The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patton3273, 2022-05-10 00:04:43

ประวัติศาสตร์การสงคราม

149

3. ใช้หลักการดำเนินกลยุทธ์และจูโ่ จม การใชช้ ดุ ลาดตระเวนเส้นทาง (ROAD RUNNER) ตีฝ่าเข้า
ไปถึงฐานปฏิบัติการของ ร.1 พัน.3 นั้น นับเป็นการดำเนินกลยุทธ์อย่างกล้าหาญ และจู่โจม ทำให้ข้าศึกรู้ตัว
ทันทีว่าไม่สามารถเอาชนะได้ และการดำเนินกลยุทธ์ด้วยการยิง ป. และ ฮ.ติดอาวุธอย่างมีการประสานกัน
ทำลายการรุกคืบหนา้ ของข้าศึกไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ รวมทั้ง สกัดกั้นการถอนตวั ของขา้ ศึกอย่างไดผ้ ล และ
การใช้เคร่อื งบินทงิ้ พลสุ อ่ งสว่างทำให้ฝา่ ยเราพลิกสถานการณเ์ ป็นฝา่ ยไดเ้ ปรยี บทันที

4. ใชห้ ลักการออมกำลงั ร.1 พนั .3 ไดอ้ าศัยท่ีกำบังป้องกันการระดมยงิ ดว้ ยอาวธุ ต่าง ๆ ของข้าศึกซ่ึง
จดั เตรยี มไว้เป็นอยา่ งดี ทำให้ลดการสูญเสียได้มาก และฝา่ ยเราได้อาวุธยิงสนับสนนุ ทุกอย่างอย่างแม่นยำและ
ทันเวลาภายใต้การประสาน การใช้อาวุธอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการยิงสนับสนุนทางอากาศเป็น
เครอ่ื งมือออมกำลังท่มี ีความสำคญั อยา่ งยงิ่

5. ใชห้ ลักระวังปอ้ งกนั ร.1 พนั .3 ไดเ้ ตรยี มการระวังป้องกันได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพโดยใชพ้ ลุสะดุด
และทุ่นระเบิดแสวงเครื่องในการป้องกัน ทก.พันและที่ตั้ง ค.อย่างแน่นหนา เพื่อชดเชยความขาดแคลนลวด
หนามหีบเพลง การจัดกำลังซุ่มโจมตีนอกฐานการวางตำบลยิงปอ้ งกันตนเองและการเฝ้าสังเกตสิ่งที่ผิดปกติ
ตา่ ง ๆ ที่อาจแปลเปน็ สงิ่ บอกเหตไุ ด้ ทำใหส้ ามารถรู้ตัวลว่ งหนา้ และเตรียมการปอ้ งกนั ได้ทันเวลาและได้ผล

บทเรียนจากการรบ
1. การยงิ สนับสนนุ ทีแ่ มน่ ยำและทันเวลานบั เป็นหัวใจท่สี ำคัญยงิ่ ในการปฏิบัติการรบ
2. ขณะการปฏิบตั ิ ซึง่ มีการใช้อากาศยาน และมกี ารยิงสนับสนนุ ของ ป. พรอ้ ม ๆ กนั นน้ั การตกลง

ใจให้ป.ยิงสนับสนุนต่อไปหรือไม่ เป็นไปตามความต้องการของ ผบ.หน่วยกำลังรบ โดยผู้ที่ประสานการยิง
สนบั สนนุ จะเปน็ ผู้ให้คำแนะนำทีเ่ หมาะสม เพอื่ ใหเ้ กดิ ผลดที สี่ ดุ ตอ่ การปฏบิ ตั ิของหนว่ ยกำลงั รบได้

3. ระบบการแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพ เช่น พลุสะดุด ยามคอยเหตุ การสังเกตสิ่งผิดปกติต่าง ๆ
ยอ่ มจะทำให้รกู้ ารเขา้ มาของขา้ ศึกไดก้ ่อนขา้ ศึกเริม่ เขา้ ตี

4. ขวัญและกำลังใจดี เป็นส่ิงทีส่ ำคัญท่สี ุดในการรบ ซง่ึ ทุกหน่วยจะตอ้ งบำรงุ และรกั ษาให้มีสภาพดี
ตลอดเวลา

5. การเตรยี มสะสม สป.5 ไว้อย่างเพยี งพอท่จี ะทำการรบได้อยา่ งตอ่ เน่อื ง และเตรียมการสง่ กำลังได้
อย่างทันเวลา ย่อมทำใหห้ นว่ ยมีศักยภาพพอทีจ่ ะเอาชนะการเขา้ ตขี องข้าศึกได้
การยุติสงครามเวียดนาม

สงครามเวียดนามได้ดำเนินไปถึง 7 ปี แต่สถานการณ์ต่าง ๆ ยังไม่กระเตื้องขึ้นแม้แต่น้อย มีแต่การ
สูญเสียชีวติ ทรัพย์สิน และความอดอยากยากแค้นไปทัว่ การรบไม่มีผลแพ้ชนะกนั โดยเด็ดขาด ฝ่ายเวียดนาม
เหนือ และ เวียดกงได้ดำเนินการรุกทางการเมือง ควบคู่ไปกับการทหาร ด้วยการลวงฝ่ายโลกเสรีว่าต้องการ
สันติภาพ และร้องขอให้มีการเจรจาสงบศึกขึ้นที่กรุงปารีส ได้มีการเจรจากัน 146 ครั้ง ตั้งแต่เดือนตุลาคม
2511 จนถึงเดือน มกราคม 2515 เริ่มตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี จอห์นสัน จนถึงสมัยประธานาธิบดี นิกสัน
ของสหรฐั ฯ แต่การเจรจาไมม่ ีผลคืบหนา้ ฝ่ายเวยี ดนามเหนอื และเวยี ดกง จะถอื โอกาสให้ท่ีประชุมเจรจาเป็น
สถานที่โฆษณาชวนเชื่อ และเป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อใดที่ฝ่ายเวียดนามเหนือ และเวียดกงเพลี้ยงพล้ำในด้าน
การทหาร จะต้องเสนอขอเจรจาสันติภาพทันที เพื่อประวิงเวลาในการปรับกำลังทหาร เข้าโจมตีเวียดนามใต้

150

ใหม่ ในระหว่างปี พ.ศ.2514 - 2515 ขณะที่สหรัฐฯ ประสบปัญหาภายในประเทศอย่างหนัก ทั้งภาระเงินเฟอ้
ปัญหาคนว่างงาน และปัญหาการขาดแคลนน้ำมันภายในประเทศ ฝ่ายเวียดนามเหนือ และเวียดกงได้
ฉวยโอกาส เพิ่มการปฏิบัติการทางจิตวิทยาในหมู่ประชาชนชาวอเมริกัน โดยชี้ให้เห็นว่าการที่สหรัฐฯ อยู่ใน
ภาวะดังกลา่ ว เปน็ ผลสบื เน่ืองมาจากการที่สหรัฐฯ สง่ ทหารเข้าไปทำสงครามในเวยี ดนามถงึ 600,000 คน และ
ใชง้ บประมาณ ปลี ะไม่ต่ำกวา่ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ถึงปี พ.ศ. 2514

ผลการโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าว ทำให้ประชาชนชาวอเมริกันเรียกร้องให้รัฐบาลถอนทหารออกจาก
เวยี ดนามใต้ และยุติการชว่ ยเหลอื ท้ังสิน้ โดยมกี ารเดนิ ขบวนทวั่ ประเทศ เป็นผลใหร้ ัฐสภาสหรฐั ฯ ลงมตใิ ห้ถอน
ทหารอเมรกิ ันออกจากเวียดนามใต้ พรอ้ มกบั ตัดทอนการช่วยเหลอื แกเ่ วยี ดนามใต้ ประธานาธบิ ดนี กิ สัน จำตอ้ ง
เปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับเวียดนามใต้ และประกาศหลักการนิกสัน (Nixon's Doctrin) สหรัฐฯ ได้ดำเนินการ
ถอนกำลังทหารออกจากเวียดนามใต้ และให้เวียดนามใต้ใช้โครงการช่วยเหลือตนเอง ในการป้องกันทหาร
(Vietnamization) โดยมอบอาวุธหลักให้เท่าน้ัน ด้วยเหตุนีก้ ำลังของฝา่ ยโลกเสรีที่ส่งไปร่วมรบในเวยี ดนามใต้
จงั ตัดสนิ ใจถอนกำลังของชาติตนกลบั เชน่ กัน รวมทง้ั ประเทศไทย

ประธานาธิบดีนิกสันได้แถลงนโยบายของสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดสันติภาพขึ้นในเวียดนามใต้รวม 8 ข้อ
ด้วยกัน มีใจความว่า กำลังทหารทั้งหมดที่ไมใ่ ช่ของเวียดนามใต้ จะเริ่มถอนออกจากเวียดนามใต้เม่ือไดต้ กลง
เห็นชอบร่วมกันแล้ว การถอนจะถอนเป็นขั้น ๆ ภายใน 12 เดือน กำลังเวียดนามเหนือที่อยู่ในเวียดนามใต้
กต็ อ้ งกลบั ไปเชน่ เดียวกนั ใหค้ ณะกรรมาธิการระหว่างประเทศ ทท่ี ั้งสองฝ่ายรบั รองควบคมุ ดูแลการถอนทหาร
ของทั้งสองฝ่าย ให้จัดการเลือกตั้งขึ้นตามวิธีการที่เห็นชอบร่วมกัน โดยให้อยู่ในความควบคุมดูแลของ
กรรมาธิการระหวา่ งประเทศ ใหม้ ีการตกลงเกี่ยวกับการส่งคนื เชลยศึก และทุกฝ่ายจะต้องปฏบิ ตั ติ ามอนุสัญญา
เจนีวา พ.ศ. 2497 เรอื่ งเวียดนามและกัมพูชากบั ขอ้ ตกลงเร่ืองลาว พ.ศ. 2505

สหรัฐฯ ได้เร่มิ ถอนทหารออกจากเวียดนามใต้ ตัง้ แตว่ ันท่ี 8 กรกฎาคม 2512 เป็นตน้ มา และกำลังรบ
ชุดสดุ ท้ายไดเ้ ดนิ ทางออกจากเวียดนาม เม่ือวันที่ 11 สิงหาคม 2515 เหลอื ไว้เพียงเจา้ หน้าที่ทางธุรการเท่าน้ัน
และเมื่อไดม้ กี ารลงนามในความตกลงสงบศึกสงครามเวียดนามทก่ี รุงปารีส ในเดอื น มกราคม 2516 แลว้ ทหาร
สหรฐั ฯ คนสุดทา้ ยไดเ้ ดนิ ทางออกจากเวียดนามใต้ เม่อื วันท่ี 29 มนี าคม 2516
ยุทธศาสตร์เวยี ดนามเหนือ เวียดนามเหนอื กำหนดแผนการเข้ายึดเวียดนามใต้ เพื่อรวมเป็นประเทศเดียวกัน
โดยแบ่งการดำเนนิ การเป็น 3 ขน้ั ตอน คอื

1. เสริมสร้างความม่นั คงใหแ้ ก่เวยี ดนามเหนือ
2. ปลดแอกเวยี ดนามใต้
3. รวมเวียดนามท้งั สองส่วนเข้าดว้ ยกนั
ในปีพ.ศ.2514 เวียดนามเหนือประสบความสำเร็จในการจัดตั้งโครงสร้างทางการเมืองภายใน
(Infrastructure) ในเวยี ดนามใต้อย่างตอ่ เนื่อง
ในปลายปี พ.ศ.2514 เวียดนามใต้พัฒนาระบบการส่งกำลังบำรุงทั้งในลาวใต้ และกัมพูชาโดยเฉพาะ
อย่างยง่ิ เสน้ ทางโฮจิมินห์ เพ่มิ ความรุนแรงในการปฏบิ ตั ิการทางทหาร จากระดับเดิมมากย่ิงข้ึนโดยส่งกำลังและ

151

อาวุธยุทโธปกรณ์ แทรกซึมเข้าไปในเวียดนามใต้ รวมทั้งเคลื่อนย้ายกำลังหลัก จากเวียดนามเหนือมายัง
เวยี ดนามใตแ้ ล้วเรม่ิ ทำการรุกใหญ่ตั้งแตว่ นั ท่ี 10 มีนาคม 2515 เป็นตน้ มา
การดำเนินการของเวยี ดนามเหนือ และเวียดกง

เวียดนามเหนือได้ปฏิบัติการรุกเข้าไปในเวียดนามใต้ เพื่อผลทางการเมือง 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่าง
ปลายเดือนกันยายน ถึงต้นเดือน ตุลาคม 2514 ซึ่งเปน็ ระยะที่มกี ารเลอื กตั้งผูแ้ ทนราษฎร และประธานาธบิ ดี
ในเวยี ดนามใต้ คร้งั ท่ี 2 ระหวา่ ง ปลายเดอื น มนี าคม - พฤษภาคม 2515 เวียดนามเหนือไดเ้ ปิดฉากการรุกใหญ่
ในเวียดนามใต้ จากเขตปลอดทหารลงไปจนถึงแหลมคาเมา มีการปฏิบัติการรุนแรง ที่บริเวณชายฝั่งทะเล
ตอนกลางของเวียดนามใต้ รวมทั้งภาคตะวันออก และภาคตะวันตกที่มีราษฎรอาศัยอยู่หนาแน่น พื้นที่
ปฏิบัติการของกำลังรบหลักเวียดนามเหนือได้แก่ พื้นที่ตั้งเขตปลอดทหาร (เส้นขนานที่ 17) ลงมายังที่ราบสูง
ดา้ นตะวนั ตกของเวียดนามใต้ และพืน้ ทีต่ ิดชายแดนลาวเหนือจงั หวัดไทนินห์ และทางตะวันตกเฉียงเหนือของ
กรงุ ไซ่ง่อน

การที่เวียดนามเหนือรุกใหญ่ครั้งนี้เนื่องจากสหภาพโซเวียตให้การสนับสนุนอาวุธหนัก เช่น ปืนใหญ่
รถถงั และปนื ต่อสู่อากาศยานเป็นจำนวนมาก กองทัพเวยี ดนามใต้ สามารถตา้ นทานไวไ้ ด้อย่างเหนยี วแนน่ ฝา่ ย
เวียดนามเหนือยังไมส่ ามารถยึดจังหวดั กวางตรีได้ รถถัง 50 คนั ถูกทำลายเกอื บหมด กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้
ส่งฝงู บินท้งิ ระเบิดแบบ B - 52 ไปทิง้ ระเบดิ ข้าศกึ บรเิ วณจังหวัดเกียวลนิ นับเป็นการเร่ิมต้นการทิ้งระเบิดโจมตี
เวียดนามเหนือครั้งใหม่ หลังจากได้หยดุ ชะงักมาตง้ั แต่วันที่ 11 ตุลาคม 2511

เวียดนามเหนือได้หันไปเปิดการรุกทางภาคใต้ ของเวียดนามใต้ โดยส่งกำลังประมาณ 10,000 คน
พร้อมรถถังเป็นจำนวนมาก จากฐานที่ตั้งในกัมพูชาบุกเข้าเวียดนามใต้ มุ่งเข้ายึดจังหวัดล็อคนนิ และอันล็อค
เพื่อบกุ เขา้ ไปยดึ กรุงไซ่ง่อน และพวกเวยี ดกงในท่รี าบลมุ่ บรเิ วณปากแม่นำ้ โขงก็เรมิ่ เปดิ ฉากรกุ เขา้ สกู่ รงุ ไซง่ อ่ น
การเจรจาสันติภาพท่กี รุงปารสี

การเจรจาเพื่อยุติสงครามในเวียดนาม ระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ฝ่ายหนึ่ง กับเวียดนามเหนอื
และ เวียดกงอีกฝ่ายหนึง่ เริ่มการเจรจามาต้ังแต่เดือนตลุ าคม 2511 จนถึงเดือนมกราคม 2515 ปรากฏว่าที่
ประชุมไม่สามารถตกลงปัญหาเวียดนามกนั ได้ ฝ่ายเวียดนามเหนือและเวียดกงได้ยืน่ ข้อเสนอตอ่ ที่ประชุมครงั้
หลงั สดุ เมอ่ื 1 กรกฎาคม 2514 สรปุ ไดด้ ังน้ี

1. สหรัฐ ต้องกำหนดเวลาถอนทหารสหรัฐฯ และทหารชาติพนั ธมิตรฝา่ ยโลกเสรีออกจากเวียดนาม
ใตโ้ ดยเร็วทสี่ ดุ และต้องสง่ คืนเชลยศึกเวยี ดนามเหนอื และเวยี ดกงด้วย

2. ยุตกิ ารสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดี เหงยี นวนั เทียวของเวียดนามใต้ และรีบจัดต้ังรัฐบาล
ผสมข้ึน

3. การแก้ไขปัญหาการขัดแย้งระหว่างกำลังทหารเวียดนามใต้ กับเวียดกง เป็นเรื่องระหว่าง
ชาวเวียดนามดว้ ยกันเอง

4. จัดใหม้ ีการรวมประเทศเวยี ดนามเปน็ ขนั้ ตอนตามลำดับ
5. เวยี ดนามใตต้ ้องดำเนินนโยบายเปน็ กลาง
6. สหรัฐฯ ตอ้ งชดใช้ค่าเสยี หายจากสงครามให้กบั เวยี ดนามเหนอื และเวียดนามใต้

152

7. ความตกลงต่าง ๆ ทีล่ งนามรว่ มกันจะตอ้ งมอี งค์การระหวา่ งประเทศใหก้ ารรับรองด้วย
ข้อเสนอดังกลา่ วนี้ ฝ่ายสหรฐั ฯ และเวยี ดนามใตไ้ มย่ อมรับ โดยเฉพาะข้อ 1 และข้อ 2 ทำให้การเจรจา
หยุดชะงัก ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้ส่งนายคิสซิงเจอร์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดี
เดินทางไปเจรจาอย่างไม่เป็นทางการกับฝ่ายเวยี ดนามเหนือท่ีกรุงปารีส ถึง 10 ครั้ง ในที่สุดฝ่ายสหรัฐฯ และ
เวียดนามใต้ไดย้ ่ืนขอ้ เสนอต่อทป่ี ระชมุ รวม 8 ขอ้ มลี ักษณะโอนออ่ นใหแ้ ก่เวียดนามเหนือเปน็ อันมากเพอ่ื แสดง
วา่ สหรัฐฯมีความตัง้ ใจจรงิ ที่จะยุติสงครามเวียดนาม แต่ฝา่ ยเวยี ดนามเหนือไม่ยอมตกลงใด ๆ ด้วย สหรัฐฯ จึง
ตกลงใจเปดิ เผยการเจรจาอย่างไม่เปน็ ทางการให้ชาวโลกได้ทราบข้อเท็จจรงิ ทำให้เวยี ดนามเหนือและเวียดกง
แสดงความโกรธแค้นสหรัฐฯ มาก และได้ปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในการประชุม
ครั้งที่ 143 เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2515 พร้อมกับยื่นข้อเสนอใหม่ 8 ข้อ มีสาระสำคัญว่า ให้สหรัฐฯ และ
ชาติพนั ธมติ รฝา่ ยโลกเสรถี อนกำลังทงั้ หมดออกจากเวยี ดนามใต้โดยไมม่ ีเงอื่ นไข กับให้ยกเลกิ โครงการชว่ ยเหลือ
ตนเองในการปอ้ งกนั ทางทหารของเวียดนามใต้
ประเทศฝ่ายโลกเสรีทั่วไป โดยเฉพาะชาวอเมริกันมีความเห็นว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ เหมาะสมและ
ยุติธรรมดีแลว้ แสดงถึงความตัง้ ใจแน่วแน่ที่จะยุติสงครามเวียดนาม ชมเชยรัฐบาลเวียดนามใต้ว่าใจกว้างและ
กล้าหาญพอทีจ่ ะแข่งขันกับฝา่ ยเวียดนามเหนือด้วยวิถที างการเมืองอย่างยตุ ิธรรมและประณามฝ่ายเวียดนาม
เหนอื วา่ ปราศจากความบรสิ ทุ ธ์ิใจท่จี ะยตุ ิสงคราม
ประเทศผู้นำฝ่ายคอมมวิ นิสตต์ ่างกแ็ สดงการสนบั สนนุ เวยี ดนามเหนือและเวียดกง ตอ่ มาในปลายเดือน
มีนาคม นางเหงียนทิบินห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามเหนือ และหัวหน้าคณะ
ผู้แทน เวียดกง ได้เดินทางไปร่วมเจรจาที่กรุงปารีสอกี คร้ัง โดยยืนกรานใหส้ หรัฐฯ ถอนทหารทั้งหมดออกจาก
เวียดนามใต้ กับให้ประธานาธิบดีเหงียนวันเทียว ลาออกจากตำแหน่ง และยบุ รฐั บาลก่อน ฝ่ายเวียดนามเหนือ
และเวียดกง จึงจะยอมเจรจาด้วย นอกจากนี้สหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามข้อเสนอของฝ่ายเวียดนามเหนือและ
เวยี ดกงจึงจะมกี ารเจรจาสงบศกึ กนั ต่อไปเมอ่ื เปน็ ดังนปี้ ระธานาธิบดีนกิ สนั จึงสง่ั ใหย้ ตุ กิ ารประชมุ
สถานการณใ์ นเวียดนามใตห้ ลังการถอนกำลังฝ่ายโลกเสรี
สหรัฐฯ ได้ถอนกำลังในเวียดนามใต้เป็นจำนวน 450,000 คน แต่เวียดนามเหนือและเวียดกง ก็มิได้
ปฏิบัติการอันใดที่จะช่วยให้เกิดสันติภาพ แต่กลับฉวยโอกาสทำการรุกรบทันทเี มือ่ ได้โอกาส ดังนั้นการเจรจา
สงบศึกที่กรุงปารีส ตลอดเวลา 3 ปคี ร่ึง จำนวน 146 คร้งั จงึ ไม่มผี ลคืบหน้าเทา่ ที่ควรจนในท่ีสดุ สหรัฐฯถอนตัว
จากการประชมุ
จากการประชมุ ใหญ่ครั้งที่ 2 ของเวียดนามเหนอื ในเดือน เมษายน 2515 จนทำให้สหรฐั ฯ ต้องตอบโต้
ด้วยการโจมตีทางอากาศ ตามเส้นทางส่งกำลังของฝ่ายเวียดนามเหนอื ตั้งแต่เมอื งท่าไฮฟอง กรุงฮานอย และ
เส้นทางรถไฟสายจีน - เวียดนาม เป็นผลให้เวียดนามเหนือต้องชลอการบุกของตนลง เน่ืองจากประสบปัญหา
ดา้ นการสง่ กำลัง เมือ่ ตกเปน็ ฝ่ายเสยี เปรยี บเวยี ดนามเหนอื จงึ หนั ไปใชท้ ่ปี ระชุมเจรจาตกลงสงบอีกครัง้ สหรัฐฯ
ยอมกลับเข้าร่วมเจรจาด้วย เมื่อ 29 เมษายน 2515 และในวันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีนิกสันได้ออก
แถลงการณว์ ่า สหรฐั ฯ จะถอนทหารจำนวน 20,000 คน ออกจากเวียดนามใต้ และในวนั ที่ 1 กรกฎาคม 2515
กำลังทหารภาคพน้ื ดนิ ของสหรฐั ฯจะเหลืออยใู่ นเวยี ดนามไดเ้ พยี ง 49,000 คน เท่านัน้

