The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นังสือเรียนพุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 921supatn, 2022-08-24 02:28:03

หนังสือเรียนพุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ

นังสือเรียนพุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ

Keywords: sao

145

ณัง กายะกมั มงั วาจากมั มงั ปะทกั ขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณธิ ีเต ปะทักขิณา ปะ
ทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตตั เถ ปะทักขิเณฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขันตุ สพั พะเทวะตา สัพพะพทุ ธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขันตุ สพั พะเทวะตา สัพพะธมั มานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสงั ฆานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต
บทชยั มงคลคาถา (พาหงุ มหากา) (แปล)
ขอนอบนอ฾ มแด฽พระผ฾มู ีพระภาคเจา฾ พระองคนแ ้นั ซึ่งเปนๅ ผ฾ูไกลจากกิเลส ตรัสร฾ชู อบไดโ฾ ดยพระองคเแ อง
(สามครงั้ )
ขา฾ พเจ฾าขอถอื เอา พระพทุ ธเจ฾าเปนๅ สะระณะ
ข฾าพเจ฾าขอถอื เอา พระธรรมเจา฾ เปๅนสะระณะ
ข฾าพเจา฾ ขอถอื เอา พระสงฆเจ฾าเปๅนสะระณะ
แมค฾ รง้ั ทส่ี อง ขา฾ พเจ฾าขอถอื เอา พระพทุ ธเจ฾าเปๅนสะระณะ
แมค฾ รง้ั ท่สี อง ขา฾ พเจา฾ ขอถอื เอา พระธรรมเจ฾าเปนๅ สะระณะ
แม฾ครง้ั ทีส่ อง ข฾าพเจ฾าขอถือเอา พระสงฆเจา฾ เปๅนสะระณะ
แม฾ครงั้ ท่ีสาม ข฾าพเจ฾าขอถือเอา พระพุทธเจ฾าเปๅนสะระณะ
แม฾ครง้ั ที่สาม ข฾าพเจา฾ ขอถือเอา พระธรรมเจ฾าเปๅนสะระณะ
แมค฾ รั้งที่สาม ข฾าพเจ฾าขอถือเอา พระสงฆเจา฾ เปนๅ สะระณะ
พระผู฾มีพระภาคเจา฾ พระองคนแ ั้น เปนๅ ผู฾ทรงแจกจา฽ ยธรรม เปๅนพระอรหันตแตรัสรู฾ดีโดยชอบดว฾ ย
พระองคเแ อง ทรงถึงพรอ฾ มด฾วยวชิ ชา และ จรณะ (ความรูแ฾ ละความประพฤติ) เสดจ็ ไปดี (คอื ไปทใ่ี ดก็ยงั
ประโยชนแใหท฾ ่นี ้ัน) ทรงร฾แู จง฾ โลก ทรงเปๅนสารถีฝึกคนทค่ี วรฝึก หาผอู฾ ื่นเปรยี บมิได฾ ทรงเปๅนศาสดาของ
เทวดาและมนุษยทแ ั้งหลาย ทรงเปนๅ ผตู฾ ื่น ทรงเปๅนผ฾ูแจกจ฽ายธรรม
พระธรรมอันพระผู฾มีพระภาคเจ฾าตรสั ดีแล฾ว อันผ฾ปู ฏบิ ตั ิเห็นชอบไดด฾ ว฾ ยตนเอง ไม฽ประกอบดว฾ ย
กาลเวลา ควรเรยี กมาดูได฾ ควรนอบน฾อมเขา฾ ไปหา อันผ฾ูร฾ูพึงรู฾ไดด฾ ฾วยตนเอง
พระสงฆสแ าวกของพระผ฾ูมีพระภาค เปๅนผ฾ูปฏบิ ัตดิ แี ลว฾ พระสงฆสแ าวกของพระผมู฾ ีพระภาคเปนๅ ผู฾
ปฏิบตั ิตรง พระสงฆแสาวกของพระผ฾มู ีพระภาคเปๅนผป฾ู ฏบิ ตั เิ พือ่ ความรู฾ พระสงฆสแ าวกของพระผู฾มีพระ
ภาคเปนๅ ผปู฾ ฏิบตั ิชอบ พระสงฆสแ าวกของพระผู฾มีพระภาคนั้น จดั เปๅนบุรุษสค่ี ู฽ เปๅนบุคคลแปด เปนๅ ผู฾ควร
บูชา เปๅนผค฾ู วรรับทกิ ษิณา เปๅนผค฾ู วรกราบไหว฾ เปนๅ เนือ้ นาบญุ ของโลก หาสิ่งอื่นเปรียบมิได฾
สมเด็จพระผ฾ูมพี ระภาค ผ฾เู ปนๅ จอมของนักปราชญแ ทรงชนะพญามารพร฾อมดว฾ ยเสนา ซึง่ เนรมิต
แขนได฾ตั้งพัน มีมอื ถืออาวุธครบทัง้ พนั มือ ขี่ช฾างคิรเี มขลแ ส฽งเสยี งสนนั่ น฽ากลัว ทรงชนะด฾วยธรรมวธิ มี ีทาน
บารมี เปๅนตน฾ และด฾วยเดชะของพระผ฾ูมีพระภาคพระองคแนนั้ ขอชยั มงคลทง้ั หลายจงมีแกข฽ า฾ พเจ฾า
สมเดจ็ พระผ฾ูมีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะอาฬวกยักษผแ ู฾โหดร฾ายบา฾ คลงั่ น฽าสพงึ กลวั ซึ่งต฽อส฾ู
กบั พระองคแ ตลอดทัง้ คนื รนุ แรงย่ิงกว฽าพญามาร จนละพยศร฾ายไดส฾ นิ้ ดว฾ ยขันติธรรมวธิ อี ันพระองคแได฾ฝกึ
ไว฾ดีแล฾ว และด฾วยเดชของพระผมู฾ พี ระภาคพระองคแนน้ั ขอชัยมงคลทัง้ หลายจงมแี ก฽ข฾าพเจ฾า

146

สมเดจ็ พระผ฾ูมีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพญาชา฾ ง ช่อื นาฬาคริ ี ซึ่งกาํ ลังตกมันจดั ทารณุ
โหดร฾ายยงิ่ นกั ดจุ ไฟปุาจักราวุธและสายฟาู ด฾วยพระเมตตาธรรม และด฾วยเดชของพระผม฾ู ีพระภาค
พระองคนแ น้ั ขอชยั มงคลทั้งหลายจงมีแก฽ข฾าพเจ฾า

สมเด็จพระผ฾ูมีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะมหาโจร ชือ่ องคุลมี าล ในมือถือดาบเงื้องา฽
โหดร฾ายทารุณยง่ิ วง่ิ ไล฽ตามพระองคแห฽างออกไปเร่ือย ๆ เปๅนระยะทางถงึ 3 โยชนแ ดว฾ ยทรงบันดาล
มโนมยทิ ธิ (ฤทธิ์ทางใจ) และดว฾ ยเดชของพระผู฾มีพระภาคพระองคแน้ัน ขอชัยมงคลท้ังหลายจงมแี ก฽
ข฾าพเจ฾า

สมเด็จพระผู฾มีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะคํากลา฽ วใสร฽ า฾ ยท฽ามกลางชมุ ชน ของนางจิญจ
มาณวกิ า ผูผ฾ กู ท฽อนไม฾ซ฽อนไว฾ท่ีทอ฾ งแสร฾งทาํ เปๅนหญิงมคี รรภแ ดว฾ ยความจริง ด฾วยความสงบเยือกเย็นดว฾ ย
วธิ ีสมาธิอนั งาม และด฾วยเดชของพระผู฾มีพระภาคพระองคแนั้น ขอชยั มงคลทั้งหลายจงมีแก฽ขา฾ พเจ฾า

สมเดจ็ พระผู฾มีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะสัจจกนิครนถแ ผู฾เชดิ ชลู ทั ธิของตนว฽าจริงแท฾อย฽าง
เลิศลอย ราวกบั ชธู งข้ึนฟาู ผู฾มุง฽ โต฾วาทะกับพระองคแ ด฾วยพระปใญญาอันเปนๅ เลศิ ดุจประทีปอันโชติช฽วง
ดว฾ ยเทศนาญาณวิถี และดว฾ ยเดชของพระผู฾มีพระภาคพระองคแนั้น ขอชัยมงคลทงั้ หลายจงมีแกข฽ ฾าพเจ฾า

สมเดจ็ พระผ฾ูมีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะพญานาคชือ่ นันโทปนนั ทะ ผ฾หู ลงผดิ และมีฤทธิ์
มาก ดว฾ ยทรงแนะนําวิธี และ อิทธฤิ ทธิ์แกพ฽ ระโมคคลั ลานะ พระเถระภชุ งคแ พุทธบตุ ร ให฾ไปปราบจน
เชอื่ ง และดว฾ ยเดชของพระผ฾มู ีพระภาคพระองคแน้นั ขอชยั มงคลท้งั หลายจงมีแก฽ข฾าพเจ฾า

สมเดจ็ พระผ฾ูมีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพรหม ชอ่ื ท฾าวพูกะ ผูร฾ ัดรงึ ทฏิ ฐิ คือ ความเห็นผดิ
ไว฾แนบแน฽น โดยสาํ คญั ผดิ ว฽าตนบริสทุ ธม์ิ ีฤทธริ์ ง฽ุ โรจนดแ ฾วยวธิ วี างยาอนั วิเศษ คือ เทศนาญาณ และดว฾ ย
เดชของพระผมู฾ ีพระภาคพระองคแน้นั ขอชัยมงคลทงั้ หลายจงมีแก฽ข฾าพเจา฾
แมน฾ รชนใดไม฽เกยี จคร฾าน สวดกด็ ี ระลกึ ก็ดี ซ่งึ พุทธชยั มงคลคาถา 8 บทน้ี ทุกวัน ยอ฽ มเปๅนเหตใุ ห฾พ฾น
อุปทใ วอนั ตรายทัง้ ปวง นรชนผ฾มู ปี ญใ ญายอ฽ มถงึ ซ่ึงความสุขสูงสดุ แล สวิ โมกขแนฤพานอนั เปๅนเอกนั ตบรม
สุข

สมเดจ็ พระสัมมาสมั พุทธเจ฾า พระผทู฾ รงเปๅนท่ีพง่ึ ของสรรพสตั วแทรงประกอบด฾วยพระมหากรณุ า
ทรงบาํ เพ็ญพระบารมีท้ังปวง เพอ่ื ประโยชนแเกือ้ กูลแกส฽ รรพสัตวแ ทรงบรรลพุ ระสัมโพธิญาณอนั สงู สุด
ดว฾ ยการกล฽าวสจั จวาจาน้ี ขอชยั มงคลทง้ั หลายจงมีแก฽ข฾าพเจา฾

147

กจิ กรรมทา฾ ยบท
ใบงาน

คําชแ้ี จง

กกกกกกก1. ใบงานนจี้ ัดทาํ ขึน้ เพ่อื ให฾นกั ศึกษามีความรแ฾ู ละประสบการณใแ นหัวเร่ืองท่ี 4 ศาสนพธิ ี
ภายในวดั สตั หีบ
กกกกกกก2. ให฾นักศกึ ษาปฏิบตั ิตามขั้นตอนต฽อไปนี้
กกกกกกกกกก2.1 ใหน฾ กั ศกึ ษาค฾นคว฾าประเดน็ เร่อื งศาสนพิธีในวันคล฾ายวนั มรณภาพหลวงพ฽ออวี๋ ัดสตั
หบี ภายในวัดสัตหบี และศาสนพธิ ใี นวนั สําคญั ทางพระพุทธศาสนา บทสวดตา฽ งๆ จากสื่อการเรียนรท฾ู ี่
หลากหลาย ไดแ฾ ก฽ ส่ือหนังสอื ที่เก่ยี วข฾อง (2 เล฽ม) สบื ค฾นจากอินเตอรเแ นต็ (2 เวบ็ ไซด)แ สัมภาษณภแ ูมิ
ปญใ ญาหรือผร฾ู ู฾ จํานวน 1 คน และศึกษาจากแหลง฽ เรียนร฾ใู นชมุ ชน (ห฾องสมุดประชาชนเฉลิราชกมุ ารี
อาํ เภอสัตหบี ) รวมถงึ ศึกษาจากใบความรูเ฾ รื่อง ศาสนพธิ ภี ายในวัดสตั หบี
กกกกกกกกกก2.2 ให฾นักศึกษารวมรวบข฾อมูลท่ีได฾จากการศึกษาค฾นคว฾าในข฾อ 2. 1 ลงในเอกสารการ
เรียนรู฾ด฾วยตนเอง (กรต.) ส฽งครูผู฾สอนเม่ือวันที่มาพบกล฽ุมเสร็จสิ้นในวันท่ี........ เดือน .............. พ.ศ.
.......................
กกกกกกกกกก2.3 นักศึกษามาพบกลุ฽มในวันท่ีท่ีได฾กําหนดไว฾ในข฾อ 2.2 อภิปรายข฾อมูลที่ศึกษาค฾นคว฾าได฾
แลกเปลีย่ นกับเพอ่ื นนกั ศึกษาและครผู สู฾ อน อภปิ ราย วเิ คราะหขแ อ฾ มูลทศี่ ึกษาแลกเปล่ยี นกบั ครู

148
กกกกกกกกกก2.4 สรุปการเรียนร฾ูท่ีได฾จากการอภิปรายและวิเคราะหแข฾อมูลท่ีได฾ร฽วมกัน บันทึกลงใน
เอกสารการเรยี นรู฾ด฾วยตนเอง (กรต.)
กกกกกกกกกก2.5 นักศึกษานําผลสรุปการเรียนรู฾ที่ได฾ไปทดลอง ปฏิบัติตอบคําถามในใบงานฉบับนี้
แลว฾ บนั ทกึ คาํ ตอบที่ได฾ลงในเอกสารการเรียนรด฾ู ว฾ ยตนเอง (กรต.) ส฽งครูผูส฾ อนหลงั เสรจ็ ส้นิ การพบกลุ฽มใน
วนั ที.่ ...... เดอื น ................. พ.ศ. ...........

ใบงานท่ี 2
คําชแ้ี จง จงตอบคําถามต฽อไปนใี้ ห฾สมบูรณแกกก

1. ความเชื่อเก่ยี วกับหลวงพ฽ออ๋ี หรือพระครูวรเวทมนุ ี วดั สตั หบี มอี ะไรบ฾าง.........................
คําตอบ ...............................................................................................................................

............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................

2. ศาสนพิธีวันคลา฾ ยวันมรณภาพหลวงพ฽ออ๋ีวัดสัตหีบ มีการปฏิบตั ิอย฽างไร
คาํ ตอบ ................................................................................................................................

............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................... .............................

3. ศาสนพิธใี นวันสาํ คญั ทางศาสนา มกี ารปฏิบัตอิ ยา฽ งไร
1. วนั วสิ าขบชู า

149

2. วันอาสาฬหบชู า
3. วันมาฆบูชา
4. วันเข฾าพรรษา
5. วันออกพรรษา
คาํ ตอบ ....................................................................................................................... ..............
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
................................................................................................................................ ...................................
............................................................................................... ....................................................................
4. บทสวดต฽างๆ
คาํ ตอบ ....................................................................................................................... ..............
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ......................................
5. คําชแี้ จง ใหน฾ กั เรียนเขยี นเครื่องหมาย / ลงในชอ฽ งวา฽ งหน฾าขอ฾ ความท่ีถูกต฾อง และ
เครือ่ งหมาย x ลงในชอ฽ งวา฽ งหน฾าข฾อความที่ไมถ฽ ูกต฾อง
1. หลักอริยจสัจ 4 คอื ความจริงอันประเสรฐิ มี 4 ประการ คือ ทุกขแ สมุทยั นโิ รธ และ
มรรค เปนๅ หลกั ธรรมท่ีเก่ยี วข฾องกับวนั วิสาขบชู า
2. พระพุทธเจ฾าทรงแสดงธรรม (ปฐมเทศนา) ชือ่ “ธมั มจักกปั ปวัตตนสูตร” แกป฽ ญใ จ
วัคคียแในวนั วสิ าขบชู า
3. พระพุทธเจา฾ ประสตู จิ ากพระครรภแของพระชนนี ณ สวนลมุ พนิ ีวัน ซ่งึ อย฽ู ระหวา฽ งกรุง
กบิลพัสดแุกับกรงุ เทวทหะ
4. วันวิสาขบชู า เปนๅ วนั ที่พระอรหันตแสาวก จาํ นวน 1,250 รูป มาประชุม กันโดยมไิ ด฾นัด
หมาย
5. วนั วิสาขบชู า คอื วนั ข้นึ 15 ค่าํ เดือน 6 ซ่งึ ถอื วา฽ เปๅนวันคลา฾ ยวนั ประสูติ วันตรัสร฾ู
และวันปรินิพพานของพระพุทธเจ฾า
6. พระพทุ ธเจ฾าทรงปรนิ ิพพานที่ กรุงกุสินารา แควน฾ มลั ละ
7. ในวนั วสิ าขบูชาควรสวดมนตแและสดบั รบั ฟใงพระธรรมเทศนา เรื่อง โอวาท ปาฏิโมกขแ
8. หลักธรรมที่เกย่ี วข฾องกับเหตกุ ารณแจาตุรงคสนั นิบาต คือ อรยิ สัจ 4
9. นิโรธ ได฾แก฽ การดบั ทุกขแ หรอื ภาวะทปี่ ลอดปใญหา หมดปใญหา พระพุทธศาสนาสอน
วธิ ีการดับทกุ ขแหรือแก฾ปญใ หาไว฾ 5 ประการ

150
10. มรรค ได฾แก฽ หนทางแนวทางหรือวิธกี ารดําเนนิ การสู฽การดบั ทุกขแแก฾ทุกขแ ดบั ปญใ หา
หรอื แก฾ปญใ หา พระพุทธศาสนาสอนวธิ ีดําเนินการสก฽ู ารดับทุกขแไว฾ 8 ประการ

บทที่ 5
การสบื สานและอนรุ กั ษแพทุ ธวถิ หี ลวงพอ฽ อวี๋ ดั สตั หบี

สาระสาํ คญั

กกกกกกก1. การบอกกล฽าวเล฽าขานเกี่ยวกับการสบื สานและอนรุ ักษแพทุ ธวิถหี ลวงพ฽ออ๋ีวดั สตั หีบ เปๅน
การเล฽าเร่ืองราวเกี่ยวกับหลวงพอ฽ อวี๋ ัดสตั หีบ ซง่ึ เปๅนความรู฾ต฽างๆ ท่ีอยู฽กับตวั บคุ คล ท่ีมีความร฾ู หรือ
ประสบการณแในเรอ่ื งเก่ียวกบั หลวงพอ฽ อี๋วัดสัตหีบ
กกกกกกก2. การเปนๅ มคั คุเทศกอแ าสา

มัคคุเทศกแ หมายถึง ผ฾ูท่ีให฾ความช฽วยเหลือ ทาํ หน฾าที่อํานวยความสะดวก ให฾ข฾อมูล
ความเข฾าใจทางด฾านวัฒนธรรม ประวัติศาสตรแ และเหตุการณแร฽วมสมัยต฽าง ๆ แก฽บุคคลท่ีอย฽ูในกลุ฽ม
นักท฽องเที่ยว ในกรณีทัศนศึกษาท่ีสถานที่ทางศาสนาหรือประวัติศาสตรแ พิพิธภัณฑแ และสถานท่ี
ท฽องเที่ยวที่ได฾รับความสนใจอ่ืน ๆ มัคคุเทศกแส฽วนใหญ฽จะได฾รับการรับรองจากองคแกรท่ีเก่ียวข฾องก฽อน
ปฏิบตั ิหน฾าท่ีมัคคุเทศกแ

มคั คเุ ทศกแอาสา หมายถึง ผทู฾ ี่ใหค฾ วามช฽วยเหลือ ทําหน฾าท่ีอํานวยความสะดวก ให฾ข฾อมูล

151

ความเข฾าใจทางด฾านวัฒนธรรม ประวัติศาสตรแ และเหตุการณแร฽วมสมัยต฽างๆ ในสถานท่ีท฽องเที่ยวแก฽
บุคคลที่อย฽ูในกลุ฽มท฽องเท่ียว โดยสมัครใจทํางานเพื่อประโยชนแแห฽งประชาชนและสังคม โดยไม฽หวัง
ผลตอบแทนเปนๅ เงนิ หรือสิง่ อ่นื ใด

คุณลักษณะที่ดีของมัคคุเทศกแ จะตอ฾ งมคี ุณสมบัตพิ ิเศษหลาย ๆ อยา฽ ง สามารถปรับตัว
ให฾เหมาะสมกับแต฽ละสถานการณแ แก฾ไขปใญหาเฉพาะหน฾าได฾อย฽างเหมาะสม จําเปๅนต฾องมีคุณสมบัติ 5
ประการ ดังนี้ (1) มนุษยสัมพันธแดี (2) บุคลกิ ภาพ (3) มีความรดู฾ ี (4) รกั งานรกั หน฾าที่ และ (5) มศี ลิ ปะใน การ
พดู
กกกกกกก3. การประชาสมั พนั ธแดว฾ ยสื่อทห่ี ลากหลาย

ความหมายของสื่อสงั คมออนไลนแ หมายถึง สื่อดจิ ิทลั ทเ่ี ปๅนเครอื่ งมือในการปฏิบัติการทาง
สงั คม (Social Tool) เพื่อใช฾ส่อื สารระหว฽างกนั ในเครือขา฽ ยทางสงั คม (Social Network) ผ฽านทาง
เว็บไซตแและโปรแกรมประยุกตบแ นสอื่ ใดๆ ที่มีการเช่ือมต฽อกับอินเทอรเแ น็ต โดยเนน฾ ใหผ฾ ใู฾ ช฾ทง้ั ทเี่ ปนๅ ผส฾ู ง฽
สารและผ฾รู บั สารมีสว฽ นร฽วม (Collaborative) อยา฽ งสร฾างสรรคแ ในการผลิตเนอ้ื หาข้ึนเอง (User-
GenerateContent: UGC) ในรูปของขอ฾ มูล ภาพ และเสียง รวมถงึ การประชาสมั พันธแด฾วยสือ่ แผ฽นพับ

แผน฽ พบั หมายถึง ส่ือโฆษณาที่เปๅนส่ิงพมิ พทแ ่ีผ฾ผู ลิตส฽งตรงถึงผ฾ูบรโิ ภค มีท้ังวิธีการส฽งทาง
ไปรษณียแ และแจกตามสถานท่ีต฽าง ๆ ลักษณะเด฽นของแผ฽นพับ คือ มีขนาดเล็ก หยิบง฽าย ให฾ข฾อมูล
รายละเอยี ดได฾มากพอสมควร ผ฾ูอา฽ นสามารถเลอื กอ฽านเวลาใดก็ได฾ ผ฾อู อกแบบมเี ทคนิคการออกแบบตาม
อิสระ หลากหลาย ค฽าใชจ฾ ฽ายในการผลิตต่ํากวา฽ ส่งิ พมิ พแชนิดอน่ื นอกจากน้ียังเปๅนสื่อที่เข฾าถึงเปูาหมายได฾
อย฽างแท฾จรงิ

