The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก กลุ่มติด (ธัญญารักษ์ ขอนแก่น)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pex86, 2023-02-24 00:04:40

คู่มือการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก กลุ่มติด (ธัญญารักษ์ ขอนแก่น)

คู่มือการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก กลุ่มติด (ธัญญารักษ์ ขอนแก่น)

43 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 4. ระยะปรับแบบแผนการด้าเนินชีวิตใหม่ หลังการหยุดเสพยาเสพติด 120 วัน สมองส่วนใหญ่จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ สิ่งส าคัญที่ผู้เลิกเสพยาต้อง กระท าคือการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ต่อไป ซึ่งจะต้องปฏิบัติกิจกรรมหลายอย่าง และความส าเร็จในการ ด าเนินชีวิตในปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนให้บุคคลสามารถเลิกเสพยาได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นการ ยากในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนวิถีการด าเนินชีวิตใหม่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการเลิกเสพยา แต่การท างานหรือ กิจกรรมต่างๆ ที่ยากล าบากนี้เป็นสิ่งจ าเป็นในการที่จะช่วยให้เขาสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 2. ระยะหยุดยาช่วงแรก ส้าหรับผู้ที่ใช้ยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท ในระยะ 4-5 สัปดาห์แรกเรียกระยะนี้ว่า ระยะดื่ม น้ าผึ้งพระจันทร์ส่วนใหญ่ในระยะนี้ผู้ที่สามารถหยุดเสพยาเสพติดได้จะรู้สึกดีและบ่อยครั้งที่รู้สึกว่าตนสามารถ ดูแลตนเอง ในการเลิกเสพยาเสพติดได้ในระยะแรกของการหยุดเสพยาเสพติดนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้น การเลิกเสพยาเสพติดเพราะระยะดื่มน้ าผึ้งพระจันทร์นี้ไม่ใช่เป็นการสิ้นสุดของกระบวนการเลิกเสพยาเสพติด ถ้าผู้ เลิกเสพยาเสพติดมีพลัง มีความกระตือรือร้นหรือมีความมุ่งมั่นในการเลิกเสพยาเสพติดและมีความรู้สึกที่ดีต่อการ เลิกเสพยาเสพติดจะมีผลโดยตรงต่อการปฏิบัติตนในการเลิกเสพยาเสพติด และมีผลดีอย่างมากคือ ท าให้บุคคลมี ความพยายามหรือมีความมานะในการปฏิบัติตนเพื่อน าตนเองไปสู่ความส าเร็จในการเลิกยาเสพติดอย่างถาวร ส้าหรับผู้ที่ดื่มสุรา (รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) ในระยะ 4-5 สัปดาห์หลังการหยุดดื่มสุรา การ ท างานของสมองจะปรับตัวคืนสู่ภาวะปกติแม้ว่าอาการขาดยาทางด้านร่างกายจะสิ้นสุดลงแล้วแต่ยังมีอาการ บางอย่างที่เกิดหลังการหยุดดื่มสุราอยู่ความสามารถในการคิดอาจยังไม่ชัดเจน สมาธิหรือความมุ่งมั่นในการท า กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งแย่ลง ยังคงถูกรบกวนเนื่องจากอาการกระวนกระวายใจ และอาการวิตกกังวลอยู่ รูปแบบการนอนหลับยังไม่แน่นอน (บางครั้งหลับมาก บางครั้งหลับยากตื่นบ่อย หรือตื่นเร็วเกินไป เป็นต้น) รู้สึก ชีวิตช่วงนี้ถูกกระทบอย่างรุนแรง ส้าหรับผู้ที่ใช้ฝิ่นและใช้ยาประเภทกล่อมประสาทเป็นเวลานาน ระยะนี้เป็นระยะที่จ าเป็นในการ ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติมันอาจจะเป็นกระบวนการคล้ายกับกระบวนการเลิกดื่มสุราซึ่งเป็นไปอย่างช้าๆ จะ พบว่าอาการไม่สบายต่างๆ ค่อยๆ ดีขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณแสดงความก้าวหน้าในการเลิกเสพยาเสพติด 3. ระยะหยุดยาช่วงยืดเยื้อหรือระยะฝ่าอุปสรรค จาก 6 สัปดาห์ถึง 4 เดือน หลังการหยุดเสพยาจะมีอาการไม่สบายหรือไม่สุขสบายต่างๆ ที่ก่อให้เกิด ความร าคาญและรบกวนผู้ที่เคยเสพยาเสพติด อาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากกระบวนการฟื้นตัวของระบบต่างๆ ในสมอง อาการเหล่านี้มักจะเป็นเรื่องของปัญหาทางอารมณ์และการคิด แม้ปัญหาจะไม่รุนแรงแต่มันก็มี ผลกระทบต่อการด าเนินชีวิตและบทบาทหน้าที่ของผู้รับการบ าบัด มันเป็นสิ่งส าคัญที่จะต้องตระหนักในปัญหา ทางอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองในระยะนี้ และถ้าในระยะนี้ บุคคลสามารถหลีกเลี่ยงการเสพยาเสพติดได้เขาเหล่านี้ก็จะสามารถเลิกเสพยาเสพติดได้ อาการที่มักจะพบอยู่ เสมอในระยะนี้ได้แก่ อาการซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิ ไม่ค่อยมีแรง และขาดความกระตือรือร้นใน การท าสิ่งต่างๆ ภาวะเสี่ยงต่อการกลับไปติดยาเสพติดซ้ ามักจะเกิดในระยะนี้ ผู้ป่วยจะต้องมุ่งความสนใจไปที่ การมีสติที่จะไม่เสพยาในแต่ละวันที่ผ่านไป การดูแลตนเองด้วยความระมัดระวังเป็นสิ่งส าคัญที่ช่วยให้สามารถ ผ่านระยะที่ยากล าบากในกระบวนการเลิกเสพยาเสพติดนี้ไปได้ ส าหรับผู้ที่มีปัญหาการเสพยาส่วนใหญ่ถ้า สามารถผ่านระยะนี้ไปได้โดยไม่กลับไปเสพยาเสพติดซ้ าถือว่าเป็นสิ่งที่ส าคัญในการที่จะน าไปสู่ความส าเร็จใน การเลิกเสพยาเสพติดได้อย่างถาวร


45 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.2 สิ่งยึดเหนี่ยว: ตารางการเลิกยา การที่คุณเลิกยาและสารเสพติดได้นั้นคุณจะต้องเรียนรู้ที่จะท าพฤติกรรมหรือการกระท าใหม่ๆ ที่เป็น สิ่งยึดเหนี่ยวซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องกลับไปใช้ยาและสารเสพติด ถ้าคุณไม่ท าพฤติกรรมที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวนี้ อาจท าให้กลับไปเสพซ้ าได้ง่ายมากขึ้น การท าตารางสิ่งยึดเหนี่ยวและตรวจสอบเป็นประจ าว่าคุณได้ท า พฤติกรรมเหล่านั้นหรือไม่ จะท าให้คุณมั่นใจได้ว่ายังปลอดภัยและไม่กลับไปใช้ยาและสารเสพติดอีก ตารางการเลิกยา ค้าชี้แจง ให้คุณระบุพฤติกรรมหรือการกระท าที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่ท าให้ตนเองหยุดใช้ยาได้และ ตรวจสอบว่าพฤติกรรมนั้นยังคงอยู่หรือไม่ โดยใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องวันที่ เมื่อยังคงมีพฤติกรรมนั้นอยู่ และใส่เครื่องหมาย × ลงในช่องวันที่ เมื่อไม่มีพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นและระบุสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้กลับไป เสพยาซ้ า และตรวจสอบว่าในแต่ละวันคุณได้หลีกเลี่ยงสิ่งนั้น โดยใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องวันที่ เมื่อคุณได้ หลีกเลี่ยงสิ่งนั้น และใส่เครื่องหมาย × ลงในช่องวันที่ เมื่อคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น พฤติกรรมที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... 1. 2. 3. 4. 5. สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... 1. 2. 3. 4. 5. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.1 การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้้า ก : การกลับไปเสพยาเกิดขึ้นได้อย่างไร การกลับไปเสพยาไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีจะมีสัญญาณเตือนก่อน และค่อยเกิดขึ้นอย่างช้าๆ จนหลายคน มักบอกว่าเกิดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการค่อยๆ เคลื่อนห่างจากแนวทางการปฏิบัติในการเลิกยาเปรียบเสมือนกับเรือที่ หลุดจากเสาที่ผูกเชือกไว้และลอยออกไปช้าๆ โดยไม่รู้ตัว กระบวนการหยุดความคิดที่จะกลับไปใช้ยาและสารเสพติด ในระหว่างการเลิกยาและสารเสพติดผู้เลิกยาแต่ละคนจะต้องกระท าอะไรบางอย่างเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว เพื่อช่วยให้เลิกยาได้ต่อไป ซึ่งสิ่งยึดเหนี่ยวนี้จะต้องมีการก าหนดให้ชัดเจนและสามารถสังเกตหรือตรวจสอบได้ ซึ่งเปรียบเสมือนเชือกที่ผูกยึดให้การเลิกยาด าเนินต่อไปได้และช่วยป้องกันไม่ให้การกลับไปติดซ้ าเกิดขึ้นโดยไม่ ทันรู้ตัว ข : การเลิกยาได้ระยะยาว ขอให้คุณใช้ตารางสิ่งยึดเหนี่ยวในการเลิกยา โดยเขียนรายการสิ่งที่จะช่วยให้การเลิกยาของคุณด าเนิน ไปได้อย่างต่อเนื่อง แนวทางในการเขียนสิ่งที่จะใส่ในตาราง 1. ให้ก าหนดสิ่งที่ช่วยให้คุณไม่ต้องใช้ยาและสารเสพติด 4-5 อย่าง (ท าอะไรก็ได้ที่ใช้เวลา 20 นาที/ ครั้ง และท าได้ประมาณ 3 ครั้ง/ สัปดาห์) อาจรวมถึงการออกกาลังกาย การมาบ าบัด การจัดตารางกิจกรรม การเข้ากลุ่มช่วยกันเอง (NA) การรับประทานอาหารและอื่นๆ 2. ให้เขียนลักษณะของพฤติกรรมหรือการกระท าที่สามารถสังเกตหรือตรวจสอบได้ง่าย 3. ให้ระบุถึงบุคคลหรือสถานที่ที่เป็นตัวกระตุ้น และจ าเป็นต้องหลีกเลี่ยงในระหว่างเลิกยาไว้ด้วย พฤติกรรมที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... 1. 2. 3. 4. 5. สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... 1. 2. 3. 4. 5. 44 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.2 สิ่งยึดเหนี่ยว: ตารางการเลิกยา การที่คุณเลิกยาและสารเสพติดได้นั้นคุณจะต้องเรียนรู้ที่จะท าพฤติกรรมหรือการกระท าใหม่ๆ ที่เป็น สิ่งยึดเหนี่ยวซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องกลับไปใช้ยาและสารเสพติด ถ้าคุณไม่ท าพฤติกรรมที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวนี้ อาจท าให้กลับไปเสพซ้ าได้ง่ายมากขึ้น การท าตารางสิ่งยึดเหนี่ยวและตรวจสอบเป็นประจ าว่าคุณได้ท า พฤติกรรมเหล่านั้นหรือไม่ จะท าให้คุณมั่นใจได้ว่ายังปลอดภัยและไม่กลับไปใช้ยาและสารเสพติดอีก ตารางการเลิกยา ค้าชี้แจง ให้คุณระบุพฤติกรรมหรือการกระท าที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่ท าให้ตนเองหยุดใช้ยาได้และ ตรวจสอบว่าพฤติกรรมนั้นยังคงอยู่หรือไม่ โดยใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องวันที่ เมื่อยังคงมีพฤติกรรมนั้นอยู่ และใส่เครื่องหมาย × ลงในช่องวันที่ เมื่อไม่มีพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นและระบุสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้กลับไป เสพยาซ้ า และตรวจสอบว่าในแต่ละวันคุณได้หลีกเลี่ยงสิ่งนั้น โดยใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องวันที่ เมื่อคุณได้ หลีกเลี่ยงสิ่งนั้น และใส่เครื่องหมาย × ลงในช่องวันที่ เมื่อคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น พฤติกรรมที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... 1. 2. 3. 4. 5. สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... 1. 2. 3. 4. 5. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.1 การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้้า ก : การกลับไปเสพยาเกิดขึ้นได้อย่างไร การกลับไปเสพยาไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีจะมีสัญญาณเตือนก่อน และค่อยเกิดขึ้นอย่างช้าๆ จนหลายคน มักบอกว่าเกิดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการค่อยๆ เคลื่อนห่างจากแนวทางการปฏิบัติในการเลิกยาเปรียบเสมือนกับเรือที่ หลุดจากเสาที่ผูกเชือกไว้และลอยออกไปช้าๆ โดยไม่รู้ตัว กระบวนการหยุดความคิดที่จะกลับไปใช้ยาและสารเสพติด ในระหว่างการเลิกยาและสารเสพติดผู้เลิกยาแต่ละคนจะต้องกระท าอะไรบางอย่างเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว เพื่อช่วยให้เลิกยาได้ต่อไป ซึ่งสิ่งยึดเหนี่ยวนี้จะต้องมีการก าหนดให้ชัดเจนและสามารถสังเกตหรือตรวจสอบได้ ซึ่งเปรียบเสมือนเชือกที่ผูกยึดให้การเลิกยาด าเนินต่อไปได้และช่วยป้องกันไม่ให้การกลับไปติดซ้ าเกิดขึ้นโดยไม่ ทันรู้ตัว ข : การเลิกยาได้ระยะยาว ขอให้คุณใช้ตารางสิ่งยึดเหนี่ยวในการเลิกยา โดยเขียนรายการสิ่งที่จะช่วยให้การเลิกยาของคุณด าเนิน ไปได้อย่างต่อเนื่อง แนวทางในการเขียนสิ่งที่จะใส่ในตาราง 1. ให้ก าหนดสิ่งที่ช่วยให้คุณไม่ต้องใช้ยาและสารเสพติด 4-5 อย่าง (ท าอะไรก็ได้ที่ใช้เวลา 20 นาที/ ครั้ง และท าได้ประมาณ 3 ครั้ง/ สัปดาห์) อาจรวมถึงการออกกาลังกาย การมาบ าบัด การจัดตารางกิจกรรม การเข้ากลุ่มช่วยกันเอง (NA) การรับประทานอาหารและอื่นๆ 2. ให้เขียนลักษณะของพฤติกรรมหรือการกระท าที่สามารถสังเกตหรือตรวจสอบได้ง่าย 3. ให้ระบุถึงบุคคลหรือสถานที่ที่เป็นตัวกระตุ้น และจ าเป็นต้องหลีกเลี่ยงในระหว่างเลิกยาไว้ด้วย ก�า


45 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.2 สิ่งยึดเหนี่ยว: ตารางการเลิกยา การที่คุณเลิกยาและสารเสพติดได้นั้นคุณจะต้องเรียนรู้ที่จะท าพฤติกรรมหรือการกระท าใหม่ๆ ที่เป็น สิ่งยึดเหนี่ยวซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องกลับไปใช้ยาและสารเสพติด ถ้าคุณไม่ท าพฤติกรรมที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวนี้ อาจท าให้กลับไปเสพซ้ าได้ง่ายมากขึ้น การท าตารางสิ่งยึดเหนี่ยวและตรวจสอบเป็นประจ าว่าคุณได้ท า พฤติกรรมเหล่านั้นหรือไม่ จะท าให้คุณมั่นใจได้ว่ายังปลอดภัยและไม่กลับไปใช้ยาและสารเสพติดอีก ตารางการเลิกยา ค้าชี้แจง ให้คุณระบุพฤติกรรมหรือการกระท าที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่ท าให้ตนเองหยุดใช้ยาได้และ ตรวจสอบว่าพฤติกรรมนั้นยังคงอยู่หรือไม่ โดยใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องวันที่ เมื่อยังคงมีพฤติกรรมนั้นอยู่ และใส่เครื่องหมาย × ลงในช่องวันที่ เมื่อไม่มีพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นและระบุสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้กลับไป เสพยาซ้ า และตรวจสอบว่าในแต่ละวันคุณได้หลีกเลี่ยงสิ่งนั้น โดยใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องวันที่ เมื่อคุณได้ หลีกเลี่ยงสิ่งนั้น และใส่เครื่องหมาย × ลงในช่องวันที่ เมื่อคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น พฤติกรรมที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... 1. 2. 3. 4. 5. สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... วันที่ ...../...../...... 1. 2. 3. 4. 5. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.1 การหลีกเลี่ยงการหวนกลับไปเสพซ้้า ก : การกลับไปเสพยาเกิดขึ้นได้อย่างไร การกลับไปเสพยาไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีจะมีสัญญาณเตือนก่อน และค่อยเกิดขึ้นอย่างช้าๆ จนหลายคน มักบอกว่าเกิดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการค่อยๆ เคลื่อนห่างจากแนวทางการปฏิบัติในการเลิกยาเปรียบเสมือนกับเรือที่ หลุดจากเสาที่ผูกเชือกไว้และลอยออกไปช้าๆ โดยไม่รู้ตัว กระบวนการหยุดความคิดที่จะกลับไปใช้ยาและสารเสพติด ในระหว่างการเลิกยาและสารเสพติดผู้เลิกยาแต่ละคนจะต้องกระท าอะไรบางอย่างเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว เพื่อช่วยให้เลิกยาได้ต่อไป ซึ่งสิ่งยึดเหนี่ยวนี้จะต้องมีการก าหนดให้ชัดเจนและสามารถสังเกตหรือตรวจสอบได้ ซึ่งเปรียบเสมือนเชือกที่ผูกยึดให้การเลิกยาด าเนินต่อไปได้และช่วยป้องกันไม่ให้การกลับไปติดซ้ าเกิดขึ้นโดยไม่ ทันรู้ตัว ข : การเลิกยาได้ระยะยาว ขอให้คุณใช้ตารางสิ่งยึดเหนี่ยวในการเลิกยา โดยเขียนรายการสิ่งที่จะช่วยให้การเลิกยาของคุณด าเนิน ไปได้อย่างต่อเนื่อง แนวทางในการเขียนสิ่งที่จะใส่ในตาราง 1. ให้ก าหนดสิ่งที่ช่วยให้คุณไม่ต้องใช้ยาและสารเสพติด 4-5 อย่าง (ท าอะไรก็ได้ที่ใช้เวลา 20 นาที/ ครั้ง และท าได้ประมาณ 3 ครั้ง/ สัปดาห์) อาจรวมถึงการออกกาลังกาย การมาบ าบัด การจัดตารางกิจกรรม การเข้ากลุ่มช่วยกันเอง (NA) การรับประทานอาหารและอื่นๆ 2. ให้เขียนลักษณะของพฤติกรรมหรือการกระท าที่สามารถสังเกตหรือตรวจสอบได้ง่าย 3. ให้ระบุถึงบุคคลหรือสถานที่ที่เป็นตัวกระตุ้น และจ าเป็นต้องหลีกเลี่ยงในระหว่างเลิกยาไว้ด้วย พฤติกรรมที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... 1. 2. 3. 4. 5. สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... วันที่ ......../........./.......... 1. 2. 3. 4. 5.


47 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.3 การเรียน การงานและการเลิกยา ก : สถานการณ์ใดต่อไปนี้ตรงกับตัวคุณในปัจจุบัน (โปรดท้าเครื่องหมาย √ ลงหน้าข้อที่ท่านก้าลังอยู่ใน สภาวะนั้น) …………….1. การเรียนหรืองานที่ก าลังท าอยู่ท าให้คุณเข้ารับการบ าบัดรักษาแบบผู้ป่วยในไม่ได้ …………….2. ไม่ชอบการเรียนและงานที่กาลังท าอยู่ และก าลังคิดเปลี่ยนโรงเรียนและงาน …………….3. การเรียนหรืองานที่ก าลังท าอยู่เป็นอุปสรรคต่อการหยุดยาและสารเสพติด …………….4. ต้องเปลี่ยนเวลาเรียนและท างานเพื่อให้การบ าบัดรักษาได้ผล …………….5. ว่างงานและก าลังหางานท า/ไม่ได้เรียนแล้ว ข : ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้จะต้องแก้ปัญหาที่จะเป็นอุปสรรคต่อการบ้าบัด โดยอาศัยแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 1 จะต้องจัดล าดับความส าคัญของชีวิต ถ้าเลือกงานหรือการเรียนเป็น อันดับแรกก็ต้องเลือกการบ าบัดแบบผู้ป่วยนอก แต่ปัญหาก็คือการบ าบัดจะไม่ได้ผลถ้าเราไม่พยายามเต็มที่ (100%) ซึ่งหมายความว่าในขณะบ าบัดก็ต้องให้ความส าคัญกับการมาบ าบัดมากกว่าเรื่องงานหรือการเรียน เพราะว่าเมื่อหยุดใช้ยาได้นานระยะหนึ่งแล้วคุณก็สามารถกลับมาให้ความส าคัญกับงานหรือ การเรียนได้อีก 2. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 2 จะต้องยอมรับความจริงว่าในระยะเลิกยา การเปลี่ยนแปลงเรื่องใหญ่ (งาน, การเรียน, สัมพันธภาพ) ควรจะชะลอออกไปก่อนอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปีเพราะ 2.1 ผู้ที่ก าลังเลิกยาจะต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งส าคัญในชีวิตและอาจมีมุมมองที่เปลี่ยนไปอีกก็ได้ 2.2 การเปลี่ยนแปลงใด ๆ มักทาให้เกิดความเครียด ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจ ก่อให้เกิดความเครียดให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้ 3. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 3 งานบางอย่างเอื้อต่อการเลิกยา แต่งานบางอย่างก็เป็นอุปสรรคต่อ การเลิกยา งานที่ไม่เหมาะกับการบ าบัดแบบผู้ป่วยนอกก็คือ 3.1 งานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ดื่มสุราหรือใช้ยาและสารเสพติด 3.2 งานที่หาเงินได้จ านวนมากในเวลาที่ไม่แน่นอน 4. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 4 มีงานบางอย่างที่ต้องใช้เวลาท าติดต่อกันยาวนานกว่าปกติหรือไม่ได้ ท าในเวลาปกติถ้าต้องการให้การบ าบัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพก็จ าเป็นต้องปรับเวลาการท างานให้เอื้อต่อ การมาบ าบัด หากไม่มีการแก้ไขจะท าให้การเลิกยาไม่ประสบความส าเร็จ ดังนั้นเมื่อคุณมีโอกาสเข้ารับการ บ าบัด คุณควรให้ความส าคัญกับการบ าบัดรักษาเป็นอันดับแรก 5. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 5 ถ้าคุณว่างงานการบ าบัดก็จะกลายเป็นเรื่องยากล าบาก เพราะ 5.1 คุณจะให้ความส าคัญกับการหางานท า 5.2 การมีเวลาว่างมาก ๆ จากการไม่มีงานท าเป็นอุปสรรคต่อการรักษาแบบผู้ป่วยนอก 5.3 มีปัญหาค่าใช้จ่าย ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด คุณควรทบทวนตารางนี้อย่างสม่ าเสมอ (อาจจะเป็นสัปดาห์ละครั้ง) ถ้าคุณไม่ได้ปฏิบัติตามพฤติกรรม ที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวที่ก าหนดไว้หมายความว่าการกลับไปติดซ้ าก าลังจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ในบางครั้งอาจมีสิ่ง ขัดขวาง ไม่ให้คุณได้ท าพฤติกรรมที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวของคุณ เช่น วันหยุดเทศกาล ความเจ็บป่วยที่ไม่อาจ ควบคุมได้หลาย ๆ คนมักจะกลับไปเสพซ้ าในช่วงเวลาเหล่านี้การใช้ตารางสิ่งยึดเหนี่ยวจะช่วยเตือนเมื่อคุณ เริ่มมีความเสี่ยงต่อการกลับไปเสพซ้ าและจะช่วยท าให้คุณรู้ว่า จะท าอย่างไรต่อไปเพื่อให้ห่างจากสถานการณ์ เสี่ยงได้มากที่สุด ก�า ท�า 46 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.3 การเรียน การงานและการเลิกยา ก : สถานการณ์ใดต่อไปนี้ตรงกับตัวคุณในปัจจุบัน (โปรดท้าเครื่องหมาย √ ลงหน้าข้อที่ท่านก้าลังอยู่ใน สภาวะนั้น) …………….1. การเรียนหรืองานที่ก าลังท าอยู่ท าให้คุณเข้ารับการบ าบัดรักษาแบบผู้ป่วยในไม่ได้ …………….2. ไม่ชอบการเรียนและงานที่กาลังท าอยู่ และก าลังคิดเปลี่ยนโรงเรียนและงาน …………….3. การเรียนหรืองานที่ก าลังท าอยู่เป็นอุปสรรคต่อการหยุดยาและสารเสพติด …………….4. ต้องเปลี่ยนเวลาเรียนและท างานเพื่อให้การบ าบัดรักษาได้ผล …………….5. ว่างงานและก าลังหางานท า/ไม่ได้เรียนแล้ว ข : ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้จะต้องแก้ปัญหาที่จะเป็นอุปสรรคต่อการบ้าบัด โดยอาศัยแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 1 จะต้องจัดล าดับความส าคัญของชีวิต ถ้าเลือกงานหรือการเรียนเป็น อันดับแรกก็ต้องเลือกการบ าบัดแบบผู้ป่วยนอก แต่ปัญหาก็คือการบ าบัดจะไม่ได้ผลถ้าเราไม่พยายามเต็มที่ (100%) ซึ่งหมายความว่าในขณะบ าบัดก็ต้องให้ความส าคัญกับการมาบ าบัดมากกว่าเรื่องงานหรือการเรียน เพราะว่าเมื่อหยุดใช้ยาได้นานระยะหนึ่งแล้วคุณก็สามารถกลับมาให้ความส าคัญกับงานหรือ การเรียนได้อีก 2. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 2 จะต้องยอมรับความจริงว่าในระยะเลิกยา การเปลี่ยนแปลงเรื่องใหญ่ (งาน, การเรียน, สัมพันธภาพ) ควรจะชะลอออกไปก่อนอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปีเพราะ 2.1 ผู้ที่ก าลังเลิกยาจะต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งส าคัญในชีวิตและอาจมีมุมมองที่เปลี่ยนไปอีกก็ได้ 2.2 การเปลี่ยนแปลงใด ๆ มักทาให้เกิดความเครียด ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจ ก่อให้เกิดความเครียดให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้ 3. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 3 งานบางอย่างเอื้อต่อการเลิกยา แต่งานบางอย่างก็เป็นอุปสรรคต่อ การเลิกยา งานที่ไม่เหมาะกับการบ าบัดแบบผู้ป่วยนอกก็คือ 3.1 งานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ดื่มสุราหรือใช้ยาและสารเสพติด 3.2 งานที่หาเงินได้จ านวนมากในเวลาที่ไม่แน่นอน 4. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 4 มีงานบางอย่างที่ต้องใช้เวลาท าติดต่อกันยาวนานกว่าปกติหรือไม่ได้ ท าในเวลาปกติถ้าต้องการให้การบ าบัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพก็จ าเป็นต้องปรับเวลาการท างานให้เอื้อต่อ การมาบ าบัด หากไม่มีการแก้ไขจะท าให้การเลิกยาไม่ประสบความส าเร็จ ดังนั้นเมื่อคุณมีโอกาสเข้ารับการ บ าบัด คุณควรให้ความส าคัญกับการบ าบัดรักษาเป็นอันดับแรก 5. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 5 ถ้าคุณว่างงานการบ าบัดก็จะกลายเป็นเรื่องยากล าบาก เพราะ 5.1 คุณจะให้ความส าคัญกับการหางานท า 5.2 การมีเวลาว่างมาก ๆ จากการไม่มีงานท าเป็นอุปสรรคต่อการรักษาแบบผู้ป่วยนอก 5.3 มีปัญหาค่าใช้จ่าย ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด คุณควรทบทวนตารางนี้อย่างสม่ าเสมอ (อาจจะเป็นสัปดาห์ละครั้ง) ถ้าคุณไม่ได้ปฏิบัติตามพฤติกรรม ที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวที่ก าหนดไว้หมายความว่าการกลับไปติดซ้ าก าลังจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ในบางครั้งอาจมีสิ่ง ขัดขวาง ไม่ให้คุณได้ท าพฤติกรรมที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวของคุณ เช่น วันหยุดเทศกาล ความเจ็บป่วยที่ไม่อาจ ควบคุมได้หลาย ๆ คนมักจะกลับไปเสพซ้ าในช่วงเวลาเหล่านี้การใช้ตารางสิ่งยึดเหนี่ยวจะช่วยเตือนเมื่อคุณ เริ่มมีความเสี่ยงต่อการกลับไปเสพซ้ าและจะช่วยท าให้คุณรู้ว่า จะท าอย่างไรต่อไปเพื่อให้ห่างจากสถานการณ์ เสี่ยงได้มากที่สุด


47 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.3 การเรียน การงานและการเลิกยา ก : สถานการณ์ใดต่อไปนี้ตรงกับตัวคุณในปัจจุบัน (โปรดท้าเครื่องหมาย √ ลงหน้าข้อที่ท่านก้าลังอยู่ใน สภาวะนั้น) …………….1. การเรียนหรืองานที่ก าลังท าอยู่ท าให้คุณเข้ารับการบ าบัดรักษาแบบผู้ป่วยในไม่ได้ …………….2. ไม่ชอบการเรียนและงานที่กาลังท าอยู่ และก าลังคิดเปลี่ยนโรงเรียนและงาน …………….3. การเรียนหรืองานที่ก าลังท าอยู่เป็นอุปสรรคต่อการหยุดยาและสารเสพติด …………….4. ต้องเปลี่ยนเวลาเรียนและท างานเพื่อให้การบ าบัดรักษาได้ผล …………….5. ว่างงานและก าลังหางานท า/ไม่ได้เรียนแล้ว ข : ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้จะต้องแก้ปัญหาที่จะเป็นอุปสรรคต่อการบ้าบัด โดยอาศัยแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 1 จะต้องจัดล าดับความส าคัญของชีวิต ถ้าเลือกงานหรือการเรียนเป็น อันดับแรกก็ต้องเลือกการบ าบัดแบบผู้ป่วยนอก แต่ปัญหาก็คือการบ าบัดจะไม่ได้ผลถ้าเราไม่พยายามเต็มที่ (100%) ซึ่งหมายความว่าในขณะบ าบัดก็ต้องให้ความส าคัญกับการมาบ าบัดมากกว่าเรื่องงานหรือการเรียน เพราะว่าเมื่อหยุดใช้ยาได้นานระยะหนึ่งแล้วคุณก็สามารถกลับมาให้ความส าคัญกับงานหรือ การเรียนได้อีก 2. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 2 จะต้องยอมรับความจริงว่าในระยะเลิกยา การเปลี่ยนแปลงเรื่องใหญ่ (งาน, การเรียน, สัมพันธภาพ) ควรจะชะลอออกไปก่อนอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปีเพราะ 2.1 ผู้ที่ก าลังเลิกยาจะต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งส าคัญในชีวิตและอาจมีมุมมองที่เปลี่ยนไปอีกก็ได้ 2.2 การเปลี่ยนแปลงใด ๆ มักทาให้เกิดความเครียด ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจ ก่อให้เกิดความเครียดให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้ 3. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 3 งานบางอย่างเอื้อต่อการเลิกยา แต่งานบางอย่างก็เป็นอุปสรรคต่อ การเลิกยา งานที่ไม่เหมาะกับการบ าบัดแบบผู้ป่วยนอกก็คือ 3.1 งานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ดื่มสุราหรือใช้ยาและสารเสพติด 3.2 งานที่หาเงินได้จ านวนมากในเวลาที่ไม่แน่นอน 4. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 4 มีงานบางอย่างที่ต้องใช้เวลาท าติดต่อกันยาวนานกว่าปกติหรือไม่ได้ ท าในเวลาปกติถ้าต้องการให้การบ าบัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพก็จ าเป็นต้องปรับเวลาการท างานให้เอื้อต่อ การมาบ าบัด หากไม่มีการแก้ไขจะท าให้การเลิกยาไม่ประสบความส าเร็จ ดังนั้นเมื่อคุณมีโอกาสเข้ารับการ บ าบัด คุณควรให้ความส าคัญกับการบ าบัดรักษาเป็นอันดับแรก 5. ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 5 ถ้าคุณว่างงานการบ าบัดก็จะกลายเป็นเรื่องยากล าบาก เพราะ 5.1 คุณจะให้ความส าคัญกับการหางานท า 5.2 การมีเวลาว่างมาก ๆ จากการไม่มีงานท าเป็นอุปสรรคต่อการรักษาแบบผู้ป่วยนอก 5.3 มีปัญหาค่าใช้จ่าย ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด คุณควรทบทวนตารางนี้อย่างสม่ าเสมอ (อาจจะเป็นสัปดาห์ละครั้ง) ถ้าคุณไม่ได้ปฏิบัติตามพฤติกรรม ที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวที่ก าหนดไว้หมายความว่าการกลับไปติดซ้ าก าลังจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ในบางครั้งอาจมีสิ่ง ขัดขวาง ไม่ให้คุณได้ท าพฤติกรรมที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวของคุณ เช่น วันหยุดเทศกาล ความเจ็บป่วยที่ไม่อาจ ควบคุมได้หลาย ๆ คนมักจะกลับไปเสพซ้ าในช่วงเวลาเหล่านี้การใช้ตารางสิ่งยึดเหนี่ยวจะช่วยเตือนเมื่อคุณ เริ่มมีความเสี่ยงต่อการกลับไปเสพซ้ าและจะช่วยท าให้คุณรู้ว่า จะท าอย่างไรต่อไปเพื่อให้ห่างจากสถานการณ์ เสี่ยงได้มากที่สุด ก�า ท�า


49 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.4 แรงจูงใจในการเลิกยา ถ้าถามกลุ่มที่เริ่มเลิกยาว่า “ท้าไม” ตอนนี้เขาถึงต้องการจะหยุดใช้ยาและสารเสพติด คุณจะได้รับค าตอบที่ แตกต่างกันไป “ฉันถูกจับแล้วต้องเลือกว่าจะเลิกยา หรือติดคุก” “แฟนของฉันบอกว่า ถ้าไม่เลิกยาก็ต้องแยกทางกัน” “ครั้งสุดท้ายที่ใช้ยา ฉันรู้สึกว่าก าลังจะตายและฉันก็รู้ว่าถ้าใช้ต่อไปอีกฉันอาจตายจริงๆ” “ถ้ายังไม่เลิกใช้ยา ฉันต้องถูกไล่ออกจากบ้านแน่ๆ” “ฉันใช้ยามานานหลายปีแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเลิกได้แล้ว” คุณคิดว่าเหตุผลใดน่าจะท าให้เลิกยาได้ส าเร็จ อาจดูเหมือนว่าคนที่ต้องการเลิกยาเพื่อตัวเองน่าจะ ประสบความส าเร็จมากกว่าคนที่ต้องการท าเพื่อคนอื่น หรือถูกบังคับ แต่มีการวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า ไม่เป็นจริง เสมอไป ผู้ที่ประสบความส าเร็จในการเลิกยาและสารเสพติดขึ้นอยู่กับความอดทนต่อการเลิกยา และสามารถ ใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งพายาและสารเสพติด เหตุผลที่ทาให้คนหยุดใช้ยาและสารเสพติด ไม่ส าคัญเท่ากับการประสบ ความส าเร็จในชีวิต หลังจากเลิกยาและสารเสพติดแล้ว หากเกิดความพอใจกับชีวิตที่ดีขึ้นหลังเลิกยาก็จะต้อง การด าเนินชีวิตอยู่โดยไม่ต้องใช้ยาและสารเสพติด 1. บอกเหตุผลส่วนตัวที่ท าให้คุณเข้ามารับการบ าบัด (เช่น สุขภาพไม่ดีครอบครัวบังคับ มีปัญหาเรื่องงาน ปัญหาทางกฎหมาย ฯลฯ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… 2. บอกเหตุผลที่ท าให้คุณยังคงมาเข้ารับการบ าบัดอยู่ในขณะนี้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… 3. คุณคิดว่าเหตุผลที่เข้ามาบ าบัดในระยะแรกกับในขณะนี้เหมือนกันหรือไม่อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ความกลัวอาจท้าให้คุณต้องเข้ามาบ้าบัดรักษา แต่ความกลัวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้คุณเลิกยาและสารเสพติดได้ตลอดไป ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ปัญหาเหล่านี้ไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ความส าคัญอยู่ที่คุณจะต้องวางแผนในการ ด าเนินชีวิต ให้สามารถเข้ารับการบ าบัดได้อย่างต่อเนื่องให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้ ค. คุณมีแนวทางในการจัดการกับปัญหาเรื่องงานที่ส่งผลต่อการเลิกยาของคุณอย่างไร ............................................................................................................................................. ................... .................................................................................................................................................. ............. ....................................................................................................................... ......................................... ............................................................................................................................. .................................. ท�า 48 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.4 แรงจูงใจในการเลิกยา ถ้าถามกลุ่มที่เริ่มเลิกยาว่า “ท้าไม” ตอนนี้เขาถึงต้องการจะหยุดใช้ยาและสารเสพติด คุณจะได้รับค าตอบที่ แตกต่างกันไป “ฉันถูกจับแล้วต้องเลือกว่าจะเลิกยา หรือติดคุก” “แฟนของฉันบอกว่า ถ้าไม่เลิกยาก็ต้องแยกทางกัน” “ครั้งสุดท้ายที่ใช้ยา ฉันรู้สึกว่าก าลังจะตายและฉันก็รู้ว่าถ้าใช้ต่อไปอีกฉันอาจตายจริงๆ” “ถ้ายังไม่เลิกใช้ยา ฉันต้องถูกไล่ออกจากบ้านแน่ๆ” “ฉันใช้ยามานานหลายปีแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเลิกได้แล้ว” คุณคิดว่าเหตุผลใดน่าจะท าให้เลิกยาได้ส าเร็จ อาจดูเหมือนว่าคนที่ต้องการเลิกยาเพื่อตัวเองน่าจะ ประสบความส าเร็จมากกว่าคนที่ต้องการท าเพื่อคนอื่น หรือถูกบังคับ แต่มีการวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า ไม่เป็นจริง เสมอไป ผู้ที่ประสบความส าเร็จในการเลิกยาและสารเสพติดขึ้นอยู่กับความอดทนต่อการเลิกยา และสามารถ ใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งพายาและสารเสพติด เหตุผลที่ทาให้คนหยุดใช้ยาและสารเสพติด ไม่ส าคัญเท่ากับการประสบ ความส าเร็จในชีวิต หลังจากเลิกยาและสารเสพติดแล้ว หากเกิดความพอใจกับชีวิตที่ดีขึ้นหลังเลิกยาก็จะต้อง การด าเนินชีวิตอยู่โดยไม่ต้องใช้ยาและสารเสพติด 1. บอกเหตุผลส่วนตัวที่ท าให้คุณเข้ามารับการบ าบัด (เช่น สุขภาพไม่ดีครอบครัวบังคับ มีปัญหาเรื่องงาน ปัญหาทางกฎหมาย ฯลฯ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… 2. บอกเหตุผลที่ท าให้คุณยังคงมาเข้ารับการบ าบัดอยู่ในขณะนี้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… 3. คุณคิดว่าเหตุผลที่เข้ามาบ าบัดในระยะแรกกับในขณะนี้เหมือนกันหรือไม่อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ความกลัวอาจท้าให้คุณต้องเข้ามาบ้าบัดรักษา แต่ความกลัวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้คุณเลิกยาและสารเสพติดได้ตลอดไป ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ปัญหาเหล่านี้ไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ความส าคัญอยู่ที่คุณจะต้องวางแผนในการ ด าเนินชีวิต ให้สามารถเข้ารับการบ าบัดได้อย่างต่อเนื่องให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้ ค. คุณมีแนวทางในการจัดการกับปัญหาเรื่องงานที่ส่งผลต่อการเลิกยาของคุณอย่างไร ............................................................................................................................................. ................... .................................................................................................................................................. ............. ....................................................................................................................... ......................................... ............................................................................................................................. ..................................


