45
3. หลวงพอ อีม๋ ีความชาํ นาญในดา นใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. สงครามโลกครั้งที่ 2ฝาุ ยพัทธมิตรทิ้งระเปิดลงจดุ ยทุ ธศาสตรขแ องอาํ เภอสัตหีบ หลวงพออแี๋ สดง
อภินิหารแบบใด และสง ผลอยา งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ใหนกั ศึกษา อธิบายอภินหิ ารการดับขันของหลวงพอ อี๋
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
46
บทท่ี 3
คณุ คา และความศรทั ธาทมี่ ตี อ พระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพอ อ)ี๋
สาระสาํ คญั
กกกกกกกพระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพออี๋) เปๅนพระสมณะ เปๅนพระเกจผิ ูอ ทุ ิศตนเสรมิ สราง
พระพทุ ธศาสนาและพัฒนาชมุ ชน เปนๅ ทเ่ี คารพศรัทธาของสาธุชน เปรยี บเสมอื น “เทพเจา แหงภาค
ตะวันออก” แมเ วลาจะผา นไปนานจนถงึ ในปใจจุบันช่ือเสยี งของทานกย็ ังเปนๅ ทบ่ี อกกลา วเลา ขานกันสืบ
ตอมา และบารมีของทา นและวัดสัตหบี (วัดหลวงพอ อ๋)ี กย็ ังคงอยูตราบนานเทา นาน
ตวั ช้วี ัด
กกกกกกก1. ใหคุณคา และความศรทั ธาทมี่ ีตอพระครูวรเวทมุนี (หลวงพอ อี๋) ได
กกกกกกก2. เห็นคุณคา และความศรัทธาท่ีมีตอพระครูวรเวทมนุ ี (หลวงพออี๋)
ขอบขา ยเนอ้ื หา
กกกกกกก1. คณุ คา และความศรทั ธาของมีตอพระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพออ๋ี)
เรอื่ งที่ 1 คณุ คา ของพระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพอ อี๋)
กกกกกกก1. คณุ คา ของพระครวู รเวทมุนี (หลวงพอ อ)๋ี
พระครวู รเวทมุนี (หลวงพออี๋) ทา นเปๅนเจา อาวาสรปู แรกของวัดสตั หบี โดยนายขาํ และนาง
เอียงบิดามารดาของหลวงพออี๋ไดขอพระราชทานทดี่ นิ วางเปลา ท่เี ปๅนปาุ ไมเ พื่อสรางวดั จาก
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาจุฬาลงกรณแ พระจุลจอมเกลา เจาอยหู ัว รัชกาลท่ี 5 เม่ือปีพ.ศ. 2442
และพระองคแไดทรงอนญุ าต โดยมชี าวบานและลกู ศษิ ยลแ กู หารวมแรงรวมใจกนั สรางวดั เพ่ือใหใ ช
ประกอบศาสนกจิ ตา งๆ จนสําเร็จสมประสงคแ ในนาม “วัดสตั หีบ” หรอื ทเี่ รียกวา “วดั หลวงพออี๋” มา
จนทกุ วนั นี้
หลวงพอ อี๋ไดใหความสาํ คญั ในเร่ืองการศึกษาเปๅนอยางมาก ในสมยั น้นั ทานไดส ราง
โรงเรียนประชาบาล 1 หลงั ชอื่ วา "โรงเรียนบานสตั หีบ" ท่ียายมาตั้งท่ีถนนบา นนา ชาวบา นเรยี น
วา "โรงเรยี นบา นนา" สว นอาคารเรียนเดิมชอื่ "ศาลาธรรมประสพ" ปใจจบุ นั คือ "หอ งสมุดของวัด
สตั หีบ"
หลวงพออี๋มีความชาํ นาญในดานสมถะวิปสใ สนาธรุ ะมากคือ คลองแคลว ในการเขาใน ออก
นอก และในการพกั จิตอยเู ปนๅ กสิณ และในธรรมารมณตแ ามปรารถนา จะเรียกวา มวี สภี าพกค็ วร เพราะ
47
เม่อื ทานปรารถนาจะสาํ รวมจติ แลว ไมม อี ะไรมาขัดขวางทางเดินภายในของทานได เปนๅ การเขา ออกได
เรียบรอยตามประสงคแ
เมอ่ื กลาวถึงคุณสมบตั ิแลว ทา นจะเหนอื วาพระเถระอืน่ ๆ มากทเี ดียวเพราะทานสามารถ
ยกจิตใหพ น จากเวทนาไดเ สมอ ดงั จะเหน็ ไดจากเวทนาทเี่ กิดข้ึนจากความหนาว รอ น หวิ กระหาย ปวด
บวม ระบม เปนๅ ตน ทานไมเ คยปริปากบนในเร่ืองทุกขเวทนาดงั กลา วใหผูอ น่ื ไดยนิ เลย แมการเจ็บปุวย
เจ็บปวุ ยของทาน คงอยูในอาการสงบเปนๅ ปรกติจนหมดอายขุ ัย
เมือ่ หลวงพออี๋ทา นมรณภาพแลว ศษิ ยเแ กรงวา จะไมม เี งนิ ทําศพของทา น เพราะไปดู
กระเปาพระ (ยาม) มีแตผ ากราบ และผา เช็ดหนา - ปาก ผา รองน่งั เทาน้ัน เงนิ ไมมีเลย แตเม่อื ตรวจดู
ตามภาชนะเกา ๆ บา ง ใตถาด ใตพานดอกไม ท่ีลกู ศษิ ยแมาทําบญุ กับทา นบาง ไดพบเงนิ ทีเ่ สยี บไวกับสง่ิ
ตา ง ๆ รวมไดถึง 20,000 บาทเศษ หลวงพอ อที๋ านมไิ ดถือวาเปนๅ ของทาน ใครมาวางไวท่ีใดก็อยตู รงนั้น
ตง้ั แตวนั แรกจนถึงวันมรณภาพ นี่คือชวี ิตของทานผูท รงคุณ ซึ่งดํารงชวี ิตอยา งสมณะโดยแทจ รงิ
แมหลวงพอ อีจ๋ ะจากไปจนถงึ ปจใ จุบันนี้ (พ.ศ.2563) นับได 74 ปี แลวแตก็เหมอื นวา ชีวิต
ของทา นยงั ดาํ รงอยู ทง้ั คณุ คาของงานทางฝุายสงฆแและ ฝาุ ยสังคมโลกที่หลวงพออ๋ีไดบําเพ็ญบารมีมา
ต้ังแตเร่มิ บวชจนถึงมรณภาพ บารมีของทา นยงั ปรากฏอยูในวดั สตั หบี ดงั ท่ีเห็นอยูในปใจจุบนั นี้
เรอื่ งท่ี 2. ความศรทั ธาทม่ี ตี อ พระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพอ อ)ี๋
หลวงพออี๋ เปนๅ พระสมณะ ที่ไดมอบกาย ถวายชวี ิตน้ี ไวแ กพ ระพทุ ธศาสนาแลว ทา นพงึ
พอใจที่จะมีชีวติ อยา งสนั โดษ มสี มบตั ติ ดิ กายเพียงผาสามผืน จิตสงบวิเวกเปๅนสมถะธรรม ทา น
กลายเปนๅ พระท่ี “มีเหมอื นไมมี” แลว “ไมมเี หมือนกับมี” เงินทองก็หลัง่ ไหลเขามามากมาย แตท า นไม
เคยยดึ ม่ันในส่งิ เหลา นนั้ เมื่อทา นเหน็ วา ส่ิงอนั ใดควรจะสราง ทานก็อนญุ าตใหส รา งถาวรวตั ถุ ทําความ
เจรญิ รุงเรืองแกสถานทน่ี ้ัน แมสถานท่นี ้ันจะอยูใ นปาุ ในดง ก็เจริญข้นึ มากมาย
ในปที ห่ี ลวงพอ อที๋ า นสรางวัดใหม ๆ น้นั กติ ติศพั ทแของทานไดข จรขจายไป ในดา นความ
ศักดส์ิ ทิ ธ์ิและอภินหิ าร ผคู นพากนั หลง่ั ไหลไปมากมาย มีท้ังทีต่ องการฟใงธรรมะ และ การปฏิบตั สิ มาธิ
กบั ทาน บางคนตองการวัตถุมงคล กไ็ ดสมความปรารถนาทุกประการ
หลวงพอ อ๋ี ทา นเปๅนพระเกจผิ ูโ ดงดงั ในยุคสงครามอนิ โดจีนและสงครามโลกครัง้ ที่ 2
พรอม หลวงพอจาด วดั บางกระเบา, หลวงพอคง วดั บางกะพอม และ หลวงพอ จง วัดหนา ตา งนอก ใน
นาม ―จาด จง คง อ๋ี‖ วัตถุมงคลท่ีทานสรา งแจกจา ยแกเ หลาทหารหาญลวนทรงพุทธคุณปรากฏเปๅนท่ียํา
เกรงของศตั รู ทานยังเปนๅ พระเกจิผอู ุทิศตนเสริมสรางพระพุทธศาสนาและพฒั นาชุมชน เปนๅ ที่เคารพ
ศรัทธาของสาธุชน เปรยี บเสมอื น “เทพเจา แหงภาคตะวันออก”
"หลวงพออ๋"ี ไดสรา งวัตถมุ งคลตา งๆ ไวมาก รวมท้ังปลดั ขกิ ท่ีมีชือ่ มาก ทั้งตะกรุด เส้ือ
ยันตแ เหรยี ญ พระปิดตา "พระสาม" และ "พระส่"ี (พรหมส่หี นา ) กลา วกนั วาในระยะ พ.ศ.2483 -2486
น้นั หลวงพออ๋ีกม็ ีของดีเกรียงไกรออกสูสงครามอนิ โดจีนไปก็มาก วัตถุมงคลของขลงั ของหลวงพอ อ๋ีมี
48
สรา งออกมามากแบบเอาใน พ.ศ.2484 และตาม พ.ศ. นีเ้ อง "พระสาม" และ "พระสี"่ หรอื พระพรหมสี่
หนา กไ็ ดก ําเนิดตามออกมาดวย พระทั้ง 2 พมิ พแเปๅนพระเน้ือเมฆพดั องคแหนงึ่ ทําเปๅนพระ 3 หนาพระ
ทบั นั่งบนฐานบวั กลบี (3 หนา 3 องค)แ สวนพระส่หี รือพรหมสห่ี นา ก็ทาํ เปๅนพระประทับน่งั บนฐานเขียง
เหมอื นกันทัง้ 4 หนา (4 หนา 4 องค)แ ดานพุทธคุณมีท้ังแคลว คลาด และคงกระพนั ชาตรี
แมเ วลาจะผา นไปนานจนถึงในปใจจุบันชอ่ื เสียงของทานก็ยังเปนๅ ทบ่ี อกกลา วเลาขานกัน
สืบตอมา และบารมขี องทา นและวัดสตั หบี (วดั หลวงพอ อ)๋ี ก็ยังคงอยูตราบนานเทานาน ผูทเ่ี ล่อื มใสใน
หลวงพออี๋ ตางพากันมาทําบุญและปิดทองนมสั การรูปหลอของทา นท่วี ดั เปๅนจํานวนมากเพื่อความเปๅน
สิริมงคลแกต นเองและครอบครวั
การจดั ประสบการณกแ ารเรยี นรู
กกกกกกก1. กําหนดประเด็นการศึกษารว มกัน ใหไปศึกษาคน ควาดว ยตนเองจากสือ่ ท่ีหลากหลาย
ไดแก สื่อเอกสาร สอื่ อิเล็กทรอนกิ สแ สือ่ บุคคลและภูมิปญใ ญา และแหลง เรยี นรูในชุมชน
กกกกกกก2. บนั ทึกผลการศึกษาคน ควา ลงในเอกสารการเรียนรดู วยตนเอง (กรต.)
กกกกกกก3. พบกลมุ อภิปราย แลกเปลีย่ นเรยี นรู คดิ วิเคราะหแขอมูลที่ศึกษาไดพรอ มสรุปการเรียนรู
รว มกนั และบนั ทึกลงในเอกสารการเรียนรูดวยตนเอง (กรต.)
กกกกกกก4. นําผลสรปุ การเรียนรทู ่ีไดไ ปฝึกปฏบิ ตั ิตามใบงาน
สือ่ และแหลง เรยี นรู
กกกกกกก1. ส่อื เอกสาร ไดแก
1.1 ใบความรู
1.2 ใบงาน
1.3 หนงั สือเปิดตํานานหลวงพออี๋ พระครูวรเวทมนุ ี เทพเจา แหง ลมุ นาํ้ ทะเลตะวนั ออก
วัดสัตหบี ฉบับสมบูรณแ
กกกกกกก2. Website ไดแ ก
2.1 บทความ เรื่อง หลวงพออี๋ วดั สตั หบี สืบคน เม่ือวันที่ 28 ธนั วาคม 2563 จาก
http://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=4337
2.2 บทความ เรื่อง เหรยี ญรูปเหมือนรนุ แรก ปี 2473 หลวงพออี๋ วดั สัตหบี จ.ชลบุรี
สบื คน เมอ่ื วันท่ี 28 ธนั วาคม 2563 จาก https://siamrath.co.th/n/166869
2.3 บทความ ช่ือ วดั สัตหบี (หลวงพอ อ)ี๋ สบื คนเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 จาก
http://www.sattahipmunicipality.go.th/travels/travel.php?salb_id=1
2.4 บทความ เรื่อง ชวนไปไหว “หลวงพออ๋ี” เดนิ เลน ถนนเลยี บชายทะเลสัตหบี สบื คน
เมอ่ื วนั ที่ 28 ธนั วาคม 2563 จาก https://siamrath.co.th/n/137203
49
2.5 เพจเฟซบ฿ุก ชื่อ หลวงปุูอี๋ พระเครอ่ื ง ยอดนยิ ม (วัดสัตหีบ) สืบคนเมื่อวนั ท่ี 28
ธันวาคม 2563 https://www.facebook.com/groups/1698385303769172
2.6 วิทยานพิ นธแ เรื่อง ศกึ ษาการบูชาวัตถุมงคลเพ่อื สงเสรมิ พฤติกรรมดใี นทาง
พระพุทธศาสนาของประชาชนอาํ เภอนางรอง จังหวัดบรุ ีรมั ยแ สบื คน เมอื่ วันที่ 28 ธนั วาคม 2563 จาก
http://br.mcu.ac.th/site/thesiscontent_desc.php?ct=1&t_id=3528
2.7 บทความ เร่ือง หลวงพออ๋ี วัดสตั หบี พระเกจิดังยคุ สงครามอินโดจีน สบื คน เม่อื วันที่
24 ธนั วาคม 2563 จาก http://www.arjanram.com/relic_detail.php?g=3&id=718
กกกกกกก4. สอ่ื แหลงเรียนรูในชุมชน
4.1 หอ งสมดุ ประชาชน "เฉลิมราชกมุ าร"ี อาํ เภอสัตหีบ (หอ งสมุด กศน.อาํ เภอสตั หบี ) ท่ี
อยู เลขที่ 471 หมู 1 ตาํ บลสัตหบี อาํ เภอสตั หีบ จงั หวดั ชลบรุ ี หมายเลขโทรศพั ทแ 038-437807
การวดั และประเมนิ ผล
กกกกกกก1. ประเมนิ ความกาวหนา ดวยวธิ ีการ
1.1 การสังเกต
1.2 การซักถาม
1.3 ตรวจเอกสารการเรยี นรูดวยตนเอง (กรต.)
กกกกกกก2. ประเมนิ ผลรวม ดวยวธิ ีการ
2.1 ตอบแบบทดสอบวดั ความรู หัวเร่อื งท่ี 3 คณุ คา และความศรทั ธาที่มตี อ
พระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพออ๋ี) จาํ นวน 10 ขอ
2.3 ตอบใบงาน หวั เร่ืองท่ี 3 คุณคา และความศรัทธาท่ีมีตอพระครูวรเวทมนุ ี
(หลวงพอ อ๋)ี จํานวน 5 ขอ
2.2 ตอบแบบสอบถามวดั เจตคตทิ ่ีมตี อ รายวชิ าหลวงพออ๋ี
เรื่องท่ี 1 วตั ถุมงคล
1.1 เหรยี ญ พ.ศ.2471
เหรยี ญพระพุทธบนฐานบัว
เปนๅ เหรียญทแ่ี จกในปีพ.ศ. 2471 เพ่อื เปนๅ ท่ีระลึกในงานผูกพทั ธสีมาของพระอุโบสถหลัง
เกาในสมัยของหลวงพออี๋ (ปใจจุบันไดทําการร้ือถอนไปแลว) ทานไดนําวัตถุมงคลเหรียญน้ีแบงมาจาก
พระอาจารยแแตง วดั อา งศลิ านอกในสมยั นัน้ ซ่ึงพระอาจารยแแ ตง พระอาจารยแหลวงพออ๋ี ทานไดทําการ
พุทธาภิเษกเหรียญนี้มาแลว และหลวงพออี๋ ไดทําการอธิษฐานจิตซํ้าอีกครั้ง เหรียญเปๅนเหรียญเนื้อ
ตะกว่ั ลักษณะคลา ยกลบี บัว พิมพแภายในเหรียญ เปๅนรูปองคแพระประธานปรางคแมารวิชัยน่ังประทับบน
ฐานบัวโคง
50
ดานหนา เหรยี ญ เปๅนรูปพระพุทธ หรือพระประธานนั่งบนบัวโคงควํ่า-หงาย ใตฐานมีอักขระ
ยันตแตัว “นะ”
ดานหลังเหรียญ จะเรียบ และมรี อยจารมือของ หลวงพอ อ๋ี เปๅนจารตัวยนั ตแทุกเหรียญ
จํานวนการสราง ไมมีขอมูลหลักฐานระบุวาสรางไวจํานวนกี่เหรียญ แตคงสรางจํานวนไม
มาก ทานแจกใหชาวบานเอาไวบ ูชา เปๅนทยี่ ดึ เหนี่ยวจติ ใจ และไวเพื่อปูองกันภัย ปใจจุบันพบเห็นเหรียญ
นี้ไดนอ ยมากถงึ แมน วา จะเปๅนในพื้นท่สี ัตหีบเองก็ตาม
วัตถุมงคลประเภทอ่ืน ๆ ที่จัดสรางในปีพ.ศ. 2471 ไดแก รูปภาพหลวงพออี๋ ขนาด 1 น้ิว
และ 2 นวิ้ , พระบชู า, ผา ประเจียด และปลัดขกิ เปๅนตน
1.2 เหรียญรนุ หลอพระพทุ ธรูป พ.ศ. 2473
คือ เปๅนเหรียญที่จัดสรางโดยหลวงพออี๋ และหลวงพออี๋ทานไดทําการพุทธาภิเษกดวยตัว
ของทานเอง สรางเปๅนเหรียญที่ระลึกเม่ือคราวงงานหลอพระประธาน เพ่ือนําเขาประดิษฐานในพระ
อุโบสถสมัยหลวงพออี๋ ปใจจุบันไดถูกสรางเปๅนพระวิหาร (ตอมาทางวัดสัตหีบไดทําการจัดสรางพระ
อโุ บสถหลงั ใหม และไดท าํ การร้ือถอนพระอโุ บสถหลังเดิม เพื่อสรางเปๅนพระวิหาร พระพุทธรูปน้ันจึงได
ถกู นาํ มาประดษิ ฐานในพระวหิ ารท่ีสรา งข้ึนจนถงึ ปใจจุบัน
เหรียญปี พ.ศ.2473 นี้ ไดจัดสรางโดยถาแบงตามลักษณะของเหรียญแลว มีอยูดวยกัน 2
แบบ
แบบท่ี 1 เหรียญรูปไขใหญ เปๅนเหรียญรูปไขท่ีมีขนาดใหญกวาเหรียญทั่ว ๆไป เนื้อของ
โลหะที่ใชในการสรางมีอยู 5 ชนิด ไดแก เน้ือทองคํา, เนื้อนาค, เน้ือเงิน, เนื้อทองแดงกะไหลทอง และ
เนอื้ ทองแดง
ลักษณะเหรยี ญ ดานหนาเหรยี ญ ตรงกลางเหรียญ เปนๅ รูปหลวงพออ๋ีนงั่ สมาธิเต็มองคเแ หนอื
อาสนะ เหนือศรี ษะของรปู หลวงพออ๋ี มีอกั ขระ
อุ
มะ อะ
เหนืออักขระคําวา “อุ” เปๅนยันตแอุณาโลม ใตอาสนะเปๅนลายกนก ตามสวนโคงของ
เหรียญเปนๅ อักขระไทย ดา นขวาของเหรยี ญคําวา “พระอปุ ชใ ฌายแอ๋ี” ดานซายคาํ วา “วดั สตั หบี ”
ดานหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแ 3 ช้ัน ใต
ยนั ตลแ า งสดุ ของเหรยี ญบอกปพี .ศ.ท่ีสราง “พ.ศ.2473” ตามสวนโคงของเหรียญเปๅนอักษรไทย ความวา
“ท่รี ะฤกในงานหลอพระพทุ ธรูป”
บล็อก หรือพิมพแ
ดานหนา เหรยี ญ ทกุ เนอ้ื โลหะ มีแคบล็อก หรอื พิมพเแ ดียว
ดา นหลังเหรยี ญ มี 3 บล็อก ไดแก
1. บล็อกยนั ตใแ หญ หรือที่ชอบเรียกกนั วา บล็อก “สระอูยาว”
2. บล็อกยนั ตกแ ลาง (หาไดย ากมาก)
51
3. บล็อกยันตแเลก็ หรอื มกั ชอบเรยี กกันวา “บลอ็ กสระอสู ัน้ ”
ที่เรียกวา สระอยู าว หรือสระอูสนั้ นั้นดจู ากดา นหลังเหรียญของคําวา “รูป” ตรงสระ “อ”ู มี
ความยาวและสน้ั แตกตา งกนั ระหวา งทงั้ สองบล็อก ซงึ่ ความแตกตางนีจ้ ึงใชมาเรียกกนั ในหมนู ักเลงพระ
แบบท่ี 2 เหรยี ญดอกจกิ หรอื มีลักษณะคลา ยหยดนํ้า หลวงพออีท๋ านจดั สรา งไวจ ุดประสงคแ
เพือ่ สาํ หรับแจกแมครวั หรือผหู ญิง แตส รางจาํ นวนนอยมาก
ลกั ษณะเหรียญ
ดานหนาเหรียญ รูปองคแของหลวงพออี๋นั่งบนอาสนะตรงกลางของเหรียญ ดานบน
ศรษี ะมีอักขระเชนเดยี วกับเหรยี ญไข คือ “ อุ มะ อะ” เหนือตัว อะ มี “ยันตแอุณาโลม” ใตลางอาสนะมี
อกั ษรไทยคาํ วา “พระอปุ ชใ ฌายอแ ี๋” ดานขวาของเหรียญมคี าํ วา “วัดสตั ” และดานซา ยมีคาํ วา “หบี ฯ”
ดานหลงั เหรยี ญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแสาม
ช้ัน ใตย นั ตแลางสุดของเหรียญเปๅนปีพ.ศ. “พ.ศ.2473” ตามสวนโคงของเหรียญเปๅนอักษรไทยคําวา “ท่ี
ระฤก ในงานหลอพระพทุ ธรปู ” และสวนบนของเหรียญนัน้ มียันตสแ าม
1.3 เหรียญรุนสรางโรงเรยี นพ.ศ.2483
เหรียญปี พ.ศ.2483 หลวงพออี๋ ทานไดทําการพุทธาภิเษก เพื่อแจกเปๅนเหรียญที่ระลึกในการ
สรา งโรงเรยี น เหรยี ญรนุ นี้ ลกั ษณะของเหรียญไดถ กู สรางออกเปๅน 2 แบบ กลาวคอื
แบบที่ 1 เหรียญรูปไข แตจะมีขนาดยอมกวาเหรียญปี 2473 เนื้อโลหะท่ีนํามาสราง มีเพียง
เน้ือทองแดงเพียงเนื้อเดียว เทาท่ีพบสีของเนื้อทองแดงสีจะจัดกวา เหรียญรุนสรางศาลาการเปรียญวัด
นาจอมเทยี น
ดานหนาเหรียญ ตรงกลางของเหรียญเปๅนรูปหลวงพออ๋ีหันขางครึ่งองคแ รูปของหลวงพออ๋ี
เปๅนรูปตัวนูนออกมาจากผิวเหรียญ ดานบนเหนือศรีษะมีตัวอักขระ “อุ มะ อะ” เหนือตัวอักขระ “อุ”
เปๅน “ยันตแอณุ าโลม” และตามสวนโคง ขวามาซา ยของเหรียญ เปๅนอกั ษรไทย อานวา “วัดสัตหีบ ในงาน
สรางโรงเรยี น พ.ศ.83 หลวงพอ อปุ ใชฌายอแ ี๋”
ดานหลังเหรียญ เปๅนยันตแสาม ภายในชองยันตแมีอักขระ “ภะ คะ วา” และโดยรอบยันตแ
สามท้ังสามดานมีอักขระ “มะ อะ อุ” ตามสวนโคงใกลขอบเหรียญ เปๅนอักขระขอมอานไดความวา “สํ
วิ ธา ปุ กะ อะ ปะ อา ปา มะ ทา (จุ) ปะ นิ มะ สะ (สํ) อํ คุ”
แบบที่ 2 เหรียญกลม ลักษณะเปๅนเหรียญกลมขนาดเล็ก เสนผาศูนยแกลางประมาณ 2.4 ซม.