การทําแผน฽ พบั ที่ดี ต฾องประกอบไปดว฾ ย (1) หลกั การท่วั ไป การออกแบบแผ฽นพบั มี 2
เรื่องท่ีสําคัญ คือ หลักการที่ 1 สิ่งท่ีต฾องกําหนดและวางแผนก฽อนการออกแบบแผ฽นพับ หลักการท่ี 2
องคแประกอบ และการจัดวางองคแประกอบในการออกแบบแผ฽นพับ (2) ส่ิงท่ีต฾องกําหนด และวางแผน
กอ฽ นการออกแบบแผน฽ พบั มี 4 ขอ฾ ดังน้ี การกาํ หนดขนาดและรูปแบบของแผ฽นพับ การกําหนดลักษณะ
การส฽ง การกําหนดกระดาษ และการกําหนดลําดับของการอ฽านตามลักษณะของแผ฽นพับ และ (3)
องคแประกอบ และการจัดวางองคแประกอบในการออกแบบแผ฽นพับท่ีต฾องกําหนดและวางแผนเฉพาะใน
ส฽วนที่เก่ียวข฾องกับการออกแบบ มี 4 องคแประกอบ ดังน้ี พาดหัว ภาพประกอบข฾อความ ภาพสถานที่
หลกั และตราสัญลักษณแ เปนๅ ต฾น

กกก4. การฝึกปฏิบัติ ศลี สมาธิ ปญใ ญา
พระธรรมเปๅนเร่ืองละเอียดลกึ ซ้ึง โดยเฉพาะหนทางการดบั กเิ ลส ดังนน้ั ในเร่อื งของศลี

สมาธิ และปใญญา คือ
ศีล มหี ลายอย฽าง หลายระดับ ทัง้ ศีล ท่เี รามักเขา฾ ใจกันทัว่ ไป คอื การงดเวน฾ จากการ

ทําบาป ทางกาย วาจา เปนๅ ต฾น แต฽มีศีลทล่ี ะเอียดย่ิงไปกว฽านั้น ทีเ่ ปๅนศีล ทเี่ รยี กวา฽ อธิศลี อนั เปนๅ ศีลท่ี
เกดิ พร฾อมกบั สมาธิและปใญญา

152

สมาธิ โดยทัว่ ไป กเ็ ขา฾ ใจกันวา฽ คอื การนงั่ สมาธใิ หส฾ งบ แต฽ในทางพระพุทธศาสนาจะ
ใชค฾ าํ วา฽ อธิจติ สกิ ขา หรือ บางครั้งใช฾คําวา฽ สัมมาสมาธิ ท่มี ฽ุงหมายถงึ การเจริญสมถภาวนา และ สมาธทิ ่ี
เกดิ พร฾อมกบั ปญใ ญาในปญใ ญาข้ันวิปสใ สนา

ปญใ ญา ปใญญาในพระพทุ ธศาสนา กม็ หี ลายระดบั แต฽คอื ความเหน็ ถูกเช฽น เชอ่ื กรรม
และผลของกรรม ปญใ ญาขน้ั การฟใงการศึกษา ปญใ ญาขัน้ สมถภาวนา และปญใ ญาข้ันวิปใสสนาภาวนา

ตวั ชวี้ ดั

กกกกกกก1. สามารถบอกกลา฽ วเล฽าขาน หรือเปๅนมัคคเุ ทศกอแ าสา แนะนําสบื สานและอนรุ กั ษพแ ุทธวถิ ี
หลวงพอ฽ อี๋วดั สัตหบี ได฾
กกกกกกก2. สามารถการประชาสมั พนั ธแ แนะนําสืบสานและอนรุ ักษพแ ุทธวถิ ีหลวงพอ฽ อ๋วี ัดสตั หบี ด฾วยส่อื
ทหี่ ลากหลายได฾

3. สามารถฝกึ ปฏิบัติตน ในฐานะเปๅนพลเมืองดี ตามหลักศาสนาได฾

ขอบข฽ายเนอ้ื หา

กกกกกกก1. การบอกกล฽าวเลา฽ ขาน
กกกกกกก2. การเปๅนมัคคุเทศกอแ าสา
กกกกกกก3. การประชาสมั พนั ธแดว฾ ยสื่อที่หลากหลาย
กกกกกกก4. การฝึกปฏบิ ัติ ศลี สมาธิ ปใญญา

เรอื่ งที่ 1 การบอกกลา฽ วเลา฽ ขานเกยี่ วกบั พทุ ธวถิ หี ลวงพ฽ออวี๋ ดั สตั หีบ
กกกกกกก1. การบอกกลา฽ วเลา฽ ขานเกย่ี วกบั พทุ ธวถิ หี ลวงพอ฽ อวี๋ ดั สตั หบี

การบอกกล฽าวเล฽าขานเก่ียวกับพทุ ธวถิ หี ลวงพอ฽ อวี๋ ดั สตั หีบ เปๅนการเล฽าเร่ืองราว
เกี่ยวกับหลวงพอ฽ อีว๋ ดั สตั หบี การเลา฽ เร่ืองราวความรตู฾ า฽ ง ๆ ทอ่ี ย฽ูกับตวั บุคคล ที่ผู฾พูดจะต฾องมีความร฾หู รือ
ประสบการณใแ นเรื่องเกีย่ วกบั พทุ ธวถิ ีหลวงพอ฽ อว๋ี ดั สัตหีบ

การเล฽าเร่ืองจะทาํ ให฾ผ฾ูฟใงได฾รับความร฾ู หรือคติสอนใจ และได฾รับความสนุกสนาน
เพลดิ เพลนิ มหี ลกั ในการปฏิบัติ ดังน้ี

1.1 เตรยี มเรื่องท่ีจะเล฽า โดยมเี ค฾าโครงเร่ือง และลาํ ดบั เร่ืองอย฽างชดั เจน
1.2 เล฽าเร่ืองตามลําดับที่เตรียมไว฾ ในขณะเล฽าเร่ือง ไม฽ควรเล฽าเร่ืองอ่ืน ๆ เเทรก
เพราะอาจทาํ ให฾ผ฾ฟู งใ สับสนได฾

153

กกกกกกกกกกกล฽าวโดยสรุป การบอกกล฽าวเล฽าขานเก่ียวกับพุทธวิถหี ลวงพ฽ออีว๋ ดั สัตหีบ เปๅนการเล฽า
เรื่องราวเกยี่ วกบั หลวงพอ฽ อ๋วี ดั สตั หบี ซ่ึงเปๅนความร฾ตู า฽ ง ๆ ทอ่ี ยู฽กบั ตวั บคุ คล ที่มีความร฾ู หรอื
ประสบการณแในเรือ่ งเก่ียวกบั หลวงพอ฽ อว๋ี ัดสัตหบี

กกกกกกก2. การเปนๅ มคั คเุ ทศกอแ าสา

มีผูใ฾ หค฾ วามหมายของมคั คุเทศกแทีส่ าํ คญั ดงั น้ี
มัคคเุ ทศกแ แปลตามศัพทแ หมายถงึ ผน฾ู าํ หรือ ผู฾ชี้ทาง ตรงกบั คําในภาษาองั กฤษ
“Guide” หรือ “ Courier” ซง่ึ ทัง้ สองคํานีม้ ีความหมายต฽างกัน Guide หมายถงึ ผท฾ู ท่ี าํ หน฾าทีน่ ําชม
สถานทตี่ ฽างๆ สว฽ น Courier หมายถงึ ผ฾ทู ําหน฾าท่อี ํานวยความสะดวกในดา฾ นการนาํ เทยี่ วการเดินทาง
และการพกั แรมตามสถานท่ตี ฽างๆ คําท้งั สองคํานส้ี ามารถใชแ฾ ทนกันได฾แตส฽ ําหรบั ประเทศนิยมใชค฾ าํ วา฽
Guide หรอื Tourist Guide มากกว฽าใช฾คําว฽า Courier
มัคคเุ ทศกแ (Guide) หมายถึง ผูใ฾ หบ฾ รกิ ารเปๅนปกติธรุ ะในการนาํ นกั ท฽องเทยี่ วไปยัง
สถานท่ีตา฽ งๆ โดยให฾บริการเก่ียวกบั คําแนะนํา และความรดู฾ ฾านต฽างๆ แก฽นักท฽องเทีย่ ว

มคั คุเทศกแ หมายถงึ เปนๅ ผูใ฾ หค฾ วามชว฽ ยเหลอื ขอ฾ มลู ความเข฾าใจทางดา฾ น
วัฒนธรรม ประวตั ิศาสตรแแ ละเหตุการณรแ ว฽ มสมยั ตา฽ งๆ แก฽บุคคลที่อย฽ใู นกลุม฽ ท฽องเที่ยว นกั ทอ฽ งเทย่ี ว
เอกเทศ หรือนักท฽องเท่ียวในกรณที ัศนศึกษาทีส่ ถานทท่ี างศาสนาหรอื ประวตั ศิ าสตรแ พพิ ธิ ภัณฑแ และ
สถานที่ท฽องเที่ยวทร่ี ับความสนใจอ่นื ๆ มัคคุเทศกแสว฽ นใหญ฽จะได฾รบั การรับรองจากองคแกรทีเ่ กีย่ วขอ฾ ง
ก฽อนปฏบิ ตั ิหน฾าท่ีมคั คุเทศกแ

กลา฽ วโดยสรุป มคั คเุ ทศกแ หมายถึง ผใ฾ู ห฾ความช฽วยเหลือ ทําหน฾าท่ีอาํ นวยความ
สะดวก ข฾อมลู ความเข฾าใจ ทางด฾านวัฒนธรรม ประวัตศิ าสตรแและเหตุการณแรว฽ มสมยั ตา฽ งๆ แก฽บคุ คลท่ี
อย฽ใู นกล฽มุ ทอ฽ งเท่ยี ว นักท฽องเทยี่ ว เอกเทศ หรือนักทอ฽ งเที่ยวในกรณที ัศนศึกษาทส่ี ถานท่ีทางศาสนาหรือ
ประวตั ศิ าสตรแ พิพิธภณั ฑแ และสถานที่ท฽องเท่ยี วทร่ี บั ความสนใจอื่นๆ มคั คเุ ทศกแสว฽ นใหญจ฽ ะได฾รบั การ
รับรองจากองคแกรที่เกี่ยวข฾องก฽อนปฏิบัติหนา฾ ท่ีมคั คเุ ทศกแ

1.1 ความหมายมัคคเุ ทศกแอาสา
มัคคุเทศกแอาสา หมายถึง ผูใ฾ ห฾ความช฽วยเหลือ ขอ฾ มูลความเขา฾ ใจทางด฾านวฒั นธรรม
ประวัตศิ าสตรแ และเหตุการณแร฽วมสมยั ต฽างๆแก฽บุคคลทอี่ ย฽ใู นกล฽ุมท฽องเท่ียว โดยสมคั รใจทาํ งานเพื่อ
ประโยชนแแห฽งประชาชนและสงั คม โดยไม฽หวังผลตอบแทนเปนๅ เงิน หรอื ส่ิงอนื่ ใดกล฽าวโดยสรปุ
มคั คเุ ทศกแอาสา หมายถงึ ผใ฾ู ห฾ความช฽วยเหลือ ทําหนา฾ ท่ีอํานวยความสะดวกให฾ขอ฾ มลู ความเข฾าใจ
ทางดา฾ นวฒั นธรรม ประวตั ิศาสตรแ และเหตุการณแร฽วมสมยั ต฽างๆแก฽บุคคลท่ีอยใู฽ นกลมุ฽ ท฽องเที่ยว โดย
สมัครใจทํางานเพ่ือประโยชนแแห฽งประชาชนและสงั คม โดยไม฽หวังผลตอบแทนเปๅนเงิน หรือสิง่ อ่ืนใด
1.2 คุณสมบัติสําคัญของมัคคเุ ทศกแอาสา
คณุ สมบัตสิ าํ คัญของมัคคเุ ทศกแอาสา มี 3 ประการ ดงั นี้

154

ประการท่ี 1 ทาํ งานด฾วยความสมัครใจไม฽ใช฽ด฾วยการถูกบังคบั หรือเปๅนเพราะ
หนา฾ ท่ี

ประการที่ 2 ทาํ งานเพ่อื ประโยชนแแก฽ประชาชนและสังคม หรอื
สาธารณประโยชนแ

ประการท่ี 3 ทาํ โดยไม฽หวังผลตอบแทน เปๅนเงนิ หรือสิง่ ของมมี ลู คา฽ แทนเงิน
กล฽าวโดยสรุป คณุ สมบัติสาํ คัญของมคั คุเทศกแอาสามี 3 ประการ ดังน้ี (1) ทํางานดว฾ ย
ความสมคั รใจไมใ฽ ช฽ดว฾ ยการถูกบังคับหรือเปนๅ เพราะหนา฾ ท่ี (2) ทํางานเพ่ือประโยชนแแก฽ประชาชนและ
สังคม หรอื สาธารณประโยชนแ (3) ทําโดยไมห฽ วังผลตอบแทน เปๅนเงิน หรือสง่ิ ของมมี ลู คา฽ แทนเงนิ
1.3 บทบาทสําคญั ของมัคคเุ ทศกแ
1.4.1 บทบาทความเปนๅ ครู
1) มีความร฾ูเฉพาะเกีย่ วกบั สถานท่ีนัน้ ๆ อยา฽ งละเอียดถี่ถว฾ น ท้ังประวตั ิศาสตรแ และ
ปใจจุบัน
2) มที ักษะวิธกี ารถ฽ายทอดความรอู฾ ย฽างมีประสทิ ธิภาพ เปรยี บเสมือนกบั ครูสอน
วชิ าการตา฽ งๆให฾กบั นักเรยี น
3) สามารถใช฾อธบิ ายสอดแทรกเพิม่ เตมิ ความร฾ูให฾กวา฾ ง
4) ตอ฾ งแสวงหาความร฾ู ข฾อมูลใหม฽ๆเพ่ิมเตมิ อย฽ูเสมอพร฾อมท้ังหมั่นสังเกตสิ่งต฽างๆ
รอบตัวตลอดเวลา
1.4.2 บทบาทการเปนๅ นกั แสดง
1) นอกเหนือความรูท฾ างวชิ าการแลว฾ ควรจะมีกจิ กรรมอืน่ มาชว฽ ยผ฽อนคลายความเบ่ือ
หนา฽ ย เช฽น เลา฽ เรอ่ื งสนุกขําขัน นทิ าน รอ฾ งเพลง หรือเกมสแการละเลน฽ ต฽างๆ
2) กรณเี กดิ ปญใ หาเฉพาะหนา฾ ตอ฾ งแก฾ไขปใญหาโดยฉกุ เฉิน การแสดงออกในท฽าทีป่ กติ
จะทําใหน฾ ักท฽องเทยี่ วคลายความระสา่ํ ระสา฽ ยในเหตุการณแน้ันหรอื แทบจะไม฽รูว฾ า฽ มีปใญหาเกดิ ขึน้
1.4.3 บทบาทการเปนๅ นกั จติ วทิ ยา
1) สังเกตการณแแ สดงออกของอารมณแ และความพร฾อมท่จี ะรับฟใงเร่อื งความรแ฾ู ละ
ความชว฽ ยเหลือ
2) ใชจ฾ ติ วิทยาดว฾ ยการแทรกตัวเขา฾ ถึงนกั ท฽องเท่ยี วทกุ คน สัมผัสความรส฾ู ึก และความ
ตอ฾ งการของนกั ท฽องเที่ยว
1.4.4 บทบาทการเปนๅ นกั การทูต
1) ประสานงานกับหนว฽ ยงานต฽างๆ เช฽น กองตรวจคนเขา฾ เมือง ตาํ รวจ ศุลกากร
พนกั งานโรงแรม แม฾กระทั่งคนใกล฾ตัว คือคนขับรถ และในหม฽ูนักท฽องเทยี่ วด฾วยกนั ให฾มคี วามสัมพนั ธแที่ดี
ตอ฽ กนั
2) ปฏิบัติตนให฾เหมาะสม เกิดภาพลักษณแทด่ี ใี นฐานะเปๅนตัวแทนของคนในท฾องถ่ิน

155

กล฽าวโดยสรุป มัคคุเทศกแ มีบทบาทท่ีสําคัญคือ มีความรู฾เก่ียวกับสถานท่ีที่ต฾องแนะนําแก฽นักท฽องเที่ยว
สามารถถ฽ายทอดความร฾นู ัน้ ๆได฾เปนๅ อยา฽ งดี โดยแสวงหาขอมูลใหม฽ๆ อยู฽เสมอ สามารถจัดกิจกรรมสร฾าง
ความสนุกสนานผ฽อนคลาย และแก฾ไขปใญหาเฉพาะหน฾าแก฽นักท฽องเที่ยวเปๅนอย฽างดี ร฾ูจักสังเกต
บรรยากาศและอารมณขแ องนักท฽องเท่ียวเพอ่ื สนองตอบต฽อความตอ฾ งการของนักท฽องเท่ียวได฾ถูกต฾อง และ
สามารถประสานงานอํานวยความสะดวกแก฽นักท฽องเท่ียวรวมทั้งสร฾างภาพลักษณแที่ดีของการเปๅนคน
ท฾องถ่ินไดเ฾ ปนๅ อย฽างดี

หนา฾ ทข่ี องมัคคเุ ทศกแ
หน฾าที่ของมัคคุเทศกแ หลักๆเลยก็คือมัคคุเทศกแจะเปๅนคนที่คอยดูแลและให฾บริการต฽างๆแก฽
นักท฽องเท่ียว ซ่ึงเราก็จะต฾องคอยอํานวยความสะดวกต฽างๆให฾แก฽นักท฽องเที่ยวตลอดในการเดินทาง ซ่ึง
เราก็ต฾องเปๅนคนคอยรับและคอยส฽งนักเท่ียวท่ีสนามบินอีกด฾วย จากนั้นเราก็จะพานักท฽องเท่ียวของเรา
ไปส฽งที่โรงแรม และเราก็จะเปๅนคนท่ีพาพวกเขาเท่ียวชมในสถานที่ต฽างๆ และก็จะบรรยายให฾ความร฾ู
เก่ียวกับสถานท่นี น้ั ๆดว฾ ย และกต็ อ฾ งดูแลในเร่ืองของอาหารการกินและความปลอดภัยของทุกๆคน และ
เราก็ตอ฾ งเปนๅ ทสี่ ร฾างความบันเทงิ ใหแ฾ กน฽ กั ท฽องเทย่ี ว เพื่อใหบ฾ รรยากาศมีความสนกุ สนาน
หน฾าที่ของมัคคุเทศกแ ก็คือมีหน฾าที่พานักเที่ยวเที่ยวชมสถานท่ีต฽างๆ และก็จะต฾องมีความรู฾เพื่อ
จะสามารถอธิบายเรื่องราวต฽างๆของสถานท่ีน้ันๆ อย฽างเช฽นเรื่องของ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถี
ชีวิต ศาสนา การเมือง และสถาบันพระมหากษัตริยแ ซ่ึงมัคคุเทศกแก็จะต฾องเปๅนผู฾ที่มีความรอบร฾ูและ
ข฾อมูลก็จะต฾องมีความถูกต฾อง ซึ่งมัคคุเทศกแจะสามารถนําเท่ียวได฾ทั้งชาวไทยและต฽างชาติ และยังเปๅนผ฾ู
เผยแพร฽ภาพพจนแท่ีดีให฾กับถานท่ีที่พานักท฽องเท่ียวไปเยี่ยมชม ซ่ึงก็มีส฽วนช฽วยในการสร฾างรายได฾ให฾กับ
คนในทอ฾ งถิ่นอกี ด฾วย เพราะถ฾าเราพานักเทีย่ วไปเทีย่ วในทใ่ี ดทห่ี นึ่ง ก็จะทําให฾ที่นน้ั ๆได฾มีรายได฾เพ่ิมขน้ึ
คณุ สมบตั ขิ องมคั คเุ ทศกแ
มัคคุเทศกแจะต฾องมีความอดทน และก฽อนเดินทางก็จะต฾องมีความเตรียมตัวก฽อนทุกครั้ง และ
ต฾องคนท่ีมีใจรักงานบริการ มีบุคลิคภาพที่ดี และต฾องใช฾ภาษาในการส่ือสารได฾ถูกต฾อง มีทัศนคติท่ีดีต฽อ
อาชีพ มีความรู฾รอบตัว มีมนุษยแสัมพันธแดี มีความซ่ือสัตยแ ต฾องไม฽เลือกท่ีรักมักที่ชังสําหรับตอนทํางาน
ต฾องดแู ลทกุ คนใหเ฾ ปนๅ อยา฽ งดีเท฽าเทียมกัน และต฾องมไี หวพรบิ ท่ดี ีในการที่จะแก฾ไขปใญหาต฽างๆ สามารถที่
จะเปๅนคนที่จะแก฾ไขปใญหาเฉพาะได฾ดี และนอกจากน้ันต฾องเปๅนคนท่ียอมรับในข฾อผิดพลาดต฽างๆและ
ตอ฾ งนํากลบั มาปรับปรุงใหด฾ ยี งิ่ ๆขึ้นไป อย฽างสดุ ทา฾ ยต฾องจรรยาบรรณทด่ี ีในการทําอาชพี มัคคเุ ทศกแด฾วย
จรรยาบรรณของมคั คเุ ทศกแ
มัคคุเทศกแมีความสําคัญต฽ออุตสาหกรรมการท฽องเที่ยว เปๅนผู฾ท่ีให฾บริการแก฽นักท฽องเท่ียวอย฽าง
ใกล฾ชิด เปๅนตัวแทนของประเทศในการให฾ข฾อมูลต฽างๆ เพื่อภาพพจนแที่ดีของประเทศเรา มัคคุเทศกแก็
จะต฾องมีผู฾ท่ีมีจรรยาบรรณ เพื่อสร฾างภาพพจนแท่ีดีต฽อประเทศและต฽ออาชีพด฾วย ซึ่งจรรยาบรรณของ
มัคคุเทศกแก็คือ จะต฾องเทิดทูนศาสนา พระมหากษัตริยแด฾วยความบริสุทธ์ิใจ ต฾องมีความเลื่อมใสใน
ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ยึดหม่ันในคําสอนของศาสนาที่เรานับถือ และต฾องไม฽ดูหม่ินใน

156

ศาสนาอน่ื ๆ และต฾องมีความรับผิดต฽อหน฾าที่ของตัวเอง ต฾องทํางานท่ีได฾รับมอบหมายให฾เปๅนอย฽างดี โดย
ต฾องคํานึงถงึ ผลประโยชนขแ องนักท฽องเทีย่ วเปๅนอยา฽ งมาก
ต฾องรักษาชื่อเสียงของตัวเอง โดยการปฏิบัติหน฾าที่ด฾วยความซื่อสัตยแสุจริต โดยไม฽แสวงหาผลประโยชนแ
ในทางท่ีไม฽ดี หรือฝุาฝืนศีลธรรมอันดีงาม ทําให฾ตัวเราต฾องเสียช่ือเสียง และเราจะต฾องมีทัศนะคติที่ดี มี
การพัฒนาตวั เองอยู฽เสมอๆ และทักษะในการปฏิบัติงาน ในงานวิชาชีพมัคคุเทศกแ และต฾องทําตัวให฾เปๅน
ตัวอยา฽ งโดยการ ต฾องเปนๅ ผอู฾ นุรักษแทรพั ยากรท฽องเทย่ี ว ทงั้ ทางธรรมชาติและส่งิ แวดล฾อม ต฾องปฏิบัติตาม
ระเบียบแบบแผน ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และต฾องประพฤติตนด฾วยความสุภาพ มีความ
สามคั คตี อ฽ ผ฾รู ฽วมอาชพี และบคุ คลทว่ั ไป

คุณลักษณะทด่ี ขี องมคั คเุ ทศกแ
บุคคลทตี่ อ฾ งการเปๅนมัคคุเทศกแ จะตอ฾ งมคี ณุ สมบัติพเิ ศษหลาย ๆ อย฽างประกอบกัน เชน฽