49 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่4.4 แรงจูงใจในการเลิกยา ถ้าถามกลุ่มที่เริ่มเลิกยาว่า “ท้าไม” ตอนนี้เขาถึงต้องการจะหยุดใช้ยาและสารเสพติด คุณจะได้รับค าตอบที่ แตกต่างกันไป “ฉันถูกจับแล้วต้องเลือกว่าจะเลิกยา หรือติดคุก” “แฟนของฉันบอกว่า ถ้าไม่เลิกยาก็ต้องแยกทางกัน” “ครั้งสุดท้ายที่ใช้ยา ฉันรู้สึกว่าก าลังจะตายและฉันก็รู้ว่าถ้าใช้ต่อไปอีกฉันอาจตายจริงๆ” “ถ้ายังไม่เลิกใช้ยา ฉันต้องถูกไล่ออกจากบ้านแน่ๆ” “ฉันใช้ยามานานหลายปีแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเลิกได้แล้ว” คุณคิดว่าเหตุผลใดน่าจะท าให้เลิกยาได้ส าเร็จ อาจดูเหมือนว่าคนที่ต้องการเลิกยาเพื่อตัวเองน่าจะ ประสบความส าเร็จมากกว่าคนที่ต้องการท าเพื่อคนอื่น หรือถูกบังคับ แต่มีการวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า ไม่เป็นจริง เสมอไป ผู้ที่ประสบความส าเร็จในการเลิกยาและสารเสพติดขึ้นอยู่กับความอดทนต่อการเลิกยา และสามารถ ใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งพายาและสารเสพติด เหตุผลที่ทาให้คนหยุดใช้ยาและสารเสพติด ไม่ส าคัญเท่ากับการประสบ ความส าเร็จในชีวิต หลังจากเลิกยาและสารเสพติดแล้ว หากเกิดความพอใจกับชีวิตที่ดีขึ้นหลังเลิกยาก็จะต้อง การด าเนินชีวิตอยู่โดยไม่ต้องใช้ยาและสารเสพติด 1. บอกเหตุผลส่วนตัวที่ท าให้คุณเข้ามารับการบ าบัด (เช่น สุขภาพไม่ดีครอบครัวบังคับ มีปัญหาเรื่องงาน ปัญหาทางกฎหมาย ฯลฯ) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… 2. บอกเหตุผลที่ท าให้คุณยังคงมาเข้ารับการบ าบัดอยู่ในขณะนี้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… 3. คุณคิดว่าเหตุผลที่เข้ามาบ าบัดในระยะแรกกับในขณะนี้เหมือนกันหรือไม่อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ความกลัวอาจท้าให้คุณต้องเข้ามาบ้าบัดรักษา แต่ความกลัวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้คุณเลิกยาและสารเสพติดได้ตลอดไป ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ปัญหาเหล่านี้ไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ความส าคัญอยู่ที่คุณจะต้องวางแผนในการ ด าเนินชีวิต ให้สามารถเข้ารับการบ าบัดได้อย่างต่อเนื่องให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้ ค. คุณมีแนวทางในการจัดการกับปัญหาเรื่องงานที่ส่งผลต่อการเลิกยาของคุณอย่างไร ............................................................................................................................................. ................... .................................................................................................................................................. ............. ....................................................................................................................... ......................................... ............................................................................................................................. .................................. ท�า


51 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 5 ปัญหาที่เกิดบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม การพูดความจริงและความไว้วางใจ


51 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 5 ปัญหาที่เกิดบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม การพูดความจริงและความไว้วางใจ


53 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สถานการณ์การใช้สุราในอนาคต 5. ผู้บ าบัดให้ความรู้เกี่ยวกับความคิด อารมณ์และพฤติกรรม โดยใช้ใบความรู้ที่ 5.1 จากนั้นให้ผู้ป่วย แสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อประเด็นดังกล่าว 6. ให้ผู้ป่วยส ารวจพฤติกรรมเสพติด ในใบกิจกรรมที่ 5.3 และอภิปรายร่วมกันถึงพฤติกรรมเสพติด ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางแก้ไขและวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม 7. ให้ผู้ป่วยอ่านข้อความ ก ข ค ในใบกิจกรรมที่ 5.4 แล้วอภิปรายร่วมกัน 8. ให้ผู้ป่วยตอบค าถามในใบกิจกรรมที่ 5.5 ข้อ 1, 2 และ 3 แล้วร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทีละข้อ 9. ผู้ป่วยสรุปและให้ก าลังใจซึ่งกันและกัน 10. ผู้บ าบัดสรุปประเด็นการอภิปราย และนัดหมายครั้งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 5.1 ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม 2. ใบกิจกรรมที่ 5.1 ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น 3. ใบกิจกรรมที่ 5.2 ข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ 4. ใบกิจกรรมที่ 5.3 พฤติกรรมเสพติด 5. ใบกิจกรรมที่ 5.4 การพูดความจริง 6. ใบกิจกรรมที่ 5.5 ความไว้วางใจ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่5 ปัญหาที่เกิดบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น, ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม การพูดความจริงและความไว้วางใจ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักต่อปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยภายหลังจากหยุดใช้ยาเสพติดในช่วงแรก ตลอดจนข้อ โต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์และสามารถระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่อาจเป็นปัญหาส าหรับตนเอง ตลอดจนมีแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้และสามารถแยกแยะความคิด อารมณ์และพฤติกรรมออกจากกัน และสามารถ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีควบคุมอารมณ์และแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมเพื่อเลิกยาเสพติด 3. เพื่อให้ผู้ป่วยส ารวจและประเมินตนเองในการพูดความจริงและที่จะส่งผลต่อการเลิกยาระยะเริ่มต้น สาระส าคัญ 1. ในการเลิกยาเสพติดในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยต้องเผชิญกับปัญหารอบตัวหลายลักษณะ การแก้ไข ปัญหาที่ได้ผลดีคือ การใช้กิจกรรมและวิธีการจัดการที่หลากหลายรูปแบบที่ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจมองว่าสุราไม่เป็นอุปสรรคต่อการเลิกยาเสพติด ยังสามารถดื่มสุราได้แต่ในความ เป็นจริงแล้ว สุราเป็นตัวกระตุ้นให้อยากเสพยาเสพติดอีก การวางแผนและหาวิธีหยุดดื่มสุรา จะช่วยส่งเสริมให้ การเลิกยาเสพติดได้ผลดี 2. การใช้ยาเสพติดส่งผลต่อวิธีคิดของผู้ป่วย ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรม การเรียนรู้ที่จะ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด การควบคุมอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจะก่อให้เกิดผลดีต่อการเลิกยาเสพติด 3. ผู้ป่วยจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น การพูดความจริงเป็นสิ่งแสดงถึงความซื่อสัตย์อันจะ ส่งผลต่อการเลิกยาระยะเริ่มต้น 4. การติดยาและสารเสพติดท าให้เสียสัมพันธภาพระหว่างบุคคล แม้ว่าจะเลิกยาแล้ว ครอบครัวและ เพื่อนก็ยังสงสัยว่าเลิกยาได้จริงหรือไม่ ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องใช้เวลาและอดทนในการได้รับความไว้วางใจกลับมา ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการเลิกยาที่ต่อเนื่องของผู้ป่วยเอง วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรม 2. ผู้บ าบัดให้ผู้ป่วยในกลุ่มเล่าถึงปัญหาในชีวิตประจ าวันในการเลิกยาระยะเริ่มต้น และกระตุ้นให้มี การแบ่งปันเรื่องราวและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันภายในกลุ่ม 3. ผู้บ าบัดให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น จากนั้นให้ผู้ป่วย ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ปัญหาที่เคยใช้ได้ผล ตลอดจนทางเลือกใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาเหล่านั้น โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 5.1 4. ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าการดื่มสุรามีผลอย่างไรต่อการเลิกยาเสพติด จากนั้นให้ผู้ป่วย อภิปรายถึงข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 5.2 ตลอดจนแผนการในการเผชิญกับ 52 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สถานการณ์การใช้สุราในอนาคต 5. ผู้บ าบัดให้ความรู้เกี่ยวกับความคิด อารมณ์และพฤติกรรม โดยใช้ใบความรู้ที่ 5.1 จากนั้นให้ผู้ป่วย แสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อประเด็นดังกล่าว 6. ให้ผู้ป่วยส ารวจพฤติกรรมเสพติด ในใบกิจกรรมที่ 5.3 และอภิปรายร่วมกันถึงพฤติกรรมเสพติด ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางแก้ไขและวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม 7. ให้ผู้ป่วยอ่านข้อความ ก ข ค ในใบกิจกรรมที่ 5.4 แล้วอภิปรายร่วมกัน 8. ให้ผู้ป่วยตอบค าถามในใบกิจกรรมที่ 5.5 ข้อ 1, 2 และ 3 แล้วร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทีละข้อ 9. ผู้ป่วยสรุปและให้ก าลังใจซึ่งกันและกัน 10. ผู้บ าบัดสรุปประเด็นการอภิปราย และนัดหมายครั้งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 5.1 ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม 2. ใบกิจกรรมที่ 5.1 ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น 3. ใบกิจกรรมที่ 5.2 ข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ 4. ใบกิจกรรมที่ 5.3 พฤติกรรมเสพติด 5. ใบกิจกรรมที่ 5.4 การพูดความจริง 6. ใบกิจกรรมที่ 5.5 ความไว้วางใจ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่5 ปัญหาที่เกิดบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น, ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม การพูดความจริงและความไว้วางใจ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักต่อปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยภายหลังจากหยุดใช้ยาเสพติดในช่วงแรก ตลอดจนข้อ โต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์และสามารถระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่อาจเป็นปัญหาส าหรับตนเอง ตลอดจนมีแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้และสามารถแยกแยะความคิด อารมณ์และพฤติกรรมออกจากกัน และสามารถ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีควบคุมอารมณ์และแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมเพื่อเลิกยาเสพติด 3. เพื่อให้ผู้ป่วยส ารวจและประเมินตนเองในการพูดความจริงและที่จะส่งผลต่อการเลิกยาระยะเริ่มต้น สาระส าคัญ 1. ในการเลิกยาเสพติดในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยต้องเผชิญกับปัญหารอบตัวหลายลักษณะ การแก้ไข ปัญหาที่ได้ผลดีคือ การใช้กิจกรรมและวิธีการจัดการที่หลากหลายรูปแบบที่ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจมองว่าสุราไม่เป็นอุปสรรคต่อการเลิกยาเสพติด ยังสามารถดื่มสุราได้แต่ในความ เป็นจริงแล้ว สุราเป็นตัวกระตุ้นให้อยากเสพยาเสพติดอีก การวางแผนและหาวิธีหยุดดื่มสุรา จะช่วยส่งเสริมให้ การเลิกยาเสพติดได้ผลดี 2. การใช้ยาเสพติดส่งผลต่อวิธีคิดของผู้ป่วย ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรม การเรียนรู้ที่จะ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด การควบคุมอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจะก่อให้เกิดผลดีต่อการเลิกยาเสพติด 3. ผู้ป่วยจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น การพูดความจริงเป็นสิ่งแสดงถึงความซื่อสัตย์อันจะ ส่งผลต่อการเลิกยาระยะเริ่มต้น 4. การติดยาและสารเสพติดท าให้เสียสัมพันธภาพระหว่างบุคคล แม้ว่าจะเลิกยาแล้ว ครอบครัวและ เพื่อนก็ยังสงสัยว่าเลิกยาได้จริงหรือไม่ ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องใช้เวลาและอดทนในการได้รับความไว้วางใจกลับมา ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการเลิกยาที่ต่อเนื่องของผู้ป่วยเอง วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรม 2. ผู้บ าบัดให้ผู้ป่วยในกลุ่มเล่าถึงปัญหาในชีวิตประจ าวันในการเลิกยาระยะเริ่มต้น และกระตุ้นให้มี การแบ่งปันเรื่องราวและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันภายในกลุ่ม 3. ผู้บ าบัดให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น จากนั้นให้ผู้ป่วย ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ปัญหาที่เคยใช้ได้ผล ตลอดจนทางเลือกใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาเหล่านั้น โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 5.1 4. ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าการดื่มสุรามีผลอย่างไรต่อการเลิกยาเสพติด จากนั้นให้ผู้ป่วย อภิปรายถึงข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 5.2 ตลอดจนแผนการในการเผชิญกับ


53 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สถานการณ์การใช้สุราในอนาคต 5. ผู้บ าบัดให้ความรู้เกี่ยวกับความคิด อารมณ์และพฤติกรรม โดยใช้ใบความรู้ที่ 5.1 จากนั้นให้ผู้ป่วย แสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อประเด็นดังกล่าว 6. ให้ผู้ป่วยส ารวจพฤติกรรมเสพติด ในใบกิจกรรมที่ 5.3 และอภิปรายร่วมกันถึงพฤติกรรมเสพติด ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางแก้ไขและวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม 7. ให้ผู้ป่วยอ่านข้อความ ก ข ค ในใบกิจกรรมที่ 5.4 แล้วอภิปรายร่วมกัน 8. ให้ผู้ป่วยตอบค าถามในใบกิจกรรมที่ 5.5 ข้อ 1, 2 และ 3 แล้วร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทีละข้อ 9. ผู้ป่วยสรุปและให้ก าลังใจซึ่งกันและกัน 10. ผู้บ าบัดสรุปประเด็นการอภิปราย และนัดหมายครั้งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 5.1 ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม 2. ใบกิจกรรมที่ 5.1 ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น 3. ใบกิจกรรมที่ 5.2 ข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ 4. ใบกิจกรรมที่ 5.3 พฤติกรรมเสพติด 5. ใบกิจกรรมที่ 5.4 การพูดความจริง 6. ใบกิจกรรมที่ 5.5 ความไว้วางใจ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่5 ปัญหาที่เกิดบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น, ความคิด อารมณ์และพฤติกรรม การพูดความจริงและความไว้วางใจ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักต่อปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยภายหลังจากหยุดใช้ยาเสพติดในช่วงแรก ตลอดจนข้อ โต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์และสามารถระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่อาจเป็นปัญหาส าหรับตนเอง ตลอดจนมีแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น 2. เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้และสามารถแยกแยะความคิด อารมณ์และพฤติกรรมออกจากกัน และสามารถ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีควบคุมอารมณ์และแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมเพื่อเลิกยาเสพติด 3. เพื่อให้ผู้ป่วยส ารวจและประเมินตนเองในการพูดความจริงและที่จะส่งผลต่อการเลิกยาระยะเริ่มต้น สาระส าคัญ 1. ในการเลิกยาเสพติดในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยต้องเผชิญกับปัญหารอบตัวหลายลักษณะ การแก้ไข ปัญหาที่ได้ผลดีคือ การใช้กิจกรรมและวิธีการจัดการที่หลากหลายรูปแบบที่ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจมองว่าสุราไม่เป็นอุปสรรคต่อการเลิกยาเสพติด ยังสามารถดื่มสุราได้แต่ในความ เป็นจริงแล้ว สุราเป็นตัวกระตุ้นให้อยากเสพยาเสพติดอีก การวางแผนและหาวิธีหยุดดื่มสุรา จะช่วยส่งเสริมให้ การเลิกยาเสพติดได้ผลดี 2. การใช้ยาเสพติดส่งผลต่อวิธีคิดของผู้ป่วย ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรม การเรียนรู้ที่จะ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด การควบคุมอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจะก่อให้เกิดผลดีต่อการเลิกยาเสพติด 3. ผู้ป่วยจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น การพูดความจริงเป็นสิ่งแสดงถึงความซื่อสัตย์อันจะ ส่งผลต่อการเลิกยาระยะเริ่มต้น 4. การติดยาและสารเสพติดท าให้เสียสัมพันธภาพระหว่างบุคคล แม้ว่าจะเลิกยาแล้ว ครอบครัวและ เพื่อนก็ยังสงสัยว่าเลิกยาได้จริงหรือไม่ ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องใช้เวลาและอดทนในการได้รับความไว้วางใจกลับมา ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการเลิกยาที่ต่อเนื่องของผู้ป่วยเอง วิธีการ 1. ผู้บ าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั้นน าเข้าสู่กิจกรรม 2. ผู้บ าบัดให้ผู้ป่วยในกลุ่มเล่าถึงปัญหาในชีวิตประจ าวันในการเลิกยาระยะเริ่มต้น และกระตุ้นให้มี การแบ่งปันเรื่องราวและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันภายในกลุ่ม 3. ผู้บ าบัดให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น จากนั้นให้ผู้ป่วย ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ปัญหาที่เคยใช้ได้ผล ตลอดจนทางเลือกใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาเหล่านั้น โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 5.1 4. ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าการดื่มสุรามีผลอย่างไรต่อการเลิกยาเสพติด จากนั้นให้ผู้ป่วย อภิปรายถึงข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์โดยใช้ใบกิจกรรมที่ 5.2 ตลอดจนแผนการในการเผชิญกับ


55 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 5.2 ข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ หมายถึง สุรา เบียร์ ไวน์ สาโท น้ าขาว กระแช่ และอื่นๆ คุณสามารถหยุดดื่มแอลกอฮอล์ ได้ส าเร็จหรือไม่ ในระหว่างสัปดาห์ที่ 6 ของกระบวนการเลิกดื่มแอลกอฮอล์ หลายคนหวนกลับไปดื่ม แอลกอฮอล์อีก สมองซึ่งติดยาเสพติดของคุณมีผลต่อความคิดที่จะกล่าวต่อไปนี้หรือไม่ นี่เป็นตัวอย่างของ ข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ที่พบบ่อยๆ ข้อโต้แย้ง ความจริง ผมมาที่นี่เพื่อหยุดเสพยาเสพติด ไม่ใช่มา หยุดดื่มแอลกอฮอล์ - การรักษาผู้ป่วยยาบ้า จะรวมถึงการหยุดดื่มสุราและยาเสพติด อื่นๆ ด้วย มันเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดเสพยาบ้า ผมดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่ได้เสพยา เสพติด ดังนั้นมันจะไม่ท าให้เกิดปัญหา ใดๆ ตามมา (น่าจะดื่มต่อไปได้) - การดื่มแอลกอฮอล์ตลอดเวลาจะเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วย กลับไปเสพยาเสพติดซ้ าได้มากขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์ครั้งเดียว อาจยังไม่กลับไปเสพยาซ้ า เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่เพียงครั้ง เดียวไม่สามารถท าให้เกิดมะเร็งปอด อย่างไรก็ตามการดื่ม แอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้กลับไปเสพยา เสพติดมากยิ่งขึ้น การไปดื่มแอลกอฮอล์ แท้จริงเป็นสิ่งที่ ช่วยไม่ให้เสพยาเสพติด เวลาผมอยากยา การดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้สงบลง และ อาการอยากยาหมดไป - แอลกอฮอล์เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของสารเคมีในสมอง การดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องในที่สุดก็จะก่อให้เกิดอาการ อยากยาอย่างรุนแรง แม้ว่าการดื่มในครั้งแรกดูเหมือนจะช่วยลด อาการอยากยาได้ ผมไม่ได้ติดแอลกอฮอล์ ท าไมผมจะต้อง หยุดดื่ม - ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ติดแอลกอฮอล์ คุณน่าจะไม่มีปัญหาในการ หยุดดื่ม ถ้าคุณไม่สามารถหยุดดื่มได้ บางทีแอลกอฮอล์อาจก าลัง เป็นปัญหาส าหรับคุณมากกว่าที่คุณคิด ผมจะไม่กลับไปเสพยาเสพติดอีก แต่ผม ไม่แน่ใจว่าจะไม่ไปดื่มแอลกอฮอล์อีก จงสัญญาที่จะเลิกใช้ยาเสพติดทุกชนิดเป็นเวลา 6 เดือน ให้ โอกาสตนเองที่จะตัดสินใจว่าจะดื่มหรือไม่ โดยใช้สมองที่ไม่ได้ อยู่ภายใต้อิทธิพลของยาเสพติด ถ้าคุณปฏิเสธการหยุดดื่ม แอลกอฮอล์ เพราะกลัวว่าต้องหยุดดื่มตลอดไป แสดงว่าคุณ ก าลังหาข้ออ้างเพื่อการดื่ม และเสี่ยงที่จะกลับไปติดยาเสพติดซ้ า 1. สมองซึ่งได้รับผลกระทบจากการติดแอลกอฮอล์ อ้างเหตุผลอื่นใดอีกหรือไม่ในการดื่มแอลกอฮอล์ กรณีตอบ ว่ามี ให้อธิบายเหตุผล [ ] ไม่มี [ ] มี เหตุผลคือ.............................................................................................................. ..... 2. คุณมีแผนการอย่างไร ในการเผชิญกับสถานการณ์การใช้แอลกอฮอล์ในอนาคต ............................................................................................................................. ............................................... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 5.1 ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น 5 ปัญหา: ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหา ผู้ป่วยที่พยายามหยุดการเสพยาจะต้องผ่านสถานการณ์ที่ท าให้รู้สึกยากล าบากในการมีชีวิตอยู่ได้โดย ไม่เสพยา สถานการณ์ 5 สถานการณ์ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดในระหว่างสัปดาห์แรกๆ ของการ รักษา แนวทางการแก้ไขแต่ละสถานการณ์ที่เสนอแนะในที่นี้จะช่วยให้ผู้ป่วยผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ ปัญหา แนวทางแก้ไข 1. เพื่อนหรือคนรู้จักที่เสพยา ยังคงคบหาสมาคมกับเพื่อนเก่าหรือเพื่อน ที่ยังเสพยาอยู่ - พยายามคบเพื่อนใหม่ - พยายามท ากิจกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณได้พบกับบุคคลที่ไม่เสพยา มากขึ้น - วางแผนท ากิจกรรมต่างๆ ร่วมกับเพื่อนที่ไม่เสพยาหรือร่วมกับ สมาชิกในครอบครัว 2. ความโกรธหรือหงุดหงิดง่าย เหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ สามารถท าให้คุณ โกรธได้ง่ายและคุกรุ่นอยู่นาน บอกกับตัวเองว่า.... - กระบวนการเลิกเสพยาเกี่ยวข้องกับการปรับตัวของสารเคมีในสมอง - อารมณ์จะถูกรบกวนได้ง่าย เป็นเรื่องธรรมดาของการเลิกเสพยา - การออกกก าลังกายจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ - พูดคุยกับผู้บ าบัดหรือเพื่อนที่ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือคุณ 3. การมีสุราหรือยาเสพติดไว้ในบ้าน เพราะว่าการที่คุณตัดสินใจเลิกดื่มสุรา ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในครอบครัว คุณตัดสินใจหยุดดื่มด้วย - ก าจัดยาเสพติดและสุราออกไปให้หมดถ้าเป็นไปได้ - ขอร้องคนอื่นที่จะดื่มสุราให้ระงับการดื่มสุราหรืองดการดื่มสุรา ในบ้านชั่วคราว - ถ้าคุณยังมีปัญหานี้อย่างต่อเนื่องคุณอาจพิจารณาออกไปอยู่ที่ อื่นชั่วคราว 4. รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหงา การหยุดเสพยาท าให้ต้องหลีกเลี่ยงจาก กิจกรรมต่างๆ ที่เคยปฏิบัติและเพื่อนที่ เคยคบอยู่เมื่อใช้ยาเสพยาติด - หากิจกรรมใหม่ๆ ท าและจัดลงในตารางกิจกรรมที่ต้องกระท า ในแต่ละวัน - กลับไปท ากิจกรรมที่ก่อให้เกิดความสุขที่เคยกระท าก่อนการ เสพยา - หาเพื่อนใหม่ในกลุ่มช่วยเหลือกันเองและแลกเปลี่ยนเบอร์ โทรศัพท์กัน 5. โอกาสพิเศษต่างๆ การไปงานสังสรรค์การรับประทาน อาหารเย็น งานเลี้ยงเพื่อธุรกิจ งาน แต่งงาน วันหยุดและอื่นๆ อาจท าให้ หลีกเลี่ยงสุราและยาเสพติดได้ยาก - เตรียมค าตอบเกี่ยวกับการไม่ดื่มสุราของคุณ - เตรียมพาหนะไปและกลับเอง - ให้ออกจากงานเลี้ยงนั้นถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจหรือรู้สึกเหมือนถูก ทอดทิ้ง 54 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 5.2 ข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ หมายถึง สุรา เบียร์ ไวน์ สาโท น้ าขาว กระแช่ และอื่นๆ คุณสามารถหยุดดื่มแอลกอฮอล์ ได้ส าเร็จหรือไม่ ในระหว่างสัปดาห์ที่ 6 ของกระบวนการเลิกดื่มแอลกอฮอล์ หลายคนหวนกลับไปดื่ม แอลกอฮอล์อีก สมองซึ่งติดยาเสพติดของคุณมีผลต่อความคิดที่จะกล่าวต่อไปนี้หรือไม่ นี่เป็นตัวอย่างของ ข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ที่พบบ่อยๆ ข้อโต้แย้ง ความจริง ผมมาที่นี่เพื่อหยุดเสพยาเสพติด ไม่ใช่มา หยุดดื่มแอลกอฮอล์ - การรักษาผู้ป่วยยาบ้า จะรวมถึงการหยุดดื่มสุราและยาเสพติด อื่นๆ ด้วย มันเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดเสพยาบ้า ผมดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่ได้เสพยา เสพติด ดังนั้นมันจะไม่ท าให้เกิดปัญหา ใดๆ ตามมา (น่าจะดื่มต่อไปได้) - การดื่มแอลกอฮอล์ตลอดเวลาจะเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วย กลับไปเสพยาเสพติดซ้ าได้มากขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์ครั้งเดียว อาจยังไม่กลับไปเสพยาซ้ า เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่เพียงครั้ง เดียวไม่สามารถท าให้เกิดมะเร็งปอด อย่างไรก็ตามการดื่ม แอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้กลับไปเสพยา เสพติดมากยิ่งขึ้น การไปดื่มแอลกอฮอล์ แท้จริงเป็นสิ่งที่ ช่วยไม่ให้เสพยาเสพติด เวลาผมอยากยา การดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้สงบลง และ อาการอยากยาหมดไป - แอลกอฮอล์เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของสารเคมีในสมอง การดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องในที่สุดก็จะก่อให้เกิดอาการ อยากยาอย่างรุนแรง แม้ว่าการดื่มในครั้งแรกดูเหมือนจะช่วยลด อาการอยากยาได้ ผมไม่ได้ติดแอลกอฮอล์ ท าไมผมจะต้อง หยุดดื่ม - ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ติดแอลกอฮอล์ คุณน่าจะไม่มีปัญหาในการ หยุดดื่ม ถ้าคุณไม่สามารถหยุดดื่มได้ บางทีแอลกอฮอล์อาจก าลัง เป็นปัญหาส าหรับคุณมากกว่าที่คุณคิด ผมจะไม่กลับไปเสพยาเสพติดอีก แต่ผม ไม่แน่ใจว่าจะไม่ไปดื่มแอลกอฮอล์อีก จงสัญญาที่จะเลิกใช้ยาเสพติดทุกชนิดเป็นเวลา 6 เดือน ให้ โอกาสตนเองที่จะตัดสินใจว่าจะดื่มหรือไม่ โดยใช้สมองที่ไม่ได้ อยู่ภายใต้อิทธิพลของยาเสพติด ถ้าคุณปฏิเสธการหยุดดื่ม แอลกอฮอล์ เพราะกลัวว่าต้องหยุดดื่มตลอดไป แสดงว่าคุณ ก าลังหาข้ออ้างเพื่อการดื่ม และเสี่ยงที่จะกลับไปติดยาเสพติดซ้ า 1. สมองซึ่งได้รับผลกระทบจากการติดแอลกอฮอล์ อ้างเหตุผลอื่นใดอีกหรือไม่ในการดื่มแอลกอฮอล์ กรณีตอบ ว่ามี ให้อธิบายเหตุผล [ ] ไม่มี [ ] มี เหตุผลคือ.............................................................................................................. ..... 2. คุณมีแผนการอย่างไร ในการเผชิญกับสถานการณ์การใช้แอลกอฮอล์ในอนาคต ............................................................................................................................. ............................................... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 5.1 ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น 5 ปัญหา: ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหา ผู้ป่วยที่พยายามหยุดการเสพยาจะต้องผ่านสถานการณ์ที่ท าให้รู้สึกยากล าบากในการมีชีวิตอยู่ได้โดย ไม่เสพยา สถานการณ์ 5 สถานการณ์ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดในระหว่างสัปดาห์แรกๆ ของการ รักษา แนวทางการแก้ไขแต่ละสถานการณ์ที่เสนอแนะในที่นี้จะช่วยให้ผู้ป่วยผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ ปัญหา แนวทางแก้ไข 1. เพื่อนหรือคนรู้จักที่เสพยา ยังคงคบหาสมาคมกับเพื่อนเก่าหรือเพื่อน ที่ยังเสพยาอยู่ - พยายามคบเพื่อนใหม่ - พยายามท ากิจกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณได้พบกับบุคคลที่ไม่เสพยา มากขึ้น - วางแผนท ากิจกรรมต่างๆ ร่วมกับเพื่อนที่ไม่เสพยาหรือร่วมกับ สมาชิกในครอบครัว 2. ความโกรธหรือหงุดหงิดง่าย เหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ สามารถท าให้คุณ โกรธได้ง่ายและคุกรุ่นอยู่นาน บอกกับตัวเองว่า.... - กระบวนการเลิกเสพยาเกี่ยวข้องกับการปรับตัวของสารเคมีในสมอง - อารมณ์จะถูกรบกวนได้ง่าย เป็นเรื่องธรรมดาของการเลิกเสพยา - การออกกก าลังกายจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ - พูดคุยกับผู้บ าบัดหรือเพื่อนที่ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือคุณ 3. การมีสุราหรือยาเสพติดไว้ในบ้าน เพราะว่าการที่คุณตัดสินใจเลิกดื่มสุรา ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในครอบครัว คุณตัดสินใจหยุดดื่มด้วย - ก าจัดยาเสพติดและสุราออกไปให้หมดถ้าเป็นไปได้ - ขอร้องคนอื่นที่จะดื่มสุราให้ระงับการดื่มสุราหรืองดการดื่มสุรา ในบ้านชั่วคราว - ถ้าคุณยังมีปัญหานี้อย่างต่อเนื่องคุณอาจพิจารณาออกไปอยู่ที่ อื่นชั่วคราว 4. รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหงา การหยุดเสพยาท าให้ต้องหลีกเลี่ยงจาก กิจกรรมต่างๆ ที่เคยปฏิบัติและเพื่อนที่ เคยคบอยู่เมื่อใช้ยาเสพยาติด - หากิจกรรมใหม่ๆ ท าและจัดลงในตารางกิจกรรมที่ต้องกระท า ในแต่ละวัน - กลับไปท ากิจกรรมที่ก่อให้เกิดความสุขที่เคยกระท าก่อนการ เสพยา - หาเพื่อนใหม่ในกลุ่มช่วยเหลือกันเองและแลกเปลี่ยนเบอร์ โทรศัพท์กัน 5. โอกาสพิเศษต่างๆ การไปงานสังสรรค์การรับประทาน อาหารเย็น งานเลี้ยงเพื่อธุรกิจ งาน แต่งงาน วันหยุดและอื่นๆ อาจท าให้ หลีกเลี่ยงสุราและยาเสพติดได้ยาก - เตรียมค าตอบเกี่ยวกับการไม่ดื่มสุราของคุณ - เตรียมพาหนะไปและกลับเอง - ให้ออกจากงานเลี้ยงนั้นถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจหรือรู้สึกเหมือนถูก ทอดทิ้ง การออกก�าลังกายจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้


55 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 5.2 ข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ หมายถึง สุรา เบียร์ ไวน์ สาโท น้ าขาว กระแช่ และอื่นๆ คุณสามารถหยุดดื่มแอลกอฮอล์ ได้ส าเร็จหรือไม่ ในระหว่างสัปดาห์ที่ 6 ของกระบวนการเลิกดื่มแอลกอฮอล์ หลายคนหวนกลับไปดื่ม แอลกอฮอล์อีก สมองซึ่งติดยาเสพติดของคุณมีผลต่อความคิดที่จะกล่าวต่อไปนี้หรือไม่ นี่เป็นตัวอย่างของ ข้อโต้แย้งต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ที่พบบ่อยๆ ข้อโต้แย้ง ความจริง ผมมาที่นี่เพื่อหยุดเสพยาเสพติด ไม่ใช่มา หยุดดื่มแอลกอฮอล์ - การรักษาผู้ป่วยยาบ้า จะรวมถึงการหยุดดื่มสุราและยาเสพติด อื่นๆ ด้วย มันเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดเสพยาบ้า ผมดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่ได้เสพยา เสพติด ดังนั้นมันจะไม่ท าให้เกิดปัญหา ใดๆ ตามมา (น่าจะดื่มต่อไปได้) - การดื่มแอลกอฮอล์ตลอดเวลาจะเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วย กลับไปเสพยาเสพติดซ้ าได้มากขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์ครั้งเดียว อาจยังไม่กลับไปเสพยาซ้ า เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่เพียงครั้ง เดียวไม่สามารถท าให้เกิดมะเร็งปอด อย่างไรก็ตามการดื่ม แอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้กลับไปเสพยา เสพติดมากยิ่งขึ้น การไปดื่มแอลกอฮอล์ แท้จริงเป็นสิ่งที่ ช่วยไม่ให้เสพยาเสพติด เวลาผมอยากยา การดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้สงบลง และ อาการอยากยาหมดไป - แอลกอฮอล์เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวของสารเคมีในสมอง การดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องในที่สุดก็จะก่อให้เกิดอาการ อยากยาอย่างรุนแรง แม้ว่าการดื่มในครั้งแรกดูเหมือนจะช่วยลด อาการอยากยาได้ ผมไม่ได้ติดแอลกอฮอล์ ท าไมผมจะต้อง หยุดดื่ม - ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ติดแอลกอฮอล์ คุณน่าจะไม่มีปัญหาในการ หยุดดื่ม ถ้าคุณไม่สามารถหยุดดื่มได้ บางทีแอลกอฮอล์อาจก าลัง เป็นปัญหาส าหรับคุณมากกว่าที่คุณคิด ผมจะไม่กลับไปเสพยาเสพติดอีก แต่ผม ไม่แน่ใจว่าจะไม่ไปดื่มแอลกอฮอล์อีก จงสัญญาที่จะเลิกใช้ยาเสพติดทุกชนิดเป็นเวลา 6 เดือน ให้ โอกาสตนเองที่จะตัดสินใจว่าจะดื่มหรือไม่ โดยใช้สมองที่ไม่ได้ อยู่ภายใต้อิทธิพลของยาเสพติด ถ้าคุณปฏิเสธการหยุดดื่ม แอลกอฮอล์ เพราะกลัวว่าต้องหยุดดื่มตลอดไป แสดงว่าคุณ ก าลังหาข้ออ้างเพื่อการดื่ม และเสี่ยงที่จะกลับไปติดยาเสพติดซ้ า 1. สมองซึ่งได้รับผลกระทบจากการติดแอลกอฮอล์ อ้างเหตุผลอื่นใดอีกหรือไม่ในการดื่มแอลกอฮอล์ กรณีตอบ ว่ามี ให้อธิบายเหตุผล [ ] ไม่มี [ ] มี เหตุผลคือ.............................................................................................................. ..... 2. คุณมีแผนการอย่างไร ในการเผชิญกับสถานการณ์การใช้แอลกอฮอล์ในอนาคต ............................................................................................................................. ............................................... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 5.1 ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในการเลิกยาระยะเริ่มต้น 5 ปัญหา: ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหา ผู้ป่วยที่พยายามหยุดการเสพยาจะต้องผ่านสถานการณ์ที่ท าให้รู้สึกยากล าบากในการมีชีวิตอยู่ได้โดย ไม่เสพยา สถานการณ์ 5 สถานการณ์ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดในระหว่างสัปดาห์แรกๆ ของการ รักษา แนวทางการแก้ไขแต่ละสถานการณ์ที่เสนอแนะในที่นี้จะช่วยให้ผู้ป่วยผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ ปัญหา แนวทางแก้ไข 1. เพื่อนหรือคนรู้จักที่เสพยา ยังคงคบหาสมาคมกับเพื่อนเก่าหรือเพื่อน ที่ยังเสพยาอยู่ - พยายามคบเพื่อนใหม่ - พยายามท ากิจกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณได้พบกับบุคคลที่ไม่เสพยา มากขึ้น - วางแผนท ากิจกรรมต่างๆ ร่วมกับเพื่อนที่ไม่เสพยาหรือร่วมกับ สมาชิกในครอบครัว 2. ความโกรธหรือหงุดหงิดง่าย เหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ สามารถท าให้คุณ โกรธได้ง่ายและคุกรุ่นอยู่นาน บอกกับตัวเองว่า.... - กระบวนการเลิกเสพยาเกี่ยวข้องกับการปรับตัวของสารเคมีในสมอง - อารมณ์จะถูกรบกวนได้ง่าย เป็นเรื่องธรรมดาของการเลิกเสพยา - การออกกก าลังกายจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ - พูดคุยกับผู้บ าบัดหรือเพื่อนที่ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือคุณ 3. การมีสุราหรือยาเสพติดไว้ในบ้าน เพราะว่าการที่คุณตัดสินใจเลิกดื่มสุรา ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในครอบครัว คุณตัดสินใจหยุดดื่มด้วย - ก าจัดยาเสพติดและสุราออกไปให้หมดถ้าเป็นไปได้ - ขอร้องคนอื่นที่จะดื่มสุราให้ระงับการดื่มสุราหรืองดการดื่มสุรา ในบ้านชั่วคราว - ถ้าคุณยังมีปัญหานี้อย่างต่อเนื่องคุณอาจพิจารณาออกไปอยู่ที่ อื่นชั่วคราว 4. รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหงา การหยุดเสพยาท าให้ต้องหลีกเลี่ยงจาก กิจกรรมต่างๆ ที่เคยปฏิบัติและเพื่อนที่ เคยคบอยู่เมื่อใช้ยาเสพยาติด - หากิจกรรมใหม่ๆ ท าและจัดลงในตารางกิจกรรมที่ต้องกระท า ในแต่ละวัน - กลับไปท ากิจกรรมที่ก่อให้เกิดความสุขที่เคยกระท าก่อนการ เสพยา - หาเพื่อนใหม่ในกลุ่มช่วยเหลือกันเองและแลกเปลี่ยนเบอร์ โทรศัพท์กัน 5. โอกาสพิเศษต่างๆ การไปงานสังสรรค์การรับประทาน อาหารเย็น งานเลี้ยงเพื่อธุรกิจ งาน แต่งงาน วันหยุดและอื่นๆ อาจท าให้ หลีกเลี่ยงสุราและยาเสพติดได้ยาก - เตรียมค าตอบเกี่ยวกับการไม่ดื่มสุราของคุณ - เตรียมพาหนะไปและกลับเอง - ให้ออกจากงานเลี้ยงนั้นถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจหรือรู้สึกเหมือนถูก ทอดทิ้ง


