คู่มือ การบำาบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก สำาหรับผู้ป่วยกลุ่มติด โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 775 หมู่ 19 ถนนมะลิวัลย์ ตำ�บลศิล� อำ�เภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000 โทรศัพท์ 0 4342 4500 – 2 โทรส�ร 0 4342 4507 www.tyrkk.go.th
คู่มือการบำาบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก สำาหรับผู้ป่วยกลุ่มติด โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น พฤษภาคม 2562 กรมการแพทย์ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น
คู่มือการบำาบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก สำาหรับผู้ป่วยกลุ่มติด โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น พฤษภาคม 2562 กรมการแพทย์ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น
ก คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำาคัญในระดับชาติ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งต่อตัวผู้เสพ ครอบครัว และสังคมรอบข้าง การติดยาเสพติดถือเป็นโรค ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำางาน ของสารสื่อประสาทในสมองที่เรียกว่า โดปามีน ทำาให้ระบบและกลไกการทำางานของสมองผิดปกติ ต้องใช้ยา เสพติดเป็นตัวกระตุ้นการทำางาน เกิดความต้องการยาเสพติดแบบควบคุมไม่ได้ มีอาการถอนยาเมื่อหยุดใช้ และต้องการยาเสพติดในปริมาณที่มากขึ้น หรือที่เรียกว่าดื้อยา จึงเรียกการติดยาและสารเสพติดว่า “โรค สมองติดยา” ซึ่งหมายรวมถึงยาเสพติด และสารเสพติดทุกชนิด ทั้งที่ผิดกฎหมาย และถูกกฎหมาย เมื่อผู้เสพ ติดยาและสารเสพติดถือเป็นผู้ป่วย จึงเป็นบทบาทภารกิจโดยตรงของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องแก้ไข ปัญหาสุขภาพของประชาชน ในมิติการแก้ไขปัญหาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ยังคงมุ่งเน้นการแก้ไขในเชิงสุขภาพ ผู้เสพติด คือผู้ป่วย ต้องได้รับการบำาบัดรักษา ฟื้นฟู และดูแล ช่วยให้ลด ละ เลิกใช้ยาเสพติดได้ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ซึ่งผู้บำาบัดต้อง เข้าใจถึงสาเหตุปัจจัยที่ถูกต้อง เพื่อให้การบำาบัดรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ มีหลักฐานยืนยันทางวิชาการ ที่แสดงถึงความสำาเร็จ ในปัจจุบัน รูปแบบการบำาบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่ใช้อย่างแพร่หลายประเทศไทย รูปแบบหนึ่งคือ โปรแกรมจิตสังคมบำาบัด หรือ Matrix Program โดยมีการปรับเปลี่ยน ประยุกต์ใช้อย่าง หลากหลาย โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่นจัดทำาหนังสือแนวทางการบำาบัดฟื้นฟูผู้เสพผู้ติดยาเสพติดด้วย โปรแกรมจิตสังคมบำาบัด เพื่อเป็นแนวทางในการดำาเนินงานในพื้นที่ อันจะทำาให้ผู้ป่วยได้รับการบำาบัดฟื้นฟู อย่างมีประสิทธิภาพ นายแพทย์ชาญชัย ธงพานิช ผู้อำานวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น พฤษภาคม 2562 คำานำา ชื่อหนังสือ คู่มือการบำาบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก สำาหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ที่ปรึกษา นายแพทย์ชาญชัย ธงพานิช บรรณาธิการ นางนฤมล อารยะพิพัฒน์ กองบรรณาธิการ นายอิทธิศักดิ์ พลงาม นางสุกรรณ์ยา งามชัด นางสาวบุหงา ดุลยสิทธิ์ นางสาวกัณณิกา สิทธิพงษ์ ออกแบบปก นายจักรพงษ์ ศรีสุรัตน์ จัดทำาโดย โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น พิมพ์ที่ บริษัท ขอนแก่นพิมพ์พัฒนา จำากัด พิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2562 จำานวน 500 เล่ม ISBN 978-974-422-888-8 สแกนเพื่อดาวน์โหลดคู่มือ
ก คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำาคัญในระดับชาติ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งต่อตัวผู้เสพ ครอบครัว และสังคมรอบข้าง การติดยาเสพติดถือเป็นโรค ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำางาน ของสารสื่อประสาทในสมองที่เรียกว่า โดปามีน ทำาให้ระบบและกลไกการทำางานของสมองผิดปกติ ต้องใช้ยา เสพติดเป็นตัวกระตุ้นการทำางาน เกิดความต้องการยาเสพติดแบบควบคุมไม่ได้ มีอาการถอนยาเมื่อหยุดใช้ และต้องการยาเสพติดในปริมาณที่มากขึ้น หรือที่เรียกว่าดื้อยา จึงเรียกการติดยาและสารเสพติดว่า “โรค สมองติดยา” ซึ่งหมายรวมถึงยาเสพติด และสารเสพติดทุกชนิด ทั้งที่ผิดกฎหมาย และถูกกฎหมาย เมื่อผู้เสพ ติดยาและสารเสพติดถือเป็นผู้ป่วย จึงเป็นบทบาทภารกิจโดยตรงของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องแก้ไข ปัญหาสุขภาพของประชาชน ในมิติการแก้ไขปัญหาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ยังคงมุ่งเน้นการแก้ไขในเชิงสุขภาพ ผู้เสพติด คือผู้ป่วย ต้องได้รับการบำาบัดรักษา ฟื้นฟู และดูแล ช่วยให้ลด ละ เลิกใช้ยาเสพติดได้ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ซึ่งผู้บำาบัดต้อง เข้าใจถึงสาเหตุปัจจัยที่ถูกต้อง เพื่อให้การบำาบัดรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ มีหลักฐานยืนยันทางวิชาการ ที่แสดงถึงความสำาเร็จ ในปัจจุบัน รูปแบบการบำาบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่ใช้อย่างแพร่หลายประเทศไทย รูปแบบหนึ่งคือ โปรแกรมจิตสังคมบำาบัด หรือ Matrix Program โดยมีการปรับเปลี่ยน ประยุกต์ใช้อย่าง หลากหลาย โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่นจัดทำาหนังสือแนวทางการบำาบัดฟื้นฟูผู้เสพผู้ติดยาเสพติดด้วย โปรแกรมจิตสังคมบำาบัด เพื่อเป็นแนวทางในการดำาเนินงานในพื้นที่ อันจะทำาให้ผู้ป่วยได้รับการบำาบัดฟื้นฟู อย่างมีประสิทธิภาพ นายแพทย์ชาญชัย ธงพานิช ผู้อำานวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น พฤษภาคม 2562 คำานำา
หมายเหตุ * กิจกรรมครอบครัวศึกษาสำาหรับผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัว ตามด้วยการปรึกษารายบุคคล – โปรแกรมการบำาบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอกสำาหรับผู้ป่วยกลุ่มติด จำานวน 16 ครั้ง ประกอบด้วยกลุ่มบำาบัดสำาหรับผู้ป่วย 12 ครั้ง (ครั้งที่ 1, 2, 4, 5, 6, 8, 9, 10, 12, 13, 14 และ 16) และกิจกรรม ครอบครัวศึกษาสำาหรับผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัว* 4 ครั้ง (ครั้งที่ 3, 7, 11 และ 15) โดยเมื่อสิ้นสุดกิจกรรม ครอบครัวบำาบัด ผู้ป่วยแต่ละรายจะได้รับการปรึกษารายบุคคลด้วย – ก่อนเริ่มกระบวนการบำาบัดฟื้นฟู ผู้บำาบัดต้องนัดหมายผู้ป่วยและครอบครัวเพื่อตกลงบริการ โปรแกรมการบำาบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก สำาหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ค คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด กิจกรรม การนัดหมาย ชั่วโมงเตรียมการก่อนการรักษา (ผู้ป่วยและครอบครัว) ก่อนเริ่มกิจกรรมครั้งที่ 1 ครั้งที่ 1 การหยุดใช้ยาและสารเสพติด สัปดาห์ที่ 1 ครั้งที่ 2 ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ, ความรู้สึกผิดละอายใจ, การจัดการกับ ความเบื่อและทำาตัวไม่ให้ว่าง สัปดาห์ที่ 2 ครั้งที่ 3* ตัวกระตุ้น และการช่วยเหลือของครอบครัว สัปดาห์ที่ 3 ครั้งที่ 4 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในการเลิกยาและการหลีกเลี่ยงการหวน กลับไปเสพซำ้า สัปดาห์ที่ 4 ครั้งที่ 5 ปัญหาที่เกิดบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น, ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม, การพูดความจริงและความไว้วางใจ สัปดาห์ที่ 5 ครั้งที่ 6 การจัดการกับความเครียดและอารมณ์โกรธ สัปดาห์ที่ 6 ครั้งที่ 7* เส้นทางสู่การเลิกยา, ความเข้าใจต่อสุราและยาบ้า, การทบทวน สถานภาพของผู้รับการบำาบัด, การป้องกันการเสพซาำ้ในช่วงวันหยุดยาว สัปดาห์ที่ 7 ครั้งที่ 8 การรับรู้และจัดการอารมณ์ความรู้สึกที่ทำาให้กลับไปเสพยาเสพติด สัปดาห์ที่ 8 ครั้งที่ 9 การหาเหตุผลกลับไปเสพยา สัปดาห์ที่ 9 ครั้งที่ 10 เป้าหมายและคุณค่าของชีวิต, การรับผิดชอบในตนเอง สัปดาห์ที่ 10 ครั้งที่ 11* ปฏิกิริยาของครอบครัวต่อการติดยา, บทบาทของครอบครัว ต่อการเลิกยา ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม สัปดาห์ที่ 11 ครั้งที่ 12 การสร้างเพื่อนใหม่ และการฟื้นฟูสัมพันธภาพ สัปดาห์ที่ 12 ครั้งที่ 13 การยอมรับ และการตรวจสอบพฤติกรรมการเลิกยา สัปดาห์ที่ 13 ครั้งที่ 14 ความเข้มแข็งคือพลัง สัปดาห์ที่ 14 ครั้งที่ 15* การมีส่วนร่วมของครอบครัวในการเลิกยาเสพติด สัปดาห์ที่ 15 ครั้งที่ 16 การจัดการตัวเองที่ดีเพื่อการเปลี่ยนแปลง สัปดาห์ที่ 16 คำานำา ก สารบัญ ข โปรแกรมการบำาบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก สำาหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ค ครั้งที่ 1 การหยุดใช้ยาและสารเสพติด 1 ครั้งที่ 2 ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ, ความรู้สึกผิดละอายใจ, การจัดการกับความเบื่อ 17 และทำาตัวไม่ให้ว่าง ครั้งที่ 3 ตัวกระตุ้น และการช่วยเหลือของครอบครัว (ผู้ป่วยและครอบครัว) 29 ครั้งที่ 4 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในการเลิกยาและการหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซำ้า 39 ครั้งที่ 5 ปัญหาที่เกิดบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น, ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม 51 การพูดความจริงและความไว้วางใจ ครั้งที่ 6 การจัดการกับความเครียดและอารมณ์โกรธ 61 ครั้งที่ 7 เส้นทางสู่การเลิกยา, ความเข้าใจต่อสุราและยาบ้า, การทบทวนสถานภาพของ 67 ผู้รับการบำาบัด, การป้องกันการเสพซำ้าในช่วงวันหยุดยาว (ผู้ป่วยและครอบครัว) ครั้งที่ 8 การรับรู้ และจัดการอารมณ์ความรู้สึกที่ทำาให้กลับไปเสพยาเสพติด 85 ครั้งที่ 9 การหาเหตุผลกลับไปเสพยา 91 ครั้งที่ 10 เป้าหมายและคุณค่าของชีวิต, การรับผิดชอบในตนเอง 97 ครั้งที่ 11 ปฏิกิริยาของครอบครัวต่อการติดยา, บทบาทของครอบครัวต่อการเลิกยา 103 ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม (ผู้ป่วยและครอบครัว) ครั้งที่ 12 การสร้างเพื่อนใหม่ และการฟื้นฟูสัมพันธภาพ 111 ครั้งที่ 13 การยอมรับ และการตรวจสอบพฤติกรรมการเลิกยา 115 ครั้งที่ 14 ความเข้มแข็งคือพลัง 119 ครั้งที่ 15 การมีส่วนร่วมของครอบครัวในการเลิกยาเสพติด (ผู้ป่วยและครอบครัว) 125 ครั้งที่ 16 การจัดการตัวเองที่ดีเพื่อการเปลี่ยนแปลง 131 ภาคผนวก 141 ชั่วโมงเตรียมการก่อนการรักษา (ผู้ป่วยและครอบครัว) 142 แบบประเมินพฤติกรรมผู้ป่วยหลังการบำาบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ 145 เอกสารอ้างอิง 146 หน้า สารบัญ ข คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด
หมายเหตุ * กิจกรรมครอบครัวศึกษาสำาหรับผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัว ตามด้วยการปรึกษารายบุคคล – โปรแกรมการบำาบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอกสำาหรับผู้ป่วยกลุ่มติด จำานวน 16 ครั้ง ประกอบด้วยกลุ่มบำาบัดสำาหรับผู้ป่วย 12 ครั้ง (ครั้งที่ 1, 2, 4, 5, 6, 8, 9, 10, 12, 13, 14 และ 16) และกิจกรรม ครอบครัวศึกษาสำาหรับผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัว* 4 ครั้ง (ครั้งที่ 3, 7, 11 และ 15) โดยเมื่อสิ้นสุดกิจกรรม ครอบครัวบำาบัด ผู้ป่วยแต่ละรายจะได้รับการปรึกษารายบุคคลด้วย – ก่อนเริ่มกระบวนการบำาบัดฟื้นฟู ผู้บำาบัดต้องนัดหมายผู้ป่วยและครอบครัวเพื่อตกลงบริการ โปรแกรมการบำาบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก สำาหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ค คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด กิจกรรม การนัดหมาย ชั่วโมงเตรียมการก่อนการรักษา (ผู้ป่วยและครอบครัว) ก่อนเริ่มกิจกรรมครั้งที่ 1 ครั้งที่ 1 การหยุดใช้ยาและสารเสพติด สัปดาห์ที่ 1 ครั้งที่ 2 ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ, ความรู้สึกผิดละอายใจ, การจัดการกับ ความเบื่อและทำาตัวไม่ให้ว่าง สัปดาห์ที่ 2 ครั้งที่ 3* ตัวกระตุ้น และการช่วยเหลือของครอบครัว สัปดาห์ที่ 3 ครั้งที่ 4 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในการเลิกยาและการหลีกเลี่ยงการหวน กลับไปเสพซำ้า สัปดาห์ที่ 4 ครั้งที่ 5 ปัญหาที่เกิดบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น, ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม, การพูดความจริงและความไว้วางใจ สัปดาห์ที่ 5 ครั้งที่ 6 การจัดการกับความเครียดและอารมณ์โกรธ สัปดาห์ที่ 6 ครั้งที่ 7* เส้นทางสู่การเลิกยา, ความเข้าใจต่อสุราและยาบ้า, การทบทวน สถานภาพของผู้รับการบำาบัด, การป้องกันการเสพซาำ้ในช่วงวันหยุดยาว สัปดาห์ที่ 7 ครั้งที่ 8 การรับรู้และจัดการอารมณ์ความรู้สึกที่ทำาให้กลับไปเสพยาเสพติด สัปดาห์ที่ 8 ครั้งที่ 9 การหาเหตุผลกลับไปเสพยา สัปดาห์ที่ 9 ครั้งที่ 10 เป้าหมายและคุณค่าของชีวิต, การรับผิดชอบในตนเอง สัปดาห์ที่ 10 ครั้งที่ 11* ปฏิกิริยาของครอบครัวต่อการติดยา, บทบาทของครอบครัว ต่อการเลิกยา ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม สัปดาห์ที่ 11 ครั้งที่ 12 การสร้างเพื่อนใหม่ และการฟื้นฟูสัมพันธภาพ สัปดาห์ที่ 12 ครั้งที่ 13 การยอมรับ และการตรวจสอบพฤติกรรมการเลิกยา สัปดาห์ที่ 13 ครั้งที่ 14 ความเข้มแข็งคือพลัง สัปดาห์ที่ 14 ครั้งที่ 15* การมีส่วนร่วมของครอบครัวในการเลิกยาเสพติด สัปดาห์ที่ 15 ครั้งที่ 16 การจัดการตัวเองที่ดีเพื่อการเปลี่ยนแปลง สัปดาห์ที่ 16
1 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 1 การหยุดใช้ยาและสารเสพติด
1 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 1 การหยุดใช้ยาและสารเสพติด
3 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 4. ผู้บ าบัดน าประเด็นค าถามเกี่ยวกับการแยกแยะตัวกระตุ้น โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 1.1 สู่การอภิปราย และให้ผู้ป่วยร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 5. ผู้บ าบัดให้ข้อมูลเหตุผลและความส าคัญของการจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน และปฏิทิน ในใบ กิจกรรมที่ 1.2 และ 1.3 จากนั นให้ผู้ป่วยฝึกจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน 6. ผู้บ าบัดน าผู้ป่วยเข้าสู่หัวข้อสุรา ยาเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย ในใบกิจกรรมที่ 1.4 โดยกระตุ้นให้มี การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ตามด้วยการอภิปรายถึงความส าคัญของ การหยุดยาเสพติดทุกชนิด โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 1.5 7. ผู้บ าบัดให้ความรู้เกี่ยวกับความส าคัญของการป้องกันการกลับไปเสพซ า โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 1.6 จากนั นให้ผู้ป่วยส ารวจพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการติดยา การก่อตัวของอารมณ์ ความคิดที่ส่งเสริมการติดซ า กิจกรรมที่ช่วยป้องกันการเสพซ า และสัญญาณอันตรายที่อาจเกิดขึ น ตามหัวข้อ ก-ช โดยเน้นให้ผู้ป่วย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน 8. ผู้บ าบัดสรุปใจความส าคัญของกิจกรรมในครั งนี และนัดหมายการพบกันในครั งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 1.1 วงจรการใช้ยา 2. ใบความรู้ที่ 1.2 เทคนิคการหยุดความคิด 3. ใบกิจกรรมที่ 1.1 การแยกแยะตัวกระตุ้น 4. ใบกิจกรรมที่ 1.2 ตารางกิจกรรมประจ าวัน 5. ใบกิจกรรมที่ 1.3 ปฏิทิน 6. ใบกิจกรรมที่ 1.4 สุรา – ยาเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย 7. ใบกิจกรรมที่ 1.5 การหยุดยาเสพติดทุกชนิด 8. ใบกิจกรรมที่ 1.6 การป้องกันการกลับไปติดซ า ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 1 การหยุดใช้ยาและสารเสพติด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้และความเข้าใจเรื่องวงจรการใช้ยา เทคนิคการหยุดความคิด และแยกแยะ ตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดความคิดอยากใช้ยาเสพติด สามารถประเมินความเสี่ยงในการกลับไปใช้ยาเสพติด และหา แนวทางจัดการกับความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความส าคัญของการจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน และการใช้ปฏิทินเพื่อเป็น การเสริมแรงทางบวกแก่พฤติกรรมที่ไม่ใช้ยาเสพติดของตนเอง 3. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความส าคัญของการหยุดดื่มสุราในช่วงที่เลิกยาเสพติด และการป้องกันการ กลับไปเสพซ า สาระส าคัญ 1. ตัวกระตุ้นภายนอกและภายในที่น าไปสู่การใช้ยาเสพติดมีหลายรูปแบบ เช่น สถานการณ์ กิจกรรม บุคคล สถานที่ เวลา สถานการณ์ต่างๆ ซึ่งตัวกระตุ้นแต่ละอย่างมีอิทธิพลต่อการเสพยาของผู้ป่วยต่างกัน การ ประเมินภาวะเสี่ยงจากตัวกระตุ้นภายนอกและภายใน จะช่วยท าให้ผู้ป่วยหาวิธีการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นได้อย่าง เหมาะสม 2. การจัดตารางกิจกรรมประจ าวันเป็นสิ่งส าคัญและจ าเป็นส าหรับผู้ที่อยู่ในกระบวนการเลิกยาเสพติด เนื่องจากการใช้ชีวิตในช่วงที่ติดยาเสพติดนั นขาดความสมดุลและเต็มไปด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา เสพติด ดังนั นผู้ป่วยจึงจ าเป็นต้องวางแผนการใช้ชีวิตในแต่ละวันไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้มีกิจกรรม ที่เหมาะสมและไม่เสี่ยงต่อการกลับไปเสพซ า การจัดกิจกรรมประจ าวันนี ต้องหมั่นท าไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง สามารถใช้ชีวิตประจ าวันได้อย่างสมดุลและไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดในที่สุด 3. สุราเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเสพยาเสพติดได้ เนื่องจากการดื่มสุราส่งผลให้ความสามารถในการ ควบคุมตัวเองลดลง อีกทั งในสังคมมีการดื่มสุราในหลายโอกาส จึงมีความจ าเป็นที่ผู้ป่วยต้องเรียนรู้วิธีการ จัดการและดูแลตนเองให้ปลอดภัยและผ่านสถานการณ์ที่ยุ่งยากไปได้ 4. การป้องกันการกลับไปเสพซ ามีความส าคัญอย่างมาก การฝึกให้รู้ถึงจุดเริ่มต้นของการกลับไปติดซ า จะช่วยให้ผู้ป่วยหยุดกระบวนการกลับไปใช้ยาได้ ก่อนที่จะหวนกลับไปใช้ยาจริงๆ วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน าเข้าสู่กิจกรรม 2. ผู้บ าบัดให้ข้อมูลเกี่ยวกับวงจรการใช้ยา โดยใช้ใบความรู้ที่ 1.1 และให้ผู้ป่วยในกลุ่มมีส่วนร่วมใน การแสดงความคิดเห็นและความเข้าใจเป็นระยะ 3. ผู้บ าบัดให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคการหยุดความคิด โดยใช้ใบความรู้ที่ 1.2 และให้ผู้ป่วยในกลุ่มมีส่วน ร่วมในการแสดงความคิดเห็นและอภิปราย 2 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 4. ผู้บ าบัดน าประเด็นค าถามเกี่ยวกับการแยกแยะตัวกระตุ้น โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 1.1 สู่การอภิปราย และให้ผู้ป่วยร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 5. ผู้บ าบัดให้ข้อมูลเหตุผลและความส าคัญของการจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน และปฏิทิน ในใบ กิจกรรมที่ 1.2 และ 1.3 จากนั นให้ผู้ป่วยฝึกจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน 6. ผู้บ าบัดน าผู้ป่วยเข้าสู่หัวข้อสุรา ยาเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย ในใบกิจกรรมที่ 1.4 โดยกระตุ้นให้มี การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ตามด้วยการอภิปรายถึงความส าคัญของ การหยุดยาเสพติดทุกชนิด โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 1.5 7. ผู้บ าบัดให้ความรู้เกี่ยวกับความส าคัญของการป้องกันการกลับไปเสพซ า โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 1.6 จากนั นให้ผู้ป่วยส ารวจพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการติดยา การก่อตัวของอารมณ์ ความคิดที่ส่งเสริมการติดซ า กิจกรรมที่ช่วยป้องกันการเสพซ า และสัญญาณอันตรายที่อาจเกิดขึ น ตามหัวข้อ ก-ช โดยเน้นให้ผู้ป่วย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน 8. ผู้บ าบัดสรุปใจความส าคัญของกิจกรรมในครั งนี และนัดหมายการพบกันในครั งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 1.1 วงจรการใช้ยา 2. ใบความรู้ที่ 1.2 เทคนิคการหยุดความคิด 3. ใบกิจกรรมที่ 1.1 การแยกแยะตัวกระตุ้น 4. ใบกิจกรรมที่ 1.2 ตารางกิจกรรมประจ าวัน 5. ใบกิจกรรมที่ 1.3 ปฏิทิน 6. ใบกิจกรรมที่ 1.4 สุรา – ยาเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย 7. ใบกิจกรรมที่ 1.5 การหยุดยาเสพติดทุกชนิด 8. ใบกิจกรรมที่ 1.6 การป้องกันการกลับไปติดซ า ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 1 การหยุดใช้ยาและสารเสพติด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้และความเข้าใจเรื่องวงจรการใช้ยา เทคนิคการหยุดความคิด และแยกแยะ ตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดความคิดอยากใช้ยาเสพติด สามารถประเมินความเสี่ยงในการกลับไปใช้ยาเสพติด และหา แนวทางจัดการกับความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความส าคัญของการจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน และการใช้ปฏิทินเพื่อเป็น การเสริมแรงทางบวกแก่พฤติกรรมที่ไม่ใช้ยาเสพติดของตนเอง 3. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความส าคัญของการหยุดดื่มสุราในช่วงที่เลิกยาเสพติด และการป้องกันการ กลับไปเสพซ า สาระส าคัญ 1. ตัวกระตุ้นภายนอกและภายในที่น าไปสู่การใช้ยาเสพติดมีหลายรูปแบบ เช่น สถานการณ์ กิจกรรม บุคคล สถานที่ เวลา สถานการณ์ต่างๆ ซึ่งตัวกระตุ้นแต่ละอย่างมีอิทธิพลต่อการเสพยาของผู้ป่วยต่างกัน การ ประเมินภาวะเสี่ยงจากตัวกระตุ้นภายนอกและภายใน จะช่วยท าให้ผู้ป่วยหาวิธีการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นได้อย่าง เหมาะสม 2. การจัดตารางกิจกรรมประจ าวันเป็นสิ่งส าคัญและจ าเป็นส าหรับผู้ที่อยู่ในกระบวนการเลิกยาเสพติด เนื่องจากการใช้ชีวิตในช่วงที่ติดยาเสพติดนั นขาดความสมดุลและเต็มไปด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา เสพติด ดังนั นผู้ป่วยจึงจ าเป็นต้องวางแผนการใช้ชีวิตในแต่ละวันไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้มีกิจกรรม ที่เหมาะสมและไม่เสี่ยงต่อการกลับไปเสพซ า การจัดกิจกรรมประจ าวันนี ต้องหมั่นท าไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง สามารถใช้ชีวิตประจ าวันได้อย่างสมดุลและไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดในที่สุด 3. สุราเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเสพยาเสพติดได้ เนื่องจากการดื่มสุราส่งผลให้ความสามารถในการ ควบคุมตัวเองลดลง อีกทั งในสังคมมีการดื่มสุราในหลายโอกาส จึงมีความจ าเป็นที่ผู้ป่วยต้องเรียนรู้วิธีการ จัดการและดูแลตนเองให้ปลอดภัยและผ่านสถานการณ์ที่ยุ่งยากไปได้ 4. การป้องกันการกลับไปเสพซ ามีความส าคัญอย่างมาก การฝึกให้รู้ถึงจุดเริ่มต้นของการกลับไปติดซ า จะช่วยให้ผู้ป่วยหยุดกระบวนการกลับไปใช้ยาได้ ก่อนที่จะหวนกลับไปใช้ยาจริงๆ วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน าเข้าสู่กิจกรรม 2. ผู้บ าบัดให้ข้อมูลเกี่ยวกับวงจรการใช้ยา โดยใช้ใบความรู้ที่ 1.1 และให้ผู้ป่วยในกลุ่มมีส่วนร่วมใน การแสดงความคิดเห็นและความเข้าใจเป็นระยะ 3. ผู้บ าบัดให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคการหยุดความคิด โดยใช้ใบความรู้ที่ 1.2 และให้ผู้ป่วยในกลุ่มมีส่วน ร่วมในการแสดงความคิดเห็นและอภิปราย
3 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 4. ผู้บ าบัดน าประเด็นค าถามเกี่ยวกับการแยกแยะตัวกระตุ้น โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 1.1 สู่การอภิปราย และให้ผู้ป่วยร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 5. ผู้บ าบัดให้ข้อมูลเหตุผลและความส าคัญของการจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน และปฏิทิน ในใบ กิจกรรมที่ 1.2 และ 1.3 จากนั นให้ผู้ป่วยฝึกจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน 6. ผู้บ าบัดน าผู้ป่วยเข้าสู่หัวข้อสุรา ยาเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย ในใบกิจกรรมที่ 1.4 โดยกระตุ้นให้มี การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ตามด้วยการอภิปรายถึงความส าคัญของ การหยุดยาเสพติดทุกชนิด โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 1.5 7. ผู้บ าบัดให้ความรู้เกี่ยวกับความส าคัญของการป้องกันการกลับไปเสพซ า โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 1.6 จากนั นให้ผู้ป่วยส ารวจพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการติดยา การก่อตัวของอารมณ์ ความคิดที่ส่งเสริมการติดซ า กิจกรรมที่ช่วยป้องกันการเสพซ า และสัญญาณอันตรายที่อาจเกิดขึ น ตามหัวข้อ ก-ช โดยเน้นให้ผู้ป่วย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน 8. ผู้บ าบัดสรุปใจความส าคัญของกิจกรรมในครั งนี และนัดหมายการพบกันในครั งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 1.1 วงจรการใช้ยา 2. ใบความรู้ที่ 1.2 เทคนิคการหยุดความคิด 3. ใบกิจกรรมที่ 1.1 การแยกแยะตัวกระตุ้น 4. ใบกิจกรรมที่ 1.2 ตารางกิจกรรมประจ าวัน 5. ใบกิจกรรมที่ 1.3 ปฏิทิน 6. ใบกิจกรรมที่ 1.4 สุรา – ยาเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย 7. ใบกิจกรรมที่ 1.5 การหยุดยาเสพติดทุกชนิด 8. ใบกิจกรรมที่ 1.6 การป้องกันการกลับไปติดซ า ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 1 การหยุดใช้ยาและสารเสพติด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้และความเข้าใจเรื่องวงจรการใช้ยา เทคนิคการหยุดความคิด และแยกแยะ ตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดความคิดอยากใช้ยาเสพติด สามารถประเมินความเสี่ยงในการกลับไปใช้ยาเสพติด และหา แนวทางจัดการกับความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความส าคัญของการจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน และการใช้ปฏิทินเพื่อเป็น การเสริมแรงทางบวกแก่พฤติกรรมที่ไม่ใช้ยาเสพติดของตนเอง 3. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความส าคัญของการหยุดดื่มสุราในช่วงที่เลิกยาเสพติด และการป้องกันการ กลับไปเสพซ า สาระส าคัญ 1. ตัวกระตุ้นภายนอกและภายในที่น าไปสู่การใช้ยาเสพติดมีหลายรูปแบบ เช่น สถานการณ์ กิจกรรม บุคคล สถานที่ เวลา สถานการณ์ต่างๆ ซึ่งตัวกระตุ้นแต่ละอย่างมีอิทธิพลต่อการเสพยาของผู้ป่วยต่างกัน การ ประเมินภาวะเสี่ยงจากตัวกระตุ้นภายนอกและภายใน จะช่วยท าให้ผู้ป่วยหาวิธีการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นได้อย่าง เหมาะสม 2. การจัดตารางกิจกรรมประจ าวันเป็นสิ่งส าคัญและจ าเป็นส าหรับผู้ที่อยู่ในกระบวนการเลิกยาเสพติด เนื่องจากการใช้ชีวิตในช่วงที่ติดยาเสพติดนั นขาดความสมดุลและเต็มไปด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา เสพติด ดังนั นผู้ป่วยจึงจ าเป็นต้องวางแผนการใช้ชีวิตในแต่ละวันไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้มีกิจกรรม ที่เหมาะสมและไม่เสี่ยงต่อการกลับไปเสพซ า การจัดกิจกรรมประจ าวันนี ต้องหมั่นท าไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง สามารถใช้ชีวิตประจ าวันได้อย่างสมดุลและไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดในที่สุด 3. สุราเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเสพยาเสพติดได้ เนื่องจากการดื่มสุราส่งผลให้ความสามารถในการ ควบคุมตัวเองลดลง อีกทั งในสังคมมีการดื่มสุราในหลายโอกาส จึงมีความจ าเป็นที่ผู้ป่วยต้องเรียนรู้วิธีการ จัดการและดูแลตนเองให้ปลอดภัยและผ่านสถานการณ์ที่ยุ่งยากไปได้ 4. การป้องกันการกลับไปเสพซ ามีความส าคัญอย่างมาก การฝึกให้รู้ถึงจุดเริ่มต้นของการกลับไปติดซ า จะช่วยให้ผู้ป่วยหยุดกระบวนการกลับไปใช้ยาได้ ก่อนที่จะหวนกลับไปใช้ยาจริงๆ วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน าเข้าสู่กิจกรรม 2. ผู้บ าบัดให้ข้อมูลเกี่ยวกับวงจรการใช้ยา โดยใช้ใบความรู้ที่ 1.1 และให้ผู้ป่วยในกลุ่มมีส่วนร่วมใน การแสดงความคิดเห็นและความเข้าใจเป็นระยะ 3. ผู้บ าบัดให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคการหยุดความคิด โดยใช้ใบความรู้ที่ 1.2 และให้ผู้ป่วยในกลุ่มมีส่วน ร่วมในการแสดงความคิดเห็นและอภิปราย