เนื้อโลหะที่สรา งเปนๅ เน้ือทองแดงรมดํา และหูเหรยี ญจะเช่ือมตดิ กบั ตัวเหรียญ หรอื เรยี กวา หเู ชือ่ ม
ดานหนาเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅนรูปหลวงพออี๋หนาตรงครึ่งองคแ ใตรูปหลวงพออ๋ีมี
อกั ษรไทยวา “พระอปุ ชใ ฌายแอ๋ี” และตามสวนโคง ของเหรียญวา “ที่ระลกึ ในการสรางโรงเรียน”
ดานหลังเหรียญ เปๅนพระธรรมจักร ซึ่งตรงกลางพระธรรมจักรจะเปๅน “ยันตแเฑาะวแ
ขัดสมาธิ”
เหรยี ญกลม แยกตามลกั ษณะของพิมพแหรือบล็อก ท่ีแตกตางกันพอคราว ๆ ท่ีพบเห็นมีดวยกัน
3 บล็อก จุดสังเกตพอสังเขป คือ
52
๑. ความหา งของตัวหนังสอื กบั ขอบเหรียญ ของดา นหนาเหรยี ญ
๒. ความแตกตา งในรายละเอยี ดของธรรมจกั ร ของดานหลงั เหรยี ญ
๓. ความต้ืน ลึกของเนื้อภายในเหรียญ ไมวาจะเปๅนตัวรูปองคแของหลวงพอ ตัวหนังสือและ
พระธรรมจักร
เน่ืองจากชวงปี พ.ศ.2483 ไดเกิดสงครามอินโดจีน ทุกคนตางหาท่ีพ่ึงของขลัง เพ่ือปกปูองคุม
กนั ภยั
อันตรายจากพิษของสงคราม จึงมักสรางส่ิงของนํามาใหหลวงพออี๋ทานปลุกเสก หรือนิมนตแใหทาน
จัดสราง หรือนิมนตแใหทานไปรวมเปๅนกรรมการในพิธีพุทธาภิเษกของวัดอื่น ๆ เนื่องจากทราบในกิตติ
คุณของทา น
วตั ถุมงคลประเภทอ่ืน ๆ ทไี่ ดจ ัดสรา ง ในปี พ.ศ.2483 ไดแ ก
1. ปลดั ขิก 7. ผา ยนั ตรแ องหมวก
2. พระพรหมส่ีหนา เมฆพตั ร 8. ผายันตแคาดหมวก
3. พระพรมสามหนา เมฆพัตร 9. แหวนนพเกลา
4. พระปิดตามหาอุตตแ เมฆพัตร 10. รปู ถายนง่ั (รูปออกโซนเขียว)
5. เสื้อยนั ตแ 11. ตะกรดุ
6. ผายันตแ
1.4 เหรียญรุนสรา งศาลาการเปรยี ญ วดั นาจอมเทยี น พ.ศ.2483
เปๅนปเี ดียวกับทีส่ รา งเหรยี ญรนุ สรา งโรงเรยี นท่วี ดั สัตหบี เขาใจวาทางวัดนาจอมเทียนไดทําการ
จัดสราง แลวนํามาใหหลวงพออ๋ีทานทําการพุทธาภิเษก เพ่ือแจกใหกับญาติโยมผูมีจิตศรัทธารวมกัน
ทาํ บุญบริจาคสรา งศาลาการเปรียญในสมยั น้นั (ปจใ จุบันศาลาไดท ําการร้ือถอนไปแลว) ซ่ึงมีผูบริจาคเปๅน
จํานวนมาก นอกจากจะไดทําบุญแลว อีกประการหนึ่งท่ีผูบริจาคตองการคือ อยากท่ีจะไดเหรียญเก็บ
เอาไวบ ูชาเปนๅ อันมาก
ลักษณะของเหรียญ เปๅนเหรียญรูปไข ขนาดเทากับเหรียญรุนสรางโรงเรียนในปีพ.ศ.2483
เชนเดียวกันซ่ึงภายในเนื้อหาของเหรียญจะแตกตางกันบางเล็กนอย เนื้อของโลหะที่สรางมีเพียงเน้ือ
ทองแดงอยางเดยี วเปๅนเหรียญทม่ี หี ูในตัว หวงตรงหูจะเชื่อม จํานวนการสรางไมมีขอมูลหลักฐานระบุไว
แนนอน เหมอื นกับรุน สรางโรงเรยี น
ดานหนาเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅนรูปหลวงพออี๋หนาหันขางคร่ึงองคแ ขางใตภายในตัวรูป
องคแทานมีขอความเปๅนอักษรไทยวา “พระอุปใชฌายแอ๋ี” เหนือศรีษะมีตัวอักขระ “อุ มะ อะ” เหนือ
อักขระ “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” ตามสวนโคงขอบเหรียญมีขอความอักษรไทยวา “ในงานสรางศาลา
การเปรยี ญ พ.ศ.83 วดั นาจอมเทยี น”
ดานหลังเหรียญ เปๅนยันตแใบพัด ภายในชองยันตแมีอักขระ “ภะ คะ วา” ดานบนเปๅน “ยันตแ
อุณาโลม” สว นดา นขา งทัง้ สามดานของยันตแ มอี ักขระ “มะ อะ อ”ุ แตบ างเหรียญมีอักขระ “อุ” อยูตรง
53
ดานลา งของยันตแใบพดั เพยี งตัวเดียวตามสวนโคงใกลขอบเหรียญ เปๅนอักษรขอม อานไดความวา “สํ วิ
ธา ปุ กะ ยะ ปะ อา ปา มะ ทา (จุ) ปะ นิ มะ สะ (ส)ํ อํ คุ”
บล็อก หรือพิมพแ ไดถูกแบบตามอักขระที่ปใ่มไปในเหรียญ ของดานหลังเหรียญ จึงจําแนกเปๅน
ดานหนา เหรียญมีเพียงบลอ็ กเดียว สว นดานหลงั เหรียญนัน้ มี 2 บล็อก กลาวคือ อักขระตรงดานขางของ
ยันตแใบพัดมีทั้ง “มะ อะ อุ” กับมีแค “อุ” เพียงตัวเดียว และสวนดานหลังของเหรียญที่มีอักขร “อุ”
ขา งยนั ตแใบพดั เพยี งคาํ เดียวนั้น อักขระขอมตรงขางขอบเหรียยจะมีลักษณะเล็กวาอักขระขางยันตแ “มะ
อะ อุ”
1.5 เหรียญรุนพระราชทานเพลงิ
พระครศู รีสัตตคณุ (เกษม สนตฺ ุสสฺ โก ป.ธ.4) พ.ศ.2496
พระครูศรีสัตตคุณ หรือพระมหาเกษม สนฺตุสฺสโก เปๅนพระที่มีศีลาจารวัตรเรียบรอย เปๅนพระ
นกั พฒั นา สรางความเจริญรุงเรืองใหกับวัดสัตหีบ แมในวาระสุดทายของชีวิต ทานก็มรณภาพกับงานท่ี
ทา นกาํ ลังพฒั นาวดั อยู
วันท่ี 9 กรกฎาคม 2496 ทานมรณภาพดวยอุบัติเหตุรถคว่ํา ขณะไปกับรถเพื่อนําไมจาก
จังหวัดระยองมาสรางกุฎิ ดวยในคุณงามความดีของทาน จึงไดรับพระราชทานเพลิงศพ และกาลคร้ังนี้
ทางวัดสตั หีบไดท ําการจัดสรางเหรียญ เพ่อื เปๅนที่ระฤกในงานพระราชทานเพลงิ ศพ
ลักษณะเหรียญ เปๅนเหรียญรูปทรงดอกจิก โลหะท่ีสราง เปๅนเน้ือทองแดงรมดํา ไมมีหลักฐาน
ขอ มลู ระบุจํานวนในการสรา ง
ดานหนา เหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅนรูปองคแหลวงพออ๋ีนั่งสมาธิ ลอยองคแ ดานลางหลวงพอมี
คาํ วา “หลวงพออ๋ี” และขีดลายไทยดานขางท้ังสองเปๅนลายไทย และตามโคงของขอบเหรียญดานนอก
เปๅนลายกนก ดานในจะเปๅนจุดไขป ลา
ดา นหลงั เหรียญ เปๅนยันตแใบพดั ภายในชองยันตมแ ีตัวอักขระ วา “สุ คะ โต” สวนดานขางยันตแ
สามดา นมตี วั อกั ขระ วา “มะ อะ อุ” และดานบนของยนั ตแใบพัดเปนๅ “ยนั ตอแ ณุ าโลม”
วัตถุมงคล พ.ศ. 2504
เม่ือครั้งสรางพระอุโบสถหลังใหม เพ่ือทดแทนพระอุโบสถหลังเกาในสมัยหลวงพออี๋ ท่ีทรุด
โทรมดวยกาลเวลา ดวยแลวเสร็จในปีพ.ศ.2504 ทางวัดสัตหีบไดจัดสรางวัตถุมงคลไวเปๅนท่ีระลึก จัด
มอบเหรยี ญใหแ กผ ูม จี ติ ศรทั ธาสมทบทุนในการสรางพระอโุ บสถครั้งนี้
คณาจารยแ อันเชญิ พระเกจิอาจารยทแ ดี่ ัง ๆ และมีชือ่ เสยี งในสมยั นั้น เขา รว มพทุ ธาภิเษก เชน
๑. สมเด็จพระพทุ ธโฆษาจารยแ (อยู ญาโณทยฺ วัดสระเกศราชวรวิหาร กรุงเทพฯ)
๒. พระวิสุทธสมาจารยแ (หลวงปศูุ รี วัดอา งศลิ า ชลบุรี)
๓. พระครูวรพรตปใญญาจารยแ (หลวงปุเู ฮีย้ ง วดั ปุาอรัญญิกาวาส ชลบรุ ี)
๔. พระครูพินจิ สมาจารยแ (หลวงพอ โด วัดนามะตูม ชลบุรี)
54
๕. พระครูอดุ มวชิ ชากร (หลวงปูุเหมอื น วัดกําแพง ชลบุร)ี
๖. พระวนิ ยั การกวี
โดยมีเจาประคณุ สมเด็จพระพุทธโฆษจารยแ (อยู ญาโณทฺย) เสด็จทรงเปๅนประธานจุดเทียนชัย
เมือ่ วันท่ี 3 ตลุ าคม พ.ศ. 2504
วัตถุมงคล ทที่ าํ การจดั สรางในปพี .ศ.2504 รนุ ทรี่ ะฤกในการพระอโุ บสถ
ลักษณะของเหรียญ เปๅนเหรียญป่ใม ทรงรูปไข มีท้ังขนาดใหญและเล็ก เน้ือหาภายใน
เหรยี ญ
คลายกัน แตกตางกันตรงหนาตาของหลวงพออ๋ี
ดานหนาเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพอน่ังสมาธิเต็มองคแ บนอาสนะ ดานบนศรีษะมีตัว
อักขระ “อุ มะ อะ” ขางบนตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” ดานลางใตอาสนะเปๅนชอกนก ตามสวนโคง
ดานขวาของเหรยี ญมีอกั ษรไทย คําวา “พระอุปใชฌายอแ ี๋” ดานซาย คาํ วา “วดั สตั หีบฯ”
ดานหลงั เหรียญ ตรงกลางเหรยี ญเปๅน “ยนั ตเแ ฑาะวแขดั สมาธิ” ลอ มรอบดว ยยนั ตแส่ี สามช้ัน
สวนโคงดานบนของเหรียญมีอักษรไทย คําวา “ท่ีระฤกในการสรางพระอุโบสถ” และสวนโคงดานลาง
เปนๅ ปีพ.ศ. “พ.ศ.2504”
เน้อื โลหะทใ่ี ชในการสรา งเหรียญ มีอยูด ว ยกัน 5 ชนิด คือ
๑) เน้ือทองคํา จํานวนในการสรางเปๅนการสั่งจอง ไมมีหลักฐานบงบอกวาสรางไวจํานวน
เทาไร
๒) เนอ้ื นาค จาํ นวนในการสรางเปๅนการสัง่ จอง เหมือนเนือ้ ทองคํา
๓) เนอื้ เงิน จํานวนในการสรางประมาณ 200 เหรียญ
๔) เนื้อทองแดง (รมดําและไมรมดาํ ) จาํ นวนในการสรางประมาณ 5,000 เหรียญ
๕) เน้ืออลั ปากา จาํ นวนในการสรางประมาณ 5,000 เหรยี ญ
บลอ็ กหรอื พิมพแ จะถกู แยกเฉพาะ “เหรยี ญรปู ไขใหญ” จากลักษณะการพิมพแของเหรียญ ซ่ึงได
จําแนกบล฿อกหรือพิมพแ ดังนี้ ดานหนาเหรียญ จะมีเพียงบล็อกหรือพิมพแเดียว ดานหลังมีดวยกัน 2
บล็อก คอื
๑. บล฿อกธรรมดา จะพบเห็นอยูในเหรียญท่ีเปๅนเหรียญทองแดงรมดําและไมรมดํา และ
เหรียญ
อลั ปากา
๒. บล็อก ส ร ไหล ท่เี รยี กชอ่ื บลอ็ กน้วี า “ส ร ไหล” เพราะมาจากขอ ความดานหลังเหรยี ญวา
“ท่ีระฤกในการสรางพระอุโบสถ” ตรงกับคําวา “สราง” ตัว ส กับ ร จะมีเสนบาง ๆ เช่ือมติดกัน จะมี
เฉพาะเหรยี ญทองคํา นาค เงิน และเหรียญทองแดงไมร มดํา เทา น้ัน
55
วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2508
วตั ถุมงคล ปีพ.ศ.2508 ทางวดั สตั หีบ ไดท ําการหลอพระประธานเพ่ือนําเขาประดิษฐานในพระ
อุโบสถหลังใหมทก่ี าํ ลังทําการกอ สรา ง ซ่ึงทางวดั ไดจัดสรางวตั ถมุ งคลเปๅนที่ระลึกใหสําหรับผูมีจิตศรัทธา
รว มกนั ในงานพิธีคร้ังน้ี
คณาจารยแ “สมเด็จพระพุฒาจารยแ” วดั อรุณราชวราราม เปๅนประธานเจริญพระพุทธมนตแ ทรง
เจมิ และจดุ เทียนชัย พระมหาเถราจารยแทาํ การพุทธาภิเษก ในวนั ที่ 9 กมุ ภาพนั ธแ 2508
ป่ใมหลงั เตารีดมหี ู พ.ศ.2508 รนุ งานหลอ รูปเหมือนรนุ พิเศษ
ลักษณะขององคแพระ ปใ่มหนาเหมือนทรงเตารีดมีหู คลายหลังเตารีดของหลวงปูุทวด
พ.ศ.2506 แหง วัดชา งให
ดานหนาเหรียญ เปๅนรูปหลวงพออี๋เต็มองคแ นั่งสมาธิบนอาสนะ ดานหนาของอาสนะ
เขียนคาํ วา “หลวงพอ อี๋สัตหบี ”
ดานหลังเหรยี ญ ตรงกลางเหรียญเปๅนยันตใแ บพดั ภายในชองยนั ตมแ ีตวั อักษร คําวา “สุ
คะ โต” ดานขางยันตแท้ังสามดานมีอักขระ คําวา “มะ อะ อุ” และบนยันตแใบพัดนั้นมี “ยันตแอุณาโลม”
สวนดา นลา งของเหรยี ญ มอี ักษรและตัวเลขไทย คาํ วา “ที่ระลกึ ในงานหลอ รปู 2508”
เน้ือโลหะที่ใชในการทําเหรียญ เทาท่ีพบสวนใหญแลวจะเปๅน เนื้อทองเหลืองรมดํา สวน
จํานวนในการสรา งไมปรากฎหลักฐานวา ไดสรางไวเปๅนจาํ นวนเทาไร
วตั ถมุ งคลประเภทอืน่ ๆ ที่ไดสรางในปีพ.ศ.2508 ไดแก
๑. พระบชู า เน้ือโลหะรมนํ้าตาล ขนาด 5 น้ิว สรา งไว 299 องคแ มีตอกหมายเลข 1 –299
๒. พระบูชาเนื้อปนู ขนาด 5 นิ้ว สรางไว 200 องคแ
๓. เหรยี ญกลม
๔. พระผง
๕. แหนบ
๖. ปลดั ขกิ
วัตถมุ งคล พ.ศ. 2509
เมื่อวันท่ี 9 กุมภาพันธแ 2509 เวลา 09.49 ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี
และทานผูหญิงจงกลนี กิตติขจร ไดมอบและมาถวายพระประธานใหกับวัดสัตหีบ เพ่ือประดิษฐาน ณ
พระอุโบสถหลังใหม และตอมาไมกี่วัน ทางวัดไดจัดงานสมโภชพระประธาน และงานหลอรูปพระอัคร
สาวก โดยผูชวยผูบัญชาการทหารเรือสมัยน้ัน พล.ร.อ.อนันตแ เนตรโรจนแ เปๅนเกรียติทําพิธีเททองหลอ
พระอัครสาวก จากนั้นไดสรางเหรียญไวเปๅนที่ระลึกสําหรับพิธีนี้ เพื่อแจกจายใหกับประชาชนผูมีจิต
ศรัทธา กําหนดของงานพิธี วันท่ี 11 ถึง 13 กุมภาพันธแ พ.ศ.2509
56
เหรียญ ปี พ.ศ.2509 รนุ งานสมโภชพระประธานและหลอ พระอัครสาวก
ลกั ษณะของเหรียญ เปๅนเหรียญกลม
ดานหนาเหรียญ กลางเหรียญเปๅนรูปหลวงพออ๋ีเต็มองคแ นั่งสมาธิบนอาสนะ ท่ีเปๅนเสนตรง
ตามสวนโคงทางดานขวาของเหรียญมีคําวา “ หลวงพออี๋” สวนทางดานซายของเหรียญคําวา “วัดสัต
หบี ”
ดานหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญมีรูปพระประธาน ขนาบขางดวยพระอัครสาวกท้ังซายขวา
ตามสวนโคง ของเหรียญ มคี าํ วา “ทรี่ ะลึกในงานสมโภชพระประธานและหลอพระอัครสาวก2509”
โลหะท่ีใชในการสรางเหรียญ สวนใหญจะเปๅนเหรียญทองแดง หรือบางครั้งพบเห็นเปๅนทองแดง
กะไหลท อง สว นเหรยี ญทีเ่ ปนๅ ทองคาํ นาค เงนิ และอลั ปากา จะพบเห็นไดนอ ยมาก
วัตถมุ งคลประเภทอนื่ ๆ ทไี่ ดจ ัดสรางในปีพ.ศ.2509 ไดแก
๑. เหรียญกลม พลเรือเอกกรมหลวงชมุ พรเขตตแอุดมศักด์ิ พธิ ีเททองหลอพระรปู ฯ ท่ีสัตหีบ
๒. รปู หลอ ยนื เสดจ็ เตี๋ย กรมหลวงชุมพร ฯ ใตฐาน ตอกโคดตัวอักษรภาษาองั กฤษตวั “CP”
วัตถุมงคลพ.ศ. 2511
วตั ถมุ งคลในปี พ.ศ.2511 ทางวดั หลวงพออี๋ หรือวดั สัตหบี ไดทาํ การจดั สรางเปๅนที่ระลึกในงาน
ดวยกัน 3 วาระ หรือ 3 งานพิธี ไดแ ก
งานพธิ ีผูกพัทธสมี า เปๅนพธิ ใี หญและสาํ คัญ
งานพธิ บี ําเพญ็ กศุ ลถวายหลวงพอ
งานนมัสการประจําปี ท่ีจดั ขนึ้ ทกุ ปี
แตละงานไดมกี ารจัดสรางวัตถมุ งคลเปนๅ ท่รี ะลึกไวหลายประเภท เชน พระบชู า เหรยี ญ รูปป่มใ
เหมือน พระผง ล฿อกเก็ต รปู ภาพ แหนบ ปลดั ขกิ เปนๅ ตน
เหรียญรปู ไข เหรยี ญใหญแ ละเหรยี ญเล็ก พ.ศ.2511 รุนงานผูกพทั ธสีมา
ทางวดั ไดจดั งานพิธีผกู พทั ธสีมาที่อุโบสถหลงั ใหม วันท่ี 27 มกราคม ถึง 5 กมุ ภาพนั ธแ 2511
คณาจารยแทเี่ ขา รว มพุทธาภิเษก ประกอบดว ย
๑. พระครศู รีสัตคุณ (พระอาจารยแสายบวั โกมุโท) เจาอาวาสรูปที่ 3 วดั สัตหบี
๒. พระครูวรพรตศลี ขนั ตแ (หลวงพอ แฟมู วัดอรญั ญกิ าวาส หรอื วดั ปุาชลบุร)ี
๓. พระครูพนิ จิ สมาจาร (หลวงพอ โด วดั นามะตูม ชลบรุ )ี
๔. หลวงพอแพ (วัดพกิ ุทอง สงิ หแบรุ ี)
๕. พระครูสนุ ทรธรรมรส ( วัดนอก ชลบุร)ี
๖. พระครูวบิ ลู นวการ (พระอาจารยแทองอินทรแ วดั หนองเกตุใหญ ชลบุรี)
๗. หลวงพอทองอยู (วัดบางเสรฯ ชลบรุ ี)
๘. หลวงพอสําลี (วดั หวยยาง ชลบรุ )ี
57
หลังจากทําพิธีพทุ ธาภเิ ษก ทางวัดสัตหีบไดนาํ วัตถมุ งคลไปใหทางหลวงพอ ทิม (พระครูภาวนาภิ
วตั วัด
ละหาร ระยอง) ไดท ําการปลุกเสกซํ้า
ลักษณะของเหรยี ญ เปนๅ เหรยี ญป่ใมรปู ไข มหี ูในตวั มีทั้งใหญแ ละเล็ก
ดานหนาเหรียญ เปๅนรูปหลวงพออี๋น่ังเต็มองคแบนอาสนะ บนเหนือศรีษะมีตัวอักษร คําวา “อุ
มะ อะ” และบนตัวอักขระตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” สวนดานลางใตอาสนะมีชอกนก ตามสวนโคง
ดานขวาของเหรียญมีขอความภาษาไทยวา “พระอุปใชฌายแอี๋” และดานซายของเหรียญคําวา “วัดสัต
หบี ”
ดานหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปนๅ “ยนั ตเแ ฑาะวแขดั สมาธิ” ลอ มดวยยันตสแ ส่ี ามช้ัน ตามสวน
โคงดานบนของเหรียญมีขอความภาษาไทยคําวา “ที่ระฤกงานผูกพัทธสีมา” และดานลางของเหรียญ
บอกปีพ.ศ. “พ.ศ.2511” ระหวา งขอความกับปีพ.ศ. นน้ั มีดอกจนั ทรแอยูทง้ั สองขาง
เนื้อโลหะท่ีใชใ นการทําเหรียญ มอี ยู 5 ชนิด คือ
๑. เหรยี ญทองคาํ จาํ นวนในการสรา งขึ้นอยูกับผทู ี่ส่ังจอง ไมมจี ํานวนแนช ัด
๒. เหรียญนาค จาํ นวนในการสรางข้นึ อยกู บั ผสู ่ังจองเชนเดียวกนั
๓. เหรยี ญเงิน จาํ นวนการสรา ง ประมาณ 200 เหรยี ญ
๔. เหรียญทองแดง จํานวนการสราง 5,000 เหรียญ
๕. เหรียญอลั ปาการแ จาํ นวนการสราง 5,000 เหรยี ญ
บลอ็ กหรือพมิ พแ แตกตา งเฉพาะเหรียญรปู ไขใหญ แบง ออกเปนๅ 2 บล็อก คอื
๑. เหรียญบล็อกหลังไมแตก สังเกตจากรูปตัวองคแหลวงพออ๋ี ตัวหนังสือ และตัวเลขภายใน
เหรียญจะมีลักษณะคมชัด และลกึ
๒. เหรียญบล็อกหลังแตก ภายในเหรียญ รูปตัวองคแหลวงพออี๋ ตัวหนังสือ และตัวเลขภายใน
เหรียญเหมือนกับบล็อกหลังไมแตก ลักษณะพิมพแจะต้ืน โดยเฉพาะดานหลังของเหรียญ
ของพิมพแนี้ จะมีเสนแตกจากขอบเหรียญตรงตัว “ฤ” ยาวจนถึงตรงสวนบนของยันตแ ซึ่ง
รอยน้ันเกดิ จากพิมพทแ ่ีนํามาป่มใ เหรยี ญ
วัตถุมงคลประเภทอื่น ๆ ทีไ่ ดจดั สรา ง ในปีพ.ศ.2511 ไดแ ก
1. พระบชู า ขนาด 5 นวิ้
2. รปู เหมือนปม่ใ ลอยองคแ รุนงานผกู พัทธสมี า
3. เหรียญรูปไขครง่ึ องคแ รนุ งานผูกพทั ธสมี า
4. เหรียญเสมาเลก็ รนุ งานผกู พัทธสีมา
5. พระผงผสมวา นพมิ พกแ ลีบบวั รุนงานผกู พทั ธสีมา
6. พระผงผสมวานพิมพพแ ระสมเดจ็ รุนงานผกู พัทธสมี า
7. ผา ยันตแคลมุ ลูกนมิ ิต
8. เหรียญรูปไขใหญแ ละไขเ ล็ก รุนงานบาํ เพญ็ กศุ ลถวายหลวงพออี๋
58
9. เหรียญรูปไขใหญแ ละไขเล็ก รุนงานนมสั การประจาํ ปี
10. ล฿อกเก็ต รูปภาพ
11. แหนบ
12. ปลดั ขกิ
วัตถมุ งคล พ.ศ. 2512
จากการที่ไดรื้อถอนพระอุโบสถหลังเกา เพ่ือสรางหลังใหม แลวพื้นที่ตรงพระอุโบสถเดิมนั้น
ทางวดั สัตหีบจะทําการสรางวหิ ารใหม โดยไดอ ันเชญิ สมเด็จพระวันรตั (ปนุ ปณุ ณสริ ิ ป.ธ.6) วัดพระเช
ตุพลวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธ์ิ เสด็จวางศิลาฤกษแพระวิหาร เม่ือวันท่ี 9 กุมภาพันธแ 2512 โดยมีพระ
ครูศรีสัตคุณ หรือพระอาจารยแสายบัว เจาอาวาสวัดสัตหีบ รูปที่ 3 เปๅนผูอํานวยการสราง ไดจัดมีการ
จดั สรางวัตถมุ งคล ไวเ ปๅนที่ระฤกแจกใหสําหรับบุคคลที่มีจิตศรัทธา ชวยในการสรางพระวิหารหลวงพอ
อี๋ ในครั้งน้ีนอกจากน้ี ปีพ.ศ.2512 ยังจัดสรางเหรียญและแหนบ เปๅนท่ีระฤกในงานนมัสการประจําปี
กับงานวางศลิ ากฤษไแ วอ ีกอว ย
เหรยี ญรุนสรางวหิ าร พ.ศ.2512
เปๅนเหรียญท่ีระฤก ในการสรางพระวิหารพ.ศ.2512 ลักษณะของเหรียญมีอยู 2 ขนาด คือ
เหรยี ญใหญ และเหรยี ญเลก็
เหรยี ญใหญ
ดา นหนา เหรียญ ตรงกลางเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพอนั่งสมาธิเต็มองคแบนธรรมาสนแ และบน
ศรีษะมี “ยันตแอุณาโลม” สวนดานขางมีชอกนกท้ังสองขาง และดานลางธรรมาสนแท่ีประทับมีอักษรๆ
ทยอยูใ นโบวแโคง คําวา “พระครูวรเวทมนุ ี หลวงพออี๋” และใตลา งโบวนแ นั้ มีชอ กนก
ดานหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแสี่สามช้ันอยู
ในวงรีตามสวนโคงขอบเหรียญดานบน มีอักษรไทย คําวา “วัดสัตหีบ ชลบุรีฎ และดานลางมีคําวา “ท่ี
ระฤกในงานสรา งวิหาร 2512”
เหรียญเล็ก
ดานหนาเหรียญ เปๅนรูปหลวงพอนั่งสมาธิเต็มองคแบนธรรมาสนแ ใตลางมีอักษรไทย คําวา
“หลวงพออ๋ี”
ดา นหลงั เหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตเแ ฑาะวหขแ ดั สมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแส่ีสามช้ันอยู
ในวงรี ตามสวนโคงขอบเหรียญดานบน มีอักษรไทย คําวา “วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี” และดานลางมีคําวา
“ที่ระฤกในงานสรา งวิหาร 2512”
เนอื้ โลหะ ทีใ่ ชท ําเหรียญมี 5 ชนดิ คอื ทองคํา นาค เงนิ ทองแดง-ทองแดงกะไหลทอง และอัลปาการแ
วตั ถมุ งคลประเภทอื่น ๆ ไดแ ก รปู เหมือนปม่ใ ลอยองคแ แหนบ ปลดั ขกิ
วตั ถุมงคล พ.ศ. 2513
วัตถุมงคลในปี พ.ศ.2513 ทางวัดหลวงพออี๋ หรอื วัดสตั หบี ไดทําการจดั สรางเปๅนที่ระลึกในงาน
ดว ยกนั 3 งานพิธี ไดแก
59
๑. งานพธิ ียกชอฟูา
๒. งานฉลองสมณศกั ด์ิ พระครศู รีสตั คุณ (บัญญัติ โกมุทโท) เจาอาวาสรปู ที่ 3 วัดสตั หบี
๓. งานวนั ครบรอบมรณะภาพ
เหรยี ญรุนงานยกชอ ฟาู พ.ศ.2513
เหรยี ญรนุ งานยกชอ ฟูา ทางวัดสัตหีบไดเ ชิญ พระคณาจารยแที่มีกิตติคุณหลายรูป ไดเขารวมพิธี
