรรม
การดาเนนิ การเพ่อื ใหป้ รับเปล่ียนพฤติกรรม ให้ปฏบิ ัติอย่างใดอยา่ งหนึ่ง ดังน้ี
4.1) ทาคณุ ประโยชนต์ ่อสาธารณะ เชน่ ทาความสะอาดโรงเรียน ฯลฯ
4.2) พฒั นาคุณธรรม จริยธรรม เชน่ เขา้ ค่ายอบรมหลักสูตรคณุ ธรรม
4.3) ส่งจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อการบาบดั ฟื้นฟู ซ่ึงการดาเนนิ การในสว่ นนี้จาเป็นต้องทา

ร่วมกันระหวา่ งสถานศึกษากับบิดามารดา ผปู้ กครองนักเรียน
5) พักการเรียน
การพักการเรียน ให้ทาได้ในกรกรณีอย่างใดอยา่ งหนึ่งดังต่อไปนี้
5.1) แสดงพฤตกิ รรมกา้ วร้าวเกนิ กว่าปกติ อนั มีผลกระทบต่อร่างกายหรอื จติ ใจของผู้อื่น
5.2) แสดงพฤตกิ รรมท่ขี ัดต่อความสงบเรยี บรอ้ ย หรอื ศลี ธรรมอย่างรา้ ยแรง
5.3) แสดงพฤติกรรมรุนแรงท่ีอาจละเมิดสิทธิของผูอ้ ื่น
5.4) กระทาการท่ีเส่ียงตอ่ การเกดิ อาชญากรรม
การให้พักการเรียนจะสั่งพักการเรียนคร้ังหนึ่งได้ไม่เกิน 7 วัน โดยให้เป็นอานาจของ

คณะกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณา โดยความเห็นชอบของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือหน่วยงานท่ี
กากับดูแล แล้วแตก่ รณี

คู่มือบริหารงานทัว่ ไป โรงเรียนบ้านกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 52

สารสนเทศงานสารบรรณ ของโรงเรียน........................ปพี .ศ. .............

ที่ รายการ จานวนหนงั สอื (ฉบบั ) พค. มยิ . กค. สค. กย. ตค. พย. ธค. รวม

มค. กพ. มีค. เมย.

1 หนังสือราชการรับจาก

- สังกดั เดีย่ วกัน(สพฐ)

- ต่างกรม กอง กระทรวง

อื่นๆ

2 หนงั สอื ราชการสง่ ถึง

- รร. สังกดั เดียวกัน

- รร. ต่างสังกดั

- หน่วยงาน/กอง/กรม/

กระทรวงอื่นๆ..........

3 หนงั สือเอกสารลบั /ปกปิด

4 หนังสอื สั่งการ

- คาส่งั

- ประกาศ

- หนังสอื รบั รอง

5 รายงานการประชุม

6 รายงานการรับการตรวจ

ราชการ

7 รายงานการตรวจเยยี่ ม

โรงเรยี น

8 รายงานการนเิ ทศการศกึ ษา

9 รายงานการส่ังเปิด-ปิด

สถานศึกษา

10 รายงานการลงโทษนักเรยี น

2.8 ความสมั พันธก์ ับชุมชน
การบริหารสถานศึกษาด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เป็นการดาเนินงานของบุคคลใน

สถานศึกษาในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน สาหรับบุคคลในสถานศึกษาน้ัน ประกอบด้วย ผู้บริหาสถานศึกษา
ผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษา รวมทั้ง ครู อาจารย์ ทุกคน ย่อมจะดาเนินงานในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนด้วย
เช่น การเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยสอนให้ผู้เรียนนาความรู้ไปใช้ท่ีบ้าน หรือนาไปใช้ในชุมชน
หรือนาความรู้ไปช่วยแก้ปัญหาในชุมชน บุคคลในสถานศึกษาไปร่วมกิจกรรมในชุมชน สถานศึกษาขอความ
ช่วยเหลือจากชมุ ชน สถานศึกษาใหค้ วามชว่ ยเหลอื ชมุ ชน สถานศกึ ษาใช้ทรัพยากรในชุมชน เป็นต้น

คู่มอื บรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)ิ์ 53

การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนจะช่วยพัฒนาคนให้มีคุณภาพ หรือเป็นคนเก่ง คนดี ได้ เช่น
การสอนให้ผู้เรียนนาความรู้ไปใช้ที่บ้าน หรือนาไปใช้ในชุมชน ไม่ใช่สอนให้ท่องจา ไม่ใช่สอนให้นาความรู้ไปสอบ
สอบแล้วก็ลืมหมด หรือการสอนให้นักเรียนนาความรู้ไปช่วยแก้ปัญหาในชุมชนได้ หรือการเชิญปูชนียบุคคลใน
ชุมชนมาให้ความรู้แก่ผู้เรียน ย่อมจะทาให้ผู้เรียนมีความรู้กว้างขวางข้ึนยิ่งไปกว่าน้ัน การบริหารงานด้านการสร้าง
ความสัมพันธ์กับชุมชน จะต้องดาเนินงานไปพร้อมๆ กับการบริหารงาน ด้านอื่นๆ อย่างเท่าเทียมกัน จึงจะช่วย
พัฒนาคนให้มีคุณภาพ คือ เป็นทั้งคนเก่งและคนดีได้ ถ้าหากคุณครูจะดาเนินการอย่างจริงจังและจริงใจ จะช่วย
แก้ปญั หาการศึกษาได้อยา่ งดี โดยในการสร้างความสัมพันธ์กบั ชุมชน จะดาเนนิ งานไดห้ ลากหลาย ดงั น้ี

1) การสอนให้ผู้เรียนนาความรู้ไปใช้ในครอบครัวและชุมชน เช่น การละเว้นจากยาเสพติด
การลดละเลิกอบายมุข การลดละเลิกใช้ยาฆ่าแมลง การใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า การปลูกผักปลอดสารพิษ การปลูกป่า
รักษาธรรมชาติสิง่ แวดลอ้ ม ฯลฯ เนอื้ หาวชิ าเหลา่ นเี้ ม่ือผ้เู รียนเรียนในสถานศึกษาแลว้ ผู้สอนจะยา้ ให้ผู้เรยี นนาไปใช้
ในครอบครวั และชุมชน และตดิ ต่อประสานงานกับผู้ปกครอง ให้อบรมดแู ลวา่ ผูเ้ รียนนาความรู้ไปใชห้ รือไม่ อย่างไร
อีกด้วย

2) สถานศกึ ษาขอความรว่ มมอื จากชุมชน ซงึ่ จะขอความรว่ มมือจากชมุ ชนในด้านตา่ งๆ ได้ คอื
2.1) ขอความร่วมมือในด้านการเป็นวิทยากร หรือเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ เช่น ในชุมชน

มีภูมิปัญญาท้องถ่ิน เช่น ศิลปินพื้นบ้าน ช่างทอผ้า ช่างจักสาน ช่างแกะสลัก ช่างปั้น และช่างตัดผม เป็นต้น
ซ่ึงเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้อย่างดีย่ิง จะดาเนินการได้โดยเชิญมาเป็นวิทยากรหรือให้ผู้เรียนไปศึกษาไปฝึกงาน
กับภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ เหล่านี้

2.2) ขอความร่วมมือในด้านทนุ ทรัพย์ วสั ดุ ครภุ ณั ฑ์ จากชุมชน เช่น ขอบริจาคเงนิ จากธนาคาร
บริษัทห้างร้าน ในชุมชน เพื่อนามาใช้จ่ายในสถานศึกษา หรือเป็นเงินทุนสาหรับผู้เรียนที่ยากจน ขอบริจาคหนังสอื
เคร่ืองเขียนจากสานักพิมพ์ โรงพิมพ์ ร้านจาหน่ายเครื่องเขียนแบบเรียน ขอบริจาคข้าวสาร ผัก ผลไม้ ไข่ไก่
จากประชาชนในชุมชน เพอื่ นามาทาอาหารกลางวนั แก่ผ้เู รยี นในสถานศึกษา เป็นตน้

3) สถานศกึ ษาใหค้ วามชว่ ยเหลอื หรือบรกิ ารชมุ ชน ซึ่งอาจจะดาเนินการไดห้ ลากหลาย เช่น
3.1) จัดให้มีการสอนหรือฝึกอบรมเกี่ยวกับวิชาชีพให้กับประชาชนในชุมชน เช่น การตอนติดตา ต่อกิ่ง

ต้นไม้ การเกษตรผสมผสาน การเลี้ยงปลาในนาข้าว การเลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อ การตัดเย็บเส้ือผ้า การทาอาหาร
ทาขนม การใช้คอมพวิ เตอร์ การแกแ้ ละซอ่ มเครื่องยนต์ เป็นตน้

3.2) ให้ความช่วยเหลือในด้านความรู้ และเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ แก่ประชาชนในชุมชน
เช่น ความรู้เก่ียวกับอาหาร ยารักษาโรค (ยาชุด ยาแก้ปวดต่างๆ) โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ การรักษาโรคแบบธรรมชาติ
บาบัด อันตรายจากยาฆา่ แมลงในผกั ผลไม้ การเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรรมทางเลอื ก เป็นตน้

3.3) จัดบริการข่าวสารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน เช่น สถานศึกษา
ทาหอกระจายข่าว แลว้ ถา่ ยทอดเสียงจากรายการวิทยุท่ีเป็นความรเู้ พื่อประชาชนจะได้นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้
หรอื อ่านข่าวสารความร้เู กี่ยวกบั การรกั ษาสุขภาพอนามัย เปน็ ต้น

3.4) การเป็นผ้นู าและใหค้ วามรว่ มมือในการพัฒนาชุมชน สถานศึกษาจะดาเนินการได้ โดยจดั
โครงการพัฒนาชมุ ชน โดยชุมชนสนับสนุนด้านบุคลากรและวสั ดุอุปกรณ์ เช่น ขุดลอกคูคลองที่ต้ืนเขิน ขุดคูระบาย
นา้ ซอ่ มสรา้ งถนนเข้าหม่บู ้าน ทาความสะอาดวดั และตลาด เป็นตน้

คู่มือบริหารงานทั่วไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)ิ์ 54

4) บริการเกี่ยวกับอาคารสถานที่ของสถานศึกษาแก่ประชาชนในชมุ ชน เช่น ให้ประชาชนในชุมชน
ใช้หอประชุม ใชห้ ้องสมุด ใช้หอ้ งพยาบาล ใชโ้ รงอาหาร และใช้สนามกฬี า เป็นตน้

5) การออกเย่ียมเยยี นผู้ปกครองและผเู้ รียนตามบ้าน เช่น เมือ่ ผเู้ รยี นเจ็บปว่ ย หรอื ผสู้ อนไปแนะนา
ผเู้ รียนทาแปลงเกษตรทบ่ี ้าน รวมท้งั การเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน เช่น รว่ มงานการทอดกฐินท่ีวัด ร่วมงานมงคล
ในชุมชน เปน็ ตน้

6) การประชาสัมพันธ์สถานศึกษา เช่น จัดให้มีส่ิงพิมพ์เพ่ือเผยแพร่ข่าวสารของสถานศึกษา
อาจทาในรปู ของจดหมายข่าว วารสาร จัดใหม้ ีเจ้าหน้าทป่ี ระชาสัมพันธ์ เพ่ือให้ขอ้ มูลแก่ผมู้ าตดิ ตอ่ สอบถาม หรือให้
ความสะดวกแกผ่ มู้ าตดิ ต่อสถานศึกษา

7) การเชิญผู้ปกครองและประชาชนในชุมชนมาประชุม เช่น ในวันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่วันเปิด
เรียนในภาคเรยี นแรกของปีการศกึ ษา เป็นต้น

8) การรายงานผลการเรียน และอื่นๆ ให้ผู้ปกครองทราบ เช่น การรายงานเป็นประจาวันหรือ
การทาสมุดพกประจาตัวนักเรียน ซ่ึงจะมที ้งั ผลการเรียน ความประพฤติ สขุ ภาพ และอืน่ ๆ

9) การใชท้ รพั ยากรทอ้ งถิ่นในงานวชิ าการ แบ่งออกไดเ้ ปน็ 4 ขอ้ ยอ่ ย ดงั นี้
9.1) ทรัพยากรบุคคล ได้แก่ นักวิชาการ ครู อาจารย์ จากสถานศึกษาอื่น ศิลปินพื้นบ้าน

ผู้อาวุโส ผเู้ ป็นปูชนียบคุ คลในหมู่บ้าน ผู้ปกครองนกั เรียน ซ่ึงนามาใชใ้ นลกั ษณะขอคาปรึกษาและขอ้ เสนอแนะ หรือ
เชิญเปน็ วทิ ยากรให้ความรูแ้ ก่ผูเ้ รยี น เปน็ ตน้

9.2) ทรพั ยากรวตั ถุทีม่ นุษย์สร้างข้ึน ไดแ้ ก่ โสตทัศนปู กรณ์ สถานศึกษาอ่นื นามาใช้ในลักษณะ
ของการสนับสนุนวสั ดอุ ุปกรณ์การศกึ ษา การรว่ มมือทางวชิ าการ เป็นต้น

9.3) ทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเล ปะการัง หิน แร่ธาตุ สัตว์ป่า สมุนไพร
ซ่งึ จะนามาใชใ้ นลกั ษณะเป็นสอ่ื การเรียนการสอน การไปทัศนศึกษา การชว่ ยกันอนรุ ักษไ์ ว้ เป็นต้น

9.4) ทรัพยากรสังคม ได้แก่ วันสาคัญ ศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรมพื้นบ้าน โบราณสถาน
โบราณวัตถุ ประเพณีต่างๆ ซ่ึงจะนามาใช้ได้ในลักษณะให้ครู อาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม
โดยตรง จัดนิทรรศการ การศกึ ษาหาขอ้ มูล เพอื่ จะได้ช่วยกันอนุรกั ษไ์ ว้ เป็นตน้

10) การมีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีกับชุมชน ความใกล้ชิดและเป็นกันเองของบุคลากรกับชุมชน ถือเป็น
สว่ นหนึ่งที่ทาให้เกิดความสัมพันธ์ท่ดี ีกับชุมชนอย่างแนบแนน่ โรงเรียนเรานั้นมแี นวปฏบิ ัติเกย่ี วกับความสัมพันธ์กับ
ชมุ ชนหลายงานดว้ ยกนั คือ

10.1) งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ครูทุกคนจะต้องมีเด็กท่ีต้องดูแล ด้วยการเยี่ยมบ้าน
นักเรยี นของบคุ ลากรทุกทา่ น เพ่อื ไดพ้ ดู คุยแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ ปญั หา ความพึงพอใจและความต้องการของชุมชนต่อ
โรงเรยี น และโรงเรียนต่อชมุ ชน จงึ เปน็ สว่ นหนง่ึ ให้ผปู้ กครองนักเรียนและครูไดม้ ีสว่ นปฏิสมั พันธ์ทีด่ ตี ่อกนั

10.2) การต้อนรับผู้ปกครองท่ีเข้ามาสู่สถานศึกษาด้วยไมตรีจิตที่ดี ทักทาย พูดคุย แนะนา
ข้อมลู ด้วยความเป็นกันเอง

10.3) การมีโอกาสทีไ่ ดพ้ บปะสังสรรค์กบั ชุมชนนอกสถานศึกษา

คูม่ อื บรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรียนบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 55

สารสนเทศงานความสมั พันธ์กับชุมชน
โรงเรียน.................................... ปกี ารศึกษา.....................

