145
ณัง กายะกมั มงั วาจากมั มงั ปะทกั ขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณธิ ีเต ปะทักขิณา ปะ
ทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตตั เถ ปะทักขิเณฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขันตุ สพั พะเทวะตา สัพพะพทุ ธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขันตุ สพั พะเทวะตา สัพพะธมั มานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสงั ฆานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต
บทชยั มงคลคาถา (พาหงุ มหากา) (แปล)
ขอนอบนอ มแดพระผมู ีพระภาคเจา พระองคนแ ้นั ซึ่งเปนๅ ผูไกลจากกิเลส ตรัสรชู อบไดโ ดยพระองคเแ อง
(สามครงั้ )
ขา พเจาขอถอื เอา พระพทุ ธเจาเปนๅ สะระณะ
ขาพเจาขอถอื เอา พระธรรมเจา เปๅนสะระณะ
ขาพเจา ขอถอื เอา พระสงฆเจาเปๅนสะระณะ
แมค รง้ั ทส่ี อง ขา พเจาขอถอื เอา พระพทุ ธเจาเปๅนสะระณะ
แมค รง้ั ท่สี อง ขา พเจา ขอถอื เอา พระธรรมเจาเปนๅ สะระณะ
แมครง้ั ทีส่ อง ขาพเจาขอถือเอา พระสงฆเจา เปๅนสะระณะ
แมครงั้ ท่ีสาม ขาพเจาขอถือเอา พระพุทธเจาเปๅนสะระณะ
แมครง้ั ที่สาม ขาพเจา ขอถือเอา พระธรรมเจาเปๅนสะระณะ
แมค รั้งที่สาม ขาพเจาขอถือเอา พระสงฆเจา เปนๅ สะระณะ
พระผูมีพระภาคเจา พระองคนแ ั้น เปนๅ ผูทรงแจกจา ยธรรม เปๅนพระอรหันตแตรัสรูดีโดยชอบดว ย
พระองคเแ อง ทรงถึงพรอ มดวยวชิ ชา และ จรณะ (ความรูแ ละความประพฤติ) เสดจ็ ไปดี (คอื ไปทใ่ี ดก็ยงั
ประโยชนแใหท ่นี ้ัน) ทรงรแู จง โลก ทรงเปๅนสารถีฝึกคนทค่ี วรฝึก หาผอู ื่นเปรยี บมิได ทรงเปๅนศาสดาของ
เทวดาและมนุษยทแ ั้งหลาย ทรงเปนๅ ผตู ื่น ทรงเปๅนผูแจกจายธรรม
พระธรรมอันพระผูมีพระภาคเจาตรสั ดีแลว อันผปู ฏบิ ตั ิเห็นชอบไดด ว ยตนเอง ไมประกอบดว ย
กาลเวลา ควรเรยี กมาดูได ควรนอบนอมเขา ไปหา อันผูรูพึงรูไดด วยตนเอง
พระสงฆสแ าวกของพระผูมีพระภาค เปๅนผูปฏบิ ัตดิ แี ลว พระสงฆสแ าวกของพระผมู ีพระภาคเปนๅ ผู
ปฏิบตั ิตรง พระสงฆแสาวกของพระผมู ีพระภาคเปๅนผปู ฏบิ ตั เิ พือ่ ความรู พระสงฆสแ าวกของพระผูมีพระ
ภาคเปนๅ ผปู ฏิบตั ิชอบ พระสงฆสแ าวกของพระผูมีพระภาคนั้น จดั เปๅนบุรุษสค่ี ู เปๅนบุคคลแปด เปนๅ ผูควร
บูชา เปๅนผคู วรรับทกิ ษิณา เปๅนผคู วรกราบไหว เปนๅ เนือ้ นาบญุ ของโลก หาสิ่งอื่นเปรียบมิได
สมเด็จพระผูมพี ระภาค ผเู ปนๅ จอมของนักปราชญแ ทรงชนะพญามารพรอมดว ยเสนา ซึง่ เนรมิต
แขนไดตั้งพัน มีมอื ถืออาวุธครบทัง้ พนั มือ ขี่ชางคิรเี มขลแ สงเสยี งสนนั่ นากลัว ทรงชนะดวยธรรมวธิ มี ีทาน
บารมี เปๅนตน และดวยเดชะของพระผูมีพระภาคพระองคแนนั้ ขอชยั มงคลทง้ั หลายจงมีแกข า พเจา
สมเดจ็ พระผูมีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะอาฬวกยักษผแ ูโหดรายบา คลงั่ นาสพงึ กลวั ซึ่งตอสู
กบั พระองคแ ตลอดทัง้ คนื รนุ แรงย่ิงกวาพญามาร จนละพยศรายไดส นิ้ ดว ยขันติธรรมวธิ อี ันพระองคแไดฝกึ
ไวดีแลว และดวยเดชของพระผมู พี ระภาคพระองคแนน้ั ขอชัยมงคลทัง้ หลายจงมแี กขาพเจา
146
สมเดจ็ พระผูมีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพญาชา ง ช่อื นาฬาคริ ี ซึ่งกาํ ลังตกมันจดั ทารณุ
โหดรายยงิ่ นกั ดจุ ไฟปุาจักราวุธและสายฟาู ดวยพระเมตตาธรรม และดวยเดชของพระผมู ีพระภาค
พระองคนแ น้ั ขอชยั มงคลทั้งหลายจงมีแกขาพเจา
สมเด็จพระผูมีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะมหาโจร ชือ่ องคุลมี าล ในมือถือดาบเงื้องา
โหดรายทารุณยง่ิ วง่ิ ไลตามพระองคแหางออกไปเร่ือย ๆ เปๅนระยะทางถงึ 3 โยชนแ ดว ยทรงบันดาล
มโนมยทิ ธิ (ฤทธิ์ทางใจ) และดว ยเดชของพระผูมีพระภาคพระองคแน้ัน ขอชัยมงคลท้ังหลายจงมแี ก
ขาพเจา
สมเด็จพระผูมีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะคํากลา วใสร า ยทามกลางชมุ ชน ของนางจิญจ
มาณวกิ า ผูผ กู ทอนไมซอนไวท่ีทอ งแสรงทาํ เปๅนหญิงมคี รรภแ ดว ยความจริง ดวยความสงบเยือกเย็นดว ย
วธิ ีสมาธิอนั งาม และดวยเดชของพระผูมีพระภาคพระองคแนั้น ขอชยั มงคลทั้งหลายจงมีแกขา พเจา
สมเดจ็ พระผูมีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะสัจจกนิครนถแ ผูเชดิ ชลู ทั ธิของตนวาจริงแทอยาง
เลิศลอย ราวกบั ชธู งข้ึนฟาู ผูมุง โตวาทะกับพระองคแ ดวยพระปใญญาอันเปนๅ เลศิ ดุจประทีปอันโชติชวง
ดว ยเทศนาญาณวิถี และดว ยเดชของพระผูมีพระภาคพระองคแนั้น ขอชัยมงคลทงั้ หลายจงมีแกข าพเจา
สมเดจ็ พระผูมีพระภาค พระจอมมนุ ีทรงชนะพญานาคชือ่ นันโทปนนั ทะ ผหู ลงผดิ และมีฤทธิ์
มาก ดว ยทรงแนะนําวิธี และ อิทธฤิ ทธิ์แกพ ระโมคคลั ลานะ พระเถระภชุ งคแ พุทธบตุ ร ใหไปปราบจน
เชอื่ ง และดว ยเดชของพระผมู ีพระภาคพระองคแน้นั ขอชยั มงคลท้งั หลายจงมีแกขาพเจา
สมเดจ็ พระผูมีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพรหม ชอ่ื ทาวพูกะ ผูร ัดรงึ ทฏิ ฐิ คือ ความเห็นผดิ
ไวแนบแนน โดยสาํ คญั ผดิ วาตนบริสทุ ธม์ิ ีฤทธริ์ งุ โรจนดแ วยวธิ วี างยาอนั วิเศษ คือ เทศนาญาณ และดว ย
เดชของพระผมู ีพระภาคพระองคแน้นั ขอชัยมงคลทงั้ หลายจงมีแกขาพเจา
แมน รชนใดไมเกยี จคราน สวดกด็ ี ระลกึ ก็ดี ซ่งึ พุทธชยั มงคลคาถา 8 บทน้ี ทุกวัน ยอ มเปๅนเหตใุ หพน
อุปทใ วอนั ตรายทัง้ ปวง นรชนผมู ปี ญใ ญายอ มถงึ ซ่ึงความสุขสูงสดุ แล สวิ โมกขแนฤพานอนั เปๅนเอกนั ตบรม
สุข
สมเดจ็ พระสัมมาสมั พุทธเจา พระผทู รงเปๅนท่ีพง่ึ ของสรรพสตั วแทรงประกอบดวยพระมหากรณุ า
ทรงบาํ เพ็ญพระบารมีท้ังปวง เพอ่ื ประโยชนแเกือ้ กูลแกส รรพสัตวแ ทรงบรรลพุ ระสัมโพธิญาณอนั สงู สุด
ดว ยการกลาวสจั จวาจาน้ี ขอชยั มงคลทง้ั หลายจงมีแกขาพเจา
147
กจิ กรรมทา ยบท
ใบงาน
คําชแ้ี จง
กกกกกกก1. ใบงานนจี้ ัดทาํ ขึน้ เพ่อื ใหนกั ศึกษามีความรแู ละประสบการณใแ นหัวเร่ืองท่ี 4 ศาสนพธิ ี
ภายในวดั สตั หีบ
กกกกกกก2. ใหนักศกึ ษาปฏิบตั ิตามขั้นตอนตอไปนี้
กกกกกกกกกก2.1 ใหน กั ศกึ ษาคนควาประเดน็ เร่อื งศาสนพิธีในวันคลายวนั มรณภาพหลวงพออวี๋ ัดสตั
หบี ภายในวัดสัตหบี และศาสนพธิ ใี นวนั สําคญั ทางพระพุทธศาสนา บทสวดตา งๆ จากสื่อการเรียนรทู ี่
หลากหลาย ไดแ ก ส่ือหนังสอื ที่เก่ยี วของ (2 เลม) สบื คนจากอินเตอรเแ นต็ (2 เวบ็ ไซด)แ สัมภาษณภแ ูมิ
ปญใ ญาหรือผรู ู จํานวน 1 คน และศึกษาจากแหลง เรียนรใู นชมุ ชน (หองสมุดประชาชนเฉลิราชกมุ ารี
อาํ เภอสัตหบี ) รวมถงึ ศึกษาจากใบความรูเ รื่อง ศาสนพธิ ภี ายในวัดสตั หบี
กกกกกกกกกก2.2 ใหนักศึกษารวมรวบขอมูลท่ีไดจากการศึกษาคนควาในขอ 2. 1 ลงในเอกสารการ
เรียนรูดวยตนเอง (กรต.) สงครูผูสอนเม่ือวันที่มาพบกลุมเสร็จสิ้นในวันท่ี........ เดือน .............. พ.ศ.
.......................
กกกกกกกกกก2.3 นักศึกษามาพบกลุมในวันท่ีท่ีไดกําหนดไวในขอ 2.2 อภิปรายขอมูลที่ศึกษาคนควาได
แลกเปลีย่ นกับเพอ่ื นนกั ศึกษาและครผู สู อน อภปิ ราย วเิ คราะหขแ อ มูลทศี่ ึกษาแลกเปล่ยี นกบั ครู
148
กกกกกกกกกก2.4 สรุปการเรียนรูท่ีไดจากการอภิปรายและวิเคราะหแขอมูลท่ีไดรวมกัน บันทึกลงใน
เอกสารการเรยี นรูดวยตนเอง (กรต.)
กกกกกกกกกก2.5 นักศึกษานําผลสรุปการเรียนรูที่ไดไปทดลอง ปฏิบัติตอบคําถามในใบงานฉบับนี้
แลว บนั ทกึ คาํ ตอบที่ไดลงในเอกสารการเรียนรดู ว ยตนเอง (กรต.) สงครูผูส อนหลงั เสรจ็ ส้นิ การพบกลุมใน
วนั ที.่ ...... เดอื น ................. พ.ศ. ...........
ใบงานท่ี 2
คําชแ้ี จง จงตอบคําถามตอไปนใี้ หสมบูรณแกกก
1. ความเชื่อเก่ยี วกับหลวงพออ๋ี หรือพระครูวรเวทมนุ ี วดั สตั หบี มอี ะไรบาง.........................
คําตอบ ...............................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
2. ศาสนพิธีวันคลา ยวันมรณภาพหลวงพออ๋ีวัดสัตหีบ มีการปฏิบตั ิอยางไร
คาํ ตอบ ................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................... .............................
3. ศาสนพิธใี นวันสาํ คญั ทางศาสนา มกี ารปฏิบัตอิ ยา งไร
1. วนั วสิ าขบชู า
149
2. วันอาสาฬหบชู า
3. วันมาฆบูชา
4. วันเขาพรรษา
5. วันออกพรรษา
คาํ ตอบ ....................................................................................................................... ..............
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
................................................................................................................................ ...................................
............................................................................................... ....................................................................
4. บทสวดตางๆ
คาํ ตอบ ....................................................................................................................... ..............
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ......................................
5. คําชแี้ จง ใหน กั เรียนเขยี นเครื่องหมาย / ลงในชอ งวา งหนาขอ ความท่ีถูกตอง และ
เครือ่ งหมาย x ลงในชอ งวา งหนาขอความที่ไมถ ูกตอง
1. หลักอริยจสัจ 4 คอื ความจริงอันประเสรฐิ มี 4 ประการ คือ ทุกขแ สมุทยั นโิ รธ และ
มรรค เปนๅ หลกั ธรรมท่ีเก่ยี วของกับวนั วิสาขบชู า
2. พระพุทธเจาทรงแสดงธรรม (ปฐมเทศนา) ชือ่ “ธมั มจักกปั ปวัตตนสูตร” แกป ญใ จ
วัคคียแในวนั วสิ าขบชู า
3. พระพุทธเจา ประสตู จิ ากพระครรภแของพระชนนี ณ สวนลมุ พนิ ีวัน ซ่งึ อยู ระหวา งกรุง
กบิลพัสดแุกับกรงุ เทวทหะ
4. วันวิสาขบชู า เปนๅ วนั ที่พระอรหันตแสาวก จาํ นวน 1,250 รูป มาประชุม กันโดยมไิ ดนัด
หมาย
5. วนั วิสาขบชู า คอื วนั ข้นึ 15 ค่าํ เดือน 6 ซ่งึ ถอื วา เปๅนวันคลา ยวนั ประสูติ วันตรัสรู
และวันปรินิพพานของพระพุทธเจา
6. พระพทุ ธเจาทรงปรนิ ิพพานที่ กรุงกุสินารา แควน มลั ละ
7. ในวนั วสิ าขบูชาควรสวดมนตแและสดบั รบั ฟใงพระธรรมเทศนา เรื่อง โอวาท ปาฏิโมกขแ
8. หลักธรรมที่เกย่ี วของกับเหตกุ ารณแจาตุรงคสนั นิบาต คือ อรยิ สัจ 4
9. นิโรธ ไดแก การดบั ทุกขแ หรอื ภาวะทปี่ ลอดปใญหา หมดปใญหา พระพุทธศาสนาสอน
วธิ ีการดับทกุ ขแหรือแกปญใ หาไว 5 ประการ
150
10. มรรค ไดแก หนทางแนวทางหรือวิธกี ารดําเนนิ การสูการดบั ทุกขแแกทุกขแ ดบั ปญใ หา
หรอื แกปญใ หา พระพุทธศาสนาสอนวธิ ีดําเนินการสกู ารดับทุกขแไว 8 ประการ
บทที่ 5
การสบื สานและอนรุ กั ษแพทุ ธวถิ หี ลวงพอ อวี๋ ดั สตั หบี
สาระสาํ คญั
กกกกกกก1. การบอกกลาวเลาขานเกี่ยวกับการสบื สานและอนรุ ักษแพทุ ธวิถหี ลวงพออ๋ีวดั สตั หีบ เปๅน
การเลาเร่ืองราวเกี่ยวกับหลวงพอ อวี๋ ัดสตั หีบ ซง่ึ เปๅนความรูตางๆ ท่ีอยูกับตวั บคุ คล ท่ีมีความรู หรือ
ประสบการณแในเรอ่ื งเก่ียวกบั หลวงพอ อี๋วัดสัตหีบ
กกกกกกก2. การเปนๅ มคั คุเทศกอแ าสา
มัคคุเทศกแ หมายถึง ผูท่ีใหความชวยเหลือ ทาํ หนาที่อํานวยความสะดวก ใหขอมูล
ความเขาใจทางดานวัฒนธรรม ประวัติศาสตรแ และเหตุการณแรวมสมัยตาง ๆ แกบุคคลท่ีอยูในกลุม
นักทองเที่ยว ในกรณีทัศนศึกษาท่ีสถานที่ทางศาสนาหรือประวัติศาสตรแ พิพิธภัณฑแ และสถานท่ี
ทองเที่ยวที่ไดรับความสนใจอ่ืน ๆ มัคคุเทศกแสวนใหญจะไดรับการรับรองจากองคแกรท่ีเก่ียวของกอน
ปฏิบตั ิหนาท่ีมัคคุเทศกแ
มคั คเุ ทศกแอาสา หมายถึง ผทู ี่ใหค วามชวยเหลือ ทําหนาท่ีอํานวยความสะดวก ใหขอมูล
151
ความเขาใจทางดานวัฒนธรรม ประวัติศาสตรแ และเหตุการณแรวมสมัยตางๆ ในสถานท่ีทองเที่ยวแก
บุคคลที่อยูในกลุมทองเท่ียว โดยสมัครใจทํางานเพื่อประโยชนแแหงประชาชนและสังคม โดยไมหวัง
ผลตอบแทนเปนๅ เงนิ หรือสิง่ อ่นื ใด
คุณลักษณะที่ดีของมัคคุเทศกแ จะตอ งมคี ุณสมบัตพิ ิเศษหลาย ๆ อยา ง สามารถปรับตัว
ใหเหมาะสมกับแตละสถานการณแ แกไขปใญหาเฉพาะหนาไดอยางเหมาะสม จําเปๅนตองมีคุณสมบัติ 5
ประการ ดังนี้ (1) มนุษยสัมพันธแดี (2) บุคลกิ ภาพ (3) มีความรดู ี (4) รกั งานรกั หนาที่ และ (5) มศี ลิ ปะใน การ
พดู
กกกกกกก3. การประชาสมั พนั ธแดว ยสื่อทห่ี ลากหลาย
ความหมายของสื่อสงั คมออนไลนแ หมายถึง สื่อดจิ ิทลั ทเ่ี ปๅนเครอื่ งมือในการปฏิบัติการทาง
สงั คม (Social Tool) เพื่อใชส่อื สารระหวางกนั ในเครือขา ยทางสงั คม (Social Network) ผานทาง
เว็บไซตแและโปรแกรมประยุกตบแ นสอื่ ใดๆ ที่มีการเช่ือมตอกับอินเทอรเแ น็ต โดยเนน ใหผ ใู ชทง้ั ทเี่ ปนๅ ผสู ง
สารและผรู บั สารมีสว นรวม (Collaborative) อยา งสรางสรรคแ ในการผลิตเนอ้ื หาข้ึนเอง (User-
GenerateContent: UGC) ในรูปของขอ มูล ภาพ และเสียง รวมถงึ การประชาสมั พันธแดวยสือ่ แผนพับ