5 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด การหยุดความคิด กุญแจส าคัญที่จะหยุดกระบวนการนี ได้ส าเร็จ คือ “การหยุดความคิดถึงยา” ไว้ตั งแต่แรก ก่อนที่จะไป ถึงอาการอยากยา เพราะเมื่อถึงจุดอาการอยากยา จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ สิ่งส าคัญที่ต้องท า คือ ให้ รู้เท่าทันความคิดของตัวเองให้เร็วที่สุด การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของ Pavlov รูปประกอบจาก http://phanyupha.blogspot.com/2015/09/behavioral-theories-classical.html สภาวะของการเสพยาเสพติด ในการทดลองการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของ Pavlov ขั นแรก Pavlov ให้สุนัขเห็นและได้กลิ่น อาหารซึ่งเป็นตัวกระตุ้นตามธรรมชาติสมองส่วนล่างซึ่งเป็นระบบประสาทอัตโนมัติสั่งให้มีการหลั่งน าลาย ใน ขั นที่สอง Pavlov สั่นกระดิ่งอย่างเดียว สุนัขไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ น าลายไม่ไหล ในขั นที่สาม Pavlov สั่นกระดิ่ง ไปพร้อมกับการให้อาหาร สุนัขมีปฏิกิริยาคือน าลายไหล เมื่อท าซ าต่อเนื่องไปหลายครั ง จนในขั นสุดท้าย Pavlov สั่นกระดิ่งเพียงอย่างเดียว ผลปรากฏว่าสุนัขน าลายไหลแม้จะไม่เห็นอาหารแล้วก็ตาม นี่แสดงให้เห็น ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 1.1 วงจรการใช้ยา ตัวกระตุ้น ตัวกระตุ้นได้แก่ คน สถานที่ สิ่งของ อารมณ์ความรู้สึกและช่วงเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอยาก ยา เช่น ถ้าทุกคืนวันศุกร์คนเราได้รับเงินค่าจ้าง แล้วออกไปหาเพื่อนนอกบ้านแล้วเสพยาเสพติด ตัวกระตุ้น คือ - คืนวันศุกร์ - เวลาหลังเลิกงาน - เงิน - เพื่อนที่เคยเสพ - สถานเริงรมย์ สมองที่เคยผ่านการใช้ยาเสพติดมาก่อนจะมีความสัมพันธ์กับตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดการใช้ยา ซึ่งเป็นผลมาจากการ ที่ต้องเผชิญกับสิ่งกระตุ้นเดิมๆ ตัวกระตุ้นเพียงตัวเดียวเป็นสาเหตุที่น าไปสู่การเสพยาเสพติดได้ตามวงจร ดังนี ตัวกระตุ้น คิดถึงยา อาการอยากยา เสพยา เป็นวงจรที่เข้ามาครอบง าความรู้สึกให้กลับไปใช้ยาอีก สิ่งส าคัญที่สุดในการบ าบัด คือ การหยุดกระบวนการที่ ท าให้เกิดอาการอยากยา มีวิธีง่ายๆ ที่ต้องท า ดังนี 1. แยกแยะชนิดของตัวกระตุ้น 2. หลีกเลี่ยงการเผชิญกับตัวกระตุ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้(เช่น อย่าพกเงินสดจ านวนมาก เพราะ เมื่อมีเงินมากมีโอกาสที่จะไปใช้ยาเสพติดมาก) 3. มีวิธีการจัดการกับตัวกระตุ้นได้หลายวิธี ( เช่น การออกก าลังกาย การใช้เวลาว่างกับครอบครัว) พึงระลึกไว้เสมอว่า แม้คุณได้ตัดสินใจเลิกเสพยาเสพติดแล้วแต่ตัวกระตุ้นยังมีผลต่อสมอง ท าให้เกิดอาการอยากยา เพราะฉะนั้นความตั้งใจที่จะหยุดยาเสพติดอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องปฏิบัติไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งกระตุ้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ข้ออ้างที่ท าให้กลับไปเสพซ้ า เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเลิกเสพยาเสพติด คุณต้องยินยอมที่จะเปิดเผยเหตุผลของการกลับไปเสพซ า สมองส่วนคิดจะต่อสู้กับสมองส่วนอยาก คุณจะรู้สึกว่าความคิดของคุณก าลังต่อสู่กัน คุณต้องมีเหตุผลมาก พอที่จะไม่กลับไปเสพยาเสพติด ข้อโต้แย้งที่เกิดขึ นในใจของคุณ เป็นส่วนส าคัญที่ท าให้คุณหวนกลับไปเสพยา เสพติด ในอดีตที่ผ่านมากี่ครั งแล้วที่คุณต้องพ่ายแพ้กับข้อโต้แย้งเหล่านี จนกลับไปเสพยาเสพติดซ าอีก ความคิดที่ท าให้เกิดอาการอยากยา อาการอยากยาไม่ได้เกิดขึ นอย่างตรงไปตรงมาเสมอไป และไม่ง่ายที่จะแยกแยะรูปแบบของอาการ อยากยาได้ชัดเจน ความคิดที่จะใช้ยาเสพติดมักเกิดขึ นทีละเล็กทีละน้อยโดยที่คุณไม่รู้ตัว คุณจึงจ าเป็นต้องใช้ ความพยายามอย่างมากที่จะหยุดความคิดเหล่านี ถ้าคุณยังหมกมุ่นกับความคิดเสพยาต่อไปอีก เท่ากับว่าคุณ ตัดสินใจเลือกที่จะกลับไปติดยาเสพติดซ า ยิ่งคิดเรื่องการเสพยามากขึ นเท่าใดโอกาสที่จะกลับไปติดซ าก็เพิ่ม มากขึ นเท่านั น กระบวนการที่เกิดขึ้นเองโดย “อัตโนมัติ” ในช่วงของการติดยาเสพติด -- ตัวกระตุ้น ความคิดถึงยา อาการอยากยา และการเสพยา มักจะ เกิดขึ นด้วยกัน และโดยปกติแล้วจะเกิดขึ นเป็นล าดับต่อเนื่อง ยาเสพติด ยาเสพติด + สิ่งที่เกี่ยวข้องกับยา หรือตัวกระตุ้น สิ่งที่เกี่ยวข้องกับยา หรือตัวกระตุ้น อาการอยากยา อาการอยากยา อาการอยากยา 4 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด การหยุดความคิด กุญแจส าคัญที่จะหยุดกระบวนการนี ได้ส าเร็จ คือ “การหยุดความคิดถึงยา” ไว้ตั งแต่แรก ก่อนที่จะไป ถึงอาการอยากยา เพราะเมื่อถึงจุดอาการอยากยา จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ สิ่งส าคัญที่ต้องท า คือ ให้ รู้เท่าทันความคิดของตัวเองให้เร็วที่สุด การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของ Pavlov รูปประกอบจาก http://phanyupha.blogspot.com/2015/09/behavioral-theories-classical.html สภาวะของการเสพยาเสพติด ในการทดลองการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของ Pavlov ขั นแรก Pavlov ให้สุนัขเห็นและได้กลิ่น อาหารซึ่งเป็นตัวกระตุ้นตามธรรมชาติสมองส่วนล่างซึ่งเป็นระบบประสาทอัตโนมัติสั่งให้มีการหลั่งน าลาย ใน ขั นที่สอง Pavlov สั่นกระดิ่งอย่างเดียว สุนัขไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ น าลายไม่ไหล ในขั นที่สาม Pavlov สั่นกระดิ่ง ไปพร้อมกับการให้อาหาร สุนัขมีปฏิกิริยาคือน าลายไหล เมื่อท าซ าต่อเนื่องไปหลายครั ง จนในขั นสุดท้าย Pavlov สั่นกระดิ่งเพียงอย่างเดียว ผลปรากฏว่าสุนัขน าลายไหลแม้จะไม่เห็นอาหารแล้วก็ตาม นี่แสดงให้เห็น ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 1.1 วงจรการใช้ยา ตัวกระตุ้น ตัวกระตุ้นได้แก่ คน สถานที่ สิ่งของ อารมณ์ความรู้สึกและช่วงเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอยาก ยา เช่น ถ้าทุกคืนวันศุกร์คนเราได้รับเงินค่าจ้าง แล้วออกไปหาเพื่อนนอกบ้านแล้วเสพยาเสพติด ตัวกระตุ้น คือ - คืนวันศุกร์ - เวลาหลังเลิกงาน - เงิน - เพื่อนที่เคยเสพ - สถานเริงรมย์ สมองที่เคยผ่านการใช้ยาเสพติดมาก่อนจะมีความสัมพันธ์กับตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดการใช้ยา ซึ่งเป็นผลมาจากการ ที่ต้องเผชิญกับสิ่งกระตุ้นเดิมๆ ตัวกระตุ้นเพียงตัวเดียวเป็นสาเหตุที่น าไปสู่การเสพยาเสพติดได้ตามวงจร ดังนี ตัวกระตุ้น คิดถึงยา อาการอยากยา เสพยา เป็นวงจรที่เข้ามาครอบง าความรู้สึกให้กลับไปใช้ยาอีก สิ่งส าคัญที่สุดในการบ าบัด คือ การหยุดกระบวนการที่ ท าให้เกิดอาการอยากยา มีวิธีง่ายๆ ที่ต้องท า ดังนี 1. แยกแยะชนิดของตัวกระตุ้น 2. หลีกเลี่ยงการเผชิญกับตัวกระตุ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้(เช่น อย่าพกเงินสดจ านวนมาก เพราะ เมื่อมีเงินมากมีโอกาสที่จะไปใช้ยาเสพติดมาก) 3. มีวิธีการจัดการกับตัวกระตุ้นได้หลายวิธี ( เช่น การออกก าลังกาย การใช้เวลาว่างกับครอบครัว) พึงระลึกไว้เสมอว่า แม้คุณได้ตัดสินใจเลิกเสพยาเสพติดแล้วแต่ตัวกระตุ้นยังมีผลต่อสมอง ท าให้เกิดอาการอยากยา เพราะฉะนั้นความตั้งใจที่จะหยุดยาเสพติดอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องปฏิบัติไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งกระตุ้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ข้ออ้างที่ท าให้กลับไปเสพซ้ า เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเลิกเสพยาเสพติด คุณต้องยินยอมที่จะเปิดเผยเหตุผลของการกลับไปเสพซ า สมองส่วนคิดจะต่อสู้กับสมองส่วนอยาก คุณจะรู้สึกว่าความคิดของคุณก าลังต่อสู่กัน คุณต้องมีเหตุผลมาก พอที่จะไม่กลับไปเสพยาเสพติด ข้อโต้แย้งที่เกิดขึ นในใจของคุณ เป็นส่วนส าคัญที่ท าให้คุณหวนกลับไปเสพยา เสพติด ในอดีตที่ผ่านมากี่ครั งแล้วที่คุณต้องพ่ายแพ้กับข้อโต้แย้งเหล่านี จนกลับไปเสพยาเสพติดซ าอีก ความคิดที่ท าให้เกิดอาการอยากยา อาการอยากยาไม่ได้เกิดขึ นอย่างตรงไปตรงมาเสมอไป และไม่ง่ายที่จะแยกแยะรูปแบบของอาการ อยากยาได้ชัดเจน ความคิดที่จะใช้ยาเสพติดมักเกิดขึ นทีละเล็กทีละน้อยโดยที่คุณไม่รู้ตัว คุณจึงจ าเป็นต้องใช้ ความพยายามอย่างมากที่จะหยุดความคิดเหล่านี ถ้าคุณยังหมกมุ่นกับความคิดเสพยาต่อไปอีก เท่ากับว่าคุณ ตัดสินใจเลือกที่จะกลับไปติดยาเสพติดซ า ยิ่งคิดเรื่องการเสพยามากขึ นเท่าใดโอกาสที่จะกลับไปติดซ าก็เพิ่ม มากขึ นเท่านั น กระบวนการที่เกิดขึ้นเองโดย “อัตโนมัติ” ในช่วงของการติดยาเสพติด -- ตัวกระตุ้น ความคิดถึงยา อาการอยากยา และการเสพยา มักจะ เกิดขึ นด้วยกัน และโดยปกติแล้วจะเกิดขึ นเป็นล าดับต่อเนื่อง
5 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด การหยุดความคิด กุญแจส าคัญที่จะหยุดกระบวนการนี ได้ส าเร็จ คือ “การหยุดความคิดถึงยา” ไว้ตั งแต่แรก ก่อนที่จะไป ถึงอาการอยากยา เพราะเมื่อถึงจุดอาการอยากยา จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ สิ่งส าคัญที่ต้องท า คือ ให้ รู้เท่าทันความคิดของตัวเองให้เร็วที่สุด การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของ Pavlov รูปประกอบจาก http://phanyupha.blogspot.com/2015/09/behavioral-theories-classical.html สภาวะของการเสพยาเสพติด ในการทดลองการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของ Pavlov ขั นแรก Pavlov ให้สุนัขเห็นและได้กลิ่น อาหารซึ่งเป็นตัวกระตุ้นตามธรรมชาติสมองส่วนล่างซึ่งเป็นระบบประสาทอัตโนมัติสั่งให้มีการหลั่งน าลาย ใน ขั นที่สอง Pavlov สั่นกระดิ่งอย่างเดียว สุนัขไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ น าลายไม่ไหล ในขั นที่สาม Pavlov สั่นกระดิ่ง ไปพร้อมกับการให้อาหาร สุนัขมีปฏิกิริยาคือน าลายไหล เมื่อท าซ าต่อเนื่องไปหลายครั ง จนในขั นสุดท้าย Pavlov สั่นกระดิ่งเพียงอย่างเดียว ผลปรากฏว่าสุนัขน าลายไหลแม้จะไม่เห็นอาหารแล้วก็ตาม นี่แสดงให้เห็น ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 1.1 วงจรการใช้ยา ตัวกระตุ้น ตัวกระตุ้นได้แก่ คน สถานที่ สิ่งของ อารมณ์ความรู้สึกและช่วงเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอยาก ยา เช่น ถ้าทุกคืนวันศุกร์คนเราได้รับเงินค่าจ้าง แล้วออกไปหาเพื่อนนอกบ้านแล้วเสพยาเสพติด ตัวกระตุ้น คือ - คืนวันศุกร์ - เวลาหลังเลิกงาน - เงิน - เพื่อนที่เคยเสพ - สถานเริงรมย์ สมองที่เคยผ่านการใช้ยาเสพติดมาก่อนจะมีความสัมพันธ์กับตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดการใช้ยา ซึ่งเป็นผลมาจากการ ที่ต้องเผชิญกับสิ่งกระตุ้นเดิมๆ ตัวกระตุ้นเพียงตัวเดียวเป็นสาเหตุที่น าไปสู่การเสพยาเสพติดได้ตามวงจร ดังนี ตัวกระตุ้น คิดถึงยา อาการอยากยา เสพยา เป็นวงจรที่เข้ามาครอบง าความรู้สึกให้กลับไปใช้ยาอีก สิ่งส าคัญที่สุดในการบ าบัด คือ การหยุดกระบวนการที่ ท าให้เกิดอาการอยากยา มีวิธีง่ายๆ ที่ต้องท า ดังนี 1. แยกแยะชนิดของตัวกระตุ้น 2. หลีกเลี่ยงการเผชิญกับตัวกระตุ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้(เช่น อย่าพกเงินสดจ านวนมาก เพราะ เมื่อมีเงินมากมีโอกาสที่จะไปใช้ยาเสพติดมาก) 3. มีวิธีการจัดการกับตัวกระตุ้นได้หลายวิธี ( เช่น การออกก าลังกาย การใช้เวลาว่างกับครอบครัว) พึงระลึกไว้เสมอว่า แม้คุณได้ตัดสินใจเลิกเสพยาเสพติดแล้วแต่ตัวกระตุ้นยังมีผลต่อสมอง ท าให้เกิดอาการอยากยา เพราะฉะนั้นความตั้งใจที่จะหยุดยาเสพติดอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องปฏิบัติไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งกระตุ้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ข้ออ้างที่ท าให้กลับไปเสพซ้ า เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเลิกเสพยาเสพติด คุณต้องยินยอมที่จะเปิดเผยเหตุผลของการกลับไปเสพซ า สมองส่วนคิดจะต่อสู้กับสมองส่วนอยาก คุณจะรู้สึกว่าความคิดของคุณก าลังต่อสู่กัน คุณต้องมีเหตุผลมาก พอที่จะไม่กลับไปเสพยาเสพติด ข้อโต้แย้งที่เกิดขึ นในใจของคุณ เป็นส่วนส าคัญที่ท าให้คุณหวนกลับไปเสพยา เสพติด ในอดีตที่ผ่านมากี่ครั งแล้วที่คุณต้องพ่ายแพ้กับข้อโต้แย้งเหล่านี จนกลับไปเสพยาเสพติดซ าอีก ความคิดที่ท าให้เกิดอาการอยากยา อาการอยากยาไม่ได้เกิดขึ นอย่างตรงไปตรงมาเสมอไป และไม่ง่ายที่จะแยกแยะรูปแบบของอาการ อยากยาได้ชัดเจน ความคิดที่จะใช้ยาเสพติดมักเกิดขึ นทีละเล็กทีละน้อยโดยที่คุณไม่รู้ตัว คุณจึงจ าเป็นต้องใช้ ความพยายามอย่างมากที่จะหยุดความคิดเหล่านี ถ้าคุณยังหมกมุ่นกับความคิดเสพยาต่อไปอีก เท่ากับว่าคุณ ตัดสินใจเลือกที่จะกลับไปติดยาเสพติดซ า ยิ่งคิดเรื่องการเสพยามากขึ นเท่าใดโอกาสที่จะกลับไปติดซ าก็เพิ่ม มากขึ นเท่านั น กระบวนการที่เกิดขึ้นเองโดย “อัตโนมัติ” ในช่วงของการติดยาเสพติด -- ตัวกระตุ้น ความคิดถึงยา อาการอยากยา และการเสพยา มักจะ เกิดขึ นด้วยกัน และโดยปกติแล้วจะเกิดขึ นเป็นล าดับต่อเนื่อง ยาเสพติด ยาเสพติด + สิ่งที่เกี่ยวข้องกับยา หรือตัวกระตุ้น สิ่งที่เกี่ยวข้องกับยา หรือตัวกระตุ้น อาการอยากยา อาการอยากยา อาการอยากยา
7 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่1.2 เทคนิคการหยุดความคิด การจัดล าดับใหม่ สิ่งจ าเป็นเมื่อเลิกยาเสพติด คือการเปลี่ยนแปลงทุกขั นตอนในกระบวนการใช้ยาเสพติด เริ่มตั งแต่การ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น วิธีการหยุดความคิดเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยตัดวงจรของกระบวนการนี กลวิธีหยุดความคิด ตัวกระตุ้น คิดถึงยา คิดถึงยาเสพติดต่อเนื่อง อาการอยากยา เสพ คุณมีทางเลือก.... มันไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ กลวิธีหยุดความคิด น าเทคนิคต่อไปนี ไปลองใช้ดูว่า เทคนิคแบบไหนที่เหมาะส าหรับคุณที่สุด 1. จินตนาการ โดยจินตนาการถึงภาพที่ก าลังเปิดปิดสวิทช์ไฟ ให้เกิดขึ นในใจของคุณ จินตนาการให้ ตัวคุณเป็นคนเปิดหรือปิดสวิทช์ไฟฟ้าเพื่อที่จะหยุดความคิดใช้ยาเสพติด จากนั นให้จินตนาการถึงภาพอื่นมา แทนที่ความคิดอยากยา คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่ก าลังท าอยู่ด้วยเพื่อลดความคิดอยากยา 2. การดีดหนังยาง เอาหนังยางมาสวมไว้ที่ข้อมือ เมื่อใดก็ตามที่เริ่มคิดถึงยาเสพติดให้ดีดหนังยางและ พูดกับตัวเองว่า “ไม่” แล้วเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทน ส าหรับผู้ที่มีความพร้อมที่จะท ากิจกรรมนี บางครั งจะพบ สิ่งที่มีความหมายและสิ่งที่น่าสนใจส าหรับคุณ 3. การฝึกผ่อนคลาย เมื่อคุณรู้สึกว่างเปล่า รู้สึกหน้าตื อและเป็นตะคริวในท้องนั่น คือ อาการอยากยา ให้ฝึกผ่อนคลายด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆ (ให้อากาศเข้าให้เต็มปอด) และหายใจออกช้าๆ ท าอย่างนี 3 ครั ง คุณจะรู้สึกผ่อนคลายได้เมื่อมีอาการอยากยาเกิดขึ น 4. โทรศัพท์ปรึกษาใครบางคน คุณควรมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สนับสนุนให้ก าลังใจคุณ มีเวลาให้ คุณ และคุณสามารถติดต่อได้เสมอเมื่อคุณต้องการเพื่อน หรือเมื่อเกิดความคิดแบบเดิมๆ และความรู้สึกคล้าย มีอาการอยากยา การได้พูดคุยกับใครสักคนเท่ากับเป็นการระบายความรู้สึก และทบทวนท าความเข้าใจในสิ่งที่ คุณก าลังคิด 5.การท าสมาธิเมื่อคิดถึงยาเสพติดให้หลับตา เพ่งความสนใจไปที่การจับลมหายใจเข้าออกบริเวณ ปลายจมูก หากจับลมหายใจไม่ได้ให้หายใจเข้าออกยาวๆ 2-3 ครั ง จากนั นหายใจเข้าออกตามธรรมชาติ ท า ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 นาที (ควรฝึกทุกวันๆ ละ 2 ครั ง เช้าเย็น เพื่อให้เคยชินและน ามาใช้หยุดความคิดอยาก ยาอย่างได้ผล) การที่คุณยอมให้ความคิดที่น าไปสู่อาการอยากยาคงอยู่ เท่ากับคุณได้ตัดสินใจเลือกที่จะยังคงเป็นผู้ติดยา ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ว่า สุนัขได้เชื่อมโยงเสียงกระดิ่งเข้ากับอาหาร เสียงกระดิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นที่มาพร้อมกับความคาดหวังว่า จะได้กินอาหาร สุนัขจึงมีปฏิกิริยาน าลายไหลต่อเสียงกระดิ่ง สมองของคนเราก็เช่นเดียวกัน มันจะตอบสนองต่อยาเสพติดที่เป็นตัวกระตุ้นที่ถูกวางเงื่อนไขให้เกิด ความอยากยา โดยไปท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับสมอง เมื่อเห็นตัวกระตุ้นก็ท าให้เกิดความพึงพอใจที่ น าไปสู่ความอยากยา สมองจะตอบสนองราวกับได้รับยาเสพติดนั นโดยตรง (เกิดความอยากยา) เป็นปฏิกิริยาที่ เกิดขึ นไม่ว่าคนนั นตั งใจจะใช้ยาเสพติดหรือไม่ ฉะนั นหนทางเดียวที่สุนัขจะหลีกเลี่ยงความอยากอาหารได้ (น าลายไหล) คือ การหนีเสียงกระดิ่ง ผู้ป่วยก็เช่นเดียวกัน ต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดความอยากยา ตัวกระตุ้นและอาการอยากยา ห้องมืด ห้องสว่าง สมองส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด ท าให้อารมณ์ความรู้สึกของผู้เสพเปลี่ยนแปลง เป็น ส่วนเดียวกับสมองส่วนที่สั่งการว่า เมื่อหิวจะต้องหาอาหาร เมื่อกระหายต้องหาน าดื่ม และตอบสนองต่อความ พอใจทางเพศ เป็นการท าให้มีชีวิตอยู่รอด ดังนั นเมื่อให้มนุษย์อดอาหารนานๆ เขาจะคิดแต่เรื่องการหาอาหาร และน าเพื่อการอยู่รอด เช่นเดียวกัน เมื่อมีการใช้ยาเสพติดเกิดขึ น ความต้องการยาเสพติดของสมองจึงเป็น กลไกเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน ในการทดลองถึงอิทธิพลของยาเสพติดต่อสมองและพฤติกรรมของหนูทดลอง ในภาวะปกติหาก ปล่อยหนูออกจากกรง โดยมีห้องมืดและห้องสว่างให้เลือก หนูจะวิ่งเข้าห้องมืดเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์อื่น ที่จะท าร้าย นี่เป็นสัญชาติญาณและกลไปธรรมชาติเพื่อการอยู่รอดที่มีมานานมากกว่าล้านปี แต่เมื่อหนูทดลอง ได้รับโคเคนในห้องสว่าง ในครั งต่อไปเมื่อปล่อยมันออกจากกรง หนูจะวิ่งไปที่ห้องสว่างโดยอัตโนมัติ เพราะ เรียนรู้ว่าจะได้รับโคเคนอีกในห้องสว่างนั น กระบวนการนี แสดงถึงอิทธิพลของยาเสพติดที่สามารถเปลี่ยนแปลง ชีวเคมีในสมองของสัตว์ จนกระทั่งเอาชนะสัญชาติญาณการอยู่รอดของมันได้ ้ 6 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่1.2 เทคนิคการหยุดความคิด การจัดล าดับใหม่ สิ่งจ าเป็นเมื่อเลิกยาเสพติด คือการเปลี่ยนแปลงทุกขั นตอนในกระบวนการใช้ยาเสพติด เริ่มตั งแต่การ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น วิธีการหยุดความคิดเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยตัดวงจรของกระบวนการนี กลวิธีหยุดความคิด ตัวกระตุ้น คิดถึงยา คิดถึงยาเสพติดต่อเนื่อง อาการอยากยา เสพ คุณมีทางเลือก.... มันไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ กลวิธีหยุดความคิด น าเทคนิคต่อไปนี ไปลองใช้ดูว่า เทคนิคแบบไหนที่เหมาะส าหรับคุณที่สุด 1. จินตนาการ โดยจินตนาการถึงภาพที่ก าลังเปิดปิดสวิทช์ไฟ ให้เกิดขึ นในใจของคุณ จินตนาการให้ ตัวคุณเป็นคนเปิดหรือปิดสวิทช์ไฟฟ้าเพื่อที่จะหยุดความคิดใช้ยาเสพติด จากนั นให้จินตนาการถึงภาพอื่นมา แทนที่ความคิดอยากยา คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่ก าลังท าอยู่ด้วยเพื่อลดความคิดอยากยา 2. การดีดหนังยาง เอาหนังยางมาสวมไว้ที่ข้อมือ เมื่อใดก็ตามที่เริ่มคิดถึงยาเสพติดให้ดีดหนังยางและ พูดกับตัวเองว่า “ไม่” แล้วเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทน ส าหรับผู้ที่มีความพร้อมที่จะท ากิจกรรมนี บางครั งจะพบ สิ่งที่มีความหมายและสิ่งที่น่าสนใจส าหรับคุณ 3. การฝึกผ่อนคลาย เมื่อคุณรู้สึกว่างเปล่า รู้สึกหน้าตื อและเป็นตะคริวในท้องนั่น คือ อาการอยากยา ให้ฝึกผ่อนคลายด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆ (ให้อากาศเข้าให้เต็มปอด) และหายใจออกช้าๆ ท าอย่างนี 3 ครั ง คุณจะรู้สึกผ่อนคลายได้เมื่อมีอาการอยากยาเกิดขึ น 4. โทรศัพท์ปรึกษาใครบางคน คุณควรมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สนับสนุนให้ก าลังใจคุณ มีเวลาให้ คุณ และคุณสามารถติดต่อได้เสมอเมื่อคุณต้องการเพื่อน หรือเมื่อเกิดความคิดแบบเดิมๆ และความรู้สึกคล้าย มีอาการอยากยา การได้พูดคุยกับใครสักคนเท่ากับเป็นการระบายความรู้สึก และทบทวนท าความเข้าใจในสิ่งที่ คุณก าลังคิด 5.การท าสมาธิเมื่อคิดถึงยาเสพติดให้หลับตา เพ่งความสนใจไปที่การจับลมหายใจเข้าออกบริเวณ ปลายจมูก หากจับลมหายใจไม่ได้ให้หายใจเข้าออกยาวๆ 2-3 ครั ง จากนั นหายใจเข้าออกตามธรรมชาติ ท า ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 นาที (ควรฝึกทุกวันๆ ละ 2 ครั ง เช้าเย็น เพื่อให้เคยชินและน ามาใช้หยุดความคิดอยาก ยาอย่างได้ผล) การที่คุณยอมให้ความคิดที่น าไปสู่อาการอยากยาคงอยู่ เท่ากับคุณได้ตัดสินใจเลือกที่จะยังคงเป็นผู้ติดยา ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ว่า สุนัขได้เชื่อมโยงเสียงกระดิ่งเข้ากับอาหาร เสียงกระดิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นที่มาพร้อมกับความคาดหวังว่า จะได้กินอาหาร สุนัขจึงมีปฏิกิริยาน าลายไหลต่อเสียงกระดิ่ง สมองของคนเราก็เช่นเดียวกัน มันจะตอบสนองต่อยาเสพติดที่เป็นตัวกระตุ้นที่ถูกวางเงื่อนไขให้เกิด ความอยากยา โดยไปท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับสมอง เมื่อเห็นตัวกระตุ้นก็ท าให้เกิดความพึงพอใจที่ น าไปสู่ความอยากยา สมองจะตอบสนองราวกับได้รับยาเสพติดนั นโดยตรง (เกิดความอยากยา) เป็นปฏิกิริยาที่ เกิดขึ นไม่ว่าคนนั นตั งใจจะใช้ยาเสพติดหรือไม่ ฉะนั นหนทางเดียวที่สุนัขจะหลีกเลี่ยงความอยากอาหารได้ (น าลายไหล) คือ การหนีเสียงกระดิ่ง ผู้ป่วยก็เช่นเดียวกัน ต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดความอยากยา ตัวกระตุ้นและอาการอยากยา ห้องมืด ห้องสว่าง สมองส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด ท าให้อารมณ์ความรู้สึกของผู้เสพเปลี่ยนแปลง เป็น ส่วนเดียวกับสมองส่วนที่สั่งการว่า เมื่อหิวจะต้องหาอาหาร เมื่อกระหายต้องหาน าดื่ม และตอบสนองต่อความ พอใจทางเพศ เป็นการท าให้มีชีวิตอยู่รอด ดังนั นเมื่อให้มนุษย์อดอาหารนานๆ เขาจะคิดแต่เรื่องการหาอาหาร และน าเพื่อการอยู่รอด เช่นเดียวกัน เมื่อมีการใช้ยาเสพติดเกิดขึ น ความต้องการยาเสพติดของสมองจึงเป็น กลไกเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน ในการทดลองถึงอิทธิพลของยาเสพติดต่อสมองและพฤติกรรมของหนูทดลอง ในภาวะปกติหาก ปล่อยหนูออกจากกรง โดยมีห้องมืดและห้องสว่างให้เลือก หนูจะวิ่งเข้าห้องมืดเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์อื่น ที่จะท าร้าย นี่เป็นสัญชาติญาณและกลไปธรรมชาติเพื่อการอยู่รอดที่มีมานานมากกว่าล้านปี แต่เมื่อหนูทดลอง ได้รับโคเคนในห้องสว่าง ในครั งต่อไปเมื่อปล่อยมันออกจากกรง หนูจะวิ่งไปที่ห้องสว่างโดยอัตโนมัติ เพราะ เรียนรู้ว่าจะได้รับโคเคนอีกในห้องสว่างนั น กระบวนการนี แสดงถึงอิทธิพลของยาเสพติดที่สามารถเปลี่ยนแปลง ชีวเคมีในสมองของสัตว์ จนกระทั่งเอาชนะสัญชาติญาณการอยู่รอดของมันได้ ก
7 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่1.2 เทคนิคการหยุดความคิด การจัดล าดับใหม่ สิ่งจ าเป็นเมื่อเลิกยาเสพติด คือการเปลี่ยนแปลงทุกขั นตอนในกระบวนการใช้ยาเสพติด เริ่มตั งแต่การ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น วิธีการหยุดความคิดเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยตัดวงจรของกระบวนการนี กลวิธีหยุดความคิด ตัวกระตุ้น คิดถึงยา คิดถึงยาเสพติดต่อเนื่อง อาการอยากยา เสพ คุณมีทางเลือก.... มันไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ กลวิธีหยุดความคิด น าเทคนิคต่อไปนี ไปลองใช้ดูว่า เทคนิคแบบไหนที่เหมาะส าหรับคุณที่สุด 1. จินตนาการ โดยจินตนาการถึงภาพที่ก าลังเปิดปิดสวิทช์ไฟ ให้เกิดขึ นในใจของคุณ จินตนาการให้ ตัวคุณเป็นคนเปิดหรือปิดสวิทช์ไฟฟ้าเพื่อที่จะหยุดความคิดใช้ยาเสพติด จากนั นให้จินตนาการถึงภาพอื่นมา แทนที่ความคิดอยากยา คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่ก าลังท าอยู่ด้วยเพื่อลดความคิดอยากยา 2. การดีดหนังยาง เอาหนังยางมาสวมไว้ที่ข้อมือ เมื่อใดก็ตามที่เริ่มคิดถึงยาเสพติดให้ดีดหนังยางและ พูดกับตัวเองว่า “ไม่” แล้วเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทน ส าหรับผู้ที่มีความพร้อมที่จะท ากิจกรรมนี บางครั งจะพบ สิ่งที่มีความหมายและสิ่งที่น่าสนใจส าหรับคุณ 3. การฝึกผ่อนคลาย เมื่อคุณรู้สึกว่างเปล่า รู้สึกหน้าตื อและเป็นตะคริวในท้องนั่น คือ อาการอยากยา ให้ฝึกผ่อนคลายด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆ (ให้อากาศเข้าให้เต็มปอด) และหายใจออกช้าๆ ท าอย่างนี 3 ครั ง คุณจะรู้สึกผ่อนคลายได้เมื่อมีอาการอยากยาเกิดขึ น 4. โทรศัพท์ปรึกษาใครบางคน คุณควรมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สนับสนุนให้ก าลังใจคุณ มีเวลาให้ คุณ และคุณสามารถติดต่อได้เสมอเมื่อคุณต้องการเพื่อน หรือเมื่อเกิดความคิดแบบเดิมๆ และความรู้สึกคล้าย มีอาการอยากยา การได้พูดคุยกับใครสักคนเท่ากับเป็นการระบายความรู้สึก และทบทวนท าความเข้าใจในสิ่งที่ คุณก าลังคิด 5.การท าสมาธิเมื่อคิดถึงยาเสพติดให้หลับตา เพ่งความสนใจไปที่การจับลมหายใจเข้าออกบริเวณ ปลายจมูก หากจับลมหายใจไม่ได้ให้หายใจเข้าออกยาวๆ 2-3 ครั ง จากนั นหายใจเข้าออกตามธรรมชาติ ท า ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 นาที (ควรฝึกทุกวันๆ ละ 2 ครั ง เช้าเย็น เพื่อให้เคยชินและน ามาใช้หยุดความคิดอยาก ยาอย่างได้ผล) การที่คุณยอมให้ความคิดที่น าไปสู่อาการอยากยาคงอยู่ เท่ากับคุณได้ตัดสินใจเลือกที่จะยังคงเป็นผู้ติดยา ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ว่า สุนัขได้เชื่อมโยงเสียงกระดิ่งเข้ากับอาหาร เสียงกระดิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นที่มาพร้อมกับความคาดหวังว่า จะได้กินอาหาร สุนัขจึงมีปฏิกิริยาน าลายไหลต่อเสียงกระดิ่ง สมองของคนเราก็เช่นเดียวกัน มันจะตอบสนองต่อยาเสพติดที่เป็นตัวกระตุ้นที่ถูกวางเงื่อนไขให้เกิด ความอยากยา โดยไปท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับสมอง เมื่อเห็นตัวกระตุ้นก็ท าให้เกิดความพึงพอใจที่ น าไปสู่ความอยากยา สมองจะตอบสนองราวกับได้รับยาเสพติดนั นโดยตรง (เกิดความอยากยา) เป็นปฏิกิริยาที่ เกิดขึ นไม่ว่าคนนั นตั งใจจะใช้ยาเสพติดหรือไม่ ฉะนั นหนทางเดียวที่สุนัขจะหลีกเลี่ยงความอยากอาหารได้ (น าลายไหล) คือ การหนีเสียงกระดิ่ง ผู้ป่วยก็เช่นเดียวกัน ต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดความอยากยา ตัวกระตุ้นและอาการอยากยา ห้องมืด ห้องสว่าง สมองส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด ท าให้อารมณ์ความรู้สึกของผู้เสพเปลี่ยนแปลง เป็น ส่วนเดียวกับสมองส่วนที่สั่งการว่า เมื่อหิวจะต้องหาอาหาร เมื่อกระหายต้องหาน าดื่ม และตอบสนองต่อความ พอใจทางเพศ เป็นการท าให้มีชีวิตอยู่รอด ดังนั นเมื่อให้มนุษย์อดอาหารนานๆ เขาจะคิดแต่เรื่องการหาอาหาร และน าเพื่อการอยู่รอด เช่นเดียวกัน เมื่อมีการใช้ยาเสพติดเกิดขึ น ความต้องการยาเสพติดของสมองจึงเป็น กลไกเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน ในการทดลองถึงอิทธิพลของยาเสพติดต่อสมองและพฤติกรรมของหนูทดลอง ในภาวะปกติหาก ปล่อยหนูออกจากกรง โดยมีห้องมืดและห้องสว่างให้เลือก หนูจะวิ่งเข้าห้องมืดเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์อื่น ที่จะท าร้าย นี่เป็นสัญชาติญาณและกลไปธรรมชาติเพื่อการอยู่รอดที่มีมานานมากกว่าล้านปี แต่เมื่อหนูทดลอง ได้รับโคเคนในห้องสว่าง ในครั งต่อไปเมื่อปล่อยมันออกจากกรง หนูจะวิ่งไปที่ห้องสว่างโดยอัตโนมัติ เพราะ เรียนรู้ว่าจะได้รับโคเคนอีกในห้องสว่างนั น กระบวนการนี แสดงถึงอิทธิพลของยาเสพติดที่สามารถเปลี่ยนแปลง ชีวเคมีในสมองของสัตว์ จนกระทั่งเอาชนะสัญชาติญาณการอยู่รอดของมันได้ ้
9 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.1 การแยกแยะตัวกระตุ้น ให้ผู้ป่วยเขียนตัวกระตุ้นของตนเองที่มีผลต่อการกลับไปใช้ยาเสพติด ในประเด็นต่อไปนี 1. อะไรคือตัวกระตุ้นที่มีอิทธิพลมากที่สุดที่ท าให้คุณกลับไปเสพยาเสพติดซ า (ควรมีมากกว่า 1 อย่าง) ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. อะไรคือตัวกระตุ้นที่อาจท าให้เกิดปัญหากับคุณ ในอนาคตอันใกล้นี (ควรมีมากกว่า 1 อย่าง) ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.2 ตารางกิจกรรมประจ าวัน การก าหนดกิจกรรมประจ าวันเป็นสิ่งส าคัญในกระบวนการเลิกยาเสพติด ในช่วงเสพยาเสพติด สมอง ของคุณถูกเปลี่ยนแปลงโดยสมองส่วนล่าง (ส่วนที่ใช้อารมณ์) หากคุณจดบันทึกหรือเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร สมองส่วนบน (ส่วนที่ใช้เหตุผล) จะควบคุมได้ดีขึ้น คุณจะท ากิจกรรมต่างๆ อย่างมีเหตุผล แทนที่การใช้อารมณ์ ที่เกิดจากสมองถูกควบคุมโดยยาเสพติด คุณเป็นผู้ตัดสินใจว่าควรท ากิจกรรมใดบ้าง ผู้บ าบัดหรือสมาชิกในครอบครัวอาจช่วยให้ค าแนะน าได้ คุณต้องมั่นใจว่าคุณจะปฏิบัติตามกิจกรรมที่เขียนไว้ และเปลี่ยนแปลงกิจกรรมเมื่อมีความจ าเป็น วันที่/เวลา กิจกรรม วันที่/เวลา กิจกรรม 05.00 น. 05.00 น. 06.00 น. 06.00 น. 07.00 น. 07.00 น. 08.00 น. 08.00 น. 09.00 น. 09.00 น. 10.00 น. 10.00 น. 11.00 น. 11.00 น. 12.00 น. 12.00 น. 13.00 น. 13.00 น. 14.00 น. 14.00 น. 15.00 น. 15.00 น. 16.00 น. 16.00 น. 17.00 น. 17.00 น. 18.00 น. 18.00 น. 19.00 น. 19.00 น. 20.00 น. 20.00 น. 21.00 น. 21.00 น. 22.00 น. 22.00 น. 23.00 น. 23.00 น. 24.00 น. 24.00 น. วันที่/เวลา กิจกรรม วันที่/เวลา กิจกรรม 05.00 น. 05.00 น. 06.00 น. 06.00 น. 07.00 น. 07.00 น. 08.00 น. 08.00 น. 09.00 น. 09.00 น. 10.00 น. 10.00 น. 11.00 น. 11.00 น. 12.00 น. 12.00 น. 13.00 น. 13.00 น. 14.00 น. 14.00 น. 15.00 น. 15.00 น. 16.00 น. 16.00 น. 17.00 น. 17.00 น. 18.00 น. 18.00 น. 19.00 น. 19.00 น. 20.00 น. 20.00 น. 21.00 น. 21.00 น. 22.00 น. 22.00 น. 23.00 น. 23.00 น. 24.00 น. 24.00 น. 8 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.1 การแยกแยะตัวกระตุ้น ให้ผู้ป่วยเขียนตัวกระตุ้นของตนเองที่มีผลต่อการกลับไปใช้ยาเสพติด ในประเด็นต่อไปนี 1. อะไรคือตัวกระตุ้นที่มีอิทธิพลมากที่สุดที่ท าให้คุณกลับไปเสพยาเสพติดซ า (ควรมีมากกว่า 1 อย่าง) ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. อะไรคือตัวกระตุ้นที่อาจท าให้เกิดปัญหากับคุณ ในอนาคตอันใกล้นี (ควรมีมากกว่า 1 อย่าง) ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.2 ตารางกิจกรรมประจ าวัน การก าหนดกิจกรรมประจ าวันเป็นสิ่งส าคัญในกระบวนการเลิกยาเสพติด ในช่วงเสพยาเสพติด สมอง ของคุณถูกเปลี่ยนแปลงโดยสมองส่วนล่าง (ส่วนที่ใช้อารมณ์) หากคุณจดบันทึกหรือเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร สมองส่วนบน (ส่วนที่ใช้เหตุผล) จะควบคุมได้ดีขึ้น คุณจะท ากิจกรรมต่างๆ อย่างมีเหตุผล แทนที่การใช้อารมณ์ ที่เกิดจากสมองถูกควบคุมโดยยาเสพติด คุณเป็นผู้ตัดสินใจว่าควรท ากิจกรรมใดบ้าง ผู้บ าบัดหรือสมาชิกในครอบครัวอาจช่วยให้ค าแนะน าได้ คุณต้องมั่นใจว่าคุณจะปฏิบัติตามกิจกรรมที่เขียนไว้ และเปลี่ยนแปลงกิจกรรมเมื่อมีความจ าเป็น วันที่/เวลา กิจกรรม วันที่/เวลา กิจกรรม 05.00 น. 05.00 น. 06.00 น. 06.00 น. 07.00 น. 07.00 น. 08.00 น. 08.00 น. 09.00 น. 09.00 น. 10.00 น. 10.00 น. 11.00 น. 11.00 น. 12.00 น. 12.00 น. 13.00 น. 13.00 น. 14.00 น. 14.00 น. 15.00 น. 15.00 น. 16.00 น. 16.00 น. 17.00 น. 17.00 น. 18.00 น. 18.00 น. 19.00 น. 19.00 น. 20.00 น. 20.00 น. 21.00 น. 21.00 น. 22.00 น. 22.00 น. 23.00 น. 23.00 น. 24.00 น. 24.00 น.
