136
14. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หนว่ ยการสอนท่ี 8 ชื่อหน่วยการสอน การกัดกร่อนและการป้องกัน
วตั ถุประสงค์ เพ่ือดคู วามก้าวหน้าระหว่างกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
ขอ้ คำถาม
คำสงั่ จงเลอื กคำตอบทถี่ ูกต้องที่สดุ
1. สาเหตขุ องการกดั กรอ่ นข้อใดกลา่ วถูกต้อง
ก. ปฏกิ ริ ิยาเคมี ข. ไฟฟ้า–เคมี
ค. การสมั ผสั ง. ถูกทุกข้อ
2. อนกุ รมแรงดนั ไฟฟา้ ของเหล็ก มคี ่าความตา่ งศักย์เทา่ ไร
ก. –0.44 โวลต์ ข. 1.68 โวลต์
ค. 0.80 โวลต์ ง. 0.52 โวลต์
3. การกัดกร่อนมีกป่ี ระเภท
ก. 2 ประเภท ข. 4 ประเภท
ค. 3 ประเภท ง. 5 ประเภท
4. Lacquer Paint หมายถึงอะไร
ก. สีน้ำมนั ข. สีแห้งเรว็
ค. สเี คลอื บ ง. สแี หง้ ช้า
5. การรมดำ เป็นการเปล่ยี นสีผวิ เหลก็ ให้เปน็ เหล็กออกไซด์ทีเ่ รียกวา่ อะไร
ก. Ferrosoferric Oxide ข. Ferrite Oxide
ค. Austenite Oxide ง. Clementine Oxide
6. ขนั้ ตอนการรมดำมกี ี่วิธี
ก. 2 วธิ ี ข. 4 วธิ ี
ค. 3 วิธี ง. 5 วิธี
7. Hot Dipping คอื อะไร
ก. การชบุ เคลอื บผิวโลหะ ข. การจุม่ ช้ินงานในโลหะเหลว
ค. การอัดรีดเปน็ แผ่น ง การพ่นโลหะเหลว
8. การชบุ เคลอื บผิวโลหะ ชิน้ งานท่ีจะชบุ เปน็ ขวั้ อะไร
ก. ขั้วลบกบั ข้ัวบวก ข. ข้วั บวก
ค. ขั้วลบ ง. ผดิ ทกุ ข้อ
9. Polyethylene มีอุณหภมู ิในการเคลือบผิวเทา่ ไร
ก. 80–90 oC ข. 100–120 oC
ค. 150–200 oC ง. 220–300 oC
10. การเคลอื บผิวโดยใช้ไฟฟ้าสถิต สามารถท่จี ะพ่นผงพลาสติกทมี่ ีขนาดเท่าใด
ก. 40–100 m ข. 150–200 m
ค. 200–230 m ง. 250 m
137
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
1. สาเหตขุ องการกดั กรอ่ นขอ้ ใดกลา่ วถูกต้อง
ง. ถกู ทุกข้อ
2. อนุกรมแรงดันไฟฟา้ ของเหลก็ มคี า่ ความตา่ งศักยเ์ ท่าไร
ก. – 0.44 โวลต์
3. การกดั กรอ่ นมีก่ีประเภท
ข. 4 ประเภท
4. Lacquer Paint หมายถงึ อะไร
ข. สีแหง้ เรว็
5. การรมดำ เป็นการเปล่ยี นสผี ิวเหลก็ ใหเ้ ปน็ เหล็กออกไซด์ท่ีเรียกวา่ อะไร
ก. Ferrosoferric Oxide
6. ขัน้ ตอนการรมดำมกี ่ีวิธี
ค. 3 วิธี
7. Hot Dipping คอื อะไร
ข. การจ่มุ ช้นิ งานในโลหะเหลว
8. การชบุ เคลอื บผวิ โลหะชิ้นงานทจ่ี ะชุบเป็นขัว้ อะไร
ค. ข้วั ลบ
9. Polyethylene มอี ุณหภมู ิในการเคลือบผิวเทา่ ไร
ง. 220–300 oC
10. การเคลอื บผวิ โดยใช้ไฟฟ้าสถิต สามารถทีจ่ ะพ่นผงพลาสติกที่มีขนาดเท่าไร
ก. 40–100 m
138
15. แบบทดสอบหลังเรยี น
หน่วยการสอนท่ี 8 ช่ือหนว่ ยการสอน การกัดกร่อนและการปอ้ งกนั
วัตถปุ ระสงค์ เพื่อดคู วามก้าวหนา้ ระหวา่ งก่อนเรยี นและหลังเรยี น
ข้อคำถาม
คำสงั่ จงเลอื กคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุด
1. สาเหตขุ องการกดั กรอ่ นข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ปฏิกิรยิ าเคมี ข. ไฟฟา้ –เคมี
ค. การสมั ผัส ง. ถูกทุกข้อ
2. อนุกรมแรงดนั ไฟฟ้าของเหลก็ มีค่าความต่างศักย์เทา่ ไร
ก. –0.44 โวลต์ ข. 1.68 โวลต์
ค. 0.80 โวลต์ ง. 0.52 โวลต์
3. การกัดกรอ่ นมีกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท ข. 4 ประเภท
ค. 3 ประเภท ง. 5 ประเภท
4. Lacquer Paint หมายถึงอะไร
ก. สีนำ้ มนั ข. สีแห้งเร็ว
ค. สีเคลือบ ง. สีแห้งช้า
5. การรมดำ เป็นการเปลี่ยนสีผวิ เหลก็ ให้เป็นเหลก็ ออกไซด์ที่เรียกว่าอะไร
ก. Ferrosoferric Oxide ข. Ferrite Oxide
ค. Austenite Oxide ง. Clementine Oxide
6. ขน้ั ตอนการรมดำมกี ่วี ธิ ี
ก. 2 วิธี ข. 4 วิธี
ค. 3 วธิ ี ง. 5 วธิ ี
7. Hot Dipping คืออะไร
ก. การชบุ เคลือบผวิ โลหะ ข. การจมุ่ ชนิ้ งานในโลหะเหลว
ค. การอดั รดี เปน็ แผ่น ง การพน่ โลหะเหลว
8. การชุบเคลอื บผิวโลหะ ชิน้ งานท่จี ะชบุ เป็นข้ัวอะไร
ก. ขว้ั ลบกบั ขว้ั บวก ข. ขว้ั บวก
ค. ขวั้ ลบ ง. ผดิ ทกุ ข้อ
9. Polyethylene มีอณุ หภูมิในการเคลือบผิวเทา่ ไร
ก. 80–90 oC ข. 100–120 oC
ค. 150–200 oC ง. 220–300 oC
10. การเคลือบผิวโดยใชไ้ ฟฟ้าสถิต สามารถที่จะพน่ ผงพลาสติกท่มี ีขนาดเทา่ ใด
ก. 40–100 m ข. 150–200 m
ค. 200–230 m ง. 250 m
139
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
1. สาเหตขุ องการกดั กรอ่ นขอ้ ใดกลา่ วถูกต้อง
ง. ถกู ทุกข้อ
2. อนุกรมแรงดันไฟฟา้ ของเหลก็ มคี า่ ความตา่ งศักยเ์ ท่าไร
ก. – 0.44 โวลต์
3. การกดั กรอ่ นมีกี่ประเภท
ข. 4 ประเภท
4. Lacquer Paint หมายถงึ อะไร
ข. สีแหง้ เรว็