แผน พบั หมายถึง ส่ือโฆษณาที่เปๅนส่ิงพมิ พทแ ่ีผผู ลิตสงตรงถึงผูบรโิ ภค มีท้ังวิธีการสงทาง
ไปรษณียแ และแจกตามสถานท่ีตาง ๆ ลักษณะเดนของแผนพับ คือ มีขนาดเล็ก หยิบงาย ใหขอมูล
รายละเอยี ดไดมากพอสมควร ผูอา นสามารถเลอื กอานเวลาใดก็ได ผอู อกแบบมเี ทคนิคการออกแบบตาม
อิสระ หลากหลาย คาใชจ ายในการผลิตต่ํากวา ส่งิ พมิ พแชนิดอน่ื นอกจากน้ียังเปๅนสื่อที่เขาถึงเปูาหมายได
อยางแทจรงิ
การทําแผน พบั ที่ดี ตองประกอบไปดว ย (1) หลกั การท่วั ไป การออกแบบแผนพบั มี 2
เรื่องท่ีสําคัญ คือ หลักการที่ 1 สิ่งท่ีตองกําหนดและวางแผนกอนการออกแบบแผนพับ หลักการท่ี 2
องคแประกอบ และการจัดวางองคแประกอบในการออกแบบแผนพับ (2) ส่ิงท่ีตองกําหนด และวางแผน
กอ นการออกแบบแผน พบั มี 4 ขอ ดังน้ี การกาํ หนดขนาดและรูปแบบของแผนพับ การกําหนดลักษณะ
การสง การกําหนดกระดาษ และการกําหนดลําดับของการอานตามลักษณะของแผนพับ และ (3)
องคแประกอบ และการจัดวางองคแประกอบในการออกแบบแผนพับท่ีตองกําหนดและวางแผนเฉพาะใน
สวนที่เก่ียวของกับการออกแบบ มี 4 องคแประกอบ ดังน้ี พาดหัว ภาพประกอบขอความ ภาพสถานที่
หลกั และตราสัญลักษณแ เปนๅ ตน
กกก4. การฝึกปฏิบัติ ศลี สมาธิ ปญใ ญา
พระธรรมเปๅนเร่ืองละเอียดลกึ ซ้ึง โดยเฉพาะหนทางการดบั กเิ ลส ดังนน้ั ในเร่อื งของศลี
สมาธิ และปใญญา คือ
ศีล มหี ลายอยาง หลายระดับ ทัง้ ศีล ท่เี รามักเขา ใจกันทัว่ ไป คอื การงดเวน จากการ
ทําบาป ทางกาย วาจา เปนๅ ตน แตมีศีลทล่ี ะเอียดย่ิงไปกวานั้น ทีเ่ ปๅนศีล ทเี่ รยี กวา อธิศลี อนั เปนๅ ศีลท่ี
เกดิ พรอมกบั สมาธิและปใญญา
152
สมาธิ โดยทัว่ ไป กเ็ ขา ใจกันวา คอื การนงั่ สมาธใิ หส งบ แตในทางพระพุทธศาสนาจะ
ใชค าํ วา อธิจติ สกิ ขา หรือ บางครั้งใชคําวา สัมมาสมาธิ ท่มี ุงหมายถงึ การเจริญสมถภาวนา และ สมาธทิ ่ี
เกดิ พรอมกบั ปญใ ญาในปญใ ญาข้ันวิปสใ สนา
ปญใ ญา ปใญญาในพระพทุ ธศาสนา กม็ หี ลายระดบั แตคอื ความเหน็ ถูกเชน เชอ่ื กรรม
และผลของกรรม ปญใ ญาขน้ั การฟใงการศึกษา ปญใ ญาขัน้ สมถภาวนา และปญใ ญาข้ันวิปใสสนาภาวนา
ตวั ชวี้ ดั
กกกกกกก1. สามารถบอกกลา วเลาขาน หรือเปๅนมัคคเุ ทศกอแ าสา แนะนําสบื สานและอนรุ กั ษพแ ุทธวถิ ี
หลวงพอ อี๋วดั สัตหบี ได
กกกกกกก2. สามารถการประชาสมั พนั ธแ แนะนําสืบสานและอนรุ ักษพแ ุทธวถิ ีหลวงพอ อ๋วี ัดสตั หบี ดวยส่อื
ทหี่ ลากหลายได
3. สามารถฝกึ ปฏิบัติตน ในฐานะเปๅนพลเมืองดี ตามหลักศาสนาได
ขอบขายเนอ้ื หา
กกกกกกก1. การบอกกลาวเลา ขาน
กกกกกกก2. การเปๅนมัคคุเทศกอแ าสา
กกกกกกก3. การประชาสมั พนั ธแดว ยสื่อที่หลากหลาย
กกกกกกก4. การฝึกปฏบิ ัติ ศลี สมาธิ ปใญญา
เรอื่ งที่ 1 การบอกกลา วเลา ขานเกยี่ วกบั พทุ ธวถิ หี ลวงพออวี๋ ดั สตั หีบ
กกกกกกก1. การบอกกลา วเลา ขานเกย่ี วกบั พทุ ธวถิ หี ลวงพอ อวี๋ ดั สตั หบี
การบอกกลาวเลาขานเก่ียวกับพทุ ธวถิ หี ลวงพอ อวี๋ ดั สตั หีบ เปๅนการเลาเร่ืองราว
เกี่ยวกับหลวงพอ อีว๋ ดั สตั หบี การเลา เร่ืองราวความรตู า ง ๆ ทอ่ี ยูกับตวั บุคคล ที่ผูพูดจะตองมีความรหู รือ
ประสบการณใแ นเรื่องเกีย่ วกบั พทุ ธวถิ ีหลวงพอ อว๋ี ดั สัตหีบ
การเลาเร่ืองจะทาํ ใหผูฟใงไดรับความรู หรือคติสอนใจ และไดรับความสนุกสนาน
เพลดิ เพลนิ มหี ลกั ในการปฏิบัติ ดังน้ี
1.1 เตรยี มเรื่องท่ีจะเลา โดยมเี คาโครงเร่ือง และลาํ ดบั เร่ืองอยางชดั เจน
1.2 เลาเร่ืองตามลําดับที่เตรียมไว ในขณะเลาเร่ือง ไมควรเลาเร่ืองอ่ืน ๆ เเทรก
เพราะอาจทาํ ใหผฟู งใ สับสนได
153
กกกกกกกกกกกลาวโดยสรุป การบอกกลาวเลาขานเก่ียวกับพุทธวิถหี ลวงพออีว๋ ดั สัตหีบ เปๅนการเลา
เรื่องราวเกยี่ วกบั หลวงพอ อ๋วี ดั สตั หบี ซ่ึงเปๅนความรตู า ง ๆ ทอ่ี ยูกบั ตวั บคุ คล ที่มีความรู หรอื
ประสบการณแในเรือ่ งเก่ียวกบั หลวงพอ อว๋ี ัดสัตหบี
กกกกกกก2. การเปนๅ มคั คเุ ทศกอแ าสา
มีผูใ หค วามหมายของมคั คุเทศกแทีส่ าํ คญั ดงั น้ี
มัคคเุ ทศกแ แปลตามศัพทแ หมายถงึ ผนู าํ หรือ ผูชี้ทาง ตรงกบั คําในภาษาองั กฤษ
“Guide” หรือ “ Courier” ซง่ึ ทัง้ สองคํานีม้ ีความหมายตางกัน Guide หมายถงึ ผทู ท่ี าํ หนาทีน่ ําชม
สถานทตี่ างๆ สว น Courier หมายถงึ ผทู ําหนาท่อี ํานวยความสะดวกในดา นการนาํ เทยี่ วการเดินทาง
และการพกั แรมตามสถานท่ตี างๆ คําท้งั สองคํานส้ี ามารถใชแ ทนกันไดแตส ําหรบั ประเทศนิยมใชค าํ วา
Guide หรอื Tourist Guide มากกวาใชคําวา Courier
มัคคเุ ทศกแ (Guide) หมายถึง ผูใ หบ รกิ ารเปๅนปกติธรุ ะในการนาํ นกั ทองเทยี่ วไปยัง
สถานท่ีตา งๆ โดยใหบริการเก่ียวกบั คําแนะนํา และความรดู านตางๆ แกนักทองเทีย่ ว
มคั คุเทศกแ หมายถงึ เปนๅ ผูใ หค วามชว ยเหลอื ขอ มลู ความเขาใจทางดา น
วัฒนธรรม ประวตั ิศาสตรแแ ละเหตุการณรแ ว มสมยั ตา งๆ แกบุคคลที่อยใู นกลุม ทองเที่ยว นกั ทอ งเทย่ี ว
เอกเทศ หรือนักทองเท่ียวในกรณที ัศนศึกษาทีส่ ถานทท่ี างศาสนาหรอื ประวตั ศิ าสตรแ พพิ ธิ ภัณฑแ และ
สถานที่ทองเที่ยวทร่ี ับความสนใจอ่นื ๆ มัคคุเทศกแสว นใหญจะไดรบั การรับรองจากองคแกรทีเ่ กีย่ วขอ ง
กอนปฏบิ ตั ิหนาท่ีมคั คุเทศกแ
กลา วโดยสรุป มคั คเุ ทศกแ หมายถึง ผใู หความชวยเหลือ ทําหนาท่ีอาํ นวยความ
สะดวก ขอมลู ความเขาใจ ทางดานวัฒนธรรม ประวัตศิ าสตรแและเหตุการณแรว มสมยั ตา งๆ แกบคุ คลท่ี
อยใู นกลมุ ทอ งเท่ยี ว นักทองเทยี่ ว เอกเทศ หรือนักทอ งเที่ยวในกรณที ัศนศึกษาทส่ี ถานท่ีทางศาสนาหรือ
ประวตั ศิ าสตรแ พิพิธภณั ฑแ และสถานที่ทองเท่ยี วทร่ี บั ความสนใจอื่นๆ มคั คเุ ทศกแสว นใหญจ ะไดรบั การ
รับรองจากองคแกรที่เกี่ยวของกอนปฏิบัติหนา ท่ีมคั คเุ ทศกแ
1.1 ความหมายมัคคเุ ทศกแอาสา
มัคคุเทศกแอาสา หมายถึง ผูใ หความชวยเหลือ ขอ มูลความเขา ใจทางดานวฒั นธรรม
ประวัตศิ าสตรแ และเหตุการณแรวมสมยั ตางๆแกบุคคลทอี่ ยใู นกลุมทองเท่ียว โดยสมคั รใจทาํ งานเพื่อ
ประโยชนแแหงประชาชนและสงั คม โดยไมหวังผลตอบแทนเปนๅ เงิน หรอื ส่ิงอนื่ ใดกลาวโดยสรปุ
มคั คเุ ทศกแอาสา หมายถงึ ผใู หความชวยเหลือ ทําหนา ท่ีอํานวยความสะดวกใหขอ มลู ความเขาใจ
ทางดา นวฒั นธรรม ประวตั ิศาสตรแ และเหตุการณแรวมสมยั ตางๆแกบุคคลท่ีอยใู นกลมุ ทองเที่ยว โดย
สมัครใจทํางานเพ่ือประโยชนแแหงประชาชนและสงั คม โดยไมหวังผลตอบแทนเปๅนเงิน หรือสิง่ อ่ืนใด
1.2 คุณสมบัติสําคัญของมัคคเุ ทศกแอาสา
คณุ สมบัตสิ าํ คัญของมัคคเุ ทศกแอาสา มี 3 ประการ ดงั นี้
154
ประการท่ี 1 ทาํ งานดวยความสมัครใจไมใชดวยการถูกบังคบั หรือเปๅนเพราะ
หนา ท่ี
ประการที่ 2 ทาํ งานเพ่อื ประโยชนแแกประชาชนและสังคม หรอื
สาธารณประโยชนแ
ประการท่ี 3 ทาํ โดยไมหวังผลตอบแทน เปๅนเงนิ หรือสิง่ ของมมี ลู คา แทนเงิน
กลาวโดยสรุป คณุ สมบัติสาํ คัญของมคั คุเทศกแอาสามี 3 ประการ ดังน้ี (1) ทํางานดว ย
ความสมคั รใจไมใ ชดว ยการถูกบังคับหรือเปนๅ เพราะหนา ท่ี (2) ทํางานเพ่ือประโยชนแแกประชาชนและ
สังคม หรอื สาธารณประโยชนแ (3) ทําโดยไมห วังผลตอบแทน เปๅนเงิน หรือสง่ิ ของมมี ลู คา แทนเงนิ
1.3 บทบาทสําคญั ของมัคคเุ ทศกแ
1.4.1 บทบาทความเปนๅ ครู
1) มีความรูเฉพาะเกีย่ วกบั สถานท่ีนัน้ ๆ อยา งละเอียดถี่ถว น ท้ังประวตั ิศาสตรแ และ
ปใจจุบัน
2) มที ักษะวิธกี ารถายทอดความรอู ยางมีประสทิ ธิภาพ เปรยี บเสมือนกบั ครูสอน
วชิ าการตา งๆใหกบั นักเรยี น
3) สามารถใชอธบิ ายสอดแทรกเพิม่ เตมิ ความรูใหกวา ง
4) ตอ งแสวงหาความรู ขอมูลใหมๆเพ่ิมเตมิ อยูเสมอพรอมท้ังหมั่นสังเกตสิ่งตางๆ
รอบตัวตลอดเวลา
1.4.2 บทบาทการเปนๅ นกั แสดง
1) นอกเหนือความรูท างวชิ าการแลว ควรจะมีกจิ กรรมอืน่ มาชว ยผอนคลายความเบ่ือ
หนา ย เชน เลา เรอ่ื งสนุกขําขัน นทิ าน รอ งเพลง หรือเกมสแการละเลน ตางๆ
2) กรณเี กดิ ปญใ หาเฉพาะหนา ตอ งแกไขปใญหาโดยฉกุ เฉิน การแสดงออกในทาทีป่ กติ
จะทําใหน ักทองเทยี่ วคลายความระสา่ํ ระสา ยในเหตุการณแน้ันหรอื แทบจะไมรูว า มีปใญหาเกดิ ขึน้
1.4.3 บทบาทการเปนๅ นกั จติ วทิ ยา
1) สังเกตการณแแ สดงออกของอารมณแ และความพรอมท่จี ะรับฟใงเร่อื งความรแู ละ
ความชว ยเหลือ
2) ใชจ ติ วิทยาดว ยการแทรกตัวเขา ถึงนกั ทองเท่ยี วทกุ คน สัมผัสความรสู ึก และความ
ตอ งการของนกั ทองเที่ยว
1.4.4 บทบาทการเปนๅ นกั การทูต
1) ประสานงานกับหนว ยงานตางๆ เชน กองตรวจคนเขา เมือง ตาํ รวจ ศุลกากร
พนกั งานโรงแรม แมกระทั่งคนใกลตัว คือคนขับรถ และในหมูนักทองเทยี่ วดวยกนั ใหมคี วามสัมพนั ธแที่ดี
ตอ กนั
2) ปฏิบัติตนใหเหมาะสม เกิดภาพลักษณแทด่ี ใี นฐานะเปๅนตัวแทนของคนในทองถ่ิน
155
กลาวโดยสรุป มัคคุเทศกแ มีบทบาทท่ีสําคัญคือ มีความรูเก่ียวกับสถานท่ีที่ตองแนะนําแกนักทองเที่ยว
สามารถถายทอดความรนู ัน้ ๆไดเปนๅ อยา งดี โดยแสวงหาขอมูลใหมๆ อยูเสมอ สามารถจัดกิจกรรมสราง
ความสนุกสนานผอนคลาย และแกไขปใญหาเฉพาะหนาแกนักทองเที่ยวเปๅนอยางดี รูจักสังเกต
บรรยากาศและอารมณขแ องนักทองเท่ียวเพอ่ื สนองตอบตอความตอ งการของนักทองเท่ียวไดถูกตอง และ
สามารถประสานงานอํานวยความสะดวกแกนักทองเท่ียวรวมทั้งสรางภาพลักษณแที่ดีของการเปๅนคน
ทองถ่ินไดเ ปนๅ อยางดี
หนา ทข่ี องมัคคเุ ทศกแ
หนาที่ของมัคคุเทศกแ หลักๆเลยก็คือมัคคุเทศกแจะเปๅนคนที่คอยดูแลและใหบริการตางๆแก
นักทองเท่ียว ซ่ึงเราก็จะตองคอยอํานวยความสะดวกตางๆใหแกนักทองเที่ยวตลอดในการเดินทาง ซ่ึง
เราก็ตองเปๅนคนคอยรับและคอยสงนักเท่ียวท่ีสนามบินอีกดวย จากนั้นเราก็จะพานักทองเท่ียวของเรา
ไปสงที่โรงแรม และเราก็จะเปๅนคนท่ีพาพวกเขาเท่ียวชมในสถานที่ตางๆ และก็จะบรรยายใหความรู
เก่ียวกับสถานท่นี น้ั ๆดว ย และกต็ อ งดูแลในเร่ืองของอาหารการกินและความปลอดภัยของทุกๆคน และ
เราก็ตอ งเปนๅ ทสี่ รางความบันเทงิ ใหแ กน กั ทองเทย่ี ว เพื่อใหบ รรยากาศมีความสนกุ สนาน
หนาที่ของมัคคุเทศกแ ก็คือมีหนาที่พานักเที่ยวเที่ยวชมสถานท่ีตางๆ และก็จะตองมีความรูเพื่อ
จะสามารถอธิบายเรื่องราวตางๆของสถานท่ีน้ันๆ อยางเชนเรื่องของ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถี
ชีวิต ศาสนา การเมือง และสถาบันพระมหากษัตริยแ ซ่ึงมัคคุเทศกแก็จะตองเปๅนผูที่มีความรอบรูและ
ขอมูลก็จะตองมีความถูกตอง ซึ่งมัคคุเทศกแจะสามารถนําเท่ียวไดทั้งชาวไทยและตางชาติ และยังเปๅนผู
เผยแพรภาพพจนแท่ีดีใหกับถานท่ีที่พานักทองเท่ียวไปเยี่ยมชม ซ่ึงก็มีสวนชวยในการสรางรายไดใหกับ
คนในทอ งถิ่นอกี ดวย เพราะถาเราพานักเทีย่ วไปเทีย่ วในทใ่ี ดทห่ี นึ่ง ก็จะทําใหที่นน้ั ๆไดมีรายไดเพ่ิมขน้ึ
คณุ สมบตั ขิ องมคั คเุ ทศกแ
มัคคุเทศกแจะตองมีความอดทน และกอนเดินทางก็จะตองมีความเตรียมตัวกอนทุกครั้ง และ
ตองคนท่ีมีใจรักงานบริการ มีบุคลิคภาพที่ดี และตองใชภาษาในการส่ือสารไดถูกตอง มีทัศนคติท่ีดีตอ
อาชีพ มีความรูรอบตัว มีมนุษยแสัมพันธแดี มีความซ่ือสัตยแ ตองไมเลือกท่ีรักมักที่ชังสําหรับตอนทํางาน
ตองดแู ลทกุ คนใหเ ปนๅ อยา งดีเทาเทียมกัน และตองมไี หวพรบิ ท่ดี ีในการที่จะแกไขปใญหาตางๆ สามารถที่
จะเปๅนคนที่จะแกไขปใญหาเฉพาะไดดี และนอกจากน้ันตองเปๅนคนท่ียอมรับในขอผิดพลาดตางๆและ
ตอ งนํากลบั มาปรับปรุงใหด ยี งิ่ ๆขึ้นไป อยางสดุ ทา ยตองจรรยาบรรณทด่ี ีในการทําอาชพี มัคคเุ ทศกแดวย
จรรยาบรรณของมคั คเุ ทศกแ
มัคคุเทศกแมีความสําคัญตออุตสาหกรรมการทองเที่ยว เปๅนผูท่ีใหบริการแกนักทองเท่ียวอยาง
ใกลชิด เปๅนตัวแทนของประเทศในการใหขอมูลตางๆ เพื่อภาพพจนแที่ดีของประเทศเรา มัคคุเทศกแก็
จะตองมีผูท่ีมีจรรยาบรรณ เพื่อสรางภาพพจนแท่ีดีตอประเทศและตออาชีพดวย ซึ่งจรรยาบรรณของ
มัคคุเทศกแก็คือ จะตองเทิดทูนศาสนา พระมหากษัตริยแดวยความบริสุทธ์ิใจ ตองมีความเลื่อมใสใน
ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ยึดหม่ันในคําสอนของศาสนาที่เรานับถือ และตองไมดูหม่ินใน
156
ศาสนาอน่ื ๆ และตองมีความรับผิดตอหนาที่ของตัวเอง ตองทํางานท่ีไดรับมอบหมายใหเปๅนอยางดี โดย
ตองคํานึงถงึ ผลประโยชนขแ องนักทองเทีย่ วเปๅนอยา งมาก
ตองรักษาชื่อเสียงของตัวเอง โดยการปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยแสุจริต โดยไมแสวงหาผลประโยชนแ
ในทางท่ีไมดี หรือฝุาฝืนศีลธรรมอันดีงาม ทําใหตัวเราตองเสียช่ือเสียง และเราจะตองมีทัศนะคติที่ดี มี
การพัฒนาตวั เองอยูเสมอๆ และทักษะในการปฏิบัติงาน ในงานวิชาชีพมัคคุเทศกแ และตองทําตัวใหเปๅน
ตัวอยา งโดยการ ตองเปนๅ ผอู นุรักษแทรพั ยากรทองเทย่ี ว ทงั้ ทางธรรมชาติและส่งิ แวดลอม ตองปฏิบัติตาม
ระเบียบแบบแผน ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และตองประพฤติตนดวยความสุภาพ มีความ
สามคั คตี อ ผรู วมอาชพี และบคุ คลทว่ั ไป
คุณลักษณะทด่ี ขี องมคั คเุ ทศกแ