9 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.1 การแยกแยะตัวกระตุ้น ให้ผู้ป่วยเขียนตัวกระตุ้นของตนเองที่มีผลต่อการกลับไปใช้ยาเสพติด ในประเด็นต่อไปนี 1. อะไรคือตัวกระตุ้นที่มีอิทธิพลมากที่สุดที่ท าให้คุณกลับไปเสพยาเสพติดซ า (ควรมีมากกว่า 1 อย่าง) ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. อะไรคือตัวกระตุ้นที่อาจท าให้เกิดปัญหากับคุณ ในอนาคตอันใกล้นี (ควรมีมากกว่า 1 อย่าง) ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.2 ตารางกิจกรรมประจ าวัน การก าหนดกิจกรรมประจ าวันเป็นสิ่งส าคัญในกระบวนการเลิกยาเสพติด ในช่วงเสพยาเสพติด สมอง ของคุณถูกเปลี่ยนแปลงโดยสมองส่วนล่าง (ส่วนที่ใช้อารมณ์) หากคุณจดบันทึกหรือเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร สมองส่วนบน (ส่วนที่ใช้เหตุผล) จะควบคุมได้ดีขึ้น คุณจะท ากิจกรรมต่างๆ อย่างมีเหตุผล แทนที่การใช้อารมณ์ ที่เกิดจากสมองถูกควบคุมโดยยาเสพติด คุณเป็นผู้ตัดสินใจว่าควรท ากิจกรรมใดบ้าง ผู้บ าบัดหรือสมาชิกในครอบครัวอาจช่วยให้ค าแนะน าได้ คุณต้องมั่นใจว่าคุณจะปฏิบัติตามกิจกรรมที่เขียนไว้ และเปลี่ยนแปลงกิจกรรมเมื่อมีความจ าเป็น วันที่/เวลา กิจกรรม วันที่/เวลา กิจกรรม 05.00 น. 05.00 น. 06.00 น. 06.00 น. 07.00 น. 07.00 น. 08.00 น. 08.00 น. 09.00 น. 09.00 น. 10.00 น. 10.00 น. 11.00 น. 11.00 น. 12.00 น. 12.00 น. 13.00 น. 13.00 น. 14.00 น. 14.00 น. 15.00 น. 15.00 น. 16.00 น. 16.00 น. 17.00 น. 17.00 น. 18.00 น. 18.00 น. 19.00 น. 19.00 น. 20.00 น. 20.00 น. 21.00 น. 21.00 น. 22.00 น. 22.00 น. 23.00 น. 23.00 น. 24.00 น. 24.00 น. วันที่/เวลา กิจกรรม วันที่/เวลา กิจกรรม 05.00 น. 05.00 น. 06.00 น. 06.00 น. 07.00 น. 07.00 น. 08.00 น. 08.00 น. 09.00 น. 09.00 น. 10.00 น. 10.00 น. 11.00 น. 11.00 น. 12.00 น. 12.00 น. 13.00 น. 13.00 น. 14.00 น. 14.00 น. 15.00 น. 15.00 น. 16.00 น. 16.00 น. 17.00 น. 17.00 น. 18.00 น. 18.00 น. 19.00 น. 19.00 น. 20.00 น. 20.00 น. 21.00 น. 21.00 น. 22.00 น. 22.00 น. 23.00 น. 23.00 น. 24.00 น. 24.00 น.
11 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.4 สุรา – ยาเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย ก. มีบางเหตุการณ์เป็นตัวกระตุ้นที่ท าให้ดื่มสุรา การที่ผู้ป่วยเข้าใจและวางแผนล่วงหน้าส าหรับเหตุการณ์นั น จะท าให้สามารถเลิกเสพยาได้ง่ายขึ น บางคนมีความยุ่งยากที่จะหยุดดื่มสุราเพื่อมารักษาด้วยเหตุผลดังต่อไปนี 1. ตัวกระตุ้นต่อการดื่มสุรามีอยู่ทุกหนทุกแห่ง บางครั งมันเป็นเรื่องยากที่เจ้าสังคมโดยไม่พบคนที่ไม่ดื่มสุรา คุณเคยสังสรรค์กับเพื่อนโดยไม่มีการดื่มสุราบ้างหรือไม่ ............................................................................................................................. ................................... 2. มีคนจ านวนมากดื่มสุราเพื่อตอบสนองต่อตัวกระตุ้นภายใน เมื่อดื่มสุราความเศร้าและความวิตกกังวลจะ หายไป จึงเป็นการยากที่จะตระหนักว่าบางครั งสุราก็ท าให้เกิดความเศร้าได้เหมือนกัน คุณเคยดื่มสุราเวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ ใช่หรือไม่ ............................................................................................................................. .................................. 3. คนที่ติดยาเสพติดแล้วดื่มสุราด้วย มักมองว่าสุราไม่เป็นปัญหา แต่จะเป็นปัญหาชัดเจนเมื่อเขาพยายามหยุด ดื่มแล้วแต่ไม่สามารถหยุดได้ คุณสามารถหยุดดื่มสุราได้ตั งแต่วันที่เข้ามารับการบ าบัดรักษา ใช่หรือไม่ ..................................................................................................................................................... .......... 4. สุรามีผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมความคิดที่เป็นเหตุผล จึงเป็นการยากที่จะให้เขาใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล เกี่ยวกับยาเสพติด คุณเคยอยู่ในงานสังสรรค์โดยไม่ดื่มสุรา และเคยสังเกตเห็นคนที่เมาสุราแล้วแสดงพฤติกรรมที่น่า รังเกียจหรือไม่ ............................................................................................................................. .................................. 5. สุราท าให้สมองทึบและการควบคุมตัวเองลดลง ท าให้มีอารมณ์ทางเพศมากขึ น การรับรู้เกี่ยวกับตนเอง น้อยลง และกล้าเข้าสังคมมากขึ น เมื่อคุณคุ้นเคยกับการดื่มสุราเพื่อเพิ่มอารมณ์ทางเพศและช่วยในการเข้า สังคม คุณจะรู้สึกไม่สบายใจเมื่อคุณขาดสุรา คุณต้องพึ่งสุราเพื่อเพิ่มความสามารถทางเพศและช่วยในการเข้าสังคม ใช่หรือไม่ ............................................................................................................................. ................................... 6. พวกเราหลายคนเติบโตขึ นมาท่ามกลางการใช้สุราเป็นสัญลักษณ์ของโอกาสพิเศษต่างๆ จึงเป็นการยากที่จะ เรียนรู้ที่จะมีงานเลี ยงฉลองโดยไม่มีการดื่มสุรา มีโอกาสพิเศษอะไรบ้างที่ครอบครัวคุณเลี ยงฉลองโดยมีการดื่มสุรา ................................................................................................................................................................ ปัจจุบันคุณมีวิธีการเลี ยงฉลองอย่างไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.3 ปฏิทิน ปฏิทินเป็นสิ่งช่วยเตือนว่าขณะนี คุณอยู่ขั นตอนใดของการเลิกยาเสพติด แม้การเลิกยาเสพติดดูเหมือน ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน แต่คุณจะมองเห็นความก้าวหน้าในการบ าบัด และเกิดความภาคภูมิใจเมื่อเห็น จ านวนวันที่คุณหยุดเสพได้ในปฏิทิน ขอให้คุณบันทึกวันที่ไม่ได้เสพยาในปฏิทินอย่างสม่ าเสมอ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ ข 10 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.4 สุรา – ยาเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย ก. มีบางเหตุการณ์เป็นตัวกระตุ้นที่ท าให้ดื่มสุรา การที่ผู้ป่วยเข้าใจและวางแผนล่วงหน้าส าหรับเหตุการณ์นั น จะท าให้สามารถเลิกเสพยาได้ง่ายขึ น บางคนมีความยุ่งยากที่จะหยุดดื่มสุราเพื่อมารักษาด้วยเหตุผลดังต่อไปนี 1. ตัวกระตุ้นต่อการดื่มสุรามีอยู่ทุกหนทุกแห่ง บางครั งมันเป็นเรื่องยากที่เจ้าสังคมโดยไม่พบคนที่ไม่ดื่มสุรา คุณเคยสังสรรค์กับเพื่อนโดยไม่มีการดื่มสุราบ้างหรือไม่ ............................................................................................................................. ................................... 2. มีคนจ านวนมากดื่มสุราเพื่อตอบสนองต่อตัวกระตุ้นภายใน เมื่อดื่มสุราความเศร้าและความวิตกกังวลจะ หายไป จึงเป็นการยากที่จะตระหนักว่าบางครั งสุราก็ท าให้เกิดความเศร้าได้เหมือนกัน คุณเคยดื่มสุราเวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ ใช่หรือไม่ ............................................................................................................................. .................................. 3. คนที่ติดยาเสพติดแล้วดื่มสุราด้วย มักมองว่าสุราไม่เป็นปัญหา แต่จะเป็นปัญหาชัดเจนเมื่อเขาพยายามหยุด ดื่มแล้วแต่ไม่สามารถหยุดได้ คุณสามารถหยุดดื่มสุราได้ตั งแต่วันที่เข้ามารับการบ าบัดรักษา ใช่หรือไม่ ..................................................................................................................................................... .......... 4. สุรามีผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมความคิดที่เป็นเหตุผล จึงเป็นการยากที่จะให้เขาใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล เกี่ยวกับยาเสพติด คุณเคยอยู่ในงานสังสรรค์โดยไม่ดื่มสุรา และเคยสังเกตเห็นคนที่เมาสุราแล้วแสดงพฤติกรรมที่น่า รังเกียจหรือไม่ ............................................................................................................................. .................................. 5. สุราท าให้สมองทึบและการควบคุมตัวเองลดลง ท าให้มีอารมณ์ทางเพศมากขึ น การรับรู้เกี่ยวกับตนเอง น้อยลง และกล้าเข้าสังคมมากขึ น เมื่อคุณคุ้นเคยกับการดื่มสุราเพื่อเพิ่มอารมณ์ทางเพศและช่วยในการเข้า สังคม คุณจะรู้สึกไม่สบายใจเมื่อคุณขาดสุรา คุณต้องพึ่งสุราเพื่อเพิ่มความสามารถทางเพศและช่วยในการเข้าสังคม ใช่หรือไม่ ............................................................................................................................. ................................... 6. พวกเราหลายคนเติบโตขึ นมาท่ามกลางการใช้สุราเป็นสัญลักษณ์ของโอกาสพิเศษต่างๆ จึงเป็นการยากที่จะ เรียนรู้ที่จะมีงานเลี ยงฉลองโดยไม่มีการดื่มสุรา มีโอกาสพิเศษอะไรบ้างที่ครอบครัวคุณเลี ยงฉลองโดยมีการดื่มสุรา ................................................................................................................................................................ ปัจจุบันคุณมีวิธีการเลี ยงฉลองอย่างไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.3 ปฏิทิน ปฏิทินเป็นสิ่งช่วยเตือนว่าขณะนี คุณอยู่ขั นตอนใดของการเลิกยาเสพติด แม้การเลิกยาเสพติดดูเหมือน ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน แต่คุณจะมองเห็นความก้าวหน้าในการบ าบัด และเกิดความภาคภูมิใจเมื่อเห็น จ านวนวันที่คุณหยุดเสพได้ในปฏิทิน ขอให้คุณบันทึกวันที่ไม่ได้เสพยาในปฏิทินอย่างสม่ าเสมอ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน....................................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน....................................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน....................................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน.......................................................
11 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.4 สุรา – ยาเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย ก. มีบางเหตุการณ์เป็นตัวกระตุ้นที่ท าให้ดื่มสุรา การที่ผู้ป่วยเข้าใจและวางแผนล่วงหน้าส าหรับเหตุการณ์นั น จะท าให้สามารถเลิกเสพยาได้ง่ายขึ น บางคนมีความยุ่งยากที่จะหยุดดื่มสุราเพื่อมารักษาด้วยเหตุผลดังต่อไปนี 1. ตัวกระตุ้นต่อการดื่มสุรามีอยู่ทุกหนทุกแห่ง บางครั งมันเป็นเรื่องยากที่เจ้าสังคมโดยไม่พบคนที่ไม่ดื่มสุรา คุณเคยสังสรรค์กับเพื่อนโดยไม่มีการดื่มสุราบ้างหรือไม่ ............................................................................................................................. ................................... 2. มีคนจ านวนมากดื่มสุราเพื่อตอบสนองต่อตัวกระตุ้นภายใน เมื่อดื่มสุราความเศร้าและความวิตกกังวลจะ หายไป จึงเป็นการยากที่จะตระหนักว่าบางครั งสุราก็ท าให้เกิดความเศร้าได้เหมือนกัน คุณเคยดื่มสุราเวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ ใช่หรือไม่ ............................................................................................................................. .................................. 3. คนที่ติดยาเสพติดแล้วดื่มสุราด้วย มักมองว่าสุราไม่เป็นปัญหา แต่จะเป็นปัญหาชัดเจนเมื่อเขาพยายามหยุด ดื่มแล้วแต่ไม่สามารถหยุดได้ คุณสามารถหยุดดื่มสุราได้ตั งแต่วันที่เข้ามารับการบ าบัดรักษา ใช่หรือไม่ ..................................................................................................................................................... .......... 4. สุรามีผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมความคิดที่เป็นเหตุผล จึงเป็นการยากที่จะให้เขาใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล เกี่ยวกับยาเสพติด คุณเคยอยู่ในงานสังสรรค์โดยไม่ดื่มสุรา และเคยสังเกตเห็นคนที่เมาสุราแล้วแสดงพฤติกรรมที่น่า รังเกียจหรือไม่ ............................................................................................................................. .................................. 5. สุราท าให้สมองทึบและการควบคุมตัวเองลดลง ท าให้มีอารมณ์ทางเพศมากขึ น การรับรู้เกี่ยวกับตนเอง น้อยลง และกล้าเข้าสังคมมากขึ น เมื่อคุณคุ้นเคยกับการดื่มสุราเพื่อเพิ่มอารมณ์ทางเพศและช่วยในการเข้า สังคม คุณจะรู้สึกไม่สบายใจเมื่อคุณขาดสุรา คุณต้องพึ่งสุราเพื่อเพิ่มความสามารถทางเพศและช่วยในการเข้าสังคม ใช่หรือไม่ ............................................................................................................................. ................................... 6. พวกเราหลายคนเติบโตขึ นมาท่ามกลางการใช้สุราเป็นสัญลักษณ์ของโอกาสพิเศษต่างๆ จึงเป็นการยากที่จะ เรียนรู้ที่จะมีงานเลี ยงฉลองโดยไม่มีการดื่มสุรา มีโอกาสพิเศษอะไรบ้างที่ครอบครัวคุณเลี ยงฉลองโดยมีการดื่มสุรา ................................................................................................................................................................ ปัจจุบันคุณมีวิธีการเลี ยงฉลองอย่างไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.3 ปฏิทิน ปฏิทินเป็นสิ่งช่วยเตือนว่าขณะนี คุณอยู่ขั นตอนใดของการเลิกยาเสพติด แม้การเลิกยาเสพติดดูเหมือน ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน แต่คุณจะมองเห็นความก้าวหน้าในการบ าบัด และเกิดความภาคภูมิใจเมื่อเห็น จ านวนวันที่คุณหยุดเสพได้ในปฏิทิน ขอให้คุณบันทึกวันที่ไม่ได้เสพยาในปฏิทินอย่างสม่ าเสมอ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ เดือน ..................................... อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ ข
13 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.5 การหยุดยาเสพติดทุกชนิด ก. คุณเคยพูดถึงสิ่งต่อไปนี หรือไม่ “ฉันมีปัญหาเรื่องการเสพยาแต่การดื่มสุราไม่ใช่ปัญหาของฉัน” “ดื่มเบียร์แค่แก้วเดียว ไม่ถือเป็นการดื่มจริงจัง” “ฉันตั งใจดื่มเอง ไม่ใช่ว่าควบคุมไม่ได้” “ฉันระวังการดื่มเสมอ ดื่มเพื่อสังคมเท่านั นแหละ” ข. เมื่อคุณเข้ารับการรักษาเพื่อเลิกยาและสารเสพติด คุณอาจสงสัยว่าทาไมถูกขอให้หยุดเสพยาและสารเสพติด ทุกชนิด รวมถึงหยุดดื่มสุราด้วย มีหลายเหตุผลที่แสดงว่าการหยุดใช้ยาและสารเสพติดทุกชนิดรวมถึงสุราเป็น สิ่งที่จาเป็น ดังนี 1. จากการศึกษา พบว่าผู้เสพสารกระตุ้น เช่น ยาบ้า, ไอซ์, โคเคน ฯลฯ ที่ยังคงดื่มสุรา มีโอกาสที่จะ กลับไปเสพสารกระตุ้นซ า 8 เท่า และผู้เสพที่ยังคงใช้กัญชามีโอกาสกลับไปเสพสารกระตุ้นซ า 3 เท่า ดังนั น การหยุดยาเสพติดทุกชนิดจึงช่วยลดโอกาสกลับไปเสพซ าได้มาก 2. สถานที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุรา/ ยาเสพติดมักเป็นตัวกระตุ้นในการกลับไปเสพซ าได้ง่าย 3. เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะจัดการแก้ปัญหาแต่หากคุณยังคงเสพยาเสพติดอื่นหรือดื่มสุราเพื่อหวังผลให้ลด ความเครียดในการเผชิญความยุ่งยากของปัญหาในระหว่างการบ าบัด การเรียนรู้ในการจัดการปัญหาของคุณ จะถูกจัดทางเนื่องจาก 3.1 ปิดโอกาสที่จะฝึกแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่เหมาะสม (การใช้ยาหรือสุราเป็นการหนีปัญหา) 3.2 มีโอกาสที่จะติดยาและสารเสพติดอื่นหรือสุราได้ ข้อควรจ า หากคุณคิดว่า การหยุดใช้ยาเสพติดทุกชนิดรวมถึงสุราระหว่างที่บ าบัดรักษา เป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าที่คุณจะท าได้ แสดงว่าคุณตกเป็นทาสของยาเสพติดมากที่คุณคิดไว้ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 7. หลายครอบครัวและหลายสังคม คิดว่าการดื่มสุราเป็นการแสดงถึงความเข้มแข็ง ช่ าชองต่อโลก รวมทั ง วัฒนธรรมของเรายังมีการสนับสนุนให้มีการดื่มสุราอยู่ เมื่อคุณไม่ได้ดื่มสุรา คุณรู้สึกว่าตนเอง “ไม่แน่จริง” หรือไม่ ............................................................................................................................. .................................. 8. นิสัยการดื่มได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่างๆ ไปแล้ว จึงเป็นการยากที่จะท ากิจกรรมต่างๆ โดยไม่มี การดื่มเบียร์หรือสุรา (เช่น การรับประทานอาหารบางประเภท การเล่นกีฬา การพักผ่อน) มีกิจกรรมอะไรที่คุณท าแล้วมีการดื่มสุราร่วมด้วย ............................................................................................................................................ .................... ข. สิ่งส าคัญที่ควรระลึกไว้เสมอคือ เมื่อทุกคนหยุดดื่มสุรา ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นจะเกิดขึ นเป็นอันดับแรก และเมื่อคุณสามารถผ่านสถานการณ์ (ปัญหา) ที่ยุ่งยากเหล่านี ไปได้โดยไม่มีการดื่ม สถานการณ์ต่างๆ เหล่านี ก็ จะไม่เกิดขึ นอีก ท�า จ�า แสดงว่าคุณตกเป็นทาสของยาเสพติดมากกว่าที่คุณคิด 12 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.5 การหยุดยาเสพติดทุกชนิด ก. คุณเคยพูดถึงสิ่งต่อไปนี หรือไม่ “ฉันมีปัญหาเรื่องการเสพยาแต่การดื่มสุราไม่ใช่ปัญหาของฉัน” “ดื่มเบียร์แค่แก้วเดียว ไม่ถือเป็นการดื่มจริงจัง” “ฉันตั งใจดื่มเอง ไม่ใช่ว่าควบคุมไม่ได้” “ฉันระวังการดื่มเสมอ ดื่มเพื่อสังคมเท่านั นแหละ” ข. เมื่อคุณเข้ารับการรักษาเพื่อเลิกยาและสารเสพติด คุณอาจสงสัยว่าทาไมถูกขอให้หยุดเสพยาและสารเสพติด ทุกชนิด รวมถึงหยุดดื่มสุราด้วย มีหลายเหตุผลที่แสดงว่าการหยุดใช้ยาและสารเสพติดทุกชนิดรวมถึงสุราเป็น สิ่งที่จาเป็น ดังนี 1. จากการศึกษา พบว่าผู้เสพสารกระตุ้น เช่น ยาบ้า, ไอซ์, โคเคน ฯลฯ ที่ยังคงดื่มสุรา มีโอกาสที่จะ กลับไปเสพสารกระตุ้นซ า 8 เท่า และผู้เสพที่ยังคงใช้กัญชามีโอกาสกลับไปเสพสารกระตุ้นซ า 3 เท่า ดังนั น การหยุดยาเสพติดทุกชนิดจึงช่วยลดโอกาสกลับไปเสพซ าได้มาก 2. สถานที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุรา/ ยาเสพติดมักเป็นตัวกระตุ้นในการกลับไปเสพซ าได้ง่าย 3. เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะจัดการแก้ปัญหาแต่หากคุณยังคงเสพยาเสพติดอื่นหรือดื่มสุราเพื่อหวังผลให้ลด ความเครียดในการเผชิญความยุ่งยากของปัญหาในระหว่างการบ าบัด การเรียนรู้ในการจัดการปัญหาของคุณ จะถูกจัดทางเนื่องจาก 3.1 ปิดโอกาสที่จะฝึกแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่เหมาะสม (การใช้ยาหรือสุราเป็นการหนีปัญหา) 3.2 มีโอกาสที่จะติดยาและสารเสพติดอื่นหรือสุราได้ ข้อควรจ า หากคุณคิดว่า การหยุดใช้ยาเสพติดทุกชนิดรวมถึงสุราระหว่างที่บ าบัดรักษา เป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าที่คุณจะท าได้ แสดงว่าคุณตกเป็นทาสของยาเสพติดมากที่คุณคิดไว้ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 7. หลายครอบครัวและหลายสังคม คิดว่าการดื่มสุราเป็นการแสดงถึงความเข้มแข็ง ช่ าชองต่อโลก รวมทั ง วัฒนธรรมของเรายังมีการสนับสนุนให้มีการดื่มสุราอยู่ เมื่อคุณไม่ได้ดื่มสุรา คุณรู้สึกว่าตนเอง “ไม่แน่จริง” หรือไม่ ............................................................................................................................. .................................. 8. นิสัยการดื่มได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่างๆ ไปแล้ว จึงเป็นการยากที่จะท ากิจกรรมต่างๆ โดยไม่มี การดื่มเบียร์หรือสุรา (เช่น การรับประทานอาหารบางประเภท การเล่นกีฬา การพักผ่อน) มีกิจกรรมอะไรที่คุณท าแล้วมีการดื่มสุราร่วมด้วย ............................................................................................................................................ .................... ข. สิ่งส าคัญที่ควรระลึกไว้เสมอคือ เมื่อทุกคนหยุดดื่มสุรา ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นจะเกิดขึ นเป็นอันดับแรก และเมื่อคุณสามารถผ่านสถานการณ์ (ปัญหา) ที่ยุ่งยากเหล่านี ไปได้โดยไม่มีการดื่ม สถานการณ์ต่างๆ เหล่านี ก็ จะไม่เกิดขึ นอีก
13 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.5 การหยุดยาเสพติดทุกชนิด ก. คุณเคยพูดถึงสิ่งต่อไปนี หรือไม่ “ฉันมีปัญหาเรื่องการเสพยาแต่การดื่มสุราไม่ใช่ปัญหาของฉัน” “ดื่มเบียร์แค่แก้วเดียว ไม่ถือเป็นการดื่มจริงจัง” “ฉันตั งใจดื่มเอง ไม่ใช่ว่าควบคุมไม่ได้” “ฉันระวังการดื่มเสมอ ดื่มเพื่อสังคมเท่านั นแหละ” ข. เมื่อคุณเข้ารับการรักษาเพื่อเลิกยาและสารเสพติด คุณอาจสงสัยว่าทาไมถูกขอให้หยุดเสพยาและสารเสพติด ทุกชนิด รวมถึงหยุดดื่มสุราด้วย มีหลายเหตุผลที่แสดงว่าการหยุดใช้ยาและสารเสพติดทุกชนิดรวมถึงสุราเป็น สิ่งที่จาเป็น ดังนี 1. จากการศึกษา พบว่าผู้เสพสารกระตุ้น เช่น ยาบ้า, ไอซ์, โคเคน ฯลฯ ที่ยังคงดื่มสุรา มีโอกาสที่จะ กลับไปเสพสารกระตุ้นซ า 8 เท่า และผู้เสพที่ยังคงใช้กัญชามีโอกาสกลับไปเสพสารกระตุ้นซ า 3 เท่า ดังนั น การหยุดยาเสพติดทุกชนิดจึงช่วยลดโอกาสกลับไปเสพซ าได้มาก 2. สถานที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุรา/ ยาเสพติดมักเป็นตัวกระตุ้นในการกลับไปเสพซ าได้ง่าย 3. เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะจัดการแก้ปัญหาแต่หากคุณยังคงเสพยาเสพติดอื่นหรือดื่มสุราเพื่อหวังผลให้ลด ความเครียดในการเผชิญความยุ่งยากของปัญหาในระหว่างการบ าบัด การเรียนรู้ในการจัดการปัญหาของคุณ จะถูกจัดทางเนื่องจาก 3.1 ปิดโอกาสที่จะฝึกแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่เหมาะสม (การใช้ยาหรือสุราเป็นการหนีปัญหา) 3.2 มีโอกาสที่จะติดยาและสารเสพติดอื่นหรือสุราได้ ข้อควรจ า หากคุณคิดว่า การหยุดใช้ยาเสพติดทุกชนิดรวมถึงสุราระหว่างที่บ าบัดรักษา เป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าที่คุณจะท าได้ แสดงว่าคุณตกเป็นทาสของยาเสพติดมากที่คุณคิดไว้ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 7. หลายครอบครัวและหลายสังคม คิดว่าการดื่มสุราเป็นการแสดงถึงความเข้มแข็ง ช่ าชองต่อโลก รวมทั ง วัฒนธรรมของเรายังมีการสนับสนุนให้มีการดื่มสุราอยู่ เมื่อคุณไม่ได้ดื่มสุรา คุณรู้สึกว่าตนเอง “ไม่แน่จริง” หรือไม่ ............................................................................................................................. .................................. 8. นิสัยการดื่มได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่างๆ ไปแล้ว จึงเป็นการยากที่จะท ากิจกรรมต่างๆ โดยไม่มี การดื่มเบียร์หรือสุรา (เช่น การรับประทานอาหารบางประเภท การเล่นกีฬา การพักผ่อน) มีกิจกรรมอะไรที่คุณท าแล้วมีการดื่มสุราร่วมด้วย ............................................................................................................................................ .................... ข. สิ่งส าคัญที่ควรระลึกไว้เสมอคือ เมื่อทุกคนหยุดดื่มสุรา ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นจะเกิดขึ นเป็นอันดับแรก และเมื่อคุณสามารถผ่านสถานการณ์ (ปัญหา) ที่ยุ่งยากเหล่านี ไปได้โดยไม่มีการดื่ม สถานการณ์ต่างๆ เหล่านี ก็ จะไม่เกิดขึ นอีก ท�า จ�า แสดงว่าคุณตกเป็นทาสของยาเสพติดมากกว่าที่คุณคิด
15 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด โปรดระบุพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยาของคุณในอดีตที่ผ่านมา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… เพราะเหตุผลใดจึงเกิดพฤติกรรมเหล่านั นขึ น …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ง. การก่อตัวของอารมณ์ เป็นความรู้สึกที่สะสมมากขึ นเรื่อยๆ เกิดจากการที่คุณไม่จัดการกับอารมณ์ ความรู้สึก ต่างๆ และปล่อยให้รุนแรงมากขึ น จนทาให้เกิดอารมณ์ที่น าไปสู่การคิดถึงยาและสารเสพติด บางครั งอารมณ์ เหล่านี รุนแรงจนทนไม่ได้ ความรู้สึกที่น าไปสู่การก่อตัวของอารมณ์เช่นนี ได้แก่ ความเบื่อ ความวิตกกังวล ความคับข้องใจทางเพศ ความหงุดหงิด และความเศร้า เป็นต้น คุณเคยเกิดภาวะทางอารมณ์ใดบ้างที่เป็นตัวกระตุ้นให้คุณคิดถึงการใช้ยาและสารเสพติด …………………………………………………………………………………………………………………………………………… จ. อะไรเป็นความคิดที่ส่งเสริมให้เกิดการติดซ า ความคิดที่ส่งผลให้เกิดการยอมรับการเสพยาเสพติด หรือดื่มสุรา เช่น “ผมดื่มเพียงแก้วเดียว” “ใน เมื่อเขาคิดว่าผมดื่มเหล้าผมก็ดื่มเสียเลย” “ผมท างานหนักผมต้องพัก” “ใช้ยาอีกเพียงครั งเดียวไม่น่าจะติดซ า” ที่ผ่านมาความคิดที่ทาให้คุณติดยา หรือกลับไปติดซ า คืออะไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ฉ. ขั นตอนส าคัญของการป้องกันการกลับไปติดซ า คือ การจัดการทันทีที่คุณรู้สึกถึงสัญญาณอันตรายที่จะ กลับไปใช้ยาและสารเสพติด ดังนั นคุณจึงต้องมีแนวทางในการจัดการกับสัญญาณอันตรายที่เป็นทางเลือกใน การป้องกันการกลับไปติดซ า การกระทาข้อใดที่ได้ผลสาหรับคุณ …………. โทรหาผู้บ าบัด …………. โทรหาเพื่อนที่ไม่ใช้ยาและสารเสพติด …………..ไปพักผ่อน …………. คุยกับครอบครัว …………. คุยกับคู่สมรส/แฟน …………. ไปร่วมประชุมกลุ่มต่าง ๆ …………. ออกก าลังกาย …………. ปฏิบัติตนตามตารางกิจกรรมประจ าวันที่จัดไว้ …………. อื่นๆ ระบุ ……………………………………..………. ช. ปัจจุบันนี มีสัญญาณอันตรายใดที่เกิดขึ นกับตัวคุณบ้าง (ทั งด้านพฤติกรรม อารมณ์ และความคิด) …………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณมีวิธีการจัดการรับสัญญาณอันตรายดังกล่าว อย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.6 การป้องกันการกลับไปติดซ้ า ก. เพราะเหตุใดการป้องกันการกลับไปติดซ าจึงเป็นเรื่องส าคัญ การเลิกยาและสารเสพติดมีความหมายลึกซึ งมากกว่าเพียงแค่การไม่ใช้สุราหรือยาเสพติด ขั นแรกของ การบ าบัดรักษาคือ การหยุดใช้ยาเสพติด ขั นต่อไปคือไม่กลับไปใช้ยาเสพติดอีก ซึ่งเป็นสิ่งส าคัญอย่างมาก และ กระบวนการนี เรียกว่า “การป้องกันการกลับไปติดซ า” การกลับไปติดซ้ าคืออะไร การกลับไปติดซ า คือการหวนกลับไปใช้ยาและสารเสพติด ตลอดจนการกลับไปมีพฤติกรรมและ รูปแบบชีวิตที่เหมือนกับตอนใช้ยาเสพติดอีกภายหลังจากเลิกยาไปได้แล้ว ส่วนใหญ่มักพบว่า พฤติกรรมและ รูปแบบชีวิตดังกล่าวจะเกิดขึ นก่อนกลับไปติดซ าจริง ๆ การฝึกให้รู้ถึงจุดเริ่มต้นของการกลับไปติดซ าจะ สามารถช่วยให้บุคคลนั นหยุดกระบวนการกลับไปใช้ยาได้ก่อนที่จะเริ่มหวนไปใช้ยาได้ก่อนที่จะเริ่มหวนไปใช้ยา เสพติดหรือสุราจริงๆ ข. กระบวนการกลับไปติดยา ค. พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยาและสารเสพติดเป็นอย่างไร พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยาและสารเสพติด คือพฤติกรรมหรือการกระท าที่เป็นส่วนหนึ่งของ การใช้ยาและสารเสพติดหรือสุรา ซึ่งมักจะท าเพื่อให้ได้ยาและสารเสพติดมาเสพหรือปิดบังการใช้ยาของตน เช่น การโกหก การขโมย การทาตัวเป็นคนไว้ใจไม่ได้ ฯลฯ การติดยาและสารเสพติด การรักษา หยุดเสพ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยา ความคิดที่ส่งเสริมให้เกิดการติดยา ป้องกันการกลับไปติดซ า คงสภาพหยุดการเสพยา ไม่มีการป้องกันการกลับไปติดซ า กลับไปติดซ า ท�า ท�า ท�า ส�า 14 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด โปรดระบุพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยาของคุณในอดีตที่ผ่านมา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… เพราะเหตุผลใดจึงเกิดพฤติกรรมเหล่านั นขึ น …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ง. การก่อตัวของอารมณ์ เป็นความรู้สึกที่สะสมมากขึ นเรื่อยๆ เกิดจากการที่คุณไม่จัดการกับอารมณ์ ความรู้สึก ต่างๆ และปล่อยให้รุนแรงมากขึ น จนทาให้เกิดอารมณ์ที่น าไปสู่การคิดถึงยาและสารเสพติด บางครั งอารมณ์ เหล่านี รุนแรงจนทนไม่ได้ ความรู้สึกที่น าไปสู่การก่อตัวของอารมณ์เช่นนี ได้แก่ ความเบื่อ ความวิตกกังวล ความคับข้องใจทางเพศ ความหงุดหงิด และความเศร้า เป็นต้น คุณเคยเกิดภาวะทางอารมณ์ใดบ้างที่เป็นตัวกระตุ้นให้คุณคิดถึงการใช้ยาและสารเสพติด …………………………………………………………………………………………………………………………………………… จ. อะไรเป็นความคิดที่ส่งเสริมให้เกิดการติดซ า ความคิดที่ส่งผลให้เกิดการยอมรับการเสพยาเสพติด หรือดื่มสุรา เช่น “ผมดื่มเพียงแก้วเดียว” “ใน เมื่อเขาคิดว่าผมดื่มเหล้าผมก็ดื่มเสียเลย” “ผมท างานหนักผมต้องพัก” “ใช้ยาอีกเพียงครั งเดียวไม่น่าจะติดซ า” ที่ผ่านมาความคิดที่ทาให้คุณติดยา หรือกลับไปติดซ า คืออะไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ฉ. ขั นตอนส าคัญของการป้องกันการกลับไปติดซ า คือ การจัดการทันทีที่คุณรู้สึกถึงสัญญาณอันตรายที่จะ กลับไปใช้ยาและสารเสพติด ดังนั นคุณจึงต้องมีแนวทางในการจัดการกับสัญญาณอันตรายที่เป็นทางเลือกใน การป้องกันการกลับไปติดซ า การกระทาข้อใดที่ได้ผลสาหรับคุณ …………. โทรหาผู้บ าบัด …………. โทรหาเพื่อนที่ไม่ใช้ยาและสารเสพติด …………..ไปพักผ่อน …………. คุยกับครอบครัว …………. คุยกับคู่สมรส/แฟน …………. ไปร่วมประชุมกลุ่มต่าง ๆ …………. ออกก าลังกาย …………. ปฏิบัติตนตามตารางกิจกรรมประจ าวันที่จัดไว้ …………. อื่นๆ ระบุ ……………………………………..………. ช. ปัจจุบันนี มีสัญญาณอันตรายใดที่เกิดขึ นกับตัวคุณบ้าง (ทั งด้านพฤติกรรม อารมณ์ และความคิด) …………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณมีวิธีการจัดการรับสัญญาณอันตรายดังกล่าว อย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.6 การป้องกันการกลับไปติดซ้ า ก. เพราะเหตุใดการป้องกันการกลับไปติดซ าจึงเป็นเรื่องส าคัญ การเลิกยาและสารเสพติดมีความหมายลึกซึ งมากกว่าเพียงแค่การไม่ใช้สุราหรือยาเสพติด ขั นแรกของ การบ าบัดรักษาคือ การหยุดใช้ยาเสพติด ขั นต่อไปคือไม่กลับไปใช้ยาเสพติดอีก ซึ่งเป็นสิ่งส าคัญอย่างมาก และ กระบวนการนี เรียกว่า “การป้องกันการกลับไปติดซ า” การกลับไปติดซ้ าคืออะไร การกลับไปติดซ า คือการหวนกลับไปใช้ยาและสารเสพติด ตลอดจนการกลับไปมีพฤติกรรมและ รูปแบบชีวิตที่เหมือนกับตอนใช้ยาเสพติดอีกภายหลังจากเลิกยาไปได้แล้ว ส่วนใหญ่มักพบว่า พฤติกรรมและ รูปแบบชีวิตดังกล่าวจะเกิดขึ นก่อนกลับไปติดซ าจริง ๆ การฝึกให้รู้ถึงจุดเริ่มต้นของการกลับไปติดซ าจะ สามารถช่วยให้บุคคลนั นหยุดกระบวนการกลับไปใช้ยาได้ก่อนที่จะเริ่มหวนไปใช้ยาได้ก่อนที่จะเริ่มหวนไปใช้ยา เสพติดหรือสุราจริงๆ ข. กระบวนการกลับไปติดยา ค. พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยาและสารเสพติดเป็นอย่างไร พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยาและสารเสพติด คือพฤติกรรมหรือการกระท าที่เป็นส่วนหนึ่งของ การใช้ยาและสารเสพติดหรือสุรา ซึ่งมักจะท าเพื่อให้ได้ยาและสารเสพติดมาเสพหรือปิดบังการใช้ยาของตน เช่น การโกหก การขโมย การทาตัวเป็นคนไว้ใจไม่ได้ ฯลฯ การติดยาและสารเสพติด การรักษา หยุดเสพ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยา ความคิดที่ส่งเสริมให้เกิดการติดยา ป้องกันการกลับไปติดซ า คงสภาพหยุดการเสพยา ไม่มีการป้องกันการกลับไปติดซ า กลับไปติดซ า สามารถช่วยให้บุคคลนั้นหยุดกระบวนการกลับไปใช้ยาได้ก่อนที่จะเริ่มหวนไปใช้ยาเสพติดหรือสุราจริงๆ ท�า
