99
บทที่ 5
กรณพี พิ าทระหว่าง ไทย อินโดจีน และฝรง่ั เศส
(ค.ศ. 1940 - 1941)
สาเหตขุ องสงคราม
สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รชั กาลท่ี 4 องั กฤษกับไทยทำสัญญาระหว่างกัน โดยฝ่าย
ไทยเสียเปรียบโดยบังคับด้วยภาษีและการศาลไทยจึงยินยอมเพ่ือป้องกนั การเสียดินแดน อังกฤษได้หันไปยึด
ยะไข่ เมาะตะมะ ทวาย ตะนาวศรขี องพม่า
ตอ่ มาฝรงั่ เศสเอาอย่างอังกฤษ การเสียภาษแี ละการศาลใหเ้ ปน็ ไปตามอยา่ งอังกฤษ และยึดเอาดนิ แดน
ไทย 5 ครัง้ ดังนี้
1863 บงั คับใหถ้ อื ว่ากัมพูชา เกาะกง เปน็ ของเขมร
1888 ยกสิบสองจุไทยใหฝ้ รง่ั เศส
1893 ยกดินแดนฝั่งซ้ายใหฝ้ รง่ั เศส
1904 ยกฝัง่ ขวาแมน่ ้ำโขงตรงขา้ มหลวงพระบางและปากเซใหฝ้ รง่ั เศส
1907 ยึดเอา พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ (รวมทงั้ หมด 5 ครง้ั 467,500 กม.) คนไทยถกู ยิงตาย
ทเ่ี วยี งจันทน์ รฐั บาลไทยทำการประทว้ งตอ่ อคั รราชทตู ฝรง่ั เศสประจำประเทศไทย
สมัยตอ่ มาเมอ่ื 8 ธ.ค. 1940 นกั ศกึ ษาออกเดนิ ขบวน 10,000 คน ประชาชน 50,000 คน เรยี กรอ้ งให้
จอมพล ป. เรยี กรอ้ งเอาดินแดนคนื
ก.ค. 1940 ฝรั่งเศสแพ้เยอรมันสงครามโลกครั้งที่ 2 หมดสภาพจากการเป็นมหาอำนาจ
จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรฐั มนตรเี หน็ เปน็ โอกาสเหมาะสมทีจ่ ะเรยี กดินแดนคนื จากฝรง่ั เศส
ฝร่งั เศสสง่ กำลังคุกคามไทยทันทีใน 13 พ.ย. 1940 ส่งเครอื่ งบนิ ขา้ มโขงรุกนา่ นฟ้าไทยและท้ิงระเบิดที่
นครพนม
ภูมปิ ระเทศ
1. พ้นื ที่ ทภ.1 อ.อรัญประเทศ และ ศรโี สภณ
2. พืน้ ที่ ทภ.2 อดุ รธานี อุบลราชธานี สุรินทร์ นครพนม สกลนคร
3. พืน้ ท่ี ทภ.3 ลำปาง เชยี งใหม่ นครสวรรค์ นา่ น แควน้ หลวงพระบาง เชยี งราย
4. พน้ื ท่ี จว.ตราด เกาะช้าง ในความรบั ผิดชอบของกองทัพเรอื ไทย, จว.จนั ทบุรี
แผนการรบ หว้ งระยะเวลา พ.ค. 1940 – ม.ค. 1941
ฝ่ายฝรั่งเศส วางแผนเข้าตีและยึดกรุงเทพฯ ใช้กำลังทางบก ทางเรือ ทางอากาศ โดยใช้การเข้าตี
หลักต่อประเทศไทยทางด้านตะวันออกในเขต ทภ. 1 และทางทะเลจันทบุรี ตราด เข้าตีรองต่อประเทศไทย
ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนอื ในเขต ทภ. 2 และ ทภ. 3 บางสว่ น
ฝ่ายไทย ตัง้ รับเชงิ รุก กำลังทางบก ทางเรอื ทางอากาศ สกัดกน้ั ต้านทาน ขับไล่ ฝร่งั เศสให้ไปจาก
ดินแดนของไทยที่เสยี ไป คอื ลาว และ เขมร รุกโตต้ อบ ตามแนว ทภ. 1 และทางทะเลตราด – จนั ทบุรี ทภ. 2
100
สรุ นิ ทร์ อบุ ล หนองคาย ทภ. 3 เชยี งราย นา่ น เข้ายึดดนิ แดนแควน้ หลวงพระบาง ปากลาย สมาบรุ ี ถึงเมืองเงนิ
และยึดฝงั่ ซ้ายแมน่ ำ้ โขงไว้ท้ังหมด
การจัดกำลงั การวางกำลังและรูปขบวน
ฝ่ายฝรั่งเศส 28 พ.ย. 1940 ฝรั่งเศสส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดนครพนมใช้กำลังทางบก 3 กองพัน
รุกเข้าอรัญประเทศ จว.ปราจีนบุรี และวางกำลังทางภาคอีสานของไทยทางช่องเม็ก จว.อุบลราชธานี ป้อม
สำโรง จว.สุรินทร์ ท่าแขกเมืองเวียงจันทร์ ทางแคว้นหลวงพระบางฝ่ังขวาแม่น้ำโขง ฝรั่งเศสวางกำลังเบาบาง
กำลังทางเรือ รุกตามหัวเมืองชายทะเลตราด – จันทบุรี – ชลบุรี – กรุงเทพฯ ใช้กำลังเรือรบ เรือดำน้ำ
เครื่องบินและเรือสินค้าติดอาวุธขนาดใหญ่ รวม 9 ลำ โดยมีเรือลามอตต์ปิเกตต์ เป็นเรือธงและมีกำลังทาง
อากาศให้การสนบั สนุนตลอดแนวชายแดน
ฝา่ ยไทย ผบ.สูงสดุ จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม จัดตัง้ กองทพั สนามขนึ้ 2 กองทัพ กับ 1 กองพลอิสระ
คอื กองทัพบรู พา พล.อ.มังกร พรหมโยธี เปน็ แมท่ พั พล.อ.จรูญ เสรีเริงฤทธิ์ เปน็ รองแมท่ พั ต้งั กองบญั ชาการท่ี
จว.ปราจนี บุรี
กองทัพอีสาน พล.อ.หลวงเกรยี งศกั ดิ์ พิชิต เปน็ แม่ทพั ต้งั กองบัญชาการท่ี จว.สุรนิ ทร์
กองพลสนามอิสระ พล.อ.หลวงหาญสงคราม เป็น ผบ.พล. ต้งั กองบญั ชาการท่ี จว.ลำปาง
สำหรับทหารอากาศและทหารเรือ ส่งฝูงบินจากกองทัพอากาศไปประจำสนามบินอุบล 3 ฝูง,
สนามบินนครพนม 1 ฝูง, ส่งหน่วยนาวิกโยธิน 1 กองร้อย ประจำจังหวัดจันทบุรี ส่งเรือรบ 3 ลำ ประจำที่
เกาะช้าง
การจัดกำลังด้านจันทบุรี – ตราด กองกำลังทางบก มีกองกำลังนาวิกโยธินและทหารม้า ซึ่งเป็น
ปกี ขวาของกองกำลังบูรพา ทำการปอ้ งกันดา้ นจนั ทบุรี ตราด น.ต.ทหาร ขำหิรญั ร.น. เปน็ ผบ.พล.
กองกำลังทางเรือ จัดต้ังกองเรือพิเศษ แบ่งกำลังรบเป็น 3 กองเรือ และ 1 กองบิน ทะเลรักษา
อาณาเขตน่านน้ำไทยไปถึงอ่าวเสียม (เขมร) โดยมีสัตหีบเป็นฐานทัพเรือใหญ่ มีเกาะช้างเป็นฐานทัพเรอื หน้า
เพื่อปอ้ งกันมใิ หข้ ้าศกึ ยกกำลงั ขึ้นบก
การปฏบิ ตั ิการรบ
การรบด้านอีสาน กองทพั สนามดา้ นอสี าน มหี นว่ ยข้ึนตรง คอื พลาธกิ ารกองทพั สนาม, กองเสนารักษ์
สนาม, กองพันทหารสื่อสาร และหน่วยกำลังรบอกี 3 กองพล ประกอบดว้ ย
กองพลสรุ นิ ทร์ 3 พนั .ร., 1 พัน.ป., กองทหารมา้ รอ. 1 กอง เขา้ ที่ตัง้ จว.สุรนิ ทร์
กองพลอบุ ล 1 พนั .ร., 1 พนั .ป., ทหารม้า 1 กองร้อย ท่ตี ัง้ จว.อุบลราชธานี
กองพลอุดร 3 พัน.ร., 1 พนั .ป. ทีต่ ัง้ จว.อุดรธานี
บก.กองทัพอสี านตงั้ ณ จว.สุรินทร์
กองพนั อสี านเรมิ่ ทำการรบ 6 ม.ค. 2484 เวลา 0500 สงั่ ให้กองพลสรุ ินทร์เข้าตีจากชอ่ งจอม – เข้า
ยดึ ปอ้ มสำโรงของกัมพูชา
กองพลอบุ ลเขา้ ตีจากช่องเมก็ – เข้ายดึ นครจำปาศักด์ิ
กองพลอุดร ทำการตรงึ ข้าศกึ ทีเ่ มืองทา่ แขก ท่ีนครเวยี งจนั ทร์ ท่ีเมืองสวุ รรณเขต
101
การรบของกองพลสุรินทร์ มุ่งหมายจะล้อมป้อมสำโรงให้ข้าศึกยอมจำนนแล้วจับเป็นเชลยโดยให้
กองพันทหารมา้ ทำการสกดั กน้ั ข้าศกึ ทางด้านหลงั ทหารราบและปืนใหญ่เขา้ ตีทางดา้ นหนา้ ของปอ้ ม เม่ือฝ่ายเรา
เขา้ ประชิดปอ้ มฝ่ายข้าศึกใช้ปนื กลยงิ ประสานกันอยา่ งหนาแน่นบริเวณรอบๆป้อม ข้าศกึ ปลูกตน้ กระบองเพชร
ไว้หนา 3 เมตร ทำการยิงกนั นาน 6 ชั่วโมง ฝ่ายข้าศึกสง่ เครื่องบินมาท้ิงระเบิดต่อฝ่ายเรา ผบ.ร้อยทหารม้า
ตาย 1 คน, ทหารราบ 2 – 3 คน ฝา่ ยเราจึงต้องถอยเข้า จว.สรุ ินทร์ ตอ่ มา 9 ม.ค. 2484 เวลา 0500 ฝ่ายเรา
เปิดยุทธการเข้าตใี หม่โดยเปิดทางหนีใหข้ ้าศึกออกจากป้อม และเข้ายึด จังหวัดเสยี มราฐแล้วเขา้ ตีปีกขวาของ
ข้าศึก ประสานหน่วยบินฝ่ายเราให้แน่นแฟ้น สุดท้ายเข้ายึดป้อมสำโรงได้ในวันเดียว ไม่มีข้าศึกพบแพะ
เพียง 8 ตัว และเสบียงอาหาร ทราบจากชาวบ้านว่าข้าศึกถอยหนีไปตั้งแต่วันท่ี 6 ม.ค. 2484 คือต่างคนต่าง
ถอยหนีพรอ้ มกนั
การรบของกองพลอุบล กองระวังหน้าเคลื่อนที่ไปได้ 10 ก.ม. ก็ปะทะกับหมู่แมวมองของข้าศึก
ข้าศึกได้ยงิ ต้านทานอยู่พักหนง่ึ ก็ถอยหนเี ข้าคา่ ยบ้านดกู องระวงั หน้าทำการไล่ติดตามจนถึงค่ายบ้านดู่ข้าศึกใน
คา่ ยทำการยิงตา้ นทานอยา่ งรุนแรง ผบ.พลสัง่ ใหก้ องหนนุ ตีตอ่ ปกี ขวาก็ไมส่ ามารถเคลอ่ื นที่เข้าตีปอ้ มได้ แนวรบ
ห่างจากป้อมประมาณ 500 เมตร ทำการยิงกันอยู่ 3 ชั่งโมง ต่างฝ่ายต่างทำอะไรกันไม่ได้ พอดีกระสุนขาด
แคลนร้องขอสนับสนนุ ไปยังอบุ ล แล้วสั่งให้อีก 1 กองพันทำการโอบปีกซ้ายอีกครั้ง สนับสนุนด้วยปืนครกถูก
ข้าศึกในป้อมเพียงนัดเดียวตาย 5 คน ข้าศึกเสียขวัญถอยหนีไปขึ้นรถบรรทกุ ถอยไปข้างหลังทันที ฝ่ายเรายึด
ป้อมบา้ นดู่ได้ 6 ม.ค. 2484 เวลา 1300 น. ชักธงไตรรงคข์ น้ึ บนปอ้ มเปน็ ปฐมฤกษ์
การรบของกองพลอุดร ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเป็นแต่ยิงโต้ตอบกันทั้ง 2 ฝ่าย โบสถ์ฝรั่งถูกกระสุน
ปนื ใหญ่ของข้าศกึ เสียหายมากทน่ี ครพนมพระอุโบสถท่ีอำเภอมกุ ดาหารถกู ปนื ใหญ่พระประธานแหลกไมม่ ชี ้ินดี
กองทัพอากาศไทย สูญเสียนักบิน 1 นาย คือ น.ต.สานิต นวลมณี บินต่อสู้กับเครื่องบินข้าศึกซึ่งมี
ความเร็วสงู กว่า และที่นครพนมเคร่ืองบินข้าศึกได้ทำการทิง้ ระเบิดทำให้ฝ่ายเราสูญเสียเครือ่ งบนิ ไป 3 เครื่อง
คลังน้ำมนั ถูกไฟไหมห้ มด ผบ.สูงสดุ จงึ สั่งให้ยา้ ยสนามบินจากนครพนมมายงั สกลนครเพราะใกล้แม่นำ้ โขงเกินไป
การรบด้านพายัพ ผบ.พล. คือ พ.ท.หลวงหาญ สงคราม พ.ท.หลวงสุทธิสารรณกร เป็นเสนาธิการ
กองพล กองบัญชาการต้งั ณ จว.ลำปาง วางแผนการรบดงั นี้
ร.พนั . 30 จากลำปาง เขา้ ยึด บา้ นหว้ ยทราย ซ่งึ อยตู่ รงขา้ มกบั อ.เชยี งของ ของไทย
ร.พัน. 31 จากเชยี งใหม่ เข้ายึดลำนำ้ โขงท่ที า่ เด่ือ โดยเคล่อื นที่ผ่าน จว.น่าน
ร.พัน. 28 จากนครสวรรค์เคลื่อนทไี่ ปอตุ รดติ ถ์ แลว้ ปฏิบตั ิการเข้ายึดปากลาย
เมื่อ ร.พัน. 31 ยึดลำน้ำโขงไดส้ ำเร็จกน็ บั ว่าได้ดนิ แดนแคว้นหลวงพระบางฝัง่ ขวาแม่น้ำโขงคืนมาเม่อื
2 ก.พ. 2484 ในการปฏิบัติของกองพลพายัพถงึ แม้จะไม่ปะทะรนุ แรงเพราะข้าศึกต้านทานไม่เหนียวแน่นและ
ชิงถอนตวั ไปก่อนกต็ าม ผลทไ่ี ด้คือกองพลพายพั สามารถยึดพื้นท่ไี ดม้ ากกว่ากองพลอื่นซ่ึงมที ้ังหมด 13 กองพล
ประมาณ 30,000 ตารางกิโลเมตร ราว 38 % ของพื้นที่ทั้งหมด 113,000 ตารางกิโลเมตร ต่อมาญี่ปุ่นได้มา
ไกล่เกลี่ยไทยได้ทำสัญญาสันติภาพกับฝรั่งเศสเมื่อ 9 พ.ค. 2484 ได้มีพิธีรับมอบดินแดนคืนจากฝรั่งเศส
เมื่อ 5 ส.ค. 2484 ที่ปากลาย ดินแดนที่ได้คืนได้จัดตั้งเป็น จว.ล้านช้างของไทย แบ่งเป็น 2 อำเภอ คือ
อ.เดชจรัส อ.หาญสงคราม (สมาบุรี) ครั้นสนิ้ สดุ สงครามมหาเอเชียบรู พาไทยต้องมอบคืนให้ฝรัง่ เศสไป ท้ังนี้จะ
102
เหน็ วา่ เราไดด้ นิ แดนท่ีเคยเป็นของเราชัว่ ระยะเวลา 5 ปี 9 เดอื น 15 วัน แล้วก็ต้องส่งกลับคนื ให้แก่ฝร่ังเศสอีก
เนื่องจากอิทธิพลการเมืองภายนอกบีบบังคับ และความอ่อนแอของเราด้านเศรษฐกิจ การเมือง อีกทั้งไม่มี
กองทัพเข้มแข็ง ก็อาจต้องเสียดินแดนของเราเองอย่างที่เคยนั้นคือพวกเราไม่สามารถรักษาสมบัติของชาตไิ ด้
แผ่นดินที่บรรพบุรษุ ไดอ้ ุตสา่ ห์สร้างสมไว้ใหไ้ ด้ ตอ่ ไปชนรุน่ หลงั จะไปอยู่ท่ีไหน
การรบดา้ นบูรพา
เปน็ ด้านมีการรบหลกั ฝ่ายเราทำการรบกับฝร่ังเศสด้าน อ.อรญั ประเทศ จำนวนถึง 3 กองพัน ฝ่ายไทย
สามารถเอาชนะฝรั่งเศสได้ เราได้ใช้กำลังทางอากาศสนับสนุนการรบทางภาคพืน้ ดิน ร.พัน. 6 จากลพบุรีโดย
การนำ พ.ต.พรอ้ ม ทองพต ออกจากลพบุรี 30 พ.ย.2483 เข้าที่ตง้ั อ.อรญั ประเทศ มี พ.อ.หลวงพรหมโยธี เป็น
แมท่ พั
การรบบริเวณหลกั 44 ฝรั่งเศสรุกเข้ามาทาง บ.โคกสูง และ บ.โนนหมากมุ่น กำลังฝ่ายฝรั่งเศสกำลงั
ประมาณ 1 หมู่ ลาดตระเวณผ่านไป บ.ประสาทสลกก๊ก ตะกุดบัวขาว ฝ่ายเรามี ร.ท.สนิท ชาติสิงห์ กระจาย
กำลังซุ่มโจมตี ฝา่ ยฝร่ังเศสได้พากันถอยหนีไปเม่อื รุ่ง 20 ธ.ค. 2483 ปรากฏฝา่ ยฝร่ังเศสตายหลายคน
กำลังข้าศึกส่วนใหญช่ ุมนุมกันที่ดา่ นปอยเปตและตั้งป้อมอยูใ่ นหย่อมป่าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนอื
ของ ปอยเปต ฝ่ายเราตัง้ รับตามแนวประตูชยั และบรเิ วณคลองลึก ท่าข้ามปอยเปต บ.วังมอญ เกดิ การปะทะกัน
และฝ่ายขา้ ศึกก็ถอยหนีไป
5 ม.ค. 2484 ผบ.พล ได้สงั่ การตอ่ สดู้ ังน้ี
1. ร.พนั . 6 เข้ายึดดา่ นปอยเปต และไดด้ ดั แปลงภมู ปิ ระเทศอยา่ งแข็งแรงตามแนวจุดสำคัญ
ถนนอรัญประเทศ, ศรโี สภณ และด่านปอยเปต, บ.ดง ห้ามถอย
2. ร.พนั . 8 เคล่ือนทยี่ ึดพืน้ ทีแ่ ทน ร.พัน. 6 เมื่อส่ัง
3. ร.พัน. 4 จากวฒั นานครเคล่อื นกำลงั ไปอรัญประเทศ เปน็ กองหนนุ
4. ป.พัน. 4 เขา้ ทีต่ ้ังยงิ ป้องกันให้ ร.พนั . 6
ข้าศึกได้เข้าโจมตีบริเวณท่ีทำการด่านและป่าทิศตะวันตกและทางประตูชัยซง่ึ ร.พนั .6 ยดึ อยู่ทำให้เกิด
การตอ่ ส้กู ันอยา่ งหนักฝา่ ยเราเข้าโจมตอี ยา่ งกลา้ หาญดว้ ยปนื เล็กและปนื กล ปนื ใหญใ่ ห้การสนับสนุน
เครื่องบนิ ขา้ ศึกแบบโมราน 3 เครอ่ื ง บินมาจากทางทิศตะวนั ออกมงุ่ ไปสถานีอรัญประเทศแล้วทำการ
ถล่มสนามบินยังไม่ทันทิ้งระเบิด เครื่องบินฝ่ายเราขึ้นทำการบินต่อสู้ 1 ลำ นำฮ๊อกไล่ยิงขับไล่บินหนีไปทาง
ศรีโสภณ บนิ สงู ในระยะ 2,000 เมตร ร.พัน. 6 ดำเนนิ การสรู้ บอย่างดุเดือด ขา้ ศกึ ร่นถอยอย่างไม่เป็นระเบียบ
เมื่อเวลา 1800 น. ฝ่ายเรายึดปอยเปตได้ ข้าศึกทิ้งศพไวเ้ กลือ่ นสมรภูมิ ต่อมาใน 6 ม.ค. 2484 ข้าศึกได้เปิด
ฉากการรบอีกตามแนวโรงบ้านทางด้านซ้ายมือถนนศรโี สภณ ฝ่ายเราเคลือ่ นที่เขา้ หาข้าศกึ อย่างช้า ๆ และเอา
ขอนไมโ้ ยนทับลวดหนามเจาะแนวติดดาบปลายปืนประจัญบานกับข้าศึก ร.พนั . 6 ยดึ ค่ายปอยเปตได้ ฝ่ายเรา
เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนข้าศึกทิ้งซากศพเกลื่อนสมรภูมิส่วนมากเป็นศพทหารเขมรและแขก
ในตอนกลางคนื มีเคร่ืองบินฝรงั่ เศสบินมาท้งิ ระเบิดหลายคร้งั แตไ่ มต่ รงจุดฝ่ายเรา
การรบทางอากาศ 17 ม.ค.2484 เครื่องบินฟาร์มังของฝรั่งเศสบินมาทิ้งระเบิดที่อรัญประเทศอย่าง
หนกั หนว่ ง เครอื่ งบินของไทย 14 เคร่ือง ข้ึนบนิ มุ่งหน้าไปศรีโสภณทำการโจมตีตอ่ แนวตงั้ รับของฝร่ังเศสสร้าง
103
ความเสียหายให้ได้มากแล้วบินกลบั มายงั สนามบิน ในตอนเย็นเครื่องบินฝ่ายเรา 3 เครื่อง มุ่งไปศรีโสภณเพอ่ื
โจมตีข้าศกึ ฝ่ายฝร่ังเศสใชเ้ คร่อื งบิน 5 เคร่ืองขน้ึ ทำการตอ่ สู้ ฝ่ายเราทำการทง้ิ ระเบิดคลังอาวุธข้าศึกสำเร็จแต่
ถูกยิงตกไป 1 เครือ่ ง อกี 2 เคร่อื งสามารถบินกลับฐานบินอรัญได้ปลอดภยั 3 กองพนั ทหารฝร่งั เศสตอ้ งพา่ ยแพ้
ยบั เยินทิ้งศพไวป้ ระมาณ 20 จับเชลยและยทุ โธปกรณจ์ ำนวน 10 คน
ยุทธนาวีเกาะช้าง 14 ม.ค. 2484 กองทัพเรือไทยส่งหมวดเรือที่ 3 ประกอบด้วย ร.ล.ธนบุรี,
ร.ล.ระยอง, ร.ล.สงขลา, ร.ล.ชลบุรี, ร.ล.หนองสาหรา่ ย, ร.ล.เทียวอุทก ไปตั้งฐานหน้าท่ีเกาะชา้ ง ภายใต้การ
บังคับบญั ชาของ น.ท.หลวงพรอ้ ม วีระพนั ธุ ร.น. และใน 16 ม.ค. 2484 กองทพั เรอื ไทยหนว่ ยนาวกิ โยธินยกพล
ขึ้นบกที่จันทบุรี และแหลมงอบ หลังจากประมาณสถานการณ์ฝ่ายข้าศึกแล้ว จึงกำหนดแผนที่จอดเรือใหม่ 2
จุด คือ ร.ล.ธนบุรี, ร.ล.เทียวอุทก, ร.ล.หนองสาหร่าย จอดบริเวณเกาะลิ่ม ป้องกันเรือฝรั่งเศสที่จะเข้ามา
ทางด้านเกาะช้างและยิงช่วยทหารบนบกบริเวณแหลมงอบ ร.ล.สงขลา และ ร.ล.ชลบุรี จอดบริเวณเกาะง่าม
ปอ้ งกันสนามบนิ เกาะง่าม และปอ้ งกันเรือฝรัง่ เศสทจี่ ะมาทางใต้ของเกาะช้าง
ในวันเดียวกันนั้นฝรั่งเศสได้บินลาดตระเวนทางอากาศ แล้วเคล่ือนกำลังทางเรือประกอบด้วยเรือรบ
เรือดำน้ำ เครื่องบิน และเรือสินค้าติดอาวุธขนาดใหญ่รวม 9 ลำ โดยเรือลามอตต์ ปิเกตก์เป็นเรือธง มี
น.อ.เบร่งิ เยร์ เปน็ ผ้บู ังคับการเรือ แลว้ ยังประกอบด้วยเรอื ปืนอมู องต์ดรู ์วิลล์ เรือปนื อารม์ ลิ าน ซาร์เน่ เรอื ปนื ตา
อรู ์ เรอื ปืนมารน์ เรือตรวจ เบอรินล์ เรือตรวจอาร์มมังต์ รุสโซ เรอื สินค้าติดอาวธุ 2 ลำ เครือ่ งบนิ ทะเล 8 เครือ่ ง
กองเรือฝรั่งเศสเบนหัวตามเข็มทิศมุ่งเข้ามาทางด้านเกาะช้าง เป็นไปตามแผนของ น.อ.หลวงพร้อม วีรพันธุ
ร.น.
17 ม.ค. 2484 เวลา 0550 น. ยามตรวจการณ์ ร.ล.ธนบุรี รายงานเห็นเครื่องบินฝรั่งเศส มาแต่ไกล
ผู้บังคับการเรอื ส่ังประจำสถานีรบ เครื่องบนิ ฝร่ังเศสโผล่มาทางยอดเขาด้านใต้มุ่งยังกองเรือรบไทยอยา่ งมัน่ ใจ
ร.ล.ชลบุรี, ร.ล.สงขลา ระดมยิงอย่างหนักเครื่องบินฝรัง่ เศส รนรานทิ้งระเบิดแล้วรบี บินหนีไป ขณะเดียวกัน
เวลา 0630 ยามตรวจการณ์ ร.ล.สงขลา เหน็ เรือลามอตต์ ปิเกตก์ นำกองเรอื โผลเ่ ขา้ มาทางเกาะหวายกับเกาะ
ใบ ด้วยความเร็ว 20 น็อต ท่ามกลางทัศนวิสัยเลวทำให้ไม่เห็นเรือ ร.ล.สงขลา เมื่อเข้ามาอยู่ในระยะปืน
ร.ล.สงขลา จึงระดมยิงเรือลามอตต์ ปิเกตก์ 1 ตับ เปรียบเสมือนเด็กน้อยต่อสู้กับผู้ใหญ่ ขณะเดียวกัน
ร.ล.ชลบุรี ก็เข้ามายงิ ชว่ ย และยามตรวจการณ์พบเรือดมู องต์ คูร์วิวล์ เรืออาร์มลิ าน ซาริเน่ช์ โผล่มาทางเกาะ
หวายกับเกาะคุ้ม ขณะเดียวกันเรือตาอูร์และเรือมาร์นโผล่มาทางบางเป้าหีบ ร.ล.ชลบุรี จึงเปลี่ยนเป้าหมาย
มายังเรือดงั กล่าว การสรู้ บระหว่างเรอื ตอร์ปโิ ด 2 ลำ ของไทยกบั เรอื รบฝร่ังเศส 5 ลำ เปน็ ไปอย่างดเุ ดอื ด ถงึ แม้
จะมกี ำลงั น้อยกว่าและเสียเปรยี บเทยี บกันไมไ่ ด้ถูกยิงจนเรอื คอ่ ย ๆ จมทีละน้อยทหารเรอื ทุกคนไมค่ ดิ ท้อถอย
ฝ่าย ร.ล.ธนบุรี ได้ยินเสียงปืน ร.ล.ชลบุรี และ ร.ล.สงขลา ยิงต่อสู้เครื่องบินแล้วและไดย้ ินเสียงปืนถ่ี
และหนักขึ้นทหารทกุ คนรู้ว่าเรอื ตอร์ปิโดทั้ง 2 ลำของเรากำลังปะทะขา้ ศึกเข้าแล้วด้วยความเป็นห่วงผูบ้ ังคบั
การเรือสั่งเรือเดนิ หน้าเตรียมรบพวกกาบขวาที่หมายเรือลามอตต์ ปิเกตก์และยิงก่อนเป็นตับแรกด้วยกระสนุ
ขนาด 8 น้วิ แทน่ คูห่ น้า – หลัง ขณะเดียวกันเรือลามอตต์ ปเิ กตต์ ทม่ี ขี นาดใหญ่กว่ายิงโต้ตอบกระสุนนัดหนึ่ง
ในตับที่ 4 เจาะทะลุผ่านห้องโถงชอนขึ้นระเบิดทะลุพื้นหอรบของ ร.ล.ธนบุรี เป็นเหตุให้ น.ท.หลวงพรอ้ ม วีร
พันธุ์ ร.น. และทหารในหอรบหลายนายเสียชีวิตทันทีและบาดเจ็บสาหัส ทำให้เรือซึ่งแล่นด้วยความเร็ว 14
104
นอต หมนุ ซา้ ยเป็นวงกลม 4 รอบ เป็นโอกาสให้ฝ่ายฝรง่ั เศสระดมยิงไดอ้ ย่างเตม็ ที่ เมื่อปราศจากหอควบคุมการ
ยิง ร.ล.ธนบรุ ีได้ทำการยิงอยา่ งอิสระกระสุนปนื หลายนัดถกู เรือข้าศึกเหน็ แสงไฟ เปลวระเบิด ควันเพลิงพุ่งขึ้น
บริเวณกลางลำล่าถอยไปรวมกำลังกับเรือบรวิ ารอีก 4 ลำ ที่แล่นเข้ามาประกบทางทิศตะวันตกของเกาะเหลา
ในประคับประคองกนั หนไี ป
ในช่วงน้ีมเี ครือ่ งบินลำหน่ึงติดเคร่ืองหมายไทยบินมาในระยะต่ำทางด้านหัวเรอื ร.ล.ธนบุรี จึงไมไ่ ด้ยงิ
ต่อสู้ทำให้เครื่องบินทิง้ ระเบิดลงบนดาดฟ้าเจาะทะลเุ ป็นรกู ว้าง 50 ซ.ม. ระเบิดในหอ้ งครัวทหาร ทำให้ทหาร
ตายไป 3 นาย ร.ล.ธนบุรีไฟไหม้แล่นไปทางแหลมน้ำแล้วมาทางแหลมงอบ เรือเอียงทางกาบขวาและหยดุ นงิ่
ร.ล.ชา้ งได้เขา้ มาชว่ ยดับไฟแล้วลากจงู ไปถงึ หนา้ แหลมงอบ การต่อสปู้ ้องกนั อธปิ ไตยของชาติคร้งั น้ี ทหารหาญ
ประจำเรอื ทั้ง 3 ลำ สละชพี เพื่อชาติ 36 นาย ประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทยจารึกไว้ไม่ลมื เลอื นในความกล้าหาญและ
นำ้ ใจชายชาติทหารของทหารเรือไทย
ผลของสงคราม
1. กองทัพบกยดึ ดินแดนไดด้ ังนี้
กองพลพายัพ ยึดได้ฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงข้ามหลวงพระบางและห้วยทราย ตรงข้าม
อ.เชยี งแสน
กองพลอุบล ยดึ ไดแ้ ควน้ จำปาศักด์ิ
กองพลสรุ นิ ทร์ ยึดได้สำโรง และจงกัล
กองพลบรู พา ยดึ ได้ทางตะวนั ตกของศรโี สภณ
กองพลจนั ทบุรี ยึดได้ บ.ภุมเรยี ง บ.หว้ ยเขมร
ญีป่ ่นุ ไกลเ่ กลี่ยระหว่างไทย – ฝร่ังเศส 11 ม.ี ค. 2484 ยกใหไ้ ทย
แควน้ หลวงพระบางเปน็ จว.ลา้ นชา้ ง
แคว้นจำปาศกั ดิ์เปน็ จว.นครจำปาศักด์ิ
เมอื งเสยี มราชเป็น จว.พิบูลย์สงคราม
พระตะบอง ศรีโสภณ เป็น จว.พระตะบอง
ตอ่ มาหลงั สงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรัง่ เศสชนะสงครามจงึ เรียกร้องเอาดินแดนกลับคืนไปหมด แลกกับ
การเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาตขิ องประเทศไทย
2. สร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเกียรติประวัตินักรบไทย ทั้งทหาร, ตำรวจ, พลเรือน บรรจุอัฐิ
ผู้เสยี ชีวติ ไว้ ณ ท่นี ้ัน
บทเรยี นจากการรบ
1. ไม่มีมหาอำนาจทางทหารให้การสนับสนุนการรบทำให้การดำรงความเป็นชาติอยู่ได้ยากมักถูก
รงั แกจากประเทศแข็งแรงกวา่
2. ควรจดจำเสียดินแดนไปมากทกุ คนเกิดเปน็ คนไทยต้องรกั แผ่นดินเกดิ ให้เหลือไว้สำหรับลูกหลาน
ถา้ เราอ่อนแอไมม่ ีทหารท่กี ลา้ หาญแลว้ ตอ่ ไปอาจจะไมม่ ีแผน่ ดินอยู่
105
คำถามท้ายบทที่ 5
กรณพี ิพาทระหวา่ งไทย อินโดจีน และฝรงั่ เศส
1. ในการเรียกร้องให้จอมพล ป.เรยี กรอ้ งเอาดนิ แดนคนื ท้ังหมด 5 คร้งั มีท่ีใดบ้าง
2. สงครามโลกครั้งที่ 2 บทบาทของสตรมี มี ากขนึ้ โดยเฉพาะการมีส่วนรว่ มในสงครามโลก จงอธิบาย
บทบาทของสตรดี งั กลา่ ววา่ มีสว่ นร่วมในด้านใด
3. จงอธบิ ายแผนการรบ ของฝา่ ยฝร่งั เศส หว้ งระยะเวลา พ.ค. 1940 – ม.ค. 1941 มาพอเข้าใจ
4. จงอธบิ ายแผนการรบ ของฝา่ ยไทย ห้วงระยะเวลา พ.ค. 1940 – ม.ค. 1941 มาพอเข้าใจ
5. กองทพั สนามดา้ นอีสาน มหี นว่ ยข้นึ ตรง คือ พลาธิการกองทัพสนาม, กองเสนารกั ษส์ นาม, กองพัน
ทหารสือ่ สาร และหนว่ ยกำลงั รบอกี 3 กองพล คือ กองพลใดบา้ ง
6. การรบทางภาคพายัพ ทา้ ยสุดมีพิธรี ับมอบดนิ แดนคนื จากฝรั่งเศสเมอ่ื 5 ส.ค. 2484 ทีป่ ากลาย
ดินแดนที่ไดค้ ืนไดจ้ ดั ต้ังเป็น จว.ล้านช้างของไทย แบ่งเปน็ ออกเป็น 2 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอ
อะไรบา้ ง
7. การรบทางด้านบรู พา เมอื่ วนั ท่ี 5 ม.ค. 2484 ผบ.พล ได้สงั่ การต่อสู้ อยา่ งไร
8. น.ท.หลวงพรอ้ ม วีระพนั ธุ บงั คบั บัญชาหมวดเรือที่ 3 ประกอบด้วย เรอื ใดบ้าง
9. จงสรปุ สถานการณย์ ทุ ธนาวเี กาะช้างมาพอเขา้ ใจ
10. ผลของสงครามกองทพั บกสามารถยึดดินแดนกีท่ ี่ จงสรปุ มาพอเข้าใจ
106
บทท่ี 6
สงครามมหาเอเชียบูรพา
สาเหตุของการสงคราม
เมอื่ สงครามโลกครัง้ ท่ี 2 ได้เปดิ ฉากขน้ึ โดยเยอรมนั บุกโปแลนด์ ในตน้ เดอื น ก.ย. 2483 ประเทศไทยได้
ประกาศตนเป็นกลางอย่างเครง่ ครัดตลอดมา แมเ้ หตุการณ์ทางภาคตะวนั ออกไกลจะเพ่ิมความตึงเครียดข้ึนมา
ตามลำดับ เพราะญี่ปุน่ ซึ่งเป็นภาคีของฝ่ายแกน (เยอรมัน อิตาลี และ ญี่ปุ่น) มีแผนความคิดที่จะครองเอเชีย
ไทยกค็ งยืนหยดั ประกาศความเป็นกลางอยเู่ ชน่ เดมิ
ต่อมาทา่ ทขี องญ่ีปนุ่ ไดแ้ สดงออกเด่นชัดในการคกุ คามด้านเอเชีย โดยสง่ กำลงั ทหารขา้ มมาในอินโดจีน