พุทธาภิเษก ณ ที่วัดสัตหีบ ในคราวงานพิธียกเคร่ืองบนวิหาร ตอมาทางวัดยังไดนําเหรียญรุนนี้ ไปให
ทาง เจาคุณนรราชมานิต แหงวัดเทพศิรินฯ พระมหาเถระผูมีพุทธะอันแกรงกลาเขาพิธีพุทธาภิเษก
อธิษฐานจติ เพอื่ บรรจพุ ลังความศักดสิ์ ิทธข์ิ องเหรยี ญซ้ําอีกคร้ัง
ลักษณะของเหรยี ญ เปนๅ เหรยี ญกลมหใู นตัว
ดา นหนาเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพอครึ่งองคแ ดานบนศรีษะหลวงพอ ตามแนวโคงของเหรียญ
มคี ําวา “พระครูวรเวทมุนี (หลวงพอ อี)”
ดานหลังเหรียญ กลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแส่ี 3 ชั้น สวนโคง
ดานบนของเหรยี ญ มคี ําวา “ท่ีระลกึ งานยกชอ ฟาู 2513” และดา นลา งมีคําวา “วัดสัตหีบ ชลบรุ ี”
เน้ือโลหะที่ใชใ นการทาํ เหรยี ญ มเี น้ือทองแดงเพียงเน้ือเดียว
วตั ถมุ งคลประเภทอ่นื ๆ ท่ไี ดจ ดั สรา ง ในปพี .ศ.2511 ไดแ ก
1) เหรยี ญรนุ ท่ีระลกึ วนั ครบรอบมรณะ
2) เหรียญรนุ ท่ีระลึกฉลองสมณศกั ดิ์
3) แหนบ
วตั ถมุ งคลพ.ศ. 2514
ปี พ.ศ.2514 ทางวัดสัตหบี ไดท ําการจัดสรางวัตถุมงคล เปๅนที่ระลึกในงาน พิธียกชอฟูาวิหาร
หลวงพออี๋ และพธิ ที รี่ ะลึกงานประจาํ ปี โดยอันเชญิ พระเถระทม่ี ีกิตติคุณ เขา รว มพทุ ธาภิเษก
วสั ดุมงคลทจ่ี ัดสรา ง
เหรียญรุนทรี่ ะลึกงานยกชอฟูา
ลกั ษณะเหรียญมีทัง้ เหรียญใหญ และเหรยี ญเล็ก
ดานหนาเหรียญ รูปหลวงพออ๋ีน่ังบนธรรมาสนแ บนศรีษะหลวงพอเปๅน “ยันตแอุณาโลม” และ
ดา นขา งสองดานเปๅน “ชอกนก” ดา นลางธรรมาสนแ มโี บวโแ คงและอกั ษรในโบวแ คําวา “พระครูวรเวทมุนี
หลวงพออ๋ี” และถดั ลงมาเปๅนชอ กนก
ดานหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแส่ี 3 ช้ัน และ
อยูในวงรี สวนโคง ของเหรียญ ดานบน มีคําวา “วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี” สวนโคงดานลาง มีคําวา “ที่ระลึก
ในงานยกชอ ฟาู พ.ศ.2514”
เนื้อโลหะท่ีใชในการจัดสราง มี 6 ชนิด คือ ทองคํา นาค เงิน ทองแดง อัลปากา และทองแดง
กะไหลท อง
วตั ถุมงคลประเภทอนื่ ๆ ทีไ่ ดจ ดั สราง ในปี พ.ศ. 2514
60
1) พระบูชา หนาตัก 5 นิ้ว เน้ือทองเหลืองรมดํา ตอกโค็ต คําวา “วิหาร” ตรงฝุามือ สราง
จํานวน200 องคแ
2) เหรียญรุนงานประจําปี เหรียญรูปไข เหรียญใหญและเหรียญเล็ก ลักษณะเหรียญคลายรุน
งานยกชอ ฟูา ตางกันตรงรูปองคหแ ลวงพอและชื่อรุน
3) รูปเหมือนป็ใมลอยองคแ เปๅนเนื้อทองเหลือง ใตฐานองคแพระอุดกร่ิง มีตัวอักษร (เปๅนตัวจม)
อยูดาน ลาง ดานหนาองคแพระมีคําวา “หลวงพออี๋” ดานหลังองคแพระ ใตสังฆาฏิมีตัวอักขระตัว “อุ”
และดานลางมคี ําวา “วดั สตั หีบ”
4) แหนบ
วตั ถุมงคลพ.ศ. 2515
เมื่อปี พ.ศ. 2489 ครั้งหลวงพออี๋ไดมรณภาพแลว ทางวัดสัตหีบไดทําการหลอรูปเหมือนเทา
องคจแ ริง ทา นเพื่อเตรียมไวสําหรับบรรจุอฐั ธิ าตุหลวงพออี๋ หลงั พระราชทานเพลิง
หลังจากท่ีไดบรรจุอัฐิหลวงพออ๋ีไวในองคแพระเปๅนที่เรียบรอย เริ่มแรกทางวัดสัตหีบไดนํารูป
หลอ เทาองคแจริง ของทานเขาประดษิ ฐานยังศาลาการเปรยี ญหลังเกา แลวตอมา ครั้งเม่ือสรางพระวิหาร
หลังใหมแลวเสร็จ พ.ศ. 2515 ทางวัดสัตหีบจึงไดยายรูปหลอหลวงพออี๋น้ัน นําเขาประดิษฐานยังพระ
วิหารอกี คร้ัง ตลอดเทาถงึ ทุกวันนี้
พ.ศ. 2515 ทานพระครูศรีสัตคุณ (บัญญัติ โกมุโท) เจาอาวาสรูปที่ 3 วัดสัตหีบ กับทาง
คณะกรรมการวัด ไดรวมกันจัดพิธีท่ีจะนํา รูปหลอหลวงพออี๋ ท่ีสรางไว ไดเขาประดิษฐานในยังพระ
วหิ าร อยดู า นหนาขององคแพระประธาน และพระอัครสาวก ไดจัดขบวนแหรูปหลอองคแหลวงพออี๋อยาง
สมเกียรติ เพ่ือใหประชาชนไดรับรูในกาลคร้ังน้ี ไปท่ัวตลาดสัตหีบ จังหวัดระยอง และตลอดจนพื้นท่ี
บรเิ วณใกลเคียง
งานพิธีเขาประดิษฐานวิหาร ทางวัดสัตหีบ ยังไดจัดสรางวัตถุมงคลหลายประเภทเปๅนที่ระฤก
แจกจายใหกับประชาชนทีม่ ีจิตศรัทธาในตวั หลวงพออ๋ี
คณาจารยแ
ทางวัดสัตหีบ ไดกราบนมัสการ เรียนเชิญนิมนตแพระเถระอาจารยแผูทรงไสยเวท เขารวมพิธี
พทุ ธาภิเษกอาทเิ ชน
1. หลวงพอวิเชียร วัดเครอื วัลยแ ชลบุรี 8. หลวงพอทองอยู วัดบางเสร ชลบรุ ี
2. หลวงพอ เหมือน วัดกาํ แพง ชลบรุ ี 9. หลวงพอ ทมิ วัดระหารไร ระยอง
3. หลวงพอพิพัฒนแ วัดบางเปูง ชลบุรี 10. หลวงพอคราํ่ วัดวงั หวา ระยอง
4. หลวงพอล้งั วัดอัมพาราม ชลบรุ ี 11. หลวงพอรวย วัดทา เรอื ระยอง
5. หลวงพออิน วดั หนองปลาไหล ชลบุรี 12. หลวงพอถิร วดั ปุาเลไลยกแ อยุธยา
6. หลวงจรินทรแ วัดโรงโปะฺ ชลบรุ ี 13. หลวงพอ แพ วัดพกิ ลุ ทอง สงิ หแบุรี
7. หลวงพอ สําลี วดั หวยยาง ชลบุรี
โดยมี หลวงพอ แฟมู วดั ปาุ อรัญญกิ าวาส เปนๅ เจาพธิ ี จุดเทียนชัย
61
เหรียญรปู ไข รนุ เขา ประดิษฐานวหิ าร พ.ศ. 2515
ลกั ษณะเหรียญ เปนๅ เหรียญรูปไข มที ้ัง เหรียญใหญ และเหรียญเลก็
ดา นหนาเหรยี ญ เปนๅ รูปองคหแ ลวงพอ อน๋ี ่ังเต็มองคแบนอาสนะ บนศรษี ะมีตัวอักขระ “อุ มะ อะ”
และบนอกั ขระตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” สวนดานลางใตอาสนะมี ชอกนก และตามสวนโคงดานขวา
ของ...... มคี ําภาษาไทยวา “พระอุปชใ ฌายแอี๋” และดา นซายคาํ วา “วัดสัตหีบฯ”
ดานหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน“ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแส่ี 3 ช้ัน ตาม
สว นโคง ดานบนของเหรยี ญมีภาษาไทย คาํ วา “ที่ระฤกในงานเขาประดิษฐานวิหาร” และดานลางเปๅนปี
พ.ศ. “พ.ศ.2515”
เนื้อโลหะทีใ่ ชใ นการทําเหรียญ มอี ยู 5 ชนิด คือ
1. เหรยี ญทองคาํ จํานวนในการสรางขึ้นขึ้นอยูก บั ผทู ่ีสัง่ จอง ไมม จี าํ นวนบอกท่แี นชดั วาสราง
กเี่ หรียญ
2. เหรยี ญนาค จาํ นวนในการสรางขึน้ ขึ้นอยกู ับผูท ส่ี ่ังจอง (เชน เดยี วกบั เหรียญทองคํา)
3. เหรยี ญเงิน จํานวนการสรา งประมาณ 200 เหรยี ญ
4. เหรยี ญทองแดง จาํ นวนการสราง 5,000 เหรียญ
5. เหรียญอัลปากา จํานวนการสรา ง 5,000 เหรยี ญ
บลอ็ คหรอื พมิ พแ มเี พียงพมิ พแเดียว
วตั ถุมงคลประเภทอื่น ๆ ทไี่ ดจ ัดสราง ในปี พ.ศ.2515 ไดแ ก
1) พระบชู า ขนาด 4 นว้ิ เปนๅ เน้อื โลหะผสม จาํ นวนการสรา ง 200 เหรยี ญ
2) รูปปใ่มเหมือนลอยองคแ ใตฐานอุดกร่ิง ดานหนาองคแพระดานลางมีอักษร (ตัวนูน) คําวา
“หลวงพออี๋” และดานหลงั ใตสงั ฆาฏิ มีอกั ขระ ตัว “อ”ุ
3) รูปป่ใมเหมือนลอยองคแ ใตฐานอุดกร่ิง และบางองคแตอกคําวา คําวา “วิหาร” ดานหนาองคแ
พระ ดานลางมีอักษร (ตัวนูน) คําวา “หลวงพออี๋”เชนเดียวกัน สวนดานหลังใตสังฆาฏิ จะมีลักษณะ
ตวั เลขไทย “1” รุนน้ขี นาด....หรือเล็กกวา รุน ท่สี ังฆาฏิ มีอักขระ ตัว “อ”ุ
4) ล็อกเกต็ และรปู ภาพ มที ้งั ขนาดใหญ และขนาดเล็ก
5) ภาพรวมเกจอิ าจารยแ พ.ศ.2481
6) เหรียญบาทขวัญถุง ตอกโคด฿ คําวา “หลวงพออี๋” จาํ นวนการสราง 20,000 เหรยี ญ
7) ผารปู องคหแ ลวงพอ (มีหลายส)ี
8) แหนบ
9) ปลดั ขกิ ตอกโคด฿ คําวา “หลวงพออี๋”(โคด฿ ตัวเดยี วกับเหรยี ญขวัญถงุ )
วตั ถุมงคลพ.ศ. 2516
วัตถุมงคล ที่ไดจัดสราง ในปี พ.ศ. 2516 เนื่องในวาระ เปๅนที่ระลึกในงานนมัสการประจําปี ท่ี
ไดจัดงานนขี้ ึน้ เปๅนประจาํ ซ่ึงอยใู นชว งเดอื นพฤษภาคมของทุกปี
วัตถุมงคลที่ทางวัดไดท ําการจดั สรา ง
62
• พระบชู า หนา ตัก 5 นิว้ จาํ นวนสราง 200 องคแ
• พระผงรูปสามเหล่ียม ดานหนา เปๅนรูปองคแหลวงพอ นั่งบนอาสนะ ใตอาสนะเขียนคําวา
“หลวงพอ อ๋ี” ดานหลงั เปๅนยันตใแ บพดั และใตลางยันตเแ ขียนคาํ วา “วดั สตั หีบ”
1) แบบเนอื้ ผงลงลักปดิ ทอง
2) แบบเน้อื ผงธรรมดา
วัตถุมงคลพ.ศ. 2517
งานพิธีบําเพ็ญกุศลอุทิศถวายใหกับหลวงพออ๋ี หรืองานคลายวันครบรอบมรณะภาพ ไดจัดข้ึน
ประจําทุกปี อยูในชวงเดือน กุมภาพนั ธแ ในปี พ.ศ. 2517 น้ี ทางวัดสตั หีบ ไดท าํ การจัดสรา งวัตถุมงคลไว
เปๅนทีร่ ะฤก สําหรบั งานพิธบี าํ เพญ็ กศุ ลเอาไวดวย
วัตถมุ งคลทท่ี างวัดไดทาํ การจัดสรา ง
• พระบชู า หนา ตัก 5 นวิ้ เนือ้ ทองผสม จํานวนการสราง 200 องคแ
• เหรยี ญรูปไขเลก็ คร่ึงองคแ สรา งเปๅนเหรียญทองแดง เพียงเนือ้ เดยี ว
ดานหนาเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพอครึ่งองคแ บนศรีษะหลวงพอ มีคําวา “พระอุปใชฌายแอ๋ีวัด
สตั หีบ”
ดานหลังเหรียญ กลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแส่ี 3 ช้ัน มีคํา
ภาษาไทย ตามสว นโคงดานบนของเหรียญวา “ที่ระฤกในการบําเพ็ญกุศลอุทิศถวาย” สวนดานลางเปๅน
ปี พ.ศ. “พ.ศ. 2517” ซ่ึงมดี อกจันทรขแ นั้ อยรู ะหวาง ตัวอักษร กับปี พ.ศ.ทง้ั สองดา น
จํานวนการสรา ง ประมาณ 5,000 เหรียญ
วัตถุมงคลพ.ศ. 2519
ปี พ.ศ. 2519 ที่วัดสัตหีบ ไดจัดงานพิธีพุทธาภิเษกครั้งย่ิงใหญ นั่นคือ “งานสรางรูปเหรียญ”
ไดทําการสรางวตั ถมุ งคลไวห ลายประเภท เพื่อเปๅนท่รี ะฤกสําหรับงาน ทาํ พธิ ใี นวันศุกรแ เวลา 19.00 น.
คณาจารยแ ทางวดั สตั หีบ อนั เชิญนิมนตแพระเถระอาจารยแท่ีมีกิตติคุณ ผูทรงไสยเวท เขารวมพิธี
พทุ ธาภเิ ษก อาทเิ ชน
1. หลวงพอ แพ วัดพกิ ลุ ทอง สงิ หแบรุ ี
2. หลวงพอ ถริ วดั ปาุ เลไลยกแ สพุ รรณบรุ ี
3. หลวงพอ นอ วัดกลางทาเรือ อยธุ ยา
4. หลวงพอ โตะ฿ วัดประดฉู มิ พลี ธนบรุ ี
5. หลวงพอสวน วัดทา กระดาน ตราด
6. หลวงพอคง วดั วังสรรพรส จนั ทบุรี
7. หลวงพอ พิศาล วัดบูรพา จนั ทบุรี
4. หลวงพอคร่ํา วดั วงั หวา ระยอง
4. หลวงพอรวย วัดทา เรอื ระยอง
10. หลวงพอ วิเชียร วัดเครอื วัลยแ ชลบรุ ี
63
11. หลวงพอ เหมือน วัดกาํ แพง ชลบุรี
12. หลวงพอพิพัฒนแ วดั บางเปูง ชลบรุ ี
13. หลวงพอ ล้งั วัดอมั พาราม ชลบุรี
14. หลวงพอ อนิ ทรแ วดั หนองปลาไหล ชลบุรี
15. หลวงพอจรนิ ทรแ วดั โรงโปฺะ ชลบรุ ี
16. หลวงพอสําลี วดั หวยยาง ชลบรุ ี
โดยมี หลวงพอแฟูม วัดปุาฯ อรญั ญิกาวาส ชลบรุ ี เปๅนเจาพิธี
วัตถุมงคล พ.ศ. 2519 รุนที่ระฤกในงานสรางรปู เหรยี ญ
1. พระบูชา ขนาด 5 น้วิ เน้อื ทองผสม จาํ นวนสราง 500 องคแ
2. เหรียญไข และเหรียญกลม ดานหนาเหรียญเปๅนรูปองคแหลวงพอนั่งเต็มองคแบนอก เปๅน
“ยันตเแ ฑาะวขแ ัดสมาธิ” และบอกชอ่ื รนุ กบั ปี พ.ศ. “พ.ศ. 2519”
โลหะเหรยี ญ แบงเปนๅ 5 ชนิด คือ
1. เหรียญทองคาํ จาํ นวนสรางเปนๅ การสั่งจอง
2. เหรยี ญนาค จาํ นวนสรา งเปๅนการสัง่ จอง
3. เหรียญเงิน จํานวนการสรา ง 200 เหรียญ
4. เหรยี ญนวะโลหะ จํานวนการสราง 1,000 เหรยี ญ
5. เหรยี ญทองแดง จํานวนการสรา ง 5,000 เหรยี ญ
รปู เหมือนหลอลอยองคแอุดกร่งิ ตรงฐานดานหนามีคําวา “พระครูวรเวทมุนี (หลวงพออ๋ี) วัดสัต
หบี ” ดา นหลงั ฐานเปนๅ เลขไทย “2519”
เนือ้ โลหะรูปหลอ เหมือนลอยองคแ แบง เปๅน 4 ชนดิ คือ
1. ทองคาํ จาํ นวนสรา งเปนๅ การสั่งจอง
2. เงิน จาํ นวนการสราง 300 องคแ
3. นวะกะไหลท อง จํานวนการสราง 1,000 องคแ
4. นวะโลหะ จํานวนการสรา ง 2,000 องคแ
วัตถุมงคล พ.ศ. 2521
วันพุธท่ี 8 กุมภาพันธแ พุทธศักราช 2523 ทางวัดสัตหีบ และประชาชน มีความยินดีรวมรับ
เสดจ็ “สมเด็จพระสงั ฆราชสกลมหาสังฆปรินายก” วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่ง
เสด็จ....เปๅนประธานในพิธีเททองหลอพระพุทธชินราช ณ วัดหลวงพออี สัตหีบ กาลตอมาพระพุทธชิน
ราชจําลองนั้นไดถูกประดิษฐานอยูในศาลาการเปรียญในปใจจุบัน ครั้งนี้ทางวัดไดทําการจัดสรางพระ
บูชา และเหรียญเปๅนท่ีระฤก พระครูศรีสัตคุณ (บัญญัติ โกมุโท) เจาอาวาสวัดสัตหีบ รูปท่ี 3 จุดธูป
เทียนชยั พุทธาภิเษก อาราธนาพระนัง่ ปรก และพระสงฆแเถระ 16 รปู เจรญิ พระพทุ ธมนตแ
วตั ถุมงคลทท่ี ําการจดั สรา ง
1. พระบูชา เนอ้ื ทองผสม ขนาดหนาตัก 5 นวิ้ จาํ นวนสราง 300 องคแ
64
2. เหรียญรูปไข เหรียญใหญ และเหรยี ญเล็ก
ลักษณะเหรียญ
ดานหนา เปๅนรูปองคแหลวงพอหมคลุม ครึ่งองคแ บนศรีษะมีตัวอักขระ “อุ มะ อะ” บนตัว อุ มี
“ยนั ตณแ าโลม” ดานขวาของเหรียญมคี าํ วา “พระอปุ ใชฌายอแ ี” ดานซายคําวา “วดั สตั หีบฯ”
ดานหลัง ตรงกลางเหรียญเปๅนรูป “พระพุทธชินราช” ใตฐานมีวันพิธี “8 ก.พ. 21” และตาม
สวนโคงของเหรยี ญ มอี ักษรไทย คําวา “ที่ระฤกในงานเททองหลอพระพุทธชินราช สมเด็จพระสังฆราช
ทรงเปๅนประธาน”
เนื้อโลหะ ท่ใี ชในการสรางเหรียญ มี 4 ชนดิ คือ
1. เหรยี ญทองคาํ จํานวนการสรางเปนๅ การส่งั จอง
2. เหรียญเงิน จาํ นวนการสราง 60 เหรยี ญ
3. เหรียญทองแดงกะไหลทอง จาํ นวนการสรา ง 1,000 เหรียญ
4. เหรยี ญทองแดง จํานวนการสรา ง 2,000 เหรยี ญ
วัตถมุ งคล พ.ศ. 2523
เน่ืองในงานบําเพญ็ กุศล ทีไ่ ดจดั ชว งเดือนกมุ ภาพันธแของทุกปี ทางวัดสัตหีบไดกระทําพิธีพุทธา
ภิเษก และฉลองศาลาการเปรียญ วัดสัตหีบ ณ ท่ีพระวิหารหลวงพออี๋ วัดสัตหีบ ในวันพฤหัสบดีที่ 14
กมุ ภาพันธแ2523 และงานนีจ้ ัดมหรสพสมโภช ต้งั แตวันท่ี 15 ถึง 21 กมุ ภาพันธแ 2523
คณาจารยแ มีพระเกจอิ าจารยพแ ระเถระ ทีเ่ ขารว มพุทธาภิเษกและเจริญพระพุทธมนตแวัตถุมงคล
ปี พ.ศ. 2523 อาทเิ ชน
1. หลวงพอคง (พระครอู าคมวิสุทธ์ิ) วดั วังสรรพรส จันทบรุ ี
2. หลวงพออิน (พระครเู นกขมั มาภิรม) วัดลาด จนั ทบรุ ี
3. หลวงพอเหลอื (พระครูสงั ฆการพินติ ) วัดหัวกระสงั ขแ ฉะเชิงเทรา
4. หลวงพอ ยิ้ม (พระครูนพบรุ าจารยแ) วดั บางคา ฉะเชงิ เทรา
5. หลวงพอ ประสงคแ (พระครูพิทกั ษแเขมากร) วดั ทา เกวียน ฉะเชงิ เทรา
6. หลวงพอ บุญ (พระครสู ุทธิวัฒนแสุนทร) วัดบานนา ระยอง
7. หลวงพอละเมยี ด (พระครูไพศาลสตุ คุณ) วัดเนนิ ฆอ ระยอง
4. หลวงพอเจยี ม (พระวินัยการกวี) วดั ลุมมหาชัยชมุ พล ระยอง
4. หลวงพอ โตง (พระครูสังวรสมาธวิ ัตร) วัดเภตราสุขารมณแ ระยอง
10. หลวงพอเหมอื น (พระครอู ุดมวิชชากร) วดั กําแพง ชลบุรี
11. หลวงพอวเิ ชยี ร (พระชลธารมุน)ี วดั เครอื วัลยแ ชลบรุ ี
12. หลวงพอจรนิ ทรแ (พระครพู ิพฒั นธรรมคณุ ) วัดประชุมคงคา ชลบรุ ี
13. หลวงพอ ทองอินทรแ (พระครวู ิบูลนวการ) วดั หนองเกตใุ หญ ชลบรุ ี
14. หลวงพอ ลั้ง (พระครูสาธกธรรมคุณ) วดั อมั พาราม ชลบุรี
15. หลวงพอ สายบัว (พระครูศรีสัตคณุ ) วดั สตั หบี ชลบรุ ี
65
16. หลวงพอ องุน ธมมรกขุ ิโต วัดสตั หบี ชลบุรี
โดย หลวงพอ แฟูม (พระครูวรพรตศีลขันธ)แ วัดอรญั ญกิ าวาส เปนๅ เจาพิธี
วัตถุมงคล พ.ศ.2513 รุน ทรี่ ะลกึ ฉลองศาลา รนุ พเิ ศษ
1. พระบชู า ขนาด 5 นวิ้ เนอื้ โลหะผสม จํานวนสราง 300 องคแ
2. เหรียญรูปไข
ลักษณะเหรยี ญ
ดานหนาเหรียญ รูปองคแหลวงพอน่ังเต็มองคแบนอาสนะ ดานบนศรีษะมีอักขระตัว “อุ มะ อะ”
อักขระตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” และดานขวาของเหรียญมีอักษรไทย คําวา “พระอุปใชฌายแอี๋”
ดานซา ยคาํ วา “วดั สัตหบี ฯ” และดา นลา งอาสนะมชี อกนก
ดา นหลงั เหรยี ญ ตรงกลางเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแสี่ 3 ชั้น ดานบนยันตแ
มอี กั ษรไทย คาํ วา “ที่ระลึกในงานฉลองศาลา รุนพิเศษ” ดานลางบอกปี “พ.ศ.2523”
เน้ือโลหะ ที่ใชส รางเหรียญ มี 3 ชนิด คอื
1. เหรียญทองคาํ จํานวนการสรางเปๅนการสัง่ จอง
2. เหรยี ญเงนิ จํานวนการสรา ง 200 เหรยี ญ
3. เหรยี ญทองแดง จาํ นวนการสราง 5,000 เหรยี ญ
3. เหรยี ญพุม ขาวบณิ ฑแ
ลกั ษณะเหรยี ญ
ดานหนาเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพออ๋ีครึ่งองคแ บนศรีษะหลวงพอมีคําวา “สัตหีบ” ใตองคแ
หลวงพอ คําวา “พระอุปใชฌายแอ๋ี”
ดานหลงั เหรยี ญ รายละเอยี ดเหมือนเหรียญรปู ไข
เน้อื โลหะ ทใ่ี ชในการสรางเหรยี ญ มี 5 ชนิด คือ
1. เหรยี ญทองคาํ จํานวนการสรางเปนๅ การสั่งจอง
2. เหรยี ญเงนิ จาํ นวนการสราง 200 เหรยี ญ
3. เหรียญทองแดงกะไหลทองทองลงยา มีดว ยกนั 7 สี จาํ นวนการสรา ง 500 เหรียญ
3. เหรยี ญทองแดงกะไหลทองทอง จํานวนการสรา ง 1,000 เหรียญ
4. เหรียญทองแดง จํานวนการสราง 5,000 เหรยี ญ
4. ลอ็ กเกต็ สีฟาู
5. ปลัดขกิ
วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2527
วัดสตั หีบ ทาํ การจดั สรางวัตถุมงคลไวเ ปนๅ ที่ระฤก และไดกระทาํ พิธีพุทธาภเิ ษกดว ย
2 วาระงานพธิ ี คือ
พิธีพุทธาภิเษกสรางรูปเหรียญ ในงานครบรอบบําเพ็ญกุศล พระครูเวทมุนี (หลวงพออ๋ี) วัดสัต
หีบ
66
งานสมเด็จพระสังฆราชเสด็จเปๅนประธานในพิธีสรางเหรียญ 11 ก.ย. 2527 สมเด็จพระอริ
ยวงศาคญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนแ วาสพมหาเถร ป.ธ. 4) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เสด็จ
เปๅนประธานจุดเทียนชัย กระทําพุทธาภิเษก และเสด็จเย่ียมศพ พระครูศรีสัตคุณ หรือพระอาจารยแ
สายบัว เจาอาวาสรูปท่ี 3 วัดสตั หบี
คณาจารยแ ทางวัดสัตหีบ อันเชิญพระเถระ ผูมีกิตติคุณไสยเวท เขารวมพิธีพุทธาภิเษกหลาย
พระอาจารยแเชน
1. หลวงพออิน วัดลาด จันทบุรี
2. หลวงพอ โตง วดั เภตราสขุ ารมณแ ระยอง
3. หลวงพอรวยวัดทาเรือ ระยอง
4. หลวงพอประสงคแ วัดทา เกวยี น ฉะเชงิ เทรา
5. หลวงพอแฟมู วดั อรญั ญิกาวาส ชลบรุ ี
6. หลวงพอ เกลีย้ ง วดั บางปลาสรอ ย ชลบุรี
7. หลวงพอลงั้ วดั อมั พาราม ชลบุรี
8. หลวงพอบุญ วัดบา นนา ระยอง
9. หลวงพอเจียม วัดลมุ มหาชัยชมุ พล ระยอง
10. หลวงพอละเมียด วัดเนินฆอ ระยอง
11. หลวงพอเหลือ วดั หวั กระสังฆแ ฉะเชงิ เทรา
12. หลวงพอวเิ ชียร วัดเครือวัลยแ ชลบรุ ี
13. หลวงพอเร่ิม วดั จกุ กะเฌอ ชลบรุ ี
วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2527 รุนงานสรางรปู เหรียญ
๑. เหรียญรปู ไข เหรียญใจงาม เหรียญเล็ก
ลกั ษณะเหรียญ
ดานหนาเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพออื๋นั่งบนอาสนะ บนศรีษะมีอักขระ “อุ มะ อะ” บนตัว
“อุ” มี “ขันตแอุณาโลม” ดานขวารูปองคแหลวงพอ มีคาวา “พระอุปใชฌายแอี๋” ดานซาย “วัดสัตหีบฯ”
สว นใตลาง อาสนะเปๅนรูปซอ นก
ดานหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแสี่ 3 ช้ัน
ดานบนยันตแ ตามสวนโคงของเหรียญ มีคําวา“ท่ีระฤกในงานสรางรูปเหรียญ” และดานลางเปๅนปี พ.ศ.