ความมีใจรกั ในอาชพี มีความอดกล้นั มคี วามยืดหยุ฽นในการปฏบิ ัติงาน ตอบสนองความต฾องการของ
นกั ท฽องเที่ยว ซื่อสตั ยแ สามารถปรับตวั ใหเ฾ หมาะสมกบั แตล฽ ะสถานการณแจะช฽วยแก฾ไขปใญหาเฉพาะหน฾า
ไดอ฾ ยา฽ งเหมาะสม มัคคุเทศกแเปนๅ ผู฾ทําหนา฾ ทีด่ แู ลนักท฽องเทยี่ วอย฽างใกล฾ชดิ เกือบตลอดเวลาของการนําเท่ียว
ในแตล฽ ะครั้ง ดงั นนั้ ในการปฏิบัติงานของมคั คุเทศกจแ ะเปๅนไปโดยธรรมชาติ ไมม฽ กี ารฝนื ปฏบิ ตั ิ หรอื ทาํ หน฾าที่
หวงั เพียงเฉพาะค฽าตอบแทน มัคคุเทศกแท่ดี ีต฾องมีคุณสมบัติ 5 ประการ คือ

1. มนุษยสัมพันธดแ ี
2. บุคลิกภาพดี
3. ความรด฾ู ี
4. มคี วามรักงาน
5. มีศลิ ปะในการพูด

1. มนษุ ยสมั พนั ธดแ ี มีลกั ษณะ ดังนี้
1. ร฾ูเขารูเ฾ ราตอ฾ งร฾วู า฽ นกั ท฽องเทย่ี วของเราเปนๅ ใคร เปนๅ ชาติใด มลี กั ษณะนิสยั โดยท่ัวไปเปๅน

อย฽างไร มวี ตั ถปุ ระสงคแในการเดินทางท฽องเทย่ี วเพือ่ อะไร เพอ่ื ท่ีจะได฾ปรบั ตวั ใหเ฾ ข฾ากับนักทอ฽ งเทีย่ วกลม฽ุ
นนั้ ได฾ และให฾การบริการที่เหมาะสมเปๅนท่ถี ูกใจแกน฽ ักท฽องเทีย่ ว เชน฽ นักทอ฽ งเทย่ี วชาวไทยชอบซอื้ ของ
มากกวา฽ ชาติอ่ืน ๆ จะต฾องจดั เวลาในการซื้อของมากข้ึนกว฽ากล฽มุ อนื่ ๆ ส฽วนนกั ท฽องเทยี่ วชาวอังกฤษชอบ
ให฾ตรงเวลาและเปนๅ ไปตามกฎเกณฑแท่ตี ง้ั ไว฾

2. มนี ้าํ ใจ พร฾อมท่จี ะบริการเสมอ มคี วามเอ้ือเฟือ็ เผื่อแผแ฽ ละเหน็ อกเหน็ ใจ ในขณะเดยี วกนั ก็
จะต฾องอดทดอดกลน้ั ไมแ฽ สดงอารมณแและกริยามารยาทที่ไมด฽ อี อกมาใหน฾ ักทอ฽ งเทยี่ วเหน็ ต฾องควบคุม
อารมณแของตนเองได฾

3. มีความรับผดิ ชอบมัคคเุ ทศกตแ ฾องคอยดูแลเอาใจใส฽สุขภาพและทรพั ยแสนิ แก฽นกั ทอ฽ งเทยี่ วเมื่อ

157

มีปญใ หาตา฽ งๆ ท่เี กดิ ขึน้ กบั นักทอ฽ งเที่ยวในด฾านอ่นื ๆ เช฽น ติดตอ฽ ส฽งข฽าวสารกลบั ประเทศ การ
ตดิ ต฽อสือ่ สารกบั คนในทอ฾ งถน่ิ มัคคเุ ทศกแจะต฾องชว฽ ยแกป฾ ญใ หาต฽างๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ กับนักท฽องเทีย่ วไดอ฾ ยา฽ งมี
ประสทิ ธภิ าพ

4. สรา฾ งความเข฾าใจระหวา฽ งคนในชาตแิ ละระหว฽างชาติ อธิบายให฾เห็นถึงความแตกต฽างของ
ความเช่อื ศาสนา ขนบธรรมเนยี ม ประเพณแี ละวฒั นธรรม พืน้ ฐานการศึกษา และลกั ษณะรว฽ มของคน
แตล฽ ะชาติ และไม฽ก฽อใหเ฾ กิดความไม฽เขา฾ ใจหรือความเขา฾ ใจผดิ ระหวา฽ งชาติ โดยไม฽แสดงความ ดถู กู
หรือยกย฽องวฒั นธรรม หรือบุคคลกลมุ฽ ใดกลมุ฽ หนง่ึ ทําให฾เกดิ ความเปนๅ กันเองระหวา฽ งกลมุ฽ นกั ท฽องเทย่ี ว
ทาํ ให฾บรรยากาศการทอ฽ งเท่ยี วมีความสขุ
หลกั มนษุ ยสมั พนั ธขแ องมัคคเุ ทศกแ

หลักมนษุ ยสัมพนั ธแประกอบด฾วย NURSE&CARE ประกอบด฾วย
1. Need คอื การรู฾เขารเู฾ รา มัคคุเทศกจแ ะต฾องร฾วู ฽านกั ท฽องเทย่ี วเปๅนใคร ชาตใิ ด มีลักษณะนสิ ัย
โดยทัว่ ไปเปนๅ อย฽างไร เพื่อปฏิบตั ิให฾เปนๅ ทถ่ี ูกใจนักท฽องเทีย่ ว เช฽น นักทอ฽ งเทยี่ วทเี่ ปๅนคนไทยชอบซอ้ื ของ
มากกว฽าส่ิงอ่นื นกั ท฽องเทยี่ วที่เปนๅ ชาวเกาหลชี อบรบั ประทานอาหารประเภทผัก เปนๅ ต฾น
2. Unity คือ สมานฉนั ทแ มัคคเุ ทศกแจะต฾องรูจ฾ กั อดทน อดกล้นั ยม้ิ แยม฾ ไม฽นําส่งิ ท่ีไม฽ดีของ
นกั ท฽องเท่ยี วมากลา฽ ว เช฽นไม฽พูดถงึ สงครามโลกครั้งที่ 2 กบั นกั ทอ฽ งเที่ยวทีเ่ ปๅนชาวญป่ี ุน
3. Responsibility คอื ความรบั ผดิ ชอบ มัคคเุ ทศกแจะตอ฾ งมคี วามรับผิดชอบ มัคคเุ ทศกแ
จะต฾องมีความรู฾อยา฽ งดีในเรื่องทเ่ี ล฽า ตอบคําถามได฾ แกป฾ ใญหาได฾ เชน฽ กรณีนักท฽องเท่ยี วทําของหายหรือ
เกิดอุบัติเหตุ
4. Security คอื ความปลอดภัย มคั คุเทศกตแ ฾องทําใหน฾ กั ท฽องเทยี่ วมีความร฾ูสกึ ปลอดภยั มั่นคง
ในการนําเทย่ี วของมัคคุเทศกแ
5. Environment คือ ภาวะแวดล฾อม มคั คเุ ทศกแต฾องเข฾าใจว฽า นกั ท฽องเทยี่ วน้ันต฽างก็มคี วาม
เช่ือ ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณแี ละวัฒนธรรม ตลอดจนพื้นฐานทางการศึกษาแตกตา฽ งกัน ฉะนนั้
จะตอ฾ งไม฽แสดงอาการดูถูกหรือตาํ หนิ ใชค฾ าํ พดู ทีส่ ุภาพ เช฽น “กรณุ า” หรือ “Please” แทนคาํ
วา฽ “อย฽า” หรือ “Don‖t”
CARE ประกอบดว฾ ย
1. Collection มัคคุเทศกแจะต฾องเปนๅ นักสะสม รวบรวมข฾อมูลต฽าง ๆ ท้ังความรเู฾ ชิงวิชาการ
และเทคนิคการปฏิบัติงาน
2. Content มัคคุเทศกจแ ะต฾องรู฾จกั เก็บรวมรวมเน้อื หาสาระตา฽ ง ๆ ให฾ไดม฾ ากและถกู ต฾อง
3. Context มคั คเุ ทศกจแ ะต฾องมีลลี าทง่ี ดงาม สุภาพและเหมาะสม เช฽นร฾ูจกั ใช฾ถอ฾ ยคําและการ
แต฽งกายใหเ฾ หมาะสมกับกาลเทศะ
4. Channel มัคคุเทศกจแ ะต฾องร฾จู ักใชว฾ ธิ ีการสือ่ สารทจ่ี ะก฽อให฾เกดิ ประโยชนแแ กน฽ ักท฽องเทยี่ ว
เช฽น การนาํ เท่ยี วสถานทีต่ า฽ ง ๆ มัคคเุ ทศกแอาจให฾นักท฽องเท่ียวชมภาพยนตรแ สไลดแ หรืออ฽านเร่อื งราว
เกย่ี วกบั สถานทน่ี ัน้ ๆ เสียกอ฽ น

158

5. Communication มัคคเุ ทศกจแ ะตอ฾ งรู฾จักการใชส฾ ื่อภาษาที่ดี ซ่ึงอาจใชไ฾ ดห฾ ลายวธิ ี เช฽น การ
เขียน การพูด การใช฾สญั ญาณ เสียง แสง สี การเคลอื่ นไหว กิรยิ าทา฽ ทาง รวมตลอดถงึ เครื่องหมายภาพ
ทแ่ี สดงออกอย฽างมีระเบียบและหลักเกณฑแ ที่มนุษยแในแต฽ละหม฽ูรบั รู฾และเขา฾ ใจ นบั ว฽าเปๅนสงิ่ ทีส่ ําคญั มาก

6. Approach มคั คเุ ทศกแจะตอ฾ งร฾ูจกั วธิ นี าํ เขา฾ สู฽เร่ือง เริ่มตั้งแตก฽ ารแนะนําตวั อยา฽ งสุภาพและ
เปๅนกนั เองกับนกั ท฽องเที่ยว

7. Atmosphere มคั คเุ ทศกแจะตอ฾ งรู฾จกั สรา฾ งบรรยากาศความเปๅนกันเองกบั นักท฽องเท่ียว
เพอ่ื ให฾นักท฽องเท่ียวเกดิ ความอบอ฽ุนใจ ท฽องเท่ยี วดว฾ ยความสุข และสนกุ สนาน รจู฾ ักใช฾อารมณขแ ันให฾
เหมาะสม การพูดหรือเลา฽ เร่อื งตลกควรระมัดระวัง เพราะเร่ืองตลกของคนกลุม฽ หนึ่งหรือชาติหนงึ่ คนอีก
กลม฽ุ หน่ึงหรือชาติหน่ึงอาจไม฽ตลกกไ็ ด฾ ฉะนนั้ มัคคเุ ทศกจแ ะต฾องแน฽ใจวา฽ เร่ืองที่จะเล฽าน้นั เปๅนเรือ่ งตลก
ของคนกล฽มุ น้นั เน่ืองจากคน฾ุ เคยหรอื เคยอย฽กู ับคนกล฽ุมน้ันหรือชาตนิ ้ัน จึงควรจะเลา฽ แต฽ถ฾าไม฽แน฽ใจ ก็ไม฽
ควรเลา฽

8. Attension มคั คุเทศกจแ ะต฾องสนใจ ใสใ฽ จ และใหเ฾ กียรติแกน฽ กั ท฽องเทยี่ วโดยใช฾ถ฾อยคาํ
นา้ํ เสียง กริ ยิ าทา฽ ทาง การให฾เกยี รตแิ กผ฽ ฾ูอนื่ ยอ฽ มจะมีผลตอบรับในทางใหเ฾ กียรตเิ ชน฽ เดยี วกัน

9. Attitude มคั คุเทศกจแ ะต฾องมที ศั นคตทิ ด่ี ีต฽อนักท฽องเทยี่ ว โดยอาจถามถึงเรือ่ งราวทเ่ี กยี่ วขอ฾ ง
กบั เรือ่ งท่นี ําชมใหต฾ ฽อเนือ่ งกับเรือ่ งราวของนกั ท฽องเทยี่ วบา฾ ง

10. Action มคั คุเทศกจแ ะต฾องร฾จู ักแสดงท฽าทางใหเ฾ หมาะสม เช฽น กระฉับกระเฉง แจ฽มใส ไม฽
แสดงอาการกิรยิ าฮดึ ฮดั เกรย้ี วกราด มัคคุเทศกจแ ะต฾องรูจ฾ กั แสดงท฽าทางท่ีถูกต฾องและเหมาะสมเพื่อเปนๅ
ตัวอยา฽ งแกน฽ ักท฽องเทยี่ ว เชน฽ เมื่อพานักท฽องเทีย่ วเขา฾ ชมในบริเวณวัด เดนิ ผา฽ นหรือพบพระสงฆแ
มัคคุเทศกแควรแสดงความเคารพโดยการไหว฾หรอื ก฾มตวั ให฾ถูกต฾องตามประเพณไี ทย

11. Appreciation มคั คเุ ทศกตแ ฾องรจ฾ู ักปฏบิ ตั ิต฽อนักท฽องเท่ียวด฾วยความชน่ื ชม และถ฾อยทถี อ฾ ย
อาศยั กัน

12. Research มัคคุเทศกจแ ะต฾องมีความจําแมน฽ ยํา ทั้งทเ่ี กี่ยวกับนักท฽องเท่ียวและเรอื่ งราวตา฽ ง
ๆ โดยไม฽ตอ฾ งอ฽านจากเอกสาร

13. Evaluation มัคคุเทศกจแ ะต฾องรจ฾ู ักประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านในหนา฾ ท่ีและความรบั ผดิ ชอบ
วา฽ มีข฾อดี ข฾อเสีย ประการใด เพ่อื ท่ีจะปรับปรงุ ให฾ดยี ่งิ ขึ้นในโอกาสต฽อ ๆ ไป

14. Effectiveness มัคคเุ ทศกแจะต฾องปฏิบตั งิ านในหนา฾ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบให฾มี
ประสิทธิภาพและปฏิบัติให฾ดีทสี่ ุด เพอื่ ความเจริญก฾าวหน฾าในอาชพี ต฽อไป
การสรา฾ งมนุษยสมั พนั ธขแ องมคั คเุ ทศกตแ อ฽ ผท฾ู ีเ่ กยี่ วขอ฾ ง

มัคคุเทศกจแ ะปฏิบตั หิ นา฾ ท่ใี ห฾บรรลเุ ปาู หมายตามทตี่ ฾องการได฾นั้นผ฾ูรว฽ มงานหรอื ผ฾ูที่
เก่ยี วขอ฾ งเปๅนสว฽ นสาํ คญั อย฽างยง่ิ และบคุ คลทมี่ ัคคุเทศกแควรสรา฾ งมนษุ ยสมั พันธแ ไดแ฾ ก฽

(1) เพื่อนรว฽ มงานในบรษิ ทั นาํ เทยี่ ว
1. กล฽าวคาํ ทักทายยมิ้ แย฾มแจ฽มใส ต้งั แต฽ผ฾จู ัดการจนถึงพนักงานทําความสะอาด
2. สรา฾ งความเปๅนกนั เองกับเพอื่ นร฽วมงาน

159

3. หลีกเล่ียงการกลา฽ วคาํ นินทาเพ่อื นร฽วมงาน
4. หากมีปใญหาทีเ่ ก่ยี วกับงานควรตกลงดว฾ ยเหตผุ ล
5. ควรมขี องฝากเล็ก ๆน฾อย ๆ เช฽น พวกของท่ีระลกึ ขนมตา฽ ง ๆ มาฝากเพ่ือนรว฽ มงาน
เพ่อื แสดงความมนี ํ้าใจ ใหเ฾ หมาะกบั กาลเทศะ มิฉะนั้นคนอ่ืนจะมองว฽าทาํ เพือ่ ผลประโยชนแ
(2) เพ่ือนมคั คเุ ทศกแ
1. ทักทาย ปราศรยั กรณีท่ีเปๅนมคั คุเทศกแใหม฽ ควรแนะนําตนเองใหเ฾ พ่อื นมคั คุเทศกแ และ
คนที่ เกยี่ วขอ฾ งในอาชีพคนอ่ืน ๆ ร฾ูจัก
2. หากเปๅนเพ่อื นมคั คุเทศกแทเี่ คยรจ฾ู ักกนั มาก฽อนควรทเ่ี ข฾าไปทักทาย ถามไถเ฽ ร่อื งการงานที่
ผ฽านมา
3. ให฾ความเอ้ือเฟ็ือเผื่อแผก฽ บั เพื่อนมคั คุเทศกแที่ทํางานในบริษัทนําเที่ยวทเี่ ดียวกัน
โดยเฉพาะอย฽าง
ย่ิงเรือ่ งงาน หากเพื่อนมัคคุเทศกตแ ดิ ภารกิจงานอื่น ควรใหค฾ วามช฽วยเหลือเทา฽ ทส่ี ามารถทําได฾
4. ไม฽ควรกลา฽ วคํานินทาเพอ่ื นมคั คุเทศกใแ ห฾คนอนื่ ฟใงท้ังคนในบรษิ ทั เดียวกันและต฽างบริษัท
5. แลกเปลย่ี นข฾อมูลข฽าวสารกับมคั คุเทศกคแ นอืน่ ๆ ทีเ่ ปๅนประโยชนใแ นวงการ โดยเฉพาะ
อยา฽ งย่ิงการใชบ฾ รกิ ารในสถานประกอบการ ความรู฾ใหม฽ ๆ เก่ยี วกับแหล฽งท฽องเทีย่ ว ฯลฯ เพื่อจะได฾
ปฏิบัติได฾ถกู ต฾องเหมอื น ๆ กันและเลอื กใช฾บรกิ ารในราคาท่เี ท฽ากนั
(3) นกั ท฽องเทยี่ ว
1. กล฽าวคําทักทาย ยิ้มแยม฾ แจ฽มใส แนะนาํ ตนเองให฾กับนกั ท฽องเท่ียวรจ฾ู ัก
2. เอาใจใส฽นกั ท฽องเท่ียวทุกคนเท฽าเทยี มกนั ทุกคนมีความสาํ คัญเทา฽ กนั หมด
3. หลีกเลยี่ งการพูด เกยี่ วกบั ภาวะแวดลอ฾ มอ่ืน ท่ีทําใหเ฾ กดิ ความขดั แย฾ง เช฽น พืน้ ฐานความ
เปนๅ อยู฽ ศาสนา วัฒนธรรม ทร่ี ส฾ู ึกเปนๅ ปมด฾อย และเกิดความแตกแยก
4. มัคคุเทศกแควรแสดงตวั เปๅนเจา฾ บ฾านทดี่ ีโดยการใหบ฾ ริการทเี่ กดิ ความพงึ พอใจกบั
นกั ท฽องเท่ยี วให฾เกิดความประทบั ใจมากที่สุด
5. ควรคาํ นึงถึงประโยชนแของนักท฽องเทย่ี วมากวา฽ ผลประโยชนแของตนเองท่ีจะไดร฾ ับ
6. เมือ่ นักท฽องเที่ยวบ฽น หรือไม฽พอใจในขณะทม่ี คั คุเทศกแกําลงั นําเทีย่ ว หรือไม฽ทบั ใจใน
แหล฽งท฽องเท่ยี ว มัคคุเทศกแอย฽าแสดงอาการโกรธ ราํ คาญ ควรทจ่ี ะเขา฾ ไปทกั ทาย พูดคยุ ทําความเขา฾ ใจ
แสดงท฽าทีใหร฾ ู฾ว฽ามคั คเุ ทศกแยินดีทจ่ี ะชว฽ ยเหลอื แก฾ไขอยา฽ งจรงิ ใจ สนใจและใส฽ใจในสิง่ ท่ีเขาต฾องการ จะ
ช฽วยให฾นกั ท฽องเทยี่ วใช฾เหตผุ ลพดู คุยและเขา฾ ใจมคั คเุ ทศกมแ ากกว฽าใชอ฾ ารมณแ
(4) สถานประกอบการ
1. สรา฾ งความคุ฾นเคยกบั บคุ ลากรในสถานประกอบการ ม฽วา฽ จะเปนๅ แหลง฽ ท฽องเทย่ี ว
ร฾านอาหาร รา฾ นขายของทรี่ ะลึก ฯลฯ

160

2. เข฾าไปทกั ทาย แนะนําตัวเองกับผท฾ู ่ีเกยี่ วข฾องในสถานประกอบการ นอกจากจะพูดทาง
โทรศัพทแหรือการส฽งแฟกซอแ ย฽างเดียว หากรจ฾ู ักกันแล฾วชว฽ งระยะเวลาหนึ่ง แลว฾ เจอกันก็ควรทจ่ี ะมีการ
ทักทาย ถามถึงการทํางาน หรอื ธุรกิจทีท่ าํ อยู฽ในปใจจบุ นั เปๅนอยา฽ งไรบ฾างในช฽วงขณะน้ี พร฾อมทง้ั
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต฽าง ๆ เกยี่ วกับการมาใช฾บรกิ ารในสถานประกอบการ โดยเฉพาะเร่อื ง
ข฾อดี ข฾อเสยี ของการให฾บริการ เช฽น ความสะดวกสบายและความสะอาดของห฾องพัก รสชาตขิ อง
อาหาร คุณภาพของสนิ ค฾า และบรกิ ารอ่ืน ๆ เพอ่ื ให฾เกดิ การปรบั ปรงุ และพัฒนาทีด่ ีข้นึ แต฽หาก
ความคิดเหน็ ไมต฽ รงกัน ควรยตุ กิ ารสนทนา

(5) พนกั งานขบั รถ
1. ใหค฾ วามสําคัญกับคนขบั รถในกรณที ี่ออกปฏิบตั นิ าํ เท่ียว นอกจากจะแนะนําตัวเอง แล฾ว

ควรแนะนาํ คนขับรถใหน฾ ักท฽องเท่ียวรูจ฾ กั ด฾วย
2. หากมีปใญหาเกย่ี วกับเส฾นทาง ควรปรึกษากับคนขบั รถ เพราะจะทาํ ให฾เขารส฾ู ึกเปๅนส฽วน

หน่ึงของการนาํ เทีย่ ว
3. ควรใหค฾ นขับรถมีโอกาสรบั ประทานอาหารรว฽ มด฾วย และมสี ว฽ นร฽วมในการทํากจิ กรรม

อ่นื ๆ
4. ควรแบง฽ ค฽าคอมมสิ ชนั่ บางส฽วนใหก฾ ับคนขับรถ ในกรณีทม่ี คั คุเทศกแได฾คา฽ คอมมิสช่ันจาก

รา฾ นค฾าต฽าง ๆ เช฽นรา฾ นคา฾ ขายของฝาก ร฾านขายของทร่ี ะลึกต฽าง ๆ ฯลฯ
อาชพี มัคคเุ ทศกแเปๅนอาชพี ที่ตอ฾ งเปๅนผูน฾ ําเที่ยวใหก฾ ับนักทอ฽ งเทีย่ วทงั้ ชาวไทยและชาว

ต฽างประเทศ การปฏบิ ัติงานใหส฾ ําเร็จลลุ ฽วงไปดว฾ ยดใี นการจัดนําเท่ยี ว มัคคเุ ทศกตแ อ฾ งสรา฾ งความสัมพนั ธแท่ี
ดกี บั ผ฾ูที่เกย่ี วข฾อง ดงั น้นั จะเสนอแนะในการสร฾างมนษุ ยสมั พนั ธแทดี่ ี ดงั นี้

1. ควรระวงั ในเรอ่ื งสขุ ภาพ การมีมนุษยสัมพันธแทด่ี ี ตอ฾ งเร่มิ ต฾นทีส่ ุขภาพดี ถ฾าบคุ คลมี
สขุ ภาพดี หน฾าตาก็ย้ิมแย฾มแจ฽มใส ทาํ ให฾คนอ่นื อยากเขา฾ ใกล฾

2. ควรระงบั อารมณแไวใ฾ ห฾ได฾ ไม฽วา฽ จะเกิดอารมณโแ กรธ ควรทงิ้ อารมณแตา฽ ง ๆ พยายาม
ทําอารมณใแ ห฾แจ฽มใสก฽อนจะพูดคุยกับผอู฾ ่ืน