153

เม่ือเวยี ดนามเหนือเปิดการเจรจาที่กรงุ ปารีสได้ กก็ ลับดำเนนิ การรุกรบเวียดนามใตโ้ ดยใช้กำลังทหาร
40,000 คน เขา้ ตเี มอื งกวางตรี โดยใช้กองพลรถถังเปน็ ขบวนนำเขา้ ตี และยดึ เมืองดองฮาได้ แล้วเคลื่อนกำลัง
ไปทางทศิ ตะวนั ออกเฉียงใต้ตามทางหลวง เพอ่ื เขา้ ยึดเมอื งเว้ต่อไป พรอ้ มกบั เขา้ ตีเมอื งกวางตรี เวียดนามเหนือ
สง่ กำลังทหาร 20,000 คน รกุ จากชายแดนลาวเข้าสู่ท่ีราบสูงภาคกลางของเวยี ดนามใต้ เพอื่ ตเี มืองคอนทูมเป็น
การตัดการติดต่อ ระหวา่ งภาคเหนือกบั ภาคใตข้ องเวียดนามใต้ เวียดนามเหนอื ยึดเมืองกวางตรีได้เมื่อต้นเดือน
พฤษภาคม 2515 แลว้ เคล่อื นกำลังเขา้ คุกคามเมืองเว้

สหรัฐฯ ตัดสินใจใช้มาตราการเด็ดขาดด้วยการส่งกำลังโจมตีทั้งทางทะเลและทางอากาศ โดย
กองทัพเรือที่ 7 ส่งเรือรบ 8 ลำ มีทั้งเรือพิฆาต เรือลาดตระเวน และเรือบรรทุกเครื่องบิน เข้าปิดล้อมชายฝั่ง
เวียดนามเหนือ และวางทุ่นระเบิดตลอดแนวอ่าวตังเกี๋ย ส่วนทางอากาศได้ส่งเครือ่ งบนิ ท้ิงระเบิดแบบ B - 52
และแบบอนื่ ๆ ประมาณ 500 เครือ่ ง ทง้ั จากฐานทพั อากาศ และเรอื บรรทุกเครือ่ งบินโจมตีเมอื งกวางตรี เพ่ือ
ทำลาย และขบั ไลท่ หารเวียดนามเหนอื ที่ยึดครองอยู่ พรอ้ มกับโจมตีทิง้ ระเบิดท่าเรือ คลังน้ำมัน และคลังยุทธ
สัมภาระ บริเวณเมืองไฮฟอง และกรุงฮานอย ซึ่งเป็นฐานส่งกำลังบำรุงที่สำคัญยิ่งของเวียดนามเหนือกับท้ิง
ระเบดิ เส้นทางรถไฟสายจนี -เวียดนามเปน็ ครัง้ ที่ 2

เวยี ดนามเหนือได้ประกาศตัง้ รัฐบาลเวียดกงขน้ึ ในเมืองกวางตรี ในปลายเดอื นพฤษภาคม เวียดนามใต้
จึงยึดเมืองกวางตรีกลับคืนมาได้ เวียดนามเหนือได้พยายามเข้าตีเมืองเว้หลายครั้ง ทำให้พระราชวัง
โบราณสถาน ศาสนสถานในพุทธศาสนา และคริสตศาสนา และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งได้เคย
เสียหายอย่างหนกั มาแล้วจากการรุกใหญข่ องเวียดนามเหนือ ระหว่างเทศกาลตรษุ ญวน พ.ศ. 2514 ถกู ทำลาย
ลงหมดสนิ้

ตอนปลายเดอื น พฤษภาคม 2515 เวียดนามเหนือได้พยายามเข้ายึดเมืองคอนทมู สหรัฐฯ ได้ใช้จรวด
นำวถิ ีทำลายรถถังของเวยี ดนามเหนือจนหมดสน้ิ และทง้ิ ระเบดิ กำลงั เวียดนามเหนือท่ีตัง้ ลอ้ มเมืองอยู่ สหรัฐฯ
ใชเ้ ครื่องบนิ ทิ้งระเบดิ ทำลายท่ีมัน่ ทางทหาร ในเขตเวยี ดนามเหนือทกุ วัน เฉลยี่ วันละ 250 เท่ียวบนิ

ในระหว่างห้วงเวลา 31 กรกฎาคม 2515 ถึง 25 ตุลาคม 2515 ได้มีการเจรจาลับ ระหว่าง 2 ฝ่าย
หลายครั้ง จึงได้แถลงข่าวเมื่อ 25 ตุลาคม 2515 ที่กรุงวอชิงตันว่า การเจรจายุติสงครามเวียดนามใต้บรรลถุ งึ
จุดหมาย ทจี่ ะได้มกี ารลงนามระหวา่ งกันแล้ว และสนั ตภิ าพอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่แลว้ กไ็ ม่เปน็ ผลเวียดนามเหนือ
เรียกร้องมากเกินไป จนสหรฐั ฯและเวียดนามใตไ้ ม่สามารถปฏิบัติได้การเจรจาจงึ ลม้ เหลว สหรฐั ฯ จึงทิ้งระเบิด
เวียดนามเหนือในบริเวณเหนือเส้นขนานที่ 20 ขึ้นไป กับวางทุ่นระเบิดปิดอ่าวเมืองท่าไฮฟองเพิ่มขึ้น จนถึง
21 ธันวาคม 2515 สหรฐั ฯ จึงเปลย่ี นนโยบายเปน็ ยื่นคำขาดให้เวียดนามเหนอื และเวียดนามใตย้ ตุ ิการสู้รบกัน
โดยให้เวียดนามเหนือยอมรับเงื่อนไขความตกลงสงบศึก มิฉะนั้นจะทิ้งระเบิดรุนแรงขึ้นกว่าเดิม และให้
เวียดนามใตย้ อมเข้ารว่ มเจรจาตกลงสงบศกึ ดว้ ย มฉิ ะนน้ั สหรฐั ฯ จะยุติการช่วยเหลือทงั้ หมด แต่เวียดนามเหนือ
ไม่ปฏิบัติตาม สหรัฐฯ จึงดำเนินการทิ้งระเบิด กรุงฮานอย เมืองไฮฟอง และเมืองสำคัญอื่น ๆ อย่างรุนแรง
เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B - 52 ประมาณ 500 เครื่อง ทำการทิ้งระเบิดเวียดนามเหนือทั้งวันทั้งคืน
เวียดนามเหนือสามารถทำลายเครื่องบินสหรัฐฯ ได้ถึง 16 เครื่อง ในที่สุดก็ขอเปิดการเจรจาสันติภาพที่กรุง
ปารีสอีกครั้ง เมื่อ 8 มกราคม 2516 ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็สามารถลงนามในความตกลง จะสงบศึก

154

อย่างเป็นทางการ เมื่อ 27 มกราคม 2516 มีผลบังคับตั้งแต่ เวลา 08.00 น. ของวันที่ 28 มกราคม 2516 มี
สาระสำคญั ดงั น้ี

1. ใหม้ กี ารหยุดยิงทุกแห่งในเวยี ดนามใต้
2. ใหส้ ่งคืนเชลยศกึ ชาวอเมริกันทัง้ หมดภายใน 60 วัน หลงั จากลงนาม
3. สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารทีเ่ หลืออยใู่ นเวียดนามใต้ 24,000 คน ภายใน 60 วนั
4. สหรฐั ฯ ให้คำรบั รองว่าประชาชนเวียดนามใตม้ ีสิทธิท่ีจะกำหนดอนาคตของตนเอง โดยปราศจาก
การแทรกแซงจากภายนอก
เวยี ดนามเหนือยังไม่ละความพยายามท่ีจะรกุ รานเวยี ดนามใต้ และให้รัฐบาลเวียดนามใต้ ยอมรับวิถีทาง
การปกครองตามลัทธิคอมมิวนิสต์ เมื่อสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรฝ่ายโลกเสรีได้ถอนกำลังทั้งหมด ออกจาก
เวียดนามใต้แล้ว เวยี ดนามใตจ้ ึงตกเปน็ ฝ่ายเพลีย้ งพล้ำแก่เวียดนามเหนอื กองทัพเวียดนามเหนือและเวยี ดกง
เข้ายึดกรุงไซ่ง่อนได้เมื่อ 30 เมษายน 2518 และเวียดนามเหนือสามารถรวมเวียดนามใต้เข้าด้วยกัน เม่ือ
3 กรกฎาคม 2518 และประกาศใช้ช่อื ประเทศใหม่วา่ สาธารณรฐั เวยี ดนาม
บทเรยี นจากการรบ และการสญู เสีย
ผลการปฏิบัติการส่วนใหญ่เป็นการผสมของฝ่ายโลกเสรี มีการประสานอำนาจการยิงของปืนใหญ่ กับ
การทิ้งระเบิดโจมตตี ่อท่ีหมายร่วมกัน ดำเนินกลยุทธ์ด้วยวิธีโอบดิ่งลงในบริเวณที่หมาย มีการป้องกันด้วยการ
ลาดตระเวนตามลำน้ำเพื่อบีบให้เวียดกงอยู่ในพื้นท่ีจำกัด ทำให้สามารถตรึงเวยี ดกงให้อยู่กับท่ี สะดวกแก่การ
ทำลายของฝ่ายเรา
การสูญเสยี จากการรบ เสยี ชีวิต 91 คน บาดเจ็บ 1,059 คน
การสูญเสยี ทางธรุ การ เสียชีวิต 25 คน บาดเจบ็ 166 คน
ส่งกลบั เนอื่ งจากความผดิ 49 คน
หนีราชการ 9 คน รวมทัง้ สน้ิ 1,399 คน

155

คำถามท้ายบทที่ 8
สงครามเวยี ดนาม

1. เวียดนามรับวัฒนธรรมของจีนไว้มากในปี พ.ศ. 2416 เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส

ฝรงั่ เศสได้แบง่ การปกครองเวียดนามออกเป็น ก่ีแควน้ อะไรบา้ ง
2. นโยบายรสุ เซยี มคี วามต้องการปฏิวตั ิเกาหลเี หนือให้เป็นระบอบการปกครองใด
3. จงอธิบาย อนสุ ัญญาเจนีวา ปี พ.ศ.2497 มีสาระสำคัญอย่างไร
4. เวียดนามเหนอื หรือเวียดมนิ ห์ ได้เริ่มทำสงครามกองโจรกับเวียดนามใต้ โดยมีเป้าหมายสำคัญคอื

โรงเรียน เพราะเหตใุ ด
5. สหภาพโซเวยี ตกับสหรฐั มีนโยบายการปกครองต่างกนั อย่างไร
6. ร้อย อวบ.ท่ี 1 กรม อสส. โดยมี พ.ต.ยทุ ธนา แยม้ พันธ์ุ เปน็ ผบ.รอ้ ย มภี ารกจิ อยา่ งไร
7. จงอธิบายภารกิจของ ร้อย อวบ.ท่ี 1 และ ร้อย อวบ.อน่ื ๆ เพอ่ื เตรียมการโจมตีมาพอสงั เขป
8. จงวิเคราะหผ์ ลการปฏบิ ัตขิ องทัง้ สองฝา่ ย การรบท่หี มู่บ้านล็อคแอน ครัง้ ที่ 1 มาพอเข้าใจ
9. จงสรุปเหตกุ ารณ์ท่เี วยี ดนามเหนือ ลวงโลกเสรมี าพอสังเขป
10. ยุทธศาสตร์เวียดนามเหนือ คือต้องการเข้ายึดเวียดนามใต้ เพื่อรวมเป็นประเทศเดียวกัน โดยแบ่ง

การดำเนนิ การเปน็ ก่ีขน้ั ตอน อะไรบ้าง

156

บทที่ 9

การตอ่ สู้เพ่ือเอาชนะคอมมวิ นสิ ต์ในประเทศไทย

1. ประวัติการเกดิ ลัทธคิ อมมวิ นสิ ต์
ลัทธิคอมมิวนิสต์ กำเนิดมาจากปรัชญาของคาร์ลมาร์กที่กล่าวไว้ว่า การกระทำของมนุษย์ทุกอย่าง

ขึ้นอยู่กับเหตุผลทางเศรษฐกิจแต่เพียงประการเดียวเท่านั้น ฉะนั้นมนุษย์จะต้องปฏิวัติระบบเศรษฐกิจไปสู่
ยุคคอมมิวนิสต์ให้ได้ ซึ่งการปฏวิ ตั ินี้จะตอ้ งมีการต่อสู้ระหว่างชนชัน้ ต่าง ๆ จะต้องใช้กำลังเขา้ ล้มล้างรัฐบาลท่ี
ครอบครองอำนาจการปกครองอยใู่ ห้พนิ าศส้ิน และชนชั้นกรรมาชีพท่ัวทุกมุมโลกจะต้องลุกขึ้นร่วมกันต่อต้าน
รัฐบาลของตน

วิลาดีเมีย อิลยิส อุลยานอฟ เลนิน ชาวรัสเซีย มีความเลื่อมใสปรัชญาของคาร์ล มาร์ก อย่างจริงจัง
และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้ปรัชญาของคาร์ล มาร์ก เป็นจริงโดยเร็วที่สุด แต่เลนินเห็นว่า
การเปลี่ยนสังคมไปสู่ยุคคอมมิวนิสต์นั้น ต้องรอคอยเป็นเวลายาวนาน จึงสมควรมีการปฏิวัติขึ้นโดยเร็ว
โดยการยุยงชาวเมืองขึน้ ให้ก่อการปฏวิ ตั ิ ทำสงครามปลดแอกจากประเทศจกั รวรรดินิยม และประกาศอิสรภาพ
เปน็ ประเทศเอกราชให้จงได้ เลนนิ จึงไดส้ ถาปนาพรรคคอมมวิ นิสต์รสั เซียขนึ้ ในปี พ.ศ. 2446 เรียกวา่ “บอลเช
วคิ ” และในปี พ.ศ. 2460 ก็ปฏิวัติรสั เซยี ได้สำเรจ็

หลังการปฏิวัติรัสเซีย สภาพสังคมและการเมืองเปลี่ยนไปมากและเป็นไปอย่างรวดเร็วรุนแรง
พรรคบอลเชวิค มีอำนาจเด็ดขาดในการปกครองประเทศ แนวความคิดที่จะให้ชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลกลุกขึน้
ต่อต้านพวกนายทุนเป็นเรื่องพน้ วสิ ัยเสยี แล้ว ในระยะนี้เองปรัชญาของสตาลินจงึ ได้เกิดข้ึน เขาเห็นว่า จะต้อง
สร้างการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ให้เกิดขึ้นในประเทศใดประเทศหนึง่ กอ่ น แล้วขยายไปทั่วทุกมุมโลก
ซึ่งต่อมารัสเซียกลายเป็นฐานทัพสำหรับคอมมิวนิสต์สากลเพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งการขยายอิทธิพลไปยัง
ประเทศอน่ื ๆ ทว่ั โลก

เมาเจ๋อตุง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน เป็นอีกบุคคลหนึ่งทีไ่ ดน้ ำวิธีการของเลนิน และสตาลนิ
มาใช้ โดยใช้จีนเป็นศูนย์กลาง เพ่ือขยายอิทธพิ ล และสถาปนาระบอบคอมมิวนิสต์ใหม้ ัน่ คงในเอเชีย ด้วยการ
เอาชนะจติ ใจของประชาชน และจดั ตง้ั เป็นกองโจรคอมมิวนิสตร์ ว่ มกบั ทหารคอมมิวนิสต์เข้าทำการต่อประเทศ
เป้าหมายโดยฉับพลนั และรุนแรง เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองไปสู่ระบอบคอมมวิ นิสต์ ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า
“แนวความคดิ เมาเจ๋อตุง”

จากวิวัฒนาการของลัทธิคอมมิวนิสต์ จึงกล่าวได้ว่า คาร์ล มาร์ก เป็นผู้ต้นคิดปรัชญาของ
คอมมิวนิสต์ เลนินเป็นผู้นำมาใช้ และสตาลินมีส่วนแก้ไข ฉะนั้นจึงเรียกขบวนการนี้ว่า ลัทธิมาร์กซิสต์ –
เลนิน – สตาลนิ โดยมีเมาเจอ๋ ตงุ นำไปประยุกต์ เป็นแนวความคดิ ของเมาเจ๋อตุง
2. การเผยแพรล่ ัทธคิ อมมิวนสิ ตใ์ นประเทศไทย

การขยายตวั ของคอมมิวนสิ ตเ์ ขา้ สู่ประเทศไทย ไดเ้ ริม่ ตัง้ แตป่ ี พ.ศ. 2469 โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้
สถาปนา “พรรคคอมมิวนิสต์ทะเลใต้” ขึ้น เพื่อติดต่อกับนักปฎิวัติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซ่ึงรวมถึง
ประเทศไทยด้วย ต่อมาพรรคนี้ถูกยุบ และให้พรรคคอมมิวนิสต์มลายู ดำเนินการแทน ซึ่งต่อมาก็ได้มีการ
แยกตัวเปน็ พรรคคอมมวิ นิสตจ์ นี แหง่ ประเทศสยาม

157

ในระยะแรกการดำเนินการของพรรคคอมมิวนิสต์ มุ่งเผยแพร่ และปลุกระดมมวลชนในหมู่กรรมกร
ชาวจีน ตามท่าเรือ โรงสี โรงเลื่อย และครูในโรงเรียน ต่อมาขบวนการกู้อิสรภาพญวนนำโดยโฮจิมินต์ได้
หลบหนีการกวาดล้างของฝร่ังเศสมาตัง้ สำนักงานใหญ่ของพรรคในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื และได้โฆษณาเผยแพร่
ลทั ธิคอมมวิ นสิ ต์ หาความรว่ มมือในกลุ่มคนญวนในประเทศไทยอย่างกวา้ งขวาง

ในปี พ.ศ. 2475 คอมมิวนิสต์ได้ถือโอกาสที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศไทยโฆษณา
ชวนเชื่ออย่างกว้างขวางว่าพวกตนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยการใช้ใบปลิวแจกจ่ายท้ัง
ในกรงุ เทพฯ และในบางจงั หวัดของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ และในเหตุการณ์น้พี วกคอมมวิ นิสตน์ อกประเทศ
ก็ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย ด้วยการที่องค์การคอมมิวนิสต์สากล ได้ส่งสาส์นแสดงความยินดีต่อ
คณะผู้เปล่ยี นแปลงการปกครอง

ต่อมาได้มีการปลกุ ระดมและโฆษณาชวนเชอ่ื ให้ประชาชนมองเห็นความดงี ามของประเทศคอมมิวนิสต์
โดยเฉพาะโครงการเศรษฐกจิ ของรสั เซีย และไดม้ ีใบปลิวกระจายในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือระบุความมุ่งหมายว่า
จะสถาปนาระบบการปกครองแบบรัสเซยี ขึ้นในประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2484 พวกคอมมิวนสิ ต์ไดฉ้ วยโอกาสจากการเกิดสงครามมหาเอเชยี บรู พาขยายอทิ ธิพลของ
ตนเอง โดยการแทรกซึมเขา้ รว่ มกับขบวนการเสรไี ทยเคล่อื นไหวต่อตา้ นญ่ีปนุ่ ซึ่งเป็นการปฏิบัติเพ่ือสร้างความ
เป็นแนวร่วมอีกกลุ่มหนึ่ง และในห้วงนี้เอง พวกคอมมิวนิสต์ก็ได้ประกาศตั้ง “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ
ไทย” ข้นึ เมื่อวนั ท่ี 1 ธนั วาคม 2485 โดยได้มีการประชมุ พรรคเป็นคร้ังแรกในวันน้ี
3. ความเคลอ่ื นไหวของพรรคคอมมิวนสิ ต์แหง่ ประเทศไทย จนถึงวนั เสยี งปนื แตก

หลังสงครามโลกคร้ังที่ 2 ไทยตกอยู่ในฐานะพา่ ยแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร รัสเซียไดใ้ ช้อิทธพิ ลทางออ้ ม
บีบบังคับไทย ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์ ปี พ.ศ. 2476 และ พ.ศ. 2478 ทั้งนี้รัสเซีย
อ้างว่า กฎหมายดังกล่าวขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หลักจากยกเลิกกฎหมายนี้แล้ว
พรรคคอมมวิ นสิ ต์จนี และพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ดำเนนิ การทางการเมืองอย่างเปิดเผย ด้วยการ
หาทุนเพื่อสนับสนุนการปฏิวัติ ของพวกคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน ทำให้มีอิทธิพลเหนือหนังสือพิมพ์จีน
โรงเรียนจีน กรรมกรจีนในประเทศไทยอย่างกว้างขวางจนกระทั่งเกิดรัฐประหารขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี
พ.ศ. 2490 จอมพล ป.พิบลู สงคราม หัวหน้ารฐั ประหารไดด้ ำเนนิ การกวาดลา้ งคอมมิวนสิ ตใ์ นประเทศไทยอย่าง
จริงจัง ทำให้คอมมิวนสิ ตต์ อ้ งหลบลงดำเนินงานใตด้ นิ