รายการ มี/คร้ัง ไม่มี

1. การให้บริการพฒั นาชมุ ชน
1.1 สอนนักเรยี นนาความรูไ้ ปใช้ในครอบครวั /ชุมชน
- ยาเสพติด (ลด ละ เลกิ ) อบายมขุ
- เลกิ ใช้ยาฆา่ แมลง/สารเคมี
- การใช้เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า/วัสดุอุปกรณ์
- การอนรุ ักษธ์ รรมชาติสิง่ แวดล้อม
1.2 การใหบ้ ริการอาคารสถานท่ี เครื่องมือ อปุ กรณ์แกช่ ุมชน
1.3 การเป็นวทิ ยากร แหล่งศึกษาหาความรู้ทางวชิ าการแก่ชุมชน
(เกษตรธรรมชาต)ิ
1.4 การใหบ้ รกิ ารห้องสมุด/ดนตร/ี การแสดงของนักเรียนแกช่ มุ ชน

2. การขอรับความรว่ มมือ ช่วยเหลอื สนบั สนุน จากชมุ ชน
2.1 เชิญภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ มาชว่ ยเปน็ วิทยากร
2.2 ขอรบั การสนับสนนุ ทนุ ทรัพย์ วสั ดุ ครภุ ัณฑ์
2.3 การใชท้ รพั ยากรท้องถนิ่ ในงานวิชาการ
2.4 การใช้ทรพั ยากรธรรมชาติ

กิจกรรมการให้บริการชุมชน ที่จัดได้เดน่ ทีส่ ดุ ไดแ้ ก่....................................................................
กิจกรรมการขอรับความรว่ มมือ สนบั สนนุ จากชมุ ชนท่ีเดน่ ทส่ี ุด....................................................

คู่มือบริหารงานทัว่ ไป โรงเรียนบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 56

การจดั ระบบการควบคมุ ภายในหน่วยงาน

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั ประกาศ คาสั่ง ทเี่ กี่ยวข้อง
1) พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และท่แี ก้ไขเพิ่มเตมิ
2) ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดนิ ว่าดว้ ยการกาหนดมาตรฐานการควบคมุ ภายใน พ.ศ. 2544
ข้ันตอนการดาเนนิ งาน
1) ระบุปจั จยั เสี่ยงตามแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี (แผนกลยุทธ)์ ของสถานศึกษา
2) ประเมินความเส่ียงและจัดลาดับความเสย่ี ง
3) วิเคราะห์ปัจจยั เส่ยี ง เพื่อจัดทารายงานและแผนบริหารความเส่ียง
4) วางแผนการจดั ระบบควบคมุ ภายในสถานศกึ ษา
5) ส่งเสริมให้บุคลากรท่ีเกี่ยวข้องทุกฝ่าย นามาตรการป้องกันความเสี่ยงไปใช้ในการควบคุมการ
ดาเนินงานตามภารกิจ โดยสอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรการและวิธีการที่สานักตรวจเงินแผ่นดิน
กาหนด
6) ตดิ ตามประเมนิ ผลการควบคุมภายในตามมาตรการท่ีกาหนดและปรับปรงุ ให้เหมาะสมเป็นระยะๆ
7) รายงานการควบคุมภายในตอ่ สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาให้ทราบอยา่ งนอ้ ยปีละ 1 ครัง้

แนวทางการจดั สง่ รายงานการประเมินผลการควบคมุ ภายใน

ของสานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาและสถานศกึ ษา ตั้งแต่งวดส้ินสุด 30 กนั ยายน 2553 เปน็ ตน้ ไป

………………………………………………..

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ไดพ้ จิ ารณาหนงั สือแนวทาง : การจัดวางระบบควบคุม

ภายใน และการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ทส่ี านักงานการตรวจเงินแผ่นดินจดั ทาข้ึนใหม่

สรปุ สาระสาคัญได้ ดังนี้

1. สานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาและสถานศึกษาเปน็ ส่วนงานย่อยภายใต้สงั กัดสานักงานคณะกรรมการ

การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐานท่ีมอี ิสระทางการบริหารจงึ ถอื เสมอื นเป็นหน่วยรบั ตรวจ โดยมีกลมุ่ /งานในสานกั งานเขตพนื้ ท่ี

การศึกษาและสถานศึกษา เป็นส่วนงานย่อย

2. รูปแบบการจดั ทารายงานตามระเบียบฯ ข้อ 6 มดี ังนี้

รายงานแบบเดิม รายงานแบบใหม่

หนว่ ยรับตรวจ ส่วนงานย่อย หนว่ ยรบั ตรวจ สว่ นงานยอ่ ย
(สานัก/กลมุ่ /งาน)
(สานัก/สพท/ถานศกึ ษา) (สพฐ./สพท./ถานศึกษา)

แบบรายงานท่จี ัดสง่ แบบรายงานทจ่ี ัดสง่ แบบรายงานทีจ่ ดั ส่ง สตง. แบบรายงานท่จี ัดสง่

1. แบบ ปอ.1 1. แบบ ปย.1 1. แบบ ปอ.1 1. แบบ ปย.1

2. แบบ ปอ.2 2. แบบ ปย.2 เกบ็ ไว้ทห่ี น่วยงาน 2. แบบ ปย.2

3. แบบ ปย.1-ร 3. แบบ ปย.3 2. แบบ ปอ.2

4. แบบ ปส. 4. แบบติดตาม ปย.3 3. แบบ ปอ.3

5. แบบ ปอ.3 เก็บไวท้ ี่หนว่ ยงาน 4. แบบ ปส.(เฉพาะ สพฐ./

6. แบบตดิ ตาม ปอ.3 5. แบบ ปย.2-1 สพท.)

เกบ็ ไวท้ ี่หน่วยงาน 6. แบบ ปม.

7. แบบ ปอ.2-1

ค่มู ือบริหารงานทวั่ ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ์) 57

ทั้งน้ี สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาและสถานศึกษา ต้องจัดทารายงานระดับส่วนงานย่อยและนาผล
การประเมินในระดับส่วนงานย่อยมาประมวลเป็นรายงานระดับหน่วยรับตรวจ แล้วจัดส่งรายงาน ต่อสานักงาน
การตรวจเงินแผ่นดินหรือสานักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคโดยตรง โดยจัดส่งเฉพาะหนังสือรับรอง
การประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปอ.1) เพียงฉบับเดียว สาหรับรายงานอ่ืนตามแบบข้างต้นให้จัดเก็บไว้
ที่หน่วยงาน เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าท่ีสานักงานการตรวจเงินแผ่นดินและบุคคลอื่นท่ีเก่ียวข้อง
เรียกดูและสอบทานต่อไป ซ่ึงสถานศึกษาต้องสาเนา แบบ ปอ.1 ให้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ทราบ ภายในวนั ที่ 30 ธันวาคม ของทกุ ปี

3. ให้สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษาท่ียังไม่ได้จัดวางระบบการควบคุมภายในตามระเบียบฯ ข้อ 5
ดาเนินการจัดวางระบบการควบคุมภายในของตนเอง และจัดทาหนังสือรับรองการจัดวางระบบการควบคุมภายใน
ต่อสานักงานการตรวจเงินแผ่นดนิ /สานกั งานการตรวจเงนิ แผ่นดนิ ภมู ภิ าคฉบบั เดียว

ขน้ั ตอนการจดั ทารายงานประเมนิ ผลการควบคุมภายใน
สว่ นงานยอ่ ย (กลุ่ม/งาน)
1. กาหนดผูร้ บั ผิดชอบ โดยแตง่ ตั้งเปน็ คณะทางาน
2. นาแบบ ปย.3 (ปี 51) มาติดตามผลการปฏิบัติงานว่าได้ดาเนินการตามแผนการปรับปรุงหรือไม่
อย่างไร แล้วสรุปผลการดาเนินงานเป็นลายลักษณ์อักษร (ให้แต่ละ สพท./สถานศึกษา พิจารณาออกแบบ
การบนั ทกึ เปน็ ลายลกั ษณ์อักษรตามความเหมาะสม)
3. ประเมินองค์ประกอบของการควบคมุ ภายใน (ภาคผนวก ก) โดยพิจารณาวา่ ปัจจบุ นั ระบบการควบคุม
ภายในมคี วามเพยี งพอและเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร แลว้ บนั ทกึ ลงใน แบบ ปย.1
4. ประเมินแบบสอบถามการควบคุมภายใน (ภาคผนวก ข) (สพท./สถานศึกษา สามารถปรับปรุงแก้ไข
เพมิ่ เติมตามความเหมาะสม)
5. เมอื่ ดาเนินการตามขอ้ 2-4 แล้ว ใหน้ าความเสยี่ งทยี่ งั หลงเหลอื อยู่ตาม ข้อ 2 และความเสย่ี งท่ีพบใหม่
ตามข้อ 3 และ 4 มาหามาตรการ/แนวทางการปรับปรุงแก้ไขตามความเหมาะสม แล้วกาหนดผู้รับผิดชอบ และ
ระยะเวลาดาเนนิ การแล้วเสร็จ แลว้ บันทกึ ลงในแบบ ปย.2
หนว่ ยรับตรวจ (สพท./สถานศกึ ษา)
1. กาหนดผู้รับผิดชอบ โดยแต่งต้งั เปน็ คณะทางาน
2. สรปุ ผลการประเมินองคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน (ภาคผนวก ก) โดยพจิ ารณาว่า ปจั จบุ นั ระบบ
การควบคุมภายในมีความเพยี งพอและเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร แลว้ บันทึกลงในแบบ ปอ.2
3. นาแบบ ปย.2 ของทกุ กลุม่ /งาน มาประมวลแล้วบนั ทึกลงในแบบ ปอ.3
4. นาความเส่ยี งท่มี ีนยั สาคัญตามแบบ ปอ.3 มาบันทึกลงในแบบ ปอ.1
5. ในสว่ นของสานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาให้หนว่ ยตรวจสอบภายในสอบทานการประเมินผลการควบคุม
ภายใน แล้วบนั ทึกผลการสอบทานลงในแบบ ปส.

ค่มู อื บรหิ ารงานท่ัวไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์)ิ 58

แผนผงั การจดั ส่งรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของ สพท.และสถานศกึ ษา แบบใหม่

สตง. รมว.ศธ.
สตง

สพฐ.
สพพส

สาเนา ปอ.1
ให้ สพฐ. ทราบ

สพท. - ส่งเฉพาะแบบ ปอ.1
ทุกเขต - สว่ นแบบ ปอ.2

สาเนา ปอ.1 แบบ ปอ.3 และ แบบ
ให้ สพท. ทราบ ปส.

เก็บไว้ที่หน่วยงาน

สตง./สตง.ภมู ิภาค

สถานศกึ ษา - ส่งเฉพาะแบบ ปอ.1
ทกุ แหง่ - สว่ น แบบ ปอ.2 และ

แบบ ปอ.3 เกบ็ ไวท้ ี่
หน่วยงาน

หมหหมายเหตุ 1. ให้ สพท. และสถานศึกษา ถือเสมือนเปน็ หนว่ ยรบั ตรวจ
2. แบบรายงานท่ี สพท. และสถานศึกษา จะต้องส่ง สตง./สตง. ภมู ิภาค คอื แบบ ปอ.1
ส่วนแบบ ปอ.2 และแบบ ปอ.3 เกบ็ ไว้ท่ีหน่วยงาน
3. การจดั ส่งรายงาน (เฉพาะ ปอ.1) มีแนวทาง ดังน้ี
3.1 สถานศึกษาจดั สง่ รายงานให้ สตง./สตง. ภมู ิภาค แลว้ สาเนาให้ สพท. ทราบ
3.2 สพท. จดั สง่ รายงานให้ สตง./สตง. ภูมิภาค แล้วสาเนาให้ สพฐ. ทราบ
4. สพท. ไมต่ ้องประมวลรายงานของสถานศึกษา
5. กาหนดใหท้ กุ หนว่ ยงานจัดสง่ รายงานภายในวนั ท่ี 30 ธนั วาคม ของทุกปี

คมู่ อื บรหิ ารงานทัว่ ไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 59

แบบ ปอ.1

หนงั สอื รับรองการประเมินผลการควบคมุ ภายใน

เรยี น (คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดนิ /ผูก้ ากับดูแล/คณะกรรมการตรวจสอบหรือคณะกรรมการ
ตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ)

.................(ชือ่ หน่วยรับตรวจ).......................................ได้ประเมนิ ผลการควบคมุ ภายในสาหรบั ปี
สนิ้ สดุ วนั ท่ี...........เดือน ..........................พ.ศ................ดว้ ยวธิ ีการท.ี่ .......(ชือ่ หนว่ ยรับตรวจ)........กาหนด
โดยมวี ตั ถุประสงค์เพื่อสร้างความม่ันใจอยา่ งสมเหตุสมผล ว่าการดาเนนิ งานจะบรรลวุ ตั ถุประสงค์ของ
การควบคมุ ภายในดา้ นประสิทธภิ าพของการดาเนินงาน และการใชท้ รัพยากร ซ่ึงรวมถึงการดูแลรักษาทรัพย์สนิ
การปอ้ งกันหรอื ลดความผดิ พลาด ความเสียหาย การรั่วไหล การสน้ิ เปลือง หรือการทจุ ริต ดา้ นความเชอื่ ถอื
ไดข้ องรายงานทางการเงนิ และการดาเนินงานและด้านการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคบั มติ
คณะรัฐมนตรี และนโยบาย ซ่ึงรวมถึงระเบียบปฏิบตั ิของฝ่ายบริหาร

จากผลการประเมนิ ดงั กล่าว เหน็ ว่าการควบคุมภายในของ.........(ชือ่ หน่วยรับตรวจ)......................สาหรบั ปี
ส้นิ สดุ วนั ท่ี.........เดอื น....................พ.ศ.................เปน็ ไปตามระบบการควบคมุ ภายในกาหนดไว้
มีความเพียงพอและบรรลวุ ตั ถุประสงค์ของการควบคุมภายในตามท่กี ลา่ วในวรรคแรก

ลายมือชอื่ ...................................................
(ช่อื หวั หน้าหน่วยรับตรวจ)

ตาแหน่ง....................................................
วันท.ี่ .........เดอื น...................พ.ศ..............

