The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นังสือเรียนพุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 921supatn, 2022-08-24 02:28:03

หนังสือเรียนพุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ

นังสือเรียนพุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ

Keywords: sao

45

3. หลวงพอ฽ อีม๋ ีความชาํ นาญในดา฾ นใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. สงครามโลกครั้งที่ 2ฝาุ ยพัทธมิตรทิ้งระเปิดลงจดุ ยทุ ธศาสตรขแ องอาํ เภอสัตหีบ หลวงพ฽ออแี๋ สดง
อภินิหารแบบใด และสง฽ ผลอยา฽ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ให฾นกั ศึกษา อธิบายอภินหิ ารการดับขันของหลวงพอ฽ อี๋
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

46

บทท่ี 3
คณุ คา฽ และความศรทั ธาทมี่ ตี อ฽ พระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพอ฽ อ)ี๋

สาระสาํ คญั

กกกกกกกพระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพ฽ออี๋) เปๅนพระสมณะ เปๅนพระเกจผิ ูอ฾ ทุ ิศตนเสรมิ สร฾าง
พระพทุ ธศาสนาและพัฒนาชมุ ชน เปนๅ ทเ่ี คารพศรัทธาของสาธุชน เปรยี บเสมอื น “เทพเจา฾ แห฽งภาค
ตะวันออก” แมเ฾ วลาจะผา฽ นไปนานจนถงึ ในปใจจุบันช่ือเสยี งของท฽านกย็ ังเปนๅ ทบ่ี อกกลา฽ วเลา฽ ขานกันสืบ
ต฽อมา และบารมีของทา฽ นและวัดสัตหบี (วัดหลวงพอ฽ อ๋)ี กย็ ังคงอยู฽ตราบนานเทา฽ นาน

ตวั ช้วี ัด

กกกกกกก1. ให฾คุณค฽า และความศรทั ธาทมี่ ีต฽อพระครูวรเวทมุนี (หลวงพอ฽ อี๋) ได฾
กกกกกกก2. เห็นคุณคา฽ และความศรัทธาท่ีมีต฽อพระครูวรเวทมนุ ี (หลวงพ฽ออี๋)

ขอบขา฽ ยเนอ้ื หา

กกกกกกก1. คณุ คา฽ และความศรทั ธาของมีต฽อพระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพ฽ออ๋ี)

เรอื่ งที่ 1 คณุ คา฽ ของพระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพอ฽ อี๋)

กกกกกกก1. คณุ คา฽ ของพระครวู รเวทมุนี (หลวงพอ฽ อ)๋ี
พระครวู รเวทมุนี (หลวงพ฽ออี๋) ทา฽ นเปๅนเจา฾ อาวาสรปู แรกของวัดสตั หบี โดยนายขาํ และนาง

เอียงบิดามารดาของหลวงพ฽ออี๋ได฾ขอพระราชทานทดี่ นิ ว฽างเปลา฽ ท่เี ปๅนปาุ ไมเ฾ พื่อสร฾างวดั จาก
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาจุฬาลงกรณแ พระจุลจอมเกลา฾ เจ฾าอย฽หู ัว รัชกาลท่ี 5 เม่ือปีพ.ศ. 2442
และพระองคแได฾ทรงอนญุ าต โดยมชี าวบ฾านและลกู ศษิ ยลแ กู หาร฽วมแรงร฽วมใจกนั สร฾างวดั เพ่ือใหใ฾ ช฾
ประกอบศาสนกจิ ตา฽ งๆ จนสําเร็จสมประสงคแ ในนาม “วัดสตั หีบ” หรอื ทเี่ รียกว฽า “วดั หลวงพ฽ออี๋” มา
จนทกุ วนั นี้

หลวงพอ฽ อี๋ได฾ให฾ความสาํ คญั ในเร่ืองการศึกษาเปๅนอย฽างมาก ในสมยั น้นั ท฽านไดส฾ ร฾าง
โรงเรียนประชาบาล 1 หลงั ชอื่ ว฽า "โรงเรียนบ฾านสตั หีบ" ท่ีย฾ายมาตั้งท่ีถนนบา฾ นนา ชาวบา฾ นเรยี น
ว฽า "โรงเรยี นบา฾ นนา" สว฽ นอาคารเรียนเดิมชอื่ "ศาลาธรรมประสพ" ปใจจบุ นั คือ "หอ฾ งสมุดของวัด
สตั หีบ"

หลวงพ฽ออี๋มีความชาํ นาญในด฾านสมถะวิปสใ สนาธรุ ะมากคือ คล฽องแคลว฽ ในการเข฾าใน ออก
นอก และในการพกั จิตอย฽เู ปนๅ กสิณ และในธรรมารมณตแ ามปรารถนา จะเรียกว฽า มวี สภี าพกค็ วร เพราะ

47

เม่อื ท฽านปรารถนาจะสาํ รวมจติ แลว฾ ไมม฽ อี ะไรมาขัดขวางทางเดินภายในของท฽านได฾ เปนๅ การเขา฾ ออกได฾
เรียบร฾อยตามประสงคแ

เมอ่ื กล฽าวถึงคุณสมบตั ิแลว฾ ทา฽ นจะเหนอื ว฽าพระเถระอืน่ ๆ มากทเี ดียวเพราะท฽านสามารถ
ยกจิตใหพ฾ น฾ จากเวทนาไดเ฾ สมอ ดงั จะเหน็ ได฾จากเวทนาทเี่ กิดข้ึนจากความหนาว รอ฾ น หวิ กระหาย ปวด
บวม ระบม เปนๅ ต฾น ท฽านไมเ฽ คยปริปากบ฽นในเร่ืองทุกขเวทนาดงั กลา฽ วให฾ผูอ฾ น่ื ได฾ยนิ เลย แม฾การเจ็บปุวย
เจ็บปวุ ยของท฽าน คงอยู฽ในอาการสงบเปนๅ ปรกติจนหมดอายขุ ัย

เมือ่ หลวงพ฽ออี๋ทา฽ นมรณภาพแลว฾ ศษิ ยเแ กรงวา฽ จะไมม฽ เี งนิ ทําศพของทา฽ น เพราะไปดู
กระเป฻าพระ (ย฽าม) มีแตผ฽ ฾ากราบ และผา฾ เช็ดหน฾า - ปาก ผา฾ รองน่งั เท฽าน้ัน เงนิ ไม฽มีเลย แต฽เม่อื ตรวจดู
ตามภาชนะเก฽า ๆ บา฾ ง ใต฾ถาด ใต฾พานดอกไม฾ ท่ีลกู ศษิ ยแมาทําบญุ กับทา฽ นบ฾าง ได฾พบเงนิ ทีเ่ สยี บไว฾กับสง่ิ
ตา฽ ง ๆ รวมได฾ถึง 20,000 บาทเศษ หลวงพอ฽ อที๋ ฽านมไิ ด฾ถือว฽าเปนๅ ของท฽าน ใครมาวางไว฾ท่ีใดก็อย฽ตู รงนั้น
ตง้ั แต฽วนั แรกจนถึงวันมรณภาพ นี่คือชวี ิตของท฽านผูท฾ รงคุณ ซึ่งดํารงชวี ิตอยา฽ งสมณะโดยแทจ฾ รงิ

แม฾หลวงพอ฽ อีจ๋ ะจากไปจนถงึ ปจใ จุบันนี้ (พ.ศ.2563) นับได฾ 74 ปี แล฾วแต฽ก็เหมอื นวา฽ ชีวิต
ของทา฽ นยงั ดาํ รงอยู฽ ทง้ั คณุ ค฽าของงานทางฝุายสงฆแและ ฝาุ ยสังคมโลกที่หลวงพ฽ออ๋ีได฾บําเพ็ญบารมีมา
ต้ังแต฽เร่มิ บวชจนถึงมรณภาพ บารมีของทา฽ นยงั ปรากฏอย฽ูในวดั สตั หบี ดงั ท่ีเห็นอย฽ูในปใจจุบนั นี้

เรอื่ งท่ี 2. ความศรทั ธาทม่ี ตี อ฽ พระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพอ฽ อ)ี๋

หลวงพ฽ออี๋ เปนๅ พระสมณะ ที่ได฾มอบกาย ถวายชวี ิตน้ี ไวแ฾ กพ฽ ระพทุ ธศาสนาแล฾ว ทา฽ นพงึ
พอใจที่จะมีชีวติ อยา฽ งสนั โดษ มสี มบตั ติ ดิ กายเพียงผ฾าสามผืน จิตสงบวิเวกเปๅนสมถะธรรม ทา฽ น
กลายเปนๅ พระท่ี “มีเหมอื นไม฽มี” แลว฾ “ไม฽มเี หมือนกับมี” เงินทองก็หลัง่ ไหลเข฾ามามากมาย แตท฽ า฽ นไม฽
เคยยดึ ม่ันในส่งิ เหลา฽ นนั้ เมื่อทา฽ นเหน็ ว฽า ส่ิงอนั ใดควรจะสร฾าง ท฽านก็อนญุ าตใหส฾ รา฾ งถาวรวตั ถุ ทําความ
เจรญิ ร฽ุงเรืองแก฽สถานทน่ี ้ัน แม฾สถานท่นี ้ันจะอยูใ฽ นปาุ ในดง ก็เจริญข้นึ มากมาย

ในปที ห่ี ลวงพอ฽ อที๋ า฽ นสร฾างวัดใหม฽ ๆ น้นั กติ ติศพั ทแของท฽านไดข฾ จรขจายไป ในดา฾ นความ
ศักดส์ิ ทิ ธ์ิและอภินหิ าร ผค฾ู นพากนั หลง่ั ไหลไปมากมาย มีท้ังทีต่ ฾องการฟใงธรรมะ และ การปฏิบตั สิ มาธิ
กบั ท฽าน บางคนต฾องการวัตถุมงคล กไ็ ด฾สมความปรารถนาทุกประการ

หลวงพอ฽ อ๋ี ทา฽ นเปๅนพระเกจผิ ูโ฾ ด฽งดงั ในยุคสงครามอนิ โดจีนและสงครามโลกครัง้ ที่ 2
พร฾อม หลวงพ฽อจาด วดั บางกระเบา, หลวงพ฽อคง วดั บางกะพ฾อม และ หลวงพอ฽ จง วัดหนา฾ ตา฽ งนอก ใน
นาม ―จาด จง คง อ๋ี‖ วัตถุมงคลท่ีท฽านสรา฾ งแจกจา฽ ยแกเ฽ หล฽าทหารหาญล฾วนทรงพุทธคุณปรากฏเปๅนท่ียํา
เกรงของศตั รู ท฽านยังเปนๅ พระเกจิผอู฾ ุทิศตนเสริมสร฾างพระพุทธศาสนาและพฒั นาชุมชน เปนๅ ที่เคารพ
ศรัทธาของสาธุชน เปรยี บเสมอื น “เทพเจา฾ แห฽งภาคตะวันออก”

"หลวงพ฽ออ๋"ี ได฾สรา฾ งวัตถมุ งคลตา฽ งๆ ไว฾มาก รวมท้ังปลดั ขกิ ท่ีมีชือ่ มาก ทั้งตะกรุด เส้ือ
ยันตแ เหรยี ญ พระปิดตา "พระสาม" และ "พระส่"ี (พรหมส่หี นา฾ ) กลา฽ วกนั ว฽าในระยะ พ.ศ.2483 -2486
น้นั หลวงพ฽ออ๋ีกม็ ีของดีเกรียงไกรออกส฽ูสงครามอนิ โดจีนไปก็มาก วัตถุมงคลของขลงั ของหลวงพอ฽ อ๋ีมี

48

สรา฾ งออกมามากแบบเอาใน พ.ศ.2484 และตาม พ.ศ. นีเ้ อง "พระสาม" และ "พระสี"่ หรอื พระพรหมสี่
หนา฾ กไ็ ดก฾ ําเนิดตามออกมาด฾วย พระทั้ง 2 พมิ พแเปๅนพระเน้ือเมฆพดั องคแหนงึ่ ทําเปๅนพระ 3 หน฾าพระ
ทบั นั่งบนฐานบวั กลบี (3 หนา฾ 3 องค)แ ส฽วนพระส่หี รือพรหมสห่ี นา฾ ก็ทาํ เปๅนพระประทับน่งั บนฐานเขียง
เหมอื นกันทัง้ 4 หนา฾ (4 หนา฾ 4 องค)แ ด฾านพุทธคุณมีท้ังแคลว฾ คลาด และคงกระพนั ชาตรี

แมเ฾ วลาจะผา฽ นไปนานจนถึงในปใจจุบันชอ่ื เสียงของท฽านก็ยังเปนๅ ทบ่ี อกกลา฽ วเล฽าขานกัน
สืบต฽อมา และบารมขี องทา฽ นและวัดสตั หบี (วดั หลวงพอ฽ อ)๋ี ก็ยังคงอย฽ูตราบนานเท฽านาน ผ฾ูทเ่ี ล่อื มใสใน
หลวงพ฽ออี๋ ต฽างพากันมาทําบุญและปิดทองนมสั การรูปหล฽อของทา฽ นท่วี ดั เปๅนจํานวนมากเพื่อความเปๅน
สิริมงคลแกต฽ นเองและครอบครวั

การจดั ประสบการณกแ ารเรยี นรู฾
กกกกกกก1. กําหนดประเด็นการศึกษารว฽ มกัน ให฾ไปศึกษาคน฾ คว฾าดว฾ ยตนเองจากสือ่ ท่ีหลากหลาย
ได฾แก฽ สื่อเอกสาร สอื่ อิเล็กทรอนกิ สแ สือ่ บุคคลและภูมิปญใ ญา และแหลง฽ เรยี นรู฾ในชุมชน
กกกกกกก2. บนั ทึกผลการศึกษาคน฾ ควา฾ ลงในเอกสารการเรียนรด฾ู ฾วยตนเอง (กรต.)
กกกกกกก3. พบกลม฽ุ อภิปราย แลกเปลีย่ นเรยี นร฾ู คดิ วิเคราะหแข฾อมูลที่ศึกษาได฾พรอ฾ มสรุปการเรียนร฾ู
รว฽ มกนั และบนั ทึกลงในเอกสารการเรียนร฾ูด฾วยตนเอง (กรต.)
กกกกกกก4. นําผลสรปุ การเรียนร฾ทู ่ีไดไ฾ ปฝึกปฏบิ ตั ิตามใบงาน

สือ่ และแหลง฽ เรยี นร฾ู
กกกกกกก1. ส่อื เอกสาร ได฾แก฽

1.1 ใบความร฾ู
1.2 ใบงาน
1.3 หนงั สือเปิดตํานานหลวงพ฽ออี๋ พระครูวรเวทมนุ ี เทพเจา฾ แหง฽ ลมุ฽ นาํ้ ทะเลตะวนั ออก
วัดสัตหบี ฉบับสมบูรณแ
กกกกกกก2. Website ไดแ฾ ก฽
2.1 บทความ เรื่อง หลวงพ฽ออี๋ วดั สตั หบี สืบค฾น เม่ือวันที่ 28 ธนั วาคม 2563 จาก
http://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=4337
2.2 บทความ เรื่อง เหรยี ญรูปเหมือนร฽นุ แรก ปี 2473 หลวงพ฽ออี๋ วดั สัตหบี จ.ชลบุรี
สบื ค฾น เมอ่ื วันท่ี 28 ธนั วาคม 2563 จาก https://siamrath.co.th/n/166869
2.3 บทความ ช่ือ วดั สัตหบี (หลวงพอ฽ อ)ี๋ สบื ค฾นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 จาก
http://www.sattahipmunicipality.go.th/travels/travel.php?salb_id=1
2.4 บทความ เรื่อง ชวนไปไหว฾ “หลวงพ฽ออ๋ี” เดนิ เลน฽ ถนนเลยี บชายทะเลสัตหบี สบื ค฾น
เมอ่ื วนั ที่ 28 ธนั วาคม 2563 จาก https://siamrath.co.th/n/137203

49

2.5 เพจเฟซบ฿ุก ชื่อ หลวงปุูอี๋ พระเครอ่ื ง ยอดนยิ ม (วัดสัตหีบ) สืบค฾นเมื่อวนั ท่ี 28
ธันวาคม 2563 https://www.facebook.com/groups/1698385303769172

2.6 วิทยานพิ นธแ เรื่อง ศกึ ษาการบูชาวัตถุมงคลเพ่อื ส฽งเสรมิ พฤติกรรมดใี นทาง
พระพุทธศาสนาของประชาชนอาํ เภอนางรอง จังหวัดบรุ ีรมั ยแ สบื ค฾น เมอื่ วันที่ 28 ธนั วาคม 2563 จาก
http://br.mcu.ac.th/site/thesiscontent_desc.php?ct=1&t_id=3528

2.7 บทความ เร่ือง หลวงพ฽ออ๋ี วัดสตั หบี พระเกจิดังยคุ สงครามอินโดจีน สบื ค฾น เม่อื วันที่
24 ธนั วาคม 2563 จาก http://www.arjanram.com/relic_detail.php?g=3&id=718

กกกกกกก4. สอ่ื แหล฽งเรียนร฾ูในชุมชน
4.1 หอ฾ งสมดุ ประชาชน "เฉลิมราชกมุ าร"ี อาํ เภอสัตหีบ (หอ฾ งสมุด กศน.อาํ เภอสตั หบี ) ท่ี

อย฽ู เลขที่ 471 หม฽ู 1 ตาํ บลสัตหบี อาํ เภอสตั หีบ จงั หวดั ชลบรุ ี หมายเลขโทรศพั ทแ 038-437807

การวดั และประเมนิ ผล
กกกกกกก1. ประเมนิ ความก฾าวหนา฾ ด฾วยวธิ ีการ

1.1 การสังเกต
1.2 การซักถาม
1.3 ตรวจเอกสารการเรยี นร฾ูด฾วยตนเอง (กรต.)
กกกกกกก2. ประเมนิ ผลรวม ด฾วยวธิ ีการ
2.1 ตอบแบบทดสอบวดั ความรู฾ หัวเร่อื งท่ี 3 คณุ คา฽ และความศรทั ธาที่มตี ฽อ
พระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพ฽ออ๋ี) จาํ นวน 10 ขอ฾
2.3 ตอบใบงาน หวั เร่ืองท่ี 3 คุณค฽า และความศรัทธาท่ีมีต฽อพระครูวรเวทมนุ ี
(หลวงพอ฽ อ๋)ี จํานวน 5 ขอ฾
2.2 ตอบแบบสอบถามวดั เจตคตทิ ่ีมตี อ฽ รายวชิ าหลวงพ฽ออ๋ี

เรื่องท่ี 1 วตั ถุมงคล
1.1 เหรยี ญ พ.ศ.2471
เหรยี ญพระพุทธบนฐานบัว
เปนๅ เหรียญทแ่ี จกในปีพ.ศ. 2471 เพ่อื เปนๅ ท่ีระลึกในงานผูกพทั ธสีมาของพระอุโบสถหลัง

เก฽าในสมัยของหลวงพ฽ออี๋ (ปใจจุบันได฾ทําการร้ือถอนไปแล฾ว) ท฽านได฾นําวัตถุมงคลเหรียญน้ีแบ฽งมาจาก
พระอาจารยแแตง วดั อา฽ งศลิ านอกในสมยั นัน้ ซ่ึงพระอาจารยแแ ตง พระอาจารยแหลวงพ฽ออ๋ี ท฽านได฾ทําการ
พุทธาภิเษกเหรียญนี้มาแล฾ว และหลวงพ฽ออี๋ ได฾ทําการอธิษฐานจิตซํ้าอีกครั้ง เหรียญเปๅนเหรียญเนื้อ
ตะกว่ั ลักษณะคลา฾ ยกลบี บัว พิมพแภายในเหรียญ เปๅนรูปองคแพระประธานปรางคแมารวิชัยน่ังประทับบน
ฐานบัวโค฾ง

50

ด฾านหนา฾ เหรยี ญ เปๅนรูปพระพุทธ หรือพระประธานนั่งบนบัวโค฾งควํ่า-หงาย ใต฾ฐานมีอักขระ
ยันตแตัว “นะ”

ด฾านหลังเหรียญ จะเรียบ และมรี อยจารมือของ หลวงพอ฽ อ๋ี เปๅนจารตัวยนั ตแทุกเหรียญ
จํานวนการสร฾าง ไม฽มีข฾อมูลหลักฐานระบุว฽าสร฾างไว฾จํานวนกี่เหรียญ แต฽คงสร฾างจํานวนไม฽
มาก ท฽านแจกให฾ชาวบ฾านเอาไวบ฾ ูชา เปๅนทยี่ ดึ เหนี่ยวจติ ใจ และไว฾เพื่อปูองกันภัย ปใจจุบันพบเห็นเหรียญ
นี้ได฾นอ฾ ยมากถงึ แมน฾ วา฽ จะเปๅนในพื้นท่สี ัตหีบเองก็ตาม
วัตถุมงคลประเภทอ่ืน ๆ ที่จัดสร฾างในปีพ.ศ. 2471 ได฾แก฽ รูปภาพหลวงพ฽ออี๋ ขนาด 1 น้ิว
และ 2 นวิ้ , พระบชู า, ผา฾ ประเจียด และปลัดขกิ เปๅนต฾น
1.2 เหรียญรนุ฽ หล฽อพระพทุ ธรูป พ.ศ. 2473
คือ เปๅนเหรียญที่จัดสร฾างโดยหลวงพ฽ออี๋ และหลวงพ฽ออี๋ท฽านได฾ทําการพุทธาภิเษกด฾วยตัว
ของท฽านเอง สร฾างเปๅนเหรียญที่ระลึกเม่ือคราวงงานหล฽อพระประธาน เพ่ือนําเข฾าประดิษฐานในพระ
อุโบสถสมัยหลวงพ฽ออี๋ ปใจจุบันได฾ถูกสร฾างเปๅนพระวิหาร (ต฽อมาทางวัดสัตหีบได฾ทําการจัดสร฾างพระ
อโุ บสถหลงั ใหม฽ และไดท฾ าํ การร้ือถอนพระอโุ บสถหลังเดิม เพื่อสร฾างเปๅนพระวิหาร พระพุทธรูปน้ันจึงได฾
ถกู นาํ มาประดษิ ฐานในพระวหิ ารท่ีสรา฾ งข้ึนจนถงึ ปใจจุบัน
เหรียญปี พ.ศ.2473 นี้ ได฾จัดสร฾างโดยถ฾าแบ฽งตามลักษณะของเหรียญแล฾ว มีอยู฽ด฾วยกัน 2
แบบ
แบบท่ี 1 เหรียญรูปไข฽ใหญ฽ เปๅนเหรียญรูปไข฽ท่ีมีขนาดใหญ฽กว฽าเหรียญทั่ว ๆไป เนื้อของ
โลหะที่ใช฾ในการสร฾างมีอยู฽ 5 ชนิด ได฾แก฽ เน้ือทองคํา, เนื้อนาค, เน้ือเงิน, เนื้อทองแดงกะไหล฽ทอง และ
เนอื้ ทองแดง
ลักษณะเหรยี ญ ด฾านหน฾าเหรยี ญ ตรงกลางเหรียญ เปนๅ รูปหลวงพ฽ออ๋ีนงั่ สมาธิเต็มองคเแ หนอื
อาสนะ เหนือศรี ษะของรปู หลวงพ฽ออ๋ี มีอกั ขระ

อุ
มะ อะ
เหนืออักขระคําว฽า “อุ” เปๅนยันตแอุณาโลม ใต฾อาสนะเปๅนลายกนก ตามส฽วนโค฾งของ
เหรียญเปนๅ อักขระไทย ดา฾ นขวาของเหรยี ญคําว฽า “พระอปุ ชใ ฌายแอ๋ี” ด฾านซ฾ายคาํ ว฽า “วดั สตั หบี ”
ด฾านหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแ 3 ช้ัน ใต฾
ยนั ตลแ า฽ งสดุ ของเหรยี ญบอกปพี .ศ.ท่ีสร฾าง “พ.ศ.2473” ตามส฽วนโค฾งของเหรียญเปๅนอักษรไทย ความว฽า
“ท่รี ะฤกในงานหล฽อพระพทุ ธรูป”
บล็อก หรือพิมพแ
ด฾านหนา฾ เหรยี ญ ทกุ เนอ้ื โลหะ มีแค฽บล็อก หรอื พิมพเแ ดียว
ดา฾ นหลังเหรยี ญ มี 3 บล็อก ได฾แก฽
1. บล็อกยนั ตใแ หญ฽ หรือที่ชอบเรียกกนั ว฽า บล็อก “สระอูยาว”
2. บล็อกยนั ตกแ ลาง (หาไดย฾ ากมาก)

51

3. บล็อกยันตแเลก็ หรอื มกั ชอบเรยี กกันว฽า “บลอ็ กสระอสู ัน้ ”
ที่เรียกวา฽ สระอยู าว หรือสระอูสนั้ นั้นดจู ากดา฾ นหลังเหรียญของคําวา฽ “รูป” ตรงสระ “อ”ู มี
ความยาวและสน้ั แตกตา฽ งกนั ระหวา฽ งทงั้ สองบล็อก ซงึ่ ความแตกต฽างนีจ้ ึงใช฾มาเรียกกนั ในหมนู฽ ักเลงพระ

แบบท่ี 2 เหรยี ญดอกจกิ หรอื มีลักษณะคลา฾ ยหยดนํ้า หลวงพ฽ออีท๋ ฽านจดั สรา฾ งไวจ฾ ุดประสงคแ
เพือ่ สาํ หรับแจกแม฽ครวั หรือผหู฾ ญิง แตส฽ ร฾างจาํ นวนน฾อยมาก

ลกั ษณะเหรียญ
ด฾านหน฾าเหรียญ รูปองคแของหลวงพ฽ออี๋นั่งบนอาสนะตรงกลางของเหรียญ ด฾านบน

ศรษี ะมีอักขระเช฽นเดยี วกับเหรยี ญไข฽ คือ “ อุ มะ อะ” เหนือตัว อะ มี “ยันตแอุณาโลม” ใต฾ล฽างอาสนะมี
อกั ษรไทยคาํ ว฽า “พระอปุ ชใ ฌายอแ ี๋” ด฾านขวาของเหรียญมคี าํ วา฽ “วัดสตั ” และด฾านซา฾ ยมีคาํ ว฽า “หบี ฯ”

ด฾านหลงั เหรยี ญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแสาม
ช้ัน ใตย฾ นั ตแล฽างสุดของเหรียญเปๅนปีพ.ศ. “พ.ศ.2473” ตามส฽วนโค฾งของเหรียญเปๅนอักษรไทยคําว฽า “ท่ี
ระฤก ในงานหล฽อพระพทุ ธรปู ” และส฽วนบนของเหรียญนัน้ มียันตสแ าม

1.3 เหรียญร฽ุนสร฾างโรงเรยี นพ.ศ.2483
เหรียญปี พ.ศ.2483 หลวงพ฽ออี๋ ท฽านได฾ทําการพุทธาภิเษก เพื่อแจกเปๅนเหรียญที่ระลึกในการ
สรา฾ งโรงเรยี น เหรยี ญร฽นุ นี้ ลกั ษณะของเหรียญไดถ฾ กู สร฾างออกเปๅน 2 แบบ กล฽าวคอื
แบบที่ 1 เหรียญรูปไข฽ แต฽จะมีขนาดย฽อมกว฽าเหรียญปี 2473 เนื้อโลหะท่ีนํามาสร฾าง มีเพียง
เน้ือทองแดงเพียงเนื้อเดียว เท฽าท่ีพบสีของเนื้อทองแดงสีจะจัดกว฽า เหรียญร฽ุนสร฾างศาลาการเปรียญวัด
นาจอมเทยี น

ด฾านหน฾าเหรียญ ตรงกลางของเหรียญเปๅนรูปหลวงพ฽ออ๋ีหันข฾างครึ่งองคแ รูปของหลวงพ฽ออ๋ี
เปๅนรูปตัวนูนออกมาจากผิวเหรียญ ด฾านบนเหนือศรีษะมีตัวอักขระ “อุ มะ อะ” เหนือตัวอักขระ “อุ”
เปๅน “ยันตแอณุ าโลม” และตามส฽วนโคง฾ ขวามาซา฾ ยของเหรียญ เปๅนอกั ษรไทย อ฽านว฽า “วัดสัตหีบ ในงาน
สร฾างโรงเรยี น พ.ศ.83 หลวงพอ฽ อปุ ใชฌายอแ ี๋”

ด฾านหลังเหรียญ เปๅนยันตแสาม ภายในช฽องยันตแมีอักขระ “ภะ คะ วา” และโดยรอบยันตแ
สามท้ังสามด฾านมีอักขระ “มะ อะ อุ” ตามส฽วนโค฾งใกล฾ขอบเหรียญ เปๅนอักขระขอมอ฽านได฾ความว฽า “สํ
วิ ธา ปุ กะ อะ ปะ อา ปา มะ ทา (จุ) ปะ นิ มะ สะ (สํ) อํ คุ”

แบบที่ 2 เหรียญกลม ลักษณะเปๅนเหรียญกลมขนาดเล็ก เส฾นผ฽าศูนยแกลางประมาณ 2.4 ซม.
เนื้อโลหะที่สรา฾ งเปนๅ เน้ือทองแดงรมดํา และหูเหรยี ญจะเช่ือมตดิ กบั ตัวเหรียญ หรอื เรยี กวา฽ หเู ชือ่ ม

ด฾านหน฾าเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅนรูปหลวงพ฽ออี๋หน฾าตรงครึ่งองคแ ใต฾รูปหลวงพ฽ออ๋ีมี
อกั ษรไทยว฽า “พระอปุ ชใ ฌายแอ๋ี” และตามส฽วนโคง฾ ของเหรียญว฽า “ที่ระลกึ ในการสร฾างโรงเรียน”

ด฾านหลังเหรียญ เปๅนพระธรรมจักร ซึ่งตรงกลางพระธรรมจักรจะเปๅน “ยันตแเฑาะวแ
ขัดสมาธิ”

เหรยี ญกลม แยกตามลกั ษณะของพิมพแหรือบล็อก ท่ีแตกต฽างกันพอคร฽าว ๆ ท่ีพบเห็นมีด฾วยกัน
3 บล็อก จุดสังเกตพอสังเขป คือ

52

๑. ความหา฽ งของตัวหนังสอื กบั ขอบเหรียญ ของดา฾ นหน฾าเหรยี ญ

๒. ความแตกตา฽ งในรายละเอยี ดของธรรมจกั ร ของด฾านหลงั เหรยี ญ

๓. ความต้ืน ลึกของเนื้อภายในเหรียญ ไม฽ว฽าจะเปๅนตัวรูปองคแของหลวงพ฽อ ตัวหนังสือและ

พระธรรมจักร

เน่ืองจากช฽วงปี พ.ศ.2483 ได฾เกิดสงครามอินโดจีน ทุกคนต฽างหาท่ีพ่ึงของขลัง เพ่ือปกปูองค฾ุม

