กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
Department of Religious Affairs, Ministry of Culture
ผูจัดพมิ พ กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม อธบิ ดีกรมการศาสนา
ปท ีพ่ ิมพ พ.ศ. ๒๕๖๕ รองอธบิ ดกี รมการศาสนา
จำนวนพิมพ ๑,๐๐๐ เลม ท่ีปรกึ ษากรมการศาสนา
ท่ปี รกึ ษา ทปี่ รึกษากรมการศาสนา
ผอู ำนวยการสำนักพัฒนาคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
นายเกรียงศักด์ิ บญุ ประสิทธ์ิ ผูอำนวยการกองศาสนูปถัมภ
นายสำรวย นกั การเรียน ผูอำนวยการสำนักงานเลขานุการ
นายมานัส ทารัตนใ จ คณะกรรมการสงเสรมิ คุณธรรมแหง ชาติ
นายชวลิต ศิรภิ ริ มย ผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานการเผยแพรค ุณธรรมจริยธรรม
นางสาวฐติ มิ า สุภภคั
นายพจนาถ ปญญาศลิ ป
นายอนชุ า หะระหนี
นายธนพล พรมสวุ งษ
ผูจ ัดทำ นางสรุ ีย เกาศล เลขานุการกรมการศาสนา
นายโอสธี ราษฎรเรอื ง ผอู ำนวยการกองศาสนพธิ ี
นายศกั ดิเ์ พชร ยานะแกว นกั วชิ าการศาสนาชำนาญการพเิ ศษ
นางสาวพัชราพร ชวยทอง นกั วเิ คราะหน โยบายและแผนชำนาญการพิเศษ
นางสาวเรณู รตั นชยั เดชา นักวิชาการศาสนาชำนาญการพเิ ศษ
นายประภาส แกว สวรรค นักวชิ าการศาสนาชำนาญการพิเศษ
นางสพุ ัตรา หะยอี บั ดลุ รอมาน นกั วชิ าการศาสนาชำนาญการพเิ ศษ
นางฉววี รรณ วงคศรี นกั วชิ าการศาสนาชำนาญการพเิ ศษ
นางสาวกญั ญา แกว คำฟุน นักทรัพยากรบคุ คลชำนาญการพเิ ศษ
นางสาวธนพร หันกติ ตกิ ุล นกั วเิ คราะหนโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ
นางสาวอนงคลกั ษณ คะเนแนน นกั จดั การงานท่วั ไปชำนาญการพเิ ศษ
นางสาวสุพัตรา ปรีช่ืน นักวชิ าการศาสนาชำนาญการพเิ ศษ
นายภูรสี ชิ ฌ บวั ศิรธิ นารชั ต นักจัดการงานทวั่ ไปปฏิบัติการ
นางสาวจีรวรรณ สวางเกตุ เจา พนักงานธรุ การปฏบิ ัตงิ าน
นายวทิ ยา กอกุศล เจา หนาทบ่ี ันทกึ ขอ มูล
ออกแบบปก
นายวิทยา กอ กุศล เจาหนา ที่บนั ทกึ ขอ มูล
พิมพท่ี
บรษิ ัท รำไทยเพรส จำกัด
เลขท่ี ๑๑๑/๙๓-๙๕ ซอยสามเสน ๒๘ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดสุ ิต กรงุ เทพมหานคร ๑๐๓๐๐
โทร. ๐ ๒๖๖๙ ๐๓๐๐-๒ โทรสาร ๐ ๒๒๔๓ ๕๘๗๐
คำนำ
เนอ่ื งในโอกาสครบ ๘๑ ป ทก่ี รมการศาสนารบั ภารกจิ เกย่ี วกบั การดำเนนิ งาน
ของรัฐดานศาสนา โดยการทำนุบำรุง สงเสริมและใหความอุปถัมภคุมครองกิจการ
ดา นพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ทท่ี างราชการรับรอง ตลอดจนสงเสรมิ พัฒนาความ
รูคูคุณธรรม สงเสริมความเขาใจอันดี และสรางความสมานฉันทระหวางศาสนิกชน
ของทกุ ศาสนา รวมทง้ั ดำเนนิ การเพอ่ื ใหค นไทยนำหลกั ธรรมของศาสนามาใชใ นการพฒั นา
คุณภาพชีวติ ใหเปนคนดีมคี ุณธรรม
“กรมการศาสนา” เปล่ียนช่ือมาจาก “กรมธรรมการ” เมอ่ื วนั ท่ี ๒๐ สงิ หาคม
พุทธศักราช ๒๔๘๔ ตามประกาศใชพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
พ.ศ. ๒๔๘๔ จึงนับเปนโอกาสอันดีท่ีจะไดรวมกันนอมรำลึกถึงคุณูปการของบุคคล
ที่ทำคุณประโยชนตอศาสนาและกรมการศาสนาทั้งในอดีตและปจจุบันในช่ืองาน
“วันศาสนูปถมั ภ” ซง่ึ ไดม กี ารจดั งานติดตอกนั มาเปน ระยะเวลากวา ๕ ทศวรรษ
ในวาระน้ี กรมการศาสนาไดจ ดั พมิ พห นงั สอื วนั ศาสนปู ถมั ภ ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๖๕
เพ่ือเปนที่ระลึกของการจัดงาน โดยมีสาระความรูเก่ียวกับความเปนมาแหงศาสนูปถัมภ
ประวัติกรมการศาสนา รวมท้ังบทบาท หนาที่ ยุทธศาสตร ประวัติองคการทางศาสนา
และผลการดำเนินงานท่ีสำคัญของกรมการศาสนาในรอบป หวังเปนอยางยิ่งวา
หนังสือเลมนี้จะอำนวยประโยชนสำหรับผูที่ใหความสนใจและนำไปเปนขอมูล
เพ่ือพัฒนาตอยอดกระบวนทัศน อันจะนำมาซ่ึงความม่ันคงตอสถาบันชาติ ศาสนา
และพระมหากษตั รยิ สืบไป
(นายเกรียงศักดิ์ บญุ ประสิทธ)ิ์
อธิบดีกรมการศาสนา
สารบัญ
ความเปนมาแหง ศาสนูปถัมภ ๗
ประวตั คิ วามเปนมาของกรมการศาสนา ๙
โครงการ กจิ กรรมสำคญั ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ๒๕
- วันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนา ๒๕
- สังเวชนยี สถาน ณ ดินแดนพทุ ธภมู ิ ๒๗
- การจัดทำพระไตรปฎก ฉบบั ภาษาองั กฤษ (Tipitaka English Version) ๒๙
- การสนับสนุนศาสนทายาทสืบสานและเผยแผพ ระพุทธศาสนา ๓๑
- การสงเสรมิ การเรยี นรูพระพุทธศาสนาในมิติของศาสนสถาน ๓๓
- กจิ กรรมถวายพระราชกุศลพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร ๓๔
มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ๓๕
- กจิ กรรมเฉลิมพระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนางเจา สิรกิ ิติ์ พระบรมราชินีนาถ
๓๗
พระบรมราชชนนีพนั ปหลวง
- กิจกรรมเฉลิมพระเกยี รติพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรสี นิ ทร ๓๙
มหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา เจา อยูหัว ๔๐
- กจิ กรรมเฉลมิ พระเกียรติสมเด็จพระนางเจา สทุ ิดา
พัชรสุธาพิมลลกั ษณ พระบรมราชนิ ี
- กิจกรรมเฉลมิ พระเกยี รติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สารบัญ
- กจิ กรรมเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระเจา นอ งนางเธอ เจา ฟา จฬุ าภรณวลยั ลกั ษณ ๔๒
อคั รราชกมุ ารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตตยิ ราชนารี
๔๔
- กิจกรรมเฉลิมพระเกียรตพิ ระบรมวงศานุวงศ ๔๖
- การธำรงรกั ษาศาสนพธิ ี ๔๗
- เสาเสมาธรรมจักร รางวัลเชิดชเู กียรตผิ ทู ำคณุ ประโยชนต อพระพทุ ธศาสนา ๔๙
- การประกวดสวดมนตห มูสรรเสรญิ พระรตั นตรัย ทำนองสรภญั ญะ ๕๑
- การประกวดบรรยายธรรม ๕๓
- การขบั เคลอ่ื นชมุ ชนคณุ ธรรมดว ยพลังบวร ๕๗
- การสง เสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรมเพือ่ คนท้ังมวล ๕๙
- กจิ กรรมขับเคล่ือนการเผยแผพระพุทธศาสนา ๖๐
- การพฒั นาสมรรถนะพระธรรมวทิ ยากรในการเผยแผพ ระพุทธศาสนา ๖๑
- ๖ ป “พลงั คณุ ธรรมแหง ชาต”ิ ขบั เคลอ่ื นประเทศ สสู งั คมคณุ ธรรมท้ังแผน ดนิ ๖๓
- การเสรมิ สรางคณุ ธรรมจริยธรรม คานยิ ม และความเปน ไทย ๖๔
- ศูนยอบรมศาสนาอสิ ลามและจรยิ ธรรมประจำมัสยิด ๖๖
- การสง เสริมคณุ ธรรมโดยองคก รเครือขา ย ๖๘
- การเขาวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ๗๐
- ศูนยศึกษาพระพทุ ธศาสนาวนั อาทิตย สูศ นู ยเ รียนรู. .. คคู ุณธรรม ๗๒
- เสน ทางจาริก ยลวถิ ีศาสนิกสมั พันธ ๗๔
- หนว ยเผยแพรศีลธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
สารบัญ
- งานศาสนปู ถมั ภพ ุทธศาสนสถานตามพระบรมราชโองการ ๗๖
- การบรู ณะศาสนสถาน ๗๘
- การสงเสรมิ พหุวฒั นธรรมทีเ่ ขมแข็ง ๘๐
- การอุดหนุนบำรุงฐานะจุฬาราชมนตรี ๘๑
- การสงเคราะหพ ระภกิ ษสุ ามเณรทป่ี ระสบภยั ตา งๆ และขาดแคลนทว่ั ประเทศ ๘๒
- การจัดต้ังและรบั รองวดั คาทอลิก ๘๓
- การสง เสริมและพฒั นาความสมั พนั ธกับตา งประเทศในมิตศิ าสนา ๘๕
- ศาสนกิ สัมพันธร ว มใจเพื่อสังคมไทยท่ียัง่ ยนื ๘๗
- เยาวชนศาสนิกสัมพนั ธ ๘๙
- การดำเนินงานดานจิตอาสากรมการศาสนา ๙๑
องคการทางศาสนา ๕ ศาสนา ๙๓
6
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
ความเปนมาแหงศาสนูปถัมภ
ศาสนูปถัมภ คือ การอุปถัมภบำรุง
ศาสนา การอุดหนุน ชวยเหลือ การเอ้ือเฟอ
เกื้อกลู กิจการในดานตา งๆ ของศาสนา
ศาสนูปถัมภก คือ ผูอุปถัมภบำรุง
ศาสนา หมายถงึ ประชาชนท่ัวไปทน่ี บั ถือศาสนา
มีท่ีใชพิเศษ คือ เอกอัครศาสนูปถัมภก หมายถึง
พระเจาอยูหัว ทรงเปนพุทธมามกะ ทรงอุปถัมภ
บำรุงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นที่ทาง
ราชการรับรอง
นับเนื่องแตครั้งโบราณกาลประวัติศาสตรไทยแสดงใหเห็นวา ศาสนาพุทธเปนศาสนาที่คนไทย
สว นใหญก วา รอ ยละ ๙๐ นบั ถอื ดงั นน้ั กจิ การศาสนปู ถมั ภแ ตเ ดมิ จงึ เรม่ิ ตน ทศ่ี าสนาพทุ ธเปน หลกั ดงั ปรากฏใน
ศิลาจารึกสมัยสุโขทัยและหลักฐานทางประวัติศาสตรจากพงศาวดาร จดหมายเหตุตางๆ ต้ังแตสมัยสุโขทัย
เปนตนมา แสดงวากิจการศาสนูปถัมภไดรับการเอาใจใสจากพระมหากษัตริยและราษฎร ท้ังผูปกครองและ
ประชาชนตางตั้งม่ันอยูในศีลในธรรม เม่ือถึงฤดูเขาพรรษาจะพากันประกอบศาสนกิจ รักษาศีล เจริญภาวนา
จึงถอื ไดว า กจิ การศาสนูปถมั ภมคี วามสำคัญในการค้ำจนุ ศาสนาใหมีความม่นั คงยัง่ ยนื สบื มา
สำหรับการศาสนูปถัมภศาสนาอ่ืนๆ ในประเทศไทยไดรับการอุปถัมภบำรุงตลอดมาโดยสถาบัน
พระมหากษัตริยและศาสนิกชนเฉกเชนเดียวกัน จึงอาจสรุปไดวาการศาสนูปถัมภในประเทศไทยมีลักษณะ
ท่ีถาวรและแผกวาง ไปยังทุกศาสนาที่ทางราชการใหการรับรองดวยดีเสมอมา ยากที่จะหาประเทศอื่นใดใน
โลกทที่ กุ ศาสนาอยรู ว มกันอยา งสนั ติสุขเฉกเชนบนผนื แผน ดินไทย
ดว ยเหตุน้ี จึงไดมีการดำเนนิ งานวนั ศาสนูปถมั ภขึน้ เปน ครั้งแรก เมื่อวันท่ี ๒๖ กุมภาพันธ ๒๕๐๗
ณ หองประชมุ กรมการศาสนา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยในครงั้ น้นั ไดแ ยกกจิ กรรมออกเปน ๒ ตอน
ตอนแรก เปน การชมุ นมุ ผแู ทนองคก ารทางศาสนาตา งๆ โดยมรี ฐั มนตรวี า การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
(ม.ล.ปน มาลากลุ ) เปน ประธาน ซง่ึ ทานไดก ลา วปราศรัยเปน ทีป่ ระทับใจย่งิ ดงั ความตอนหนึ่งวา ...
