วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
สวดมนตฯ ประเภททมี ๕ คน สวดมนตฯ ประเภททีมโรงเรยี น
ภาพการแขงขันสวดมนตหมูฯ ทำนองสรภญั ญะ ผานการประกวดในรูปแบบคลปิ วดี โิ อ
50
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การประกวดบรรยายธรรม
การประกวดบรรยายธรรม เปนอีกกิจกรรมของกรมการ
ศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ที่ทวนกระแสโลกาภิวัตนของสังคมโลกซึ่ง
นับวันคุณธรรมจริยธรรมเริ่มจางหายไปจากใจผูคน ทามกลางส่ิงย่ัวยุ
มอมเมา ในดานตาง ๆ เด็กและเยาวชนขาดตนแบบในการทำความดี
การประกวดบรรยายธรรมจึงเปนด่ังกิจกรรม ที่เขามาจรรโลง สงเสริม
สนับสนุนใหเด็กและเยาวชนไดนำมิติของศาสนามาพัฒนากลอมเกลา
กาย วาจา ใจ เกิดความกระตือรือรนท่ีจะศึกษาคนควาหลักธรรมใน
พระพุทธศาสนา จนมีความรูแตกฉาน แสดงความสามารถในเชิง
วาทศิลปบนเวทีการประกวดได ดวยการหยิบยกขอธรรมมาส่ือสารดวยสัมมาวาจาที่มุงเนนใหเกิดปญญา
กอเกิดประโยชนสำเร็จแกผูฟง คือ นอมใจใหผูฟงไดเขาใจในอรรถสาระธรรม ตรงตามเปาหมายการพูด
ในเชิงพุทธศาสตร นน่ั คือ การมงุ ประโยชนเพอื่ พัฒนากาย วาจา ใจ มงุ ตรงสูส มั มาทิฐิ ความเห็นที่ถกู ตอง นำสู
การปฏิบัติท่ีดีตอไป
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เริม่ จัดการประกวดบรรยายธรรม มาตง้ั แตใ นป พ.ศ. ๒๕๓๐
โดยในระยะแรกประชาสัมพันธเชิญชวนสถาบันการศึกษา ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา
ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เขารวมการประกวดบรรยายธรรม ณ อาคารสงเสริมพระพุทธศาสนา
วัดประยุรวงศาวาส แขวงวัดกัลยาณ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ตอมามีการบูรณาการการทำงานรวมกับ
องคกรเครือขายตาง ๆ ไดแก ภาคคณะสงฆ สถานศึกษา ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย (ศพอ.)
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จัดการประกวดบรรยายธรรมข้ึนท่ัวประเทศ ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค
โดยแบงการประกวดออกเปน ๓ ระดบั ไดแก
51
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
๑. ระดบั จงั หวดั ๗๗ จงั หวดั ไดแ ก สว นภมู ภิ าค ๗๖ จงั หวดั และกรงุ เทพมหานคร (แบง เปน เขต
พน้ื ทก่ี ารศกึ ษากรงุ เทพมหานคร ๒ เขต) เปน การประกวดเพอ่ื คดั เลอื กตวั แทนไปประกวดในระดบั ภาคคณะสงฆ
จดั การประกวดฯ ในชว งกิจกรรมสงเสริมพระพุทธศาสนา เนือ่ งในวนั มาฆบชู า
๒. ระดับภาคคณะสงฆ ไดแก ภาคการปกครองคณะสงฆ ๑๘ ภาค และระดับ
สว นกลาง (กรงุ เทพมหานคร) เปน การประกวดเพอ่ื คดั เลอื กตวั แทนเขา ประกวดระดบั ประเทศ จดั การประกวดฯ
ในชวงเดอื นเมษายน
๓. ระดับประเทศ เปนการประกวดเพ่ือคัดเลือกผูที่ผานการคัดเลือกระดับภาคคณะสงฆ
เขารบั โลรางวัลพระราชทาน ในงานสัปดาหสงเสริมพระพทุ ธศาสนา เนือ่ งในเทศกาลวันวิสาขบูชา
การประกวดบรรยายธรรม แบงผเู ขารวมประกวดออกเปน ๔ ชว งช้นั คอื
๑) ชวงชนั้ ท่๑ี ระดบั ประถมศึกษาตอนตน (ป.๑ - ๓)
๒) ชวงชั้นที่ ๒ ระดับประถมศกึ ษาตอนปลาย (ป. ๔ - ๖)
๓) ชวงชั้นท่ี ๓ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน (ม.๑ - ๓)
๔) ชวงช้นั ที่ ๔ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ๖)
ปงบประมาณ ๒๕๖๔ กรมการศาสนา จัดการประกวดบรรยายธรรมในระดับสวนกลาง
และสว นภมู ภิ าคโดยรว มมอื กบั ศนู ยบ รหิ ารการศกึ ษาพระพทุ ธศาสนาวนั อาทติ ย หนกลาง ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ
วัดประยุรวงศาวาส ศูนยสงเสริมศีลธรรม วัดชัยชนะสงคราม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ๗๖ จังหวัด
โดยมีผูเขารวมกิจกรรม ทั้งหมด ๕,๓๗๔ คน ท่ัวประเทศ ท้ังนี้ผูท่ีชนะเลิศการประกวดในรอบชิงชนะเลิศ
ระดับประเทศ ในป พ.ศ.๒๕๖๔ ไดเขารับพระราชทานโลรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เม่อื วันท่ี ๒๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๕ ณ วดั ปทมุ วนาราม
เขตปทุมวนั กรุงเทพมหานคร
ปงบประมาณ ๒๕๖๕ กรมการศาสนา จัดการประกวดบรรยายธรรมในระดับสวนกลางและสวน
ภูมิภาคโดยรวมมือกับศูนยบริหารการศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย หนกลาง ในพระสังฆราชูปถัมภ
วัดประยุรวงศาวาส ศนู ยส งเสริมศีลธรรม วัดชัยชนะสงคราม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ๗๖ จังหวัด โดยมี
ผูเขารวมกิจกรรม ท้ังหมด ๑,๓๕๐ คน ทั่วประเทศ ท้ังน้ี ผูที่ชนะการประกวดบรรยายธรรม ประจำป
พ.ศ. ๒๕๖๕ ในรอบชงิ ชนะเลิศระดับประเทศ จะไดเ ขารับพระราชทานโลรางวัลตอไป
ภ า พ บ ร ร ย า ก า ศ ก า ร จั ด
กจิ กรรมการประกวดบรรยายธรรม
ในชวงสถานการณปกติ มีการ
รวมกลุมประชุมของผูเขารวม
กิจกรรมในพนื้ ที่จดั การประกวด
ภาพบรรยากาศการตัดสิน
การประกวดบรรยายธรรม ผาน
คลปิ วดี ิโอ เนื่องจากประเทศไทย
และสังคมโลกประสบกับปญหา
สถานการณการแพรระบาดของ
โรคตดิ เช้ือไวรัส Covid-19
52
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การขับเคล่ือนชุมชนคณุ ธรรมดวยพลังบวร
“บวร” บาน วัด โรงเรียน เปนสถาบันหลักท่ีมีบทบาทใกลชิดตอวิถีชีวิตของคนไทย สังคมไทยมี
“บวร” เปน สายสมั พนั ธท ย่ี ดึ เหนย่ี วชมุ ชนใหเ กดิ การเกอ้ื กลู สนบั สนนุ ซง่ึ กนั และกนั รวมทง้ั ชว ยทำใหส งั คมไทย
มีการดํารงอยูอยางสันติสุขมาชานาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ไดพระราชทานพระราชดําริหลักการใหนํา“บวร” นี้มาใชในการพัฒนาและแกไขปญหาระดับชุมชนในลักษณะ
๓ ประสาน เพื่อรว มมอื บาํ เพญ็ ประโยชนแ กชุมชนอยางเกอื้ กลู กนั
รัฐบาลจงึ มีนโยบายสง เสริมการขยายเครือขายชมุ ชนคุณธรรมพลังบวรทว่ั ประเทศ เพอื่ นํามติ ทิ าง
ศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรม และความเปน ไทย มาเสรมิ สรา งสงั คมใหเ ขม แขง็ มีคุณภาพและคุณธรรม โดยนายก
รัฐมนตรี ไดมีขอส่ังการมอบหมายใหกระทรวงวัฒนธรรมเปนหนวยงานหลักรวมกับหนวยงานที่เกี่ยวของนำ
หลักการ “บวร” ไปขับเคลื่อนและดำเนินกิจกรรมตางๆ ใหเปนแหลงปลูกฝง บมเพาะ และเผยแพร
องคความรทู ่มี ีประโยชน เพ่อื พัฒนาจิตใจและจิตสำนึกดานจริยธรรมใหแกประชาชนทุกระดับ และมุงเนนให
คนไทยมีสวนรวมในการพัฒนาประเทศ ผานการบูรณาการความรวมมือจากทุกภาคสวนในการขับเคลื่อน
การดำเนินงานและนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในระดับฐานราก รวมท้ังสอดคลองกับนโยบาย
ของกระทรวงวัฒนธรรมที่สงเสริมใหคนไทย เปนคนดี มีคุณธรรม รวมท้ังสงเสริมใหชุมชน ภาคีเครือขาย
นำทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรมมาพัฒนาตอยอดสูเศรษฐกิจสรางสรรค นำรายไดสูชุมชนและ
ประเทศชาติ
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ไดร เิ รม่ิ ดำเนินงาน “ชุมชนคณุ ธรรม” ขึ้น ในปง บประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๙ จากการประชุมผูบริหารระดับสูงกระทรวงวัฒนธรรม คร้ังที่ ๖/๒๕๕๙ กำหนดใหหนวยงาน
ภายใตกระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสครบรอบ ๗๐ ป แหงการครองราชย
ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อนอมรำลึก
ในพระมหากรุณาธิคุณผูทรงคุณอันประเสริฐและมีคุณูปการตอประเทศชาติอยางอเนกอนันต กรมการศาสนา
กระทรวงวัฒนธรรม จึงไดรวบรวมชุมชนคุณธรรมตนแบบที่มีศักยภาพและมีความพรอมในรูปแบบของ
“บวร” (บาน-วัด-โรงเรียน) จำนวน ๗๐ ชุมชน เพื่อเขารวมโครงการชุมชนคุณธรรมภายใตพลังบวร
เฉลิมพระเกยี รตพิ ระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ ๗๐ ป
๙ มิถุนายน ๒๕๕๙
53
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
ปจจุบันโครงการดังกลาวถือเปนโครงการที่มีความสำคัญและดำเนินงานรองรับกับแผนแมบท
ภายใตยุทธศาสตรชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ๒๐ ป และตอมาไดมีการปรับเปลี่ยนชื่อโครงการเปน
“โครงการพลังบวร : ชุมชนคุณธรรม ลานธรรม ลานวิถีไทย” ดวยการผนวกท้ัง ๒ โครงการเขาดวยกัน
คอื โครงการชมุ ชนคณุ ธรรมขบั เคลอ่ื นดว ยพลงั บวร และโครงการลานธรรม ลานวถิ ไี ทย มเี ครอื ขา ยวดั /ศาสนสถาน
ท่ีเขา รวมโครงการ จำนวน ๒,๙๙๘ แหงทว่ั ประเทศ
กรมการศาสนา ไดม กี ารขับเคลอื่ นสงั คมคณุ ธรรม ดว ยการนำกลไกพรี ะมิดมาขบั เคลอื่ นสังคมคุณ
ธรรม มหี ลักการดำเนินงานในลักษณะพีระมดิ ๔ ดา น ไดแก
ดา นท่ี ๑ ใช “บวร” (บาน-ชุมชน/วัด-ศาสนสถาน/โรงเรียน-ราชการ) เปนพลังขับเคล่ือน
“ชมุ ชนคุณธรรม”
ดา นท่ี ๒ ยึดขอปฏิบัติหลัก ๓ ประการ คือ ปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา นอมนำหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และดำรงชวี ติ ตามวถิ วี ฒั นธรรมไทยมาเปน หลกั ในการพฒั นาคุณภาพชีวติ
ดา นท่ี ๓ ใหความสำคัญกับความม่ันคงของชาติใน ๓ สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และ
พระมหากษตั รยิ เปน พลังนำพาชาติกา วสคู วามมัน่ คงและย่งั ยืน
ดา นที่ ๔ สรางสงั คมคณุ ธรรม ดวยการพัฒนาคน/ครอบครัว/ชมุ ชน/องคก รใหม ีคุณธรรม
54
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
กรมการศาสนาไดรวมกับภาคคณะสงฆ องคการทางศาสนา ภาคีเครือขายภาครัฐ ภาคเอกชน
และภาคประชาสังคมท่ัวประเทศ ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพลังบวรในมิติศาสนา ผานกลไก
พลงั “บวร” (บาน วัด/ศาสนสถาน โรงเรียน/ราชการ) ซ่งึ มีแนวคิดหลักในการสงเสริมใหวัด/ศาสนสถานเปด
พื้นท่ีเปน “ศูนยกลางในการจัดกิจกรรมของชุมชน” โดยมุงเนนใหประชาชนตระหนักและใชพื้นท่ี
ศาสนสถานสรางสรรคการจัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย บมเพาะดานคุณธรรม
จริยธรรม รวมทั้งเปนแหลงเรียนรูหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษสืบสาน
ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม ภูมิปญญาของทองถ่ิน และสงเสริม/สนับสนุนใหมีการจัดกิจกรรมเสริมสราง
การรบั รู แกไ ขปญ หา และบรรเทาผลกระทบจากโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ทก่ี ำลงั แพรร ะบาด
อยูในขณะน้ี พรอมท้ังนำความรูและประสบการณท่ีไดรับจากการเขารวมกิจกรรมไปปรับใชในการดำเนินชีวิต
อยางมีคุณภาพ ดำรงตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติและ
ของทองถิ่น พัฒนาตอยอดทุนทางวัฒนธรรมเสริมสรางอาชีพ/รายไดแกคนในชุมชน สงผลใหชุมชนเขมแข็ง
รมเย็นเปน สขุ อยางย่ังยนื
55
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
56
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การสง เสรมิ คณุ ธรรมจริยธรรมเพอ่ื คนทงั้ มวล
พระพุทธศาสนาสอนอะไร เปนคำถามที่หลายๆ คนสงสัย ความจริงแลวพระพุทธศาสนา
สอนเก่ียวกับหลักความจริงอันมีอยูตามธรรมดาในธรรมชาติ พระพุทธเจาเปนผูคนพบความจริงเหลานั้น
ซ่ึงพระองคไมไดเปนผูสรางหลักความจริงน้ันข้ึนมาหากแตมีอยูเดิมตามธรรมชาติ ดังคำกลาว “อุปฺปาทา
วา ภกิ ฺขเว ตถาคตานํ อนุปปฺ าทา วา ตถาคตาน”ํ แปลความไดว า พระพุทธเจา ทงั้ หลายจะถอื กำเนิดขนึ้ หรอื ไม
ก็ตาม หลักความจริงก็มีอยูเปนธรรมดา พระองคเปนเพียงผูคนพบหลักความจริงนั้น และทรงนำมาเผยแผ
ส่ังสอน อธิบายใหเขาใจไดงาย เปรียบเสมือนพระองคผูคนพบทางสวางและเปนผูชี้ทางใหผูทุกขรอนท้ังหลาย
หลังจากพระพทุ ธเจา ตรสั รูและประกาศพระศาสนาแลว พระสงฆสาวกท้ังหลายตางชว ยพระองคออกประกาศ
พระศาสนา เพื่อเปนประโยชนสุขแกประชาชนเปนจำนวนมาก จะเห็นไดวาในคร้ังอดีตกาล พระสงฆสาวกมี
บทบาทสำคัญในการนำหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาไปเผยแผ ส่ังสอน ดวยวธิ กี ารจำกัด คือ การเดนิ เทา ไป