5. การรมดำ เป็นการเปลีย่ นสผี ิวเหลก็ ใหเ้ ปน็ เหล็กออกไซด์ท่ีเรียกวา่ อะไร
ก. Ferrosoferric Oxide
6. ขัน้ ตอนการรมดำมกี ว่ี ิธี
ค. 3 วิธี
7. Hot Dipping คอื อะไร
ข. การจ่มุ ช้นิ งานในโลหะเหลว
8. การชบุ เคลอื บผิวโลหะชิ้นงานทจ่ี ะชุบเป็นขัว้ อะไร
ค. ข้วั ลบ
9. Polyethylene มอี ุณหภูมใิ นการเคลือบผิวเทา่ ไร
ง. 220–300 oC
10. การเคลอื บผวิ โดยใชไ้ ฟฟ้าสถิต สามารถทีจ่ ะพ่นผงพลาสติกที่มีขนาดเท่าไร
ก. 40–100 m
140
16. ใบความรทู้ ่ี 8
หนว่ ยการสอนที่ 8 ชื่อหน่วยการสอน การกัดกร่อนและการปอ้ งกัน
ชอ่ื หัวข้อเร่ือง
8.1 บทนำ
การป้องกันการกดั กร่อนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่ผู้ประกอบการจะต้องใหค้ วามสำคัญ เชน่
ชน้ิ สว่ นอปุ กรณ์เคร่ืองจกั รกล ทอ่ สง่ น้ำมัน โครงหลังคา และอุปกรณอ์ ื่นๆ เป็นต้น ดเู หมอื น ว่าจะไมเ่ กิดเป็น
สนิมขนึ้ แต่เมือ่ เหล็กถูกความช้ืนกจ็ ะเกดิ เปน็ สนมิ และเกดิ การสึกกร่อนไดง้ า่ ย ดงั นัน้ บางครง้ั ต้อง
เลือกโลหะผสมมาใช้งาน กจ็ ะช่วยลดการกัดกร่อนขึน้ และในสว่ นของเคร่ือง จักรบางครง้ั ก็อาจจะหยอด
นำ้ มนั หล่อลนื่ เพ่ือจะช่วยลดการกัดกร่อน และชว่ ยยืดอายกุ ารใช้งาน
8.2 ความหมายของการกดั กรอ่ น
การกดั กรอ่ น (Corrosion ) คือการผุพังของโลหะเม่ือท้ิงไว้ผิวนอกจะทำปฏิกริ ยิ ากบั ออกซิเจน และ
เกดิ ความชืน้ เป็นปฏิกิริยาเคมีขน้ึ ตามสภาพแวดล้อมของการใช้งาน ซ่งึ เมอ่ื ท้ิงไว้นานๆ โดยไม่มีการเคลือบ
ผิวกจ็ ะเกิดการกดั กรอ่ น ผพุ ังกลายเปน็ สนิมเหล็กต่อไป และทำใหค้ ุณสมบัติของโลหะเปล่ียนแปลงไป เชน่
ความแขง็ ลดลง การรับแรงน้อยลง การยืดตวั การอ่อนตัว และความแข็งแรง เปน็ ต้น
8.3 สาเหตุของการกดั กรอ่ น
การกัดกรอ่ น เปน็ การผุพังของโลหะ หรอื วสั ดุชา่ งเมอื่ ใชไ้ ปเป็นเวลานานๆ และเป็นการเปล่ยี น
แปลงคณุ สมบัตขิ องโลหะเน่อื งจากปฏิกิรยิ าเคมตี ่างๆ คุณสมบตั ขิ องโลหะที่เปล่ยี นแปลงไป สาเหตุของการ
กัดกร่อนมี 4 ลกั ษณะดังน้ีคือ
1. การกดั กร่อนทเ่ี กิดจากปฏิกริ ยิ าเคมี
2. การกดั กร่อนท่ีเกดิ จากไฟฟา้ -เคมี
3. การกัดกร่อนท่เี กิดจากการสมั ผสั ของโลหะตา่ งชนดิ กนั
4. การกดั กร่อนจากเมด็ เกรนโลหะ
8.4 ประเภทของการกัดกร่อน
ประเภทของการกัดกรอ่ น สามารถแบง่ ออกได้ 3 ประเภทดังน้ีคือ
1. การกดั กร่อนแบบเรียบสม่ำเสมอ
2. การกัดกร่อนซมึ ลกึ
3. การกดั กร่อนภายในเนือ้ โลหะ
8.5 การป้องกนั การกดั กร่อน
การปอ้ งกันการกดั กร่อนของโลหะของโลหะ เพอื่ ท่ีจะช่วยใหม้ ีอายุการใชง้ านทย่ี าวนาน มคี วาม
แข็งแรงมากและช่วยประหยดั วสั ดเุ งินทองดว้ ย โดยสามารถทีจ่ ะแบ่งออกได้ 6 วธิ คี อื
1. การเคลือบผิวด้วยน้ำมัน 2. การเคลอื บผิวด้วยการทาสแี ละพน่ สี
3. การเคลือบผิวดว้ ยน้ำยาแกว้ 4. การเคลือบผิวดว้ ยวิธีเคมี
5. การเคลอื บผวิ ดว้ ยโลหะ 6. การเคลือบผิวด้วยพลาสติก
141
17. แบบฝึกหดั
คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. การกดั กร่อนหมายถึงอะไร
ตอบ การผุพงั ของโลหะ เม่อื ทิง้ ไวผ้ วิ นอกจะทำปฏิกิรยิ ากับออกซเิ จน และเกิดความชนื้ เปน็ ปฏิกิริยาเคมีข้ึน
ตามสภาพแวดลอ้ มของการใช้งาน เมอื่ ทิ้งไว้นาน ๆ โดยไมม่ ีการเคลือบผิวก็จะเกิดการกดั กร่อน ผุพงั กลายเป็น
สนมิ เหล็กต่อไป
2. สาเหตุของการกัดกร่อน มีก่ีสาเหตุ อะไรบา้ ง
ตอบ 4 สาเหตุ ไดแ้ ก่ การกดั กร่อนทเ่ี กิดจากปฏิกริ ิยาเคมี การกดั กรอ่ นที่เกดิ จากไฟฟา้ –เคมี การกัดกร่อน
ทเี่ กิดจากการสมั ผสั ของโลหะต่างชนิดกนั และการกัดกร่อนจากเม็ดเกรนโลหะ
3. การกัดกร่อนทเ่ี กดิ จากไฟฟ้า–เคมี หมายถึงอะไร
ตอบ การกัดกร่อนท่ีเกิดจากไฟฟ้า–เคมี เป็นการกำเนิดกระแสไฟฟ้าด้วยปฏิกริ ิยาเคมี โดยการใช้แท่งโลหะ
2 แท่ง ที่ต่างชนิดกัน จุ่มลงในน้ำยาอิเล็กโตรไลต์ ทำให้เกิดมีความต่างศักย์ไฟฟ้าขึ้น แท่งหนึ่งเป็นขั้วบวก
(Cathode) แต่อีกแทง่ หนงึ่ เป็นขว้ั ลบ (Anode) กจ็ ะถกู กดั กรอ่ นให้มีขนาดเลก็ ลงเรื่อย ๆ
4. การกัดกร่อนมกี ่ีประเภท อะไรบา้ ง
ตอบ 3 ประเภท ไดแ้ ก่ การกัดกร่อนแบบเรยี บสมำ่ เสมอ การกัดกร่อนซึมลึก และการกัดกร่อนภายในเนื้อ
โลหะ
5. การกดั กร่อนซึมลึกและการกัดกร่อนภายในเน้อื โลหะแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
ตอบ การกัดกร่อนซึมลึก คือ การกัดกร่อนที่มีความลึกเป็นร่องหรือรูเข้าไปในเนื้อโลหะ โดยบางคร้ัง
ไม่สามารถทจ่ี ะมองเหน็ ได้ดว้ ยตาเปลา่
การกัดกร่อนภายในเนื้อโลหะ คือ เกิดจากส่วนผสมของโลหะต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของธาตุที่แตกต่าง