“เห็นใจเจาหนาที่ขององคการทาง
ศาสนาทุกศาสนาซ่ึงตองดำเนินงานดวยความ
รอบคอบ เพราะการศาสนานั้น เกี่ยวของกับ
ศรัทธาของประชาชนทุกระดับ มีขอปญหาและ
เหตุผลในการแกปญหาน้ันๆ พิเศษแตกตางจาก
ปญ หาทางธรุ กจิ อื่นๆ และเปน ปญ หาที่จะแกไขให
เสร็จส้ินไปโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทันทีทันใดไมได ผูทำงานดานศาสนาจึงตองมีความเสียสละและอดทน
เปน ทนุ อยใู นใจ มงุ กศุ ลเปนกำไร และมีความสบายใจเมื่อไดเหน็ ความสขุ ของคนอืน่ ”
7
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
ตอนสอง เปน การบำเพญ็ กศุ ลอทุ ศิ รำลกึ ถงึ ศาสนปู ถมั ภท างพระพทุ ธศาสนา เพราะบรรพชนเหลา นน้ั
สวนมากเปนพุทธศาสนิกชน ซึ่งเปนผูทำใหพระพุทธศาสนารวมถึงศาสนาตางๆ อยูรวมกันในสังคมไทย
ไดอยางยั่งยืนผาสุกมาถึงปจจุบัน ดวยหลักแหงความเอ้ือเฟอ เก้ือหนุน อนุเคราะหซ่ึงกันและกัน
ดวยความสงบสุขและสันติ
ความสำเร็จของการจัดงานในวนั นั้น จึงทำใหมกี ารจดั งาน “วันศาสนูปถัมภ” ขึน้ เปนประจำทกุ ป
โดยไดกำหนดใหวันที่ ๒๐ สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันประกาศใชพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
พ.ศ. ๒๔๘๔ ซ่ึงเปลี่ยนชื่อจาก “กรมธรรมการ” มาเปนช่ือ “กรมการศาสนา” จึงไดถือวันนี้เปนวันท่ีรวม
นอมรำลึกถึงคุณูปการของบุคคลท่ีทำคุณประโยชนตอศาสนาและกรมการศาสนาท้ังในอดีตและปจจุบัน
ในช่ืองาน “วันศาสนูปถัมภ” โดยในป พ.ศ. ๒๕๖๕ กรมการศาสนาไดดำเนินการจัดงานวันศาสนูปถัมภ
ติดตอกนั เปน ปท ่ี ๕๙
8
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
ประวัติความเปนมาของกรมการศาสนา
บทนำ
กรมการศาสนา มีปรากฏในผืนแผนดินไทยมาชานานแลว มีนามวา กรมสังฆการี บาง
กรมธรรมการ บาง กรมธรรมการสังฆการี บาง สุดแตจะเรียกขานกันตามยุคตามสมัย แตที่แนชัดคือ
เปนหนวยงานหลักของประเทศท่ีปฏิบัติภารกิจหนาที่ดานการพระศาสนาตางพระเนตรพระกรรณ
ของพระมหากษตั รยิ มาโดยตลอด
กรมการศาสนาในปจจุบันเปนหนวยงานระดับกรม สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เปนหนวยงาน
ทางราชการที่รับภารกิจดานการพระศาสนา และการมอบหมายภารกิจในดานการพระศาสนาใหแก
ผูใดหรือหนวยงานใดนั้น เปนพระราชอำนาจของพระมหากษัตริยแตละรัชสมัย เมื่อทรงเห็นวาผูใดหรือ
หนวยงานใดสามารถรับสนองภารกิจดังกลาวไดดีและเปนไปตามพระราชประสงคจะทรงมอบภารกิจ
งานการพระศาสนาใหแกผูนั้นปฏิบัติ จะเห็นไดจากประวัติศาสตรของชาติไทยวา ภารกิจดานพระศาสนาน้ัน
บางสมัยพระมหากษัตริยทรงรับภาระเอง บางสมัยมอบหมายใหเสนาบดีหรือพระเถระผูใหญรับผิดชอบ
ดำเนนิ การแทน
ดังนั้น เพ่ือความชัดเจนในเรื่องประวัติความเปนมาของกรมการศาสนา จึงขอแบงเปน ๓ ชวง
ตามระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลง กลา วคอื
ตั้งแตสมัยสุโขทัยมาจนถึงพุทธศักราช ๒๔๘๔ กอนท่ีจะมีปรากฏคำวา กรมการศาสนา ขึ้น
นบั เปน ชวงท่ี ๑
ต้ังแตพุทธศักราช ๒๔๘๔ ซ่ึงปรากฏมีคำวา กรมการศาสนา มาแลวต้ังแตวันท่ี ๒๐
สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ จนถึงพุทธศักราช ๒๕๔๕ ท่ีมีการแบงสวนราชการกรมการศาสนาออกเปน ๒ สวน
คอื กรมการศาสนาและสำนักงานพระพุทธศาสนาแหง ชาติ เมอื่ วนั ที่ ๓ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๔๕ นบั เปน ชว งที่ ๒
ตั้งแต พ.ศ. ๒๕๔๖ ซงึ่ สงั กัดกระทรวงวฒั นธรรม จนถงึ ปจจบุ นั นบั เปน ชว งที่ ๓
ทั้งน้ี สามารถสรปุ ไดโดยยอ ดังนี้
๑. บรุ พภาค (สมัยสโุ ขทัย - พ.ศ. ๒๔๘๔)
๒. มัชฌมิ ภาค (พ.ศ. ๒๔๘๔ – ๒๕๔๕)
๓. ปจ จุบนั ภาค (พ.ศ. ๒๕๔๕ – ปจ จุบัน)
9
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
บุรพภาค (สมัยสุโขทัย - พ.ศ. ๒๔๘๔)
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา จากการคน พบในศลิ าจารกึ วัดจฬุ ามณี ทราบวา ในรัชสมัยสมเด็จพระบรม
ไตรโลกนาถ พระองคทรงสรางพระวิหารวัดจุฬามณี และไดเสด็จออกทรงผนวชอยูท่ีวัดจุฬามณี ๘ เดือน
คร้ังทรงลาผนวชแลว มีพระราชโองการใหหม่ืนราชสังฆการีรับหมายรับผาพระราชทานให พระครูธรรม
ไตรโลกนารถราชมุนี สีลวิสุทธาจารย อธิการรามจุฬามณนี ำไปทาบรอยพระพทุ ธบาท
ดงั จะเห็นไดว า ในสมัยกรงุ สุโขทยั และในสมัยกรุงศรีอยธุ ยา มรี าชบัณฑิตยและหม่ืนราชสงั ฆการี
ซึง่ สันนษิ ฐานวา เปน ชอ่ื ตำแหนงรบั มอบหมายจากพระเจาแผนดนิ ใหรบั ภารกจิ ดานการพระศาสนา
ในการถวายความอุปถัมภกิจการคณะสงฆก็ดี พระภิกษุสามเณรก็ดี พระมหากษัตริยยอมทรงจัด
ใหมีเจาหนาท่ีฝายคฤหัสถเปนผูดำเนินการแทนพระองค และทรงแตงต้ังใหมียศมีตำแหนงสูงต่ำลดหล่ันกัน
รวมทั้งใหม หี นว ยงานสงั กดั ตลอดจนผูบงั คบั บญั ชาหนวยงานที่ดูแลงานดานพระศาสนา คงมมี าตั้งแตส มัยกรุง
สุโขทัยเปนราชธานีแลว หากแตไมอาจหาหลักฐานไดแนนอน แมในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนตนก็เชนกัน
โดยเฉพาะกอ นแผน ดนิ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตรยิ อ งคที่ ๘ แหงกรงุ ศรอี ยุธยา
คร้ันถึงแผนดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เร่ืองหนวยราชการงานบริหารการพระศาสนา
จึงไดความเปนเคาขึ้นวา ไดมีการต้ังหนวยงานนี้ในระดับที่พอจะเทียบกับยุครัตนโกสินทรวาเปนหนวยงาน
ระดับกรมใหญ ซ่ึงเจากรมมีศักดินาช้ันเสนาบดี กระทรวง หรือระดับกระทรวงข้ึนแลว ทั้งนี้ โดยอาศัยจาก
ความในพระธรรมนูญกฎหมายวาดวยตำแหนงศักดินาขาราชการพลเรือนซึ่งเปนกฎหมายที่สมเด็จพระบรม
ไตรโลกนาถทรงตราข้นึ เพ่ือแตงตั้งขุนนาง ขาราชการ ใหมีบรรดาศกั ดิเ์ ปน พระยา พระ หลวง ขุน หม่ืน และ
ใหผ มู บี รรดาศกั ดแ์ิ ตล ะชน้ั ถอื ศกั ดนิ าชน้ั ละเทา นน้ั เทา น้ี และในกฎหมายฉบบั นน้ั กร็ ะบใุ หม กี รมสงั กดั มชี อ่ื กรมตา งๆ
จดั การเรอ่ื งราวตา งๆ ขน้ึ พรอ มกนั หนว ยงาน เชน กรมการศาสนาในปจ จบุ นั ควรจะถอื ไดว า เรม่ิ ตน มาแตแ ผน ดนิ
สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ เปน ตนมา และเรม่ิ ตนดว ยชอื่ กรมธรรมการ หรอื กรมสังฆการี มาแลว
เจา หนา ทฝ่ี า ยคฤหสั ถซ ง่ึ ชว ยปฏบิ ตั ดิ แู ลกจิ การของคณะสงฆ สงั กดั กรมพระธรรมการ หวั หนา กรม
มีบรรดาศักด์ิเปนพระยาพระเสด็จ หรือออกญาพระเสด็จ ตำแหนงออกญาพระเสด็จเปนตำแหนงสูง
รับพระบรมราชโองการโดยตรง และบังคับบญั ชาราชการอยา งสิทธข์ิ าด
ในพระธรรมนูญกฎหมายวาดว ยตำแหนงศกั ดินาขา ราชการพลเรือนมีวา
ออกญาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ศรีสุภราชพิริยพาหุ ถือศักดินา ๑๐,๐๐๐ ไร ขุนธรรมเสนา
ราชปลัดทลู ฉลอง ขุนศรีปรีชานนท ปลัดน่งั ศาล
กรมธรรมการ มีกรมสังฆการี เปนกรมข้ึนอีกกรมหนึ่ง มีหลวงธรรมรักษา เปนเจากรม
ขนุ ธรรมาธบิ ดี เปนราชปลดั ทลู ฉลอง ขุนศรธี รรมลงั การ เปน ปลดั น่งั ศาล
การดำเนินการดังกลาวสืบเนื่องมาถึงสมัยตนแหงกรุงรัตนโกสินทร จึงไดมีการมอบหมายภารกิจ
เกยี่ วกบั งานดานการพระศาสนาใหแกห นว ยงานท่ีไดทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ต้งั ขน้ึ รบั ผดิ ชอบแทนพระองค
แบง เปน ๓ กรม คอื กรมธรรมการ กรมสงั ฆการี และกรมราชบัณฑิตย ไดท รงมอบหมายงานที่ใหแตละกรม
ท่ีทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ต้ังขึ้นรับภารกิจดานงานการพระศาสนาเปนอยางๆ ไป โดยกรมธรรมการ
มีหนาที่รับภาระในการพิจารณา พิพากษาคดีท่ีพระภิกษุสามเณรกระทำกับฆราวาส กรมสังฆการี มีหนาท่ี
เปนเจา พนักงานเกีย่ วกับพธิ ีสงฆท้ังปวง และกรมราชบณั ฑิตย มีหนาท่ี แปลพระปรยิ ัตธิ รรม
10
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
ภารกจิ ดา นการพระศาสนาทท่ี รงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ มอบหมายใหห นว ยงานตา งๆ ทท่ี รงตง้ั ขน้ึ
ไปดำเนินการน้ัน ถือเสมือนมอบหมายใหปฏิบัติแทนพระองคตางพระเนตรพระกรรณ หากมีส่ิงใดที่สมควร
กราบบังคมทูล หรือมีปญหาท่ีไมสามารถวินิจฉัยไดก็ตองนำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณา
โปรดเกลา ฯ วนิ ิจฉยั สั่งการ
เร่ืองของกรมสังฆการี หรือสังฆการีธรรมการ หรือธรรมการสังฆการี ซ่ึงเจากรมมีศักดินา
เทียบชั้นเสนาบดีน้ี นอกจากจะเปนกรมใหญแลวยังเปนกรมเกาแกกวากรมอื่นๆ ในสังกัดกระทรวงธรรมการ
หรือกระทรวงศึกษาธิการท้ังหมด และมีอำนาจหนาที่เกี่ยวกับการศาสนา การจัดการคณะสงฆมาแตโบราณ
ดงั ปรากฏหลักฐานตามที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา เจา อยหู วั รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระบรมราชาธบิ าย
เก่ียวกับ กรมธรรมการสงั ฆการี ไวดังน้ี
“กรมธรรมการสังฆการี นี้ ตามตำแหนงเดิมเปนกรมใหญไดต้ังธรรมการหัวเมืองวาความ
พระสงฆตอพระสงฆ หรือพระสงฆเก่ียวของกับคฤหัสถ ไมวาความอยางใด อำนาจของกรมธรรมการที่เปนอยู
บัดนี้ก็ไมสูผิดกับแตกอนมากนัก เปนแตไมมีอำนาจที่จะตั้งธรรมการหัวเมือง ขาดไปพรอมๆ กับกรมอ่ืนๆ
แตธรรมการหัวเมือง ก็ยังมีหนังสือบอกขาวคราว เหตุการณซ่ึงเกิดข้ึนในระหวางพระสงฆ หัวเมืองบาง
นอยๆ ราย แตกรมธรรมการมักจะไดพูดจากับพระสงฆ เจาคณะตามหัวเมืองน่ันเองเสียโดยมาก ถาเจาเมือง
กรมการเมืองใดจะขอตั้งเจาคณะหัวเมืองก็ยังมีใบบอกมาที่กรมธรรมการนั้นดวย คงอยูอยางแตกอน
แตต ำแหนง ใหญคือท่ีพระยาพระเสด็จนน้ั ไมไดต้งั มาเสยี ชา นาน ดวยผซู ่ึงจะเปน ขุนนางในตำแหนงธรรมการน้ี
ดูเหมือนจะใชผ ูสนัดในทางวัดๆ ผูซงึ่ สนดั ในทางวดั ๆ เชนนัน้ ก็คงตองใชค นท่เี ปน คนบวชอยนู าน เรอ รา งุมงาม
ไมส มควรเปนขนุ นางใหญ จึงไดลดตำแหนง มีศักดนิ านอยลงคงใชเ จานายไปกำกับอยเู สมอมา”
สวนท่ีวา กรมธรรมการสังฆการี เปนกรมเกาน้ัน ปรากฏตามพระราชนิพนธของสมเด็จพระเจา
บรมวงศเ ธอ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ ทรงอธิบายไวใ นหนงั สือประวัตสิ งั เขปแหงการจัดการศึกษาปรัตยุบัน
แหงประเทศสยาม ภาค ๑ (พ.ศ. ๒๔๑๔-๒๔๓๖) ไวดังน้ี “กระทรวงธรรมการต้ังเปนกระทรวงเสนาบดี
ในรชั กาลที่ ๕ เมอื่ วนั ที่ ๑ เมษายน รตั นโกสินทรศ ก ๑๑๑ ตรงกับปมะโรง พ.ศ. ๒๔๓๕ กรมตา งๆ ซง่ึ รวมเขา
เปน กระทรวงธรรมการ คอื กรมศกึ ษาธกิ าร ๑ กรมพพิ ธิ ภณั ฑ ๑ กรมพยาบาล ๑ กรมธรรมการสงั ฆการี ๑ ทง้ั ๔
กรมนเ้ี ดมิ บงั คบั บญั ชาอยตู า งกนั เปน กรมเกา แตก รมธรรมการสงั ฆการี นอกจากนน้ั มขี น้ึ ชอ่ื เมอ่ื ในรชั กาลท่ี ๕”
ภารกิจดานการพระศาสนาในประเทศไทย มีประวัติความเปนมาดังแสดงไวตอนตนจนลวงมาใน
สมัยรตั นโกสนิ ทร ปรากฏความเปน มาท่ีสำคญั โดยสงั เขป ดงั น้ี
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จฬุ าโลกมหาราช รชั กาลท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๓๒๕ - ๒๓๕๒)
๑. ยุคแรกเรียกชื่อวา กรมสังฆการีขวา เจากรมเปน หลวงธรรมรักษา ไดความจากพระราช
พงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร รัชกาลท่ี ๑ วา “เม่ือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก เสวยราชยแลว
ทรงตั้งตำแหนงพระราชาคณะ ปรากฏวา หลวงธรรมรักษา เจากรมสังฆการีขวา ซ่ึงเปนพระพิมลธรรม
มากอน ตองสึกในแผนดินกรุงธนบุรี วาตองอธิกรณอทินนาทาน ทรงแคลงอยู จึงใหพิจารณาไลเลียงดูใหม
กบ็ รสิ ทุ ธอ์ิ ยู หาขาดสกิ ขาบทไม จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดใหก ลบั บวชเขา ใหมใ หเ ปน พระญาณไตรโลก อยวู ดั สลกั
(ปจจบุ นั คอื วดั มหาธาตยุ ุวราชรังสฤษฎ์)ิ การครั้งนีใ้ นป พ.ศ. ๒๓๒๕ ปแ รกทีเ่ สวยราชย”
11
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
๒. ยคุ ท่ี ๒ เรยี กชอ่ื วา สงั ฆการธี รรมการ ไมป รากฏนามเจา กรม ไดน ามนจ้ี ากกฎหมายคณะสงฆ
ฉบับท่ี ๑ ทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช ตราข้นึ หลังจากเสวยราชยไ ด ๕ เดอื น
๓. ยุคที่ ๓ เรียกช่ือวา สังกระรยี ธรรมการ ไมป รากฏนามเจากรม ไดนามน้จี ากประกาศกฎเก่ียว
กบั พระสงฆ เม่ือ พ.ศ. ๒๓๔๔
ตามที่กลา วมานเี้ ขา ใจวาช่อื กรมทัง้ ๓ นีค้ งเปน กรมเดียวกัน อาจเปลย่ี นชือ่ กันบาง หรือไมก เ็ รยี ก
เพี้ยนกันบาง หรือหากเปนคนละกรม ก็คงจะเปนกรมข้ึนตอ พระยาพระเสด็จ เจากรมธรรมการใหญ
ตามแบบแผนกรงุ ศรีอยุธยา
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั รชั กาลท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๓๕๒ – ๒๓๖๗)
ชื่อของกรมไดเปล่ียนเปน กรมสังฆการี อันเปนการเร่ิมตนใชชื่อหนวยงานน้ีวา กรม
เปนการแนนอนเปนคร้ังแรก เจากรมสังฆการีในแผนดินนี้ ไดความจากหนังสือราชสกุลวงศกรุงรัตนโกสินทร
วาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย ทรงสถาปนา พระเจานองยาเธอ พระองคเจาชายไกรสร
(พระราชโอรสองคท่ี ๓ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช) เปน กรมหมื่นรักษรณเรศ
เปนผกู ำกบั กรมสงั ฆการี เปนองคแรก
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๓ (พ.ศ. ๒๓๖๗-๒๓๙๔)
สมัยแผนดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว รัชกาลท่ี ๓ กรมหมื่นรักษรณเรศ
ซ่ึงไดเลื่อนเปน กรมหลวงรักษรณเรศ ผูกำกับกรมสังฆการี ถูกลงพระอาญาสิ้นพระชนม จึงทรงสถาปนา
พระองคเจาชายสุทัศน (พระราชโอรสองคท่ี ๔๐ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช)
ซ่ึงเปนพระราชปตุลาของพระองคข้ึนเปน กรมหม่ืนสรไกรวิชิต ซ่ึงเปนตนราชสกุลสุทัศน เปนผูกำกับ
กรมสงั ฆการีแทน นบั เปนผกู ำกบั กรมสงั ฆการี องคท่ี ๒