กนั ภยั

อันตรายจากพิษของสงคราม จึงมักสร฾างส่ิงของนํามาให฾หลวงพ฽ออี๋ท฽านปลุกเสก หรือนิมนตแให฾ท฽าน

จัดสร฾าง หรือนิมนตแให฾ท฽านไปร฽วมเปๅนกรรมการในพิธีพุทธาภิเษกของวัดอื่น ๆ เนื่องจากทราบในกิตติ

คุณของทา฽ น

วตั ถุมงคลประเภทอ่ืน ๆ ทไี่ ดจ฾ ัดสรา฾ ง ในปี พ.ศ.2483 ไดแ฾ ก฽

1. ปลดั ขิก 7. ผา฾ ยนั ตรแ องหมวก

2. พระพรหมส่ีหน฾า เมฆพตั ร 8. ผ฾ายันตแคาดหมวก

3. พระพรมสามหนา฾ เมฆพัตร 9. แหวนนพเกลา฾

4. พระปิดตามหาอุตตแ เมฆพัตร 10. รปู ถ฽ายนง่ั (รูปออกโซนเขียว)

5. เสื้อยนั ตแ 11. ตะกรดุ

6. ผ฾ายันตแ

1.4 เหรียญร฽ุนสรา฾ งศาลาการเปรยี ญ วดั นาจอมเทยี น พ.ศ.2483
เปๅนปเี ดียวกับทีส่ รา฾ งเหรยี ญรน฽ุ สรา฾ งโรงเรยี นท่วี ดั สัตหบี เข฾าใจว฽าทางวัดนาจอมเทียนได฾ทําการ

จัดสร฾าง แล฾วนํามาให฾หลวงพ฽ออ๋ีท฽านทําการพุทธาภิเษก เพ่ือแจกให฾กับญาติโยมผ฾ูมีจิตศรัทธาร฽วมกัน
ทาํ บุญบริจาคสรา฾ งศาลาการเปรียญในสมยั น้นั (ปจใ จุบันศาลาไดท฾ ําการร้ือถอนไปแล฾ว) ซ่ึงมีผ฾ูบริจาคเปๅน
จํานวนมาก นอกจากจะได฾ทําบุญแล฾ว อีกประการหนึ่งท่ีผ฾ูบริจาคต฾องการคือ อยากท่ีจะได฾เหรียญเก็บ
เอาไวบ฾ ูชาเปนๅ อันมาก

ลักษณะของเหรียญ เปๅนเหรียญรูปไข฽ ขนาดเท฽ากับเหรียญร฽ุนสร฾างโรงเรียนในปีพ.ศ.2483
เช฽นเดียวกันซ่ึงภายในเนื้อหาของเหรียญจะแตกต฽างกันบ฾างเล็กน฾อย เนื้อของโลหะที่สร฾างมีเพียงเน้ือ
ทองแดงอย฽างเดยี วเปๅนเหรียญทม่ี หี ูในตัว ห฽วงตรงหูจะเชื่อม จํานวนการสร฾างไม฽มีข฾อมูลหลักฐานระบุไว฾
แน฽นอน เหมอื นกับรุน฽ สร฾างโรงเรยี น

ด฾านหน฾าเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅนรูปหลวงพ฽ออี๋หน฾าหันข฾างคร่ึงองคแ ข฾างใต฾ภายในตัวรูป
องคแท฽านมีข฾อความเปๅนอักษรไทยว฽า “พระอุปใชฌายแอ๋ี” เหนือศรีษะมีตัวอักขระ “อุ มะ อะ” เหนือ
อักขระ “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” ตามส฽วนโค฾งขอบเหรียญมีข฾อความอักษรไทยว฽า “ในงานสร฾างศาลา
การเปรยี ญ พ.ศ.83 วดั นาจอมเทยี น”

ด฾านหลังเหรียญ เปๅนยันตแใบพัด ภายในช฽องยันตแมีอักขระ “ภะ คะ วา” ด฾านบนเปๅน “ยันตแ
อุณาโลม” สว฽ นดา฾ นขา฾ งทัง้ สามด฾านของยันตแ มอี ักขระ “มะ อะ อ”ุ แตบ฽ างเหรียญมีอักขระ “อุ” อย฽ูตรง

53

ด฾านลา฽ งของยันตแใบพดั เพยี งตัวเดียวตามส฽วนโค฾งใกล฾ขอบเหรียญ เปๅนอักษรขอม อ฽านได฾ความว฽า “สํ วิ
ธา ปุ กะ ยะ ปะ อา ปา มะ ทา (จุ) ปะ นิ มะ สะ (ส)ํ อํ คุ”

บล็อก หรือพิมพแ ได฾ถูกแบบตามอักขระที่ปใ่มไปในเหรียญ ของด฾านหลังเหรียญ จึงจําแนกเปๅน
ด฾านหนา฾ เหรียญมีเพียงบลอ็ กเดียว สว฽ นด฾านหลงั เหรียญนัน้ มี 2 บล็อก กล฽าวคือ อักขระตรงด฾านข฾างของ
ยันตแใบพัดมีทั้ง “มะ อะ อุ” กับมีแค฽ “อุ” เพียงตัวเดียว และส฽วนด฾านหลังของเหรียญที่มีอักขร “อุ”
ขา฾ งยนั ตแใบพดั เพยี งคาํ เดียวนั้น อักขระขอมตรงข฾างขอบเหรียยจะมีลักษณะเล็กว฽าอักขระข฾างยันตแ “มะ
อะ อุ”

1.5 เหรียญร฽ุนพระราชทานเพลงิ
พระครศู รีสัตตคณุ (เกษม สนตฺ ุสสฺ โก ป.ธ.4) พ.ศ.2496

พระครูศรีสัตตคุณ หรือพระมหาเกษม สนฺตุสฺสโก เปๅนพระที่มีศีลาจารวัตรเรียบร฾อย เปๅนพระ
นกั พฒั นา สร฾างความเจริญรุ฽งเรืองให฾กับวัดสัตหีบ แม฾ในวาระสุดท฾ายของชีวิต ท฽านก็มรณภาพกับงานท่ี
ทา฽ นกาํ ลังพฒั นาวดั อยู฽

วันท่ี 9 กรกฎาคม 2496 ท฽านมรณภาพด฾วยอุบัติเหตุรถคว่ํา ขณะไปกับรถเพื่อนําไม฾จาก
จังหวัดระยองมาสร฾างกุฎิ ด฾วยในคุณงามความดีของท฽าน จึงได฾รับพระราชทานเพลิงศพ และกาลคร้ังนี้
ทางวัดสตั หีบไดท฾ ําการจัดสร฾างเหรียญ เพ่อื เปๅนที่ระฤกในงานพระราชทานเพลงิ ศพ

ลักษณะเหรียญ เปๅนเหรียญรูปทรงดอกจิก โลหะท่ีสร฾าง เปๅนเน้ือทองแดงรมดํา ไม฽มีหลักฐาน
ขอ฾ มลู ระบุจํานวนในการสรา฾ ง

ด฾านหนา฾ เหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅนรูปองคแหลวงพ฽ออ๋ีนั่งสมาธิ ลอยองคแ ด฾านล฽างหลวงพ฽อมี
คาํ วา฽ “หลวงพ฽ออ๋ี” และขีดลายไทยด฾านข฾างท้ังสองเปๅนลายไทย และตามโค฾งของขอบเหรียญด฾านนอก
เปๅนลายกนก ด฾านในจะเปๅนจุดไขป฽ ลา

ดา฾ นหลงั เหรียญ เปๅนยันตแใบพดั ภายในช฽องยันตมแ ีตัวอักขระ วา฽ “สุ คะ โต” ส฽วนด฾านข฾างยันตแ
สามดา฾ นมตี วั อกั ขระ ว฽า “มะ อะ อุ” และด฾านบนของยนั ตแใบพัดเปนๅ “ยนั ตอแ ณุ าโลม”

วัตถุมงคล พ.ศ. 2504
เม่ือครั้งสร฾างพระอุโบสถหลังใหม฽ เพ่ือทดแทนพระอุโบสถหลังเก฽าในสมัยหลวงพ฽ออี๋ ท่ีทรุด

โทรมด฾วยกาลเวลา ด฾วยแล฾วเสร็จในปีพ.ศ.2504 ทางวัดสัตหีบได฾จัดสร฾างวัตถุมงคลไว฾เปๅนท่ีระลึก จัด
มอบเหรยี ญใหแ฾ กผ฽ ูม฾ จี ติ ศรทั ธาสมทบทุนในการสร฾างพระอโุ บสถครั้งนี้

คณาจารยแ อันเชญิ พระเกจิอาจารยทแ ดี่ ัง ๆ และมีชือ่ เสยี งในสมยั นั้น เขา฾ รว฽ มพทุ ธาภิเษก เชน฽
๑. สมเด็จพระพทุ ธโฆษาจารยแ (อยู฽ ญาโณทยฺ วัดสระเกศราชวรวิหาร กรุงเทพฯ)
๒. พระวิสุทธสมาจารยแ (หลวงปศูุ รี วัดอา฽ งศลิ า ชลบุรี)
๓. พระครูวรพรตปใญญาจารยแ (หลวงปุเู ฮีย้ ง วดั ปุาอรัญญิกาวาส ชลบรุ ี)
๔. พระครูพินจิ สมาจารยแ (หลวงพอ฽ โด฽ วัดนามะตูม ชลบุรี)

54

๕. พระครูอดุ มวชิ ชากร (หลวงปูุเหมอื น วัดกําแพง ชลบุร)ี
๖. พระวนิ ยั การกวี
โดยมีเจ฾าประคณุ สมเด็จพระพุทธโฆษจารยแ (อย฽ู ญาโณทฺย) เสด็จทรงเปๅนประธานจุดเทียนชัย
เมือ่ วันท่ี 3 ตลุ าคม พ.ศ. 2504
วัตถุมงคล ทที่ าํ การจดั สร฾างในปพี .ศ.2504 รน฽ุ ทรี่ ะฤกในการพระอโุ บสถ

ลักษณะของเหรียญ เปๅนเหรียญป่ใม ทรงรูปไข฽ มีท้ังขนาดใหญ฽และเล็ก เน้ือหาภายใน
เหรยี ญ
คล฾ายกัน แตกต฽างกันตรงหน฾าตาของหลวงพ฽ออ๋ี

ด฾านหน฾าเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพ฽อน่ังสมาธิเต็มองคแ บนอาสนะ ด฾านบนศรีษะมีตัว
อักขระ “อุ มะ อะ” ข฾างบนตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” ด฾านล฽างใต฾อาสนะเปๅนช฽อกนก ตามส฽วนโค฾ง
ด฾านขวาของเหรยี ญมีอกั ษรไทย คําว฽า “พระอุปใชฌายอแ ี๋” ด฾านซ฾าย คาํ ว฽า “วดั สตั หีบฯ”

ด฾านหลงั เหรียญ ตรงกลางเหรยี ญเปๅน “ยนั ตเแ ฑาะวแขดั สมาธิ” ลอ฾ มรอบดว฾ ยยนั ตแส่ี สามช้ัน
ส฽วนโค฾งด฾านบนของเหรียญมีอักษรไทย คําว฽า “ท่ีระฤกในการสร฾างพระอุโบสถ” และส฽วนโค฾งด฾านล฽าง
เปนๅ ปีพ.ศ. “พ.ศ.2504”

เน้อื โลหะทใ่ี ช฾ในการสรา฾ งเหรียญ มีอยูด฽ ว฾ ยกัน 5 ชนิด คือ
๑) เน้ือทองคํา จํานวนในการสร฾างเปๅนการสั่งจอง ไม฽มีหลักฐานบ฽งบอกว฽าสร฾างไว฾จํานวน

เท฽าไร
๒) เนอ้ื นาค จาํ นวนในการสร฾างเปๅนการสัง่ จอง เหมือนเนือ้ ทองคํา
๓) เนอื้ เงิน จํานวนในการสร฾างประมาณ 200 เหรียญ
๔) เนื้อทองแดง (รมดําและไม฽รมดาํ ) จาํ นวนในการสร฾างประมาณ 5,000 เหรียญ
๕) เน้ืออลั ปาก฾า จาํ นวนในการสร฾างประมาณ 5,000 เหรยี ญ
บลอ็ กหรอื พิมพแ จะถกู แยกเฉพาะ “เหรยี ญรปู ไข฽ใหญ฽” จากลักษณะการพิมพแของเหรียญ ซ่ึงได฾
จําแนกบล฿อกหรือพิมพแ ดังนี้ ด฾านหน฾าเหรียญ จะมีเพียงบล็อกหรือพิมพแเดียว ด฾านหลังมีด฾วยกัน 2
บล็อก คอื
๑. บล฿อกธรรมดา จะพบเห็นอยู฽ในเหรียญท่ีเปๅนเหรียญทองแดงรมดําและไม฽รมดํา และ

เหรียญ
อลั ปากา฾

๒. บล็อก ส ร ไหล ท่เี รยี กชอ่ื บลอ็ กน้วี า฽ “ส ร ไหล” เพราะมาจากขอ฾ ความด฾านหลังเหรยี ญวา฽
“ท่ีระฤกในการสร฾างพระอุโบสถ” ตรงกับคําว฽า “สร฾าง” ตัว ส กับ ร จะมีเส฾นบาง ๆ เช่ือมติดกัน จะมี
เฉพาะเหรยี ญทองคํา นาค เงิน และเหรียญทองแดงไมร฽ มดํา เทา฽ น้ัน

55

วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2508
วตั ถุมงคล ปีพ.ศ.2508 ทางวดั สตั หีบ ไดท฾ ําการหล฽อพระประธานเพ่ือนําเข฾าประดิษฐานในพระ

อุโบสถหลังใหม฽ทก่ี าํ ลังทําการกอ฽ สรา฾ ง ซ่ึงทางวดั ได฾จัดสร฾างวตั ถมุ งคลเปๅนที่ระลึกให฾สําหรับผู฾มีจิตศรัทธา
รว฽ มกนั ในงานพิธีคร้ังน้ี

คณาจารยแ “สมเด็จพระพุฒาจารยแ” วดั อรุณราชวราราม เปๅนประธานเจริญพระพุทธมนตแ ทรง
เจมิ และจดุ เทียนชัย พระมหาเถราจารยแทาํ การพุทธาภิเษก ในวนั ที่ 9 กมุ ภาพนั ธแ 2508

ป่ใมหลงั เตารีดมหี ู พ.ศ.2508 รน฽ุ งานหลอ฽ รูปเหมือนรน฽ุ พิเศษ
ลักษณะขององคแพระ ปใ่มหนาเหมือนทรงเตารีดมีหู คล฾ายหลังเตารีดของหลวงปูุทวด

พ.ศ.2506 แหง฽ วัดชา฾ งให฾
ด฾านหน฾าเหรียญ เปๅนรูปหลวงพ฽ออี๋เต็มองคแ นั่งสมาธิบนอาสนะ ด฾านหน฾าของอาสนะ

เขียนคาํ ว฽า “หลวงพอ฽ อี๋สัตหบี ”
ด฾านหลังเหรยี ญ ตรงกลางเหรียญเปๅนยันตใแ บพดั ภายในช฽องยนั ตมแ ีตวั อักษร คําว฽า “สุ

คะ โต” ด฾านข฾างยันตแท้ังสามด฾านมีอักขระ คําว฽า “มะ อะ อุ” และบนยันตแใบพัดนั้นมี “ยันตแอุณาโลม”
ส฽วนดา฾ นลา฽ งของเหรยี ญ มอี ักษรและตัวเลขไทย คาํ ว฽า “ที่ระลกึ ในงานหลอ฽ รปู 2508”

เน้ือโลหะที่ใช฾ในการทําเหรียญ เท฽าท่ีพบส฽วนใหญ฽แล฾วจะเปๅน เนื้อทองเหลืองรมดํา ส฽วน
จํานวนในการสรา฾ งไม฽ปรากฎหลักฐานวา฽ ได฾สร฾างไว฾เปๅนจาํ นวนเท฽าไร

วตั ถมุ งคลประเภทอืน่ ๆ ที่ได฾สร฾างในปีพ.ศ.2508 ได฾แก฽
๑. พระบชู า เน้ือโลหะรมนํ้าตาล ขนาด 5 น้ิว สรา฾ งไว฾ 299 องคแ มีตอกหมายเลข 1 –299
๒. พระบูชาเนื้อปนู ขนาด 5 นิ้ว สร฾างไว฾ 200 องคแ
๓. เหรยี ญกลม
๔. พระผง
๕. แหนบ
๖. ปลดั ขกิ
วัตถมุ งคล พ.ศ. 2509
เมื่อวันท่ี 9 กุมภาพันธแ 2509 เวลา 09.49 ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี
และท฽านผู฾หญิงจงกลนี กิตติขจร ได฾มอบและมาถวายพระประธานให฾กับวัดสัตหีบ เพ่ือประดิษฐาน ณ
พระอุโบสถหลังใหม฽ และต฽อมาไม฽กี่วัน ทางวัดได฾จัดงานสมโภชพระประธาน และงานหล฽อรูปพระอัคร
สาวก โดยผู฾ช฽วยผ฾ูบัญชาการทหารเรือสมัยน้ัน พล.ร.อ.อนันตแ เนตรโรจนแ เปๅนเกรียติทําพิธีเททองหล฽อ
พระอัครสาวก จากนั้นได฾สร฾างเหรียญไว฾เปๅนที่ระลึกสําหรับพิธีนี้ เพื่อแจกจ฽ายให฾กับประชาชนผู฾มีจิต
ศรัทธา กําหนดของงานพิธี วันท่ี 11 ถึง 13 กุมภาพันธแ พ.ศ.2509

56

เหรียญ ปี พ.ศ.2509 รน฽ุ งานสมโภชพระประธานและหลอ฽ พระอัครสาวก
ลกั ษณะของเหรียญ เปๅนเหรียญกลม
ด฾านหน฾าเหรียญ กลางเหรียญเปๅนรูปหลวงพ฽ออ๋ีเต็มองคแ นั่งสมาธิบนอาสนะ ท่ีเปๅนเส฾นตรง

ตามส฽วนโค฾งทางด฾านขวาของเหรียญมีคําว฽า “ หลวงพ฽ออี๋” ส฽วนทางด฾านซ฾ายของเหรียญคําว฽า “วัดสัต
หบี ”

ด฾านหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญมีรูปพระประธาน ขนาบข฾างด฾วยพระอัครสาวกท้ังซ฾ายขวา
ตามส฽วนโคง฾ ของเหรียญ มคี าํ วา฽ “ทรี่ ะลึกในงานสมโภชพระประธานและหล฽อพระอัครสาวก2509”

โลหะท่ีใช฾ในการสร฾างเหรียญ ส฽วนใหญ฽จะเปๅนเหรียญทองแดง หรือบางครั้งพบเห็นเปๅนทองแดง
กะไหลท฽ อง สว฽ นเหรยี ญทีเ่ ปนๅ ทองคาํ นาค เงนิ และอลั ปาก฾า จะพบเห็นได฾นอ฾ ยมาก
วัตถมุ งคลประเภทอนื่ ๆ ทไี่ ดจ฾ ัดสร฾างในปีพ.ศ.2509 ได฾แก฽

๑. เหรียญกลม พลเรือเอกกรมหลวงชมุ พรเขตตแอุดมศักด์ิ พธิ ีเททองหล฽อพระรปู ฯ ท่ีสัตหีบ
๒. รปู หลอ฽ ยนื เสดจ็ เตี๋ย กรมหลวงชุมพร ฯ ใต฾ฐาน ตอกโค฾ดตัวอักษรภาษาองั กฤษตวั “CP”
วัตถุมงคลพ.ศ. 2511
วตั ถมุ งคลในปี พ.ศ.2511 ทางวดั หลวงพ฽ออี๋ หรือวดั สัตหบี ได฾ทาํ การจดั สร฾างเปๅนที่ระลึกในงาน
ด฾วยกัน 3 วาระ หรือ 3 งานพิธี ไดแ฾ ก฽

 งานพธิ ีผูกพัทธสมี า เปๅนพธิ ใี หญ฽และสาํ คัญ

 งานพธิ บี ําเพญ็ กศุ ลถวายหลวงพอ฽

 งานนมัสการประจําปี ท่ีจดั ขนึ้ ทกุ ปี
แต฽ละงานได฾มกี ารจัดสร฾างวัตถมุ งคลเปนๅ ท่รี ะลึกไว฾หลายประเภท เชน฽ พระบชู า เหรยี ญ รูปป่มใ
เหมือน พระผง ล฿อกเก็ต รปู ภาพ แหนบ ปลดั ขกิ เปนๅ ตน฾
เหรียญรปู ไข฽ เหรยี ญใหญแ฽ ละเหรยี ญเล็ก พ.ศ.2511 ร฽ุนงานผูกพทั ธสีมา
ทางวดั ได฾จดั งานพิธีผกู พทั ธสีมาที่อุโบสถหลงั ใหม฽ วันท่ี 27 มกราคม ถึง 5 กมุ ภาพนั ธแ 2511
คณาจารยแทเี่ ขา฾ รว฽ มพุทธาภิเษก ประกอบดว฾ ย
๑. พระครศู รีสัตคุณ (พระอาจารยแสายบวั โกมุโท) เจ฾าอาวาสรูปที่ 3 วดั สัตหบี
๒. พระครูวรพรตศลี ขนั ตแ (หลวงพอ฽ แฟมู วัดอรญั ญกิ าวาส หรอื วดั ปุาชลบุร)ี
๓. พระครูพนิ จิ สมาจาร (หลวงพอ฽ โด฽ วดั นามะตูม ชลบรุ )ี
๔. หลวงพ฽อแพ (วัดพกิ ุทอง สงิ หแบรุ ี)
๕. พระครูสนุ ทรธรรมรส ( วัดนอก ชลบุร)ี
๖. พระครูวบิ ลู นวการ (พระอาจารยแทองอินทรแ วดั หนองเกตุใหญ฽ ชลบุรี)
๗. หลวงพ฽อทองอยู฽ (วัดบางเสร฽ฯ ชลบรุ ี)
๘. หลวงพ฽อสําลี (วดั ห฾วยยาง ชลบรุ )ี

57

หลังจากทําพิธีพทุ ธาภเิ ษก ทางวัดสัตหีบได฾นาํ วัตถมุ งคลไปให฾ทางหลวงพอ฽ ทิม (พระครูภาวนาภิ

วตั วัด

ละหาร ระยอง) ไดท฾ ําการปลุกเสกซํ้า

ลักษณะของเหรยี ญ เปนๅ เหรยี ญป่ใมรปู ไข฽ มหี ูในตวั มีทั้งใหญแ฽ ละเล็ก

ด฾านหน฾าเหรียญ เปๅนรูปหลวงพ฽ออี๋น่ังเต็มองคแบนอาสนะ บนเหนือศรีษะมีตัวอักษร คําว฽า “อุ

มะ อะ” และบนตัวอักขระตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” ส฽วนด฾านล฽างใต฾อาสนะมีช฽อกนก ตามส฽วนโค฾ง

ด฾านขวาของเหรียญมีข฾อความภาษาไทยว฽า “พระอุปใชฌายแอี๋” และด฾านซ฾ายของเหรียญคําว฽า “วัดสัต

หบี ”

ด฾านหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปนๅ “ยนั ตเแ ฑาะวแขดั สมาธิ” ลอ฾ มด฾วยยันตสแ ส่ี ามช้ัน ตามส฽วน

โค฾งด฾านบนของเหรียญมีข฾อความภาษาไทยคําว฽า “ที่ระฤกงานผูกพัทธสีมา” และด฾านล฽างของเหรียญ

บอกปีพ.ศ. “พ.ศ.2511” ระหวา฽ งข฾อความกับปีพ.ศ. นน้ั มีดอกจนั ทรแอย฽ูทง้ั สองข฾าง

เนื้อโลหะท่ีใชใ฾ นการทําเหรียญ มอี ยู฽ 5 ชนิด คือ

๑. เหรยี ญทองคาํ จาํ นวนในการสรา฾ งขึ้นอยู฽กับผท฾ู ี่ส่ังจอง ไม฽มจี ํานวนแนช฽ ัด

๒. เหรียญนาค จาํ นวนในการสร฾างข้นึ อยก฽ู บั ผสู฾ ่ังจองเช฽นเดียวกนั

๓. เหรยี ญเงิน จาํ นวนการสรา฾ ง ประมาณ 200 เหรยี ญ

๔. เหรียญทองแดง จํานวนการสร฾าง 5,000 เหรียญ

๕. เหรียญอลั ปาการแ จาํ นวนการสร฾าง 5,000 เหรยี ญ

บลอ็ กหรือพมิ พแ แตกตา฽ งเฉพาะเหรียญรปู ไข฽ใหญ฽ แบง฽ ออกเปนๅ 2 บล็อก คอื

๑. เหรียญบล็อกหลังไม฽แตก สังเกตจากรูปตัวองคแหลวงพ฽ออ๋ี ตัวหนังสือ และตัวเลขภายใน

เหรียญจะมีลักษณะคมชัด และลกึ

๒. เหรียญบล็อกหลังแตก ภายในเหรียญ รูปตัวองคแหลวงพ฽ออี๋ ตัวหนังสือ และตัวเลขภายใน

เหรียญเหมือนกับบล็อกหลังไม฽แตก ลักษณะพิมพแจะต้ืน โดยเฉพาะด฾านหลังของเหรียญ

ของพิมพแนี้ จะมีเส฾นแตกจากขอบเหรียญตรงตัว “ฤ” ยาวจนถึงตรงส฽วนบนของยันตแ ซึ่ง

รอยน้ันเกดิ จากพิมพทแ ่ีนํามาป่มใ เหรยี ญ

วัตถุมงคลประเภทอื่น ๆ ทีไ่ ด฾จดั สรา฾ ง ในปีพ.ศ.2511 ไดแ฾ ก฽

1. พระบชู า ขนาด 5 นวิ้

2. รปู เหมือนปม่ใ ลอยองคแ ร฽ุนงานผกู พัทธสมี า

3. เหรียญรูปไข฽ครง่ึ องคแ รน฽ุ งานผูกพทั ธสมี า

4. เหรียญเสมาเลก็ รน฽ุ งานผกู พัทธสีมา

5. พระผงผสมวา฽ นพมิ พกแ ลีบบวั รุ฽นงานผกู พทั ธสีมา

6. พระผงผสมว฽านพิมพพแ ระสมเดจ็ ร฽ุนงานผกู พัทธสมี า

7. ผา฾ ยันตแคลมุ ลูกนมิ ิต

8. เหรียญรูปไข฽ใหญแ฽ ละไขเ฽ ล็ก ร฽ุนงานบาํ เพญ็ กศุ ลถวายหลวงพ฽ออี๋

58

9. เหรียญรูปไข฽ใหญแ฽ ละไข฽เล็ก รุ฽นงานนมสั การประจาํ ปี
10. ล฿อกเก็ต รูปภาพ
11. แหนบ
12. ปลดั ขกิ
วัตถมุ งคล พ.ศ. 2512
จากการที่ได฾รื้อถอนพระอุโบสถหลังเก฽า เพ่ือสร฾างหลังใหม฽ แล฾วพื้นที่ตรงพระอุโบสถเดิมนั้น
ทางวดั สัตหีบจะทําการสร฾างวหิ ารใหม฽ โดยไดอ฾ ันเชญิ สมเด็จพระวันรตั (ปนุ ปณุ ณสริ ิ ป.ธ.6) วัดพระเช
ตุพลวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธ์ิ เสด็จวางศิลาฤกษแพระวิหาร เม่ือวันท่ี 9 กุมภาพันธแ 2512 โดยมีพระ
ครูศรีสัตคุณ หรือพระอาจารยแสายบัว เจ฾าอาวาสวัดสัตหีบ รูปที่ 3 เปๅนผ฾ูอํานวยการสร฾าง ได฾จัดมีการ
จดั สร฾างวัตถมุ งคล ไวเ฾ ปๅนที่ระฤกแจกให฾สําหรับบุคคลที่มีจิตศรัทธา ช฽วยในการสร฾างพระวิหารหลวงพ฽อ
อี๋ ในครั้งน้ีนอกจากน้ี ปีพ.ศ.2512 ยังจัดสร฾างเหรียญและแหนบ เปๅนท่ีระฤกในงานนมัสการประจําปี
กับงานวางศลิ ากฤษไแ วอ฾ ีกอว฾ ย
เหรยี ญรุ฽นสร฾างวหิ าร พ.ศ.2512
เปๅนเหรียญท่ีระฤก ในการสร฾างพระวิหารพ.ศ.2512 ลักษณะของเหรียญมีอยู฽ 2 ขนาด คือ
เหรยี ญใหญ฽ และเหรยี ญเลก็
เหรยี ญใหญ฽
ดา฾ นหนา฾ เหรียญ ตรงกลางเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพ฽อนั่งสมาธิเต็มองคแบนธรรมาสนแ และบน
ศรีษะมี “ยันตแอุณาโลม” ส฽วนด฾านข฾างมีช฽อกนกท้ังสองข฾าง และด฾านล฽างธรรมาสนแท่ีประทับมีอักษรๆ
ทยอยูใ฽ นโบวแโคง฾ คําวา฽ “พระครูวรเวทมนุ ี หลวงพ฽ออี๋” และใต฾ลา฾ งโบวนแ นั้ มีชอ฽ กนก
ด฾านหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแสี่สามช้ันอย฽ู
ในวงรีตามส฽วนโค฾งขอบเหรียญด฾านบน มีอักษรไทย คําว฽า “วัดสัตหีบ ชลบุรีฎ และด฾านล฽างมีคําว฽า “ท่ี
ระฤกในงานสรา฾ งวิหาร 2512”
เหรียญเล็ก
ด฾านหน฾าเหรียญ เปๅนรูปหลวงพ฽อนั่งสมาธิเต็มองคแบนธรรมาสนแ ใต฾ล฾างมีอักษรไทย คําว฽า
“หลวงพ฽ออ๋ี”
ดา฾ นหลงั เหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตเแ ฑาะวหขแ ดั สมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแส่ีสามช้ันอยู฽
ในวงรี ตามส฽วนโค฾งขอบเหรียญด฾านบน มีอักษรไทย คําว฽า “วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี” และด฾านล฽างมีคําว฽า
“ที่ระฤกในงานสรา฾ งวิหาร 2512”
เนอื้ โลหะ ทีใ่ ชท฾ ําเหรียญมี 5 ชนดิ คอื ทองคํา นาค เงนิ ทองแดง-ทองแดงกะไหล฽ทอง และอัลปาการแ
วตั ถมุ งคลประเภทอื่น ๆ ไดแ฾ ก฽ รปู เหมือนปม่ใ ลอยองคแ แหนบ ปลดั ขกิ
วตั ถุมงคล พ.ศ. 2513
วัตถุมงคลในปี พ.ศ.2513 ทางวัดหลวงพ฽ออี๋ หรอื วัดสตั หบี ได฾ทําการจดั สร฾างเปๅนที่ระลึกในงาน
ดว฾ ยกนั 3 งานพิธี ได฾แก฽