เผยแผหลักธรรมคำสอนยังสถานท่ีตา งๆ
ปจจุบันประเทศไทยกาวเขาสูยุคไทยแลนด ๔.๐ เทคโนโลยีสารสนเทศเขามามีบทบาทสำคัญตอ
การเรียนการสอนหนังสือหรือแมแตการเผยแผพุทธศาสนา สื่อสมัยใหมพัฒนารูปแบบ วิธีการการนำเสนอ
การประชาสัมพันธท่ีทันสมัยข้ึน ทำใหการเผยแผหลักธรรมไมไดถูกจำกัดเฉพาะพระสงฆที่เปนผูอบรมส่ังสอน
ธรรมะอยูในวัดหรือโรงเรียนเหมือนครั้งอดีตกาลเทานั้น เทคโนโลยีสารสนเทศสงผลใหการเผยแพร
ประชาสัมพันธขยายตัวเปนวงกวางมากขึ้น แตอยางไรก็ตาม หากแตประชาชนบางกลุมกลับไมมีโอกาสเรียนรู
หลักธรรม เนื่องจากปญหา “ความเหลื่อมล้ำ” (Inequality) ซึ่งก็คือ ความไมเสมอภาค ความแตกตางกัน
แบงแยก มีชองวางระหวางกลุมชนช้ัน มักจะเปนการกลาวถึงความไมเทาเทียมกันระหวาง “ผูมีโอกาส” กับ
“ผูขาดโอกาส” หรือท่ีเรียกวา“ประชากรกลุมเปราะบาง” อันหมายถึงประชากรท่ีมีความออนแอ หรือออน
ดอยในการรับมอื กับปญหาท่เี กิดจากความเหลื่อมลำ้ ทางสังคมและทางเศรษฐกจิ
รัฐบาลมีนโยบายสงเสริมใหองคการศาสนามีบทบาทสำคัญในการสรางคานิยม ปลูกฝงคุณธรรม
จริยธรรม สรางความปรองดองสมานฉันทแ ละลดความเหลอ่ื มล้ำทางสังคม เพือ่ ใหประชาชนทกุ ระดบั ไดเขาถงึ
บริการจากภาครัฐ เปาหมายเพ่อื ใหค นไทยมศี ลี ธรรม คณุ ธรรมจริยธรรม จติ สำนึก คานยิ มทด่ี ีงาม และรกั ษา
มรดกวัฒนธรรม ประกอบกับกระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายนำมิติศาสนา ศิลปวัฒนธรรม สรางสังคมสันติสุข
โดยใหทุกพื้นที่เปนชุมชนคุณธรรมและใหประชาชนนอมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติในชีวิต
ประจำวนั เปน คนดมี คี ณุ ธรรม
57
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เห็นถึงความสำคัญของปญหาดังกลาว จึงไดริเริ่มโครงการ
สงเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพือ่ คนทง้ั มวล (ธรรมะสูคนท้งั มวล) ขนึ้ และไดดำเนนิ การมาต้งั แตป พ.ศ. ๒๕๕๕
เปนตนมา เพ่ือสงเสริมการเผยแพรหลักธรรมคำสอน และสรางโอกาสในการเขาถึงหลักธรรม ขณะเดียวกัน
การดำเนินงานจัดกิจกรรมตางๆ ของโครงการฯ สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวง
วัฒนธรรมไดเปนอยางดี ดงั จะเหน็ ไดวา กรมการศาสนาบูรณาการการทำงานรว มกับองคการตางๆ ทัง้ จากภาค
คณะสงฆ องคการทางศาสนา เครือขายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จัดกิจกรรมขึ้น
เพื่อสงเสรมิ ใหเด็ก เยาวชน ประชาชนทุกกลุมวัย ผูสูงอายุ คนพกิ าร ทุพพลภาพและดอยโอกาส เชน การจดั
กิจกรรมเน่ืองในวันสำคัญทางศาสนา (มาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา เขาพรรษา)/วันสำคัญของ
สถาบันพระมหากษัตริย รวมถึงจัดทำส่ือสงเสริมคุณธรรมจริยธรรม โดยมุงหวังใหกลุมผูเขารวมกิจกรรม
ผูรับชมสื่อสามารถเขาใจ เขาถึง และนำหลักธรรมทางศาสนาไปปรับใชเปนเคร่ืองมือในการพัฒนาตนเองทั้ง
ทางรางกายและจิตใจใหเกิดความเขมแข็งในการดำรงชีวิต มีทักษะและกระบวนการคิดอยางมีเหตุมีผล ทำให
อยใู นสงั คมไดอ ยา งมคี วามสขุ และเปน พลงั สำคญั ในการขบั เคลอ่ื นใหป ระเทศชาตเิ กดิ ความเจรญิ กา วหนา
หากไมมีธรรมะท่ีถูกตองเปนท่ียึดเหน่ียวทางใจแลว จิตใจจะหาความสุขไมได ตอใหเปนเศรษฐี
มัง่ มีเงินทองก็ไมเ กดิ ประโยชนอ ะไร ในทางกลบั กัน คนยากคนจนบางคนกลับมคี วามสขุ ความพอตามข้นั ฐานะ
ของตนดวยอาศัยหลักธรรมเปนท่พี ่งึ การสงเสริมการเผยแพรหลักธรรมคำสอนตามเปาหมายการดำเนินงาน
โครงการฯ นน้ั นอกจากจะชว ยลดความเหลือ่ มลำ้ ในการเขา ถึงธรรมะแกผูด อยโอกาสแลว การสง เสรมิ ดงั กลา ว
ยังสามารถสื่อสารหลักธรรมที่ถูกตองแกประชาชนทุกหมูเหลา เมื่อคนเขาถึงหลักธรรมไดจำนวนมากข้ึน
คนมจี ิตใจดีข้นึ สงั คมก็ดีข้นึ ประเทศชาตกิ ด็ ขี ้นึ โลกก็จะสงบสุขข้นึ ตามลำดบั เพราะการปฏิบัตติ ามหลักธรรม
ของพระพุทธเจา ทำใหจิตใจท่ีทุกขรอนของเราสงบรมเย็นลงได หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจาจึงสอนให
มนุษยมีหลักท่ีพึ่งทางใจ มีหลักการประพฤติปฏิบัติที่ดีงาม อันจะทำใหมนุษยสามารถอยูรวมกันในสังคม
ดว ยความสงบสขุ และความเจริญกาวหนา แมม ีความแตกตางทางสงั คม เศรษฐกิจ และวฒั นธรรม
58
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
กิจกรรมขบั เคลื่อนการเผยแผพระพทุ ธศาสนา
กิจกรรมขับเคล่ือนการเผยแผพระพุทธศาสนา อยูภายใตการดำเนินงานโดยกองทุนสงเสริม
การเผยแผพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ไดเริ่มดำเนินการตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๕๔ มาอยาง
ตอ เน่ืองจนถึงปจ จุบัน ดวยการสนับสนุนสง เสรมิ ใหพ ระสงฆแ ละพทุ ธศาสนกิ ชน ตลอดจนหนวยงานที่เปนภาคี
เครือขายดานศาสนาของกรมการศาสนาไดขับเคลื่อนการดำเนินงานสงเสริมการเผยแผพระพุทธศาสนาผาน
โครงการกิจกรรมในรูปแบบตาง ๆ เพ่ือเสริมทักษะ พัฒนาสมรรถนะดานการเผยแผพระพุทธศาสนาแก
พระสงฆ องคกรเครือขายทางพระพุทธศาสนาซ่ึงถือวาเปนกลไกสำคัญดานการเผยแผพระพุทธศาสนา
และรวมทั้งเพ่ือสงเสริมใหพุทธศาสนิกชน ไดเรียนรู และปฏิบัติตนตามหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา
อยางแทจริง เปนคนดีมีคุณธรรม กองทุนฯ จึงสนับสนุนสงเสริมพระสงฆและพุทธศาสนิกชน จัดกิจกรรม
เผยแผพระพุทธศาสนาตามความรูและความสามารถเนนการปรับเปล่ียนรูปแบบวิธีการเผยแผในรูปแบบ
ทีห่ ลากหลายสอดคลอ งกบั ความตองการของกลมุ เปาหมาย
แตเ นอ่ื งดว ยสถานการณป จ จบุ นั มกี ารแพรร ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)
สงผลกระทบตอการดำรงชีวิตของผูคนในสังคม จึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินโครงการ/กิจกรรม
โดยเนนการประยุกตใชส่ือดิจิทัล สื่อสังคมออนไลน หรือสื่อประชาสัมพันธรูปแบบตางๆ ในการดำเนินงาน
เพื่อใหส อดคลอ งกบั ยุค New Normal และ Next Normal
59
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
การพฒั นาสมรรถนะพระธรรมวทิ ยากรในการเผยแผพ ระพทุ ธศาสนา
พระสงฆเปนทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณคาตอการเผยแผหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ท้ังในดาน
การเปนแบบอยางในการประพฤติปฏิบัติตน การเผยแผพระพุทธศาสนา ตลอดจนการสรางเสริมคุณธรรม
ใหก ับเดก็ เยาวชน และเปน เครอื ขายในการอบรมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ทกุ กลมุ เปาหมาย ไดอยา งมีประสทิ ธภิ าพ
กองทุนสงเสริมการเผยแผพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา มีภารกิจหลักในการสงเสริมและ
สนับสนุนการเผยแผพระพุทธศาสนา ไดพิจารณาเห็นความสำคัญของการพัฒนาสมรรถนะการเผยแผ
พระพุทธศาสนาแกพระภิกษุสงฆ กองทุนฯ มีเครือขายที่สำคัญในการทำหนาท่ีอบรมเด็กและเยาวชน
และประชาชน คือ พระภิกษสุ งฆ เรียกวา “พระธรรมวทิ ยากร” ในการนำกระบวนพัฒนาคุณธรรมจรยิ ธรรม
สูเด็กเยาวชนมีบทบาทตอการเผยแผหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทั้งในดานการเปนแบบอยางในการ
ประพฤติปฏิบัติการเผยแผพระพุทธศาสนาเพื่อใหเปนพระธรรมวิทยากรท่ีมีศักยภาพในการใชเทคนิคการ
เผยแผพระพุทธศาสนา ตลอดจนการสรางเสริมคุณธรรมจริยธรรมใหกับเด็ก เยาวชนและประชาชน ดังน้ัน
ความรคู วามสามารถ และทกั ษะในการจดั กจิ กรรมและอบรมใหค วามรกู บั กลมุ เปา หมายแตล ะกลมุ ลว นขน้ึ อยกู บั
สมรรถนะของพระธรรมวิทยากรเปนสำคัญท่ีจะนำการพัฒนาคุณภาพของประชาชนไปสูทิศทางเพ่ือตอบสนอง
นโยบายของภาครฐั โดยเฉพาะภายใตโครงการสำคญั ของกรมการศาสนา
60
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
๖ ป “พลงั คณุ ธรรมแหง ชาต”ิ ขบั เคล่อื นประเทศ สูสงั คมคณุ ธรรม
ทั้งแผนดิน
จากสถานการณทางสังคมที่เปล่ียนแปลงอยางรวดเร็ว ตามกระแสโลกาภิวัตน จนสงผลกระทบ
ตอวิถีชีวิตประชาชนท้ังในเชิงบวกและเชิงลบ ดังนั้น เพ่ือเปนการรักษาและธำรงไวซึ่งส่ิงดีงามของสังคมไทย
ใหคงอยู รัฐบาลภายใตการนำของพลเอก ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ทีม่ คี วามตง้ั ใจจะแกไขปญ หา
สังคมท่ีเปนวิกฤตคุณธรรมของคนในชาติ กับท้ังตองการพัฒนาประเทศใหสมดุลท้ังทางวัตถุและจิตใจ
ให “คุณธรรมนำการพัฒนา” สรางสังคมแหงคุณธรรม สรางพลังการทำความดีเพื่อชาติและประชาชน
ตามแผนยทุ ธศาสตรช าติ ๒๐ ป โดยสง เสริมใหน ำศาสนา วัฒนธรรมและความเปน ไทยมาสรา งสรรคสงั คมไทย
ใหเกิดความเขมแข็งอยางมีคุณภาพ จึงไดเห็นชอบ แผนแมบทสงเสริมคุณธรรมแหงชาติ ฉบับที่ ๑
(พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๔) โดยสงเสริมใหทุกภาคสวนไดรวมขับเคลื่อนงานโดยใชมิติทางศาสนา ศิลปะ และ
วฒั นธรรม เปน ฐานสรา งความเขม แขง็ จากภายใน เพอ่ื การพัฒนาประเทศในระยะยาว ซ่ึงมีวสิ ัยทศั น คือ
“สังคมไทยมีคุณธรรมภายใตหลักธรรมทางศาสนา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วิถีวัฒนธรรมอันดีงาม และการอยูรวมกันดวยสันติสุข ในประเทศไทย ประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก
อยางยง่ั ยนื ” มี ๔ ยุทธศาสตร คือ
ยุทธศาสตรท ่ี ๑ วางระบบรากฐานการเสริมสรางคุณธรรมในสังคมไทย เปนการวางรากฐาน
การพัฒนาคุณธรรมใหกับทุกสถาบันในสังคมใหมีสวนรวมสืบสานความเปนไทยและยึดม่ันในสถาบันชาติ
ศาสนาและพระมหากษัตริย เนน การพัฒนาและยกระดบั จิตใจประชาชนใหมีคณุ ธรรม
ยทุ ธศาสตรท ี่ ๒ สรางความเขมแข็งในระบบการบริหารจัดการดานการสงเสริมคุณธรรม
ใหเปน เอกภาพ เปน การสรา งและพฒั นาระบบสงเสรมิ คุณธรรมใหมโี ครงขา ยที่ชดั เจนและมีประสทิ ธิภาพ
ยทุ ธศาสตรท ี่ ๓ สรางเครือขายความรวมมือในการสงเสริมคุณธรรม เปนการผนึกกำลัง
ทุกภาคสวนใหมีสวนรวม ตลอดจนสรางบุคคลตนแบบท่ีเปนแกนนำขับเคล่ือนและขยายภาคีเครือขาย
ใหเ พ่มิ มากขึน้
ยุทธศาสตรท ่ี ๔ สงเสริมใหประเทศไทยเปนแบบอยางดานคุณธรรมในประชาคมอาเซียน
และประชาคมโลก เปนการสรางคุณธรรมความรวมมือในประชาคมอาเซียน ใหอยูรวมกันอยางเอ้ืออาทร
และแบง ปน ในทกุ มิติ
61
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
ในหวง ๖ ปที่ผานมา คณะกรรมการสงเสริมคุณธรรมแหงชาติรวมกับภาคประชารัฐ
ทกุ ภาคสว น ทกุ กระทรวง ทกุ จงั หวดั รวมพลงั เปลย่ี นสงั คมไทยใหเ ปน “สงั คมคณุ ธรรม” ทเ่ี ออ้ื อาทรและแบง ปน
บมเพาะคุณธรรม พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา โดยบูรณาการการทำงานรวมกัน อาทิ การประชุม
“ประชารัฐรวมใจขับเคลื่อนสังคมไทยสูสังคมคุณธรรม” การจัดงานสมัชชาคุณธรรม ๔ ภาค การสงเสริม
คานิยม ๑๒ ประการ การสง เสรมิ อัตลกั ษณความเปน ไทยและความมนี ้ำใจ การประกวดสือ่ สรางสรรคส ง เสริม
คุณธรรม เปนตน สงเสริมใหคนไทยปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ นอมนำหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามมาประยุกตใชในชีวิต รวมทั้งเปน “ไทยนิยม” ท่ีนิยมทำ
แตสิ่งดีงามและถูกตอง มีคุณธรรมตามหลักคิด พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา รวมเปนพลังสำคัญในการ
สรางสรรคสังคมไทยใหเกิดความเขมแข็งอยางมีคุณภาพและมีคุณธรรม ผานกลไกประชารัฐของรัฐบาล
อนั จะสง ผลใหเ กดิ การพฒั นาประเทศทม่ี คี วามสมดลุ ทง้ั ดา นวตั ถแุ ละจติ ใจ ตามแนวคดิ “คณุ ธรรมนำการพฒั นา”
แผนแมบทสงเสริมคุณธรรมแหงชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๔) ฉบับนี้ จึงเปนกลไก
สําคัญของรัฐ เปนเสมือนพิมพเขียวหรือแนวทางสําหรับทุกภาคสวนของสังคม ในการขับเคล่ือนสงเสริม
คุณธรรมสปู ระชาชน ผลท่ีไดร ับ คอื
ประเทศชาติ มีความสงบสขุ สมานฉนั ท มัน่ คง ดวยมิตทิ างศาสนาอยา งยง่ั ยนื เปน แบบอยา งใน
การสงเสริม คณุ ธรรมของประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก
สังคม เปนสังคมคุณธรรม ท่ียึดม่ันในสถาบันชาติ สถาบันศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย
มคี วามเอือ้ อาทรและแบง ปน
ประชาชน มพี ฤตกิ รรมท่ถี กู ตองดีงาม ดวยหลกั ธรรมทางศาสนา มีความมง่ั คงั่ เขม แขง็ ดวยหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและวิถวี ฒั นธรรมไทย
เพ่ือใหเกิดความตอเนื่อง คณะกรรมการสงเสริมคุณธรรมแหงชาติ ไดรวมกันจัดทำแผนปฏิบัติ
การดานการสงเสริมคณุ ธรรมแหง ชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) โดยกำหนดคณุ ธรรมทพ่ี ึงประสงค
สำหรับสังคมไทย ๕ ประการเพื่อนำสูความเปน “มนุษยที่สมบูรณ” ประกอบดวย “พอเพียง วินัย สุจริต
จติ อาสา และกตญั ”ู ซง่ึ ครอบคลมุ หลกั ธรรมทางศาสนาทส่ี อนใหม นุษยเปน คนดี มคี ณุ ธรรม พรอ มทง้ั นอ มนำ
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และรกั ษาสบื สานวถิ ชี วี ติ วฒั นธรรมไทยทด่ี งี าม ซึ่งเปนหลักนำทางและหลักคิดใน
การดำรงชีวติ และการพฒั นาใหปรากฏชดั เปนรูปธรรมในสงั คมไทยมากขนึ้
ในวันนี้ และอีก ๒๐ ป ขางหนา อนาคตประเทศไทย “คนไทยมีพฤติกรรมที่สะทอนการมี
คุณธรรมเพ่ิมข้ึน มุงสูสังคมคุณธรรมที่คนไทยอยูรวมกันดวยความสมานฉันท ภายใตหลักธรรมทางศาสนา
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถวี ฒั นธรรมไทยท่ดี งี าม และประเทศไทยปลอดทจุ ริตและประพฤตมิ ชิ อบ”
62
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรม คานิยม
และความเปนไทย
การเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมไดดำเนินการโดยใชวันสำคัญ
อันเกี่ยวเนื่องกับวันคลายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ๒ เมษายน เพ่ือเปด
โอกาสใหพสกนิกรชาวไทยไดแ สดงความจงรกั ภกั ดีตอพระองค โดยการบำเพ็ญ
ความดีถวายเปน พระราชกุศล รว มสืบสานประเพณีการบรรพชาอุปสมบทใหคง
อยูคูสังคมไทย โดยมีกิจกรรมที่สามารถพิจารณาเลือกดำเนินการใหเหมาะสม
กับแตละพ้ืนท่ี โดยดำเนินการทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค ประกอบดวย
การบรรพชา การปฏิบัติธรรม กิจกรรมที่สอดคลองกับการสงเสริม
คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และกจิ กรรมจติ อาสาบำเพญ็ สาธารณประโยชน โดยบรู ณาการ
ความรวมมือระหวางภาคคณะสงฆ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน
ในการดำเนินกิจกรรม เพ่ือสงเสริมใหเด็กเยาวชน ไดศึกษาหลักธรรมคำสอน
ในพระพทุ ธศาสนา หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในชว งระยะเวลาทเ่ี หมาะสม
ซ่ึงการปลูกฝงคุณธรรมดังกลาวจะชวยใหเกิดการปรับเปลี่ยนคานิยมใหเปน
คนดมี ีคุณธรมจริยธรรม มวี นิ ัย จติ สาธารณะ มีพฤตกิ รรมทพ่ี ึงประสงคส งผลให
เด็ก เยาวชน มีจิตใจท่ีเขมแข็งเติบโตเปนพลเมืองท่ีดีมีคุณภาพ เห็นคุณคา
วัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงาม นำไปสูการพัฒนาสังคมและประเทศที่ย่ังยืน
ถาวรสบื ไป
63
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
ศนู ยอ บรมศาสนาอสิ ลามและจรยิ ธรรมประจำมสั ยดิ
วิถีชีวิตของคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามยึดมั่นในหลักคำสอนและคุณธรรมอยางเครงครัด มีการ
ฝกอบรมและปฏิบัติศาสนกิจในชีวิตประจำวันต้ังแตเยาววัย ซึ่งมัสยิดทุกมัสยิดจะตองสงเสริมเยาวชนใหมี
ความรูความเขาใจในหลักคำสอนของศาสนาและใกลช ิดมสั ยดิ
กรมการศาสนามุงเนนในการสงเสริมเร่ืองการศึกษาแกเยาวชนในการศึกษาศาสนธรรม โดยได
สงเสริมใหจัดต้งั ศูนยอบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดท่วั ประเทศ เพ่อื สนับสนุนการศึกษาอบรม
ใหความรูดานศาสนา คุณธรรมจริยธรรม และการใชหลักธรรมคำสอนทางศาสนาขัดเกลาจิตใจ เพ่ือสราง
ภมู คิ มุ กนั และพฒั นาจติ ใจใหก บั เยาวชนในสงั คม โดยใชม ติ ทิ างศาสนา และนอ มนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มาเปนแนวทางการดำเนินชีวิต พรอมทั้งประชาชนในชมุ ชนรอบศนู ยอ บรมศาสนาอสิ ลามและจรยิ ธรรมประจำ
มัสยิดไดมสี วนรวมในการเรยี นรู ไดรวมกิจกรรม เสริมสรา งภูมิคุมกันทดี่ ี สกู ารพฒั นาท่ีเขม แข็งและย่ังยนื
64
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
65
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
การสง เสรมิ คณุ ธรรมโดยองคก รเครอื ขา ย
กรมการศาสนาไดสงเสริมองคกรเครือขายทางศาสนาใหมีบทบาทในการนำหลักคำสอน
ทางศาสนามาหลอหลอมจติ ใจ รวมทงั้ เพือ่ เปน การสรางภูมคิ ุมกนั ดานวัฒนธรรมใหกับสังคม เกิดความเขมแข็ง
ตอสถาบันครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดยการสนับสนุนการดำเนินงานของจุฬาราชมนตรี
การจัดงานเมาลิดกลางของคณะกรรมการกลางอิสลามแหงประเทศไทย การจัดกิจกรรมทางศาสนาของ
คณะกรรมการอสิ ลามประจำจงั หวดั ทง้ั ๔๐ จงั หวดั ซง่ึ ไดบ รู ณาการรว มกบั องคก รเครอื ขา ยทกุ ภาคสว นในพน้ื ท่ี
ชุมชนท่ัวประเทศ ขับเคลื่อนกิจกรรมทางศาสนาสูประชาชน เช่ือมโยงกลุมเปาหมาย คือ เด็ก เยาวชน และ
ประชาชนใหใกลชิดศาสนา มีความรูความเขาใจในหลักธรรมคำสอน มีความภูมิใจในความเปนไทย เทิดทูน
สถาบันพระมหากษัตริย และนอมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเปนแนวทางในการดำเนินชีวิต
ตลอดจนเอ้ือใหศาสนิกชนตางศาสนารวมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน สรางความสมานฉันทและความเขาใจใน
วัฒนธรรมท่ีแตกตาง และสามารถอยรู วมกนั ไดอยางสงบสขุ ในสงั คมพหุวัฒนธรรมตอไป
สำนักงานคณะกรรมการอสิ ลามประจำกรุงเทพมหานคร รวมกับสำนกั งานคณะกรรมการกลางอิสลาม
แหง ประเทศไทย จัดโครงการจัดงานถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระวชริ เกลาเจา อยูหวั
ณ ศนู ยบรหิ ารกิจการศาสนาอสิ ลามแหง ชาติเฉลิมพระเกียรติ
จฬุ าราชมนตรใี หการตอ นรบั เลขาธกิ ารองคการสันนิบาตมุสลิมโลก
ระหวางวันที่ ๑๔-๑๘ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๕
66
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
คณะกรรมการอสิ ลามประจำจงั หวัดจดั กจิ กรรมในมิติทางดา นศาสนาและชวยเหลอื เยียวยา
ผทู ่ีไดร บั ผลกระทบจากการแพรร ะบาดของเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
67
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
การเขาวดั ปฏบิ ตั ิธรรมวนั ธรรมสวนะ
วันธรรมสวนะ คือ วันฟงธรรม หรือท่ีนิยมเรียกกันวา “วันพระ” เปนวันท่ีพุทธศาสนิกชนไป
ประชุมท่ีวัด เพื่อฟงพระธรรมเทศนา หรือที่เรียกกันวา “ฟงเทศน” วันธรรมสวนะน้ัน มีมาต้ังแตพุทธกาล
พระพทุ ธเจา ทรงบญั ญตั ิวนั ท่กี ำหนดประชุมฟงธรรมไว ๔ วนั ไดแ ก วนั ขึ้น ๘ คำ่ วนั ข้ึน ๑๕ คำ่ วนั แรม ๘ คำ่
และ วันแรม ๑๕ คำ่
สำหรับในประเทศไทย การแสดงธรรมของพระภิกษุสงฆและการฟงธรรมของพุทธศาสนิกชนน้ัน
มีตั้งแตสมัยกรุงสุโขทัย จนมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร ใน ป พ.ศ.๒๔๙๙ รัฐบาลไดเห็นความสำคัญของ
พระพทุ ธศาสนา ในฐานะเปน ศาสนาประจำชาตไิ ทย จงึ ไดป ระกาศใหว นั พระและวนั อาทติ ยเ ปน วนั หยดุ ราชการ
เพื่อใหพุทธศาสนิกชนไดบำเพ็ญศาสนกิจประกอบบุญกุศล คร้ันตอมาในป พ.ศ.๒๕๐๒ ทางการได
ประกาศใหว ันเสารและวันอาทิตยเ ปน วนั หยดุ ราชการตามหลักสากลทว่ั ไปแทนวนั ธรรมสวนะ แตอยา งไรก็ตาม
วนั ธรรมสวนะหรือวันพระก็ยงั คงเปนวนั สำคญั สำหรบั พระพทุ ธศาสนิกชนในการฟง ธรรมมาตราบเทา ทกุ วันนี้
กรมการศาสนา ไดเริ่มดำเนินงานโครงการเขาวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ในป พ.ศ. ๒๕๔๙
ในโอกาสทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ทรงครองสริ ริ าชสมบตั คิ รบ ๖๐ ป โดยเชญิ ชวน
หนวยงานราชการและเอกชนทุกภาคสวนทั่วประเทศจัดกิจกรรม “เขาวัดวันธรรมสวนะไหวพระสวดมนต
ถวายเปนพระราชกุศลในทุกวันธรรมสวนะตลอดเทศกาลเขาพรรษา” และนับต้ังแตป พ.ศ.๒๕๕๒ เปนตนมา
กรมการศาสนาไดจัดโครงการเขาวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะตลอดท้ังป และไดขอความรวมมือสำนักงาน
วฒั นธรรมจังหวดั ทุกแหงดำเนนิ การดังกลา วดว ย
ในป พ.ศ.๒๕๖๓ ไดเกดิ สถานการณการแพรร ะบาดของโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ สง ผลกระทบตอ
เศรษฐกิจ การดำรงชีวิตของประชาชนทั่วโลกรวมถงึ ประเทศไทย ลวงเลยมาจนถงึ ป พ.ศ.๒๕๖๕ ทำใหก ารจัด
กิจกรรมตางๆ ตองมีการปรับรูปแบบใหเหมาะสมกับสถานการณที่เกิดขึ้น รวมท้ังกิจกรรมเขาวัดปฏิบัติธรรม
วันธรรมสวนะ ท่ีดำเนินการภายใตมาตรการปองกันและควบคุมการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสขุ เชน การเวน ระยะหา งทางสงั คม การสวมหนา กากอนามยั
การตรวจวัดอุณหภูมิและเตรยี มเจลแอลกอฮอลใหแกผูเขารว มกจิ กรรม ผูป ระกอบพิธี ผูเกย่ี วของ เปน ตน
การฟน ฟูการเขาวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ถือเปนหน่งึ ในภารกิจท่สี ำคัญของกรมการศาสนา
ในการสง เสรมิ และสนบั สนนุ ใหพ ทุ ธศาสนกิ ชนไดเ ขา วดั ปฏบิ ตั ธิ รรม พฒั นาจติ ใจ มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม นอ มนำหลกั ธรรม
ทางพระพทุ ธศาสนามาประยกุ ตใ ชใ นชวี ติ ประจำวนั นำพาไปสคู วามสงบสขุ แกต นเอง สงั คม และประเทศชาตสิ บื ไป
68
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
69
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
ศูนยศ กึ ษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย
สศู ูนยเรยี นรู… คคู ุณธรรม
ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย หรือ ศพอ. หน่ึงในโครงการที่
สำคัญโครงการหนึ่งของกรมการศาสนาท่ีดำเนินการบมเพาะคุณธรรมและศึกษา
เรียนรูงานดานพระพุทธศาสนาท่ีมีคุณภาพแกเด็ก เยาวชน และประชาชนตาม
อัธยาศัย รวมท้ังมุงเนนสงเสริมใหเกิดการบูรณาการความรวมมือในพื้นท่ี ศูนยศึกษา
พระพุทธศาสนาวันอาทิตย เปนศูนยกลางจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตางๆ ใน
พื้นที่ สงเสริมการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมควบคูไปกับการพัฒนาความรูดานการ
ศึกษาไดอ ยา งสมดลุ ซง่ึ มีเปา หมายสำคัญคอื พทุ ธศาสนิกชนพฒั นาคุณภาพชวี ติ โดยมี
พระพุทธศาสนาเปนรากฐานแหงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทย ดวยแนวทางการ
ดำเนนิ งาน ดังนี้
๑. เปนแหลงเรียนรูบมเพาะศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมของชุมชน
สามารถนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับใชในชีวิตประจำวันไดอยางมี
คณุ ภาพ
70
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
๒. เปนแหลงพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
ทองถ่ิน ในการสงเสริมใหพุทธศาสนิกชนเขาวัดเรียนรูหลักธรรม
รวมกจิ กรรมทางพระพุทธศาสนา
๓. นำเด็ก เยาวชน และประชาชนเขา วดั ตามประเพณี
เปนการเสริมสรางพัฒนาจิตใจของชาวพุทธใหรูจักเขาวัด เรียนรู
หลกั ธรรม สืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณแี ละวัฒนธรรมอันดีงาม
ของทอ งถิ่น
การขับเคล่ือนโครงการศูนยศึกษาพระพุทธศาสนา
วนั อาทิตย (ศพอ.) ใชห ลักสูตร “ธรรมศกึ ษา” ของคณะสงฆ ซ่งึ มที งั้
ระดบั ชัน้ ตรี ชน้ั โท และชนั้ เอก เปน แนวทางในการสงเสรมิ การเรยี นรูศลี ธรรม โดยมีภาคคณะสงฆ เปนกำลงั
สำคัญในการนำพระพุทธศาสนามาพัฒนาเยาวชนไทยใหเปนคนดี มีคุณธรรม ทำหนาที่สอน ใหคำปรึกษา
แนะนำ อบรมบมเพาะเด็ก เยาวชน ประชาชนไดอยางเขมแข็ง เปนการวางรากฐานใหกับประชาชน
ไดอยางดียิ่ง ทำใหวัดเปนท่ีพ่ึงของชุมชนและสังคมมาอยางยาวนาน กรมการศาสนา สงเสริมให ศพอ.