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๔ (พ.ศ. ๒๓๙๔-๒๔๑๑)
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลท่ี ๔ มีการเพ่ิมช่ือตอทายจากคำวา
กรมสังฆการี เปน กรมสังฆการธี รรมการ มผี กู ำกบั กรม ๑ ตำแหนง และ ตำแหนง อ่ืนอกี ๓ ตำแหนง ดังน้ี
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยหู วั ทรงแตง ตง้ั ให สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอ เจา ฟา มหามาลา
กรมพระยาบำราบปรปก ษ (เจา ฟา ชายกลาง) พระราชโอรสองคท ่ี ๖๕ ของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั
รัชกาลที่ ๒ ซ่ึงเปนพระเจานองยาเธอของพระองค และเปนตนราชสกุล มาลากุล เปนผูกำกับกรม
สังฆการีธรรมการ และเปนเจากรมสังฆการีธรรมการ องคที่ ๑ ในรัชสมัยของพระองค และเปนองคที่ ๓
ในสมัยกรุงรตั นโกสินทร (องคท ่ี ๑ คอื กรมหลวงรกั ษร ณเรศ องคท่ี ๒ คอื กรมหมื่นสรไกรวิชติ )
ครัน้ เมอื่ สมเด็จพระเจา บรมวงศเธอ เจาฟา กรมพระยาบำราบปรปกษ ทรงโปรดวา การในตำแหนง
อ่ืนๆ โดยเฉพาะแลว พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวไดทรงสถาปนา พระองคเจาอรรณพ
(พระราชโอรสองคท่ี ๓๒ ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๓ ซ่ึงเปนพระภาคิไนย
ของพระองค และเปนตนราชสกุล อรรณพ) ข้ึนเปน กรมหมื่นอุดมรัตนราษี แลวโปรดใหเปนผูกำกับ
กรมสังฆการีธรรมการตอจากสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟากรมพระยาบำราบปรปกษ ซ่ึงนับวาเปน
ผูก ำกบั องคท่ี ๒ ในรชั สมยั ของพระองค และเปนองคที่ ๔ ในสมยั รตั นโกสนิ ทร
12
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
สวนตำแหนงอื่นอกี ๓ ตำแหนง นัน้ ไดแ ก
๑. ปลดั จางวาง ไดแ ก หลวงธรรมการาจารย
๒. ผชู ว ย ไดแ ก ขนุ ซกุ ซนสงั ฆาธกิ รณ (ราชทนิ นามบรรดาศกั ดน์ิ ต้ี อ มาเปลย่ี นเปน ขนุ พสิ นทส งั ฆกจิ )
๓. จางวางกรมธรรมการ พระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดีศรีศุภราชพิริยพาหะ เปลี่ยนเปน
(พระธรรมการบดศี รวี ิสุทธิศาสนวโรประการ)
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๕ (พ.ศ. ๒๔๑๑-๒๔๕๓)
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ซึ่งเปนรัชสมัยของการปฏิรูป
การเศรษฐกิจและสังคมคร้ังแรกของเมืองไทยท่ีปวงชนไดรับผลของการปรับปรุงจากพระบารมีมาจนตราบเทา
ทุกวันนี้ งานดานพระศาสนาก็ไดรับการปรับปรุงดวย พระองคทรงมุงหวังท่ีจะเรงรัดปรับปรุงการศึกษาของ
ประชาชนใหทัดเทียมกับนานาประเทศ โดยจัดต้ังโรงเรียนขึ้นใหแพรหลาย แตรากฐานการศึกษาของไทยน้ัน
มาจากวัดและพระสงฆ เม่ือตองการที่จะปรับปรุงการศึกษาของประชาชน จึงจำเปนตองปรับปรุงงานของ
คณะสงฆค วบคกู ันไปจนถงึ กับมีกระแสพระราชดำรัสวา
“โรงเรียนท่ีจัดต้ังขึ้น มีกิจเกี่ยวของดวยพระอารามและพระสงฆมากอยู ควรจะไดรวมงานที่
เกี่ยวขอ งมาอยใู นบังคบั เดยี วกนั ”
ดงั นนั้ ในป พ.ศ. ๒๔๓๒ จึงทรงใหรวมกรมหลายกรมท่เี กย่ี วกับงานการจัดการศึกษาและงานท่ี
เกย่ี วกบั พระศาสนามาอยกู รมเดยี วกนั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหเ รยี กชอ่ื วา กรมธรรมการ (มฐี านะเทา
กระทรวงแตสมัยนน้ั เรียกวา กรม) ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ มอบหมายอำนาจหนาทใี่ หกรมธรรมการ ดงั นี้
เปนพนักงานที่จะบังคับบัญชาเก่ียวของในพระสงฆ ตำแหนงท่ีพระยาพระเสด็จ และเปน
ผบู งั คบั การโรงเรียนและโรงพยาบาลทว่ั ราชอาณาเขต
กรมสงั ฆการธี รรมการยา ยมาอยใู นสงั กดั กรมธรรมการโดยกลบั ชอ่ื เสยี ใหมว า กรมธรรมการสงั ฆการี
หนาที่ของกรมธรรมการสงั ฆการีท่ีทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ มอบหมายใหปฏิบัติ ดังนี้
๑. พนักงานบัญชพี ระสงฆ มีหนา ทสี่ ำรวจทำบญั ชีพระภิกษุ สามเณร ทว่ั ราชอาณาจกั ร
๒. พนกั งานการพระอาราม มหี นา ทเ่ี กย่ี วกบั การสรา ง ซอ มแซมบรู ณะ และกจิ การทเ่ี กย่ี วขอ งกบั วดั
๓. พนกั งานจดั ผลประโยชนพ ระอาราม มหี นา ทจ่ี ดั การศาสนสมบตั ขิ องวดั และ ของการพระศาสนา
๔. ตลุ าการศาลพระธรรมการ มหี นาท่ีพจิ ารณาคดีเกย่ี วของกับพระภกิ ษุ สามเณร
๕. พนกั งานการพระราชพธิ ี มหี นา ทเ่ี กย่ี วกบั พระราชพธิ แี ละพธิ ตี า งๆ ทพ่ี ระสงฆเ กย่ี วขอ งอยดู ว ย
ตอมากรมธรรมการไดรับการปรับปรุงระบบการบริหารงานอีกครั้ง หลังจากท่ีไดปรับปรุงมาแลว
เมอื่ ป พ.ศ. ๒๔๓๒ ไมน านนกั ทง้ั น้ีเพราะ
๑. พระเจานองยาเธอ กรมหม่ืนดำรงราชานุภาพ (พระยศขณะนั้น) ไดเสด็จกลับจากการดูงาน
การศึกษาในภาคพื้นยุโรปปลายป พ.ศ. ๒๔๓๔ ไดทรงถวายความเห็นในการปรับปรุงการศึกษาสำหรับ
ประชาชนไวหลายประการ และทรงเห็นวาหากไดปรับปรุงระบบการบริหารของกรมธรรมการใหดีย่ิงขึ้นแลว
การจัดการศึกษาสำหรับประชาชนกจ็ ะบรรลผุ ลตามความเหน็ ของกรมหม่ืนดำรงราชานุภาพ
๒. ภาระหนาที่ของกรมธรรมการมีมากข้ึนจำตองขยายและปรับปรุงระบบบริหารใหสามารถรับ
ภาระไดเ ตม็ ที่ พรอ มท้ังเปนการเตรียมโครงสรางงานไวเพื่อการขยายในอนาคตดวย
13
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
ดวยเหตุท้ังสองประการดังกลาวแลว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ประกาศต้ังกรมธรรมการ
เปนกระทรวงธรรมการ เม่อื วนั ท่ี ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕
การปรับปรุงกรมธรรมการเปนกระทรวงธรรมการคร้ังนี้ เปนการยกฐานะกรมซ่ึงมีงานมากขึ้น
เปนกระทรวงตามพระราชประสงคและตัดเอากรมแผนท่ีซึ่งมิไดมีสวนเก่ียวของกับการศึกษามากนักออกไป
สังกัดอื่น สวนงานหลักของกรมใดที่เคยทำอยูกอนก็ใหทำตอไป กรมธรรมการสังฆการีไดรับการเปลี่ยนชื่อ
เปนกรมสังฆการี ดังนั้น งานของกรมสังฆการีจึงเปนงานที่มาจากงานของกรมธรรมการสังฆการีเดิมนั่นเอง
มีการเปลีย่ นแปลงกแ็ ตเ ฉพาะขยายปรมิ าณงานใหครอบคลุมทว่ั ประเทศ กวา งขวางออกไปเทาน้ัน
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๖ (พ.ศ. ๒๔๕๓-๒๔๖๘)
ในสมัยรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลท่ี ๖ ฐานะของกรมการศาสนา
ซึ่งอยูใ นนาม กรมสงั ฆการี มาแตส มัยรชั กาลที่ ๕ นนั้ ไดมีการปรับปรงุ เปลย่ี นแปลงขึ้นอกี ๓ คร้งั คอื
ครั้งแรกในป พ.ศ. ๒๔๕๔ ไดทรงพิจารณาเห็นวาหนาท่ีราชการในกระทรวงธรรมการแตเดิม
มีกรมข้ึนใหญบาง เล็กบาง มีกิจการตองทำไมสมสวนกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหจัดระเบียบใหม
ออกเปน ๕ กรม คอื กรมกลางหรอื แผนกบัญชาการ ๑ กรมสงั ฆการี ๑ กรมธรรมการ ๑ กรมราชบณั ฑิต ๑
กรมศกึ ษาธกิ าร ๑ โดยแยกกรมธรรมการสงั ฆการอี อกเปน ๒ กรม คอื กรมสังฆการี กบั กรมธรรมการ
กรมสงั ฆการี มหี นาท่ี
๑. สำรวจและทำบญั ชีพระภกิ ษสุ ามเณรโดยแยกเปนมณฑล ตามวุฒิ และสมณศักด์ิ
๒. จัดการบรรพชาอุปสมบท แตงตั้งพระสังฆาธิการและพระสมณศักดิ์ พระอุปชฌาย
การสอบไลพ ระปรยิ ัติธรรม การตั้งไวยาวัจกร และการพระราชกศุ ล
๓. ควบคมุ และปราบปรามอลชั ชภี กิ ษุ ตลอดจนตรวจการปกครองคณะสงฆ
๔. ตรวจบัญชีพระสงฆใหถูกตอง ตรวจเหตุการณซึ่งจะทำความมัวหมองใหแกคณะสงฆ
ตรวจการปกครองเพอื่ ใหร ูความเจริญและความเสอ่ื มแหงคณะสงฆ
กรมธรรมการ มหี นาท่ี
๑. สำรวจจดั ทำบญั ชวี ัด แยกเปนประเภทวดั หลวง วัดราษฎร และวัดรา งท่ัวราชอาณาจักร
๒. ควบคมุ การตรวจสอบการสรางวดั รวมทั้งการขอพระราชทานวสิ งุ คามสีมา
๓. จัดการทำนบุ ำรุงวดั และจดั การเก่ียวกบั ศาสนสมบตั ิ
เม่ือไดมีการปรับปรุงกระทรวงธรรมการในป พ.ศ. ๒๔๕๔ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา
เจา อยหู วั ทรงมพี ระราชดำรสั วา หนา ทข่ี องกระทรวงนน้ั ควรจะมอี ยู ๒ อยา ง คอื หนา ทจ่ี ดั การศกึ ษาใหแ กป วงชน
และดูแลสงเสรมิ การพระศาสนาเทานั้น การจดั ระบบบริหาร และมอบหมายหนาท่ีการงานก็ควรจะเปน ไปตาม
หนาทดี่ งั กลาว ดงั น้นั ในป พ.ศ. ๒๔๕๙ จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหจัดแบงสว นราชการ และหนาที่
การงานในกระทรวงธรรมการเสียใหม
สำหรับการพระอารามตามจังหวัดชั้นนอกในป พ.ศ. ๒๔๖๐ เปนปแรกที่โปรดเกลาฯ ใหจัด
ขาราชการสวนภูมิภาคของกระทรวงธรรมการเปนเจาหนาท่ีฝายการศาสนาสมทบกับการศึกษา และในป
พ.ศ. ๒๔๖๑ โปรดเกลา ฯ ใหเ ปลย่ี นชอื่ กรมพระอารามเปนกรมกัลปนา ตอมาป พ.ศ. ๒๔๖๒ พระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกลาเจา อยูหัว รัชกาลที่ ๖ พระองคไดทรงดำริวา
14
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
“ราชการของกระทรวงธรรมการ และกรมศึกษาธิการนั้น ตางชนิดกันทีเดียว
ยากท่ีจะเลือกหาเจากระทรวงผูสามารถบัญชาการไดดีท้ัง ๒ กรม คงไดทางหนึ่ง เสียทางหนึ่ง
มีพระบรมราชประสงคจะใหราชการเปนไปสะดวก ท้งั จะใหสมแกทรงเปนพุทธศาสนูปถัมภโดยตรง จึงมี
พระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกลาใหยายกรมธรรมการมารวมอยูในพระราชสำนักตามประเพณีเดิม
สว นกระทรวงธรรมการใหเ รียกวา กระทรวงศกึ ษาธิการ มีหนา ทีจ่ ัดการศึกษา”
ดังน้ัน ในป พ.ศ. ๒๔๖๒ ไดมกี ารเปลีย่ นแปลงทส่ี ำคญั ๒ อยาง คือ
๑. เปลีย่ นชอ่ื กระทรวงธรรมการ เปน กระทรวงศึกษาธกิ าร
๒. โปรดใหย า ยกรมธรรมการไปรวมอยใู นกระทรวงวัง โดยพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหจดั ระเบยี บ
การบรหิ ารในกรมธรรมการใหม
สำหรับกระทรวงศึกษาธิการในระยะน้ันคงเหลือหนวยงานเพียง ๓ หนวยคือ กองบัญชาการ
กรมศกึ ษาธิการ และกรมมหาวิทยาลยั
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๗ (พ.ศ. ๒๔๖๘-๒๔๗๗)
ในป พ.ศ. ๒๔๖๙ ไดมีการเปลี่ยนแปลงงานของกรมธรรมการ กลาวคือ พระบาทสมเด็จ
พระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ทรงพระราชดำริวา การศึกษาไมควรจะแยกจากวัด โปรดใหเปลี่ยนช่ือ
กระทรวงศกึ ษาธิการเปน กระทรวงธรรมการ และใหก รมธรรมการไดกลบั มารวมกับกระทรวงศึกษาธกิ าร
การปรับปรุงคร้ังน้ียังคงใหกรมสังฆการีเปนกรมหนึ่งอยูในกรมธรรมการตามเดิม แตไดแยก
กรมกัลปนาซ่งึ มหี นาทีด่ แู ลรักษาศาสนสมบตั ิไปขน้ึ กับกรมพระคลังขางท่ี กระทรวงพระคลังมหาสมบตั ิ
หลงั จากการเปลย่ี นแปลงการปกครองจากสมยั สมบรู ณาญาสทิ ธริ าชยม าเปน สมยั ประชาธปิ ไตยแลว ไดม ี
พระราชบญั ญตั จิ ดั ตง้ั กระทรวง ทบวง และกรม พ.ศ. ๒๔๗๖ แบง สว นราชการของแผน ดนิ ออกเปน ๗ กระทรวง คอื
๑. กระทรวงกลาโหม
๒. กระทรวงเศรษฐการ
๓. กระทรวงมหาดไทย
๔. กระทรวงยตุ ิธรรม
๕. กระทรวงพระคลัง
๖. กระทรวงธรรมการ
๗. กระทรวงตางประเทศ
จากการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี มีผลใหยุบกรมกัลปนา สังกัดกระทรวงพระคลัง
มหาสมบตั ิ ลงเปนกองศาสนสมบัติ โอนใหก ลบั มาสังกัดอยูใ นกรมธรรมการ กระทรวงธรรมการ
ตอมา เม่ือวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ไดมีพระราชบัญญัติวาดวยระเบียบราชการบริหาร
แหงราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๖ จัดระเบียบการบริหารแหงราชอาณาจักรสยาม ซ่ึงใชเปนบรรทัดฐาน
สบื มาจนถงึ ปจ จุบนั ดงั นี้
ราชการบรหิ ารสว นกลาง
ราชการบรหิ ารสวนภูมิภาค
ราชการบริหารสวนทอ งถ่ิน
จากพระราชบัญญัติฉบับน้ี ไดมีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๔๗๖
อีกฉบบั หนง่ึ เพม่ิ สำนกั นายกรฐั มนตรี และกระทรวงวงั ขน้ึ ใหม เปลย่ี นชอ่ื กระทรวงพระคลงั เปน กระทรวงการคลงั
กระทรวงธรรมการมอี ำนาจและหนา ทีเ่ ก่ียวกับการศึกษา การธรรมการ และการศลิ ปากร
15
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั อานนั ทมหดิ ล รชั กาลท่ี ๘ (พ.ศ. ๒๔๗๗-๒๔๘๔)
เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ไดมีการแบงสวนราชการในกระทรวงธรรมการใหมออกเปน
๒ สำนักงาน ๕ กรม โดยเพิ่ม กรมมหาวิทยาลัย ขึ้นอีก ๑ กรม นอกน้ันคงเดิมแตมีการกำหนดแนชัด
ในเรือ่ งหวั หนาสว นราชการของกรมธรรมการและกรมตางๆ ใหเรียกวา อธบิ ดี มีอตั ราเงนิ เดือนข้ึน ณ บดั นนั้
ตอมา เมื่อวันท่ี ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ไดประกาศใชพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง
ทบวง กรม พ.ศ. ๒๔๘๔ มีผลใหเปล่ียนช่ือกระทรวงธรรมการเปน “กระทรวงศึกษาธิการ” เปล่ียนช่ือ
กรมธรรมการ เปน “กรมการศาสนา” โดยบญั ญตั ใิ หก ระทรวงศกึ ษาธกิ ารมอี ำนาจและหนา ทเ่ี กย่ี วกบั การศกึ ษา
การศาสนา และการศลิ ปากร โดยแบง สว นราชการ กระทรวงศึกษาธกิ ารออกเปน
๑. สำนักงานเลขานุการรฐั มนตรี
๒. สำนกั งานปลดั กระทรวง
๓. กรมการศาสนา
๔. กรมพลศึกษา
๕. กรมมหาวิทยาลัย
๖. กรมศลิ ปากร
๗. กรมสามัญศึกษา
๘. กรมอาชีวศึกษา
ผลจากการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสำคัญตอกระทรวงศึกษาธิการและ
กรมการศาสนา ดังน้ี
๑. เปลี่ยนชือ่ กระทรวงธรรมการเปน กระทรวงศึกษาธิการ
๒. เปลี่ยนชื่อ กรมธรรมการ เปนกรมการศาสนา
๓. กำหนดอำนาจหนา ทีใ่ หก ระทรวงศกึ ษาธกิ ารมอี ำนาจและหนา ทเี่ กีย่ วกบั การศกึ ษาการศาสนา
และการศิลปากร
ฉะน้ัน จึงนับไดวา กรมการศาสนา ไดถือกำเนิดนามน้ีมาตั้งแตวันที่ ๒๐ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๔๘๔ เปน ตนมา
16
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
มัชฌิมภาค (พ.ศ. ๒๔๘๔ – ๒๕๔๕)
ในสวนการจัดระเบียบบริหารกรมการศาสนานั้นยังคงแบงสวนราชการตามแบบเดิม