3. การปรับปรงุ บุคลกิ ภาพภายนอกใหเ฾ หมาะสม เชน฽ ปรับปรุงการแต฽งกายให฾สะอาด
เรยี บรอ฾ ย เหมาะสมกบั กาลเทศะ

4. ควรรกั ษาสญั ญา มีความรับผดิ ชอบต฽อคําพดู และการกระทําของตนเอง
5. ควรรจ฾ู ักให฾และรับอยา฽ งเหมาะสม
6. ควรมคี วามเกรงใจ โดยเฉพาะอยา฽ งยิง่ คนใกล฾ชดิ เพราะคนเรามักจะลืมรักษานาํ้ ใจ
คนทีใ่ กล฾ชดิ เสมอ
ข฾อควรระวงั ในการสรา฾ งมนุษยสมั พนั ธแ
เนอ่ื งจากการสรา฾ งมนุษยสัมพันธแ เปๅนการแสดงพฤติกรรมเพ่ือให฾ไดร฾ บั ความรักใคร฽
น฽าเช่อื ถอื ไว฾ใจ และรว฽ มมือร฽วมใจในการทาํ กจิ กรรมต฽าง ๆ ดังนั้นจงึ ควรระมดั ระวังในการทําพฤติกรรม
ดังตอ฽ ไปน้ี

161

1. การแสดงสหี นา฾ กิรยิ าท฽าทาง และบุคลิกภาพที่ไม฽สุภาพในกรณีทไี่ ม฽พอใจ
2. การนินทาว฽าร฾ายผู฾อ่ืน ทงั้ ต฽อหนา฾ และลบั หลงั
3. การพูดประชดประชัน และแสดงความไม฽พอใจ เมื่อผอู฾ ่ืนถามคําถาม
4. การไมฟ฽ ใงความคดิ เห็นของผู฾อ่นื คดิ ว฽าตนเองเปนๅ ผ฾ูรแ฾ู ตฝ฽ าุ ยเดยี ว
5. การโต฾แย฾ง ถกเถียง ก฽อการทะเลาะววิ าท
6. การแสดงความอจิ ฉาตารอ฾ น และไม฽มคี วามจรงิ ใจต฽อผ฾อู ่ืน
7. การพดู โอ฾อวด พดู แตเ฽ รื่องของตนเอง พูดข฽มผู฾อน่ื
8. การแสดงความอิจฉาตารอ฾ น และไม฽มีความจรงิ ใจต฽อผู฾อ่ืน
9. การเลือกทรี่ ักมักทชี่ งั ลําเอยี งและการตดั สนิ ใจอย฽างไม฽เปนๅ ธรรม
10. การไม฽รักษาคําพูด จติ ใจรวนเร เชื่อถือไม฽ได฾
11. การแสดงความโมโห ฉุนเฉียว ใจรอ฾ น ไม฽มีความยืดหยนุ฽ ในการปฏิบตั ิงาน
12. การแสดงความจ฾จู จี้ ุกจิก เจ฾าระเบยี บ จนทําใหผ฾ ู฾อน่ื รําคาญ
13. การมีอคตทิ ี่ไมด฽ ตี ฽อผู฾อน่ื
2. บุคลกิ ภาพดี
บคุ ลิกภาพของมัคคุเทศกทแ ี่ดีบคุ ลกิ ภาพทั่วไปประกอบดว฾ ยบุคลิกภาพภายนอกและ
บคุ ลิกภาพภายใน บุคลกิ ภาพภายนอกสาํ หรบั มคั คเุ ทศกแ หมายถงึ ส่ิงท่ปี รากฏให฾เห็นไดใ฾ นตัวมคั คเุ ทศกแ
ไดแ฾ ก฽
1. รา฽ งกาย มัคคเุ ทศกคแ วรให฾ความสนใจและเอาใจใสต฽ ฽อรา฽ งกายเปนๅ อันดบั แรก โดยพจิ ารณาที่
จะทาํ ให฾ผท฾ู ี่พบเห็นเกดิ ความสบายตา จมกู และอารมณแ มีจุดสาํ คญั ๆ ในร฽างกายท่ีต฾องคาํ นงึ ถงึ คอื

1.1 ผม ไม฽ปล฽อยให฾ย฽ุงเหยิง แต฽ควรดแู ลใหส฾ ะอาด และมองดเู รียบร฾อย ทั้งนี้ มิได฾
หมายถึงการตกแต฽งท่ีต฾องสน้ิ เปลอื งค฽าใชจ฾ า฽ ย

1.2 หนา฾ ตา แจ฽มใส ไม฽ย฽ูย่ี หรืองว฽ งเหงาหาวนอน
1.3 หู จมูก ฟนใ ควรดูแลทําความสะอาดใหเ฾ รียบร฾อยต้ังแต฽กอ฽ นจะออกจากบ฾าน การ
แคะหจู มูก ฟนใ ในทส่ี าธารณะหรือต฽อหน฾าบุคคลอื่นเปนๅ มารยาททีไ่ ม฽สภุ าพ ไมค฽ วรปฏบิ ัติ
1.4 เลบ็ ตดั ให฾อย฽ใู นสภาพทเ่ี หมาะสมทั้งเล็บมือและเลบ็ เท฾า ถา฾ จะไว฾ยาวกค็ วร
คาํ นึงถงึ ความสะอาด การแคะเลบ็ ในท่ีสาธารณะกเ็ ปนๅ มารยาทไม฽ควรทําอีกเชน฽ เดียวกัน
2. การแตง฽ กาย ควรได฾รบั การดูแลเอาใจใส฽ โดยคํานึงถงึ ความสะอาดเรียบร฾อย และเหมาะสม
กบั สภาพแวดล฾อมเปนๅ สําคญั
2.1 เส้ือ กระโปรง หรือกางเกง ควรใหอ฾ ยู฽ในสภาพที่ควรจะเปนๅ ทัง้ รปู รา฽ ง ลกั ษณะ
และสีสันนอกจากความสะอาดเรียบรอ฾ ยแลว฾ ควรคาํ นึงถึงกาลเทศะในการใชเ฾ สื้อผ฾าชดุ นน้ั ๆ ด฾วย
สาํ หรับเสอ้ื ผ฾าท่มี ีกระดมุ จะต฾องตรวจดใู หค฾ รบตามจาํ นวน ถา฾ เส้อื ผา฾ มีสิง่ ผิดปกติ เช฽นมคี ราบเหงื่อไคล
รอยขาด รูโหว฽ ซปิ แตก ฯลฯ ควรปรบั ปรงุ แก฾ไขให฾อยูใ฽ นสภาพทีด่ ีกอ฽ นทจี่ ะนาํ มาใช฾

162

2.2 รองเทา฾ ถุงเทา฾ ต฾องสะอาด ไมข฽ าด หรือชาํ รดุ และเหมาะสมกับโอกาส หรือ
สถานท่ที ีจ่ ะใชด฾ ฾วย การแตง฽ กายทสี่ ะอาดเรยี บรอ฾ ยและเหมาะสมกบั กาลเทศะ นอกจากจะช฽วยสร฾าง
บคุ ลิกภาพท่ีดแี ลว฾ ยงั ชว฽ ยให฾ผู฾แตง฽ กายน้ันมีความมั่นใจในตนเองมากขน้ึ และช฽วยสรา฾ งบรรยากาศท่ีดีได฾
อีกด฾วยตรงขา฾ มหากแตง฽ กายไม฽สะอาดเรียบร฾อย และไมเ฽ หมาะสมจะทําใหเ฾ กดิ ความผนั แปรแห฽งอารมณแ
ท้งั แก฽ผ฾ูท่ีแต฽งกายและผท฾ู ี่พบเห็น

3. การพดู จา ควรระมัดระวังเก่ียวกับคําพดู นาํ้ เสียง ปฏิกิริยาของผ฾ูฟใง ดังนี้
3.1 คาํ พูด ควรระมัดระวงั การใชถ฾ ฾อยคาํ ใหส฾ ภุ าพ เหมาะสม ไม฽ใชค฾ ําหยาบหรือคําทม่ี ี

ความหมายสองแง฽สองมมุ
3.2 น้าํ เสียง ไมพ฽ ูดห฾วน ๆ ตวาด กระโชกโฮกฮาก ให฾เน฾นนํ้าหนกั เสยี งหนักเบาให฾

เหมาะสม พดู ใหช฾ ดั ถ฾อยชดั คํา ไมช฽ ฾าหรอื เรว็ จนเกินไป
3.3 ปฏกิ ิรยิ าของผ฾ูฟใง ขณะพูดควรสังเกตปฏิกิริยาของผู฾ฟงใ ว฽าสนใจหรอื ตอ฾ งการฟใง

มากน฾อยเพียงใด มผี ฾ูใดต฾องการซักถาม ไม฽พูดสวนหรือแย฽งพูด ควรมีจงั หวะจะโคนในการพูดให฾
เหมาะสม

4. กริ ยิ ามารยาท หมายถงึ การแสดงออกทางสหี น฾า ทา฽ ทาง และความประพฤติ จะต฾องอยใ฽ู น
อาการสาํ รวม เชน฽ ไมล฽ ฾วง แคะ แกะ เกา ควัก จมิ้ ร฽างกายในทีช่ มุ ชน และไม฽กระทาํ การท่ีควรกระทําใน
ทลี่ บั ไปกระทาํ ในท่ีแจ฾ง หากจําเปนๅ จริง ๆ กค็ วรกระทาํ ให฾แนบเนียน เช฽น การจาม การไอ หรอื เมื่อเกิด
อาการคนั กค็ วรหนั ความสนใจของผ฾ทู ่ีอย฽รู อบข฾างไปท่ีอน่ื เสียกอ฽ น แลว฾ จึงแอบ ๆ ทํา

บคุ ลกิ ภาพภายในสาํ หรบั มคั คเุ ทศกแ หมายถงึ สิ่งท่ีมัคคเุ ทศกแแสดงออกจากความร฾สู กึ ภายใน
หรอื ที่เรยี กกนั วา฽ “จรรยาบรรณของมคั คเุ ทศกแ” ท่ีสาํ คญั มีดงั น้ี

1. มีทัศนคติท่ดี ตี ฽ออาชีพและหนา฾ ทข่ี องมคั คุเทศกแ ต฽อธุรกจิ การท฽องเที่ยว และต฽อช่ือเสียงของ
ประเทศชาติ

2. มีความซอื่ สตั ยสแ จุ รติ ต฽อนักท฽องเทีย่ ว และทุก ๆ ฝาุ ยทเี่ ก่ียวขอ฾ ง
3. มีสตใิ นการปฏิบตั หิ น฾าท่ีการงาน
4. มีนํา้ ใจตอ฽ นักท฽องเทีย่ ว
5. มองโลกในแง฽ดี และมีมนษุ ยสมั พนั ธแ
6. มคี วามรับผดิ ชอบในหนา฾ ที่
จรรยาบรรณของมัคคเุ ทศกทแ ่ีสาํ คัญดังกล฽าวข฾างต฾นนี้ จะชว฽ ยให฾การปฏบิ ัติงานของมัคคเุ ทศกแ
สําเร็จลุลว฽ งไปได฾อยา฽ งดแี ละมีประสิทธภิ าพ โดยเฉพาะอย฽างยง่ิ งานทม่ี ัคคเุ ทศกมแ กั จะประสบคอื ปใญหา
เฉพาะหนา฾ ที่จะตอ฾ งแก฾ไขโดยเร฽งดว฽ น ซึ่งมกั จะเปๅนปใญหาท่ีไม฽คาดคิดมาก฽อน บ฽อยครั้งปใญหาเกิดขึ้น
ก฽อนที่มคั คเุ ทศกจแ ะพบกับนักทอ฽ งเทีย่ ว เช฽น นักท฽องเที่ยวปวดฟในขณะเดนิ ทาง นกั ท฽องเทีย่ วทําฟนใ
ปลอมหาย นักท฽องเท่ียวทาํ แว฽นสายตาตกแตก ฯลฯ หากมัคคุเทศกแมจี รรยาบรรณก็ย฽อมจะช฽วย
แก฾ปญใ หาใหส฾ ําเร็จไดโ฾ ดยงา฽ ย และเปๅนผลดแี ก฽เจ฾าของปใญหาอย฽างแน฽นอน

163

3. มีความรด฾ู ี
มัคคุเทศกแต฾องมคี วามรเู฾ ร่ืองสําคญั 6 ประการ ดงั นี้
1. ความรูเ฾ กี่ยวกบั ข฾อมลู ทัว่ ไปท่สี าํ คัญของบริษัท เชน฽ การบริการ เส฾นทางนาํ เทยี่ ว เบอรแ
โทรศพั ทแ หรือแฟกซแ สถานที่ติดตอ฽ เพื่อประโยชนใแ นการปฏบิ ัติงานและให฾ข฾อมูลแกน฽ กั ท฽องเทยี่ ว
2. ความร฾ูโดยรวมของประเทศไทย เก่ยี วกับประวตั ิศาสตรแ ภูมศิ าสตรแ สังคม การเมือง การ
ปกครอง ศาสนา เทศกาลงานประเพณีท่ีสําคัญ วัฒนธรรมความเปๅนอย฽ูของผค฾ู นในแตล฽ ะภาค
3. สถานทที่ ฽องเทีย่ ว ประเพณี วัฒนธรรม และผลติ ภัณฑพแ ื้นเมอื งในทอ฾ งถิน่ สถานทเ่ี ที่ยว เบอรแ
โทรศัพทแ หรอื แฟกซแ สถานที่ติดตอ฽ เพื่อประโยชนแในการปฏบิ ัตงิ านและให฾ขอ฾ มลู แก฽นักท฽องเท่ียว
ท฽องเทีย่ วในทอ฾ งถิ่นทั้งท่เี ปๅนธรรมชาติและมนุษยแสรา฾ งขน้ึ เช฽น อาคารบา฾ นเรือน วดั โบราณสถาน และ
ผลิตภณั ฑแพื้นเมือง เช฽น เครอ่ื งจกั สาน ผ฾าทอ งานแกะสลกั การแสดงของท฾องถ่ิน เช฽น มโนราหแ ฟอู น
เลบ็ ระบาํ ชาวเขา เทศกาลและประเพณีต฽าง ๆ เชน฽ ลอยกระทง สงกรานตแ บญุ บ้งั ไฟ งานแห฽เทยี น
พรรษา ฯลฯ
4. ขัน้ ตอนและวิธีการเข฾าออกเมอื ง การเก็บภาษี การติดต฽อกบั หน฽วยงานราชการท่ีเกีย่ วข฾อง
มัคคเุ ทศกแต฾องใหค฾ าํ แนะนํานักทอ฽ งเที่ยว และดูแลให฾การติดต฽อกับฝาุ ยต฽าง ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ฾ งใหเ฾ ปนๅ ไปอยา฽ ง
ราบรืน่
5. ตอ฾ งมคี วามร฾ูในการใชภ฾ าษาต฽างประเทศ มีทักษะในการพูด อ฽าน และเขียน เปๅนอยา฽ งดี ส่ิงท่ี
สําคัญทส่ี ุด คือ สามารถพดู บรรยายให฾นกั ท฽องเท่ยี วเข฾าใจเรื่องราวต฽าง ๆ ได฾
6. ตอ฾ งมกี ารประสานงานและความสมั พันธทแ ี่ดีกับธุรกจิ อนื่ ๆ ทีเ่ ก่ียวข฾องกบั การท฽องเทย่ี ว
เพื่อชว฽ ยใหก฾ ารปฏบิ ตั ิงานเปๅนไปอย฽างราบร่ืน และกอ฽ ใหเ฾ กิดความประทับใจแก฽นักท฽องเท่ียวมากทีส่ ดุ
เช฽น การคมนาคมขนสง฽ ที่พัก ร฾านอาหาร ธรุ กจิ บนั เทิง และรา฾ นขายของท่ีระลึก
4. มีความรกั งาน
มคั คุเทศกแต฾องมคี วามภาคภูมใิ จในอาชีพของตน มีใจรกั ในงานบรกิ าร มีความรับผิดชอบใน
หนา฾ ท่ี ต้ังใจปฏบิ ตั ิงานให฾มีคุณภาพมากทส่ี ุด อดทนต฽อปญใ หา พยายามปรับปรุงแก฾ไขในส฽วนบกพร฽อง
ของตนเองและรักษามาตรฐานการทาํ งานทด่ี ใี ห฾ได฾ตลอดไป
5. มศี ลิ ปะในการพดู
การพูดเปนๅ ศาสตรแแ ละศลิ ป฼ หมายถึง การพูดมีกฎเกณฑแสําหรบั เรียนรแ฾ู ละการปฏิบตั ิ
ขณะเดยี วกนั ก็อาศยั ความสามารถเฉพาะตัวของผู฾พดู ดว฾ ย มัคคเุ ทศกแต฾องมีการเตรียมตวั ทีด่ สี าํ หรับการ
อธิบาย การลาํ ดบั เนื้อหา ถา฽ ยทอดดว฾ ยภาษาทเ่ี ข฾าใจง฽าย รจู฾ ักกาลเทศะ ควรพดู เรือ่ งใด เวลาใด ใช฾
ภาษาให฾เหมาะสมกับเพศ วยั และสถานการณแ
มัคคุเทศกแเปนๅ ผท฾ู ่ีอย฽ูใกล฾ชิดกับนักท฽องเทย่ี วมากทสี่ ุด เพราะฉะน้ันผเู฾ รียนจึงควรจะไดเ฾ รยี นรู฾
และทาํ ความเข฾าใจเก่ียวกบั หน฾าท่ีและความรบั ผดิ ชอบ คุณลักษณะอนั จาํ เปนๅ ท่ีจะทาํ ใหช฾ ื่อเสยี งของ
ประเทศชาตเิ ปๅนทีร่ ู฾จกั ทวั่ โลกและชว฽ ยเพิม่ พูนจํานวนนกั ท฽องเทยี่ วให฾เข฾ามาเที่ยวในประเทศไทยไดม฾ าก
ขึน้

164

จติ อาสา
ความหมาย จติ อาสา แยกคําศัพทแคือ จติ +อาสา ที่แปลได฾ว฽า
จิต หมายถงึ ใจ สง่ิ ท่มี หี น฾าที่ร฾คู ดิ และนึก ธรรมชาตทิ ร่ี อู฾ ารมณแสภาพทีน่ ึกคิด ความคิด
อาสา หมายถึง ความหวัง ความตอ฾ งการ การรับทําโดยเต็มใจ สมัคร ใจ แสดงตัวขอรับ

ทาํ การน้นั
จิตอาสา จิตอาสาจะมีลักษณะเดียวกันกับจิตสํานึก (ความรู฾สึกดีหรืออยากตอบแทนส่ิงท่ี

เปๅน ประโยชนแตอ฽ ตนเอง สงั คม โลกมวลมนุษยแ) หรือภาวะท่ีจิตตื่นและร฾ูตัวสามารถตอบสนองต฽อส่ิงเร฾า
จากประสาท สัมผัสทั้ง 5 คือ รูป เสียง กล่ิง รส และส่ิงท่ีสัมผัสได฾ด฾วยกาย จิตสาธารณะ จิตสํานึก
สาธารณะ จิตบริการ จิตอาสา จิตสํานึกทางสังคม คําศัพทแเหล฽าน้ีมีลักษณะมีความหมายคล฾ายคลึงกัน
หรือปฏิบัติในแง฽เดียวกัน โดยความหมาย ของศัพทแเหล฽านี้ท฽านกล฽าวความหมายเอาสรุปได฾ 5 ประการ
คือ

ประการที่ 1 จติ สาธารณะ คือ จติ สํานึกเพอื่ ส฽วนรวมจติ สํานกึ (ความรส฾ู กึ ดีหรืออยากตอบ
แทน สง่ิ ทปี่ ระโยชนตแ ฽อตนเอง สงั คม โลกมวลมนุษยแ) หรอื ภาวะท่ีจติ ตน่ื และรูต฾ วั สามารถตอบสนองต฽อ
ส่ิงเรา฾ จาก ประสาทสัมผสั ทั้ง 5 คือ รูป เสยี ง กล่งิ รส และส่ิงทสี่ ัมผสั ได฾ดว฾ ยกาย การตระหนักร฾แู ละ
คาํ นึงถงึ ส฽วนรวมร฽วมกัน, การคํานงึ ถงึ ผ฾ูอ่ืนร฽วมสมั พนั ธเแ ปนๅ กล฽ุมเดยี วกัน

ประการท่ี 2 จติ สาธารณะ คือ จติ อาสา ท่ีแสดงออกมาในรปู ของพฤติกรรม ทเี่ กดิ ข้นึ ด฾วย
ความ สมัครใจเพอ่ื ส฽วนรวม โดยการแสดออกด฾วยการอาสาไมม฽ ใี ครบังคับ 4

ประการที่ 3 จติ สาธารณะ คือ การสํานึกสาธารณะ ซง่ึ หมายถึงการท่บี ุคคลตระหนกั รู฾และ
คํานงึ ถงึ ประโยชนแสขุ ของส฽วนรวมและสังคม มองเห็นคุณค฽าของการเอาใจใสด฽ แู ลรักษาส่งิ ตา฽ งๆ ทเี่ ปๅน
ของส฽วนรวม

ประการที่ 4 จิตสาธารณะ คือ จติ บรกิ ารที่เกย่ี วกับการคิด และการปฏบิ ัติในการให฾ความ
ชว฽ ยเหลือผู฾อน่ื เปๅนการประพฤติปฏบิ ัตทิ ่ีม฽ุงความสุขของผู฾อ่ืนท่ตี งั้ อยบ฽ู นพน฾ ฐานของความตง้ั ใจดแี ละ
เจตนาดี

ประการที่ 5 จิตสาธารณะ คือ จิตสํานกึ ทางสงั คมทส่ี ํานกั งานและคณะกรรมการวจิ ยั แห฽งชาติ
ได฾อธบิ ายวา฽ เปๅนการรูจ฾ กั เอาใจใสเ฽ ปๅนธุระ และเขา฾ ร฽วมในเรื่องของส฽วนร฽วมท่เี ปนๅ ประโยชนแตอ฽
ประเทศชาติมีความสํานึกและยดึ มัน่ ในระบบคุณธรรม และจรยิ ธรรมท่ดี งี าม ละอายตอ฽ สิ่งผิดเนน฾ ความ
เรียบรอ฾ ย ประหยัด และมคี วามสมดุลระหวา฽ งมนุษยแกับธรรมชาติ

คาํ ศัพทแเกี่ยวข฾อง
คําว฽า”จิตอาสาสาธารณะ” หรือ “จิตสํานึกสาธารณะ” (Public Consciousness) เปๅน
คําศัพทแใหม฽ในทางสังคมศาสตรแซึ่งกําลังได฾รับความสนใจจากแวดวงนักวิชาการพัฒนาอย฽างกว฾างขวาง
ในทางปฏิบัติ เมื่อกล฽าวถึงคําว฽า “จิตอาสาสาธารณะ” หรืออาจจะเปๅนคําอื่นๆ เช฽น “จิตอาสา”
“จิตสํานึกเพ่ือสังคม” “จิตสํานึก เพ่ือส฽วนรวม” “จิตสํานึกเพื่อมวลชน” คําเหล฽าน้ีล฾วนมีความหมายท่ี
ใกล฾เคียงกันมากขึ้นอย฽ูกับผ฾ูใช฾ว฽าเปๅนคน กล฽ุมไหน ซ่ึงอาจแยกย฽อยออกไปตามความสนใจเฉพาะกลุ฽ม