57 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 5.3 พฤติกรรมเสพติด ก. เมื่อการเสพยาเพิ่มมากขึ้น ผู้เสพยายาเสพติดจะควบคุมตนเองได้น้อยลงเรื่อยๆ ในที่สุดผู้ที่เสพยาก็จะท าใน สิ่งที่ล่อแหลมเต็มไปด้วยอันตราย สิ่งที่ล่อแหลมนี้เรียกว่า พฤติกรรมเสพติด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สัมพันธ์กับ พฤติกรรมการเสพยา การฝึกให้รู้ถึงเวลาที่พฤติกรรมเหล่านี้ก าลังเริ่มก่อตัว จะช่วยให้คุณเริ่มใช้พลังต่อสู้กับมัน มากขึ้นเพื่อไม่ให้กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ า คุณคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้สัมพันธ์กับการเสพยาของคุณหรือไม่ หากใช่โปรดท าเครื่องหมาย หน้าข้อต่อไปนี้ ...............การโกหก ...............การขโมย ...............ขาดความรับผิดชอบ (ไม่พบปะกับบุคคลในครอบครัว/ ไม่ท าตามข้อตกลงในการท างาน) ...............เชื่อถือไม่ได้ (ผิดนัด/ผิดค าสัญญา) ...............สนใจสุขภาพและการดูแลตนเองน้อยลง (ขาดความสนใจใจการดูแลเสื้อผ้าตนเอง หยุดการออกก าลัง กาย ไม่สนใจในเรื่องการรับประทานอาหาร ดูสับสนยุ่งเหยิง ...............ขาดความสนใจในการดูแลบ้านเรือน ปล่อยให้เลอะเทอะ ...............มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น (ท าอะไรไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง) ...............มีพฤติกรรมท าอะไรซ้ าๆ (เช่น กินมากเกินไป ท างานมากเกินไป หมกมุ่นเกี่ยวกับเรื่องเพศ เป็นต้น) ...............นิสัยการท างานเปลี่ยนไป (ท างานมากหรือน้อยกว่าปกติ หรือไม่ท าเลย เปลี่ยนงานใหม่ เปลี่ยนเวลา ในการท างาน) ...............ขาดความสนใจในสิ่งต่างๆ (เช่น กิจกรรมนันทนาการ ชีวิตในครอบครัว เป็นต้น) ...............แยกตัว (ใช้เวลาอยู่คนเดียวมากเกินไป) ...............ขาดหรือเข้าร่วมกลุ่มบ าบัดรักษาช้ากว่าปกติ ...............ใช้ยาเสพติดอื่นๆ หรือดื่มสุรา ...............หยุดการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ข. การวิเคราะห์ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนและอภิปรายวิธีคิดเลิกยาเสพติดของตนเอง ........................................................................................................................................... ................... ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนและอภิปรายแนวทางการควบคุมอารมณ์ของตนเองเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ า ..................................................................................................................................................... ......... ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนและอภิปรายวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเลิกยาเสพติด (ในประเด็นอาชีพ การงาน การเรียน งานอดิเรก กิจกรรมนันทนาการ และอื่นๆ) ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 5.1 ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ยาเสพติดเปลี่ยนวิธีคิดของบุคคลซึ่งจะมีผลต่อความรู้สึกและพฤติกรรมของบุคคล การเปลี่ยนแปลงนี้ มีผลกระทบต่อกระบวนการเลิกเสพยาเสพติดอย่างไร ความคิด ความคิดเกิดขึ้นในสมองส่วนที่ใช้เหตุผล มันคล้ายกับภาพในโทรทัศน์ ฉายให้เห็นความคิด เห็นภาพใน ใจ ความคิดสามารถควบคุมได้ ถ้าคุณรู้เท่าทันความคิดของตนเอง คุณจะสามารถเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนความคิดนั้น ได้ การเรียนรู้วิธีเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นเรื่องส าคัญในกระบวนการเลิกเสพยา มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ จะรู้เท่าทันความคิดและควบคุมมันได้ แต่ด้วยการฝึกฝนมันจะท าได้ง่ายขึ้น อารมณ์ อารมณ์เป็นเรื่องของความรู้สึก ความสุข ความเศร้า ความโกรธ และความกลัว ความรู้สึกเหล่านี้เป็น อารมณ์พื้นฐาน อารมณ์ไม่สามารถควบคุมได้ และไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือเลว การรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองเป็นสิ่ง ส าคัญ การพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว เพื่อน และผู้บ าบัด จะช่วยให้คุณตระหนักรู้ในอารมณ์ของตนเอง บางครั้งบางอารมณ์ก่อให้เกิดความพอใจมากกว่าอารมณ์อื่นๆ แต่เป็นเรื่องปกติที่บุคคลจะมีหลายอารมณ์ สิ่ง เสพติดสามารถเปลี่ยนอารมณ์ของคุณ โดยมีผลต่อการท างานของสมอง ในระยะเลิกเสพยาเสพติด มีบ่อยครั้งที่ การแสดงออกทางอารมณ์สับสน บางครั้งคุณรู้สึกหงุดหงิดง่ายโดยไม่มีเหตุผล หรือบางครั้งมีความรู้สึกดีทั้งๆ ที่ ไม่มีอะไรดีเกิดขึ้น คุณไม่สามารถควบคุมหรือเลือกความรู้สึกได้ แต่คุณสามารถควบคุมว่าคุณจะท าอย่างไรเพื่อ ตอบสนองอารมณ์นั้นได้อย่างเหมาะสม พฤติกรรม สิ่งที่คุณกระท าเรียกว่าพฤติกรรม เช่น การท างาน การเล่น การไปหาหมอ และการเสพยาเสพติด พฤติกรรมเป็นผลของอารมณ์ หรือเป็นผลของความคิด หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ในภาวะติดยาเสพติด ความคิดของคุณจะหมกมุ่นอยู่กับยาเสพติดและมีผลต่ออารมณ์ ซึ่งจะน าไปสู่ การเสพยา ผู้ป่วยต้องควบคุมกระบวนการที่รุนแรงและเกิดแบบอัตโนมัตินี้ให้ได้ด้วยการก าหนดตารางเวลา ประจ าวันที่แน่นอน การเข้าร่วมกลุ่มบ าบัดฟื้นฟูที่โรงพยาบาล และกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา เสพติด ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ท าให้สามารถควบคุมพฤติกรรมตนเองได้อีกครั้ง เป้าหมายของการเลิกเสพยาเสพติด คือ การเรียนรู้ที่จะแยกแยะความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรม ของตนเองในรูปแบบที่จะก่อให้เกิดผลดีที่สุดต่อชีวิตของท่านเอง ก. เมื่อการเสพยาเพิ่มมากขึ้น ผู้เสพยาเสพติดจะควบคุมตนเองได้น้อยลงเรื่อยๆ ในที่สุดผู้ที่เสพยาก็จะท�าในสิ่ง ที่ล่อแหลมเต็มไปด้วยอันตราย สิ่งที่ล่อแหลมนี้เรียกว่า พฤติกรรมเสพติด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สัมพันธ์กับ พฤติกรรมการเสพยา การฝึกให้รู้ถึงเวลาที่พฤติกรรมเหล่านี้ก�าลังเริ่มก่อตัว จะช่วยให้คุณเริ่มใช้พลังต่อสู้กับมัน มากขึ้นเพื่อไม่ให้กลับไปใช้ยาเสพติดซ�้า 56 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 5.3 พฤติกรรมเสพติด ก. เมื่อการเสพยาเพิ่มมากขึ้น ผู้เสพยายาเสพติดจะควบคุมตนเองได้น้อยลงเรื่อยๆ ในที่สุดผู้ที่เสพยาก็จะท าใน สิ่งที่ล่อแหลมเต็มไปด้วยอันตราย สิ่งที่ล่อแหลมนี้เรียกว่า พฤติกรรมเสพติด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สัมพันธ์กับ พฤติกรรมการเสพยา การฝึกให้รู้ถึงเวลาที่พฤติกรรมเหล่านี้ก าลังเริ่มก่อตัว จะช่วยให้คุณเริ่มใช้พลังต่อสู้กับมัน มากขึ้นเพื่อไม่ให้กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ า คุณคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้สัมพันธ์กับการเสพยาของคุณหรือไม่ หากใช่โปรดท าเครื่องหมาย หน้าข้อต่อไปนี้ ...............การโกหก ...............การขโมย ...............ขาดความรับผิดชอบ (ไม่พบปะกับบุคคลในครอบครัว/ ไม่ท าตามข้อตกลงในการท างาน) ...............เชื่อถือไม่ได้ (ผิดนัด/ผิดค าสัญญา) ...............สนใจสุขภาพและการดูแลตนเองน้อยลง (ขาดความสนใจใจการดูแลเสื้อผ้าตนเอง หยุดการออกก าลัง กาย ไม่สนใจในเรื่องการรับประทานอาหาร ดูสับสนยุ่งเหยิง ...............ขาดความสนใจในการดูแลบ้านเรือน ปล่อยให้เลอะเทอะ ...............มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น (ท าอะไรไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง) ...............มีพฤติกรรมท าอะไรซ้ าๆ (เช่น กินมากเกินไป ท างานมากเกินไป หมกมุ่นเกี่ยวกับเรื่องเพศ เป็นต้น) ...............นิสัยการท างานเปลี่ยนไป (ท างานมากหรือน้อยกว่าปกติ หรือไม่ท าเลย เปลี่ยนงานใหม่ เปลี่ยนเวลา ในการท างาน) ...............ขาดความสนใจในสิ่งต่างๆ (เช่น กิจกรรมนันทนาการ ชีวิตในครอบครัว เป็นต้น) ...............แยกตัว (ใช้เวลาอยู่คนเดียวมากเกินไป) ...............ขาดหรือเข้าร่วมกลุ่มบ าบัดรักษาช้ากว่าปกติ ...............ใช้ยาเสพติดอื่นๆ หรือดื่มสุรา ...............หยุดการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ข. การวิเคราะห์ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนและอภิปรายวิธีคิดเลิกยาเสพติดของตนเอง ........................................................................................................................................... ................... ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนและอภิปรายแนวทางการควบคุมอารมณ์ของตนเองเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ า ..................................................................................................................................................... ......... ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนและอภิปรายวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเลิกยาเสพติด (ในประเด็นอาชีพ การงาน การเรียน งานอดิเรก กิจกรรมนันทนาการ และอื่นๆ) ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 5.1 ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ยาเสพติดเปลี่ยนวิธีคิดของบุคคลซึ่งจะมีผลต่อความรู้สึกและพฤติกรรมของบุคคล การเปลี่ยนแปลงนี้ มีผลกระทบต่อกระบวนการเลิกเสพยาเสพติดอย่างไร ความคิด ความคิดเกิดขึ้นในสมองส่วนที่ใช้เหตุผล มันคล้ายกับภาพในโทรทัศน์ ฉายให้เห็นความคิด เห็นภาพใน ใจ ความคิดสามารถควบคุมได้ ถ้าคุณรู้เท่าทันความคิดของตนเอง คุณจะสามารถเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนความคิดนั้น ได้ การเรียนรู้วิธีเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นเรื่องส าคัญในกระบวนการเลิกเสพยา มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ จะรู้เท่าทันความคิดและควบคุมมันได้ แต่ด้วยการฝึกฝนมันจะท าได้ง่ายขึ้น อารมณ์ อารมณ์เป็นเรื่องของความรู้สึก ความสุข ความเศร้า ความโกรธ และความกลัว ความรู้สึกเหล่านี้เป็น อารมณ์พื้นฐาน อารมณ์ไม่สามารถควบคุมได้ และไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือเลว การรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองเป็นสิ่ง ส าคัญ การพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว เพื่อน และผู้บ าบัด จะช่วยให้คุณตระหนักรู้ในอารมณ์ของตนเอง บางครั้งบางอารมณ์ก่อให้เกิดความพอใจมากกว่าอารมณ์อื่นๆ แต่เป็นเรื่องปกติที่บุคคลจะมีหลายอารมณ์ สิ่ง เสพติดสามารถเปลี่ยนอารมณ์ของคุณ โดยมีผลต่อการท างานของสมอง ในระยะเลิกเสพยาเสพติด มีบ่อยครั้งที่ การแสดงออกทางอารมณ์สับสน บางครั้งคุณรู้สึกหงุดหงิดง่ายโดยไม่มีเหตุผล หรือบางครั้งมีความรู้สึกดีทั้งๆ ที่ ไม่มีอะไรดีเกิดขึ้น คุณไม่สามารถควบคุมหรือเลือกความรู้สึกได้ แต่คุณสามารถควบคุมว่าคุณจะท าอย่างไรเพื่อ ตอบสนองอารมณ์นั้นได้อย่างเหมาะสม พฤติกรรม สิ่งที่คุณกระท าเรียกว่าพฤติกรรม เช่น การท างาน การเล่น การไปหาหมอ และการเสพยาเสพติด พฤติกรรมเป็นผลของอารมณ์ หรือเป็นผลของความคิด หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ในภาวะติดยาเสพติด ความคิดของคุณจะหมกมุ่นอยู่กับยาเสพติดและมีผลต่ออารมณ์ ซึ่งจะน าไปสู่ การเสพยา ผู้ป่วยต้องควบคุมกระบวนการที่รุนแรงและเกิดแบบอัตโนมัตินี้ให้ได้ด้วยการก าหนดตารางเวลา ประจ าวันที่แน่นอน การเข้าร่วมกลุ่มบ าบัดฟื้นฟูที่โรงพยาบาล และกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา เสพติด ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ท าให้สามารถควบคุมพฤติกรรมตนเองได้อีกครั้ง เป้าหมายของการเลิกเสพยาเสพติด คือ การเรียนรู้ที่จะแยกแยะความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรม ของตนเองในรูปแบบที่จะก่อให้เกิดผลดีที่สุดต่อชีวิตของท่านเอง


57 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 5.3 พฤติกรรมเสพติด ก. เมื่อการเสพยาเพิ่มมากขึ้น ผู้เสพยายาเสพติดจะควบคุมตนเองได้น้อยลงเรื่อยๆ ในที่สุดผู้ที่เสพยาก็จะท าใน สิ่งที่ล่อแหลมเต็มไปด้วยอันตราย สิ่งที่ล่อแหลมนี้เรียกว่า พฤติกรรมเสพติด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สัมพันธ์กับ พฤติกรรมการเสพยา การฝึกให้รู้ถึงเวลาที่พฤติกรรมเหล่านี้ก าลังเริ่มก่อตัว จะช่วยให้คุณเริ่มใช้พลังต่อสู้กับมัน มากขึ้นเพื่อไม่ให้กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ า คุณคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้สัมพันธ์กับการเสพยาของคุณหรือไม่ หากใช่โปรดท าเครื่องหมาย หน้าข้อต่อไปนี้ ...............การโกหก ...............การขโมย ...............ขาดความรับผิดชอบ (ไม่พบปะกับบุคคลในครอบครัว/ ไม่ท าตามข้อตกลงในการท างาน) ...............เชื่อถือไม่ได้ (ผิดนัด/ผิดค าสัญญา) ...............สนใจสุขภาพและการดูแลตนเองน้อยลง (ขาดความสนใจใจการดูแลเสื้อผ้าตนเอง หยุดการออกก าลัง กาย ไม่สนใจในเรื่องการรับประทานอาหาร ดูสับสนยุ่งเหยิง ...............ขาดความสนใจในการดูแลบ้านเรือน ปล่อยให้เลอะเทอะ ...............มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น (ท าอะไรไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง) ...............มีพฤติกรรมท าอะไรซ้ าๆ (เช่น กินมากเกินไป ท างานมากเกินไป หมกมุ่นเกี่ยวกับเรื่องเพศ เป็นต้น) ...............นิสัยการท างานเปลี่ยนไป (ท างานมากหรือน้อยกว่าปกติ หรือไม่ท าเลย เปลี่ยนงานใหม่ เปลี่ยนเวลา ในการท างาน) ...............ขาดความสนใจในสิ่งต่างๆ (เช่น กิจกรรมนันทนาการ ชีวิตในครอบครัว เป็นต้น) ...............แยกตัว (ใช้เวลาอยู่คนเดียวมากเกินไป) ...............ขาดหรือเข้าร่วมกลุ่มบ าบัดรักษาช้ากว่าปกติ ...............ใช้ยาเสพติดอื่นๆ หรือดื่มสุรา ...............หยุดการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ข. การวิเคราะห์ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนและอภิปรายวิธีคิดเลิกยาเสพติดของตนเอง ........................................................................................................................................... ................... ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนและอภิปรายแนวทางการควบคุมอารมณ์ของตนเองเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ า ..................................................................................................................................................... ......... ให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนและอภิปรายวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเลิกยาเสพติด (ในประเด็นอาชีพ การงาน การเรียน งานอดิเรก กิจกรรมนันทนาการ และอื่นๆ) ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 5.1 ความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ยาเสพติดเปลี่ยนวิธีคิดของบุคคลซึ่งจะมีผลต่อความรู้สึกและพฤติกรรมของบุคคล การเปลี่ยนแปลงนี้ มีผลกระทบต่อกระบวนการเลิกเสพยาเสพติดอย่างไร ความคิด ความคิดเกิดขึ้นในสมองส่วนที่ใช้เหตุผล มันคล้ายกับภาพในโทรทัศน์ ฉายให้เห็นความคิด เห็นภาพใน ใจ ความคิดสามารถควบคุมได้ ถ้าคุณรู้เท่าทันความคิดของตนเอง คุณจะสามารถเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนความคิดนั้น ได้ การเรียนรู้วิธีเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นเรื่องส าคัญในกระบวนการเลิกเสพยา มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ จะรู้เท่าทันความคิดและควบคุมมันได้ แต่ด้วยการฝึกฝนมันจะท าได้ง่ายขึ้น อารมณ์ อารมณ์เป็นเรื่องของความรู้สึก ความสุข ความเศร้า ความโกรธ และความกลัว ความรู้สึกเหล่านี้เป็น อารมณ์พื้นฐาน อารมณ์ไม่สามารถควบคุมได้ และไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือเลว การรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองเป็นสิ่ง ส าคัญ การพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว เพื่อน และผู้บ าบัด จะช่วยให้คุณตระหนักรู้ในอารมณ์ของตนเอง บางครั้งบางอารมณ์ก่อให้เกิดความพอใจมากกว่าอารมณ์อื่นๆ แต่เป็นเรื่องปกติที่บุคคลจะมีหลายอารมณ์ สิ่ง เสพติดสามารถเปลี่ยนอารมณ์ของคุณ โดยมีผลต่อการท างานของสมอง ในระยะเลิกเสพยาเสพติด มีบ่อยครั้งที่ การแสดงออกทางอารมณ์สับสน บางครั้งคุณรู้สึกหงุดหงิดง่ายโดยไม่มีเหตุผล หรือบางครั้งมีความรู้สึกดีทั้งๆ ที่ ไม่มีอะไรดีเกิดขึ้น คุณไม่สามารถควบคุมหรือเลือกความรู้สึกได้ แต่คุณสามารถควบคุมว่าคุณจะท าอย่างไรเพื่อ ตอบสนองอารมณ์นั้นได้อย่างเหมาะสม พฤติกรรม สิ่งที่คุณกระท าเรียกว่าพฤติกรรม เช่น การท างาน การเล่น การไปหาหมอ และการเสพยาเสพติด พฤติกรรมเป็นผลของอารมณ์ หรือเป็นผลของความคิด หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ในภาวะติดยาเสพติด ความคิดของคุณจะหมกมุ่นอยู่กับยาเสพติดและมีผลต่ออารมณ์ ซึ่งจะน าไปสู่ การเสพยา ผู้ป่วยต้องควบคุมกระบวนการที่รุนแรงและเกิดแบบอัตโนมัตินี้ให้ได้ด้วยการก าหนดตารางเวลา ประจ าวันที่แน่นอน การเข้าร่วมกลุ่มบ าบัดฟื้นฟูที่โรงพยาบาล และกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา เสพติด ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ท าให้สามารถควบคุมพฤติกรรมตนเองได้อีกครั้ง เป้าหมายของการเลิกเสพยาเสพติด คือ การเรียนรู้ที่จะแยกแยะความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรม ของตนเองในรูปแบบที่จะก่อให้เกิดผลดีที่สุดต่อชีวิตของท่านเอง ก. เมื่อการเสพยาเพิ่มมากขึ้น ผู้เสพยาเสพติดจะควบคุมตนเองได้น้อยลงเรื่อยๆ ในที่สุดผู้ที่เสพยาก็จะท�าในสิ่ง ที่ล่อแหลมเต็มไปด้วยอันตราย สิ่งที่ล่อแหลมนี้เรียกว่า พฤติกรรมเสพติด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สัมพันธ์กับ พฤติกรรมการเสพยา การฝึกให้รู้ถึงเวลาที่พฤติกรรมเหล่านี้ก�าลังเริ่มก่อตัว จะช่วยให้คุณเริ่มใช้พลังต่อสู้กับมัน มากขึ้นเพื่อไม่ให้กลับไปใช้ยาเสพติดซ�้า


59 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่5.5 ความไว้วางใจ 1. การเสพยาและสารเสพติดของคุณที่ผ่านมาส่งผลต่อความไว้วางใจระหว่างคุณกับคนที่คุณรักหรือไม่ อย่างไร …………………………………………………………..………………………………………...…………………………………………………… ……………………………………………………………………..……………...…………………………………………………………………… มีสถานการณ์หรือเหตุการณ์ใดที่เกิดขึ้นกับคุณแล้วส่งผลต่อความไว้วางใจจากคนรอบข้าง ………………………………………………..………………………………………...……………………………………………………………… ……………………………………………………………………..……………...…………………………………………………………………… 2. ในกรณีที่มีคนมาแสดงออกถึงความไม่ไว้วางใจ ทั้งค าพูดหรือการกระท า ท าให้คุณรู้สึกอย่างไร และการ แสดงออกดังกล่าวเคยท าให้คุณรู้สึกอยากใช้ยาและสารเสพติดบ้างหรือไม่ (เช่น ในเมื่อฉันไม่ใช้ยา แต่คุณยังท า เหมือนกับว่าฉันยังใช้ยาอยู่ ถ้างั้นก็ใช้ยาเลยแล้วกัน) โปรดอธิบาย ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ในระหว่างที่คุณใช้ยาและสารเสพติด มันเป็นเรื่องยากที่จะมีความสัมพันธ์แบบซื่อสัตย์เปิดเผยหรือ ตรงไปตรงมา การใช้ยากลายเป็นเรื่องส าคัญส าหรับคุณ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่งผลต่อการท าลายความสัมพันธ์ และความไว้วางใจจากคนรอบข้าง เมื่อคุณหยุดใช้ยาความไว้วางใจก็ไม่กลับคืนมาให้ทันทีเพราะยังเรียนรู้ ประสบการณ์ในขณะที่คุณเสพยาอยู่ (บางคนใช้ยาและสารเสพติดมาเป็นเวลานานหลายปี) ความรู้สึกไว้วางใจ ไม่สามารถบังคับให้เกิดขึ้นได้แต่สามารถสร้างขึ้นได้โดยอาศัยเวลาและการแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง เพราะความไว้วางใจคือความรู้สึกที่เชื่อมั่นในใครสักคน คุณจะท าอย่างไรเพื่อให้ผู้อื่นเกิดความไว้วางใจคุณ ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… การเลิกยาและสารเสพติดเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา การเรียนรู้ที่จะกลับมาไว้วางใจกันอีกครั้งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ และความไว้วางไจมักจะตามมาเป็นสิ่งสุดท้าย 3. ถ้ามีคนสงสัยว่าคุณยังใช้ยาเสพติดอยู่ คุณจะท าอย่างไร ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่5.4 การพูดความจริง ก. ช่วงติดยา ความไม่ซื่อสัตย์เป็นส่วนหนึ่งของภาวะการเสพติด มันยากส าหรับผู้เสพยาเสพติดจะท าให้ชีวิตด าเนิน ไปอย่างราบรื่นในขณะที่ยังเสพยาอย่างสม่ าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัมพันธภาพ ครอบครัว หรือหน้าที่การงาน เมื่อการติดยาเสพติดรุนแรงมากขึ้น การแสวงหาและการใช้ยาเสพติด ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย และมันจะยาก ขึ้นเรื่อยๆ ที่จะจัดการให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น ผู้ติดยาเสพติดจะท าหรือพูดอะไรก็ได้เพื่อหลีกเลี่ยง ปัญหา โดยไม่ใส่ใจว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริงหรือไม่ ในช่วงการเสพยาเสพติด มีสถานการณ์ใดบ้างที่คุณต้องพูดโกหก ................................................................................................................................................................ จากสถานการณ์ดังกล่าว เพราะอะไรคุณจึงต้องพูดโกหก ................................................................................................................ ................................................ ข. ช่วงเลิกยาเสพติด การซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่นในช่วงเลิกยาเสพติดเป็นสิ่งส าคัญอย่างยิ่ง ในบางครั้งการพูดความจริง ท าได้ยาก เนื่องจากคุณอาจคิดว่าเมื่อพูดความจริงไปแล้ว จะเป็นแบบนี้... - คุณดูไม่เหมือน “คนดี” - ผู้บ าบัดหรือสมาชิกกลุ่มของคุณอาจจะไม่พอใจกับพฤติกรรมของคุณ - คุณอาจจะรู้สึกกระดากหรือเขินที่จะพูด - คุณอาจท าร้ายความรู้สึกผู้อื่น หากมาบ าบัดรักษาโดยไม่พูดความจริง มันจะท าให้คุณรู้สึกหงุดหงิด อึดอัด ไม่สบายใจ ดูเหมือนว่าทุก สิ่งที่คุณท าเป็นการเสียเวลาเปล่าประโยชน์ ในช่วงการเลิกยาเสพติด การพูดความจริงเป็นเรื่องยากส าหรับคุณหรือไม่ อย่างไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................... ค. การซื่อสัตย์เพียงบางส่วนไม่ใช่การพูดความจริง คุณเคยท าสิ่งต่อไปนี้หรือไม่ - บอกให้คนอื่นเชื่อในเรื่องที่จริงเพียงบางส่วน - บอกในสิ่งที่คนอื่นอยากได้ยิน - บอกในสิ่งที่คุณปรารถนาให้เป็นจริง - บอกความจริงไม่หมด ถ้าไม่พูดความจริง จะมีผลต่อการบ าบัดรักษาหรือไม่ อย่างไร (อธิบาย) ................................................................................................................................................................ 58 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่5.5 ความไว้วางใจ 1. การเสพยาและสารเสพติดของคุณที่ผ่านมาส่งผลต่อความไว้วางใจระหว่างคุณกับคนที่คุณรักหรือไม่ อย่างไร …………………………………………………………..………………………………………...…………………………………………………… ……………………………………………………………………..……………...…………………………………………………………………… มีสถานการณ์หรือเหตุการณ์ใดที่เกิดขึ้นกับคุณแล้วส่งผลต่อความไว้วางใจจากคนรอบข้าง ………………………………………………..………………………………………...……………………………………………………………… ……………………………………………………………………..……………...…………………………………………………………………… 2. ในกรณีที่มีคนมาแสดงออกถึงความไม่ไว้วางใจ ทั้งค าพูดหรือการกระท า ท าให้คุณรู้สึกอย่างไร และการ แสดงออกดังกล่าวเคยท าให้คุณรู้สึกอยากใช้ยาและสารเสพติดบ้างหรือไม่ (เช่น ในเมื่อฉันไม่ใช้ยา แต่คุณยังท า เหมือนกับว่าฉันยังใช้ยาอยู่ ถ้างั้นก็ใช้ยาเลยแล้วกัน) โปรดอธิบาย ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ในระหว่างที่คุณใช้ยาและสารเสพติด มันเป็นเรื่องยากที่จะมีความสัมพันธ์แบบซื่อสัตย์เปิดเผยหรือ ตรงไปตรงมา การใช้ยากลายเป็นเรื่องส าคัญส าหรับคุณ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่งผลต่อการท าลายความสัมพันธ์ และความไว้วางใจจากคนรอบข้าง เมื่อคุณหยุดใช้ยาความไว้วางใจก็ไม่กลับคืนมาให้ทันทีเพราะยังเรียนรู้ ประสบการณ์ในขณะที่คุณเสพยาอยู่ (บางคนใช้ยาและสารเสพติดมาเป็นเวลานานหลายปี) ความรู้สึกไว้วางใจ ไม่สามารถบังคับให้เกิดขึ้นได้แต่สามารถสร้างขึ้นได้โดยอาศัยเวลาและการแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง เพราะความไว้วางใจคือความรู้สึกที่เชื่อมั่นในใครสักคน คุณจะท าอย่างไรเพื่อให้ผู้อื่นเกิดความไว้วางใจคุณ ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… การเลิกยาและสารเสพติดเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา การเรียนรู้ที่จะกลับมาไว้วางใจกันอีกครั้งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ และความไว้วางไจมักจะตามมาเป็นสิ่งสุดท้าย 3. ถ้ามีคนสงสัยว่าคุณยังใช้ยาเสพติดอยู่ คุณจะท าอย่างไร ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่5.4 การพูดความจริง ก. ช่วงติดยา ความไม่ซื่อสัตย์เป็นส่วนหนึ่งของภาวะการเสพติด มันยากส าหรับผู้เสพยาเสพติดจะท าให้ชีวิตด าเนิน ไปอย่างราบรื่นในขณะที่ยังเสพยาอย่างสม่ าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัมพันธภาพ ครอบครัว หรือหน้าที่การงาน เมื่อการติดยาเสพติดรุนแรงมากขึ้น การแสวงหาและการใช้ยาเสพติด ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย และมันจะยาก ขึ้นเรื่อยๆ ที่จะจัดการให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น ผู้ติดยาเสพติดจะท าหรือพูดอะไรก็ได้เพื่อหลีกเลี่ยง ปัญหา โดยไม่ใส่ใจว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริงหรือไม่ ในช่วงการเสพยาเสพติด มีสถานการณ์ใดบ้างที่คุณต้องพูดโกหก ................................................................................................................................................................ จากสถานการณ์ดังกล่าว เพราะอะไรคุณจึงต้องพูดโกหก ................................................................................................................ ................................................ ข. ช่วงเลิกยาเสพติด การซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่นในช่วงเลิกยาเสพติดเป็นสิ่งส าคัญอย่างยิ่ง ในบางครั้งการพูดความจริง ท าได้ยาก เนื่องจากคุณอาจคิดว่าเมื่อพูดความจริงไปแล้ว จะเป็นแบบนี้... - คุณดูไม่เหมือน “คนดี” - ผู้บ าบัดหรือสมาชิกกลุ่มของคุณอาจจะไม่พอใจกับพฤติกรรมของคุณ - คุณอาจจะรู้สึกกระดากหรือเขินที่จะพูด - คุณอาจท าร้ายความรู้สึกผู้อื่น หากมาบ าบัดรักษาโดยไม่พูดความจริง มันจะท าให้คุณรู้สึกหงุดหงิด อึดอัด ไม่สบายใจ ดูเหมือนว่าทุก สิ่งที่คุณท าเป็นการเสียเวลาเปล่าประโยชน์ ในช่วงการเลิกยาเสพติด การพูดความจริงเป็นเรื่องยากส าหรับคุณหรือไม่ อย่างไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................... ค. การซื่อสัตย์เพียงบางส่วนไม่ใช่การพูดความจริง คุณเคยท าสิ่งต่อไปนี้หรือไม่ - บอกให้คนอื่นเชื่อในเรื่องที่จริงเพียงบางส่วน - บอกในสิ่งที่คนอื่นอยากได้ยิน - บอกในสิ่งที่คุณปรารถนาให้เป็นจริง - บอกความจริงไม่หมด ถ้าไม่พูดความจริง จะมีผลต่อการบ าบัดรักษาหรือไม่ อย่างไร (อธิบาย) ................................................................................................................................................................


59 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่5.5 ความไว้วางใจ 1. การเสพยาและสารเสพติดของคุณที่ผ่านมาส่งผลต่อความไว้วางใจระหว่างคุณกับคนที่คุณรักหรือไม่ อย่างไร …………………………………………………………..………………………………………...…………………………………………………… ……………………………………………………………………..……………...…………………………………………………………………… มีสถานการณ์หรือเหตุการณ์ใดที่เกิดขึ้นกับคุณแล้วส่งผลต่อความไว้วางใจจากคนรอบข้าง ………………………………………………..………………………………………...……………………………………………………………… ……………………………………………………………………..……………...…………………………………………………………………… 2. ในกรณีที่มีคนมาแสดงออกถึงความไม่ไว้วางใจ ทั้งค าพูดหรือการกระท า ท าให้คุณรู้สึกอย่างไร และการ แสดงออกดังกล่าวเคยท าให้คุณรู้สึกอยากใช้ยาและสารเสพติดบ้างหรือไม่ (เช่น ในเมื่อฉันไม่ใช้ยา แต่คุณยังท า เหมือนกับว่าฉันยังใช้ยาอยู่ ถ้างั้นก็ใช้ยาเลยแล้วกัน) โปรดอธิบาย ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ในระหว่างที่คุณใช้ยาและสารเสพติด มันเป็นเรื่องยากที่จะมีความสัมพันธ์แบบซื่อสัตย์เปิดเผยหรือ ตรงไปตรงมา การใช้ยากลายเป็นเรื่องส าคัญส าหรับคุณ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่งผลต่อการท าลายความสัมพันธ์ และความไว้วางใจจากคนรอบข้าง เมื่อคุณหยุดใช้ยาความไว้วางใจก็ไม่กลับคืนมาให้ทันทีเพราะยังเรียนรู้ ประสบการณ์ในขณะที่คุณเสพยาอยู่ (บางคนใช้ยาและสารเสพติดมาเป็นเวลานานหลายปี) ความรู้สึกไว้วางใจ ไม่สามารถบังคับให้เกิดขึ้นได้แต่สามารถสร้างขึ้นได้โดยอาศัยเวลาและการแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง เพราะความไว้วางใจคือความรู้สึกที่เชื่อมั่นในใครสักคน คุณจะท าอย่างไรเพื่อให้ผู้อื่นเกิดความไว้วางใจคุณ ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… การเลิกยาและสารเสพติดเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา การเรียนรู้ที่จะกลับมาไว้วางใจกันอีกครั้งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ และความไว้วางไจมักจะตามมาเป็นสิ่งสุดท้าย 3. ถ้ามีคนสงสัยว่าคุณยังใช้ยาเสพติดอยู่ คุณจะท าอย่างไร ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ………………………………………...……………………………………………………………………………………………..………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่5.4 การพูดความจริง ก. ช่วงติดยา ความไม่ซื่อสัตย์เป็นส่วนหนึ่งของภาวะการเสพติด มันยากส าหรับผู้เสพยาเสพติดจะท าให้ชีวิตด าเนิน ไปอย่างราบรื่นในขณะที่ยังเสพยาอย่างสม่ าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัมพันธภาพ ครอบครัว หรือหน้าที่การงาน เมื่อการติดยาเสพติดรุนแรงมากขึ้น การแสวงหาและการใช้ยาเสพติด ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย และมันจะยาก ขึ้นเรื่อยๆ ที่จะจัดการให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น ผู้ติดยาเสพติดจะท าหรือพูดอะไรก็ได้เพื่อหลีกเลี่ยง ปัญหา โดยไม่ใส่ใจว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริงหรือไม่ ในช่วงการเสพยาเสพติด มีสถานการณ์ใดบ้างที่คุณต้องพูดโกหก ................................................................................................................................................................ จากสถานการณ์ดังกล่าว เพราะอะไรคุณจึงต้องพูดโกหก ................................................................................................................ ................................................ ข. ช่วงเลิกยาเสพติด การซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่นในช่วงเลิกยาเสพติดเป็นสิ่งส าคัญอย่างยิ่ง ในบางครั้งการพูดความจริง ท าได้ยาก เนื่องจากคุณอาจคิดว่าเมื่อพูดความจริงไปแล้ว จะเป็นแบบนี้... - คุณดูไม่เหมือน “คนดี” - ผู้บ าบัดหรือสมาชิกกลุ่มของคุณอาจจะไม่พอใจกับพฤติกรรมของคุณ - คุณอาจจะรู้สึกกระดากหรือเขินที่จะพูด - คุณอาจท าร้ายความรู้สึกผู้อื่น หากมาบ าบัดรักษาโดยไม่พูดความจริง มันจะท าให้คุณรู้สึกหงุดหงิด อึดอัด ไม่สบายใจ ดูเหมือนว่าทุก สิ่งที่คุณท าเป็นการเสียเวลาเปล่าประโยชน์ ในช่วงการเลิกยาเสพติด การพูดความจริงเป็นเรื่องยากส าหรับคุณหรือไม่ อย่างไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................... ค. การซื่อสัตย์เพียงบางส่วนไม่ใช่การพูดความจริง คุณเคยท าสิ่งต่อไปนี้หรือไม่ - บอกให้คนอื่นเชื่อในเรื่องที่จริงเพียงบางส่วน - บอกในสิ่งที่คนอื่นอยากได้ยิน - บอกในสิ่งที่คุณปรารถนาให้เป็นจริง - บอกความจริงไม่หมด ถ้าไม่พูดความจริง จะมีผลต่อการบ าบัดรักษาหรือไม่ อย่างไร (อธิบาย) ................................................................................................................................................................


61 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 6 การจัดการกับความเครียดและอารมณ์โกรธ


61 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 6 การจัดการกับความเครียดและอารมณ์โกรธ


63 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 6.1 วิธีการจัดการกับความโกรธ ก. ความโกรธ เป็นอารมณ์ที่มักสาเหตุท้าให้คนจ้านวนมากกลับไปเสพยาและสารเสพติดอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงแรกของการบ้าบัด ความโกรธเป็นกระบวนการที่เกิดขึ นและสะสมอย่างช้า ๆ บางครั งดูเหมือนว่าสาเหตุที่ ท้าให้คุณโกรธเป็นเรื่องส้าคัญอย่างมากในชีวิต และมักคิดว่าตัวคุณเป็นผู้ถูกกระท้าโดนกลั่นแกล้ง หรือเป็นคน โชคร้ายหรือตกเป็นเหยื่อ เช่น คุณคิดว่าท้าไมฉันต้องมาแบกรับเรื่องเลวร้ายทั งหมดเหล่านี ด้วย” ความคิด ความรู้สึกเช่นนี มักเกิดขึ นควบคู่กับความโกรธเสมอ 1. คุณเคยคิดหรือรู้สึกกับเหตุการณ์ท้านองนี บ้างหรือไม่ โปรดยกตัวอย่าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณเคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี บ่อยแค่ไหน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. คุณรู้ได้อย่างไร ว่าคุณมีอารมณ์โกรธ มีอาการอะไรที่เป็นอาการแสดงทางด้านร่างกาย เมื่อคุณรู้สึก โกรธบ้าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข. คุณมีวิธีแสดงอารมณ์โกรธอย่างไร 1. คุณพยายามที่จะควบคุมเก็บกดอารมณ์ไว้จนกระทั่งคุณทนไม่ได้(ระเบิดอารมณ์ออกมา) หรือไม่ และผลที่เกิดขึ นเป็นอย่างไร ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… 2. คุณมักใช้ค้าพูดเย้ยหยัน ถากถาง ก้าวร้าวแบบเก็บกด (ไม่แสดงออก) หรือไม่ และผลที่เกิดขึ น เป็นอย่างไร ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… 3. คุณมีวิธีแสดงอารมณ์โกรธอย่างไรบ้าง ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… 4. คุณสนใจทางเลือกอื่น ๆ เพื่อจัดการกับอารมณ์โกรธข้อใดบ้าง ………. พูดคุยกับคนที่ทาให้คุณโกรธ ………. พูดคุยกับผู้บ้าบัดหรือผู้ช่วยเหลือในกลุ่มช่วยเหลือกันเอง ………. พูดถึงความโกรธของคุณในกลุ่มช่วยเหลือกันเองหรือกลุ่มอื่น ๆ ………. เขียนระบายเกี่ยวกับความรู้สึกโกรธของคุณ ………. สงบสติอารมณ์หรือหยุดคิดสักนิด เพื่อเปลี่ยนวิธีการคิดของคุณเสียใหม่ ………. ออกก้าลังกาย ………. อื่น ๆ (ระบุ)...................................…………………………………………………… 5. คุณมีวิธีการที่ดีในการจัดการกับอารมณ์โกรธของคุณอย่างไร (วิธีการที่ดีคือ ไม่เดือดร้อน ตนเอง ผู้อื่นและสังคมยอมรับ) ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 6 การจัดการกับความเครียดและอารมณ์โกรธ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักและเข้าใจถึงอารมณ์โกรธว่ามีส่วนกระตุ้นการกลับไปเสพซ ้าได้ ตลอดจน สามารถส้ารวจอารมณ์ของตนเองและหาวิธีจัดการกับความโกรธได้อย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้และตระหนักถึงภาวะตึงเครียดที่เกิดจากอารมณ์ความคิดและพฤติกรรมที่ แสดงออกของตนเอง ว่ามีอาการอย่างไรเกิดขึ นช่วงเวลาใดจากสาเหตุใด ซึ่งภาวะนี จะเป็นสาเหตุหนึ่งในการ กลับไปเสพซ ้า 3. เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาและหาแนวทางในการลดภาวะตึงเครียดของตนเอง สาระส าคัญ 1.ความโกรธ ความเครียดเป็นสาเหตุที่ท้าให้ผู้ป่วยหวนกลับไปใช้ยาเสพติดและเป็นปรากฏการณ์ เกิดขึ นบ่อยๆ 2.การรับรู้ถึงความโกรธ ความเครียดและตระหนักถึงความรู้สึกนี หาวิธีหลีกเลี่ยง จัดการ ควบคุม ภาวะอารมณ์เหล่านี ได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายอารมณ์ เตรียมหาวิธีการแก้ไข ภาวะอารมณ์ ที่น้าไปสู่การกลับไปเสพซ ้าได้ 3.ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาภาวะอารมณ์โกรธ เครียดจากผู้ป่วยอื่นๆ ตลอดจนช่วยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ผ่านมา น้าสู่การแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมที่จะส่งผลต่อการเลิกยาเสพติดได้อย่าง ต่อเนื่องต่อไป วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน้าเข้าสู่กิจกรรมโดยให้ผู้ป่วย 1 คน อ่าน ข้อความ ก และ ข ในใบกิจกรรมที่ 6.1 และตอบค้าถาม จากนั นช่วยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทีละข้อ 2. ให้ผู้ป่วย 1 – 2 คน อ่านข้อความในใบกิจกรรมที่ 6.2 และให้ส้ารวจตนเองว่าในระยะ 1 เดือนที่ ผ่านมาผู้ป่วยมีอาการของความเครียดหรือไม่ ซึ่งหากมี 2 ข้อขึ นไป ต้องหาทางลดภาวะเครียดที่เกิดขึ นโดยเร็ว 3. ให้ผู้ป่วยท้าใบกิจกรรมที่ 6.3 การลดภาวะตึงเครียดของแต่ละบุคคลและร่วมกันอภิปราย 4. ผู้บ้าบัดสรุปแนวทางการลดภาวะตึงเครียด ตามใบกิจกรรมที่ 6.3 แล้วให้ผู้ป่วยสรุปร่วมกันอีกครั ง 5. ผู้ป่วยหรือผู้บ้าบัดสรุปสาระส้าคัญ และให้ก้าลังใจซึ่งกันและกัน 6. ผู้บ้าบัดนัดหมายกิจกรรมครั งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 6.1 วิธีการจัดการกับความโกรธ 2. ใบกิจกรรมที่ 6.2 การรับรู้ความเครียด 3. ใบกิจกรรมที่ 6.3 การลดภาวะความตึงเครียด ท�า 62 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 6.1 วิธีการจัดการกับความโกรธ ก. ความโกรธ เป็นอารมณ์ที่มักสาเหตุท้าให้คนจ้านวนมากกลับไปเสพยาและสารเสพติดอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงแรกของการบ้าบัด ความโกรธเป็นกระบวนการที่เกิดขึ นและสะสมอย่างช้า ๆ บางครั งดูเหมือนว่าสาเหตุที่ ท้าให้คุณโกรธเป็นเรื่องส้าคัญอย่างมากในชีวิต และมักคิดว่าตัวคุณเป็นผู้ถูกกระท้าโดนกลั่นแกล้ง หรือเป็นคน โชคร้ายหรือตกเป็นเหยื่อ เช่น คุณคิดว่าท้าไมฉันต้องมาแบกรับเรื่องเลวร้ายทั งหมดเหล่านี ด้วย” ความคิด ความรู้สึกเช่นนี มักเกิดขึ นควบคู่กับความโกรธเสมอ 1. คุณเคยคิดหรือรู้สึกกับเหตุการณ์ท้านองนี บ้างหรือไม่ โปรดยกตัวอย่าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณเคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี บ่อยแค่ไหน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. คุณรู้ได้อย่างไร ว่าคุณมีอารมณ์โกรธ มีอาการอะไรที่เป็นอาการแสดงทางด้านร่างกาย เมื่อคุณรู้สึก โกรธบ้าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข. คุณมีวิธีแสดงอารมณ์โกรธอย่างไร 1. คุณพยายามที่จะควบคุมเก็บกดอารมณ์ไว้จนกระทั่งคุณทนไม่ได้(ระเบิดอารมณ์ออกมา) หรือไม่ และผลที่เกิดขึ นเป็นอย่างไร ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… 2. คุณมักใช้ค้าพูดเย้ยหยัน ถากถาง ก้าวร้าวแบบเก็บกด (ไม่แสดงออก) หรือไม่ และผลที่เกิดขึ น เป็นอย่างไร ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… 3. คุณมีวิธีแสดงอารมณ์โกรธอย่างไรบ้าง ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… 4. คุณสนใจทางเลือกอื่น ๆ เพื่อจัดการกับอารมณ์โกรธข้อใดบ้าง ………. พูดคุยกับคนที่ทาให้คุณโกรธ ………. พูดคุยกับผู้บ้าบัดหรือผู้ช่วยเหลือในกลุ่มช่วยเหลือกันเอง ………. พูดถึงความโกรธของคุณในกลุ่มช่วยเหลือกันเองหรือกลุ่มอื่น ๆ ………. เขียนระบายเกี่ยวกับความรู้สึกโกรธของคุณ ………. สงบสติอารมณ์หรือหยุดคิดสักนิด เพื่อเปลี่ยนวิธีการคิดของคุณเสียใหม่ ………. ออกก้าลังกาย ………. อื่น ๆ (ระบุ)...................................…………………………………………………… 5. คุณมีวิธีการที่ดีในการจัดการกับอารมณ์โกรธของคุณอย่างไร (วิธีการที่ดีคือ ไม่เดือดร้อน ตนเอง ผู้อื่นและสังคมยอมรับ) ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 6 การจัดการกับความเครียดและอารมณ์โกรธ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักและเข้าใจถึงอารมณ์โกรธว่ามีส่วนกระตุ้นการกลับไปเสพซ ้าได้ ตลอดจน สามารถส้ารวจอารมณ์ของตนเองและหาวิธีจัดการกับความโกรธได้อย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้และตระหนักถึงภาวะตึงเครียดที่เกิดจากอารมณ์ความคิดและพฤติกรรมที่ แสดงออกของตนเอง ว่ามีอาการอย่างไรเกิดขึ นช่วงเวลาใดจากสาเหตุใด ซึ่งภาวะนี จะเป็นสาเหตุหนึ่งในการ กลับไปเสพซ ้า 3. เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาและหาแนวทางในการลดภาวะตึงเครียดของตนเอง สาระส าคัญ 1.ความโกรธ ความเครียดเป็นสาเหตุที่ท้าให้ผู้ป่วยหวนกลับไปใช้ยาเสพติดและเป็นปรากฏการณ์ เกิดขึ นบ่อยๆ 2.การรับรู้ถึงความโกรธ ความเครียดและตระหนักถึงความรู้สึกนี หาวิธีหลีกเลี่ยง จัดการ ควบคุม ภาวะอารมณ์เหล่านี ได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายอารมณ์ เตรียมหาวิธีการแก้ไข ภาวะอารมณ์ ที่น้าไปสู่การกลับไปเสพซ ้าได้ 3.ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาภาวะอารมณ์โกรธ เครียดจากผู้ป่วยอื่นๆ ตลอดจนช่วยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ผ่านมา น้าสู่การแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมที่จะส่งผลต่อการเลิกยาเสพติดได้อย่าง ต่อเนื่องต่อไป วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน้าเข้าสู่กิจกรรมโดยให้ผู้ป่วย 1 คน อ่าน ข้อความ ก และ ข ในใบกิจกรรมที่ 6.1 และตอบค้าถาม จากนั นช่วยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทีละข้อ 2. ให้ผู้ป่วย 1 – 2 คน อ่านข้อความในใบกิจกรรมที่ 6.2 และให้ส้ารวจตนเองว่าในระยะ 1 เดือนที่ ผ่านมาผู้ป่วยมีอาการของความเครียดหรือไม่ ซึ่งหากมี 2 ข้อขึ นไป ต้องหาทางลดภาวะเครียดที่เกิดขึ นโดยเร็ว 3. ให้ผู้ป่วยท้าใบกิจกรรมที่ 6.3 การลดภาวะตึงเครียดของแต่ละบุคคลและร่วมกันอภิปราย 4. ผู้บ้าบัดสรุปแนวทางการลดภาวะตึงเครียด ตามใบกิจกรรมที่ 6.3 แล้วให้ผู้ป่วยสรุปร่วมกันอีกครั ง 5. ผู้ป่วยหรือผู้บ้าบัดสรุปสาระส้าคัญ และให้ก้าลังใจซึ่งกันและกัน 6. ผู้บ้าบัดนัดหมายกิจกรรมครั งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 6.1 วิธีการจัดการกับความโกรธ 2. ใบกิจกรรมที่ 6.2 การรับรู้ความเครียด 3. ใบกิจกรรมที่ 6.3 การลดภาวะความตึงเครียด