ตอมาไดมีประกาศใชพระราชบัญญัติคณะสงฆ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ จึงไดมีการปรับปรุง
เพ่ิมสวนราชการ เปนการรับสนองงานตามกฎหมายคณะสงฆฉบับนี้อีก ปรากฏตามพระราชกฤษฎีกา
จดั วางระเบียบราชการในกระทรวงศึกษาธกิ าร พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๕
กรมการศาสนาแบงสว นราชการออกเปน ๕ กอง ๑๑ แผนก
ในป พ.ศ. ๒๔๘๗ พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมการศาสนาในกระทรวง
ศกึ ษาธกิ ารไดเพิม่ แผนกอนสุ าสนาจารย ขน้ึ ใน สำนกั งานเลขานกุ ารกรม อีก ๑ แผนก
ในป พ.ศ. ๒๔๙๔ ไดมีการปรับปรุงสวนราชการกระทรวงศึกษาธิการอีกคร้ังหนึ่ง ในสวนของ
กรมการศาสนาไมมีอะไรเปล่ียนแปลง นอกจาก กรมการสาสนา เปน กรมการศาสนา นอกนั้นคงเดิม
การปรบั ปรงุ ครั้งนเี้ ปนไปตามพระราชบัญญตั ปิ รับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบบั ที่ ๑๓ ) พ.ศ. ๒๔๙๔
ตอมา เม่ือวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ กรมการศาสนา ไดโอนไปสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม
ซ่ึงเปนกระทรวงต้ังใหม กรมการศาสนาในขณะสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ไดมีการปรับปรุงเพื่อขยายงานดาน
การอนุศาสนาจารย ซ่ึงเดิมมีฐานะเปนเพียงแผนกอนุศาสนาจารย ข้ึนอยูในสำนักงานเลขานุการกรม
ไดยกฐานะใหเ ปนกองอนุศาสนาจารยข ึน้ ในกรมการศาสนา เมอ่ื วนั ท่ี ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๕
กรมการศาสนาไดโอนจากกระทรวงศึกษาธิการมาสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เม่ือวันที่ ๑๒
มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ อยูในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมไดประมาณ ๖ ป ๕ เดือน ก็โอนกลับไปสังกัด
กระทรวงศึกษาธิการตามเดิม ท้ังน้ีเปนผลจากคณะรัฐบาลคณะปฏิวัติชุด จอมพล ถนอม กิตติขจร
เปน นายกรฐั มนตรี ไดป ระกาศใชพ ระราชบญั ญตั ปิ รบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม (ฉบบั ท่ี ๖) พทุ ธศกั ราช ๒๕๐๑
เม่ือวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ยุบเลิกกระทรวงวัฒนธรรมและสภาวัฒนธรรมแหงชาติ เหลือลง
เปนกองหน่ึง สังกัดสำนักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
การโอนกรมการศาสนากลับคืนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการคร้ังน้ัน หนวยราชการของ
กรมการศาสนาคงแบงเปน แผนกตางๆ ตามทไี่ ดส งั กดั อยูใ นกระทรวงวัฒนธรรมตามเดมิ
ในป พ.ศ. ๒๕๑๕ ไดมีประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๗ ลงวันท่ี ๒๙ กันยายน ๒๕๑๕
ใหโอนกองวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมาสังกัดในกรมการศาสนา1 มีผลใหกรมการศาสนา
เพม่ิ กองวฒั นธรรมขน้ึ อกี ๑ กอง
ตอมา กรมการศาสนาไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการปรับปรุงหนวยราชการของ
คณะปฏิวัติอนุมัติใหแบงสวนราชการในกองและในสำนักงานในกรมการศาสนาออกเปนฝายตางๆ แทนแผนก
โดยพิจารณาจากกองนั้นๆ มีลักษณะงานฝายวิชาการหรือจัดดำเนินการท่ีมิใชงานบริหารท่ัวไป ฉะน้ัน
โดยอาศัยความเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการปรับปรุงหนวยราชการของคณะปฏิวัติอนุมัติ
กรมการศาสนาจึงไดม ีการแบง สว นราชการใหม
ในป พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดมีพระราชกฤษฎีกาแบงสวนราชการกรมการศาสนา ใหยกกองวัฒนธรรม
ออกจากกรมการศาสนา ยกขึ้นเปนสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหง ชาติ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
1 ราชกิจจานุเบกษา เลม ที่ ๑๔๕ วนั ที่ ๒๙ นั ยายน พ.ศ. ๒๕๒๕ (ใหมผี ลบังคบใช ต้งั แตว ันท่ี ๑ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เปน ตน ไป)
17
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
ในป พ.ศ. ๒๕๓๒ ไดม พี ระราชกฤษฎีกาแบง สว นราชการกรมการศาสนา ใหแยกฝายพุทธมณฑล
กองพทุ ธศาสนสถานมาจดั ต้ังเปน สำนกั งานพทุธมณฑล มีฐานะเปน สวนราชการเทียบเทา กอง
เน่อื งจากพระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหารราชการแผน ดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖ วรรค ๔ บญั ญัติ
ใหราชการภายในสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี กรมหรือสวนราชการที่เรียกช่ืออยางอื่น และมีฐานะเปนกรม
ใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา และใหระบุอำนาจหนาที่ของแตละสวนราชการ โดยกำหนดอำนาจหนาที่ของ
กรมการศาสนาไวในพระราชกฤษฎีกาแบงสวนราชการกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๓๖
ไดก ำหนดไวดังตอ ไปนี้
๑. ดำเนนิ การตามกฎหมายวาดวยคณะสงฆ กฎหมายวาดว ยการกำหนดวทิ ยฐานะ ผูส ำเรจ็ วชิ า
การพระพทุ ธศาสนา กฎหมายวา ดว ยการสง เสรมิ กจิ การฮัจย รวมทั้งกฎหมายและระเบยี บอนื่ ท่ีเกีย่ วของ
๒. จัดทำและประสานแผนงานของกรมใหเปนไปตามนโยบายและแผนแมบทของกระทรวง
กำกับ เรงรัดติดตาม ประเมินผล การปฏิบัติงานตามแผนงานของหนวยงานในสังกัด และดำเนินการเกี่ยวกับ
การฝกอบรมและงานสถิติขอ มลู ทางดา นการศาสนา
๓. สงเสริม ดูแล รกั ษา และทำนบุ ำรงุ ศาสนสถานและศาสนวตั ถุ
๔. ทำนุบำรงุ สงเสริมพระพุทธศาสนาเสรมิ สรา งศลี ธรรมปลกู ฝงคณุ ธรรมและจริยธรรม
๕. ควบคมุ ดแู ลการจดั การศกึ ษาวชิ าการพระพทุ ธศาสนา การจดั การศกึ ษาโรงเรยี นพระปรยิ ตั ธิ รรม
แผนกสามัญศึกษา ตลอดจนสนองงานคณะสงฆดานการปกครอง การศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห
การเผยแผพระพุทธศาสนา และ การดแู ลรกั ษาสาธารณปู การ
๖. พัฒนาพุทธมณฑลใหเ ปน ศูนยก ลางทางพระพุทธศาสนา
๗. ใหการอุปถมั ภศาสนาอนื่ ๆ ที่ทางราชการรบั รอง
๘. ปฏิบตั ิการอ่นื ใดตามทก่ี ฎหมายกำหนดใหเ ปนอำนาจหนาทข่ี องกรมหรอื ตามที่กระทรวง
หรือคณะรฐั มนตรมี อบหมาย
18
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
�จจุบันภาค (พ.ศ. ๒๕๔๕ - �จจุบัน)
ในป พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดม ีการประกาศใชพ ระราชบัญญตั ปิ รบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕
และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ซ่ึงมีผลใชบังคับตั้งแตวันที่
๓ ตลุ าคม ๒๕๔๕ ทำใหแ บง กรมการศาสนาออกเปน ๒ หนว ยงาน ดงั น้ี
๑. กรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม
๒. สำนกั งานพระพทุ ธศาสนาแหง ชาติ เปน หนว ยงานอสิ ระอยภู ายใตก ารกำกบั ของนายกรฐั มนตรี
ตอมาพระราชบัญญัติสงเสริมกิจการฮัจย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๐ ใหโอนเฉพาะ
กองสงเสริมกิจการฮัจย และกองทุนสำหรับผูเดินทางไปประกอบพิธีฮัจยตามระเบียบกรมการศาสนาวาดวย
กองทุนสำหรับผูเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย พ.ศ. ๒๕๔๙ ไปเปนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
เมื่อวนั ท่ี ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๙
ในปจจุบัน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐดาน
ศาสนา โดยการทำนุบำรุง สงเสริมและใหความอุปถัมภคุมครองกิจการดานพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ
ท่ีทางราชการรับรอง ตลอดจนสงเสริมพัฒนาความรูคูคุณธรรม สงเสริมความเขาใจอันดี และสรางความ
สมานฉันทระหวางศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมท้ังดำเนินการเพื่อใหคนไทยนำหลักธรรมของศาสนามาใช
ในการพฒั นาคุณภาพชีวติ ใหเ ปน คนดีมคี ณุ ธรรม โดยมีการแบง สวนราชการ ดงั ตอไปน้ี
- สำนักงานเลขานกุ ารกรม
- กองศาสนปู ถัมภ
- สำนักพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม
สำนกั งานเลขานกุ ารกรม มีอำนาจหนา ทดี่ งั น้ี
๑) ปฏบิ ตั ิงานบรหิ ารท่ัวไป งานสารบรรณ งานบริการ และงานกจิ กรรมพเิ ศษของกรม
๒) ดำเนินการเกยี่ วกับงานชว ยอำนวยการและเลขานกุ ารของกรม
๓) ประชาสัมพันธการปฏิบัติราชการของกรม และเผยแพรกิจกรรมความกาวหนาในงานดาน
ตาง ๆ ของกรม
๔) ดำเนินการเก่ียวกับการเงิน การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานท่ีและ
ยานพาหนะของกรม
๕) จดั ระบบงานและบรหิ ารงานบคุ คลของกรม
๖) ดำเนินการเกี่ยวกับงานกฎหมายและระเบียบ งานนิติกรรมและสัญญา งานเก่ียวกับความรับ
ผิดชอบในทางแพงอาญา งานคดีปกครอง และงานคดอี ่ืนที่อยูใ นอำนาจหนาทข่ี องกรม
๗) จัดทำและประสานแผนการปฏิบัติงานของกรมใหสอดคลองกับนโยบายและแผนแมบท
ของกระทรวง ดำเนินการเกี่ยวกับงานโครงการพิเศษ งานความรวมมือกับตางประเทศ รวมท้ังเรงรัด ติดตาม
และประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานตามแผนงานและโครงการของหนวยงานในสงั กดั
๘) จัดระบบการสำรวจ การจัดเก็บ การประมวล และการใชประโยชนขอมูลของหนวยงาน
ในสงั กดั และเปนศนู ยข อมูลของกรม
19
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศักราช ๒๕๖๕
๙) ประสานความสัมพันธระหวางคณะสงฆ องคกรทางศาสนา หนวยงานภาครัฐ และเอกชนท้ัง
ในและตางประเทศ
๑๐) ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนที่เกี่ยวของหรือที่ไดรับ
มอบหมาย
กองศาสนูปถมั ภ มีอำนาจหนาทด่ี งั นี้
๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพระราชพิธี งานพระราชกุศล งานรัฐพิธี และงานศาสนพิธีของ
กระทรวง ทบวง กรมตางๆ
๒) ใหการอุปถมั ภดา นศาสนสงเคราะห
๓) ดำเนินการใหการอุปถัมภ ประสานงาน และควบคุมดูแลการเผยแผศาสนาที่ทางราชการ
รบั รอง
๔) ดำเนินการประสานงานระหวางผูนำศาสนาและศาสนิกชนทุกศาสนา เพ่ือใหเกิดความ
สมานฉันท
๕) เสนอแนวการกำหนดนโยบายและมาตราการในการสรางความสมานฉันทระหวางศาสนาอ่ืน
ทท่ี างราชการรบั รอง
๖) บรกิ ารขอ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั ความรู วธิ กี ารปฏบิ ตั ดิ า นศาสนพธิ ี วนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
ผลงานการวิจยั และวิชาการทางศาสนาอ่ืนแกบุคคลท่ัวไป
๗) ปฏิบัติงานรวมกับสำนักพระราชวัง รับสนองงานในพระบรมราชานุเคราะห และ
พระบรมราชูปถมั ภ ตามพระบรมราชโองการและหมายรับส่งั
๘) สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทางศาสนาอื่นที่ทางราชการรับรอง เพ่ือสงเสริมใหนำหลักธรรม
ทางศาสนานำไปสูการเสริมสรางศลี ธรรม ปลกู ฝง คณุ ธรรม และจรยิ ธรรม
๙) ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนท่ีเกี่ยวของหรือที่ไดรับ
มอบหมาย
สำนกั พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม มีอำนาจหนา ทีด่ งั น้ี
๑) ศึกษา วิเคราะห วจิ ยั เพื่อเสนอแนะการกำหนดนโยบายและแนวทางการพฒั นาคณุ ธรรมและ
จรยิ ธรรม เพ่อื เสนอตอนายกรฐั มนตรแี ละมหาเถรสมาคม
๒) ดำเนินการเก่ียวกับการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม และสงเสริมการนำหลักธรรมไปพัฒนา
คุณภาพชวี ิตเพ่อื สรา งใหน ักเรียน ประชาชนเกิดความรคู ูคณุ ธรรม
๓) เผยแพรและสงเสริมศีลธรรม
๔) ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนที่เก่ียวของหรือที่ไดรับ
มอบหมาย
20
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
ตรากรม
ระหวา ง พ.ศ. ๒๔๗๕ ถึง พ.ศ. ๒๔๘๔ กรมการศาสนายังมีชอ่ื วา กรมธรรมการ มีหนาที่จัดการ
เก่ียวกับเร่ืองศาสนา จนถึง พ.ศ. ๒๔๘๔ กรมธรรมการ ไดเปลี่ยนช่ือใหมเปน กรมการศาสนา ตามพระราช
บัญญตั ิปรบั ปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๔๘๔
ตรากรมการศาสนา
ตราของกรมการศาสนาเปนแบบโบราณ คือเปนรูปวงกลมเสนคู ๒ ชั้น ภายใน
วงกลมมีลายกลางเปนรูปเสมา “ธ” ขัดสมาธิ นัง่ อยบู นบลั ลังกสิงหภายในกนกเปลว และมีอักษร
ท่ีขอบลางวา “กรมการศาสนา”“ธ” ในทางเลขยันต ถือวาขลังดี โบราณาจารยหมายเอารูปของ
องคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจาประทับนั่งสมาธิ ณ ควงไมพระศรีมหาโพธิจนสำเร็จพระอนุตร
สมั มาสัมโพธิญาณ แตบ างทานกว็ าหมายถงึ “ธรรม” ตามเครือ่ งรางของขลงั ตา งๆ
ตราอธบิ ดกี รมการศาสนา
ตราสำหรับตำแหนงอธิบดีกรมการศาสนา เปนตราประจำตำแหนง ชาดรูปกลม
ศูนยกลางกวา ง ๖ เซนติเมตร ลายกลางเปนรปู เสมา มอี ักษรตัว ท่ีเรยี กกันวาเธาะ ขัดสมาธิตั้ง
อยูบนบัลลังกสิงหภายในกนกเปลว มีอักษรที่ขอบเบ้ืองลางวา “อธิบดีกรมการศาสนา” ตราท่ีได
ประกาศใชเม่ือวนั ท่ี ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๔
21
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
ทำเนียบผู้บริหาร
นายเกร�ยงศักดิ์ บุญประสิทธิ์
อธบิ ดกี รมการศาสนา
นายสำรวย นักการเร�ยน
รองอธิบดกี รมการศาสนา
นางสุร�ย เกาศล นางสาวฐิติมา สุภภัค นายพจนาถ ปญญาศิลป
เลขานกุ ารกรม ผอู ำนวยการสำนักพัฒนา ผอู ำนวยการกองศาสนปู ถัมภ
คณุ ธรรมจริยธรรม
นายอนุชา หะระหนี นายธนพล พรมสุวงษ นายโอสธี ราษฎรเร�อง
ผอู ำนวยการสำนกั งานเลขานุการ ผเู ชยี่ วชาญเฉพาะดาน ผอู ำนวยการกองศาสนพิธี
คณะกรรมการสง เสรมิ คณุ ธรรมแหง ชาติ การเผยแพรคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
22
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม
เลขท่ี ๑๐ อาคารวฒั นธรรมวศิ ษิ ฏ ถนนเทยี มรว มมิตร แขวงหวยขวาง
เขตหว ยขวาง กรงุ เทพมหานคร ๑๐๓๑๐
เว็บไซตกรมการศาสนา : www.dra.go.th จดหมายอเิ ล็กทรอนิกส : [email protected]
