แผนการสอน/การจดั การเรยี นรู้แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสวิชา 3103 - 2301 วิชา การออกแบบรอยต่องานเชื่อมโครงสร้างโลหะ
หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้ันสูง ปี พ.ศ.2563
ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
จดั ทำโดย
นางสาวพชิ ญาภา อิม่ รักษา
ตำแหน่ง ครูผ้สู อน
แผนกวชิ า ช่างเชือ่ มโลหะ
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
ฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยการอาชีพสว่างแดนดิน
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
คำนำ
แผนการสอนรายวชิ าการออกแบบรอยตอ่ งานเชื่อมโครงสร้างโลหะ รหัส 3103 – 2301 ใน
รายวชิ านจี้ ะมเี น้ือหาการเรยี นการสอนประกอบไปด้วย ลกั ษณะรายวชิ า การแบ่งหน่วยการเรียนรู้
และบทเรียน หวั ข้อ จุดประสงคก์ ารสอน การประเมนิ รายวิชา กำหนดการสอน แบบทดสอบก่อน
เรียนและแบบทดสอบหลังเรยี น ใบความรู้ แผ่นใส แบบฝกึ หัด ใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการ
ทำงานเป็นกล่มุ แบบสังเกตรายงานกลมุ่ แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและลักษณะอัน
พึงประสงค์ บันทกึ หลงั การสอน ซ่ึงเนื้อหาทงั้ หมดนไี้ ด้จดั ทำข้ึนเพ่ือใช้ในการสอนประจำภาคเรียนท่ี
2 /2562
ซง่ึ เน้อื หาภายในแผนการสอนประกอบดว้ ย 14 หน่วย ดังน้ี สัญลกั ษณ์ในงานเชอื่ ม การ
กำหนดสญั ลักษณ์ของแนวเช่ือมต่อฉาก การกำหนดสัญลักษณข์ องแนวเชือ่ มบากร่อง การกำหนด
สัญลักษณ์แนวเชือ่ มปล๊ัก แนวเชื่อมสล็อต แนวเช่ือมผอกผิวและแนวเชอื่ มขอบ การกำหนดสญั ลกั ษณ์
แนวเช่ือมจุด แนวเชื่อมตะเข็บ แนวเช่ือมโปรเจคช่นั แนวเชื่อมสลัก การกำหนดสญั ลกั ษณง์ านเชื่อม
ตามมาตรฐานสากล สภาพเช่ือมได้ของวสั ดุโครงสรา้ ง พฤติกรรมการรบั ภาระและตวั แปรตา่ งๆทสี่ ่งผล
กระทบต่อแนวเชอ่ื ม การออกแบบรอยตอ่ สำหรบั งานเชอ่ื มโครงสร้าง การเชอ่ื มเหลก็ โครงสร้างท่ี
รบั ภาระสถิตย์ การออกแบบรอยตอ่ งานเช่ือม การเชื่อมช้นิ สว่ นข้นึ รปู เยน็ และขึน้ รปู รอ้ น การต่อคาน
ดว้ ยหมุดย้ำ การเกิดและการป้องกนั การโกง่ งอของคานน้ำหนักและเสาคำ้ ยัน นอกจากนที้ ้ายหน่วย
ยังมีแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้เพื่อทบทวนความรคู้ วามเขา้ ใจและมีใบงานประกอบไวใ้ ห้นักเรยี น
นกั ศึกษาได้ฝกึ ปฏบิ ตั ิด้วย
ดังนั้นผู้จัดทำแผนการสอนหวงั เป็นอย่างยิ่งว่าแผนการสอนเลม่ น้จี ะสามารถใหค้ วามรู้และเกดิ
ประโยชนแ์ ก่นักเรยี น นักศกึ ษา คณะครูผ้สู อนตลอดจนผ้สู นใจศึกษา หากมีขอ้ ผิดพลาดประการใด
ผจู้ ัดทำขอน้อมรบั คำตชิ มเพอ่ื เปน็ ประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไข
ลงช่ือ ...................................................
(นางสาวพชิ ญาภา อิ่มรักษา)
สารบญั
หน้า
คำนิยม
คำนำ
สารบญั
ลกั ษณะรายวชิ า
ตารางวเิ คราะห์สมรรถนะการเรียนรู้
ตารางวเิ คราะห์หลกั สูตร
ตารางวิเคราะห์สมรรถนะรายวชิ าโดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
โครงการสอนหรือโครงการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 สัญลกั ษณใ์ นงานเชอ่ื ม
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2 การกำหนดสัญลกั ษณ์ของแนวเชือ่ มต่อฉาก
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 การกำหนดสัญลักษณ์ของแนวเช่ือมบากรอ่ ง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 4 การกำหนดสญั ลักษณแ์ นวเชอ่ื มปลัก๊ แนวเชอื่ มสลอ็ ต
แนวเชอ่ื มผอกผิวและแนวเชอื่ มขอบ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 5 การกำหนดสญั ลักษณ์แนวเชื่อมจุด แนวเชือ่ มตะเข็บ
แนวเชอื่ มโปรเจคช่นั แนวเชอื่ มสลัก
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 6 การกำหนดสญั ลกั ษณ์งานเชือ่ มตามมาตรฐานสากล
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 สภาพเชอื่ มได้ของวสั ดุโครงสร้าง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 8 พฤตกิ รรมการรบั ภาระและตวั แปรต่างๆท่ีส่งผลกระทบตอ่ แนวเชอ่ื ม
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9 การออกแบบรอยต่อสำหรบั งานเช่อื มโครงสร้าง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 การเชือ่ มเหลก็ โครงสรา้ งท่ีรับภาระสถิตย์
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 11 การออกแบบรอยต่องานเช่อื ม
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 12 การเชือ่ มช้ินส่วนขน้ึ รปู เย็นและขึน้ รูปร้อน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 13 การต่อคานด้วยหมุดย้ำ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 การเกิดและการป้องกนั การโกง่ งอของคานน้ำหนักและเสาคำ้ ยัน
ลักษณะรายวชิ า
รหสั วชิ า 3103 - 2301 ชอื่ วชิ า การออกแบบรอยต่องานเชื่อมโครงสรา้ งโลหะ
จำนวนหน่วยกติ 3 หนว่ ยกิต จำนวนช่วั โมงตอ่ สัปดาห์ 3 ชว่ั โมง รวม 54 ชั่วโมงตอ่ ภาคเรียน
จุดประสงคร์ ายวิชา
1. เข้าใจเก่ยี วกับหลักการออกแบบรอยตอ่ งานเชื่อมโครงสร้างโลหะ
2. เข้าใจเกี่ยวกบั การอ่านและส่งั งานตามแบบข้อกำหนดรายละเอยี ดขอ้ กำหนดในงานเชอื่ ม (WPS)
3. สามารถเขียนแบบรอยต่อในงานเช่ือมโครงสร้างโลหะตามมาตรฐาน
4. มเี จตคตแิ ละกิจนิสยั ท่ีดีในการเรียนรแู้ ละปฏิบัตงิ านด้วยความรอบคอบ
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กยี่ วกับหลกั การออกแบบรอยตอ่ งานเชอ่ื มโครงสรา้ งโลหะ
2. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั การอ่านและสั่งงานตามแบบข้อกำหนดรายละเอียดข้อกำหนดในงานเชือ่ ม (WPS)
3. เขยี นแบบรอยต่อในงานเชือ่ มโครงสรา้ งโลหะตามมาตรฐาน
4. ประยุกต์ใชห้ ลกั การและกระบวนการในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภยั
คำอธิบายรายวิชา
ศกึ ษาเกย่ี วกบั หลักการออกแบบ เขยี นแบบ อ่านแบบ รอยตอ่ งานเช่ือมโครงสรา้ งโลหะ ความหมาย
สัญลกั ษณ์ในงานเชอื่ มโครงสรา้ งโลหะ ชนิดลักษณะของรอยตอ่ ที่ใชใ้ นงานโครงสร้างโลหะ ตามมาตรฐาน AWS
D1.1
ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้
รหสั วชิ า 3103 - 2301 ชือ่ วิชา การออกแบบรอยต่องานเชอื่ มโครงสรา้ งโลหะ
จำนวนหนว่ ยกติ 3 หนว่ ยกิต จำนวนชวั่ โมงต่อสัปดาห์ 3 ชวั่ โมง รวม 54 ช่ัวโมงต่อภาคเรียน
หนว่ ยการสอน สมรรถนะการเรียนรู้
หน่วยการสอนท่ี 1 1. ดา้ นความรู้
ชื่อหน่วยการสอน สญั ลักษณ์ในงานเช่อื ม 1.1 บอกความหมายของสญั ลักษณ์ในงานเชอ่ื มได้
แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ อยา่ งถูกต้อง
1.2 บอกอธิบายสัญลักษณ์ในงานเชื่อมได้
2. ดา้ นทกั ษะหรือการประยกุ ต์ใช้
2.1. บอกสญั ลักษณ์ในงานเช่อื มได้
2.2. เขยี นสัญลักษณ์ในงานเช่ือมได้
3. ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะทพ่ี งึ
ประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
3.1 ตรงตอ่ เวลา มวี นิ ัย มีความรบั ผดิ ชอบ ละเอยี ด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มีความซื่อสัตย์ มเี หตุผล
ประหยดั และปฏิบตั ิตนในแนวทางท่ดี ี
หน่วยการสอนท่ี 2 1. ดา้ นความรู้
ชื่อหน่วยการสอน การกำหนดสญั ลักษณ์ของแนว 1.1 บอกการกำหนดสัญลักษณข์ องแนวเช่อื มต่อ
เช่ือมต่อฉาก ฉากได้
แบบประเมินผลการเรยี นรู้ 1.2 อธบิ ายการกำหนดสัญลกั ษณ์ของแนวเช่อื มต่อ
ฉากได้
2. ดา้ นทักษะหรือการประยกุ ต์ใช้
2.1 การกำหนดสัญลกั ษณข์ องแนวเชอ่ื มต่อฉากได้
3. ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพึง
ประสงคแ์ ละบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
3.1 ตรงต่อเวลา มีวนิ ยั มคี วามรับผิดชอบ ละเอยี ด
รอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มคี วามซื่อสัตย์ มีเหตผุ ล
ประหยดั และปฏบิ ัตติ นในแนวทางทด่ี ี
หน่วยการสอนที่ 3 1. ด้านความรู้
ชื่อหน่วยการสอน การกำหนดสัญลักษณ์ของแนว 1.1 อธิบายความหมายของการกำหนดสัญลักษณ์
เชอ่ื มบากร่อง ของแนวเช่อื มบากรอ่ งได้
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1.2 บอกการกำหนดสัญลกั ษณ์ของแนวเช่ือมบาก
หน่วยการสอนที่ 4 ร่องได้
ช่ือหน่วยการสอน การกำหนดสัญลักษณแ์ นว 2. ด้านทักษะหรือการประยุกต์ใช้
เชือ่ มปลั๊กแนวเชื่อมสล็อต
แนวเชื่อมผอกผวิ และแนวเชื่อมขอบ 2.1 กำหนดสัญลักษณข์ องแนวเชอื่ มบากร่องได้