ของฝรั่งเศส ไทยก็คงประกาศตัวเป็นกลางอย่างเดิม ยิ่งกว่านี้ทางการทหารได้ตระหนักแน่ถึงภัยคุกคามจาก
ญ่ปี ่นุ จงึ ได้ส่ังให้หนว่ ยทหารเตรียมรบั สถานการณท์ จี่ ะตอ้ งเผชญิ อยา่ งกวดขนั
สถานะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของไทยมีความสำคัญทางยุทธศาสตรข์ องญ่ีปุ่นอยู่เป็นอนั มาก ทั้งน้ีเพราะ
การเขา้ ตพี ม่าและสิงคโปรข์ องญปี่ นุ่ จำเปน็ อย่างยงิ่ ท่ีต้องสง่ กำลงั ทางภาคพื้นดนิ ผ่านประเทศไทย ฉะนั้นในทันที
ท่ญี ี่ปุ่นเข้าจโู่ จม โจมตี เพอรล์ ฮาร์เบอร์ และฟิลิปปนิ ส์ใน 8 ธ.ค. 2484 ญ่ีปนุ่ กเ็ ขา้ โจมตีประเทศไทยพร้อมกัน
โดยยกพลขึ้นบก ณ จุดสำคัญหลายแห่งและทางภาคใต้ของประเทศไทยอาทิ อรัญประเทศ ประจวบคีรีขันธ์
บางปู สรุ าษฎรธ์ านี นครศรธี รรมราช สงขลา ปัตตานี รฐั บาลไทยได้ส่งคำขอความช่วยเหลือไปยังผู้บัญชาการ
สูงสุดภาคตะวันออกไกลของอังกฤษ ได้รับคำตอบว่าให้ช่วยตนเองไปก่อนเพราะขณะน้ันสภาพของอังกฤษอยู่
ในภาวะขบั ขนั เปน็ อนั วา่ ประเทศไทยต้องตอ่ สกู้ ับข้าศึกซึ่งมกี ำลงั มากกวา่ อยา่ งโดดเดี่ยว ทหารไทยทางภาคใต้
ต่อสู้อย่างองอาจกล้าหาญทั้ง ๆ ที่มีกำลังน้อยกว่าและอาวุธก็ด้อยกว่าทั้งคุณภาพและปริมาณ รัฐบาลไทยใน
ขณะนั้นมองไม่เห็นทางที่จะนำประเทศไทยให้พ้นจากความหายนะ จึงได้แก้ไขเหตกุ ารณ์เฉพาะหน้าโดยเปิด
เจรจากบั ญปี่ นุ่ และส่ังใหท้ หารหยุดยงิ ในวันตอ่ มาการเจรจาได้มีการต่อรองยืดเยื้อไปจนกระทั่ง 24 ธ.ค. 2484
ประเทศไทยจำต้องทำสัญญาร่วมรบกับญี่ปนุ่ ด้วยเหตุนีป้ ระเทศไทยจึงรว่ มรบกับญี่ปุ่นดว้ ยความจำใจ
การเตรยี มการ
แม้ว่าประเทศไทยจะตื่นตัวในด้านการทหารมาเป็นเวลานาน โดยพยายามปรับปรุงกองทัพให้
เจริญก้าวหน้าทันสมัยเป็นเวลาหลายสิบปีก็ตาม แต่เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเล็กและเป็นประเทศ
เกษตรกรรม ฉะนั้นอาวุธยุทโธปกรณ์จึงไม่อยู่ในระดับที่พึงพอใจ อย่างไรก็ดีกองทัพไทยได้พย ายามสุด
ความสามารถเท่าที่จะทำได้ โดยสั่งซื้อปืนใหญ่ ปืนกล รถถัง เคร่ืองบิน และเรือรบจากประเทศต่าง ๆ
โดยเฉพาะจากประเทศทางภาคพ้ืนยโุ รป ส่วนอาวุธกลขนาดเลก็ และกระสุน ประเทศไทยกพ็ ยายามผลติ เอง แต่
ผลท่ไี ดร้ บั ปรมิ าณนอ้ ยมาก
กำลังทางบก ในยามปกติ ได้แบ่งเป็น 5 ภาค คือ มณฑลทหารบกที่ 1 ภาคกลาง มณฑลทหารบกที่ 2 ภาค
ตะวันออก, มณฑลทหารบกที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, มณฑลทหารบกที่ 4 ภาคเหนือ และ
มณฑลทหารบกที่ 5 ภาคใต้ โดยเฉพาะมณฑลทหารบกที่ 1, 2, 3 และ 4 ในยามสงครามได้แปรสภาพ
เปน็ กำลงั รบ โดยจดั กำลงั เปน็ กองพล 1, 2, 3 และ 4 ตามลำดับ
107
หลังจากได้ทำสัญญาร่วมรบกับญี่ปุ่นแล้ว ไทยได้รับอาวุธจากญี่ปุ่นเป็นต้นว่า เครื่องบิน รถถัง และ
ปืนกล จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะปืนกลเบาที่ได้รับจากญี่ปุ่นนั้นเป็นแบบและขนาดแตกต่างจากที่กองทัพไทย
เคยใช้อยู่ ทั้งเวลาในการฝึกให้คุ้นเคยกับอาวุธใหม่นี้มีน้อยทำให้มีเหตุขัดข้องในเวลารบ บางครั้งเกิดเป็นผล
เสียหายในการปฏบิ ัติการรบ
กำลังทางเรือ จำนวนเรือรบมีไมก่ ล่ี ำ เป็นเรือขนาดเล็ก ม่งุ หมายทีจ่ ะรกั ษาชายฝ่ังเทา่ น้ัน
กำลงั ทางอากาศ จำนวนเคร่ืองบินรบมีไม่ก่รี อ้ ยเครอื่ ง ส่วนใหญเ่ ปน็ เครื่องบนิ ขบั ไล่
เนื่องจากก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศฝรั่งเศสได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศผู้นำในทาง
การทหารประเทศหนง่ึ การจดั กำลงั รบทางภาคพื้นดินของกองทพั บกไทยจงึ เลียนแบบฝรง่ั เศสและการจัดกำลัง
ทั้งกองทัพเป็นแบบเดียวกันหมด ไม่มีหน่วยพิเศษแต่อย่างใด รูปการจัดมุ่งที่จะใช้รบในภมู ิประเทศเป็นที่ราบ
มากกว่า ตลอดจนการฝึกหัดก็เช่นเดยี วกันกองทัพของเราก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ค่อยสนใจการรบในป่า
หรือในภูมิประเทศที่เป็นภูเขาด้วยเหตุนี้เมื่อกองทัพไทยจำต้องไปรบในภาคเหนือของประเทศ ซึ่งภูมิประเทศ
กนั ดารเป็นปา่ เขาจึงเกิดข้อบกพรอ่ งขึ้น เนอ่ื งจากขาดความชำนาญ
การเตรยี มการในกิจการในเขตหลังกค็ งเชน่ เดียวกันกองทัพของเรามีความสนใจน้อยเกนิ ไป ระบบการ
ส่งกำลังบำรุงตลอดจนการฝึกตนเพื่อกิจการในด้านนี้เราไม่ได้เตรียมไว้ตั้งแต่ในยามปกติ รวมทั้งอุปกรณ์การ
ขนส่งกม็ ีไม่เพยี งพอ
ลกั ษณะภมู ิประเทศและเสน้ ทางทางคมนาคม
ตามขอ้ ตกลงรว่ มรบกับญ่ีป่นุ กองทัพไทยต้องปฏิบตั ใิ นพน้ื ทภี่ าคเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นดนิ แดน
ส่วนหนึ่งของพมา่ เรียกกันว่า ชานสเตท ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศโดยทวั่ ไปทุรกนั ดาร เปน็ ป่าและภูเขา ย่งิ ลึกเข้าไป
ในดนิ แดนของข้าศึก (ชานสเตท) ภูเขาย่งิ สงู ชนั ตามลำดบั สงู กว่าระดับนำ้ ทะเลนับเป็นจำนวนพนั ๆ ฟตุ เต็มไป
ด้วยโรคภยั ไขเ้ จ็บ โดยเฉพาะ เช้ือมาลาเรยี ซ่งึ ปลดิ ชีวติ ทหารนบั เปน็ จำนวนหลายพันคน
เส้นทางคมนาคมอาจแบ่งได้เป็นสองตอน ตอนแรกนับแต่ชายเขตแดนพม่ามายังเขตภายในประเทศ
ไทย มีทางรถไฟสายเหนือซึ่งทอดจากเมืองหลวงถึงจังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อจากลำปางก็มีเส้นทาง
ถนน ชั้นที่ 1 ทอดไปถึงชายแดนพม่า จากจังหวัดเชียงใหม่มีถนนไปถึงชายเขตพม่า เส้นทางคมนาคมและ
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศในตอนนส้ี มบูรณก์ ว่าตอนที่สอง ซ่ึงจะกล่าวตอ่ ไป
ตอนทส่ี องนับแตช่ ายเขตแดนไทยไปยังดินแดนข้าศึก (ชานสเตท) มเี ส้นทางเขา้ ไปได้สองเส้นทาง จาก
เชยี งรายกงิ่ อำเภอแม่สายไปยังเชยี งตงุ (เมืองหลวงของชานสเตท) ยาว 176 ก.ม. เปน็ ถนนช้นั เลว และเป็นถนน
สายเดียว รถยนต์เดินได้เฉพาะฤดูแล้งเท่านั้น เส้นทางแคบรถยนตห์ ลีกกนั ไม่ได้ต้องจดั ตำบลหลีกเป็นระยะ ๆ
เส้นทางสายนเ้ี ลยี บไปตามไหล่เขาสูง มหี มอกปกคลมุ ในตอนเช้าบางแหง่ ผ่านหนา้ ผาชนั จงึ นบั ว่าเปน็ ประโยชน์
อย่างยิ่งแก่ฝ่ายตั้งรับ ในฤดูฝนถนนสายนี้ใช้ไม่ได้เลยเพราะกลายเป็นโคลนไปหมดจะผ่านไปก็เฉพาะคนและ
สตั ว์ตา่ งเทา่ นน้ั ขนานกบั เส้นทางสายน้ีมเี สน้ ทางคนเดินหลายสาย ซึง่ ผ่านไปตามสนั เขา ทางทรุ กันดารมาก เป็น
ท า ง ข อ ง ช า ว เ ข า ที ่ ใช ้ เ ดิ น ต ิด ต ่ อก ัน จ า กจ ั ง ห ว ัด เ ช ีย ง ใ ห ม่ ไ ปยั ง ช า ยเ ข ต แด น เ ป ็น เส ้ น ท า ง ส า ยตะ ว ัน ตก
รถยนต์เดนิ ได้ ต่อจากนั้นลุกเขา้ ไปในดนิ แดนข้าศึกเปน็ เสน้ ทางคนเดนิ และสัตว์ต่าง ผา่ นเขาสูงทรุ กนั ดารยิ่งกว่า
เสน้ ทางสายแรก เส้นทางเส้นนท้ี อดผ่านเมอื งสาต และพงุ่ เขา้ สู่เชยี งตุงไดเ้ ชน่ เดียวกัน
108
ลักษณะภูมิประเทศในตอนที่สองนี้เป็นดินแดนข้าศึกทุรกันดารมากเต็มไปด้วยภูเขา ป่าทึบ จะมีพ้ืน
ราบก็เฉพาะที่ตั้งของเมืองซึ่งเป็นพื้นราบระหว่างภูเขามีพื้นที่จำกัด เสบียงอาหารที่จะแสวงหาตามท้องถิ่นมี
จำนวนนอ้ ย ลำพงั พลเมอื งในแถบนกี้ ม็ อี าหารพอทจ่ี ะเลย้ี งตัวเทา่ น้นั
สถานการณก์ อ่ นการยทุ ธ
เมื่อประเทศไทยจำเป็นต้องเข้าสู่สงครามตามที่กล่าวมาแล้วจึงได้ตั้งกองทัพพายัพขึ้น ในขั้นแรก
ประกอบดว้ ยกำลัง พล.4, พล.3, พล.2, และ พล.ม. กำลงั เหลา่ นไ้ี ดแ้ ปรสภาพจากกำลังยามปกตคิ อื จากกำลังที่
ประจำในมณฑลทหารบกต่าง ๆ เปน็ กองพล
เพื่อรับสถานการณ์คบั ขันในชัน้ ต้น พล.4 ซึ่งที่ต้ังปกติอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทยอยู่แล้วได้รับ
หน้าทใ่ี ห้สง่ กำลังเขา้ ตรึงตามชายเขตแดนด้านเหนอื ไว้ก่อน ในขณะเดยี วกันน้นั เอง พล.3 และ พล.2 ก็เคลื่อนที่
เขา้ ชมุ พล คือ พล.3 จากภาคอสี านเข้าที่ชุมพลทอ่ี ำเภอพะเยา จังหวดั เชยี งใหม่ พล.2 จากภาคตะวันออกเข้า
ชุมพลที่จงั หวัดเชยี งใหม่
เมอ่ื ญ่ีป่นุ เตรยี มการเพ่อื จะบุกประเทศพมา่ สถานการณข์ ององั กฤษทางดา้ นนี้จงึ นบั วา่ คับขนั ยง่ิ เพราะ
ไม่มีกำลังพลเพียงพอที่จะรับสถานการณ์เช่นนั้นได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีขอ้ ตกลงในระหว่างสัมพันธมิตร มอบพื้นท่ี
ชานสเตท อันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศพม่า ให้แก่เจียงไคเช็ครับผิดชอบ ฉะนั้นกำลัง พล.93 ของจีนซึ่งเปน็
กองพลช้นั เย่ยี มของเจียงไคเช็คได้เคล่ือนทเี่ ข้ารักษาพนื้ ท่ีชานสเตทแทนกำลงั ขององั กฤษตอ่ ไป หมายความว่า
กองทัพพายัพของไทยแทนที่จะต้องเผชิญกับกองทัพอังกฤษซึ่งเป็นประเทศคู่สงครามกลับต้องสู้รบกับ
กองทัพจนี
แผนการยทุ ธ
กองทพั พายัพได้รบั มอบหน้าที่ให้เข้ายึดพืน้ ที่ ชานสเตท ของพมา่ ซงึ่ ในขณะเดียวกันกองทัพญี่ปุ่นก็พุ่ง
เข้าตีประเทศพม่า ดูประหนึ่งกองทัพพายัพปฏิบัติทางปีกด้านเหนือของกองทัพญี่ปุ่นและมีหน้าที่ป้องกันปกี
เท่าน้ัน หาได้มคี วามมุ่งหมายที่จะรกุ พงุ่ ลึกเข้าไปในดินแดนจีนตามทีเ่ ข้าใจกันไม่ การส่งกำลังเข้ายึดชานสเตท
กำหนดการปฏิบัตไิ ว้เป็นสามขน้ั ดว้ ยกนั
ข้นั ที่ 1 เข้ายดึ พ้นื ท่ีตามแนวเมอื งสาต – เมอื งพยาค – เมืองเชยี งลับ
ขน้ั ท่ี 2 เข้ายึดเชียงตงุ อันเป็นเมอื งหลวงของชานสเตทและเมืองยอง
ข้นั ท่ี 3 กวาดล้างกำลงั ของข้าศกึ ใหอ้ อกไปจากดินแดนชานสเตท
การปฏบิ ัติในขั้นที่ 1 กำหนดให้ พล.2 รกุ จากเชยี งใหมเ่ ขา้ ยึดเมืองสาต เปน็ การเขา้ ตีรอง พล.4
เขา้ ตจี ากอำเภอแม่สายเข้ายึดเมืองพยาค กองพล.3 เป็นกำลังหนุนเคลอ่ื นท่ีตาม พล.4 การเขา้ ตีด้านน้ีเป็นการ
เข้าตหี ลกั ข้นั ที่ 2 พล.3 สบั เปลี่ยน พล.4 ทำหน้าทีเ่ ป็นกองรบเขา้ ตีเชียงตงุ ทางตรงหนา้ ซึ่งการปฏิบตั ขิ ั้นน้ีเป็น
ขน้ั สำคญั ในขน้ั ที่ 3 เปน็ ขัน้ การกวาดลา้ งขา้ ศึกให้ออกจากดินแดนชานสเตท
การดำเนินกลยทุ ธ์
เมอื่ กำลงั ต่างๆ เข้าท่ตี ัง้ พรอ้ มตามแผนแลว้ ใน 10 พ.ค. 2485 เวลา 0300 พล.4 เริม่ เข้าตีตามเส้นทาง
หลัก แม่สาย – เมืองเลน – พยาค ในขณะเดียวกันทางด้านตะวันตกซึง่ เป็นด้านเข้าตีรอง พล.2 ก็เริ่มเข้าตี
ตามเส้นทาง เชียงใหม่ – เมืองสาต สิ่งที่น่าสงั เกตก็คือการเข้าตีครัง้ น้ีทำในเดอื น พ.ค. ซึ่งเป็นต้นฤดูฝน ย่อม
109
เป็นที่ทราบโดยทั่วกนั ว่าเส้นทางต่างๆ ตลอดจนลักษณะภูมิประเทศทีท่ ำการรบกันอยู่น้ี ในฤดูฝนยากลำบาก
เพียงใด เสน้ ทางต่าง ๆ ยานพาหนะเดินไม่ได้ ไข้มาลาเรยี ระบาดไดโ้ ดยง่าย ตลอดจนโรคภัยอน่ื ๆ ยอ่ มเกิดขึ้น
โดยงา่ ยในฤดนู ี้ เราทำสัญญาร่วมรบกับญี่ปนุ่ ใน ธ.ค. 2484 แต่เปิดการเขา้ ตีใน พ.ค. 2485 ซึ่งเป็นระยะเวลา
ห่างกันประมาณห้าเดอื น คงจะมีเหตุการณ์ทางการเมืองบางประการทีบ่ ีบบังคบั ให้ทางการทหารกระทำการ
ยทุ ธในฤดกู าลอนั ไม่เหมาะสมเชน่ น้นั
ทางด้านของ พล.4 พบการต้านทานของข้าศกึ ตลอดเปน็ ระยะ ๆ ตามลำดับตง้ั แตเ่ มอื งเลน – เมืองโก
– เมอื งพยาค เมื่อพจิ ารณกำลงั และลกั ษณะการตา้ นทานของขา้ ศกึ แลว้ รสู้ กึ วา่ มคี วามมงุ่ หมายเพยี งจะเหนี่ยวร้ัง
การรุกของกองทัพพายัพให้ช้าลงมิได้มุ่งที่จะต้านทานอย่างแตกหัก แม้กระนั้นก็ดีลักษณะภูมิประเทศ
อันทรุ กนั ดาร เสน้ ทางจำกัดย่อมอำนวยประโยชน์อย่างสงู ให้แก่ฝ่ายตัง้ รับ และฝา่ ยข้าศึกได้เลือกแนวต้านทาน
แต่ละแหง่ ไดเ้ หมาะสมอย่างยง่ิ เพราะเลือกตรงตำบลภูมิประเทศคบั ขนั ทง้ั ส้นิ แม้ข้าศกึ จะมกี ำลงั ต้านทานเพียง
เล็กนอ้ ย กส็ ามารถยบั ย้ังการเคล่ือนทข่ี องฝา่ ยเราไว้เปน็ เวลานาน กวา่ จะขบั ไล่ขา้ ศกึ ออกจากจุดต้านทานแต่ละ
แห่งต้องใช้กำลังมากกว่าข้าศึกหลายเท่าและเสียเวลาไปเป็นอันมาก อนึ่ง ปืนใหญ่ไมส่ ามารถจะติดตามทหาร
ราบได้อยา่ งเต็มท่ีเพราะเส้นทางเต็มไปด้วยโคลน ถงึ แมจ้ ะตดิ ตามไปได้กไ็ ม่สามารถจะสนับสนุนได้อย่างเต็มท่ี
ทงั้ นี้เพราะปืนใหญ่เป็นกระสุนวิถรี าบ จึงแทบกล่าวไดว้ ่าปนื ใหญ่เท่าทีม่ อี ย่ไู ม่สามารถชว่ ยทหารราบได้ เฉพาะ
ทหารราบเอง กำลังยิงของตนเองก็ไม่คอ่ ยจะสมบูรณน์ กั เพราะมีแต่อาวธุ กระสุนวิถรี าบเปน็ ส่วนใหญ่ ฉะนนั้ ทำ
ให้การเข้าตจี ุดต้านทานของข้าศกึ เปน็ ไปด้วยความลำบากยงิ่
การเขา้ ตที างด้าน พล.2 ซง่ึ เปน็ ดา้ นเข้าตรี องคงปะทะขา้ ศกึ กำลังเพียงเล็กนอ้ ยความลำบากใน
เรื่องภูมิประเทศยิ่งกว่าทางด้านเข้าตีหลัก การเคลื่อนที่จึงล่าช้าเพราะการส่งกำลังบำรุงมักจะขัดข้องเสมอ
เมอ่ื พล.4 ยดึ เมืองพยาคได้แล้ว พล.2 จงึ ถอนตัวกลับมายงั ชายเขตแดน
หลังจาก พล.4 เริ่มเคลื่อนท่ีเขา้ ตีได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก็สามารถยึดเมืองพยาค เมืองเชียง
ลับ ซึ่งเป็นท่ีหมายขน้ั ทห่ี นงึ่ ไวไ้ ด้ พล.3 ซง่ึ เปน็ พลหนนุ เคล่ือนทต่ี าม พล.4 อยา่ งกระชั้นชดิ สภาพของทหารใน
ขณะน้ันบอบช้ำมากเนือ่ งจากฝนตกทุกวนั เครื่องน่งุ ห่มและอุปกรณ์กันฝนกไ็ มม่ ี การลำเลียงทำไม่สะดวกเพราะ
ลำเลียงด้วยรถยนต์ใช้ไม่ได้ทางเป็นหล่มโคลนรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงติดหล่มตามทางนับเป็นจำนวนร้อย ๆ คัน
ทหารเริ่มเป็นไข้มาลาเรีย ยาไม่มีพอบำบัดเฉพาะ พล.3 ซึ่งเป็นกองหนุนเพียงเคลื่อนที่ติดตาม พล.4 จำนวน
ทหารป่วยเกินกว่าร้อยละ 50 แต่ขวญั ของทหารยงั อย่ใู นระดับท่ีพอทำการรบต่อไปได้
ประมาณ 20 พ.ค. 2485 พล.3 ถึงเมืองพยาค การปฏิบัติขั้นต่อไปคือขั้นที่ 2 เป็นหน้าที่ของ พล.3,
พล.4 ทำหน้าที่เป็นกองหนุน การปฏิบัติในขั้นนี้นับว่าสำคัญ เพราะจะต้องเข้าตีและยึดเมืองเชียงตุง ซึ่งเป็น
เมืองหลวงของชานสเตทไว้ให้ได้ ขณะนั้นกำลัง พล.93 ของจีน ได้ถอนตัวไปทางเหนือตามลำดับ วางกำลัง
ตา้ นทานไวเ้ ปน็ ข้ัน ๆ ตามลำดบั เพื่อหน่วงเหนี่ยวการเคลื่อนทีข่ องกองทัพพายพั
จากเมืองพยาคไปเชียงตุง เสน้ ทางที่สะดวกมีเพียงเสน้ ทางเดียวซง่ึ ถอื เป็นเสน้ ทางหลกั ตามเส้นทางน้ี
ก่อนจะถึงตัวเมืองเชียงตุงประมาณ 30 ก.ม. มีเส้นทางแยกขึ้นเขา “ดอยเหมย” ซึ่งอยู่ทางตะวนั ตกใต้เชียงตุง
จากเขาลูกนี้ลงไปสู่เชียงตุงเช่นเดียวกนั บนดอยเหมยสูงกว่าระดบั น้ำทะเลหลายพันฟตุ ในยามปกติเป็นที่ตง้ั
ของกองทพั อังกฤษซ่งึ รกั ษาชานสเตท ต่อมาภายหลงั เปน็ ที่ตง้ั กำลงั ส่วนใหญ่ของ พล.93 จนี ฉะนัน้ พล.93 จีน
110
จึงได้ดัดแปลงที่มั่นตามไหล่เขา ตามช่องแคบไว้อย่างมั่นคง ทั้งนี้เพราะดอยเหมยเป็นจุดยุทธศาสตรท์ ี่สำคญั
ของชานสเตท ถา้ หากจนี คิดจะต้านทานอยา่ งแตกหักจรงิ ๆ แล้ว กองทัพพายัพจะผา่ นแนวต้านทานแหง่ น้ไี ปได้
โดยยาก นอกจากเส้นทางที่กล่าวนี้มีเส้นทางคนเดินทอดขนานไปทางทิศตะวันตก เส้นทางนี้ลำบากแก่การ
เคลื่อนที่ เพราะต้องเดินตามสนั เขาชนั
การเข้าตีของ พล.3 ใชก้ ำลงั ดังน้ี ร.9 ยึดเมอื งยอง มหี นา้ ทีร่ กั ษาปีกตะวันออก ร. 8 เข้าตีหลักยึดเมือง
เชยี งตงุ และดอยเหมย ร.7 เป็นกองหนุนเคลอื่ นที่ตาม ร.8 ร.8 จดั กำลงั ส่วนหนึง่ เคลือ่ นตามเส้นทางคนเดินทาง
ตะวันตกตามสันเขาซ่ึงขนานกบั เสน้ ทางหลกั เพื่อเป็นการปอ้ งกนั ปกี ตะวันตก
การเข้าตีเพื่อยึดเชียงตงุ เดิมทีเดยี วคาดว่าคงประสบการต้านทานข้าศกึ อย่างเหนียวแนน่ แต่ความเป็น
จรงิ กลบั ตรงขา้ ม ฝ่ายเราไดร้ ับการตา้ นทานของข้าศกึ เพียงเลก็ น้อย ซ่ึงเปน็ การหน่วงเหน่ยี วของกองระวังหลัง
ของข้าศึกเท่านั้น ทั้งนี้เพราะ พล.93 จีนไม่สามารถยึดเชียงตุงไว้ต่อไป โดยถูกกำลังญี่ปุ่นคุกคามทางปีก
ตะวันตก คือ ญี่ปุ่นยดึ เมืองมัลฑะเลย์ จุดยุทธศาสตร์อันสำคัญทางภาคเหนือพม่าได้ใน 4 พ.ค. 2485 ในที่สุด
กำลังของ พล.3 ยดึ เชียงตงุ ได้ใน 26 พ.ค. 2485 และยึดเมอื งยองไดใ้ น 30 พ.ค. 2485 ก่อนถอนตวั พล.93 จนี
ได้เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างตลอดจนตึกรามบ้านช่องของอังกฤษเพื่อมิให้ เราได้ประโยชน์จากการยึดเชียงตุง
แมว้ า่ กองทัพพายพั สามารถปฏิบตั ิการข้ันท่ี 2 เปน็ ผลสำเร็จก็ตาม แตส่ ภาพของทหารในขณะนี้บอบช้ำเพราะ
ภัยธรรมชาติ ทหารเป็นไข้มาลาเรียทุกคน อาหารเริ่มขาดแคลน ยารักษาโรคไม่เพียงพอ ถ้าพิจารณาถึง
สภาพการณแ์ ลว้ ไม่น่าจะใช้ พล.3 ปฏบิ ัตหิ นา้ ทีใ่ นขัน้ ที่ 3 แตม่ คี วามจำเปน็ บางประการกองพลน้ีจำต้องทำการ
กวาดล้างขา้ ศกึ ใหอ้ อกจากดินแดนชานสเตทซึง่ เป็นการปฏิบัติในขั้นท่ี 3 ตอ่ ไปจนได้
การปฏิบัติงานขั้นท่ี 3 ของกองทัพพายัพเป็นหน้าที่ของ พล.3 ดังได้กล่าวแล้ว กองพลนี้เริ่มปฏิบัติ
8 ม.ิ ย.2485 ใช้กำลงั ดังน้ี
ร.7 กวาดข้าศึกให้ออกจากเขตแดนชานสเตทตั้งแต่เมืองยางถึงเมืองมะ ร.8 เป็นกองหนุนที่เชียงตุง
ร.9 ยดึ รกั ษาเมืองยอง การกวาดลา้ งทางดา้ นเมืองยาง ปรากฏว่าข้าศกึ ชิงถอนตัวเข้าส่แู ควน้ ยูนานเสียก่อน จึง
ไม่มีการต้านทานใด ๆ ส่วนทางด้านเมืองมะนั้น ข้าศึกต้านทานอย่างเข้มแข็ง เพราะเส้นทางนี้มีความสำคัญ
ในทางยุทธศาสตร์ เพราะเส้นทางใหญ่ท่ีทอดไปสู่แคว้นสิบสองปันนา พุ่งเข้าสู่คุนหมิง การป้องกันรักษา
ช่องประตดู ้านน้ขี ้าศกึ ไดเ้ ลือกภูมปิ ระเทศต้านทานได้อย่างดนี า่ ชมเชยคอื วางแนวตา้ นทานไวท้ ีเ่ ขาก่ิวทราย กอ่ น
ถึงเมืองมะประมาณ 20 ก.ม. ดัดแปลงที่มัน่ อยา่ งประณตี และม่ันคงมีเคร่ืองกีดขวางถงึ 5 ชั้น ทางที่จะเข้าสู่ที่
มัน่ แห่งน้มี เี ส้นทางทางเดยี ว ณ ทม่ี น่ั ข้าศกึ อาวธุ ยิงสามารถคุ้มครองพ้นื ท่ีและเส้นทางได้โดยตลอด และอยู่ใน
ระยะยิงท่ีฉกรรจ์ข้าศกึ ใช้กำลังรักษาที่มัน่ แหง่ นีป้ ระมาณ 1 กองพนั นอกจากนอี้ กี ทางหนึ่งท่ีจะพุ่งสู่เมืองมะได้
คือ เสน้ ทางแคบ ๆ ทางตะวนั ออกเป็นทางลัดแตล่ ำบากตอ้ งผ่านเขาชัน เสน้ ทางน้ขี ้าศกึ ปิดเส้นทางด้วยการล้ม
ต้นไม้ทับทางไว้เป็นระยะ ๆ และวางกำลังรักษาเพียงเล็กน้อย การเข้าตีที่มั่นบนเขากิ่วทรายเป็นภาระที่หนกั
ท่สี ุดของ พล.3 ตลอดสงครามครั้งน้ี กำลงั ของ ร.7 ทีใ่ ช้ คือ ร.พนั .20 เข้าตตี รงหนา้ ต่อท่แี นวรกั ษาด่านข้าศึก
ที่ลำน้ำหลวย ตรงข้ามตาปิง ใน 13 มิ.ย. 2485 กำลังส่วนหนึ่งของ ร.พัน.21 เข้าตีปีกซ้ายข้าศึกท่ีท่าข้ามท่ี
ตาลอมภายในวนั นี้เอง ข้าศึกถอนตัวไปต้งั รบั ในแนวทมี่ นั่ ใหญบ่ นเขากวิ่ ทราย ร.พัน.20 พยายามไล่ติดตามและ
เขา้ ตีจนถึงวันที่ 20 ม.ิ ย. 2485 ไม่สำเร็จกลบั เปน็ ฝา่ ยเสยี เปรยี บข้าศึก ตกอยู่ในสภาพอนั ตรายในขณะเดียวกัน
111
นี้เอง ร.พัน.21 เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางแคบ ๆ ซึ่งเป็นทางลัดทางตะวันออกหวังจะโอบหลังที่มั่นข้าศึกที่
เขากิว่ ทราย ขา้ ศึกไดอ้ าศัยความชำนาญภูมิประเทศหลอกลอ่ ใหก้ ำลงั ส่วนหนา้ ของ ร.พนั .21 ตกอยู่ในท่ีล้อมหุบ
เขาบ้านปางก้อ การรบไดเ้ กิดข้นึ อย่างดุเดือดจนถึงใช้ดาบปลายปืน ในการรบแหง่ น้ี กองทัพพายัพต้องสูญเสีย
นายทหารชั้นนายพันไป 1 คน คือ ผบ.ร.21 เมื่อ 16 มิ.ย.2485 ในคืนนั้นเองกองพันนี้ต้องถอนตัวกลับลงมา
ตามเสน้ ทางเดิม ทหารบอบชำ้ อิดโรย เสียขวญั เพราะตอ้ งสูญเสยี ผู้บงั คบั บัญชากำลังส่วนนี้ถอยถึงลำน้ำหลวย
ใน 18 ม.ิ ย. 2485
สภาพของ ร.7 เปน็ กำลังสำคัญของ พล.3 หมดแรง ทหารเจบ็ ปว่ ย และอาหารไม่เพียงพอ การสง่ กำลัง
บำรุงขัดข้อง ร.พัน.20 ที่กำลังตรึงข้าศึกบนเขากิ่วทรายไม่อยู่ในสภาพที่จะทำการรบต่อไปได้ ร.7 จึงสั่งให้
ร.พัน.21 ซึ่งอยู่สภาพที่บอบช้ำเสียขวัญอยู่แล้วพัก 5 วัน แล้วส่งเข้าสับเปลี่ยน ร.พัน.20 ตรึงกำลังข้าศึกไว้
ระหว่าง 25 ถงึ 29 ม.ิ ย. 2485 ในระหวา่ งนี้ พล.3 ไดส้ ง่ ร.8 ซ่ึงเป็นกำลังหนุนท่เี ชยี งตงุ เข้าตีปีกซ้ายข้าศึกตาม
เส้นทาง ท่าข้าม – ตาลอม – เมืองมะ กับสั่งให้ ป.พัน.7 และ ป.พัน.9 จัดกำลังทำหน้าที่อย่างทหารราบเป็น
กองแยกเข้าตีปกี ขวาขา้ ศึกตามเส้นทางแคบ ๆ บนสันเขา การรบได้ดำเนินไปอย่างดุเดือดอกี ครั้งหนึง่ ระหวา่ ง
เข้าตี ฝ่ายเรามกี ำลงั ทางอากาศมาสนับสนนุ การเข้าตีครง้ั น้ีด้วยการทิง้ ระเบิดและโจมตีทมี่ ่นั บนเขากิ่วทรายถึง
3 วัน คือ 27, 28, 29 มิ.ย. 2485 ผลปรากฏว่าไม่สามารถทำลายที่มั่นข้าศึกได้เพราะการดัดแปลงทีม่ ั่นของ
ทหารจีนมนั่ คงย่ิงนกั โดยเจาะเขา้ ไปในเขาแลว้ ทำทพ่ี ักใต้ดิน ประกอบกบั ลกู ระเบิดที่ใช้ทำลายเปน็ ขนาดกลาง
ไมส่ ามารถจะทำลายลา้ งท่มี ั่นขา้ ศึกได้ การเขา้ ตีตรงหน้าและเขา้ ตีปกี ทางพ้ืนดนิ ผลปรากฏวา่ ถกู ข้าศกึ ตีโต้ตอบ
ถอยร่นลงมาทุกดา้ น การเข้าตคี รงั้ นเ้ี ป็นความพยายามครัง้ สุดท้ายของ พล.3 กองพลนีไ้ ม่สามารถจะหากำลงั รบ
ที่ใดมาแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึน้ อีกแล้ว จึงได้ส่ังถอนตัวกลับลงมายึดฝั่งใต้ของแม่น้ำหลวยในคืน 28-30 มิ.ย.
2485 ขา้ ศกึ ไดไ้ ล่ติดตามทนั ทีดว้ ยการอาศัยความชำนาญภูมิประเทศมากกวา่ ฝ่ายเรา ขา้ ศกึ ได้ส่งกำลังเข้าตีตัด
กลางขบวนในขณะที่ถอนตัวในท่าข้ามตาปิง การเข้าตีครั้งนี้เป็นการเข้าตีตรงต่อกองบังคับการ ร.7 การรบ
อยา่ งรุนแรงไดบ้ งั เกดิ ขึ้นอกี คร้งั หนึ่ง ในทส่ี ดุ ก็สามารถยบั ย้ังการเข้าตีของข้าศึก แลว้ ถอนตวั ขา้ มลำน้ำหลวยมา
ได้ด้วยความปลอดภัย
ระหว่าง 1 ก.ค. 2485 – 28 พ.ย. 2485 พล.3 จัดกองรักษาด่าน รักษาช่องทางต่าง ๆ ที่จะเข้ามาสู่
เชียงตุง โดยอาศัยลำนำ้ หลวยเป็นแนวขวางกั้นกำลังส่วนใหญถ่ อนมาพักชานเมืองเชียงตุง รวมทั้ง ร.พัน.19 ก็
ถอนมาในขณะเดียวกันด้วย เมื่อกองทัพพายัพเห็นว่า พล.3 อยู่ในสภาพที่หมดแรง ไม่สามารถจะทำการรบ
ต่อไปได้แล้ว จึงไดส้ ง่ กำลงั พล.4 ข้นึ ไปสับเปลย่ี นหน้าท่ี พล.3 ถอนตวั มาพักฟ้นื ท่จี ังหวัดเชยี งรายตั้งแต่ 1 พ.ค.