เปนศูนยการเรียนรูทางพระพุทธศาสนาและจัดกิจกรรมสงเสริมคุณธรรมจริยธรรม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงของชุมชน ศูนยการเรียนรูการเผยแผอบรมปลูกฝงศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย
อันดีงามแกเด็ก เยาวชน และประชาชน โดยมีเปาหมายให ศพอ. เปนท่ีพึ่งทางจิตใจของประชาชนในชุมชน
เปน เสาหลกั ของการพัฒนาทยี่ ่ังยืนเปนศนู ยก ลางการขับเคลื่อนคุณธรรมจรยิ ธรรม นอ มนำคุณธรรมสวู ถิ ชี ุมชน
เปน “ศนู ยเ รยี นรู. .. คูคณุ ธรรม”
ในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กรมการศาสนาไดสนับสนุนงบประมาณใหแกศูนยศึกษา
พระพทุ ธศาสนาวนั อาทติ ย ในสว นกลาง จำนวน ๔๘ ศนู ย และสว นภมู ภิ าค จำนวน ๒,๘๗๙ ศนู ย และปรบั รปู แบบ
การดำเนินงานใหสอดคลองกับสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
โดยนำนวัตกรรมและสื่อเทคโนโลยีท่ีทันสมัยมาประยุกตใชกับการเรียนการสอนวิชาธรรมศึกษาในรูปแบบ
ออนไลนมากย่ิงขึ้น สงเสริมการจัดกิจกรรมของเด็กและเยาวชนผานส่ือออนไลน เพื่อลดการรวมกลุมและ
เวนระยะหาง (New Normal) รวมทั้ง เสริมสรางสมรรถนะของศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย
ใหม ีคณุ ภาพและประสิทธภิ าพ เทาทันการเปลี่ยนแปลงในสถานการณปจจุบัน
71
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
เสนทางจาริก ยลวถิ ศี าสนิกสัมพนั ธ
ปจจบุ นั คำวา “อำนาจละมุน (Soft Power)”
ไดมาใชกันอยางแพรหลายท้ังในและนอกวงวิชาการ
เพราะอำนาจดังกลาวเปนการขยายอิทธิพลและเปล่ียนแปลง
ความคิดของผูคนในสังคม โดยใชวิธีละมุนละมอม และ
เปนตัวแปรสำคัญใหเกิดการขับเคล่ือนทางเศรษฐกิจ และ
วัฒนธรรม โดยเฉพาะอยางย่ิงในประเทศไทยซึ่งมีทรัพยากร
ทางวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา และวิถีชีวิตของผูคน
ทีห่ ลากหลาย
กรมการศาสนา ในฐานะหนวยงานที่มีภารกิจหลักคือ สงเสริมการเผยแพรหลักธรรมทางศาสนา
สูการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน พัฒนาความรู คูคุณธรรมรวมทั้งเสริมสรางความเขาใจอันดีระหวางศาสนิกชน
ทุกศาสนา จงึ ไดจ ดั ทำโครงการ “จารกิ เสน ทางบญุ ในมติ ทิ างศาสนา” เพอ่ื สง เสรมิ ใหว ดั ศาสนสถานเปน แหลง
เรยี นรู คคู ณุ ธรรมทม่ี คี ณุ ภาพ พรอ มทง้ั สง เสรมิ ใหม กี ารประสานเชอ่ื มโยงวดั ศาสนสถาน ชมุ ชน และภาคสว นตา งๆ
ในพ้ืนท่ี มีสวนรวมสงเสริม สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพวัด ศาสนสถาน ใหพรอมรับสำหรับการเปนแหลง
ทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บนฐานของมิติทางศาสนาและวิถีทองถิ่นที่สอดคลองกับบริบทและความตองการของ
ประชาชนในพน้ื ที่ รวมทงั้ ตอบสนองตอความตองการของนักทองเที่ยวผมู ารบั บริการ
ในปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กรมการศาสนา
ไดสงเสริมศักยภาพวัด ศาสนสถาน ผานเสนทางจาริกบุญ
ในมิติศาสนิกสัมพันธ จำนวน ๑๐ จังหวัด ประกอบดวย
จังหวัดเชียงราย ตาก นครสวรรค พระนครศรีอยุธยา
พังงา ลำปาง สกลนคร สงขลา สุราษฎรธานี และ
อบุ ลราชธานี พรอ มทง้ั บรู ณาการอำนาจละมนุ (Soft Power)
มาเปนสวนเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสมานฉันท
และสรางความเขาใจอันดีระหวางศาสนาภายใตสังคม
พหุวัฒนธรรม กรมการศาสนาจึงอยากเชิญชวนผูที่สนใจ
ไดตามรอยเรียนรูวิถีชีวิตของผูคนในสังคมพหุวัฒนธรรม
ตาม QR CODE เสนทางท้ัง ๑๐ จังหวัด
72
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
73
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
หนวยเผยแพรศ ีลธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
การนำมิติทางศาสนามาเปนเครื่องมือในการแกไขปญหาและกลอมเกลาจิตใจเด็ก
เยาวชนและประชาชน รวมถึงการสรางจิตสำนึกท่ีดีเก่ียวกับวิถีวัฒนธรรมไทย และการนอมนำ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปดำเนินชีวิต เปนแนวทางในการสงเสริมใหเด็ก เยาวชน
และประชาชนไดมองเห็นคุณคาของตน มีเหตุผล รูจักการเคารพในผูอื่น กอใหเกิดภูมิคุมกันที่ดี
ในการอยูรวมกันในสังคม กรมการศาสนาจึงไดสงเสริมและสนับสนุนใหเกิด “หนวยเผยแพร
ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา ในความอุปถัมภของกรมการศาสนา” ข้ึน ดวยการมีสวนรวมของ
เครือขายตางๆ ทำใหเกิดการบูรณาการระหวาง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมใน
การสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมอยางมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชนตอสวนรวมและประเทศชาติ
ตอไป หนวยเผยแพรศีลธรรมทางพระพุทธศาสนามีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมใหเด็ก เยาวชน
และประชาชนไดนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเปนเคร่ืองมือในการพัฒนาใหมีเหตุมีผล
ในการดำรงชีวิต เพือ่ ใหทกุ ภาคสว นไดมกี ารขบั เคล่อื นดว ยมิติทางศาสนา สรางภาคแี หงศีลธรรม
คุณธรรมจริยธรรม นำไปสูการสรางสังคมแหงปญญาและการเรียนรู โดยนำหลักธรรมทาง
พระพุทธศาสนาไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน เพ่ือใหบุคลากรทางพระพุทธศาสนาเปนท่ีพ่ึง
ของสังคมไทย รวมถึงเพื่อนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาพัฒนาศักยภาพของคนไทยใหมี
ความรคู ูคณุ ธรรม
หนวยเผยแพรศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา ดำเนินกิจกรรมที่มุงใหเกิดประโยชน
ตอสังคม โดยสงเสริมใหประชาชนนำหลักธรรมคำสอนทางศาสนามาประพฤติปฏิบัติในวิถีชีวิต
บรู ณาการเสริมสรา งกระบวนการเรยี นรตู ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง สรา งจิตสำนกึ ให
ประชาชนดำรงชวี ติ ตามวถิ วี ฒั นธรรมและขนบธรรมเนยี มประเพณอี นั ดงี ามของไทย ตลอดจนสง เสรมิ
ใหพัฒนาและขยายเครือขายความรวมมือในการสรางสังคมคุณธรรม รวมทั้งมีการเผยแพร
ประชาสมั พนั ธส รา งการรบั รใู หก บั เดก็ เยาวชน และประชาชนใหเ กดิ การมสี ว นรว มอยา งกวา งขวาง
นอกจากน้ี ยังสามารถจัดกิจกรรมเพ่ือสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมในโอกาสตางๆ ประกอบดวย
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริยวันสำคัญของชาติ
74
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
รวมถงึ วนั สำคัญทางประเพณีวฒั นธรรมไทยและวฒั นธรรมทอ งถ่นิ โดยสงเสรมิ ใหช มุ ชน สงั คม มีคณุ ธรรมเปน
รากฐานในการดำรงชวี ิต ดว ย “พลงั บวร” ทำใหช ุมชนมคี วามเขม แขง็ และมปี ระสิทธภิ าพ เปนชมุ ชนคุณธรรม
อยางยั่งยืน เสริมสรางใหคนไทยมีคุณธรรมตามหลักศาสนา นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนา
คุณภาพชีวิต และดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม มุงสรางเครือขายความรวมมือตามคุณธรรมสำคัญ
๕ ประการ คอื พอเพียง วินยั สุจรติ จิตอาสา และกตัญู ซง่ึ มีแนวทางการประพฤตปิ ฏิบตั ิ ดังนี้
๑. มีความพอเพียงในการดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง มีเหตุผล ใชความรูในการตัดสินใจ
อยางรอบคอบ มีความพอประมาณ พอดี ไมเบียดเบียนตนเอง สังคม และส่ิงแวดลอม ไมประมาท
สรางภมู คิ มุ กันที่ดี รูเทา ทนั การเปลยี่ นแปลง
๒. ยึดมั่นและรับผิดชอบในหนาท่ีของตน มีวินัยตอตนเองในการผลักดันการปฏิบัติงาน
ใหกา วหนา มีวินยั ตอ องคกร สงั คม ปฏิบตั ิตามจรยิ ธรรม จรรยาบรรณ และเคารพตอ กฎหมาย
๓. มคี วามซอ่ื ตรง ซอ่ื สตั ย สจุ รติ ยดึ มน่ั ยนื หยดั ในการรกั ษาความจรงิ ความถกู ตอ ง ความเปน ธรรม
ทั้งปวง นอกจากตนเองจะเปนคนซ่ือตรงแลว ตองกลาปฏิเสธการกระทำที่ไมซ่ือตรง ไมซื่อสัตยของบุคคลอ่ืน
ท่ีจะทำใหส ว นรวมเกดิ ความเสียหาย
๔. ใสใจตอสังคมสาธารณะ และอาสาลงมือทำอยางใดอยางหน่ึงอันมิใชหนาที่ของตนเองดวย
ความรัก ความสามัคคี เพ่ือประโยชนของผูอื่นของสังคม ของประเทศชาติ โดยมิไดหวังผลตอบแทน
ทำความดเี พือ่ ความดี เอื้ออาทรตอ คนรวมสังคม ทำอยา งสม่ำเสมอจนเปน นสิ ัย
๕. สำนกึ รูคณุ และแสดงออกถงึ ความกตญั ตู อ แผน ดินเกิด ธรรมชาติสิง่ แวดลอ ม สถาบันองคกร
และผมู พี ระคณุ นบั ตง้ั แตบ ดิ า มารดา ญาตผิ ใู หญ ครอู าจารย เปน ตน ไมจ ำเปน ตอ งเปน สง่ิ ของ อาจเปน การกระทำ
หรอื ความจริงใจ บนหลกั พ้ืนฐานของความถกู ตองดีงาม
ในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กรมการศาสนาไดอุดหนุนงบประมาณใหแกหนวยเผยแพร
ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาในความอุปถัมภของกรมการศาสนาทั่วประเทศ จำนวน ๑๒๒ แหง แบงเปน
หนวยเผยแพรศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาในความอุปถัมภของกรมการศาสนา สวนภูมิภาค ๑๐๕ แหง
และหนวยเผยแพรศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาในความอุปถัมภของกรมการศาสนา สวนกลาง ๑๗ แหง
เพ่อื ดำเนนิ การจัดกจิ กรรมเพอ่ื สงเสรมิ คุณธรรมจริยธรรมในโอกาสตางๆ ใหม ีประสิทธิภาพเพิม่ มากขึ้น
75
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
งานศาสนปู ถมั ภพ ทุ ธศาสนสถานตามพระบรมราชโองการ
ในสมัยกรุงรตั นโกสินทร มวี ดั สำคัญทพ่ี ระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลาเจาอยูหวั รชั กาลที่ ๕ แหงราชวงศจักรี ทรงอุปถัมภ
บำรงุ เปน กรณพี เิ ศษตลอดรชั สมยั ของพระองค ทรงมพี ระบรมราชโองการ
โปรดเกลาฯ พระราชทานเงนิ เปน คา กระแสไฟฟา ภายในและบริเวณ
พระอโุ บสถพระอารามหลวง เพ่ือถวายเปนพุทธบชู า จำนวน ๓ วัด คือ
วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และวัดราชาธิวาสวิหาร พระราชทานเงินบำรุงสำนักเรียน
พระอารามหลวง ๕ วัด คือ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดมหาธาตยุวราชรังสฤษฎ์ิ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
วัดสุทัศนเทพวราราม และวัดอนงคาราม และทรงพระราชทานเงินเปนคาชดเชยท่ีกัลปนา ๑ วัด คือ
วดั พระมหาธาตุ จงั หวัดนครศรธี รรมราช (ท่กี ลั ปนา คือ ทด่ี นิ ซ่ึงมีผูอุทศิ แตผ ลประโยชนใ หว ัดหรอื พระศาสนา
โดยกรรมสิทธิ์ในที่ดินยังคงเปนของผูอุทิศ) ซึ่งพระมหากษัตริยในรัชสมัยตอมา ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