กรณมี จี ุดออ่ นของการควบคุมภายใน สามารถปรบั แบบข้างต้น โดยอธิบายเพิ่มเติมในวรรคสาม ดงั นี้

จากผลการประเมินดังกล่าวเห็นว่าการควบคุมภายในของ (ชื่อหน่วยรับตรวจ) สาหรับปีส้ินสุด วันที่
.............เดือน..................พ.ศ................เป็นไปตามระบบการควบคุมภายในท่ีกาหนดไว้ มีความเพียงพอและบรรลุ
วัตถปุ ระสงคข์ องการควบคมุ ภายในตามท่ีกล่าวในวรรคแรก

อนง่ึ การควบคมุ ภายในยังคงมจี ุดอ่อนที่มีนยั สาคัญดังนี้
1. ............................................................................................................................. .......................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
2. .....................................................................................................................................................
.............................................................................................. .........................................................................

คมู่ ือบริหารงานทั่วไป โรงเรียนบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 60

คาอธบิ ายรายงานแบบ ปอ.1
1. ชอ่ื รายงาน หนังสือรบั รองการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน
2. ผู้รับรายงาน ได้แก่ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้กากับดูแลหน่วยรับตรวจ และคณะกรรมการ

ตรวจสอบ หรอื คณะกรรมการตรวจสอบและประเมนิ ผลภาคราชการ (ถา้ ม)ี
3. วรรคแรก
- ระบุช่ือหน่วยรบั ตรวจและงวดเวลาของการประเมนิ ระบบการควบคุมภายใน
- ระบขุ อบเขตของการประเมนิ การควบคมุ ภายใน ตามที่หนว่ ยรบั ตรวจกาหนด
4. วรรคสอง
- สรปุ ผลการประเมินระบบการควบคมุ ภายใน วา่ เป็นไปตามทห่ี นว่ ยรบั ตรวจกาหนด มคี วามเพียงพอ

บรรลุวัตถปุ ระสงค์ของการควบคมุ ภายในหรอื ไม่
5. ผู้รายงาน ได้แก่ หัวหน้าหนว่ ยรบั ตรวจ พร้อมทัง้ ระบตุ าแหน่ง และวันที่รายงาน

แบบ ปอ.2

ชอ่ื หน่วยรับตรวจ

รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน

ณ วันท่ี..........เดือน.....................พ.ศ..................

องคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน ผลการประเมิน / ข้อสรุป

(1) (2)

1. สภาพแวดล้อมการควบคุม

1.1.....................................................................

2. การประเมนิ ความเสยี่ ง

2.1.....................................................................

3. กิจกรรมการควบคุม

3.1....................................................................

4. สารสนเทศและการสื่อสาร

4.1...................................................................

5. การติดตามประเมนิ ผล

5.1..................................................................

ผลการประเมินโดยรวม

............................................................................................................................. ..........................................

ชื่อผู้รายงาน....................................................
(ชือ่ หวั หนา้ หน่วยรบั ตรวจ)

ตาแหนง่ ........................................................
วันที.่ .........เดอื น........................พ.ศ..............

คูม่ ือบรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ)์ 61

คาอธิบายรายงาน แบบ ปอ.2
1. ชอื่ หน่วยรับตรวจ
2. ชอื่ รายงาน รายงานผลการประเมนิ องค์ประกอบของการควบคุมภายใน
3. งวดรายงาน
- ระบุวันสดุ ท้ายของรอบระยะเวลาในการประเมนิ องคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน
4. คอลมั ภ์ (1) องคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน
- ระบุขอ้ มลู สรปุ การควบคุมภายในของแตล่ ะองคป์ ระกอบ
5. คอลมั ภ์ (2) ผลการประเมนิ /ข้อสรุป
- ระบผุ ลการประเมิน/ข้อสรุปของแต่ละองค์ประกอบของการควบคุมภายใน พร้อมจุดอ่อนหรือความ

เสีย่ งที่ยังมีอยู่
6. สรปุ ผลการประเมินโดยรวมขององค์ประกอบของการควบคมุ ภายใน
7. ชอื่ ผรู้ ายงาน ไดแ้ ก่ หัวหน้าหนว่ ยรับตรวจ ผู้บรหิ ารสูงสดุ หรอื ผูร้ ับผิดชอบในการปฏิบัตริ าชการหรือ

การบริหารของหนว่ ยรับตรวจ พรอ้ มระบุตาแหน่ง และวันท่ีรายงาน
แบบ ปอ.3

ชอ่ื หน่วยรับตรวจ
รายงานแผนการปรับปรุงการควบคุมภายใน
ณ วนั ท.่ี .........เดือน....................พ.ศ............

กระบวนการปฏบิ ตั ิงาน/ ความเสยี่ ง งวด/เวลา การปรบั ปรงุ กาหนดเสรจ็ / หมายเหตุ
โครงการ/กิจกรรม/ ที่มีอยู่ ท่ีพบจุดอ่อน การควบคุม ผู้รบั ผดิ ชอบ
ดา้ นของงานท่ีประเมิน
และวตั ถปุ ระสงค์ (2) (3) (4) (5) (6)
ของการควบคุม
(1)

ชื่อผู้รายงาน.................................................
(ชือ่ หวั หนา้ หน่วยรับตรวจ)

ตาแหน่ง....................................................
วันที.่ ..........เดอื น........................พ.ศ.........
คาอธิบายรายงาน แบบ ปอ.3
1. ชอ่ื หน่วยรบั ตรวจ
2. ชื่อรายงาน รายงานแผนการปรบั ปรุงการควบคมุ ภายใน
3. งวดรายงาน

คูม่ อื บริหารงานทวั่ ไป โรงเรียนบา้ นกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ)์ 62

- ระบวุ นั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลาของแผนการปรบั ปรงุ การควบคุมภายใน
4. คอลัมน์ (1) กระบวนการปฏิบัติงาน/โครงการ.....................และวัตถุประสงค์ของการควบคุม

- ระบุวัตถุประสงค์ของกิจกรรมหรือด้านของงานที่กาลังประเมนิ ถ้าเปน็ กระบวนการ ปฏิบัติงานหรือ
โครงการ ให้ระบุขั้นตอนหลักที่สาคัญของกระบวนการปฏิบัติงานหรือโครงการน้ัน รวมท้ังวัตถุประสงค์ของแต่ละ
ข้ันตอนหลัก ท้ังนี้ หนึ่งกิจกรรม/ดา้ นของงาน ข้นั ตอนการปฏบิ ัติงานอาจมไี ดห้ ลายวตั ถปุ ระสงค์

5. คอลัมน์ (2) ความเสีย่ งที่ยังมีอยู่
- ระบุความเส่ียงทย่ี ังมีอยู่ โดยสรปุ มาจาก แบบ ปย.2 คอลมั น์ (4)

6. คอลมั น์ (3) งวด/เวลาท่พี บจดุ อ่อน
- ระบุงวด/เวลาทพ่ี บหรือทราบความเสยี่ งท่ยี ังมีอยู่ ตามที่ระบุในคอลัมน์ (2)

7. คอลมั น์ (4) การปรับปรุงการควบคมุ
- ระบกุ ารปรบั ปรุงการควบคมุ เพ่ือปอ้ งกนั หรอื ลดความเสีย่ งท่ยี งั มีอยู่ โดยสรปุ ผลมาจากแบบ ปย.2

คอลมั น์ (5)
8. คอลัมน์ (5) กาหนดเสร็จ/ผู้รับผิดชอบ
- ระบผุ รู้ บั ผิดชอบในการแก้ไขปรบั ปรงุ และวันที่ดาเนินการปรบั ปรงุ แล้วเสรจ็
9. คอลัมน์ (6) หมายเหตุ
- ระบขุ ้อมูลอื่นท่ีต้องการแจง้ ใหท้ ราบ เช่น วิธดี าเนนิ การ และเอกสารหลกั ฐานที่เกี่ยวขอ้ ง
10. ช่ือผู้รายงาน ไดแ้ ก่ หวั หนา้ หนว่ ยรบั ตรวจ ผ้บู ริหารสงู สดุ หรือผรู้ ับผิดชอบในการปฏิบตั ิราชการหรือ

ฝา่ ยบริหารของหน่วยรับตรวจ พรอ้ มระบุตาแหนง่ และวนั ท่รี ายงาน

คมู่ อื บริหารงานทว่ั ไป โรงเรียนบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 63

แบบ ปย.1

ช่อื ส่วนงานยอ่ ย

รายงานผลการประเมนิ องค์ประกอบของการควบคุมภายใน

ณ วนั ท.่ี ..........เดือน..........................พ.ศ...............

องคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน ผลการประเมนิ / ข้อสรปุ

(1) (2)

1. สภาพแวดลอ้ มการควบคุม

1.1.........................................................................

2. การประเมินความเสยี่ ง

2.1.........................................................................

3. กิจกรรมการควบคุม

3.1........................................................................

4. สารสนเทศและการสอ่ื สาร

4.1.......................................................................

5. การตดิ ตามประเมนิ ผล

5.1......................................................................

ผลการประเมินโดยรวม
.............................................................................................................................. .........................................

ชอ่ื ผรู้ ายงาน.......................................................
(ชือ่ หวั หน้าสว่ นงานยอ่ ย)

ตาแหนง่ .............................................................
วันท.่ี ...........เดอื น..............................พ.ศ............
คาอธิบายรายงาน แบบ ปย.1
1. ช่ือสว่ นงานยอ่ ย
2. ช่ือรายงาน รายงานผลการประเมินองคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน
3. งวดรายงาน
- ระบวุ นั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลาในการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน
4. คอลมั น์ (1) องค์ประกอบของการควบคุมภายใน
- ระบขุ อ้ มูลสรุปการควบคมุ ภายในของแตล่ ะองคป์ ระกอบ
5. คอลัมน์ (2) ผลการประเมนิ /ขอ้ สรุป
- ระบผุ ลการประเมิน/ข้อสรปุ ของแต่ละองคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน พร้อมจดุ ออ่ นหรือความ
เส่ียงที่ยงั มีอยู่
6. สรปุ ผลการประเมินโดยรวมขององคป์ ระกอบของการควบคุมภายใน
7. ชื่อผู้รายงาน ไดแ้ ก่ หัวหน้าส่วนงานยอ่ ย พร้อมระบุตาแหนง่ และวนั ท่ีรายงาน

คมู่ อื บรหิ ารงานท่ัวไป โรงเรยี นบ้านกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 64

แบบ ปย. 2

ชื่อส่วนงานย่อย....................................................
รายงานการประเมินผลและการปรบั ปรุงการควบคุมภายใน
สาหรบั ปสี น้ิ สุดวนั ท่ี.............เดือน.............................พ.ศ................

กระบวนการ การควบคมุ การ ความ การ กาหนด หมาย
ปฏิบตั ิงาน/ ท่มี ีอยู่ ประเมินผล เสยี่ ง ปรับปรุง เสรจ็ / เหตุ
โครงการ/กจิ กรรม/ การควบคมุ ที่ยังมีอยู่ การควบคุม ผ้รู บั ผดิ ชอบ
ดา้ นของงาน
ทป่ี ระเมนิ (2) (3) (4) (5) (6) (7)
และวตั ถุประสงค์
ของการควบคมุ

(1)

ช่ือผู้รายงาน....................................................
(ชอื่ หวั หนา้ ส่วนงานยอ่ ย)

ตาแหนง่ .........................................................
วนั ท.่ี ...........เดือน..........................พ.ศ...........
คาอธิบายรายงาน แบบ ปย.2
1. ช่อื ส่วนงานยอ่ ย
2. ช่ือรายงาน รายงานการประเมนิ ผลและการปรับปรุงการควบคุมภายใน
3. งวดรายงาน
- ระบสุ าหรบั งวดปีสิน้ สุดวนั ท่ี 30 เดอื นกันยายน พ.ศ. 25..... (กรณรี ายงานตามปีงบประมาณ) หรือ
วนั ที่ 31 เดอื นธันวาคม พ.ศ. 25..... (กรณรี ายงานตามปปี ฏทิ นิ )
4. คอลมั น์ (1) กระบวนการปฏบิ ัติงาน/โครงการ....................และวตั ถปุ ระสงค์ของการควบคุม
- ระบุวัตถุประสงค์ของกิจกรรมหรือด้านของงานท่ีกาลังประเมิน ถ้าเป็นกระบวนการ
ปฏิบัติงานหรือโครงการ ให้ระบุขั้นตอนที่สาคัญของกระบวนการปฏิบัติงานหรือโครงการน้ัน รวมท้ังวัตถุประสงค์
ของแตล่ ะขนั้ ตอน ท้ังนี้ หนงึ่ กิจกรรม/ด้านของงาน/ขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ าน อาจมไี ด้หลายวัตถปุ ระสงค์
5. คอลัมน์ (2) การควบคุมท่ีมีอยู่
- สรุปข้ันตอน/วิธีปฏบิ ัติงาน/นโยบาย/กฎหมายทีใ่ ช้ปฏิบัติอยู่สาหรับกจิ กรรมตา่ งๆ
6. คอลัมน์ (3) การประเมินผลการควบคุม
- ประเมนิ วา่ การควบคุมทมี่ ีอยู่ตามคอลัมน์ (2) เพยี งพอและมปี ระสทิ ธผิ ลหรอื ไม่ โดยตอบ
คาถามต่อไปนี้
 การกาหนด/ส่ังอยา่ งเปน็ ทางการ ให้ปฏบิ ตั ิตามการควบคุมหรอื ไม่