ไอดไี ลน : @dra.go.th เฟสบุคกรมการศาสนา : fb.com/drathai.go.th
หนวยงานภายใน โทรศัพท โทรสาร
อธบิ ดกี รมการศาสนา ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๐๐ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๐๐
เลขานกุ ารอธบิ ดกี รมการศาสนา ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๐๑
รองอธบิ ดกี รมการศาสนา ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๐๒ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๑๐
เลขานุการรองอธบิ ดีกรมการศาสนา ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๐๓ ๐ ๒๒๐๒ ๙๖๒๙
กลุมตรวจสอบภายใน ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๐๘ ๐ ๒๒๐๒ ๙๖๓๑
กลุมพฒั นาระบบบรหิ าร ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๐๙ ๐ ๒๒๐๒ ๙๖๓๐
สำนักงานเลขานกุ ารกรม
เลขานกุ ารกรมการศาสนา ๐ ๒๒๐๒ ๙๖๒๔ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๔
กลุม นิติการ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๑๐
กลุมบรหิ ารทว่ั ไป ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๑๗
กลมุ บริหารบุคคล ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๑๓
กลมุ แผนงานและยทุ ธศาสตร ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๑๔
กลมุ การคลงั ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๑๕
กลมุ พสั ดุ อาคาร สถานท่ี และยานพาหนะ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๑๖
กลุมศาสนสัมพนั ธตางประเทศ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๑๑
กลมุ ประชาสัมพันธ ๐ ๒๒๐๙ ๓๖๙๙
กลุมดิจิทลั ๐ ๒๒๐๙ ๓๖๙๙
กองศาสนูปถมั ภ
ผูอำนวยการกองศาสนูปถมั ภ ๐ ๒๒๐๒ ๙๖๒๗
ฝายบรหิ ารทว่ั ไป ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๐
กลมุ สง เสริมวิชาการดา นศาสนา ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๖
กลุมศาสนสงเคราะหแ ละสงเสริมกจิ การพระพุทธศาสนา ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๓
23
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
หนว ยงานภายใน โทรศพั ท โทรสาร
กลมุ ศาสนสัมพนั ธ ๐ ๒๒๐๒ ๙๖๓๓ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๔
๐ ๒๒๐๒ ๙๖๓๒
กลมุ อปุ ถมั ภและสงเสรมิ องคการทางศาสนา ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๖
๐ ๒๒๐๒ ๙๖๓๔
กลุม กิจการพิเศษ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๑๘
๐ ๒๒๐๒ ๙๖๒๘
กลุมศาสนสถานและทะเบยี น ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๖
กองศาสนพิธี
กลุมบรหิ ารงานทว่ั ไป ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๑
กลุมสงเสรมิ วชิ าการดานศาสนา ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๒
กลมุ พระราชพิธีและรัฐพิธี ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๒
สำนักพฒั นาคุณธรรมจริยธรรม
ผอู ำนวยการสำนกั พฒั นาคณุ ธรรมจริยธรรม ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๗
ฝายบรหิ ารท่วั ไป ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๓๐
กลุมสงเสรมิ วิชาการดา นคุณธรรมจริยธรรม ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๙
กลมุ สงเสรมิ เครือขายคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๘
กลุมสงเสริมงานคณุ ธรรมจริยธรรมสวนภูมภิ าคและทอ งถ่นิ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๓๐
งานกองทนุ สงเสรมิ การเผยแผพ ระพุทธศาสนา ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๒๙
เฉลมิ พระเกียรติ ๘๐ พรรษา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการสงเสรมิ คณุ ธรรมแหงชาติ
ผอู ำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๓๑
สง เสรมิ คณุ ธรรมแหง ชาติ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๓๑
ฝายบรหิ ารทั่วไป
กลุมงานเลขานุการคณะกรรมการสง เสรมิ คณุ ธรรมแหง ชาติ ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๓๒
กลุมขับเคลอื่ นแผนการสงเสริมคณุ ธรรม ๐ ๒๒๐๙ ๓๗๓๓
24
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
๒๕๖๕โครงการ กจิ กรรมสำคญั
ประจำปงบประมาณ พ.ศ.
การดำเนินงานในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กรมการศาสนาขับเคล่ือนงานในมิติ
ทางศาสนา ภายใตก ารดำเนินงานสนองงานพระราชพิธี พระราชกศุ ล รฐั พธิ ีและศาสนพธิ ี ใหก ารอปุ ถัมภ
คุมครองกิจการดานศาสนา ปลูกฝงและเสริมสรางคุณธรรม จริยธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจน
สง เสรมิ และสานสัมพันธก จิ กรรมทางศาสนา โดยไดดำเนินงานสำคญั ตา งๆ ดังน้ี
วนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนาอยูคูกับสังคมไทยมานานสังคมไทย
มหี ลักปฏบิ ตั ิและวถิ ีชวี ติ อยูบ นหลักของพระพทุ ธศาสนา ซ่งึ ไดยดึ ถอื
และปฏิบัติสบื ตอกันมาเปนระยะเวลาอนั ยาวนาน หลกั ธรรมคำสอน
และความเชอ่ื ตลอดจนแนวปฏบิ ัตติ นตามหลกั ศาสนา ไดก ลอมเกลา
วิถีชีวิตคนไทยใหมีวิถีที่เรียบงาย โอบออมอารี และมีจารีตประเพณี
ทดี่ งี าม ในรอบปห นึ่งมีวนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญ
อยางยิ่งตอพทุ ธศาสนกิ ชน ไดแ ก
วันมาฆบูชา เปรียบเสมือนวันของพระธรรม เพราะเปนวันที่
พระพุทธองคไดทรงแสดงพระธรรมโอวาทปาติโมกข แกบรรดา
พระอรหันต จำนวน ๑,๒๕๐ รูป อันเปนหัวใจสำคัญย่ิงของ
พุทธศาสนา ที่ทรงเนนย้ำวาพุทธศาสนาสอนใหละเวนความช่ัว
หมั่นทำความดี และทำใจใหบริสุทธิ์
วันวสิ าขบูชา เปนวันประสตู ิ ตรัสรู และปรนิ พิ พานของพระสัมมา
สัมพุทธเจา ปรากฏเปนความมงคลย่ิงใหญ ท่ีเกิดข้ึนตรงกันอยาง
มหัศจรรย องคการสหประชาชาติจึงกำหนดใหวันวิสาขบูชา
เปน วนั สำคญั สากลของโลกโดยเรยี กวา Vesak Day โดยใหเ หตผุ ลวา
พ ร ะ สั ม ม า สั ม พุ ท ธ เ จ า ท ร ง เ ป น ม ห า บุ รุ ษ ผู ใ ห ค ว า ม เ ม ต ต า
ตอหมูมวลมนุษย เปดโอกาสใหทุกศาสนาสามารถเขามาศึกษา
พทุ ธศาสนา เพอ่ื พสิ จู นห าขอ เทจ็ จรงิ ได โดยไมจ ำเปน ตอ งเปลย่ี นมา
นับถือศาสนาพทุ ธ
วันอาสาฬหบูชา เปนวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจาทรงแสดง
พระปฐมเทศนาเปนคร้ังแรกในโลกชื่อวาธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ทำใหอัญญาโกณฑัญญะพราหมณไดดวงตาเห็นธรรมทูลขอ
อุปสมบทเปนพระภิกษุรูปแรก และเปนวันที่เกิดพระรัตนตรัย
ครบทัง้ ๓ คอื พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม ในฐานะหนว ยงานของรัฐทมี่ หี นาท่ใี นการสงเสริมคนไทยให
นำหลักธรรมทางศาสนามาใชใหเกิดความรูคูคุณธรรมและเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมใหสังคม มีคุณภาพ
เผยแพรหลักธรรมสูเยาวชนและประชาชน ใหตระหนักและเห็นความสำคัญ เพ่ือใหคนไทยไดแนวทางการ
ประพฤติปฏิบัติท่ีถูกตองและเหมาะสม แกไขปญหาดานคุณธรรมจริยธรรมอยางยั่งยืน จึงไดจัดกิจกรรม
สงเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาข้ึน เพื่อถือโอกาสในวันสำคัญทาง
25
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
พระพทุ ธศาสนาดงั กลา ว เชญิ ชวนเดก็ เยาวชน และประชาชน เขา รว มกจิ กรรมในวนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
เพ่ือเปนการสงเสริมเผยแผพระพุทธศาสนาอยางแพรหลายสูประชาชนชาวไทย และชาวตางประเทศ
และเพ่อื ดำรงไวซ ึ่งความสำคัญตามหลกั ธรรมคำสอนของพระพทุ ธศาสนา อันไดแก
กิจกรรมการสงเสริมพระพุทธศาสนา เน่ืองในเทศกาลวันมาฆบูชา ในปพุทธศักราช
๒๕๖๔– ๒๕๖๕ กรมการศาสนา ไดจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมธรรมะ Talk Walk Rally
สักการะสิ่งศักด์ิสิทธ์ิ ณ วัดสระเกศ การจัดประกวดออกแบบโปสเตอรวันมาฆบูชา และกิจกรรมในรูปแบบ
ออนไลน ผา นทาง Web Application วันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนา พรอ มทั้งจดั ทำสตกิ เกอรไ ลน เนอื่ งในวนั
มาฆบูชา เพ่อื รวมสง ความสุข สงกำลังใจ ใหคิดดี ทำดี ทำจิตใจใหบรสิ ุทธ์ิ ในชวงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
กิจกรรมการสงเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา สงเสริม เชิญชวน
พุทธศาสนิกชน ไดรวมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา รักษา สืบสาน และตอยอด กิจกรรมที่มุงเนนให
พทุ ธศาสนกิ ชนไดเ หน็ ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา ในรปู แบบออนไลนผ า นทาง Web Application “อยบู า น
สรางบุญ” รับฟง คติธรรม ขอคดิ หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา จากพระนักเทศน ที่มชี ื่อเสียง ทอ งดิน
แดนพุทธภูมิ ชมประวัติและความสำคัญของสังเวชนียสถานที่เกี่ยวของกับวันวิสาขบูชา และเวียนเทียน
ออนไลน ผา นทาง www.เวยี นเทยี นออนไลน. com กจิ กรรม ๑ ปฏบิ ตั ิ ๑ ถวายเปน พทุ ธบชู า เผยแพรค ตธิ รรม
เนื่องในวันวิสาขบูชา ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ที่ประทานใหแกพุทธศาสนิกชน
โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย เจาอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กลาวสาราณียกถา ออกอากาศ
ในวันวิสาขบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๔ ทางสถานีวิทยุโทรทัศนแหงประเทศไทย NBT พิธีเจริญพระพุทธมนต
ตักบาตร เน่ืองในวันวิสาขบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๕ นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสถานที่ ๗ แหง เก่ียวกับการ
ตรัสรู ณ วดั สุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร
ปพุทธศักราช ๒๕๖๕ กรมการศาสนา ไดเขารวมพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก และประชุม
วิชาการระดับนานาชาติ ภายใตห วั ขอ “กรณุ าธรรมในยามวกิ ฤต: หลักปฏบิ ัติทางพระพทุ ธศาสนาเพือ่ เยียวยา
สงั คมโลก” ณ ศูนยป ระชุมสหประชาชาติ ราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร โดยพระพรหมบณั ฑิต ศ.ดร. ในฐานะ
ประธานจัดงานคร้ังน้ี กลาววา ในขณะท่ีชาวโลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางโรคอุบัติใหมและภัยสงคราม
จนนำไปสูการสูญเสียชีวิตและทรัพยสินจำนวนมากนั้น ดวยเหตุที่ยูเอ็นไดใหการรับรองวันวิสาขบูชา เปนวัน
สำคัญของโลก คณะกรรมการจัดงานจึงเห็นพองตองกันในการนำเสนอพุทธกรุณา เพ่ือรวมเยียวยามนุษยโลก
ท่กี ำลังเผชญิ หนา กับวิกฤตการณโ รคระบาด
กิจกรรมการสงเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและเขาพรรษา
เพ่อื สงเสรมิ ใหพุทธศาสนิกชนไดนอ มระลึกถึงคณุ ของพระรัตนตรัย และไดเ ขา วดั ปฏบิ ตั ิธรรม บำเพ็ญศาสนกิจ
รักษาศลี ลด ละ เลกิ อบายมขุ สืบทอดพระพทุ ธศาสนา ดวยการมีสวนรวมกจิ กรรมสงเสริมคุณธรรมจรยิ ธรรม
ในมิติศาสนา ในสวนกลาง รวมกับคณะสงฆกรุงเทพมหานคร หนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องคกร
เครือขา ยทางศาสนาและสถานศกึ ษา จัดพธิ เี จริญพระพุทธมนต ตกั บาตรพระสงฆ ละพิธีปลอยขบวนรถเทยี น
พรรษา เพอ่ื นำไปถวายพระอาราม จำนวน ๑๐ วัด ประกอบดว ย วัดพระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม วดั ไตรมิตร
วิทยาราม วัดปทุมวนาราม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ิ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก วัดประยุรวงศาวาส
วดั บวรนเิ วศวิหาร วัดหงสรตั นาราม วดั สุทัศนเทพวราราม และวัดสระเกศ สำหรบั กจิ กรรมในรปู แบบออนไลน
ไดจ ัดทำวีดโิ อแอนิเมชน่ั “วนั อาสาฬหบูชาและเขาพรรษา” กจิ กรรมหลอ เทียนพรรษา ประจำปเกดิ On line
รวมทัง้ กจิ กรรมธรรมะออนไลนผ านทาง Web Application วันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนา
ในสวนภูมิภาค กรมการศาสนา รวมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ๗๖ จังหวัดท่ังประเทศ
ภาคคณะสงฆ เครือขายจัดกิจกรรมตามบริบทของแตละพื้นท่ี สืบสานเทศกาล ประเพณี จัดกิจกรรมทาง
พระพุทธศาสนา อาทิ พิธีเจริญพระพุทธมนต ทำบุญ ตักบาตร ฟงพระธรรมเทศนา พิธีหลอเทียนพรรษา
ถวายเทียนพรรษา ถวายผาอาบน้ำฝน พิธีเวียนเทียน สักการะพระบรมสารีริกธาตุ ท้ังในรูปแบบปกติ
ณ สถานที่ที่กำหนด (on site) หรือผานระบบอินเทอรเน็ต (online) ผลิตส่ือคุณธรรมจริยธรรมใหเด็ก
และเยาวชน หรอื เปด พน้ื ทแ่ี หลง เรียนรูสรางความเขาใจเกย่ี วกบั วนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา
26
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
สังเวชนียสถาน ณ ดนิ แดนพุทธภมู ิ
เมือ่ กลา วถงึ สังเวชนียสถานทกุ คนตอ งนึกถงึ ประเทศอนิ เดีย เนอื่ งจากสังเวชนียสถาน ๓ ใน ๔ แหง
อยูในประเทศอินเดีย ไดแก สถานท่ีตรัสรู (เมืองพุทธคยา) สถานท่ีปฐมเทศนา (เมืองสารนาถ) และสถานที่
ปรินิพพาน (เมืองกุสินารา) สวนสังเวชนียสถานอีกหนึ่งแหงต้ังอยูประเทศเนปาล คือ สถานที่ประสูติ
(เมืองลุมพินี) สังเวชนียสถานถือเปนสถานท่ีสำคัญท่ีพุทธศาสนิกชนควรไปสักการะ ซ่ึงในพระไตรปฎก
พระสมั มาสมั พทุ ธเจา ไดต รสั ไวใ นมหาปรนิ พิ พานสตู ร ความวา “อานนท สงั เวชนยี สถาน ๔ แหง เหลา น้ี เปน ทค่ี วรเหน็
ของกลุ บตุ รผมู ศี รัทธา คือ สถานท่ีประสตู ิ สถานที่ตรัสรู สถานทีป่ ฐมเทศนา และสถานที่ปรินพิ พาน...”