ตามพระบรมราชโองการดังกลาวทกุ พระองค
กรมการศาสนา มีหนาที่รับสนองงานพระราชกุศลของสถาบันพระมหากษัตริยมาต้ังแตอดีตถึง
ปจจุบัน ไดจัดสรรงบประมาณอุดหนุนวัดที่ทรงมีพระบรมราชูปถัมภตามพระบรมราชโองการตลอดมา
เปน การทำนบุ ำรงุ พระอาราม และเปน การสงเสริมพระภิกษุสามเณรใหไดศึกษาเลาเรียนพระปริยัติธรรม
เพื่อสบื ทอดหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาใหม ่ันคงสบื ไป
พระราชทานเงนิ ถวายเปน คา กระแสไฟฟาภายใน
และบริเวณพระอโุ บสถพระอารามหลวง ๓ วัด
(๑) วัดบวรนิเวศวิหาร (๒) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
(๓) วัดราชาธิวาสวิหาร
76
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
พระราชทานเงินบำรุงสำนักเรยี นพระอารามหลวง ๕ วดั
(๑) วัดบวรนิเวศวิหาร (๒) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
(๓) วัดสุทัศนเทพวราราม (๔) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
(๕) วัดอนงคาราม
77
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
การบูรณะศาสนสถาน
“ศาสนสถาน” เปนองคประกอบสวนหนึ่งของศาสนา ซ่ึงเกิดจากความเชื่อและความเล่ือมใส
ศรัทธาในศาสนา ไมวาจะเปนศาสนาใดก็ตาม โดยมนุษยเปนผูสรางขึ้นเพื่อใชประโยชนในการประกอบ
พธิ ีกรรมทางศาสนา จัดกจิ กรรมทางศาสนา เปนศนู ยรวมจติ ใจของศาสนกิ ชน นอกจากนี้ ศาสนสถานบางแหง
ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตรของทองถ่ินท่ีแสดงถึงความเปนมาของการตั้งถ่ินฐานและการดำเนินชีวิต
ของคนในชุมชนน้ัน ๆ รวมทั้งศาสนสถานบางแหงยังมีศิลปะและสถาปตยกรรมท่ีผสมผสานไปดวย
ความเชื่อของศาสนานนั้ ๆ และไดม กี ารพัฒนาเปน แหลง ทอ งเท่ยี วทส่ี ำคัญของทอ งถิ่น
ศาสนสถานของแตละศาสนาจึงเกิดข้ึนมาจากแรงศรัทธาของศาสนิกชนท่ีสรางขึ้น เพ่ือใชเปน
สถานที่ในการประกอบศาสนกิจและรวมกันทำนุบำรุงเม่ือศาสนสถานเกิดการชำรุดทรุดโทรม เพ่ือเปนการ
ปอ งกันมใิ หเ กิดอันตรายตอชวี ิตของศาสนกิ ชน
กรมการศาสนา ไดเห็นความสำคัญของการอุปถัมภบำรุงศาสนสถาน เพ่ือสงเสริมสนับสนุนให
ศาสนิกชนเขาไปประกอบศาสนกิจในศาสนสถานของแตละศาสนา และเกิดความรูสึกภาคภูมิใจ รักหวงแหน
มีสวนรวมในการชวยกันดูแลรักษาศาสนสถานใหอยูในสภาพที่พรอมสำหรับการปฏิบัติศาสนกิจไดตลอดเวลา
ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายในการทำนุบำรุงและอุปถัมภศาสนาทุกศาสนา สงเสริมใหสถาบันทางศาสนา
มีบทบาทในการเผยแพรหลักธรรมคำสอนท่ีดีงาม ปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิต
สรางสันติสุขและความปรองดองสมานฉันทในสังคมไทยอยางย่ังยืน ดังน้ันจึงไดอุดหนุนงบประมาณซึ่งมี
จำนวนจำกัดในลักษณะรวมสมทบในการบูรณะซอมแซมศาสนสถานของศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต
ศาสนาพราหมณ - ฮินดู และศาสนาซิกข ที่ชำรุดทรุดโทรมท่ัวประเทศอยางตอเน่ือง เพื่อใหสามารถใช
ประกอบศาสนกิจไดตามความเหมาะสมคุมคา โดยไมจำเปน ตอ งสรางศาสนสถานขน้ึ ใหม
ผลสำเร็จจากการดำเนินงานโครงการเงินอุดหนุนการบูรณะศาสนสถานทำใหศาสนสถานไดรับ
การบูรณะซอมแซมใหมีสภาพที่ม่ันคงแข็งแรง ปลอดภัย เปนศูนยกลางการเผยแพรหลักธรรมแกศาสนิกชน
เปนศูนยรวมในการจัดกิจกรรมของชุมชน รวมท้ังมีความสำคัญและทรงคุณคาทางประวัติศาสตรและ
วัฒนธรรม เคยี งคูช มุ ชนสืบไป
ศาสนาอิสลาม กอนการบูรณะ
หลังการบรู ณะ
78
ศาสนาคริสต ¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
ศาสนาพราหมณ - ฮินดู
กอนการบูรณะ
ศาสนาซิกข หลงั การบูรณะ
กอ นการบูรณะ
หลังการบูรณะ
กอ นการบรู ณะ
หลงั การบรู ณะ
79
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศักราช ๒๕๖๕
การสง เสริมพหุวัฒนธรรมทีเ่ ขม แขง็
พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต อันประกอบดวยจังหวัดปตตานี ยะลา และนราธิวาส และ
สงขลาบางสวน เปนพ้นื ท่ที ่มี ีลักษณะเฉพาะท่มี ีเอกลักษณของตนเอง ประชากรสวนใหญนับถือศาสนาอิสลาม
ใชภาษามลายูสำเนียงปาตานีในชีวิตประจำวัน ใชตัวอักษรยาวีและอักษรรูมีในการส่ือสาร ดำเนินชีวิต
ในกรอบของวฒั นธรรมอิสลามเปนหลกั อา งอิงสำคัญในทกุ อิรยิ าบถ
รัฐบาลไดมุงเนนที่จะสรางสังคมเขมแข็ง ใหคนในชาติอยูเย็นเปนสุขรวมกันอยางสมานฉันท
บนพื้นฐานของคุณธรรมจริยธรรมอันดีงาม โดยสงเสริมใหคนในชาติทุกศาสนาและทุกพ้ืนท่ีมีความรัก
ความสามัคคีตอกัน สงเสริมใหทุกภาคสวนของสังคมใหมีสวนรวมในการพัฒนาสังคมใหเปนสังคมที่มีสันติสุข
อยา งยง่ั ยนื ประกอบกบั สงั คมมกี ารเปลย่ี นแปลงไปหลายดา น ทำใหเ กดิ ปญ หาตา งๆ ขน้ึ มากมาย ความไมเ ขา ใจใน
สังคม โดยเฉพาะกลุมของเยาวชนท่ีจะเติบโตเปนกำลังสำคัญของชาติ ผูนำศาสนาและประชาชนในจังหวัด
ชายแดนภาคใต ซ่งึ มีความหลากหลายดา นวฒั นธรรมและชีวติ ความเปนอยู
กรมการศาสนาไดสนองนโยบายรัฐบาลในการเรงนำความสันติสุขสูจังหวัดชายแดนภาคใต
การสรางความเขมแข็งใหกับหมูบาน ชุมชน โดยใชกระบวนการการมีสวนรวมของประชาชนในพื้นท่ีเปนหลัก
มีหลักคิดสำคัญ คือ ตองทำใหประชาชนมีสำนึกดวยการลุกข้ึนมาแกปญหาทุกปญหาดวยตนเองไป ตลอดจน
สามารถบริหารจัดการกับพ้ืนที่ในทุกๆ ดานดวยตนเองเชนกัน นำหลักศาสนามาบูรณาการใชกับการ
พัฒนาการศึกษา เศรษฐกจิ สังคม รวมท้ังการเมอื งการปกครอง เพือ่ ใหห ลกั คุณธรรมในศาสนามาเปน แนวทาง
ใหเกิดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการบานเมืองที่ดี และเปนเกราะปองกันการกระทำท่ีเปนภัยตอวิถี
ชีวิตความเปนอยูของประชาชน เพื่อพัฒนาคนใหเปนคนดี มีความเจริญงอกงามทั้งดานความรูและคุณธรรม
ที่เหมาะสมกับบริบทของพนื้ ท่ี นำคณุ คา แหงศาสนา ศลิ ปะ พหวุ ัฒนธรรม และประวัตศิ าสตรท องถน่ิ ท่ีเปนทนุ
อันทรงคณุ คาสงเสริมใหเ ด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นทไ่ี ดเ รียนรู หลักคำสอนทางศาสนา ไดร ว มกจิ กรรม
ทางศาสนาศกึ ษาเรยี นรกู ารดำเนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผา นการดำเนนิ การโครงการสง เสรมิ
พหุวัฒนธรรมท่ีเขมแข็ง ตามแผนงานบูรณาการการแกไขปญหาจังหวัดชายแดนภาคใต โดยบูรณาการรวมกับ
สำนกั งานสภาความม่นั คงแหง ชาติ กองอำนวยการรกั ษาความม่ันคงภายในภาค ๔ สว นหนา (กอ.รมน.) และ
ศูนยอำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต (ศอ.บต.) โดยมุงเนนกระบวนการมีสวนรวมของหนวยงาน
องคกรเครือขาย กลุมผูนำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ บูรณาการทางศาสนา และวัฒนธรรมอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ อนั จะเปน การสง เสรมิ ใหเ กดิ ความสามคั คี ความรกั ชาติ และนำประชาชนไปสคู วามอยดู มี สี ขุ ตอ ไป
80
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การอุดหนนุ บำรงุ ฐานะจฬุ าราชมนตรี
จุฬาราชมนตรี เปนผูนำกิจการศาสนาอิสลามใน
ประเทศไทย และเปนตำแหนงฝายมุสลิมใหขอปรึกษาดานศาสนา
อิสลามแกรัฐบาลไทย โดยเฉพาะแกกระทรวงมหาดไทยและ
กระทรวงวัฒนธรรม มีประวัติมาแตคร้ังกรุงศรีอยุธยา โดยปจจุบัน
ท่ีประชุมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศไดมีมติให
นายอาศิส พทิ ักษค ุมพล เปน ผสู มควรดำรงตำแหนงจฬุ าราชมนตรี
และไดรับโปรดเกลาฯ แตงต้ังใหเปนจุฬาราชมนตรีคนท่ี ๑๘ เม่ือ
วันท่ี ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓
โครงการอุดหนุนบำรุงฐานะจุฬาราชมนตรี โดยกรม
นายอาศสิ พทิ กั ษค ุมพล จุฬาราชมนตรี การศาสนา ไดอุดหนุนบำรุงฐานะจุฬาราชมนตรี เดือนละ
๒๐,๐๐๐ บาท ตามพระราชกฤษฎกี าเงนิ อดุ หนนุ ฐานะจฬุ าราชมนตรี
(ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ ท่ีออกตามความในมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติการบริหารองคกรศาสนา
อิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือใหผูนำศาสนาอิสลามมีความภูมิใจตอสถาบันพระมหากษัตริย
รวมทั้งรัฐบาลใหความสำคัญ และเพื่อใหประชาชนมีความเขาใจในการสนับสนุนและอุปถัมภทุกศาสนาของ
รัฐบาล เพ่ือใหภาคประชาชน และองคกรทางศาสนา เกิดความเขาใจและมีทัศนคติท่ีดีตอหนวยงานภาครัฐ
ในเร่ืองการใหการอุปถัมภทางศาสนาอยางเทาเทียม และเกิดการประสานงานและใหความรวมมือที่ดีระหวาง
ภาคเอกชนกบั ราชการ
ศูนยบริหารกจิ การศาสนาอสิ ลามแหง ชาติเฉลมิ พระเกยี รติ
81
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศักราช ๒๕๖๕
การสงเคราะหพ ระภกิ ษสุ ามเณรทป่ี ระสบภยั ตา ง ๆ
และขาดแคลนทว่ั ประเทศ
กรมการศาสนารวมกับเครือขายทุกภาคสวนท้ังภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะพระภิกษุ
สามเณรท่ีเปนผูมีบทบาทสำคัญในการสืบทอด เผยแผ หลักธรรมคำส่ังสอนทางพุทธศาสนาและเปนท่ีพึ่ง
ทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน แตพระภิกษุสามเณรท่ีจำพรรษาอยูในวัดในทองถิ่นชนบทหางไกลบางแหง
มีความเปนอยูดานสาธารณูปโภคที่ไมเอื้ออำนวยหรือขาดแคลนเคร่ืองสมณบริขาร เครื่องอุปโภคบริโภค
รวมทั้งประสบภัยตางๆ เชน อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ภัยจากอากาศหนาวและภัยจากเหตุการณ
กอ ความไมสงบ เปน ตน
กรมการศาสนาเปนหนวยงานที่สงเสริมสนับสนุนพระภิกษุสามเณรใหมีความเปนอยู
ตามสมควรแกสมณภาวะและชวยบรรเทาความเดือดรอนจากภัยตาง ๆ หรือการขาดแคลนสมณบริขาร
เครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อใหสามารถปฏิบัติศาสนกิจไดตามปกติและเหมาะสม โดยรวมมือกับจังหวัด
และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตางๆ นำเครื่องสมณบริขารและเครื่องอุปโภคบริโภคไปถวายแดพระภิกษุ
สามเณร ณ วดั ท่ปี ระสบภัยตางๆ
82
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การจดั ตง้ั และรบั รองวดั คาทอลกิ
ศาสนาคริสตนิกายโรมันคาทอลิกเผยแผเขาสูแผนดินไทยในชวงคริสตศตวรรษที่ ๑๖ นับแต
รัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีท่ี ๒ แหงกรุงศรีอยุธยา โดยไดรับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย
กรงุ ศรอี ยธุ ยาจนถงึ กรงุ รตั นโกสนิ ทรใ หค ณะคาทอลกิ สามารถเผยแผห ลกั ความเชอ่ื คำสอน และประกอบศาสนกจิ
ไดโดยเสรีภายใตกฎหมายและบริบทของสังคมไทย สงผลใหเกิดการขยายตัวของคณะนักบวช ศาสนสถาน