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ 3. ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพงึ
หนว่ ยการสอนท่ี 5 ประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ
ช่อื หน่วยการสอน การกำหนดสญั ลักษณ์แนว พอเพยี ง
เชือ่ มจุด แนวเชือ่ มตะเขบ็ 3.1 ตรงตอ่ เวลา มวี ินัย มคี วามรับผิดชอบ ละเอยี ด
แนวเช่ือมโปรเจคชั่น แนวเช่ือมสลัก
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ รอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มคี วามซื่อสัตย์ มีเหตผุ ล
ประหยดั และปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี
1. ด้านความรู้
1.1 บอกความหมายของการกำหนดสัญลักษณ์แนว
เชื่อมปล๊ักแนวเช่ือมสลอ็ ต แนวเชื่อมผอกผิวและแนว
เช่ือมขอบได้
1.2 บอกทม่ี าการกำหนดสัญลักษณ์แนวเชอ่ื มปลั๊ก
แนวเชื่อมสล็อต แนวเช่ือมผอกผวิ และแนวเชื่อมขอบได้
2. ดา้ นทักษะหรือการประยกุ ต์ใช้
2.1 การกำหนดสญั ลักษณแ์ นวเชอื่ มปลัก๊ แนวเช่อื ม
สลอ็ ต แนวเชื่อมผอกผวิ และแนวเชอ่ื มขอบ
3. ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะที่พงึ
ประสงคแ์ ละบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
3.1 ตรงต่อเวลา มวี นิ ัย มคี วามรบั ผิดชอบ ละเอียด
รอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มีความซื่อสตั ย์ มเี หตุผล
ประหยดั และปฏิบตั ติ นในแนวทางทีด่ ี
1. ด้านความรู้
1.1 อธิบายการกำหนดสัญลักษณ์แนวเชื่อมจดุ ได้
1.2 อธบิ ายการกำหนดสัญลักษณ์แนวเชือ่ มตะเข็บ
ได้
1.3 อธบิ ายการกำหนดสัญลักษณ์แนวเช่ือม
โปรเจคชนั่ ได้
1.4 อธิบายการกำหนดสญั ลักษณ์แนวเช่ือมสลักได้
2. ดา้ นทักษะหรือการประยกุ ต์ใช้
2.1 มที ักษะในการเขยี นผงั มโนทศั น์เรือ่ ง วสั ดุ
กอ่ สรา้ งได้
3. ดา้ นคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะที่พึง
ประสงค์และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
3.1 ตรงต่อเวลา มีวินัย มคี วามรับผิดชอบ ละเอยี ด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มคี วามซ่ือสตั ย์ มีเหตุผล
ประหยดั และปฏิบัติตนในแนวทางทีด่ ี
หน่วยการสอนท่ี 6 1. ด้านความรู้
ชอ่ื หน่วยการสอน การกำหนดสัญลักษณ์งานเช่ือม 1.1 อธบิ ายการกำหนดสัญลกั ษณ์งานเช่ือมตาม
ตามมาตรฐานสากล มาตรฐานสากลได้
แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 2. ดา้ นทกั ษะหรือการประยุกต์ใช้
2.1 กำหนดสัญลกั ษณ์งานเช่ือมตามมาตรฐานสากล
ได้
3.ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่พี ึง
ประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
3.1 ตรงตอ่ เวลา มีวินยั มีความรับผิดชอบ ละเอียด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มคี วามซ่ือสัตย์ มีเหตผุ ล
ประหยดั และปฏบิ ตั ติ นในแนวทางท่ีดี
หน่วยการสอนท่ี 7 1.ด้านความรู้
ชอ่ื หน่วยการสอน สภาพเช่ือมไดข้ องวสั ดุ 1.1 อธิบายสภาพเช่อื มได้ของวสั ดุโครงสรา้ งได้
โครงสร้าง 2. ด้านทกั ษะหรือการประยุกตใ์ ช้
2.1 บอกสภาพเช่อื มได้ของวัสดโุ ครงสรา้ งได้
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ 3.ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะทพ่ี ึง
ประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
3.1 ตรงต่อเวลา มวี ินัย มีความรบั ผิดชอบ ละเอยี ด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มีความซ่ือสตั ย์ มเี หตผุ ล
ประหยัด และปฏบิ ัติตนในแนวทางทดี่ ี
หน่วยการสอนที่ 8 1.ด้านความรู้
ชื่อหน่วยการสอน พฤติกรรมการรับภาระและตัว 1.1 อธิบายเกีย่ วกับพฤติกรรมการรับภาระและตวั
แปรต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อแนวเชื่อม แปรต่างๆทสี่ ่งผลกระทบต่อแนวเช่อื มได้
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
2. ดา้ นทกั ษะหรอื การประยุกต์ใช้
2.1 บอกพฤตกิ รรมการรบั ภาระและตัวแปรตา่ งๆท่ี
ส่งผลกระทบต่อแนวเชอื่ มได้
3.ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะทพ่ี ึง
หน่วยการสอนที่ 9 ประสงคแ์ ละบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ
ชอื่ หน่วยการสอน การออกแบบรอยตอ่ สำหรบั พอเพยี ง
งานเชือ่ มโครงสร้าง
แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 9 3.1 ตรงตอ่ เวลา มีวินัย มีความรับผิดชอบ ละเอยี ด
แบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยที่ 9 รอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มคี วามซื่อสตั ย์ มีเหตผุ ล
ประหยัด และปฏิบตั ิตนในแนวทางทด่ี ี
1.ด้านความรู้
1.1 บอกความหมายของการออกแบบรอยต่อ
สำหรบั งานเชื่อมโครงสรา้ งได้
1.2 บอกองค์ประกอบการออกแบบรอยต่อสำหรบั
งานเชอ่ื มโครงสรา้ งได้
2. ด้านทกั ษะหรือการประยุกต์ใช้
2.1 คำนวณหาการออกแบบรอยต่อสำหรบั งาน
เชื่อมโครงสร้างได้
3.ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะทพ่ี งึ
ประสงค์และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
3.1 ตรงต่อเวลา มีวนิ ยั มคี วามรบั ผดิ ชอบ ละเอยี ด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มคี วามซื่อสตั ย์ มเี หตุผล
ประหยดั และปฏิบตั ิตนในแนวทางทดี่ ี
หนว่ ยการสอนที่ 10 1.ด้านความรู้
ช่ือหน่วยการสอน การเชือ่ มเหล็กโครงสร้างที่ 1.2 บอกความหมายของการเชอื่ มเหล็กโครงสรา้ ง
รับภาระสถติ ย์ ทรี่ บั ภาระสถิตย์ได้
แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 10 1.2 บอกการรบั ภาระสถิตย์ได้
แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 10
2. ดา้ นทักษะหรอื การประยุกต์ใช้
2.1 หาการเช่ือมเหลก็ โครงสรา้ งที่รบั ภาระสถติ ย์ได้
2.2 อธบิ ายการเชื่อมเหล็กโครงสร้างท่ีรับภาระ
สถิตย์ได้
3.ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะทีพ่ งึ
ประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพียง
3.1 ตรงตอ่ เวลา มีวินัย มคี วามรับผดิ ชอบ ละเอยี ด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มคี วามซื่อสตั ย์ มีเหตผุ ล
ประหยัด และปฏบิ ตั ิตนในแนวทางทด่ี ี
หนว่ ยการสอนที่ 11 1.ดา้ นความรู้
ชื่อหน่วยการสอน การออกแบบรอยต่องานเชอ่ื ม 1.3 บอกความหมายของการออกแบบรอยต่องาน
แบบฝกึ หดั หน่วยท่ี 11 เชือ่ มได้
แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 11 1.2 บอกรอยต่องานเช่ือมต่างๆได้
2. ด้านทกั ษะหรอื การประยุกต์ใช้
2.1 ออกแบบรอยต่องานเช่อื มได้
2.2 อธิบายการออกแบบรอยตอ่ งานเช่ือมได้
3.ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพงึ
ประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
3.1 ตรงตอ่ เวลา มีวินยั มคี วามรับผิดชอบ ละเอียด
รอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มคี วามซื่อสัตย์ มเี หตผุ ล ประหยดั
และปฏบิ ตั ิตนในแนวทางท่ีดี
หนว่ ยการสอนที่ 12 1.ดา้ นความรู้
ชื่อหน่วยการสอน การเช่อื มช้ินสว่ นขึ้นรปู เยน็ และ 1.4 บอกความหมายของการเช่ือมช้ินสว่ นขน้ึ รปู
ขน้ึ รูปรอ้ น เย็นและขน้ึ รปู ร้อนได้
แบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 12 1.2 บอกชนิ้ ส่วนต่างๆของการขน้ึ รปู ได้
แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 12 2. ด้านทกั ษะหรือการประยุกตใ์ ช้
2.1 เชื่อมชน้ิ สว่ นขนึ้ รปู เย็นและขน้ึ รูปร้อน ได้
2.2 อธิบายการเชือ่ มช้ินสว่ นขนึ้ รูปเยน็ และขึ้นรูป
รอ้ นได้
3.ด้านคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะที่พึง
ประสงค์และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
3.1 ตรงต่อเวลา มีวนิ ยั มคี วามรับผดิ ชอบ ละเอียด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มีความซื่อสตั ย์ มเี หตุผล ประหยัด
และปฏิบตั ิตนในแนวทางทดี่ ี
หนว่ ยการสอนท่ี 13 1.ดา้ นความรู้
ชอ่ื หน่วยการสอน การต่อคานด้วยหมุดย้ำ 1.5 บอกความหมายของการต่อคานด้วยหมดุ ย้ำได้
แบบฝึกหดั หน่วยที่ 13 1.2 บอกวิธ๊การข้นึ รูปชิ้นสว่ นต่างๆได้
แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยที่ 13 2. ดา้ นทกั ษะหรือการประยุกต์ใช้
2.1 การตอ่ คานดว้ ยหมุดยำ้ ได้
2.2 อธบิ ายการต่อคานดว้ ยหมดุ ย้ำได้
3.ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะทพ่ี ึง
ประสงคแ์ ละบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