15 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด โปรดระบุพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยาของคุณในอดีตที่ผ่านมา …………………………………………………………………………………………………………………………………………… เพราะเหตุผลใดจึงเกิดพฤติกรรมเหล่านั นขึ น …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ง. การก่อตัวของอารมณ์ เป็นความรู้สึกที่สะสมมากขึ นเรื่อยๆ เกิดจากการที่คุณไม่จัดการกับอารมณ์ ความรู้สึก ต่างๆ และปล่อยให้รุนแรงมากขึ น จนทาให้เกิดอารมณ์ที่น าไปสู่การคิดถึงยาและสารเสพติด บางครั งอารมณ์ เหล่านี รุนแรงจนทนไม่ได้ ความรู้สึกที่น าไปสู่การก่อตัวของอารมณ์เช่นนี ได้แก่ ความเบื่อ ความวิตกกังวล ความคับข้องใจทางเพศ ความหงุดหงิด และความเศร้า เป็นต้น คุณเคยเกิดภาวะทางอารมณ์ใดบ้างที่เป็นตัวกระตุ้นให้คุณคิดถึงการใช้ยาและสารเสพติด …………………………………………………………………………………………………………………………………………… จ. อะไรเป็นความคิดที่ส่งเสริมให้เกิดการติดซ า ความคิดที่ส่งผลให้เกิดการยอมรับการเสพยาเสพติด หรือดื่มสุรา เช่น “ผมดื่มเพียงแก้วเดียว” “ใน เมื่อเขาคิดว่าผมดื่มเหล้าผมก็ดื่มเสียเลย” “ผมท างานหนักผมต้องพัก” “ใช้ยาอีกเพียงครั งเดียวไม่น่าจะติดซ า” ที่ผ่านมาความคิดที่ทาให้คุณติดยา หรือกลับไปติดซ า คืออะไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ฉ. ขั นตอนส าคัญของการป้องกันการกลับไปติดซ า คือ การจัดการทันทีที่คุณรู้สึกถึงสัญญาณอันตรายที่จะ กลับไปใช้ยาและสารเสพติด ดังนั นคุณจึงต้องมีแนวทางในการจัดการกับสัญญาณอันตรายที่เป็นทางเลือกใน การป้องกันการกลับไปติดซ า การกระทาข้อใดที่ได้ผลสาหรับคุณ …………. โทรหาผู้บ าบัด …………. โทรหาเพื่อนที่ไม่ใช้ยาและสารเสพติด …………..ไปพักผ่อน …………. คุยกับครอบครัว …………. คุยกับคู่สมรส/แฟน …………. ไปร่วมประชุมกลุ่มต่าง ๆ …………. ออกก าลังกาย …………. ปฏิบัติตนตามตารางกิจกรรมประจ าวันที่จัดไว้ …………. อื่นๆ ระบุ ……………………………………..………. ช. ปัจจุบันนี มีสัญญาณอันตรายใดที่เกิดขึ นกับตัวคุณบ้าง (ทั งด้านพฤติกรรม อารมณ์ และความคิด) …………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณมีวิธีการจัดการรับสัญญาณอันตรายดังกล่าว อย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 1.6 การป้องกันการกลับไปติดซ้ า ก. เพราะเหตุใดการป้องกันการกลับไปติดซ าจึงเป็นเรื่องส าคัญ การเลิกยาและสารเสพติดมีความหมายลึกซึ งมากกว่าเพียงแค่การไม่ใช้สุราหรือยาเสพติด ขั นแรกของ การบ าบัดรักษาคือ การหยุดใช้ยาเสพติด ขั นต่อไปคือไม่กลับไปใช้ยาเสพติดอีก ซึ่งเป็นสิ่งส าคัญอย่างมาก และ กระบวนการนี เรียกว่า “การป้องกันการกลับไปติดซ า” การกลับไปติดซ้ าคืออะไร การกลับไปติดซ า คือการหวนกลับไปใช้ยาและสารเสพติด ตลอดจนการกลับไปมีพฤติกรรมและ รูปแบบชีวิตที่เหมือนกับตอนใช้ยาเสพติดอีกภายหลังจากเลิกยาไปได้แล้ว ส่วนใหญ่มักพบว่า พฤติกรรมและ รูปแบบชีวิตดังกล่าวจะเกิดขึ นก่อนกลับไปติดซ าจริง ๆ การฝึกให้รู้ถึงจุดเริ่มต้นของการกลับไปติดซ าจะ สามารถช่วยให้บุคคลนั นหยุดกระบวนการกลับไปใช้ยาได้ก่อนที่จะเริ่มหวนไปใช้ยาได้ก่อนที่จะเริ่มหวนไปใช้ยา เสพติดหรือสุราจริงๆ ข. กระบวนการกลับไปติดยา ค. พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยาและสารเสพติดเป็นอย่างไร พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยาและสารเสพติด คือพฤติกรรมหรือการกระท าที่เป็นส่วนหนึ่งของ การใช้ยาและสารเสพติดหรือสุรา ซึ่งมักจะท าเพื่อให้ได้ยาและสารเสพติดมาเสพหรือปิดบังการใช้ยาของตน เช่น การโกหก การขโมย การทาตัวเป็นคนไว้ใจไม่ได้ ฯลฯ การติดยาและสารเสพติด การรักษา หยุดเสพ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการติดยา ความคิดที่ส่งเสริมให้เกิดการติดยา ป้องกันการกลับไปติดซ า คงสภาพหยุดการเสพยา ไม่มีการป้องกันการกลับไปติดซ า กลับไปติดซ า ท�า ท�า ท�า ส�า
17 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 2 ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ/ ความรู้สึกผิดละอายใจ การจัดการกับความเบื่อและท าตัวไม่ให้ว่าง ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ ความรู้สึกผิดละอายใจ การจัดการกับความเบื่อและท�าตัวไม่ให้ว่าง
17 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 2 ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ/ ความรู้สึกผิดละอายใจ การจัดการกับความเบื่อและท าตัวไม่ให้ว่าง ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ ความรู้สึกผิดละอายใจ การจัดการกับความเบื่อและท�าตัวไม่ให้ว่าง
19 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 2.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายนอก 2. ใบกิจกรรมที่ 2.2 แผนภูมิตัวกระตุ้น 3. ใบกิจกรรมที่ 2.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายใน 4. ใบกิจกรรมที่ 2.4 ตัวกระตุ้นที่ท าให้เสี่ยงต่อการเสพยา 5. ใบกิจกรรมที่ 2.5 ความรู้สึกผิดและความละอายใจ 6. ใบกิจกรรมที่ 2.6 การจัดการกับความเบื่อ และการท าตัวไม่ให้ว่าง ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 2 ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ, ความรู้สึกผิดละอายใจ, การจัดการกับความเบื่อและท าตัวไม่ให้ว่าง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องตัวกระตุ้นภายนอกและภายใน ประเมินระดับความเสี่ยงของ ตัวกระตุ้นและมีแนวทางในการจัดการอย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมที่ไม่ดีกับการเป็นคนไม่ดี และมีความตระหนัก ถึงความรู้สึกผิดและละอายใจของตนเอง และให้ความส าคัญกับการท าสิ่งที่จ าเป็นต่อการเลิกยา 3. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจสาเหตุที่เกิดความเบื่อในช่วงเลิกยาเสพติด มีการทบทวนและปรับกิจวัตร ประจ าวันของตนเองด้วยกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ให้น่าสนใจมากขึ้นเพื่อขจัดความเบื่อ ตลอดจนการมี สัมพันธภาพกับบุคคลอื่นๆ สาระส าคัญ 1. ตัวกระตุ้นไม่ว่าจะเป็นตัวกระตุ้นภายนอกและภายใน น าไปสู่ความอยากยาและการเสพยาในที่สุด การประเมินภาวะเสี่ยงจากตัวกระตุ้นจะช่วยให้ผู้ป่วยมีวิธีการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นได้อย่างเหมาะสม 2. คนที่มีพฤติกรรมไม่ดีไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไม่ดี ความรู้สึกผิดและละอายใจเป็นสิ่งที่ดี หาก ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกนี้ภายหลังจากที่ท าผิด เพราะมันหมายถึงผู้ป่วยยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี 3. ความเบื่อที่เกิดในช่วงเลิกยาเสพติดเกิดจากโครงสร้างหรือแบบแผนการด าเนินชีวิตเปลี่ยนไปจาก ช่วงติดยา รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของชีวเคมีในสมอง การปรับกิจกรรมเพื่อลดความเบื่อ และการท าตัวไม่ให้ ว่างมีความส าคัญเนื่องจากเวลาว่างอาจเป็นตัวกระตุ้นให้คิดถึงยาเสพติด จึงควรมีกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้าง พฤติกรรมใหม่หลังการเลิกยา วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรม 2. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 2.1 เพื่อให้ผู้ป่วยส ารวจตัวกระตุ้นภายนอกของตน จากนั้นเรียงล าดับความ เสี่ยงตัวกระตุ้นเหล่านั้นบนแผนภูมิความเสี่ยงในใบกิจกรรมที่ 2.2 ต่อด้วยการส ารวจตัวกระตุ้นภายในของตน ในใบกิจกรรมที่ 2.3 และเรียงล าดับความเสี่ยงตัวกระตุ้นเหล่านั้นบนแผนภูมิความเสี่ยงในใบกิจกรรมที่ 2.2 เพิ่มเติม กระตุ้นให้ผู้ป่วยในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเป็นระยะ และเน้นการหาแนวทางจัดการ กับตัวกระตุ้นตามความเสี่ยงแต่ละระดับร่วมกัน 3. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 2.5 โดยให้ผู้ป่วยผลัดกันอ่านข้อความ ก-จ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกันทีละข้อ 4. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 2.6 โดยให้ผู้ป่วยได้วิเคราะห์ตนเองเรื่องความเบื่อ วิธีลดความเบื่อ การท า ตัวไม่ให้ว่างด้วยการท ากิจกรรมที่น่าสนใจ โดยเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ของตนเอง 5. ผู้บ าบัดสรุปใจความส าคัญของกิจกรรมในครั้งนี้ และนัดหมายการพบกันในครั้งต่อกัน 18 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 2.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายนอก 2. ใบกิจกรรมที่ 2.2 แผนภูมิตัวกระตุ้น 3. ใบกิจกรรมที่ 2.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายใน 4. ใบกิจกรรมที่ 2.4 ตัวกระตุ้นที่ท าให้เสี่ยงต่อการเสพยา 5. ใบกิจกรรมที่ 2.5 ความรู้สึกผิดและความละอายใจ 6. ใบกิจกรรมที่ 2.6 การจัดการกับความเบื่อ และการท าตัวไม่ให้ว่าง ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 2 ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ, ความรู้สึกผิดละอายใจ, การจัดการกับความเบื่อและท าตัวไม่ให้ว่าง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องตัวกระตุ้นภายนอกและภายใน ประเมินระดับความเสี่ยงของ ตัวกระตุ้นและมีแนวทางในการจัดการอย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมที่ไม่ดีกับการเป็นคนไม่ดี และมีความตระหนัก ถึงความรู้สึกผิดและละอายใจของตนเอง และให้ความส าคัญกับการท าสิ่งที่จ าเป็นต่อการเลิกยา 3. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจสาเหตุที่เกิดความเบื่อในช่วงเลิกยาเสพติด มีการทบทวนและปรับกิจวัตร ประจ าวันของตนเองด้วยกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ให้น่าสนใจมากขึ้นเพื่อขจัดความเบื่อ ตลอดจนการมี สัมพันธภาพกับบุคคลอื่นๆ สาระส าคัญ 1. ตัวกระตุ้นไม่ว่าจะเป็นตัวกระตุ้นภายนอกและภายใน น าไปสู่ความอยากยาและการเสพยาในที่สุด การประเมินภาวะเสี่ยงจากตัวกระตุ้นจะช่วยให้ผู้ป่วยมีวิธีการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นได้อย่างเหมาะสม 2. คนที่มีพฤติกรรมไม่ดีไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไม่ดี ความรู้สึกผิดและละอายใจเป็นสิ่งที่ดี หาก ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกนี้ภายหลังจากที่ท าผิด เพราะมันหมายถึงผู้ป่วยยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี 3. ความเบื่อที่เกิดในช่วงเลิกยาเสพติดเกิดจากโครงสร้างหรือแบบแผนการด าเนินชีวิตเปลี่ยนไปจาก ช่วงติดยา รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของชีวเคมีในสมอง การปรับกิจกรรมเพื่อลดความเบื่อ และการท าตัวไม่ให้ ว่างมีความส าคัญเนื่องจากเวลาว่างอาจเป็นตัวกระตุ้นให้คิดถึงยาเสพติด จึงควรมีกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้าง พฤติกรรมใหม่หลังการเลิกยา วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรม 2. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 2.1 เพื่อให้ผู้ป่วยส ารวจตัวกระตุ้นภายนอกของตน จากนั้นเรียงล าดับความ เสี่ยงตัวกระตุ้นเหล่านั้นบนแผนภูมิความเสี่ยงในใบกิจกรรมที่ 2.2 ต่อด้วยการส ารวจตัวกระตุ้นภายในของตน ในใบกิจกรรมที่ 2.3 และเรียงล าดับความเสี่ยงตัวกระตุ้นเหล่านั้นบนแผนภูมิความเสี่ยงในใบกิจกรรมที่ 2.2 เพิ่มเติม กระตุ้นให้ผู้ป่วยในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเป็นระยะ และเน้นการหาแนวทางจัดการ กับตัวกระตุ้นตามความเสี่ยงแต่ละระดับร่วมกัน 3. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 2.5 โดยให้ผู้ป่วยผลัดกันอ่านข้อความ ก-จ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกันทีละข้อ 4. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 2.6 โดยให้ผู้ป่วยได้วิเคราะห์ตนเองเรื่องความเบื่อ วิธีลดความเบื่อ การท า ตัวไม่ให้ว่างด้วยการท ากิจกรรมที่น่าสนใจ โดยเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ของตนเอง 5. ผู้บ าบัดสรุปใจความส าคัญของกิจกรรมในครั้งนี้ และนัดหมายการพบกันในครั้งต่อกัน ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ, ความรู้สึกผิดละอายใจ, การจัดการกับความเบื่อและท�าตัวไม่ให้ว่าง
19 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 2.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายนอก 2. ใบกิจกรรมที่ 2.2 แผนภูมิตัวกระตุ้น 3. ใบกิจกรรมที่ 2.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายใน 4. ใบกิจกรรมที่ 2.4 ตัวกระตุ้นที่ท าให้เสี่ยงต่อการเสพยา 5. ใบกิจกรรมที่ 2.5 ความรู้สึกผิดและความละอายใจ 6. ใบกิจกรรมที่ 2.6 การจัดการกับความเบื่อ และการท าตัวไม่ให้ว่าง ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 2 ตัวกระตุ้นและวิธีการจัดการ, ความรู้สึกผิดละอายใจ, การจัดการกับความเบื่อและท าตัวไม่ให้ว่าง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องตัวกระตุ้นภายนอกและภายใน ประเมินระดับความเสี่ยงของ ตัวกระตุ้นและมีแนวทางในการจัดการอย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมที่ไม่ดีกับการเป็นคนไม่ดี และมีความตระหนัก ถึงความรู้สึกผิดและละอายใจของตนเอง และให้ความส าคัญกับการท าสิ่งที่จ าเป็นต่อการเลิกยา 3. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจสาเหตุที่เกิดความเบื่อในช่วงเลิกยาเสพติด มีการทบทวนและปรับกิจวัตร ประจ าวันของตนเองด้วยกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ให้น่าสนใจมากขึ้นเพื่อขจัดความเบื่อ ตลอดจนการมี สัมพันธภาพกับบุคคลอื่นๆ สาระส าคัญ 1. ตัวกระตุ้นไม่ว่าจะเป็นตัวกระตุ้นภายนอกและภายใน น าไปสู่ความอยากยาและการเสพยาในที่สุด การประเมินภาวะเสี่ยงจากตัวกระตุ้นจะช่วยให้ผู้ป่วยมีวิธีการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นได้อย่างเหมาะสม 2. คนที่มีพฤติกรรมไม่ดีไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไม่ดี ความรู้สึกผิดและละอายใจเป็นสิ่งที่ดี หาก ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกนี้ภายหลังจากที่ท าผิด เพราะมันหมายถึงผู้ป่วยยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี 3. ความเบื่อที่เกิดในช่วงเลิกยาเสพติดเกิดจากโครงสร้างหรือแบบแผนการด าเนินชีวิตเปลี่ยนไปจาก ช่วงติดยา รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของชีวเคมีในสมอง การปรับกิจกรรมเพื่อลดความเบื่อ และการท าตัวไม่ให้ ว่างมีความส าคัญเนื่องจากเวลาว่างอาจเป็นตัวกระตุ้นให้คิดถึงยาเสพติด จึงควรมีกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้าง พฤติกรรมใหม่หลังการเลิกยา วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรม 2. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 2.1 เพื่อให้ผู้ป่วยส ารวจตัวกระตุ้นภายนอกของตน จากนั้นเรียงล าดับความ เสี่ยงตัวกระตุ้นเหล่านั้นบนแผนภูมิความเสี่ยงในใบกิจกรรมที่ 2.2 ต่อด้วยการส ารวจตัวกระตุ้นภายในของตน ในใบกิจกรรมที่ 2.3 และเรียงล าดับความเสี่ยงตัวกระตุ้นเหล่านั้นบนแผนภูมิความเสี่ยงในใบกิจกรรมที่ 2.2 เพิ่มเติม กระตุ้นให้ผู้ป่วยในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเป็นระยะ และเน้นการหาแนวทางจัดการ กับตัวกระตุ้นตามความเสี่ยงแต่ละระดับร่วมกัน 3. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 2.5 โดยให้ผู้ป่วยผลัดกันอ่านข้อความ ก-จ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกันทีละข้อ 4. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 2.6 โดยให้ผู้ป่วยได้วิเคราะห์ตนเองเรื่องความเบื่อ วิธีลดความเบื่อ การท า ตัวไม่ให้ว่างด้วยการท ากิจกรรมที่น่าสนใจ โดยเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ของตนเอง 5. ผู้บ าบัดสรุปใจความส าคัญของกิจกรรมในครั้งนี้ และนัดหมายการพบกันในครั้งต่อกัน
21 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.2 แผนภูมิตัวกระตุ้น โปรดน ารายการตัวกระตุ้นของคุณ (จากใบกิจกรรมที่ 2.1 และ 2.3) มาจัดประเภทตามกลุ่มบุคคล สถานที่ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ และระบุลงในตารางด้านล่างนี้ ตามความสัมพันธ์กับการใช้ยาเสพติดของคุณ 0% 25% 50% 100% โอกาสในการ ใช้ยาเสพติด ไม่เคยใช้เลย ใช้บางครั้ง ใช้บ่อยๆ ใช้ทุกครั้ง บุคคล ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. สถานที่ ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. สิ่งของ ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. เหตุการณ์ ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. วัน/ เวลา ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. อารมณ์/ ความรู้สึก ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ปลอดภัย แม้จะมีความเสี่ยง ใช้ยาเสพติดน้อย แต่ไม่ควรประมาท มีความเสี่ยงใช้ยา เสพติดมาก คุณควร หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น เหล่านี้ ต้องหลีกเลี่ยง ตัวกระตุ้นนี้เด็ดขาด เพื่อไม่ให้กลับไปใช้ ยาเสพติดอีก 20 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.2 แผนภูมิตัวกระตุ้น โปรดน ารายการตัวกระตุ้นของคุณ (จากใบกิจกรรมที่ 2.1 และ 2.3) มาจัดประเภทตามกลุ่มบุคคล สถานที่ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ และระบุลงในตารางด้านล่างนี้ ตามความสัมพันธ์กับการใช้ยาเสพติดของคุณ 0% 25% 50% 100% โอกาสในการ ใช้ยาเสพติด ไม่เคยใช้เลย ใช้บางครั้ง ใช้บ่อยๆ ใช้ทุกครั้ง บุคคล ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. สถานที่ ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. สิ่งของ ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. เหตุการณ์ ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. วัน/ เวลา ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. อารมณ์/ ความรู้สึก ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ปลอดภัย แม้จะมีความเสี่ยง ใช้ยาเสพติดน้อย แต่ไม่ควรประมาท มีความเสี่ยงใช้ยา เสพติดมาก คุณควร หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น เหล่านี้ ต้องหลีกเลี่ยง ตัวกระตุ้นนี้เด็ดขาด เพื่อไม่ให้กลับไปใช้ ยาเสพติดอีก ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายนอก โปรดอ่านรายชื่อตัวกระตุ้นภายนอกต่อไปนี้ และท าเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ มากที่สุด ว่าตัวกระตุ้นมีผลท าให้คุณใช้ยาเสพติดบ่อยครั้งเพียงใด ตัวกระตุ้นภายนอก ไม่เคยใช้เลย ใช้บางครั้ง ใช้บ่อยๆ ใช้ทุกครั้ง อยู่บ้านคนเดียว อยู่บ้านกับเพื่อน ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ งานเลี้ยง เชียร์กีฬา ดูภาพยนตร์ บาร์/คลับ ชายหาด ชมดนตรี สวนสาธารณะ เมื่อมีน้ าหนักตัวเพิ่มขึ้น ก่อนมีนัดกับเพื่อนต่างเพศ ระหว่างมีนัดกับเพื่อนต่างเพศ ก่อนที่มีเพศสัมพันธ์ หลังมีเพศสัมพันธ์ ก่อนท างาน เมื่อมีเงิน หลังจากพบผู้ขายยาเสพติด อยู่/พบหน้ากับเพื่อนที่เคยเสพยา ในร้ายขายเหล้า บ้าน/สถานที่ซื้อยาเสพติด หลังได้รับเงินเดือน ก่อนออกไปทานอาหารเย็นนอกบ้าน ก่อนหรือหลังอาหารเช้า ก่อนหรือหลังอาหารกลางวัน ก่อนหรือหลังอาหารค่ า หลังเลิกงาน ผ่านแหล่งจ าหน่ายยาเสพติด โรงเรียน ขับรถ ในกลุ่มเพื่อนบ้าน ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.1 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายนอก โปรดอ่านรายชื่อตัวกระตุ้นภายนอกต่อไปนี้ และท าเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความรู้สึกของคุณมาก ที่สุดว่าตัวกระตุ้นมีผลท าให้คุณใช้ยาเสพติดบ่อยครั้งเพียงใด ตัวกระตุ้นภายนอก ไม่เคยใช้เลย ใช้บางครั้ง ใช้บ่อยๆ ใช้ทุกครั้ง อยู่บ้านคนเดียว อยู่บ้านกับเพื่อน ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ งานเลี้ยง เชียร์กีฬา ดูภาพยนตร์ บาร์/คลับ ชายหาด ชมดนตรี สวนสาธารณะ เมื่อมีน้ าหนักตัวเพิ่มขึ้น ก่อนมีนัดกับเพื่อนต่างเพศ ระหว่างมีนัดกับเพื่อนต่างเพศ ก่อนที่มีเพศสัมพันธ์ หลังมีเพศสัมพันธ์ ก่อนท างาน เมื่อมีเงิน หลังจากพบผู้ขายยาเสพติด อยู่/พบหน้ากับเพื่อนที่เคยเสพยา ในร้ายขายเหล้า บ้าน/สถานที่ซื้อยาเสพติด หลังได้รับเงินเดือน ก่อนออกไปทานอาหารเย็นนอกบ้าน ก่อนหรือหลังอาหารเช้า ก่อนหรือหลังอาหารกลางวัน ก่อนหรือหลังอาหารค่ า หลังเลิกงาน ผ่านแหล่งจ าหน่ายยาเสพติด โรงเรียน ขับรถ ในกลุ่มเพื่อนบ้าน
21 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.2 แผนภูมิตัวกระตุ้น โปรดน ารายการตัวกระตุ้นของคุณ (จากใบกิจกรรมที่ 2.1 และ 2.3) มาจัดประเภทตามกลุ่มบุคคล สถานที่ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ และระบุลงในตารางด้านล่างนี้ ตามความสัมพันธ์กับการใช้ยาเสพติดของคุณ 0% 25% 50% 100% โอกาสในการ ใช้ยาเสพติด ไม่เคยใช้เลย ใช้บางครั้ง ใช้บ่อยๆ ใช้ทุกครั้ง บุคคล ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. สถานที่ ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. สิ่งของ ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. เหตุการณ์ ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. วัน/ เวลา ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. อารมณ์/ ความรู้สึก ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ………………………….. ปลอดภัย แม้จะมีความเสี่ยง ใช้ยาเสพติดน้อย แต่ไม่ควรประมาท มีความเสี่ยงใช้ยา เสพติดมาก คุณควร หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น เหล่านี้ ต้องหลีกเลี่ยง ตัวกระตุ้นนี้เด็ดขาด เพื่อไม่ให้กลับไปใช้ ยาเสพติดอีก
23 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.4 ตัวกระตุ้นที่ท าให้เสี่ยงต่อการเสพยา ก. โปรดท าเครื่องหมาย หน้าตัวกระตุ้นที่ท าให้คุณเสี่ยงต่อการเสพยา ........................... ตัวกระตุ้นทางเพศ บุคคล ภาพหรือวิดีโอที่แสดงถึงบุคคลที่ดูยั่วยวน เป็นสิ่งกระตุ้นความต้องการทางเพศ และเกิดอาการอยากยา .......................... บาร์/ คลับ หลายคนรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ไปสถานเริงรมย์เป็นเวลานาน จึงต้องการทดลองและพิสูจน์ว่า ตนเองสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้เสพยาหรือดื่มเหล้าได้หรือไม่ การเข้าไปในสถานเริงรมย์ เป็นการเสี่ยง เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นที่รุนแรงและท าให้คุณอยากยา สุดท้ายคุณ อาจจะกลับไปใช้ยาเสพติดอีก .......................... เหล้า การดื่มเหล้าท าให้สมองลดความสามารถในการควบคุมตนเองในการเอาชนะอาการอยากยา และเป็นการเพิ่มความอยากยาอีกด้วย .......................... การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส การไม่มีเพศสัมพันธ์เป็นการลดตัวกระตุ้นในระยะแรกของการหยุดยา รวมถึงพฤติกรรมการ โกหกและคดโกง สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดเป็นนิสัยประจ าตัวได้ ข. การหลีกเลี่ยงการเผชิญตัวกระตุ้น ให้ผู้ป่วยในกลุ่มแลกเปลี่ยนและอภิปรายร่วมกัน ถึงตัวกระตุ้น และวิธีการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นเพื่อ ป้องกันการกลับไปเสพซ้ า ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายใน ก. โปรดอ่านรายชื่อตัวกระตุ้นภายในต่อไปนี้ และท าเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ มากที่สุดว่าตัวกระตุ้นมีผลท าให้คุณใช้ยาเสพติดบ่อยครั้งเพียงใด ตัวกระตุ้นภายใน ไม่เคยใช้เลย ใช้บางครั้ง ใช้บ่อยๆ ใช้ทุกครั้ง ความกลัว ความโกรธ เชื่อมั่น ถูกวิจารณ์ ถูกจับผิด ซึมเศร้า กระอักกระอ่วน ตื่นเต้น เหนื่อยล้า ความคับข้องใจ ความส านึกผิด ความสุข ขาดความเชื่อมั่น ไม่ปลอดภัย กระสับกระส่าย อิจฉา/หึงหวง โดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง กระวนกระวายใจ/หงุดหงิด อารมณ์รักใคร่ กดดัน ผ่อนคลาย เสียใจ เบื่อหน่าย ข. กลับไปที่แผนภูมิตัวกระตุ้น (ใบกิจกรรมที่ 2.2) และเพิ่มตัวกระตุ้นเหล่านี้ลงไป 22 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.4 ตัวกระตุ้นที่ท าให้เสี่ยงต่อการเสพยา ก. โปรดท าเครื่องหมาย หน้าตัวกระตุ้นที่ท าให้คุณเสี่ยงต่อการเสพยา ........................... ตัวกระตุ้นทางเพศ บุคคล ภาพหรือวิดีโอที่แสดงถึงบุคคลที่ดูยั่วยวน เป็นสิ่งกระตุ้นความต้องการทางเพศ และเกิดอาการอยากยา .......................... บาร์/ คลับ หลายคนรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ไปสถานเริงรมย์เป็นเวลานาน จึงต้องการทดลองและพิสูจน์ว่า ตนเองสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้เสพยาหรือดื่มเหล้าได้หรือไม่ การเข้าไปในสถานเริงรมย์ เป็นการเสี่ยง เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นที่รุนแรงและท าให้คุณอยากยา สุดท้ายคุณ อาจจะกลับไปใช้ยาเสพติดอีก .......................... เหล้า การดื่มเหล้าท าให้สมองลดความสามารถในการควบคุมตนเองในการเอาชนะอาการอยากยา และเป็นการเพิ่มความอยากยาอีกด้วย .......................... การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส การไม่มีเพศสัมพันธ์เป็นการลดตัวกระตุ้นในระยะแรกของการหยุดยา รวมถึงพฤติกรรมการ โกหกและคดโกง สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดเป็นนิสัยประจ าตัวได้ ข. การหลีกเลี่ยงการเผชิญตัวกระตุ้น ให้ผู้ป่วยในกลุ่มแลกเปลี่ยนและอภิปรายร่วมกัน ถึงตัวกระตุ้น และวิธีการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นเพื่อ ป้องกันการกลับไปเสพซ้ า ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายใน ก. โปรดอ่านรายชื่อตัวกระตุ้นภายในต่อไปนี้ และท าเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ มากที่สุดว่าตัวกระตุ้นมีผลท าให้คุณใช้ยาเสพติดบ่อยครั้งเพียงใด ตัวกระตุ้นภายใน ไม่เคยใช้เลย ใช้บางครั้ง ใช้บ่อยๆ ใช้ทุกครั้ง ความกลัว ความโกรธ เชื่อมั่น ถูกวิจารณ์ ถูกจับผิด ซึมเศร้า กระอักกระอ่วน ตื่นเต้น เหนื่อยล้า ความคับข้องใจ ความส านึกผิด ความสุข ขาดความเชื่อมั่น ไม่ปลอดภัย กระสับกระส่าย อิจฉา/หึงหวง โดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง กระวนกระวายใจ/หงุดหงิด อารมณ์รักใคร่ กดดัน ผ่อนคลาย เสียใจ เบื่อหน่าย ข. กลับไปที่แผนภูมิตัวกระตุ้น (ใบกิจกรรมที่ 2.2) และเพิ่มตัวกระตุ้นเหล่านี้ลงไป ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายใน ก. โปรดอ่านรายชื่อตัวกระตุ้นภายในต่อไปนี้ และท าเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ มากที่สุดว่าตัวกระตุ้นมีผลท าให้คุณใช้ยาเสพติดบ่อยครั้งเพียงใด ตัวกระตุ้นภายใน ไม่เคยใช้เลย ใช้บางครั้ง ใช้บ่อยๆ ใช้ทุกครั้ง ความกลัว ความโกรธ เชื่อมั่น ถูกวิจารณ์ ถูกจับผิด ซึมเศร้า กระอักกระอ่วน ตื่นเต้น เหนื่อยล้า ความคับข้องใจ ความส านึกผิด ความสุข ขาดความเชื่อมั่น ไม่ปลอดภัย กระสับกระส่าย อิจฉา/หึงหวง โดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง กระวนกระวายใจ/หงุดหงิด อารมณ์รักใคร่ กดดัน ผ่อนคลาย เสียใจ เบื่อหน่าย ข. กลับไปที่แผนภูมิตัวกระตุ้น (ใบกิจกรรมที่ 2.2) และเพิ่มตัวกระตุ้นเหล่านี้ลงไป