ปี พ.ศ. 2492 จีนคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะในประเทศจีน และได้ครอบครองผืนแผ่นดินใหญ่
โดยสมบูรณ์ หลงั จากทไ่ี ดจ้ ดั ระเบียบภายในประเทศของตนให้เรยี บร้อยแล้วจงึ ได้เรม่ิ สนบั สนนุ การดำเนินงานของ
พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันก็ได้จัดตั้งรัฐไทยอิสระขึ้นที่มณฑลยูนานเพอื่
บ่อนทำลายความสามัคคีในชาติไทยให้เห็นว่าประเทศไทยมีการแตกแยกออกเป็นหลายฝ่ายพร้อมกันนี้ก็ได้
พยายามทกุ วิถีทางทจี่ ะแทรกซึมเขา้ มาในประเทศไทย โดยคัดเลอื กสมาชกิ ไปฝกึ อบรมวิธีการทำสงครามจรยุทธ์
ในโรงเรียนพรรคคอมมิวนิสตแ์ ห่งประเทศไทยทเี่ วียดนามเหนือ

ในปี พ.ศ. 2506 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้จัดตงั้ กองกำลงั ติดอาวุธขนึ้ เป็นหน่วยกองโจร
กลุ่มเล็ก ๆ โดยได้รับการสนับสนุนอาวุธจากจีน และรัสเซียกำลังเหล่านี้เรียกตัวเองว่า กองกำลังติดอาวุธ

158

ประชาชน กองทหารประชาชน หรือหน่วยจรยุทธ์ พื้นที่การเคลื่อนไหวมากที่สุดอยู่ในเขตจังหวัดนครพนม,
อบุ ลราชธานี, สกลนคร และอุดรธานี

ปลายปี พ.ศ. 2507 คอมมิวนิสต์ได้แสดงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ ที่จะเริ่มสงครามปลดแอกข้ึน
ในประเทศไทย ทั้งนี้ จากคำแถลงของวิทยุปักกิ่ง และวิทยุประชาชนแห่งประเทศไทย ที่พยากรณ์ว่า
คอมมิวนิสต์จะต้องเข้ายึดครองประเทศไทยในที่สุด และหลังจากนั้น ก็ได้ประกาศก่อตั้ง “แนวร่วมรักชาติ
แหง่ ประเทศไทย” ข้ึน เม่อื วันท่ี 1 มกราคม 2508 ตอ่ มาประมาณอีกหนง่ึ สปั ดาห์ นายเซนยี บุคคลชั้นนำของ
จีนคอมมิวนิสต์ ไดแ้ ถลงการณ์ว่า สงครามปลดปล่อยชาตอิ าจจะเร่มิ ขึ้นในประเทศไทยในปลายปีน้ี

เมอ่ื วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2508 กองโจรคอมมิวนสิ ต์ไดซ้ ่มุ โจมตขี บวนของเจ้าหนา้ ทีต่ ำรวจท่ี บ.นาบัว
ต.เรณูนคร อ.ธาตุพนม จว.นครพนม ทำให้ พ.ต.อ.สงัด โรจนภิรมย์ ผกก.ภ.จว.น.พ. ได้รับบาดเจ็บสาหัส
นับเป็นครั้งแรกที่พวกคอมมิวนิสต์ได้ใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาล ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
ได้ถือโอกาสนัน้ ประกาศว่า วันที่ 7 สิงหาคม 2508 เป็นวันที่ทางพรรคเปิดสงครามจรยุทธ์และพวกเขาเรียก
วนั น้ีวา่ “วันเสยี งปืนแตก” จากวนั น้ันประเทศไทยกต็ กอยใู่ นสถานการณ์ก่อการร้ายเปน็ ตน้ มา
4. การปอ้ งกนั และปราบปราม ผกค.ดว้ ยมาตรการทางกฏหมายและมาตรการทางทหาร

รฐั บาลไทยทกุ ยุคทุกสมัยได้ดำเนินนโยบายในการต่อต้านคอมมวิ นิสต์เสมอมาตง้ั แตเ่ กดิ ลัทธิคอมมิวนิสต์
ขึน้ ในโลก และตา่ งเช่ือมั่นวา่ ราษฏรไทยคงไมน่ ิยมชมชอบลัทธดิ งั กลา่ ว เนือ่ งจากความเป็นผูร้ ักสงบยดึ มั่นอย่าง
เคร่งครัดในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และขนบธรรมเนียมประเพณี ฉะนั้น รัฐบาลในสมัยที่เริ่มเกิด
ลทั ธคิ อมมิวนิสต์ จงึ มิได้กำหนดวิธีการป้องกันและปราบปรามอยา่ งแน่ชัด

พวกคอมมิวนิสต์ได้พยายามใช้จดุ อ่อนในเรือ่ งความอดอยาก และความไม่เป็นธรรมของประชาชนใน
พื้นที่ชนบทห่างไกล ประกอบกับความสัมพันธ์ด้านเชื้อชาติขนบธรรมเนียมประเพณีกับประเทศใกล้เคียง
คือ ลาว และเขมร เป็นจุดปลุกระดม โฆษณาชวนเชื่อเพื่อเพาะเชื้อคอมมิวนิสต์ขึ้น แล้วขยายกว้างออกไป
เร่อื ย ๆ จนประชาชนในพ้ืนที่ห่างไกลยอมเข้ารว่ มอดุ มการณ์

การดำเนินการของคอมมิวนิสต์ เริ่มทำให้เกิดความไมม่ ัน่ คงขึ้นในประเทศซึง่ หากปล่อยใหเ้ ป็นไปโดย
อิสระเสรีแล้ว อาจทำให้ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ลัทธิคอมมิวนิสต์ในที่ สุด ฉะนั้น รัฐบาลจึงได้
ตราพระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2476 ขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันและปราบปราม
คอมมวิ นสิ ต์ วธิ กี ารตามกฎหมายน้ี คอื การสบื สวน สอบสวน จับกมุ นำมาลงโทษ คุมขัง ตามแตก่ รณี จนถึงขั้น
ประหารชีวิต และได้แก้ไขเรื่อยมา จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2489 ต้องถูกยกเลิกเพื่อแลกกับการเข้าเป็นสมาชิก
องคก์ ารสหประชาชาติของประเทศไทย แตร่ ฐั บาลก็ต้องนำกลับมาใช้ใหม่ โดยตราเป็นพระราชบัญญัติป้องกัน
การกระทำอนั เปน็ คอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 ข้ึน เนอื่ งจากมีคนไทยแตกแยกกัน เพอ่ื ลม้ ล้างสถาบันของประเทศ
ถึงแม้รัฐบาลจะได้นำกฎหมายดังกล่าวมาใช้ใหม่ แต่พวกคอมมิวนิสต์พยายามซุ่มซ่อนเผยแพร่ลัทธิของตน
และปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อความมั่นคงมากขึ้น ฉะนั้น ในปี พ.ศ. 2501 รัฐบาลจึงได้ประกาศกฎอัยการศึก
ท่ัวประเทศ เพอ่ื สกัดกน้ั การขยายตัวของลัทธอิ ุบาทว์น้ี และไดก้ ำหนดให้เจ้าพนกั งานสอบสวนมอี ำนาจควบคุม
ผู้ต้องหาการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสตไ์ ด้ตลอดเวลาที่มีการสอบสวน โดยให้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร ทั้งนี้
ให้ลงโทษผู้กระทำผิด ตามพระราชบัญญัติปอ้ งกันการกระทำอันเปน็ คอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 อย่างเฉียบขาด

159

และรุนแรง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2502 รัฐบาลได้สั่งประหารชีวิต นายศุภชัย ศรีสติ ที่ จว.น.ม. และในปี
พ.ศ. 2504 ได้ประหารชีวิต นายครอง จันดาวงศ์ หัวหน้าคอมมิวนิสต์เขตสว่างแดนดิน ณ อ.สว่างแดนดิน
จว.ส.น.

ในปี พ.ศ. 2505 รัฐบาลได้จัดตั้ง กองอำนวยการรักษาความปลอดภัยส่วนกลาง (กรป.กลาง)
เพื่อรับผิดชอบในการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์โดยเฉพาะ โดยใช้นโยบายการพัฒนาควบคู่ไปกับ
การป้องกัน พร้อมกันน้ัน ก็ได้ออกพระราชบัญญัติเพื่อควบคุมผู้ต้องหาการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เพิ่มเติม
โดยให้อำนาจพนักงานสอบสวนควบคมุ ผู้ตอ้ งหาได้โดยไม่มีกำหนด และใหอ้ ำนาจแก่ผบู้ งั คบั หน่วยทหารในการ
ควบคุมผตู้ อ้ งหาเชน่ เดียวกบั พนกั งานสอบสวน

ในหว้ งปี พ.ศ. 2508 ถึง 2509 น้ี รัฐบาลไดใ้ ช้นโยบายการปราบปรามโดยเน้นหนักในการใช้กำลังเข้า
กวาดล้าง ผกค. จนกระทงั่ ในปลายปี พ.ศ. 2509 รัฐบาลไดเ้ ร่ิมทบทวนนโยบาย โดยนำประสบการณ์ที่ผ่านมา
กำหนดเป็นแนวความคิดในการระดมพลัง อาศัยความร่วมมือและประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง พลเรอื น
ตำรวจ ทหารโดยยึดถอื เอาประชาชนเป็นเปา้ หมาย คอยให้ความคุ้มครองประชาชน ควบคุมทรัพยากรเสบียง
อาหาร อภยั โทษผู้หลงผิด (โครงการการณุ ยเทพ) พฒั นาส่งเสริมอาชีพและปฏบิ ตั ิการจติ วทิ ยา

การปฏบิ ัติตามแนวความคิดข้างตน้ นนั้ จะเริ่มด้วยแผนคุ้มครองหมู่บ้าน เป็นโครงการหลักในการต่อสู้
กับ ผกค. โดยจัดตั้ง บก.ควบคุม มีกำลังทหาร ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน หมวดโจมตี ทำหน้าที่ในการให้
ความปลอดภัยแก่ประชาชน และกวาดล้าง ผกค.ในพืน้ ที่ป่าเขา ซึ่งเรยี กแผนนี้วา่ 0910 (เริ่มปฏบิ ัติระหว่างปี
2509 – 2510)

เน่ืองจากผู้รบั ผิดชอบในการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนสิ ต์ ยังเขา้ ใจเรื่องคอมมิวนิสต์ไม่เพียงพอ
มองปัญหาคอมมวิ นิสตอ์ ย่างสบั สน โดยมองวา่ เปน็ พวกมีจติ ใจเห้ยี มโหด ทารุณ ทจี่ ะมาทำลายลา้ งสถาบันชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขนบธรรมเนียมประเพณแี ละลิดรอนเสรีภาพของประชาชนและยังคิดว่าปัญหาของ
ผกค.ก็คอื ปัญหาที่หนว่ ยติดอาวธุ ของคอมมวิ นิสต์ท่ีมีฐานปฏิบัติการหรือท่ีหลบซอ่ นอยใู่ นป่าเขา เข้ามาคุกคาม
ขม่ ขบู่ บี บงั คับ และ/หรือหลอกลวงประชาชนเอาไปเปน็ พวก ฉะนั้นจึงต้องใชม้ าตรการทางทหารมุง่ กำจัดหน่วย
ติดอาวุธของ ผกค.ให้หมดไปโดยเร็ว แต่ปรากฏว่า การใช้กำลังเข้าปราบปรามโดยไม่รู้จักโครงสร้าง รูปร่าง
หนา้ ตา และไมม่ ีความเขา้ ใจเกีย่ ววิธกี ารของ ผกค. ทำใหเ้ จา้ หนา้ ที่เข้าทำลายล้างดว้ ยความเกลียดชัง โดยขาด
การประสานกบั สว่ นราชการทเ่ี กย่ี วข้อง และไม่กำหนดยุทธศาสตร์ ยทุ ธวธิ ที แ่ี นน่ อน เป็นการปราบปรามแบบ
เหวี่ยงแห ไม่มีเป้าหมายเด่นชัด บางครั้งการปราบปรามผิดเป้าหมาย ผิดตัวบุคคลทำให้เกิดความเดือดร้อน
ทั่วไป จนมีประชาชนจำนวนไม่น้อยแตกหนีเข้าป่า เพราะตื่นกลัวเจ้าหนา้ ที่ หรือหันไปให้ความนิยมกบั ผกค.
เพราะเหน็ ว่าเจ้าหนา้ ท่ไี ม่ให้ความเปน็ ธรรมและทำรุนแรงเกินไป จนเปน็ เหตุให้มีผ้สู นับสนนุ ผกค.เพ่ิมขึ้นอย่าง
รวดเร็ว การตอ่ สู้ดว้ ยอาวธุ เริม่ รนุ แรงข้ึนตามลำดับ พื้นทีก่ ารเคลอ่ื นไหวขยายไปเกือบทั่วทุกจังหวดั
5. การทำสงครามปฏิวตั ขิ องพรรคคอมมวิ นิสต์แหง่ ประเทศไทย

รัฐมนตรีต่างประเทศจีนแดง ได้ประกาศให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายทำสงครามกองโจร
หลังจากนั้นกองกำลังติดอาวุธได้เพ่ิมความรนุ แรงในการโจมตีที่ต้ังรัฐบาล ปิดล้อมหมู่บ้านลอบสังหารสายลบั
ก่อวินาศกรรม และโฆษณาชวนเชื่ออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในเดือน มกราคม พ.ศ.2512 พคท. ได้ประกาศ

160

จัดตั้ง “กองบัญชาการสูงสุด กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย” ข้ึนโดยมีภารกิจในการสู้รบ
ทำงานมวลชน และติดอาวุธให้มวลชน
การตอ่ สเู้ พ่ือเอาชนะคอมมิวนสิ ตใ์ นพ้ืนท่ี ทภ.2

การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มขึ้นประมาณปี 2470
เป็นต้นมา และสามารถจัดตั้ง “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” (พคท.) ได้สำเร็จเมื่อ 1 ธันวาคม 2485
จากนั้นก็ทำการเคลือ่ นไหวดำเนนิ การอย่างต่อเน่ืองจนมีกำลังกล้าแข็งและเป็นองค์กรที่ทา้ ทายต่อเสถียรภาพ
ของรัฐบาล ไม่ว่าวิถีทางการเมืองภายในประเทศจะผันแปรไปในรูปใด ในขณะที่การดำเนินงานของพรรค
การเมืองอื่น ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย กลับขาดตอนเป็นช่วง ๆ ตามวิกฤติการณท์ างการเมืองภายในประเทศ
แต่ละยุคสมัย ลักษณะที่น่าสนใจประการหนึ่งของ พคท. คือเป็นพรรคที่มีลักษณะเป็นมวลชนมากกว่าพรรค
การเมอื งอื่น ๆ กล่าวคือ พคท. มฐี านมวลชนทแี่ นน่ หนา มโี ครงสรา้ งทห่ี ยง่ั รากลึกและแผส่ าขาไปสู่ประชาชนใน
ชนบท กว้างขวาง ขณะเดียวกันก็มีสมาชิกและผู้ปฏิบัติงานที่มีอุดมการณ์อุทิศตนให้กับงานของพรรคอย่าง
จริงจังโดยไม่สนใจกับสภาพส่วนตัวและสังคม ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ พคท. เติบโตอย่างรวดเร็วและ
พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ โดยยึดคำขวัญที่ว่า “จากไม่มีสูม่ ี จากเล็กสู่ใหญ่ และจากอ่อนสู่แข็ง” และสามารถขยาย
งานได้อย่างกว้างขวางทั้งในด้าน พรรค แนวร่วม และกองกำลังติดอาวุธ จนในที่สุด พคท.สามารถประกาศ
จดั ตง้ั กองกำลงั ปกครองตนเอง (อำนาจรฐั ซอ้ น) เกอื บจะเรยี กไดว้ า่ ครอบคลุมพืน้ ท่ภี าค ตอ./น. มีเขตงานหลัก
รวมทง้ั สน้ิ 13 เขตงาน คอื

- ภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วยเขตงาน กจ.นพ./111, กจ.นค./222, กจ.กธ./333, กจ.อุบล
เหนอื /444, กจ.สน./555, กจ.ขก./666, กจ.อด./777 และ กจ.กส./999

- ภาคอีสานตอนล่าง ประกอบด้วยเขตงาน 11, เขตงาน 30, เขตงาน 205, เขตงาน 207 และ
เขตงาน 209

ในปี 2521 ผกค.ในภาค ตอ./น. มีกำลังเขม้ แข็งท่ีสดุ มีกองกำลังติดอาวุธทั้งส้ิน ประมาณ 4,080 คน
ทัง้ นี้ ไมน่ บั รวมมวลชนพน้ื ฐานและแนวรว่ มอกี ประมาณ 10,000 คนเศษ

จากสถานการณ์ก่อการรา้ ยของ ผกค.ที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า พคท. นั้นสามารถขยายอำนาจได้อยา่ ง
กว้างขวางจนรัฐบาลในบางยุคสมัยแทบจะไม่สามารรถควบคุมสถานการณ์ในบางพื้นที่เอาไว้ได้ สถานการณ์
ก่อการร้ายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่งคงของประเทศทัง้ ในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและจิตวิทยา
เป็นอย่างมาก รัฐต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการปราบปราม ผกค.จำนวนมหาศาล เจ้าหน้าที่ของรัฐรวมทง้ั
ประชาชนต้องสญู เสียชีวิตและทรัพยส์ นิ จากภัยคอมมวิ นิสตไ์ มใ่ ช่นอ้ ย
การรบท่ชี ่องบก จว.อุบลราชธานี ในปี 2529 – 2530

กลา่ วทว่ั ไป
1. ลักษณะของพืน้ ท่ีปฏบิ ัติการ : พ้นื ที่บริเวณช่องบก อยู่ในเขต อ.นำ้ ยืน จว.อ.บ.เป็นพ้ืนที่ซ่ึงมีเขต
ติดต่อกนั ทง้ั 3 ประเทศ คือ ไทย – ลาว – กัมพูชา โดยมที ิวเขาพนมดงรัก กัน้ เปน็ เขตแดนระหว่างไทย – ลาว
และไทย – กัมพูชา ช่องบกเป็นช่องซึ่งประชาชนทั้ง 3 ประเทศ ใช้เป็นเส้นทางติดต่อเดินข้ามไปมาได้ใน
สมยั ก่อน และหากไดม้ กี ารดดั แปลงปรับปรงุ เพียงเลก็ น้อยยานพาหนะก็จะสามารถว่งิ ไปมาได้สะดวกบริเวณท่ี

161

เป็นทิวเขานี้จะมีความสลับซับซ้อน เป็นป่ารกทึบ ยากต่อการตรวจการณ์ ทั้งทางพื้นดินและทางอากาศ
สามารถใช้เป็นแหล่งซ่อนพรางและกำบังเป็นอย่างดี ซึ่งลักษณะเช่นนี้จะเกื้อกูลอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติของ
หน่วยทหารขนาดเลก็ โดยเฉพาะการแทรกซึมเข้า-ออกตามแนวชายแดน แนวท่มี คี วามสำคัญ 3 แนว ไดแ้ ก่

แนวที่ 1 ซ่ึงถือเป็นแนวยอดเนินสดุ ทา้ ย ห่างชายแดนเขา้ มาในเขตประเทศไทย 3 -5 กม.มียอดเนิน
ทอดติดต่อกนั จากซา้ ยไปขวาคอื ยอดเนนิ 453, 352, 361, 362 และ 436

แนวที่ 2 เป็นแนวยอดเนนิ ซึ่งห่างจากแนวชายแดนเข้ามาในเขตไทย 1-3 กม. ทอดติดต่อกันจาก
ซ้ายไปขวา คอื ยอดเนนิ 497, 500, 408, 382 และ 396

แนวที่ 3 เป็นแนวยอดเนิน ซึ่งได้แก่ ยอดเนิน 565, 469, 495, 477, 502 และ 500 จนถึง
ชอ่ งโป่งแดง

2. สถานการณ์ท่ัวไป : ในสมัยก่อนที่ ไทย – ลาว – กัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้านท่ีเป็นมิตรตอ่ กนั
การไปมาหาสู่ของประชาชนทั้งสามประเทศ จะเข้ามาในลักษณะที่ดี เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ซง่ึ ไมถ่ อื วา่ เป็นการรุกล้ำอธปิ ไตยต่อกัน คร้ันเมอ่ื ลาว และกมั พชู า แสดงความไมเ่ ป็นมิตรตอ่ ไทย มีการลักลอบ
แทรกซึมเขา้ มาในเขตประเทศไทย โดยเฉพาะกำลังติดอาวธุ ฝ่ายเราถอื ว่าการเขา้ มาในลักษณะเช่นนี้เปน็ การรุก
ล้ำอธิปไตย เหตุการณ์เช่นนี้ได้เกิดขึ้นรุนแรงเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2521 ซึ่งในสมัยนั้นคอมมิวนิสต์
องค์การเซียม ซึ่งเขมรแดงสนับสนุนอยู่ ได้นำกำลังจากภายนอกประเทศรุกล้ำเข้ามาในบริเวณช่องโอบก
อ.บา้ นกรวด จว.บ.ร.ทำให้ฝ่ายเราได้รบั ความเสียหายเป็นจำนวนมาก นอกจากน้ี ยงั ใช้กำลงั รกุ ลำ้ เข้ามาบริเวณ
ช่องบก อ.น้ำยืน จว.อ.บ.มากวาดต้อนราษฎรไทย ที่ บ.แปดอุ้มเก่า อ.น้ำยืน จว.อ.บ.ไปฝึกอบรม
ลัทธิคอมมิวนิสต์แล้วส่งกลับเข้ามาเผยแพร่ และทำลายความมั่นคงในเขตไทย โดยเฉพาะพื้นที่สามอำเภอ
ของ จว.อ.บ. บรเิ วณเขตรอยต่อสามประเทศคอื อ.นำ้ ยืน, อ.นาจะหลวย อ.บุญฑรกิ