ค่มู ือบรหิ ารงานทัว่ ไป โรงเรียนบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)์ิ 65

 มีการปฏิบัตจิ ริงตามการควบคุมหรือไม่
 ถา้ มกี ารปฏิบัติจริง การควบคุมช่วยใหง้ านสาเร็จตามวตั ถุประสงคท์ ่ีกาหนดหรอื ไม่
 ประโยชน์ท่ไี ด้รบั คุม้ ค่ากบั ต้นทุนของการควบคุมหรือไม่
7. คอลัมน์ (4) ความเสย่ี งที่ยังมีอยู่
- ระบคุ วามเส่ยี งท่ียงั มอี ยูท่ ี่มีผลกระทบตอ่ ความสาเร็จตามวัตถุประสงคข์ องการควบคุม
ด้านใดหนง่ึ หรอื หลายดา้ น คือ
 ดา้ นการดาเนิน (Operation) = O
 ด้านความถกู ต้องเช่ือถอื ไดข้ องรายงานทางการเงนิ (Financial Reporting) = F
 ด้านการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับ ฯลฯ (Compliance) = C
8. คอลมั น์ (5) การปรบั ปรุงการควบคุม
- เสนอแนะการปรบั ปรุงควบคุม เพื่อป้องกันหรือลดความเส่ียงตามคอลัมน์ (4)
9. คอลมั น์ (6) กาหนดเสร็จ/ผู้รบั ผิดชอบ
- ระบผุ ู้รบั ผดิ ชอบในการแกไ้ ขปรับปรงุ และวนั ที่ดาเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
10. คอลมั น์ (7) หมายเหตุ
- ระบขุ อ้ มลู อน่ื ทตี่ ้องการแจง้ ให้ทราบ เชน่ วิธดี าเนนิ การและเอกสารหลกั ฐานท่ีเกยี่ วข้อง
11. ช่ือผรู้ ายงาน ตาแหนง่ และวนั ท่ี
- ระบชุ ่ือหัวหน้าสว่ นงานย่อย ซง่ึ รับผิดชอบในการจัดทา พร้อมทงั้ ตาแหนง่ และลงวันท่ี
เดอื น ปี พ.ศ. ทจ่ี ดั ทาเสรจ็ สิ้น

แบบ ปส.
รายงานผลการสอบทานการประเมินผลการควบคุมภายในของผตู้ รวจสอบภายใน

(กรณีไม่มีข้อตรวจพบหรือข้อสงั เกต)

เรยี น (หัวหนา้ หน่วยรบั ตรวจ / ผบู้ ริหารสูงสุดของหนว่ ยรับตรวจ)

ขา้ พเจา้ ได้สอบทานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายในของ..............(ชอื่ หนว่ ยรับตรวจ).............
สาหรับปีสิ้นสดุ วันที.่ ...........เดอื น............................พ.ศ..............การสอบทานได้ปฏบิ ัติอย่างสมเหตุสมผล และ
ระมัดระวงั อย่างรอบคอบ ผลการสอบทานพบว่า การประเมนิ ผลการควบคุมภายในเป็นไปตามวิธีการ
ท่กี าหนด ระบบการควบคมุ ภายในมคี วามเพยี งพอ และสามารถบรรลวุ ัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน

ชือ่ ผู้รายงาน..............................................................
(ช่ือหวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน)

ตาแหน่ง....................................................................
วันที่...............เดือน........................พ.ศ....................

คู่มอื บรหิ ารงานทั่วไป โรงเรียนบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)์ิ 66

กรณที ผี่ ตู้ รวจสอบภายในสอบทานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายในแล้วมีขอ้ ตรวจพบหรอื
ขอ้ สังเกตทีม่ นี ัยสาคัญ ให้รายงานขอ้ ตรวจพบหรอื ข้อสังเกตทม่ี นี ัยสาคัญตอ่ ทา้ ยผลการสอบทาน ดังน้ี

ขา้ พเจ้าไดส้ อบทานการประเมินผลการควบคมุ ภายในของ......................(ช่อื หนว่ ยรบั ตรวจ)..........
สาหรับปสี ้นิ สดุ วันที่............เดอื น..........................พ.ศ............การสอบทานไดป้ ฏิบัติอยา่ งสมเหตสุ มผล และ
ระมัดระวังอย่างรอบคอบ ผลการสอบทานพบว่า การประเมินผลการควบคุมภายในเปน็ ไปตามวธิ กี าร
ทกี่ าหนด ระบบการควบคุมภายในมคี วามเพียงพอ และสามารถบรรลุวัตถปุ ระสงค์ของการควบคุมภายใน อย่างไร
กต็ ามมีข้อสังเกตที่มนี ยั สาคัญ ดงั น้ี
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................

คาอธิบายรายงาน แบบ ปส.
1. ชอ่ื รายงาน รายงานผลการสอบทานการประเมนิ ผลการควบคุมภายในของผูต้ รวจสอบภายใน
2. ผ้รู บั รายงาน ได้แก่ หัวหนา้ หนว่ ยรับตรวจ ผูบ้ รหิ ารสงู สดุ หรอื ผรู้ บั ผดิ ชอบในการปฏิบตั ิ

ราชการหรือการบริหารของหน่วยรบั ตรวจ
3. วรรครายงาน
- ระบงุ วดเวลาของการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน
- ระบุขอบเขตของการสอบทานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ว่าได้ปฏิบัติอยา่ งสมเหตสุ มผล

และระมัดระวงั อย่างรอบคอบ
- สรุปผลการสอบทาน

4. ช่ือผู้รายงาน ไดแ้ ก่ หวั หน้าหนว่ ยงานตรวจสอบภายใน หรือผทู้ ไี่ ด้รบั มอบหมายจากหัวหนา้
ส่วนราชการ หัวหนา้ หนว่ ยรับตรวจ หรอื ผ้บู รหิ ารสูงสดุ ของหนว่ ยรบั ตรวจ ให้ทาหนา้ ท่ตี รวจสอบภายใน
หมายเหตุ ดรู ายละเอียดได้ทางเว็บไซด์ของสานักงานการตรวจเงินแผน่ ดิน www.oag.go.th

คู่มือบรหิ ารงานทัว่ ไป โรงเรียนบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์)ิ 67

สารสนเทศดา้ นการจัดระบบการควบคุมภายในหน่วยงาน
โรงเรยี น...................................... ปกี ารศกึ ษา........................

ท่ี รายการ ผลการปฏบิ ัติ
1 แบบ ปอ.1 หนังสือรบั รองการประเมินผลการควบคมุ ภายใน
ผลประเมินการควบคมุ ภายใน
2 แบบ ปอ.2 รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคมุ ของโรงเรยี น
ภายใน ณ วนั ท่.ี ........เดอื น......................................พ.ศ. ........... O เปน็ ไปตามกาหนด
5 องค์ประกอบ คือ สภาพแวดล้อมการควบคมุ การประเมิน/ O มีจดุ อ่อนดังน้ี
การประเมนิ ความเส่ียง/กจิ กรรมการควบคุม/สารสนเทศและ .....................................................
สอ่ื สาร/การติดตามประเมินผล
ผลการประเมนิ โดยรวม...............
3 แบบ ปอ.3 รายงานแผนการปรับปรงุ การควบคุมภายใน .....................................................
สาหรบั ปีสิ้นสดุ ณ วนั ท.่ี ....... เดอื น.....................พ.ศ. ......... .....................................................
.....................................................
4 แบบ ปย.1 รายงานผลการประเมิน องค์ประกอบการควบคุม .....................................................
ภายใน ณ วนั ท.่ี ....... เดือน.....................พ.ศ. .........
ผลการประเมินโดยรวม...............
5 แบบ ปย.1 รายงานผลการประเมินและปรับปรุงการควบคุม .....................................................
ภายใน ณ วันที.่ ....... เดือน.....................พ.ศ. .........
ผลการประเมนิ ............................
6 แบบ ปส. รายงานผลการสอบทานการประเมนิ ผลและควบคุม .......................................................
ภายในของผตู้ รวจสอบภายใน (กรณีไมม่ ีข้อตรวจพบหรอื
ข้อสงั เกต) ผลการปรับปรุง...........................
.....................................................

ผลการสอบทาน มีขอ้ สงั เกต
.....................................................
.....................................................

4. การรับสง่ งานในหนา้ ทร่ี าชการ
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คาสั่ง ที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการรับสง่ งานในหน้าที่ราชการ พ.ศ. 2524
ผ้ซู ง่ึ พ้นจากตาแหน่งสง่ มอบงานในหนา้ ทใ่ี นตาแหนง่ ตามกาหนดและตามเอกสาร ดงั น้ี
1) เอกสารการสง่ มอบงานใหท้ าเปน็ หนงั สือมขี ้อความระบวุ ่า ไดร้ ับสง่ กนั ระหว่างผู้ใดกบั ผู้ใด ในตาแหน่ง

ใด วัน เวลาใด โดยมพี ยานรับรองอยา่ งน้อยสองคน
2) เอกสารการรับส่งงานในหน้าท่ีใหท้ าขึน้ เป็นสามฉบับ โดยใหผ้ ูส้ ง่ และผู้รบั ยึดถอื ไวฝ้ า่ ยละฉบับส่วนอีก

ฉบบั หน่งึ ให้เกบ็ รกั ษาไว้เป็นหลกั ฐานของทางราชการ
ข้อ 31(8) สาหรับข้าราชการซึ่งปฏิบัติงานในหน่วยงาน ให้ส่งงานในหน้าท่ีและงานท่ีได้รับมอบหมาย ซึ่ง

ยงั ดาเนินการไม่แล้วเสร็จในขณะท่ีพ้นจากตาแหน่งแก่หวั หนา้ หน่วยงาน
การสง่ งานตามขอ้ น้ีให้ทาเป็นหนงั สือ และใหเ้ สนอผา่ นผบู้ ังคบั บัญชาตามลาดบั ข้ันดว้ ย

คมู่ อื บรหิ ารงานทั่วไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์ิ) 68

ข้อ 32 นอกจากจะได้กาหนดไว้เป็นอย่างอ่ืน การส่งมอบงานตามระเบียบนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ส่ง

และผรู้ ับ ว่าจะทาหลักฐานการสง่ มอบไวเ้ พยี งใด แต่สาหรบั งานที่สาคัญดาเนนิ การไมแ่ ลว้ เสร็จ ตอ้ งทาหลักฐานการ

สง่ มอบไวเ้ ป็นหนังสอื พรอ้ มทัง้ มอบเรื่องราวและเอกสารทเี่ กีย่ วขอ้ งแก่ผูร้ บั ตาแหนง่ ดว้ ย

ขัน้ ตอนการดาเนนิ งานรับส่งในหน้าท่ีราชการ

1) ผูส้ ง่ มอบงานดาเนนิ การสารวจเรอ่ื งและเอกสารทีจ่ ะต้องสง่ มอบ

2) ผูส้ ่งมอบงานจัดพิมพ์เอกสารการสง่ มอบงานจานวน3 ชดุ และให้พยานลงนามรับรองอยา่ งนอ้ ย2 คน

3) นาเสนอการส่งมอบงานในหนา้ ที่ราชการให้ผู้บังคับบัญชารบั ทราบ

4) ผสู้ ่งมอบงานเกบ็ หลกั ฐานการสง่ มอบงาน 1 ชุด ผรู้ บั มอบงาน 1 ชดุ และเกบ็ ไว้เปน็ หลักฐาน

ของทางราชการ 1 ชุด

แบบรายงานรบั ส่ง มอบงานในหน้าที่ราชการ

ตาแหน่ง ………………………………………………………………………………..

ผู้สง่ มอบงาน ………………………………………………………………………………..

ผรู้ ับมอบงาน ……………………………………………………………………………….

ได้สง่ มอบหมายงานในหน้าที่ ต้ังแต่วันท่ี ..................................................... เวลา ……………..น.

เป็นต้นไป จนเสร็จเรยี บร้อย ตามรายการต่อไปน้ี

1. …………………………………………………..

ผสู้ ง่ มอบงาน

()

ผรู้ บั มอบงาน

()

พยาน พยาน

( )( )

คู่มือบรหิ ารงานทั่วไป โรงเรียนบา้ นกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์)ิ 69

4.1 การเงิน

ก. เงนิ ที่เบกิ ตามงบประมาณรายจา่ ยไม่หมด

แผนกการเงนิ เงนิ เดอื น รายการ เงินอืน่ ๆ รวม
คา่ ใชส้ อย

1.

2.

3.

รวม

ข. เงินผลประโยชนแ์ ผ่นดินท่ียังไม่ได้สง่ คลัง

รายการ จานวน หมายเหตุ
บาท สต.

1.

2.

3.

รวม

ค. เงินเบด็ เตลด็ และเงนิ ฝาก

รายการ ตัวเงนิ ท่มี ีอยู่ รายการใบสาคัญ หมายเหตุ
ในวันรบั สง่ งาน ทยี่ งั ไมไ่ ดล้ งบญั ชีจา่ ย ใบยมื หรือใบกู้
ฉบับ คิดเป็นเงิน ฉบับ คิดเปน็ เงิน

1. เงนิ โครงการอาหารกลางวนั
2.
3.

4.2 พัสดุ รหัส จานวน หมายเหตุ
ท่ี รายการ

4.3 อาคารสถานท่ี
1) ………………………………………….
2) ………………………………………….
3) ………………………………………….
4) ………………………………………….

คมู่ ือบริหารงานท่วั ไป โรงเรียนบา้ นกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์)ิ 70

4.4 รายนามข้าราชการ ตาแหนง่ เงนิ เดอื น หมายเหตุ
ท่ี ช่ือ - ชอื่ สกลุ

4.5 หนงั สือราชการทดี่ าเนินการคา้ ง ผู้สง่ มอบงาน
1) เร่อื งปกติ จานวน..........เร่อื ง คอื )
1.1) ………………………………………. ผู้รบั มอบงาน
1.2) ……………………………………….
1.3) ………………………………………. )
2) เรือ่ งด่วน จานวน..........เรอื่ ง คือ พยาน
2.1) ……………………………………….
2.2) ………………………………………. )
2.3) ………………………………………. พยาน

4.6 รายงานท่กี าลงั ดาเนนิ การคา้ งอยู่ )
1) เรอ่ื งปกติ จานวน..........เรอ่ื ง คอื
1.1) ……………………………………….
1.2) ……………………………………….
1.3) ……………………………………….
2) เรื่องดว่ น จานวน..........เร่ือง คอื
2.1) ……………………………………….
2.2) ……………………………………….
2.3) ……………………………………….