23 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.4 ตัวกระตุ้นที่ท าให้เสี่ยงต่อการเสพยา ก. โปรดท าเครื่องหมาย หน้าตัวกระตุ้นที่ท าให้คุณเสี่ยงต่อการเสพยา ........................... ตัวกระตุ้นทางเพศ บุคคล ภาพหรือวิดีโอที่แสดงถึงบุคคลที่ดูยั่วยวน เป็นสิ่งกระตุ้นความต้องการทางเพศ และเกิดอาการอยากยา .......................... บาร์/ คลับ หลายคนรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ไปสถานเริงรมย์เป็นเวลานาน จึงต้องการทดลองและพิสูจน์ว่า ตนเองสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้เสพยาหรือดื่มเหล้าได้หรือไม่ การเข้าไปในสถานเริงรมย์ เป็นการเสี่ยง เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นที่รุนแรงและท าให้คุณอยากยา สุดท้ายคุณ อาจจะกลับไปใช้ยาเสพติดอีก .......................... เหล้า การดื่มเหล้าท าให้สมองลดความสามารถในการควบคุมตนเองในการเอาชนะอาการอยากยา และเป็นการเพิ่มความอยากยาอีกด้วย .......................... การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส การไม่มีเพศสัมพันธ์เป็นการลดตัวกระตุ้นในระยะแรกของการหยุดยา รวมถึงพฤติกรรมการ โกหกและคดโกง สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดเป็นนิสัยประจ าตัวได้ ข. การหลีกเลี่ยงการเผชิญตัวกระตุ้น ให้ผู้ป่วยในกลุ่มแลกเปลี่ยนและอภิปรายร่วมกัน ถึงตัวกระตุ้น และวิธีการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นเพื่อ ป้องกันการกลับไปเสพซ้ า ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.3 แบบสอบถามเกี่ยวกับตัวกระตุ้นภายใน ก. โปรดอ่านรายชื่อตัวกระตุ้นภายในต่อไปนี้ และท าเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ มากที่สุดว่าตัวกระตุ้นมีผลท าให้คุณใช้ยาเสพติดบ่อยครั้งเพียงใด ตัวกระตุ้นภายใน ไม่เคยใช้เลย ใช้บางครั้ง ใช้บ่อยๆ ใช้ทุกครั้ง ความกลัว ความโกรธ เชื่อมั่น ถูกวิจารณ์ ถูกจับผิด ซึมเศร้า กระอักกระอ่วน ตื่นเต้น เหนื่อยล้า ความคับข้องใจ ความส านึกผิด ความสุข ขาดความเชื่อมั่น ไม่ปลอดภัย กระสับกระส่าย อิจฉา/หึงหวง โดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง กระวนกระวายใจ/หงุดหงิด อารมณ์รักใคร่ กดดัน ผ่อนคลาย เสียใจ เบื่อหน่าย ข. กลับไปที่แผนภูมิตัวกระตุ้น (ใบกิจกรรมที่ 2.2) และเพิ่มตัวกระตุ้นเหล่านี้ลงไป
25 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด คุณไม่สามารถเลิกยาและสารเสพติดได้ส าเร็จโดยการกระท าเหล่านี้ 1. พยายามใช้พลังความตั้งใจ 2. พยายามท าตัวให้เข้มแข็ง 3. พยายามท าตัวเป็นคนดี คุณจะต้องปฏิบัติสิ่งต่อไปนี้เพิ่มขึ้นจึงจะท าให้เลิกยาเสพติดได้ 1. จงท าตัวให้เป็นคนฉลาด/ รู้จักแก้ไขสถานการณ์/ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น 2. ใช้ความพยายามอย่างมาก อดทนสู้ต่อ ลงมือท าอย่างจริงจังและสม่ าเสมอ จ. คุณคิดว่า สิ่งที่จ าเป็นที่ต้องปฏิบัติในการเลิกยาเสพติดของคุณ คืออะไร ................................................................................................................................................................ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.5 ความรู้สึกผิดและความละอายใจ ก. ความรู้สึกผิด เป็นความรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ตนเองได้กระท าลงไป เช่น “ฉันเสียใจ ฉันเสียเวลาใช้ยามากเกินไป และไม่สนใจครอบครัว” ส่วนความละอายใจ เป็นความรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวคุณเองหรือสิ่งที่คุณเป็น เช่น “ฉัน หมดหวังและไม่มีค่า” ที่ผ่านมามีเหตุการณ์หรือการกระท าใดบ้างที่ท าให้คุณรู้สึกผิด เพราะเหตุใด ................................................................................................................................................................ ข. ความรู้สึกผิดเป็นปฏิกิริยาที่ดี เพราะมันหมายถึง คุณท าบางอย่างที่ขัดแย้งกับจริยธรรมและคุณธรรมของ ตนเอง และคุณรู้สึกว่าสิ่งที่ท าลงไปไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนจะรู้สึกผิดในบางสิ่งที่เคยท าลงไป สิ่งส าคัญ คือ การท าจิตใจให้สงบลง ให้อภัยตนเอง บางทีอาจหมายถึงการชดเชยแก้ไขในสิ่งที่คุณได้พูดหรือท าพลาดไป ให้ดีขึ้น แต่คุณไม่จ าเป็นต้องน าความรู้สึกผิดเหล่านั้นมาท าร้ายตนเอง จ าไว้ว่า 1. คนเรามีโอกาสท าผิดพลาดได้ 2. คุณสามารถพูดค าว่า “ฉันไม่ทราบ” “ฉันไม่ได้ตั้งใจ” “ฉันไม่เข้าใจ” ได้เพราะคุณเองก็ไม่อยากให้ เกิดความผิดพลาดขึ้น 3. คุณไม่จ าเป็นต้องบอกหรืออธิบายต่อใครๆ ว่าคุณได้ท าในสิ่งที่แสดงถึงความรับผิดชอบ ขณะนี้คุณยังรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เขียนไว้ข้างต้น (ข้อ ก) หรือไม่ และคุณจะท าอะไรบ้างเพื่อแก้ไข สถานการณ์หรือเหตุการณ์นั้นให้ดีขึ้น ................................................................................................................................................................ ค. ความละอายใจ: โปรดท าเครื่องหมาย ลงหน้าข้อที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ ............ คุณรู้สึกละอายใจที่ติดยาเสพติดหรือไม่ ............ คุณรู้สึกอ่อนแอเนื่องจากคุณไม่สามารถหยุดยาเสพติดได้หรือไม่ ............ คุณรู้สึกโง่เขลาในสิ่งที่ท าไปแล้วหรือไม่ ............ คุณรู้สึกเป็นคนไม่ดีที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ง. ไม่มีใครรู้ว่าท าไมบางคนสามารถหยุดยาเสพติดได้ทันทีที่เขาตัดสินใจเลิก แต่บางคนไม่สามารถหยุดได้ งานวิจัยแสดงให้เห็นถึงสาเหตุหลายประการที่ท าให้คนติดยาเสพติด ได้แก่ ประวัติครอบครัว พันธุกรรม ลักษณะทางกายภาพของแต่ละคนที่ส่งผลต่อการหยุดยาที่ต่างกัน สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับความไม่ดี โง่เขลา หรือ อ่อนแอ เนื่องจากภาวะการติดยาเสพติดส่งผลกระทบกับแต่ละบุคคลแตกต่างกัน 24 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด คุณไม่สามารถเลิกยาและสารเสพติดได้ส าเร็จโดยการกระท าเหล่านี้ 1. พยายามใช้พลังความตั้งใจ 2. พยายามท าตัวให้เข้มแข็ง 3. พยายามท าตัวเป็นคนดี คุณจะต้องปฏิบัติสิ่งต่อไปนี้เพิ่มขึ้นจึงจะท าให้เลิกยาเสพติดได้ 1. จงท าตัวให้เป็นคนฉลาด/ รู้จักแก้ไขสถานการณ์/ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น 2. ใช้ความพยายามอย่างมาก อดทนสู้ต่อ ลงมือท าอย่างจริงจังและสม่ าเสมอ จ. คุณคิดว่า สิ่งที่จ าเป็นที่ต้องปฏิบัติในการเลิกยาเสพติดของคุณ คืออะไร ................................................................................................................................................................ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.5 ความรู้สึกผิดและความละอายใจ ก. ความรู้สึกผิด เป็นความรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ตนเองได้กระท าลงไป เช่น “ฉันเสียใจ ฉันเสียเวลาใช้ยามากเกินไป และไม่สนใจครอบครัว” ส่วนความละอายใจ เป็นความรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวคุณเองหรือสิ่งที่คุณเป็น เช่น “ฉัน หมดหวังและไม่มีค่า” ที่ผ่านมามีเหตุการณ์หรือการกระท าใดบ้างที่ท าให้คุณรู้สึกผิด เพราะเหตุใด ................................................................................................................................................................ ข. ความรู้สึกผิดเป็นปฏิกิริยาที่ดี เพราะมันหมายถึง คุณท าบางอย่างที่ขัดแย้งกับจริยธรรมและคุณธรรมของ ตนเอง และคุณรู้สึกว่าสิ่งที่ท าลงไปไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนจะรู้สึกผิดในบางสิ่งที่เคยท าลงไป สิ่งส าคัญ คือ การท าจิตใจให้สงบลง ให้อภัยตนเอง บางทีอาจหมายถึงการชดเชยแก้ไขในสิ่งที่คุณได้พูดหรือท าพลาดไป ให้ดีขึ้น แต่คุณไม่จ าเป็นต้องน าความรู้สึกผิดเหล่านั้นมาท าร้ายตนเอง จ าไว้ว่า 1. คนเรามีโอกาสท าผิดพลาดได้ 2. คุณสามารถพูดค าว่า “ฉันไม่ทราบ” “ฉันไม่ได้ตั้งใจ” “ฉันไม่เข้าใจ” ได้เพราะคุณเองก็ไม่อยากให้ เกิดความผิดพลาดขึ้น 3. คุณไม่จ าเป็นต้องบอกหรืออธิบายต่อใครๆ ว่าคุณได้ท าในสิ่งที่แสดงถึงความรับผิดชอบ ขณะนี้คุณยังรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เขียนไว้ข้างต้น (ข้อ ก) หรือไม่ และคุณจะท าอะไรบ้างเพื่อแก้ไข สถานการณ์หรือเหตุการณ์นั้นให้ดีขึ้น ................................................................................................................................................................ ค. ความละอายใจ: โปรดท าเครื่องหมาย ลงหน้าข้อที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ ............ คุณรู้สึกละอายใจที่ติดยาเสพติดหรือไม่ ............ คุณรู้สึกอ่อนแอเนื่องจากคุณไม่สามารถหยุดยาเสพติดได้หรือไม่ ............ คุณรู้สึกโง่เขลาในสิ่งที่ท าไปแล้วหรือไม่ ............ คุณรู้สึกเป็นคนไม่ดีที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ง. ไม่มีใครรู้ว่าท าไมบางคนสามารถหยุดยาเสพติดได้ทันทีที่เขาตัดสินใจเลิก แต่บางคนไม่สามารถหยุดได้ งานวิจัยแสดงให้เห็นถึงสาเหตุหลายประการที่ท าให้คนติดยาเสพติด ได้แก่ ประวัติครอบครัว พันธุกรรม ลักษณะทางกายภาพของแต่ละคนที่ส่งผลต่อการหยุดยาที่ต่างกัน สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับความไม่ดี โง่เขลา หรือ อ่อนแอ เนื่องจากภาวะการติดยาเสพติดส่งผลกระทบกับแต่ละบุคคลแตกต่างกัน
25 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด คุณไม่สามารถเลิกยาและสารเสพติดได้ส าเร็จโดยการกระท าเหล่านี้ 1. พยายามใช้พลังความตั้งใจ 2. พยายามท าตัวให้เข้มแข็ง 3. พยายามท าตัวเป็นคนดี คุณจะต้องปฏิบัติสิ่งต่อไปนี้เพิ่มขึ้นจึงจะท าให้เลิกยาเสพติดได้ 1. จงท าตัวให้เป็นคนฉลาด/ รู้จักแก้ไขสถานการณ์/ หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น 2. ใช้ความพยายามอย่างมาก อดทนสู้ต่อ ลงมือท าอย่างจริงจังและสม่ าเสมอ จ. คุณคิดว่า สิ่งที่จ าเป็นที่ต้องปฏิบัติในการเลิกยาเสพติดของคุณ คืออะไร ................................................................................................................................................................ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 2.5 ความรู้สึกผิดและความละอายใจ ก. ความรู้สึกผิด เป็นความรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ตนเองได้กระท าลงไป เช่น “ฉันเสียใจ ฉันเสียเวลาใช้ยามากเกินไป และไม่สนใจครอบครัว” ส่วนความละอายใจ เป็นความรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวคุณเองหรือสิ่งที่คุณเป็น เช่น “ฉัน หมดหวังและไม่มีค่า” ที่ผ่านมามีเหตุการณ์หรือการกระท าใดบ้างที่ท าให้คุณรู้สึกผิด เพราะเหตุใด ................................................................................................................................................................ ข. ความรู้สึกผิดเป็นปฏิกิริยาที่ดี เพราะมันหมายถึง คุณท าบางอย่างที่ขัดแย้งกับจริยธรรมและคุณธรรมของ ตนเอง และคุณรู้สึกว่าสิ่งที่ท าลงไปไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนจะรู้สึกผิดในบางสิ่งที่เคยท าลงไป สิ่งส าคัญ คือ การท าจิตใจให้สงบลง ให้อภัยตนเอง บางทีอาจหมายถึงการชดเชยแก้ไขในสิ่งที่คุณได้พูดหรือท าพลาดไป ให้ดีขึ้น แต่คุณไม่จ าเป็นต้องน าความรู้สึกผิดเหล่านั้นมาท าร้ายตนเอง จ าไว้ว่า 1. คนเรามีโอกาสท าผิดพลาดได้ 2. คุณสามารถพูดค าว่า “ฉันไม่ทราบ” “ฉันไม่ได้ตั้งใจ” “ฉันไม่เข้าใจ” ได้เพราะคุณเองก็ไม่อยากให้ เกิดความผิดพลาดขึ้น 3. คุณไม่จ าเป็นต้องบอกหรืออธิบายต่อใครๆ ว่าคุณได้ท าในสิ่งที่แสดงถึงความรับผิดชอบ ขณะนี้คุณยังรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เขียนไว้ข้างต้น (ข้อ ก) หรือไม่ และคุณจะท าอะไรบ้างเพื่อแก้ไข สถานการณ์หรือเหตุการณ์นั้นให้ดีขึ้น ................................................................................................................................................................ ค. ความละอายใจ: โปรดท าเครื่องหมาย ลงหน้าข้อที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ ............ คุณรู้สึกละอายใจที่ติดยาเสพติดหรือไม่ ............ คุณรู้สึกอ่อนแอเนื่องจากคุณไม่สามารถหยุดยาเสพติดได้หรือไม่ ............ คุณรู้สึกโง่เขลาในสิ่งที่ท าไปแล้วหรือไม่ ............ คุณรู้สึกเป็นคนไม่ดีที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ง. ไม่มีใครรู้ว่าท าไมบางคนสามารถหยุดยาเสพติดได้ทันทีที่เขาตัดสินใจเลิก แต่บางคนไม่สามารถหยุดได้ งานวิจัยแสดงให้เห็นถึงสาเหตุหลายประการที่ท าให้คนติดยาเสพติด ได้แก่ ประวัติครอบครัว พันธุกรรม ลักษณะทางกายภาพของแต่ละคนที่ส่งผลต่อการหยุดยาที่ต่างกัน สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับความไม่ดี โง่เขลา หรือ อ่อนแอ เนื่องจากภาวะการติดยาเสพติดส่งผลกระทบกับแต่ละบุคคลแตกต่างกัน
27 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 1. คนที่มีเวลาว่างไม่มีอะไรท ามักหวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีก สมองที่ติดยาจะเริ่มคิดถึงการใช้ยาเสพ ติดในอดีตและความคิดนี้จะกระตุ้นให้เกิดความอยากยาที่น าไปสู่การกลับไปเสพซ้ าได้ เวลาว่างเป็นตัวกระตุ้นให้คุณอยากใช้ยาและเสพติดหรือไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ คุณมีวิธีการป้องกันการกลับไปเสพซ้ า เมื่อคุณมีเวลาว่างได้อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. เมื่อติดยาเสพติดไประยะหนึ่งผู้ติดยาจะเริ่มแยกตัว การอยู่ท่ามกลางคนอื่นท าให้เขารู้สึกไม่สบาย อึดอัดและร าคาญ การอยู่ตามล าพังรู้สึกว่าถูกรบกวนและอึดอัดน้อยกว่า คุณแยกตัวเองอยู่ตามล าพังในช่วงที่คุณใช้ยาเสพติดหรือไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขณะนี้การอยู่คนเดียวท าให้คุณคิดถึงประสบการณ์เดิมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดหรือไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. ชีวิตน่าสนใจมากขึ้นเมื่อได้เกี่ยวข้องกับคนอื่นและท ากิจกรรมบางอย่างร่วมกัน บางครั้งการใช้ชีวิต โดยไม่ใช้ยาเสพติดท าให้ชีวิตรู้สึกจืดชืด คุณอาจรู้สึกว่าการหยุดใช้ยาเป็นสิ่งน่าเบื่อ ชีวิตช่วงที่ใช้ยาและสารเสพ ติดมีความตื่นเต้น มีความสุขมากกว่า คุณเคยมีความรู้สึกเช่นนี้บ้างหรือไม่ และคุณคิดว่าท าอย่างไรให้รู้สึกสนุกได้โดยไม่ต้องใช้ยาเสพติด ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 4. ในช่วงที่คุณติดยาเสพติด คุณได้เปลี่ยนกิจกรรมหลายอย่างที่เคยท าและอาจละทิ้งกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเพื่อนหรือคนที่เคยคบหาด้วย การหวนกลับไปท าอะไรบางอย่างหรือหวนกลับไปหาคนที่เคยคบกัน เป็น สิ่งจ าเป็นส าหรับการเลิกยาเสพติด คุณได้กลับไปสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น หรือท ากิจกรรมใหม่ๆ อย่างไรบ้าง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่2.6 การจัดการกับความเบื่อ และการท าตัวไม่ให้ว่าง ก. คนที่หยุดใช้ยามักรู้สึกว่าชีวิตน่าเบื่อ สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทาให้เกิดความเบื่อ มีดังนี้ 1. โครงสร้างหรือแบบแผนการด าเนินชีวิตเปลี่ยนไปจากช่วงติดยาและสารเสพติด 2. การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองระหว่างการเลิกยา 3. ผู้ใช้ยาเสพติดมักมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย อารมณ์ปกติจะรู้สึกราบเรียบเมื่อเปรียบเทียบกับช่วง ติดยา คนที่หยุดยาได้นานจะมีปัญหาความเบื่อน้อยลง แสดงว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว ในช่วงที่คุณหยุดใช้ยาเสพติด คุณเคยเกิดความรู้สึกเบื่อหรือไม่อย่างไร ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ข. วิธีลดความเบื่อ 1. ขอให้ระลึกถึงกิจกรรมนันทนาการที่เคยเป็นที่ชื่นชอบของคุณก่อนติดยา คุณได้กลับไปท าสิ่ง เหล่านั้นบ้างหรือไม่ และคุณเริ่มมีกิจกรรมใหม่ที่น่าสนใจหรือยัง 2. คุณสามารถวางแผนที่จะท าบางอย่างที่คุณชื่นชอบและรอคอยบ้างหรือไม่ คุณไม่ได้ลาพักผ่อนหรือ ไปเที่ยวพักผ่อนมานานแค่ไหนแล้ว 3. คุยกับคู่สมรสหรือเพื่อนสนิทเกี่ยวกับความเบื่อ พวกเขารู้สึกเบื่อเหมือนคุณบ้างหรือไม่ และพวกเขา มีข้อแนะน าที่น่าสนใจอะไรบ้าง 4. พยายามวางแผนตารางกิจกรรมในชีวิตประจ าวัน การบังคับตนเองให้เขียนกิจกรรมประจ าวันลงใน ตาราง จะช่วยให้คุณได้เห็นว่าควรจะเพิ่มเติมกิจกรรมที่น่าสนใจลงไปตรงไหนบ้าง 5. บางครั้งความเบื่อเป็นผลจากกิจกรรมประจ าวันของคุณที่ไม่มีความท้าทายเพียงพอ จงท าบางอย่าง ที่ช่วยให้คุณได้พัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ค. คุณคิดว่าสิ่งที่กล่าวข้างต้นข้อใดบ้างเป็นประโยชน์ต่อคุณ คุณคิดว่าการแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ ในการต่อสู้กับ ความเบื่อเป็นเรื่องส าคัญมากส าหรับคุณ หรือไม่ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ง. การท าตัวไม่ให้ว่าง เป็นสิ่งส าคัญอันดับแรกของการบ าบัดรักษาแบบผู้ป่วยนอก การจัดตารางการท างาน และกิจกรรมประจ าวันจะช่วยให้คุณเลิกยาเสพติดได้ การท าตัวไม่ให้ว่างมีความส าคัญต่อการเลิกยาเสพติด ดัง เหตุผลต่อไปนี้ ติด 3. ชีวิตน่าสนใจมากขึ้นเมื่อได้เกี่ยวข้องกับคนอื่นและท�ากิจกรรมบางอย่างร่วมกัน บางครั้งการใช้ชีวิต โดยไม่ใช้ยาเสพติดท�าให้ชีวิตรู้สึกจืดชืด คุณอาจรู้สึกว่าการหยุดใช้ยาเป็นสิ่งน่าเบื่อ ชีวิตช่วงที่ใช้ยาและสารเสพติด มีความตื่นเต้น มีความสุขมากกว่า 26 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 1. คนที่มีเวลาว่างไม่มีอะไรท ามักหวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีก สมองที่ติดยาจะเริ่มคิดถึงการใช้ยาเสพ ติดในอดีตและความคิดนี้จะกระตุ้นให้เกิดความอยากยาที่น าไปสู่การกลับไปเสพซ้ าได้ เวลาว่างเป็นตัวกระตุ้นให้คุณอยากใช้ยาและเสพติดหรือไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ คุณมีวิธีการป้องกันการกลับไปเสพซ้ า เมื่อคุณมีเวลาว่างได้อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. เมื่อติดยาเสพติดไประยะหนึ่งผู้ติดยาจะเริ่มแยกตัว การอยู่ท่ามกลางคนอื่นท าให้เขารู้สึกไม่สบาย อึดอัดและร าคาญ การอยู่ตามล าพังรู้สึกว่าถูกรบกวนและอึดอัดน้อยกว่า คุณแยกตัวเองอยู่ตามล าพังในช่วงที่คุณใช้ยาเสพติดหรือไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขณะนี้การอยู่คนเดียวท าให้คุณคิดถึงประสบการณ์เดิมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดหรือไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. ชีวิตน่าสนใจมากขึ้นเมื่อได้เกี่ยวข้องกับคนอื่นและท ากิจกรรมบางอย่างร่วมกัน บางครั้งการใช้ชีวิต โดยไม่ใช้ยาเสพติดท าให้ชีวิตรู้สึกจืดชืด คุณอาจรู้สึกว่าการหยุดใช้ยาเป็นสิ่งน่าเบื่อ ชีวิตช่วงที่ใช้ยาและสารเสพ ติดมีความตื่นเต้น มีความสุขมากกว่า คุณเคยมีความรู้สึกเช่นนี้บ้างหรือไม่ และคุณคิดว่าท าอย่างไรให้รู้สึกสนุกได้โดยไม่ต้องใช้ยาเสพติด ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 4. ในช่วงที่คุณติดยาเสพติด คุณได้เปลี่ยนกิจกรรมหลายอย่างที่เคยท าและอาจละทิ้งกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเพื่อนหรือคนที่เคยคบหาด้วย การหวนกลับไปท าอะไรบางอย่างหรือหวนกลับไปหาคนที่เคยคบกัน เป็น สิ่งจ าเป็นส าหรับการเลิกยาเสพติด คุณได้กลับไปสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น หรือท ากิจกรรมใหม่ๆ อย่างไรบ้าง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่2.6 การจัดการกับความเบื่อ และการท าตัวไม่ให้ว่าง ก. คนที่หยุดใช้ยามักรู้สึกว่าชีวิตน่าเบื่อ สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทาให้เกิดความเบื่อ มีดังนี้ 1. โครงสร้างหรือแบบแผนการด าเนินชีวิตเปลี่ยนไปจากช่วงติดยาและสารเสพติด 2. การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองระหว่างการเลิกยา 3. ผู้ใช้ยาเสพติดมักมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย อารมณ์ปกติจะรู้สึกราบเรียบเมื่อเปรียบเทียบกับช่วง ติดยา คนที่หยุดยาได้นานจะมีปัญหาความเบื่อน้อยลง แสดงว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว ในช่วงที่คุณหยุดใช้ยาเสพติด คุณเคยเกิดความรู้สึกเบื่อหรือไม่อย่างไร ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ข. วิธีลดความเบื่อ 1. ขอให้ระลึกถึงกิจกรรมนันทนาการที่เคยเป็นที่ชื่นชอบของคุณก่อนติดยา คุณได้กลับไปท าสิ่ง เหล่านั้นบ้างหรือไม่ และคุณเริ่มมีกิจกรรมใหม่ที่น่าสนใจหรือยัง 2. คุณสามารถวางแผนที่จะท าบางอย่างที่คุณชื่นชอบและรอคอยบ้างหรือไม่ คุณไม่ได้ลาพักผ่อนหรือ ไปเที่ยวพักผ่อนมานานแค่ไหนแล้ว 3. คุยกับคู่สมรสหรือเพื่อนสนิทเกี่ยวกับความเบื่อ พวกเขารู้สึกเบื่อเหมือนคุณบ้างหรือไม่ และพวกเขา มีข้อแนะน าที่น่าสนใจอะไรบ้าง 4. พยายามวางแผนตารางกิจกรรมในชีวิตประจ าวัน การบังคับตนเองให้เขียนกิจกรรมประจ าวันลงใน ตาราง จะช่วยให้คุณได้เห็นว่าควรจะเพิ่มเติมกิจกรรมที่น่าสนใจลงไปตรงไหนบ้าง 5. บางครั้งความเบื่อเป็นผลจากกิจกรรมประจ าวันของคุณที่ไม่มีความท้าทายเพียงพอ จงท าบางอย่าง ที่ช่วยให้คุณได้พัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ค. คุณคิดว่าสิ่งที่กล่าวข้างต้นข้อใดบ้างเป็นประโยชน์ต่อคุณ คุณคิดว่าการแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ ในการต่อสู้กับ ความเบื่อเป็นเรื่องส าคัญมากส าหรับคุณ หรือไม่ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ง. การท าตัวไม่ให้ว่าง เป็นสิ่งส าคัญอันดับแรกของการบ าบัดรักษาแบบผู้ป่วยนอก การจัดตารางการท างาน และกิจกรรมประจ าวันจะช่วยให้คุณเลิกยาเสพติดได้ การท าตัวไม่ให้ว่างมีความส าคัญต่อการเลิกยาเสพติด ดัง เหตุผลต่อไปนี้ ท�า
27 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 1. คนที่มีเวลาว่างไม่มีอะไรท ามักหวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีก สมองที่ติดยาจะเริ่มคิดถึงการใช้ยาเสพ ติดในอดีตและความคิดนี้จะกระตุ้นให้เกิดความอยากยาที่น าไปสู่การกลับไปเสพซ้ าได้ เวลาว่างเป็นตัวกระตุ้นให้คุณอยากใช้ยาและเสพติดหรือไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ คุณมีวิธีการป้องกันการกลับไปเสพซ้ า เมื่อคุณมีเวลาว่างได้อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 2. เมื่อติดยาเสพติดไประยะหนึ่งผู้ติดยาจะเริ่มแยกตัว การอยู่ท่ามกลางคนอื่นท าให้เขารู้สึกไม่สบาย อึดอัดและร าคาญ การอยู่ตามล าพังรู้สึกว่าถูกรบกวนและอึดอัดน้อยกว่า คุณแยกตัวเองอยู่ตามล าพังในช่วงที่คุณใช้ยาเสพติดหรือไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขณะนี้การอยู่คนเดียวท าให้คุณคิดถึงประสบการณ์เดิมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดหรือไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 3. ชีวิตน่าสนใจมากขึ้นเมื่อได้เกี่ยวข้องกับคนอื่นและท ากิจกรรมบางอย่างร่วมกัน บางครั้งการใช้ชีวิต โดยไม่ใช้ยาเสพติดท าให้ชีวิตรู้สึกจืดชืด คุณอาจรู้สึกว่าการหยุดใช้ยาเป็นสิ่งน่าเบื่อ ชีวิตช่วงที่ใช้ยาและสารเสพ ติดมีความตื่นเต้น มีความสุขมากกว่า คุณเคยมีความรู้สึกเช่นนี้บ้างหรือไม่ และคุณคิดว่าท าอย่างไรให้รู้สึกสนุกได้โดยไม่ต้องใช้ยาเสพติด ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ 4. ในช่วงที่คุณติดยาเสพติด คุณได้เปลี่ยนกิจกรรมหลายอย่างที่เคยท าและอาจละทิ้งกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเพื่อนหรือคนที่เคยคบหาด้วย การหวนกลับไปท าอะไรบางอย่างหรือหวนกลับไปหาคนที่เคยคบกัน เป็น สิ่งจ าเป็นส าหรับการเลิกยาเสพติด คุณได้กลับไปสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น หรือท ากิจกรรมใหม่ๆ อย่างไรบ้าง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่2.6 การจัดการกับความเบื่อ และการท าตัวไม่ให้ว่าง ก. คนที่หยุดใช้ยามักรู้สึกว่าชีวิตน่าเบื่อ สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทาให้เกิดความเบื่อ มีดังนี้ 1. โครงสร้างหรือแบบแผนการด าเนินชีวิตเปลี่ยนไปจากช่วงติดยาและสารเสพติด 2. การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองระหว่างการเลิกยา 3. ผู้ใช้ยาเสพติดมักมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย อารมณ์ปกติจะรู้สึกราบเรียบเมื่อเปรียบเทียบกับช่วง ติดยา คนที่หยุดยาได้นานจะมีปัญหาความเบื่อน้อยลง แสดงว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว ในช่วงที่คุณหยุดใช้ยาเสพติด คุณเคยเกิดความรู้สึกเบื่อหรือไม่อย่างไร ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ข. วิธีลดความเบื่อ 1. ขอให้ระลึกถึงกิจกรรมนันทนาการที่เคยเป็นที่ชื่นชอบของคุณก่อนติดยา คุณได้กลับไปท าสิ่ง เหล่านั้นบ้างหรือไม่ และคุณเริ่มมีกิจกรรมใหม่ที่น่าสนใจหรือยัง 2. คุณสามารถวางแผนที่จะท าบางอย่างที่คุณชื่นชอบและรอคอยบ้างหรือไม่ คุณไม่ได้ลาพักผ่อนหรือ ไปเที่ยวพักผ่อนมานานแค่ไหนแล้ว 3. คุยกับคู่สมรสหรือเพื่อนสนิทเกี่ยวกับความเบื่อ พวกเขารู้สึกเบื่อเหมือนคุณบ้างหรือไม่ และพวกเขา มีข้อแนะน าที่น่าสนใจอะไรบ้าง 4. พยายามวางแผนตารางกิจกรรมในชีวิตประจ าวัน การบังคับตนเองให้เขียนกิจกรรมประจ าวันลงใน ตาราง จะช่วยให้คุณได้เห็นว่าควรจะเพิ่มเติมกิจกรรมที่น่าสนใจลงไปตรงไหนบ้าง 5. บางครั้งความเบื่อเป็นผลจากกิจกรรมประจ าวันของคุณที่ไม่มีความท้าทายเพียงพอ จงท าบางอย่าง ที่ช่วยให้คุณได้พัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ค. คุณคิดว่าสิ่งที่กล่าวข้างต้นข้อใดบ้างเป็นประโยชน์ต่อคุณ คุณคิดว่าการแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ ในการต่อสู้กับ ความเบื่อเป็นเรื่องส าคัญมากส าหรับคุณ หรือไม่ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ง. การท าตัวไม่ให้ว่าง เป็นสิ่งส าคัญอันดับแรกของการบ าบัดรักษาแบบผู้ป่วยนอก การจัดตารางการท างาน และกิจกรรมประจ าวันจะช่วยให้คุณเลิกยาเสพติดได้ การท าตัวไม่ให้ว่างมีความส าคัญต่อการเลิกยาเสพติด ดัง เหตุผลต่อไปนี้ ติด 3. ชีวิตน่าสนใจมากขึ้นเมื่อได้เกี่ยวข้องกับคนอื่นและท�ากิจกรรมบางอย่างร่วมกัน บางครั้งการใช้ชีวิต โดยไม่ใช้ยาเสพติดท�าให้ชีวิตรู้สึกจืดชืด คุณอาจรู้สึกว่าการหยุดใช้ยาเป็นสิ่งน่าเบื่อ ชีวิตช่วงที่ใช้ยาและสารเสพติด มีความตื่นเต้น มีความสุขมากกว่า
29 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 3 ตัวกระตุ้น และการช่วยเหลือของครอบครัว (ผู้ป่วยและครอบครัว)
29 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 3 ตัวกระตุ้น และการช่วยเหลือของครอบครัว (ผู้ป่วยและครอบครัว)