3.1 ตรงตอ่ เวลา มีวินยั มีความรบั ผิดชอบ ละเอยี ด
รอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มีความซ่ือสัตย์ มเี หตผุ ล ประหยดั
และปฏิบตั ิตนในแนวทางทด่ี ี
หน่วยการสอนท่ี 14 1.ด้านความรู้
ชื่อหน่วยการสอน การเกิดและการป้องกนั การโกง่ 1.6 บอกความหมายของการเกดิ และการป้องกนั
งอของคานน้ำหนักและเสาคำ้ ยัน การโกง่ งอของคานน้ำหนักและเสาคำ้ ยันได้
แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 14 1.2 บอกวิธ๊การการเกิดและการปอ้ งกนั การโก่งงอ
แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 14 ของคานนำ้ หนักและเสาค้ำยันได้
2. ด้านทักษะหรอื การประยุกตใ์ ช้
2.1 ป้องกันการโก่งงอของคานนำ้ หนกั และเสาคำ้
ยันได้
2.2 อธิบายการเกิดและการปอ้ งกนั การโกง่ งอของ
คานน้ำหนกั และเสาค้ำยันได้
3.ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะทพ่ี งึ
ประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
3.1 ตรงต่อเวลา มีวนิ ยั มคี วามรับผดิ ชอบ ละเอียด
รอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มีความซื่อสัตย์ มีเหตผุ ล ประหยดั
และปฏบิ ตั ิตนในแนวทางทด่ี ี
ตารางวิเคราะหห์ ลักสตู ร
รหัสวชิ า 3103 - 2301 วิชา การออกแบบรอยต่องานเชื่อมโครงสร้างโลหะ จำนวน 3 หนว่ ยกิต
ชัน้ ปวส. สาขาวชิ า/กลมุ่ วชิ า/ ชา่ งเช่อื มโลหะ ห้อง 2/1
ดา้ นพทุ ธพิ ิสัย
พฤติกรรม ความรู้ (5)
ความ ้ขาใจ(5)
การเรยี นรู้ นำไปใ ้ช(5)
ิวเคราะ ์ห(5)
ช่ือหน่วยการสอน/การเรยี นรู้ ัสงเคราะห์(5)
ประเ ิมนค่า(5)
้ดานทักษะ ิพ ัสย(5)
ด้าน ิจตพิ ัสย(5)
รวม(40)
ลำ ัดบความสำคัญ
จำนวน ่ัชวโมง
หน่วยที่ 1 สัญลักษณ์ในงานเช่อื ม 322 - - - - 18
หนว่ ยที่ 2 การกำหนดสัญลักษณ์ของแนว 4 3 2 - - - 1 3 13
เชือ่ มตอ่ ฉาก
หนว่ ยท่ี 3 การกำหนดสญั ลักษณ์ของแนว 3 3 3 - - - 1 2 12
เชอ่ื มบากร่อง
หน่วยที่ 4 การกำหนดสญั ลกั ษณแ์ นวเช่ือม 2 3 1 - - - 1 2 9
ปลั๊ก แนวเชอื่ มสลอ๊ ต แนวเชื่อมผอกผวิ และ
แนวเช่ือมขอบ
หน่วยท่ี 5 การกำหนดสัญลกั ษณ์แนวเชื่อม 3 2 3 - - - 1 1 10
จดุ แนวเชือ่ มตะเขบ็ แนวเช่อื มโปรเจคชนั่
แนวเชอ่ื มสลัก
หนว่ ยท่ี 6 การกำหนดสัญลักษณ์งานเชื่อม 3 3 1 - - - 1 1 9
ตามมาตรฐานสากล
หนว่ ยที่ 7 สภาพเชอ่ื มได้ของวสั ดโุ ครงสร้าง 3 2 2 - - - 1 1 9
หน่วยท่ี 8 พฤตกิ รรมการรับภาระและตวั 3 2 1 1 - - 1 1 10
แปรต่างๆท่ีสง่ ผลกระทบต่อแนวเช่อื ม
หนว่ ยที่ 9 การออกแบบรอยต่อสำหรบั งาน 3 3 1 1 - - 1 1 11
เชือ่ มโครงสร้าง
หน่วยที่ 10 การเชื่อมเหลก็ โครงสร้างที่ 2 22 219
รบั ภาระสถติ ย์
หนว่ ยที่ 11 การออกแบบรอยต่องานเชอื่ ม 4 3 2 - - - 3 3 15
หนว่ ยท่ี 12 การเช่ือมช้ินสว่ นขึน้ รปู เย็นและ 1 2 2 - - - 1 1 7
ขึน้ รูปรอ้ น
หน่วยที่ 13 การตอ่ คานด้วยหมดุ ยำ้ 4 3 2 - - - 1 3 13
หนว่ ยท่ี 14 การเกดิ และการป้องกนั การโก่ง 4 3 2 - - - 2 3 14
งอของคานน้ำหนักและเสาค้ำยัน
รวมคะแนน 29 24 18 2 - - 10 14 100
ลำดบั ความสำคญั
1 23 6 54
คำอธิบาย 5 หมายถึง ระดับความสำคัญของแต่ละรายการมี 5 ระดับ คอื 1, 2, 3, 4, 5
ตารางวเิ คราะห์สมรรถนะรายวิชา
โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสวิชา 3103 - 2301 วชิ า การออกแบบรอยต่องานเชอ่ื มโครงสรา้ งโลหะ จำนวน 3 หน่วยกิต
ชน้ั ปวส. สาขาวชิ า/กลมุ่ วิชา/ ช่างเชอื่ มโลหะ หอ้ ง 2/1
ทางสายกลาง
3ห่วง 2 เง่อื นไข
ความรู้ คณุ ธรรม
ช่ือหน่วยการสอน/ พอประมาณ(5)
ีมเหตุผล(5)
สมรรถนะรายวิชา ีมภู ิมคุ้ม ักน(5)
รอบรู้(5)
รอบคอบ(5)
ระ ัมดระ ัวง(5)
ซ่ือ ัสตย์ ุสจริต(5)
ข ัยนอดทน(5)
ีมส ิตปัญญา(5)
แบ่งปัน(5)
รวม(50)
ลำ ัดบความสำคัญ
หน่วยการสอนที่ 1
ชือ่ หน่วยการสอน สัญลักษณ์ในงาน
เชอ่ื ม
1. แสดงความรู้เก่ียวกับสัญลักษณ์ 2 2 2 3 4 2 2 2 4 5 28
ในงานเชือ่ ม
หน่วยการสอนที่ 2
ช่อื หน่วยการสอน การกำหนด
สัญลักษณข์ องแนวเชื่อมต่อฉาก
1. แสดงความรู้เกีย่ วกับการ
กำหนดสญั ลกั ษณ์ของแนว
เช่ือมต่อฉาก
หน่วยการสอนที่ 3
ชอ่ื หน่วยการสอน การกำหนด
สญั ลกั ษณข์ องแนวเช่อื มบากร่อง
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั การ
กำหนดสญั ลกั ษณข์ องแนวเช่ือม
บากรอ่ ง
หนว่ ยการสอนที่ 4
ช่อื หน่วยการสอน การกำหนด
สัญลักษณ์แนวเช่อื มปลั๊ก แนวเช่ือม
สลอ๊ ต แนวเชือ่ มผอกผวิ และแนวเช่ือม
ขอบ
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกับการ
กำหนดสญั ลักษณ์แนวเชื่อม
ปล๊ัก แนวเชือ่ มสล๊อต แนว
เชอื่ มผอกผวิ และแนวเช่ือมขอบ
หนว่ ยการสอนที่ 5
ชอ่ื หน่วยการสอน การกำหนด
สญั ลักษณแ์ นวเชื่อมจดุ แนวเชอ่ื มตะเขบ็
แนวเชอ่ื มโปรเจคชนั่ แนวเช่ือมสลัก
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับการ
กำหนดสญั ลกั ษณแ์ นวเชือ่ มจุด
แนวเชื่อมตะเขบ็ แนวเชอ่ื ม
โปรเจคชน่ั แนวเชื่อมสลัก
หนว่ ยการสอนที่ 6
ช่อื หน่วยการสอน การกำหนด
สัญลักษณ์งานเช่ือมตามมาตรฐานสากล
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับการ
กำหนดสัญลกั ษณง์ านเชือ่ มตาม
มาตรฐานสากล
หน่วยการสอนที่ 7
ชอ่ื หน่วยการสอน สภาพเชอื่ มได้ของ
วสั ดโุ ครงสรา้ ง
1. แสดงความรูเ้ ก่ียวกบั สภาพ
เชอื่ มได้ของวัสดโุ ครงสรา้ ง
หนว่ ยการสอนที่ 8
ชอ่ื หน่วยการสอน พฤติกรรมการ
รบั ภาระและตวั แปรต่างๆทีส่ ่งผลกระทบ
ตอ่ แนวเช่ือม
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั พฤตกิ รรม
การรบั ภาระและตัวแปรตา่ งๆที่
ส่งผลกระทบต่อแนวเชือ่ ม
หน่วยการสอนท่ี 9
ช่อื หน่วยการสอน การออกแบบรอยตอ่
สำหรบั งานเชอื่ มโครงสรา้ ง
1. แสดงความรู้เก่ยี วกบั การ
ออกแบบรอยต่อสำหรบั งาน
เชอ่ื มโครงสรา้ ง
หน่วยการสอนท่ี 10
ชอ่ื หน่วยการสอน การเชื่อมเหล็ก
โครงสร้างทรี่ บั ภาระสถิตย์
1. แสดงความรู้เก่ยี วกบั การเช่ือม
เหลก็ โครงสร้างที่รับภาระสถิตย์
หน่วยการสอนที่ 11
ช่ือหน่วยการสอน การออกแบบรอยตอ่
งานเชอ่ื ม
1. แสดงความรู้เกยี่ วกับการ
ออกแบบรอยต่องานเชอ่ื ม
หนว่ ยการสอนที่ 12
ช่อื หน่วยการสอน การเชอื่ มชิ้นสว่ นข้นึ
รูปเย็นและขน้ึ รูปร้อน
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการเช่ือม
ช้ินส่วนขน้ึ รูปเยน็ และขน้ึ รูป
ร้อน
หนว่ ยการสอนที่ 13
ชื่อหน่วยการสอน การต่อคานด้วยหมุด
ยำ้
1. แสดงความรู้เก่ยี วกบั การต่อ
คานดว้ ยหมดุ ยำ้
หนว่ ยการสอนที่ 14
ชอ่ื หน่วยการสอน การเกิดและการ
ปอ้ งกนั การโก่งงอของคานน้ำหนักและ
เสาค้ำยนั
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั การเกดิ
และการป้องกันการโก่งงอของ
คานน้ำหนักและเสาค้ำยนั
รวม
ลำดับความสำคญั
โครงการสอนหรอื โครงการจดั การเรียนรู้แบบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหัสวชิ า 3103 - 2301 วชิ า การออกแบบรอยต่องานเชื่อมโครงสรา้ งโลหะ จำนวน 3 หนว่ ยกิต
ชั้น ปวส. สาขาวชิ า/กลุม่ วิชา/ ช่างเชือ่ มโลหะ หอ้ ง 2/1
หน่วยที่ สปั ดาหท์ ี่ ช่อื หน่วยการสอน/รายการสอน จำนวนช่วั โมง
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ
1 1 สญั ลักษณใ์ นงานเช่อื ม
2 2 การกำหนดสญั ลักษณ์ของแนวเชื่อมตอ่ ฉาก 3-
3 3 การกำหนดสญั ลักษณ์ของแนวเชื่อมบากร่อง 3-
3 4 การกำหนดสญั ลักษณ์แนวเช่ือมปลก๊ั แนวเช่ือมสล๊อต แนว 3-
3-
4 เช่ือมผอกผิวและแนวเช่ือมขอบ
5 การกำหนดสญั ลักษณ์แนวเชอ่ื มจุด แนวเชอ่ื มตะเข็บ แนว 3-
4
5 เชอ่ื มโปรเจคช่นั แนวเชอื่ มสลกั 3-
6 6 การกำหนดสัญลักษณ์งานเชอื่ มตามมาตรฐานสากล 3-
1-5 7 สภาพเช่ือมไดข้ องวสั ดุโครงสรา้ ง 3-
6 8 สภาพเชอ่ื มได้ของวัสดุโครงสร้าง 3-
7 3-
7 9 ทดสอบกลางภาคเรียน 3-
8 10 การเชอื่ มเหล็กโครงสร้างท่รี ับภาระสถิตย์ 3-
9 11 การเชอ่ื มเหล็กโครงสรา้ งท่รี ับภาระสถติ ย์ 3-
9 12 การออกแบบรอยต่องานเช่ือม 3-
10 13 การออกแบบรอยต่องานเชื่อม 3-
14 การเชอ่ื มช้ินสว่ นขนึ้ รูปเยน็ และขึ้นรูปร้อน 3-
10 15 การตอ่ คานดว้ ยหมุดย้ำ
16 การเกดิ และการป้องกนั การโกง่ งอของคานนำ้ หนักและเสา 3-
6 - 10
คำ้ ยนั 3 -
17 การเกดิ และการป้องกนั การโก่งงอของคานน้ำหนักและเสา 54
คำ้ ยัน 54
18 ทดสอบปลายภาคเรียน
รวม
รวมทั้งสน้ิ
แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสวชิ า 3103 - 2301 วิชา การออกแบบรอยต่องานเช่ือมโครงสรา้ งโลหะ
หน่วยท่ี 1 ชื่อหน่วย สญั ลกั ษณง์ านเชอื่ ม จำนวน 3 ช่วั โมง
ชอ่ื เร่อื ง
1.1 สว่ นประกอบของสญั ลักษณ์งานเชือ่ ม