165

เช฽น จิตสํานึกทางการเมืองในการสร฾างประชาธิปไตย ให฾เกิดข้ึนในสังคม จิตสํานึกด฾านส่ิงแวดล฾อมของ
เยาวชนในชุมชนท฾องถ่ินหรือจิตสํานึกทางสังคมเช฽นการพัฒนา ชุมชนหรือช฽วยเหลือคนยากไร฾ (อริสา
สขุ สม: 2553)

โดยสรุปจิตสาธารณะ/จิตอาสาสาธารณะ หมายถึง พฤติกรรมหรือการกระทําของบุคคลที่
เกิดขึ้นโดย ความสมัครใจ ปรารถนาที่จะช฽วยเหลือ ช฽วยแก฾ไขปใญหาเกิดข้ึนในสังคม และตระหนักถึง
ความ รับผิดชอบต฽อสังคม มีสํานึกในระบบคุณธรรม และจริยธรรมที่ดีงามด฾วยการเอาใจใส฽ดูแล เปๅน
ธุระ ปรารถนาท่ีจะ ช฽วยเหลือสังคม ต฾องการแก฾ไขปใญหาของสังคมด฾วยการเข฾าไปมีส฽วนร฽วมในเรื่องท่ี
เปๅนประโยชนแต฽อส฽วนรวม

จติ สาํ นกึ ต฽อสงั คม (Social Consciousness)
บญุ สม หรรษาคิริพจนแ (2542: 71-73) ใช฾คําว฽า จิตสํานึกท่ีดีในสังคมในท่ีนี้หมายถึง สังคม ใน
ชุมชนของตน การปฏิบัติตนให฾มีจิตสํานึกท่ีดีต฽อชุมชนของตน ลือ การปฏิบัติและการมีส฽วนร฽วมที่ดีใน
กจิ กรรม ของชมุ ชน การชว฽ ยกันดชู ุมชนของตน การให฾ความร฽วมมือการ เสียสละกําลังกาย กําลังทรัพยแ
เพ่ือการรักษาความ ปลอดภยั ในชุมชน เพื่อสาธารณูปโภคในชุมชน การให฾ความเปๅนมิตรและมีน้ําใจต฽อ
กัน สุพจนทแ รายแก฾ว (2546: 50) นิยามจิตสํานึกต฽อสังคมว฽า หมายถึง คุณลักษณะทางจิตใจ ของบุคคล
เก่ียวกับ การมองเห็นคุณค฽า หรือการให฾คุณค฽าแก฽การมีปฏิสัมพันธแทางสังคมและสิ่งต฽าง ๆ ท่ีมีอย฽ูใน
สงั คม ที่ไมม฽ ผี ใู฾ ดผ฾หู น่งึ เปนๅ เจ฾าของ หรือเปๅนสิ่งท่คี นในสงั คมเปนๅ เจา฾ ของร฽วมกัน เปๅนส่ิงท่ีสามารถสังเกต
ได฾จาก ความรูส฾ ึกนกึ คดิ หรอื พฤติกรรมทีแ่ สดงออกมา สภุ ัทรา ภูษิตรัตนาวลี (2547) นิยาม จิตสํานึกต฽อ
สังคม หมายถึง ภาวะที่รู฾ตัวของบุคคลท่ี มีความโน฾มเอียงทางความคิด ความร฾ูสึกก฽อนท่ีจะเข฾าไปมีส฽วน
ร฽วมในกิจกรรมท่ีมีส฽วนช฽วยให฾ผ฾ูคนในสังคมเกิดการ เปล่ียนแปลง หรือได฾รับการส฽งเสริมด฾านต฽าง ๆ ใน
ทิศทางท่ีดขี ้ึน โดยสรุปจิตสํานึกต฽อสังคม หมายถึง ลักษณะทาง 10 จิตใจหรือภาวะที่ร฾ูตัวของบุคคลท่ีมี
ความโนม฾ เอยี งทางความคดิ และความรส฾ู กึ เกีย่ วกับการมองเห็นคุณค฽าหรือให฾ คุณค฽าแก฽การมีปฏิสัมพันธแ
กับบคุ คล หรือสิ่งของทม่ี ีอยใู฽ นสังคมที่ไม฽มีผู฾ใดเปๅนเจ฾าของ หรือเปๅนสิ่งท่ีเปๅนเจ฾าของ ร฽วมกัน มีจิตสํานึก
ที่ดีต฽อชุมชนของตน โดยช฽วยกันดูแลสังคมชุมชน เลียสละกําลังกาย กําลังทรัพยแ เข฾าร฽วม กิจกรรมท่ีมี
สว฽ นช฽วยให฾สงั คมเกดิ ความเปลยี่ นแปลง หรือส฽งเสรมิ ดา฾ นตา฽ งๆ ในทศิ ทางที่ดีขน้ึ

จติ สานกึ เพ่อื สว฽ นรวม
การมีความรับผิดชอบต฽อสังคมหรือการให฾ความสําคัญกับส฽วนรวม หรือส่ิงอันเปๅน สาธารณะ
สมบัติเช฽น ปุาไม฾แม฽น้ําลําธาร ทางสาธารณะ สวนสาธารณะ ไฟฟูาสาธารณะ ทางหลวง ตลอดจนของ
หลวงและประเทศชาติบ฾านเมือง เปๅนต฾น ไม฽เห็นแก฽ตัวทําลายล฾างให฾จนเสียหายเส่ือมโทรม สูญส้ิน ใน
ทัศนะของพระพุทธศาสนานั้น จิตสํานึกเพื่อส฽วนรวมหมายถึง จิตท่ีประกอบด฾วยความ เอ้ือเฟื็อเก้ือกูล
หรือความคดิ ท่มี ฽ุงท่จี ะทําแต฽ประโยชนแเก้ือกูลท้ังแก฽ตนและผ฾ูอ่ืน ตลอดจนสาธารณะทั่วไป โดยมี เมตตา

166

จิต (ปรารถนาดี) และกรุณาจิต (ความคิดร฽วมด฾วยช฽วยแก฾ปใญหา) เปๅนพื้นฐาน ผู฾ที่ปลูกจิตสํานึกเพ่ือ
ส฽วนรวม ใหเ฾ จรญิ งอกงามในจติ ใจได฾มากเพยี งใด ยอ฽ มสามารถแก฾วกิ ฤตปญใ หาความเห็นแก฽ตัว ทําให฾เปๅน
คนเสียสละ อุทิศตน ทุ฽มเททํางานเพ่ือผลประโยชนแต฽อส฽วนรวม ได฾มากเพียงนั้น การปลูกจิตสํานึกเพื่อ
ส฽วนรวม ตามวิถีแห฽งพุทธธรรม คือ การประพฤติปฏิบัติตาม “หลักสังคหวัตถุธรรม/หลักแห฽งการ
สงเคราะหแ” 4 ประการ” กล฽าวคือ 1) ทาน คือ การให฾เอื้อเฟ็ือเผ่ือแผ฽เสียสละ แบ฽งปในสิ่งของ ตลอดถึง
ให฾ความรู฾และแนะนําส่ังสอน ซึ่งจะช฽วยแก฾ไขปใญหาการแย฽ง อาหาร ท่ีอย฽ูอาศัย คู฽สังวาส อํานาจใน
สังคมส฽วนรวมได฾ 2) ปิยวาจา กล฽าวคําสุภาพ ไพเราะอ฽อนหวาน สมานไมตรี ทําให฾เกิดความรักความ
เคารพนบั ถอื ซงึ่ กนั และกัน สามารถช฽วยแกไ฾ ขปญใ หาความขดั แย฾ง 3) อัตถจรยิ า การ ขวนขวายช฽วยเหลือ
กิจการหมู฽คณะ ดูแลรักษาสมบัติส฽วนรวม และบําเพ็ญสาธารณะประโยชนแและ 4) สมานัตตตา
ประพฤติตนให฾เหมาะสมแก฽ฐานะและภาวะท่ีดํารงอย฽ู ปฏิบัติหน฾าที่ในฐานะสมาชิกของสังคมให฾ถูกต฾อง
มีการกล฽าว ว฽า “วัตถุยิ่งเจริญ คนย่ิงเห็นแก฽ตัวมากขึ้น” วิกฤตปใญหานี้สามารถแก฾ไขได฾ด฾วยการปลูก
จิตสํานึกท่ีดีเพ่ือส฽วนรวม โดยยึดคติว฽า “อยู฽เพื่อตัว อยู฽แค฽สิ้นลม แต฽ถ฾าอยู฽เพ่ือสังคม จะอยู฽ชั่วฟูาดิน
สลาย” นน่ั เอง

จติ สาํ นกึ พลเมอื ง
จติ สาํ นึกพลเมอื งมาพรอ฾ มกับการสรา฾ งสาํ นกึ พลเมืองประชาธิปไตยใน 3 ด฾าน คือ เคารพ กติกา
เคารพความแตกต฽าง เพราะทุกคนเปๅนเจ฾าของประเทศเช฽นเดียวกัน และร฽วมรับผิดชอบต฽อสังคม โดยใช฾
วิธีการลงมือทําจากเร่ิมที่ตนเองก฽อน แล฾วขยายวงกว฾างออกไปในสังคมท่ีตนเองอย฽ูอาศัย พร฾อมสร฾าง
เงื่อนไขการ เรียนร฾ูและเรียนรู฾ช฽วยเหลือกันลักษณะเครือข฽าย โดยทุกองคแกรต฽างสามารถเข฾ามามีส฽วน
ร฽วมในบทบาทหนา฾ ที่การ พฒั นาเพ่ือใหเ฾ กดิ สํานึกพลเมือง เพราะฉะนนั้ บคุ คลจะเปนๅ พลเมืองดีมีจิตอาสา
ของสังคมนั้น ต฾องตระหนักถึง บทบาทหน฾าที่ที่ต฾องปฏิบัติมุ฽งมั่นให฾บรรลุเปูาหมายด฾วยความรับผิดชอบ
อย฽างเตม็ ที่ สอดคลอ฾ งกับหลกั ธรรม วัฒนธรรม ประเพณแี ละรัฐธรรมนูญที่กําหนดไว฾รวมทั้งบทบาททาง
สังคมที่ตนดํารงอยู฽ เพื่อให฾เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด ได฾ประสิทธิผลทั้งในส฽วนตนและสังคม เมื่อสามารถ
ปฏิบัติหน฾าท่ีได฾อย฽างถูกต฾องสมบูรณแย฽อมเกิดความภาคภูมิใจและเกิดผลดีท้ังต฽อตนเองและสังคมด฾วย
การเปๅนพลเมืองดีท่ีเคารพกฎหมาย เคารพสิทธิเสรีภาพของผ฾ูอ่ืน มีความกระตือรือร฾นท่ีจะเข฾ามามีส฽วน
ร฽วมในการแก฾ปใญหาของชุมชนและสังคม มีคุณธรรมและจริยธรรมเปๅนหลัก ในการดําเนินชีวิตอย฽างมี
ความสุขสงบ

ประโยชนขแ องการมจี ติ อาสา
1. คมู฽ ือจติ อาสา Give & Volunteer Guide (ม.ป.ป.) ของโครงการอาสาเพื่อในหลวงพบจิตอา
สามี ความสําคัญและมีประโยชนแคือ บุคคลที่มีจิตอาสาจะได฾รับความสุขจากการให฾ด฾วยใจและหวังไม฽
หวงั ผลตอบแทน 40 เมื่อมีความสุขฮอรโแ มนเอน็ โดรฟนิ (Endrophin) จะหลงั่ โดยอัตโนมตั ิสง฽ ผลให฾ผู฾ให฾มี
จิตใจที่เปๅนสุขและมีสุขภาพ แข็งแรง และการมีจิตอาสายังมีประโยชนแต฽อสังคมและประเทศชาติในแง฽

167

ของการมีชีวิตท่ีปลอดภัย เน่ืองจากทุกคน ร฽วมใจกันช฽วยเหลือซ่ึงกันและกัน โดยไม฽หวังผลตอบแทน
สง฽ ผลให฾สงั คมเขม฾ แข็ง ปใญหาสังคมลดลง ชีวติ มคี วาม มัน่ คงปลอดภยั มากข้ึน

2. ได฾เรียนร฾ูสิ่งที่แตกต฽างและได฾ศึกษาจากการปฏิบัติจริง การทํางานอย฽างจริงจังและการ
ทํางานที่ไม฽ คํานึงถึงผลลัพธแที่จะได฾รับแต฽ทํางานอย฽างเต็มที่แต฽ทําให฾ประชาชนมีความร฾ูสึกรับผิดชอบ
เกดิ ความรูส฾ ึกเปนๅ เจ฾าของ ประเทศจนเกิดความรัก และหวงแหนยิ่งข้นึ

3. กิจกรรมจิตอาสาท่ีเปๅนการให฾และการอาสาน้ัน มิได฾ก฽อให฾เกิดประโยชนแเฉพาะแต฽กับสังคม
สว฽ นรวม หรือผรู฾ บั บริการเท฽าน้ัน ผ฾ูให฾หรือผ฾ูอาสาเองก็มีโอกาสได฾เรียนร฾ูส่ิงใหม฽ๆ ซ่ึงส฽งผลต฽อการพัฒนา
ความรค฾ู วามสามารถ และศักยภาพของตัวผู฾ให฾เองด฾วย นอกจากนี้กระบวนการพัฒนาคนด฾วยจิตอาสาก็
เปๅนที่ยอมรับว฽ามีผลต฽อการ พัฒนาความคิดเชิงบวกอันจะเปๅนแนวทางอย฽างยั่งยืน เพื่อแก฾ไขปใญหา
ในทางสร฾างสรรคแไม฽ว฽าจะเปๅนปใญหาส฽วนตัว การงาน ปใญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง อันจะนํามาซึ่ง
การอยูร฽ ว฽ มกนั ของสงั คมไดอ฾ ยา฽ งเขา฾ ใจกนั และมคี วามสงบ สุขสันติทั้งช฽วยลดความเหลื่อมล้ําแตกต฽างใน
เรื่องชนช้ันในสงั คมให฾น฾อยลงกระทั่งมีความเสมอภาคเปๅนธรรมแก฽ สังคม (ไพศาล สรรสรวิสุทธ์ิ, 2550:
11-14)

4. ทําให฾ปใญหาของสังคมลดน฾อยและหมดไปในท่ีสุด หรือปูองกันไม฽ให฾ปใญหานั้นหรือปใญหาใน
ลักษณะ เดียวกันเกิดข้ึนแก฽สังคมอีก กระท่ังเกิดความเจริญก฾าวหน฾าในสังคมขึ้นมาแทนท่ี ทําให฾
ประชาชนมีความสมัคร สมานสามัคคีและอย฽ูร฽วมกันอย฽างมีความสุขตามฐานะของแต฽ละบุคคล และ
ประเทศเกดิ ความเปนๅ ปกึ แผน฽ ที่มน่ั คง ตลอดไป

ข฾อดขี องการเปนๅ จติ อาสา
1. ได฾สร฾างเกียรติประวัติให฾ตัวเอง ถ฾าคุณเปๅนคนท่ีกําลังหาตําแหน฽งงานว฽าง คุณลองเสียสละ
เวลาสักนิดก฽อนร฽อนใบสมัครงานไปเข฾าโครงการจิตอาสาต฽าง ๆ สักพักหน่ึงดูสิ คุณจะร฾ูว฽าแค฽กรอก
ประวัติการทํางานจติ อาสาเข฾าไป มันกม็ ชี ยั มากกวา฽ การถือทรานสคริปตแงาม ๆ ให฾นายจ฾างดู น่ันก็เพราะ
นายจ฾างเขาตอ฾ งการจ฾างคนท่มี ีทัศนคตทิ ่ีดี ไมเ฽ ห็นแก฽ตวั เพื่องานท่ดี ีสําหรับองคกแ รเขาไงล฽ะ
2. ได฾สขุ ภาพท่ีดี สุขภาพทางด฾านจิตใจและอารมณแจะเปนๅ สงิ่ ทีเ่ หน็ ได฾ชดั มาก อย฽างนอ฾ ยคุณจะ
ร฾ูสึกดที ี่ได฾ช฽วยใหผ฾ อ฾ู ่ืนพน฾ ทุกขแ มพี ืน้ ฐานจติ ใจทดี่ ีจากการเมตตาคนอน่ื มีสุขภาพกายที่ดจี ากการท฽ุมเท
พลังกาย ร฾ูสกึ ภาคภมู ิใจในตวั เองท่ีเปๅนส฽วนหนงึ่ ไดข฾ ับเคล่อื นให฾ภารกิจประสบความสําเรจ็ (ซง่ึ การได฾ให฾
และได฾รับกาํ ลงั ใจน้ี มนั มีผลโดยตรงกบั การหลง่ั สารท่เี ก่ยี วกบั ความสขุ ในรา฽ งกาย นัน่ กแ็ ปลวา฽ มัน
เกี่ยวกับเร่ืองสุขภาพดว฾ ย) ถา฾ คณุ กําลงั ท฾อแท฾ สน้ิ หวัง ลองใชโ฾ อกาสสกั ครง้ั แบกเปูไปลุยปาุ ลุยงาน
อาสาสมัครสักครัง้ นอกจากธรรมชาตแิ ลว฾ กาํ ลงั ใจและกําลังกายก็ไดม฾ าจากการทาํ งานจิตอาสา
3. ได฾ส฽งต฽อความรักให฾กับคนอื่น เห็นการเติบโตจากร฽ุนส฽ูร฽ุน ถ฾าคุณเปๅนวัยร฽ุนตอนต฾น หรือร฾ูสึก
วา฽ ไลฟ฼สไตลแทค่ี ุณเปๅนอยน฽ู ี้มันเหมือนเด็กทไี่ ม฽รจ฾ู ักโต งานจิตอาสาจะช฽วยให฾คุณร฾ูจักคําว฽า “ผู฾ใหญ฽” มาก
ขึ้น การเปๅนผ฾ูใหญ฽หมายความวา฽ อะไร? มนั ก็หมายความว฽าถ฾าตอนน้ีคุณได฾เปๅนจิตอาสา และคุณก็มีลูก
เปๅนจิตอาสา ก็เท฽ากับว฽าคุณกําลังสร฾างคุณลักษณะให฾ลูกมีความเห็นแก฽ตัวน฾อยลงต฽อเพ่ือนมนุษยแ ซึ่ง
คุณลักษณะน้ีจะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต เมื่อพวกเขามีลูกมีหลาน เขาก็จะส฽งต฽อคุณลักษณะน้ีไปอีก

168

ซึ่งมันเปๅนเรื่องท่ีดีมากที่โลกอยู฽ได฾ก็เพราะยังมีการส฽งต฽อเร่ืองดี ๆ ต฽อกัน มีน้ําใจระหว฽างเพื่อนมนุษยแ
ดว฾ ยกนั อย฽างไม฽จบสนิ้

4. เคารพคนอื่นมากขน้ึ การเปนๅ อาสาสมคั ร นอกเหนือจากการอุทิศตัวเองแล฾ว ยังหมายถึงการ
เคารพเพ่ือนอาสาสมัครคนอ่ืน ๆ ที่คุณต฾องใช฾ชีวิตร฽วมกัน ทํางานร฽วมกันตลอดเวลาด฾วย ซึ่งมันเปๅน
พื้นฐานท่ีดีให฾คุณได฾เรียนร฾ูไว฾ก฽อนที่จะไปทํางานกับองคแกรอ่ืน หรือสมัครงานเข฾าบริษัทอ่ืน เพราะฉะนั้น
จงจําไว฾เสมอวา฽ มติ รภาพท่ีดมี นั หายากยง่ิ กวา฽ สําเนารบั สมัครงานเสยี อีก

5. ได฾เจอเพื่อนใหม฽ เอาเข฾าจริงแล฾วงานจิตอาสาก็คืองานที่จะได฾ออกไปพบปะสังคมที่กว฾างข้ึน
พบปะผู฾คนที่มีความคิดเหมือนกัน เหมือนกับการเข฾าปารแต้ีงานหนึ่งที่เรียนรู฾ตัวเองไปด฾วย เรียนรู฾คนอื่น
ไปด฾วย แถมยังได฾คอนเนคชนั มากข้ึนจากคนท่ีคยุ ถูกคอกนั เอง ถ฾าคุณกําลังหาเพ่ือนใหม฽ อยากได฾เพ่ือน
ดี ๆ เพิ่มขึ้น งานจิตอาสาคือโอกาสของคุณที่จะได฾พบปะกับผ฾ูคนมากหน฾าหลายตาในแบบเห็นตัวตน
เห็นทุกขแสุขด฾วยกันเม่ือได฾มาทํางานร฽วมกัน ซึ่งโอกาสดี ๆ แบบน้ี ถ฾าคุณไม฽ได฾ลองเข฾าค฽าย เข฾าโครงการ
จิตอาสาสักครั้ง คุณกับพวกเขาก็อาจจะเดินสวนทางกัน ไม฽กล฾ารู฾จักกัน พลาดโอกาสดี ๆ ต฽อกันเพียง
เพราะเหน็ กนั แต฽ผวิ เผินนน่ั เอง

6. ได฾เพิ่มพูนทักษะความรู฾ งานอาสาสมัครเปๅนงานที่มีแค฽ตัวเปล฽า ๆ ก็ทําได฾แม฾จะไม฽มีเงินหรือ
ความรต฾ู ดิ ตัวมาเลย ดังนั้น โอกาสน้ีถือเปๅนโอกาสดีที่คุณจะได฾พัฒนาตัวเองไปด฾วยจากการลงมือทํางาน
ในดา฾ นต฽าง ๆ โดยเฉพาะอย฽างย่ิง งานธุรการ งานด฾านประสานงาน ถ฾าคุณไม฽เคยมีพ้ืนฐานอะไรเลย คุณ
ก็จะได฾ทักษะการใช฾โปรแกรม การทําฟอรแมเอกสาร การใช฾เครื่องมือส่ือสาร ติดตัวไปด฾วยหลังจากจบ
โครงการให฾คุณมั่นใจได฾เลยเม่ือต฾องกรอกใบสมัครงานในช฽องทักษะความสามารถ หรือถ฾าคุณได฾อย฽ูใน
สายงานท่ีเก่ียวกับการประสานงาน การให฾บริการแบบสายด฽วน เม่ือคุณได฾ไปทํางานทางด฾านนี้
โดยเฉพาะจริง ๆ คุณก็จะไมร฽ ูส฾ ึกประหมา฽ เกนิ ไป

เรอ่ื งท่ี 3 การประชาสมั พนั ธดแ ว฾ ยส่อื ทห่ี ลากหลาย

สอ่ื สงั คมออนไลนแ
ความหมายของสอื่ สังคมออนไลนแ
สอื่ สังคมออนไลนแ หมายถึง สือ่ ดจิ ิทลั ท่เี ปๅนเคร่ืองมือในการปฏบิ ัตกิ ารทาง
สงั คม (Social Tool) เพ่ือใช฾สอ่ื สารระหว฽างกนั ในเครือขา฽ ยทางสังคม (Social Network) ผ฽านทาง
เว็บไซตแและโปรแกรมประยุกตบแ นสอ่ื ใดๆ ท่ีมกี ารเชื่อมต฽อกับอินเทอรแเนต็ โดยเน฾นให฾ผู฾ใช฾ท้งั ทีเ่ ปๅนผสู฾ ฽ง
สารและผ฾ูรับสารมสี ฽วนรว฽ ม (Collaborative) อย฽างสร฾างสรรคแ ในการผลิตเน้อื หาข้ึนเอง (User-
GenerateContent: UGC) ในรูปของข฾อมูล ภาพ และเสยี ง
ประเภทของสอื่ สงั คมออนไลนแ
ประเภทของสอื่ สังคมออนไลนแ มดี ฾วยกันหลายชนิด ข้ึนอยกู฽ ับลกั ษณะของการ
นํามาใชโ฾ ดยสามารถแบ฽งเปๅนกลุม฽ หลกั ดงั นี้