การดำเนินงานโครงการสงเสริมพระสงฆ
แ ล ะ พุ ท ธ ศ า ส นิ ก ช น ไ ป ป ร ะ ก อ บ ศ า ส น กิ จ
ณ สงั เวชนยี สถาน ๔ ตำบล ประเทศอนิ เดยี –เนปาล
เปนหนึ่งในภารกิจสำคัญของกรมการศาสนา
ภายใตกองทุนสงเสริมการเผยแผพระพุทธศาสนา
เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ดวยการสงเสริม
สนับสนุนใหพระภิกษุและพุทธศาสนิกชนผูทำคุณ
ประโยชนแกพระพุทธศาสนาไดมีโอกาสไปเรียนรู
พระพุทธศาสนาจากดินแดนพุทธภูมิ ทำใหเกิดการ
เรียนรูจากประสบการณจริง นำมาถายทอดและ
เผยแผหลักธรรมคำสอนใหเด็กและเยาวชนไดรับ
ความรูเพ่ิมมากขึ้น โดยไดเร่ิมดำเนินการโครงการ
ต้ังแตปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เปนตนมา มีพระสงฆและพุทธศาสนิกชน เขารวมโครงการรวมทั้งส้ิน
๒,๔๙๕ รปู /คน จนกระทง่ั ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เนอ่ื งจากเกดิ สถานการณแ พรร ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา
๒๐๑๙ ท่ีระบาดไปทว่ั โลกอยา งรวดเร็วและรนุ แรง สง ผลกระทบใหไมส ามารถเดินทางไปสงั เวชนยี สถานได
การเดนิ ทางไปประกอบศาสนกจิ ณ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ประเทศอนิ เดยี -เนปาล มเี ปา หมาย
ในการสักการะสงั เวชนยี สถาน ทง้ั ๔ แหง และสถานที่สำคญั ทเ่ี ก่ียวของกับพระสมั มาสัมพทุ ธเจา เพอื่ สวดมนต
เจริญสมาธิ กรวดน้ำ แผเมตตา บำเพ็ญบุญ ส่ังสมบารมีในดินแดนตนกำเนิดของพระพุทธศาสนา ทำใหเกิด
แรงบนั ดาลใจท่ีจะทำความดี เมอื่ ไดไปพบเหน็ อันกระตุนใหเ ตือน ใหคดิ ใหระลึกถึง
27
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
ประสตู ิ ตรัสรู แสดงปฐมเทศนา ปรนิ พิ พาน
สังเวชนียสถาน ๔ แหง อนั เปน สถานทีท่ ีพ่ ุทธศาสนิกชนควรไปสักการะ ประกอบดว ย
สังเวชนียสถานแหงท่ี ๑ คือ สถานท่ีประสูติแหงพระสัมมาสัมพุทธเจา ปจจุบันตั้งอยูในประเทศ
เนปาล ซ่ึงอยูทางทิศเหนือของประเทศอินเดีย และสถานที่ประสูติน้ีตั้งอยูหางจากชายแดนอินเดีย-เนปาล
ประมาณ ๓๒ กิโลเมตร ปจจุบันสังเวชนียสถานแหงน้ี ภาษาทางราชการเรียกวา "ลุมมินเด" แตผูคนทั่วไป
เรียกวา "ลมุ พิน"ี
สังเวชนียสถานแหงที่ ๒ คือ สถานท่ีตรัสรู เดิมทีในสมัยพุทธกาล คือตำบลอุรุเวลาเสนานิคม
เมืองคยา แควนมคธ ซึ่งมีเมืองราชคฤหเปนเมืองหลวง ปจจุบันสถานที่ตรัสรูนี้เรียก ตำบลพุทธคยา ขึ้นอยูกับ
จงั หวดั คยา รฐั พหิ าร มีเมอื งหลวงชื่อ ปฏนะ หรอื ปฏ นา (หรือชอ่ื เดมิ วา ปาฏลีบุตร)
สังเวชนียสถานแหงที่ ๓ คือ สถานที่แสดงปฐมเทศนา ต้ังอยูในปาอิสิปตนมฤคทายวัน ใกลเมือง
พาราณสี ปจจุบนั เรยี กสารนาถ หางจากเมืองประมาณ ๘ กิโลเมตร ซ่ึงเมืองพาราณสีอยูหางจากเมืองพทุ ธคยา
สถานท่พี ระพุทธองคตรสั รูไปทางทศิ ตะวนั ตกเฉียงใตประมาณ ๒๐๐ กโิ ลเมตร
สังเวชนียสถานแหงที่ ๔ คือ สถานท่ีดับขันธปรินิพพาน เรียกวา สาลวโนทยาน ตั้งอยูเมือง
กุสินารา ปจจุบันมีสถูปและวิหารเปนสัญลักษณ เปนอุทยานท่ีไดรับการรักษาจากทางการอินเดียเปนอยางดี
มีตน สาละและตนไมอน่ื ปลูกอยทู ั่วไป ใหความรูสกึ รม ร่ืน
การเดนิ ทางไปประกอบศาสนกจิ ณ สงั เวชนียสถาน ๔ ตำบล ประเทศอินเดีย-เนปาล รวมถึงสถาน
ท่ีสำคัญตางๆ ทำใหผูรวมเดินทางไดรับรูเร่ืองราว เหตุการณสำคัญของพระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นจริงอยางลึกซึ้ง
ในแตละสถานท่ี ไดสัมผัสประสบการณจริง มองเห็นรองรอยของอดีตตามหลักฐานทางประวัติศาสตรท่ียังคง
เหลือไวใ หเ ลา ขานสพู ทุ ธศาสนกิ ชนผูมคี วามศรัทธา กอ เกดิ ความรสู ึกระลกึ ถงึ พระพุทธเจา เกิดแรงบันดาลใจที่จะ
ทำความดี เขาใจในส่ิงที่พบเจอผานขอคิด คติธรรม เพื่อที่จะนำกลับไปใชในการดำเนินชีวิตตอไปรวมท้ังเกิด
ความรูสกึ ปลม้ื ปต ิอ่มิ ใจในบุญกุศลทเี่ กดิ ข้ึนบนเสนทางสายธรรม ณ ดินแดนพทุ ธภมู แิ หงน้ี
28
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับภาษาอังกฤษ
(Tipitaka English Version)
เ น่ื อ ง ใ น โ อ ก า ส ม ห า ม ง ค ล ที่ พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ
พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกลา
เจาอยูหัว ไดเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเปนพระมหากษัตริยของ
ประเทศไทย และประกาศพระองคเปนพุทธศาสนูปถัมภก นับได
วา เปนสวัสดมิ งคลแกบ า นเมอื ง ซง่ึ เปน ทปี่ ตยิ ินดแี กป วงชนชาวไทย
ทั่วหลาถือเปนเหตุการณสำคัญและศักด์ิสิทธ์ิอยางยิ่งที่จะตอง
จารึกไวในประวัติศาสตรของชาติไทย เพ่ือถวายพระราชกุศลและ
เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล จึงมีการดำเนิน
โครงการจดั ทำพระไตรปฎก ฉบับภาษาองั กฤษ (Tipitaka English
Version) ซ่ึงเปนการบูรณาการระหวางกระทรวงวัฒนธรรม
โดยกรมการศาสนา มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ ในนามรัฐบาลไทยเร่ิมดำเนิน
โครงการฯ ต้ังแตป ๒๕๖๒ เปนตนมา ซ่ึงคาดการณวาจะดำเนินการแลวเสร็จภายในป ๒๕๖๕ โดยนำ
“พระไตรปฎก ฉบับสยามรัฐ” พระไตรปฎกบาลีอักษรไทย จำนวน ๔๕ เลม แบงเปน ๓ หมวดหมู คือ
พระวินัยปฎก จำนวน ๘ เลม พระสุตตันตปฎก จำนวน ๒๕ เลม พระอภิธรรมปฎก จำนวน ๑๒ เลม
มาเปน ตน ฉบับในการแปล
ท้ังน้ี ไดมีคณะกรรมการอำนวยการโครงการจัดทำพระไตรปฎก ฉบับภาษาอังกฤษ
(Tipitaka English Version) ซ่งึ มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เปนประธานกรรมการ และคณะกรรมการอุปถัมภโครงการจัดทำพระไตรปฎก ฉบับภาษาอังกฤษ
(Tipitaka English Version) มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีท่ีไดรับมอบหมาย เปนประธาน
กรรมการ ไดมีการรวมมือระหวางภาคคณะสงฆและรัฐบาลไทย นอกจากนี้ยังมีคณะอนุกรรมการอีกจำนวน
๓ คณะ ไดแก คณะอนุกรรมการจัดทำพระไตรปฎกฯ คณะอนุกรรมการแปลพระไตรปฎกฯ และคณะ
อนกุ รรมการบรรณาธกิ ารพระไตรปฎกฯ
29
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
ตลอดจนไดมีการสรรหาผูทรงคุณวุฒิ
ท่ีมีความเชี่ยวชาญท้ังชาวไทยและชาวตางประเทศ
รวมกันดำเนินการแปลและบรรณาธิการ
พระไตรปฎกฯ เพื่อถวายพระราชกุศลและ
เฉลิมพระเกยี รติ เนือ่ งในโอกาสดงั กลา ว
30
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การสนับสนุนศาสนทายาทสบื สานและเผยแผพ ระพุทธศาสนา
สถาบันศาสนา เปนสถาบันหลักท่ีชวยเสริมสรางความม่ันคงของชาติโดยมีบทบาทในการ
สงเสริม สนับสนุน กลอมเกลาใหประชาชนไดเรียนรูหลักธรรมคำสอน ทางศาสนาที่ตนเองเคารพนับถือ
เพ่ือพัฒนาตนเองสูการเปนพลเมืองท่ีดีอยางทั่วถึงและเทาเทียม ในขณะท่ีพระพุทธศาสนาซ่ึงคนสวนใหญของ
ประเทศนับถืออยูคูกับสังคมไทยมาชานานจนกลายเปนวิถีชีวิต รากฐานทางวัฒนธรรม และเอกลักษณมรดก
ของชาตไิ ทย
พระภิกษสุ ามเณร ซ่งึ เปน ศาสนบคุ คลทเ่ี ปน กลไกสำคัญในการสบื ทอดพระพทุ ธศาสนาใหด ำรงอยู
คูสงั คมไทย สามารถเขาถึงประชาชน และเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาไปในวงกวา งได ดังน้นั การสงเสริมพระสงฆ
ใหไดศึกษาพระศาสนาและหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจาจึงเปนสิ่งจำเปน การถวายทุนการศึกษาใหแก
พระภิกษุสามเณรจึงเปนสวนหน่ึงในการสนับสนุนใหโอกาสในการศึกษาและตอยอดความรูเพ่ือเผยแผ
หลกั ธรรมคำสอนใหอ อกสูว งกวางมากยงิ่ ข้นึ ถือเปน การสรา งศาสนทายาท ทำหนา ที่ทำนุบำรงุ ดแู ลศาสนธรรม
และศาสนวัตถุ เผยแผพระพุทธศาสนาใหดำรงอยูคูสังคมไทยในปจจุบันจำนวนพระภิกษุสามเณรท่ีเปน
ศาสนทายาทสืบทอดพระพุทธศาสนา กำลังขาดแคลนอันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงของสังคมภายใต
อิทธิพลของระบบทุนนิยมและบริโภคนิยม การบวชเพ่ือศึกษาเลาเรียนอุทิศชีวิตเพ่ือสืบทอดพระศาสนา
จึงลดนอยถอยลงเปนอยางมาก ถาหากพระภิกษุและสามเณรมีโอกาสไดรับการศึกษาพุทธธรรมในขั้นสูง
สามารถคนควาและทำความเขาใจพระไตรปฎกอยางแตกฉาน จะสามารถเขาถึงแกนแทของพระพุทธศาสนา
ไดดวยตนเอง และนำไปปฏิบัติอยางถูกตองจนบรรลุธรรมแลว ยังสามารถนำไปส่ังสอนพุทธบริษัทตอไปได
อยางไมผิดเพ้ียน การบำรุงพระภิกษุสามเณรใหไดศึกษาพระธรรมวินัยอยางลึกซึ้งแตกฉาน เปนทางสำคัญ
ที่จะชวยจรรโลงและเผยแผพระพุทธศาสนาใหดำรงอยูคูสังคมไทยอยางย่ังยืน อีกทั้งยังเปนการเสริมสราง
ใหพ ทุ ธศาสนกิ ชนเกดิ ความเชอ่ื มน่ั เลอ่ื มใส ศรทั ธา ในศาสนทายาทผเู ผยแผพ ระพทุ ธศาสนา และนำหลกั ธรรม
ของพระสมั มาสมั พุทธเจาเปน ทีต่ ั้งในการดำเนนิ ชวี ติ
31
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศักราช ๒๕๖๕
กองทุนสงเสริมการเผยแผพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ไดพิจารณาเห็นถึง
ความสำคัญตอการสงเสริมการศึกษาแกพระภิกษุสามเณร เพื่อสรางศาสนบุคคล เพื่อทำหนาท่ีทำนุบำรุง
ดูแลศาสนธรรมและศาสนวัตถุ และการเผยแผพระพุทธศาสนาใหดำรงอยูคูสังคมไทย เพื่อนำความสุข
สงบรมเย็นมาสูครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติอยางย่ังยืน จึงไดถวายทุนเพ่ือการศึกษา
พระปริยัตธิ รรมแกพระภกิ ษุสามเณร
32
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การสงเสรมิ การเรยี นรพู ระพทุ ธศาสนาในมิติของศาสนสถาน
โครงการสงเสริมการเรียนรูพระพุทธศาสนาในมิติของศาสนสถาน มีวัตถุประสงคเพื่อ
สงเสริมสนับสนุนใหเด็ก เยาวชนและประชาชน มีโอกาสศึกษาเรียนรูพุทธประวัติ หลักธรรมคำสอนของ
พระสัมมาสัมพุทธเจาและนำความรูจากการศึกษาเรียนรูมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน กอใหเกิดความสุข
ตอตนเอง ครอบครัวและสังคม
เน่ืองดวยปจจุบันยังคงมีสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID – 19) จึงมีการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนในการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพ่ือการเรียนรูและ
เขาถึงกลุมเปาหมายเพ่ิมมากยิ่งข้ึน ประกอบกับการสื่อสารไดกาวสู “ยุคสื่อดิจิทัล” จึงไดมีการจัดทำ
สอ่ื แอนเิ มชน่ั เกย่ี วกบั สงั เวชนยี สถาน ๔ ตำบล จำนวน ๔ ตอน เผยแผผ า นทางสถานโี ทรทศั นแ ละ ทางออนไลน
รวมทั้งมีการนำแนวคิดในการสงเสริมการประชาสัมพันธและการพัฒนาวิธีการสงเสริม การทองเที่ยว
ผา นระบบออนไลนด ว ยการจำลองสถานทท่ี อ งเทย่ี วเสมอื นจรงิ ดว ยการผลติ เวบ็ แอปพลเิ คชนั (Web Application)
และส่ือสงเสริมการเรียนรูพระพุทธศาสนาในมิติของศาสนสถาน โดยรวบรวม องคความรูที่เกี่ยวของ
กับพระพุทธศาสนาท้ังพุทธประวัติ หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจา รวมทั้งผลิตส่ือเสมือนจริง
สังเวชนียสถานจำลองในประเทศไทย เพื่อเปนสื่อกลางใหเด็ก เยาวชน และประชาชนไดศึกษาเรียนรู และ
นำองคความรูไปปรับใชในชีวิตประจำวัน อีกท้ังมีการประกวดสื่อสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมดานจิตอาสา
ภายใตหวั ขอ “ด”ี ทไ่ี ดท ำ ในรูปแบบคลปิ ไวรลั และภาพยนตรสน้ั เพ่ือสง เสริม ใหเ กิดการผลิตสอ่ื สรางสรรค
โดยนำคุณธรรมไปปลูกฝงคานิยม จิตสำนึกใหคนในสังคมเห็นถึงความสำคัญของคุณธรรมจริยธรรม
และพฤตกิ รรมทด่ี ที เ่ี ปน ตน แบบในสงั คม อนั จะสง ผลตอ การปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม คา นยิ ม และวฒั นธรรมไทย
33
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
กิจกรรมถวายพระราชกศุ ลพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
กรมการศาสนาไดจัดกิจกรรมถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยสวนกลาง จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต ณ พระอุโบสถ
วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก รวมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ภาคีเครือขาย และประชาชน พรอมทั้งจัดทำวีดิทัศน