31 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 3.1 (การให้ความรู้ผู้ป่วยและครอบครัว) ตัวกระตุ้นและการอยากยา สไลด์ประกอบการบรรยายเรื่อง ตัวกระตุ้นและการอยากยา (กรุณาสแกน QR code) สไลด์แผ่น 1 ความเข้าใจและการจัดการกับตัวกระตุ้นและการอยากยาเป็นสิ่งส าคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้เข้าใจ พฤติกรรมที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลของผู้ติดยา และเป็นขั้นตอนแรกในการเลิกยา ตัวกระตุ้นท าให้เกิดการอยากยา และการอยากยาน าไปสู่การเสพยา โดยทั่วไปการอยู่ท่ามกลางบุคคล สถานที่ หรือสถานการณ์ที่เคยน าไปสู่การเสพยา จะเพิ่มโอกาสกลับไปเสพยามากยิ่งขึ้นตัวกระตุ้นมีอิทธิพลต่อ สมอง ค าแนะน าให้หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการอยากยา ในบทนี้เป็นการอธิบายถึง กระบวนการอยากยาที่เป็นเกิดจากยาเสพติดมีผลต่อสมอง การเข้าใจกระบวนการนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยและ ครอบครัวได้ทบทวนเรื่องการติดยา และเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังค าแนะน าที่ให้กับผู้ป่วยในช่วงแรกของการรักษา สไลด์แผ่น 2 ในการทดลองการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของ Pavlov ขั้นแรก Pavlov ให้สุนัขเห็นและได้กลิ่น อาหารซึ่งเป็นตัวกระตุ้นตามธรรมชาติสมองส่วนล่างซึ่งเป็นระบบประสาทอัตโนมัติสั่งให้มีการหลั่งน้ าลาย ใน ขั้นที่สอง Pavlov สั่นกระดิ่งอย่างเดียว สุนัขไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ น้ าลายไม่ไหล ในขั้นที่สาม Pavlov สั่นกระดิ่ง ไปพร้อมกับการให้อาหาร สุนัขมีปฏิกิริยาคือน้ าลายไหล เมื่อท าซ้ าต่อเนื่องไปหลายครั้ง จนในขั้นสุดท้าย Pavlov สั่นกระดิ่งเพียงอย่างเดียว ผลปรากฏว่าสุนัขน้ าลายไหลแม้จะไม่เห็นอาหารแล้วก็ตาม นี่แสดงให้เห็น ว่า สุนัขได้เชื่อมโยงเสียงกระดิ่งเข้ากับอาหาร เสียงกระดิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นที่มาพร้อมกับความคาดหวังว่า จะได้กินอาหาร สุนัขจึงมีปฏิกิริยาน้ าลายไหลต่อเสียงกระดิ่ง สมองของคนเราก็เช่นเดียวกัน มันจะตอบสนองต่อยาเสพติดที่เป็นตัวกระตุ้นที่ถูกวางเงื่อนไขให้เกิด ความอยากยา โดยไปท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับสมอง เมื่อเห็นตัวกระตุ้นก็ท าให้เกิดความพึงพอใจที่ น าไปสู่ความอยากยา สมองจะตอบสนองราวกับได้รับยาเสพติดนั้นโดยตรง (เกิดความอยากยา) เป็นปฏิกิริยาที่ เกิดขึ้นไม่ว่าคนนั้นตั้งใจจะใช้ยาเสพติดหรือไม่ ฉะนั้นหนทางเดียวที่สุนัขจะหลีกเลี่ยงความอยากอาหารได้ (น้ าลายไหล) คือ การหนีเสียงกระดิ่ง ผู้ป่วยก็เช่นเดียวกัน ต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดความอยากยา ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 3 (ผู้ป่วยและครอบครัว) ตัวกระตุ้น และการช่วยเหลือของครอบครัว วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวมีความเข้าใจเรื่องตัวกระตุ้นและความอยากยา ที่เป็น กระบวนการที่ยาเสพติดมีผลต่อสมอง เรียนรู้วิธีการป้องกันการเสพยา การจัดการกับตัวกระตุ้น การหยุด ความคิด ตลอดจนเข้าใจภาวะทางกายและจิตใจที่เกิดขึ้นของผู้ป่วยในระยะต่างๆ ของการเสพยา 2. เพื่อให้สมาชิกครอบครัวทราบแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเหมาะสมในช่วงการเลิกยา 3. เพื่อให้ผู้ป่วยได้ส ารวจกิจกรรมที่ช่วยเลิกยาของตนเอง และมีแนวทางจัดการกับตัวกระตุ้นเรื่อง เพศสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสม สาระส าคัญ 1. ตัวกระตุ้นท าให้เกิดการอยากยา และการอยากยาน าไปสู่การเสพยา การอยู่ท่ามกลางตัวกระตุ้นหรือ สถานการณ์เสี่ยง จะเพิ่มโอกาสการกลับไปเสพยาซ้ า ดังนั้นการเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองจากตัวกระตุ้น การใช้ เทคนิคการหยุดความคิด และการได้รับความเข้าใจและความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากครอบครัว จะช่วยสนับสนุน ให้ผู้ป่วยไม่หวนกลับไปเสพยาซ้ า 2. กิจกรรมที่ช่วยให้เลิกยาได้เป็นสิ่งส าคัญที่ผู้ป่วยต้องกระท าอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงของการเลิกยา เสพติด เช่น การท าตารางกิจกรรมประจ าวัน การหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น การออกก าลังกาย การเข้าร่วมกลุ่ม บ าบัดและกิจกรรมบ าบัด เป็นต้น วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรมโดยเริ่ม จากการให้ความรู้เรื่องตัวกระตุ้นและการอยากยา ตามใบความรู้ที่ 3.1 และให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัว แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 3.1 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัวต่อการบ าบัด (ช่วงแรก) เป็น แนวทางสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการมีส่วนร่วมในการรักษา โดยให้สมาชิกครอบครัวแต่ละ ครอบครัวอ่านและท าความเข้าใจไปพร้อมกันทีละข้อ 3. ผู้บ าบัดเชิญสมาชิกครอบครัวพักผ่อนตามอัธยาศัย และด าเนินการปรึกษารายบุคคลกับผู้ป่วย โดย ใช้ใบกิจกรรมที่ 3.2 แบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา และใบกิจกรรมที่ 3.3 ยาบ้าและเพศสัมพันธ์ อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 3.1 ตัวกระตุ้นและความอยากยา 2. ใบกิจกรรมที่ 3.1 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัวต่อการบ าบัด (ช่วงแรก) 3. ใบกิจกรรมที่ 3.2 แบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา 4. ใบกิจกรรมที่ 3.3 ยาบ้าและเพศสัมพันธ์ 30 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 3.1 (การให้ความรู้ผู้ป่วยและครอบครัว) ตัวกระตุ้นและการอยากยา สไลด์ประกอบการบรรยายเรื่อง ตัวกระตุ้นและการอยากยา (กรุณาสแกน QR code) สไลด์แผ่น 1 ความเข้าใจและการจัดการกับตัวกระตุ้นและการอยากยาเป็นสิ่งส าคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้เข้าใจ พฤติกรรมที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลของผู้ติดยา และเป็นขั้นตอนแรกในการเลิกยา ตัวกระตุ้นท าให้เกิดการอยากยา และการอยากยาน าไปสู่การเสพยา โดยทั่วไปการอยู่ท่ามกลางบุคคล สถานที่ หรือสถานการณ์ที่เคยน าไปสู่การเสพยา จะเพิ่มโอกาสกลับไปเสพยามากยิ่งขึ้นตัวกระตุ้นมีอิทธิพลต่อ สมอง ค าแนะน าให้หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการอยากยา ในบทนี้เป็นการอธิบายถึง กระบวนการอยากยาที่เป็นเกิดจากยาเสพติดมีผลต่อสมอง การเข้าใจกระบวนการนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยและ ครอบครัวได้ทบทวนเรื่องการติดยา และเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังค าแนะน าที่ให้กับผู้ป่วยในช่วงแรกของการรักษา สไลด์แผ่น 2 ในการทดลองการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของ Pavlov ขั้นแรก Pavlov ให้สุนัขเห็นและได้กลิ่น อาหารซึ่งเป็นตัวกระตุ้นตามธรรมชาติสมองส่วนล่างซึ่งเป็นระบบประสาทอัตโนมัติสั่งให้มีการหลั่งน้ าลาย ใน ขั้นที่สอง Pavlov สั่นกระดิ่งอย่างเดียว สุนัขไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ น้ าลายไม่ไหล ในขั้นที่สาม Pavlov สั่นกระดิ่ง ไปพร้อมกับการให้อาหาร สุนัขมีปฏิกิริยาคือน้ าลายไหล เมื่อท าซ้ าต่อเนื่องไปหลายครั้ง จนในขั้นสุดท้าย Pavlov สั่นกระดิ่งเพียงอย่างเดียว ผลปรากฏว่าสุนัขน้ าลายไหลแม้จะไม่เห็นอาหารแล้วก็ตาม นี่แสดงให้เห็น ว่า สุนัขได้เชื่อมโยงเสียงกระดิ่งเข้ากับอาหาร เสียงกระดิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นที่มาพร้อมกับความคาดหวังว่า จะได้กินอาหาร สุนัขจึงมีปฏิกิริยาน้ าลายไหลต่อเสียงกระดิ่ง สมองของคนเราก็เช่นเดียวกัน มันจะตอบสนองต่อยาเสพติดที่เป็นตัวกระตุ้นที่ถูกวางเงื่อนไขให้เกิด ความอยากยา โดยไปท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับสมอง เมื่อเห็นตัวกระตุ้นก็ท าให้เกิดความพึงพอใจที่ น าไปสู่ความอยากยา สมองจะตอบสนองราวกับได้รับยาเสพติดนั้นโดยตรง (เกิดความอยากยา) เป็นปฏิกิริยาที่ เกิดขึ้นไม่ว่าคนนั้นตั้งใจจะใช้ยาเสพติดหรือไม่ ฉะนั้นหนทางเดียวที่สุนัขจะหลีกเลี่ยงความอยากอาหารได้ (น้ าลายไหล) คือ การหนีเสียงกระดิ่ง ผู้ป่วยก็เช่นเดียวกัน ต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดความอยากยา ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 3 (ผู้ป่วยและครอบครัว) ตัวกระตุ้น และการช่วยเหลือของครอบครัว วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวมีความเข้าใจเรื่องตัวกระตุ้นและความอยากยา ที่เป็น กระบวนการที่ยาเสพติดมีผลต่อสมอง เรียนรู้วิธีการป้องกันการเสพยา การจัดการกับตัวกระตุ้น การหยุด ความคิด ตลอดจนเข้าใจภาวะทางกายและจิตใจที่เกิดขึ้นของผู้ป่วยในระยะต่างๆ ของการเสพยา 2. เพื่อให้สมาชิกครอบครัวทราบแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเหมาะสมในช่วงการเลิกยา 3. เพื่อให้ผู้ป่วยได้ส ารวจกิจกรรมที่ช่วยเลิกยาของตนเอง และมีแนวทางจัดการกับตัวกระตุ้นเรื่อง เพศสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสม สาระส าคัญ 1. ตัวกระตุ้นท าให้เกิดการอยากยา และการอยากยาน าไปสู่การเสพยา การอยู่ท่ามกลางตัวกระตุ้นหรือ สถานการณ์เสี่ยง จะเพิ่มโอกาสการกลับไปเสพยาซ้ า ดังนั้นการเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองจากตัวกระตุ้น การใช้ เทคนิคการหยุดความคิด และการได้รับความเข้าใจและความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากครอบครัว จะช่วยสนับสนุน ให้ผู้ป่วยไม่หวนกลับไปเสพยาซ้ า 2. กิจกรรมที่ช่วยให้เลิกยาได้เป็นสิ่งส าคัญที่ผู้ป่วยต้องกระท าอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงของการเลิกยา เสพติด เช่น การท าตารางกิจกรรมประจ าวัน การหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น การออกก าลังกาย การเข้าร่วมกลุ่ม บ าบัดและกิจกรรมบ าบัด เป็นต้น วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรมโดยเริ่ม จากการให้ความรู้เรื่องตัวกระตุ้นและการอยากยา ตามใบความรู้ที่ 3.1 และให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัว แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 3.1 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัวต่อการบ าบัด (ช่วงแรก) เป็น แนวทางสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการมีส่วนร่วมในการรักษา โดยให้สมาชิกครอบครัวแต่ละ ครอบครัวอ่านและท าความเข้าใจไปพร้อมกันทีละข้อ 3. ผู้บ าบัดเชิญสมาชิกครอบครัวพักผ่อนตามอัธยาศัย และด าเนินการปรึกษารายบุคคลกับผู้ป่วย โดย ใช้ใบกิจกรรมที่ 3.2 แบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา และใบกิจกรรมที่ 3.3 ยาบ้าและเพศสัมพันธ์ อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 3.1 ตัวกระตุ้นและความอยากยา 2. ใบกิจกรรมที่ 3.1 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัวต่อการบ าบัด (ช่วงแรก) 3. ใบกิจกรรมที่ 3.2 แบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา 4. ใบกิจกรรมที่ 3.3 ยาบ้าและเพศสัมพันธ์
31 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 3.1 (การให้ความรู้ผู้ป่วยและครอบครัว) ตัวกระตุ้นและการอยากยา สไลด์ประกอบการบรรยายเรื่อง ตัวกระตุ้นและการอยากยา (กรุณาสแกน QR code) สไลด์แผ่น 1 ความเข้าใจและการจัดการกับตัวกระตุ้นและการอยากยาเป็นสิ่งส าคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้เข้าใจ พฤติกรรมที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลของผู้ติดยา และเป็นขั้นตอนแรกในการเลิกยา ตัวกระตุ้นท าให้เกิดการอยากยา และการอยากยาน าไปสู่การเสพยา โดยทั่วไปการอยู่ท่ามกลางบุคคล สถานที่ หรือสถานการณ์ที่เคยน าไปสู่การเสพยา จะเพิ่มโอกาสกลับไปเสพยามากยิ่งขึ้นตัวกระตุ้นมีอิทธิพลต่อ สมอง ค าแนะน าให้หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการอยากยา ในบทนี้เป็นการอธิบายถึง กระบวนการอยากยาที่เป็นเกิดจากยาเสพติดมีผลต่อสมอง การเข้าใจกระบวนการนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยและ ครอบครัวได้ทบทวนเรื่องการติดยา และเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังค าแนะน าที่ให้กับผู้ป่วยในช่วงแรกของการรักษา สไลด์แผ่น 2 ในการทดลองการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของ Pavlov ขั้นแรก Pavlov ให้สุนัขเห็นและได้กลิ่น อาหารซึ่งเป็นตัวกระตุ้นตามธรรมชาติสมองส่วนล่างซึ่งเป็นระบบประสาทอัตโนมัติสั่งให้มีการหลั่งน้ าลาย ใน ขั้นที่สอง Pavlov สั่นกระดิ่งอย่างเดียว สุนัขไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ น้ าลายไม่ไหล ในขั้นที่สาม Pavlov สั่นกระดิ่ง ไปพร้อมกับการให้อาหาร สุนัขมีปฏิกิริยาคือน้ าลายไหล เมื่อท าซ้ าต่อเนื่องไปหลายครั้ง จนในขั้นสุดท้าย Pavlov สั่นกระดิ่งเพียงอย่างเดียว ผลปรากฏว่าสุนัขน้ าลายไหลแม้จะไม่เห็นอาหารแล้วก็ตาม นี่แสดงให้เห็น ว่า สุนัขได้เชื่อมโยงเสียงกระดิ่งเข้ากับอาหาร เสียงกระดิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นที่มาพร้อมกับความคาดหวังว่า จะได้กินอาหาร สุนัขจึงมีปฏิกิริยาน้ าลายไหลต่อเสียงกระดิ่ง สมองของคนเราก็เช่นเดียวกัน มันจะตอบสนองต่อยาเสพติดที่เป็นตัวกระตุ้นที่ถูกวางเงื่อนไขให้เกิด ความอยากยา โดยไปท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับสมอง เมื่อเห็นตัวกระตุ้นก็ท าให้เกิดความพึงพอใจที่ น าไปสู่ความอยากยา สมองจะตอบสนองราวกับได้รับยาเสพติดนั้นโดยตรง (เกิดความอยากยา) เป็นปฏิกิริยาที่ เกิดขึ้นไม่ว่าคนนั้นตั้งใจจะใช้ยาเสพติดหรือไม่ ฉะนั้นหนทางเดียวที่สุนัขจะหลีกเลี่ยงความอยากอาหารได้ (น้ าลายไหล) คือ การหนีเสียงกระดิ่ง ผู้ป่วยก็เช่นเดียวกัน ต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ท าให้เกิดความอยากยา ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 3 (ผู้ป่วยและครอบครัว) ตัวกระตุ้น และการช่วยเหลือของครอบครัว วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวมีความเข้าใจเรื่องตัวกระตุ้นและความอยากยา ที่เป็น กระบวนการที่ยาเสพติดมีผลต่อสมอง เรียนรู้วิธีการป้องกันการเสพยา การจัดการกับตัวกระตุ้น การหยุด ความคิด ตลอดจนเข้าใจภาวะทางกายและจิตใจที่เกิดขึ้นของผู้ป่วยในระยะต่างๆ ของการเสพยา 2. เพื่อให้สมาชิกครอบครัวทราบแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเหมาะสมในช่วงการเลิกยา 3. เพื่อให้ผู้ป่วยได้ส ารวจกิจกรรมที่ช่วยเลิกยาของตนเอง และมีแนวทางจัดการกับตัวกระตุ้นเรื่อง เพศสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสม สาระส าคัญ 1. ตัวกระตุ้นท าให้เกิดการอยากยา และการอยากยาน าไปสู่การเสพยา การอยู่ท่ามกลางตัวกระตุ้นหรือ สถานการณ์เสี่ยง จะเพิ่มโอกาสการกลับไปเสพยาซ้ า ดังนั้นการเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองจากตัวกระตุ้น การใช้ เทคนิคการหยุดความคิด และการได้รับความเข้าใจและความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากครอบครัว จะช่วยสนับสนุน ให้ผู้ป่วยไม่หวนกลับไปเสพยาซ้ า 2. กิจกรรมที่ช่วยให้เลิกยาได้เป็นสิ่งส าคัญที่ผู้ป่วยต้องกระท าอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงของการเลิกยา เสพติด เช่น การท าตารางกิจกรรมประจ าวัน การหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น การออกก าลังกาย การเข้าร่วมกลุ่ม บ าบัดและกิจกรรมบ าบัด เป็นต้น วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรมโดยเริ่ม จากการให้ความรู้เรื่องตัวกระตุ้นและการอยากยา ตามใบความรู้ที่ 3.1 และให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัว แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2. ผู้บ าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 3.1 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัวต่อการบ าบัด (ช่วงแรก) เป็น แนวทางสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการมีส่วนร่วมในการรักษา โดยให้สมาชิกครอบครัวแต่ละ ครอบครัวอ่านและท าความเข้าใจไปพร้อมกันทีละข้อ 3. ผู้บ าบัดเชิญสมาชิกครอบครัวพักผ่อนตามอัธยาศัย และด าเนินการปรึกษารายบุคคลกับผู้ป่วย โดย ใช้ใบกิจกรรมที่ 3.2 แบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา และใบกิจกรรมที่ 3.3 ยาบ้าและเพศสัมพันธ์ อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 3.1 ตัวกระตุ้นและความอยากยา 2. ใบกิจกรรมที่ 3.1 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัวต่อการบ าบัด (ช่วงแรก) 3. ใบกิจกรรมที่ 3.2 แบบส ารวจเพื่อช่วยเลิกยา 4. ใบกิจกรรมที่ 3.3 ยาบ้าและเพศสัมพันธ์
33 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 10 ระยะหมกมุ่นกับการเสพยา ในสไลด์แสดงให้เห็นผลทางลบที่มีมากขึ้น ความถี่ในการเสพท าให้การ ด าเนินชีวิตของผู้ใช้ยาเริ่มขาดระเบียบ ยากที่จะจัดการกับชีวิตตนเอง ในจุดนี้แม้สมองส่วนคิดจะเห็นเหตุผล ชัดเจนว่าควรตัดสินใจเลิกยาเสพติด แต่ไม่สามารถควบคุมสมองส่วนอยากได้พอ จึงแสดงพฤติกรรมที่ตรงกัน ข้ามกับความคิด แม้ผู้ใช้ยามีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเลิกเสพ แต่ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากความคิดในการเสพ ยาได้เมื่อเขากลับไปพบเพื่อนกลุ่มเดิมหรือตัวกระตุ้นอื่นๆ สไลด์แผ่น 11 ระยะวิกฤต มีการเสพยาตลอดเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติเหมือนหุ่นยนต์ ไม่มีเหตุผลใดที่มาหยุดยั้งการเสพ ยา พฤติกรรมคล้ายสัตว์ทดลองที่ใช้ยาจนเสียชีวิต สไลด์แผ่น 12 ในระยะเริ่มเสพยา กระบวนการวางเงื่อนไขมีผลต่อผู้เสพยาน้อย กล่าวคือตัวกระตุ้นมีผลให้เกิดการ ตอบสนองจากระบบสมองส่วนอยากโดยตรงเพียงเล็กน้อย การใช้ยาในระยะแรกๆ ผู้ใช้ยาจะพอใจในการใช้ยา จึงท าให้เกิดการเสพยาต่อในบางโอกาส ตัวกระตุ้นยังมีผลไม่มากพอที่จะท าให้เกิดการตอบสนองทางร่างกาย ดังนั้นเขาสามารถอยู่ได้โดยไม่เกิดความอยากยา สไลด์แผ่น 13 ในระยะยังคงเสพยา กระบวนการวางเงื่อนไขมีผลต่อผู้ในระดับปานกลาง กล่าวคือ เมื่อมีตัวกระตุ้น เช่น คน สถานที่ หรือสิ่งของต่างๆ จะท าให้เกิดความคิดถึงยา มีผลให้เกิดการตอบสนองทางร่างกายที่ผลักดัน ให้แสวงหายาเสพติดมาใช้ สไลด์แผ่น 14 ในระยะหมกมุ่นกับการเสพยา ตรงนี้เป็นจุดส าคัญที่ท าให้คนก้าวไปสู่เส้นทางการติดยา แม้ผู้ใช้ยาจะรู้ ถึงผลของการใช้ยาเสพติดที่น าไปสู่ภาวะการติดยา แต่ไม่สามารถท าได้ นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความไม่ สามารถควบคุมตนเองได้ ในระยะนี้ตัวกระตุ้นมีผลต่อการตอบสนองทางร่างกายอย่างมาก สมองส่วนคิดไม่ สามารถควบคุมสมองส่วนอยากได้ ท าให้ผู้ใช้ยาเกิดความอยากยาและต้องหายามาเสพ สไลด์แผ่น 15 ในระยะวิกฤต เป็นระยะที่ผู้ใช้ยามีการเสพยาทุกวันและเสพในปริมาณมาก จะหยุดเสพก็ต่อเมื่อ สุขภาพทรุดโทรมจนต้องส่งเข้าโรงพยาบาลหรือถูกจับกุม ในระยะนี้จะมีความอยากยาที่รุนแรง ที่ถูกกระตุ้น จากสมองส่วนอยากและความต้องการยาที่รุนแรงของร่างกาย สไลด์แผ่น 16 ในระยะเริ่มเสพยาและระยะคงเสพยา ผู้ใช้ยายังสามารถท ากิจกรรมต่างๆ ได้และคิดถึงยาเสพติดใน บางโอกาส แต่เมื่อเสพมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความอยากยา ผู้ใช้ยาจะยิ่งคิดถึงยาเสพติดมากขึ้นโดยเฉพาะใน ระยะหมกมุ่น และเมื่อเข้าสู่ระยะวิกฤต ผู้ใช้ยาจะมีอยากยารุนแรงจนคิดถึงแต่ยาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่ สนใจสิ่งอื่นๆ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 3 สมองส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด ท าให้อารมณ์ความรู้สึกของผู้เสพเปลี่ยนแปลง เป็น ส่วนเดียวกับสมองส่วนที่สั่งการว่า เมื่อหิวจะต้องหาอาหาร เมื่อกระหายต้องหาน้ าดื่ม และตอบสนองต่อความ พอใจทางเพศ เป็นการท าให้มีชีวิตอยู่รอด ดังนั้นเมื่อให้มนุษย์อดอาหารนานๆ เขาจะคิดแต่เรื่องการหาอาหาร และน้ าเพื่อการอยู่รอด เช่นเดียวกัน เมื่อมีการใช้ยาเสพติดเกิดขึ้น ความต้องการยาเสพติดของสมองจึงเป็น กลไกเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน ในการทดลองถึงอิทธิพลของยาเสพติดต่อสมองและพฤติกรรมของหนูทดลอง ในภาวะปกติหาก ปล่อยหนูออกจากกรง โดยมีห้องมืดและห้องสว่างให้เลือก หนูจะวิ่งเข้าห้องมืดเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์อื่น ที่จะท าร้าย นี่เป็นสัญชาติญาณและกลไปธรรมชาติเพื่อการอยู่รอดที่มีมานานมากกว่าล้านปี แต่เมื่อหนูทดลอง ได้รับโคเคนในห้องสว่าง ในครั้งต่อไปเมื่อปล่อยมันออกจากกรง หนูจะวิ่งไปที่ห้องสว่างโดยอัตโนมัติ เพราะ เรียนรู้ว่าจะได้รับโคเคนอีกในห้องสว่างนั้น กระบวนการนี้แสดงถึงอิทธิพลของยาเสพติดที่สามารถเปลี่ยนแปลง ชีวเคมีในสมองของสัตว์ จนกระทั่งเอาชนะสัญชาติญาณการอยู่รอดของมันได้ สไลด์แผ่น 4 ค านิยามของตัวกระตุ้น สไลด์แผ่น 5 ตัวกระตุ้นของผู้ติดสารกระตุ้นประสาท สไลด์แผ่น 6 ตัวกระตุ้นของผู้ใช้สุรา สไลด์แผ่น 7 การท าความเข้าใจถึงความเป็นจริงที่ส าคัญเกี่ยวกับการติดยาและการเลิกยานั้น จ าเป็นต้องเข้า ใจความแตกต่างของการท าหน้าที่ของสมองส่วนต่างๆ สมองชั้นนอกเป็นสมองส่วนคิด (Cerebral cortex) การใช้สติปัญญาไตร่ตรองหรือใช้เหตุผล ส่วนที่ควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์เรียกว่าสมองส่วนอยาก (Limbic system) สมองส่วนนี้ไม่อยู่ใต้การควบคุมของสติสัมปชัญญะเสมอไป แต่มีกลไกการท างานที่เป็นไปเพื่อ ตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ดังนั้น การยอมรับว่าการติดยาเป็นความผิดปกติของกลไกทางสมองที่ ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม เป็นขั้นตอนแรกที่น าไปสู่การเลิกยาได้ สไลด์แผ่น 8 ระยะเริ่มต้นเสพยา การเสพยายังเกิดขึ้นไม่บ่อย อาจเกิดขึ้น 2-3 ครั้งต่อปีขึ้นอยู่กับโอกาส ระยะนี้ สมองส่วนคิดยังสามารถควบคุมสมองส่วนอยากได้ดี ในระยะนี้ ผู้ใช้ยาประเมินว่าผลทางบวกของการเสพยามี มากกว่าผลทางลบ สไลด์แผ่น 9 ระยะยังคงเสพยา สมองส่วนคิดยังควบคุมสมองส่วนอยากได้ ทั้งนี้ผู้ใช้ยาเริ่มเห็นผลทางลบจากการ เสพยามากขึ้น ในระยะยังคงเสพยา กระบวนการวางเงื่อนไขมีผลต่อผู้ใช้ยาในระดับปานกลาง กล่าวคือ เมื่อมีตัวกระตุ้น เช่น คน สถานที่ หรือสิ่งของต่างๆ จะท�าให้เกิดความคิดถึงยา มีผลให้เกิดการตอบสนองทางร่างกายที่ผลักดันให้ แสวงหายาเสพติดมาใช้ ในระยะเริ่มเสพยาและระยะคงเสพยา ผู้ใช้ยายังสามารถท�ากิจกรรมต่างๆ ได้และคิดถึงยาเสพติดใน บางโอกาส แต่เมื่อเสพมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความอยากยา ผู้ใช้ยาจะยิ่งคิดถึงยาเสพติดมากขึ้นโดยเฉพาะใน ระยะหมกมุ่น และเมื่อเข้าสู่ระยะวิกฤต ผู้ใช้ยาจะมีความอยากยารุนแรงจนคิดถึงแต่ยาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่สนใจสิ่งอื่นๆ 32 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 10 ระยะหมกมุ่นกับการเสพยา ในสไลด์แสดงให้เห็นผลทางลบที่มีมากขึ้น ความถี่ในการเสพท าให้การ ด าเนินชีวิตของผู้ใช้ยาเริ่มขาดระเบียบ ยากที่จะจัดการกับชีวิตตนเอง ในจุดนี้แม้สมองส่วนคิดจะเห็นเหตุผล ชัดเจนว่าควรตัดสินใจเลิกยาเสพติด แต่ไม่สามารถควบคุมสมองส่วนอยากได้พอ จึงแสดงพฤติกรรมที่ตรงกัน ข้ามกับความคิด แม้ผู้ใช้ยามีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเลิกเสพ แต่ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากความคิดในการเสพ ยาได้เมื่อเขากลับไปพบเพื่อนกลุ่มเดิมหรือตัวกระตุ้นอื่นๆ สไลด์แผ่น 11 ระยะวิกฤต มีการเสพยาตลอดเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติเหมือนหุ่นยนต์ ไม่มีเหตุผลใดที่มาหยุดยั้งการเสพ ยา พฤติกรรมคล้ายสัตว์ทดลองที่ใช้ยาจนเสียชีวิต สไลด์แผ่น 12 ในระยะเริ่มเสพยา กระบวนการวางเงื่อนไขมีผลต่อผู้เสพยาน้อย กล่าวคือตัวกระตุ้นมีผลให้เกิดการ ตอบสนองจากระบบสมองส่วนอยากโดยตรงเพียงเล็กน้อย การใช้ยาในระยะแรกๆ ผู้ใช้ยาจะพอใจในการใช้ยา จึงท าให้เกิดการเสพยาต่อในบางโอกาส ตัวกระตุ้นยังมีผลไม่มากพอที่จะท าให้เกิดการตอบสนองทางร่างกาย ดังนั้นเขาสามารถอยู่ได้โดยไม่เกิดความอยากยา สไลด์แผ่น 13 ในระยะยังคงเสพยา กระบวนการวางเงื่อนไขมีผลต่อผู้ในระดับปานกลาง กล่าวคือ เมื่อมีตัวกระตุ้น เช่น คน สถานที่ หรือสิ่งของต่างๆ จะท าให้เกิดความคิดถึงยา มีผลให้เกิดการตอบสนองทางร่างกายที่ผลักดัน ให้แสวงหายาเสพติดมาใช้ สไลด์แผ่น 14 ในระยะหมกมุ่นกับการเสพยา ตรงนี้เป็นจุดส าคัญที่ท าให้คนก้าวไปสู่เส้นทางการติดยา แม้ผู้ใช้ยาจะรู้ ถึงผลของการใช้ยาเสพติดที่น าไปสู่ภาวะการติดยา แต่ไม่สามารถท าได้ นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความไม่ สามารถควบคุมตนเองได้ ในระยะนี้ตัวกระตุ้นมีผลต่อการตอบสนองทางร่างกายอย่างมาก สมองส่วนคิดไม่ สามารถควบคุมสมองส่วนอยากได้ ท าให้ผู้ใช้ยาเกิดความอยากยาและต้องหายามาเสพ สไลด์แผ่น 15 ในระยะวิกฤต เป็นระยะที่ผู้ใช้ยามีการเสพยาทุกวันและเสพในปริมาณมาก จะหยุดเสพก็ต่อเมื่อ สุขภาพทรุดโทรมจนต้องส่งเข้าโรงพยาบาลหรือถูกจับกุม ในระยะนี้จะมีความอยากยาที่รุนแรง ที่ถูกกระตุ้น จากสมองส่วนอยากและความต้องการยาที่รุนแรงของร่างกาย สไลด์แผ่น 16 ในระยะเริ่มเสพยาและระยะคงเสพยา ผู้ใช้ยายังสามารถท ากิจกรรมต่างๆ ได้และคิดถึงยาเสพติดใน บางโอกาส แต่เมื่อเสพมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความอยากยา ผู้ใช้ยาจะยิ่งคิดถึงยาเสพติดมากขึ้นโดยเฉพาะใน ระยะหมกมุ่น และเมื่อเข้าสู่ระยะวิกฤต ผู้ใช้ยาจะมีอยากยารุนแรงจนคิดถึงแต่ยาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่ สนใจสิ่งอื่นๆ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 3 สมองส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด ท าให้อารมณ์ความรู้สึกของผู้เสพเปลี่ยนแปลง เป็น ส่วนเดียวกับสมองส่วนที่สั่งการว่า เมื่อหิวจะต้องหาอาหาร เมื่อกระหายต้องหาน้ าดื่ม และตอบสนองต่อความ พอใจทางเพศ เป็นการท าให้มีชีวิตอยู่รอด ดังนั้นเมื่อให้มนุษย์อดอาหารนานๆ เขาจะคิดแต่เรื่องการหาอาหาร และน้ าเพื่อการอยู่รอด เช่นเดียวกัน เมื่อมีการใช้ยาเสพติดเกิดขึ้น ความต้องการยาเสพติดของสมองจึงเป็น กลไกเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน ในการทดลองถึงอิทธิพลของยาเสพติดต่อสมองและพฤติกรรมของหนูทดลอง ในภาวะปกติหาก ปล่อยหนูออกจากกรง โดยมีห้องมืดและห้องสว่างให้เลือก หนูจะวิ่งเข้าห้องมืดเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์อื่น ที่จะท าร้าย นี่เป็นสัญชาติญาณและกลไปธรรมชาติเพื่อการอยู่รอดที่มีมานานมากกว่าล้านปี แต่เมื่อหนูทดลอง ได้รับโคเคนในห้องสว่าง ในครั้งต่อไปเมื่อปล่อยมันออกจากกรง หนูจะวิ่งไปที่ห้องสว่างโดยอัตโนมัติ เพราะ เรียนรู้ว่าจะได้รับโคเคนอีกในห้องสว่างนั้น กระบวนการนี้แสดงถึงอิทธิพลของยาเสพติดที่สามารถเปลี่ยนแปลง ชีวเคมีในสมองของสัตว์ จนกระทั่งเอาชนะสัญชาติญาณการอยู่รอดของมันได้ สไลด์แผ่น 4 ค านิยามของตัวกระตุ้น สไลด์แผ่น 5 ตัวกระตุ้นของผู้ติดสารกระตุ้นประสาท สไลด์แผ่น 6 ตัวกระตุ้นของผู้ใช้สุรา สไลด์แผ่น 7 การท าความเข้าใจถึงความเป็นจริงที่ส าคัญเกี่ยวกับการติดยาและการเลิกยานั้น จ าเป็นต้องเข้า ใจความแตกต่างของการท าหน้าที่ของสมองส่วนต่างๆ สมองชั้นนอกเป็นสมองส่วนคิด (Cerebral cortex) การใช้สติปัญญาไตร่ตรองหรือใช้เหตุผล ส่วนที่ควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์เรียกว่าสมองส่วนอยาก (Limbic system) สมองส่วนนี้ไม่อยู่ใต้การควบคุมของสติสัมปชัญญะเสมอไป แต่มีกลไกการท างานที่เป็นไปเพื่อ ตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ดังนั้น การยอมรับว่าการติดยาเป็นความผิดปกติของกลไกทางสมองที่ ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม เป็นขั้นตอนแรกที่น าไปสู่การเลิกยาได้ สไลด์แผ่น 8 ระยะเริ่มต้นเสพยา การเสพยายังเกิดขึ้นไม่บ่อย อาจเกิดขึ้น 2-3 ครั้งต่อปีขึ้นอยู่กับโอกาส ระยะนี้ สมองส่วนคิดยังสามารถควบคุมสมองส่วนอยากได้ดี ในระยะนี้ ผู้ใช้ยาประเมินว่าผลทางบวกของการเสพยามี มากกว่าผลทางลบ สไลด์แผ่น 9 ระยะยังคงเสพยา สมองส่วนคิดยังควบคุมสมองส่วนอยากได้ ทั้งนี้ผู้ใช้ยาเริ่มเห็นผลทางลบจากการ เสพยามากขึ้น
33 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 10 ระยะหมกมุ่นกับการเสพยา ในสไลด์แสดงให้เห็นผลทางลบที่มีมากขึ้น ความถี่ในการเสพท าให้การ ด าเนินชีวิตของผู้ใช้ยาเริ่มขาดระเบียบ ยากที่จะจัดการกับชีวิตตนเอง ในจุดนี้แม้สมองส่วนคิดจะเห็นเหตุผล ชัดเจนว่าควรตัดสินใจเลิกยาเสพติด แต่ไม่สามารถควบคุมสมองส่วนอยากได้พอ จึงแสดงพฤติกรรมที่ตรงกัน ข้ามกับความคิด แม้ผู้ใช้ยามีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเลิกเสพ แต่ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากความคิดในการเสพ ยาได้เมื่อเขากลับไปพบเพื่อนกลุ่มเดิมหรือตัวกระตุ้นอื่นๆ สไลด์แผ่น 11 ระยะวิกฤต มีการเสพยาตลอดเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติเหมือนหุ่นยนต์ ไม่มีเหตุผลใดที่มาหยุดยั้งการเสพ ยา พฤติกรรมคล้ายสัตว์ทดลองที่ใช้ยาจนเสียชีวิต สไลด์แผ่น 12 ในระยะเริ่มเสพยา กระบวนการวางเงื่อนไขมีผลต่อผู้เสพยาน้อย กล่าวคือตัวกระตุ้นมีผลให้เกิดการ ตอบสนองจากระบบสมองส่วนอยากโดยตรงเพียงเล็กน้อย การใช้ยาในระยะแรกๆ ผู้ใช้ยาจะพอใจในการใช้ยา จึงท าให้เกิดการเสพยาต่อในบางโอกาส ตัวกระตุ้นยังมีผลไม่มากพอที่จะท าให้เกิดการตอบสนองทางร่างกาย ดังนั้นเขาสามารถอยู่ได้โดยไม่เกิดความอยากยา สไลด์แผ่น 13 ในระยะยังคงเสพยา กระบวนการวางเงื่อนไขมีผลต่อผู้ในระดับปานกลาง กล่าวคือ เมื่อมีตัวกระตุ้น เช่น คน สถานที่ หรือสิ่งของต่างๆ จะท าให้เกิดความคิดถึงยา มีผลให้เกิดการตอบสนองทางร่างกายที่ผลักดัน ให้แสวงหายาเสพติดมาใช้ สไลด์แผ่น 14 ในระยะหมกมุ่นกับการเสพยา ตรงนี้เป็นจุดส าคัญที่ท าให้คนก้าวไปสู่เส้นทางการติดยา แม้ผู้ใช้ยาจะรู้ ถึงผลของการใช้ยาเสพติดที่น าไปสู่ภาวะการติดยา แต่ไม่สามารถท าได้ นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความไม่ สามารถควบคุมตนเองได้ ในระยะนี้ตัวกระตุ้นมีผลต่อการตอบสนองทางร่างกายอย่างมาก สมองส่วนคิดไม่ สามารถควบคุมสมองส่วนอยากได้ ท าให้ผู้ใช้ยาเกิดความอยากยาและต้องหายามาเสพ สไลด์แผ่น 15 ในระยะวิกฤต เป็นระยะที่ผู้ใช้ยามีการเสพยาทุกวันและเสพในปริมาณมาก จะหยุดเสพก็ต่อเมื่อ สุขภาพทรุดโทรมจนต้องส่งเข้าโรงพยาบาลหรือถูกจับกุม ในระยะนี้จะมีความอยากยาที่รุนแรง ที่ถูกกระตุ้น จากสมองส่วนอยากและความต้องการยาที่รุนแรงของร่างกาย สไลด์แผ่น 16 ในระยะเริ่มเสพยาและระยะคงเสพยา ผู้ใช้ยายังสามารถท ากิจกรรมต่างๆ ได้และคิดถึงยาเสพติดใน บางโอกาส แต่เมื่อเสพมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความอยากยา ผู้ใช้ยาจะยิ่งคิดถึงยาเสพติดมากขึ้นโดยเฉพาะใน ระยะหมกมุ่น และเมื่อเข้าสู่ระยะวิกฤต ผู้ใช้ยาจะมีอยากยารุนแรงจนคิดถึงแต่ยาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่ สนใจสิ่งอื่นๆ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 3 สมองส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาเสพติด ท าให้อารมณ์ความรู้สึกของผู้เสพเปลี่ยนแปลง เป็น ส่วนเดียวกับสมองส่วนที่สั่งการว่า เมื่อหิวจะต้องหาอาหาร เมื่อกระหายต้องหาน้ าดื่ม และตอบสนองต่อความ พอใจทางเพศ เป็นการท าให้มีชีวิตอยู่รอด ดังนั้นเมื่อให้มนุษย์อดอาหารนานๆ เขาจะคิดแต่เรื่องการหาอาหาร และน้ าเพื่อการอยู่รอด เช่นเดียวกัน เมื่อมีการใช้ยาเสพติดเกิดขึ้น ความต้องการยาเสพติดของสมองจึงเป็น กลไกเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกัน ในการทดลองถึงอิทธิพลของยาเสพติดต่อสมองและพฤติกรรมของหนูทดลอง ในภาวะปกติหาก ปล่อยหนูออกจากกรง โดยมีห้องมืดและห้องสว่างให้เลือก หนูจะวิ่งเข้าห้องมืดเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์อื่น ที่จะท าร้าย นี่เป็นสัญชาติญาณและกลไปธรรมชาติเพื่อการอยู่รอดที่มีมานานมากกว่าล้านปี แต่เมื่อหนูทดลอง ได้รับโคเคนในห้องสว่าง ในครั้งต่อไปเมื่อปล่อยมันออกจากกรง หนูจะวิ่งไปที่ห้องสว่างโดยอัตโนมัติ เพราะ เรียนรู้ว่าจะได้รับโคเคนอีกในห้องสว่างนั้น กระบวนการนี้แสดงถึงอิทธิพลของยาเสพติดที่สามารถเปลี่ยนแปลง ชีวเคมีในสมองของสัตว์ จนกระทั่งเอาชนะสัญชาติญาณการอยู่รอดของมันได้ สไลด์แผ่น 4 ค านิยามของตัวกระตุ้น สไลด์แผ่น 5 ตัวกระตุ้นของผู้ติดสารกระตุ้นประสาท สไลด์แผ่น 6 ตัวกระตุ้นของผู้ใช้สุรา สไลด์แผ่น 7 การท าความเข้าใจถึงความเป็นจริงที่ส าคัญเกี่ยวกับการติดยาและการเลิกยานั้น จ าเป็นต้องเข้า ใจความแตกต่างของการท าหน้าที่ของสมองส่วนต่างๆ สมองชั้นนอกเป็นสมองส่วนคิด (Cerebral cortex) การใช้สติปัญญาไตร่ตรองหรือใช้เหตุผล ส่วนที่ควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์เรียกว่าสมองส่วนอยาก (Limbic system) สมองส่วนนี้ไม่อยู่ใต้การควบคุมของสติสัมปชัญญะเสมอไป แต่มีกลไกการท างานที่เป็นไปเพื่อ ตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ดังนั้น การยอมรับว่าการติดยาเป็นความผิดปกติของกลไกทางสมองที่ ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม เป็นขั้นตอนแรกที่น าไปสู่การเลิกยาได้ สไลด์แผ่น 8 ระยะเริ่มต้นเสพยา การเสพยายังเกิดขึ้นไม่บ่อย อาจเกิดขึ้น 2-3 ครั้งต่อปีขึ้นอยู่กับโอกาส ระยะนี้ สมองส่วนคิดยังสามารถควบคุมสมองส่วนอยากได้ดี ในระยะนี้ ผู้ใช้ยาประเมินว่าผลทางบวกของการเสพยามี มากกว่าผลทางลบ สไลด์แผ่น 9 ระยะยังคงเสพยา สมองส่วนคิดยังควบคุมสมองส่วนอยากได้ ทั้งนี้ผู้ใช้ยาเริ่มเห็นผลทางลบจากการ เสพยามากขึ้น ในระยะยังคงเสพยา กระบวนการวางเงื่อนไขมีผลต่อผู้ใช้ยาในระดับปานกลาง กล่าวคือ เมื่อมีตัวกระตุ้น เช่น คน สถานที่ หรือสิ่งของต่างๆ จะท�าให้เกิดความคิดถึงยา มีผลให้เกิดการตอบสนองทางร่างกายที่ผลักดันให้ แสวงหายาเสพติดมาใช้ ในระยะเริ่มเสพยาและระยะคงเสพยา ผู้ใช้ยายังสามารถท�ากิจกรรมต่างๆ ได้และคิดถึงยาเสพติดใน บางโอกาส แต่เมื่อเสพมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความอยากยา ผู้ใช้ยาจะยิ่งคิดถึงยาเสพติดมากขึ้นโดยเฉพาะใน ระยะหมกมุ่น และเมื่อเข้าสู่ระยะวิกฤต ผู้ใช้ยาจะมีความอยากยารุนแรงจนคิดถึงแต่ยาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่สนใจสิ่งอื่นๆ
