๑๔๓
จ-๑๕ ภาวะและโรคทสี่ ำคญั ที่มีผลต7ออาการของผปIู วZ ยขณะลำเลยี งทางอากาศ
๑. RESPIRATORY PROBLEMS
๑. AIRWAY OBSTRUCTION การหายใจทม่ี ีเสยี งดงั มกั จะเป\นเครอ่ื งแสดงใหทG ราบวา; มีการ
อุดตันเกิดข้นึ เชน; เสยี ง WHEEZING ซ่งึ อาจเกดิ จาก BRONCHOSPASM หรือ SECRETION ในทาง
เดินหายใจ
เสียง CROWING OR SNORING มกั เกิดจาก OBSTRUCTION IN THE UPPER AIRWAY,
TWE TONGUE, FOREIGN BODIES, LARYNGEAL EDEMA
สำหรับในเด็ก เราสามารถทราบป{ญหาการหายใจโดยการสักเกต ถGา INTERCOSTAL
KNOT หดตัว แสดงวา; มปี {ญหาในการหายใจเขGา และอาการทแี่ สดงวา; มีป{ญหาในการหายใจออกคือ
การโปงN พองของ INTERCOSTAL KNOT
ในการเตรียมการก;อนบนิ ควรบันทึกการหายใจโดยใชGเวลาในการนับอัตราการหายใจอย;าง
นGอย ๓๐ วนิ าที ตลอดทั้งสังเกตลักษณะการหายใจของผปูG Nวย (RESPIRATION PATTERN) แต;ถGามี
การเปล่ียนแปลง RESPIRATION PATTERN ผGูทำการลำเลียงผปGู Nวยทางอากาศควรจะบันทกึ อาการ
เปล่ยี นแปลงไวดG Gวย
๒. HYPERVENTILATION เป\นส;งท่พี บไดแG ละตGองแยกจากภาวะ HYPOXIA
ก า ร ล ด ล งข อ ง PaCo2 ใน ผูG ปN วย BRAIN STEM INJURIES ก็ จ ะ ท ำ ใหG มี อ าก า ร
HYPERVENTILATION ไดG แต;สาเหตุท่ีทำใหGเกดิ ไดGมากที่สดุ คอื สาเหตจุ าก PSYCHOGENIC ซ่ึงเป\น
ผลมาจากความเครียดบางประการ เช;น EMOTIONAL TENSION, WORRY, FEAR OF FLYING,
ANXIETY
๒.๑ PHYSIOLOGY OF HYPERVENTILATION
สรีรวิทยาของร;างกายท่ีมีผลต;อ HYPERVENTILATION คือการไหลของเลือดในส;วน
CENEBRAL ท่ีถูกขัดขวาง CEREBRAL VESSELS จะขยายตัวเมอ่ื CO2 TENSION เพิ่มขนึ้ และหด
ตัวเม่ือ CO2 TENSION ลดต่ำลง ผลของ HYPERVENTILATION จะทำใหGเกิด STAGNANT
HYPOXIA เพราะการไหลเวยี นของเลือดนGอยลง (DECREASED BLOOD FLOW)
อาการของ HYPERVENTILATION ไดGแก; LIGHT HEADEDNESS, DIZZINESS, PALE
SKIN, HEADACHE, VISUAL DISTURBANCES, TINGLING OF EXTERMITIES, TWITCHING
AROUND THE MOUTH, CARPOPEDAL TETANY
๑๔๔
๒.๒ TREATMENT OF HYPERVENTILATION
วิธีปฏิบัติเพอื่ ใหGผGูปNวยลดอตั ราการหายใจใหชG าG ลง
๒.๒.๑ ใหGผปGู Nวยนบั ๑ -๑๐ อยา; งชGา ในขณะทหี่ ายใจออก
๒.๒.๒ ใหGผูGปNวยหายใจในอัตรา ๑๐ ครั้ง/นาที โดยพยาบาลเป\นผูGควบคุมดูแลใหG