3. สถานการณ์เฉพาะ : เมื่อ 4 ม.ค. 28 ทหารเวียดนาม (ทวน.) ได้ใช้กำลังจาก 3 พล.ร. คือ พล.ร.
315, พล.ร.2 และบางสว่ นของ พล.ร.307 เขา้ กวาดล้าง กรช.กลมุ่ น้ีใชเ้ วลาปฏบิ ตั อิ ยู่ประมาณ 7 วนั ปรากฏว่า
สามารถกวาดล้าง กรช. กลมุ่ นี้ได้สำเร็จ หลงั จากนน้ั แลว้ กำลงั บางส่วนของ พล.ร.315 ไดว้ างกำลังปิดก้ันแนว
ชายแดนโดยตงั้ บก.หนว่ ย ระดับ กรม คอื กรม ร.733 อย่บู รเิ วณเนนิ 306 ในเขตกมั พชู าห่างจากแนวชายแดน
ประมาณ 1 กม.เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ต่ำ ซึ่งล่อแหลมต่อการถูกตรวจพบและทำลายได้ง่าย ฝ่ายเรา
ในต้นปี พ.ศ. 2529 ทภ.2 โดย กกล.สุรนารี จึงได้วางแผนในการใช้กำลังผลักดัน โดยใช้ชื่อแผนว่า “แผน
ยทุ ธการดี – 8”

หลังจากฝา่ ยเราได้ใชเ้ วลาปฏิบัติตามแผนอยู่ ประมาณ 3 เดอื นเศษ ปรากฏวา่ สามารถผลกั ดนั ทวน.ท่ี
ภูปาดช้าง, เนนิ 352 และภถู ำ้ เจีย ออกไปได้ หลงั จากนัน้ ฝา่ ยเราไดว้ างกำลังรกั ษาพน้ื ท่ีเสริมความมนั่ คงบริเวณ
ดงั กลา่ ว เพอ่ื ใช้เป็นฐานท่ีม่ันในการขยายผลการปฏิบัติในโอกาสตอ่ ไป สรุปการปฏิบัติตามแผนยุทธการดี – 8
นี้ ฝา่ ยเราเสียชวี ิต 28 นาย, บาดเจ็บ 82 นาย

เพื่อเปน็ การขยายผลการปฏิบัติต่อจากแผนยุทธการดี – 8 กกล.สรุ นารี จงึ ไดอ้ อกแผนยุทธการดี – 9
เพอื่ ใชก้ ำลังทหารเข้าผลกั ดนั ขับไล่ และทำลายกำลงั ทวน.ทยี่ งั คงอยูใ่ นพ้นื ท่ีในเขตไทย

162

การปฏบิ ัติตามแผนยุทธการดี – 9 ของ กกล.สุรนารี ไดเ้ ริ่มตั้งแตเ่ ดือน ธ.ค. 29 การปฏิบัตติ ามแผน
ยทุ ธการดี สามารถผลักดนั ข้าศกึ ออกไปได้บางสว่ น – 9 ฝา่ ยเราเสยี ชีวิต 36 นาย, บาดเจ็บ 252 นาย, ฝ่ายตรง
ขา้ มเสยี ชวี ิต 17 นาย (นับศพได้) มอบตวั 2 นาย คาดว่ายงั มี ทวน.อกี บางส่วนทีไ่ ด้รบั ความเสียหายจำนวนมาก

สรุปกำลังที่ฝ่ายเราใช้ทั้งสิ้น จำนวน 5 พัน.ร. (19 ร้อย ร.), 1 ร้อย ถ.(-), 9 ร้อย ป., 1 ร้อย ลว.ไกล
และ 37 กองร้อยทหารพราน นอกจากนี้ยังมีกำลังสนับสนุนการรบ และสนับสนุนการช่วยรบอื่น ๆ ได้แก่
ชุดสัตว์ต่าง, ชุดสุนัขทหาร, กำลังราษฎรอาสาสมัคร ซึ่งจะใช้ในการคุ้มกนั เส้นทางส่งกำลังบำรุง ระวังป้องกนั
พื้นท่ีสว่ นหลงั และช่วยดดั แปลงฐานที่มน่ั ของกำลงั ทหารฝ่ายเรา

สรุปแล้วในการปฏิบัติแผนยุทธการเผด็จศึก เราสามารถควบคุมพื้นที่ช่องบกได้ในระดับหนึ่ง ตั้งแต่
18 เม.ย. 30 แต่การส่งกำลังเข้าสถาปนาความมัน่ คงทัง้ หมดตามแนวชายแดน ตอ้ งใชร้ ะยะเวลาหน่ึงเน่ืองจาก
บางพนื้ ท่ีเป็นจดุ ระดมยงิ ของขา้ ศึก ซึ่งอยภู่ ายนอกประเทศ สำหรบั ทีห่ มายเนนิ 382 เราสามารถยดึ ได้ส่วนหนึ่ง
และสามารถยดึ และควบคมุ ได้โดยเดด็ ขาด เมือ่ 25 พ.ค. 30 พร้อมกบั เนิน 408 ส่วนเนิน 500 สามารถควบคุม
ดว้ ยการยิง และการตรวจการณ์ ฝ่ายข้าศึกปรากฏ การสูญเสยี เปน็ จำนวนมาก โดยไดร้ ับรายงานขา่ วที่เช่ือถอื ได้
ว่า ฝา่ ยข้าศกึ จำนวน 1 กรม ได้รับการสูญเสยี จนต้องมกี ารปรับกำลงั ใหม่ สำหรบั ฝ่ายเรา ตั้งแต่ 1 เม.ย. 30
จนถึง 16 พ.ค. 30 เสียชีวิต 45 นาย บาดเจบ็ 330 นาย (15 เม.ย. 30)

อปุ สรรคประการหน่ึงท่ีฝ่ายเราไม่สามารถยึดรกั ษาเนินได้ นอกจากเหตผุ ลดังกล่าวแล้ว คือ การที่ฝ่าย
เราต้องเคลื่อนที่ผ่านภมู ิประเทศที่ยากลำบาก เป็นป่าทึบ ภูเขาสูงชัน มีทุ่นระเบิด/กับระเบิดเป็นจำนวนมาก
มเี ส้นทางในทางลึกจำกดั ขาดเสน้ ทางในทางกวา้ งที่จะเกื้อกูลตอ่ การโยกยา้ ยกำลงั , การสง่ กำลังบำรุง กระทำได้
ในหว้ งเวลาจำกดั ซงึ่ สิ่งเหลา่ น้จี ะกอ่ ให้เกิดความไม่หนนุ เนื่องในการปฏิบัติ สำหรับฝา่ ยขา้ ศกึ นั้นได้เตรียมพ้ืนท่ี
การรบไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยจัดสร้างที่มั่นแข็งแรง, วางจุดระดมยิง, เตรียมอาวุธยิงสนับสนุนไว้อย่างแน่นอน
มีเส้นทางข่ายถนน บริเวณแนวชายแดน ทั้งทางกว้างและทางลึก ทำให้มีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่สูง
สามารถรวมกำลังเข้าปฏบิ ัติการอย่างรวดเร็ว การส่งกำลังบำรุงกระทำได้อย่างต่อเนื่องฉะนั้นฝ่ายขา้ ศึกจึงชิง
ความได้เปรียบปฏบิ ตั กิ ารโตต้ อบฝา่ ยเราในทันทีทันใด จนฝ่ายเราต้องถอนกำลังมาปรบั แผนการปฏบิ ัติใหม่
สถานการณแ์ ละการปฏิบัตติ ามแผนยทุ ธการเผด็จศกึ ฝา่ ยตรงข้าม

ทวน.พล.ร.315 ได้จัดตั้ง บก.สน.ขึ้นที่ บ.เดิมไร (ดับบลิวเอ 3861) เพื่อควบคุมกำลังที่ปฏิบัติการ
บริเวณพื้นทีร่ อยต่อ 3 ประเทศ ภารกิจสกัดกั้นการแทรกซึมของ กรซ.ในพื้นที่รับผดิ ชอบกำลังเผชิญหน้าของ
ฝา่ ยเรา มีกำลงั ทง้ั ส้นิ 5 พัน.ร. โดยใชก้ ำลังของ กรม ร.733 เป็นกำลังหลัก ได้วางกำลงั ไว้ดังน้ี

ก) บก.กรม ร.733 ตั้งอยู่ใต้ช่องบก ประมาณ 1.5 กม. (ดับบลิวเอ 226883) ประกอบด้วย
หนว่ ยรองหลัก ไดแ้ ก่ ร.พนั .3 ตง้ั อยู่ระหวา่ งเนิน 477 กบั เนนิ 495 (ดับบลวิ เอ 246883) ร.พนั .8 ต้ังอย่รู ะหว่าง
เนนิ 469 กับเนิน 565 (ดบั บลวิ เอ 203852) และ ร.พนั .9 ตั้งอย่เู หนือช่องบก ประมาณ 500 เมตร (ดบั บลิวเอ
225860) นอกจากน้นั ยังมหี น่วยขึน้ ตรงระดับกองรอ้ ย สนับสนนุ เตม็ อตั รา

ข) นอกจากกำลังของ กรม ร.733 ก็ยังมีกำลังอีก 2 พัน.ร. ปฏิบัติการทางปีกของ กรม ร.733
คือ ร.พัน.2 กรม ร.143 ปฏิบัติต่อจาก ร.พัน.7 กรม ร.733 ไปทางทิศตะวันออก (พื้นที่บริเวณช่องโป่งแดง)
และ ร.พนั .6 กรม ร.142 ปฏิบตั กิ ารต่อจาก ร.พัน.8 ร.733 ไปทางทิศตะวนั ออก (พ้ืนทบ่ี ริเวณรวงผึง้ ) ซึง่ แตล่ ะ

163

กองพันยังได้รับการสมทบอาวุธหนักในอัตราของ กรม ร.142 และ กรม ร.143 เข้ามาปฏิบัติในพื้นที่เป็น

จำนวนมาก

ค) อาวุธยิงสนับสนุนที่มีอยู่ในพื้นที่ ได้แก่ ป., ปรส., ค., ปตอ. และจรวด ขนาด 107 มม.

สำหรับ ป.นั้น จัดจาก กรม ป.729 และ ปตอ.พนั .14

ภารกจิ

ทภ.2 ไดร้ บั มอบภารกจิ สำคัญใหป้ ฏิบตั ใิ นพ้นื ท่ีช่องบก อ.น้ำยนื จว.อ.บ. 2 ประการ คอื

- ผลักดัน ทำลาย ขับไล่ ทวน.ที่รุกล้ำเข้ามาในเขตไทย ให้ออกพ้นชายแดนโดยเร็วและ

สถาปนาความมัน่ คง เพ่ือควบคุมชอ่ งบก ต่อไป

- พัฒนาพื้นที่บริเวณช่องบก ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในพืน้ ที่ได้ทุกแหง่ ในลักษณะ

ยทุ ธศาสตร์พัฒนา ซึ่งสอดคลอ้ ง และเป็นไปตามพระราชดำรใิ นพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว

แนวความคิดในการปฏบิ ตั ิตามแผนยทุ ธการเผด็จศกึ

ทภ.2 ปฏิบัติภารกิจ โดยใช้กำลังทั้งกำลังรบหลัก กำลังประจำถิ่น กำลังประชาชนร่วมปฏิบัติใน

ลักษณะการต่อสู้เบ็ดเสร็จด้วยการใช้กำลังรบหลัก และกำลังทหารพราน เป็นหน่วยหลักในการโจมตี ผลักดัน

ทำลายฝา่ ยตรงขา้ ม ใชก้ ำลังประจำถิ่น และกำลังประชาชนคุม้ กันเสน้ ทาง สนบั สนนุ การปฏิบัติการทางทหาร

และชว่ ยเหลอื กำลังทหารในการกอ่ สร้างท่มี ่ันแขง็ แรง

การปฏิบตั ขิ องหนว่ ยตามแผนยทุ ธการเผด็จศกึ

1. วันที่ 1 – 3 เม.ย. 30 หน่วยตามแผนยุทธการเผด็จศึก เคลื่อนย้าย เข้าที่รวมพลขั้นต้นที่บริเวณ

พ้นื ที่ อ.น้ำยืน จว.อ.บ. ผบ.ทกย.ทภ.2/มทภ.2 ให้โอวาทกำลังพลเปน็ ส่วนรวม และตรวจเยยี่ มหน่วยในพ้นื ที่

2. วนั ท่ี 4 เม.ย. 30 ทกย.ทภ.2 ประชมุ ผบ.หนว่ ย และนายทหาร เพือ่ ชแี้ จงสถานการณ์ปัจจุบันใน

พื้นทีท่ ั้งฝ่ายเรา และฝา่ ยตรงข้าม ชี้แจงสถานภาพด้านกำลงั พลการส่งกำลังบำรุงและช้ีแจงแผนการปฏิบัติของ

ทกย.ทภ.2

3. วันที่ 5 – 6 เม.ย. 30 สาธิตและฝึกกำลังพลให้มีความคุ้นเคยกับอาวธุ ของหน่วยและอาวุธพิเศษ

ซงึ่ ไดร้ ับจาก ทบ.

4. วันที่ 7 – 13 เม.ย. 30 เป็นการเตรียมหน่วยให้พร้อมรบ, การฝึกหน่วยให้คุ้นเคยกับภูมิประเทศ

การฝึกเข้าตีต่อที่หมาย ซึ่งจำลองจากที่หมายจริง การ ลว. และตรวจภูมิประเทศ การกำหนดแผน

ในรายละเอยี ด การสืบสภาพเปา้ หมายการประสานการปฏิบตั ขิ ้นั สดุ ท้าย และการเตรียมปฏบิ ัตใิ นวนั ว.

5. วนั ว. ในการเขา้ ตที ่ีหมาย คอื วันที่ 14 เม.ย. 30 โดยกำหนดความรบั ผิดชอบ ดังนี้

ก) ฉก.จรุ นิ ทร์ เข้าทหี่ มายเนนิ 408

ข) ฉก.สชุ าติ เขา้ ทห่ี มายเนนิ 382

ค) ฉก.ทองแก้ว เข้าทห่ี มายเนนิ 376

ง) ฉก.สุเทพ รับผิดชอบป้องกันปีกด้านตะวันออก และลิดรอนทำลายข้าศึก

บรเิ วณเนิน 502

จ) ฉก.ไกรศกั ด์ิ เขา้ ที่หมายเนิน 500, เนนิ 565

164

ฉ) ฉก.ประจักษ์ รับผิดชอบคุม้ กนั เส้นทางในพน้ื ที่เขตหน้า

ช) ฉก.นคิ ม รับผิดชอบคุ้มกันเส้นทางในพื้นที่เขตหลัง และระวังป้องกันพื้นท่ี

เขตหลัง

ซ) ฉก.เพิ่มศักดิ์ รับผิดชอบในการพิสูจน์ทราบเป้าหมาย และประสานการปฏิบัติ

กบั จนท.นปพ. 838

ด) ฉก.นพิ นธ์ เปน็ กองหนนุ

6. การปฏิบัตใิ นวันที่ 14 เม.ย. 30 หน่วยต่าง ๆ สามารถเข้าถึงไดโ้ ดยได้รับการตา้ นทานจากการยงิ

ของฝ่ายตรงข้ามอยา่ งหนัก แตเ่ พือ่ เป็นการออมกำลัง ทกย.ทภ.2 จงึ สัง่ การให้หนว่ ยถอนกำลงั มาต้งั ฐานที่ม่ันใน

พื้นที่ ซึ่งสามารถควบคมุ เป้าหมายเหลา่ น้ีไว้ได้ ทัง้ การตรวจการณ์ และการยงิ สำหรับรายละเอียดการปฏิบตั ิต่อ

ที่หมายเนิน ต่าง ๆ นั้น ให้ศึกษาได้จากการปฏบิ ัติสำคัญและบทเรียนจากการรบในการปฏิบัติของหน่วยตอ่ ที่

หมายเหลา่ น้นั ในตอนต่อไป

ผลการปฏิบัติ

ผลการปฏิบัติเป็นส่วนรวมของฝ่ายเรา ปรากฏว่า สามารถทำลายและผลักดันฝ่ายตรงข้ามบริเวณท่ี

หมาย ตา่ ง ๆ ในข้นั ตน้ ได้ในระดบั หนึ่ง และสามารถควบคมุ ทหี่ มายต่าง ๆ ได้ท้งั หมด ด้วยการตรวจการณ์ และ

การยิง ตงั้ แต่ 18 เม.ย. 30 เป็นตน้ ไป

ผลต่อฝ่ายตรงข้าม ทำให้ฝ่ายตรงข้ามขาดเสรีในการปฏิบัติ สูญเสียที่มั่น ยุทโธปกรณ์ และกำลังพล

ไดร้ ับความสญู เสยี เป็นจำนวนมาก ประมาณรอ้ ยละ 20 ของกำลังพลท่ีอยใู่ นพน้ื ท่ปี ฏิบัติการ จนต้องมีการปรับ

กำลังในหน่วยระดบั กรมขึน้ ไป พรอ้ มทั้ง เพม่ิ เตมิ กำลังเขา้ มาในพ้ืนท่ี

การสญู เสียและความเสยี หาย (ต้ังแต่ 1 เม.ย. – 25 พ.ค.30)

ฝ่ายเรา

- เสียชวี ติ 45 นาย

- บาดเจบ็ สาหสั 40 นาย (ไม่สามารถกลบั เข้าทำการรบได)้

- บาดเจ็บเล็กน้อย 284 นาย (สามารถเขา้ ทำการรบได)้

ฝ่ายตรงข้าม

- เสยี ชวี ิต และบาดเจบ็ ประมาณ 538 คน (เสียชวี ิตประมาณ 90 - 120 คน)

- ถูกจบั กุม และเขา้ มอบตวั 5 คน

- ยุทโธปกรณ์ถูกทำลาย และยดึ ได้เปน็ จำนวนมาก

วเิ คราะห์ผลการปฏบิ ัติของท้งั สองฝ่าย

ฝา่ ยเรา

1. บทเรียนจากการเข้าตีต่อที่หมายเนิน 408 และเนิน 382 ในห้วงแรกไม่สามารถบรรลุภารกิจได้

เนื่องจากฝ่ายเราเข้าตีในเวลากลางวัน เส้นทางเคลื่อนที่จำกัด และการเข้าตีไม่เป็นความลับ ข้าศึกสามารถ

ตรวจการณเ์ หน็ และยิงทำลายดว้ ยอาวธุ ยงิ สนับสนนุ ทง้ั ค., ปรส., ป. นอกจากนี้ข้าศกึ อยู่ในพื้นท่ีต้ังรับท่ีเป็น

165

ที่มั่นดัดแปลงแข็งแรง ถึงแม้ว่าฝ่ายเราจะใช้ บ.โจมตีทางอากาศ และใช้ ป.ทำการยิง แต่ก็ไม่สามารถรวม
อำนาจการยิง ณ ตำบลใดตำบลหนงึ่ ไดเ้ ตม็ ที่ เนอ่ื งจากเปา้ หมายมหี ลายแหง่

2. บทเรียนจากการสูญเสียจากการตีโต้ตอบของข้าศึก ก็คือ การดัดแปลงที่มั่นตัง้ รบั โดย การขุดคูยงิ
หลมุ บคุ คล และบังเกอร์ จะต้องรีบกระทำในทันทีเมือ่ ยึดท่ีหมายได้ แต่เน่อื งจากหนว่ ยมีเวลานอ้ ยและขาดวัสดุ
ป้อมสนาม เช่น กระสอบทราย ขอนไม้ที่จะใช้ทำบังเกอร์หลังคาปิด ดังนั้นหน่วยจึงควรเตรียมการตั้งรับด้วย
เครือ่ งกดี ขวาง และกับระเบิดแนวหน้า ต้องรบี กระทำตง้ั แต่ยังไมม่ อื ค่ำ เพราะโดยปกติแล้วขา้ ศึกมักจะเข้าตีใน
เวลากลางคนื โดยมีอาวธุ หนกั ยงิ สนับสนุนการเขา้ ตีทกุ ครั้ง

3. ปรส.เป็นอาวธุ ท่ีมีประสทิ ธภิ าพในการรบบนภูเขา เพราะบนสันเขาแคบ ๆ หรือในพ้ืนท่ีอับกระสนุ
นั้น ป. ไม่สามารถทำการยิงได้อย่างแม่นยำ นอกจากนั้น ปรส.ยังมีขีดความสามารถในการทำลายสิ่งกีดขวาง
และบังเกอร์ได้เป็นอย่างดี การลดอันตรายจาก ปรส. กระทำได้โดยการสร้างบังเกอร์ให้เสมอกับพื้น และการ
ต่อสู้ในคูยิงจะได้รับอันตรายจาก ปรส.น้อยมากบังเกอร์ที่สูงจากพื้นดินโดยใช้กระสอบทรายก่อขึ้นมาจะเปน็
อนั ตรายอย่างยิ่ง

4. หน่วยไม่ได้คำนึงถึงความสำคัญของการระวังปอ้ งกัน การจัดที่ฟังการณ์ และการจัดกำลังซุม่ โจมตี
รอบฐานท่ีมน่ั ในเวลากลางคืน ทำให้ข้าศึกสามารถเข้าถงึ ฝ่ายเราได้อย่างรวดเร็ว โดยทีฝ่ า่ ยเราไม่สามารถทราบ
การเข้ามา และร้งั หน่วงการเข้ามาของขา้ ศึกได้