ลงช่อื
(

ลงช่ือ
(

ลงชอ่ื
(

ลงชอ่ื
(

คู่มือบริหารงานทวั่ ไป โรงเรียนบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)์ิ 71

สารสนเทศการรับ สง่ มอบงานในหน้าทร่ี าชการ

ตาแหน่ง ………………………………………………………………………………..

ผู้ส่งมอบงาน ………………………………………………………………………………..

ผ้รู บั มอบงาน ……………………………………………………………………………….

ได้ส่งมอบหมายงานในหน้าที่ ต้งั แตว่ ันท่ี ..................................................... เวลา ……………..น.

เป็นต้นไปจนเสรจ็ เรียบร้อย ตามรายการต่อไปนี้

1. …………………………………………………..

2. …………………………………………………..

3. …………………………………………………..

4. …………………………………………………..

ผสู้ ง่ มอบงาน

()

ผูร้ ับมอบงาน

()

พยาน

()

พยาน

()

ป.ี ......................................
มกี ารรบั – ส่งมอบงานในหน้าท่ี........... คร้งั
1. ระหว่าง...............................................กับ............................................. เมือ่ ...............................
2. ระหว่าง...............................................กบั ............................................. เมอ่ื ...............................
3. ระหว่าง...............................................กับ............................................. เมื่อ...............................
4. ระหวา่ ง...............................................กับ............................................. เมอื่ ...............................
5. ระหวา่ ง...............................................กับ............................................. เมอื่ ...............................

คมู่ ือบริหารงานทั่วไป โรงเรียนบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 72

งานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คาส่งั ท่ีเกี่ยวข้อง
ระเบียบ กระทรวงศกึ ษาธิการ วา่ ดว้ ยการใช้อาคารสถานท่ีของสถานศึกษา พ.ศ. 2539
ข้อ 4 ผใู้ ดประสงค์จะขอใชอ้ าคารสถานท่ีของสถานศึกษา ใหย้ นื่ คาขอตอ่ หัวหนา้ สถานศึกษาน้นั ตาม
แบบทกี่ าหนด
ข้อ 5 การขอใช้อาคารสถานที่ อนญุ าตให้ใช้เป็นการชั่วคราวเท่านัน้ และต้องอยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้

5.1 ไม่ใช้อาคารสถานที่กระทาในส่ิงผดิ กฎหมาย
5.2 ไม่ใชอ้ าคารสถานทใ่ี นการแสดงท่ขี ดั ตอ่ ความสงบเรยี บรอ้ ยหรอื ศลี ธรรมอนั ดีตอ่ ประชาชน
5.3 ไม่ใช้อาคารสถานทีเ่ พ่ือจดั งานรน่ื เรงิ ในรูปแบบตา่ งๆ ทจ่ี ะก่อใหเ้ กิดเสยี งดังจนเป็นเหตุ
เดอื ดรอ้ นราคาญแก่ผอู้ ยู่อาศัยในบรเิ วณใกล้เคยี ง
5.4 ไม่ใชอ้ าคารสถานท่จี ดั กิจกรรมบางประเภท เชน่ ดสิ โกเธค หรอื กจิ กรรมอน่ื ๆ ในทานอง
เดยี วกนั ในอาคารสถานทข่ี องสถานศึกษา
5.5 ไม่ใช้อาคารสถานทเ่ี พ่ือการอยา่ งอน่ื นอกเหนือไปจากทีร่ ะบุไวใ้ นคาขออาคารสถานท่ี
5.6 โดยท่ีสถานศึกษาเป็นสถานท่ีราชการ บุคคลอ่ืนจะเข้ามาต้องปฏิบัติตนให้ชอบด้วย
วัฒนธรรมและศีลธรรมอันดี ตลอดทั้งต้องเช่ือฟังหัวหน้าสถานศึกษา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ
รักษาสถานที่นนั้
5.7 การใชอ้ าคารสถานท่เี พ่ือหาเสียงเลือกต้งั หรือดาเนินกจิ กรรมทางการเมือง จะต้องไมก่ ระทบ
ตอ่ การเรียนการสอนของสถานศกึ ษานั้นๆ ตอ้ งใหค้ วามเปน็ ธรรมและเสมอภาคกบั ทกุ พรรคการเมือง
ขอ้ 6 ใหห้ วั หนา้ สถานศึกษาเป็นผู้พจิ ารณาอนุญาตการขอใช้อาคารสถานที่ คร้งั ละไมเ่ กนิ เจ็ดวัน หากเกิน
กาหนดตอ้ งเสนอต่อผ้มู ีอานาจ เพือ่ พิจารณาอนุญาต
การอนญุ าตให้ใชอ้ าคารสถานท่ีตามข้อ 5.7 จะอนญุ าตเปน็ ระยะเวลาเท่าใด ให้อยู่ในดลุ ยพินิจของ
หัวหนา้ สถานศึกษานนั้
ข้อ 7 การอนุญาตให้ใช้อาคารสถานท่หี ากเกนิ อานาจของหัวหนา้ สถานศึกษา ให้ผมู้ อี านาจดังตอ่ ไปน้ีเป็น
ผู้พิจารณาอนุญาต
7.1 สถานศึกษาสงั กดั ส่วนกลาง ให้เป็นอานาจของอธบิ ดีกรมเจ้าสังกัดหรือหัวหน้าส่วนราชการที่
เรียกช่ืออยา่ งอ่ืนท่มี ีฐานะเป็นกรม
7.2 สถานศึกษาสังกัดส่วนกลาง ต้ังอยู่ในส่วนภูมิภาค และอยู่ในความควบคุมดูแลของผู้ว่า
ราชการจังหวัด ใหเ้ ป็นอานาจผู้ว่าราชการจังหวัด
7.3 สถานศึกษาสังกัดสานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ให้เป็นอานาจของ
ผอู้ านวยการการประถมศึกษากรงุ เทพมหานคร หรอื ผอู้ านวยการการประถมศกึ ษาจงั หวดั แลว้ แต่กรณี
ผ้มู ีอานาจอนุญาตให้ใชอ้ าคารสถานท่ี อาจมอบหมายผ้ทู เ่ี หน็ สมควรอนุญาตแทนกไ็ ด้
ข้อ 8 เมื่อปรากฏโดยชัดแจ้งว่าการใช้อาคารสถานที่เป็นการผิดเง่ือนไขอย่างใดอย่างหนึ่งตามท่ีระบุไว้ใน
ขอ้ 5 ให้หวั หนา้ สถานศกึ ษาหรือผมู้ อี านาจอนุญาตสง่ั ระงบั การใช้นน้ั ได้
ข้อ 9 ในระหว่างการใช้อาคารสถานที่ หากเกิดความชารุดเสียหายแก่ทรัพย์สินที่ใช้นั้น ผู้ขอใช้อาคาร
สถานที่ต้องรับผดิ ชอบตอ่ ความชารุดเสียหาย และจัดการซ่อมแซมใหอ้ ยใู่ นสภาพเดมิ

ค่มู ือบริหารงานทวั่ ไป โรงเรียนบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์)ิ 73

ข้อ 10 การขอใชอ้ าคารสถานที่นนั้ ผูข้ อใช้ต้องชาระคา่ บารงุ ดงั ต่อไปน้ี คือ

10.1 คา่ น้า คา่ ไฟ ตามความส้นิ เปลือง

10.2 ค่าบารุงอาคารสถานทแี่ ละอุปกรณ์

10.3 ค่าตอบแทนคนงานภารโรง

หวั หน้าสถานศกึ ษาเป็นผ้กู าหนดค่าบารุง และอาจพิจารณายกเวน้ คา่ บารุงได้ และส่งเงนิ

คา่ บารุงเข้าเป็นเงนิ บารงุ การศึกษาของสถานศึกษา

แบบคาขอใช้อาคารสถานที่

เขียนที่...............................................

วนั ที่ ............................................................................

เรียน .............................................................

ขา้ พเจ้า(นาย/นาง/นางสาว) ..........................................................นามสกลุ ....................................

อายุ..................ปี อยบู่ า้ นเลขท่ี.................หมู่ท่.ี ............ตาบล/แขวง.............................................................

อาเภอ........................................จงั หวดั ................................... มคี วามประสงค์ขอใช้อาคารสถานทข่ี อง

.............................................................................. ดงั ต่อไปน้ี

1. ขา้ พเจา้ ขอใชอ้ าคารสถานทีเ่ พื่อ..................................................................................................

มกี าหนดเวลา..............วนั ตง้ั แตว่ นั ท.ี่ ............เดอื น...............................พ.ศ.................... ถึงวนั ท่ี...............เดือน

................................พ.ศ...................... มีบุคคลทจ่ี ะมาร่วมใชอ้ าคารสถานที่ประมาณ..................คน

2. ยินดชี าระเงินคา่ บารุงตามท่สี ถานศึกษากาหนด คือ

2.1 คา่ นา้ ค่าไฟ ตามความสิน้ เปลอื ง

2.2 คา่ ตอบแทนคนงานภารโรง .........................บาท

2.3 ค่าบารุงอาคารสถานทต่ี ลอดถึงการใช้ทรัพยส์ ินและอุปกรณ์จานวน.......................บาท

2.4 คา่ บารุงอน่ื ๆ (ถ้ามี)

3. หากการใชอ้ าคารสถานท่ีตลอดจนทรัพยส์ ินและอปุ กรณ์ต่าง ๆ เสียหาย ข้าพเจ้ายินดชี ดใช้ให้และ

จัดการซอ่ มแซมให้อยู่ในสภาพเดิม

4. ขา้ พเจ้ารบั ทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใชอ้ าคารสถานที่แล้ว และจะปฏิบตั ใิ ห้ถกู ตอ้ งตามระเบยี บ

ของทางราชการ หากมีการฝ่าฝนื หรือกระทาการใด ๆ อนั เป็นการผดิ ระเบียบยนิ ดีให้บอกเลกิ การใชอ้ าคารสถานท่ี

ดงั กลา่ วได้

ลงชอื่ ..........................................................ผูย้ ่ืนคาขอ
ความเหน็ หวั หนา้ สถานศึกษาหรือผ้มู ีอานาจอนญุ าต
............................................................................................................................. ..........................................

ลงชอื่ ...............................................................
(................................................................)

คมู่ ือบริหารงานทวั่ ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 74

สารสนเทศงานอาคารสถานที่
โรงเรียน...............................................ปีการศกึ ษา...................

ท่ี รายการ ครง้ั หมายเหตุ

1 การขอใช้อาคารเอกประสงค์ เพอื่ ........................................

2 การขอใชส้ นามกีฬา

O ฟุตบอล

O วอลเล่ย์บอล

O บาสเกตบอล

O ตะกรอ้

O อนื่ ๆ..................................

การขอใช้ห้องประชมุ เพ่ือ....................................................

3 การขอใชห้ ้องสมุด เพื่อ..........................................................

4 การขอใช้ห้องปฏบิ ตั ิการทางภาษา เพื่อ...................................

5 ขอใช้อน่ื ๆ

5.1 ..........................................................................................

5.2 ..........................................................................................

5.3 ..........................................................................................

5.4 ..........................................................................................

การให้บริการแกช่ ุมชน สงู สุดไดแ้ ก่ รายการ............................................................ คร้ัง/ปี
รองลงมาได้แก่ รายการ............................................................ ครง้ั /ปี
ต่าสุดไดแ้ ก่ รายการ............................................................ ครง้ั /ปี

คู่มือบริหารงานทวั่ ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์ิ) 75

การอยเู่ วรรกั ษาการณ์สถานทรี่ าชการ
ระเบยี บท่ีเก่ียวข้อง
1. ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรกั ษาความปลอดภยั แห่งชาติ พ.ศ.2552

ตัวอยา่ งเอกสารทเี่ กี่ยวข้อง

คาส่ังโรงเรียนบา้ นกระทุ่มล้ม(นครราษฎรป์ ระสิทธ์)ิ
ที่ ๙๘ / ๒๕๖๓

เรอื่ ง แต่งตง้ั ครเู วรวันหยดุ ราชการเวลากลางวนั และกลางคนื
……………………………….

เพ่ือให้ครูเวรและผู้ตรวจเวรยามที่โรงเรียน รักษาความปลอดภัยของสถานที่ราชการและ
ทรัพย์สินของทางราชการ มิให้เกิดความเสียหายและเป็นการอานวยความสะดวกใหผ้ ู้มาติดต่อราชการ จึงอาศัย
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๒๗ ให้ผู้บริหาร
สถานศึกษาเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาจึงแต่งตั้งครูเว ร
รกั ษาการณ์ ตามบัญชีแนบท้ายคาสง่ั นี้ และใหผ้ ทู้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมายมาปฏบิ ัติหนา้ ทีโ่ ดยเคร่งครดั

ท้งั น้ี ต้ังแต่วนั ท่ี ๑ เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓
ส่ัง ณ วนั ที่ ๓๐ เดือน ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๓

(นายสญชยั รัศมแี จ่ม)
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านกระทมุ่ ล้ม(นครราษฎรป์ ระสิทธิ์)

ค่มู ือบริหารงานทว่ั ไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 76

ตวั อยา่ งแบบบันทึกการอยู่เวรรกั ษาการณ์ สถานที่ราชการ
โรงเรียน......................................................... อาเภอ................................. สพท. นครปฐม เขต 1

วนั เดอื น ปี บนั ทกึ เหตกุ ารณ์ประจาวัน ผ้อู ยู่เวร ผ้ตู รวจเวร หมายเหตุ
......./......../........ วันน้ี ข้าพเจา้ .................................. เวลา.........น. ..................
เวลา............. น. ผสู้ ่งเวร
ถงึ เวลา......... น. และ.................................................... เวลา.........น. ..................
......./......../........ ได้มาอยเู่ วรรักษาสถานทร่ี าชการ ผู้รบั เวร
เวลา............. น. เพื่อดแู ลความปลอดภัย/ทรัพยส์ นิ เวลา.........น. เวลา.........น.
ถึงเวลา......... น. ของทางราชการ ปรากฏวา่ ..................
......./......../........  เหตุการณป์ กติ เวลา.........น. ผู้ส่งเวร
เวลา............. น.  เหตุการณไ์ ม่ปกติ......................... ..................
ถงึ เวลา......... น. ผูร้ ับเวร
......./......../........ ..................................................... เวลา.........น.
เวลา............. น. วนั นี้ ขา้ พเจา้ .................................. ..................
ถึงเวลา......... น. และ.................................................... ผู้สง่ เวร
ไดม้ าอยเู่ วรรักษาสถานทรี่ าชการ ..................
เพอื่ ดแู ลความปลอดภัย/ทรัพย์สิน ผู้รบั เวร
ของทางราชการ ปรากฏวา่ เวลา.........น.
 เหตกุ ารณป์ กติ ..................
 เหตุการณไ์ ม่ปกติ......................... ผู้สง่ เวร
..................................................... ..................
วันนี้ ข้าพเจ้า.................................. ผู้รบั เวร
และ.................................................... เวลา.........น.
ได้มาอยเู่ วรรักษาสถานท่รี าชการ
เพอื่ ดแู ลความปลอดภยั /ทรัพยส์ นิ
ของทางราชการ ปรากฏวา่
 เหตุการณ์ปกติ
 เหตกุ ารณ์ไมป่ กติ.........................
.....................................................
วนั น้ี ขา้ พเจ้า..................................
และ....................................................
ไดม้ าอยเู่ วรรักษาสถานทร่ี าชการ
เพ่ือดูแลความปลอดภัย/ทรพั ย์สิน
ของทางราชการ ปรากฏวา่
 เหตุการณ์ปกติ
 เหตุการณไ์ มป่ กต.ิ ........................