ผปGู Nวยหายใจตามท่ีกำหนด
๒.๒.๓ ใชGวิธี COUNTER PRESSURE วิธีนี้จะช;วยลดอัตราการหายใจในราย
HYPERVENTILATION ไดG โดยใหปG ฏิบตั ดิ งั นี้
- ในรายผูGปNวยนั่ง ใหGผGูปNวย ใหGผGูปNวยกGมศีรษะวางไวGบนเข;าพรGอมทั้ง
ประสานมือวางไวGบนศีรษะของผGูปNวยเอง และใหGผGูปNวยพยายามกดศีรษะลง ในขณะเดียวกันก็
พยายามฝ}นยกศรี ษะขน้ึ เป\นการตอ; ตGานซ่งึ กนั และกนั
- ในรายผGูปNวยนอน ใหGผูGปNวยจับ STIRRUPS ของเปลที่อยู;เหนือข้ึนไป
และพยายามหบุ ศอกเขGาหากัน ในขณะทพ่ี ยาบาลพยายามดังใหศG อกขวาของผูGปวN ยแยกออกจากกนั
๒. CARDIOVASCULAR DISTURBANCES
ในป{จจุบันน้ีแมGว;าการลำเลียงทางอากาศของผูGปNวยท่ีมี CARDIOVASCULAR PROBLEM
จะสามารถทำไดG แต;อย;างไรก็ตาม เจGาหนGาท่ีที่ทำหนGาท่ีลำเลียงผGูปNวยจะตGองเขGาใจว;าผGูปNวยท่ีมี
อาการปกติขณะอยู;ท่พี นื้ ดนิ อาจจะเกิดอาการรนุ แรงไดใG นขณะทำการลำเลยี งทางอากาศ โดยมกั จะ
เกิดข้ึนเม่อื บนิ สงู เกินกว;าระดบั ๖,๐๐๐ ฟตุ
HYPOXIA มักจะเป\นป{ญหาใหญ;ที่สุดในการคุกคามผGูปNวย CORONARY ARTERY ในคน
ปกติ CORONARY ARTERY จะขยายตัวเพ่ือเพ่ิมปริมาณของเลือด แตผ; ูGปวN ยที่มปี {ญหาเก่ียวกับเสGน
เลอื ดจะไมส; ามารถทำไดเG ช;นคนปกติ เพราะเสนG เลอื ดมีการแขง็ ตวั และตบี ดงั นั้น การเพิม่ การทำงาน
ของหัวหัวใจเพื่อชดเชยใหGมี O2 TENSION เพียงพอในขณะท่ีอยู;ในชั้นบรรยากาศท่ีสูงกว;า
ระดับน้ำทะเลนั้น ผูGปNวยอาจจะทนไม;ไดG และมักจะมีอาการแทรกซGอนเกิดข้ึน เช;น CHEST PAIN
CONGESTIVE HEART FAILURE WITH PULMONARY EDEMA, CARDIAD ARRHYTHMIA,
CARDIOGENIC SHOCK, CARDIAC ARREST จึงควรแกไG ขโดยการเตรียมออกซเิ จนไวGใหพG รอG ม
๑๔๕
๓. NEUROLOGICAL DISTURBANCES
INCREASED INTRACRANIAL PRESSURE (IIP) เป\นอาการแทรกซGอนที่สำคัญในผูGปNวย
ระบบประสาท ซง่ึ มีผลทำใหผG ูGปNวยเสียชีวติ ไดGภายในไมก; ี่นาทีถึงไม;ก่ชี ่ัวโมง ผปูG Nวยท่ีมแี นวโนGมจะเกิด
IIP ไดแG ก; CEREBRAL EDEMA หรือผGปู วN ยทม่ี ี LESION อยใ;ู น INTRACRANIAL CAVITY
มสี าเหตอุ ย;ูหลายประการทีท่ ำใหเG กิด CEREBRAL EDEMA โดยเฉพาะอย;างย่ิงหลังจากการ
เกิด HEAD INJURY ในผGูปNวยท่ี LEVER OF CONSCIOUSNESS ถูกรบกวน มักจะเกิดอาการ
HYPERVENTILATION ซ่ึงเป\นสาเหตุไปสู;การเกิดอาการ HYPERCAPNIA และ HYPOXIA โดย