5. การปฏิบัติในครั้งน้ี ทุกหน่วยทำการตั้งรับอยู่ในฐานที่ม่ันทั้งหมด ไม่มีหน่วยเคลื่อนที่ทำให้เสมือน
ทุกหน่วยติดอยู่กับที่ จึงเกิดมีช่องว่าง ข้าศึกสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเสรีในพื้นที่นอกเหนือไปจากที่มั่น
ของฝ่ายเรา โดยเฉพาะในเวลากลางคืน หรือในเวลาที่มีทัศนวิสัยเลว ซึ่งข้าศึกมีขีดความสามารถสูงในการ
ปฏบิ ัติในหว้ งระยะเวลาดงั กล่าว

6. การขาดการติดต่อประสานงานที่ดี และขาดการสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นผลทำให้กำลังมาก
ทใี่ ชร้ บ กลายเป็นกำลงั นอ้ ยไป ขา้ ศึกท่จี ะเขา้ ทำการรบตอ่ ฝ่ายเราด้วยการทมุ่ เทกำลงั เข้าทำลายเปน็ จุดๆ หรือ
เป็นตำบล ๆ โดยทีฝ่ ่ายเรามิได้ใหก้ ารสนับสนนุ หรือดำเนินกลยุทธชว่ ยเหลือหน่วยท่ีถูกขา้ ศึกตเี ลย

7. ในสถานการณ์ทีเ่ ป็นฝา่ ยรกุ หรือเข้าตี การเคลือ่ นทอ่ี ยา่ งเช่ืองชา้ และอุย้ อา้ ยเนอื่ งจากทหารต้องขน
ยุทโธปกรณแ์ ละสัมภาระที่ไมจ่ ำเปน็ ตดิ ตวั ไปดว้ ยเป็นเหตุให้ทหารเกดิ ความเหนด็ เหนือ่ ยเมอื่ ยล้า และขาดความ
คล่องตวั ในการยทุ ธ

8. ผู้บังคบั บัญชาขาดลกั ษณะผนู้ ำท่ีดี และไมเ่ อาใจใส่ดแู ลความเปน็ อยู่ของทหาร ทำให้ทหารไม่เคารพ
และไม่มีความเชื่อมั่นในตัว ผบ.ร้อย เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่คับขัน จึงไม่สามารรถที่จะควบคุมบังคบั
บัญชาทหารได้ ทำใหเ้ กิดความระสำ่ ระสายขึน้ ภายในหน่วย

9. การติดต่อสื่อสาร พนักงานวิทยุมักไม่ค่อยมีวินัยในเรื่องการรักษาความลับในการส่งข่าวและ
ผู้บังคับหน่วยไม่ค่อยมองเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงไม่ค่อยกวดขันพนักงานวิทยุ ทำให้เกิดผลเสียหายเป็น
อย่างมาก เพราะขา้ ศึกมกั จะทราบความเคลื่อนไหวของฝา่ ยเราตลอดเวลา

10. บทเรียนที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ การใช้กำลังรบในลักษณะอาสาสมัครจากประชาชนซึ่งมิใช่
กองทัพทหารประจำการมาแตย่ ามปกติน้นั จะสามารถใชไ้ ด้ผลดีมีประสิทธิภาพและประหยัดมาก การท่ีจะทำ

166

ให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงคน์ ั้นไดจ้ ะต้องมกี ารเตรียมการวางแผนไวล้ ่วงหน้า ในการจัดต้ังกำลงั อาสาสมัครเพื่อสู้รบทั้ง
ในแบบกองโจร และกองทัพประจำการ โดยจดั ให้มีการฝกึ การสรา้ งหนว่ ยรบ การเตรียมผูน้ ำหน่วยในทุกระดับ
การสะสมอาวธุ ยทุ โธปกรณ์ และการสนับสนนุ ที่จำเปน็ รวมท้ังการจัดสายการบังคบั บญั ชาท่ีเข้มแขง็ ซ่งึ สามารถ
กระทำได้ไม่ยากนกั เน่อื งจากคนไทยมจี ิตใจในการสูร้ บเปน็ พนื้ ฐานอยู่ในสายเลอื ด ในยามคับขันจะรวมกันอยู่
ต่อสู้เพ่อื รักษาอธิปไตยของชาตไิ ว้จนถงึ ท่สี ดุ
การรบท่ี บ.โนนหมากมุ่น อ.ตาพระยา จว.ปราจนี บรุ ี ในปี ๒๕๒๓
กลา่ วทั่วไป

สถานการณใ์ นประเทศกมั พชู าภายหลงั ทหารเวยี ดนามไดส้ ง่ กำลงั ทหารรุกเข้ายึดครองกัมพูชาไดต้ ้งั แต่
ปลายปี ๒๕๒๑ เป็นตน้ มา ทำให้ดินแดนกัมพูชาเกือบท้งั หมด อยู่ภายใต้การปกครองของทหารเวียดนามและ
ทหารกมั พูชา เฮง ซมั ริน แต่สหประชาชาติ และประเทศสว่ นใหญ่ในโลกไม่รบั รองรัฐบาลเฮง ซมั ริน โดยให้
การรบั รองรฐั บาลกัมพชู าประชาธิปไตย ซ่งึ ประกอบดว้ ยเขมร ๓ ฝ่าย ซง่ึ นำโดยเจา้ สหี นุ, นายซอนซาน และนาย
เขยี ว สมั พนั ในขณะนั้นเขมร ๓ ฝ่าย ได้นำกำลังติดอาวธุ เข้าต่อสกู้ ับทหารเวียดนามและ ทกพ. เฮง ซมั ริน
โดยมพี นื้ ทีก่ ารรบทัง้ ตอนในของกัมพชู า และตามบริเวณแนวชายแดนไทย – กมั พชู า จากการสรู้ บระหวา่ ง
ทหารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซมั ริน กับกำลงั เขมร ๓ ฝา่ ย บริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชาทำให้ทหาร
เวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซัมริน ถอื โอกาสกลา่ วหาไทยวา่ ใหก้ ารสนบั สนนุ เขมร ๓ ฝ่าย และใช้เปน็ เงอ่ื นไขในการ
ใช้กำลงั ทหารเข้ายึด บ.โนนหมากมนุ่ อ.ตาพระยา จว.ปราจนี บุรี ด้วยกำลังประมาณ ๑ กองพนั ตงั้ แต่เวลา
๐๔๕๐ ของวันท่ี ๒๓ มิ.ย. ๒๓ ทำให้บ้านเรอื นราษฎรไดร้ บั ความเสยี หายจำนวนมาก กำลังฝา่ ยเราและราษฎร
ไดร้ บั การสญู เสยี จำนวนหนึง่ จากเหตกุ ารณ์ในครั้งน้ีนับไดว้ า่ เป็นบทเรียนที่ดใี นด้านการระวังปอ้ งกนั และการ
รักษาความลบั ของฝ่ายตรงข้าม
สถานการณ์และการปฏิบตั ิ

๑. กำลังฝ่ายเรา คือ ร.๒ พัน.๒ มกี ำลงั ๕ กองร้อย และไดร้ บั การสมทบกำลงั จาก ร.๓๑ พนั .๑ จำนวน
๑ กองรอ้ ย, หน่วยปฏบิ ัตกิ ารพเิ ศษของ ร.๒ จำนวน ๗ ชดุ ปฏบิ ตั กิ ารพเิ ศษ, ม.พัน๑๑ จำนวน ๑ ร้อย ลว. และ
จาก ม.พัน.๒ จำนวน ๑ มว.ถ.

๒. กำลังฝ่ายตรงขา้ ม คอื ทหารเวยี ดนามและ ทกพ.เฮง ซัมรนิ จำนวน ๑ กองพันประมาณ ๕๐๐ คน
สนับสนนุ ด้วย ป. และ ค. ได้เข้ายดึ บ.โนนหมากมุ่น โดยวางกำลงั ปิดลอ้ มหมู่บ้านเปน็ วงรอบ

๓. ลักษณะภูมิประเทศของพน้ื ท่ปี ฏิบตั ิการมีลักษณะเป็นป่าโปรง่ สลับท่งุ นา พน้ื ดนิ เป็นดินปนทราย
เป็นพน้ื ราบ มตี น้ ไมใ้ หญ่ข้ึนบา้ งเปน็ ระยะ ๆ และบรเิ วณพ้ืนที่ปฏบิ ัตกิ าร มเี คร่ืองกีดขวางเป็นคนั คลองยุทธวธิ ี
ซง่ึ สามารถกดี ขวางการเคลอื่ นย้ายกำลังพล ยานยนตล์ อ้ และสายพานได้เป็นอย่างดี

๔. เมือ่ ๒๓๐๓๔๕ ม.ิ ย.๒๓ ทหารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซมั ริน จำนวน ๑ กองพนั ประมาณ ๕๐๐ คน
ไดเ้ ขา้ ยึด บ.โนนหมากมุ่น (ทเี อ ๕๓๕๒๕๓) ต.โคกสูง อ.ตาพระยา จว.ป.จ. โดยกระจายกำลังปิดล้อมและ
ควบคุมราษฎรไทยในหมูบ่ ้านรวมทงั้ กระจายกำลงั ระวังปอ้ งกันหมู่บา้ นเป็นวงรอบ ต่อมาเมอ่ื ๒๓๐๕๓๐ มิ.ย.
๒๓ ชุดเฝ้าตรวจและคุม้ ครองหมบู่ ้านไดจ้ ัดกำลัง ๑ ชดุ ปฏิบัตกิ าร เขา้ พสิ จู นท์ ราบ บรเิ วณ บ.โนนหมากมุ่น ได้
ปะทะกับกำลงั ทหารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซมั รนิ ท่บี ริเวณพิกัด ทเี อ ๕๓๔๒๕๕ ประมาณ ๕๐๐ เมตร ทางทิศ

167

เหนอื ของ บ.โนนหมากมุ่น ฝา่ ยตรงขา้ มไดว้ างกำลงั ซมุ่ โจมตตี ามแนวถนน บ.โนนหมากมนุ่ ไปทางหลักเขตแดน
ที่ ๔๔ (พิกัด ทีเอ ๕๕๑๒๓๓) และวางกำลงั อีกส่วนหนง่ึ โอบลอ้ มกำลังฝา่ ยเราไว้ ทำใหก้ ำลังของชุดเฝ้าตรวจ
เสยี เปรียบ และเคลือ่ นท่ีเข้าไปอยู่ในพน้ื ทีส่ งั หาร ผลการปะทะ ผบ.มว.และกำลังพลเสยี ชีวิตทนั ที รวม ๗
นาย ถกู จบั กมุ ๘ นาย และหนรี อดมาได้ ๒ นาย สรปุ ผลการปะทะในครั้งนั้น กำลังพลฝ่ายเราเสยี ชวี ติ ๑๔
นาย ( น.๑, ส.๑๓) กำลังฝ่ายตรงขา้ มยงั คงยดึ บ.โนนหมากมนุ่ อยตู่ อ่ ไป

๕. เม่อื ๒๓๐๕๕๐ มิ.ย.๒๓ ผบ.ร.๒ พนั .๒ ไดส้ ั่งการให้ กองหนุนของ ร.๒ พนั .๒ จำนวน ๑ กองรอ้ ย
และชุดปฏิบัติการพิเศษของ ร.๒ เขา้ คลค่ี ลายสถานการณ์โดยจัดกำลัง ๒ มว.ปล. เคล่ือนท่ไี ปวางกำลงั บริเวณ
ทางทิศใตข้ อง บ.โคกสูง (พิกัด ทีเอ ๕๒๒๒๗๒) ระหว่างแนวถนน บ.โคกสูง – บ.โนนหมากมุ่น กบั แนวคนั คลอง
ยทุ ธวิธีเพอื่ ทำการรง้ั หนว่ งการรุกเขา้ มาของกำลงั ทหารเวียดนาม/ทกพ.เฮง ซมั ริน และรอเวลาให้กองหนนุ อกี ๑
กองรอ้ ย ชดุ รบ ร. – ถ. เขา้ คลีค่ ลายสถานการณใ์ นพ้นื ทป่ี ะทะ

๖. เม่อื ๒๓๐๘๐๐ ม.ิ ย.๒๓ หนว่ ยปฏบิ ัตกิ ารพิเศษของ ร.๒ ไดร้ ับคำสง่ั ให้ไปสนบั สนุนการปฏบิ ัตขิ อง
ร.๒ พนั .๒ ผบ.ร.๒ พนั .๒ จงึ สงั่ การให้ชุดปฏิบตั ิการพเิ ศษ ประกอบด้วยกำลังพล ๗ ชุดปฏิบัตกิ าร เข้าตีผา่ น
แนววางกำลงั ของฝ่ายเรา เพ่อื กวาดล้างกำลงั ฝ่ายตรงขา้ มบรเิ วณทิศใต้ของ บ.โคกสงู มายัง บ.โนนหมากม่นุ
ในขณะเขา้ ปฏบิ ัตกิ าร ได้รับการสนบั สนุนดว้ ยการยิงจาก ป., ค.และกำลงั ทางอากาศอย่างใกล้ชิดและต่อเน่อื ง
แต่เนอ่ื งจากพื้นท่ีปฏิบตั ิการเปน็ ทงุ่ นาโลง่ สลบั ป่าโปร่ง มนี ้ำทว่ มขัง ทำใหย้ ากตอ่ การดำเนนิ กลยทุ ธ อีกทั้งกำลงั
ฝ่ายตรงข้ามได้มเี วลาดัดแปลงท่มี ่นั แข็งแรงตามแนวคันคลองยทุ ธวิธี กำลังฝ่ายตรงขา้ มไดต้ า้ นทานการเขา้ ตี
ของชุดปฏิบตั ิการพิเศษของฝ่ายเรา ด้วยการยิงสนับสนนุ จาก ป. และ ค.สกัดกนั้ เป็นระยะ ๆ อยา่ งเหนยี วแนน่
กำลังฝา่ ยเราพยายามเขา้ ตตี อ่ ไปเพอื่ ตอ้ งการให้ฝา่ ยตรงข้ามเปิดเผยทต่ี งั้ จากนั้นจงึ ร้องขอการยิงจาก ป., ค.
และกำลงั ทางอากาศเข้าทำลายกำลงั ของฝ่ายตรงขา้ ม รวมทง้ั ใช้ ป.ยงิ สกดั ก้นั การเพิ่มเตมิ กำลงั ของฝ่ายตรงข้าม
ซงึ่ วางกำลังกองหนุนอยู่ในเขตกมั พูชา เป็นผลให้กำลงั ฝ่ายตรงขา้ มสูญเสียเปน็ จำนวนมาก จากนน้ั ชดุ ปฏิบัติการ
พเิ ศษไดเ้ คล่อื นกำลงั เขา้ เกาะตดิ ทีห่ มาย บ.โนนหมากมุ่น เพอื่ รอการเข้าตจี ากชุด ร. – ถ. ตอ่ ไป

๗. เม่ือ ๒๓๑๐๐๐ มิ.ย. ๒๓ ร.๒ พนั .๒ ได้จัดกำลงั กองหนุน จำนวน ๑ กองร้อย สนับสนนุ ด้วย มว.ถ.
รอ้ ย ถ.๒๑ ม.พนั .๒ จำนวน ๓ คนั โดยปรับกำลังเป็นชดุ รบ ร. – ถ. โดยมี ร้อย ลว.ที่ ๒ ม.พนั .๑๑ ม.๑ รอ.
สนับสนนุ การเข้าตีดว้ ยการวางกำลงั ปอ้ งกนั ปีกซา้ ยของกำลังชดุ รบ ร. – ถ. กำลังชุดรบ ร. – ถ. เคล่ือนที่เข้าตี
ทางปีกซา้ ยของทห่ี มาย บรเิ วณ บ.โนนหมากมนุ่ ใชแ้ นวทางเคลื่อนทจ่ี าก บ.โคกสูงไปยัง บ.โนนหมากมุน่ เม่ือ
กำลงั ชดุ รบ ร. – ถ. เคลื่อนทมี่ าถึงบริเวณ บ.โคกสูง ไดท้ ำการปรบั รูปขบวน เพอื่ ให้ ๒ มว.ปล. ท่วี างกำลงั อย่ทู ่ี
บ.โคกสงู เข้าร่วมปฏบิ ัตกิ ารด้วย ระหว่างการเข้าตีของชุดรบ ร. – ถ. ไดร้ ับการสนับสนุนการระวังปอ้ งกนั จากชดุ
ปฏิบตั กิ ารรบพิเศษ ซง่ึ วางกำลงั อยใู่ กล้ท่หี มาย อีกทงั้ ยงั ไดร้ ับการสนบั สนุนการยงิ จาก ป., ค., ถ. และกำลังทาง
อากาศของ บ.ทบ. ในการทำลายกำลงั ทหารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซัมรนิ ในท่ีมน่ั ดดั แปลง จากการปฏิบตั ิการ
ด้วยความรวดเร็วและรนุ แรง ทำใหก้ ำลงั ทหารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซัมริน ตอ้ งถอนตวั ไปยังบรเิ วณแนว
ชายแดนไทย – กัมพชู า และทิง้ ศพทหารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซัมรนิ ไวเ้ ปน็ จำนวนมาก เมอื่ ๒๓๑๕๐๐ ม.ิ ย.
๒๓ กำลงั ฝา่ ยเราสามารถยดึ บ.โนนหมากมุ่น กลับคนื มาอยูใ่ นความคุ้มครองของฝ่ายเราได้ และหนว่ ยได้นำ
กำลงั เขา้ เสริมความมั่นคงบรเิ วณแนวคันคลองยุทธวิธี

168

๘. เมื่อ ๒๔๑๔๐๐ ม.ิ ย. ๒๓ กำลังฝ่ายตรงข้ามได้เรม่ิ ระดมยิง ป. และ ค. มายงั พื้นท่ีปฏบิ ัติการ
ตามแนวคนั คลองยทุ ธวธิ เี ปน็ จำนวนมาก ฝา่ ยเราได้ตอบโตด้ ้วยการยงิ ทำลายที่ตงั้ ยงิ ป. และ ค. ฝ่าย
ตรงข้ามอยา่ งรนุ แรง ขณะเดยี วกนั ฝา่ ยตรงข้ามยังพยายามเข้าตโี อบกำลงั ฝ่ายเรา ซงึ่ วางกำลงั บรเิ วณ
แนวคันคลองยทุ ธวธิ ี จากทางดา้ นทศิ ใต้ ไปยังทศิ เหนือ แต่ฝา่ ยเราได้จัดกำลงั เข้าตโี ต้ตอบต่อทห่ี มาย
บรเิ วณดา้ นทศิ เหนือของชอ่ งทางหลักเขตท่ี ๔๔ และอกี ๑ กองร้อยของ ร.๓๑ พนั .๓ กับชดุ ปฏบิ ตั ิการ
พิเศษของ ร.๒ เขา้ ตีทางทิศใตโ้ ดยไดร้ ับการยิงสนับสนุนอย่างใกลช้ ดิ จากกำลังทหารอากาศ และ ป.,
ค. อยา่ งต่อเนื่อง จงึ สามารถผลักดนั กำลงั ทหารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซัมริน ออกไปนอกเขตแดนไทย
ได้สำเร็จ จากการตรวจค้นพื้นทปี่ ะทะ พบศพทหารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซัมริน จำนวน ๘๕ ศพ
พร้อมอาวธุ ยทุ โธปกรณ์ และเวชภัณฑ์อกี เปน็ จำนวนมาก

๙. สรปุ ผลการสูญเสยี
ฝา่ ยเรา
- เสยี ชีวติ ๒๒ นาย
- บาดเจ็บ ๑๔ นาย
- ฮ.ท.๑/๑ เครื่อง และ บ.ต. ๑๙/๑ เครื่อง ถกู ยิงตก
- อาวุธยุทโธปกรณเ์ สียหายจำนวนหนึง่
ฝ่ายตรงขา้ ม
- เสียชีวติ ๑๑๑ คน
- ถูกจบั เปน็ เชลย ๑ คน
- คาดว่าได้รบั บาดเจ็บเปน็ จำนวนมาก
- ยึดอาวธุ ยุทโธปกรณแ์ ละเวชภัณฑ์ได้เปน็ จำนวนมาก

วิเคราะหผ์ ลการปฏิบตั ขิ องทง้ั สองฝ่าย
๑. ฝา่ ยตรงขา้ มได้ลกั ลอบนำกำลงั เข้ามาในขณะพลบค่ำ และทำการดัดแปลงภูมิประเทศเปน็

อย่าดี การปฏิบตั กิ ารเข้ายดึ ท่ีหมาย บริเวณ บ.โนนหมากมุน่ และบรเิ วณใกลเ้ คยี ง เปน็ การปฏิบัติ
อยา่ งจ่โู จม ขณะเข้าปฏบิ ัตกิ ารบริเวณ บ.โนนหมากมุ่นใช้การติดต่อทางสายซ่งึ สามารถรกั ษาความลับ
ได้เปน็ อยา่ งดี กับได้รบั การสนับสนนุ อาวธุ ต่อสูอ้ ากาศยานท่มี ีประสิทธภิ าพสูง ในการทำลายให้การ
ปฏิบตั เิ ข้ายึด บ.โนนหมากมนุ่ ในหว้ งแรกประสบผลสำเร็จ โดยทำใหก้ ำลังฝ่ายเราต้องสูญเสียจำนวนหนง่ึ

๒. ระบบข่าวกรองของฝ่ายเราไมส่ ามรถแจ้งเตือนถึงส่งิ บอกเหตกุ ารณป์ ฏิบัตขิ องฝ่ายตรงข้าม
ได้ หลังจากทราบว่าฝ่ายตรงขา้ มได้เข้ายึด บ.โนนหมากมุน่ ไวแ้ ล้ว ฝ่ายเราไมส่ ามารถแยกแยะได้วา่
เป็นกำลังของฝ่ายใดและมจี ุดประสงค์ในการปฏิบัตกิ ารอยา่ งใดเนอ่ื งจากในขณะน้ันมีกำลงั หลายฝ่ายสู้
รบกนั ในเขตกมั พูชา การเข้าพิสจู น์ทราบโดยชดุ เฝ้าตรวจคุ้มครองหมู่บา้ นซ่ึงมกี ำลังไมม่ ากนักจึงเป็น
ฝา่ ยไดร้ บั การสูญเสยี ในคร้ังนั้น