บุคคลทตี่ อ งการเปๅนมัคคุเทศกแ จะตอ งมคี ณุ สมบัติพเิ ศษหลาย ๆ อยางประกอบกัน เชน
ความมีใจรกั ในอาชพี มีความอดกล้นั มคี วามยืดหยุนในการปฏบิ ัติงาน ตอบสนองความตองการของ
นกั ทองเที่ยว ซื่อสตั ยแ สามารถปรับตวั ใหเ หมาะสมกบั แตล ะสถานการณแจะชวยแกไขปใญหาเฉพาะหนา
ไดอ ยา งเหมาะสม มัคคุเทศกแเปนๅ ผูทําหนา ทีด่ แู ลนักทองเทยี่ วอยางใกลชดิ เกือบตลอดเวลาของการนําเท่ียว
ในแตล ะครั้ง ดงั นนั้ ในการปฏิบัติงานของมคั คุเทศกจแ ะเปๅนไปโดยธรรมชาติ ไมม กี ารฝนื ปฏบิ ตั ิ หรอื ทาํ หนาที่
หวงั เพียงเฉพาะคาตอบแทน มัคคุเทศกแท่ดี ีตองมีคุณสมบัติ 5 ประการ คือ
1. มนุษยสัมพันธดแ ี
2. บุคลิกภาพดี
3. ความรดู ี
4. มคี วามรักงาน
5. มีศลิ ปะในการพูด
1. มนษุ ยสมั พนั ธดแ ี มีลกั ษณะ ดังนี้
1. รูเขารูเ ราตอ งรวู า นกั ทองเทย่ี วของเราเปนๅ ใคร เปนๅ ชาติใด มลี กั ษณะนิสยั โดยท่ัวไปเปๅน
อยางไร มวี ตั ถปุ ระสงคแในการเดินทางทองเทย่ี วเพือ่ อะไร เพอ่ื ท่ีจะไดปรบั ตวั ใหเ ขากับนักทอ งเทีย่ วกลมุ
นนั้ ได และใหการบริการที่เหมาะสมเปๅนท่ถี ูกใจแกน ักทองเทีย่ ว เชน นักทอ งเทย่ี วชาวไทยชอบซอื้ ของ
มากกวา ชาติอ่ืน ๆ จะตองจดั เวลาในการซื้อของมากข้ึนกวากลมุ อนื่ ๆ สวนนกั ทองเทยี่ วชาวอังกฤษชอบ
ใหตรงเวลาและเปนๅ ไปตามกฎเกณฑแท่ตี ง้ั ไว
2. มนี ้าํ ใจ พรอมท่จี ะบริการเสมอ มคี วามเอ้ือเฟือ็ เผื่อแผแ ละเหน็ อกเหน็ ใจ ในขณะเดยี วกนั ก็
จะตองอดทดอดกลน้ั ไมแ สดงอารมณแและกริยามารยาทที่ไมด อี อกมาใหน ักทอ งเทยี่ วเหน็ ตองควบคุม
อารมณแของตนเองได
3. มีความรับผดิ ชอบมัคคเุ ทศกตแ องคอยดูแลเอาใจใสสุขภาพและทรพั ยแสนิ แกนกั ทอ งเทยี่ วเมื่อ
157
มีปญใ หาตา งๆ ท่เี กดิ ขึน้ กบั นักทอ งเที่ยวในดานอ่นื ๆ เชน ติดตอ สงขาวสารกลบั ประเทศ การ
ตดิ ตอสือ่ สารกบั คนในทอ งถน่ิ มัคคเุ ทศกแจะตองชว ยแกป ญใ หาตางๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ กับนักทองเทีย่ วไดอ ยา งมี
ประสทิ ธภิ าพ
4. สรา งความเขาใจระหวา งคนในชาตแิ ละระหวางชาติ อธิบายใหเห็นถึงความแตกตางของ
ความเช่อื ศาสนา ขนบธรรมเนยี ม ประเพณแี ละวฒั นธรรม พืน้ ฐานการศึกษา และลกั ษณะรว มของคน
แตล ะชาติ และไมกอใหเ กิดความไมเขา ใจหรือความเขา ใจผดิ ระหวา งชาติ โดยไมแสดงความ ดถู กู
หรือยกยองวฒั นธรรม หรือบุคคลกลมุ ใดกลมุ หนง่ึ ทําใหเกดิ ความเปนๅ กันเองระหวา งกลมุ นกั ทองเทย่ี ว
ทาํ ใหบรรยากาศการทอ งเท่ยี วมีความสขุ
หลกั มนษุ ยสมั พนั ธขแ องมัคคเุ ทศกแ
หลักมนษุ ยสัมพนั ธแประกอบดวย NURSE&CARE ประกอบดวย
1. Need คอื การรูเขารเู รา มัคคุเทศกจแ ะตองรวู านกั ทองเทย่ี วเปๅนใคร ชาตใิ ด มีลักษณะนสิ ัย
โดยทัว่ ไปเปนๅ อยางไร เพื่อปฏิบตั ิใหเปนๅ ทถ่ี ูกใจนักทองเทีย่ ว เชน นักทอ งเทยี่ วทเี่ ปๅนคนไทยชอบซอ้ื ของ
มากกวาส่ิงอ่นื นกั ทองเทยี่ วที่เปนๅ ชาวเกาหลชี อบรบั ประทานอาหารประเภทผัก เปนๅ ตน
2. Unity คือ สมานฉนั ทแ มัคคเุ ทศกแจะตองรูจ กั อดทน อดกล้นั ยม้ิ แยม ไมนําส่งิ ท่ีไมดีของ
นกั ทองเท่ยี วมากลา ว เชนไมพูดถงึ สงครามโลกครั้งที่ 2 กบั นกั ทอ งเที่ยวทีเ่ ปๅนชาวญป่ี ุน
3. Responsibility คอื ความรบั ผดิ ชอบ มัคคเุ ทศกแจะตอ งมคี วามรับผิดชอบ มัคคเุ ทศกแ
จะตองมีความรูอยา งดีในเรื่องทเ่ี ลา ตอบคําถามได แกป ใญหาได เชน กรณีนักทองเท่ยี วทําของหายหรือ
เกิดอุบัติเหตุ
4. Security คอื ความปลอดภัย มคั คุเทศกตแ องทําใหน กั ทองเทยี่ วมีความรูสกึ ปลอดภยั มั่นคง
ในการนําเทย่ี วของมัคคุเทศกแ
5. Environment คือ ภาวะแวดลอม มคั คเุ ทศกแตองเขาใจวา นกั ทองเทยี่ วน้ันตางก็มคี วาม
เช่ือ ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณแี ละวัฒนธรรม ตลอดจนพื้นฐานทางการศึกษาแตกตา งกัน ฉะนนั้
จะตอ งไมแสดงอาการดูถูกหรือตาํ หนิ ใชค าํ พดู ทีส่ ุภาพ เชน “กรณุ า” หรือ “Please” แทนคาํ
วา “อยา” หรือ “Don‖t”
CARE ประกอบดว ย
1. Collection มัคคุเทศกแจะตองเปนๅ นักสะสม รวบรวมขอมูลตาง ๆ ท้ังความรเู ชิงวิชาการ
และเทคนิคการปฏิบัติงาน
2. Content มัคคุเทศกจแ ะตองรูจกั เก็บรวมรวมเน้อื หาสาระตา ง ๆ ใหไดม ากและถกู ตอง
3. Context มคั คเุ ทศกจแ ะตองมีลลี าทง่ี ดงาม สุภาพและเหมาะสม เชนรูจกั ใชถอ ยคําและการ
แตงกายใหเ หมาะสมกับกาลเทศะ
4. Channel มัคคุเทศกจแ ะตองรจู ักใชว ธิ ีการสือ่ สารทจ่ี ะกอใหเกดิ ประโยชนแแ กน ักทองเทยี่ ว
เชน การนาํ เท่ยี วสถานทีต่ า ง ๆ มัคคเุ ทศกแอาจใหนักทองเท่ียวชมภาพยนตรแ สไลดแ หรืออานเร่อื งราว
เกย่ี วกบั สถานทน่ี ัน้ ๆ เสียกอ น
158
5. Communication มัคคเุ ทศกจแ ะตอ งรูจักการใชส ื่อภาษาที่ดี ซ่ึงอาจใชไ ดห ลายวธิ ี เชน การ
เขียน การพูด การใชสญั ญาณ เสียง แสง สี การเคลอื่ นไหว กิรยิ าทา ทาง รวมตลอดถงึ เครื่องหมายภาพ
ทแ่ี สดงออกอยางมีระเบียบและหลักเกณฑแ ที่มนุษยแในแตละหมูรบั รูและเขา ใจ นบั วาเปๅนสงิ่ ทีส่ ําคญั มาก
6. Approach มคั คเุ ทศกแจะตอ งรูจกั วธิ นี าํ เขา สูเร่ือง เริ่มตั้งแตก ารแนะนําตวั อยา งสุภาพและ
เปๅนกนั เองกับนกั ทองเที่ยว
7. Atmosphere มคั คเุ ทศกแจะตอ งรูจกั สรา งบรรยากาศความเปๅนกันเองกบั นักทองเท่ียว
เพอ่ื ใหนักทองเท่ียวเกดิ ความอบอุนใจ ทองเท่ยี วดว ยความสุข และสนกุ สนาน รจู ักใชอารมณขแ ันให
เหมาะสม การพูดหรือเลา เร่อื งตลกควรระมัดระวัง เพราะเร่ืองตลกของคนกลุม หนึ่งหรือชาติหนงึ่ คนอีก
กลมุ หน่ึงหรือชาติหน่ึงอาจไมตลกกไ็ ด ฉะนนั้ มัคคเุ ทศกจแ ะตองแนใจวา เร่ืองที่จะเลาน้นั เปๅนเรือ่ งตลก
ของคนกลมุ น้นั เน่ืองจากคนุ เคยหรอื เคยอยกู ับคนกลุมน้ันหรือชาตนิ ้ัน จึงควรจะเลา แตถาไมแนใจ ก็ไม
ควรเลา
8. Attension มคั คุเทศกจแ ะตองสนใจ ใสใ จ และใหเ กียรติแกน กั ทองเทยี่ วโดยใชถอยคาํ
นา้ํ เสียง กริ ยิ าทา ทาง การใหเกยี รตแิ กผ ูอนื่ ยอ มจะมีผลตอบรับในทางใหเ กียรตเิ ชน เดยี วกัน
9. Attitude มคั คุเทศกจแ ะตองมที ศั นคตทิ ด่ี ีตอนักทองเทยี่ ว โดยอาจถามถึงเรือ่ งราวทเ่ี กยี่ วขอ ง
กบั เรือ่ งท่นี ําชมใหต อเนือ่ งกับเรือ่ งราวของนกั ทองเทยี่ วบา ง
10. Action มคั คุเทศกจแ ะตองรจู ักแสดงทาทางใหเ หมาะสม เชน กระฉับกระเฉง แจมใส ไม
แสดงอาการกิรยิ าฮดึ ฮดั เกรย้ี วกราด มัคคุเทศกจแ ะตองรูจ กั แสดงทาทางท่ีถูกตองและเหมาะสมเพื่อเปนๅ
ตัวอยา งแกน ักทองเทยี่ ว เชน เมื่อพานักทองเทีย่ วเขา ชมในบริเวณวัด เดนิ ผา นหรือพบพระสงฆแ
มัคคุเทศกแควรแสดงความเคารพโดยการไหวหรอื กมตวั ใหถูกตองตามประเพณไี ทย
11. Appreciation มคั คเุ ทศกตแ องรจู ักปฏบิ ตั ิตอนักทองเท่ียวดวยความชน่ื ชม และถอยทถี อ ย
อาศยั กัน
12. Research มัคคุเทศกจแ ะตองมีความจําแมน ยํา ทั้งทเ่ี กี่ยวกับนักทองเท่ียวและเรอื่ งราวตา ง
ๆ โดยไมตอ งอานจากเอกสาร
13. Evaluation มัคคุเทศกจแ ะตองรจู ักประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านในหนา ท่ีและความรบั ผดิ ชอบ
วา มีขอดี ขอเสีย ประการใด เพ่อื ท่ีจะปรับปรงุ ใหดยี ่งิ ขึ้นในโอกาสตอ ๆ ไป
14. Effectiveness มัคคเุ ทศกแจะตองปฏิบตั งิ านในหนา ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบใหมี
ประสิทธิภาพและปฏิบัติใหดีทสี่ ุด เพอื่ ความเจริญกาวหนาในอาชพี ตอไป
การสรา งมนุษยสมั พนั ธขแ องมคั คเุ ทศกตแ อ ผทู ีเ่ กยี่ วขอ ง
มัคคุเทศกจแ ะปฏิบตั หิ นา ท่ใี หบรรลเุ ปาู หมายตามทตี่ องการไดนั้นผูรว มงานหรอื ผูที่
เก่ยี วขอ งเปๅนสว นสาํ คญั อยางยง่ิ และบคุ คลทมี่ ัคคุเทศกแควรสรา งมนษุ ยสมั พันธแ ไดแ ก
(1) เพื่อนรว มงานในบรษิ ทั นาํ เทยี่ ว
1. กลาวคาํ ทักทายยมิ้ แยมแจมใส ต้งั แตผจู ัดการจนถึงพนักงานทําความสะอาด
2. สรา งความเปๅนกนั เองกับเพอื่ นรวมงาน
159
3. หลีกเล่ียงการกลา วคาํ นินทาเพ่อื นรวมงาน
4. หากมีปใญหาทีเ่ ก่ยี วกับงานควรตกลงดว ยเหตผุ ล
5. ควรมขี องฝากเล็ก ๆนอย ๆ เชน พวกของท่ีระลกึ ขนมตา ง ๆ มาฝากเพ่ือนรว มงาน
เพ่อื แสดงความมนี ํ้าใจ ใหเ หมาะกบั กาลเทศะ มิฉะนั้นคนอ่ืนจะมองวาทาํ เพือ่ ผลประโยชนแ
(2) เพ่ือนมคั คเุ ทศกแ
1. ทักทาย ปราศรยั กรณีท่ีเปๅนมคั คุเทศกแใหม ควรแนะนําตนเองใหเ พ่อื นมคั คุเทศกแ และ
คนที่ เกยี่ วขอ งในอาชีพคนอ่ืน ๆ รูจัก
2. หากเปๅนเพ่อื นมคั คุเทศกแทเี่ คยรจู ักกนั มากอนควรทเ่ี ขาไปทักทาย ถามไถเ ร่อื งการงานที่
ผานมา
3. ใหความเอ้ือเฟ็ือเผื่อแผก บั เพื่อนมคั คุเทศกแที่ทํางานในบริษัทนําเที่ยวทเี่ ดียวกัน
โดยเฉพาะอยาง
ย่ิงเรือ่ งงาน หากเพื่อนมัคคุเทศกตแ ดิ ภารกิจงานอื่น ควรใหค วามชวยเหลือเทา ทส่ี ามารถทําได
4. ไมควรกลา วคํานินทาเพอ่ื นมคั คุเทศกใแ หคนอนื่ ฟใงท้ังคนในบรษิ ทั เดียวกันและตางบริษัท
5. แลกเปลย่ี นขอมูลขาวสารกับมคั คุเทศกคแ นอืน่ ๆ ทีเ่ ปๅนประโยชนใแ นวงการ โดยเฉพาะ
อยา งย่ิงการใชบ รกิ ารในสถานประกอบการ ความรูใหม ๆ เก่ยี วกับแหลงทองเทีย่ ว ฯลฯ เพื่อจะได
ปฏิบัติไดถกู ตองเหมอื น ๆ กันและเลอื กใชบรกิ ารในราคาท่เี ทากนั
(3) นกั ทองเทยี่ ว
1. กลาวคําทักทาย ยิ้มแยม แจมใส แนะนาํ ตนเองใหกับนกั ทองเท่ียวรจู ัก
2. เอาใจใสนกั ทองเท่ียวทุกคนเทาเทยี มกนั ทุกคนมีความสาํ คัญเทา กนั หมด
3. หลีกเลยี่ งการพูด เกยี่ วกบั ภาวะแวดลอ มอ่ืน ท่ีทําใหเ กดิ ความขดั แยง เชน พืน้ ฐานความ
เปนๅ อยู ศาสนา วัฒนธรรม ทร่ี สู ึกเปนๅ ปมดอย และเกิดความแตกแยก
4. มัคคุเทศกแควรแสดงตวั เปๅนเจา บานทดี่ ีโดยการใหบ ริการทเี่ กดิ ความพงึ พอใจกบั
นกั ทองเท่ยี วใหเกิดความประทบั ใจมากที่สุด
5. ควรคาํ นึงถึงประโยชนแของนักทองเทย่ี วมากวา ผลประโยชนแของตนเองท่ีจะไดร ับ
6. เมือ่ นักทองเที่ยวบน หรือไมพอใจในขณะทม่ี คั คุเทศกแกําลงั นําเทีย่ ว หรือไมทบั ใจใน
แหลงทองเท่ยี ว มัคคุเทศกแอยาแสดงอาการโกรธ ราํ คาญ ควรทจ่ี ะเขา ไปทกั ทาย พูดคยุ ทําความเขา ใจ
แสดงทาทีใหร ูวามคั คเุ ทศกแยินดีทจ่ี ะชว ยเหลอื แกไขอยา งจรงิ ใจ สนใจและใสใจในสิง่ ท่ีเขาตองการ จะ
ชวยใหนกั ทองเทยี่ วใชเหตผุ ลพดู คุยและเขา ใจมคั คเุ ทศกมแ ากกวาใชอ ารมณแ
(4) สถานประกอบการ
1. สรา งความคุนเคยกบั บคุ ลากรในสถานประกอบการ มวา จะเปนๅ แหลง ทองเทย่ี ว
รานอาหาร รา นขายของทรี่ ะลึก ฯลฯ
160
2. เขาไปทกั ทาย แนะนําตัวเองกับผทู ่ีเกยี่ วของในสถานประกอบการ นอกจากจะพูดทาง
โทรศัพทแหรือการสงแฟกซอแ ยางเดียว หากรจู ักกันแลวชว งระยะเวลาหนึ่ง แลว เจอกันก็ควรทจ่ี ะมีการ
ทักทาย ถามถึงการทํางาน หรอื ธุรกิจทีท่ าํ อยูในปใจจบุ นั เปๅนอยา งไรบางในชวงขณะน้ี พรอมทง้ั
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นตาง ๆ เกยี่ วกับการมาใชบรกิ ารในสถานประกอบการ โดยเฉพาะเร่อื ง
ขอดี ขอเสยี ของการใหบริการ เชน ความสะดวกสบายและความสะอาดของหองพัก รสชาตขิ อง
อาหาร คุณภาพของสนิ คา และบรกิ ารอ่ืน ๆ เพอ่ื ใหเกดิ การปรบั ปรงุ และพัฒนาทีด่ ีข้นึ แตหาก
ความคิดเหน็ ไมต รงกัน ควรยตุ กิ ารสนทนา
(5) พนกั งานขบั รถ
1. ใหค วามสําคัญกับคนขบั รถในกรณที ี่ออกปฏิบตั นิ าํ เท่ียว นอกจากจะแนะนําตัวเอง แลว
ควรแนะนาํ คนขับรถใหน ักทองเท่ียวรูจ กั ดวย
2. หากมีปใญหาเกย่ี วกับเสนทาง ควรปรึกษากับคนขบั รถ เพราะจะทาํ ใหเขารสู ึกเปๅนสวน
หน่ึงของการนาํ เทีย่ ว
3. ควรใหค นขับรถมีโอกาสรบั ประทานอาหารรว มดวย และมสี ว นรวมในการทํากจิ กรรม
อ่นื ๆ
4. ควรแบง คาคอมมสิ ชนั่ บางสวนใหก ับคนขับรถ ในกรณีทม่ี คั คุเทศกแไดคา คอมมิสช่ันจาก
รา นคาตาง ๆ เชนรา นคา ขายของฝาก รานขายของทร่ี ะลึกตาง ๆ ฯลฯ
อาชพี มัคคเุ ทศกแเปๅนอาชพี ที่ตอ งเปๅนผูน ําเที่ยวใหก ับนักทอ งเทีย่ วทงั้ ชาวไทยและชาว
ตางประเทศ การปฏบิ ัติงานใหส ําเร็จลลุ วงไปดว ยดใี นการจัดนําเท่ยี ว มัคคเุ ทศกตแ อ งสรา งความสัมพนั ธแท่ี
ดกี บั ผูที่เกย่ี วของ ดงั น้นั จะเสนอแนะในการสรางมนษุ ยสมั พนั ธแทดี่ ี ดงั นี้
1. ควรระวงั ในเรอ่ื งสขุ ภาพ การมีมนุษยสัมพันธแทด่ี ี ตอ งเร่มิ ตนทีส่ ุขภาพดี ถาบคุ คลมี
สขุ ภาพดี หนาตาก็ย้ิมแยมแจมใส ทาํ ใหคนอ่นื อยากเขา ใกล
2. ควรระงบั อารมณแไวใ หได ไมวา จะเกิดอารมณโแ กรธ ควรทงิ้ อารมณแตา ง ๆ พยายาม
ทําอารมณใแ หแจมใสกอนจะพูดคุยกับผอู ่ืน
3. การปรับปรงุ บุคลกิ ภาพภายนอกใหเ หมาะสม เชน ปรับปรุงการแตงกายใหสะอาด
เรยี บรอ ย เหมาะสมกบั กาลเทศะ
4. ควรรกั ษาสญั ญา มีความรับผดิ ชอบตอคําพดู และการกระทําของตนเอง
5. ควรรจู ักใหและรับอยา งเหมาะสม
6. ควรมคี วามเกรงใจ โดยเฉพาะอยา งยิง่ คนใกลชดิ เพราะคนเรามักจะลืมรักษานาํ้ ใจ
คนทีใ่ กลชดิ เสมอ
ขอควรระวงั ในการสรา งมนุษยสมั พนั ธแ