คู่มอื บริหารงานทัว่ ไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์ิ) 77

งานเลขานกุ ารคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั ประกาศ คาสั่ง ที่เกี่ยวข้อง
กฎกระทรวง กาหนดจานวนกรรมการ คณุ สมบตั ิ หลกั เกณฑ์ วิธกี ารสรรหา การเลือกประธาน
กรรมการและกรรมการ วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่ง ของคณะกรรมการสถานศึกษา
ขัน้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2546
ข้อ 2 ในสถานศึกษาขนาดเล็ก ใหม้ คี ณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐาน จานวนเก้าคน
และสถานศึกษาขนาดใหญ่ ให้มีคณะกรรมการสถานศกึ ษาจานวนสบิ ห้าคน ประกอบดว้ ย

1. ประธานกรรมการ
2. กรรมการท่ีเป็นผู้แทนผ้ปู กครอง จานวนหน่งึ คน
3. กรรมการทเ่ี ป็นผู้แทนครู จานวนหน่งึ คน
4. กรรมการที่เปน็ ผู้แทนองคก์ รชมุ ชน จานวนหนึง่ คน
5. กรรมการที่เปน็ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จานวนหนงึ่ คน
6. กรรมการที่เปน็ ผู้แทนศิษย์เกา่ จานวนหนึ่งคน
7. กรรมการท่ีเป็นผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ หรือผ้แู ทนองค์กรศาสนาในพื้นท่ี จานวนหน่ึงรูป
หรอื หนง่ึ คน สาหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก และจานวนสองรูปหรอื สองคน สาหรบั สถานศึกษาขนาดใหญ่
8. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒจิ านวนหนงึ่ คน สาหรบั สถานศึกษาขนาดเล็ก และจานวนหกคน
สาหรับสถานศกึ ษาขนาดใหญ่
9. ผอู้ านวยการ เปน็ กรรมการและเลขานุการ
ข้อ 4 คณุ สมบัติเฉพาะ (กฎกระทรวงขอ้ 4)
1) กรรมการท่ีเป็นผู้แทนผู้ปกครอง
1.1) เป็นผู้ปกครองตามทะเบยี นนกั เรียนที่กาลงั ศึกษาอยู่ในสถานศกึ ษาน้ัน
1.2) ไม่เป็นครู เจ้าหน้าท่ี หรือลูกจ้างของสถานศึกษา หรือท่ีปรึกษา หรือผู้เช่ยี วชาญ
ซง่ึ มสี ัญญาจา้ งกับสถานศกึ ษานนั้
2) กรรมการที่เปน็ ผ้แู ทนครู
ต้องเปน็ ครซู ่ึงทาหน้าท่ีหลักด้านการเรียนการสอนและการสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ของผเู้ รียน
ด้วยวธิ ตี า่ งๆ ในสถานศึกษาน้ัน
3) กรรมการท่ีเปน็ ผแู้ ทนองคก์ รชมุ ชน
3.1) เป็นสมาชิกขององค์กรของชมุ ชน หรือองค์กรท่ีเรียกช่อื อย่างอื่น ที่มีสมาชิกรวมตวั กันไม่น้อย
กว่า 15 คน เพ่ือดาเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชนต์ ่อสงั คมและชมุ ชนโดยส่วนรวมอย่างต่อเน่ือง เปน็ ระยะเวลาไม่น้อย
กว่า 1 ปี มีผลงานท่ีหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้องหรือสานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษารับรอง และมีทีต่ งั้ แนน่ อนอยใู่ นทอ้ งที่
ตาบลหรอื แขวงทเ่ี ปน็ ภูมลิ าเนาของนักเรยี นในสถานศกึ ษาหรือท้องท่ีตาบลหรือแขวงท่สี ถานศกึ ษาตงั้ อยู่
3.2) ไม่เป็นครู เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของสถานศึกษา หรือท่ีปรึกษา หรือผู้เชีย่ วชาญซง่ึ มี
สัญญาจ้างกบั สถานศกึ ษาน้นั
4) กรรมการที่เปน็ ผแู้ ทนศษิ ยเ์ กา่
4.1) เปน็ ผ้ทู เี่ คยศึกษาหรือสาเรจ็ การศึกษาจากสถานศึกษาน้ัน

คูม่ ือบรหิ ารงานทว่ั ไป โรงเรียนบา้ นกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์)ิ 78

4.2) ไม่เปน็ ครู เจ้าหนา้ ที่ หรือลูกจ้างของสถานศึกษา ท่ปี รึกษาหรอื ผู้เช่ียวชาญซงึ่ มี
สญั ญาจ้างกับสถานศกึ ษานนั้

5) กรรมการท่ีเป็นผแู้ ทนพระภิกษสุ งฆ์หรือผแู้ ทนองค์กรศาสนาอนื่ ท่ที างราชการรับรอง
ในพืน้ ที่ ได้แก่ พระภิกษสุ งฆ์ หรอื ผู้นับถือศาสนาที่ทางราชการรบั รอง (ศาสนาที่ทางราชการรบั รอง ได้แก่ พุทธ
คริสต์ อสิ ลาม พราหมณ์ - ฮินดู และซกิ ข์)

6) กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิ
6.1) ไม่เป็นครู เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของสถานศึกษา หรือที่ปรึกษาหรือผู้เช่ยี วชาญ

ซ่งึ มีสัญญาจ้างกับสถานศึกษาน้ัน
6.2) ไม่เป็นกรรมการสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา เกินกวา่ 3 แห่ง ในเวลาเดียวกัน

7) กรรมการท่ีเปน็ ผแู้ ทนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
ประธานสภาองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ เสนอชือ่ ผแู้ ทนองคก์ รทผี่ ่านการพิจารณา

ของสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ องค์กรละ 1 คน (ตอ้ งเปน็ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ท่ไี ดร้ ับ
การจดั ตง้ั ตามกฎหมาย ได้แก่ องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล กรงุ เทพ
มหานคร เมืองพัทยา และองคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ อืน่ ท่ีไดร้ ับการจัดตั้งตามกฎหมาย ซ่ึงสถานศึกษาต้ังอยู่

ขอ้ 5 ให้ผูอ้ านวยการดาเนินการสรรหาและเลือกประธานกรรมการและกรรมการตามหลักเกณฑ์
ขอ้ 7 ประธานกรรมการและกรรมการมีวาระการดารงตาแหนง่ คราวละสีป่ ี และอาจไดร้ ับ
การแต่งตง้ั ใหม่อกี กไ็ ด้ แต่จะดารงตาแหน่งเกนิ สองวาระติดต่อกันไม่ได้
การดาเนนิ การประชุมคณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน
1) สถานศกึ ษาจดั ใหม้ ีการประชมุ คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน อย่างน้อยภาคเรยี นละ
2 ครั้ง
2) เรอ่ื งที่ต้องนาเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น แผนพัฒนาของสถานศึกษา แผนปฏบิ ัติ
การประจาปี การจัดทาสาระหลกั สูตร การรายงานผลการดาเนินงานประจาปี
3) รายงานผลการประชมุ ต่อผูอ้ านวยการสานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษา ภายใน 15 วัน นับแตว่ ันทีม่ กี าร
ประชุม

คูม่ อื บริหารงานทว่ั ไป โรงเรียนบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์)ิ 79

สารสนเทศงานเลขานกุ ารคณะกรรมสถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน
โรงเรยี น........................................................ปี..............................

ที่ รายการ ครงั้ หมายเหตุ
1 การประชุมคณะกรรมฯ

2 ข้อเสนอแนะที่ไดร้ บั จากคณะกรรมการฯในการพฒั นา
การศึกษาของสถานศึกษา ได้แก่
2.1 ..........................................................................................

3 มตคิ ณะกรรมการฯพิจารณาอนุมัติ แผนงาน โครงการ
O แผนงาน โครงการ
O ให้ความเหน็ การย้ายครู/ผู้บรหิ าร
O การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา
O อ่ืนๆ ระบ.ุ ...................................................................

คู่มอื บรหิ ารงานทั่วไป โรงเรียนบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ์) 80

การพัฒนาระบบและเครอื ข่ายขอ้ มลู สารสนเทศ

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คาสงั่ ที่เกี่ยวขอ้ ง
1) พ.ร.บ. ขอ้ มูลขา่ วสารของทางราชการ พ.ศ.2540
2) ระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544
3) ระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ.2546 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.
2548
4) ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการรกั ษาความปลอดภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2517
5) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการวา่ ดว้ ยการประชาสัมพนั ธ์และการให้ข่าวราชการ พ.ศ.2548
ขนั้ ตอนการดาเนินงาน
1) สารวจระบบและจัดทาทะเบียนการเชื่อมโยงข้อมลู สารสนเทศกบั หนว่ ยงานหรือองค์กรที่เก่ยี วข้อง
และเปน็ ประโยชน์ต่อภารกิจการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
2) ออกแบบและจดั ทาระบบฐานข้อมลู ของสถานศึกษา เช่น ฐานข้อมูลนักเรียน ขอ้ มลู บุคลากร ข้อมลู สอ่ื
การเรยี นการสอน ขอ้ มลู ครภุ ณั ฑ์ อาคารสถานท่ี ขอ้ มูลชุมชน ฯลฯ เพ่อื ใช้ในการบรหิ ารจดั การภายในสถานศึกษา
ให้สอดคล้องกบั ระบบฐานข้อมลู ของสานักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษา และสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้
พื้นฐาน
3) พฒั นาบุคลากรผรู้ ับผิดชอบระบบเครอื ข่ายข้อมูลสารสนเทศ ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะใน
การปฏิบตั ภิ ารกิจ และส่งเสริมสนบั สนุนให้บุคลากรในสถานศกึ ษาใชร้ ะบบข้อมลู สารสนเทศ
4) จัดระบบเครือข่ายข้อมลู สารสนเทศ เชื่อมโยงกับสถานศึกษาอ่ืน สานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา และ
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน
5) นาเสนอและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ เพ่อื การบริหารบริการและการประชาสัมพนั ธ์
6) ทาการประเมินและประสานงานระบบเครอื ข่ายข้อมูลสารสนเทศ และปรบั ปรุงพัฒนาเป็นระยะๆ

คู่มือบรหิ ารงานทั่วไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)์ิ 81

สารสนเทศการพัฒนาระบบและเครือขา่ ยข้อมูลสารสนเทศ รูปแบบ รปู แบบ หมายเหตุ
เอกสาร Digital
ท่ี รายการ

1 สารสนเทศงานวิชาการ รหสั V
V 001 = …………………………………………………..
V 002 = …………………………………………………..
สารสนเทศงานบริหารบคุ คล รหัส P
P 001 = …………………………………………………..

2 P 002 = …………………………………………………..
สารสนเทศงานบรหิ ารงบประมาณ รหัส B
B 001 = …………………………………………………..
B 002 = …………………………………………………..

3 สารสนเทศงานบริหารท่วั ไป รหัส G
G 001 = …………………………………………………..
G 002 = …………………………………………………..

4

ค่มู อื บรหิ ารงานทว่ั ไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ)ิ์ 82

การประสานงานและพฒั นาเครือขา่ ยการศึกษา

กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับ ประกาศ คาสัง่ ทีเ่ ก่ียวข้อง
1) พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และทแ่ี กไ้ ขเพิ่มเติม(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2545

2) พระราชบญั ญัติระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ.2546
ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน
1) กาหนดรปู แบบเครือขา่ ยและวัตถปุ ระสงคใ์ นการประสาน ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับภารกจิ งาน
จัดการศึกษา
2) จดั ทาแผนประสานงานและพัฒนาเครือข่าย
3) ประสานงานกบั หนว่ ยงานและสถาบนั ที่เกีย่ วข้อง เพื่อจัดทาข้อตกลงและการพฒั นาเครอื ข่ายร่วมกัน
4) กาหนดบุคลากรผู้รับผดิ ชอบการประสานงานตามภารกิจอยา่ งชัดเจน และเหมาะสม
5) ประสานงานกับเครือขา่ ยการศกึ ษา เพื่อแสวงหาความร่วมมือความช่วยเหลอื สง่ เสริมสนับสนนุ การ
บริหารและจดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษา
6) เผยแพร่ข้อมลู เครือข่ายการศึกษาให้บคุ ลากรในสถานศึกษาและผู้เกย่ี วข้องทราบ
7) กาหนดแผนโครงการหรือกิจกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนร้รู ะหวา่ งเครอื ข่ายการศกึ ษาท่ีเกี่ยวข้องกับ
สถานศึกษา
8) ให้ความรว่ มมอื และสนับสนนุ ทางวชิ าการแก่เครอื ขา่ ยการศกึ ษาของสถานศกึ ษา และสานกั งานเขต
พ้ืนท่ีการศึกษาอย่างต่อเนอื่ ง

ค่มู ือบริหารงานทว่ั ไป โรงเรียนบา้ นกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์)ิ 83

สารสนเทศงานการประสานและพัฒนาเครอื ขา่ ยการศกึ ษา
โรงเรียน..........................................................ปี...............................