“พ.ศ. 2527”
เนอื้ โลหะ ทใ่ี ชใ นการสรางเหรยี ญ มี 4 ชนดิ คือ
1. เหรียญทองคาํ จาํ นวนการสรางเปๅนการสัง่ จอง
2. เหรียญนาค จํานวนการสรา งเปๅนการสงั่ จอง
3. เหรียญเงนิ จาํ นวนการสรา ง 300 เหรียญ
4. เหรียญทองแดง จาํ นวนการสรา ง 5,000 เหรียญ
67
วัตถุมงคล พ.ศ. 2527 รนุ สมเด็จพระสงั ฆราชเสด็จเปๅนประธานในพิธสี รางเหรียญ
1. พระบชู าหลวงพออี๋ ขนาด 9 นิ้ว จํานวนการสราง 59 องคแ
2. พระบูชาหลวงพออี๋ ขนาด 5 นวิ้ จาํ นวนการสรา ง 499 องคแ
3. เหรยี ญรปู ไข ลักษณะ ขอบเหรียญจะหนากวา ปกติ
ดานหนาเหรยี ญ เหรียญรนุ นหี้ นาองคหแ ลวงพอ อจ้ี ะออกอมู ใหญ และสวนลําตัวจะดูอวนล่ํากวา
เหรยี ญ ทัว่ ๆไป น่ังสมาธิบนอาสนะ ดา นบนศรษี ะมีอกั ขระ “อุ มะ อะ” บนตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม”
ดา น ขวารูปองคหแ ลวงพอ มคี าํ วา “พระอุปใชฌายแอ๋ี” ดานซาย มีคําวา “วัดสัตหีบฯ” และใตลางอาสนะ
เปๅนรปู ชอ กนก
ดานหลังเหรียญ ตรงกลางเหรียญเปๅน “ยันตแเฑาะวแขัดสมาธิ” ลอมรอบดวยยันตแสี 3 ชั้น ตาม
สว นโคงของเหรียญ
มีคําวา “สมเด็จพระสังฆราชเสดจ็ เปๅนประธานในพธิ ีสรางเหรยี ญ 10 ก.ย. 2527”
เน้ือโลหะ ทใี่ ชในการสรา งเหรียญ มี 4 ชนดิ คอื
1. เหรียญทองคํา จาํ นวนการสรา งเปๅนการสงั่ จอง
2. เหรียญเงนิ จํานวนการสราง 300 เหรียญ
3. เหรยี ญทองแดงกะไหลท อง จาํ นวนการสราง 1,000 เหรยี ญ
4. เหรยี ญทองแดง จํานวนการสราง 5,000 เหรียญ
4. ปลัดขิก ไมค ณู ไมกัลปงใ หา
วตั ถมุ งคลพ.ศ. 2529
เนื่องในงานบําเพ็ญกุศล พระครูวรเวทมุนี (หลวงพออ๋ี) วัดสัตหีบ วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธแ
2559 ณ วิหารหลวงพอ อ๋ี ไดก ระทําพิธพี ทุ ธาภิเษกรูปเหรียญ รุนบูรณะอุโบสถ และงานนี้ไดจัดมหรสพ
สมโภช วันท่ี 7 ถงึ 13 กมุ ภาพันธแ 2529
คณาจารยแ ไดม พี ระเถระหลายรปู เขา รวมพธิ ีพทุ ธาภิเษก
1. หลวงพอ เหลอื วัดหวั กระสงั ขแ
2. หลวงพอ กริม่ วัดบางคา
3. หลวงพอ ผวิ วดั หนองแหน
4. หลวงพอ สาย วดั ชาปาุ งาม
5. หลวงพอ ลาํ ใย วัดทา เกวียน
6. หลวงพอสนี วล วัดเกวียนหกั
7. หลวงพอ ไพฑูรยแ วดั ชากมะกรดู
8. หลวงพอคร่าํ วดั วงั หวา
9. หลวงพอบญุ วัดบา นนา
10. หลวงพอ ละเมียด วัดเนินฆอ
11. หลวงพอรวย วดั ทา เรือ
68
12. หลวงพอโตง วัดเภตราสขุ ารมณแ
13. หลวงพอ เจียม วดั ลุมมหาชัยชุมพล
14. หลวงพอ จาํ รัส วดั ใหญอ ินทาราม
15. หลวงพอจรนิ ทรแ วัดประชุมคงคา
16. หลวงพอทองอินทรแ วัดหนองเกตุใหญ
17. หลวงพอ ลัง วัดอมั พาราม
18. หลวงพอองุนวัดสตั หบี
19. หลวงพอแฟูม วดั อรญั ญิกาวาส เจา พิธี
วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2529 รนุ งานบูรณะอุโบสถ
1. พระบูชา ขนาดหนา ตกั 9 นวิ้ เน้อื ทองผสม จาํ นวนการสราง 49 องคแ
2. พระบูชา ขนาดหนา ตัก 9 น้ิว เนือ้ ปูน จาํ นวนการสราง 19 องคแ
3. พระบูชา ขนาดหนา ตกั 5 นิ้ว เน้ือทองผสม จาํ นวนการสรา ง 499 องคแ
4. พระเหรียญ ลักษณะเปนๅ 1) เหรยี ญรูปไข มีทั้งขนาดเล็กและเหรยี ญจ๋วิ 2) เหรยี ญกลม
เน้ือโลหะ ทจ่ี ัดสรางเหรียญ มี 5 ชนิด คอื
1. ทองคํา จาํ นวนการสรา ง (ส่ังจอง)
2. เงนิ จาํ นวนการสราง 300 เหรียญ
3. ทองแดงกะไหลท อง จาํ นวนการสราง 1,000 เหรยี ญ
4. ทองแดง จาํ นวนการสรา ง 5,000 เหรียญ
5. อลั ปากา จํานวนการสราง 5,000 เหรยี ญ
วตั ถุมงคล พ.ศ. 2530
วัตถมุ งคล ปี พ.ศ.2530 ทางวัดสัตหีบ ตองการที่จะหาปใจจัย เพื่อสมทบทุนในการสรางอาคาร
พยาบาลหลวงปูุอ๋ี ท่ี ก.ม. 10 สําหรับประชาชนทั่วไปที่เจ็บไขไดปุวยไดมาใชบริการ ซึ่งกาลคร้ังน้ี ทาง
วัดจึงไดจ ดั สราง
วัตถุมงคล 2530 รนุ สมทบทนุ สรางอาคารพยาบาลหลวงปูอุ ี ก.ม. 10
1. พระบูชา ขนาดหนาตัก 5 น้วิ จาํ นวนการสรา ง 499 องคแ
2. เหรียญรปู ไข
ลักษณะ เปนๅ เหรียญรูปไขข นาดจิว๋ คลา ยเมด็ แตง
ดานหนาเหรียญ เปๅนรูปองคแหลวงพอ อี๋ ครึง่ องคแ ดา นบนศรษี ะมีตัวอักษรโคงตามเหรียญ คําวา “พระ
อปุ ใขณายอแ ี๋ วัดสตั หีบ”
ดานหลังเหรียญ เปๅน “ยันตแ เนตวัดสมาธิ” ถูกลอมดวยยันตแส่ี 3 ชั้น ดานนอกมีอักษรไทยโคงตาม
เหรียญคําวา
“ท่ีระลกึ สมทบทุนสรา งอาคารพยาบาลหลวงปุอู ้ี ก.ม 10 พ.ศ. 2530”
เน้อื โลหะ ที่ใชสรางเหรียญ มี 2 ชนดิ คือ
69
1) เหรียญเงนิ จาํ นวนการสรา ง 300 เหรียญ
2) เหรียญทองแดง จํานวนการสรา ง 5,000 เหรียญ
วัตถุมงคล พ.ศ. 2532
จากคราวที่ “พระครูสรีสัตคุณ หรือพระอาจารยแสายบัว เจาอาวาสรูปท่ี 3 วัดสัตหีบ”ไดริเริ่ม
สรา งกุฏทิ ีพ่ ักสงฆแ เมอื่ พ.ศ. 2515 ท้ังหมด 4 หลงั
ในปี พ.ศ. 2532 ทางวัดสัตหีบ ไดจัดสราง และกราบนมัสการ นิมนตแเชิญพระเถระหลายรูป
เขารวมกระทําพิธีพุทธาภิเษกรูปหลอเหรียญ (สวนใหญเปๅนพระเถระอาจารยแ ท่ีเคยรวมพิธีพุทธาภิเษก
ณ วัดสตั หีบ ในงานทีร่ ะลกึ ของปีทีผ่ านๆมา) เพือ่ เปนๅ เหรียญทร่ี ะลึกในการสรา งกฏุ ิสงฆแในครง้ั นัน้
วตั ถมุ งคล พ.ศ. 2532 รนุ ทรี่ ะลึกสรางกุฏิสงฆแ
1. พระบูชา ขนาดหนาตกั 5 นิ้ว เน้ือโลหะผสม สรางจาํ นวน 499 องคแ
2. เหรียญรูปไข มเี หรยี ญใหญ และเหรียญเล็ก
ลักษณะเหรยี ญ
ดานหนา เหรยี ญ รปู องคแหลวงพออี๋น่ังสมาธิบนอาสนะ บนศรีษะมีอักขระ “อุ มะ อะ” และบน
ตัว “อุ” มี “ยันตแอุณาโลม” ดานขวารูปองคแหลวงพอ มีคําวา “พระอุปใชฌายแอ๋ี” และดานซายคําวา
“วัดสตั หีบฯ”
ดา นหลงั เหรยี ญ ตรงกลางเหรียญเปนๅ “ยนั ตเแ ฑาะวขแ ัดสมาธิ” ถูกลอมดว ยยันตสแ ่ี 3 ช้ัน ดานบน
ของ ๆ ยนั ตแมคี าํ วา “ทีร่ ะลกึ สรา งกฏุ ิสงฆแ” และสว นดานลา ง บอกปี พ.ศ. “พ.ศ. 2532
เน้ือโลหะ เหรยี ญท่ีจดั สรา ง มี 6 ชนิด คอื
1. เหรียญทองคาํ จาํ นวนการสราง (สง่ั จอง)
2. เหรียญเงนิ จาํ นวนการสรา ง 300 เหรียญ
3. เหรยี ญนวะโลหะ จาํ นวนการสรา ง 1,000 เหรยี ญ
4. เหรียญทองแดงกะไหลทองลงยา จาํ นวนการสราง 1,000 เหรยี ญ
5. เหรียญทองแดงกะไหลท อง จํานวนการสรา ง 1,000 เหรียญ
6. เหรยี ญทองแดง จาํ นวนการสรา ง 5,000 เหรียญ
3. เหรยี ญกลม มเี หรยี ญใหญ และเหรยี ญเล็ก
4. รปู ภาพหลวงพอ
5. ปลดั ขกิ ไมคณู กัลปงใ หา
ปลดั ขกิ หลวงพอ อี้
อันส่ืบเนื่องจาก หลวงพออ๋ี ออกรุกขมูลอยูเปๅนประจําเหมือนครูบาอาจารยแ และนี่เองเปๅน
มูลเหตใุ นการสราง
“ปลดั ขกิ " ของทา น
คร้ังหนึ่ง หลวงพออี๋ เดินทางไปรุกขมูล ทานไดบอนํ้าแหงหน่ึง จึงไดหยุดพักปใกกลด เพ่ือโปรด
ทายก ทายิกา ในระหวางนั้นทานไดไป น่ังดูบอนํ้าทุกวัน เพราะหลวงพออี๋ ไดเห็นปลัดขิกอันหน่ึงผุด
70
ขึ้นมาจากผิวน้ํา เหมือนปลาดุกผุดข้ึนมาหายใจ หลวงพออ้ีจึงพยายามซอน ปลัดขิก ก็ชอนไมติดสักอัน
ขณะที่กําลงั ซอนอยูน้ัน มีโยมแกค นหน่งึ
เดินมาถามหลวงพออี้วา “ทําอะไรหรือหลวงพอ” หลวงพออี้ก็บอกวา “ซอนปลัดขิก" โยมแกคนนั้นก็
เราะและพดู วา “อยา ซอ นเลย ทา นชอนไมไดด อก ถา ทา น หากไดจริง ๆ กใ็ หห าหญิงพรหมจารียแมาซอน
จึงจะซอนได” หลวงพออ้ีก็ไดเที่ยวตามหาหญิงพรหมจารียแมาไดคน หน่ึง ไดขอใหหญิงพรหมจารียแน้ัน
ชอนปลัดขกิ ให หญงิ คนน้นั กซ็ อ น ใหหลวงพอออ้ี ันหน่ึง ถงึ แมจะพยายามซอนอัน ที่สองก็ซอนไมได เมื่อ
หลวงพออ้ไี ดป ลดั ขลกิ แลว ทานก็เดินทางกลบั วดั
ขณะที่อยวู ดั ทานพยายามหาวิธี สราง “ปลัดขิก” โดย จําลองจาก ท่ีทานไดมาในการสรางแรก
เปนๅ ไปดวยความ ยากลําบาก เพราะตองสรางข้ึนถึง 108 ตัว เพ่ือคัดเลือก หัวโจก หรือจาฝูง คร้ันไดจา
ฝูงมาแลว การสรางคร้ังตอไป ไมจําเปๅนตองจํากัดจํานวน ที่วาจาฝูงน้ันก็คือตัวที่บินเกงที่สุด และมัน
ชอบนําลูกฝูงบินเปๅนการสมานตัวของพลังปราณ เม่ือไดปลัดขิกจาฝูงแลว อยูมาวันหน่ึง หลวงพอจึงได
นําปลัดขลิกมาทดลอง ในบอน้ําซ่ึงอยูในบริเวณวัด ปลัดขิก ของทานไดวิ่งอยูบนผิวนํ้า ส่ังใหจมน้ํา
ปลัดขิกของทานก็จมน้ํา ส่ังใหโผลก็โผลขึ้นมาเหนือน้ํา ทําความประหลาดใจใหแกพระภิกษุและญาติ
โยมมาก นับต้งั แต มาช่ือเสียงของหลวงพอ ก็เปๅนที่รจู กั กันท่ัวไป
การปลุกเสก “ปลัดขลิก” นั้น หลวงพออ๋ีจึงศักด์ิสิทธิย่ิงนัก นําปลัดขลิกปาน ทั้งหมดใส ลงใน
บาตรปลุกเสกจนว่ิงเกรียวกราว และกระโดดออกมาจากบาตร ดวยจึงจะถือวาขลัง และให ไดจึงจะทํา
การแจกลูกศิษยแ
ทําไม “ปลัดขลิก”ของทาน หลวงพออี๋ จึงศักดิ์สิทธิยิ่งนัก และทานสรางมาจากอะไร มีวิธีการ
สรางอยา งไรบา ง
ปลัดขิกหลวงพออ๋ี เปๅนเครื่องรางของขลังที่นักนิยมพระเคร่ืองสะสม แสวงหากันนัก และนอย
คนท่ีจะไมรูจัก ปลัดขิกของหลวงพออ๋ี ลักษณะปลัดขิกของทานหลวงพออี๋ เปๅนไมเหลาเปๅนทอนกลม
ยาว มีหลายขนาด ท้ังขนาดเล็ก กลาง ใหญ แตก็ลักษณะเดียวกันคือ เรียวยาว ไดสัดสวนที่ ปลายหัว
ปลดั ขกิ มี 2 แบบ คอื
แบบแรก ปลายหวั ปลดั ขกิ จะเรยี ว ออกแหลมเรียก วา “หวั ปลาหลด”
แบบที่สอง ปลายหัวปลักขิกจะมีลักษณะมน ออก ดาน บานเรียกวา “หัวหมวกเยอรมัน” โดย
เรยี กกันตามลักษณะ ทเี่ หน็ แลว แตใ ครจะชอบเรียกกันแบบไหน
“ปลัดขิก” ไมท่ีสรางก็แลวแตความนิยมของอาจารยแ แตละทานซ่ึงมีอยู 6 ชนิด ท่ีนิยมนํามา
ทําปลดั ขิกตาม สมยั โบราณ คอื
1. ตนกัลปใงหาใตทองทะเลลึก เปๅนของดีในตัว ภูตผีปีศาจเกรงกลัว คําวา “กัล” หมายถึง
ปูองกนั สรรพ ภัย และจะตองเลอื กเอาตนที่มอี ายุมากเปนๅ รอยปที ี่มเี น้อื แข็งแกรง และขนาดพอสมควร
2. แกนมะขามฟูาผา ใชแกนมะขามกิ่งดานทิศ ตะวันออกท่ีฟูาผา ขาดลวงลงมา เปๅนของท่ีหา
ยาก ดีทาง มหาอํานาจมีผูคนใหความนับถือ เกรงขาม ปูองกันฟูาผาได เน้ือไมดําสนิทยิ่งใชนานยิ่งเปๅน
เงามันเลือ่ มสวยงามมาก
71
3. แกนคุณนิพพาน หมายถึงตนคูณท่ียืนตนตาย มีความขลังภูต พรายเกรงกลัว และยัง
หมายถึงการคา้ํ คูนชว ย ใหเ จริญรงุ เรอื งกาวหนา ในทางทดี่ ี
4. ไมเหลาชะโอน เปๅนของอาถรรพณแจากนางไมดีในดานเจรจา พาที่คาขาย หรือธุรกิจติดตอ
กับผูค นตางๆ
5. เสือครัว หรือลูกครก แตตองเปๅนของแมมายลูกโทน (ลูกชายคนเดียว) เสนหแดีนัก เมตตา
มหานยิ ม
6. หิน ที่เปๅนของศักด์ิสิทธ์ิ ซึ่งนักสิทธิ์วิทยาธรสรางไวเปๅนมรดกโลกแบบหอยหิน หรือแทงเขา
ฤาษีมักพบตามถํ่าที่อยูใกลลําธารนํ้าวันดีคืนดี ปลัดขลิกหินจะกระโดน้ําจเอมแจเมผูใดโชคดี อาจไดไว
ครอบครองเปนๅ เจาของ ความมีอทิ ธิฤทธ์ปิ าฎหิ ารริยแของปลัดขลิกหินน้ี ตัวอยางเชน สมมติหากผูใดทําอี
เปอตกหลนลง ในนํ้า ใหเอาปลัดขิกหินผูกเชือกหยอนลงควานหา อีเปอจะติดปลัดขิกหินข้ึนมาเหมือน
แมเ หลก็ ดูดเหล็ก เปๅนเรอ่ื งมหศั จรรยแย่งิ นัก
มเี รื่องเลา กนั วา ในขณะถากไมท ําปลดั ขิก (จากการเลาขานสืบตอกันมา หลวงพออี๋ ทานจะเปๅน
ผูถากเหลา ไมเอง สวนฝุายฆราวาสก็จะมี “หลวงตามั่น” และอีกหลายๆทาน ไดทําการเหลาไม นํามา
ใหทา นปลุกเสก) หลวงพอ อ๋ี ทา นไดใ ชภ าวนาคาถามหาเมตตา ถึงวา ขนาดไปที่ไหนทั้งเทวดาและมนุษยแ
ตางหลงใหล หลวงพออ๋ี ทา นใชค าถาน้ีกํากับปลัดขิกจนดังไปท้ังประเทศ และหากภาวนาบอยๆ จะเปๅน
มหานิยมอยา งสงู
“รูปี รปู ี พทุ ธะจติ ตัง พุทธเมตตานงั มหาสเิ นหัง ลติ ิ ลิติ กรุณามหาจติ ตัง เมตตาพทุ โธ นชาลิติ นะชา
ลิติ นะชานิติ เอหิภณั ธัง มหาสเิ นหงั โหนตุ
นอกจากนี้ หลวงพออี๋ทานยังไดจารึกอักขระไวบนตัวปลัดขิก วิธีการจารของทานจะมี
เอกลักษณแเฉพาะตัวซึ่งตําแหนงท่ีมีอยูดวยกัน6 ตําแหนง “ปิ กัณขวา มี เนซาย โอฟูาฝุา ตาพระอินทรแ
เสา พระจันทรแของพระสิวะ
1.ทห่ี ัวประธานปลดั ขกิ หลวงพอ อี๋ จะลงคาถาโอฟาู ผา “อุโอ” หรอื “อุอิ”
2.ดานขวาหัวปลัดขิกจะลงตัว “ปี” นี้นาจะมาจากบท ปี รัตนมาลา ใชดีทางเมตตามหาเสนหแ
ช้ันสูง หรืออีกนัย หน่ึงทานคงยอมาจาก บทสากปลัดขิก ที่ข้ึนตนดวย “รุปี” ซึ่งสรุปแลว “ปี” ตัวนี้ก็
เนน ทางเมตตามหาเสนห แเชนกัน
3. ดา นซา ยหัวปลดั ขิกจะลงตัว “มิ” จะมสี ลับตาํ แหนงกันบาง แตพบเปๅนสวนนอย “มิ” ตัวนี้ก็
ก็จะหมายถงึ ตัวเรานี้
4. ถัดหยักขุนเพ็ดลงจาร “พินทุ” เปๅนวงกลมเหมือนเลขหนึ่งไทยหัวปิด หรือเรียกวา “ตาพระ
อินทรแ”
5. ดานซา ยลาํ ตัวปลัดขิกลงหวั ใจโจร “กัณหะ”
6. ดานขวาลาํ ตวั ปลดั ขกิ ลงหัวใจโจร “เนหะ”
กรณีท่ีคณาจารยแสวนใหญทานกําหนดเอาอักขระหัวใจโจรเปๅนคาถาหลักลงในปลัดขิกทานคง
ถอื เคล็ดวา เอาวาโจรน้ันเปนๅ ผฆู าผทู ําลายแตฝ ุายเดียวการที่จะแกอาถรรพแทางเจ็บปุวยและเสนียดจัญไร
72
ท่มี องไมเ ห็นตัวนัน้ ตอ งอาศัยการฆาอยางเดียวเปๅนสําคัญ ประกอบกับการปลุกเสกดวยอาคมท่ีมีถอยคํา
อันพสิ ดารและบางคาํ อาจจะดูเปๅนคาํ หยาบอยา งบทเสกปลดั ขิกที่ขึ้นตนดวย
เรือ่ งวชิ าไสยศาสตรแ วิชาสรางวัตถุมงคลตาง ๆ นัน้ มีดว ยกนั หลายแขนง วิชา “ปลัดขิก” ก็เปๅน
วัตถุ มงคลอีกประเภทหนึ่ง ซ่ึงอยูในแขนงวิชาไสยศาสตรแเชนกัน เนนพุทธคุณไปทางดานเมตตามหา
นยิ ม โชคลาภ" โภคทรัพยแ เปๅนหลัก ปลัดขิก เปๅนเคร่ืองรางของขลังที่นับถือกันมาชานาน บางทานอาจ
มองเลยไปในแงห ยาบโลน ความจริงแลว เร่อื งของ ปลัดขิก มีความเปๅนมาต้ังแตโบราณกาลและเปๅนของ
มงคล ซง่ึ มีเรื่องราวทางพราหมณแ กามณเแ กต็ ขน ฮนิ ดู ของการ “กําเนดิ ปลดั ขิก” เลาขานมาวา
เม่ือหน่ึงพันปีกอนพุทธกาลชนชาติหนึ่งในซีกโลกตะวันตกท่ีพากันนับถือบูชาพระอาทิตยแ
พระจันทรแ ดวงดาว เพื่อระลึกถึงพระ และพระเพลิง เพราะวาผูคนพวกนั้นคิดวา ความรอนและแสง
สวางจากดวงอาทิตยแท่ีพวยพุงมายังโลกมนุษยแชวยใหพืชพรรณธัญญาหารเจริญงอกงามอุดมสมบูรณแ
และยังชวยดลบันดาลใหปราศจากโรคภัยไขเจ็บ สวน พระจันทรแท่ีทอแสงนวลใยน้ันหมายถึงสัญลักษณแ
ของความรักความรมเย็นเปๅนสขุ ของมวลมนษุ ยแ
กาลเวลาผานมาชนชาติหน่ึงในอาฟกานิสถาน และธิเบตที่ช่ือวา อริวะ ไดเดินทางเขาไป
กราบบูชา พระอาทิตยแ พระจันทรแ ของชนชาติดังกลาวจึงไดนําเอาดัดแปลงเปๅนศาสนาของตน แตก็
ยงั คงนบั ถอื ดวงอาทติ ยแ เปนๅ เทพเจาเหมอื นกัน และเรยี กเทพเจา นี้วา สวิตะระ และยังนับถือสายฝนจาก
ทองฟูาเปๅนเทพเจาอีกองคแหน่ึง มีชื่อเรียกวา วรุณะ แตชาว “อริวะ” ถือวาเทพเจาผูย่ิงใหญกวาเทพ
ทัง้ หลายท้งั ปวงคือ อินทรแ พระองคแเปๅนผูดลใหบังเกิดทุกสรรพส่ิงในสากลจักรวาล แตก็ยังมีเทพอีกองคแ
เปนๅ ผูทาํ ลายชีวิตมนุษยแและสัตวแ เทพท่ีวาน้ันคือ พระยม หรืออีกนัยหนึ่งท่ีเราพูดกันเปๅนภาษาชาวบาน
วา เทพเจาแหงความตาย สว นเทพเจา ท่ีรักษาโรคท้งั 4ทิศ เรยี กวา ทาวโลกบาล
ตอมาท่ีตําบลเชระ ในสุสะประเทศมีพรมหากษัตริยแองคแหน่ึงนสมวาสิปประอุรานาคะไดสราง
วิหารพระอาทิตยแแ ละพระจันทรแข้ึนอยางละหนึ่งเพ่ือไวเปๅนสถานที่ประกอบพีกรรมภานในวิหารวางโลง
มิไดมเี ครื่องหมายใดแทนเทพเจา เลย