1.2 สัญลกั ษณ์ของรอยต่อและแนวเชอื่ มในแบบสั่งงาน
1.3 กำหนดรายละเอียดและข้อมูลอ้างอิงอน่ื ๆ ในสญั ลักษณ์งานเช่ือม
1.4 กำหนดสัญลักษณ์การตรวจสอบงานเชื่อมแบบไม่ทำลายสภาพชิ้นงานในสัญลกั ษณง์ านเชื่อม
แบบประเมินผลการเรียนหน่วยท่ี 1
1. สาระสำคัญ
สัญลักษณง์ านเช่อื ม (Weld Symbols) ท่ีกำหนดไวใ้ นแบบสัง่ งานน้ัน เราจะใชแ้ สดง
รายละเอียดตา่ ง ๆ ของแนวเชอื่ มโดยผ้อู อกแบบเพือ่ ให้ผู้ตรวจสอบ หัวหนา้ งานและช่างปฏิบตั ิ
งานได้เข้าในรายละเอียดและข้อกำหนดของแนวซงึ่ ในหนว่ ยการเรียนน้ผี ู้เรยี นจะไดเ้ รียนร้วู ธิ ี
การกำหนดสัญลกั ษณ์งานเช่ือมท่ีประกอบดว้ ย สว่ นประกอบของสัญลักษณง์ านเชอื่ ม หลกั
การกำหนดสัญลักษณง์ านเช่อื มในแบบงาน
2. สมรรถนะประจำหน่วยการเรยี นรู้
แสดงความรู้เก่ียวกบั สัญลักษณง์ านเช่อื ม
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 จดุ ประสงค์ทั่วไป
- ดา้ นความรู้
3.1.1 บอกชอ่ื สว่ นประกอบของสัญลกั ษณง์ านเชื่อมได้
3.1.2 เขียนสัญลักษณ์ของรายต่อและแนวเชื่อมในแบบส่งั งานได้
3.2 จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
- ด้านทักษะ
3.2.1 กำหนดรายละเอยี ดและข้อมูลอ้างอิงอน่ื ๆ ในสญั ลักษณง์ านเชื่อมได้
3.2.2กำหนดสัญลักษณ์การตรวจสอบงานเช่ือมแบบไม่ทำลายสภาพชิน้ งานในสญั ลักษณ์
งานเชือ่ มได้
4. เนอื้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
สัญลกั ษณ์งานเช่ือม (Welding Symbols) ที่กำหนดตามมาตรฐานของสมาคมการเชื่อม แห่ง
สหรัฐอเมริกา (American Welding Society : AWS) จะประกอบดว้ ยสว่ นต่าง ๆ ที่สำคัญ ๆ ดังแสดง ในรูปที่ 1.1
รูปที่ 1.1 แสดงรายละเอยี ดและส่วนประกอบสญั ลักษณ์งานเชื่อม
จากรปู ท่ี 1.1 สว่ นประกอบของสัญลกั ษณ์งานเชื่อมมีดงั นี้คอื
1. ลูกศร (Arrow)
2. เส้นอา้ งองิ (Reference Line)
3. สญั ลกั ษณ์พน้ื ฐานของงานเช่อื ม (Basic Weld Symbols)
4. ส่วนหาง (Tail)
5. ขนาดและขอ้ มูลอื่น ๆ (Dimensions and Other Data)
6. สัญลกั ษณร์ ะบุรายละเอยี ดเพ่ิมเตมิ (Supplementary Symbols)
7. สญั ลกั ษณก์ ารตกแตง่ ผวิ สำเร็จ (Finish Symbols)
8. สว่ นท่รี ะบุกระบวนการเช่ือมหรือข้ออ้างองิ อ่ืน ๆ (Specification Process or Other
References)
1.2 หลกั การกำหนดสัญลกั ษณ์งานเชอื่ มในแบบงาน
1. ลูกศร (Arrow) : ลูกศรของสัญลักษณ์งานเช่ือมน้ี จะช้ีแสดงไปยังตำแหน่งของรอยต่อของชิ้นงาน
โดยให้ส่วนปลายของลูกศรน้ันสัมผัสกับเส้นรอยต่อในแบบส่ังงาน ลูกศรจะประกอบไปด้วย ส่วนหัว
(Arrowhead) และเส้นชนี้ ำ (Leader Line) ดงั ตวั อย่างในรปู ท่ี 1.2
รูปท่ี 1.2 แสดงการกำหนดลกู ศรในแบบส่งั งาน
2. เส้นอ้างอิง (Reference Line) : เส้นอ้างอิงจะใช้แสดงทางด้านข้างของรอยต่อของชิ้นงาน โดย
เส้นอ้างอิงน้ี จะเขียนให้อยู่ในแนวนอนและลากให้ต่อจากเส้นช้ีนำของลูกศร ส่วนของเส้นอ้างอิงจะใช้ในการระบุ
รายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของรอยต่อ ซ่ึงวิธีการกำหนดเส้นอ้างอิงนี้ แบ่งได้ออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านหัวลูกศรชี้
(Arrow Side) และด้านตรงกนั ข้ามกบั หัวลกู ศรชี้ (Other Side)
ในบางกรณีเราอาจจะใช้เส้นอา้ งอิงหลายเสน้ (Multiple Reference Lines) เพ่ือใช้แยก ลำดับขั้นในการ
เชื่อม โดยลำดบั ข้นั ในการทำงานครัง้ แรกนน้ั จะกำหนดเอาไว้บนเสน้ อา้ งอิงและให้อย่ใู กลล้ ูกศรมากท่ีสุด
รูปท่ี 1.3 การกำหนดเสน้ อา้ งองิ ของสัญลกั ษณง์ านเช่ือม
2. สัญลักษณ์ของแนวเช่ือม (Weld Symbol) : การกำหนดสัญลักษณ์ของแนวเช่ือมนั้น ให้เขียน
สัญลักษณ์ไว้ท่ีด้านบนของเส้นอ้างอิง ถ้าแนวเช่ือมนั้นอยู่ด้านตรงกันข้ามกับหัวลูกศรชี้หรือเขียนไว้ที่
ด้านล่างของเส้นอ้างอิง ถ้าแนวเช่ือมน้ันอยู่ด้านที่หัวลูกศรชี้ ในกรณีท่ีไม่กำหนดด้านให้เขียนสัญลักษณ์
ของแนวเชอื่ มน้นั ไว้ท่กี ึ่งกลางของเส้นอ้างอิง ดงั ตัวอย่างในรปู ที่ 1.4
พืน้ ฐานสญั ลักษณ์แนวเชื่อมและการวางตำแหน่งของสัญลักษณแ์ นวเชอื่ ม
หมายเหตุ - หมายถงึ ไมใ่ ช้
รูปท่ี 1.4 การวางตาแหน่งของสญั ลกั ษณ์แนวเช่ือมท่ีเสน้ อา้ งอิง
4. ส่วนหางของสัญลักษณ์ (Tail) : ส่วนหางของสัญลกั ษณ์น้ีจะเขียนเพ่ิมเติมข้ึนมา เพ่ือ ใชส้ าหรับการ
กาหนดกระบวนการเช่ือม หรือกาหนดรายละเอียดเพม่ิ เติมเก่ียวกบั การเชื่อมในตาแหน่งน้นั ๆ
รูปที่ 1.5 การกาหนดกระบวนการเชื่อมหรือรายละเอียดเพมิ่ เติมที่ส่วนหางของ
สญั ลกั ษณ์
5. การกาหนดขนาดและข้อมูลอ่ืนๆ (Dimension and Other Data): ส่วนน้ีจะใชใ้ น การกาหนดขนาด
และขอ้ มูลอื่นๆที่เกี่ยวกบั แนวเชื่อม ยกตวั อย่างเช่น ขนาดความยาวของแนวเช่ือมระยะห่างระหว่างแนวเชื่อม
เป็ นตน้
รูปที่ 1.6 ตวั อยา่ งการกาหนดขนาดส่วนต่าง ๆ ของแนวเช่ือม
6. สัญลักษณ์ระบุรายละเอยี ดเพ่ิมเติม (Supplementary Symbols) : เป็นส่วนที่ใชก้ าหนดรายละเอียด
เกี่ยวกบั การดาเนินการเช่ือม ท้งั น้ีเพื่อให้แนวเชื่อมน้ันมีความสมบูรณ์มากยิ่งข้ึน ประกอบ ไปดว้ ยสัญลกั ษณ์การ
เช่ือมรอบชิ้นงาน สัญลกั ษณ์การเช่ือมหน้างาน สัญลกั ษณ์การเช่ือมปิ ดดา้ นหลงั สัญลกั ษณ์การเชื่อมหลอมทะลุ
สัญลกั ษณ์การเช่ือมโดยใชแ้ ผน่ ก้นั ระหวา่ งรอยตอ่ และสญั ลกั ษณ์กาหนดรูปร่างของแนวเช่ือม
รูปท่ี 1.7 ภาพแสดงสัญลกั ษณ์ระบุรายละเอียดเพ่ิมเติม
7. สัญลกั ษณ์การตกแต่งผวิ สาเร็จ (Finish Symbols) : เป็นสญั ลกั ษณ์ที่ใชก้ าหนดกรรมวิธีการ
ตกแต่งผิวสาเร็จของแนวเช่ือม ซ่ึงประกอบไปดว้ ยตวั อกั ษรยอ่ ตอ่ ไปน้ี
C = การสกดั (Chipping)
G= การเจียระไน (Grinding)
H= การใชค้ อ้ นเคาะ (Hammering)
M= การใชเ้ คร่ืองจกั รกล (Machining)
R= การรีด (Rolling)
U= ไม่ระบุ (Unspecified)
รูปที่ 1.8 ตวั อยา่ งการกาหนดสัญลกั ษณ์รูปร่างของแนวเช่ือม กรรมวธิ ีการตกแต่งผิว และสญั ลกั ษณ์
การเช่ือมหนา้ งาน
8. ส่วนทีร่ ะบกุ ระบวนการเช่ือมหรือข้ออ้างองิ อ่ืน ๆ (Specification Process or Other References)
เป็นส่วนที่ใชใ้ นการกาหนดกระบวนการเช่ือมหรือขอ้ กาหนดหรือขอ้ อา้ งองิ อ่ืนๆ ลงในสญั ลกั ษณ์ โดยใหเ้ ขียนอกั ษรยอ่ ของ
กระบวนการเชื่อมหรือขอ้ อา้ งองิ ต่างๆน้นั เอาไวท้ ี่ส่วนหางของสัญลกั ษณ์ ดงั แสดงในรูปท่ี 1.9
รูปท่ี 1.9 ตวั อยา่ งการกาหนดกระบวนการเช่ือมและขอ้ อา้ งอิงอื่น ๆ ในสัญลกั ษณ์งานเชื่อม ตารางท่ี 1.1
ตวั อยา่ งการระบุอกั ษรย่อของกระบวนการเชื่อมและกระบวนการตดั โลหะ แสดงดงั ตารางที่ 1.1
ตวั อยา่ งของการกาหนดกระบวนการเช่ือมและกระบวนตดั โลหะ
กล่มุ ชื่อกระบวนการเชื่อม อกั ษรยอ่
กระบวนการ และกระบวนการตัดโลหะ
เชื่อม
การเชื่อมอาร์ก การเชื่อมสลกั (Stud Welding) SW
(Are-Welding) การเช่ือมใตฟ้ ลกั ซ์ (Submerged Arc Welding) SAW
การเชื่อมมิก (Gas Metal Arc Welding) GMAW
การเช่ือมทิก (Gas Tungstem Arc Welding) GTAW
การเช่ือมอาร์กดว้ ยพลาสมา (Plasma Arc Welding) PAW
การเช่ือมอาร์กดว้ ยลวดเช่ือมไสฟ้ ลกั ซ์ (Flux Core Arc Welding) FCAW
การเชื่อมอาร์กภายใตแ้ ก๊สปกคลุม (Shielded Metal Arc Welding) SMAW
การเชื่อมแบบอิเลก็ โตรสแลก (Electroslag Welding) ESW
การเช่ือมแกส๊ การเช่ือมดว้ ยแก๊สออกซิอะซิทิลีน (Oxyacetylene Welding) OAW
(Gas Welding)
การบดั กรีแขง็ การบดั กรีแขง็ ดว้ ยหวั บดั กรี (Torch Brazing) TB
(Brazing) การบดั กรีแขง็ ภายในเตา (Furnace Brazing) FB
การบดั กรีแขง็ ดว้ ยการเหน่ียวนา (Induction Brazing) IB
การตดั โลหะ การตดั โดยการอาร์ก (Arc Cutting) AC
(Cutting) การตดั โดยแอร์คาร์บอนอาร์ก (Air Carbon Arc Cutting) ACC
การตดั โดยการอาร์กโลหะ (Metal Arc Cutting) MAC
การตดั ดว้ ยพลาสมา (Plasma Arc Cutting) PAC
การตดั ดว้ ยแกส๊ ออ๊ กซิเจน (Oxygen Cutting) OC
ตัวอย่างการระบุอักษรย่อของกรรมวิธี การเชื่อมสามารถเช่ือมแสดงไว้ในตารางท่ี 1.2
ตารางที่ 1.2 แสดงกรรมวธิ ีการเชื่อม
กรรมวธิ ีการเชื่อม (Method) อกั ษรย่อ
การเชื่อมดว้ ยมือ (Manual Welding) MA
การเช่ือมก่ึงอตั โนมตั ิ (Semi-Automatic Welding) SA
การเช่ือมอตั โนมตั ิ (Automatic Welding) AU
การเช่ือมดว้ ยเคร่ืองจกั ร (Mechanic Welding) ME
ตัวอยา่ งการกำหนดกระบวนการเช่อื มและข้อมูลอา้ งองิ อื่น ๆ นัน้ ได้แสดงไว้ดงั รูปท่ี 1.10
รปู ท่ี 1.10 ตัวอย่างแสดงการกำหนดกระบวนการเชอื่ มและขอ้ มูลอ้างองิ อ่นื ๆ
1.3 การกำหนดสัญลกั ษณ์ของการตรวจสอบแบบไม่ทำลายสภาพ
ช้ินงาน .