และจำนวนศาสนิกชนในศาสนาคริสตนิกายโรมันคาทอลิกเพิ่มข้ึนตามลำดับ จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั (รชั กาลท่ี ๕) ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชบญั ญตั วิ า ดว ยลกั ษณ ฐานะ
ของวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ตามกฎหมาย ขึ้นใน ร.ศ. ๑๒๘ (พ.ศ. ๒๔๕๒) เพอ่ื รับรองมซิ ซัง
กรุงเทพฯ เปนนิติบุคคลและอนุญาตใหสามารถถือครองท่ีดินเพ่ือใชสรางศาสนสถานและทำประโยชนใหแก
มซิ ซงั ได พรอ มทง้ั ใหก ารรบั รองวดั คาทอลกิ ในเขตการปกครองของมซิ ซงั กรงุ เทพฯ ทต่ี ง้ั ขน้ึ กอ นพระราชบญั ญตั ิ
ดังกลาวใชบังคับจำนวน ๔๒ แหง และใน ร.ศ. ๑๓๗ (พ.ศ. ๒๔๖๑) ไดมีพระราชบัญญัติเพิ่มเติมพระราช
บัญญัติลงวันท่ี ๒๗ สิงหาคม ร.ศ. ๑๒๘ (พ.ศ. ๒๔๕๒) วาดวยลักษณะฐานะของวัดบาทหลวงโรมันคาโทลิค
ในกรุงสยามตามกฎหมาย รบั รองวดั คาทอลกิ ในมณฑลนครราชสมี าเพิ่มอีก ๑ แหง
ใน พ.ศ. ๒๔๗๒ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยหู วั (รชั กาลท่ี ๗) ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ให
ประกาศพระราชกฤษฎีกาใหใชพระราชบัญญัติวาดวยลักษณะฐานของวัดบาทหลวงโรมันคาธอลิกในกรุงสยาม
ลงวนั ท่ี ๒๗ สงิ หาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๒ แกว กิ าลอิ าโตอาปอสตอลโิ กแหง หนองแสง เพอ่ื ใหม ซิ ซงั ทา แร- หนองแสง
สามารถถือครองที่ดินเพ่ือนำไปใชทำประโยชนไดเชนเดียวกับมิซซังกรุงเทพฯ พรอมท้ังรับรองวัดคาทอลิกใน
เขตการปกครองของมซิ ซงั ทา แร- หนองแสง จำนวน ๑๔ แหง ทำให ณ เวลานน้ั มมี ซิ ซงั ทเ่ี ปน นติ บิ คุ คล ๒ แหง คอื
มซิ ซงั กรงุ เทพฯ และมซิ ซงั ทา แร- หนองแสง และมวี ดั คาทอลกิ ทไ่ี ดร บั การรบั รองตามกฎหมายรวมทง้ั สน้ิ ๕๗ แหง
อาสนวิหารอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ อาสนวหิ ารอคั รเทวดามคี าแอล จ.สกลนคร
อาสนวหิ ารพระนางมารอี าปฏสิ นธนิ ริ มล จ.จนั ทบรุ ี อาสนวหิ ารแมพ ระบงั เกดิ จ.สมทุ รสงคราม
83
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
หลงั จาก พ.ศ. ๒๔๗๒ การขอจดั ตง้ั วดั คาทอลกิ ขน้ึ ใหมไ มไ ดร บั อนญุ าตจากรฐั เนอ่ื งจากพบวา มซิ ซงั
ถือครองทดี่ ินครบตามจำนวนจำกัดทร่ี ะบุไวในประมวลกฎหมายทด่ี ิน มาตรา ๘๔ แลว ทำใหมิซซงั ไมสามารถ
ถือครองท่ีดินเพื่อใชจัดต้ังวัดคาทอลิกเพ่ิมได ขณะที่ปรากฏขอเท็จจริงวามีจำนวนคริสตศาสนิกชนเพิ่มข้ึน
ครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย จึงมีความจำเปนตองจัดตั้งวัดคาทอลิกเพ่ิมข้ึนเพ่ือใหคริสตศาสนิกชน
ใชในการประกอบศาสนกิจ จึงเปนท่ีมาของการหาแนวทางแกปญหารวมกันระหวางสภาประมุขบาทหลวง
โรมันคาทอลิกแหงประเทศไทยกับหนวยงานภาครัฐที่เก่ียวของ และนำไปสูการจัดทำรางและประกาศใช
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. ๒๕๖๔
เพ่อื กำหนดแนวทางพิจารณาในการจดั ต้ังและรับรองวัดคาทอลกิ ใหส อดคลอ งกับสถานการณป จ จบุ นั
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก
พ.ศ. ๒๕๖๔ ไดประกาศใชใ นราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๒๗ ง วนั ที่ ๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๖๔
โดยใหใชบังคับต้ังแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ โดยสาระ
สำคัญของระเบียบฯ ไดแก การกำหนดขั้นตอน ระยะเวลา และแนวทางพิจารณาในการจัดต้ังและรับรองวัด
คาทอลิก โดยมีคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิกทำหนาท่ีพิจารณาใหความเห็น
กอนเสนอรัฐมนตรีวาการกระทรวงวัฒนธรรมและคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ตามลำดับ การกำหนดให
กรมการศาสนาทำหนาท่ีเปนสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ และการจัดทำทะเบียนวัดคาทอลิกสงให
กระทรวงมหาดไทยภายในวนั ที่ ๑ มกราคมของทุกป
จากการประกาศใชร ะเบยี บดงั กลา ว ทำใหก รมการศาสนาพจิ ารณาจดั ตง้ั “กลมุ ศาสนสถานและทะเบยี น”
สังกัดกองศาสนูปถัมภขึ้น เพ่ือใหปฏิบัติหนาที่เก่ียวกับศาสนสถานและทะเบียนทุกศาสนา รวมท้ังปฏิบัติงาน
ตามระเบียบฯ โดยในชวงระยะเวลากวา ๑ ปท่ีผานมา ไดดำเนินงานท่ีเกี่ยวของกับการจัดต้ังและรับรองวัด
คาทอลิกแลวหลายข้ันตอน เชน การดำเนินการใหมีคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก
และพนกั งานเจา หนา ทต่ี ามระเบยี บฯ การจดั ทำแบบคำขอและแบบเอกสารทใ่ี ชใ นการจดั ตง้ั และรบั รองวดั คาทอลกิ
การจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดต้ังวัดคาทอลิก การรับและตรวจสอบคำขอใหรับรอง
วัดคาทอลิกของมซิ ซงั การลงพื้นทตี่ รวจสอบวัดคาทอลกิ ที่ยน่ื คำขอใหร ับรองของพนักงานเจาหนาท่ี การเสนอ
คำขอใหรับรองวัดคาทอลิกพรอมความเห็นคณะกรรมการตอคณะรัฐมนตรีเพ่ือพิจารณารับรอง การจัดทำ
ทะเบียนวัดคาทอลิก ประจำป พ.ศ. ๒๕๖๔ สงใหกระทรวงมหาดไทย การจัดทำระบบย่ืนคำขอจัดต้ังวัด
คาทอลิกโดยวธิ กี ารทางอิเล็กทรอนิกส เปนตน โดยมซิ ซงั และบคุ คลทั่วไปสามารถตรวจสอบขอมลู ดาวนโ หลด
แบบคำขอ และตดิ ตามขา วสารการจดั ตง้ั และรบั รองวดั คาทอลกิ ไดท างเวบ็ ไซตก รมการศาสนา (www.dra.go.th)
การดำเนินงานจัดตัง้ และรบั รองวดั คาทอลิก ตามระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรี
วาดว ยแนวทางพจิ ารณาในการจดั ตง้ั วดั บาทหลวงโรมันคาทอลกิ พ.ศ. ๒๕๖๔
84
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การสง เสริมและพฒั นาความสัมพนั ธกบั ตางประเทศในมติ ศิ าสนา
การสงเสริมความสัมพันธระหวางประเทศในมิติตางๆ เปนปจจัยเช่ือมโยงความสัมพันธ และเปน
ประโยชนเ กื้อกูลในภาพรวม ท้ังดา นความมน่ั คง การเมอื ง เศรษฐกจิ และศาสนา กับประเทศเพอื่ นบา น และ
นานาประเทศ ซึ่งรัฐบาลไดกำหนดเรื่องดังกลาวเปนนโยบายสำคัญของประเทศ กรมการศาสนา กระทรวง
วัฒนธรรมไดสนองรับนโยบายรัฐบาลดังกลาว โดยดำเนินงานดานศาสนสัมพันธ เพ่ือสงเสริมสัมพันธไมตรี
กับนานาประเทศ ทั้งระดับทวิภาคี พหุภาคี ระหวางคณะสงฆ องคการทางศาสนา และหนวยงานตางๆ
ในตางประเทศ เพ่ือสงเสริมใหพุทธศาสนิกชนชาวไทยและในประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงพุทธศาสนิกชน
ทั่วโลกไดเขารวมกิจกรรมทางศาสนา นอมนำหลักธรรมคำสอนมาประพฤติปฏิบัติใหเปนคนดี มีคุณธรรม
จริยธรรม ลดอบายมุข ยึดม่ันในศีล สมาธิ ปญญา รวมถึงเพื่อการเสริมสรางความสัมพันธอันดีกับประเทศ
เพื่อนบา นและนานาอารยประเทศ
กรมการศาสนาไดมีการดำเนินงานดานศาสนสัมพันธในรูปแบบท่ีหลากหลาย เพ่ือมุงหวังใหเกิด
การสรางความสัมพันธระหวางประเทศอยางเปนรูปธรรมในทุกมิติ ยกตัวอยางเชน การสนับสนุนการจัด
กิจกรรมเน่ืองในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดท่ีมีอาณาเขตติดตอกับประเทศ
อาเซียน กิจกรรมสวดมนตขามป ภาวนาทั่วโลก เพื่อสันติภาพ การคัดเลือกผูทำคุณประโยชนตอ
พระพุทธศาสนาจากตางประเทศเพ่ือรับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร การเรียนเชิญทูตานุทูต
ประเทศท่ีนับถือพระพุทธศาสนาเขารวมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา การอำนวยความสะดวกแกประมุขสงฆ
พระสงฆ และบุคคลจากตางประเทศ เขาเฝาถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช การเจรจาหารือความรวมมือ
ดานศาสนา การตอนรับหนวยงานดานศาสนาของตางประเทศในการศึกษาดูงาน และการสงเสริมบุคลากร
ดา นศาสนาของตา งประเทศเขารับการฝก ประสบการณแ ละปฏบิ ัตงิ าน ณ กรมการศาสนา ถอื เปนความสำเรจ็
ของการดำเนินภารกจิ เชือ่ มความสัมพันธระหวางประเทศในมิติศาสนาและวัฒนธรรมเปนอยา งดี
85
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
นอกจากน้ี ผูบริหารและผูแทนกรมการศาสนาไดเขารวมในพิธีสำคัญทางการทูต เพื่อพัฒนา
และสงเสรมิ ความสมั พนั ธอ นั ดรี ะหวา งประเทศ อาทิ การเขา รว มงานเปด ตัวหนังสอื และงานเสวนาวรรณกรรม
ไทย-แคนาดา เน่ืองในโอกาสครบรอบ ๖๐ ปการสถาปนาความสมั พันธทางการทตู ระหวางราชอาณาจักรไทย
และแคนาดา การเขารวมพิธีเปดและมอบรางวัลนิทรรศการภาพถาย “เก้ือกูลผูกไมตรี สานสัมพันธ ๔๕ ป
ทางการทูตไทย-จีน” เปนตน
86
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
ศาสนกิ สมั พนั ธร ว มใจเพอ่ื สงั คมไทยทย่ี ง่ั ยนื
สงั คมไทยเปน สงั คมพหวุ ฒั นธรรม มคี วามหลากหลายทางเชอ้ื ชาติ ศาสนา วฒั นธรรม
และความเชอ่ื ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการนบั ถือศาสนา มศี าสนาท่ีทางราชการใหการยอมรับ ๕
ศาสนา ไดแ ก ศาสนาพทุ ธ ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาครสิ ต ศาสนาพราหมณ- ฮินดู และศาสนาซิกข
กรมการศาสนาเปนหนวยงานหลักท่ีดำเนินการสรางความเขาใจอันดีตอกัน
ระหวางผูนำศาสนาและศาสนิกชนตางศาสนา โดยใชหลักคำสอนทางศาสนา วัฒนธรรม และ
ประเพณี เปน สิง่ เช่ือมโยงจติ ใจของประชาชนใหเปน หนงึ่ เดียว ผานกจิ กรรมของโครงการศาสนกิ
สัมพันธของสวนกลาง อาทิ การประชุมศาสนิกสัมพันธ การจัดพิธีทางศาสนา ๕ ศาสนา
ในโอกาสวันสำคัญสถาบันหลักของชาติ การจัดเวทีเสวนาระหวางศาสนา การจัดกิจกรรม
ศาสนิกสัมพันธสัญจรชวยเหลือผูประสบภัยหรือขาดแคลน การจัดคายเยาวชนศาสนิกสัมพันธ
เปน ตน
ในสวนภูมภิ าค ไดดำเนนิ การจดั ตงั้ คณะกรรมการศาสนิกสมั พันธจังหวดั ข้นึ เพื่อให
ผูนำศาสนาและศาสนิกชนทุกศาสนา ไดเขารวมพิธีและทำกิจกรรมรวมกัน ชวยเหลือเกื้อกูล
ระหวา งศาสนิกชนตางศาสนา เสริมสรา งความรวมมอื ท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
เพื่อเรียนรูหลักปฏิบัติของแตละศาสนา มีความเขาใจ ยอมรับ รวมกันแกไขปญหาความขัดแยง
ในพื้นท่ี และอยูรวมกันในสังคมอยางสงบสุข ตลอดจนดำเนินงานขับเคลื่อนชุมชนศาสนิก
สัมพันธ หรือชุมชนที่ศาสนิกชนอยูรวมกันทามกลางความแตกตางหลากหลายทางศาสนา
และวัฒนธรรม
87
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
กิจกรรมศาสนกิ สมั พนั ธสัญจรชว ยเหลอื ผูประสบภัยหรอื ขาดแคลน
88
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
เยาวชนศาสนกิ สมั พนั ธ
เด็กและเยาวชนถือเปนอนาคตท่ีสำคัญของชาติ จะตองมีบทบาทในการพัฒนาสังคมและ