1. Weblogs หรือเรียกส้นั ๆ ว฽า Blogs คอื สือ่ สว฽ นบคุ คลบนอินเทอรแเนต็ ที่

169

ใช฾เผยแพร฽ข฾อมลู ขา฽ วสาร ความร฾ู ข฾อคิดเหน็ บันทึกส฽วนตัว โดยสามารถแบ฽งปในให฾บุคคลอืน่ ๆ โดยผู฾รับ
สารสามารถเขา฾ ไปอ฽าน หรือแสดงความคดิ เห็นเพม่ิ เติมได฾ ซึ่งการแสดงเน้ือหาของบล็อกน้ันจะ
เรยี งลาํ ดบั จากเนื้อหาใหม฽ไปส฽ูเนอ้ื หาเก฽า ผเู฾ ขียนและผ฾ูอา฽ นสามารถคน฾ หาเน้ือหาย฾อนหลงั เพอ่ื อา฽ นและ
แกไ฾ ขเพ่ิมเตมิ ได฾ตลอดเวลา เช฽น Exteen, Bloggang, Wordpress,Blogger, Okanation

2. Social Networking หรือเครือขา฽ ยทางสังคมในอนิ เทอรแเนต็ ซง่ึ เปนๅ
เครือข฽ายทางสงั คมท่ีใช฾สาํ หรับเชอ่ื มต฽อระหว฽างบคุ คล กล฽มุ บคุ คล เพ่ือให฾เกิดเปๅนกลุ฽มสังคม (Social
Community) เพอื่ รว฽ มกันแลกเปลีย่ นและแบ฽งปนใ ข฾อมูลระหว฽างกนั ท้ังด฾านธรุ กิจ การเมือง การศกึ ษา
เชน฽ Facebook, Hi5, Ning, Linked in,MySpace, Youmeo, Friendste

3. Micro Blogging และ Micro Sharing หรอื ท่เี รียกกันวา฽ “บล็อกจวิ๋ ” ซง่ึ
เปนๅ เว็บเซอรแวิสหรอื เว็บไซตแที่ใหบ฾ ริการแก฽บคุ คลท่ัวไป สําหรับใหผ฾ ใู฾ ชบ฾ ริการเขียนข฾อความสั้นๆ
ประมาณ 140 ตวั อักษร ทีเ่ รียกว฽า “Status” หรอื “Notice” เพือ่ แสดงสถานะของตัวเองว฽ากําลงั ทาํ
อะไรอย฽ู หรือแจ฾งข฽าวสารต฽างๆ แกก฽ ลมุ฽ เพื่อนในสงั คมออนไลนแ (Online Social
Network) (Wikipedia,2010) ทัง้ นีก้ ารกําหนดให฾ใชข฾ ฾อมูลในรูปข฾อความสนั้ ๆ ก็เพอ่ื ให฾ผใ฾ู ช฾ท่ีเปๅนท้งั
ผเ฾ู ขยี นและผ฾อู ฽านเข฾าใจงา฽ ย ที่นยิ มใช฾กันอยา฽ งแพรห฽ ลายคือ Twitter

4. Online Video เปนๅ เวบ็ ไซตทแ ใี่ ห฾บรกิ ารวิดโี อออนไลนแโดยไม฽เสีย
คา฽ ใช฾จา฽ ย ซงึ่ ปจใ จบุ ันไดร฾ ับความนยิ มอย฽างแพร฽หลายและขยายตวั อยา฽ งรวดเร็ว เนื่องจากเน้ือหาที่
นําเสนอในวิดีโอออนไลนแไม฽ถูกจาํ กัดโดยผงั รายการทแี่ น฽นอนและตายตัว ทาํ ใหผ฾ ฾ใู ช฾บรกิ ารสามารถ
ตดิ ตามชมไดอ฾ ยา฽ งต฽อเนื่อง เพราะไมม฽ ีโฆษณาค่นั รวมทั้งผ฾ใู ช฾สามารถเลอื กชมเน้ือหาไดต฾ ามความ
ต฾องการและยังสามารถเชอ่ื มโยงไปยังเว็บวดิ โี ออ่ืนๆ ที่เกย่ี วข฾องได฾จํานวนมากอีกด฾วย เชน฽ Youtube,
MSN, Yahoo

5. Poto Sharing เปนๅ เวบ็ ไซตทแ ่ีเน฾นใหบ฾ รกิ ารฝากรูปภาพโดยผใ฾ู ชบ฾ ริการ
สามารถอัพโหลดและดาวนโแ หลดรูปภาพเพื่อนาํ มาใช฾งานได฾ ที่สาํ คญั นอกเหนอื จากผ฾ูใช฾บริการจะมี
โอกาสแบง฽ ปนใ รูปภาพแล฾ว ยังสามารถใช฾เปนๅ พน้ื ท่เี พ่ือเสนอขายภาพท่ตี นเองนําเขา฾ ไปฝากได฾อกี ดว฾ ย
เช฽น Flickr, Photobucket, Photoshop,Express, Zooom

6. Wikis เปนๅ เวบ็ ไซตแทม่ี ีลักษณะเปนๅ แหล฽งขอ฾ มลู หรอื
ความร฾ู (Data/Knowledge) ซึง่ ผ฾เู ขียนส฽วนใหญ฽อาจจะเปๅนนักวชิ าการ นักวชิ าชพี หรือผ฾ูเชยี่ วชาญ
เฉพาะทางด฾านตา฽ งๆ ท้ังการเมอื ง เศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ซงึ่ ผ฾ูใช฾สามารถเขียนหรือแก฾ไขขอ฾ มลู ได฾
อยา฽ งอสิ ระ เช฽น Wikipedia, Google Earth,diggZy Favorites Online

7. Virtual Worlds คอื การสร฾างโลกจินตนาการโดยจําลองส฽วนหนงึ่ ของชวี ิต
ลงไป จดั เปนๅ สอื่ สงั คมออนไลนแท่ีบรรดาผทู฾ อ฽ งโลกไซเบอรใแ ชเ฾ พอื่ ส่อื สารระหว฽างกันบนอินเทอรแเนต็ ใน
ลักษณะโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ซ่ึงผู฾ท่จี ะเขา฾ ไปใช฾บรกิ ารอาจจะบริษัทหรือองคแการดา฾ นธุรกิจ
ดา฾ นการศึกษา รวมถึงองคกแ ารดา฾ นสื่อ เช฽น สํานักข฽าวรอยเตอรแ สาํ นักขา฽ วซเี อ็นเอน็ ต฾องเสยี ค฽าใช฾จ฽าย
ในการซื้อพน้ื ที่เพ่ือใหบ฾ ุคคลในบริษทั หรือองคแกรไดม฾ ีชอ฽ งทางในการนาํ เสนอเรือ่ งราวต฽างๆ ไปยังกล฽ุม

170

เครือข฽ายผ฾ใู ชส฾ อ่ื ออนไลนแ ซึ่งอาจจะเปนๅ กลุม฽ ลกู คา฾ ท้ังหลัก และรองหรือ ผ฾ูท่เี กยี่ วข฾องกับธุรกิจ ของ
บรษิ ัท หรอื องคแการก็ได฾ ปจใ จุบนั เวบ็ ไซตแทใี่ ชห฾ ลกั Virtual Worlds ที่ประสบผลสําเรจ็ และมีช่อื เสยี ง
คือ Second life

8. Crowd Sourcing มาจากการรวมของคาํ สองคาํ
Crowd และ Outsourcing เปๅนหลกั การขอความรว฽ มมือจากบุคคลในเครือข฽ายสงั คมออนไลนแ โดย
สามารถจดั ทําในรูปของเว็บไซตทแ ีม่ วี ตั ถุประสงคแหลักเพ่ือค฾นหาคาํ ตอบและวิธกี ารแก฾ปใญหาตา฽ งๆท้งั ทาง
ธรุ กิจ การศึกษา รวมทง้ั การสือ่ สาร โดยอาจจะเปนๅ การดึงความรว฽ มมือจากเครือขา฽ ยทางสังคมมาช฽วย
ตรวจสอบข฾อมูลเสนอความคิดเห็นหรอื ให฾ข฾อเสนอแนะ กล฽ุมคนท่เี ขา฾ มาให฾ข฾อมูลอาจจะเปนๅ ประชาชน
ทว่ั ไปหรือผ฾ูมีความเชยี่ วชาญเฉพาะดา฾ นท่ีอยใ฽ู นภาคธรุ กิจหรือแม฾แต฽ในสงั คมนกั ข฽าว ขอ฾ ดีของการใช฾
หลัก Crowd souring คือ ทาํ ใหเ฾ กดิ ความหลากหลายทางความคดิ เพ่ือนาํ ไปสก฽ู ารแก฾ปญใ หาที่มี
ประสิทธภิ าพ ตลอดจนชว฽ ยตรวจสอบหรอื คัดกรองข฾อมูลซงึ่ เปนๅ ปใญหาสาธารณะรว฽ มกันได฾ เช฽น Idea
storm, Mystarbucks Idea

9. Podcasting หรือ Podcast มาจากการรวมตัวของสองคํา
คือ “Pod” กับ “Broadcasting” ซ่ึง “POD” หรือ PersonalOn - Demand คือ อุปสงคแหรือความ
ต฾องการส฽วนบุคคล ส฽วน“Broadcasting” เปๅนการนําส่ือต฽างๆ มารวมกันในรูปของภาพและเสียง หรือ
อาจกล฽าวง฽ายๆ Podcast คือ การบันทึกภาพและเสียงแล฾วนํามาไว฾ในเว็บเพจ (Web Page) เพื่อ
เผยแพรใ฽ หบ฾ ุคคลภายนอก (The public in general) ทีส่ นใจดาวนแโหลดเพื่อนาํ ไปใชง฾ าน เช฽น Dual
Geek Podcast, Wiggly Podcast

10. Discuss / Review/ Opinion เปๅนเว็บบอรแดท่ีผ฾ูใช฾อินเทอรแเน็ตสามารถ
แสดงความคิดเห็น โดยอาจจะเกี่ยวกับ สินค฾าหรือบริการ ประเด็นสาธารณะทางการเมือง เศรษฐกิจ
สงั คม เช฽น Epinions, Moutshut, Yahoo!Answer, Pantip,Yelp

อปุ กรณแเคร่อื งมือทางส่อื สังคมออนไลนแ
คอมพิวเตอรแ คือ เครือ่ งคํานวณ อเิ ล็กทรอนกิ สทแ ีส่ ามารถทํางานคํานวณผลและเปรียบเทียบ
ค฽าตามชุดคําสั่งด฾วยความเร็วสูงอย฽างต฽อเน่ืองและอัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.
2525 ได฾ให฾คําจํากัดความของคอมพิวเตอรแไว฾ค฽อนข฾างกะทัดรัดว฽า เคร่ืองอิเล็กทรอนิกสแแบบอัตโนมัติ
ทําหน฾าท่ีเสมือนสมองกล ใช฾สําหรับแก฾ปใญหาต฽างๆ ท้ังท่ีง฽ายและซับซ฾อน โดยวิธีทางคณิตศาสตรแ หรือ
อาจกล฽าวไดว฾ า฽ เครอื่ งคอมพวิ เตอรแหมายถึง เคร่อื งมอื ที่ชว฽ ยในการคาํ นวณและการประมวลผลขอ฾ มลู
สมารทแ โฟน (SmartPhone) คือ โทรศัพทแมือถือที่นอกเหนือจากใช฾โทรออก-รับสายแล฾วยัง
มแี อพพลิเคชนั่ ให฾ใชง฾ านมากมาย สามารถรองรับการใช฾งานอินเทอรแเน็ตผ฽าน 3G, Wi-Fi และสามารถใช฾
งานโซเชียลเน็ตเวิรแคและแอพพลิเคชั่นสนทนาชั้นนํา เช฽น LINE, Youtube, Facebook, Twitter ฯลฯ
โดยท่ีผู฾ใช฾สามารถปรับแต฽งลูกเล฽นการใช฾งานสมารแทโฟนให฾ตรงกับความต฾องการได฾มากกว฽ามือถือ
ธรรมดา ผ฾ูผลิตสมารแทโฟนร฽ุนใหม฽ๆ นิยมผลิตสมารแทโฟนท่ีมีหน฾าจอระบบสัมผัส, ใส฽กล฾องถ฽ายรูปท่ีมี

171

ความละเอียดสูง, ออกแบบดีไซนแให฾สวยงามทันสมัย, มีแอพพลิเคช่ันและลูกเล฽นที่น฽าสนใจ
แท็บเลต็ (Tablet) คือ อปุ กรณคแ อมพวิ เตอรแท่มี ีหนา฾ จอระบบสัมผัสขนาดใหญ฽ มีขนาดหน฾าจอ

ตั้งแต฽ 7 น้ิวข้ึนไป พกพาได฾สะดวก สามารถใช฾งานหน฾าจอผ฽านการสัมผัสผ฽านปลายน้ิวได฾โดยตรง มี
แอพพลิเคชนั่ มากมายใหเ฾ ลือกใช฾ ไม฽ว฽าจะรับ-ส฽งอีเมลแ, เล฽นอินเทอรแเน็ต, ดูหนัง, ฟใงเพลง, เล฽นเกม หรือ
แม฾กระทงั่ ใช฾ทาํ งานเอกสารออฟฟติ ขอ฾ ดขี องแท็บเล็ตคอื มีหน฾าจอท่กี วา฾ ง ทาํ ใหม฾ ีพื้นท่ีการใช฾งานเยอะ มี
น้ําหนักเบา พกพาได฾สะดวกกว฽าโน฿ตบ฿ุคหรือ คอมพิวเตอรแ สามารถจดบันทึกหรือใช฾เปๅนอุปกรณแเพ่ือ
การศึกษาไดเ฾ ปนๅ อย฽างดี

อปุ กรณเแ ครอื ข฽าย
เซิรแฟเวอรแ (Server) หรือเรียกอีกอย฽างหน่ึงว฽า เคร่ืองแม฽ข฽าย เปๅนเครื่องคอมพิวเตอรแหลักใน
เครอื ขา฽ ย ทีท่ าํ หน฾าทจ่ี ดั เก็บและให฾บรกิ ารไฟลขแ อ฾ มลู และทรพั ยากรอน่ื ๆ กบั คอมพิวเตอรแเคร่ืองอ่ืน ๆ ใน
เครือข฽าย โดยปกติคอมพิวเตอรแท่ีนํามาใช฾เปๅนเซิรแฟเวอรแมักจะเปๅนเคร่ืองที่มีสมรรถนะสูง และมี
ฮารดแ ดิสกแความจาํ สงู กว฽าคอมพิวเตอรแเคร่ืองอนื่ ๆ ในเครอื ขา฽ ย

ไคลเอนตแ (Client) หรอื เรียกอีกอย฽างหน่งึ วา฽ เครื่องลูกข฽าย เปๅนคอมพิวเตอรแในเครือข฽ายที่ร฾อง
ขอ บริการและเข฾าถึงไฟลแข฾อมูลท่ีจัดเก็บในเซิรแฟเวอรแ หรือพูดง฽าย ๆ ก็คือ ไคลเอนตแ เปๅนคอมพิวเตอรแ
ของผใู฾ ชแ฾ ตล฽ ะคนในระบบเครอื ข฽าย

ฮับ (HUB) หรือ เรยี ก รพี ตี เตอรแ (Repeater) คืออุปกรณแท่ีใช฾เช่ือมต฽อกล฽ุมคอมพิวเตอรแ ฮับ มี
หน฾าท่ีรับส฽งเฟรมข฾อมูลทุกเฟรมที่ได฾รับจากพอรแตใดพอรแตหน่ึง ไปยังพอรแตท่ีเหลือ คอมพิวเตอรแที่
เชอื่ มตอ฽ เขา฾ กับฮบั จะแชรแแ บนดวแ ธิ หรืออัตราข฾อมูลของเครือข฽าย เพราะฉะนั้นถ฾ามีคอมพิวเตอรแเช่ือมต฽อ
มากจะทําให฾อัตราการส฽งข฾อมูลลดลง

เนทเวริ คแ สวิตชแ (Switch) คืออปุ กรณเแ ครือข฽ายท่ีทาํ หน฾าทใี่ นเลเยอรทแ ่ี 2 และทาํ หน฾าทสี่ ฽งข฾อมูล
ที่ไดร฾ ับมาจากพอรแตหนึ่งไปยังพอรแตเฉพาะท่ีเปๅนปลายทางเท฽าน้ัน และทําให฾คอมพิวเตอรแท่ีเชื่อมต฽อกับ
พอรแตที่เหลือส฽งข฾อมูลถึงกันในเวลาเดียวกัน ดังนั้น อัตราการรับส฽งข฾อมูลหรือแบนดแวิธจึงไม฽ขึ้นอย฽ูกับ
คอมพวิ เตอรแ ปใจจุบันนยิ มเชอ่ื มต฽อแบบน้มี ากกวา฽ ฮบั เพราะลดปใญหาการชนกันของข฾อมูล

เราตแเตอรแ (Router) เปๅนอุปรณแที่ทําหน฾าที่ในเลเยอรแท่ี 3 เราทแเตอรแจะอ฽านท่ีอย฽ู
(Address) ของสถานีปลายทางที่ส฽วนหัว (Header) ข฾อแพ็กเก็ตข฾อมูล เพื่อท่ีจะกําหนดและส฽งแพ็กเก็ต
ต฽อไป เราทแเตอรแจะมีตัวจัดเส฾นทางในแพ็กเก็ต เรียกว฽า เราติ้งเทเบิ้ล (Routing Table) หรือตารางจัด
เส฾นทางนอกจากน้ียังส฽งข฾อมูลไปยังเครือข฽ายที่ให฾ โพรโทคอลต฽างกันได฾ เช฽น IP (Internet Protocol)
IPX (Internet Package Exchange) และ AppleTalk นอกจากน้ียังเช่ือมต฽อกับเครือข฽ายอื่นได฾ เช฽น
เครือขา฽ ยอนิ เทอรแเน็ต

บริดจแ (Bridge) เปๅนอุปกรณแที่มักจะใช฾ในการเชื่อมต฽อวงแลน (LAN Segments) เข฾าด฾วยกัน
ทําใหส฾ ามารถขยายขอบเขตของ LAN ออกไปได฾เรื่อยๆ โดยที่ประสิทธิภาพรวมของระบบ ไม฽ลดลงมาก
นัก เนื่องจากการติดต฽อของเครื่องท่ีอย฽ูในเซกเมนตแเดียวกันจะไม฽ถูกส฽งผ฽าน ไปรบกวนการจราจรของ

172

เซกเมนตแอ่ืน และเน่ืองจากบริดจแเปๅนอุปกรณแที่ทํางานอยู฽ในระดับ Data Link Layer จึงทําให฾สามารถ
ใช฾ในการเชื่อมต฽อเครือข฽ายที่แตกต฽างกันในระดับ Physical และ Data Link ได฾ เช฽น
ระหว฽าง Eternet กับ Token Ring เปๅนต฾น บริดจแ มักจะถูกใช฾ในการเชื่อมเครือข฽ายย฽อยๆ ในองคแกร
เข฾าด฾วยกันเปๅนเครือข฽ายใหญ฽ เพียงเครือข฽ายเดียว เพื่อให฾เครือข฽ายย฽อยๆ เหล฽าน้ันสามารถติดต฽อกับ
เครอื ขา฽ ยยอ฽ ยอื่นๆได฾

เกตเวยแ (Gateway) เปนๅ อปุ กรณฮแ ารดแ แวรทแ เี่ ชอ่ื มต฽อเครอื ขา฽ ยต฽างประเภทเขา฾ ดว฾ ยกัน เช฽น การ
ใช฾เกตเวยแในการเช่ือมต฽อเครือข฽าย ท่ีเปๅนคอมพิวเตอรแประเภทพีซี (PC) เข฾ากับคอมพิวเตอรแประเภท
แมคอินทอช (MAC) เปนๅ ต฾น

ประโยชนแแ ละขอ฾ จํากัดของสงั คมออนไลนแ
แม฾ลักษณะของเครือข฽ายสังคมออนไลนแ จะเปๅนสื่อให฾ข฾อมูลข฽าวสารสามารถกระจายออกไป
อยา฽ งรวดเร็วและกว฾างขวางมีคุณประโยชนแมากมายในด฾านการตดิ ต฽อสือ่ สาร แต฽ก็เปรียบเสมือนดาบสอง
คมหากผ฾ูใช฾ขาดคุณธรรมจริยธรรม สามัญสํานึก การรู฾จักเคารพสิทธิ ของผ฾ูอ่ืน และความระมัดระวังใน
การใช฾แล฾ว สังคมออนไลนแเหล฽านี้ก็จะเปๅน "สังคมอันตราย"ที่จะเปๅนด฾านมืดของสังคมไทย
ประโยชนขแ อง Social networks เครอื ข฽ายสงั คมออนไลนแ
1. สามารถแลกเปล่ยี นข฾อมลู ความรู฾ในสิ่งทีส่ นใจรว฽ มกนั ได฾
2. เปนๅ คลังขอ฾ มลู ความรขู฾ นาดย฽อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคดิ เหน็ แลกเปล่ียน
ความร฾ู หรอื ตง้ั คาถามในเรอื่ งต฽างๆ เพื่อให฾บคุ คลอืน่ ทส่ี นใจหรือมีคาตอบได฾ช฽วยกนั ตอบ
3. ประหยดั คา฽ ใชจ฾ ฽ายในการติดต฽อส่อื สารกบั คนอน่ื สะดวกและรวดเร็ว
4.เปๅนส่ือในการนาํ เสนอผลงานของตวั เอง เชน฽ งานเขียน รปู ภาพ วดี ิโอต฽างๆ เพ่ือใหผ฾ ฾ูอื่นได฾เข฾า
มารับชมและแสดงความคิดเห็น
5. ใช฾เปๅนส่ือในการโฆษณา ประชาสัมพนั ธแ หรือบริการลูกคา฾ สาหรบั บริษทั และองคกแ รตา฽ งๆ
ช฽วยสร฾างความเช่อื มน่ั ให฾ลูกค฾า
6. ชว฽ ยสร฾างผลงานและรายได฾ให฾แก฽ผ฾ูใชง฾ าน เกิดการจ฾างงานแบบใหมๆ฽ ขนึ้
7.คลายเครยี ดไดส฾ าํ หรบั ผใ฾ู ชท฾ ี่ต฾องการหาเพื่อนคุยเล฽นสนกุ ๆ
8. สร฾างความสมั พันธแท่ดี ีจากเพอ่ื นสเ฽ู พือ่ นได฾
ข฾อจาํ กดั ของSocial networks เครอื ขา฽ ยสงั คมออนไลนแ
1. เว็บไซตใแ หบ฾ รกิ ารบางแห฽งอาจจะเปิดเผยขอ฾ มลู สว฽ นตวั มากเกินไป หากผใ฾ู ชบ฾ รกิ ารไม฽
ระมดั ระวังในการกรอกข฾อมูล อาจถกู ผู฾ไมห฽ วังดนี าํ มาใชใ฾ นทางเสียหาย หรือละเมดิ สิทธิส฽วนบุคคลได฾
2. Social Network เปๅนสงั คมออนไลนแทีก่ วา฾ ง หากผู฾ใช฾รู฾เทา฽ ไม฽ถงึ การณหแ รือขาดวิจารณญาณ
อาจโดนหลอกลวงผา฽ นอินเทอรแเน็ต หรอื การนัดเจอกนั เพ่อื จุดประสงคแรา฾ ย ตามที่เปนๅ ข฽าวตามหนา฾
หนงั สอื พมิ พแ
3. เปๅนช฽องทางในการถกู ละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ ขโมยผลงาน หรือถกู แอบอ฾าง เพราะ Social Network
Service เปๅนส่ือในการเผยแพร฽ผลงาน รูปภาพตา฽ งๆ ของเราให฾บคุ คลอื่นไดด฾ ูและแสดงความคดิ เหน็