35 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 3.1 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัวต่อการบ าบัด (ช่วงแรก) ข้อตกลงในการช่วยเหลือของสมาชิกครอบครัวต่อการบ าบัด จะช่วยให้ท่านเข้าใจว่าตัวท่านจะมีส่วน ช่วยผู้รับการบ าบัดได้หรือไม่ อย่างไรบ้าง ................... 1. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้ป่วยพูดคุยด้วยเกี่ยวกับอาการอยากยาและความต้องการที่จะเสพยา ................... 2. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้ป่วยปลุกข้าพเจ้ากลางดึกเพื่อพูดคุยได้ เมื่อผู้รับการบ าบัดนอนไม่หลับ ................... 3. ข้าพเจ้าจะคอยเตือนผู้ป่วยให้นึกถึงเหตุผลในการเลิกยาหรือเหล้า ................... 4. ข้าพเจ้าจะไม่ช่วยเหลือในการบ าบัดถ้าผู้ป่วยท าร้ายข้าพเจ้า ................... 5. ข้าพเจ้าจะพยายามอดทนและยอมรับอาการถอนพิษยาว่าเป็นอาการที่ต้องการบ าบัด ................... 6. ข้าพเจ้าจะช่วยผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะท าให้กลับไปใช้ยา ................... 7. ข้าพเจ้าจะเตือนตนเองว่าข้าพเจ้าเลือกที่จะอยู่และช่วยเหลือผู้ป่วย ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าถูก บังคับให้อยู่กับผู้ป่วย ................... 8. ข้าพเจ้าจะตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วยว่าควรจะบอกเรื่องการเข้ารับการบัดกับใคร และเมื่อใด ................... 9. ข้าพเจ้าจะระลึกเสมอว่าปัญหาเรื่องการบ าบัดส าคัญกว่าปัญหาอื่นในขณะนี้ ................... 10. ข้าพเจ้ายินดีที่จะเข้าร่วมฟังบทเรียนต่างๆ ในการบ าบัดเมื่อได้รับเชิญ ................... 11. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมและนัดหมายต่างๆ โดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้ร่วมกิจกรรม ดังกล่าวได้ โดยไม่รู่สึกขุ่นเคืองใจ ................... 12. ข้าพเจ้ายินดีที่จะฝึกฝนเพื่อพูดคุยกับผู้ป่วยเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ แทนที่จะนิ่งเฉยหรือโต้แย้ง ................... 13. ข้าพเจ้าจะช่วยกระตุ้นผู้ป่วยให้เข้ารับการบ าบัดอย่างต่อเนื่อง ................... 14. ข้าพเจ้าจะพยายามแยกแยะให้ได้ว่าข้าพเจ้าโกรธพฤติกรรมการติดยา ไม่ใช่ตัวผู้ป่วย ลงชื่อ...........................................................(ญาติ) (..........................................................) วันที่................................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 17 การตอบสนองต่อความอยากยา: ในระยะเริ่มต้นเสพยา มีการเสพยาในแหล่งที่ใช้ ท าให้เกิดอาการทาง ร่างกายที่เกิดจากการเสพยา ในระยะยังคงเสพยา สมองส่วนอยากถูกกระตุ้นให้เกิดความอยากยาน้อยๆ จาก ตัวกระตุ้นโดยตรง จนท าให้เกิดอาการทางร่างกาย เหมือนกับอาการที่เกิดจากการใช้ยาและท าให้เกิดแรงผลักดัน ที่แสวงหายามาเสพต่อไป สไลด์แผ่น 18 ส าหรับผู้ติดยาเสพติด เมื่อเผชิญกับตัวกระตุ้นจะท าให้คิดถึงยาเสพติด ที่สามารถน าไปสู่การอยากยา และส่วนมากจะท าให้กลับไปใช้ยาเสพติดอีกครั้ง การฝึก “เทคนิคการหยุดความคิด” จะช่วยป้องกันความคิด ถึงยาเพื่อให้ไม่เกิดความอยากยาที่รุนแรงจนควบคุมตนเองไม่ได้ สไลด์แผ่น 19 ผู้รับการบ าบัดส่วนใหญ่เมื่อเข้าสู่กระบวนการเลิกยา อาจยังไม่ตระหนักถึงความคิดที่น าไปสู่การอยาก ใช้ยาว่าเกิดขึ้นเมื่อไรบ้าง พวกเขายังรู้สึกสนุกสนาน มีความคิดและพฤติกรรมที่ไม่ได้ตระหนักถึงมัน ดังนั้นจึงมี ความจ าเป็นที่ต้องฝึกรับรู้ถึงความคิดที่ท าให้เสพยา และหยุดความคิดเหล่านั้นด้วยเทคนิคต่อไปนี้ การสร้างจินตนาการ: สร้างภาพในจินตนาการว่าคุณปิดสวิทช์เพื่อหยุดความคิดที่อยากใช้ยาเสพติด หรือดื่มสุรา จากนั้นวาดภาพอื่นแทนการคิดถึงยาเสพติด ควรใช้จินตนาการหรือคิดถึงสิ่งที่น่าชื่นชมหรือมี ความหมายต่อคุณ โดยสิ่งนั้นต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง หากเทคนิคจินตนาการไม่ได้ผล และยังมีความคิดที่จะใช้ยาเสพติด ควรเปลี่ยนสภาพแวดล้อมหรือเปลี่ยนไปท างานที่ต้องใช้สมาธิอย่างเต็มที่ การเตือนตนเองด้วยการดีดหนังยาง: คล้องยางที่ข้อมือ ดึงและดีดหนังยางเบาๆ ที่ข้อมือของคุณ และพูด ว่า “ไม่” เมื่อมีความคิดที่จะใช่ยาเสพติดหรือดื่มสุรา และสร้างมโนภาพอื่นทดแทนการคิดถึงยาเสพติดหรือสุรา การฝึกผ่อนคลาย: เมื่อรู้สึกว่ากระเพาะอาหารว่าง โหวง หนัก หรือบีบตัวเป็นพักๆ ให้สูดหายใจเข้า ลึกๆ จนเต็มปอด แล้วผ่อนหายใจออกช้าๆ จะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ ท าติดต่อกัน 3 ครั้งคุณจะรู้สึกว่าความ อึดอัดนั้นผ่อนคลายลง ท าซ้ าเมื่อมีความรู้สึกอยากยา ปรึกษาคนที่ช่วยเหลือได้: พูดคุยกับคนอื่นเพื่อระบายความรู้สึกของคุณ เพื่อให้คุณเองได้รับรู้และ ความทบทวนความคิดของตัวเอง คุณควรมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สามารถช่วยคุณได้ และคุณสามารถติดต่อ ได้ทันทีที่ต้องการความช่วยเหลือ ้ 34 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 3.1 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัวต่อการบ าบัด (ช่วงแรก) ข้อตกลงในการช่วยเหลือของสมาชิกครอบครัวต่อการบ าบัด จะช่วยให้ท่านเข้าใจว่าตัวท่านจะมีส่วน ช่วยผู้รับการบ าบัดได้หรือไม่ อย่างไรบ้าง ................... 1. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้ป่วยพูดคุยด้วยเกี่ยวกับอาการอยากยาและความต้องการที่จะเสพยา ................... 2. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้ป่วยปลุกข้าพเจ้ากลางดึกเพื่อพูดคุยได้ เมื่อผู้รับการบ าบัดนอนไม่หลับ ................... 3. ข้าพเจ้าจะคอยเตือนผู้ป่วยให้นึกถึงเหตุผลในการเลิกยาหรือเหล้า ................... 4. ข้าพเจ้าจะไม่ช่วยเหลือในการบ าบัดถ้าผู้ป่วยท าร้ายข้าพเจ้า ................... 5. ข้าพเจ้าจะพยายามอดทนและยอมรับอาการถอนพิษยาว่าเป็นอาการที่ต้องการบ าบัด ................... 6. ข้าพเจ้าจะช่วยผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะท าให้กลับไปใช้ยา ................... 7. ข้าพเจ้าจะเตือนตนเองว่าข้าพเจ้าเลือกที่จะอยู่และช่วยเหลือผู้ป่วย ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าถูก บังคับให้อยู่กับผู้ป่วย ................... 8. ข้าพเจ้าจะตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วยว่าควรจะบอกเรื่องการเข้ารับการบัดกับใคร และเมื่อใด ................... 9. ข้าพเจ้าจะระลึกเสมอว่าปัญหาเรื่องการบ าบัดส าคัญกว่าปัญหาอื่นในขณะนี้ ................... 10. ข้าพเจ้ายินดีที่จะเข้าร่วมฟังบทเรียนต่างๆ ในการบ าบัดเมื่อได้รับเชิญ ................... 11. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมและนัดหมายต่างๆ โดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้ร่วมกิจกรรม ดังกล่าวได้ โดยไม่รู่สึกขุ่นเคืองใจ ................... 12. ข้าพเจ้ายินดีที่จะฝึกฝนเพื่อพูดคุยกับผู้ป่วยเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ แทนที่จะนิ่งเฉยหรือโต้แย้ง ................... 13. ข้าพเจ้าจะช่วยกระตุ้นผู้ป่วยให้เข้ารับการบ าบัดอย่างต่อเนื่อง ................... 14. ข้าพเจ้าจะพยายามแยกแยะให้ได้ว่าข้าพเจ้าโกรธพฤติกรรมการติดยา ไม่ใช่ตัวผู้ป่วย ลงชื่อ...........................................................(ญาติ) (..........................................................) วันที่................................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 17 การตอบสนองต่อความอยากยา: ในระยะเริ่มต้นเสพยา มีการเสพยาในแหล่งที่ใช้ ท าให้เกิดอาการทาง ร่างกายที่เกิดจากการเสพยา ในระยะยังคงเสพยา สมองส่วนอยากถูกกระตุ้นให้เกิดความอยากยาน้อยๆ จาก ตัวกระตุ้นโดยตรง จนท าให้เกิดอาการทางร่างกาย เหมือนกับอาการที่เกิดจากการใช้ยาและท าให้เกิดแรงผลักดัน ที่แสวงหายามาเสพต่อไป สไลด์แผ่น 18 ส าหรับผู้ติดยาเสพติด เมื่อเผชิญกับตัวกระตุ้นจะท าให้คิดถึงยาเสพติด ที่สามารถน าไปสู่การอยากยา และส่วนมากจะท าให้กลับไปใช้ยาเสพติดอีกครั้ง การฝึก “เทคนิคการหยุดความคิด” จะช่วยป้องกันความคิด ถึงยาเพื่อให้ไม่เกิดความอยากยาที่รุนแรงจนควบคุมตนเองไม่ได้ สไลด์แผ่น 19 ผู้รับการบ าบัดส่วนใหญ่เมื่อเข้าสู่กระบวนการเลิกยา อาจยังไม่ตระหนักถึงความคิดที่น าไปสู่การอยาก ใช้ยาว่าเกิดขึ้นเมื่อไรบ้าง พวกเขายังรู้สึกสนุกสนาน มีความคิดและพฤติกรรมที่ไม่ได้ตระหนักถึงมัน ดังนั้นจึงมี ความจ าเป็นที่ต้องฝึกรับรู้ถึงความคิดที่ท าให้เสพยา และหยุดความคิดเหล่านั้นด้วยเทคนิคต่อไปนี้ การสร้างจินตนาการ: สร้างภาพในจินตนาการว่าคุณปิดสวิทช์เพื่อหยุดความคิดที่อยากใช้ยาเสพติด หรือดื่มสุรา จากนั้นวาดภาพอื่นแทนการคิดถึงยาเสพติด ควรใช้จินตนาการหรือคิดถึงสิ่งที่น่าชื่นชมหรือมี ความหมายต่อคุณ โดยสิ่งนั้นต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง หากเทคนิคจินตนาการไม่ได้ผล และยังมีความคิดที่จะใช้ยาเสพติด ควรเปลี่ยนสภาพแวดล้อมหรือเปลี่ยนไปท างานที่ต้องใช้สมาธิอย่างเต็มที่ การเตือนตนเองด้วยการดีดหนังยาง: คล้องยางที่ข้อมือ ดึงและดีดหนังยางเบาๆ ที่ข้อมือของคุณ และพูด ว่า “ไม่” เมื่อมีความคิดที่จะใช่ยาเสพติดหรือดื่มสุรา และสร้างมโนภาพอื่นทดแทนการคิดถึงยาเสพติดหรือสุรา การฝึกผ่อนคลาย: เมื่อรู้สึกว่ากระเพาะอาหารว่าง โหวง หนัก หรือบีบตัวเป็นพักๆ ให้สูดหายใจเข้า ลึกๆ จนเต็มปอด แล้วผ่อนหายใจออกช้าๆ จะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ ท าติดต่อกัน 3 ครั้งคุณจะรู้สึกว่าความ อึดอัดนั้นผ่อนคลายลง ท าซ้ าเมื่อมีความรู้สึกอยากยา ปรึกษาคนที่ช่วยเหลือได้: พูดคุยกับคนอื่นเพื่อระบายความรู้สึกของคุณ เพื่อให้คุณเองได้รับรู้และ ความทบทวนความคิดของตัวเอง คุณควรมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สามารถช่วยคุณได้ และคุณสามารถติดต่อ ได้ทันทีที่ต้องการความช่วยเหลือ ้
35 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 3.1 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัวต่อการบ าบัด (ช่วงแรก) ข้อตกลงในการช่วยเหลือของสมาชิกครอบครัวต่อการบ าบัด จะช่วยให้ท่านเข้าใจว่าตัวท่านจะมีส่วน ช่วยผู้รับการบ าบัดได้หรือไม่ อย่างไรบ้าง ................... 1. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้ป่วยพูดคุยด้วยเกี่ยวกับอาการอยากยาและความต้องการที่จะเสพยา ................... 2. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้ป่วยปลุกข้าพเจ้ากลางดึกเพื่อพูดคุยได้ เมื่อผู้รับการบ าบัดนอนไม่หลับ ................... 3. ข้าพเจ้าจะคอยเตือนผู้ป่วยให้นึกถึงเหตุผลในการเลิกยาหรือเหล้า ................... 4. ข้าพเจ้าจะไม่ช่วยเหลือในการบ าบัดถ้าผู้ป่วยท าร้ายข้าพเจ้า ................... 5. ข้าพเจ้าจะพยายามอดทนและยอมรับอาการถอนพิษยาว่าเป็นอาการที่ต้องการบ าบัด ................... 6. ข้าพเจ้าจะช่วยผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะท าให้กลับไปใช้ยา ................... 7. ข้าพเจ้าจะเตือนตนเองว่าข้าพเจ้าเลือกที่จะอยู่และช่วยเหลือผู้ป่วย ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าถูก บังคับให้อยู่กับผู้ป่วย ................... 8. ข้าพเจ้าจะตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วยว่าควรจะบอกเรื่องการเข้ารับการบัดกับใคร และเมื่อใด ................... 9. ข้าพเจ้าจะระลึกเสมอว่าปัญหาเรื่องการบ าบัดส าคัญกว่าปัญหาอื่นในขณะนี้ ................... 10. ข้าพเจ้ายินดีที่จะเข้าร่วมฟังบทเรียนต่างๆ ในการบ าบัดเมื่อได้รับเชิญ ................... 11. ข้าพเจ้ายอมให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมและนัดหมายต่างๆ โดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้ร่วมกิจกรรม ดังกล่าวได้ โดยไม่รู่สึกขุ่นเคืองใจ ................... 12. ข้าพเจ้ายินดีที่จะฝึกฝนเพื่อพูดคุยกับผู้ป่วยเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ แทนที่จะนิ่งเฉยหรือโต้แย้ง ................... 13. ข้าพเจ้าจะช่วยกระตุ้นผู้ป่วยให้เข้ารับการบ าบัดอย่างต่อเนื่อง ................... 14. ข้าพเจ้าจะพยายามแยกแยะให้ได้ว่าข้าพเจ้าโกรธพฤติกรรมการติดยา ไม่ใช่ตัวผู้ป่วย ลงชื่อ...........................................................(ญาติ) (..........................................................) วันที่................................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 17 การตอบสนองต่อความอยากยา: ในระยะเริ่มต้นเสพยา มีการเสพยาในแหล่งที่ใช้ ท าให้เกิดอาการทาง ร่างกายที่เกิดจากการเสพยา ในระยะยังคงเสพยา สมองส่วนอยากถูกกระตุ้นให้เกิดความอยากยาน้อยๆ จาก ตัวกระตุ้นโดยตรง จนท าให้เกิดอาการทางร่างกาย เหมือนกับอาการที่เกิดจากการใช้ยาและท าให้เกิดแรงผลักดัน ที่แสวงหายามาเสพต่อไป สไลด์แผ่น 18 ส าหรับผู้ติดยาเสพติด เมื่อเผชิญกับตัวกระตุ้นจะท าให้คิดถึงยาเสพติด ที่สามารถน าไปสู่การอยากยา และส่วนมากจะท าให้กลับไปใช้ยาเสพติดอีกครั้ง การฝึก “เทคนิคการหยุดความคิด” จะช่วยป้องกันความคิด ถึงยาเพื่อให้ไม่เกิดความอยากยาที่รุนแรงจนควบคุมตนเองไม่ได้ สไลด์แผ่น 19 ผู้รับการบ าบัดส่วนใหญ่เมื่อเข้าสู่กระบวนการเลิกยา อาจยังไม่ตระหนักถึงความคิดที่น าไปสู่การอยาก ใช้ยาว่าเกิดขึ้นเมื่อไรบ้าง พวกเขายังรู้สึกสนุกสนาน มีความคิดและพฤติกรรมที่ไม่ได้ตระหนักถึงมัน ดังนั้นจึงมี ความจ าเป็นที่ต้องฝึกรับรู้ถึงความคิดที่ท าให้เสพยา และหยุดความคิดเหล่านั้นด้วยเทคนิคต่อไปนี้ การสร้างจินตนาการ: สร้างภาพในจินตนาการว่าคุณปิดสวิทช์เพื่อหยุดความคิดที่อยากใช้ยาเสพติด หรือดื่มสุรา จากนั้นวาดภาพอื่นแทนการคิดถึงยาเสพติด ควรใช้จินตนาการหรือคิดถึงสิ่งที่น่าชื่นชมหรือมี ความหมายต่อคุณ โดยสิ่งนั้นต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง หากเทคนิคจินตนาการไม่ได้ผล และยังมีความคิดที่จะใช้ยาเสพติด ควรเปลี่ยนสภาพแวดล้อมหรือเปลี่ยนไปท างานที่ต้องใช้สมาธิอย่างเต็มที่ การเตือนตนเองด้วยการดีดหนังยาง: คล้องยางที่ข้อมือ ดึงและดีดหนังยางเบาๆ ที่ข้อมือของคุณ และพูด ว่า “ไม่” เมื่อมีความคิดที่จะใช่ยาเสพติดหรือดื่มสุรา และสร้างมโนภาพอื่นทดแทนการคิดถึงยาเสพติดหรือสุรา การฝึกผ่อนคลาย: เมื่อรู้สึกว่ากระเพาะอาหารว่าง โหวง หนัก หรือบีบตัวเป็นพักๆ ให้สูดหายใจเข้า ลึกๆ จนเต็มปอด แล้วผ่อนหายใจออกช้าๆ จะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ ท าติดต่อกัน 3 ครั้งคุณจะรู้สึกว่าความ อึดอัดนั้นผ่อนคลายลง ท าซ้ าเมื่อมีความรู้สึกอยากยา ปรึกษาคนที่ช่วยเหลือได้: พูดคุยกับคนอื่นเพื่อระบายความรู้สึกของคุณ เพื่อให้คุณเองได้รับรู้และ ความทบทวนความคิดของตัวเอง คุณควรมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สามารถช่วยคุณได้ และคุณสามารถติดต่อ ได้ทันทีที่ต้องการความช่วยเหลือ ้
37 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 3.2 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) แบบส ำรวจเพื่อช่วยเลิกยำ ก. โปรดอ่านข้อความต่อไปนี้ และท าเครื่องหมาย ลงในช่อง “ปฏิบัติ” หรือ “ไม่ปฏิบัติ” กิจกรรมดังกล่าว ตั้งแต่คุณเข้ารับการบ าบัดจนถึงปัจจุบัน หากไม่ปฏิบัติขอให้อธิบายเหตุผลลงในช่องว่าง กิจกรรมที่ช่วยให้เลิกยาเสพติด ปฏิบัติ ไม่ ปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติ โปรดระบุเหตุผลหรือสาเหตุ 1. ตรวจกิจกรรมประจ าวัน 2. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย 3. ก าจัดอุปกรณ์เกี่ยวกับการเสพยา 4. หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า 5. หลีกเลี่ยงการเสพยา 6. หลีกเลี่ยงบาร์/คลับ 7. หยุดดื่มเหล้า 8. หยุดเสพยาทุกชนิด 9. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ของตนเอง 10. อธิบายพฤติกรรมติดยาของตนเองได้ 11. หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น (เมื่อท าได้) 12. ใช้การหยุดความคิดเมื่ออยากยา (เมื่อท าได้) 13. รับบริการปรึกษารายบุคคล 14. เข้าร่ามกลุ่มเรียนรู้เรื่องยาเสพติด 15. เข้าร่วมกลุ่มการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาฯ 16. เข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม 17. หาผู้ช่วยเหลือ 18. ออกก าลังกายทุกวัน 19. พูดคุยเกี่ยวกับความคิดความรู้สึกและ พฤติกรรมของท่านตรงไปตรงมากับผู้บ าบัด 20. พฤติกรรมอื่นๆ ระบุ.................................... ข. ตามความคิดเห็นของคุณ กิจกรรมที่กล่าวข้างต้น กิจกรรมใดที่ท าได้ง่าย กิจกรรมใดที่ต้องใช้ความพยายาม ในการท าอย่างมาก กิจกรรมที่ยังไม่ได้ท ามีอะไรบ้างและสาเหตุที่ยังไม่ได้ท า .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 3.3 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) ยาบ้าและเพศสัมพันธ์ ก.ยาบ้ามีผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมพฤติกรรมและความพึงพอใจทางเพศ ขอให้ท่านท าเครื่องหมาย หน้าข้อความ ที่เป็นจริงส าหรับตัวท่าน ระยะเริ่มแรกของการใช้ยา ระยะวิกฤต ยาบ้าเพิ่มความพึงพอใจทางเพศ ระยะเวลามีเพศสัมพันธ์นานขึ้น แต่ความสุข ยาบ้าช่วยยืดระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ ลดลงเมื่อเทียบกับประสบการณ์ครั้งก่อน ยาบ้าท าให้ข้าพเจ้าสามารถท าในสิ่งที่ไม่กล้าท า หาความสุขทางเพศในรูปแบบแปลกๆ ยาบ้าช่วยให้ข้าพเจ้ามีโอกาสพบปะผู้คนมากขึ้น คิดถึงเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับยาเสพติดว่า ยาบ้าท าให้ข้าพเจ้ากังวลน้อยลงในการเริ่มมี เป็นสิ่งน่าตื่นเต้นกว่าความเป็นจริง ความสัมพันธ์ทางเพศกับคนใหม่ การบรรลุจุดสุดยอดในการมีเพศสัมพันธ์ ยาบ้าเพิ่มความตื่นเต้นในการมีเพศสัมพันธ์ เป็นไปได้ยากขึ้น เสพยาทดแทนการมีเพศสัมพันธ์ อาการข้างต้นเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นในผู้เสพยาบ้า คนจ านวนมากเชื่อว่าการคิดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์เป็น ตัวกระตุ้นให้อยากเสพยา ถ้าค ากล่าวนี้เป็นจริงส าหรับคุณ ขอให้พึงระวังว่าคุณจ าเป็นต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น ที่ท าให้อยากยาและตัวกระตุ้นเรื่องเพศสัมพันธ์ อย่างน้อยในระยะแรกของการบ าบัด ข. ขอให้คุณท าเครื่องหมาย หน้าตัวกระตุ้นที่ท าให้คุณเสี่ยงต่อการเสพยา ............. ตัวกระตุ้นทางเพศ บุคคล ภาพหรือวิดีโอที่แสดงถึงบุคคลที่ยั่วยวน เป็นสิ่งกระตุ้นความต้องการ ทางเพศ และเกิดอาการอยากยา ............. บาร์/ คลับ/ งานรื่นเริงต่างๆ หลายคนรู้สึกว่าตนไม่ได้ไปสถานเริงรมย์เป็นเวลานาน จึง ต้องการพิสูจน์ว่าตนสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้เสพยาหรือดื่มสุราเมื่อเข้าไปในสถานเริงรมย์ การกระท าเช่นนั้นเป็นความเสี่ยง เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นที่รุนแรง และท าให้คุณ อยากยา สุดท้ายคุณอาจต้องกลับไปเสพยาอีก ............. เหล้า การดื่มเหล้า ลดความสามารถของสมองในการควบคุมตัวเอง และควบคุมการอยากยา อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความอยากยาอีกด้วย ............. การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรสเป็นการลดตัวกระตุ้นในระยะแรก ของการหยุดยาเนื่องจากไม่ต้องอาศัยยาบ้าเพื่อให้กล้าปิดบังคู่สมรส สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ น าไปสู่นิสัยประจ าตัวได้ พฤติกรรมทางเพศจะกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อท่านเลิกเสพยา ความอดทนและการดูแลที่ถูกต้อง จะท าให้คุณสามารถแยกแยะการเสพยาและการมีเพศสัมพันธ์ออกจากกันได้ 36 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 3.2 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) แบบส ำรวจเพื่อช่วยเลิกยำ ก. โปรดอ่านข้อความต่อไปนี้ และท าเครื่องหมาย ลงในช่อง “ปฏิบัติ” หรือ “ไม่ปฏิบัติ” กิจกรรมดังกล่าว ตั้งแต่คุณเข้ารับการบ าบัดจนถึงปัจจุบัน หากไม่ปฏิบัติขอให้อธิบายเหตุผลลงในช่องว่าง กิจกรรมที่ช่วยให้เลิกยาเสพติด ปฏิบัติ ไม่ ปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติ โปรดระบุเหตุผลหรือสาเหตุ 1. ตรวจกิจกรรมประจ าวัน 2. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย 3. ก าจัดอุปกรณ์เกี่ยวกับการเสพยา 4. หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า 5. หลีกเลี่ยงการเสพยา 6. หลีกเลี่ยงบาร์/คลับ 7. หยุดดื่มเหล้า 8. หยุดเสพยาทุกชนิด 9. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ของตนเอง 10. อธิบายพฤติกรรมติดยาของตนเองได้ 11. หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น (เมื่อท าได้) 12. ใช้การหยุดความคิดเมื่ออยากยา (เมื่อท าได้) 13. รับบริการปรึกษารายบุคคล 14. เข้าร่ามกลุ่มเรียนรู้เรื่องยาเสพติด 15. เข้าร่วมกลุ่มการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาฯ 16. เข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม 17. หาผู้ช่วยเหลือ 18. ออกก าลังกายทุกวัน 19. พูดคุยเกี่ยวกับความคิดความรู้สึกและ พฤติกรรมของท่านตรงไปตรงมากับผู้บ าบัด 20. พฤติกรรมอื่นๆ ระบุ.................................... ข. ตามความคิดเห็นของคุณ กิจกรรมที่กล่าวข้างต้น กิจกรรมใดที่ท าได้ง่าย กิจกรรมใดที่ต้องใช้ความพยายาม ในการท าอย่างมาก กิจกรรมที่ยังไม่ได้ท ามีอะไรบ้างและสาเหตุที่ยังไม่ได้ท า .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 3.3 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) ยาบ้าและเพศสัมพันธ์ ก.ยาบ้ามีผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมพฤติกรรมและความพึงพอใจทางเพศ ขอให้ท่านท าเครื่องหมาย หน้าข้อความ ที่เป็นจริงส าหรับตัวท่าน ระยะเริ่มแรกของการใช้ยา ระยะวิกฤต ยาบ้าเพิ่มความพึงพอใจทางเพศ ระยะเวลามีเพศสัมพันธ์นานขึ้น แต่ความสุข ยาบ้าช่วยยืดระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ ลดลงเมื่อเทียบกับประสบการณ์ครั้งก่อน ยาบ้าท าให้ข้าพเจ้าสามารถท าในสิ่งที่ไม่กล้าท า หาความสุขทางเพศในรูปแบบแปลกๆ ยาบ้าช่วยให้ข้าพเจ้ามีโอกาสพบปะผู้คนมากขึ้น คิดถึงเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับยาเสพติดว่า ยาบ้าท าให้ข้าพเจ้ากังวลน้อยลงในการเริ่มมี เป็นสิ่งน่าตื่นเต้นกว่าความเป็นจริง ความสัมพันธ์ทางเพศกับคนใหม่ การบรรลุจุดสุดยอดในการมีเพศสัมพันธ์ ยาบ้าเพิ่มความตื่นเต้นในการมีเพศสัมพันธ์ เป็นไปได้ยากขึ้น เสพยาทดแทนการมีเพศสัมพันธ์ อาการข้างต้นเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นในผู้เสพยาบ้า คนจ านวนมากเชื่อว่าการคิดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์เป็น ตัวกระตุ้นให้อยากเสพยา ถ้าค ากล่าวนี้เป็นจริงส าหรับคุณ ขอให้พึงระวังว่าคุณจ าเป็นต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น ที่ท าให้อยากยาและตัวกระตุ้นเรื่องเพศสัมพันธ์ อย่างน้อยในระยะแรกของการบ าบัด ข. ขอให้คุณท าเครื่องหมาย หน้าตัวกระตุ้นที่ท าให้คุณเสี่ยงต่อการเสพยา ............. ตัวกระตุ้นทางเพศ บุคคล ภาพหรือวิดีโอที่แสดงถึงบุคคลที่ยั่วยวน เป็นสิ่งกระตุ้นความต้องการ ทางเพศ และเกิดอาการอยากยา ............. บาร์/ คลับ/ งานรื่นเริงต่างๆ หลายคนรู้สึกว่าตนไม่ได้ไปสถานเริงรมย์เป็นเวลานาน จึง ต้องการพิสูจน์ว่าตนสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้เสพยาหรือดื่มสุราเมื่อเข้าไปในสถานเริงรมย์ การกระท าเช่นนั้นเป็นความเสี่ยง เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นที่รุนแรง และท าให้คุณ อยากยา สุดท้ายคุณอาจต้องกลับไปเสพยาอีก ............. เหล้า การดื่มเหล้า ลดความสามารถของสมองในการควบคุมตัวเอง และควบคุมการอยากยา อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความอยากยาอีกด้วย ............. การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรสเป็นการลดตัวกระตุ้นในระยะแรก ของการหยุดยาเนื่องจากไม่ต้องอาศัยยาบ้าเพื่อให้กล้าปิดบังคู่สมรส สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ น าไปสู่นิสัยประจ าตัวได้ พฤติกรรมทางเพศจะกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อท่านเลิกเสพยา ความอดทนและการดูแลที่ถูกต้อง จะท าให้คุณสามารถแยกแยะการเสพยาและการมีเพศสัมพันธ์ออกจากกันได้ ว
37 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 3.2 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) แบบส ำรวจเพื่อช่วยเลิกยำ ก. โปรดอ่านข้อความต่อไปนี้ และท าเครื่องหมาย ลงในช่อง “ปฏิบัติ” หรือ “ไม่ปฏิบัติ” กิจกรรมดังกล่าว ตั้งแต่คุณเข้ารับการบ าบัดจนถึงปัจจุบัน หากไม่ปฏิบัติขอให้อธิบายเหตุผลลงในช่องว่าง กิจกรรมที่ช่วยให้เลิกยาเสพติด ปฏิบัติ ไม่ ปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติ โปรดระบุเหตุผลหรือสาเหตุ 1. ตรวจกิจกรรมประจ าวัน 2. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย 3. ก าจัดอุปกรณ์เกี่ยวกับการเสพยา 4. หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า 5. หลีกเลี่ยงการเสพยา 6. หลีกเลี่ยงบาร์/คลับ 7. หยุดดื่มเหล้า 8. หยุดเสพยาทุกชนิด 9. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ของตนเอง 10. อธิบายพฤติกรรมติดยาของตนเองได้ 11. หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น (เมื่อท าได้) 12. ใช้การหยุดความคิดเมื่ออยากยา (เมื่อท าได้) 13. รับบริการปรึกษารายบุคคล 14. เข้าร่ามกลุ่มเรียนรู้เรื่องยาเสพติด 15. เข้าร่วมกลุ่มการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาฯ 16. เข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม 17. หาผู้ช่วยเหลือ 18. ออกก าลังกายทุกวัน 19. พูดคุยเกี่ยวกับความคิดความรู้สึกและ พฤติกรรมของท่านตรงไปตรงมากับผู้บ าบัด 20. พฤติกรรมอื่นๆ ระบุ.................................... ข. ตามความคิดเห็นของคุณ กิจกรรมที่กล่าวข้างต้น กิจกรรมใดที่ท าได้ง่าย กิจกรรมใดที่ต้องใช้ความพยายาม ในการท าอย่างมาก กิจกรรมที่ยังไม่ได้ท ามีอะไรบ้างและสาเหตุที่ยังไม่ได้ท า .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 3.3 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) ยาบ้าและเพศสัมพันธ์ ก.ยาบ้ามีผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมพฤติกรรมและความพึงพอใจทางเพศ ขอให้ท่านท าเครื่องหมาย หน้าข้อความ ที่เป็นจริงส าหรับตัวท่าน ระยะเริ่มแรกของการใช้ยา ระยะวิกฤต ยาบ้าเพิ่มความพึงพอใจทางเพศ ระยะเวลามีเพศสัมพันธ์นานขึ้น แต่ความสุข ยาบ้าช่วยยืดระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ ลดลงเมื่อเทียบกับประสบการณ์ครั้งก่อน ยาบ้าท าให้ข้าพเจ้าสามารถท าในสิ่งที่ไม่กล้าท า หาความสุขทางเพศในรูปแบบแปลกๆ ยาบ้าช่วยให้ข้าพเจ้ามีโอกาสพบปะผู้คนมากขึ้น คิดถึงเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับยาเสพติดว่า ยาบ้าท าให้ข้าพเจ้ากังวลน้อยลงในการเริ่มมี เป็นสิ่งน่าตื่นเต้นกว่าความเป็นจริง ความสัมพันธ์ทางเพศกับคนใหม่ การบรรลุจุดสุดยอดในการมีเพศสัมพันธ์ ยาบ้าเพิ่มความตื่นเต้นในการมีเพศสัมพันธ์ เป็นไปได้ยากขึ้น เสพยาทดแทนการมีเพศสัมพันธ์ อาการข้างต้นเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นในผู้เสพยาบ้า คนจ านวนมากเชื่อว่าการคิดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์เป็น ตัวกระตุ้นให้อยากเสพยา ถ้าค ากล่าวนี้เป็นจริงส าหรับคุณ ขอให้พึงระวังว่าคุณจ าเป็นต้องหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น ที่ท าให้อยากยาและตัวกระตุ้นเรื่องเพศสัมพันธ์ อย่างน้อยในระยะแรกของการบ าบัด ข. ขอให้คุณท าเครื่องหมาย หน้าตัวกระตุ้นที่ท าให้คุณเสี่ยงต่อการเสพยา ............. ตัวกระตุ้นทางเพศ บุคคล ภาพหรือวิดีโอที่แสดงถึงบุคคลที่ยั่วยวน เป็นสิ่งกระตุ้นความต้องการ ทางเพศ และเกิดอาการอยากยา ............. บาร์/ คลับ/ งานรื่นเริงต่างๆ หลายคนรู้สึกว่าตนไม่ได้ไปสถานเริงรมย์เป็นเวลานาน จึง ต้องการพิสูจน์ว่าตนสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้เสพยาหรือดื่มสุราเมื่อเข้าไปในสถานเริงรมย์ การกระท าเช่นนั้นเป็นความเสี่ยง เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นที่รุนแรง และท าให้คุณ อยากยา สุดท้ายคุณอาจต้องกลับไปเสพยาอีก ............. เหล้า การดื่มเหล้า ลดความสามารถของสมองในการควบคุมตัวเอง และควบคุมการอยากยา อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความอยากยาอีกด้วย ............. การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรสเป็นการลดตัวกระตุ้นในระยะแรก ของการหยุดยาเนื่องจากไม่ต้องอาศัยยาบ้าเพื่อให้กล้าปิดบังคู่สมรส สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ น าไปสู่นิสัยประจ าตัวได้ พฤติกรรมทางเพศจะกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อท่านเลิกเสพยา ความอดทนและการดูแลที่ถูกต้อง จะท าให้คุณสามารถแยกแยะการเสพยาและการมีเพศสัมพันธ์ออกจากกันได้