2485 ถึงตน้ ม.ค. 2487
เพอ่ื กวาดล้างขา้ ศึกใหอ้ อกจากดนิ แดนชานสเตทให้หมดส้นิ ให้ได้ กองทพั พายัพไดใ้ ช้กำลัง พล.4 เข้าตี
ตรงหน้าข้าศึกในแนวที่มั่นบนเขากิ่วทราย และใช้ พล.ม. เคลื่อนที่เข้ายึดเมืองยางแล้วเข้าตีโอบด้านหลังท่ี
เมืองมะ ผลปรากฏวา่ พล.ม. สามารถยึดเมอื งมะไวไ้ ด้ขา้ ศึกท่ีตรงึ กับกำลงั พล 4 ท่ีเขากิ่วทราย จำต้องถอนตัว
หนีไปตามเส้นทางเล็ก ๆ บนสันเขาแล้วข้ามแม่น้ำรำไปดินแดนแคว้นสิบสองปันนาซึ่งอยู่ในความครอบครอง
ของจีน ในระหว่างนี้เหตุการณ์ทางด้านเมอื งยองคงมีการปะทะกันเป็นคร้ังคราว ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อ
สถานการณ์ของกองทพั พายพั แต่อย่างใด
112
สถานการณ์ต้นปี พ.ศ. 2486 นับว่าภารกิจของกองทัพพายพั สำเรจ็ ลุล่วงไปตามแผนทุกประการงาน
ข้นั ต่อไปได้แก่การยึดรักษาชานสเตทไว้มิให้ข้าศึกตีโตก้ ลับคืนได้ กองทัพพายัพได้สับเปลี่ยนกำลังที่รักษาพ้ืนที่น้ี
ไว้หลายคร้งั ด้วยกนั ตามลำดบั ดังน้ี หลังจาก พล.4 และ พล.ม. สามารถยึดทม่ี นั่ สำคญั บนเขากิว่ ทรายของข้าศึก
แล้ว พล.2 จากจังหวัดเชยี งใหม่ข้ึนมาสับเปลี่ยนรักษาชานสเตทแทน ตอ่ มาไดม้ ีการสับเปล่ียนอีกครั้งหนึ่งเป็น
คร้งั สดุ ท้าย คอื พล.3 หลงั จากได้พกั ฟ้นื ในเขตหลังเปน็ เวลาหนง่ึ ปีกบั สองเดือนไดข้ ึ้นไปสบั เปลย่ี น พล.2 เมื่อต้น
ปี พ.ศ.2487 และยึดรักษาพื้นที่ไว้ตลอดสงครามได้สงบลง การปฏิบัติการยึดรักษาพื้นที่ชานสเตทนี้คงมี
เหตกุ ารณร์ บเกิดข้ึนอยา่ งประปราย สว่ นใหญเ่ ป็นกองปฏิบตั ิการลาดตะเวนเพ่อื หาข่าว และการแยง่ ภูมปิ ระเทศ
ทีม่ คี วามสำคัญทางยุทธวธิ ี การรบเหลา่ นถ้ี า้ จะพิจารณาถงึ ความสำคัญในระดับของกองทพั แลว้ ก็ไม่สำคัญมาก
นัก แต่ก็เป็นงานหนักสำหรับหน่วยรอง ๆ ลงมาเช่น กองพัน กองร้อย และหมวด ตลอดระยะเวลาที่กำลัง
ส่วนใหญ่ พล.3 ยึดครองพื้นที่ ชานสเตทอยู่ตั้งแต่ ม.ค.2487 ถึง พ.ค. 2488 เฉลี่ยเหตุการณ์รบย่อย ๆ แล้ว
สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ผลการรบในระยะนี้สรุปแล้ว พล.3 ได้ปฏิบัติงานได้ผลดีเพราะหน่วยทหารมีความชำนาญ
ภูมิประเทศดียิ่งขึ้น และคุ้นต่อการปฏิบัติการรบในป่าได้แก้ไขข้อบกพร่องจากการในปีก่อน ๆ ให้หมดไป
ประกอบกับได้แก้ไขการจัดกำลังเสียใหม่ ให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น กล่าวคือลดกำลังพลของกองพัน ร. ให้
น้อยลง เป็นต้นว่าแต่เดิม ร้อย 4 ซึ้งเป็นกองร้อยอาวุธหนักมีปืนกลหนักถึง 12 กระบอกซึ่งต้องใช้ทหาร
ประมาณ 300 คนได้ลดลงมา 6 กระบอก ใช้ทหารเพียงร้อยกว่าคน ความจริง ปก.หนักแบบนี้มีน้ำหนักมาก
เกินไป เหมาะแก่การรบบนพื้นที่ราบเท่านั้น นอกจากนั้นปืนใหญ่ทหารราบแบบ 77 เราก็เลิกใช้เพราะหนัก
เกินไปลากขึ้นเขาไม่ไหวใช้เฉพาะปืนใหญ่แบบ 49 (เป็น ป. ของเหล่า ป. สั่งใช้ราชการในปี พ.ศ.2449 ไม่มี
เคร่ืองรับแรงสะท้อนถอยหลังยิงด้วยวธิ ีเลง็ ตรง)
ปัญหาอันยิ่งใหญ่ที่เผชิญหน้ากองทัพพายัพในระยะนี้มิใช้การกระทำของข้าศึกแต่อยู่ที่สุขภาพของ
ทหารทหารเป็นไข้มาลาเรียทุกคน คนไหนเป็นมากก็นอนป่วยในแนวสนามเพราะบนยอดเขาสูง คนไหน
ป่วยน้อยก็ทำการรบต่อไปเมื่อมีเหตุการณ์เนื่องจากการขาดแคลนยารักษา ประกอบกับการส่งกำลังไม่ดี
โดยเฉพาะในฤดฝู นใช้ยานพาหนะไม่ได้ จำนวนทหารท่ถี ึงแก่กรรมเพราะไข้มาลาเรียได้ทวสี งู ข้ึนอย่างไม่มีท่าที
จะลดลงได้
ระหว่างที่ พล.3 ยึดครองชานสเตทในระยะหลงั นี้ ไดร้ ับคำสง่ั จากกองทัพพายพั ให้ติดต่อกับ พล.93 จนี
อยา่ งลบั ๆ เพอื่ วางแผนรว่ มกันตอ่ ตา้ นญ่ปี ุ่นตามนโยบาย จอมพล ป.พบิ ูลสงคราม พล.3 และ พล.93 จนี ได้ทำ
การติดต่อกันหลายครั้งแต่ไม่ทันที่จะตกลงกันอย่างแน่ชัดสงครามยุติลงเสียก่อน การปฏิบัติการถอนตัวของ
พล.3 ออกจากชานสเตทในระยะหลังก่อนสงครามสงบลงเล็กนอ้ ยเปน็ การปฏิบัติที่ลำบากย่ิง เพราะในขณะนั้น
ญ่ีปุ่นแสดงความไม่เป็นมติ รแก่ไทย ญี่ปุ่นได้ส่งกำลังไปคุมเชงิ ด้านหลังของหน่วยของไทยทุกจุดไม่วา่ แนวหนา้
หรือแนวหลัง พล.3 ต้องเป็นห่วงทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ข้างหน้ากำลังสัมพันธมิตรอันมีกำลังหน่วยรบพิเศษ
ของอังกฤษกับจีนร่วมกันออกตโี ตท้ างตรงหน้า และตัดเส้นทางถอยทางด้านตะวันตก เพราะในขณะนี้กองทพั
ญ่ีปนุ่ ได้ถอยร่นจากภาคเหนือของพม่าแล้วทำใหป้ ีกซ้ายของกองทพั พายพั เปดิ ว่างทางด้านหลงั ของหน่วยทหาร
ไทยทุกหน่วยมีกำลังของญี่ปุ่นคุมเชิงอยู่ ฉะนั้นเราต้องวางแผนอย่างรอบคอบในการสู้พลางถอยพลาง จน
สามารถถอนกำลังสว่ นใหญร่ อดพ้นจากความหายนะมาถงึ เขตแดนไทยสำเรจ็ ใน 13 พ.ค. 2488 คงมกี ำลังเหลือ
113
ไว้ในเชียงตุงเพยี งกองพันเดียว คือ ร.พัน.52 ของ ร.7 พล.3 เมื่อญี่ปุ่นยอมจำนนต่อสัมพันธมิตรเมื่อ 14 ส.ค.
2488 ต่อมากองพันทหารราบที่รักษาเชียงตงุ ได้ทำพิธีมอบแคว้นชานสเตทคนื ใหแ้ กอ่ ังกฤษ ภารกิจของกองทัพ
พายัพในสงครามโลกครั้งที่ 2 กเ็ ป็นอันสิน้ สดุ ลง
บทเรียนจากการรบ
ประเทศไทยก็มีสภาพเช่นเดียวกับประเทศฟินแลนด์, นอร์เวย์, เดนมาร์ค, เบลเยี่ยม และฮอลแลนด์
แมว้ ่าจะดำเนินนโยบายเปน็ กลางอยา่ งเคร่งครัด แต่ลักษณะทต่ี งั้ ทางภูมศิ าสตรม์ ีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์
ของมหาประเทศ ย่อมจะรักษาความเปน็ กลางไว้ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องเข้าสู่สงครามดว้ ยความจำใจ ฉะนัน้ ในยาม
ปกตเิ ราตอ้ งพจิ ารณาให้แน่ชดั วา่ ประเทศใดจะเป็นศัตรูและเตรียมไว้เสยี แต่เนนิ่ สำหรบั ประเทศเลก็ ๆ จำเป็น
อยา่ งยงิ่ ท่ีจะต้องผกู มิตรกับมหาอำนาจท่ีเป็นฝ่ายตรงข้ามกบั ประเทศทเ่ี ป็นศตั รู
ประเทศมหาอำนาจเมื่อแน่ใจในมิตรอันซื่อสัตย์ซึ่งเป็นประเทศเล็กไม่ควรลังเลใจควรช่วยเหลือทุก
วิถีทางตลอดจนการวางแผนร่วมกันเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู มิฉะนั้นจะเหมือนกับอังกฤษที่ปล่อยให้
ประเทศไทยตอ้ งเขา้ สูโ้ ดยลำพังตามยะถากรรมในสงครามครัง้ น้ี
เพื่อความรวดเร็วในการระดมพลตลอดจนการจัดกำลังเพื่อส่งไปยังยุทธภูมิด้วยความเรียบร้อยควร
กำหนดระบบท่ีแน่นอนไว้แต่ในยามปกติทหารทีป่ ลดเป็นกองหนุนทกุ คนต้องมีสมุดประจำตัว และประวัติของ
ตนท่ีตน้ สังกดั เมื่อระดมพลประจำกองทพั ไม่ต้องเสียเวลาสอบถามหรอื ทำการคดั เลอื กเขา้ ประจำตำแหนง่ ต่างๆ
นั้นสบั สน ไมต่ รงกบั ความรคู้ วามสามารถของตนทำใหก้ ารปฏิบัตกิ ารรบขาดประสิทธิภาพ
ในตอนเริ่มแรกแห่งสงครามกองทัพเราขาดแคลนนายทหารเพราะนายทหารประจำการมีไม่พอกับ
อัตรา นายทหารกองหนุนที่เรียกเข้าประจำการส่วนมากอายุแก่เกนิ ไปสำหรับตำแหนง่ ต่าง ๆ ทั้งนี้เพราะเรา
ขาดระบบการผลิตนายทหารกองหนนุ ทีแ่ น่นอน
ประเทศท่มี ีลกั ษณะภูมิประเทศของภาคต่าง ๆ ไม่เหมือนกนั กำลังทจ่ี ดั สำหรับจะปฏิบัติในแต่ละภาค
ต้องให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ บทเรียนที่ได้รับจากการปฏิบัติของกองทัพพายัพได้แก่ ตอนเริ่มต้นเราได้ใช้
กำลงั ทจ่ี ดั ไว้รบบนพ้ืนราบไปปฏบิ ตั ใิ นชานสเตท ซ่ึงมีภมู ปิ ระเทศป่า และ เขา ทำให้เกิดความอุ้ยอ้ายไม่คลอ่ งตัว
ภายหลังไดม้ กี ารแก้ไขการจดั กำลงั ใหมจ่ ึงทำใหก้ ารปฏบิ ตั ิเกิดผลดีขน้ึ
การศึกษาวธิ ีรบของเหล่าต่าง ๆ ตลอดจนการฝึกก็เชน่ เดียวกนั ในฐานะท่ปี ระเทศไทยมีบางภาค
เปน็ ปา่ และเขา ในยามปกตเิ ราควรสนใจในการศกึ ษาและฝกึ การรบในปา่ และบนเขาเตรยี มไว้อย่างชำนชิ ำนาญ
บทเรียนนี้จะเห็นจากก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพเราไม่ค่อยสนใจในเรื่องนี้เท่าใดนกั ฉะนั้นเม่ือจำเป็นท่ี
จะต้องปฏิบัติการรบในป่าและบนเขาจงึ ทำใหเ้ สียเปรียบข้าศึกในตอนแรก กว่าจะเรียนรูถ้ ึงข้อบกพร่องก็ต้อง
เสยี เวลาไปมิใชน่ ้อย
การปฏิบัตกิ ารรบของหนว่ ยรองในกองทพั พายัพคร้งั น้ันกระทำไดไ้ ม่เต็มท่ี บางครัง้ ถึงกับเสียผล
เพราะขาดแคลนแผนทีก่ ล่าวคือ กองพัน, กองร้อย และหมวด โดยปกติเราอาศัยคนพนื้ เมืองช่วยในการนำทาง
และใหข้ า่ วตา่ ง ๆ เกย่ี วกับภูมิประเทศ ผลท่ไี ด้รบั จึงไมแ่ นน่ อนเพราะแผนท่ี ทไี่ ดร้ บั จา่ ยมีแคห่ น่วยกองร้อย และ
เป็นมาตราสว่ นเลก็ เกนิ ไปไม่เหมาะสมกับขนาดหนว่ ย ขอ้ บกพร่องในเร่ืองนีเ้ ราควรรีบแก้ไข อนึ่ง นายสิบของเรา
ส่วนมากใชแ้ ผนทีไ่ ม่เป็น ฉะนนั้ กองทพั เราควรกวดขนั ในเรื่องนี้
114
อาวุธที่ได้ใหม่ทีม่ แี บบแตกต่างจากท่หี น่วยทหารเคยใชก้ ่อนท่ีจะทำการรบต้องฝึกให้ทหารคุ้นเสียกอ่ น มิฉะน้ัน
จะทำให้เกดิ ผลเสียหายในเวลาปฏิบัติการรบ กลา่ วคอื กองทพั เราได้รบั อาวธุ จากญ่ีป่นุ ซง่ึ เป็นแบบแตกต่างจาก
ท่เี คยใช้ ทหารยังไมช่ ำนาญเพียงพอกบั อาวธุ ชนิดน้แี ลว้ ส่งไปปฏบิ ัติการจนเกดิ ความบกพรอ่ งข้นึ บ่อยครั้งๆ
ข่าวท่เี กย่ี วกับเหตกุ ารณร์ บของหน่วยข้างเคียงตลอดจนข่าวของข้าศึก หน่วยรองไม่คอ่ ยจะได้รับจึงทำ
ให้การฏิบัติไม่ค่อยถูกต้องตรงกับสถานการณ์และความมุ่งหมาย ขวัญของทหารไทยในเวลาเคลื่อนที่เข้าหา
ข้าศกึ ดมี ากและเมอ่ื ฝา่ ยตนจำตอ้ งถอยขวญั อยู่ในระดบั ตำ่ มาก
อาวุธกระสุนวิธีโค้งใช้ได้ผลดีมากในการรบบนพื้นที่ที่เป็นภูเขา นอกจากจะได้ผลในการทำลาย
ยังไดผ้ ลในการทำใหข้ ้าศึกเสยี ขวญั เปน็ ทนี่ ่าเสียดายในสงครามคราวน้กี องทัพของเรามอี าวธุ ชนิดนี้ไม่เพยี งพอ
การติดต่อระหว่างกำลังทางภาคพื้นดินกับกำลังทางอากาศ ควรจัดระบบที่แน่นอนและมีการฝึกซ้อม
แตย่ ามปกติ บทเรียนท่ีเหน็ ชัดครัง้ เมือ่ เข้าตีท่ีมั่นขา้ ศึกบนเขากิว่ ทรายทหารราบท่ีปฏิบัติที่แนวหน้าไม่ได้ทราบ
แผนการปฏิบัตกิ ารโจมตีของเครื่องบินฝา่ ยเราอยา่ งดีทส่ี ุดท่ีปฏิบัตกิ นั ก็คอื เม่ือเห็นเครื่องบนิ ฝ่ายเรามาก็รีบปูผ้า
หมายแนวให้นักบินทราบเท่าน้ัน การสง่ กำลังบำรงุ เป็นปญั หาใหญท่ ี่สุดของกองทพั พายพั เนือ่ งจากลักษณะภูมิ
ประเทศทุรกันดาร เส้นทางคมนาคมจำกัดอุปกรณ์การส่งกำลังไม่เพียงพอ จึงทำให้ทหารที่ปฏิบัติการในแนว
หนา้ ไม่ไดร้ บั การส่งกำลงั บำรงุ จากกองทัพ กองทัพในแนวหน้าต้องแกป้ ญั หานเี้ องตลอดมา การหาอาหารให้แก่
ทหารต้องแสวงตามท้องถิ่นโดยตลอด นับว่าเป็นภาระทีห่ นักยิ่งบางครั้งผู้บังคับบัญชาชัน้ ผบ.ร้อย และ ผบ.
หมวด ต้องทำหนา้ ท่ีฝา่ ยพลาธิการเสียเองเปน็ แรมปี สภาพของทหารไทยในแนวหน้าครั้งนั้นอยู่ในภาวะที่ได้รับ
ความลำบากแสนสาหัส กล่าวคือ ทั้งที่เป็นไข้มาลาเรีย และต้องเลี้ยงตัวเองแล้ว ยังต้องปฏิบัติการรบให้สม
ความมุ่งหมายของกองทัพด้วย เป็นที่น่าสรรเสริญความอดทนของทหารไทยทุกคน ที่สามารถยืนหยัดตอ่ ส้กู บั
ความเลวร้ายต่าง ๆ มาตลอดสงคราม ตลอดจนผู้บังคับบัญชาทหารซึ่งใช้ปฏิภาณไหวพริบ ทหารในบังคับ
บัญชากลับมาถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตนได้โดยความปลอดภัย ปัญหาต่างๆ เหล่านี้นายทหารทุกคนไม่เคย
ศึกษาในทางตำราเลยแม้แต่น้อย บทเรียนในเรื่องการส่งกำลังบำรุงที่เราได้รับครั้งนี้ แนวทางที่น่าจะแก้ไข
เพ่ือใหเ้ กดิ ผลดีในโอกาสต่อไปก็คือ อุปกรณ์ – คน – และการเตรยี มการสำหรับอุปกรณ์การส่งกำลังบำรุง ควร
จัดใหม้ ีเพยี งพอกับกำลงั รบ ไม่ควรจะตง้ั หน้าทำนุบำรุงแต่กำลังรบอย่างเดียว พงึ ระลึกถงึ คำกล่าวที่ว่า “ทหาร
เดินด้วยทอ้ ง” การฝกึ คนก็เชน่ เดยี วกัน ควรเรง่ ปรับปรงุ สมรรถภาพของหน่วยช่วยรบ เช่นเวลาฝึกการประลอง
ยุทธ ควรจะมกี ารแก้ปญั หาการสง่ กำลังบำรุงไปดว้ ยเพ่อื ให้เจ้าหน้าท่เี กิดความชำนาญทราบข้อบกพร่องและจะ
ได้แก้ไขภายหลงั การเตรียมการในเรอ่ื งการสง่ กำลงั บำรุงควรกำหนดแผนทร่ี อบคอบไวล้ ่วงหน้า
ความเสยี หายที่ได้รับจากการยุทธครั้งนี้ปรากฏผลชัดวา่ ทหารท่ีเสียชีวิตเน่ืองจากโรคภัยไข้เจ็บนับเป็น
จำนวนหลายพันคน สว่ นเสียชีวิตเนอื่ งจากการกระทำของข้าศึกเพยี งจำนวนเรือนร้อยเทา่ นั้น
115
คำถามท้ายบทท่ี 6
สงครามมหาเอเชียบรพู า
1. นโยบายของไทยในสถานการณข์ องสงครามโลกคร้ังที่ 2 นัน้ เปน็ อยา่ งไร
2. เพราะเหตใุ ดองั กฤษจงึ ไมช่ ว่ ยไทยในการต่อสู้เมอ่ื คร้งั ญปี่ ่นุ ยกพลขึน้ บกที่ไทย
3. จงอธบิ ายการเตรยี มการของฝา่ ยไทยมาพอสังเขป
4. กำลังความพรอ้ มของไทย มีการเตรยี มความพร้อมก่ีด้าน ดา้ นใดบ้าง
5. ลักษณะภูมิประเทศแบบ ชานสเตท เป็นลักษณะอยา่ งไรจงอธิบายมาพอเขา้ ใจ
6. อนั ตรายจากโรคภัยไขเ้ จบ็ ใด ซงึ่ ปลิดชวี ติ ทหารนบั เป็นจำนวนหลายพนั คน
7. แผนการยุทธ์กองทัพพายัพไดร้ บั มอบหน้าที่ให้ เข้ายึด ชานสเตท โดยได้กำหนดการปฏิบตั ิไว้ กี่ข้ัน
อะไรบ้าง
8. จงอธบิ ายสถานการณ์ของ พล.ร.4 ต้งั แตเ่ มอื งเลน – เมอื งโก – เมืองพยาค มาพอเข้าใจ
9. ตลอดระยะเวลาทกี่ ำลงั ส่วนใหญ่ พล.3 ยึดครองพ้ืนที่ชานสเตทอยูต่ ้งั แต่ ม.ค. 2487 ถงึ พ.ค. 2488
เฉลีย่ เหตกุ ารณ์รบยอ่ ย ๆ ก่ีคร้ังต่อสปั ดาห์
10. จงสรุปบทเรียนจากการรบมาพอเข้าใจ
116
บทท่ี 7
สงครามเกาหลี
(ค.ศ.1950-1953)
ประเทศเกาหลี (Korea) ถูกญี่ปุ่นรวมเข้าเป็นดินแดนเดียวกันหลังจากสิ้นสุดสงครามระหว่าง รัสเซีย-ญี่ปุ่น
และในการประชมุ ที่นครไคโร (Cairo) ประเทศอยี ิปต์ (Egypt) ระหวา่ งประเทศพนั ธมิตร (1 ธันวาคม 1943) ได้
ประกาศว่าจะให้เอกราชแก่เกาหลี และได้รบั การยืนยนั อย่างจริงจัง ในการประชุมทเี่ มอื งบอตสดัม (Potsdam)
ในเยอรมัน (26 กรกฎาคม 1945) เม่ือญี่ปนุ่ ยอมแพ้ในสงครามโลกครงั้ ท่ี 2 ข้อตกลงอันรบี ดว่ นของฝา่ พันธมิตร
(15 สิงหาคม 1945) ได้แบ่งเกาหลีออกเป็นสองส่วน ส่วนที่อยู่ทางเหนือเส้นขนานท่ี 38 ขึ้นไป
สหภาพโซเวยี ตจะเปน็ ผู้รบั การยอมจำนนของกองกำลงั ญปี่ นุ่ ญป่ี ่นุ ทอ่ี ย่ใู ตเ้ สน้ ขนานท่ี 38 ลงมา ต้องยอมจำนน
กับกองกำลังสหรัฐฯ หลังจากการยอมแพ้แล้ว โซเวียตก็ถือว่าเส้นขนานที่ 38 เป็นเส้นแบ่งเขตทางการเมือง
ภายในม่านเหล็ก บทบาทของรัสเซียในสงครามเกาหลีค่อนข้างจะเด่นชัดคือ เป็นผู้ชี้แนะทางการเมือง ให้
คำปรกึ ษาทางทหารให้อาวุธยุทโธปกรณ์ ให้ผูเ้ ชยี่ วชาญทางเทคนิค ให้นักบนิ และดำเนนิ การฑูต “ป้องปราม”
โดยข่มขู่ว่าจะลั่นกลองรบ (War Scare) รัสเซียย่ามใจยิ่งขึ้นเมื่อสหรัฐฯประกาศแนวป้องกันน่านนำ้ แปซิฟิกที่
มิได้รวมถึงเกาหลีใต้ ส่วนเกาหลีเหนือเองมิได้รอช้าเลยทันทีที่มหาอำนาจรัสเซียและสหรัฐถอนทหารออกจาก
เกาหลี ใน ค.ศ.1948 เกาหลีเหนือก็วางแผนรวมประเทศในเดือนมกราคม ค.ศ.1950 รัสเซียเปิดไฟเขียวให้
เกาหลีเหนือและ รัสเซียหนุนช่วยเหลือโดยเตรียมพร้อมทางการเมือง และการทหารอาวุธยุทโธปกรณ์รัสเซียได้
หลั่งไหลเข้าสู่เกาหลีเหนือโดยผ่านแมนจูเรีย พร้อมกันนั้นในฤดูหนาวปี ค.ศ.1949-50 จีนขอมอบโอนกำลัง
ทหารเกาหลีท่ีสง่ ไปชว่ ยจนี ต่อสู้ในแมนจเู รีย ปี ค.ศ.1949 คนื แก่เกาหลี
ความสำคัญทางยทุ ธศาสตรข์ องเกาหลี
หลงั สงครามโลกครัง้ ที่ 2 สหรัฐฯได้กำหนดแนวป้องกนั ทางยุทธศาสตร์ไวด้ ังนี้ จากอลาสกา (Alaska) -
หมู่เกาะอาลูเซียน (Aleutian) – ญี่ปุ่น (Japan) - โอกินาวา (Okinawa) - ฟอร์โมซา (Formocha) หมู่เกาะ
ฟิลิปปินส์(Philippines) และหมู่เกาะมาเรียนา (Marianas) ระหว่างสงครามโลกครั้งทีแ่ ล้ว รัสเซียได้พยายาม
ขยายอิทธิพลมาทางตะวันออก เพื่อจะครอบครองจีน แมนจูเรีย และเกาหลี ผลการตกลงของที่ประชุม ณ
ยอลต้า (Yolta) เมื่อต้นปี ค.ศ.1945 ยินยอมให้รัสเซียเข้าครอบครองเกาะซาการีน(Sagarin) ส่วนทางใต้ด้วย
หมายความว่าเกาะน้ีทัง้ เกาะตกอยู่ในความครอบครองของรัสเซียแต่ผูเ้ ดียว ยงิ่ ไปกว่าน้นั หมู่เกาะกูริล (Gurin)
ซึ่งอยู่ชิดกับญี่ปุ่น คือ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะฮอกไกโด ทหารรัสเซียก็เข้ายึดครองระหว่าง
8 สิงหาคม - 1 กันยายน ค.ศ. 1945 จากพฤติการณ์ที่กล่าวมานี้พอที่จะทราบความมุ่งหมายของรสั เซียได้ว่า
ต้องการขยายอทิ ธิพลมาทางตะวนั ออกเปน็ เบือ้ งแรก
ในฐานะที่คอมมิวนิสต์ได้เข้าครอบครองหมู่เกาะกิวริว ซาการีน ไซบีเรีย และแมนจูเรีย อยู่แล้ว
หากสามารถเข้าครองเกาหลใี ตอ้ กี จะทำใหเ้ กิดผลทางยทุ ธศาสตร์หลายประการ ดังนี้
1. แนวป้องกันทางยุทธศาสตร์ของสหรฐั ที่กล่าวแล้ว ถูกคุกคามอย่างนา่ อันตราย เพราะญี่ป่นุ
เป็นส่วนหนงึ่ ของแนวป้องกัน อยูห่ ่างแหลมเกาหลเี พยี งประมาณ 100 ไมล์เศษ เท่านน้ั
117
2. ทำให้การป้องกันตัวของคอมมิวนิสต์มั่นคงย่ิงขึ้น เพราะถ้าหากว่าเกาหลีใต้ยังเป็นกลางอยู่
หรอื เป็นฝ่ายประชาธิปไตยแลว้ เท่ากบั วา่ เกาหลีใต้เป็นหัวหาดของฝ่ายประชาธิปไตยท่ีจะขยายอิทธพิ ล หรือบาง
ทอี าจใชเ้ ป็นฐานทพั โจมตีคอมมิวนสิ ต์ในผืนแผ่นดินใหญต่ ่อไปไดส้ ะดวกยิง่ ขน้ึ
3. ฝ่ายคอมมิวนิสต์สามารถออกทะเลญี่ปุ่นไดส้ ะดวกและใช้แหลมเกาหลีเป็นฐานทัพเรือ และ
อากาศโจมตีญ่ีปุน่ ต่อไป
4. ใช้แหลมเกาหลีเปน็ กันชนของแมนจูเรยี ดินแดนอนั อดุ มสมบูรณ์ของคอมมวิ นสิ ต์ และเป็นกัน
ชนให้แก่เมืองวลาดีวอสตอ๊ ก (Vladivostok) ซึ่งเป็นเมืองสุดทางรถไฟสายสำคัญท่ีผ่านไซบีเรีย (Siberia) และ
เป็นฐานทพั เรือและอากาศของโซเวียตด้วย
ในทางกลับกันหากเกาหลีเป็นกลางหรือเข้าข้าฝ่ายประชาธิปไตย เกาหลีก็จะเป็นเสมือนเกาะด่าน
หน้าทก่ี นั้ ระหว่างแมนจูเรียกบั เกาะต่าง ๆ ท่อี ย่ใู นแนวป้องกนั ของสหรฐั ฯดังกล่าวแล้ว ยิ่งกว่านั้นจะทำให้ช่อง
แคบซูซมิ า (Sushima) และทะเลญปี่ ุ่นตอนใต้ปลอดภัยย่งิ ข้นึ และในกรณีท่ีจำเป็นอาจใช้เกาหลีเป็นฐานทัพเรือ
และอากาศโจมตเี มือง วลาดีวอสต๊อก แมนจูเรีย และมณฑลต่าง ๆ ซง่ึ อยู่ตอนเหนอื ของประเทศสะดวกยิง่ ขนึ้
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลง ฝ่ายสัมพันธมิตรได้กำหนดเส้นขนานที่ 38 ขึ้นบนพ้ืนแผ่นดนิ
ของเกาหลเี ป็นการชว่ั คราว เพ่ือความมุ่งหมายในการทป่ี ลดอาวธุ ของทหารญป่ี ่นุ ในเกาหลีให้สะดวกยิ่งขึ้นกำลัง
ทหารที่ญี่ปุ่นที่อยู่เหนือเส้นขนานน้ี เป็นหน้าที่ของรัสเซีย ส่วนที่อยู่ทางใต้ให้จำนนแก่สหรัฐฯ สหรัฐฯ มิได้มี
ความมุ่งหมายทจี่ ะใชเ้ ส้นขนานท่ี 38 น้ีเป็นเส้นพรมแดนแบ่งประเทศเกาหลอี อกเปน็ สองส่วนแต่ประการใดเลย
นอกจากนัน้ ในทปี่ ระชมุ ณ กรงุ มอสโคว์ (Moscow) เมอ่ื เดอื นธนั วาคม ค.ศ.1945 ซงึ่ มสี หรัฐฯ รัสเซีย
และอังกฤษ รวมทั้งจีน ประชุมร่วมกัน ที่ประชุมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะให้เกาหลีเป็นประเทศ
ประชาธิปไตย แต่ก็ถูกสหภาพโซเวียตขัดขวางตลอดเวลา ดังนั้นสหรัฐฯจึงมอบปัญหานีใ้ ห้แก่สหประชาชาติ
พิจารณา สหประชาชนจึงไดต้ ง้ั กรรมการช่วั คราวขนึ้ คณะหนึง่ เพือ่ ทำหน้าทค่ี วบคมุ การเลอื กต้งั ทว่ั ไปในเกาหลี
โดยหวังจะให้เกาหลีมีการปกครองแบบประชาธิปไตยอยา่ งแท้จริง แต่รัสเซียผูซ้ ึ่งพยายามที่จะให้เกาหลีเหนอื
เป็นคอมมิวนิสต์ให้หมดได้ปฏิเสธไม่ยอมให้คณะกรรมการคณะนี้เข้าไปในเกาหลีเหนือ แม้กระนั้นก็ดีการ
เลือกตั้งอย่างเสรีก็ได้กระทำในเกาหลีใต้ เมื่อ 10 พฤษภาคม ค.ศ.1948 และสาธารณรัฐเกาหลีใต้ได้ก่อต้งั ขึ้น
เม่ือ 15 สิงหาคม ค.ศ.1948
ส่วนคอมมิวนิสต์ที่อยู่เหนือเส้นขนานท่ี 38 ก็ได้พยายามตั้งรัฐคอมมิวนิสต์ขึ้น เมื่อ 9 กันยายน
ค.ศ.1948 โดยมีคณะบุคคลคณะหนึ่งเป็นผู้เริ่มก่อตั้ง เรียกว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยของประชาชนแห่ง
เกาหลี ดงั นัน้ จะเห็นได้ว่าเสน้ ขนานที่ 38 ได้กลายเป็นเส้นกน้ั เขตทางการเมอื งโดยบงั เอิญ
ลักษณะภูมิประเทศโดยทว่ั ไป
แหลมเกาหลีมีความยาวประมาณ 575 ไมล์ กว้างประมาณ 150 ไมล์ พื้นที่ส่วนใหญ่ที่สูงสุดอยู่ทาง
เหนอื เทือกเขาท่ีอยู่ใต้เส้นขนานท่ี 38 มีสันเขายอ่ ยทอดยนื่ ออกไปทางทิศตะวนั ตกเฉียงใต้ จนจดทะเลเหลืองท่ี
อา่ วมอคโป (Mokpo) พน้ื ที่ทางฝงั่ ตะวนั ตกมีแมน่ ้ำหลายสายไหลลงสู่ทะเล อ่าวมลี กั ษณะเวา้ แหว่งมาก ลกึ จาก
ฝ่ังเข้าไปเป็นพ้ืนทนี่ าสำหรับปลกู ข้าวเปน็ ทรี่ าบต่ำบ้าง บางแห่งกเ็ ปน็ ลูกเนนิ สลับกนั ไป แม้ว่าพืน้ ท่ีทางตะวันตก
ไม่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติของทหารขนาดใหญ่ก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าทางฝั่งตะวันออก ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขา
118
แมน่ ำ้ สายใหญ่ ๆ สว่ นมากไหลจากใต้สู่ตะวันตก แม่นำ้ เหลา่ นมี้ คี วามกวา้ งและลกึ พอทจี่ ะเป็นอุปสรรคขัดขวาง
การปฏิบัตกิ ารทางทหารยงิ่ ในฤดฝู นแล้วนบั ว่าเปน็ อปุ สรรคสำคญั ทีเดยี ว
ดินฟ้าอากาศของเกาหลีเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้ว ก็นับว่าเป็นประเทศที่มีดินฟ้าอากาศ
หนาวเย็น โดยเฉพาะอย่างย่งิ ทางเหนอื ดนิ ฟ้าอากาศหนาวจัด ย่อมเป็นอปุ สรรคแก่การปฏิบตั กิ ารรบอยู่ไม่น้อย
ฤดูใบไมผ้ ลิเร่มิ แตเ่ ดือนกมุ ภาพนั ธ์หรอื ตน้ เดือนมนี าคม ฤดฝู นเริ่มแตเ่ ดอื นกรกฎาคม หรือเดอื นสิงหาคม
กำลังและแผนของทง้ั สองฝา่ ย
เกาหลีเหนือ นบั ต้งั แต่โซเวยี ตเรม่ิ เข้ายึดครองเป็นต้นมา พวกคอมมิวนิสต์ได้พยายามโฆษณาชวนเช่ือ
ให้เกาหลีเหนือทำลายล้างล้างจักรวรรดินิยมอเมริกาดว้ ยกำลัง คือ บุกเขา้ ยดึ ครองเกาหลใี ต้ ในเดือน ธันวาคม
ค.ศ.1948 รัสเซียได้ประกาศว่าตนเองได้ถอนกำลังทหารที่ยึดครองออกจากเกาหลีเหนือหมดสิ้นแล้ว แต่ก็ไม่
ยอมให้คณะกรรมการของสหประชาชาตเิ ขา้ ไปตรวจสอบความจริง
แม้ว่าแผนการระดมพลของเกาหลีเหนือกำหนดกำลังพลไว้เป็นจำนวนถึง 15 กองพล และอีก
1 กองพลนอ้ ยยานเกราะรถถงั ขนาดเบา แบบ T-34 ของรัสเซีย และหน่วยสนับสนนุ อีกก็ตาม แตก่ ำลังที่พร้อม
รบและใชใ้ นการรกุ รานครง้ั น้ีมเี พียง 6 กองพลเทา่ นั้น ในจำนวนนี้คอมมิวนิสตก์ เ็ ชอ่ื ม่ันว่าเพยี งพอแก่การปฏิบัติ
กำลังเหล่านี้ได้รับการฝึกเป็นอย่างดีที่สุดของโซเวียต ยิ่งกว่านั้นยังมีทหารเกาหลีชำนาญศึกถึง 2,500 คน