59

๑. งานพธิ ียกช฽อฟูา
๒. งานฉลองสมณศกั ด์ิ พระครศู รีสตั คุณ (บัญญัติ โกมุทโท) เจ฾าอาวาสรปู ที่ 3 วัดสตั หบี
๓. งานวนั ครบรอบมรณะภาพ
เหรยี ญร฽ุนงานยกชอ฽ ฟาู พ.ศ.2513
เหรยี ญร฽นุ งานยกชอ฽ ฟูา ทางวัดสัตหีบไดเ฾ ชิญ พระคณาจารยแที่มีกิตติคุณหลายรูป ได฾เข฾าร฽วมพิธี
พุทธาภิเษก ณ ที่วัดสัตหีบ ในคราวงานพิธียกเคร่ืองบนวิหาร ต฽อมาทางวัดยังได฾นําเหรียญรุ฽นนี้ ไปให฾
ทาง เจ฾าคุณนรราชมานิต แห฽งวัดเทพศิรินฯ พระมหาเถระผ฾ูมีพุทธะอันแกร฽งกล฾าเข฾าพิธีพุทธาภิเษก
อธิษฐานจติ เพอื่ บรรจพุ ลังความศักดสิ์ ิทธข์ิ องเหรยี ญซ้ําอีกคร้ัง
ลักษณะของเหรยี ญ เปนๅ เหรยี ญกลมหใู นตัว
ดา฾ นหน฾าเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพ฽อครึ่งองคแ ด฾านบนศรีษะหลวงพ฽อ ตามแนวโค฾งของเหรียญ
มคี ําว฽า “พระครูวรเวทมุนี (หลวงพอ฽ อี)”
ด฾านหลังเหรียญ กลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแส่ี 3 ชั้น ส฽วนโค฾ง
ด฾านบนของเหรยี ญ มคี ําวา฽ “ท่ีระลกึ งานยกชอ฽ ฟาู 2513” และดา฾ นลา฽ งมีคําว฽า “วัดสัตหีบ ชลบรุ ี”
เน้ือโลหะที่ใชใ฾ นการทาํ เหรยี ญ มเี น้ือทองแดงเพียงเน้ือเดียว
วตั ถมุ งคลประเภทอ่นื ๆ ท่ไี ดจ฾ ดั สรา฾ ง ในปพี .ศ.2511 ไดแ฾ ก฽
1) เหรยี ญรน฽ุ ท่ีระลกึ วนั ครบรอบมรณะ
2) เหรียญรน฽ุ ท่ีระลึกฉลองสมณศกั ดิ์
3) แหนบ
วตั ถมุ งคลพ.ศ. 2514
ปี พ.ศ.2514 ทางวัดสัตหบี ไดท฾ ําการจัดสร฾างวัตถุมงคล เปๅนที่ระลึกในงาน พิธียกช฽อฟูาวิหาร
หลวงพ฽ออี๋ และพธิ ที รี่ ะลึกงานประจาํ ปี โดยอันเชญิ พระเถระทม่ี ีกิตติคุณ เขา฾ รว฽ มพทุ ธาภิเษก
วสั ดุมงคลทจ่ี ัดสรา฾ ง
เหรียญรุ฽นทรี่ ะลึกงานยกช฽อฟูา
ลกั ษณะเหรียญมีทัง้ เหรียญใหญ฽ และเหรยี ญเล็ก
ด฾านหน฾าเหรียญ รูปหลวงพ฽ออ๋ีน่ังบนธรรมาสนแ บนศรีษะหลวงพ฽อเปๅน “ยันตแอุณาโลม” และ
ดา฾ นขา฾ งสองด฾านเปๅน “ช฽อกนก” ดา฾ นล฽างธรรมาสนแ มโี บวโแ ค฾งและอกั ษรในโบวแ คําว฽า “พระครูวรเวทมุนี
หลวงพ฽ออ๋ี” และถดั ลงมาเปๅนชอ฽ กนก
ด฾านหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแส่ี 3 ช้ัน และ
อย฽ูในวงรี ส฽วนโคง฾ ของเหรียญ ด฾านบน มีคําว฽า “วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี” ส฽วนโค฾งด฾านล฽าง มีคําว฽า “ที่ระลึก
ในงานยกชอ฽ ฟาู พ.ศ.2514”
เนื้อโลหะท่ีใช฾ในการจัดสร฾าง มี 6 ชนิด คือ ทองคํา นาค เงิน ทองแดง อัลปาก฾า และทองแดง
กะไหลท฽ อง
วตั ถุมงคลประเภทอนื่ ๆ ทีไ่ ดจ฾ ดั สร฾าง ในปี พ.ศ. 2514

60

1) พระบูชา หน฾าตัก 5 นิ้ว เน้ือทองเหลืองรมดํา ตอกโค็ต คําว฽า “วิหาร” ตรงฝุามือ สร฾าง

จํานวน200 องคแ

2) เหรียญร฽ุนงานประจําปี เหรียญรูปไข฽ เหรียญใหญ฽และเหรียญเล็ก ลักษณะเหรียญคล฾ายร฽ุน

งานยกชอ฽ ฟูา ต฽างกันตรงรูปองคหแ ลวงพ฽อและชื่อรุน฽

3) รูปเหมือนป็ใมลอยองคแ เปๅนเนื้อทองเหลือง ใต฾ฐานองคแพระอุดกร่ิง มีตัวอักษร (เปๅนตัวจม)

อย฽ูด฾าน ล฽าง ด฾านหน฾าองคแพระมีคําว฽า “หลวงพ฽ออี๋” ด฾านหลังองคแพระ ใต฾สังฆาฏิมีตัวอักขระตัว “อุ”

และด฾านล฽างมคี ําวา฽ “วดั สตั หีบ”

4) แหนบ

วตั ถุมงคลพ.ศ. 2515

เมื่อปี พ.ศ. 2489 ครั้งหลวงพ฽ออี๋ได฾มรณภาพแล฾ว ทางวัดสัตหีบได฾ทําการหล฽อรูปเหมือนเท฽า

องคจแ ริง ทา฽ นเพื่อเตรียมไว฾สําหรับบรรจุอฐั ธิ าตุหลวงพ฽ออี๋ หลงั พระราชทานเพลิง

หลังจากท่ีได฾บรรจุอัฐิหลวงพ฽ออ๋ีไว฾ในองคแพระเปๅนที่เรียบร฾อย เริ่มแรกทางวัดสัตหีบได฾นํารูป

หลอ฽ เท฽าองคแจริง ของท฽านเข฾าประดษิ ฐานยังศาลาการเปรยี ญหลังเกา฽ แล฾วต฽อมา ครั้งเม่ือสร฾างพระวิหาร

หลังใหม฽แล฾วเสร็จ พ.ศ. 2515 ทางวัดสัตหีบจึงได฾ย฾ายรูปหล฽อหลวงพ฽ออี๋น้ัน นําเข฾าประดิษฐานยังพระ

วิหารอกี คร้ัง ตลอดเท฽าถงึ ทุกวันนี้

พ.ศ. 2515 ท฽านพระครูศรีสัตคุณ (บัญญัติ โกมุโท) เจ฾าอาวาสรูปที่ 3 วัดสัตหีบ กับทาง

คณะกรรมการวัด ได฾ร฽วมกันจัดพิธีท่ีจะนํา รูปหล฽อหลวงพ฽ออี๋ ท่ีสร฾างไว฾ ได฾เข฾าประดิษฐานในยังพระ

วหิ าร อยด฽ู า฾ นหน฾าขององคแพระประธาน และพระอัครสาวก ได฾จัดขบวนแห฽รูปหล฽อองคแหลวงพ฽ออี๋อย฽าง

สมเกียรติ เพ่ือให฾ประชาชนได฾รับรู฾ในกาลคร้ังน้ี ไปท่ัวตลาดสัตหีบ จังหวัดระยอง และตลอดจนพื้นท่ี

บรเิ วณใกล฾เคียง

งานพิธีเข฾าประดิษฐานวิหาร ทางวัดสัตหีบ ยังได฾จัดสร฾างวัตถุมงคลหลายประเภทเปๅนที่ระฤก

แจกจ฽ายให฾กับประชาชนทีม่ ีจิตศรัทธาในตวั หลวงพ฽ออ๋ี

คณาจารยแ

ทางวัดสัตหีบ ได฾กราบนมัสการ เรียนเชิญนิมนตแพระเถระอาจารยแผู฾ทรงไสยเวท เข฾าร฽วมพิธี

พทุ ธาภิเษกอาทเิ ช฽น

1. หลวงพ฽อวิเชียร วัดเครอื วัลยแ ชลบุรี 8. หลวงพ฽อทองอย฽ู วัดบางเสร฽ ชลบรุ ี

2. หลวงพอ฽ เหมือน วัดกาํ แพง ชลบรุ ี 9. หลวงพอ฽ ทมิ วัดระหารไร฽ ระยอง

3. หลวงพ฽อพิพัฒนแ วัดบางเปูง ชลบุรี 10. หลวงพ฽อคราํ่ วัดวงั หวา฾ ระยอง

4. หลวงพ฽อล้งั วัดอัมพาราม ชลบรุ ี 11. หลวงพ฽อรวย วัดทา฽ เรอื ระยอง

5. หลวงพ฽ออิน วดั หนองปลาไหล ชลบุรี 12. หลวงพ฽อถิร วดั ปุาเลไลยกแ อยุธยา

6. หลวงจรินทรแ วัดโรงโปะฺ ชลบรุ ี 13. หลวงพอ฽ แพ วัดพกิ ลุ ทอง สงิ หแบุรี

7. หลวงพอ฽ สําลี วดั ห฾วยยาง ชลบุรี

โดยมี หลวงพอ฽ แฟมู วดั ปาุ อรัญญกิ าวาส เปนๅ เจ฾าพธิ ี จุดเทียนชัย

61

เหรียญรปู ไข฽ รนุ฽ เขา฾ ประดิษฐานวหิ าร พ.ศ. 2515
ลกั ษณะเหรียญ เปนๅ เหรียญรูปไข฽ มที ้ัง เหรียญใหญ฽ และเหรียญเลก็
ดา฾ นหน฾าเหรยี ญ เปนๅ รูปองคหแ ลวงพอ฽ อน๋ี ่ังเต็มองคแบนอาสนะ บนศรษี ะมีตัวอักขระ “อุ มะ อะ”

และบนอกั ขระตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” ส฽วนด฾านล฽างใต฾อาสนะมี ช฽อกนก และตามส฽วนโค฾งด฾านขวา
ของ...... มคี ําภาษาไทยว฽า “พระอุปชใ ฌายแอี๋” และดา฾ นซ฾ายคาํ ว฽า “วัดสัตหีบฯ”

ด฾านหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน“ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแส่ี 3 ช้ัน ตาม
สว฽ นโคง฾ ด฾านบนของเหรยี ญมีภาษาไทย คาํ ว฽า “ที่ระฤกในงานเข฾าประดิษฐานวิหาร” และด฾านล฽างเปๅนปี
พ.ศ. “พ.ศ.2515”

เนื้อโลหะทีใ่ ชใ฾ นการทําเหรียญ มอี ยู฽ 5 ชนิด คือ
1. เหรยี ญทองคาํ จํานวนในการสร฾างขึ้นขึ้นอยูก฽ บั ผท฾ู ่ีสัง่ จอง ไมม฽ จี าํ นวนบอกท่แี น฽ชดั ว฽าสร฾าง
กเี่ หรียญ
2. เหรยี ญนาค จาํ นวนในการสร฾างขึน้ ขึ้นอยก฽ู ับผูท฾ ส่ี ่ังจอง (เชน฽ เดยี วกบั เหรียญทองคํา)
3. เหรยี ญเงิน จํานวนการสรา฾ งประมาณ 200 เหรยี ญ
4. เหรยี ญทองแดง จาํ นวนการสร฾าง 5,000 เหรียญ
5. เหรียญอัลปากา฾ จํานวนการสรา฾ ง 5,000 เหรยี ญ
บลอ็ คหรอื พมิ พแ มเี พียงพมิ พแเดียว
วตั ถุมงคลประเภทอื่น ๆ ทไี่ ดจ฾ ัดสร฾าง ในปี พ.ศ.2515 ไดแ฾ ก฽
1) พระบชู า ขนาด 4 นว้ิ เปนๅ เน้อื โลหะผสม จาํ นวนการสรา฾ ง 200 เหรยี ญ
2) รูปปใ่มเหมือนลอยองคแ ใต฾ฐานอุดกร่ิง ด฾านหน฾าองคแพระด฾านล฽างมีอักษร (ตัวนูน) คําว฽า
“หลวงพ฽ออี๋” และด฾านหลงั ใต฾สงั ฆาฏิ มีอกั ขระ ตัว “อ”ุ
3) รูปป่ใมเหมือนลอยองคแ ใต฾ฐานอุดกร่ิง และบางองคแตอกคําว฽า คําว฽า “วิหาร” ด฾านหน฾าองคแ
พระ ด฾านล฽างมีอักษร (ตัวนูน) คําว฽า “หลวงพ฽ออี๋”เช฽นเดียวกัน ส฽วนด฾านหลังใต฾สังฆาฏิ จะมีลักษณะ
ตวั เลขไทย “1” รุ฽นน้ขี นาด....หรือเล็กกวา฽ รุน฽ ท่สี ังฆาฏิ มีอักขระ ตัว “อ”ุ
4) ล็อกเกต็ และรปู ภาพ มที ้งั ขนาดใหญ฽ และขนาดเล็ก
5) ภาพรวมเกจอิ าจารยแ พ.ศ.2481
6) เหรียญบาทขวัญถุง ตอกโคด฿ คําวา฽ “หลวงพ฽ออี๋” จาํ นวนการสร฾าง 20,000 เหรยี ญ
7) ผ฾ารปู องคหแ ลวงพ฽อ (มีหลายส)ี
8) แหนบ
9) ปลดั ขกิ ตอกโคด฿ คําว฽า “หลวงพ฽ออี๋”(โคด฿ ตัวเดยี วกับเหรยี ญขวัญถงุ )
วตั ถุมงคลพ.ศ. 2516
วัตถุมงคล ที่ได฾จัดสร฾าง ในปี พ.ศ. 2516 เนื่องในวาระ เปๅนที่ระลึกในงานนมัสการประจําปี ท่ี
ได฾จัดงานนขี้ ึน้ เปๅนประจาํ ซ่ึงอยใ฽ู นชว฽ งเดอื นพฤษภาคมของทุกปี
 วัตถุมงคลที่ทางวัดไดท฾ ําการจดั สรา฾ ง

62

• พระบชู า หนา฾ ตัก 5 นิว้ จาํ นวนสร฾าง 200 องคแ

• พระผงรูปสามเหล่ียม ด฾านหน฾า เปๅนรูปองคแหลวงพ฽อ นั่งบนอาสนะ ใต฾อาสนะเขียนคําว฽า

“หลวงพอ฽ อ๋ี” ด฾านหลงั เปๅนยันตใแ บพดั และใต฾ล฽างยันตเแ ขียนคาํ ว฽า “วดั สตั หีบ”

1) แบบเนอื้ ผงลงลักปดิ ทอง

2) แบบเน้อื ผงธรรมดา

วัตถุมงคลพ.ศ. 2517

งานพิธีบําเพ็ญกุศลอุทิศถวายให฾กับหลวงพ฽ออ๋ี หรืองานคล฾ายวันครบรอบมรณะภาพ ได฾จัดข้ึน

ประจําทุกปี อยู฽ในช฽วงเดือน กุมภาพนั ธแ ในปี พ.ศ. 2517 น้ี ทางวัดสตั หีบ ไดท฾ าํ การจัดสรา฾ งวัตถุมงคลไว฾

เปๅนทีร่ ะฤก สําหรบั งานพิธบี าํ เพญ็ กศุ ลเอาไว฾ด฾วย

วัตถมุ งคลทท่ี างวัดได฾ทาํ การจัดสรา฾ ง

• พระบชู า หนา฾ ตัก 5 นวิ้ เนือ้ ทองผสม จํานวนการสร฾าง 200 องคแ

• เหรยี ญรูปไข฽เลก็ คร่ึงองคแ สรา฾ งเปๅนเหรียญทองแดง เพียงเนือ้ เดยี ว

ด฾านหน฾าเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพ฽อครึ่งองคแ บนศรีษะหลวงพ฽อ มีคําว฽า “พระอุปใชฌายแอ๋ีวัด

สตั หีบ”

ด฾านหลังเหรียญ กลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแส่ี 3 ช้ัน มีคํา

ภาษาไทย ตามสว฽ นโค฾งด฾านบนของเหรียญว฽า “ที่ระฤกในการบําเพ็ญกุศลอุทิศถวาย” ส฽วนด฾านล฽างเปๅน

ปี พ.ศ. “พ.ศ. 2517” ซ่ึงมดี อกจันทรขแ นั้ อยร฽ู ะหว฽าง ตัวอักษร กับปี พ.ศ.ทง้ั สองดา฾ น

จํานวนการสรา฾ ง ประมาณ 5,000 เหรียญ

วัตถุมงคลพ.ศ. 2519

ปี พ.ศ. 2519 ที่วัดสัตหีบ ได฾จัดงานพิธีพุทธาภิเษกครั้งย่ิงใหญ฽ นั่นคือ “งานสร฾างรูปเหรียญ”

ได฾ทําการสร฾างวตั ถมุ งคลไวห฾ ลายประเภท เพื่อเปๅนท่รี ะฤกสําหรับงาน ทาํ พธิ ใี นวันศุกรแ เวลา 19.00 น.

คณาจารยแ ทางวดั สตั หีบ อนั เชิญนิมนตแพระเถระอาจารยแท่ีมีกิตติคุณ ผ฾ูทรงไสยเวท เข฾าร฽วมพิธี

พทุ ธาภเิ ษก อาทเิ ชน฽

1. หลวงพอ฽ แพ วัดพกิ ลุ ทอง สงิ หแบรุ ี

2. หลวงพอ฽ ถริ วดั ปาุ เลไลยกแ สพุ รรณบรุ ี

3. หลวงพอ฽ นอ วัดกลางท฽าเรือ อยธุ ยา

4. หลวงพอ฽ โตะ฿ วัดประด฽ฉู มิ พลี ธนบรุ ี

5. หลวงพ฽อสวน วัดทา฽ กระดาน ตราด

6. หลวงพ฽อคง วดั วังสรรพรส จนั ทบุรี

7. หลวงพอ฽ พิศาล วัดบูรพา จนั ทบุรี

4. หลวงพ฽อคร่ํา วดั วงั หวา฾ ระยอง

4. หลวงพ฽อรวย วัดทา฽ เรอื ระยอง

10. หลวงพอ฽ วิเชียร วัดเครอื วัลยแ ชลบรุ ี

63

11. หลวงพอ฽ เหมือน วัดกาํ แพง ชลบุรี

12. หลวงพ฽อพิพัฒนแ วดั บางเปูง ชลบรุ ี

13. หลวงพอ฽ ล้งั วัดอมั พาราม ชลบุรี

14. หลวงพอ฽ อนิ ทรแ วดั หนองปลาไหล ชลบุรี

15. หลวงพ฽อจรนิ ทรแ วดั โรงโปฺะ ชลบรุ ี

16. หลวงพ฽อสําลี วดั ห฾วยยาง ชลบรุ ี

โดยมี หลวงพ฽อแฟูม วัดปุาฯ อรญั ญิกาวาส ชลบรุ ี เปๅนเจ฾าพิธี

วัตถุมงคล พ.ศ. 2519 รุ฽นที่ระฤกในงานสร฾างรปู เหรยี ญ

1. พระบูชา ขนาด 5 น้วิ เน้อื ทองผสม จาํ นวนสร฾าง 500 องคแ

2. เหรียญไข฽ และเหรียญกลม ด฾านหน฾าเหรียญเปๅนรูปองคแหลวงพ฽อนั่งเต็มองคแบนอก เปๅน

“ยันตเแ ฑาะวขแ ัดสมาธิ” และบอกชอ่ื รน฽ุ กบั ปี พ.ศ. “พ.ศ. 2519”

โลหะเหรยี ญ แบ฽งเปนๅ 5 ชนิด คือ

1. เหรียญทองคาํ จาํ นวนสร฾างเปนๅ การสั่งจอง

2. เหรยี ญนาค จาํ นวนสรา฾ งเปๅนการสัง่ จอง

3. เหรียญเงิน จํานวนการสรา฾ ง 200 เหรียญ

4. เหรยี ญนวะโลหะ จํานวนการสร฾าง 1,000 เหรยี ญ

5. เหรยี ญทองแดง จํานวนการสรา฾ ง 5,000 เหรยี ญ

รปู เหมือนหล฽อลอยองคแอุดกร่งิ ตรงฐานด฾านหน฾ามีคําว฽า “พระครูวรเวทมุนี (หลวงพ฽ออ๋ี) วัดสัต

หบี ” ดา฾ นหลงั ฐานเปนๅ เลขไทย “2519”

เนือ้ โลหะรูปหลอ฽ เหมือนลอยองคแ แบง฽ เปๅน 4 ชนดิ คือ

1. ทองคาํ จาํ นวนสรา฾ งเปนๅ การสั่งจอง

2. เงิน จาํ นวนการสร฾าง 300 องคแ

3. นวะกะไหลท฽ อง จํานวนการสร฾าง 1,000 องคแ

4. นวะโลหะ จํานวนการสรา฾ ง 2,000 องคแ

วัตถุมงคล พ.ศ. 2521

วันพุธท่ี 8 กุมภาพันธแ พุทธศักราช 2523 ทางวัดสัตหีบ และประชาชน มีความยินดีร฽วมรับ

เสดจ็ “สมเด็จพระสงั ฆราชสกลมหาสังฆปรินายก” วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่ง

เสด็จ....เปๅนประธานในพิธีเททองหล฽อพระพุทธชินราช ณ วัดหลวงพ฽ออี สัตหีบ กาลต฽อมาพระพุทธชิน

ราชจําลองนั้นได฾ถูกประดิษฐานอย฽ูในศาลาการเปรียญในปใจจุบัน ครั้งนี้ทางวัดได฾ทําการจัดสร฾างพระ

บูชา และเหรียญเปๅนท่ีระฤก พระครูศรีสัตคุณ (บัญญัติ โกมุโท) เจ฾าอาวาสวัดสัตหีบ รูปท่ี 3 จุดธูป

เทียนชยั พุทธาภิเษก อาราธนาพระนัง่ ปรก และพระสงฆแเถระ 16 รปู เจรญิ พระพทุ ธมนตแ

วตั ถุมงคลทท่ี ําการจดั สรา฾ ง

1. พระบูชา เนอ้ื ทองผสม ขนาดหน฾าตัก 5 นวิ้ จาํ นวนสร฾าง 300 องคแ

64

2. เหรียญรูปไข฽ เหรียญใหญ฽ และเหรยี ญเล็ก

ลักษณะเหรียญ

ด฾านหน฾า เปๅนรูปองคแหลวงพ฽อห฽มคลุม ครึ่งองคแ บนศรีษะมีตัวอักขระ “อุ มะ อะ” บนตัว อุ มี

“ยนั ตณแ าโลม” ด฾านขวาของเหรียญมคี าํ ว฽า “พระอปุ ใชฌายอแ ี” ด฾านซ฾ายคําวา฽ “วดั สตั หีบฯ”

ด฾านหลัง ตรงกลางเหรียญเปๅนรูป “พระพุทธชินราช” ใต฾ฐานมีวันพิธี “8 ก.พ. 21” และตาม

ส฽วนโค฾งของเหรยี ญ มอี ักษรไทย คําว฽า “ที่ระฤกในงานเททองหล฽อพระพุทธชินราช สมเด็จพระสังฆราช

ทรงเปๅนประธาน”

เนื้อโลหะ ท่ใี ช฾ในการสร฾างเหรียญ มี 4 ชนดิ คือ

1. เหรยี ญทองคาํ จํานวนการสร฾างเปนๅ การส่งั จอง

2. เหรียญเงิน จาํ นวนการสร฾าง 60 เหรยี ญ

3. เหรียญทองแดงกะไหล฽ทอง จาํ นวนการสรา฾ ง 1,000 เหรียญ

4. เหรยี ญทองแดง จํานวนการสรา฾ ง 2,000 เหรยี ญ

วัตถมุ งคล พ.ศ. 2523

เน่ืองในงานบําเพญ็ กุศล ทีไ่ ด฾จดั ชว฽ งเดือนกมุ ภาพันธแของทุกปี ทางวัดสัตหีบได฾กระทําพิธีพุทธา

ภิเษก และฉลองศาลาการเปรียญ วัดสัตหีบ ณ ท่ีพระวิหารหลวงพ฽ออี๋ วัดสัตหีบ ในวันพฤหัสบดีที่ 14

กมุ ภาพันธแ2523 และงานนีจ้ ัดมหรสพสมโภช ต้งั แต฽วันท่ี 15 ถึง 21 กมุ ภาพันธแ 2523

คณาจารยแ มีพระเกจอิ าจารยพแ ระเถระ ทีเ่ ข฾ารว฽ มพุทธาภิเษกและเจริญพระพุทธมนตแวัตถุมงคล

ปี พ.ศ. 2523 อาทเิ ชน฽

1. หลวงพ฽อคง (พระครอู าคมวิสุทธ์ิ) วดั วังสรรพรส จันทบรุ ี

2. หลวงพ฽ออิน (พระครเู นกขมั มาภิรม) วัดลาด จนั ทบรุ ี

3. หลวงพ฽อเหลอื (พระครูสงั ฆการพินติ ) วัดหัวกระสงั ขแ ฉะเชิงเทรา

4. หลวงพอ฽ ยิ้ม (พระครูนพบรุ าจารยแ) วดั บางคา ฉะเชงิ เทรา

5. หลวงพอ฽ ประสงคแ (พระครูพิทกั ษแเขมากร) วดั ทา฽ เกวียน ฉะเชงิ เทรา

6. หลวงพอ฽ บุญ (พระครสู ุทธิวัฒนแสุนทร) วัดบ฾านนา ระยอง

7. หลวงพ฽อละเมยี ด (พระครูไพศาลสตุ คุณ) วัดเนนิ ฆ฾อ ระยอง

4. หลวงพ฽อเจยี ม (พระวินัยการกวี) วดั ลุ฽มมหาชัยชมุ พล ระยอง

4. หลวงพอ฽ โตง฽ (พระครูสังวรสมาธวิ ัตร) วัดเภตราสุขารมณแ ระยอง

10. หลวงพ฽อเหมอื น (พระครอู ุดมวิชชากร) วดั กําแพง ชลบุรี

11. หลวงพ฽อวเิ ชยี ร (พระชลธารมุน)ี วดั เครอื วัลยแ ชลบรุ ี

12. หลวงพ฽อจรนิ ทรแ (พระครพู ิพฒั นธรรมคณุ ) วัดประชุมคงคา ชลบรุ ี

13. หลวงพอ฽ ทองอินทรแ (พระครวู ิบูลนวการ) วดั หนองเกตใุ หญ฽ ชลบรุ ี

14. หลวงพอ฽ ลั้ง (พระครูสาธกธรรมคุณ) วดั อมั พาราม ชลบุรี

15. หลวงพอ฽ สายบัว (พระครูศรีสัตคณุ ) วดั สตั หบี ชลบรุ ี

65

16. หลวงพอ฽ องุน฽ ธมมรกขุ ิโต วัดสตั หบี ชลบุรี

โดย หลวงพอ฽ แฟูม (พระครูวรพรตศีลขันธ)แ วัดอรญั ญกิ าวาส เปนๅ เจ฾าพิธี

วัตถุมงคล พ.ศ.2513 รุน฽ ทรี่ ะลกึ ฉลองศาลา ร฽นุ พเิ ศษ

1. พระบชู า ขนาด 5 นวิ้ เนอื้ โลหะผสม จํานวนสร฾าง 300 องคแ

2. เหรียญรูปไข฽

ลักษณะเหรยี ญ

ด฾านหน฾าเหรียญ รูปองคแหลวงพ฽อน่ังเต็มองคแบนอาสนะ ด฾านบนศรีษะมีอักขระตัว “อุ มะ อะ”

อักขระตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” และด฾านขวาของเหรียญมีอักษรไทย คําว฽า “พระอุปใชฌายแอี๋”

ด฾านซา฾ ยคาํ วา฽ “วดั สัตหบี ฯ” และดา฾ นลา฽ งอาสนะมชี ฽อกนก

ดา฾ นหลงั เหรยี ญ ตรงกลางเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแสี่ 3 ชั้น ด฾านบนยันตแ

มอี กั ษรไทย คาํ ว฽า “ที่ระลึกในงานฉลองศาลา ร฽ุนพิเศษ” ด฾านล฽างบอกปี “พ.ศ.2523”

เน้ือโลหะ ที่ใชส฾ ร฾างเหรียญ มี 3 ชนิด คอื

1. เหรียญทองคาํ จํานวนการสร฾างเปๅนการสัง่ จอง

2. เหรยี ญเงนิ จํานวนการสรา฾ ง 200 เหรยี ญ

3. เหรยี ญทองแดง จาํ นวนการสร฾าง 5,000 เหรยี ญ

3. เหรยี ญพุม฽ ข฾าวบณิ ฑแ

ลกั ษณะเหรยี ญ

ด฾านหน฾าเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพ฽ออ๋ีครึ่งองคแ บนศรีษะหลวงพ฽อมีคําว฽า “สัตหีบ” ใต฾องคแ

หลวงพอ฽ คําว฽า “พระอุปใชฌายแอ๋ี”

ด฾านหลงั เหรยี ญ รายละเอยี ดเหมือนเหรียญรปู ไข฽

เน้อื โลหะ ทใ่ี ช฾ในการสร฾างเหรยี ญ มี 5 ชนิด คือ

1. เหรยี ญทองคาํ จํานวนการสร฾างเปนๅ การสั่งจอง

2. เหรยี ญเงนิ จาํ นวนการสร฾าง 200 เหรยี ญ

3. เหรียญทองแดงกะไหล฽ทองทองลงยา มีดว฾ ยกนั 7 สี จาํ นวนการสรา฾ ง 500 เหรียญ

3. เหรยี ญทองแดงกะไหล฽ทองทอง จํานวนการสรา฾ ง 1,000 เหรียญ

4. เหรียญทองแดง จํานวนการสร฾าง 5,000 เหรยี ญ

4. ลอ็ กเกต็ สีฟาู

5. ปลัดขกิ

วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2527

วัดสตั หีบ ทาํ การจดั สร฾างวัตถุมงคลไวเ฾ ปนๅ ที่ระฤก และได฾กระทาํ พิธีพุทธาภเิ ษกดว฾ ย

2 วาระงานพธิ ี คือ

พิธีพุทธาภิเษกสร฾างรูปเหรียญ ในงานครบรอบบําเพ็ญกุศล พระครูเวทมุนี (หลวงพ฽ออ๋ี) วัดสัต

หีบ

66

งานสมเด็จพระสังฆราชเสด็จเปๅนประธานในพิธีสร฾างเหรียญ 11 ก.ย. 2527 สมเด็จพระอริ

ยวงศาคญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนแ วาสพมหาเถร ป.ธ. 4) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เสด็จ

เปๅนประธานจุดเทียนชัย กระทําพุทธาภิเษก และเสด็จเย่ียมศพ พระครูศรีสัตคุณ หรือพระอาจารยแ

สายบัว เจ฾าอาวาสรูปท่ี 3 วัดสตั หบี

คณาจารยแ ทางวัดสัตหีบ อันเชิญพระเถระ ผ฾ูมีกิตติคุณไสยเวท เข฾าร฽วมพิธีพุทธาภิเษกหลาย

พระอาจารยแเช฽น

1. หลวงพ฽ออิน วัดลาด จันทบุรี

2. หลวงพอ฽ โต฽ง วดั เภตราสขุ ารมณแ ระยอง

3. หลวงพ฽อรวยวัดท฽าเรือ ระยอง

4. หลวงพ฽อประสงคแ วัดทา฽ เกวยี น ฉะเชงิ เทรา

5. หลวงพ฽อแฟมู วดั อรญั ญิกาวาส ชลบรุ ี

6. หลวงพอ฽ เกลีย้ ง วดั บางปลาสรอ฾ ย ชลบุรี

7. หลวงพ฽อลงั้ วดั อมั พาราม ชลบุรี

8. หลวงพ฽อบุญ วัดบา฾ นนา ระยอง

9. หลวงพ฽อเจียม วัดล฽มุ มหาชัยชมุ พล ระยอง

10. หลวงพ฽อละเมียด วัดเนินฆอ฾ ระยอง

11. หลวงพ฽อเหลือ วดั หวั กระสังฆแ ฉะเชงิ เทรา

12. หลวงพ฽อวเิ ชียร วัดเครือวัลยแ ชลบรุ ี

13. หลวงพ฽อเร่ิม วดั จกุ กะเฌอ ชลบรุ ี

วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2527 รุ฽นงานสร฾างรปู เหรียญ

๑. เหรียญรปู ไข฽ เหรียญใจงาม เหรียญเล็ก

ลกั ษณะเหรียญ

ด฾านหน฾าเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพ฽ออื๋นั่งบนอาสนะ บนศรีษะมีอักขระ “อุ มะ อะ” บนตัว

“อุ” มี “ขันตแอุณาโลม” ด฾านขวารูปองคแหลวงพ฽อ มีคาว฽า “พระอุปใชฌายแอี๋” ด฾านซ฾าย “วัดสัตหีบฯ”

สว฽ นใต฾ล฽าง อาสนะเปๅนรูปซอ฽ นก

ด฾านหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแสี่ 3 ช้ัน

ด฾านบนยันตแ ตามส฽วนโค฾งของเหรียญ มีคําว฽า“ท่ีระฤกในงานสร฾างรูปเหรียญ” และด฾านล฽างเปๅนปี พ.ศ.