63 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 6.1 วิธีการจัดการกับความโกรธ ก. ความโกรธ เป็นอารมณ์ที่มักสาเหตุท้าให้คนจ้านวนมากกลับไปเสพยาและสารเสพติดอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงแรกของการบ้าบัด ความโกรธเป็นกระบวนการที่เกิดขึ นและสะสมอย่างช้า ๆ บางครั งดูเหมือนว่าสาเหตุที่ ท้าให้คุณโกรธเป็นเรื่องส้าคัญอย่างมากในชีวิต และมักคิดว่าตัวคุณเป็นผู้ถูกกระท้าโดนกลั่นแกล้ง หรือเป็นคน โชคร้ายหรือตกเป็นเหยื่อ เช่น คุณคิดว่าท้าไมฉันต้องมาแบกรับเรื่องเลวร้ายทั งหมดเหล่านี ด้วย” ความคิด ความรู้สึกเช่นนี มักเกิดขึ นควบคู่กับความโกรธเสมอ 1. คุณเคยคิดหรือรู้สึกกับเหตุการณ์ท้านองนี บ้างหรือไม่ โปรดยกตัวอย่าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณเคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี บ่อยแค่ไหน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. คุณรู้ได้อย่างไร ว่าคุณมีอารมณ์โกรธ มีอาการอะไรที่เป็นอาการแสดงทางด้านร่างกาย เมื่อคุณรู้สึก โกรธบ้าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข. คุณมีวิธีแสดงอารมณ์โกรธอย่างไร 1. คุณพยายามที่จะควบคุมเก็บกดอารมณ์ไว้จนกระทั่งคุณทนไม่ได้(ระเบิดอารมณ์ออกมา) หรือไม่ และผลที่เกิดขึ นเป็นอย่างไร ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… 2. คุณมักใช้ค้าพูดเย้ยหยัน ถากถาง ก้าวร้าวแบบเก็บกด (ไม่แสดงออก) หรือไม่ และผลที่เกิดขึ น เป็นอย่างไร ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… 3. คุณมีวิธีแสดงอารมณ์โกรธอย่างไรบ้าง ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… 4. คุณสนใจทางเลือกอื่น ๆ เพื่อจัดการกับอารมณ์โกรธข้อใดบ้าง ………. พูดคุยกับคนที่ทาให้คุณโกรธ ………. พูดคุยกับผู้บ้าบัดหรือผู้ช่วยเหลือในกลุ่มช่วยเหลือกันเอง ………. พูดถึงความโกรธของคุณในกลุ่มช่วยเหลือกันเองหรือกลุ่มอื่น ๆ ………. เขียนระบายเกี่ยวกับความรู้สึกโกรธของคุณ ………. สงบสติอารมณ์หรือหยุดคิดสักนิด เพื่อเปลี่ยนวิธีการคิดของคุณเสียใหม่ ………. ออกก้าลังกาย ………. อื่น ๆ (ระบุ)...................................…………………………………………………… 5. คุณมีวิธีการที่ดีในการจัดการกับอารมณ์โกรธของคุณอย่างไร (วิธีการที่ดีคือ ไม่เดือดร้อน ตนเอง ผู้อื่นและสังคมยอมรับ) ………………………………………………………………………………………...…………………………………………………… ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 6 การจัดการกับความเครียดและอารมณ์โกรธ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักและเข้าใจถึงอารมณ์โกรธว่ามีส่วนกระตุ้นการกลับไปเสพซ ้าได้ ตลอดจน สามารถส้ารวจอารมณ์ของตนเองและหาวิธีจัดการกับความโกรธได้อย่างเหมาะสม 2. เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้และตระหนักถึงภาวะตึงเครียดที่เกิดจากอารมณ์ความคิดและพฤติกรรมที่ แสดงออกของตนเอง ว่ามีอาการอย่างไรเกิดขึ นช่วงเวลาใดจากสาเหตุใด ซึ่งภาวะนี จะเป็นสาเหตุหนึ่งในการ กลับไปเสพซ ้า 3. เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาและหาแนวทางในการลดภาวะตึงเครียดของตนเอง สาระส าคัญ 1.ความโกรธ ความเครียดเป็นสาเหตุที่ท้าให้ผู้ป่วยหวนกลับไปใช้ยาเสพติดและเป็นปรากฏการณ์ เกิดขึ นบ่อยๆ 2.การรับรู้ถึงความโกรธ ความเครียดและตระหนักถึงความรู้สึกนี หาวิธีหลีกเลี่ยง จัดการ ควบคุม ภาวะอารมณ์เหล่านี ได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายอารมณ์ เตรียมหาวิธีการแก้ไข ภาวะอารมณ์ ที่น้าไปสู่การกลับไปเสพซ ้าได้ 3.ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีการแก้ไขปัญหาภาวะอารมณ์โกรธ เครียดจากผู้ป่วยอื่นๆ ตลอดจนช่วยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ผ่านมา น้าสู่การแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมที่จะส่งผลต่อการเลิกยาเสพติดได้อย่าง ต่อเนื่องต่อไป วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน้าเข้าสู่กิจกรรมโดยให้ผู้ป่วย 1 คน อ่าน ข้อความ ก และ ข ในใบกิจกรรมที่ 6.1 และตอบค้าถาม จากนั นช่วยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทีละข้อ 2. ให้ผู้ป่วย 1 – 2 คน อ่านข้อความในใบกิจกรรมที่ 6.2 และให้ส้ารวจตนเองว่าในระยะ 1 เดือนที่ ผ่านมาผู้ป่วยมีอาการของความเครียดหรือไม่ ซึ่งหากมี 2 ข้อขึ นไป ต้องหาทางลดภาวะเครียดที่เกิดขึ นโดยเร็ว 3. ให้ผู้ป่วยท้าใบกิจกรรมที่ 6.3 การลดภาวะตึงเครียดของแต่ละบุคคลและร่วมกันอภิปราย 4. ผู้บ้าบัดสรุปแนวทางการลดภาวะตึงเครียด ตามใบกิจกรรมที่ 6.3 แล้วให้ผู้ป่วยสรุปร่วมกันอีกครั ง 5. ผู้ป่วยหรือผู้บ้าบัดสรุปสาระส้าคัญ และให้ก้าลังใจซึ่งกันและกัน 6. ผู้บ้าบัดนัดหมายกิจกรรมครั งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 6.1 วิธีการจัดการกับความโกรธ 2. ใบกิจกรรมที่ 6.2 การรับรู้ความเครียด 3. ใบกิจกรรมที่ 6.3 การลดภาวะความตึงเครียด ท�า


65 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่6.2 การรับรู้ความเครียด ความเครียด เป็นความรู้สึกของบุคคลที่เกิดจากการต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ยุ่งยาก หรือท้าให้หงุดหงิด ใจ การเผชิญเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งไม่น่าพึงพอใจ และเป็นเรื่องที่เราคิดว่าหนักหนาสาหัสเกิด ความสามารถที่จะท้าหรือแก้ไขได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หากท้า ไม่ได้ทันความต้องการ มักจะท้าให้เกิดความผิดปกติทางร่างกายขึ นได้ สาเหตุของความเครียด มี3 ประการ คือ 1) สาเหตุด้านจิตใจจากอารมณ์ความรู้สึกเช่นกลัวท้าไม่ส้าเร็จ ความกังวลใจในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ น เป็นต้น 2) สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงในชีวิต การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การเปลี่ยนวัย การแต่งงาน การเปลี่ยนงาน การเกษียณอายุสูญเสียคนรัก เป็นต้น 3) สาเหตุจากการเจ็บป่วยทางด้านร้างกายการเกิดภาวะเจ็บป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บป่วยที่ รุนแรงเรื อรัง เช่น มะเร็ง หัวใจ เบาหวาน เอดส์เป็นต้น ผลเสียที่เกิดจากความเครียดหากปล่อยให้ตนเองมีความเครียดสะสมไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ผ่อน คลายความเครียดเลย จะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น โรคประสาท โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรค ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคซึมเศร้า ดังนั น จึงไม่ควรปล่อยให้ความเครียดอยู่เป็นเวลานาน ควรหาทางผ่อนคลายความเครียดจะช่วยให้ จิตใจ สงบสุข มีสมาธิและสุขภาพร่างดีขึ น ขอให้ส้ารวจว่าในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา คุณมีอาการเหล่านี บ้างหรือไม่ ………. ปัญหาเกี่ยวกับการนอน เช่น นอนหลับยาก หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน ฝันร้าย ตื่นเช้ากว่าปกติแล้ว ไม่สามารถนอนหลับต่อไปได้ ………. ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ และไหล่ ………. ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและล้าไส้เช่น ท้องผูกและท้องเสียบ่อยๆ ท้องอืด ท้องเฟ้อ กิน มากกว่าปกติและเบื่ออาหาร ………. ความเจ็บป่วยเรื อรัง หรือมีความผิดปกติกับร่างกาย เช่น ประจ้าเดือนมาไม่ปกติสมรรถภาพ ทางเพศลดลง ………. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ………. อารมณ์ไม่ดี ………. หงุดหงิดง่าย ………. ขาดสมาธิ ………. มีความรู้สึกไม่พึงพอใจในการด้าเนินชีวิต ………. อารมณ์ขุ่นมัวตลอดทั งวัน หากมีอารมณ์เหล่านี ตั งแต่ 2 อย่างขึ นไป คุณจ้าเป็นที่จะต้องหาทางลดภาวะตึงเครียดที่เกิดขึ นโดยเร็ว ใบกิจกรรมที่ 6.3 การลดภาวะตึงเครียด การลดภาวะตึงเครียด ให้คุณตอบค�าถามต่อไปนี้ ตามความเป็นจริง เพื่อให้คุณสามารถค้นหาว่าช่วงเวลาใดในชีวิตประจ�าวัน ที่เป็นช่วงเวลาที่คุณรู้สึกเครียดมากที่สุด ให้พยายามแก้ไขจุดต่างๆ เหล่านั้นทีละขั้นตอน คุณก็จะสามารถ ลดภาวะตึงเครียดของคุณได้ ในวิธีการลดภาวะตึงเครียด ล�าดับแรกต้องรู้ตัวก่อนว่าตนเองก�าลังเครียด และรู้จักทบทวนสาเหตุของ ความเครียด ยอมรับสภาพความเป็นจริงของชีวิตในปัจจุบันและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเท่าที่จะท�าได้ เพื่อให้ ชีวิตดีขึ้น โดยตัวเราเองต้องเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ผู้อื่นได้ เราจึงต้องเริ่มที่ตนเองก่อน การลดภาวะตึงเครียด 1. การส่งเสริมสุขภาพกายให้แข็งแรง – การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่ – ออกก�าลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจ�า – พักผ่อนให้เพียงพอ – หลีกเลี่ยงการกระท�าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เหตุการณ์ ใช่ ไม่ใช่ 1. คุณจะทุ่มเทเวลา พละก�าลัง และเงินทองไปกับกิจกรรมที่คุณท�าแล้วรู้สึกสนุกพึงพอใจ และมีความสุข 2. คุณคิดว่าคุณมีความสามารถที่จะอยู่ได้ในสภาพปัจจุบันโดยไม่รู้สึกผิดกับอดีต หรือกังวลเรื่องอนาคต จนท�าให้คุณรู้สึกแย่ 3. คุณมีความสุขกับดนตรี การอ่านหนังสือ ธรรมชาติ และการมีสังคมกับผู้อื่น มากกว่าการมุ่งความสนใจไปที่การมีทรัพย์สินเงินทองเพียงอย่างเดียว 4. คุณบังคับตนเองให้ท�าบางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง 5. คุณมีวิธีการบรรลุเป้าหมายใหญ่ โดยการแตกให้เป็นเป้าหมายย่อยเพื่อจัดการได้ง่ายขึ้น 6. คุณมีความใส่ใจที่จะท�าให้สภาพแวดล้อมมีความสงบสุขไม่ส่งผลต่อบุคคลรอบข้าง 7. คุณสามารถพูดปฏิเสธได้ทุกครั้งที่คุณต้องการปฏิเสธ 8. คุณรู้วิธีการคลายความเครียดด้วยตนเอง และใช้เวลาในแต่ละวันในการผ่อนคลาย ความเครียด 9. คุณระมัดระวังที่จะไม่รับประทานน�้าตาลหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป เพื่อไม่ ให้ระดับพลังงานในร่างกายแปรปรวน (ส่งผลให้ฉุนเฉียว หงุดหงิด และเครียดเพิ่มขึ้น) 10. คุณมีวิธีที่เฉพาะในการขจัดความโกรธออกไปจากตัวคุณ 64 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่6.2 การรับรู้ความเครียด ความเครียด เป็นความรู้สึกของบุคคลที่เกิดจากการต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ยุ่งยาก หรือท้าให้หงุดหงิด ใจ การเผชิญเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งไม่น่าพึงพอใจ และเป็นเรื่องที่เราคิดว่าหนักหนาสาหัสเกิด ความสามารถที่จะท้าหรือแก้ไขได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หากท้า ไม่ได้ทันความต้องการ มักจะท้าให้เกิดความผิดปกติทางร่างกายขึ นได้ สาเหตุของความเครียด มี3 ประการ คือ 1) สาเหตุด้านจิตใจจากอารมณ์ความรู้สึกเช่นกลัวท้าไม่ส้าเร็จ ความกังวลใจในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ น เป็นต้น 2) สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงในชีวิต การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การเปลี่ยนวัย การแต่งงาน การเปลี่ยนงาน การเกษียณอายุสูญเสียคนรัก เป็นต้น 3) สาเหตุจากการเจ็บป่วยทางด้านร้างกายการเกิดภาวะเจ็บป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บป่วยที่ รุนแรงเรื อรัง เช่น มะเร็ง หัวใจ เบาหวาน เอดส์เป็นต้น ผลเสียที่เกิดจากความเครียดหากปล่อยให้ตนเองมีความเครียดสะสมไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ผ่อน คลายความเครียดเลย จะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น โรคประสาท โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรค ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคซึมเศร้า ดังนั น จึงไม่ควรปล่อยให้ความเครียดอยู่เป็นเวลานาน ควรหาทางผ่อนคลายความเครียดจะช่วยให้ จิตใจ สงบสุข มีสมาธิและสุขภาพร่างดีขึ น ขอให้ส้ารวจว่าในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา คุณมีอาการเหล่านี บ้างหรือไม่ ………. ปัญหาเกี่ยวกับการนอน เช่น นอนหลับยาก หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน ฝันร้าย ตื่นเช้ากว่าปกติแล้ว ไม่สามารถนอนหลับต่อไปได้ ………. ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ และไหล่ ………. ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและล้าไส้เช่น ท้องผูกและท้องเสียบ่อยๆ ท้องอืด ท้องเฟ้อ กิน มากกว่าปกติและเบื่ออาหาร ………. ความเจ็บป่วยเรื อรัง หรือมีความผิดปกติกับร่างกาย เช่น ประจ้าเดือนมาไม่ปกติสมรรถภาพ ทางเพศลดลง ………. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ………. อารมณ์ไม่ดี ………. หงุดหงิดง่าย ………. ขาดสมาธิ ………. มีความรู้สึกไม่พึงพอใจในการด้าเนินชีวิต ………. อารมณ์ขุ่นมัวตลอดทั งวัน หากมีอารมณ์เหล่านี ตั งแต่ 2 อย่างขึ นไป คุณจ้าเป็นที่จะต้องหาทางลดภาวะตึงเครียดที่เกิดขึ นโดยเร็ว ความเครียด เป็นความรู้สึกของบุคคลที่เกิดจากการต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ยุ่งยาก หรือท�าให้หงุดหงิดใจ การเผชิญเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งไม่น่าพึงพอใจ และเป็นเรื่องที่เราคิดว่าหนักหนาสาหัสเกิดความสามารถ ที่จะท�าหรือแก้ไขได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หากท�าไม่ได้ทันความ ต้องการ มักจะท�าให้เกิดความผิดปกติทางร่างกายขึ้นได้ สาเหตุของความเครียด มี 3 ประการ คือ 1) สาเหตุด้านจิตใจจากอารมณ์ ความรู้สึกเช่นกลัวท�าไม่ส�าเร็จ ความกังวลใจในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เป็นต้น 2) สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงในชีวิต การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การเปลี่ยนวัย การแต่งงาน การเปลี่ยนงาน การเกษียณอายุ สูญเสียคนรัก เป็นต้น 3) สาเหตุจากการเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย การเกิดภาวะเจ็บป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บป่วยที่ รุนแรงเรื้อรัง เช่น มะเร็ง หัวใจ เบาหวาน เอดส์ เป็นต้น ผลเสียที่เกิดจากความเครียดหากปล่อยให้ตนเองมีความเครียดสะสมไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ผ่อนคลาย ความเครียดเลย จะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น โรคประสาท โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคความดัน โลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคซึมเศร้า


65 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่6.2 การรับรู้ความเครียด ความเครียด เป็นความรู้สึกของบุคคลที่เกิดจากการต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ยุ่งยาก หรือท้าให้หงุดหงิด ใจ การเผชิญเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งไม่น่าพึงพอใจ และเป็นเรื่องที่เราคิดว่าหนักหนาสาหัสเกิด ความสามารถที่จะท้าหรือแก้ไขได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หากท้า ไม่ได้ทันความต้องการ มักจะท้าให้เกิดความผิดปกติทางร่างกายขึ นได้ สาเหตุของความเครียด มี3 ประการ คือ 1) สาเหตุด้านจิตใจจากอารมณ์ความรู้สึกเช่นกลัวท้าไม่ส้าเร็จ ความกังวลใจในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ น เป็นต้น 2) สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงในชีวิต การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การเปลี่ยนวัย การแต่งงาน การเปลี่ยนงาน การเกษียณอายุสูญเสียคนรัก เป็นต้น 3) สาเหตุจากการเจ็บป่วยทางด้านร้างกายการเกิดภาวะเจ็บป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บป่วยที่ รุนแรงเรื อรัง เช่น มะเร็ง หัวใจ เบาหวาน เอดส์เป็นต้น ผลเสียที่เกิดจากความเครียดหากปล่อยให้ตนเองมีความเครียดสะสมไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ผ่อน คลายความเครียดเลย จะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น โรคประสาท โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรค ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคซึมเศร้า ดังนั น จึงไม่ควรปล่อยให้ความเครียดอยู่เป็นเวลานาน ควรหาทางผ่อนคลายความเครียดจะช่วยให้ จิตใจ สงบสุข มีสมาธิและสุขภาพร่างดีขึ น ขอให้ส้ารวจว่าในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา คุณมีอาการเหล่านี บ้างหรือไม่ ………. ปัญหาเกี่ยวกับการนอน เช่น นอนหลับยาก หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน ฝันร้าย ตื่นเช้ากว่าปกติแล้ว ไม่สามารถนอนหลับต่อไปได้ ………. ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ และไหล่ ………. ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและล้าไส้เช่น ท้องผูกและท้องเสียบ่อยๆ ท้องอืด ท้องเฟ้อ กิน มากกว่าปกติและเบื่ออาหาร ………. ความเจ็บป่วยเรื อรัง หรือมีความผิดปกติกับร่างกาย เช่น ประจ้าเดือนมาไม่ปกติสมรรถภาพ ทางเพศลดลง ………. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ………. อารมณ์ไม่ดี ………. หงุดหงิดง่าย ………. ขาดสมาธิ ………. มีความรู้สึกไม่พึงพอใจในการด้าเนินชีวิต ………. อารมณ์ขุ่นมัวตลอดทั งวัน หากมีอารมณ์เหล่านี ตั งแต่ 2 อย่างขึ นไป คุณจ้าเป็นที่จะต้องหาทางลดภาวะตึงเครียดที่เกิดขึ นโดยเร็ว ใบกิจกรรมที่ 6.3 การลดภาวะตึงเครียด การลดภาวะตึงเครียด ให้คุณตอบค�าถามต่อไปนี้ ตามความเป็นจริง เพื่อให้คุณสามารถค้นหาว่าช่วงเวลาใดในชีวิตประจ�าวัน ที่เป็นช่วงเวลาที่คุณรู้สึกเครียดมากที่สุด ให้พยายามแก้ไขจุดต่างๆ เหล่านั้นทีละขั้นตอน คุณก็จะสามารถ ลดภาวะตึงเครียดของคุณได้ ในวิธีการลดภาวะตึงเครียด ล�าดับแรกต้องรู้ตัวก่อนว่าตนเองก�าลังเครียด และรู้จักทบทวนสาเหตุของ ความเครียด ยอมรับสภาพความเป็นจริงของชีวิตในปัจจุบันและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเท่าที่จะท�าได้ เพื่อให้ ชีวิตดีขึ้น โดยตัวเราเองต้องเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ผู้อื่นได้ เราจึงต้องเริ่มที่ตนเองก่อน การลดภาวะตึงเครียด 1. การส่งเสริมสุขภาพกายให้แข็งแรง – การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่ – ออกก�าลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจ�า – พักผ่อนให้เพียงพอ – หลีกเลี่ยงการกระท�าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เหตุการณ์ ใช่ ไม่ใช่ 1. คุณจะทุ่มเทเวลา พละก�าลัง และเงินทองไปกับกิจกรรมที่คุณท�าแล้วรู้สึกสนุกพึงพอใจ และมีความสุข 2. คุณคิดว่าคุณมีความสามารถที่จะอยู่ได้ในสภาพปัจจุบันโดยไม่รู้สึกผิดกับอดีต หรือกังวลเรื่องอนาคต จนท�าให้คุณรู้สึกแย่ 3. คุณมีความสุขกับดนตรี การอ่านหนังสือ ธรรมชาติ และการมีสังคมกับผู้อื่น มากกว่าการมุ่งความสนใจไปที่การมีทรัพย์สินเงินทองเพียงอย่างเดียว 4. คุณบังคับตนเองให้ท�าบางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง 5. คุณมีวิธีการบรรลุเป้าหมายใหญ่ โดยการแตกให้เป็นเป้าหมายย่อยเพื่อจัดการได้ง่ายขึ้น 6. คุณมีความใส่ใจที่จะท�าให้สภาพแวดล้อมมีความสงบสุขไม่ส่งผลต่อบุคคลรอบข้าง 7. คุณสามารถพูดปฏิเสธได้ทุกครั้งที่คุณต้องการปฏิเสธ 8. คุณรู้วิธีการคลายความเครียดด้วยตนเอง และใช้เวลาในแต่ละวันในการผ่อนคลาย ความเครียด 9. คุณระมัดระวังที่จะไม่รับประทานน�้าตาลหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป เพื่อไม่ ให้ระดับพลังงานในร่างกายแปรปรวน (ส่งผลให้ฉุนเฉียว หงุดหงิด และเครียดเพิ่มขึ้น) 10. คุณมีวิธีที่เฉพาะในการขจัดความโกรธออกไปจากตัวคุณ


67 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 7 เส้นทางสู่การเลิกยา ความเข้าใจต่อสุราและยาบ้า การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัด การป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว (ผู้ป่วยและครอบครัว) ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 2. การเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ที่ท้าให้เครียด - ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม/สถานที่ให้เหมาะสม - เปลี่ยนบรรยากาศชั่วคราว - ปรับปรุงการท้างาน/เรียน โดยจัดล้าดับความส้าคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย - ให้ความส้าคัญกับที่อยู่อาศัย ท้าบรรยากาศให้ดีรวมถึงการเสริมสร้างสัมพันธ์อันดีภายในบ้าน 3. การเปลี่ยนแปลงที่จิตใจ - มองโลกในหลายๆ แง่มุม คิดทางบวก - มีอารมณ์ขัน ทากิจกรรมนันทนาการ - ให้อภัยท้าจิตใจให้สบาย - ไม่ท้อถอย พยายามฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ 4. การฝึกการผ่อนคลายความเครียด - การฝึกการหายใจ - การฝึกการผ่อนคลาย คุณมีแนวทางในการลดภาวะตึงเครียดอย่างไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 66 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 7 เส้นทางสู่การเลิกยา ความเข้าใจต่อสุราและยาบ้า การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัด การป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว (ผู้ป่วยและครอบครัว) ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 2. การเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ที่ท้าให้เครียด - ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม/สถานที่ให้เหมาะสม - เปลี่ยนบรรยากาศชั่วคราว - ปรับปรุงการท้างาน/เรียน โดยจัดล้าดับความส้าคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย - ให้ความส้าคัญกับที่อยู่อาศัย ท้าบรรยากาศให้ดีรวมถึงการเสริมสร้างสัมพันธ์อันดีภายในบ้าน 3. การเปลี่ยนแปลงที่จิตใจ - มองโลกในหลายๆ แง่มุม คิดทางบวก - มีอารมณ์ขัน ทากิจกรรมนันทนาการ - ให้อภัยท้าจิตใจให้สบาย - ไม่ท้อถอย พยายามฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ 4. การฝึกการผ่อนคลายความเครียด - การฝึกการหายใจ - การฝึกการผ่อนคลาย คุณมีแนวทางในการลดภาวะตึงเครียดอย่างไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ท�า


67 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 7 เส้นทางสู่การเลิกยา ความเข้าใจต่อสุราและยาบ้า การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัด การป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว (ผู้ป่วยและครอบครัว) ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 2. การเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ที่ท้าให้เครียด - ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม/สถานที่ให้เหมาะสม - เปลี่ยนบรรยากาศชั่วคราว - ปรับปรุงการท้างาน/เรียน โดยจัดล้าดับความส้าคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย - ให้ความส้าคัญกับที่อยู่อาศัย ท้าบรรยากาศให้ดีรวมถึงการเสริมสร้างสัมพันธ์อันดีภายในบ้าน 3. การเปลี่ยนแปลงที่จิตใจ - มองโลกในหลายๆ แง่มุม คิดทางบวก - มีอารมณ์ขัน ทากิจกรรมนันทนาการ - ให้อภัยท้าจิตใจให้สบาย - ไม่ท้อถอย พยายามฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ 4. การฝึกการผ่อนคลายความเครียด - การฝึกการหายใจ - การฝึกการผ่อนคลาย คุณมีแนวทางในการลดภาวะตึงเครียดอย่างไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................


69 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 5. ผู้บ้าบัดให้ข้อมูลเรื่องฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างเลิกยา และกระตุ้นให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นตามใบความรู้ที่ 7.2 จากนั้นใช้ใบกิจกรรมที่ 7.3 เพื่อให้ผู้ป่วยได้ทบทวนสถานภาพของตนเองว่ามีความ พึงพอใจในเรื่องต่างๆ ของชีวิตมากน้อยเพียงใด และมีแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงด้านนั้นๆ ตลอดจนให้ ความส้าคัญกับการป้องกันตนเองไม่ให้เสพซ้้าในช่วงวันหยุดยาวซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 6. ผู้บ้าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 7.4 เพื่อให้ผู้ป่วยได้ตรวจสอบว่าตนเองมีข้อบ่งชี้ที่แสดงว่าเผชิญกับระยะฝ่า อุปสรรคมากน้อยเพียงใด และเน้นย้้าการผ่านระยะอุปสรรคด้วยเทคนิคหยุดเสพให้ได้ทีละวัน อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 7.1 เส้นทางสู่การเลิกยา 2. ใบความรู้ที่ 7.2 ฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างการเลิกยา 3. ใบกิจกรรมที่ 7.1 ค้าถามเพื่อความเข้าใจ: สุราและยาบ้า 4. ใบกิจกรรมที่ 7.2 ข้อตกลงของครอบครัวในการช่วยเหลือผู้ป่วย (ช่วงกลาง) 5. ใบกิจกรรมที่ 7.3 การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ้าบัดและการป้องกันการเสพซ้้าในช่วง วันหยุดยาว 6. ใบกิจกรรมที่ 7.4 ระยะฝ่าอุปสรรคและการหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 7 (ผู้ป่วยและครอบครัว) เส้นทางสู่การเลิกยา, ความเข้าใจต่อสุราและยาบ้า การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัด, การป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวมีความรู้และความเข้าใจเรื่องเส้นทางสู่การเลิกยา รวมทั้ง ความส้าคัญของการหยุดดื่มสุราที่ช่วยลดโอกาสการเสพซ้้าของผู้ป่วย ตลอดจนการช่วยเหลือสนับสนุนจาก ครอบครัว 2. เพื่อให้สมาชิกครอบครัวทราบแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย (ช่วงกลาง) อย่างเหมาะสม 3. เพื่อให้ผู้ป่วยมีแนวทางจัดการกับตัวกระตุ้นเรื่องความฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเลิกยา มีการ ทบทวนสถานภาพของตนเอง และมีแนวทางป้องกันการเสพซ้้าในช่วงวันหยุดยาว ตลอดจนการเตรียมความ พร้อมให้ผู้ป่วยในการเผชิญกับระยะฝ่าอุปสรรคโดยยึดหลักการหยุดเสพให้ได้ทีละวัน สาระส าคัญ 1. เส้นทางสู่การเลิกยาประกอบด้วย 1) การหยุดยาช่วงแรก ประกอบด้วยระยะขาดยา และระยะ ฮันนีมูน 2) การหยุดยาช่วงกลาง คือ ระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อ หรือระยะฝ่าอุปสรรค และ 3) การหยุดยาช่วง ปลาย คือ ระยะปรับตัว หรือระยะคลี่คลาย 2. ความฝันเกี่ยวกับการเสพยาในระหว่างการเลิกยาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ โดยในการหยุดยาช่วงแรก ผู้ป่วยไม่ควรกังวลหรือรู้สึกผิดหากมีความฝันเกี่ยวกับยาเสพติด การออกก้าลังกายจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ หากมี ความฝันเกี่ยวกับยาในช่วงกลาง ผู้ป่วยควรเพิ่มความระมัดระวังในการหลีกเลี่ยงการกลับไปเสพยาและมุ่งมั่น กับการเลิกยา ในช่วงปลายของการเลิกยา หากมีความฝันว่าเสพยา นี่เป็นสัญญาณเตือนส้าคัญที่ต้องระมัดระวัง อย่างยิ่ง จ้าเป็นต้องมีการทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้้า วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวในกลุ่ม จากนั้นน้าเข้าสู่กิจกรรม โดย เริ่มจากการให้ความรู้เรื่องเส้นทางสู่การเลิกยาตามใบความรู้ที่ 7.1 และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและสมาชิก ครอบครัวร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2. ผู้บ้าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 7.1 เพื่อเป็นแนวทางการอภิปรายร่วมกันถึงความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเรื่อง สุราและยาบ้า และกระตุ้นให้สมาชิกครอบครัวมีแนวทางช่วยเหลือและดูแลผู้ป่วยในการหลีกเลี่ยงสุราและ ยาบ้า 3. ผู้บ้าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 7.2 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัว (ช่วงกลาง) เป็นแนวทางสร้าง ความเข้าใจ ให้ก้าลังใจ และกระตุ้นความร่วมมือในการมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยให้สมาชิก ครอบครัวอ่านและท้าความเข้าใจไปพร้อมกันทีละข้อ 4. ผู้บ้าบัดเชิญสมาชิกครอบครัวพักผ่อนตามอัธยาศัย และด้าเนินการปรึกษารายบุคคลกับผู้ป่วยต่อ 68 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 5. ผู้บ้าบัดให้ข้อมูลเรื่องฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างเลิกยา และกระตุ้นให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นตามใบความรู้ที่ 7.2 จากนั้นใช้ใบกิจกรรมที่ 7.3 เพื่อให้ผู้ป่วยได้ทบทวนสถานภาพของตนเองว่ามีความ พึงพอใจในเรื่องต่างๆ ของชีวิตมากน้อยเพียงใด และมีแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงด้านนั้นๆ ตลอดจนให้ ความส้าคัญกับการป้องกันตนเองไม่ให้เสพซ้้าในช่วงวันหยุดยาวซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 6. ผู้บ้าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 7.4 เพื่อให้ผู้ป่วยได้ตรวจสอบว่าตนเองมีข้อบ่งชี้ที่แสดงว่าเผชิญกับระยะฝ่า อุปสรรคมากน้อยเพียงใด และเน้นย้้าการผ่านระยะอุปสรรคด้วยเทคนิคหยุดเสพให้ได้ทีละวัน อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 7.1 เส้นทางสู่การเลิกยา 2. ใบความรู้ที่ 7.2 ฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างการเลิกยา 3. ใบกิจกรรมที่ 7.1 ค้าถามเพื่อความเข้าใจ: สุราและยาบ้า 4. ใบกิจกรรมที่ 7.2 ข้อตกลงของครอบครัวในการช่วยเหลือผู้ป่วย (ช่วงกลาง) 5. ใบกิจกรรมที่ 7.3 การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ้าบัดและการป้องกันการเสพซ้้าในช่วง วันหยุดยาว 6. ใบกิจกรรมที่ 7.4 ระยะฝ่าอุปสรรคและการหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 7 (ผู้ป่วยและครอบครัว) เส้นทางสู่การเลิกยา, ความเข้าใจต่อสุราและยาบ้า การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัด, การป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวมีความรู้และความเข้าใจเรื่องเส้นทางสู่การเลิกยา รวมทั้ง ความส้าคัญของการหยุดดื่มสุราที่ช่วยลดโอกาสการเสพซ้้าของผู้ป่วย ตลอดจนการช่วยเหลือสนับสนุนจาก ครอบครัว 2. เพื่อให้สมาชิกครอบครัวทราบแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย (ช่วงกลาง) อย่างเหมาะสม 3. เพื่อให้ผู้ป่วยมีแนวทางจัดการกับตัวกระตุ้นเรื่องความฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเลิกยา มีการ ทบทวนสถานภาพของตนเอง และมีแนวทางป้องกันการเสพซ้้าในช่วงวันหยุดยาว ตลอดจนการเตรียมความ พร้อมให้ผู้ป่วยในการเผชิญกับระยะฝ่าอุปสรรคโดยยึดหลักการหยุดเสพให้ได้ทีละวัน สาระส าคัญ 1. เส้นทางสู่การเลิกยาประกอบด้วย 1) การหยุดยาช่วงแรก ประกอบด้วยระยะขาดยา และระยะ ฮันนีมูน 2) การหยุดยาช่วงกลาง คือ ระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อ หรือระยะฝ่าอุปสรรค และ 3) การหยุดยาช่วง ปลาย คือ ระยะปรับตัว หรือระยะคลี่คลาย 2. ความฝันเกี่ยวกับการเสพยาในระหว่างการเลิกยาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ โดยในการหยุดยาช่วงแรก ผู้ป่วยไม่ควรกังวลหรือรู้สึกผิดหากมีความฝันเกี่ยวกับยาเสพติด การออกก้าลังกายจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ หากมี ความฝันเกี่ยวกับยาในช่วงกลาง ผู้ป่วยควรเพิ่มความระมัดระวังในการหลีกเลี่ยงการกลับไปเสพยาและมุ่งมั่น กับการเลิกยา ในช่วงปลายของการเลิกยา หากมีความฝันว่าเสพยา นี่เป็นสัญญาณเตือนส้าคัญที่ต้องระมัดระวัง อย่างยิ่ง จ้าเป็นต้องมีการทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้้า วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวในกลุ่ม จากนั้นน้าเข้าสู่กิจกรรม โดย เริ่มจากการให้ความรู้เรื่องเส้นทางสู่การเลิกยาตามใบความรู้ที่ 7.1 และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและสมาชิก ครอบครัวร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2. ผู้บ้าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 7.1 เพื่อเป็นแนวทางการอภิปรายร่วมกันถึงความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเรื่อง สุราและยาบ้า และกระตุ้นให้สมาชิกครอบครัวมีแนวทางช่วยเหลือและดูแลผู้ป่วยในการหลีกเลี่ยงสุราและ ยาบ้า 3. ผู้บ้าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 7.2 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัว (ช่วงกลาง) เป็นแนวทางสร้าง ความเข้าใจ ให้ก้าลังใจ และกระตุ้นความร่วมมือในการมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยให้สมาชิก ครอบครัวอ่านและท้าความเข้าใจไปพร้อมกันทีละข้อ 4. ผู้บ้าบัดเชิญสมาชิกครอบครัวพักผ่อนตามอัธยาศัย และด้าเนินการปรึกษารายบุคคลกับผู้ป่วยต่อ