รวมอยู่ด้วย ทหารเหล่านี้เคยร่วมรบกับจีนคอมมิวนิสต์ในแมนจูเรียมาแล้วอยา่ งโชกโชน กำลังพลของเกาหลี
เหนือรวมทั้งสิ้นประมาณ 130,000 คน มีรถถังสนับสนุนอยู่ 100 คันเป็นรถถังของโซเวียตแบบ T-34 และมี
เครื่องบินขับไล่แบบ “ยัค” (Yak) ของรัสเซียที่ใช้สมัยสงครามโลกครั้งท่ี 2 อีกประมาณ 180 เครื่อง เป็น
เครื่องบินรบที่ล้าสมัยซ่ึงโซเวียตให้มา กำลังทางเรอื ของเกาหลีเหนอื นับวา่ หย่อนทัง้ ประสิทธภิ าพและปริมาณ
แต่ก็นับว่าเพียงพอกับการลำเลียงตามชายฝั่ง เพ่ือสนับสนุนกำลังทางบกเมื่อถึงคราวจำเป็น นอกจากนั้น ยังมี
ทหารกองหนนุ ทีไ่ ด้รับการฝึกเปน็ อย่างดอี กี ประมาณ 100,000 คน
เกาหลีใต้ เมื่อกำหนดเวลาแห่งการยึดครองได้สิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1949 คณะที่ปรึกษา
ทางการทหารประจำเกาหลีใต้คงอยู่ในเกาหลีใต้ต่อไป ตามคำขอร้องของรัฐบาลประเทศนั้น คณะที่ปรึกษา
ทหารน้มี นี ายทหารอเมรกิ นั 500 คน และพลทหารอีกจำนวนหนึง่ มหี นา้ ทช่ี ว่ ยฝึกทหารให้แกก่ องทัพเกาหลีใต้
คณะที่ปรึกษาทางทหารคณะนี้ ดูเหมือนจะอยู่ในบังคับบัญชาของเอกอัครราชทูตอเมริกันประจำประเทศ
เกาหลี มากกว่าที่จะข้นึ ตรงตอ่ นายพล ดกั ลาส แมคอาเธอร์ (Gen Douglas Macarthur) เพราะในระยะหลัง
ๆ นี้ นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์ มไิ ดม้ หี นา้ ท่รี ับผดิ ชอบในการปอ้ งกันเกาหลี
นอกจากนน้ั สหรัฐฯยังไดช้ ว่ ยเกาหลใี ตอ้ ีกกลา่ วคือ เม่ือระยะเวลาแหง่ การยดึ ครองไดส้ น้ิ สดุ ลงสหรัฐได้
มอบอาวุธตา่ ง ๆ ใหแ้ ก่กองทัพเกาหลไี ว้ใช้ป้องกันประเทศมมี ลู คา่ ถึง 110 ลา้ นดอลลาร์ ทหารอเมริกนั ทถี่ อนตัว
ไปคงไปแตต่ ัวเปลา่ เทา่ น้นั จำนวนอาวุธที่กลา่ วนน้ี ับว่าเพียงพอแก่จำนวนทหาร 50,000 คน ประกอบดว้ ยอาวุธ
มากกวา่ 100,000 กระบอก ไดแ้ ก่ ปนื เล็กยาว ปนื พก และปนื กล พร้อมท้งั กระสุนอีก 50 ลา้ นนัด จรวดบาซูกา
ขนาด 2.36 นิ้วกว่า 2,000 กระบอก และลูกบาซูกาอีก 40,000 ลูก ยานพาหนะรวมทุกขนาดแล้วจำนวน
4,900 คัน ปนื ต่อสู้รถถงั ขนาด 37 มม. และ 57 มม. อีกจำนวนมาก ปนื ใหญก่ ระสุนวถิ โี คง้ 105 มม. เคร่ืองยิง
ลูกระเบิดขนาด 60 มม. และ 81 มม. อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งลูกระเบิดของเครื่องยิงเหล่านี้อกี กวา่ 700,000
119
ลูก นอกจากน้ี ยังได้ให้เรือขนาดเบาอีก 79 ลำ และเครื่องบินสำหรับติดต่อสื่อสารแบบ L-4 และ L-5 จำนวน
20 เคร่อื ง
ในขณะที่เกาหลีเหนือเปิดการรุกรานนั้นสาธารณรัฐเกาหลีใต้มีกำลังทหารจัดเป็น 8 กองพล จำนวน
100,000 คน ส่งไปปฏบิ ัตกิ ารตามชายเขตแดนเสีย 4 กองพล กำลังของแต่ละกองพลจัดไว้สำหรับต่อสู้กับการ
รบแบบกองโจร กองทพั ของเกาหลีใตไ้ มม่ ที ้ังรถถงั และปืนใหญ่ขนาดกลางและขนาดหนัก รวมทง้ั หนว่ ยส่งกำลัง
บำรงุ ก็ไมม่ ดี ้วยเครอ่ื งบนิ ไม่มีสักลำเดยี ว สว่ นกำลังทางเรอื นั้นมีเฉพาะลาดตระเวนชายฝ่ังเท่านน้ั
การปฏิบัตกิ ารรบ
การบุกเกาหลีใต้ครั้งแรกของเกาหลีเหนือ ในวันท่ี 25 มิถุนายน ค.ศ.1950 กองกำลังเกาหลีเหนือ
7 กองพลทหารราบ หนึง่ กองพลนอ้ ยรถถงั และหน่วยสนับสนุนภายใต้การบังคับบัญชาของ จอมพล โช ยองกุน
(Sou yonggun) ได้เปิดการรุกเกาหลใี ต้ทิศทางเขา้ ตีหลักซึง่ กำหนดไว้ให้ปฏิบัตกิ ารอย่างรุนแรงและเฉียบขาด
พุ่งลงทางทศิ ใตข้ องเมืองโปซอน (Pochon) และยอนซอน (Yonchon) ไปยังอูย จอนกู (Ui Jongu) แล้วมุ่งตรง
ไปยงั เซอลู (Seoul) การโจมตี การโจมตีโดยไมท่ นั ร้ตู วั กระทำได้อยา่ งสมบูรณ์ โดยมจี ดุ มุ่งหมายที่จะยดึ กรุงโซล
และดินแดนเกาหลีใตท้ ัง้ หมด ทิศทางเข้าตีหลกั น้ีมีกำลังป้องกนั ทั้ง 2 ข้าง ส่วนระวังป้องกันทางด้านขวาเข้าตี
จากเคียงซอง (Kaesoung) ไปยังมูเนีย (Munean) และส่วนระวังป้องกันทางด้านซ้ายเข้าตีอย่างรุนแรงท่ี
ชูนซอน (Chunchon) สุดไปทางตะวันตกที่แหลมอองจิม (Ongjim) เกาหลีเหนือส่งกำลังเข้ายึดไว้ได้อย่าง
รวดเร็ว และทางฝั่งตะวันออกที่เมืองกางนัง (Kangnung) ก็ได้ส่งกำลังทางเรือส่วนหนึ่งเข้ายึดไว้ล่วงหน้า
นอกจากนั้น เกาหลีเหนือยังส่งพลขึ้นบกยึดเมืองต่าง ๆ ตามชายฝั่งตะวันออกในเวลาต่อมาตามลำดับจนถึง
เมืองยองดอค (Yongdok) กำลังเกาหลีเหนือทีใ่ ช้บุกครัง้ น้ีมีจำนวน 6 กองพล และกองพลนอ้ ยอกี 2-3 กอง มี
กำลังปืนใหญ่สนบั สนุนอย่างเพียงพอ รวมทั้งเครื่องบินรบสรา้ งในรัสเซยี อีก 100 เครื่อง และรถถังแบบ T-24
ใชเ้ ป็นหนว่ ยนำในการเข้าตี กำลังทกี่ ล่าวนีน้ บั วา่ เพียงพอทจ่ี ะเข้าบดขย้ีกำลงั เกาหลใี ตซ้ ึง่ มีเพียงกองพลเท่าน้ัน
ยิง่ กว่านัน้ กองทพั เกาหลใี ต้มีปนื ใหญเ่ พียงเล็กน้อยและเป็นปนื ใหญ่เบากำลังยานเกราะกม็ ีจำนวนไม่กี่คัน ส่วน
กำลังทางอากาศน้ีนับได้ว่าไม่มีเลย ด้วยเหตุนี้กองทัพเกาหลีใตจ้ ึงไม่อยู่ในสภาพที่จะเผชิญกับการรุกรบขนาด
ใหญ่ จะทำได้ก็แต่เพียงต่อต้านการรบแบบกองโจร หรือมิฉะนั้นก็รับการโจมตีเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามชายแดน
เท่านนั้ ยง่ิ ถกู เกาหลเี หนือบุกดว้ ยการจโู่ จม จงึ ทำให้เกาหลีใต้ตกอยสู่ ภาพท่เี สียเปรยี บอยา่ งย่ิง
เพียง 28 มิ.ย.1950 ( 3 วัน ) เกาหลีเหนือก็สามารถยึดกรุงโซล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้ไวไ้ ด้
และทำการปดิ ล้อมตงั้ แต่ปากแม่น้ำเฮน (Han) ไปทางตะวนั ออกกรุงโซล ระยะ 20 ไมล์ ทางฝง่ั ตะวันออกน้ันรกุ
ไปได้ไกลถึงเมืองสามชอค (Samchok) ในการถอนตัวไปทางใต้แม่น้ำเฮน (Han) กองทัพเกาหลีใต้ได้รับความ
เสียหายอย่างหนัก แม้จะพยายามรวบรวมกำลังและทำการต้านทาน แต่ก็ได้ผลเพียงเล็กน้อยเพราะข้าศึกทำ
การกดดันรุกคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา ใน 4 ก.ค. กำลังของเกาหลีใต้จึงถอยร่นไปอยู่ในแนว ซูวาน (Suwon)
วอนจู (Wonju) สามชอค (Samchok)
เมื่อสหประชาชาติได้เผชิญกับการทดสอบที่ย่ิงใหญ่เช่นน้ี จึงจำเป็นต้องปฏิบัติการด้วยความรวดเร็ว
และเฉยี บขาด โดยไดเ้ รยี กประชมุ สภาความม่นั คงโดยรีบดว่ น ใน 25 มิ.ย.1950 เพ่ือระงบั ศึกทนั ที คณะมนตรี
ความมั่นคงไดล้ งมติเรยี กร้องให้หยุดย้ังการรุกรานและขอร้องประเทศสมาชิก ระงับการช่วยเหลอื ทไ่ี ด้เคยให้แก่
120
ฝ่ายรุกรานในทันที แต่การปฏิบัติดังกล่าวไม่สามารถจะหยุดยั้งการรุกได้ ใน 27 มิ.ย.1950 ประธานาธิบดี
แฮรี เอส. ทรูแมน (Harry S. Truman) จึงประกาศว่า ได้สั่งให้กำลังทางอากาศและทางเรือไปช่วยเกาหลีใต้
แล้ว โดยให้ พลเอก แมคอาเธอร์ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐภาคตะวันออกไกล ให้การสนับสนนุ ทางอากาศและ
ทางเรอื
นายพลแมคอาเธอร์ สั่งให้ปิดล้อมเกาหลีเหนือทางทะเล และไปตรวจแนวหน้าด้วยตนเองใน
28 มิถนุ ายน 1950 เมือ่ โซลแตกเขาได้รายงานว่า กองทัพเกาหลีใต้ไม่สามารถท่ีจะต้านทานการบุกได้แม้ว่าจะ
ให้การสนับสนุนทางอากาศก็ตาม ใน 30 มิ.ย.1950 ทรูแมน ได้อนุมัติให้ใช้กองกำลังภาคพื้นดินสหรัฐในการ
ปอ้ งกัน
กองทัพที่ 8 สหรฐั ทต่ี งั้ อยใู่ นญ่ปี ่นุ โดยไดย้ ึดครองประเทศนัน้ มาตั้งแต่สงครามโลกครัง้ ท่ี 2 กองทัพที่ 8
นี้ก็มีกำลงั ไม่เตม็ อัตรา แต่ละกองพลมีกำลังทหารเพียงรอ้ ยละ 72 เท่านั้น ในกรมหนึ่งมีทหารเพียง 2 กองพัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งขาดเครื่องยิงลูกระเบิดและปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลังและเนื่องจากสภาพถนนในญี่ปุ่นไม่
ค่อยจะดีและสะพานต่างๆ ก็รับน้ำหนักได้น้อย รถถังที่อยู่ในกองทัพท่ี 8 จึงเป็นรถถังเบา M-24 แทนที่จะใช้
รถถังขนาดหนักตามปกติ ที่ใช้กัน อาวุธส่วนมากที่มีอยู่ก็เป็นอาวุธที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และสึกหรอไป
ตามสภาพ และมีบางส่วนใชก้ ารไม่ไดเ้ พราะขาดการบำรงุ รกั ษา และชำรุดเนอื่ งจากการฝึก
ในวันที่ 30 มิถุนายน 1950 กองกำลังสหรัฐเริ่มเคลื่อนย้ายไปยังเกาหลี กองพลที่ 25 ภายใต้การ
บังคับบัญชาของ พลตรี วิลเลียม เอฟ.ดีน (Gen William F. dean) เริ่มทยอยกันเดินทางทางเรือและ
ทางอากาศไปยังเกาหลี และกองพลอ่ืนๆ กำลงั ตดิ ตามมา
วนั ท่ี 5 กรกฎาคม 1950 กองพนั ทม่ี ีกำลังไมเ่ ต็มอตั รา (2 กองรอ้ ยทหารราบ) ภายใต้การบังคับบัญชา
ของ พันโท ชาร์ลส์ บี.สมิธ (Charles B. Smit) พร้อมด้วยปืนใหญ่หนึ่งชุด เข้าร่วมรบกับกองทัพเกาหลีใต้
เชา้ วนั รงุ่ ขึน้ ทหารเกาหลีเหนอื 1 กองพล พรอ้ มดว้ ยรถถงั 30 คนั เขา้ โจมตกี องทพั เกาหลีแตกพ่ายเหลือแต่กอง
กำลังเฉพาะกจิ ของสมิธตรงึ ทีม่ ่ันอยไู่ ด้ 7 ชั่วโมง เมือ่ ขาดกระสุนทหารกต็ ีฝ่าออกมาทง้ิ อาวุธทกุ อยา่ งไว้
ในระหวา่ งวันที่ 6-21 กรกฎาคม นายพลดนี นำกองพลเข้ายนั กำลังทหารเกาหลีเหนือไว้แลกพ้ืนท่ีกัน
เพอื่ ถว่ งเวลา ในขณะท่กี องพลทหารม้าท่ี 1 และกองพลทหารราบที่ 25 ถกู สง่ มาจากญปี่ ุ่น ปฏิบัติการห้าวัน ที่
เตจอน (Taejon) (16-20 กรกฎาคม 1950) สิ้นสุดลงเมื่อทหารเกาหลีเหนือโจมตีของกองพลกำลังล่าถอย
ตวั เขาเองถกู จบั ได้ คุมกำลังส่วนหลังด้วยตนเอง ในขณะที่ส่วนท่ีเหลอื ของกองพลกำลงั ล่าถอย กองทหารท่ีแตก
กระเจงิ ไดร้ ับการชว่ ยเหลือจากกองพลทหารม้าที่ 1 (22 กรกฎาคม 1950) สว่ นกองพลท่ี 25 ซึ่งอยทู่ างปีกขวา
รว่ มกับกองพลเกาหลีใต้ทจ่ี ัดกำลังใหม่ สามารถยบั ยงั้ การบกุ ของทหารเกาหลเี หนือไวไ้ ด้
ประธานาธิบดีทรูแมน ได้แต่งตั้งให้ นายพลแมคอาร์เธอร์ เป็นผู้บัญชาการกองทัพสหประชาชาติ
อยู่ภายใต้การบงั คบั บญั ชาของนายทหารอเมรกิ นั ในวันที่ 6 กรกฎาคม 1950
ปัญหาสำคัญที่เผชิญหน้านายพลแมคอาเธอร์ ในปลายเดือนมิถุนายนก็คือ ใช้กำลังทางภาคพื้นดิน
ทางเรือ และทางอากาศ เท่าที่มีอยู่รั้งหน่วงข้าศกึ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรบั สรา้ งสรรค์กำลังในเกาหลีใต้ให้
สามารถขับไล่ฝ่ายรุกรานขั้นสุดท้าย ก้าวแรกในการปฏิบัติได้แก่ การส่งกำลังที่จะเป็นส่วนบังคับบัญชาของ
หน่วยทหารล่วงหน้าไปในเกาหลี กำลังส่วนนี้อยู่ใต้บังคับบัญชาของ นายพลจัตวา จอนท์ เฮส เชิร์ช (John H.
121
Church) เริม่ ปฏบิ ัตงิ านตง้ั แต่ 27 มถิ ุนายน 1950 เป็นตน้ ไปจนกระท่ังได้กลายเป็นสว่ นบงั คับการต่าง ๆ ของ
หน่วยกำลงั รบของสหรัฐในเกาหลี เมื่อ 3 กรกฎาคม 1950 นอกจากน้ันยงั ทำหนา้ ทีร่ วบรวมกำลงั ทหารเกาหลี
ซึ่งแตกกระสานซ่านเซ็นให้เป็นหน่วยรบขึ้นใหม่ นอกจากนั้นสหรัฐได้ส่งสัมภาระต่างๆ จำนวน 5,600 ตัน
ลงเรือที่ญี่ปุ่นเมื่อ 29 มิถุนายน 1950 และส่งทางอากาศเป็นการด่วนอีก 119 ตัน ลงที่เมืองปูซาน (Pusan)
เพ่อื ก่อต้ังกำลังรบของเกาหลใี ต้ขนึ้ ใหม่
เมอื่ 27 มิถนุ ายน 1950 กำลงั ทางอากาศภาคพ้ืนตะวนั ออกไกลของสหรัฐ ไดอ้ อกจากฐานทัพในญ่ีปุ่น
ไปปฏิบัติการโจมตีเกาหลีเหนือ กำลังทางอากาศที่กล่าวนี้อยู่ในบังคับบัญชาของ พลอากาศโท
George E. Stratemeyer กำลังส่วนนี้ก่อนเหตุการณ์ในเกาหลีจะอุบัติขึ้นมีกำลัง 8 กองบินรบครั้ง มีหน้าท่ี
ป้องกันญี่ปุ่น-โอกินาวา-กวม-ฟิลิปปินส์ ใน 28 มิถุนายน 1950 การโจมตีทางอากาศที่กระทำต่อเกาหลีใต้ใน
ขอบเขตจำกัดได้หยุดชะงักไปทันที ต่อมาในไม่ช้ากำลังทางอากาศของฝ่ายตรงข้ามถูกทำลายสิ้นหลังจากนน้ั
กำลังทางอากาศของสหรัฐกท็ ำหนา้ ที่สนับสนุนการรบทางภาคพน้ื ดินอยา่ งใกล้ชิด และขดั ขวางขา้ ศึกเพื่อหน่วง
เหนี่ยวการรุกคืบหนา้ ให้ชา้ ลง
การใช้กำลังอย่างเพียงพอและทันทีทนั ใด เพื่อรั้งหน่วงการรกุ ของข้าศึกนั้นย่อมมีอปุ สรรค เนื่องจาก
กำลังทางอากาศและทางเรือไม่สามารถเข้าร่วมรบด้วย ทั้งนี้เพราะกำลังโดยย่อได้แก่ จะต้องเคลื่อนกองทัพ
รวมท้ังสว่ นกำลังบำรงุ ขา้ มน้ำขา้ มทะเลจากประเทศญ่ีปุ่นไปยงั อ่าวปซู าน (PUSAN) เปน็ ระยะทางถงึ 125 ไมล์
แล้วจะต้องเคลือ่ นที่ต่อไปตามถนนซึ่งคดเคี้ยวกว่าจะถึงเมือง Taejon ก็เป็นระยะ 170 ไมล์ แล้วเคลื่อนต่อไป
อีก 100 ไมลจ์ ึงจะถึง กรุงโซล นอกจากน้ี จำต้องขยายและปรับปรุงท่าเรือเมืองปซู าน และในขณะเดียวกันยัง
จะตอ้ งจัดการทกุ สง่ิ ทุกอย่าง เพือ่ เกดิ ความสะดวกแกก่ ารปฏบิ ตั อิ ีกดว้ ย
หน่วยรบเฉพาะกิจของ พันโท สมิท ได้ส่งสว่ นลาดตระเวนเข้าเกาะข้าศึกใน 4 ก.ค.1950 รุ่งเช้าในวัน
ต่อมา กำลังส่วนนี้ก็ได้ปะทะกับข้าศึกมีกำลังถึงหนึ่งกองพล และมีรถถัง T-34 สนับสนุนอีกมากกว่า 30 คัน
แม้ว่าข้าศกึ จะมีกำลงั คนและอาวุธเหนือกว่าอยา่ งมากมายก็ตาม กำลังส่วนน้ีก็สามารถตรึงฝา่ ยขา้ ศึกไว้ได้เปน็
เวลาถึง 4-5 ชม. หลงั จากน้ันกต็ ้องถอนตวั และส้พู ลางถอยพลางตลอดระยะทาง วธิ ีการทเ่ี กาหลีเหนอื ใช้ในการ
เข้าตใี นเวลาต่อมา ก็คือ เข้าตีตรงหนา้ อย่างรุนแรงเสยี ก่อน แลว้ สง่ กำลงั เข้าโอบทัง้ สองปกี และส่งกำลงั ส่วนยอ่ ย
ๆ แทรกซมึ เขา้ ไป เพอื่ ปดิ ก้นั เส้นทางสง่ กำลังบำรุง
ในพื้นที่ตอนกลางซึ่งเป็นภูเขาและตามชายฝั่งตะวันออก ได้มอบให้ทหารเกาหลีใต้จัดตั้งขึ้นใหม่
อย่างไรก็ดี กองพลทหารราบท่ี 25 สหรัฐฯ ในบังคับ พลตรี วิลเลียม บี. คีน (William B. Kean) เคลื่อนกำลงั
มาถึงเกาหลี แต่ 14 กรกฎาคม 1950 ในวนั ตอ่ มาก็เข้าสับเปลย่ี นหน้าทก่ี องพลเกาหลใี ต้ 2 กองพล ยึดตามแนว
จาก แฮมแซง (Hamchang) ไปทางตะวนั ตกเฉียงใต้ เป็นระยะ 25 ไมล์ การรกุ คบื หน้าของเกาหลีเหนอื ในพื้นท่ี
ตอนกลางน้ี มีทิศทางพุง่ ลงมาจากซูนจู (Chunju) แฮมแซง (Hamchang) จงึ เปน็ การคกุ คามเสน้ ทางคมนาคม
ที่สำคัญยิ่งซึ่งเชื่อมต่อเตจอน-เตกู (Taejon-Taegu) และเป็นการคุกคามปีกขวาของทหารสหรัฐฯ ซึ่งยึด
ทศิ ตะวันออกและทศิ เหนือยองดอค (Yongdok) ดว้ ย
ข้าศึกทำการเข้าตีกองพลท่ี 24 อย่างรุนแรงและต่อเนื่องกันไปเป็นการเข้าตีตามแนวแกน Taejon-
Yongdok ต่อมาใน 22 กรกฎาคม 1950 กองพลทหารม้าท่ี 1 สหรัฐ ในบังคับ พลตรี โฮบาร์ต อาร์ เกย์
122
(Hobart R. Gay) ซง่ึ ข้นึ บกที่ปซู าน ใน 18 กรกฎาคม ก็เข้าสับเปล่ียนกองพลท่ี 24 ทั้งกองพลทหารมา้ ท่ี 1 และ
กองพลทหารราบท่ี 25 ได้ต่อสู้ตามหน้าที่อย่างทรหดทำการรั้งหน่วงข้าศึกจากที่มั่นหนึ่งไปยังอีกที่มั่นหน่ึง
ตามลำดับ แม้ว่าข้าศึกจะโถมกำลังเข้าตีอย่างมหาศาลเพียงใดก็ตาม ในปลายเดือนกรกฎาคมกำลังทั้งสอง
กองพลยนั ข้าศกึ อยู่ตามแนว จากทางใต้กมู ซอน (Kumchon) ถึงทางเหนือแฮมแซง (Hamchang)
ในวันท่ี 31 กรกฎาคม กองพลท่ี 25 ข้ามแม่น้ำเนกตอง (Naktong) ที่เมืองเวกวัน (Waegwan) แล้ว
รีบรุดลงมาทางใต้ เพื่อป้องกันเมืองปซู าน จากทาง Chinju การเคลื่อนท่ีใช้เวลาเพยี ง 2 วันเท่านัน้ นับว่าเป็น
การเคลื่อนทีท่ ีร่ วดเร็วซึ่งไม่เคยปฏิบัติมาก่อน ในวันท่ี 1 สิงหาคม 1950 กองพลทหารม้าท่ี 1 ก็ได้ข้ามลำน้ำท่ี
เมือง Waegwan เช่นกัน ในวันต่อมาฝ่ายสหรัฐได้ระเบิดสะพานต่าง ๆ ข้ามลำน้ำ Naktong เสียสิ้น การยุทธ
ตามแนวแม่น้ำ Naktong ไดเ้ ร่ิมเปิดฉากนับแตบ่ ัดนัน้
ในวันท่ี 5 สิงหาคม 1950 กองพลที่ 25 ได้วางแนวป้องกันจากแยกแม่น้ำ Naktong และแม่น้ำแนม
(Nam) เป็นแนวลงไปทางใต้ สว่ นกองพลท่ี 24 และกองพลทหารม้าที่ 12 ขณะน้ไี ด้ถอนตวั ลงมาเรียบร้อยแล้ว
และวางแนวป้องกนั ทางตะวันออกของแมน่ ำ้
ส่วนกองพลเกาหลใี ตร้ ับผิดชอบทางด้านตะวนั ออกเฉียงเหนอื ข้าศกึ ได้ใช้กำลงั อย่างไม่จำกัด เข้าตีบีบ
แนวปอ้ งกันของสหรัฐและเกาหลีใต้ท่กี ล่าวแล้วจนเป็นรูปสีเ่ หลี่ยมผืนผ้ามีความกว้าง 60 ไมล์ และลึก 90 ไมล์
แนวป้องกันที่กล่าวนี้หาได้เป็นแนวที่ต่อต้านกันโดยตลอดไม่ โดยเฉพาะมีช่องโหว่กว้างพอดูตรงที่เป็นภูเขา
ระหวา่ งอนั ดอง (Andong) และอยา่ งนอ้ ยมีทหารราบ 13 กองพล และกองพลยานเกราะ 1 กองพล กบั มีกำลัง
ปืนใหญ่สนบั สนนุ อยา่ งเพียงพอ ท้ังในด้านปรมิ าณและความแม่นยำ
3 สิงหาคม 1950 นับแต่เริ่มรบเป็นต้นมา กำลังทางอากาศสหรัฐ พยายามสนับสนุนกองพลทหาร
เกาหลีใต้อย่างใกล้ชิด แต่เนื่องด้วยทั้งสองฝ่ายไม่มีการติดต่อระหว่างทางอากาศกับทางพื้นดิน จึงทำให้การ
สนับสนุนส่วนใหญ่ไม่ได้ผลการโจมตีทางอากาศต้องถูกจำกัดลง ทั้ง ๆ บางครั้งโอกาสเปิดให้อย่างงาม
แมก้ ระทั่งกำลังทางพนื้ ดินของสหรัฐเอง ในขณะเข้าทำการรบกข็ าดการประสานงานกับกำลงั ทางอากาศ ทั้งนี้
คงเนื่องจากก่อนสงครามโลก กำลังทางอากาศในเกาหลีมีหน้าที่เพียงทำการป้องกันเท่านั้น ดังนั้นจึงได้มกี าร
เตรียมเครือ่ งมอื รว่ มท้งั การจดั หนว่ ยสำหรับใชใ้ นการรบเคลอ่ื นที่เชน่ เกิดข้ึนน้ี นอกจากนั้นยงั ขาดการฝกึ การรบ
รวมในยุทธบริเวณที่เกิดขึ้นจริงอย่างไรก็ดีเมื่อการรบได้อุบัติขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ฝ่ายสหรัฐจำต้องแก้ปัญหา
เฉพาะหนา้ ไปกอ่ น โดยใชเ้ คร่อื งมอื เทา่ ทีห่ าไดแ้ ละกำหนดระบบการติดต่อข้ึนเท่าที่จะอำนวยความสะดวก่ให้ได้
เมื่อนับถึงวันที่ 1 สิงหาคม 1950 กำลังทางอากาศของสหรัฐได้ทำการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดกับกำลังทาง
ภาคพ้ืนดนิ ถึง 4,300 ครั้ง บนิ ไปทง้ิ ระเบิดเพอ่ื ขดั ขวางการปฏิบัติของข้าศกึ 2,500 เที่ยว และไปท้ิงระเบิดทาง
ยทุ ธศาสตร์ 60 เทย่ี ว ผลปรากฏว่า ขดั ขวางการเคล่อื นที่ของฝ่ายข้าศึกเป็นผลสำเร็จ ข้าศึกจะต้องเคลื่อนที่ใน
เวลากลางคนื ต่อมาจึงไดจ้ ัดการตรวจตราทางอากาศในเวลากลางคืนตามเสน้ ทางคมนาคมสายต่าง ๆ อกี ด้วย สว่ น
กำลังทางเรือในระยะนี้ ก็สามารถปิดกั้นขัดขวางมิให้ข้าศึกใช้น่านน้ำตามชายฝั่งเป็นประโยชน์ในการส่งกำลงั
บำรุงเป็นผลสำเร็จเรือรบต่างๆ ได้ใช้ปืนใหญ่ทำการยิงขัดขวางการเคลื่อนที่ของขา้ ศึก และยิงสนับสนุนกำลงั
ทางพนื้ ดิน โดยเฉพาะอย่างย่งิ ทางฝั่งตะวันออก การรกุ เคลอื่ นท่ีของข้าศกึ ท่ีมงุ่ ไปยงั ยองดอค (Yongdok) ต้อง
ช้าลง ก็เพราะการยิงขัดขวางของกำลังทางเรือนี้เอง ได้ช่วยสนับสนุนกำลังทางภาคพื้นดินอย่างกว้างขวาง
123
ยิ่งกว่านั้นกำลังทางเรือยังได้ช่วยสนับสนุนในการส่งกำลังบำรุงให้แก่กำลั งทางพื้นดินและอากาศ
อีกดว้ ย
การรบที่สำคัญ
การรบรอบเมอื งปซู าน การรบระหวา่ ง 5 สิงหาคม ค.ศ.1950 ถึง 15 กันยายน ค.ศ.1950 ถือว่าเปน็
การรบหน่วงเวลา เพื่อเปิดโอกาสใหน้ ายพลแมคอารเ์ ธอร์ รวบรวมกำลงั เพียงพอเพือ่ เปิดการรุกในขั้นตอ่ ไปใน
ระยะเวลาดังกล่าว การปฏิบัติของข้าศึกมีความมุ่งหมายที่จะทำลายกำลังของสหประชาชาติ โดยแบ่ง
การปฏบิ ตั อิ อกเป็น 2 ระยะ
การเข้าตีระยะแรก 6–26 ส.ค.1950 ของข้าศึกถูกยับยั้งโดยกำลังของสหประชาชาติ เพื่อทำลาย
การเข้าตีของข้าศึก ที่คาดคิดว่าจะส่งกำลังมาจากเมืองชินจู (Chinju) แล้วพุ่งตามมายังเมืองปูซาน
นายพล วอล์เกอร์ ได้จัดกำลังรบเฉพาะกิจขึ้น ประกอบด้วย กองพลทหารราบท่ี 25 (หย่อนกรมผสมที่ 27)
กองพลน้อยนาวิกโยธนิ ท่ี 1 และกรมผสมท่ี 5 กำลังส่วนนี้ออกตีในเช้าตรู่ของ 7 สิงหาคม 1950 มุ่งตรงไปยัง
เมือง Chinju ในเช้าวันเดียวกันน้ันเอง ข้าศึกส่งกำลังเขา้ ตีพุง่ ตรงมายังเมืองมาซัน (Masan) กำลังทั้งสองฝ่าย
ปะทะกนั ในเชา้ วนั นัน้ เอง ในคนื วันที่ 11 สิงหาคม1950 กำลังรบเฉพาะกจิ สหรัฐส่วนน้ีต้องถอนตวั กลับ เพราะ
มีความจำเป็นจะต้องส่งของข้าศึกในทิศทาง Chinju ก็สลายตัวไปด้วย จึงนับว่าการปฏิบัติของกำลังรบ
เฉพาะกจิ สว่ นนี้ได้ผลสมความมงุ่ หมาย
ทางด้านแม่น้ำแนคตองเหนือทางแยกแม่นำ้ แนม เกาหลีเหนือส่งกำลังเข้าตีอย่างรนุ แรงหลายระลอก
เพื่อคุกคามเส้นทางคมนาคมหลักซ่งึ ทอดจากปูซานไปยังเตกู ระหวา่ งวนั ที่ 6-15 สิงหาคม 1950 ขา้ ศึกสามารถ
สร้างสะพานได้หลายแห่งที่เป็นอันตรายต่อฝ่ายเราที่สุดได้แก่ หัวสะพานเหนือแม่น้ำแนม ส่วนครึ่งหลังของ
เดือนสิงหาคมเป็นการต่อสู้อย่างสุดกำลังตามแนวแม่น้ำที่กล่าวแล้ว อย่างไรก็ดีหัวสะพาน 6 แห่ง ใต้เมือง
Waegwan ได้ถูกลบไปในทส่ี ุด ใน 24 สงิ หาคม 1950 กองพลท่ี 2 เข้าสบั เปลีย่ นกองพลที่ 24
ทางปีกตะวันออก ความพยายามของเกาหลีเหนือที่จะเจาะแนวเข้ามาจวนจะสำเร็จ เริ่มด้วยการใช้
กำลังประมาณ 1 กองพล แทรกซึมเข้ามาในบริเวณพื้นที่ที่เป็นภูเขา แล้วปฏิบัติการรบแบบกองโจร มุ่งตรง
มายังโปแฮง (Pohang) กองพลทหารเกาหลีใต้ที่ 3 จึงถูกตัดใต้เมืองยางดอ๊ ก (Yongdok) ถึงกับต้องอพยพหนี
ออกทางทะเล และไปขึ้นฝั่งใต้เมืองโปแฮง และตั้งมั่น ณ บริเวณนี้ เป็นการรักษาปีกขวาให้แก่แนวป้องกัน
ทั้งหมดกำลังหนุนส่วนหนึ่งของกองทัพที่ 8 เคลื่อนไปยังสนามบินโยนีล (Yonil) ซึ่งอยู่ทางใต้เมืองโพแฮงไป
เล็กน้อยและสามารถยึดสนามบินแห่งนี้ไว้เป็นผลสำเร็จ กำลังหนุนของกองทัพท่ี 8 ที่เหลือนอกจากน้ัน
เคลื่อนขึ้นเหนือไปยังเมืองกวงจู (Kyongju) เพื่อไปพร้อมที่จะออกปฏิบัติการ ในกรณีที่ข้าศึกเจาะเข้ามาใน
บริเวณน้ี เป็นคราวเคราะห์ดีทีข่ ้าศกึ มิได้เตรียมการขยายผลของความสำเร็จครัง้ น้ี ฝ่ายเราจึงสามารถยึดเมือง
โปแฮงกลบั คืนมาได้เมอื่ 18 สิงหาคม กำลงั เกาหลใี ต้คงรกุ คบื หนา้ ไปทางเหนอื เมืองนใี้ น 26 สงิ หาคม 1950
ความพยายามครั้งสุดท้ายของข้าศึก ได้กระทำประมาณกลางเดือนสิงหาคม โดยเกาหลีเหนือตีอย่าง
รนุ แรงแตก่ ระทำเปน็ ระยะ ๆ มุ่งลงมาตามถนนสายแวกวัน-เตกู (Waegwan Taegu) เป็นการเขา้ ตีตรงหน้าต่อ
กองพลทหารม้าท่ี 1 ปรากฏวา่ การเขา้ ตไี ดผ้ ลเพียงเล็กนอ้ ย แตก่ ารเข้าตีของขา้ ศกึ จากกุนวิ (Kunwi) ไปยังเมือง
เตกูนั้นยังผลให้กองพลเกาหลีใต้ท่ี 1 จำต้องถอนตัว ทำให้ถนนในที่ราบลุ่มจากตาปูไปยังเตกูเปิดโล่ง
124
นายพลวอล์เกอร์ พิจารณาเห็นว่าเมือ่ เตกตู กอยู่ในสภาพอันตรายจึงไดส้ ่งกรมผสมท่ี 27 และ 23 ซึ่งเป็นกำลัง
หนุนของกองทพั ไปช่วยหนนุ กองพลเกาหลีใต้ท่ี 1 ในพ้นื ท่ีน้นั ใน 18 สงิ หาคม 1950 จึงเกดิ การรบอย่างดุเดือด
ชิงพื้นที่กลับไปกลับมาทางเหนือและทางใต้ ตามถนนบนที่ราบลุ่มจากซอย (Soi) ไปยังเตเบ (Taby) ในที่สุด