กัน ทำใหเ้ กดิ ความต่างศักย์ไฟฟา้ ขึน้ แตถ่ า้ มนี ้อยก็จะทำใหเ้ กิดการกัดกร่อนได้เร็วหรอื ง่ายขนึ้
6. การป้องกนั การกัดกร่อนมีกี่วิธี อะไรบา้ ง
ตอบ 6 วธิ ี คอื 1. การเคลอื บผิวด้วยนำ้ มัน 4. การเคลอื บผิวด้วยวิธเี คมี
2. การเคลือบผวิ ดว้ ยการทาสีและพ่นสี 5. การเคลือบผิวด้วยโลหะ
3. การเคลอื บผวิ ดว้ ยน้ำยาแก้ว 6. การเคลือบผิวดว้ ยพลาสติก
7. การเคลือบผิวด้วยน้ำมนั หมายถึงอะไร
ตอบ การเคลือบผิวด้วยน้ำมัน เป็นการใช้น้ำมันทา อาบ หรือชโลมผิวด้วยน้ำมัน จะช่วยในการป้องกัน
การกัดกร่อนที่ผิวโลหะได้ดี เกิดเป็นสนิมยาก ในการที่จะทาน้ำมัน จึงต้องทำความสะอาดชิ้นงานเสียก่อน
ได้แก่ น้ำมัน น้ำมันแร่ และวาสลีน เป็นต้น ชโลมเพื่อป้องกันสนิมเครื่องจักรกลต่าง ๆ เครื่องกลึง เครื่องไส
เคร่ืองกดั เคร่อื งเจาะ และอะไหล่ช้นิ สว่ นอปุ กรณต์ า่ ง ๆ ทเี่ กบ็ ไวใ้ ช้งานหรือใชใ้ นขบวนการผลิตตา่ ง ๆ ด้วย
8. ประเภทของการเคลือบผิวโลหะดว้ ยพลาสติกแบง่ ออกได้กป่ี ระเภท อะไรบ้าง
ตอบ 3 ประเภท คือ การเคลือบผิวโลหะโดยการเป่าให้ฟุ้ง การเคลือบผิวโลหะโดยการพ่นเปลวไฟ และ
การเคลือบผิวโลหะโดยวธิ ีใชไ้ ฟฟ้าสถิต
9. การรมดำมกี ี่วธิ ี อะไรบา้ ง
142
ตอบ 3 วิธี คือ การรมดำให้เกิดสนิมโดยวิธีธรรมชาติ การรมดำโดยวิธีเร่งให้เกิดสนิม การรมดำโดยวิธีการ
ต้มในสารละลายเคมี
10. การเคลอื บผวิ ด้วยวธิ ีเคมีมีกว่ี ธิ ี อะไรบ้าง
ตอบ 2 วิธี ไดแ้ ก่ การรมควนั และการชบุ ฟอสเฟต
143
18. บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
18.1 สรปุ ผลการจัดการเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1
ด้านการเตรยี มการสอน
1. จดั หนว่ ยการเรียนรู้ไดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ และดา้ นจติ พสิ ยั
3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้
สอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. มีวธิ ีการนำเขา้ สบู่ ทเรยี นท่ีนา่ สนใจ
5. มีกิจกรรมท่ีหลากหลาย เพ่ือช่วยให้ผเู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกิจกรรมทสี่ ง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง
7. นักเรยี นมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
8. จดั กิจกรรมท่ีเน้นกระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตุน้ ใหผ้ ้เู รียนแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรยี นรูท้ ่ีเช่ือมโยงกับชีวติ จรงิ โดยนำภูมปิ ัญญา/บูรณาการเขา้ มามสี ่วน
ร่วม
11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
12. มีการเสรมิ แรงเมื่อนักเรียนปฏิบัติ หรือตอบถูกตอ้ ง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน
14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รยี น อย่างทว่ั ถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กำหนด
ด้านสือ่ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้
16. ใชส้ ่อื ที่เหมาะสมกบั กิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น
17. ใชส้ ื่อ แหลง่ การเรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานที่ ของจริง เอกสาร
สื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นต้น
ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล
18. ผเู้ รยี นมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทกั ษะ และจติ พิสัย
20. ครู ผเู้ รยี น ผู้ปกครอง หรือ ผู้ท่เี กยี่ วข้องมสี ว่ นร่วม ในการประเมนิ
รวม
144
หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏิบัติดเี ยี่ยม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = ค่าเฉลีย่
ปฏิบัตพิ อใช้
2 = ควรปรบั ปรงุ 1 = ไม่มีการปฏบิ ัติ
18.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแกป้ ัญหา แนวทางแก้ปญั หา
ปญั หาท่ีพบ
ด้านการเตรียมการสอน
ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ดา้ นส่ือ นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้
ด้านการวดั และประเมินผล
ดา้ นอื่นๆ (โปรดระบเุ ป็นข้อๆ)
ลงชื่อ ........................................................................ ครผู สู้ อน
(....................................................................)
ตำแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................