69 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 5. ผู้บ้าบัดให้ข้อมูลเรื่องฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างเลิกยา และกระตุ้นให้ผู้ป่วยแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นตามใบความรู้ที่ 7.2 จากนั้นใช้ใบกิจกรรมที่ 7.3 เพื่อให้ผู้ป่วยได้ทบทวนสถานภาพของตนเองว่ามีความ พึงพอใจในเรื่องต่างๆ ของชีวิตมากน้อยเพียงใด และมีแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงด้านนั้นๆ ตลอดจนให้ ความส้าคัญกับการป้องกันตนเองไม่ให้เสพซ้้าในช่วงวันหยุดยาวซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 6. ผู้บ้าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 7.4 เพื่อให้ผู้ป่วยได้ตรวจสอบว่าตนเองมีข้อบ่งชี้ที่แสดงว่าเผชิญกับระยะฝ่า อุปสรรคมากน้อยเพียงใด และเน้นย้้าการผ่านระยะอุปสรรคด้วยเทคนิคหยุดเสพให้ได้ทีละวัน อุปกรณ์ 1. ใบความรู้ที่ 7.1 เส้นทางสู่การเลิกยา 2. ใบความรู้ที่ 7.2 ฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างการเลิกยา 3. ใบกิจกรรมที่ 7.1 ค้าถามเพื่อความเข้าใจ: สุราและยาบ้า 4. ใบกิจกรรมที่ 7.2 ข้อตกลงของครอบครัวในการช่วยเหลือผู้ป่วย (ช่วงกลาง) 5. ใบกิจกรรมที่ 7.3 การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ้าบัดและการป้องกันการเสพซ้้าในช่วง วันหยุดยาว 6. ใบกิจกรรมที่ 7.4 ระยะฝ่าอุปสรรคและการหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 7 (ผู้ป่วยและครอบครัว) เส้นทางสู่การเลิกยา, ความเข้าใจต่อสุราและยาบ้า การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัด, การป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวมีความรู้และความเข้าใจเรื่องเส้นทางสู่การเลิกยา รวมทั้ง ความส้าคัญของการหยุดดื่มสุราที่ช่วยลดโอกาสการเสพซ้้าของผู้ป่วย ตลอดจนการช่วยเหลือสนับสนุนจาก ครอบครัว 2. เพื่อให้สมาชิกครอบครัวทราบแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย (ช่วงกลาง) อย่างเหมาะสม 3. เพื่อให้ผู้ป่วยมีแนวทางจัดการกับตัวกระตุ้นเรื่องความฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเลิกยา มีการ ทบทวนสถานภาพของตนเอง และมีแนวทางป้องกันการเสพซ้้าในช่วงวันหยุดยาว ตลอดจนการเตรียมความ พร้อมให้ผู้ป่วยในการเผชิญกับระยะฝ่าอุปสรรคโดยยึดหลักการหยุดเสพให้ได้ทีละวัน สาระส าคัญ 1. เส้นทางสู่การเลิกยาประกอบด้วย 1) การหยุดยาช่วงแรก ประกอบด้วยระยะขาดยา และระยะ ฮันนีมูน 2) การหยุดยาช่วงกลาง คือ ระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อ หรือระยะฝ่าอุปสรรค และ 3) การหยุดยาช่วง ปลาย คือ ระยะปรับตัว หรือระยะคลี่คลาย 2. ความฝันเกี่ยวกับการเสพยาในระหว่างการเลิกยาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ โดยในการหยุดยาช่วงแรก ผู้ป่วยไม่ควรกังวลหรือรู้สึกผิดหากมีความฝันเกี่ยวกับยาเสพติด การออกก้าลังกายจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ หากมี ความฝันเกี่ยวกับยาในช่วงกลาง ผู้ป่วยควรเพิ่มความระมัดระวังในการหลีกเลี่ยงการกลับไปเสพยาและมุ่งมั่น กับการเลิกยา ในช่วงปลายของการเลิกยา หากมีความฝันว่าเสพยา นี่เป็นสัญญาณเตือนส้าคัญที่ต้องระมัดระวัง อย่างยิ่ง จ้าเป็นต้องมีการทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้้า วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวในกลุ่ม จากนั้นน้าเข้าสู่กิจกรรม โดย เริ่มจากการให้ความรู้เรื่องเส้นทางสู่การเลิกยาตามใบความรู้ที่ 7.1 และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและสมาชิก ครอบครัวร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2. ผู้บ้าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 7.1 เพื่อเป็นแนวทางการอภิปรายร่วมกันถึงความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเรื่อง สุราและยาบ้า และกระตุ้นให้สมาชิกครอบครัวมีแนวทางช่วยเหลือและดูแลผู้ป่วยในการหลีกเลี่ยงสุราและ ยาบ้า 3. ผู้บ้าบัดใช้ใบกิจกรรมที่ 7.2 ข้อตกลงในการช่วยเหลือของครอบครัว (ช่วงกลาง) เป็นแนวทางสร้าง ความเข้าใจ ให้ก้าลังใจ และกระตุ้นความร่วมมือในการมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยให้สมาชิก ครอบครัวอ่านและท้าความเข้าใจไปพร้อมกันทีละข้อ 4. ผู้บ้าบัดเชิญสมาชิกครอบครัวพักผ่อนตามอัธยาศัย และด้าเนินการปรึกษารายบุคคลกับผู้ป่วยต่อ


71 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่7.1 (การให้ความรู้ผู้ป่วยและครอบครัว) เส้นทางสู่การเลิกยา สไลด์ประกอบการบรรยายเรื่อง เส้นทางสู่การเลิกยา (กรุณาสแกน QR code) สไลด์แผ่น 1 หัวข้อการบรรยายเรื่อง เส้นทางสู่การเลิกยา สไลด์แผ่น 2 ขั้นตอนของการเลิกยา ประกอบด้วย 1) การหยุดยาช่วงแรก ประกอบด้วยระยะขาดยา และระยะ ฮันนีมูน 2) การหยุดยาช่วงกลาง คือ ระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อ หรือระยะฝ่าอุปสรรค และ 3) การหยุดยาช่วง ปลาย คือ ระยะปรับตัว หรือระยะคลี่คลาย สไลด์แผ่น 3 ในช่วงต้นของการเลิกยา ระยะขาดยาจะมีอาการดังนี้คือ การถอนพิษยา การอยากยา ซึมเศร้า หมด แรง หงุดหงิด ปัญหาความจ้า ความคิดผิดปกติ นอนไม่หลับ เหนื่อยล้า อาการจากการขาดยาที่รุนแรงเป็น ปัญหาจิตเวช เกิดจากความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง ภาวะเช่นนี้อาจท้าให้เกิดอันตราย เช่น การฆ่าตัวตาย หรือปัญหาอื่นๆ ได้แก่ 1) ปัญหาทางการแพทย์ เช่น ชัก ติดเชื้อ ปัญหาระบบหลอดเลือดหัวใจ น้้าหนักลด ขาดสารอาหาร 2) ภาวะซึมเศร้า บางครั้งจ้าเป็นต้องให้ยาต้านเศร้า 3) ไม่มีสมาธิ 4) มีความอยากยาอย่างรุนแรง 5) นอนมากและอ่อนเพลียมาก 6) อาการขาดแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์มักถูกใช้ร่วมกับยาเสพติดอื่นๆ เมื่อผู้ป่วยพยายามเลิกยาเสพ ติดทุกชนิดจึงพบว่ามีอาการขาดแอลกอฮอล์ร่วมด้วย 7) การพบตัวกระตุ้นของยาเสพติดและแอลกอฮอล์ เช่น การเห็นอุปกรณ์ ผู้คน สถานที่ หรือ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาและแอลกอฮอล์ ตัวกระตุ้นเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดการอยากยาได้ สไลด์แผ่น 4 ผู้ป่วยควรจัดตารางกิจกรรมประจ้าวันในระหว่างการบ้าบัดรักษา และผู้ป่วยควรวางแผนด้วยตนเอง การที่ผู้บ้าบัดช่วยวางแผนเป็นเรื่องง่าย แต่ผู้ป่วยอาจไม่สามารถปฏิบัติตามได้การท้าตารางกิจกรรมประจ้า วันนี้จะเป็นการฝึกสมองส่วนคิดให้ควบคุมสมองส่วนอยากและเมื่อสามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่ก้าหนดไว้ จะ จะช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความมั่นใจ และน�าไปสู่การป้องกันการเสพยาซ�้าโดยบังเอิญ เป็นวิธีป้องกัน การด�าเนินชีวิตแบบเดิม และน�ามาประยุกต์ใช้กับเคล็ดลับการหยุดยาทีละวัน สไลด์แผ่น 5 ผู้ป่วยวางแผนโครงสร้างการด�าเนินชีวิตโดยจัดการและวางแผนการใช้เวลา ด้วยการท�าตารางกิจกรรม ประจ�าวัน เพื่อส่งเสริมการเลิกยาเสพติดและลดความเบื่อหน่าย ในการวางแผนควรน�าพฤติกรรมที่ไม่เกี่ยวข้อง กับการใช้ยาเสพติดเข้าไปร่วมด้วย เช่น การเข้ากลุ่ม 12 ขั้นตอน การออกก�าลังกาย การท�ากิจกรรมสันทนาการ กิจกรรมร่วมกับครอบครัว งานอดิเรก การท�าบุญ/การท�างานช่วยเหลือสังคม เป็นต้น สไลด์แผ่น 6 ปัจจัยที่ท�าให้กลับไปเสพยาในระยะขาดยา ในช่วงที่มีอาการขาดยา ผู้ป่วยจะรู้สึกหดหู่ เหนื่อยล้า ควบคุมตนเองไม่ได้ และผู้ป่วยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ในระยะนี้ตัวกระตุ้น ความคิดถึงยา ความอยากยา และแอลกอฮอล์อาจเกิดขึ้น เนื่องจากระดับสารเคมีในสมองที่ก�าลังเปลี่ยนแปลงท�าให้เกิดความหงุดหงิด ซึมเศร้า ร่วมกับความผิดปกติของการนอน สไลด์แผ่น 7 การหยุดยาในช่วงแรก: ในระยะฮันนีมูน ผู้ป่วยจะมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงจนอาจชะล่าใจว่าเลิกยา ได้แล้ว ในระยะนี้อาจมีปัญหาความจ�า ความรู้สึกรุนแรง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ใช้ยาเสพติดชนิดอื่น ไม่รู้ว่า อะไรเป็นสิ่งส�าคัญที่ควรท�าก่อน เป็นต้น สไลด์แผ่น 8 ตัวกระตุ้นภายนอก (สิ่งแวดล้อม) หรือตัวกระตุ้นภายใน (อารมณ์) มักเป็นสาเหตุให้ผู้ที่ก�าลังเลิกยา เสพติดเกิดความคิดถึงยาเสพติด เช่น ผู้ป่วยกลับไปที่แหล่งค้ายาที่เคยไป หรือทะเลาะกับมารดาแล้วคิดอยาก กลับไปเสพอีก ความคิดถึงการเสพยาเสพติดจะผ่านเข้ามาในสมอง 30-90 วินาที ท�าให้ผู้ป่วยคิดถึงยาและ มีความอยากยาได้ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาเสพติดชนิดอื่นมักเป็นการเริ่มต้นของการกลับไปเสพยาซ�้าและกระตุ้น สารเคมีในสมองที่เกี่ยวกับการเสพติด ท�าให้สมองอยู่ในภาวะต้องการใช้ยาเสพติด เมื่อเกิดความคิดอยากยาแล้ว จะกลายเป็นเรื่องยากที่จะหยุดความคิดนั้น ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องส�าคัญที่ต้องเข้าใจกระบวนการเสพยานี้ กุญแจส�าคัญ คือ อย่าให้กระบวนการเสพยานี้เริ่มต้นขึ้น ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น หากเกิดความคิดถึงยา ควรใช้เทคนิค การหยุดความคิด เพื่อหยุดความคิดนั้นก่อนกลายเป็นความอยากยาและเสพยา สไลด์แผ่น 9 จากแผนภาพนี้ ท�าให้เข้าใจถึง ตัวกระตุ้น – ความคิด – ความอยากยา – การเสพยา ตามล�าดับ ที่อุปมา เหมือนการเคลื่อนที่ลงเขาที่ลาดชัน ช่วงที่ควรใช้การหยุดความคิดคือ ทันทีที่เกิดความคิดอยากใช้ยาเสพติด ในทีแรก แสดงให้เห็นโดยวงกลมเล็กที่พุ่งเข้าหาคน เสมือนความอยากยาที่ยังไม่มาก ผู้ป่วยสามารถหยุด กระบวนการนี้ได้ แต่หากความอยากยารุนแรงมากขึ้นเป็นวงกลมใหญ่เคลื่อนมาหาผู้ป่วย แม้ผู้ป่วยไม่ต้องการ ใช้ยาและต้องการหนีจากความอยากยา แต่อาจหนีได้ไม่ส�าเร็จ ความอยากยามักมีอ�านาจมากกว่า และท�าให้ ผู้ป่วยหวนกลับไปเสพยาซ�้าอีก 70 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่7.1 (การให้ความรู้ผู้ป่วยและครอบครัว) เส้นทางสู่การเลิกยา สไลด์ประกอบการบรรยายเรื่อง เส้นทางสู่การเลิกยา (กรุณาสแกน QR code) สไลด์แผ่น 1 หัวข้อการบรรยายเรื่อง เส้นทางสู่การเลิกยา สไลด์แผ่น 2 ขั้นตอนของการเลิกยา ประกอบด้วย 1) การหยุดยาช่วงแรก ประกอบด้วยระยะขาดยา และระยะ ฮันนีมูน 2) การหยุดยาช่วงกลาง คือ ระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อ หรือระยะฝ่าอุปสรรค และ 3) การหยุดยาช่วง ปลาย คือ ระยะปรับตัว หรือระยะคลี่คลาย สไลด์แผ่น 3 ในช่วงต้นของการเลิกยา ระยะขาดยาจะมีอาการดังนี้คือ การถอนพิษยา การอยากยา ซึมเศร้า หมด แรง หงุดหงิด ปัญหาความจ้า ความคิดผิดปกติ นอนไม่หลับ เหนื่อยล้า อาการจากการขาดยาที่รุนแรงเป็น ปัญหาจิตเวช เกิดจากความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง ภาวะเช่นนี้อาจท้าให้เกิดอันตราย เช่น การฆ่าตัวตาย หรือปัญหาอื่นๆ ได้แก่ 1) ปัญหาทางการแพทย์ เช่น ชัก ติดเชื้อ ปัญหาระบบหลอดเลือดหัวใจ น้้าหนักลด ขาดสารอาหาร 2) ภาวะซึมเศร้า บางครั้งจ้าเป็นต้องให้ยาต้านเศร้า 3) ไม่มีสมาธิ 4) มีความอยากยาอย่างรุนแรง 5) นอนมากและอ่อนเพลียมาก 6) อาการขาดแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์มักถูกใช้ร่วมกับยาเสพติดอื่นๆ เมื่อผู้ป่วยพยายามเลิกยาเสพ ติดทุกชนิดจึงพบว่ามีอาการขาดแอลกอฮอล์ร่วมด้วย 7) การพบตัวกระตุ้นของยาเสพติดและแอลกอฮอล์ เช่น การเห็นอุปกรณ์ ผู้คน สถานที่ หรือ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาและแอลกอฮอล์ ตัวกระตุ้นเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดการอยากยาได้ สไลด์แผ่น 4 ผู้ป่วยควรจัดตารางกิจกรรมประจ้าวันในระหว่างการบ้าบัดรักษา และผู้ป่วยควรวางแผนด้วยตนเอง การที่ผู้บ้าบัดช่วยวางแผนเป็นเรื่องง่าย แต่ผู้ป่วยอาจไม่สามารถปฏิบัติตามได้การท้าตารางกิจกรรมประจ้า วันนี้จะเป็นการฝึกสมองส่วนคิดให้ควบคุมสมองส่วนอยากและเมื่อสามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่ก้าหนดไว้ จะ


71 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่7.1 (การให้ความรู้ผู้ป่วยและครอบครัว) เส้นทางสู่การเลิกยา สไลด์ประกอบการบรรยายเรื่อง เส้นทางสู่การเลิกยา (กรุณาสแกน QR code) สไลด์แผ่น 1 หัวข้อการบรรยายเรื่อง เส้นทางสู่การเลิกยา สไลด์แผ่น 2 ขั้นตอนของการเลิกยา ประกอบด้วย 1) การหยุดยาช่วงแรก ประกอบด้วยระยะขาดยา และระยะ ฮันนีมูน 2) การหยุดยาช่วงกลาง คือ ระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อ หรือระยะฝ่าอุปสรรค และ 3) การหยุดยาช่วง ปลาย คือ ระยะปรับตัว หรือระยะคลี่คลาย สไลด์แผ่น 3 ในช่วงต้นของการเลิกยา ระยะขาดยาจะมีอาการดังนี้คือ การถอนพิษยา การอยากยา ซึมเศร้า หมด แรง หงุดหงิด ปัญหาความจ้า ความคิดผิดปกติ นอนไม่หลับ เหนื่อยล้า อาการจากการขาดยาที่รุนแรงเป็น ปัญหาจิตเวช เกิดจากความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง ภาวะเช่นนี้อาจท้าให้เกิดอันตราย เช่น การฆ่าตัวตาย หรือปัญหาอื่นๆ ได้แก่ 1) ปัญหาทางการแพทย์ เช่น ชัก ติดเชื้อ ปัญหาระบบหลอดเลือดหัวใจ น้้าหนักลด ขาดสารอาหาร 2) ภาวะซึมเศร้า บางครั้งจ้าเป็นต้องให้ยาต้านเศร้า 3) ไม่มีสมาธิ 4) มีความอยากยาอย่างรุนแรง 5) นอนมากและอ่อนเพลียมาก 6) อาการขาดแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์มักถูกใช้ร่วมกับยาเสพติดอื่นๆ เมื่อผู้ป่วยพยายามเลิกยาเสพ ติดทุกชนิดจึงพบว่ามีอาการขาดแอลกอฮอล์ร่วมด้วย 7) การพบตัวกระตุ้นของยาเสพติดและแอลกอฮอล์ เช่น การเห็นอุปกรณ์ ผู้คน สถานที่ หรือ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาและแอลกอฮอล์ ตัวกระตุ้นเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดการอยากยาได้ สไลด์แผ่น 4 ผู้ป่วยควรจัดตารางกิจกรรมประจ้าวันในระหว่างการบ้าบัดรักษา และผู้ป่วยควรวางแผนด้วยตนเอง การที่ผู้บ้าบัดช่วยวางแผนเป็นเรื่องง่าย แต่ผู้ป่วยอาจไม่สามารถปฏิบัติตามได้การท้าตารางกิจกรรมประจ้า วันนี้จะเป็นการฝึกสมองส่วนคิดให้ควบคุมสมองส่วนอยากและเมื่อสามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่ก้าหนดไว้ จะ จะช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความมั่นใจ และน�าไปสู่การป้องกันการเสพยาซ�้าโดยบังเอิญ เป็นวิธีป้องกัน การด�าเนินชีวิตแบบเดิม และน�ามาประยุกต์ใช้กับเคล็ดลับการหยุดยาทีละวัน สไลด์แผ่น 5 ผู้ป่วยวางแผนโครงสร้างการด�าเนินชีวิตโดยจัดการและวางแผนการใช้เวลา ด้วยการท�าตารางกิจกรรม ประจ�าวัน เพื่อส่งเสริมการเลิกยาเสพติดและลดความเบื่อหน่าย ในการวางแผนควรน�าพฤติกรรมที่ไม่เกี่ยวข้อง กับการใช้ยาเสพติดเข้าไปร่วมด้วย เช่น การเข้ากลุ่ม 12 ขั้นตอน การออกก�าลังกาย การท�ากิจกรรมสันทนาการ กิจกรรมร่วมกับครอบครัว งานอดิเรก การท�าบุญ/การท�างานช่วยเหลือสังคม เป็นต้น สไลด์แผ่น 6 ปัจจัยที่ท�าให้กลับไปเสพยาในระยะขาดยา ในช่วงที่มีอาการขาดยา ผู้ป่วยจะรู้สึกหดหู่ เหนื่อยล้า ควบคุมตนเองไม่ได้ และผู้ป่วยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ในระยะนี้ตัวกระตุ้น ความคิดถึงยา ความอยากยา และแอลกอฮอล์อาจเกิดขึ้น เนื่องจากระดับสารเคมีในสมองที่ก�าลังเปลี่ยนแปลงท�าให้เกิดความหงุดหงิด ซึมเศร้า ร่วมกับความผิดปกติของการนอน สไลด์แผ่น 7 การหยุดยาในช่วงแรก: ในระยะฮันนีมูน ผู้ป่วยจะมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงจนอาจชะล่าใจว่าเลิกยา ได้แล้ว ในระยะนี้อาจมีปัญหาความจ�า ความรู้สึกรุนแรง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ใช้ยาเสพติดชนิดอื่น ไม่รู้ว่า อะไรเป็นสิ่งส�าคัญที่ควรท�าก่อน เป็นต้น สไลด์แผ่น 8 ตัวกระตุ้นภายนอก (สิ่งแวดล้อม) หรือตัวกระตุ้นภายใน (อารมณ์) มักเป็นสาเหตุให้ผู้ที่ก�าลังเลิกยา เสพติดเกิดความคิดถึงยาเสพติด เช่น ผู้ป่วยกลับไปที่แหล่งค้ายาที่เคยไป หรือทะเลาะกับมารดาแล้วคิดอยาก กลับไปเสพอีก ความคิดถึงการเสพยาเสพติดจะผ่านเข้ามาในสมอง 30-90 วินาที ท�าให้ผู้ป่วยคิดถึงยาและ มีความอยากยาได้ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาเสพติดชนิดอื่นมักเป็นการเริ่มต้นของการกลับไปเสพยาซ�้าและกระตุ้น สารเคมีในสมองที่เกี่ยวกับการเสพติด ท�าให้สมองอยู่ในภาวะต้องการใช้ยาเสพติด เมื่อเกิดความคิดอยากยาแล้ว จะกลายเป็นเรื่องยากที่จะหยุดความคิดนั้น ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องส�าคัญที่ต้องเข้าใจกระบวนการเสพยานี้ กุญแจส�าคัญ คือ อย่าให้กระบวนการเสพยานี้เริ่มต้นขึ้น ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น หากเกิดความคิดถึงยา ควรใช้เทคนิค การหยุดความคิด เพื่อหยุดความคิดนั้นก่อนกลายเป็นความอยากยาและเสพยา สไลด์แผ่น 9 จากแผนภาพนี้ ท�าให้เข้าใจถึง ตัวกระตุ้น – ความคิด – ความอยากยา – การเสพยา ตามล�าดับ ที่อุปมา เหมือนการเคลื่อนที่ลงเขาที่ลาดชัน ช่วงที่ควรใช้การหยุดความคิดคือ ทันทีที่เกิดความคิดอยากใช้ยาเสพติด ในทีแรก แสดงให้เห็นโดยวงกลมเล็กที่พุ่งเข้าหาคน เสมือนความอยากยาที่ยังไม่มาก ผู้ป่วยสามารถหยุด กระบวนการนี้ได้ แต่หากความอยากยารุนแรงมากขึ้นเป็นวงกลมใหญ่เคลื่อนมาหาผู้ป่วย แม้ผู้ป่วยไม่ต้องการ ใช้ยาและต้องการหนีจากความอยากยา แต่อาจหนีได้ไม่ส�าเร็จ ความอยากยามักมีอ�านาจมากกว่า และท�าให้ ผู้ป่วยหวนกลับไปเสพยาซ�้าอีก


73 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 10 ค้านิยามของตัวกระตุ้น สไลด์แผ่น 11-15 ตัวกระตุ้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ตัวกระตุ้นภายนอก และตัวกระตุ้นภายใน ตัวกระตุ้นภายนอก ได้แก่ - บุคคล เช่น เพื่อนเสพยา ผู้ขายยา คู่ควง กลุ่มคนที่คุยกันเรื่องเสพยา - สถานที่ เช่น แหล่งขาย ถนนที่ขายยา บาร์ที่ท้างาน โรงเรียน - สิ่งของ เช่น อุปกรณ์การเสพยา เงิน สื่อกระตุ้นทางเพศ ภาพยนตร์/นิตยสารที่สื่อถึงยาเสพติด สุรา - เวลา เช่น เวลาว่างที่ไม่มีอะไรท้า วันเกิด วันหยุด หลังเลิกงาน วันรับเงินค่าจ้าง ตัวกระตุ้นภายใน ได้แก่ อารมณ์ความรู้สึก เช่น วิตกกังวล โกรธ เครียด คับข้องใจ เบื่อ เหงา เพลีย ตื่นเต้น เร้าใจ สนุก ตัวกระตุ้นทางเพศ ภาวะห่างเหินทางเพศ สไลด์แผ่น 16 ส้าหรับผู้ป่วย เมื่อมีตัวกระตุ้นจะเลือกการคิดถึงยาเสพติด ซึ่งสามารถน้าไปสู่การอยากยา และส่วน ใหญ่มักจะหวนกลับไปเสพยาอีก ดังนั้นการฝึกการหยุดความคิด จะช่วยป้องกันและหยุดความคิดถึงยา และไม่ เกิดความอยากยาที่รุนแรงจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ สไลด์แผ่น 17 วิธีการหยุดความคิด มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความชอบและความเหมาะสมส้าหรับผู้ป่วยแต่ละคน จินตนาการ โดยจินตนาการถึงภาพที่ก้าลังเปิดปิดสวิทช์ไฟ ให้เกิดขึ้นในใจของคุณ จินตนาการให้ตัว คุณเป็นคนเปิดหรือปิดสวิทช์ไฟฟ้าเพื่อที่จะหยุดความคิดใช้ยาเสพติด จากนั้นให้จินตนาการถึงภาพอื่นมา แทนที่ความคิดอยากยา คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่ก้าลังท้าอยู่ด้วยเพื่อลดความคิดอยากยา การเตือนตนเองด้วยการดีดหนังยาง เอาหนังยางมาสวมไว้ที่ข้อมือ เมื่อใดก็ตามที่เริ่มคิดถึงยาเสพติด ให้ดีดหนังยางและพูดกับตัวเองว่า “ไม่” แล้วเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทน ส้าหรับผู้ที่มีความพร้อมที่จะท้า กิจกรรมนี้บางครั้งจะพบสิ่งที่มีความหมายและสิ่งที่น่าสนใจส้าหรับคุณ การฝึกผ่อนคลาย เมื่อคุณรู้สึกว่างเปล่า รู้สึกหน้าตื้อและเป็นตะคริวในท้องนั่น คือ อาการอยากยาให้ ฝึกผ่อนคลายด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆ (ให้อากาศเข้าให้เต็มปอด) และหายใจออกช้าๆ ท้าอย่างนี้ 3 ครั้ง คุณจะรู้สึกผ่อนคลายได้เมื่อมีอาการอยากยาเกิดขึ้น โทรศัพท์ปรึกษาใครบางคน คุณควรมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สนับสนุนให้ก้าลังใจคุณ มีเวลาให้คุณ และคุณสามารถติดต่อได้เสมอเมื่อคุณต้องการเพื่อน หรือเมื่อเกิดความคิดแบบเดิมๆ และความรู้สึกคล้ายมี อาการอยากยา การได้พูดคุยกับใครสักคนเท่ากับเป็นการระบายความรู้สึก และทบทวนท้าความเข้าใจในสิ่งที่ คุณก้าลังคิด การท าสมาธิเมื่อคิดถึงยาเสพติดให้หลับตา เพ่งความสนใจไปที่การจับลมหายใจเข้าออกบริเวณปลาย จมูก หากจับลมหายใจไม่ได้ ให้หายใจเข้าออกยาวๆ 2-3 ครั้ง จากนั้นหายใจเข้าออกตามธรรมชาติ ท้า ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 นาที (ควรฝึกทุกวันๆ ละ 2 ครั้ง เช้าเย็น เพื่อให้เคยชินและน้ามาใช้หยุดความคิดอยาก ยาอย่างได้ผล) การสวดมนต์ เป็นเทคนิคการหยุดความคิดที่ใช้ได้ผล การมีสติ เพื่อพิจารณาความคิดของตนเองว่าขณะนี้ก�าลังคิดอะไร การฝึกจับความคิดด้วยประโยค “ฉันก�าลังคิด.........” จะช่วยให้รับรู้ถึงความคิด และตัดความคิดที่ไม่เหมาะสมออกไปได้ ควรฝึกบ่อยๆ เพื่อให้ สามารถท�าได้อย่างอัตโนมัติ สไลด์แผ่น 18 ปัจจัยที่ท�าให้กลับไปเสพยาเสพติดในระยะฮันนีมูน: ในระยะนี้อารมณ์ของผู้ป่วยดีขึ้น มีก�าลังมากขึ้น ความอยากยาลดลง มีความเชื่อมั่น และมองโลกในแง่ดีขึ้น จนอาจคิดว่าปัญหาการติดยาหมดไปแล้ว ระยะนี้ เหมือนกับผู้ป่วยสวมแว่นตาสีชมพูที่มองอะไรสดสวยไปหมด บางรายท�างานมากจนเหมือนบ้างาน การไม่รู้ว่า อะไรควรท�าก่อนหลังอาจเป็นปัญหาตามมาได้ ผู้ป่วยควรรู้ว่าพละก�าลังที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เกิดขึ้นแบบชั่วคราว ควรน�าพละก�าลังที่เกิดขึ้นไปใช้กับกิจกรรมที่ได้จัดโครงสร้างอย่างแน่นอนและเสริมสร้างพลังใจในการเลิกยา ช่วงต่อไป สไลด์แผ่น 19 ช่วงกลางของการเลิกยา: ในระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อ หรือระยะฝ่าอุปสรรค เป็นช่วงเวลาส�าคัญที่ผู้ป่วยต้อง ระมัดระวังการกลับไปเสพซ�้า สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ คือ 1) ในช่วงระยะฝ่าอุปสรรคจะมีการหวนกลับไปสู่ระยะฮันนีมูนได้ แต่ไม่ลงไปถึงระยะขาดยา แต่ก็ยังไม่ อยู่ในภาวะปกติ 2) หลังการหยุดยาอาจยังเห็นไม่ชัดว่ามีอารมณ์ที่เป็นผลจากการเสพยาเหลืออยู่ ผู้ป่วยต้องจ�าว่าระยะ ฝ่าอุปสรรคเกิดเพียงชั่วคราว และเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าสมองก�าลังฟื้นตัวดีขึ้น 3) ในระยะฝ่าอุปสรรค ผู้ป่วยจะรู้สึกขาดพลัง แม้อยู่เฉยๆ ก็รู้สึกซึมเศร้าได้ ในระยะนี้ต้องปรับเปลี่ยน พฤติกรรมตนเองอย่างต่อเนื่องโดยท�ากิจกรรมต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อป้องกันตนเองจากความเบื่อหน่ายและ การหาเหตุผลในการไปใช้ยา 4) สมองที่ติดยาอาจมีผลต่อพฤติกรรมและอาจมีการเริ่มเสพยาได้อีก 5) ถ้ายังรักษาอยู่ สิ่งที่เราต้องตรวจสอบคือ – การเลิกรักษาที่อาจเกิดขึ้นในระยะฝ่าอุปสรรค – ควรเตรียมผู้ป่วยตั้งแต่อยู่ในระยะฮันนีมูน ให้ทราบถึงภาวะอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นในระยะ ฝ่าอุปสรรค และให้ก�าลังใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยคงอยู่ในการบ�าบัดรักษาได้อย่างต่อเนื่อง สไลด์แผ่น 20 ในบางรายที่ใช้ยาร่วมกับการมีพฤติกรรมทางเพศ: ผู้ป่วยจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องเพศในระยะเลิกยา ต้องเน้นว่าพฤติกรรมทางเพศจะกลับเป็นปกติในที่สุด และเมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายและจิตใจจะปรับตัวกับภาวะ ที่ไม่ใช้ยาเสพติด สไลด์แผ่น 21 ผู้ที่เลิกยาเสพติดมักมีความคิดที่จะใช้ยาเสพติดชนิดอื่นหรือสุราในช่วงแรก หรือช่วงปลายของการเลิกยา โดยอ้างเหตุผลว่าเขาไม่ได้ติดสุราหรือยาชนิดนั้น หรือใช้เพื่อความสนุกสนาน ผู้บ�าบัดต้องคัดค้านโดยให้ เหตุผลว่าสมองที่ติดยามีอ�านาจมาก เมื่อผู้ป่วยหยุดใช้ยา สมองที่ติดยายังคงพยายามให้เขากลับไปใช้ยาเสพติดอีก โดยอาศัยยาเสพติดตัวอื่นหรือสุรามากระตุ้น 72 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 10 ค้านิยามของตัวกระตุ้น สไลด์แผ่น 11-15 ตัวกระตุ้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ตัวกระตุ้นภายนอก และตัวกระตุ้นภายใน ตัวกระตุ้นภายนอก ได้แก่ - บุคคล เช่น เพื่อนเสพยา ผู้ขายยา คู่ควง กลุ่มคนที่คุยกันเรื่องเสพยา - สถานที่ เช่น แหล่งขาย ถนนที่ขายยา บาร์ที่ท้างาน โรงเรียน - สิ่งของ เช่น อุปกรณ์การเสพยา เงิน สื่อกระตุ้นทางเพศ ภาพยนตร์/นิตยสารที่สื่อถึงยาเสพติด สุรา - เวลา เช่น เวลาว่างที่ไม่มีอะไรท้า วันเกิด วันหยุด หลังเลิกงาน วันรับเงินค่าจ้าง ตัวกระตุ้นภายใน ได้แก่ อารมณ์ความรู้สึก เช่น วิตกกังวล โกรธ เครียด คับข้องใจ เบื่อ เหงา เพลีย ตื่นเต้น เร้าใจ สนุก ตัวกระตุ้นทางเพศ ภาวะห่างเหินทางเพศ สไลด์แผ่น 16 ส้าหรับผู้ป่วย เมื่อมีตัวกระตุ้นจะเลือกการคิดถึงยาเสพติด ซึ่งสามารถน้าไปสู่การอยากยา และส่วน ใหญ่มักจะหวนกลับไปเสพยาอีก ดังนั้นการฝึกการหยุดความคิด จะช่วยป้องกันและหยุดความคิดถึงยา และไม่ เกิดความอยากยาที่รุนแรงจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ สไลด์แผ่น 17 วิธีการหยุดความคิด มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความชอบและความเหมาะสมส้าหรับผู้ป่วยแต่ละคน จินตนาการ โดยจินตนาการถึงภาพที่ก้าลังเปิดปิดสวิทช์ไฟ ให้เกิดขึ้นในใจของคุณ จินตนาการให้ตัว คุณเป็นคนเปิดหรือปิดสวิทช์ไฟฟ้าเพื่อที่จะหยุดความคิดใช้ยาเสพติด จากนั้นให้จินตนาการถึงภาพอื่นมา แทนที่ความคิดอยากยา คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่ก้าลังท้าอยู่ด้วยเพื่อลดความคิดอยากยา การเตือนตนเองด้วยการดีดหนังยาง เอาหนังยางมาสวมไว้ที่ข้อมือ เมื่อใดก็ตามที่เริ่มคิดถึงยาเสพติด ให้ดีดหนังยางและพูดกับตัวเองว่า “ไม่” แล้วเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทน ส้าหรับผู้ที่มีความพร้อมที่จะท้า กิจกรรมนี้บางครั้งจะพบสิ่งที่มีความหมายและสิ่งที่น่าสนใจส้าหรับคุณ การฝึกผ่อนคลาย เมื่อคุณรู้สึกว่างเปล่า รู้สึกหน้าตื้อและเป็นตะคริวในท้องนั่น คือ อาการอยากยาให้ ฝึกผ่อนคลายด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆ (ให้อากาศเข้าให้เต็มปอด) และหายใจออกช้าๆ ท้าอย่างนี้ 3 ครั้ง คุณจะรู้สึกผ่อนคลายได้เมื่อมีอาการอยากยาเกิดขึ้น โทรศัพท์ปรึกษาใครบางคน คุณควรมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สนับสนุนให้ก้าลังใจคุณ มีเวลาให้คุณ และคุณสามารถติดต่อได้เสมอเมื่อคุณต้องการเพื่อน หรือเมื่อเกิดความคิดแบบเดิมๆ และความรู้สึกคล้ายมี อาการอยากยา การได้พูดคุยกับใครสักคนเท่ากับเป็นการระบายความรู้สึก และทบทวนท้าความเข้าใจในสิ่งที่ คุณก้าลังคิด การท าสมาธิเมื่อคิดถึงยาเสพติดให้หลับตา เพ่งความสนใจไปที่การจับลมหายใจเข้าออกบริเวณปลาย จมูก หากจับลมหายใจไม่ได้ ให้หายใจเข้าออกยาวๆ 2-3 ครั้ง จากนั้นหายใจเข้าออกตามธรรมชาติ ท้า ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 นาที (ควรฝึกทุกวันๆ ละ 2 ครั้ง เช้าเย็น เพื่อให้เคยชินและน้ามาใช้หยุดความคิดอยาก ยาอย่างได้ผล)


73 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 10 ค้านิยามของตัวกระตุ้น สไลด์แผ่น 11-15 ตัวกระตุ้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ตัวกระตุ้นภายนอก และตัวกระตุ้นภายใน ตัวกระตุ้นภายนอก ได้แก่ - บุคคล เช่น เพื่อนเสพยา ผู้ขายยา คู่ควง กลุ่มคนที่คุยกันเรื่องเสพยา - สถานที่ เช่น แหล่งขาย ถนนที่ขายยา บาร์ที่ท้างาน โรงเรียน - สิ่งของ เช่น อุปกรณ์การเสพยา เงิน สื่อกระตุ้นทางเพศ ภาพยนตร์/นิตยสารที่สื่อถึงยาเสพติด สุรา - เวลา เช่น เวลาว่างที่ไม่มีอะไรท้า วันเกิด วันหยุด หลังเลิกงาน วันรับเงินค่าจ้าง ตัวกระตุ้นภายใน ได้แก่ อารมณ์ความรู้สึก เช่น วิตกกังวล โกรธ เครียด คับข้องใจ เบื่อ เหงา เพลีย ตื่นเต้น เร้าใจ สนุก ตัวกระตุ้นทางเพศ ภาวะห่างเหินทางเพศ สไลด์แผ่น 16 ส้าหรับผู้ป่วย เมื่อมีตัวกระตุ้นจะเลือกการคิดถึงยาเสพติด ซึ่งสามารถน้าไปสู่การอยากยา และส่วน ใหญ่มักจะหวนกลับไปเสพยาอีก ดังนั้นการฝึกการหยุดความคิด จะช่วยป้องกันและหยุดความคิดถึงยา และไม่ เกิดความอยากยาที่รุนแรงจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ สไลด์แผ่น 17 วิธีการหยุดความคิด มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความชอบและความเหมาะสมส้าหรับผู้ป่วยแต่ละคน จินตนาการ โดยจินตนาการถึงภาพที่ก้าลังเปิดปิดสวิทช์ไฟ ให้เกิดขึ้นในใจของคุณ จินตนาการให้ตัว คุณเป็นคนเปิดหรือปิดสวิทช์ไฟฟ้าเพื่อที่จะหยุดความคิดใช้ยาเสพติด จากนั้นให้จินตนาการถึงภาพอื่นมา แทนที่ความคิดอยากยา คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่ก้าลังท้าอยู่ด้วยเพื่อลดความคิดอยากยา การเตือนตนเองด้วยการดีดหนังยาง เอาหนังยางมาสวมไว้ที่ข้อมือ เมื่อใดก็ตามที่เริ่มคิดถึงยาเสพติด ให้ดีดหนังยางและพูดกับตัวเองว่า “ไม่” แล้วเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทน ส้าหรับผู้ที่มีความพร้อมที่จะท้า กิจกรรมนี้บางครั้งจะพบสิ่งที่มีความหมายและสิ่งที่น่าสนใจส้าหรับคุณ การฝึกผ่อนคลาย เมื่อคุณรู้สึกว่างเปล่า รู้สึกหน้าตื้อและเป็นตะคริวในท้องนั่น คือ อาการอยากยาให้ ฝึกผ่อนคลายด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆ (ให้อากาศเข้าให้เต็มปอด) และหายใจออกช้าๆ ท้าอย่างนี้ 3 ครั้ง คุณจะรู้สึกผ่อนคลายได้เมื่อมีอาการอยากยาเกิดขึ้น โทรศัพท์ปรึกษาใครบางคน คุณควรมีเบอร์โทรศัพท์ของคนที่สนับสนุนให้ก้าลังใจคุณ มีเวลาให้คุณ และคุณสามารถติดต่อได้เสมอเมื่อคุณต้องการเพื่อน หรือเมื่อเกิดความคิดแบบเดิมๆ และความรู้สึกคล้ายมี อาการอยากยา การได้พูดคุยกับใครสักคนเท่ากับเป็นการระบายความรู้สึก และทบทวนท้าความเข้าใจในสิ่งที่ คุณก้าลังคิด การท าสมาธิเมื่อคิดถึงยาเสพติดให้หลับตา เพ่งความสนใจไปที่การจับลมหายใจเข้าออกบริเวณปลาย จมูก หากจับลมหายใจไม่ได้ ให้หายใจเข้าออกยาวๆ 2-3 ครั้ง จากนั้นหายใจเข้าออกตามธรรมชาติ ท้า ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 นาที (ควรฝึกทุกวันๆ ละ 2 ครั้ง เช้าเย็น เพื่อให้เคยชินและน้ามาใช้หยุดความคิดอยาก ยาอย่างได้ผล) การสวดมนต์ เป็นเทคนิคการหยุดความคิดที่ใช้ได้ผล การมีสติ เพื่อพิจารณาความคิดของตนเองว่าขณะนี้ก�าลังคิดอะไร การฝึกจับความคิดด้วยประโยค “ฉันก�าลังคิด.........” จะช่วยให้รับรู้ถึงความคิด และตัดความคิดที่ไม่เหมาะสมออกไปได้ ควรฝึกบ่อยๆ เพื่อให้ สามารถท�าได้อย่างอัตโนมัติ สไลด์แผ่น 18 ปัจจัยที่ท�าให้กลับไปเสพยาเสพติดในระยะฮันนีมูน: ในระยะนี้อารมณ์ของผู้ป่วยดีขึ้น มีก�าลังมากขึ้น ความอยากยาลดลง มีความเชื่อมั่น และมองโลกในแง่ดีขึ้น จนอาจคิดว่าปัญหาการติดยาหมดไปแล้ว ระยะนี้ เหมือนกับผู้ป่วยสวมแว่นตาสีชมพูที่มองอะไรสดสวยไปหมด บางรายท�างานมากจนเหมือนบ้างาน การไม่รู้ว่า อะไรควรท�าก่อนหลังอาจเป็นปัญหาตามมาได้ ผู้ป่วยควรรู้ว่าพละก�าลังที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เกิดขึ้นแบบชั่วคราว ควรน�าพละก�าลังที่เกิดขึ้นไปใช้กับกิจกรรมที่ได้จัดโครงสร้างอย่างแน่นอนและเสริมสร้างพลังใจในการเลิกยา ช่วงต่อไป สไลด์แผ่น 19 ช่วงกลางของการเลิกยา: ในระยะหยุดยาที่ยืดเยื้อ หรือระยะฝ่าอุปสรรค เป็นช่วงเวลาส�าคัญที่ผู้ป่วยต้อง ระมัดระวังการกลับไปเสพซ�้า สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ คือ 1) ในช่วงระยะฝ่าอุปสรรคจะมีการหวนกลับไปสู่ระยะฮันนีมูนได้ แต่ไม่ลงไปถึงระยะขาดยา แต่ก็ยังไม่ อยู่ในภาวะปกติ 2) หลังการหยุดยาอาจยังเห็นไม่ชัดว่ามีอารมณ์ที่เป็นผลจากการเสพยาเหลืออยู่ ผู้ป่วยต้องจ�าว่าระยะ ฝ่าอุปสรรคเกิดเพียงชั่วคราว และเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าสมองก�าลังฟื้นตัวดีขึ้น 3) ในระยะฝ่าอุปสรรค ผู้ป่วยจะรู้สึกขาดพลัง แม้อยู่เฉยๆ ก็รู้สึกซึมเศร้าได้ ในระยะนี้ต้องปรับเปลี่ยน พฤติกรรมตนเองอย่างต่อเนื่องโดยท�ากิจกรรมต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อป้องกันตนเองจากความเบื่อหน่ายและ การหาเหตุผลในการไปใช้ยา 4) สมองที่ติดยาอาจมีผลต่อพฤติกรรมและอาจมีการเริ่มเสพยาได้อีก 5) ถ้ายังรักษาอยู่ สิ่งที่เราต้องตรวจสอบคือ – การเลิกรักษาที่อาจเกิดขึ้นในระยะฝ่าอุปสรรค – ควรเตรียมผู้ป่วยตั้งแต่อยู่ในระยะฮันนีมูน ให้ทราบถึงภาวะอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นในระยะ ฝ่าอุปสรรค และให้ก�าลังใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยคงอยู่ในการบ�าบัดรักษาได้อย่างต่อเนื่อง สไลด์แผ่น 20 ในบางรายที่ใช้ยาร่วมกับการมีพฤติกรรมทางเพศ: ผู้ป่วยจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องเพศในระยะเลิกยา ต้องเน้นว่าพฤติกรรมทางเพศจะกลับเป็นปกติในที่สุด และเมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายและจิตใจจะปรับตัวกับภาวะ ที่ไม่ใช้ยาเสพติด สไลด์แผ่น 21 ผู้ที่เลิกยาเสพติดมักมีความคิดที่จะใช้ยาเสพติดชนิดอื่นหรือสุราในช่วงแรก หรือช่วงปลายของการเลิกยา โดยอ้างเหตุผลว่าเขาไม่ได้ติดสุราหรือยาชนิดนั้น หรือใช้เพื่อความสนุกสนาน ผู้บ�าบัดต้องคัดค้านโดยให้ เหตุผลว่าสมองที่ติดยามีอ�านาจมาก เมื่อผู้ป่วยหยุดใช้ยา สมองที่ติดยายังคงพยายามให้เขากลับไปใช้ยาเสพติดอีก โดยอาศัยยาเสพติดตัวอื่นหรือสุรามากระตุ้น