เนอ่ื งจากการสรา งมนุษยสัมพันธแ เปๅนการแสดงพฤติกรรมเพ่ือใหไดร บั ความรักใคร
นาเช่อื ถอื ไวใจ และรว มมือรวมใจในการทาํ กจิ กรรมตาง ๆ ดังนั้นจงึ ควรระมดั ระวังในการทําพฤติกรรม
ดังตอ ไปน้ี
161
1. การแสดงสหี นา กิรยิ าทาทาง และบุคลิกภาพที่ไมสุภาพในกรณีทไี่ มพอใจ
2. การนินทาวารายผูอ่ืน ทงั้ ตอหนา และลบั หลงั
3. การพูดประชดประชัน และแสดงความไมพอใจ เมื่อผอู ่ืนถามคําถาม
4. การไมฟ ใงความคดิ เห็นของผูอ่นื คดิ วาตนเองเปนๅ ผูรแู ตฝ าุ ยเดยี ว
5. การโตแยง ถกเถียง กอการทะเลาะววิ าท
6. การแสดงความอจิ ฉาตารอ น และไมมคี วามจรงิ ใจตอผอู ่ืน
7. การพดู โออวด พดู แตเ รื่องของตนเอง พูดขมผูอน่ื
8. การแสดงความอิจฉาตารอ น และไมมีความจรงิ ใจตอผูอ่ืน
9. การเลือกทรี่ ักมักทชี่ งั ลําเอยี งและการตดั สนิ ใจอยางไมเปนๅ ธรรม
10. การไมรักษาคําพูด จติ ใจรวนเร เชื่อถือไมได
11. การแสดงความโมโห ฉุนเฉียว ใจรอ น ไมมีความยืดหยนุ ในการปฏิบตั ิงาน
12. การแสดงความจจู จี้ ุกจิก เจาระเบยี บ จนทําใหผ ูอน่ื รําคาญ
13. การมีอคตทิ ี่ไมด ตี อผูอน่ื
2. บุคลกิ ภาพดี
บคุ ลิกภาพของมัคคุเทศกทแ ี่ดีบคุ ลกิ ภาพทั่วไปประกอบดว ยบุคลิกภาพภายนอกและ
บคุ ลิกภาพภายใน บุคลกิ ภาพภายนอกสาํ หรบั มคั คเุ ทศกแ หมายถงึ ส่ิงท่ปี รากฏใหเห็นไดใ นตัวมคั คเุ ทศกแ
ไดแ ก
1. รา งกาย มัคคเุ ทศกคแ วรใหความสนใจและเอาใจใสต อรา งกายเปนๅ อันดบั แรก โดยพจิ ารณาที่
จะทาํ ใหผทู ี่พบเห็นเกดิ ความสบายตา จมกู และอารมณแ มีจุดสาํ คญั ๆ ในรางกายท่ีตองคาํ นงึ ถงึ คอื
1.1 ผม ไมปลอยใหยุงเหยิง แตควรดแู ลใหส ะอาด และมองดเู รียบรอย ทั้งนี้ มิได
หมายถึงการตกแตงท่ีตองสน้ิ เปลอื งคาใชจ า ย
1.2 หนา ตา แจมใส ไมยูย่ี หรืองว งเหงาหาวนอน
1.3 หู จมูก ฟนใ ควรดูแลทําความสะอาดใหเ รียบรอยต้ังแตกอ นจะออกจากบาน การ
แคะหจู มูก ฟนใ ในทส่ี าธารณะหรือตอหนาบุคคลอื่นเปนๅ มารยาททีไ่ มสภุ าพ ไมค วรปฏบิ ัติ
1.4 เลบ็ ตดั ใหอยใู นสภาพทเ่ี หมาะสมทั้งเล็บมือและเลบ็ เทา ถา จะไวยาวกค็ วร
คาํ นึงถงึ ความสะอาด การแคะเลบ็ ในท่ีสาธารณะกเ็ ปนๅ มารยาทไมควรทําอีกเชน เดียวกัน
2. การแตง กาย ควรไดรบั การดูแลเอาใจใส โดยคํานึงถงึ ความสะอาดเรียบรอย และเหมาะสม
กบั สภาพแวดลอมเปนๅ สําคญั
2.1 เส้ือ กระโปรง หรือกางเกง ควรใหอ ยูในสภาพที่ควรจะเปนๅ ทัง้ รปู รา ง ลกั ษณะ
และสีสันนอกจากความสะอาดเรียบรอ ยแลว ควรคาํ นึงถึงกาลเทศะในการใชเ สื้อผาชดุ นน้ั ๆ ดวย
สาํ หรับเสอ้ื ผาท่มี ีกระดมุ จะตองตรวจดใู หค รบตามจาํ นวน ถา เส้อื ผา มีสิง่ ผิดปกติ เชนมคี ราบเหงื่อไคล
รอยขาด รูโหว ซปิ แตก ฯลฯ ควรปรบั ปรงุ แกไขใหอยูใ นสภาพทีด่ ีกอ นทจี่ ะนาํ มาใช
162
2.2 รองเทา ถุงเทา ตองสะอาด ไมข าด หรือชาํ รดุ และเหมาะสมกับโอกาส หรือ
สถานท่ที ีจ่ ะใชด วย การแตง กายทสี่ ะอาดเรยี บรอ ยและเหมาะสมกบั กาลเทศะ นอกจากจะชวยสราง
บคุ ลิกภาพท่ีดแี ลว ยงั ชว ยใหผูแตง กายน้ันมีความมั่นใจในตนเองมากขน้ึ และชวยสรา งบรรยากาศท่ีดีได
อีกดวยตรงขา มหากแตง กายไมสะอาดเรียบรอย และไมเ หมาะสมจะทําใหเ กดิ ความผนั แปรแหงอารมณแ
ท้งั แกผูท่ีแตงกายและผทู ี่พบเห็น
3. การพดู จา ควรระมัดระวังเก่ียวกับคําพดู นาํ้ เสียง ปฏิกิริยาของผูฟใง ดังนี้
3.1 คาํ พูด ควรระมัดระวงั การใชถ อยคาํ ใหส ภุ าพ เหมาะสม ไมใชค ําหยาบหรือคําทม่ี ี
ความหมายสองแงสองมมุ
3.2 น้าํ เสียง ไมพ ูดหวน ๆ ตวาด กระโชกโฮกฮาก ใหเนนนํ้าหนกั เสยี งหนักเบาให
เหมาะสม พดู ใหช ดั ถอยชดั คํา ไมช าหรอื เรว็ จนเกินไป
3.3 ปฏกิ ิรยิ าของผูฟใง ขณะพูดควรสังเกตปฏิกิริยาของผูฟงใ วาสนใจหรอื ตอ งการฟใง
มากนอยเพียงใด มผี ูใดตองการซักถาม ไมพูดสวนหรือแยงพูด ควรมีจงั หวะจะโคนในการพูดให
เหมาะสม
4. กริ ยิ ามารยาท หมายถงึ การแสดงออกทางสหี นา ทา ทาง และความประพฤติ จะตองอยใู น
อาการสาํ รวม เชน ไมล วง แคะ แกะ เกา ควัก จมิ้ รางกายในทีช่ มุ ชน และไมกระทาํ การท่ีควรกระทําใน
ทลี่ บั ไปกระทาํ ในท่ีแจง หากจําเปนๅ จริง ๆ กค็ วรกระทาํ ใหแนบเนียน เชน การจาม การไอ หรอื เมื่อเกิด
อาการคนั กค็ วรหนั ความสนใจของผทู ่ีอยรู อบขางไปท่ีอน่ื เสียกอ น แลว จึงแอบ ๆ ทํา
บคุ ลกิ ภาพภายในสาํ หรบั มคั คเุ ทศกแ หมายถงึ สิ่งท่ีมัคคเุ ทศกแแสดงออกจากความรสู กึ ภายใน
หรอื ที่เรยี กกนั วา “จรรยาบรรณของมคั คเุ ทศกแ” ท่ีสาํ คญั มีดงั น้ี
1. มีทัศนคติท่ดี ตี ออาชีพและหนา ทข่ี องมคั คุเทศกแ ตอธุรกจิ การทองเที่ยว และตอช่ือเสียงของ
ประเทศชาติ
2. มีความซอื่ สตั ยสแ จุ รติ ตอนักทองเทีย่ ว และทุก ๆ ฝาุ ยทเี่ ก่ียวขอ ง
3. มีสตใิ นการปฏิบตั หิ นาท่ีการงาน
4. มีนํา้ ใจตอ นักทองเทีย่ ว
5. มองโลกในแงดี และมีมนษุ ยสมั พนั ธแ
6. มคี วามรับผดิ ชอบในหนา ที่
จรรยาบรรณของมัคคเุ ทศกทแ ่ีสาํ คัญดังกลาวขางตนนี้ จะชว ยใหการปฏบิ ัติงานของมัคคเุ ทศกแ
สําเร็จลุลว งไปไดอยา งดแี ละมีประสิทธภิ าพ โดยเฉพาะอยางยง่ิ งานทม่ี ัคคเุ ทศกมแ กั จะประสบคอื ปใญหา
เฉพาะหนา ที่จะตอ งแกไขโดยเรงดว น ซึ่งมกั จะเปๅนปใญหาท่ีไมคาดคิดมากอน บอยครั้งปใญหาเกิดขึ้น
กอนที่มคั คเุ ทศกจแ ะพบกับนักทอ งเทีย่ ว เชน นักทองเที่ยวปวดฟในขณะเดนิ ทาง นกั ทองเทีย่ วทําฟนใ
ปลอมหาย นักทองเท่ียวทาํ แวนสายตาตกแตก ฯลฯ หากมัคคุเทศกแมจี รรยาบรรณก็ยอมจะชวย
แกปญใ หาใหส ําเร็จไดโ ดยงา ย และเปๅนผลดแี กเจาของปใญหาอยางแนนอน
163
3. มีความรดู ี
มัคคุเทศกแตองมคี วามรเู ร่ืองสําคญั 6 ประการ ดงั นี้
1. ความรูเ กี่ยวกบั ขอมลู ทัว่ ไปท่สี าํ คัญของบริษัท เชน การบริการ เสนทางนาํ เทยี่ ว เบอรแ
โทรศพั ทแ หรือแฟกซแ สถานที่ติดตอ เพื่อประโยชนใแ นการปฏบิ ัติงานและใหขอมูลแกน กั ทองเทยี่ ว
2. ความรูโดยรวมของประเทศไทย เก่ยี วกับประวตั ิศาสตรแ ภูมศิ าสตรแ สังคม การเมือง การ
ปกครอง ศาสนา เทศกาลงานประเพณีท่ีสําคัญ วัฒนธรรมความเปๅนอยูของผคู นในแตล ะภาค
3. สถานทที่ องเทีย่ ว ประเพณี วัฒนธรรม และผลติ ภัณฑพแ ื้นเมอื งในทอ งถิน่ สถานทเ่ี ที่ยว เบอรแ
โทรศัพทแ หรอื แฟกซแ สถานที่ติดตอ เพื่อประโยชนแในการปฏบิ ัตงิ านและใหขอ มลู แกนักทองเท่ียว
ทองเทีย่ วในทอ งถิ่นทั้งท่เี ปๅนธรรมชาติและมนุษยแสรา งขน้ึ เชน อาคารบา นเรือน วดั โบราณสถาน และ
ผลิตภณั ฑแพื้นเมือง เชน เครอ่ื งจกั สาน ผาทอ งานแกะสลกั การแสดงของทองถ่ิน เชน มโนราหแ ฟอู น
เลบ็ ระบาํ ชาวเขา เทศกาลและประเพณีตาง ๆ เชน ลอยกระทง สงกรานตแ บญุ บ้งั ไฟ งานแหเทยี น
พรรษา ฯลฯ
4. ขัน้ ตอนและวิธีการเขาออกเมอื ง การเก็บภาษี การติดตอกบั หนวยงานราชการท่ีเกีย่ วของ
มัคคเุ ทศกแตองใหค าํ แนะนํานักทอ งเที่ยว และดูแลใหการติดตอกับฝาุ ยตาง ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ งใหเ ปนๅ ไปอยา ง
ราบรืน่
5. ตอ งมคี วามรูในการใชภ าษาตางประเทศ มีทักษะในการพูด อาน และเขียน เปๅนอยา งดี ส่ิงท่ี
สําคัญทส่ี ุด คือ สามารถพดู บรรยายใหนกั ทองเท่ยี วเขาใจเรื่องราวตาง ๆ ได
6. ตอ งมกี ารประสานงานและความสมั พันธทแ ี่ดีกับธุรกจิ อนื่ ๆ ทีเ่ ก่ียวของกบั การทองเทย่ี ว
เพื่อชว ยใหก ารปฏบิ ตั ิงานเปๅนไปอยางราบร่ืน และกอ ใหเ กิดความประทับใจแกนักทองเท่ียวมากทีส่ ดุ
เชน การคมนาคมขนสง ที่พัก รานอาหาร ธรุ กจิ บนั เทิง และรา นขายของท่ีระลึก
4. มีความรกั งาน
มคั คุเทศกแตองมคี วามภาคภูมใิ จในอาชีพของตน มีใจรกั ในงานบรกิ าร มีความรับผิดชอบใน
หนา ท่ี ต้ังใจปฏบิ ตั ิงานใหมีคุณภาพมากทส่ี ุด อดทนตอปญใ หา พยายามปรับปรุงแกไขในสวนบกพรอง
ของตนเองและรักษามาตรฐานการทาํ งานทด่ี ใี หไดตลอดไป
5. มศี ลิ ปะในการพดู
การพูดเปนๅ ศาสตรแแ ละศลิ ป หมายถึง การพูดมีกฎเกณฑแสําหรบั เรียนรแู ละการปฏิบตั ิ
ขณะเดยี วกนั ก็อาศยั ความสามารถเฉพาะตัวของผูพดู ดว ย มัคคเุ ทศกแตองมีการเตรียมตวั ทีด่ สี าํ หรับการ
อธิบาย การลาํ ดบั เนื้อหา ถา ยทอดดว ยภาษาทเ่ี ขาใจงาย รจู ักกาลเทศะ ควรพดู เรือ่ งใด เวลาใด ใช
ภาษาใหเหมาะสมกับเพศ วยั และสถานการณแ
มัคคุเทศกแเปนๅ ผทู ่ีอยูใกลชิดกับนักทองเทย่ี วมากทสี่ ุด เพราะฉะน้ันผเู รียนจึงควรจะไดเ รยี นรู
และทาํ ความเขาใจเก่ียวกบั หนาท่ีและความรบั ผดิ ชอบ คุณลักษณะอนั จาํ เปนๅ ท่ีจะทาํ ใหช ื่อเสยี งของ
ประเทศชาตเิ ปๅนทีร่ ูจกั ทวั่ โลกและชว ยเพิม่ พูนจํานวนนกั ทองเทยี่ วใหเขามาเที่ยวในประเทศไทยไดม าก
ขึน้
164
จติ อาสา
ความหมาย จติ อาสา แยกคําศัพทแคือ จติ +อาสา ที่แปลไดวา
จิต หมายถงึ ใจ สง่ิ ท่มี หี นาที่รคู ดิ และนึก ธรรมชาตทิ ร่ี อู ารมณแสภาพทีน่ ึกคิด ความคิด
อาสา หมายถึง ความหวัง ความตอ งการ การรับทําโดยเต็มใจ สมัคร ใจ แสดงตัวขอรับ
ทาํ การน้นั
จิตอาสา จิตอาสาจะมีลักษณะเดียวกันกับจิตสํานึก (ความรูสึกดีหรืออยากตอบแทนส่ิงท่ี
เปๅน ประโยชนแตอ ตนเอง สงั คม โลกมวลมนุษยแ) หรือภาวะท่ีจิตตื่นและรูตัวสามารถตอบสนองตอส่ิงเรา
จากประสาท สัมผัสทั้ง 5 คือ รูป เสียง กล่ิง รส และส่ิงท่ีสัมผัสไดดวยกาย จิตสาธารณะ จิตสํานึก
สาธารณะ จิตบริการ จิตอาสา จิตสํานึกทางสังคม คําศัพทแเหลาน้ีมีลักษณะมีความหมายคลายคลึงกัน
หรือปฏิบัติในแงเดียวกัน โดยความหมาย ของศัพทแเหลานี้ทานกลาวความหมายเอาสรุปได 5 ประการ
คือ
ประการที่ 1 จติ สาธารณะ คือ จติ สํานึกเพอื่ สวนรวมจติ สํานกึ (ความรสู กึ ดีหรืออยากตอบ
แทน สง่ิ ทปี่ ระโยชนตแ อตนเอง สงั คม โลกมวลมนุษยแ) หรอื ภาวะท่ีจติ ตน่ื และรูต วั สามารถตอบสนองตอ
ส่ิงเรา จาก ประสาทสัมผสั ทั้ง 5 คือ รูป เสยี ง กล่งิ รส และส่ิงทสี่ ัมผสั ไดดว ยกาย การตระหนักรแู ละ
คาํ นึงถงึ สวนรวมรวมกัน, การคํานงึ ถงึ ผูอ่ืนรวมสมั พนั ธเแ ปนๅ กลุมเดยี วกัน
ประการท่ี 2 จติ สาธารณะ คือ จติ อาสา ท่ีแสดงออกมาในรปู ของพฤติกรรม ทเี่ กดิ ข้นึ ดวย
ความ สมัครใจเพอ่ื สวนรวม โดยการแสดออกดวยการอาสาไมม ใี ครบังคับ 4
ประการที่ 3 จติ สาธารณะ คือ การสํานึกสาธารณะ ซง่ึ หมายถึงการท่บี ุคคลตระหนกั รูและ
คํานงึ ถงึ ประโยชนแสขุ ของสวนรวมและสังคม มองเห็นคุณคาของการเอาใจใสด แู ลรักษาส่งิ ตา งๆ ทเี่ ปๅน
ของสวนรวม
ประการที่ 4 จิตสาธารณะ คือ จติ บรกิ ารที่เกย่ี วกับการคิด และการปฏบิ ัติในการใหความ
ชว ยเหลือผูอน่ื เปๅนการประพฤติปฏบิ ัตทิ ่ีมุงความสุขของผูอ่ืนท่ตี งั้ อยบู นพน ฐานของความตง้ั ใจดแี ละ
เจตนาดี
ประการที่ 5 จิตสาธารณะ คือ จิตสํานกึ ทางสงั คมทส่ี ํานกั งานและคณะกรรมการวจิ ยั แหงชาติ
ไดอธบิ ายวา เปๅนการรูจ กั เอาใจใสเ ปๅนธุระ และเขา รวมในเรื่องของสวนรวมท่เี ปนๅ ประโยชนแตอ
ประเทศชาติมีความสํานึกและยดึ มัน่ ในระบบคุณธรรม และจรยิ ธรรมท่ดี งี าม ละอายตอ สิ่งผิดเนน ความ
เรียบรอ ย ประหยัด และมคี วามสมดุลระหวา งมนุษยแกับธรรมชาติ
คาํ ศัพทแเกี่ยวของ
คําวา”จิตอาสาสาธารณะ” หรือ “จิตสํานึกสาธารณะ” (Public Consciousness) เปๅน
คําศัพทแใหมในทางสังคมศาสตรแซึ่งกําลังไดรับความสนใจจากแวดวงนักวิชาการพัฒนาอยางกวางขวาง
ในทางปฏิบัติ เมื่อกลาวถึงคําวา “จิตอาสาสาธารณะ” หรืออาจจะเปๅนคําอื่นๆ เชน “จิตอาสา”
“จิตสํานึกเพ่ือสังคม” “จิตสํานึก เพ่ือสวนรวม” “จิตสํานึกเพื่อมวลชน” คําเหลาน้ีลวนมีความหมายท่ี
ใกลเคียงกันมากขึ้นอยูกับผูใชวาเปๅนคน กลุมไหน ซ่ึงอาจแยกยอยออกไปตามความสนใจเฉพาะกลุม
165
เชน จิตสํานึกทางการเมืองในการสรางประชาธิปไตย ใหเกิดข้ึนในสังคม จิตสํานึกดานส่ิงแวดลอมของ
เยาวชนในชุมชนทองถ่ินหรือจิตสํานึกทางสังคมเชนการพัฒนา ชุมชนหรือชวยเหลือคนยากไร (อริสา
สขุ สม: 2553)
โดยสรุปจิตสาธารณะ/จิตอาสาสาธารณะ หมายถึง พฤติกรรมหรือการกระทําของบุคคลที่
เกิดขึ้นโดย ความสมัครใจ ปรารถนาที่จะชวยเหลือ ชวยแกไขปใญหาเกิดข้ึนในสังคม และตระหนักถึง
ความ รับผิดชอบตอสังคม มีสํานึกในระบบคุณธรรม และจริยธรรมที่ดีงามดวยการเอาใจใสดูแล เปๅน
ธุระ ปรารถนาท่ีจะ ชวยเหลือสังคม ตองการแกไขปใญหาของสังคมดวยการเขาไปมีสวนรวมในเรื่องท่ี
เปๅนประโยชนแตอสวนรวม
จติ สาํ นกึ ตอสงั คม (Social Consciousness)
บญุ สม หรรษาคิริพจนแ (2542: 71-73) ใชคําวา จิตสํานึกท่ีดีในสังคมในท่ีนี้หมายถึง สังคม ใน
ชุมชนของตน การปฏิบัติตนใหมีจิตสํานึกท่ีดีตอชุมชนของตน ลือ การปฏิบัติและการมีสวนรวมที่ดีใน
กจิ กรรม ของชมุ ชน การชว ยกันดชู ุมชนของตน การใหความรวมมือการ เสียสละกําลังกาย กําลังทรัพยแ
เพ่ือการรักษาความ ปลอดภยั ในชุมชน เพื่อสาธารณูปโภคในชุมชน การใหความเปๅนมิตรและมีน้ําใจตอ
กัน สุพจนทแ รายแกว (2546: 50) นิยามจิตสํานึกตอสังคมวา หมายถึง คุณลักษณะทางจิตใจ ของบุคคล
เก่ียวกับ การมองเห็นคุณคา หรือการใหคุณคาแกการมีปฏิสัมพันธแทางสังคมและสิ่งตาง ๆ ท่ีมีอยูใน