ร;วมกับการลดลงของ PaO2 ในช้ันบรรยากาศดงั น้ันในการเตรียมการก;อนบนิ เราจะตGองตรวจ VITAL
SING เพ่ือท่ีจะประเมนิ อาการของผูGปNวยกอ; นบินอย;างละเอียด
อาการท่จี ะเป\นเครือ่ งบ;งชี้วา; ผGูปNวยมี IIP ไดGแก; RESTLESSMESS, DEPRESSED MENTAL
FUNCTION, DISORGANIZED MOTOR BEHAVIOR, CHANGES IN VITAL SING
การเปลี่ยนแปลงของ VITAL SIGN มักจะเกดิ ข้ึนเมื่อการเกิด IIP ถึงระดับคงท่ีแลวG มากกว;า
ที่จะเกิดในขณะที่ IIP กำลังเพ่ิมขึ้น การเปล่ียนแปลงของ VITAL SING น้ีจะพบว;ามี WIDENING
PRLSE PRESSUER, SLOWING HEART RATE, IRREGU-LAR OR DECREASED RESPIRATION
การรักษาอาจจะข้ึนอย;ูกับสภาพของผGูปNวย แต;มีหลักปฏิบัติดังน้ี CLEAR AIR-WAY ใหG
OXYGEN ใหG CORTICOSTEROIDS ถGาแพทย.สั่งลดอัตราการไหลของ IV ใหGชGาลง หGามใหGยาพวก
CNS DEPRESSANT แมGวา; ผูปG Nวยจะมีอาการ RESTLESS
จ-๑๖ ความเครียดจาการบิน
การลำเลยี งทางอากาศในปจ{ จบุ นั มีความปลอดภัยคอ; นขGางสงู เนือ่ งจากวิทยาการทางดGาน
อากาศยานท่ีใชใG นการลำเลยี ง เวชศาสตรก. ารบิน และอปุ กรณเ. ครือ่ งมอื เครอ่ื งใชตG ;างๆ มีความ
ทันสมยั มากขึ้น แตอ; ย;างไรกต็ าม กอ็ าจจะเกดิ ปญ{ หาขน้ึ ไดG อนั เน่อื งมาจากความเปลี่ยนแปลงของช้ัน
บรรยากาศ หรอื ผลจากสภาพของอากาศยานเอง ซ่ึงสาเหตเุ หล;านี้อาจเรยี กไดGวา; เปน\ ความเครียด
จากการบนิ (STRESS OF FLIGHT) และมผี ลทำใหGเกดิ ป{ญหากับผปGู วN ยขณะลำเลยี งทางอากาศ
ดังน้นั เจาG หนGาทที่ างการแพทย.ผทGู ำหนGาทล่ี ำเลยี งทาอากาศ จำเป\นตอG งเรียนรใูG หเG กดิ ความเขาG ใจถึง
สาเหตขุ องความเครยี ด และปอK งกันแกGไขมใิ หคG วามเครียดเหล;านเ้ี กิดข้ึนแก;ผปูG วN ย อนั จะเป\นเหตทุ ำ
ใหGผูGปNวยมอี าการของโรครุนแรงเพมิ่ มากขน้ึ จากการลำเลยี งทางอากาศ
๑๔๖
ความเครยี ดจากการบินมีอยูม; าก แตค; วามเครยี ดทจี่ ะกลา; วต;อไปนเ้ี ป\นชนดิ ท่มี ักจะทำใหG
เกิดผลกระทบั กบั ผปูG วN ย คือ
๑. DECEASED PARTIAL PRESSURE OF OXYGEN
๒. BAROMETRIC PRESSURE CHANGES
๓. THERMAL STRESS
๔. DECREASE HUMIDITY
๕. NOISE
๖. VIBRATIION
๗. FATIGUE
๑๔๗
เอกสารอาI งองิ
๑. คำสั่งกองทพั บก (เฉพาะ) ท่ี ๕๐๕/๕๗ เรอื่ ง การปอK งกนั และการเฝาK ระวงั การบาดเจบ็ จาก