ขา้ ศึกกต็ ้องหยดุ ชะงกั ลง
การเข้าตีของเกาหลีเหนือที่กระทำในระยะนี้ ปรากฏว่ามีกำลงั ไม่พอท่ีจะทำการขยายผลการเข้าตีแต่
ละครัง้ กระทำไม่เกินสามวัน ทั้งนี้เพราะการตดิ ต่อส่อื สารและการส่งกำลงั บำรุงไม่สามารถจะสนับสนุนได้เกินกว่า
นน้ั ความรุนแรงสุดยอดของการเข้าตีมักจะเปน็ วันที่สองเสมอ ต่อมาในวนั ท่ีสามการเขา้ ตีก็เพลามือลง เมื่อการ
เข้าตีของระยะนี้ไดส้ ิ้นสุดลงแล้วจากการลาดตระเวนทั้งทางอากาศและทางภาคพืน้ ดิน ปรากฏชัดว่าข้าศึกได้
พยายามทกุ วิถีทางทจี่ ะรวบรวมกำลงั เพ่อื จะปดิ ฉากการเข้าตอี ย่างขนานใหญใ่ นโอกาสตอ่ ไป
ระยะที่สอง (27 สิงหาคม 1950 ถึง 15 กันยายน 1950) ข้าศึกเข้าตีอย่างรุนแรงเกือบโดยรอบแนว
ป้องกันปรากฏชัดว่ายุทธศาสตร์ของจอมพล ชอย (Choi) นั้นมุ่งที่จะมิให้นายพลวอล์เกอร์ โยกย้ายกำลังหนุน
จากด้านหนงึ่ ไปชว่ ยอีกดา้ นหน่งึ ดงั เชน่ ท่ีเคยปฏบิ ัติมาในระยะแรก
เกาหลีเหนือเปิดฉากการรุกด้วยการเขา้ ตีรอบเมอื งโปแฮง เมื่อ 26 สิงหาคม 1950 เนื่องจากข้าศึกมี
กำลังเหนือกว่ากองทัพน้อยเกาหลีใต้ที่ 1 ซึ่งเป็นฝ่ายต้านทาน จึงจำเป็นต้องส่งกำลังหนุนเข้าช่วยโดยด่วน
ตอ่ มาใน 31 สงิ หาคม 1950 เวลา 2400 น. ข้าศึกใช้กำลงั 6 กองพล รวมกับรถถงั อกี 2 - 3 กรม เปิดการเข้าตี
หลักตลอดแนวด้านตะวันตกคิดเป็นแนวยาวประมาณ 45 ไมล์ ซึ่งมีกำลังของกองพลที่ 2 และ 45 ยึดอยู่
ด้านของกองพลที่ 25 มีการต่อสู้อย่างทรหด ข้าศึกหยุดชะงักลงหลังจากยึดพื้นที่ไดม้ ากโข อย่างไรก็ดีภายใน
5 กันยายน 1950 กองพลนี้สามารถผลักดันข้าศึกให้กลับไป แล้วเข้ายึดแนวเดิมไว้ได้ในด้านของกองพลที่ 2
ต้องต่อสู้กับข้าศึกอย่างทรหด ข้าศึกสามารถเจาะแนวป้องกันข้ามแม่น้ำแนคตองเข้ามาไดถ้ ึง 17 แห่งด้วยกนั
และยึดพื้นทแ่ี ละลกึ เขา้ ไปเป็นระยะ 4-6 ไมล์ ดว้ ยความชว่ ยเหลือของกองหนนุ และกองพลน้อยนาวกิ โยธนิ ท่ี 1
ฝ่ายสหรัฐจึงสามารถลงหัวสะพานต่างๆ ของข้าศึกที่กล่าวเป็นผลสำเร็จภายใน 1 สัปดาห์ ทางด้านเหนือเตกู
ระหว่าง 3-10 กนั ยายน 1950 การรบคงดำเนินไปอยา่ งดุเดือดเกาหลเี หนอื สามารถเจาะแนวเขา้ มาได้ประมาณ
6,000-8,000 หลา ตรงแนวป้องกันของกองพลทหารม้าท่ี 1 และกองพลเกาหลใี ต้ อยา่ งไรกด็ ี ฝา่ ยเรากย็ ังรกั ษา
เมืองเตกไู ว้ได้
แมก้ องทพั ที่ 8 จะสามารถรักษาสถานการณอ์ ันลอ่ แหลม ทบ่ี ริเวณหัวหาดที่กล่าวน้ี ให้ผ่านพ้นไปได้ก็
ตามการยทุ ธโดยทว่ั ๆ ไปก็คงดำเนนิ ไปด้วยความหนกั หนว่ งตลอดแนวการยุทธท่ีดำเนนิ ไปเป็นเวลาหกสัปดาห์
นนั้ ฝ่ายปอ้ งกนั ได้ใชเ้ ส้นทางคมนาคมภายในและความคลอ่ งแคล่วในการเคลอ่ื นทต่ี อ่ สูก้ บั กำลังทเี่ หนือกว่าฝ่าย
รุกรานไม่มีโอกาสท่จี ะรวบรวมพลังการส่งกำลังบำรุง เพ่ือสนบั สนุนในการขยายผล เมื่อเจาะเข้าไปไดแ้ ล้วแม้แต่
ครัง้ เดียว
นับแต่เกดิ สงครามในเกาหลีเป็นต้นมา กำลังทางอากาศของสหประชาชาติได้ออกปฏิบัติการ 28,000
ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการช่วยสนับสนุนการยุทธทางภาคพื้นดิน การโจมตีทิ้งระเบิดเพื่อขัดขวางการปฏิบัติของ
ข้าศกึ ก็นบั วา่ ได้ผลกล่าวคอื เกาหลเี หนอื ไมส่ ามารถปฏิบัติการเปน็ หน่วยใหญ่ได้จนกระท่ังปลายเดือนสิงหาคม
นอกจากนัน้ ยงั ไดท้ ำลายท่ีหมายทางยุทธศาสตรเ์ ปน็ ผลสำเร็จหลายแหง่
125
การท่กี องทพั เกาหลเี หนอื ยงั สามารถสง่ กำลังบำรุงให้แก่กำลงั รบของตนได้ ทง้ั ๆ ทถ่ี ูกโจมตีทางอากาศ
อย่างหนักเช่นนีน้ บั ว่าเป็นเรอ่ื งทีน่ ่าสนใจยง่ิ การโจมตที างอากาศของฝ่ายเราไมส่ ามารถหยุดยงั้ การเคลื่อนย้าย
ทางรถไฟของข้าศึกได้โดยสิ้นเชิง เพราะในเวลากลางวันเกาหลีเหนือเอารถไฟหลบไว้ตามอุโมงค์พอตกเวลา
กลางคนื จึงไดอ้ อกลำเลียง อยา่ งไรกด็ ีในกลางเดือนสิงหาคม ข้าศึกขาดแคลนรถยนต์ท่ีจะลำเลียงสัมภาระจาก
รถไฟไปยงั สนามรบ เพือ่ แก้อุปสรรคน้ีเกาหลีเหนือได้ใช้เกวียนและเกณฑพ์ ลหาบหามจากเกาหลีใต้ ต่อมาการ
ส่งกำลังของขา้ ศึกเลวลงตามลำดับ ยังผลให้ทหารขาดแคลนอาหารและเส้ือผ้าแม้ว่าน้ำมันเชื้อเพลิงในคลังจะ
เพียงพอสำหรับยานเกราะ แต่ก็ไม่สามารถลำเลยี งมาเพิม่ เตมิ ไดอ้ กี สว่ นอาวุธกระสุนนน้ั อยู่ในระดบั ทีพ่ อทำการ
รบต่อไปได้
ตรงข้ามกับการส่งกำลังบำรุงของสหประชาชาติ แม้ว่าความต้องการจะเพิม่ ขึน้ เป็นเงาตามตัวกับการ
รบกต็ าม ฝ่ายเราอยู่ในสภาพท่ีอุดมสมบรู ณเ์ พียงเดือนสิงหาคมเดือนเดยี ว ยทุ โธปกรณแ์ ละเสบียงอาหารมาขึ้น
ที่เมืองปูซาน มีจำนวนถึง 595,500 ตัน แม้ว่าเส้นทางรถไฟที่ถูกทำลาย หรือท่ีข้าศึกเข้าครอบครอง นับเป็น
ระยะทาง 150 ไมล์กต็ าม เส้นทางรถไฟยังไดช้ ่วยลำเลียงสมั ภาระตา่ ง ๆ ไปยงั แนวรบได้ถงึ 108,000 ตัน ส่วน
บริเวณท่ีอยู่ตามชายฝง่ั ก็อาศยั ทางเรือชว่ ยลำเลยี งให้
การเจาะวงลอ้ มที่หัวหาดปูซาน กอ่ นท่ีกองทัพที่ 8 จะเปิดการรุกเพยี งเลก็ น้อย ขา้ ศกึ ไดเ้ ร่ิมเข้าตีทาง
ตะวันออกจากเมอื ง Waegwan และในคนื วนั ที่ 15 กนั ยายน 1950 ข้าศึกไดเ้ ขา้ ตที างด้านเหนือพ่งุ เข้าหาเมือง
Taegu แม้ว่าจะถกู คกุ คามด้วยการเข้าตี รวมทงั้ ฝนตกหนกั จนทำใหส้ นามบนิ เกือบจะใชก้ ารไม่ได้เลย กองทัพ
ท่ี 8 กค็ งเปิดการรุกใน 16 กันยายน 1950 โดยไม่มีการเปล่ียนแปลง
การยกพลขึ้นบกที่เมืองอินซอน (Inchon) และการรุกเข้าไปยังด้านหลังข้าศึก ยังไม่เกิดผล
กระทบกระเทอื นแก่กองทัพของจอมพลซอยในเกาหลใี นทันทที ันใดและความไดเ้ ปรยี บของกองทัพท่ี 8 ก็ยังไม่
ปรากฏให้เห็นชัดเจน กว่าจะถึงวันท่ี 20 กันยายน 1950 ข่าวในขณะนั้นก็มีเพียงว่าสหประชาชาติสามารถ
เจาะแนวตา้ นทานด้านหลงั ของขา้ ศกึ ไดเ้ พยี งเล็กน้อย แต่เมอื่ วงลอ้ ทเี่ มืองปซู านถกู เจาะ หลังจากน้นั กไ็ ม่มีสิ่งใด
สามารถขัดขวางการรุกของกองทัพที่ 8 ไวไ้ ด้
กองพลท่ี 25 รุกคืบหน้าไปตามถนนมาซัน-ซินจู (Masan-Chinju) โดยมีเรือรบนอกฝั่งทางใต้ช่วยยิง
สนับสนุนให้ การรบหนกั ไดเ้ กิดขึน้ เพยี งสองสามวนั แรกเทา่ นน้ั ต่อจากนนั้ การรกุ คบื หนา้ เปน็ ไปอยา่ งสะดวก ใน
26 กันยายน 1950 กองพลนเ้ี คลือ่ นทไ่ี ปถึงบรเิ วณซ่ึงอยหู่ ่างจากเมอื งซินจไู ปทางตะวันตกสองสามไมล์ ทางด้าน
ของกองพลที่ 2 มีการสู้รบอยางหนักเพียงสองสามวันแรก ต่อจากนั้นการต้านทานของข้าศึกก็อ่อนลง จึง
สามารถรกุ คบื หนา้ ม่งุ ไปยงั เมืองโกซงั (Kosang) ได้อยา่ งรวดเร็ว
กองทัพน้อยที่ 1 ซึ่งประกอบด้วย กองพลทหารม้าท่ี 1 กองพลทหารราบท่ี 24 กองพลทหารราบ
เกาหลใี ต้ที่ 1 และกองพลนอ้ ยท่ี 1 ของจกั รภพอังกฤษ ไดร้ ุกคบื หนา้ กวาดล้างขา้ ศกึ อย่างรวดเรว็ กองพลท่ี 24
เดิมทเี ดยี วเปน็ กองหนนุ ของกองทพั นอ้ ยท่ี 1 หลงั จากเจาะวงลอ้ มสำเรจ็ แล้ว ทงั้ สองกองพลน้ไี ด้รกุ คบื หน้าข้าม
แมน่ ้ำแนตตอง แล้วพงุ่ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เพียงในวันท่ี 26 กนั ยายน 1950 วันเดียวกำลงั ส่วนหน้าของ
กองพลทหารม้าที่ 1 เจาะลึกเข้าไปหลังแนวข้าศึกได้ถึง 100 ไมล์ เพื่อจะไปบรรจบกับกำลังส่วนหนา้ ของกอง
พลทหารราบท่ี 7 บรเิ วณเมอื งโอซนั (Osan)
126
แมว้ า่ กำลงั 8 กองพลของเกาหลเี หนือจะถูกตีตัดขาดเป็นสว่ น ๆ ในพน้ื ทต่ี ะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีก็
ตามแตก่ ำลงั เหล่านีก้ ็ยังมชี ่องทางเล็ดลอดไปทางเหนือได้ โดยแยกเปน็ หนว่ ยเลก็ ๆ มีทหารเกาหลเี หนือจำนวน
ไมน่ ้อยท่ีท้ิงอาวธุ แล้วแต่งกายเปน็ พลเรือนปะปนกับชาวบ้าน จึงเป็นการยากยิ่งท่ีจะสงั เกตได้ว่าคนไหนทหาร
หรอื เปน็ พลเรอื น ถงึ กระน้ันก็ดเี ฉพาะต้งั แต่วนั ท่ี 15-30 กนั ยายน 1950 สหประชาชาติ สามารถจบั เชลยได้ถึง
23,600 คน
ในช่วง 15-30 กันยายน ค.ศ.1950 การตีฝ่าจากปริมณฑลพร้อม ๆ กับที่กองทัพที่ 8 สามารถตีฝ่า
วงลอ้ มออกไปได้ กองพลทหารมา้ ที่ 1 กน็ ำหนา้ กองทัพเกาหลเี หนือของจอมพลโซ ซึ่งเส้นทางลำเลยี งถูกตดั ขาด
ถูกคุกคามทั้งทางด้านหน้าและด้านหลังก็แตกกระเจิง กองทหารม้าที่ 1 และกองพลทหารราบที่ 7 มาพบกัน
เมื่อกรุงโซลถูกปลดปล่อยในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ.1950 ทหารเกาหลีเหนือถูกจับเป็นเชลย 23,600 คน
รวมทัง้ อาวธุ ยุทโธปกรณเ์ กอื บท้ังหมด ทเี่ หลือกระจัดกระจายหลบหนีไปคนละทางสองทาง
1 ตลุ าคม-พฤศจิกายน ค.ศ.1950 รุกถึงแม่นำ้ ยาลู (Yalu) สหประชาชาติและประธานาธิบดอี อกคำส่ัง
ให้นายพลแมคอาร์เธอร์ ทำการรุกขึ้นเหนือ แมคอาร์เธอร์ได้สั่งให้กองทัพที่ 8 รุกข้ามเส้นขนานท่ี 38
(1 ตุลาคม) ทหารเกาหลีใต้บุกขนึ้ ไปก่อน สว่ นกองทพั ท่ี 8 ตดิ ตามไปภายหลัง (9 ตลุ าคม) ทง้ิ ทหารไว้สองกอง
พลทางใต้ เพื่อรักษาเส้นทางคมนาคมระหว่างปูซานไว้ และคอยกวาดล้างกองกำลังเกาหลีเหนือที่กระจัด
กระจายอยู่ ขอ้ เสยี เปรยี บท่รี ้ายแรงท่ีสุด กค็ อื การสั่งห้ามมิให้เคร่อื งบนิ ของสหประชาชาติปฏิบัติการเหนือแม่
น้ำยาลู (ติดพรมแดนแมนจูเรีย) ไม่ว่าในกรณีใด เปียงยาง (Pyongyang) นครหลวงของเกาหลีเหนือแตก
(20 ตุลาคม) โดยการบุกทั้งส่งทางอากาศ (ชุดทำการรบกรมทหารราบที่ 187) และการบุกทางบก
กองพลทหารราบที่ 6 เกาหลีใต้ บุกไปถึงแม่น้ำยาลทู ี่โซซาน (Chosan) ส่วนทหารเกาหลีใต้หน่วยอืน่ ๆ ขยาย
แนวอยู่ข้างหลัง ในขณะนี้หน่วยทหารอื่น ๆ ในนามของสหประชาชาติ ได้เข้าสมทบกันกองทัพบกที่ 8 สหรัฐ
ได้แก่ กองพลน้อยตุรกี แคนาดา ฟิลิปปนิ ส์ เนเธอร์แลนด์ และประเทศไทย
ในระหวา่ งวนั ที่ 16-26 ตลุ าคม 1950 กองทัพน้อยเอ็กซ์ (X) สหรัฐขน้ึ บกทอ่ี ินซอน แล้วเคลื่อนทัพไป
ทางฝงั่ ตะวนั ออกถึงวอนซาน (Wonsan) (19 ตุลาคม) ซึง่ กองทัพนอ้ ยที่ 1 เกาหลีใตย้ ึดไว้ได้แล้ว การยกพลข้ึน
บกล่าช้าไปถึงเจ็ดวัน เนื่องจากต้องกวาดทุ่นระเบดิ แบบล่าสุดที่เกาหลีวางเอาไว้ โดยการช่วยเหลือจากรัสเซยี
ในระหว่างนี้เองที่การคุกคามของจีนคอมมิวนิสต์ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อจีนคอมมิวนิสต์ได้ชุมนุมพลอยู่ทาง
เหนอื ของแมน่ ้ำยาลใู นแมนจเู รีย ในเมื่อมกี ารหา้ มทำการบนิ ตรวจการณเ์ หนอื พื้นทน่ี ัน้ แมคอาร์เธอรจ์ ึงไม่ทราบ
กำลงั ท่แี นน่ อนของขา้ ศึกและไม่ทราบว่าขา้ ศึกวางกำลังอยู่ทไ่ี หนกันแน่ จนกองพลเกาหลีเหนอื ส่วนล่างหน้าถูก
ซุ่มโจมตีและกรมทหารราบสหรัฐที่อันซาน (Unsan) ถูกโจมตีเสียหายอย่างย่อยยับ(1 พ.ย.) เขาจึงทราบว่า
ทหารจีนคอมมิวนิสตเ์ ป็นจำนวนมาก ชุมนุมพลอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำยาลูวอล์เกอร์สั่งให้ถอยมารวมพลจดั
กำลงั ใหม่ ตามลำแม่นำ้ ซองซอน (Chongchon)
แผนและปัญหาของแมคอาร์เธอร์ ความตั้งใจของเขาคือ ให้แนวหน้าทั้งหมดบุกขึ้นไปทางเหนือของ
คาบสมุทร กองทัพน้อยเอก็ ซอ์ ยูท่ างฝั่งตะวันออก ตวี งลอ้ มกวาดเข้าไป ส่วนกองทัพบกที่ 8 ทางตะวันตก โอบ
ไปทางตะวันตกเมื่อถึงแม่น้ำยาลู ขับไล่ทหารข้าศึกที่อยู่ใต้พรมแดนเข้าไปหากองทัพที่ 8 ในเมื่อภูมิประเทศ
ตอนกลางเปน็ ท่ีเต็มไปด้วยภูเขาและแยกกนั อยู่อย่างโดดเด่ียว ไมส่ ามารถท่ีจะสนับสนนุ ซ่งึ กันและกันได้ กำลัง
127
เหล่านี้จะต้องปฏิบัติรับคำสั่งจากแมคอาร์เธอร์โดยตรงในโตเกียว กองทัพน้อยเอ็กซ์ของนายพลแอลมอนด์
(Almont) บดั นปี้ ระกอบด้วยกองพลนาวิกโยธินท่ี 1 ที่ 3 และที่ 7 สหรัฐ กองทัพน้อยท่ี 1 เกาหลีใต้ (กองพลท่ี
3 นครหลวง) กองทัพบกท่ี 8 มีกำลัง 9 กองพล แบ่งออกเป็นกองทัพน้อย 3 กองทัพ กองทัพท่ี 1 และท่ี 9
สหรัฐ และกองทัพเกาหลีใต้ที่ 2 จากซ้ายมาขวา รวมกำลังทั้งสิ้น 200,000 คน หน่วยสนับสนุนเขตหลัง
ประมาณ 150,000 คน หรือมากกว่า นอกจากกองทัพน้อยเกาหลีใต้แล้ว ยังมีทหารเกาหลีใต้ 21,000 คน เข้า
รว่ มในหน่วยทหารสหรฐั ดว้ ย
วันท่ี 27 พฤศจิกายน 1950 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 1950 กองทัพน้อยเอ็กซ์ถอยทัพในเขตตะวันออก
ทหารจนี อีก 120,000 คน บกุ เข้ามาท้ังสองด้านของอ่างเกบ็ น้ำชังจนิ (Changjin) ทำใหก้ องพลนาวิกโยธินท่ี 1
ถกู ตัดอยโู่ ดดเดย่ี ว และขบั ไลห่ นว่ ยทหารจากกองพลท่ี 3 และที่ 7 แตกกระจาย ทหารเกาหลีใตข้ องปีกชายฝ่ัง
ทะเล รีบถอยตามคำส่งั ของแอลมอนด์ โดยไม่สญู เสียมากนกั แมคอารเ์ ธอร์ออกคำส่ังให้ถอยทหารทั้งหมดทันที
เพราะว่าคอมมิวนสิ ต์บกุ เข้าสู่เมืองท่าฮุงนาม (Hungnam) และวอนซาน (Wonsan) คุกคามที่จะทำลายลงให้
ย่อยยับ เรือลำเลียงกองทัพเรอื รีบเร่งเดินทางไปยังท่าเรือทั้งสองทันที จัดวางกำลังป้องกนั เปน็ แนวปริมณฑล
โดยหนว่ ยทหารกองพลที่ 3 และที่ 7 ส่วนกองพลนาวิกโยธินที่ 1 ภายใต้นายพลโอลเิ วอร์ สมิท (Oriver smith)
รวมกำลังทางใต้ของอ่างเก็บนำ้ โซซิน (Chosin) เมื่อถูกทหารคอมมิวนิสต์ล้อมถึง 8 กองพล นายพลสมิธบอก
ทหารของเขาว่าเขาจะไมถ่ อย แต่ให้ตีฝ่าออกไปอีกทางด้านหนึ่ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฮุงนาม และได้รับ
การส่งสัมภาระจากกองทพั อากาศภาคตะวันออกไกล เมื่อคอมมิวนิสต์ทำลายสะพานท่ีมีอยู่เพียงสะพานเดยี ว
ทำให้รถถังและรถบรรทุกไม่สามารถข้ามไปได้ ส่วนของสะพานก็ถูกส่งมาทางอากาศ ทำให้หน่วยนาวิกโยธิน
เคลื่อนที่มาทางใต้ได้ต่อไป 13 วัน ในการต่อสู้ไปพลางเคลื่อนทัพไปพลาง สิ้นสุดลง (9 ธันวาคม) เมื่อขบวน
ทหารจากองพลที่ 3 พบกบั ส่วนหนา้ ของนาวกิ โยธนิ ทปี่ รมิ ณฑลฮงุ นาม
วันที่ 5-15 ธันวาคม 1950 เป็นการอพยพของกองทัพน้อยเอ็กซ์ ทั้ง ๆ ที่คอมมิวนิสต์โจมตีปริมณฑล
ของท่าเรือทั้งสองแห่ง การส่งกลับทางอากาศและทางเรือดำเนินไปอย่างเรียบร้อย การสนับสนุนทางอากาศ
ของกองทพั อากาศและกองทัพเรอื รวมทงั้ การระดมยิงจากเรอื รบ ทำให้การขนทหารลงเรือครัง้ สดุ ทา้ ยลุล่วงไป
ได้ทั้งหมด ทหารเกาหลีเหนือและทหารสหรัฐถูกลำเลียงทางเรือ 105,000 คน รวมทั้งผู้ลี้ภัยพลเรือนอีก
98,000 คน สัมภาระ 35,000 ตนั ยานพาหนะ 200 คนั กองทัพอากาศภาคตะวันออกไกล อพยพทหาร 3,600
คน สัมภาระ 1,300 ตัน ยานพาหนะ 200 คัน เมอื่ ถึงปูซานกองทพั นอ้ ยเอ็กซ์ก็เข้ารวมกับกองทัพท่ี 8 เป็นกำลงั
หนนุ ทางยุทธศาสตร์
การแทรกแซงของจีนคอมมิวนสิ ต์
3 พฤศจิกายน 1950 ถึง 24 มกราคม 1951 ในแนวรบของทหารเกาหลีใต้บริเวณเมืองอันซาน
(Unsan) ปรากฏว่า การต้านทานของข้าศึกแข็งแกร่งผิดปกติ และมีข่าวว่าทางด้านนี้มีทหารจีนร่วมอยู่ด้วย
ตอนแรกทีเดียวก็ยังไม่แน่ชัดว่าทหารจีนคอมมิวนิสต์เหล่านี้เพียงแต่มาช่วยเสริมกำลังเกาหลีเหนือ หรือเป็น
ทหารจีนคอมมิวนิสต์ล้วน แต่มามีข่าวยืนยันแน่ชัดว่าเป็นทหารจีนล้วน ข้าศึกได้เปิดการเข้าตีต่อกองพลที่ 6
และกองพลที่ 8 เกาหลีใต้ ผลักดันกำลังส่วนนี้ให้ถอยร่นไปยังแม่น้ำซองซอน (Chong Chon) เมื่อเหตุการณ์
กลับหน้ามือเป็นหลังมือเช่นน้ี ย่อมเป็นการคุกคามกำลัง ที่เมืองชีนันจู (Sinanju) อย่างไม่เป็นปัญหา ดังน้ัน
128
นายพลวอล์เกอร์ จึงตกลงใจใหก้ ำลงั ส่วนท่ีถอนตัวและสงั่ ให้ที่ม่ันทางด้านกลาง ซงึ่ มีลักษณะเป็นถุงย่ืนออกไป
ถอนตัวมายดึ ตามแนวแมน่ ำ้ ซองซอนดว้ ย
ในด้านของกองทัพนอ้ ยท่ี 10 ข้าศกึ ตา้ นทานอย่างเข้มแข็งมีเฉพาะบริเวณอย่างเก็บน้ำโซซิน (Chosin)
และฟูเซน (Fusen) เท่านั้น กำลังของกองพลที่ 7 ซึ่งสังกัดในกองทัพน้อยที่ 10 เริ่มขึ้นบกที่เมือง ไอวอน
(Iwon) เมื่อ 20 ตุลาคม แล้วรีบเคลื่อนท่ีไปยงั เมืองปุงซาน (Pungsan) เข้าตีข้าศึกซึ่งกระจัดกระจายกันอยูใ่ น
บริเวณนั้น และใน 20 พฤศจิกายน กำลังส่วนนี้ได้รุกข้ามพรมแดนแมนจูเรียเข้าไปยังเมืองฮิเยซานจิน
(Hyesanjin) ซึ่งสภาพอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์ ภายในไม่กี่วัน กองพลที่ 7 ก็เข้ารับผิดชอบในกว้าง
ด้านหน้าจากเมอื งยซี านซิน ไปถึงตะวันออกอ่างเกบ็ โซซิน (Chosin )
เนื่องจากตั้งแต่ 15 กันยายน 1950 ถึง 24 พฤศจิกายน 1950 หน้าที่ของกำลังทางอากาศที่ให้
สนับสนนุ อย่างใกลช้ ิดทางพน้ื ดินได้ลดนอ้ ยลง กำลงั ทางอากาศจงึ เปล่ยี นจากหนา้ ทีเ่ ดมิ มาทำการโจมตีขัดขวาง
การเคลื่อนทีข่ องข้าศึกเพียงในเดอื นพฤศจกิ ายนเดือนเดียวกำลังทางอากาศสามารถทำลาย รถพ่วงของข้าศกึ
650 คัน หัวรถจักร 78 คัน รถยนต์กวา่ 1,800 คัน และสะพานมากกวา่ 70 สะพาน ในการขัดขวางการจัดตัง้
กำลังรบของข้าศึกนั้น นับว่าได้ผล เพราะว่าเส้นทางคมนาคมที่มาจากแมนจูเรียนั้น ถูกโจมตีจนใช้การไม่ได้
และการลำเลียงขนส่ง ทำได้เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น การกำจัดเขตไม่ให้กำลังทางทหารอากาศของ
สหประชาชาติบินล้ำเข้าไปในดินแดนแมนจูเรียนั้น นับว่าเป็นการเสียหายอยา่ งใหญ่หลวง เพราะจะทำให้การ
รุกเข้าหาสะพานข้ามแม่น้ำยาลูไม่สะดวก และเป็นการกำจัดการปฏิบัติการของเครื่องบินขับไล่ ที่ทำการ
คุ้มครองเครื่องบินทิ้งระเบิด มิให้สามารถตรวจตราล้ำเข้าไปในดินแดนฝั่งเหนือ ยิ่งกว่านั้นกลับได้ประโยชน์
อย่างมากมายแก่ฝ่ายข้าศึกกล่าวคือ เปิดโอกาสให้ข้าศึกรวบรวมกำลังทางอากาศได้อย่างปลอดภัยในพื้นที่
ดังกล่าว และกำลังทางอากาศของข้าศึกยังสามารถฉวยโอกาสบินข้ามเขตเข้ามาทำลายฝ่ายเรา และบินหนี
กลับไปในดินแดนแมนจูเรียอย่างปลอดภยั ด้วย
นับต้งั แตต่ ้นมาจนถึง 1 พฤศจิกายน เครอื่ งบินของสหประชาชาตไิ ด้สรู้ บกบั เครอื่ งบินเกาหลีเหนือ ซึ่ง
เป็นชนิดที่ล้าสมัยทั้งสิ้น ดังนั้น ฝ่ายสหประชาชาติได้เสียเครื่องบินไปเพียง 8 เครื่อง ส่วนข้าศึกนั้นเสียไปถงึ
102 เครื่อง ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันแรกที่กำลังทางอากาศของสหประชาชาติได้เผชิญกับเครื่องบนิ
อันทันสมัยของข้าศึกเป็นเครื่องบิน มิก 15 สร้างในรัสเซีย เมื่อเกิดการปะทะกันทางอากาศชั่วเวลาเล็กน้อย
เครอื่ งบินข้าศกึ ดงั กล่าวก็ได้ผละหนีไปในดินแดนแมนจูเรีย
กองทัพที่ 8 ได้รับกำลังหนุนเพิ่มเติมมาตามลำดับโดยรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ อาทิ ฟิลิปปินส์
ออสเตรเลยี ตรุ กี ไทย และฮอลแลนด์ ไดส้ ง่ กำลังทหารมาชว่ ยดว้ ยความเต็มใจ นอกจากน้ัน กำลังส่วนหนา้ ของ
ฝรั่งเศส แคนาดา และจักรภพองั กฤษ กบั หน่วยเสนารกั ษข์ องสวีเดน กท็ ยอยมาถงึ กำลังพลของทหารสหรัฐที่
ขาดไปกไ็ ดร้ บั ความร่วมมือจากทหารเกาหลีใต้ การเร่งปรบั ปรงุ ไดก้ ระทำเพอื่ ความมงุ่ หมายสองประการควบคู่
กันไปคอื ปรับกำลังของสหประชาชาติให้อยู่ในระดับทีแ่ ข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันก็พยายามฝึกทหารเกาหลใี ต้
ให้อย่ใู นสภาพทจี่ ะพง่ึ ตัวเองได้ในโอกาสตอ่ ไป ใน 25 พฤศจกิ ายน 1950 กำลงั ภาคพื้นดนิ ของสหประชาชาติใน
เกาหลีมปี ระมาณ 420,000 คน เป็นทหารสหรฐั เสยี 177,000 คน ทหารเกาหลีใต้ประมาณ 200,000 คน
129
การบุกเกาหลีใต้ครั้งที่ 2 ของเกาหลีเหนือ วันที่ 1-15 มกราคม 1951 การบุกครั้งที่สองของ
คอมมวิ นสิ ต์ ดว้ ยการเตรียมลว่ งหนา้ มาเป็นเวลานานานคอมมวิ นิสตไ์ ดบ้ ุกข้ามเส้นขนานที่ 38 ลงมาเมื่อรุ่งสาง
มุ่งสู่เขตตะวันตก ทหารจีน 400,000 คน รวมทั้งทหารเกาหลีเหนือ 100,000 คน ผลักดันกองทัพบกที่ 8
จำนวน 200,000 คน ถอยกลับลงมาทางใต้เกือบถึงโซล ครั้งแล้วในวันที่ 3 มกราคม คอมมิวนิสต์บุกหนักทาง
ตะวันออกของอ่างเก็บน้ำซุงปอง (Chungbong) ตกี องพลเกาหลีใต้ท้ังสองปีกของกองพลที่ 2 สหรัฐ ซึ่งต้องต่อสู้
อยา่ งรนุ แรงจึงจะผละออกมาได้ เมอื่ กำลังหนนุ ของรดิ จเ์ วย์ กองพลที่ 3 และที่ 7 รีบรุดมาชว่ ยเหลือ
วันท่ี 7-31 มีนาคม 1951 ยุทธการ “ริปเปอร์” (Lipper) เป็นปฏิบัติการทำลายล้างทหารขา้ ศึกใหไ้ ด้
มากที่สุด และปลดปล่อยโซล และตัดเส้นทางลำเลียงสัมภาระของข้าศึกที่ซุนซอน (Chunchon) ทำให้ข้าศึก
ต้องล่าถอย สหประชาชาติข้ามแม่น้ำฮานทางตะวันออกของโซล ในวันที่ 14 มีนาคม หน่วยลาดตระเวน
กองทพั น้อยทเ่ี หน็ วา่ โซลถูกทิ้ง แต่แล้วทหารจนี กต็ ่อต้านอยา่ งเข้มแขง็ เม่ือทหารสง่ ทางอากาศ (ชุดการรบกรม
ทหารราบท่ี 187) ลงทม่ี มุ ซาน (mumsan) 25 ไมลท์ างเหนือของโซล ทำใหค้ อมมวิ นิสตต์ อ้ งลา่ ถอย กองทัพบก
ท่ี 8 บุกเขา้ ไปถงึ แนวเดมิ ตามเสน้ ขนานที่ 38 (31 มีนาคม) แมคอาร์เธอรแ์ ละริดจ์เวย์ ตกลงใจท่จี ะรุกขึ้นไปถึง
“สามเหลี่ยมเหล็ก” (Iron Triangle) ที่เปียงกัง (Pyonggang) ซอร์วอน (Chorwon) กุมหว่า (Kumhwa) ซึ่งเป็น
แหลง่ ชุมนุมสมั ภาระและชุมทางคมนาคมของจนี
ในวันที่ 11 เมษายน 1951 ประธานาธิบดีทรูแมนได้ปลดแมคอาร์เธอร์ ออกจากผู้บัญชาการทหาร
สหประชาชาติ และ ผบ.ทหารสหรัฐในตะวันออกไกล ริดจ์เวย์ได้รับตำแหน่งแทน พลโทเจมส์ เอ.แวนฟลีต
(Lt.Gen James A. vanfleet) รีบเดินทางจากสหรฐั เพื่อรบั ตำแหนง่ ผ้บู ัญชาการกองทพั บกท่ี 8 สหรัฐ
การรุกเข้าหาสามเหลี่ยมหลัก (Iron triangle) แม้ว่า นายพลแวนฟลีท จะเชื่อมั่นว่ากองทัพที่ 8 จะ
สามารถผลักดันกำลังทหารจีนคอมมวิ นิสต์ให้ถอยร่นไปทางเหนือเส้นขนานที่ 38 ก็ตาม แต่ตามข้อเท็จจริงแล้วมี
กำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ ไม่เพียงพอที่จะทำลายกำลังของขา้ ศกึ ได้ ดงั นน้ั จึงตกลงใจวา่ ในขณะทีก่ ำลังหนุน
สร้างแนวที่มั่นตั้งแต่มันซานผ่านแยงกูไปถึงฝั่งตะวันออกอยู่นั้น ให้กำลังส่วนที่เหลือของกองทัพที่ 8 คงรุก
คืบหน้าต่อไปโดยใช้ยุทธวิธีเดิมซึ่งเคยใช้แล้วตั้งแต่เดือน มกราคม ความมุ่งหมายของการรุกที่กล่าวนี้ก็คือ
ผลกั ดันข้าศกึ ในดา้ นตะวันออก เพอื่ ไปยงั พนื้ ทท่ี างเหนือของอินเจ (InJe) ซงึ่ เปน็ ทีม่ ่ันอันม่นั คงของคอมมิวนิสต์
มีชื่อว่า “พันซ์โบวล์” (Punch Bowl) ส่วนทางด้านตะวันตกก็รกุ คืบหน้าไปสู่พืน้ ที่สามเหล่ียมเหล็ก ชอร์วอน-
เบียงกงั -กุมหวา่ (Chorwon-Pyonggang-Kumhwa) ทางสดุ แนวรบทางด้านตะวนั ตกไม่ได้กำหนดแผนการรุก