สงั คม ที่ไมม ผี ใู ดผหู น่งึ เปนๅ เจาของ หรือเปๅนสิ่งท่คี นในสงั คมเปนๅ เจา ของรวมกัน เปๅนส่ิงท่ีสามารถสังเกต
ไดจาก ความรูส ึกนกึ คดิ หรอื พฤติกรรมทีแ่ สดงออกมา สภุ ัทรา ภูษิตรัตนาวลี (2547) นิยาม จิตสํานึกตอ
สังคม หมายถึง ภาวะที่รูตัวของบุคคลท่ี มีความโนมเอียงทางความคิด ความรูสึกกอนท่ีจะเขาไปมีสวน
รวมในกิจกรรมท่ีมีสวนชวยใหผูคนในสังคมเกิดการ เปล่ียนแปลง หรือไดรับการสงเสริมดานตาง ๆ ใน
ทิศทางท่ีดขี ้ึน โดยสรุปจิตสํานึกตอสังคม หมายถึง ลักษณะทาง 10 จิตใจหรือภาวะที่รูตัวของบุคคลท่ีมี
ความโนม เอยี งทางความคดิ และความรสู กึ เกีย่ วกับการมองเห็นคุณคาหรือให คุณคาแกการมีปฏิสัมพันธแ
กับบคุ คล หรือสิ่งของทม่ี ีอยใู นสังคมที่ไมมีผูใดเปๅนเจาของ หรือเปๅนสิ่งท่ีเปๅนเจาของ รวมกัน มีจิตสํานึก
ที่ดีตอชุมชนของตน โดยชวยกันดูแลสังคมชุมชน เลียสละกําลังกาย กําลังทรัพยแ เขารวม กิจกรรมท่ีมี
สว นชวยใหสงั คมเกดิ ความเปลยี่ นแปลง หรือสงเสรมิ ดา นตา งๆ ในทศิ ทางที่ดีขน้ึ
จติ สานกึ เพ่อื สว นรวม
การมีความรับผิดชอบตอสังคมหรือการใหความสําคัญกับสวนรวม หรือส่ิงอันเปๅน สาธารณะ
สมบัติเชน ปุาไมแมน้ําลําธาร ทางสาธารณะ สวนสาธารณะ ไฟฟูาสาธารณะ ทางหลวง ตลอดจนของ
หลวงและประเทศชาติบานเมือง เปๅนตน ไมเห็นแกตัวทําลายลางใหจนเสียหายเส่ือมโทรม สูญส้ิน ใน
ทัศนะของพระพุทธศาสนานั้น จิตสํานึกเพื่อสวนรวมหมายถึง จิตท่ีประกอบดวยความ เอ้ือเฟื็อเก้ือกูล
หรือความคดิ ท่มี ุงท่จี ะทําแตประโยชนแเก้ือกูลท้ังแกตนและผูอ่ืน ตลอดจนสาธารณะทั่วไป โดยมี เมตตา
166
จิต (ปรารถนาดี) และกรุณาจิต (ความคิดรวมดวยชวยแกปใญหา) เปๅนพื้นฐาน ผูที่ปลูกจิตสํานึกเพ่ือ
สวนรวม ใหเ จรญิ งอกงามในจติ ใจไดมากเพยี งใด ยอ มสามารถแกวกิ ฤตปญใ หาความเห็นแกตัว ทําใหเปๅน
คนเสียสละ อุทิศตน ทุมเททํางานเพ่ือผลประโยชนแตอสวนรวม ไดมากเพียงนั้น การปลูกจิตสํานึกเพื่อ
สวนรวม ตามวิถีแหงพุทธธรรม คือ การประพฤติปฏิบัติตาม “หลักสังคหวัตถุธรรม/หลักแหงการ
สงเคราะหแ” 4 ประการ” กลาวคือ 1) ทาน คือ การใหเอื้อเฟ็ือเผ่ือแผเสียสละ แบงปในสิ่งของ ตลอดถึง
ใหความรูและแนะนําส่ังสอน ซึ่งจะชวยแกไขปใญหาการแยง อาหาร ท่ีอยูอาศัย คูสังวาส อํานาจใน
สังคมสวนรวมได 2) ปิยวาจา กลาวคําสุภาพ ไพเราะออนหวาน สมานไมตรี ทําใหเกิดความรักความ
เคารพนบั ถอื ซงึ่ กนั และกัน สามารถชวยแกไ ขปญใ หาความขดั แยง 3) อัตถจรยิ า การ ขวนขวายชวยเหลือ
กิจการหมูคณะ ดูแลรักษาสมบัติสวนรวม และบําเพ็ญสาธารณะประโยชนแและ 4) สมานัตตตา
ประพฤติตนใหเหมาะสมแกฐานะและภาวะท่ีดํารงอยู ปฏิบัติหนาที่ในฐานะสมาชิกของสังคมใหถูกตอง
มีการกลาว วา “วัตถุยิ่งเจริญ คนย่ิงเห็นแกตัวมากขึ้น” วิกฤตปใญหานี้สามารถแกไขไดดวยการปลูก
จิตสํานึกท่ีดีเพ่ือสวนรวม โดยยึดคติวา “อยูเพื่อตัว อยูแคสิ้นลม แตถาอยูเพ่ือสังคม จะอยูชั่วฟูาดิน
สลาย” นน่ั เอง
จติ สาํ นกึ พลเมอื ง
จติ สาํ นึกพลเมอื งมาพรอ มกับการสรา งสาํ นกึ พลเมืองประชาธิปไตยใน 3 ดาน คือ เคารพ กติกา
เคารพความแตกตาง เพราะทุกคนเปๅนเจาของประเทศเชนเดียวกัน และรวมรับผิดชอบตอสังคม โดยใช
วิธีการลงมือทําจากเร่ิมที่ตนเองกอน แลวขยายวงกวางออกไปในสังคมท่ีตนเองอยูอาศัย พรอมสราง
เงื่อนไขการ เรียนรูและเรียนรูชวยเหลือกันลักษณะเครือขาย โดยทุกองคแกรตางสามารถเขามามีสวน
รวมในบทบาทหนา ที่การ พฒั นาเพ่ือใหเ กดิ สํานึกพลเมือง เพราะฉะนนั้ บคุ คลจะเปนๅ พลเมืองดีมีจิตอาสา
ของสังคมนั้น ตองตระหนักถึง บทบาทหนาที่ที่ตองปฏิบัติมุงมั่นใหบรรลุเปูาหมายดวยความรับผิดชอบ
อยางเตม็ ที่ สอดคลอ งกับหลกั ธรรม วัฒนธรรม ประเพณแี ละรัฐธรรมนูญที่กําหนดไวรวมทั้งบทบาททาง
สังคมที่ตนดํารงอยู เพื่อใหเกิดประสิทธิภาพ สูงสุด ไดประสิทธิผลทั้งในสวนตนและสังคม เมื่อสามารถ
ปฏิบัติหนาท่ีไดอยางถูกตองสมบูรณแยอมเกิดความภาคภูมิใจและเกิดผลดีท้ังตอตนเองและสังคมดวย
การเปๅนพลเมืองดีท่ีเคารพกฎหมาย เคารพสิทธิเสรีภาพของผูอ่ืน มีความกระตือรือรนท่ีจะเขามามีสวน
รวมในการแกปใญหาของชุมชนและสังคม มีคุณธรรมและจริยธรรมเปๅนหลัก ในการดําเนินชีวิตอยางมี
ความสุขสงบ
ประโยชนขแ องการมจี ติ อาสา
1. คมู ือจติ อาสา Give & Volunteer Guide (ม.ป.ป.) ของโครงการอาสาเพื่อในหลวงพบจิตอา
สามี ความสําคัญและมีประโยชนแคือ บุคคลที่มีจิตอาสาจะไดรับความสุขจากการใหดวยใจและหวังไม
หวงั ผลตอบแทน 40 เมื่อมีความสุขฮอรโแ มนเอน็ โดรฟนิ (Endrophin) จะหลงั่ โดยอัตโนมตั ิสง ผลใหผูใหมี
จิตใจที่เปๅนสุขและมีสุขภาพ แข็งแรง และการมีจิตอาสายังมีประโยชนแตอสังคมและประเทศชาติในแง
167
ของการมีชีวิตท่ีปลอดภัย เน่ืองจากทุกคน รวมใจกันชวยเหลือซ่ึงกันและกัน โดยไมหวังผลตอบแทน
สง ผลใหสงั คมเขม แข็ง ปใญหาสังคมลดลง ชีวติ มคี วาม มัน่ คงปลอดภยั มากข้ึน
2. ไดเรียนรูสิ่งที่แตกตางและไดศึกษาจากการปฏิบัติจริง การทํางานอยางจริงจังและการ
ทํางานที่ไม คํานึงถึงผลลัพธแที่จะไดรับแตทํางานอยางเต็มที่แตทําใหประชาชนมีความรูสึกรับผิดชอบ
เกดิ ความรูส ึกเปนๅ เจาของ ประเทศจนเกิดความรัก และหวงแหนยิ่งข้นึ
3. กิจกรรมจิตอาสาท่ีเปๅนการใหและการอาสาน้ัน มิไดกอใหเกิดประโยชนแเฉพาะแตกับสังคม
สว นรวม หรือผรู บั บริการเทาน้ัน ผูใหหรือผูอาสาเองก็มีโอกาสไดเรียนรูส่ิงใหมๆ ซ่ึงสงผลตอการพัฒนา
ความรคู วามสามารถ และศักยภาพของตัวผูใหเองดวย นอกจากนี้กระบวนการพัฒนาคนดวยจิตอาสาก็
เปๅนที่ยอมรับวามีผลตอการ พัฒนาความคิดเชิงบวกอันจะเปๅนแนวทางอยางยั่งยืน เพื่อแกไขปใญหา
ในทางสรางสรรคแไมวาจะเปๅนปใญหาสวนตัว การงาน ปใญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง อันจะนํามาซึ่ง
การอยูร ว มกนั ของสงั คมไดอ ยา งเขา ใจกนั และมคี วามสงบ สุขสันติทั้งชวยลดความเหลื่อมล้ําแตกตางใน
เรื่องชนช้ันในสงั คมใหนอยลงกระทั่งมีความเสมอภาคเปๅนธรรมแก สังคม (ไพศาล สรรสรวิสุทธ์ิ, 2550:
11-14)
4. ทําใหปใญหาของสังคมลดนอยและหมดไปในท่ีสุด หรือปูองกันไมใหปใญหานั้นหรือปใญหาใน
ลักษณะ เดียวกันเกิดข้ึนแกสังคมอีก กระท่ังเกิดความเจริญกาวหนาในสังคมขึ้นมาแทนท่ี ทําให
ประชาชนมีความสมัคร สมานสามัคคีและอยูรวมกันอยางมีความสุขตามฐานะของแตละบุคคล และ
ประเทศเกดิ ความเปนๅ ปกึ แผน ที่มน่ั คง ตลอดไป
ขอดขี องการเปนๅ จติ อาสา
1. ไดสรางเกียรติประวัติใหตัวเอง ถาคุณเปๅนคนท่ีกําลังหาตําแหนงงานวาง คุณลองเสียสละ
เวลาสักนิดกอนรอนใบสมัครงานไปเขาโครงการจิตอาสาตาง ๆ สักพักหน่ึงดูสิ คุณจะรูวาแคกรอก
ประวัติการทํางานจติ อาสาเขาไป มันกม็ ชี ยั มากกวา การถือทรานสคริปตแงาม ๆ ใหนายจางดู น่ันก็เพราะ
นายจางเขาตอ งการจางคนท่มี ีทัศนคตทิ ่ีดี ไมเ ห็นแกตวั เพื่องานท่ดี ีสําหรับองคกแ รเขาไงละ
2. ไดสขุ ภาพท่ีดี สุขภาพทางดานจิตใจและอารมณแจะเปนๅ สงิ่ ทีเ่ หน็ ไดชดั มาก อยางนอ ยคุณจะ
รูสึกดที ี่ไดชวยใหผ อู ่ืนพน ทุกขแ มพี ืน้ ฐานจติ ใจทดี่ ีจากการเมตตาคนอน่ื มีสุขภาพกายที่ดจี ากการทุมเท
พลังกาย รูสกึ ภาคภมู ิใจในตวั เองท่ีเปๅนสวนหนงึ่ ไดข ับเคล่อื นใหภารกิจประสบความสําเรจ็ (ซง่ึ การไดให
และไดรับกาํ ลงั ใจน้ี มนั มีผลโดยตรงกบั การหลง่ั สารท่เี ก่ยี วกบั ความสขุ ในรา งกาย นัน่ กแ็ ปลวา มัน
เกี่ยวกับเร่ืองสุขภาพดว ย) ถา คณุ กําลงั ทอแท สน้ิ หวัง ลองใชโ อกาสสกั ครง้ั แบกเปูไปลุยปาุ ลุยงาน
อาสาสมัครสักครัง้ นอกจากธรรมชาตแิ ลว กาํ ลงั ใจและกําลังกายก็ไดม าจากการทาํ งานจิตอาสา
3. ไดสงตอความรักใหกับคนอื่น เห็นการเติบโตจากรุนสูรุน ถาคุณเปๅนวัยรุนตอนตน หรือรูสึก
วา ไลฟสไตลแทค่ี ุณเปๅนอยนู ี้มันเหมือนเด็กทไี่ มรจู ักโต งานจิตอาสาจะชวยใหคุณรูจักคําวา “ผูใหญ” มาก
ขึ้น การเปๅนผูใหญหมายความวา อะไร? มนั ก็หมายความวาถาตอนน้ีคุณไดเปๅนจิตอาสา และคุณก็มีลูก
เปๅนจิตอาสา ก็เทากับวาคุณกําลังสรางคุณลักษณะใหลูกมีความเห็นแกตัวนอยลงตอเพ่ือนมนุษยแ ซึ่ง
คุณลักษณะน้ีจะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต เมื่อพวกเขามีลูกมีหลาน เขาก็จะสงตอคุณลักษณะน้ีไปอีก
168
ซึ่งมันเปๅนเรื่องท่ีดีมากที่โลกอยูไดก็เพราะยังมีการสงตอเร่ืองดี ๆ ตอกัน มีน้ําใจระหวางเพื่อนมนุษยแ
ดว ยกนั อยางไมจบสนิ้
4. เคารพคนอื่นมากขน้ึ การเปนๅ อาสาสมคั ร นอกเหนือจากการอุทิศตัวเองแลว ยังหมายถึงการ
เคารพเพ่ือนอาสาสมัครคนอ่ืน ๆ ที่คุณตองใชชีวิตรวมกัน ทํางานรวมกันตลอดเวลาดวย ซึ่งมันเปๅน
พื้นฐานท่ีดีใหคุณไดเรียนรูไวกอนที่จะไปทํางานกับองคแกรอ่ืน หรือสมัครงานเขาบริษัทอ่ืน เพราะฉะนั้น
จงจําไวเสมอวา มติ รภาพท่ีดมี นั หายากยง่ิ กวา สําเนารบั สมัครงานเสยี อีก
5. ไดเจอเพื่อนใหม เอาเขาจริงแลวงานจิตอาสาก็คืองานที่จะไดออกไปพบปะสังคมที่กวางข้ึน
พบปะผูคนที่มีความคิดเหมือนกัน เหมือนกับการเขาปารแต้ีงานหนึ่งที่เรียนรูตัวเองไปดวย เรียนรูคนอื่น
ไปดวย แถมยังไดคอนเนคชนั มากข้ึนจากคนท่ีคยุ ถูกคอกนั เอง ถาคุณกําลังหาเพ่ือนใหม อยากไดเพ่ือน
ดี ๆ เพิ่มขึ้น งานจิตอาสาคือโอกาสของคุณที่จะไดพบปะกับผูคนมากหนาหลายตาในแบบเห็นตัวตน
เห็นทุกขแสุขดวยกันเม่ือไดมาทํางานรวมกัน ซึ่งโอกาสดี ๆ แบบน้ี ถาคุณไมไดลองเขาคาย เขาโครงการ
จิตอาสาสักครั้ง คุณกับพวกเขาก็อาจจะเดินสวนทางกัน ไมกลารูจักกัน พลาดโอกาสดี ๆ ตอกันเพียง
เพราะเหน็ กนั แตผวิ เผินนน่ั เอง
6. ไดเพิ่มพูนทักษะความรู งานอาสาสมัครเปๅนงานที่มีแคตัวเปลา ๆ ก็ทําไดแมจะไมมีเงินหรือ
ความรตู ดิ ตัวมาเลย ดังนั้น โอกาสน้ีถือเปๅนโอกาสดีที่คุณจะไดพัฒนาตัวเองไปดวยจากการลงมือทํางาน
ในดา นตาง ๆ โดยเฉพาะอยางย่ิง งานธุรการ งานดานประสานงาน ถาคุณไมเคยมีพ้ืนฐานอะไรเลย คุณ
ก็จะไดทักษะการใชโปรแกรม การทําฟอรแมเอกสาร การใชเครื่องมือส่ือสาร ติดตัวไปดวยหลังจากจบ
โครงการใหคุณมั่นใจไดเลยเม่ือตองกรอกใบสมัครงานในชองทักษะความสามารถ หรือถาคุณไดอยูใน
สายงานท่ีเก่ียวกับการประสานงาน การใหบริการแบบสายดวน เม่ือคุณไดไปทํางานทางดานนี้
โดยเฉพาะจริง ๆ คุณก็จะไมร ูส ึกประหมา เกนิ ไป
เรอ่ื งท่ี 3 การประชาสมั พนั ธดแ ว ยส่อื ทห่ี ลากหลาย
สอ่ื สงั คมออนไลนแ
ความหมายของสอื่ สังคมออนไลนแ
สอื่ สังคมออนไลนแ หมายถึง สือ่ ดจิ ิทลั ท่เี ปๅนเคร่ืองมือในการปฏบิ ัตกิ ารทาง
สงั คม (Social Tool) เพ่ือใชสอ่ื สารระหวางกนั ในเครือขา ยทางสังคม (Social Network) ผานทาง
เว็บไซตแและโปรแกรมประยุกตบแ นสอ่ื ใดๆ ท่ีมกี ารเชื่อมตอกับอินเทอรแเนต็ โดยเนนใหผูใชท้งั ทีเ่ ปๅนผสู ง
สารและผูรับสารมสี วนรว ม (Collaborative) อยางสรางสรรคแ ในการผลิตเน้อื หาข้ึนเอง (User-
GenerateContent: UGC) ในรูปของขอมูล ภาพ และเสยี ง
ประเภทของสอื่ สงั คมออนไลนแ
ประเภทของสอื่ สังคมออนไลนแ มดี วยกันหลายชนิด ข้ึนอยกู ับลกั ษณะของการ
นํามาใชโ ดยสามารถแบงเปๅนกลุม หลกั ดงั นี้
1. Weblogs หรือเรียกส้นั ๆ วา Blogs คอื สือ่ สว นบคุ คลบนอินเทอรแเนต็ ที่
169
ใชเผยแพรขอมลู ขา วสาร ความรู ขอคิดเหน็ บันทึกสวนตัว โดยสามารถแบงปในใหบุคคลอืน่ ๆ โดยผูรับ
สารสามารถเขา ไปอาน หรือแสดงความคดิ เห็นเพม่ิ เติมได ซึ่งการแสดงเน้ือหาของบล็อกน้ันจะ
เรยี งลาํ ดบั จากเนื้อหาใหมไปสูเนอ้ื หาเกา ผเู ขียนและผูอา นสามารถคน หาเน้ือหายอนหลงั เพอ่ื อา นและ
แกไ ขเพ่ิมเตมิ ไดตลอดเวลา เชน Exteen, Bloggang, Wordpress,Blogger, Okanation
2. Social Networking หรือเครือขา ยทางสังคมในอนิ เทอรแเนต็ ซง่ึ เปนๅ
เครือขายทางสงั คมท่ีใชสาํ หรับเชอ่ื มตอระหวางบคุ คล กลมุ บคุ คล เพ่ือใหเกิดเปๅนกลุมสังคม (Social
Community) เพอื่ รว มกันแลกเปลีย่ นและแบงปนใ ขอมูลระหวางกนั ท้ังดานธรุ กิจ การเมือง การศกึ ษา
เชน Facebook, Hi5, Ning, Linked in,MySpace, Youmeo, Friendste
3. Micro Blogging และ Micro Sharing หรอื ท่เี รียกกันวา “บล็อกจวิ๋ ” ซง่ึ
เปนๅ เว็บเซอรแวิสหรอื เว็บไซตแที่ใหบ ริการแกบคุ คลท่ัวไป สําหรับใหผ ใู ชบ ริการเขียนขอความสั้นๆ
ประมาณ 140 ตวั อักษร ทีเ่ รียกวา “Status” หรอื “Notice” เพือ่ แสดงสถานะของตัวเองวากําลงั ทาํ
อะไรอยู หรือแจงขาวสารตางๆ แกก ลมุ เพื่อนในสงั คมออนไลนแ (Online Social
Network) (Wikipedia,2010) ทัง้ นีก้ ารกําหนดใหใชข อมูลในรูปขอความสนั้ ๆ ก็เพอ่ื ใหผใู ชท่ีเปๅนท้งั
ผเู ขยี นและผอู านเขาใจงา ย ที่นยิ มใชกันอยา งแพรห ลายคือ Twitter
4. Online Video เปนๅ เวบ็ ไซตทแ ใี่ หบรกิ ารวิดโี อออนไลนแโดยไมเสีย
คา ใชจา ย ซงึ่ ปจใ จบุ ันไดร ับความนยิ มอยางแพรหลายและขยายตวั อยา งรวดเร็ว เนื่องจากเน้ือหาที่
นําเสนอในวิดีโอออนไลนแไมถูกจาํ กัดโดยผงั รายการทแี่ นนอนและตายตัว ทาํ ใหผ ใู ชบรกิ ารสามารถ