“พ.ศ. 2527”

เนอื้ โลหะ ทใ่ี ชใ฾ นการสร฾างเหรยี ญ มี 4 ชนดิ คือ

1. เหรียญทองคาํ จาํ นวนการสร฾างเปๅนการสัง่ จอง

2. เหรียญนาค จํานวนการสรา฾ งเปๅนการสงั่ จอง

3. เหรียญเงนิ จาํ นวนการสรา฾ ง 300 เหรียญ

4. เหรียญทองแดง จาํ นวนการสรา฾ ง 5,000 เหรียญ

67

วัตถุมงคล พ.ศ. 2527 รนุ฽ สมเด็จพระสงั ฆราชเสด็จเปๅนประธานในพิธสี ร฾างเหรียญ

1. พระบชู าหลวงพ฽ออี๋ ขนาด 9 นิ้ว จํานวนการสร฾าง 59 องคแ

2. พระบูชาหลวงพ฽ออี๋ ขนาด 5 นวิ้ จาํ นวนการสรา฾ ง 499 องคแ

3. เหรยี ญรปู ไข฽ ลักษณะ ขอบเหรียญจะหนากวา฽ ปกติ

ด฾านหน฾าเหรยี ญ เหรียญร฽นุ นหี้ น฾าองคหแ ลวงพอ฽ อจ้ี ะออกอมู ใหญ฽ และส฽วนลําตัวจะดูอ฾วนล่ํากว฽า

เหรยี ญ ทัว่ ๆไป น่ังสมาธิบนอาสนะ ดา฾ นบนศรษี ะมีอกั ขระ “อุ มะ อะ” บนตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม”

ดา฾ น ขวารูปองคหแ ลวงพอ฽ มคี าํ ว฽า “พระอุปใชฌายแอ๋ี” ด฾านซ฾าย มีคําว฽า “วัดสัตหีบฯ” และใต฾ล฽างอาสนะ

เปๅนรปู ชอ฽ กนก

ด฾านหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ล฾อมรอบด฾วยยันตแสี 3 ชั้น ตาม

สว฽ นโค฾งของเหรียญ

มีคําวา฽ “สมเด็จพระสังฆราชเสดจ็ เปๅนประธานในพธิ ีสร฾างเหรยี ญ 10 ก.ย. 2527”

เน้ือโลหะ ทใี่ ช฾ในการสรา฾ งเหรียญ มี 4 ชนดิ คอื

1. เหรียญทองคํา จาํ นวนการสรา฾ งเปๅนการสงั่ จอง

2. เหรียญเงนิ จํานวนการสร฾าง 300 เหรียญ

3. เหรยี ญทองแดงกะไหลท฽ อง จาํ นวนการสร฾าง 1,000 เหรยี ญ

4. เหรยี ญทองแดง จํานวนการสร฾าง 5,000 เหรียญ

4. ปลัดขิก ไมค฾ ณู ไม฾กัลปงใ หา

วตั ถมุ งคลพ.ศ. 2529

เนื่องในงานบําเพ็ญกุศล พระครูวรเวทมุนี (หลวงพ฽ออ๋ี) วัดสัตหีบ วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธแ

2559 ณ วิหารหลวงพอ฽ อ๋ี ไดก฾ ระทําพิธพี ทุ ธาภิเษกรูปเหรียญ รุ฽นบูรณะอุโบสถ และงานนี้ได฾จัดมหรสพ

สมโภช วันท่ี 7 ถงึ 13 กมุ ภาพันธแ 2529

คณาจารยแ ไดม฾ พี ระเถระหลายรปู เขา฾ ร฽วมพธิ ีพทุ ธาภิเษก

1. หลวงพอ฽ เหลอื วัดหวั กระสงั ขแ

2. หลวงพอ฽ กริม่ วัดบางคา

3. หลวงพอ฽ ผวิ วดั หนองแหน

4. หลวงพอ฽ สาย วดั ช฾าปาุ ง฽าม

5. หลวงพอ฽ ลาํ ใย วัดทา฽ เกวียน

6. หลวงพ฽อสนี วล วัดเกวียนหกั

7. หลวงพอ฽ ไพฑูรยแ วดั ชากมะกรดู

8. หลวงพ฽อคร่าํ วดั วงั หว฾า

9. หลวงพ฽อบญุ วัดบา฾ นนา

10. หลวงพอ฽ ละเมียด วัดเนินฆ฾อ

11. หลวงพ฽อรวย วดั ทา฽ เรือ

68

12. หลวงพ฽อโตง฽ วัดเภตราสขุ ารมณแ

13. หลวงพอ฽ เจียม วดั ลุ฽มมหาชัยชุมพล

14. หลวงพอ฽ จาํ รัส วดั ใหญอ฽ ินทาราม

15. หลวงพ฽อจรนิ ทรแ วัดประชุมคงคา

16. หลวงพ฽อทองอินทรแ วัดหนองเกตุใหญ฽

17. หลวงพอ฽ ลัง วัดอมั พาราม

18. หลวงพ฽ออง฽ุนวัดสตั หบี

19. หลวงพ฽อแฟูม วดั อรญั ญิกาวาส เจา฾ พิธี

วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2529 รน฽ุ งานบูรณะอุโบสถ

1. พระบูชา ขนาดหนา฾ ตกั 9 นวิ้ เน้อื ทองผสม จาํ นวนการสร฾าง 49 องคแ

2. พระบูชา ขนาดหนา฾ ตัก 9 น้ิว เนือ้ ปูน จาํ นวนการสร฾าง 19 องคแ

3. พระบูชา ขนาดหนา฾ ตกั 5 นิ้ว เน้ือทองผสม จาํ นวนการสรา฾ ง 499 องคแ

4. พระเหรียญ ลักษณะเปนๅ 1) เหรยี ญรูปไข฽ มีทั้งขนาดเล็กและเหรยี ญจ๋วิ 2) เหรยี ญกลม

เน้ือโลหะ ทจ่ี ัดสร฾างเหรียญ มี 5 ชนิด คอื

1. ทองคํา จาํ นวนการสรา฾ ง (ส่ังจอง)

2. เงนิ จาํ นวนการสร฾าง 300 เหรียญ

3. ทองแดงกะไหลท฽ อง จาํ นวนการสร฾าง 1,000 เหรยี ญ

4. ทองแดง จาํ นวนการสรา฾ ง 5,000 เหรียญ

5. อลั ปาก฾า จํานวนการสร฾าง 5,000 เหรยี ญ

วตั ถุมงคล พ.ศ. 2530

วัตถมุ งคล ปี พ.ศ.2530 ทางวัดสัตหีบ ต฾องการที่จะหาปใจจัย เพื่อสมทบทุนในการสร฾างอาคาร

พยาบาลหลวงปูุอ๋ี ท่ี ก.ม. 10 สําหรับประชาชนทั่วไปที่เจ็บไข฾ได฾ปุวยได฾มาใช฾บริการ ซึ่งกาลคร้ังน้ี ทาง

วัดจึงไดจ฾ ดั สร฾าง

วัตถุมงคล 2530 รน฽ุ สมทบทนุ สร฾างอาคารพยาบาลหลวงปูอุ ี ก.ม. 10

1. พระบูชา ขนาดหน฾าตัก 5 น้วิ จาํ นวนการสรา฾ ง 499 องคแ

2. เหรียญรปู ไข฽

ลักษณะ เปนๅ เหรียญรูปไขข฽ นาดจิว๋ คลา฾ ยเมด็ แตง

ด฾านหน฾าเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพอ฽ อี๋ ครึง่ องคแ ดา฾ นบนศรษี ะมีตัวอักษรโค฾งตามเหรียญ คําว฽า “พระ

อปุ ใขณายอแ ี๋ วัดสตั หีบ”

ด฾านหลังเหรียญ เปๅน “ยันตแ เนตวัดสมาธิ” ถูกล฾อมด฾วยยันตแส่ี 3 ชั้น ด฾านนอกมีอักษรไทยโค฾งตาม

เหรียญคําวา฽

“ท่ีระลกึ สมทบทุนสรา฾ งอาคารพยาบาลหลวงปุอู ้ี ก.ม 10 พ.ศ. 2530”

เน้อื โลหะ ที่ใช฾สร฾างเหรียญ มี 2 ชนดิ คือ

69

1) เหรียญเงนิ จาํ นวนการสรา฾ ง 300 เหรียญ

2) เหรียญทองแดง จํานวนการสรา฾ ง 5,000 เหรียญ

วัตถุมงคล พ.ศ. 2532

จากคราวที่ “พระครูสรีสัตคุณ หรือพระอาจารยแสายบัว เจ฾าอาวาสรูปท่ี 3 วัดสัตหีบ”ได฾ริเริ่ม

สรา฾ งกุฏทิ ีพ่ ักสงฆแ เมอื่ พ.ศ. 2515 ท้ังหมด 4 หลงั

ในปี พ.ศ. 2532 ทางวัดสัตหีบ ได฾จัดสร฾าง และกราบนมัสการ นิมนตแเชิญพระเถระหลายรูป

เข฾าร฽วมกระทําพิธีพุทธาภิเษกรูปหล฽อเหรียญ (ส฽วนใหญ฽เปๅนพระเถระอาจารยแ ท่ีเคยร฽วมพิธีพุทธาภิเษก

ณ วัดสตั หีบ ในงานทีร่ ะลกึ ของปีทีผ่ ฽านๆมา) เพือ่ เปนๅ เหรียญทร่ี ะลึกในการสรา฾ งกฏุ ิสงฆแในครง้ั นัน้

วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2532 รนุ฽ ทรี่ ะลึกสร฾างกุฏิสงฆแ

1. พระบูชา ขนาดหน฾าตกั 5 นิ้ว เน้ือโลหะผสม สร฾างจาํ นวน 499 องคแ

2. เหรียญรูปไข฽ มเี หรยี ญใหญ฽ และเหรียญเล็ก

ลักษณะเหรยี ญ

ด฾านหนา฾ เหรยี ญ รปู องคแหลวงพ฽ออี๋น่ังสมาธิบนอาสนะ บนศรีษะมีอักขระ “อุ มะ อะ” และบน

ตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” ด฾านขวารูปองคแหลวงพ฽อ มีคําว฽า “พระอุปใชฌายแอ๋ี” และด฾านซ฾ายคําว฽า

“วัดสตั หีบฯ”

ดา฾ นหลงั เหรยี ญ ตรงกลางเหรียญเปนๅ “ยนั ตเแ ฑาะวขแ ัดสมาธิ” ถูกล฾อมดว฾ ยยันตสแ ่ี 3 ช้ัน ด฾านบน

ของ ๆ ยนั ตแมคี าํ ว฽า “ทีร่ ะลกึ สรา฾ งกฏุ ิสงฆแ” และสว฽ นด฾านลา฽ ง บอกปี พ.ศ. “พ.ศ. 2532

เน้ือโลหะ เหรยี ญท่ีจดั สรา฾ ง มี 6 ชนิด คอื

1. เหรียญทองคาํ จาํ นวนการสร฾าง (สง่ั จอง)

2. เหรียญเงนิ จาํ นวนการสรา฾ ง 300 เหรียญ

3. เหรยี ญนวะโลหะ จาํ นวนการสรา฾ ง 1,000 เหรยี ญ

4. เหรียญทองแดงกะไหล฽ทองลงยา จาํ นวนการสร฾าง 1,000 เหรยี ญ

5. เหรียญทองแดงกะไหลท฽ อง จํานวนการสรา฾ ง 1,000 เหรียญ

6. เหรยี ญทองแดง จาํ นวนการสรา฾ ง 5,000 เหรียญ

3. เหรยี ญกลม มเี หรยี ญใหญ฽ และเหรยี ญเล็ก

4. รปู ภาพหลวงพอ฽

5. ปลดั ขกิ ไม฾คณู กัลปงใ หา

ปลดั ขกิ หลวงพอ฽ อี้

อันส่ืบเนื่องจาก หลวงพ฽ออ๋ี ออกรุกขมูลอยู฽เปๅนประจําเหมือนครูบาอาจารยแ และนี่เองเปๅน

มูลเหตใุ นการสร฾าง

“ปลดั ขกิ " ของทา฽ น

คร้ังหนึ่ง หลวงพ฽ออี๋ เดินทางไปรุกขมูล ท฽านได฾บ฽อนํ้าแห฽งหน่ึง จึงได฾หยุดพักปใกกลด เพ่ือโปรด

ทายก ทายิกา ในระหว฽างนั้นท฽านได฾ไป น่ังดูบ฽อนํ้าทุกวัน เพราะหลวงพ฽ออี๋ ได฾เห็นปลัดขิกอันหน่ึงผุด

70

ขึ้นมาจากผิวน้ํา เหมือนปลาดุกผุดข้ึนมาหายใจ หลวงพ฽ออ้ีจึงพยายามซ฾อน ปลัดขิก ก็ช฾อนไม฽ติดสักอัน
ขณะที่กําลงั ซ฾อนอยู฽น้ัน มีโยมแกค฽ นหน่งึ
เดินมาถามหลวงพ฽ออี้ว฽า “ทําอะไรหรือหลวงพ฽อ” หลวงพ฽ออี้ก็บอกว฽า “ซ฾อนปลัดขิก" โยมแก฽คนนั้นก็
เราะและพดู วา฽ “อยา฽ ซอ฾ นเลย ทา฽ นช฾อนไม฽ไดด฾ อก ถา฾ ทา฽ น หากได฾จริง ๆ กใ็ หห฾ าหญิงพรหมจารียแมาซ฾อน
จึงจะซ฾อนได฾” หลวงพ฽ออ้ีก็ได฾เที่ยวตามหาหญิงพรหมจารียแมาได฾คน หน่ึง ได฾ขอให฾หญิงพรหมจารียแน้ัน
ช฾อนปลัดขกิ ให฾ หญงิ คนน้นั กซ็ อ฾ น ให฾หลวงพ฽อออ้ี ันหน่ึง ถงึ แม฾จะพยายามซ฾อนอัน ที่สองก็ซ฾อนไม฽ได฾ เมื่อ
หลวงพ฽ออ้ไี ดป฾ ลดั ขลกิ แลว฾ ท฽านก็เดินทางกลบั วดั

ขณะที่อย฽วู ดั ท฽านพยายามหาวิธี สร฾าง “ปลัดขิก” โดย จําลองจาก ท่ีท฽านได฾มาในการสร฾างแรก
เปนๅ ไปด฾วยความ ยากลําบาก เพราะต฾องสร฾างข้ึนถึง 108 ตัว เพ่ือคัดเลือก หัวโจก หรือจ฽าฝูง คร้ันได฾จ฽า
ฝูงมาแล฾ว การสร฾างคร้ังต฽อไป ไม฽จําเปๅนต฾องจํากัดจํานวน ที่ว฽าจ฽าฝูงน้ันก็คือตัวที่บินเก฽งที่สุด และมัน
ชอบนําลูกฝูงบินเปๅนการสมานตัวของพลังปราณ เม่ือได฾ปลัดขิกจ฽าฝูงแล฾ว อย฽ูมาวันหน่ึง หลวงพ฽อจึงได฾
นําปลัดขลิกมาทดลอง ในบ฽อน้ําซ่ึงอยู฽ในบริเวณวัด ปลัดขิก ของท฽านได฾วิ่งอยู฽บนผิวนํ้า ส่ังให฾จมน้ํา
ปลัดขิกของท฽านก็จมน้ํา ส่ังให฾โผล฽ก็โผล฽ขึ้นมาเหนือน้ํา ทําความประหลาดใจให฾แก฽พระภิกษุและญาติ
โยมมาก นับต้งั แต฽ มาช่ือเสียงของหลวงพ฽อ ก็เปๅนที่รจู฾ กั กันท่ัวไป

การปลุกเสก “ปลัดขลิก” นั้น หลวงพ฽ออ๋ีจึงศักด์ิสิทธิย่ิงนัก นําปลัดขลิกปาน ทั้งหมดใส฽ ลงใน
บาตรปลุกเสกจนว่ิงเกรียวกราว และกระโดดออกมาจากบาตร ด฾วยจึงจะถือว฽าขลัง และให฾ ได฾จึงจะทํา
การแจกลูกศิษยแ

ทําไม “ปลัดขลิก”ของท฽าน หลวงพ฽ออี๋ จึงศักดิ์สิทธิยิ่งนัก และท฽านสร฾างมาจากอะไร มีวิธีการ
สร฾างอยา฽ งไรบา฾ ง

ปลัดขิกหลวงพ฽ออ๋ี เปๅนเครื่องรางของขลังที่นักนิยมพระเคร่ืองสะสม แสวงหากันนัก และน฾อย
คนท่ีจะไม฽ร฾ูจัก ปลัดขิกของหลวงพ฽ออ๋ี ลักษณะปลัดขิกของท฽านหลวงพ฽ออี๋ เปๅนไม฾เหลาเปๅนท฽อนกลม
ยาว มีหลายขนาด ท้ังขนาดเล็ก กลาง ใหญ฽ แต฽ก็ลักษณะเดียวกันคือ เรียวยาว ได฾สัดส฽วนที่ ปลายหัว
ปลดั ขกิ มี 2 แบบ คอื

แบบแรก ปลายหวั ปลดั ขกิ จะเรยี ว ออกแหลมเรียก วา฽ “หวั ปลาหลด”
แบบที่สอง ปลายหัวปลักขิกจะมีลักษณะมน ออก ด฾าน บานเรียกว฽า “หัวหมวกเยอรมัน” โดย
เรยี กกันตามลักษณะ ทเี่ หน็ แลว฾ แตใ฽ ครจะชอบเรียกกันแบบไหน
“ปลัดขิก” ไม฾ท่ีสร฾างก็แล฾วแต฽ความนิยมของอาจารยแ แต฽ละท฽านซ่ึงมีอยู฽ 6 ชนิด ท่ีนิยมนํามา
ทําปลดั ขิกตาม สมยั โบราณ คอื
1. ต฾นกัลปใงหาใต฾ท฾องทะเลลึก เปๅนของดีในตัว ภูตผีปีศาจเกรงกลัว คําว฽า “กัล” หมายถึง
ปูองกนั สรรพ ภัย และจะต฾องเลอื กเอาต฾นที่มอี ายุมากเปนๅ ร฾อยปที ี่มเี น้อื แข็งแกร฽ง และขนาดพอสมควร
2. แก฽นมะขามฟูาผ฽า ใช฾แก฽นมะขามกิ่งด฾านทิศ ตะวันออกท่ีฟูาผ฽า ขาดล฽วงลงมา เปๅนของท่ีหา
ยาก ดีทาง มหาอํานาจมีผู฾คนให฾ความนับถือ เกรงขาม ปูองกันฟูาผ฽าได฾ เน้ือไม฾ดําสนิทยิ่งใช฾นานยิ่งเปๅน
เงามันเลือ่ มสวยงามมาก

71

3. แก฽นคุณนิพพาน หมายถึงต฾นคูณท่ียืนต฾นตาย มีความขลังภูต พรายเกรงกลัว และยัง
หมายถึงการคา้ํ คูนชว฽ ย ใหเ฾ จริญร฽งุ เรอื งก฾าวหนา฾ ในทางทดี่ ี

4. ไม฾เหลาชะโอน เปๅนของอาถรรพณแจากนางไม฾ดีในด฾านเจรจา พาที่ค฾าขาย หรือธุรกิจติดต฽อ
กับผูค฾ นต฽างๆ

5. เสือครัว หรือลูกครก แต฽ต฾องเปๅนของแม฽ม฽ายลูกโทน (ลูกชายคนเดียว) เสน฽หแดีนัก เมตตา
มหานยิ ม

6. หิน ที่เปๅนของศักด์ิสิทธ์ิ ซึ่งนักสิทธิ์วิทยาธรสร฾างไว฾เปๅนมรดกโลกแบบหอยหิน หรือแท฽งเขา
ฤาษีมักพบตามถํ่าที่อยู฽ใกล฾ลําธารนํ้าวันดีคืนดี ปลัดขลิกหินจะกระโดน้ําจเอมแจเมผ฾ูใดโชคดี อาจได฾ไว฾
ครอบครองเปนๅ เจ฾าของ ความมีอทิ ธิฤทธ์ปิ าฎหิ ารริยแของปลัดขลิกหินน้ี ตัวอย฽างเช฽น สมมติหากผ฾ูใดทําอี
เป฻อตกหล฽นลง ในนํ้า ให฾เอาปลัดขิกหินผูกเชือกหย฽อนลงควานหา อีเป฻อจะติดปลัดขิกหินข้ึนมาเหมือน
แมเ฽ หลก็ ดูดเหล็ก เปๅนเรอ่ื งมหศั จรรยแย่งิ นัก

มเี รื่องเลา฽ กนั วา฽ ในขณะถากไมท฾ ําปลดั ขิก (จากการเล฽าขานสืบต฽อกันมา หลวงพ฽ออี๋ ท฽านจะเปๅน
ผ฾ูถากเหลา ไม฾เอง ส฽วนฝุายฆราวาสก็จะมี “หลวงตามั่น” และอีกหลายๆท฽าน ได฾ทําการเหลาไม฾ นํามา
ให฾ทา฽ นปลุกเสก) หลวงพอ฽ อ๋ี ทา฽ นไดใ฾ ชภ฾ าวนาคาถามหาเมตตา ถึงวา฽ ขนาดไปที่ไหนทั้งเทวดาและมนุษยแ
ต฽างหลงใหล หลวงพ฽ออ๋ี ทา฽ นใชค฾ าถาน้ีกํากับปลัดขิกจนดังไปท้ังประเทศ และหากภาวนาบ฽อยๆ จะเปๅน
มหานิยมอยา฽ งสงู
“รูปี รปู ี พทุ ธะจติ ตัง พุทธเมตตานงั มหาสเิ นหัง ลติ ิ ลิติ กรุณามหาจติ ตัง เมตตาพทุ โธ นชาลิติ นะชา
ลิติ นะชานิติ เอหิภณั ธัง มหาสเิ นหงั โหนตุ

นอกจากนี้ หลวงพ฽ออี๋ท฽านยังได฾จารึกอักขระไว฾บนตัวปลัดขิก วิธีการจารของท฽านจะมี
เอกลักษณแเฉพาะตัวซึ่งตําแหน฽งท่ีมีอย฽ูด฾วยกัน6 ตําแหน฽ง “ปิ กัณขวา มี เนซ฾าย โอฟูาฝุา ตาพระอินทรแ
เสา พระจันทรแของพระสิวะ

1.ทห่ี ัวประธานปลดั ขกิ หลวงพอ฽ อี๋ จะลงคาถาโอฟาู ผา฽ “อุโอ” หรอื “อุอิ”
2.ด฾านขวาหัวปลัดขิกจะลงตัว “ปี” นี้น฽าจะมาจากบท ปี รัตนมาลา ใช฾ดีทางเมตตามหาเสนหแ
ช้ันสูง หรืออีกนัย หน่ึงท฽านคงย฽อมาจาก บทสากปลัดขิก ที่ข้ึนต฾นด฾วย “รุปี” ซึ่งสรุปแล฾ว “ปี” ตัวนี้ก็
เนน฾ ทางเมตตามหาเสนห฽ แเช฽นกัน
3. ดา฾ นซา฾ ยหัวปลดั ขิกจะลงตัว “มิ” จะมสี ลับตาํ แหน฽งกันบ฾าง แต฽พบเปๅนส฽วนน฾อย “มิ” ตัวนี้ก็
ก็จะหมายถงึ ตัวเรานี้
4. ถัดหยักขุนเพ็ดลงจาร “พินทุ” เปๅนวงกลมเหมือนเลขหนึ่งไทยหัวปิด หรือเรียกว฽า “ตาพระ
อินทรแ”
5. ด฾านซา฾ ยลาํ ตัวปลัดขิกลงหวั ใจโจร “กัณหะ”
6. ด฾านขวาลาํ ตวั ปลดั ขกิ ลงหัวใจโจร “เนหะ”
กรณีท่ีคณาจารยแส฽วนใหญ฽ท฽านกําหนดเอาอักขระหัวใจโจรเปๅนคาถาหลักลงในปลัดขิกท฽านคง
ถอื เคล็ดวา฽ เอาว฽าโจรน้ันเปนๅ ผ฾ฆู ฽าผ฾ทู ําลายแตฝ฽ ุายเดียวการที่จะแก฾อาถรรพแทางเจ็บปุวยและเสนียดจัญไร

72

ท่มี องไมเ฽ ห็นตัวนัน้ ตอ฾ งอาศัยการฆ฽าอย฽างเดียวเปๅนสําคัญ ประกอบกับการปลุกเสกด฾วยอาคมท่ีมีถ฾อยคํา
อันพสิ ดารและบางคาํ อาจจะดูเปๅนคาํ หยาบอยา฽ งบทเสกปลดั ขิกที่ขึ้นต฾นด฾วย

เรือ่ งวชิ าไสยศาสตรแ วิชาสร฾างวัตถุมงคลต฽าง ๆ นัน้ มีดว฾ ยกนั หลายแขนง วิชา “ปลัดขิก” ก็เปๅน
วัตถุ มงคลอีกประเภทหนึ่ง ซ่ึงอย฽ูในแขนงวิชาไสยศาสตรแเช฽นกัน เน฾นพุทธคุณไปทางด฾านเมตตามหา
นยิ ม โชคลาภ" โภคทรัพยแ เปๅนหลัก ปลัดขิก เปๅนเคร่ืองรางของขลังที่นับถือกันมาช฾านาน บางท฽านอาจ
มองเลยไปในแงห฽ ยาบโลน ความจริงแลว฾ เร่อื งของ ปลัดขิก มีความเปๅนมาต้ังแต฽โบราณกาลและเปๅนของ
มงคล ซง่ึ มีเรื่องราวทางพราหมณแ กามณเแ กต็ ขน ฮนิ ดู ของการ “กําเนดิ ปลดั ขิก” เล฽าขานมาว฽า

เม่ือหน่ึงพันปีก฽อนพุทธกาลชนชาติหนึ่งในซีกโลกตะวันตกท่ีพากันนับถือบูชาพระอาทิตยแ
พระจันทรแ ดวงดาว เพื่อระลึกถึงพระ และพระเพลิง เพราะว฽าผ฾ูคนพวกนั้นคิดว฽า ความร฾อนและแสง
สว฽างจากดวงอาทิตยแท่ีพวยพุ฽งมายังโลกมนุษยแช฽วยให฾พืชพรรณธัญญาหารเจริญงอกงามอุดมสมบูรณแ
และยังช฽วยดลบันดาลให฾ปราศจากโรคภัยไข฾เจ็บ ส฽วน พระจันทรแท่ีทอแสงนวลใยน้ันหมายถึงสัญลักษณแ
ของความรักความร฽มเย็นเปๅนสขุ ของมวลมนษุ ยแ

กาลเวลาผ฽านมาชนชาติหน่ึงในอาฟกานิสถาน และธิเบตที่ช่ือว฽า อริวะ ได฾เดินทางเข฾าไป
กราบบูชา พระอาทิตยแ พระจันทรแ ของชนชาติดังกล฽าวจึงได฾นําเอาดัดแปลงเปๅนศาสนาของตน แต฽ก็
ยงั คงนบั ถอื ดวงอาทติ ยแ เปนๅ เทพเจ฾าเหมอื นกัน และเรยี กเทพเจา฾ นี้ว฽า สวิตะระ และยังนับถือสายฝนจาก
ท฾องฟูาเปๅนเทพเจ฾าอีกองคแหน่ึง มีชื่อเรียกว฽า วรุณะ แต฽ชาว “อริวะ” ถือว฽าเทพเจ฾าผู฾ย่ิงใหญ฽กว฽าเทพ
ทัง้ หลายท้งั ปวงคือ อินทรแ พระองคแเปๅนผู฾ดลให฾บังเกิดทุกสรรพส่ิงในสากลจักรวาล แต฽ก็ยังมีเทพอีกองคแ
เปนๅ ผู฾ทาํ ลายชีวิตมนุษยแและสัตวแ เทพท่ีว฽าน้ันคือ พระยม หรืออีกนัยหนึ่งท่ีเราพูดกันเปๅนภาษาชาวบ฾าน
วา฽ เทพเจ฾าแห฽งความตาย สว฽ นเทพเจา฾ ท่ีรักษาโรคท้งั 4ทิศ เรยี กวา฽ ท฾าวโลกบาล