173

4. ข฾อมูลทต่ี ฾องกรอกเพื่อสมัครสมาชิกและแสดงบนเว็บไซตใแ นรปู แบบ Social Network ยาก
แก฽การตรวจสอบวา฽ จริงหรือไม฽ ดงั น้ันอาจเกิดปใญหาเกีย่ วกับเว็บไซตทแ ่ีกําหนดอายุการสมัครสมาชิก
หรอื การถูกหลอกโดยบคุ คลท่ีไมม฽ ตี วั ตนได฾

5. ผใ฾ู ช฾ทเ่ี ลน฽ socialnetwork และอย฽ูกบั หนา฾ จอคอมพิวเตอรแเปๅนเวลานานอาจสายตาเสยี ได฾
หรอื บางคนอาจตาบอดได฾

6. ถ฾าผ฾ูใช฾หมกหมน฽ุ อยก฽ู บั socialnetwork มากเกินไปอาจทําให฾เสียการเรียนหรือผลการเรยี น
ตกต่ําลงได฾

7. จะทาํ ให฾เสียเวลาถ฾าผ฾ูใชใ฾ ชอ฾ ยา฽ งไรป฾ ระโยชนแ
ยกตวั อยา฽ งประโยชนแแ ละขอ฾ จาํ กดั การใชเ฾ ฟซบก฿ุ เปนๅ ศูนยแแ หง฽ การเรยี นรใ฾ู นสถานศกึ ษา
ในกรณีท่ียกเลิกการเรียนการสอนในห฾องเรียนเพราะสภาพอากาศไม฽เอ้ืออํานวย ครูผ฾ูสอน
สามารถใช฾ เฟชบ฿ุกเปๅนศูนยแแห฽งการเรียนร฾ูร฽วมกับผ฾ูเรียนโดยการกําหนดหัวข฾อเก่ียวกับวิชาท่ีสอน
เพื่อให฾ผ฾ูเรียนร฽วมกันแสดงความคิดเห็น ไม฽ควรใช฾ข฾อความท่ีรุนแรงในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ผู฾เรียนและสถานศึกษาหลีกเลี่ยงการแสดงข฾อความท่ีก฽อให฾เกิดข฾อโต฾แย฾งท่ีรุนแรง ควรตั้งค฽าการแสดง
ความคิดเห็นต฽างๆ ที่ผู฾เรียนทุกคนสามารถเข฾าไปอ฽านได฾ ควรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู฾เรียนในเชิง
บวกเท฽านัน้
จะเห็นได฾ว฽า เฟซบุ฿กเปๅนศูนยแแห฽งการเรียนร฾ูและเปๅนห฽วงโซ฽การศึกษาขนาดใหญ฽ท่ีทรง
ประสิทธิภาพในการเรียนร฾ูแบบไร฾ขีดจํากัด ซ่ึงครูผ฾ูสอนและผ฾ูเรียนสามารถเข฾าถึงได฾จากทุกท่ี ทุกเวลา
ตลอดวันละ24 ช่ัวโมง สัปดาหและ 7 วัน ฉะน้ัน ผู฾บริหารการศึกษาจึงควรกําหนดแนวปฏิบัติในการ
ใช฾ เฟซบกุ฿ อย฽างเหมาะสมเพื่อชว฽ ยลดความเสีย่ งด฾านการใช฾เฟซบ฿ุกไปในทางที่ผิดหรือด฾านการก฽อให฾เกิด
ความเส่ือมเสียชื่อเสียงแก฽สถานศึกษา ย่ิงกว฽าน้ัน ผู฾บริหารการศึกษาจําเปๅนต฾องพัฒนานโยบายการ
ใช฾ เฟซบก฿ุ ทีม่ ีอยเู฽ ปนๅ ระยะๆ เพือ่ ให฾เขา฾ กบั สถานการณแแ ละยคุ สมยั ท่เี ปล่ยี นแปลงไปด฾วย
ประโยชนขแ องการใชเ฾ ฟซบุก฿ เพอ่ื การเรยี นการสอน
1.ส่ือสารถึงนักศึกษาได฾อย฽างรวดเร็วกว฽าการใช฾อีเมลลแหรืออเี ลริ นแ นงิ่
2.สง฽ เสริมการกระตุ฾นใหน฾ กั ศึกษาได฾แบง฽ ปในความรู฾ แลกเปล่ียนความคิดได฾อยา฽ งทั่วถงึ และ
รวดเรว็
3.นกั ศกึ ษามีความสะดวกในการรบั รข฾ู ฾อมูลขา฽ วสาร
ขอ฾ จํากดั ของการใชเ฾ ฟซบก฿ุ เพอ่ื การเรยี นการสอน
1.อาจละเมิดสิทธสิ ว฽ นบุคคลได฾
2.อาจารยหแ รือนักศึกษาไม฽เปๅนส฽วนตัวในการข฾อความหรือรูปภาพต฽างๆ
ประโยชนแแ ละขอ฾ จาํ กดั การประยุกตใแ ชง฾ าน Youtubeเพอ่ื การเรยี นการสอน
Youtube เปๅนเว็บไซตแท่ีให฾บริการแลกเปล่ียนภาพวิดีโอระหว฽างผ฾ูใช฾ได฾ฟรี โดยนําเทคโนโลยี
ของAdobe Flashมาใช฾ในการแสดงภาพวิดีโอ ซ่ึงยูทูบมีนโนบายไม฽ให฾อัปโหลดคลิปท่ีมีภาพโปฺเปลือย
และคลปิ ที่มลี ิขสิทธ์ิ นอกเสียจากเจา฾ ของลขิ สิทธิไ์ ด฾อัปโหลดเองเม่ือสมัครสมาชิกแล฾วผู฾ ใช฾จะสามารถใส฽

174

ภาพวิดีโอเข฾าไป แบ฽งปในภาพวิดีโอให฾คนอ่ืนดูด฾วยแต฽หากไม฽ได฾สมัครสมาชิกก็สามารถเข฾าไปเปิดดูภาพ
วิดีโอท่ีผ฾ูใช฾คนอื่น ๆ ใส฽ไว฾ในYoutube ได฾แม฾จะก฽อต้ังได฾เพียงไม฽นาน (youtube ก฽อต้ังข้ึนเมื่อเดือน
กุมภาพันธแ ค.ศ.2005) Youtubeเติบโตอย฽างรวดเร็วมาก เปๅนท่ีร฾ูจักกันแพร฽หลายและได฾รับความนิยม
ท่ัวโลก ต฽อมาปี ค.ศ.2006 กเู กลิ้ ซื้อยูทบู ตอนนี้ยทู บู จงึ กลายเปนๅ ส฽วนหน่ึงของกูเก้ิลแล฾ว แต฽ด฾วยตัวยูทูบ
เองที่มีเนื้อหามากมายเปๅนแสนชิ้น ทั้งสื่อและเคร่ืองมือการเรียนร฾ูดีๆที่สามารถใช฾เปๅนส่ือการเรียนการ
สอนในห฾องเรียนได฾ แต฽ในขณะเดียวกันก็มีส่ือประเภทที่สุ฽มเสี่ยง และทําให฾เด็กและเยาวชนไขว฾เขวไปได฾
ทั้งจากมิวสิควีดีโอ การแตูน และไม฽ได฾ใช฾เปๅนช฽องทางเพื่อการเรียนร฾ูสักทีเดียว จึงเปๅนท่ีมาของการเปิด
หน฾าการศึกษาล฽าสุดเของยูทูบขึ้นที่เรียกว฽า“ยูทูบสําหรับโรงเรียน”หรือ (Youtube for Schools) เปๅน
ช฽องทางการเรียนร฾ูที่จัดต้ังข้ึน โดยจะมีเนื้อแต฽เรื่องการศึกษาแต฽เพียงอย฽างเดียว โดยได฾ร฽วมมือกับภาคี
ด฾านการศึกษากว฽า600แห฽ง เช฽น TED,Smithsonian เว็บไซดแช่ือดังเรื่องที่ได฾รวบรวมแหล฽งเรียนรู฾และ
นิทรรศการต฽างๆเอาไว฾,Steve Spangler แหล฽งผลิตเกมและของเล฽นเพื่อการพัฒนาทักษะด฾าน
วิทยาศาสตรแ หรือ Numberphile ท่ีสอนคณิตศาสตรแออนไลนแ เปๅนต฾น นอกจากน้ีเพ่ือให฾ง฽ายต฽อการ
ค฾นหา ยูทบู ไดท฾ าํ งานรว฽ มกบั ครใู นการจัดแบ฽งเนอื้ หากวา฽ 300ชนิ้ ออกเปๅนรายวิชา และระดับช้ัน โดยส่ือ
เหล฽าน้ียูทูบเชื่อว฽าจะช฽วยเสริมการเรียนรู฾ในห฾องเรียนได฾เปๅนอย฽างดี ทําให฾ห฾องเรียนสนุกสนานขึ้น และ
เด็กๆก็จะตั้งใจเรียนมากยิ่งขนึ้

ประโยชนขแ องYouTubeสาํ หรบั โรงเรยี น
1. กว฾างขวางครอบคลุมYouTubeสําหรับโรงเรียนเปิดโอกาสใหโ฾ รงเรียนตา฽ งๆ เขา฾ ถึงวดิ โี อเพ่อื
การศึกษาฟรีนบั แสนรายการจาก YouTube EDU วิดีโอเหล฽าน้ีมาจากองคแกรที่มชี ื่อเสยี งตา฽ งๆ
เชน฽ Stanford,PBS และ TED รวมทง้ั จากพันธมติ รที่กําลังไดร฾ ับความนยิ มของ YouTube ซ่งึ มยี อด
ผชู฾ มนับลา฾ นๆ คน เช฽น Khan Academy,Steve Spangler Science และ Numberphile
2. ปรับแก฾ได฾สามารถกาํ หนดค฽าเน้ือหาทด่ี ูได฾ในโรงเรียนของคุณ โรงเรยี นท้งั หมดจะไดร฾ บั สิทธ์ิ
เข฾าถึงเนื้อหาYouTube EDUท้ังหมด แต฽ครแู ละผ฾ดู แู ลระบบอาจสร฾างเพลยแลิสตวแ ดิ ีโอท่ีดูไดเ฾ ฉพาะใน
เครือข฽ายของโรงเรยี นเทา฽ น้นั ไดเ฾ ชน฽ กัน
3. เหมาะสมสาํ หรับโรงเรยี นผู฾บรหิ ารโรงเรียนและครสู ามารถลงชอ่ื เข฾าใช฾และดวู ดิ โี อใด ๆ ก็ได฾
แตน฽ กั เรียนจะไมส฽ ามารถลงชื่อเข฾าใช฾และจะดูได฾เฉพาะวดิ ีโอYouTube EDU และวิดีโอทโ่ี รงเรียนได฾เพิม่
เข฾าไปเท฽าน้นั ความคิดเห็นและวดิ ีโอทีเ่ กยี่ วขอ฾ งท้ังหมดจะถูกปดิ ใชง฾ านและการคน฾ หาจะจํากัดเฉพาะ
วดิ โี อ YouTube EDU เทา฽ น้นั
4. เปๅนมติ รกบั ครู YouTube.com/Teachers มีเพลยแลสิ ตวแ ิดีโอนับร฾อยรายการที่ได฾มาตรฐาน
การศกึ ษาท่ัวไป และจดั ระเบียบตามหัวเร่อื งและระดับช้นั เพลยลแ ิสตเแ หล฽าน้สี รา฾ งข้ึนโดยครูเพื่อเพื่อนครู
ด฾วยกนั ดงั นนั้ คุณจึงมเี วลาในการสอนมากขนึ้ และใชเ฾ วลาค฾นหาน฾อยลง
ข฾อจํากดั
1.อาจมกี ารละเมิดลิขสทิ ธ์ิ
2.อาจมกี ารกระทําที่ไม฽ดี

175

การประชาสัมพันธแประเภทชุมชนออนไลนแ (community) เปๅนเว็บท่ีเน฾นการค฾นหาเพ่ือใหม฽ๆ
หรือ ตามหาเพอ่ื นเกา฽ ๆ เน฾นการสร฾าง Profileของตนเอง โดย การใส฽รูป ใส฽ข฾อมูล ท่ีแสดงถึงความเปๅน
ตัวตนของเรา อีกทั้งยังมีลักษณะในการแลกเปลี่ยนเร่ืองราว ถ฽ายทอด ประสบการณแร฽วมกัน เช฽น
Facebook Google+ Tumblr หรือ MySpace เปๅนต฾น สําหรับในยุคปใจจุบันที่นิยมใช฾ กันอย฽าง
แพร฽หลายได฾แก฽ Facebook โดยการประชาสัมพันธแผ฽าน Facebook เปๅนการประชาสัมพันธแรูปแบบที่
มักจะใช฾หน฾า Page หรือ Fan Page ซง่ึ เปรียบเสมอื นหนา฾ ตาของเราเอง Facebook มีการแสดงรูปภาพ
สัญลักษณแ หรือข฾อความท่ีบ฽งบอกความเปๅนตัวตนได฾อยางชัดเจน อีกท้ังภายในตัว Facebookยัง
สามารถท่ีจะบอกเล฽าเร่ืองราวดีๆ กิจกรรมร฽วมถึงโปรโมชั่นสินค฾าและบริการ การประชาสัมพันธแเพื่อ
ส฽งเสริมภาพลักษณแ การประชาสมั พันธเแ พ่อื แกไขความเขา฾ ใจผดิ ท้ังยังมีฟใงกชั่นการโต฾ตอบ การแชรแหรือ
การสง฽ ต฽อไปให฾เพ่ือน ส฽งผลให฾ข฾อความ ประชาสัมพันธแถูกส฽งต฽อไปอย฽างรวดเร็วและกว฾างขวาง จนเปๅน
เหตุให฾ Facebook ได฾รบั ความนิยมจนกลายเปๅนเคร่ืองมือการประชาสัมพันธแท่ีน฽าสนใจอีกช฽องทางหนึ่ง
Facebook มาใชเ฾ ปๅนเครือ่ งมือในการ ประชาสมั พันธจแ นประสบความสําเรจ็ เปนๅ อยางมาก

อีบ฿คุ (eBook) คอื อะไร
E-Book ย฽อมาจากคําวา฽ Electronic Book หมายถงึ หนังสอื ท่สี รา฾ งขน้ึ ดว฾ ยโปรแกรม

คอมพวิ เตอรแ มีลักษณะเปๅนเอกสารอิเล็กทรอนิกสแ โดยปกติมักจะเปๅนแฟูมข฾อมูลท่ีสามารถอ฽านเอกสาร
ผ฽านทางหน฾าจอคอมพวิ เตอรแ ท้ังในระบบออฟไลนแและออนไลนแผ฾ูอ฽านสามารถอ฽านผ฽านทางอินเทอรแเน็ต
หรือ อุปกรณแอิเล็กทรอนิกสแพกพาอ่ืนๆ ได฾ สําหรับหนังสือ หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกสแน้ี จะมี
ความหมายรวมถึงเน้ือหาที่ถูกดัดแปลงอยู฽ในรูปแบบท่ีสามารถแสดงผลออกมาได฾โดยเครื่องมือ
อิเล็กทรอนิกสแ แต฽ก็ให฾มีลักษณะการนําเสนอท่ีสอดคล฾องและคล฾ายคลึงกับการอ฽านหนังสือทั่วๆไปใน
ชีวิตประจําวัน แต฽จะมีลักษณะพิเศษ คือ สะดวกและรวดเร็วในการค฾นหา และผู฾อ฽านสามารถอ฽าน
พร฾อมๆ กันไดโ฾ ดยไม฽ตอ฾ งรอใหอ฾ กี ฝุายส฽งคืนห฾องสมดุ เชน฽ เดยี วกบั หนงั สอื ในหอ฾ งสมุดท่วั ๆ ไป

คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกสแสามารถเชื่อมโยงจุดไปยังส฽วนต฽าง ๆ ของ
หนังสือ เว็บไซตแต฽าง ๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธแและโต฾ตอบกับผู฾เรียนได฾ นอกจากน้ันหนังสือ
อิเล็กทรอนิกสแสามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถส่ังพิมพแเอกสารที่
ต฾องการออกทางเคร่ืองพิมพแได฾ อีกประการหนึ่งที่สําคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกสแสามารถปรับปรุงให฾
ทนั สมยั ไดต฾ ลอดเวลา ซึ่งคณุ สมบัตเิ หล฽าน้ีจะไม฽มีในหนงั สอื ธรรมดาท่วั ไป

ความเปๅนมาของ eBook
การใช฾งาน eBook ในยุคแรกๆ มีจุดประสงคแเพ่ือใช฾ในกระบวนการฟรีเพรส หรือการเตรียม
เอกสารก฽อนการพิมพแสิ่งพิมพแประเภทต฽างๆ เช฽น หนังสือ วารสาร ฯลฯ ก฽อนจะทําเพลท เพื่อพิมพแ
หนังสือ เพราะการนํา ไฟลแเอกสารท่ีจดั รูปเลม฽ แลว฾ ไปยิงฟิลแม จะมีปใญหาเรื่องแบบของตัวหนังสืออาจไม฽
เข฾ากัน การจัดรูปเล฽มที่ทําไว฾ ก็จะผิดพลาดไป ข฾อความขยับไปอีกหน฾า ภาพเล่ือนไปตําแหน฽งอ่ืนๆ ฯลฯ
ทําให฾เสียเวลาแก฾ไข จึงได฾มีการ คิดค฾นการสร฾างไฟลแแบบ PDF ซ่ึงเปๅนอีบ฿ุคในยุคแรกๆ แต฽ก็ยังคงใช฾กัน

176

อย฽ูในปใจจุบัน เมื่อแปลงไฟลแเอกสารท่ีจะนําไปพิมพแเปๅนหนังสือแล฾ว ก็จะได฾ไฟลแแบบ PDFด฾วยความที่
ไฟลแแบบ PDF ทไี่ ด฾ มีลกั ษณะเหมอื น หนังสือจริงๆ จึงเปนๅ ทม่ี าของ eBooks นัน่ เอง

ไฟลแเอกสารท่ีได฾พิมพแไว฾ด฾วยโปรแกรมต฽างๆ เช฽น Word อาจเปๅนรายงาน หนังสือ
วิทยานพิ นธแ สามารถนาํ มาแปลงเปนๅ อบี ุค฿ แบบ PDF ได฾เลย หรือหนังสือจรงิ ๆ ถา฾ ต฾องการแปลงเปๅนอีบุ฿ค
กต็ ฾องใช฾เคร่ืองแสกนเนอรแ แสกนทีละหน฾าเขา฾ เครื่องคอมพวิ เตอรแ

eBook แบบเดิมๆ ในรูปแบบไฟลแ PDF ยังนิยมใช฾กันอยู฽มาก โดยเฉพาะในกระบวนการพิมพแ
หนงั สือ การใช฾เปๅนคมู฽ ือของอปุ กรณตแ ฽างๆ หรือการใชง฾ านโปรแกรมตา฽ งๆ โดยกอ็ ปป็ลี งในแผน฽ ซดี ี
ไดรเวอรแ ช฽วยลดค฽าใช฾ จ฽ายในการผลิตเปๅนหนังสือจริงๆ ส฽วนการอ฽าน ถ฾าไม฽สะดวกกับการอ฽านจาก
หนา฾ จอ กส็ ามารถพิมพแลงกระดาษได฾

ตัวอย฽าง แผ฽นซีดีไดรเวอรแ Wireless USB ยีห่ อ฾ D-Link จะมอี บี คุ฿ แบบไฟลเแ ชน฽ DWA-
125_A2_Manual_v1.10(WW).pdf เปๅนคู฽มืออธิบายวิธีใช฾งานอุปกรณแน้ันๆ การอ฽านก็ดับเบ้ิลคลิกเปิด
อา฽ นไฟลไแ ด฾เลย

แผน฽ พบั (Folder)
กกกกกกกความหมายของแผน฽ พบั
กกกกกกกแผ฽นพับ มีความหมายตรงกับคําในภาษาอังกฤษว฽า (Folder) แต฽นิยมเรียกว฽า โบวแชัวรแ
(Brochure) ซงึ่ หมายถงึ เอกสารที่เย็บเปๅนเลม฽ บาง ๆ และมีลกั ษณะคลา฾ ยคลงึ กนั
กกกกกกกแผน฽ พับ คอื สือ่ โฆษณามีหลายประเภทโดยเฉพาะอย฽างย่งิ สอ่ื ทางด฾านสง่ิ พิมพแ ปใจจุบนั ใน
วงการธุรกิจนิยมใช฾สื่อประเภทนี้กันอย฽างแพร฽หลาย เพ่ือช฽วยส฽งเสริมการขาย ซ่ึงวิธีในการสร฾างสรรคแ
สิ่งพิมพแหลายวิธี มีการพัฒนาตัวเองให฾ทันสมัยเข฾ากับเทคโนโลยีใหม฽ ๆ ส่ือสิ่งพิมพแท่ีนิยมใช฾อย฽าง
แพรห฽ ลาย ได฾แก฽ แผน฽ พบั และแผ฽นปลิว
กกกกกกกแผน฽ พับ สามารถพบั ไดต฾ ัง้ แต฽ 4 - 80 หน฾า (หนา฾ - หลัง) แตน฽ ิยมใชก฾ ระดาษ A4 พบั เปๅน
3 ตอน 6 หน฾า มากท่สี ุด เน่ืองจากสะดวก และประหยัด เม่ือพับเสร็จแล฾ว แผ฽นพับจะมีขนาดเล็กพกพา
สะดวก รวมทั้ง แบ฽งเนื้อหาออกเปๅนส฽วน ๆ ได฾ โดยไม฽ต฾องมีเลขหน฾ากํากับ แผ฽นพับเปๅนส่ือสิ่งพิมพแท่ี
จัดเปๅนการเผยแพรข฽ อ฾ มูลท่เี ขา฾ ถึงกลมุ฽ เปาู หมายโดยตรงชนิดหนึง่
กกกกกกกกล฽าวโดยสรปุ วา฽ แผน฽ พับ หมายถงึ ส่ือโฆษณาทเี่ ปๅนสิ่งพมิ พแ ท่ผี ูผ฾ ลิตส฽งตรงถงึ ผบ฾ู รโิ ภค มี
ทั้งวธิ ีการสง฽ ทางไปรษณียแและแจกตามสถานท่ตี า฽ ง ๆ ลกั ษณะเดน฽ ของแผ฽นพับ คือ มีขนาดเล็ก หยับง฽าย
ให฾ข฾อมูลรายละเอียดได฾มากพอสมควร ผ฾ูอ฽านสามารถเลือกเวลาใดอ฽านก็ได฾ ผู฾ออกแบบมีเทคนิคการ
ออกแบบตามอิสระ หลากหลาย ค฽าใช฾จ฽ายในการผลิตตํ่ากว฽าส่ิงพิมพแชนิดอื่น นอกจากนี้ยังเปๅนส่ือที่ถึง
เปูาหมายไดอ฾ ย฽างแทจ฾ รงิ
กกกกกกกหลกั การทว่ั ไป การออกแบบแผน฽ พบั มี 2 เรอ่ื งทส่ี าํ คญั คือ
กกกกกกก หลักการท่ี 1 สิ่งทต่ี ฾องกําหนด และวางแผนก฽อนการออกแบบแผ฽นพับ
กกกกกก กหลักการที่ 2 องคแประกอบ และการจดั วางองคแประกอบในการออกแบบแผ฽นพบั
กกกกกกกสงิ่ ทตี่ ฾องกาํ หนด และวางแผนกอ฽ นการออกแบบแผน฽ พบั มี 4 ข฾อ ดงั นี้