ที่ รายการ มี ไมม่ ี หมายเหตุ

1 รปู แบบเครือข่ายภายในโรงเรียน

- แผนภูมิโครงสรา้ งบรหิ าร

- ชุมนุม/ชมรม/สายชน้ั

2 รปู แบบเครือขา่ ยภายนอก

- โรงเรยี นในกลุ่ม/อาเภอ/ในเขต สพท./ตา่ งเขต สพท.

- หนว่ ยงานอ่นื ..............................

3 กิจกรรมทีป่ ฏบิ ัติ

- แผนงานการประสานการพัฒนาเครือข่าย

- มีผ้รู ับผดิ ชอบชัดเจน

- การเผยแพร่ข้อมูลใหก้ ับบคุ ลากรผู้เก่ียวข้องทราบ

- การแลกเปลีย่ นเรียนรูร้ ะหว่างเครือข่าย

- การใหค้ วามร่วมมือ สนบั สนนุ ทางวชิ าการและอ่ืนๆ แก่ครอื ข่าย

- การให้ความร่วมมือ ระดมทรัพยากรเพ่ือการศกึ ษา

มีการดาเนนิ กจิ กรรมของเครือขา่ ยภายใน ............. ครัง้ /ปี ภายนอก.............. ครง้ั /ปี

มีการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ระหวา่ งเครือขา่ ย ............. ครั้ง/ปี ภายนอก.............. คร้งั /ปี

มกี ารให้ความรว่ มมือ สนับสนนุ ทางวิชาการและอน่ื ๆ............. ครง้ั /ปี ภายนอก.............. คร้ัง/ปี

มกี ารใหค้ วามร่วมมือ ระดมทรพั ยากรเพื่อการศกึ ษา ............. ครง้ั /ปี ภายนอก.............. ครัง้ /ปี

ค่มู ือบริหารงานท่วั ไป โรงเรียนบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ์) 84

สารสนเทศการวางแผนบริหารการศึกษา
โรงเรียน..................................... ปีการศกึ ษา............................

ท่ี รายการ มี ไม่มี หมายเหตุ

1 มาตรฐานสถานศึกษา กาหนดตวั ชว้ี ดั และเป้าหมายความสาเรจ็ ม.ที.่ .......
ม.ท.ี่ .......
2 การวดั ผลประเมินผลการปฏิบัตงิ าน ระดับดีมาก ม.ท่ี........
ระดับดี ม.ท.่ี .......
ระดับพอใช้
ระดบั ปรับปรงุ

3 การวิเคราะห์ผลสาเร็จ พบว่าจุดแข็งของโรงเรียนปฏิบตั ิได้
การวิเคราะหผ์ ลสาเรจ็ พบว่าจดุ ควรพัฒนาของโรงเรียน

4 การรายงานผลการประเมนิ ตนเอง SAR

5 แผนกลยุทธ์ โครงการ กจิ กรรม

มีเปา้ หมายในการยกระดบั การพฒั นาคุณภาพ ในปี…………………….

ด้านผู้เรียน ม.1 = ,ม.2 = ,ม.3 = ,ม.4 = ,ม.5 = ,ม.6 = ,ม.7 = ,ม.8 =

ดา้ นครู ม.9 = ,ม.10 =

ดา้ นผบู้ ริหาร ม.11 = ,ม.12 = ,ม.13 = ,ม.14 = ,ม.15 = ,ม.16 =

ดา้ นชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ ม.17 = ,ม.18 =

มจี ุดเดน่ เปน็ แบบอย่างได้ ด้านผู้เรียน, ด้านครู, ด้านผบู้ ริหาร, ด้านชุมชนแหง่ การเรยี นรู้ ได้แก่

ดา้ นผเู้ รยี น 1. ………………… 2. …………………….. 3. ………………………

ด้านครู 1. ………………… 2. …………………….. 3. ………………………

ด้านผบู้ ริหาร 1. ………………… 2. …………………….. 3. ………………………

ดา้ นชมุ ชนแหง่ การเรียนรู้ 1. ………………… 2. …………………….. 3. ………………………

ค่มู อื บริหารงานท่ัวไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 85

การวางแผนการบรหิ ารการศกึ ษา

กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคบั ประกาศ คาสงั่ ที่เกีย่ วข้อง
1) พ.ร.บ. การศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545
2) พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. 2546
3) พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
4) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยการบริหารจดั การและขอบเขตการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี
ของสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐานท่ีเปน็ นติ บิ คุ คล ในสานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา พ.ศ. 2546
5) กฎกระทรวง กาหนดหลักเกณฑ์การแบง่ สว่ นราชการภายในสถานศกึ ษาที่จัดการศึกษา
ข้ันพน้ื ฐาน หรือส่วนราชการทเี่ รยี กช่ืออย่างอนื่ พ.ศ. 2547
ข้ันตอนการดาเนินงาน
1) กาหนดมาตรฐานการปฏิบตั ิงานตามโครงสรา้ งและตวั ชีว้ ัดตามความสาเรจ็
2) วดั และประเมินผลการปฏิบัตงิ านตามมาตรฐานการปฏิบตั ิงาน บรรลุตวั ชว้ี ดั ระดับดีมาก ดี พอใช้
หรือ ปรับปรุง
3) วเิ คราะห์จดุ แข็ง จดุ อ่อน โอกาส และอปุ สรรค รายมาตรฐานการปฏิบัตงิ าน เพื่อหาเหตปุ ัจจัย และ
กาหนดแนวทางการผดงุ รกั ษา การพฒั นา และการปรับปรุง ตามกรณี จัดทาเปน็ ข้อเสนอการจัดทาแผนพฒั นา
การศกึ ษาของสถานศึกษา และแผนปฏบิ ตั กิ ารประจาปีงบประมาณ
4) ปรบั โครงสรา้ งการปฏบิ ตั ิงานตามข้อมลู การวเิ คราะห์ ใหร้ องรับภารกิจท่ีจาเป็นและนโยบายสาคญั
5) กาหนดประเด็นตวั ชว้ี ดั เกณฑ์ความสาเร็จ การกากบั ติดตามให้สอดคล้องกับแผนปฏิบตั กิ ารประจาปี
งบประมาณ และประเดน็ การประเมนิ ผล ตามแผนพัฒนาการศกึ ษาของสถานศึกษาประจาปี
6) กลุ่มงานและฝ่ายประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานด้วยตนเอง และคณะบริหาร
สถานศกึ ษานาผลประเมินพจิ ารณา รับฟังคาช้ีแจง เพ่ือประเมินภาพความสาเร็จระดับสถานศกึ ษา รายมาตรฐาน
การปฏิบตั งิ าน
7) จัดทารายงานและรายงานสาธารณชน เสนอคณะกรรมการสถานศกึ ษาและคณะกรรมการ
เขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา เพื่อใช้เป็นการกาหนดนโยบายของสถานศึกษา และพฒั นาระบบโครงสรา้ งการปฏบิ ัติงานต่อไป

คูม่ ือบริหารงานทัว่ ไป โรงเรียนบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์ิ) 86

งานวจิ ัยเพอ่ื พฒั นานโยบายและแผน

กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับ ประกาศ คาสงั่ ทเ่ี กี่ยวข้อง
1) พ.ร.บ. การศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
ข้ันตอนการดาเนนิ งาน
1. ตรวจสอบ วิเคราะห์ ผลการดาเนินงานตามเปา้ หมายผลผลติ ตัวชวี้ ดั ความสาเรจ็ รายกลยุทธ์
และมาตรฐานการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานท่ยี ังไมบ่ รรลผุ ลสาเร็จ
2. ตงั้ ประเด็นหรือสมมุตฐิ าน เพื่อเปน็ แนวทางในการหาคาตอบ โดยศกึ ษาองคป์ ระกอบ ตวั แปรของ
ปัจจัยภายนอก (ชมุ ชน ทอ้ งถ่ิน) และองคป์ ระกอบภายในสถานศกึ ษา
3. ศึกษาสภาพปัจจุบนั ปัญหาตามกรณี และดาเนินการวิจัยเชิงพฒั นา
4. นาผลการวิจัยมาปรบั ใชใ้ นการจัดทาแผนพฒั นาการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา

การจัดระบบการบริหารและพฒั นาองคก์ ร

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคบั ประกาศ คาส่งั ทีเ่ กี่ยวข้อง
1) พระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
2) พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547
3) พระราชกฤษฎีกาวา่ ด้วยหลักเกณฑแ์ ละวิธีการบรหิ ารกิจการบา้ นเมืองท่ดี ี พ.ศ. 2546
4) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยการบรหิ ารจัดการและขอบเขตการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี
ของสถานศึกษาขัน้ พื้นฐานทเี่ ปน็ นิตบิ คุ คล ในสานักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษา พ.ศ. 2546
5) กฎกระทรวง กาหนดหลกั เกณฑก์ ารแบง่ ส่วนราชการภายในสถานศึกษาทจี่ ัดการศึกษา
ข้ันพน้ื ฐานหรือส่วนราชการที่เรียกช่ืออยา่ งอื่น พ.ศ. 2547
6) ค่มู ือหรือแนวทางการจดั การความรู้ สาหรบั สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาและสถานศึกษา
ขั้นตอนการดาเนนิ งาน
11.1 การจัดระบบการบริหาร

1) ศกึ ษาสภาพปจั จุบัน ปญั หา ตามภารกิจท่เี ปน็ พนั ธกิจ ทัง้ 4 ด้าน ของสถานศกึ ษา
2) วางแผนออกแบบจัดระบบการบริหารงานบุคคล โครงสร้างการแบ่งส่วนงานและมาตรฐานสาย
งานของสถานศึกษา
3) ประกาศ ประชาสัมพนั ธก์ ารแบ่งส่วนงานให้หน่วยงานทเี่ กยี่ วข้อง ตลอดจนสาธารณชนทราบ
4) ดาเนินการบรหิ ารจดั การใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานสายงาน
5) ศึกษาและพฒั นาให้สอดคล้องกับนโยบายและสภาพการณ์ที่เปลย่ี นแปลงไป
11.2 การพัฒนาองค์กร
1) จัดทาขอ้ มูลสารสนเทศสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศกึ ษารายบุคคล
2) พฒั นาสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศรายบุคคล
ให้เปน็ ไปตามมาตรฐานสายงาน
3) จดั สิ่งอานวยความสะดวก ให้เหมาะสมกบั มาตรฐานการปฏิบตั งิ าน
4) จัดบรรยากาศและวฒั นธรรมการทางานของสถานศกึ ษา ใหเ้ ป็นองค์กรแหง่ การเรียนรู้
5) จดั สวสั ดกิ าร เพอ่ื เปน็ แรงจูงใจให้การปฏบิ ตั ิงานบรรลตุ ามมาตรฐานสายงานของสถานศกึ ษา

คมู่ อื บริหารงานทั่วไป โรงเรยี นบ้านกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธิ)์ 87

สารสนเทศการจัดระบบการบริหารและการพัฒนาองค์กร

ท่ี รายการ มี ไมม่ ี

1 จัดระบบการบริหาร

- ออกแบบโครงแผนภูมิการแบง่ งานและมาตรฐานสายงานของสถานศึกษา

- การศึกษาสภาพปจั จุบัน ปญั หา ตามภารกจิ 4 งาน

- ประชาสมั พันธ์ ประกาศ ผู้เกย่ี วข้อง สาธารณชน ทราบ

2 การพัฒนาองคก์ ร

- การจัดทาขอ้ มูลสารสนเทศและสมรรถนะครูและบุคลากร

- พัฒนาครู ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานสายงาน

- จดั สิง่ อานวยความสะดวกในการทางาน ใหเ้ หมาะสมกับมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน

- จัดบรรยากาศ วัฒนธรรมการทางาน ของโรงเรียน ให้เป็นองค์กรแหง่ การเรียนรู้

- จัดสวสั ดิการ แรงจูงใจให้บรรลุตามมาตรฐาน

1 แผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัตงิ าน โครงการ ประจาปี กลยุทธ.์ ......................... ไดแ้ ก่

- ............................................................................................................................. ..........................

- ....................................................................................................................................... ................

มโี ครงการ กจิ กรรม สอดคล้องนโยบาย มาตรฐาน เป้าหมาย จานวน...........โครงการ...........กจิ กรรม

มีการประชาสมั พันธ์ ประกาศ ให้ผูเ้ กยี่ วขอ้ ง สาธารณชน ทราบ จานวน...........ครงั้

2 วเิ คราะห์ ID Plan ของครู พบวา่ สมรรถนะใดที่ครตู ้องการพฒั นา

3 สูงสุด....................................................................................................................... .............................

4 รองลงมา...................................................................................................................... ........................

ตา่ สุด....................................................................................................................................................

ผลการประเมินความพึงพอใจของครใู นการบริการอานวยความสะดวกในการทางาน.................%

บรรยากาศ วัฒนธรรมการทางาน ให้เปน็ องค์กรแหง่ การเรยี นรู้ ระดับ.....................

5 การจัดสวัสดิการ แรงจงู ใจ ใหแ้ ก่ครู ได้รับความพึงพอใจ ร้อยละ.....................%

6

7

คมู่ อื บริหารงานทว่ั ไป โรงเรียนบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 88

สารสนเทศการพฒั นามาตรฐานการปฏิบัตงิ าน
โรงเรยี น........................................ ป.ี ........................