ต฽อมาท่ีตําบลเชระ ในสุสะประเทศมีพรมหากษัตริยแองคแหน่ึงนสมว฽าสิปประอุรานาคะได฾สร฾าง
วิหารพระอาทิตยแแ ละพระจันทรแข้ึนอย฽างละหนึ่งเพ่ือไว฾เปๅนสถานที่ประกอบพีกรรมภานในวิหารว฽างโล฽ง
มิได฾มเี ครื่องหมายใดแทนเทพเจา฾ เลย

ตอ฽ มาพระศิวะอุมากษัตริยแ นาค นวะโพธิ โอรสของพระอุสิระกษัตริยแได฾เสด็จไปประกอบพิธี
บชู า ณ ท่พี ระวิหารดังกล฽าวเห็นวิหารว฽างเปล฽าก็เกิดจินตนาการท่ีจะให฾มีเคร่ืองหมายอย฽างใดอย฽างหนึ่ง
แทนเทพเจ฾าพระอาทิตยแ และเทพเจ฾าพระจันทรแ เพราะในบางขณะเทพเจ฾าทั้งสองไม฽ส฽องแสงลงมาให฾
ประชาชนประกอบพธิ ีบุชากราบไหว฾พระองคจแ ึงได฾ให฾มกี ารจดั สร฾างสลกั รูปพระอาทิตยแและรูปพระจันทรแ
ขน้ึ ประดิษฐไแ วบ฾ นเสาปลายหนิ ต้งั เอาไว฾ใจกลางพระวิหารสมนาถแห฽งน้นั และชนทง้ั หลายกเ็ รยี กเสาน้ันว฽า
เสาพระจันทรแของพระสิวะแต฽เนื่องจากเสาหินท่ีว฽าตรงส฽วนบนสุดมีรูปหินกลมๆอยู฽เม่ือมองผ฽านๆคล฾าย
รูปลึงคแตั้งอย฽ูจึงเรียกกันว฽า “สิวลึงคแ” เวลาต฽อมาเม่ือศาสนาพราหมณแเกิดข้ึนบรรดาผู฾สักกาละบูชาท่ี
เคารพเล่ือมใสได฾นําหลักหินเปๅนรูปโยณีรับแท฽นสิวลึงคแหมายเปๅนรูปเคารพแทนพระองคแพระอิศวรและ
พระอมุ าเทวี พราหมณแพฤฒินาศ ผ฾ูชํานาญพิธีได฾จําลองสิวลึงคแเปๅนรูปเล็กๆเพื่อให฾นําติดตัวเพื่อระลึกถึง
พระสิวะบนสววรคแและโดยที่พราหมณแพฤฒินาศน้ีเปๅนผู฾เช่ียวชาญในการขับเสนียดจัญไรส่ิงเลวร฾ายให฾
พ฾นไปจากมนษุ ยแสิวลึงคแจําลองจึงกลายเปๅนเคร่ืองรางอย฽างดีไปโดยปริยายและมีผู฾เคารพนับถือกันตั้งแต฽

73

น้นั เปนๅ ตน฾ มากาลเวลาผ฽านมาถึงขันคนาจารยแผู฾ชาญฉลาดท฽านได฾เปล่ียนนามสิวะลึงคแเสียใหม฽เปๅนปรัศวแ
แปลว฽าผ฾ูเคียงข฾างแต฽เน่ืองจากวัตถุท่ีว฽ามีรูปร฽างคล฾ายลึงคแผ฾ูที่เห็นผูกอย฽ูกับเด็กไร฾เดียงสาก็เห็นเปๅนข อง
ตลกขบขันหัวเราะคิกๆกันลักษณะอาการหัวเราะเมื่อได฾ยินได฾เห็นคือหัวเราะคิกเลยพากันเรียกรูปร฽าง
ลงึ คนแ ้ันว฽าปลัดคิกและต฽อมาได฾เพยี้ นเปนๅ ปลดั ขิก

ชอื่ เสยี ง “ปลดั ขกิ หลวงพ฽ออ๋ี” น้นั กล฽าวกันวา฽ หาใครเทยี บไม฽ได฾ในช฽วงที่ท฽านมีชีวิตอย฽ูผู฾คนท่ัว
ทั้งประเทศตา฽ งร฾ูจักช่อื ของ “วดั สตั หีบ” ไดด฾ ีกใ็ นช฽วง “ปลัดขิก” หลวงพ฽ออ๋มี ีชชี ่ือเสียงกิตติศัพทแเล่ืองลือ
นี่แหละอันว฽าปลัดขิกหลวงพ฽ออี๋น้ีมีสรรพคุณมากมายหลายประการใช฾ผูกเอวปูองกันเข้ียวงาสารพัด
ปูองกันเสนียดจัญไรโรคภัยไข฾เจ็บมีเสน฽หแเมตตามหานิยมคลาดแคล฾วจากภัยอันตรายทั้งปวง ซ่ึง
เหตุการณแที่เกิดจากผ฾ูที่ได฾ปลัดขิกของท฽านหลวงพ฽อได฾เล฽าให฾ฟใงหลายต฽อหลายรายเกี่ยวกับปาฏิหาริยแ
ของปลัดขิกหลวงพ฽ออ๋เี ล฽ากนั ว฽าคร้งั หนงึ่ มีงานฉลองกุฏิวัดบรรดาสาวแกแ฽ ม฽ค฾าชาวสัตหีบท่ีมีความศรัทธา
ก็มาช฽วยงานโรงครัวหรือไม฽ก็งานเบ็ดเตล็ดคร้ันเสร็จงานหลวงพ฽ออ๋ีก็หาของที่ระลึกมาแจกโดยท฽านนํา
กระดาษห฽อไว฾บอกให฾ไปแกะดูที่บ฾านปรากฏว฽าแม฽ครัวเหล฽าน้ันได฾มาถึงกลางทางอยากร฾ูจนอดใจไม฽ได฾ก็
แกะห฽อออกดุเห็นเปๅนปลัดขิกแกะจากแก฽นไม฽คูณตัวเล็กๆทําให฾สาวแก฽แม฽ค฾าเหล฽านั้นหัวเราะด฾วยความ
เนียมอายก็พากันโยนลงทะเลหมดปลัดขิกของวิเศษคิดว฽าเขาท฾าแข฽งก็เลยว฽ายแข฽งไปกับเรือไม฽ยอมแพ฾
จนเปๅนเหตุให฾สาวแก฽แม฽ค฾าชาวสัตหีบเกิดความเสียดายต฾องหยุดเรือและเก็บปลัดขิกท่ีหลวงพ฽ออ๋ีให฾ไว฾
เหมอื นเดิมท้ังเกิดความต่ืนเตน฾ ในอภนิ หิ ารซ่งึ ไมเ฽ คยประสบพบเห็นมาก฽อน

ประสบการณทแ ่เี กิดข้นึ กบั ศิษยชแ องหลวงพอ฽ อี๋คือคุณสําราญซ่ึงห฾อยปลัดขิกของหลวงพ฽ออ๋ีติดตัว
ตลอดเวลาวันหนึ่งคุณสําราญได฾พาพวกเพื่อนมาคุกกันท่ีบ฾านขณะท่ีคุยกันเพ่ือนของคุณสําราญคนหนึ่ง
ได฾ควกั เอาปนื กออกมาเปๅนการล฾อเล฽นและหันปากกระบอกปืนมาทางคุณสําราญเพื่อนเห็นว฽าการล฾อเล฽น
แบบน้ีไม฽ดีจึงปใดปืนของเพื่อนและโดยที่ไม฽คาดฝในกระสุนปืนเกิดล่ันสนั่นกระสุนปืนพุ฽งเข฾าหน฾าอกของ
คุณสําราญอย฽างจังถึงกับงอฟุบไปคุณสําราญใช฾มือกุมตรงที่เจ็บปวดเพราะแรงกระสุนปืนแต฽ไมมี
เลือดออกเลยแม฾แต฽น฾อยเส้ือผ฾าของคุณสําราญก็ไม฽ขาดเพ่ือนๆพากันงงถามกันแซดว฽าคุณสําราญมีของดี
อะไรคณุ สําราญกบ็ อกว฽ามีเพียงปลัดขกิ ของหลวงพ฽ออเี๋ พยี งอนั เดยี วเท฽านั้น

ปจใ จุบนั ปลัดขิกหลวงพ฽ออ่ีโดยแท฾ๆนัน้ นับวันหายากส฽วนปลัดขิกตัวจ฽าฝูงหรือตัวครูเล฽นกันว฽าได฾
ตกทอดมาตกทอดอยทู฽ หี่ ลวงพ฽อจําเนียรซึ่งเปๅนพระหลานชายหลวงพ฽ออี๋ปลัดขิกตัวครูหลวงพ฽ออ๋ีท฽านได฾
ทํามาจากไม฾คูณมีความยาว9นิ้วเส฾นผ฽านศูนยแกลาง1.7น้ิวปลายหัวปลักขิกปิดทองเลือนๆเขียนอักขระ
ดว฾ ยเหลก็ จาร

อักษรขอมตัว “มะอะ” หัวตัวบนได฾ลงสูตร “ศูนยแยะพุทธาปใง นะ ชาวิเต” เปๅนวงกลมใต฾ตัว
ปลัดขิกมีรูเจาะทะลุถึงกันส฽วนลําตัวด฾านข฾างมีอักษรขอมด฾านขวาเขียนว฽า “กันหะ” ด฾านซ฾ายเขียนว฽า
“เนหะ”

ในด฾านแคล฾วคลาดก็เปๅนหนึ่งนายทหารเรือผ฾ูใหญ฽ท฽านหน่ึงได฾เล฽าให฾ฟใงว฽าเม่ือคร้ังท่ีเขายัง
ประจําการอยท฽ู ีส่ ตหบี แตต฽ อ฾ งขบั รถกลับบา฾ นที่กรุงเทพฯในวันศกุ รแมอี ยู฽วนั หนึ่งเขาได฾ขับรถมาตามทางจะ
เข฾ากรุงเทพฯได฾ถูกรถบรรทุกคันหนึ่งพ฽ุงเข฾าชนทางท฾ายรถของเขาอย฽างจังรถขอ งเขาก็เสียการทรงตัว

74

พลิกควํ่าข฾างทางหลายตลบรถพับยับเยินทั้งคันใช฾การไม฽ได฾ส฽วนตัวของเขาหน฾าอกได฾กระแทกกับ
พวงมาลัยอย฽างแรงจนหมดสติไปรถบรรทุกคู฽กรณีหนีไปได฾แต฽ชาวบ฾านที่มาช฽วยเหลือนําร฽างของเขา
ออกมาจากรเม่ือได฾สติก็มองหน฾าอกและเนื้อปรากฏว฽าไม฽เปๅนอะไรเลย “ทั้งเนื้อท้ังตัว ผมมีปลัดขิกของ
หลวงพอ฽ อี๋ห฾อยอย฽ูเพียงอันเดยี ว

ชายคนหนึ่งกินเหลา฾ จนเมาไดท฾ ่ีกเ็ ดินไปหาพวกคนขับรถสองแถวแล฾วมีการแซ฽วกันเกิดขึ้นทําให฾
รถสองแถวเจา฾ ถิ่นไม฽สบอารมณกแ ระชาก11มม.ลน่ั ไกลใส฽ร฽างชายขเี้ มาจนกระเด็นอยู฽กลางถนนแต฽ปรากฏ
วา฽ ชายขเ้ี มาไม฽เปนๅ อะไรเลยแถมยงั ไม฽เอาเรื่องพวกรถสองแถวที่ลั่นกระสุนใส฽อีกด฾วยโดยปล฽อยให฾พวกรถ
สองแถวงงงนั วา฽ แกมีของดีอะไรถงึ ไม฽เปๅนอันตรายแกบอกกับนักข฽าวหนังสือพิมพแว฽า “มีปลัดขิกของท฽าน
หลวงพ฽ออีห๋ อ฾ ยอยู฽ทเ่ี อวเพยี งอนั เดยี วแทๆ฾

ควายขวิดไมเ฽ ปนๅ อะไร ครูบญุ ช฽วยแห฽งโรงเรียนสัตหีบได฾ปลัดขิกของหลวงพ฽ออีกอันหน่ึง เวลาท่ี
ครูบญุ ช฽วยออกนอกบ฾านไปไหนมาไหน ครบู ญุ ช฽วยจะนาํ ตดิ ตัวไปดว฾ ยตลอดเวลา เพาะครุบุญช฽วยศรัทธา
ต฽อหลวงพ฽ออ๋ีมาก ตาเวลาที่ครูบุญช฽วยไม฽ได฾ไปไหนก็จะเก็บปลัดขิกไว฾ท่ีบ฾าน พ฽อตกกลางคืนยามดึก
เงยี บสงัดมีเสียงเหมอื นคนเดนิ อยบู฽ นบา฾ น ครูบุญช฽วยก็นึกวาขโมยขึ้นบ฾าน จึงลุกไปแอบดูแต฽ก็ไม฽เห็นใคร
สกั คนแตก฽ ็ยังได฾ยนิ เสียงฝีเท฾าคนเดินอยา฽ งน้นั ใจก็คิดไปว฽าผหี ลอก จึงตัดสินใจคว฾าไฟฉายออกมาฉายดูก็
ไม฽อะไรนอกจากปลัดขิกของพลวงพ฽ออ๋ี ที่วางอย฽ูข฾างหน฾าประมาณ 1 ศอก ครูบุญช฽วยจึงหยิมขึ้นแล฾ว
เอาไวใ฾ ตห฾ มอนท่ีตนเองหนุนนอน

รุ฽งเช฾าครูบุญช฽วยออกไปโรงเรียนเช฽นเคย และได฾นําปลัดขิกติดตัวไปด฾วยเหมือนทุกครั้ง ใน
ระหว฽างที่ครูบุญช฽วยกําลังเดินมาตามทาง ก็ได฾เห็นควาย 2 ตัวกําลังขวิดกันอย฽างเอาเปๅนเอาตาย ในท฽ุง
นาทีก่ ําลงั เดินผ฽าน ก็พอดีกับความตัวหนึ่งวิ่งหนี้มาทางตน ควายอีกตัวก็ว่ิงไล฽ตามมาขวิด แต฽พ฽อมันเห็น
ครูบุญช฽วยมันก็ตรงรี่เข฾าขวิดครูบุญช฽วย จนล฾มลงจากน้ันมันยังขวิดครูบุญช฽วยจนกล้ิงไปกลิ้งมา เสื้อ
กางเกงขาดกระจุยเน้ือตัวเปรอะเป็ือนด฾วยฝุนดิน ครูบุญช฽วยได฾ส฽งเสียงร฾องให฾คนมาช฽วยไล฽ความ เมื่อ
ควายตัวน้ันไปแล฾วปรากฏว฽าร฽างกายของครูบุญช฽วยมิได฾มีบาดแผลเลยแม฾ตาน฾อยเปๅนเพราะความศักดิ์
สทิ ธิจากปลดั ขกิ ของหลวงพ฽ออน๋ี ่ันเอง

เรื่องราวความศักด์ิสิทธิจากปลัดขิกหลวงพ฽ออ๋ียังมีอีกมากซึ่งแสดงถึงอภินิหารให฾เห็นอย฽ูบ฽อน
คร้ัง ปลัดขิกของท฽านเปๅนวัตถุมงคลท่ี ต฽างคนต฽างเสาะแสวงหา เปๅนท่ีต฾องการอย฽างมากในปใจจุบัน
ปลัดขิกของทา฽ นเองแทๆ฾ น้นั นับวนั ยงิ่ หายากคนทม่ี ีไว฾บชู ามักหวงแหน
เรื่องท่ี 2 ประสบการณปแ าฏหิ าริยแ

2.1 ปาฏหิ ารยิ แ กสณิ ลม หรือวาโยกสณิ
วัดสัตหีบ ในอดีตเปๅนแหล฽งธรรม และยังเปๅนสถานท่ีให฾ความร฽มเย็นกับญาติโยมผ฾ู

เดินทางมาพ่ึงพาอาศยั คนปุวยจากจังหวดั ต฽างๆ ไดร฾ อนแรมมาเพื่ออาศยั อทิ ธบิ ญุ บารมี ของหลวงพ฽อ ได฾
ชว฽ ยขจัดปใดเปูาทกุ ขใแ ห฾ ดว฾ ยอํานาจแห฽งอภญิ ญา ของทา฽ น กส็ ามารถช฽วยเหลือชีวิตผู฾เจ็บปุวย ให฾หายวัน
หายคืนจนกลบั สบู฽ า฾ นเรือน ของตนได฾ รวมท้ังคนเจ็บปุวยท่ีต฾องคุณไสยร฾ายแรงหลวงพ฽อก็ช฽วยปใดเปูาให฾
รอดชีวิตกลับไปได฾ จึงเปๅนท่ีเลื่องลือในหม฽ูชนท่ัวไปในระหว฽างสงครามโลกครั้งที่ อําเภอสัตหีบ คือที่ม่ัน

75

ของกองทัพเรือ และเปนๅ จดุ สาํ คัญแหง฽ หนงึ่ จึงเปนๅ ทหี่ มายของข฾าศึก บรรดาชาวบ฾านโดยทั่วไป ต฽างก็ยึด
เอาตัวของหลวงพ฽ออ๋ีเปๅนท่ีพึ่ง วันหนึ่ง ๆ ชาวบ฾านและผู฾คนในอําเภอสัตหีบ จะมาหลบภัยอยู฽ในวัดสัต
หบี กนั จนหมดส้นิ ด฾วยเกรงวา฽ ข฾าศกึ จะมาทิ้งระเบดิ ปรากฏว฽าเคร่ืองบินฝุายพันธมิตร ได฾นําระเบิดมาท้ิง
ที่สัตหีบ แต฽ลูกระเบิด ไม฽ระเบิดเลยสักลูกเดียว เพราะไปตกลงทะเลเสียหมด เม่ือเวลาเคร่ืองบินมาทิ้ง
ระเบดิ หลวงพ฽ออ๋ี ท฽านจะออกไปยืนอยู฽กลางแจ฾ง แล฾วเพ฽งมองข้ึนไปเบ้ืองบนกําหนดกสิณสม พัดเอาลูก
ระเบิดหนกั เปๅนตัน ๆ นัน้ ไปตกลงในทะเล ลูกระเบดิ เหลา฽ นัน้ ไมท฽ าํ งาน เพราะเมอ่ื เครื่องบินฝูงใหญ฽มาถึง
หลวงพ฽ออี๋ท฽านก็ ก็เดินลงไปที่ลานวัด เอาผ฾าอาบน้ําฝน ท่ีท฽านพาดบ฽าไว฾น้ัน สะบัดโบกไปมา ท฽านเพ฽ง
กสิณนั้นไปที่ชนวน และดินระเบิด ลูกระเบิดเม่ือเปียกน้ํา เหมือนลูกเหล็ก หนักๆ ลูกหน่ึงเท฽านั้นเอง
เมอื่ หลวงพอ฽ อ๋ี ยนื บรกิ รรมอย฽ู ฝูงเคร่ืองบิน พอบินมาถึงตลาดสัตหีบก็โปรยลูกระเบิดเปียกนํ้าลงมา พอ
ผ฽านฐานทัพเรือก็โปรยลูกระเบิดลงมา ก็ผลลูกระเบิดถูกลมหอบพัดไปตกลงกลางทะเลหมด การท้ิง
ระเบิด ระเบิดแม฾ลูกเดียวก็ไม฽ทํางาน ประชาชนจึงเช่ือในปาฏิหาริยแของท฽านย่ิงนัก ทหารเรือทั้งหลาย
นอกจากจะมีความเคารพ ในสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเต๋ียฯ แล฾วก็มี หลวงพ฽ออ๋ี
พุทธสโร อกี องคแหน่งึ ท่ีเปๅนทีเ่ คารพสักการะบูชา

2.2 ปาฏหิ ารยิ แ คมุ฾ ทยั
ทา฽ นพระครศู รสี ัตคณุ (บญั ญัติ โกมโุ ท) เจ฾าอาวาสรูปที่ 3 วัดสตั หีบ ท฽านเปๅนศิษยแลวงพ฽ออ่ี

ท฽านได฾เล฽าให฾ฟใงว฽า “ก฽อนน้ีนะโยม ขาวบ฾านแถว สัตหีบนี่ก็คือ บ฾านปุาทะเล มีอาชีพการจับปลาเปๅน
หลกั เท฽านน้ั แหละ ไรส฽ วนก็ปลูกไว฾กินเอง ถนนหนทางก็มีทางเกวียน และทางเกวียนนั้น ก็ไปมาลําบาก
เพราะเปๅนปุาดงพงไพร การเดินทางไป อย฽างชลนุรี และกรุงเทพฯ น่ีนะ ต฾องไปเรือ คราวหนึ่ง อาดมา
ต฾องไปทําธรุ ะท่ีจงั หวดั นงั่ เรอื ไปกบั เขาด฾วย พอนั่งเรือมาถึงช฽วงอําเภอศรีราชานั่นอง ทะเลเกิดคลื่นลม
พัด มีพายุพัดกระหน่ํา เรืออีกทั้งฝนฟูาก็ตกอย฽างหนัก หนักเข฾าเรือล฽มจมน้ํา คนในเรือก็ต฾องช฽วยตัวเอง
ละ ถูกคล่ืนลมพายุพัด ชัดกระจายไปคนสะทางสองทาง ตัวอาตมาเองต฾องลอยคออยู฽กลางทะเล แล฾วก็
จวี รกับนํา้ เจอกนั ได฾ท่ีไหน จีวรเจอนาํ้ เปๅนกอดกันแน฽น คนกลางคือตัวอาตมานี่ซิ จะจมนํ้าทะเลตายแหล฽
มติ ายแหล฽ ใจก็นึกถึงหลวงพ฽ออี๋ท฽าน มันกลัวตายอย฽ูนะตอนน้ัน ในความร฾ูสึก เพราะใกล฾จะหมดแรงนั้น
คล฾ายกับมีใครมาอุ฾มพยุงตัวเอาไว฾ 6 ชั่วโมงที่ลอยคออยู฽ ก็ปรากฏว฽ามีเรือประมงชาวศรีราชา เขาออก
จากฝใงๆ เพราะคลน่ื ลมสงบหมดแล฾ว เซามาพบอาดมาลอยคออยกู฽ ช็ ฽วยไว฾ ก฽อนท่ีเจ฾าของเรือประมงจะออก
จากฝงใๆ เขามีความร฾ูสึกเหมือนมีผ฾ูมาดลใจ ตามท่ีเขาเล฽าว฽า “ขณะท่ีฉันและพรรคพวกจะนําเรืออกทะเล
โน฾น มีพระสงฆแองคแหน่ึง ท฽านอยู฽บนผิวน้ํา ฉันเปๅนเจ฾าของและไต฾กเงเรือด฾วย ก็ส่ังให฾ลกน฾องตรงไป
ข฾างหนา฾ พวกลกน฾องคงไม฽เหน็ อยา฽ งท่ฉี ันเห็นแน฽ ฉันยืนอย฽ูบนเสากระโดง คอยมองปลา จึงแล฽นเรือเข฾า
ไป ก็พบกับหลวงพ฽อพระครูเข฾า ก็เลยเหมาว฽าท฽านต฾องมีอะไรดี ๆ แน฽ คร้ันพอท฽านส฽งวัตถุนิยมของ
หลวงพ฽ออ๋ี ให฾เปๅนรางวัล ก็เกิดศรัทธา เพราะต้ังใจมานานแล฾วว฽าอยากได฾ แม฾นจะเปๅนผ฾าเช็ดเท฾า ก็จะ
บชู าเอาไว฾เจา฾ ของเรอื ลํานน้ั ท฽านพระครบู อกวา฽ "เขาชื่อนายสง฽า เปๅนเจ฾าของเรืออย฽ูศรีราชาน่ีเอง อาตมา
เชือ่ ความบรสิ ทุ ธขิ์ องหลวงพอ฽ อ๋ที ฽านมาก เพราะอาตมาเคยเห็นทา฽ นมาตงั้ แต฽อาตมาเปๅนเด็กวัด มาอยู฽กับ
ทา฽ นต้ังแต฽อายุ7-8 ขวบน้ัน อาตมาเปๅนลูกกําพร฾านะ มีโยมบิดาเลี้ยง ท฽านก็ดีมาก ชีวิตผันเข฾ามาในพระ

76

ศาสนา ก็นับว฽าดีแล฾วไม฽ขาดทุน ยิ่งได฾มาเปๅนศิษยแของหลวงพ฽ออ๋ี ก็ถือว฽าเคยร฽วมกุศลมากับท฽าน ตั้งแต฽
อดตี ชาติกนั อกี ช฽วยกันอีก น่ีแหละโลกนะ มันควรค฽าแก฽การเรียนร฾ูดีแท฾"พระครูศรีสัตคุณ (บัญญัติ โกมุ
โท) เจ฾าอาวาสรูปท่ี 3 วัดสัตหีบ โดยโยมบิดาเล้ียงต้ังใจจะให฾ศึกษาทางแพทยแแผนโบราณและอาคม
ตลอดท้ังไสยศาสตรแจากหลวงพ฽ออ๋ี ท้ังนี้ เนื่องด฾วยโยมบิดาเลี้ยงของท฽านเคยปุวยหนัก หมอรักษาไม฽ได฾
อีกแล฾ว แต฽หลวงพ฽ออ๋ี ท฽านได฾รักษาทั้งทางยาและวิชาอาคมจนหายเปๅนปกติ โยมบิดาเล้ียงของพระครู
ศรีสัตคณุ มีความเคารพในตวั หลวงพอ฽ อม๋ี าก และตอนนั้นพ฽อท฽านก็เลยให฾ท฽านมาเปๅนลูกศิษยแ หลวงพ฽ออ๋ี
นับแต฽นั้นมาพระครุศรีสตั คณุ เลา฽ ว฽า "อาตมาเปนๅ ผ฾ใู กล฾ชิด ติดตามหลวงพอ฽ อี๋มาโดยตลอด เห็นจริยาวัตร
ของท฽าน การดํารงชีวิต ท฽านเปๅนผ฾ูเลี้ยงง฽ายท่ีสุด เปๅนพระอนาคาริก หรือผ฾ูสละเรือน จริง ๆ ท฽านเปๅน
พระทม่ี ศี ีลาจารวัตรงดงาม นา฽ กราบไหวบ฾ ูชายงิ่ "

2.3 ปาฏหิ ารยิ แ จติ ตธุ รรม
พลังจิตยัศจรรยแ ของหลวงพ฽ออี๋นั้น พระอาจารยแแง (พระครูโกศล)วัดเจริญสุขาราม

สมุทรสาคร ศิษยแของหลวงพ฽อปานเหมือนกัน ได฾เล฽าให฾ฟใงว฽า "หลวงพ฽อปาน วัดคลองด฽าน
สมุทรปราการ ทา฽ นสอนศษิ ยทแ ุกรูปให฾มีพลังจิต แก฾กล฾า โดยเอาพลังจิตรวมไว฾ที่นัยนแตา แล฾วไม฽กระพริบ
ทําอย฽างน้ันให฾คล฽อง แคล฽ว แล฾วก็อาศัยจิตเข฾าผนวกกัน เพื่อดําเนินจิตเข฾าทางกสิณ คุณไสยที่ถูกส฽งมา
เชน฽ เขาส฽งหนังควายเสกบนิ เปๅนแมลง คนท่ีมีจติ ใจแกก฽ ลา฾ อยา฽ งหลวงพอ฽ อี๋เท฽านนั้ แผ฽นหนังควายก็จะตก
คลายสภาพทันทีและถ฾าท฽านไม฽รู฾เห็น นอนหลับ เข฾ามาใกล฾ท฽าน สามวา ของเหล฽านั้นจะอ฽อนกําลัง
กลับไปหาเจ฾าของอย฽างรวดเร็ว หลวงพ฽ออ๋ี ท฽านเปๅนพระรุ฽นพ่ีบรรดาลูกศิษยแท้ังหลายของหลวงพ฽อปาน
พวกท่ีชอบเล฽นคุณไสยศาสตรแคร่ันคร฾ามไม฽กล฾าจะย฽ุงเก่ียว ถึงจะรู฾ว฽าท฽านเปๅนผ฾ูแก฾ไข คุณไสยท่ีเขาส฽งไป
ทําร฾ายคนเจ็บที่ท฽านรักษา เมื่อท฽านรักษาคนปุวยหายแล฾ว ท฽านก็ให฾รับศีลปูองกันการแก฾แค฾น แล฾วก็ให฾
พรว฽า "เอาละ฽ ต฽อไปไมม฽ อี ะไรมาทาํ รา฾ ยได฾อีกแลว฾

"หลวงพอ฽ แง ท฽านเล฽าตอ฽ ไปวา฽ "ตอนน้ัน มีพระร฽วมธดุ งคแ 6 องคแ หลวงพอ฽ ปาน เปนๅ พระอาจารยแ
หัวหนา฾ ได฾ไปพักอยทู฽ ่โี นน฾ ใกล฾เมืองเขมร เช฾านั้นออกบิณฑบาตร ก็มาน่ังฉันกันที่ละเมาะปุากําลังฉันกัน
อยู฽ หลวงพ฽อปานท฽านก็ว฽า "อ้ือ... อ้ือ...." พวกเราก็เงยหน฾าขึ้น....งูจงอางตัวเท฽ากับไผ฽ตงละม้ัง มันยกตัว
ขึ้นสูง หลวงพ฽ออ๋ีท฽านน่ังอย฽ูตรงกับมัน แล฾วก฽อนท่ีมันจะทิ้งตัวลงฉกกัดน฽ะ ท฽านเองเห็นมันก฽อน ท฽านก็
เพ฽งเข฾าใส฽งูจงอางจนตัวแข็งไปเลย พอตัวแข็งมันก็ล฾มลงไปกับพ้ืน นอนเฉย มันไม฽ตาย แต฽มันทําอะไร
ไม฽ได฾ ตวั มนั เหลืองเชียวเวลามันล฾มน฽ะ เหมือนคนล฾มทั้งยืนน่ันแหละหลวงพ฽อปานท฽านหัวเราะหึ หึ แล฾ว
มองวา฽ "ใครจะขเี้ ล฽นกับมัน ก็ไม฽ว฽าแล฾วทีนี้"....ด฾วยอานุภาพองจิตน้ี ขณะหลวงพ฽ออ๋ี ท฽านอย฽ูในกุฏิ ทําจิต
สงบเปๅนอารมณแเดียวน่ิงอย฽ู ถ฾าใครเข฾ามาหาท฽านในตอนน้ี แล฾วได฾ประสานสาบตากับท฽าน ก็เหมือนถูก
ไฟฟูาช็อต คนน้ันจะชาหมด เหมือนงูจงอางตัวนั้นมันเกิดพลังข้ึนโดยจิตที่เปๅนสมาธิ ซ่ึงท฽านชํานาญ...
รวดเรว็ ในการทําสมาธิ ให฾เกิดขึน้ ในชว่ั กระพริบตา