19. บนั ทึกการนิเทศและตดิ ตาม 145
ชื่อ-สกุล ผูน้ เิ ทศ ตำแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี
146
แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชพี และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วิชา 20100 – 1002 วิชา วัสดงุ านช่างอุตสาหกรรม
หนว่ ยท่ี 9 ชื่อหน่วย การตรวจสอบวัสดุเบอื้ งต้น จำนวน 4 ช่ัวโมง
ช่ือเร่ือง
9.1 บทนำ
9.2 คณุ สมบัติของวัสดุ
9.3 การทดสอบวัสดุ
9.4 บทสรุป
แบบฝกึ หดั หน่วยท่ี 9
แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 9
1. สาระสำคัญ
การตรวจสอบวสั ดุเบ้อื งต้น จำเปน็ อย่างยงิ่ ที่ผดู้ ำเนนิ การผลติ จะต้องทำความเขา้ ใจเก่ียวกบั
วสั ดใุ ห้ดเี สยี ก่อนท่ีจะนำไปใช้งาน คุณสมบตั ิของวัสดุ แบง่ แยกไดเ้ ปน็ 3 ประเภท คือ คุณสมบัติทาง
เคมี คณุ สมบัตทิ างฟสิ กิ ส์ และคุณสมบตั ิทางกล
การทดสอบวสั ดุ หมายถึง การคัดแยกช้ินงานท่ผี า่ นกรรมวธิ กี ารข้ึนรูปด้วยเครอื่ งจักรกล แลว้ เกดิ
มีตำหนิ ชำรดุ หรือคณุ ภาพไม่ไดม้ าตรฐานออกจากกลมุ่ และเพ่ือจะไดร้ ับทราบถงึ คุณสมบัตเิ ฉพาะตัวของ
วสั ดุนนั้ จะได้เปน็ ข้อมูลในการพิจารณาเลือกนำวสั ดนุ ้นั มาใชง้ าน ในการทดสอบวัสดุแบง่ ออกได้ 2 ประเภท คือ
การทดสอบแบบทำลายสภาพ และการทดสอบแบบไม่ทำลายสภาพ
2. สมรรถนะประจำหน่วยการเรียนรู้
แสดงความรู้เกยี่ วกับการตรวจสอบวัสดเุ บ้ืองตน้
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ทั่วไป
- ดา้ นความรู้
3.1.1 อธบิ ายคุณสมบัติของวสั ดไุ ดถ้ ูกต้อง
3.1.2 บอกการทดสอบวัสดุได้
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
- ดา้ นทักษะ
3.2.1 ทดลองจำแนกบัตรภาพประเภทของการตรวจสอบวัสดุเบือ้ งต้นได้
3.2.2 มีทกั ษะในการเขยี นผังมโนทัศน์เรื่อง การตรวจสอบวสั ดเุ บ้อื งต้นได้
147
4. เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้
9.1 บทนำ
การตรวจสอบวสั ดเุ บ้ืองต้น วัสดทุ ใี่ ชใ้ นกรรมวิธีการผลิตในงานอุตสาหกรรม จำเป็นอยา่ งย่งิ ท่ีผู้
ดำเนินการผลิต จะต้องทำความเข้าใจเก่ียวกับวสั ดใุ หด้ ีเสยี กอ่ นท่ีจะนำไปใช้งาน ความหมายของศัพท์ทใ่ี ช้
เก่ียวกับวัสดุตา่ งๆ เช่น เหล็กหลอ่ เหล็กกล้า และเหล็กไร้สนิม เป็นตน้ จะมีคุณสมบตั ิท่ีแตกตา่ งกนั ออกไป
โดยจะต้องทราบคุณสมบัตติ ่างๆของวสั ดนุ ัน้ ใหแ้ นช่ ัดดว้ ย ในยุคปัจจบุ ันวัสดุอปุ กรณต์ า่ งกเ็ ข้ามามีความ
สำคญั มบี ทบาทในการสง่ เสริมศกั ยภาพ สร้างคุณประโยชนใ์ หก้ ับประเทศชาติมากมาย ซ่ึงจะเหน็ ได้วา่
ประเทศท่ีมีการพฒั นาทางดา้ นอุตสาหกรรม มีเทคโนโลยที ี่รวด เรว็ ทนั สมัย จึงจำเป็นจะตอ้ งมีวสั ดอุ ปุ กรณท์ ่ี
ได้ทมี่ ีมาตรฐาน และจะตอ้ งมีการตรวจสอบเครื่องมอื เคร่ืองจักร วสั ดุช้ินงานต่างๆก่อนทจ่ี ะนำไปใช้งาน
เพ่ือให้ได้คุณภาพตามทตี่ ้องการ
9.2 คุณสมบัตขิ องวสั ดุ
คุณสมบตั ิของวัสดุ สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทคือ
1. คณุ สมบตั ิทางเคมี เช่น การกัดกร่อน การหลอมละลาย ส่วนผสม และลกั ษณะ
โครงสร้างทางเคมขี องสว่ นผสมในวัสดุ เปน็ ตน้
2. คุณสมบตั ทิ างกายภาพ หรอื ฟสิ กิ ส์ เช่น ความสามารถในการนำความร้อน ความ
สามารถในการนำไฟฟ้า ความหนาแนน่ มวล น้ำหนกั สี และความต้านทาน เปน็ ตน้
3. คุณสมบตั ทิ างกล ไดแ้ ก่ ความแขง็ แรง ความแขง็ ความสามารถในการยืดตัว ความยืดหยุ่น
และความเหนยี ว เปน็ ตน้
9.3 การตรวจสอบ
การตรวจสอบ หมายถึง การกระทำการตรวจสอบวสั ดชุ ้ินงาน เพอื่ หารอยตำหนิ จดุ บก พร่อง
ของชนิ้ งาน โดยวัสดุชน้ิ งานนน้ั อาจจะใชง้ านได้ หรือใชง้ านไม่ได้ เชน่ การตรวจสอบด้วยสายตา การ
ตรวจสอบดว้ ยน้ำยาแทรกซึม การตรวจสอบแนวเชื่อมด้วยผงแมเ่ หลก็ และการตรวจ สอบแนวเชื่อมด้วย
การถ่ายภาพรังสี เป็นต้น
9.5 การทดสอบ
การทดสอบ หมายถงึ การคัดแยกชน้ิ งานทผี่ ่านกรรมวิธีการข้นึ รปู ด้วยเครอ่ื งจกั รกล แล้วเกดิ มี
ตำหนิ ชำรุด หรอื คณุ ภาพไมไ่ ดม้ าตรฐานออกจากกลมุ่ และเพ่ือจะไดร้ บั ทราบถึงคณุ สมบัตเิ ฉพาะตวั ของ
วัสดนุ นั้ จะไดเ้ ปน็ ข้อมูลในการพิจารณาเลือกนำวสั ดนุ นั้ มาใช้งาน
ประเภทของการทดสอบวัสดุ แบง่ ได้ 2 ประเภทใหญๆ่ คอื
1. การทดสอบแบบทำลายสภาพ ( Destructive Testing )
2. การทดสอบแบบไม่ทำลายสภาพ ( Nondestructive Testing )
148
4.9 ด้านทักษะหรือการประยุกตใ์ ช้
4.2.1 ทดลองจำแนกบัตรภาพประเภทของการตรวจสอบวัสดุเบอื้ งต้นได้
4.2.2 มีทักษะในการเขียนผังมโนทศั นเ์ รือ่ ง การตรวจสอบวสั ดุเบื้องตน้ ได้
4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงคแ์ ละบูรณาการตามหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตรงตอ่ เวลา มวี ินยั มคี วามรับผิดชอบ ละเอียดรอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มีความซ่ือสัตย์ มีเหตุผล ประหยดั