75 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 25 ระยะปรับตัว หรือระยะคลี่คลาย แม้ว่าในระยะนี้จะไม่มีอาการทางร่างกายแล้ว การเลิกยาอย่างส�าเร็จ ก็ยังห่างไกล เมื่อผ่านระยะฝ่าอุปสรรคมาได้ ผู้ป่วยจะรู้สึกดีใจ แต่อย่างไรก็ดีเพื่อให้ผ่านระยะนี้ได้ผู้ป่วยต้องปรับ เปลี่ยนวิถีชีวิตและสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เหมือนที่ได้เริ่มท�ามาตั้งแต่ตั้งต้นของการเลิกยา และ ต้องคอยตรวจสอบสัญญาณเตือนที่จะน�าไปสู่การกลับไปเสพยาอีก ตลอดจนการด�าเนินชีวิตที่สมดุล การสนใจ สิ่งใหม่ อาจกล่าวได้ว่า กระบวนการเลิกยาเป็นกระบวนการที่ต้องด�าเนินไปตลอดชีวิต ดังนี้ ก. เนื่องจากมีอารมณ์ที่มั่นคงมากขึ้น หลังระยะฝ่าอุปสรรคจึงควรเน้นความส�าคัญของสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ก่อนถึงระยะนี้ ข. ระหว่างระยะปรับตัว (ระยะคลี่คลาย) ผู้เลิกยาเริ่มทราบชัดว่า การเลิกยานั้นเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ไม่เพียงเฉพาะการไม่เสพยาเสพติดเท่านั้น ค. การขาดความตระหนักต่อสิ่งกระตุ้นให้ใช้ยา อาจเป็นต้นเหตุของการกลับไปเสพซ�้าได้ สไลด์แผ่น 26 การกลับไปเสพซ�้าเหมือนกับการที่ผู้ติดยาตกลงไปในแม่น�้าที่กระแสน�้าไหลเชี่ยวกราก ส�าหรับผู้ที่ว่ายน�้า แข็งแรง เขาอาจสามารถว่ายกลับไปขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยิ่งเข้าใกล้น�้าตก กระแสน�้ายิ่งเร็ว และแรง เขาไม่สามารถว่ายทวนน�้าเพื่อหนีจากการตกลงไปหน้าน�้าตกได้ เปรียบเทียบในสถานการณ์ของผู้ติดยา หากปล่อยให้ตนเองกลับไปคิดถึงยา โดยไม่ใช้วิธีการหยุดความคิดอย่างทันท่วงที จะท�าให้เกิดความอยากยา และกลับไปเสพยา เหมือนกับการปล่อยให้กระแสน�้าพัดพาตนเองไปสู่บริเวณน�้าตก จนไม่สามารถช่วยตัวเอง ให้พ้นจากการตกหน้าผาน�้าตก หรือ การกลับไปเสพซ�้า สไลด์แผ่น 27 ปัจจัยที่ท�าให้กลับไปเสพยาระหว่างการปรับตัว (ระยะคลี่คลาย) ปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะนี้คือ ผู้รับการบ�าบัดคิดว่าตนเลิกยาได้แล้ว ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถกลับไป ดื่มสุราหรือเสพยาได้ และหยุดท�ากิจรรมหรือพฤติกรรมที่เคยท�าในช่วงการเลิกยา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น เช่น การกลับไปหาเพื่อนที่เคยเสพยา การเสพยาเสพติดชนิดอื่น การดื่มสุรา พฤติกรรมย�้าท�าต่างๆ การละเลยกิจกรรม ที่เคยท�าในช่วงเลิกยา ละเลยการออกก�าลังกาย การไม่สนใจจัดการกับภาวะอารมณ์ หรือการหมดแรงจูงใจ ในการเลิกยา ปัญหาการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ตลอดจนการเกิดปัญหาเดิมที่เคยท�าให้ใช้ยาเสพติด ในกรณี ที่จ�าเป็น อาจพิจารณาให้เข้ารับจิตบ�าบัด การป้องกันการติดซ�้า ก. ใช้ทักษะการตรวจสอบตนเอง เพื่อให้รู้สัญญาณเตือนก่อนกลับไปเสพยา ข. ใช้จิตบ�าบัดหรือให้ค�าปรึกษาในรายที่มีปัญหาทางจิตใจ ค. การเข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือกันเอง เป็นสิ่งส�าคัญที่ช่วยให้เลิกยาได้ยาวนาน สไลด์แผ่น 28 การด�าเนินชีวิตที่พอดีจะช่วยให้เลิกยาได้ส�าเร็จ ทุกคนจ�าเป็นต้องหากิจกรรมการในด�าเนินชีวิตที่เหมาะสม ส�าหรับตนเอง ได้แก่ 74 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด การยับยั้งการท�างานของสมองส่วนใช้เหตุผล สุราหรือกัญชาจะยับยั้งการท�างานของสมองส่วนใช้เหตุผล ท�าให้ผู้ป่วยหวนกลับไปหายาเสพติดชนิดเดิมอีก โดยเฉพาะหากอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง ตัวกระตุ้นความอยากยา ผลการศึกษาพบว่า การใช้สุราของผู้ติดสารกระตุ้นประสาท เช่น แอมเฟตามีน โคเคน เพิ่มโอกาสให้บุคคลนั้นกลับไปเสพยาถึง 80% และการใช้กัญชาเพิ่มโอกาสการกลับไปเสพยา 30% แม้ว่าบุคคลนั้นไม่ได้ติดสุราหรือกัญชา การแก้ไขปัญหาโดยอาศัยฤทธิ์ของยา การใช้ยาชนิดอื่นหรือสุรา เพื่อลดความเครียด จะขัดขวางการ เรียนรู้พฤติกรรมที่ใช้แก้ปัญหาต่างๆ ที่จะมีผลต่อการพยากรณ์ถึงความส�าเร็จในการเลิกยา ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การป้องกันการเสพซ�้า เช่น ฉันดื่มเหล้าและฉันก็ลืมการเลิกยาเสพติดเลย ต่อด้วยการใช้ยากระตุ้นประสาท กลุ่มอาการขาดแรงจูงใจหลังใช้กัญชา กัญชามีผลต่อสมองส่วนที่สร้างแรงจูงใจ การใช้กัญชาจึงอาจ ท�าให้แรงจูงใจในการเลิกยาลดลง ขัดขวางการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ การใช้กัญชาและสุรา มีผลให้ผู้ป่วยไม่สนใจที่จะเรียนรู้ในการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะช่วยให้เลิกยาเสพติดได้ส�าเร็จ ขัดแย้งกับกลุ่มหลักการ 12 ขั้นตอน หากผู้ป่วยกลับไปเสพยาเสพติดหรือสุราในขณะเลิกยา การให้ ผู้ป่วยเข้ากลุ่ม 12 ขั้นตอน ซึ่งเป็นกลุ่มส�าคัญอันหนึ่งในกระบวนการเลิกยา อาจไม่สามารถท�าได้เพราะผู้ที่เข้า ร่วมกลุ่มนี้ต้องหยุดการใช้ยา สไลด์แผ่น 22 การอ้างเหตุผลในการกลับไปเสพยา เกิดขึ้นเมื่อสมองส่วนที่ใช้เหตุผลพยายามหาค�าอธิบายที่ดูมีเหตุผล ส�าหรับพฤติกรรมนั้น ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้ป่วยกลับไปใกล้ชิดกับยาเสพติดมากขึ้น ดังนั้นจึงควรตระหนักว่า 1) เป็นเรื่องส�าคัญที่จะพิจารณาการอ้างเหตุผลในการกลับไปเสพยาก่อนที่จะเกิดขึ้น 2) ต้องตระหนักถึงการอ้างเหตุผลในการกลับไปใช้ยา และไม่ยอมรับข้ออ้าง สไลด์แผ่น 23 ตัวอย่างการอ้างเหตุผลในการกลับไปเสพยาที่แสดงว่าเขาไม่มีทางเลือกโดยใช้ผู้อื่นเป็นข้ออ้างในการเสพยา สไลด์แผ่น 24 ปัจจัยที่ท�าให้กลับไปเสพยาในระยะฝ่าอุปสรรค ระยะนี้ถือเป็นระยะที่มีอุปสรรคมาก จากอาการที่เกิด เช่น ไม่มีแรง อารมณ์เฉยเมย ไม่มีความสุข ไม่มีสมาธิ ไม่มีอารมณ์ทางเพศ นอนไม่หลับ โอกาสกลับไปเสพยา มีเพิ่มขึ้น และผู้ป่วยมักคิดว่าอาการเช่นนี้จะคงอยู่ตลอดไป อาการที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นผลให้เกิดความขัดแย้ง ในใจของบุคคล น�าไปสู่การเลิกท�ากิจกรรมใหม่ๆ การกระท�าที่ขาดการไตร่ตรอง การต่อต้านการออกก�าลังกาย ซึ่งอาจเป็นเหตุผลท�าให้กลับไปดื่มสุราหรือใช้ยาอื่นได้ ผู้ป่วยต้องตระหนักว่า ภาวะนี้เกิดขึ้นชั่วคราวและแก้ไขได้ ด้วยการท�ากิจกรรมที่ส่งเสริมการเลิกยาที่ได้ก�าหนดไว้ตั้งแต่ช่วงต้นของการรักษา การออกก�าลังกายและปฏิบัติ ตามรายงานประจ�า รวมทั้งการช่วยเหลือจากกลุ่มช่วยเหลือกันเอง (Self-help group) จะเป็นประโยชน์ในระยะนี้


75 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด สไลด์แผ่น 25 ระยะปรับตัว หรือระยะคลี่คลาย แม้ว่าในระยะนี้จะไม่มีอาการทางร่างกายแล้ว การเลิกยาอย่างส�าเร็จ ก็ยังห่างไกล เมื่อผ่านระยะฝ่าอุปสรรคมาได้ ผู้ป่วยจะรู้สึกดีใจ แต่อย่างไรก็ดีเพื่อให้ผ่านระยะนี้ได้ผู้ป่วยต้องปรับ เปลี่ยนวิถีชีวิตและสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เหมือนที่ได้เริ่มท�ามาตั้งแต่ตั้งต้นของการเลิกยา และ ต้องคอยตรวจสอบสัญญาณเตือนที่จะน�าไปสู่การกลับไปเสพยาอีก ตลอดจนการด�าเนินชีวิตที่สมดุล การสนใจ สิ่งใหม่ อาจกล่าวได้ว่า กระบวนการเลิกยาเป็นกระบวนการที่ต้องด�าเนินไปตลอดชีวิต ดังนี้ ก. เนื่องจากมีอารมณ์ที่มั่นคงมากขึ้น หลังระยะฝ่าอุปสรรคจึงควรเน้นความส�าคัญของสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ก่อนถึงระยะนี้ ข. ระหว่างระยะปรับตัว (ระยะคลี่คลาย) ผู้เลิกยาเริ่มทราบชัดว่า การเลิกยานั้นเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ไม่เพียงเฉพาะการไม่เสพยาเสพติดเท่านั้น ค. การขาดความตระหนักต่อสิ่งกระตุ้นให้ใช้ยา อาจเป็นต้นเหตุของการกลับไปเสพซ�้าได้ สไลด์แผ่น 26 การกลับไปเสพซ�้าเหมือนกับการที่ผู้ติดยาตกลงไปในแม่น�้าที่กระแสน�้าไหลเชี่ยวกราก ส�าหรับผู้ที่ว่ายน�้า แข็งแรง เขาอาจสามารถว่ายกลับไปขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยิ่งเข้าใกล้น�้าตก กระแสน�้ายิ่งเร็ว และแรง เขาไม่สามารถว่ายทวนน�้าเพื่อหนีจากการตกลงไปหน้าน�้าตกได้ เปรียบเทียบในสถานการณ์ของผู้ติดยา หากปล่อยให้ตนเองกลับไปคิดถึงยา โดยไม่ใช้วิธีการหยุดความคิดอย่างทันท่วงที จะท�าให้เกิดความอยากยา และกลับไปเสพยา เหมือนกับการปล่อยให้กระแสน�้าพัดพาตนเองไปสู่บริเวณน�้าตก จนไม่สามารถช่วยตัวเอง ให้พ้นจากการตกหน้าผาน�้าตก หรือ การกลับไปเสพซ�้า สไลด์แผ่น 27 ปัจจัยที่ท�าให้กลับไปเสพยาระหว่างการปรับตัว (ระยะคลี่คลาย) ปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะนี้คือ ผู้รับการบ�าบัดคิดว่าตนเลิกยาได้แล้ว ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถกลับไป ดื่มสุราหรือเสพยาได้ และหยุดท�ากิจรรมหรือพฤติกรรมที่เคยท�าในช่วงการเลิกยา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น เช่น การกลับไปหาเพื่อนที่เคยเสพยา การเสพยาเสพติดชนิดอื่น การดื่มสุรา พฤติกรรมย�้าท�าต่างๆ การละเลยกิจกรรม ที่เคยท�าในช่วงเลิกยา ละเลยการออกก�าลังกาย การไม่สนใจจัดการกับภาวะอารมณ์ หรือการหมดแรงจูงใจ ในการเลิกยา ปัญหาการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น ตลอดจนการเกิดปัญหาเดิมที่เคยท�าให้ใช้ยาเสพติด ในกรณี ที่จ�าเป็น อาจพิจารณาให้เข้ารับจิตบ�าบัด การป้องกันการติดซ�้า ก. ใช้ทักษะการตรวจสอบตนเอง เพื่อให้รู้สัญญาณเตือนก่อนกลับไปเสพยา ข. ใช้จิตบ�าบัดหรือให้ค�าปรึกษาในรายที่มีปัญหาทางจิตใจ ค. การเข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือกันเอง เป็นสิ่งส�าคัญที่ช่วยให้เลิกยาได้ยาวนาน สไลด์แผ่น 28 การด�าเนินชีวิตที่พอดีจะช่วยให้เลิกยาได้ส�าเร็จ ทุกคนจ�าเป็นต้องหากิจกรรมการในด�าเนินชีวิตที่เหมาะสม ส�าหรับตนเอง ได้แก่


77 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.1 (การอภิปรายกลุ่มส้าหรับผู้ป่วยและครอบครัว) ค าถามเพื่อความเข้าใจ: สุราและยาบ้า สมาชิกในกลุ่มทั้งผู้ป่วยและครอบครัว ร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ สุรา 1. การติดสุรามีสาเหตุจากอะไรบ้าง 2. การดื่มสุรามีโทษต่อร่างกายและจิตใจอย่างไรบ้าง 3. การดื่มสุรามีผลต่อการเลิกยาเสพติดของผู้ป่วยอย่างไรบ้าง 4. สมาชิกในครอบครัวของท่านดื่มสุราหรือไม่และมีผลอย่างไรบ้าง 5. เมื่อผู้ป่วยตัดสินใจหยุดดื่มสุรา สมาชิกในครอบครัวจะมีส่วนช่วยในการสนับสนุนอย่างไรบ้าง ควรเน้นค้าถามในข้อ 3 เพื่อให้ผู้ป่วยเห็นความส้าคัญของการหยุดดื่มสุราที่มีผลต่อการกลับไปเสพซ้้า เนื่องจาก 1. สุรามีผลยับยั้งความมุ่งมั่นในการเลิกยาเสพติด 2. สุราอาจเป็นตัวกระตุ้นที่ท้าให้เกิดอาการอยากยาได้ 3. สิ่งแวดล้อมขณะดื่มสุรา มักคล้ายกับการเสพยาเสพติด 4. การดื่มสุราเป็นการขัดแย้งกับหลักการของการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนทางสังคม หรือกลุ่ม 12 ขั้นตอน ยาบ้า ผู้บ้าบัดให้ข้อมูลฤทธิ์ของยาบ้าที่มีต่อร่างกายและจิตใจ จากนั้นให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวร่วมกัน อภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ 1. ยาบ้ามีฤทธิ์ท้าให้เคลิบเคลิ้มนานเท่าใด และผู้ป่วยได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการเสพยาบ้าง 2. เมื่อเสพยาบ้าไปนานๆ มีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง 3. การใช้ยาบ้าท้าให้เกิดอันตรายต่อจิตใจและระบบประสาทอย่างไรบ้าง ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 1. ท้างานหรือเรียนหนังสือเพื่อให้มีอาชีพที่หาเงินได้ด้วยตนเอง และเพื่อเป้าหมายในชีวิต 2. ใช้เวลาว่างท้าในสิ่งที่ตนชอบ เพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนให้ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 3. มีกิจกรรมที่ช่วยให้เลิกยาได้ และควรเป็นกิจกรรมที่ตนเองท้าแล้วมีความสุขและใช้เวลาเวลาอยู่กับ กิจกรรมนั้นๆ เพื่อเพิ่มสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจแทนการมีกิจกรรมที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด 4. มีสัมพันธภาพที่ดีกับครอบครัว ผู้ร่วมงาน และผู้ใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการยอมรับและอยู่ในสังคมอย่าง มีความสุข 5. นอนในเวลากลางคืนเหมือนคนปกติส่วนใหญ่ และมีจ้านวนเวลานอนที่เหมาะสม จัดเวลาที่เหลือใน การท้ากิจกรรมอื่นๆ 76 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.1 (การอภิปรายกลุ่มส้าหรับผู้ป่วยและครอบครัว) ค าถามเพื่อความเข้าใจ: สุราและยาบ้า สมาชิกในกลุ่มทั้งผู้ป่วยและครอบครัว ร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ สุรา 1. การติดสุรามีสาเหตุจากอะไรบ้าง 2. การดื่มสุรามีโทษต่อร่างกายและจิตใจอย่างไรบ้าง 3. การดื่มสุรามีผลต่อการเลิกยาเสพติดของผู้ป่วยอย่างไรบ้าง 4. สมาชิกในครอบครัวของท่านดื่มสุราหรือไม่และมีผลอย่างไรบ้าง 5. เมื่อผู้ป่วยตัดสินใจหยุดดื่มสุรา สมาชิกในครอบครัวจะมีส่วนช่วยในการสนับสนุนอย่างไรบ้าง ควรเน้นค้าถามในข้อ 3 เพื่อให้ผู้ป่วยเห็นความส้าคัญของการหยุดดื่มสุราที่มีผลต่อการกลับไปเสพซ้้า เนื่องจาก 1. สุรามีผลยับยั้งความมุ่งมั่นในการเลิกยาเสพติด 2. สุราอาจเป็นตัวกระตุ้นที่ท้าให้เกิดอาการอยากยาได้ 3. สิ่งแวดล้อมขณะดื่มสุรา มักคล้ายกับการเสพยาเสพติด 4. การดื่มสุราเป็นการขัดแย้งกับหลักการของการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนทางสังคม หรือกลุ่ม 12 ขั้นตอน ยาบ้า ผู้บ้าบัดให้ข้อมูลฤทธิ์ของยาบ้าที่มีต่อร่างกายและจิตใจ จากนั้นให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวร่วมกัน อภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ 1. ยาบ้ามีฤทธิ์ท้าให้เคลิบเคลิ้มนานเท่าใด และผู้ป่วยได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการเสพยาบ้าง 2. เมื่อเสพยาบ้าไปนานๆ มีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง 3. การใช้ยาบ้าท้าให้เกิดอันตรายต่อจิตใจและระบบประสาทอย่างไรบ้าง ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 1. ท้างานหรือเรียนหนังสือเพื่อให้มีอาชีพที่หาเงินได้ด้วยตนเอง และเพื่อเป้าหมายในชีวิต 2. ใช้เวลาว่างท้าในสิ่งที่ตนชอบ เพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนให้ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 3. มีกิจกรรมที่ช่วยให้เลิกยาได้ และควรเป็นกิจกรรมที่ตนเองท้าแล้วมีความสุขและใช้เวลาเวลาอยู่กับ กิจกรรมนั้นๆ เพื่อเพิ่มสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจแทนการมีกิจกรรมที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด 4. มีสัมพันธภาพที่ดีกับครอบครัว ผู้ร่วมงาน และผู้ใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการยอมรับและอยู่ในสังคมอย่าง มีความสุข 5. นอนในเวลากลางคืนเหมือนคนปกติส่วนใหญ่ และมีจ้านวนเวลานอนที่เหมาะสม จัดเวลาที่เหลือใน การท้ากิจกรรมอื่นๆ


77 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.1 (การอภิปรายกลุ่มส้าหรับผู้ป่วยและครอบครัว) ค าถามเพื่อความเข้าใจ: สุราและยาบ้า สมาชิกในกลุ่มทั้งผู้ป่วยและครอบครัว ร่วมกันอภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ สุรา 1. การติดสุรามีสาเหตุจากอะไรบ้าง 2. การดื่มสุรามีโทษต่อร่างกายและจิตใจอย่างไรบ้าง 3. การดื่มสุรามีผลต่อการเลิกยาเสพติดของผู้ป่วยอย่างไรบ้าง 4. สมาชิกในครอบครัวของท่านดื่มสุราหรือไม่และมีผลอย่างไรบ้าง 5. เมื่อผู้ป่วยตัดสินใจหยุดดื่มสุรา สมาชิกในครอบครัวจะมีส่วนช่วยในการสนับสนุนอย่างไรบ้าง ควรเน้นค้าถามในข้อ 3 เพื่อให้ผู้ป่วยเห็นความส้าคัญของการหยุดดื่มสุราที่มีผลต่อการกลับไปเสพซ้้า เนื่องจาก 1. สุรามีผลยับยั้งความมุ่งมั่นในการเลิกยาเสพติด 2. สุราอาจเป็นตัวกระตุ้นที่ท้าให้เกิดอาการอยากยาได้ 3. สิ่งแวดล้อมขณะดื่มสุรา มักคล้ายกับการเสพยาเสพติด 4. การดื่มสุราเป็นการขัดแย้งกับหลักการของการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนทางสังคม หรือกลุ่ม 12 ขั้นตอน ยาบ้า ผู้บ้าบัดให้ข้อมูลฤทธิ์ของยาบ้าที่มีต่อร่างกายและจิตใจ จากนั้นให้ผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวร่วมกัน อภิปรายในประเด็นต่อไปนี้ 1. ยาบ้ามีฤทธิ์ท้าให้เคลิบเคลิ้มนานเท่าใด และผู้ป่วยได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการเสพยาบ้าง 2. เมื่อเสพยาบ้าไปนานๆ มีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง 3. การใช้ยาบ้าท้าให้เกิดอันตรายต่อจิตใจและระบบประสาทอย่างไรบ้าง ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด 1. ท้างานหรือเรียนหนังสือเพื่อให้มีอาชีพที่หาเงินได้ด้วยตนเอง และเพื่อเป้าหมายในชีวิต 2. ใช้เวลาว่างท้าในสิ่งที่ตนชอบ เพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนให้ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 3. มีกิจกรรมที่ช่วยให้เลิกยาได้ และควรเป็นกิจกรรมที่ตนเองท้าแล้วมีความสุขและใช้เวลาเวลาอยู่กับ กิจกรรมนั้นๆ เพื่อเพิ่มสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจแทนการมีกิจกรรมที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด 4. มีสัมพันธภาพที่ดีกับครอบครัว ผู้ร่วมงาน และผู้ใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการยอมรับและอยู่ในสังคมอย่าง มีความสุข 5. นอนในเวลากลางคืนเหมือนคนปกติส่วนใหญ่ และมีจ้านวนเวลานอนที่เหมาะสม จัดเวลาที่เหลือใน การท้ากิจกรรมอื่นๆ


79 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 7.2 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) ฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างการเลิกยา การเลิกยาแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรก ช่วงกลาง และช่วงปลาย การหยุดยาช่วงแรก เมื่อเลิกเสพยาหรือดื่มสุรา ผู้เสพจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับการฝันว่าตนเองกลับไปเสพยาอีก ซึ่งเป็น ความรู้สึกที่เหมือนเกิดขึ้นจริง ท้าให้ผู้เสพพยายามต่อสู้กับความรู้สึกดังกล่าว เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ในขั้นตอนการเลิกยา ซึ่งผู้รับการบ้าบัดไม่ควรกังวลหรือรู้สึกผิดต่อการฝันดังกล่าว การออกก้าลังกายเป็นสิ่งที่ จะช่วยแก้ปัญหาการฝันนี้ได้ การหยุดยาช่วงกลาง ปัญหาการฝันว่าเสพยา ยังคงสามารถเกิดได้ตลอด 6 เดือนแรกของการเลิกยา อย่างไรก็ตามผู้รับการ บ้าบัดสามารถปรับตัว และด้าเนินชีวิตประจ้าวันในวันรุ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี สิ่งส้าคัญคือต้องเพิ่มความ ระมัดระวังในการหลีกเลี่ยงการกลับไปใช้ยาในวันรุ่งขึ้น บ่อยครั้งที่ความฝันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้รับการบ้าบัด ก้าลังตัดสินใจว่าจะหวนกลับไปใช้ยาอีกหรือไม่ ผู้รับการบ้าบัดจะสามารถบอกทางเลือกของตัวเองได้ว่าจะ ตัดสินใจอย่างไร ทั้งนี้ผู้บ้าบัดต้องช่วยให้ผู้รับการบ้าบัดมุ่งมั่นในการเลิกเสพยา การหยุดยาช่วงปลาย การฝันว่าเสพยาในระยะนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ส้าคัญ และต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้รับ การบ้าบัดอาจเกิดปัญหาความยุ่งยากและจ้าเป็นต้องทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งหาทางแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้้า ในกรณีที่เกิดความฝันว่าเสพยา กิจกรรมต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่ช่วย ป้องกันการกลับไปเสพซ้้า - การออกก้าลังกาย - การเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม - การปรึกษาผู้บ้าบัด - การพูดคุยกับเพื่อนที่หยุดเสพแล้ว - การหยุดพักผ่อน - การอยู่ห่างจากยาเสพติดและสุรา เมื่อมีสัญญาณเตือนว่าจะเกิดการกลับไปใช้ยา จงอย่าเพิกเฉย เลือกท้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งทันที ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.2 ข้อตกลงของครอบครัวในการช่วยเหลือผู้ป่วย (ช่วงกลาง) โปรดพิจารณาข้อที่ท่านสามารถท้าได้ โดยตกลงร่วมกับผู้ป่วยและใส่เครื่องหมาย หน้าข้อ ที่ท่าน และผู้ป่วยเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการเลิกยาเสพติด .......... 1. ข้าพเจ้าจะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถท้าให้ผู้ป่วยเลิกยาเสพติดได้ แม้จะยากล้าบาก .......... 2. ข้าพเจ้าจะช่วยผู้ป่วยวางแผนท้าสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตและควรไปในสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพ ติดหรือสุรา .......... 3. ข้าพเจ้าจะไปออกก้าลังกายกับผู้ป่วย .......... 4. ข้าพเจ้าจะหลีกเลี่ยงจากผู้ป่วยเมื่อข้าพเจ้าทนสภาพผู้ป่วยไม่ได้ เพื่อที่จะควบคุมอารมณ์ของข้าพเจ้า .......... 5. ข้าพเจ้าจะอดทนต่อสภาพอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย ซึ่งเกิดระหว่างการเลิกยาเสพติด .......... 6. ข้าพเจ้าจะรับฟังและพยายามเข้าใจถึงความยากล้าบากในการเลิกยาเสพติดของผู้ป่วย .......... 7. ข้าพเจ้าจะไม่สนใจค้าขู่ที่จะเสพยาเสพติดของผู้ป่วย เขาต้องตัดสินใจเลิกยาเอง .......... 8. ข้าพเจ้าจะเลิกจับผิด ผู้ป่วยว่าจะเสพยาหรือไม่ .......... 9. ข้าพเจ้าจะท้ากิจกรรมที่ให้ความสุขแก่ตัวข้าพเจ้าเองให้ได้ทุกวัน .......... 10. ข้าพเจ้าจะท้าทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ผู้ป่วย และข้าพเจ้ากลับไปใช้นิสัยเดิมที่ไม่ดีต่อกัน .......... 11. ข้าพเจ้าจะเตือนตัวเองเสมอว่าจะปรับปรุงนิสัยของข้าพเจ้าเองไม่ใช้นิสัยของผู้ป่วย .......... 12. ข้าพเจ้าจะพยายามหาความสุขด้วยความบันเทิงต่างๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับตนเอง และจะไม่ คาดหวังว่า มีเพียงผู้ป่วยเท่านั้นที่จะท้าให้ข้าพเจ้ามีความสุข ..........13. ข้าพเจ้าจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยที่มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ในระหว่างการเลิกยาเสพติดและจะไม่ วิตกกังวลว่าผู้ป่วยจะกลับไปติดยาเสพติดอีก การหยุดยาช่วงกลาง ปัญหาการฝันว่าเสพยา ยังคงสามารถเกิดได้ตลอด 6 เดือนแรกของการเลิกยา อย่างไรก็ตามผู้รับการ บ�าบัดสามารถปรับตัว และด�าเนินชีวิตประจ�าวันในวันรุ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี สิ่งส�าคัญคือต้องเพิ่มความระมัดระวัง ในการหลีกเลี่ยงการกลับไปใช้ยาในวันรุ่งขึ้น บ่อยครั้งที่ความฝันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้รับการบ�าบัดก�าลัง ตัดสินใจว่าจะหวนกลับไปใช้ยาอีกหรือไม่ ผู้รับการบ�าบัดจะสามารถบอกทางเลือกของตัวเองได้ว่าจะ ตัดสินใจอย่างไร ทั้งนี้ผู้บ�าบัดต้องช่วยให้ผู้รับการบ�าบัดมุ่งมั่นในการเลิกเสพยา 78 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 7.2 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) ฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างการเลิกยา การเลิกยาแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรก ช่วงกลาง และช่วงปลาย การหยุดยาช่วงแรก เมื่อเลิกเสพยาหรือดื่มสุรา ผู้เสพจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับการฝันว่าตนเองกลับไปเสพยาอีก ซึ่งเป็น ความรู้สึกที่เหมือนเกิดขึ้นจริง ท้าให้ผู้เสพพยายามต่อสู้กับความรู้สึกดังกล่าว เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ในขั้นตอนการเลิกยา ซึ่งผู้รับการบ้าบัดไม่ควรกังวลหรือรู้สึกผิดต่อการฝันดังกล่าว การออกก้าลังกายเป็นสิ่งที่ จะช่วยแก้ปัญหาการฝันนี้ได้ การหยุดยาช่วงกลาง ปัญหาการฝันว่าเสพยา ยังคงสามารถเกิดได้ตลอด 6 เดือนแรกของการเลิกยา อย่างไรก็ตามผู้รับการ บ้าบัดสามารถปรับตัว และด้าเนินชีวิตประจ้าวันในวันรุ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี สิ่งส้าคัญคือต้องเพิ่มความ ระมัดระวังในการหลีกเลี่ยงการกลับไปใช้ยาในวันรุ่งขึ้น บ่อยครั้งที่ความฝันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้รับการบ้าบัด ก้าลังตัดสินใจว่าจะหวนกลับไปใช้ยาอีกหรือไม่ ผู้รับการบ้าบัดจะสามารถบอกทางเลือกของตัวเองได้ว่าจะ ตัดสินใจอย่างไร ทั้งนี้ผู้บ้าบัดต้องช่วยให้ผู้รับการบ้าบัดมุ่งมั่นในการเลิกเสพยา การหยุดยาช่วงปลาย การฝันว่าเสพยาในระยะนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ส้าคัญ และต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้รับ การบ้าบัดอาจเกิดปัญหาความยุ่งยากและจ้าเป็นต้องทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งหาทางแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้้า ในกรณีที่เกิดความฝันว่าเสพยา กิจกรรมต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่ช่วย ป้องกันการกลับไปเสพซ้้า - การออกก้าลังกาย - การเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม - การปรึกษาผู้บ้าบัด - การพูดคุยกับเพื่อนที่หยุดเสพแล้ว - การหยุดพักผ่อน - การอยู่ห่างจากยาเสพติดและสุรา เมื่อมีสัญญาณเตือนว่าจะเกิดการกลับไปใช้ยา จงอย่าเพิกเฉย เลือกท้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งทันที ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.2 ข้อตกลงของครอบครัวในการช่วยเหลือผู้ป่วย (ช่วงกลาง) โปรดพิจารณาข้อที่ท่านสามารถท้าได้ โดยตกลงร่วมกับผู้ป่วยและใส่เครื่องหมาย หน้าข้อ ที่ท่าน และผู้ป่วยเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการเลิกยาเสพติด .......... 1. ข้าพเจ้าจะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถท้าให้ผู้ป่วยเลิกยาเสพติดได้ แม้จะยากล้าบาก .......... 2. ข้าพเจ้าจะช่วยผู้ป่วยวางแผนท้าสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตและควรไปในสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพ ติดหรือสุรา .......... 3. ข้าพเจ้าจะไปออกก้าลังกายกับผู้ป่วย .......... 4. ข้าพเจ้าจะหลีกเลี่ยงจากผู้ป่วยเมื่อข้าพเจ้าทนสภาพผู้ป่วยไม่ได้ เพื่อที่จะควบคุมอารมณ์ของข้าพเจ้า .......... 5. ข้าพเจ้าจะอดทนต่อสภาพอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย ซึ่งเกิดระหว่างการเลิกยาเสพติด .......... 6. ข้าพเจ้าจะรับฟังและพยายามเข้าใจถึงความยากล้าบากในการเลิกยาเสพติดของผู้ป่วย .......... 7. ข้าพเจ้าจะไม่สนใจค้าขู่ที่จะเสพยาเสพติดของผู้ป่วย เขาต้องตัดสินใจเลิกยาเอง .......... 8. ข้าพเจ้าจะเลิกจับผิด ผู้ป่วยว่าจะเสพยาหรือไม่ .......... 9. ข้าพเจ้าจะท้ากิจกรรมที่ให้ความสุขแก่ตัวข้าพเจ้าเองให้ได้ทุกวัน .......... 10. ข้าพเจ้าจะท้าทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ผู้ป่วย และข้าพเจ้ากลับไปใช้นิสัยเดิมที่ไม่ดีต่อกัน .......... 11. ข้าพเจ้าจะเตือนตัวเองเสมอว่าจะปรับปรุงนิสัยของข้าพเจ้าเองไม่ใช้นิสัยของผู้ป่วย .......... 12. ข้าพเจ้าจะพยายามหาความสุขด้วยความบันเทิงต่างๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับตนเอง และจะไม่ คาดหวังว่า มีเพียงผู้ป่วยเท่านั้นที่จะท้าให้ข้าพเจ้ามีความสุข ..........13. ข้าพเจ้าจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยที่มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ในระหว่างการเลิกยาเสพติดและจะไม่ วิตกกังวลว่าผู้ป่วยจะกลับไปติดยาเสพติดอีก


79 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบความรู้ที่ 7.2 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) ฝันเกี่ยวกับการเสพยาระหว่างการเลิกยา การเลิกยาแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรก ช่วงกลาง และช่วงปลาย การหยุดยาช่วงแรก เมื่อเลิกเสพยาหรือดื่มสุรา ผู้เสพจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับการฝันว่าตนเองกลับไปเสพยาอีก ซึ่งเป็น ความรู้สึกที่เหมือนเกิดขึ้นจริง ท้าให้ผู้เสพพยายามต่อสู้กับความรู้สึกดังกล่าว เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ในขั้นตอนการเลิกยา ซึ่งผู้รับการบ้าบัดไม่ควรกังวลหรือรู้สึกผิดต่อการฝันดังกล่าว การออกก้าลังกายเป็นสิ่งที่ จะช่วยแก้ปัญหาการฝันนี้ได้ การหยุดยาช่วงกลาง ปัญหาการฝันว่าเสพยา ยังคงสามารถเกิดได้ตลอด 6 เดือนแรกของการเลิกยา อย่างไรก็ตามผู้รับการ บ้าบัดสามารถปรับตัว และด้าเนินชีวิตประจ้าวันในวันรุ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี สิ่งส้าคัญคือต้องเพิ่มความ ระมัดระวังในการหลีกเลี่ยงการกลับไปใช้ยาในวันรุ่งขึ้น บ่อยครั้งที่ความฝันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้รับการบ้าบัด ก้าลังตัดสินใจว่าจะหวนกลับไปใช้ยาอีกหรือไม่ ผู้รับการบ้าบัดจะสามารถบอกทางเลือกของตัวเองได้ว่าจะ ตัดสินใจอย่างไร ทั้งนี้ผู้บ้าบัดต้องช่วยให้ผู้รับการบ้าบัดมุ่งมั่นในการเลิกเสพยา การหยุดยาช่วงปลาย การฝันว่าเสพยาในระยะนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ส้าคัญ และต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้รับ การบ้าบัดอาจเกิดปัญหาความยุ่งยากและจ้าเป็นต้องทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งหาทางแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นเพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้้า ในกรณีที่เกิดความฝันว่าเสพยา กิจกรรมต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่ช่วย ป้องกันการกลับไปเสพซ้้า - การออกก้าลังกาย - การเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมทางสังคม - การปรึกษาผู้บ้าบัด - การพูดคุยกับเพื่อนที่หยุดเสพแล้ว - การหยุดพักผ่อน - การอยู่ห่างจากยาเสพติดและสุรา เมื่อมีสัญญาณเตือนว่าจะเกิดการกลับไปใช้ยา จงอย่าเพิกเฉย เลือกท้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งทันที ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.2 ข้อตกลงของครอบครัวในการช่วยเหลือผู้ป่วย (ช่วงกลาง) โปรดพิจารณาข้อที่ท่านสามารถท้าได้ โดยตกลงร่วมกับผู้ป่วยและใส่เครื่องหมาย หน้าข้อ ที่ท่าน และผู้ป่วยเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการเลิกยาเสพติด .......... 1. ข้าพเจ้าจะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถท้าให้ผู้ป่วยเลิกยาเสพติดได้ แม้จะยากล้าบาก .......... 2. ข้าพเจ้าจะช่วยผู้ป่วยวางแผนท้าสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตและควรไปในสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพ ติดหรือสุรา .......... 3. ข้าพเจ้าจะไปออกก้าลังกายกับผู้ป่วย .......... 4. ข้าพเจ้าจะหลีกเลี่ยงจากผู้ป่วยเมื่อข้าพเจ้าทนสภาพผู้ป่วยไม่ได้ เพื่อที่จะควบคุมอารมณ์ของข้าพเจ้า .......... 5. ข้าพเจ้าจะอดทนต่อสภาพอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย ซึ่งเกิดระหว่างการเลิกยาเสพติด .......... 6. ข้าพเจ้าจะรับฟังและพยายามเข้าใจถึงความยากล้าบากในการเลิกยาเสพติดของผู้ป่วย .......... 7. ข้าพเจ้าจะไม่สนใจค้าขู่ที่จะเสพยาเสพติดของผู้ป่วย เขาต้องตัดสินใจเลิกยาเอง .......... 8. ข้าพเจ้าจะเลิกจับผิด ผู้ป่วยว่าจะเสพยาหรือไม่ .......... 9. ข้าพเจ้าจะท้ากิจกรรมที่ให้ความสุขแก่ตัวข้าพเจ้าเองให้ได้ทุกวัน .......... 10. ข้าพเจ้าจะท้าทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ผู้ป่วย และข้าพเจ้ากลับไปใช้นิสัยเดิมที่ไม่ดีต่อกัน .......... 11. ข้าพเจ้าจะเตือนตัวเองเสมอว่าจะปรับปรุงนิสัยของข้าพเจ้าเองไม่ใช้นิสัยของผู้ป่วย .......... 12. ข้าพเจ้าจะพยายามหาความสุขด้วยความบันเทิงต่างๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับตนเอง และจะไม่ คาดหวังว่า มีเพียงผู้ป่วยเท่านั้นที่จะท้าให้ข้าพเจ้ามีความสุข ..........13. ข้าพเจ้าจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยที่มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ในระหว่างการเลิกยาเสพติดและจะไม่ วิตกกังวลว่าผู้ป่วยจะกลับไปติดยาเสพติดอีก การหยุดยาช่วงกลาง ปัญหาการฝันว่าเสพยา ยังคงสามารถเกิดได้ตลอด 6 เดือนแรกของการเลิกยา อย่างไรก็ตามผู้รับการ บ�าบัดสามารถปรับตัว และด�าเนินชีวิตประจ�าวันในวันรุ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี สิ่งส�าคัญคือต้องเพิ่มความระมัดระวัง ในการหลีกเลี่ยงการกลับไปใช้ยาในวันรุ่งขึ้น บ่อยครั้งที่ความฝันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้รับการบ�าบัดก�าลัง ตัดสินใจว่าจะหวนกลับไปใช้ยาอีกหรือไม่ ผู้รับการบ�าบัดจะสามารถบอกทางเลือกของตัวเองได้ว่าจะ ตัดสินใจอย่างไร ทั้งนี้ผู้บ�าบัดต้องช่วยให้ผู้รับการบ�าบัดมุ่งมั่นในการเลิกเสพยา