ตดิ ตามชมไดอ ยา งตอเนื่อง เพราะไมม ีโฆษณาค่นั รวมทั้งผใู ชสามารถเลอื กชมเน้ือหาไดต ามความ
ตองการและยังสามารถเชอ่ื มโยงไปยังเว็บวดิ โี ออ่ืนๆ ที่เกย่ี วของไดจํานวนมากอีกดวย เชน Youtube,
MSN, Yahoo
5. Poto Sharing เปนๅ เวบ็ ไซตทแ ่ีเนนใหบ รกิ ารฝากรูปภาพโดยผใู ชบ ริการ
สามารถอัพโหลดและดาวนโแ หลดรูปภาพเพื่อนาํ มาใชงานได ที่สาํ คญั นอกเหนอื จากผูใชบริการจะมี
โอกาสแบง ปนใ รูปภาพแลว ยังสามารถใชเปนๅ พน้ื ท่เี พ่ือเสนอขายภาพท่ตี นเองนําเขา ไปฝากไดอกี ดว ย
เชน Flickr, Photobucket, Photoshop,Express, Zooom
6. Wikis เปนๅ เวบ็ ไซตแทม่ี ีลักษณะเปนๅ แหลงขอ มลู หรอื
ความรู (Data/Knowledge) ซึง่ ผเู ขียนสวนใหญอาจจะเปๅนนักวชิ าการ นักวชิ าชพี หรือผูเชยี่ วชาญ
เฉพาะทางดานตา งๆ ท้ังการเมอื ง เศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ซงึ่ ผูใชสามารถเขียนหรือแกไขขอ มลู ได
อยา งอสิ ระ เชน Wikipedia, Google Earth,diggZy Favorites Online
7. Virtual Worlds คอื การสรางโลกจินตนาการโดยจําลองสวนหนงึ่ ของชวี ิต
ลงไป จดั เปนๅ สอื่ สงั คมออนไลนแท่ีบรรดาผทู อ งโลกไซเบอรใแ ชเ พอื่ ส่อื สารระหวางกันบนอินเทอรแเนต็ ใน
ลักษณะโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ซ่ึงผูท่จี ะเขา ไปใชบรกิ ารอาจจะบริษัทหรือองคแการดา นธุรกิจ
ดา นการศึกษา รวมถึงองคกแ ารดา นสื่อ เชน สํานักขาวรอยเตอรแ สาํ นักขา วซเี อ็นเอน็ ตองเสยี คาใชจาย
ในการซื้อพน้ื ที่เพ่ือใหบ ุคคลในบริษทั หรือองคแกรไดม ีชอ งทางในการนาํ เสนอเรือ่ งราวตางๆ ไปยังกลุม
170
เครือขายผใู ชส อ่ื ออนไลนแ ซึ่งอาจจะเปนๅ กลุม ลกู คา ท้ังหลัก และรองหรือ ผูท่เี กยี่ วของกับธุรกิจ ของ
บรษิ ัท หรอื องคแการก็ได ปจใ จุบนั เวบ็ ไซตแทใี่ ชห ลกั Virtual Worlds ที่ประสบผลสําเรจ็ และมีช่อื เสยี ง
คือ Second life
8. Crowd Sourcing มาจากการรวมของคาํ สองคาํ
Crowd และ Outsourcing เปๅนหลกั การขอความรว มมือจากบุคคลในเครือขายสงั คมออนไลนแ โดย
สามารถจดั ทําในรูปของเว็บไซตทแ ีม่ วี ตั ถุประสงคแหลักเพ่ือคนหาคาํ ตอบและวิธกี ารแกปใญหาตา งๆท้งั ทาง
ธรุ กิจ การศึกษา รวมทง้ั การสือ่ สาร โดยอาจจะเปนๅ การดึงความรว มมือจากเครือขา ยทางสังคมมาชวย
ตรวจสอบขอมูลเสนอความคิดเห็นหรอื ใหขอเสนอแนะ กลุมคนท่เี ขา มาใหขอมูลอาจจะเปนๅ ประชาชน
ทว่ั ไปหรือผูมีความเชยี่ วชาญเฉพาะดา นท่ีอยใู นภาคธรุ กิจหรือแมแตในสงั คมนกั ขาว ขอ ดีของการใช
หลัก Crowd souring คือ ทาํ ใหเ กดิ ความหลากหลายทางความคดิ เพ่ือนาํ ไปสกู ารแกปญใ หาที่มี
ประสิทธภิ าพ ตลอดจนชว ยตรวจสอบหรอื คัดกรองขอมูลซงึ่ เปนๅ ปใญหาสาธารณะรว มกันได เชน Idea
storm, Mystarbucks Idea
9. Podcasting หรือ Podcast มาจากการรวมตัวของสองคํา
คือ “Pod” กับ “Broadcasting” ซ่ึง “POD” หรือ PersonalOn - Demand คือ อุปสงคแหรือความ
ตองการสวนบุคคล สวน“Broadcasting” เปๅนการนําส่ือตางๆ มารวมกันในรูปของภาพและเสียง หรือ
อาจกลาวงายๆ Podcast คือ การบันทึกภาพและเสียงแลวนํามาไวในเว็บเพจ (Web Page) เพื่อ
เผยแพรใ หบ ุคคลภายนอก (The public in general) ทีส่ นใจดาวนแโหลดเพื่อนาํ ไปใชง าน เชน Dual
Geek Podcast, Wiggly Podcast
10. Discuss / Review/ Opinion เปๅนเว็บบอรแดท่ีผูใชอินเทอรแเน็ตสามารถ
แสดงความคิดเห็น โดยอาจจะเกี่ยวกับ สินคาหรือบริการ ประเด็นสาธารณะทางการเมือง เศรษฐกิจ
สงั คม เชน Epinions, Moutshut, Yahoo!Answer, Pantip,Yelp
อปุ กรณแเคร่อื งมือทางส่อื สังคมออนไลนแ
คอมพิวเตอรแ คือ เครือ่ งคํานวณ อเิ ล็กทรอนกิ สทแ ีส่ ามารถทํางานคํานวณผลและเปรียบเทียบ
คาตามชุดคําสั่งดวยความเร็วสูงอยางตอเน่ืองและอัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.
2525 ไดใหคําจํากัดความของคอมพิวเตอรแไวคอนขางกะทัดรัดวา เคร่ืองอิเล็กทรอนิกสแแบบอัตโนมัติ
ทําหนาท่ีเสมือนสมองกล ใชสําหรับแกปใญหาตางๆ ท้ังท่ีงายและซับซอน โดยวิธีทางคณิตศาสตรแ หรือ
อาจกลาวไดว า เครอื่ งคอมพวิ เตอรแหมายถึง เคร่อื งมอื ที่ชว ยในการคาํ นวณและการประมวลผลขอ มลู
สมารทแ โฟน (SmartPhone) คือ โทรศัพทแมือถือที่นอกเหนือจากใชโทรออก-รับสายแลวยัง
มแี อพพลิเคชนั่ ใหใชง านมากมาย สามารถรองรับการใชงานอินเทอรแเน็ตผาน 3G, Wi-Fi และสามารถใช
งานโซเชียลเน็ตเวิรแคและแอพพลิเคชั่นสนทนาชั้นนํา เชน LINE, Youtube, Facebook, Twitter ฯลฯ
โดยท่ีผูใชสามารถปรับแตงลูกเลนการใชงานสมารแทโฟนใหตรงกับความตองการไดมากกวามือถือ
ธรรมดา ผูผลิตสมารแทโฟนรุนใหมๆ นิยมผลิตสมารแทโฟนท่ีมีหนาจอระบบสัมผัส, ใสกลองถายรูปท่ีมี
171
ความละเอียดสูง, ออกแบบดีไซนแใหสวยงามทันสมัย, มีแอพพลิเคช่ันและลูกเลนที่นาสนใจ
แท็บเลต็ (Tablet) คือ อปุ กรณคแ อมพวิ เตอรแท่มี ีหนา จอระบบสัมผัสขนาดใหญ มีขนาดหนาจอ
ตั้งแต 7 น้ิวข้ึนไป พกพาไดสะดวก สามารถใชงานหนาจอผานการสัมผัสผานปลายน้ิวไดโดยตรง มี
แอพพลิเคชนั่ มากมายใหเ ลือกใช ไมวาจะรับ-สงอีเมลแ, เลนอินเทอรแเน็ต, ดูหนัง, ฟใงเพลง, เลนเกม หรือ
แมกระทงั่ ใชทาํ งานเอกสารออฟฟติ ขอ ดขี องแท็บเล็ตคอื มีหนาจอท่กี วา ง ทาํ ใหม ีพื้นท่ีการใชงานเยอะ มี
น้ําหนักเบา พกพาไดสะดวกกวาโน฿ตบ฿ุคหรือ คอมพิวเตอรแ สามารถจดบันทึกหรือใชเปๅนอุปกรณแเพ่ือ
การศึกษาไดเ ปนๅ อยางดี
อปุ กรณเแ ครอื ขาย
เซิรแฟเวอรแ (Server) หรือเรียกอีกอยางหน่ึงวา เคร่ืองแมขาย เปๅนเครื่องคอมพิวเตอรแหลักใน
เครอื ขา ย ทีท่ าํ หนาทจ่ี ดั เก็บและใหบรกิ ารไฟลขแ อ มลู และทรพั ยากรอน่ื ๆ กบั คอมพิวเตอรแเคร่ืองอ่ืน ๆ ใน
เครือขาย โดยปกติคอมพิวเตอรแท่ีนํามาใชเปๅนเซิรแฟเวอรแมักจะเปๅนเคร่ืองที่มีสมรรถนะสูง และมี
ฮารดแ ดิสกแความจาํ สงู กวาคอมพิวเตอรแเคร่ืองอนื่ ๆ ในเครอื ขา ย
ไคลเอนตแ (Client) หรอื เรียกอีกอยางหน่งึ วา เครื่องลูกขาย เปๅนคอมพิวเตอรแในเครือขายที่รอง
ขอ บริการและเขาถึงไฟลแขอมูลท่ีจัดเก็บในเซิรแฟเวอรแ หรือพูดงาย ๆ ก็คือ ไคลเอนตแ เปๅนคอมพิวเตอรแ
ของผใู ชแ ตล ะคนในระบบเครอื ขาย
ฮับ (HUB) หรือ เรยี ก รพี ตี เตอรแ (Repeater) คืออุปกรณแท่ีใชเช่ือมตอกลุมคอมพิวเตอรแ ฮับ มี
หนาท่ีรับสงเฟรมขอมูลทุกเฟรมที่ไดรับจากพอรแตใดพอรแตหน่ึง ไปยังพอรแตท่ีเหลือ คอมพิวเตอรแที่
เชอื่ มตอ เขา กับฮบั จะแชรแแ บนดวแ ธิ หรืออัตราขอมูลของเครือขาย เพราะฉะนั้นถามีคอมพิวเตอรแเช่ือมตอ
มากจะทําใหอัตราการสงขอมูลลดลง
เนทเวริ คแ สวิตชแ (Switch) คืออปุ กรณเแ ครือขายท่ีทาํ หนาทใี่ นเลเยอรทแ ่ี 2 และทาํ หนาทสี่ งขอมูล
ที่ไดร ับมาจากพอรแตหนึ่งไปยังพอรแตเฉพาะท่ีเปๅนปลายทางเทาน้ัน และทําใหคอมพิวเตอรแท่ีเชื่อมตอกับ
พอรแตที่เหลือสงขอมูลถึงกันในเวลาเดียวกัน ดังนั้น อัตราการรับสงขอมูลหรือแบนดแวิธจึงไมขึ้นอยูกับ
คอมพวิ เตอรแ ปใจจุบันนยิ มเชอ่ื มตอแบบน้มี ากกวา ฮบั เพราะลดปใญหาการชนกันของขอมูล
เราตแเตอรแ (Router) เปๅนอุปรณแที่ทําหนาที่ในเลเยอรแท่ี 3 เราทแเตอรแจะอานท่ีอยู
(Address) ของสถานีปลายทางที่สวนหัว (Header) ขอแพ็กเก็ตขอมูล เพื่อท่ีจะกําหนดและสงแพ็กเก็ต
ตอไป เราทแเตอรแจะมีตัวจัดเสนทางในแพ็กเก็ต เรียกวา เราติ้งเทเบิ้ล (Routing Table) หรือตารางจัด
เสนทางนอกจากน้ียังสงขอมูลไปยังเครือขายที่ให โพรโทคอลตางกันได เชน IP (Internet Protocol)
IPX (Internet Package Exchange) และ AppleTalk นอกจากน้ียังเช่ือมตอกับเครือขายอื่นได เชน
เครือขา ยอนิ เทอรแเน็ต
บริดจแ (Bridge) เปๅนอุปกรณแที่มักจะใชในการเชื่อมตอวงแลน (LAN Segments) เขาดวยกัน
ทําใหส ามารถขยายขอบเขตของ LAN ออกไปไดเรื่อยๆ โดยที่ประสิทธิภาพรวมของระบบ ไมลดลงมาก
นัก เนื่องจากการติดตอของเครื่องท่ีอยูในเซกเมนตแเดียวกันจะไมถูกสงผาน ไปรบกวนการจราจรของ
172
เซกเมนตแอ่ืน และเน่ืองจากบริดจแเปๅนอุปกรณแที่ทํางานอยูในระดับ Data Link Layer จึงทําใหสามารถ
ใชในการเชื่อมตอเครือขายที่แตกตางกันในระดับ Physical และ Data Link ได เชน
ระหวาง Eternet กับ Token Ring เปๅนตน บริดจแ มักจะถูกใชในการเชื่อมเครือขายยอยๆ ในองคแกร
เขาดวยกันเปๅนเครือขายใหญ เพียงเครือขายเดียว เพื่อใหเครือขายยอยๆ เหลาน้ันสามารถติดตอกับ
เครอื ขา ยยอ ยอื่นๆได
เกตเวยแ (Gateway) เปนๅ อปุ กรณฮแ ารดแ แวรทแ เี่ ชอ่ื มตอเครอื ขา ยตางประเภทเขา ดว ยกัน เชน การ
ใชเกตเวยแในการเช่ือมตอเครือขาย ท่ีเปๅนคอมพิวเตอรแประเภทพีซี (PC) เขากับคอมพิวเตอรแประเภท
แมคอินทอช (MAC) เปนๅ ตน
ประโยชนแแ ละขอ จํากัดของสงั คมออนไลนแ
แมลักษณะของเครือขายสังคมออนไลนแ จะเปๅนสื่อใหขอมูลขาวสารสามารถกระจายออกไป
อยา งรวดเร็วและกวางขวางมีคุณประโยชนแมากมายในดานการตดิ ตอสือ่ สาร แตก็เปรียบเสมือนดาบสอง
คมหากผูใชขาดคุณธรรมจริยธรรม สามัญสํานึก การรูจักเคารพสิทธิ ของผูอ่ืน และความระมัดระวังใน
การใชแลว สังคมออนไลนแเหลานี้ก็จะเปๅน "สังคมอันตราย"ที่จะเปๅนดานมืดของสังคมไทย
ประโยชนขแ อง Social networks เครอื ขายสงั คมออนไลนแ
1. สามารถแลกเปล่ยี นขอมลู ความรูในสิ่งทีส่ นใจรว มกนั ได
2. เปนๅ คลังขอ มลู ความรขู นาดยอมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคดิ เหน็ แลกเปล่ียน
ความรู หรอื ตง้ั คาถามในเรอื่ งตางๆ เพื่อใหบคุ คลอืน่ ทส่ี นใจหรือมีคาตอบไดชวยกนั ตอบ
3. ประหยดั คา ใชจ ายในการติดตอส่อื สารกบั คนอน่ื สะดวกและรวดเร็ว
4.เปๅนส่ือในการนาํ เสนอผลงานของตวั เอง เชน งานเขียน รปู ภาพ วดี ิโอตางๆ เพ่ือใหผ ูอื่นไดเขา
มารับชมและแสดงความคิดเห็น
5. ใชเปๅนส่ือในการโฆษณา ประชาสัมพนั ธแ หรือบริการลูกคา สาหรบั บริษทั และองคกแ รตา งๆ
ชวยสรางความเช่อื มน่ั ใหลูกคา
6. ชว ยสรางผลงานและรายไดใหแกผูใชง าน เกิดการจางงานแบบใหมๆ ขนึ้
7.คลายเครยี ดไดส าํ หรบั ผใู ชท ี่ตองการหาเพื่อนคุยเลนสนกุ ๆ
8. สรางความสมั พันธแท่ดี ีจากเพอ่ื นสเู พือ่ นได
ขอจาํ กดั ของSocial networks เครอื ขา ยสงั คมออนไลนแ
1. เว็บไซตใแ หบ รกิ ารบางแหงอาจจะเปิดเผยขอ มลู สว นตวั มากเกินไป หากผใู ชบ รกิ ารไม
ระมดั ระวังในการกรอกขอมูล อาจถกู ผูไมห วังดนี าํ มาใชใ นทางเสียหาย หรือละเมดิ สิทธิสวนบุคคลได
2. Social Network เปๅนสงั คมออนไลนแทีก่ วา ง หากผูใชรูเทา ไมถงึ การณหแ รือขาดวิจารณญาณ
อาจโดนหลอกลวงผา นอินเทอรแเน็ต หรอื การนัดเจอกนั เพ่อื จุดประสงคแรา ย ตามที่เปนๅ ขาวตามหนา
หนงั สอื พมิ พแ
3. เปๅนชองทางในการถกู ละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ ขโมยผลงาน หรือถกู แอบอาง เพราะ Social Network
Service เปๅนส่ือในการเผยแพรผลงาน รูปภาพตา งๆ ของเราใหบคุ คลอื่นไดด ูและแสดงความคดิ เหน็
173
4. ขอมูลทต่ี องกรอกเพื่อสมัครสมาชิกและแสดงบนเว็บไซตใแ นรปู แบบ Social Network ยาก
แกการตรวจสอบวา จริงหรือไม ดงั น้ันอาจเกิดปใญหาเกีย่ วกับเว็บไซตทแ ่ีกําหนดอายุการสมัครสมาชิก
หรอื การถูกหลอกโดยบคุ คลท่ีไมม ตี วั ตนได
5. ผใู ชทเ่ี ลน socialnetwork และอยูกบั หนา จอคอมพิวเตอรแเปๅนเวลานานอาจสายตาเสยี ได
หรอื บางคนอาจตาบอดได
6. ถาผูใชหมกหมนุ อยกู บั socialnetwork มากเกินไปอาจทําใหเสียการเรียนหรือผลการเรยี น
ตกต่ําลงได
7. จะทาํ ใหเสียเวลาถาผูใชใ ชอ ยา งไรป ระโยชนแ
ยกตวั อยา งประโยชนแแ ละขอ จาํ กดั การใชเ ฟซบก฿ุ เปนๅ ศูนยแแ หง การเรยี นรใู นสถานศกึ ษา
ในกรณีท่ียกเลิกการเรียนการสอนในหองเรียนเพราะสภาพอากาศไมเอ้ืออํานวย ครูผูสอน
สามารถใช เฟชบ฿ุกเปๅนศูนยแแหงการเรียนรูรวมกับผูเรียนโดยการกําหนดหัวขอเก่ียวกับวิชาท่ีสอน
เพื่อใหผูเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น ไมควรใชขอความท่ีรุนแรงในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ผูเรียนและสถานศึกษาหลีกเลี่ยงการแสดงขอความท่ีกอใหเกิดขอโตแยงท่ีรุนแรง ควรตั้งคาการแสดง
ความคิดเห็นตางๆ ที่ผูเรียนทุกคนสามารถเขาไปอานได ควรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผูเรียนในเชิง
บวกเทานัน้
จะเห็นไดวา เฟซบุ฿กเปๅนศูนยแแหงการเรียนรูและเปๅนหวงโซการศึกษาขนาดใหญท่ีทรง
ประสิทธิภาพในการเรียนรูแบบไรขีดจํากัด ซ่ึงครูผูสอนและผูเรียนสามารถเขาถึงไดจากทุกท่ี ทุกเวลา
ตลอดวันละ24 ช่ัวโมง สัปดาหและ 7 วัน ฉะน้ัน ผูบริหารการศึกษาจึงควรกําหนดแนวปฏิบัติในการ
ใช เฟซบกุ฿ อยางเหมาะสมเพื่อชว ยลดความเสีย่ งดานการใชเฟซบ฿ุกไปในทางที่ผิดหรือดานการกอใหเกิด
ความเส่ือมเสียชื่อเสียงแกสถานศึกษา ย่ิงกวาน้ัน ผูบริหารการศึกษาจําเปๅนตองพัฒนานโยบายการ