๓. การประกอบกำลงั ฝา่ ยเราในการเข้าตีกำลังฝา่ ยตรงขา้ ม ในเวลาตอ่ มากระทำไดเ้ หมาะสม
ตอ่ การปฏิบัติ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ไดน้ ำอาวุธเสริม (อารพ์ ีจี -๒, ๗) มาใช้ในการปฏิบตั คิ ร้ังนี้ ทำให้เพ่ิม

169

อำนาจการทำลายกำลังฝา่ ยตรงขา้ มซึง่ อยใู่ นท่มี น่ั ดดั แปลงอยา่ งไดผ้ ล การดำเนินกลยุทธของฝา่ ย
เราโดยใช้กำลังหลักเข้าตีทางด้านขา้ งของทีห่ มาย ทำใหฝ้ ่ายตรงข้ามเกดิ จดุ ออ่ นและเสยี เปรียบต่อการ
ปฏิบตั ิการของฝา่ ยเรากำลงั ฝา่ ยเราได้ใช้ความคล่องแคล่วในการเคลือ่ นทีอ่ ยา่ งรวดเรว็ และความ
ชำนาญในพ้นื ที่ปฏบิ ตั ิการ กบั ได้รบั การสนับสนุนจากกำลงั ทางอากาศ, ป. และ ค. อย่างใกล้ชดิ
ตอ่ เน่อื ง และมีประสทิ ธภิ าพ ทำให้กำลังฝ่ายเราสามารถผลกั ดันกำลังฝ่ายตรงขา้ มใหอ้ อกนอกเขตไทย
ได้สำเร็จ

๔. การเข้ายึด บ.โนนหมากมนุ่ ของทหารเวียดนาม/ทกพ.เฮง ซัมรนิ ไม่มกี ำลังทางอากาศ
ในการสนบั สนนุ การปฏบิ ัตซิ ึ่งเป็นข้อเสียเปรียบกำลังฝ่ายเรา คลองยุทธวิธี เปน็ เครื่องกดี ขวางการถอน
ตัวของฝา่ ยตรงข้าม การเคลือ่ นทเี่ ข้าปะทะของฝ่ายตรงขา้ มมีลักษณะเปน็ กลุ่มกอ้ นทำให้เกิดการ
สญู เสยี จำนวนมากจากการทำลายของฝ่ายเรา ระบบอาวธุ ยิงสนับสนนุ ของฝา่ ยตรงข้ามถูกฝา่ ยเรา
ทำลายเป็นจำนวนมาก ทำให้ฝ่ายตรงข้ามขาดความตอ่ เน่ืองในการยิงสนับสนนุ ระบบการตดิ ตอ่ ส่อื สาร
ของฝา่ ยตรงขา้ ม ไม่สามารถติดตอ่ กนั ได้กบั หน่วยเหนือขณะมกี ารปฏิบัติ ฝ่ายตรงขา้ มไม่มคี วามคุ้นเคย
พนื้ ท่ปี ฏบิ ตั กิ ารทำใหก้ ารวางแผนขาดความสมบูรณ์ การสง่ กำลงั บำรุงของฝ่ายตรงขา้ มไม่สามารถ
สนับสนนุ ไดอ้ ยา่ งตอ่ เนื่อง ทัง้ นเ้ี นอื่ งจากฝา่ ยเราได้ใช้ ป., ค. และกำลงั ทางอากาศ ตัดการสนับสนุน
อย่างไดผ้ ล
บทเรียนจากการรบ

จากการที่ทหารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซัมรนิ เข้ายดึ บ.โนนหมากมุน่ ต.โคกสูง อ.ตาพระยา จว.ป.จ.
คร้งั นี้ ทำให้เกดิ บทเรียนท่สี ำคัญในดา้ น การขา่ ว, ยุทธการ และกิจการพลเรือน ดงั น.้ี -

๑. ดา้ นการขา่ ว การทีท่ หารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซัมริน สามารถยึด บ.โนนหมากม่นุ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
และวางแผนซุ่มโจมตกี ำลงั ฝา่ ยเราอย่างได้ผลนั้น แสดงใหเ้ ห็นว่าฝา่ ยตรงข้ามตอ้ งมกี ารข่าวท่ดี พี อ โดยอาจ
ทราบความเคลอื่ นไหวของกำลังฝ่ายเราลว่ งหน้า ในกรณีน้ี หากกำลังชุดเฝ้าตรวจและคุ้มครองหมู่บ้านของฝ่าย
เราไดม้ ีการตรวจสอบข่าวสารใหแ้ น่ชัดเสยี ก่อนโดยไม่นำกำลังเข้าพิสจู น์ทราบในทนั ทีแลว้ กอ็ าจจะลดการ
สญู เสียของฝ่ายเราลงได้

๒. ดา้ นยุทธการ
การทที่ หารเวยี ดนาม/ทกพ.เฮง ซมั รนิ สามารถยดึ บ.โนนหมากม่นุ ไดน้ ั้นเปน็ บทเรยี นทางด้าน

ยทุ ธการทีแ่ สดงให้เห็นวา่ ระบบเฝ้าตรวจและการระวงั ป้องกนั ของฝา่ ยเราในพน้ื ท่ีชายแดนยังขาดประสิทธิภาพ
ไมส่ ามารถเชอื่ มตอ่ การแจ้งเตือนการเข้ามาของฝา่ ยตรงข้าม และทำให้ฝ่ายตรงข้ามมีเวลาในการดัดแปลงภูมิ
ประเทศเป็นทม่ี นั่ แขง็ แรงได้ การเฝา้ ตรวจและระวงั ปอ้ งกนั ชายแดนซ่ึงมที ่ีกวา้ งดา้ นหน้ามาก ฝ่ายเราจำเป็นตอ้ ง
ติดตามสถานการณอ์ ย่างใกล้ชดิ เพอ่ื วางน้ำหนกั การเฝ้าตรวจใหเ้ หมาะสมในทิศทางทลี่ อ่ แหลมตอ่ การคกุ คาม

การปฏบิ ัติเพอ่ื ตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามอย่างฉบั พลนั จำเปน็ ต้องเตรยี มแผนเผชญิ เหตแุ ละซกั ซ้อมการ
ปฏบิ ัตไิ วก้ อ่ นเป็นอย่างดี การใชช้ ุดรบ ร. – ถ. ของฝา่ ยเราในครง้ั น้ีหน่วยตอ้ งใชเ้ วลานานเน่ืองจากตอ้ งรอ พัน.ถ
ซ่งึ วางกำลังเป็นกองหนุนของกองพล

170

การใช้ ฮ.ท.๑ และ บ.ต.๑๙ ของฝ่ายเราลอ่ แหลมตอ่ การขดั ขวางจากฝา่ ยตรงขา้ มเนอ่ื งจากฝา่ ย
ตรงข้ามมอี าวธุ จรวดต่อสอู้ ากาศยาน การปฏิบัติทางอากาศของฝ่ายเราทุกครงั้ จะต้องคำนงึ ถงึ ขดี ความสามารถ
ในการป้องกนั ภยั ทางอากาศของฝา่ ยตรงขา้ มเสมอ

๓. ด้านกจิ การพลเรือน ในกรณที ท่ี หารเวียดนาม/ทกพ.เฮง ซมั ริน สามรถยดึ บ.โนนหมาก
มนุ่ ไดโ้ ดยงา่ ยนั้น แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายเราไมท่ ราบข่าวสารใด ๆ จากราษฎรในพ้ืนท่ี ทั้ง ๆ ท่ีมีราษฎรอาศัยอยู่
การปฏิบัติทุกครั้งหน่วยจะต้องใช้มาตรการทางด้านกิจการพลเรือนในการแสวงประโยชน์จากราษฎรหรือ
ทรัพยากรในพื้นที่ ในการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามตลอดจนแสวงประโยชน์ในด้านอื่น ๆ
เพือ่ ใหเ้ กื้อกูลตอ่ การปฏิบตั ทิ างยทุ ธวธิ ี ของฝา่ ยเราได้มากที่สุด

171

ตอนที่ ๑
การเขา้ มาของผู้ก่อการรา้ ยคอมมิวนิสต์ในพ้นื ทบ่ี ้านหมากแขง้

บ้านหมากแข้งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขาต้นแม่น้ำหมัน ใต้จุดบรรจบกันของห้วยหมันใหญ่และลำ
ห้วยหมันน้อยซึ่งไหลมาบรรจบกันบริเวณ “ปากแบ่ง” ปัจจุบันบ้านหมากแข้ง อยู่ในท้องท่ีตำบลกกสะทอน
อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย บริเวณหุบเขาสองฝั่งตามลำแม่น้ำหมันก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์บกและสัตว์น้ำ
ตลอดจนพชื พนั ธุ์ธัญญาหารนานาพนั ธ์ุทอ่ี ุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ทำใหม้ ีชาวบ้านในเขตตัวเมืองด่านซ้ายซ่ึง
มาล่าสัตว์ได้เห็นว่ามีบริเวณที่ราบหรอื ทำเลท่ีน่าจะตั้งเป็นหมู่บ้านได้จึงได้ชักชวนกันขึ้นมาตัง้ ถิน่ ฐานเมื่อราว
กลางพทุ ธศตวรรษที่ ๒๕

ตำแหนง่ ทีต่ ้ังบา้ นหมากแข้งอย่ใู นพื้นที่ราบแคบๆ กลางหบุ เขาริมฝั่งแม่นำ้ หมัน
ภายหลังเมื่อมีประชากรอพยพมาอยู่เพ่ิมมากขึ้นพอที่จะจัดตั้งเป็นหมู่บ้านตามระเบียบการปกครอง
ท้องท่ีได้ ทางเจา้ หนา้ ทีอ่ ำเภอด่านซ้ายในสมัยน้ันจงึ ไดม้ าสำรวจแลว้ ก็จัดตั้งเป็นหมู่บา้ นขึ้น โดยใหช้ ่ือว่า “บ้าน
หมากแขง้ ” อยู่ต่อมาก็มีราษฎรจากทอี่ น่ื ๆ อพยพมาตั้งหมบู่ ้านเพม่ิ ขนึ้ เรอ่ื ยๆ เป็นต้นวา่ หมบู่ ้านปา่ บง บ้านห้วย
หก บ้านพ่อค้ำ บ้านสะนายาว บ้านสองคอน บ้านไฮตาก บ้านหนองผักก้าม บ้านกกกำพร้าว บ้านแก่งหมื่น
บ้านเก่ากกจำปา บ้านกกพะยอม เมื่อมีหมู่บ้านเพิ่มขึ้นดังนี้ ทางเจ้าหน้าท่ีจึงจัดตั้งให้เป็นตำบลขึ้น ชื่อว่า
“ตำบลหมนั เหนอื ” โดยมศี ูนย์กลางอยูท่ บ่ี ้านหมากแข้ง
ต่อมาได้มีการยุบตำบลหมันเหนือไปรวมกับตำบลกกสะทอน เนื่องจากในช่วงเวลานั้นชาวบ้านใน
หมู่บ้านอื่นๆ ได้อพยพกลับไปยังภูมิลำเนาเดิมของตนหมด เพราะการสัญจรไปมาลำบากมาก ทำให้สุดท้าย

172

ตำบลหมันเหนือเหลือเพียง ๓ หมู่บ้าน คือ บ้านป่ายาบ บ้านขี้เถ้า และบ้านหมากแข้ง ปัจจุบันบา้ นหมากแขง้
ต้งั อยูห่ ม่ทู ี่ ๔ ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จงั หวดั เลย ซงึ่ เปน็ เขตรอยตอ่ ระหวา่ งอำเภอด่านซ้าย จังหวัด
เลย กับอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอนครไทย จงั หวัดพิษณโุ ลก

ราว พ.ศ.๒๕๑๑ ในชว่ งเวลาน้นั ประเทศไทยเร่ิมทำสงครามกับ “ลัทธิคอมมิวนสิ ต์” ในหลายพืน้ ที่ รวม
ไปถึงในรอยตอ่ ๓ จงั หวัด ซงึ่ ครอบคลุมอำเภอหลม่ สกั อำเภอหล่มเก่า จงั หวัดเพชรบูรณ์ พนื้ ทอ่ี ำเภอด่านซ้าย
อำเภอนาแหว้ จงั หวดั เลย และพน้ื ทอ่ี ำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณโุ ลก ในปจั จุบัน

ประมาณเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๑๑ พรรคคอมมวิ นิสต์แหง่ ประเทศไทยได้ส่งผูก้ อ่ การร้ายคอมมวิ นิสต์
ทยอยเข้ามาปฏิบัติการในรอยต่อ ๓ จังหวัด และได้เกิดการปะทะกันขึ้นครั้งแรกที่บ้านห้วยทรายใต้ ในเขต
อำเภอนครไทย จังหวดั พิษณโุ ลก เมื่อวนั ท่ี ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๑ นับตัง้ แต่บดั นัน้ เป็นตน้ มาผ้กู ่อการร้าย
คอมมวิ นสิ ต์ไดม้ กี ารเคลอ่ื นไหวปฏิบตั กิ ารรุนแรงย่ิงข้ึน มกี ารซมุ่ ยิง ซมุ่ โจมตี เขา้ ตฐี านปฏบิ ัติการของเจ้าหน้าที่
และลอบยิงราษฎรจนได้รับบาดเจ็บล้มตายอยู่ตลอดเวลา บ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย
จังหวดั เลย กเ็ ปน็ หมูบ่ า้ นแห่งหน่ึงทอี่ ยู่ในพ้นื ท่ที ่มี ีผกู้ ่อการรา้ ยคอมมวิ นิสตเ์ คล่อื นไหว

ทางราชการได้ส่งเจา้ หน้าท่ีตำรวจมาคมุ้ ครองรกั ษาหมู่บา้ นไว้ ซง่ึ ขณะน้ันหมบู่ า้ นชาวเขาเผ่าม้งบริเวณ
ใกลเ้ คียง ได้แก่ หม่บู ้านปา่ ยาบ หม่บู ้านข้ีเถา้ หมบู่ า้ นทบั เบิก หมู่บา้ นสะนาจ้งุ หม่บู ้านห้วยปูน หมู่บ้านเป่าค้อ
หมู่บ้านป่าหวายและหมู่บา้ นตูบค้อ ได้ถูกผู้ก่อการรา้ ยคอมมิวนิสต์เกลี้ยกล่อมเข้าเป็นพรรคพวก เพื่อเข้ารว่ ม
พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยไปประมาณร้อยละ ๙๕ ของชาวม้งทั้งหมด และมีชาวม้งบางส่วนท่ีอพยพ
ออกไปอยูพ่ ้นื ที่อ่ืน

ช่วงระยะเวลาประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๑๒ ก็ได้มีการปะทะกันระหว่าง
ผูก้ อ่ การร้ายคอมมิวนิสต์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทบ่ี ้านหมากแข้งขนึ้ เป็นครัง้ แรก ที่บรเิ วณโรงเรียนบ้านหมากแข้ง
ซง่ึ มีผกู้ ่อการรา้ ยคอมมวิ นสิ ตป์ ระมาณ ๔-๕ คน ได้ยิงตอ่ สู้กนั กับเจา้ หนา้ ที่ตำรวจท่รี ักษาความปลอดภยั หมู่บ้าน
ประมาณ ๓๐ นาที ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์จึงล่าถอยไป ผลการปะทะปรากฏว่าเจ้าหน้าท่ีตำรวจปลอดภัย
โรงเรียนไดร้ ับความเสียหายเลก็ นอ้ ย ทางราชการจึงไดส้ ง่ เจ้าหน้าท่ตี ำรวจมาเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย

หลังจากเหตุการณด์ ังกล่าว ทางราชการจงึ ไดม้ ีการสำรวจหาทำเลทต่ี งั้ ฐานปฏิบัตกิ ารขึ้น (บริเวณฐาน
ปฏิบตั กิ ารเก่าของตำรวจในปจั จุบัน) และไดจ้ ัดทำฐานปฏิบัตกิ ารบ้านหมากแขง้ ข้ึนโดยการนำของ จ่าสิบตำรวจ
บุญมี ศรีสวัสดิ์ พร้อมกำลงั พล ๑๐ นาย เมื่อจัดตั้งฐานปฏิบัติการเสร็จเรยี บร้อย ทางการจึงส่ง ร้อยตำรวจโท
ล้ำเลิศ ธรรมนิทรา ขนึ้ มาเปน็ ผบู้ งั คับหมวดหน่วยปฏบิ ัติการพิเศษบ้านหมากแข้ง (ผบู้ ังคับฐานบ้านหมากแข้ง)
เป็นคนแรก ภายหลังจึงส่งร้อยตำรวจโททวีศักดิ์ ศรีวิไล ขึ้นมาเป็นผู้บังคับฐาน และในสมัยนั้นพันตำรวจตรี
กฤช สังขทรัพย์ (ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกผู้ก่อการร้ายคอมมวิ นิสต์โจมตีจนฐานปฏบิ ัติการแตกมาจากหมู่บ้านขีเ้ ถา้
แล้วมาสมทบกบั ตำรวจทบ่ี ้านหมากแข้งเมอื่ พ.ศ.๒๕๑๑) ได้นำเฮลิคอปเตอรม์ าสง่ เจา้ หนา้ ทีต่ ำรวจดว้ ย

จากนั้นการต่อสู้กันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกบั ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ก็มีความรุนแรงเพิ่มมากข้ึน
จนกระทั่งวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๕ เวลาประมาณ ๐๒.๐๐ นาฬิกา ฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจถูก
ผู้ก่อการร้ายโจมตีอย่างหนัก ร้อยตำรวจตรีมนัส สุขเจริญ ผู้บังคับฐาน (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเลื่อนยศเป็น
พลตำรวจตรีเขมณัส สุขเจริญ) พร้อมตำรวจหนว่ ยปฏิบัตกิ ารพิเศษจำนวน ๑๕ นาย ได้ต่อสู้ป้องกันฐานอยา่ ง

173
สุดความสามารถ แต่ไม่สามารถตา้ นทานกำลังของผู้ก่อการร้ายได้ ทำให้ต้องสละฐาน จากเหตุการณ์ครั้งน้ันมี
ตำรวจเสียชวี ิต ๗ นาย และบาดเจ็บ ๘ นาย

ตอ่ มาทางการได้ส่งทหารจำนวน ๑ กองพนั เข้ามารักษาและคุม้ ครองหมู่บ้าน เหตกุ ารณจ์ ึงสงบลง เม่ือ
เห็นว่าเหตุการณ์สงบดีอยู่ในขัน้ ทป่ี ลอดภัยแล้ว จงึ สง่ กำลงั ตำรวจจำนวน ๑ กองร้อยขึน้ มาปฏิบตั ิการแทน โดย
มีร้อยตำรวจโทยงยุทธ สงา่ เนตร เปน็ ผูบ้ งั คบั ฐาน

แผนที่แสดงปฏิบัตกิ ารยุทธการภขู วาง
๒๐ มกราคม – ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๕

174

ต้นปี พ.ศ.๒๕๑๕ เมื่อสถานการณ์ไม่ดีข้ึน กองทัพภาคที่ ๓ ได้ส่งกำลังทหารราบ ๑ กองรอ้ ยจากกอง
พันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบท่ี ๑ มหาดเลก็ รกั ษาพระองค์ ซงึ่ อย่รู ะหวา่ งทำการฝึกรว่ มปี ๒๕๑๕ (ยุทธการ
ภูขวาง) เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ แล้วส่งมอบพื้นที่ให้กับกองพันทหารม้าที่ ๖ และโดยที่ผู้ก่อการร้ายยังคง
ปฏิบัตกิ ารต่อสูก้ บั กำลงั ฝา่ ยรฐั บาลอยา่ งต่อเน่อื ง กองทพั ภาคท่ี ๓ ได้นำปนื ใหญ่ทำการยิงสนับสนุนใหก้ ับหน่วย
ดำเนินกลยุทธ ส่งผลให้ชาวบ้านหมากแข้งเกิดความหวาดกลัว ชาวบ้านหมากแข้งจึงตัดสินใจอพยพไปยัง
หมู่บ้านใกล้เคียงในตำบลและที่อื่นๆ คือไปที่บ้านน้ำหมัน บ้านห้วยมุ่น บ้านกกจาน บ้านน้ำเย็น บ้านแก่งครก
บ้านนาหวา้ นอ้ ย ฯลฯ แตส่ ่วนใหญไ่ ปรวมกนั ที่บ้านหว้ ยมนุ่ (บรเิ วณวดั บา้ นหว้ ยมนุ่ ปจั จบุ นั )

หลังจากเกดิ เหตกุ ารณ์อพยพของชาวบ้านหมากแขง้ ไมน่ าน ทางราชการจึงส่งหนว่ ยสืบราชการลับมา
สืบเสาะหาข้อมูลท่ีแท้จรงิ ทเี่ ป็นเหตุให้ชาวบา้ นตอ้ งอพยพหนีภยั ท้ิงถ่นิ ฐานมา จึงได้ทราบความจริงทุกประการ
หน่วยราชการลับนี้มีทั้งตำรวจ ทหาร และพลเรือน จากนั้นสถานการณ์การสู้รบกด็ ำเนินมาเรื่อยๆ และยิ่งทวี
ความรุนแรงมากยงิ่ ขน้ึ เพราะผู้ก่อการร้ายคอมมิวนสิ ตเ์ หน็ ชัยชนะของฝา่ ยตนเองจงึ มีกำลงั ฮกึ เหมิ ยิ่งนกั