ตอ มาพระศิวะอุมากษัตริยแ นาค นวะโพธิ โอรสของพระอุสิระกษัตริยแไดเสด็จไปประกอบพิธี
บชู า ณ ท่พี ระวิหารดังกลาวเห็นวิหารวางเปลาก็เกิดจินตนาการท่ีจะใหมีเคร่ืองหมายอยางใดอยางหนึ่ง
แทนเทพเจาพระอาทิตยแ และเทพเจาพระจันทรแ เพราะในบางขณะเทพเจาทั้งสองไมสองแสงลงมาให
ประชาชนประกอบพธิ ีบุชากราบไหวพระองคจแ ึงไดใหมกี ารจดั สรางสลกั รูปพระอาทิตยแและรูปพระจันทรแ
ขน้ึ ประดิษฐไแ วบ นเสาปลายหนิ ต้งั เอาไวใจกลางพระวิหารสมนาถแหงน้นั และชนทง้ั หลายกเ็ รยี กเสาน้ันวา
เสาพระจันทรแของพระสิวะแตเนื่องจากเสาหินท่ีวาตรงสวนบนสุดมีรูปหินกลมๆอยูเม่ือมองผานๆคลาย
รูปลึงคแตั้งอยูจึงเรียกกันวา “สิวลึงคแ” เวลาตอมาเม่ือศาสนาพราหมณแเกิดข้ึนบรรดาผูสักกาละบูชาท่ี
เคารพเล่ือมใสไดนําหลักหินเปๅนรูปโยณีรับแทนสิวลึงคแหมายเปๅนรูปเคารพแทนพระองคแพระอิศวรและ
พระอมุ าเทวี พราหมณแพฤฒินาศ ผูชํานาญพิธีไดจําลองสิวลึงคแเปๅนรูปเล็กๆเพื่อใหนําติดตัวเพื่อระลึกถึง
พระสิวะบนสววรคแและโดยที่พราหมณแพฤฒินาศน้ีเปๅนผูเช่ียวชาญในการขับเสนียดจัญไรส่ิงเลวรายให
พนไปจากมนษุ ยแสิวลึงคแจําลองจึงกลายเปๅนเคร่ืองรางอยางดีไปโดยปริยายและมีผูเคารพนับถือกันตั้งแต
73
น้นั เปนๅ ตน มากาลเวลาผานมาถึงขันคนาจารยแผูชาญฉลาดทานไดเปล่ียนนามสิวะลึงคแเสียใหมเปๅนปรัศวแ
แปลวาผูเคียงขางแตเน่ืองจากวัตถุท่ีวามีรูปรางคลายลึงคแผูที่เห็นผูกอยูกับเด็กไรเดียงสาก็เห็นเปๅนข อง
ตลกขบขันหัวเราะคิกๆกันลักษณะอาการหัวเราะเมื่อไดยินไดเห็นคือหัวเราะคิกเลยพากันเรียกรูปราง
ลงึ คนแ ้ันวาปลัดคิกและตอมาไดเพยี้ นเปนๅ ปลดั ขิก
ชอื่ เสยี ง “ปลดั ขกิ หลวงพออ๋ี” น้นั กลาวกันวา หาใครเทยี บไมไดในชวงที่ทานมีชีวิตอยูผูคนท่ัว
ทั้งประเทศตา งรูจักช่อื ของ “วดั สตั หีบ” ไดด ีกใ็ นชวง “ปลัดขิก” หลวงพออ๋มี ีชชี ่ือเสียงกิตติศัพทแเล่ืองลือ
นี่แหละอันวาปลัดขิกหลวงพออี๋น้ีมีสรรพคุณมากมายหลายประการใชผูกเอวปูองกันเข้ียวงาสารพัด
ปูองกันเสนียดจัญไรโรคภัยไขเจ็บมีเสนหแเมตตามหานิยมคลาดแคลวจากภัยอันตรายทั้งปวง ซ่ึง
เหตุการณแที่เกิดจากผูที่ไดปลัดขิกของทานหลวงพอไดเลาใหฟใงหลายตอหลายรายเกี่ยวกับปาฏิหาริยแ
ของปลัดขิกหลวงพออ๋เี ลากนั วาคร้งั หนงึ่ มีงานฉลองกุฏิวัดบรรดาสาวแกแ มคาชาวสัตหีบท่ีมีความศรัทธา
ก็มาชวยงานโรงครัวหรือไมก็งานเบ็ดเตล็ดคร้ันเสร็จงานหลวงพออ๋ีก็หาของที่ระลึกมาแจกโดยทานนํา
กระดาษหอไวบอกใหไปแกะดูที่บานปรากฏวาแมครัวเหลาน้ันไดมาถึงกลางทางอยากรูจนอดใจไมไดก็
แกะหอออกดุเห็นเปๅนปลัดขิกแกะจากแกนไมคูณตัวเล็กๆทําใหสาวแกแมคาเหลานั้นหัวเราะดวยความ
เนียมอายก็พากันโยนลงทะเลหมดปลัดขิกของวิเศษคิดวาเขาทาแขงก็เลยวายแขงไปกับเรือไมยอมแพ
จนเปๅนเหตุใหสาวแกแมคาชาวสัตหีบเกิดความเสียดายตองหยุดเรือและเก็บปลัดขิกท่ีหลวงพออ๋ีใหไว
เหมอื นเดิมท้ังเกิดความต่ืนเตน ในอภนิ หิ ารซ่งึ ไมเ คยประสบพบเห็นมากอน
ประสบการณทแ ่เี กิดข้นึ กบั ศิษยชแ องหลวงพอ อี๋คือคุณสําราญซ่ึงหอยปลัดขิกของหลวงพออ๋ีติดตัว
ตลอดเวลาวันหนึ่งคุณสําราญไดพาพวกเพื่อนมาคุกกันท่ีบานขณะท่ีคุยกันเพ่ือนของคุณสําราญคนหนึ่ง
ไดควกั เอาปนื กออกมาเปๅนการลอเลนและหันปากกระบอกปืนมาทางคุณสําราญเพื่อนเห็นวาการลอเลน
แบบน้ีไมดีจึงปใดปืนของเพื่อนและโดยที่ไมคาดฝในกระสุนปืนเกิดล่ันสนั่นกระสุนปืนพุงเขาหนาอกของ
คุณสําราญอยางจังถึงกับงอฟุบไปคุณสําราญใชมือกุมตรงที่เจ็บปวดเพราะแรงกระสุนปืนแตไมมี
เลือดออกเลยแมแตนอยเส้ือผาของคุณสําราญก็ไมขาดเพ่ือนๆพากันงงถามกันแซดวาคุณสําราญมีของดี
อะไรคณุ สําราญกบ็ อกวามีเพียงปลัดขกิ ของหลวงพออเี๋ พยี งอนั เดยี วเทานั้น
ปจใ จุบนั ปลัดขิกหลวงพออ่ีโดยแทๆนัน้ นับวันหายากสวนปลัดขิกตัวจาฝูงหรือตัวครูเลนกันวาได
ตกทอดมาตกทอดอยทู หี่ ลวงพอจําเนียรซึ่งเปๅนพระหลานชายหลวงพออี๋ปลัดขิกตัวครูหลวงพออ๋ีทานได
ทํามาจากไมคูณมีความยาว9นิ้วเสนผานศูนยแกลาง1.7น้ิวปลายหัวปลักขิกปิดทองเลือนๆเขียนอักขระ
ดว ยเหลก็ จาร
อักษรขอมตัว “มะอะ” หัวตัวบนไดลงสูตร “ศูนยแยะพุทธาปใง นะ ชาวิเต” เปๅนวงกลมใตตัว
ปลัดขิกมีรูเจาะทะลุถึงกันสวนลําตัวดานขางมีอักษรขอมดานขวาเขียนวา “กันหะ” ดานซายเขียนวา
“เนหะ”
ในดานแคลวคลาดก็เปๅนหนึ่งนายทหารเรือผูใหญทานหน่ึงไดเลาใหฟใงวาเม่ือคร้ังท่ีเขายัง
ประจําการอยทู ีส่ ตหบี แตต อ งขบั รถกลับบา นที่กรุงเทพฯในวันศกุ รแมอี ยูวนั หนึ่งเขาไดขับรถมาตามทางจะ
เขากรุงเทพฯไดถูกรถบรรทุกคันหนึ่งพุงเขาชนทางทายรถของเขาอยางจังรถขอ งเขาก็เสียการทรงตัว
74
พลิกควํ่าขางทางหลายตลบรถพับยับเยินทั้งคันใชการไมไดสวนตัวของเขาหนาอกไดกระแทกกับ
พวงมาลัยอยางแรงจนหมดสติไปรถบรรทุกคูกรณีหนีไปไดแตชาวบานที่มาชวยเหลือนํารางของเขา
ออกมาจากรเม่ือไดสติก็มองหนาอกและเนื้อปรากฏวาไมเปๅนอะไรเลย “ทั้งเนื้อท้ังตัว ผมมีปลัดขิกของ
หลวงพอ อี๋หอยอยูเพียงอันเดยี ว
ชายคนหนึ่งกินเหลา จนเมาไดท ่ีกเ็ ดินไปหาพวกคนขับรถสองแถวแลวมีการแซวกันเกิดขึ้นทําให
รถสองแถวเจา ถิ่นไมสบอารมณกแ ระชาก11มม.ลน่ั ไกลใสรางชายขเี้ มาจนกระเด็นอยูกลางถนนแตปรากฏ
วา ชายขเ้ี มาไมเปนๅ อะไรเลยแถมยงั ไมเอาเรื่องพวกรถสองแถวที่ลั่นกระสุนใสอีกดวยโดยปลอยใหพวกรถ
สองแถวงงงนั วา แกมีของดีอะไรถงึ ไมเปๅนอันตรายแกบอกกับนักขาวหนังสือพิมพแวา “มีปลัดขิกของทาน
หลวงพออีห๋ อ ยอยูทเ่ี อวเพยี งอนั เดยี วแทๆ
ควายขวิดไมเ ปนๅ อะไร ครูบญุ ชวยแหงโรงเรียนสัตหีบไดปลัดขิกของหลวงพออีกอันหน่ึง เวลาท่ี
ครูบญุ ชวยออกนอกบานไปไหนมาไหน ครบู ญุ ชวยจะนาํ ตดิ ตัวไปดว ยตลอดเวลา เพาะครุบุญชวยศรัทธา
ตอหลวงพออ๋ีมาก ตาเวลาที่ครูบุญชวยไมไดไปไหนก็จะเก็บปลัดขิกไวท่ีบาน พอตกกลางคืนยามดึก
เงยี บสงัดมีเสียงเหมอื นคนเดนิ อยบู นบา น ครูบุญชวยก็นึกวาขโมยขึ้นบาน จึงลุกไปแอบดูแตก็ไมเห็นใคร
สกั คนแตก ็ยังไดยนิ เสียงฝีเทาคนเดินอยา งน้นั ใจก็คิดไปวาผหี ลอก จึงตัดสินใจควาไฟฉายออกมาฉายดูก็
ไมอะไรนอกจากปลัดขิกของพลวงพออ๋ี ที่วางอยูขางหนาประมาณ 1 ศอก ครูบุญชวยจึงหยิมขึ้นแลว
เอาไวใ ตห มอนท่ีตนเองหนุนนอน
รุงเชาครูบุญชวยออกไปโรงเรียนเชนเคย และไดนําปลัดขิกติดตัวไปดวยเหมือนทุกครั้ง ใน
ระหวางที่ครูบุญชวยกําลังเดินมาตามทาง ก็ไดเห็นควาย 2 ตัวกําลังขวิดกันอยางเอาเปๅนเอาตาย ในทุง
นาทีก่ ําลงั เดินผาน ก็พอดีกับความตัวหนึ่งวิ่งหนี้มาทางตน ควายอีกตัวก็ว่ิงไลตามมาขวิด แตพอมันเห็น
ครูบุญชวยมันก็ตรงรี่เขาขวิดครูบุญชวย จนลมลงจากน้ันมันยังขวิดครูบุญชวยจนกล้ิงไปกลิ้งมา เสื้อ
กางเกงขาดกระจุยเน้ือตัวเปรอะเป็ือนดวยฝุนดิน ครูบุญชวยไดสงเสียงรองใหคนมาชวยไลความ เมื่อ
ควายตัวน้ันไปแลวปรากฏวารางกายของครูบุญชวยมิไดมีบาดแผลเลยแมตานอยเปๅนเพราะความศักดิ์
สทิ ธิจากปลดั ขกิ ของหลวงพออน๋ี ่ันเอง
เรื่องราวความศักด์ิสิทธิจากปลัดขิกหลวงพออ๋ียังมีอีกมากซึ่งแสดงถึงอภินิหารใหเห็นอยูบอน
คร้ัง ปลัดขิกของทานเปๅนวัตถุมงคลท่ี ตางคนตางเสาะแสวงหา เปๅนท่ีตองการอยางมากในปใจจุบัน
ปลัดขิกของทา นเองแทๆ น้นั นับวนั ยงิ่ หายากคนทม่ี ีไวบชู ามักหวงแหน
เรื่องท่ี 2 ประสบการณปแ าฏหิ าริยแ
2.1 ปาฏหิ ารยิ แ กสณิ ลม หรือวาโยกสณิ
วัดสัตหีบ ในอดีตเปๅนแหลงธรรม และยังเปๅนสถานท่ีใหความรมเย็นกับญาติโยมผู
เดินทางมาพ่ึงพาอาศยั คนปุวยจากจังหวดั ตางๆ ไดร อนแรมมาเพื่ออาศยั อทิ ธบิ ญุ บารมี ของหลวงพอ ได
ชว ยขจัดปใดเปูาทกุ ขใแ ห ดว ยอํานาจแหงอภญิ ญา ของทา น กส็ ามารถชวยเหลือชีวิตผูเจ็บปุวย ใหหายวัน
หายคืนจนกลบั สบู า นเรือน ของตนได รวมท้ังคนเจ็บปุวยท่ีตองคุณไสยรายแรงหลวงพอก็ชวยปใดเปูาให
รอดชีวิตกลับไปได จึงเปๅนท่ีเลื่องลือในหมูชนท่ัวไปในระหวางสงครามโลกครั้งที่ อําเภอสัตหีบ คือที่ม่ัน
75
ของกองทัพเรือ และเปนๅ จดุ สาํ คัญแหง หนงึ่ จึงเปนๅ ทหี่ มายของขาศึก บรรดาชาวบานโดยทั่วไป ตางก็ยึด
เอาตัวของหลวงพออ๋ีเปๅนท่ีพึ่ง วันหนึ่ง ๆ ชาวบานและผูคนในอําเภอสัตหีบ จะมาหลบภัยอยูในวัดสัต
หบี กนั จนหมดส้นิ ดวยเกรงวา ขาศกึ จะมาทิ้งระเบดิ ปรากฏวาเคร่ืองบินฝุายพันธมิตร ไดนําระเบิดมาท้ิง
ที่สัตหีบ แตลูกระเบิด ไมระเบิดเลยสักลูกเดียว เพราะไปตกลงทะเลเสียหมด เม่ือเวลาเคร่ืองบินมาทิ้ง
ระเบดิ หลวงพออ๋ี ทานจะออกไปยืนอยูกลางแจง แลวเพงมองข้ึนไปเบ้ืองบนกําหนดกสิณสม พัดเอาลูก
ระเบิดหนกั เปๅนตัน ๆ นัน้ ไปตกลงในทะเล ลูกระเบดิ เหลา นัน้ ไมท าํ งาน เพราะเมอ่ื เครื่องบินฝูงใหญมาถึง
หลวงพออี๋ทานก็ ก็เดินลงไปที่ลานวัด เอาผาอาบน้ําฝน ท่ีทานพาดบาไวน้ัน สะบัดโบกไปมา ทานเพง
กสิณนั้นไปที่ชนวน และดินระเบิด ลูกระเบิดเม่ือเปียกน้ํา เหมือนลูกเหล็ก หนักๆ ลูกหน่ึงเทานั้นเอง
เมอื่ หลวงพอ อ๋ี ยนื บรกิ รรมอยู ฝูงเคร่ืองบิน พอบินมาถึงตลาดสัตหีบก็โปรยลูกระเบิดเปียกนํ้าลงมา พอ
ผานฐานทัพเรือก็โปรยลูกระเบิดลงมา ก็ผลลูกระเบิดถูกลมหอบพัดไปตกลงกลางทะเลหมด การท้ิง
ระเบิด ระเบิดแมลูกเดียวก็ไมทํางาน ประชาชนจึงเช่ือในปาฏิหาริยแของทานย่ิงนัก ทหารเรือทั้งหลาย
นอกจากจะมีความเคารพ ในสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเต๋ียฯ แลวก็มี หลวงพออ๋ี
พุทธสโร อกี องคแหน่งึ ท่ีเปๅนทีเ่ คารพสักการะบูชา
2.2 ปาฏหิ ารยิ แ คมุ ทยั
ทา นพระครศู รสี ัตคณุ (บญั ญัติ โกมโุ ท) เจาอาวาสรูปที่ 3 วัดสตั หีบ ทานเปๅนศิษยแลวงพออ่ี
ทานไดเลาใหฟใงวา “กอนน้ีนะโยม ขาวบานแถว สัตหีบนี่ก็คือ บานปุาทะเล มีอาชีพการจับปลาเปๅน
หลกั เทานน้ั แหละ ไรส วนก็ปลูกไวกินเอง ถนนหนทางก็มีทางเกวียน และทางเกวียนนั้น ก็ไปมาลําบาก
เพราะเปๅนปุาดงพงไพร การเดินทางไป อยางชลนุรี และกรุงเทพฯ น่ีนะ ตองไปเรือ คราวหนึ่ง อาดมา
ตองไปทําธรุ ะท่ีจงั หวดั นงั่ เรอื ไปกบั เขาดวย พอนั่งเรือมาถึงชวงอําเภอศรีราชานั่นอง ทะเลเกิดคลื่นลม
พัด มีพายุพัดกระหน่ํา เรืออีกทั้งฝนฟูาก็ตกอยางหนัก หนักเขาเรือลมจมน้ํา คนในเรือก็ตองชวยตัวเอง
ละ ถูกคล่ืนลมพายุพัด ชัดกระจายไปคนสะทางสองทาง ตัวอาตมาเองตองลอยคออยูกลางทะเล แลวก็
จวี รกับนํา้ เจอกนั ไดท่ีไหน จีวรเจอนาํ้ เปๅนกอดกันแนน คนกลางคือตัวอาตมานี่ซิ จะจมนํ้าทะเลตายแหล
มติ ายแหล ใจก็นึกถึงหลวงพออี๋ทาน มันกลัวตายอยูนะตอนน้ัน ในความรูสึก เพราะใกลจะหมดแรงนั้น
คลายกับมีใครมาอุมพยุงตัวเอาไว 6 ชั่วโมงที่ลอยคออยู ก็ปรากฏวามีเรือประมงชาวศรีราชา เขาออก
จากฝใงๆ เพราะคลน่ื ลมสงบหมดแลว เซามาพบอาดมาลอยคออยกู ช็ วยไว กอนท่ีเจาของเรือประมงจะออก
จากฝงใๆ เขามีความรูสึกเหมือนมีผูมาดลใจ ตามท่ีเขาเลาวา “ขณะท่ีฉันและพรรคพวกจะนําเรืออกทะเล
โนน มีพระสงฆแองคแหน่ึง ทานอยูบนผิวน้ํา ฉันเปๅนเจาของและไตกเงเรือดวย ก็ส่ังใหลกนองตรงไป
ขางหนา พวกลกนองคงไมเหน็ อยา งท่ฉี ันเห็นแน ฉันยืนอยูบนเสากระโดง คอยมองปลา จึงแลนเรือเขา
ไป ก็พบกับหลวงพอพระครูเขา ก็เลยเหมาวาทานตองมีอะไรดี ๆ แน คร้ันพอทานสงวัตถุนิยมของ
หลวงพออ๋ี ใหเปๅนรางวัล ก็เกิดศรัทธา เพราะต้ังใจมานานแลววาอยากได แมนจะเปๅนผาเช็ดเทา ก็จะ
บชู าเอาไวเจา ของเรอื ลํานน้ั ทานพระครบู อกวา "เขาชื่อนายสงา เปๅนเจาของเรืออยูศรีราชาน่ีเอง อาตมา
เชือ่ ความบรสิ ทุ ธขิ์ องหลวงพอ อ๋ที านมาก เพราะอาตมาเคยเห็นทา นมาตงั้ แตอาตมาเปๅนเด็กวัด มาอยูกับ
ทา นต้ังแตอายุ7-8 ขวบน้ัน อาตมาเปๅนลูกกําพรานะ มีโยมบิดาเลี้ยง ทานก็ดีมาก ชีวิตผันเขามาในพระ
76
ศาสนา ก็นับวาดีแลวไมขาดทุน ยิ่งไดมาเปๅนศิษยแของหลวงพออ๋ี ก็ถือวาเคยรวมกุศลมากับทาน ตั้งแต
อดตี ชาติกนั อกี ชวยกันอีก น่ีแหละโลกนะ มันควรคาแกการเรียนรูดีแท"พระครูศรีสัตคุณ (บัญญัติ โกมุ
โท) เจาอาวาสรูปท่ี 3 วัดสัตหีบ โดยโยมบิดาเล้ียงต้ังใจจะใหศึกษาทางแพทยแแผนโบราณและอาคม
ตลอดท้ังไสยศาสตรแจากหลวงพออ๋ี ท้ังนี้ เนื่องดวยโยมบิดาเลี้ยงของทานเคยปุวยหนัก หมอรักษาไมได
อีกแลว แตหลวงพออ๋ี ทานไดรักษาทั้งทางยาและวิชาอาคมจนหายเปๅนปกติ โยมบิดาเล้ียงของพระครู
ศรีสัตคณุ มีความเคารพในตวั หลวงพอ อม๋ี าก และตอนนั้นพอทานก็เลยใหทานมาเปๅนลูกศิษยแ หลวงพออ๋ี
นับแตนั้นมาพระครุศรีสตั คณุ เลา วา "อาตมาเปนๅ ผใู กลชิด ติดตามหลวงพอ อี๋มาโดยตลอด เห็นจริยาวัตร
ของทาน การดํารงชีวิต ทานเปๅนผูเลี้ยงงายท่ีสุด เปๅนพระอนาคาริก หรือผูสละเรือน จริง ๆ ทานเปๅน
พระทม่ี ศี ีลาจารวัตรงดงาม นา กราบไหวบ ูชายงิ่ "
2.3 ปาฏหิ ารยิ แ จติ ตธุ รรม
พลังจิตยัศจรรยแ ของหลวงพออี๋นั้น พระอาจารยแแง (พระครูโกศล)วัดเจริญสุขาราม
สมุทรสาคร ศิษยแของหลวงพอปานเหมือนกัน ไดเลาใหฟใงวา "หลวงพอปาน วัดคลองดาน
สมุทรปราการ ทา นสอนศษิ ยทแ ุกรูปใหมีพลังจิต แกกลา โดยเอาพลังจิตรวมไวที่นัยนแตา แลวไมกระพริบ
ทําอยางน้ันใหคลอง แคลว แลวก็อาศัยจิตเขาผนวกกัน เพื่อดําเนินจิตเขาทางกสิณ คุณไสยที่ถูกสงมา
เชน เขาสงหนังควายเสกบนิ เปๅนแมลง คนท่ีมีจติ ใจแกก ลา อยา งหลวงพอ อี๋เทานนั้ แผนหนังควายก็จะตก
คลายสภาพทันทีและถาทานไมรูเห็น นอนหลับ เขามาใกลทาน สามวา ของเหลานั้นจะออนกําลัง
กลับไปหาเจาของอยางรวดเร็ว หลวงพออ๋ี ทานเปๅนพระรุนพ่ีบรรดาลูกศิษยแท้ังหลายของหลวงพอปาน
พวกท่ีชอบเลนคุณไสยศาสตรแคร่ันครามไมกลาจะยุงเก่ียว ถึงจะรูวาทานเปๅนผูแกไข คุณไสยท่ีเขาสงไป
ทํารายคนเจ็บที่ทานรักษา เมื่อทานรักษาคนปุวยหายแลว ทานก็ใหรับศีลปูองกันการแกแคน แลวก็ให
พรวา "เอาละ ตอไปไมม อี ะไรมาทาํ รา ยไดอีกแลว
"หลวงพอ แง ทานเลาตอ ไปวา "ตอนน้ัน มีพระรวมธดุ งคแ 6 องคแ หลวงพอ ปาน เปนๅ พระอาจารยแ
หัวหนา ไดไปพักอยทู ่โี นน ใกลเมืองเขมร เชานั้นออกบิณฑบาตร ก็มาน่ังฉันกันที่ละเมาะปุากําลังฉันกัน
อยู หลวงพอปานทานก็วา "อ้ือ... อ้ือ...." พวกเราก็เงยหนาขึ้น....งูจงอางตัวเทากับไผตงละม้ัง มันยกตัว
ขึ้นสูง หลวงพออ๋ีทานน่ังอยูตรงกับมัน แลวกอนท่ีมันจะทิ้งตัวลงฉกกัดนะ ทานเองเห็นมันกอน ทานก็
เพงเขาใสงูจงอางจนตัวแข็งไปเลย พอตัวแข็งมันก็ลมลงไปกับพ้ืน นอนเฉย มันไมตาย แตมันทําอะไร
ไมได ตวั มนั เหลืองเชียวเวลามันลมนะ เหมือนคนลมทั้งยืนน่ันแหละหลวงพอปานทานหัวเราะหึ หึ แลว
มองวา "ใครจะขเี้ ลนกับมัน ก็ไมวาแลวทีนี้"....ดวยอานุภาพองจิตน้ี ขณะหลวงพออ๋ี ทานอยูในกุฏิ ทําจิต
สงบเปๅนอารมณแเดียวน่ิงอยู ถาใครเขามาหาทานในตอนน้ี แลวไดประสานสาบตากับทาน ก็เหมือนถูก
ไฟฟูาช็อต คนน้ันจะชาหมด เหมือนงูจงอางตัวนั้นมันเกิดพลังข้ึนโดยจิตที่เปๅนสมาธิ ซ่ึงทานชํานาญ...