ไว้แตอ่ ย่างใด ในด้านนี้ทราบว่าข้าศกึ กำลงั เสริมทม่ี น่ั ให้แขง็ แรงยิ่งขน้ึ หากกำหนดการรกุ ไว้ทางด้านน้ีจะทำให้
แนวรบขยายยาวออกไป
ทางด้านของกองทพั น้อยท่ี 2 กองพลทหารเกาหลีใตซ้ ง่ึ อยทู่ างดา้ นซา้ ยสามารถยึดรักษาตามชายลำน้ำ
ไว้โดยตลอด กำลังอีกส่วนหนึ่งของกองทัพน้อยหน่วยน้ีได้แก่ กองพลทหารม้าและกองพลทหารราบที่ 3 และ
25 ไดร้ ับหนา้ ที่ให้ปฏิบตั กิ ารในการเขา้ ตหี ลักไดพ้ บกับการต้านทานอย่างทรหดท่ามกลางพายฝุ น และไดร้ บั การ
สนับสนุนจากกำลังทางอากาศอย่างจำกัด จึงทำให้การรุกคืบหน้าของกองพลทั้งสามก่อนที่จะถึงสามเหลี่ยม
เหลก็ เปน็ ไปอยา่ งเชอ่ื งชา้ แม้กระนนั้ ก็ตาม ชอว์วอน และกมุ หวา่ ไปทางเหนอื และสามารถไปบรรจบกันภายใน
130
เมอื งเบยี งกงั ในวนั ท่ี 13 ม.ิ ย. 1951 หลงั จากทก่ี ำลงั ทง้ั สองหน่วยได้ออกทำการลาดตระเวนอย่างคร่าว ๆ แล้วก็
ถอนตวั กลับในแนวของสัมพันธมิตร ดงั นน้ั ข้าศึกจงึ สามารถยึดเมืองยองแกงกลับคนื ได้ เม่ือวนั ท่ี 17 ม.ิ ย. 1951
กองทัพน้อยท่ี 9 ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกองทัพน้อยที่ 1 รุกคืบหน้าไปอย่างช้า ๆ ภูมิประเทศ
อนั ทรุ กันดารทางตะวันตกอ่างเกบ็ น้ำ ทำใหอ้ ำนาจการยงิ และความคล่องตวั ลดนอ้ ยลงไปทหารต้องการใช้การ
เดินทางด้วยเท้าเป็นหลักค่อยๆรุกคืบหน้าเข้าสู่แนวต้านทานของข้าศึกทางใต้เมืองกุมซอง (Kumchong)
ทีละข้นั ตามลำดับ
ทางด้านตะวันออกของอ่างเก็บน้ำ กองทัพน้อยที่ 10 สามารถยึดเมืองแยงกู (Yanggu) ได้เมื่อวันที่
2 มิ.ย. 1950 และเข้าตีฝ่าแนวต้านทานอันเข้มแข็งของทหารเกาหลีเหนือสองกองพันไปได้ช้า ๆ ข้าศึกใช้ปืน
ใหญ่ เครอื่ งยงิ ระเบดิ และอาวุธอัตโนมัติ ทำการยงิ จากสันเขาอย่างรุนแรง เพ่อื ยบั ย้งั การเข้าตขี องสัมพันธมิตร
ในวันที่ 10 ม.ิ ย. 1950 จงึ สามารถรกุ เขา้ ไปถึงขอบทางด้านใต้ของ “Punch Bow”
ถัดไปทางตะวันออกในเขตปฏิบตั ิการของกองทัพนอ้ ยท่ี 9 กองทัพน้อยเกาหลใี ต้ทีส่ ามารถลบสว่ นย่ืนท่ี
ฝ่ายข้าศึกสร้างไว้เป็นผลสำเร็จ นอกจากนั้นกองพลเกาหลใี ต้ซึ่งปฏิบัติอยู่บริการฝ่ังตะวันออก ได้ทำการเข้าตี
และพบกับการต้านทานที่มีความแข็งแกร่งพอประมาณ ที่สุดก็สามารถยึดเมืองโซโด (Sodo) ไว้ได้ เมื่อวันท่ี
7 มิ.ย. 1951
ผลการยุทธของกองพลท่ี 8 นับแต่กลางเดอื น มิถุนายน จนถึงเริม่ เจรจาพักรบ ได้ผลคืบหน้าเล็กน้อย
เท่านั้น การปฏบิ ตั กิ ารสว่ นใหญเ่ ขา้ ตีโดยจำกัดทีห่ มาย แต่ขา้ ศึกก็ตา้ นทานอยา่ งทรหด การปฏบิ ัติซ่งึ นบั ว่าไดผ้ ล
อย่างจริงจังนั้น อยู่ทางด้านของกองทัพน้อยท่ี 1 ซึ่งในตอนต้นเดือน มิถุนายน ในบริเวณนั้นหน่วยรบพิเศษ
รถถังทหารราบ ประสบผลสำเร็จในการกวาดล้างและยึดพื้นที่ที่สำคัญของขา้ ศึกใต้เมืองบองยาง (Bongyang)
ทีเ่ รียกวา่ “สามเหลี่ยมเหลก็ ” ไวไ้ ด้ การสญู เสียพน้ื ทด่ี งั กล่าว ทำให้ขา้ ศกึ ขาดแหลง่ สะสมกำลงั รบ
วันที่ 12-21 เมษายน 1951 กองทัพสหประชาชาติรุกต่อไป เมื่อเห็นว่าคอมมิวนิสต์เตรียมรุกตอบโต้
เพอื่ สกัดกนั้ การบกุ ท่ี “สามเหลี่ยมเหลก็ ” นายพลแวนฟลที รกุ ต่อไป ในระหวา่ งวนั ท่ี 22 เม.ย. ถงึ 1 พ.ค.1951
คอมมวิ นิสตเ์ ร่มิ บุกโจมตกี องทพั น้อยที่ 1 ทางเหนอื ของโซล อยา่ งหนักหน่วง การถอยอยา่ งรวดเร็วของกองพล
ท่ี 1 เกาหลีใต้ ทำให้กองพลน้อยท่ี 29 ของอังกฤษ ต้องเปิดโล่งทางปีกขวา กองพันทหารราบที่ 1
กรมกลอสเตอร์เซอร์ (Gloucestershire Reglment) ถูกตัดขาดหลังจากต่อสอู้ ย่างห้าวหาญในการป้องกันเนิน
เขากพ็ ยายามตฝี ่าขน้ึ ไปทางเหนอื รอดมาได้เพยี ง 40 คน นอกนนั้ ถกู ฆา่ ตายหรอื ถกู จับเปน็ เชลย ในที่สุดการบุก
ของคอมมิวนสิ ตก์ ล็ า้ ลงจนหยดุ (30 เม.ย.) ถูกทหารสหประชาชาติระดมยงิ ดว้ ยปืนใหญอ่ ย่างหนักจนเสียทหาร
ไปประมาณ 70,000 คน กองทัพท่ี 8 เสยี ทหารไป 7,000 คน
ในระหว่างวันท่ี 22-23 พฤษภาคม 1951 สหประชาชาติจำกัดการโจมตีทางซ้ายสุด ตั้งมั่นที่
แม่น้ำอิมจิม (Imjim) ทางเหนือของมุนซาน แนวหน้าของสหประชาชาติทั้งแนวเคลื่อนขึ้นทางเหนือ
กองพลเมอื งหลวงและกองพลท่ี 2 เกาหลใี ตท้ างขวาสุดบกุ อยา่ งรวดเรว็ ไปทางฝงั่ ตะวนั ออก โดยมกี ารต้านทาน
เพียงเล็กน้อยจนถึงคานซอง การบกุ ค่อนขา้ งช้าลงในตอนกลาง แตเ่ ร่งข้นึ เม่ือส้นิ เดือน นายพลแวนฟลที จึงส่ังให้
หยุดเพราะคณะเสนาธกิ ารผสม ไม่อนุมัติใหบ้ ุกตอ่ ไป รัฐบาลสหรัฐเกรงการคุกคามของโซเวียตและไม่ต้องการ
ให้โลกเสรีตื่นตระหนกต่อผลที่ตามมา ตั้งแต่วันที่ 1-15 มิ.ย. 1951 กองทัพสหประชาชาติจึงรวมกำลังตั้งเป็น
131
แนวตง้ั รับขา้ มคาบสมทุ รเกาหลี วนั ท่ี 23 มิ.ย. 1951 โซเวียตเสนอให้มกี ารหยุดยงิ ในระยะหกเดือนในการสู้รบ
จีนคอมมิวนิสต์ได้รับความเสียหายอย่างมากมาย สูญเสียทหารประมาณ 200,000 คน และยุทโธปกรณ์เป็น
จำนวนมหาศาลกองทัพอากาศสหรฐั โจมตอี ย่างหนักจนไม่สามารถใช้สนามบินทางใต้ของแมน่ ้ำยาลูได้ผู้แทนทั้ง
สองฝ่ายประชมุ กันทเี่ คซองในเดอื น ส.ค.-พ.ย. 1951 กองทหารของแวนฟลีทกวาดล้างสามเหลย่ี มเหล็ก ขับไล่
ทหารจีนถอยรน่ จากอา่ งเก็บนำ้ ฮัวซอน (Huichon) และทางรถไฟซอร์วาน-โซล ทำใหค้ อมมวิ นสิ ต์เรียกร้องให้มี
การหยุดยิงทนั ทีการเจรจาทช่ี ะงักงันมาระยะหนึง่ ก็เริม่ ต้นใหม่ในหมู่บา้ นปนั มนุ จอม ใน 12 พ.ย. 1951
ขณะที่การเจรจาที่หมู่บ้านปันมุนจอม (Panmunjon) โอ้เอ้อยู่นั้น ปฏิบัติการทางทหารย่อย ๆ ก็เกิด
ขึ้นอยู่เสมอตามแนวรบ นายพลริดจ์เวยไ์ ด้รบั แต่งตัง้ เปน็ ผู้บัญชาการกองทัพนาโต (NATO) และนายพลมารค์
ดับเบิลยู คลาร์ก (Gen. Mark W. Clark) เข้ามารบั ตำแหนง่ แทน คอมมวิ นิสตเ์ สริมสรา้ งกำลงั ของตนตลอดเวลา
ประมาณส้นิ ปี กำลังทหารของคอมมวิ นิสต์มถี งึ 800,000 คนในเกาหลี สามในส่เี ป็นทหารจีน โซเวยี ตก็สง่ ปืนใหญ่
สนามเขา้ มารวมท้ังปนื ต่อสู้อากาศยานควบคมุ การยิงด้วยเรดาร์แตก่ ารทสี่ หประชาชาติสามารถครองอากาศได้
ก็ไมถ่ ูกคกุ คามทีร่ ้ายแรงนกั
ในวันที่ 28 มีนาคม 1953 คอมมิวนิสต์ยินยอมที่จะทำความตกลงในเรื่องเชลยศึก และได้มีการ
แลกเปลีย่ นเชลยศึกคอมมวิ นิสต์ 5,800 คน กบั ทหารเกาหลีใต้ 471 คน สหรัฐ 149 คน และชาตอิ ่ืน ๆ 64 คน
ในวันที่ 10-31 มิถุนายน 1953 จีนคอมมิวนิสต์ทำการรุกครั้งใหม่อีกครั้งต่อทหารเกาหลีใต้ แต่ทำให้
สหประชาชาติเสริมกำลังต่อต้านทันที ทำให้คอมมิวนิสต์สูญเสียทหารไปประมาณ 70,000 คน การเจรจา
ดำเนินต่อไป จนถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 1953 ได้มีการลงนามในสัญญาสงบศึก แบ่งประเทศออกเป็น
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ตามแนวเส้นขนานที่ 38 ตามเดิม เชลยศึกที่ต้องการกลับประเทศมีคอมมิวนิสต์
7,700 คน ทหารสหประชาชาติ 12,700 คน เปน็ สหรฐั 3,597 คน องั กฤษ 945 คน
ผลของการรบ
สงครามเกาหลีทำให้สหประชาชาติสูญเสียทหารไปดังนี้ ตาย 108,505 คน บาดเจ็บ 264,591 คน
ถูกจับเป็นเชลย 92,987 คน คอมมิวนิสต์เสียทหารไปประมาณ 1,600,000 คน ร้อยละ 60 เป็นทหารจีน
คอมมวิ นิสต์ เกาหลีใต้ตาย 70,000 คน บาดเจบ็ 150,000 คน ถกู จบั เป็นเชลย 80,000 คน
ในการรบทางอากาศ เครื่องบินคอมมิวนิสต์ถูกทำลาย 1,108 ครั้ง รวมมิก-15 จำนวน 838 เครื่อง
และได้รับความเสียหายอีก 1,022 เครื่อง เสียหายอย่างหนัก 177 เครื่อง สหรัฐเสียเครื่องบิน 114 เครื่อง
อตั ราการสญู เสยี มิก-15 จำนวน 13 เคร่อื ง ตอ่ เอฟ-16 หนง่ึ เครือ่ ง เครอื่ งบินสหประชาชาติทีส่ ญู เสยี เพราะถูก
ยงิ จากอาวธุ ต่อสู้ อากาศยาน ในการสนับสนุนกองกำลงั ภาคพ้นื ดนิ อย่างใกลช้ ดิ จำนวน 1,213 เครื่อง
เชลยศึก กองทัพที่ 8 ได้เผชิญกับปัญหาเชลยศึก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึง่ ในปลาย ค.ศ.1950
เมื่อกองทัพเกาหลีถูกทำลายไปแล้ว ปรากฏว่าเชลยเกาหลีเหนือที่อยู่ในความอารักขาของสหประชาชาติ มี
จำนวนถึง 100,000 คน จำนวนนไี้ ด้เพิ่มขน้ึ ตามลำดบั เมอ่ื การรบได้ดำเนนิ ต่อไป เพราะทหารเกาหลีเหนือและ
ทหารจีนคอมมิวนิสต์ได้ถูกจับเป็นเชลยเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก เชลยเหล่านี้ได้ถูกควบคุมไว้บนเกาะโคเจ
Koje ห่างจาก ปูซานไปทางตะวนั ออกเฉียงใต้ 30 ไมล์ ในปลายปี ค.ศ.1951 ความวุ่นวายได้เกิดขึ้นพวกเชลย
ศึกหลายพื้นที่ด้วย เนื่องจากเชลยศึกเป็นคอมมิวนิสต์พยายามที่จะใช้อิทธิพลครอบงำเชลยศึกที่ไม่ใช่
132
คอมมิวนิสต์ ในต้นปี ค.ศ.1952 กองทหารสหรัฐได้พยายามกันเชลยศึกที่ไม่ใช่คอมมวิ นิสต์ใหอ้ อกจากอิทธิพล
ของเชลยศึกที่เป็นคอมมิวนิสตต์ เหตุการณ์ร้ายนี้ได้บรรลุถึงจุดยอดในเดือน ค.ศ.1952 เมื่อเชลยศึกที่เป็น
คอมมิวนิสต์ ได้ใช้กำลงั เข้าจับกุมตัวผูบ้ ังคบั ค่ายเชลยศึกแห่งนัน้ กรมทหารราบสง่ ทางอากาศสหรัฐที่ 193 ได้
รีบเข้าปฏบิ ัติทันทจี นเปน็ ผลสำเรจ็ และสามารถแยกเชลยท่ีไม่ใช่คอมมวิ นิสต์ไดอ้ ยา่ งเด็ดขาด
ความเสียหายในเกาหลี
นับตั้งแต่หน่วยรบเฉพาะกิจของสมิท เริ่มปะทะข้าศึก เม่ือ 5 กรกฎาคม ค.ศ.1950 จนกระทัง่ ถึงวันที่
24 กรกฎาคม ค.ศ.1953 ซงึ่ เป็นวนั สุดท้ายแหง่ สงครามเกาหลี กำลังของสหรฐั อเมริกนั ได้สญู เสยี ไปเป็นจำนวน
136,937 คน จำนวนนีไ้ ม่นบั เชลยศึก ที่ถกู ส่งกลบั ไปยงั สหประชาชาตเิ นอื่ งจากผลเจรจาสงบศกึ และไม่นบั รวม
ทหารท่ไี ม่ยอมกลับปติ ภิ ูมิ ซึ่งมีจำนวนเพยี งเลก็ นอ้ ย ต่อไปน้ีเปน็ ตารางแสดงความสญู เสีย
จำหนา่ ย กองทัพบก นาวิกโยธิน กองทัพเรือ กองทพั อากาศ รวม
ตายในการรบและตายเพราะ 21,264 03,858 0,302 390 025,801
บาดเจ็บจากการรบ
สูญหายซึ่งคาดวา่ ตาย 6,440 00,422 0,156 810 007,828
บาดเจ็บเน่อื งจากการรบ 77,596 23,745 1,576 368 103,284
หายไปหลงั จากแลกเปลยี่ นเชลย 00,000 00,000 0,009 15 000,024
จากสถิติการรักษาพยาบาล ปรากฏว่าทหารที่บาดเจ็บเนื่องจากการรบ แล้วได้รับการรักษาพยาบาล
ตามสายการแพทย์น้ัน ตายประมาณร้อยละ 2 จำนวนผทู้ ่ีได้รับการรักษาหายแล้วสง่ กลับไปยังแนวรบประมาณ
รอ้ ยละ 85
ความสูญเสยี ของทหารชาติอนื่ ๆ ไม่คดิ รวมทหารเกาหลีใต้ตายประมาณ 3,000 คน บาดเจ็บ 12,000
คน และสูญหาย 4,000 คน ส่วนทหารเกาหลีใต้นัน้ ตายและบาดเจ็บในการรบประมาณ 200,000 คน ความ
เสียหายของฝ่ายข้าศึกประมาณว่าจีนคอมมิวนิสต์เสียทหารไป 900,000 คน และเกาหลีเหนือเสียทหารไป
520,000 คน
บทเรียนจากการรบ
การยกทัพข้ึนบกท่ีอินซอน นบั วา่ มคี วามสำคญั ทางยุทธศาสตร์ทีย่ ิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ครั้งหน่ึง ท้ัง
ในด้านแนวความคิด การปฏิบัติ และผลท่ีเกิดขน้ึ อันอัจฉรยิ ของแมคอาร์เธอร์ นำไปสูช่ ยั ชนะอันน่ามหัศจรรย์
ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ตั้งรับกำลังจะหมดหวังอยู่แล้ว การยึดครองเกาหลีใต้ของคอมมิวนิสต์ ถ้าประสบ
ความสำเร็จ หมายถึง การที่สามารถเขา้ ครอบครองผืนแผน่ ดินใหญ่ของเอเชียได้ท้ังหมด ต้องถูกตถี อยร่นกลบั
ขึน้ ไปทางเหนอื แมคอารเ์ ธอร์ตกลงใจท่จี ะปฏิบัตกิ ารในขณะที่กองทัพท่ี 8 กำลงั ตอ่ ส้อู ย่างหนักที่จะตรึงท่ีม่ันท่ี
ปูซานเอาไว้ให้ได้ ในวันที่ 12 ส.ค. 1950 แมคอาร์เธอรส์ ั่งให้เริม่ ปฏบิ ัติการ และเพียงหนึ่งเดือนเขากส็ ามารถ
ประสบความสำเร็จ ซึ่งถ้าตามธรรมดาแล้ว ต้องใช้เวลาหลายเดือนทีเดียว ความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวของเขา
สามารถขจัดความสงสัยใดของคณะเสนาธกิ ารผสมสหรฐั ไปได้ (ทางเทคนิคพ้นื ทแี่ ถบอนิ ซอนเป็นทเี่ สยี เปรยี บใน
ทางการยกพลขึ้นบกมากที่สุด) เขาได้รับการสนบั สนุนจากกองพลนาวิกโยธนิ ที่เขาต้องการ (มาจากปริมณฑล
133
ปูซานหนึ่งกองพลนอ้ ย) กองพลทหารราบที่ 7 เป็นกองพลสุดทา้ ยทีป่ ระจำอยูใ่ นญีป่ ุ่น ใช้ทหารเกาเหลีท่ีสง่ ไป
ฝกึ อยา่ งเรง่ รีบในญ่ีปุ่น บรรจุในบางหน้าท่ีจำนวน 5,000 คน ความสำเรจ็ ทไ่ี ดร้ ับข้ึนอย่กู บั
(ก) ความสามารถของกองทพั เรือ ในการลำเลยี งทหารทางน้ำ
(ข) ความสามารถของกองทัพที่ 8 ภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลวอล์เกอร์ ที่สามารถตรึง
การบุกของขา้ ศกึ ไว้ท่ีปรมิ ณฑลปูซาน จนกว่าการช่วยเหลือจะมาถงึ
(ค) จงั หวะเวลาทเ่ี หมาะสมทส่ี ุดในการโจมตี (ความแตกต่างของระดับน้ำ 30 ฟุต) ทำให้สามารถ
ใช้ปฏบิ ตั ิการยกพลขึน้ บกได้เพียง 6 ชวั่ โมง ในระยะเวลา 24 ชว่ั โมง)
กองกำลงั สหประชาชาติในเกาหลี ต้องประสบกบั ความพา่ ยแพ้อย่างร้ายแรง แมว้ ่าความเสียหายจะไม่
รุนแรงนักเนอ่ื งจากการตอ่ ตา้ นอยา่ งเข้มแข็งและอย่างฉลาด แมคอารเ์ ธอร์กถ็ กู วิจารณ์ว่า ทำการบุกในสองเขต
ท่ขี ้นึ แกก่ ันในแนวรบเดียวและขาดมาตรการรกั ษาความมั่นคงท่ีทำให้ถูกโจมตีโดยไม่ทันรู้ตัว ฝ่ายสนับสนุนกับ
เขาแย้งว่าเนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขาทำให้การสนับสนุนกันเป็นไปไม่ได้ระหว่างกองทัพที่ 8 และ
กองทัพน้อยเอ็กซ์ และกล่าวตำหนิสหประชาชาติและคณะเสนาธิการผสมที่มีคำสั่งห้ามการตรวจการณ์
ทางอากาศเหนือแม่น้ำยาลูกอ่ นที่จีนจะบกุ ปัญหาที่เพิ่มความยากลำบากให้แมคอาร์เธอร์ก็คือ การที่เขาไม่ได้
รับอนุมตั ิโดยทันที ในการทิ้งระเบิดสะพานถ่ายสัมภาระ จากโซเวียตมายังเกาหลีเหนืออยา่ งเสรเี ป็นเวลานาน
มาแล้วในที่สุดก็ได้รับอนุมัตใิ ห้ทำการทิ้งระเบิดสะพานตา่ ง ๆ ทางตอนใต้ของแม่น้ำยาลู นับว่าเสี่ยงอันตราย
เปน็ อันมาก และได้ผลน้อย เครื่องบนิ จะตอ้ งบินขนานไปกับแม่น้ำ เสย่ี งตอ่ การถูกยิงจากปืนต่อสู้อากาศยานใน
แมนจูเรียและจากเครื่องบินสกัดกั้นของคอมมิวนิสต์ การจราจรสะพานคอมมิวนิสต์ถูกขัดจังหวะเพียงเล็กน้อย
เทา่ นัน้
ดเู หมือนวา่ การตกลงใจรกุ ของแมคอารเ์ ธอร์เป็นการถกู ตอ้ งในตอนแรก และคณะเสนาธิการผสมก็เห็น
พอ้ งด้วย แต่วธิ ีการอาจถกู วิจารณ์ได้ คณะเสนาธิการผสมไดร้ ับการตำหนิมากทีอ่ นมุ ัติให้บกุ แต่ไมอ่ นมุ ัตใิ หท้ ำการ
บินตรวจการณ์ก่อนการบุก แมคอาร์เธอร์คาดวา่ ถ้าจีนบุกจริง เขาคงได้รับอนมุ ตั ิให้ปฏิบัติการทางอากาศเลย
พรมแดนขึน้ ไปและทำลายแหล่งโจมตีของข้าศึกจนถึงรัง แต่คณะเสนาธิการผสมก็ไม่ตัง้ ใจที่จะอนุมตั ิถึงขนาด
นน้ั ในที่สดุ มาตรการการรกั ษาความมัน่ คงของทอ้ งถนิ่ จึงอ่อนไป กอ่ นและหลังการรกุ ของกองทพั ท่ี 8 ในเรื่องนี้
ทงั้ แมคอารเ์ ธอร์และ วอลเ์ กอร์ควรไดร้ ับการตำหนิ
ส่ิงสำคัญทสี่ ดุ ของบทเรยี นทไ่ี ด้รับจากการพ่ายแพ้ในครงั้ น้กี ค็ ือ ทหารสหประชาชาติควรทีไ่ ดเ้ รียนรู้ใหม่
เกี่ยวกับการยิงและการเคลื่อนย้ายทางเท้า เมื่อถนนทหารอาศัยการสนับสนุนจากรถถัง ปืนใหญ่สนาม หรือ
อากาศยาน ส่วนทหารจีนคอมมวิ นิสตม์ ีอาวธุ เบาสามารถโจมตีโดยไม่ทนั รู้ตัว หลบซอ่ นตามภูมิประเทศที่สูง ๆ
ต่ำ ๆ เพื่อชดเชยกับการขาดกำลังยิงที่รุนแรง จีนเคลื่อนพลและโจมตีในเวลากลางคืนพลางและซุ่มในเวลา
กลางวัน การโจมตตี รงแนวหน้าใช้กำลังเพียงเล็กน้อย แต่การทะลุทะลวงลึกมากการปะทะแต่ละคร้ังริเริ่มด้วย
กองกำลังขนาดเล็ก เป็นสงครามของผู้บังคับหมวดเท่านั้น สหประชาชาติไม่สามารถที่จะใช้อำนาจการยิงที่
เหนอื กวา่ ไดเ้ ตม็ ทีเ่ ลยสกั ครั้งเดียว
ประธานาธิบดีได้ปฏิบัติตามอำนาจในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด แมคอาร์เธอร์ไม่เห็นด้วยกับ
นโยบายการจำกัดสงครามในคาบสมุทรเกาหลี และไมพ่ ยายามท่ีจะระงับความไม่พอใจในการจำกัดปฏิบัติการ
134
ของเขา แมคอาร์เธอร์กล่าวว่า “ในสงครามไม่มีอะไรที่จะมาแทนชัยชนะได้” ในจดหมายที่เขาเขียนถึง
(20 มีนาคม 1951) ผู้แทนราษฎร โจเซฟ ดับเบิลยู มาร์ติน (ผู้แทนแมสซาซูเสทท์) ซึ่งมาร์ตินได้เปิดเผยต่อ
สาธารณะโดยทันที แมคอารเ์ ธอรไ์ ม่ตอ้ งการที่จะใช้ระเบดิ ปรมาณหู รือบกุ แผ่นดนิ ใหญ่จีน เขาตอ้ งการแต่เพียง
ทำลายฐานบินในแมนจูเรียที่เป็นกระดานกระโดดทรี่ ุกรานเกาหลี ดว้ ยเครื่องบินทิง้ ระเบิดธรรมดาเขาเรียกร้อง
ให้ใช้ทหารจีนคณะชาติ และให้เจียงไคเช็ค (Chiang Kai Shek) บุกผืนแผ่นดนิ ใหญ่จนเขาเชื่อว่ารัสเซียคงไม่กล้า
เสี่ยงพอที่จะช่วยจีนแดงเป็นแน่ ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สหรฐั จะต้องเผชิญหน้ากับ เคลมลิน
โดยมิไดป้ รกึ ษาวอชิงตัน เขาเรียกรอ้ งให้ผู้บญั ชาการทหารจีนคอมมิวนิสต์ในเกาหลียอมแพ้ (25 มนี าคม 1951)
และกล่าวเป็นนัยว่า การโจมตีทางอากาศและทางเรือ อาจจะกระทำต่อจีนคอมมิวนิสต์ ถ้าการรบยังดำเนิน
ตอ่ ไป
สำหรับทรูแมนแล้วอาจจะกระทำต่อจีนคอมมิวนิสต์ ถ้าการรบยังดำเนินต่อไป ท้าทายอำนาจของ
ประธานาธิบดีและคัดค้านนโยบายของรัฐ สหรัฐซึ่งฟังเสียงโลกเสรีและเกรงกลัวอำนาจระเบิดปรมาณูของ
รัสเซีย จึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะปลดปล่อยเกาหลีทั้งหมด เพียงแต่รักษาสถานภาพของเกาหลีใต้ไว้เท่านั้น
ดังนั้น แมคอาร์เธอร์ต้องไป การปลดปล่อยอย่างกระทันหันโดยทีท่ ่านนายพลทราบจากวิทยุกระจายเสียง ทำให้คน
จำนวนมากไมพ่ อใจ แมคอาร์เธอร์เดนิ ทางกลับสหรัฐด้วยการต้อนรับในฐานะวรี บุรษุ และไดร้ ับเชญิ ให้ปราศรัย
ในทป่ี ระชุมร่วมของรฐั สภา การสอบสวนของวฒุ ิสภาในเวลาต่อมา (พฤษภาคม ถงึ มถิ ุนายน 1951) ได้เปิดเผย
ประเด็นสำคัญของนโยบายให้ประชาชนทราบทั้งหมดผลของการสอบสวนยังหาข้อยุติไม่ได้ อย่างไรก็ตาม
โดยทัว่ ไปแล้วนโยบายของสหรฐั แขง็ กรา้ วข้ึน
วันที่ 12-21 เมษายน 1951 กองทัพสหประชาชาติรุกต่อไปเมื่อเห็นว่าคอมมิวนิสต์เตรียมรุกตอบโต้
เพื่อสกัดกนั้ การบุกท่ี “สามเหลี่ยมเหลก็ ” นายพลแวนฟลที รกุ ตอ่ ไป ในระหวา่ งวันท่ี 22 เม.ย. ถงึ 1 พ.ค.1951
คอมมวิ นิสตเ์ รม่ิ รกุ ขั้นท่หี นงึ่
135
คำถามท้ายบทท่ี 7
สงครามเกาหลี
1. การแบง่ เกาหลอี อกเปน็ สองสว่ น ส่วนทีอ่ ยทู่ างเหนอื เสน้ ขนานข้นึ ไปสหภาพโซเวียตจะเป็นผู้รับการ
ยอมจำนนกับกองกำลังญี่ปุ่น ที่อยู่ใต้เส้นขนานต้องยอมจำนนกับกองกำลังสหรัฐฯ ภายใต้เส้น
ขนานที่เท่าใด
2. นโยบายรุสเซียมีความต้องการปฏวิ ัติเกาหลีเหนอื ให้เปน็ ระบอบการปกครองใด
3. จงสรุป ในฐานะที่คอมมิวนิสต์ได้เข้าครอบครองหมู่เกาะกิวริว ซาการีน ไซบีเรีย และแมนจูเรีย
อย่แู ลว้ หากสามารถเข้าครองเกาหลใี ต้อกี จะทำใหเ้ กิดผลทางยุทธศาสตรใ์ นด้านใดบ้าง
4. ในที่ประชุม ณ กรุงมอสโคว์ (Moscow) เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ.1945 ซึ่งมีสหรัฐฯ รัสเซีย และ
อังกฤษ รวมทั้งจีน ประชุมร่วมกัน ที่ประชุมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะให้เกาหลีเป็น
ประเทศประชาธิปไตย แตไ่ ม่ประสบผลสำเรจ็ เน่อื งจากถูกประเทศใดขัดขวาง
5. จงบอกลักษณะภูมปิ ระเทศโดยทว่ั ไปของแหลมเกาหลี มาพอเขา้ ใจ
6. จงสรุปกำลงั และแผนของฝ่ายเกาหลีเหนือ มาพอสงั เขป
7. จงสรปุ กำลงั และแผนของฝา่ ยเกาหลีใต้ มาพอสังเขป
8. การบุกเกาหลใี ตค้ ร้ังแรกของเกาหลีเหนือภายใตก้ ารบงั คับบัญชาของใคร
9. จงสรปุ การปฏิบตั ขิ องสหประชาชาตใิ นการรกุ รานของเกาหลเี หนอื มาพอเข้าใจ
10. การปฏิบัติของข้าศึกมีความมุ่งหมายที่จะทำลายกำลังของสหประชาชาติ โดยแบ่งการปฏิบัติ
ออกเปน็ กร่ี ะยะ อะไรบา้ ง
136
บทท่ี 8
สงครามเวียดนาม
ภมู ิหลงั ของเวยี ดนาม
เมอ่ื ประมาณ 3,000 ปมี าแล้ว ชาวเวียดนามเคยอาศยั อยู่ในดินแดนแถบตอนใต้ของประเทศจนี ถูกจีน
รุกรานจึงถอยร่นลงมาทางใต้ บางครั้งตกเป็นเมืองขึ้นของจีน เวียดนามจึงรับวัฒนธรรมของจีนไว้มาก
ในปี พ.ศ.2416 เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสได้แบ่งการปกครองเวียดนามออกเป็น
3 แคว้น คือ แคว้นตังเก๋ีย อยทู่ างตอนเหนือ แคว้นอันนัม อย่ทู างตอนกลาง และแคว้นโคชนิ ไชน่า อยู่ทางตอน
ใต้ ฝรั่งเศสได้เปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีให้เป็นแบบฝรั่งเศส ในปี
พ.ศ.2484 ได้เกิดขบวนการเวียดมินห์ขึ้น เพื่อขับไล่ฝรั่งเศส โดยมีผู้ที่มีสมญาว่า โฮจิมินห์เป็นผู้นำ ในปี
พ.ศ.2485 ขณะเกิดสงครามมหาเอเชียบรู พา ญ่ีปุน่ ไดเ้ ขา้ ยดึ ครองภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ เวยี ดนามจึง
ไดป้ ระกาศตนเปน็ อิสระ แตค่ งอยู่ในการควบคุมของญป่ี ุ่น ขบวนการเวียดมนิ หก์ ไ็ ด้รว่ มมือกบั สหรัฐฯ และฝ่าย
สัมพันธมติ ร ทำการต่อต้านญีป่ ุน่ เมี่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม โฮจิมินห์จงึ จัดต้ังรัฐบาลชั่วคราวขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2488
และหลังจากที่จักรพรรดิเบาได๋ ได้สละราชสมบัติในปีเดียวกนั น้ัน โฮจมิ ินห์กต็ ง้ั รัฐบาลขนึ้ บรหิ ารประเทศ และ
เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ ฝรั่งเศสได้หาทางกลับไปมีอิทธิพลเหนือเวียดนามอีก โดยมี
อังกฤษให้ความช่วยเหลือ ขบวนการเวียดมินห์ได้พยายามต่อสู้ เพื่อขับไล่ฝรั่งเศสอยู่ 9 ปี แต่ไม่สำเร็จ ฝรั่งเศส
ยดึ เมืองต่าง ๆ ไว้ได้
หลงั จากจนี คอมมวิ นิสต์ได้ขับไล่จนี คณะชาติไปยังเกาะไต้หวันแลว้ กไ็ ด้เข้ามาชว่ ยขบวนการเวียดมินห์
เพื่อขับไล่ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อเวียดมินห์ยึดเดียนเบียนฟูได้ ฝรั่งเศสกับเวียดนามก็ได้ทำสัญญาสงบศึกที่
กรุงเจนีวา เมือ่ ปี พ.ศ.2497 เรียกว่า อนุสัญญาเจนีวา มีสาระสำคัญคือ ให้แบ่งเวยี ดนามออกเป็นสองส่วนคือ
เวียดนามเหนือและเวยี ดนามใต้ โดยใช้เส้นรุ้งท่ี 17 เหนือ ซึ่งผ่านเมืองกวางตรี ตามแนวแม่น้ำเบนไฮเป็นเส้น
แบ่งเขตแดน และให้เวียดนามเหนือเวียดนามใต้ ลาว และกัมพชู า ซ่งึ เคยรวมเปน็ อนิ โดจีนของฝร่ังเศสตั้งแต่ปี
พ.ศ.2468 แยกออกเป็นรัฐอิสระ พ้นจากการปกครองของฝรั่งเศส พื้นที่บริเวณเส้นรุ้ง 17 องศาเหนือ มีเขต
แดนปลอดทหารดา้ นละไม่เกนิ 5 กิโลเมตร ในการนส้ี หรัฐอเมรกิ าและเวียดนามใตไ้ ม่ได้ร่วมลงนามดว้ ย