การกำหนดสัญลักษณ์ของการตรวจสอบแบบไม่ทำลายสภาพ (Nondestructive Examination : NDE
Symbols)เป็นการระบุกรรมวิธีการตรวจสอบแนวเชื่อมก่อนหรือหลังการเช่ือม ท้ังน้ีเพื่อต้องการคุณภาพของแนว
เชื่อมที่ดี ซง่ึ วิธีการกำหนดกรรมวิธีการตรวจสอบน้ี จะเขียนสัญลักษณ์ของการตรวจสอบไว้ที่เส้นอ้างอิงอีกเส้นหนึ่ง ท่ี
มีลกั ษณะคล้ายกับการเขยี นเสน้ อา้ งอิง หลาย ๆ เส้น นนั่ เอง
รูปท1่ี .11 ตวั อยา่ งการกำหนดสญั ลักษณ์ของวธิ ีการตรวจสอบแนวเชือ่ มแบบไมท่ ำลาย สภาพ
สำหรับตำแหน่งท่ีใช้เขียนสัญลักษณ์ของกรรมวิธีการตรวจสอบนี้ อาจจะเขียนไว้ด้านล่างของ เส้น
อ้างอิง ถ้าต้องการตรวจสอบแนวเชื่อมในด้านที่หัวลูกศรช้ี หรือเขียนไว้ด้านบนเส้นอ้างอิงสำหรับการตรวจสอบแนว
เชื่อมด้านตรงกันกับข้ามหัวลูกศรช้ี หรือเขียนไว้ก่ึงกลางเส้นอ้างอิงในกรณีท่ีไม่ระบุด้านตรวจสอบ หรือเขียนไว้
ดา้ นบนและด้านล่างในกรณีทต่ี ้องการตรวจสอบทงั้ สองดา้ นของแนวเชื่อม ดงั ตัวอย่างในรูปที่ 1.12
4.2 ด้านทกั ษะหรือการประยกุ ต์ใช้
4.2.1 กำหนดรายละเอยี ดและข้อมูลอ้างองิ อืน่ ๆ ในสญั ลักษณง์ านเช่อื มได้
4.2.2 กำหนดสญั ลกั ษณ์การตรวจสอบงานเช่อื มแบบไม่ทำลายสภาพชิ้นงานในสัญลกั ษณ์งานเชอ่ื ม
ได้
4.3 ด้านคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
ตรงต่อเวลา มีวนิ ัย มคี วามรับผดิ ชอบ ละเอยี ดรอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มีความซ่อื สตั ย์ มีเหตุผล ประหยัด
และปฏบิ ัติตนในแนวทางที่ดี
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้
กิจกรรมครู กจิ กรรมนกั เรียน-นักศึกษา
1. การนำเข้าส่บู ทเรียน ครูบรรยาย ช่อื วชิ า 1. นกั เรยี นรบั ฟังและจดบันทึกลงในสมดุ
รหัสวิชา จดุ ประสงค์ รายวิชา คำอธิบาย นักเรียนถามเน้ือหาสาระบางเรอื่ งท่ยี ังไม่เข้าใจ
รายวชิ า เนือ้ หาสาระ
2. ครูอธิบายเพ่มิ เตมิ ในเร่ืองที่นักเรยี นสงสยั 2. ให้นกั เรียนร่วมกันคิดพร้อมแสดงความคดิ เห็น
พรอ้ มท้ังอธิบายเวลาเรียน การวดั และ กับกฏเกณฑใ์ นการวัดผล
ประเมนิ ผลในวชิ านี้ ประกอบแผ่นใสว่าใช้เกณฑ์
อยา่ งไร
3. ครูอธบิ ายประกอบแผ่นใสเรื่องการเรียน 3. นักเรียนรับฟังพรอ้ มแสดงความคิดเหน็
การสอน เวลาเรียนความประพฤติ การวดั
ผลตามเกณฑ์ของกรมอาชีวศึกษา 4. นกั เรยี นรบั เอกสารของครูคนละ 1 ชดุ
4. ครแู จกเอกสาร ใบความรู้ท่ี 1 ให้กับนักเรยี น
ทุกคน 5. นกั เรยี นจบั กล่มุ ตามหัวข้อทไ่ี ด้อา่ นเน้อื วิชา
5. ครแู บ่งกลมุ่ นักเรยี น 3-5 คน โดยใหต้ ัว และสรุปสาระสำคัญเพ่ือเตรียมออกมารายงาน
แทนกล่มุ รบั หวั ข้อไปช่วยกันระดมสมองแลว้ หน้าชัน้
ส่งตวั แทนออกมาอธบิ ายหนา้ ชน้ั เรียน 6. รบั ฟังการสรุปและทำความเขา้ ใจเพม่ิ เติม
6. ครูฟังหวั ขอ้ กลุ่มออกมารายงานแตล่ ะกลุม่
จนจบแลว้ เสนอแนะข้อบกพร่อง พร้อมท้ัง 7. นกั เรียนลงมอื ทำข้อสอบ พร้อมส่งสมุดในท้าย
อธิบายสว่ นสำคญั เพ่ิมเตมิ คาบก่อนหมดเวลา
7. ครูมอบงานใหน้ ักเรียนทำข้อทดสอบในหน่วย
เรยี นนีพ้ รอ้ มส่งสมุด
6. ส่ือการเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 ส่ือสิง่ พิมพ์
6.1.1 หนังสือเรียนวิชา คณติ ศาสตร์ชา่ งเชอ่ื ม รหัสวิชา 3103 – 2301
6.1.2 แบบประเมินผลการเรยี นการเรียนรู้แบบฝกึ หัดท้ายบทและแบบประเมนิ พฤตกิ รรม
6.2 ส่ือโสตทัศน์
6.2.1 หนังสอื เรยี นวิชา การออกแบบรอยต่องานเช่อื มโครงสรา้ งโลหะ
6.2.2 โจทย์ปัญหาตัวอยา่ ง
6.2.3 สไลดน์ ำเสนอ (Power point)
6.2.4 วดิ ีทศั น์
6.2.5 ใช้เครื่องฉาย (Projector)
6.3 สื่อของจรงิ
6.3.1 หนงั สอื เรยี นวชิ า การออกแบบรอยต่องานเชื่อมโครงสร้างโลหะ
7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
7.1.1 ห้องสมุดวทิ ยาลัย ศูนย์วทิ ยบริการ
7.1.2 หอ้ ง Internet ศูนยว์ ทิ ยบริการ
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
7.2.1 แหล่งเรยี นร้ปู ระจำชุมชน/หมบู่ ้าน/ผ้เู ชย่ี วชาญ
8. งานทม่ี อบหมาย
8.1 ก่อนเรยี น
8.1.1 นักเรียนจัดเตรยี มเอกสาร สื่อการเรียนการสอนตามท่ีครแู ละบทเรยี นกำหนด
8.1.2 นกั เรียนทำความเข้าใจเก่ียวกบั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นของหน่วยเรียนท่ี 1 และการให้ความ
รว่ มมอื ในการทำกิจกรรมในหน่วยการเรียนท่ี 1
8.2 ขณะเรยี น
8.2.1 นกั เรียนศึกษาเน้ือหาหนว่ ยที่ 1
8.2.2 นักเรยี นจดบันทกึ เน้ือหาทีส่ ำคญั ระหวา่ งมีการเรียนการสอน
8.2.3 นักเรยี นเตรียมตง้ั คำถาม ถาม – ตอบ ส่ิงที่นักเรยี นไมเ่ ข้าใจ
8.2.4 นักเรยี นรบั แบบฝกึ หดั มาทำ
8.3 หลังเรียน
8.3.1 นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เนื้อหาหน่วยท่ี 1
8.3.2 นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดท้ายบท
9. ผลงาน/ช้ินงาน ท่ีเกดิ จากการเรียนร้ขู องผ้เู รียน
1. แบบฝกึ หัดท้ายบท
10. เอกสารอ้างอิง
หนงั สือเรียน วิชา การออกแบบรอยต่องานเช่ือมโครงสร้างโลหะ
เวบ็ ไซตอ์ อนไลน์ และส่ือสิ่งพมิ พท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งกบั เน้ือหาบทเรียน
11. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั รายวิชาอ่นื
1. บรู ณาการกบั วิชา เรอื่ ง งานกอ่ สร้าง
12. หลกั การประเมินผลการเรยี น
12.1 ก่อนเรยี น
12.1.1.ใชส้ มดุ บนั ทึกเวลาเรียนฯ ขานช่ือผเู้ รยี นและตรวจการตรงต่อเวลา
12.1.2 ใช้แบบสังเกตความพรอ้ มในการเรยี น ประเมนิ ความพร้อม เช่น หนังสือ สมดุ ปากกา
การแตง่ กาย เป็นต้น
12.2 ขณะเรียน
12.2.1.ใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรม สังเกตการตอบคำถาม ความสนใจใฝ่รู้ ใฝเ่ รยี น
12.3 หลงั เรียน
12.3.1. แบบทดสอบหลังเรียนตอ้ งผา่ นเกณฑ์การประเมิน 50%
12.3.2. แบบฝกึ หดั หลังเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน 50%
13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี น
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 1 อธิบายความหมายของวัสดุอตุ สาหกรรมไดถ้ ูกต้อง
1. วิธีการประเมิน : แบบประเมินผลการเรียนรแู้ ละแบบประเมนิ พฤติกรรม หน่วยท่ี 1
2. เครือ่ งการประเมิน : แบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมินผลการเรยี นรูผ้ ่านเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผา่ น : 50 %
จุดประสงคข์ ้อท่ี 2 บอกประเภทของวัสดุอุตสาหกรรมได้
1. วธิ กี ารประเมิน : แบบประเมินผลการเรียนรแู้ ละแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยท่ี 1
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมินผลการเรยี นรูผ้ ่านเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จุดประสงคข์ ้อที่ 3 อธบิ ายความหมายของโลหะและคุณสมบตั ิของโลหะได้
1. วธิ ีการประเมนิ : แบบประเมินผลการเรียนรู้และแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยท่ี 1