รวดเรว็ ในการทําสมาธิ ใหเกิดขึน้ ในชว่ั กระพริบตา
77
2.4 ปาฏหิ ารยิ แ วตั ถศุ ักดสิ์ ิทธิ์
มีผูเลาไดมีโอกาสเชาเหรียญหลวงพอย่ี ปี 2514 รุนที่ระฤกในงานผูกพัทธสีมา เนื้อทองแดง
รมดาํ บลอ฿ คหลังยนั ตแแตก ซึ่งเปนๅ พิมพแที่หายากพิมพแหน่ึง จากชาวบานใน ตัวตลาดสัตหีบ เจาของเต็มที่
ใหเชาบอกวาเหรียญน้ีไดมีประสบการณแ และประวัติคามเปๅนมา แลวเลาใหฟใงวา "ในตอนท่ีไฟไหม
ชุมชนตลาดสัตหีบ ถนนเรียบชายทะเล ตําบลสัตหีบเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2550 เพลิงไดเผาไหม
บา นเรอื น วอดวายไป ประมาณ 40 หลังคาเรือน ซ่ึงบานเจาของเหรียญก็เปๅนหน่ึงบานท่ีถูกไฟไหมดวย
เหตกุ ารณนแ น้ั ไมมีผูใดไดรับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตสําหรับเพลิงไหมคร้ังนี้นับเปๅน ครั้งที่ ของตลาดสัตหีบ
ที่ถูกไฟไหม คร้ังใหญในรอบ 20 ปี หลังเกิดเหตุ เขาและครอบครัวพากันไปสํารวจ ดูความเสียหาย
ภายในบานวา อะไรบาง...เขาเลาตอวา ขณะท่ีสํารวจ ความเสียหายอยูน้ันได พบเหรียญพระตกอยูกับ
พ้ืน จงึ หยบิ ขน้ึ มาดู ปรากฏวาเปๅน เหรียญหลวงพออี่ ปี 2511 เหรียญดังกลาว สภาพของ เหรียญท่ีพบ
ไมมีรองลอยของการถูกไฟไหมเลย มีก็เฉพาะคราบเขมา เถาถานไฟ เปๅนฝุนติดตามเหรียญเทานั้น แต
สิ่งของอ่ืนๆ ท่ีพบอยูใกลกัน กลับถูกไฟไหมเสียหายทั้งหมด ไมวาจะเปๅนหิ้งพระ พานแจกันตอกไม ท้ัง
สว นท่เี ปๅนโลหะและไม" นบั เปๅนสิง่ อัศจรรยแโดยแท วัตถุมงคลของ หลวงพออ๋ีทานไมวาจะเปๅนของในยุค
ทานที่เราทราบถึงอิทธิฤทธ์ิ บารมี ของทานกันดี หรือยุคหลังทาน ซึ่งพิธีในการจัดสรางแตละคร้ังลวน
แลว แตสําคัญ มีความต้ังใจและวัตถุประสงคแดีๆ ในการจัดสราง นอกจากนั้น พระเถระที่เขารวมพิธี
พทุ ธาภิเษก เปๅนพระสงคแที่มกี ิตตคิ ุณอนั มชี ื่อเสยี ง และเกงกลาทางดนไสยเวทยแ มีความศักด์ิสิทธ์ิทุกพระ
อาจารยแ
2.5 ปาฏหิ ารยิ แ เหตเุ รอื รบหลวง
จากหนังสือการบันทึกของ นายสวัสดี นั่งมี"ในระหวาง พ.ศ. 2483 ถึง 2497 เกิดชวง
สงคราม ไดมีเคร่ืองบินมาโจมตีถาวสัดหีบ ซ่ึงในขณะนั้น ทางทหารเรือสัดหีบ ไดนําเรือรบหลวงศรี
อยุธยา สุโขทัย และเรืออ่ืนๆอีก 2 - 3 ลํา ซึ่งมีเรืออางทองอยูดวย ในชวงเวลาตอนบายของวันหนึ่ง (ผู
บันทึกจําวัน เดือนปีที่แนนอนไมได) ไดมีเสียงสัญญาเกิดภัย (เสียงหวอ) ขึ้น ชาวบานตางก็ไดหลบไป
ตา นหลงั ของตลาดสัตหีบขามหนองตะเคยี นไปเรยี กกนั วาปุายุบ ในขณะนั้นไดมีเรือบินหมูหนึ่งท้ิงระเบิด
มาที่เรือรบหลวงอา งทอง โดยมคี นในเรอื ไดว่ิงหลบระเบิดไปหัวรีดแตผลปรากฏวา ดูระเบิดไมไดลงที่ตัว
เรือแตไดลงน้ําทะเล ตานขางและทายเรือ เองจึงปลอดภัยจากการท้ิงระบิดขณะนั้นไปไดพอตอน
กลางคืน เรือรบหลวงถางทองก็ไดถอนสมไดทราบขาวตอมาวาไดถูกลูกระเบิดจมอยูที่เกาะจวง ทําไม
เรือรบหลวงอางทองจอดอยูในไมมีอันตราย แตไปจอดท่ีเกาะจวงกลับถูกท้ิงระเบิด จึงเปๅนเรื่องท่ีนา
อัศจรรยแเปๅนย่ิงนัก""สงครามโลกครั้งท่ี : ไดมีเคร่ืองบินมาโจมตีอาวสัตหีบ ซ่ึงในขณะน้ัน มีเรือรบหลวง
ศรีอยุธยา สุโขทัยไดจอดทอดสมอปิดอาวสัตหีบ บริเวณหนาเกาะหมูไปจนถึงจุกเสม็ด ในวันนั้น ผูการ
เรือรบหลวงศรีอยุธยานําเรือเล็กไปนิมนตแ หลวงพออี๋ไปทําพิธีบนเรือ และเม่ือเสร็จพิธีแลว ก็ไดนําเรือ
เร็วมาสงทานท่ีสะพานหนาวัดซึ่งย่ืนไปจากฝใๆงเล็กนอย พอเรือเร็วกลับจากสงหลวงพออี๋ ไปถึงเรือรบ
หลวงศรีอยุธยาสักครูหน่ึง ก็ไดถูกเคร่ืองบินท้ิงระเบิดลงมาท่ีเรือ พอเรือรบหลวงศรีอยุธยาเคล่ือนตัว
ออก ลกู ระเบดิ กไ็ ดตกลงมาที่ทายเรือ ถูกเรือเล็กที่หอยอยูทายเรือจมลง แตเรือรบหลวงศรีอยุธยาไมรับ
78
อันตรายใด ๆ อาจคิดไดวา นี่เปๅนเพราะบุญบารมีของ หลวงพออึ โดยแท ท่ีทานไดมาทําพิธี จึงทําให
รอดพันจากการถูกระเบิดในคร้ังนี้"บุญญาธิการ และดวยอิทธิฤทธ์ิ ปาฏิหาริยแ ท่ีเกิดจากพระผูทรงคุณ
พระครูวรเวทมนุ ี หรอื หลวงพอ อี๋ พทุ ธสโร นั้นมีมากมายแทบท่จี ะกลา วไดห มด หลวงพออ๋ี ทานเปๅนพระ
ท่ีมีกิตติคุณอันยิ่งใหญ ปฏิบัติตามลอยพระสัมมาสัมพุทธเจา เปๅนพระผูมีสุปฏิปในโณ เปๅนพระผูสราง
และจรรโลงสงเสริมทางพุทธศาสนา เปๅนพระผูที่พึ่งประชาชน อีกทั้งเปๅนพระที่เกงกลาทางดานไสย
ศาสตรแ วิชาอาคม และการรักษาโดยยานับไตวาทานเกิดมาเพ่ือทางพระพุทธศาสนา และชวยเหลือผูท่ี
ซง่ึ เดอื นรอนโดยแท
"พุทธะสังมิ อิสวาสุวาระเวทะ อาจะรโี ย
มาตาปิตุ ปูชาจะปชู ะนียานัง"
79
กิจกรรมทา ยบท
ใบงาน
คําชแ้ี จง
กกกกกกก1. ใบงานนี้จัดทําขึ้นเพื่อใหนักศึกษามีความรูและประสบการณแในหัวเรื่องที่ 3 คุณคา และ
ความศรัทธาทม่ี ีตอ พระพระครวู รเวทมนุ ี (หลวงพออี๋)
กกกกกกก2. ใหน ักศึกษาปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอนตอไปน้ี
กกกกกกกกกก2.1 ใหนักศึกษาคนควาประเด็น เร่ืองความสําคัญ คุณคา และความศรัทธาที่มีตอพระ
พระครูวรเวทมุนี (หลวงพออี๋) จากสื่อการเรียนรูท่ีหลากหลาย ไดแก สื่อหนังสือที่เก่ียวของ สืบคนจาก
อินเทอรแเน็ต และศึกษาจากแหลงเรียนรูในชุมชน (หองสมุด “เฉลิมราชกุมารี”อําเภอสัตหีบ) จากส่ือ
หนงั สอื รวมถงึ ศกึ ษาจากใบ ความรูเรื่อง คณุ คา และความศรัทธาท่มี ีตอ พระพระครวู รเวทมนุ ี
(หลวงพออี๋)
กกกกกกกกกก2.2 ใหนักศึกษารวมรวบขอมูลท่ีไดจากการศึกษาคนควาในขอ 2.1 เปๅนรูปเลมรายงาน
สง ครผู สู อนเม่ือวนั ท่ีมาพบกลมุ เสร็จส้นิ ในวนั ที่......... เดือน ............................ พ.ศ. …………….
กกกกกกกกกก2.3 นักศึกษามาพบกลุมในวันที่ท่ีไดกําหนดไวในขอ 2.2 อภิปรายขอมูลท่ีศึกษาคนควา ได
แลกเปล่ยี นกับเพื่อนนักศึกษาและครผู ูส อน อภปิ ราย วิเคราะหขแ อ มูลที่ศึกษาแลกเปล่ยี นกับครู
กกกกกกกกกก2.4 สรุปการเรียนรูที่ไดจากการอภิปรายและวิเคราะหแขอมูลที่ไดรวมกัน บันทึกลงใน
เอกสารการเรียนรูดวยตนเอง (กรต.)
กกกกกกกกกก2.5 นกั ศึกษานาํ ผลสรปุ การเรียนรทู ไ่ี ดไปทดลอง ปฏิบัตติ อบคาํ ถามในใบงานฉบับน้ี แลว
บันทึกคําตอบที่ไดลงในเอกสารการเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) สงครูผูสอนหลังเสร็จสิ้นการพบกลุม ใน
วนั ท่ี......... เดือน ............................ พ.ศ. …………….
คาํ ถาม
กกกกกกก1. หลวงพอ อี๋ไดใหความสาํ คญั ในเรื่องการศึกษาเปๅนอยา งมาก ในสมัยน้ันทา นไดส รา ง
โรงเรียนประชาบาล 1 หลัง ชอ่ื โรงเรียนอะไร ปจใ จุบันตั้งอยูท่ไี หน
2. หลวงพออี๋ ทา นเปนๅ พระเกจิผูโ ดง ดงั ในยคุ สมยั ใด เพราะเหตุใด
ก3. นกั ศึกษาอธิบายความหมายของวัตถุมงคล มาพอสังเขป
ก4. พระครูวรเวทมุนี (หลวงพออ๋ี) ไดสรา งวัตถมุ งคลตางๆ ไวมากมาย เพ่ือเปๅนท่รี ะลกึ ในพธิ ี
การตา ง ๆ เชน อะไรบา ง ใหน ักศึกษายกตวั อยา งทีน่ ักศึกษาสนใจ พรอมอธิบายมา 1 อยาง
5. ความศรทั ธาทม่ี ตี อวตั ถุมงคลมอี ิทธิพลดา นใดบา ง จงอธบิ ายมาพอสงั เขป
80
บทท่ี 4
ศาสนพธิ ภี ายในวดั สตั หบี
สาระสาํ คญั
กกกกกกก1. ความเชอ่ื เกยี่ วกบั หลวงพอ อี๋ หรือพระครวู รเวทมนุ ี วดั สตั หบี
ความเช่ือเกี่ยวกบั หลวงพออี๋ และวธิ กี ารบชู า การนมสั การหลวงพอ อี๋ ถือเปๅนสิริมงคล
และไดอานิสงสแอยา งมาก ในปจใ จุบันมีผเู ลือ่ มใสในหลวงพออี๋ ตางพากันมาทําบญุ และปดิ ทองนมสั การ
รปู หลอ ของทา นทวี่ ดั เปนๅ จาํ นวนมาก กลา วกนั วา หลวงพออ๋ีเปๅนผูท ม่ี คี วามเชยี่ วชาญในดา นวปิ ใสสนา
กรรมฐาน และการบริกรรมคาถา ครั้งเม่ือทานยงั มีชีวิตอยู ไดจ ัดสรางวัตถมุ งคลตางๆ ไวแ จกจายเพื่อ
เปนๅ ขวญั กําลงั ใจใหประชาชนเปๅนจํานวนมาก เชน ผายนั ตแ ผา พันหมวกใหทหารเรือไวต ิดตัว หรอื ท่ชี ่ือ
รูจ ักกันอยางแพรหลายมากที่สุด คอื ปลดั ขกิ ที่มีกิตติศัพทใแ นดาน สริ มิ งคลทาํ มาคา ขนึ้ ซึ่งผูคนยงั ให
ความนยิ มและตา งเสาะหากันมาบชู าดว ยศรัทธาท่ีไมเ คยจาง
2. พธิ กี รรมศาสนพิธใี นวนั คลา ยวนั มรณภาพหลวงพอ อวี๋ ดั สัตหบี
ศาสนาพธิ ี มคี วามสําคญั ตอพระพทุ ธศาสนาและชาวพุทธมากโดยเฉพาะเกี่ยวกบั
ดานจติ ใจเพราะศาสนพิธเี ปๅนเครอื่ งจูงใจในเบ้ืองตน ต้งั แตแ รกพบและมองเหน็ ผอู นื่ ประกอบและขณะท่ี
ตนเองประกอบพธิ ีกรรมนน้ั ๆ อยู ซง่ึ ทําใหเ กดิ ความคิดขนึ้ วาพธิ กี รรมน้ัน ๆ ศักดสิ์ ิทธ์ิ ขลัง นาศรัทธา
เส่อื มใสไมก ลา ลว งละเมิด ไมกลา ดูถูก เหยียดหยาม ลบหลู ทําใหเกิดความอิ่มเอบิ ใจทเี่ รียกวาปติ ิ
ศาสนาพธิ ใี นวันคลา ยวันมรณภาพหลวงพออว๋ี ัดสตั หบี จะจดั ขน้ึ ปลี ะ 3 ครง้ั คือชว ง
กอนวันตรษุ จนี ชวงวนั ที่ 1 -9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพออ๋ี ซึง่ ตรงกับวนั แรม 1 คาํ่
เดือน 10 (ประมาณเดือนกนั ยายน) เพื่อบาํ เพ็ญกุศลใหก บั หลวงพออี๋ หรือพระครวู รเวทมุนวี ดั สัตหบี
เกจิอาจารยชแ ่อื ดังภาคตะวันออก อีกทั้งอดตี เจา อาวาสวัดสัตหีบทุกรปู เพื่อแสดงความนอบนอมกตัญโู
ระลกึ ถึงความดีและพระคุณที่พระเดชพระคณุ หลวงพอไดมีแตเราทา นท้ังหลาย..
3. ศาสนพธิ ีในวนั สาํ คญั ทางศาสนา
วนั สําคญั ทางพระพทุ ธศาสนา สวนใหญจ ะยดึ ตามปฏทิ ินจันทรคติ เปนๅ วนั ท่ีเคยมี
เหตกุ ารณสแ ําคัญเก่ียวกบั พทุ ธประวัติ และเหตกุ ารณทแ ีส่ าํ คัญเกี่ยวกับศาสนาพทุ ธ และวันสาํ คญั ทาง
ศาสนาพุทธ ที่ชาวพุทธยึดถือปฏิบตั ิมายาวนาน มดี งั นี้
3.1 วนั วสิ าขบชู า
วันวสิ าขบชู า ถือเปนๅ วันสําคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเปนๅ วนั ทเี่ กิด 3
เหตกุ ารณสแ ําคัญ ทีเ่ กย่ี วกับวถิ ีชวี ติ ของพระสัมมาสัมพุทธเจา เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แมจ ะ
มีชว งระยะเวลาหางกนั นับเวลาหลายสิบปี ซ่งึ เหตุการณแอัศจรรยแ 3 ประการ ไดแก วันที่พระพุทธเจาระ
สตู ิ วนั ที่พระพุทธเจาตรัสรู (อนตุ ตรสมั โพธิญาณ) และวันที่พระพทุ ธเจา เสด็จเขา สูปรินิพพาน (ดบั
สงั ขารไมกลบั มาเกิดสรา งชาติสรา งภพอกี ตอ ไป)
81
3.2 วนั อาสาฬหบชู า
วันอาสาฬหบชู า คอื วนั ท่ีพระพทุ ธเจา ไดทรงประกาศพระพุทธศาสนาเปๅนคร้ัง
แรก หลงั จากตรัสรูได 2 เดอื น โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปใญจวัคคียแทงั้ 5 ไดแ ก พระโกณฑัญญะ
พระวปั ปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ทป่ี ุาอสิ ิปตนมฤคทายวนั เมืองพาราณสี แควน
มคธ จน พระอญั ญาโกณฑัญญะ ไดบ รรลุธรรมและขอบวชเปๅนพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึง
ถือวา วันนม้ี พี ระรตั นตรัยครบองคแสามบรบิ ูรณแครั้งแรกในโลก คอื มีทั้งพระพทุ ธ พระธรรม และพระสงฆแ
3.3 วนั มาฆบชู า
วนั มาฆบชู า ซึ่งถือเปนๅ วันสําคญั ทางพระพุทธศาสนาวนั หนง่ึ ตามประวัติ
กลาววา เปนๅ วันท่ีพระพทุ ธเจาทรงประชมุ ครงั้ ใหญ ครั้งแรกในพุทธศาสนา ณ วดั เวฬุวนั มหาวหิ าร
เรียกวา มหาสาวกสนั นบิ าต ในการประชุมครงั้ นี้ มอี งคปแ ระกอบ 4 ประการ เรียกวา จาตุรงคสนั นบิ าต
มีความหมายดังนี้ เปนๅ วนั ข้นึ 15 ค่ํา เดือน 3 มพี ระสาวกเขาประชมุ โดยมไิ ดนดั หมาย จาํ นวน 1,250
รปู มีพระสาวกเขา รว มประชุมลว นแตเปๅนพระอรหนั ตแ และพระอรหนั ตแสาวกทเ่ี ขา รว มประชุมทุกรปู
เปๅนผไู ดรบั อุปสมบทจากพระพุทธองคแโดยตรง ดงั น้นั พระองคแทรงไดแสดงโอวาทปาติโมกขแ ประกาศตั้ง
หลักการของพระพทุ ธศาสนา เพอื่ ใหพ ระสาวก ถือเปนๅ หลักปฏิบัติในการสง่ั สอนประชาชนต้ังแตบ ดั น้ัน
เปๅนตนมา
3.4 วนั เขา พรรษา
วนั เขา พรรษา ซง่ึ เปนๅ วนั ท่ีพระสงฆเแ ถรวาทจะอธษิ ฐานวา จะพักประจาํ อยู
ณ ท่ีใดทห่ี น่งึ ตลอดระยะเวลาฤดูฝนทีม่ ีกําหนดเปนๅ ระยะเวลา 3 เดอื น ตามที่พระธรรมวินยั บญั ญัตไิ ว
โดยไมไ ปคา งแรมทอ่ี ่นื หรือที่เรียกตดิ ปากกนั โดยทัว่ ไปวา จาํ พรรษา โดยเหตทุ ีพ่ ระภิกษุในสมยั พุทธกาล
มหี นาที่จะตองจาริกโปรดสตั วแ และเผยแผพ ระธรรมคาํ สง่ั สอนแกประชาชนไปในทตี่ าง ๆ ไมจําเปนๅ ตอง
มีทีอ่ ยปู ระจํา แมในฤดูฝน ชาวบา นจงึ ตาํ หนวิ าไปเหยียบขา วกลา และพชื อืน่ ๆ จนเสียหาย พระพทุ ธเจา
จงึ ทรงวางระเบยี บการจําพรรษาใหพระภิกษุอยปู ระจาํ ที่ตลอด 3 เดอื น ในฤดูฝน
3.5 วนั ออกพรรษา
วนั ออกพรรษา คือ วนั ที่สิน้ สุดระยะการจําพรรษาเปๅนเวลา 3 เดือน
(นบั ตั้งแตว นั เขา พรรษา) เรยี กอีกอยา งหน่ึงวา "วนั มหาปวารณา" คําวา "ปวารณา" แปลวา "อนุญาต"
หรือ "ยอมให" ในวนั ออกพรรษาน้ีพระสงฆแจะประกอบพิธที ําสงั ฆกรรม เรยี กวา มหาปวารณา เปนๅ การ
เปดิ โอกาสใหภ ิกษุวา กลาวตกั เตือนกนั ได เพราะในระหวา งเขา พรรษา พระสงฆบแ างรูปอาจมขี อบกพรอง
ทตี่ อ งแกไข การใหผอู น่ื วา กลาวตกั เตือนได ทาํ ใหไดรูขอบกพรอ งของตน และยงั เปิดโอกาสใหซ กั ถามขอ
สงสัยซึง่ กันและกันดวย
3.บทสวดในพธิ ีกรรม
การสวดมนตแ คือการกลาวคาํ ศักด์ิสิทธ์ิ อันมฤี ทธม์ิ ีอาํ นาจเหนือชีวิตจิตใจ
ไดแกการสรร เสริญ พระพทุ ธคุณ พระธรรมคุณ พระสงั ฆคุณ และมนตแของพระพุทธเจา ซ่งึ เรยี กวา
“พระพุทธมนตแ” แตพระพุทธมนตแเปๅนคาํ ศักดสิ์ ิทธ์ิอยางยงิ่ ผูนบั ถอื พระพุทธศาสนายอมนบั ถือพระพทุ ธ
82
มนตแเสมอดว ยชีวติ จติ ใจ ถือวาเปๅนเคร่ืองปูองกนั ภยั อนั ตราย และประสทิ ธ์ปิ ระสาทความเจริญ ให
จัดเปนๅ กุศลพธิ มี าแตค ร้ังพุทธกาล การสวดมนตใแ ชสวดกนั เปๅนภาษามคธเปนๅ พื้น เพราะภาษามคธเปๅน
ภาษาหลักเดมิ ของพระพทุ ธศาสนา และนบั ถือกนั วา เปๅนของศักด์สิ ทิ ธ์ิ ขอสาํ คัญควรรคู วามท่สี วดนนั้
ดว ย การสวดมนตแทีเ่ ราเห็นกันอยูค ือการสวดเปๅนกิจวตั รสําหรับตนอยา งหนึ่ง ฟใงพระสวดมนตแในพิธี
ตา งๆ อยา งหนึ่ง ในการสวดก็มหี ลายแบบ หลายวธิ สี ุดแตจะนิยมสวดกนั สว นทนี่ ิยมเปนๅ อยา งเดียวกัน
และเวน ไมไดก ็คือ บทนมสั การพระ ไดแ ก “นะโม” บทนต้ี องใชขนึ้ ตน เสมอไปไมวา ในพิธีใด ๆ และดู
เหมือนจะขึน้ ใจกันในบทนี้กอน เพราะเปนๅ บทไหวพ ระบรมครู ทีต่ องการวา กอน เรียกวา ตั้ง นะโม
ท้ังนี้ เพื่อเปนๅ การแสดงความเคารพตอทา นผเู ปๅนพระบรมครูของโลก ผเู ริ่มสรางหลกั ธรรมของ
พระพทุ ธศาสนาขนึ้ จะไดเ กิดความศักดสิ์ ทิ ธ์ิ
บทสวดในพระพุทธศาสนามีมาก พระภิกษุสามเณรและอุบาสกอบุ าสิกาถือเปนๅ หลัก
สําคญั อยางหนึ่งในพระพุทธศาสนา ประโยชนแของการสวดมนตไแ หวพ ระท่เี หน็ ไดชดั มี 3 อยา ง คือ
1. เปๅนปริตรปอู งกนั เหตุเภทภัยตาง ๆ
2. เปๅนการทรงจาํ คําสง่ั สอนของพระพทุ ธเจาเอาไว
3. เปๅนกัมมฏั ฐานอบรมจติ ใจของตน ทั้งท่ีเปๅนสมถะและวปิ สใ สนา
ดวยเหตทุ ง้ั 3 ประการนี้ ท่ีถือกันวา เปๅนสริ ิมงคล และสามารถทจ่ี ะปูองกันภัย
อันตรายไดนัน้ จงึ พากนั นยิ มการสวดสาธยาย เปนๅ ไปทัง้ ทางวัดและทางบาน ภิกษสุ ามเณรและอบุ าสก
อบุ าสิกาไดสวดเปๅนประจาํ เชน ทาํ วตั รไหวพระเปๅนตน ในบางสมยั เม่ือปรารภเหตอุ ยางใดอยา งหน่ึงขนึ้
กอ็ าราธนาพระสงฆแสวดเพ่ือสิริมงคลบา ง เพื่อเจรญิ ความสังเวชบาง เม่ือมี ความนิยมมากขน้ึ ตอ มาก็
เลยนิยมเปนๅ พิธที ง้ั ในพระราชพิธแี ละพิธขี องปวงชนท่วั ไป.
ผลการเรยี นรทู คี่ าดหวัง
1. ผูเรียนสามารถบอกความเช่ือเก่ยี วกบั หลวงพออไี๋ ด
2. ผูเรยี นสามารถปฏบิ ตั ติ นในพธิ ีกรรมทีเ่ กี่ยวกับวันคลายวันมรณภาพหลวงพออี๋วดั สัตหีบ
ไดเหมาะสม
3. ผเู รียนเห็นคณุ คาความสําคัญของศาสนพธิ ีในวันสาํ คัญทางศาสนา
ตวั ชี้วดั
1. บอกความเช่อื เก่ยี วกบั หลวงพอ อี๋ได
2. สามารถปฏิบัติตนในพธิ ีกรรมทเ่ี กย่ี วกับวนั คลา ยวนั มรณภาพหลวงพออ๋ีไดเ หมาะสมกับ
3. เห็นคุณคา ความสําคัญของศาสนพธิ ใี นวนั สาํ คัญทางศาสนา
ขอบขายเนอ้ื หา
1. ความเชอ่ื เก่ยี วกับเช่อื เกีย่ วกับหลวงพอ อี๋
83
2. พธิ ีกรรมเกย่ี วกับวันคลา ยวนั มรณภาพหลวงพออี๋
3. ศาสนพธิ ีในวนั สําคญั ทางศาสนา
เรื่องที่ 1. ความเช่ือเกย่ี วกับหลวงพอ อี๋ หรือพระครูวรเวทมนุ ี วัดสัตหบี
ความเชื่อเก่ียวกับหลวงพออ๋ี และวิธีการบูชา การนมัสการหลวงพออี๋ ถือเปๅนสิริมงคลและได
อานิสงสแอยางมาก ในปใจจุบนั มผี เู ล่ือมใสในหลวงพออี๋ ตางพากันมาทําบุญและปิดทองนมัสการรูปหลอ
ของทานท่ีวัดเปๅนจํานวนมาก กลาวกันวาหลวงพออี๋เปๅนผูที่มีความเช่ียวชาญในดานวิปใสสนากรรมฐาน
และการบริกรรมคาถา ครั้งเม่ือทานยังมีชีวิตอยู ไดจัดสรางวัตถุมงคลตางๆ ไวแจกจายเพื่อเปๅนขวัญ
กําลังใจใหประชาชนเปๅนจํานวนมาก เชนผายันตแ ผาพันหมวกใหทหารเรือไวติดตัว หรือท่ีช่ือรูจักกั น
อยางแพรห ลายมากทีส่ ดุ คือ ปลดั ขิก ที่มีกิตติศัพทแในดาน สิริมงคลทํามาคาขึ้น ซ่ึงผูคนยังใหความนิยม
และตา งเสาะหากันมาบูชาดว ยศรทั ธาทีไ่ มเ คยจาง
เรือ่ งท่ี 2. พธิ กี รรมศาสนพธิ ใี นวนั คลา ยวนั มรณภาพหลวงพอ อวี๋ ดั สัตหบี
ศาสนาพธิ ี มีความสาํ คัญตอ พระพุทธศาสนาและชาวพุทธมากโดยเฉพาะเก่ียวกับดานจิตใจ
เพราะศาสนพิธีเปๅนเคร่ืองจูงใจในเบ้ืองตนต้ังแตแรกพบและมองเห็นผูอื่นประกอบและขณะที่ตนเอง
ประกอบพธิ ีกรรมน้ัน ๆ อยู ซึ่งทําใหเกิดความคิดข้ึนวาพิธีกรรมนั้น ๆ ศักด์ิสิทธ์ิ ขลัง นาศรัทธาเส่ือมใส
ไมกลาลวงละเมิด ไมกลาดูถูก เหยียดหยาม ลบหลู ทําใหเกิดความอิ่มเอิบใจที่เรียกวาปิติ
ศาสนาพธิ ใี นวันคลา ยวันมรณภาพหลวงพอ อี๋วดั สัตหบี จะจัดข้ึนปลี ะ 3 คร้ังคือชวงกอนวัน
ตรุษจีน ชวงวันท่ี 1 -9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพออี๋ ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ํา เดือน 10
(ประมาณเดอื นกันยายน) เพ่ือบําเพ็ญกุศลใหกับหลวงพออ๋ี หรือพระครูวรเวทมุนีวัดสัตหีบ เกจิอาจารยแ
ช่ือดังภาคตะวันออก อีกท้ังอดีตเจาอาวาสวัดสัตหีบทุกรูป เพ่ือแสดงความนอบนอมกตัญโู ระลึกถึง
ความดแี ละพระคณุ ทีพ่ ระเดชพระคุณหลวงพอไดมีแตเราทา นทง้ั หลาย..