และปฏบิ ัติตนในแนวทางทดี่ ี
5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรู้
ขนั้ ตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู ข้นั ตอนการเรยี นหรือกจิ กรรมของผเู้ รยี น
ขัน้ เตรยี ม(จำนวน 25 นาที)
33. เช็คชอื่ นกั เรียน 1. นักเรยี นขานรบั เชค็ ชอื่ ตัวเอง
34. ครูแนะนำตวั เอง แนะนำรายวชิ า 2. นักเรยี นทำความเขา้ ใจและจดบันทึก
คำอธิบายรายวชิ า จุดประสงค์รายวชิ า สาระสำคัญ
ชแี้ จงเกณฑ์การให้คะแนน วิธกี ารสอน
การวัดผลและประเมินผล
35. ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น ดว้ ยการสนทนา 3. นกั เรยี นสนทนาโตต้ อบกับครูผู้สอน
การซักถามเกยี่ วกับเนื้อหาเรอ่ื ง การ
ตรวจสอบวสั ดเุ บ้อื งต้น
36. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบ 4. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
กอ่ นเรียน
ข้ันการสอน(จำนวน 50 นาที)
17. ครูบรรยายเนื้อหาเกย่ี วกับเร่ือง การ
ตรวจสอบวสั ดเุ บือ้ งตน้
18. ครูต้ังคำถาม ถาม – ตอบ ระหวา่ งครูและ 1. นกั เรยี นตัง้ คำถามและตอบคำถามโตต้ อบกับ
นักเรยี นเกย่ี วกับเน้ือหาทเี่ รียนเรื่อง การ ครูใหห้ ัวขอ้ เน้ือหาเร่ือง การตรวจสอบวสั ดุ
ตรวจสอบวัสดุเบอ้ื งตน้ และประเมินความ เบื้องตน้
เข้าใจในเนื้อหาของนักเรียน
ขั้นสรปุ (จำนวน 45 นาที)
33. สรปุ เนื้อหาสาระสำคัญในบทเรียนให้ 1. นกั เรยี นตระหนักถงึ ความสำคัญในเนื้อหาสาระ
นักเรยี น ตระหนักถึงความสำคญั ในเนื้อหา ท่ไี ดเ้ รยี น
สาระทไี่ ด้เรียนไปและสามารถสรปุ ใจความ
สำคัญของเนอ้ื หาได้
149
34. ครมู อบหมายให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ทา้ ย 2. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ท้ายบท
บท
35. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบ 3. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น
หลังเรียน
36. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนทำผังมโนทัศน์ 4. นกั เรยี นทำผังมโนทศั นเ์ ร่ือง การตรวจสอบ
เรื่อง การตรวจสอบวสั ดเุ บ้ืองต้น วสั ดุเบอื้ งตน้
6. สอ่ื การเรียนการสอน/การเรียนรู้
6.1 ส่ือส่งิ พิมพ์
6.1.1 หนังสือเรียนวชิ า วัสดงุ านชา่ งอุตสาหกรรม รหัสวชิ า 2100 – 1102 หนว่ ยที่ 9
เรือ่ ง การตรวจสอบวัสดุเบอ้ื งตน้
6.1.2 แบบประเมินผลการเรียนการเรยี นรู้ แบบทดสอบก่อน – หลงั เรยี น แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท
และแบบประเมินพฤติกรรม หน่วยท่ี 9 เร่ือง การตรวจสอบวสั ดเุ บอ้ื งต้น
6.2 ส่ือโสตทศั น์
6.2.1 หนังสอื เรียนวชิ า วสั ดงุ านชา่ งอุตสาหกรรม
6.2.2 บตั รภาพ
6.2.3 สไลด์นำเสนอ (Power point)
6.2.4 วดิ ที ัศน์
6.2.5 ใช้เคร่อื งฉาย (Projector)
6.3 สื่อของจรงิ
6.3.1 เครือ่ งมือ/อปุ กรณ์ตวั อยา่ งของวัสดงุ านอตุ สาหกรรม
7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
7.1 ภายในสถานศกึ ษา
7.1.1 ห้องสมุดวทิ ยาลยั ศูนย์วทิ ยบรกิ าร
7.1.2 ห้อง Internet ศูนยว์ ิทยบริการ
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
7.2.1 แหลง่ เรียนรู้ประจำชุมชน/หม่บู า้ น/ผู้เช่ยี วชาญ
8. งานท่ีมอบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
8.1.1 นักเรียนจัดเตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนตามที่ครูและบทเรยี นกำหนด
8.1.2 นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 9
8.1.3 นกั เรียนทำความเขา้ ใจเกย่ี วกบั จดุ ประสงค์การเรยี นของหน่วยเรียนท่ี 9 และการให้
ความรว่ มมือในการทำกิจกรรมในหนว่ ยการเรียนท่ี 9
150
8.2 ขณะเรยี น
8.2.1 นกั เรยี นศกึ ษาเนอื้ หาหน่วยที่ 9
8.2.2 นักเรียนจดบันทึกเน้ือหาทส่ี ำคัญระหว่างมีการเรยี นการสอน
8.2.3 นกั เรยี นเตรียมตง้ั คำถาม ถาม – ตอบ สง่ิ ท่นี กั เรียนไมเ่ ขา้ ใจ
8.2.4 นักเรยี นรับแบบฝึกหดั มาทำ
8.3 หลังเรยี น
8.3.1 นกั เรียนร่วมกันสรุปเน้ือหาหน่วยที่ 9
8.3.2 นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดทา้ ยบท
8.3.3 นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน
8.3.4 นักเรยี นทำผงั มโนทศั น์
9. ผลงาน/ช้ินงาน ท่เี กดิ จากการเรียนรขู้ องผ้เู รียน
1. แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรียน
2. แบบฝึกหัดท้ายบท
3. ผงั มโนทัศน์
10. เอกสารอา้ งอิง
หนงั สือเรียน วชิ าวสั ดชุ ่างอุตสาหกรรม รหสั วิชา 2100 – 1002 บรษิ ทั ศนู ย์หนังสือเมืองไทย
จำกัด
เวบ็ ไซตอ์ อนไลน์ และสือ่ สิ่งพิมพท์ เี่ กี่ยวข้องกบั เนื้อหาบทเรียน
11. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั รายวิชาอืน่
1. บูรณาการกบั วชิ า งานฝกึ ฝมี อื เรอ่ื ง เคร่ืองมือทั่วไปและเครื่องมือกลเบ้ืองตน้
12. หลักการประเมินผลการเรยี น
12.1 ก่อนเรียน
12.1.1.ใชส้ มุดบันทึกเวลาเรยี นฯ ขานชอื่ ผเู้ รียนและตรวจการตรงตอ่ เวลา
12.1.2 ใชแ้ บบสงั เกตความพรอ้ มในการเรยี น ประเมินความพร้อม เชน่ หนังสอื สมดุ ปากกา
การแต่งกาย เป็นต้น
12.2 ขณะเรียน
12.2.1.ใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรม สงั เกตการตอบคำถาม ความสนใจใฝร่ ู้ ใฝ่เรยี น
12.3 หลงั เรยี น
12.3.1. แบบทดสอบหลงั เรียนตอ้ งผา่ นเกณฑ์การประเมิน 50%
12.3.2. แบบฝกึ หดั หลังเรยี นตอ้ งผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 50%
151
13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี น
จุดประสงค์ข้อท่ี 1 อธบิ ายความหมายของวัสดุอุตสาหกรรมได้ถูกต้อง
1. วิธกี ารประเมนิ :แบบประเมินผลการเรียนรแู้ ละแบบประเมนิ พฤตกิ รรม หนว่ ยท่ี 9
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลังเรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรยี นรผู้ า่ นเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผา่ น : 50 %
จุดประสงค์ข้อท่ี 2 บอกประเภทของวัสดอุ ุตสาหกรรมได้
1. วิธกี ารประเมนิ :แบบประเมนิ ผลการเรียนรูแ้ ละแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยที่ 9
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จดุ ประสงค์ข้อที่ 3 อธิบายความหมายของโลหะและคุณสมบตั ขิ องโลหะได้
1. วธิ กี ารประเมิน :แบบประเมินผลการเรียนรู้และแบบประเมินพฤติกรรม หนว่ ยท่ี 9
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรียนรผู้ า่ นเกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จดุ ประสงค์ข้อที่ 4 อธิบายความหมายและบอกประเภทโลหะจำพวกเหล็กได้
1. วธิ กี ารประเมิน :แบบประเมินผลการเรียนรแู้ ละแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยท่ี 9
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลังเรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
152
14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หนว่ ยการสอนที่ 9 ช่ือหน่วยการสอน การตรวจสอบวสั ดุเบอ้ื งตน้
วัตถุประสงค์ เพื่อดคู วามก้าวหน้าระหวา่ งก่อนเรียนและหลงั เรียน
ข้อคำถาม
คำสั่ง จงเลอื กคำตอบทีถ่ ูกต้องท่สี ุด
1. คุณสมบัติของวสั ดุแบ่งได้กป่ี ระเภทใหญ่ ๆ
ก. 5 ประเภท ข. 4 ประเภท
ค. 3 ประเภท ง. 2 ประเภท
2. คุณสมบัติทางฟิสิกสม์ ชี ่อื เรื่องอีกอยา่ งวา่ อะไร
ก. มวล ข. น้ำหนกั
ค. กายภาพ ง. ความหนาแนน่
3. คุณสมบัตทิ างเคมหี มายถึงอะไร
ก. ความสามารถในการนำไฟฟา้ ข. ส่วนผสมทางเคมีที่ทนต่อการกดั กร่อน
ค. เป็นคณุ สมบัติที่เกย่ี วข้องกับแรง ง. ความสามารถในการนำความร้อน
4. วสั ดุชนดิ ใดทส่ี ามารถนำไฟฟา้ ไดด้ ี
ก. ทองแดง ข. เงนิ
ค. หนิ ง. เหลก็
5. เหล็กกลา้ มคี วามหนาแนน่ เท่าไร
ก. 10.50 ก./ซม.3 ข. 9.50 ก./ซม.3
ค. 7.85 ก./ซม.3 ง. 7.25 ก./ซม.3
6. ขอ้ ใดจดั เป็นคุณสมบัติทางกล
ก. ทนต่ออุณหภมู สิ งู ข. ความเหนียว
ค. การกัดกรอ่ น ง. ทนกรด
7. ความเคน้ แบ่งได้กีช่ นิด
ก. 6 ชนดิ ข. 5 ชนิด
ค. 4 ชนิด ง. 3 ชนิด
8. Toughness หมายถงึ อะไร
ก. ความเหนยี ว ข. ความเครียด
ค. ความเปราะ ง. การยดื ตวั
9. ขอ้ ใดจดั เปน็ การทดสอบแบบทำลายสภาพ
ก. การตรวจสอบดว้ ยของเหลวแทรกซึม ข. การตรวจสอบดว้ ยอำนาจแม่เหล็ก
ค. การตรวจสอบด้วยสายตา ง. การทดสอบแรงดึง
10. การตรวจสอบแบบวิธใี ดท่ีสามารถเก็บไวเ้ ปน็ หลกั ฐานได้
ก. สายตา ข. วิธีถ่ายภาพรังสี
ค. อำนาจแมเ่ หล็ก ง. คลน่ื อัลตราโซนกิ
153
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
1. คณุ สมบตั ิของวสั ดุแบ่งได้กี่ประเภทใหญ่ ๆ
ค. 3 ประเภท
2. คุณสมบัติทางฟิสิกส์มชี ื่อเร่ืองอกี อย่างวา่ อะไร
ค. กายภาพ
3. คุณสมบตั ิทางเคมหี มายถึงอะไร
ข. ส่วนผสมทางเคมที ี่ทนตอ่ การกดั กร่อน
4. วสั ดุชนดิ ใดทสี่ ามารถนำไฟฟ้าไดด้ ี
ข. เงิน
5. เหล็กกลา้ มคี วามหนาแนน่ เท่าไร
ค. 7.85 ก./ซม.3
6. ขอ้ ใดจัดเปน็ คุณสมบตั ิทางกล
ข. ความเหนียว
7. ความเค้นแบ่งได้ก่ีชนิด
ข. 5 ชนดิ
8. Toughness หมายถงึ อะไร
ก. ความเหนียว
9. ขอ้ ใดจัดเป็นการทดสอบแบบทำลายสภาพ
ง. การทดสอบแรงดึง
10. การตรวจสอบแบบวธิ ใี ดทีส่ ามารถเกบ็ ไวเ้ ป็นหลักฐานได้
ข. วิธีถา่ ยภาพรงั สี
154
15. แบบทดสอบหลังเรยี น
หน่วยการสอนที่ 9 ช่ือหนว่ ยการสอน การตรวจสอบวัสดเุ บอ้ื งต้น
วตั ถุประสงค์ เพ่ือดูความก้าวหนา้ ระหว่างกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
ขอ้ คำถาม