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมินผลการเรยี นรู้ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จุดประสงค์ข้อที่ 4 อธบิ ายความหมายและบอกประเภทโลหะจำพวกเหล็กได้
1. วธิ ีการประเมนิ : แบบประเมินผลการเรยี นรแู้ ละแบบประเมินพฤติกรรม หน่วยที่ 1
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
14. ใบงาน
ใบงาน
หน่วยท่ี 1
เร่ือง สัญลกั ษณ์ในงานเช่ือม
ใหน้ กั ศึกษาแบ่งกลุ่มสมาชิกจากเพือ่ นนกั ศึกษา กลมุ่ ละ 3-5 คน แลว้ ช่วยกนั ระดม
ความคิดเห็นวา่ ส่วนประกอบของสญั ลกั ษณ์งานเชื่อมแต่ละส่วนมีการนาไปใชง้ านที่แตกตา่ ง
กนั อยา่ งไรและใหต้ วั แทนแตล่ ะกลุม่ นาเสนอผลงานภายใน 5 นาที
15. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ตอนที่ 1 : ใหน้ าอกั ษรดา้ นล่างรูปท่ีกาหนดให้ต่อไปน้ี ไปเติมลงในช่องวา่ งดา้ นหนา้ หมายเลขให้
ถกู ตอ้ ง
……… 1. แนวเช่ือมต่อฉาก โดยเชื่อมด้านตรงกนั ข้ามหวั ลกู ศรช้ี
……… 2. แนวเชื่อมในร่องเอียง โดยเชื่อมดา้ นหวั ลกู ศรช้ี
……… 3. แนวเชื่อมจุด โดยเชื่อมดา้ นตรงกนั ขา้ มหวั ลกู ศรช้ี
……… 4. แนวเช่ือมทาบแนว โดยเชื่อมดา้ นหวั ลกู ศรช้ี
……… 5. แนวเช่ือมต่อฉาก โดยเช่ือมท้งั สองดา้ น (Both Side)
……… 6. แนวเช่ือมบากร่องตวั เจ โดยเช่ือมดา้ นตรงกนั ขา้ มหวั ลกู ศรช้ี
……… 7. แนวเชื่อมต่อฉาก โดยเชื่อมดา้ นหวั ลูกศรช้ีดว้ ยกระบวนการเช่ือม GTAW
……… 8. แนวเชื่อมตะเขบ็ โดยเช่ือมดา้ นหวั ลกู ศรช้ี
……… 9. แนวเช่ือมตอ่ ชนหนา้ ฉาก โดยเชื่อมท้งั สองดา้ น
……… 10. แนวเช่ือมพอกผิว โดยเชื่อมดา้ นตรงกนั ขา้ มหวั ลูกศรช้ี
ตอนที่ 2: ใหน้ าอกั ษรดา้ นลา่ งของรูปท่ีกาหนดใหน้ ้ี ไปเติมลงในช่องวา่ งดา้ นหนา้ หมายเลขใหถ้ กู ตอ้ ง
………. 1. แนวเชื่อมปิ ดดา้ นหลงั
………. 2. แนวเช่ือมหลอมทะลุดา้ นหลงั
………. 3. แนวเช่ือมขอบ
………. 4. แนวเช่ือมหนา้ งานหรืองานสนาม
………. 5. กระบวนการเช่ือมดว้ ยความตา้ นทาน
………. 6. แนวเช่ือมต่อมมุ
………. 7. การบดั กรีแขง็
………. 8. แนวเชื่อมต่อฉาก โดยเช่ือมท้งั สองดา้ น
………. 9. แนวเช่ือมจุด
………. 10. กระบวนการเช่ือมอาร์กดว้ ยลวดเชื่อมหุม้ ฟลกั ซ์
ตอนที่ 3: จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. เมื่อเขยี นสญั ลกั ษณ์ไวท้ ี่ดา้ นล่างของเส้นอา้ งอิงแสดงวา่ ดา้ นที่เช่ือมคือดา้ นใด
…………………………………………………………………………………………
2. เม่ือเขียนสัญลกั ษณ์ไวด้ า้ นบนเส้นอา้ งอิง แสดงวา่ ดา้ นท่ีเชื่อมคอื ดา้ นใด
…………………………………………………………………………………………
3. สญั ลกั ษณ์การเชื่อมหนา้ งาน มีลกั ษณ์รูปร่างเป็นอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………
4. การกาหนดกระบวนการเช่ือมในสัญลกั ษณ์งานเช่ือมจะกาหนดไวท้ ี่ส่วนใด
…………………………………………………………………………………………
5. การกาหนดสัญลกั ษณ์ของการตกแต่งผิวแนวเช่ือมดว้ ยการเจียระไน กาหนดตวั อกั ษร ยอ่ ตวั อะไร
…………………………………………………………………………………………
6. การกาหนดสัญลกั ษณ์ของกระบวนการเชื่อมอาร์กภายใตแ้ ก๊สปกคลุม (Shieded Metal Arc Welding)
กาหนดดว้ ยอกั ษรยอ่ ตวั อะไร
…………………………………………………………………………………………
16. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
16.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏิบัติ
5432 1
ด้านการเตรยี มการสอน
1. จดั หน่วยการเรยี นรู้ไดส้ อดคลอ้ งกับวัตถุประสงคก์ ารเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมทงั้ ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจิตพสิ ัย
3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรูก้ ่อนเขา้ สอน
ดา้ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
4. มวี ธิ ีการนำเข้าสู่บทเรยี นท่ีนา่ สนใจ
5. มกี จิ กรรมทีห่ ลากหลาย เพ่ือช่วยให้ผเู้ รียนเกิดการเรยี นรู้ ความเข้าใจ
6. จดั กจิ กรรมที่ส่งเสริมให้ผูเ้ รยี นคน้ ควา้ เพื่อหาคำตอบดว้ ยตนเอง
7. นกั เรียนมสี ่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
8. จัดกจิ กรรมท่ีเนน้ กระบวนการคดิ ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตุ้นใหผ้ ูเ้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ีเ่ ชื่อมโยงกบั ชีวิตจรงิ โดยนำภูมปิ ญั ญา/บรู ณาการเข้ามามสี ว่ นร่วม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
12. มกี ารเสริมแรงเมื่อนักเรียนปฏิบตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผู้เรยี น
14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รียน อย่างทว่ั ถงึ
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาท่กี ำหนด
ดา้ นสื่อ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
16. ใช้สือ่ ทเี่ หมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผู้เรยี น
17. ใช้ส่อื แหล่งการเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
ส่อื อิเลก็ ทรอนิกส์ และอนิ เทอร์เนต็ เปน็ ต้น
ดา้ นการวดั และประเมินผล
18. ผู้เรียนมสี ว่ นร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งด้านความรู้ ทักษะ และจติ พิสัย
20. ครู ผเู้ รยี น ผปู้ กครอง หรือ ผูท้ เ่ี กยี่ วข้องมสี ่วนรว่ ม ในการประเมนิ
หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏบิ ตั ิดเี ย่ียม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = ปฏบิ ัตพิ อใช้ รวม
2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไมม่ ีการปฏิบัติ ค่าเฉลยี่
16.2 ปัญหาทพ่ี บ และแนวทางแกป้ ัญหา แนวทางแกป้ ญั หา
ปัญหาท่ีพบ
.....................................................................................
ดา้ นการเตรยี มการสอน .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
.....................................................................................
ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรียนรู้ .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
.....................................................................................
ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
.....................................................................................
ด้านอื่นๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อๆ) .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
.....................................................................................
ลงชอื่ ........................................................................ ครูผ้สู อน
(....................................................................)
ตำแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................