ท่ี รายการ มี ไม่มี หมายเหตุ

1 กาหนดมาตรฐาน ตวั บ่งช้ี การวดั ผล การปฏบิ ัติงานโดยการมีสว่ นรว่ ม
2 สรา้ งความเข้าใจในการประเมิน
3 สรา้ งเคร่อื งมอื ในการประเมิน
4 ประเมนิ การปฏิบัติงาน นาผลมาใชพ้ ัฒนางาน
5 บันทกึ ความดี

คู่มือบริหารงานทั่วไป โรงเรียนบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธิ์) 89

การพัฒนามาตรฐานการปฏิบัตงิ าน

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั ประกาศ คาสงั่ ท่เี ก่ียวข้อง
1) พระราชบัญญตั ิระเบียบข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547
2) พระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
3) มาตรฐานการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
ขั้นตอนการดาเนนิ งาน
1) ศกึ ษาระเบยี บ กฎหมาย และมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน ทเี่ ก่ียวข้อง
2) กาหนดมาตรฐานและตัวบง่ ชห้ี รือดชั นชี ้วี ดั ผลการปฏบิ ตั งิ านของงาน ตามโครงสรา้ ง
และรายบคุ คล โดยการมีสว่ นรว่ มของบุคคลากรทกุ ฝา่ ย
3) สรา้ งความเขา้ ใจการประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน โดยใหเ้ ป็นข้อตกลงรว่ มกันของบุคลากรทุกคน
4) สร้างเคร่ืองมือในการประเมินมาตรฐาน ควบคุม กากับติดตาม การปฏิบตั ิงาน
5) ประเมนิ การปฏบิ ตั ิงานตามเครอ่ื งมือของสถานศึกษาท่ีจัดทาขนึ้
6) นาผลการประเมินมาใช้ในการปรบั ปรงุ พัฒนามาตรฐานและระบบการประเมินผล
การปฏบิ ัติงานใหม้ ปี ระสิทธิภาพมากข้นึ

คมู่ อื บรหิ ารงานทวั่ ไป โรงเรียนบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)์ิ 90

งานเทคโนโลยีเพอื่ การศกึ ษา

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คาส่ัง ท่ีเก่ยี วข้อง
1) พระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี กไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
2) หลกั เกณฑ์แนวปฏิบตั ิเกี่ยวกบั การพฒั นาดา้ นเทคโนโลยีการศกึ ษา
ขนั้ ตอนการดาเนนิ งาน
1) ศึกษาความต้องการจาเป็นด้านเทคโนโลยที ่เี กย่ี วข้องกับการจดั การศึกษาของสถานศึกษา
2) วางแผนดาเนินการนานวัตกรรมและเทคโนโลยเี พ่ือการศึกษามาใชใ้ นการบรหิ ารและพัฒนาการศึกษา
ของสถานศึกษา
3) ระดมการจดั หาเทคโนโลยเี พ่อื การศึกษาในงานด้านตา่ งๆ ของสถานศึกษา
4) พฒั นาบุคลากรใหม้ คี วามรู้ความสามารถในการใช้ บารุงรักษา และสง่ เสรมิ สนบั สนนุ
ใหบ้ ุคลากรนาเทคโนโลยีมาใชใ้ นการบริหาร และพฒั นาการศึกษา
5) สง่ เสริมใหม้ กี ารศึกษาวจิ ัยและพฒั นาการผลติ สือ่ นวตั กรรม และเทคโนโลยี เพือ่ การศกึ ษา
รวมทงั้ เผยแพรแ่ ลกเปลย่ี นเรยี นรู้ระหวา่ งสถานศึกษา
6) ตดิ ตาม ประเมินผล การใชเ้ ทคโนโลยกี ารศึกษา เพ่ือความคมุ้ ค่าและเหมาะสมกับกระบวนการ
พฒั นาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

สารสนเทศเทคโนโลยเี พอ่ื การศกึ ษา

1. สารวจ ศกึ ษา สภาพความต้องการดา้ น IT ปัจจบุ ันต้องการ ได้แก่ .......................................................
2. การนานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใชบ้ รหิ ารจัดการ ได้แก่ .......................................................
3. การนานวตั กรรมและเทคโนโลยมี าใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน ไดแ้ ก่ .................................
4. จานวนอปุ กรณเ์ ทคโนโลยี

- Hard ware จานวน .................. ใชก้ ารได้............. ชารดุ .................
- Soft ware จานวน .................. ใช้การได้............. ชารดุ .................
5. บคุ ลากรมคี วามร้สู ามารถ
- ใชค้ อมพิวเตอร์........................ คน .....................%
- ซ่อมบารงุ รักษา........................ คน .....................%
6. การประเมินการใช้ IT ของโรงเรยี น
O คุม้ คา่
O ไม่คุม้ ค่า
O ควรพฒั นา..............

คูม่ อื บรหิ ารงานทวั่ ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุ่มลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์)ิ 91

การสง่ เสรมิ งานกิจการนักเรียน

กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คาสงั่ ท่ีเกีย่ วข้อง
1) พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และท่แี กไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545
2) ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยการจัดกจิ กรรมของสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.
2532
ขน้ั ตอนการดาเนินงาน
1) สรา้ งความเข้าใจให้เหน็ ความสาคัญของการดาเนินงานกิจการนักเรยี น

1.1) งานส่งเสริมสุขภาพอนามยั (โครงการอาหารกลางวัน/โครงการอาหารเสรมิ (นม)
1.2) งานแนะแนว
1.3) งานกฬี าและนันทนาการ
1.4) งานลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ผ้บู าเพญ็ ประโยชน์ และนกั ศึกษาวิชาทหาร
1.5) งานประชาธิปไตยในโรงเรียน
2) กาหนดแนวทางส่งเสรมิ การดาเนนิ งานกิจกรรมนกั เรียน
3) ดาเนินการจัดกิจกรรมนกั เรียน
4) ประสาน ติดตาม และประเมนิ ผล
5) ปรบั ปรุง รายงานผล

คมู่ อื บริหารงานทัว่ ไป โรงเรียนบ้านกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)ิ์ 92

สารสนเทศดา้ นการสง่ เสริมกิจกรรมนกั เรียน
โรงเรยี น.............................................ปี.............................

ท่ี รายการ มี ไม่มี

1 เขา้ ใจเหน็ ความสาคญั ของการดาเนินงานกจิ การนกั เรยี น ด้าน

- การสง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามยั

- งานแนะแนว

- งานกฬี าและนันทนาการ

- งานลูกเสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด ผบู้ าเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร

- งานประชาธิปไตยในโรงเรียน

- งานชุมนมุ

2 มีแนวทางการส่งเสรมิ การดาเนนิ งาน

3 มกี ารดาเนินการกจิ กรรมดังกลา่ ว

4 มกี ารประสาน ติดตาม ประเมินผล

5 มกี ารปรับปรุง รายงานผล

1. รูปแบบการจดั โครงการอาหารกลางวันของโรงเรยี น O นร. นามาจากบ้าน รร. ทาสมทบ

O รร. จัดดาเนินการให้ นร. ไมต่ ้องนามา

2. นา้ หนกั นักเรยี นต่ากว่าเกณฑม์ าตรฐาน.............คน รอ้ ยละ ........................

3. ส่วนสูงนักเรียนตา่ กว่าเกณฑม์ าตรฐาน.............คน รอ้ ยละ ........................

4. นักเรียนไดร้ บั บริการแนะแนวจากครแู นะแนวหรือครูประจาชั้น ................คร้งั /เดือน

5. นักเรียนได้เขา้ รว่ มกีฬาและนนั ทนาการ .................ครั้ง/เดือน

6. นกั เรยี นไดเ้ ล่นกฬี า – กรฑี า อย่างนอ้ ย 1 อย่าง คิดเป็น ฟุตบอล .............%

วอลเล่ย์ .............%

ตะกรอ้ .............%

เปตอง .............%

อื่นๆ .............%

7. นักเรยี นไดเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี

8. นักเรียนมคี ารวะธรรม ...........คน................% สามคั คธี รรม...........คน................% ปญั ญาธรรม..........คน.............%

9. สรุปรายงานผลการนาไปใชป้ รับปรงุ พัฒนาระดับคณุ ภาพ เพมิ่ ..........% ลดลง..........% คงท่ี............%

คู่มือบริหารงานทว่ั ไป โรงเรยี นบ้านกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์ิ) 93

การประชาสัมพนั ธ์

กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคบั ประกาศ คาสัง่ ท่เี กี่ยวข้อง
1) พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทแี่ กไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545
2) พระราชบญั ญัติข้อมลู ข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540
3) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ด้วยการประชาสัมพนั ธแ์ ละการให้ข่าวราชการ พ.ศ. 2548
4) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ ว่าดว้ ยการจัดกจิ กรรมของสถานศกึ ษาสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. 2542
ขนั้ ตอนการดาเนินงาน
1) ศกึ ษาความต้องการจาเป็นในการเผยแพรข่ ้อมูลข่าวสาร และความต้องการรับข้อมูลขา่ วสาร
ของชมุ ชน
2) วางแผนการประชาสมั พันธ์งานการศกึ ษาของสถานศึกษา โดยการประสานงานกับทุกฝ่าย
3) จดั ให้มีเครือขา่ ยการประสานงาน การประชาสมั พันธ์
4) พัฒนาบคุ ลากรท่รี บั ผดิ ชอบงานประชาสมั พนั ธ์
5) ดาเนินการประชาสมั พนั ธ์
6) สรา้ งกิจกรรมประชาสมั พันธ์หลายรูปแบบ โดยยดึ หลกั การมสี ว่ นร่วม
7) ตดิ ตาม ประเมินผล

สารสนเทศดา้ นการประชาสมั พนั ธ์
โรงเรียน......................................... ปกี ารศกึ ษา .......................................

รายการ มี ไม่มี หมายเหตุ

- จัดวางแผนประชาสมั พนั ธ์
- ตง้ั เครือขา่ ยการประสานงานการประชาสมั พันธ์
- ประชาสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบ
- ประเมนิ ผล รายงานผล

- มแี ผนงานโครงการด้านการประชาสัมพนั ธ์.....................................โครงการ
- จานวนเครอื ขา่ ย……………………………….เครอื ข่าย
- จานวนคร้ังทป่ี ระชาสัมพนั ธ.์ ..............................คร้งั .........................เรอ่ื ง
- รูปแบบวธิ ีการประชาสัมพันธ์

1. ......................................................................................................................... .......................
2. ................................................................................................................................................
3. ......................................................................................................................... .......................
4. ...................................................................................................................................... ..........
- ผลการปฏบิ ัติ ประเมินอยใู่ นระดบั ...............................................

คู่มอื บรหิ ารงานทว่ั ไป โรงเรยี นบ้านกระท่มุ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสทิ ธ์ิ) 94

การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และประสานการจัดการศึกษาของบุคคล ชุมชน องคก์ รหนว่ ยงาน

และสถาบันสังคมอ่นื ที่จัดการศกึ ษา
กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ประกาศ คาสัง่ ทเี่ กย่ี วข้อง
1) พระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่แี ก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
2) หลกั สตู รการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2551
3) กฎกระทรวง ว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาข้ันพน้ื ฐานในครอบครวั พ.ศ. 2547
ขัน้ ตอนการดาเนนิ งาน
1) ประสาน ประชาสมั พนั ธ์ สร้างความเข้าใจ ในสิทธิและหน้าท่ี ในการจัดการศึกษาของบุคคล

ครอบครวั ชมุ ชน สถาบันทางศาสนา และสถานประกอบการ ฯลฯ
2) ประสานให้ความรว่ มมือกับสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา ในการส่งเสริมและพฒั นาความสามารถใน

การจัดการศึกษาของบคุ คล ครอบครัว ชมุ ชน สถาบนั ทางศาสนา และสถานประกอบการ เป็นต้น
3) สนับสนุนใหบ้ ดิ ามารดาหรอื ผ้ปู กครองมีความรู้ ความสามารถ ในการอบรมเลี้ยงดู

และใหก้ ารศึกษาแกบ่ ุตรหรือบคุ คลซ่งึ อยู่ในการปกครองดูแล
4) ให้ความรว่ มมือกับสานกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษา ตดิ ตามผลการจดั การศึกษาของบุคคล ครอบครัว

ชมุ ชน สถาบันทางศาสนา และสถานประกอบการ

คูม่ อื บรหิ ารงานท่ัวไป โรงเรยี นบา้ นกระทมุ่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ์ิ) 95

สารสนเทศด้านสง่ เสรมิ สนบั สนุนและประสานการจดั การศกึ ษาของ
บคุ คล ชุมชน องคก์ ร หนว่ ยงานและสถาบนั สังคมอืน่ ทีจ่ ัดการศกึ ษา
โรงเรียน......................................... ปีการศึกษา .......................................

- การประสาน ประชาสมั พันธ์ สร้างความเข้าใจในสิทธิ/หน้าท.ี่ .................................ครง้ั /ปี
- ให้ความร่วมมอื กับเขตพน้ื ทฯี่ ส่งเสรมิ พฒั นา ความสามารถจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครวั ชมุ ชน

................................ครั้ง/ปี
- สนบั สนุนบิดา มารดา ผปู้ กครอง ใหร้ ู้เรื่องการดแู ล..................................ครงั้ /ปี
- มีผู้ปกครองจดั HOME SCHOOL ………………คน ระดบั ชนั้ ...................................
- มีการอบรมให้ความร้ดู ้านต่างๆ กบั ผู้ปกครอง..................................ครง้ั /ปี

คูม่ อื บรหิ ารงานท่วั ไป โรงเรยี นบา้ นกระทุม่ ลม้ (นครราษฎรป์ ระสิทธ)ิ์ 96

งานประสานราชการกบั ส่วนภูมภิ าคและท้องถิ่น

กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คับ ประกาศ คาสงั่ ท่ีเกีย่ วข้อง
1) พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี กไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545
ขั้นตอนการดาเนนิ งาน
1) ศกึ ษา สารวจ และกาหนดภารกิจ ท้งั ภารกิจหลักและภารกิจทไี่ ดร้ บั มอบหมาย ทจ่ี ะต้องประสานกับ
หนว่ ยราชการกบั ส่วนภมู ภิ าคและส่วนท้องถ่ิน
2) กาหนดรปู แบบภารกิจ ข้ันตอน วธิ กี าร ตลอดจนเทคนิคตา่ งๆ ในการประสานงาน ใหส้ อดคลอ้ ง
เหมาะสมกับเร่ืองที่จะประสานงาน
3) จัดเตรยี มเอกสาร ส่ือ เครื่องมือ และช่องทางการประสานงาน ใหม้ คี วามพร้อม เอ้ือประโยชนแ์ ละ
สะดวกตอ่ การประสานงาน
4) กาหนดบุคลากรผู้รบั ผดิ ชอบการประสานงานตามภารกิจอย่างชดั เจน เหมาะสม
5) ประสานความร่วมมือกบั หน่วยราชการส่วนภมู ภิ าคและส่วนท้องถนิ่ ในการจัดและพัฒนาการศกึ ษา
รว่ มกนั
6) ประเมินผลการดาเนนิ การ


Click to View FlipBook Version