คำสงั่ จงเลือกคำตอบท่ถี ูกตอ้ งทีส่ ุด
1. คณุ สมบัติของวสั ดแุ บ่งได้กปี่ ระเภทใหญ่ ๆ
ก. 5 ประเภท ข. 4 ประเภท
ค. 3 ประเภท ง. 2 ประเภท
2. คุณสมบัติทางฟิสิกสม์ ชี ื่อเรื่องอกี อย่างวา่ อะไร
ก. มวล ข. น้ำหนกั
ค. กายภาพ ง. ความหนาแน่น
3. คุณสมบัตทิ างเคมีหมายถึงอะไร
ก. ความสามารถในการนำไฟฟา้ ข. ส่วนผสมทางเคมีท่ีทนตอ่ การกดั กร่อน
ค. เป็นคุณสมบัติทีเ่ กย่ี วข้องกับแรง ง. ความสามารถในการนำความร้อน
4. วสั ดชุ นิดใดทสี่ ามารถนำไฟฟา้ ไดด้ ี
ก. ทองแดง ข. เงิน
ค. หนิ ง. เหล็ก
5. เหล็กกล้ามีความหนาแน่นเทา่ ไร
ก. 10.50 ก./ซม.3 ข. 9.50 ก./ซม.3
ค. 7.85 ก./ซม.3 ง. 7.25 ก./ซม.3
6. ขอ้ ใดจดั เปน็ คุณสมบัตทิ างกล
ก. ทนตอ่ อณุ หภูมิสงู ข. ความเหนียว
ค. การกัดกร่อน ง. ทนกรด
7. ความเคน้ แบ่งได้ก่ชี นดิ
ก. 6 ชนดิ ข. 5 ชนดิ
ค. 4 ชนิด ง. 3 ชนดิ
8. Toughness หมายถงึ อะไร
ก. ความเหนียว ข. ความเครียด
ค. ความเปราะ ง. การยดื ตวั
9. ขอ้ ใดจัดเปน็ การทดสอบแบบทำลายสภาพ
ก. การตรวจสอบด้วยของเหลวแทรกซึม ข. การตรวจสอบดว้ ยอำนาจแม่เหลก็
ค. การตรวจสอบด้วยสายตา ง. การทดสอบแรงดึง
10. การตรวจสอบแบบวิธใี ดท่สี ามารถเก็บไวเ้ ป็นหลกั ฐานได้
ก. สายตา ข. วธิ ถี ่ายภาพรงั สี
ค. อำนาจแม่เหล็ก ง. คลน่ื อลั ตราโซนกิ
155
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
1. คณุ สมบตั ิของวสั ดุแบ่งได้กี่ประเภทใหญ่ ๆ
ค. 3 ประเภท
2. คุณสมบัติทางฟสิ ิกสม์ ชี ื่อเร่ืองอกี อย่างวา่ อะไร
ค. กายภาพ
3. คุณสมบตั ิทางเคมหี มายถึงอะไร
ข. ส่วนผสมทางเคมีที่ทนตอ่ การกดั กร่อน
4. วสั ดุชนดิ ใดทสี่ ามารถนำไฟฟ้าไดด้ ี
ข. เงนิ
5. เหล็กกลา้ มคี วามหนาแนน่ เท่าไร
ค. 7.85 ก./ซม.3
6. ขอ้ ใดจัดเปน็ คุณสมบัติทางกล
ข. ความเหนียว
7. ความเค้นแบ่งได้กี่ชนดิ
ข. 5 ชนดิ
8. Toughness หมายถึงอะไร
ก. ความเหนยี ว
9. ขอ้ ใดจัดเป็นการทดสอบแบบทำลายสภาพ
ง. การทดสอบแรงดึง
10. การตรวจสอบแบบวธิ ใี ดทีส่ ามารถเกบ็ ไวเ้ ป็นหลักฐานได้
ข. วิธีถา่ ยภาพรงั สี
156
16. ใบความรทู้ ่ี 9
หน่วยการสอนท่ี 9 ช่ือหน่วยการสอน การตรวจสอบวัสดุเบอ้ื งต้น
ชือ่ หัวข้อเรื่อง
9.1 บทนำ
การตรวจสอบวัสดุเบ้อื งต้น วัสดทุ ใ่ี ชใ้ นกรรมวิธีการผลิตในงานอตุ สาหกรรม จำเป็นอยา่ งย่งิ ท่ีผู้
ดำเนินการผลิต จะต้องทำความเข้าใจเกีย่ วกับวัสดุใหด้ ีเสียกอ่ นทจี่ ะนำไปใช้งาน ความหมายของศัพท์ทใ่ี ช้
เก่ยี วกบั วสั ดุต่างๆ เช่น เหล็กหล่อ เหลก็ กล้า และเหล็กไร้สนมิ เป็นตน้ จะมีคุณสมบตั ิท่ีแตกตา่ งกนั ออกไป
โดยจะตอ้ งทราบคุณสมบตั ิต่างๆของวสั ดุนนั้ ให้แนช่ ดั ด้วย ในยคุ ปจั จุบันวัสดุอปุ กรณต์ า่ งกเ็ ข้ามามีความ
สำคัญ มบี ทบาทในการส่งเสรมิ ศักยภาพ สร้างคุณประโยชนใ์ หก้ ับประเทศชาติมากมาย ซ่ึงจะเหน็ ได้วา่
ประเทศทีม่ ีการพัฒนาทางด้านอตุ สาหกรรม มีเทคโนโลยที ี่รวด เรว็ ทันสมัย จึงจำเป็นจะตอ้ งมีวสั ดอุ ปุ กรณท์ ่ี
ไดท้ ี่มีมาตรฐาน และจะต้องมกี ารตรวจสอบเคร่ืองมอื เครื่องจักร วสั ดชุ ้ินงานต่างๆก่อนทจ่ี ะนำไปใช้งาน
เพื่อใหไ้ ด้คุณภาพตามที่ต้องการ
9.2 คุณสมบตั ขิ องวสั ดุ
คณุ สมบตั ิของวสั ดุ สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทคือ
1. คณุ สมบัติทางเคมี เช่น การกดั กร่อน การหลอมละลาย ส่วนผสม และลกั ษณะ
โครงสร้างทางเคมขี องส่วนผสมในวัสดุ เปน็ ตน้
2. คณุ สมบตั ทิ างกายภาพ หรือฟิสิกส์ เชน่ ความสามารถในการนำความร้อน ความ
สามารถในการนำไฟฟ้า ความหนาแนน่ มวล น้ำหนกั สี และความต้านทาน เปน็ ตน้
3. คณุ สมบัตทิ างกล ได้แก่ ความแขง็ แรง ความแขง็ ความสามารถในการยืดตัว ความยืดหยุ่น
และความเหนยี ว เป็นต้น
9.3 การตรวจสอบ
การตรวจสอบ หมายถึง การกระทำการตรวจสอบวสั ดชุ ้ินงาน เพอื่ หารอยตำหนิ จดุ บก พร่อง
ของช้ินงาน โดยวสั ดชุ ิน้ งานนัน้ อาจจะใช้งานได้ หรือใช้งานไม่ได้ เช่น การตรวจสอบด้วยสายตา การ
ตรวจสอบดว้ ยน้ำยาแทรกซึม การตรวจสอบแนวเช่ือมด้วยผงแมเ่ หล็ก และการตรวจ สอบแนวเชื่อมด้วย
การถ่ายภาพรังสี เปน็ ต้น
9.5 การทดสอบ
การทดสอบ หมายถงึ การคัดแยกช้ินงานท่ีผา่ นกรรมวธิ ีการขึ้นรปู ด้วยเครอ่ื งจกั รกล แล้วเกดิ มี
ตำหนิ ชำรุด หรอื คุณภาพไม่ไดม้ าตรฐานออกจากกลุ่ม และเพ่ือจะได้รบั ทราบถึงคณุ สมบัตเิ ฉพาะตวั ของ
วัสดนุ ้นั จะได้เปน็ ข้อมลู ในการพจิ ารณาเลือกนำวัสดนุ ั้นมาใชง้ าน
ประเภทของการทดสอบวัสดุ แบง่ ได้ 2 ประเภทใหญ่ๆคอื
1. การทดสอบแบบทำลายสภาพ ( Destructive Testing )
2. การทดสอบแบบไม่ทำลายสภาพ ( Nondestructive Testing )
157
17. แบบฝึกหดั
คำส่งั จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. คณุ สมบัติของวัสดุแบ่งได้กป่ี ระเภท อะไรบา้ ง