นอ มรำลกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
เพ่ือเผยแพรออกอากาศผานทางสถานีโทรทัศน ชอง MCOT HD และชอง PPTV HD รวมถึงส่ือสังคม
ออนไลน ในสว นภูมภิ าค ไดร วมกบั สำนักงานวฒั นธรรมจังหวัดท้งั ๗๖ จังหวดั จัดกิจกรรมตามความเหมาะสม
ภายใตสถานการณก ารแพรร ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ไดแก พธิ ีทำบุญตักบาตร
พระสงฆ พิธีเจริญพระพุทธมนต กิจกรรมปฏิบัติธรรม กิจกรรมจิตอาสาบําเพ็ญสาธารณประโยชน กิจกรรม
นทิ รรศการนอ มราํ ลกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ ฯ และกจิ กรรมเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ แ ละพระบรมวงศานวุ งศ
ในมติ ทิ างศาสนา นอกจากน้ี ไดร ว มกบั องคก รเครอื ขา ย ๕ ศาสนาไดแ ก ศาสนาพทุ ธ ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาครสิ ต
ศาสนาพราหมณ-ฮินดู และศาสนาซกิ ข จดั กิจกรรม ณ ศาสนสถานของแตละศาสนา อันเปน การแสดงออกถงึ
ความจงรักภักดี เพ่ือใหศาสนิกชนมีความรัก และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ และนอมรําลึกใน
พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
และรว มกนั ทำความดี รรู ักสามคั คี รูจกั การเสยี สละเพอ่ื สว นรวม อนั เปนการสบื สานพระราชปณธิ าน อีกทงั้ นาํ
หลักธรรมทางศาสนาไปปรบั ใชในชีวิตประจำวนั และสืบสาน รักษาวฒั นธรรมอันดีงามของชาตใิ หมน่ั คงสบื ไป
34
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง
สถาบันพระมหากษัตริยเปนสถาบันหลักของชาติ เปนศูนยรวมจิตใจของคนไทย ใหคนไทย
มีจติ สำนกึ ตั้งม่ันอยูในคณุ ธรรมจรยิ ธรรม อยูรว มกนั ดวยความสมานฉนั ท สามคั คี แมจ ะแตกตางทางเชื้อชาติ
ศาสนา และวัฒนธรรม โดยที่สมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง
ทรงเปน องคอ คั รศาสนปู ถมั ภก ทรงทำนบุ ำรงุ ศาสนาทกุ ศาสนา อยา งเปน อเนกอนนั ต ทรงยดึ หลกั ธรรมคำสอน
ทางศาสนาในการปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ ตา ง ๆ เพอ่ื ประโยชนส ขุ ของปวงชนชาวไทยโดยทว่ั กนั โดยกรมการศาสนา
ไดจัดพิธีทางศาสนามหามงคล ๕ ศาสนา ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ
พระบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปห ลวงมาโดยตลอด
ในโอกาสอันเปนมหามงคลในปนี้ คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระนางเจา สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปห ลวง เนอ่ื งในโอกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา
๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ ในคราวประชุมครั้งท่ี ๑/๒๕๖๕ เม่ือวันท่ี ๗ มีนาคม ๒๕๖๕ ไดมีมติ
เห็นชอบแนวทางการจดั งานเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนางเจา สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปห ลวง
เน่ืองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ และนายกรัฐมนตรีได
มีหนังสือเรียนราชเลขานุการในพระองคพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว เพื่อโปรดนำความกราบบังคมทูล
พระกรุณาทรงทราบฝาละอองธุลีพระบาท และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตและพระบรมราชวินิจฉัย
แนวทางการดำเนินงานเฉลิมพระเกียรติฯ แลว ทรงพระกรุณาโปรดเกลาโปรดกระหมอมพระราชทาน
พระบรมราชานญุ าต กำหนดชื่อการจดั งานวา “การจดั งานเฉลมิ พระเกยี รติสมเด็จพระนางเจา สริ ิกิต์ิ พระบรม
ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง เน่ืองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕” และกำหนดจัดพิธีทางศาสนามหามงคล ๕ ศาสนา ถวายพระราชกุศล ในวันท่ี
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๙ น. โดยในสวนกลางจัดพิธี ณ ทองสนามหลวง และในสวนภูมิภาค
ทุกจังหวดั จดั พิธี ณ ศาลากลางจงั หวัดหรอื สถานทที่ ่เี หมาะสม
35
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม จงึ ไดร ว มกบั องคก ารทางศาสนาพทุ ธ ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาครสิ ต
ศาสนาพราหมณ- ฮินดู ศาสนาซิกข และองคกรเครือขาย จัดงานพิธีทางศาสนามหามงคล ๕ ศาสนา
ถวายพระราชกศุ ล เฉลิมพระเกยี รติสมเดจ็ พระนางเจาสริ ิกติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง
เนอ่ื งในโอกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สงิ หาคม ๒๕๖๕ ในวนั ศกุ รท ่ี ๑๒ สงิ หาคม ๒๕๖๕
เวลา ๐๙.๐๙ น. ณ ทอ งสนามหลวง และสว นภมู ิภาคในวนั และเวลาเดยี วกนั ทั่วประเทศ
36
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
กจิ กรรมเฉลิมพระเกยี รติพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดี
ศรสี ินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกลาเจาอยูห วั
ในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร
มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกลาเจาอยูหัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ องคเอกอัครศาสนูปถัมภกผูทรงพระคุณ
ในการทำนุบำรุงศาสนาทุกศาสนาใหมีความเจริญรุงเรือง พรอมทั้งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจดานการ
พระศาสนาเปนประจำอยางสม่ำเสมอ อาทิ การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ในวันสำคัญ
ทางพระพทุ ธศาสนา การถวายกฐนิ หลวงตามพระอารามตางๆ รวมทง้ั ทรงปฏบิ ตั ิพระราชกรณยี กจิ ทีเ่ กี่ยวเน่ือง
กบั ศาสนาอน่ื ๆ ทรงเสดจ็ พระราชดำเนนิ ไปในการพระราชทานถว ยรางวลั การทดสอบการอญั เชญิ พระมหาคมั ภรี
อัลกุรอานระดับประเทศ เสด็จในการพระราชพิธีตรียัมปวาย-ตรีปวาย ทั้งยังทรงรวมกิจกรรมสงเสริม
ครสิ ตศ าสนา ศาสนาซิกข และศาสนาพราหมณ - ฮนิ ดูอยูสม่ำเสมอ
เพื่อนอมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีตอสถาบันพระมหากษัตริยอันเปนสถาบันหลัก
และเปนศูนยรวมจิตใจของคนในชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม รวมกับองคกรเครือขายภาครัฐ
และภาคเอกชนจัดพิธีทางศาสนาเฉลิมพระเกียรติถวายพระราชกุศล โดยกำหนดจัดกิจกรรมท้ังสวนกลาง
และภมู ภิ าค โดยสว นกลาง ดำเนนิ การจดั พธิ ที างศาสนามหามงคล ๕ ศาสนา โดยการจดั พธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนต
ถวายพระราชกุศล การประกอบพิธีดุอาอขอพร การอธิษฐานภาวนาขอพร การสวดมนตถวายพระพร
และการสวดอรั ดาสขอพรจากพระศาสดา พรอ มถวายราชสกั การะเบอ้ื งหนา พระบรมฉายาลกั ษณ สว นภมู ภิ าค
ไดรวมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดท่ัวประเทศ จัดกิจกรรมตามความเหมาะสมของแตละจังหวัด
ไดแก กิจกรรมเทศนมหาชาติ พิธีเจริญพระพุทธมนต การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ กิจกรรมจิตอาสา
บำเพ็ญสาธารณประโยชน ท้ังนี้เพื่อใหพสกนิกรไดแสดงออกถึงความจงรักภักดี สงเสริมใหประชาชน
ไดนอมนำหลักธรรมมาปรับใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน ประพฤติตนตามหลักธรรมทางศาสนา
เพ่อื การดำเนนิ ชีวิตอยางรอบคอบ และมสี ติ
37
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
38
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
กจิ กรรมเฉลมิ พระเกียรติสมเด็จพระนางเจา สทุ ดิ า พัชรสุธาพิมลลักษณ
พระบรมราชนิ ี
เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจาสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ
พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ไดรวมกับวัดและองคกรเครือขาย
ทางศาสนา จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และประกอบพิธีทางศาสนาถวายพระราชกุศล โดยกำหนด
จัดกิจกรรมทั้งสวนกลางและภูมิภาค สวนกลาง รวมกับวัดโมลีโลกยาราม เขตบางกอกใหญ จัดพิธี
เจริญพระพุทธมนต ถวายราชสักการะเบื้องหนาพระบรมฉายาลักษณ และพิธีถวายภัตตาหารเพล
แดพระสงฆ พิธีเจริญพระพุทธมนตนวัคคหายุสมธัมมเฉลิมพระเกียรติ สวนภูมิภาค ไดรวมกับ
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดท่ัวประเทศ จัดกิจกรรมตามความเหมาะสมของแตละจังหวัด ภายใตสถานการณ
การแพรระบาดของโรคโควิด-19 ไดแก การเทศนมหาชาติเวสสันดรชาดก พิธีเจริญพระพุทธมนต
การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจ
ใหพ สกนกิ รภายใตพ ระบรมโพธสิ มภาร ไดแ สดงออกถงึ ความจงรกั ภกั ดี สง เสรมิ ใหป ระชาชนไดน อ มนำหลกั ธรรม
มาปรับใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีความสามัคคี ปรองดอง ดวยการทำกิจกรรมทางศาสนารวมกัน
โดยมีสถาบันพระมหากษัตรยิ เปน ศนู ยร วมจติ ใจของคนไทยทง้ั ชาติ
39
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
กจิ กรรมเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพ
รตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในโอกาสวันคลายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน นับเปนโอกาสอันดีย่ิงท่ีพสกนิกรชาวไทย
ทุกหมูเหลา จะไดแสดงออกถึงความจงรักภักดีตอสถาบันพระมหากษัตริย ดวยการบำเพ็ญคุณงามความดี
ถวายพระราชกุศลแดสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ที่ทรงสรางคุณประโยชนแกประเทศชาติอยางอเนกอนันต ในการนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
ในฐานะหนว ยงานของรฐั ทม่ี บี ทบาทและหนา ทใ่ี นการดำเนนิ งานดา นศาสนา ใหค นไทยนำหลกั ธรรมทางศาสนา
มาใชในการพัฒนาคุณภาพชีวิตใหเปนคนดีมีคุณธรรม ไดจัดกิจกรรมพิธีเจริญพระพุทธมนต ทำบุญตักบาตร
ณ วดั ปทมุ วนาราม และจดั เทศนม หาชาตเิ วสสนั ดรชาดก ณ วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม เพอ่ื เปน การเสรมิ สรา ง
พน้ื ฐานจติ ใจของคนในชาตทิ กุ ระดบั ใหม สี ำนกึ ในคณุ ธรรม เลอ่ื มใสศรทั ธาในสถาบนั ศาสนาและสถาบนั พระมหากษตั รยิ
สามารถดำเนนิ ชวี ติ ดว ยความอดทน ความเพยี ร มีสติ ปญญา และความรอบคอบ
ประธานในพธิ ี นายอิทธพิ ล คุณปล้มื รัฐมนตรวี าการกระทรวงวฒั นธรรม
ผูเขารวมกิจกรรม ผบู รหิ ารกระทรวงวัฒนธรรม บคุ ลากรภาครฐั องคก รเครือขา ย และประชาชนทว่ั ไป
40
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
สมเดจ็ พระมหาธรี าจารย กรรมการมหาเถรสมาคม เจา อาวาสวดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม
เทศนพ ระมหาชาตเิ วสสันดรชาดก กณั ฑท ศพร
ประธานในพิธี นางยถุ ิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลดั กระทรวงวัฒนธรรม
ผูเ ขา รวมกจิ กรรม ผูบริหารกระทรวงวัฒนธรรม บุคลากรภาครฐั องคกรเครอื ขา ย และประชาชนท่วั ไป
41
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
กจิ กรรมเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระเจา นอ งนางเธอ เจา ฟา จฬุ าภรณ
วลยั ลกั ษณ อคั รราชกมุ ารี กรมพระศรสี วางควฒั น วรขตั ตยิ ราชนารี
นับเปนวาระพิเศษสำหรับปวงชนชาวไทยท่ีจะไดแสดงความจงรักภักดีเพ่ือระลึกถึง
พระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย ซ่ึงเปนศูนยกลางการเชื่อมโยงระหวางสถาบันชาติ ศาสนา
และประชาชน เปน ศนู ยร วมจติ ใจของคนในชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหนวยงานของ
รฐั ทด่ี ำเนนิ งานดา นศาสนา ไดส ง เสรมิ ใหป ระชาชนชาวไทยรว มกนั เทดิ ทนู สถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ
โดยรวมกับหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทุกหมูเหลาท่ัวประเทศดำเนินการจัดกิจกรรม
เฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระเจา นองนางเธอ เจาฟาจุฬาภรณวลัยลักษณ อคั รราชกมุ ารี กรมพระศรีสวางควฒั น