81 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ........ 5. กิจวัตรประจ้าวันเปลี่ยนแปลง ........ 6. หยุดออกก้าลังกาย ........ 7. ไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มบ้าบัด ........ 8. ไม่ได้ไปเข้าร่วมการบ้าบัดรักษาตามที่นัดหมาย ........ 9. บรรยากาศในงานเลี้ยง ........ 10. มีการติดต่อพบปะสังสรรค์กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ........ 11. อารมณ์เครียดจากความทรงจ้าเก่าๆ ในวันหยุด ........ 12. กังวลเพิ่มขึ้น จากการเผชิญหน้ากับตัวกระตุ้นและความอยากยา ........ 13. เครียดจากการไม่มีเวลาท้าสิ่งที่แสดงความรับผิดชอบ ........ 14. ยุ่งกับงานเทศกาล เช่น เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ........ 15. มีวันหยุดเพิ่มขึ้น โดยไม่มีกิจกรรมรองรับ ........ 16. อื่นๆ........................................................... เสี่ยงน้อย เลือก 1-3 ข้อ หมายความว่า วันหยุดเพิ่มความเสี่ยงในการเสพซ้้าให้คุณเพียงเล็กน้อย เสี่ยงปานกลาง เลือก 4-6 ข้อ หมายความว่า วันหยุดเพิ่มความเครียดหรือความเสี่ยงกับคุณอย่างมากที่อาจ ส่งผลต่อการกลับไปเสพซ้้า ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถจัดการความเครียดหรือตัวกระตุ้นที่มาก ขึ้นได้ดีเพียงใด ความเสี่ยงระดับนี้บ่งบอกถึงความจ้าเป็นที่คุณต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง ในช่วงวันหยุด เสี่ยงมาก เลือก 6 ข้อขึ้นไป หมายความว่า วันหยุดเพิ่มความเครียดหรือความเสี่ยงกับคุณอย่างมาก การป้องกันการเสพซ้้า ต้องเรียนรู้ถึงภาวะตึงเครียดต่างๆ และหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น ตลอดจน เพิ่มความระมัดระวังในช่วงดังกล่าวให้มาก วันหยุดยาวถือว่าเป็นช่วงอันตรายส้าหรับคุณ ข้อควรจ าและพึงปฏิบัติช่วงวันหยุด 1. ไม่มีความจ้าเป็นที่คนติดยาต้องกลับไปเสพซ้้า (จึงจะเลิกยาได้ส้าเร็จ) 2. ไม่มีใครได้รับประโยชน์จากการกลับไปเสพซ้้า 3. ให้คิดถึงแผนการเลิกยาของคุณ 4. เข้าร่วมกลุ่มประชุมให้มากกว่าเดิม 5. ท้าตารางกิจกรรมประจ้าวัน 6. ไปพบผู้บ้าบัด 7. ใช้วิธีการต่างๆ ที่เคยได้ผลมาก่อน เพื่อให้คุณผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.3 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัดและการป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว ก. การทบทวนสถานภาพ: โปรดท้าเครื่องหมาย / ในช่องที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ ไม่พอใจ อย่างยิ่ง -10 ไม่พอใจ -5 เฉย 0 พอใจ 5 พอใจ อย่างยิ่ง 10 อาชีพ เพื่อน ครอบครัว สัมพันธภาพกับผู้อื่น การควบคุมตนเองเมื่อมีความอยากยา ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความพึงพอใจทางเพศ ความพึงพอใจกับความเป็นไปของชีวิต รวม ให้ผู้รับการบ้าบัดพูดคุยในประเด็นต่อไปนี้ - มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นด้านใดมากที่สุดตั้งแต่เข้ารับการรักษา - มีจุดอ่อนด้านใดบ้าง และคุณวางแผนปรับปรุงอย่างไร - มีประเด็นใดที่ท่านต้องการพัฒนาเพื่อให้ตนเองรู้สึกพึงพอใจมากขึ้น * หากมีประเด็นที่ผู้รับการบ าบัดไม่กล่าวถึง ขอให้ผู้บ าบัดสอบถามเพิ่มเติมและอภิปราย ข. การป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว ในช่วงวันหยุดยาวระหว่างการเข้าร่วมโปรแกรมการบ้าบัด ผู้รับการบ้าบัดต้องระมัดระวังตัวเอง เนื่องจากวันหยุดยาวเป็นช่วงเวลาที่ยากล้าบากในการด้าเนินชีวิตส้าหรับผู้ที่อยู่ในระยะฟื้นสภาพจากการติด สารเสพติด ในช่วงหยุดยาวอาจมีหลายสิ่งเกิดขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงในการกลับไปเสพซ้้า ขอให้คุณส้ารวจ หัวข้อต่อไปนี้และเลือกว่าหัวข้อใดบ้างที่อาจเป็นปัญหาและเพิ่มความเสี่ยงในการเสพซ้้าส้าหรับคุณ ........ 1. มีสุราและยาเสพติดมากในงานฉลองในเทศกาลต่างๆ หรือวันหยุดยาว ........ 2. เครียดจากการซื้อของเตรียมงาน ........ 3. เครียดจากปัญหาการจราจร ........ 4. เครียดเพราะมีคนจ้านวนมากไปซื้อของตามห้างร้าน 80 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ........ 5. กิจวัตรประจ้าวันเปลี่ยนแปลง ........ 6. หยุดออกก้าลังกาย ........ 7. ไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มบ้าบัด ........ 8. ไม่ได้ไปเข้าร่วมการบ้าบัดรักษาตามที่นัดหมาย ........ 9. บรรยากาศในงานเลี้ยง ........ 10. มีการติดต่อพบปะสังสรรค์กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ........ 11. อารมณ์เครียดจากความทรงจ้าเก่าๆ ในวันหยุด ........ 12. กังวลเพิ่มขึ้น จากการเผชิญหน้ากับตัวกระตุ้นและความอยากยา ........ 13. เครียดจากการไม่มีเวลาท้าสิ่งที่แสดงความรับผิดชอบ ........ 14. ยุ่งกับงานเทศกาล เช่น เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ........ 15. มีวันหยุดเพิ่มขึ้น โดยไม่มีกิจกรรมรองรับ ........ 16. อื่นๆ........................................................... เสี่ยงน้อย เลือก 1-3 ข้อ หมายความว่า วันหยุดเพิ่มความเสี่ยงในการเสพซ้้าให้คุณเพียงเล็กน้อย เสี่ยงปานกลาง เลือก 4-6 ข้อ หมายความว่า วันหยุดเพิ่มความเครียดหรือความเสี่ยงกับคุณอย่างมากที่อาจ ส่งผลต่อการกลับไปเสพซ้้า ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถจัดการความเครียดหรือตัวกระตุ้นที่มาก ขึ้นได้ดีเพียงใด ความเสี่ยงระดับนี้บ่งบอกถึงความจ้าเป็นที่คุณต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง ในช่วงวันหยุด เสี่ยงมาก เลือก 6 ข้อขึ้นไป หมายความว่า วันหยุดเพิ่มความเครียดหรือความเสี่ยงกับคุณอย่างมาก การป้องกันการเสพซ้้า ต้องเรียนรู้ถึงภาวะตึงเครียดต่างๆ และหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น ตลอดจน เพิ่มความระมัดระวังในช่วงดังกล่าวให้มาก วันหยุดยาวถือว่าเป็นช่วงอันตรายส้าหรับคุณ ข้อควรจ าและพึงปฏิบัติช่วงวันหยุด 1. ไม่มีความจ้าเป็นที่คนติดยาต้องกลับไปเสพซ้้า (จึงจะเลิกยาได้ส้าเร็จ) 2. ไม่มีใครได้รับประโยชน์จากการกลับไปเสพซ้้า 3. ให้คิดถึงแผนการเลิกยาของคุณ 4. เข้าร่วมกลุ่มประชุมให้มากกว่าเดิม 5. ท้าตารางกิจกรรมประจ้าวัน 6. ไปพบผู้บ้าบัด 7. ใช้วิธีการต่างๆ ที่เคยได้ผลมาก่อน เพื่อให้คุณผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.3 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัดและการป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว ก. การทบทวนสถานภาพ: โปรดท้าเครื่องหมาย / ในช่องที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ ไม่พอใจ อย่างยิ่ง -10 ไม่พอใจ -5 เฉย 0 พอใจ 5 พอใจ อย่างยิ่ง 10 อาชีพ เพื่อน ครอบครัว สัมพันธภาพกับผู้อื่น การควบคุมตนเองเมื่อมีความอยากยา ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความพึงพอใจทางเพศ ความพึงพอใจกับความเป็นไปของชีวิต รวม ให้ผู้รับการบ้าบัดพูดคุยในประเด็นต่อไปนี้ - มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นด้านใดมากที่สุดตั้งแต่เข้ารับการรักษา - มีจุดอ่อนด้านใดบ้าง และคุณวางแผนปรับปรุงอย่างไร - มีประเด็นใดที่ท่านต้องการพัฒนาเพื่อให้ตนเองรู้สึกพึงพอใจมากขึ้น * หากมีประเด็นที่ผู้รับการบ าบัดไม่กล่าวถึง ขอให้ผู้บ าบัดสอบถามเพิ่มเติมและอภิปราย ข. การป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว ในช่วงวันหยุดยาวระหว่างการเข้าร่วมโปรแกรมการบ้าบัด ผู้รับการบ้าบัดต้องระมัดระวังตัวเอง เนื่องจากวันหยุดยาวเป็นช่วงเวลาที่ยากล้าบากในการด้าเนินชีวิตส้าหรับผู้ที่อยู่ในระยะฟื้นสภาพจากการติด สารเสพติด ในช่วงหยุดยาวอาจมีหลายสิ่งเกิดขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงในการกลับไปเสพซ้้า ขอให้คุณส้ารวจ หัวข้อต่อไปนี้และเลือกว่าหัวข้อใดบ้างที่อาจเป็นปัญหาและเพิ่มความเสี่ยงในการเสพซ้้าส้าหรับคุณ ........ 1. มีสุราและยาเสพติดมากในงานฉลองในเทศกาลต่างๆ หรือวันหยุดยาว ........ 2. เครียดจากการซื้อของเตรียมงาน ........ 3. เครียดจากปัญหาการจราจร ........ 4. เครียดเพราะมีคนจ้านวนมากไปซื้อของตามห้างร้าน ไม่พอใจ อย่างยิ่ง ไม่พอใจ เฉย พอใจ พอใจ อย่างยิ่ง -10 -5 0 5 10 อาชีพ เพื่อน ครอบครัว สัมพันธภาพกับผู้อื่น การควบคุมตนเองเมื่อมีความอยากยา ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความพึงพอใจทางเพศ ความพึงพอใจกับความเป็นไปของชีวิต รวม


81 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ........ 5. กิจวัตรประจ้าวันเปลี่ยนแปลง ........ 6. หยุดออกก้าลังกาย ........ 7. ไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มบ้าบัด ........ 8. ไม่ได้ไปเข้าร่วมการบ้าบัดรักษาตามที่นัดหมาย ........ 9. บรรยากาศในงานเลี้ยง ........ 10. มีการติดต่อพบปะสังสรรค์กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ........ 11. อารมณ์เครียดจากความทรงจ้าเก่าๆ ในวันหยุด ........ 12. กังวลเพิ่มขึ้น จากการเผชิญหน้ากับตัวกระตุ้นและความอยากยา ........ 13. เครียดจากการไม่มีเวลาท้าสิ่งที่แสดงความรับผิดชอบ ........ 14. ยุ่งกับงานเทศกาล เช่น เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ........ 15. มีวันหยุดเพิ่มขึ้น โดยไม่มีกิจกรรมรองรับ ........ 16. อื่นๆ........................................................... เสี่ยงน้อย เลือก 1-3 ข้อ หมายความว่า วันหยุดเพิ่มความเสี่ยงในการเสพซ้้าให้คุณเพียงเล็กน้อย เสี่ยงปานกลาง เลือก 4-6 ข้อ หมายความว่า วันหยุดเพิ่มความเครียดหรือความเสี่ยงกับคุณอย่างมากที่อาจ ส่งผลต่อการกลับไปเสพซ้้า ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถจัดการความเครียดหรือตัวกระตุ้นที่มาก ขึ้นได้ดีเพียงใด ความเสี่ยงระดับนี้บ่งบอกถึงความจ้าเป็นที่คุณต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง ในช่วงวันหยุด เสี่ยงมาก เลือก 6 ข้อขึ้นไป หมายความว่า วันหยุดเพิ่มความเครียดหรือความเสี่ยงกับคุณอย่างมาก การป้องกันการเสพซ้้า ต้องเรียนรู้ถึงภาวะตึงเครียดต่างๆ และหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น ตลอดจน เพิ่มความระมัดระวังในช่วงดังกล่าวให้มาก วันหยุดยาวถือว่าเป็นช่วงอันตรายส้าหรับคุณ ข้อควรจ าและพึงปฏิบัติช่วงวันหยุด 1. ไม่มีความจ้าเป็นที่คนติดยาต้องกลับไปเสพซ้้า (จึงจะเลิกยาได้ส้าเร็จ) 2. ไม่มีใครได้รับประโยชน์จากการกลับไปเสพซ้้า 3. ให้คิดถึงแผนการเลิกยาของคุณ 4. เข้าร่วมกลุ่มประชุมให้มากกว่าเดิม 5. ท้าตารางกิจกรรมประจ้าวัน 6. ไปพบผู้บ้าบัด 7. ใช้วิธีการต่างๆ ที่เคยได้ผลมาก่อน เพื่อให้คุณผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้ ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.3 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) การทบทวนสถานภาพของผู้รับการบ าบัดและการป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว ก. การทบทวนสถานภาพ: โปรดท้าเครื่องหมาย / ในช่องที่ตรงกับความรู้สึกของคุณ ไม่พอใจ อย่างยิ่ง -10 ไม่พอใจ -5 เฉย 0 พอใจ 5 พอใจ อย่างยิ่ง 10 อาชีพ เพื่อน ครอบครัว สัมพันธภาพกับผู้อื่น การควบคุมตนเองเมื่อมีความอยากยา ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความพึงพอใจทางเพศ ความพึงพอใจกับความเป็นไปของชีวิต รวม ให้ผู้รับการบ้าบัดพูดคุยในประเด็นต่อไปนี้ - มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นด้านใดมากที่สุดตั้งแต่เข้ารับการรักษา - มีจุดอ่อนด้านใดบ้าง และคุณวางแผนปรับปรุงอย่างไร - มีประเด็นใดที่ท่านต้องการพัฒนาเพื่อให้ตนเองรู้สึกพึงพอใจมากขึ้น * หากมีประเด็นที่ผู้รับการบ าบัดไม่กล่าวถึง ขอให้ผู้บ าบัดสอบถามเพิ่มเติมและอภิปราย ข. การป้องกันการเสพซ้ าในช่วงวันหยุดยาว ในช่วงวันหยุดยาวระหว่างการเข้าร่วมโปรแกรมการบ้าบัด ผู้รับการบ้าบัดต้องระมัดระวังตัวเอง เนื่องจากวันหยุดยาวเป็นช่วงเวลาที่ยากล้าบากในการด้าเนินชีวิตส้าหรับผู้ที่อยู่ในระยะฟื้นสภาพจากการติด สารเสพติด ในช่วงหยุดยาวอาจมีหลายสิ่งเกิดขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงในการกลับไปเสพซ้้า ขอให้คุณส้ารวจ หัวข้อต่อไปนี้และเลือกว่าหัวข้อใดบ้างที่อาจเป็นปัญหาและเพิ่มความเสี่ยงในการเสพซ้้าส้าหรับคุณ ........ 1. มีสุราและยาเสพติดมากในงานฉลองในเทศกาลต่างๆ หรือวันหยุดยาว ........ 2. เครียดจากการซื้อของเตรียมงาน ........ 3. เครียดจากปัญหาการจราจร ........ 4. เครียดเพราะมีคนจ้านวนมากไปซื้อของตามห้างร้าน


83 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ฉันไม่สามารถท้าสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้องได้ ฉันมักท้าให้โอกาสหลุดลอยไปเสมอ ถ้าฉันพยายามท้าสิ่งที่ยากๆ ฉันจะล้มเหลวเสมอ ฉันมักท้าให้คนอื่นแย่ลง ฉันท้าให้ทุกคนผิดหวังเสมอ ขอให้คุณลองนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้ที่คุณปล่อยให้อดีตมาท้าให้ปัจจุบันมีปัญหา ............................................................................................................................................................... - การปล่อยให้ “เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น” มีผลต่อจิตใจของคุณ เท่ากับเป็นความกังวลในสิ่งที่ยังไม่ เกิดขึ้น คุณไม่สามารถจัดการกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่คุณสามารถจัดการ/แก้ไขสิ่งที่ก้าลังเกิดในขณะนี้และวันนี้ เท่านั้น หากคุณบอกกับตัวเองว่า “พรุ่งนี้อาจมีอุปสรรคมาท้าลายความพยายามในการเลิกยาของฉัน” หรือ “คนๆ นั้นต้องเกลียดฉันแน่ หากฉันท้าไม่ส้าเร็จ” นั่นเท่ากับคุณก้าลังท้าให้ตัวเองเต็มไปด้วยความกลัว อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าจะท้าให้เกิดความกลัวต่อชีวิตในอนาคตของคุณ ............................................................................................................................................................... อะไรบ้างที่คุณสามารถบอกตัวเอง เพื่อพาตัวเองออกจากความกลัวต่ออนาคต และหันมาอยู่กับปัจจุบัน ............................................................................................................................................................... - มีกิจกรรมนันทนาการใดบ้างที่คุณชอบ หรือสนใจที่จะทดลองท้าในอนาคต ......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.4 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) ระยะฝ่าอุปสรรค และการหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน ก. ให้คุณท้าเครื่องหมาย / หน้าข้อความที่คุณก้าลังเผชิญอยู่ 1. ซึมเศร้า 14. มีปัญหาสัมพันธภาพกับผู้อื่น 2. วิตกกังวล 15. ยกเลิกนัดหมายในการบ้าบัด 3. หงุดหงิด 16. ผิดนัดในการบ้าบัด 4. ไม่มีเรี่ยวแรง 17. อยากหยุดการบ้าบัดโดยใช้เหตุผลต่างๆ 5. อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย 18. ไม่สนใจในการท้ากิจกรรมต่างๆ 6. ท้างานต่างๆ ไม่เสร็จ 19. ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ตามล้าพัง 7. อยากยา 20. หยุดออกก้าลังกาย 8. เสพยา 21. ไม่มีการก้าหนดแผนกิจกรรมแต่ละวัน 9. อยากดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 22. กลับไปเกี่ยวข้องกับตัวกระตุ้น 10. ดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 23. คบหาผู้ที่เสพยา 11. รู้สึกไม่พึงพอใจในการบ้าบัด 24. รู้สึกหมดหวัง 12. ไม่ท้าตามข้อตกลงในการบ้าบัด 25. คิดฟุ้งซ่าน 13. คิดถึงข้อผิดพลาดในอดีต หากคุณเลือกตั้งแต่ 5 ข้อขึ้นไป แสดงว่าคุณก้าลังอยู่ในระยะฝ่าอุปสรรค และมีความจ้าเป็นในการทบทวน ความรู้เรื่องเส้นทางสู่การเลิกยาและพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้รับการบ้าบัดก้าลังเผชิญอยู่ ข้อควรจ า ผู้รับการบ้าบัดส่วนใหญ่มีประสบการณ์เกี่ยวกับระยะฝ่าอุปสรรคประมาณ 45-60 วันหลังเลิกยา กล่าวคือมี อาการทางกายเหมือนอาการขาดยา สิ่งส้าคัญคือ ผู้รับการบ้าบัดต้องรู้จักอาการในช่วงเวลานี้และไม่กลัวที่ จะเผชิญกับภาวะดังกล่าว ขอให้คงพฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่เสพยาต่อไปเรื่อยๆ ระยะฝ่าอุปสรรคเป็นส่วนหนึ่ง ในเส้นทางสู่การเลิกยา มันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “คุณก้าลังดีขึ้น” ข. การหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน สาเหตุที่ผู้รับการบ้าบัดกลับไปติดซ้้า เป็นเพราะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายแต่ละครั้ง หรือแต่ละวันได้ ในช่วงฟื้นสภาพจากการเสพติด ผู้รับการบ้าบัดสามารถท้ากิจกรรมประจ้าวันได้ แต่ยังอาจ จัดการกับเหตุการณ์ที่มากระตุ้นได้ไม่ดีเท่าที่ควร หากปล่อยให้เหตุการณ์ในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมา รบกวนสภาวะในปัจจุบัน อาจส่งผลให้คุณไม่สามารถจัดการชีวิตได้ - การใช้อดีตมาต้าหนิตัวเองส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองในปัจจุบันได้ เพราะคุณก้าลังยอมให้ อดีตมาท้าให้ตัวคุณเองล้าบาก และสมองที่เสพติดยาจะพูดกับคุณด้วยประโยคท้านองนี้ 82 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ฉันไม่สามารถท้าสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้องได้ ฉันมักท้าให้โอกาสหลุดลอยไปเสมอ ถ้าฉันพยายามท้าสิ่งที่ยากๆ ฉันจะล้มเหลวเสมอ ฉันมักท้าให้คนอื่นแย่ลง ฉันท้าให้ทุกคนผิดหวังเสมอ ขอให้คุณลองนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้ที่คุณปล่อยให้อดีตมาท้าให้ปัจจุบันมีปัญหา ............................................................................................................................................................... - การปล่อยให้ “เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น” มีผลต่อจิตใจของคุณ เท่ากับเป็นความกังวลในสิ่งที่ยังไม่ เกิดขึ้น คุณไม่สามารถจัดการกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่คุณสามารถจัดการ/แก้ไขสิ่งที่ก้าลังเกิดในขณะนี้และวันนี้ เท่านั้น หากคุณบอกกับตัวเองว่า “พรุ่งนี้อาจมีอุปสรรคมาท้าลายความพยายามในการเลิกยาของฉัน” หรือ “คนๆ นั้นต้องเกลียดฉันแน่ หากฉันท้าไม่ส้าเร็จ” นั่นเท่ากับคุณก้าลังท้าให้ตัวเองเต็มไปด้วยความกลัว อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าจะท้าให้เกิดความกลัวต่อชีวิตในอนาคตของคุณ ............................................................................................................................................................... อะไรบ้างที่คุณสามารถบอกตัวเอง เพื่อพาตัวเองออกจากความกลัวต่ออนาคต และหันมาอยู่กับปัจจุบัน ............................................................................................................................................................... - มีกิจกรรมนันทนาการใดบ้างที่คุณชอบ หรือสนใจที่จะทดลองท้าในอนาคต ......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.4 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) ระยะฝ่าอุปสรรค และการหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน ก. ให้คุณท้าเครื่องหมาย / หน้าข้อความที่คุณก้าลังเผชิญอยู่ 1. ซึมเศร้า 14. มีปัญหาสัมพันธภาพกับผู้อื่น 2. วิตกกังวล 15. ยกเลิกนัดหมายในการบ้าบัด 3. หงุดหงิด 16. ผิดนัดในการบ้าบัด 4. ไม่มีเรี่ยวแรง 17. อยากหยุดการบ้าบัดโดยใช้เหตุผลต่างๆ 5. อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย 18. ไม่สนใจในการท้ากิจกรรมต่างๆ 6. ท้างานต่างๆ ไม่เสร็จ 19. ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ตามล้าพัง 7. อยากยา 20. หยุดออกก้าลังกาย 8. เสพยา 21. ไม่มีการก้าหนดแผนกิจกรรมแต่ละวัน 9. อยากดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 22. กลับไปเกี่ยวข้องกับตัวกระตุ้น 10. ดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 23. คบหาผู้ที่เสพยา 11. รู้สึกไม่พึงพอใจในการบ้าบัด 24. รู้สึกหมดหวัง 12. ไม่ท้าตามข้อตกลงในการบ้าบัด 25. คิดฟุ้งซ่าน 13. คิดถึงข้อผิดพลาดในอดีต หากคุณเลือกตั้งแต่ 5 ข้อขึ้นไป แสดงว่าคุณก้าลังอยู่ในระยะฝ่าอุปสรรค และมีความจ้าเป็นในการทบทวน ความรู้เรื่องเส้นทางสู่การเลิกยาและพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้รับการบ้าบัดก้าลังเผชิญอยู่ ข้อควรจ า ผู้รับการบ้าบัดส่วนใหญ่มีประสบการณ์เกี่ยวกับระยะฝ่าอุปสรรคประมาณ 45-60 วันหลังเลิกยา กล่าวคือมี อาการทางกายเหมือนอาการขาดยา สิ่งส้าคัญคือ ผู้รับการบ้าบัดต้องรู้จักอาการในช่วงเวลานี้และไม่กลัวที่ จะเผชิญกับภาวะดังกล่าว ขอให้คงพฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่เสพยาต่อไปเรื่อยๆ ระยะฝ่าอุปสรรคเป็นส่วนหนึ่ง ในเส้นทางสู่การเลิกยา มันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “คุณก้าลังดีขึ้น” ข. การหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน สาเหตุที่ผู้รับการบ้าบัดกลับไปติดซ้้า เป็นเพราะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายแต่ละครั้ง หรือแต่ละวันได้ ในช่วงฟื้นสภาพจากการเสพติด ผู้รับการบ้าบัดสามารถท้ากิจกรรมประจ้าวันได้ แต่ยังอาจ จัดการกับเหตุการณ์ที่มากระตุ้นได้ไม่ดีเท่าที่ควร หากปล่อยให้เหตุการณ์ในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมา รบกวนสภาวะในปัจจุบัน อาจส่งผลให้คุณไม่สามารถจัดการชีวิตได้ - การใช้อดีตมาต้าหนิตัวเองส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองในปัจจุบันได้ เพราะคุณก้าลังยอมให้ อดีตมาท้าให้ตัวคุณเองล้าบาก และสมองที่เสพติดยาจะพูดกับคุณด้วยประโยคท้านองนี้ ระยะฝ่าอุปสรรค และการหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน ก. ให้คุณท�าเครื่องหมาย หน้าข้อความที่คุณก�าลังเผชิญอยู่ .................. 1. ซึมเศร้า .................. 14. มีปัญหาสัมพันธภาพกับผู้อื่น .................. 2. วิตกกังวล .................. 15. ยกเลิกนัดหมายในการบ�าบัด .................. 3. หงุดหงิด .................. 16. ผิดนัดในการบ�าบัด .................. 4. ไม่มีเรี่ยวแรง .................. 17. อยากหยุดการบ�าบัดโดยใช้เหตุผลต่างๆ .................. 5. อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย .................. 18. ไม่สนใจในการท�ากิจกรรมต่างๆ .................. 6. ท�างานต่างๆ ไม่เสร็จ .................. 19. ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ตามล�าพัง .................. 7. อยากยา .................. 20. หยุดออกก�าลังกาย .................. 8. เสพยา .................. 21. ไม่มีการก�าหนดแผนกิจกรรมแต่ละวัน .................. 9. อยากดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ .................. 22. กลับไปเกี่ยวข้องกับตัวกระตุ้น .................. 10. ดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ .................. 23. คบหาผู้ที่เสพยา .................. 11. รู้สึกไม่พึงพอใจในการบ�าบัด .................. 24. รู้สึกหมดหวัง .................. 12. ไม่ท�าตามข้อตกลงในการบ�าบัด .................. 25. คิดฟุ้งซ่าน .................. 13. คิดถึงข้อผิดพลาดในอดีต


83 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ฉันไม่สามารถท้าสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้องได้ ฉันมักท้าให้โอกาสหลุดลอยไปเสมอ ถ้าฉันพยายามท้าสิ่งที่ยากๆ ฉันจะล้มเหลวเสมอ ฉันมักท้าให้คนอื่นแย่ลง ฉันท้าให้ทุกคนผิดหวังเสมอ ขอให้คุณลองนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้ที่คุณปล่อยให้อดีตมาท้าให้ปัจจุบันมีปัญหา ............................................................................................................................................................... - การปล่อยให้ “เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น” มีผลต่อจิตใจของคุณ เท่ากับเป็นความกังวลในสิ่งที่ยังไม่ เกิดขึ้น คุณไม่สามารถจัดการกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่คุณสามารถจัดการ/แก้ไขสิ่งที่ก้าลังเกิดในขณะนี้และวันนี้ เท่านั้น หากคุณบอกกับตัวเองว่า “พรุ่งนี้อาจมีอุปสรรคมาท้าลายความพยายามในการเลิกยาของฉัน” หรือ “คนๆ นั้นต้องเกลียดฉันแน่ หากฉันท้าไม่ส้าเร็จ” นั่นเท่ากับคุณก้าลังท้าให้ตัวเองเต็มไปด้วยความกลัว อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าจะท้าให้เกิดความกลัวต่อชีวิตในอนาคตของคุณ ............................................................................................................................................................... อะไรบ้างที่คุณสามารถบอกตัวเอง เพื่อพาตัวเองออกจากความกลัวต่ออนาคต และหันมาอยู่กับปัจจุบัน ............................................................................................................................................................... - มีกิจกรรมนันทนาการใดบ้างที่คุณชอบ หรือสนใจที่จะทดลองท้าในอนาคต ......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 7.4 (การปรึกษารายบุคคลแก่ผู้ป่วย) ระยะฝ่าอุปสรรค และการหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน ก. ให้คุณท้าเครื่องหมาย / หน้าข้อความที่คุณก้าลังเผชิญอยู่ 1. ซึมเศร้า 14. มีปัญหาสัมพันธภาพกับผู้อื่น 2. วิตกกังวล 15. ยกเลิกนัดหมายในการบ้าบัด 3. หงุดหงิด 16. ผิดนัดในการบ้าบัด 4. ไม่มีเรี่ยวแรง 17. อยากหยุดการบ้าบัดโดยใช้เหตุผลต่างๆ 5. อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย 18. ไม่สนใจในการท้ากิจกรรมต่างๆ 6. ท้างานต่างๆ ไม่เสร็จ 19. ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ตามล้าพัง 7. อยากยา 20. หยุดออกก้าลังกาย 8. เสพยา 21. ไม่มีการก้าหนดแผนกิจกรรมแต่ละวัน 9. อยากดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 22. กลับไปเกี่ยวข้องกับตัวกระตุ้น 10. ดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 23. คบหาผู้ที่เสพยา 11. รู้สึกไม่พึงพอใจในการบ้าบัด 24. รู้สึกหมดหวัง 12. ไม่ท้าตามข้อตกลงในการบ้าบัด 25. คิดฟุ้งซ่าน 13. คิดถึงข้อผิดพลาดในอดีต หากคุณเลือกตั้งแต่ 5 ข้อขึ้นไป แสดงว่าคุณก้าลังอยู่ในระยะฝ่าอุปสรรค และมีความจ้าเป็นในการทบทวน ความรู้เรื่องเส้นทางสู่การเลิกยาและพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้รับการบ้าบัดก้าลังเผชิญอยู่ ข้อควรจ า ผู้รับการบ้าบัดส่วนใหญ่มีประสบการณ์เกี่ยวกับระยะฝ่าอุปสรรคประมาณ 45-60 วันหลังเลิกยา กล่าวคือมี อาการทางกายเหมือนอาการขาดยา สิ่งส้าคัญคือ ผู้รับการบ้าบัดต้องรู้จักอาการในช่วงเวลานี้และไม่กลัวที่ จะเผชิญกับภาวะดังกล่าว ขอให้คงพฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่เสพยาต่อไปเรื่อยๆ ระยะฝ่าอุปสรรคเป็นส่วนหนึ่ง ในเส้นทางสู่การเลิกยา มันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “คุณก้าลังดีขึ้น” ข. การหยุดเสพยาให้ได้ทีละวัน สาเหตุที่ผู้รับการบ้าบัดกลับไปติดซ้้า เป็นเพราะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายแต่ละครั้ง หรือแต่ละวันได้ ในช่วงฟื้นสภาพจากการเสพติด ผู้รับการบ้าบัดสามารถท้ากิจกรรมประจ้าวันได้ แต่ยังอาจ จัดการกับเหตุการณ์ที่มากระตุ้นได้ไม่ดีเท่าที่ควร หากปล่อยให้เหตุการณ์ในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมา รบกวนสภาวะในปัจจุบัน อาจส่งผลให้คุณไม่สามารถจัดการชีวิตได้ - การใช้อดีตมาต้าหนิตัวเองส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองในปัจจุบันได้ เพราะคุณก้าลังยอมให้ อดีตมาท้าให้ตัวคุณเองล้าบาก และสมองที่เสพติดยาจะพูดกับคุณด้วยประโยคท้านองนี้


85 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 8 การรับรู้ และจัดการอารมณ์ความรู้สึก ที่ท าให้กลับไปเสพยาเสพติด


85 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 8 การรับรู้ และจัดการอารมณ์ความรู้สึก ที่ท าให้กลับไปเสพยาเสพติด


87 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่8.1 ภาวะอารมณ์ความรู้สึกที่ท าให้กลับไปเสพยาเสพติด หลายคนมีความรู้สึกหรืออารมณ์ที่เป็นอันตรายและมักท้าให้กลับไปเสพซ ้า หากเขาหลีกเลี่ยง ความรู้สึกเหงา โกรธ หรือถูกทอดทิ ง เขาก็จะไม่กลับไปเสพซ ้า ความรู้สึกหรืออารมณ์ที่พบว่าเป็นตัวกระตุ้นให้กลับไปเสพซ ้าที่พบบ่อย คือ ความเหงา เป็นการยากที่ต้องเลิกพบเพื่อนและกิจกรรมที่เคยท้าช่วงเสพยา ในขณะเดียวกันเพื่อนที่ไม่เสพยาและ สมาชิกในครอบครัวก็ยังไม่พร้อมที่จะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดยา ท้าให้รู้สึกเหงาที่ต้องอยู่คนเดียว ผู้ก้าลังเลิกยาเสพ ติดที่ถูกปล่อยให้อยู่ตามล้าพังในกลุ่มเพื่อนจะมีแรงผลักดันให้กลับไปเสพซ ้าได้ง่าย ความโกรธ ระยะของการเลิกยาเสพติด ผู้เลิกยาจะหงุดหงิดมาก เป็นผลให้เกิดเป็นความโกรธที่รุนแรงและอาจ ยับยั งไม่อยู่ ความโกรธนี เกิดที่ศูนย์ควบคุมอารมณ์ในสมองส่วนอยากที่เกี่ยวข้องกับการติดยาเสพติดซึ่งเป็น ตัวกระตุ้นของการกลับไปเสพติดได้ รู้สึกถูกทอดทิ้ง การเลิกยาถือได้ว่าเป็นความส้าเร็จอย่างหนึ่ง โดยปกติคนที่ก้าลังเลิกยาจะภูมิใจและรู้สึกดีมากๆ ในสิ่ง ที่เขาท้าได้ แต่ในบางครั งสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ น อาจท้าให้คนที่เลิกยารู้สึกท้อแท้หรือถูกทอดทิ งและไม่ อยากท้าสิ่งดีๆ เหล่านี แล้ว คนที่ก้าลังเลิกยาอาจรู้สึกว่าพวกเขาต้องสูญเสียเวลาและสิ่งที่ดีที่เกิดขึ นในช่วงเสพ ยา การเลิกยาเสพติดจึงเสมือนเป็นความรู้สึกทางลบ เหมือนถูกลงโทษและต้องอดทนแต่ความรู้สึกเกี่ยวกับการ ใช้ยาเสพติดหรือการดื่มสุราเป็นความรู้สึกทางบวก ด้วยความรู้สึกเช่นนี จะน้าไปสู่การกลับไปเสพซ ้าได้เร็ว ที่ผ่านมาอารมณ์เหล่านี เป็นตัวกระตุ้นให้ไปเสพยาหรือไม่ เพราะอะไร ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ มีอารมณ์ด้านลบชนิดอื่นหรือไม่ ที่มีผลต่อการกลับไปใช้ยาของคุณ เพราะเหตุใด ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................................................................................... .......... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 8 การรับรู้ และจัดการอารมณ์ความรู้สึกที่ท าให้กลับไปเสพยาเสพติด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้และเข้าใจอารมณ์ที่เป็นตัวกระตุ้นให้กลับไปเสพซ ้าได้ 2. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถส้ารวจอาการแสดงต่างๆ ของภาวะซึมเศร้า อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง 3. เพื่อให้ผู้ป่วยทราบวิธีการควบคุมอารมณ์ต่างๆ ในระยะเลิกยาเสพติด สาระส าคัญ 1. ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะฟื้นตัวจากการเลิกยาเสพติดมักมีปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์ สิ่งที่จะช่วยให้การเลิก ยาเสพติดเป็นไปด้วยดีคือ การรับรู้และท้าความเข้าใจ ยอมรับอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ไม่ ปกปิดซ่อนเร้น ซึ่งจะน้าไปสู่การเข้าใจถึงสาเหตุและแนวทางแก้ไขต่อไป 2. ภาวะอารมณ์ความรู้สึกมีส่วนกระตุ้นให้ผู้รับการบ้าบัดหวนกลับไปเสพซ ้า โดยเฉพาะอารมณ์เหงา โกรธ ถูกทอดทิ ง และภาวะซึมเศร้า 3. อารมณ์และอาการแสดง หากปล่อยไว้โดยปราศจากการจัดการที่เหมาะสมจะเป็นตัวกระตุ้นภายใน ที่ผลักดันให้เกิดการกลับไปเสพซ ้าได้ วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน้าเข้าสู่กิจกรรม 2. ให้ผู้ป่วยผลัดกันอ่านข้อความในใบกิจกรรมที่ 8.1 และร่วมกันอภิปรายความคิดเห็นพร้อมทั ง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3. ให้ผู้ป่วยผลัดกันอ่านข้อความ ก และ ข ทีละข้อในใบกิจกรรมที่ 8.2 และร่วมกันอภิปรายความ คิดเห็นพร้อมทั งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 4. ให้ผู้ป่วยช่วยกันสรุปวิธีการควบคุมและจัดการภาวะอารมณ์ทางลบที่ส่งผลต่อการใช้ยาเสพติด รวมทั ง จากนั น ผู้บ้าบัดสรุปประเด็นและสาระส้าคัญ พร้อมทั งนัดหมายกิจกรรมครั งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 8.1 ภาวะอารมณ์ความรู้สึกที่ท้าให้กลับไปเสพยาเสพติด 2. ใบกิจกรรมที่ 8.2 การจัดการกับความรู้สึก - ภาวะซึมเศร้า 86 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่8.1 ภาวะอารมณ์ความรู้สึกที่ท าให้กลับไปเสพยาเสพติด หลายคนมีความรู้สึกหรืออารมณ์ที่เป็นอันตรายและมักท้าให้กลับไปเสพซ ้า หากเขาหลีกเลี่ยง ความรู้สึกเหงา โกรธ หรือถูกทอดทิ ง เขาก็จะไม่กลับไปเสพซ ้า ความรู้สึกหรืออารมณ์ที่พบว่าเป็นตัวกระตุ้นให้กลับไปเสพซ ้าที่พบบ่อย คือ ความเหงา เป็นการยากที่ต้องเลิกพบเพื่อนและกิจกรรมที่เคยท้าช่วงเสพยา ในขณะเดียวกันเพื่อนที่ไม่เสพยาและ สมาชิกในครอบครัวก็ยังไม่พร้อมที่จะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดยา ท้าให้รู้สึกเหงาที่ต้องอยู่คนเดียว ผู้ก้าลังเลิกยาเสพ ติดที่ถูกปล่อยให้อยู่ตามล้าพังในกลุ่มเพื่อนจะมีแรงผลักดันให้กลับไปเสพซ ้าได้ง่าย ความโกรธ ระยะของการเลิกยาเสพติด ผู้เลิกยาจะหงุดหงิดมาก เป็นผลให้เกิดเป็นความโกรธที่รุนแรงและอาจ ยับยั งไม่อยู่ ความโกรธนี เกิดที่ศูนย์ควบคุมอารมณ์ในสมองส่วนอยากที่เกี่ยวข้องกับการติดยาเสพติดซึ่งเป็น ตัวกระตุ้นของการกลับไปเสพติดได้ รู้สึกถูกทอดทิ้ง การเลิกยาถือได้ว่าเป็นความส้าเร็จอย่างหนึ่ง โดยปกติคนที่ก้าลังเลิกยาจะภูมิใจและรู้สึกดีมากๆ ในสิ่ง ที่เขาท้าได้ แต่ในบางครั งสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ น อาจท้าให้คนที่เลิกยารู้สึกท้อแท้หรือถูกทอดทิ งและไม่ อยากท้าสิ่งดีๆ เหล่านี แล้ว คนที่ก้าลังเลิกยาอาจรู้สึกว่าพวกเขาต้องสูญเสียเวลาและสิ่งที่ดีที่เกิดขึ นในช่วงเสพ ยา การเลิกยาเสพติดจึงเสมือนเป็นความรู้สึกทางลบ เหมือนถูกลงโทษและต้องอดทนแต่ความรู้สึกเกี่ยวกับการ ใช้ยาเสพติดหรือการดื่มสุราเป็นความรู้สึกทางบวก ด้วยความรู้สึกเช่นนี จะน้าไปสู่การกลับไปเสพซ ้าได้เร็ว ที่ผ่านมาอารมณ์เหล่านี เป็นตัวกระตุ้นให้ไปเสพยาหรือไม่ เพราะอะไร ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ มีอารมณ์ด้านลบชนิดอื่นหรือไม่ ที่มีผลต่อการกลับไปใช้ยาของคุณ เพราะเหตุใด ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................................................................................... .......... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 8 การรับรู้ และจัดการอารมณ์ความรู้สึกที่ท าให้กลับไปเสพยาเสพติด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้และเข้าใจอารมณ์ที่เป็นตัวกระตุ้นให้กลับไปเสพซ ้าได้ 2. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถส้ารวจอาการแสดงต่างๆ ของภาวะซึมเศร้า อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง 3. เพื่อให้ผู้ป่วยทราบวิธีการควบคุมอารมณ์ต่างๆ ในระยะเลิกยาเสพติด สาระส าคัญ 1. ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะฟื้นตัวจากการเลิกยาเสพติดมักมีปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์ สิ่งที่จะช่วยให้การเลิก ยาเสพติดเป็นไปด้วยดีคือ การรับรู้และท้าความเข้าใจ ยอมรับอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ไม่ ปกปิดซ่อนเร้น ซึ่งจะน้าไปสู่การเข้าใจถึงสาเหตุและแนวทางแก้ไขต่อไป 2. ภาวะอารมณ์ความรู้สึกมีส่วนกระตุ้นให้ผู้รับการบ้าบัดหวนกลับไปเสพซ ้า โดยเฉพาะอารมณ์เหงา โกรธ ถูกทอดทิ ง และภาวะซึมเศร้า 3. อารมณ์และอาการแสดง หากปล่อยไว้โดยปราศจากการจัดการที่เหมาะสมจะเป็นตัวกระตุ้นภายใน ที่ผลักดันให้เกิดการกลับไปเสพซ ้าได้ วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน้าเข้าสู่กิจกรรม 2. ให้ผู้ป่วยผลัดกันอ่านข้อความในใบกิจกรรมที่ 8.1 และร่วมกันอภิปรายความคิดเห็นพร้อมทั ง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3. ให้ผู้ป่วยผลัดกันอ่านข้อความ ก และ ข ทีละข้อในใบกิจกรรมที่ 8.2 และร่วมกันอภิปรายความ คิดเห็นพร้อมทั งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 4. ให้ผู้ป่วยช่วยกันสรุปวิธีการควบคุมและจัดการภาวะอารมณ์ทางลบที่ส่งผลต่อการใช้ยาเสพติด รวมทั ง จากนั น ผู้บ้าบัดสรุปประเด็นและสาระส้าคัญ พร้อมทั งนัดหมายกิจกรรมครั งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 8.1 ภาวะอารมณ์ความรู้สึกที่ท้าให้กลับไปเสพยาเสพติด 2. ใบกิจกรรมที่ 8.2 การจัดการกับความรู้สึก - ภาวะซึมเศร้า