เวียดนามเหนือมีนโยบายที่รวมเวียดนามเข้าด้วยกัน และปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ โดยมีการ
ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2503 โดยไม่มีการเลือกต้ังใด ๆ แต่มีการแต่งตั้งโฮจิมินห์ขึ้นเป็น
ประธานาธิบดี ทางด้านเวียดนามใต้ ยังคงตกอยใู่ ตอ้ ทิ ธิพลของฝร่ังเศส โดยฝร่ังเศสได้เชิญจกั รพรรดิเบาได๋ ข้ึน
เป็นประมุขปกครองประเทศ ตอ่ มากลุ่มผรู้ ักชาตเิ วยี ดนามใต้ได้ขบั ไล่ฝร่งั เศสออกจากเวียดนาม จักรพรรดิเบา
ได๋ ได้แตง่ ตงั้ นายโงดินหเ์ ดยี ม เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ และไดจ้ ัดให้มีการ
เลือกตั้งประธานาธบิ ดี หลังจากที่จกั รพรรดเิ บาได๋ สละราชสมบัตอิ กี ครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ.2498 หลังจากนัน้ กม็ ี
การวุ่นวายแย่งชิงอำนาจกัน ในปี พ.ศ.2506 ได้มีคณะทหารเข้ายึดอำนาจการปกครอง ได้ประกาศนโยบายท่ี
จะกวาดล้างคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯ ให้การรับรอง ต่อมาทางเวียดนามเหนือได้เปิดฉากทำสงครามกองโจรกับ
เวยี ดนามใต้
137
เหตุการณ์ในเวียดนามกอ่ นเกิดสงคราม
ตามอนุสัญญาเจนีวา พ.ศ.2497 ที่ประชุมใหญร่ ะหว่างชาติ มีสหรัฐฯ อังกฤษ สหภาพโซเวียต เวียดนาม
ลาว และกัมพูชา มีสาระสำคัญอยู่ 5 ประการ ที่สำคัญประการหนึ่งคือ เมื่อครบกำหนด 2 ปี นับแต่ทำสัญญา
สงบศึก ทั้งสองฝ่ายจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเวียดนาม การเลือกตั้งนี้ให้อยู่ในความควบคุมของ
คณะกรรมาธิการระหวา่ งประเทศ และประชาชนทั้งสองฝ่ายต้องมีสิทธิเลือกถ่นิ ที่อยโู่ ดยเสรี แต่ปรากฏว่าไม่ได้
มีการปฏิบัติตามข้อตกลง ไม่มีการเลือกตั้ง เวียดนามจึงแบ่งออกเป็นเวียดนามใต้และเวียดนามเหนือโดย
ปริยาย
ในปี พ.ศ.2501 เวียดนามเหนือ หรือเวียดมินห์ ได้เริ่มทำสงครามกองโจรกับเวียดนามใต้ โดยมี
เป้าหมายสำคัญคือ โรงเรียน เวียดมินห์จะเกลี้ยกล่อมเด็กอายุระหว่าง 15 - 16 ปี เข้าสมัครพรรคพวก
ฝกึ อาวุธให้ แลว้ เข้าแทรกซึมในหมบู่ า้ นจนประสบผลสำเรจ็ สามารถขยายอทิ ธพิ ลออกไปอย่างกว้างขวาง ตอ่ มา
ในปี พ.ศ.2502 เวียดมินห์เริ่มทำการรุกรานเวียดนามใต้ด้วยอาวุธ และกำลังทหาร และในปี พ.ศ.2503
โฮจิมินห์ได้จัดตั้งกองกำลังเวียดกงแนวร่วมรักชาติเพื่อปลดปล่อยเวียดนามใต้โดยได้ดำเนินการปลูกฝัง
แนวความคดิ โฆษณาชวนเชอ่ื ขเู่ ขญ็ คุกคามและจูงใจในทุกวิถีทางโดยผา่ นองคก์ ารบงั หนา้ ต่างๆ
ในปี พ.ศ. 2504 เวียดนามเหนอื ได้ทำการรุกรานเวียดนามใต้อย่างรุนแรง จนรัฐบาลเวยี ดนามใตต้ ้อง
ขอความช่วยเหลอื จากมติ รประเทศฝ่ายโลกเสรี ในปี พ.ศ.2508 เวียดนามเหนือได้ขยายกองกำลงั เวยี ดกงขึ้นไป
ถงึ ระดบั กองทัพเริม่ เปิดฉากการรกุ หนักหลายด้าน จนสามารถยึดพน้ื ท่ีส่วนหน่งึ ของภาคกลางของเวียดนามใต้
ไดเ้ ปน็ จำนวนมาก และไดเ้ ขา้ โจมตีเรอื รบของสหรฐั ฯ ทำใหป้ ระธานาธิบดี จอห์นสัน ของสหรัฐฯ ไดต้ ัดสนิ ใจทำ
สงครามแบบขยายขอบเขต (Escalation) เข้าไปในเวียดนามเหนือ สงครามโดยเปิดเผยระหว่างสหรัฐฯ และ
เวียดนามเหนือจึงเร่มิ ตน้ ต้งั แตก่ ุมภาพันธ์ 2508 เปน็ ตน้ มา
การช่วยเหลือของฝา่ ยโลกเสรี หลงั สงครามโลกคร้ังท่ีสองสุดส้นิ ลงในปี พ.ศ.2488 โลกถูกแบง่ ออกเป็น
2 ค่าย คือ ค่ายคอมมิวนสิ ต์ มสี หภาพโซเวยี ตเป็นผู้นำ และ ค่ายเสรปี ระชาธปิ ไตย มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ
ค่ายคอมมิวนิสต์ มีนโยบายรุกราน และต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ของประเทศต่าง ๆ
ในโลก ให้เป็นแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯ จึงได้เสนอแผนการมาร์แชล (Marshall Plan) เพื่อบูรณะ
ฟื้นฟูประเทศในยุโรปตะวันตก จากวิกฤตทางเศรษฐกิจและตั้งองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติคเหนือ (NATO)
สำหรับช่วยเหลอื ในทางทหาร
ในเอเชียฝ่ายคอมมิวนิสต์ขยายอิทธิพลด้วยการส่งจารชน และผู้ก่อการร้ายเข้าไปบ่อนทำลายบรรดา
ประเทศในทวีปเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย เกาหลี ศรีลังกา พม่า กัมพูชา ลาว และไทย เพื่อเผยแพร่ลัทธิ
คอมมวิ นิสตแ์ ละเข้ายึดครองประเทศเหล่านัน้ ตามอุดมการณ์ครองโลกของคอมมิวนิสต์ สหรฐั ฯ ตระหนักดีว่า
หากอินโดจนี แพส้ งคราม และตกเป็นของคอมมวิ นสิ ตแ์ ลว้ จะนำไปสูก่ ารสญู เสยี เอเชยี ตะวันออกเฉยี งใตท้ งั้ หมด
ตามทฤษฎีโดมิโน (Domino Theory) จึงได้ทุ่มเทความช่วยเหลือแก่ เวียดนามใต้ สหรัฐฯจึงเป็นผู้นำในการ
ต่อต้านเวียดนามเหนือ นับตั้งแต่ฝรั่งเศสต่อสู้กับเวียดนามเหนือ เมื่อฝรั่งเศสแพ้ สหรัฐฯ จึงเข้าไปช่วยเหลือ
เวยี ดนามใต้
138
ในปี พ.ศ.2508 เวียดนามใต้ตกอยู่ในจุดล่อแหลมที่สุด สหรัฐฯจึงตกลงใจส่งกำลังทหารเข้าไป
ปฏิบัติการในเวียดนามใต้ พร้อมกับกำลังของฝ่ายโลกเสรีอีก 7 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน
ฟลิ ปิ ปนิ ส์ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวนั ) และไทย การจัดรูปแบบของการรบเป็นในแบบสงครามจำกัด มุ่งใหเ้ ป็นการ
รบของเวียดนามท้งั สองฝา่ ยเท่าน้นั
การรบทีฟ่ คุ โถ (พ.ศ. 2510)
กล่าวทั่วไป เดือน ก.ย. 2510 ขณะที่ กรมทหารอาสาสมัคร (กรม อสส.) เดินทางถึงสาธารณรัฐ
เวียดนามใตเ้ ปน็ หว้ งเวลาที่เวียดกง (ฝ่ายข้าศกึ ) ไดด้ ำรงการปฏิบัติเชงิ รุกตลอดเวลา เพ่ือตอบโต้กองกำลังผสม
ฝ่ายเราเนื่องจากการสูญเสียกำลังพล และยุทโธปกรณ์อย่างมหาศาลในการปฏิบัติที่ผ่าน ๆ มา นอกจากนี้ได้
ดำเนินการทางการเมือง และการสงครามจิตวิทยา เพื่อดำรงอิทธิพลในพื้นที่ห่างไกลและรักษาขวัญของฝ่าย
เดียวกัน โดยให้เห็นว่ากำลงั มีชัยชนะ ขณะที่ฝ่ายสาธารณรัฐเวียดนาม (วต) สหรัฐและโลกเสรี อื่น ๆ ได้ดำรง
การกวาดล้างฝ่ายเวียดกงด้วยการใช้กำลังเข้าทำลายกำลังรบหลัก และตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุง ตลอดจน
ดำเนินการป้องกันกรุงไซ่ง่อนและเมืองสำคัญต่าง ๆ อย่างเหนียวแน่น เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้เกิดความ
ปลอดภัย รวมทั้ง สร้างความมั่นคงในพื้นท่ีท่ีอยู่ในอิทธิพลของข้าศึก และดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ดงั กลา่ ว
ด้วยการช่วยเหลอื ประชาชนและปฏิบัติการจิตวิทยาอย่างตอ่ เนอ่ื ง
กรม อสส.ได้รับมอบให้เป็นหน่วยขึ้นการบังคับบัญชาของ พล.ร.9 สหรัฐ มีที่ตั้งอยู่ในค่ายแบร์แคท
อ.โนนทรัค จว.เบยี นหว่า ซึ่งกำลงั เวยี ดกงในพ้ืนทป่ี ระกอบดว้ ยกำลังประจำถ่นิ ร้อย.ซี 245 และกองโจรประจำ
หมบู่ ้านและตำบลต่าง ๆ รวมประมาณ 200 คน มีขดี ความสามารถในการซุม่ โจมตวี างทุน่ ระเบดิ และกับระเบิด
เพื่อรบกวนกีดขวางการคมนาคมและการสง่ กำลังบำรงุ โจมตีรบกวนด้วย ค. และจรวดต่อที่ตัง้ ทหารของฝ่าย
เรา สามารถผสมผสานการปฏิบัติดังกล่าวเข้ากับลักษณะภูมิประเทศ และจังหวะเวลาเพื่อก่อให้เกิดความ
สูญเสียให้กับฝ่ายตรงข้ามไดม้ ากที่สดุ และยังมีอทิ ธิพลอยูเ่ หนือประชาชนในพืน้ ที่ อ.โนนทรัค นอกจากนี้ยังมี
ขีดความสามารถในการรวมกำลงั รบหลัก ขนาดกองพนั กรม ร.274 ซึ่งหลบซ่อนกระจายกันอยูท่ ่วั พื้นทเ่ี ขตยอ่ ย
ทหารที่ 4 ของเวียดกง เข้าโจมตีที่ตั้งทางทหารที่อ่อนแอได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวจะมีการ
วางแผนและลาดตระเวนอย่างละเอียดรอบคอบเสมอ
กรม อสส.ได้รับมอบภารกิจจาก พล.ร. 9 สหรัฐฯ ให้เสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ อ.โนนทรัค
กวาดลา้ งและทำลายข้าศกึ ในพืน้ ท่ี ตลอดจนเปิดเสน้ ทางคมนาคม และสนบั สนุนโครงการพฒั นาในพน้ื ที่
กรม อสส.ได้ออกแผน ยุทธการนเรศวร เพื่อปฏิบัติตามภารกจิ ที่ได้รับมอบด้วยการวางกำลังในพ้นื ที่
อิทธิพลของข้าศกึ ให้สามารถช่วยเหลอื และสนบั สนนุ กนั และกนั ได้ และจดั กำลังออกกวาดล้างฝ่ายตรงข้าม โดย
มุ่งกระทำในพ้นื ทดี่ า้ นตะวันออกและตะวันออกเฉยี งใตข้ อง อ.โนนทรัค รวมทง้ั พืน้ ที่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้
ตอนใต้ของถนนหมายเลข 319 เพื่อควบคุมพื้นที่ และหมู่บ้านสำคัญในห้วง ต.ค. 10 กรม อสส.ได้ปะทะกับ
ข้าศกึ อย่างหนกั ถึง 7 ครั้ง ตอ่ มาในห้วง พ.ย. 10 กรม อสส.ไดข้ ยายพื้นทีป่ ฏิบัตกิ ารออกไปอย่างกว้างขวาง และ
ทวกี ารปฏบิ ตั กิ วาดลา้ งรนุ แรงยิง่ ขึน้ เพ่อื ทำลายฐานทม่ี ั่นท่ซี ุกซ่อนอาวธุ แหลง่ เสบยี ง และลดอทิ ธพิ ลของข้าศึก
ท่ีมตี อ่ ประชาชนในพื้นท่ี จากการปฏิบตั ขิ องฝา่ ยเรา ทำใหฝ้ ่ายขา้ ศกึ ประสบความยากลำบากในการปฏิบัติการ
และส่งกำลังบำรุง ฝ่ายข้าศึกจึงเพิ่มการปฏิบัติตอบโต้ฝ่ายเรา ด้วยการทำลายถนนสาย 319 ขัดขวางและ
139
ทำลายขบวนส่งสัมภาระเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งโฆษณาชวนเชื่อ และข่มขู่ประชาชนในพื้นที่ อ.โนนทรัค มิให้
สนับสนุนฝ่ายเราตลอดจนระดมยิง ค. เข้ามาที่ตั้งของฝ่ายเราต่าง ๆ อย่างหนัก ซึ่งทำให้ฝ่ายเราเกิดความ
สูญเสียเป็นอันมากเช่นกัน
ต้งั แตต่ น้ ธ.ค. 2510 เปน็ ตน้ ไป ขา้ ศึกซึ่งตกเป็นฝ่ายรับในขณะนั้น ไดม้ กี ารวางแผนเข้าโจมตีต่อฐานที่
ล่อแหลมที่สุดของ กรม อสส.ให้ได้เพื่อลดความรุนแรงจากการปฏิบัติของฝ่ายเรา และเกิดผลทางจิตวิทยาแก่
ประชาชนใน อ.โนนทรัค เหน็ วา่ ขา้ ศกึ ยังมอี ทิ ธิพลอยู่
ภารกิจ
ร้อย อวบ.ที่ 1 กรม อสส. โดยมี พ.ต.ยุทธนา แย้มพันธุ์ เป็น ผบ.ร้อย ได้รับมอบภารกิจให้คุ้มครอง
ความปลอดภัย ถนนหมายเลข 319 และกวาดล้างทำลายข้าศึกในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันมใิ ห้ข้าศกึ แสวง
ประโยชน์จากเส้นทางดังกล่าวในการส่งกำลังบำรุง และมิให้ข้าศึกขยายอิทธิพลในหมู่บ้านฟุคโถ
(PHOUC THO)
การปฏิบตั ิ
เพ่ือปฏบิ ัตติ ามภารกจิ ท่ีได้รับมอบ ร้อย อวบ.ท่ี 1 จงึ ได้ตัง้ ฐานปฏิบัติการถาวรในสวนมะม่วงหิมพานต์
ท่บี ริเวณพิกดั วายเอส 145815 ทางทิศใตข้ องหมบู่ ้านฟคุ โถ ฐานตง้ั คล่อม ถนนสาย 319 (หรอื เรียกอกี ชื่อหน่ึง
ว่า ถนนสายสมเกียรติ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ร.ต.สมเกียรติ ยงประยูร มว.ปล.ที่ 2 ซึ่งเสียชีวิตจากกับระเบิดท่ี
ข้าศึกวางไว้บนถนนสาย 319 เมื่อ ต.ค.2510) ทางทิศเหนือ เป็นสวนของหมู่บ้านฟุคโถ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่
ประชาชนอาศัยอยูอ่ ย่างหนาแน่น ทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงทิศใต้เป็นท้องนา มีหมู่บ้านขนาด
เล็กอยหู่ ่างออกไป ประมาณ 900 เมตร มปี ระชาชนอยู่ไมม่ ากนักสว่ นใหญ่เปน็ หญิงชรา สืบได้ความว่าสนบั สนนุ
ข้าศกึ อยู่อยา่ งลับ ๆ และทางทศิ ตะวนั ตกเป็นพ้ืนที่ป่าทึบและสวนยางพารารกร้าง ร้อย อวบ.ที่ 1 ไดท้ ุ่มเทกำลัง
ปฏิบัติการเปิดเส้นทางสายสมเกียรติอย่างต่อเนื่องด้วยการถากถางป่ายาง 2 ข้างทางแล้ว เผา แม้จะประสบ
การสูญเสียจากทุ่นระเบิดและกับระเบดิ ที่วางดักบนเสน้ ทางเป็นอันมากก็ตาม แต่ก็ได้ทำให้เส้นทางปลอดภัย
ยิ่งขึ้น และลดอันตรายจากการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดบนถนน นอกจากนี้ หน่วยได้ใช้มาตรการพิทักษ์
ประชาชนและทรัพยากรด้วยการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านฟุคโถและใช้กำลังออก ลว. เฝ้าตรวจและซุ่มโจมตี
ตลอดเวลาโดยเฉพาะในเวลากลางคืนซึ่งได้ก่อประโยชน์ในการส่งกำลังบำรุงแก่หน่วยอื่นของฝ่ายเดียวกันใน
พน้ื ทด่ี ้วยการปดิ ล้อมและตรวจคน้ หมู่บา้ นฟุคโถ ได้ทำใหข้ า้ ศึกประสบความยงุ่ ยากในการดำรงชีพอยา่ งหนกั
ในต้น ธ.ค. 2510 แหล่งข่าวในพื้นที่ทั้งหมด ได้รายงานตรงกันว่าฝ่ายข้าศึกได้เตรียมสะสมเสบียงไว้
นอกพื้นที่ปฏิบัติการของ กรม อสส. กับมีความเคลื่อนไหวภายในพื้นที่ ซึ่งเป็นการแสดงว่ามีการเตรียมเข้าตี
ทีต่ ั้งทหารไทยมากขน้ึ โดยไดเ้ ลด็ ลอดเข้ามาตรวจการณ์ และจดั ทำแผนที่สงั เขปภายในที่ตั้งของรอ้ ย อวบ.ท่ี 1
ที่ตั้ง ค. คลังเก็บกระสุน อย่างถูกต้อง มีการลงรายละเอียดความแข็งแรงของที่ม่ันต่าง ๆ ด้วย รวมทั้งไดย้ ังหา
หลกั ฐานของ ค. 82 มม. ตอ่ ฐาน ร้อย อวบ. ไวด้ ้วย
ร้อย อวบ.ที่ 1 และ ร้อย อวบ.อืน่ ๆ ได้ดำเนนิ การเพื่อเตรยี มการโจมตี ดงั น้ี
1. ถากถางพ้ืนที่รอบฐานใหม้ ีพื้นทีย่ ิง และมกี ารตรวจการณด์ ีข้ึน
2. ปรบั ปรุงทม่ี ั่นรอบฐานให้มีความม่ันคงแข็งแรงมากขนึ้ และขุดคูตดิ ต่อสลบั ฟันปลา
140
3. วางเคลยโ์ ม กบั ระเบดิ และพลุสดดุ เพิ่มมากข้ึน
4. เพิม่ อำนาจการยิงใหม้ ากขน้ึ ดว้ ยการเพิม่ จำนวน ปก.
5. ให้ ร้อย ป.กรม อสส. (พ.ต.วฒั นชัย วุฒศิ ริ ิ เปน็ ผบ.ร้อย) ได้ยิงหาหลักฐานตำบลยิงป้องกันรอบ
ที่มั่นตั้งแต่แรกตั้งฐานและตรวจสอบอยู่เสมอ รวมทั้งขอให้ ร้อย ป. ที่สามารถยิงถึง กับ ฮ.ติดอาวุธ (LIGHT
FIRE TEAM)และเคร่อื งบนิ ท้งิ พลสุ อ่ งสวา่ งตดิ อาวธุ (สปุก๊ กี) ของสหรฐั ฯ เตรียมการสนับสนุน
6. เพ่ิมการลาดตระเวน และกวาดลา้ งในพนื้ ทรี่ ับผดิ ชอบ เพ่มิ เวรยามและระมดั ระวังมากย่ิงขึ้นในวันที่
20 ธ.ค. 2510 เมื่อเร่ิมมดื ร้อย อวบ.ที่ 1 ได้จัดกำลัง มว.ปล.ที่ 2 เป็นชุดซุ่มโจมตีออกปฏบิ ัติการป้องกนั ถนน
สายสมเกยี รติตามปกตทิ ่ที างทิศเหนอื ของฐาน กำลังเจ้าหน้าท่ี บก.ร้อย และสทู กรรมไดเ้ ข้าเสริมท่มี นั่ มว.ปล.ท่ี
2 ตามระเบียบปฏิบัติประจำของหน่วย คืนนั้นเป็นคืนเดือนหงาย กำลังพลส่วนที่ไม่มีหน้าที่เวรยามได้เข้า
พกั ผอ่ นหลับนอน
เวลา 2210 ขา้ ศกึ ซ่งึ มกี ำลงั ประมาณ 1 กองพนั เพ่มิ เตมิ กำลงั จาก กรม ร.274 ไดเ้ ขา้ ตี รอ้ ย อวบ.ท่ี 1
โดยระดมยงิ เตรยี มด้วย ค.82 ปก. และอาร์พีจใี ส่ ทก.ร้อย และท่ีตง้ั ค.81 มม.อยา่ งหนักหน่วง ทำให้ทหารได้รับ
บาดเจ็บหลายคนในทันที เสาอากาศวิทยุ อาร์ซี 292 เสียหาย ทำให้รายงาน ทก.กรม อสส.ไม่ได้ไประยะหน่งึ
ส.ต.เสรีเขียวน้ำเงนิ พลวทิ ยุ ได้เส่ยี งออกไปนำเสาอากาศมาเปลี่ยน จึงสามารถติดตอ่ รายงาน ทก.กรม อสส.
ไดใ้ นทสี่ ุด
หลักจากเริ่มระดมยิงเตรียมด้วย ค. 82 มม. แล้ว ข้าศึกได้รุกคืบหน้าเข้าตีฐานที่มั่นระลอกแรกเป็น
3 ทิศทาง ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตรงกับ มว.ปล.ที่ 3 ซึ่งมี ร.ท.วิชัย ขันติรัตน์ เป็น ผบ.มว. ทางทิศ
ตะวันตก เป็นทิศทางหลักตรงกับ มว.ปล.ที่ 2 ซึ่งมี ส.อ.สมมาตย์ น้อยพยัคฆ์ ทำหน้าที่ ผบ.มว. (รอง
ผบ.มว.ทำาการแทน ผบ.มว. นำกำลังออกซุ่มโจมตี) และทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตรงกับ มว.ปล.ที่ 1 ซึ่งมี
ร.ต.สมพงษ์ อาจหาญ เปน็ ผบ.มว. (ไม่อยู่เนื่องจากไปราชการ) ข้าศกึ ไดใ้ ชร้ ะเบิดวงเดือนทำลายลวดหนามหีบ
เพลง ซึ่งมีชั้นเดียวขาดเป็นช่องหลายช่อง และวิ่งเข้าชาร์จ และระดมยิงเข้าใส่ที่มัน่ ร้อย อวบ.ที่ 1 แสงสว่าง
จากพลุสดุด และกระสุน ค.ส่องแสงของ ร้อย อวบ.ที่ 1 ทำให้มองเห็นข้าศึกมีจำนวนมาก และเต็มไปหมด
ทหาร ร้อย อวบ.ที่ 1 ได้ยิงต่อสู้ข้าศึกโดยไม่คิดชีวิต ทหารในแนว มว.ปล.ที่ 2 มีกำลังเพียงครึ่งหมวดยงิ ต่อสู้
ต้านทานอย่างเต็มที่ กำลังข้าศึกส่วนหน้าตรง มว.ปล.ที่ 2 รุกถึงเข้าคูติดต่อ ได้ถูกกำลังพล มว.ปล.ที่ 2 ต่อสู้
ตา้ นทานเตม็ ความสามารถ ทหารบางคนออกจากทก่ี ำบังไปตอ่ สูก้ ับข้าศึกทรี่ กุ คืบหน้าเขา้ ใกล้ท่ีกำบังของตนเอง
อย่างกล้าหาญ และเสียชีวิตพร้อมกบั ข้าศึก บางคนได้ใช้ลูกระเบิดมือขว้างใส่ข้าศกึ ในระยะประชิด ด้วยความ
รว่ มใจกันต่อสู้ต้านทานขา้ ศกึ ทำให้สามารถหยุดข้าศึกไวไ้ ด้ท่ีหน้าคตู ิดต่อ และผลักดนั ให้ข้าศึกส่วนหน่ึงถอยร่น
ไปสแู่ นวท่มี น่ั ของ มว.ปล.ท่ี 3 ทางหมู่ ปล.ที่ 3 กำลังพล หมู่ ปล.ท่ี 3 ไดห้ นั มาตอ่ สตู้ ้านทานข้าศกึ ส่วนนี้ แต่ไม่
ทันเวลาบางส่วนของข้าศึก จำนวน 6 คน ได้เจาะทะลุเข้าไปได้ถึง บก.มว.ปล.ที่ 3 ร.ท.วิชัย ขันติรัตน์
ผบ.มว.ปล.ที่ 3 จึงไดค้ วา้ เอ็ม.16 ออกจากทก่ี ำบังเข้าสกดั ต้านทานชนดิ 1 ต่อ 6 ได้ถกู ขา้ ศกึ ยิงกระสุนถากหัว
คิ้วจนเลือดอาบและไหลลงชุ่มเสื้อผ้า แต่ ร.ท.วิชัยฯ ได้พุ่งเข้ายิงต่อสู้ข้าศึกกลุ่มนั้นจนสามารถสังหาร
ข้าศึกได้ทั้งหมด 6 คน แล้ว ปลย.ได้เกิดขัดลำกล้อง ขณะนั้น ข้าศึกกลุ่มใหญ่เจาะเข้ามาทางนั้นอีก
141
จ.ส.อ.ประยูร พฒุ เิ จรญิ รอง ผบ.มว.ปล.ที่ 3 ไดล้ กุ ออกจากท่ีกำบงั วิง่ ไลย่ ิงขา้ ศกึ กลุ่มนนั้ ร่นถอยกลับไป และ
ขา้ ศกึ สว่ นน้ีได้ถูก มว.ปล.ท่ี 3 ยงิ เสยี ชีวติ ทหี่ นา้ คตู ดิ ต่อเกอื บทงั้ หมด
ส่วนทางดา้ น มว.ปล.ท่ี 3 กำลังพลร่วมกันยิงต่อสแู้ ละดว้ ยการยงิ ฉากของ หมู่ ปกบ. ที่ตัง้ ค้มุ ครองถนน
สายสมเกียรติ ทำให้ข้าศึกยุดชะงักอยู่ที่หน้าคูติดต่อ ต่อมาข้าศึกเหน็ ว่า ไม่สามารถรกุ คบื หน้าไปได้ เนื่องจาก
ปกบ.ของ มว.ปล.ที่ 3 จนกำลังพลท้ังหมู่ไดร้ ับบาดเจบ็ กันทุกคน ผู้ทเ่ี จบ็ สาหัสก็ได้ถูกส่งตัวไปรักษาพยาบาลที่
บก.รอ้ ย ผทู้ ่เี จ็บเลก็ น้อยกไ็ ม่ยอมย่อทอ้ ยิงตอ่ สู้อยา่ งถวายชีวิตด้วย ปกบ. ต้านทานขา้ ศกึ ไปตลอดคืน
ทางด้าน มว.ปล.ท่ี 1 ขา้ ศึกผ่านเข้ามาในฐานไดบ้ างสว่ นเท่าน้ัน เนอ่ื งจากกำลัง มว.ปล.ท่ี 1 ต่อสู้อย่าง
เข้มแข็ง ระหว่างการเขา้ ตีระลอกแรก ผบ.ร้อยได้อำนวยการรบตลอดเวลา สั่งการผ่านวิทยุสนาม “ให้ทหาร
ทุกคนสู้ตาย ผู้กองอยู่ข้างพวกคุณแล้ว” พร้อมกับได้ออกไปอำนวยการรบในแนวหน้าด้วยตนเอง ทำให้ทหาร
ทุกคนมีขวัญ และกำลงั ใจในการต่อสูต้ ่อไป
ขณะที่ข้าศึกเข้าโจมตีในระลอกแรกนั้น ผตน.ป. (ร.ท.กัมพล ผลผดุง) ได้ร้องขอการยิง ป.ส่องสว่าง
และยิงป้องกันฐานให้ ร้อย อวบ.ที่ 1 จาก ร้อย ป.กรม อสส. (พ.ต.วัฒนชัย วุฒิศิริ เป็น ผบ.ร้อย) ทันที
เนื่องจากข้าศึกได้วางแผนโดยรอบคอบจัด ค. ระดมยิงฐานยิงสนับสนนุ ของ ร้อย ป. อย่างหนักหน่วงในเวลา
เดียวกัน เพื่อกดดันไม่ให้ ร้อย ป.ยิงสนับสนุนได้ ซึ่งไดผ้ ล สามารถกดดันพลประจำปนื ใหญ่ให้อยูใ่ นที่กำบังช่ัว
ระยะหนึ่ง แต่ไม่กี่นาที หลังจากนั้นกำลังพล ร้อย ป. ได้แสดงความกล้าหาญท่ามกลางการระดมยงิ ของข้าศึก
ออกจากทีก่ ำบงั ทำการยงิ ปนื ใหญ่ดว้ ยกระสนุ ระเบิดรอบฐาน รอ้ ย อวบ.ที่ 1 อยา่ งหนักหนว่ ง ซึง่ ขณะน้ันขา้ ศึก
ไดเ้ จาะแนวต้านทานเข้ามาในฐานได้แล้ว และผลจากการยิงสนับสนุนด้วยกระสุนส่องแสงอย่างต่อเน่ือง ทำให้
ฝ่ายเราสามารถมองเหน็ ข้าศึก ฝ่ายเราจึงสามารถทำลายและหยุดยั้งการเข้าตีอย่างรุนแรงของข้าศึกในระลอก
แรกได้ อนึ่งจากการระดมยิงฐาน ร้อย ป. ทำให้กำลังพล ร้อย ม.ลว. ซึ่งตั้งอยู่ด้วยกัน จำนวน 2 นายเสียชีวิต
ทันทีขณะทำการยงิ ค.81 มม.ชว่ ยเหลอื รอ้ ย อวบ.ท่ี 1
ในระหว่างที่รอการสนบั สนุนจาก ร้อย ป. ผบ.ร้อย ได้รายงาน ทก.กรม อสส. ทก.กรมฯ จึงได้ขอให้
พล.ร.9 ส่ังให้ ป.สหรัฐฯ ยิงชว่ ยอยา่ งเตม็ ท่ี และร้องขอ ฮ.ติดอาวุธ ใหเ้ ขา้ ทำการยิงปอ้ งกันร้อย อวบ.ท่ี 1 จาก
ทางอากาศอย่างรุนแรงอีกด้วย ซึ่งสามารถมาสนับสนุนได้ภายใน 10 นาที และเครื่องบินสปุ๊กกี ให้การ
สอ่ งสวา่ งสนามรบและยงิ ทำลายขา้ ศึก ในการสนบั สนุน ส.อ.โทมสั โอคอนเนล นายสบิ ติดต่อสหรฐั ได้ประสาน
การสนับสนุนของ ฮ.ติดอาวุธ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ฮ.ติดอาวุธได้ผลัดกันโจมตีต่อข้าศึกทีเ่ คลือ่ นเข้าโจมตี
อย่างไดผ้ ล
ผลจากความร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้ป้องกันอย่างเข้มแข็ง และการประสานการยิงสนับสนุนทำให้
ร้อย อวบ. ที่ 1 สามารถยับยั้งการเข้าโจมตีระลอกแรกของข้าศึกไว้ได้ ผลการปฏิบัติที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ฝ่าย
ขา้ ศึกหมดกำลังใจ แต่กลับรวบรวมกำลงั ใหม่อกี คร้งั หนึ่งใน 202300 ธ.ค. 2510 โหมเข้าตเี ป็นระลอกที่ 2 ทาง
มว.ปล.ที่ 2 อย่างหนักระลอกแล้วระลอกเล่า และพยายามเล็ดลอดนำศพ และผู้ที่บาดเจ็บบริเวณ
แนวลวดหนามกลับออกไป มว.ปล.ที่ 2 ได้ระดมยิงต่อสู้อย่างหนัก และ ผตน.ป.ได้ปรับการยิง ป.ด้วยกระสุน
ระเบิดใหใ้ กลฐ้ านเขา้ มาอีก ทำใหข้ า้ ศึกไมส่ ามารถเข้าถงึ คูติดต่อได้อีกเลย
142
เมื่อ 202330 ธ.ค.2510 ผบ.ร้อย เห็นว่าแนวต้านทานของ มว.ปล.ที่ 2 อาจไม่แข็งแรงพอจึงสั่งให้ชุด
ซุ่มโจมตีของ มว.ปล.ที่ 2 กลับเข้าฐานทางทิศตะวันออกของถนนสายสมเกียรติ เข้าทางเหนือของฐานด้าน
มว.ปล.ที่ 3 จึงได้ประสานกบั ฮ.ติดอาวุธ, รอ้ ย ป. และ มว.ปล.ที่ 3 ใหท้ ราบเพ่ือป้องกนั มิให้เปน็ อันตรายแก่ชุด
ซมุ่ โจมตีดังกล่าว ระหวา่ งการตฝี า่ เขา้ มาอย่างห้าวหาญแตร่ ะมัดระวงั ชุดซมุ่ โจมตีได้ปะทะกับกำลังข้าศึกซ่ึงอยู่
ในสภาพที่เสียขวัญ เนื่องจากถูกอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายไทยระดมยิงอย่างรุนแรงทั้งภาคพื้นดินและทาง
อากาศ และกำลังพยายามลากผูบ้ าดเจ็บถอนตัวออกจากท่ีรบ การปะทะได้รุนแรงจนถงึ ขัน้ ใชล้ ูกระเบิดมือใน
ระยะประชดิ จนฝา่ ยขา้ ศกึ เสียชวี ติ ลง 10 คนและลา่ ถอยหลบหนีไป ชดุ ซมุ่ โจมตจี งึ กลบั เข้าฐานไดโ้ ดยปลอดภัย
ทกุ คน และเขา้ เสรมิ แนวต้านทานของ มว,ปล.ท่ี 2 ทันที
เมื่อ 210100 ธ.ค.2510 ฮ.ติดอาวุธ ขอบินกลับไปเติมน้ำมันและเพิ่มเติมกระสุนจึงเป็นหน้าที่ของ
เครื่องบิน สปุ๊กกี และ ร้อย ป. ในการส่องสว่างสนามรบ และยิงป้องกันฐานให้ ร้อย อวบ.ที่ 1 ต่อไป เมื่อ
210300 ธ.ค. 2510 ขา้ ศกึ ลดการยิงลงมาก มคี วามเคลอื่ นไหวแสดงให้เหน็ ว่ากำลงั เร่ิมถอนตวั ผบ.รอ้ ย จึงสั่ง
การให้ระดมยิงกดดันข้าศึกอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเร่งให้ปรากฏชัยชนะโดยเร็ว ผบ.ร้อยได้สั่งให้รถสายพาน
ลำเลียงพลประจำกองร้อย จำนวน 2 คัน ระดมผู้อาสาสมัครเข้าประจำรถออกปฏิบัติการตีโต้ตอบและไล่
ติดตามทางทศิ ตะวนั ตกเฉยี งใต้ของฐานเพือ่ ขม่ ขวญั ขา้ ศกึ แม้จะเปน็ การเส่ียงก็ตาม ขณะเดียวกันกไ็ ดใ้ ห้ รอ้ ย ป.