ประเทศชาติ จึงเปนส่ิงจำเปนที่เด็กและเยาวชนจะตองเรียนรูซึ่งกันและกัน และใชชีวิตในสังคมไดอยาง
มีความสุขดำรงอยูรวมกันในสังคมบนพื้นฐานที่แตกตางหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งมี
มาต้งั แตอ ดตี จนถึงปจ จุบัน โดยเยาวชนรุนใหมจ ะตองเรยี นรู สบื สาน และปฏบิ ัตติ นเปน แบบอยา งเยาวชนที่ดี
ของประเทศสืบไป
กรมการศาสนาใหความสำคัญในการเสริมสรางความสมานฉันทของเด็กและเยาวชนแตละ
ศาสนาเพื่อใหสังคมเกิดความสันติสุข จึงไดรวมกับองคการศาสนา ๕ ศาสนาและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด
จัดโครงการเยาวชนศาสนิกสัมพันธใหกับเยาวชนท้ัง ๕ ศาสนา ไดแก ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนา
คริสต ศาสนาพราหมณ-ฮินดู และศาสนาซิกข ไดทำกิจกรรมรวมกัน เพ่ือแลกเปลี่ยนเรียนรูวิถีชีวิตและ
หลักปฏิบัติของเพื่อนตางศาสนา ทำใหไดเพ่ือนใหม ๆ ท่ีเปนคนดี ไดเขาใจศาสนาที่ผูอ่ืนนับถือมากข้ึน
พรอมกับการเทิดทูนสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย ตลอดจนไดทบทวนหลักคำสอน
ของศาสนาที่ตนนับถือวาเหมือนหรือแตกตางกันอยางไร ไดแลกเปล่ียนทัศนคติกับเพื่อนตางศาสนา
สามารถอยูรวมกันไดในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยผานกิจกรรมการเรียนรูไมวาจะเปนการใหความรูทางศาสนา
ท้ัง ๕ ศาสนา การสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมใหกับเยาวชน การเรียนรูหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
และกจิ กรรมจติ อาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชนเ พ่ือสวนรวม เปน ตน
กิจกรรมเยาวชนศาสนิกสัมพันธ ถือวาเปนกิจกรรมที่มีความสำคัญตอเด็กและเยาวชน เพราะผล
ท่ีไดรับจากการทำกิจกรรมรวมกัน คือการไดรับมิตรภาพท่ีดีจากเพ่ือนตางศาสนาไดประสบการณตรงจาก
กจิ กรรมทห่ี ลากหลายและสนกุ สนาน รแู ละเขา ใจหลกั ปฏบิ ตั พิ น้ื ฐานของศาสนาตา ง ๆ เหน็ คณุ คา ของแตล ะศาสนา
เคารพใหเกียรติซึ่งกันและกัน ฝกตนใหมีระเบียบวินัยสามารถปรับตัวใหอยูรวมกับผูอ่ืนไดอยางดี รวมทั้ง
ฝกใหมีนำ้ ใจไมตรีมีความรักตอ เพ่อื นมนษุ ย และสามารถอยรู ว มกนั ไดใ นสงั คมพหวุ ัฒนธรรมอยา งสงบสขุ
89
วันศาสนูปถัมภ์ พ�ทธศกั ราช ๒๕๖๕
90
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
การดำเนนิ งานดา นจติ อาสากรมการศาสนา
ดวยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวทรงมีความหวงใยทรงคำนึงถึงความอยูดีมีสุข
ของประชาชนเปนสำคัญ พระองคทรงมีพระราชปณิธานแนวแนที่จะทำใหประเทศชาติมีความมั่นคงและ
ประชาชนมีชีวิตความเปนอยูท่ีดีขึ้น ประกอบกับมีพระราชประสงคท่ีจะสืบสาน รักษา ตอยอดพระราช
กรณยี กจิ และโครงการพระราชดำรขิ องพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข บำรุงสุข ใหราษฎรมีชีวิตความเปนอยูท่ีดีข้ึน จึงทรง
พระกรุณาโปรดเกลาโปรดกระหมอมจัดตั้งโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ดวยหัวใจ” เพ่ือบรรเทาความ
เดือดรอน และแกปญหาใหกับประชาชน และใหหนวยราชการในพระองครวมกับหนวยงานตาง ๆ
และประชาชนทุกหมูเหลาที่มีจิตอาสา บำเพ็ญสาธารณประโยชนในพื้นท่ีตาง ๆ โดยแบงจิตอาสาออกเปน
๓ ประเภท ไดแก จิตอาสาพัฒนา จิตอาสาเฉพาะกิจ และจิตอาสาภัยพิบัติ และยังทรงพระกรุณาโปรดเกลา
โปรดกระหมอมพระราชทานหลกั สูตร การฝกอบรมจิตอาสา ๙๐๔ วปร. เพ่ือเปนการเตรยี มจิตอาสาตน แบบ
เปนรากแกว ทจ่ี ะนำความรู และความเขา ใจ ในคำวา จติ อาสาเพอื่ ไปขยายผลตอไป
กรมการศาสนาไดรวมกับ องคการศาสนา ๕ ศาสนา เครือขายจิตอาสา ๙๐๔ จิตอาสา
ภาคประชาชน และประชาชนท่ัวไป จัดทำโครงการจิตอาสาเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีตอสถาบัน
พระมหากษตั รยิ สบื สาน รกั ษา ตอ ยอดพระราชปณธิ านพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั และปลกู ฝง จติ สำนกึ ใหม ี
จิตอาสา มีความรับผิดชอบ รูจักการเสียสละ รวมแรง รวมมือ รวมใจกันในการทำประโยชนเพ่ือสังคมและ
สวนรวม อีกทั้งเปน การสงเสรมิ และสนบั สนุนบคุ คลและองคก รใหมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ชว ยกันพัฒนาคณุ ภาพ
ในการดำเนนิ ชวี ติ ใหเ กดิ ประโยชนส ขุ กบั องคก รและสงั คมอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพและเหน็ ผลเปน ทป่ี ระจกั ษ โดยมี
โครงการจิตอาสา ไดแก โครงการจิตอาสารวมใจพัฒนาบำรุงรักษาผืนปา ปลูกตนไมดอกสีเหลือง
เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั จงั หวดั กาญจนบรุ ี จติ อาสาปลกู ไผห นามและกำจดั วชั พชื เขาใหญ
จังหวัดนคราชสีมา สรางฝายมีชีวิต จังหวัดราชบุรี สรางฝายชะลอน้ำปาละอู จังหวัดเพชรบุรี จิตอาสา
ทาสีกำแพงวัดบรมนิวาส กรุงเทพมหานคร วันรักตนไมประจำปของชาติ ณ วิทยาลัยลงกรณบาลีเถรวาท
ศากยบุตรสามเณรสีหะ จังหวัดนครปฐม จิตอาสาวัดชัยชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร โครงการชวยเหลือ
ภิกษุสามเณรที่ไดรับผลกระทบจากอุทกภัย และศาสนิกชนท่ีไดรับผลกระทบจากการแพรระบาดของโรคไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ จังหวัดเพชรบูรณ และลพบุรี จิตอาสาชวยเหลือผูประสบอุทกภัย จังหวัดสุพรรณ อางทอง
สงิ หบุรี ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ชุมพร สุราษฎรธานี นครศรีธรรมราช ปต ตานี ยะลา และจังหวัดนราธิวาส
ปลกู ตนไมดอกสีเหลือง เฉลมิ พระเกยี รติพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัว จังหวดั กาญจนบรุ ี
จติ อาสาทาสกี ำแพงวัดบรมนวิ าส กรงุ เทพมหานคร
91
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
ทำความสะอาดวัดชยั ชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร
ปลกู ไผห นามและกำจัดวชั พืชเขาใหญ
สรา งฝายชะลอนำ้ ปาละอู
92
องคก๕ารศทาาสงนศาาสนา
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
องคการศาสนาพ�ทธ
๑. องคการพทุ ธศาสนิกสมั พันธแหงโลก
ประวัติโดยยอ
นั บ แ ต ค รั้ ง พุ ท ธ ก า ล เ ม่ื อ พ ร ะ สั ม ม า สั ม พุ ท ธ เ จ า ไ ด โ ป ร ด ใ ห บ ร ร ด า ศิ ษ ย า นุ ศิ ษ ย ข อ ง พ ร ะ อ ง ค
ออกไปเผยแผพระธรรมคำส่งั สอนเปนตนมาจวบจนกระท่งั ปจจุบัน กาลเวลาและสถานการณของโลกไดเปลี่ยนไปจน
บันดาลใหเกิดความแตกตางในทางปฏิบัติและความเขาใจในพุทธธรรม จึงเกิดเปนนิกายตาง ๆ ข้ึนมา อาทิ เถรวาท
มหายานหรือวัชรยานและอ่ืน ๆ ซ่ึงไดแพรหลายจากทวีปเอเซียไปยังทวีปตางๆ กระน้ันก็ดี ส่ิงที่ชาวพุทธท่ัวโลก
มีเหมือนกันคือ พุทธศาสนิกชนลวนมีพระสัมมาสัมพุทธเจาเพียงพระองคเดียว บรรดาคฤหัสถในกาลกอน
จงึ ตระหนกั ในเรอ่ื งนแ้ี ละเหน็ พอ งกนั วา ถงึ เวลาทเ่ี หลา พทุ ธศาสนกิ ชนควรจะมเี อกภาพและภราดรภาพเพอ่ื ความวฒั นา
ถาวรและความรุงเรืองของพระพุทธศาสนา โดยมี ดร. มาลาลาเสเกรา ผูทรงความรูดานบาลีชาวศรีลังกาผูมีช่ือเสียง
ซึ่งเปนผูริเริ่มและเปนกำลังสำคัญ ในการผลักดันแนวความคิดน้ีจนนำไปสูการจัดตั้งองคกรระดับโลก องคการ
พุทธศาสนกิ สัมพนั ธแหง โลก จึงไดจ ดั ตัง้ ขน้ึ เมื่อวนั วสิ าขบูชาวนั ท่ี ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ณ ศาสนสถานดาดาลา
มาลิกาวา เมืองแคนดี้ ประเทศศรลี ังกา ซ่ึงเปนท่ปี ระดิษฐานองคพ ระทนั ตธาตุ
เมอ่ื ครง้ั แรกเรม่ิ นน้ั มกี ารตดั สนิ ใจใหท ต่ี ง้ั ของสำนกั งานใหญข ององคก ารพทุ ธศาสนกิ สมั พนั ธแ หง โลก อยใู น
ประเทศเดียวกันกับท่ีประธานขององคการฯ พำนักอยู ดังนั้นเม่ือ ดร.มาลาลาเสเกรา ซ่ึงเปนชาวศรีลังกา ไดรับการ
เลือกตั้งเปนประธานคนแรกขององคการฯ สำนักงานใหญแหงแรกขององคการพุทธศาสนิกสัมพันธแหงโลก จึงต้ังอยู
ณ กรงุ โคลอมโบ ประเทศศรลี งั กา ภายหลงั ตอมาอีก ๘ ป นับจากการกอ ตงั้ ขององคการฯ ใน พ.ศ. ๒๕๐๑ ฯพณฯ
อู จนั ทนู ชาวพมา ไดรับเลือกตั้งเปนประธานตอ จาก ดร.มาลาลาเสเกรา จึงไดม กี ารยายทต่ี ้ังของสำนกั งานใหญม าที่
เมืองยางกงุ ประเทศพมา จนกระท่งั พ.ศ. ๒๕๐๖ ไดเกิดการปฏิวตั ิขึ้นในประเทศพมา ฯพณฯ อู จัน ทูน ไดข อรองให
หมอมเจาหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล ซึ่งเปนรองประธานองคการฯ ในขณะน้ัน ใหรับชวงในการดำเนินกิจการท้ังหมดของ
องคการพุทธศาสนิกสัมพันธแหงโลก ตลอดชวงเวลาที่เหลือของการเปนประธานจนครบวาระ จึงทำใหหมอมเจาหญิง
พูนพิศมัย ดิศกุล ซึ่งเปนชาวไทยคนแรกที่ไดรับการเลือกต้ังอยางเปนเอกฉันทใหเปนประธานขององคการพุทธศาสนิก
สมั พนั ธแหงโลก ต้งั แต พ.ศ. ๒๕๐๖ ท่ตี ั้งของสำนกั งานใหญจึงไดย า ยมาทีก่ รงุ เทพมหานคร จนกระทงั่ การประชมุ ใหญ
ครง้ั ท่ี ๙ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๑๒ จงึ ไดม มี ตใิ หต ง้ั สำนกั งานใหญถ าวรในประเทศไทยจนถึงปจจบุ ัน
นายแผน วรรณเมธี สำนักงานใหญอ งคการพุทธศาสนกิ สัมพนั ธโลก
ประธานองคการพทุ ธศาสนกิ สมั พนั ธแหงโลก ที่มา : https://www.trueplookpanya.com/
learning/detail/๓๑๓๓๗/๐๔๓๙๔๑
สถานท่ตี ้งั และการตดิ ตอ
ท่ตี ั้ง : องคการพทุ ธศาสนิกสัมพันธแ หงโลก เลขท่ี ๖๑๖ ในอทุ ยานเบญจสิริ ซอยสุขุมวิท ๒๔
แยกซอยเมธีนิเวศน ถนนสขุ ุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ โทรศพั ท : ๐-๒๖๖๑-๑๒๘๔-๗
โทรสาร : ๐-๒๖๖๑-๐๕๕๕ Email : [email protected] เว็บไซต : http://wfbhq.org/th/
94
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
๒. พทุ ธสมาคมแหง ประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถัมภ
ประวัติโดยยอ
พุทธสมาคมแหง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ ไดกอ ตงั้ ข้นึ เมอ่ื วันท่ี ๒๘ กมุ ภาพันธ พ.ศ. ๒๔๗๖
ณ สามคั คยาจารยสโมสรสถานกรุงเทพฯ โดยคณะพุทธมามกะ ๕ ทา น ดงั มีรายนามตอ ไปนี้
(๑) หลวงวรพากยพ ินิจ (เลขาธกิ ารคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน ดินในสมยั นั้น)
(๒) หลวงสริ ิราชไมตรี
(๓) ศาสตราจารยส ญั ญา ธรรมศกั ดิ์
(๔) หลวงรณสิทธ์ิพชิ ยั (อธิบดกี รมโฆษณาการในสมัยน้ัน)
(๕) พระราชธรรมนิเทศ (อธบิ ดีกรมธรรมการในสมัยน้นั )
ท้ังน้ี พุทธสมาคมแหงประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ มีวัตถุประสงคในการกอตั้ง เพื่อสนับสนุน