ตอ่ มาหลังจากน้ัน ๕ เดอื น ทางราชการได้สง่ หนว่ ยสืบราชการลับมาเก็บข้อมูลและถามความสมัครใจ
ของชาวบ้านว่าอยากกลับภมู ลิ ำเนาเดมิ มากหรือนอ้ ยเพียงใด ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่มีความต้องการย้ายกลับมา
ยงั ภูมิลำเนาเดิม ในท่สี ดุ ทางราชการจงึ อนุมัตใิ ห้ชาวบา้ นหมากแข้งย้ายกลับภมู ิลำเนาเดิมโดยส่งกำลังทหารมา
คุ้มครอง ภายหลังการฝึกร่วมปี ๒๕๑๖ (ยุทธการสามชัย) หน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดเลยได้เข้ารับผิดชอบ
การรกั ษาความปลอดภัยให้กบั บ้านหมากแข้งตอ่ จากกำลังทหาร

175

ตอนท่ี ๒
บ้านหมากแขง้ “เยน็ ศิระ” เพราะพระบรบิ าล

เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๑๖ ทางราชการได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารมารักษาคุ้มครองชาวบ้านจำนวน ๑ กองพนั
เมื่อเหตุการณ์ต่างๆ สงบแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารจึงย้ายกำลังกลับและส่งตำรวจเข้ามาปฏิบัติหน้าท่ีในการรักษา
หมู่บา้ น

ในปีดงั กล่าวน้เี อง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนพี ันปหี ลวง ขณะดำรงพระอิสริยยศ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงสิรินธรเทพรัตนราชสุดา และ
สมเดจ็ พระเจ้าน้องนางเธอ เจา้ ฟา้ จุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกมุ ารี กรมพระศรสี วางควฒั น วรขัตตยิ ราชนารี
ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดย
เฮลิคอปเตอรพ์ ระทน่ี ั่ง มขี า้ ราชการช้นั ผ้ใู หญ่ระดบั กระทรวง จังหวัด อำเภอ ตำรวจ ทหารเปน็ จำนวนมากตาม
เสด็จฯ มาทรงเยี่ยมเยียนตำรวจ ทหาร และราษฎรในวันศุกร์ที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๖ ครั้งนั้นมีชาวบ้าน
หมากแข้งและชาวบ้านใกล้เคียงที่มารอเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก และได้ทรงมีพระราชดำริให้จัดตัง้ “โครงการ
เย็นศริ ะ” ขน้ึ ทีบ่ า้ นหมากแข้ง

โครงการเย็นศริ ะท่ที รงพระราชทานใหจ้ ัดตั้งข้นึ ทีบ่ ้านหมากแขง้ นั้น ประกอบดว้ ย การก่อสร้างอาคาร
เรียน ขยายการเรียนการสอนจากชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ มีการสร้างระบบ
น้ำประปาภเู ขา การขุดบ่อเลยี้ งปลา พร้อมพระราชทานพันธป์ุ ลานิล พระราชทานพันธพุ์ ืช พนั ธ์ปุ ศุสตั ว์ เช่น ววั
สกุ ร ไก่พันธ์ุไข่ อุปกรณก์ ารเกษตร เปน็ ตน้ ตลอดทง้ั พระราชทานเครื่องนงุ่ ห่ม ชุดนักเรยี น อุปกรณ์การเรียน
อุปกรณก์ ฬี า ฯลฯ ใหก้ บั ราษฎรบ้านหมากแขง้ หลังจากทกี่ ารดำเนินโครงการแล้วเสร็จสมบรู ณ์กม็ ีการจัดสร้าง

176

ศูนย์ “เย็นศิระ” เป็นศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ เป็นศูนย์รวมการจัดกิจกรรมของหมู่บ้าน และมีพระมหา
กรณุ าธคิ ณุ ทรงรับหมบู่ า้ นหมากแขง้ ไว้เป็นหมบู่ า้ นในพระบรมราชูปถมั ภ์

177

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณา
พระราชทานพระราชทรัพย์และมีการพระราชทานกระแสรับสั่งเกี่ยวกับการพัฒนาปรับปรุงหมู่บ้านหมากแขง้
เพอ่ื ความอยู่ดีกินดีของหมู่บ้านหมากแขง้ ดังนนั้ อำเภอดา่ นซ้ายโดยความเหน็ ชอบของผวู้ ่าราชการจังหวัดเลย
และกองทพั ภาคที่ ๓ ไดว้ างโครงการพฒั นาหมบู่ ้านหมากแขง้ ข้ึนให้ชื่อว่า “เยน็ ศริ ะ” และมีโครงการฝึกอบรม
ลกู เสอื ชาวบ้าน ซง่ึ ได้เรม่ิ ดำเนนิ การฝกึ อบรมในเดอื นเมษายน พ.ศ.๒๕๑๗

จากนั้นวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี-
พนั ปีหลวง พรอ้ มดว้ ยสมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะ
ดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าลกู เธอ เจ้าฟ้าหญิงสิรินธรเทพรัตนราชสุดา และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ-
เจา้ ฟ้าจฬุ าภรณวลยั ลักษณ์ อัครราชกมุ ารี กรมพระศรีสวางควฒั น วรขตั ติยราชนารี เสดจ็ พระราชดำเนินโดย
เฮลคิ อปเตอร์พระทีน่ ่ังถึงบ้านหมากแขง้ เวลาประมาณ ๑๔.๑๐ นาฬกิ า โดยมขี ้าราชการทหาร ตำรวจ ลูกเสือ
ชาวบ้าน คณะครู นักเรยี น ตลอดจนราษฎรรอเฝา้ รบั เสด็จอยูบ่ รเิ วณสนามโรงเรยี น

ในการนี้ ทรงพระราชทานชื่อโรงเรียนบ้านหมากแข้งใหม่เป็น “โรงเรียนเย็นศิระบ้านหมากแข้ง”
ทรงเปิดปา้ ยโรงเรียน โดยสมาคมสง่ เสริมการศึกษาในถนิ่ กนั ดารในพระอุปถัมภ์ น้อมเกล้าฯ ถวาย หลงั จากน้ัน
ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้มารอรับเสด็จอย่างทั่วถึง จากนั้นเสด็จประทับที่โรงเรียนประมาณ ๓ ชั่วโมง
จนถึงเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา จงึ เสด็จกลับโดยเฮลิคอปเตอร์พระท่นี ่ัง

ภายหลังจากการเสด็จเปิดโครงการ “เย็นศิระ” โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างเป็นทางการแล้ว ยังได้มีโครงการสนับสนุนโครงการ “เย็นศิระ” ซึ่ง
ดำเนินงานหลังปี พ.ศ.๒๕๑๘ เช่น โครงการฝึกอบรมกลุ่มสตรีด้านการตัดเย็บเสื้อผ้าและการฝีมือ โครงการ
ส่งเสริมการเลี้ยงโค และได้มีการสร้างศูนย์ “เย็นศิระ” ซึ่งใช้เป็นศูนย์พัฒนาอาชีพ และศูนย์รวมกิจกรรม
ทกุ อย่างของหมบู่ า้ น

178

ตอนที่ ๓
พระราชกรณยี กจิ ดา้ นความม่ันคงของพระบาทสมเด็จพระวชริ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั

ณ ฐานปฏิบตั กิ ารบา้ นหมากแข้ง

เมื่อเช้าตรู่วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้มาลอบโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งขณะนั้นมีร้อยตำรวจโทสมัย ศรีเกตุ เป็นผู้บังคับฐาน และมีสิบตำรวจเอกเทียนชัย
สุวรรณโชติ เป็นรองผู้บังคับฐาน จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ๑ นาย คือ สิบตำรวจตรีวิศิษย์ บุตรดีสุวรรณ
และไดร้ ับบาดเจ็บ ๑ นาย คือ พลสมัครฯ โยธนิ ศรนี รจันทร์

สบิ ตำรวจตรีวิศิษย์ บตุ รดีสวุ รรณ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่ีเสียชีวิต

พลสมคั รฯ โยธิน ศรีนรจนั ทร์ เจา้ หน้าท่ีตำรวจทีไ่ ด้รับบาดเจ็บ

179

จากน้นั กเ็ กิดการปะทะกันอย่างดุเดือดและตอ่ เนอ่ื งจนถงึ ชว่ งสาย เม่อื เสียงปนื สงบลงในช่วงเท่ยี ง ฝ่าย
เจ้าหนา้ ทต่ี ำรวจหนว่ ยปฏบิ ตั ิการพเิ ศษคาดการณ์ว่าเหตกุ ารณ์สงบ ผู้กอ่ การร้ายคงถอนกำลังไปแล้ว จงึ วิทยุขอ
เฮลิคอปเตอร์จากกองบังคับการพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ ๑๖๑๗ ให้มารับศพผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าท่ี
ผ้ไู ด้รบั บาดเจ็บไปทำการรกั ษา

ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังจะลงแตะพื้น และเจ้าหน้าท่ีตำรวจได้นำศพผู้เสียชีวิตและผูบ้ าดเจ็บมาขนึ้
เฮลิคอปเตอร์นั้น ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้เปิดฉากยิงโจมตีอกี ระรอกอย่างหนัก เป้าหมายสำคัญคือการยงิ
เฮลิคอปเตอร์ จนไมส่ ามารถนำศพผูเ้ สยี ชีวิตและผู้บาดเจ็บขน้ึ เครื่องได้ กระสนุ ปืนท่ผี ูก้ อ่ การรา้ ยยิงมาจากเนิน
ทางทิศตะวันตกของฐานปฏิบัติการถูกบริเวณตัวเครื่องหลายแห่ง ทำให้ส่วนหางของเฮลิคอปเตอร์ขาด
นายทหารนักบนิ จึงพยายามนำเครือ่ งบนิ หนีวถิ กี ระสุน แต่เฮลิคอปเตอรไ์ ด้เสยี การทรงตวั จึงไดต้ กลงในหมู่บ้าน
หมากแข้ง และทำใหบ้ า้ นเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย ๑ หลัง

สภาพความเสียหายของเฮลิคอปเตอร์
และบ้านเรอื นราษฎรหลังจากท่ีเฮลิคอปเตอร์
ถกู ผู้ก่อการร้ายยงิ ตกในหมูบ่ ้าน

เมอ่ื เฮลิคอปเตอรต์ กลงในหม่บู ้านทางทิศใตข้ องฐานปฏิบัติการ เจ้าหน้าทตี่ ำรวจหนว่ ยปฏิบัตกิ ารพิเศษ
จำนวน ๑ นาย คือ พลสมัคร สมศักดิ์ ดลภักดี และชาวบ้านได้ช่วยนักบินออกมาแล้วจึงพาไปหลบซ่อนในที่
ปลอดภัย ก่อนจะนำส่งขึน้ ฐานปฏิบัติการ จากนั้นชาวบา้ นและพลประจำปนื ก็ปลดเอาปืนกล เอ็ม ๖๐ พร้อม
กระสนุ ออกมาทำการยงิ ตอ่ สู้กับผกู้ อ่ การร้ายคอมมิวนิสต์อย่างดเุ ดือด จนผกู้ ่อการร้ายคอมมิวนิสต์ไม่สามารถ
เขา้ มาทำลายซากเฮลิคอปเตอร์ได้

จากนน้ั ผ้กู ่อการร้ายกล็ อ้ มฐานปฏิบัติการบ้านหมากแขง้ ไวแ้ ละเกิดการยงิ ปะทะกันเป็นระยะ วันต่อมา
ผู้บังคับฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้งไดใ้ ห้พลวิทยุฯ วิทยุขอกำลังทหารจากฐานปฏิบัติการบ้านห้วยมุ่น วันที่
๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ กองบังคับการพลเรอื น ตำรวจ ทหารที่ ๑๖๑๗ ได้ส่งกำลงั ๔ ชุดปฏิบัติการลำเลียง
โดยเฮลิคอปเตอร์ ขณะร่อนลงถูกยิงไม่สามารถนำส่งได้ ต้องเคลื่อนท่ีด้วยการเดินเท้า ถูกผู้ก่อการร้ายซุ่มยิงท่ี
บา้ นปา่ บงเสยี ชวี ิต ๒ นาย บาดเจบ็ ๓ นาย

วนั ที่ ๓๑ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๑๙ กองบงั คับการพลเรือน ตำรวจ ทหารท่ี ๑๖๑๗ ไดส้ ่งกำลังทหารพลร่ม
มาสนับสนุนโดยอาศยั รถ ๖ ลอ้ โดยมีผูบ้ งั คบั ฐานปฏิบัติการบ้านหว้ ยมุน่ พรอ้ มกำลังทหารพลร่มรวม ๑๑ นาย
แต่ขณะที่รถวิ่งมาใกล้ถึงบ้านหมากแข้ง ห่างประมาณ ๒ กิโลเมตร รถคันดังกล่าววิ่งเหยียบกับระเบิด (ซึ่งทำ

180

ดว้ ยลูกปืนใหญ่ที่ยิงมาแลว้ แตเ่ ป็นลกู ด้าน) ทผี่ ู้ก่อการรา้ ยคอมมิวนิสต์ได้วางไว้เปน็ เหตใุ ห้รถคันดังกล่าวถูกแรง
ระเบดิ ไดร้ บั ความเสียหายอยา่ งมาก ทหารเสียชีวติ ทั้งหมด พรอ้ มด้วยพลเรอื นทขี่ ับรถ ๑ คน

จากเหตุการณส์ บื เน่อื งเมื่อวันท่ี ๒๙ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๑๙ ทผี่ ู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสตไ์ ด้ลอบเข้าโจมตีท่ี
ฐานปฏิบัติการของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษบ้านหมากแข้ง ทำให้ตำรวจเสียชีวิต ๑ นาย และบาดเจ็บ ๑
นาย กองบงั คับการพลเรอื น ตำรวจ ทหารท่ี ๑๖๑๗ ได้ส่งเฮลิคอปเตอรไ์ ปรบั และขณะทน่ี กั บนิ นำเครอ่ื งขนึ้ ได้
ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยิงตกลงมาถูกบ้านเรือนราษฎรจนได้รับความเสียหาย กำลังทหารจากฐาน
ปฏบิ ัตกิ ารบา้ นหว้ ยมนุ่ ทีไ่ ปช่วยเหลือยังถูกผู้กอ่ การรา้ ยคอมมิวนสิ ต์ลอบวางระเบิดจนเสยี ชวี ติ ท้งั หมด ๑๑ นาย

เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงทราบ
ด้วยความห่วงใยพระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร-
มหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นดำรงพระอสิ ริยยศร้อยเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจและราษฎรในพื้นที่ โดยในวันที่ ๕
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๙ ร้อยเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จราชดำเนินโดย
เฮลคิ อปเตอรพ์ ระทีน่ งั่ ไปยงั ฐานปฏบิ ตั ิการบา้ นห้วยมุ่น

เหตุการณ์ในครั้งนั้น พลโทนริศ ศรีเนตร อดีตแม่ทัพภาคที่ ๓ ซึ่งได้มีโอกาสสัมภาษณ์นายทหารชั้น
ผู้ใหญ่ที่ตามเสด็จในครั้งนั้น ได้บันทึกพระราชกรณียกิจด้านความมั่นคงของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร-
รามาธิบดีศรีสนิ ทรมหาวชริ าลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจา้ อยู่หัว ณ ฐานปฏิบตั กิ ารบ้านหมากแข้ง และเหตุการณ์
ตา่ งๆ ไว้ดงั นี้

วันศกุ ร์ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสนิ ทรมหาวชิราลงกรณฯ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนิน โดยเครื่องบิน ซี-๗๕ พระที่นั่ง จากสนามบินดอนเมืองถึง
สนามบนิ หล่มสกั เมื่อเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา หลังการรับเสด็จ (โดยพันเอกศุกรีย์ กลั ยาณมติ ร ผู้อำนวยการกอง
บังคับการพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ ๑๖๑๗ และคณะนายทหาร-ตำรวจ) พระองค์ได้เสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์
ฮท.๑ ไปยังฐานปฏิบัติการบา้ นห้วยมุ่น อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย หลังจากทีป่ ระทับรบั ฟังคำกราบบังคมทูล
เกย่ี วกบั สถานการณ์ทบ่ี ้านหว้ ยมุ่นและบา้ นหมากแข้ง รวมท้ังพน้ื ทใ่ี กล้เคยี งในขณะนั้นแล้ว พระองค์ได้รับส่ังกับ
พลโทสมศกั ด์ิ ปัญจมานนท์ แมท่ พั ภาคท่ี ๓ ว่า “จะต้องไปแกไ้ ขสถานการณ์ ใหด้ ขี ึน้ กวา่ ท่เี ป็นอยู่ในขณะนั้น”
แม่ทัพภาคที่ ๓ ได้กราบบังคมทูลชี้แจงให้ทราบว่าเหตุการณ์ขณะนี้อยู่ในห้วงอันตราย การเสด็จอาจจะไม่
ปลอดภัย เพราะยงั มกี ารสู้รบติดพันกนั อยู่ ประกอบกับกำลงั ฝ่ายเราที่บ้านหมากแขง้ มกี ำลงั เพยี ง ๑ กองร้อย
เทา่ น้นั แตพ่ ระองคท์ รงมีพระกระแสรบั ส่งั ว่า “ไม่ได้ ชกั ช้า ตอ้ งรบี ไปแกไ้ ขใหไ้ ด้ ในวนั นี้”

เม่อื เวลา ๑๓.๔๕ นาฬกิ า พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณฯ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์ ฮท.๑ จากฐานปฏิบัติการบ้านห้วยมุ่น ไปยัง
สนามกีฬาอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทรงวางแผนและปรับขบวนการเคลื่อนย้ายทางยุทธวิธี
ระหว่างรอเฮลิคอปเตอร์พระที่นัง่ จากกรงุ เทพมหานคร

181

จากนั้นเวลาประมาณ ๑๕.๓๐ นาฬิกา เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร-
รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยูห่ ัว ได้ประทับเฮลิคอปเตอรพ์ ระที่นั่ง ทรงรับสั่งให้
นกั บินนำเครือ่ งมงุ่ ตรงไปยังฐานบ้านหมากแขง้ ทนั ที

เมื่อเวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา เฮลิคอปเตอร์พระท่ีนั่งได้นำคณะของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร-
รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปยังฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้ง ขบวน
เฮลิคอปเตอร์ที่เสด็จพระราชดำเนินประกอบ เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ๑ ลำ เฮลิคอปเตอร์ทหาร ๑ สำหรับ
ผตู้ ิดตาม ๒ ลำ รวมทงั้ สิ้น ๓ ลำ โดยกอ่ นหน้านน้ั ราว ๑๐ นาที กำลงั เจ้าหน้าทีท่ หาร รอ้ ย.ร.๔๗๒ ซ่งึ มีร้อยโท
เฉลิมชัย วิรุฬเพชร ผู้บังคบั กองรอ้ ย พรอ้ มชดุ สนุ ัขสงครามกไ็ ดเ้ ดนิ เท้ามาถงึ ฐานปฏิบัติการบา้ นหมากแขง้

ในขณะท่ีเฮลคิ อปเตอร์พระท่ีนง่ั ได้เตรยี มรอ่ นลงยงั ฐานปฏบิ ัตกิ ารบา้ นหมากแข้ง เมือ่ สกีเฮลิคอปเตอร์
พระที่น่ังใกล้แตะพื้น พระองค์ได้ทรงกระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์แล้วโผเข้าหาที่กำบังเป็นพระองค์แรกอยา่ ง
ห้าวหาญ ต่อหน้าข้าศึกศัตรู ทำให้นายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ตดิ ตามตอ้ งรบี กระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์และเข้าท่ี
วางตัวอย่างกระชั้นชิด ในขณะเดียวกันผู้ก่อการรา้ ยคอมมิวนิสต์จากบริเวณเนินเขาทางทิศตะวันตกของฐาน
ปฏบิ ัติการบ้านหมากแข้งได้ใช้อาวธุ ปืนเลก็ ยิงเขา้ มายังฐานปฏบิ ัตกิ ารอยา่ งรุนแรงจำนวนหลายชุด ชุดละหลาย
นัด

พระองค์ได้รับสั่งให้ พันเอกรวมศักดิ์ ไชยโกมินทร์ รองผู้อำนวยการกองบังคับการพลเรือน ตำรวจ
ทหารท่ี ๑๖๑๗ เข้ารับผิดชอบพ้นื ที่ทางทิศเหนือของฐานปฏิบตั ิการ พันเอกพิจติ ร กลุ ละวณิชย์ ผู้ช่วยหัวหน้า
กองยทุ ธการกองทัพภาคที่ ๓ เข้ารับผิดชอบพน้ื ท่ีทางทศิ ใต้ของฐานปฏิบัติการ ร้อยเอกอณุ สมุ ติ ร ผชู้ ว่ ยหวั หน้า
กองยุทธการกองทัพภาคท่ี ๓ เข้ารบั ผิดชอบพน้ื ทีท่ างทิศตะวนั ออกของฐานปฏิบตั กิ าร สว่ นพระองคพ์ ร้อมด้วย
พลโทสมศกั ดิ์ ปญั จมานนท์ มทภ.๓ และคณะผตู้ ดิ ตามประกอบดว้ ย พันเอกเทยี นชัย จั่นมกุ ดา, พันตรีสายัณห์
คัมภีรพันธ์ และนาวาตรีปรีชา ศักด์ิณรงค์ ได้วางกำลังทางทิศตะวันตกของฐานปฏิบัติการ ซึ่งเป็นทิศทางที่
เผชิญหน้ากับผกู้ ่อการรา้ ย พรอ้ มกบั ได้บญั ชาการให้กำลังพลจากฐานปฏบิ ัตกิ ารยิงโต้ตอบ รวมทงั้ ได้บัญชาการ
ให้ปืนใหญ่ ปกค.๑๕๕ จากฐานปฏิบัติการบ้านห้วยมุ่นยิงไปยังที่บริเวณเนินเขาทางทิศตะวันตกของฐาน
ปฏิบัตกิ ารบ้านหมากแข้ง และบรเิ วณทสี่ งสัย หลังจากน้ันพระองค์ไดเ้ สด็จไปยงั หลมุ บุคคลรอบฐานปฏิบัติการ
ทรงให้คำแนะนำเรื่องการวางกำลัง การจัดฐานปฏิบตั ิการ และการวางระบบป้องกันตนเอง รวมทั้งได้แนะนำ
เรือ่ งการวางมมุ ยิงของปืน ป. และปนื ค. ตลอดจนไดท้ รงชจี้ ดุ อนั ตราย ซ่ึงเป็นจุดที่ลอ่ แหลมที่ผูก้ ่อการร้ายได้ใช้
จดุ น้ันๆ เป็นจุดเข้าทำการซุ่มยงิ หรือโจมตี