17. บนั ทึกการนิเทศและตดิ ตาม
วนั -เดอื น-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตำแหนง่
แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสวชิ า 3103 - 2301 วชิ า การออกแบบรอยต่องานเช่ือมโครงสรา้ งโลหะ
หนว่ ยที่ 2 ชื่อหน่วย การกำหนดสญั ลกั ษณแ์ นวเช่ือมต่อฉาก จำนวน 3 ช่วั โมง
ช่ือเรือ่ ง
1.1 วธิ ีการกำหนดสญั ลักษณ์ของแนวเชื่อมต่อฉากในแบบสั่งงาน
1.2 กำหนดความกวา้ งหรอื ความสูงของแนวเชอื่ มต่อฉาก
1.3 กำหนดความยาวของแนวเชอ่ื มตอ่ ฉาก
1.4 กำหนดสัญลกั ษณแ์ นวเชอื่ มรอบและงานสนาม
1.5 กำหนดสัญลักษณข์ องรปู รา่ งและกรรมวธิ กี ารตกแต่งผวิ แนวเชอ่ื ม
1.6 กำหนดสัญลักษณข์ องแนวเช่ือมต่อฉากในแบบสง่ั งาน
แบบประเมนิ ผลการเรยี นหน่วยที่ 2
1. สาระสำคญั
แนวเชอ่ื มตอ่ ฉาก (Fillet Weld) คือ แนวเชอื่ มท่มี รี ปู ร่างลกั ษณะของพน้ื ทหี่ น้าตดั ของ
โลหะเติมหลังจากการเชอื่ มเป็นรูปคลา้ ยกับสามเหล่ยี มมุมฉาก โดยในหน่วยการเรยี นนผี้ ้เู รยี น
จะได้เรียนรูว้ ธิ ีการกำหนดรายละเอยี ดของแนวเชอื่ มต่อฉากลงในลกั ษณะงานทเ่ี ชื่อม
2. สมรรถนะประจำหนว่ ยการเรียนรู้
แสดงความรู้เกี่ยวกบั การกำหนดสัญลักษณ์แนวเชอ่ื มต่อฉาก
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 จุดประสงค์ทั่วไป
- ดา้ นความรู้
3.1.1 อธบิ ายวธิ ีการกำหนดสัญลกั ษณ์ของแนวเชื่อมต่อฉากในแบบสงั่ งานได้
3.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
- ดา้ นทกั ษะ
3.2.1 กำหนดความกวา้ งหรือความสูงของแนวเชอ่ื มต่อฉากได้
3.2.2 กำหนดความยาวของแนวเช่อื มตอ่ ฉากได้
3.2.3 กำหนดสัญลักษณ์แนวเชือ่ มรอบและงานสนามได้
3.2.4 กำหนดสัญลกั ษณข์ องรูปร่างและกรรมวิธกี ารตกแต่งผิวแนวเช่อื มได้
3.2.5 กำหนดสัญลักษณข์ องแนวเชื่อมต่อฉากในแบบส่งั งานได้
4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
แนวเช่ือมต่อฉาก: เป็นแนวเช่ือมท่ีมีรูปร่างลกั ษณะพ้ืนที่หนา้ ตดั ของโลหะเดิมหลงั จากการเช่ือมเป็นรูป
คลา้ ยสามเหล่ียมมุมฉาก โดยรอยต่อของชิ้นงานจะเป็นแบบรอยต่อเกย รอยต่อตวั ทีหรือรอยต่อมุม แนวเชื่อมต่อ
ฉากมีองคป์ ระกอบที่สาคญั ๆดงั แสดงรูปที่ 2.1
รูปท่ี 2.1 แสดงองคป์ ระกอบของแนวเช่ือมตอ่ ฉาก
2.1 การกาหนดขนาดความกว้างหรือความสูงของแนวเช่ือม
(Fillet Weld Leg Size) .
ขาแนวเช่ือม (Leg) คอื ระยะที่วดั จากกน้ มมุ (Root) ของแนวเชื่อมถึงขอบ (Toe) ของ แนวเช่ือมซ่ึงเรา
อาจจะเรียกวา่ ความกวา้ งหรือความสูงของรูปสามเหล่ียม หรือขนาดของแนวเชื่อม (Size) กไ็ ด้ การกาหนดความ
กวา้ งหรือความสูงของรูปสามเหล่ียม ใหก้ าหนดตวั เลขไวท้ ่ีดา้ นซา้ ยของสญั ลกั ษณ์แนวเชื่อม
รูปท่ี 2.2 ตวั อยา่ งการกาหนดขนาดของแนวเชื่อมต่อฉากในสัญลกั ษณ์งานเชื่อม
ในกรณีที่ขนาดความกวา้ งของแนวเช่ือมมีขนาดไม่เท่ากนั ให้กาหนดขนาดของแนวเชื่อมท้งั สองไวใ้ น
วงเลบ็ ทางดา้ นซา้ ยของสญั ลกั ษณ์และใชเ้ คร่ืองหมาย “x” คน่ั กลางระหวา่ งขนาดของแนวเชื่อมท้งั สอง
รูปท่ี 2.3 ตวั อยา่ งการกาหนดขนาดของแนวเชื่อมที่มีขนาดไม่เท่ากนั
รูปที่ 2.4 ตวั อยา่ งการกาหนดขนาดของแนวเช่ือมต่อฉากที่มีขนาดไมเ่ ทา่ กนั
รูปที่ 2.5 ตวั อยา่ งการกาหนดขนาดของแนวเช่ือมต่อฉากที่มีขนาดความกวา้ งไมเ่ ท่ากนั
2.2 การกาหนดความยาวของแนวเช่ือม (Weld Length)
การกาหนดขนาดความยาวของแนวเช่ือม ใหก้ าหนดตวั เลขไวท้ างดา้ นขวาของสัญลกั ษณ์แนวเชื่อม
รูปที่ 2.6 ตวั อยา่ งการกาหนดความยาวของแนวเช่ือมในสญั ลกั ษณ์งานเช่ือม
2.2.1 การกาหนดความยาวของแนวเช่ือมทเี่ ว้นระยะเช่ือมเป็ นช่วง ๆ (Intermittent Fillet Welds)
ในกรณีที่เราตอ้ งการเชื่อม โดยเวน้ ระยะเป็ นช่วง ๆ ให้กาหนดความยาวของแนวเชื่อมและระยะห่างท่ี
วดั จากก่ึงกลางแนวเชื่อมหน่ึง ไปยงั อีกก่ึงกลางอีกแนวเช่ือมหน่ึงท่ีถดั ไป (พิตช์) ไวท้ างดา้ นขวาของสัญลกั ษณ์
แนวเช่ือมตอ่ ฉาก ดงั ตวั อยา่ งในรูปท่ี 2.7
รูปที่ 2.7 การกาหนดความยาวของแนวเชื่อมตอ่ ฉากแบบเวน้ ระยะเช่ือมเป็นช่วง ๆ
2.2.2 การกาหนดความยาวแนวเช่ือมแบบลูกโซ่ (Chain Intermittent): เป็ นแนวเช่ือม ต่อฉากสอง
ด้านท่ีมีความยาวแนวเชื่อมเท่ากันและมีระยะพิตช์เท่ากัน การกาหนดตัวเลขให้เขียนไวท้ างด้านขวาของ
สญั ลกั ษณ์แนวเชื่อมต่อฉาก ดงั แสดงในรูปท่ี 2.8
รูปท่ี 2.8 ตวั อยา่ งการกาหนดความยาวของแนวเชื่อมต่อฉาก
2.2.3 การกาหนดความยาวแนวเชื่อมแบบเชื่อมสลบั ข้าง (Staggered Intermittent Fillet Welds)
เป็ นแนวเช่ือมต่อฉากท้ังสองด้าน ที่มีความยาวและระยะพิตช์เท่ากัน แต่การเชื่อมน้ันจะเวน้ ระยะ
สลบั กันท้งั สองด้าน การเขียนสัญลกั ษณ์แนวเช่ือมให้เขียนเย้ืองกันเล็กน้อย ส่วนตวั เลขบอกความยาวและ
ระยะพิตช์ ใหเ้ ขยี นไวท้ างดา้ นขวาของสญั ลกั ษณ์ ดงั ตวั อยา่ งใน รูปที่ 2.9
รูปท่ี 2.9 ตวั อยา่ งการกาหนดความยาวของแนวเช่ือมตอ่ ฉากแบบเชื่อมสลบั ขา้ ง
2.3 การกาหนดสัญลกั ษณ์งานเช่ือมรอบและงานเช่ือมสนาม
(Weld-All-Around and Field Weld) .
เมื่อตอ้ งการกาหนดแนวเชื่อมต่อฉากรอบชิ้นงาน หรือกาหนดแนวเชื่อมน้นั ให้เป็นงานเช่ือมสนามหรือ
เชื่อมหนา้ งาน ใหเ้ ขยี นสัญลกั ษณ์รูปธงไวท้ ี่มุมจุดตดั ของเสน้ อา้ งอิงและเส้นลกู ศร ดงั รูปท่ี 2.10
รูปที่ 2.10 ตวั อยา่ งการกาหนดสญั ลกั ษณ์งานเช่ือมรอบและงานเชื่อมสนาม
2.4 การกาหนดสัญลกั ษณ์ของรูปร่างแนวเช่ือมและกรรมวิธีการตกแต่งผวิ
. … (Contour and Finishing) .
เม่ือตอ้ งการกาหนดสัญลกั ษณ์ของรูปร่างแนวเช่ือม (Contour) และกรรมวิธีการตกแต่งผิวแนวเชื่อม
(Finishing) ใหก้ าหนดไวท้ างดา้ นขวาของสญั ลกั ษณ์แนวเช่ือม ดงั ตวั อยา่ งในรูปที่ 2.11
รูปที่ 2.11 ตวั อยา่ งการกาหนดสญั ลกั ษณ์ของรูปร่างแนวเช่ือมและกรรมวิธีตกแตง่ ผวิ
4.2 ด้านทักษะหรือการประยุกตใ์ ช้
4.4.1 การกำหนดความกวา้ งหรอื ความสงู ของแนวเช่ือม
4.4.2 การกำหนดความยาวของแนวเช่ือม
4.4.3 การกำหนดสญั ลกั ษณ์งานเชอ่ื มรอบและงานสนาม
4.4.4 การกำหนดสญั ลกั ษณข์ องรูปร่างแนวเชื่อมและกรรมวธิ ตี กแตง่ ผิว
4.3 ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพียง
ตรงตอ่ เวลา มวี นิ ัย มีความรบั ผิดชอบ ละเอียดรอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มีความซ่อื สัตย์ มีเหตุผล ประหยัด
และปฏิบัติตนในแนวทางท่ีดี
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้
กิจกรรมครู กิจกรรมนักเรยี น-นกั ศกึ ษา
1.การนำเข้าส่บู ทเรยี น ครูแจกเอกสาร ใบ
1. นกั เรียนรบั เอกสารของครคู นละ 1 ชุด
1. ความรทู้ ี่ 2 ให้กบั นักเรยี นทกุ คน 2. นักเรยี นดจู ากเอกสารท่แี จกให้
2.