เรอ่ื งท่ี 3 ศาสนพธิ ีในวันสาํ คญั ทางศาสนา
วันสาํ คัญทางพระพทุ ธศาสนา สวนใหญจะยดึ ตามปฏทิ นิ จันทรคติ เปนๅ วนั ทเี่ คยมีเหตกุ ารณแ
สําคัญเกย่ี วกบั พทุ ธประวัติ และเหตุการณแที่สาํ คญั เก่ยี วกับศาสนาพุทธ และวันสําคัญทางศาสนาพุทธ ท่ี
ชาวพุทธยดึ ถือปฏบิ ตั มิ ายาวนาน มีดังนี้
3.1วันวิสาขบูชา
ตรงกับวันข้ึน 15 คํ่า เดือน 6
84
ความหมาย คําวา "วิสาขบูชา" หมายถงึ การบชู าในวนั เพญ็ เดือน 6 วิสาขบูชา ยอ มาจาก " วิ
สาขปรุ ณมบี ชู า " แปลวา " การบชู าในวนั เพญ็ เดือนวิสาขะ " ถา ปีใดมอี ธกิ มาส คือ มีเดอื น 8 สองหน ก็
เลอ่ื นไปเปๅนกลางเดือน 7
ความสําคญั วนั วสิ าขบชู า เปๅนวนั สาํ คัญยง่ิ ทางพระพทุ ธศาสนา เพราะเปๅนวันที่พระพุทธเจา
ประสูติ คือเกดิ ไดตรสั รู คือสําเรจ็ ไดป รินพิ พาน คือ ดับ เกิดขน้ึ ตรงกนั ท้ัง 3 คราวคอื
1. เมอ่ื เจา ชายสทิ ธตั ถะประสตู ิทพ่ี ระราชอทุ ยานลมุ พนิ วี นั ระหวางกรุงกบลิ พสั ดกแุ บั เทวทหะ
เมือ่ เชาวันศุกรแ ขนึ้ 15 คํา่ เดือน 6 ปจี อ กอนพทุ ธศักราช 80 ปี
2. เมื่อเจา ชายสทิ ธตั ถะตรสั รู เปนๅ พระพุทธเจา เม่อื พระชนมายุ 35 พรรษา ณ ใตรม ไมศรีมหา
โพธิ์ ฝงใๆ แมนํา้ เนรญั ชรา ตาํ บลอรุ ุเวลาเสนานิคม ในตอนเชา มืดวนั พุธ ขน้ึ 15 คํ่า เดือน 6 ปีระกา กอน
พุทธศกั ราช 45 ปี หลงั จากออกผนวชได 6 ปี ปจใ จบุ นั สถานทตี่ รัสรูแ หงน้ีเรียกวา พุทธคยา เปนๅ ตาํ บล
หน่งึ ของเมอื งคยา แหง รัฐพหิ ารของอนิ เดยี
3. หลงั จากตรัสรูแลว ไดประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตวแ 45 ปี พระชนมายไุ ด 80
พรรษา กเ็ สดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พาน เม่อื วันองั คาร ข้ึน 15 คํ่า เดอื น 6 ปมี ะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมลั
ลกษตั ริยแ เมืองกุสนิ ารา แควนมัลละ (ปจใ จบุ นั อยูในเมืองกสุ ีนคระ แควนอุตตรประเทศ ประเทศอนิ เดยี )
นับวา เปนๅ เรื่องท่นี าอัศจรรยยแ ิ่ง ทเ่ี หตกุ ารณแทง้ั 3 เกีย่ วกับวิถีชวี ิตของพระสัมมาสัมพุทธเจา ซ่งึ มชี วง
ระยะเวลาหางกันนับเวลาหลายสิบปี บงั เอญิ เกิดข้ึนในวนั เพ็ญเดือน 6 ดังนน้ั เม่ือถึงวนั สําคัญ เชนนี้ ชาว
พุทธท้งั คฤหัสถแ และบรรพชิตไดพ รอมใจกนั ประกอบพธิ บี ชู าพระพุทธองคเแ ปนๅ การพิเศษ เพอ่ื นอมรําลึก
ถึงพระกรุณาธคิ ณุ พระปใญญาธิคุณ และพระบริสุทธคิ ุณ ของพระองคแทานผเู ปนๅ ดวงประทีปของโลก
ประวตั คิ วามเปนๅ มาของวนั วสิ าขบชู าในประเทศไทย
วันวสิ าขบชู านี้ ปรากฏตามหลกั ฐานวา ไดมีมาตั้งแตครั้งกรุงสโุ ขทัยเปๅนราชธานี ซ่ึงสันนิษฐาน
วา คงจะไดแบบอยาง มาจากลงั กา กลาวคอื เมือ่ ประมาณ พ.ศ. 420 พระเจา ภาติกรุ าช กษัตริยแแ หง
85
กรุงลงั กา ไดประกอบพิธีวิสาขบูชาอยา ง มโหฬาร เพื่อถวายเปๅนพทุ ธบูชา กษัตริยแลังกาในรชั กาลตอ ๆ
มา กท็ รงดาํ เนินรอยตาม แมปใจจุบันกย็ งั ถือปฏบิ ัติอยู
สมัยสุโขทัยนัน้ ประเทศไทยกับประเทศลงั กามีความสมั พนั ธดแ านพระพทุ ธศาสนาใกลช ดิ กัน
มากเพราะพระสงฆชแ าวลงั กา ไดเ ดนิ ทางเขามาเผยแพรพระพทุ ธศาสนา และเชือ่ วาไดนําการประกอบ
พธิ ีวสิ าขบูชามาปฏิบตั ิในประเทศไทยดวย ในหนังสอื นางนพมาศไดกลาวบรรยากาศการประกอบพธิ ีวิ
สาขบชู าสมัยสโุ ขทัยไว พอสรุปใจความไดว า
" เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจาแผนดิน ขาราชบริพาร ทั้งฝุายหนา และฝุายใน ตลอดท้ัง
ประชาชนชาวสุโขทัยทั่วทุก หมูบานทุกตําบล ตางชวยกันทําความสะอาด ประดับตกแตงพระนคร
สโุ ขทัยเปๅนการพิเศษ ดวยดอกไมของหอม จุดประทีปโคมไฟแลดูสวางไสวไปท่ัวพระนคร เปๅนการอุทิศ
บูชาพระรัตนตรัย เปๅนเวลา 3 วัน 3 คืน พระมหากษัตริยแ และบรมวงศานุวงศแ ก็ทรงศีล และทรง
บาํ เพญ็ พระราชกศุ ลตา งๆ ครน้ั ตกเวลาเย็น ก็เสดจ็ พระราช ดําเนิน พรอมดวยพระบรมวงศานุวงศแ และ
นางสนองพระโอษฐแต ลอดจนขาราชการทั้งฝุายหนา และฝุายใน ไปยังพระ อารามหลวง เพื่อทรงเวียน
เทียนรอบพระประธานสวนชาวสุโขทัยชวนกันรักษาศีล ฟใงธรรมเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน
ถวายอาหารบิณฑบาต แดพระภิกษุ สามเณรบริจาคทรัพยแแจกเปๅนทานแกคนยากจน คนกําพรา คน
อนาถา คนแก คนพิการ บางพวกก็ชวนกันสละทรัพยแ ปลอยสัตวแ 4 เทา 2 เทา และเตา ปลา เพื่อชีวิต
สัตวใแ หเปนๅ อสิ ระ โดยเชือ่ วาจะทาํ ใหค นอายุ ยนื ยาวตอ ไป "
ในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทรแตอนตน ดวยอํานาจอิทธิพลของศาสนา
พราหมณแ เขาครอบงําประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูงกวาอํานาจของพระพุทธศาสนา จึงไมปรากฎ
หลักฐานวา ไดมีการประกอบพิธีบูชาในวันวิสาขบูชา จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา
นภาลัยรัชกาลที่ 2 แหงกรุงรัตนโกสินทรแ (พ.ศ. 2360) ทรงดําริกับ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สํานักวัด
ราชบูรณะ มีพระราชประสงคแจะใหฟื็นฟู การประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม โดย สมเด็จ
พระสงั ฆราช ถวายพระพรใหท รงทําข้ึน เปนๅ คร้ังแรกในวันข้ึน 14 ค่ํา 15 คํ่า และวันแรม 1 ค่ํา เดือน 6
พ.ศ. 2360 และใหจัดทําตามแบบอยางประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อมีพระประสงคแใหประชาชน
ประกอบการบุญการกุศล เปๅนหนทางเจริญอายุ และอยูเญ็นเปๅนสุขปราศจากทุกขแโศกโรคภัย และ
อปุ ใทวันตรายตา งๆ โดยท่วั หนา กนั
ฉะน้นั การประกอบพธิ ใี นวันวสิ าขบชู าในประเทศไทย จงึ ไดรื้อฟ็ืนใหมีข้ึนอีกครั้งหน่ึงในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั รัชกาลท่ี 2 และถอื ปฏบิ ัติมาจวบจนกระท่ังปใจจุบนั
การจดั งานเฉลมิ ฉลองในวันวิสาขบชู าทีย่ ิ่งใหญกวาทุกยุคทุกสมยั คงไดแ กการจดั งานเฉลิมฉลอง
วนั วิสาขบชู า พ.ศ.2500 ซึง่ ทางราชการเรียกวางาน " ฉลอง 25 พุทธศตวรรษ " ตง้ั แตวนั ที่ 12 ถึง 18
พฤษภาคม รวม 7 วนั ไดจ ดั งานสว นใหญข นึ้ ที่ทองสนามหลวง สวนสถานท่รี าชการ และวัดอารามตางๆ
ประดับธงทิวและโคมไฟสวา งไสวไปทั่วพระ ราชอาณาจกั ร ประชาชนถือศีล 5 หรือศีล 8 ตามศรทั ธา
ตลอดเวลา 7 วนั มีการอปุ สมบทพระภิกษุสงฆแรวม 2,500 รูป ประชาชน งดการฆา สตั วแ และงดการด่ืม
สุรา ตง้ั แตว ันท่ี 12 ถึง 14 พฤษภาคม รวม 3 วนั มกี ารกอสรา ง พทุ ธมณฑล จดั ภัตตาหาร เลี้ยง
86
พระภกิ ษสุ งฆวแ ันละ 2,500 รปู ตงั้ โรงทานเล้ยี งอาหารแกป ระชาชน วนั ละ 200,000 คน เปๅนเวลา 3 วนั
ออกกฎหมาย สงวนสตั วแปาุ ในบรเิ วณนนั้ รวมถึงการฆาสัตวแ และจบั สัตวใแ นบริเวณวัด และหนาวัดดวย
และไดมีการปฏบิ ตั ธิ รรมอนั ยิ่งใหญ อยา งพรอมเพรียงกนั เปนๅ กรณพี ิเศษ ในวันวิสาขบชู าปีนั้นดว ย
หลกั ธรรมสาํ คญั ทีค่ วรนาํ มาปฏบิ ัติ
1. ความกตญั โู คือความรูอุปการคณุ ท่ีมีผทู าํ ไวกอน เปนๅ คุณธรรมคูกับความกตเวที คือ การตอบ
แทนอุปการคุณท่ผี ูอ่นื ทําไวน้ัน
• บิดามารดา มอี ปุ การคุณแกลกู ในฐานะผใู หก าํ เนดิ และเล้ียงดูจนเติบโต ใหก ารศึกษาอบรมสงั่
สอน ใหเวน จากความชั่ว มน่ั คงในการทําความดี เมือ่ ถงึ คราวมคี ูค รองไดจ ดั หาคูครองทเี่ หมาะสมให
และมอบทรัพยแสมบตั ิใหไวเ ปๅนมรดก
• ลกู เม่ือรูอปุ การะคณุ ที่บิดามารดาทาํ ไว ยอ มตอบแทนดว ยการประพฤตติ ัวดี สรา งชอื่ เสียงให
แกว งศแตระกูล เลี้ยงดทู าน และชว ยทํางานของ ทา น และเม่ือทานลว งลับไปแลว กท็ าํ บญุ อทุ ศิ สว น
กุศลใหทา น
• ครูอาจารยแมีอุปการคณุ แกศ ิษยแ ในฐานะเปนๅ ผูประสาทความรใู ห ฝกึ ฝนแนะนําใหเปนๅ คนดี
สอนศิลปวิทยาใหอยา งไมปดิ บงั ยกยอ งใหป รากฏแกคนอื่น และชวยคมุ ครองใหศิษยทแ งั้ หลาย
• ศษิ ยเแ ม่ือรูอปุ การคณุ ท่คี รูอาจารยแทําไว ยอมตอบแทนดว ยการตง้ั ใจเรยี น ใหเ กยี รติ และให
ความเคารไมล ว งละเมิดโอวาทของครู
• ความกตญั โูและความกตเวทนี ี้ ถือวาเปนๅ เครือ่ งหมายของคนดี สงผลใหครอบครวั และสงั คม
มีความสขุ ไดเ พราะ บดิ ามารดาจะรจู ักหนา ท่ีของตนเอง ดวยการทําอุปการคุณใหกอน และลกู ก็จะ
รูจักหนา ทขี่ องตนเองดวยการทาํ ดีตอบแทน
• นอกจากบิดากับลกู และครูอาจารยแกับศิษยแแ ลว คณุ ธรรมขอ นี้ก็สามารถนาํ ไปใชไดแ ม
ระหวา ง นายจา งกบั ลูกจา ง อันจะสงผลใหสงั คมอยูรว มกันไดอ ยางสงบสขุ
• ในทางพระพุทธศาสนาพระพทุ ธเจา ทรงเปนๅ บุพการรีในฐานะทท่ี รงสถาปนาพระพทุ ธศาสนา
และทรงสอนทางพนทุกขแใหแกเ วไนยสตั วแ
• พุทธศาสนกิ ชน รูพระคุณอันนี้จึงตอบแทนดวยอามสิ บูชาและปฏบิ ัติบชู ากลาวคือการจัด
กจิ กรรม ในวันวสิ าขบูชา เปนๅ สว นหนง่ึ ที่ชาวพุทธแสดงออก ซงึ่ ความกตัญโูกตเวที ตอพระองคแดว ย
การทํานุ บํารุงสง เสริมพระพุทธศาสนา และประพฤติปฏบิ ัติธรรม เพือ่ ดาํ รงอายุพระพุทธศาสนา
สบื ไป
2. อรยิ สจั 4
อรยิ สจั 4 คือ ความจริงอนั ประเสริฐ หมายถึงความจริงของชวี ติ ทไ่ี มผนั แปร เกดิ มีไดแกท ุกคน มี 4
ประการ คือ
• ทุกขแ ไดแกปใญหาของชีวิตพระพุทธเจาทรงแสดงไว ก็เพื่อใหทราบวามนุษยแทุกคนมีทุกขแ
เหมือนกัน ท้ังทุกขแข้ันพื้นฐาน และทุกขแเกี่ยวกับการดําเนินชีวิตประจําวัน ทุกขแขั้นพื้นฐานคือทุกขแที่
เกิดจาก การเกิด การแก และการตาย สวนทุกขแที่เกี่ยวกับการดําเนินชีวิตประจําวัน คือทุกขแที่เกิด
87
จากการพลัดพรากจากสงิ่ ท่รี ัก ทกุ ขแทเ่ี กดิ จากการประสบกันส่ิงท่ไี มเ ปนๅ ท่ีรัก ทุกขแท่ีเกิดจากไมไดต้ังใจ
ปรารถนา รวมทั้งทุกขแท่ีเก่ยี วกบั การดําเนนิ ชวี ติ ดา นตา งๆ อาทิความ ยากจน
• สมทุ ยั คอื เหตุแหงปใญหาพระพุทธเจาทรงแสดงไวก ็เพื่อใหท ราบวา ทกุ ขแท้งั หมดซ่ึงเปนๅ
ปญใ หา ของชวี ติ ลวนมเี หตใุ หเ กิดเหตุนั้น คือ ตญั หา อันไดแ กความอยากไดตางๆ ซ่ึงประกอบไปดวย
ความยึดมน่ั
• นโิ รธ คอื การแกป ใญหาได พระพทุ ธเจาทรงแสดงไวก็เพ่ือใหท ราบวา ทุกขแคอื ปญใ หาของชีวิต
ทัง้ หมดทส่ี ามารถแกไข ไดนัน้ ตองแกไขตามทางหรือวธิ แี ก 8 ประการ ( ดูมัชฌมิ าปฎิปทา )
• มรรค การปฏิบัติเพ่อื จํากดั ทุกขแ เพอื่ หลดุ พน จากทุกขแ การปฏิบัติเพอ่ื แกป ญใ หา เพ่อื บรรลุ
เปูาหมายการแกป ญใ หาทต่ี อ งการ
2. ความไมป ระมาท
ความไมป ระมาทคอื การมีสติเสมอทง้ั ขณะทําขณะพูด และขณะคิด สติคือการระลึกได ใน
ภาคปฏิบัติเพ่ือนํา มาใชในชีวิตประจําวัน หมายถึง การระลึกรูทันการเคล่ือนไหว ของอริยาบท 4 คือ
เดิน ยืน นั่ง นอน การฝึกใหเกิดสติทําไดโดยตั้งสติกําหนดการเคลื่อนไหวของอริยาบท กลาวคือ ระลึก
ทนั ท้ังในขณะ ยืน เดิน นงั่ และนอน รวมทั้ง ระลึกรูทัน ในขณะพูดคิด และขณะทํางานตางๆ เม่ือทําได
อยางนี้ก็ชื่อวา มีความไมประมาทการทํางานตางๆ สําเร็จไดก็ดวยความไมประมาท กลาวคือผูทํายอม
ตองมีสติระลึกรูอยูวา ตนเองเปๅนใครมีหนาที่อะไร และกําลังทําอยางไร หากมีสติระลึกรูไดอยางนั้น ก็
ยอมไมผิดพลาด
กจิ กรรมของวนั วสิ าขบชู า
ทางราชการประกาศชักชวนใหประชาชน และหนวยงานตางๆ ทงั้ เอกชน และราชการประดบั
ตกแตง อาคารสถานท่ดี ว ยธงชาติ ธงเสมาธรรมจกั ร จุดประทีบโคมไฟ แตโ ดยทางปฏิบัติแลว ใช
หลอดไฟประดับหลากสี ในวันขึน้ 14-15 คํ่า เดอื น 6พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัว และพระบรมวงศานุ
วงศแ เสด็จประกอบพระราชกุศล ที่วัดพระศรรี ัตนศาสดาราม ทรงบาตร ในตอนเชา ในตอนเย็น ทรงนํา
เวยี นเทียนรอบพระอุโบสถ และสดับพระธรรมเทศนาในพระอโุ บสถ พรอมทัง้ ถวายไทยธรรม
• จดั งานสง เสรมิ พระพทุ ธศาสนาท่ีบริเวณทองสนามหลวงเปๅนประจําทุกปี แตล ะปีมกี ิจกรรมทาง
พระพทุ ธศาสนาหลากหลายหนวยงาน ทั้งทางราชการ และเอกชนทั้งฝาุ ยบรรพชิต และคฤหสั ถแ
รว มกนั จัดงานอนั ยิ่งใหญสรา งความศรัทธาใหแ กพทุ ธศาสนิกชนบําเพญ็ กุศล มีการทาํ บญุ ตกั บาตร ให
ทานรักษาศลี ฟงใ ธรรม สนทนาธรรม เวยี นเทียน เจรญิ ภาวนาเปนๅ ทีป่ ระทับใจยิ่งนัก
88
• สถานทจี่ ดั กิจกรรมในวันวิสาขบูชาทีย่ ่งิ ใหญอีกแหงหนึ่งก็คอื ณ บรเิ วณพุทธมณฑล ซง่ึ มหี นว ยงาน
กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการรวมกบั ประชาชนทวั่ ไป ไดจ ดั กิจกรรมปฏบิ ตั ิธรรมทงั้ ฝาุ ย
พระสงฆแ และฆราวาส มีจํานวนหลายหมื่นไดร วมทําบุญตักบาตรใหท านรักษาศลี ฟใงธรรม สนทนา
ธรรม และเจริญภาวนาแผเ มตตาถวายเปนพระราชกุศลแดพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั องคแปใจจุบนั
เนอ่ื งในวโรกาสท่ีพระองคแทรงมพี ระชนมายุครบ 72 พรรษา และในวนั วิสาขบูชา ณ บริเวณพุทธ
มณฑลนีเ้ อง สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี เสดจ็ เปๅนองคแประธานทรงเวียน
เทยี นทุกปีดวย
• พระสงฆแผจู ดั รายการธรรม ทางสถานวี ิทยุ เกือบทุกรายการทว่ั ประเทศเม่ือถึงสําคัญ คือวันวสิ าขบู
ชาเชนนี้ ก็มี
การประชาสัมพันธเแ ชิญชวนพทุ ธศาสนิกชนบาํ เพญ็ กศุ ล เปๅนกรณีพิเศษ คือ บรรพชาอุปสมบทนาคหมู
และบวช เนกขมั มะ เพอ่ื ปฏิบัติธรรมถวายเปนๅ พุทธบชู ะ ธรรมบชู า เปนๅ การชว ยสนบั สนนุ สง เสรมิ สราง
ความสงบสขุ ใหแ กบ ุคคลและสรา งความสามคั คีธรรมใหแ กสงั คม ตลอดถงึ ประเทศชาติอีกดวย
สรปุ แลว วนั วสิ าขบูชาปนี ้ี คงจะไดรบั ความรว มมือจากหนว ยงานทางราชการ และเอกชนตลอดท้ัง ผูจ ัด
รายการธรรมะ ทางสถานีวิทยุทวั่ ประเทศ ชว ยกันประชาสัมพันธแ เชิญชวนสาธชุ นผูศรัทธา จดั กิจกรรม
ปฏิบตั ิธรรม บําเพ็ญมหากุศลอันยิง่ ใหญเ ปๅนกรณีพเิ ศษ เหมือนที่เคยปฏิบตั ิมาทกุ ๆ ปี
3.2 วนั วสิ าขบชู าเปนๅ วนั สาํ คญั สากลของสหประชาชาติคอื
"วนั สาํ คญั ของโลก" ( Vesak Day )
ภมู หิ ลงั
1. ในการประชุม International Buddhist Conference ณ กรุงโคลัมโบ ระหวางวันที่ 9 -
14 พฤศจกิ ายน 2541 ซึ่งมีผแู ทนจากประเทศที่นับถือศาสนาพุทธจํานวนมากเขารวม อาทิ บังคลาเทศ
จีน ลาว เกาหลีใต เวยี ดนาม ภูฐาน อินโดนเี ซีย เนปาล กัมพชู า อินเดีย ปากสี ถาน และไทย ไดตกลงกัน
ที่จะเสนอใหส มัชชาสหประชาชาติรบั รองขอ มตปิ ระกาศวนั วสิ าขบชู าใหเปๅนวันหยุดของสหประชาชาติ
89
2. ในการเยือนของประเทศตางๆ ในอินโดจีนของรัฐมนตรีวาการกระทรวงการตางประเทศศรี
ลังกา ในปี 2542 กไ็ ดมกี ารหยิบยกเร่ืองนขี้ ึ้นหารอื และไดรบั การสนบั สนุนจากประเทศตา งๆ ไดด วยดี
3. คณะทูตถาวรศรีลังกาประจําสหประชาชาติ ณ นครนิวยอรแกไดจัดเตรียมรางขอมติ และได
ขอเสียงสนับสนุนจากประเทศตาง ๆ เพื่อใหมีการรับรองขอมติเร่ืองการประกาศใหวันวิสาขบูชาเปๅน
วันหยุดของสหประชาชาตใิ นทปี่ ระชุมสมัชชา สหประชาชาติ สมยั สามญั ครง้ั ท่ี 54
4. โดยที่สหประชาชาติประกาศวันหยุดเปๅนจํานวนมากอยูแลว และจะเปๅนปใญหาในเรื่อง
งบประมาณและการบริหารแก สหประชาชาติ หากประกาศใหวันวิสาขบูชาเปๅนวันหยุด ศรีลังกาจึงได
ตัดสนิ ใจท่ีจะเสนอรา งขอมติ ขอใหว นั วสิ าขบชู าเปๅนวนั สําคัญสากลท่ีสหประชาชาติ ทั้งที่สํานักงานใหญ
และสํานักงานตาง ๆ แทนการเสนอใหเปๅนวันหยุดซึ่ง ออท. ผูแทนถาวรประเทศตาง ๆ รวม 16
ประเทศ ไดแก ศรีลังกา บังคลาเทศ ภูฐาน กัมพูชา ลาว มัลดีฟสแ มองโกเลีย พมา เนปาล ปากีสถาน
ฟลิ ิปปินสแ เกาหลใี ต สเปน อินเดีย ไทย และยูเครน ไดร ว มลงนามในหนังสือถึงประธานสมัชชาฯ เพื่อให
นาํ เรอ่ื งวนั วสิ าขบชู าเขา เปนๅ ระเบียบวาระการประชมุ ของสมชั ชาฯ
5. ตอมาเม่ือ 24 พฤศจิกายน 2542 General Committee ของสมัชชาฯ ไดพิจารณาเรื่อง
ดังกลาว โดย ออท.ผูแทน ถาวรศรีลังกาไดกลาวถอยแถลงสนับสนุนหนังสือรองขอใหที่ประชุมบรรจุ
ระเบียบวาระดังกลาว เขาสูการพิจารณาของที่ประชุมสมัชชาเต็มคณะ ออท.ผูแทนถาวรไทย อินเดีย
สเปน บังคลาเทศ ปากีสถาน ไซปรัส ลาว และภูฐาน ไดกลาวถอย แถลงสนับสนุน ซ่ึงที่ประชุม
General Committee ไดมีมตใิ หบ รรจเุ รอื่ งนี้เขา สูการพิจารณาของสมัชชาเต็มคณะ
ปใจจุบัน
1. เม่ือ 15 ธันวาคม 2542 ที่ประชมุ สมชั ชาสหประชาชาติ สมยั สามัญ ครงั้ ที่ 54 ไดพิจารณา
ระเบียบวาระท่ี 174 International recognition of the Day of Visak โดยการเสนอของศรลี ังกา
2. ในการพิจารณา ประธานสมัชชาฯ ไดเชิญผูแทนศรีลังกาข้ึนกลาวนําเสนอรางขอมติ และ
เชิญผูแทนไทย สิงคโปรแ บังคลาเทศ ภูฐาน สเปน พมา เนปาล ปากีสถาน อินเดียขึ้นกลาวถอยแถลง