39 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในการเลิกยาและ การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ�้า ครั้งที่ 4
39 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในการเลิกยาและ การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ�้า ครั้งที่ 4
41 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่4.1 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะเลิกยาเสพติด ก. เส้นทางสู่การเลิกยาเสพติด การฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการเลิกยาเสพติดเป็นขบวนการที่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้หลังจากการ หยุดเสพยาจะมีการปรับเปลี่ยนของสารเคมีในสมอง เพื่อให้เกิดความสมดุลของสารเคมีในสมองซึ่งเป็นสิ่ง ส าคัญของขบวนการฟื้นตัวของสมอง เพราะขณะเสพยาจะมีผลให้เกิดความผิดปกติของระดับสารเคมีในสมอง (ซึ่งการเสียสมดุลของสารเคมีในสมองจะก่อให้เกิดความผิดปกติทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ความคิดและ พฤติกรรม) ดังนั้นจึงเป็นเรื่องส าคัญที่บุคคลที่เลิกเสพยาจะต้องเข้าใจว่าท าไมในระยะต่างๆ ของการเลิกเสพยา จึงมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์และกระบวนการคิด ข. ระยะต่าง ๆ ของการเลิกเสพยาเสพติด 1. ระยะเกิดอาการขาดยาเสพติด ระหว่างวันแรกของการหยุดเสพยา ผู้ที่เคยเสพยาบางคนจะมีอาการไม่สบาย ซึ่งก่อให้เกิดความ ยากล าบากในการปรับตัวหลังเลิกเสพยา อาการไม่สบายต่าง ๆ จะมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดและมีระยะ เวลานานเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่เสพ ความถี่ของการเสพ ระยะเวลาของการเสพและชนิดของยาเสพติด ที่ใช้เสพ ส้าหรับผู้ใช้ยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ใน 3-10 วันแรกของการหยุดเสพยา ผู้เสพยาจะมี อาการอยากยาเสพติด ซึมเศร้า ไม่มีแรง หิวบ่อยและไม่ค่อยมีสมาธิถึงแม้ว่าผู้เสพยาประเภทกระตุ้นประสาท จะมีความรุนแรงของอาการไม่สบายทางร่างกายน้อยกว่าผู้ที่เสพสุราก็ตาม แต่ก็สามารถเกิดปัญหาทางด้าน จิตใจ เช่น อาการอยากยาเสพติดและอาการซึมเศร้าที่รุนแรง ส้าหรับผู้ที่ดื่มสุรา (รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) ในปริมาณมาก อาการไม่สบายเกิดขึ้นอย่าง รุนแรงตามมาหลังหยุดดื่มสุรา อาการไม่สบายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้แก่ อาการคลื่นไส้ไม่มีแรง วิตกกังวล มือสั่น ตัวสั่น ซึมเศร้า เจ้าอารมณ์ นอนไม่ค่อยหลับ หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิและมีปัญหาในเรื่องความจ า (จ าอะไรไม่ค่อยได้หลงๆ ลืมๆ บ่อย) อาการต่างๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นหลังหยุดดื่มสุราประมาณ 3-5 วัน แต่ใน บางรายอาจมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ผู้ดื่มสุราบางรายจ าเป็นต้องเข้ารับการรักษาใน โรงพยาบาลเพื่อให้ได้รับการดูแลช่วยเหลือให้ปลอดภัยในระยะถอนพิษยานี้ ส้าหรับผู้ที่ใช้ฝิ่นและใช้ยาประเภทกล่อมประสาทเป็นเวลานาน ๆ ในระยะ 7-10 วันแรกจะมี อาการไม่สุขสบายทางร่างกายซึ่งเป็นอาการแสดงของอาการขาดยาเสพติดและอาจจาเป็นต้องเข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาลและ/หรือได้รับการรักษาโดยการให้ยาตามค าสั่งการรักษาของแพทย์ส าหรับผู้ที่ติดยาเสพติด ประเภทนี้มีความจ าเป็นที่จะต้องสังเกตอาการไม่สบายต่าง ๆ ทางร่างกายที่เกิดจากอาการขาดยาเสพติดอย่าง ใกล้ชิด ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่สุขสบายทางร่างกาย หลายคนจะพบปัญหาต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพจิตด้วย เช่น อาการกระวนกระวายใจ นอนไม่ค่อยหลับ ซึมเศร้า ไม่ค่อยมีสมาธิการที่บุคคลสามารถหยุดเสพยาเสพติด ได้ส าเร็จในระยะเกิดอาการขาดยาเสพติด ถือว่าเป็นผลส าเร็จที่ส าคัญในระยะแรกของการเลิกเสพยา ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 4 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในการเลิกยาและการหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้้า วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะเลิกยาและหาแนวทางแก้ไข 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะปรับพฤติกรรมไปในแนวทางที่เหมาะสม รู้ว่าพฤติกรรมใดที่ควรหลีกเลี่ยง โดยท าควบคู่ไปกับสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ 3. ส่งเสริมและส ารวจแรงจูงใจในการเลิกยา พร้อมทั้งมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเรียน การงาน ที่เหมาะสม สาระส้าคัญ 1. หลังจากหยุดเสพยาจะมีการปรับเปลี่ยนสารเคมีในสมองเพื่อให้สมองฟื้นตัวและมีการเปลี่ยนแปลง 4 ระยะ คือ ระยะขาดยาเสพติด ระยะหยุดยาช่วงแรก ระยะหยุดยาช่วงยืดเยื้อ และระยะปรับแบบแผนการด าเนิน ชีวิตใหม่ การท าความเข้าใจดังกล่าวจะน าไปสู่การหาแนวทางป้องกันการกลับไปเสพซ้ าที่เหมาะสม 2. ผู้ป่วยต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงจะต้องท าควบคู่ไปกับสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วย มั่นใจว่าการเลิกยาจะท าได้อย่างต่อเนื่องและถาวร 3. การมีแรงจูงใจที่ดีระหว่างการบ าบัด รวมทั้งการส ารวจตนเองเกี่ยวกับการเรียน การงาน และหา แนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม จะน าไปสู่พฤติกรรมการเลิกยาเสพติดได้อย่างถาวร วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรม โดยเริ่มจากการอ่านข้อความ ในใบความรู้ที่ 4.1 พร้อมอธิบายและเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยซักถามและแลกเปลี่ยน 2. ผู้บ าบัดให้ผู้ป่วยเล่าถึงปัญหาการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันในการเลิกยาระยะเริ่มต้น 3. ให้ผู้ป่วยท าใบกิจกรรมที่ 4.1 การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้ า และใบกิจกรรมที่ 4.2 สิ่งยึด เหนี่ยว: ตารางการเลิกยา อภิปรายแต่ละคนและสรุปร่วมกัน 4. ให้ผู้ป่วยท าใบกิจกรรมที่ 4.3 การเรียน การงาน และการเลิกยา อภิปรายแต่ละคนและสรุปร่วมกัน 5. ให้ผู้ป่วยท าใบกิจกรรมที่ 4.4 แรงจูงใจในการเลิกยา อภิปรายแต่ละคนและสรุปร่วมกัน 6. ผู้บ าบัดกลุ่มสรุปประเด็นส าคัญ และนัดหมายกิจกรรมครั้งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 4.1 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะเลิกยาเสพติด 2. ใบกิจกรรมที่ 4.1 การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้ า 3. ใบกิจกรรมที่ 4.2 สิ่งยึดเหนี่ยว: ตารางการเลิกยา 4. ใบกิจกรรมที่ 4.3 การเรียน การงาน และการเลิกยา 5. ใบกิจกรรมที่ 4.4 แรงจูงใจในการเลิกยา จ�า 40 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่4.1 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะเลิกยาเสพติด ก. เส้นทางสู่การเลิกยาเสพติด การฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการเลิกยาเสพติดเป็นขบวนการที่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้หลังจากการ หยุดเสพยาจะมีการปรับเปลี่ยนของสารเคมีในสมอง เพื่อให้เกิดความสมดุลของสารเคมีในสมองซึ่งเป็นสิ่ง ส าคัญของขบวนการฟื้นตัวของสมอง เพราะขณะเสพยาจะมีผลให้เกิดความผิดปกติของระดับสารเคมีในสมอง (ซึ่งการเสียสมดุลของสารเคมีในสมองจะก่อให้เกิดความผิดปกติทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ความคิดและ พฤติกรรม) ดังนั้นจึงเป็นเรื่องส าคัญที่บุคคลที่เลิกเสพยาจะต้องเข้าใจว่าท าไมในระยะต่างๆ ของการเลิกเสพยา จึงมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์และกระบวนการคิด ข. ระยะต่าง ๆ ของการเลิกเสพยาเสพติด 1. ระยะเกิดอาการขาดยาเสพติด ระหว่างวันแรกของการหยุดเสพยา ผู้ที่เคยเสพยาบางคนจะมีอาการไม่สบาย ซึ่งก่อให้เกิดความ ยากล าบากในการปรับตัวหลังเลิกเสพยา อาการไม่สบายต่าง ๆ จะมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดและมีระยะ เวลานานเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่เสพ ความถี่ของการเสพ ระยะเวลาของการเสพและชนิดของยาเสพติด ที่ใช้เสพ ส้าหรับผู้ใช้ยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ใน 3-10 วันแรกของการหยุดเสพยา ผู้เสพยาจะมี อาการอยากยาเสพติด ซึมเศร้า ไม่มีแรง หิวบ่อยและไม่ค่อยมีสมาธิถึงแม้ว่าผู้เสพยาประเภทกระตุ้นประสาท จะมีความรุนแรงของอาการไม่สบายทางร่างกายน้อยกว่าผู้ที่เสพสุราก็ตาม แต่ก็สามารถเกิดปัญหาทางด้าน จิตใจ เช่น อาการอยากยาเสพติดและอาการซึมเศร้าที่รุนแรง ส้าหรับผู้ที่ดื่มสุรา (รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) ในปริมาณมาก อาการไม่สบายเกิดขึ้นอย่าง รุนแรงตามมาหลังหยุดดื่มสุรา อาการไม่สบายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้แก่ อาการคลื่นไส้ไม่มีแรง วิตกกังวล มือสั่น ตัวสั่น ซึมเศร้า เจ้าอารมณ์ นอนไม่ค่อยหลับ หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิและมีปัญหาในเรื่องความจ า (จ าอะไรไม่ค่อยได้หลงๆ ลืมๆ บ่อย) อาการต่างๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นหลังหยุดดื่มสุราประมาณ 3-5 วัน แต่ใน บางรายอาจมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ผู้ดื่มสุราบางรายจ าเป็นต้องเข้ารับการรักษาใน โรงพยาบาลเพื่อให้ได้รับการดูแลช่วยเหลือให้ปลอดภัยในระยะถอนพิษยานี้ ส้าหรับผู้ที่ใช้ฝิ่นและใช้ยาประเภทกล่อมประสาทเป็นเวลานาน ๆ ในระยะ 7-10 วันแรกจะมี อาการไม่สุขสบายทางร่างกายซึ่งเป็นอาการแสดงของอาการขาดยาเสพติดและอาจจาเป็นต้องเข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาลและ/หรือได้รับการรักษาโดยการให้ยาตามค าสั่งการรักษาของแพทย์ส าหรับผู้ที่ติดยาเสพติด ประเภทนี้มีความจ าเป็นที่จะต้องสังเกตอาการไม่สบายต่าง ๆ ทางร่างกายที่เกิดจากอาการขาดยาเสพติดอย่าง ใกล้ชิด ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่สุขสบายทางร่างกาย หลายคนจะพบปัญหาต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพจิตด้วย เช่น อาการกระวนกระวายใจ นอนไม่ค่อยหลับ ซึมเศร้า ไม่ค่อยมีสมาธิการที่บุคคลสามารถหยุดเสพยาเสพติด ได้ส าเร็จในระยะเกิดอาการขาดยาเสพติด ถือว่าเป็นผลส าเร็จที่ส าคัญในระยะแรกของการเลิกเสพยา ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 4 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในการเลิกยาและการหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้้า วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะเลิกยาและหาแนวทางแก้ไข 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะปรับพฤติกรรมไปในแนวทางที่เหมาะสม รู้ว่าพฤติกรรมใดที่ควรหลีกเลี่ยง โดยท าควบคู่ไปกับสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ 3. ส่งเสริมและส ารวจแรงจูงใจในการเลิกยา พร้อมทั้งมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเรียน การงาน ที่เหมาะสม สาระส้าคัญ 1. หลังจากหยุดเสพยาจะมีการปรับเปลี่ยนสารเคมีในสมองเพื่อให้สมองฟื้นตัวและมีการเปลี่ยนแปลง 4 ระยะ คือ ระยะขาดยาเสพติด ระยะหยุดยาช่วงแรก ระยะหยุดยาช่วงยืดเยื้อ และระยะปรับแบบแผนการด าเนิน ชีวิตใหม่ การท าความเข้าใจดังกล่าวจะน าไปสู่การหาแนวทางป้องกันการกลับไปเสพซ้ าที่เหมาะสม 2. ผู้ป่วยต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงจะต้องท าควบคู่ไปกับสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วย มั่นใจว่าการเลิกยาจะท าได้อย่างต่อเนื่องและถาวร 3. การมีแรงจูงใจที่ดีระหว่างการบ าบัด รวมทั้งการส ารวจตนเองเกี่ยวกับการเรียน การงาน และหา แนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม จะน าไปสู่พฤติกรรมการเลิกยาเสพติดได้อย่างถาวร วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรม โดยเริ่มจากการอ่านข้อความ ในใบความรู้ที่ 4.1 พร้อมอธิบายและเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยซักถามและแลกเปลี่ยน 2. ผู้บ าบัดให้ผู้ป่วยเล่าถึงปัญหาการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันในการเลิกยาระยะเริ่มต้น 3. ให้ผู้ป่วยท าใบกิจกรรมที่ 4.1 การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้ า และใบกิจกรรมที่ 4.2 สิ่งยึด เหนี่ยว: ตารางการเลิกยา อภิปรายแต่ละคนและสรุปร่วมกัน 4. ให้ผู้ป่วยท าใบกิจกรรมที่ 4.3 การเรียน การงาน และการเลิกยา อภิปรายแต่ละคนและสรุปร่วมกัน 5. ให้ผู้ป่วยท าใบกิจกรรมที่ 4.4 แรงจูงใจในการเลิกยา อภิปรายแต่ละคนและสรุปร่วมกัน 6. ผู้บ าบัดกลุ่มสรุปประเด็นส าคัญ และนัดหมายกิจกรรมครั้งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 4.1 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะเลิกยาเสพติด 2. ใบกิจกรรมที่ 4.1 การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้ า 3. ใบกิจกรรมที่ 4.2 สิ่งยึดเหนี่ยว: ตารางการเลิกยา 4. ใบกิจกรรมที่ 4.3 การเรียน การงาน และการเลิกยา 5. ใบกิจกรรมที่ 4.4 แรงจูงใจในการเลิกยา
41 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่4.1 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะเลิกยาเสพติด ก. เส้นทางสู่การเลิกยาเสพติด การฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการเลิกยาเสพติดเป็นขบวนการที่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้หลังจากการ หยุดเสพยาจะมีการปรับเปลี่ยนของสารเคมีในสมอง เพื่อให้เกิดความสมดุลของสารเคมีในสมองซึ่งเป็นสิ่ง ส าคัญของขบวนการฟื้นตัวของสมอง เพราะขณะเสพยาจะมีผลให้เกิดความผิดปกติของระดับสารเคมีในสมอง (ซึ่งการเสียสมดุลของสารเคมีในสมองจะก่อให้เกิดความผิดปกติทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ความคิดและ พฤติกรรม) ดังนั้นจึงเป็นเรื่องส าคัญที่บุคคลที่เลิกเสพยาจะต้องเข้าใจว่าท าไมในระยะต่างๆ ของการเลิกเสพยา จึงมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์และกระบวนการคิด ข. ระยะต่าง ๆ ของการเลิกเสพยาเสพติด 1. ระยะเกิดอาการขาดยาเสพติด ระหว่างวันแรกของการหยุดเสพยา ผู้ที่เคยเสพยาบางคนจะมีอาการไม่สบาย ซึ่งก่อให้เกิดความ ยากล าบากในการปรับตัวหลังเลิกเสพยา อาการไม่สบายต่าง ๆ จะมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดและมีระยะ เวลานานเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่เสพ ความถี่ของการเสพ ระยะเวลาของการเสพและชนิดของยาเสพติด ที่ใช้เสพ ส้าหรับผู้ใช้ยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ใน 3-10 วันแรกของการหยุดเสพยา ผู้เสพยาจะมี อาการอยากยาเสพติด ซึมเศร้า ไม่มีแรง หิวบ่อยและไม่ค่อยมีสมาธิถึงแม้ว่าผู้เสพยาประเภทกระตุ้นประสาท จะมีความรุนแรงของอาการไม่สบายทางร่างกายน้อยกว่าผู้ที่เสพสุราก็ตาม แต่ก็สามารถเกิดปัญหาทางด้าน จิตใจ เช่น อาการอยากยาเสพติดและอาการซึมเศร้าที่รุนแรง ส้าหรับผู้ที่ดื่มสุรา (รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) ในปริมาณมาก อาการไม่สบายเกิดขึ้นอย่าง รุนแรงตามมาหลังหยุดดื่มสุรา อาการไม่สบายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้แก่ อาการคลื่นไส้ไม่มีแรง วิตกกังวล มือสั่น ตัวสั่น ซึมเศร้า เจ้าอารมณ์ นอนไม่ค่อยหลับ หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิและมีปัญหาในเรื่องความจ า (จ าอะไรไม่ค่อยได้หลงๆ ลืมๆ บ่อย) อาการต่างๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นหลังหยุดดื่มสุราประมาณ 3-5 วัน แต่ใน บางรายอาจมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ผู้ดื่มสุราบางรายจ าเป็นต้องเข้ารับการรักษาใน โรงพยาบาลเพื่อให้ได้รับการดูแลช่วยเหลือให้ปลอดภัยในระยะถอนพิษยานี้ ส้าหรับผู้ที่ใช้ฝิ่นและใช้ยาประเภทกล่อมประสาทเป็นเวลานาน ๆ ในระยะ 7-10 วันแรกจะมี อาการไม่สุขสบายทางร่างกายซึ่งเป็นอาการแสดงของอาการขาดยาเสพติดและอาจจาเป็นต้องเข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาลและ/หรือได้รับการรักษาโดยการให้ยาตามค าสั่งการรักษาของแพทย์ส าหรับผู้ที่ติดยาเสพติด ประเภทนี้มีความจ าเป็นที่จะต้องสังเกตอาการไม่สบายต่าง ๆ ทางร่างกายที่เกิดจากอาการขาดยาเสพติดอย่าง ใกล้ชิด ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่สุขสบายทางร่างกาย หลายคนจะพบปัญหาต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพจิตด้วย เช่น อาการกระวนกระวายใจ นอนไม่ค่อยหลับ ซึมเศร้า ไม่ค่อยมีสมาธิการที่บุคคลสามารถหยุดเสพยาเสพติด ได้ส าเร็จในระยะเกิดอาการขาดยาเสพติด ถือว่าเป็นผลส าเร็จที่ส าคัญในระยะแรกของการเลิกเสพยา ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 4 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในการเลิกยาและการหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้้า วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะเลิกยาและหาแนวทางแก้ไข 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะปรับพฤติกรรมไปในแนวทางที่เหมาะสม รู้ว่าพฤติกรรมใดที่ควรหลีกเลี่ยง โดยท าควบคู่ไปกับสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ 3. ส่งเสริมและส ารวจแรงจูงใจในการเลิกยา พร้อมทั้งมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเรียน การงาน ที่เหมาะสม สาระส้าคัญ 1. หลังจากหยุดเสพยาจะมีการปรับเปลี่ยนสารเคมีในสมองเพื่อให้สมองฟื้นตัวและมีการเปลี่ยนแปลง 4 ระยะ คือ ระยะขาดยาเสพติด ระยะหยุดยาช่วงแรก ระยะหยุดยาช่วงยืดเยื้อ และระยะปรับแบบแผนการด าเนิน ชีวิตใหม่ การท าความเข้าใจดังกล่าวจะน าไปสู่การหาแนวทางป้องกันการกลับไปเสพซ้ าที่เหมาะสม 2. ผู้ป่วยต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงจะต้องท าควบคู่ไปกับสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วย มั่นใจว่าการเลิกยาจะท าได้อย่างต่อเนื่องและถาวร 3. การมีแรงจูงใจที่ดีระหว่างการบ าบัด รวมทั้งการส ารวจตนเองเกี่ยวกับการเรียน การงาน และหา แนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม จะน าไปสู่พฤติกรรมการเลิกยาเสพติดได้อย่างถาวร วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรม โดยเริ่มจากการอ่านข้อความ ในใบความรู้ที่ 4.1 พร้อมอธิบายและเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยซักถามและแลกเปลี่ยน 2. ผู้บ าบัดให้ผู้ป่วยเล่าถึงปัญหาการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันในการเลิกยาระยะเริ่มต้น 3. ให้ผู้ป่วยท าใบกิจกรรมที่ 4.1 การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้ า และใบกิจกรรมที่ 4.2 สิ่งยึด เหนี่ยว: ตารางการเลิกยา อภิปรายแต่ละคนและสรุปร่วมกัน 4. ให้ผู้ป่วยท าใบกิจกรรมที่ 4.3 การเรียน การงาน และการเลิกยา อภิปรายแต่ละคนและสรุปร่วมกัน 5. ให้ผู้ป่วยท าใบกิจกรรมที่ 4.4 แรงจูงใจในการเลิกยา อภิปรายแต่ละคนและสรุปร่วมกัน 6. ผู้บ าบัดกลุ่มสรุปประเด็นส าคัญ และนัดหมายกิจกรรมครั้งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 4.1 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะเลิกยาเสพติด 2. ใบกิจกรรมที่ 4.1 การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้ า 3. ใบกิจกรรมที่ 4.2 สิ่งยึดเหนี่ยว: ตารางการเลิกยา 4. ใบกิจกรรมที่ 4.3 การเรียน การงาน และการเลิกยา 5. ใบกิจกรรมที่ 4.4 แรงจูงใจในการเลิกยา จ�า
43 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 4. ระยะปรับแบบแผนการด้าเนินชีวิตใหม่ หลังการหยุดเสพยาเสพติด 120 วัน สมองส่วนใหญ่จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ สิ่งส าคัญที่ผู้เลิกเสพยาต้อง กระท าคือการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ต่อไป ซึ่งจะต้องปฏิบัติกิจกรรมหลายอย่าง และความส าเร็จในการ ด าเนินชีวิตในปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนให้บุคคลสามารถเลิกเสพยาได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นการ ยากในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนวิถีการด าเนินชีวิตใหม่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการเลิกเสพยา แต่การท างานหรือ กิจกรรมต่างๆ ที่ยากล าบากนี้เป็นสิ่งจ าเป็นในการที่จะช่วยให้เขาสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 2. ระยะหยุดยาช่วงแรก ส้าหรับผู้ที่ใช้ยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ในระยะ 4-5 สัปดาห์แรกเรียกระยะนี้ว่า ระยะดื่ม น้ าผึ้งพระจันทร์ส่วนใหญ่ในระยะนี้ผู้ที่สามารถหยุดเสพยาเสพติดได้จะรู้สึกดีและบ่อยครั้งที่รู้สึกว่าตนสามารถ ดูแลตนเอง ในการเลิกเสพยาเสพติดได้ในระยะแรกของการหยุดเสพยาเสพติดนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้น การเลิกเสพยาเสพติดเพราะระยะดื่มน้ าผึ้งพระจันทร์นี้ไม่ใช่เป็นการสิ้นสุดของกระบวนการเลิกเสพยาเสพติด ถ้าผู้ เลิกเสพยาเสพติดมีพลัง มีความกระตือรือร้นหรือมีความมุ่งมั่นในการเลิกเสพยาเสพติดและมีความรู้สึกที่ดีต่อการ เลิกเสพยาเสพติดจะมีผลโดยตรงต่อการปฏิบัติตนในการเลิกเสพยาเสพติด และมีผลดีอย่างมากคือ ท าให้บุคคลมี ความพยายามหรือมีความมานะในการปฏิบัติตนเพื่อน าตนเองไปสู่ความส าเร็จในการเลิกยาเสพติดอย่างถาวร ส้าหรับผู้ที่ดื่มสุรา (รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) ในระยะ 4-5 สัปดาห์หลังการหยุดดื่มสุรา การ ท างานของสมองจะปรับตัวคืนสู่ภาวะปกติแม้ว่าอาการขาดยาทางด้านร่างกายจะสิ้นสุดลงแล้วแต่ยังมีอาการ บางอย่างที่เกิดหลังการหยุดดื่มสุราอยู่ความสามารถในการคิดอาจยังไม่ชัดเจน สมาธิหรือความมุ่งมั่นในการท า กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งแย่ลง ยังคงถูกรบกวนเนื่องจากอาการกระวนกระวายใจ และอาการวิตกกังวลอยู่ รูปแบบการนอนหลับยังไม่แน่นอน (บางครั้งหลับมาก บางครั้งหลับยากตื่นบ่อย หรือตื่นเร็วเกินไป เป็นต้น) รู้สึก ชีวิตช่วงนี้ถูกกระทบอย่างรุนแรง ส้าหรับผู้ที่ใช้ฝิ่นและใช้ยาประเภทกล่อมประสาทเป็นเวลานาน ระยะนี้เป็นระยะที่จ าเป็นในการ ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติมันอาจจะเป็นกระบวนการคล้ายกับกระบวนการเลิกดื่มสุราซึ่งเป็นไปอย่างช้าๆ จะ พบว่าอาการไม่สบายต่างๆ ค่อยๆ ดีขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณแสดงความก้าวหน้าในการเลิกเสพยาเสพติด 3. ระยะหยุดยาช่วงยืดเยื้อหรือระยะฝ่าอุปสรรค จาก 6 สัปดาห์ถึง 4 เดือน หลังการหยุดเสพยาจะมีอาการไม่สบายหรือไม่สุขสบายต่างๆ ที่ก่อให้เกิด ความร าคาญและรบกวนผู้ที่เคยเสพยาเสพติด อาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากกระบวนการฟื้นตัวของระบบต่างๆ ในสมอง อาการเหล่านี้มักจะเป็นเรื่องของปัญหาทางอารมณ์และการคิด แม้ปัญหาจะไม่รุนแรงแต่มันก็มี ผลกระทบต่อการด าเนินชีวิตและบทบาทหน้าที่ของผู้รับการบ าบัด มันเป็นสิ่งส าคัญที่จะต้องตระหนักในปัญหา ทางอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองในระยะนี้ และถ้าในระยะนี้ บุคคลสามารถหลีกเลี่ยงการเสพยาเสพติดได้เขาเหล่านี้ก็จะสามารถเลิกเสพยาเสพติดได้ อาการที่มักจะพบอยู่ เสมอในระยะนี้ได้แก่ อาการซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิ ไม่ค่อยมีแรง และขาดความกระตือรือร้นใน การท าสิ่งต่างๆ ภาวะเสี่ยงต่อการกลับไปติดยาเสพติดซ้ ามักจะเกิดในระยะนี้ ผู้ป่วยจะต้องมุ่งความสนใจไปที่ การมีสติที่จะไม่เสพยาในแต่ละวันที่ผ่านไป การดูแลตนเองด้วยความระมัดระวังเป็นสิ่งส าคัญที่ช่วยให้สามารถ ผ่านระยะที่ยากล าบากในกระบวนการเลิกเสพยาเสพติดนี้ไปได้ ส าหรับผู้ที่มีปัญหาการเสพยาส่วนใหญ่ถ้า สามารถผ่านระยะนี้ไปได้โดยไม่กลับไปเสพยาเสพติดซ้ าถือว่าเป็นสิ่งที่ส าคัญในการที่จะน าไปสู่ความส าเร็จใน การเลิกเสพยาเสพติดได้อย่างถาวร 42 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 4. ระยะปรับแบบแผนการด้าเนินชีวิตใหม่ หลังการหยุดเสพยาเสพติด 120 วัน สมองส่วนใหญ่จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ สิ่งส าคัญที่ผู้เลิกเสพยาต้อง กระท าคือการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ต่อไป ซึ่งจะต้องปฏิบัติกิจกรรมหลายอย่าง และความส าเร็จในการ ด าเนินชีวิตในปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนให้บุคคลสามารถเลิกเสพยาได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นการ ยากในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนวิถีการด าเนินชีวิตใหม่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการเลิกเสพยา แต่การท างานหรือ กิจกรรมต่างๆ ที่ยากล าบากนี้เป็นสิ่งจ าเป็นในการที่จะช่วยให้เขาสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 2. ระยะหยุดยาช่วงแรก ส้าหรับผู้ที่ใช้ยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ในระยะ 4-5 สัปดาห์แรกเรียกระยะนี้ว่า ระยะดื่ม น้ าผึ้งพระจันทร์ส่วนใหญ่ในระยะนี้ผู้ที่สามารถหยุดเสพยาเสพติดได้จะรู้สึกดีและบ่อยครั้งที่รู้สึกว่าตนสามารถ ดูแลตนเอง ในการเลิกเสพยาเสพติดได้ในระยะแรกของการหยุดเสพยาเสพติดนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้น การเลิกเสพยาเสพติดเพราะระยะดื่มน้ าผึ้งพระจันทร์นี้ไม่ใช่เป็นการสิ้นสุดของกระบวนการเลิกเสพยาเสพติด ถ้าผู้ เลิกเสพยาเสพติดมีพลัง มีความกระตือรือร้นหรือมีความมุ่งมั่นในการเลิกเสพยาเสพติดและมีความรู้สึกที่ดีต่อการ เลิกเสพยาเสพติดจะมีผลโดยตรงต่อการปฏิบัติตนในการเลิกเสพยาเสพติด และมีผลดีอย่างมากคือ ท าให้บุคคลมี ความพยายามหรือมีความมานะในการปฏิบัติตนเพื่อน าตนเองไปสู่ความส าเร็จในการเลิกยาเสพติดอย่างถาวร ส้าหรับผู้ที่ดื่มสุรา (รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) ในระยะ 4-5 สัปดาห์หลังการหยุดดื่มสุรา การ ท างานของสมองจะปรับตัวคืนสู่ภาวะปกติแม้ว่าอาการขาดยาทางด้านร่างกายจะสิ้นสุดลงแล้วแต่ยังมีอาการ บางอย่างที่เกิดหลังการหยุดดื่มสุราอยู่ความสามารถในการคิดอาจยังไม่ชัดเจน สมาธิหรือความมุ่งมั่นในการท า กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งแย่ลง ยังคงถูกรบกวนเนื่องจากอาการกระวนกระวายใจ และอาการวิตกกังวลอยู่ รูปแบบการนอนหลับยังไม่แน่นอน (บางครั้งหลับมาก บางครั้งหลับยากตื่นบ่อย หรือตื่นเร็วเกินไป เป็นต้น) รู้สึก ชีวิตช่วงนี้ถูกกระทบอย่างรุนแรง ส้าหรับผู้ที่ใช้ฝิ่นและใช้ยาประเภทกล่อมประสาทเป็นเวลานาน ระยะนี้เป็นระยะที่จ าเป็นในการ ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติมันอาจจะเป็นกระบวนการคล้ายกับกระบวนการเลิกดื่มสุราซึ่งเป็นไปอย่างช้าๆ จะ พบว่าอาการไม่สบายต่างๆ ค่อยๆ ดีขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณแสดงความก้าวหน้าในการเลิกเสพยาเสพติด 3. ระยะหยุดยาช่วงยืดเยื้อหรือระยะฝ่าอุปสรรค จาก 6 สัปดาห์ถึง 4 เดือน หลังการหยุดเสพยาจะมีอาการไม่สบายหรือไม่สุขสบายต่างๆ ที่ก่อให้เกิด ความร าคาญและรบกวนผู้ที่เคยเสพยาเสพติด อาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากกระบวนการฟื้นตัวของระบบต่างๆ ในสมอง อาการเหล่านี้มักจะเป็นเรื่องของปัญหาทางอารมณ์และการคิด แม้ปัญหาจะไม่รุนแรงแต่มันก็มี ผลกระทบต่อการด าเนินชีวิตและบทบาทหน้าที่ของผู้รับการบ าบัด มันเป็นสิ่งส าคัญที่จะต้องตระหนักในปัญหา ทางอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองในระยะนี้ และถ้าในระยะนี้ บุคคลสามารถหลีกเลี่ยงการเสพยาเสพติดได้เขาเหล่านี้ก็จะสามารถเลิกเสพยาเสพติดได้ อาการที่มักจะพบอยู่ เสมอในระยะนี้ได้แก่ อาการซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิ ไม่ค่อยมีแรง และขาดความกระตือรือร้นใน การท าสิ่งต่างๆ ภาวะเสี่ยงต่อการกลับไปติดยาเสพติดซ้ ามักจะเกิดในระยะนี้ ผู้ป่วยจะต้องมุ่งความสนใจไปที่ การมีสติที่จะไม่เสพยาในแต่ละวันที่ผ่านไป การดูแลตนเองด้วยความระมัดระวังเป็นสิ่งส าคัญที่ช่วยให้สามารถ ผ่านระยะที่ยากล าบากในกระบวนการเลิกเสพยาเสพติดนี้ไปได้ ส าหรับผู้ที่มีปัญหาการเสพยาส่วนใหญ่ถ้า สามารถผ่านระยะนี้ไปได้โดยไม่กลับไปเสพยาเสพติดซ้ าถือว่าเป็นสิ่งที่ส าคัญในการที่จะน าไปสู่ความส าเร็จใน การเลิกเสพยาเสพติดได้อย่างถาวร