3. นักเรยี นจบั กล่มุ ตามหัวขอ้ ท่ไี ดอ้ า่ นเนื้อหาวิชา แล้วสรปุ
2. ครูอธบิ ายประกอบแผน่ ใส เรอื่ ง การกำหนด สาระสำคญั เพ่อื เตรยี มออกมา
สญั ลกั ษณ์ของแนวเช่อื มต่อฉาก
4. รบั การสรปุ และทำความเขา้ ใจเพิม่ เตมิ
3. 3. ครแู บ่งกล่มุ นักเรียน 3-5 คน โดยให้ตัว
แทนกลุ่มรบั หวั ขอ้ ไปช่วยกันระดมสมองแลว้
1. ส่งตัวแทนออกมาอธิบายหน้าช้นั เรียน
2. รายงานหน้าชั้น
4. ครฟู งั หวั ขอ้ กลมุ่ ออกมารายงาน ซักถาม
1. เพิ่มเตมิ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและถูกต้อง
2. ย่ิงข้นึ
6. ส่อื การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สื่อส่งิ พิมพ์
6.1.1 หนังสอื เรยี นวิชา คณิตศาสตร์ชา่ งเชื่อม รหัสวิชา 3103 – 2301
6.1.2 แบบประเมินผลการเรยี นการเรยี นรแู้ บบฝึกหดั ทา้ ยบทและแบบประเมินพฤตกิ รรม
6.2 ส่ือโสตทศั น์
6.2.1 หนังสอื เรยี นวชิ า การออกแบบรอยต่องานเชื่อมโครงสรา้ งโลหะ
6.2.2 โจทย์ปัญหาตัวอยา่ ง
6.2.3 สไลด์นำเสนอ (Power point)
6.2.4 วิดีทัศน์
6.2.5 ใช้เครอื่ งฉาย (Projector)
6.3 สื่อของจริง
6.3.1 หนงั สือเรียนวชิ า การออกแบบรอยต่องานเช่ือมโครงสรา้ งโลหะ
7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรยี นรู้
7.1 ภายในสถานศกึ ษา
7.1.1 ห้องสมดุ วิทยาลัย ศูนย์วิทยบริการ
7.1.2 หอ้ ง Internet ศนู ยว์ ิทยบริการ
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
7.2.1 แหล่งเรียนรูป้ ระจำชมุ ชน/หมบู่ า้ น/ผ้เู ชีย่ วชาญ
8. งานทีม่ อบหมาย
8.1 ก่อนเรยี น
8.1.1 นกั เรยี นจดั เตรียมเอกสาร สือ่ การเรยี นการสอนตามทีค่ รูและบทเรยี นกำหนด
8.1.2 นกั เรียนทำความเข้าใจเกย่ี วกับจดุ ประสงคก์ ารเรยี นของหน่วยเรียนที่ 2 และการให้ความ
ร่วมมือในการทำกิจกรรมในหนว่ ยการเรียนท่ี 2
8.2 ขณะเรียน
8.2.1 นกั เรยี นศกึ ษาเนอื้ หาหน่วยท่ี 2
8.2.2 นกั เรียนจดบันทึกเน้ือหาทส่ี ำคัญระหว่างมกี ารเรยี นการสอน
8.2.3 นกั เรียนเตรียมตั้งคำถาม ถาม – ตอบ ส่งิ ทน่ี ักเรยี นไม่เขา้ ใจ
8.2.4 นกั เรยี นรบั แบบฝึกหดั มาทำ
8.3 หลังเรยี น
8.3.1 นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปเนื้อหาหนว่ ยที่ 2
8.3.2 นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดทา้ ยบท
9. ผลงาน/ชน้ิ งาน ทเ่ี กดิ จากการเรยี นรู้ของผ้เู รยี น
1. แบบฝึกหดั ทา้ ยบท
10. เอกสารอา้ งอิง
หนังสือเรียน วชิ า การออกแบบรอยต่องานเชอ่ื มโครงสรา้ งโลหะ
เวบ็ ไซตอ์ อนไลน์ และสอื่ ส่ิงพิมพท์ เี่ กย่ี วขอ้ งกับเน้ือหาบทเรียน
11. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั รายวชิ าอืน่
1. บรู ณาการกับวิชา เร่ือง งานก่อสร้าง
12. หลกั การประเมนิ ผลการเรยี น
12.1 ก่อนเรียน
12.1.1.ใช้สมุดบันทกึ เวลาเรยี นฯ ขานชอื่ ผู้เรยี นและตรวจการตรงตอ่ เวลา
12.1.2 ใช้แบบสังเกตความพร้อมในการเรียน ประเมนิ ความพร้อม เช่น หนังสือ สมุด ปากกา
การแตง่ กาย เปน็ ต้น
12.2 ขณะเรยี น
12.2.1.ใช้แบบสังเกตพฤติกรรม สงั เกตการตอบคำถาม ความสนใจใฝร่ ู้ ใฝ่เรยี น
12.3 หลงั เรยี น
12.3.1. แบบทดสอบหลงั เรยี นต้องผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 50%
12.3.2. แบบฝึกหดั หลงั เรยี นต้องผา่ นเกณฑ์การประเมิน 50%
13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี น
จุดประสงคข์ ้อที่ 1 อธิบายความหมายของวัสดอุ ุตสาหกรรมไดถ้ ูกต้อง
1. วิธกี ารประเมนิ : แบบประเมินผลการเรยี นรแู้ ละแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยท่ี 2
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมินผลการเรียนรู้ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การผา่ น : 50 %
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 2 บอกประเภทของวัสดอุ ุตสาหกรรมได้
1. วิธกี ารประเมนิ : แบบประเมินผลการเรียนรู้และแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยที่ 2
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมินผลการเรียนรผู้ า่ นเกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 3 อธิบายความหมายของโลหะและคุณสมบตั ขิ องโลหะได้
1. วธิ ีการประเมนิ : แบบประเมินผลการเรยี นรู้และแบบประเมนิ พฤติกรรม หน่วยที่ 2
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมินผลการเรยี นร้ผู า่ นเกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จุดประสงค์ข้อที่ 4 อธิบายความหมายและบอกประเภทโลหะจำพวกเหล็กได้
1. วิธีการประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้และแบบประเมินพฤติกรรม หนว่ ยท่ี 2
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลังเรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมินผลการเรยี นรู้ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การผา่ น : 50 %
14. ใบงาน
15.แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
ตอนที่ 1: จงบอกความหมายองคป์ ระกอบของแนวเช่ือมตอ่ ฉาก โดยนาตวั อกั ษรไปเติมในช่องวา่ ง
ดา้ นหนา้ ขอ้ ความใหถ้ กู ตอ้ ง
……… 1. ขอบของแนวเช่ือม (Weld Toe)
……… 2. ความหนาของแนวเชื่อม (Theortical Throat)
……… 3. ความลึกของการหลอมละลาย (Depth of Fusion)
……… 4. แนวราก (Weld Root)
………. 5. ขาของแนวเชื่อม (Weld Leg)
………. 6. ความหนาประสิทธิผลของแนวเช่ือม (Effective Throat)
………. 7. ผวิ หนา้ บ่อหลอมละลาย (Fusion Face)
………. 8. ขอบบ่อหลอมละลาย (Weld Interface)
………. 9. ผิวหนา้ แนวเชื่อม (Weld Face)
………. 10. ระยะความลึกจริงของแนวเชื่อม (Actual Throat)
ตอนที่ 2: ใหน้ าตวั อกั ษรของรูปไปเติมในช่องวา่ งดา้ นหนา้ หมายเลขใหถ้ ูกตอ้ ง
………. 1. สญั ลกั ษณ์เช่ือมรอบ
………. 2. ความกวา้ งของแนวเชื่อมเทา่ กบั 1/ 4 นิ้ว บนชิ้นงาน A
……… 3. ผวิ แนวเชื่อมโคง้ เวา้ และตกแต่งดว้ ยการเจียระไน
………. 4. แนวเชื่อมแบบเชื่อมสลบั
………. 5. ผวิ แนวเช่ือมเรียบ
………. 6. ผวิ แนวเช่ือมโคง้ นูน และตกแต่งดว้ ยการเจียระไน
………. 7. แนวเชื่อมแบบลูกโซ่
………. 8. ความกวา้ งแนวเช่ือมเท่ากับ 3/8 นิ้ว ดา้ นหัวลูกศรช้ี และ 1/ 4นิ้ว ด้านตรงกันข้าม หัว
………. ลูกศรช้ี
………. 9. ความกวา้ งแนวเชื่อมเท่ากบั 1/ 4นิ้ว ดา้ นหวั ลกู ศรช้ี และ 3/8นิ้ว ดา้ นตรงกนั ขา้ มหวั ลกู ศรช้ี
10. ความกวา้ งแนวเชื่อมเทา่ กบั 5/16นิ้ว บนชิ้นงาน A และ 1/ 4นิ้ว บนชิ้นงาน B
ตอนที่ 3: จงเขยี นสญั ลกั ษณ์ตามโจทยท์ ี่กาหนดให้
1. จงเขียนสัญลกั ษณ์ของแนวเชื่อมตอ่ ฉาก โดยเชื่อมดา้ นตรงกนั ขา้ มหวั ลกู ศรช้ีที่มีความกวา้ งของแนวเช่ือม
เทา่ กบั 5/16 นิ้ว ความยาวแนวเชื่อมเทา่ กบั 6 นิ้ว และมีระยะพติ ช์ เทา่ กบั 8 นิ้ว
2. จงเขียนสัญลกั ษณ์ของแนวเช่ือมต่อฉากแบบเชื่อมสลบั ข้าง (Staggered) ท่ีมีความกวา้ งของแนวเช่ือม
เทา่ กบั 3/8นิ้ว ความยาวแนวเช่ือม 3 นิ้ว และมีระยะพิตชเ์ ท่ากบั 5 นิ้ว
3. จงกาหนดสญั ลกั ษณ์ของแนวเช่ือมตอ่ ฉาก ท่ีมีความกวา้ งของแนวเช่ือม เทา่ กบั 1/2 นิ้ว โดย
เช่ือมรอบชิ้นงาน ผิวแนวเชื่อมเรียบ และตกแต่งผิวดว้ ยการเจียระไน
4. จงกาหนดสญั ลกั ษณ์ของแนวเช่ือมตอ่ ฉากท่ีเช่ือมรอบงาน มีความกวา้ งแนวเช่ือมเท่ากบั
1/ 2 นิ้วและ 5/8 นิ้ว โดยที่ผวิ แนวเชื่อมน้นั โคง้ นูนและตกแต่งผวิ ดว้ ยการสกดั เป็นงานเช่ือม
สนามหรือหนา้ งาน ดว้ ยกระบวนการเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเชื่อมไส้ฟลกั ซ์ และใชล้ วดเช่ือม
CAW
ตอนที่ 4: จากรูปท่ีกาหนดให้ จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. ความกวา้ งของรอยเชื่อม…………………………………………………………………………..
2. ความยาวของแนวเชื่อม……………………………………………………………………………
3. ระยะพติ ช…์ ……………………………………………………………………………………….
4. ตาแหน่งทา่ เชื่อม…………………………………………………………………………………..
5. ผวิ แนวเช่ือม……………………………………………………………………………………….
6. ชนิดของแนวเชื่อม………………………………………………………………………………...
7. กรรมวธิ ีการเช่ือม………………………………………………………………………………….
8. รายละเอียดเก่ียวกบั การเชื่อม……………………………………………………………………...
9.กรรมวิธีการตกแต่งผิวสาเร็จ… … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … … …
16. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
16.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏิบัติ
5432 1
ดา้ นการเตรยี มการสอน
1. จัดหน่วยการเรยี นรู้ได้สอดคลอ้ งกับวัตถุประสงคก์ ารเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจิตพสิ ยั
3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สื่อ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจัดการเรียนรูก้ ่อนเขา้ สอน
ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
4. มีวธิ ีการนำเข้าสู่บทเรียนท่ีนา่ สนใจ
5. มกี จิ กรรมทีห่ ลากหลาย เพ่ือช่วยใหผ้ ูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ
6. จดั กจิ กรรมที่ส่งเสริมให้ผูเ้ รยี นคน้ คว้าเพ่ือหาคำตอบดว้ ยตนเอง
7. นักเรียนมสี ่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
8. จัดกจิ กรรมท่ีเนน้ กระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตุ้นใหผ้ ูเ้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนร้ทู ีเ่ ชื่อมโยงกบั ชีวติ จรงิ โดยนำภูมปิ ญั ญา/บรู ณาการเข้ามามสี ว่ นร่วม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม
12. มกี ารเสริมแรงเมือ่ นักเรียนปฏิบตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผู้เรยี น
14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รียน อย่างทว่ั ถงึ
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาท่กี ำหนด
ดา้ นสื่อ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
16. ใช้สือ่ ทเี่ หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น
17. ใช้ส่อื แหล่งการเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
ส่อื อิเลก็ ทรอนิกส์ และอนิ เทอร์เน็ต เปน็ ต้น
ดา้ นการวดั และประเมินผล
18. ผู้เรียนมสี ว่ นร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งด้านความรู้ ทักษะ และจติ พิสัย
20. ครู ผเู้ รยี น ผปู้ กครอง หรือ ผูท้ เ่ี ก่ยี วข้องมสี ่วนรว่ ม ในการประเมนิ
หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏบิ ตั ิดเี ย่ียม 4 = ปฏิบัตดิ ี 3 = ปฏบิ ัตพิ อใช้ รวม
2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไมม่ กี ารปฏิบัติ ค่าเฉลยี่