กิจการเก่ียวกับพระพุทธศาสนาท้ังในและนอกประเทศ เพ่ือศึกษา เผยแพร และสงเสริมเชิดชูหลักธรรมแหงพระพุทธ
ศาสนา สงเสรมิ สามคั คีธรรม ปฏบิ ัตกิ ารสาธารณกศุ ล และสังคมสงเคราะห
ศ.ดร.ศลุ มี าส สทุ ธิสัมพทั น อาคารพทุ ธสมาคมแหงประเทศไทยฯ
นายกพุทธสมาคมแหงประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ
สถานท่ตี ง้ั และการติดตอ
ทต่ี ้งั : พุทธสมาคมแหง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ เลขที่ ๔๑ ถนนพระอาทิตย เขตพระนคร
กรงุ เทพมหานคร ๑๐๒๐๐ โทรศัพท : ๐-๒๒๘๑-๙๕๖๓-๔ โทรสาร : ๐-๒๒๘๑-๙๕๖๔ กด ๑๑๐,
๐-๒๒๘๑-๔๒๗๕ เวบ็ ไซต : www.batr.or.th
ทม่ี า : http://www.dhammathai.org/webbokboon/dbview.php?No=๔๑๙๖
95
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศกั ราช ๒๕๖๕
๓. ยวุ พุทธกิ สมาคมแหง ประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ
ประวตั ิโดยยอ
ยุวพทุ ธิกสมาคมแหง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ เรม่ิ จัดตงั้ โดย นายบุญยง วองวานิช นายเสถียร
โพธินันทะ และนายสุพจน แสงสมบูรณ จัดต้ังคณะยุวพุทธิกะขึ้น เม่ือป พ.ศ. ๒๔๙๓ ตอมา ป พ.ศ. ๒๕๐๓
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงรับสมาคมไวในพระบรมราชูปถัมภ และป พ.ศ. ๒๕๐๘ สมเด็จพระนางเจาฯ
พระบรมราชนิ นี าถ พระราชทานที่ดนิ ใหแ กสมาคม ซึง่ นายขวัญ เอี่ยมออ ง นอ มเกลาฯ ถวาย
ปจจบุ นั ยวุ พทุ ธกิ สมาคมแหงประเทศไทยฯ มศี นู ยว ิปส สนากรรมฐานรวมทั้งหมด ๕ แหง ไดแก
๑. ยุวพุทธกิ สมาคมแหง ประเทศไทยฯ (สำนักงานใหญ) กรุงเทพฯ
๒. ศนู ยวิปสสนายุวพทุ ธฯ เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทมุ ธานี (ศนู ย ๒)
๓. ศูนยวิปส สนายุวพทุ ธฯ สวนประไพธรรม จ.ชุมพร (ศนู ย ๓)
๔. ศูนยวิปส สนายวุ พุทธฯ เขมรังสี จ.พระนครศรอี ยุธยา (ศูนย ๔)
๕. ศนู ยว ิปส สนายวุ พุทธฯ เกยี รติภักดกี ลุ จ.ระยอง (ศูนย ๕)
นอกจากนั้น เพ่ือเปนการเผยแพรความรูความเขาใจในหลักพุทธธรรมนำสูการบริหารงานแบบสากล
ใหกับผูบริหารทั้งในภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน สมาคมฯ จึงไดกอต้ัง ศูนยพัฒนาจิตและปญญา
(Mind and Wisdom Development Centre) เพื่อสรางสรรคหลักสูตรใหมๆ สำหรับผูบริหาร เพ่ือประยุกต
ธรรมะเขา ไปใชใ นการบรหิ ารตนและองคกร โดยพฒั นารปู แบบการอบรมใหท นั สมัย เหมาะสมสำหรบั นักบรหิ าร โดยมี
วิทยากรผูทรงคุณวุฒิทางดานธรรมะจากหลากหลายอาชีพท่ีมีความรู ความเขาใจและประสบการณท้ังดานธุรกิจ
และการปฏบิ ตั ธิ รรม เปนผสู อน เพ่ือเปนธรรมะที่นำไปใชในการจรรโลงสังคมไทย ใหเ ปน สงั คมคณุ ธรรมได
นายมณเธยี ร ธนานาถ ทีท่ ำการ ต้งั อยูท อ่ี าคารบุญยง วองวานชิ
นายกยวุ พุทธิกสมาคมแหงประเทศไทย
ท่มี า : https://web.ybatnet.org/th/place/
ในพระบรมราชูปถัมภ
สถานที่ตงั้ และการตดิ ตอ
ทต่ี ั้ง : ยวุ พทุ ธกิ สมาคมแหงประเทศไทยฯ ในพระบรมราชปู ถมั ภ เลขที่ ๔ ซอยเพชรเกษม ๕๔ แยก ๖
แขวงบางดว น เขตภาษีเจรญิ จงั หวัดกรุงเทพ ๑๐๖๑๐ โทรศัพท : ๐-๒๔๕๕-๒๕๒๕
โทรสาร : ๐-๒๔๑๓-๓๑๓๑ อเี มล : ybatoffi[email protected] เวบ็ ไซต : www.ybat.org
96
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
๔. เปรียญธรรมสมาคมแหงประเทศไทย
ในพระราชูปถมั ภสมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี
ประวตั ิโดยยอ
เปรียญธรรมสมาคมแหงประเทศไทย ในพระราชูปถัมภสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เปนองคกรการกุศล มีอุดมการณเผยแผธรรม ช้ีนำความถูกตอง ปกปองพระพุทธศาสนา ไดจัดตั้งขึ้นเมื่อ
ป พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยการนำของนายประสทิ ธ์ิ กติ ตสิ ทิ โธ นายจำรสั ดวงธสิ าร และคณะ ซง่ึ เปน ผไู ดเ คยบวชเรยี นมากอ น
แลวลาสิกขามาเปนฆราวาส ประกอบอาชีพรับราชการและอาชีพอ่ืนๆ แตกตางกันออกไป ทานเจาประคุณสมเด็จ
พระพทุ ธโฆษาจารย (ฟน ชตุ นิ ธฺ รมหาเถร) อดตี กรรมการมหาเถรสมาคมเจา คณะใหญห นกลาง แมก องบาลสี นามหลวง
และเจาอาวาสวัดสามพระยา ไดเมตตานุเคราะหสนับสนุนและมอบอาคารสถานท่ีภายในวัดสามพระยาเปนท่ีตั้ง
สำนักงานเปรียญธรรมสมาคมฯ และ ม.ร.ว คึกฤทธ์ิ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ ๑๓ ของประเทศไทย
ไดใหการสนับสนุนท้ังขอคิด ขอเสนอแนะในการดำเนินกิจกรรมและโครงการตางๆ พ.ศ. ๒๕๒๐ ไดจัดตั้ง “มูลนิธิ
เปรยี ญธรรมสมาคมแหงประเทศไทย” ข้นึ อกี สถาบนั หนงึ่ เพอื่ มสี วนเปน ฐานสนับสนนุ การดำเนนิ กิจกรรมตา ง ๆ
นายประพนั ธ วอ งไว
นายกเปรยี ญธรรมสมาคมแหงประเทศไทยฯ
สถานที่ตั้งและการติดตอ
ท่ตี ั้ง : วัดสามพระยา เลขที่ ๑๖๕ ถนนสามเสน ๕ เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร ๑๐๒๐๐
โทรศัพท : ๐-๒๖๒๘-๗๒๘๓ / ๐-๒๖๒๘-๘๘๗๘ โทรสาร : ๐-๒๖๒๘-๗๒๘๓
เวบ็ ไซต : http://www.pada.or.th/
97
วันศาสนูปถัมภ์ พท� ธศักราช ๒๕๖๕
องคการศาสนาอิสลาม
สำนกั จุฬาราชมนตรี
ประวตั โิ ดยยอ
จุฬาราชมนตรี เปน ผูนำกิจการศาสนาอสิ ลามในประเทศไทย และเปน ตำแหนง ฝา ยมุสลมิ ใหข อปรกึ ษา
ดานศาสนาอิสลามแกรัฐบาลไทย โดยเฉพาะแกกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงวัฒนธรรม มีประวัติมาแตครั้ง
กรุงศรีอยุธยา ในทำเนียบศักดินาของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทำเนียบตำแหนงขุนนาง ซ่ึงในชั้นหลังเรียกวา
“กรมทา ขวา” มี “พระจลุ าราชมนตร”ี เปน หวั หนา ฝา ยแขก คกู บั “หลวงโชฎกึ ราชเศรษฐ”ี หวั หนา ฝา ยจนี หลงั เปลย่ี นแปลง
การปกครอง ตำแหนงจุฬาราชมนตรีไดมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมท่ีเคยแตงต้ังโดยพระมหากษัตริยและเปนคนใน
สายสกุลเฉกอะหมัดท่ีนับถือนิกายชีอะหมาตลอด เปลี่ยนมาเปนการเลือกต้ังโดยตัวแทนคณะกรรมการอิสลามประจำ
จังหวัดและผูที่ไดรับเลือกเปนผูนับถือนิกายสุหน่ี ซ่ึงเปนชนสวนใหญของมุสลิมในประเทศไทย เร่ิมแรกในรัฐบาลของ
นายปรดี ี พนมยงค ไดร อ้ื ฟน ตำแหนง จฬุ าราชมนตรี เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๘๘ โดยใหเ ปน ทป่ี รกึ ษาราชการขององคพ ระมหากษตั รยิ
ในดา นกจิ การศาสนาอสิ ลาม จนกระทง่ั พ.ศ. ๒๔๙๑ รฐั บาลของจอมพล ป. พบิ ลู สงคราม ไดเ ปลย่ี นใหจ ฬุ าราชมนตรี
เปนท่ีปรึกษากรมการศาสนาในกระทรวงศึกษาธิการ อยางไรก็ดีหลังจากที่การประกาศใชพระราชบัญญัติ
การบริหารองคกรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ ไดมีการระบุไวในกฎหมายน้ีวา จุฬาราชมนตรีเปนผูนำกิจการศาสนา
อสิ ลามในประเทศไทย ซึง่ มีหนาท่ดี ังตอ ไปน้ี
(๑) ใหค ำปรกึ ษา และความเห็นตอทางราชการเก่ียวกบั ศาสนาอิสลาม
(๒) แตง ตั้งผูทรงคุณวฒุ ิเพ่อื ใหค ำปรึกษาเกยี่ วกับบัญญัติศาสนาอสิ ลาม
(๓) ประกาศผลการดูดวงจนั ทรเ พอื่ กำหนดวันสำคัญทางศาสนา
(๔) ออกประกาศเก่ียวกับวนิ จิ ฉยั ตามบญั ญัตแิ หงศาสนาอิสลาม เปนประธานอำนวยการ
จัดงานเมาลิดกลางแหง ประเทศไทย
นายอาศิส พทิ ักษค ุมพล ศูนยบ รหิ ารกิจการศาสนาอิสลามแหง ชาติ เฉลมิ พระเกียรติ
จุฬาราชมนตรี
ท่มี า : https://www.skthai.org/th
สถานท่ตี ง้ั และการติดตอ
ทต่ี ง้ั : ศนู ยบ ริหารกิจการศาสนาอิสลามแหง ชาติ เฉลมิ พระเกียรติ ชน้ั ๓ ถนนคลองเกา แขวงคลองสบิ
เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ๑๐๕๓๐ โทรศพั ท : ๐-๒๙๔๙-๔๒๗๘, ๐-๒๙๔๙-๔๓๑๒-๓
โทรสาร : ๐-๒๙๔๙-๔๒๒๐
98
¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ
องคการศาสนาคร�สต
๑. สภาประมขุ บาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหงประเทศไทย
ประวตั โิ ดยยอ
สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแหงประเทศไทย เปนสภาอันม่ันคงที่ต้ังข้ึนโดยไดรับอนุมัติจาก
สันตะสำนัก (นครรัฐวาติกัน) ในป ค.ศ. ๑๙๖๕ ซ่ึงบรรดาบิช็อปมารวมกลุมปรึกษาหารือและรวมมือกัน ในการดูแล
อภิบาลคริสตศาสนิกชน เผยแผศาสนา และปฏิบัติงานกิจการทางศาสนา ไดแก ดานศาสนา การศึกษาอบรม
จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม การสังคม และอนุรักษสิ่งแวดลอม การสุขภาพอนามัย และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทั้งนี้เพื่อประโยชนสุขสำหรับบรรดาคริสตศาสนิกชนและเพื่อนพี่นองชาวไทย ขณะน้ันสำนักงานทำการต้ังอยูที่อาคาร
แพรธรรม ซอยโอเรยี นเตล็ ถนนเจรญิ กรุง ๔๐ บางรกั กรุงเทพมหานคร ตอมา มีการขยายหนว ยงานเพ่มิ ขึ้น จงึ ทำให
สถานท่ีไมเพียงพอตอการดำเนินงาน ทางอัครสังฆมณฑลกรงุ เทพฯ โดยพระคารด นิ ลั ไมเกล้ิ มชี ยั กิจบุญชู ไดเล็งเห็น
ถึงความจำเปนดังกลาวจึงไดมอบอาคาร ๒ หลังต้ังอยูที่ซอยนาคสุวรรณ ถนนนนทรี ใกลกับสำนักงานเขตยานนาวา
ซึ่งมีเน้ือท่ีมากกวาท่ีเดิม และสามารถรองรับหนวยงานตางๆ ของสภาไดท้ังหมด ใหเปนสำนักงานของสภาประมุข
บาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหง ประเทศไทย
ดงั นัน้ ในป ค.ศ. ๑๙๙๖ สภาประมขุ ฯ จึงไดเ ริ่มยา ยสำนักงานมาอยทู ซี่ อยนาคสุวรรณ ถนนนนทรี แขวง
ชองนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ โดยอาคารเลขท่ี ๑๒๒-๑๒๒/๑ เปนอาคารทำการของสำนักงานโคเออรและ
ส่ือมวลชนคาทอลิกแหงประเทศไทย และอาคารเลขท่ี ๑๒๒/๖-๗ เปนอาคารทำการของสำนักเลขาธิการสภา และ
หนวยงานตางๆ ตอมาในป ค.ศ. ๒๐๐๒ คณะกรรมการบริหารงานของสภาไดมีดำริ ท่ีจะใหหนวยงานภายใตสังกัด
สภาประมุขฯ ไดมาอยูรวมกัน พระคารดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู จึงไดมอบอาคารสำนักงานซ่ึงเดิมเปนโพลีคลินิก
เปน อาคารสำนกั งานขนาดใหญ ๑๐ ชน้ั ใหก บั สภาประมขุ ฯ และ ในป ค.ศ. ๒๐๐๓ ทกุ หนว ยงานภายใตก ารดำเนนิ งาน
ของสภาประมขุ ฯ จงึ ไดย ายเขา มาอยภู ายในอาคารสำนักงานเลขที่ ๑๒๒/๑๑ ตงั้ แตน ้ันเปนตน มา
ปจจุบันสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแหงประเทศไทย แบงเขตศาสนปกครองใน
ประเทศไทย จำนวน ๑๑ เขต ไดแ ก
๑. มสิ ซงั กรงุ เทพมหานคร ๒. มิสซังทาแร- หนองแสง
๓. มสิ ซงั สุราษฎรธานี ๔. มสิ ซังราชบรุ ี
๕. มสิ ซงั นครราชสมี า ๖. มิสซงั อุบลราชธานี
๗. มิสซงั เชยี งใหม ๘. มสิ ซังจนั ทบุรี
๙. มสิ ซังนครสวรรค ๑๐. มิสซงั อุดรธานี
๑๑. มสิ ซังเชียงราย
99