177

กกกกกกก ขอ฾ ที่ 1 การกาํ หนดขนาดและรปู แบบของแผน฽ พบั
กกกกกกก ขอ฾ ท่ี 2 การกาํ หนดลักษณะการสง฽
กกกกกกก ข฾อที่ 3 การกําหนดกระดาษ
กกกกกกก ข฾อที่ 4 การกาํ หนดลําดับของการอ฽านตามลกั ษณะของแผ฽นพบั
กกกกกกก ข฾อท่ี 1 การกําหนดขนาดและรปู แบบของแผน฽ พบั

แผ฽นพบั มีลกั ษณะคลา฾ ยใบปลวิ แต฽มีขนาดใหญ฽กวา฽ (เม่ือคล่ีออกมา) เนือ่ งจากถกู
ออกแบบให฾บรรจุรายละเอียด ได฾มากกว฽า มไี ด฾ตัง้ แต฽ 2 - 5 ทบ หรอื มากกว฽านั้น เปนๅ ต฾น

วิธีการพับมีหลายแบบ เช฽น พับทบกันไปมาเท฽ากันทุกด฾าน พับไม฽เท฽ากันทุกด฾าน
และในปใจจุบันมีการออกแบบให฾มีลูกเล฽นมากมายจะเปๅน ไดคัด popup ดึง ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู฽กับ
ผูอ฾ อกแบบ และเจ฾าของสนิ ค฾า วิธีการจัดแจกเปๅน เชน฽ เดยี วกบั ใบปลวิ

การผลิต รูปแบบของแผน฽ พับจะเปนๅ กระดาษแผน฽ เดียวพิมพแทง้ั สองหน฾าแล฾วพบั
อยา฽ งนอ฾ ย 1 พบั เปนๅ ตน฾

เนื่องจากแผ฽นพบั มีวธิ ีการพบั หลายแบบและไม฽มเี ลขหน฾ากาทบั เหมือนกบั หนังสอื
ทจี่ ะบังคับใหผ฾ ู฾อ฽าน อา฽ นไปทีละหนา฾ ดงั น้ันผ฾ูทําแผ฽นพับจึงตอ฾ งออกแบบจัดเรียงลําดับการเสนอข฾อความ
และรูปภาพในการโฆษณาใหเ฾ หมาะสมกับลกั ษณะของการพบั น้นั ๆ เพราะถ฾าออกแบบไม฽ดีแล฾วจะทําให฾
ผ฾อู ฽านเกิดความสบั สนในการอ฽านไดง฾ ฽าย

กกกกกกกขอ฾ ท่ี 2 การกาํ หนดลักษณะการสง฽
การนําแผ฽นพับไปใชง฾ านนัน้ ทําได฾หลายวิธี เช฽น สง฽ ทาง ไปรษณียแให฾, นาํ ไปใสไ฽ วใ฾ น

กล฽องท่ีจัดทําข้ึนเปๅนพิเศษไปต้ังตามสถานท่ีสาธารณะ (Take - Onebox) การใช฾คนไปยืนแจกตาม
สถานท่ที ่ีคาดว฽ากลมุ฽ คนทีส่ นใจจะไป

กําหนดลกั ษณะการแจกจา฽ ยแผ฽นพับที่แนน฽ อน จะทาํ ใหท฾ ราบถงึ ข฾อท่ีควรคาํ นึงถึง
ในขน้ั ตอนการออกแบบล฽วงหน฾า เปนๅ ต฾น
กกกกกกกขอ฾ ท่ี 3 การกาํ หนดกระดาษ

การกําหนดกระดาษสาํ หรับทําแผน฽ พับ มักจะคาํ นงึ ถึงตน฾ ทุนในการผลติ เปนๅ หลัก
เพราะแผน฽ พับ 1 ใบทแี่ จกออกไปนัน้ จะมผี ฾ูพบเห็นเพยี งคนเดยี วเท฽านน้ั

กระดาษที่ใช฾ในการทําแผน฽ พับนัน้ ก็ตอ฾ ง มีความเหมาะสมกับสนิ ค฾าหรือบรกิ ารท่ี
ต฾องการส่ือสาร ลักษณะของกระดาษท่ีแตกต฽างกันสามารถทําให฾แผ฽นพับมีลักษณะไม฽เหมือนกันอย฽าง
ส้ินเชิง ในด฾านเทคนิคกระดาษบางชนิดมีข฾อจํากัดในเร่ืองการพับโดยเฉพาะกระดาษที่มีความหนา
มากกวา฽ ปกติ คือจะต฾องพบั ไปในแนวเดยี วกบั ทิศทางการเรียงตวั ของเส฾นใยกระดาษ (Grain) เท฽านั้น
กกกกกกกขอ฾ ท่ี 4 การกาํ หนดลาํ ดบั ของการอา฽ นตามลกั ษณะของแผน฽ พบั

เม่อื ผอ฾ู ฽านไดร฾ ับแผน฽ พบั นนั้ จะเปนๅ ลกั ษณะท่ยี ังพบั อย฽ูทาํ ใหผ฾ ฾อู ฽านได฾เห็นด฾านหนา฾
กอ฽ น จากน้นั เมื่อผ฾ูอา฽ นคลี่แผ฽นพบั ออกก็จะค฽อย ๆ เหน็ หนา฾ อนื่

178

ดงั นั้น จึงต฾องกําหนดลาํ ดับของเน้ือหาให฾อยใ฽ู นตาํ แหนง฽ หน฾าทส่ี อดคล฾องกับลําดบั
ของการคลี่แผน฽ พับน้ันออกอา฽ น โดยตอ฾ งกําหนดว฽าเนอ้ื หาสว฽ นใดควรมาก฽อนมาทีหลัง แล฾วจัดวางไปตาม
สว฽ นตา฽ งๆให฾ถกู ตอ฾ งตามลาํ ดบั ของการคลอี่ อกอ฽าน
กกกกกกกองคแประกอบและการจดั วางองคปแ ระกอบในการออกแบบแผ฽นพับที่ตอ฾ งกําหนดและวางแผน
เฉพาะในส฽วนท่เี กีย่ วข฾องกบั การออกแบบ มี 4 องคปแ ระกอบ ดังนี้
กกกกกกกองคปแ ระกอบท่ี 1 พาดหวั

1.1 มักเปนๅ ตวั อักษรท่ีใหญ฽หรืออย฽ูในตาํ แหนง฽ ท่ีเด฽น
1.2 อย฽ูด฾านหน฾าของแผน฽ พบั และนิยมวางไว฾ในส฽วนบนของหน฾า
1.3 เปนๅ ขอ฾ ความส้นั ๆ เขา฾ ใจง฽าย
กกกกกกกองคปแ ระกอบท่ี 2 ภาพประกอบ
1.1 มกั วางอยห฽ู น฾าเดยี วกบั พาดหัว (แต฽ไม฽จําเปๅนตอ฾ งมคี ฽ูกันเสมอ)
1.2 เปนๅ ภาพทจ่ี ะชว฽ ยดึงความสนใจของผ฾อู ฽าน
1.3 ตามขอ฾ ความอาจมภี าพประกอบเลก็ ๆ เพือ่ ใช฾ประกอบเน้อื
กกกกกกกองคปแ ระกอบท่ี 3 ข฾อความ
1.1 เนอื่ งจากพืน้ ทีม่ จี ํากดั ขอ฾ ความเนอื้ หาจงึ มกั มขี นาดเล็ก แต฽ไมค฽ วร

เลก็ กว฽า 12 พอยดแ
1.2 ควรใชต฾ วั อักษรสเี ขม฾ บนพนื้ สีออ฽ น ดกี วา฽ ตัวอักษรสอี ฽อนบนพนื้ เข฾ม
1.3 ควรใช฾แบบอกั ษรเพยี ง 1-2 แบบ
1.4 การวางข฾อมูลต฾องคํานึงถงึ ลาํ ดบั การอา฽ นให฾ถูกต฾อง
1.5 ควรเว฾นพน้ื ที่ว฽างไว฾ เพ่ือไมใ฽ หม฾ ีข฾อความมากเกนิ ไปเพราะจะทําให฾

น฽าเบื่อ
กกกกกกกองคแประกอบที่ 4 ภาพสถานทหี่ ลัก และตราสญั ลกั ษณแ

1.1 ภาพสถานทห่ี ลัก อาจนํามาเปๅนภาพประกอบในหนา฾ แรกของแผน฽ พับได฾
1.2 ตราสัญลักษณแควรอยู฽ด฾านหน฾าแผน฽ พบั รวมกบั พาดหัวหรอื ภาพ

ประกอบหลกั
1.3 ควรมีตราสัญลักษณแในตอนทา฾ ยของแผ฽นพับด฾วยเพอื่ เปนๅ การยาํ้

เตอื นถงึ สัญลักษณแของเร่ืองน้นั
กกกกกกกข฾อดขี องแผน฽ พบั
กกกกกกก ขอ฾ 1 ผลติ และปรับปรงุ ไดง฾ า฽ ย
กกกกกกก ขอ฾ 2 เพ่มิ โอกาสให฾กับการขาย
กกกกกกก ข฾อ 3 สรา฾ งความน฽าเช่ือถือ
กกกกกกก ขอ฾ 4 ลดตน฾ ทุน ลดเวลา ในการตอบคําถาม
กกกกกกก ขอ฾ 5 ประหยัดค฽าใชจ฾ ฽ายในการผลิต

179

กกกกกกก ข฾อ 6 ขนาดเลก็ พกพาสะดวก ผอ฾ู ฽านสามารถอา฽ นซํ้าไดเ฾ มอ่ื ต฾องการ
กกกกกกก ขอ฾ 7 นาํ ไปใชไ฾ ด฾ในหลายวัตถปุ ระสงคแ
กกกกกกกข฾อควรคาํ นงึ ในการออกแบบแผน฽ พบั
กกกกกกก ข฾อ 1 หน฾าแรกของแผ฽นพับต฾องออกแบบให฾สวยงาม สะดุดตา และน฽าหยบิ อา฽ น
กกกกกกก ขอ฾ 2 จดั เรยี งลาํ ดบั เน้ือหาให฾เหมาะสม เพราะแผ฽นพับไมม฽ เี ลขหน฾ากาํ กับ ผู฾อา฽ นอาจ
สบั สนได฾ ควรจัดทาํ โครงรา฽ ง (Layout) การนําเสนอเนื้อหา ภาพกราฟกิ ประกอบ
กกกกกกก ขอ฾ 3 ควรพับง฽าย ไม฽ซับซ฾อน หลกี เล่ยี งการใช฾แผน฽ พับทีม่ ีหลายหน฾า เพราะจะทําให฾อ฽านยาก
กกกกกกก ขอ฾ 4 นาํ เสนอข฾อมูลให฾จบในแต฽ละสว฽ นทีพ่ ับ หากจําเปนๅ ต฾องขา฾ มส฽วน ควรออกแบบให฾
สะดวกหรอื ต฽อเนื่อง เข฾าใจงา฽ ย
กกกกกกก ข฾อ 5 ภาพหรอื กราฟกิ ทีใ่ ช฾ประกอบ ควรสง฽ เสรมิ หรอื สอดคล฾องกับเน้ือหา
กกกกกกก ข฾อ 6 ใชห฾ ลักองคแประกอบศิลปช฼ ฽วยออกแบบ
กกกกกกกกล฽าวโดยสรุปว฽า หลักการท่ัวไปการออกแบบแผ฽นพับ มี 2 เรื่องท่ีสําคัญ คือ (1) สิ่งที่ต฾อง
กําหนด และวางแผนก฽อนการออกแบบแผ฽นพับ และ (2) องคแประกอบ และการจัดวางองคแประกอบใน
การออกแบบแผ฽นพับ และสิ่งที่ต฾องกําหนดและวางแผนก฽อนการออกแบบแผ฽นพับ มี 4 ข฾อ ดังนี้ (1)
การกําหนดขนาด และรูปแบบของแผ฽นพับ (2) การกําหนดลักษณะการส฽ง (3) การกําหนดกระดาษ
และ (4) การกาํ หนดลาํ ดบั ของการอ฽านตามลักษณะของแผน฽ พบั

กจิ กรรมท฾ายบท

กกกก แบบบนั ทกึ กจิ กรรมฝกึ ปฏบิ ตั ิ

ชือ่
กิจกรรม……………………………………………………………………………………………………………………………………
เน้ือหากจิ กรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

180
ประโยชนทแ ีไ่ ดร฾ บั กบั ตนเอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ประโยชนทแ ไ่ี ดร฾ ับต฽อชมุ ชนและสงั คม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ......…………………………………………….. ผู฾รับรอง
(.................................................................)

ลงช่ือ......…………………….……….นักศึกษา ลงชือ่ .......................................... ครู ประจาํ กล฽มุ
(..............................................................) (.................................................................)

ภาพประกอบกจิ กรรม

181

หมายเหตุ
อาจมากกว฽า 4 ภาพ พรอ฾ มอธิบายใตภ฾ าพ

เงอื่ นไขกจิ กรรมการฝกึ ปฏบิ ตั อิ าสามคั คเุ ทศกแ
1. ครถู า฽ ยทอดเร่อื งของมัคคเุ ทศกแให฾กบั นักศกึ ษา
2. คดั เลอื กนักศกึ ษาท่ีมคี วามสามารถกล฾าแสดงออก
3. ฝกึ พดู หนา฾ ช้นั เรยี น/ครูและเพ่ือน ประเมินผล
4. จดั ตง้ั กลมุ฽ จติ อาสามัคคุเทศกแ กศน.อําเภอสัตหีบ
5. จัดทําบัตรจิตอาสามัคคุเทกศแ โดย ท฽าน ผอ.กศน.อาํ เภอสตั หีบ
6. ลงพื้นทปี่ ฏบิ ตั จิ รงิ
7. จดั ทําโครงการเสนอขอกิจกรรมพฒั นาผเ฾ู รยี น

182

บรรณานกุ รม

กรมศาสนา. (2526). ประวตั วิ ดั สาํ คญั ทางพระพทุ ธศาสนา ตอนที่ 3. กรงุ เทพฯ; โรงพิมพกแ ารศาสนา.
กาํ เนิดพุทธศาสนา สืบคน฾ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 จาก

https://www.youtube.com/watch?v=X3EMTCaZNDU
ช่นื หัตถโกศล. (2542). สารานกุ รมวฒั นธรรมไทย ภาคกลาง เลม฽ 4. กรุงเทพฯ; โรงพิมพแสยามเพรส
กกกกกกกแมเนจเมน฾ ทจแ าํ กัด.
ญาณภทั ร ยอดแกว฾ . การนับถอื ศาสนาในพทุ ธชยนั ตี 2,600 ปี GotoKnow . สืบคน฾ เม่อื วันท่ี 21 กก
กกกกกกกกันยายน 2560 จาก https://www.gotoknow.org/posts/485798
ณัฐพงษแ สังขแกล่ินหอม. (2559). มลู เหตกุ ารณเแ กดิ ศาสนา. สบื ค฾นเมอ่ื วันท่ี 21 กันยายน 2560 จาก
กกกกกกกhttps://sites.google.com/site/nathphngssangkhklinhxmiom/prawati
นที สงั ขแเทยี บ, สมบัติ รอดประเสริฐ. (2555). เปดิ ตาํ นาน หลวงพ฽ออี๋ . ชลบรุ ;ี วงตะวันเพรสจาํ กัด.
บปุ ผา คมุ มานนท.แ (2559). หลกั การมคั คเุ ทศกแ. กรงุ เทพฯ; โรงพมิ พคแ ุรสุ ภาลาดพร฾าว.
พุทธศาสนา หลงั พทุ ธกาล สบื คน฾ เมื่อวันที่ 14 ตลุ าคม 2560 จาก

http://202.28.117.35 /UserFiles/chapter-1(2).pdf
มนตแ ทองชชั . (2530). 4 ศาสนาสาํ คญั ของโลกปจใ จบุ นั . กรุงเทพฯ; โรงพิมพแโอ.เอส.พรน้ิ ตงิ้ เฮา฾ สแ.
มนสั สินี บญุ มศี รสี งา฽ . (2530). หลกั การมคั คเุ ทศกแ Principles of Tour Guide. เพชรบรุ ี; คณะกก
กกกกก วทิ ยาการจดั การ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร วทิ ยาเขตวารสนเทศเพชรบุรี.
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2512). สารานุกรมไทย เลม฽ 9 จนี -ฉทั ทนั ต.แ กรงุ เทพฯ; โรงพมิ พแรุ฽งเรืองธรรม.

. (2556). พจนานุกรม ฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกยี รติ
กกกกกกพระบาทสมเดจ็ พระเจา฾ อยหู฽ วั เนือ่ งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ก
กกกกกก7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. กรงุ เทพฯ; ราชบัณฑติ ยสถาน.
สชุ พี ปญใ ญานภุ าพ. (2516). ประวตั ศิ าสตรศแ าสนา. กรงุ เทพฯ; รวมสาสแน.
กกกกกกก..ก(2539). พระไตรปฎิ กสาํ หรบั ประชาชน. พิมพคแ ร้ังท่ี 16. กรงุ เทพฯ; มกฏุ ราวทิ ยาลัย.
เสถยี ร โฑธินันทะ. (2515). ภมู ปิ ระวตั ิพระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพฯ; โรงพิมพแบรรณาคาร.

183

เสน฾ ทางการเผยแผ฽พระพทุ ธศาสนา สืบค฾นเมือ่ วนั ที่ 12 ตุลาคม 2560 จาก
https://www.dmc.tv/pages/ความรร฾ู อบตวั /หลกั ฐานธรรมกายในคัมภรี พแ ทุ ธโบราณ

184

ภาคผนวก

185

ภาคผนวก ก.
คาํ สง่ั แตง฽ ตง้ั กรรมการจดั ทาํ หนงั สอื เรยี น

186

คาส่ัง ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอสัตหบี
ที่ / ๒๕๖๔

เรอื่ ง แตง่ ตงั้ คณะกรรมการจัดทาหนังสือเรยี นรายวิชา สค33๐๐1๗๔ พทุ ธวถิ หี ลวงพ่ออวี๋ ดั สตั หีบ
............................................

ด้วยศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ จะดาเนิน

จัดทาหนังสือเรียน รายวิชา สค33๐๐1๗๔ พุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ จานวน ๒ หน่วยกิต ระดับ

มธั ยมศึกษาตอนปลาย เพ่ือใช้สาหรับการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับ

การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพ่ือให้การดาเนินจัดทาหนังสือเรียนในคร้ังน้ีมีเน้ือหาสาระท่ี

เป็นประโยชนต์ อ่ ผเู้ รียนและสอดคล้องตามหลกั สูตรและบรบิ ทของสถานศึกษา จึงแต่งต้ังคณะกรรมการ

จัดทาหนังสือเรยี น ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. คณะกรรมการระดบั อานวยการ ประกอบด้วย

1.1 นางสรุ ัสวดี เลย้ี งสพุ งศ์ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอสัตหบี ประธานกรรมการ

1.2 นางสพุ ัด นาเจรญิ ลาภ ครชู านาญการ กรรมการ

1.3 นายทัพพเทพ อรเนตร ครูผู้ชว่ ย กรรมการ

2. คณะกรรมการระดับปฏิบัตกิ าร ประกอบด้วย

2.1 นางสุพดั นาเจริญลาภ ครูชานาญการ ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
2.2 นายทัพพเทพ อรเนตร ครผู ู้ช่วย
กรรมการ
2.3 นางสุจนิ ดา บพุ นมิ ติ ร ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.4 นายวีรากร มณีทรพั ย์สุคนธ์ ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.5 นางสาวสภุ าวดี บางโสก ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.6 นางสุภาภรร์ นวมนา ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.7 นางสาวเกษนยี ์ เดชรกั ษา ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.8 นางสาวประวีณา ดาวมณี ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.9 นางสาวสุรภา เชาวว์ นั ดี ครู กศน. ตาบล กรรมการ

2.10 นางสาวปาร์ยพิชชา เจริญศรี ครู กศน. ตาบล

2.11 นางสาวฐติ มิ า ณ ลาพูน ครู ศรช.

2.12 นางสาวกุสมุ า เพชรสนี วล ครู ศรช.

2.13 นางสาวนวลจนั ทร์ นาครักษ์ ครู ศรช.

2.14 นางสาวอาธสิ า สุขโขเจรญิ ครู ศรช.

2.15 นางสาวเสาวนยี ์ สนั ตวิ งศ์ ครู ศรช.

2.16 นางสาวทตั พิชา นนทล์ ือชา ครู ศรช.

187

2.17 นางปิยวดี เตชะวงศ์ ครู ศรช. กรรมการ

2.18 นางไพลิน ประเสริฐสังข์ ครู กศน. ตาบล กรรมการ

2.19 นางสาวศิรทิ รพั ย์ กิตตภิ ิญโญวัฒน์ บรรณารกั ษ์ กรรมการ

2.20 นางสาวพรทิพย์ พลอยประไพ บรรณารกั ษ์ กรรมการ

2.21 นางภัทชา เอ่ียมอาสา ครอู าสาสมัครฯ กรรมการและเลขานุการ

ให้ผู้ที่ได้รับแตง่ ตัง้ เป็นคณะกรรมการตามคาสงั่ ปฏิบัติหนา้ ที่ให้บรรลุวัตถุประสงค์และ
บังเกิดผลดตี อ่ ทางราชการ

ทง้ั น้ีต้ังแต่วนั ที่ ๑๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เปน็ ตน้ ไป
สั่ง ณ วนั ท่ี ๑๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔

(นางสุรสั วดี ลย้ึ งสพุ งศ์)
ผู้อานวยการศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอสตั หีบ

188

ภาคผนวก ข.
ใบอนญุ าตใชห฾ นงั สอื เรยี น

189

ประกาศ สํานักงาน กศน.จงั หวัดชลบรุ ี
เร่อื ง การอนญุ าตใชห฾ นังสือเรยี น

กกกกกกกตามท่ีสถานศึกษาศูนยแการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอําเภอสัตหีบ จังหวัด
ชลบุรี ได฾มีการจัดทําหลักสูตรรายวิชาเลือก สค3300174 พุทธวิถีหลวงพ่ออ๋ีวัดสัตหีบ ระดับ
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย และเพื่อให฾นักศกึ ษาได฾บรรลุมาตรฐานการเรียนร฾ูตามหลักสูตร จึงได฾จัดทําหนังสือ
สาระการพฒั นาสังคม รายวิชา สค3300174 พุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ เปๅนส่ือการเรียนรู฾ ตลอดจน
ได฾ผ฽านการตรวจสอบคณุ ภาพจากคณะกรรมการวิชาการของสาํ นกั งานส฽งเสริมการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครปฐม แล฾วในด฾านความถูกต฾องของเนื้อหาหนังสือเรียนท่ีมี
ความสัมพันธแ สอดคลอ฾ งกับเนอื้ หาของหลักสูตรดังกล฽าวขา฾ งต฾น
กกกกกกกดังน้ัน เพ่ือให฾การจัดการเรียนร฾ูในหลักสูตรรายวิชา สค3300174 พุทธวิถีหลวงพ่ออ๋ีวัดสัต
หบี บรรลุมาตรฐานการเรียนร฾ูช฽วยให฾นักศึกษามีความร฾ู ทักษะ และเจตคติที่ดีต฽อหลักสูตรนี้ จึงอนุญาต
ให฾ใช฾หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม รายวิชา สค3300174 พุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ ระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย เปๅนส่ือการเรียนร฾ูในการจัดการเรียนร฾ูในหลักสูตรน้ี ตั้งแต฽ภาคเรียนที่ 1 ปี
การศึกษา ๒๕๖๔

ประกาศ ณ วนั ท่ี 1 ธนั วาคม ๒๕๖๔

(นายอนุชา พงษเแ กษม)
ผ฾ูอาํ นวยการสํานักงานสง฽ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จังหวัดชลบรุ ี


Click to View FlipBook Version