77

2.4 ปาฏหิ ารยิ แ วตั ถศุ ักดสิ์ ิทธิ์
มีผู฾เล฽าได฾มีโอกาสเช฽าเหรียญหลวงพ฽อย่ี ปี 2514 รุ฽นที่ระฤกในงานผูกพัทธสีมา เนื้อทองแดง

รมดาํ บลอ฿ คหลังยนั ตแแตก ซึ่งเปนๅ พิมพแที่หายากพิมพแหน่ึง จากชาวบ฾านใน ตัวตลาดสัตหีบ เจ฾าของเต็มที่
ให฾เช฽าบอกว฽าเหรียญน้ีได฾มีประสบการณแ และประวัติคามเปๅนมา แล฾วเล฽าให฾ฟใงว฽า "ในตอนท่ีไฟไหม฾
ชุมชนตลาดสัตหีบ ถนนเรียบชายทะเล ตําบลสัตหีบเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2550 เพลิงได฾เผาไหม฾
บา฾ นเรอื น วอดวายไป ประมาณ 40 หลังคาเรือน ซ่ึงบ฾านเจ฾าของเหรียญก็เปๅนหน่ึงบ฾านท่ีถูกไฟไหม฾ด฾วย
เหตกุ ารณนแ น้ั ไม฽มีผ฾ูใดได฾รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตสําหรับเพลิงไหม฾คร้ังนี้นับเปๅน ครั้งที่ ของตลาดสัตหีบ
ที่ถูกไฟไหม฾ คร้ังใหญ฽ในรอบ 20 ปี หลังเกิดเหตุ เขาและครอบครัวพากันไปสํารวจ ดูความเสียหาย
ภายในบ฾านว฽า อะไรบ฾าง...เขาเล฽าต฽อว฽า ขณะท่ีสํารวจ ความเสียหายอยู฽น้ันได฾ พบเหรียญพระตกอย฽ูกับ
พ้ืน จงึ หยบิ ขน้ึ มาดู ปรากฏว฽าเปๅน เหรียญหลวงพ฽ออี่ ปี 2511 เหรียญดังกล฽าว สภาพของ เหรียญท่ีพบ
ไม฽มีร฽องลอยของการถูกไฟไหม฾เลย มีก็เฉพาะคราบเขม฽า เถ฾าถ฽านไฟ เปๅนฝุนติดตามเหรียญเท฽านั้น แต฽
สิ่งของอ่ืนๆ ท่ีพบอย฽ูใกล฾กัน กลับถูกไฟไหม฾เสียหายทั้งหมด ไม฽ว฽าจะเปๅนหิ้งพระ พานแจกันตอกไม฾ ท้ัง
สว฽ นท่เี ปๅนโลหะและไม฾" นบั เปๅนสิง่ อัศจรรยแโดยแท฾ วัตถุมงคลของ หลวงพ฽ออ๋ีท฽านไม฽ว฽าจะเปๅนของในยุค
ท฽านที่เราทราบถึงอิทธิฤทธ์ิ บารมี ของท฽านกันดี หรือยุคหลังท฽าน ซึ่งพิธีในการจัดสร฾างแต฽ละคร้ังล฾วน
แล฾ว แต฽สําคัญ มีความต้ังใจและวัตถุประสงคแดีๆ ในการจัดสร฾าง นอกจากนั้น พระเถระที่เข฾าร฽วมพิธี
พทุ ธาภิเษก เปๅนพระสงคแที่มกี ิตตคิ ุณอนั มชี ื่อเสยี ง และเก฽งกล฾าทางด฾นไสยเวทยแ มีความศักด์ิสิทธ์ิทุกพระ
อาจารยแ

2.5 ปาฏหิ ารยิ แ เหตเุ รอื รบหลวง
จากหนังสือการบันทึกของ นายสวัสดี นั่งมี"ในระหว฽าง พ.ศ. 2483 ถึง 2497 เกิดช฽วง

สงคราม ได฾มีเคร่ืองบินมาโจมตีถ฽าวสัดหีบ ซ่ึงในขณะนั้น ทางทหารเรือสัดหีบ ได฾นําเรือรบหลวงศรี
อยุธยา สุโขทัย และเรืออ่ืนๆอีก 2 - 3 ลํา ซึ่งมีเรืออ฽างทองอยู฽ด฾วย ในช฽วงเวลาตอนบ฽ายของวันหนึ่ง (ผ฾ู
บันทึกจําวัน เดือนปีที่แน฽นอนไม฽ได฾) ได฾มีเสียงสัญญาเกิดภัย (เสียงหวอ) ขึ้น ชาวบ฾านต฽างก็ได฾หลบไป
ตา฾ นหลงั ของตลาดสัตหีบข฾ามหนองตะเคยี นไปเรยี กกนั ว฽าปุายุบ ในขณะนั้นได฾มีเรือบินหมู฽หนึ่งท้ิงระเบิด
มาที่เรือรบหลวงอา฽ งทอง โดยมคี นในเรอื ได฾ว่ิงหลบระเบิดไปหัวรีดแต฽ผลปรากฏว฽า ดูระเบิดไม฽ได฾ลงที่ตัว
เรือแต฽ได฾ลงน้ําทะเล ต฾านข฾างและท฾ายเรือ เองจึงปลอดภัยจากการท้ิงระบิดขณะนั้นไปได฾พอตอน
กลางคืน เรือรบหลวงถ฽างทองก็ได฾ถอนสมได฾ทราบข฽าวต฽อมาว฽าได฾ถูกลูกระเบิดจมอยู฽ที่เกาะจวง ทําไม
เรือรบหลวงอ฽างทองจอดอยู฽ในไม฽มีอันตราย แต฽ไปจอดท่ีเกาะจวงกลับถูกท้ิงระเบิด จึงเปๅนเรื่องท่ีน฽า
อัศจรรยแเปๅนย่ิงนัก""สงครามโลกครั้งท่ี : ได฾มีเคร่ืองบินมาโจมตีอ฽าวสัตหีบ ซ่ึงในขณะน้ัน มีเรือรบหลวง
ศรีอยุธยา สุโขทัยได฾จอดทอดสมอปิดอ฽าวสัตหีบ บริเวณหน฾าเกาะหมูไปจนถึงจุกเสม็ด ในวันนั้น ผู฾การ
เรือรบหลวงศรีอยุธยานําเรือเล็กไปนิมนตแ หลวงพ฽ออี๋ไปทําพิธีบนเรือ และเม่ือเสร็จพิธีแล฾ว ก็ได฾นําเรือ
เร็วมาส฽งท฽านท่ีสะพานหน฾าวัดซึ่งย่ืนไปจากฝใๆงเล็กน฾อย พอเรือเร็วกลับจากส฽งหลวงพ฽ออี๋ ไปถึงเรือรบ
หลวงศรีอยุธยาสักครู฽หน่ึง ก็ได฾ถูกเคร่ืองบินท้ิงระเบิดลงมาท่ีเรือ พอเรือรบหลวงศรีอยุธยาเคล่ือนตัว
ออก ลกู ระเบดิ กไ็ ด฾ตกลงมาที่ท฾ายเรือ ถูกเรือเล็กที่ห฾อยอยู฽ท฾ายเรือจมลง แต฽เรือรบหลวงศรีอยุธยาไม฽รับ

78

อันตรายใด ๆ อาจคิดได฾ว฽า นี่เปๅนเพราะบุญบารมีของ หลวงพ฽ออึ โดยแท฾ ท่ีท฽านได฾มาทําพิธี จึงทําให฾
รอดพันจากการถูกระเบิดในคร้ังนี้"บุญญาธิการ และด฾วยอิทธิฤทธ์ิ ปาฏิหาริยแ ท่ีเกิดจากพระผ฾ูทรงคุณ
พระครูวรเวทมนุ ี หรอื หลวงพอ฽ อี๋ พทุ ธสโร นั้นมีมากมายแทบท่จี ะกลา฽ วไดห฾ มด หลวงพ฽ออ๋ี ท฽านเปๅนพระ
ท่ีมีกิตติคุณอันยิ่งใหญ฽ ปฏิบัติตามลอยพระสัมมาสัมพุทธเจ฾า เปๅนพระผู฾มีสุปฏิปในโณ เปๅนพระผู฾สร฾าง
และจรรโลงส฽งเสริมทางพุทธศาสนา เปๅนพระผู฾ที่พึ่งประชาชน อีกทั้งเปๅนพระที่เก฽งกล฾าทางด฾านไสย
ศาสตรแ วิชาอาคม และการรักษาโดยยานับไต฾ว฽าท฽านเกิดมาเพ่ือทางพระพุทธศาสนา และช฽วยเหลือผู฾ท่ี
ซง่ึ เดอื นร฾อนโดยแท฾

"พุทธะสังมิ อิสวาสุวาระเวทะ อาจะรโี ย
มาตาปิตุ ปูชาจะปชู ะนียานัง"

79

กิจกรรมทา฾ ยบท
ใบงาน

คําชแ้ี จง

กกกกกกก1. ใบงานนี้จัดทําขึ้นเพื่อให฾นักศึกษามีความร฾ูและประสบการณแในหัวเรื่องที่ 3 คุณค฽า และ
ความศรัทธาทม่ี ีตอ฽ พระพระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพ฽ออี๋)
กกกกกกก2. ใหน฾ ักศึกษาปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอนต฽อไปน้ี
กกกกกกกกกก2.1 ให฾นักศึกษาค฾นคว฾าประเด็น เร่ืองความสําคัญ คุณค฽า และความศรัทธาที่มีต฽อพระ
พระครูวรเวทมุนี (หลวงพ฽ออี๋) จากสื่อการเรียนรู฾ท่ีหลากหลาย ได฾แก฽ สื่อหนังสือที่เก่ียวข฾อง สืบค฾นจาก
อินเทอรแเน็ต และศึกษาจากแหล฽งเรียนรู฾ในชุมชน (ห฾องสมุด “เฉลิมราชกุมารี”อําเภอสัตหีบ) จากส่ือ
หนงั สอื รวมถงึ ศกึ ษาจากใบ ความร฾ูเรื่อง คณุ คา฽ และความศรัทธาท่มี ีตอ฽ พระพระครวู รเวทมนุ ี
(หลวงพ฽ออี๋)
กกกกกกกกกก2.2 ให฾นักศึกษารวมรวบข฾อมูลท่ีได฾จากการศึกษาค฾นคว฾าในข฾อ 2.1 เปๅนรูปเล฽มรายงาน
สง฽ ครผู ฾สู อนเม่ือวนั ท่ีมาพบกล฽มุ เสร็จส้นิ ในวนั ที่......... เดือน ............................ พ.ศ. …………….
กกกกกกกกกก2.3 นักศึกษามาพบกล฽ุมในวันที่ท่ีได฾กําหนดไว฾ในข฾อ 2.2 อภิปรายข฾อมูลท่ีศึกษาค฾นคว฾า ได฾
แลกเปล่ยี นกับเพื่อนนักศึกษาและครผู ูส฾ อน อภปิ ราย วิเคราะหขแ อ฾ มูลที่ศึกษาแลกเปล่ยี นกับครู
กกกกกกกกกก2.4 สรุปการเรียนรู฾ที่ได฾จากการอภิปรายและวิเคราะหแข฾อมูลที่ได฾ร฽วมกัน บันทึกลงใน
เอกสารการเรียนร฾ูด฾วยตนเอง (กรต.)
กกกกกกกกกก2.5 นกั ศึกษานาํ ผลสรปุ การเรียนรท฾ู ไ่ี ด฾ไปทดลอง ปฏิบัตติ อบคาํ ถามในใบงานฉบับน้ี แล฾ว
บันทึกคําตอบที่ได฾ลงในเอกสารการเรียนรู฾ด฾วยตนเอง (กรต.) ส฽งครูผู฾สอนหลังเสร็จสิ้นการพบกลุ฽ม ใน
วนั ท่ี......... เดือน ............................ พ.ศ. …………….

คาํ ถาม

กกกกกกก1. หลวงพอ฽ อี๋ได฾ให฾ความสาํ คญั ในเรื่องการศึกษาเปๅนอยา฽ งมาก ในสมัยน้ันทา฽ นไดส฾ รา฾ ง
โรงเรียนประชาบาล 1 หลัง ชอ่ื โรงเรียนอะไร ปจใ จุบันตั้งอย฽ูท่ไี หน

2. หลวงพ฽ออี๋ ทา฽ นเปนๅ พระเกจิผูโ฾ ดง฽ ดงั ในยคุ สมยั ใด เพราะเหตุใด
ก3. นกั ศึกษาอธิบายความหมายของวัตถุมงคล มาพอสังเขป
ก4. พระครูวรเวทมุนี (หลวงพ฽ออ๋ี) ได฾สรา฾ งวัตถมุ งคลต฽างๆ ไว฾มากมาย เพ่ือเปๅนท่รี ะลกึ ในพธิ ี
การตา฽ ง ๆ เชน฽ อะไรบา฾ ง ใหน฾ ักศึกษายกตวั อยา฽ งทีน่ ักศึกษาสนใจ พร฾อมอธิบายมา 1 อย฽าง
5. ความศรทั ธาทม่ี ตี ฽อวตั ถุมงคลมอี ิทธิพลดา฾ นใดบา฾ ง จงอธบิ ายมาพอสงั เขป

80

บทท่ี 4
ศาสนพธิ ภี ายในวดั สตั หบี

สาระสาํ คญั

กกกกกกก1. ความเชอ่ื เกยี่ วกบั หลวงพอ฽ อี๋ หรือพระครวู รเวทมนุ ี วดั สตั หบี
ความเช่ือเกี่ยวกบั หลวงพ฽ออี๋ และวธิ กี ารบชู า การนมสั การหลวงพอ฽ อี๋ ถือเปๅนสิริมงคล

และได฾อานิสงสแอยา฽ งมาก ในปจใ จุบันมีผเู฾ ลือ่ มใสในหลวงพ฽ออี๋ ต฽างพากันมาทําบญุ และปดิ ทองนมสั การ
รปู หลอ฽ ของทา฽ นทวี่ ดั เปนๅ จาํ นวนมาก กลา฽ วกนั วา฽ หลวงพ฽ออ๋ีเปๅนผูท฾ ม่ี คี วามเชยี่ วชาญในดา฾ นวปิ ใสสนา
กรรมฐาน และการบริกรรมคาถา ครั้งเม่ือท฽านยงั มีชีวิตอย฽ู ไดจ฾ ัดสร฾างวัตถมุ งคลต฽างๆ ไวแ฾ จกจ฽ายเพื่อ
เปนๅ ขวญั กําลงั ใจให฾ประชาชนเปๅนจํานวนมาก เชน฽ ผ฾ายนั ตแ ผา฾ พันหมวกให฾ทหารเรือไวต฾ ิดตัว หรอื ท่ชี ่ือ
รูจ฾ ักกันอย฽างแพร฽หลายมากที่สุด คอื ปลดั ขกิ ที่มีกิตติศัพทใแ นด฾าน สริ มิ งคลทาํ มาคา฾ ขนึ้ ซึ่งผ฾ูคนยงั ให฾
ความนยิ มและตา฽ งเสาะหากันมาบชู าดว฾ ยศรัทธาท่ีไมเ฽ คยจาง

2. พธิ กี รรมศาสนพิธใี นวนั คลา฾ ยวนั มรณภาพหลวงพอ฽ อวี๋ ดั สัตหบี
ศาสนาพธิ ี มคี วามสําคญั ต฽อพระพทุ ธศาสนาและชาวพุทธมากโดยเฉพาะเกี่ยวกบั

ด฾านจติ ใจเพราะศาสนพิธเี ปๅนเครอื่ งจูงใจในเบ้ืองตน฾ ต้งั แตแ฽ รกพบและมองเหน็ ผ฾อู นื่ ประกอบและขณะท่ี
ตนเองประกอบพธิ ีกรรมนน้ั ๆ อยู฽ ซง่ึ ทําใหเ฾ กดิ ความคิดขนึ้ ว฽าพธิ กี รรมน้ัน ๆ ศักดสิ์ ิทธ์ิ ขลัง น฽าศรัทธา
เส่อื มใสไมก฽ ลา฾ ลว฽ งละเมิด ไม฽กลา฾ ดูถูก เหยียดหยาม ลบหล฽ู ทําให฾เกิดความอิ่มเอบิ ใจทเี่ รียกว฽าปติ ิ

ศาสนาพธิ ใี นวันคลา฾ ยวันมรณภาพหลวงพ฽ออว๋ี ัดสตั หบี จะจดั ขน้ึ ปลี ะ 3 ครง้ั คือชว฽ ง
ก฽อนวันตรษุ จนี ช฽วงวนั ที่ 1 -9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพ฽ออ๋ี ซึง่ ตรงกับวนั แรม 1 คาํ่
เดือน 10 (ประมาณเดือนกนั ยายน) เพื่อบาํ เพ็ญกุศลใหก฾ บั หลวงพ฽ออี๋ หรือพระครวู รเวทมุนวี ดั สัตหบี
เกจิอาจารยชแ ่อื ดังภาคตะวันออก อีกทั้งอดตี เจา฾ อาวาสวัดสัตหีบทุกรปู เพื่อแสดงความนอบน฾อมกตัญโู
ระลกึ ถึงความดีและพระคุณที่พระเดชพระคณุ หลวงพ฽อได฾มีแต฽เราทา฽ นท้ังหลาย..

3. ศาสนพธิ ีในวนั สาํ คญั ทางศาสนา
วนั สําคญั ทางพระพทุ ธศาสนา ส฽วนใหญจ฽ ะยดึ ตามปฏทิ ินจันทรคติ เปนๅ วนั ท่ีเคยมี

เหตกุ ารณสแ ําคัญเก่ียวกบั พทุ ธประวัติ และเหตกุ ารณทแ ีส่ าํ คัญเกี่ยวกับศาสนาพทุ ธ และวันสาํ คญั ทาง
ศาสนาพุทธ ที่ชาวพุทธยึดถือปฏิบตั ิมายาวนาน มดี งั นี้

3.1 วนั วสิ าขบชู า
วันวสิ าขบชู า ถือเปนๅ วันสําคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเปนๅ วนั ทเี่ กิด 3

เหตกุ ารณสแ ําคัญ ทีเ่ กย่ี วกับวถิ ีชวี ติ ของพระสัมมาสัมพุทธเจา฾ เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แมจ฾ ะ
มีชว฽ งระยะเวลาห฽างกนั นับเวลาหลายสิบปี ซ่งึ เหตุการณแอัศจรรยแ 3 ประการ ได฾แก฽ วันที่พระพุทธเจ฾าระ
สตู ิ วนั ที่พระพุทธเจ฾าตรัสร฾ู (อนตุ ตรสมั โพธิญาณ) และวันที่พระพทุ ธเจา฾ เสด็จเขา฾ ส฽ูปรินิพพาน (ดบั
สงั ขารไม฽กลบั มาเกิดสรา฾ งชาติสรา฾ งภพอกี ตอ฽ ไป)

81

3.2 วนั อาสาฬหบชู า
วันอาสาฬหบชู า คอื วนั ท่ีพระพทุ ธเจา฾ ได฾ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเปๅนคร้ัง

แรก หลงั จากตรัสรู฾ได฾ 2 เดอื น โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปใญจวัคคียแทงั้ 5 ไดแ฾ ก฽ พระโกณฑัญญะ
พระวปั ปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ทป่ี ุาอสิ ิปตนมฤคทายวนั เมืองพาราณสี แควน฾
มคธ จน พระอญั ญาโกณฑัญญะ ไดบ฾ รรลุธรรมและขอบวชเปๅนพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึง
ถือวา฽ วันนม้ี พี ระรตั นตรัยครบองคแสามบรบิ ูรณแครั้งแรกในโลก คอื มีทั้งพระพทุ ธ พระธรรม และพระสงฆแ

3.3 วนั มาฆบชู า
วนั มาฆบชู า ซึ่งถือเปนๅ วันสําคญั ทางพระพุทธศาสนาวนั หนง่ึ ตามประวัติ

กล฽าวว฽า เปนๅ วันท่ีพระพทุ ธเจ฾าทรงประชมุ ครงั้ ใหญ฽ ครั้งแรกในพุทธศาสนา ณ วดั เวฬุวนั มหาวหิ าร
เรียกว฽า มหาสาวกสนั นบิ าต ในการประชุมครงั้ นี้ มอี งคปแ ระกอบ 4 ประการ เรียกว฽า จาตุรงคสนั นบิ าต
มีความหมายดังนี้ เปนๅ วนั ข้นึ 15 ค่ํา เดือน 3 มพี ระสาวกเข฾าประชมุ โดยมไิ ด฾นดั หมาย จาํ นวน 1,250
รปู มีพระสาวกเขา฾ รว฽ มประชุมลว฾ นแต฽เปๅนพระอรหนั ตแ และพระอรหนั ตแสาวกทเ่ี ขา฾ รว฽ มประชุมทุกรปู
เปๅนผไู฾ ด฾รบั อุปสมบทจากพระพุทธองคแโดยตรง ดงั น้นั พระองคแทรงได฾แสดงโอวาทปาติโมกขแ ประกาศตั้ง
หลักการของพระพทุ ธศาสนา เพอื่ ใหพ฾ ระสาวก ถือเปนๅ หลักปฏิบัติในการสง่ั สอนประชาชนต้ังแตบ฽ ดั น้ัน
เปๅนต฾นมา

3.4 วนั เขา฾ พรรษา
วนั เขา฾ พรรษา ซง่ึ เปนๅ วนั ท่ีพระสงฆเแ ถรวาทจะอธษิ ฐานวา฽ จะพักประจาํ อยู฽

ณ ท่ีใดทห่ี น่งึ ตลอดระยะเวลาฤดูฝนทีม่ ีกําหนดเปนๅ ระยะเวลา 3 เดอื น ตามที่พระธรรมวินยั บญั ญัตไิ ว฾
โดยไมไ฽ ปคา฾ งแรมทอ่ี ่นื หรือที่เรียกตดิ ปากกนั โดยทัว่ ไปวา฽ จาํ พรรษา โดยเหตทุ ีพ่ ระภิกษุในสมยั พุทธกาล
มหี น฾าที่จะต฾องจาริกโปรดสตั วแ และเผยแผพ฽ ระธรรมคาํ สง่ั สอนแก฽ประชาชนไปในทตี่ ฽าง ๆ ไม฽จําเปนๅ ต฾อง
มีทีอ่ ยปู฽ ระจํา แม฾ในฤดูฝน ชาวบา฾ นจงึ ตาํ หนวิ ฽าไปเหยียบขา฾ วกลา฾ และพชื อืน่ ๆ จนเสียหาย พระพทุ ธเจ฾า
จงึ ทรงวางระเบยี บการจําพรรษาให฾พระภิกษุอยปู฽ ระจาํ ที่ตลอด 3 เดอื น ในฤดูฝน

3.5 วนั ออกพรรษา
วนั ออกพรรษา คือ วนั ที่สิน้ สุดระยะการจําพรรษาเปๅนเวลา 3 เดือน

(นบั ตั้งแตว฽ นั เขา฾ พรรษา) เรยี กอีกอยา฽ งหน่ึงว฽า "วนั มหาปวารณา" คําว฽า "ปวารณา" แปลวา฽ "อนุญาต"
หรือ "ยอมให฾" ในวนั ออกพรรษาน้ีพระสงฆแจะประกอบพิธที ําสงั ฆกรรม เรยี กว฽า มหาปวารณา เปนๅ การ
เปดิ โอกาสใหภ฾ ิกษุวา฽ กล฽าวตกั เตือนกนั ได฾ เพราะในระหวา฽ งเขา฾ พรรษา พระสงฆบแ างรูปอาจมขี ฾อบกพร฽อง
ทตี่ อ฾ งแก฾ไข การให฾ผอู฾ น่ื วา฽ กล฽าวตกั เตือนได฾ ทาํ ให฾ได฾รู฾ข฾อบกพรอ฽ งของตน และยงั เปิดโอกาสใหซ฾ กั ถามข฾อ
สงสัยซึง่ กันและกันด฾วย

3.บทสวดในพธิ ีกรรม
การสวดมนตแ คือการกล฽าวคาํ ศักด์ิสิทธ์ิ อันมฤี ทธม์ิ ีอาํ นาจเหนือชีวิตจิตใจ

ได฾แก฽การสรร เสริญ พระพทุ ธคุณ พระธรรมคุณ พระสงั ฆคุณ และมนตแของพระพุทธเจา฾ ซ่งึ เรยี กว฽า
“พระพุทธมนตแ” แต฽พระพุทธมนตแเปๅนคาํ ศักดสิ์ ิทธ์ิอย฽างยงิ่ ผู฾นบั ถอื พระพุทธศาสนาย฽อมนบั ถือพระพทุ ธ

82

มนตแเสมอดว฾ ยชีวติ จติ ใจ ถือว฽าเปๅนเคร่ืองปูองกนั ภยั อนั ตราย และประสทิ ธ์ปิ ระสาทความเจริญ ให฾
จัดเปนๅ กุศลพธิ มี าแตค฽ ร้ังพุทธกาล การสวดมนตใแ ช฾สวดกนั เปๅนภาษามคธเปนๅ พื้น เพราะภาษามคธเปๅน
ภาษาหลักเดมิ ของพระพทุ ธศาสนา และนบั ถือกนั วา฽ เปๅนของศักด์สิ ทิ ธ์ิ ข฾อสาํ คัญควรรค฾ู วามท่สี วดนนั้
ดว฾ ย การสวดมนตแทีเ่ ราเห็นกันอยูค฽ ือการสวดเปๅนกิจวตั รสําหรับตนอยา฽ งหนึ่ง ฟใงพระสวดมนตแในพิธี
ตา฽ งๆ อยา฽ งหนึ่ง ในการสวดก็มหี ลายแบบ หลายวธิ สี ุดแต฽จะนิยมสวดกนั สว฽ นทนี่ ิยมเปนๅ อยา฽ งเดียวกัน
และเวน฾ ไม฽ไดก฾ ็คือ บทนมสั การพระ ไดแ฾ ก฽ “นะโม” บทนต้ี ฾องใช฾ขนึ้ ตน฾ เสมอไปไม฽วา฽ ในพิธีใด ๆ และดู
เหมือนจะขึน้ ใจกันในบทนี้ก฽อน เพราะเปนๅ บทไหวพ฾ ระบรมครู ทีต่ ฾องการวา฽ ก฽อน เรียกวา฽ ตั้ง นะโม
ท้ังนี้ เพื่อเปนๅ การแสดงความเคารพต฽อทา฽ นผ฾เู ปๅนพระบรมครูของโลก ผ฾เู ริ่มสร฾างหลกั ธรรมของ
พระพทุ ธศาสนาขนึ้ จะไดเ฾ กิดความศักดสิ์ ทิ ธ์ิ

บทสวดในพระพุทธศาสนามีมาก พระภิกษุสามเณรและอุบาสกอบุ าสิกาถือเปนๅ หลัก
สําคญั อย฽างหนึ่งในพระพุทธศาสนา ประโยชนแของการสวดมนตไแ หวพ฾ ระท่เี หน็ ได฾ชดั มี 3 อยา฽ ง คือ

1. เปๅนปริตรปอู งกนั เหตุเภทภัยต฽าง ๆ
2. เปๅนการทรงจาํ คําสง่ั สอนของพระพทุ ธเจ฾าเอาไว฾
3. เปๅนกัมมฏั ฐานอบรมจติ ใจของตน ทั้งท่ีเปๅนสมถะและวปิ สใ สนา
ด฾วยเหตทุ ง้ั 3 ประการนี้ ท่ีถือกันวา฽ เปๅนสริ ิมงคล และสามารถทจ่ี ะปูองกันภัย
อันตรายได฾นัน้ จงึ พากนั นยิ มการสวดสาธยาย เปนๅ ไปทัง้ ทางวัดและทางบ฾าน ภิกษสุ ามเณรและอบุ าสก
อบุ าสิกาได฾สวดเปๅนประจาํ เช฽น ทาํ วตั รไหว฾พระเปๅนตน฾ ในบางสมยั เม่ือปรารภเหตอุ ย฽างใดอยา฽ งหน่ึงขนึ้
กอ็ าราธนาพระสงฆแสวดเพ่ือสิริมงคลบา฾ ง เพื่อเจรญิ ความสังเวชบ฾าง เม่ือมี ความนิยมมากขน้ึ ตอ฽ มาก็
เลยนิยมเปนๅ พิธที ง้ั ในพระราชพิธแี ละพิธขี องปวงชนท่วั ไป.