87 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่8.1 ภาวะอารมณ์ความรู้สึกที่ท าให้กลับไปเสพยาเสพติด หลายคนมีความรู้สึกหรืออารมณ์ที่เป็นอันตรายและมักท้าให้กลับไปเสพซ ้า หากเขาหลีกเลี่ยง ความรู้สึกเหงา โกรธ หรือถูกทอดทิ ง เขาก็จะไม่กลับไปเสพซ ้า ความรู้สึกหรืออารมณ์ที่พบว่าเป็นตัวกระตุ้นให้กลับไปเสพซ ้าที่พบบ่อย คือ ความเหงา เป็นการยากที่ต้องเลิกพบเพื่อนและกิจกรรมที่เคยท้าช่วงเสพยา ในขณะเดียวกันเพื่อนที่ไม่เสพยาและ สมาชิกในครอบครัวก็ยังไม่พร้อมที่จะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดยา ท้าให้รู้สึกเหงาที่ต้องอยู่คนเดียว ผู้ก้าลังเลิกยาเสพ ติดที่ถูกปล่อยให้อยู่ตามล้าพังในกลุ่มเพื่อนจะมีแรงผลักดันให้กลับไปเสพซ ้าได้ง่าย ความโกรธ ระยะของการเลิกยาเสพติด ผู้เลิกยาจะหงุดหงิดมาก เป็นผลให้เกิดเป็นความโกรธที่รุนแรงและอาจ ยับยั งไม่อยู่ ความโกรธนี เกิดที่ศูนย์ควบคุมอารมณ์ในสมองส่วนอยากที่เกี่ยวข้องกับการติดยาเสพติดซึ่งเป็น ตัวกระตุ้นของการกลับไปเสพติดได้ รู้สึกถูกทอดทิ้ง การเลิกยาถือได้ว่าเป็นความส้าเร็จอย่างหนึ่ง โดยปกติคนที่ก้าลังเลิกยาจะภูมิใจและรู้สึกดีมากๆ ในสิ่ง ที่เขาท้าได้ แต่ในบางครั งสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ น อาจท้าให้คนที่เลิกยารู้สึกท้อแท้หรือถูกทอดทิ งและไม่ อยากท้าสิ่งดีๆ เหล่านี แล้ว คนที่ก้าลังเลิกยาอาจรู้สึกว่าพวกเขาต้องสูญเสียเวลาและสิ่งที่ดีที่เกิดขึ นในช่วงเสพ ยา การเลิกยาเสพติดจึงเสมือนเป็นความรู้สึกทางลบ เหมือนถูกลงโทษและต้องอดทนแต่ความรู้สึกเกี่ยวกับการ ใช้ยาเสพติดหรือการดื่มสุราเป็นความรู้สึกทางบวก ด้วยความรู้สึกเช่นนี จะน้าไปสู่การกลับไปเสพซ ้าได้เร็ว ที่ผ่านมาอารมณ์เหล่านี เป็นตัวกระตุ้นให้ไปเสพยาหรือไม่ เพราะอะไร ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ มีอารมณ์ด้านลบชนิดอื่นหรือไม่ ที่มีผลต่อการกลับไปใช้ยาของคุณ เพราะเหตุใด ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................................................................................... .......... ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 8 การรับรู้ และจัดการอารมณ์ความรู้สึกที่ท าให้กลับไปเสพยาเสพติด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้และเข้าใจอารมณ์ที่เป็นตัวกระตุ้นให้กลับไปเสพซ ้าได้ 2. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถส้ารวจอาการแสดงต่างๆ ของภาวะซึมเศร้า อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง 3. เพื่อให้ผู้ป่วยทราบวิธีการควบคุมอารมณ์ต่างๆ ในระยะเลิกยาเสพติด สาระส าคัญ 1. ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะฟื้นตัวจากการเลิกยาเสพติดมักมีปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์ สิ่งที่จะช่วยให้การเลิก ยาเสพติดเป็นไปด้วยดีคือ การรับรู้และท้าความเข้าใจ ยอมรับอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ไม่ ปกปิดซ่อนเร้น ซึ่งจะน้าไปสู่การเข้าใจถึงสาเหตุและแนวทางแก้ไขต่อไป 2. ภาวะอารมณ์ความรู้สึกมีส่วนกระตุ้นให้ผู้รับการบ้าบัดหวนกลับไปเสพซ ้า โดยเฉพาะอารมณ์เหงา โกรธ ถูกทอดทิ ง และภาวะซึมเศร้า 3. อารมณ์และอาการแสดง หากปล่อยไว้โดยปราศจากการจัดการที่เหมาะสมจะเป็นตัวกระตุ้นภายใน ที่ผลักดันให้เกิดการกลับไปเสพซ ้าได้ วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน้าเข้าสู่กิจกรรม 2. ให้ผู้ป่วยผลัดกันอ่านข้อความในใบกิจกรรมที่ 8.1 และร่วมกันอภิปรายความคิดเห็นพร้อมทั ง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3. ให้ผู้ป่วยผลัดกันอ่านข้อความ ก และ ข ทีละข้อในใบกิจกรรมที่ 8.2 และร่วมกันอภิปรายความ คิดเห็นพร้อมทั งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 4. ให้ผู้ป่วยช่วยกันสรุปวิธีการควบคุมและจัดการภาวะอารมณ์ทางลบที่ส่งผลต่อการใช้ยาเสพติด รวมทั ง จากนั น ผู้บ้าบัดสรุปประเด็นและสาระส้าคัญ พร้อมทั งนัดหมายกิจกรรมครั งต่อไป อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 8.1 ภาวะอารมณ์ความรู้สึกที่ท้าให้กลับไปเสพยาเสพติด 2. ใบกิจกรรมที่ 8.2 การจัดการกับความรู้สึก - ภาวะซึมเศร้า


89 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด แนวทางในการจัดการกับอารมณ์ของคุณเป็นอย่างไร ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ข. ภาวะซึมเศร้า ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่จ้าเป็นต้องได้รับการแก้ไขในระยะเริ่มต้นการเลิกเสพยา คือ ภาวะซึมเศร้า ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่า การใช้ยาและสารเสพติดและภาวะซึมเศร้ามีความเกี่ยวข้อง แต่เราก็ยังไม่รู้แน่นอนว่า ความสัมพันธ์นี เกิดขึ นเพราะบุคคลที่มีภาวะซึมเศร้าอยู่แล้วใช้ยาในปริมาณที่มากขึ น หรือเป็นเพราะว่าการใช้ ยาท้าให้เกิดภาวะซึมเศร้าขึ นมา ข้อสงสัยนี คล้ายกับค้าถามที่ว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น การเลิกเสพยามักจะกล่าวตรงกันว่า มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าเป็นครั งคราว ระยะเริ่มต้นที่เลิกยา ผู้ป่วย บางรายที่มีภาวะซึมเศร้า หากปล่อยทิ งเอาไว้โดยไม่ได้รับการบ้าบัดรักษาแล้วก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการ หวนกลับไปใช้ยาอีก ดังนั นจึงถือเป็นเรื่องส้าคัญที่คุณจะต้องมีความสามารถในการรับรู้ถึงอาการแสดงต่างๆ ของภาวะซึมเศร้า เพื่อเตรียมพร้อมที่จะจัดการกับความรู้สึกเหล่านี ได้อย่างถูกวิธี อาการแสดงของภาวะซึมเศร้า (ให้ส้ารวจอาการต่างๆ ต่อไปนี เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) [ ] อ่อนแอ [ ] หยุดออกก้าลังกาย [ ] กินอาหารมากขึ นหรือไม่กินอะไรเลย [ ] หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม/การพบปะกับผู้อื่น [ ] ความคิดเศร้าเสียใจ [ ] รู้สึกเบื่อ, โกรธ, หงุดหงิด [ ] ไม่สนใจในอาชีพหรืองานอดิเรก/ไม่อยาก ท้างาน/ไม่อยากท้าอะไร [ ] หยุดการไปเข้ากลุ่มช่วยเหลือกันเอง/ไม่มาพบ กลุ่มตามโปรแกรมบ้าบัดรักษา [ ] นอนมากกว่าปกติ [ ] ร้องไห้ [ ] ความต้องการทางเพศลดลง [ ] คิดอยากฆ่าตัวตายหรือเคยลงมือกระท้ามาก่อน [ ] ความคิดอยากดื่มเหล้าเพิ่มมากขึ น [ ] หยุดกิจกรรมที่เคยท้า เช่น การท้างาน [ ] นอนไม่หลับ [ ] การท้างานบ้าน มีอาการอื่นๆ ที่คุณคิดว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะซึมเศร้าหรือไม่ ............................................................................................................................. ................................................. การจัดการต่อภาวะซึมเศร้า (ให้คุณเลือกวิธีการจัดการต่างๆ ต่อไปนี เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) [ ] การออกก้าลังกายมากขึ น [ ] การพูดคุยกับคู่สมรส/คู่รัก [ ] การวางแผนส้าหรับกิจกรรมใหม่ๆ [ ] การพูดคุยกับเพื่อน [ ] การพูดคุยกับผู้บ้าบัด [ ] การไปพบแพทย์เพื่อบ้าบัดด้วยยา คุณมีแนวทางอื่นที่สามารถควบคุมภาวะซึมเศร้า และอารมณ์ที่มีผลต่อการกลับไปใช้ยาเสพติดของคุณอย่างไร ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 8.2 การจัดการกับความรู้สึก-ภาวะซึมเศร้า ก. การจัดการกับความรู้สึก ความรู้สึกหรืออารมณ์ ประกอบด้วยอารมณ์ทางบวก เช่น ความสุข ความสนุกสนาน และอารมณ์ทางลบ เช่น เศร้า เหงา โกรธ เบื่อหน่าย ถูกทอดทิ ง ฯลฯ ความรู้สึกเหล่านี เป็นอารมณ์พื นฐานของมนุษย์ยาเสพติดจะ ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนสารเคมีในสมอง ท้าให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย บางครั งเราอาจรู้สึกหงุดหงิดง่ายโดยไม่ มีสาเหตุ หรือบางครั งเราอาจรู้สึกดีทั งที่ไม่มีอะไรดีเกิดขึ น อารมณ์จึงไม่สามารถควบคุมได้บางครั งเกิดอารมณ์หนึ่ง อยู่แต่เมื่อเจอสิ่งกระทบก็อาจเปลี่ยนเป็นอีกอารมณ์หนึ่งได้โดยง่าย ภาวะอารมณ์จึงเป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่งที่ท้า ให้เกิดการใช้ยาเสพติดได้ การเรียนรู้ที่จะแยกแยะความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมจะท้าให้สามารถควบคุมความคิด และ พฤติกรรมของตนเองได้ เราไม่จ้าเป็นต้องแสดงพฤติกรรมตามอารมณ์เสมอไป แต่สิ่งส้าคัญคือ ต้องรับรู้ และเข้าใจ อารมณ์ที่แท้จริงของตนเอง หากเราไม่ยอมรับความรู้สึกหรืออารมณ์ที่เกิดขึ น หรือแปลความหมายของอารมณ์ผิด ก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถจัดการกับอารมณ์เหล่านั นได้ นอกจากนี การรับรู้ถึงสัญญาณเตือนที่บ่งบอกอารมณ์ ความรู้สึก เช่น อาการนอนไม่หลับที่เกิดจากความเครียด หรือภาวะอ่อนแรงจากความรู้สึกเศร้าเสียใจ สัญญาณ เหล่านี ลองฝึกสังเกต จะช่วยให้รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ น เมื่อรับรู้อารมณ์ได้แล้ว ต้องพยายามแยกแยะ สาเหตุของอารมณ์หลายคนมักคิดว่าอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ นจากการกระท้าของผู้อื่น หากพิจารณาจริงๆ แล้วตัวเรา เองต่างหากที่เป็นคนสร้างอารมณ์เหล่านั นขึ นมา บางครั งเกิดเหตุการณ์หรือสถานการณ์เดียวกันแต่อารมณ์ที่ เกิดขึ นในแต่ละครั งก็อาจต่างกัน เมื่อเกิดอารมณ์ต่างๆ ขึ นมาแล้ว สิ่งส้าคัญต้องรู้จักการจัดการกับอารมณ์ความรู้สึก บางคนอาจใช้การ เขียนระบายความรู้สึก บางคนใช้วิธีดูผลกระทบที่เกิดขึ น บางคนใช้วิธีเปลี่ยนความคิดเป็นแง่บวก ซึ่งการ จัดการกับอารมณ์เป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้คุณอาจใช้วิธีการต่อไปนี ในการจัดการกับอารมณ์ 1. สังเกตและรับรู้อารมณ์ที่เกิดขึ น ณ เหตุการณ์นั นๆ โดยสังเกตจากสัญญาณเตือนที่เกิดจากปฏิกิริยา ด้านร่างกาย เช่น ใจสั่น ตัวร้อน มือเย็น กัดเล็บ ฯลฯ 2. รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและสามารถบอกชื่ออารมณ์ที่เกิดขึ นได้ 3. ควบคุม หรือจัดการกับอารมณ์ด้วยวิธีต่างๆ เช่น - นั่งท่าสบายๆ หายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกยาวๆเพื่อให้ผ่อนคลาย - นับเลข 1-10 ช้าๆ หรือนับต่อไปจนกว่าอารมณ์สงบลง - หลีกเลี่ยงสถานที่ หรือสถานการณ์ สถานการณ์นั นชั่วคราว - ก้าหนดลมหายใจ โดยให้สติอยู่ที่หายใจ เข้า-ออก 4. ทบทวนเหตุการณ์โดยใช้ค้าถามเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเอง รู้สึกอย่างไร, เหตุใดจึงเกิดอารมณ์เหล่านั น, สามารถท้าอะไรได้บ้าง 5. คาดการณ์ผลดีผลเสียของการแสดงอารมณ์นั นออกมา 6. ส้ารวจอารมณ์ความรู้ของตนเองอีกครั งชื่นชมกับการควบคุมของตนเองได้ 88 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด แนวทางในการจัดการกับอารมณ์ของคุณเป็นอย่างไร ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ข. ภาวะซึมเศร้า ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่จ้าเป็นต้องได้รับการแก้ไขในระยะเริ่มต้นการเลิกเสพยา คือ ภาวะซึมเศร้า ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่า การใช้ยาและสารเสพติดและภาวะซึมเศร้ามีความเกี่ยวข้อง แต่เราก็ยังไม่รู้แน่นอนว่า ความสัมพันธ์นี เกิดขึ นเพราะบุคคลที่มีภาวะซึมเศร้าอยู่แล้วใช้ยาในปริมาณที่มากขึ น หรือเป็นเพราะว่าการใช้ ยาท้าให้เกิดภาวะซึมเศร้าขึ นมา ข้อสงสัยนี คล้ายกับค้าถามที่ว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น การเลิกเสพยามักจะกล่าวตรงกันว่า มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าเป็นครั งคราว ระยะเริ่มต้นที่เลิกยา ผู้ป่วย บางรายที่มีภาวะซึมเศร้า หากปล่อยทิ งเอาไว้โดยไม่ได้รับการบ้าบัดรักษาแล้วก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการ หวนกลับไปใช้ยาอีก ดังนั นจึงถือเป็นเรื่องส้าคัญที่คุณจะต้องมีความสามารถในการรับรู้ถึงอาการแสดงต่างๆ ของภาวะซึมเศร้า เพื่อเตรียมพร้อมที่จะจัดการกับความรู้สึกเหล่านี ได้อย่างถูกวิธี อาการแสดงของภาวะซึมเศร้า (ให้ส้ารวจอาการต่างๆ ต่อไปนี เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) [ ] อ่อนแอ [ ] หยุดออกก้าลังกาย [ ] กินอาหารมากขึ นหรือไม่กินอะไรเลย [ ] หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม/การพบปะกับผู้อื่น [ ] ความคิดเศร้าเสียใจ [ ] รู้สึกเบื่อ, โกรธ, หงุดหงิด [ ] ไม่สนใจในอาชีพหรืองานอดิเรก/ไม่อยาก ท้างาน/ไม่อยากท้าอะไร [ ] หยุดการไปเข้ากลุ่มช่วยเหลือกันเอง/ไม่มาพบ กลุ่มตามโปรแกรมบ้าบัดรักษา [ ] นอนมากกว่าปกติ [ ] ร้องไห้ [ ] ความต้องการทางเพศลดลง [ ] คิดอยากฆ่าตัวตายหรือเคยลงมือกระท้ามาก่อน [ ] ความคิดอยากดื่มเหล้าเพิ่มมากขึ น [ ] หยุดกิจกรรมที่เคยท้า เช่น การท้างาน [ ] นอนไม่หลับ [ ] การท้างานบ้าน มีอาการอื่นๆ ที่คุณคิดว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะซึมเศร้าหรือไม่ ............................................................................................................................. ................................................. การจัดการต่อภาวะซึมเศร้า (ให้คุณเลือกวิธีการจัดการต่างๆ ต่อไปนี เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) [ ] การออกก้าลังกายมากขึ น [ ] การพูดคุยกับคู่สมรส/คู่รัก [ ] การวางแผนส้าหรับกิจกรรมใหม่ๆ [ ] การพูดคุยกับเพื่อน [ ] การพูดคุยกับผู้บ้าบัด [ ] การไปพบแพทย์เพื่อบ้าบัดด้วยยา คุณมีแนวทางอื่นที่สามารถควบคุมภาวะซึมเศร้า และอารมณ์ที่มีผลต่อการกลับไปใช้ยาเสพติดของคุณอย่างไร ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 8.2 การจัดการกับความรู้สึก-ภาวะซึมเศร้า ก. การจัดการกับความรู้สึก ความรู้สึกหรืออารมณ์ ประกอบด้วยอารมณ์ทางบวก เช่น ความสุข ความสนุกสนาน และอารมณ์ทางลบ เช่น เศร้า เหงา โกรธ เบื่อหน่าย ถูกทอดทิ ง ฯลฯ ความรู้สึกเหล่านี เป็นอารมณ์พื นฐานของมนุษย์ยาเสพติดจะ ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนสารเคมีในสมอง ท้าให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย บางครั งเราอาจรู้สึกหงุดหงิดง่ายโดยไม่ มีสาเหตุ หรือบางครั งเราอาจรู้สึกดีทั งที่ไม่มีอะไรดีเกิดขึ น อารมณ์จึงไม่สามารถควบคุมได้บางครั งเกิดอารมณ์หนึ่ง อยู่แต่เมื่อเจอสิ่งกระทบก็อาจเปลี่ยนเป็นอีกอารมณ์หนึ่งได้โดยง่าย ภาวะอารมณ์จึงเป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่งที่ท้า ให้เกิดการใช้ยาเสพติดได้ การเรียนรู้ที่จะแยกแยะความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมจะท้าให้สามารถควบคุมความคิด และ พฤติกรรมของตนเองได้ เราไม่จ้าเป็นต้องแสดงพฤติกรรมตามอารมณ์เสมอไป แต่สิ่งส้าคัญคือ ต้องรับรู้ และเข้าใจ อารมณ์ที่แท้จริงของตนเอง หากเราไม่ยอมรับความรู้สึกหรืออารมณ์ที่เกิดขึ น หรือแปลความหมายของอารมณ์ผิด ก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถจัดการกับอารมณ์เหล่านั นได้ นอกจากนี การรับรู้ถึงสัญญาณเตือนที่บ่งบอกอารมณ์ ความรู้สึก เช่น อาการนอนไม่หลับที่เกิดจากความเครียด หรือภาวะอ่อนแรงจากความรู้สึกเศร้าเสียใจ สัญญาณ เหล่านี ลองฝึกสังเกต จะช่วยให้รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ น เมื่อรับรู้อารมณ์ได้แล้ว ต้องพยายามแยกแยะ สาเหตุของอารมณ์หลายคนมักคิดว่าอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ นจากการกระท้าของผู้อื่น หากพิจารณาจริงๆ แล้วตัวเรา เองต่างหากที่เป็นคนสร้างอารมณ์เหล่านั นขึ นมา บางครั งเกิดเหตุการณ์หรือสถานการณ์เดียวกันแต่อารมณ์ที่ เกิดขึ นในแต่ละครั งก็อาจต่างกัน เมื่อเกิดอารมณ์ต่างๆ ขึ นมาแล้ว สิ่งส้าคัญต้องรู้จักการจัดการกับอารมณ์ความรู้สึก บางคนอาจใช้การ เขียนระบายความรู้สึก บางคนใช้วิธีดูผลกระทบที่เกิดขึ น บางคนใช้วิธีเปลี่ยนความคิดเป็นแง่บวก ซึ่งการ จัดการกับอารมณ์เป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้คุณอาจใช้วิธีการต่อไปนี ในการจัดการกับอารมณ์ 1. สังเกตและรับรู้อารมณ์ที่เกิดขึ น ณ เหตุการณ์นั นๆ โดยสังเกตจากสัญญาณเตือนที่เกิดจากปฏิกิริยา ด้านร่างกาย เช่น ใจสั่น ตัวร้อน มือเย็น กัดเล็บ ฯลฯ 2. รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและสามารถบอกชื่ออารมณ์ที่เกิดขึ นได้ 3. ควบคุม หรือจัดการกับอารมณ์ด้วยวิธีต่างๆ เช่น - นั่งท่าสบายๆ หายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกยาวๆเพื่อให้ผ่อนคลาย - นับเลข 1-10 ช้าๆ หรือนับต่อไปจนกว่าอารมณ์สงบลง - หลีกเลี่ยงสถานที่ หรือสถานการณ์ สถานการณ์นั นชั่วคราว - ก้าหนดลมหายใจ โดยให้สติอยู่ที่หายใจ เข้า-ออก 4. ทบทวนเหตุการณ์โดยใช้ค้าถามเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเอง รู้สึกอย่างไร, เหตุใดจึงเกิดอารมณ์เหล่านั น, สามารถท้าอะไรได้บ้าง 5. คาดการณ์ผลดีผลเสียของการแสดงอารมณ์นั นออกมา 6. ส้ารวจอารมณ์ความรู้ของตนเองอีกครั งชื่นชมกับการควบคุมของตนเองได้


89 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด แนวทางในการจัดการกับอารมณ์ของคุณเป็นอย่างไร ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ข. ภาวะซึมเศร้า ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่จ้าเป็นต้องได้รับการแก้ไขในระยะเริ่มต้นการเลิกเสพยา คือ ภาวะซึมเศร้า ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่า การใช้ยาและสารเสพติดและภาวะซึมเศร้ามีความเกี่ยวข้อง แต่เราก็ยังไม่รู้แน่นอนว่า ความสัมพันธ์นี เกิดขึ นเพราะบุคคลที่มีภาวะซึมเศร้าอยู่แล้วใช้ยาในปริมาณที่มากขึ น หรือเป็นเพราะว่าการใช้ ยาท้าให้เกิดภาวะซึมเศร้าขึ นมา ข้อสงสัยนี คล้ายกับค้าถามที่ว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น การเลิกเสพยามักจะกล่าวตรงกันว่า มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าเป็นครั งคราว ระยะเริ่มต้นที่เลิกยา ผู้ป่วย บางรายที่มีภาวะซึมเศร้า หากปล่อยทิ งเอาไว้โดยไม่ได้รับการบ้าบัดรักษาแล้วก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการ หวนกลับไปใช้ยาอีก ดังนั นจึงถือเป็นเรื่องส้าคัญที่คุณจะต้องมีความสามารถในการรับรู้ถึงอาการแสดงต่างๆ ของภาวะซึมเศร้า เพื่อเตรียมพร้อมที่จะจัดการกับความรู้สึกเหล่านี ได้อย่างถูกวิธี อาการแสดงของภาวะซึมเศร้า (ให้ส้ารวจอาการต่างๆ ต่อไปนี เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) [ ] อ่อนแอ [ ] หยุดออกก้าลังกาย [ ] กินอาหารมากขึ นหรือไม่กินอะไรเลย [ ] หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม/การพบปะกับผู้อื่น [ ] ความคิดเศร้าเสียใจ [ ] รู้สึกเบื่อ, โกรธ, หงุดหงิด [ ] ไม่สนใจในอาชีพหรืองานอดิเรก/ไม่อยาก ท้างาน/ไม่อยากท้าอะไร [ ] หยุดการไปเข้ากลุ่มช่วยเหลือกันเอง/ไม่มาพบ กลุ่มตามโปรแกรมบ้าบัดรักษา [ ] นอนมากกว่าปกติ [ ] ร้องไห้ [ ] ความต้องการทางเพศลดลง [ ] คิดอยากฆ่าตัวตายหรือเคยลงมือกระท้ามาก่อน [ ] ความคิดอยากดื่มเหล้าเพิ่มมากขึ น [ ] หยุดกิจกรรมที่เคยท้า เช่น การท้างาน [ ] นอนไม่หลับ [ ] การท้างานบ้าน มีอาการอื่นๆ ที่คุณคิดว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะซึมเศร้าหรือไม่ ............................................................................................................................. ................................................. การจัดการต่อภาวะซึมเศร้า (ให้คุณเลือกวิธีการจัดการต่างๆ ต่อไปนี เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) [ ] การออกก้าลังกายมากขึ น [ ] การพูดคุยกับคู่สมรส/คู่รัก [ ] การวางแผนส้าหรับกิจกรรมใหม่ๆ [ ] การพูดคุยกับเพื่อน [ ] การพูดคุยกับผู้บ้าบัด [ ] การไปพบแพทย์เพื่อบ้าบัดด้วยยา คุณมีแนวทางอื่นที่สามารถควบคุมภาวะซึมเศร้า และอารมณ์ที่มีผลต่อการกลับไปใช้ยาเสพติดของคุณอย่างไร ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ใบกิจกรรมที่ 8.2 การจัดการกับความรู้สึก-ภาวะซึมเศร้า ก. การจัดการกับความรู้สึก ความรู้สึกหรืออารมณ์ ประกอบด้วยอารมณ์ทางบวก เช่น ความสุข ความสนุกสนาน และอารมณ์ทางลบ เช่น เศร้า เหงา โกรธ เบื่อหน่าย ถูกทอดทิ ง ฯลฯ ความรู้สึกเหล่านี เป็นอารมณ์พื นฐานของมนุษย์ยาเสพติดจะ ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนสารเคมีในสมอง ท้าให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย บางครั งเราอาจรู้สึกหงุดหงิดง่ายโดยไม่ มีสาเหตุ หรือบางครั งเราอาจรู้สึกดีทั งที่ไม่มีอะไรดีเกิดขึ น อารมณ์จึงไม่สามารถควบคุมได้บางครั งเกิดอารมณ์หนึ่ง อยู่แต่เมื่อเจอสิ่งกระทบก็อาจเปลี่ยนเป็นอีกอารมณ์หนึ่งได้โดยง่าย ภาวะอารมณ์จึงเป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่งที่ท้า ให้เกิดการใช้ยาเสพติดได้ การเรียนรู้ที่จะแยกแยะความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมจะท้าให้สามารถควบคุมความคิด และ พฤติกรรมของตนเองได้ เราไม่จ้าเป็นต้องแสดงพฤติกรรมตามอารมณ์เสมอไป แต่สิ่งส้าคัญคือ ต้องรับรู้ และเข้าใจ อารมณ์ที่แท้จริงของตนเอง หากเราไม่ยอมรับความรู้สึกหรืออารมณ์ที่เกิดขึ น หรือแปลความหมายของอารมณ์ผิด ก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถจัดการกับอารมณ์เหล่านั นได้ นอกจากนี การรับรู้ถึงสัญญาณเตือนที่บ่งบอกอารมณ์ ความรู้สึก เช่น อาการนอนไม่หลับที่เกิดจากความเครียด หรือภาวะอ่อนแรงจากความรู้สึกเศร้าเสียใจ สัญญาณ เหล่านี ลองฝึกสังเกต จะช่วยให้รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ น เมื่อรับรู้อารมณ์ได้แล้ว ต้องพยายามแยกแยะ สาเหตุของอารมณ์หลายคนมักคิดว่าอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ นจากการกระท้าของผู้อื่น หากพิจารณาจริงๆ แล้วตัวเรา เองต่างหากที่เป็นคนสร้างอารมณ์เหล่านั นขึ นมา บางครั งเกิดเหตุการณ์หรือสถานการณ์เดียวกันแต่อารมณ์ที่ เกิดขึ นในแต่ละครั งก็อาจต่างกัน เมื่อเกิดอารมณ์ต่างๆ ขึ นมาแล้ว สิ่งส้าคัญต้องรู้จักการจัดการกับอารมณ์ความรู้สึก บางคนอาจใช้การ เขียนระบายความรู้สึก บางคนใช้วิธีดูผลกระทบที่เกิดขึ น บางคนใช้วิธีเปลี่ยนความคิดเป็นแง่บวก ซึ่งการ จัดการกับอารมณ์เป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้คุณอาจใช้วิธีการต่อไปนี ในการจัดการกับอารมณ์ 1. สังเกตและรับรู้อารมณ์ที่เกิดขึ น ณ เหตุการณ์นั นๆ โดยสังเกตจากสัญญาณเตือนที่เกิดจากปฏิกิริยา ด้านร่างกาย เช่น ใจสั่น ตัวร้อน มือเย็น กัดเล็บ ฯลฯ 2. รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและสามารถบอกชื่ออารมณ์ที่เกิดขึ นได้ 3. ควบคุม หรือจัดการกับอารมณ์ด้วยวิธีต่างๆ เช่น - นั่งท่าสบายๆ หายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกยาวๆเพื่อให้ผ่อนคลาย - นับเลข 1-10 ช้าๆ หรือนับต่อไปจนกว่าอารมณ์สงบลง - หลีกเลี่ยงสถานที่ หรือสถานการณ์ สถานการณ์นั นชั่วคราว - ก้าหนดลมหายใจ โดยให้สติอยู่ที่หายใจ เข้า-ออก 4. ทบทวนเหตุการณ์โดยใช้ค้าถามเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเอง รู้สึกอย่างไร, เหตุใดจึงเกิดอารมณ์เหล่านั น, สามารถท้าอะไรได้บ้าง 5. คาดการณ์ผลดีผลเสียของการแสดงอารมณ์นั นออกมา 6. ส้ารวจอารมณ์ความรู้ของตนเองอีกครั งชื่นชมกับการควบคุมของตนเองได้


91 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 9 การหาเหตุผลกลับไปเสพยา


91 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 9 การหาเหตุผลกลับไปเสพยา


93 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 9 การหาเหตุผลกลับไปเสพยา วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงภาวะสมองติดยา และตระหนักรู้เท่าทันอารมณ์ และความคิดในการหา เหตุผลการกลับไปเสพซ ้าของตนเอง 2. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจ้าแนกเหตุผลและข้ออ้างต่างๆ ที่อาจเป็นเหตุผลในการกลับไปเสพซ ้า 3. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเตรียมแผนเพื่อจัดการกับอารมณ์ และความคิดหาเหตุผลในการกลับไปเสพซ ้า ของตนเองได้ สาระส าคัญ 1. สมองส่วนที่ติดยา มักจะพยายามคิดหาเหตุผลต่างๆ ที่จะท้าให้หวนกลับไปเสพซ ้า 2. เหตุผลหรือข้ออ้างต่างๆ ในการหวนกลับไปเสพซ ้า ประกอบด้วยเหตุการณ์โดยบังเอิญ หรือ เหตุการณ์ผู้อื่นน้าไปสู่ความล้มเหลว ตลอดจนอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ น เช่น ความเศร้า ความโกรธ ความ เหงา และความกลัว การรู้เท่าทันข้ออ้างหรือเหตุผลเหล่านี จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจและเตรียมรับสถานการณ์ เหล่านั นได้และช่วยป้องกันการกลับไปเสพซ ้า วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน้าเข้าสู่กิจกรรมโดยให้ผู้ป่วยอ่านใบกิจกรรมที่ 9.1 และตอบค้าถามตามข้อความ ก, ข, ค และ ง ทีละข้อ 2. ให้ผู้ป่วยอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทีละข้อ 3. ผู้บ้าบัดสรุปประเด็นส้าคัญเพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักถึงสาเหตุของการกลับไปใช้ยาเสพติด อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 9.1 การหาเหตุผลในการกลับไปเสพยา ใบกิจกรรมที่ 9.1 การหาเหตุผลในการกลับไปเสพยา ก: เมื่อผู้ป่วยตัดสินใจเลิกเสพยาและสารเสพติดและสามารถเลิกเสพยามาได้ระยะหนึ่ง แต่เกิดการพลาด กลับไปเสพยาอีกนั้น มีสาเหตุมาจากความบังเอิญทั้งหมด หรือมีวิธีที่จะหลีกเลี่ยงการกลับไปเสพซ�้าได้ การหา เหตุผลในการกลับไปเสพยาเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในสมองซึ่งสมองที่ติดยายังคงมีอ�านาจและพยายามหา เหตุผลต่างๆ ที่อนุญาตให้กลับไปใช้ยาโดยดูเหมือนเกิดจากความบังเอิญและไม่ตั้งใจ อ่านข้อความข้างล่างนี้แล้วพิจารณาว่า คุณเคยคิดอย่างนี้หรือไม่ ส�าหรับข้อใดที่คุณเคยตอบว่า“เคย” คุณควรลองหาทางเลือกอื่นที่ท�าให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงการเสพยาได้ส�าเร็จ ข้อความ ไม่ เคย เคย ทางเลือกอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการเสพยา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ 1. มีคนเอายามาให้ฉัน ฉันจะท�าอะไรได้ฉันจึงต้องใช้ยา 2. เพื่อนเก่าชวนให้ไปด้วยกัน 3. ฉันก�าลังท�าความสะอาดบ้านและพบยาที่เคยเก็บซ่อนไว้ 4. ฉันรับประทานอาหารเย็นกับเพื่อนแล้วเขาก็ชวนดื่ม (เบียร์, ไวน์, สุรา) หรือชวนไปใช้ยาและสารเสพติด 5. ฉันอยู่ในบาร์ ผับ เธค แล้วมีคนเอาเบียร์มาให้ ความล้มเหลว ผิดหวัง 6. คู่รักของฉันทิ้งฉันไป ฉะนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะเลิกยา 7. ฉันเสียใจที่แผนที่ก�าหนดไว้ล้มเหลวฉันจึงใช้ยา 8. ฉันตกงาน ท�าไมจะใช้ยาไม่ได้ล่ะ เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ 9. น�้าหนักเพิ่มขึ้นต้องใช้ยาเพื่อลดน�้าหนัก 10. ฉันไม่มีแรงถ้าใช้ยาจะดีขึ้น 11. ถ้าฉันใช้ยาฉันกล้าที่จะพบปะผู้อื่นหรือเข้าสังคมง่ายขึ้น 12. ฉันรู้สึกไม่มีความสุขในเรื่องเพศ ถ้าไม่ได้ใช้ยา อารมณ์ทางด้านลบ 13. ฉันรู้สึกเศร้า มันจะต่างอะไรถ้าฉันจะใช้ยาหรือไม่ใช้ยา 14. เมื่อฉันโมโหฉันควบคุมมันไม่ได้ถ้าไม่ใช้ยา 15. ฉันกลัว ความรู้สึกนี้หมดไปได้ถ้าได้ใช้ยา 16. ในเมื่อคนอื่นคิดว่าฉันใช้ยาฉันก็จะใช้มันเสียเลย 92 คู่มือการบ�าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส�าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ห น้ า | คู่มือการบ าบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบผู้ป่วยนอก ส าหรับผู้ป่วยกลุ่มติด ครั้งที่ 9 การหาเหตุผลกลับไปเสพยา วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงภาวะสมองติดยา และตระหนักรู้เท่าทันอารมณ์ และความคิดในการหา เหตุผลการกลับไปเสพซ ้าของตนเอง 2. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจ้าแนกเหตุผลและข้ออ้างต่างๆ ที่อาจเป็นเหตุผลในการกลับไปเสพซ ้า 3. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเตรียมแผนเพื่อจัดการกับอารมณ์ และความคิดหาเหตุผลในการกลับไปเสพซ ้า ของตนเองได้ สาระส าคัญ 1. สมองส่วนที่ติดยา มักจะพยายามคิดหาเหตุผลต่างๆ ที่จะท้าให้หวนกลับไปเสพซ ้า 2. เหตุผลหรือข้ออ้างต่างๆ ในการหวนกลับไปเสพซ ้า ประกอบด้วยเหตุการณ์โดยบังเอิญ หรือ เหตุการณ์ผู้อื่นน้าไปสู่ความล้มเหลว ตลอดจนอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ น เช่น ความเศร้า ความโกรธ ความ เหงา และความกลัว การรู้เท่าทันข้ออ้างหรือเหตุผลเหล่านี จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจและเตรียมรับสถานการณ์ เหล่านั นได้และช่วยป้องกันการกลับไปเสพซ ้า วิธีการ 1. ผู้บ้าบัดกล่าวสวัสดีและทักทายผู้ป่วยในกลุ่ม จากนั นน้าเข้าสู่กิจกรรมโดยให้ผู้ป่วยอ่านใบกิจกรรมที่ 9.1 และตอบค้าถามตามข้อความ ก, ข, ค และ ง ทีละข้อ 2. ให้ผู้ป่วยอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทีละข้อ 3. ผู้บ้าบัดสรุปประเด็นส้าคัญเพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักถึงสาเหตุของการกลับไปใช้ยาเสพติด อุปกรณ์ 1. ใบกิจกรรมที่ 9.1 การหาเหตุผลในการกลับไปเสพยา


Click to View FlipBook Version