สรุปความวา วันวิสาขบูชาเปๅนวันสําคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเปๅนวันท่ีพระพุทธเจาประสูติ
ทรงตรัสรู เสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธเจาทรงสั่งสอนใหมวลมนุษยแมีเมตตาธรรมและขันติธรรม
ตอเพ่ือนมนุษยแดวยกัน เพื่อใหเกิดสันติสุขในสังคม อันเปๅนแนวทางของ สหประชาชาติ จึงขอใหที่
ประชุมรับรองขอมติน้ี ซึ่งเทากับเปๅนการรับรองความสําคัญของพุทธศาสนาในองคแการสหประชาชาติ
โดยถือวา วนั ดงั กลา วเปๅนทส่ี าํ นกั งานใหญอ งคกแ ารสหประชาชาติและท่ีทาํ การสมัชชาจะจัดใหม ีการระลึก
ถงึ (observance) ตามความเหมาะสม
3. ท่ีประชุมฯ ไดรบั รองรา งขอมตโิ ดยฉนั ทามติ
เหตผุ ลท่ี องคแการสหประชาชาติหนดให วันวสิ าขบูชา เปนๅ วนั สาํ คัญของโลก
เนื่องจากคณะกรรมมาธิการองคแการสหประชาชาติ ไดรวมพิจารณาและมีมติเห็นพองตองกันประกาศ
ใหว ันวสิ าขบชู า ถือเปๅนวันสําคัญวันหน่ึงของโลกท้ังนี้ ดวยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขององคแสมเด็จ
พระสมั มาสมั พทุ ธเจาวา ทรงเปๅนมหาบุรุษผูใหความเมตตาตอหมูมวล มนุษยแท้ังหลายในโลก จะเห็นได
90
จากการยกเลิกแบงชนช้ันวรรณะ ซึ่งเทากับเปๅนการเลิกทาสโดยไมมีการเสียเลือดเสียเน้ือ นอกจากน้ี
พระองคแยังทรงเปๅนนักอนุรักษแสัตวแปุาอีกดวย กลาวคือ ทรงสอนใหไมฆาสัตวแ ใหรูจักชวยเหลือสัตวแ
เหตผุ ลสําคญั อกี ประการหนง่ึ คอื พระองคแทรงเปิดโอกาสใหทุกศาสนาสามารถเขามาศึกษาพุทธศาสนา
เพื่อพิสจู นแหาขอเท็จจริงได โดย ไมจําเปๅนตองเปล่ียนมานับถือศาสนาพุทธและทรงส่ังสอนทุกคนโดยใช
ปญใ ญาธิคุณสอนโดยไมค ดิ คา ตอบแทน
3.3. วนั มาฆบชู า (บาลี: มาฆปชู า; อกั ษรโรมัน: Magha Puja)
เปๅนวันสําคัญของชาวพุทธเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย"มาฆบูชา" ยอมาจาก
"มาฆปูรณมีบูชา" หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินอินเดีย หรือเดือน 3 ตาม
ปฏิทนิ จนั ทรคติของไทย (ตกชว งเดือนกมุ ภาพนั ธหแ รอื มนี าคม) ถาปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สอง
หน (ปีอธกิ มาส) กเ็ ลือ่ นไปทําในวนั เพญ็ เดอื น 3 หลงั (วนั เพญ็ เดือน 4)
วันมาฆบูชาไดรับการยกยองเปๅนวันสําคัญทางศาสนาพุทธ เนื่องจากเหตุการณแสําคัญท่ีเกิดข้ึน
เมื่อ 2,500 กวาปีกอน คือ พระโคตมพุทธเจาทรงแสดงโอวาทปาติโมกขแทามกลางท่ีประชุมมหาสังฆ
สันนิบาตครั้งใหญในพระพุทธศาสนา คัมภีรแปปใญจสูทนีระบุวาครั้งนั้นมีเหตุการณแเกิดขึ้นพรอมกัน 4
ประการ คือ พระภิกษุ 1,250 รูป ไดมาประชุมพรอมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิไดนัดหมาย, พระภิกษุ
ทั้งหมดน้ันเปๅน "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผูไดรับการอุปสมบทจากพระพุทธเจาโดยตรง, พระภิกษุ
ทั้งหมดน้ันลวนเปๅนพระอรหันตแผูทรงอภิญญา 6 และวันดังกลาวตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 ดังนั้น จึงเรียก
วนั นอี้ กี อยางหนง่ึ วา "วันจาตรุ งคสนั นิบาต" หรือ วนั ที่มกี ารประชมุ พรอมดว ยองคแ 4
เดิมน้ันไมมีพิธีมาฆบูชาในประเทศพุทธเถรวาท จนมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา
เจาอยูหัว (รัชกาลท่ี 4) พระองคแไดทรงปรารภถึงเหตุการณแครั้งพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน 3 ดังกลาววา
เปๅนวันที่เกิดเหตุการณแสําคัญยิ่ง ควรประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา เพื่อเปๅนท่ีต้ังแหงความศรัทธา
เลอ่ื มใส จงึ มพี ระมหากรณุ าธิคุณโปรดเกลาฯ ใหจัดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึ้น การประกอบพระราช
พิธีคงคลายกับวันวิสาขบูชา คือ มีการบําเพ็ญพระราชกุศลตาง ๆ และมีการพระราชทานจุดเทียนตาม
ประทีปเปๅนพุทธบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระอารามหลวงตาง ๆ เปๅนตน ในชวงแรก พิธี
มาฆบูชาคงเปๅนการพระราชพธิ ีภายใน ยังไมแพรหลายทัว่ ไป ตอ มา ความนิยมจดั พิธีมาฆบูชาจึงไดขยาย
ออกไปทัว่ ราชอาณาจักร
ปจใ จุบนั วันมาฆบชู าไดรบั การประกาศใหเปนๅ วันหยุดราชการในประเทศไทย โดยพุทธศาสนิกชน
ทั้งพระบรมวงศานุวงศแ พระสงฆแและประชาชนประกอบพิธีตาง ๆ เชน การตักบาตร การฟใงพระธรรม
เทศนา การเวียนเทียน เปๅนตน เพ่ือบูชารําลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณแสําคัญดังกลาวที่ถือไดวา
เปๅนวันที่พระพุทธเจาประทานโอวาทปาฏิโมกขแ ซึ่งกลาวถึงหลักคําสอนอันเปๅนหัวใจของ
พระพุทธศาสนา ไดแก การไมทําความช่ัวทั้งปวง การบําเพ็ญความดีใหถึงพรอม และการทําจิตของตน
ใหผ อ งใส เพ่อื เปนๅ หลักปฏิบตั ขิ องพุทธศาสนิกชนทั้งมวล
91
นอกจากน้ี ในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยไดประกาศใหวันมาฆบูชาเปๅน "วันกตัญโูแหงชาติ"
เนอื่ งจากในสงั คมไทยปจใ จุบนั หญิงสาวมกั เสยี ตวั ในวันวาเลนไทนแ หลายหนว ยงานจึงพยายามรณรงคแให
วนั มาฆบชู าเปๅนวนั แหงความรัก (อนั บรสิ ุทธิ์) แทน
เหตกุ ารณแสาํ คญั ทเี่ กดิ ในวนั มาฆบชู าตามพทุ ธประวตั ิ
จาตรุ งคสนั นบิ าต
คัมภีรแสุมังคลวิลาสินี อรรถกถามหาปทานสูตร ระบุวาหลังจากพระพุทธเจาเทศนา "เวทนา
ปริคคหสูตร" (หรือทีฆนขสูตร) ณ ถ้ําสูกรขาตา เขาคิชฌกูฎ จบแลว ทําใหพระสารีบุตรไดบรรลุ
อรหัตตผล จากน้ันพระองคแไดเสด็จทางอากาศไปปรากฏ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร ใกลกรุงรา
ชคฤหแ แควนมคธ แลวทรงประกาศโอวาทปาติโมกขแแกพระภิกษุจํานวน 1,250 รูป โดยจํานวนนี้เปๅน
บริวารของชฏิลสามพ่นี อง 1,000 รปู และบรวิ ารของพระอัครสาวก 250 รปู
คมั ภรี แปปญใ จสูทนีระบุวา การประชุมสาวกครงั้ น้นั ประกอบดว ย "องคปแ ระกอบอศั จรรยแ 4
ประการ" คือ
1. วันดงั กลา วตรงกับวนั เพ็ญเดือน 3
2. พระภกิ ษทุ ั้ง 1,250 องคนแ ั้น ไดม าประชุมกนั โดยมิไดน ัดหมาย
3. พระภิกษุเหลา นน้ั เปนๅ พระอรหันตแทรงอภิญญา 6
4. พระภกิ ษุเหลานนั้ ไมไดป ลงผมดว ยมดี โกน เพราะพระพุทธเจาประทาน
"เอหิภกิ ขอุ ุปสัมปทา" ดวยพระองคแเอง
ดงั น้นั จงึ มีคําเรียกวนั น้อี ีกคําหนึง่ วา "วนั จาตรุ งคสันนิบาต" หรือ วันท่ีมีการประชมุ พรอมดวย
องคแ 4 ดังกลาวแลว
ดวยเหตกุ ารณแประจวบกับ 4 อยา ง จงึ มชี อื่ เรียกอกี ช่อื หนึ่งวา จาตรุ งคสันนบิ าต (มาจากศัพทแ
บาลี จาตรุ +องคฺ +สนฺนปิ าต แปลวา การประชุมอันประกอบดวยองคแประกอบทง้ั สี่ประการ) หลงั จาก
พระพุทธเจา ตรสั รแู ลว 9 เดือน (45 ปี กอนพุทธศักราช)
มีผูเขา ใจผิดวาเหตุท่ีพระสาวกท้ัง 1,250 รูป มาประชุมพรอมกันโดยมิไดนัดหมายน้ัน เพราะวัน
เพญ็ เดือน 3 ตามคติพราหมณแเปๅนวันพิธีมหาศิวาราตรีเพือ่ บูชาพระศิวะ พระสาวกเหลานั้นซ่ึงเคยนับถือ
ศาสนาพราหมณแมากอนจึงไดเปลี่ยนจากการรวมตัวกันทําพิธีชําระบาปตามพิธีพราหมณแ มารวมกันเขา
เฝูาพระพุทธเจาแทน แตความคิดน้ีไมตรงกับขอเท็จจริง เพราะพระศิวะเปๅนเทพท่ีชาวฮินดูเร่ิมบูชากัน
ในยคุ หลงั พุทธกาล คือตงั้ แต พ.ศ. 800 เปๅนตน มา
ประทานโอวาทปาตโิ มกขแ
พระพทุ ธเจา เม่ือทอดพระเนตรเหน็ มหาสงั ฆสนั นบิ าตอันประกอบไปดว ยเหตุอัศจรรยดแ ังกลา ว จึง
ทรงเห็นเปนๅ โอกาสอนั สมควรทจี่ ะแสดง "โอวาทปาติโมกขแ" อันเปนๅ หลักคําสอนสาํ คัญทเ่ี ปๅนหวั ใจของ
92
พระพทุ ธศาสนาแกท่ปี ระชุมพระสงฆแเหลานน้ั เพ่ือวางจุดหมาย หลักการ และวธิ กี าร ในการเขาถึง
พระพทุ ธศาสนาแกพระอรหันตสาวกและพุทธบริษัททงั้ หลาย พระพทุ ธองคแจึงทรงแสดงโอวาทปาฏิ
โมกขแเปนๅ พระพุทธพจนแ 3 คาถากงึ่ ทา มกลางมหาสังฆสนั นิบาตน้ัน มใี จความดังนี้
พระพทุ ธพจนแคาถาแรกทรงกลา วถงึ พระนิพพาน วาเปนๅ จุดมุง หมายหรืออดุ มการณแอันสูงสดุ
ของบรรพชติ และพุทธบรษิ ัท อนั มลี ักษณะทีแ่ ตกตางจากศาสนาอื่น ดงั พระบาลีวา "นิพพฺ านํ
ปรมํ วทนตฺ ิ พทุ ฺธา"
พระพุทธพจนแคาถาท่ีสองทรงกลา วถึง "วธิ กี ารอันเปนๅ หัวใจสาํ คญั เพื่อเขา ถึงจุดมุงหมายของ
พระพทุ ธศาสนาแกพุทธบริษัททงั้ ปวงโดยยอ " คือ การไมท ําความช่วั ทั้งปวง การบําเพ็ญแตค วาม
ดี และการทําจิตของตนใหผองใสเปนๅ อิสระจากกิเลสทั้งปวง สว นนีเ้ องของโอวาทปาฏิโมกขแท่ี
พุทธศาสนิกชนมักทองจํากนั ไปปฏบิ ัติ ซึง่ เปนๅ เพยี งหนึ่งคาถาในสามคาถากงึ่ ของโอวาทปาฏิ
โมกขเแ ทา นัน้
สว นพระพุทธพจนคแ าถาสุดทา ย ทรงกลาวถึงหลกั การปฏิบตั ิของพระสงฆแผทู ําหนาที่เผยแผพ ระ
ศาสนา 6 ประการ คอื การไมกลาวรายใคร, การไมทาํ รา ยใคร , การมคี วามสาํ รวมในปาตโิ มกขแ
ท้ังหลาย, การเปๅนผูรจู กั ประมาณในอาหาร ,การรูจักท่นี งั่ นอนอันสงดั และบําเพญ็ เพยี รในอธจิ ติ
สถานทสี่ าํ คญั เนอ่ื งดว ยวนั มาฆบชู า (พทุ ธสงั เวชนยี สถาน)
เหตุการณสแ ําคัญที่เกิดในวนั มาฆบูชา เกิดภายในบรเิ วณท่ีตั้งของ "กลุมพุทธสถานโบราณวดั เวฬุ
วนั มหาวหิ าร" ภายในอาณาบรเิ วณของวัดเวฬวุ นั มหาวิหาร ซ่ึงลานจาตุรงคสนั นบิ าตอันเปนๅ จุดทเ่ี กิด
เหตกุ ารณแสําคัญในวนั มาฆบชู านนั้ ยังคงเปนๅ ที่ถกเถยี งและหาขอสรปุ ทางโบราณคดีไมไดมาจนถึง
ปใจจบุ นั
วดั เวฬวุ นั มหาวหิ าร
"วัดเวฬุวันมหาวิหาร" เปๅนอาราม (วัด) แหงแรกในพระพุทธศาสนา ต้ังอยูใกลเชิงเขาเวภาร
บรรพต บนริมฝๆใงแมน้ําสรัสวดีซึ่งมีตโปธาราม (บอน้ํารอนโบราณ) คั่นอยูระหวางกลาง นอกเขตกําแพง
เมืองเการาชคฤหแ (อดีตเมืองหลวงของแควนมคธ) รัฐพิหาร ประเทศอินเดียในปใจจุบัน (หรือแควนมคธ
ในสมยั พทุ ธกาล)
วดั เวฬวุ นั ในสมยั พทุ ธกาล
เดิมวัดเวฬุวันเปๅนพระราชอุทยานสําหรับเสด็จประพาสของพระเจาพิมพิสาร เปๅนสวนปุาไผรม
ร่ืนมีร้ัวรอบและกําแพงเขาออก เวฬุวันมีอีกช่ือหน่ึงปรากฏในพระสูตรวา "พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิ
วาปสถาน" หรอื "เวฬุวันกลันทกนิวาป" (สวนปุาไผสถานท่ีสําหรับใหเหยื่อแกกระแต) พระเจาพิมพิสาร
ไดถวายพระราชอุทยาน แหงนี้เปๅนวัดในพระพุทธศาสนาหลังจากไดสดับพระธรรมเทศนาอนุปุพพิกถา
และจตุราริยสัจจแ ณ พระราชอุทยานลัฏฐิวัน (พระราชอุทยานสวนตาลหนุม) โดยในคร้ังน้ันพระองคแได
บรรลพุ ระโสดาบนั เปๅนพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา และหลังจากการถวายกลันทกนิวาปสถานไม
นาน อารามแหงนี้ก็ไดใชเปๅนสถานท่ีสําหรับพระสงฆแประชุมจาตุรงคสันนิบาตครั้งใหญใน
พระพุทธศาสนา อันเปๅนเหตุการณแสาํ คญั ในวนั มาฆบูชา
93
วดั เวฬวุ นั หลงั การปรนิ ิพพาน
หลังพระพุทธเจาเสด็จปรินิพพาน วัดเวฬุวันไดรับการดูแลมาตลอด โดยเฉพาะมูลคันธกุฎีที่มี
พระสงฆเแ ฝูาดแู ลทําการปดใ กวาดเช็ดถปู ลู าดอาสนะและปฏิบัติตอสถานที่ ๆ พระพุทธเจาเคยประทับอยู
ทุก ๆ แหง เหมือนสมัยที่พระพุทธองคแทรงพระชนมแชีพอยูมิไดขาด โดยมีการปฏิบัติเชนน้ีติดตอกันกวา
พนั ปี
แตจ ากเหตกุ ารณแยา ยเมืองหลวงแหงแควน มคธหลายคร้ังในชวง พ.ศ. 70 ท่ีเริ่มจากอํามาตยแและ
ราษฎรพรอมใจกันถอดกษัตริยแนาคทัสสกแแหงราชวงศแของพระเจาพิมพิสารออกจากพระราชบัลลังกแ
และยกสุสูนาคอํามาตยแซ่ึงมีเช้ือสายเจาลิจฉวีในกรุงเวสาลีแหงแควนวัชชีเกา ใหเปๅนกษัตริยแตั้งราชวงศแ
ใหมแลว พระเจาสุสูนาคจงึ ไดทาํ การยา ยเมืองหลวงของแควนมคธไปยังเมืองเวสาลีอันเปๅนเมืองเดิมของ
ตน และกษัตริยแพระองคแตอมาคือพระเจากาลาโศกราช ผูเปๅนพระราชโอรสของพระเจาสุสูนาค ไดยาย
เมืองหลวงของแควนมคธอกี จากเมอื งเวสาลีไปยังเมอื งปาตลบี ตุ ร ทาํ ใหเมืองราชคฤหแถูกลดความสําคัญ
ลงและถูกทงิ้ ราง ซึง่ เปนๅ สาเหตุสําคญั ทีท่ าํ ใหวัดเวฬุวันขาดผอู ุปถัมภแแ ละถกู ท้งิ รางอยางส้ินเชิงในชวงพัน
ปีถดั มา
โดยปรากฏหลักฐานบันทึกของหลวงจีนฟาเหียน (Fa-hsien) ที่ไดเขามาสืบศาสนาในพุทธภูมิ
ในชวงปี พ.ศ. 942–947 ในชวงรัชสมัยของพระเจาจันทรคุปตแท่ี 2 (พระเจาวิกรมาทิตยแ) แหงราชวงศแ
คุปตะ ซึ่งทานไดบันทึกไววา เมืองราชคฤหแอยูในสภาพปรักหักพัง แตยังทันไดเห็นมูลคันธกุฎีวัดเวฬุวัน
ปรากฏอยู และยังคงมพี ระภิกษุหลายรูปชวยกนั ดแู ลรกั ษาปใดกวาดอยูเปๅนประจํา แตไมปรากฏวามีการ
บันทึกถงึ สถานทเ่ี กดิ เหตกุ ารณจแ าตุรงคสนั นิบาตแตประการใด
แตหลังจากนั้นประมาณ 200 ปี วัดเวฬุวันก็ถูกทิ้งรางไป ตามบันทึกของพระถังซําจ๋ัง (Hiuen-
Tsang) ซึ่งไดจาริกมาเมืองราชคฤหแราวปี พ.ศ. 1300 ซ่ึงทานบันทึกไวแตเพียงวา ทานไดเห็นแตเพียง
ซากมูลคันธกุฎีซึ่งมีกําแพงและอิฐลอมรอบอยูเทาน้ัน (ในสมัยน้ันเมืองราชคฤหแโรยราถึงท่ีสุดแลว พระ
ถังซําจั๋งไดแตเพียงจดตําแหนงที่ตั้งทิศทางระยะทางของสถูปและโบราณสถานเกาแกอ่ืน ๆ ในเมืองรา
ชคฤหแไวม าก ทาํ ใหเ ปนๅ ประโยชนแแ กน กั ประวัติศาสตรแและนักโบราณคดใี นการคนหาโบราณสถานตาง ๆ
ในเมอื งราชคฤหใแ นปใจจุบัน)
จดุ แสวงบญุ และสภาพของวดั เวฬวุ นั ในปจใ จบุ นั
ปจใ จุบันหลังถูกทอดท้งิ เปนๅ เวลากวา พันปี และไดรับการบูรณะโดยกองโบราณคดีอินเดียในชวงท่ี
อินเดียยังเปๅนอาณานิคมของอังกฤษ วัดเวฬุวัน ยังคงมีเนินดินโบราณสถานที่ยังไมไดขุดคนอีกมาก
สถานท่ีสําคัญ ๆ ที่พุทธศาสนิกชนในปใจจุบันนิยมไปนมัสการคือ "พระมูลคันธกุฎี" ท่ีปใจจุบันยังไมไดทํา
การขุดคน เน่ืองจากมีกุโบรแของชาวมุสลิมสรางทับไวขางบนเนินดิน, "สระกลันทกนิวาป" ซ่ึงปใจจุบัน
รัฐบาลอินเดียไดทําการบูรณะใหมอยางสวยงาม, และ "ลานจาตุรงคสันนิบาต" อันเปๅนลานเล็ก ๆ มีซุม
ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยูกลางซุม ลานน้ีเปๅนจุดสําคัญท่ีชาวพุทธนิยมมาทําการ
เวียนเทียนสักการะ (ลานนี้เปๅนลานท่ีกองโบราณคดีอินเดียสันนิษฐานวาพระพุทธองคแทรงแสดงโอวาท
ปาฏิโมกขแในจุดน้ี)
94
จดุ ทเี่ กดิ เหตกุ ารณสแ าํ คญั ในวนั มาฆบชู า (ลานจาตรุ งคสนั นบิ าต)
ถึงแมวาเหตุการณแจาตุรงคสันนิบาตจะเปๅนเหตุการณแสําคัญย่ิงที่เกิดในบริเวณวัดเวฬุวันมหา
วิหาร แตทวาไมปรากฏรายละเอียดในบันทึกของสมณทูตชาวจีนและในพระไตรปิฎกแตอยางใดวา
เหตุการณใแ หญนี้เกิดขึน้ ณ จุดใดของวัดเวฬุวนั รวมท้งั จากการขุดคนทางโบราณคดีก็ไมปรากฏหลักฐาน
วา มีการทาํ เครื่องหมาย (เสาหนิ ) หรือสถูประบุสถานท่ีประชุมจาตุรงคสันนิบาตไวแตอยางใด (ตามปกติ
แลวบริเวณที่เกิดเหตุการณแสําคัญทางพระพุทธศาสนา มักจะพบสถูปโบราณหรือเสาหินพระเจาอโศก
มหาราชสรา งหรอื ปใกไวเพ่ือเปๅนเครื่องหมายสําคัญสําหรับผูแสวงบุญ) ทําใหในปใจจุบันไมสามารถทราบ
โดยแนช ัดวา เหตกุ ารณแจาตรุ งคสันนิบาตเกดิ ข้ึนในจดุ ใดของวดั
ในปใจจุบันกองโบราณคดีอินเดียไดแตเพียงสันนิษฐานวา "เหตุการณแดังกลาวเกิดในบริเวณลาน
ดานทิศตะวนั ตกของสระกลันทกนิวาป" (โดยสันนิษฐานเอาจากเอกสารหลักฐานวาเหตุการณแดังกลาวมี
พระสงฆแประชุมกันมากถึงสองพันกวารูป และเกิดในชวงท่ีพระพุทธองคแพ่ึงไดทรงรับถวายอารามแหงน้ี
การประชุมครั้งนั้นคงยังตองน่ังประชุมกันตามลานในปุาไผ เน่ืองจากเสนาสนะหรือโรงธรรมสภาขนาด
ใหญยังคงไมไดสรางข้ึน และโดยเฉพาะอยางย่ิงในปใจจุบันลานดานทิศตะวันตกของสระกลันทกนิวาป
เปๅนลานกวา งลานเดยี วในบรเิ วณวัดท่ไี มมีโบราณสถานอื่นต้ังอยู) โดยไดนําพระพุทธรูปยืนปางประทาน
พรไปประดิษฐานไวบริเวณซุมเล็ก ๆ กลางลาน และเรียกวา "ลานจาตุรงคสันนิบาต" ซ่ึงในปใจจุบันก็ยัง
ไมมีขอสรุปแนชัดวาลานจาตุรงคสันนิบาตที่แทจริงอยูในจุดใด และยังคงมีชาวพุทธบางกลุมสรางซุม
พระพุทธรูปไวในบริเวณอื่นของวัดโดยเช่ือวาจุดที่ตนสรางนั้นเปๅนลานจาตุรงคสันนิบาตท่ีแทจริง แต
พทุ ธศาสนกิ ชนชาวไทยสวนใหญก ็เช่ือตามขอสันนิษฐานของกองโบราณคดีอินเดียดังกลาว โดยนิยมนับ
ถอื กันวา ซมุ พระพุทธรูปกลางลานนีเ้ ปนๅ จดุ สกั การะของชาวไทยผูมาแสวงบุญจุดสําคัญ 1 ใน 2 แหงของ
เมืองราชคฤหแ (อีกจุดหน่งึ คือพระมูลคนั ธกฎุ บี นยอดเขาคิชฌกูฏ)
พระพทุ ธรูปยนื กลางมณฑล กลุม ปาุ ไผใ นวัด สระโบกขรณี ซมุ พระพุทธรปู
โบราณสถานวัดเวฬุวนั มหา เวฬุวนั มหาวิหาร กลนั ทกนิวาป ภายใน
วหิ าร เมืองราชคฤหแ รัฐ ท่มี าของช่ือเวฬุ (สระนํา้ ) กลางวดั โบราณสถานวัด
พิหาร อนิ เดีย (เปๅน วนั (วัดปุาไผ เวฬวุ ันมหาวหิ าร เวฬุวันมหาวหิ าร
พระพุทธรปู สรา งใหม หรือวัดไผล อ ม) พระพุทธเจา เคย หลายพระสูตร
ปใจจุบันเปๅนปูชนียวัตถุสาํ คัญ แสดงพระสูตร ที่นี่
ของวดั เวฬุวนั ) หลายพระสตู ร