ผลการเรยี นรทู฾ คี่ าดหวัง

1. ผู฾เรียนสามารถบอกความเช่ือเก่ยี วกบั หลวงพ฽ออไี๋ ด฾
2. ผู฾เรยี นสามารถปฏบิ ตั ติ นในพธิ ีกรรมทีเ่ กี่ยวกับวันคล฾ายวันมรณภาพหลวงพ฽ออี๋วดั สัตหีบ
ได฾เหมาะสม
3. ผเู฾ รียนเห็นคณุ ค฽าความสําคัญของศาสนพธิ ีในวันสาํ คัญทางศาสนา

ตวั ชี้วดั

1. บอกความเช่อื เก่ยี วกบั หลวงพอ฽ อี๋ได฾
2. สามารถปฏิบัติตนในพธิ ีกรรมทเ่ี กย่ี วกับวนั คลา฾ ยวนั มรณภาพหลวงพ฽ออ๋ีไดเ฾ หมาะสมกับ
3. เห็นคุณคา฽ ความสําคัญของศาสนพธิ ใี นวนั สาํ คัญทางศาสนา

ขอบข฽ายเนอ้ื หา

1. ความเชอ่ื เก่ยี วกับเช่อื เกีย่ วกับหลวงพอ฽ อี๋

83

2. พธิ ีกรรมเกย่ี วกับวันคลา฾ ยวนั มรณภาพหลวงพ฽ออี๋
3. ศาสนพธิ ีในวนั สําคญั ทางศาสนา

เรื่องที่ 1. ความเช่ือเกย่ี วกับหลวงพอ฽ อี๋ หรือพระครูวรเวทมนุ ี วัดสัตหบี

ความเชื่อเก่ียวกับหลวงพ฽ออ๋ี และวิธีการบูชา การนมัสการหลวงพ฽ออี๋ ถือเปๅนสิริมงคลและได฾
อานิสงสแอย฽างมาก ในปใจจุบนั มผี เ฾ู ล่ือมใสในหลวงพ฽ออี๋ ต฽างพากันมาทําบุญและปิดทองนมัสการรูปหล฽อ
ของท฽านท่ีวัดเปๅนจํานวนมาก กล฽าวกันว฽าหลวงพ฽ออี๋เปๅนผู฾ที่มีความเช่ียวชาญในด฾านวิปใสสนากรรมฐาน
และการบริกรรมคาถา ครั้งเม่ือท฽านยังมีชีวิตอยู฽ ได฾จัดสร฾างวัตถุมงคลต฽างๆ ไว฾แจกจ฽ายเพื่อเปๅนขวัญ
กําลังใจให฾ประชาชนเปๅนจํานวนมาก เช฽นผ฾ายันตแ ผ฾าพันหมวกให฾ทหารเรือไว฾ติดตัว หรือท่ีช่ือรู฾จักกั น
อย฽างแพรห฽ ลายมากทีส่ ดุ คือ ปลดั ขิก ที่มีกิตติศัพทแในด฾าน สิริมงคลทํามาค฾าขึ้น ซ่ึงผู฾คนยังให฾ความนิยม
และตา฽ งเสาะหากันมาบูชาดว฾ ยศรทั ธาทีไ่ มเ฽ คยจาง

เรือ่ งท่ี 2. พธิ กี รรมศาสนพธิ ใี นวนั คลา฾ ยวนั มรณภาพหลวงพอ฽ อวี๋ ดั สัตหบี

ศาสนาพธิ ี มีความสาํ คัญตอ฽ พระพุทธศาสนาและชาวพุทธมากโดยเฉพาะเก่ียวกับด฾านจิตใจ
เพราะศาสนพิธีเปๅนเคร่ืองจูงใจในเบ้ืองต฾นต้ังแต฽แรกพบและมองเห็นผ฾ูอื่นประกอบและขณะที่ตนเอง
ประกอบพธิ ีกรรมน้ัน ๆ อยู฽ ซึ่งทําให฾เกิดความคิดข้ึนว฽าพิธีกรรมนั้น ๆ ศักด์ิสิทธ์ิ ขลัง น฽าศรัทธาเส่ือมใส
ไม฽กล฾าล฽วงละเมิด ไม฽กล฾าดูถูก เหยียดหยาม ลบหล฽ู ทําให฾เกิดความอิ่มเอิบใจที่เรียกว฽าปิติ

ศาสนาพธิ ใี นวันคลา฾ ยวันมรณภาพหลวงพอ฽ อี๋วดั สัตหบี จะจัดข้ึนปลี ะ 3 คร้ังคือช฽วงก฽อนวัน
ตรุษจีน ช฽วงวันท่ี 1 -9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพ฽ออี๋ ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ํา เดือน 10
(ประมาณเดอื นกันยายน) เพ่ือบําเพ็ญกุศลให฾กับหลวงพ฽ออ๋ี หรือพระครูวรเวทมุนีวัดสัตหีบ เกจิอาจารยแ
ช่ือดังภาคตะวันออก อีกท้ังอดีตเจ฾าอาวาสวัดสัตหีบทุกรูป เพ่ือแสดงความนอบน฾อมกตัญโู ระลึกถึง
ความดแี ละพระคณุ ทีพ่ ระเดชพระคุณหลวงพ฽อได฾มีแต฽เราทา฽ นทง้ั หลาย..

เรอ่ื งท่ี 3 ศาสนพธิ ีในวันสาํ คญั ทางศาสนา

วันสาํ คัญทางพระพทุ ธศาสนา ส฽วนใหญ฽จะยดึ ตามปฏทิ นิ จันทรคติ เปนๅ วนั ทเี่ คยมีเหตกุ ารณแ
สําคัญเกย่ี วกบั พทุ ธประวัติ และเหตุการณแที่สาํ คญั เก่ยี วกับศาสนาพุทธ และวันสําคัญทางศาสนาพุทธ ท่ี
ชาวพุทธยดึ ถือปฏบิ ตั มิ ายาวนาน มีดังนี้

3.1วันวิสาขบูชา
ตรงกับวันข้ึน 15 คํ่า เดือน 6

84

ความหมาย คําวา฽ "วิสาขบูชา" หมายถงึ การบชู าในวนั เพญ็ เดือน 6 วิสาขบูชา ยอ฽ มาจาก " วิ
สาขปรุ ณมบี ชู า " แปลวา฽ " การบชู าในวนั เพญ็ เดือนวิสาขะ " ถา฾ ปีใดมอี ธกิ มาส คือ มีเดอื น 8 สองหน ก็
เลอ่ื นไปเปๅนกลางเดือน 7

ความสําคญั วนั วสิ าขบชู า เปๅนวนั สาํ คัญยง่ิ ทางพระพทุ ธศาสนา เพราะเปๅนวันที่พระพุทธเจา฾
ประสูติ คือเกดิ ได฾ตรสั รู฾ คือสําเรจ็ ไดป฾ รินพิ พาน คือ ดับ เกิดขน้ึ ตรงกนั ท้ัง 3 คราวคอื

1. เมอ่ื เจา฾ ชายสทิ ธตั ถะประสตู ิทพ่ี ระราชอทุ ยานลมุ พนิ วี นั ระหว฽างกรุงกบลิ พสั ดกแุ บั เทวทหะ
เมือ่ เช฾าวันศุกรแ ขนึ้ 15 คํา่ เดือน 6 ปจี อ ก฽อนพทุ ธศักราช 80 ปี

2. เมื่อเจา฾ ชายสทิ ธตั ถะตรสั ร฾ู เปนๅ พระพุทธเจา฾ เม่อื พระชนมายุ 35 พรรษา ณ ใต฾รม฽ ไม฾ศรีมหา
โพธิ์ ฝงใๆ แม฽นํา้ เนรญั ชรา ตาํ บลอรุ ุเวลาเสนานิคม ในตอนเชา฾ มืดวนั พุธ ขน้ึ 15 คํ่า เดือน 6 ปีระกา ก฽อน
พุทธศกั ราช 45 ปี หลงั จากออกผนวชได฾ 6 ปี ปจใ จบุ นั สถานทตี่ รัสรูแ฾ ห฽งน้ีเรียกวา฽ พุทธคยา เปนๅ ตาํ บล
หน่งึ ของเมอื งคยา แหง฽ รัฐพหิ ารของอนิ เดยี

3. หลงั จากตรัสร฾ูแลว฾ ได฾ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตวแ 45 ปี พระชนมายไุ ด฾ 80
พรรษา กเ็ สดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พาน เม่อื วันองั คาร ข้ึน 15 คํ่า เดอื น 6 ปมี ะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมลั
ลกษตั ริยแ เมืองกุสนิ ารา แคว฾นมัลละ (ปจใ จบุ นั อยู฽ในเมืองกสุ ีนคระ แคว฾นอุตตรประเทศ ประเทศอนิ เดยี )
นับวา฽ เปนๅ เรื่องท่นี ฽าอัศจรรยยแ ิ่ง ทเ่ี หตกุ ารณแทง้ั 3 เกีย่ วกับวิถีชวี ิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ฾า ซ่งึ มชี ฽วง
ระยะเวลาห฽างกันนับเวลาหลายสิบปี บงั เอญิ เกิดข้ึนในวนั เพ็ญเดือน 6 ดังนน้ั เม่ือถึงวนั สําคัญ เช฽นนี้ ชาว
พุทธท้งั คฤหัสถแ และบรรพชิตไดพ฾ ร฾อมใจกนั ประกอบพธิ บี ชู าพระพุทธองคเแ ปนๅ การพิเศษ เพอ่ื น฾อมรําลึก
ถึงพระกรุณาธคิ ณุ พระปใญญาธิคุณ และพระบริสุทธคิ ุณ ของพระองคแท฽านผ฾เู ปนๅ ดวงประทีปของโลก
ประวตั คิ วามเปนๅ มาของวนั วสิ าขบชู าในประเทศไทย

วันวสิ าขบชู านี้ ปรากฏตามหลกั ฐานวา฽ ได฾มีมาตั้งแต฽ครั้งกรุงสโุ ขทัยเปๅนราชธานี ซ่ึงสันนิษฐาน
วา฽ คงจะได฾แบบอย฽าง มาจากลงั กา กล฽าวคอื เมือ่ ประมาณ พ.ศ. 420 พระเจา฾ ภาติกรุ าช กษัตริยแแ หง฽

85

กรุงลงั กา ได฾ประกอบพิธีวิสาขบูชาอยา฽ ง มโหฬาร เพื่อถวายเปๅนพทุ ธบูชา กษัตริยแลังกาในรชั กาลตอ฽ ๆ
มา กท็ รงดาํ เนินรอยตาม แม฾ปใจจุบันกย็ งั ถือปฏบิ ัติอย฽ู

สมัยสุโขทัยนัน้ ประเทศไทยกับประเทศลงั กามีความสมั พนั ธดแ ฾านพระพทุ ธศาสนาใกลช฾ ดิ กัน
มากเพราะพระสงฆชแ าวลงั กา ไดเ฾ ดนิ ทางเข฾ามาเผยแพร฽พระพทุ ธศาสนา และเชือ่ ว฽าได฾นําการประกอบ
พธิ ีวสิ าขบูชามาปฏิบตั ิในประเทศไทยด฾วย ในหนังสอื นางนพมาศได฾กล฽าวบรรยากาศการประกอบพธิ ีวิ
สาขบชู าสมัยสโุ ขทัยไว฾ พอสรุปใจความไดว฾ า฽

" เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ฾าแผ฽นดิน ข฾าราชบริพาร ทั้งฝุายหน฾า และฝุายใน ตลอดท้ัง
ประชาชนชาวสุโขทัยทั่วทุก หมู฽บ฾านทุกตําบล ต฽างช฽วยกันทําความสะอาด ประดับตกแต฽งพระนคร
สโุ ขทัยเปๅนการพิเศษ ด฾วยดอกไม฾ของหอม จุดประทีปโคมไฟแลดูสว฽างไสวไปท่ัวพระนคร เปๅนการอุทิศ
บูชาพระรัตนตรัย เปๅนเวลา 3 วัน 3 คืน พระมหากษัตริยแ และบรมวงศานุวงศแ ก็ทรงศีล และทรง
บาํ เพญ็ พระราชกศุ ลตา฽ งๆ ครน้ั ตกเวลาเย็น ก็เสดจ็ พระราช ดําเนิน พร฾อมด฾วยพระบรมวงศานุวงศแ และ
นางสนองพระโอษฐแต ลอดจนข฾าราชการทั้งฝุายหน฾า และฝุายใน ไปยังพระ อารามหลวง เพื่อทรงเวียน
เทียนรอบพระประธานส฽วนชาวสุโขทัยชวนกันรักษาศีล ฟใงธรรมเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน
ถวายอาหารบิณฑบาต แด฽พระภิกษุ สามเณรบริจาคทรัพยแแจกเปๅนทานแก฽คนยากจน คนกําพร฾า คน
อนาถา คนแก฽ คนพิการ บางพวกก็ชวนกันสละทรัพยแ ปล฽อยสัตวแ 4 เท฾า 2 เท฾า และเต฽า ปลา เพื่อชีวิต
สัตวใแ ห฾เปนๅ อสิ ระ โดยเชือ่ ว฽าจะทาํ ใหค฾ นอายุ ยนื ยาวตอ฽ ไป "

ในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทรแตอนต฾น ด฾วยอํานาจอิทธิพลของศาสนา
พราหมณแ เข฾าครอบงําประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูงกว฽าอํานาจของพระพุทธศาสนา จึงไม฽ปรากฎ
หลักฐานวา฽ ได฾มีการประกอบพิธีบูชาในวันวิสาขบูชา จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล฾า
นภาลัยรัชกาลที่ 2 แห฽งกรุงรัตนโกสินทรแ (พ.ศ. 2360) ทรงดําริกับ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สํานักวัด
ราชบูรณะ มีพระราชประสงคแจะให฾ฟื็นฟู การประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม฽ โดย สมเด็จ
พระสงั ฆราช ถวายพระพรใหท฾ รงทําข้ึน เปนๅ คร้ังแรกในวันข้ึน 14 ค่ํา 15 คํ่า และวันแรม 1 ค่ํา เดือน 6
พ.ศ. 2360 และให฾จัดทําตามแบบอย฽างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อมีพระประสงคแให฾ประชาชน
ประกอบการบุญการกุศล เปๅนหนทางเจริญอายุ และอยู฽เญ็นเปๅนสุขปราศจากทุกขแโศกโรคภัย และ
อปุ ใทวันตรายตา฽ งๆ โดยท่วั หนา฾ กนั

ฉะน้นั การประกอบพธิ ใี นวันวสิ าขบชู าในประเทศไทย จงึ ได฾รื้อฟ็ืนให฾มีข้ึนอีกครั้งหน่ึงในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา฾ นภาลยั รัชกาลท่ี 2 และถอื ปฏบิ ัติมาจวบจนกระท่ังปใจจุบนั
การจดั งานเฉลมิ ฉลองในวันวิสาขบชู าทีย่ ิ่งใหญ฽กว฽าทุกยุคทุกสมยั คงไดแ฾ ก฽การจดั งานเฉลิมฉลอง
วนั วิสาขบชู า พ.ศ.2500 ซึง่ ทางราชการเรียกว฽างาน " ฉลอง 25 พุทธศตวรรษ " ตง้ั แต฽วนั ที่ 12 ถึง 18
พฤษภาคม รวม 7 วนั ไดจ฾ ดั งานสว฽ นใหญข฽ นึ้ ที่ท฾องสนามหลวง ส฽วนสถานท่รี าชการ และวัดอารามต฽างๆ
ประดับธงทิวและโคมไฟสวา฽ งไสวไปทั่วพระ ราชอาณาจกั ร ประชาชนถือศีล 5 หรือศีล 8 ตามศรทั ธา
ตลอดเวลา 7 วนั มีการอปุ สมบทพระภิกษุสงฆแรวม 2,500 รูป ประชาชน งดการฆา฽ สตั วแ และงดการด่ืม
สุรา ตง้ั แตว฽ ันท่ี 12 ถึง 14 พฤษภาคม รวม 3 วนั มกี ารก฽อสรา฾ ง พทุ ธมณฑล จดั ภัตตาหาร เลี้ยง

86

พระภกิ ษสุ งฆวแ ันละ 2,500 รปู ตงั้ โรงทานเล้ยี งอาหารแกป฽ ระชาชน วนั ละ 200,000 คน เปๅนเวลา 3 วนั
ออกกฎหมาย สงวนสตั วแปาุ ในบรเิ วณนนั้ รวมถึงการฆ฽าสัตวแ และจบั สัตวใแ นบริเวณวัด และหน฾าวัดด฾วย
และได฾มีการปฏบิ ตั ธิ รรมอนั ยิ่งใหญ฽ อยา฽ งพร฾อมเพรียงกนั เปนๅ กรณพี ิเศษ ในวันวิสาขบชู าปีนั้นดว฾ ย
หลกั ธรรมสาํ คญั ทีค่ วรนาํ มาปฏบิ ัติ

1. ความกตญั โู คือความรู฾อุปการคณุ ท่ีมีผทู฾ าํ ไว฾ก฽อน เปนๅ คุณธรรมคู฽กับความกตเวที คือ การตอบ
แทนอุปการคุณท่ผี ู฾อ่นื ทําไว฾น้ัน

• บิดามารดา มอี ปุ การคุณแก฽ลกู ในฐานะผใ฾ู หก฾ าํ เนดิ และเล้ียงดูจนเติบโต ใหก฾ ารศึกษาอบรมสงั่
สอน ให฾เวน฾ จากความชั่ว มน่ั คงในการทําความดี เมือ่ ถงึ คราวมคี ูค฽ รองไดจ฾ ดั หาค฽ูครองทเี่ หมาะสมให฾
และมอบทรัพยแสมบตั ิให฾ไวเ฾ ปๅนมรดก

• ลกู เม่ือร฾ูอปุ การะคณุ ที่บิดามารดาทาํ ไว฾ ยอ฽ มตอบแทนดว฾ ยการประพฤตติ ัวดี สรา฾ งชอื่ เสียงให฾
แกว฽ งศแตระกูล เลี้ยงดทู ฽าน และชว฽ ยทํางานของ ทา฽ น และเม่ือท฽านลว฽ งลับไปแลว฾ กท็ าํ บญุ อทุ ศิ สว฽ น
กุศลให฾ทา฽ น

• ครูอาจารยแมีอุปการคณุ แกศ฽ ิษยแ ในฐานะเปนๅ ผู฾ประสาทความร฾ใู ห฾ ฝกึ ฝนแนะนําให฾เปนๅ คนดี
สอนศิลปวิทยาให฾อยา฽ งไม฽ปดิ บงั ยกยอ฽ งใหป฾ รากฏแก฽คนอื่น และช฽วยคม฾ุ ครองให฾ศิษยทแ งั้ หลาย

• ศษิ ยเแ ม่ือรู฾อปุ การคณุ ท่คี รูอาจารยแทําไว฾ ย฽อมตอบแทนดว฾ ยการตง้ั ใจเรยี น ใหเ฾ กยี รติ และให฾
ความเคารไมล฽ ว฽ งละเมิดโอวาทของครู

• ความกตญั โูและความกตเวทนี ี้ ถือว฽าเปนๅ เครือ่ งหมายของคนดี ส฽งผลให฾ครอบครวั และสงั คม
มีความสขุ ไดเ฾ พราะ บดิ ามารดาจะร฾จู ักหนา฾ ท่ีของตนเอง ด฾วยการทําอุปการคุณให฾ก฽อน และลกู ก็จะ
ร฾ูจักหนา฾ ทขี่ องตนเองด฾วยการทาํ ดีตอบแทน

• นอกจากบิดากับลกู และครูอาจารยแกับศิษยแแ ลว฾ คณุ ธรรมขอ฾ นี้ก็สามารถนาํ ไปใช฾ไดแ฾ ม฾
ระหวา฽ ง นายจา฾ งกบั ลูกจา฾ ง อันจะส฽งผลให฾สงั คมอย฽ูรว฽ มกันไดอ฾ ย฽างสงบสขุ

• ในทางพระพุทธศาสนาพระพทุ ธเจา฾ ทรงเปนๅ บุพการรีในฐานะทท่ี รงสถาปนาพระพทุ ธศาสนา
และทรงสอนทางพ฾นทุกขแให฾แกเ฽ วไนยสตั วแ

• พุทธศาสนกิ ชน ร฾ูพระคุณอันนี้จึงตอบแทนด฾วยอามสิ บูชาและปฏบิ ัติบชู ากล฽าวคือการจัด
กจิ กรรม ในวันวสิ าขบูชา เปนๅ สว฽ นหนง่ึ ที่ชาวพุทธแสดงออก ซงึ่ ความกตัญโูกตเวที ต฽อพระองคแดว฾ ย
การทํานุ บํารุงสง฽ เสริมพระพุทธศาสนา และประพฤติปฏบิ ัติธรรม เพือ่ ดาํ รงอายุพระพุทธศาสนา
สบื ไป

2. อรยิ สจั 4
อรยิ สจั 4 คือ ความจริงอนั ประเสริฐ หมายถึงความจริงของชวี ติ ทไ่ี ม฽ผนั แปร เกดิ มีได฾แกท฽ ุกคน มี 4
ประการ คือ

• ทุกขแ ได฾แก฽ปใญหาของชีวิตพระพุทธเจ฾าทรงแสดงไว฾ ก็เพื่อให฾ทราบว฽ามนุษยแทุกคนมีทุกขแ
เหมือนกัน ท้ังทุกขแข้ันพื้นฐาน และทุกขแเกี่ยวกับการดําเนินชีวิตประจําวัน ทุกขแขั้นพื้นฐานคือทุกขแที่
เกิดจาก การเกิด การแก฽ และการตาย ส฽วนทุกขแที่เกี่ยวกับการดําเนินชีวิตประจําวัน คือทุกขแที่เกิด

87

จากการพลัดพรากจากสงิ่ ท่รี ัก ทกุ ขแทเ่ี กดิ จากการประสบกันส่ิงท่ไี มเ฽ ปนๅ ท่ีรัก ทุกขแท่ีเกิดจากไม฽ได฾ต้ังใจ
ปรารถนา รวมทั้งทุกขแท่ีเก่ยี วกบั การดําเนนิ ชวี ติ ดา฾ นตา฽ งๆ อาทิความ ยากจน

• สมทุ ยั คอื เหตุแห฽งปใญหาพระพุทธเจ฾าทรงแสดงไวก฾ ็เพื่อใหท฾ ราบว฽า ทกุ ขแท้งั หมดซ่ึงเปนๅ
ปญใ หา ของชวี ติ ล฾วนมเี หตใุ หเ฾ กิดเหตุนั้น คือ ตญั หา อันไดแ฾ ก฽ความอยากได฾ต฽างๆ ซ่ึงประกอบไปด฾วย
ความยึดมน่ั

• นโิ รธ คอื การแกป฾ ใญหาได฾ พระพทุ ธเจ฾าทรงแสดงไว฾ก็เพ่ือใหท฾ ราบวา฽ ทุกขแคอื ปญใ หาของชีวิต
ทัง้ หมดทส่ี ามารถแก฾ไข ได฾นัน้ ต฾องแก฾ไขตามทางหรือวธิ แี ก฾ 8 ประการ ( ดูมัชฌมิ าปฎิปทา )

• มรรค การปฏิบัติเพ่อื จํากดั ทุกขแ เพอื่ หลดุ พน฾ จากทุกขแ การปฏิบัติเพอ่ื แกป฾ ญใ หา เพ่อื บรรลุ
เปูาหมายการแกป฾ ญใ หาทต่ี อ฾ งการ

2. ความไมป฽ ระมาท
ความไมป฽ ระมาทคอื การมีสติเสมอทง้ั ขณะทําขณะพูด และขณะคิด สติคือการระลึกได฾ ใน

ภาคปฏิบัติเพ่ือนํา มาใช฾ในชีวิตประจําวัน หมายถึง การระลึกรู฾ทันการเคล่ือนไหว ของอริยาบท 4 คือ
เดิน ยืน นั่ง นอน การฝึกให฾เกิดสติทําได฾โดยตั้งสติกําหนดการเคลื่อนไหวของอริยาบท กล฽าวคือ ระลึก
ทนั ท้ังในขณะ ยืน เดิน นงั่ และนอน รวมทั้ง ระลึกรู฾ทัน ในขณะพูดคิด และขณะทํางานต฽างๆ เม่ือทําได฾
อย฽างนี้ก็ชื่อว฽า มีความไม฽ประมาทการทํางานต฽างๆ สําเร็จได฾ก็ด฾วยความไม฽ประมาท กล฽าวคือผ฾ูทําย฽อม
ต฾องมีสติระลึกร฾ูอย฽ูว฽า ตนเองเปๅนใครมีหน฾าที่อะไร และกําลังทําอย฽างไร หากมีสติระลึกร฾ูได฾อย฽างนั้น ก็
ย฽อมไม฽ผิดพลาด
กจิ กรรมของวนั วสิ าขบชู า

ทางราชการประกาศชักชวนให฾ประชาชน และหน฽วยงานต฽างๆ ทงั้ เอกชน และราชการประดบั
ตกแตง฽ อาคารสถานท่ดี ว฾ ยธงชาติ ธงเสมาธรรมจกั ร จุดประทีบโคมไฟ แตโ฽ ดยทางปฏิบัติแล฾ว ใช฾
หลอดไฟประดับหลากสี ในวันขึน้ 14-15 คํ่า เดอื น 6พระบาทสมเด็จพระเจา฾ อยู฽หัว และพระบรมวงศานุ
วงศแ เสด็จประกอบพระราชกุศล ที่วัดพระศรรี ัตนศาสดาราม ทรงบาตร ในตอนเชา฾ ในตอนเย็น ทรงนํา
เวยี นเทียนรอบพระอุโบสถ และสดับพระธรรมเทศนาในพระอโุ บสถ พร฾อมทัง้ ถวายไทยธรรม

• จดั งานสง฽ เสรมิ พระพทุ ธศาสนาท่ีบริเวณท฾องสนามหลวงเปๅนประจําทุกปี แตล฽ ะปีมกี ิจกรรมทาง
พระพทุ ธศาสนาหลากหลายหน฽วยงาน ทั้งทางราชการ และเอกชนทั้งฝาุ ยบรรพชิต และคฤหสั ถแ
รว฽ มกนั จัดงานอนั ยิ่งใหญ฽สรา฾ งความศรัทธาใหแ฾ ก฽พทุ ธศาสนิกชนบําเพญ็ กุศล มีการทาํ บญุ ตกั บาตร ให฾
ทานรักษาศลี ฟงใ ธรรม สนทนาธรรม เวยี นเทียน เจรญิ ภาวนาเปนๅ ทีป่ ระทับใจยิ่งนัก

88

• สถานทจี่ ดั กิจกรรมในวันวิสาขบูชาทีย่ ่งิ ใหญ฽อีกแห฽งหนึ่งก็คอื ณ บรเิ วณพุทธมณฑล ซง่ึ มหี นว฽ ยงาน
กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการร฽วมกบั ประชาชนทวั่ ไป ไดจ฾ ดั กิจกรรมปฏบิ ตั ิธรรมทงั้ ฝาุ ย
พระสงฆแ และฆราวาส มีจํานวนหลายหมื่นไดร฾ ฽วมทําบุญตักบาตรใหท฾ านรักษาศลี ฟใงธรรม สนทนา
ธรรม และเจริญภาวนาแผเ฽ มตตาถวายเป฻นพระราชกุศลแด฽พระบาทสมเดจ็ พระเจา฾ อยห฽ู วั องคแปใจจุบนั
เนอ่ื งในวโรกาสท่ีพระองคแทรงมพี ระชนมายุครบ 72 พรรษา และในวนั วิสาขบูชา ณ บริเวณพุทธ
มณฑลนีเ้ อง สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี เสดจ็ เปๅนองคแประธานทรงเวียน
เทยี นทุกปีด฾วย
• พระสงฆแผจ฾ู ดั รายการธรรม ทางสถานวี ิทยุ เกือบทุกรายการทว่ั ประเทศเม่ือถึงสําคัญ คือวันวสิ าขบู
ชาเช฽นนี้ ก็มี
การประชาสัมพันธเแ ชิญชวนพทุ ธศาสนิกชนบาํ เพญ็ กศุ ล เปๅนกรณีพิเศษ คือ บรรพชาอุปสมบทนาคหมู฽
และบวช เนกขมั มะ เพอ่ื ปฏิบัติธรรมถวายเปนๅ พุทธบชู ะ ธรรมบชู า เปนๅ การชว฽ ยสนบั สนนุ สง฽ เสรมิ สร฾าง
ความสงบสขุ ใหแ฾ กบ฽ ุคคลและสรา฾ งความสามคั คีธรรมใหแ฾ ก฽สงั คม ตลอดถงึ ประเทศชาติอีกด฾วย
สรปุ แลว฾ วนั วสิ าขบูชาปนี ้ี คงจะได฾รบั ความรว฽ มมือจากหนว฽ ยงานทางราชการ และเอกชนตลอดท้ัง ผูจ฾ ัด
รายการธรรมะ ทางสถานีวิทยุทวั่ ประเทศ ชว฽ ยกันประชาสัมพันธแ เชิญชวนสาธชุ นผู฾ศรัทธา จดั กิจกรรม
ปฏิบตั ิธรรม บําเพ็ญมหากุศลอันยิง่ ใหญเ฽ ปๅนกรณีพเิ ศษ เหมือนที่เคยปฏิบตั ิมาทกุ ๆ ปี

3.2 วนั วสิ าขบชู าเปนๅ วนั สาํ คญั สากลของสหประชาชาติคอื
"วนั สาํ คญั ของโลก" ( Vesak Day )

ภมู หิ ลงั
1. ในการประชุม International Buddhist Conference ณ กรุงโคลัมโบ ระหว฽างวันที่ 9 -

14 พฤศจกิ ายน 2541 ซึ่งมีผแู฾ ทนจากประเทศที่นับถือศาสนาพุทธจํานวนมากเข฾าร฽วม อาทิ บังคลาเทศ
จีน ลาว เกาหลีใต฾ เวยี ดนาม ภูฐาน อินโดนเี ซีย เนปาล กัมพชู า อินเดีย ปากสี ถาน และไทย ได฾ตกลงกัน
ที่จะเสนอใหส฾ มัชชาสหประชาชาติรบั รองขอ฾ มตปิ ระกาศวนั วสิ าขบชู าให฾เปๅนวันหยุดของสหประชาชาติ

89

2. ในการเยือนของประเทศต฽างๆ ในอินโดจีนของรัฐมนตรีว฽าการกระทรวงการต฽างประเทศศรี
ลังกา ในปี 2542 กไ็ ด฾มกี ารหยิบยกเร่ืองนขี้ ึ้นหารอื และได฾รบั การสนบั สนุนจากประเทศตา฽ งๆ ไดด฾ ฾วยดี

3. คณะทูตถาวรศรีลังกาประจําสหประชาชาติ ณ นครนิวยอรแกได฾จัดเตรียมร฽างข฾อมติ และได฾
ขอเสียงสนับสนุนจากประเทศต฽าง ๆ เพื่อให฾มีการรับรองข฾อมติเร่ืองการประกาศให฾วันวิสาขบูชาเปๅน
วันหยุดของสหประชาชาตใิ นทปี่ ระชุมสมัชชา สหประชาชาติ สมยั สามญั ครง้ั ท่ี 54

4. โดยที่สหประชาชาติประกาศวันหยุดเปๅนจํานวนมากอย฽ูแล฾ว และจะเปๅนปใญหาในเรื่อง
งบประมาณและการบริหารแก฽ สหประชาชาติ หากประกาศให฾วันวิสาขบูชาเปๅนวันหยุด ศรีลังกาจึงได฾
ตัดสนิ ใจท่ีจะเสนอรา฽ งข฾อมติ ขอใหว฾ นั วสิ าขบชู าเปๅนวนั สําคัญสากลท่ีสหประชาชาติ ทั้งที่สํานักงานใหญ฽
และสํานักงานต฽าง ๆ แทนการเสนอให฾เปๅนวันหยุดซึ่ง ออท. ผู฾แทนถาวรประเทศต฽าง ๆ รวม 16
ประเทศ ได฾แก฽ ศรีลังกา บังคลาเทศ ภูฐาน กัมพูชา ลาว มัลดีฟสแ มองโกเลีย พม฽า เนปาล ปากีสถาน
ฟลิ ิปปินสแ เกาหลใี ต฾ สเปน อินเดีย ไทย และยูเครน ไดร฾ ว฽ มลงนามในหนังสือถึงประธานสมัชชาฯ เพื่อให฾
นาํ เรอ่ื งวนั วสิ าขบชู าเขา฾ เปนๅ ระเบียบวาระการประชมุ ของสมชั ชาฯ