182

183

184

จากนั้นเวลา ๑๖.๕๕ นาฬิกา ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ไม่ทราบจำนวนจากบริเวณเนินเขาทางทิศ
ตะวันตกของฐานปฏิบัติการ ได้ใช้อาวุธปืนเล็กยิงรบกวนเข้ามายังฐานปฏิบัติการหลายครั้ง ครั้งละหลายนัด
พระองค์จึงไดบ้ ัญชาการให้กำลงั จากฐานปฏิบตั ิการ ทำการยงิ โตต้ อบไปยงั บริเวณดงั กล่าว และได้สั่งการให้จัด
ชุดปฏิบัติการขนาดเลก็ ออกทำการพสิ ูจน์ทราบพ้ืนที่บริเวณดังกล่าว โดยมีพระองค์ทรงทำหน้าท่ีผู้บังคับการ
กำลังพลในชุดซึ่งประกอบด้วย พลโทสมศักดิ์ ปัญจมานนท์, พันเอกรวมศักดิ์ ไชยโกมินทร์, พันเอกพิจิตร
กุลละวณิชย์, พันเอกเทียนชัย จั่นมุกดา, พันตรีสายัณห์ คัมภีรพันธ์, ร้อยเอกอณุ สุมิตร และกำลังจากฐาน
ปฏิบัตกิ ารอกี จำนวนหน่ึง พลโทสมศักด์ิ ปัญจมานนทไ์ ด้กราบบังคมทูลวา่ ขณะนี้ยังเปน็ พืน้ ที่อนั ตราย พระองค์
ก็ไดร้ บั สัง่ ว่า “ต้องไป เพราะเปน็ หน้าท่ขี องทหาร”

ขณะที่ชุดปฏิบัติการออกปฏิบัตกิ ารลาดตระเวนพิสูจน์ทราบนัน้ พระองคไ์ ด้แสดงความกล้าหาญและ
น้ำพระทยั เด็ดเด่ยี ว เย่ียงกษัตรยิ ์ชาตินักรบ ทรงกำชับกำลังพลที่ร่วมออกปฏบิ ตั กิ ารใหเ้ พม่ิ ความระมดั ระวงั เป็น
พิเศษอยู่ตลอดเวลาอันเป็นที่ประจักษ์ประทับใจ ในหมู่ทหารหาญที่ร่วมปฏิบัติการในขณะนั้นเป็นอย่างมาก
เสน้ ทางจากฐานปฏิบัตกิ าร ไปยงั บริเวณเนนิ ดังกล่าว เปน็ เส้นทางทรุ กันดาร ยากลำบาก เสยี่ งต่ออันตรายจาก
การซุ่มยิง และจากกับระเบิดเป็นอันมาก แต่พระองค์มิได้แสดงความหวาดกลัวหรือย่อท้อต่อการปฏิบัติการ
ดงั กลา่ วแตอ่ ยา่ งใด ชดุ ปฏิบัติการต้องใช้ความระมัดระวงั เป็นอย่างยง่ิ ต้องคอ่ ยๆ เคลือ่ นขบวนไปจนถึงบริเวณ
เนนิ ที่สงสยั พระองค์ได้แสดงพระปรีชาสามารถ โดยคาดคะเนจดุ ซุ่มยงิ ของผู้กอ่ การร้ายคอมมิวนิสต์ได้ถูกต้อง
และเป็นไปตามที่พระองค์คาดคิดจริงๆ เพราะในวินาทนี ัน้ เองไดม้ ีเสียงปืนดังขึน้ เป็นจำนวนมาก กระสุนได้พุง่
ตรงมายังชุดปฏิบัติการของพระองค์ จนฝ่ายตรงข้ามสงบการยิงและหลบหนีไป แล้วพระองค์เสด็จพระราช-
ดำเนินต่อไปจนกระทั่ง ได้ค้นพบหลุมบุคคลของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ประมาณ ๑๐ หลุม และพบปลอก
กระสุนปืนอารก์ ้าจำนวนหนึ่ง ก่อนที่ชุดปฏิบตั กิ ารจะกลับไปยงั ฐานปฏิบัตกิ ารพระองค์ได้บัญชาการให้จัดกำลัง
ทหารส่วนหน่ึงวางกำลังยึดรกั ษาพ้ืนทบ่ี รเิ วณเนินดงั กล่าวไว้อกี ด้วย

185

เมอ่ื เวลา ๑๗.๑๐ นาฬกิ า พระองค์ได้สั่งให้จดั ชุดปฏิบตั กิ าร โดยทีพ่ ระองคท์ รงทำหนา้ ท่ีผ้บู งั คบั การชุด
ไปยังหมู่บ้านหมากแข้ง ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าฐานปฏิบัติการซึ่งต้องผ่านจุดอันตรายหลายแห่ง การเสด็จ
พระราชดำเนนิ ไปยังหมบู่ ้านหมากแขง้ น้ี เพือ่ ทรงตอ้ งการฟื้นฟูจิตใจของประชาชนในย่านทมี่ ีการแทรกซึมของ
ฝ่ายตรงกนั ขา้ ม พระองค์ไดป้ ระทับอยู่ในหมู่บ้านหมากแข้งนี้ทา่ มกลางความปล้ืมปีติของชาวบ้านอยู่ประมาณ
๒๐ นาที พระองค์ทรงไต่ถามทุกขส์ ขุ และทรงแนะนำการประกอบอาชีพให้ หลงั จากนัน้ ไดเ้ สด็จพระราชดำเนิน
ไปยังบริเวณเฮลคิ อปเตอร์ที่ถกู ยิงตกใส่บ้านเรือนราษฎร ซงึ่ เปน็ บ้านของนายหำ ราศรีชัย พังเสยี หาย พร้อมได้
สอบถามนายสีทา โสภาวงั ผ้ใู หญ่บา้ นในขณะนัน้ ถงึ เหตกุ ารณ์เฮลคิ อปเตอรต์ กตกดว้ ยพระองค์เอง

หลังจากนั้นพระองค์ทรงตรวจสภาพของเฮลิคอปเตอร์เครื่องนั้นอยู่เป็นเวลานาน ต่อมาได้เสด็จ
พระราชดำเนินไปยังบริเวณโรงเรียนบ้านหมากแข้ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ ๕๐๐ เมตร เส้นทางเสด็จ
พระราชดำเนนิ ตอ้ งผ่านจดุ อนั ตรายท่ีผูก้ ่อการร้ายคอมมิวนสิ ต์เคยซมุ่ ยิงเจา้ หนา้ ที่มาแล้วหลายแห่ง แตพ่ ระองค์
กม็ ิได้ทรงหวน่ั เกรง ต่ออนั ตรายแตอ่ ย่างใด ท่ี โรงเรียนบ้านหมากแขง้ พระองคไ์ ดท้ รงตรวจสภาพของโรงเรียนท่ี
ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยึดไว้ได้ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปยังบริเวณเนินเขาสูงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ
หม่บู า้ นหมากแขง้ พระองคท์ รงได้แนะนำช้ีจุดอนั ตรายหลายแหง่ รวมท้งั ได้สง่ั วางกำลงั เขา้ ยึดพืน้ ทีบ่ ริเวณตา่ งๆ
ด้วยพระองค์เองตลอดเวลา

186

ช่วงเวลาที่พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณฯ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยู่หัว

เสด็จพระราชกรณยี กิจด้านความมัน่ คง ณ ฐานปฏิบตั กิ ารบ้านหมากแขง้ น้นั ฐานปฏบิ ตั ิการบ้านหมากแข้งของ

ตำรวจหนว่ ยปฏิบตั ิการพเิ ศษ มีเจ้าหน้าทตี่ ำรวจประจำการอยู่ดังนี้

ร้อยตำรวจโท สมยั ศรีเกตุ สบิ ตำรวจเอก เทยี นชัย สุวรรณโชติ

สบิ ตำรวจโท วรสทิ ธิ์ ผาลา สิบตำรวจโท ประจกั ษ์ พฒุ เิ ปรมเดช

สิบตำรวจโท ประสาท เมอื งราษฎร์ สิบตำรวจตรี ฉันทะ ทาแกว้

สิบตำรวจตรี ศกึ ษา ชดิ ชม พลสมคั ร เกยี รตศิ ักดิ์ พรอ้ มพรม

พลสมคั ร สวุ นิ วิรยิ ะวฒั น์ พลสมัคร สมศกั ดิ์ ดลภักดี

พลสมัคร มรกต เหมะธุลนิ ทร์ พลสมคั ร โยธิน ศรนี รจันทร์

พลสมัคร อำนาจ บุตรวงศ์ พลสมัคร พจนารถ รัตนนิมติ

พลสมัคร คชา ปาทาน พลสมคั ร สุพจน์ อดุ มนาม

พลสมคั ร ประพนั ธ์ พันธ์นาเหนอื พลสมคั ร สุพรรณ โคตรแสนเมอื ง

พลสมัคร พิษณุ ทพิ สีลาด พลสมคั ร ปัญญา ทองสกุล

พลสมัคร ปัญญา เลก็ ประชา พลสมัคร สเุ ทพ คชั รนิ ทร์

พลสมคั ร สมรรถพงษ์ บำรงุ ญาติ พลสมัคร ดำรง วะรีวฒั น์

พลสมัคร สมทรง หอ้ งแซง พลสมัคร โสภัณ ไชยลิ้นฟ้า

พลสมัคร น้อย ลอื หาญ พลสมัคร สวุ ิช ปราการ

187

พลสมคั ร สขุ ุม กิมะพนั ธ์ พลสมัคร ยรรณยง อุตสาหะสุข

พลสมัคร บัญชา สรุ ชาติเมธนิ ทร์ พลสมัคร เสถียร เย่ยี มเจรญิ

พลสมัคร โสภา อาสสารี พลสมคั ร ทรงศิลป์ ศรพี ันธ์

พลสมคั ร ธวัชชยั ทัดเทย่ี ง พลสมัคร ทะนงศกั ด์ิ ศรที บั ทิม

พลสมคั ร นวิ ัฒน์ เหลา่ ต้น พลสมคั ร ประจวบ เจรญิ ชัย

พลสมัคร วชิ ติ ซาแก้ว พลสมัคร ดำรง วะรวี ัฒน์

เวลาประมาณ ๑๗.๔๕ นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศี รีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ

พระวชิรเกลา้ เจ้าอยู่หัว ทรงให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าทไ่ี ปวางกับระเบิด พลุสดดุ สญั ญาณเตือนภยั ต่างๆ รอบๆ

บริเวณฐานปฏิบัติการทั้งชั้นนอกและชัน้ ใน และได้เรยี กประชมุ นายทหารท่ีเกี่ยวข้องทั้งหมด วางแผนป้องกัน

ฐานปฏบิ ัติการในเวลากลางคืน รวมท้ังได้มีการซักซอ้ มเพอื่ ปอ้ งกันการสบั สนเม่ือมีเหตุการณเ์ กดิ ขึ้น พระองค์ได้

ประทับแรมอยู่ในหลมุ บุคคลภายในฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้ง ซึ่งเป็นพืน้ ที่ย่านอันตรายและมีสถานการณ์

อยู่ในขั้นรนุ แรงตลอดคนื

เมื่อใกล้ถงึ เวลาค่ำทรงสั่งการให้เตรยี ม Stand to ซึ่งเจ้าหน้าท่ีทหารและตำรวจแทบทกุ นายไม่เข้าใจ

จึงได้ทรงอธิบายหลักการและความมุง่ หมายของ Stand to ระหวา่ งการ Stand to นั้น ได้ทรงตรวจเจ้าหน้าที่

ปฏบิ ัติการ ทุกนายรอบฐานอยา่ งละเอยี ด รวมทัง้ ไดท้ รงตรวจสอบเขตรบั ผดิ ชอบพนื้ ท่ตี รวจการณ์และการยิงแต่

ละจุด จนถงึ เวลา Stand down ประมาณคร่ึงชั่วโมงหลังมืด

พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดศี รีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว ทรงพระ
กรณุ าโปรดเกล้าฯ ใหน้ ายทหารและตำรวจที่ตามเสดจ็ และปฏิบัติการบนฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้งเข้าเฝ้า
อยา่ งใกลช้ ิด หลงั Stand down โดยพระองค์เองประทับอย่บู นขอบแนวท่ีต้งั ยิง่ เกา่ ทรงอธบิ ายปญั หาเกี่ยวกับ
พื้นที่ปฏิบตั กิ ารยุทธศาสตรพ์ ัฒนา และการต่อสภู้ ัยคุกคามที่เกิดจากผกู้ ่อการร้ายคอมมิวนิสต์ของทางราชการ
ยุทธวธิ กี ารปฏิบัตงิ านของฐานปฏบิ ัติการในพ้นื ที่ป่า และภเู ขา ฯลฯ ทำให้บรรดานายทหาร-ตำรวจ ท่ีเข้าเฝ้าฯ
โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติการชายแดนประทับใจ และซาบซ้ึงในพระปรีชาสามารถอย่างหาที่สุดมิได้ หลังจากนั้นได้
ร่วมฉลองวันลอยกระทงลว่ งหน้ากบั ขา้ ราชการ ทหาร ตำรวจ ณ ท่นี ั้นโดยไม่มีทรงถอื พระองค์

188

ในคืนวันที่ประทับแรมดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ
พระวชริ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว เสวยพระกระยาหารค่ำ เมนูผัดกะเพราเน้อื กระปอ๋ ง กับไข่ดาว ซ่งึ เปน็ เสบียงที่มีอยู่บน
ฐานปฏิบัติการ เนื่องจากเป็นการเสด็จพระราชดำเนินโดยมิได้มีหมายกำหนดการล่วงหน้า โดยมีพลสมัคร
ปญั ญา เล็กประชา เป็นผู้ประกอบพระกระยาหารถวาย

เวลาประมาณ ๒๔.๐๐ นาฬกิ า ทรงเขา้ บรรทมทหี่ ลมุ บุคคลด้านเหนือ ซึง่ มีความลกึ ประมาณ ๒ ฟุต มี
เพียงหลังคามุงแฝกหญ้าตา ๔ ตับ สำหรับกันลมและน้ำค้าง ในหลุมนั้นมีผ้าปันโจสำหรับรองพื้นดินสำหรับ
บรรทม พระองค์ใช้เป้สนามหนุนพระเศียร และบรรทมในเครือ่ งแบบสนามที่ทรงนำไปชุดเดียว โดยไม่มีฉลอง
พระองค์ เสอื้ แจกเก็ตฟิลด์ ซง่ึ ในคนื วันท่ี ๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๘ อากาศคอ่ นข้างหนาวและมีหมอกลงหนัก

ในวันรุ่งขึ้น ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๙ พระองค์ทรงตื่นบรรทมในเวลาประมาณ ๐๕.๐๐ นาฬิกา
เสดจ็ นำแม่ทัพภาคที่ ๓ นายทหารและตำรวจประจำตัว ไปตรวจการเตรียมพรอ้ มของกำลงั พลประจำแนวยาม
เช้าตรู่ เมื่อเวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา ทรงควบคมุ การกกู้ บั ระเบิดรอบฐานปฏิบัตกิ ารทไ่ี ด้ทรงวางไว้

เมื่อเวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา พระองค์ได้บัญชาการให้จัดกำลังออกเป็น ๓ ชุด ออกทำการพิสูจน์ทราบ
เส้นทาง และพื้นที่เนินเขาทางทิศตะวันตก บริเวณหมู่บา้ นและบรเิ วณเฮลิคอปเตอร์ตก รวมทั้งบริเวณเนินเขา
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

189

เมื่อเวลาประมาณ ๐๙.๐๐ นาฬิกา พระองค์ได้เสด็จกลับมายังฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้ง และ
เสวยพระกระยาหารเช้ารว่ มกับเจา้ หน้าที่ตำรวจและทหาร พร้อมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์
จำนวน ๕,๐๐๐ บาท ให้กับร้อยตำรวจโทสมัย ศรีเกตุ เพื่อทำการซ่อมแซมปรับปรุงฐานปฏิบัติการใหม่ให้มี
ความมั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันแรงระเบิดและกระสุนปืนใหญ่ได้ และยังตรัสว่าจะเสด็จกลับมาฐาน
ปฏบิ ัติการบา้ นหมากแขง้ อกี คร้ัง

190

191

จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ นาฬิกา จึงได้เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังสนามกีฬา
อำเภอเมืองเพชรบรู ณ์ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ เสด็จไปเยี่ยมและมอบของพระราชทานแก่ทหารและตำรวจทีบ่ าดเจ็บ
ทโ่ี รงพยาบาลเพชรบรู ณ์

192

เวลาประมาณ ๑๑.๐๐ นาฬิกา ได้เสด็จไปที่สนามบินหล่มสัก (พตท.๑๖๑๗) ได้ทรงพระราชทาน
ข้อคดิ เหน็ สถานการณใ์ นภาพรวม และข้อควรนำไปปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติให้กบั พันเอกศุกรยี ์ กลั ยาณมิตร
ผอู้ ำนวยการกองบงั คับการพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ ๑๖๑๗ และฝ่ายอำนวยการทเ่ี กยี่ วขอ้ ง

เวลาประมาณ ๑๑.๓๐ นาฬกิ า ได้เสด็จโดยเฮลคิ อปเตอร์พระทน่ี ่ังไปยังค่ายสฤษดิ์เสนา อำเภอวังทอง
จังหวดั พษิ ณุโลก เพอื่ เย่ยี มกำลงั พลของหนว่ ยพนั พิเศษ

เวลาประมาณ ๑๓.๑๐ นาฬิกา เสด็จโดยเฮลคิ อปเตอร์พระท่ีน่ังไปสนามบนิ พษิ ณโุ ลก เวลา ๑๓.๓๐ น.
เสดจ็ พระราชดำเนินกลบั กรุงเทพมหานคร โดยเคร่อื งบนิ ซี-๔๓

193

หลังจากท่ีพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกลา้ เจา้ อยู่หัว
พื้นที่บ้านหมากแข้งก็สงบลง ผู้ก่อการร้ายก็ถอยห่างออกไป ทหารจากร้อย ร.๔๗๒ เชียงคำ ซึ่งถูกส่งขึ้นมา
ช่วยเหลือตำรวจหน่วยปฏิบตั กิ ารพเิ ศษกไ็ ด้อยรู่ ักษาความปลอดภัยระยะหนึง่ กอ่ นถอยกำลังกลบั

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชริ าลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จ
พระราชดำเนินยังฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้งอีกครั้งในวันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๙ เสด็จโดย
เครื่องบนิ แอฟโร่ พระที่นัง่ จากสนามบินดอนเมอื งไปยังสนามบินพิษณุโลก และได้ประทับเฮลคิ อปเตอร์พระที่
น่ังไปยงั ฐานปฏิบตั กิ ารบ้านหมากแขง้ เมอ่ื เวลา ๑๒.๒๐ นาฬกิ า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชริ าลงกรณฯ พระวชริ เกลา้ เจ้าอยู่หัว เสด็จถึง
ฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้งเม่ือเวลา ๑๒.๕๐ นาฬิกา ได้เสด็จทอดพระเนตรบริเวณฐานปฏิบัติการ และได้
พระราชดำรัสกับเจ้าหน้าที่ทหารกบั สถานการณ์ทั่วไป เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ได้ประทับเสวยพระกระยาหาร
กลางวนั ที่ฐานปฏิบัติการบา้ นหมากแขง้

194

195

196

เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยงั โรงเรยี นเยน็ ศิระบ้านหมากแข้ง พระราชทานผ้าห่ม
และยารักษาโรคแก่ผู้ใหญ่บา้ นหมากแขง้ เพื่อนำไปแจกจา่ ยใหก้ ับราษฎร พระราชทานอุปกรณ์การศึกษาแก่ครู
พระราชทานเสื้อผา้ แต่เด็กนักเรียน และทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ใหแ้ พทยท์ ี่โดยเสด็จพระราชดำเนินทำการ
ตรวจรกั ษาราษฎรผู้บาดเจบ็ กบั ให้เจ้าหน้าท่กี ระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเสด็จพระราชดำเนินทำการช้ีแจง
เกย่ี วกบั โรคและรักษาเกยี่ วกับโรคระบาดของไก่ และได้พระราชทานไก่พนั ธุ์ใหก้ ับราษฎร

197

จากนนั้ พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรีสินทรมหาวชริ าลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยูห่ ัว
ไดส้ ั่งใหจ้ ัดชุดปฏบิ ตั กิ าร โดยท่ีพระองคท์ รงทำหนา้ ท่ีผบู้ งั คับการชุด ออกตรวจบริเวณท่ีเฮลิคอปเตอร์ตกอกี ครั้ง
เพอื่ เยี่ยมการปฏบิ ตั ขิ อง รอ้ ย.ร.๔๐๖๒ ท่อี อกปฏิบตั กิ ารชว่ ยเหลือราษฎร ซ่อมแซมสถานที่อยอู่ าศัยทเ่ี สยี หาย
จากเฮลคิ อปเตอรต์ ก และการโจมตขี องผกู้ ่อการร้ายท่ผี า่ นมา

ต่อมาเวลา ๑๗.๓๐ นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังสนามบินพิษณุโลกและได้
เสวยพระกระยาหารท่เี รือนรับรองริมนำ้ กองบญั ชาการช่วยรบที่ ๓ คา่ ยสมเด็จพระเอกาทศรถ กอ่ นท่ีจะเสด็จ
โดยเคร่ืองบินแอฟโร่พระทน่ี ั่งกลับกรุงเทพมหานคร

198


Click to View FlipBook Version