ตอบ 3 ประเภท คือ คณุ สมบัติทางเคมี คณุ สมบตั ทิ างฟสิ ิกสห์ รือกายภาพ และคณุ สมบัตทิ างกล
2. จงบอกคุณสมบัติของวสั ดุทางฟสิ ิกส์ มา 5 ข้อ
ตอบ ความสามารถในการนำความร้อน ความสามารถในการนำไฟฟ้า ความหนาแน่น มวลและน้ำหนกั และสี
3. จงบอกคุณสมบัติของวสั ดุทางกลมา 5 ขอ้
ตอบ ความแข็งแรง ความสามารถในการยืดตวั ความยดื หยุน่ ความเปราะ ความเหนยี ว และความแข็ง
4. ความเคน้ หมายถึงอะไร แบ่งไดก้ ช่ี นดิ อะไรบ้าง
ตอบ ความเค้น หมายถงึ แรงที่กระทำตอ่ พนื้ ท่ี 1 ตารางหน่วย
แบ่งได้ 3 ชนดิ ได้แก่ ความเค้นแรงดึง ความเค้นแรงอัด และความเค้นแรงเฉือน
5. การทดสอบความแข็งแรงของวัสดแุ บ่งออกได้กว่ี ิธี อะไรบา้ ง
ตอบ 4 วิธี ได้แก่ การทดสอบแรงดึง การทดสอบแรงเฉือน การทดสอบแรงอดั และการทดสอบแรงบิด
6. การทดสอบวสั ดแุ บ่งไดก้ ่ีประเภทใหญ่ ๆ อะไรบา้ ง
ตอบ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ การทดสอบทำลายสภาพและการทดสอบไมท่ ำลายสภาพ
7. จงบอกการทดสอบวสั ดแุ บบทำลายสภาพมา 5 วธิ ี
ตอบ การทดสอบแรงดึง การทดสอบแรงดัด การทดสอบแรงกระแทก การทดสอบความล้า และการ
ทดสอบความแข็ง
8. การทดสอบแรงกระแทกของวสั ดมุ กี ี่วธิ ี อะไรบ้าง
ตอบ 3 วธิ ี ไดแ้ ก่ แบบไอซอด แบบชารป์ ี้ และแบบนกิ เบรก
9. การทดสอบความแข็งของวสั ดมุ ีก่ีวธิ ี อะไรบ้าง
ตอบ 3 วิธี ได้แก่ แบบบริเนล แบบรอคเวล และแบบวิคเกอร์
10. จงบอกวิธีการทดสอบแบบไมท่ ำลายสภาพของวัสดุมา 5 วธิ ี
ตอบ การตรวจสอบด้วยสายตา การตรวจสอบของเหลวแทรกซมึ
การตรวจสอบด้วยอำนาจแมเ่ หลก็ การตรวจสอบด้วยคล่ืนอัลตร้าโซนกิ
การตรวจสอบโดยวธิ ถี า่ ยภาพรังสี
158
18. บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
18.1 สรปุ ผลการจัดการเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1
ด้านการเตรยี มการสอน
1. จดั หนว่ ยการเรียนรู้ไดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ และดา้ นจติ พสิ ยั
3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้
สอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. มีวธิ ีการนำเขา้ สบู่ ทเรยี นท่ีนา่ สนใจ
5. มีกิจกรรมท่ีหลากหลาย เพ่ือช่วยให้ผเู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกิจกรรมทสี่ ง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง
7. นักเรยี นมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
8. จดั กิจกรรมท่ีเน้นกระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตุน้ ใหผ้ ้เู รียนแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรยี นรูท้ ่ีเช่ือมโยงกับชีวติ จรงิ โดยนำภูมปิ ัญญา/บูรณาการเขา้ มามสี ่วน
ร่วม
11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
12. มีการเสรมิ แรงเมื่อนักเรียนปฏิบัติ หรือตอบถูกตอ้ ง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน
14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รยี น อย่างทว่ั ถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กำหนด
ด้านสือ่ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้
16. ใชส้ ่อื ที่เหมาะสมกบั กิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น
17. ใชส้ ื่อ แหลง่ การเรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานที่ ของจริง เอกสาร
สื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นต้น
ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล
18. ผเู้ รยี นมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทกั ษะ และจติ พิสัย
20. ครู ผเู้ รยี น ผู้ปกครอง หรือ ผู้ท่เี กยี่ วข้องมสี ว่ นร่วม ในการประเมนิ
รวม
159
หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏิบัติดเี ยี่ยม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = ค่าเฉลีย่
ปฏิบัตพิ อใช้
2 = ควรปรบั ปรงุ 1 = ไม่มีการปฏบิ ัติ
18.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแกป้ ัญหา แนวทางแก้ปญั หา
ปญั หาท่ีพบ
ด้านการเตรียมการสอน
ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ดา้ นส่ือ นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้
ด้านการวดั และประเมินผล
ดา้ นอื่นๆ (โปรดระบเุ ป็นข้อๆ)
ลงชื่อ ........................................................................ ครผู สู้ อน
(....................................................................)
ตำแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................
19. บนั ทึกการนิเทศและตดิ ตาม 160
ชื่อ-สกุล ผูน้ เิ ทศ ตำแหนง่
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
ปี