5. ต฽อมาเม่ือ 24 พฤศจิกายน 2542 General Committee ของสมัชชาฯ ได฾พิจารณาเรื่อง
ดังกล฽าว โดย ออท.ผู฾แทน ถาวรศรีลังกาได฾กล฽าวถ฾อยแถลงสนับสนุนหนังสือร฾องขอให฾ที่ประชุมบรรจุ
ระเบียบวาระดังกล฽าว เข฾าส฽ูการพิจารณาของที่ประชุมสมัชชาเต็มคณะ ออท.ผ฾ูแทนถาวรไทย อินเดีย
สเปน บังคลาเทศ ปากีสถาน ไซปรัส ลาว และภูฐาน ได฾กล฽าวถ฾อย แถลงสนับสนุน ซ่ึงที่ประชุม
General Committee ได฾มีมตใิ หบ฾ รรจเุ รอื่ งนี้เขา฾ สู฽การพิจารณาของสมัชชาเต็มคณะ

ปใจจุบัน
1. เม่ือ 15 ธันวาคม 2542 ที่ประชมุ สมชั ชาสหประชาชาติ สมยั สามัญ ครงั้ ที่ 54 ได฾พิจารณา
ระเบียบวาระท่ี 174 International recognition of the Day of Visak โดยการเสนอของศรลี ังกา
2. ในการพิจารณา ประธานสมัชชาฯ ได฾เชิญผู฾แทนศรีลังกาข้ึนกล฽าวนําเสนอร฽างข฾อมติ และ
เชิญผู฾แทนไทย สิงคโปรแ บังคลาเทศ ภูฐาน สเปน พม฽า เนปาล ปากีสถาน อินเดียขึ้นกล฽าวถ฾อยแถลง
สรุปความวา฽ วันวิสาขบูชาเปๅนวันสําคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเปๅนวันท่ีพระพุทธเจ฾าประสูติ
ทรงตรัสร฾ู เสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธเจ฾าทรงสั่งสอนให฾มวลมนุษยแมีเมตตาธรรมและขันติธรรม
ต฽อเพ่ือนมนุษยแด฾วยกัน เพื่อให฾เกิดสันติสุขในสังคม อันเปๅนแนวทางของ สหประชาชาติ จึงขอให฾ที่
ประชุมรับรองข฾อมติน้ี ซึ่งเท฽ากับเปๅนการรับรองความสําคัญของพุทธศาสนาในองคแการสหประชาชาติ
โดยถือวา฽ วนั ดงั กลา฽ วเปๅนทส่ี าํ นกั งานใหญอ฽ งคกแ ารสหประชาชาติและท่ีทาํ การสมัชชาจะจัดใหม฾ ีการระลึก
ถงึ (observance) ตามความเหมาะสม
3. ท่ีประชุมฯ ได฾รบั รองรา฽ งข฾อมตโิ ดยฉนั ทามติ

เหตผุ ลท่ี องคแการสหประชาชาติหนดให฾ วันวสิ าขบูชา เปนๅ วนั สาํ คัญของโลก
เนื่องจากคณะกรรมมาธิการองคแการสหประชาชาติ ได฾ร฽วมพิจารณาและมีมติเห็นพ฾องต฾องกันประกาศ
ใหว฾ ันวสิ าขบชู า ถือเปๅนวันสําคัญวันหน่ึงของโลกท้ังนี้ ด฾วยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขององคแสมเด็จ
พระสมั มาสมั พทุ ธเจ฾าว฽า ทรงเปๅนมหาบุรุษผู฾ให฾ความเมตตาต฽อหมู฽มวล มนุษยแท้ังหลายในโลก จะเห็นได฾

90

จากการยกเลิกแบ฽งชนช้ันวรรณะ ซึ่งเท฽ากับเปๅนการเลิกทาสโดยไม฽มีการเสียเลือดเสียเน้ือ นอกจากน้ี
พระองคแยังทรงเปๅนนักอนุรักษแสัตวแปุาอีกด฾วย กล฽าวคือ ทรงสอนให฾ไม฽ฆ฽าสัตวแ ให฾รู฾จักช฽วยเหลือสัตวแ
เหตผุ ลสําคญั อกี ประการหนง่ึ คอื พระองคแทรงเปิดโอกาสให฾ทุกศาสนาสามารถเข฾ามาศึกษาพุทธศาสนา
เพื่อพิสจู นแหาข฾อเท็จจริงได฾ โดย ไม฽จําเปๅนต฾องเปล่ียนมานับถือศาสนาพุทธและทรงส่ังสอนทุกคนโดยใช฾
ปญใ ญาธิคุณสอนโดยไมค฽ ดิ คา฽ ตอบแทน

3.3. วนั มาฆบชู า (บาลี: มาฆปชู า; อกั ษรโรมัน: Magha Puja)

เปๅนวันสําคัญของชาวพุทธเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย"มาฆบูชา" ย฽อมาจาก
"มาฆปูรณมีบูชา" หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินอินเดีย หรือเดือน 3 ตาม
ปฏิทนิ จนั ทรคติของไทย (ตกชว฽ งเดือนกมุ ภาพนั ธหแ รอื มนี าคม) ถ฾าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สอง
หน (ปีอธกิ มาส) กเ็ ลือ่ นไปทําในวนั เพญ็ เดอื น 3 หลงั (วนั เพญ็ เดือน 4)

วันมาฆบูชาได฾รับการยกย฽องเปๅนวันสําคัญทางศาสนาพุทธ เนื่องจากเหตุการณแสําคัญท่ีเกิดข้ึน
เมื่อ 2,500 กว฽าปีก฽อน คือ พระโคตมพุทธเจ฾าทรงแสดงโอวาทปาติโมกขแท฽ามกลางท่ีประชุมมหาสังฆ
สันนิบาตครั้งใหญ฽ในพระพุทธศาสนา คัมภีรแปปใญจสูทนีระบุว฽าครั้งนั้นมีเหตุการณแเกิดขึ้นพร฾อมกัน 4
ประการ คือ พระภิกษุ 1,250 รูป ได฾มาประชุมพร฾อมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได฾นัดหมาย, พระภิกษุ
ทั้งหมดน้ันเปๅน "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผ฾ูได฾รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ฾าโดยตรง, พระภิกษุ
ทั้งหมดน้ันล฾วนเปๅนพระอรหันตแผ฾ูทรงอภิญญา 6 และวันดังกล฽าวตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 ดังนั้น จึงเรียก
วนั นอี้ กี อย฽างหนง่ึ ว฽า "วันจาตรุ งคสนั นิบาต" หรือ วนั ที่มกี ารประชมุ พร฾อมดว฾ ยองคแ 4

เดิมน้ันไม฽มีพิธีมาฆบูชาในประเทศพุทธเถรวาท จนมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล฾า
เจ฾าอยู฽หัว (รัชกาลท่ี 4) พระองคแได฾ทรงปรารภถึงเหตุการณแครั้งพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน 3 ดังกล฽าวว฽า
เปๅนวันที่เกิดเหตุการณแสําคัญยิ่ง ควรประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา เพื่อเปๅนท่ีต้ังแห฽งความศรัทธา
เลอ่ื มใส จงึ มพี ระมหากรณุ าธิคุณโปรดเกล฾าฯ ให฾จัดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึ้น การประกอบพระราช
พิธีคงคล฾ายกับวันวิสาขบูชา คือ มีการบําเพ็ญพระราชกุศลต฽าง ๆ และมีการพระราชทานจุดเทียนตาม
ประทีปเปๅนพุทธบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระอารามหลวงต฽าง ๆ เปๅนต฾น ในช฽วงแรก พิธี
มาฆบูชาคงเปๅนการพระราชพธิ ีภายใน ยังไม฽แพร฽หลายทัว่ ไป ตอ฽ มา ความนิยมจดั พิธีมาฆบูชาจึงได฾ขยาย
ออกไปทัว่ ราชอาณาจักร

ปจใ จุบนั วันมาฆบชู าได฾รบั การประกาศให฾เปนๅ วันหยุดราชการในประเทศไทย โดยพุทธศาสนิกชน
ทั้งพระบรมวงศานุวงศแ พระสงฆแและประชาชนประกอบพิธีต฽าง ๆ เช฽น การตักบาตร การฟใงพระธรรม
เทศนา การเวียนเทียน เปๅนต฾น เพ่ือบูชารําลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณแสําคัญดังกล฽าวที่ถือได฾ว฽า
เปๅนวันที่พระพุทธเจ฾าประทานโอวาทปาฏิโมกขแ ซึ่งกล฽าวถึงหลักคําสอนอันเปๅนหัวใจของ
พระพุทธศาสนา ได฾แก฽ การไม฽ทําความช่ัวทั้งปวง การบําเพ็ญความดีให฾ถึงพร฾อม และการทําจิตของตน
ใหผ฾ อ฽ งใส เพ่อื เปนๅ หลักปฏิบตั ขิ องพุทธศาสนิกชนทั้งมวล

91

นอกจากน้ี ในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยได฾ประกาศให฾วันมาฆบูชาเปๅน "วันกตัญโูแห฽งชาติ"
เนอื่ งจากในสงั คมไทยปจใ จุบนั หญิงสาวมกั เสยี ตวั ในวันวาเลนไทนแ หลายหนว฽ ยงานจึงพยายามรณรงคแให฾
วนั มาฆบชู าเปๅนวนั แห฽งความรัก (อนั บรสิ ุทธิ์) แทน

เหตกุ ารณแสาํ คญั ทเี่ กดิ ในวนั มาฆบชู าตามพทุ ธประวตั ิ

จาตรุ งคสนั นบิ าต
คัมภีรแสุมังคลวิลาสินี อรรถกถามหาปทานสูตร ระบุว฽าหลังจากพระพุทธเจ฾าเทศนา "เวทนา

ปริคคหสูตร" (หรือทีฆนขสูตร) ณ ถ้ําสูกรขาตา เขาคิชฌกูฎ จบแล฾ว ทําให฾พระสารีบุตรได฾บรรลุ
อรหัตตผล จากน้ันพระองคแได฾เสด็จทางอากาศไปปรากฏ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร ใกล฾กรุงรา
ชคฤหแ แคว฾นมคธ แล฾วทรงประกาศโอวาทปาติโมกขแแก฽พระภิกษุจํานวน 1,250 รูป โดยจํานวนนี้เปๅน
บริวารของชฏิลสามพ่นี ฾อง 1,000 รปู และบรวิ ารของพระอัครสาวก 250 รปู

คมั ภรี แปปญใ จสูทนีระบุวา฽ การประชุมสาวกครงั้ น้นั ประกอบดว฾ ย "องคปแ ระกอบอศั จรรยแ 4
ประการ" คือ

1. วันดงั กลา฽ วตรงกับวนั เพ็ญเดือน 3
2. พระภกิ ษทุ ั้ง 1,250 องคนแ ั้น ไดม฾ าประชุมกนั โดยมิไดน฾ ัดหมาย
3. พระภิกษุเหลา฽ นน้ั เปนๅ พระอรหันตแทรงอภิญญา 6
4. พระภกิ ษุเหล฽านนั้ ไม฽ไดป฾ ลงผมดว฾ ยมดี โกน เพราะพระพุทธเจ฾าประทาน
"เอหิภกิ ขอุ ุปสัมปทา" ด฾วยพระองคแเอง
ดงั น้นั จงึ มีคําเรียกวนั น้อี ีกคําหนึง่ ว฽า "วนั จาตรุ งคสันนิบาต" หรือ วันท่ีมีการประชมุ พร฾อมด฾วย
องคแ 4 ดังกล฽าวแล฾ว
ด฾วยเหตกุ ารณแประจวบกับ 4 อยา฽ ง จงึ มชี อื่ เรียกอกี ช่อื หนึ่งวา฽ จาตรุ งคสันนบิ าต (มาจากศัพทแ
บาลี จาตรุ +องคฺ +สนฺนปิ าต แปลวา฽ การประชุมอันประกอบด฾วยองคแประกอบทง้ั สี่ประการ) หลงั จาก
พระพุทธเจา฾ ตรสั ร฾แู ลว฾ 9 เดือน (45 ปี ก฽อนพุทธศักราช)
มีผ฾ูเขา฾ ใจผิดว฽าเหตุท่ีพระสาวกท้ัง 1,250 รูป มาประชุมพร฾อมกันโดยมิได฾นัดหมายน้ัน เพราะวัน
เพญ็ เดือน 3 ตามคติพราหมณแเปๅนวันพิธีมหาศิวาราตรีเพือ่ บูชาพระศิวะ พระสาวกเหล฽านั้นซ่ึงเคยนับถือ
ศาสนาพราหมณแมาก฽อนจึงได฾เปลี่ยนจากการรวมตัวกันทําพิธีชําระบาปตามพิธีพราหมณแ มารวมกันเข฾า
เฝูาพระพุทธเจ฾าแทน แต฽ความคิดน้ีไม฽ตรงกับข฾อเท็จจริง เพราะพระศิวะเปๅนเทพท่ีชาวฮินดูเร่ิมบูชากัน
ในยคุ หลงั พุทธกาล คือตงั้ แต฽ พ.ศ. 800 เปๅนตน฾ มา

ประทานโอวาทปาตโิ มกขแ
พระพทุ ธเจา฾ เม่ือทอดพระเนตรเหน็ มหาสงั ฆสนั นบิ าตอันประกอบไปดว฾ ยเหตุอัศจรรยดแ ังกลา฽ ว จึง

ทรงเห็นเปนๅ โอกาสอนั สมควรทจี่ ะแสดง "โอวาทปาติโมกขแ" อันเปนๅ หลักคําสอนสาํ คัญทเ่ี ปๅนหวั ใจของ

92

พระพทุ ธศาสนาแก฽ท่ปี ระชุมพระสงฆแเหล฽านน้ั เพ่ือวางจุดหมาย หลักการ และวธิ กี าร ในการเข฾าถึง
พระพทุ ธศาสนาแก฽พระอรหันตสาวกและพุทธบริษัททงั้ หลาย พระพทุ ธองคแจึงทรงแสดงโอวาทปาฏิ
โมกขแเปนๅ พระพุทธพจนแ 3 คาถากงึ่ ทา฽ มกลางมหาสังฆสนั นิบาตน้ัน มใี จความดังนี้

 พระพทุ ธพจนแคาถาแรกทรงกลา฽ วถงึ พระนิพพาน ว฽าเปนๅ จุดมุง฽ หมายหรืออดุ มการณแอันสูงสดุ
ของบรรพชติ และพุทธบรษิ ัท อนั มลี ักษณะทีแ่ ตกต฽างจากศาสนาอื่น ดงั พระบาลีวา฽ "นิพพฺ านํ
ปรมํ วทนตฺ ิ พทุ ฺธา"

 พระพุทธพจนแคาถาท่ีสองทรงกลา฽ วถึง "วธิ กี ารอันเปนๅ หัวใจสาํ คญั เพื่อเขา฾ ถึงจุดมุ฽งหมายของ
พระพทุ ธศาสนาแก฽พุทธบริษัททงั้ ปวงโดยยอ฽ " คือ การไมท฽ ําความช่วั ทั้งปวง การบําเพ็ญแตค฽ วาม
ดี และการทําจิตของตนให฾ผ฽องใสเปนๅ อิสระจากกิเลสทั้งปวง สว฽ นนีเ้ องของโอวาทปาฏิโมกขแท่ี
พุทธศาสนิกชนมักท฽องจํากนั ไปปฏบิ ัติ ซึง่ เปนๅ เพยี งหนึ่งคาถาในสามคาถากงึ่ ของโอวาทปาฏิ
โมกขเแ ทา฽ นัน้

 สว฽ นพระพุทธพจนคแ าถาสุดทา฾ ย ทรงกล฽าวถึงหลกั การปฏิบตั ิของพระสงฆแผทู฾ ําหน฾าที่เผยแผพ฽ ระ
ศาสนา 6 ประการ คอื การไม฽กล฽าวร฾ายใคร, การไม฽ทาํ รา฾ ยใคร , การมคี วามสาํ รวมในปาตโิ มกขแ
ท้ังหลาย, การเปๅนผ฾ูรจ฾ู กั ประมาณในอาหาร ,การร฾ูจักท่นี งั่ นอนอันสงดั และบําเพญ็ เพยี รในอธจิ ติ

สถานทสี่ าํ คญั เนอ่ื งดว฾ ยวนั มาฆบชู า (พทุ ธสงั เวชนยี สถาน)
เหตุการณสแ ําคัญที่เกิดในวนั มาฆบูชา เกิดภายในบรเิ วณท่ีตั้งของ "กล฽ุมพุทธสถานโบราณวดั เวฬุ

วนั มหาวหิ าร" ภายในอาณาบรเิ วณของวัดเวฬวุ นั มหาวิหาร ซ่ึงลานจาตุรงคสนั นบิ าตอันเปนๅ จุดทเ่ี กิด
เหตกุ ารณแสําคัญในวนั มาฆบชู านนั้ ยังคงเปนๅ ที่ถกเถยี งและหาข฾อสรปุ ทางโบราณคดีไม฽ได฾มาจนถึง
ปใจจบุ นั
วดั เวฬวุ นั มหาวหิ าร

"วัดเวฬุวันมหาวิหาร" เปๅนอาราม (วัด) แห฽งแรกในพระพุทธศาสนา ต้ังอยู฽ใกล฾เชิงเขาเวภาร
บรรพต บนริมฝๆใงแม฽น้ําสรัสวดีซึ่งมีตโปธาราม (บ฽อน้ําร฾อนโบราณ) คั่นอยู฽ระหว฽างกลาง นอกเขตกําแพง
เมืองเก฽าราชคฤหแ (อดีตเมืองหลวงของแคว฾นมคธ) รัฐพิหาร ประเทศอินเดียในปใจจุบัน (หรือแคว฾นมคธ
ในสมยั พทุ ธกาล)
วดั เวฬวุ นั ในสมยั พทุ ธกาล

เดิมวัดเวฬุวันเปๅนพระราชอุทยานสําหรับเสด็จประพาสของพระเจ฾าพิมพิสาร เปๅนสวนปุาไผ฽ร฽ม
ร่ืนมีร้ัวรอบและกําแพงเข฾าออก เวฬุวันมีอีกช่ือหน่ึงปรากฏในพระสูตรว฽า "พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิ
วาปสถาน" หรอื "เวฬุวันกลันทกนิวาป" (สวนปุาไผ฽สถานท่ีสําหรับให฾เหยื่อแก฽กระแต) พระเจ฾าพิมพิสาร
ได฾ถวายพระราชอุทยาน แห฽งนี้เปๅนวัดในพระพุทธศาสนาหลังจากได฾สดับพระธรรมเทศนาอนุปุพพิกถา
และจตุราริยสัจจแ ณ พระราชอุทยานลัฏฐิวัน (พระราชอุทยานสวนตาลหนุ฽ม) โดยในคร้ังน้ันพระองคแได฾
บรรลพุ ระโสดาบนั เปๅนพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา และหลังจากการถวายกลันทกนิวาปสถานไม฽
นาน อารามแห฽งนี้ก็ได฾ใช฾เปๅนสถานท่ีสําหรับพระสงฆแประชุมจาตุรงคสันนิบาตครั้งใหญ฽ใน
พระพุทธศาสนา อันเปๅนเหตุการณแสาํ คญั ในวนั มาฆบูชา

93

วดั เวฬวุ นั หลงั การปรนิ ิพพาน
หลังพระพุทธเจ฾าเสด็จปรินิพพาน วัดเวฬุวันได฾รับการดูแลมาตลอด โดยเฉพาะมูลคันธกุฎีที่มี

พระสงฆเแ ฝูาดแู ลทําการปดใ กวาดเช็ดถปู ลู าดอาสนะและปฏิบัติต฽อสถานที่ ๆ พระพุทธเจ฾าเคยประทับอยู฽
ทุก ๆ แห฽ง เหมือนสมัยที่พระพุทธองคแทรงพระชนมแชีพอย฽ูมิได฾ขาด โดยมีการปฏิบัติเช฽นน้ีติดต฽อกันกว฽า
พนั ปี

แตจ฽ ากเหตกุ ารณแยา฾ ยเมืองหลวงแห฽งแควน฾ มคธหลายคร้ังในช฽วง พ.ศ. 70 ท่ีเริ่มจากอํามาตยแและ
ราษฎรพร฾อมใจกันถอดกษัตริยแนาคทัสสกแแห฽งราชวงศแของพระเจ฾าพิมพิสารออกจากพระราชบัลลังกแ
และยกสุสูนาคอํามาตยแซ่ึงมีเช้ือสายเจ฾าลิจฉวีในกรุงเวสาลีแห฽งแคว฾นวัชชีเก฽า ให฾เปๅนกษัตริยแตั้งราชวงศแ
ใหม฽แล฾ว พระเจ฾าสุสูนาคจงึ ได฾ทาํ การยา฾ ยเมืองหลวงของแคว฾นมคธไปยังเมืองเวสาลีอันเปๅนเมืองเดิมของ
ตน และกษัตริยแพระองคแต฽อมาคือพระเจ฾ากาลาโศกราช ผ฾ูเปๅนพระราชโอรสของพระเจ฾าสุสูนาค ได฾ย฾าย
เมืองหลวงของแคว฾นมคธอกี จากเมอื งเวสาลีไปยังเมอื งปาตลบี ตุ ร ทาํ ให฾เมืองราชคฤหแถูกลดความสําคัญ
ลงและถูกทงิ้ ร฾าง ซึง่ เปนๅ สาเหตุสําคญั ทีท่ าํ ให฾วัดเวฬุวันขาดผอ฾ู ุปถัมภแแ ละถกู ท้งิ ร฾างอย฽างส้ินเชิงในช฽วงพัน
ปีถดั มา

โดยปรากฏหลักฐานบันทึกของหลวงจีนฟาเหียน (Fa-hsien) ที่ได฾เข฾ามาสืบศาสนาในพุทธภูมิ
ในช฽วงปี พ.ศ. 942–947 ในช฽วงรัชสมัยของพระเจ฾าจันทรคุปตแท่ี 2 (พระเจ฾าวิกรมาทิตยแ) แห฽งราชวงศแ
คุปตะ ซึ่งท฽านได฾บันทึกไว฾ว฽า เมืองราชคฤหแอยู฽ในสภาพปรักหักพัง แต฽ยังทันได฾เห็นมูลคันธกุฎีวัดเวฬุวัน
ปรากฏอย฽ู และยังคงมพี ระภิกษุหลายรูปช฽วยกนั ดแู ลรกั ษาปใดกวาดอยู฽เปๅนประจํา แต฽ไม฽ปรากฏว฽ามีการ
บันทึกถงึ สถานทเ่ี กดิ เหตกุ ารณจแ าตุรงคสนั นิบาตแต฽ประการใด

แต฽หลังจากนั้นประมาณ 200 ปี วัดเวฬุวันก็ถูกทิ้งร฾างไป ตามบันทึกของพระถังซําจ๋ัง (Hiuen-
Tsang) ซึ่งได฾จาริกมาเมืองราชคฤหแราวปี พ.ศ. 1300 ซ่ึงท฽านบันทึกไว฾แต฽เพียงว฽า ท฽านได฾เห็นแต฽เพียง
ซากมูลคันธกุฎีซึ่งมีกําแพงและอิฐล฾อมรอบอย฽ูเท฽าน้ัน (ในสมัยน้ันเมืองราชคฤหแโรยราถึงท่ีสุดแล฾ว พระ
ถังซําจั๋งได฾แต฽เพียงจดตําแหน฽งที่ตั้งทิศทางระยะทางของสถูปและโบราณสถานเก฽าแก฽อ่ืน ๆ ในเมืองรา
ชคฤหแไวม฾ าก ทาํ ใหเ฾ ปนๅ ประโยชนแแ กน฽ กั ประวัติศาสตรแและนักโบราณคดใี นการค฾นหาโบราณสถานต฽าง ๆ
ในเมอื งราชคฤหใแ นปใจจุบัน)
จดุ แสวงบญุ และสภาพของวดั เวฬวุ นั ในปจใ จบุ นั

ปจใ จุบันหลังถูกทอดท้งิ เปนๅ เวลากวา฽ พันปี และได฾รับการบูรณะโดยกองโบราณคดีอินเดียในช฽วงท่ี
อินเดียยังเปๅนอาณานิคมของอังกฤษ วัดเวฬุวัน ยังคงมีเนินดินโบราณสถานที่ยังไม฽ได฾ขุดค฾นอีกมาก
สถานท่ีสําคัญ ๆ ที่พุทธศาสนิกชนในปใจจุบันนิยมไปนมัสการคือ "พระมูลคันธกุฎี" ท่ีปใจจุบันยังไม฽ได฾ทํา
การขุดค฾น เน่ืองจากมีกุโบรแของชาวมุสลิมสร฾างทับไว฾ข฾างบนเนินดิน, "สระกลันทกนิวาป" ซ่ึงปใจจุบัน
รัฐบาลอินเดียได฾ทําการบูรณะใหม฽อย฽างสวยงาม, และ "ลานจาตุรงคสันนิบาต" อันเปๅนลานเล็ก ๆ มีซุ฾ม
ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอย฽ูกลางซ฾ุม ลานน้ีเปๅนจุดสําคัญท่ีชาวพุทธนิยมมาทําการ
เวียนเทียนสักการะ (ลานนี้เปๅนลานท่ีกองโบราณคดีอินเดียสันนิษฐานว฽าพระพุทธองคแทรงแสดงโอวาท
ปาฏิโมกขแในจุดน้ี)

94

จดุ ทเี่ กดิ เหตกุ ารณสแ าํ คญั ในวนั มาฆบชู า (ลานจาตรุ งคสนั นบิ าต)
ถึงแม฾ว฽าเหตุการณแจาตุรงคสันนิบาตจะเปๅนเหตุการณแสําคัญย่ิงที่เกิดในบริเวณวัดเวฬุวันมหา

วิหาร แต฽ทว฽าไม฽ปรากฏรายละเอียดในบันทึกของสมณทูตชาวจีนและในพระไตรปิฎกแต฽อย฽างใดว฽า
เหตุการณใแ หญ฽นี้เกิดขึน้ ณ จุดใดของวัดเวฬุวนั รวมท้งั จากการขุดค฾นทางโบราณคดีก็ไม฽ปรากฏหลักฐาน
วา฽ มีการทาํ เครื่องหมาย (เสาหนิ ) หรือสถูประบุสถานท่ีประชุมจาตุรงคสันนิบาตไว฾แต฽อย฽างใด (ตามปกติ
แล฾วบริเวณที่เกิดเหตุการณแสําคัญทางพระพุทธศาสนา มักจะพบสถูปโบราณหรือเสาหินพระเจ฾าอโศก
มหาราชสรา฾ งหรอื ปใกไว฾เพ่ือเปๅนเครื่องหมายสําคัญสําหรับผ฾ูแสวงบุญ) ทําให฾ในปใจจุบันไม฽สามารถทราบ
โดยแนช฽ ัดวา฽ เหตกุ ารณแจาตรุ งคสันนิบาตเกดิ ข้ึนในจดุ ใดของวดั

ในปใจจุบันกองโบราณคดีอินเดียได฾แต฽เพียงสันนิษฐานว฽า "เหตุการณแดังกล฽าวเกิดในบริเวณลาน
ด฾านทิศตะวนั ตกของสระกลันทกนิวาป" (โดยสันนิษฐานเอาจากเอกสารหลักฐานว฽าเหตุการณแดังกล฽าวมี
พระสงฆแประชุมกันมากถึงสองพันกว฽ารูป และเกิดในช฽วงท่ีพระพุทธองคแพ่ึงได฾ทรงรับถวายอารามแห฽งน้ี
การประชุมครั้งนั้นคงยังต฾องน่ังประชุมกันตามลานในปุาไผ฽ เน่ืองจากเสนาสนะหรือโรงธรรมสภาขนาด
ใหญ฽ยังคงไม฽ได฾สร฾างข้ึน และโดยเฉพาะอย฽างย่ิงในปใจจุบันลานด฾านทิศตะวันตกของสระกลันทกนิวาป
เปๅนลานกวา฾ งลานเดยี วในบรเิ วณวัดท่ไี ม฽มีโบราณสถานอื่นต้ังอย฽ู) โดยได฾นําพระพุทธรูปยืนปางประทาน
พรไปประดิษฐานไว฾บริเวณซ฾ุมเล็ก ๆ กลางลาน และเรียกว฽า "ลานจาตุรงคสันนิบาต" ซ่ึงในปใจจุบันก็ยัง
ไม฽มีข฾อสรุปแน฽ชัดว฽าลานจาตุรงคสันนิบาตที่แท฾จริงอยู฽ในจุดใด และยังคงมีชาวพุทธบางกล฽ุมสร฾างซ฾ุม
พระพุทธรูปไว฾ในบริเวณอื่นของวัดโดยเช่ือว฽าจุดที่ตนสร฾างนั้นเปๅนลานจาตุรงคสันนิบาตท่ีแท฾จริง แต฽
พทุ ธศาสนกิ ชนชาวไทยส฽วนใหญก฽ ็เช่ือตามข฾อสันนิษฐานของกองโบราณคดีอินเดียดังกล฽าว โดยนิยมนับ
ถอื กันวา฽ ซมุ฾ พระพุทธรูปกลางลานนีเ้ ปนๅ จดุ สกั การะของชาวไทยผู฾มาแสวงบุญจุดสําคัญ 1 ใน 2 แห฽งของ
เมืองราชคฤหแ (อีกจุดหน่งึ คือพระมูลคนั ธกฎุ บี นยอดเขาคิชฌกูฏ)

พระพทุ ธรูปยนื กลางมณฑล กลุม฽ ปาุ ไผใ฽ นวัด สระโบกขรณี ซม฾ุ พระพุทธรปู
โบราณสถานวัดเวฬุวนั มหา เวฬุวนั มหาวิหาร กลนั ทกนิวาป ภายใน
วหิ าร เมืองราชคฤหแ รัฐ ท่มี าของช่ือเวฬุ (สระนํา้ ) กลางวดั โบราณสถานวัด
พิหาร อนิ เดีย (เปๅน วนั (วัดปุาไผ฽ เวฬวุ ันมหาวหิ าร เวฬุวันมหาวหิ าร
พระพุทธรปู สรา฾ งใหม฽ หรือวัดไผล฽ อ฾ ม) พระพุทธเจา฾ เคย หลายพระสูตร
ปใจจุบันเปๅนปูชนียวัตถุสาํ คัญ แสดงพระสูตร ที่นี่
ของวดั เวฬุวนั ) หลายพระสตู ร


Click to View FlipBook Version