ใช เฟซบก฿ุ ทีม่ ีอยเู ปนๅ ระยะๆ เพือ่ ใหเขา กบั สถานการณแแ ละยคุ สมยั ท่เี ปล่ยี นแปลงไปดวย
ประโยชนขแ องการใชเ ฟซบุก฿ เพอ่ื การเรยี นการสอน
1.ส่ือสารถึงนักศึกษาไดอยางรวดเร็วกวาการใชอีเมลลแหรืออเี ลริ นแ นงิ่
2.สง เสริมการกระตุนใหน กั ศึกษาไดแบง ปในความรู แลกเปล่ียนความคิดไดอยา งทั่วถงึ และ
รวดเรว็
3.นกั ศกึ ษามีความสะดวกในการรบั รขู อมูลขา วสาร
ขอ จํากดั ของการใชเ ฟซบก฿ุ เพอ่ื การเรยี นการสอน
1.อาจละเมิดสิทธสิ ว นบุคคลได
2.อาจารยหแ รือนักศึกษาไมเปๅนสวนตัวในการขอความหรือรูปภาพตางๆ
ประโยชนแแ ละขอ จาํ กดั การประยุกตใแ ชง าน Youtubeเพอ่ื การเรยี นการสอน
Youtube เปๅนเว็บไซตแท่ีใหบริการแลกเปล่ียนภาพวิดีโอระหวางผูใชไดฟรี โดยนําเทคโนโลยี
ของAdobe Flashมาใชในการแสดงภาพวิดีโอ ซ่ึงยูทูบมีนโนบายไมใหอัปโหลดคลิปท่ีมีภาพโปฺเปลือย
และคลปิ ที่มลี ิขสิทธ์ิ นอกเสียจากเจา ของลขิ สิทธิไ์ ดอัปโหลดเองเม่ือสมัครสมาชิกแลวผู ใชจะสามารถใส
174
ภาพวิดีโอเขาไป แบงปในภาพวิดีโอใหคนอ่ืนดูดวยแตหากไมไดสมัครสมาชิกก็สามารถเขาไปเปิดดูภาพ
วิดีโอท่ีผูใชคนอื่น ๆ ใสไวในYoutube ไดแมจะกอต้ังไดเพียงไมนาน (youtube กอต้ังข้ึนเมื่อเดือน
กุมภาพันธแ ค.ศ.2005) Youtubeเติบโตอยางรวดเร็วมาก เปๅนท่ีรูจักกันแพรหลายและไดรับความนิยม
ท่ัวโลก ตอมาปี ค.ศ.2006 กเู กลิ้ ซื้อยูทบู ตอนนี้ยทู บู จงึ กลายเปนๅ สวนหน่ึงของกูเก้ิลแลว แตดวยตัวยูทูบ
เองที่มีเนื้อหามากมายเปๅนแสนชิ้น ทั้งสื่อและเคร่ืองมือการเรียนรูดีๆที่สามารถใชเปๅนส่ือการเรียนการ
สอนในหองเรียนได แตในขณะเดียวกันก็มีส่ือประเภทที่สุมเสี่ยง และทําใหเด็กและเยาวชนไขวเขวไปได
ทั้งจากมิวสิควีดีโอ การแตูน และไมไดใชเปๅนชองทางเพื่อการเรียนรูสักทีเดียว จึงเปๅนท่ีมาของการเปิด
หนาการศึกษาลาสุดเของยูทูบขึ้นที่เรียกวา“ยูทูบสําหรับโรงเรียน”หรือ (Youtube for Schools) เปๅน
ชองทางการเรียนรูที่จัดต้ังข้ึน โดยจะมีเนื้อแตเรื่องการศึกษาแตเพียงอยางเดียว โดยไดรวมมือกับภาคี
ดานการศึกษากวา600แหง เชน TED,Smithsonian เว็บไซดแช่ือดังเรื่องที่ไดรวบรวมแหลงเรียนรูและ
นิทรรศการตางๆเอาไว,Steve Spangler แหลงผลิตเกมและของเลนเพื่อการพัฒนาทักษะดาน
วิทยาศาสตรแ หรือ Numberphile ท่ีสอนคณิตศาสตรแออนไลนแ เปๅนตน นอกจากน้ีเพ่ือใหงายตอการ
คนหา ยูทบู ไดท าํ งานรว มกบั ครใู นการจัดแบงเนอื้ หากวา 300ชนิ้ ออกเปๅนรายวิชา และระดับช้ัน โดยส่ือ
เหลาน้ียูทูบเชื่อวาจะชวยเสริมการเรียนรูในหองเรียนไดเปๅนอยางดี ทําใหหองเรียนสนุกสนานขึ้น และ
เด็กๆก็จะตั้งใจเรียนมากยิ่งขนึ้
ประโยชนขแ องYouTubeสาํ หรบั โรงเรยี น
1. กวางขวางครอบคลุมYouTubeสําหรับโรงเรียนเปิดโอกาสใหโ รงเรียนตา งๆ เขา ถึงวดิ โี อเพ่อื
การศึกษาฟรีนบั แสนรายการจาก YouTube EDU วิดีโอเหลาน้ีมาจากองคแกรที่มชี ื่อเสยี งตา งๆ
เชน Stanford,PBS และ TED รวมทง้ั จากพันธมติ รที่กําลังไดร ับความนยิ มของ YouTube ซ่งึ มยี อด
ผชู มนับลา นๆ คน เชน Khan Academy,Steve Spangler Science และ Numberphile
2. ปรับแกไดสามารถกาํ หนดคาเน้ือหาทด่ี ูไดในโรงเรียนของคุณ โรงเรยี นท้งั หมดจะไดร บั สิทธ์ิ
เขาถึงเนื้อหาYouTube EDUท้ังหมด แตครแู ละผดู แู ลระบบอาจสรางเพลยแลิสตวแ ดิ ีโอท่ีดูไดเ ฉพาะใน
เครือขายของโรงเรยี นเทา น้นั ไดเ ชน กัน
3. เหมาะสมสาํ หรับโรงเรยี นผูบรหิ ารโรงเรียนและครสู ามารถลงชอ่ื เขาใชและดวู ดิ โี อใด ๆ ก็ได
แตน กั เรียนจะไมส ามารถลงชื่อเขาใชและจะดูไดเฉพาะวดิ ีโอYouTube EDU และวิดีโอทโ่ี รงเรียนไดเพิม่
เขาไปเทาน้นั ความคิดเห็นและวดิ ีโอทีเ่ กยี่ วขอ งท้ังหมดจะถูกปดิ ใชง านและการคน หาจะจํากัดเฉพาะ
วดิ โี อ YouTube EDU เทา น้นั
4. เปๅนมติ รกบั ครู YouTube.com/Teachers มีเพลยแลสิ ตวแ ิดีโอนับรอยรายการที่ไดมาตรฐาน
การศกึ ษาท่ัวไป และจดั ระเบียบตามหัวเร่อื งและระดับช้นั เพลยลแ ิสตเแ หลาน้สี รา งข้ึนโดยครูเพื่อเพื่อนครู
ดวยกนั ดงั นนั้ คุณจึงมเี วลาในการสอนมากขนึ้ และใชเ วลาคนหานอยลง
ขอจํากดั
1.อาจมกี ารละเมิดลิขสทิ ธ์ิ
2.อาจมกี ารกระทําที่ไมดี
175
การประชาสัมพันธแประเภทชุมชนออนไลนแ (community) เปๅนเว็บท่ีเนนการคนหาเพ่ือใหมๆ
หรือ ตามหาเพอ่ื นเกา ๆ เนนการสราง Profileของตนเอง โดย การใสรูป ใสขอมูล ท่ีแสดงถึงความเปๅน
ตัวตนของเรา อีกทั้งยังมีลักษณะในการแลกเปลี่ยนเร่ืองราว ถายทอด ประสบการณแรวมกัน เชน
Facebook Google+ Tumblr หรือ MySpace เปๅนตน สําหรับในยุคปใจจุบันที่นิยมใช กันอยาง
แพรหลายไดแก Facebook โดยการประชาสัมพันธแผาน Facebook เปๅนการประชาสัมพันธแรูปแบบที่
มักจะใชหนา Page หรือ Fan Page ซง่ึ เปรียบเสมอื นหนา ตาของเราเอง Facebook มีการแสดงรูปภาพ
สัญลักษณแ หรือขอความท่ีบงบอกความเปๅนตัวตนไดอยางชัดเจน อีกท้ังภายในตัว Facebookยัง
สามารถท่ีจะบอกเลาเร่ืองราวดีๆ กิจกรรมรวมถึงโปรโมชั่นสินคาและบริการ การประชาสัมพันธแเพื่อ
สงเสริมภาพลักษณแ การประชาสมั พันธเแ พ่อื แกไขความเขา ใจผดิ ท้ังยังมีฟใงกชั่นการโตตอบ การแชรแหรือ
การสง ตอไปใหเพ่ือน สงผลใหขอความ ประชาสัมพันธแถูกสงตอไปอยางรวดเร็วและกวางขวาง จนเปๅน
เหตุให Facebook ไดรบั ความนิยมจนกลายเปๅนเคร่ืองมือการประชาสัมพันธแท่ีนาสนใจอีกชองทางหนึ่ง
Facebook มาใชเ ปๅนเครือ่ งมือในการ ประชาสมั พันธจแ นประสบความสําเรจ็ เปนๅ อยางมาก
อีบ฿คุ (eBook) คอื อะไร
E-Book ยอมาจากคําวา Electronic Book หมายถงึ หนังสอื ท่สี รา งขน้ึ ดว ยโปรแกรม
คอมพวิ เตอรแ มีลักษณะเปๅนเอกสารอิเล็กทรอนิกสแ โดยปกติมักจะเปๅนแฟูมขอมูลท่ีสามารถอานเอกสาร
ผานทางหนาจอคอมพวิ เตอรแ ท้ังในระบบออฟไลนแและออนไลนแผูอานสามารถอานผานทางอินเทอรแเน็ต
หรือ อุปกรณแอิเล็กทรอนิกสแพกพาอ่ืนๆ ได สําหรับหนังสือ หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกสแน้ี จะมี
ความหมายรวมถึงเน้ือหาที่ถูกดัดแปลงอยูในรูปแบบท่ีสามารถแสดงผลออกมาไดโดยเครื่องมือ
อิเล็กทรอนิกสแ แตก็ใหมีลักษณะการนําเสนอท่ีสอดคลองและคลายคลึงกับการอานหนังสือทั่วๆไปใน
ชีวิตประจําวัน แตจะมีลักษณะพิเศษ คือ สะดวกและรวดเร็วในการคนหา และผูอานสามารถอาน
พรอมๆ กันไดโ ดยไมตอ งรอใหอ กี ฝุายสงคืนหองสมดุ เชน เดยี วกบั หนงั สอื ในหอ งสมุดท่วั ๆ ไป
คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกสแสามารถเชื่อมโยงจุดไปยังสวนตาง ๆ ของ
หนังสือ เว็บไซตแตาง ๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธแและโตตอบกับผูเรียนได นอกจากน้ันหนังสือ
อิเล็กทรอนิกสแสามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถส่ังพิมพแเอกสารที่
ตองการออกทางเคร่ืองพิมพแได อีกประการหนึ่งที่สําคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกสแสามารถปรับปรุงให
ทนั สมยั ไดต ลอดเวลา ซึ่งคณุ สมบัตเิ หลาน้ีจะไมมีในหนงั สอื ธรรมดาท่วั ไป
ความเปๅนมาของ eBook
การใชงาน eBook ในยุคแรกๆ มีจุดประสงคแเพ่ือใชในกระบวนการฟรีเพรส หรือการเตรียม
เอกสารกอนการพิมพแสิ่งพิมพแประเภทตางๆ เชน หนังสือ วารสาร ฯลฯ กอนจะทําเพลท เพื่อพิมพแ
หนังสือ เพราะการนํา ไฟลแเอกสารท่ีจดั รูปเลม แลว ไปยิงฟิลแม จะมีปใญหาเรื่องแบบของตัวหนังสืออาจไม
เขากัน การจัดรูปเลมที่ทําไว ก็จะผิดพลาดไป ขอความขยับไปอีกหนา ภาพเล่ือนไปตําแหนงอ่ืนๆ ฯลฯ
ทําใหเสียเวลาแกไข จึงไดมีการ คิดคนการสรางไฟลแแบบ PDF ซ่ึงเปๅนอีบ฿ุคในยุคแรกๆ แตก็ยังคงใชกัน
176
อยูในปใจจุบัน เมื่อแปลงไฟลแเอกสารท่ีจะนําไปพิมพแเปๅนหนังสือแลว ก็จะไดไฟลแแบบ PDFดวยความที่
ไฟลแแบบ PDF ทไี่ ด มีลกั ษณะเหมอื น หนังสือจริงๆ จึงเปนๅ ทม่ี าของ eBooks นัน่ เอง
ไฟลแเอกสารท่ีไดพิมพแไวดวยโปรแกรมตางๆ เชน Word อาจเปๅนรายงาน หนังสือ
วิทยานพิ นธแ สามารถนาํ มาแปลงเปนๅ อบี ุค฿ แบบ PDF ไดเลย หรือหนังสือจรงิ ๆ ถา ตองการแปลงเปๅนอีบุ฿ค
กต็ องใชเคร่ืองแสกนเนอรแ แสกนทีละหนาเขา เครื่องคอมพวิ เตอรแ
eBook แบบเดิมๆ ในรูปแบบไฟลแ PDF ยังนิยมใชกันอยูมาก โดยเฉพาะในกระบวนการพิมพแ
หนงั สือ การใชเปๅนคมู ือของอปุ กรณตแ างๆ หรือการใชง านโปรแกรมตา งๆ โดยกอ็ ปป็ลี งในแผน ซดี ี
ไดรเวอรแ ชวยลดคาใช จายในการผลิตเปๅนหนังสือจริงๆ สวนการอาน ถาไมสะดวกกับการอานจาก
หนา จอ กส็ ามารถพิมพแลงกระดาษได
ตัวอยาง แผนซีดีไดรเวอรแ Wireless USB ยีห่ อ D-Link จะมอี บี คุ฿ แบบไฟลเแ ชน DWA-
125_A2_Manual_v1.10(WW).pdf เปๅนคูมืออธิบายวิธีใชงานอุปกรณแน้ันๆ การอานก็ดับเบ้ิลคลิกเปิด
อา นไฟลไแ ดเลย
แผน พบั (Folder)
กกกกกกกความหมายของแผน พบั
กกกกกกกแผนพับ มีความหมายตรงกับคําในภาษาอังกฤษวา (Folder) แตนิยมเรียกวา โบวแชัวรแ
(Brochure) ซงึ่ หมายถงึ เอกสารที่เย็บเปๅนเลม บาง ๆ และมีลกั ษณะคลา ยคลงึ กนั
กกกกกกกแผน พับ คอื สือ่ โฆษณามีหลายประเภทโดยเฉพาะอยางย่งิ สอ่ื ทางดานสง่ิ พิมพแ ปใจจุบนั ใน
วงการธุรกิจนิยมใชสื่อประเภทนี้กันอยางแพรหลาย เพ่ือชวยสงเสริมการขาย ซ่ึงวิธีในการสรางสรรคแ
สิ่งพิมพแหลายวิธี มีการพัฒนาตัวเองใหทันสมัยเขากับเทคโนโลยีใหม ๆ ส่ือสิ่งพิมพแท่ีนิยมใชอยาง
แพรห ลาย ไดแก แผน พบั และแผนปลิว
กกกกกกกแผน พับ สามารถพบั ไดต ัง้ แต 4 - 80 หนา (หนา - หลัง) แตน ิยมใชก ระดาษ A4 พบั เปๅน
3 ตอน 6 หนา มากท่สี ุด เน่ืองจากสะดวก และประหยัด เม่ือพับเสร็จแลว แผนพับจะมีขนาดเล็กพกพา
สะดวก รวมทั้ง แบงเนื้อหาออกเปๅนสวน ๆ ได โดยไมตองมีเลขหนากํากับ แผนพับเปๅนส่ือสิ่งพิมพแท่ี
จัดเปๅนการเผยแพรข อ มูลท่เี ขา ถึงกลมุ เปาู หมายโดยตรงชนิดหนึง่
กกกกกกกกลาวโดยสรปุ วา แผน พับ หมายถงึ ส่ือโฆษณาทเี่ ปๅนสิ่งพมิ พแ ท่ผี ูผ ลิตสงตรงถงึ ผบู รโิ ภค มี
ทั้งวธิ ีการสง ทางไปรษณียแและแจกตามสถานท่ตี า ง ๆ ลกั ษณะเดน ของแผนพับ คือ มีขนาดเล็ก หยับงาย
ใหขอมูลรายละเอียดไดมากพอสมควร ผูอานสามารถเลือกเวลาใดอานก็ได ผูออกแบบมีเทคนิคการ
ออกแบบตามอิสระ หลากหลาย คาใชจายในการผลิตตํ่ากวาส่ิงพิมพแชนิดอื่น นอกจากนี้ยังเปๅนส่ือที่ถึง
เปูาหมายไดอ ยางแทจ รงิ
กกกกกกกหลกั การทว่ั ไป การออกแบบแผน พบั มี 2 เรอ่ื งทส่ี าํ คญั คือ
กกกกกกก หลักการท่ี 1 สิ่งทต่ี องกําหนด และวางแผนกอนการออกแบบแผนพับ
กกกกกก กหลักการที่ 2 องคแประกอบ และการจดั วางองคแประกอบในการออกแบบแผนพบั
กกกกกกกสงิ่ ทตี่ องกาํ หนด และวางแผนกอ นการออกแบบแผน พบั มี 4 ขอ ดงั นี้
177
กกกกกกก ขอ ที่ 1 การกาํ หนดขนาดและรปู แบบของแผน พบั
กกกกกกก ขอ ท่ี 2 การกาํ หนดลักษณะการสง
กกกกกกก ขอที่ 3 การกําหนดกระดาษ
กกกกกกก ขอที่ 4 การกาํ หนดลําดับของการอานตามลกั ษณะของแผนพบั
กกกกกกก ขอท่ี 1 การกําหนดขนาดและรปู แบบของแผน พบั
แผนพบั มีลกั ษณะคลา ยใบปลวิ แตมีขนาดใหญกวา (เม่ือคล่ีออกมา) เนือ่ งจากถกู
ออกแบบใหบรรจุรายละเอียด ไดมากกวา มไี ดตัง้ แต 2 - 5 ทบ หรอื มากกวานั้น เปนๅ ตน
วิธีการพับมีหลายแบบ เชน พับทบกันไปมาเทากันทุกดาน พับไมเทากันทุกดาน
และในปใจจุบันมีการออกแบบใหมีลูกเลนมากมายจะเปๅน ไดคัด popup ดึง ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยูกับ
ผูอ อกแบบ และเจาของสนิ คา วิธีการจัดแจกเปๅน เชน เดยี วกบั ใบปลวิ
การผลิต รูปแบบของแผน พับจะเปนๅ กระดาษแผน เดียวพิมพแทง้ั สองหนาแลวพบั
อยา งนอ ย 1 พบั เปนๅ ตน
เนื่องจากแผนพบั มีวธิ ีการพบั หลายแบบและไมมเี ลขหนากาทบั เหมือนกบั หนังสอื
ทจี่ ะบังคับใหผ ูอาน อา นไปทีละหนา ดงั น้ันผูทําแผนพับจึงตอ งออกแบบจัดเรียงลําดับการเสนอขอความ
และรูปภาพในการโฆษณาใหเ หมาะสมกับลกั ษณะของการพบั น้นั ๆ เพราะถาออกแบบไมดีแลวจะทําให
ผอู านเกิดความสบั สนในการอานไดง าย
กกกกกกกขอ ท่ี 2 การกาํ หนดลักษณะการสง
การนําแผนพับไปใชง านนัน้ ทําไดหลายวิธี เชน สง ทาง ไปรษณียแให, นาํ ไปใสไ วใ น
กลองท่ีจัดทําข้ึนเปๅนพิเศษไปต้ังตามสถานท่ีสาธารณะ (Take - Onebox) การใชคนไปยืนแจกตาม
สถานท่ที ่ีคาดวากลมุ คนทีส่ นใจจะไป
กําหนดลกั ษณะการแจกจา ยแผนพับที่แนน อน จะทาํ ใหท ราบถงึ ขอท่ีควรคาํ นึงถึง
ในขน้ั ตอนการออกแบบลวงหนา เปนๅ ตน
กกกกกกกขอ ท่ี 3 การกาํ หนดกระดาษ
การกําหนดกระดาษสาํ หรับทําแผน พับ มักจะคาํ นงึ ถึงตน ทุนในการผลติ เปนๅ หลัก
เพราะแผน พับ 1 ใบทแี่ จกออกไปนัน้ จะมผี ูพบเห็นเพยี งคนเดยี วเทานน้ั
กระดาษที่ใชในการทําแผน พับนัน้ ก็ตอ ง มีความเหมาะสมกับสนิ คาหรือบรกิ ารท่ี
ตองการส่ือสาร ลักษณะของกระดาษท่ีแตกตางกันสามารถทําใหแผนพับมีลักษณะไมเหมือนกันอยาง
ส้ินเชิง ในดานเทคนิคกระดาษบางชนิดมีขอจํากัดในเร่ืองการพับโดยเฉพาะกระดาษที่มีความหนา
มากกวา ปกติ คือจะตองพบั ไปในแนวเดยี วกบั ทิศทางการเรียงตวั ของเสนใยกระดาษ (Grain) เทานั้น