วรขัตติยราชนารี ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค โดยสวนกลางจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต และถวาย
ภัตตาหารเพลพระสงฆ ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี จังหวัดสมุทรปราการ พรอมทั้งจัดกิจกรรมจิตอาสารวม
ปลูกตนไมเพ่ือถวายพระราชกุศล โดยมีผูบริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผูบริหารกรมการศาสนา ขาราชการ
เจาหนาที่ และองคกรเครือขายของกรมการศาสนาเขารวมกิจกรรม ในสวนภูมิภาคไดรวมกับสำนักงาน
วัฒนธรรมจงั หวัด ๗๖ จงั หวัด เพ่ือจดั กจิ กรรมตามความเหมาะสมของแตล ะพนื้ ท่ี
42
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
43
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศักราช ๒๕๖๕
กิจกรรมเฉลมิ พระเกียรติพระบรมวงศานวุ งศ
สังคมไทยเปนสังคมท่ีมีแบบแผนขนบธรรมเนียม และประเพณีที่สืบทอดมาแตโบราณ โดยมี
สถาบันพระมหากษัตริยเปนศูนยรวมใจของคนในชาติ กรมการศาสนาในฐานะหนวยงานท่มี ีภารกิจหลักในการ
รับสนองงานดานศาสนพิธีของสถาบันพระมหากษัตริย จึงไดดำเนินการจัดกิจกรรมทางศาสนา
เฉลิมพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ เพื่อใหประชาชนชาวไทยไดแสดงออกถึงความจงรักภักดี พรอมท้ังนำ
หลกั ธรรมทางศาสนามาปรบั ใชใ นการดำเนนิ ชีวิต ดังนี้
๑. จัดพธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนตเ ฉลิมพระเกียรตสิ มเดจ็ พระเจา ลกู เธอ เจาฟา พัชรกิตยิ าภา นเรนทริ า
เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสริ ิพัชร มหาวัชรราชธิดา เนอ่ื งในโอกาสวันคลายวันประสตู ิ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔
โดยมีพระเทพรัตนมุนี รักษาการเจาอาวาสวัดสระเกศ พรอมดวยผูบริหารและเจาหนาที่กระทรวงวัฒนธรรม
เขารวมในพิธี ทั้งนี้มีการถายทอดสดพิธีเจริญพระพุทธมนต เพื่อใหประชาชนทุกภาคสวนสามารถแสดงความ
จงรักภกั ดผี านทางสื่อสังคมออนไลน
44
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
๒. จดั พธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนตเ ฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระเจา ลกู เธอ เจา ฟา สริ วิ ณั ณวรี นารรี ตั นราชกญั ญา
เน่ืองในโอกาสวันคลายวันประสูติ ๘ มกราคม ๒๕๖๕ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย เจาอาวาสวัดไตรมิตร
วิทยาราม พรอมดวยผูบริหารและเจาหนาที่กระทรวงวัฒนธรรม เขารวมในพิธี โดยมีการถายทอดสดพิธีเจริญ
พระพทุ ธมนต ผา นทางสื่อสังคมออนไลน
๓. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระเจาลูกยาเธอ เจาฟาทีปงกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร
สริ วิ บิ ลู ยราชกมุ าร เนอ่ื งในโอกาสวนั คลา ยวนั ประสตู ิ ๒๙ เมษายน
๒๕๖๕ โดยมีพระธรรมวชิรโมลี เจาอาวาสวัดยานนาวา
เปนประธานฝายสงฆ พรอมดวยผูบริหารและเจาหนาที่กระทรวง
วฒั นธรรม เขา รว มในพธิ ี โดยมกี ารถา ยทอดสดพธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนต
ผา นทางสอื่ สังคมออนไลน
45
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
การธำรงรกั ษาศาสนพิธี
กรมการศาสนาเปนหนวยงานท่ีมียุทธศาสตรในการสงเสริม สืบสาน ปลูกฝงจิตวิญญาณใหเกิด
ความเลื่อมใสศรัทธาในสถาบันศาสนา จึงไดมีการดำเนินโครงการทางศาสนาเพื่อสงเสริมความรู ความเขาใจท่ี
ถูกตองเก่ียวกับศาสนพิธี สืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ เพื่อดำรงไวซึ่งโบราณราชประเพณีท่ีดีงาม
โดยไดดำเนินการจัดโครงการฝกหัดสวดโอเอวิหารราย ซ่ึงนับเปนหน่ึงในภูมิปญญาของบรรพบุรุษไทยที่
สรรคสรา งขนึ้ แตครั้งอดีต ดว ยการนำกาพยก ลอนมาชว ยในการเรียนอา นเขียนของเด็กปฐมวัย ทั้งยังมกี ารสอด
แทรกคติธรรมในเนื้อเร่ืองท่ีนำมาสวดอันเปนการสรางจิตสำนึก ภูมิปญญาของไทยใหแกเยาวชนไดเรียนรูและ
ยดึ ถอื ปฏบิ ตั ิ โดยกรมการศาสนาไดด ำเนนิ การจดั โครงการอบรมเดก็ และเยาวชนในรปู แบบออนไซตแ ละออนไลน
เพ่ือรวมสืบสานและตอยอดภูมิปญญาของไทยใหมั่นคงและยั่งยืน นอกจากน้ี เพื่อเปนการสงเสริมการเรียนรู
ศาสนพิธี กรมการศาสนา โดยกองศาสนพิธีไดดำเนินการจัดโครงการอบรมสงเสริมการเรียนรูดานศาสนพิธี
เพ่ือเสริมสรางความรูความเขาใจในการปฏิบัติงานอยางถูกตองและเหมาะสม โดยมีเครือขายผูปฏิบัติงานดาน
ศาสนพธิ ีเขา รวมการอบรมในรูปแบบออนไซตแ ละออนไลน
46
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
เสาเสมาธรรมจกั ร รางวลั เชดิ ชเู กยี รตผิ ทู ำคณุ ประโยชนต อ พระพทุ ธศาสนา
ผูทำคุณประโยชนตอพระพุทธศาสนาเปนผูมีบทบาทสำคัญในการจรรโลงและเผยแผ
พระพุทธศาสนาใหดำรงอยูในสังคมไทยอยางเขมแข็ง โดยเปนผูอุทิศสรรพกำลังท้ังกำลังกาย กำลังสติปญญา
และกำลังทรัพยใหกับพระพุทธศาสนาโดยกุศลเจตนาอันบริสุทธ์ิ เพื่อมุงหวังใหพระพุทธศาสนามีความเจริญ
วัฒนาถาวร เปนประโยชนแกสังคมและประเทศชาติ ซ่ึงบุคคลที่ดำเนินชีวิตในลักษณะน้ี ถือไดวาเปนผูท่ี
มีคุณธรรม สามารถเปนแบบอยางท่ีดีแกเยาวชนและพุทธศาสนิกชน และไดรับการยกยองเชิดชูเกียรติ
ใหเ ปนผูทำคณุ ประโยชนตอ พระพทุ ธศาสนา
การคัดเลือกผูทำคุณประโยชนตอพระพุทธศาสนา ไดเริ่มมาต้ังแตปพุทธศักราช ๒๕๒๕ โดย
ปรารภเน่ืองในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทรครบ ๒๐๐ ป กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการในสมัยน้ัน
มีหนาท่ีทำนุบำรุงสงเสริมพระพุทธศาสนาใหเจริญม่ันคงสถาพร เห็นวาเพื่อใหเปนตัวอยางอันดีแกสังคม
และเยาวชนของชาติ และเพ่ือสงเสริมสนับสนุนงานเผยแผพระพุทธศาสนาใหกวางขวางย่ิงข้ึน ซึ่งในปจจุบัน
(พ.ศ. ๒๕๖๕) มีบุคคลและหนวยงานที่ไดรับการคัดเลือกเปนผูทำคุณประโยชนตอพระพุทธศาสนา
จำนวน ๕,๕๓๗ ราย ในจำนวน ๑๐ ประเภท โดยผทู ไ่ี ดร บั การคดั เลอื กเปน ผทู ำคณุ ประโยชนต อ พระพทุ ธศาสนา
จะไดเขารับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร จำนวน ๑๖๐ ราย จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาหสงเสริมพระพุทธศาสนา เน่ืองใน
เทศกาลวันวิสาขบูชา
เนื่องดวยสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
ทร่ี ะบาดต้งั แตป พ.ศ. ๒๕๖๓ ประกอบกับนโยบายของทางรัฐบาลทไ่ี มใ หมีการจัดกจิ กรรมที่มรี วมตวั ของผูคน
จำนวนมาก ทำใหก ารจัดพิธีพระราชทานรางวลั เสาเสมาธรรมจกั ร ในป พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๔ ไมสามารถจัด
พิธีดังกลาวได แตปจจุบันสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
ในประเทศไทยไดค ล่คี ลายลง จำนวนผูต ดิ เชือ้ ที่มแี นวโนมลดลงอยา งตอ เน่ือง ประกอบกบั การกระจายวคั ซนี ที่
ทว่ั ถึงมากยิง่ ขึ้น รวมทัง้ รัฐบาลไดผอ นคลายมาตรการบางอยาง
นบั เปน พระมหากรณุ าธคิ ณุ อยา งสงู สดุ ทส่ี มเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปนการสวนพระองค พระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร
ผูทำคุณประโยชนตอพระพุทธศาสนา ประจำป พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๔ จำนวน ๓๒๐ ราย เม่ือวันพุธที่
๒๓ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๕ ณ ศาลาพระราชศรทั ธา วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรงุ เทพมหานคร ซ่ึงในการจดั
พิธีดังกลาวไดดำเนินการตามขอกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แหงพระราชกำหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และปฏิบัติตามมาตรการปองกันและควบคุมการแพรระบาดของ
โรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสขุ อยางเครง ครัด
รางวัลเสาเสมาธรรมจักร ถือเปนสัญลักษณของผูทำคุณประโยชนตอพระพุทธศาสนา
เปนรางวัลสูงสุดในชีวิต ท่ีไดรับการยกยองคุณความดีดวยการประกาศเกียรติคุณใหปรากฏโดยทั่วไป
เปน การสรางขวัญกำลงั ใจในการทำความดี ตลอดจนเปนแบบอยา งที่ดขี องอนชุ นรุนหลังสบื ไป
47
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
48
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การประกวดสวดมนตห มสู รรเสรญิ พระรตั นตรยั ทำนองสรภญั ญะ
การประกวดสวดมนตหมูสรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ เปนกิจกรรมที่
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม รว มกับเครอื ขา ยภาคคณะสงฆ สำนักงานวัฒนธรรมจงั หวดั ๗๖ จงั หวัด
สถานศึกษาดำเนินการจัดกจิ กรรมฯ ทัง้ ในสวนกลางและสวนภมู ิภาค เพอื่ สง เสรมิ และสนบั สนนุ ใหเด็กเยาวชน
ซึ่งเปนกำลังสำคัญของชาติไดทำหนาท่ีรวมสืบสานเผยแพรพระพุทธศาสนา สรางสามัคคีธรรมในหมูคณะ
ภายใตข นบประเพณี มารยาทชาวพทุ ธทง่ี ดงาม โดยผา นกระบวนการประกวดสวดมนตห มสู รรเสรญิ พระรตั นตรยั
ทำนองสรภญั ญะ ท่สี อื่ ถงึ คุณพระรตั นตรยั ดวยทวงทำนองไพเราะ
การประกวดสวดมนตหมูสรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ท่ีกรมการศาสนาดำเนินการ
มี ๒ ประเภท คือ ประเภททีม ๕ คน และประเภททีมโรงเรียน ในประเภททีม ๕ คนนี้ จะแบงการแขงขัน
เปนระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ซึ่งในแตละระดับก็จะมีการแบงทีมการแขงขันเปนประเภททีม
หญิงลวน และประเภททีมชายลวน สวนประเภททีมโรงเรียนน้ัน สถานศึกษาที่เขาแขงจะทำการแขงขันโดย
รวมกนั สวดทงั้ โรงเรียน ซ่ึงการแขงขันประเภทนี้ไดเ รมิ่ ตน จดั กิจกรรม ป พ.ศ.๒๕๖๓
ปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ สถานการณการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19) มีการระบาดทั่วประเทศไทย เพ่ือปองกันการลุกลามและแพรกระจายของโรค ทำใหตองจำกัด
การทำกิจกรรมแบบรวมกลุม สงผลกระทบตอการจัดกิจกรรมรูปแบบรวมกลุมทุกชนิด รวมถึงกิจกรรมการ
สวดมนตหมูทำนองสรภัญญะดวย ฉะนั้น เพื่อใหสามารถดำเนินกิจกรรมตอไปได กรมการศาสนาจึงได
กำหนดการแขงขันในรูปแบบการบันทึกคลิปวีดิโอ โดยรวมกับศูนยสงเสริมศีลธรรม วัดชัยชนะสงคราม
ในการเปนศูนยกลางการตัดสินการประกวดท้ังในสวนกลาง และสวนภูมิภาค การดำเนินงานในสวนภูมิภาค
กรมการศาสนายังคงไดรับความรวมมือเปนอยางดีจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ๗๖ จังหวัด
โดยการรวบรวมขอมูลและวีดิโอของสถานศึกษาที่เขาประกวดสงมาดำเนินการตัดสินในสวนกลาง มีผูเขารวม
กิจกรรมทั่วประเทศอยางทวมทน จำนวน ๕๕,๔๘๒ คน และทีมท่ีชนะเลิศการประกวดในรอบชิงชนะเลิศ
ระดับประเทศ ในป พ.ศ.๒๕๖๔ ไดเขารับพระราชทานโลรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จ
พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี เมอ่ื วนั ท่ี ๒๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๕ ณ วดั ปทมุ วนาราม เขตปทมุ วนั
กรงุ เทพมหานคร
ในป พ.ศ. ๒๕๖๕ กรมการศาสนา ไดจัดการแขงขันเพียงประเภททีม ๕ คน แตเน่ืองจาก
บางพน้ื ทใ่ี นประเทศไทยไดร บั ผลกระทบคอ นขา งแตกตา งกนั จงึ ทำใหม กี ารจดั ประกวดทง้ั ในรปู แบบการประกวด
สด และการประกวดในรูปแบบคลิปวีดิโอ โดยในสวนกลางกรมการศาสนารวมกับศูนยสงเสริมศีลธรรม
วัดชัยชนะสงครามดำเนินการจัดประกวด นอกจากน้ัน ยังไดรับความรวมมือจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด
๗๖ จังหวัด ดำเนินการจัดกิจกรรมรวมกับสถานศึกษา ภาคีเครือขายดำเนินการจัดกิจกรรมในสวนภูมิภาค
มีผูเขารวมกิจกรรมท้ังหมด ทั่วประเทศ ๒๐,๙๕๑ คน ทั้งนี้ ทีมที่ชนะการประกวดสวดมนตหมูสรรเสริญ
พระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประจำป พ.ศ. ๒๕๖๕ ในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ จะไดเขารับ
พระราชทานโลร างวลั ตอ ไป
49