เล่ือนฉากการยงิ ออกไปทแี่ นวป่าเพื่อทำลายและสกัดกัน้ การถอนตัวของข้าศกึ พร้อมกันน้ีได้แจ้งให้ ฮ.ติดอาวุธ
และเคร่ืองบนิ สปกุ๊ กี ทราบโดยผ่านนายสิบติดต่อสหรัฐ ชุดรถสายพานลำเลียงพล มนี ายสบิ ตดิ ต่อสหรัฐร่วมไป
ดว้ ย ชุดรถสายพานลำเลียงพลไดไ้ ล่ยงิ ข้าศึกทีก่ ำลังถอยอย่างกลา้ หาญ ซ่งึ ข้าศึกพยายามตอบโต้ต้านทานอย่าง
รุนแรง จนถงึ เวลา 210400 ธ.ค.2510 จงึ ได้ถอนตวั กลับทต่ี ัง้ โดยปลอดภัย ชดุ สายพานลำเลียงพลได้รายงานว่า
ได้ตรวจการณ์พบข้าศึกเสียชีวิตตามรายทางและชายป่าเป็นจำนวนมาก ข่าวดังกล่าวได้ทำให้กำลังพล
ร้อย อวบ.ที่ 1 มีขวัญดีขึ้น และ ผบ.ร้อยได้สั่งการให้ระดมยิงข่มข้าศึกออกไปตลอดแนว เพื่อป้องกันขา้ ศึกมา
เก็บศพกำลังพลที่เสียชีวิตกลับไปและในระหว่างนี้ได้มีการซ่อมบำรุงอาวุธ ลำเลียงกระสุนเพิ่มเติม บ้างก็ชง
กาแฟแจกเพื่อนบา้ ง สำหรับฝา่ ยข้าศึกยงั คงระดมยิงเขา้ มาในฐานนาน ๆ ครง้ั
ระหว่างการสู้รบดำเนินไปอย่างรุนแรง นายสิบพยาบาล ของ มว.ต่าง ๆ ทำงานอย่างหนักเข้า
รักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุกนายแล้ว ยังต้องลำเลียงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมารวมกันที่ ทก.ร้อย เพื่อ
เตรยี มสง่ กลบั โดย ฮ.พยาบาล ( DUST OFF) ในระหว่างที่รอใหข้ ้าศกึ ยิง ค.เบาบางลง และรอ ฮ.พยาบาลมารับ
พ.ต.ยุทธนา แยม้ พันธุ์ ไดค้ อยปลุกปลอบใจให้คนเจ็บที่ท้อแท้มีกำลังใจทนพิษบาดแผลต่อไปอกี ระยะหนงึ่ เม่ือ
ฮ.พยาบาล ลงมารบั ณ สนาม ฮ. นายสิบพยาบาล นายสบิ ตดิ ต่อสหรฐั และผูท้ ี่บาดเจบ็ นอ้ ยกวา่ ไดช้ ่วยกันพยุง
คนที่เจบ็ หนักไปขึ้น ฮ. ทา่ มกลางการระดมยงิ ของข้าศึกได้สำเร็จ
เมื่อ 210500 ธ.ค. 2510 ข้าศึกไดเ้ ปดิ ฉากระดมยิงด้วย ค.อย่างประปรายทางชายป่าทางทิศตะวันตก
ของฐาน แสดงให้เห็นว่าข้าศึกยิงเพื่อกำบังการถอนตัว พ.ต.ยุทธนา แย้มพันธุ์ จึงสั่งให้ ผตน.ป. และนายสิบ
ติดต่อสหรัฐแจ้ง ป. และ ฮ.ติดอาวุธ เข้าทำลายที่ตั้ง ค.ข้าศึก ซึ่งสามารถสงบการยิง ค.ของข้าศึกได้ ต่อมา
เครือ่ งบนิ สปุก๊ กี และ ฮ.ตดิ อาวุธ ไดข้ อจบภารกจิ หน่วย ป.ได้สงบการยงิ แต่พรอ้ มสนับสนุนหากมีสถานการณ์
รุนแรงข้ึนอีก เวลา 210530 ธ.ค. 2510 การรบยุตลิ ง
143
ผลการสู้รบ
ฝ่ายเรา ฝ่ายข้าศึก
เสยี ชวี ติ 4 นาย เสียชีวิต 95 ศพ
บาดเจ็บสาหัส 2 นาย ลากศพไป 90 ศพ
บาดเจ็บเลก็ นอ้ ย 13 นาย บาดเจ็บ 80 คน
ยึดยทุ โธปกรณไ์ ดเ้ ปน็ จำนวนมาก ถูกจับเป็นเชลย 2 คน
วเิ คราะหผ์ ลการปฏิบัตขิ องทง้ั สองฝา่ ย
การที่ ร้อยอวบ.ที่ 1 มชี ยั ชนะข้าศึกในการรบครั้งน้ี ถือเปน็ ชยั ชนะคร้ังที่ยง่ิ ใหญท่ ีส่ ุดของ กรม อสส.ใน
สมรภมู เิ วยี ดนามใต้ ความสำเร็จของการรบที่ฟุคโถในครั้งน้ี เกิดจากปัจจัย 5 ประการ คือ
1. ความร่วมมือกันด้วยความเสียสละ อดทน กล้าหาญ ของทุกฝ่าย จะเห็นได้ว่าในการรบครั้งนี้
ทหารทุกคนของหน่วยได้ปฏิบัติหน้าที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่เห็นแก่ชีวิต ความเหน็ดเหนื่อย หรือย่นย่อ
ท้อถอยกับกำลงั ข้าศกึ ท่ีเหนอื กวา่ มากมายหลายเทา่
2. ใช้หลักการระวังป้องกัน ร้อย อวบ.ที่ 1 ได้เตรียมการระวังป้องกันฐานไว้อย่างแข็งแรงและ
รอบคอบ ด้วยการเตรียมพนื้ ยิงและพน้ื ตรวจการณ์ การกำหนดท่ตี ัง้ ปกบ.ตรงกบั ทิศทางเขา้ ตีข้าศึก การเตรียม
ตำบลยงิ ปอ้ งกนั ตนเองของ ป.ของไทย และสหรัฐ รวมทั้ง การเตรยี มสนับสนนุ ด้วย ฮ.ติดอาวุธและเครอื่ งบินท้ิง
พลุส่องสว่าง (สปุ๊กกี) ซึ่งทำให้สนามรบสว่างไสวเหมือนกลางวัน ฝ่ายเราซึ่งอยู่ในที่กำบังจึงได้เปรียบข้าศึกท่ี
กำลงั เข้าตี
3. ใช้หลักการออมกำลัง ร้อย อวบ.ที่ 1 ได้อาศัยที่กำบังไดเ้ สริมความแข็งแรงปอ้ งกันการระดมยงิ
จาก ค.และอาร์พีจีของข้าศึก ในช่วงต้นของการเข้าตีได้ ทำให้สูญเสียเพียงเล็กน้อย ซึ่งข้าศึกเคยทำลายกอง
ทหารของฝ่ายสัมพันธมิตรมาแล้วด้วยวิธีน้ีได้ เนื่องจากกำลังพลส่วนใหญส่ ูญเสียไปกับการระดมยิงเตรียมชุด
แรกของข้าศึก และฝ่ายเราได้ออมกำลังโดยใช้ ค., ป., ฮ.ติดอาวุธ และเครื่องบินทิ้งพลุส่องสว่างร่วมกันอย่าง
มปี ระสทิ ธภิ าพ
4. ใช้หลักการดำเนินกลยุทธ์และการจู่โจม การถอนกำลังชุดซุ่มโจมตีกลับเข้าฐาน และการใช้
รถสายพานลำเลียงพลออกตีโต้ตอบ นับเปน็ การดำเนนิ กลยทุ ธ์อยา่ งกล้าหาญ และจู่โจมเหนอื ความคาดหมาย
ทำให้ข้าศึกขวัญเสีย และระส่ำระสายหนักยิ่งขึ้น จึงไม่สามารถต้านทานได้ และถอนร่นหลบหนีไปและการ
ดำเนินกลยุทธ์ด้วยการยิง ป. และ ฮ.ติดอาวุธ ทั้งยิงสกัดหน้า ทำลายการรุกและการดำเนินกลยทุ ธ์ของข้าศกึ
รวมทง้ั ยิงสกดั หลงั ขัดขวางการถอนตัวของข้าศึกอยา่ งไดผ้ ล
5. ขวัญและกำลังใจ ฝ่ายเรามีความมั่นใจในอนุภาพของอาวุธซึ่งดีกว่าข้าศึก ทั้งมีปริมาณเพียง
พอทีจ่ ะตอ่ สูก้ ับข้าศึกได้อย่างรนุ แรงและตอ่ เน่อื ง จนกวา่ จะไดช้ ยั ชนะ มคี วามเช่ือมนั่ และศรัทธาในตัวผู้นำคือ
ผบ.ร้อย และ ผบ.มว. ทท่ี ำใหท้ หารทกุ คนเชื่อมน่ั วา่ จะไดร้ ับชัยชนะและปลอดภัย รวมท้ัง เชื่อมั่นในระบบการ
ส่งกลับที่รวดเร็วที่มัน่ ใจวา่ ขึ้น ฮ.พยาบาลได้แล้วจะไม่เสียชีวิต ทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ฝ่ายเรามีขวัญและ
กำลงั ใจดกี วา่ หรือเหนอื กวา่ ฝ่ายขา้ ศึก
144
การปฏิบัติของฝ่ายเวียดกง ซึ่งใช้กำลังจำนวนมากเข้าโจมตีที่ตั้งฝ่ายเรา สามารถวิเคราะห์ผลการ
ปฏบิ ัตไิ ดด้ ังน้ี
1. เปน็ การปฏิบัตเิ ชงิ รกุ ของฝ่ายเวยี ดกง โดยมคี วามมงุ่ หมายท่จี ะเรยี กศรัทธาและการสนับสนุนจาก
ประชาชนในพืน้ ทก่ี ลับคืนมา เนอ่ื งจากฝ่ายเวยี ดกงถูกกดดันใหเ้ ป็นฝา่ ยรบั มาโดยตลอด
2. ใช้การรวมกำลังเข้าปฏิบัติการได้อยา่ งหนุนเน่ืองและจู่โจม โดยมีการเตรียมการด้านการข่าวเปน็
อยา่ งดี จะเหน็ ไดจ้ ากการวางแผนเข้าตีได้อย่างประณีตดว้ ยการใช้กำลังเป็นระลอก ภายใต้การยงิ สนับสนุนของ
อาวุธวถิ ีโคง้ การเลือกเวลาปฏิบตั ิการในตอนกลางคนื แสดงใหเ้ ห็นว่าฝา่ ยข้าศึกจะต้องผา่ นการฝึกและมีวินัยใน
การปฏิบัตพิ อสมควร
3. อย่างไรก็ดี ความด้อยกว่าในด้านอำนาจการยิง, ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ และการ
สนับสนุนทางอากาศน่าจะเป็นปจั จัยสำคัญทีท่ ำให้ฝ่ายข้าศึกเป็นฝ่ายเข้าตีไม่สามารถเอาชนะกำลังฝ่ายเราซ่งึ
เปน็ ฝ่ายตง้ั รบั ได้
บทเรยี นจากการรบ
1. ในสภาวะสงคราม การติดต่อสอื่ สาร คอื หวั ใจของการรบ หนว่ ยทหารจะต้องวางข่ายการส่ือสาร
ภายในหน่วยให้พอเพียงที่สามารถทดแทนกันไดท้ ั้งระบบโทรศัพท์สนามและวทิ ยสุ นามสิ่งทีส่ ำคญั ที่สุดคอื การ
ตดิ ต่อส่ือสารกับหน่วยเหนือ และหนว่ ยท่ีจะสามารถใหก้ ารสนับสนนุ ได้เป็นอันดับแรก โดยหน่วยเหนือจะเป็น
ผ้ปู ระสาน และรอ้ งขอการสนับสนุนหน่วยต่าง ๆ ไดท้ นั ทว่ งทีและมีประสิทธภิ าพมาก
2. การยิงสนับสนนุ ท่แี ม่นยำและทนั เวลา เปน็ หัวใจของการรบในสงครามทกุ ชนดิ ทใ่ี ชก้ ำลัง
3. ความสามารถของอาวธุ ประจำกาย ซงึ่ แมจ้ ะได้รบั การดแู ลรกั ษาอย่างดีตลอดเวลา แตเ่ มื่อต้องทำ
การยงิ อย่างตอ่ เน่อื งผา่ นไประยะหนึ่งก็มักจะเกิดการขดั ลำกล้องซงึ่ อาจจะทำใหก้ ำลังพลตกอย่ใู นภาวะวิกฤตได้
ดงั น้นั การเลือกจัดหาอาวุธประจำกายจงึ เป็นประเด็นทจี่ ะต้องพิจารณาอย่างไตรต่ รองและรอบคอบอย่างท่ีสุดซ่ึง
อาจก่อให้เกดิ ผลแพช้ นะในการรบแต่ละครั้งในอนาคต
4. การสร้างทกี่ ำบงั ถาวรทแี่ น่นหนาทำใหเ้ ป็นทีก่ ำบงั ช้นั ตน้ ไดด้ ีจากการยงิ เตรยี มด้วย ค. และอาร์พีจี
ของข้าศึก แต่เมอื่ ขา้ ศกึ เคล่ือนท่ีผ่านแนวลวดหนามเข้ามา แล้วจะตอ้ งรีบออกจากที่กำบังทันทีเพื่อป้องกันการ
สญู เสยี จากการโจมตดี ้วยอาวุธอาร์พจี ี แนวคูตดิ ต่อท่ขี ุดสลบั ฟนั ปลา จะใช้ในการกำบังสะเกด็ ระเบดิ ไดด้ ี แนวคู
ติดต่อควรทำช่องไว้วางวัตถุระเบิดเพื่อสามารถหยิบมาใช้ทำการต่อสู้ได้ทันที และพื้นคูติดต่อควรมีไม้รองไว้
เพือ่ ใหเ้ กดิ ความคล่องแคลว่ ในการเคลื่อนที่
5. การเลือกที่ตั้ง โดยใช้ลักษณะภูมิประเทศให้เป็นประโยชน์ โดยให้ด้านหนึ่งติดป่าชายเลนที่มีน้ำ
ท่วมขังป้องกันการใช้เป็นฐานออกตีของข้าศึก และป่ามะม่วงหิมพานต์ทางทิศตะวันตกของฐาน เป็นที่กำบัง
และบงั การตรวจการณ์จากข้าศึกได้เป็นอยา่ งดี จึงทำใหฝ้ า่ ยเราวางน้ำหนกั การต้งั รบั ได้อย่างเหมาะสมด้วย
6. การสะสม สป.5 ไว้ให้เพียงพอสำหรับการสู้รบอย่างหนักได้ต่อเนื่อง จะเพิ่มโอกาสความอยู่รอด
ใหห้ น่วย
145
การรบทล่ี อ๊ กแอน คร้งั ท่ี 1 พ.ศ. 2512
กลา่ วทว่ั ไป
ในห้วง มี.ค. 2512 เวียดกง (ข้าศึก) ได้สิ้นสุดการปฏิบัติตามแผนรุกใหญ่ในเทศกาลขึ้นปีใหม่
(TET OFFENSIVE PLAN) และกำลังเตรียมการสำหรับการรุกใหญ่ในฤดูใบไม้ผลิต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความ
สญู เสีย โดยเปลยี่ นแปลงยุทธศาสตร์และยุทธวิธีให้เป็นฝ่ายผูกปญั หาให้ฝา่ ยเราแก้ตลอดเวลา ในเขตย่อยทหารที่ 4
ซึ่งเป็นที่ตั้งของ พล.อสส.ฝ่ายข้าศึกยังมีอิทธิพลในหมู่บ้านชนบทและเส้นทางคมนาคม รวมทั้งมีเสรีในการ
รบกวนท่ตี ง้ั ทหาร และเสน้ ทางส่งกำลงั บำรงุ ของฝ่ายเรา โดยการใช้กำลังเขา้ ซมุ่ โจมตี และกอ่ วนิ าศกรรม ควบคู่
กับการโฆษณาชวนเชอ่ื นอกจากนฝี้ า่ ยตรงขา้ มยังสามารถรวมกำลังขนาดกองพันเพิ่มเติมกำลงั เข้าปฏิบัติการได้
ภายในระยะเวลาอนั ส้นั ในพืน้ ทซ่ี ึ่ง พล.อสส. รบั ผดิ ชอบ
ร.1 พล.อสส.ผลดั ท่ี 1 ได้รับคำสั่งจาก ผบ.พล.อสส.ใหร้ บั ผิดชอบเข้าปฏิบัติการในพืน้ ท่ปี ฏบิ ตั ิการเสนา
เพือ่ ค้นหา ทำลายกำลงั เวียดกง ร.274 พัน.2 ซึง่ ตง้ั อย่บู ริเวณทางทศิ ตะวนั ออกเฉยี งใตข้ องพ้ืนท่ีปฏิบัตกิ ารเสนา
และกำลังประจำถน่ิ ในพน้ื ท่ี ตัง้ แต่ 3 ธ.ค.2511 – 31ม.ี ค.2512
ร.274 เป็นกำลังรบหลักของกองทัพปลดปลอ่ ย ประจำเขตย่อยทหารท่ี 4 ปกติจะจรยทุ ธ์ไปมาอยา่ ง
เสรภี ายในพ้นื ทอี่ ทิ ธพิ ล การปฏิบตั มิ ักจะใชก้ ำลงั เป็นกลุ่มก้อน และปฏิบตั ิอยา่ งมีแผนแนน่ อนโดยหวังผล
แตกหกั เดด็ ขาด กำลงั ร.274 ยังมีขดี ความสามารถในการแฝงแทรกซมึ ปะปนอยูก่ บั ประชาชนเปน็ ส่วนใหญ่
ทำใหย้ ากตอ่ การสถาปนาความมนั่ คงในหมบู่ า้ นและตำบลของฝา่ ยเรา จากการที่ฝ่ายเราได้ใชก้ ำลังออก
ลาดตระเวนคน้ หาและทำลาย รวมทั้งสกดั กน้ั ปดิ ล้อมหมบู่ ้านตา่ งๆทเ่ี ปน็ แหลง่ สะสมเสบยี งอาหารของฝา่ ย
เวียดกง ทำให้เวียดกงประสบความยากลำบากยากยงิ่ ข้ึน
ภารกจิ
ร.1 พัน.3 พล.อสส. ได้รับมอบภารกิจจาก ผบ.ร.1 พล.อสส. ให้ค้นหา และทำลายข้าศึกในพื้นท่ี
ปฏิบัติการ “เสนา” และป้องกันมิให้ข้าศึกใช้ประโยชน์จากแหล่งส่งกำลังบำรุงในหมู่บ้านบินห์สัน
หมู่บา้ นล๊อคแอน และหมบู่ า้ นอื่นตามถนนสาย15 ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2511-31 ม.ี ค. 2512
การปฏบิ ัติ
เมื่อได้รับมอบภารกิจ ร.1 พัน.3 (พ.ท.เด่นชัย บุญงาม เป็น ผบ.พัน) ได้จัดกำลัง ร้อย อวบ.ที่ 1,
ร้อยอวบ.ที่ 2 พร้อมบก.พัน และ ร้อย สสก. ไปตั้งฐานปฏิบัติการชั่วคราวทางทิศใต้ของหมู่บ้านล็อคแอน
บรเิ วณพิกัด วายเอส 167915 ซงึ่ ตั้งห่างคา่ ย แบรแ์ คท ทางทิศใตป้ ระมาณ 10 กม. กองร้อย อวบ.ท่ี 3 ต้ังฐาน
ปฏิบัติการ ณ หมู่บ้านไท้เทียนพิกัด วายเอส 220790 และกำลังที่เหลือพร้อม ณ ที่ตั้งปกติในค่ายแบร์แคท
อ.โนนทรคั จว.เบยี นหว่า
ในการตั้งฐานปฏิบัติการ ร้อย อวบ.ที่ 1 (ร.อ.บุญเรือง สุขศรี เป็น ผบ.ร้อย) วางกำลังรับผิดชอบ
ทางด้านเหนือ ร้อย อวบ.ที่ 2 (ร.ท.ไพรัช เข้มขัน เป็น ผบ.ร้อย) วางกำลังทางด้านใต้โดย ทก.พัน.และ
ร้อย สสก. ตั้งตรงกลางคล่อมเส้นทางลำลองสายหมู่บ้านล็อคแอน – ป่ายางบินหส์ ัน ภูมิประเทศทางทศิ เหนอื
เปน็ สวนยางทางทิศตะวนั ออกเป็นสวนยางขนาดใหญ่ทางทิศใต้ติดกับฐานเปน็ ป่าละเมาะไกลออกไปเป็นป่าทึบ
146
คน่ั ด้วยลำธารนำ้ เล็กนำ้ ไหลตลอดปี ทางทศิ ตะวันตกเปน็ หมู่บา้ นล๊อคแอน ร้าง ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร
ทางทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือ มีปา่ ละเมาะเล็กๆ
ร.1 พนั .3 ได้ปรับปรงุ ท่ตี งั้ อยา่ งต่อเนื่อง โดยวงนอกได้ถากถางพ้ืนยงิ และพ้นื ตรวจการณ์ต้ังแต่แรกเข้า
ที่ตั้ง การวางลวดหนามหีบเพลงขวางเส้นทาง ได้วางไว้ เบาบาง เนื่องจากเกิดการขาดแคลน แต่ได้วางพลุ
สะดุดเคลย์โม และ ท่นุ ระเบิดดดั แปลงจาก ค. 81 มม. ไว้เป็นจำนวนมาก ฝังไว้ข้างหลังบริเวณทข่ี า้ ศึกอาจจะใช้
กำบงั ระหวา่ งเข้าโจมตี แลว้ หมายตำแหน่งไวเ้ ตรียมจุดระเบิดเมอ่ื ตอ้ งการ
หนว่ ยมกี ารวางและปรับตำบลยิงป้องกนั ตนเองของ ป.จากฐานยิงเกร์ย (หมบู่ ้านบนิ ห์สนั ) และฐานยิง
ตาก(หม่บู ้านฟคุ เทียน) ตามแนวปอ้ งกนั โดยรอบ กับจดั ทำทีก่ ำบงั เปิดดว้ ยการขุดหลมุ บุคคลเปดิ นอนยงิ -นั่งยิง
เสริมความแข็งแรงด้วยกระสอบทราย มีการขุดคูติดต่อเชื่อมต่อที่กำบังลึกพอคลานได้ ที่ตั้ง บก.ต่าง ๆ เสริม
การป้องกันการระดมยิงจาก ค. และอาร์พีจี โดยใช้แผ่นเหล็กปูทับด้วยกระสอบทรายเปิดช่องให้ขึ้นไปตรวจ
การณ์ได้ และ มว.ค.81(-) ป้องกันด้วยกระสอบทรายอยา่ งแนน่ หนา และไดส้ ะสม สป. 5 อย่างต่อเน่อื ง
ตั้งแต่เขา้ ประจำฐานปฏิบัติการ ร.1 พนั .3 ไดจ้ ัดกำลงั ออกลาดตระเวนกวาดล้าง ทำลายข้าศึกในพ้ืนท่ี
รบั ผิดชอบอยา่ งต่อเน่อื ง และในเวลากลางคืนได้จัดกำลังระดับ มว.ค.81 (-) ออกซมุ่ โจมตตี ามเส้นทางที่คาดว่า
ขา้ ศึกใช้เข้าออกหมูบ่ ้านตา่ ง ๆ ซึง่ ไดป้ ะทะกับข้าศึกหลายครัง้
ส่งิ บอกเหตทุ ีบ่ อกช้ีวา่ ข้าศึกจะโจมตี ร.1 พัน.3 ไดแ้ ก่ ชาวบา้ นทเ่ี ดินทางผ่านฐานออกไปกรีดยางในป่า
ยางเป็นจำนวนมาก แต่กลับเข้าบา้ นน้อย ผบ.ร.274 พัน.3 ของเวียดกง เสียชีวิตเนื่องจากถูกฝ่ายเราซุ่มโจมตี,
กลางคืนมีความเคล่อื นไหวในหม่บู ้านล็อคแอนร้างบ่อยครั้ง และมีข่าวความเคล่ือนไหวของข้าศึกเป็นกลุ่มก้อน
บริเวณนอกพื้นที่ปฏิบัติการเสนาเป็นระยะ ๆ อย่างไรก็ตาม ร.1 พัน.3 ก็ได้เตรียมรับการโจมตีของข้าศึก
ตลอดเวลาโดยไมป่ ระมาท
เมื่อ 151900 มี.ค.2512 ร.1 พัน.3 (ขณะนั้นมี ร.อ.เฉลิมชัย หิรัญอาจ ตำแหน่ง ผช.ฝอ.3 ทำหน้าท่ี
ผบ.พัน) ไดจ้ ดั กำลังออกซมุ่ โจมตีนอกฐานปฏิบัตกิ ารตามปกติ เวลาประมาณ 160200 มี.ค.2512 เกดิ พลุสะดุด
แตกทาง ร้อย อวบ.ที่ 1 มีเสียงนกกระแต้แว้ดร้องกระชั้นอยา่ งผิดปกติ ร.อ.เฉลิมชัยฯ จึงสั่งการให้ทุกหน่วย
ระวงั ตวั และให้ตรวจการณ์ไปข้างหนา้ กำลงั พลในแนวทก่ี ำบงั ไดใ้ ชเ้ คร่อื งยิงลูกระเบดิ เอม็ 79 ยิงตรวจสอบจุด
ทีพ่ ลุสะดดุ แตก ต่อมามีเสียงเคาะไมไ้ ผ่ (เพือ่ ส่งสัญญาณความพร้อม) ดังขน้ึ เปน็ จดุ ๆ ก็ไดย้ ิงตรวจสอบออกไป
เสียงได้เงยี บไป และต่อมาไดด้ งั เป็นระยะ ๆ จนกระทง่ั ดงั รอบฐาน อนั แสดงว่าขา้ ศกึ พรอ้ มรอเวลาเข้าโจมตีแล้ว
ซ่ึงกำลงั พล ร.1 พนั .3 ได้พรอ้ มรบั การเข้าตีแลว้
เมอื่ 160215 มี.ค.2512 ร.274 พัน.2 เพิม่ เตมิ กำลงั ด้วย 1 มว.จู่โจม (SAPPER) และ 2 มว.ค.82 มม.
เขา้ ตีฐานปฏิบตั กิ ารของ ร.1 พนั .3 ด้วยการเปิดฉากยงิ เตรยี มด้วย ค.82 มม., ค.60 มม. และจรวดอาร์พจี ี อยา่ ง
หนกั หน่วง หลังจากนนั้ ได้ใชก้ ำลงั เขา้ โจมตเี ปน็ 3 ทศิ ทาง คอื ด้านทศิ เหนอื ทิศใต้ และทศิ ตะวนั ตกเฉียงใต้โดย
ทางทิศใต้ เปน็ ทศิ ทางหลัก หนว่ ยจู่โจมไดโ้ ถมเขา้ มาไดก้ ่อน และกำลังสว่ นอน่ื โถมเขา้ โจมตีเป็นระลอก ๆ อย่าง
ตอ่ เนื่องท่ามกลางพลุสะดุดท่ีสว่างข้ึน และกระสนุ ค.81 มม. สอ่ งสวา่ ง ซึ่งฝา่ ยเราไดย้ ิงออกไปบริเวณหน้าแนว
ข้าศึกได้ระดมยิงไปยังที่กำบังต่าง ๆ โดยเฉพาะที่ตั้ง ปก.เอ็ม 60 ของฝ่ายเราซึ่งถูกกำหนดเป็นที่หมายไว้
ล่วงหนา้ แล้ว เป็นผลใหฝ้ า่ ยเรามกี ารสูญเสียในขัน้ ตน้ คอื มผี ู้เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บอีกจำนวนหน่งึ
147
ร.1 พัน.3 ในทันทีที่ถูกโจมตี ได้รายงาน ทก.ร.1 สน. ที่ตั้งอยู่ในฐานยิงสนับสนุนเกร์ยทราบ และได้
ยับยั้งและผลักดันข้าศึกด้วยอำนาจการยิงจากที่มั่นที่กำบังตั้งรับวงรอบรอบอย่างเหนียวแน่น ตามแผนระวัง
ป้องกันในขั้นต้น ด้วยอาวุธประจำกาย ปกบ.และ ค.81 มม. และขอการยิงป้องกันฐานด้วยกระสุนระเบิดและ
กระสุนส่องแสงจากฐานยิงเกร์ย และตาก ตามแผนทันที แสงสว่างจากพลุสะดุด และกระสุนส่องแสงของ
ค. และ ป. ที่ยิงอย่างต่อเนื่องนั้นสว่างดังกลางวัน ทำให้สามารถเห็นข้าศึกในที่โล่งได้อย่างชัดเจน การยิง
ตา้ นทานขา้ ศึกของฝ่ายเราจงึ ได้ผล ทำใหส้ ามารถสกัดกน้ั การเจาะของข้าศึกอย่างได้ผล ในระหว่างน้ัน ฐานยิง
สนับสนนุ เกรย์ และตากก็ได้ถูกขา้ ศึกระดมยงิ ดว้ ย ค. เปน็ ระยะ ๆ ดว้ ย ทำให้ ป.พล.อสส. ต้องจัดให้ ป.155 มม.
จากค่ายแบรแ์ คท ระดมยงิ สกัดกัน้ วงนอกเพ่มิ เตมิ ให้ ร.1 พัน.3 อกี หนว่ ยหน่ึง
แต่ขา้ ศกึ ยังคงระดมยงิ ค. กดดันฝ่ายเราตลอดเวลา และได้เข้าหนนุ เน่ืองโจมตีระลอกที่ 2 อย่างรนุ แรง
ความรุนแรงของการเข้าตีครั้งนี้ ทำให้ข้าศึกรุกคืบคลานเข้าใกล้แนวที่มั่นของฝ่ายเราทีละน้อยอย่างช้า ๆ
ผตน.ป. จึงได้ปรับระยะการยิงสนับสนุนของ ป.ลงเพื่อพยายามสกัดกั้นการรุกคืบหน้าของข้าศึกจนเหลือ
ระยะห่างจากฐานทม่ี น่ั เพียง 100 ม. จนมีสะเก็ดบางช้นิ ตกเขา้ มาภายในแนวท่ีมั่น ทำใหส้ ามารถสกัดกั้นข้าศึก
ได้ผลชั่วขณะหนึ่ง แต่ข้าศึกในระลอกต่อไปยังคงหนุนเนื่อง รุกคืบหน้าเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่องและได้เปลี่ยน
ยุทธวิธีพยายามเข้าเกาะแนวที่มั่นของฝ่ายเราต่ำกว่า 100 ม. ลงมา และระดมยิงต่อสู้ฝ่ายเราอย่างหนัก
เนื่องจากไม่สามารถลดตำบลยงิ ของ ป.ให้ต่ำกวา่ นไ้ี ด้อีกแลว้ เพราะจะเปน็ อันตรายแก่ฝ่ายเดยี วกัน ดงั นน้ั ข้าศึก
บางสว่ นจงึ ได้รุกเข้ามาถึงระยะประชิด จนถงึ ขนั้ กวา้ งลูกระเบิดมือต่อส้กู นั กำลงั พลฝา่ ยเราได้รับบาดเจ็บมาก
ขึน้
จากการที่ได้เลื่อนฉากการยิงป้องกันใกล้ท่ีมัน่ วงรอบเข้าไปทุกที และเห็นว่า อาจเป็นอนั ตรายต่อฝ่าย
เดียวกัน ร.อ.เฉลิมชัยฯ จึงได้ขอรับการสนับสนุนชุด ฮ.ติดอาวุธ (LIGHT FIRE TEAM) จากกองทัพสนามที่ 2
สหรัฐ ผา่ น ทก.ร.1 ชุด ฮ.ติดอาวธุ ได้มาสนบั สนุนภายในเวลาประมาณ 10 นาที โดยการประสานท่ีต้ังฝ่ายเรา
และทต่ี ั้งเป้าหมายของนายสบิ ตดิ ต่อสหรฐั ชดุ ฮ.ติดอาวธุ ไดผ้ ลดั กนั โจมตีตอ่ ขา้ ศึกอยา่ งหนกั หน่วงและต่อเนื่อง
จนสามารถหยุดยั้งข้าศึกได้และลา่ ถอยกลบั ออกไปในท่ีสดุ ระหว่างที่ ฮ.ติดอาวุธโจมตีข้าศึก ทก.ร.1 พัน.3 ได้
ขอให้ ป. หยุดยิงชั่วคราว ระหว่างการเข้าตีของข้าศึก ร.1 ได้ขอรับการสนับสนุนเครื่องบินทิ้งพลุส่องสว่าง
(MOON SHINE)จากฐานบินนอร์ทลองถั่น (NORTH LONG THANH) ให้การส่องสว่างโดยทิ้งพลุส่องสว่าง
ตอ่ เนื่องตลอดเวลา ระหวา่ งการทิ้งพลสุ ่องสวา่ งเครือ่ งบนิ ทง้ิ พลสุ ่องสวา่ งต้องการให้ ป. หยดุ ยิง (CHECK FIRE)
เพื่อใหเ้ ครอ่ื งบนิ ปลอดภัย แต่ ป.พล.อสส.พิจารณาเหน็ ว่าการยิงสนับสนุนด้วย ป.เป็นสง่ิ จำเปน็ และเป็นความ
ตอ้ งการของ ผบ.หน่วยดำเนนิ กลยทุ ธจึงได้ตดั สนิ ใจให้ ป. ยงิ สนับสนุนตอ่ ไป
เม่ือ 160335 มี.ค.2512 ชดุ ฮ.ติดอาวธุ ขอกลบั ไปเตมิ สป.3 และ สป.5 เพ่ิมเติม ร.อ.เฉลิมชยั ฯ จึงได้
ขอให้ ป. ทำการยิงสนับสนุนต่อไป ซึ่งทำการยิงสกัดกั้น และยิงพื้นที่ที่สงสัยเป็นที่รวมพลของข้าศึกต่อไป
จากการที่ได้ต่อสู้เป็นเวลานาน ทำให้กระสุนที่หน่วยมีเริ่มขาดแคลน เกรงว่าจะไม่เพียงพอต่อสู้จนถึงรุ่งเช้า
ทก.ร.1 พนั .3 จงึ ได้ขอให้ ทก.ร.1 และ พล.อสส. สัง่ การให้ มว.ยานเกราะ ท่จี ัดจาก พนั .ม.พล.อสส. และ 2 หมู่
ปล. ทีจ่ ดั จาก ร.2 พัน.2 ซึง่ เปน็ ชดุ ลาดตระเวน ซมุ่ โจมตตี ามถนนสาย 15 นำกระสนุ และวตั ถุระเบดิ ไปเพิ่มเติม
148
ให้ตามที่ร้องขอ พร้อมกับนำกำลังไปเสริมด้วย โดย กรม ร.1 ได้ประสานให้ ป.พล.อสส.ยิงเป็นฉากตามแนว
เส้นทางจากถนนสาย 15 เข้าฐานปฏิบัตกิ ารของ ทก.ร.1 ทีล่ อ็ คแอน เพอื่ ใหค้ ้มุ ครองแก่ชดุ ลาดตระเวนดงั กล่าว
เมื่อ 160430 มี.ค.2512 มว.ยานเกราะที่ 1 ร้อย ม.ที่ 3 พัน.ม.พล.อสส. (ร.ต.สุพจน์ วงค์ชั้น เป็น
ผบ.มว.) ร่วมกบั 2 หม.ู่ ปล. ของ รอ้ ย 2 พัน.2 ไดเ้ คล่ือนชุดลาดตระเวนเข้าบรรจบกบั ร.1 พนั .3 โดยเคล่ือนท่ี
เกาะฉากการยิงของ ป.พล.อสส. และยิงเปิดทางด้วยอาวุธประจำกาย (ปก.93 และ ปก.เอ็ม 60) ไปยังข้าศึก
อย่างหนักหน่วงทำให้ข้าศึกไม่สามารถหยุดยั้งได้ ชุดลาดตระเวนสามารถเข้าบรรจบกับ ร .1 พัน.3 ได้
เวลาประมาณ 0445
เมื่อ 160500 มี.ค.2512 การสู้รบดำเนินต่อไป โดยที่ฝ่ายเราได้รับเสริมกำลังและกระสุนเพิ่มเติม
จึงมีกำลังใจดีขึ้น ข้าศึกได้เริ่มถอนกำลังกลับไปทางทิศใต้ซึ่งเป็นป่ารกทึบ ร.1 พัน.3 จึงได้จัดกำลังออกไล่
ติดตาม โดยมี มว.ยานเกราะ ร่วมด้วยซึ่งได้ไล่ติดตามกวาดล้างทำลายข้าศึกทางทิศตะวันตกและทางทิศใต้
จนถึงชายป่าทึบพร้อมกับขอรับการยิงสนับสนุนจาก ป.พล.อสส. โดยการขอยิงกระสุนระเบิดแตกอากาศตาม
เส้นทางถอนตัวของขา้ ศกึ และเพือ่ ให้สามารถทำลายข้าศกึ ได้มากยิ่งข้นึ ร.1 พนั .3 ได้รอ้ งขอการสนับสนุนทาง
อากาศโดยใกลช้ ิด ณ เปา้ หมายที่คาดวา่ ข้าศึกถอนไปเข้าตำบลนัดพบหรอื ทร่ี วมพลอกี ดว้ ยและการรุกไล่ติดตาม
ได้ยุติลงเมื่อเวลาประมาณ 0700 จากการตรวจสนามรบปรากฏว่าข้าศึกเสียชีวิตทาง ร้อย อวบ.ที่ 1 (ทิศทาง
เขา้ ตีหลัก) เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบรเิ วณที่ฝงั ลูกระเบิดปรากฏมีขา้ ศึกเสียชวี ติ เปน็ จำนวนมาก
ผลการสู้รบ
ฝ่ายเรา ฝ่ายข้าศกึ
เสยี ชวี ิต 2 นาย เสียชีวติ 116 คน
บาดเจ็บสาหัส 19 นาย จับเปน็ เชลยได้ 3 คน
บาดเจ็บเล็กนอ้ ย 8 นาย
ยึด ปลย.เอเค 47 ได้ 31 กระบอก
ยึด อาร์พีจี ได้ 12 กระบอก
ยดึ ปกบ.แบบจีนแดงได้ 3 กระบอก
วเิ คราะห์ผลการปฏิบตั ขิ องทง้ั สองฝ่าย
การรบที่หมู่บ้านล็อคแอน ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2512 นี้ ถือเป็นชัยชนะครั้งที่สำคัญที่สุดของ
พล.อสส. ผลัดที่ 1 ปจั จัยแห่งความสำเรจ็ ดงั กล่าวอาจพิจารณาไดเ้ ป็น 4 ประการ ดังนี้
1. ขวัญและกำลังใจ ฝ่ายเรามีความมั่นใจในอนุภาพ ประสิทธิภาพความต่อเนื่องของอาวุธยิง
สนับสนุนของฝ่ายเรา ซึ่งเหนือกว่าข้าศึกมากมาย และมีความมั่นใจว่าขึ้น ฮ.พยาบาล ได้แล้วจะไม่เสียชีวิต
ปจั จัยท้งั 2 ดงั กล่าวทำให้ฝ่ายเรามีขวญั และกำลังใจเหนอื กว่าฝา่ ยข้าศึกทงั้ ที่เป็นฝา่ ยตงั้ รับ
2. ความรว่ มมอื ด้วยความเสียสละ อดทน กล้าหาญของทุกฝ่าย จะเหน็ ได้ว่าทหารทุกคนของทุก
หน่วยได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่เห็นแก่ชีวิต ความเหน็ดเหนื่อยหรือท้อถอยกับกำลังข้าศึกที่
เหนอื กว่าและม่งุ ม่ันให้กำลังฝา่ ยเราอยู่รอดปลอดภัย และไดช้ ยั ชนะ