กกกกกกกขอ ท่ี 4 การกาํ หนดลาํ ดบั ของการอา นตามลกั ษณะของแผน พบั
เม่อื ผอู านไดร ับแผน พบั นนั้ จะเปนๅ ลกั ษณะท่ยี ังพบั อยูทาํ ใหผ อู านไดเห็นดานหนา
กอ น จากน้นั เมื่อผูอา นคลี่แผนพบั ออกก็จะคอย ๆ เหน็ หนา อนื่
178
ดงั นั้น จึงตองกําหนดลาํ ดับของเน้ือหาใหอยใู นตาํ แหนง หนาทส่ี อดคลองกับลําดบั
ของการคลี่แผน พับน้ันออกอา น โดยตอ งกําหนดวาเนอ้ื หาสว นใดควรมากอนมาทีหลัง แลวจัดวางไปตาม
สว นตา งๆใหถกู ตอ งตามลาํ ดบั ของการคลอี่ อกอาน
กกกกกกกองคแประกอบและการจดั วางองคปแ ระกอบในการออกแบบแผนพับที่ตอ งกําหนดและวางแผน
เฉพาะในสวนท่เี กีย่ วของกบั การออกแบบ มี 4 องคปแ ระกอบ ดังนี้
กกกกกกกองคปแ ระกอบท่ี 1 พาดหวั
1.1 มักเปนๅ ตวั อักษรท่ีใหญหรืออยูในตาํ แหนง ท่ีเดน
1.2 อยูดานหนาของแผน พบั และนิยมวางไวในสวนบนของหนา
1.3 เปนๅ ขอ ความส้นั ๆ เขา ใจงาย
กกกกกกกองคปแ ระกอบท่ี 2 ภาพประกอบ
1.1 มกั วางอยหู นาเดยี วกบั พาดหัว (แตไมจําเปๅนตอ งมคี ูกันเสมอ)
1.2 เปนๅ ภาพทจ่ี ะชว ยดึงความสนใจของผอู าน
1.3 ตามขอ ความอาจมภี าพประกอบเลก็ ๆ เพือ่ ใชประกอบเน้อื
กกกกกกกองคปแ ระกอบท่ี 3 ขอความ
1.1 เนอื่ งจากพืน้ ทีม่ จี ํากดั ขอ ความเนอื้ หาจงึ มกั มขี นาดเล็ก แตไมค วร
เลก็ กวา 12 พอยดแ
1.2 ควรใชต วั อักษรสเี ขม บนพนื้ สีออ น ดกี วา ตัวอักษรสอี อนบนพนื้ เขม
1.3 ควรใชแบบอกั ษรเพยี ง 1-2 แบบ
1.4 การวางขอมูลตองคํานึงถงึ ลาํ ดบั การอา นใหถูกตอง
1.5 ควรเวนพน้ื ที่วางไว เพ่ือไมใ หม ีขอความมากเกนิ ไปเพราะจะทําให
นาเบื่อ
กกกกกกกองคแประกอบที่ 4 ภาพสถานทหี่ ลัก และตราสญั ลกั ษณแ
1.1 ภาพสถานทห่ี ลัก อาจนํามาเปๅนภาพประกอบในหนา แรกของแผน พับได
1.2 ตราสัญลักษณแควรอยูดานหนาแผน พบั รวมกบั พาดหัวหรอื ภาพ
ประกอบหลกั
1.3 ควรมีตราสัญลักษณแในตอนทา ยของแผนพับดวยเพอื่ เปนๅ การยาํ้
เตอื นถงึ สัญลักษณแของเร่ืองน้นั
กกกกกกกขอดขี องแผน พบั
กกกกกกก ขอ 1 ผลติ และปรับปรงุ ไดง า ย
กกกกกกก ขอ 2 เพ่มิ โอกาสใหกับการขาย
กกกกกกก ขอ 3 สรา งความนาเช่ือถือ
กกกกกกก ขอ 4 ลดตน ทุน ลดเวลา ในการตอบคําถาม
กกกกกกก ขอ 5 ประหยัดคาใชจ ายในการผลิต
179
กกกกกกก ขอ 6 ขนาดเลก็ พกพาสะดวก ผอู านสามารถอา นซํ้าไดเ มอ่ื ตองการ
กกกกกกก ขอ 7 นาํ ไปใชไ ดในหลายวัตถปุ ระสงคแ
กกกกกกกขอควรคาํ นงึ ในการออกแบบแผน พบั
กกกกกกก ขอ 1 หนาแรกของแผนพับตองออกแบบใหสวยงาม สะดุดตา และนาหยบิ อา น
กกกกกกก ขอ 2 จดั เรยี งลาํ ดบั เน้ือหาใหเหมาะสม เพราะแผนพับไมม เี ลขหนากาํ กับ ผูอา นอาจ
สบั สนได ควรจัดทาํ โครงรา ง (Layout) การนําเสนอเนื้อหา ภาพกราฟกิ ประกอบ
กกกกกกก ขอ 3 ควรพับงาย ไมซับซอน หลกี เล่ยี งการใชแผน พับทีม่ ีหลายหนา เพราะจะทําใหอานยาก
กกกกกกก ขอ 4 นาํ เสนอขอมูลใหจบในแตละสว นทีพ่ ับ หากจําเปนๅ ตองขา มสวน ควรออกแบบให
สะดวกหรอื ตอเนื่อง เขาใจงา ย
กกกกกกก ขอ 5 ภาพหรอื กราฟกิ ทีใ่ ชประกอบ ควรสง เสรมิ หรอื สอดคลองกับเน้ือหา
กกกกกกก ขอ 6 ใชห ลักองคแประกอบศิลปช วยออกแบบ
กกกกกกกกลาวโดยสรุปวา หลักการท่ัวไปการออกแบบแผนพับ มี 2 เรื่องท่ีสําคัญ คือ (1) สิ่งที่ตอง
กําหนด และวางแผนกอนการออกแบบแผนพับ และ (2) องคแประกอบ และการจัดวางองคแประกอบใน
การออกแบบแผนพับ และสิ่งที่ตองกําหนดและวางแผนกอนการออกแบบแผนพับ มี 4 ขอ ดังนี้ (1)
การกําหนดขนาด และรูปแบบของแผนพับ (2) การกําหนดลักษณะการสง (3) การกําหนดกระดาษ
และ (4) การกาํ หนดลาํ ดบั ของการอานตามลักษณะของแผน พบั
กจิ กรรมทายบท
กกกก แบบบนั ทกึ กจิ กรรมฝกึ ปฏบิ ตั ิ
ชือ่
กิจกรรม……………………………………………………………………………………………………………………………………
เน้ือหากจิ กรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
180
ประโยชนทแ ีไ่ ดร บั กบั ตนเอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ประโยชนทแ ไ่ี ดร ับตอชมุ ชนและสงั คม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ......…………………………………………….. ผูรับรอง
(.................................................................)
ลงช่ือ......…………………….……….นักศึกษา ลงชือ่ .......................................... ครู ประจาํ กลมุ
(..............................................................) (.................................................................)
ภาพประกอบกจิ กรรม
181
หมายเหตุ
อาจมากกวา 4 ภาพ พรอ มอธิบายใตภ าพ
เงอื่ นไขกจิ กรรมการฝกึ ปฏบิ ตั อิ าสามคั คเุ ทศกแ
1. ครถู า ยทอดเร่อื งของมัคคเุ ทศกแใหกบั นักศกึ ษา
2. คดั เลอื กนักศกึ ษาท่ีมคี วามสามารถกลาแสดงออก
3. ฝกึ พดู หนา ช้นั เรยี น/ครูและเพ่ือน ประเมินผล
4. จดั ตง้ั กลมุ จติ อาสามัคคุเทศกแ กศน.อําเภอสัตหีบ
5. จัดทําบัตรจิตอาสามัคคุเทกศแ โดย ทาน ผอ.กศน.อาํ เภอสตั หีบ
6. ลงพื้นทปี่ ฏบิ ตั จิ รงิ
7. จดั ทําโครงการเสนอขอกิจกรรมพฒั นาผเู รยี น
182
บรรณานกุ รม
กรมศาสนา. (2526). ประวตั วิ ดั สาํ คญั ทางพระพทุ ธศาสนา ตอนที่ 3. กรงุ เทพฯ; โรงพิมพกแ ารศาสนา.
กาํ เนิดพุทธศาสนา สืบคน เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 จาก
https://www.youtube.com/watch?v=X3EMTCaZNDU
ช่นื หัตถโกศล. (2542). สารานกุ รมวฒั นธรรมไทย ภาคกลาง เลม 4. กรุงเทพฯ; โรงพิมพแสยามเพรส
กกกกกกกแมเนจเมน ทจแ าํ กัด.
ญาณภทั ร ยอดแกว . การนับถอื ศาสนาในพทุ ธชยนั ตี 2,600 ปี GotoKnow . สืบคน เม่อื วันท่ี 21 กก
กกกกกกกกันยายน 2560 จาก https://www.gotoknow.org/posts/485798
ณัฐพงษแ สังขแกล่ินหอม. (2559). มลู เหตกุ ารณเแ กดิ ศาสนา. สบื คนเมอ่ื วันท่ี 21 กันยายน 2560 จาก
กกกกกกกhttps://sites.google.com/site/nathphngssangkhklinhxmiom/prawati
นที สงั ขแเทยี บ, สมบัติ รอดประเสริฐ. (2555). เปดิ ตาํ นาน หลวงพออี๋ . ชลบรุ ;ี วงตะวันเพรสจาํ กัด.
บปุ ผา คมุ มานนท.แ (2559). หลกั การมคั คเุ ทศกแ. กรงุ เทพฯ; โรงพมิ พคแ ุรสุ ภาลาดพราว.
พุทธศาสนา หลงั พทุ ธกาล สบื คน เมื่อวันที่ 14 ตลุ าคม 2560 จาก
http://202.28.117.35 /UserFiles/chapter-1(2).pdf
มนตแ ทองชชั . (2530). 4 ศาสนาสาํ คญั ของโลกปจใ จบุ นั . กรุงเทพฯ; โรงพิมพแโอ.เอส.พรน้ิ ตงิ้ เฮา สแ.
มนสั สินี บญุ มศี รสี งา . (2530). หลกั การมคั คเุ ทศกแ Principles of Tour Guide. เพชรบรุ ี; คณะกก
กกกกก วทิ ยาการจดั การ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร วทิ ยาเขตวารสนเทศเพชรบุรี.
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2512). สารานุกรมไทย เลม 9 จนี -ฉทั ทนั ต.แ กรงุ เทพฯ; โรงพมิ พแรุงเรืองธรรม.
. (2556). พจนานุกรม ฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกยี รติ
กกกกกกพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั เนือ่ งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ก
กกกกกก7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. กรงุ เทพฯ; ราชบัณฑติ ยสถาน.
สชุ พี ปญใ ญานภุ าพ. (2516). ประวตั ศิ าสตรศแ าสนา. กรงุ เทพฯ; รวมสาสแน.
กกกกกกก..ก(2539). พระไตรปฎิ กสาํ หรบั ประชาชน. พิมพคแ ร้ังท่ี 16. กรงุ เทพฯ; มกฏุ ราวทิ ยาลัย.
เสถยี ร โฑธินันทะ. (2515). ภมู ปิ ระวตั ิพระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพฯ; โรงพิมพแบรรณาคาร.
183
เสน ทางการเผยแผพระพทุ ธศาสนา สืบคนเมือ่ วนั ที่ 12 ตุลาคม 2560 จาก
https://www.dmc.tv/pages/ความรรู อบตวั /หลกั ฐานธรรมกายในคัมภรี พแ ทุ ธโบราณ
184
ภาคผนวก
185
ภาคผนวก ก.
คาํ สง่ั แตง ตง้ั กรรมการจดั ทาํ หนงั สอื เรยี น
186
คาส่ัง ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอสัตหบี
ที่ / ๒๕๖๔
เรอื่ ง แตง่ ตงั้ คณะกรรมการจัดทาหนังสือเรยี นรายวิชา สค33๐๐1๗๔ พทุ ธวถิ หี ลวงพ่ออวี๋ ดั สตั หีบ
............................................
ด้วยศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ จะดาเนิน
จัดทาหนังสือเรียน รายวิชา สค33๐๐1๗๔ พุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ จานวน ๒ หน่วยกิต ระดับ
มธั ยมศึกษาตอนปลาย เพ่ือใช้สาหรับการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับ
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพ่ือให้การดาเนินจัดทาหนังสือเรียนในคร้ังน้ีมีเน้ือหาสาระท่ี
เป็นประโยชนต์ อ่ ผเู้ รียนและสอดคล้องตามหลกั สูตรและบรบิ ทของสถานศึกษา จึงแต่งต้ังคณะกรรมการ
จัดทาหนังสือเรยี น ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. คณะกรรมการระดบั อานวยการ ประกอบด้วย
1.1 นางสรุ ัสวดี เลย้ี งสพุ งศ์ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอสัตหบี ประธานกรรมการ
1.2 นางสพุ ัด นาเจรญิ ลาภ ครชู านาญการ กรรมการ
1.3 นายทัพพเทพ อรเนตร ครูผู้ชว่ ย กรรมการ
2. คณะกรรมการระดับปฏิบัตกิ าร ประกอบด้วย
2.1 นางสุพดั นาเจริญลาภ ครูชานาญการ ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
2.2 นายทัพพเทพ อรเนตร ครผู ู้ช่วย
กรรมการ
2.3 นางสุจนิ ดา บพุ นมิ ติ ร ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.4 นายวีรากร มณีทรพั ย์สุคนธ์ ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.5 นางสาวสภุ าวดี บางโสก ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.6 นางสุภาภรร์ นวมนา ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.7 นางสาวเกษนยี ์ เดชรกั ษา ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.8 นางสาวประวีณา ดาวมณี ครู กศน. ตาบล กรรมการ
กรรมการ
2.9 นางสาวสุรภา เชาวว์ นั ดี ครู กศน. ตาบล กรรมการ
2.10 นางสาวปาร์ยพิชชา เจริญศรี ครู กศน. ตาบล
2.11 นางสาวฐติ มิ า ณ ลาพูน ครู ศรช.
2.12 นางสาวกุสมุ า เพชรสนี วล ครู ศรช.
2.13 นางสาวนวลจนั ทร์ นาครักษ์ ครู ศรช.
2.14 นางสาวอาธสิ า สุขโขเจรญิ ครู ศรช.
2.15 นางสาวเสาวนยี ์ สนั ตวิ งศ์ ครู ศรช.
2.16 นางสาวทตั พิชา นนทล์ ือชา ครู ศรช.
187
2.17 นางปิยวดี เตชะวงศ์ ครู ศรช. กรรมการ
2.18 นางไพลิน ประเสริฐสังข์ ครู กศน. ตาบล กรรมการ
2.19 นางสาวศิรทิ รพั ย์ กิตตภิ ิญโญวัฒน์ บรรณารกั ษ์ กรรมการ
2.20 นางสาวพรทิพย์ พลอยประไพ บรรณารกั ษ์ กรรมการ
2.21 นางภัทชา เอ่ียมอาสา ครอู าสาสมัครฯ กรรมการและเลขานุการ
ให้ผู้ที่ได้รับแตง่ ตัง้ เป็นคณะกรรมการตามคาสงั่ ปฏิบัติหนา้ ที่ให้บรรลุวัตถุประสงค์และ
บังเกิดผลดตี อ่ ทางราชการ
ทง้ั น้ีต้ังแต่วนั ที่ ๑๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เปน็ ตน้ ไป
สั่ง ณ วนั ท่ี ๑๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔
(นางสุรสั วดี ลย้ึ งสพุ งศ์)
ผู้อานวยการศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอสตั หีบ
188
ภาคผนวก ข.
ใบอนญุ าตใชห นงั สอื เรยี น
189
ประกาศ สํานักงาน กศน.จงั หวัดชลบรุ ี
เร่อื ง การอนญุ าตใชห นังสือเรยี น
กกกกกกกตามท่ีสถานศึกษาศูนยแการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอําเภอสัตหีบ จังหวัด
ชลบุรี ไดมีการจัดทําหลักสูตรรายวิชาเลือก สค3300174 พุทธวิถีหลวงพ่ออ๋ีวัดสัตหีบ ระดับ
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย และเพื่อใหนักศกึ ษาไดบรรลุมาตรฐานการเรียนรูตามหลักสูตร จึงไดจัดทําหนังสือ
สาระการพฒั นาสังคม รายวิชา สค3300174 พุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ เปๅนส่ือการเรียนรู ตลอดจน
ไดผานการตรวจสอบคณุ ภาพจากคณะกรรมการวิชาการของสาํ นกั งานสงเสริมการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครปฐม แลวในดานความถูกตองของเนื้อหาหนังสือเรียนท่ีมี
ความสัมพันธแ สอดคลอ งกับเนอื้ หาของหลักสูตรดังกลาวขา งตน
กกกกกกกดังน้ัน เพ่ือใหการจัดการเรียนรูในหลักสูตรรายวิชา สค3300174 พุทธวิถีหลวงพ่ออ๋ีวัดสัต
หบี บรรลุมาตรฐานการเรียนรูชวยใหนักศึกษามีความรู ทักษะ และเจตคติที่ดีตอหลักสูตรนี้ จึงอนุญาต
ใหใชหนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม รายวิชา สค3300174 พุทธวิถีหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ ระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย เปๅนส่ือการเรียนรูในการจัดการเรียนรูในหลักสูตรน้ี ตั้งแตภาคเรียนที่ 1 ปี
การศึกษา ๒๕๖๔
ประกาศ ณ วนั ท่ี 1 ธนั วาคม ๒๕๖๔
(นายอนุชา พงษเแ กษม)
ผูอาํ นวยการสํานักงานสง เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จังหวัดชลบรุ ี