ความรอG นในการฝ_กทหารใหม; ลง ๑ พ.ค.๕๗
๒. คำส่งั กองทพั บก (เฉพาะ) ที่ ๕๐๖/๕๗ เรอ่ื ง การปอK งกนั และการเฝKาระวงั การบาดเจ็บจาก
ความรGอนในการฝก_ ลง ๑ พ.ค.๕๗
๓. ประกาศกรมแพทยท. หารบก เรอื่ ง คำแนะนำการปอK งกนั และควบคุมโรคมาลาเรีย, ๒๕๕๙
๔. ประกาศกรมแพทยท. หารบก เรอ่ื ง คำแนะนำการปอK งกนั โรคทพี่ บบอ; ยในฤดฝู น, ๒๕๕๗
๕. ประกาศกรมแพทย.ทหารบก เรอื่ ง คำแนะนำการปอK งกนั โรคทพ่ี บบ;อยในฤดหู นาว, ๒๕๕๗
๖. ประกาศกรมแพทย.ทหารบก เรอื่ ง คำแนะนำการปKองกันโรคที่พบบ;อยในฤดรู อG น, ๒๕๕๗
๗. ประกาศกรมแพทยท. หารบก เรอ่ื ง คำแนะนำการปอK งกันและเฝKาระวงั การปฐมพยาบาล
และการรักษาพยาบาลการบาดเจบ็ จากความรGอน, ๒๕๖๐
๘. คม;ู ือโภชนาการสำหรบั พลทหารกองประจำการ, กองสง; เสรมิ สุขภาพและเวชกรรมปKองกนั ,
กรมแพทย.ทหารบก, ๒๕๕๙
๙. คู;มือการสง; เสรมิ สุขภาพและเวชกรรมปKองกนั สำหรบั หน;วยทหารในกองทพั บก, กอง
ส;งเสรมิ สขุ ภาพและเวชกรรมปอK งกนั กรมแพทยท. หารบก, ๒๕๕๐
๑๐.ค;มู อื หน;วยสายแพทย.กองทพั บก เรอ่ื ง แนวทางการดำเนนิ การเพ่ือเตรียมความพรอG ม
ทางดาG นสุขภาพทง้ั กอ; นและหลังการปฏบิ ตั ิการทางทหารของกำลงั พลกองทัพบก, กรม
แพทย.ทหารบก, ๒๕๔๙
๑๑.แนวทางการฝก_ หน;วยทหารทรหดโดยใชGวิทยาศาสตร.การกฬี า, พ.อ.อรรถสทิ ธิ์ สทิ ธิถาวร,
เวชสารแพทยท. หารบก,ป|ท่ี ๖๘ ฉบบั ที่ ๑,๒๕๕๘
๑๒. แนวทางการสรGางเสรมิ สขุ ภาพกำลงั พลของกองทัพเรือ, กรมแพทยท. หารเรอื , พมิ พค. รงั้ ท่ี ๑,
๒๕๕๔
๑๓.คำสง่ั กองทัพบก ที่ ๒๒๔๘/๒๕๖๑ เรือ่ ง ชแ้ี จงการปฏิบัตกิ ารสุขาภิบาลในท่ตี ้ังปกติ
๑๔. Preventive Medicine Service: FM 4-02.17, Department of Army, United State of America,
C.E.: 2000
๑๕.เวบไซด. www.anamai.moph.go.th
๑๖.Occupational Medicine, Armed Forced Occupational Health, Vol.59,
December,2009
๑๗.Total force fitness for the 21st century: A new paradigm. 2010
๑๘. FM 4-02 Force Health Protection in a global environment.
คณะผ'ูจดั ทำ
แผนกวิชาการเสนารักษ8 กองการศกึ ษา
โรงเรียนเสนารักษ8 กรมแพทย8ทหารบก
๑. พ.อ.หญงิ จริ าภรณ8 ชมศรี อจ.หน.รร.สร.พบ.
๒. พ.ท. บญุ เลศิ เรือนแกว' อจ.รร.สร.พบ.
๓. พ.ท. ณัฐพงศ8 นะราศรี อจ.รร.สร.พบ.
๔. พ.ต. ประจวบ วันตา อจ.รร.สร.พบ.